แผนการจัดการเรียนรู้
วิชา ภาษาไทย
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ อ่านออกเขียนได้
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑
นางสาวมณรี ัตน์ ชยั หัน
ตาแหน่ง ครผู ชู้ ว่ ย
โรงเรยี นปราสาท อาเภอปราสาท จังหวดั สุรนิ ทร์
สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสุรินทร์ เขต ๓
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพื่อนำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หาใน
การดำเนนิ ชีวิตและมีนิสัยรักการอา่ น
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ใช้กระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน
รูปแบบตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่าง
มปี ระสทิ ธิภาพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และ
ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คณุ ค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ
ตวั ช้ีวัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคิดเพ่ือนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ญั หาใน
การดำเนินชีวติ และมีนิสัยรักการอ่าน
ชั้น ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.1 ๑. อา่ นออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง การอ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคำ
และข้อความสัน้ ๆ คำคลอ้ งจองและข้อความทป่ี ระกอบด้วยคำ
๒. บอกความหมายของคำ และข้อความท่ีอ่าน พ้นื ฐานคือ คำทีใ่ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั ไมน่ ้อย
กวา่ ๖๐๐ คำ รวมทงั้ คำที่ใชเ้ รียนรู้ในกลมุ่
สาระการเรียนรู้อ่ืน ประกอบดว้ ย
- คำทม่ี ีรูปวรรณยกุ ตแ์ ละไม่มีรูปวรรณยกุ ต์
- คำท่ีมีตวั สะกดตรงตามมาตราและไมต่ รง
ตามมาตรา
- คำท่มี ีพยัญชนะควบกลำ้
- คำท่ีมีอักษรนำ
๓. ตอบคำถามเกยี่ วกับเร่ืองท่ีอ่าน การอา่ นจับใจความจากสอื่ ตา่ ง ๆ เช่น
๔. เล่าเร่อื งย่อจากเรื่องท่ีอา่ น - นิทาน
๕. คาดคะเนเหตุการณ์ จากเร่ืองท่ีอ่าน - เร่อื งสั้น ๆ
- บทร้องเล่นและบทเพลง
- เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ภาษาไทยและกลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ่นื
๖. อา่ นหนงั สอื ตามความสนใจอยา่ งสม่ำเสมอ อ่านหนงั สอื ตามความสนใจ เช่น
และนำเสนอเร่ืองที่อ่าน - หนังสือทนี่ กั เรียนสนใจและเหมาะสมกับ
วยั
- หนงั สอื ทีค่ รแู ละนักเรียนกำหนดร่วมกัน
๗. บอกความหมายของเคร่ืองหมายหรือ การอ่านเครือ่ งหมายหรือสญั ลกั ษณ์
สญั ลกั ษณส์ ำคัญทมี่ ักพบเหน็ ในชีวิตประจำวัน ประกอบดว้ ย
- เครือ่ งหมายสัญลกั ษณต์ า่ ง ๆ ทพี่ บเห็นใน
ชีวติ ประจำวันเคร่อื งหมายแสดงความ
ปลอดภยั และแสดงอันตราย
๘.มมี ารยาทในการอ่าน มมี ารยาทในการอา่ น เช่น
- ไมอ่ ่านเสยี งดงั รบกวนผอู้ นื่
- ไม่เล่นกันขณะที่อ่าน
ไม่ทำลายหนงั สือ
สาระท่ี 2 การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวใน
รปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้า
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
ช้นั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป. 1 ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทดั การคัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัดตาม
รปู แบบการเขียนตัวอกั ษรไทย
๒. เขยี นสอื่ สารดว้ ยคำและประโยคงา่ ยๆ การเขยี นสื่อสาร
- คำท่ีใช้ในชีวิตประจำวัน
- คำพื้นฐานในบทเรียน
- คำคล้องจอง
ประโยคงา่ ย ๆ
๓. มีมารยาทในการเขียน มมี ารยาทในการเขยี น เชน่
- เขยี นให้อา่ นงา่ ย สะอาด ไม่ขดี ฆ่า
- มขี ดี เขยี นในท่ีสาธารณะ
ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับเวลา สถานที่และ
บคุ คล
สาระท่ี 3 การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และ
ความรสู้ ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ช้นั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป. 1 1.ฟงั คำแนะนำ คำส่ังง่าย ๆ และปฏบิ ตั ิตาม
การฟงั และปฏบิ ัตติ ามคำแนะนำ คำส่ังง่าย ๆ
๒. ตอบคำถามและเลา่ เรื่องท่ีฟงั และดู ทั้งที่
เปน็ ความรู้และความบนั เทิง การจบั ใจความและพูดแสดงความคิดเห็น
๓. พดู แสดงความคิดเหน็ และความรสู้ กึ จาก ความรู้สกึ จากเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เปน็ ความรู้
เร่อื งที่ฟังและดู และความบันเทิง เชน่
- เรื่องเล่าและสารคดีสำหรับเดก็
๔.พูดสื่อสารไดต้ ามวัตถุประสงค์ - นทิ าน
- การต์ ูน
๕. มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู - เรอื่ งขบขัน
พดู สือ่ สารในชีวิตประจำวัน เชน่
- การแนะนำตนเอง
- การขอความชว่ ยเหลือ
- การกล่าวคำขอบคุณ
การกลา่ วคำขอโทษ
มารยาทในการฟัง เช่น
- ต้งั ใจฟงั ตามองผู้พูด
ช้ัน ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.1 - ไม่รบกวนผอู้ ื่นขณะท่ีฟงั
- ไม่ควรนำอาหารหรือเครื่องดมื่ ไป
รบั ประทาน
ขณะที่ฟัง
- ให้เกยี รตผิ ู้พดู ด้วยการปรบมอื
- ไมพ่ ูดสอดแทรกขณะที่ฟงั
มารยาทในการดู เชน่
- ต้งั ใจดู
- ไม่ส่งเสียงดงั หรอื แสดงอาการรบกวนสมาธิ
ของผู้อ่ืน
มารยาทในการพดู เช่น
- ใชถ้ อ้ ยคำและกิริยาทส่ี ุภาพ เหมาะสมกบั
กาลเทศะ
- ใชน้ ้ำเสยี งนมุ่ นวล
- ไมพ่ ูดสอดแทรกในขณะที่ผอู้ ่ืนกำลงั พูด
สาระท่ี 4 หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ค 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป. 1 ๑. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ - พยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์
- เลขไทย
และเลขไทย - การสะกดคำ การแจกลูก และการอา่ นเปน็
๒. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ คำ
- มาตราตวั สะกดทีต่ รงตามมาตราและไม่
๓. เรยี บเรยี งคำเปน็ ประโยคง่าย ๆ ตรงตาม
๔. ต่อคำคลอ้ งจองงา่ ยๆ มาตรา
- การผันคำ
- ความหมายของคำ
- การแตง่ ประโยค
- คำคล้องจอง
สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คุณคา่ และนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
ชนั้ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ป. 1 1. บอกขอ้ คดิ ที่ได้จากการอ่านหรือการฟัง วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก
วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรบั เด็ก เช่น
- นทิ าน
2. ทอ่ งจำบทอาขยานตามที่กำหนด - เรอ่ื งสั้นงา่ ยๆ
และบทรอ้ ยกรองตามความสนใจ - ปรศิ นาคำทาย
- บทร้องเลน่
- บทอาขยาน
- บทรอ้ ยกรอง
- วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี น
บทอาขยานและบทร้อยกรอง
- บทอาขยานตามทก่ี ำหนด
- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ
คำอธิบายรายวชิ า
รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 เวลา 200 ชวั่ โมง/ปี
อ่านออกเสียงและบอกความหมายของพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย การสะกดคำ
และคำ สะกดคำ แจกลูกคำ คำคลอ้ งจอง ประโยค ขอ้ ความ บทร้อยแกว้ รอ้ ยกรอง บทดอกสรอ้ ย การ
ใช้ภาษา จับใจความจากนิทานเรื่องเกยี่ วกับท้องถิ่น เร่ืองสนั้ ๆ หนังสอื ตามความสนใจและปฏิบัติตาม
คำสั่ง คำที่มีตัวสะกดตรงมาตราและไม่ตรงมาตรา คำควบกล้ำ อักษรนำ คำที่มีตัวการันต์ คำที่มี
ความหมาย การผันอักษรกลาง สูง ต่ำ คำตรงกันข้าม คำที่มี รร มีมารยาทในการอ่าน ฟัง พูด เขียน
ประเมินค่าเรื่องที่อ่าน ฟงั พูด เขียน คดั ลายมือตามรปู แบบการเขยี นตัวอักษรไทย ขอ้ ความประโยค
งา่ ยๆอยา่ งสร้างสรรค์ นิทาน ภาษาถนิ่ เรือ่ งสั้นๆ บทเพลง บทอาขยาน ปรศิ นาคำทาย
ตั้งคำถาม ตอบคำถาม จากประสบการณ์ตามจนิ ตนาการในชวี ิตประจำวนั
ใช้กระบวนการอา่ น การฟัง การพดู การเขียน การคิดวิเคราะห์ การคิดสรา้ งสรรค์
การเล่านิทาน บทร้อยแก้วร้อยกรอง การเรียนรู้ตามจินตนาการ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ
ทักษะปฏิบัติตามคำสั่งต่างๆในชีวิตประจำวัน เห็นคุณค่าเกิดคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมท่ี
เหมาะสมเอกลกั ษณค์ วามเปน็ ไทย
ตัวชีว้ ดั
ท.๑.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒,ป.๑/๓,ป.๑/๔,ป.๑/๕,ป.๑/๖,ป.๑/๗,ป.๑/๘
ท.๒.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒,ป.๑/๓,ป.๑/๔
ท.๓.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒,ป.๑/๓,ป.๑/๔,ป.๑/๕,ป.๑/๖,ป.๑/๗
ท.๔.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒,ป.๑/๓,ป.๑/๔,ป.๑/๕
ท.๕.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒,ป.๑/๓
รวม 27 ตัวชวี้ ัด
โครงสร้างเวลาเรียน ภาคเรียนที่ 1
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 1
บทท/่ี เรอื่ ง เวลา (ช่ัวโมง)
ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 อา่ นออกเขียนได้ 1 77
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 อา่ นออกเขียนได้ 2 36
รวมภาคเรียนท่ี 1 113
โครงสรา้ งรายวชิ า
หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา
เรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด (ชม.)
