95 Common Commensal organisms include, diphtheroids (Corynebacterium spp. not C. diphtheria), Bacillus spp. (not B. anthracis), Propionibacterium spp., coagulase-negative staphylococci (including S. epidermidis), viridans group streptococci, Aerococcus spp. Micrococcus spp. and Rhodococcus spp
96 แบบประเมินการปฏิบัติเพื่อปองกันการติดเชื้อในกระแสโลหิตที่สัมพันธกับการคาสายสวนหลอดเลือดดำสวนกลาง Ward…………………………………………….. WARD (ระบุชื่อหนวยงาน) SCH สามัญ2 กิจกรรม/ผลการตรวจเยี่ยม ผาน ไมผาน NA 1. สงเวรถึงความจำเปนในการคาสายสวนทุกวัน 2. เปลี่ยนชุดใหสารน้ำทุก 6 วัน (มีสติ๊กเกอรสีประจำวันติด) 3. ชุดใหเลือดและสวนประกอบของเลือด ชุดใหไขมันอยางเดียว (Lipovenous) เปลี่ยนออก ทันทีที่หมด 4. บริเวณ site ดูแลแบบ sterile site โดยติด Transparent plastic dressing 5. ถอด T-way ทันทีที่หมดความจำเปนในการใชงาน 6. Dressing บริเวณ site prnเมื่อซึม เปอนหรือ พลาสเตอรหลุดลอก) ดวย2% chlorhexidenegluconate (CHG) หรือ 70% alcohol ร อ ใ ห แ ห ง ติ ด Transparent plastic dressing ทุก 7 วัน หรือ prn 7. ทำความสะอาด port หรือ T-way ดวย 70% alcohol หรือ2% chlorhexidenegluconate (CHG)70% Alcohol โดยเช็ดแบบกดเนน (scrub the hub) อยางนอย 5 วินาทีรอใหแหง กอนฉีดยา 8. ถอดสายสวนเมื่อหมดขอบงชี้ หรือมีการอุดตัน มีตะกอนหรือมีการติดเชื้อ
97 การปองกันการเกิดหลอดเลือดดำสวนปลายอักเสบ คำจำกัดความ การใหสารน้ำสารอาหารทางหลอดเลือดดำสวนปลาย เปนการแทงเข็มเขาสูหลอดเลือดดำโดยเทคนิค ปราศจากเชื้อ เปนแนวทางการรักษาสมดุลของสารน้ำ สารอาหารและอิเลคโตรไลทในรางกาย Extravasation หมายถึง การรั่วซึมของยา สารน้ำหรือสารเคมี ออกนอกหลอดเลือดดำ ในระหวางการ ใหยาทางหลอดเลือดดำ ยา หรือ สารเคมีนั้นจะทำลายเนื้อเยื่อ เอ็น ซึ่งมีระดับความรุนแรงมาก นอย ขึ้นกับ ชนิดของยาหรือสารเคมีและปริมาณของยาที่รั่วซึม ยาบางตัวทำใหเนื้อตายอยางรุนแรง สงผลใหอวัยวะสวนนั้น สูญเสียการทำงานได ผูปวยรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นตองผาตัดเพื่อปลูกถายเซลลผิวหนังใหม ระดับความ รุนแรงของการเกิด extravasation เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เปนเวลาหลายสัปดาหหรือเปนเดือน Phlebitis หมายถึงการอักเสบของผนังหลอดเลือดดำชั้นในสุด เกิดจากการระคายเคืองชั้นเยื่อบุของ ผนังหลอดเลือดดำชั้นใน มีการสรางผนังเซลลที่ไมเรียบ ซึ่งทำใหเกร็ดเลือดมายึดเกาะทำใหมีอาการปวด กดเจ็บ ตามหลอดเลือด บวม แดง รูสึกรอนเวลาสัมผัส มีแนวการอักเสบหรือคลำไดลำแข็ง
98 Phlebitis หมายถึงการอักเสบของผนังหลอดเลือดดำชั้นในสุด เกิดจากการระคายเคืองชั้นเยื่อบุของ ผนังหลอดเลือดดำชั้นใน มีการสรางผนังเซลลที่ไมเรียบ ซึ่งทำใหเกร็ดเลือดมายึดเกาะทำใหมีอาการปวด กดเจ็บ ตามหลอดเลือด บวม แดง รูสึกรอนเวลาสัมผัส มีแนวการอักเสบหรือคลำไดลำแข็ง Infiltration หมายถึง การรั่วซึมของยาหรือสารน้ำออกนอกหลอดเลือดดำเขาไปในชั้นใตผิวหนังหรือ เนื้อเยื่อบริเวณรอบๆในระหวางการใหยาหรือสารน้ำทางหลอดเลือดดำ มีผลทำใหเกิดการระคายเคืองแตไม ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณนั้น 1.0 วัตถุประสงค 1.เพื่อพัฒนาวิธีปฏิบัติการพยาบาลผูปวยที่ไดรับสารน้ำสารอาหาร ทางหลอดเลือดดำสวนปลาย 2.เพื่อปองกันและลดภาวะแทรกซอนในการใหสารน้ำสารอาหาร ทางหลอดเลือดดำสวนปลาย
99 3.0 เปาหมาย 1. บุคลากรทางการพยาบาล มีแนวปฏิบัติในการใหสารน้ำสารอาหารทางหลอดเลือดดำสวนปลาย เพื่อ ปองกันการเกิดภาวะแทรกซอน 2. อัตราการเกิด Extravasation และ Phlebitis ลดลง หรือไมเพิ่มขึ้น 4.0 ตัวชี้วัด 1.บุคลากรทางการพยาบาลปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติในการใหสารน้ำทางหลอดเลือดดำสวนปลาย ≥80% 2.อัตราการเกิดหลอดเลือดดำอักเสบ (Phlebitis) ระดับ 2 ขึ้นไป จากการใหสารน้ำสารอาหารทาง หลอดเลือดดำ < 2:1,000 วันคาสายสวนหลอดเลือดดำสวนปลาย 3.อัตราการเกิดการรั่วซึมของสารน้ำ ยา หรือสารเคมี ออกนอกหลอดเลือดดำ (Extravasation) ระดับ 2 ขึ้นไป จากการใหสารน้ำ ยา หรือสารเคมี ทางหลอดเลือดดำ <2:1,000 วันคาสายสวนหลอดเลือดดำ สวนปลาย 5.0 การประเมิน 1.ติดตามอุบัติการณ/ตัวชี้วัดทุกเดือนโดยหัวหนาหอผูปวย/ผูที่ไดรับมอบหมาย/IV Nurses 2.ตรวจสอบการปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติการพยาบาลการในการใหสารน้ำ สารอาหารทางหลอดเลือดดำ สวนปลาย โดยประเมินในพยาบาลวิชาชีพทุกคน อยางนอยปละ 2 ครั้ง ( เอกสารแนบ 1 ) 6.0 วิธีปฏิบัติ หมวดที่1การเตรียมสารน้ำ อุปกรณที่เกี่ยวของกับการใหสารน้ำ(Vascular Access Device Management) 1.1 การเตรียมขวด/ถุงสารน้ำ (IV Container) โดยตรวจสอบชนิดของสารน้ำใหตรงตามแผนการรักษา ตองเปนสารน้ำปราศจากเชื้อตรวจสอบวันหมดอายุ หามใชสารน้ำที่มีลักษณะ ขุน มีตะกอน สีเปลี่ยนแปลง ถุงรั่ว แตก หรือหมดอายุ จากนั้น ติดสติกเกอรใหสารน้ำขางขวด/ ถุงสารน้ำ ไมใหทับชื่อของสารน้ำและตัวเลขบอก ปริมาณของสารน้ำที่ขางขวด/ถุง เขียนชื่อ นามสกุลของผูปวย(สามารถใชสติกเกอรชื่อผูปวยแทนได) ชนิดของ สารน้ำ ยาที่ผสม จำนวนหยดที่ให วัน เวลาที่เริ่มใหและหมดของสารน้ำ 1.2 การเตรียมอุปกรณในการใหสารน้ำ ไดแก - ชุดใหสารน้ำ (IV Set) - เข็มชนิดพลาสติก (IV Catheter) ขนาด 18 G –22 G (ในผูใหญ) และขนาด 22 G-24 G (ในเด็ก) สำหรับ continuous fluid infusion ควรใช IV catheter No.20 ในผูใหญ หรือ No.22 ในผูสูงอายุ และเด็ก (PAD: INFUSION NURSING AN EVIDENCE BASED APPROCH, 2010) สำหรับผูปวยตองใหเลือดหรือสงหองผาตัด ใหใชขนาด 20 G เพื่อใหเลือดหรือใหยาอยางเรงดวน สำลีชุบ 70% Alcohol - สายตอขยาย (extension tube) - จุกปดเปด 3 ทาง (three-ways)
100 - สายยางรัดแขน (Tourniquet) - แผนปดโปรงใสปลอดเชื้อ (transparent dressing) - พลาสเตอร (Transpore/ Micropore) - แถบสีสำหรับติดชุดใหสารน้ำตามสีของวันที่ครบเปลี่ยน - เสาแขวนหรือขอแขวนขวด/ถุงสารน้ำ - เครื่องปรับอัตราการไหล (Infusion pump) กรณีที่ตองควบคุมการไหลใหไดอยางสม่ำเสมอตามกำหนด 1.3 การเตรียมผูปวย นอกจากการบอกใหผูปวยทราบแลว ควรจัดทาผูปวยใหเหมาะสม โดยการจัดทา นอนหงาย(supine position) เพื่อชวยใหหลอดเลือดดำโปง เห็นไดชัด เนื่องจากเลือดไหลเวียนกลับเขาสูหัวใจ ไดดี รวมทั้งผูปวยรูสึกสบายและผอนคลาย (INS, 2011) หมวดที่ 2 การใหสารน้ำสารอาหารทางหลอดเลือดดำสวนปลาย 1.ตรวจสอบคำสั่งการรักษา โดยยืนยัน ชื่อและนามสกุลใหตรงกัน โดยยืนยันอยางนอยสองแหลงขอมูล (ปาย ผูกขอมือ สอบถามผูปวย ปายหัวเตียง ใบOrder เปนตน) รวมทั้งตรวจสอบประวัติอาการแพตางๆของผูปวย เชน การแพยา สารไอโอดีน อาหารทะเล พลาสเตอร 2.เตรียมอุปกรณ 2.1 สารน้ำและชุดใหสารน้ำ, สารอาหารทางหลอดเลือดดำและชุดใหสารอาหาร 2.2 เข็มแทงหลอดเลือดดำ ขนาดตามความเหมาะสม 2.3 ใช 70% Alcohol หรือกรณีตองใชเวลาในการแทงเสนนาน ใชน้ำยาฆาเชื้อที่เหมาะสม เชน 1% chlorhexidine in alcohol ในเด็กอายุนอยกวา 2 เดือน และ 2% chlorhexidine in alcohol ในผูปวยที่อายุ ตั้งแต 2 เดือนขึ้นไป 2.4 แผนฟลมใสปลอดเชื้อ (transparent dressing) 2.5 สายยางรัดเสนเลือด (tourniquet) 2.6 ถุงมือสะอาด 1 คู 2.7 พลาสเตอร 2.8 สติกเกอรติดถุงน้ำเกลือ 3. ลางมือ/ทำความสะอาดมือ 7 ขั้นตอน ซึ่งมี 2 แบบ 3.1 ลางมือแบบไมใชน้ำ ดวย alcohol-based hand rub เมื่อไมมีสิ่งสกปรกติดมือ 3.2 ลางมือแบบใชน้ำและสบูฆาเชื้อ 4. ทักทายแนะนำตัวเอง อธิบาย ความจำเปนในการใหสารน้ำ สารอาหาร กระบวนการแทงเข็มเขาหลอดเลือดดำ ใหผูปวยและญาติรับทราบ รวมทั้ง การสังเกตอาการ อาการแสดงที่ตองแจงพยาบาลรับทราบ เชน ปวด บวม แดง รอน รวมทั้งการดูแลสายสารน้ำไมใหหัก พับ งอ 5. ประเมินหลอดเลือดและเลือกหลอดเลือดที่เหมาะสมกับแผนการรักษา
