The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มที่ 2 พันธะไอออนิก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nayeeroh, 2024-02-08 05:07:02

เล่มที่ 2 พันธะไอออนิก

เล่มที่ 2 พันธะไอออนิก

ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 ก เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก คำนำ ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้สร้างขึ้นมา เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาและพัฒนาการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เป็นไปตามขั้นตอน อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุดการสอนเรื่องพันธะเคมีที่สร้างขึ้นทั้งหมด มีจำนวน 5 เล่ม เล่มที่ 1 เรื่อง สัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสและกฎออกเตต เล่มที่ 2 เรื่อง พันธะไอออนิก เล่มที่ 3 เรื่อง พันธะโคเวเลนต์ เล่มที่ 4 เรื่อง พันธะโลหะ เล่มที่ 5 เรื่อง การใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์และโลหะ แต่ละชุดการสอนเน้นการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ไปตามลำดับขั้นตอน อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพมาตรฐานการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะสำคัญให้เกิดกับนักเรียน ทั้งทางด้านความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้ เทคโนโลยี ตลอดจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดการสอนเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้เพื่อใช้ พัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมและสามารถเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น ต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนช่วยเหลือ สนับสนุนและมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำชุดการสอน เล่มนี้ไว้ ณ โอกาสนี้ นาญีเร๊าะ โซะ


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 ข เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข สารบัญตาราง ค สารบัญรูปภาพ ง คำชี้แจง 1 คำแนะนำสำหรับครู 2 คำแนะนำสำหรับนักเรียน 3 โครงสร้างชุดการสอนวิชาเคมี 4 ขั้นตอนการใช้ชุดการสอนวิชาเคมี 6 แบบทดสอบก่อนเรียน 7 กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน 10 ใบความรู้ 11 กิจกรรมที่ 1 22 ใบงานที่ 1 34 ใบงานที่ 2 35 ใบงานที่ 3 37 ใบงานที่ 4 39 ใบงานที่ 5 40 แบบทดสอบหลังเรียน 42 กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน 45 บรรณานุกรม 46 ภาคผนวก 47 เฉลยกิจกรรมที่ 1 48 - เฉลยใบงานที่ 1 49 - เฉลยใบงานที่ 2 50 หน้า


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 ค เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก สารบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้า - เฉลยใบงานที่ 3 52 - เฉลยใบงานที่ 4 54 - เฉลยใบงานที่ 5 55 เฉลยแบบทดสอบก่อน - หลังเรียน 57 หน้า


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 ง เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก สารบัญตาราง ตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงชื่อโลหะและไอออนของโลหะในหมู่ต่างๆ 17 ตารางที่ 2 แสดงชื่อโลหะและไอออนของโลหะแทรนซิชันของหมู่ต่างๆ 18 ตารางที่ 3 แสดงชื่ออโลหะและไอออนของอโลหะของหมู่ต่างๆ 19 ตารางที่ 4 แสดงกลุ่มไอออนและชื่อของกลุ่มไอออนชนิดต่างๆ 19 ตารางที่ 4 (ต่อ)แสดงกลุ่มไอออนและชื่อของกลุ่มไอออนชนิดต่างๆ 20 ตารางที่ 5 แสดงการเรียกชื่อและการเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก 21 หน้า


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 จ เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก สารบัญรูปภาพ ภาพ หน้า ภาพที่ 1 การถ่ายโอนอิเล็กตรอนสำหรับการเกิดสารประกอบไอออนิก NaCl 12 ภาพที่ 2 โครงผลึกของสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ 13 ภาพที่ 3โครงผลึกของสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ 14 ภาพที่ 4โครงผลึกของสารประกอบแคลเซียมฟลูออไรด์ 14 ภาพที่ 5โครงผลึกของสารประกอบซีเซียมคลอไรด์ 15 ภาพที่ 6โครงผลึกของสารประกอบซิงค์ซันไฟด์ 15 ภาพที่ 7 การจัดเรียงของไอออนเมื่อมีแรงภายนอกมากระทำ 16 ภาพที่ 8 แสดงการนำไฟฟ้าของสารประกอบไอออนิกเมื่อเป็นของแข็ง ของเหลว และสารละลายในน้ำ 17 ภาพที่ 9 ไอออนบวกและไอออนลบของธาตุบางธาตุในตารางธาตุ 18 ภาพที่ 10 ภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานในการเกิดสารประกอบโซเดียม คลอไรด์ 1 โมล 25 ภาพที่ 11 ภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานในการเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ 25 ภาพที่ 12 การละลายน้ำของสารประกอบไอออนิก 27 ภาพที่ 13 แสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานในการเกิดสารละลายของคอปเปอร์(II)ซัลเฟต 28 ภาพที่ 14 เส้นกราฟที่แสดงสภาพการละลายของสารแต่ละชนิด ณ อุณหภูมินั้น 29 ภาพที่ 15 ปฏิกิริยาระหว่างสารละลายเลด(II)ไนเตรตกับสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ 31 ภาพที่ 16 ปฏิกิริยาระหว่างสารละลายBaCl2กับสารละลาย Na2SO4 32 หน้า


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 1 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก 1. ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีรายวิชาเคมี1 รหัสวิชา ว31221 สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประกอบด้วยชุดการสอนจำนวน 5 เล่ม ดังนี้ เล่มที่ 1 เรื่อง สัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสและกฎออกเตต เล่มที่ 2 เรื่อง พันธะไอออนิก เล่มที่ 3 เรื่อง พันธะโคเวเลนต์ เล่มที่ 4 เรื่อง พันธะโลหะ เล่มที่ 5 เรื่อง การใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์และโลหะ 2. ชุดการสอนฉบับนี้เป็นชุดการสอนเล่มที่ 2 เรื่อง พันธะไอออนิก ใช้ประกอบแผน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาเคมี1 รหัสวิชา ว31221 สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เวลา 7 ชั่วโมง 3. ชุดการสอนวิชาเคมีเล่มนี้ประกอบด้วย 3.1 คำชี้แจง 3.2 คำแนะนำสำหรับครู 3.3 คำแนะนำสำหรับนักเรียน 3.4 โครงสร้างชุดการสอนวิชาเคมี 3.5 ขั้นตอนการใช้ชุดการสอนวิชาเคมี 3.6 แบบทดสอบก่อนเรียน 3.7 ใบความรู้ 3.8 ใบงาน 3.9 แบบทดสอบหลังเรียน 3.10 บรรณานุกรม 3.11 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 3.12 เฉลยใบงาน 3.13 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน คำชี้แจง


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 2 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีรายวิชาเคมี1 รหัสวิชา ว31221 สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประกอบด้วยชุดการสอนจำนวน 5 ชุด ดังนี้ เล่มที่ 1 เรื่อง สัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสและกฎออกเตต เล่มที่ 2 เรื่อง พันธะไอออนิก เล่มที่ 3 เรื่อง พันธะโคเวเลนต์ เล่มที่ 4 เรื่อง พันธะโลหะ เล่มที่ 5 เรื่อง การใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์และโลหะ ชุดการสอนวิชาเคมีเล่มนี้เป็นเล่มที่ 2 เรื่อง พันธะไอออนิก ใช้เวลาในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้7 ชั่วโมง ครูควรเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ 1. ครูผู้สอนศึกษาเนื้อหา แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และศึกษาชุดการสอนวิชาเคมี ให้เข้าใจก่อนโดยละเอียด 2. ครูเตรียมวัสดุอุปกรณ์และห้องเรียนให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2.1 ชุดการสอนวิชาเคมีตามจำนวนนักเรียนและตามกลุ่ม 2.2 วัสดุอุปกรณ์ตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2.3 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน 3. ครูชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองแนะนำขั้นตอนการใช้ชุดการสอนวิชาเคมี แนวปฏิบัติในระหว่างการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ 4. ชุดการสอนวิชาเคมีใช้ควบคู่กับแผนการจัดการเรียนรู้โดยครูใช้กระบวนการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้(5E) ดังนี้ 4.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 4.2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 4.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 4.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 4.5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 5. ครูมีบทบาทให้คำแนะนำและเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นย้ำให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนด้วยความเต็มใจ ซื่อสัตย์มีวินัยและมีความรับผิดชอบ จะทำให้การเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอนวิชาเคมีเกิดประโยชน์สูงสุด คำแนะนำสำหรับครู คำแนะนำสำหรับการใช้งานแบบฝึกเสริมทักษะ


