แบบวิเคราะห์องค์ประกอบการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ การนิเทศ ติดตามและประเมินผล ตามโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานศึกษาธิการภาค นวัตกรรมการศึกษา “ 5 ร พาเพลิน Play and Learn กับเรา” โรงเรียนวัดทุ่งหินผุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ตรังเขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก ข้อมูลทั่วไป ชื่อสถานศึกษา โรงเรียนวัดทุ่งหินผุด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ตรังเขต1 ที่ตั้ง 25/3 ตำบลนาบินหลา อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 โทรศัพท์ 091-1580168 e-mail [email protected] เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เนื้อที่ 35 ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา โรงเรียนวัดทุ่งหินผุด ตั้งอยู่เลขที่ 25/3 หมู่ที่ 1 ตำบลนาบินหลา อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง รหัสไปรษณีย์ 92000 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 วิสัยทัศน์ของโรงเรียน โรงเรียนวัดทุ่งหินผุดเป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ภายใต้การบริหาร จัดการอย่างมีระบบ ทุกภาคส่วนร่วมมือ นักเรียนมีคุณธรรมนำความรู้ มุ่งสู่ความสำเร็จตามความต้องการใน ศตวรรษที่ 21 โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คำขวัญโรงเรียน สุขภาพดี มีคุณธรรม เลิศล้ำวิชาการ สืบสานภูมิปัญญา รักษาสิ่งแวดล้อม ปรัชญาของโรงเรียน “สิกขา สัพพมสุสานัง อาชีววิถี” การศึกษาเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ อัตลักษณ์ จิตแจ่มใส ใจอาสา เอกลักษณ์ ความรู้คู่คุณธรรม จำนวนนักเรียนปีการศึกษา 2564 จำนวน 104 คน ชั้น จำนวนห้อง จำนวนนักเรียนชาย จำนวนนักเรียนหญิง รวม อนุบาลปีที่ 1 1 1 3 3 อนุบาลปีที่ 2 1 2 4 6 อนุบาลปีที่ 3 1 6 4 10 รวมอนุบาล 3 9 11 20 ประถมศึกษาปีที่ 1 1 8 11 19 ประถมศึกษาปีที่ 2 1 9 5 14 ประถมศึกษาปีที่ 3 1 5 5 10 ประถมศึกษาปีที่ 4 1 9 10 19 ประถมศึกษาปีที่ 5 1 6 3 9 ประถมศึกษาปีที่ 6 1 5 8 13 รวมประถม 6 42 42 84 รวมทั้งหมด 8 51 53 104 จำนวนบุคลากร ผู้บริหาร 1 คน ข้าราชการครู 6 คน ครูอัตราจ้าง 3 คน เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน
ข รายงานการวิจัยนวัตกรรม เรื่อง 5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา บทสรุปผู้บริหาร ทางโรงเรียนวัดทุ่งหินผุดได้ตระหนักถึงปัญหา และความสำคัญของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จึงได้จัดทำนวัตกรรมนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการเรียนรู้ของผู้เรียน สร้าง การเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เกิดการเรียนรู้ที่คงทน และเกิดทักษะในการใช้ชีวิตทั้งด้านความรู้ควบคู่ คุณธรรม ของโรงเรียนวัดทุ่งหินผุด โดยผ่านกระบวนการ CIPP ซึ่งได้พิจารณาภาพรวม จากบริบทของโรงเรียน ปัจจัย กระบวนการ ผลผลิตและการถ่ายโยงความรู้ สู่กลุ่มเป้าหมาย ปรากฏว่า 1. ในด้านบริบท พบว่า ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการดำเนินการ นวัตกรรมนี้ ซึ่งนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองจริง โดยสังเกตได้จากการ สอบถาม ทั้ง ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผ่านการประเมิน ซึ่งอยู่ในระดับมีความพึงพอใจมากที่สุด 2. ในด้านปัจจัยต่างๆ เข้าพบว่า โรงเรียนได้ใช้งบประมาณในการดำเนินนวัตกรรมนี้น้อยมาก ซึ่งทาง โรงเรียนได้มีการจัดตั้งงบประมาณไว้ในแผนงาน เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมนี้ อีกทั้งปัจจัยทางด้าน บุคลากร ซึ่งทุกคนให้การสนับสนุน และพร้อมดำเนินการนวัตกรรมให้บรรลุผล รวมถึงความร่วมมือ จากภาคีเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา จากสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาตรังเขต 1 จากกลุ่มโรงเรียน ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนเป็นอยางดี 3. ด้านกระบวนการ พบว่า การจัดกิจกรรม Active learning ผ่านนวัตกรรม “ 5 ร พาเพลิน play & learn กับเรา” ในส่วนของครูผู้สอน เป็นไปตามแผนงานกระบวนการที่วางไว้ โดยดำเนินการผ่าน กระบวนการ PDCA 4. ผลผลิต พบว่า นักเรียนเกิดทักษะด้านการเรียนรู้อย่างคงทน นักเรียนมีสมรรถนะที่สำคัญตาม หลักสูตร อีกทั้งได้สร้างครูให้มีสื่อ นวัตกรรม และเครื่องมือเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ หลากหลาย ตามบริบทของผู้เรียน รวมถึงนักเรียนมีผลการประเมินในระดับต่างๆ สูงขึ้น 5. การถ่ายโยงความรู้ โรงเรียนได้มีการทำกิจกรรมของนักเรียนจากนวัตกรรมนี้ สู่โรงเรียนอื่น ๆ ในกลุ่ม เครือข่ายโรงเรียน ครู ผู้บริหาร ได้เป็นวิทยากรในระดับต่างๆ รวมถึงการได้มาศึกษาดูงานของ โรงเรียนอื่นๆ จากนวัตกรรม“ทุ่งหินผุดพาเพลิน play & learn กับเรา” ก่อให้ครูผู้สอน มีความรู้ ความเข้าใจในเทคนิค วิธีการ จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ ความรู้ นำไปสู่การมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และสมรรถนะของผู้เรียนได้
ค คำนำ รายงานการพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” นวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนวัดทุ่งหินผุด ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือก การพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ การนิเทศติดตามและประเมินผล ตามโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานศึกษาธิการภาค โดยรายงานฉบับนี้สำเร็จได้เพราะความ ร่วมแรงร่วมใจของครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียน วัดทุ่งหินผุดที่ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมจนประสบ ผลสำเร็จ สามารถนำผลงานนวัตกรรมเผยแพร่ แก่โรงเรียนประถมศึกษาอื่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งสร้าง ผลงานให้เป็นที่ยอมรับของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ตลอดจน นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน โดยโรงเรียนวัดทุ่งหินผุด ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการสร้างผู้เรียน ในศตวรรษที่ 21 โดยมีแนว ทางการพัฒนารูปแบบกระบวนการเรียนการสอน ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ผู้เรียน สามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงผ่านสื่อหรือกิจกรรมการ เรียนรู้ ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ซึ่งทางโรงเรียนวัด ทุ่งหินผุดได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลงานนวัตกรรมทางการศึกษา “ 5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” ของโรงเรียนวัดทุ่งหินผุด คงจะเป็นประโยชน์และใช้เป็นแนวทางของการดำเนินงานการพัฒนากระบวนการสอน ในโรงเรียนที่สนใจต่อไป
ง สารบัญ เรื่อง หน้า ข้อมูลทั่วไป ก บทสรุปผู้บริหาร ข คำนำ ค สารบัญ ง สารบัญตาราง จ สารบัญภาพ ฉ ส่วนที่ 1 บทนำ 1 1.1 หลักการ 1 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 ขอบเขตการดำเนินงาน 2 1.4 กิจกรรมดำเนินงาน 2 1.5 ระยะเวลาดำเนินการ 5 1.6 งบประมาณ 5 ส่วนที่ 2 แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7 ส่วนที่ 3 ผลการดำเนินงาน 15 3.1 ผลการใช้นวัตกรรม การบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้ 15 การนิเทศติดตามและประเมินผล (ผลที่เกิดต่อผู้บริหาร,ครู,นักเรียน) 3.2 ความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรม การบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้ 16 การนิเทศติดตามและประเมินผล (ความพึงพอใจของผู้บริหาร , ศึกษานิเทศก์, ครู , นักเรียน) ภาคผนวก 20 คำสั่ง 21 ภาพกิจกรรม 23 นวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้ การนิเทศ ติดตามและประเมินผล 41 ตามโครงการ เครื่องมือ ฯลฯ
จ สารบัญตาราง เรื่อง หน้า ตารางที่ 1 แสดงกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ผ่านกระบวนการ ของ นวัตนกรรม 3 ตารางที่ 2 แสดงกิจกรรมนอกห้องเรียน 4 ตารางที่ 3 แสดงวงเงินงบประมาณ 5
ฉ สารบัญภาพ เรื่อง หน้า ภาพที่ 1 สภาพปัญหาและที่มาของนวัตกรรม 8 ภาพที่ 2 แสดงรูปแบบนวัตกรรม 13 ภาพที่ 3 แสดงการออกแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา 14