101 6. รัดสายรัด (tourniquet) เหนือบริเวณที่จะแทง 6-8 นิ้ว (ในผูใหญ) ถูผิวหนังใหสะอาด จนกวาคราบไคลจะ หมด (scrub with friction)หากมีขนใหใชกรรไกรตัดหรือใช electric clipper เพราะการใชมีดโกนจะทำให เกิดแผลหรือรอยถลอกได 7. ทำความสะอาดมือดวย alcohol-based hand rub 8. สวมถุงมือสะอาด 9. ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะใหสารน้ำทางหลอดเลือดดำ โดยเช็ด ขัด ปลอยใหผิวหนังแหงเอง (air dry) มีความกวางไมนอยกวาขนาดของแผนฟลมใสปลอดเชื้อ 10. แทงเข็มดวยเทคนิคปลอดเชื้อ (aseptic technique) แนะนำหงายเข็มหนาตัดขึ้นทำมุม10-30 องศา กรณี แทงไมได หามควานหาหลอดเลือด และ ตองเปลี่ยนเข็มใหมทุกครั้ง พยาบาล 1 คน แนะนำใหแทงเสนไมควร เกิน 2 ครั้ง ถาแทงไมไดใหปรึกษาผูเชี่ยวชาญกวา 11. ปลดสายรัด (tourniquet) ปดตำแหนงที่แทงดวย แผนฟลมใสปลอดเชื้อและตอชุดใหสารน้ำ พรอมสังเกต อาการบวม 12. ยึดตรึงปองกันการเลื่อนหลุดโดยไมปดทับตำแหนงเข็มที่แทง 13. ถอดถุงมือ ทำความสะอาดมือทำ 7 ขั้นตอน 14. บันทึกลงในใบบันทึกทางการพยาบาลใหถูกตอง หมวดที่ 3. การดูแลผูปวยที่ไดรับสารน้ำทางหลอดเลือดดำสวนปลาย 1. ประเมินอาการและอาการแสดงผูปวยที่ไดรับสารน้ำทางหลอดเลือดดำสวนปลาย 2. ประเมินตำแหนงที่แทงเข็ม 3. การลางและหลอสายสวนหลอดเลือดดำสวนปลาย (flushing and locking) 4. การตรวจสอบขณะใหสารน้ำทางหลอดเลือดดำสวนปลาย 5. การถอด IV catheter (catheter removal) 1. ประเมินอาการและอาการแสดงผูปวยที่ไดรับสารน้ำทางหลอดเลือดดำสวนปลาย 1.1 ประเมินสัญญาณชีพอยางนอยทุก 4 ชั่วโมง 1.2 ประเมินอาการของผูปวยภาวะน้ำเกินไดแก ปวดศีรษะ หายใจเร็วตื้น เหนื่อยหอบ ชีพจรเตนเร็ว ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดดำที่คอโปงพอง ภาวะสารน้ำนอยเกินไป ไดแก ริมฝปากแหง ผิวแหง ปสสาวะ นอยหรือมีสีเขม(ผูปวยเด็กจะมีกระหมอมบุม กระบอกตาลึก) 1.3 ประเมินภาวะแทรกซอนที่อาจเกิดขึ้นจากผลขางเคียงของยาที่ไดรับอยางนอย ทุก 4 ชั่วโมง และ บันทึกในบันทึกทางการพยาบาล 2. ประเมินตำแหนงที่แทงเข็ม ประกอบดวย 2.1 ประเมินชุดใหสารน้ำ ตั้งแตขวด/ถุงบรรจุสารน้ำจนถึงตำแหนงการใหสารน้ำ รวมถึงวันหมดอายุ วัสดุปดตำแหนงที่ใหสารน้ำ 2.2 ประเมินผิวหนังบริเวณที่แทงเข็ม เพื่อเฝาระวังอาการแสดง เชน ปวด บวม แดง และสอบถาม อาการจากผูปวยเชน เจ็บ ชา ปวด แสบตึงตองสอบถามทุกครั้งที่ใหการพยาบาล ซึ่งควรพิจารณาดังนี้
102 - ผูปวยทั่วไปประเมินอยางนอย ทุก 4 ชม. - ผูปวยวิกฤต/ไดรับยากดประสาท/มีความพรองการรับรู ประเมิน ทุก 1 ชม. - ผูปวยเด็กประเมินทุก 1 ชม. - ผูปวยที่ไดรับสารน้ำ/ยาที่มีฤทธิ์ที่ทำลายเนื้อเยื่อตองประเมินอยางนอยทุก 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือ ตามขอบงชี้ของยาแตละชนิด 3.การเปลี่ยนวัสดุปดตำแหนงที่แทงสารน้ำทางหลอดเลือดดำสวนปลาย 3.1 ทำความสะอาดผิวหนังตามแนวทางการดูแล การเลือกตำแหนงการใหสารน้ำและการแทงเข็ม หลัง แทงทำการปดแผนฟลมใสปลอดเชื้อบนตำแหนงที่ใหสารน้ำ ติดบริเวณรอยตอระหวางเข็มกับผิวหนังดวย แผนฟลมใส ปลอดเชื้อ โดยใชเทคนิคการปดพลาสเตอรเพื่อยึดตรึงปองกันการเลื่อนหลุดโดยใชChevron technique เก็บปลายสายชุดใหสารน้ำดวย Omega technique ไมปดพลาสเตอรทับบริเวณตำแหนงที่ แทงเข็ม เพื่อใหสามารถสังเกตภาวะแทรกซอนที่เกิดขึ้นไดอยางชัดเจน 3.2 ทำการเปลี่ยนแผนฟลมใสปลอดเชื้อหรือวัสดุปดบนตำแหนงที่ใหสารน้ำทันทีที่เปยกชื้น หลุดและสกปรก 3.3 ทำการประเมินเพื่อเปลี่ยนวัสดุปดบนตำแหนงที่ใหสารน้ำดังนี้ - พบวามีสารน้ำหรือเลือดซึมบริเวณใตวัสดุปดบนตำแหนงที่ใหสารน้ำดำเนินการเปลี่ยนทันที - กรณีการใชวัสดุปดตำแหนงที่ใหสารน้ำไมปลอดเชื้อ ใหเปลี่ยนวัสดุปดตำแหนงที่ใหสารน้ำ ➢กรณีทารกและเด็ก พิจารณาเปลี่ยนตำแหนงที่แทงเข็มเมื่อประเมินแลวพบวาสงสัย หรือมี ภาวะแทรกซอนเกิดขึ้น หมวดที่ 4 การลางและหลอสายสวนหลอดเลือดดำสวนปลาย (flushing and locking) 1. ใชหลอดฉีดยาบรรจุสารละลายแบบใชครั้งเดียวทิ้ง (single dose) หรือหลอดฉีดยาบรรจุสารละลาย แบบสำเร็จรูป (prefilled syringe) 2. เลือกใชหลอดฉีดยาขนาด 3-10 มิลลิลิตรหรือหลอดฉีดยาที่ออกแบบใหมีแรงดันต่ำสำหรับลางสาย สวนหลอดเลือดดำเพื่อปองกันการทำลายผนังหลอดเลือด 3. ดูดสารละลายจากภาชนะบรรจุแบบใชครั้งเดียวจาก ampule หรือ nebule 4. ทำความสะอาดบริเวณขอตอ โดยใช alcohol pad กอนการลางและหลอสายสวนหลอดเลือดดำ ทุกครั้ง โดยใชแรงขัดถู (scrub the hub) ไมนอยกวา 5 วินาที และ ปลอยใหแหงกอนเชื่อมตอกับอุปกรณ 5. การลางสาย (flushing) ดวย 0.9% NSS ควรทำกอนใหยา ระหวางใหยาแตละชนิด และหลังใหยา หรือสารละลายที่ไมเขากัน 6. ในการลางสายสวนหลอดเลือดดำ ใหใชเทคนิคการลางสายสวนหลอดเลือดดำ แบบเปนจังหวะ (pulsatile flushing technique) โดยฉีด 0.9% NSS ครั้งละ 1 มิลลิลิตร และหยุด 0.4 วินาที หลังการใหยา/เลือด/สวนประกอบของเลือด ใหลางสายสวนหลอดเลือดดำ สวนปลาย ปริมาตร ดังนี้
103 การหลอสายสวนหลอดเลือดดำสวนปลาย (locking) ปองกันเลือดไหลยอน (blood reflux) ที่เกิด จากหลอดฉีดยา (syringe-induced blood reflux) ใช Positive Pressure Technique ในการหลอสายสวน โดยปดชุดใหสารน้ำเมื่อเหลือสารละลายอยูในหลอดฉีดยา ประมาณ 0.5 -1 มิลลิลิตร การตรวจสอบขณะใหสารน้ำทางหลอดเลือดดำสวนปลาย ตรวจสอบปายติดขวดสารน้ำ เกี่ยวกับชนิด/ปริมาณ สารน้ำ/ยาที่ผสมตองมีสัญลักษณเตือน HAD ชื่อ และนามสกุลใหตรงกัน ตรวจสอบการไหลและปรับอัตราหยด กรณีที่ใช infusion pump - ตรวจสอบจำนวนหยดตรงตามแผนการรักษาของแพทย - เปลี่ยนสารน้ำและชุดใหสารน้ำทันทีที่ปนเปอนหรือพบวามีสิ่งผิดปกติ การเปลี่ยนชุดใหสารน้ำ สารน้ำที่ใหอยางตอเนื่องและไมมีสวนประกอบของไขมัน เปลี่ยนทุก 6 วัน (ใชสติกเกอร) TPN / สารไขมัน เปลี่ยนทุก 24 ชั่วโมง สารน้ำเพื่อ ผสมยา/สารน้ำเปนครั้งคราว เปลี่ยนทุก 24 ชั่วโมง เลือดและสวนประกอบของเลือด เปลี่ยนทุกครั้งที่เปลี่ยนถุง - กรณีมีการละเมิดเทคนิคการปลอดเชื้อใหเปลี่ยนทันที หมวดที่ 5 การถอด IV catheter (catheter removal) 1. ทำความสะอาดมือแบบ Hygienic hand washing หรือ alcohol hand rub 2. สวมถุงมือสะอาด 3. แกะพลาสเตอร แกะ transparent dressing 4. ใชสำลีแหง sterile วางเบา ๆ บนเข็ม ดึงเข็มออก 5. เมื่อดึงเข็มออก ใชสำลีsterile กดจนเลือดหยุด (stop bleeding) 6. ปดพลาสเตอรทับ 7. สังเกตอาการผิดปกติหลังเอาอุปกรณออก ภายใน 48 ชั่วโมง กรณีทั่วไป 3 -5 มิลลิลิตร กรณีผูปวยจำกัดน้ำ 3 -5 มิลลิลิตร หลังใหยาปฏิชีวนะ 5 มิลลิลิตร หลังใหเลือด/สวนประกอบของเลือด 20 มิลลิลิตร หลังใหยาเคมีบำบัด 10 มิลลิลิตร กรณีทารก/เด็กใหยาเคมีบำบัด 5 มิลลิลิตร กรณีทารก/เด็ก 0.5 -2 มิลลิลิตร
104 7.0 เอกสารอางอิง https://w2.med.cmu.ac.th/nd/wp-content/uploads/2021/01/IVcare_nursing.pdf https://www.rama.mahidol.ac.th/skill_lab/th/Materials/%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%9 5%E0%B8%96%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A321072021-1429-th https://ns.mahidol.ac.th/english/th/departments/FN/th/km/57/km_090457.html https://w2.med.cmu.ac.th/nd/wp-content/uploads/2021/01/IVcomplication.pdf คณะอนุกรรมการการจัดการความรู (2563) วิธีปฏิบัติ work instruction : WI-NUR-KM-001 โรงพยาบาลบุรีรัมย . แกไขครั้งที่ : 3 ,หนา 1/11 คณะอนุกรรมการประกันคุณภาพการใหสารน้ำ กพย.รพ.รร.6 (2563) การใหสารน้ำทางหลอดเลือดดำ PMK-WND-034.โรงพยาบาลพระมงกุฎเกลา. แกไขครั้งที่ : 5 ชมรมเครือขายพยาบาลผูใหสารน้ำแหงประเทศไทย(2561)แนวทางการพยาบาลผูปวยไดรับสารน้ำ ทางหลอดเลือดดำ (พิมพครั้งที่ 1) .กรุงเทพมหานคร พิมพที่ หางหุนสวนจำกัด พรี-วัน นิภาพร พรมดวงดี , อรัญญา เนียมปาน(2559)คูมือการพยาบาลการดูแลผูปวยแทงและคาเข็มทางหลอดเลือดดำ สวนปลาย ฝายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตรศิริราช พยาบาลมหาวิทยาลัย มหิดล.(หนา50-52) สมาคมพยาบาลโรคมะเร็งแหงประเทศไทย(2564)ความปลอดภัยการใหยาเคมีบำบัด(พิมพครั้งที่ 1)นนทบุรี สดใส เกตุไน พยม.พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ8 เคมีบำบัดและการใหเลือด ศิริราชพยาบาล