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 3 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีเล่มที่ 2 เรื่อง พันธะไอออนิก รายวิชาเคมี1 รหัสวิชา ว31221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ใช้เวลา 7 ชั่วโมง ให้นักเรียนอ่านคำแนะนำและปฎิบัติ กิจกรรมตามขั้นตอน ดังนี้ 1. จัดกลุ่มนักเรียนออกเป็น กลุ่มละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนักเรียน ในระดับเก่ง ปานกลาง และอ่อนและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาและทำความเข้าใจโครงสร้างชุดการสอนวิชาเคมีและขั้นตอน การใช้ชุดการสอนวิชาเคมีอย่างละเอียด 3. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะไอออนิก จำนวน 10ข้อ 4. นักเรียนศึกษาหาความรู้จากใบความรู้โดยครูจะคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม กรณีนักเรียน มีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษา 5. นักเรียนตอบคำถามในใบงาน โดยตอบคำถามหรือแสดงวิธีทำอย่างละเอียดลงในชุดการสอน ให้นักเรียนทำด้วยตนเองอย่าเปิดข้ามหน้าใดหน้าหนึ่งโดยเด็ดขาดและให้มีความซื่อสัตย์ ไม่ควรเปิดดูเฉลยก่อน เมื่อทำเสร็จแล้วจึงตรวจคำตอบกับเฉลยใบงาน 6. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะไอออนิก 10 ข้อ 7. ตรวจคำตอบของแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน จากเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน เพื่อเปรียบเทียบความก้าวหน้าทางการเรียน 8. เมื่อนักเรียนคนใดสงสัยหรือมีปัญหาที่ไม่เข้าใจ สามารถขอคำปรึกษาและคำแนะนำ จากครูผู้สอนได้ตลอดเวลา 9. เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนจัดเก็บอุปกรณ์พร้อมทั้งทำความสะอาด บริเวณทำกิจกรรมให้เรียบร้อย คำแนะนำสำหรับนักเรียน คำแนะนำสำหรับครู คำแนะนำสำหรับการใช้งานแบบฝึกเสริมทักษะ


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 4 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ส า ร ะ เ ค มี คำแนะนำสำหรับครู คำแนะนำสำหรับการใช้ งานแบบฝึกเสริมทักษะ สาระเคมี เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุสมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์รวมทั้ง การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ พันธะไอออนิก เป็นพันธะเคมีชนิดหนึ่งเกิดจากอะตอมหรือกลุ่มของอะตอมสร้างพันธะ โดยที่อะตอมหรือกลุ่มของอะตอมให้อิเล็กตรอนกับอะตอมหรือกลุ่มของอะตอม ทำให้กลายเป็นประจุบวก ในขณะที่อะตอมหรือกลุ่มของอะตอมที่ได้รับอิเล็กตรอนนั้นกลายเป็นประจุลบ เนื่องจากทั้งสองกลุ่ม มีประจุตรงกันข้ามกันจะดึงดูดกัน ทำให้เกิดพันธะไอออนิก โดยทั่วไปพันธะชนิดนี้มักเกิดขึ้นระหว่าง โลหะกับอโลหะโดยอะตอมที่ให้อิเล็กตรอนมักเป็นโลหะ ทำให้โลหะนั้นมีประจุบวกและอะตอมที่รับอิเล็กตรอน มักเป็นอโลหะที่มีประจุลบและสารที่เกิดจากพันธะไอออนิกนี้เรียกว่า สารประกอบไอออนิก สารประกอบไอออนิกไม่อยู่ในรูปโมเลกุล แต่เป็นโครงผลึกที่ประกอบด้วยไอออนบวก และไอออนลบ จัดเรียงตัวต่อเนื่องกันไปทั้งสามมิติ สารประกอบไอออนิกที่ส่วนใหญ่เป็นผลึกแข็ง เนื่องจากการยึดเหนี่ยวที่แข็งแรงระหว่าง ไอออนบวกและไอออนลบ แต่ผลึกของสารประกอบไอออนิกมีความเปราะ แตกหักง่าย ไม่นำไฟฟ้า เมื่อเป็นของแข็งแต่นำไฟฟ้าได้เมื่อหลอมเหลวหรือละลายในน้ำ มีจุดหลอมและจุดเดือดสูง ม.4/9 อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิกโดยใช้แผนภาพหรือสัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิส ม.4/10 เขียนสูตร และเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก ม.4/11 คำนวณพลังงานที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ ม.4/12 อธิบายสมบัติของสารประกอบไอออนิก ม.4/13 เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก สาระสำคัญ คำแนะนำสำหรับครู คำแนะนำสำหรับการใช้ งานแบบฝึกเสริมทักษะ โครงสร้างชุดการสอนวิชาเคมี คำแนะนำสำหรับครู คำแนะนำสำหรับการใช้งานแบบฝึกเสริมทักษะ ผลการเรียนรู้ คำแนะนำสำหรับครู คำแนะนำสำหรับการใช้ งานแบบฝึกเสริมทักษะ


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 5 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก 1. สามารถอธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะไออนิก โดยใช้แผนภาพหรือสัญลักษณ์ แบบจุดของลิวอิส 2. สามารถอธิบายโครงสร้างและขั้นตอนการเกิดสารประกอบไอออนิกได้ 3. สามารถเขียนแผนภาพหรือสัญลักษณ์แบบจุดของลิวอิสของการเกิดไอออน และการเกิดพันธะ ไอออนิกได้อย่างถูกต้อง 4. สามารถเขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกได้ 5. สามารถใช้ทักษะเรื่องจำนวนและตัวเลขในการคำนวณพลังงานที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยา การเกิดสารประกอบไอออนิก และสามารถเขียนแผนภาพวัฏจักรบอร์น – ฮาเบอร์ได้อย่างถูกต้อง 6. สามารถอธิบายสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก 7. เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก 8. มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียนรู้ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม และมีจิตสาธารณะ ในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ จุดประสงค์การเรียนรู้ คำแนะนำสำหรับครู คำแนะนำสำหรับการใช้ งานแบบฝึกเสริมทักษะ


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 6 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก อ่านคำแนะนำสำหรับนักเรียน ศึกษาโครงสร้างชุดการสอน ทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 ข้อ กระบวนการจัดการเรียนรู้ -กิจกรรมจากใบความรู้ -กิจกรรมจากใบงาน ทดสอบหลังเรียน จำนวน 10 ข้อ ผ่านเกณฑ์(80%) ไม่ผ่านเกณฑ์(80%) ศึกษาเล่มต่อไป ซ่อมเสริม ขั้นตอนการใช้ชุดการสอนวิชาเคมี


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 7 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก คำสั่ง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว และทำเครื่องหมายกากบาท () ลงในกระดาษคำตอบ (10 คะแนน) 1. อะตอมที่สูญเสียอิเล็กตรอนจะกลายเป็นไอออนประเภทใด ก. ไอออนลบ ข. ไอออนบวก ค. มีความเป็นกลางทางไฟฟ้า ง. ไอออนบวกและไอออนลบ 2. พันธะไอออนิก หมายถึงข้อใด ก. แรงยึดเหนี่ยวทางไฟฟ้า ข. แรงยึดเหนี่ยวระหว่าง Ion (+) กับ Ion (-) ค. การสร้างพันธะที่ใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน ง. แรงยึดเหนี่ยวระหว่างพันธะที่ใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 3. สารประกอบที่เกิดจาก พันธะไอออนิก เรียกว่า ก. สารโลหะ ข. สารโคเวเลนต์ ค. สารประกอบไอออนิก ง. สารโครงผลึกร่างตาข่าย 4. ข้อใดเรียงลำดับความเป็นสารไอออนิกจากมากไปน้อย ก. LiF > NaF > KF ข. LiCl > BeCl2 > CCl4 ค. Ca2P4 > CaS > CaCl2 ง. Mg3N2 > MgO > MgF2 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง พันธะไอออนิก


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 8 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก 5. ถ้าสาร A B C และ D เป็นธาตุที่เลขอะตอม 7 11 17 และ 20 ตามลำดับไอออนบวกไอออนลบ และสูตรสารประกอบไอออนิกในข้อใดถูกต้อง ข้อ ไอออนบวก ไอออนลบ สูตรสารประกอบไอออนิก ก. D 2+ A 3- D3A2 ข. C 3+ B 2- C2B3 ค. B + A - B ง. A + C - AC 6. ข้อใดอ่านชื่อสารประกอบไอออนิกได้ถูกต้อง ก. SnO2 ซิงค์ออกไซด์ ข. Na2SO3 โซเดียมซัลไฟด์ ค. CaCl2 แคลเซียมไดคลอไรด์ ง. MnO2 แมงกานีส (IV) ออกไซด์ 7. ข้อมูลแสดงค่าพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการละลายของสาร A B และ C เป็นดังนี้ สาร พลังงานไฮเดรชัน (kJ/mol) พลังงานแลตทิซ (kJ/mol) A 745 750 B 590 550 C 690 700 ถ้าใช้สาร A B และ C จำนวนโมลเท่ากันละลายในน้ำที่มีปริมาตร 100 cm 3 การละลายข้อใดถูกต้อง ก. A > B > C ข. B > A > C ค. B > C > A ง. C > A > B


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 9 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก 8. การที่โลหะรวมตัวกับอโลหะ แล้วโลหะจะให้อิเล็กตรอนแก่อโลหะ เกิดไอออนบวกและลบดึงดูดกัน ด้วยแรงดึงดูดไฟฟ้าสถิตสร้างพันธะไอออนิกขึ้นในสารประกอบนั้น เพราะเหตุใด ก. โลหะมีขนาดอะตอมเล็กกว่าอโลหะ ข. อโลหะมีขนาดอะตอมใหญ่กว่าโลหะ ค. โลหะมีค่า IE สูงจึงให้อิเล็กตรอนได้ง่าย เพื่อปรับเวเลนซ์อิเล็กตรอนแบบแก๊สเฉื่อย ง. โลหะมีค่า IE ต่ำ จึงให้อิเล็กตรอนได้ง่าย เพื่อปรับเวเลนซ์อิเล็กตรอนแบบแก๊สเฉื่อย 9. พันธะไอออนิกเป็นพันธะที่เกิดระหว่างธาตุหมู่ใด ก. หมู่ IA กับหมู่ IIA ข. หมู่ IA กับ หมู่ IIIA ค. หมู่ IIA กับ หมู่VIIA ง. หมู่ IIA กับ หมู่VIIIA 10. ข้อความเป็นลักษณะของผลึกสารประกอบไอออนิก ก. มีรูปทรงเป็นรูปพีระมิดประกอบด้วยไอออนบวกและลบเรียงต่อกันเป็นสามมิติ ข. มีรูปทรงเป็นรูปลูกบาศก์ประกอบด้วยไอออนบวกและลบเรียงสลับกันเป็นสามมิติ ค. มีรูปทรงเป็นรูปลูกบาศก์ประกอบด้วยไอออนบวกและลบเรียงซ้อนกันเป็นสามมิติ ง. มีรูปทรงเป็นรูปพีระมิดหรือลูกบาศก์ประกอบด้วยไอออนบวกและลบเรียงสลับกันเป็นสามมิติ


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 10 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ชื่อ-สกุล................................................. ชั้น.....................เลขที่............. เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม 10 ผลการประเมิน คะแนนที่ได้ ………………………. ผ่านเกณฑ์(8-10 คะแนน) ไม่ผ่านเกณฑ์(0-7 คะแนน) ข้อ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. รวม กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 11 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ใบความรู้ เรื่อง พันธะไอออนิก พันธะไอออนิก ( Ionic bond ) คือ แรงดึงดูดทางไฟฟ้าระหว่างไอออนบวกและไอออนลบ พันธะไอออนิกเกิดเมื่อโลหะรวมตัวกับอโลหะ แล้วโลหะให้อิเล็กตรอนแก่อโลหะ เพื่อให้แต่ละอะตอม มีเวเลนต์อิเล็กตรอนครบ 8 หรือเป็นไปตามกฎออกเตต ไอออนของโลหะก็จะกลายเป็นไอออนบวก เพราะมีโปรตอนมากกว่าอิเล็กตรอน ส่วนอะตอมของอโลหะกลายเป็นไอออนลบ เพราะมีโปรตอน น้อยกว่าอิเล็กตรอนไอออนทั้งสองมีประจุไฟฟ้าต่างกัน จึงเกิดแรงดึงดูดทางไฟฟ้ายึดเหนี่ยวอะตอม ทั้งสองเข้าด้วยกันเกิดเป็น พันธะไอออนิก และเรียกสารประกอบที่เกิดจากอะตอมยึดเหนี่ยวกันด้วย พันธะไอออนิกว่า สารประกอบไอออนิก ตัวอย่าง การเกิดสารประกอบไอออนิก เช่น โซเดียม (Na) เป็นโลหะ มีเลขอะตอม 11 มีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น 1s 2 2s 2 2p 6 3s 1 มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 1 เพื่อให้เป็นไปตาม กฎออกเตตจึงพยายามจัดเรียงอิเล็กตรอนวงนอกสุดให้ครบแปดจึงเสียอิเล็กตรอนไปจำนวน 1 อิเล็กตรอน เกิดเป็นโซเดียมไอออน (Na+ ) ซึ่งมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น 1s 2 2s 2 2p 6 เหมือนนีออน (Ne) ซึ่งเป็นแก๊สเฉื่อย ในขณะที่คลอรีน (Cl) เป็นอโลหะ มีเลขอะตอม 17 มีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 5 มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 7 เพื่อให้เป็นไปตามกฎออกเตตจึงพยายามจัดเรียง อิเล็กตรอนวงนอกสุดให้ครบแปด จึงรับอิเล็กตรอนจำนวน 1 อิเล็กตรอนเกิดเป็นคลอไรด์ไอออน (Cl- ) ซึ่งมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 เหมือนอาร์กอน (Ar) ซึ่งเป็นแก๊สเฉื่อย การเกิดพันธะไอออนิก (Ionic bond formation)


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 12 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก เมื่อโซเดียมไอออนมีการให้อิเล็กตรอนและคลอไรด์ไอออนรับอิเล็กตรอน จึงทำให้ไอออนบวก และไอออนลบเกิดสารประกอบไอออนิก ภาพที่1 การถ่ายโอนอิเล็กตรอนสำหรับการเกิดสารประกอบไอออนิก NaCl (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://www.jagranjosh.com/general-knowledge/gk-questions-and-answers-on- ionic-compounds-1516186161-1 ไปศึกษาหน้าถัดไป พวกเรา 1s2 2s2 2p6 3s1 1s2 2s2 2p6 3s2 3p5 1s2 2s2 2p6 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 13 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ภาพที่2 โครงผลึกของสารประกอบโซเดียมคลอไรด์(สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : http://thn25509chem.blogspot.com/p/32.html สารประกอบไอออนิกจะอยู่ในสถานะของแข็งยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะไอออนิกด้วยแรงดึงดูด แบบไฟฟ้าสถิตระหว่างประจุของไอออนบวกและประจุของไอออนลบอยู่ในรูปผลึกของแข็ง สารไอออนิกเกิดจากไอออนบวกและไอออนลบรวมตัวกันอย่างต่อเนื่องสลับกันไป ทั้งสามมิติโดยไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่มีโลเลกุลที่แท้จริงแต่มีลักษณะเป็นผลึก ไม่ใช่โมเลกุลขนาดของผลึก จะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับจำนวนไอออนที่รวมตัวกัน สารไอออนิกแต่ละชนิดอาจมีตำแหน่ง ของไอออนอยู่ไม่ตรงกัน จึงทำให้มีรูปผลึกได้หลายแบบ ในการเขียนสูตรของสารไอออนิกจึงเป็น เพียงสูตรที่แสดงอัตราส่วนอย่างต่ำ ที่ไอออนบวกกับไอออนลบรวมตัวกันเพื่อทำให้ประจุไฟฟ้าหักล้างกันหมดไป จึงไม่เรียกว่าสูตรโมเลกุลแต่เรียกว่าสูตรเอ็มพิริกัลหรือสูตรอย่างง่าย (empirical formula) ในลักษณะนามที่ใช้เรียกว่าไอออนิกใช้คำว่า “หน่วยสูตร” (formula unit) ไม่ใช่คำว่าโมเลกุล ในโครงสร้างของผลึกจะพบว่า ไอออนบวกก็จะถูกล้อมรอบด้วยไอออนลบ ขณะเดียวกันไอออนลบ ก็ถูกไอออนบวกล้อมรอบอยู่เช่นกัน ให้ดูว่าจำนวนไอออนที่ล้อมซึ่งกันและกันมีจำนวนเท่าไร ทำให้เป็นอัตราส่วนอย่างต่ำ แล้วเขียนเป็นสูตรของสารไอออนิก เช่น ในผลึกของ NaCl พบว่า Na+ ถูกล้อมรอบด้วย Clจำนวน 6 ไอออน ขณะเดียวกัน Clก็ถูกล้อมรอบด้วย Na+ จำนวน 6 ไอออนเช่นกัน อัตราส่วนระหว่าง Na+ : Cl- = 6:6 อัตราส่วน อย่างต่ำคือ 1:1 จึงเขียนสูตรของสารประกอบนี้ว่า NaCl ดังรูป (ทรงกลมเล็ก = Na+ ทรงกลมใหญ่ = Cl- ) โครงสร้างของสารไอออนิก (Ionic Compounds) () Sodium Chloride Crystal Structure Structure Cl Na


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 14 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ภาพที่3 โครงผลึกของสารประกอบโซเดียมคลอไรด์(สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?links=1779 ภาพที่4 โครงผลึกของสารประกอบแคลเซียมฟลูออไรด์(สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?links=1779 สำหรับผลึกของ CaF2 พบว่า Ca2 + ถูกล้อมรอบด้วย F - จำนวน 8 ไอออน ในขณะที่ F - ถูก ล้อมรอบด้วย Ca2 + จำนวน 4 ไอออน ทำให้อัตราส่วนระหว่าง Ca2 + : F- = 4:8 อัตราส่วนอย่างต่ำ คือ 1:2 จึงเขียนสูตรของสารประกอบนี้ว่า CaF2 ดังรูป (ทรงกลมเล็ก = Ca2+ ทรงกลมใหญ่ = F - )