อา่ นออกเขียนได้ 1 ท ๑.๑ อา่ นออกเสียงคำ คำคลอ้ งจอง และข้อความ 77
ป.๑/๑ สน้ั ๆ ฟงั คำแนะนำ คำส่ังง่ายๆ และปฏิบัติตาม
บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และ
ท 3.๑ เลขไทยเขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของ
ป.1/1 คำ เรยี บเรียงคำเปน็ ประโยคง่าย ๆ ตอ่ คำคล้อง
จองง่ายๆ
ท ๔.๑
ป.๑/๒
ป.1/2
ป.1/3
ป.1/4
กำหนดแผนการจัดการเรยี นรู้ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 อ่านออกเขียนได้ 1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ เร่อื ง จำนวน
(ชวั่ โมง)
1 สระ -า
2 สระ -ี 3
3 สระ -ู 3
4 สระ -ือ 3
5 สระ แ- 3
6 สระ -ะ 3
7 สระ -ิ 3
8 สระ เ- 3
9 สระ -ุ 3
10 สระ โ- 3
11 สระ -ำ 3
12 สระ ไ- 3
13 สระ เ-า 3
14 สระ ใ- 3
15 สระ -ัว 3
16 สระ -อ 3
17 สระ เ -ีย 3
18 สระ เ -ือ 3
19 สระ เ-อ 3
20 สระ เ-าะ 3
21 สระ เ-ะ 3
22 สระ แ-ะ 3
23 สระ เ-อะ 3
24 สระ -ึ และ สระ โ-ะ 3
25 สระ -ัวะ และ เ -ียะ 4
4
รวม 77
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
หนว่ ยการเรียนรู้ อา่ นออก เขยี นได้ จำนวน 3 ช่วั โมง
บทที่ ๑ สระ -า ครผู ้สู อน นางสาวมณรี ตั น์ ชัยหนั
มาตรฐานการเรียนรู้
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคดิ เพือ่ นาํ ไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปญั หาในการ
ดาํ เนนิ ชวี ติ และมีนสิ ยั รกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง และขอ้ ความสัน้ ๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๑ บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคญั
การอา่ นคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ -า ตอ้ งหัดอา่ นดว้ ยการสะกดคำ แจกลูก เชน่ คำวา่ กา ให้อา่ นวา่ กอ อา กา
รวมท้งั ใช้บทคล้องจองที่มีคำ สระ -า ใหเ้ ดก็ ได้ทอ่ ง อา่ น การมองเหน็ การฟงั จะชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถเรยี นรู้ได้ดยี ง่ิ ข้นึ
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรียนสามารถอา่ นและเขียนสะกดคำทป่ี ระสมด้วยสระ -า
๒. นกั เรียนบอกความหมายของคำท่ีประสมด้วยสระ -า ได้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลกู และการอ่านเป็นคำ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
๑. คณุ ครทู กั ทายนกั เรียน ให้นักเรียนแนะนำตัว เพือ่ ทำความรจู้ ักกนั
๒. คุณครใู ห้นักเรยี นเคลอ่ื นไหวประกอบบทกลอน “คุณป้า” ในท่าท่ีมจี ังหวะ
สนุกสนาน
๓. ใหน้ กั เรยี นจบั ค่กู ับเพือ่ น แล้วตบมอื เปน็ จงั หวะ คือ ตบมือตวั เอง
ยนื่ มอื ขวาตบมือเพ่ือน ตบมอื ตวั เอง ย่ืนมอื ซา้ ยตบมือเพ่ือน
๔. คุณครูติดชารต์ บทกลอน “คณุ ปา้ ” บนกระดานเคล่ือนท่ี หรอื แสดง
เนอื้ เพลงบนจอ ชอี้ ่านให้นักเรยี นฟัง แล้วให้นักเรยี นอา่ นตามจนคลอ่ ง
๒. ขน้ั นำเสนอความรู้
๑. คุณครสู อนอ่านสะกดคำที่ ประสมดว้ ยสระ -า โดยใช้กระดานเคล่ือนท่ี และไมช้ ้อี า่ นตามไปด้วย สอนให้
นกั เรยี นอา่ นพร้อมๆ กันวา่ ก - า - กา / ย - า - ยา / ท - า - ทา ฯลฯ ไปจนครบทกุ คำ
๒. คณุ ครูชูบัตรคำศัพท์ ท่ีประสมด้วยสระ -า ใหน้ กั เรยี นอ่าน ฝกึ อา่ นหลายๆ รอบจนคล่อง
๓. ให้นักเรียนหดั อ่านคำ สระ -า จากหนังสอื เรยี น ในขณะท่นี กั เรียนอ่าน ให้ใชน้ ้ิวชตี้ ามตัวหนงั สือไปด้วย
๓. ขนั้ ลงมือเรียนรู้
๑. แบ่งนักเรียนเป็น ๒ - ๓ กลมุ่ เขา้ แถวตอนลกึ หนา้ กระดาน
๒. คุณครูจะพดู คำศพั ท์ ใหน้ ักเรยี นทีอ่ ยหู่ วั แถวเขียนคำศพั ทบ์ นกระดาน เมื่อเขียนเสรจ็ ใหไ้ ปตอ่ ทา้ ยแถว
เปล่ียนคนเขียนไปเร่อื ยๆ จนครบทกุ คน
๓. เฉลยพร้อมกันบนกระดาน กลมุ่ ไหนเขยี นถูกต้องมากทส่ี ุดเป็นฝ่ายชนะ
๔. นกั เรียนทกุ คนเขยี นคำศัพทท์ ่ไี ด้จากกิจกรรมลงในสมุดของตนเอง
๕. หลงั การทำกจิ กรรมใหท้ ำแบบฝกึ หัดเพ่ิมเตมิ ในหนงั สือเรยี น
๔. ขน้ั สรุปความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงาน “จบั คู่ สระ -า” ให้นักเรียน
๒. นกั เรยี นตดั ใบงาน แลว้ จับคู่ภาพและ คำ สระ -า
๓. ตดิ ภาพและคำท่จี ับคแู่ ล้วลงในสมุด
๕. ขัน้ ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
คุณครใู ห้นักเรยี นหาคำท่ปี ระสมสระอา จากส่ิงรอบตัว เชน่ หนงั สอื ดอกสรอ้ ย ก.ไก่ หนงั สือสำเนยี ง
เสยี งสัตว์ หนังสือพิมพ์ ซองขนม ฯลฯ คนละ ๕ คำ เขยี นลงในสมดุ ของตนเอง แลว้ แลกเปล่ยี นกบั เพื่อนๆ
ในชน้ั เรยี นอีก ๕ คำ อาจบนั ทึกด้วยรปู แบบตาราง
เคร่ืองมือ - ส่ือการเรยี นรู้
๑. ชารต์ บทกลอน “คณุ ป้า”
๒. บัตรพยัญชนะ บัตรสระ -า
๓. กระดานเคลื่อนท่ี / เครื่องฉาย power point
๔. บัตรภาพ บตั รคำ สระ -า
๕. ใบงาน “จับคู่ สระ -า”
การวัดและประเมนิ ผล
รายการ วิธีการวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารวัดและประเมินผล
1. การอ่านคำที่ประสมด้วย ทดสอบการอ่านคำท่ี คำทป่ี ระสมด้วย - นักเรยี นอา่ นคำท่ปี ระสมด้วย
สระ -า ประสมด้วย สระ -า สระ -า สระ -า ได้ 9-10 คำ = ดีมาก
10 คำ - นกั เรียนอ่านคำที่ประสมด้วย
สระ -า ได้ 6-8 คำ = ดี
2. การเขยี นคำทป่ี ระสมดว้ ย ตรวจสมุด คำทีป่ ระสมด้วย - นกั เรยี นอ่านคำที่ประสมด้วย
สระ -า สระ -า สระ -า ไดน้ ้อยกว่า 6 คำ = พอใช้
3. การบอกความหมายของ สงั เกตการทำใบงาน ใบงาน สระ -า - นักเรียนเขยี นคำท่ีประสมด้วย
คำท่ีประสมด้วยสระ -า สระ -า สระ -า ได้ 9-10 คำ = ดีมาก
- นกั เรียนเขยี นคำที่ประสมด้วย
สระ -า ได้ 6-8 คำ = ดี
- นักเรยี นอา่ นคำทป่ี ระสมด้วย
สระ -า ได้นอ้ ยกว่า 6 คำ = พอใช้
- นกั เรยี นจบั คคู่ ำสระ -า ได้ถูกต้อง
ทกุ คำ = ดีมาก
- นักเรียนจบั คคู่ ำสระ -า ได้ถูกตอ้ ง
3- 4 คู่ = ดี
- นักเรียนจบั ค่คู ำสระ -า ได้ถูกตอ้ ง
2-3 คู่ = พอใช้
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ อ่านออก เขียนได้ จำนวน 3 ช่ัวโมง
บทที่ 2 สระ -ี ครูผูส้ อน นางสาวมณีรตั น์ ชัยหัน
มาตรฐานการเรยี นรู้
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพ่ือนําไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหา
ในการดาํ เนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง และขอ้ ความสั้นๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรยี บเรียงคำเปน็ ประโยคง่าย ๆ
สาระสำคญั
บทคล้องจอง มีส่วนช่วยในการเรียนรู้เร่อื งการอ่าน เชน่ บทคล้องจอง “ผีตัวดำ”
นอกจากจะสอดแทรกคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ - แล้ว เน้อื หาในบทคล้องจองทสี่ นุกสนาน จะกระตนุ้ ความสนใจ
ส่งเสรมิ ทกั ษะการอา่ น กอ่ นจะนำไปสู่บทเรยี นท่ีผเู้ รียนตอ้ งหดั สะกดแจกลกู คำ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรียนสามารถอ่านและเขียนสะกดคำทีป่ ระสมด้วยสระ - ี
๒. นกั เรียนบอกความหมายของคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ - ได้
๓. นกั เรยี นสามารถแต่งประโยคง่ายๆ ได้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
การอ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลกู และการอา่ นเปน็ คำ
การแตง่ ประโยค
กระบวนการจดั การเรียนรู้
๑. ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
๑. คุณครนู ำเข้าบทกลอน “ผีตวั ดำ” โดยถามว่า “ใครกลัวผบี า้ ง” ใหน้ ักเรยี น
ท่องบทกลอนจนคล่อง และเคลือ่ นไหวประกอบบทกลอน “ผีตวั ดำ” ในท่า
ท่ีมจี ังหวะสนุกสนาน เช่น ตบมือ - ไขวม้ ือตบโต๊ะ - ตบมือ - ไขว้มือตบโตะ๊
๒. คุณครูติดชารต์ บทกลอน “ผีตัวดำ” บนกระดานเคล่ือนที่ คุณครูชี้อ่านให้
นักเรียนฟัง แลว้ ให้นกั เรียนรอ้ งตามไปทลี ะประโยคจนคล่อง
๒. ขนั้ นำเสนอความรู้
๑. คณุ ครสู อนอ่านสะกดคำ โดยใช้บตั รคำทสี่ ามารถ เปิด-ปิดได้
๒. คุณครแู สดงบัตรคำใหเ้ ห็นพยัญชนะกอ่ น เช่น ตวั ส. เสอื ครูพานักเรียนออกเสียงว่า “สอ” แล้วเปดิ
สระ -ี ตาม แล้วออกเสียงว่า “อ”ี และอ่านรวมเปน็ คำ ว่า “ส”ี จากนนั้ สะกดซ้ําอีกครัง้ สอ - อี - สี
๓. ฝกึ อ่านคำและเรมิ่ อ่านประโยคส้นั ๆ จากหนงั สือเรยี น และใหน้ กั เรยี นชนี้ ิ้วตามขณะอ่าน
ฝึกอา่ นหลายๆ รอบจนคล่อง
๓. ข้ันลงมือเรียนรู้
๑. คุณครตู ดิ บัตรคำบนกระดาน ด้านหนึง่ ตดิ บัตรคำ สระ - อีกด้านหนึ่ง ติดบตั รคำ สระ -า ดังตัวอยา่ ง
๒. ให้นักเรยี นช่วยกนั จับคคู่ ำบนกระดาน เชน่ อีกา ทาสี เป็นตน้
๓. อ่านออกเสยี งคำทีไ่ ด้ จนครบทกุ คำ จากนัน้ เขียนคำที่ได้ลงในสมุด
๔. หลงั การทำกจิ กรรม ใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดในหนังสอื เรียน
๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คุณครแู จกใบงาน สระ - ี สรา้ งสรรค์ (3D-GO : Windows 6 บาน) ใหน้ ักเรียน
๒. นกั เรียนทำใบงานแล้วตดิ ลงในสมดุ
๓. นักเรียนอา่ นคำและประโยคจากใบงาน
๕. ขั้นประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
๑. ให้นกั เรียนทุกคนยนื ข้นึ คุณครจู ะเร่ิมเล่าเร่ืองเป็นคนแรก เปน็ เรื่องสนั้ ๆ ท่ีมคี ำสระ - ี อยู่ดว้ ย
๒. ให้นักเรียนแตง่ เรอ่ื งตอ่ กันไปเรื่อยๆ แต่ต้องมีคำที่มีสระ - ี อยูใ่ นประโยคที่แต่งต่อ
๓. เมือ่ ถึงคนสดุ ท้าย ให้รว่ มกันสรปุ บทเรียน วา่ แต่ละคนได้เรยี นรคู้ ำศพั ทส์ ระ - ี คำใดบ้าง
เครอื่ งมอื - สือ่ การเรยี นรู้
๑. ชาร์ตบทกลอน “ผีตัวดำ”
๒. กระดานเคล่ือนท่ี
๓. บัตรภาพ บตั รคำ สระ - ี / บัตรคำเปดิ ปดิ ได้
๔. ใบงาน “สระ - ี สรา้ งสรรค์ (3D-GO : Windows 6 บาน)”
การวัดและประเมนิ ผล
รายการ วิธีการวดั เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารวัดและประเมินผล
1. การอา่ นคำที่ประสมด้วย ทดสอบการอา่ นคำท่ี คำทป่ี ระสมดว้ ย - นักเรยี นอ่านคำทป่ี ระสมด้วย
สระ - ี ประสมด้วย สระ - ี สระ - ี สระ - ี ได้ 9-10 คำ = ดีมาก
10 คำ - นกั เรียนอา่ นคำท่ปี ระสมดว้ ย
สระ - ี ได้ 6-8 คำ = ดี
2. การเขยี นคำทป่ี ระสมดว้ ย ตรวจสมุด คำทีป่ ระสมดว้ ย - นักเรยี นอา่ นคำท่ปี ระสมดว้ ย
สระ - ี สระ - ี สระ - ี ได้นอ้ ยกว่า 6 คำ = พอใช้
3. การบอกความหมายของ สงั เกตการทำใบงาน ใบงาน สระ - ี - นกั เรียนเขยี นคำที่ประสมด้วย
สระ - ี ได้ 9-10 คำ = ดีมาก
คำท่ีประสมด้วยสระ - ี สระ - ี - นกั เรียนเขียนคำที่ประสมด้วย
สระ - ี ได้ 6-8 คำ = ดี
- นกั เรยี นอ่านคำทป่ี ระสมดว้ ย
สระ - ี ได้น้อยกวา่ 6 คำ = พอใช้
- นักเรยี นจับคคู่ ำสระ -า ไดถ้ ูกตอ้ ง
ทกุ คำ = ดีมาก
- นักเรยี นจับคูค่ ำสระ -า ไดถ้ ูกตอ้ ง
3- 4 คู่ = ดี
- นักเรยี นจับคู่คำสระ -า ไดถ้ ูกตอ้ ง
2-3 คู่ = พอใช้
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ อา่ นออก เขยี นได้ จำนวน 3 ชวั่ โมง
บทที่ ๓ สระ -ู ครูผู้สอน นางสาวมณีรตั น์ ชัยหัน
มาตรฐานการเรียนรู้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคดิ เพ่อื นาํ ไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดาํ เนินชวี ิต และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรสู้ กึ
ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา และพลงั ของ
ภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
๒. ตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสนั้ ๆ
มาตรฐาน ท ๓.๑ ป.๑/๑ ฟงั คำแนะนำ คำส่ังงา่ ยๆ และปฏบิ ัติตาม
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคัญ
คำทีส่ ะกดดว้ ยสระ -ู มรี ูปแบบการสะกดเหมือนกับสะ สระ -า และ สระ - ี ซึง่ เป็นสองบทแรก
ผู้เรียนจึงเริม่ คนุ้ เคย เม่ือถึงสระ -ู นอกจากสอนเรื่องการสะกดคำแล้ว จงึ ต้องสอดแทรกประโยค ที่มคี ำจากสระตา่ งๆ
ท่ีเรยี นมาแลว้ จะทำให้ผูเ้ รยี นเขา้ ใจความหมาย และบรบิ ทของคำได้มากขนึ้
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นกั เรยี นสามารถอ่านและเขียนสะกดคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ -ู
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคำที่ประสมดว้ ยสระ -ู ได้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การอ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลูก และการอ่านเป็นคำ
การฟังและปฏบิ ตั ิตามคำแนะนำ คำสั่งงา่ ยๆ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