105 8.0 เอกสารแนบ แบบประเมินการปองกันการเกิด Infiltration, Phlebitis แบบประเมิน การปองกันการเกิด Infiltration, Phlebitis วันที่ ...........................ชื่อผูถูกประเมิน.............................................ชื่อผูประเมิน................................... รายการประเมิน ปฏิบัติ ไ ม ปฏิบัติ วิธีการ ประเมิน หมา ยเหตุ 1.กอนใหสารน้ำมีการตรวจสอบวันหมดอายุ สิ่งผิดปกติอื่นๆ 2. ตรวจสอบความครบถวนของอุปกรณใหสารน้ำ 3. ติด sticker สีที่ชุดใหสารน้ำตรงกับวันที่ครบเปลี่ยนชุดใหสารน้ำ 4. แจงใหผูปวย/ญาติ ทราบ 5.พยาบาลผูใหสารน้ำลางมือตามมาตรฐาน 6.เลือกตำแหนงหลอดเลือดดำไดเหมาะสม 7.ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ใหสารน้ำดวยสำลีปราศจากเชื้อ ชุบ Alcohol 70% / น้ำยาฆาเชื้อโดยเช็ดใหสะอาด และทิ้งไวให แหง 8.แทงเข็มดวยเทคนิคปลอดเชื้อ (aseptic technique) 9.ไมมีภาวะแทรกซอน บวมแดงหลังใหสารน้ำ 10.ถอดถุงมือ ลางมือทำความสะอาด 7 ขั้นตอน hygiene hand washing 11.บันทึกลงในใบบันทึกทางการพยาบาลใหถูกตอง ครบถวน 12.หลังสิ้นสุดใหสารน้ำลงบันทึกการพยาบาล
106 บทที่ 4 แนวทางการปองกันการติดเชื้อในพื้นที่เสี่ยง มาตรฐานงานซักฟอก 1.0 คำจำกัดความ แนวทางการจัดการเครื่องผา หมายถึงการจัดการเครื่องผาผูปวย หลังจากการใชกับผูปวยแลว เพื่อไป ซักฟอกตามมาตรฐานงานซักฟอก จนไดผาสะอาดตามมาตรฐานเพื่อใชกับผูปวยรายอื่น 2.0 วัตถุประสงค 1. เพื่อใหบุคลากรที่เกี่ยวของทราบและปฏิบัติในการจัดการผาเปอนไดอยางถูกตองและเหมาะสม 2. เพื่อปองกันการแพรกระจายเชื้อ 3.0 เปาหมาย 1. บุคลากรปฏิบัติ เปนไปในแนวทางเดียวกัน 2. ไมพบการแพรกระจายเชื้อจากการปฏิบัติงาน 4.0 ตัวชี้วัด 1. บุคลากรปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติเพื่อปองกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลดานการ บริการผารอยละ 80 2. ไมพบอุบัติการณบุคลากรติดเชื้อ จากกระบวนการจัดการเครื่องผา 5.0 การประเมิน ใชแบบประเมินแนวทางการจัดการเครื่องผา โครงสราง อาคาร สถานที่ สิ่งแวดลอม และความปลอดภัย ควรมีสถานที่ที่สัญจรสะดวก และสามารถ ปองกันแดด และสามารถปองกันแดดและฝนไดตลอดเสนทาง การแบงพื้นที่ในหนวยซักฟอก การแบงพื้นที่ใชสอยแบงเปน 3 เขต เปนสัดสวนไดชัดเจน 4 เขตไดแก เขต พื้นที่สกปรก เขตพื้นที่ขจัดสิ่งปนเปอน เขตพื้นที่สะอาด และเขตพื้นที่ทั่วไป 1) เขตพื้นที่สกปรก (Dirty zone) ประกอบดวย ผาปนเปอนจากหนวยงานตางๆ บริเวณทำความ สะอาดรถ 2) เขตพื้นที่ปนเปอน (Decontamination zone) ประกอบดวย บริเวณซักผา ปริเวณติดตั้งระบบ ปรับปรุงคุณภาพน้ำ บริเวณลาง/ตากรถขนผา 3) เขตพื้นที่สะอาด (Clean zone) ประกอบดวย บริเวณอบผา บริเวณติดตั้งเครื่องรีดผา หองเก็บ สำรองผา
107 ผ้าเปื้อนทั่วไป 4) บริเวณพื้นที่ทั่วไป (General Zone) ประกอบดวย สำนักงาน หองประชุม หองพักเจาหนาที่ หอง จัดเก็บวัสดุ อุปกรณ หองสุขา (แยกชาย-หญิง) เปนตน 6.0 วิธีปฏิบัติ แผนผังกระบวนการทำงาน 1. การแยกทิ้งผาเปอน 1.1 แยกประเภทของผาเปอนจากจุดกำเนิด โดยแบงผาเปอนออกเปน 2 ประเภท ไดแก 1) ผาเปอนทั่วไป ทิ้งในถุงผาสีขาว 2) ผาเปอนติดเชื้อ/เปอนสารคัดหลั่ง ทิ้งในถุงสีแดง หมายเหตุ ในกรณีที่มีกอนอุจจาระ กอนเลือด อาเจียน บุคลากรสวมถุงมือ ขจัดออกใหมากที่สุดกอนสงใสถุงสง ซัก 1.2 ใสผาเปอนไมเกิน 3/4 ของถุง 1.3 กอนรวบผาเปอน ใหตรวจสอบวาไมมีสิ่งแปลกปลอมติดไปกับผาเปอน เชน วัสดุ อุปกรณ หรือเครื่องมือเครื่องใชติดไปกับผาเปอน ซึ่งจะเปนอันตรายตอบุคลากรที่ทำหนาที่ซักลางและทำใหเครื่องซักผา เกิดความเสียหาย 1.4 ผาปูที่นอน ใหแกปมผาใหเรียบรอย ผ้าหลังใช้กับผู้ป่ วย/บุคลากร ผ้าเปื้อนติดเชื้อ/เปื้อนสารคัดหลั่ง แยก ณ จุดกําเนิด ถุงผ้าสีขาว ถุงแดง ขนส่ง ซักทําความสะอาด ผ้าสะอาด ส่งซ่อม พร้อมใช้ส่งคืนหน่วยงาน ชํารุด ทําความสะอาดรถขนผ้า
108 1.5 ผูกปากถุงผาเปอนใหมิดชิด กอนนำสงงานซักฟอก 2. การขนสงผาเปอน 2.1 บุคลากรรับและสงผาเปอน สวมเครื่องปองกันรางกายที่ถูกตอง เหมาะสม ไดแกถุงมือ ยางหนาเมื่อจับถุงผาเปอน เอี๊ยมกันเปอน ผาปดปากปดจมูก หมวกกรณีผมยาว 2.2 ตรวจถุงผาใหเรียบรอยกอนยกใสรถ กรณีพบวาขาดหรือมีน้ำรั่วซึมใหสวมถุงใบใหมหรือ ซอนถุงเดิม 2.3 ขนยายผาเปอนตามชองทางที่กำหนด 2.4 หลังสงผาเปอน ลาง เช็ดรถเข็นในจุดที่กำหนด 4. การซักผา 4.1 บุคลากรสวมเครื่องปองกันรางกายใหถูกตองเหมาะสม โดยใสถุงมือยางหนา ผาปดปากจมูก ผาพลาสติกกันเปอน และรองเทายางหุมขอ (บูท) ขณะปฏิบัติงาน ใหระมัดระวังอุบัติเหตุจากของแหลม คมที่อาจมากับผาเปอนดวย หากพบสิ่งแปลกปลอมใหแยกออกกอนนำผาใสเครื่องซักผา 4.2 ไมเทผาเปอนลงบนพื้น 4.3 มีบันทึกการตรวจสอบความพรอมใชของเครื่องซักผา / อบผา 4.4 มีกระบวนการทำความสะอาดผาที่เสี่ยงตอการติดเชื้อตามมาตรฐานการปองกันการ แพรกระจายเชื้อ 4.5 การซักผาเปอนธรรมดา ใชน้ำและเคมีภัณฑตามที่โรงพยาบาลกำหนด 4.6 การซักผาติดเชื้อ ใหปรับอุณหภูมิของน้ำในเครื่องซักผาไมต่ำกวา 71 0 C นาน 25 นาที เพื่อทำลายเชื้อโรค รวมทั้งเชื้อไวรัสเอดส และไวรัสตับอักเสบได ในกรณีที่ไมสามารถปรับอุณหภูมิน้ำได ใหแช ผาในน้ำยา 0.5% Sodium hypochlorite นาน 30 นาทีกอนซัก 4.7 ภายหลังที่ผาผานกระบวนการซักแลว ผูปฏิบัติงานไมจำเปนตองสวมเครื่องปองกันรางกาย ใน กรณีที่ตองปองกันเครื่องแตงกายไมใหเปยกใหสวมผาพลาสติกกันกันเปอนที่สะอาดทับ 5. การจัดเก็บผาสะอาดรอจายที่ซักฟอก 5.1 การปฏิบัติกับผาที่ผานการซักแลว ตองทำความสะอาดมือ ไมจำเปนตองสวมเครื่อง ปองกันรางกาย เนื่องจากผาที่ผานกระบวนการซักแลวจะไมมีเชื้อโรคตกคาง 5.2 ผาที่ผานการซักสะอาดแลวไมวางบนพื้น ใหเก็บในตูหรือชั้นปด 6. การขนสงผาสะอาด 6.1 การขนสงผาสะอาดจากงานซักฟอกกลับหอผูปวยใหใสถุงใหเรียบรอย 6.2 รถขนสงผาสะอาดตองเปนรถสะอาด ปดมิดชิด แยกจากรถขนของสกปรก 7. การเก็บผาที่หอผูปวย ผาที่ผานการซักแลวและทำใหแหงแลว ใหเก็บในตูหรือชั้นเก็บผาอยางเปนระเบียบ ปดให มิดชิด เพื่อปองกันฝุนและสัตวพาหะนำโรค
109 7.0 เอกสารอางอิง สมหวัง ดานชัยวิจิตร. (2544). การปองกันโรคติดเชื้อสำหรับอาหาร ผา และการกำจัดมูลฝอยในโรงพยาบาล พิมพครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : งานตำราวารสารและสิ่งพิมพ รายการที่ 12 (3-2544), : หนา 149 – 162. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อภิชาต วชิรพันธ. (2563). แนวปฏิบัติเพื่อปองกันและควบคุมการติดเชื้อใน โรงพยาบาล สำนักพิมพอักษรกราฟฟคแอนดดีไซน สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวง สาธารณสุข 8.0 เอกสารแนบ แบบประเมิน และแบบนิเทศวิธีปฏิบัติตามแนวทางเพื่อปองกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลดาน การบริการผา แบบประเมินการปฏิบัติเพื่อปองกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลดานการบริการผา หอผูปวย…………………………………………….. ทำเครื่องหมาย √ ในกรณีมีการปฏิบัติกิจกรรมนั้นถูกตอง X การปฏิบัติกิจกรรมนั้นไมถูกตอง NA ในกรณีไม มีเหตุการณ กิจกรรม ว/ด/ ป ว/ด/ ป ว/ด/ ป ว/ด/ ป ว/ด/ ป ……. ……. ……. ……. …… การแยกประเภทผาเปอน 1. บุคลากรสวมถุงมือยาง/ เสื้อคลุมเมื่อสัมผัสผาติดเชื้อ 2. แยกประเภทของผาเปอนที่แหลงกำเนิดของผาที่ใชแลว 3. ผาเปอนแตละประเภทใสถุงตามที่กำหนดไดถูกตอง 4. ใสผาเปอนไมเกิน 3/4 ของถุง 5. กอนรวบผาเปอน ใหตรวจสอบวาไมมีสิ่งแปลกปลอมติด ไปกับผาเปอน 6. ผาปูที่นอน ใหแกปมผาใหเรียบรอย 7. ผูกปากถุงผาเปอนใหมิดชิด กอนนำสงงานซักฟอก การขนสงผาเปอน 1. บุคลากรรับและสงผาเปอน สวมเครื่องปองกันรางกายที่ ถูกตอง เหมาะสม ไดแกถุงมือยางหนาเมื่อจับถุงผาเปอน 2. ตรวจถุงผาใหเรียบรอยกอนยกใสรถ กรณีพบวาขาดหรือ มีน้ำรั่วซึมใหสวมถุงใบใหมหรือซอนถุงเดิม 3. ขนยายผาเปอนมิดชิด