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 15 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ภาพที่5 โครงผลึกของสารประกอบซีเซียมคลอไรด์(สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?links=1779 ภาพที่6 โครงผลึกของสารประกอบซิงค์ซันไฟด์(สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?links=1779 ในผลึกของ CsCl พบว่า Cs+ ถูกล้อมรอบด้วย Clจำนวน 8 ไอออน ขณะเดียวกัน Clก็ถูกล้อมรอบด้วย Cs+ จำนวน 8 ไอออนเช่นกัน ทำให้อัตราส่วนระหว่าง Cs+ : Cl- = 8:8 อัตราส่วนอย่างต่ำคือ 1:1 จึงเขียนสูตรของสารประกอบนี้ว่า CsCl ดังรูป (ทรงกลมเล็กคือ Cs+ ทรงกลมใหญ่คือ Cl- ) ในผลึกของ ZnS พบว่า Zn2+ ถูกล้อมรอบด้วย S 2- จำนวน 4 ไอออน ขณะเดียวกัน S 2- ก็ถูกล้อมรอบด้วย Zn2+ จำนวน 4 ไอออนเช่นกัน ทำให้อัตราส่วนระหว่าง Zn2+ : S 2- = 4:4 อัตราส่วนอย่างต่ำคือ 1:1 จึงเขียนสูตรของสารประกอบนี้ว่า ZnS ดังรูป (ทรงกลมเล็ก = Zn2+ ทรงกลมใหญ่ = S 2- )


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 16 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก สารประกอบไอออนิกส่วนใหญ่เป็นของแข็ง หากมีแรงใดๆมากระทำจะทำให้ของแข็งไอออนิก แตกหักได้ง่าย มีความเปราะ เนื่องจากมีการเลื่อนตำแหน่งของไอออนบวกและไอออนลบ โดยเมื่อไอออนบวกหรือไอออนลบเลื่อนไปจากตำแหน่งเดิมเมื่อมีแรงกระทำจึงเกิดการผลักกัน ของประจุตรงกันข้าม จึงทำให้ของแข็งไอออนิกเกิดการแตกหักได้ (ก) เมื่อมีแรงภายนอกมากระทำ (ข) เกิดการเลื่อนตำแหน่งไอออน (ค) เกิดการแตกหักของผลึก ภาพที่7 การจัดเรียงของไอออนเมื่อมีแรงภายนอกมากระทำ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://iladaicee.blogspot.com/ สารประกอบไอออนิก เมื่ออยู่ในสถานะของแข็งจะไม่เกิดการนำไฟฟ้า แต่จะนำไฟฟ้าได้ เมื่อเกิดการหลอมเหลวหรือการละลายน้ำ เนื่องจากมีสถานะเป็นของแข็ง ไอออนบวกและไอออนลบ เกิดการดึงดูดกันด้วยประจุไฟฟ้าตรงกันข้ามจึงทำให้ไอออนทั้งสองไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ แต่เมื่อเกิดการหลอมเหลวหรือการละลายน้ำ ไอออนบวกและไอออนลบจึงสามารถเคลื่อนที่ได้ จึงเกิดการนำไฟฟ้าได้และสารประกอบไอออนนิกยังมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวค่อนข้างสูง สมบัติของสารประกอบไอออนิก (Properties of ionic compound)


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 17 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ภาพที่8 แสดงการนำไฟฟ้าของสารประกอบไอออนิกเมื่อเป็นของแข็ง ของเหลวและสารละลายในน้ำ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62)ที่มา : https://shorturl.asia/Qu5ya ภ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?links=1779 การอ่านชื่อของสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากไอออนบวกและไอออนลบที่มีประจุแตกต่างกัน โดยทั้งไอออนบวกและไอออนลบจะมีการจ่ายและรับอิเล็กตรอนให้เป็นไปตามกฎออกเตต ไอออนบวกที่เป็นโลหะกลุ่มเรพรีเซนเททีฟ หมู่ IA IIA และ IIIA จะเกิดเป็นไอออนบวกมีประจุเป็น 1+ 2+ และ 3+ ตามลำดับ ในการเรียกชื่อให้เรียกชื่อตามชื่อโลหะนั้นได้เลย ตัวอย่าง โลหะ Na ถ้าเป็นธาตุเรียก โซเดียม เมื่อเป็นไอออน เรียก โซเดียมไอออน เพียงเติมคำว่า ไอออน หลังชื่อธาตุนั้นเลย โลหะ หมู่ ชื่อโลหะ ไอออน ชื่อไอออน Li IA ลิเทียม (lithium) Li+ ลิเทียมไอออน (lithium ion) Ca IIA แคลเซียม (calcium) Ca2+ แคลเซียมไอออน (calcium ion) Al IIIA อะลูมิเนียม (aluminium) Al3+ อะลูมิเนียม (aluminium ion) สูตรเคมีและชื่อของสารประกอบไอออนิก (Chemical formulas and names of ionic compounds) ตารางที่1 แสดงชื่อโลหะและไอออนของโลหะในหมู่ต่างๆ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://shorturl.asia/0jcyP To (-) electrode To (+) electrod


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 18 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ไอออนบวกที่เป็นโลหะกลุ่มแทรนซิชัน โลหะเหล่านั้นเกิดเป็นไอออนบวกที่มีประจุได้หลายค่า เนื่องจากสมบัติโลหะแทรนซิชัน มีเลขออกซิเดชันได้หลายค่า ดังนั้น ในการเรียกชื่อของไอออนแทรนซิชันต้องมีการระบุค่าเลขประจุ โดยวงเล็บเป็นเลขโรมัน แสดงไอออนบวกของโลหะ แทรนซิชันที่มีประจุได้หลายค่ารวมถึงไอออนบวก และไอออนลบของธาตุบางธาตุในตารางธาตุ โลหะ ชื่อโลหะ ไอออน ชื่อไอออน Cu คอปเปอร์ (copper) Cu+ คอปเปอร์(I) ไอออน (copper (I) ion) Cu คอปเปอร์ (copper) Cu2+ คอปเปอร์(II) ไอออน (copper (II) ion) Ni นิกเกิล (nickel) Ni2+ นิกเกิล (II) ไอออน (Nickel (II) ion) Cr โครเมียม (chromium) Cr3+ โครเมียม (III) ไอออน (chromium (III) ion) ตารางที่2 แสดงชื่อโลหะและไอออนของโลหะแทรนซิชันของหมู่ต่างๆ(สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://shorturl.asia/0jcyP ภาพที่9 ไอออนบวกและไอออนลบของธาตุบางธาตุในตารางธาตุ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://www.slideshare.net/kruannchem/ch-02-ionic-bond-14469853


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 19 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ไอออนลบที่เป็นอโลหะกลุ่มเรพรีเซนเททีฟ ไอออนลบที่เกิดจากธาตุหมู่V VI และ VII จะเกิดเป็นไอออนลบที่มีประจุเป็น 3- 2- และ 1- ตามลำดับ เพื่อให้เป็นไปตามกฎออกเตต ในการเรียกชื่อไอออนให้เปลี่ยนชื่อธาตุโดยเปลี่ยนท้ายเสียงเป็น ไ-ด์(-ide) แล้วลงท้ายว่าไอออน อโลหะ หมู่ ชื่ออโลหะ ไอออน ชื่อไอออน N VA ไนโตรเจน (nitrogen) N 3- ไนไตรด์ไอออน (nitride ion) O VIA ออกซิเจน (oxygen) O 2- ออกไซด์ไอออน (oxide ion) F VIIA ฟลูออรีน (fluorine) F - ฟลูออไรด์ไอออน (fluoride ion) ไอออนลบที่เป็นกลุ่มไอออน นอกจากไอออนลบกลุ่มเรพรีเซนเททีฟแล้วไอออนลบที่มีชื่อเรียกเฉพาะที่ลงท้าย ด้วย ไ-ด์(-ide) ไ-ต์(-ite) หรือ เ-ต (-ate) ไอออน ชื่อไอออน ไอออน ชื่อไอออน CH3COOอะซีเตตไอออน (acetate ion) CO3 2- คาร์บอเนตไอออน (carbonate ion) ClO3 - คลอเรตไอออน (chlorate ion) HCO3 - ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน (hydrogen carbonate ion) ClO4 - เปอร์คลอเรตไอออน (perchlorate ion) SO4 2- ซัลเฟตไอออน (sulfate ion) CNไซยาไนด์ไอออน (cyanide ion) HSO4 - ไฮโดรเจนซัลเฟตไอออน (hydrogen sulfate ion) ตารางที่3 แสดงชื่ออโลหะและไอออนของอโลหะของหมู่ต่างๆ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://shorturl.asia/0jcyP ตารางที่4 แสดงกลุ่มไอออนและชื่อของกลุ่มไอออนชนิดต่างๆ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://shorturl.asia/0jcyP


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 20 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ไอออน ชื่อไอออน ไอออน ชื่อไอออน OHไฮดรอกไซด์ไอออน (hydroxide ion) PO4 3- ฟอสเฟตไอออน (phosphate ion) NO3 - ไนเทรตไอออน (nitrate ion) HPO4 2- ไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน (hydrogen phosphate ion) NO2 - ไนไทรต์ไอออน (nitrite ion) H2PO4- ไดไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน (dihydrogen phosphate ion) MnO4 - เปอร์แมงกาเนตไอออน (permanganate ion) CrO4 2- โครเมตไอออน (chromate ion) S2O3 2- ไทโอซัลเฟตไอออน (thiosulfate ion) Cr2O7 2- ไดโครเมตไอออน (dichromate ion) การเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก เรียกชื่อไอออนบวกแล้วตามด้วยชื่อไอออนลบ โดยตัดคำว่า ไอออน ออก การเขียนสูตรของสารประกอบไอออนิก เขียนไอออนบวกตามด้วยไอออนลบแล้วนำประจุมาคูณไขว้โดยทำให้ตัวเลขเป็นตัวเลข แสดงอัตราส่วนอย่างต่ำ โดยเขียนตัวเลขท้ายไอออนนั้น ตัวอย่างเช่น แคลเซียมไอออน (Ca2+) กับ คลอไรด์ไอออน (Cl- ) อัตราส่วนเป็น 1:2 สูตรของสารประกอบไอออนิกให้คูณไขว้ตัวเลขประจุ เขียนได้เป็น Ca2+: Clเป็น 1 : 2 สูตรของสารประกอบไอออนิกเป็น CaCl2 มาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ ศึกษาเพิ่มเติม การเขียนสูตรและ เรียกชื่อ สารประกอบไอ ออนิก ตารางที่4(ต่อ) แสดงกลุ่มไอออนและชื่อของกลุ่มไอออนชนิดต่างๆ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://shorturl.asia/0jcyP


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 21 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก การเรียกชื่อและการเขียนสูตรสารประกอบไอออนิกแสดงดังตาราง ไอออน บวก ชื่อไอออนบวก ไอออน ลบ ชื่อไอออนลบ สูตรเคมี การเรียกชื่อ K + โพแทสเซียม ไอออน (potassium ion) Brโบรไมด์ไอออน (bromide) KBr โพแทสเซียมโบรไมด์ (potassium bromide) Ca2+ แคลเซียมไอออน (calcium ion) Clคลอไรด์ไอออน (chloride ion) CaCl2 แคลเซียมคลอไรด์ (calcium chloride) Li + ลิเทียมไอออน (lithium ion) O 2- ออกไซด์ไอออน (oxide ion) Li2O ลิเทียมออกไซด์ (lithium oxide) Mg2+ แมกนีเซียม ไอออน (magnesium ion) SO4 2- ซัลเฟตไอออน (sulfate ion) MgSO4 แมกนีเซียมซัลเฟต (magnesium sulfate) Ba2+ แบเรียมไอออน (barium ion) PO4 3- ฟอสเฟตไอออน (phosphate ion) Ba3 (PO4 )2 แบเรียมฟอสเฟต (barium phosphate) Fe3+ ไอร์ออน (III) ไอออน (iron (III) ion) OHไฮดรอกไซด์ (hydroxide ion) Fe(OH)3 ไอร์ออน(III) ไฮดรอกไซด์ (iron (III) hydroxide) Cu+ คอปเปอร์(I) ไอออน (copper (I) ion) S 2- ซัลไฟด์ไอออน (sulfide ion) Cu2S คอปเปอร์(I)ซัลไฟด์ (copper (I) sulfide) ตารางที่5 แสดงการเรียกชื่อและการเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://shorturl.asia/0jcyP


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 22 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก กำหนดจำนวนพลังงานที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการเกิด NaCl ดังนี้ ขั้นที่ การเปลี่ยนแปลง จำนวนพลังงานที่ใช้หรือคาย (kJ/mol) 1 Na(s) Na(g) 107 2 Cl2 2Cl(g) 242 3 Na(g) Na+ (g) + e- 496 4 Cl(g) + e - Cl- (g) 349 5 Na+ (g) + Cl- (g) NaCl(g) 787 ปฏิกิริยาขั้นที่ ปฏิกิริยาดูดหรือคายพลังงาน ชื่อพลังงาน 1 2 3 4 5 กิจกรรมที่1 ทำความรู้จักกับพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสารประกอบไอออนิก


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 23 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก การเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์เกิดจากโลหะโซเดียมทำปฏิกิริยากับแก๊สคลอรีน เขียนสมการได้เป็น Na(s) + 1/2Cl2 (g) NaCl(s) ΔH = - 375 kJ/mol พลังงานที่เกี่ยวข้องกับการรวมตัวของไอออนบวกและไอออนลบในสารประกอบไอออนิก เรียกว่า พลังงานโครงร่างผลึก (Lattice energy) ซึ่งค่าพลังงานคำนวณได้โดยอาศัยขั้นตอน การเกิดปฏิกิริยาย่อยๆ หลายขั้นตอน ตามวัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์(Born-Haber cycle) ดังนี้ ขั้นที่ 1 โลหะโซเดียมในสถานะของแข็งระเหิดกลายเป็นแก๊ส ดูดพลังงาน 107 กิโลจูลต่อโมล เรียกพลังงานในขั้นนี้ว่า พลังงานการระเหิด ( heat of sublimation = Esub) Na(s) + 107 kJ/mol Na(g) ขั้นที่ 2 อะตอมของโซเดียมในสภาวะแก๊สเสียอิเล็กตรอนกลายเป็น Na + (g) ดูดพลังงาน 496 กิโลจูลต่อโมล เรียกพลังงานในขั้นนี้ว่า พลังงานไอออไนเซชัน ( ionization energy = IE) Na(g) + 496 kJ/mol Na+ (g) + eขั้นที่ 3 โมเลกุลแก๊สคลอรีนสลายพันธะ Cl- Cl ได้อะตอมคลอรีน 2 อะตอมในสถานะแก๊ส ดูดพลังงานเท่ากับ 242 กิโลจูลต่อโมล เรียกพลังงานในขั้นนี้ว่า พลังงานพันธะ (bond nergy) Cl2 + 242 kJ/mol 2Cl(g) พลังงานโครงผลึกของสารประกอบไอออนิก (Lattice energy of ionic compounds)


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 24 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก แต่เนื่องจาก NaCl 1 โมลประกอบด้วย Cl1 โมลไอออน ดังนั้นพลังงานที่ใช้ในขั้นนี้จะเป็นครึ่งหนึ่ง ของพลังงานการสลายพันธะโมลของ Cl2 นั่นคือจะใช้พลังงานเพียง 122 กิโลจูล 1/2Cl2 (g) + 122 kJ/mol Cl(g) ขั้นที่4 อะตอมของคลอรีนรับ 1 อิเล็กตรอน แล้วกลายเป็น Clจะคายพลังงานออกมา เรียกว่า สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน (Electron Affinity = EA) Cl(g) + e - Cl- (g) + 349 kJ/mol ขั้นที่ 5 Na+ (g) กับ Cl- (g) ในสถานะแก๊สยึดกันเป็นโครงผลึก NaCl(s) จะคายพลังงานออกมา เรียกว่า พลังงานโครงผลึก หรือ พลังงานแลตทิซ (lattice energy) Na+ (g) + Cl- (g) NaCl(g) เมื่อรวมการเปลี่ยนแปลงทั้ง 5 ขั้นตอน จะได้สมการรวม ดังนี้ Na(s) + 1/2Cl2 (g) NaCl(s) พลังงานการเกิดสารประกอบไอออน NaCl 1 โมล ค่าพลังงานรวม = 107 + 496 + 121+ (-349 ) + พลังงานแลตทิซ พลังงานการเกิดสารประกอบไอออนิก NaCl 1 โมล หาได้จากการทดลองเท่ากับ -411กิโลจูล ดังนั้นสามารถคำนวณค่าพลังงานแลตทิชได้ดังนี้ -411 = 107 + 496 + 122+ (-349 ) + พลังงานแลตทิซ พลังงานแลตทิซ = -787 kJ/ mol


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 25 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก 5 1 พลังงานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก Na(s) Na(g) ΔH = + 107 kJ/mol 1/2Cl2(g) Cl(g) ΔH = + 122 kJ /mol Na(g) Na+ (g) + e- ΔH = + 496 kJ/mol Cl(g) + e - Cl- (g) ΔH = - 349 kJ/mol Na+ (g) + Cl- (g) NaCl(g) ΔH = - 787 kJ/mol ภาพที่10 ภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานในการเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ 1 โมล (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://slideplayer.in.th/slide/16090581/ ภาพที่11 ภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานในการเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://www.slideshare.net/kruannchem/ch-02-ionicbond-14469853 การแตกตัว เกิดไอออน เกิดผลึกสารไอออนิก สลายพันธะ ระเหิด 1 3 2 4 5 Esub EA D IE U 1 1 1 2 1 1 3 1 4 1 Na+ (g) + Cl(g) + e - Na+ (g) + Cl- (g) Na(g) + Cl(g) Na(g) +1/2Cl2 (g) NaCl(s) Na(s) +1/2Cl2 (g) Hf [NaCl(s)] = - 411 kJ พลังงาน H5 = - 787 kJ H4 = - 349 kJ H3 = + 496 kJ H2 = + 122 kJ H1 = + 107 kJ


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 26 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ตัวอย่างที่1 การเกิด MgCl2 1 โมล มีการเปลี่ยนแปลง 6 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 Mg(s) Mg(g) E1 = 150 kJ ขั้นที่ 2 Mg(g) Mg+(g) + e- E2 = 738 kJ ขั้นที่ 3 Mg+(g) Mg2+(g) + e- E3 = 1,451 kJ ขั้นที่ 4 Cl2 (g) 2Cl(g) E4 = 242 kJ ขั้นที่ 5 Cl(g) + e - Cl- (g) E5 = 349 kJ ขั้นที่ 6 Mg2+(s) + 2Cl- (g) MgCl2 (s) E6 = 2,526 kJ รวมสมการ Mg2 + (s) + Cl2 (g) MgCl2 (s) + พลังงานการเกิดสารประกอบ MgCl2 1 โมล คำนวณได้ดังนี้ วิธีที่1 หาค่าพลังงานที่ระบบดูดเข้าไปใช้ในการเปลี่ยนแปลงมีค่าเท่ากับผลรวมของพลังงานดังนี้ = E1 + E2 + E3 + E4 = 150 + 738 + 1,451 + 242 = 2,581 kJ - หาค่าพลังงานที่ระบบคายออกมามีค่าเท่ากับผลรวมของพลังงานดังนี้ = 2E5 + E6 = (2 x 349) + 2,526 = 3,224 kJ - วิเคราะห์ระบบคายพลังงานมากกว่าระบบดูดพลังงาน - หาค่าพลังงานของการเกิดสารประกอบ MgCl2 1 โมล ได้ดังนี้ = พลังงานที่ระบบคายออกมา – พลังงานที่ระบบดูดเข้าไปใช้ = 3,244 – 2,581 kJ พลังงานของการเกิด MgCl2 หรือ Ef หรือ ΔH = ระบบคายพลังงาน 643 kJ หรือ ΔH = - 643 kJ วิธีที่2 ใช้เครื่องหมาย (+) แทนการดูดพลังงานและเครื่องหมาย (-) แทนการคายพลังงาน แล้วนำพลังงานมารวมกันทั้งหมด ก็จะได้ค่าพลังงานของการเกิดสารประกอบ MgCl2 1 โมล ดังนี้ ΔH = (+150) + (+738) + (+1,451) + (+242) + (-2 x 349) + (-2,526) = -643 kJ = ระบบคายพลังงาน เท่ากับ 643 kJ มาดูแต่ละวิธี การคำนวณเลย ค่ะ ทบทวนกัน หน่อยจ้า


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 27 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก NaCl (s) Na+ (g) + Cl- (g) E1 = +768.3 kJ/mol สารประกอบไอออนิกเมื่อเกิดการละลายน้ำจะแตกตัวให้ไอออนบวกและไอออนลบ โดยกระบวนการละลายน้ำของสารประกอบไอออนิกแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1 พลังงานแลตทิซ (Lattice energy) 2 พลังงานไฮเดรชัน (Hydration energy) การละลายน้ำของสารประกอบโซเดียมคลอไรด์โดยสารประกอบไอออนิกจะเกิดการแตกตัว เป็นไอออนบวกและไอออนลบแยกออกจากกันจากโครงผลึกและโมเลกุลของน้ำล้อมรอบไอออนบวก และไอออนลบ ภาพที่12 การละลายน้ำของสารประกอบไอออนิก (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://slideplayer.in.th/slide/16090581/ Na+ (g) + Cl- (g) Na + (aq) + Cl - (aq) E1 = -764.5 kJ/mol การละลายน้ำของสารประกอบไอออนิก (Solubility of ionic compounds) 1.โมเลกุลของน้ำดึงดูดไอออนบวกและไอออนลบให้หลุดจากผลึก โดยดูดกลืนพลังงานเข้าไปเท่ากับพลังงานแลตทิซ 2.ไอออนบวกและไอออนลบที่หลุดจากผลึกจะถูกล้อมรอบ โดยโมเลกุลของน้ำและคายพลังงานออกมาเรียกว่า พลังงานไฮเดรชัน


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 28 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ถ้าสารประกอบไอออนิกละลายน้ำแล้วเกิดกระบวนการคายความร้อน แสดงว่า พลังงานไฮเดรชัน > พลังงานแลตทิซ อุณหภูมิของสารละลาย สูงขึ้น ละลายน้ำได้ดีที่ อุณหภูมิต่ำ ถ้าสารประกอบไอออนิกละลายน้ำแล้วเกิดกระบวนการดูดความร้อน แสดงว่า พลังงานแลตทิซ > พลังงานไฮเดรชัน อุณหภูมิของสารละลาย ต่ำลง ละลายน้ำได้ดีที่ อุณหภูมิสูง ตัวอย่าง การละลายของคอปเปอร์(II)ซัลเฟต สามารถเขียนแผนภาพได้ดังนี้ ผลของพลังงานในการละลาย 1. พลังงานแลตทิซ < พลังงานไฮเดรชัน การละลายเป็นแบบคายพลังงาน 2. พลังงานแลตทิซ > พลังงานไฮเดรชัน การละลายเป็นแบบดูดพลังงาน 3. พลังงานแลตทิซ > >พลังงานไฮเดรชัน จะไม่ละลาย สภาพการละลาย (solubility) สารแต่ละชนิดมีสภาพการละลายแตกต่างกัน (ในยุคหนึ่งเคยเรียกว่าความสามารถในการละลาย) ในการเปรียบเทียบว่าสารแต่ละชนิดมีสภาพการละลายอย่างไร จะใช้น้ำ 100 กรัม อุณหภูมิ 25 o C เป็นตัวทำละลายแล้วทดสอบว่า สารแต่ละชนิดละลายได้กี่กรัม จำแนกออกเป็น 3 ระดับ คือ ภาพที่ 13 แสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานในการเกิดสารละลายของคอปเปอร์(II)ซัลเฟต (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : https://shorturl.asia/SQYtI พลังงานแลตทิซ CuSO4(s) พลังงานที่คายออกมา พลังงานไฮเดรชัน พลังงาน Cu2+ (g) + SO4 2- (g) Cu2+ (aq) + SO4 2- (aq)


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 29 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก เมื่อมีการละลายย่อมมีการเปลี่ยนแปลงพลังงาน ดังที่ทราบในตอนต้นมาแล้วว่า เกี่ยวข้องกับพลังงานโครงร่างผลึกกับพลังงานไฮเดรชัน ทำให้การละลายเป็นแบบดูดความร้อนหรือ คายความร้อนอย่างใดอย่างหนึ่ง จากกราฟแสดงสภาพการละลาย (solubility) ของสารต่าง ๆ ต่อไปนี้จะเห็นว่าสารส่วนใหญ่ละลายได้มากขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เป็นลักษณะของการละลายแบบ ดูดความร้อน เกิดจากพลังงานโครงร่างผลึกมากกว่าพลังงานไฮเดรชัน มีอยู่ชนิดเดียวที่ละลายได้ น้อยลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ได้แก่ Ce2 (SO4 )3 ; เซอร์เรียม (III) ซัลเฟต Ce เป็นโลหะแทรนซิชัน มีเลขเชิงอะตอม 58 การละลายลักษณะนี้เป็นการละลายแบบคายความร้อน เป็นเพราะพลังงาน ไฮเดรชันมากกว่าพลังงานโครงร่างผลึก สภาพการละลาย 1. ถ้าละลายได้น้อยกว่า 0.10 กรัม จัดว่าไม่ละลาย 2. ถ้าละลายได้ระหว่าง 0.10 ถึง 1.0 กรัม จัดว่าละลายได้เล็กน้อย 3. ถ้าละลายได้มากกว่า 1.0 กรัม จัดว่าละลายได้ดี ภาพที่14 เส้นกราฟที่แสดงสภาพการละลายของสารแต่ละชนิด ณ อุณหภูมินั้น ๆ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?links=1286


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 30 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ให้ทำความเข้าใจว่าทุกจุดบนเส้นกราฟที่แสดงสภาพการละลายของสารแต่ละชนิด สารละลาย ณ จุด นั้น ๆ จะเป็นสารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมินั้น ๆ ดูตัวอย่างเส้นกราฟของ K2Cr2O7 จะพบว่า อุณหภูมิกับปริมาณของ K2Cr2O7 ที่ละลายได้จะเป็นดังนี้ อุณหภูมิ (oC) มวลของ K2Cr2O7 ที่ละลายได้ (g) 50 30 90 70 100 >80 ณ อุณหภูมิและปริมาณสารที่ละลายได้ดังที่แสดงอยู่นี้ สารละลายในแต่ละอุณหภูมิล้วนเป็น สารละลายอิ่มตัวทั้งสิ้น ถ้าควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ ณ อุณหภูมิใดก็ตามปริมาณของ K2Cr2O7 ที่ละลายได้ก็จะคงที่ เช่น ที่อุณหภูมิ 50 o C K2Cr2O7 ละลายได้ 30 กรัม แต่เมื่อเพิ่มอุณหภูมิ เป็น 90 o C ทำให้ K2Cr2O7 ละลายได้เพื่มขึ้นอีก 40 กรัม เป็น 70 กรัม แต่ถ้าลดอุณหภูมิ ให้กลับไปอยู่ที่ 50 o C ตามเดิม K2Cr2O7 ก็จะตกผลึกแยกตัวออกมา 40 กรัม เช่นกัน เมื่อนำสารประกอบไอออนิกมาผสมกันจะได้สารประกอบชนิดใหม่เกิดขึ้น ซึ่งสารบางชนิด สามารถละลายน้ำได้เช่น โพแทสเซียมไอโอไดด์(KI) เลด (II) ไนเตรต (Pb(NO3 )2 ) บางชนิดไม่สามารถ ละลายน้ำได้เช่น เลด (II) ไอโอไดด์(PbI2 ) จะเกิดตะกอนสีเหลือง ซึ่งสามารถเขียนแทนได้ด้วยสมการ โมเลกุล (Molecular equations) Pb(NO3 )2 (aq) + 2KI (aq) PbI2 (s) + 2KNO3 (aq) โดยสารประกอบไอออนิกที่ละลายน้ำได้จะแตกตัวเป็นไอออน เขียนแทนด้วย สมการไอออนิก (Ionic equation) ได้เป็น Pb2+(aq) + 2NO3 - (aq) + 2K+ (aq) + 2I- (aq) PbI2 (s) + 2K+ (aq) + NO3 - (aq) ซึ่งจะปรากฏไอออนที่สารตั้งต้นนำมาทำปฏิกิริยากันและผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น เมื่อตัดไอออน ที่เหมือนกันออกจากสมการ จะเรียกว่า สมการไอออนิกสุทธิ(Net ionic equation) Pb2+(aq) + 2I- (aq) PbI2 (s) สมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิ (Ionic equation and net ionic equation)


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 31 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก บางกรณีผสมสารละลายแล้วไม่มีตะกอน แต่พบว่ามีไอออนรวมตัวกัน ก็ให้เขียนสมการไอออนิก จากการรวมตัวของไอออนนั้น การที่เรามีความรู้เกี่ยวกับการละลายและการตกตะกอน เมื่อนำสารละลาย ของสารไอออนิกต่างชนิดมาผสมกันนี้ เราสามารถนำไปใช้ในการเตรียมสารเคมีชนิดใหม่ขึ้นมาได้ โดยการผสม สารเคมีชนิดเดิมที่มีอยู่ เพื่อให้ตกตะกอนเป็นสารเคมีที่ต้องการ เช่น ถ้าเราต้องการเตรียม BaSO4 ซึ่งเป็นสาร ไอออนิกที่ไม่ละลายน้ำ เราสามารถเตรียมสารนี้ได้โดยเลือกสารเคมีที่เหมาะสม 2 ชนิด ที่ละลายน้ำได้ สารหนึ่งให้มี Ba 2+ เป็นส่วนประกอบ เช่น BaCl2อีกสารหนึ่งให้มี SO4 2- เป็นส่วนประกอบ เช่น Na2SO4 เมื่อ นำมาผสมกันจะตกตะกอนเป็น BaSO4 ตามต้องการ ดังรูป ภาพที่15 ปฏิกิริยาระหว่างสารละลายเลด(II)ไนเตรตกับสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?links=1286 ไปดูรูปหน้าถัดไปค่ะ


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 32 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ตะกอนสีขาวที่เกิดขึ้นคือ BaSO4 ที่เราต้องการ สำหรับ Na+ กับ Cl- ยังคงละลายอยู่ในสารละลายตามเดิม เนื่องจากเป็นสารไอออนิกที่ละลายน้ำได้ ถ้าเรากรองแยกเอาตะกอนสีขาวออกมา เราก็จะได้ BaSO4 สำหรับ Na+ กับ Cl- ก็จะไหลผ่านกระดาษกรองไป ภาพที่16 ปฏิกิริยาระหว่างสารละลายBaCl2กับสารละลาย Na2SO4 (สืบค้นเมื่อ 2 ก.ย.62) ที่มา : http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?links=1286 เขียนแสดงดังสมการต่อไปนี้ สมการโมเลกุล ; K2SO4 (aq) + BaCl2 (aq) → BaSO4 (s) + 2KCl(aq) สมการไอออนิกรวม ; 2K+ (aq) + SO4 2- (aq) + Ba 2+(aq) + 2Cl- (aq) → BaSO4 (s) + 2K+(aq) + 2Cl- (aq) สมการไอออนิกสุทธิ; Ba2+ (aq) + SO4 2- (aq) → BaSO4 (s)


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 33 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก โดยการเกิดตะกอนของสารประกอบไอออนิกจะยึดหลักตามสมบัติการละลายน้ำ โดยมีหลักการดังนี้ สารประกอบไอออนิกที่ละลายน้ำ 1. สารประกอบของโลหะหมู่ IA โลหะแอลคาไล เช่น NaCl NaNO3 NaHSO4 เป็นต้น 2. สารประกอบที่นำหน้าด้วยหมู่แอมโมเนียมไอออน (NH4 + ) เช่น NH4Cl (NH4 )2SO4 NH4 NO3 3. สารประกอบของไนเตรต (NO3 - ) เช่น KNO3 Ca(NO3 )2 Mg(NO3 )2 เป็นต้น 4. สารประกอบที่เกิดจากโลหะหมู่ IIA รวมกับไอออนที่มีประจุลบหนึ่ง เช่น ClBr - I - NO3 - ClO3 - HSO4 - H2PO4 - HCO3 - เช่น CaCl2 Ca(HCO3 )2 Ca(NO3 )2 เป็นต้น 5. สารประกอบแอซีเตต (CH3COO- ) ยกเว้น ( สารประกอบแอซีเตตของซิลเวอร์ CH3COOAg ละลายได้เล็กน้อย) เช่น CH3COONa CH3COONH4 (CH3COO)2Ca เป็นต้น 6. สารประกอบซัลเฟต (SO4 2- ) ( ยกเว้นสารประกอบซัลเฟตของ Pb2+ Ca2+ Sr2+ Ba2+ Ra2+ ) เช่น Na2SO4 K2SO4 MgSO4 เป็นต้น (ClO3 - ClO4 - 7. สารประกอบคลอไรด์(สารประกอบที่ประกอบด้วย Cl- ) สารประกอบโบรไมด์(สารประกอบ ที่ประกอบด้วย Br - ) และสารประกอบไอโอไดด์ (สารประกอบที่ประกอบด้วย I - ) ทั้งหมด (ยกเว้น สารประกอบของ Ag+ Pb2+ Hg2+ ไม่ละลาย ส่วน PbCl2 ละลายได้เล็กน้อย) เช่น NaCl CaCl2 KBr MgBr2 NaI เป็นต้น สารประกอบไอออนิกที่ไม่ละลายน้ำ 1. สารประกอบฟลูออไรด์ คลอไรด์ ไอโอไดด์ ของ Ag+ Hg2+ และPb2+ เช่น AgCl Hg2Cl2 PbI2 เป็นต้น 2. สารประกอบที่เกิดจากโลหะหมู่ IIA รวมกับไอออนที่มีประจุลบ 2 หรือลบ 3 ไอออนที่มีประจุลบ 2 และลบ 3 เช่น SO4 2- CO3 2- PO4 3- HPO4 3- เป็นต้น (ยกเว้น MgSO4 ละลายได้) เช่น MgCO3 CaCO3 Ca3 (PO4 )2 CaHPO4 BaSO4 3. สารประกอบซัลเฟตของ Pb2+ คือ PbSO4 4. สารประกอบซัลไฟด์(ยกเว้นสารประกอบซัลไฟด์ของโลหะหมู่ IA แอมโมเนียมและโลหะหมู่ IIA ) CuS เป็นต้น 5. สารประกอบไฮดรอกไซด์ (ยกเว้นไฮดรอกไซด์ของธาตุหมู่ IA และแอมโมเนียมของ Ca2+ ละลาย เล็กน้อย) เช่น Fe(OH)3 เป็นต้น 6. สารประกอบออกไซด์(ยกเว้นออกไซด์ของโลหะหมู่ IA และออกไซด์ของ Ca2+ Sr2+ Ba2+ เช่น Fe2O3 ZnO Al2O3 BeO เป็นต้น


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 34 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมายถูก (✓) สำหรับสารประกอบที่เกิดจากพันธะไอออนิก และเครื่องหมายผิด (X) สำหรับสารประกอบที่ไม่เกิดพันธะไอออนิก (10 คะแนน) สารประกอบ การเกิดจากพันธะไอออนิก CH4 KI CsF H2O CO2 Li2O K2O Na2S MgCl2 SrBr2 ใบงานที่1


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 35 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก ต่อไปนี้(10 คะแนน) 1. จงเขียนสูตรของสารประกอบไอออนิก ต่อไปนี้ 1.1 โพแทสเซียมกับคลอรีน : ………………………………………………… 1.2 แคลเซียมกับไอโอดีน : ………………………………………………… 1.3 สทรอนเซียมกับออกซิเจน : ………………………………………………… 1.4 ซิเซียมกับกำมะถัน : ………………………………………………… 1.5 อะลูมิเนียมกับไฮโดรเจน : ………………………………………………… 1.6 เลด (II) ไนเตรต : ………………………………………………… 1.7 แคลเซียมฟอสเฟต : ………………………………………………… 1.8 อะลูมิเนียมคาร์บอเนต : ………………………………………………… 1.9 โครเมียม (III) คลอไรด์ : ………………………………………………… 1.10 ไอร์ออน(III)ฟลูออไรด์ : ………………………………………………… 2. จงเขียนสูตรสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากการรวมตัวระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบ ที่กำหนดให้ต่อไปนี้ ไอออน F - S 2- NO3 - SO4 2- PO4 3- Na+ Ba2+ Al3+ Ag+ Cu + ใบงานที่2


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 36 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก 3. จงเรียกชื่อสารประกอบต่อไปนี้ 3.1 CuCO3 : ………………………………………………… 3.2 NH4CN : ………………………………………………… 3.3 BaSO4 : ………………………………………………… 3.4 Na2HPO4 : ………………………………………………… 3.5 Al(OH)3 : ………………………………………………… 3.6 Fe2O3 : ………………………………………………… 3.7 AgNO3 : ………………………………………………… 3.8 CoCl2 : ………………………………………………… 3.9 MnO : ………………………………………………… 3.10 ZnS : …………………………………………………


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 37 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก คำชี้แจง เขียนวัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์แสดงการเกิดสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้(5 คะแนน) 1. CaF2 2. NaN3 ใบงานที่3


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 38 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก คำชี้แจง ตอบคำถามเกี่ยวกับพลังงานในการเกิดสารประกอบไอออนิก (5 คะแนน) 3. กำหนดพลังงานที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการเกิดNaCl ดังนี้และระบุพลังงานในแต่ละขั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ขั้นที่ การเปลี่ยนแปลง จำนวนพลังงานที่ใช้หรือคาย (kJ/mol) 1 Na(s) Na(g) 107 2 1/2Cl2 (g) Cl(g) 242 3 Na(g) Na+ (g) + e - 496 4 Cl(g) + e - Cl- (g) 349 5 Na+ (g) + Cl- (g) NaCl(s) 787 3.1 ระบุพลังงานในแต่ละขั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. . 3.2 คำนวณพลังงานที่เกี่ยวข้องในการเกิด NaCl ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 39 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (10 คะแนน) 1. พลังงานแลตทิซของ LiF มีค่าเท่ากับเท่าใด โดยกำหนดค่าพลังงานต่าง ๆ ให้ดังนี้ • พลังงานการระเหิดของ Li มีค่าเท่ากับ 155 kJ/mol • พลังงาน IE1 ของ Li มีค่าเท่ากับ 520 kJ/mol • พลังงาน EA1 ของ F มีค่าเท่ากับ 333 kJ/mol • พลังงานการสลายพันธะของ F - F มีค่าเท่ากับ 159 kJ/mol • พลังงานรวมของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ - 583 kJ/mol ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. การเกิด CaO 1 โมล เป็นปฏิกิริยาดูดหรือคายพลังงานกี่กิโลจูล/โมล กำหนดค่าพลังงานต่างๆให้ดังนี้ • พลังงานการระเหิดของ Ca มีค่าเท่ากับ 192.5 kJ/mol • พลังงาน IE1 และ IE2 ของ Ca มีค่าเท่ากับ 589.5 kJ/mol และ 1,175.2 kJ/mol ตามลำดับ • พลังงาน EA1 และ EA2 ของ O มีค่าเท่ากับ 141.5 kJ/mol และ 844.2 kJ/mol ตามลำดับ • พลังงานการสลายพันธะของ O = O มีค่าเท่ากับ 495 kJ/mol • พลังงานแลตทิซมีค่าเท่ากับ 3,542.9 kJ/mol ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ใบงานที่4


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 40 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (10 คะแนน) เมื่อละลายลิเทียมโบรไมด์ (LiBr) และโพแทสเซียมโบรไมด์ (KBr) ในน้ำอุณหภูมิของน้ำ ก่อนละลายและอุณหภูมิของสารละลายเป็นดังนี้ สารประกอบไอออนิก อุณหภูมิ(°C) น้ำ สารละลาย LiBr 28 33 KBr 28 24 1. การละลายน้ำของลิเทียมโบรไมด์และโพแทสเซียมโบรไมด์เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพลังงานแบบใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. สารใดมีพลังงานแลตทิซมากกว่าพลังงานไฮเดรชัน เพราะเหตุใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ใบงานที่5


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 41 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก 3. สารละลายที่กำหนดให้คู่ใดที่ผสมกันแล้วเกิดตะกอน เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิ พร้อมทั้งระบุชื่อของตะกอนที่เกิดขึ้น 3.1 LiCl กับ AgNO3 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.2 KI กับ Pb(NO3 )2 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.3 NH4Cl กับ Ca(OH)2 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.4 Na3PO4 กับ MgCl2 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 42 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก คำสั่ง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว และทำเครื่องหมายกากบาท () ลงในกระดาษคำตอบ (10 คะแนน) 1. ถ้าสาร A B C และ D เป็นธาตุที่เลขอะตอม 7 11 17 และ 20 ตามลำดับไอออนบวกไอออนลบ และสูตรสารประกอบไอออนิกในข้อใดถูกต้อง ข้อ ไอออนบวก ไอออนลบ สูตรสารประกอบไอออนิก ก. D 2+ A 3- D3A2 ข. C 3+ B 2- C2B3 ค. B + A - B ง. A + C - AC 2. ข้อใดอ่านชื่อสารประกอบไอออนิกได้ถูกต้อง ก. SnO2 ซิงค์ออกไซด์ ข. Na2SO3 โซเดียมซัลไฟด์ ค. CaCl2 แคลเซียมไดคลอไรด์ ง. MnO2 แมงกานีส (IV) ออกไซด์ 3. ข้อมูลแสดงค่าพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการละลายของสาร A B และ C เป็นดังนี้ สาร พลังงานไฮเดรชัน (kJ/mol) พลังงานแลตทิซ (kJ/mol) A 745 750 B 590 550 C 690 700 ถ้าใช้สาร A B และ C จำนวนโมลเท่ากันละลายในน้ำที่มีปริมาตร 100 cm3 การละลายข้อใดถูกต้อง แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง พันธะไอออนิก


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 43 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก ก. A > B > C ข. B > A > C ค. B > C > A ง. C > A > B 4. การที่โลหะรวมตัวกับอโลหะ แล้วโลหะจะให้อิเล็กตรอนแก่อโลหะ เกิดไอออนบวกและลบดึงดูดกัน ด้วยแรงดึงดูดไฟฟ้าสถิตสร้างพันธะไอออนิกขึ้นในสารประกอบนั้น เพราะเหตุใด ก. โลหะมีขนาดอะตอมเล็กกว่าอโลหะ ข. อโลหะมีขนาดอะตอมใหญ่กว่าโลหะ ค. โลหะมีค่า IE สูงจึง ให้อิเล็กตรอนได้ง่าย เพื่อปรับเวเลนซ์อิเล็กตรอนแบบแก๊สเฉื่อย ง. โลหะมีค่า IE ต่ำ จึงให้อิเล็กตรอนได้ง่าย เพื่อปรับเวเลนซ์อิเล็กตรอนแบบแก๊สเฉื่อย 5. พันธะไอออนิกเป็นพันธะที่เกิดระหว่างธาตุหมู่ใด ก. หมู่ IA กับหมู่ IIA ข. หมู่ IA กับ หมู่ IIIA ค. หมู่ IIA กับ หมู่VIIA ง. หมู่ IIA กับ หมู่VIIIA 6. ข้อความเป็นลักษณะของผลึกสารประกอบไอออนิก ก. มีรูปทรงเป็นรูปพีระมิดประกอบด้วยไอออนบวกและลบเรียงต่อกันเป็นสามมิติ ข. มีรูปทรงเป็นรูปลูกบาศก์ประกอบด้วยไอออนบวกและลบเรียงซ้อนกันเป็นสามมิติ ค. มีรูปทรงเป็นรูปลูกบาศก์ประกอบด้วยไอออนบวกและลบเรียงสลับกันเป็นสามมิติ ง. มีรูปทรงเป็นรูปพีระมิดหรือลูกบาศก์ประกอบด้วยไอออนบวกและลบเรียงสลับกันเป็นสามมิติ 7. อะตอมที่สูญเสียอิเล็กตรอนจะกลายเป็นไอออนประเภทใด ก. ไอออนลบ ข. ไอออนบวก ค. มีความเป็นกลางทางไฟฟ้า ง. ไอออนบวกและไอออนลบ


ชุดการสอนวิชาเคมีเรื่อง พันธะเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 44 เล่มที่2 เรื่อง พันธะไอออนิก 8. พันธะไอออนิก หมายถึงข้อใด ก. แรงยึดเหนี่ยวทางไฟฟ้า ข. แรงยึดเหนี่ยวระหว่าง Ion (+) กับ Ion (-) ค. การสร้างพันธะที่ใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน ง. แรงยึดเหนี่ยวระหว่างพันธะที่ใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 9. สารประกอบที่เกิดจาก พันธะไอออนิก เรียกว่า ก. สารโลหะ ข. สารโคเวเลนต์ ค. สารประกอบไอออนิก ง. สารโครงผลึกร่างตาข่าย 10. ข้อใดเรียงลำดับความเป็นสารไอออนิกจากมากไปน้อย ก. LiF > NaF > KF ข. LiCl > BeCl2 > CCl4 ค. Ca2P4 > CaS > CaCl2 ง. Mg3N2 > MgO > MgF2


Click to View FlipBook Version