๑. ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น
๑. คณุ ครตู ดิ ชาร์ตบทกลอน “ดูหนสู ่รู ูงู”บนกระดานเคลอ่ื นที่ คุณครู
อ่านใหน้ ักเรยี นฟัง แลว้ ให้นกั เรยี นรอ้ งตามจนคล่อง
๒. ใหน้ ักเรียนเคลอ่ื นไหวร่างกายประกอบบทกลอน “ดหู นูสู่รูง”ู ในทา่
ท่ีมจี งั หวะสนกุ สนาน เช่น ตบมือ - ตบโตะ๊ ดว้ ยมอื ขวา - ตบมือ -
ตบโตะ๊ ดว้ ยมือซ้าย
๒. ข้นั นำเสนอความรู้
๑. คณุ ครแู นะนำสระ -ู และการออกเสียงสระ -ู
๒. คณุ ครสู อนอ่านแจกลูกสะกดคำ โดยใช้บัตรพยัญชนะติดบนบอร์ดตะแกรงแล้วใชไ้ ม้ไอศกรีม สระ -ู
วางใตบ้ ตั รพยัญชนะ แล้วออกเสียงสะกดคำเป็นตัวอย่าง เชน่ งอ - อู - งู
๓. เปลี่ยนพยญั ชนะเปน็ ตวั อื่นๆ แลว้ ให้นกั เรียนสะกดคำพร้อมกัน ฝกึ อ่านหลายๆ รอบจนคลอ่ ง
๔. ฝกึ อา่ นพร้อมกันในหนังสอื เรยี น
๓. ข้นั ลงมือเรียนรู้
๑. คุณครูติดบตั รคำบนบอรด์ ตะแกรง หรอื ฉายบน power point แลว้ ให้นักเรียนอา่ นพรอ้ มกัน
๒. นกั เรยี นนักล้อมเป็นวงกลม คุณครูนำ “กะหลา่ํ ปลีคำศัพท”์ (กระดาษทีเ่ ขยี นคำศัพท์ ขยำซอ้ นกนั
เป็นก้อนกลมคลา้ ยกะหล่าํ ปลี เชน่ คำว่า งู ปูนา คูนา ดูกา เป็นต้น) ใหน้ ักเรยี น
๓. คุณครูเปดิ เพลงหรือให้นักเรยี นร้องเพลง แลว้ ส่งกะหลํ่าปลีคำศพั ทต์ ่อกนั ไปเร่อื ยๆ เมื่อเพลงหยุด
กะหลํา่ ปลคี ำศัพท์อย่ทู ่ใี คร นกั เรยี นคนนนั้ จะตอ้ งแกะกระดาษออก ๑ แผน่ จากน้นั ชกู ระดาษ
อ่านคำศัพท์ และใหน้ ักเรยี นคนอื่นอา่ นตาม
๔. เมือ่ จบเกมใหน้ ักเรยี นทบทวนความรู้ โดยทำแบบฝึกหัดในหนังสอื เรียน
๔. ข้ันสรุปความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงาน “สระอูของฉัน” ใหน้ กั เรียน
๒. นักเรยี นทำใบงาน โดยเขียนคำสระอูลงใน GO : Picture
๓. ติดใบงานลงในสมุด
๕. ขน้ั ประยกุ ต์ใช้ความรู้
๑. ให้นักเรียนทอ่ งบทกลอน “ดูหนูสูร่ ูงู” พร้อมกันอีกครง้ั
๒. พดู คยุ ถามตอบเกี่ยวกับเร่ืองราวในบทกลอน เชน่ หนู งู จากนัน้ ให้นกั เรียนวาดภาพ ระบายสี
โดยใช้ เร่ืองราว ตวั ละคร หรอื คำศัพท์จากบทกลอนดังกลา่ ว
เครือ่ งมอื - ส่ือการเรยี นรู้
๑. ชารต์ บทคล้องจอง “ดหู นูส่รู ูงู”
๒. บอรด์ ตะแกรง / กระดานเคลอ่ื นท่ี / เครื่องฉาย power point
๓. บัตรภาพ บัตรคำ แถบประโยค ไม้ไอศกรีมสระอู
๔. ใบงาน สระอขู องฉัน (GO : Picture)
การวัดและประเมนิ ผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกึ หดั ของนักเรียน
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ อา่ นออก เขยี นได้ จำนวน 3 ชั่วโมง
บทท่ี ๔ สระ -อื ครูผสู้ อน นางสาวมณีรตั น์ ชยั หัน
มาตรฐานการเรยี นรู้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพือ่ นําไปใช้ตดั สินใจ แก้ปญั หาในการ
ดําเนินชีวิต และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และพลงั ของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
๒. ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสน้ั ๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๔ ต่อคำคล้องจองง่ายๆ
สาระสำคัญ
คำคล้องจอง คือ คำทส่ี มั ผัสกัน มสี ระ หรอื พยัญชนะทา้ ยเหมอื นกัน เชน่ คำคล้องจอง สระ -ือ มีมือ - ถือมา
เม่ือนกั เรยี นเรียนเนอื้ หามากข้ึน กค็ วรเรียนรู้คำคล้องจอง เพราะเสยี งคำคล้องจองจะช่วยกระต้นุ ความจำ ความเข้าใจ
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรียนสามารถอ่านและเขียนสะกดคำท่ปี ระสมด้วยสระ -ือ
๒. นักเรยี นบอกความหมายของคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ -ือ ได้
๓. นักเรยี นสามารถเขียนคำคล้องจองได้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลกู และการอ่านเป็นคำ
คำคล้องจอง
กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
๑. คุณครูใหน้ กั เรียนท่องบทกลอน “ม้าดื้อ” จนคล่อง และ
เคลือ่ นไหวประกอบบทกลอน ในทา่ ที่มจี ังหวะสนกุ สนาน
เช่น
ตบโต๊ะ - ตบไขว้มือขวาอยู่ บน - ตบโต๊ะ - ตบไขว้มือซา้ ย
อย่บู น
๒. คณุ ครตู ิดชาร์ตบทกลอน “ม้าดื้อ”บนกระดานเคล่ือนที่
คุณครชู ีอ้ า่ นให้นักเรยี นอ่านตามทลี ะประโยคพร้อมกนั
๒. ข้นั นำเสนอความรู้
๑. คุณครแู นะนำใหน้ ักเรียนรู้จกั สระ -ือ แล้วให้นักเรยี นใช้น้วิ เขยี นสระ -ือ กลางอากาศพรอ้ มกับ
ออกเสียง
๒. คณุ ครสู อนการสะกดคำแจกลกู พยัญชนะ + สระ -ือ โดยใชบ้ ัตรคำตดิ บนกระดานเคล่ือนที่ ใช้คนละสี
เชน่ ตดิ สระอือสีแดง ใช้พยัญชนะสีน้ำเงนิ
๓. คุณครูชีอ้ า่ น เชน่ คอ - อือ - คอื แล้วเปลีย่ นพยญั ชนะไปเร่ือยๆ ใหน้ ักเรียนออกเสียงพร้อมกนั
๔. อา่ นออกเสียงแตล่ ะคำอีกคร้ัง เชน่ กือ คือ มือ ถือ สือ ฝกึ อ่านหลายๆ รอบจนคลอ่ ง
๕. อา่ นคำทมี่ สี ระอ่นื อยดู่ ว้ ย เช่น มอื ชา ตาจือ มมี ือ จากนั้นอ่านในหนังสือเรยี น
๓. ขน้ั ลงมือเรยี นรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นจบั คูก่ ัน จากนั้นคุณครแู จกใบงาน “เซยี มซี สระ -ือ” ให้นกั เรียนตดั เป็นช้นิ แลว้ นำใส่แกว้
(๑๖ คำ)
๒. นักเรยี นคนหนึ่งเขย่าหรอื หยบิ เซยี มซีขน้ึ มา ๑ ใบ แลว้ ใหเ้ พ่อื นอีกคนอ่าน
๓. ผลดั กันเล่นจนกระทั่งเซียมซหี มดแก้ว
๔. อา่ นคำในเซียมซีพร้อมกันอีกครั้งทง้ั ห้อง
๕. หลงั การทำกจิ กรรม ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรียน
๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คุณครแู จกใบงาน “ถุงมือ สระ -อื (GO : Picture)” ใหน้ ักเรียน
๒. นักเรยี นตัดใบงานตามรอยประ
๓. เขยี นคำที่สะกดดว้ ย สระ -ือ ลงในใบงาน GO
๔. ตดิ ลงในสมุด
๕. ขัน้ ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
๑. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ - ๕ คน
๒. คุณครูแจกกระดาษให้กลุ่มละ ๑ แผ่น
๓. คณุ ครอู ธบิ ายเรื่องคำคลอ้ งจอง แล้วใหน้ ักเรยี นเขยี นคำคล้องจองลงในกระดาษ
๔. ใหเ้ วลาประมาณ ๑๐ นาที แลว้ นำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น
เครอื่ งมือ - ส่ือการเรยี นรู้
๑. กระดานเคล่อื นที่ / บอรด์ ตะแกรง / แผ่นชาร์ต หรอื เครื่องฉาย power point
๒. บัตรภาพ บัตรคำ แถบประโยค ในข้ันท่ี ๒ - ๓