110 กิจกรรม ว/ด/ ป ว/ด/ ป ว/ด/ ป ว/ด/ ป ว/ด/ ป ……. ……. ……. ……. …… การซักผา 1. บุคลากรสวมใสถุงมือยางหนา ผาปดปาก-จมูก ผา พลาสติกกันเปอน และรองเทายางหุมขอ (บูท) ขณะ ปฏิบัติงาน 2. ไมเทผาเปอนลงบนพื้น 3. มีบันทึกการตรวจสอบความพรอมใชของเครื่องซักผา / อบผา 4. การซักผาเปอนธรรมดา ใชน้ำและเคมีภัณฑตามที่ โรงพยาบาลกำหนด 5. การซักผาติดเชื้อ ใหปรับอุณหภูมิของน้ำในเครื่องซักผา ไมต่ำกวา 71 0 C นาน 25 นาที 6. มีระบบการปฏิบัติงานแบบ one way / แบงเขตสะอาด และสกปรกอยางชัดเจน การจัดเก็บผาสะอาด 1. ผาที่ผานการซักสะอาดแลวไมวางบนพื้น 2. เก็บผาสะอาดในตูหรือชั้นปด การขนสงผาสะอาด 1. การขนสงผาสะอาดจากงานซักฟอกกลับหอผูปวยใหใส ถุงใหเรียบรอย 2. รถขนสงผาสะอาดตองเปนรถสะอาด ปดมิดชิด แยกจาก รถขนของสกปรก การเก็บผาที่หอผูปวย 1. ผาที่ผานการซักแลวและทำใหแหงแลว ใหเก็บในตูหรือ ชั้นเก็บผาอยางเปนระเบียบ ปดใหมิดชิด
111 มาตรฐานงานจายกลาง/ ศูนยลางสาย 1.0 วัตถุประสงค 1.1 เพื่อใหมั่นใจวาอุปกรณ/ชุดเครื่องมือแพทยปราศจากเชื้อ 1.2 เพื่อคนหาความผิดปกติหรือขอบกพรองที่อาจเกิดจากกระบวนการทำใหปราศจากเชื้อได อยางรวดเร็ว และสามารถแกไขไดทันทวงที 1.3 เพื่อใหสามารถนำหออุปกรณ/ชุดเครื่องมือแพทยที่เกิดความผิดพลาดจากกระบวนการทำให ปราศจากเชื้อกลับคืน กอนที่จะนำไปใชกับผูปวย 1.4 เพื่อใหเจาหนาที่ที่เกี่ยวของมีความเขาใจถึงความสำคัญ วิธีการ ชนิดของการตรวจสอบและการ อาน แปรผลของการตรวจสอบคุณภาพงานจายกลาง 2.0 ขอบเขต หนวยจายกลาง โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค การแบงพื้นที่ในหนวยจายกลาง การแบงพื้นที่ใชสอยแบงเปน 3 เขต เปนสัดสวนไดชัดเจน 4 เขตไดแก เขต พื้นที่สกปรก เขตพื้นที่ขจัดสิ่งปนเปอน เขตพื้นที่สะอาด และเขตพื้นที่ทั่วไป 1) บริเวณลางอุปกรณ (Decontaminated area) ประกอบดวยบริเวณรับอุปกรณปนเปอนจาก หนวยงานตางๆ บริเวณทำความสะอาดรถหรืออุปกรณขนสง 2) บริเวณจัดเตรียมและหออุปกรณ(Assembly and Processing area) ประกอบดวย บริเวณpacked ของ 3) บริเวณทำใหอุปกรณปราศจากเชื้อ (Sterilizing area) ประกอบดวย บริเวณนึ่งของ 4) บริเวณเก็บหออุปกรณปราศจากเชื้อ (Sterile storage area) ไดแกบริเวณที่อุปกรณ sterile ออก จากหมอนึ่ง เสนทาง จนมาถึงบริเวณจัดเก็บ 5) บริเวณเตรียมนำสงอุปกรณ(Distribution area) ประกอบดวย หองจัดเก็บอุปกรณ ชองทางการ แจกจายอุปกรณจนถึงหอผูปวย
112 3.0 ขั้นตอนการปฏิบัติ การขนสง ควรมีระบบ Logistic ในรถที่ปดมิดชิด และดำเนินตามขั้นตอนดังนี้ 1) เครื่องมือแพทยเมื่อใชงานแลว หรือ ไมไดใชแตมีการเปด Setเครื่องมือแพทยถือวา Contaminate (ปนเปอน) ถาไมมีการปนเปอนน้ำยา/เลือด/สิ่งคัดหลั่ง ไมตองลาง นำใสกลองที่มีฝาปดมิดชิด Y อุปกรณที่ใชกับผูปวยแลว Re-sterile ขนสงดวยระบบ logistic/มิดชิดปองกันการปนเปอน ขนสงดวยระบบ logistic/มิดชิด ปองกันการแพรกระจาย อุปกรณที่ลางทำความ สะอาดไมไดเชน - Canular - Transducer - เข็มตางๆ หนวยจายกลาง - ตรวจสอบเครื่องมือกอนทำงาน - การลางอุปกรณเครื่องมือดวยมือ - การเตรียมและการหออุปกรณ - การนำหออุปกรณเขาเครื่องนึ่งไอน้ำ/ การทำใหปราศจาก เชื้อดวยแกสพลาสมา/ - จัดเก็บ หนวยงานจัดเก็บตามมาตรฐาน 1.ไมปะปนกับอุปกรณอื่น 2. สูงจากพื้น 8 นิ้ว หางจากผนัง 2 นิ้ว หางจากเพดาน 18 นิ้ว 3.ไมมีคนพลุกพลาน ฝุนลมไมผาน 4. FIFE ทิ้งเปนมูลฝอยติดเชื้อ N
113 2) เครื่องมือมีการปนเปอนน้ำยา/เลือด/สิ่งคัดหลั่ง ถามีอางแยกสาหรับทิ้งสิ่งคัดหลั่งใหผานน้ำเอา คราบที่มองเห็นออก หรือใชกอส/สาลีชุบน้ำเช็ดคราบออก ไมตองลาง นำใสกลองที่มีฝาปดมิดชิด 3) เครื่องมือใชแลวใสกลอง มีฝาปดมิดชิดนำสงหนวยจายกลาง 4) กรณีหนวยงานที่มีการนำเครื่องมือมาสงจายกลางและแลกของ Supply กลับหนวยงานเองใหไป ยังจุดรับแลกเครื่องมือที่หนวยจายกลาง รถขนสงควรใชแยกกันระหวางของสกปรก และของสะอาด ถาไมมี ตองใชรถสองชั้นแยกชั้นบนใสของสะอาดชั้นลางวางของสกปรก 5) เครื่องมือแพทย Sterile จากหนวยจายกลางจะใสกลองสะอาด นำสงไปยังหนวยงานตางๆ (หาม เปดตรวจสอบบริเวณจุดรับแลกใหนำกลับไปตรวจสอบบริเวณที่จัดเก็บในหอผูปวย) 6) เจาหนาที่หอผูปวยลางมือใหสะอาดกอนตรวจสอบจำนวน ชนิดอุปกรณตัวตรวจสอบภายนอก อีกครั้งกอน เก็บเขาที่ ในตู Supply ของหนวยงาน 7) ทำความสะอาดรถทุกครั้งที่ใชงาน หนวยจายกลาง/ ศูนยลางสาย 1. การตรวจสอบเครื่องมือกอนการใชงาน แบงตามลักษณะของเครื่องมือเครื่องใช 1.1 การตรวจสอบทางกลไก (Mechanical Indicators) การตรวจระบบการทำงานของเครื่องขณะ เครื่องทำงาน 1.2 การตรวจสอบทางเคมี การตรวจสอบทางเคมีภายนอก (External Chemical Indicator) -ขณะเรียงหออุปกรณเครื่องมือบน Loading Car ตรวจสอบดูทุกหอตองติด Autoclave tape - เมื่อเสร็จสิ้นขบวนการทำใหปราศจากเชื้อ ตรวจสอบการเปลี่ยนสีของ Autoclave tape ทุกหอ กอน เก็บในหองเก็บอุปกรณหรือจายใหหนวยงานตางๆ การตรวจสอบเคมีภายใน (Internal Chemical Indicator) โดยใชComply stairgate หนวยจายกลางและหนวยงานที่นำของมาฝากทำใหปราศจากเชื้อดวยการนึ่งไอน้ำ และอบแกส จะใสมาในหอ อุปกรณและเครื่องมือ ชนิด Critical Item และจะเห็นผลการตรวจสอบเมื่อเปดหออุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชชนิดนั้นๆ 1.3 การตรวจสอบ Bowie Dick test เปนตัวบงชี้ทางเคมีใชในการประเมินประสิทธิภาพ - ของระบบดูดสุญญากาศของเครื่องนึ่งไอน้ำชนิด Pre-vacuum ใชหอทดสอบ Bowie Dick test สำเร็จรูปใสในชองอบเปลาบริเวณเหนือทอระบายน้ำทิ้งรอบแรกของวัน โดยปฏิบัติทุกวันทุกเครื่อง - เปดโปรแกรม Bowie Dick test - เมื่อจบกระบวนการ เปดหอทดสอบตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของสีตองสม่ำเสมอ - บันทึกในสมุดประจำเครื่อง 1.4 การตรวจสอบทางชีวภาพ (Biological Indicators) 1.5 การตรวจสอบระบบการทำใหปราศจากเชื้อดวยเครื่องอบไอน้ำดวย Attest Rapid Readout Biological
114 Indicator ใหทดสอบรอบแรกทุกเครื่องทุกวันวันละ 1 รอบและทุกรอบของเครื่องมือจากหองผาตัด - เตรียมหอทดสอบ Super Rapid 5 Attest - เขียนรายละเอียดบนฉลากของหลอด ครั้งที่ / วัน เดือน ป/ หมายเลขเครื่อง -วางหอทดลอง บริเวณดานหนาประตูและชั้นลางในสุด - เปดเครื่องนึ่งอบไอน้ำตามปกติ - เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทำใหปราศจากเชื้อนำหอทดสอบออกจากเครื่อง - นำหลอด Rapid 5 Attest มาทำการอุนเชื้อในเครื่อง Auto reader ใชเวลา 1 ชั่วโมง - อานผลลงบันทึก 1.7 การตรวจสอบรายการทำใหปราศจากเชื้อดวยเครื่องอบแกส ทำทุกรอบ - นำหอทดสอบ Spore Test สำเร็จรูป วางบริเวณชั้นบนดานหนาประตูและชั้นลางดานในสุด - เปดเครื่องอบแกสตามปกติ - เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทำใหปราศจากเชื้อใสถุงมือหยิบหลอด Spore Test มาทำการอุนเชื้อ ในหมอ อุนเชื้อใน อุณหภูมิ37 #1 C และ พรอมหลอด Spore Test ควบคุม (หลอด Control) ใชเวลาในการอุนเชื้อ 4 ชั่วโมง 1.8 ตรวจสอบ Comply Strip โดยดูการเปลี่ยนสีในหอทดสอบ กอนจายใหตามหนวยงาน - ลงสมุดบันทึกผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของการทำใหปราศจากเชื้อ 2. การลางอุปกรณเครื่องมือดวยมือ 1. สวมใสอุปกรณปองกัน โดยถุงมือที่ใชเปนถุงมือยางยาว หนากากกันกระเด็น Mask หมวกคลุมผม ผากัน เปอน รองเทาบูท 2. แชอุปกรณเครื่องมือใน Enzymatic (1CC ผสมน้ำ 100 CC) แชอยางนอย 10 นาที(อางที่1) 3. ขัดลางเครื่องมืออยางทั่วถึงใตนา ดวยความระมัดระวังทุกซอกทุกมุม เลือกแปรงขัดใหเหมาะสมกับ อุปกรณลาง อุปกรณดวยน้ำสะอาด (อางที่ 2) 4. ลางเครื่องมือดวยน้ำ RO เปนน้ำสุดทาย (อางที่ 3) 5. เครื่องมือที่เปนทอใหฉีดน้ำยาเขาไปในทอกอนแช ใชแปรงที่มีขนาดพอเหมาะขัดถูกอนฉีดน้ำลางทำ ความ สะอาดและไลดวยลม (Spray gun Rinser) 6. อุปกรณที่มีสวนประกอบหลายชิ้น แยกสวนประกอบออกจากกัน 7. สงเขาหองจัดบรรจุทางชองสงผาน 8. นำเขาเครื่องอบความรอนใหเครื่องมือแหง 9. เปลี่ยนน้ำยาอยางนอยทุกวันหรือแตละครั้งถาเครื่องมือมีการปนเปอนมาก การเตรียมและการหออุปกรณ 1. กอนจัดชุดเครื่องมือลางมือ หรือใชAlcohol Hand rub ทุกครั้ง 2. ตรวจสอบสภาพอุปกรณที่ผานจากเครื่องลางใหแหงและสะอาด
115 3. ตรวจสอบ Cleaning Indicator ถาไมผานสงลางใหม 4. สุมเครื่องมือ ทำ ATP ในเครื่องมือที่ลางยาก วันละ 1 ชิ้น 5. ตรวจสอบสภาพการใชงาน ความฝดความคม ความสะอาด 6. จัดอุปกรณเขาชุด ใหถูกตองตามชุดเครื่องมือ (คูมือจัดชุดเครื่องมือของหนวยงาน) 7. ปลดลอคเครื่องมือทุกชิ้น เครื่องมือที่มีคมหุมปลายดวยปลอกยาง หรือ กระดาษยึดเครื่องมือ 8. เครื่องมือกลุมที่เปน Critical Item ใส Internal Indicator หนึ่งแผนบริเวณกลางถาดเครื่องมือ และใส อุปกรณเดี่ยวทุกชิ้น เลือก Internal Indicator ใหถูกตองตามวิธีการทำใหปราศจากเชื้อ 9. ชามอาง หรือถวยตางๆ ถาตองมีการซอนใหใชผากอส หรือผารองระหวางชามอางหรือถวยเพื่อใหไอน้ำ ผานเขาไปไดดี 10. ตรวจสอบผาที่จะใชกอนหอเครื่องมือโดยใชไฟสอง ไมใชผาที่มีรูขาด (จำนวนเสนดายไมนอยกวา 140 เสน/ ตารางนิ้ว) ผาที่ผานการใชงานแลวตองผานการซักทุกครั้งกอนนามาใชใหม 12. เลือกขนาดผาใหเหมาะสมผาตองมีขนาดใหญพอที่จะหอหุมอุปกรณไดมิดชิด 13. หอผาชั้นแรก 14. วางรายการเครื่องมือบนผาชั้นแรกเซ็นชื่อผูจัดชุดเครื่องมือ และผูตรวจสอบ 15. หออุปกรณภายนอกดวยผา 2 ชั้น 16. ปดหออุปกรณดวย External Indicator Tape เลือกตามวิธีที่จะทำใหปราศจากเชื้อความยาวตามขนาด ของหอ อุปกรณตองมากกวา 3 เสน Indicator 17. ติดฉลากเครื่องมือ ซึ่งแสดงชื่อชุดเครื่องมือ วันผลิต วันหมดอายุLot. No และชื่อผูรับผิดชอบ การนำหออุปกรณเขาเครื่องนึ่งไอน้ำ 1. เจาหนาที่ที่บรรจุหีบหอนำอุปกรณเรียงลงในตะกราสาหรับเขาเครื่องโดยเลือกขนาดตะกราที่เหมาะสม กับอุปกรณ 2. หออุปกรณขนาดเล็กวางหางกันใหมีชองวางประมาณ 1-2 นิ้ว หรือวางสับหวาง โดยวางตะแคงขาง 3. หออุปกรณขนาดใหญเลือกใสตะกราตามขนาดหออุปกรณถาตองวางซอนกันถามีมากกวา1 ตะกรา ใหมี ชองวาง อยางนอย 2 นิ้ว และไมวางทับกัน 4. กลองใสเครื่องมือ (Container) ใหวางในแนวราบ 5. การจัดวางชามอางใหวางตะแคงทาคว่ำเพื่อใหอากาศภายในผานไดสะดวกและถามีหยดน้ำสามารถผาน ออกไดโดยงาย 6. หอผาใหวางลักษณะตะแคง 7. หอเครื่องมือที่มีขนาดใหญวางไวชั้นลาง หอขนาดเล็กวางชั้นบน 8. หามวางอุปกรณลนตะกราเพราะจะทำใหไปสัมผัสกับผนังเครื่องดานใน 9. ถาเปนเครื่องมือของหนวยงานภายนอก ใหติดชื่อใหชัดเจนวาเปนของหนวยงานใด 10. การนึ่งขวดแกวขนาดใหญ (500-1000 CC) ใหหงายขวด
116 11. เลือกโปรแกรมใชงานตามลักษณะอุปกรณ(อุปกรณเฉพาะบางชนิดตองศึกษาจากขอกำหนดของบริษัท) 12. เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทำใหปราศจากเชื้อเปดประตูเครื่องนึ่งไอนาทิ้งไวประมาณ 15-60 นาทีเพื่อให อุปกรณแหงและเย็นปองกันการเกิดการกลั่นตัวเปนหยดน้ำ 13. ไมหยิบจับอุปกรณขณะที่หออุปกรณยังรอน เนื่องจากหออุปกรณจะดูดซับความชื้น และเชื้อแบคทีเรียที่ อยูบนมืออาจปนเปอนเขาไปในหออุปกรณได 14. ลางมือใหสะอาดกอนหยิบจับเครื่องมือมี่ผานการทำใหปราศจากเชื้อแลว 15. บันทึกขอมูลการทำใหปราศจากเชื้อ - วันที่ทำใหอุปกรณปราศจากเชื้อ - หมายเลขเครื่องนึ่งไอน้ำ - ครั้งที่บรรจุอุปกรณเขาเครื่อง - ผลการทดสอบทางเคมีเชน Bowie dick Test - ผลการทดสอบทางชีวภาพ Spore test - ผูนำอุปกรณเขาเครื่องนึ่งไอน้ำ การทำใหปราศจากเชื้อดวยแกสพลาสมา/ เอทเทอรลีนออกไซส 1. เจาหนาที่รับผิดชอบตรวจสอบอุปกรณที่จะเขาเครื่องอบแกส ความสะอาด อุปกรณตองแหงไมมีหยดน้ำ การ บรรจุหีบหอใชวัสดุหีบหอถูกตองการใสตัวชี้วัดภายในและภายนอก (ตามคูมือการอบแกสพลาสมา) 2. จัดเรียงเครื่องมือลงตระแกรงในปริมาณที่เหมาะสมไมอัดแนน 3. วางชุดตรวจสอบ Spore test ทุกรอบ 4. นำเขาเครื่องอบแกสตั้งโปรแกรมอบแกส 1 รอบใชเวลา 1 ชั่วโมง 5. ตรวจสอบเชิงกล มาตรวัด ระดับอุณหภูมิ ความชื้น แรงดัน ระยะเวลาการทำใหปราศจากเชื้อ 6. ตรวจสอบประเมินผลการตรวจสอบทางเคมี และชีวภาพ 7. บันทึกขอมูล 8. การนำของออกจากตูอบแกสใหสวมถุงมือในการหยิบจับอุปกรณออกจากเครื่อง ประเภทชุดสายเครื่องชวยหายใจและสวนประกอบ - เจาหนาที่ผูก mask, ใสถุงมือ,ผากันเปอน สวมแวนตากันกระเด็นแกะสายและอุปกรณที่ใชแลวออก จากถุงพลาสติกที่นำสงสำรวจอุปกรณวาครบหรือไมทุกครั้ง ถอดอุปกรณทุกชิ้นที่สามารถถอดได ลางสิ่ง ปนเปอนที่ยังมองเห็นดวยตาเปลาออก อุปกรณที่มีคราบฝงแนนใหใชดวย Enzymatic detergent 1:100 แช นานอยางนอย 10 นาที - นำอุปกรณประเภทสายเสียบใน Cart wash สาหรับลางเครื่องสาย - ชิ้นสวนอุปกรณใสตะกรามีฝาปด - กรณีชิ้นสวนที่ไมไดนำเขาเครื่องลางหลังจากลางเครื่องมือสะอาดดวย Enzymatic detergent ลาง ออกดวยน้ำสะอาด แชใน Pera safe Solution (1 กระปอง ผสมน้ำ 5 ลิตร) แชนาน 10 นาทีลางออกน้ำ RO
117 -นำอุปกรณที่ลางสะอาดแลว นำทั้งหมดเขาเครื่องอบแหง (Dryer) ประมาณ 1-2 ชั่วโมง - เมื่อแหงแลวนำออกมาวางบนผาปูโตะ (Sterile) เตรียมประกอบเขา Set ผูประกอบใสถุง มือ ปราศจากเชื้อ การประกอบอุปกรณวาครบหรือไมทุกครั้ง - เมื่อประกอบแลวถาไมแนใจวาจะสามารถใชงานไดหรือไม ควรทดสอบดูอีกครั้ง - นำชุดอุปกรณที่ประกอบแลวใสถุงพลาสติกที่ผานการทำใหปราศจากเชื้อ ซิลปดปากถุง ดวยความรอน ติดสติกเกอร แสดงวันผลิตรอนำสงจายใหหอผูปวย ประเภทกระบอกออกซิเจน -นำกระบอกออกซิเจน หลังจากลางเครื่องมือสะอาดดวย Enzymatic detergent ลางออกดวยน้ำ สะอาด แชใน Pera-safe Solution (1 กระปอง ผสมนา 5 ลิตร) แชนาน 10 นาที ลางออกนา RO - นำกระบอกซึ่งผานการลางดวยเครื่องมาเขาเครื่องอบแหงที่อุณหภูมิ70-80 องศา นาน 1-2 ชั่วโมง หรือ จนกวาจะแหง นำบรรจุในถุงพลาสติกสะอาด รอจายใหหอผูปวย การจัดเก็บและขนสงอุปกรณ sterile 1) จัดเก็บ ในพื้นที่เหมาะสม ไมมีคนพลุกพลาน 2) อยูหางอางลางเครื่องมือ อางลางมือ หรือ ทอประปา 3) การทำความสะอาดพื้นที่จัดเก็บโดยการเช็ดถูไมใชวิธีกวาด เพื่อปองกันการปนเปอนจากฝุน 4) ตูหรือชั้นเก็บ ถาเปนชั้นโปรงใหวางหางจากพื้น 8 นิ้ว หางจากเพดาน 18 นิ้ว ผนัง 2 นิ้ว เปนอยาง นอย กรณีเปนตูปดถาชั้นลางติดพื้นไมใหวางเครื่องมือปราศจากเชื้อในชั้นลาง 5) ไมเก็บปะปนกับสิ่งของอื่นๆ 6) ถาเปนไปไดควรเก็บในหองปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 22-26 องศา 7) การจัดเก็บและการหยิบใชเปนไปตามหลัก FI/FO หออุปกรณตองไมฉีกขาด แตก มีรู 8) ไมหยิบจับโดยไมจำเปน ลางมือหรือใชAlcohol Hand Rub กอนหยิบจับเครื่องมือปราศจากเชื้อ 9) ตรวจสอบตัวตรวจสอบภายนอกทุกครั้ง กอนการจัดเก็บและเมื่อหยิบไปใชงาน 10) ตูจัดเก็บควรเปนตูเรียบทำความสะอาดไดงาย ไมควรเปนไมเพราะอาจมีรอยแตกไดงาย 6. 0 เอกสารแนบ - แบบประเมินงานจายกลาง - แบบประเมินการจัดเก็บของ sterile ที่หนวยงาน 7.0 เอกสารอางอิง 1. ร.ศ.ดร. อะเคื้อ อุณหเลขกะ หลักและแนวทางการทำลายเชื้อและการทำใหปราศจากเชื้อ พิมพครั้งที่ 2 (2555) 2. Centers for Disease Control and Prevention: Guidelines for Disinfection and Sterilization in Health care Facilities 2008 3. หนวยจายกลาง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ. คูมือการปฏิบัติงาน (WI CSSD) ตุลาคม 2558.
118 CSSA Check Listโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค ประเมินหนวยงานของทานและใสเครื่องหมาย / ในชองที่ตรงกับลักษณะงานของทาน รายการ มี ไมมี มีแผนพัฒนา ระบุ............ A,1 มีขั้นตอนปฏิบัติเปนลายลักษณอักษร ในการการรับเครื่องมือที่ปนเปอน การทำความสะอาด 2 มีการแยกอุปกรณแพทยปนเปอนที่ใชครั้งเดียวทิ้งจากเครื่องมือแพทยที่นำ กลับมาใชซ้ำอยางเมาะสม (รวมถึงของมีคม) 3 มีการกำจัดสิ่งสกปรกชิ้นใหญ (gross sills) จากเครื่องมือแพทย ณ จุดที่ใช งาน ถาไมสามารถขนสงไดทันที 4 เครื่องมือที่ปนเปอนควรเก็บไวใหชุมชื้น (keep moist) โดยสามารถใช ผาขนหนูชื้นปกคลุม หรือใชผลิตภัณฑเอนไซมแบบโฟมหรือสเปรย 5 จัดหาภาชนะที่ปลอดภัยและใชเฉพาะทนตอการแทงทะลุหรือรั่วซึมสำหรับ ขนยายเครื่องมือแพทย ที่มีการปนเปอน 6 เครื่องมือแพทยปนเปอนตองมีการควบคุมในระหวางขนสง 7 รถขนสงควรปดมิดชิดและปองกันไมใหเครื่องมือแพทยตกหรือหลนจากรถ B,1 มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติเปนลายลักษณอักษรสำหรับการลางทำ ความสะอาด การทำลายเชื้อและการทำใหปราศจากเชื้อ 2 ถอดชิ้นสวนเครื่องมือแพทยตามคำแนะนำของผูผลิต เพื่อทำความสะอาด พื้นผิวเครื่องมือไดทั่ว 3 ใชน้ำยาทำความสะอาดตามคำแนะนำของผูผลิต เชน อัตราสวนผสม และ อุณหภูมิ เปนตน 4 มีการใชวิธีการลางดวยมือและลางดวยเครื่องที่เหมาะสมตามคำแนะนำของ บริษัทผูผลิตและบุคลากรที่ปฏิบัติงานสามารถเขาถึงคูมือไดสะดวก 5 มีการใชอุปกรณปองกันสวนบุคคลไดอยางเหมาะสม 6 มีการใชแปรงหรืออปกรณทำความสะอาดที่ออกแบบเหมาะสมตอการทำ ความสะอาดอุปกรณเครื่องมือแพทย 7 แปรงหรืออุปกรณทำความสะอาดที่ใชครั้งเดียวแลวทิ้งหรือถามีแปรงใชซ้ำ ตองมีการกำจัดสิ่งสกปรกและทำลายเชื้อทุกวันเปนอยางนอย 8 ควรมีการติดตามตรวจสอบความสะอาดของเครื่องลางอัตโนมัติเมื่อเริ่ม ติดตั้งและอยางนอยทุกสัปดาห
119 รายการ มี ไมมี มีแผนพัฒนา ระบุ............ 9 สารทำความสะอาด (สารทำความสะอาดผสมเอ็นไซม) เหมาะสมกับเครื่อง มือแพทยที่จะถูกทำความสะอาด 10 เปลี่ยนน้ำภายในเครื่องลางอัตราโซนิกตามคำแนะนำของผูผลิต 11 น้ำลางครั้งสุดทายในเครื่อง Washer Disinfector ควรใชนำที่มีการปรับปรุง คุณภาพน้ำ เชน Deionized water, Distill water หรือ น้ำ OR การตรวจสอบ (Inspection) และการหอบรรจุเครื่องมือ (Packaging) 1 มั่นใจวาเครื่องมือแพทยสะอาดและแหงกอนบรรจุหอ 2 ตรวจสอบเครื่องมือแพทย เพื่อหาขอบกพรองหรือความเสียหาย เชน รองรอย สนิม การกัดกรอน รอยแยก รอยแตก รอยบิ่นของพื้นผิวโดยใชแวน ขยายแบบมีไฟในการตรวจสอบเครื่องมือแพทย 3 ทวนสอบความสะอาดโดยผูใช ดวยสายตารวมกับการตรวจสอบวิธีอื่นๆ เชน ATP เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการทำความสะอาดพื้นผิวเครื่องมือและ ภายในทอ เปนตน 4 เครื่องมือแพทย : ตองมั่นใจวา - ปลายตัดมีความคม - สวนเชื่อมตอของเครื่องมือสามารถเคลื่อนไหวไดอยางอิสระ ไมฝด - นำเครื่องมือแพทยที่จำเปนตองซอมแซม อกจากการใชงานเพื่อนำไป ซอมแซมหรือเปลี่ยนใหม 5 ปฏิบัติตามคำแนะนำจากผูผลิต ในการหลอลื่นเครื่องมือแพทยหลังการทำ ความสะอาดหรือกอนการทำใหปราศจากเชื้อ การเตรียมและการประกอบชิ้นสวน 6 ปองกันเครื่องมือที่มีความบอบบาง/แหลมคม ในขณะที่นำไปบรรจุ เพื่อทำให ปราศจากเชื้อ อาจเปนตัวหวง ปลอกสามปลาย หรือ ซองโฟม 7 เครื่องมือที่เปดหรือถางได เชน กรรไกร และคีมหามเลือด ใหคลายลอค หรือ กางออก 8 ควรถอดแยกสวนประกอบของเครื่องมือแพทยกอนการทำใหปราศจากเชื้อ และมั่นใจวาทุกสวนจะประกอบเขาไดงายโดยหลักเทคนิคปลอดเชื้อ
120 รายการ มี ไมมี มีแผนพัฒนา ระบุ............ 9 เครื่องมือที่เปนหรือชอง (Lumen) - ถอดจุก / Stylets เชน Catheter, needles, tubing - อาจตองมีการทำใหภายใน lumen ชุมชื่น ปรึกษาบริษัทผูผลิต (ดู IFU) 10 เครื่องมือที่มีความสลับซับซอน เชน air powered ,endoscope และ อุปกรณที่เปนทอหรือชอง ใหมีการปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทผูผลิตที่ เปนลายลักษณอักษร (IFU) 11 พิจารณาใชวัสดุดูดซับหยดน้ำที่ไมมีเสนใย (non- linting) รองภายในถาด เพื่อชวยสงเสริมใหแหงเร็วขึ้น 12 ชามอาง (basins) : - ชามอางที่นำมาซอนกันมีเสนผาศูนยกลางของชามตางกัน 1 นิ้ว - ใชวัสดุดูดซับที่ไมมีเสนใยคั่นระหวางชามอางที่ซอนกัน - หอชามอางไมควรหนักเกิน 3 กิโลกรัม (7 ปอนด) 13 เซ็ตเครื่องมือผาตัด (Containerized instrument sets) ไมควรหนักเกิน 11 กิโลกรัม (25 ปอนด) การหอ 14 ตรวจสอบสภาพความผิดปกติของวัสดุที่ใชในการหีบหอ เชน รู จุด รอย เปอนอยูเปนประจำ 15 ควรจัด บรรจุ ปดผนึก หอเครื่องมือ ใหมิดชิดแตไมควรรัดจนแนนเกินไป 16 ซอง Peel Pouches (กระดาษ/พลาสติก) - ติดฉลากดานพลาสติกเทานั้น - Double peel pouches ไดในกรณีที่ซองผานการ Validate 17 เขียนรายละเอียดลงบนเทปบงชี้การผานกระบวนการทำใหปราศจากเชื้อ (indicator tape) หรือ ใชปาย/ฉลากติดเทานั้น 18 ตรวจสอบตะแกรงและถาดกอนที่จะนำไปใชงานในแตละครั้ง เพื่อใหแนใจวา ไมมีขอบคม รอยแยกหรือลวดตาขายหลุด 19 ไมควรใชเทปแบบอื่นไนอกจากเทปบงชี้ผานกระบวนการทำใหปราศจากเชื้อ ในการปดผนึกที่หอเครื่องมือ รวมทั้งเข็มกลัด เชือก ลวดเย็บกระดาษยาง หรือวัสดุที่มีความแหลมคม 20 ควรมีการตรวจสอบความถูกตองของเครื่องปดผนึกดวยความรอน (heat sealer) ในความถี่ที่กำหนด
121 รายการ มี ไมมี มีแผนพัฒนา ระบุ............ การจัดเรียงหีบหอเขาเครื่องทำใหปราศจากเชื้อ : (ปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท(ผลิตเครื่องทำใหปราศจากเชื้อ) 1 จัดกลุมหอเครื่องมือที่มีลักษณะคลายกันเพื่อการทำใหปราศจากเชื้อในรอบ เดียวกันโดยใช cycle parameter เดียวกัน 2 รถเข็นบรรจุหอเครื่องมือเขาในเครื่องทำใหปราศจากเชื้อ : - มีชองวางระหวางหอเครื่องมือ 3 - อยาใหหอเครื่องมือแนนเกินไป 4 - หอเครื่องมือไมควรสัมผัสผนังชองอบ 5 การจัดเรีคยงหอเครื่องมือแบบ mix loads – วางหอเครื่องมือโลหะไว ดานลางลาสุด/ หอเครื่องผา/ซอง Peel Pouches ไวดานบนสุด เพื่อปองกัน หยดน้ำหยดลงหีบหอดานลาง 6 ถาด หรือ ชามอาง ที่ไมมีรูควรจัดเรียงในแนวตะแคงขางและหันเอียงไปทาง เดียวกัน 7 ซอง Peel Pouches (กระดาษ/พลาสติก) ใชตะแกรงเพื่อสงเสริมในการ จัดเรียงซองใหอยูในแนวตั้งและไปในทิศทางเดียวกัน 8 Rigid container : การวางซอนกันอาจจะรบกวนการไลอากาศออก ให ปฏิบัติตามคำแนะนำจากผูผลิต การนำหอเครื่องมืออกจากเครื่องทำใหปราศจากเชื้อ (Unloading) 1 เปดประตูเครื่องทำใหปราศจากเชื้อใหเหมาะสม 2 - อาจจะเปดประตูแงมไวเล็กนอยหลังจากจบรอบการใชงาน (สำหรับบงครั้ง) กอนจะนำหอเครื่องมืออกจากเครื่อง 3 หอเครื่องมือ : ไมควรมีของเหลวหรือหยดน้ำที่มองเห็นดวยตาเปลา (หอ เครื่องมือที่เปยกใหพิจารณาวาปนเปอน แมวาไมมีการหยิบจับ) 4 เครื่องมือที่ผานการทำใหปราศจากเชื้อแลวครอยูบนรถอยางนอย 30 นาที เพื่อรอใหเย็น และไมควรสัมผัสหอเครื่องมือระหวางรอใหเย็น 5 จอดรถเข็นบริเวณที่ไมมีคนพลุกพลาน โดยไมควรจอดใกลกับ เครื่องปรับอากาศหรือชองระบายอากาศ
122 รายการ มี ไมมี มีแผนพัฒนา ระบุ............ ตัวชี้วัดทางกายภาพ ตัวชี้วัดทางเคมี ตัวชี้วัดทางชีวภาพ 1 ตรวจสอบพารามิเตอรตางๆ จากกระดาษที่พิมพออกจากเครื่อง พรอมวงกลม อุณหภูมิ ระยะเวลาในการทำใหปราศจากเชื้อ พรอมทั้งเซ็นตชื่อและลงวันที่ 2 ทำการตรวจสอบเครื่องฆาเชื้อดวยไอน้ำระบบสุญญากาศ ดวย Bowie-Dick Test ทุกวันกอนเริ่มทำการทำใหปรารศจากเชื้อ - อุณหภูมิ 132-134 องศา เซลเซียส เวลา 3.5-4 นาที (IFU) - หนึ่งหอตอรอบในชองอบโลง พรอมบันทึกผล 3 มีการติดตัวบงชี้ทางเคมีภายนอก บน หอและภาชนะที่จะนำไปทำให ปราศจากเชื้อ 4 ใสตังบงชี้ทางเคมีภายใน (type 4,5,6) ภายในทุกหอ ตรง ตำแหนงที่ตัวทำให ปราศจากเชื้อเขาถึงไดยาก (ตรวจสอบตำแหนงที่วางตัวชี้วัดทางเคมีภายใน อีกครั้งกับบริษัทผูผลิต Rigid container) 5 Implant Loads: ทำการตรวจสอบดวย BI PCD ซึ่งมี type 5 Integrating Indicator กักรอบที่มีการอบ implant ไวจนกวาจะทราบผล BI ยกเวนใน สถานการณฉุกเฉิน 6 Non-Implant Loads: สามารถทำการตรวจสอบดวย PCD ที่มี BI,BI และ Type 5, Type 5 integrating indicator หรือ Type 6 emulating indicator 7 การตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องทำใหปราศจากเชื้อเปนประจำดวย BI PCD ทุกวัน (ถามีการใชเครื่องทำใหปราศจากเชื้อทุกวัน) 8 เครื่องทำใหปราศจากเชื้อที่มีความจุมากกวา 60 ลิตร - ทดสอบดวย BI PCD ในรอบแรกของการทำใหปราศจากเชื้อ โดยวางไวบนชั้นลางของรถเข็นเหนือ ทอ drain 9 เครื่อง table top sterilizer - ทดสอบดวย BI PCD ในรอบแรกของแตละวัน และใหวางตรงจุศูนยกลาง ใช BI PCD ที่เหมาะสมโดยขึ้นกับชนิดของเครื่องทำใหปราศจากเชื้อ 10 Steam: ทดสอบทุกวัน (ถามีการใชเครื่อง) 11 การทำใหปราศจากเชื้อที่อุณหภูมิต่ำ เชน EO, H202 มีการตรวจสอบทาง ชีวภาพทุกรอบ
123 รายการ มี ไมมี มีแผนพัฒนา ระบุ............ 12 เครื่องทำใหปราศจากเชื้อดวยไอน้ำที่มีขนาดใหญกวา 60 ลิตรสามารถใช BI PCD ที่ผลิตโดยบริษัทและไดรับ FDA-clear หรือ AAMI 16 Torel -Pack (M) 13 table top sterilizer: ผูใชตองเตรียม BI PCD โดยเตรียมใหมีความทาทาย มากที่สุด เชน ใส BI ใน peel pouches หรือ ในหอที่มีเครื่องมือที่เรานำเขา อบฆาเชื้อ หลอดทดสอบ BI /หลอดควบคุม BI และผลการตรวจสอบ 14 หลอดควบคุม (Control) BI: ทำการอุนเชื้อหลอดควบคุมทุกวันภายในเครื่อง อุนเชื้อ หรือ Auto-reader โดยหลอดควบคุมตองมี lot number เดียวกัน กับหลอดที่นำมาตรวจสอบและตองใหผลเปนบวก (Positive) ทำการบันทึก ผลการตรวจสอบ 15 หลอดทดสอบ BI: ทำการอุนเชื้อหลอดทดสอบตามคำแนะนำของผูผลิตและ ทำการบันทึกผลการตรวจสอบ การทดสอบคุณสมบัติของเครื่อง (Qualification Testing): 16 หากไมสามารถระบุสาเหตุของการทำใหปราศจากเชื้อที่ลมเหลวไดทันทีหรือ หลังการซอมแซมเครื่องทำใหปราศจากเชื้อครั้งใหญ ใหทำการทดสอบในตู โลง 3 รอบติดตอกัน ดวย BI PCD และ Bowie-Dick test 3 รอบถาเปน เครื่องแบบสุญญากาศ 17 ควรตรวจสอบเศษสิ่งสกปรกและทำความสะอาดตะแกรงทอ drain ทุกวัน 18 ทำความสะอาดพื้นผิวดานนอกและผิวดานในอยูเปนประจำ การจัดเก็บเครื่องมือปราศจากเชื้อ 1 มีนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติเปนลายลักษณอักษร สำหรับการเก็บรักษา การ จัดการ การหมุนเวียนและการติดฉลากที่หอเครื่องมือปราศจากเชื้อ 2 จำกัดและควบคุมปริมาณคนเขาออกบริเวณเก็บรักษาหออุปกรณ ปราศจาก เชื้อ 3 ภาชนะสำหรับสงออกไปนอกสถานที่และกลองลูกฟูกตางๆ ไมควรใชบรรจุหอ อุปกรณปราศจากเชื้อในพื้นที่เก็บรักษาของปราศจากเชื้อ 4 ควบคุมอุณหภูมิ < 24. C และความชื้นสัมพันธไมเกิน 70% 5 เก็บอุปกรณปราศจากเชื้อใหสูงจากพื้นอยางนอย 20-25 ซม. (8-10 นิ้ว)จาก เพดานอยางนอย 45 ซม.(18 นิ้ว) และจากฝาผนังอยางนอย 5 ซม.(2นิ้ว)
124 รายการ มี ไมมี มีแผนพัฒนา ระบุ............ 6 ดานลางของชั้นวางรถเข็นควรมีอุปกรณที่กั้นที่ทึบอยางชัดเจน 7 ไมควรเก็บ เครื่องมือแพทย/เครื่องมือผาตัด รวมทั้ง Rigid container ไวใกล/ ใตอางลาง หรือสัมผัสทอน้ำหรือในที่ซึ่งจะทำใหอุปกรณเปยก 8 ควรจัดเก็บหอปราศจากเชื้อในบริเวณชั้น เคานเตอรและรถเข็น เฉพาะไมควร วางบนขอบหนาตาง หรือบนพื้น เปนตน 9 เมื่อมีการวางภาชนะซอนกัน แนใจวาซอนกันอยางมั่นคงไมหลน การแจกจาย (Distribution) 1 การแจกจายหอเครื่องมือและวัสดุใชหลักการ First in First out (FIFO) 2 ตรวจสอบสภาพของหอเครื่องมือ ฉลากกอนนำไปใชงาน 3 รถเข็นสงของควรจะมีที่กั้นระหวางชั้นลางกับพื้นอยางทึบ 4 - กรณีที่ใชวัสดุปกคลุมที่สามารถนำมาใชซ้ำไดควรสะอาด หลังใชงาน 5 ทำความสะอาด กำจัดของเสีย และทำใหแหงรถเข็นภาชนะบรรจุเครื่องมือ ปราศจากเชื้อกอนนำกลับมาใชใหม Document 1 บันทึกการทำงานของเครื่องลาง: ติดตามและตรวจสอบการลางทำความ สะอาด เชน กราฟ หรือ จดบันทึกขอมูลที่แสดงบนหนาปด ในรอบการทำงาน 2 บันทึกการทำงานประจำแตละเครื่องทำใหปราศจากเชื้อ/แตละรอบของการ ทำใหปราศจากเชื้อ 3 การตรวจสอบในแตละรอบการทำงานบนแผนพิมพ: * ตรวจสอบคาตางๆเมื่อเริ่มการทำงาน * ตรวจสอบโปรแกรมที่เลือกในการทำใหปราศจากเชื้อใหเหมาะสมกับหอ เครื่องมือในรอบ * ตรวจสอบความถูกตองของเวลาและอุณหภูมิ * ตรวจสอบสัญญาณเตือนหรือความบกพรองที่เกิดขึ้น 4 การบันทึกในแตละรอบการทำงาน: * lot number * รายการหออุปกรณ * เวลา/อุณหภูมิ * ชื่อผูดำเนินการใช เครื่องทำใหปราศจากเชื้อ * ผลการทดสอบดวย BI * ผลการทดสอบดวย Bowie-Dick * ผลการตรวจสอบดวย CI ในหอทดสอบ รายงานผลของการ ตรวจสอบ CI ที่ไมผานในรอบ
125 รายการ มี ไมมี มีแผนพัฒนา ระบุ............ การเรียกผลผลิตกลับคืน (Recall) 1 ความลมเหลวในการทำใหปราศจากเชื้อ-ในกรณีที่ไมสามารถคนหาสาเหตุใน ความลมเหลวไดทันที (เชน การเลือกใช cycle ที่ไมเหมาะสมในการทำ 2 ใหปราศจากเชื้อ) ใหทำ reprocess หอเครื่องมือในรอบนั้นทั้งหมดและทำ การเรียกหอเครื่องมือกลับคืนไปยังรอบสุดทายที่ใหผลการตรวจสอบดวย BI เปนลบ 3 * นโยบายและขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน * การเก็บรักษาขอมูล * ฉลากติดแตละ lot มีขอมูลแสดง: เลขที่เครื่องทำใหปราศจากเชื้อ, รอบที่ อบ, วันที่อบฆาเชื้อ, วันหมดอายุ, ชื่อของผูจัดเตรียมหอ 4 ความลมเหลวในการทำใหปราศจากเชื้อ-ในกรณีที่ไมสามารถคนหาสาเหตุใน ความลมเหลวไดทันที (เชน การเลือกใช cycle ที่ไมเหมาะสมในการทำให ปราศจากเชื้อ) ใหทำการ ใหทำ reprocess หอเครื่องมือในรอบนั้นทั้งหมด และทำการเรียกหอเครื่องมือกลับคืนไปยังรอบสุดทายที่ใหผลการตรวจสอบ ดวย BI เปนลบ 5 จัดระบบในการ reprocessing ใหรวมเปนศูนยกลางเดียวกัน (Centralized) 6 ถาไมสามารถจัดทำเปนระบบ Centralized ได ใหมีนโยบายและแนวทางการ ปฏิบัติที่สอดคลองกันระหวางหนวยงานตางๆ ที่จัดทำ reprocessing 7 พื้นที่หนวย CSSD ควรออกแบบใหเหมาสมโดยคำนึงถึงปริมาณงานที่จัดทำ 8 พื้นที่ลางมีการจัดระบบการไหลของงานที่ดีและมีพื้นที่เพียงพอตอการวาง อุปกรณและเครื่องมือที่จำเปน 9 พื้นที่ลางมีบริเวณที่แยกเฉพาะสำหรับการใสและถอด PPE 10 อางลางเครื่องมือควรมีขนาดที่เหมาะสมจำนวน 3 อาง อางที่1. แช อางที่2. ทำคงามสะอาด อางที่3. ลางดวยน้ำ 11 จัดวางอางลางมือหรือแอลกอฮอลใหทั่วถึงทุกจุดบริการ 12 บริเวณและสถานที่สำหรับลางตากรณีฉุกเฉิน (ตาม OSHA) ซึ่งสมารถเดินได ถึงไมเกิน 10 วินาทีจากบริเวณที่มีการใชสารเคมีและสามารถลางตาไดนาน อยางนอย 15 นาที (บริเวณลางตา) 13 ผนังกั้นชัดเจน (physical wall) ระหวางบริเวณลาง (สกปรก) และบริเวณ สะอาด
126 รายการ มี ไมมี มีแผนพัฒนา ระบุ............ 14 ในกรณีที่ใช pass through window ใหทำการปดเมื่อสงผานเครื่องมือไปยัง ดานที่สะอาดเรียบรอยแลว 15 ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในบริเวณลางและบริเวณสะอาด 16 บันทึกและควบคุมการติดตามอุณหภูมิและความชื้นทุกวัน 17 นโยบายและขอปฏิบัติเปนลายลักษณอักษรสำหรับการอนุญาตเขาออกและ การแตงกาย 18 พื้นและผนังสรางจากวัสดุที่ทนตอการลางทำความสะอาดไดบอย 18 ฝาเพดานเปนพื้นผิวที่ลางไดและไมมีสวนประกอบของไฟเบอรที่หลุดออกมา ไดงาย 20 ประตูปดไดอยางอิสระ 21 บริเวณสะอาดมีความดันเปนบวก และ บริเวณสกปรกมีความดันเปนลบและ มีระบบการถายเทอากาศ 22 การถายเทอากาศที่เหมาะสมในบริเวณลางและบริเวณเก็บหออุปกรณ ปราศจากเชื้อ 23 มีแสงสวางเพียงพอในพื้นที่ทำงานทุกสวน นโยบาย 1 CSSD Supervisor มีคุณสมบัติตามที่ไดกำหนดไวขั้นต่ำ 2 CSSD Supervisor รักษาระดับสมรรถนะและมีการเรียนรูอยางตอเนื่อง 3 CSSD Technicians มีคุณสมบัติตามที่ไดกำหนดไวขั้นต่ำ 4 บุคลากรใหมใน CSSD ผานการปฐมนิเทศจากรพ. และหนวยงานเอง 5 บุคลากรใน CSSD ทุกคนไดรับการฝกอบรมอยางนอยทุกปตามนโยบายของ หนวยงานและมีการประเมินสมรรถนะในการทำงานเปนประจำทุกป 6 มีนโยบายดานสุขอนามัยสวนบุคคลเปนลายลักษณอักษร 7 มีนโยบายดานการแตงกายและการปฏิบัติตามในบริเวณลางทำความสะอาด 8 มีนโยบายดานการใสอุปกรณปองกันและการปฏิบัติตามที่เหมาะสมในพื้นที่ ลางทำความสะอาด 9 มีนโยบายและตารางสำหรับการทำความสะอาดพื้นที่ (housekeeping) 10 ผลิตภัณฑตางๆที่ใชในการ reprocessing ควรผานการรับรองโดย คณะกรรมการ infection prevention and control
