แผนการจัดการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ อ่านออก เขียนได้ จำนวน 3 ช่ัวโมง
บทท่ี ๒๒ สระ แ-ะ ครผู ูส้ อน นางสาวมณีรัตน์ ชัยหัน
มาตรฐานการเรยี นรู้
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาํ ไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปญั หาในการ
ดําเนนิ ชีวติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
๒. ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสยี งคำ คำคล้องจอง และขอ้ ความสัน้ ๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคัญ
สระ แ-ะ เปน็ สระเสียงสน้ั มีรูปร่างคลา้ ยสระ เ-ะ ผ้สู อนควรชีใ้ ห้เหน็ ความแตกต่าง เพื่อไม่ให้เกดิ ความสบั สน
คำทป่ี ระสมสระ แ-ะ จะมีความหมายหลากหลายมากขึ้น เม่ือประสมกับคำในสระอ่นื ๆ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. นักเรียนสามารถอา่ นและเขยี นสะกดคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ แ-ะ
๒. นักเรยี นบอกความหมายของคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ แ-ะ ได้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การอา่ นออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลกู และการอ่านเป็นคำ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
๑. ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
๑. คณุ ครูให้นักเรยี นท่องและเคลอ่ื นไหวประกอบบทกลอน
“แกะกะแพะ” ในท่าทม่ี ีจังหวะสนุกสนาน
๒. ให้นักเรยี นจับคกู่ ับเพ่ือน แลว้ ตบมือเปน็ จังหวะ คือ ตบตกั
๒ คร้งั - ตบมอื ตวั เอง ๑ ครงั้ - ตบมอื เพ่ือนสองข้าง ๑ คร้ัง
๓. คุณครูตดิ ชารต์ บทกลอน “แกะกะแพะ” บนกระดานเคล่ือนท่ี
หรือแสดงเนื้อเพลงบนจอ ชี้อา่ นให้นกั เรียนฟงั แลว้ ใหน้ ักเรยี น
อ่านตามทลี ะประโยคจนคลอ่ ง
๒. ขั้นนำเสนอความรู้
๑. คุณครแู นะนำสระ แ-ะ และชใี้ ห้นกั เรียนใหเ้ ห็นความแตกต่างระหวา่ งสระ แ-ะ กบั สระ เ-ะ
แลว้ ใหเ้ ขยี นสระ แ-ะ กลางอากาศพร้อมกัน
๒. คณุ ครูสอนการสะกดคำแจกลกู พยัญชนะ + สระแ-ะ โดยใช้บตั รคำตดิ บนบอร์ดตะแกรง
ใช้คนละสี เชน่ ติดสระแอะสีแดง พยญั ชนะสีน้ำเงิน
๓. คณุ ครูอา่ นก่อน แลว้ ให้นักเรียนอา่ นตามวา่ กอ - แอะ - แกะ แล้วเปลี่ยนพยัญชนะไปเร่ือยๆ
ให้นักเรยี นออกเสยี งพร้อมกัน
๔. อ่านออกเสยี งแตล่ ะคำอกี คร้ัง โดยใชบ้ ัตรภาพ บัตรคำ จนนักเรยี นสามารถอา่ นไดค้ ล่อง
๕. ฝกึ อ่านในหนงั สอื เรียน
๓. ข้นั ลงมือเรียนรู้
๑. คุณครตู ิดบัตรภาพบัตรคำบนกระดานด้านหนง่ึ ซงึ่ คละคำทป่ี ระสมสระ แ-ะ กับ สระอื่นๆ
๒. ให้นักเรียนชว่ ยกนั แนกคำทป่ี ระสมด้วยสระ แ-ะ มาตดิ กระดานอกี ฝั่งหน่ึง
๓. คุณครูและนักเรียนชว่ ยกนั พิจารณาว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่
๔.ใหน้ ักเรียนอ่านออกเสยี งพร้อมกนั แลว้ เขยี นคำศัพท์นสมุดของตนเอง
๕. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ในหนังสือเรยี น
๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “จกิ ซอว์สระแอะ” ใหน้ ักเรยี น
๒. ตัดภาพจกิ ซอว์
๓. ต่อจิกซอว์ โดยจบั คภู่ าพและคำให้ถูกต้อง
๔. ติดจิกซอว์ลงในสมุดของตนเอง
๕. ข้นั ประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. คุณครแู จกใบงาน “ชอ้ นสระพาสนุก” และช้อนพลาสติกใสให้นกั เรียน คนละ ๘ คัน
๒. เขียนพยัญชนะบนชอ้ นพลาสติก
๓. นำช้อนสระไปวางบนช่องว่างในแตล่ ะสระ แล้วอ่านพรอ้ มกัน
เคร่ืองมอื - สอ่ื การเรียนรู้
๑. กระดานเคล่ือนที่ / บอรด์ ตะแกรง / เครื่องฉาย power point
๒. บัตรภาพ บตั รคำ คำทีป่ ระสมด้วยสระ แ-ะ
๓. ใบงาน “จิกซอวส์ ระแอะ”
๔. ใบงาน “ช้อนสระพาสนุก”
การวดั และประเมนิ ผล
๑. สังเกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนกั เรียน
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกึ หดั ของนักเรียน
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ อ่านออก เขยี นได้ จำนวน 3 ชัว่ โมง
บทท่ี ๒๓ สระ เ-อะ ครูผ้สู อน นางสาวมณรี ัตน์ ชัยหนั
มาตรฐานการเรยี นรู้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพ่ือนําไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดําเนินชวี ติ และมนี ิสัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลงั ของ
ภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
๒. ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสียงคำ คำคลอ้ งจอง และข้อความส้นั ๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคัญ
สระ เ-อะ เป็นสระเสียงส้นั ก่อนสอนสระ เ-อะ ควรทบทวน สระ เ-อ อกี คร้ังดว้ ย เพ่ือป้องกนั การสบั สน
และเสรมิ ให้ผ้เู รียนเขา้ ใจมากขนึ้
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรียนสามารถอ่านและเขยี นสะกดคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ เ-อะ
๒. นกั เรียนบอกความหมายของคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ เ-อะ ได้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลูก และการอา่ นเป็นคำ
กระบวนการจดั การเรียนรู้
๑. ข้ันนำเข้าส่บู ทเรียน
๑. ใหน้ กั เรียนท่องและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “ลงุ ฉี
ปา้ แฉะ” ในท่าท่ีมีจังหวะสนกุ สนาน เชน่ ตบมอื ตัวเอง -
ตบวืด - ตบมือตวั เอง - ตบตกั
๒. คุณครูตดิ แผน่ ชารต์ หรอื ฉาย Power Point บทกลอน
“ลงุ ฉี ปา้ แฉะ” คณุ ครูอา่ นใหน้ ักเรียนฟัง แล้วให้นกั เรยี น
อ่านตามจนคล่อง
๒. ขัน้ นำเสนอความรู้
๑. คณุ ครูสอนการสะกดคำแจกลูก พยัญชนะ + สระ เ-อะ โดยใช้บัตรคำตดิ บนบอร์ดตะแกรง
ใช้คนละสี เชน่ ตดิ สระ เ-อะ สีแดง พยัญชนะสีน้ำเงนิ
๒. คุณครอู ่านกอ่ น แล้วให้นักเรยี นอา่ นตามว่า จอ - เออะ - เจอะ แล้วเปลย่ี นพยญั ชนะไปเรื่อยๆ
๓. คณุ ครชู บู ตั รภาพ บัตรคำ คำทปี่ ระสมสระ เ-อะ ให้นักเรยี นอ่านพร้อมกนั จนคล่อง
๔. ฝึกอ่านในหนังสอื เรยี น ในขณะทีน่ กั เรียนอา่ น ให้ใชน้ วิ้ ชี้ตามไปดว้ ย
๓. ข้นั ลงมือเรียนรู้
๑. คุณครตดิ บตั รคำสระ เ-อะ บนกระดานเคลื่อนท่ีหรือ Power point
๒. นักเรียนอ่านคำศัพท์พร้อมกนั
๓. คณุ ครใู หน้ ักเรยี นเขยี นคำศพั ท์ทีอ่ ่านบนไม้ไอศกรีม แล้วจบั คูก่ นั
๔. นักเรียนคนหนึ่งพูดคำศัพท์ อกี คนหน่ึงต้องชูไม้ไอศกรีมคำศัพท์คำนั้นขนึ้ มา
๕. ผลดั กันเปน็ ผู้พดู คำศัพท์
๔. ขัน้ สรุปความรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “เจอะแลว้ ตดิ ” ให้นกั เรยี นทุกคน
๒. อ่านคำศัพท์ แลว้ ตดั ภาพไปติดบนคำให้ถกู ต้อง ติดใหส้ ามารถเปดิ -ปดิ ได้
๓. เขยี นคำนน้ั อีกคร้งั ดา้ นล่าง
๔. อา่ นคำศัพทพ์ ร้อมกันอีกครง้ั
๕. ขน้ั ประยุกต์ใช้ความรู้
๑. คณุ ครทู บทวนคำศพั ท์ เป็นคำศัพทใ์ นบทเรียนและทีเ่ รียนผ่านมาแลว้ ซึ่งคำศัพท์เหล่านี้จะเปน็ คำ
สำหรับทำกิจกรรม ให้เนน้ คำศัพท์ท่ีสามารถทำท่าทางได้ เช่น คำกริยา คำนามสนุกๆ เชน่ ดารา
ทายา ชะนี เสียใจ ฯลฯ แบ่งนกั เรียนเป็น ๒ กล่มุ
๒. ตัวแทนกลุม่ แรกจบั ปิงปองหรอื สลากคำศัพท์ เมื่อจับไดแ้ ลว้ ให้ทำทา่ ทาง ให้อกี กลุ่มหนึ่งทายคำศัพท์
หากทายถกู กลุ่มนั้นได้คะแนน แล้วผลัดกนั เปน็ คนใบ้และคนทำทา่ ทาง
๓. แตล่ ะรอบ ตัวแทนของกลุ่มก็ต้องผลดั กนั เล่นให้ครบทกุ คน
๔. กำหนดเวลาเลน่ ๑๕ - ๒๐ นาที หรือครบจำนวนผู้เล่น เมอื่ จบเกมใหน้ บั คะแนนกลุม่ ไหนได้มากทีส่ ดุ
เปน็ ฝา่ ยชนะ
เครื่องมือ - สื่อการเรยี นรู้
๑. กระดานเคลอื่ นที่ / บอรด์ ตะแกรง / เครือ่ งฉาย power point
๒. บตั รภาพ บตั รคำ คำท่ีประสมดว้ ยสระ เ-อะ
๓. ไมไ้ อศกรมี
๔. ใบงาน “เจอะแล้วตดิ (3D - GO : Flip)”
การวัดและประเมินผล
๑. สงั เกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำแบบฝกึ หัดของนักเรยี น
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ อา่ นออก เขียนได้ จำนวน 4 ชัว่ โมง
บทที่ ๒๔ สระ -ึ และ สระ โ-ะ ครูผสู้ อน นางสาวมณรี ตั น์ ชัยหัน
มาตรฐานการเรยี นรู้
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพือ่ นาํ ไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการ
ดําเนินชวี ิต และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสียงคำ คำคลอ้ งจอง และขอ้ ความสนั้ ๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคญั
สระ -ัวะ และ สระ เ-ียะ เปน็ สระท่ีเมื่อประสมพยัญชนะแล้ว ไดค้ ำท่มี ีความหมายน้อย
เพราะจะกลายเป็นคำท่ีมคี วามหมายหลากหลายขึน้ เมื่อมีตัวสะกด
นักเรียนจงึ ต้องสะกดคำในสระนีแ้ ม้คำนน้ั ไมม่ ีความหมาย เพื่อเป็นการปูพน้ื ฐานก่อนการเรยี นในระดับทีส่ งู ขึน้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นสามารถอา่ นและเขยี นสะกดคำทป่ี ระสมดว้ ยสระ -ัวะ และ เ -ียะ
๒. นกั เรียนบอกความหมายของคำที่ประสมด้วยสระ -ัวะ และ เ -ียะ ได้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การอ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลูก และการอา่ นเป็นคำ
กระบวนการจดั การเรียนรู้
๑. ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น
๑. คณุ ครูให้นกั เรียนท่องและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน
“ตาขำกะเจ้าดำ” ในทา่ ท่ีมีจังหวะสนกุ สนาน
๒. ใหน้ กั เรยี นจับคกู่ บั เพอื่ น แลว้ ตบมือเปน็ จังหวะ คือ ตบมือ -
กำมือทบุ โต๊ะ สลับไปจนจบกลอน
๓. คุณครตู ิดชาร์ตบทกลอน “ตาขำกะเจา้ ดำ” บนกระดาน
เคลือ่ นที่ หรือแสดงเนื้อเพลงบนจอ ชอี้ ่านให้นักเรียนฟงั
แล้วให้นักเรียนอา่ นตามจนคล่อง
๒. ขั้นนำเสนอความรู้
๑. คณุ ครตู ิดบัตรสระ - และ โ-ะ บนกระดานเคลอื่ นที่ หรือ บอร์ดตะแกรง
๒. นำไมไ้ อศกรีมพยญั ชนะ วางประสมกบั สระ - บนกระดาน (สระกบั พยัญชนะต้องใช้คนละส)ี
คุณครอู อกเสียงก่อนใหน้ กั เรียนออกเสยี งตามวา่ กันว่า กอ - อึ - กึ / ตอ - อึ - ตึ ฯลฯ
๓. ใชว้ ิธเี ดียวกับข้อ ๒ ในการอ่านสะกดคำแจกลกู สระ โ-ะ
๔. ให้นกั เรียนทกุ คนไดล้ องถือไม้ไอศกรีมพยัญชนะ และสะกดคำทง้ั ๒ สระ เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจ
เชน่ จอ - อึ - จึ / จอ - โอะ - โจะ
๕. ฝึกอา่ นเพม่ิ เติมจากหนังสือเรยี น ในขณะท่ีนักเรียนอา่ น ให้ใช้นิว้ ชี้ตามตัวหนังสอื ไปด้วย
๓. ขนั้ ลงมือเรียนรู้
๑. คณุ ครแู บง่ พ้นื ท่ีกระดานเปน็ ๒ ฝ่ัง
๒. แบ่งนกั เรียนเป็น ๒ กลมุ่ กล่มุ หน่ึงเขียนสระ -ึ กลุ่มหน่ึงเขยี นสระ โ-ะ
๓. สมาชกิ ในกลุ่มตอ้ งเขยี นคนละ ๑ คำ (ทำท่ีมคี วามหมายหรอื ไม่มกี ็ได้ หา้ มซํ้ากัน)
๔. ออกเสยี งคำบนกระดานพรอ้ มกนั
๔. ขนั้ สรปุ ความรู้
๑. คุณครแู จกใบงาน “คลงั คำสระอึ สระโอะ (GO : Table)” ใหน้ กั เรียนทุกคน
๒. นักเรียนเขยี นคำทป่ี ระสมสระ -ึ และ สระ โ-ะ ใน GO
๓. จับคกู่ บั เพื่อน ผลัดกันอ่านออกเสียงคำศพั ท์ให้เพ่อื นฟงั
๕. ขั้นประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
๑. คุณครสู อนบทคล้องจอง “ใครอึ”
๒. คุณครูพาอา่ นทลี ะววรค คุณครูอาจให้ดูภาพประกอบด้วย
๓. ออกเสียงบทคล้องจองพร้อมกันอีกคร้งั
๔. ใช้ปากกาไฮไลต์ ขดี เนน้ ข้อความ คำทมี่ ี “สระ อ”ึ
เครือ่ งมอื - ส่อื การเรยี นรู้
๑. กระดานเคลือ่ นที่ / บอรด์ ตะแกรง / เครือ่ งฉาย power point
๒. บตั รภาพ บัตรคำ คำท่ปี ระสมด้วยสระ เ-อะ
๓. ใบงาน “คลงั คำสระอึ สระโอะ (GO : Table)”
การวัดและประเมนิ ผล
๑. สังเกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำแบบฝกึ หัดของนักเรยี น
แผนการจดั การเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ อา่ นออก เขยี นได้ จำนวน 4 ชั่วโมง
บทที่ ๒๕ สระ -วั ะ และ สระ เ -ยี ะ ครผู ู้สอน นางสาวมณีรตั น์ ชยั หัน
มาตรฐานการเรียนรู้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพือ่ นาํ ไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปัญหาในการ
ดาํ เนินชีวิต และมนี สิ ยั รักการอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อ่านออกเสียงคำ คำคลอ้ งจอง และขอ้ ความสั้นๆ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ
สาระสำคญั
สระ -ัวะ และ สระ เ-ียะ เป็นสระทเี่ ม่ือประสมพยัญชนะแล้ว ได้คำทม่ี ีความหมายน้อย
เพราะจะกลายเปน็ คำท่ีมคี วามหมายหลากหลายขนึ้ เม่ือมีตัวสะกด
นกั เรยี นจงึ ตอ้ งสะกดคำในสระน้ีแม้คำนั้นไมม่ ีความหมาย เพอ่ื เปน็ การปูพน้ื ฐานก่อนการเรยี นในระดบั ทีส่ ูงขนึ้
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นกั เรียนสามารถอา่ นและเขยี นสะกดคำที่ประสมดว้ ยสระ -ัวะ และ เ -ียะ
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคำทป่ี ระสมด้วยสระ -ัวะ และ เ -ียะ ได้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง
การสะกดคำ การแจกลูก และการอา่ นเป็นคำ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
๑. ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน
๑. คณุ ครูใหน้ ักเรียนท่องและเคล่ือนไหวประกอบบทกลอน “ตาขำกะเจ้าดำ”
ในท่าที่มีจังหวะสนกุ สนาน
๒. ใหน้ กั เรยี นจบั คูก่ บั เพอ่ื น แล้วตบมือเปน็ จงั หวะ คือ ตบมือ - กำมือทบุ โต๊ะ
สลับไปจนจบกลอน
๓. คุณครตู ิดชารต์ บทกลอน “ตาขำกะเจา้ ดำ” บนกระดานเคลอื่ นท่ี
หรือแสดงเนื้อเพลงบนจอ ชี้อ่านใหน้ ักเรียนฟัง แลว้ ให้นกั เรียนอา่ นตาม
จนคลอ่ ง
๒. ขั้นนำเสนอความรู้
๑. คุณครูตดิ บัตรสระ -ัวะ และ เ- ยี ะ บนกระดานเคล่ือนที่ หรอื บอรด์ ตะแกรง
๒. นำไมไ้ อศกรีมพยัญชนะ วางประสมกับสระ -ัวะ บนกระดาน (สระกบั พยญั ชนะต้องใชค้ นละสี)
ใหน้ กั เรียนอ่านพร้อมกนั วา่ ลอ - อัวะ - ลวั ะ เปลี่ยนพยัญชนะเปน็ ตวั อนื่ ๆ แลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านสะกดคำ
พร้อมกนั
๓. ใชว้ ธิ เี ดยี วกบั ข้อ ๒ ในการอา่ นสะกดคำแจกลูก สระ เ -ียะ
๔. ให้นกั เรียนทุกคนได้ลองถือไม้ไอศกรีมพยัญชนะ และสะกดคำทั้ง ๒ สระ เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจ
เช่น ผอ - เอียะ - เผยี ะ
๕. ฝกึ อ่านเพมิ่ เติมจากหนังสือเรียน ใหน้ ักเรียนใช้นว้ิ ชอ้ี ่านตามไปดว้ ย
๓. ข้ันลงมือเรยี นรู้
๑. นกั เรียนนงั่ เปน็ วงกลม ทกุ คนร้องเพลงหรือบทคล้องจอง พรอ้ มกบั สง่ ตะกร้าไข่พลาสติกที่มีคำศัพท์
และประโยคในบทเรียนไปเรือ่ ยๆ
๒. เพลงหยดุ ที่ใคร คนนั้นต้องหยบิ ไข่พลาสติกแล้วอ่านคำศัพท์หรอื ประโยคที่อย่ใู นนั้น ใหเ้ พ่ือนฟัง
แล้วให้เพื่อนอา่ นตาม
๓. ทบทวนความเขา้ ใจดว้ ยการทำแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรยี น
๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “ตารางสรา้ งคำ” ให้นักเรยี นทุกคน
๒. นักเรยี นตดั ใบงานตามรอยประแล้วพับตามเสน้ ทึบ
๓. ประสมคำ จากพยัญชนะในชอ่ งแรกกบั สระในหัวตาราง แล้วเขียนลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้อง
๔. ติดลงในสมดุ โดยทากาวเฉพาะชอ่ งแรก เพื่อให้สามารถพับได้
๕. ฝึกอา่ นคำศัพท์ใน 3D - GO
๕. ขัน้ ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
บทเรยี นน้ี เปน็ บทเรียนสุดท้ายในการสอนการสะกดคำที่ยงั ไมม่ ตี วั สะกดและวรรณยกุ ต์
ซงึ่ นักเรียนจะมีคลงั คำจากบทเรยี นกอ่ นหน้าน้ีมาแล้ว กจิ กรรมประยกุ ต์ใช้ความรใู้ นบทนี้
จงึ เปน็ กิจกรรมที่จะใหน้ กั เรยี นได้ทบทวนคำศัพท์ตา่ งๆ โดยใหท้ ำกิจกรรม “เขยี นอิสระ” ใหน้ ักเรยี นเขยี นเร่ืองสั้นๆ
โดยใช้คำศัพท์ที่รู้ อ่านได้ เขยี นได้ โดยไม่จำกัดหวั ข้อในการเขียน แตอ่ าจจำกัคความยาวประมาณ ๖ - ๑๐ บรรทัด
เครอ่ื งมอื - สื่อการเรยี นรู้
๑. กระดานเคลอ่ื นที่ / บอร์ดตะแกรง / เครอ่ื งฉาย power point
๒. บตั รภาพ บตั รคำ คำท่ปี ระสมด้วยสระ -ัวะ และ เ- ยี ะ
๓. ไมไ้ อศกรีมพยัญชนะ
๔. ใบงาน ตารางสร้างคำ (3D - GO : Fan)
การวัดและประเมินผล
๑. สังเกตพฤติกรรมการอ่าน / การสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำแบบฝกึ หดั ของนักเรียน