๓. ใบงาน เซียมซี สระ -ือ
๔. ใบงาน ถงุ มอื สระ -ือ (GO : Picture) และ กระดาษสำหรับเขียนคำคล้องจอง
๕. แก้วกระดาษ หรือ พลาสติกสำหรับใบงาน เซียมซี สระ -ือ
การวัดและประเมนิ ผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมการอา่ น / การสะกดคำ ของนักเรยี น
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำแบบฝึกหดั ของนักเรียน
แผนการจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1
หนว่ ยการเรียนรู้ อา่ นออก เขียนได้ จำนวน 3 ชั่วโมง
บทท่ี ๕ สระ แ- ครูผ้สู อน นางสาวมณีรตั น์ ชยั หัน
มาตรฐานการเรยี นรู้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพ่อื นาํ ไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปญั หาในการ
ดําเนินชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
๒. ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และขอ้ ความสน้ั ๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคญั
เมื่อประสม สระ แ- กับพยญั ชนะ จะทำให้นักเรียนได้เรียนร้คู ำศัพทใ์ หม่เพม่ิ ขึ้น และสามารถทบทวนความรู้
ฝกึ ฝนด้วยกิจกรรมเสรมิ ท่ีทำใหก้ ารอา่ นเปน็ เร่ืองน่าสนใจ เช่น กจิ กรรม “พลิกแลว้ อ่าน Flip & Read”
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรยี นสามารถอ่านและเขยี นสะกดคำท่ปี ระสมด้วย สระ แ- ได้
๒. นกั เรียนเข้าใจความหมายของคำที่ประสมดว้ ย สระ แ-
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลกู และการอ่านเปน็ คำ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
๑. ขนั้ นำเขา้ สูบ่ ทเรียน
๑. ให้นักเรยี นทอ่ งบทกลอน “ลิงกะเสือ” และเคลื่อนไหวประกอบ
ในทา่ ทีม่ ีจงั หวะสนกุ สนาน เช่น ตบโต๊ะ - ตบมอื - ตบมอื เพื่อน
๒. คณุ ครตู ิดชาร์ตบทกลอน “ลงิ กะเสือ”บนกระดานเคลือ่ นที่
คณุ ครชู ้ีอ่าน ให้นกั เรยี นอา่ นตามทีละประโยคจนคล่อง
๒. ขน้ั นำเสนอความรู้
๑. คุณครนู ำเข้าบทเรียนโดยให้นกั เรียนดูภาพ เชน่ แม่ คนแก่ กาแฟ
แลว้ ถามวา่ ในภาพนี้คอื อะไร
๒. คณุ ครสู อนการอ่านแจกลูก โดยใชบ้ ัตรคำทเี่ ปดิ -ปิดได้
๓. คุณครูแสดงบตั รคำใหเ้ หน็ พยัญชนะกอ่ น เช่น ตวั ล. ลิง ครูพานกั เรียนออกเสียงวา่ “ลอ” แล้วเปดิ
สระ แ- ตาม พรอ้ มออกเสียงว่า “แอ” และอ่านรวมเปน็ คำวา่ “แล” ฝึกอา่ นหลายๆ รอบจนคลอ่ ง
๔. ฝกึ อ่านคำและเร่มิ อ่านประโยคส้นั ๆ จากหนังสือเรียน และให้นกั เรียนชน้ี วิ้ ตามขณะอ่าน
๓. ข้ันลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครูให้นักเรยี นอา่ นคำจากบัตรภาพบัตรคำ หรือ power point พร้อมกัน
๒. แบ่งนักเรยี นเปน็ ๕ กลุ่ม คุณครแู จกการ์ดคำให้นักเรยี น กลมุ่ ละ ๑ ชุด (๙ คำ)
๓. คุณครูอ่านคำศัพท์ แล้วให้นกั เรียนแต่ละกลุ่ม แข่งกันหยิบการ์ดคำตามท่ีคุณครูอ่าน ใครหยบิ ได้
มากทส่ี ดุ เปน็ ผ้ชู นะ
๔. ทำแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรียน เพือ่ ทบทวนความเขา้ ใจ
๔. ข้ันสรุปความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงาน “พลกิ แล้วอ่าน” (GO : Flip & Read)
๒. นกั เรยี นทำใบงานแล้วติดลงในสมดุ
๓. นกั เรยี นอ่านออกเสยี งพรอ้ มกัน
๕. ขนั้ ประยกุ ต์ใช้ความรู้
๑. คณุ ครูนำชาร์ตบทกลอน “ลิงกะเสือ” ให้นกั เรียนทกุ คนอ่านออกเสยี งอีกคร้ัง
๒. ปิดขอ้ ความบางส่วน แลว้ ใหน้ กั เรยี นทกุ คนช่วยกันเลือกบตั รคำบนบอร์ดตะแกรง ซึ่งจะมีคำตรงกบั
ข้อความทีห่ ายไป มาติดแทนท่ีข้อความดงั กลา่ ว
๓. ใหน้ ักเรยี นเขียนและวาดภาพจากบทกลอน “ลิงกะเสอื ” ตามจินตนาการ ลงในสมุดของตนเอง
เครอ่ื งมือ - สอื่ การเรียนรู้
๑. ชาร์ตบทคล้องจอง “ลงิ กะเสือ”
๒. กระดานเคลือ่ นที่ / เครอื่ งฉาย power point
๓. บตั รภาพ บัตรคำ
๔. ใบงาน “พลกิ แล้วอา่ น (Flip & Read)”
๕. การด์ คำศัพท์ สระ แ-
การวดั และประเมินผล
๑. สังเกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝึกหดั ของนักเรยี น
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ อ่านออก เขียนได้ จำนวน 3 ชวั่ โมง
บทท่ี 6 สระ -ะ ครผู สู้ อน นางสาวมณรี ัตน์ ชัยหนั
มาตรฐานการเรียนรู้
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคดิ เพอื่ นําไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการ
ดําเนนิ ชีวิต และมีนสิ ยั รกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความร้สู ึก
ในโอกาสต่างๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
๒. ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง และข้อความสัน้ ๆ
มาตรฐาน ท ๓.๑ ป.1/๔ พดู ส่ือสารไดต้ ามวัตถุประสงค์
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคญั
สระ -ะ เป็นสระเสยี งส้ันสระแรก ทผ่ี เู้ รยี นจะได้เรยี น ควรทบทวนสระเดมิ ประกอบ
ด้วยการสอนคำทปี่ ระกอบดว้ ยสระอืน่ ๆ เพื่อให้ผูเ้ รียนเข้าใจคำ การออกเสียงมากข้นึ เชน่ ชะนี ระกา
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นกั เรยี นสามารถอ่านและเขยี นสะกดคำทปี่ ระสมด้วยสระ -ะ
๒. นักเรยี นบอกความหมายของคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ -ะ ได้
๓. นกั เรยี นสามารถเล่าเรื่องสั้นๆ โดยใชค้ ำ สระ -ะ เปน็ หัวขอ้ ในการพูดได้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง
การอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลกู และการอา่ นเป็นคำ
การพดู ส่ือสารในชวี ิตประจำวัน
กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น
๑. ให้นกั เรยี นท่องบทกลอน “มานะ กะ มาน”ี
และเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน ในทา่ ท่ีมีจงั หวะสนกุ สนาน
เช่นปากแก้วเคาะ ก้นแก้วเคาะสลับตามจงั หวะจนจบ
๒. คณุ ครตู ิดชารต์ หรอื ฉาย Power Point บทกลอน “มานะ
กะ มานี” คุณครชู ีอ้ า่ นให้นักเรียนฟงั แลว้ ใหน้ ักเรียน อ่านตามทลี ะประโยคจนคลอ่ ง
๒. ขัน้ นำเสนอความรู้
๑. คุณครสู อนอ่านสะกดคำที่ ประสมด้วยสระ -ะ โดยใชก้ ระดานเคล่ือนที่ และชอ้ี ่านตามไปดว้ ย สอนให้
นกั เรยี นอ่านพร้อมๆ กนั ว่า ก - ะ - กะ / ช - ะ - ชะ / น - ะ - นะ ฯลฯ ไปจนครบทกุ คำ
ฝึกอ่านหลายๆ รอบจนคล่อง
๒. นักเรยี นหัดอา่ นคำ สระ -ะ จากบัตรภาพ บตั รคำ หรือใช้สอื่ จรงิ ประกอบ เช่น ผลมะระ กะลามะพร้าว
เปน็ ต้น
๓. ฝึกอ่านเพ่มิ เติมจากหนังสอื เรยี น ในขณะทีน่ ักเรยี นอา่ น ให้ใช้น้ิวชี้ตามตัวหนังสือไปด้วย
๓. ขั้นลงมือเรยี นรู้
๑. คุณครพู าอา่ นคำศพั ท์ สระ -ะ บนกระดานหรือ ฉาย Power point
๒. คณุ ครูแจกแผน่ ป้าย (ขนาดเอส)่ี ให้นักเรียนคนละ ๑ แผ่น เปน็ คำ ๑ พยางค์ เช่น มะ ยะ มา กะ
๓. นักเรยี นจะต้องจบั คูห่ รอื จับกลุม่ กบั เพอ่ื นทถ่ี ือคำ ทีส่ ามารถตอ่ กบั ตนเองแล้วเปน็ คำที่มคี วามหมาย เช่น
มะ+ระ มา+นะ ยะ+ลา กะ+ละ+แม เป็นต้น
๔. คู่ไหน หรอื กลมุ่ ไหน ท่ีคำต่อกันแล้วมีความหมาย ใหย้ กมือแลว้ อ่านออกเสียงคำนัน้ ใหเ้ พอื่ นคนอืน่
ออกเสียงตาม
๕. หลังการทำกจิ กรรม ให้นักเรียนทำแบบฝึกหดั ในหนังสือเรยี น
๔. ข้นั สรุปความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงาน “การ์ดสระ -ะ ๓ มติ ิ (3D-GO)” ให้นักเรียนทุกคน
๒. นักเรยี นทำใบงานโดยตัดแลว้ ติด ใหพ้ ลกิ เปิดภาพและพยญั ชนะได้
๓. นกั เรียนอา่ นออกเสยี งคำศัพท์พร้อมกัน
๕. ขนั้ ประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. ให้นกั เรยี นเลอื กคำศพั ทท์ ่ีประสมด้วยสระ -ะ ทช่ี อบ ๑ คำ
๒. เล่าเรอื่ งจากคำศัพทน์ นั้ เชน่ กะลา - นักเรยี นบางคนเคยเหน็ แม่ขูดมะพรา้ วไปทำขนม ขูดจนเหลือแต่
กะลา เป็นตน้ คณุ ครูต้องแนะนำแนวทางในการเลา่ อาจจะเปน็ ประสบการณ์ หรอื ความรสู้ กึ คนละ
๒ - ๓ นาที
เคร่อื งมอื - สอ่ื การเรยี นรู้
๑. กระดานเคล่อื นท่ี / บอร์ดตะแกรง / ชาร์ต หรือ เครือ่ งฉาย power point
๒. บตั รภาพ บัตรคำ (คำศัพท์บทท่ี ๖ พยัญชนะ และสระ)
๓. ใบงาน “การด์ สระ -ะ ๓ มิติ (3D-GO)”
๔. แกว้ พลาสติกสำหรบั เคาะ
การวดั และประเมินผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนกั เรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำแบบฝกึ หัดของนักเรียน
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1
หนว่ ยการเรียนรู้ อา่ นออก เขยี นได้ จำนวน 3 ชวั่ โมง
บทท่ี ๗ สระ -ิ ครูผสู้ อน นางสาวมณีรัตน์ ชยั หนั
มาตรฐานการเรียนรู้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพ่ือนําไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปญั หาในการ
ดาํ เนนิ ชีวิต และมนี ิสัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสนั้ ๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคญั
คำทป่ี ระสมด้วยสระ - จะมคี วามหมายหลากหลายมากขึน้ หากประสมกับคำทปี่ ระสมสระอนื่ ๆ
นอกจากการแจกลกู สะกดคำแลว้ จงึ ต้องเชอื่ มโยงกับคำในบทเรยี นทผี่ า่ นมา สระ - ิ เป็นสระท่มี ีรปู ร่างคล้ายสระ -
อาจทำให้ผเู้ รยี นเกดิ ความสับสนได้ ในขัน้ การสอนจงึ ต้องเน้นยาํ้ ใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถแยกแยะสระได้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นักเรยี นสามารถอ่านและเขียนสะกดคำท่ปี ระสมด้วยสระ -
๒. นกั เรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดว้ ยสระ - ได้
๓. นักเรียนสามารถจบั ประเด็น / ใจความสำคัญ ในบทเรยี นน้ี คอื คำในเรียน จากการฟังสอ่ื ตา่ งๆ ได้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลกู และการอ่านเป็นคำ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น
๑. ให้นกั เรยี นท่องบทกลอน “หนมู า กะ หนูมี” จนคล่อง และเคลื่อนไหว
ประกอบในทา่ ที่มจี ังหวะสนุกสนาน เชน่ แตะหัว - แตะไหล่
๒. คณุ ครูแบ่งนักเรียนเป็นสองฝัง่ คือฝัง่ ซ้าย และขวา เม่ือคุณครูชีฝ้ ง่ั ไหน
ฝั่งนั้นตอ้ งรอ้ งบทกลอนทอ่ นน้ัน แต่ทัง้ สองฝงั่ จะยังคงทำทา่ ทาง
Brain Gym ตลอดทัง้ เพลง
๓. คณุ ครูตดิ ชาร์ตบทกลอน “หนมู า กะ หนมู ”ี บนกระดานเคล่อื นที่
คณุ ครชู อ้ี า่ นให้นักเรยี นฟัง แล้วให้นักเรยี นอ่านตามทีละประโยคจนคล่อง
๒. ขั้นนำเสนอความรู้
๑. คณุ ครูสอนอ่านสะกดคำ โดยใชบ้ ัตรคำทส่ี ามารถ เปดิ -ปิดได้
๒. คณุ ครแู สดงบตั รคำให้เห็นพยญั ชนะก่อน เช่น ตวั ท.ทหาร นกั เรียนออกเสียงว่า “ทอ” แลว้ เปดิ สระ - ิ
ตาม ซ่ึงนักเรยี นจะออกเสียงวา่ “ท”ิ และอ่านรวมเปน็ คำ วา่ “ท”ิ แลว้ สะกดซ้ำํ อกี คร้งั ทอ - อิ - ทิ
๓. คุณครูชบู ตั รคำ ให้นกั เรยี นอ่านออกเสยี ง ฝึกอ่านหลายๆ รอบจนคลอ่ ง
๔. ฝกึ อ่านคำและเริม่ อ่านประโยคส้นั ๆ ในหนงั สอื เรียน และให้นกั เรียนชน้ี ้ิวตามขณะอ่าน
๓. ข้ันลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครพู าอา่ นคำศัพท์ สระอิ ประมาณ ๑๐ - ๑๕ คำ บนกระดานหรือ ฉาย Power Point
๒. คณุ ครูแจกตารางบงิ โกให้นกั เรียน
๓. นักเรยี นเลือกเขียนคำที่คุณครูพาอ่านลงในตาราง
๔. คณุ ครสู ุ่มอา่ นคำบนกระดาน หรือ สุ่มคำจากการหยบิ ปิงปองสลาก ฯลฯ นักเรยี นทำเครื่องหมาย X
ทบั คำศัพท์ทีค่ ุณครูอา่ น
๕. นกั เรียนท่บี ิงโกก่อนเป็นผู้ชนะและไดร้ ับรางวัล
๖. หลังการทำกจิ กรรม ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหัดในหนังสอื เรยี น
๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงาน “จบั คำ จบั ค”ู่ ให้นกั เรียน
๒. นักเรยี นตดั ใบงานตามรอยประ แลว้ นำบตั รคำมาติดลงในช่องว่าง ใหต้ รงกบั ภาพ และเขยี นคำศัพทที่ได้
อีกครัง้
๓. อา่ นออกเสยี งคำศพั ท์ในใบงานพรอ้ มกนั
๕. ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
๑. นักเรียนจับคู่กนั เตรยี มปากกาคนละสี
๒. คณุ ครแู จกใบงาน “เจอก่อน วงกอ่ น (Word Race)” แล้วอ่านคำในใบงาน
๓. นักเรียนแย่งกนั วงกลมล้อมรอบคำที่คุณครูอ่าน
๔. เม่ือวงกลมครบทกุ คำแล้ว ใหน้ บั สปี ากกา สปี ากกาของใครมากทส่ี ดุ เปน็ ผู้ชนะ
เคร่อื งมอื - สื่อการเรยี นรู้
๑. กระดานเคลอ่ื นท่ี / บอรด์ ตะแกรง / แผน่ ชารต์ หรอื เครอ่ื งฉาย power point
๒. บัตรภาพ บัตรคำ
๓. ใบงาน “จับคำ จบั ค”ู่
๔. ใบงาน “เจอก่อน วงก่อน (Word Race)”
๕. ตารางบงิ โก
การวดั และประเมินผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมการอา่ น / การสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำแบบฝึกหัดของนักเรยี น
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ อ่านออก เขยี นได้ จำนวน 3 ช่วั โมง
บทที่ 8 สระ เ- ครูผสู้ อน นางสาวมณีรตั น์ ชัยหัน
มาตรฐานการเรียนรู้
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนาํ ไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการ
ดําเนินชีวติ และมนี สิ ยั รกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และพลงั ของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
๒. ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และขอ้ ความสน้ั ๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรียบเรียงคำเป็นประโยคงา่ ยๆ
สาระสำคัญ
คำทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ- จะมีความหมายหลากหลาย เม่ือประสมกบั คำทปี่ ระสมด้วยสระอื่นๆ เชน่ ทะเล เซมา
เพือ่ ให้ผ้เู รียนไดเ้ หน็ รปู แบบการใชค้ ำมากขึน้ จงึ ควรใหผ้ ู้เรียนไดฝ้ กึ การใชค้ ำแต่งประโยค
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรยี นสามารถอ่านและเขียนสะกดคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ-
๒. นักเรยี นบอกความหมายของคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ เ- ได้
๓. นกั เรียนสามารถแตง่ ประโยคจากคำที่กำหนดให้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลูก และการอ่านเป็นคำ
การแตง่ ประโยค
กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
๑. ให้นักเรยี นทอ่ งและเคล่ือนไหวประกอบบทกลอน “ตาเข
กะ ตาขำ” ในทา่ ที่มจี ังหวะสนกุ สนาน เช่น แตะหวั - แตะไหล่ -
ตบมอื 2 ครัง้
๒. คณุ ครตู ิดแผ่นชารต์ หรอื ฉาย Power Point บทกลอน
“ตาเข กะ ตาขำ” คุณครูช้ีอา่ นใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ ให้
นักเรียนอา่ นตามทีละประโยคจนคล่อง
๒. ขน้ั นำเสนอความรู้
๑. คุณครูสอนอ่านสะกดคำที่ ประสมด้วยสระ เ- โดยใชก้ ระดานเคลื่อนท่ี และชอ้ี ่านตามไปด้วย สอนให้
นักเรียนอ่านพร้อมๆ กนั วา่ จ - เ - เจ / ม - เ - เม / ท - เ - เท ฯลฯ ไปจนครบทกุ คำ
๒. นักเรียนหดั อ่านคำ สระ เ- จากบตั รภาพ บัตรคำ หรือ ใชภ้ าพจริง อา่ นหลายรอบๆ หรือหาคำอื่น
เพ่มิ เตมิ เพื่อใหน้ ักเรยี นอ่านจนคลอ่ ง
๓. ฝกึ อ่านเพ่มิ เติมจากหนังสือเรียน ในขณะทนี่ ักเรยี นอา่ น ให้ใชน้ ิ้วช้ีตามคำทกี่ ำลงั อ่านไปดว้ ย
๓. ขั้นลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงาน “อักษรซ่อนคำ” ให้นกั เรยี น
๒. นักเรยี นหาคำศพั ท์ วงกลมล้อมรอบคำน้นั แล้วเขียนคำทห่ี าได้ลงในช่องวา่ ง
๓. นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งคำศัพท์พรอ้ มกัน
๔. ลงมือทำแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรียน เพอื่ ทบทวนความเข้าใจ
๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงาน “สระเอของเจา้ หมี (3D - GO : Fan)” ให้นักเรียน
๒. นักเรยี นลงมอื ทำใบงาน
๓. ตดิ 3D -GO ลงในสมดุ
๔. อา่ นออกเสยี งคำศพั ท์ทลี ะคน (หรือพรอ้ มกันก็ได้)
๕. ขัน้ ประยุกต์ใช้ความรู้
คุณครูแจกใบงาน “คำสร้างประโยค” ให้นักเรยี นลงมือทำใบงาน โดยเลือกคำทก่ี ำหนดให้มาเรียงกนั
ใหเ้ ป็นประโยค ๕ ประโยค ใช้คำซำ้ กันได้ จากนนั้ อา่ นประโยคของตนเอง
เครื่องมือ - สือ่ การเรยี นรู้
๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอร์ดตะแกรง / แผน่ ชาร์ต หรอื เคร่ืองฉาย power point
๒. บตั รภาพ บัตรคำ
๓. ใบงาน “อกั ษรซ่อนคำ”
๔. ใบงาน “สระเอของเจา้ หมี (3D - GO : Fan)”
๕. ใบงาน “คำสรา้ งประโยค”
การวดั และประเมินผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนกั เรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำแบบฝึกหดั ของนักเรียน
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1
หน่วยการเรียนรู้ อ่านออก เขียนได้ จำนวน 3 ชว่ั โมง
บทที่ ๙ สระ -ุ ครูผ้สู อน นางสาวมณีรัตน์ ชัยหนั
มาตรฐานการเรียนรู้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคิดเพ่อื นําไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปัญหาในการ
ดาํ เนินชีวิต และมนี สิ ัยรักการอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลงั ของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อา่ นออกเสยี งคำ คำคล้องจอง และขอ้ ความส้ันๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรียบเรยี งคำเปน็ ประโยคงา่ ยๆ
สาระสำคญั
สระ -ุ มีเสียงและรูปพยัญชนะทใ่ี กลเ้ คียงกับสระ -ู จึงต้องแนะใหผ้ ้เู รยี น ได้เหน็ ถงึ ความแตกต่างระหว่างสองสระ
รวมถงึ การทบทวนการใชค้ ำที่ประสมดว้ ยสระ -ุ ผา่ นการแต่งประโยค ซ่ึงสามารถเปล่ยี นรูปแบบ
จากการแต่งประโยคด้วยการเขยี น เป็นการแต่งประโยคผา่ นการพูด เพ่ือกระตนุ้ ทกั ษะการคดิ และการใช้ภาษา
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรยี นสามารถอา่ นและเขียนสะกดคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ -ุ
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคำท่ีประสมดว้ ยสระ -ุ ได้
๓. นักเรยี นสามารถแต่งประโยคจากคำศพั ท์ในบทเรยี น
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลกู และการอา่ นเปน็ คำ
การแต่งประโยค
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ อา่ นตามทีละประโยคจนคลอ่ ง
๑. ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
๑. ใหน้ กั เรียนท่องบทกลอนและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน
“กนิ จ”ุ ในทา่ ที่มจี ังหวะสนุกสนาน เช่น ตบมือ - ตบตกั -
ตบมือ - ตบตกั สลับตามจังหวะ
๒. คุณครูติดชารต์ บนกระดานเคลือ่ นทห่ี รือฉาย Power Point
บทกลอน “กนิ จุ” คณุ ครชู ี้อา่ นให้นกั เรียนฟัง แล้วใหน้ กั เรยี น
๒. ข้นั นำเสนอความรู้
๑. คุณครูแนะนำ -ุ และการออกเสียงสระ -ุ โดยเนน้ ย้ํา เปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ งสระ -ุ
และ สระ -ู
๒. คณุ ครูสอนอ่านแจกลูกสะกดคำ โดยใชบ้ ตั รพยัญชนะติดบนบอร์ดตะแกรงแลว้ ใช้ไม้ไอศกรีม สระ -ุ
วางใต้บตั รพยัญชนะ ก่อนจะออกเสียงสะกดคำเปน็ ตวั อย่าง เช่น จอ - อุ - จุ
๓. เปลีย่ นพยัญชนะเปน็ ตัวอื่นๆ แล้วใหน้ ักเรยี นสะกดคำพร้อมกนั เชน่ พุ ผุ กุ จุ คุ ฯลฯ ฝกึ หลายๆ รอบ
จนคล่อง
๔. ฝึกอา่ นพรอ้ มกันในหนงั สือเรยี น
๓. ขน้ั ลงมือเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ในหนังสอื เรียน
๒. คณุ ครูพาอา่ นคำศัพทจ์ ากบทเรยี นอีกครั้ง โดยใช้บตั รภาพ บตั รคำ หรือ ฉายภาพและคำบน
power point แลว้ ให้นกั เรียนอ่านออกเสยี งเอง
๓. ใหน้ ักเรียนเขียนตามคำบอก ๑๐ - ๑๕ คำ อาจต้ังเง่ือนไขพเิ ศษวา่ ใครไดค้ ะแนนมากทส่ี ุดจะได้รบั
คะแนนหรอื รางวัล เพื่อกระตุ้นสมองใหเ้ กิดความท้าทาย
๔. ทำแบบฝกึ หดั เพ่ิมเตมิ ในหนงั สอื เรยี น
๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “สมดุ จ๋ิว สระอุ” ให้นกั เรยี น
๒. ตัดตามรอยประ แล้วพับ จากนน้ั เขียนคำศัพท์ดา้ นในให้ตรงกบั ภาพ พรอ้ มระบายสใี ห้สวยงาม
๓. อา่ นคำศัพท์ที่อยู่ในสมดุ เล่มเล็กพร้อมกัน
๕. ขั้นประยุกตใ์ ช้ความรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “เคาะจังหวะสระสนกุ ” ใหน้ ักเรยี น เพ่ือทบทวนสระจากบทเรียน บทท่ี ๑ - ๘
๒. คุณครูจะบอกตัวเลขแลว้ ให้นกั เรียนเคาะแกว้ หรอื บล็อกไม้ช้ินเล็กๆ บนสระตวั น้ันพร้อมออกเสยี ง เช่น
ครบู อกวา่ ๑ ๒ นกั เรยี นจะต้องเคาะชอ่ งสระ -ะ -า ออกเสยี งวา่ อะ อา เมอ่ื เห็นว่านักเรียนเร่มิ คล่อง
คณุ ครูสามารถเพ่ิมความเร็วและ step การเคาะเป็น ๓ ๔ และ ๕ หรอื สามารถสั่งหมายเลขสลับกนั ได้
เคร่อื งมือ - สอื่ การเรียนรู้
๑. กระดานเคล่ือนที่ / บอรด์ ตะแกรง / แผน่ ชาร์ต หรอื เคร่อื งฉาย power point
๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำทปี่ ระสมด้วยสระ -ุ
๓. ใบงานใบงาน “สมดุ จิ๋ว สระอุ”
๔. ใบงาน “เคาะจงั หวะสระสนุก”
การวดั และประเมนิ ผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝึกหัดของนักเรยี น
แผนการจดั การเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ อ่านออก เขียนได้ จำนวน 3 ชว่ั โมง
บทท่ี ๑๐ สระ โ- ครผู ู้สอน นางสาวมณรี ัตน์ ชัยหัน
มาตรฐานการเรยี นรู้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพ่ือนําไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปญั หาในการ
ดําเนินชวี ิต และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
๒. ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสยี งคำ คำคล้องจอง และขอ้ ความส้นั ๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคัญ
สระ โ- เป็นคำทม่ี รี ูปรา่ งแตกต่างไปจากสระในบทเรียนทผี่ ่านมา จึงต้องใชวธิ ีท่ชี ่วยกระตุ้นความจำ เช่น
การเขยี นกลางอากาศและออกเสียง นอกจากนี้ สระ โ- ยงั เป็นสระทีป่ ระสมกบั พยัญชนะและคำสระอนื่ ไดห้ ลากหลาย
เหมาะกับการเรียนร้ผู า่ นการทำกิจกรรมที่สนุกสนาน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นสามารถอา่ นและเขียนสะกดคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ โ-
๒. นักเรยี นบอกความหมายของคำที่ประสมดว้ ยสระ โ- ได้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
การอ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลูก และการอ่านเป็นคำ
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
๑. ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น
๑. คณุ ครถู ามเก่ยี วกบั โยโย่ วา่ ใครรจู้ กั หรือเคยเลน่ โยโย่บา้ ง
๒. คณุ ครใู หน้ กั เรียนท่องบทกลอนและเคลอ่ื นไหวประกอบ
บทกลอน “โยโย”่ ในทา่ ท่ีมีจงั หวะสนุกสนาน เชน่
ตงั้ มอื ซ้าย แบไว้ ใช้มือขวาตบมอื ซา้ ย ๑ คร้งั - ใชม้ ือขวา
ตบโตะ๊ ๒ คร้ัง - ใชม้ ือขวาตบบนมือซ้ายของเพื่อนท่ีนัง่ อยูข่ ้างๆ
๓. คุณครตู ิดชาร์ตหรือฉาย Power Point บทกลอน
“โย โย่” จากนนั้ คุณครชู ้ีอ่านให้นกั เรยี นฟัง แล้วให้
นกั เรียนร้องอา่ นตามทลี ะประโยคจนคล่อง
๒. ข้ันนำเสนอความรู้
๑. คณุ ครสู อนการสะกดคำแจกลูก พยญั ชนะ + สระ โ- โดยใช้บตั รคำตดิ บนบอรด์ ตะแกรง ใช้คนละสี
เช่น ตดิ สระโอสีแดง พยัญชนะสีน้ำเงนิ
๒. คณุ ครพู าอ่านก่อน เชน่ ทอ - โอ - โท แลว้ เปล่ียนพยัญชนะไปเร่อื ยๆ ให้นักเรียนออกเสียงพร้อมกัน
๓. นกั เรียนอ่านออกเสียงแต่ละคำอีกคร้ัง เช่น โท โก โต โบ โม โผ โห ฝึกอ่านหลายๆ รอบจนคลอ่ ง
๔. ฝกึ อ่านในหนงั สอื เรียน
๓. ข้นั ลงมือเรยี นรู้
๑. แบง่ นกั เรยี นเป็น ๓ กล่มุ
๒. คณุ ครแู จกกระดาษปรูฟ๊ ให้นกั เรียนกลุ่มละ ๑ แผน่
๓. นักเรยี นช่วยกนั เขยี นคำที่ประสมสระ โ- ใหไ้ ดม้ ากที่สดุ โดยจำกัดเวลา ๗ - ๑๐ นาที
๔. เมือ่ หมดเวลา ตดิ ผลงานแตล่ ะกลมุ่ บนกระดาน แลว้ สรปุ วา่ มคี ำไหนท่เี หมือนกนั หรือแตกต่างกนั
โดยอา่ นคำเหลา่ นั้นไปด้วย
๕. กลุ่มใดมีคำที่แตกต่างจากกล่มุ อ่ืนมากทสี่ ดุ เป็นฝ่ายชนะ
๖. ทำแบบฝึกหัดเพื่อทบทวนในหนงั สือเรยี น
๔. ข้นั สรปุ ความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงาน “จะ๊ เอ๋สระโอ” (3D - GO : Windows 5 บาน) ให้นกั เรียน
๒. ตดั ตามรอยประ แล้วพับ จากนน้ั ตดั คำศพั ท์ มาติดใหต้ รงกับภาพ
๓. ติดใบงานลงในสมุด
๕. ขนั้ ประยุกต์ใช้ความรู้
คุณครูแจกในงาน “ดโู ลมา” ใหน้ ักเรยี นใช้ปากกาเน้นข้อความ ไฮไลตห์ รือขีดคำทปี่ ระสมดว้ ยสระ โ-
ในบทอา่ น ดังกลา่ ว คุณครูพาอ่านออกเสียงทีละวรรค แล้วใหอ้ า่ นต่อกนั คนละวรรค ต่อกันเรอ่ื ยๆ
หรอื อ่านพรอ้ มกนั ทงั้ ห้อง
เครื่องมอื - สื่อการเรยี นรู้
๑. กระดานเคลอ่ื นที่ / บอร์ดตะแกรง / เคร่ืองฉาย power point
๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำทีป่ ระสมดว้ ยสระโอ
๓. ใบงาน “จ๊ะเอ๋สระโอ” (3D - GO : Windows 5 บาน)
๔. ใบงาน “ดูโลมา”
๕. ปากกาเน้นข้อความ
๖. กระดาษปรู๊ฟ
การวดั และประเมนิ ผล
๑. สังเกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนกั เรียน
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝึกหัดของนักเรยี น