46 5.การจัดตั้งกลุ่มและมีการจัดการกองทุนที่ดี 6.มีการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่น เช่นเทศบาลจัดงบสนับสนุนกิจกรรมเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา 7.มีองค์กรภาคีเครือข่ายลุ่มน ้าอิง 8.การยกระดับความรู้ ขยายแนวคิดไปยังชุมชนรอบข้างให้จัดท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาเพิ่มมากขึ้น ผลทเี่กิดขึน้จากการทา เขตอนุรักษพ์ ันธุป์ลาในลุ่มน ้าอิง จากการท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาในแต่ละ ชุมชนในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลง คือ 1. การบริหารจัดการน ้าในการใช้น ้าแม่น ้าอิง ล าน ้าสาขา และหนองน ้า ได้ค านึงถึงการจัดการน ้าเพื่อ รักษาระบบนิเวศและรักษาระดับน ้าเพื่อให้ปลาในพื้นที่เขตอนุรักษ์สามารถอยู่อาศัยได้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเดิมใน อดีตก่อนที่จะมีเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาการจัดการน ้าได้ใช้น ้าจนหมดล ้าน ้าหรือจนหมดหนองน ้า เมื่อมีการจัดท า เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาน ้าในล าน ้ามีเพียงพอต่อการรักษาระบบนิเวศ เกิดการประสานงานของแต่ละหมู่บ้านไม่ให้ ใช้น ้าจนหมดล าน ้าในช่วงฤดูแล้ง 2. ด้านอาหาร จากปริมาณปลาในแหล่งน ้าที่เพิ่มขึ้น ชุมชนสามารถจับปลามาเป็นอาหารประจ าวัน เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หลายครอบครัวยึดอาชีพหาปลาเป็นหลัก น าไปจ าหน่ายสร้างรายได้ประจ า 3. ปลาที่กระจายพันธุ์ทั้งชนิดและปริมาณมีมากขึ้น ท าให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจับปลา นอกเขตอนุรักษ์ และน ามาท าผลิตภัณฑ์จากปลา เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม แจ่วบอง เป็นต้น บางชุมชนยังมีรายได้ จากการขายปลา น าเงินมาท ากิจกรรมส่วนรวมของชุมชนจากการเปิดให้ประมูลจับปลาในเขตอนุรักษ์ 4. ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจ และมีสถานที่แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ความส าเร็จจากการด าเนินงานการ อนุรักษ์พันธุ์ปลาและสัตว์น ้าหรือที่เรียกว่า “วังปลา” ของชุมชน ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจให้กับชุมชนที่มีฝูง ปลาและสัตว์น ้าจ านวนมาก และสร้างความตระหนัก รักและหวงแหน นอกจากนั้นวังปลาดังกล่าวสามารถ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือการพักผ่อนหย่อนใจได้ 5. ความสัมพันธ์ของชุมชน พบว่าความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้านและความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้านมี ลักษณะที่ดี คนในชุมชน ได้ร่วมมือกันในการจัดการปัญหาทั้งในระดับหมู่บ้านและระดับต าบล นอกจากจะ
47 สามารถร่วมกันจัดการทรัพยากรปลาและสัตว์น ้าภายในชุมชนแล้ว ยังขยายผลการด าเนินงานไปสู่การแก้ไข ปัญหาเรื่องอื่นในชุมชนและระหว่างหมู่บ้านรอบข้างได้ 6. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขยายเป็นเครือข่าย น าไปสู่การยกระดับเป็นเครือข่ายร่วมกันของสภา ประชาชนลุ่มน ้าอิง 4.2.2 ปัจจัยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษแ์หล่งที่อยู่อาศัยของปลาในลุ่มน ้าอิง การจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชาวบ้านในลุ่มน ้าอิงตอนล่างเกิดจากการที่คณะกรรมการของ หมู่บ้านและชาวบ้านบางส่วนไปศึกษาดูงานจากพื้นที่ที่จัดท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา ที่ประสบผลส าเร็จแล้ว คณะกรรมการและชาวบ้านที่ไปดูงานกลับมาจัดประชุมชี้แจงสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้ชาวบ้านฟังและปรึกษาความ เป็นไปได้หรือความเห็นของชาวบ้าน และการก าหนดจุดที่จะจัดท าเขต โดยเมื่อมีความเห็นร่วมกันของชาวบ้าน ในหมู่บ้านก็จะจัดท าประชาคมเพื่อเป็นมติร่วมกันของชาวบ้านทั้งหมด เมื่อชาวบ้านมีมติร่วมกันให้จัดท าเขต อนุรักษ์พันธุ์ปลา ก็จะก าหนดจุดและเขต เริ่มประกาศเขตและจัดกิจกรรมท าพิธีสืบชะตาแม่น ้า ขึงเชือกท าสัญ ลักษ์ก าหนดเขต ปักป้ายข้อบังคับ ท าหนังสือถึงผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านรอบๆ และประกาศเสียงตามสายให้ ชาวบ้านทราบถึงการด าเนินการเขตอนุรักษ์ของหมู่บ้าน โดยมีกฎระเบียบและกฎกติกาของเขตอนุรักษ์ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเริ่มต้นจากการมีส่วนร่วมของทุกคนในชุมชนและใช้วิธีประชาคมลงความเห็น ร่วมกัน ซึ่งปัญหาอุปสรรคในช่วงเริ่มต้น ในช่วงปีแรกของการท าเขตอนุรักษ์จะมีการคัดค้านจากคนในชุมชนที่ ไม่เห็นด้วยอยู่บางส่วน เนื่องจากเขาคิดว่าการก าหนดเขตได้ท าให้พื้นที่หาปลาที่ดีที่สุดของหมู่บ้านหายไป ท า ให้คนหาปลาขาดโอกาสจับปลา ซึ่งในปีแรกคณะกรรมการต้องมุ่งมั่นยึดตามหลักกฎกติกา หากมีกรณีจับปรับ ผู้ละเมิดข้อตกลงต้องด าเนินการอย่างเด็ดขาด เมื่อเกิดความเด็ดขาดตามหลักกฎกติกา หลังจากนั้นก็จะไม่มี การละเมิดเข้าไปจับปลาในเขตอนุรักษ์ การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเป็นปัจจัยส าคัญอย่างยิ่งต่อความส าเร็จของการจัดท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ ปลา เนื่องจากเป็นข้อท้าทายอย่างยิ่งต่อการควบคุมกฎกติกา หากได้รับการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนคอย สอดส่องดูแลรักษากฎกติกา แจ้งเบาะแส ห้ามปรามคนจากในชุมชนและคนจากนอกชุมชนที่ไม่เข้าใจหรือ พยายามละเมิดกฎกติกา จะท าให้การจัดท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชุมชนส าเร็จได้
48 1.ชุมชนมีความตระหนักถึงความส าคัญของเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา จากการมีเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาท าให้ ปลาในแม่น ้าอิงเพิ่มขึ้น ประมงพื้นบ้านจับปลาได้มากขึ้น สามารถสร้างรายได้และมีปลาบริโภคในครัวเรือนได้ ตลอดทั้งปี 2. การมีผู้น าชุมชนความเข้มแข็ง มีศักยภาพ มีวิสัยทัศน์ สามารถสร้างความเข้าใจให้แก่คนในชุมชน โดยผ่านการอธิบายถึงประโยชน์ของการอนุรักษ์ คนในชุมชนเริ่มเข้าใจและเห็นความส าคัญ จะเกิดการมีส่วน ร่วมและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาเขตอนุรักษ์ 3. คณะกรรมการเขตอนุรักษ์ท างานเป็นทีม แบ่งบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการแต่ ละคนตามความสามารถที่ชัดเจน เช่น การเฝ้าระวังดูแล ปกป้องการลักลอบจับปลาในเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา 4. ความสามัคคีของคนในชุมชนที่ร่วมแรง ร่วมใจ และเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ การดูแลรักษา เขตอนุรักษ์ร่วมกับกรรมการและผู้น าชุมชน 5. การได้รับสนับสนุนและหนุนเสริมจากหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรพัฒนาเอกชนในด้านการพัฒนาศักยภาพ งบประมาณ รวมทั้งการสื่อสารข้อมูลของชุมชนต่อ สาธารณะ 4.2.3 ปัจจัยการจัดการระบบนิเวศของพืน้ทเี่ขตอนุรักษพ์ ันธุป์ลาและป่าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิง ตอนล่าง การจัดการระบบนิเวศของพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน การท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของหลายชุมชนในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง เพื่อที่เขตอนุรักษ์พันธุ์พันธุ์ปลาอยู่ในพื้นที่ เดียวกันกับพื้นที่ป่ าชุ่มน ้าของชุมชน เช่น บ้านม่วงชุม บ้านงามเมือง บ้านป่ าข่า การจัดการระบบนิเวศแม่น ้า และป่ าชุ่มน ้าเกิดขึ้นพร้อมๆกัน รวมถึงการอนุรักษ์ป่าไม้ หลังจากที่เกิดวิกฤตปัญหาจากความเสื่อมโทรมของ ทรัพยากร ดิน น ้า ป่ า ของชุมชน เมื่อชุมชนเห็นและตระหนักว่าทรัพยากรเหล่านนั้นเสื่อมโทรมจนส่งผลถึง ตัวเอง บวกกับการเข้ามาขององค์กรพัฒนาเอกชนเข้ามาร่วมกระตุ้น สนับสนุนกิจกรรมการและแนวคิดการ ฟื้นฟูทรัพยากรที่ก าลังเสื่อมโทรมลงจากการท าการเกษตรอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรังที่ต้อง สูบน ้าจากแม่น ้าอิงมาใช้ในฤดูแล้งและใช้สารเคมีจ านวนมาก ส่งผลกระทบส าคัญต่อระบบนิเวศแม่น ้าและ
49 แหล่งที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น ้า เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา และการฟื้นฟูป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิง จึงเริ่มเกิดขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมา ระบบนิเวศแม่น ้าและป่ าชุ่มน ้าลุ่มน ้าอิงตอนล่างมีส่วนส าคัญอย่างมากของระบบนิเวศ ที่ราบปาก แม่น ้า ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ราบน ้าท่วมถึงและเป็นปากแม่น ้าที่แม่น ้าอิงไหลลงแม่น ้าโขง อิทธิพลของน ้าท่วม หลากของพื้นที่บริเวณนี้จึงเป็นพื้นที่น ้าท่วมถึงทุกปีก่อเกิดวัฒนธรรมการหาปลาและการยังชีพที่สัมพันธ์กับ การจับปลาและการท าเกษตรในที่ราบที่ต้องใช้น ้าจากพื้นที่ป่ าชุ่มน ้า ที่มีหนองน ้าเป็นจ านวนมากในพื้นที่ การ จัดการเขตออนุรักษ์พันธุ์ปลาและป่ าชุ่มน ้าจึงเป็นส่วนสัมพันธ์ที่มีผลต่อวิถีชีวิตของคนและสัตว์ เป็นทั้งแหล่ง อาหาร แหล่งใช้ประโยชน์ ใช้สอย แหล่งอยู่อาศัยของสัตว์ป่ าทั้งที่ประจ าถิ่นและประเภทอพยพ ตัวอย่างของการจัดการพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและป่ าชุ่มน ้าของชุมชนบ้านบุญเรือง ต.บุญเรือง อ. เชียงของ จ.เชียงราย พื้นที่ป่ าชุ่มน ้าแห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในลุ่มน ้าอิงตอนล่างระบนิเวศของป่ าชุ่มน ้าเชื่อมโยง กับระบบน ้าของแม่น ้าอิงในช่วงฤดูน ้าหลาก น ้าจากแม่น ้าอิงจากเอ่อท่วมหลากเข้ามาในพื้นที่ป่ าผ่านร่องน ้า ต่างๆที่กระจายอยู่ในพื้นที่ป่ า ร่องน ้าเหล่านี้เชื่อมต่อกัยหนองน ้าที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ป่ า เมื่อเกิดการท่วม หลากของน ้าอิงในแต่ละปี ปลาที่อพยพมาจากแม่น ้าอิงและแม่น ้าโขงจะเข้าไปวางไข่ เป็นแหล่งอนุบาลปลา และสัตว์น ้าในวัยอ่อน เมื่อน ้าลดลงปลาและสัตว์น ้าจะอพยพลงสู่แม่น ้าอิงและแม่น ้าโขง ปลาบางส่วนอพยพลง แม่น ้าอิงไม่ทันก็จะเป็นปลาที่ค้างอยู่ในหนองน ้าขนาดเล็กขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่ าชุ่มน ้าของชุมชน ปลาบางส่วน อพยพลงแม่น ้าโขง และอีกบางส่วนอพยพอยู่อาศัยอยู่ในวังน ้าขนาดใหญ่ในแม่น ้าอิงเป็นปลาประจ าถิ่นในน ้า อิง ซึ่งวัฎจักรเหล่านี้เชื่อมโยงกัน การมีปลาประจ าถิ่นในแม่น ้าอิงหรือปลาค้างวังในแม่น ้าอิง สอดคล้องกับการ จัดท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชุมชน เนื่องจากแต่ละชุมชนที่มีเป็นเขตอนุรักษ์ ชาวบ้านจะเลือกวังปลาขนาด ใหญ่ในแม่น ้าอิง หรือหนองน ้าขนาดใหญ่ในป่ าชุ่มน ้าของชุมชน เป็นเขตอนุรักษ์ ปลานานาชนิดที่เป็นปลา ประจ าถิ่นในแม่น ้าอิงจะเข้าไปอยู่อาศัยในเขตอนุรักษ์ที่เป็นวังน ้าขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ปลอดภัยได้ตลอดทั้งปี เมื่อปลามีจ านวนมากในเขตอนุรักษ์ก็จะกระจายความหนาแน่นเหล่านั้นออกไปจากเขตอนุรักษ์ท าให้ชาวบ้าน สามารถจับปลาได้ตลอดทั้งปีเมื่อเทียบกับในอดีตที่ไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในวังน ้าขนาดใหญ่ในน ้าอิง หรือหนอง น ้าขนาดใหญ่ ปลาทุกชนิดและทุกขนาดไม่มีที่อยู่ที่ปลอดภัย คนหาปลาจับปลาทุกชนิดและทุกขนาดในทุก พื้นที่ของแม่น ้าอิงและหนองน ้าจึงท าให้ปลาในแม่น ้าอิงในอดีตที่ไม่มีเขตอนุรักษ์ถูกจับจนหมดในทุกพื้นที่ของ แม่น ้า
50 ป่ าชุ่มน ้าเป็นแหล่งนิเวศที่ส าคัญทั้งช่วงฤดูน ้าหลากและฤดูแล้ง ในช่วงน ้าหลากพื้นที่ป่ าชุ่มน ้าเป็น แหล่งรองรับน ้าขนาดใหญ่ของลุ่มน ้า เพื่อป้องกันน ้าท่วมในพื้นที่ ช่วงฤดูแล้งเป็นแหล่งให้น ้าจากหนองน ้าและ น ้าใต้ดินในการท าเกษตรของชาวบ้านในช่วงฤดูแล้งและเป็นตัวรักษาระบบนิเวศลุ่มน ้าที่เป็นพื้นที่ชุ่มน ้า รวมถึง รักษาปริมาณน ้าในวังปลาของเขตอนุรักษ์ด้วย ท าให้ปลาที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตอนุรักษ์สามารถอยู่ได้ตลอดทั้ง ปี ดังนั้น ปัจจัยการจัดการป่ าชุ่มน ้าจึงสอดคล้องและส าคัญต่อวิถีของชุมชนทั้งด้านทรัพยากร สังคม วัฒนธรรมและการจัดการน ้าด้านการเกษตรและด้านการรักษาระบบนิเวศแม่น ้า ที่ค านึงถึงเขตอนุรักษ์พันธุ์ ปลาของชุมชน ทั้ง 19 แห่ง ท าให้เกิดความหลากหลายของชนิดปลาในแม่น ้าอิง พบปลาทั้งหมด 22 วงศ์ 57 สกุล รวม 82 ชนิด28 รายงานการศึกษาปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง โดยสมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิตด้วย กระบวนการงานวิจัยไทบ้านร่วมกับชาวบ้าน การเก็บตัวอย่างชนิดพันธุปลาดาบลาว บริเวณที่ไหลผ่าน อ.เทิง อ.ขุนตาล อ.เชียงของ จ.เชียงราย ด้วยเครื่องมือ แห ข่าย ส ารวจตามจุดท่าขึ้นปลาและตลาดปลาในชุมชน ท า ให้ทราบการกระจายพันธุ์ของปลาดาบลาว มีจ านวนเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่างตั้งแต่ อ.