1 ส่วนที่ 1 บทนำ 1.1 หลักการ ซึ่งจากการศึกษาไทยในอดีตที่ผ่านมาใช้หลักสูตรที่เน้นเนื้อหาเป็นฐาน (Content Based Curriculum) เป็นหลักสูตรที่เน้นเนื้อหาวิชาเป็นหลัก ในการจัดการเรียนรู้จึงเป็นในลักษณะของ ครูผู้สอนจะเป็น ศูนย์กลางของการเรียน (Teacher Center) ครูผู้สอนมีหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ แบบ (Passive Learning) ที่เน้นให้ผู้เรียน เรียนรู้ผ่านการถ่ายทอดของ ครูผู้สอน การเรียนรู้จะเรียนโดยการอ่าน ท่องจำ การฟังบรรยาย และเห็นภาพประกอบ จะทำให้ผู้เรียนสามารถจำได้เพียง 50 % (สถาพร พฤฑฒิกุล, 2555) แม้ว่าการเรียนในลักษณะนี้จะทำให้ผู้เรียนจดจำเนื้อหาในการเรียนได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ หรือเกิดองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ผู้เรียนจะจดจำแต่ในสิ่งที่ครูสอน ครูบอก แต่ไม่สามารถนำกลับมาคิดวิเคราะห์ แยกแยะสิ่งต่างๆ เองได้ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2544 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาให้คนไทยเป็นมนุษย์ที่ สมบูรณ์เป็นคนดี มีความสุข และมีศักยภาพ การจัดการศึกษาจึงมุ่งเน้นความสำคัญทั้งด้านความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม การจัดการเรียนรู้จะยึด หลักพัฒนาศักยภาพผู้เรียนเป็น สำคัญ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ในการพัฒนาความรู้ความคิด สติปัญญา เน้นการสอนตามสภาพจริง เรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้แบบร่วมกัน เรียนรู้ตามธรรมชาติ และเรียนรู้แบบบูรณาการ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2544) โดยครูผู้สอนมีหน้าที่ในการ อำนวยความสะดวกในการจัดกระบวนการเรียนการสอน นำเทคโนโลยีเข้ามา ใช้ในการพัฒนาสื่อให้มีความหลากหลาย มีกิจกรรมที่น่าสนใจ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ หรือวิธีแสวงหา ความรู้ได้ด้วยตนเอง มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง ตามแบบการเรียนรู้ด้วย ตนเอง หรือการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 เป็นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) แต่มาตรฐานการ เรียนรู้ยังคงยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) เช่นเดียวกัน โดยการปรับหลักสูตร ก็เพื่อให้มีความเป็นสากลมากขึ้น เพื่อให้มีความสอดคล้อง กับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนวัดทุ่งหินผุดเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง เปิดสอนในระดับปฐมวัยถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 104คน บุคลากร รวมทั้งสิ้น 11 คน ปัญหาที่พบได้แก่ ด้านการเรียน พื้นฐานครอบครัว สภาพแวดล้อมที่มีแหล่งยาเสพติดและ อบายมุข การออกกลางคันและมีบุตรก่อนวัยอันควร เศรษฐกิจการประกอบอาชีพ ปัจจุบันเกิดโรคระบาดซึ่งส่งผล กระทบต่อการดำรงชีวิตในทุก ๆ ด้าน นอกจากนี้ยังพบปัญหาด้านการเรียน มีนักเรียนบางส่วนไม่เห็นความสำคัญ ของการศึกษาทำให้ไม่เอาใจใส่การเรียนเท่าที่ควร รวมทั้งผู้ปกครองไม่ได้ติดตามหรือกวดขันนักเรียนเท่าที่ควร ทำ ให้มีนักเรียนบางส่วนมีคะแนนการสอบระดับชาติต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ และยังพบปัญหาด้านการอ่าน ออกเขียนได้ คิดคำนวณ คิดวิเคราะห์ รวมไปถึงทักษะชีวิต จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ทางโรงเรียนมุ่งปลูกฝังให้นักเรียนมีความรู้คู่คุณธรรมเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มี คุณภาพ “No child left behind” เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นแนวคิดที่ทางโรงเรียนวัดทุ่งหินผุดนำมาปรับ ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างคุณค่าและเห็นความสำคัญของนักเรียนทุกคน โดยเฉพาะนักเรียนหลังห้อง นักเรียนที่เรียนรู้ช้า นักเรียนที่มีปัญหาต่าง ๆ เพราะทางโรงเรียนเชื่อว่า“ประสบการณ์ที่ดีในวัยเด็ก คือจุดเริ่มต้น ของความสำเร็จในอนาคต” จึงนำแนวทางการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มาบูรณาการการจัดการเรียนรู้ใน
2 ชั้นเรียนและนอกห้องเรียนผ่านตัวชี้วัดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผ่านกิจกรรม Learning by doing และคุณธรรมจริยธรรม ภายใต้ชื่อ “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1) เพื่อให้ครูผู้สอนได้จัดการเรียนรู้แบบ active learning บูรณาการการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 พร้อมสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมในกลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ และกิจกรรมนอกบทเรียน 1.2.2) เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการศึกษา เป็นคนดี มีความรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะชีวิต เห็นคุณค่าของตนเองและมีความสุขกับการเรียน 1.2.3) เพื่อให้ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานภายนอกเข้ามามีส่วน ร่วมในการจัดการเรียนรู้ 1.3 ขอบเขตการดำเนินงาน 1.3.1 กลุ่มเป้าหมาย นักเรียน ครู โรงเรียนวัดทุ่งหินผุด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 แบ่งเป็น นักเรียน จำนวน 104 คน ครู จำนวน 9 คน 1.3.2 การประเมิน ยึดกรอบการประเมินตามรูปแบบ CIPP model (Stufflebeam, 1983; มาเรียม นิลพันธุ์, 2553) ครอบคลุมการประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านบริบท (Context) 2) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) 3) ด้านกระบวนการ (Process) 4) ด้านผลผลิต (Product) และส่วน ปรับขยายการประเมินด้านจากผลผลิต อีก 1 ด้านย่อยคือ ด้านการถ่ายโยง ความรู้(Transportability) 1.4 กิจกรรมดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินงาน นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา”” เป็นนวัตกรรมที่มุ่งพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ให้นักเรียนมีความสุขในขณะเรียน เพราะทางโรงเรียนเชื่อว่า “เมื่อนักเรียนมีความสุขจะสามารถเรียนรู้ได้ดี” จึงได้ นำแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ต่าง ๆ มาปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินงานพัฒนา ดังนี้ ขั้นที่ 1 วางแผน 1) จัดทำเป็นแผนงานโครงการ Active Learning บรรจุเข้าในแผนปฏิบัติการประจำปีของ สถานศึกษา 2) ผู้บริหาร คณะครูทุกคนร่วมกันทำ SWOT หาจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค โอกาสของ โรงเรียน พร้อมนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคลจากครูประจำชั้น มาใช้วิเคราะห์เพื่อออกแบบ การจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับนักเรียน โดยนำทฤษฎีการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้แก่ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การจัดการเรียนรู้แบบ active learning หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละกลุ่มสาระวิชา จิตวิทยา การศึกษา คุณธรรมจริยธรรม และบริบทสภาพแวดล้อม มาปรับใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ 3) นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ร่วมกันเสนอกิจกรรม เนื้อหา สิ่งที่ นักเรียนสนใจและต้องการเรียนรู้
3 4) ผู้บริหาร คณะครู ร่วมนำข้อมูลที่ได้มาออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้ มีการขอ คำแนะนำ แนวทางการจัดการเรียนรู้จากคณะกรรมการสถานศึกษา ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ปกครอง หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ขั้นที่ 2 ดำเนินการ นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา”เป็นการบูรณาการการจัดการเรียนรู้ใน ศตวรรษที่ 21 การจัดการเรียนรู้แบบ active learning หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละกลุ่มสาระ วิชา จิตวิทยาการศึกษา คุณธรรมจริยธรรม โดยครูจะต้องมีกรอบแนวคิด 5ร ในการดำเนินการ เพื่อเป็นทิศทางใน การสร้างผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตามตัวชี้วัดในสาระหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบไปด้วย 1. ริเริ่มสร้างสรรค์ 2. รู้จักนักเรียนรายบุคคล 3. เรียนรู้อย่างหลากหลาย 4. แรงเสริมเติมพลัง 5. ร่วมมือสามัคคี หลังจากนั้น ก็ดำเนินการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนได้ 3 ประเภท โดยคำนึงถึงหลักการ 3r8c ได้แก่ 1) การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน โดยมีครูประจำวิชาเป็นผู้รับผิดชอบ จัดการเรียนการสอนให้ นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรม ได้ลงมือปฏิบัติ (learning by doing) จนเกิดทักษะความรู้ เน้นความแตกต่าง ระหว่างบุคคล ให้นักเรียนกล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าซักถาม มีการทำงานเป็นกลุ่ม โดยครูเปลี่ยนบทบาทจาก ผู้สอนอย่างเดียวเป็นผู้แนะนำแนวทาง ผู้อำนวยความสะดวก ผู้ร่วมเรียนรู้เกิดเป็นโครงงานของนักเรียน หรือ Project base learning ก่อเกิดเป็นนวัตกรรมทางการเรียนของผู้เรียน โดยครูจะต้องนำหลักแนวคิด 5 ร มาใช้ใน การจัดกิจกรรมการเรียนกับนักเรียนทุกครั้ง โดยมีกระบวนการนิเทศ และกระบวนการ PLC ในการปรับปรุง พัฒนา การใช้นวัตกรรมอยู่เสมอ ซึ่งทางโรงเรียนจะดำเนินการ PLC ในทุกวันศุกร์ หลังเลิกเรียน 2) กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เป็นกิจกรรมที่จัดในคาบสุดท้ายวันจันทร์ถึงศุกร์ มี รายละเอียดกิจกรรม ดังนี้ ตารางที่ 1 แสดงกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ผ่านกระบวนการ ของ นวัตนกรรม ที่ กิจกรรม การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 หมายเหตุ 1 คลินิกหมอภาษา reading ,writing จันทร์ อังคาร 2 ศิลปวัฒนธรรม (มโนราห์) 8Cs วันพุธ กิจกรรมชมรม นักเรียนเลือก ตามความสนใจ 3 งานประดิษฐ์ 8Cs 4 ศิลปะ 8Cs 5 กีฬา 8Cs 6 ทำอาหาร 8Cs 7 เด็กดี 8Cs พฤหัสบดี 8 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3Rs8Cs วันศุกร์
4 ที่ กิจกรรม การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 หมายเหตุ 9 กระบวนการ PLC พูดคุยสอบถาม นำเสนอ การ แก้ปัญหา และพัฒนาผู้เรียน ทุกวันศุกร์ หลังเลิกเรียน 15.30 ทุกกิจกรรมที่ดำเนินงานจะต้องผ่านกระบวนการ 5 ร แล้วนำข้อมูลมาเข้าสู่กระบวน การ PLC ทุกๆวัน ศุกร์หลังเลิกเรียน เพื่อเป็นการปรับปรุง นวัตกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียนในการจัดกิจกรรมอาทิตย์ถัดไป กิจกรรมนอกห้องเรียน เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นนอกเวลาเรียน โดยมีครูและนักเรียนเป็นผู้เสนอกิจกรรมตาม ความสนใจ ช่วงเวลาในการเรียนรู้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น ตัวอย่างกิจกรรม มีดังนี้ ตารางที่ 2 แสดงกิจกรรมนอกห้องเรียน ที่ กิจกรรม การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 หมายเหตุ 1 ปลูกผักสวนครัว Collaboration, Teamwork & Leadership Critical Thinking & Problem Solving Creativity & Innovation Career & Learning Skills กระบวนการ PLC พูดคุยสอบถาม นำเสนอ การแก้ปัญหา และพัฒนาผู้เรียน ร่วมกัน ทุกวันศุกร์ หลังเลิกเรียน 15.30 2 ดีเจเสียงใส Reading ,(W)Riting Cross-cultural Understanding Critical Thinking & Problem Solving Creativity & Innovation Computing & ICT Literacy 3 จิตอาสาเราทำดี Critical Thinking & Problem Solving Compassion 4 ตลาดนัดหนูน้อย Reading ,(W)Riting , (A)Rithmetics Critical Thinking & Problem Solving Creativity & Innovation Cross-cultural Understanding Collaboration, Teamwork & Leadership Career & Learning Skills Compassion 5 กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมเที่ยงวัน Reading ,(W)Riting , (A)Rithmetics Critical Thinking & Problem Solving Creativity & Innovation Collaboration, Teamwork & Leadership Communications Information & Media Literacy Computing & ICT Literacy Career & Learning Skills
5 ขั้นที่ 3 สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในการให้ความร่วมมือจัดทำและประชาสัมพันธ์ ขยายผลนวัตกรรม โดยโรงเรียนวัดทุ่งหินผุด ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการให้ความรู้ที่หลากหลาย แก่ ผู้เรียน โดยได้เข้าร่วมเป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนรู้ โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวคิดเชิงคำนวณ กับ มหาวิทยาลัยราภัฎนครราชสีมา การเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการ คอนเน็กซ์อีดี เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้สร้าง เครือข่ายการเรียนรู้และเผยแพร่แนวคิดวิธีการ กับ โรงเรียนในสพป.ตรัง เขต 1 และโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศ ขั้นที่ 4 ตรวจสอบและประเมินผล การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนมีการตรวจสอบและประเมินผลโดย 1) นิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้ของครู ผ่านกระบวนการ Lesson study 2) ประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนผ่านการทดสอบ การสังเกต การสัมภาษณ์และวิธีการต่าง ๆ กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ และกิจกรรมนอกห้องเรียนมีการทำแบบสำรวจประเมินความ พึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขั้นที่ 5 ปรับปรุงและพัฒนา ปรับประยุกต์รูปแบบการประเมินของ CIPP Mode นำผลที่ได้จากขั้นที่ 3 CHECK ตรวจสอบและประเมินผล เสียงสะท้อนจากผู้อำนวยการ ครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน มาปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้ดีขึ้น โดยทาง โรงเรียนวัดทุ่งหินผุด ได้ปรับประยุกต์การประเมิน รูปแบบ ของ CIPP Model มาใช้ในการประเมินโครงการและ นวัตกรรมนี้ โดยแนวคิดการประเมินโครงการของ สตัฟเฟิลบีม (CIPP Model) เป็นรูปแบบการประเมินที่มีความ ต่อเนื่องกันในการดำเนินงานอย่างครบวงจร มีการเก็บรวมรวมข้อมูลตามที่ได้กำหนดไว้ แล้วนำข้อมูลที่ได้นั้นจัดทำ ให้เป็นสารสนเทศ เพื่อนำโครงการไปปฏิบัติ เพื่อปรับปรุงโครงการอย่างทันท่วงที โดยแบ่งเป็น 4 ด้าน คือ ด้าน บริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต 1.5 ระยะเวลาดำเนินการ กุมภาพันธ์ 2565 - สิงหาคม 2565 1.6 งบประมาณ ตารางที่ 3 แสดงวงเงินงบประมาณ ที่ดำเนินการทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท เป็นค่าวัสดุ ได้รับจัดสรรจากสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดตรัง แผนการปฏิบัติงาน (กิจกรรม) แผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ไตรมาส ที่ 1/2565 ไตรมาส ที่ 2/2565 ไตรมาส ที่ 3/2565 ไตรมาส ที่ 4/2565 1. ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการ 2. อบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการ เรียนรู้เชิงรุก Active Learning
6 แผนการปฏิบัติงาน (กิจกรรม) แผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ไตรมาส ที่ 1/2565 ไตรมาส ที่ 2/2565 ไตรมาส ที่ 3/2565 ไตรมาส ที่ 4/2565 3. จัดทำนวัตกรรมการศึกษาและสื่อ สำหรับการดำเนินงาน โครงการของสถานศึกษา 1,000 4. ประชุมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศ ติดตามและประเมินผล ของสถานศึกษา 5. กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคัดเลือกนวัตกรรม 6. สรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการ รวม รวมทั้งสิ้น 1,000
7 ส่วนที่ 2 แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. แนวคิด 1.1 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่3) พ.ศ. 2553 1.2. แนวคิดด้านการวิเคราะห์บริบทพื้นฐาน ตามรูปแบบ CIPP Model 1.3. แนวคิด 5 ร 1.4. แนวคิดเกี่ยวกับทักษะศตวรรษที่ 21 1.5. แนวคิด Active Learning 1.6. แนวคิด Play and Learn (Constructivism) 1.1 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 หน้าที่หลักที่สำคัญของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับนักเรียน ให้มีความ พร้อม ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม พร้อมที่จะก้าวสู่วัยผู้ใหญ่อย่างมีคุณภาพ สถานศึกษาจึง จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะจัดการศึกษาที่นอกเหนือจากงานด้านวิชาการและความรู้พื้นฐานทางด้านวิชาชีพ นั่นคือ การ พัฒนาคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงามของนักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่3) พ.ศ. 2553 ได้กำหนดแนวการศึกษาไว้ใน มาตรา 6 “การศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” และมาตราที่ 24 “การ จัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้จัดการเรียนการสอนโดยผสาน สาระความรู้ต่างๆ อย่างได้สัดส่วนและสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรมค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ไว้ในทุกวิชา” (กระทรวงศึกษาธิการ.2554:5-13) 1.2 แนวคิดด้านการวิเคราะห์บริบทพื้นฐาน ตามรูปแบบ CIPP Model สมคิด พรมจุ้ย. (2550: 57 – 58) ได้กล่าวว่า การประเมินโดยใช้ซิปโมเดล (CIPP Model) เป็นการ ประเมินที่เป็นกระบวนการต่อเนื่อง โดยมีจุดเน้นที่สำคัญ คือ ใช้ควบคู่กับการบริหารโครงการเพื่อหาข้อมูล ประกอบการตัดสินใจอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งแนวทางการประเมินในด้านต่าง ๆ มีรายละเอียด ดังนี้ 1. การประเมินบริบท หรือสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation : C) เป็นการประเมินเพื่อให้ ได้ข้อมูลสำคัญ เพื่อช่วยในการกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ ความเป็นไปได้ของโครงการ 2. การประเมินปัจจัยเบื้องต้น (Input Evaluation : I) เป็นการประเมิน เพื่อใช้ข้อมูลตัดสินใจ ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยดูว่าปัจจัยที่ใช้จะมีส่วนช่วยให้บรรลุจุดมุ่งหมายของ โครงการหรือไม่ 3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : P) เป็นการประเมินระหว่างการดำเนิน โครงการ เพื่อหาข้อดี และข้อบกพร่องของการดำเนินงานตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ และเป็นการรายงานผล การปฏิบัติงานของโครงการนั้นด้วย
8 4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation : P) เป็นการประเมินเพื่อดูว่าผลที่เกิดขึ้นเมื่อ สิ้นสุดโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรือตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ เนื่องจากโรงเรียนวัดทุ่งหินผุดประสบปัญหาด้านคุณภาพผู้เรียน ใน 3 ด้านหลักๆ ซึ่งเป็นการประเมิน บริบท ที่จะตัดสินใจทำโครงการ ดังนี้ ภาพที่ 1 สภาพปัญหาและที่มาของนวัตกรรม ปัญหาด้านที่ 1 สภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานในการหล่อหลอมพฤติกรรมนักเรียน บริบทสภาพแวดล้อมที่ นักเรียนอาศัยอยู่ บางครอบครัวมีภาวะสุ่มเสี่ยงอบายมุข เช่น ยาเสพติด การพนัน ลักขโมย พื้นฐานทางเศรษฐกิจ ในหลายครอบครัวที่ประกอบอาชีพรับจ้างซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน นอกจากนี้ยังพบว่ามีนักเรียนบางส่วนที่มีปัญหา ครอบครัว พ่อแม่มีลูกเมื่อไม่พร้อม พ่อแม่แยกทางไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งให้นักเรียนอาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ ทำให้ นักเรียนไม่ได้รับการดูแลเอาใจ อบรมสั่งสอน ทบทวนบทเรียนเท่าที่ควร ปัญหาเหล่านี้ทำให้นักเรียนที่ไม่ตั้งใจ อาจ ประพฤติตัวไม่เหมาะสมและอาจนำไปสู่ปัญหาการออกกลางคัน ปัญหาด้านที่ 2 นักเรียน นักเรียนไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา ทำให้ขาดความกระตือรือร้นในการเรียน ไม่เอาใจใส่ การเรียนเท่าที่ควร ขาดความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย เรียนรู้ช้า มักจะไม่ทบทวนบทเรียน ทำให้พื้น ฐานความรู้ไม่เพียงพอในการต่อยอดความรู้ในระดับชั้นที่สูงขึ้น เมื่อไม่เข้าใจบทเรียนทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อ หน่ายในการเรียน จากการติดตามนักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่ามีนักเรียนบางส่วนไม่ จบการศึกษาภาคบังคับ ปัญหาที่พบ ได้แก่ นักเรียนบางส่วนมีผลการทดสอบระดับต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศ และยังพบนักเรียนที่อ่านไม่คล่องเขียนไม่คล่อง มีปัญหาด้านการคิดคำนวณ ซึ่งพื้นฐานเหล่านี้จะ
9 ส่งผลต่อการต่อยอดความรู้ในระดับที่สูงขึ้น ปัญหาด้านการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณาญาณ จิตอาสา ความ มีน้ำใจ ทักษะชีวิตซึ่งนักเรียนจะต้องถูกฝึกมาจากที่บ้าน การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม การรู้เท่า ทันสื่อจะพบว่านักเรียนบางส่วนสามารถเข้าถึงสื่อที่สุ่มเสี่ยงได้ง่าย ปัญหาด้านที่ 3 ครูผู้สอน ทางโรงเรียนมีครูผู้สอนไม่ครบตรงตามวิชาเอก ทำให้ครูสอนไม่ตรงกับวิชาที่ตนเองถนัด วิธีการ เรียนการสอนส่วนใหญ่เป็นแบบเน้นครูเป็นศูนย์กลาง ใช้การบรรยายเป็นหลัก การจัดการเรียนการสอนส่วนใหญ่ ไม่ได้เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ยังขาดการกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้การจัดกิจกรรมแบบ active learning ยังมีน้อย นอกจากนี้ยังขาดการติดตามและสะท้อนผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง 1.3 แนวคิด 5 ร ประกอบไปด้วย 1. ริเริ่มสร้างสรรค์ซึ่งเป็นกระบวนการคิดที่หลากหลายสร้างสิ่งแปลกใหม่ โดยมีนักวิชาการ ได้ ให้ความหมายไว้ โดย กิลฟอร์ด กล่าวว่า “ความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถทางสมองในการคิดหลายทิศทาง ซึ่งมีองค์ประกอบความสามารถในการริเริ่ม ความคล่องในการคิด ความยืดหยุ่นในการคิด และความสามารถในการ แต่งเติมและให้คำอธิบายใหม่ที่เป็นการติดตามหลักเหตุผลเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียง แต่ องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของความคิดสร้างสรรค์คือความคิดริเริ่ม นอกจากนี้ กิลฟอร์ดเชื่อว่า ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่พรสวรรค์ที่บุคคลมี แต่เป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในตัวบุคคลซึ่งมีมากน้อยไม่เท่ากัน และบุคคลแสดงออกมาใน ระดับต่างกัน” 2. รู้จักนักเรียนรายบุคคล คือกระบวนการหนึ่งในการการวิเคราะห์ผู้เรียน เป็นขั้นตอนที่สำคัญ ที่สุดก่อนเริ่มทำการสอน ครูผู้สอนทุกคนต้องมีความเข้าใจว่านักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานความเป็นมาของชีวิตที่ไม่ เหมือนกัน ถูกหล่อหลอมจนเกิดพฤติกรรมหลากหลายรูปแบบ แตกต่างกันออกไป การรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มจะช่วยให้ครูมีข้อมูลที่สำคัญในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม ตามความต้องการ ความ ถนัด ความสนใจการเรียนรู้ชองผู้เรียนแต่ละคน ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องมีข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้เรียนอย่างชัดเจน จะช่วยให้เข้าใจนักเรียนมากขึ้น สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อเป็นประโยชน์ในการส่งเสริม พัฒนาหรือ ป้องกันแก้ไขปัญหานักเรียนได้อย่างถูกทาง 3. เรียนรู้อย่างหลากหลาย ครูผู้สอนจะต้องมีความตระหนักที่จะปรับเปลี่ยนบทบาท แสวงหา วิธีการ กิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อเสริมศักยภาพผู้เรียนแต่ละคน จะทำให้ครูเกิดความเชี่ยวชาญในการสอน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,2562) เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับ หลักพหุปัญญาของพุทธศาสนา 4. แรงเสริมในทุกๆด้าน หรือ แรงเสริมบวก (Positive Reinforcement) หมายถึง การให้สิ่ง เสริมแรงที่ตอบสนองการกระทำพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่น ให้รางวัลกับนักเรียนที่ทำคะแนนสอบได้ สูงสุด ชมเชยนักเรียนที่แต่งกายเรียบร้อย เป็นต้น 5. ร่วมมือสามัคคี เป็นกระบวนการการทำงานร่วมกัน การเรียนรู้ร่วมกัน การทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่การเชื่อมโยง ทางด้านความคิด ก่อเกิดเป็นการทำงานแบบ Team Work
10 1.4 แนวคิดเกี่ยวกับทักษะศตวรรษที่ 21 1. ความหมายและความสำคัญของทักษะศตวรรษที่ 21 เรียนรู้สมัยใหม่ตั้งแต่ระดับอนุบาลหรือ ก่อนอนุบาลไปจนถึงปริญญาตรีต้องเรียนให้ได้องค์ประกอบส่วนที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงหรือที่เรียกว่า Transformative Learning มีทักษะผู้นำ ภาวะผู้นำ และหมายถึงว่าเป็นที่จะเข้าไปร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง ก่อนเพราะโลกสมัยใหม่ทุกอย่างเปลี่ยนตลอดเวลาและเด็กต้องมีชีวิตอีก 50 60 70 ปี โลก จะเปลี่ยนไปอย่างนึกไม่ถึง เด็กต้องเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงและเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนสร้าง การ เปลี่ยนแปลงและเป็นหัวใจของทักษะการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม ส่วนทักษะทางด้าน สารสนเทศสื่อและ เทคโนโลยีจะเห็นได้ว่า ICT มีส่วนสำคัญทั้งดีและทั้งหลอกลวงเป็นมายาในสังคม เต็มไปหมด เด็กต้องมีทักษะและ ความเข้าใจในข้อจำกัดของสื่อและทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 นี้ประกอบด้วย 3Rs+8Cs และ + 2Ls คือ Reading (อ่านออก), (W) Riting (เขียนได้), และ (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) 8C ได้แก่ C1: มีทักษะการคิดวิเคราะห์การคิดอย่างมีวิจารณญาณและสามารถแก้ไขปัญหาได้(Critical thinking and problem solving) C2: การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม (Creativity and innovation) C3: ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม (Cross-cultural understanding) C4: ความร่วมมือการท างานเป็นทีมและภาวะความเป็นผู้น า ( Collaboration teamwork and leadership) C5: มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ (Co nunication information and media filteracy) C6: มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยีและสารสนเทศ (Computing and Media literacy) C7: มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ (Career and learning skills) C8: มีความเมตตากรุณามีคุณธรรมและมีระเบียบวินัย (Compassion) 1.5 แนวคิด Active Learning โรงเรียนวัดทุ่งหินผุดได้นำการจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก (Active Learning) มาใช้เป็น กรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการจัดกิจกรรมการสอนต่างๆ ซึ่งไชยยศ เรืองสุวรรณ (2553) กล่าวถึง ความสำคัญของ การเรียนรู้เชิงรุก ไว้ดังนี้ 1. เป็นการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพทางสมองทั้งการคิด การแก้ปัญหา และ การนำไปประยุกต์ใช้ 2. เป็นการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้สูงสุด 3. ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้และจัดระบบการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง 4. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนทั้งในด้านการสร้างองค์ความรู้การสร้าง ปฏิสัมพันธ์ร่วมกันและ ร่วมมือกันมากกว่าการแข่งขัน
11 5. ผู้เรียนได้เรียนรู้ความรับผิดชอบร่วมกัน การมีวินัยในการทำงานและการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ 6. เป็นกระบวนการสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนอ่าน พูด ฟัง คิด อย่างลุ่มลึก ผู้เรียนจะ เป็นผู้จัดระบบการ เรียนรู้ด้วยตนเอง 7. เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นทักษะการคิดขั้นสูง 8. เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศและ หลักการสู่การสร้าง ความคิดรวบยอด 9. ผู้สอนจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการความรู้เพื่อให้ผู้เรียน เป็นผู้ปฏิบัติด้วยตนเอง 10. ความรู้เกิดจากประสบการณ์การสร้างองค์ความรู้และการสรุปทบทวนของผู้เรียน จิตณรงค์ เอี่ยมสำอางค์ (2559) กล่าวถึงความสำคัญของ การเรียนรู้เชิงรุก ไว้ดังนี้ 1. การเรียนรู้เชิงรุก ส่งเสริมการมีอิสระทางด้านความคิดและการกระทำของผู้เรียน การมี วิจารณญาณ และการคิดสร้างสรรค์ ผู้เรียนจะมีโอกาสในการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติจริงและมีการใช้วิจารณญาณ ในการคิดและตัดสินใจในการปฏิบัตินั้น โดยครูเป็นผู้ดูแลให้คำปรึกษา และกระตุ้น ซึ่งอาจใช้การถามหรือเทคนิค การสอนต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการวิเคราะห์ สังเคราะห์และประยุกต์ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการ ปฏิบัติงานหรือในการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ 2. การเรียนรู้เชิงรุก สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความร่วมมือใน การปฏิบัติงานกลุ่มจะนำไปสู่ความสำเร็จในภาพรวม 3. การเรียนรู้เชิงรุก ทำให้ผู้เรียนทุ่มเทในการเรียน จูงใจในการเรียนและทำให้ผู้เรียน แสดงออก ถึงความรู้ความสามารถเมื่อผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติอย่างกระตือรือร้น ในสภาพ แวดล้อมที่เอื้ออำนวย ผู้เรียนจะมีความทุ่มเทเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จของงานและมีความรับผิดชอบ เช่นเดียวกัน ถ้าผู้เรียนมีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจเขาก็จะทุ่มเทมุ่งเรียนรู้และใช้ความรู้อย่างเต็ม ความสามารถ สรุปได้ว่า การเรียนรู้เชิงรุก มีความสำคัญต่อ การจัดการเรียน รู้ เพราะเป็น กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ผู้เรียนพัฒนา ทักษะ การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ได้พัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง กระตือรือร้นในการเข้าร่วม กิจกรรม และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียน ซูเธอร์แลนด์ (Sutherland, 1996) กล่าวว่า การเรียนรู้เชิงรุกคือการเรียนการสอน ที่ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนมีการควบคุมตัวเองในระดับสูง ครูสามารถจัดกิจรรมการเรียนการสอนให้ครอบคลุมกระบวนการแก้ปัญหาอาจจัดกิจกรรมเป็นรายบุคคลหรือราย กลุ่มเล็กๆ การสอน จะมีกิจกรรมต่างๆ ที่กระตุ้นและจูงใจให้ผู้เรียนเกิดทักษะด้านการสื่อสารเกิดความสนุกในการ เรียน เกิดทัศนคติในทางบวกในการเรียนได้ทำงานกลุ่มมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันและได้แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น ซึ่งกันและกัน 1.6 แนวคิด Play and Learn (Constructivism) โรงเรียนวัดทุ่งหินผุด ได้นำเอาพฤติกรรมที่สนุกสนาน ร่าเริงของเด็กๆ มาผสานกับการจัดการ เรียนการสอน โดยยึดแนวทาง ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism) ที่ให้ความสำคัญกับตัวผู้เรียน หรือ
12 นักเรียนมากกว่า ครู หรือ ผู้สอน ผู้เรียนจะเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ (interact) กับ วัตถุ (object) หรือเหตุการณ์ ด้วย ตัวของเขาเอง ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจในวัตถุ หรือ เหตุการณ์นั้น ซึ่งก็คือ การสร้าง (construct) การทำความ เข้าใจ (conceptualization) และ การแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวของเขาเอง งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มงคล เรียงณรงค์ (2558 ) ได้ศึกษาการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และ ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนโดยใช้รูปแบบ การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปี ที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2557 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 30 คน พบว่า 1) ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนจาก การ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์ เป็นฐาน นักเรียนร้อยละ 83.33 ผ่าน เกณฑ์ และมีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 78.00 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนจากการจัดกิจกรรม 58 การเรียนรู้ใช้รูปแบบการ สอนแบบสร้างสรรค์ เป็นฐานนักเรียนร้อยละ 80.00 ผ่านเกณฑ์ และมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75.50 สายฝน ชวรางพงษ์ (2561) ได้ศึกษาเรื่อง การเปรียบเทียบทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง วัสดุรอบตัว โดยใช้การจัด การเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็ม ศึกษากับการจัดการเรียนรู้แบบปกติโดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบ 1) ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง วัสดุรอบตัว ก่อนและหลังเรียนที่ได้รับการ จัดการเรียนรู้ตามแนวทาง สะเต็มศึกษา และ 2) ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียน ที่ได้รับ การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษากับการจัดการเรียนรู้แบบปกติกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 1 นาเริ่งราษฎร์บำรุง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรีปีการศึกษา 2561 จำนวน 2 ห้องเรียน ที่ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย เป็นกลุ่มทดลอง 1 ห้อง จำนวน 52 คน ได้รับการจัดการ เรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา และกลุ่มควบคุม 1 ห้อง จำนวน 52 คน 73 ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา เรื่อง วัสดุรอบตัว 2) แผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ 3) แบบทดสอบวัดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 มีค่าความเชื่อมั่น 0.850 และ 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าความเชื่อมั่น 0.850 ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา หลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา สูงกว่าการ จัดการเรียนรู้แบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อรวรรณ ไชยชาญ (2561) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างทักษะ การจัดการเรียนรู้ใน ศตวรรษที่ 21 ที่จำเป็นสำหรับครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาในภาคตะวันออก โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาสภาพพื้นฐาน เกี่ยวกับความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างทักษะ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 2) เพื่อพัฒนา รูปแบบ และ 3) เพื่อตรวจสอบผลการใช้รูปแบบการเสริมสร้าง ทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษ ที่ 21 ที่จ าเป็นสำหรับการสอนของครูประถมศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา ในภาคตะวันออก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูระดับประถมศึกษา จำนวน 320
13 คน และผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 320 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย แบบสอบถาม การ ปฏิบัติงานของครูประถมศึกษาต่อทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่จ าเป็นสำหรับครูประถมศึกษา และ แบบสอบถามความต้องการของผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่มีความคาดหวัง ต่อทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษ ที่ 21 ที่จำเป็นสำหรับครูประถมศึกษา ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะ ได้นำมาสร้าง เป็นคู่มือในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ตามขั้นตอนการฝึกอบรม ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นในการ ในการเสริมสร้างทักษะ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เมื่อพิจารณาตามความต้องการจำเป็น พบว่า ความ ต้องการจำเป็น ในการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 มากที่สุด โดยเรียงลำดับตามคะแนนเฉลี่ย ได้ดังนี้ ด้าน ทักษะ การจัดการเรียนการสอน ทักษะความเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ ทักษะ การพัฒนา หลักสูตรและรายวิชา ทักษะด้านการประเมินผลการจัดการเรียนรู้สู่วิจัยเชิงปฏิบัติการ ในชั้นเรียน และทักษะด้าน การจัดการชั้นเรียนเพื่อการสร้างบรรยากาศเชิงบวก 2) รูปแบบ การเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษ ที่ 21 ประกอบด้วย คู่มือการพัฒนาทักษะ การจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สำหรับครูประถมศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา ในภาคตะวันออก โดยแบ่งเป็น 4 หน่วย ได้แก่ หน่วยที่ 1 ครู เพื่อศิษย์ คิดเป็น เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หน่วยที่ 2 ครูผู้สร้าง มุ่งพัฒนา หน่วยที่ 3 ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน แบบ 4.0 และหน่วยที่ 4 PLC สิ่งดีๆ สู่การพัฒนา ซึ่งมีความสอดคล้องและมีความเหมาะสมเป็นไปได้3) ผลการใช้ รูปแบบการพัฒนา พบว่า ครูผู้สอนระดับประถมศึกษา มีระดับความพึงพอใจ ในเชิงประจักษ์อยู่ในระดับมาก และ จากการประเมินการรายงานประสบการณ์ของครูผู้สอน มีผลการรายงานที่ดี มีพัฒนาการในด้านทักษะการจัดการ เรียนการสอนที่ดีขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมการพัฒนา 7 รูปแบบนวัตกรรม ภาพที่ 2 แสดงรูปแบบนวัตกรรม
14 การออกแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา ภาพที่ 3 แสดงการออกแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา • การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 • Active learning • หลักสูตรแกนกลาง • จิตวิทยาการศึกษา • คุณธรรมจริยธรรม วิธีการพัฒนา ผ่านกระบวนการ 5 ร • ริเริ่มสร้างสรรค์ • รู้จักนักเรียนรายบุคคล • เรียนรู้อย่างหลากหลาย • แรงเสริมเติมพลัง • ร่วมมือสามัคคี ผลสำเร็จที่พึงประสงค์ • ครูจัดการเรียนรู้แบบแบบ active learning บูรณาการการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ทุกกลุ่มสาระวิชา ตามเป้าหมายของหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน • นักเรียนเห็นความสำคัญของการศึกษา • นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ • นักเรียนเป็นคนดี มีความรู้ คู่คุณธรรม ปัญหาและที่มา วิเคราะห์บริบท • นักเรียนไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา • ความกระตือรือร้นในการเรียน • ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน • ความรับผิดชอบ • คุณธรรมจริยธรรม • ทักษะชีวิต • การคิดวิเคราะห์ • การทำงานร่วมกับผู้อื่น กระบวนการ PLC การประเมินแบบ CIPP Model ความพึงพอใจ ของ การจัดทำนวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” โดยวิธีหาค่าเฉลี่ย จากแบบสอบถาม ในด้าน ต่างๆ ดังนี้ 1. ด้านบริบท 2. ด้านปัจจัยต่างๆ 3. ด้านกระบวนการ 4. ด้านผลผลิต 5. ด้านการถ่ายโยงความรู้
15 ส่วนที่ 3 ผลการดำเนินงาน 3.1 ผลการใช้นวัตกรรม การบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้ การนิเทศติดตามและประเมินผล (ผลที่ เกิดต่อผู้บริหาร,ครู,นักเรียน) ทางโรงเรียนวัดทุ่งหินผุดได้ตระหนักถึงปัญหา และความสำคัญของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จึงได้จัดทำนวัตกรรมนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการเรียนรู้ของผู้เรียน สร้างการ เรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เกิดการเรียนรู้ที่คงทน และเกิดทักษะในการใช้ชีวิตทั้งด้านความรู้ควบคู่คุณธรรม ของโรงเรียนวัดทุ่งหินผุด ในการประยุกต์ใช้การประเมินแบบ CIPP Model ซึ่งได้พิจารณาภาพรวม จากบริบท ของโรงเรียน ปัจจัย กระบวนการ ผลผลิตและการถ่ายโยงความรู้ สู่กลุ่มเป้าหมาย ปรากฏว่า 1. ในด้านบริบท พบว่า ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการดำเนินการ นวัตกรรมนี้ ซึ่งนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองจริง โดยสังเกตได้จากการ สอบถาม ทั้ง ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผ่านการประเมิน ซึ่งอยู่ในระดับมีความพึงพอใจมากที่สุด 2. ในด้านปัจจัยต่างๆ เข้าพบว่า โรงเรียนได้ใช้งบประมาณในการดำเนินนวัตกรรมนี้น้อยมาก ซึ่งทาง โรงเรียนได้มีการจัดตั้งงบประมาณไว้ในแผนงาน เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมนี้ อีกทั้งปัจจัยทางด้าน บุคลากร ซึ่งทุกคนให้การสนับสนุน และพร้อมดำเนินการนวัตกรรมให้บรรลุผล 3. ด้านกระบวนการ พบว่า การจัดกิจกรรม Active learning ผ่านนวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” ในส่วนของครูผู้สอน เป็นไปตามแผนงานกระบวนการที่วางไว้ 4. ผลผลิต พบว่า นักเรียนเกิดทักษะด้านการเรียนรู้อย่างคงทน นักเรียนมีสมรรถนะที่สำคัญตาม หลักสูตร อีกทั้งได้สร้างครูให้มีสื่อ นวัตกรรม และเครื่องมือเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ หลากหลาย ตามบริบทของผู้เรียน รวมถึงนักเรียนมีผลการประเมินในระดับต่างๆ สูงขึ้น 5. การถ่ายโยงความรู้ โรงเรียนได้มีการทำกิจกรรมของนักเรียนจากนวัตกรรมนี้ สู่โรงเรียนอื่น ๆ ในกลุ่ม เครือข่ายโรงเรียน ครู ผู้บริหาร ได้เป็นวิทยากรในระดับต่างๆ รวมถึงการได้มาศึกษาดูงานของ โรงเรียนอื่นๆ ผลงาน/รางวัล ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา ดำเนินงานโครงการ นวัตกรรม (ต่อเนื่อง) นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” ที่ทางโรงเรียนวัดทุ่งหินผุดจัดขึ้น ส่งผลให้ โรงเรียนวัดทุ่งหินผุดมีผลงาน ดังนี้ 1) รางวัลนักเรียนรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับภาคใต้ ในการแข่งขันประกวดโครงงานสารานุกรมไทย ชิง ถ้วยพระราชทานมูลนิธิสมเด็จพระเทพฯ เป็นตัวแทนภาคใต้เข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศ 2) โรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่จำเป็นในศตวรรษ ที่ 21 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 พ.ศ.2564 3) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 นวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ ภายใต้โครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
16 4) รางวัลชมเชย ผลการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาตามจุดเน้นร่วมพัฒนาการศึกษาจังหวัดตรัง จุดเน้น การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ภายใต้โครงการขับเคลื่อนยกระดับคุณภาพการศึกษาและการ จัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพของจังหวัดตรังโดยผ่านกลไกของ กศจ. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตรัง พ.ศ. 2564 5) ได้รับผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสถานศึกษา ระดับ AA สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 6) รางวัลระดับดี ผลการขับเคลื่อนคุณภาพสถานศึกษาระดับจังหวัด ภายใต้โครงการ Coaching Teams เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 7) “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย” มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีระยะที่ 3 8) รางวัลการประกวดสื่อวิดีทัศน์ นวัตกรรมการเรียนการสอนตามหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ระดับดีเด่น “นวัตกรรมชื่อการคิดแยกแยะ” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 9) เป็นแหล่งศึกษาดูงานจากโรงเรียนบ้านบือนังกือเปาะ จังหวัดนราธิวาส 10) โรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice) การจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Active Learning ประจำปีการศึกษา 2563 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 11) รางวัล องค์กรคุณธรรม ระดับคุณธรรมต้นแบบ 2564 โดย คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ 12) นางสาวภัทราพร พันธ์สิวกานต์ ได้รับรางวัลครูผู้สอนดีเด่น เนื่องในวันครู พ.ศ. 2564 ในระดับ จังหวัดตรัง 13) นางสาวอาทิตยา จริยวิจิตร ได้รับการคัดเลือก คุณภาพผลงานระดับดีเด่น ผลงานนวัตกรรม สร้างสรรค์คนดี โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. พ.ศ.2564 ด้านการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมคุณธรรม “สายธารปัญญา ต้นกล้าทุ่งหินผุด” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ส่งต่อระดับภาค 14) นายอำนาจ ขันทกาญจน์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้รับการคัดเลือก คุณภาพผลงานระดับดีเด่น ผลงานนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. พ.ศ.2564 ด้านการบริหาร “TON-KRA MODEL” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ส่งต่อระดับภาค 15) นายอำนาจ ขันทกาญจน์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้รับคำสั่ง สพฐ. แต่งตั้งคณะกรรมการเครือข่าย ผู้บริหารสถานศึกษาร่วมพัฒนาการนิเทศการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและจุดเน้น สพฐ. ด้านการจัดการเรียนรู้ Active Learning 3.2 ความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรม การบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้ การนิเทศติดตาม และประเมินผล (ความพึงพอใจของผู้บริหาร , ศึกษานิเทศก์, ครู , นักเรียน) โดยทางโรงเรียนวัดทุ่งหินผุดได้สรุปความพึงพอใจ ในการดำเนินโครงการ และการดำเนินงานด้าน นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” ไว้เป็น 4 ส่วนดังนี้ 1. ผลการประเมินโครงการด้านบริบท ผลการประเมินบริบทของการจัดทำ นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” เมื่อพิจารณา เป็นรายประเด็น สรุปผลได้ดังนี้ ผลการประเมินความพึงพอใจ ด้านบริบทที่เกี่ยวกับข้องความต้องการจำเป็น ความ เหมาะสมของวัตถุประสงค์ ความสอดคล้องกับนโยบายต้นสังกัด และความเป็นไปได้ของนวัตกรรม ตามความ คิดเห็นของครูนักเรียน ผู้บริหาร และ ศึกษานิเทศก์ โดยภาพรวม มีความเหมาะสม มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก ที่สุด คิดเป็นร้อยละร้อย
17 2. ผลการประเมินโครงการด้านปัจจัยนำเข้า ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าเกี่ยวกับความพร้อมของบุคลากร ความเพียงพอ ของงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ อาคารสถานที่ และหน่วยงานที่สนับสนุนนวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา”ตามความ คิดเห็นของครู นักเรียน ผู้บริหาร และ ศึกษานิเทศก์ โดยภาพรวม มีความเหมาะสม มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก ที่สุด คิดเป็นร้อยละร้อย 3. ผลการประเมินโครงการด้านกระบวนการ ผลการประเมินด้านกระบวนการ เกี่ยวกับการวางแผน (P) การดำเนินงาน (D) การติดตาม ประเมินผล (C) และการนำผลการประเมินไปพัฒนาปรับปรุง (A) ตามความคิดเห็นของครู นักเรียน ผู้บริหาร และ ศึกษานิเทศก์ โดยภาพรวมมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละร้อย 4. ผลการประเมินโครงการด้านผลผลิต ผลการประเมินโครงการด้านผลผลิต นักเรียนเกิดทักษะด้านการเรียนรู้อย่างคงทน นักเรียนมี สมรรถนะที่สำคัญตามหลักสูตร อีกทั้งได้สร้างครูให้มีสื่อ นวัตกรรม และเครื่องมือเกี่ยวกับการจัดกระบวนการ เรียนรู้ที่หลากหลาย ตามบริบทของผู้เรียน รวมถึงนักเรียนมีผลการประเมินในระดับต่างๆ สูงขึ้น โดยความพึงพอใจ ของครู นักเรียน ผู้บริหาร และ ศึกษานิเทศก์ โดยภาพรวม มีความเหมาะสม มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละร้อย 5. ผลการประเมินโครงการ นวัตกรรม ด้านการถ่ายโยงความรู้ การถ่ายโยงความรู้ โรงเรียนได้มีการทำกิจกรรมของนักเรียนจากนวัตกรรมนี้ สู่โรงเรียนอื่น ๆ ใน กลุ่มเครือข่ายโรงเรียน โรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรังเขต 1 และโรงเรียนอื่นๆ โดย ภาพรวม ความพึงพอใจ ของครู นักเรียน ผู้บริหาร และ ศึกษานิเทศก์ โดยภาพรวม มีความเหมาะสม มีความพึง พอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละร้อย 4. การเผยแพร่นวัตกรรม โรงเรียนวัดทุ่งหินผุด นำโดยผู้อำนวยการโรงเรียน นายอำนาจ ขันทกาญจน์ ได้มีโอกาส เผยแพร่ และร่วม นำเสนอ นวัตกรรม กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต๑ โดยได้เป็นวิทยากรร่วมกับ ดร. เกศ ทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ดร.ชุลีกร ทองด้วง ผู้อำนวยการสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ซึ่งได้มีการถ่ายทอดสด ผ่านทางช่องทาง You Tube Live ผู้รับชม กว่า 70 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ จำนวนกว่า 2,000 คน https://www.youtube.com/watch?v=H9rXhp0drTo&t=2304s อีกทั้งได้เผยการดำเนินงาน ผ่านช่องทาง เพจ Face book โรงเรียนวัดทุ่งหินผุดจังหวัดตรัง https://www.facebook.com/TPWattunghinputSchool รวมถึงได้เผยแพร่กิจกรรมการดำเนินงาน ให้กับ โรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาตรังเขต 1 และต่างเขตใน การนำนวัตกรรมไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียน
18 5. ข้อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 5.1 ข้อเสนอแนะ การดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” มีข้อเสนอแนะในการดำเนินการ ดังนี้ 1) ควรสร้างความตระหนักให้ครูเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพนักเรียนทุกคน เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล หาวิธีการที่เหมาะสมกับนักเรียนเพื่อจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ 2) ควรให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อออกแบบกิจกรรมตามความ สนใจ ความถนัดของตนเองมากขึ้น 3) ควรให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการปลูกฝัง อบรม ดูแล และคุณพัฒนาคุณภาพ นักเรียน พร้อมเปิดโอกาสชุมชน หน่วยงานภายนอกได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการ ของชุมชน 5.2 แนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 1) จัดทำหลักสูตรระยะยาว ตลอดปีการศึกษา เพื่อความต่อเนื่องของกิจกรรมต่างๆ และเป็นการต่อยอด ความคิดของกิจกรรมต่างๆที่ดำเนินการผ่านมา 2) สร้างโรงเรียนเครือข่าย มีการติดตาม ให้คำปรึกษา แนะนำ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 5.3 จุดเด่น หรือลักษณะพิเศษของผลงานนวัตกรรม นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิด “ประสบการณ์ที่ดีในวัยเด็ก คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในอนาคต” เป็นการบูรณาการการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การจัดการเรียนรู้ แบบ active learning หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละกลุ่มสาระวิชา จิตวิทยาการศึกษา คุณธรรมจริยธรรม ซึ่งสามารถแบ่งการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนได้ 3 ประเภท ได้แก่ 1) การจัดการเรียนรู้ในชั้น เรียน 2) กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ 3) กิจกรรมนอกห้องเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูผู้สอนได้จัดการ เรียนรู้แบบ active learning บูรณาการการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 พร้อมสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมในกลุ่ม สาระวิชาต่าง ๆ และกิจกรรมนอกบทเรียน พร้อมปลูกฝังให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการศึกษา เป็นคนดี มี ความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม มีทักษะชีวิต เห็นคุณค่าของตนเองและมีความสุขกับการเรียน และให้ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ 6. บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. (พิมพ์ครั้งที่ 3) กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. จิตณรงค์ เอี่ยมสำอางค์. (2559). การพัฒนารูปแบบการโค้ชทางปัญญาแบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อพัฒนา สมรรถภาพการโค้ชและการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของครูพณิชยกรรม. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฏีบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2553). เทคโนโลยีการศึกษา ทฤษฏีและการวิจัย. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร. วิจารณ์ พานิช. (2556). การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสยามกัมมาจล.
19 มงคล เรียงณรงค์. (2558). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายวิชา ส 21103 สังคมศึกษา 2. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาพร พฤฑฒิกุล. (2555). “คุณภาพผู้เรียนเกิดจากกระบวนการเรียนรู้”. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา 6: 2 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพมหานคร. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (๒๕๖๐). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จำกัด. อรวรรณ ไชยชาญ (2561) . การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างทักษะ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ จำเป็นสำหรับครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในภาคตะวันออก. วารสารวิจัยรำไฟพรรณี ปีที่ 14 ฉบับบที่ 1 Sutherland, TE. (1996). Emerging issues in the discussion of active learning, in Using Active Learning in College Classes: A range of options for faculty, eds T E. Sutherland and C C Bonwell, Jossey-Bass, San Francisco CA
20 ภาคผนวก
21 คำสั่งโรงเรียนวัดทุ่งหินผุด ที่ ๑๕/๒๕๖๕ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานตามโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) ………………………………………. ด้วยโรงเรียนวัดทุ่งหินผุด เป็นโรงเรียนเครือข่ายในการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ในการดำเนินงาน ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตามโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตรัง เพื่อเป็นการสร้างคุณลักษณะและทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ใน ศตวรรษที่ ๒๑ ให้กับผู้เรียน ตลอดจนการสร้างนวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งในกระบวนการ บริหารจัดการ กระบวนการจัดการเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศการศึกษา ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยอาศัยอำนาจตามความมาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ แต่งตั้งคณะกรรม ดำเนินงาน ดังต่อไปนี้ คณะกรรมการอำนวยการ ๑. นายอำนาจ ขันทกาญจน์ ประธานกรรมการ ๒. นางนภสร แก้วเกิด กรรมการ ๓. นางอมรรัตน์ ช่วยด้วง กรรมการ ๔. นางสาวราศินีต์ แสนวงศ์ กรรมการและเลขานุการ หน้าที่ ให้การปรึกษาแนะนำและอำนวยความสะดวกในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย คณะกรรมการดำเนินงาน ๑. นายอำนาจ ขันทกาญจน์ ประธานกรรมการ ๒. นางสาวภัทราพร พันธ์สิวกานต์ กรรมการ ๓. นางสาวภาวินี นาคพน กรรมการ ๔. นางอมรรัตน์ ช่วยด้วง กรรมการ ๕. นางนภสร แก้วเกิด กรรมการ ๖. นางสาวอาทิตยา จริยวิจิตร กรรมการ ๗. นางวันวิสา ตรังค์คุณากร กรรมการ ๘. นางสาวสาวิณี ฤทธิพงษ์ กรรมการ
22 ๙. นางสุณี รองรักษ์ กรรมการ ๑๐. นายนฤเบศ หนูแก้ว กรรมการ ๑๑. นางสาวราศินีต์ แสนวงศ์ กรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ วางแผน ดำเนินงาน ประสานงานการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และร่วมกันสร้างนวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งในกระบวนการบริหาร จัดการ กระบวนการจัดการเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศการศึกษา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งทุกท่าน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ มุ่งมั่นตั้งใจ และเสียสละ เพื่อให้เกิดผลดีต่อนักเรียน โรงเรียน และราชการสืบไป ทั้งนี้ตั้งแต่ วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ สั่ง ณ วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ลงชื่อ (นายอำนาจ ขันทกาญจน์) ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทุ่งหินผุด
23 ภาพกิจกรรม 1. ภาพการประชุมระดับโรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน
24 2. ภาพกระบวนการ PLC เพื่อรับทราบปัญญา
25 3. ภาพกระบวนการนิเทศ ในการนำนวัตกรรมมาใช้
26 4. ภาพการจัดกิจกรรม ด้วย นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา”
27 5. ภาพด้านผลผลิตที่เกิดกับผู้เรียน ภาพรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดโครงงานจากสารานุกรมไทย ระดับภาคใต้ และเข้าร่วมการ แข่งขัน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ
28 6. ภาพการถ่ายทอดแนวคิด นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” 7. ภาพการเผยแพร่ ผลงานนวัตกรรม ผ่านช่องทาง You Tube Live การถ่ายทอดสด ผ่านทางช่องทาง You Tube Live ผู้รับชมกว่า 70 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ จำนวนกว่า 2,000 คน https://www.youtube.com/watch?v=H9rXhp0drTo&t=2304s
29 เพจ Face book โรงเรียนวัดทุ่งหินผุดจังหวัดตรัง https://www.facebook.com/TPWattunghinputSchool
30 รางวัลต่างๆ ที่โรงเรียนได้รับ จากการดำเนิน นวัตกรรม“5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับ เรา” ตามโครงการ IFTE ซึ่งได้ดำเนินการต่อยอดจากนวัตกรรมเดิม รางวัลที่ได้รับ ปีการศึกษา 2565 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับภาค โครงการแข่งขันสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
31 รางวัลที่ โรงเรียนได้รับ ปีการศึกษา 2564 รับป้าย “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย” มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี รางวัล รองชนะเลิศอันดับสอง โครงการ Innovation For Thai Education
32 นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการศึกษา โล่รางวัลโดย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รางวัล องค์กรคุณธรรม ระดับคุณธรรมต้นแบบ โดยคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ สอง โครงการ Innovation for Thai Education โดย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
33 รางวัลผลงานนวัตกรรม สร้างสรรค์คนดี ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับดีเด่น รางวัลผลงานนวัตกรรม สร้างสรรค์คนดี ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับดีเด่น
34 รางวัลผลงานนวัตกรรม สร้างสรรค์คนดี ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับดี รางวัลผลงานนวัตกรรม สร้างสรรค์คนดี ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับดี
35 รางวัลผลงานนวัตกรรม สร้างสรรค์คนดี ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับดี รางวัลผลงานนวัตกรรม สร้างสรรค์คนดี ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับดี
36 รางวัลผลงานนวัตกรรม สร้างสรรค์คนดี ตามโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับดี รางวัล ยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น “ครูผู้สอนดีเด่น” เนื่องในวันครู โดย กศจ.ตรัง
37 รางวัลชมเชย ผลงานการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาตามจุดเน้นร่วมพัฒนาการศึกษา จังหวัดตรัง เกียรติบัตรเชิดชู โรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่จำเป็นใน ศตวรรษที่ 21
38 รางวัลครูดีของแผ่นดินขั้นพื้นฐาน โครงการเครือข่ายครูดีของแผ่นดิน เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท
39 รางวัลครูดีไม่มีอบายมุข ประจำปีการศึกษา 2563
40 รางวัลมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
41 นวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้ การนิเทศ ติดตามและประเมินผล ตามโครงการ เครื่องมือ ฯลฯ แบบสอบถาม การประเมินโครงการ และนวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” ด้านบริบท (สำหรับ ครู นักเรียน ผู้บริหาร และ ศึกษานิเทศก์) คำชี้แจง โปรดพิจารณาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการจำเป็นในการดำเนินโครงการ ความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ ความสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงาน ความเป็นไปได้ของ โครงการ สภาพแวดล้อมของโครงการและนวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” ก่อน ดำเนินการประเมิน โดยทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับความจำเป็น/เหมาะสม/เป็นไปได้/ โดย พิจารณาจากความหมายดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง จำเป็น/เหมาะสม/เป็นไปได้มากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง จำเป็น/เหมาะสม/เป็นไปได้มาก ระดับ 3 หมายถึง จำเป็น/เหมาะสม/เป็นไปได้ปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง จำเป็น/เหมาะสม/เป็นไปได้น้อย ระดับ 1 หมายถึง จำเป็น/เหมาะสม/เป็นไปได้น้อยที่สุด ที่ รายการ ระดับความจำเป็น/เหมาะสม/ เป็นไปได้ 5 4 3 2 1 1. วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบาย ของกระทรวงศึกษาธิการ 2. โครงการมีความสอดคล้องกับนโยบายของ สพฐ. 3. การดำเนินงานของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ตรัง เขต 1 4. เป้าหมายของโครงการสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 5. การจัดโครงการการสอดคล้องกับความต้องการของครูนักเรียน 6. โครงการมีความสอดคล้องกับความต้องการของ ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง 7. โครงการมีความสำคัญในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน 8. ใช้รูปแบบในการจัดโครงการ นวัตกรรม ที่เหมาะสมกับสภาพของ โรงเรียน 9. โรงเรียนมีความพร้อมที่จะสามารถบริหารจัดการ นวัตกรรมได้ 10. กิจกรรมของนัวตกรรม สามารถปฏิบัติได้จริงทุกกิจกรรม
42 (ฉบับที่ 2) แบบสอบถาม การการประเมินโครงการ และนวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” ด้านปัจจัยนำเข้า (สำหรับ ครู) …………………………………………………………………………………………………………………………………………… คำชี้แจง โปรดพิจารณาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมของบุคลากร ความเพียงพอของงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ และอาคารสถานที่ การบริหารจัดการ หน่วยงานที่สนับสนุนโครงการ ด้านปัจจัย นำเข้าของการประเมินโครงการ และนวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” โดยทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับความจำเป็น เหมาะสม/ความเพียงพอ/ โดยพิจารณาจากความหมายดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง เหมาะสม/เพียงพอมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง เหมาะสม/เพียงพอมาก ระดับ 3 หมายถึง เหมาะสม/เพียงพอปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง เหมาะสม/เพียงพอน้อย ระดับ 1 หมายถึง เหมาะสม/เพียงพอน้อยที่สุด ที่ รายการ ระดับความเหมาะสม/เพียงพอ 5 4 3 2 1 1. บุคลากรในการดำเนินโครงการมีจำนวนเพียงพอ 2. ครูมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและวิธีดำเนิน นวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” 3. มีการชี้แจง ทำความเข้าใจนโยบายและวัตถุประสงค์ของ โครงการและนวัตกรรม 4. มีการสำรวจข้อมูลก่อนนำโครงการมาปฏิบัติ 5. มีเอกสาร คู่มือวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินโครงการมี เพียงพอ 6. งบประมาณในการดำเนินโครงการมีเพียงพอ 7. วิทยากร / ผู้สนับสนุนโครงการมีความเหมาะสม 8. ระยะเวลาในการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม 9. บุคลากรที่รับผิดชอบงานและกิจกรรมมีความเหมาะสม 10. ผู้บริหารให้ความสำคัญและสนับสนุนในการจัดทำ โครงการ
43 (ฉบับที่ 3) แบบสอบถาม การการประเมินโครงการ และนวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา” ด้านกระบวนการ (สำหรับนักเรียน ครู และศึกษานิเทศก์) …………………………………………………………………………………………………………………………………………… คำชี้แจง โปรดพิจารณาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการวางแผน การดำเนินการจัดกิจกรรม การติดตาม ประเมินผลไปปรับปรุง ด้านกระบวนการการดำเนินงานของโครงการ และนวัตกรรม “5 ร พาเพลิน PLAY & LEARN กับเรา”โดยทำ เครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับความเหมาะสม/การปฏิบัติโดยพิจารณาจาก ความหมาย ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง มีการปฏิบัติ/ระดับคุณภาพมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง มีการปฏิบัติ/ระดับคุณภาพมาก ระดับ 3 หมายถึง มีการปฏิบัติ/ระดับคุณภาพปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง มีการปฏิบัติ/ระดับคุณภาพน้อย ระดับ 1 หมายถึง มีการปฏิบัติ/ระดับคุณภาพน้อยที่สุด ที่ รายการ ระดับการปฏิบัติ/คุณภาพ 5 4 3 2 1 1. กำหนดกิจกรรมโครงการได้สอดคล้องกับสภาพของสถานศึกษา 2. บุคลากรมีส่วนร่วมในการวางแผนโครงการ 3. แต่งตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบโครงการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม 4. ประชุมชี้แจงบุคลากรที่มีส่วนร่วมทุกฝ่ายเพื่อสร้างความรู้ความ เข้าใจก่อนการดำเนินงานจัดกิจกรรมโครงการ 5. จัดโครงการแต่ละกิจกรรมตามขั้นตอนที่กำหนด 6. บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้ความร่วมมือในการดำเนินงาน โครงการ 7. มีการนิเทศ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 8. มีการประเมินโครงการระหว่างปีและสิ้นสุดโครงการ 9. มีการสรุปผลและรายงานผลการประเมินโครงการให้บุคลากรใน สถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องทราบ 10. มีการนำผลการประเมินมาใช้ปรับปรุงพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง