The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พิศณุกรณ์ ดีแก้ว, 2023-04-26 03:45:37

รายงานการศึกษา ปลาดาบลาวในลุ่มน้ำอิงตอนล่าง

1.2565-03-28 รายงานปลาดาบลาว FInal - SY

รายงานการศึกษา ปลาดาบลาวในลุ่มนา ้อิงตอนล่าง จัดท าโดย สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต สนับสนุนโดย 2565


ก สารบัญ หน้า สารบัญ ก สารบัญตาราง ข สารบัญรูปภาพ ค บทสรุปผู้บริหาร ง 1.บทน า 1.1 ที่มาและความส าคัญ 1 1.2 วัตถุประสงค์ 3 1.3 วิธีการส ารวจ 3 1.4 พื้นที่ในการส ารวจ 5 2. ลุ่มน ้าอิงและทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 2.1ข้อมูลทั่วไปของลุ่มน ้าอิง 9 2.2 ทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 12 3. ข้อมูลของปลาดาบลาว 3.1 ลักษณะทั่วไปของปลาดาบลาว 19 3.2 ปลาดาบลาวในประเทศไทย 21 3.3 ปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 3.3.1แหล่งที่อยู่อาศัยของปลาดาบลาว 24 3.3.2 ความส าคัญของปลาดาบลาวกับระบบนิเวศลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 28 3.3.3 ภัยคุกคามที่ส่งผลต่อปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 34 3.3.4 ภัยคุกคามที่ส่งผลต่อปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 35


ข 4. ความสัมพันธข์องการอนุรักษท์รัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนกับปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 4.1 การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 41 4.1.1 การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา 41 4.1.2 การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน ้า/ป่ าชุ่มน ้า 43 4.2 ปัจจัยความสัมพันธ์ของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน ้าอิงตอนล่างกับแหล่งที่ 45 อยู่อาศัยและแหล่งหากินของปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 4.2.1 ปัจจัยด้านความส าคัญและความส าเร็จในการท า 45 เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชุมชน 4.2.2 ปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์แหล่ง 46 ที่อยู่อาศัยของปลาในลุ่มน ้าอิง 4.2.3 ปัจจัยด้านการจัดการระบบนิเวศของพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา 48 และป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 5. สรุปและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุป 51 5.2ข้อเสนอแนะ 5.2.1 52 5.2.2 52 แหล่งข้อมูลอ้างอิง 54 สารบัญตาราง ตารางที่หน้า 1. พื้นที่ส ารวจพบปลาดาบลาว 28 2. ตารางรายชื่อเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 42 3. ตารางรายชื่อพื้นที่ชุ่มน ้าลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 44


ค สารบัญรูปภาพ รูปที่หน้า รูปที่ 1 ปลาดาบลาว บ้านม่วงยาย ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย 6 ใช้เครื่องมือ ยกยอ วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 รูปที่ 2 นางค าแปง น้อยเศษ และปลาดาบลาว บ้านบุญเรือง หมู่ 2 ต.บุญเรือง 6 อ.เชียงของ จ.เชียงรายใช้เครื่องมือ ยกยอ วันที่ 8 สิงหาคม 2563 รูปที่ 3 ปลาดาบลาว บ้านบุญเรือง หมู่ 2 ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย 7 ใช้เครื่องมือ ตาข่าย วันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 รูปที่ 4 ปลาดาบลาว (หนองส้มแสง) บ้านห้วยสัก หมู่ 9 ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล จ.เชียงราย 7 ใช้เครื่องมือ ตาข่าย วันที่ 10 ตุลาคม 2564 รูปที่ 5 ปลาดาบลาว บ้านหาดไคร้ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย 8 ใช้เครื่องมือ ไหลมอง 2ชั้น วันที่ 14ธันวาคม 2564 รูปที่ 6แผนที่ขอบเขตลุ่มน ้าอิงตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง 10 รูปที่ 7 ป่ าชุ่มน ้าบ้านบุญเรืองช่วงน ้าท่วมหลากที่หมู่บ้านบุญเรือง หมู่ 2 14 รูปที่ 8แผนที่แม่น ้าอิง แม่น ้าสาขา หนองน ้า และอ่างเก็บน ้า ในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 16 รูปที่ 9 พื้นที่ราบน ้าท่วมถึงในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ตั้งแต่อ าเภอเทิงถึงอ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 18 รูปที่ 10 พื้นที่ชุ่มน ้าริมแม่น ้าอิง แหล่งกระจายพันธุ์ของปลาดาบลาว และปลานานาชนิด 27 รูปที่ 11 สภาพพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่างบ้านศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย พ.ศ. 2544 38 รูปที่ 12 สภาพพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่างบ้านศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย พ.ศ. 256439


ง บทสรุปผู้บริหาร ผลการส ารวจข้อมูลเบื้องต้นนี้พบว่ามีปลาดาบลาวอาศัยอยู่ในแม่น ้าอิงตอนล่างและแม่น ้าโขงใน ภาคเหนือของประเทศไทย ปลาดาบลาวที่พบในแม่น ้าอิงและแม่น ้าโขงเป็นปลาดาบลาวที่มีขนาดตัวโตเต็มวัย มีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดเล็กและบางช่วงอยู่เพียงล าพัง เป็นปลาล่าเหยื่อที่กินแมลง และลูกปลา ขนาดเล็ก มีรูปร่างที่ปราดเปรียวเคลื่อนไหวบนผิวน ้าได้รวดเร็ว มีขนาดล าตัวยาว เกล็ดขนาดเล็ก ขนาดน ้าหนัก สูงสุดที่ชาวบ้านในแม่น ้าอิงจับได้ 1 กิโลกรัม พบแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาดาบลาว อย่างน้อย 16 แห่ง โดยใน จ านวนนี้พบในแม่น ้าอิง 14 แห่งและแม่น ้าโขง 2 แห่งซึ่งเป็นริมฝั่งของแม่น ้าโขง ส่วนในแม่น ้าอิงพบใกล้กับเขต อนุรักษ์ปลา 3 แห่ง และในแม่น ้าอิงใกล้พื้นที่ป่ าชุ่มน ้า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้านต่างๆของชุมชนที่ กระจายตัวอยู่ตลอดล าน ้ามีส่วนส าคัญในการท าให้ระบบนิเวศยังคงสมบูรณ์เหมาะส าหรับการอยู่อาศัยของ ปลาดาบลาว เครื่องมือหาปลาที่ปลาดาบลาวมักถูกจับได้บ่อยมากที่สุด คือ แน่ง (ตาข่ายขนาด 6 ซ.ม.) โดย สามารถจับปลาชนิดนี้ได้ใน 2 ช่วงคือ เดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และ พบว่าชาวบ้านไม่มีความนิยมในการบริโภคปลาดาบลาวเนื่องจากมีก้างเยอะ มีกลิ่นคาว และขายได้ราคาถูก


1 1.บทน า 1.1 ทมี่าและความสา คัญ สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ท างานด้านสิ่งแวดล้อม ท างานกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อ อนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์ปลาและป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่างมากว่า 10 ปี จากข้อมูล เบื้องต้นพบว่า ลุ่มน ้าอิงตอนล่างเป็นแหล่งน ้าธรรมชาติแห่งเดียวที่เหลืออยู่ของประเทศไทยที่สามารถพบปลา ดาบลาว (Macrochirichthys macrochirus) ได้มากที่สุดรองลงไปคือแม่น ้ากก และแม่น ้าโขงในภาคเหนือ ซึ่ง สถานะปลาชนิดนี้ตาม IUCN Red List คือ LC หรือกลุ่มที่มีความเสี่ยงต ่า ซึ่งถือว่าเป็นปลาที่มีความส าคัญ และสัมพันธ์ต่อระบบนิเวศลุ่มน ้าอิงและชนิดพันธุ์ที่หายากของประเทศไทย สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิตจึงมีความ สนใจในการศึกษาความสัมพันธ์ของปลาดาบลาวกับระบบนิเวศลุ่มน ้าอิงและปัจจัยเกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น การ เชื่อมต่อกับแม่น ้าโขง การมีป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง การท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชาวบ้านตลอดล าน ้า อิง ฯลฯ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะมีประโยชน์อย่างมากต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ปลาชนิดนี้ รวมทั้งชนิดพันธุ์อื่นๆ และระบบนิเวศลุ่มน ้าอิงโดยรวม สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต ด าเนินการส ารวจข้อมูลเบื้องต้นถึงสถานภาพเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและป่ าชุ่มน ้า ในลุ่มน ้าอิงตอนล่างเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการท างานร่วมกับชุมชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดการ เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและพื้นที่ชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่างอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน การส ารวจได้ ท าการรวบรวมข้อมูลจากรายงานการศึกษาเดิมของสมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต ปี 2558 พบว่าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา ในลุ่มน ้าอิงและล าน ้าสาขา ตั้งแต่กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ถึงบ้านปากอิง จังหวัดเชียงราย รวมความยาว ของแม่น ้าอิงกว่า 260 กิโลเมตร พบเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา 62 แห่ง แบ่งการจัดการเป็น 4แบบ คือ1 รูปแบบที่ 1 การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาแบบถาวร เป็นลักษณะการจัดการเขตอนุรักษ์แบบห้าม จับปลา และสัตว์น ้าในพื้นที่เขตอนุรักษ์โดยเด็ดขาด มีทั้งหมด 37แห่ง รูปแบบที่ 2 การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลากึ่งถาวรแบบประมูล เป็นลักษณะการจัดการเขตอนุรักษ์ แบบเปิดให้ชาวบ้านในชุมชน และคนภายนอกชุมชนมาประมูลหาปลาในเขตอนุรักษ์ ภายใน 1 เดือน โดย 1สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2558). วงัสงวนในลุ่มน ้ำอิงกำรจดักำรเขตอนุรกัษ์พนัธ์ปุลำโดยชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟรูะบบนิเวศ ลุ่มน ้ำและวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน ้ำอิง. เชียงใหม่ : วนิดาการพิมพ์.


2 ก าหนดการประมูลทุก 3-5 ปี เงินรายได้ที่เกิดจากการประมูลจะน าไปใช้เพื่อประโยชน์ของชุมชนโดยส่วนรวมใน ด้านต่างๆ มีทั้งหมด 13แห่ง รูปแบบที่ 3 การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลากึ่งถาวรแบบขายบัตร เป็นลักษณะการจัดการเขตอนุรักษ์ แบบเปิดให้ชาวบ้านทั่วไปชื้อบัตรลงหาปลาในเขตอนุรักษ์ 1 วัน โดยจะก าหนดการขายบัตรทุก 1-2 ปี เงิน รายได้ที่เกิดจากการขายบัตร จะน าไปใช้เพื่อประโยชน์ของชุมชนโดยส่วนรวมในด้านต่างๆ ทั้งหมด 11แห่ง รูปแบบที่ 4 การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลากึ่งถาวรแบบให้ชุมชนหาเอง เป็นลักษณะการจัดการเขต อนุรักษ์แบบเปิดให้เฉพาะคนชุมชนได้ลงหาปลาในเขตอนุรักษ์เพียง 1 วัน ต่อ 1 ปี มีเพียง 1ชุมชน จากการศึกษาป่ าชุ่มน ้า เมื่อปี 25602 รายงานการศึกษาของหน่วยงานต่างๆ การลงพื้นที่ส ารวจ สอบถามชาวบ้าน และการวัดพื้นที่โดย Google Earth ในการส ารวจครั้งนี้ได้นิยามความหมายของค าที่ เกี่ยวข้องไว้ดังนี้ พื้นที่ชุ่มน ้า : พื้นที่ชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิง ณ ที่นี้หมายถึง แม่น ้าอิง ห้วย หนอง คลองบึง ป่ าชุ่มน ้า และป่ า หญ้าที่มีน ้าท่วมขังตามฤดูกาล ป่ าชุ่มน ้า : ป่าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง เป็นพื้นที่ชุ่มน ้า (wetland) ประเภทป่ าที่มีน ้าท่วมขังบาง ฤดูกาล (seasonally-flooded forest) มีต้นไม้หลายชนิด ขนาดต่างๆขึ้นอยู่หนาแน่นกว้างใหญ่พอที่จะมี อิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น ซึ่งขอบเขตป่ าชุ่มน ้าในที่นี้จะรวมถึงพื้นที่หนองน ้าที่อยู่ในขอบเขตพื้นที่ป่ านั้น ด้วย โดยเป็นการนิยามจากความหมายของ “ป่ าไม้” และ “พื้นที่ชุ่มน ้า” ประกอบกัน ทั้งนี้ป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิง ตอนล่างถือเป็น “ป่ านอกนิยาม”3 เพราะไม่อยู่ในนิยามของประเภทป่ าตามระบบความรู้เรื่องป่ าของไทย อีกทั้ง ไม่มีสถานภาพป่ าตามกฎหมายไทยทั้งป่ าสงวนแห่งชาติและป่ าอุทยานแห่งชาติ ผลการส ารวจพบว่ามีป่ าชุ่มน ้าอยู่ทั้งหมด 26 แปลง รวมพื้นที่ 8,554 ไร่ กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ลุ่มน ้า อิงตอนล่าง ในเขต 4อ าเภอของจังหวัดเชียงรายคือ อ าเภอเทิง อ าเภอพญาเม็งราย อ าเภอขุนตาล และอ าเภอ เชียงของ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ราบน ้าท่วมถึงในลุ่มน ้าอิงตอนล่างช่วงฤดูน ้าท่วมหลาก รวมพื้นที่กว่า 22,422 ไร่ การจัดการทรัพยากรในหลากหลายด้านอย่างเป็นองค์รวมของชาวบ้านทั้งเรื่องเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา และป่ าชุ่มน ้า จึงเป็นปัจจัยส าคัญที่ท าให้พบการกระจายพันธุ์ของปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง สมาคม 2 สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2560). ป่ำชุ่มน ้ำในลุ่มน ้ำอิงตอนล่ำง และกำรจดักำรโดยชุมชนท้องถิ่น. 3สภาประชาชนลุ่มน ้าอิง. (2563). คุณค่ำและควำมส ำคัญป่ ำชุ่มน ้ำบ้ำนบุญเรือง. ที่มา: http://ingcouncil.org/images/data/dataimportance-of-Boonroung-wetland-forest.pdf สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2564


3 แม่น ้าเพื่อชีวิตโดยการสนับสนุนของ Synchronicity Earth (SE) จึงท าการส ารวจข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับปลา ดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่างครั้งนี้ขึ้น การศึกษาในครั้งนี้ได้ปรับวิธีการศึกษาจากงานวิจัยไทบ้าน หรืองานวิจัย จาวบ้าน เป็นแนวทางส าคัญในการศึกษา ควบคู่ไปกับแนวทางวิชาการ โดยมีส านักงานประมงจังหวัดเชียงราย และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น ้าจืดเชียงราย กรมประมง เป็นที่ปรึกษา การส ารวจในครั้งนี้จะมีประโยชน์ในหลายด้าน 1 )เป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาเกี่ยวกับปลาดาบลาว เนื่องจากการศึกษาเรื่องปลาดาบลาวในประเทศไทยมีน้อยมาก จึงส าคัญอย่างยิ่งในการศึกษาชนิดพันธุ์ปลา ชนิดนี้ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย 2 ) ได้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการระบบนิเวศของพื้นที่ เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่างมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องปลาดาบลาวและสัตว์น ้า 3 ) เป็น หลักฐานถึงความส าคัญและความส าเร็จในการจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชาวบ้าน 4 ) ประโยชน์ในการ วางแผนการจัดการด้านการอนุรักษ์พันธุ์ปลาและสัตว์น ้าโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งหากิน ของปลาดาบลาวในพื้นที่ลุ่มน ้า อิงตอนล่าง 1.2.2 เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและพื้นที่ ชุ่มน ้าของชุมชนท้องถิ่นกับแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งหากินของปลาดาบลาว 1.2.3 เพื่อศึกษาแนวโน้มการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของปลาดาวลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 1.3 วิธีการศึกษา การศึกษาปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน จึงจ าเป็นต้องศึกษาความรู้ ประสบการณ์จากคนหาปลาและผู้รู้ โดยใช้กระบวนการดังนี้ 1.3.1 ผู้ให้ข้อมูล 1) คนหาปลาที่มีประสบการณ์ ในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 8แห่ง คือ 1 )บ้านเวียงใต้ ต าบลเวียง อ าเภอ เทิง 2 ) บ้านห้วยใคร้ ต าบลเวียง อ าเภอเทิง 3 ) บ้านห้วยสัก ต าบลยางฮอม อ าเภอขุนตาล 4 ) บ้านป่ าบงน ้า ล้อม ต าบลยางฮอม อ าเภอขุนตาล 5)บ้านงามเมือง ต าบลยางฮอม อ าเภอขุนตาล 6) บ้านบุญเรือง ต าบลบุญ


4 เรือง 7 ) บ้านม่วงชุม ต าบลครึ่ง 8 ) บ้านทุ่งงิ้ว ต าบลสถาน อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ผู้ให้ข้อมูล นาย ธนวฒัน์แกว้แก่น นายเมือง ศรีสม นายเกษม อ่นุเรือน นายวิชาญ ภิวงศน์ายอินเหลา่ระเรือง นายศกัดิช์ยัวฒุิ พรหม นางค าแปง น้อยเศษ นายสุรัตน์ น้อยตา นายชัชวาล ชูยัง นายวิฑูรย์ จ าปาค า นายแก้ว แก้วแก่น นาย ค า โกเขา นายฉลอง เก่งกาญจน์ นายกิตติกร อุตมะ นายสมหมาย อุตมะ นายอิทธิมนต์ สุขศรี นายสอน เทพ สมบัติ 2) ผู้น าชุมชน และคณะกรรมการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชุมชน 3) พ่อค้าแม่ค้า รับชื้อและขายปลา ตลาดสดเทศบาลเทิง ตลาดฮิมอิง อ าเภอเทิง ตลาดบ้านบุญ เรือง 1.3.2 เครื่องมือทใี่ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1) แบบบันทึกแหล่งที่พบปลาดาบลาว โดยมีสมุดตารางบันทึก และเครื่อง GPS เพื่อระบุพิกัด 2) แบบสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ประเด็นเรื่องพื้นที่อยู่อาศัย/หากิน ขนาดความยาว น ้าหนัก ราคา ขาย อาหาร เครื่องมือ และความเชื่อ 1.3.3 ขั้นตอนดา เนินการ 1.1. รวบรวมและทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลการศึกษาชนิดพันธุ์ปลาดาบลาวในประเทศไทย 1.2. ประชุมร่วมกับส านักงานประมงจังหวัดเชียงราย และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น ้า จืดเชียงราย กรมประมง เพื่อปรึกษาหารือและเป็นที่ปรึกษา 1.3. การประชุมกลุ่มย่อย กลุ่มคนหาปลาและผู้น าชุมชน คณะกรรมการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา เพื่อเก็บ ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูล ระบบนิเวศ แหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งหากิน อาหารที่กิน เครื่องมือที่ใช้จับ ราคาขาย การ น ามาประกอบอาหาร และช่วงเวลาที่จับปลา 1.4. การสัมภาษณ์เจาะลึกรายบุคคลคนหาปลา และพ่อค้าแม่ค้า เกี่ยวกับข้อมูล ระบบนิเวศ แหล่งที่ อยู่อาศัย แหล่งหากิน อาหารที่กิน เครื่องมือที่ใช้จับ ราคาขาย การน ามประกอบอาหาร และช่วงเวลาที่จับปลา 1.5. ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างปลาดาบลาว ลงพื้นที่ส ารวจพันธุ์ปลาดาบลาวในแม่น ้าอิงบริเวณบ้านเวียง ใต้ บ้านห้วยใคร้ ต าบลเวียง อ าเภอเทิง บ้านห้วยสัก บ้านป่ าบงน ้าล้อม บ้านงามเมือง ต าบลยางฮอม อ าเภอขุน


5 ตาล บ้านบุญเรือง ต าบลบุญเรือง บ้านม่วงชุม ต าบลครึ่ง บ้านทุ่งงิ้ว ต าบลสถาน อ าเภอเชียงของ จังหวัด เชียงราย ด้วยเครื่องมือประมง ข่าย แห จากคนหาปลา และตลาดปลา 1.6.การประชุมกลุ่มย่อย สนทนาเพื่อเพิ่มเติมข้อมูลและตรวจสอบข้อมูล 1.4 พืน้ทใี่นการสา รวจ พื้นที่ในการส ารวจ คือ 8 หมู่บ้าน ที่ตั้งอยู่ริมฝั่ งแม่น ้าอิงตอนล่าง ซึ่งบางหมู่บ้านมีพื้นที่ป่ าชุ่มน ้า ประกอบด้วย โดยเริ่มตั้งแต่อ าเภอเทิงไปจนถึงอ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย รวมระยะทางตามล าน ้าอิง ประมาณ 133 กิโลเมตร และ 1 หมู่บ้านในแม่น ้าโขง ประกอบด้วย 1 )บ้านเวียงใต้ต าบลเวียง อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย 2 ) บ้านห้วยใคร้ ต าบลเวียง อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย 3 ) บ้านห้วยสัก ต าบลยางฮอม อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 4 ) บ้านป่ าบงน ้าล้อม ต าบลยางฮอม อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 5 )บ้านงามเมือง ต าบลยางฮอม อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 6 ) บ้านบุญเรือง ต าบลบุญเรือง จังหวัดเชียงราย 7 ) บ้านม่วงชุม ต าบลครึ่ง จังหวัดเชียงราย 8 ) บ้านทุ่งงิ้ว ต าบลสถาน อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 9 ) บ้านหาดไคร้ ต าบลเวียง อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ระยะเวลาในการด าเนินงาน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 ถึงเดือนเมษายน 2564 รวม 12 เดือน


6 ภาพที่1 ปลาดาบลาว บ้านม่วงยาย ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ใช้เครื่องมือ ยกยอ วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 ภาพที่2 นางค าแปง น้อยเศษ และปลาดาบลาว บ้านบุญเรือง หมู่ 2 ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ใช้เครื่องมือ ยกยอ วันที่ 8 สิงหาคม 2563


7 ภาพที่3 ปลาดาบลาว บ้านบุญเรือง หมู่ 2 ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ใช้เครื่องมือ ตาข่าย วันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 ภาพที่4 ปลาดาบลาว (หนองส้มแสง) บ้านห้วยสัก หมู่ 9 ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ใช้เครื่องมือ ตาข่าย วันที่ 10 ตุลาคม 2564


8 ภาพที่5 ปลาดาบลาว บ้านหาดไคร้ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ใช้เครื่องมือ ไหลมอง 2ชั้น วันที่ 14ธันวาคม 2564


9 2. ลุ่มน ้าอิงและทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 2.1. ข้อมูลท่ัวไปของลุ่มน ้าอิง พื้นที่ลุ่มน ้าอิงแบ่งออกเป็น 3 ตอนคือ ตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง แม่น ้าอิงยาวประมาณ 300 กิโลเมตร4 ไหลจากทิศใต้ขึ้นเหนือผ่าน 2 จังหวัดจากพะเยาและลงสู่แม่น ้าโขงที่เชียงราย ลุ่มน ้าอิงเป็นที่ราบเชิง เขาริมฝั่งแม่น ้า การไหลหลากหรือกัดเซาะไม่รุนแรงเพราะล าห้วยต้นน ้าและแม่น ้าอิงไม่ชันหรือคดเคี้ยวมากนัก มีระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์และเชื่อมต่อกันทั้งป่ าบกบนภูเขา ล าห้วย หนอง ป่ าชุ่มน ้า และแม่น ้าอิง ที่ราบมี ความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตร ท าให้มีการตั้งถิ่นฐานอยู่ในลุ่มน ้าอิงตลอดสองฝั่งแม่น ้ามายาวนาน ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ปัจจุบันมีชุมชนตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น ้าอิงตลอดล าน ้า บางพื้นที่มีหลายหมู่บ้านตั้งเรียงติดกัน จากการแยกหมู่บ้านเดิมออกเป็นหลายหมู่ ลุ่มน ้าอิงแต่ละตอนมีลักษณะแตกต่างกันคือ 1) ลุ่มน ้าอิงตอนบน มีลักษณะเป็นพื้นที่ต้นน ้าโดยพื้นที่ ต้นน ้าส าคัญคือดอยหลวงหรือเทือกเขาผีปันน ้าซึ่งมีล าห้วยส าคัญหลายสายไหลลงมารวมกันที่กว๊านพะเยา มี พื้นที่ชุ่มน ้าส าคัญขนาดใหญ่คือหนองเล็งทรายและกว๊านพะเยาที่เป็นแหล่งน ้าส าคัญของคนเมืองพะเยา 2) ลุ่ม น ้าอิงตอนกลาง เริ่มจากประตูระบายน ้ากว๊านพะเยาที่อ าเภอเมืองพะเยาไปจนถึงอ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มี ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบเชิงเขาริมฝั่งแม่น ้าอิง ในช่วงต้นของลุ่มน ้าอิงตอนกลางช่วงอ าเภอดอกค าใต้และ ภูกามยาว แม่น ้าอิงจะมีลักษณะแคบและจะแห้งขอดในช่วงหน้าแล้ง ตอนกลางเป็นที่ราบลุ่มขนาดใหญ่เหมาะ แก่การเพาะปลูกท าให้กลายเป็นพื้นที่ปลูกข้าวส าคัญมาตั้งแต่อดีตคือทุ่งลอและทุ่งดอกค าใต้ ตอนกลางยังมี พื้นที่ชุ่มน ้าขนาดเล็ก เช่น ห้วย หนอง คลอง บึงกระจายอยู่ทั่ว 3) ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง เริ่มจากอ าเภอเทิงไปจนถึง อ าเภอเชียงของในจังหวัดเชียงราย พื้นที่เป็นที่ราบเชิงเขาริมฝั่งแม่น ้าอิงกว้างประมาณ 10 กิโลเมตรขนาบข้าง ไปด้วยแนวเขาทั้งสองฝั่ง แม่น ้าอิงตอนล่างจากอ าเภอเทิงถึงปากแม่น ้าอิงที่อ าเภอเชียงของมีความยาว 133 กิโลเมตร5 ขนานไปกับถนนสายอ าเภอเทิง-เชียงของซึ่งบางช่วงขยายถนนเป็น 4 ช่องทางจราจรรองรับการ ขนส่งจากสะพานข้ามแม่น ้าโขงที่อ าเภอเชียงของ 4ส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.(2558). โครงกำรเพิ่มประสิทธิภำพกำรจดักำรพื้นที่ชุ่มน ้ำของ ประเทศไทย. 5 วัดโดย Google Earth Pro เมื่อ 26 สิงหาคม 2563 จากสะพานที่อ าเภอเทิงถึงปากแม่น ้าอิง โดยรวมเอาหลง 1 แห่งที่ยังไม่ตัดขาด ออกจากแม่น ้าอิงอย่างสมบูรณ์


10 ภาพที่6แผนที่ขอบเขตลุ่มน ้าอิงตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง


11 ลักษณะสังคม ชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์ ลุ่มน ้าอิงมีสภาพทั่วไปประกอบด้วยบริเวณเทือกเขา ที่ดอนเชิงเขา ที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขา ซึ่ง มีพื้นที่กว้างขนาบไปกับแม่น ้าอิง รวมถึงที่ราบลุ่มน ้าท่วมถึงที่มีลักษณะเป็นบวกหนอง ร่องต่าง ๆ ภูมิประเทศ ดังกล่าวเอื้ออ านวยให้เกิดการสร้างบ้านเรือนและการอพยพย้ายถิ่นของชุมชนต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างทางชาติ พันธุ์ภาษาและวัฒนธรรม ชุมชนชนลุ่มน ้าอิง จะมีทั้งชุมชนเมืองและชุมชนชนบท โดยชุมชนชนบทจะมี ประชากรอาศัยอยู่มากกว่าชุมชนเมือง คิดเป็นร้อยละ 82 ส่วนชุมชนเมือง (เขตเทศบาล) จะมีเพียงร้อยละ 18 โดยชุมชนหลัก ๆ ได้แก่ เมืองพะเยา เมืองเทิง และเมืองเชียงของ กลุ่มชาติพันธุ์ในลุ่มน ้าอิง แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม6 ตามสภาพทางวัฒนธรรมและประวัติความเป็นมา โดย มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. กลุ่มคนเมือง เป็นกลุ่มคนที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็นร้อยละ 90 ของจ านวนประชากรทั้งหมดตามหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ คนเมืองคือ ชาวยวนสมัยอาณาจักรโยนก เกิดจากการผสมผสานของชนเผ่าไทยและชาว พื้นเมือง 2. กลุ่มคนลาว –อีสาน ซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานในลุ่มน ้าอิง คิดเป็นร้อยละ 6.6 ของจ านวนประชากร ทั้งหมด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนลาวที่อพยพมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะมา อาศัยอยู่บริเวณอ าเภอเชียงค าและอ าเภอเชียงของ อีกกลุ่มเป็ นคนอีสานที่อพยพมาจากภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ มาอาศัยบริเวณ อ าเภอดอกค าใต้ อ าเภอเชียงค าและอ าเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา อ าเภอป่ าแดด อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย สาเหตุของการย้ายถิ่นมาจากปัญหาภัยแล้ง และการได้รับ ผลกระทบทางโครงการพัฒนาของรัฐ 3. กลุ่มคนไทยลื้อ ซึ่งถูกกวาดต้อนมาจาก “แคว้นสิบสองปันนา” ประเทศจีน ในสมัยพระเจ้ากาวิละ แห่งนครเชียงใหม่ ชาวไทลื้อได้เข้ามาอยู่อาศัยบริเวณเมืองน่าน เมืองปง เมืองเชียงม่วน บางส่วนอพยพมาอยู่ ในบริเวณเมืองเชียงค าและภูซาง คิดเป็นร้อยละ 1.4 ของจ านวนประชากรทั้งหมด 4. กลุ่มคนไทยภาคกลาง เป็นกลุ่มคนไทยในจังหวัดอื่น ที่ย้ายถิ่นฐานมาท างานหรือรับข้าราชการ คิด เป็นร้อยละ 1.0 ของจ านวนประชากรทั้งหมด 6สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2558). วงัสงวนในลุ่มน ้ำอิง กำรจดักำรเขตอนุรกัษ์พนัธ์ปุลำโดยชุมชนท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟรูะบบนิเวศ ลุ่มน ้ำและวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน ้ำอิง เชียงใหม่ : วนิดาการพิมพ์


12 5. กลุ่มคนไทยภูเขา จะอาศัยบริเวณที่ราบสูงบนภูเขา ได้แก่ เผ่าม้ง เผ่าเย้า และเผ่าลีซอ คิดเป็นร้อย ละ 0.7 ของจ านวนประชาชนทั้งหมด 6. กลุ่มคนไทยเชื้อสายจีน กลุ่มคนจีนได้อพยพเข้ามาท ามาหากินในประไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 คนจีนเหล่านี้กระจัดกระจายไปอยู่ตามภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศไทย ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพ เช่น กิจการ โรงสี ตลาด ร้านขายของช า โรงกลั่นสุรา โรงฝิ่น เป็นต้น กลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนในลุ่มน ้าอิงส่วนใหญ่จะค้าขาย ในบริเวณตัวเมือง คิดเป็นร้อยละ 0.3 ของจ านวนประชากรทั้งหมด 2.2 ทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ลักษณะพิเศษของลุ่มน ้าอิงตอนล่างที่ต่างไปจากตอนบนและตอนกลางคือมีป่ าชุ่มน ้ากระจายตัวอยู่ ตลอดริมฝั่งแม่น ้าอิง นอกจากนี้ยังมีระบบนิเวศที่เชื่อมกันทั้งป่ าบกบนภูเขา ป่ าชุ่มน ้า และพื้นที่ชุ่มน ้าทั้งแม่น ้า อิงและแม่น ้าโขง ในตอนล่างแม่น ้าอิงจะอยู่ชิดกับแนวเขาฝั่ งขวาซึ่งมีป่ าไม้ปกคลุมตลอดแนว แม้จะมีถนน คั่นกลางแต่ระบบนิเวศของป่ าทั้งสองแบบก็ยังเชื่อมกัน โดยเฉพาะการเป็นแหล่งต้นน ้าที่ไหลจากป่ าบนภูเขาลง ยังป่ าชุ่มน ้าและสัตว์ป่ าจ าพวกนกและแมลงที่บินข้ามไปมาได้ และเนื่องจากปากแม่น ้าอิงซึ่งไหลลงแม่น ้าโขง อยู่ห่างไปไม่ไกล ระบบนิเวศตอนล่างจึงสัมพันธ์อยู่ระบบนิเวศแม่น ้าโขง มีพันธุ์ปลาที่อุดมสมบูรณ์จากการเป็น ที่วางไข่และอนุบาลของสัตว์น ้าจากแม่น ้าโขง ระบบนิเวศของป่ าชุ่มน ้าและการไหลเวียนของน ้าในแม่น ้าอิง รวมทั้งพื้นที่ชุ่มน ้าอื่นๆที่เป็นห้วย หนอง บึง จะสัมพันธ์กับการไหลหรือขึ้นลงของแม่น ้าโขง เมื่อแม่น ้าโขงได้รับ ผลกระทบจากเขื่อนก็จะกระทบต่อแม่น ้าอิงด้วย 1) ทรัพยากรป่ าไม้ ทรัพยากรป่ าไม้ที่ส าคัญในลุ่มน ้าอิงคือป่ าบกและป่ าชุ่มน ้า พืชที่พบในลุ่มน ้าอิงตอนล่างส่วนใหญ่เป็น ป่ าเบญจพรรณ ป่ าชุ่มน ้าที่ปัจจุบันพบเฉพาะในแม่น ้าอิงตอนล่างชาวบ้านเรียกว่า “ป่ าฮิม(ริม)อิง” ซึ่งมี ลักษณะพิเศษต่างไปจากป่ าชุ่มน ้าในพื้นที่น ้าจืดที่อื่นๆของไทย เนื่องจากลุ่มน ้าอิงตอนล่างเชื่อมอยู่กับแม่น ้า โขง ท าให้ป่ าริมอิงมีระบบนิเวศเชื่อมอยู่กับระบบน ้าและสัตว์น ้าจากแม่น ้าโขง ที่นี่เป็นป่ าชุ่มน ้าประเภทท่วมขัง บางฤดูกาล (seasonally-flooded forest) ประมาณ 1-3 เดือนในช่วงหน้าฝนที่น ้าในแม่น ้าโขงจะหนุนขึ้นมา ป่ า ชุ่มน ้ายังมีหนองน ้ากระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของปลาแล้วยังเป็นที่พักของนก อพยพด้วย นอกจากนี้ป่ าริมอิงยังเชื่อมกับระบบนิเวศป่ าบกบนภูเขาทั้งสองฝั่ง ในลุ่มน ้าอิงตอนล่างพบป่ าชุ่ม น ้าชุมชนกระจายอยู่ใน 4 อ าเภอของจังหวัดเชียงรายคือ อ าเภอเทิง อ าเภอพญาเม็งราย อ าเภอขุนตาล และ


13 อ าเภอเชียงของ อยู่ 26 แปลง ป่ าบางแปลงมีที่ตั้งคาบเกี่ยวอยู่ในหลายหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านใช้ประโยชน์และ บริหารจัดการร่วมกัน “ป่าฮิมอิง” เป็นป่ าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเนื่องจากมีระบบนิเวศที่เชื่อมอยู่กับทั้งแม่น ้าโขง และป่ าบก ทั้งยังมีระบบนิเวศแบบป่ าบกและแบบพื้นที่ชุ่มน ้า การที่มีน ้าท่วมขังในช่วงหน้าฝนท าให้ระบบนิเวศ ของป่ าชุ่มน ้าและทรัพยากรในป่ าแตกต่างไปจากป่ าบกทั่วไป ระบบนิเวศในป่ าชุ่มน ้าแบ่งออกเป็นระบบนิเวศ ย่อยหลายระบบ โดยมีปัจจัยส าคัญในการก าหนดประการหนึ่งคือระดับความสูงต ่าของพื้นที่ซึ่งมีผลให้การท่วม ขังของน ้าแตกต่างกันไปทั้งความลึกและระยะเวลาการท่วม ซึ่งการท่วมของของน ้าก็เป็นตัวก าหนดการพบชนิด พืชเด่นในแต่ละจุดเพราะพืชแต่ละชนิดมีความสามารถในการทนน ้าต่างกัน ซึ่งการท่วมของน ้าและชนิดพืชเด่น ที่พบก็เป็นตัวก าหนดระบบนิเวศย่อย เช่น สัตว์ป่ า นก แมลง รวมไปถึงก าหนดความสัมพันธ์ของชาวบ้านกับ ระบบนิเวศย่อยแต่ละชนิดทั้งเรื่องวิธีการเข้าไปใช้ประโยชน์และความรู้ที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านจะเรียกระบบนิเวศ ย่อยเหล่านี้ตามพืชหลักที่พบ เช่น ป่ าข่อย ป่ าชุมแสง ป่ าไผ่ เป็นต้น ป่ าชุ่มน ้ามีคุณค่าและความส าคัญหลาย ด้าน ดังนี้ อัตลักษณ์ทางระบบนิเวศ เป็นป่ าชุ่มน ้าประเภทท่วมขังตามฤดูกาลมีสภาพคล้ายป่ าโบราณมีความ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เคยพบในที่ใดมาก่อน7 ทั้งยังเป็นพื้นที่เชื่อมต่อของหลายระบบนิเวศทั้งแม่น ้าโขง แม่น ้าอิง และป่ าบกบนภูเขา การท่วมขังในป่ าและตามหนองน ้าที่มีอยู่ทั่วผืนป่ าในฤดูน ้าหลาก จะท าให้เกิด การทับถมของเศษซากอินทรีย์อินทรีย์วัตถุหนา เหมือนกับป่ าพรุน ้าจืดทางภาคใต้แต่ต่างที่ที่นี่เป็นการท่วมขัง ตามฤดูกาล สังคมพืชในป่ าจึงมีวัฒนาการปรับตัวกับสภาพการท่วมขังและสภาพแวดล้อม ท าให้มีพันธุ์ไม้เด่น พวกพืชที่ทนน ้าท่วมขังได้นาน เช่น ข่อย ชุมแสง ซึ่งปกติเป็นไม้ที่โตช้า แต่ป่ าฮิมอิงจะพบไม้ที่มีล าต้นขนาดใหญ่ เป็นจ านวนมาก ทั้งยังมีเถาวัลย์ที่ทนน ้าท่วมขัง พืชชั้นล่างพบพวกผักกูด คลุ้ม ทั้งนี้ป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิง ตอนล่างถือเป็น “ป่ านอกนิยาม” เพราะไม่อยู่ในนิยามของประเภทป่ าตามระบบความรู้เรื่องป่ าของไทย อีกทั้ง ไม่มีสถานภาพป่ าตามกฎหมายไทยทั้งป่ าสงวนแห่งชาติและป่ าอุทยานแห่งชาติ 7สภาประชาชนลุ่มน ้าอิง. (2563).


14 ภาพที่7 ป่ าชุ่มน ้าบ้านบุญเรืองช่วงน ้าท่วมหลาก ที่หมู่บ้านบุญเรือง หมู่ 2 ในด้านพรรณไม้ มีพรรณไม้ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์จ านวนมาก เช่น ในป่ าบ้านงามเมืองมีพืชอาหาร และพืชสมุนไพรกว่า 46 ชนิด8 ซึ่งเป็นพืชอาหาร 33 ชนิด พืชสมุนไพร 6ชนิด พืชที่เป็นทั้งอาหารและสมุนไพร 7 ชนิด ในป่ าบ้านบุญเรืองพบพืชอาหารและพืชสมุนไพรรวม 116 ชนิด แบ่งเป็นพืชอาหาร 49 ชนิด พืชสมุนไพร 41 ชนิด พืชที่เป็นทั้งอาหารและสมุนไพร 13 ชนิด พืชจ าพวกเห็ด 13 ชนิด ในป่ าบ้านทุ่งงิ้ว พบอาหารและพืช สมุนไพรรวม 100 ชนิด แบ่งเป็นพืชอาหาร 27 ชนิด พืชสมุนไพร 18 ชนิด พืชที่เป็นทั้งอาหารและสมุนไพร 55 ชนิด ในด้านความส าคัญต่อปลาและสัตว์น ้า เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและวางไข่ที่ส าคัญของปลาและสัตว์น ้า ท้องถิ่นและที่อพยพมาจากแม่น ้าโขง เพราะลักษณะคล้ายป่ าโบราณที่มีเรือนยอดที่ปกคลุมในช่วงบน เถาวัลย์ ในช่วงกลาง และพืชพวกเฟิ ร์นในช่วงตอนล่างท าให้ป่ าในช่วงน ้าท่วมจะรกไปด้วยกิ่งก้านต้นไม้ในระดับต่างๆ ปลอดภัยจากสัตว์น ้าขนาดใหญ่และคนหาปลา อีกทั้งยังมีหนองน ้ากระจายอยู่ทั่วป่ าเป็นที่อยู่ของปลาในช่วง หน้าแล้งของปลาท้องถิ่นรวมทั้งปลาอพยพที่กลับไปไม่ทัน มีล าห้วยและร่องน ้าช่วยเชื่อมแหล่งน ้าต่างๆเข้า ด้วยกันระบบ ทั้งแม่น ้าอิง หนองน ้า แหล่งน ้านอกป่ า และล าห้วยบนดอย ที่ส าคัญยังพบว่าตลอดลุ่มน ้าอิงมี ชาวบ้านท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาในแม่น ้าอิงและแม่น ้าสาขาอย่างน้อย 62 แห่ง9 โดยอยู่ในตอนล่าง 17 แห่งซึ่ง 8สมาคมสถาบันชุมชนลุ่มน ้าโขง. (2558). โปสเตอร์ พืชอำหำรและพืชสมุนไพรในป่ ำชุ่มน ้ำบ้ำนงำมเมือง. 9สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2558). วงัสงวนในลุ่มน ้ำอิง กำรจดักำรเขตอนุรกัษ์พนัธ์ปุลำโดยชุมชนท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟรูะบบนิเวศ ลุ่มน ้ำและวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน ้ำอิง เชียงใหม่ : วนิดาการพิมพ์.


15 ส่วนมากจะอยู่ในพื้นที่ป่ าชุ่มน ้า ท าให้ยิ่งเพิ่มความส าคัญในการเป็นแหล่งวางไข่และอยู่อาศัยของปลาแม่น ้า โขงและปลาประจ าถิ่น ในด้านสัตว์ป่ า ป่ าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหากินของของสัตว์ป่ าหลายชนิดโดยจะมีล าห้วยหลายสาย ที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างป่ าชุ่มน ้ากับป่ าบกบนภูเขา จึงเป็นระบบนิเวศที่มีความส าคัญต่อสัตว์ป่ ารวมทั้งนก และแมลง ล าห้วยท าหน้าที่เป็นที่อยู่อาศัยและเส้นทางเดินของสัตว์ป่ าหลายชนิด เช่น สัตว์จ าพวกอีเห็น นก และแมลงสามารถบินข้ามไปมาระหว่างป่ าบกและป่ าชุ่มน ้าได้ ในด้านนกอพยพ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหากินที่ส าคัญของนกอพยพรวมทั้งประจ าถิ่น เนื่องจากมี หนองน ้าจ านวนมากที่มีอาหารและเหมาะแก่การหลบภัย เพราะตั้งอยู่ในป่ าและมีระบบนิเวศสมบูรณ์มีอาหาร หลากหลายทั้งปลา แมลง และอาหารประเภทอื่นๆ รวมทั้งตั้งอยู่ใกล้พื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน นอกจากนี้ยัง มีป่ าชุ่มน ้าหลายแห่งใกล้กันและใกล้กับป่ าบกบนดอย (โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนกในหัวข้อถัดไป) ในด้านประโยชน์ต่อชุมชน มีประโยชน์หลายด้านทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ 1) เป็นแหล่งอาหารทั้ง จากพืช ปลา และแมลง 2) แหล่งสมุนไพรและความมั่นคงทางสุขภาพ 3) แหล่งรายได้ 4) เป็นแก้มลิงธรรมชาติ ที่ช่วยป้องกันน ้าท่วมและน ้าแล้ง 5) เป็นแหล่งสันทนาการของชุมชน 6) เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมและความเชื่อ ของชุมชน 7) เป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้ ทั้งคนในท้องถิ่นและการศึกษาทางวิชาการ เป็นแหล่งความมั่นคงของ ชุมชนทั้งด้านอาหาร รายได้ และสุขภาพ จากการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์พบว่าป่ าชุ่มน ้ามีคุณค่ามหาศาล เป็น แหล่งอนุบาลสัตว์น ้า 21.17 ล้านบาทต่อปี 2) ทรัพยากรน ้า ลุ่มน ้าอิงตอนล่างเป็นพื้นที่ชุ่มน ้าที่ส าคัญ ล าน ้าจะกว้างกว่าแม่น ้าในตอนบนและตอนกลาง ได้รับน ้า จากล าห้วยที่ไหลลงมาจากภูเขาที่ทอดขนานไปกับแม่น ้า พบว่าจากอ าเภอเทิงถึงอ าเภอเชียงของมีล าห้วย 86 สายไหลลงแม่น ้าอิง10 โดย 64 สายมาจากแนวเขาดอยยาวฝั่งขวามือ ซึ่งล าห้วยเหล่านี้ยังท าหน้าที่เป็นเส้นทาง เชื่อมของสัตว์ป่ าและสัตว์น ้าระหว่างป่ าบกและป่ าชุ่มน ้าด้วยดังที่มีชาวบ้านรายงาน ในฤดูน ้าหลากยังได้รับน ้า จากแม่น ้าโขงที่หนุนขึ้นมา นอกจากล าน ้าอิงแล้วยังมีห้วย หนอง คลอง และบึงกระจายตัวไปตลอดซึ่งท าหน้าที่ เป็นแก้มลิงธรรมชาติ หนองน ้าเป็นพื้นที่ชุ่มน ้าส าคัญประเภทหนึ่งส่วนหนึ่งพบอยู่ในป่ าชุ่มน ้าซึ่งมีหน้าที่ส าคัญ ต่อระบบนิเวศ ในฤดูน ้าหลากหนองจะถูกเชื่อมต่อกันด้วยฮ่อง(ร่องน ้า)และล าห้วย และเชื่อมกับแหล่งน ้าอื่นๆ เช่น ล าห้วยที่มาจากป่ าบนดอยและแม่น ้าอิง ในฤดูแล้งจะท าหน้าที่เป็นแก้มลิงกักเก็บน ้าเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ป่ า 10กลุ่มรักษ์เชียงของ. ม.ป.ป. รำยงำนสำ รวจต้นน ้ำของลุ่มน ้ำอิงตอนล่ำง.


16 และดิน เป็นที่อยู่ของปลาและสัตว์น ้าต่างๆที่ค้างอยู่ในหนองน ้า เป็นแหล่งที่พักหากินส าคัญของนกอพยพ นานาชนิด และแหล่งอาหารของชาวบ้าน ภาพที่8แผนที่แม่น ้าอิง แม่น ้าสาขา หนองน ้า และอ่างเก็บน ้า ในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 3) ทรัพยากรดิน สภาพพื้นดินเป็นที่ราบเชิงเขาริมฝั่งแม่น ้าที่อุดมสมบูรณ์จากดินตะกอนแม่น ้าและมีความชุ่มชื้นจากล า น ้าอิงและต้นน ้า 4) ทรัพยากรสัตว์ป่ า ในด้านสัตว์ป่ า พบว่าป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่างเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ า 178 ชนิด11 โดยใน จ านวนนี้เป็นสัตว์ป่ าคุ้มครอง 134 ชนิด เมื่อพิจารณาตาม IUCN Red List พบว่ามีสัตว์ที่มีสถานภาพมีความ เสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์(CR) เช่น ลิ่นชวา สัตว์ที่มีสถานภาพเกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์(VU) เช่น เสือปลา งูจงอาง นากใหญ่ขนเรียบ สัตว์ที่มีสถานภาพเสี่ยงต ่าต่อการสูญพันธุ์ (LC) เช่น ชะมดแผงหางปล้อง (Viverra zibetha) ตะกวด (Varanus bengalensis) กระรอกท้องแดง (Callosciurus erythraeus) กระต่ายป่ า (Lepus peguensis) งูเห่าสยามพ่นพิษ (Naja kaouthia) งูสามเหลี่ยม (Bungarus fasciatus) งูกะปะ 11สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2562). แผ่นพับ คณุค่ำและควำมหลำกหลำยในพื้นที่ชุ่มน ้ำอิง.


17 (Calloselasma rhodostoma) เป็นต้น จากการส ารวจเบื้องต้นเมื่อปี 2563 ของสมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิตพบว่ามี นากอาศัยอยู่ในลุ่มน ้าอิงตอนล่างอย่างน้อย 10 จุด12 ซึ่งเกือบทั้งหมดจะอยู่ในบริเวณป่ าชุ่มน ้าและใกล้เขต อนุรักษ์พันธุ์ปลาของหมู่บ้าน จากการตรวจ DNA 13 พบว่ามีนากอยู่ 2ชนิดพันธุ์คือ นากใหญ่ขนเรียบ และนาก ใหญ่ธรรมดา ซึ่งมีสถานภาพอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์(NT) โดยในป่ าชุ่มน ้าบ้านม่วงชุมมีนากทั้ง 2 ชนิด อาศัยและหากินร่วมกัน ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่จะพบนากเล็กเล็บสั้น (Aonyx cinereus) ในพื้นที่ชุ่มน ้าในลุ่ม น ้าอิงตอนล่างด้วย เนื่องการตรวจ DNA ดังกล่าวท าโดยใช้ตัวอย่างที่จ ากัดเพียงแค่ 7 ตัวอย่าง ในด้านนก จากการส ารวจในป่ าชุ่มน ้า 5 แห่งในลุ่มน ้าอิงตอนล่างพบนก 116 ชนิด14 เป็นนกอพยพ 65 ชนิด แบ่งเป็นนกอพยพในฤดูหนาว 35 ชนิด นกประจ าถิ่นที่ประชากรบางส่วนมีการอพยพ 27 ชนิด และนก อพยพเพื่อสร้างรังและวางไข่ 1ชนิด นกที่มีสถานภาพใกล้การสูญพันธุ์ (EN) คือ นกยูง (Pavo muticus) นกที่มี สถานภาพ NT เช่น เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว (Polihierax insignis) นกที่มีสถานภาพ LC เช่น นกกระสาแดง (Ardea purpurea) เหยี่ยวปีกแดง (Butastur liventer) นกนางแอ่นทรายสีน ้าตาล (Riparia chinensis) นก กระติ๊ดแดง (Amandava amandava) ซึ่งเป็นชนิดย่อยของ flavidiventris พบได้เฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 5.ทรัพยากรปลาและสัตว์น ้า ในลุ่มน ้าอิงมีปลาและสัตว์น ้า 108 ชนิด15 เป็นปลาประจ าถิ่น 88 ชนิด ประกอบด้วยปลาเกล็ด 58 ชนิด ปลาหนัง 30 ชนิด เป็นปลาและสัตว์น ้าต่างถิ่น 18 ชนิด ประกอบด้วยปลา เกล็ด 12 ชนิด ปลาหนัง 5ชนิด กุ้ง 1 ชนิด และสัตว์น ้าอื่นๆ 2ชนิด ปลาส าคัญในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ได้แก่ ปลา ที่มีสถานภาพ CR คือ ปลาบึก ปลาที่มีสถานภาพ VU คือ ปลาค้าวขาว ปลาที่มีสถานภาพ LC เช่น ปลาฝักพร้า (ปลาดาบลาว ซึ่งแม่น ้าอิงตอนล่างเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่เหลืออยู่แห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถพบปลา ชนิดได้มาก สัตว์น ้าที่ส าคัญคือ ตะพาบน ้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นตะพาบสวนซึ่งมีสถานภาพ VU 12สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2563). รำยงำนกำรสำ รวจเบือ้งต้นเรื่องนำกในลุ่มน ้ำอิงตอนล่ำง. 13CEG - Conservation Genetics (Worata Klinsawat and Wanlop Chutipong), Mekong Community Institute, and Living River Association. 14โครงการอนุรักษ์แม่น ้าอิง. (2561). กำรสำ รวจควำมหลำกหลำยของนกในพื้นที่ลุ่มน ้ำอิงตอนปลำย ที่มา: http://ingcouncil.org/images/data/data-bird_survey-lower_ing_river.pdf 15สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2556). พันธุ์ปลาในลุ่มน ้าอิง, โปสเตอร์. เชียงใหม่ : วนิดาการพิมพ์.


18 ภาพที่9 พื้นที่ราบน ้าท่วมถึงในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ตั้งแต่อ าเภอเทิงถึงอ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย


19 3.ข้อมูลท่ัวไปของปลาดาบลาว 3.1 ลักษณะท่ัวไปของปลาดาบลาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Macrochirichthys macrochirus (Valenciennes, 1844) 16 ชื่อสามัญ Long pectoral-fin minnow ชื่อท้องถิ่น ปลาฝักพร้า IUCN Red List : Near Threatened (NT) (Ref. 90363) แหล่งทพี่บ เอเชีย : ประเทศไทยถึงเวียดนามและอินโดนีเซีย (Ref. 7050).รู้จากแม่น ้าโขงและแม่น ้า เจ้าพระยา (Ref. 26580) การแพร่กระจาย พบในภาคใต้ของประเทศไทย พบในแม่น ้าเจ้าพระยาและแม่น ้าโขง นอกจากนี้ยังพบใน แม่น ้าน่าน แม่กลอง ลุ่มน ้าตาปี จากนนทบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ราชบุรี, เชียงราย, หนองคาย, สุราษฎร์ธานี และสงขลา ความสา คัญของปลาดาบลาวต่อระบบนิเวศโดยท่ัวไป ปลาฝั กพ ร้า (อัง กฤษ: Freshwater wolf herring, Sword minnow, Long pectoral-fin minnow; ชื่อวิทยาศาสตร์: Macrochirichthys macrochirus) ปลาน ้าจืดชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae)17 มี ลักษณะล าตัวยาวและแบนข้างคล้ายมีดดาบ ท้องเป็นสันแคบ ตาโต ปากกว้างเฉียงขึ้นด้านบน ปลายปากล่าง 16กุลสตรี เชี่ยวชาญ. (2560). กำรวิเครำะห์กำรใช้ประโยชน์ทรพัยำกรชีวภำพของประเทศไทยในบทภมูิศำสตร์กรณีศึกษำ ปลำน ้ำจืด. วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรี ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร. 17วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. ปลาฝักพร้า. ที่มา https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0% B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2 สืบค้น 28 มกราคม 2564


20 โค้งเข้าเล็กน้อยคล้ายตะขอ ล าตัวสีเงินวาว ครีบใส ครีบอกใหญ่และยาวแหลม ครีบท้องและครีบหลังเล็ก แต่ ครีบก้นมีฐานครีบยาว ครีบหางเว้าลึกและปลายมน โคนครีบหางมีแต้มสีคล ้า ขนาดประมาณ 20-60 เซนติเมตร จัดเป็นปลาเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Macrochirichthys เป็นปลาล่าเหยื่อ มักหากินบริเวณใกล้ผิวน ้า เป็นปลาที่ว่ายน ้าเร็วมาก อาหารได้แก่ ปลาขนาดเล็ก จ าพวกปลาซิวและแมลง พบในแหล่งน ้าหลากและแม่น ้าขนาดใหญ่ในภาคกลาง, ภาคอีสาน เช่น แม่น ้า เจ้าพระยา, แม่น ้าโขง ในภาคใต้พบเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกเท่านั้น และพบได้จนถึงประเทศอินโดนีเซีย เป็น ปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน ้าสะอาด ปัจจุบันอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ เพราะสภาพแวดล้อมที่อยู่ถูกท าลาย ไปประกอบกับปริมาณปลาที่พบในธรรมชาติมีน้อยมาก จึงไม่ท าให้เป็นที่นิยมในการประมง Macrochirichthys18 ปลาฝักพร้าจัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มปลาแปบ มีล าตัวยาวแบน เกล็ดขนาดเล็ก มีสีเงินและมีจุดสีด าที่โคนหาง ส่วนหัวและปากเชิดขึ้นมาก โดยเฉพาะในปลาขนาดใหญ่จาก การสังเกตในที่เลี้ยงพบว่าปลาชนิดนี้จะลอยตัวรวมกันเป็นฝูงหลวมๆบริเวณกลางน ้า และจะโฉบขึ้นกินลูกปลา ที่ ว่ายอยู่เหนือหัวด้วยการกระพือครีบลงอย่างรวดเร็ว H.M. Smith รายงานว่าเคยพบปลาชนิดนี้ชุกชุม ในลุ่ม แม่น ้าเจ้าพระยา โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ โดยกล่าวว่าเป็นปลามีชื่อเสียงทางด้านการสู้เบ็ด นอกจากนั้นยัง เคยมีรายงานในลุ่มแม่น ้าตาปี และ ทะเลสาบสงขลา แต่คาดว่าจะสูญพันธุ์ไปจากทั้งสอง ลุ่มน ้าแล้ว ปัจจุบัน พบได้บ้างในลุ่มแม่น ้าโขง โดยเฉพาะตอนบนในเขตจังหวัดเชียงราย ซึ่งยังคงมีที่ราบ ริมน ้าให้น ้าหลากส าหรับ ให้ปลาใช้เป็นที่วางไข่ได้ ชาวบ้านทางภาคอีสานใช้มอง สอด เป็นเครื่องมือใน การจับ น ามาท าปลาตากแห้ง ทอดกรอบ ห่อนึ่ง ในหนังสือความรู้ท้องถิ่นเรื่องพันธุ์ปลาแม่น ้าโขง ของ คณะวิจัยจาวบ้านเชียงของ-เวียงแก่น กล่าวว่าเป็นปลาที่ไม่ค่อยมีราคา และไม่นิยมกิน เนื่องจากมีก้างเยอะ และกลิ่นคาวมาก แต่เป็นปลาที่มีราคา สูงและหายากในวงการปลาสวยงาม ปลาดาบ หรือปลาดาบลาว ปลาดาบยวน19 น ้าหนักมากสุดที่ชาวบ้านจับได้ 500 กรัม ความยาว ประมาณ 50เซนติเมตร พบจ านวนปานกลาง ใกล้สูญพันธุ์ ปลาตัวขนาดเล็กรวมอยู่เป็นฝูง ตัวโตจะอยู่ล าพัง ตัวเดียว เป็นปลายพยพ ขึ้นเดือนพฤษภาคม แหล่งอยู่อาศัยและหากิน ริมฝั่ง น ้าสาขา กินลูกปลา กุ้ง และ 18ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์. (2563). ปลำน ้ำจืดของไทย ภาพพิมพ์.กรุงเทพฯ. 19คณะนักวิจัยจาวบ้านเชียงของ-เวียงแก่น. (2549). งำนวิจยัจำวบ้ำน ควำมร้ทู้องถิ่นเรื่องพนัธ์ปุลำแม่น ้ำโขง เชียงใหม่ : วนิดา การพิมพ์.


21 แมลง วางไข่เดือน พฤษภาคม - มิถุนายน ใช้มอง สอด เป็นเครื่องมือในการจับ น ามาท าปลาตากแห้ง ทอด กรอบ หรือท าห่อนึ่ง เป็นปลาที่ไม่ค่อยมีราคาและไม่นิยมกิน เนื่องจากมีก้างเยอะและมีกลิ่นคาวมาก 3.2 ปลาดาบลาวในประเทศไทย ประเทศไทยมีระบบนิเวศหลากหลาย เเละในแต่ละระบบนิเวศมีชนิดพันธุ์มากมายในส่วนของระบบ นิเวศน ้าจืด ซึ่งในรายงานการศึกษาของฝ่ ายทรัพยากรชีวภาพ กองประสานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ส านักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม ปี 2540 ได้ด าเนินการศึกษาความหลากชนิดของปลาน ้า จืดในระบบแม่น ้าใหญ่ๆ ทั้ง 6ระบบของประเทศ'ไทย คือระบบแม่น ้าสาละวิน ระบบแม่น ้าแม่กลองและเพชรบุรี ระบบแม่น ้าในภาคใต้ ระบบแม่น ้าในภาคตะวันออก ระบบแม่น ้าเจ้าพระยา และระบบแม่น ้าโขง จากการศึกษา ดังกล่าว พบพรรณปลาน ้าจืดไม่น้อยกว่า 570 ชนิด จาก 56 วงศ์20 สรุปผลการส ารวจพบปลาดาบลาว ใน 3 ระบบแม่น ้า คือ ระบบแม่น ้าภาคใต้ คือแม่น ้าทุกสายที่อยู่ใต้จังหวัดชุมพรลงมาในภาคใต้ทั้ง 2 ฝั่ง ระบบแม่น ้า เจ้าพระยาทั้งหมดรวมถึงแม่น ้าบางปะกง และระบบแม่น ้าโขงและสาขาที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งในระบบแม่น ้า แม่กลอง รวมทั้งแม่น ้าเพชรบุรีและแม่น ้าสายอื่นๆ ที่อยู่เหนือ จังหวัดชุมพร ยังไม่มีความแน่นอนว่ามีการ กระจายพันธุ์หรือพบปลาดาบลาว แต่มีความเป็นไปได้ ซึ่งต้องมีการศึกษาเพื่อยืนยันในโอกาสต่อไป ระบบแม่น ้าในภาคใต้ของไทยตั้งแต่คอคอดกระ จังหวัดระนองลงมาถึงคาบสมุทรมลายูมีแม่น ้าสาย หลักอยู่ 7 สาย เช่น แม่น ้าชุมพร-หลังสวน, แม่น ้าตาปี, แม่น ้าปากพนัง, แม่น ้าปัตตานีซึ่งไหลลงสู่อ่าวไทย และ แม่น ้ากันตัง แม่น ้ากระบุรีไหลลงสู่ทะเลอันดามัน แม่น ้าในภาคใต้ส่วนมากเป็นแม่น ้าสายสั้น และได้รับอิทธิพล จากการขึ้นลงของน ้าทะเลเกือบตลอดสายในระดับล่างต้นแม่น ้าเกิดจากป่ าดงดิบชื้นบนสันเขาที่ค่อนข้างชันบริ เวณตอนกลางของภาค ลุ่มแม่น ้าที่มีบริเวณพื้นที่มากที่สุด คือ แม่น ้าตาปีและสาขา ซึ่งมีต้นน ้าอยู่ในเทือกเขา หลายแห่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี, จังหวัดระนอง, จังหวัดพังงา สัตว์น ้าที่พบในระบบแม่น ้าภาคใต้นี้โดยส่วนใหญ่เป็นสัตว์ในเขตสัตวภูมิศาสตร์ ซุนดาอิค ซึ่งมีความ เหมือนกับชนิดของเขตหมู่เกาะชุนดาใหญ่ และประเทศมาเลเซีย อันเนื่องมาจากการที่แผ่นดินและระบบแม่น ้า ในบริเวณนี้เคยต่อเนื่องกับเกาะสุมาตรา, บอร์เนียว และชวา ปลาที่พบในบริเวณนี้ มักเป็นชนิดที่มีขนาดไม่ 20 ส านักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม.(2540). ควำมหลำกชนิดของปลำน ้ำจืดในประเทศไทย ฝ่ายทรัพยากรชีวภาพ กอง ประสานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วารสารการประมงอิเล็กทรอนิกส์ 48


22 ใหญ่อย่างของระบบแม่น ้าในภาคอื่นๆของไทย อันเนื่องมาจากพื้นที่ของแม่น ้าที่ค่อนข้างจ ากัด และยังพบว่าใน แม่น ้าตอนล่างเกือบตลอดสายยังพบปลาทะเลหรือปลาน ้ากร่อยเคลื่อนย้ายเข้ามาหากินในบางโอกาสที่ ระดับน ้าทะเลหนุนสูง ระบบแม่น ้าเจ้าพระยา แม่น ้าเจ้าพระยาเป็นแม่น ้าสายส าคัญที่สุดของประเทศไทย เพราะเป็นระบบ แม่น ้าที่กว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือส่วนใหญ่และภาคกลางทั้งหมด มีต้นก าเนิดมาจากทิวเขาถนน ธงชัย และทิวเขาผีปันน ้าเกิดจากการรวมกันของแม่น ้าสี่สายที่ส าคัญของภาคเหนือ คือ แม่น ้าปิง แม่น ้าวัง แม่น ้ายม และแม่น ้าน่านมารวมกัน ที่ปากน ้าโพ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อไหลต่อมาในเขตภาคกลาง ยังมีแม่น ้า สายส าคัญไหลมาบรรจบอีก เช่น แม่น ้าสะแกกรัง แม่น ้าป่ าสัก และบางส่วนก็แยกแขนงออกไปเป็นแม่น ้าท่าจีน แม่น ้าเจ้าพระยาเริ่มต้นที่ จังหวัดนครสวรรค์ไหลผ่านที่ราบภาคกลางตั้งแต่ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัด ชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพฯ และไหลลงสู่อ่าวไทยที่ จังหวัดสมุทรปราการ รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 380 กิโลมตร และทั้งนี้ได้รวมถึง แม่น ้าบางปะกง ซึ่งเป็นลุ่มแม่น ้าใกล้เคียงที่มีการติดต่อกันในบริเวณที่เป็นที่ราบภาคกลางนั้น ในอดีตเมื่อ 1,000-5,000 ปีก่อนนั้นได้เคยเป็นชายฝั่งทะเลมาก่อนตั้งแต่จังหวัดสุพรรณบุรีจนถึงจังหวัดอ่างท่อง แต่โดยการ สะสมตะกอนจากเเม่น ้าเจ้าพระยาจึงได้เกิดเป็นที่ราบขึ้นในปัจจุบันนี้ แม่น ้าบางปะกงนั้นมีต้นน ้าล าธารอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตอนล่าง และทิวเขาจันทบุรีตอน เหนือ รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของป่ ารอยต่อ 5 จังหวัด พรรณปลาที่พบในแม่น ้ามีความเหมือนกับชนิดของแม่น ้า เจ้าพระยามาก และยังเป็นแม่น ้าสายเดียวที่คงความหลากชนิดของปลาที่เคยพบในแม่น ้าเจ้าพระยาไว้ได้ แม้ ในปัจจุบันพบว่าลดจ านวนลงไปมาก ระบบแม่น ้าโขง เป็นระบบแม่น ้าสายใหญ่ของโลกที่มีความยาวเป็นอันคับที่ 11 มีต้นน ้าอยู่บนเทือกเขา หิมาลัย บริเวณชายแดนจีน-ธิเบต และไหลผ่าน 6 ประเทศ เป็นระยะทางกว่า 4,200 กิโลเมตรส่วนที่ผ่าน ประเทศไทยเป็นส่วนของแม่น ้าโขงตอนบน ผ่าน อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และตอนกลาง ยาวกว่า 2,400 กิโลมตร และเป็นพื้นที่รับน ้าที่กว้างที่สุด คือประมาณ 60,900 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น 77 % ของ พื้นที่รับน ้าทั้งหมด มีแม่น ้าสาขาสายส าคัญ คือ แม่น ้าพอง ชี มูล และสงคราม ของประเทศไทย แม่น ้างึม,


23 แม่น ้าเทินของประเทศลาว และทะเลสาบเขมร ของกัมพูชาซึ่งต่อเนื่องกับล าธารของทิวเขาสอยด าวฝั่ ง ตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี สภาพของแม่น ้าเป็นแก่งหินและหน้าผาในตอนบนและตอนกลางบางส่วน แต่ส่วนใหญ่เป็นชายฝั่งและ สันทราย ในบริเวณของประเทศไทย มีความต่างของระดับน ้าในฤดูแล้ง และฤดูน ้าหลากสูงถึง 10-20 เมตร แต่ ในปัจจุบันมีความแตกต่างน้อยลงมาก เนื่องจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น ้าโขงในมณฑลยูนนานของจีน และ สภาวะแล้งของต้นน ้าล าธารแม่น ้าโขงนับเป็นระบบแม่น ้าที่มีความหลากหลายของชนิดปลามากเป็นอันคับ 3 ของโลกรองจากอะเมซอนในอเมริกาใต้ และแม่น ้าแซร์ในอัฟริกาเท่านั้น จากจ านวนชนิดที่พบทั้งระบบแม่น ้า เกือบ 1,000 ชนิด และส่วนที่พบในไทยอย่างน้อย 289 ชนิด มีความแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงตอนของแม่น ้า ในตอนบนจะพบว่ามีชนิดปลาที่คล้ายกับของเขตอบอุ่นในจีน ซึ่งได้พบเป็นครั้งคราวในแม่น ้าโขงเขต อ าเภอ เชียงของ จังหวัดเชียงราย ในตอนกลางและตอนล่างก็มีชนิดปลาที่คล้ายกับของระบบแม่น ้าเจ้าพระยา และ เขตซุนดาอิค ปลาที่มีเฉพาะถิ่นในแม่น ้าโขงมีตั้งแต่ปลาน ้าจืดที่ตัวใหญ่ที่สุดของโลก คือ ปลาบึก Pangasianodon gigas จนถึงปลาซิวที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 3 ของโลก คือ ปลาซิวแคระสามจุด Boraras micros ชนิดที่อยู่ในภาวะ ใกสัสูญพันธุ์/หายาก และชนิดที่พบเฉพาะในระบบแม่น ้าโขง มีอย่างน้อย 30 ชนิด เช่น ปลาหมากผาง ปลาตองลาย ปลายี่สก ปลาสะนากยักข์ ปลาสะอี ปลาเสือตอลายเล็ก ฯลฯ รายงานการศึกษา ความหลากชนิดของปลาในพื้นที่น ้าจืดของทะเลสาบสงขลา โดย มณีรัตน์ หวัง วิบูลย์กิจและ ชวลิต วิทยานนท์21 การศึกษาครั้งนี้ได้ส ารวจและรวบรวมตัวอย่างปลาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ถึงเดือนตุลาคม 2561 โดยเก็บตัวอย่างในพื้นที่น ้าจืดรอบทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่บริเวณที่ราบน ้าท่วมถึงรอบ ทะเลสาบ บริเวณทะเลน้อย และทะเลสาบตอนบน (ทะเลหลวง) ลงมาถึงทะเลสาบตอนกลาง (ทะเลใน) ต าบล ปากรอ อ าเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ด้วยเครื่องมือข่าย ลอบ เบ็ดราว ยอ และอวน และส ารวจจากตลาดสัตว์ น ้าท้องถิ่น ผลการศึกษาพบองค์ประกอบชนิดของปลารวมทั้งหมด 247ชนิด จัดอยู่ใน 22 อันดับ(Order) 59 วงศ์ (Family)จ าแนกได้เป็นปลากระดูกอ่อน 1 วงศ์ คือ วงศ์Dasyatidae เป็นปลากระเบนรวม 4 ชนิด มีปลา กระดูกแข็ง 243 ชนิด โดยกลุ่มปลาที่พบมีจ านวนมากที่สุด ได้แก่ อันดับปลาบู่ (Order Gobiiformes) พบ จ านวน 54ชนิด รองลงมาคืออันดับปลาตะเพียน(Order Cypriniformes) 31 ชนิด อันดับปลากะพง(Order 21 มณีรัตน์ หวังวิบูลย์กิจ และชวลิต วิทยานนท์. “ควำมหลำกชนิดของปลำในพื้นที่น ้ำจืดของทะเลสำบสงขลำ” วารสารการ ประมงอิเล็กทรอนิกส์ 48 ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม 2562


24 Perciformes)จ านวน 29 ชนิด อันดับปลาหนัง (Order Siluriformes) 27 ชนิด อันดับปลาหลังเขียว (Order Clupeiformes) 22ชนิด และปลาในอันดับอื่น ๆ อีก 80ชนิด ตามล าดับ กลุ่มปลาที่มีความหลากชนิดมากที่สุด ได้แก่ ปลาในอันดับปลาบู่ พบปลาจ านวน 4 วงศ์ 54 ชนิด บริเวณที่ส ารวจพบปลามากที่สุดคือ บริเวณ ทะเลสาบตอนกลาง (ทะเลใน) พบรวมทั้งหมด 198 ชนิด ส่วนพื้นที่น ้าจืดรอบทะเลสาบสงขลาตั้งแต่บริเวณที่ ราบน ้าท่วมถึงรอบทะเลสาบ และในทะเลน้อยพบมีปลาน ้าจืดรวมทั้งหมด 53 ชนิด นอกจากนี้ยังพบปลาต่าง ถิ่นอาศัยอยู่ในทะเลสาบสงขลาจ านวน 17 ชนิด และปลาที่คาดว่าสูญพันธุ์ไปจากทะเลสาบสงขลาแล้ว 1 ชนิด ได้แก่ ปลาฝักพร้า (Macrochirichthys macrochirus) โดยส ารวจพบในพื้นที่โชนทะเลหลวง สรุป ปลาน ้าจืดในระบบแม่น ้าใหญ่ๆ ทั้ง 6ระบบของประเทศ'ไทย คือระบบแม่น ้าสาละวิน ระบบ แม่น ้าแม่กลองและเพชรบุรี ระบบแม่น ้าในภาคใต้ ระบบแม่น ้าในภาคตะวันออก ระบบแม่น ้าเจ้าพระยา และ ระบบแม่น ้าโขง จากรายงานการศึกษาปลาน ้าจืดทั้ง 6 ระบบแม่น ้า พบปลาดาบลาวในประเทศไทยปัจจุบัน เพียง 3 แห่ง คือ ระบบแม่น ้าภาคใต้ คือแม่น ้าทุกสายที่อยู่ใต้จังหวัดชุมพรลงมาในภาคใต้ทั้ง 2 ฝั่ง ระบบแม่น ้า เจ้าพระยาทั้งหมดรวมถึงแม่น ้าบางปะกง และระบบแม่น ้าโขงและสาขาที่อยู่ในประเทศไทย 3.3 ปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 3.3.1 งานศึกษาวิจัยทเี่กี่ยวข้อง ระบบแม่น ้าโขงและสาขาที่อยู่ในประเทศไทย แม่น ้าโขงไหลผ่าน 8 จังหวัด โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ แม่น ้าโขงภาคเหนือ และแม่น ้าโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ของประเทศไทย แม่น ้าโขงภาคเหนือ ไหลผ่าน 3 อ าเภอ ของจังหวัดเชียงราย คือ อ าเภอเชียงแสน อ าเภอเชียงของ และ อ าเภอเวียงแก่น หลังจากนั้นแม่น ้าโขงไหลผ่านประเทศลาวและไหลวกกลับเข้าประเทศไทยอีกครั้งในพื้นที่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ แม่โขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ไหลผ่าน 7 จังหวัด โดยเริ่มต้นที่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอ านาจเจริญ และจังหวัด อุบลราชธานี แล้วไหลเข้าสู่ประเทศลาวอีกครั้ง แม่น ้าโขงภาคเหนือและแม่น ้าสาขา แม่น ้าอิง


25 แม่น ้าอิงเป็นแม่น ้าสาขาของแม่น ้าโขง มีต้นก าเนิดที่อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยาไหลผ่านกว๊านพะเยา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สู่อ าเภอดอกค าใต้ อ าเภอจุน เข้าเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่อ าเภอเทิง พญาเม็งราย ขุนตาล ก่อนลงสู่แม่น ้าโขงที่ปากอิง บ้านปากอิงใต้ อ าเภอเชียงของ แม่น ้าอิงมีความยาวทั้งสิ้น 260 กิโลเมตร มีพื้นที่ชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่างตั้งแต่อ าเภอเทิงถึงอ าเภอเชียงของ ความยาวประมาณ 133 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ราบน ้าท่วมถึงประมาณ 22,422 ไร่ แม่น ้าอิงเป็นล าน ้าเป็นแม่น ้าที่มีความส าคัญด้านนิเวศวิทยาของปลาอีกแหล่งหนึ่ง โดยเป็นแหล่ง วางไข่ของปลาที่อพยพมาจากแม่น ้าโขง การศึกษาความหลากหลายของชนิดปลาในแม่น ้าโขง (คณะวิจัยจาว บ้านเชียงของ-เวียงแก่น, 2549) พบพันธุ์ปลา 96ชนิด ในจ านวนนี้มีปลา 66ชนิด ที่อพยพเข้าไปวางไข่ในล าน ้า สาขา คือ แม่น ้าอิง และแม่น ้ากก จากการศึกษาข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับปลาดาบลาว ในลุ่มน ้าโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)ของสมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต การศึกษาชนิดพันธุ์ปลาแม่น ้าโขงตอนล่างจากเชียงคานถึงปากชม จังหวัด เลย เมื่อปี 2555 ไม่มีรายงานการพบปลาดาบลาว การศึกษาพันธุ์ปลาในลุ่มน ้ามูนตอนล่าง เมื่อปี 2556 ไม่มี รายงานพบปลาดาบลาว การศึกษานิเวศวิทยาและประวัติศาสตร์ป่ าบุ่งป่ าทาม งานวิจัยไทบ้านลุ่มน ้าสงคราม ตอนล่าง โดยเครือข่ายนักวิจัยไทบ้านลุ่มน ้าสงครามตอนล่าง ปี 2548 ไม่มีรายงานพบปลาดาบลาว เช่นกัน แสดงให้เห็นว่าปลาดาบลาวในแม่น ้าโขงและแม่น ้าสาขาของภาคตะวันออกฉียงเหนือ (อีสาน) ไม่มีรายงานการ พบปลาดาบลาว การศึกษาข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับปลาในลุ่มน ้าอิง พบว่าได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลของชุมชน และงานวิจัยของนิสิตนักศึกษา นักวิชาการท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับปลาดาบลาว ดังนี้ คณะวิจัยจาวบ้านลุ่มน ้าอิง ปี 2556 ได้ท าการศึกษาความหลากหลายของชนิดปลาในแม่น ้าอิง พบ พันธุ์ปลา 108 ชนิด เป็นปลาประจ าถิ่น 88 ชนิด เป็นปลาและสัตว์น ้าต่างถิ่น 18 ชนิด ซึ่ง 1 ในชนิดพันธุ์ปลาที่ พบ พบปลาดาบลาวด้วย การศึกษาเก็บข้อมูลชนิดพันธุ์ปลาหลังการจัดท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาบ้านงามเมือง ต าบลยางฮอม อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย (มกราคม พ.ศ. 2558) การเก็บตัวอย่างชนิดพันธุ์ปลาในแม่น ้าอิงบริเวณบ้าน งามเมือง ตลอดทั้งปี2557 ของสมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิตและชาวบ้านงามเมือง พบชนิดพันธุ์ปลา 95 ชนิด เป็น พันธุ์ปลาท้องถิ่นในแม่น ้าอิง 83 ชนิด และปลาต่างถิ่น 12 ชนิด ซึ่งใน 95 ชนิดที่พบ พบปลาดาบลาวด้วย


26 รายงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เรื่องแนวทางการเข้าถึง ปกป้อง และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน ้าของชุมชนท้องถิ่นในลุ่ม น ้าอิงตอนล่างจังหวัดเชียงราย โดยคณะนักวิจัยชาวบ้านบ้านห้วยสัก ต าบลยางฮอม อ าเภอขุนตาล จังหวัด เชียงราย ชุดโครงการ การพัฒนารูปแบบการจัดการที่ดินเพื่อการจัดการระบบเกษตรกรรม และการจัดการ ทรัพยากรอย่างยั่งยืนโดยชุมชน สนับสนุนโดยส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สกสว. (เมษายน 2564) กลุ่มคนหาปลาชุมชนบ้านห้วยสัก ส ารวจปลาในแม่น ้าอิงและพื้นที่ชุ่มน ้าบ้านห้วยสัก พบปลาและสัตว์น ้า 111 ชนิด เป็นปลาและสัตว์น ้าท้องถิ่น 93 ชนิด ปลาและสัตว์น ้าต่างถิ่น 18 ชนิด ใน จ านวนที่พบทั้งหมด พบปลาดาบลาวด้วย (มีภาพปลาดาบลาวที่สามารถจับได้ในพื้นที่นี้) การศึกษาความหลากหลายของชนิดปลาในแม่น ้าอิง อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ระหว่างเดือน พฤศจิกายน 2548 ถึงเดือนกรกฎาคม 2549 ของนางสาวประภาภรณ์ แปงเขียว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา พิเศษของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาการประมง) ส านักวิชาเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ตุลาคม 2549 โดยท าการเก็บรวบรวม ตัวอย่างปลาจากท่าขึ้นปลาและตลาดปลาทั้งหมด 9 จุด ในพื้นที่อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย พบปลาทั้งหมด 19 วงศ์ 49 สกุล 55 ชนิด22 ในจ านวน 55 ชนิด พบปลาดาบลาว Macrochirichthys macrochirus (Valenciennes, 1844) ด้วย รายงานการศึกษาชุมชนบ้านเวียงใต้:บทบาทหญิง-ชายในการจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น ้า23โดย โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายท้องถิ่นและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อการจัดการลุ่มน ้าอิงอย่างยั่งยืน ร่วมกับศูนย์ฝึอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิ กหรือศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่ า (RECOFTC) สนับสนุนโดย : สหภาพยุโรป (กันยายน 2561) รายงานพบพันธุ์ปลาและสัตว์น ้า ในบริเวณแม่น ้า ลาวและแม่น ้าอิง พื้นที่บ้านเวียงใต้ ต าบลเวียง อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย จ านวน 55 ชนิด 1 ในพันธุ์ปลาที่พบ พบปลาดาบลาว กล่าวโดยสรุป การศึกษาปลาดาบลาว (Macrochirichthys macrochirus) ปลาน ้าจืดชนิดหนึ่งในวงศ์ ปลาตะเพียน ซึ่งสถานะปลาชนิดนี้ตาม IUCN Red List คือ LC หรือกลุ่มที่มีความเสี่ยงต ่า แต่การกระจายพันธุ์ 22 ประภาภรณ์ แปงเขียว. ควำมหลำกหลำยของชนิดปลำในแม่น ้ำอิง อำ เภอเทิง จงัหวดัเชียงรำย ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2548 ถึงเดือนกรกฎาคม 2549. 23โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายท้องถิ่นและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อการจัดการลุ่มน ้าอิงอย่างยั่งยืนร่วมกับศูนย์ฝึอบรมวน ศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหรือศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า(RECOFTC).(2561).ชุมชนบ้ำนเวียงใต้: บทบำทหญิง-ชำย ในกำรจัดกำรเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น ้ำ.


27 และความเสี่ยงของปลาชนิดดังกล่าว ในประเทศไทยปัจจุบันถือว่าอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากเป็น ปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน ้าสะอาด ด้วยสภาพแวดล้อม และคุณภาพแหล่งอาศัยที่อยู่ถูกท าลายไปประกอบกับ ปริมาณปลาที่พบในธรรมชาติมีน้อยมาก การศึกษาในครั้งนี้จึงมีความส าคัญและสัมพันธ์ต่อระบบนิเวศลุ่มน ้า อิงและชนิดพันธุ์ที่หายากของประเทศไทย เนื่องจากมีการศึกษาข้อมูลน้อยมากในประเทศไทย ซึ่งมีรายงาน ทางวิชาการเพียงไม่กี่ชิ้นที่ศึกษา รายงานที่ปรากฎเป็นเพียงรายงานการศึกษาความหลากหลายของชนิดปลา เท่านั้นยังไม่มีการศึกษาเจาะลึกลงไปเฉพาะของปลาดาบลาว ยังมีช่องว่างของข้อมูลทางวิชาการเป็นอย่าง มากในประเทศไทย จึงมีความส าคัญ และจ าเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษาข้อมูลของปลาดาบลาว เนื่องจากในพื้นที่ ลุ่มน ้าอิงตอนล่างพบการกระจายพันธุ์ของปลาดาบลาวมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยและน่าจะเป็นพื้นที่ แหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่พบปลาดาบลาวได้เป็นจ านวนมากและบ่อยครั้ง ภาพที่10 พื้นที่ชุ่มน ้าริมแม่น ้าอิง แหล่งกระจายพันธุ์ของปลาดาบลาว และปลานานาชนิด


28 3.3.2 แหล่งทอี่ยู่อาศัยของปลาดาบลาว จากการส ารวจแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาดาบลาว ในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง พบพื้นที่ที่ชาวบ้าน สามารถพบเจอและจับปลาดาบลาวได้ในแม่น ้าอิงตอนล่าง 8 หมู่บ้าน 14 แห่ง และในแม่น ้าโขง 1แห่ง ในพื้นที่ บ้านหาดไคร้ ต าบลเวียง อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งปลาดาบลาวที่จับได้ส่วนใหญ่มาจากเครื่องมือ ยกยอ ไหลมอง และแน่ง (ตาข่าย) ซึ่งชาวบ้านจับได้อยู่ในช่วงของฤดูฝนที่มีน ้าท่วมหลาก และช่วงปลายฤดู หนาวแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาดาบลาว ดังแสดงในตารางที่ 1 ตารางที่1 พืน้ที่สา รวจพบปลาดาบลาว ล าดับ ชื่อวัง หมู่บ้าน พิกัด 1 วังซาง บ้านทุ่งงิ้ว หมู่ 2 ต าบลสถาน อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 20°10'13.33"น 100°25'44.74" ตะวันออก 2 วังท่า สีเสียด บ้านทุ่งงิ้ว หมู่ 2 ต าบลสถาน อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 20° 9'52.94"น 100°25'19.29"ตะวันออก 3 วังยาว บ้านม่วงชุม หมู่ 7 ต าบลครึ่ง อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 20° 7'10.43"น100°23'31.39" ตะวันออก 4 วังท่าแสน สาว บ้านม่วงชุม หมู่ 7 ต าบลครึ่ง อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 20° 6'50.59"น100°23'14.83" ตะวันออก 5 วังไผ่ บ้านบุญเรือง หมู่ 2 ต าบลบุญเรือง อ าเภอเชียง ของ จังหวัดเชียงราย 20° 1'6.03"น 100°19'0.69"ตะวันออก


29 6 ท่าสะพาน บ้านบุญ เรือง บ้านบุญเรือง หมู่ 2 ต าบลบุญเรือง อ าเภอเชียง ของ จังหวัดเชียงราย 20° 0'52.05"น100°18'31.44" ตะวันออก 7 วังขอนโต้ม บ้านงามเมือง หมู่ 11 ต าบลยางออม อ าเภอขุน ตาล จังหวัดเชียงราย 19°58'25.25"น 100°18'34.79" ตะวันออก 8 ท่าบ้านป่ า บงน ้าล้อม บ้านป่ าบงน ้าล้อม หมู่ 1 ต าบลยางออม อ าเภอ ขุนตาล จังหวัดเชียงราย 19°57'14.89"น 100°17'27.89" ตะวันออก 9 วังแฮด บ้านห้วยสัก หมู่ 9 ต าบลยางออม อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 19°53'48.72"น 100°15'12.41" ตะวันออก 10 วังขอนแซะ บ้านห้วยสัก หมู่ 9 ต าบลยางออม อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 19°54'29.12"น 100°15'18.71" ตะวันออก 11 วังท่าช้าง บ้านห้วยสัก หมู่ 9 ต าบลยางออม อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 19°54'32.06"น 100°15'7.51" ตะวันออก 12 สบห้วยไคร้ บ้านห้วยไคร้ หมู่6 ต าบลเวียง อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย 19°45'32.21"น 100°11'38.70" ตะวันออก 13 สบลาว บ้านเวียงใต้ หมู่ 15 ต าบลเวียง อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย 19°41'4.80"น 100°11'20.06" ตะวันออก 14 สบลอย และวังขี้โป้ บ้านเวียงใต้ หมู่ 15 ต าบลเวียง อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย 19°39'25.02"น 100°10'49.08" ตะวันออก


30 15 ลั้งหาปลา บ้านหาด ไคร้ บ้านหาดไคร้ ต าบลเวียง อ าเภอเชียงของ จังหวัด เชียงราย 20°15'14.59"น 100°24'45.79" ตะวันออก จากการประสบการณ์ของคนหาปลาในแม่น ้าอิงตอนล่างและแม่น ้าโขง จังหวัดเชียงราย ได้ให้ข้อมูลไว้ดังนี้ นายธนวัฒน์ แก้วแก่น บ้านม่วงชุม ต าบลครึ่ง อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “ปลาดาบลาวเป็น ปลาอพยพ จะเคลื่อนย้ายอพยพเป็นฝูงประมาณ 3-5 ตัว หรือเป็นฝูงใหญ่ 5-10 ตัว ปลาจะเริ่มอพยพจาก ตอนล่างของแม่น ้าอิงหรือจากแม่น ้าโขงในช่วงต้นฤดูฝน ปี 2561 ช่วงต้นฤดูฝนผมใส่แน่ง 3 ผืนในคืนเดียว ผม ได้ปลาดาบลาว เกือบ 10 กิโลกรัม ซึ่งแต่ละตัวขนาด 500-700 กรัม ในช่วงน ้าหลากขึ้นใหม่ ปลาจะอพยพมา เป็นฝูง ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมาจับปลาดาบลาวได้เยอะขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ยจับได้ประมาณ 20–30 ตัว ต่อปี ซึ่ง ส่วนใหญ่จับได้ฤดูน ้าหลาก ช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้งปลาชนิดนี้จะอาศัยและหากินเพียงล าพังไม่ค่อยเข้าฝูง เพราะสังเกตจากการจับได้จะจับได้เพียงตัวเดียว” นายเมือง ศรีสม บ้านม่วงชุม ต าบลครึ่ง อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “ปลาดาบลาวมักติดแน่ง (ตาข่าย) ขนาด 6 ซ.ม. ซึ่งช่วงที่จับได้คือเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และอีกช่วงคือเดือนมกราคมถึง กุมภาพันธ์ บริเวณที่ที่ผมใส่แน่งได้ปลาดาบลาวเป็นประจ าคืออยู่บริเวณวังท่าบ้าน วังท่าแสนสาว วังดินแดง และร่องเวียงหวาย ซึ่งอยู่ด้านบนและด้านล่างของเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาซึ่งเป็นที่ที่มีกระแสน ้าไหลเชี่ยว จับได้วัน ละ 5-10 ตัวในช่วงน ้าหลาก ซึ่งปลาที่ติดแน่งพร้อมๆกับปลาดาบลาวคือ ปลาเพี้ย ปลาตะเพียน ปลาปีกเหลือง ปลาสะป๊ าก ปลาดาบลาวจะติดแน่งช่วงเดือนมกราคมประมาณ 2-3 ตัวเดียว หรือ 5-7 ตัว ปี 2564 ทั้งปี จับได้ ประมาณ 40 ตัว น ามาท าอาหารเมนูลาบ เพราะมีก้างเยอะ หรือตากแห้งปิ้งไฟอ่อนๆต าใส่มะม่วง ขายราคา กิโลกรัมละ 20 บาทคนไม่ค่อยนิยมกินจึงขายยาก ขายรวมกับปลาชนิดอื่นๆคนซื้อก็ไม่เอา ผมคิดว่าปลาชนิดนี้อยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของบ้านม่วงชุมตลอดทั้งปี ถึงช่วงน ้าหลากปลาจะ อพยพขึ้นไปตอนบน สังเกตจากปลาดาบลาวจะติดแน่งบริเวณวังร่องเวียงหวายซึ่งอยู่ทางด้านบนของเขต อนุรักษ์ในช่วงน ้าหลากของทุกปี ส่วนเดือนมกราคม ปลาจะล่องลงไปด้านล่างสังเกตได้จากปลาดาบลาวที่ติด แน่ง บริเวณวังท่าบ้าน วังท่าแสนสาว และวังดินแดง ด้านล่างของเขตอนุรักษ์ ต้นปี 2565 เป็นต้นมาถึงสิ้นเดือน


31 กุมภาพันธ์ จับปลาดาบลาวจากพื้นที่ด้านล่างของเขตอนุรักษ์ได้แล้ว 20 ตัว ตัวที่ใหญ่ที่สุดหนัก 1 กิโลกรัม แต่ ทั่วไปตัวประมาณ 400-500 กรัม เคยเห็นตัวนากกัดกินปลาดาบลาวในพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา นากกินไปครึ่งตัว คิดว่าตั้งแต่ท าเขต อนุรักษ์เป็นต้นมามีทั้งนาก และปลาหลากหลายชนิดที่แพร่กระจายพันธุ์จากที่นี้ รวมถึงปลาดาบลาวด้วย ตั้งแต่มีอาชีพหาปลามากว่า 50ปี ก็พบปลาชนิดนี้อยู่ตลอดในแม่น ้าอิง ไม่ค่อยพบในหนองน ้าที่มีน ้านิ่ง ปริมาณที่จับได้ในแต่ละปีขึ้นอยู่กับว่าปีไหนจะมีปริมาณน ้าท่วมมากน้อยแค่ไหน ถ้าน ้าหลากมากก็จะจับได้ มาก ปีไหนน ้าน้อยก็จับปลาได้น้อย แต่ก็พบปลาดาบลาวทุกปีในพื้นที่น ้าอิงบ้านม่วงชุม ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้น มาสังเกตว่าปลาดาบลาวมีเยอะขึ้น และเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ดูได้จากตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมาจับปลาชนิดนี้ได้ เยอะขึ้นเรื่อยๆ ปี 2562 ผมจับปลาดาบลาวได้บริเวณวังร่องเวียงหวาย ใส่แน่งคืนเดียวได้ปลาดาบลาว ครึ่ง กระสอบปุ๋ ย ประมาณ 100 ตัวได้ ผมเอาปลาทั้งหมดให้เพื่อนคนบ้านร่องห้า เพราะไม่อยากเอากลับมาเพราะ ไม่มีคนชื้อ ราคาถูก และไม่อยากกินเอง เพื่อนเอาไปขายเขาบอกว่าได้เงิน 500 บาท ที่จับปลาดาบลาวได้เยอะ ปี 2562 เพราะน ้าจากแม่น ้าโขงดันขึ้นมาท าให้เกิดน ้าหลาก 4 ครั้ง ปลาดาบลาวจึงออกจากเขตอนุรักษ์หรือ น่าจะอพยพมาจากแม่น ้าโขงด้วย ปริมาณน ้าในแม่น ้าอิงและแม่น ้าโขงจึงส าคัญต่อการท่วมหลากของแม่น ้าอิง ที่จะท าให้ปลามีการอพยพวางไข่ และเป็นพื้นที่วางไข่ของปลา รวมถึงเขตอนุรักษ์ก้ส าคัญที่เป็นที่อยู่อาศัยที่ ปลอดภัยของปลานานาชนิด” นายเกษม อุ่นเรือน บ้านป่ าข่า ต าบลป่าตาล อ าเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “ปลาดาบลาวส่วน ใหญ่จะพบเจอในพื้นที่ป่ าส้มแสงและหนองมน ช่วงฤดูน ้าหลาก น ้าจากแม่น ้าอิงจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ป่ าและ เชื่อมมายังหนองน ้าของหมู่บ้าน จึงท าให้สามารถจับปลาดาบลาวได้ คนหาปลาบ้านป่ าข่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยพบ เจอปลาดาบลาวในแม่น ้าอิงบริเวณนี้ ขนาดของปลาดาบลาวที่พบมีความยาวประมาณ 50 เซนติเมตรน ้าหนัก 500 กรัม อุปกรณ์ที่ใช้จับตาข่าย (แหน่งตา 6 ตา 7 ตา 8 เซนติเมตร) และอวนลาก ปลาดาบลาวไม่นิยมมา รับประทาน เพราะมีก้างเยอะ และไม่เป็นที่นิยมในการซื้อขาย ช่วงระยะในการพบและจับปลาดาบลาวคือฤดู น ้าหลาก ช่วงเดือน มิถุนายน-ตุลาคม ตั้งแต่ปี2560 เป็นต้นมาพบเจอน้อยมากในพื้นที่บ้านป่ าข่า” นายวิชาญ ภิวงศ์บ้านห้วยสัก หมู่ 9 ต าบลยางฮอม อ าเภอตาล จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “ชาวบ้านจับปลา ดาบลาวได้ส่วนใหญ่ได้ในพื้นที่หลงส้มแสง ข้างแม่น ้าอิง ซึ่งบ้านห้วยสัก มีหลงริมแม่น ้าอิงและหนองน ้าขนาด


32 ใหญ่ที่รับน ้าท่วมหลากจากแม่น ้าอิงและพื้นที่น ้าหลากจากทุ่งนาและล าห้วยสาขาที่เชื่อมกับแม่น ้าอิง จับปลา ดาบลาวได้ในช่วงเดือนตุลาคม หรือช่วงฤดูหนาว เป็นช่วงที่น ้าในแม่น ้าอิงเริ่มลดลงชาวบ้านก็จะลงไปหาปลา โดยใช้แห ซึ่งปลาดาบลาวที่จับได้จะอยู่เพียงล าพังไม่รวมฝูง แต่อยู่รวมกับปลาชนิดอื่น น่าจะเป็นที่นิสัยที่ชอบ กินปลาเล็กปลาน้อยจึงอยู่รวมกับปลาชนิดอื่นๆ เพื่อสะดวกต่อการล่าหาอาหารเพียงล าพังตัวเดียว เป็นปลาที่ เริ่มหายากมากขึ้นหากเทียบกับอดีต เพราะช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาชาวบ้านจับปลาชนิดนี้ได้น้อยมาก คิดว่าน่าจะ มาจากน ้าอิงที่มีปริมาณน้อยในช่วงฤดูฝน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่มีน ้าท่วมหลากอย่างเต็มที่เหมือนในอดีต ปลาดาบลาวเป็นปลาที่ชาวบ้านก็ไม่ค่อยอยากจะจับมากนักเพราะไม่มีราคา ท าอาหารยาก เนื่องจากมีก้าง เยอะ” นายศักดิ์ชัย วุฒิพรหม บ้านเวียงใต้ ต าบลเวียง อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “พื้นที่หาปลาบ้านเวียง ใต้ พบปลาดาบลาวได้ในช่วงต้นฤดูฝน ปลาดาบลาว คนแถวนี้ใช้ปลาชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มฤดูกาล หาปลาของช่วงฤดูฝน น ้าในแม่น ้าอิงจะเริ่มทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สังเกตจากการอพยพของปลาดาบลาว ที่ อพยพขึ้นมาเรื่อยๆและชาวบ้านเริ่มจับปลาชนิดนี้ได้ เนื่องจากปลาชนิดนี้เป็นปลาชนิดแรก อันดับแรกของปลา อพยพทั้งหมดในช่วงฤดูฝนที่เดินทางอพยพจากตอนล่างขึ้นไปตอนบน หลังการอพยพของปลาดาบลาวได้สัก ระยะหนึ่ง ปลาที่อพยพเป็นอันดับสองคือปลาเกก ปลาขบ หรือปลาปากหวิด เป็นปลาประเภทนักล่ากินเนื้อ ซึ่ง กินลูกปลา ปลาขนาดเล็กเหมือนปลาดาบลาว ก็จะอพยพขึ้นตามมา ดังนั้นชาวบ้านถึงใช้การอพยพของปลา ดาบลาวเป็นสัญญาณของการเข้าสู่ฤดูฝนที่จะมีน ้าท่วมหลากใกล้จะมาถึงของปีนั้นๆ ชาวบ้านแต่ละคนจะใส่ ตาข่าย(แน่งตาขนาดใหญ่) เพื่อรอจับปลา เกก หรือปลาขนาดใหญ่ที่ก าลังอพยพตามขึ้นมา ส่วนปลาดาบลาว ที่จับได้ส่วนใหญ่ติดตาข่าย(แน่ง) ขนาดตัวตั้งแต่ 800 กรัม ถึง 1 กิโลกรัม ในแต่ละปีคนหาปลาบ้านเวียงใต้ก็จะ จับปลาดาบลาวได้ประมาณคนละ 10-15 ตัว พื้นที่หาปลาของชาวบ้านแถบ อ าเทิง เป็นพื้นที่ที่มีแม่น ้าสาขา 2 สายคือ แม่น ้าลาว และแม่น ้าลอย ไหลลงแม่น ้าอิง ในช่วงฤดูน ้าหลาก จึงมีปลาค่อยข้างเยอะมากกว่าพื้นที่อื่นๆ จึงท าให้สามารถจับปลาดาบลาว ได้มากตามไปด้วย เพราะปลาเหล่านี้ชอบน ้าไหล ทั้งที่เป็นน ้าไหลแรงและน ้าไหลเอื่อยๆ เหมาะแก่การหา อาหารล่าลูกปลาและปลาเล็กปลาน้อยที่อพยพขึ้นไปวางไข่ช่วงฤดูฝนนี้เช่นกัน และปลาเหล่านี้มีเป็นจ านวน มากให้ปลาประเภทกินเนื้อได้ล่าเป็นอาหาร หลังช่วงฤดูฝนผ่านพ้นไปแล้วก็จะไม่ค่อยจับปลาดาบลาวได้ ซึ่ง นานๆทีจะจับได้ ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่ชอบอาศัย หากินในพื้นที่น ้าไหล ไม่ค่อยชอบอยู่ในพื้นที่น ้านิ่ง”


33 นางค าแปง น้อยเศษ บ้านบุญเรือง หมู่2 ต าบลบุญเรือง อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “จับปลา ดาบลาวได้ช่วงเดือน สิงหาคม-ตุลาคม โดยใช้เครื่องมือ ยกยอ (จ ๋า) จับได้น้อยมากนานๆครั้ง จับไม่ค่อยได้ บ่อยเพราะมันไม่ค่อยมีเยอะเหมือนปลาชนิดอื่น จับได้ก็จะมีตัวเดียว ไม่เหมือนปลาชนิดอื่นๆ ปลาชนิดอื่นๆที่ จับได้เยอะเพราะมากันเป็นฝูงใหญ่เช่นปลา สะป๊ าก ปลาบอก ปลาสร้อย เป็นต้น” นายสุรัตน์ น้อยตา บ้านบุญเรือง ม 2 ต าบลบุญเรือง อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “จับปลา ดาบลาวได้ช่วง เดือนกันยายน-ตุลาคม ส่วนใหญ่ติดแน่ง (ตาข่าย) เป็นปลาที่ไม่ค่อยติดเบ็ด ส่วนใหญ่ออกหา กินเพียงล าพังพบในแม่น ้าอิงเป็นหลัก ที่ที่เป็นน ้าไหล ไม่ค่อยพบในพื้นที่หนองน ้า เพราะเป็นปลาที่ชอบน ้าไหล ไม่ชอบน ้านิ่ง นานๆจับได้เพราะไม่ค่อยมีเยอะเหมือนปลาเกล็ดชนิดอื่นๆ” นายชัชวาล ชูยัง บ้านหาดไคร้ต าบลเวียง อ าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “ผมเป็นคนหาปลาใน แม่น ้าโขง (หาปลาเป็นอาชีพเสริม ) ปี 2564จับปลาดาบลาวได้ 20 ตัว ซึ่งปีก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2560จับไม่ได้ เลย ถือว่าเป็นปลาที่ค่อยข้างหายาก และค่อยข้างแปลกใจเหมือนกันว่าปีนี้จับได้หลายตัว ใช้อุปกรณ์มองไหล ขนาด 6ซ.ม.และ 12ซ.ม. ซึ่งเป็นมอง 2ชั้นประกบกัน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า มองก๋บ คือการน าเอามอง 2 ขนาดมาซ้อนกันเป็นผืนเดียว ช่วงที่ไหลมองจับปลาดาบลาวได้ มี 2ช่วงเวลาคือ ช่วงน ้าหลากเดือน มิถุนายน ถึงตุลาคม และช่วงน ้าลง เดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม ปลาดาบลาวเป็นปลาที่มีเกล็ดละเอียดมาก รูปร่าว เรียวยาว ความยาวประมาณ 20-30ซ.ม. ปลาท่จับได้ส่วนใหญ่มีน ้าหนัก 300-600 กรัม ซึ่งผมเคยจับได้ หนัก สูงสุดคือ 600 กรัม บริเวณที่จับได้ส่วนใหญ่จะอยู่ริมฝั่งที่มีกระแสน ้าไหลเชี่ยว จับได้ตัวเดียวไม่เคยจับได้เป็นฝูง เป็นปลาที่กินแมลง ปลาตัวเล็ก สัตว์น ้าขนาดเล็กที่ลอยบนผิวน ้า โดยพุ่งกินเหยื่อมาจากด้านล่างใต้น ้า ปลา ดาบลาวที่จับได้เก็บไว้กินเองไม่ขาย ประกอบอาหารได้เฉพาะท าลาบ เนื่องจากมีก้างเยอะมากน าไปท าเมนู อื่นๆ ไม่นิยม ซึ่งราคาขายในตลาดขายกิโลกรัมละ 250 บาท”


34 3.3.3 ความสา คัญของปลาดาบลาวกับระบบนิเวศลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ปลาดาบลาวเป็นปลาล่าเหยื่อ มักหากินบริเวณใกล้ผิวน ้า เป็นปลาที่ว่ายน ้าเร็วมาก อาหารที่กินได้แก่ ปลาขนาดเล็กจ าพวกปลาซิวและแมลง ปลาดาบลาวเป็นปลานักล่าที่คอยควบคุมปริมาณปลา และแมลง ขนาดเล็กในแม่น ้า ปลาดาบลาวจะอ่อนแอต่อน ้าเน่าเสียอันเป็นลักษณะของปลาในวงศ์ปลาตะเพียน ปัจจุบันพบปลา ดาบลาวในจ านวนเพียงไม่กี่ตัวในแม่น ้าใหญ่ๆ ในพื้นที่ภาคต่างๆประเทศไทย ที่มีน ้าสะอาด สาเหตุของการใกล้ สูญพันธุ์ คือ การเน่าเสียของล าน ้าในปัจจุบัน ดังนั้นการพบปลาดาบลาวในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่างแสดงให้เห็นว่าคุณภาพน ้าของลุ่มน ้าอิงและ แม่น ้าโขงในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยยังมีคุณภาพน ้าที่ดี ไม่มีปัญหาการเน่าเสีย อยู่ในเกณฑ์คุณภาพที่ ดีที่ท าให้ปลาดาบลาวสามารถอยู่อาศัยและกระจายพันธุ์ได้ดีในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง จากการศึกษาพบว่าสามารถพบปลาดาบลาวได้ในแม่น ้าอิงและแม่น ้าโขง ซึ่งการพบในแม่น ้าอิงพบได้ บ่อยมากกว่าในแม่น ้าโขง ซึ่งปัจจัยส าคัญที่ท าให้พบปลาดาบลาวได้บ่อยและมีจ านวนมากในแม่น ้าอิง คือ ปัจจัยด้านระบบนิเวศ และกิจกรรมด้านการอนุรักษท์รัพยากรของชาวบ้านในพืน้ที่ลุ่มน ้าอิง ตอนล่าง 1.มีป่ าชุ่มน ้าที่มีน ้าท่วมหลากตามฤดูกาล 26 แห่ง ท าให้ปลาดาบลาวสามารถอพยพ ขึ้นลงในลุ่มน ้า อิงตอนล่าง เพื่อวางไข่ อยู่อาศัยและหากินในพื้นที่น ้าท่วมหลาก กว่า 22,422 ไร่ 2.มีพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา 17 แห่ง ในลุ่มน ้าอิงตอนล่างที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย แหล่งอยู่อาศัย ได้ ตลอดทั้งปี 3.พื้นที่แม่น ้าอิงตอนล่างยังไม่มี เขื่อน หรือสิ่งก่อสร้างที่สร้างขวางแม่น ้า และล าห้วยสาขา ที่เป็น สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่กั้นการอพยพเคลื่อนย้ายของปลาและสัตว์น ้าในแม่น ้าอิงและแม่น ้าโขง


35 4. ล าห้วยสาขาและพื้นที่หนองน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่างมีอยู่เป็นจ านวนมาก เป็นพื้นที่ที่มีลูกปลาและ ปลาขนาดเล็กเป็นจ านวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะนิสัยของปลาดาบลาวที่เป็นปลาล่าเหยื่อ ปลาชนิดนี้จะ ลอยตัวรวมกันเป็นฝูงหลวมๆ มักหากินบริเวณใกล้ผิวน ้า เป็นปลาที่ว่ายน ้าเร็วมาก กินอาหารได้แก่ ปลาขนาด เล็กจ าพวกปลาซิวและแมลง และจะโฉบขึ้นกินลูกปลาที่ว่ายอยู่เหนือหัว ปัจจัยความนิยมในการบริโภค ปลาดาบลาว เป็นปลาที่ไม่มีราคาและไม่นิยมกินเป็นอาหาร เนื่องจากมีก้างเยอะและมีกลิ่นคาวมาก ชาวบ้านหรือคนหาปลามักจะไม่นิยมจับปลาชนิดนี้ เนื่องจากขายไม่ได้และน ามากินเป็นอาหารก็ยากล าบากใน การจัดการ เนื่องจากปลามีก้างจ านวนมาก หากมีความจ าเป็นในการน ามาเป็นอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ จะต้องท าเมนูลาบ ที่ต้องสับเนื้อและก้างให้ละเอียด แล้วค่อยน าไปปรุงเมนูลาบ หรือเมนูลูกชิ้นปลาลวก หรือ น าไปแปรรูปโดยการตากแห้ง ซึ่งมีขั้นตอนเพิ่มมากขึ้น หากปริมาณที่จับได้มีจ านวนน้อยก็จะเสียเวลาในการ จัดการ ดังนั้น ชาวบ้านและคนหาปลาจะหลีกเลี่ยงไม่จับปลาชนิดนี้ 3.3.4 ภัยคุกคามทสี่่งผลต่อปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ปัญหาที่ก าลังคุกคามป่ าชุ่มน ้าที่พบในปัจจุบันคือ 1) การสูญเสียพื้นที่ป่ า 2) การใช้ประโยชน์ป่ าชุ่ม น ้าอย่างไม่ยั่งยืน 3) ขาดการฟื้นฟูป่ าชุ่มน ้า 4) ภัยคุกคามจากการใช้ประโยชน์ที่ดินในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 5) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 6) การเปลี่ยนแปลงของระดับน ้าในแม่น ้าโขงจากการสร้างเขื่อนในจีน 7) การเปลี่ยนแปลงของแม่น ้าอิง 8) การเปลี่ยนแปลงของป่ าต้นน ้า และ 9) การลดลงของสัตว์ป่ า สัตว์น ้า และ แมลง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1) การสูญเสียพืน้ทปี่่า ป่ าชุ่มน ้าทั้งส่วนที่เป็นป่ าของชุมชนและป่ าขนาดเล็กในพื้นที่ส่วนบุคคลมีการ ลดลงอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันมีแรงกดดันสูงในการที่จะเอาพื้นที่ป่ าขนาดใหญ่ไปใช้รองรับกิจกรรมต่างๆ ภายใต้การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีความต้องการใช้พื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่างสูงโดยภาคธุรกิจและภาครัฐ เพื่อการพัฒนาด้านต่างๆโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเพราะอยู่ในเส้นทางที่จะเชื่อมไปยังประเทศ จีนและลาว ในขณะที่พื้นที่ราบขนาดใหญ่ไม่มีแล้วหรือมีราคาแพง พื้นที่ป่ าชุ่มน ้าเป็นที่ราบใกล้ถนน ลุ่มน ้าอิงตอนล่างตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางด้านการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เชื่อมต่อกับ ประเทศลาว จีน และพม่า มีการสร้างถนนเชื่อมระหว่างประเทศเริ่มต้นชายแดนประเทศจีน-ลาวที่เมืองบ่อเต็น


36 ผ่านประเทศลาวโดยถนน R3A และเชื่อมกับฝั่งไทยที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่อ าเภอเชียงของซึ่งเชื่อมต่อกับ ถนนขนาด 6 ช่องทางการจราจรขนานไปล าแม่น ้าอิงตอนล่าง พร้อมกับก าลังมีการสร้างถนนขนาดใหญ่ เชื่อมต่ออกไปอีกรวมทั้งเส้นทางรถไฟที่จะเชื่อมมาถึงอ าเภอเชียงของ จึงมีความต้องการพื้นที่อย่างมากในการ พัฒนาด้านต่างๆเพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งด้านลอจิสติก อุตสาหกรรม การเกษตรแปลงใหญ่เพื่อ อุตสาหกรรมและการส่งออก หรือการด าเนินงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงการตั้งหน่วยงานของภาครัฐและ สถาบันการศึกษา ซึ่งจ าเป็นต้องใช้ที่ดินที่ราบ มีขนาดใหญ่ รวมทั้งต้องราคาไม่แพง แต่ในพื้นที่ลุ่มน ้าอิง ตอนล่างไม่มีที่ดินลักษณะนี้เหลืออยู่เลยอีกทั้งราคาที่ดินก็ทะยานสูงขึ้นมาก แต่ป่ าชุ่มน ้าเป็นที่ดินแปลงใหญ่ อยู่ดินกับแม่น ้าและถนนใหญ่ดังกล่าว อีกทั้งถูกมองว่าสามารถยึดเอามาได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อในราคาแพง ดังนั้นป่ าชุ่มน ้าและพื้นที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้านจึงเป็นที่จับจ้องในการน าไปใช้รองรับกิจกรรมต่างๆ ดังกล่าว มีการใช้วิธีการมากมายทั้งทางตรงทางอ้อม ทั้งถูกและไม่ถูกกฎหมายเพื่อแย่งเอาป่ าชุ่มน ้าและที่ สาธารณะประโยชน์ของชาวบ้านไป ตั้งแต่การใช้ ม.44 การกดดันผ่านทางหน่วยงานรัฐทุกระดับ ไปจนถึงการ ใช้เงินหว่านล้อมสร้างความแตกแยกในชุมชน กรณีตัวอย่างที่ชัดเจน คือ กรณีป่ าชุ่มน ้าบ้านบุญเรือง ที่ในปี 255824 มีการประกาศที่จะคัดเลือกเอา ป่ าชุ่มน ้าบ้านบุญเรืองไปเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 1,700 ไร่ ตามค าสั่งของ ม.44 และสร้างสาขาของ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 1,200 ไร่ ซึ่งชาวบ้านและองค์กรพัฒนาเอกชนได้ร่วมกันคัดค้านจนส าเร็จ กรณีป่ าชุ่มน ้า บ้านทุ่งงิ้วซึ่งอยู่ใกล้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ก็มีความพยายามน าป่ าไปใช้อยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันทั้ง ด้านอุตสาหกรรมและสาขาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ หรือกรณีป่ าชุ่มน ้าบ้านห้วยสัก ม.9 ซึ่งเดิมมีขนาด 2,000 ไร่ ปัจจุบันก าลังอยู่ในระหว่างข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับบริษัทซีพีซึ่งซื้อที่ดินจากชาวบ้านไป 42 แปลงและ ออกเอกสารสิทธิ์เอง 15 แปลง เพื่อท าการเกษตร เช่น ปลูกข้าวโพดเมล็ดพันธุ์ สวนล าไย ส้มโอ และศูนย์เมล็ด พันธุ์ข้าว ท าให้ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 273 ไร่ที่ยังไม่มีข้อพิพาท จึงจะเห็นว่าแม้ชุมชนที่รักษาไว้อย่างเข้มแข็งแต่ปัจจุบันแรงกดดันก็มีสูงขึ้น จ าเป็นต้องการการปกป้อง ทางกฎหมายมาช่วย 2) การใช้ประโยชนป์ ่าชุ่มน ้าอย่างไม่ย่ังยืน พื้นที่ชุ่มน ้าหลายแห่งถูกน าพื้นที่ไปใช้อย่างไม่ยั่งยืนทั้ง จากคนในชุมชน บริษัทเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ มีการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่ชุ่มน ้าไปใช้ประโยชน์ใน ด้านอื่นๆ โดยสิ้นเชิง เช่น ปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทางการเกษตรอย่างถาวร การปรับปรุงพื้นที่เป็นแหล่งน ้า การขุด 24 ไทยรัฐ ออนไลน์. (15 สิงหาคม 2558). “ชำวบ้ำนเชียงของออกโรงต้ำนโค่นป่ ำ 1,700ไร่สร้ำงเขตเศรษฐกิจพิเศษ” ที่มา: http://www.thairath.co.th/news/local/518513.


37 ลอก การถมพื้นที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ท าอาคารโรงงาน เช่น โครงการแปรรูปยางของบริษัทศรีตรัง ใน พื้นที่ต าบลยางฮอมได้ท าการถมพื้นที่ชุ่มน ้า เพื่อสร้างอาคารและโรงจัดเก็บยางพารา โครงการก่อสร้างประตู ระบายน ้าแก่นนคร มีการปรับพื้นที่เพื่อสร้างอาคารประตูระบายน ้าและอาคารประกอบในพื้นที่ชุ่มน ้าบ้านซาว วา เนื้อที่กว่า 200 ไร่ ท าให้ระบบนิเวศบริเวณดังกล่าวเปลี่ยนไป ซึ่งเมื่อท าการก่อสร้างแล้วเสร็จ ประตูระบาย น ้าแห่งนี้จะเป็นเขื่อนกั้นล าน ้าอิงตอนล่างแห่งแรกที่คาดว่าจะส่งผลต่อการจัดการน ้าและระบบการบริหารน ้าที่ จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน ้า โครงการขุดลอกหนองน ้าหนองขอนแก่น ในพื้นที่ชุ่มน ้าบ้านม่วงชุม หลังการ ด าเนินการขุดลอกหนองน ้า 2แห่งแล้วเสร็จท าให้น ้าที่เคยมีอยู่ตลอดทั้งปีในสภาพเดิมของหนองน ้า ปัจจุบัน ไม่ มีน ้าอยู่ในหนองน ้ามาแล้วกว่า 2 ปี ท าให้ปลาและสัตว์น ้าที่ชาวบ้านเคยหาเป็นอาหารได้หายไปเช่นกัน ซึ่ง หนองน ้าทั้ง 2 แห่งมีแนวโน้มที่จะไม่มีน ้าจากล าน ้าอิงและพื้นที่ชุ่มน ้าไหลเข้ามาเนื่องจากมีการสร้างอาคาร บังคับน ้าที่สูงกว่าระดับเดิมและปิดกั้นร่องล าน ้าเดิมที่เคยมีมาตั้งแต่อดีต นอกจากนั้นแล้วยังท าให้ต้นไม้ใน พื้นที่ชุ่มน ้าเสียหายเนื่องจากการน าดินทั้งหมดจากการขุดลอกไปเททับพื้นที่เดิมที่มีต้นไม้อยู่หนาแน่น และการ น าพื้นที่ชุ่มน ้าในพื้นที่บ้านศรีดอนชัย และบ้านทุ่งอ่าง เปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่ทางการเกษตรอย่างถาวร เป็นต้น 3 ) ขาดการฟื้นฟูป่ าชุ่มน ้าที่เป็นเป้าหมายของโครงการทั้ง 26 แปลง ชาวบ้านรักษาไว้เป็นป่ าชุมชน ตามหลักจารีตประเพณี ซึ่งการบริหารจัดการทั้งอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ท าโดยก าลังและงบประมาณ ชุมชนเอง โดยในจ านวนนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นป่ าชุมชนกับกรมป่ าไม้ 6 แปลง การฟื้นฟูป่ าต้องอาศัย งบประมาณและก าลังคนของชุมขนเองซึ่งมีไม่มากนักท าให้การรักษาและฟื้นฟูในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิด ความเสื่อมโทรมจากหลายปัจจัยไม่มีความเพียงพอและต่อเนื่อง 4) ภัยคุกคามจากการใช้ประโยชน์ที่ดินในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ดังที่กล่าวไปแล้วในข้อ 1 ปัจจุบัน แรงกดดันในการใช้ที่ดินในลุ่มน ้าตอนล่างในรูปแบบต่างๆมีมากขึ้น นอกจากการสูญเสียพื้นที่ป่ าชุ่มน ้าแล้ว การ เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ของที่ดินยังก่อให้เกิดผลกระทบหลายด้าน เช่น การท าให้ป่ าแต่ละแห่งมีการแยก ห่างจากกันมากขึ้น ขาดเส้นทางเชื่อมระหว่างป่ าชุ่มน ้าหรือกับทรัพยากรธรรมชาติอื่น เช่น ห้วย หนอง และป่ า บนบก ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินและสารเคมีของพื้นที่รอบป่ า เช่น กรณีการท าสวนกล้วยหอมแบบ ระบบเกษตรแปลงใหญ่เพื่อการส่งออกไปยังประเทศจีน โดยบริษัทจากประเทศจีนผ่านนิอร์มินีคนไทยที่ได้มา เช่าพื้นที่ริมฝั่ งแม่น ้าอิงในต.พยาเม็งราย อ.พญาเม็งราย 2,750 ไร่25 ในปี 2559 เพื่อปลูกกล้วยโดยต้องใช้ สารเคมีและน ้าจ านวนมากทั้งสูบจากแม่น ้าอิงและเจาะน ้าบาดาล ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชน กรณี 25 สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. มปป. สวนกล้วย รวยพิษ แย่งน ้ำ กินรวบ. http://www.livingriversiam.org/images/ing-river/banana-plantationing-river.pdf


38 การกว้านซื้อที่ดินและยึดพื้นที่ป่ าชุ่มน ้าบ้านห้วยสักของบริษัทซีพีเพื่อท าการเกษตรแปลงใหญ่ดังกล่าว หรือ กรณีการท าโรงงานแปรรูปน ้ายางพารา 5) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยพบว่าป่ าชุ่มน ้าหลายแห่งไม่ได้ถูกน ้าท่วมมาเป็น เวลา 3 ปีแล้ว26 ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฝนและระดับน ้าจากแม่น ้าโขง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของ ป่ าชุ่มน ้า เช่น ต้นไม้ยืนต้นตายเพราะถูกแมลงเจาะเนื่องจากน ้าไม่ท่วมต้นไม้ จนชาวบ้านต้องจัดการบวชป่ า เพื่อหวังจะช่วยฟื้นฟูป่ า 6) การเปลี่ยนแปลงของระดับน ้าในแม่น ้าโขงจากการสร้างเขื่อน ปัจจุบันเขื่อนแม่น ้าโขงใน ประเทศจีนถูกสร้างไปแล้ว 12 เขื่อน27 ซึ่งได้เริ่มสร้างผลกระทบต่อการขึ้นลงของระดับน ้าและปริมาณน ้าใน แม่น ้าโขงมาตั้งแต่ปี 2539 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเนื่องจากปริมาณน ้าในแม่น ้าโขงในส่วนพื้นที่ภาคเหนือเกือบ ร้อยละ 100 มาจากน ้าโขงในประเทศจีนเพราะไม่มีน ้าสาขา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศของแม่น ้าอิง ตอนล่างและป่ าชุ่มน ้า โดยเฉพาะการท่วมของป่ าชุ่มน ้าในฤดูน ้าหลาก 7) การเปลี่ยนแปลงของแม่น ้าอิง จากการเกษตร การท านาปรัง ปลูกข้าว ยางพารา และปาร์ม ใน หน้าแล้งที่ต้องสูบน ้าจากแม่น ้าอิงและใช้สารเคมีเยอะ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่ง แม่น ้า 8) การเปลี่ยนแปลงของป่าต้นน ้า ในภูเขาทั้งสองข้างของลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ซึ่งเป็นต้นก าเนิดของล า ห้วย 86 สายที่ไหลลงแม่น ้าอิง และล าห้วยดังกล่าวยังเป็นเส้นทางเชื่อมกันของระบบนิเวศของป่ าบกและป่ า ชุ่มน ้าด้วย เช่น การเป็นเส้นทางเดินของสัตว์ป่ า ปลาและสัตว์น ้า 26 เมือง ศรีสม. (2562). สัมภาษณ์, กำรบวชป่ ำชุ่มน ้ำที่บ้ำนม่วงชุม. 27สถาบันชุมชนลุ่มน ้าโขง. (2563). “เขื่อนแม่น ้ำโขง”. ที่มา: http://www.mekongci.org/index.php/mci-work/dam/dams


39 ภาพที่11 สภาพพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง บ้านศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย ปีพ.ศ. 2544 ภาพที่12 สภาพพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง บ้านศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย ปี พ.ศ. 2564


40 4. ความสัมพันธข์องการอนุรักษท์รัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนกับปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ลุ่มน ้าอิงตอนล่างเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง เช่น คุณภาพน ้า การบุกรุกพื้นที่สาธารณะรอบป่ าชุ่มน ้า หนองน ้า และพื้นที่สาธารณะของชุมชน จากกิจกรรมต่างๆของชุมชนและผู้ประกอบการ การลดจ านวนลงของ ชนิดพันธุ์ปลาท้องถิ่น การเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง ปัญหาการบริหารจัดการน ้าลุ่มอิงตอนบน น ้าอิงตอนกลาง พื้นที่ป่ าชุ่มน ้าลดลงจากการเร่งปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชื้อ และการเผชิญกับการ เปลี่ยนแปลงของระดับน ้าโขงบริเวณปากแม่น ้าอิง พันธุ์ปลาในแม่น ้าอิงลดลง บางชนิดสูญพันธุ์ บางชนิดใกล้ สูญพันธุ์ ซึ่งการลดลงดังกล่าวส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน เมื่อเกิดวิกฤตสิ่งแวดล้อมล้อมทางด้านดิน น ้า ป่ า ชุมชนในลุ่มน ้าอิงได้เกิดความตระหนักถึงสภาพปั ญหาดังกล่าวที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและ ทรัพยากรธรรมชาติ หลายชุมชนเริ่มเห็นความส าคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเป็นฐาน ทรัพยากรทางอาหารให้คนในชุมชน ได้มีความมั่นคงทางอาหารทั้งจากป่ าและแม่น ้า ได้ก่อเกิดเขตอนุรักษ์พันธุ์ ปลาในแม่น ้าอิง แม่น ้าสาขาและหนองน ้าต่างๆ รวมถึงการจัดการป่ าชุมชน ป่ าชุ่มน ้าริมแม่น ้าอิง ได้มีการ ก าหนดข้อบังคับกฎระเบียบเพื่อน าไปสู่การปฏิบัติร่วมกันของชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียงในการดูแลรักษาพื้นที่ รูปธรรม ปัจจุบันแนวคิดและการปฏิบัติจริงในการอนุรักษ์ป่ า และพันธุ์ปลาได้ขยายไปหลายหมู่บ้านในลุ่มน ้าอิง การส ารวจข้อมูลเบื้องต้นของสมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิตพบว่า ชุมชนท้องถิ่นในลุ่มน ้าอิงได้ด าเนินการฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ การอนุรักษ์ฟื้นฟูป่ าต้นน ้า การอนุรักษ์พันธ์เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาลุ่มน ้าอิง และการ จัดการป่ าชุมชนและป่ าชุ่มน ้าลุ่มน ้าอิงรูปธรรมเด่นชัดของลุ่มน ้าอิง คือ การตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาประจ า


41 หมู่บ้านอย่างน้อย 62 หมู่บ้านตลอดลุ่มน ้าทั้งตอนบนตอนกลางและตอนล่าง เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาเป็น ความส าเร็จที่พิสูจน์อย่างชัดเจนของการเพิ่มจ านวนทั้งชนิดพันธุ์ปลาและจ านวนประชากรของปลา จากการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนในรูปแบบต่างๆ และการจัด ให้มีเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการอนุรักษ์พันธุ์ปลา การจัดการพื้นที่ป่ าชุ่มน ้า และการจัดการป่ าชุมชนใน ลุ่มน ้าอิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อน าเสนอถ่ายทอดความส าเร็จในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละชุมชน และ ขยายพื้นที่รูปธรรมเหล่านี้ไปสู่ชุมชนอื่นท าให้เกิดความตระหนักถึงความส าคัญของการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเกิดแนวทางในการรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผลของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนในลุ่มน ้าอิง ที่ชาวบ้านและหน่วยงานทั้งภาครัฐและ เอกชน องค์กรภาคประชาสังคมได้ร่วมกันท ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ท าให้เกิดพื้นที่รูปธรรมและเป็นที่ ยอมรับของทุกภาคส่วนว่าสามารถฟื้นฟูทรัพยากรที่มีความส าคัญต่อชาวบ้านให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง 4.1 การอนุรักษท์รัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 4.1.1 การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ทั้ง 19 แห่ง มีรูปแบบการจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา 4 รูปแบบ คือ 1.การอนุรักษ์แบบถาวร ไม่ให้มีการจับปลาในเขตอนุรักษ์โดยเด็ดขาดแต่หาปลาได้ตามปกตินอก เขตอนุรักษ์ 2.แบบกึ่งถาวรโดยเปิดให้ประมูล เป็นลักษณะการจัดการเขตอนุรักษ์แบบเปิดให้ชาวบ้านในชุมชน และคนภายนอกชุมชนมาประมูลหาปลาในเขตอนุรักษ์ได้ ภายใน 1 เดือน โดยก าหนดการประมูลทุก 3-5 ปี เงินรายได้ที่เกิดจากการประมูลจะน าไปใช้เพื่อประโยชน์ของชุมชน 3.แบบกึ่งถาวรเปิดแบบขายบัตร เป็น ลักษณะการจัดการเขตอนุรักษ์แบบเปิดให้ชาวบ้านทั่วไปชื้อบัตรลงหาปลาในเขตอนุรักษ์ 1 วัน โดยจะ ก าหนดการขายบัตรทุก 1-2 ปี4. แบบกึ่งถาวรเปิดให้ชุมชนหาเอง เป็นลักษณะการจัดการเขตอนุรักษ์แบบเปิด ให้เฉพาะคนชุมชนได้ลงหาปลาในเขตอนุรักษ์เพียง 1 วัน ต่อปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ความส าคัญของเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา คือ เป็นพื้นที่รูปธรรมในการฟื้นฟูทรัพยากรด้านปลาและสัตว์น ้า ร่วมกันของชุมชน เป็นพื้นที่ปลอดภัย อยู่อาศัย และแหล่งวางไข่ของปลานานาชนิดที่กระจายพันธุ์และปริมาณ ออกไปนอกเขต ให้ชาวบ้านได้จับปลาเหล่านั้นเป็นอาหารและอาชีพสร้างรายได้ หลังจากการเกิดวิกฤตไม่มี ปลาและสัตว์น ้ามาตั้งแต่ช่วง ก่อนปี 2540 ซึ่งหลังการเริ่มท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา ก็เห็นผลส าเร็จ นอกจากจะ ส าคัญต่อชาวบ้านแล้วยังเป็นส่วนส าคัญในการฟื้นฟูให้สัตว์น ้าและสัตว์ป่ าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุ่มน ้าและพื้นที่ ป่ าบกบนดอย ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ เช่น นาก ชะมด นก และสัตว์ป่ าชนิดอื่นๆได้เข้ามาหาอาหารจากเขต


42 อนุรักษ์พันธุ์ปลา ในหลายพื้นที่ที่มีเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ชุ่มน ้า มีการยืนยันสัตว์ป่ าชนิดต่างๆ เข้ามาอาศัย หาอาหาร เช่น พื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของบ้านม่วงชุมและบ้านป่ าข่า ที่มีนากเข้ามาอาศัยหา กินปลาในพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชุมชน การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา เมื่อได้มองย้อนอดีตกลับไปเมื่อปี 2542 หรือกว่า 20 ปีที่แล้ว จาก จุดเริ่มต้นเล็กๆของชาวบ้านลุ่มน ้าอิงตอนกลางและตอนล่าง เดินทางไปดูตัวอย่างการจัดท าเขตออนุรักษ์พันธุ์ ปลาจากลุ่มน ้าน่าน กลับมาริเริ่มท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของตัวเอง ค่อยๆจุดประกายและกระจายแนวคิด เพิ่ม พื้นที่รูปธรรมไปสู่อีกหลายชุมชนในลุ่มน ้า เริ่มเชื่อมร้อยแลกเปลี่ยนเป็นเครือข่ายชาวบ้านอย่างค่อยเป็นค่อยไป เข้าร่วมในกิจกรรมของชุมชนต่างๆด้วยจุดหมายที่คล้ายกันเหมือนกัน คือ การเพิ่มจ านวนปลาและมีพื้นที่ ปลอดภัยให้ปลาได้อยู่อาศัยเพื่อกระจายลูกหลาน ซึ่งจุดประสงค์ท้ายสุด คือ หลักประกันว่าชาวบ้านมีปลากิน ตลอดไป การตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาประจ าหมู่บ้านอย่างน้อย 62 หมู่บ้าน ตลอดลุ่มน ้าทั้งตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง เป็นการขยายแนวคิดและพื้นที่รูปธรรมของคนในลุ่มน ้าอิงด้วยกันเองมากว่า 20 ปี ซึ่งเริ่มต้นที่ลุ่ม น ้าอิงตอนล่าง จากการส ารวจเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาในล าน ้าอิงตอนล่างจากอ าเภอเทิงไปถึงปากแม่น ้าที่ไหลลง แม่น ้าโขงมีทั้งหมด 19 แห่ง ซึ่งแต่ละชุมชนที่จัดท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาก็ปรับการจัดการให้สอดคล้องกับชุมชน ของตนเอง ซึ่งพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของแต่ละหมู่บ้าน มีทั้งที่อยู่ในล าน ้าอิงและพื้นหนองน ้าสาธารณะของ หมู่บ้าน ปัจจุบันมีเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 19 หมู่บ้าน กระจายอยู่ตลอดความยาวล าน ้า 133 กิโลเมตร 2.ตารางรายชื่อเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ล าดับ ชื่อเขตอนุรักษพ์ ันธุป์ลา ต าบล อ าเภอ จังหวัด 1 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านเวียงใต้ หมู่ 15 เวียง เทิง เชียงราย 2 เขตอนุรักษ์ชุมชนเทศบาลเวียงเทิง เวียง เทิง เชียงราย 3 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านสันทรายทอง เวียง เทิง เชียงราย 4 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านสันทรายงาม เวียง เทิง เชียงราย 5 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านป่ าข่า ป่ าตาล ขุนตาล เชียงราย 6 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านชมพู ยางฮอม ขุนตาล เชียงราย 7 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านน ้าแพร่ ยางฮอม ขุนตาล เชียงราย 8 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านงามเมือง ยางฮอม ขุนตาล เชียงราย


43 9 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านแดนเมือง บุญเรือง เชียงของ เชียงราย 10 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านต้นปล้อง บุญเรือง เชียงของ เชียงราย 11 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านบุญเรือง หมู่ 2 บุญเรือง เชียงของ เชียงราย 12 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านหลวง ครึ่ง เชียงของ เชียงราย 13 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านม่วงชุม ครึ่ง เชียงของ เชียงราย 14 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านตอง หมู่ 9 ครึ่ง เชียงของ เชียงราย 15 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านตอง หมู่6 ครึ่ง เชียงของ เชียงราย 16 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านท่าเจริญ ศรดอนชัย เชียงของ เชียงราย 17 เขตอนุรักษ์ชุมชนศรีดอนชัย ศรีดอนชัย เชียงของ เชียงราย 18 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านเต๋น ศรีดอนชัย เชียงของ เชียงราย 19 เขตอนุรักษ์ชุมชนบ้านปากอิง ศรีดอนชัย เชียงของ เชียงราย 4.1.2 การอนุรักษพ์ ืน้ทชีุ่่มน ้า/ป่าชุ่มน ้า การจัดการพื้นที่ชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ป่ าริมน ้าอิง หรือป่ าชุ่มน ้า (Seasonally Flooded Forest) หมายถึง สังคมของพืชพรรณป่ าไม้ชนิดหนึ่งในบริเวณพื้นที่น ้าท่วมถึงริมฝั่งแม่น ้า ล าธาร ซึ่งเกิดจากการหลาก ท่วมและการเปลี่ยนทางเดินของแม่น ้า ดินตะกอนที่น ้าพัดพามาได้ทับถม จนดินมีความอุดมสมบูรณ์ จนเกิด เป็นสังคมพืช อันหลากหลายทั้งไม้ยืนต้นและไม้ล้มลุก ในฤดูฝนหรือฤดูน ้าหลากจะมีน ้าท่วมขัง ประมาณ 3 เดือน พืชพรรณในป่ าริมน ้า เป็นพืชพรรณที่มีลักษณะพิเศษ มีวิวัฒนาการมาเป็นพันปีเพื่อด ารงชีวิตอยู่ใน สภาพแวดล้อมในที่ราบน ้าท่วมถึง จึงสามารถแช่ขังอยู่ในน ้าได้เป็นเวลานาน พืชหลายขนาด มีระบบราก อากาศจ านวนมาก และเมื่อถูกตัดหรือโค่น น ้าท่วมก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จากการที่ป่ าริมน ้ามีสภาพ ทางกายภาพและพืชพรรณอันหลากหลาย จึงเป็นระบบนิเวศที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสัตว์ป่ า สัตว์น ้า และนก นานาชนิด กล่าวได้ว่าป่ าริมน ้าเป็นบริเวณที่มีความส าคัญต่อการด ารงชีวิตของคนในชุมชน เพราะเป็นแหล่ง แพร่ขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น ้าในช่วงฤดูน ้าหลากเป็นแหล่งท ามาหากินของนกน ้าและสัตว์ป่ า นอกจากนี้ป่ า ริมน ้ายังมีบทบาทใน การดูดซับน ้า การรักษาระดับน ้าใต้ดิน และการชะลอความแรงของกระแสน ้า ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งที่กักเก็บธาตุอาหารที่ไหลมากับกระแสน ้าและกรองสารเคมีหรือสารพิษที่ลอยมากับ น ้า รวมทั้งป้องกันการชะล้างพังทลายของดินชายฝั่ง


44 ในลุ่มน ้าอิงจะพบป่ าริมน ้า พื้นที่ชุ่มน ้า บริเวณริมฝั่งแม่น ้าและหนองน ้า ได้แก่ หนองเล็งทราย และ บริเวณลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ซึ่งสภาพแม่น ้ากว้างและคดเคี้ยว ในอ.เทิง อ.ขุนตาล จนถึงอ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นที่ราบน ้าท่วมถึงประมาณ 22,422 ไร่ พบพื้นที่ป่ าจ านวน 26 แห่ง รวมพื้นที่ 8,568 ไร่ กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา สัตว์น ้า ที่ส าคัญของแม่น ้าอิงและแม่น ้าโขง พื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง มีลักษณะทางกายภาพเป็นที่ราบโดยมีขนาดความกว้างของแม่น ้าประมาณ 150-200 เมตร ในฤดูน ้าหลากน ้า จะไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ชุ่มน ้า ท าให้ปลาที่อพยพขึ้นมาจากแม่น ้าโขง และแม่น ้าอิงเข้าไปวางไข่ ส่งผลให้มี ปริมาณและชนิดพันธุ์ที่หลากหลาย ป่ าริมน ้า พื้นที่ชุ่มน ้า ทั้ง 26 แห่ง ชุมชนได้มีมาตรการและกฎระเบียบร่วมกันในการใช้ประโยชน์และ ดูแลรักษา เพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกพื้นที่และเกิดการใช้ประโยชนอย่างยั่งยืน 3. ตารางรายชื่อพืน้ทชีุ่่มน ้าลุ่มน ้าอิงตอนล่าง ล าดับ ชื่อป่า ทตี่ั้ง/หมู่บ้าน ต าบล อ าเภอ จังหวัด 1 ป่ าบ้านทุ่งอ่าง บ้านทุ่งอ่าง ม.6 สถาน เชียงของ เชียงราย 2 ป่ าปางควาย บ้านทุ่งงิ้ว ม.2 สถาน เชียงของ เชียงราย 3 หนองรงค์ บ้านศรีดอนชัย ม.15 ศรีดอนชัย เชียงของ เชียงราย 4 หนองวงค์ บ้านศรีดอนชัย ม.7 ศรีดอนชัย เชียงของ เชียงราย 5 ป่ าบ้านตองเก้า บ้านตองเก้า ม.9 ครึ่ง เชียงของ เชียงราย 6 ป่ าหนองขอนแก่น บ้านม่วงชุม ม.7 ครึ่ง เชียงของ เชียงราย 7 ป่ าบ้านครึ่งใต้ บ้านครึ่งใต้ม.2 ครึ่ง เชียงของ เชียงราย 8 ป่ าบ้านซาววา บ้านซาววา ม.3 บุญเรือง เชียงของ เชียงราย 9 ป่ าบุญเรือง บ้านบุญเรืองใต้ม.2 บุญเรือง เชียงของ เชียงราย 10 ป่ าบุญเรือง บ้านบุญเรืองเหนือ ม.1, บ้านภูแกง ม.10 บุญเรือง เชียงของ เชียงราย 11 ป่ าบุญเรือง บ้านต้นปล้อง ม.5, บ้านต้นปล้องใต้ ม.8 บุญเรือง เชียงของ เชียงราย 12 ป่ าบ้านแดนเมือง บ้านแดนเมือง ม.6 บุญเรือง เชียงของ เชียงราย 13 ป่ าบ้านห้วยซ้อใต้ บ้านห้วยซ้อใต้ม.2 ห้วยซ้อ เชียงของ เชียงราย


45 14 ป่ าบ้านห้วยซ้อ บ้านเกษตรสมบูรณ์ม.19 ห้วยซ้อ เชียงของ เชียงราย 15 ป่ าข่อย บ้านงามเมือง ม.11 ยางฮอม ขุนตาล เชียงราย 16 ป่ าข่วงเจิง บ้านงามเมือง ม.11 ยางฮอม ขุนตาล เชียงราย 17 ป่ าหนองโค้งวังมล บ้านน ้าแพร่เหนือ ม.14 ยางฮอม ขุนตาล เชียงราย 18 ป่ าตะเหี้ย/ป่ าถ่อน บ้านทุ่งศรีเกิด ม.3 ยางฮอม ขุนตาล เชียงราย 19 ป่ านอกโต้ง บ้านป่ าบงน ้าล้อม ม.1 ยางฮอม ขุนตาล เชียงราย 20 ป่ าวังท่าช้าง-วังไผ่ตั้ง บ้านยางฮอม ม.9 ยางฮอม ขุนตาล เชียงราย 21 ป่ าร่องส้มแสง บ้านป่ าข่า ม.8 ป่ าตาล ขุนตาล เชียงราย 22 ป่ าร่องเสือ บ้านป่ าข่า ม.8 ป่ าตาล ขุนตาล เชียงราย 23 ป่ าหนองปลาโอ่ บ้านน ้าอิง ม.10 ต้า ขุนตาล เชียงราย 24 ป่ าหล่ายอิง บ้านสันสะลีก ม.1 พญาเม็งราย พญาเม็ง ราย เชียงราย 25 ป่ าวังเสือ บ้านชวา ม.3 สันทรายงาม เทิง เชียงราย 26 ป่ าหนองชุมแสง บ้านชวา ม.3 สันทรายงาม เทิง เชียงราย 4.2 ปัจจัยความสัมพันธข์องการอนุรักษท์รัพยากรธรรมชาติในลุ่มน ้าอิงตอนล่างกับแหล่งทอี่ยู่อาศัย และแหล่งหากินของปลาดาบลาว 4.2.1 ปัจจัยความส าเร็จในการท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชุมชน 1.มีกรรมการที่ดูแลเขตอนุรักษ์เข้มงวดในการเฝ้าดูแล และชาวบ้านมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสของผู้ ที่ละเมิดข้อตกลง (การจัดท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของทุกชุมชนจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด เพื่อเป็น กรรมการจัดการ ดูแล และรักษากฎระเบียบที่ได้ตกลงร่วมกันโดยมีหน้าที่สอดส่องดูแลตัดสินชี้ขาดต่อผู้ละเมิด กฎระเบียบของเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา) 2.ได้ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนรอบข้างทราบ 3. จัดกิจกรรมสืบชะตาแม่น ้าและปล่อยปลาทุกปีอย่างต่อเนื่อง 4.ชาวบ้านเห็นรูปธรรมความส าเร็จเป็นเชิงประจักษ์ มีปลาเพิ่มขึ้น


Click to View FlipBook Version