เทิง ถึง อ. เชียงของ จ.เชียงราย จุดที่พบปลาดาบลาวจ านวน 14 แห่ง โดยพบปลาดาบลาวมากที่สุดในพื้นที่บ้านม่วงชุม ต.ครึ่ง อ.เชียงของ รองลงมาคือบ้านเวียงใต้ ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย โดยทั้ง 2 แห่ง พบปลาดาบลาวเป็น จ านวนมากอันเป็นผลมาจากมีเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา พื้นที่ป่ าชุ่มน ้า และมีแม่น ้าสาขาหลายสายที่ไหลลงแม่น ้า อิงในพื้นที่ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและหากินของปลาดาบลาว ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยการด าเนินงานด้านการสร้าง พื้นที่รูปธรรมการอนุรักษ์ เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและพื้นที่ป่าชุ่มน ้าริมแม่น ้าอิงของชาวบ้านจึงท าให้ปลาดาบลาว กระจายพันธุ์ได้มากขึ้นในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนล่าง และแม่น ้าโขง 28 แก่นเกษตร 41 ฉบับพิเศษ 1 : (2556). ควำมหลำกหลำยของชนิดปลำในแม่น ้ำอิง ศิริลักษณ์ วลัญช์เพียร และ อภินันท์ สุวรรณรักษ์
51 5. สรุปและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุป ผลการส ารวจข้อมูลเบื้องต้นนี้พบว่ามีปลาดาบลาวอาศัยอยู่ในแม่น ้าอิงตอนล่างและแม่น ้าโขงใน ภาคเหนือของประเทศไทย ปลาดาบลาวที่พบในแม่น ้าอิงและแม่น ้าโขงเป็นปลาดาบลาวที่มีขนาดตัวโตเต็มวัย มีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดเล็กและบางช่วงอยู่เพียงล าพัง เป็นปลาล่าเหยื่อที่กินแมลง และลูกปลา ขนาดเล็ก มีรูปร่างที่ปาดเปรียวเคลื่อนไหวบนผิวน ้าได้รวดเร็ว มีขนาดล าตัวยาว เกล็ดขนาดเล็ก ขนาดน ้าหนัก สูงสุดที่ชาวบ้านในแม่น ้าอิงจับได้ 1 กิโลกรัม พบแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาดาบลาว อย่างน้อย 16 แห่ง โดยใน จ านวนนี้พบในแม่น ้าอิง 14 แห่งและแม่น ้าโขง 2 แห่งซึ่งเป็นริมฝั่งของแม่น ้าโขง ส่วนในแม่น ้าอิงพบใกล้กับเขต อนุรักษ์ปลา 3 แห่ง และในแม่น ้าอิงใกล้พื้นที่ป่ าชุ่มน ้า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้านต่างๆของชุมชนที่ กระจายตัวอยู่ตลอดล าน ้ามีส่วนส าคัญในการท าให้ระบบนิเวศยังคงสมบูรณ์เหมาะส าหรับการอยู่อาศัยของ ปลาดาบลาว เครื่องมือหาปลาที่ปลาดาบลาวมักถูกจับได้บ่อยมากที่สุด คือ แน่ง (ตาข่ายขนาด 6 ซ.ม.) โดย สามารถจับปลาชนิดนี้ได้ใน 2 ช่วงคือ เดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ พบว่าชาวบ้านไม่มีความนิยมในการบริโภคปลาดาบลาวเนื่องจากมีก้างเยอะ มีกลิ่นคาว และขายได้ราคาถูก
52 ประเด็นที่พบจากการศึกษาที่ส าคัญคือ การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและการจัดการพื้นที่ชุ่มน ้า แม่น ้าอิงตอนล่าง เป็นสิ่งที่น่าสนใจว่าการกระจายตัวของปลาดาบลาวจ านวนมาก ซึ่งหายากที่จะพบลักษณะ แบบนี้ในลุ่มน ้าอื่นในประเทศไทย การส ารวจครั้งนี้สันนิษฐานว่าปัจจัยส าคัญที่ท าให้ระบบนิเวศแม่น ้าอิงเหมาะ ต่อการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาดาบลาว 2 ประการ ประการแรก การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้านต่างๆของชาวบ้านตลอดแม่น ้าอิงตอนล่างอย่างเป็น องค์รวมและตั้งอยู่บนฐานของวัฒนธรรมและความรู้ท้องถิ่น จากข้อมูลข้างต้นในแม่น ้าอิงตอนล่างมีป่ าชุ่มน ้า อยู่ 26แห่ง มีเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา 19แห่ง จุดที่พบปลาดาบลาวอยู่ใน 16แห่ง เป็นจุดที่อยู่ใกล้กับบริเวณเขต อนุรักษ์พันธุ์ปลา 3 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบปลาดาบลาวอยู่อาศัยซุกชุมมากที่สุด ประการที่สอง คือแม่น ้าอิงตอนล่างมีระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน ้าที่เหมาะสมทั้งการเชื่อมต่อกับระบบนิเวศ แม่น ้าโขง ที่ส าคัญการท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาเป็นปัจจัยส าคัญและโดยตรงที่ท าให้ปลาดาบลาวกระจายพันธุ์ อยู่ในแม่น ้าอิงและแม่น ้าโขงในภาคเหนือของประเทศไทยได้ การท าเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลากระจายเป็นหย่อมๆ ท าให้ปลาดาบลาวมีพื้นที่ปลอดภัย อยู่อาศัยและหากินได้ตลอดทั้งปีในแม่น ้าอิงและแม่น ้าโขง ที่เป็นระบบ นิเวศแม่น ้าที่เชื่อมต่อกัน 5.2 ข้อเสนอแนะ 5.2.1 ข้อเสนอแนะในการน าผลการศึกษาไปปฏิบัติ 1) หน่วยงานของกรมประมง และประมงจังหวัดเชียงราย ควรสนับสนุนและส่งเสริมการด าเนินงาน ด้านการจัดกิจกรรมเขตอนรักษ์พันธุ์ปลาของชุมชน คือ 1.การสนับสนุนงบประมาณการด าเนินกิจกรรมของ ชุมชนหรือส่งเสริมงานด้านวิชาการเพื่อต่อยอดงานอนุรักษ์พันธุ์ปลาเพื่อน าไปสู่การพัฒนาอาชีพของชุมชน เช่น การเพาะพันธุ์ปลาท้องถิ่น หรือพันธุ์ปลาที่เสี่ยงใกล้สูญพันธุ์เพื่อขยายจ านวนประชากรร่วมกับชุมชน 2.การ รับรองเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชุมชน 3.แต่งตั้งประมงอาสาหมู่บ้าน เพื่อให้ช่วยเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาเขตอนุรักษ์ พันธุ์ปลาและเฝ้าระวังการจับปลาด้วยเครื่องมือผิดวิธีหรือท าลายล้าง 4.ศึกษาทางวิชาการความเกี่ยวเนื่องของ พื้นที่แม่น ้าอิงตอนล่าง ป่ าชุ่มน ้า ให้ทราบถึงแหล่งอนุบาลปลาและสัตว์วัยอ่อน น าไปสู่การปกป้องพื้นที่ของ แหล่งอนุบาลปลาและสัตว์น ้าวัยอ่อน 2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ควรจะสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและพื้นที่ชุ่มน ้า ด้วยการออกเป็นเทศบัญญัติท้องถิ่นกับการจัดการพื้นที่ชุ่มน ้าและ
53 ทรัพยากรธรรมชาติเป็นระบียบกฎหมายที่รับรองกฎระเบียบเดิมของชุมชน เพื่อยกระดับการจัดการดูและให้ เป็นที่ยอมรับในระดับท้องถิ่นได้ 3) ชุมชนควรจะด าเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไปในด้านการสืบสานง้านด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร เพื่อ หลักประกันการมีอยู่มีกินของชาวบ้าน เนื่องจากทรัพยากรเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่อยู่ใกล้ชุมชนและชุมชน สามารถเข้าไปใช้ได้ง่ายและมีราคาถูกต่อการด ารงชีวิต หากขาดทรัพยากรเหล่านนี้ไปอาจท าให้การ ความสามารถในการพึ่งพาตัวเองบนฐานทรัพยากรใกล้บ้านอาจจะหมดไป 5.2.2 ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป 1) การศึกษาการกระจายพันธุ์ ลักษณะทางอนุกรมวิธาน และการจ าแนกชนิด รวมถึงการตรวจสอบ สถานภาพการถูกคุกคามของปลาที่พบในแม่น ้าอิง จากฐานข้อมูลชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามในประเทศไทย รวมถึง ปริมาณปลาดาบลาวที่พบในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง และลุ่มน ้าอิง 2) การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนท้องถิ่นในลุ่มน ้าอิง ตอนล่างกับแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาดาบลาว 3) การศึกษาระบบนิเวศและแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาดาบลาวในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 4) การศึกษาแหล่งอนุบาลปลาและสัตว์วัยอ่อนในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง 5) การศึกษาข้อมูลปลาดาบลาวในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนบนและตอนกลาง รวมถึงแม่น ้ากก และแม่น ้า โขงตอนบนในภาคเหนือ
54 บรรณานุกรม กลุ่มรักษ์เชียงของ. (ม.ป.ป.) รายงานส ารวจต้นน ้าของลุ่มน ้าอิงตอนล่าง. กุลสตรี เชี่ยวชาญ. (2560). การวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทยในบทภูมิศาสตร์ กรณีศึกษาปลาน ้าจืด วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรีหลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา ภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. ค าแปง น้อยเศษ (2563). สัมภาษณ์ คณะนักวิจัยจาวบ้านเชียงของ-เวียงแก่น พฤศจิกายน (2549) งานวิจัยจาวบ้าน ความรู้ท้องถิ่นเรื่อง พันธุ์ปลาแม่น ้าโขง โครงการอนุรักษ์แม่น ้าอิง. (2561). การส ารวจความหลากหลายของนกในพื้นที่ลุ่มน ้าอิงตอนปลาย เมื่อ 1-2 พฤศจิกายน. 2561. ที่มา: http://ingcouncil.org/images/data/data-bird_surveylower_ing_river.pdf
55 โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายท้องถิ่นและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อการจัดการลุ่มน ้าอิงอย่าง ยั่งยืน (กันยายน 2561) ร่วมกับศูนย์ฝึอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิ กหรือศูนย์วนศาสตร์ ชุมชนเพื่อคนกับป่ า(RECOFTC) สนับสนุนโดย : สหภาพยุโรป ชุมชนบ้านเวียงใต้:บทบาทหญิง-ชายในการ จัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น ้า ชัชวาล ชูยัง (2564). สัมภาษณ์ นณณ์ ผาณิตวงศ์ ปลาน ้าจืดของไทย มกราคม (2563) ภาพพิมพ์.กรุงเทพฯ หน้า 768 ไทยรัฐ ออนไลน์. 15 สิงหาคม (2558). “ชาวบ้านเชียงของ ออกโรงต้านโค่นป่ า 1,700 ไร่ สร้างเขต เศรษฐกิจพิเศษ” ที่มา: http://www.thairath.co.th/news/local/518513 ธนวัฒน์ แก้วแก่น (2563). สัมภาษณ์ ประภาภรณ์ แปงเขียว เดือนพฤศจิกายน (2548) ถึงเดือนกรกฎาคม 2549 ความหลากหลายของชนิด ปลาในแม่น ้าอิง อ าเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เมือง ศรีสม. (2562). สัมภาษณ์, การบวชป่ าชุ่มน ้าที่บ้านม่วงชุม. เมือง ศรีสม (2565). สัมภาษณ์ มณีรัตน์ หวังวิบูลย์กิจ และ ชวลิต วิทยานนท์ ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม (2562) ความหลาก ชนิดของปลาในพื้นที่น ้าจืดของทะเลสาบสงขลา มหาวิทยาลัยบูรพา โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ชุ่มน ้าของประเทศไทยในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 วิชาญ ภิวงศ์ (2563). สัมภาษณ์, ปลาดาบลาว วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ปลาฝักพร้า ที่มา https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%B1 %E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2 สืบค้น 28 มกราคม 2564 ศกัดิช์ยัวฒุิพรหม (2564). สัมภาษณ์ ศิริลักษณ์ วลัญช์เพียร และ อภินันท์ สุวรรณรักษ์ แก่นเกษตร 41 ฉบับพิเศษ 1 : 2556 ความ หลากหลายของชนิดปลาในแม่น ้าอิง สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2558). วังสงวนในลุ่มน ้าอิงการจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาโดยชุมชนท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศลุ่มน ้าและวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน ้าอิง สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2560). ป่ าชุ่มน ้าในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง และการจัดการโดยชุมชนท้องถิ่น.
56 สภาประชาชนลุ่มน ้าอิง. (2563). คุณค่าและความส าคัญป่ าชุ่มน ้าบ้านบุญเรือง. ที่มา: http://ingcouncil.org/images/data/data-importance-of-Boonroung-wetland-forest.pdf สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต (2558) วังสงวนในลุ่มน ้าอิง การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาโดยชุมชนท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศลุ่มน ้าและวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน ้าอิง สมาคมสถาบันชุมชนลุ่มน ้าโขง.(2558).โปสเตอร์ พืชอาหารและพืชสมุนไพรในป่ าชุ่มน ้าบ้านงามเมือง. สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต.(2558). วังสงวนในลุ่มน ้าอิง การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาโดยชุมชนท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศลุ่มน ้าและวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน ้าอิง สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2562). แผ่นพับ คุณค่าและความหลากหลายในพื้นที่ชุ่มน ้าอิง. สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2563). รายงานการส ารวจเบื้องต้นเรื่องนากในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง. สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (2556). พันธุ์ปลาในลุ่มน ้าอิง, โปสเตอร์. ส านักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม ปี (2540) ความหลากชนิดของปลาน ้าจืดในประเทศไทย ฝ่าย ทรัพยากรชีวภาพ กองประสานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต. (มปป). สวนกล้วย รวยพิษ แย่งน ้า กินรวบ http://www.livingriversiam.org/images/ing-river/banana-plantation-ing-river.pdf สถาบันชุมชนลุ่มน ้าโขง.(2563). “เขื่อนแม่น ้าโขง”. ที่มา: http://www.mekongci.org/index.php/mciwork/dam/dams สมาคมแม่น ้าเพื่อชีวิต.(2563). รายงานการส ารวจเบื้องต้นเรื่องนากในลุ่มน ้าอิงตอนล่าง. ส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.(2558).โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการ จัดการพื้นที่ชุ่มน ้าของประเทศไทย. หน้า 3-189. สุรัตน์ น้อยตา (2563). สัมภาษณ์