127 มาตรฐานงานโภชนาการ 1.0 คำจำกัดความ การปองกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลดานโภชนาการ หมายถึง การปฏิบัติเพื่อปองกันมิให เชื้อกอโรคจากอาหารแพรไปสูผูปวยและบุคลากร ซึ่งการแพรกระจายเชื้อสวนใหญเปนการแพรกระจายจาก การสัมผัส 2.0 วัตถุประสงค ผูรับบริการปลอดภัยจากการติดเชื้อจากอาหาร 3.0 เปาหมาย เพื่อเปนแนวปฏิบัติสำหรับนักวิชาการโภชนาการ, เจาหนาที่,พนักงานฝายโภชนาการ และบุคลากรที่จุดรับบริการ 4.0 ตัวชี้วัด 1. บุคลากรปฏิบัติการปองกันการแพรกระจายเชื้อไดถูกตองมากกวา 80 % 2. อุบัติการณการติดเชื้อจากอาหารของผูปวย = 0 5.0 การประเมิน สุมประเมินตามเหตุการณ โดยใชแบบประเมินตามเอกสารแนบ 6.0 วิธีปฏิบัติ 1.สุขอนามัยทั่วไปของบุคลากรโภชนาการ 1.1 แตงกายสะอาดใสอุปกรณปองกันรางกายอยางเหมาะสม ดังนี้ - หองผสมนมและหองผสมอาหารที่ใหทางสายใหอาหาร/อาหารเหลวและนมผสม : สวมหมวก ผาปดปากและจมูก เสื้อคลุม ถุงมือสะอาด - หองเตรียมปรุง/อาหาร : สวมหมวก ผาปดปากและจมูก ผากันเปอนพลาสติก รองเทาบูท - หองจัดจาย : สวมหมวก ผาปดปากและจมูกถุงมือ - ผูสงอาหาร (ขณะเสิรฟ) : สวมหมวก ผาปดปากและจมูก 1.2 ตัดเล็บสั้น ไมสวมแหวนและกำไลขอมือทุกประเภท ลางมือและเล็บใหสะอาดดวยสบูกอน สัมผัสอาหาร ภายหลังสัมผัสสิ่งสกปรกและหลังออกจากหองน้ำ 1.3 ไมไอจามรถอาหารกรณีเปนหวัดใหผูกผาปดปากและจมูก 1.4 บุคลากรที่มีอุจจาระรวงมีแผลเปดหรือตุมหนองที่มึงใหละเวนงานปรุงอาหารหากหลีกเลี่ยงไมได ใหสวมถุงมือกอนสัมผัสอาหารและภาชนะ 1.5 ไมสูบบุหรี่และไมพูดคุยขณะปฏิบัติงาน 1.6 ตรวจสุขภาพอยางนอยปละ 1 ครั้ง
128 2. อุปกรณเครื่องมือเครื่องใช 2.1 เครื่องมือ เครื่องใชเปนวัสดุที่มีผิวเรียบทำความสะอาดงาย ไมเปนสนิมและไมมีรอยแตกราว 2.2 เขียงเลือกประเภทวัสดุใหเหมาะสมกับการใชงาน เชน เชียงใหม เลือกใชไมไมทาสีเปนไมเนื้อแข็ง หรือแกนไมเปนแผนเรียบ ไมแตกราวหรือเปนรอง ไมดูดซับน้ำ ทำความสะอาดงาย ไมมีเชื้อรา 2.3 มีดและเขียงแยกประเภทการใชงาน ไมปะปนกันระหวางอาหารสุก เนื้อสัตวผักและผลไม 2.4 ภาชนะใสอาหารตองลางทำความสะอาดโดยทิ้งไวใหแหงกอนนำมาใชเตรียมอาหาร 2.5 โตะที่ใชเตรียมอาหารควรสูงจากพื้นอยางนอย 60 เซนติเมตร เปนวัสดุที่ทำความสะอาดงาย เชน สแตนเลต 2.6 ตูเย็นเก็บอาหารตองทำความสะอาดอยางนอยสัปดาหละ1ครั้งขอบยางไมมีเชื้อราและมีการ ตรวจสอบและจดบันทึกอุณหภูมิของตูเย็นอยางสม่ำเสมอและตอเนื่อง 3. การจัดการสิ่งแวดลอม 3.1 บริเวณพื้นสะอาดและแหง ทอระบายน้ำมีฝาปด 3.2 มีอางลางมือสะอาด 3.3 ที่รองรับสบูสะอาดไมมีน้ำขัง/ภาชนะใสสบูเหลวสะอาดไมมีคราบสกปรก 3.4. ขวดใสน้ำยาทำลายเชื้อสำหรับลางมือ ลางทำความสะอาดและทำใหแหงกอนเปลี่ยนขวด เมื่อหมด 3.5 มีผาเช็ดมือหรือกระดาษใชครั้งเดียว 3.6 มีอางลางอุปกรณเครื่องมือเครื่องใชที่สะอาด 3.7 แผนใยขัดภาชนะหลังใชงานทำความสะอาดและผึ่งใหแหง 3.8 พัดลม เครื่องดูดควัน สะอาดไมมีฝุนเกาะ 3.9 แยกระบบการสัญจรของอาหารดิบและอาหารพรอมบริโภค 4. การเก็บรักษาวัตถุดิบอาหารและน้ำดื่มเครื่องดื่ม 4.1 อาหารแหงและเครื่องดื่มบรรจุในภาชนะที่ปดสนิท มีเครื่องหมายแสดงการไดรับอนุญาตที่ถูกตอง จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เก็บวางไวเปนระเบียบสูงจากพื้นอยางนอย 30 เซนติเมตรและมี ระบบหมุนเวียนการใชอยางมีประสิทธิภาพ 4.2 อาหารสด เชน เนื้อสัตวผักสด ผลไมและอาหารแหง มีคุณภาพดีมีภาชนะปดแยกเก็บเปน สัดสวนไมปะปนกันวางสูงจากพื้นอยางนอย 60 เซนติเมตรหรือเก็บในตูเย็น 4.3 หองเย็นหรือตูเย็นเก็บอาหารมีขนาดที่เพียงพอ จัดแยกประเภทของวัตถุดิบและอาหารเปน สัดสวนเหมาะสมตามประเภทของอาหาร เชน อาหารประเภทเนื้อสัตวแชที่อุณหภูมิ -4 องศาเซลเซียส ผัก อาหารที่ปรุงสุกแลวและผลไมจัดเก็บในอุณหภูมิ 10 - 12 องศาเซลเซียส 5. อุปกรณเครื่องมือเครื่องใช 5.1 เครื่องมือ เครื่องใชเปนวัสดุที่มีผิวเรียบทำความสะอาดงาย ไมเปนสนิมและไมมีรอยแตกราว
129 5.2 เขียงเลือกประเภทวัสดุใหเหมาะสมกับการใชงาน เชน เชียงใหม เลือกใชไมไมทาสีเปนไมเนื้อ แข็งหรือแกนไมเปนแผนเรียบ ไมแตกราวหรือเปนรอง ไมดูดซับน้ำ ทำความสะอาดงาย ไมมีเชื้อรา 5.3 มีดและเขียงแยกประเภทการใชงาน ไมปะปนกันระหวางอาหารสุก เนื้อสัตวผักและผลไม 5.4 ภาชนะใสอาหารตองลางทำความสะอาดโดยทิ้งไวใหแหงกอนนำมาใชเตรียมอาหาร 5.5 โตะที่ใชเตรียมอาหารควรสูงจากพื้นอยางนอย 60 เซนติเมตร เปนวัสดุที่ทำความสะอาดงาย เชน สแตนเลท 5.6 ตูเย็นเก็บอาหารตองทำความสะอาดอยางนอยสัปดาหละ1ครั้งขอบยางไมมีเชื้อราและมีการ ตรวจสอบและจดบันทึกอุณหภูมิของตูเย็นอยางสม่ำเสมอและตอเนื่อง 6. การจัดการสิ่งแวดลอม 6.1 บริเวณพื้นสะอาดและแหง ทอระบายน้ำมีฝาปด 6.2 มีอางลางมือสะอาด 6.3 ที่รองรับสบูสะอาดไมมีน้ำขัง/ภาชนะใสสบูเหลวสะอาดไมมีคราบสกปรก 6.4 ขวดใสน้ำยาทำลายเชื้อสำหรับลางมือ ลางทำความสะอาดและทำใหแหงกอนเปลี่ยนขวด ใสน้ำยา ทุก 14 วันพรอมระบุวันที่เปดใชและวันที่ครบเปลี่ยน 6.5 มีผาเช็ดมือหรือกระดาษใชครั้งเดียว 6.6 มีอางลางอุปกรณเครื่องมือเครื่องใชที่สะอาด 6.7 แผนใยขัดภาชนะหลังใชงานทำความสะอาดและผึ่งใหแหง 6.8 พัดลม เครื่องดูดควัน สะอาดไมมีฝุนเกาะ 6.9 แยกระบบการสัญจรของอาหารดิบและอาหารพรอมบริโภค 7. การเก็บรักษาวัตถุดิบอาหารและน้ำดื่มเครื่องดื่ม 7.1 อาหารแหงและเครื่องดื่มบรรจุในภาชนะที่ปดสนิท มีเครื่องหมายแสดงการไดรับอนุญาตที่ 7.2 ถูกตองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เก็บวางไวเปนระเบียบสูงจากพื้นอยางนอย 30 เซนติเมตรและมีระบบหมุนเวียนการใชอยางมีประสิทธิภาพ 7.3 อาหารสด เชน เนื้อสัตวผักสด ผลไมและอาหารแหง มีคุณภาพดีมีภาชนะปดแยกเก็บเปน สัดสวนไมปะปนกันวางสูงจากพื้นอยางนอย 60 เซนติเมตรหรือเก็บในตูเย็น 7.4 หองเย็นหรือตูเย็นเก็บอาหารมีขนาดที่เพียงพอ จัดแยกประเภทของวัตถุดิบและอาหารเปน สัดสวนเหมาะสมตามประเภทของอาหาร เชน อาหารประเภทเนื้อสัตวแชที่อุณหภูมิ -4 องศาเซลเซียส ผัก อาหารที่ปรุงสุกแลวและผลไมจัดเก็บในอุณหภูมิ 10 - 12 องศาเซลเซียส และมีการตรวจสอบบันทึกอุณหภูมิ ทุกวัน 7.5 อาหารที่ปรุงแลว เก็บในภาชนะที่สะอาดและปดมิดชิด วางสูงจากพื้นอยางนอย 60 เซนติเมตร 7.6 น้ำดื่ม/เครื่องดื่ม เก็บในภาชนะที่สะอาด มีการปกปด 8. การเตรียมและการประกอบอาหาร 8.1 บริเวณที่เตรียม-ปรุงอาหาร สะอาด เปนระเบียบ พื้นทำดวยวัสดุถาวร แข็งเรียบ มีการระบาย
130 อากาศรวมทั้งกลิ่นและควัน โตะเตรียม/ปรุงอาหารควรสูงจากพื้นอยางนอย 60 เซนติเมตร 8.2 ลางอาหารสด วัตถุดิบ ลางผักและผลไมใหสะอาดกอนนำไปประกอบอาหาร 8.3 ประกอบอาหารในอุณหภูมิที่พอเหมาะและในเวลาที่เหมาะสมตามประเภทของอาหาร 8.4 ใสถุงมือหรือใชชอน /ทัพพีสัมผัสกับอาหารที่ปรุงสุกแลวหรืออาหารพรอมใหบริการ 8.5 ชิมอาหารโดยการตักใสถวยแบง และใชชอนหรือสอมชิมอาหารโดยเฉพาะ 8.6 บุคลากรที่ไมเกี่ยวของในการปรุงอาหาร ไมควรเขาไปในบริเวณที่เตรียมหรือประกอบอาหารไม แคะ แกะ เกา ขณะปรุงหรือประกอบอาหาร 8.7 การเก็บรักษาอาหารกอนนำสงและการแจกจาย 1) อาหารที่ปรุงเสร็จแลวใหนำแจกจายทันทีถาไมสามารถทำไดใหเก็บรักษาอาหารที่ปรุง เสร็จแลว ไวในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับอาหารแตละประเภท 2) การลำเลียงอาหารที่ปรุงสำเร็จไปแจกจาย ตองใสภาชนะที่มีการปกปดมิดชิด 9. การเก็บภาชนะภายหลังใชกับผูปวย 9.1 ไมมีความจำเปนตองแยกภาชนะรับประทานอาหารระหวางผูปวยติดเชื้อและผูปวยที่ไมติดเชื้อ ยกเวนโรคติดตอรายแรง เชน โรคซาร ไขหวัดนกและเชื้อดื้อยากรณีพิเศษ ใสถุงมือกอนสัมผัส เก็บหรือเทเศษ อาหารจากภาชนะที่ใชแลว 9.2 เทเศษอาหารทิ้งลงในภาชนะรวมอาหารทิ้งกอนนำสงทำความสะอาด 9.3 ระหวางการขนสงภาชนะและเศษอาหารกลับ ตองใสรถเข็นที่ปดมิดชิดปองกันอุบัติเหตุการพลัด ตกหลนของเศษอาหารและปองกันบุคลากรสัมผัสกับเศษอาหาร 10. การทำความสะอาดภาชนะบรรจุอาหารภายหลังใชงานแลว 10.1 การลางดวยเครื่องควรใชอุณหภูมิมากกวา 80 องศาเซลเซียส 10.2. ภาชนะสำหรับผูปวยโรคติดตอรายแร งเชน โรคซาร ไขหวัดนกและเชื้อดื้อยากรณีพิเศษควรใช ภาชนะชนิดใชครั้งเดียวแลวทิ้งเปนขยะติดเชื้อ 11. การเก็บภาชนะอุปกรณที่ผานการลางใหสะอาดแลว 11.1 สถานที่จัดเก็บ ตองสะอาดไมเปยกชื้น 11.2 กรณีเก็บในตู/ภาชนะบรรจุตองปกปดมิดชิด ปองกันฝุนละอองและสัตวไมพึงประสงค 11.3 เก็บอุปกรณหรือภาชนะที่แหงแลวเทานั้น และใหเหมาะสมกับประเภทของอุปกรณนั้น เชนชอน สอม/ตะเกียบ เก็บในตะกราสูงโปรง โดยใหสวนที่เปนดามจับอยูดานบน
131 แบบตรวจสอบคุณภาพงานโภชนาการ หนวยงาน/หอผูปวย........................................... หัวขอการประเมิน วันที่ตรวจเยี่ยม หมายเหตุ 1.สถานที่ Yes NO N/A 1.มีระบบการปฏิบัติงานแบบ one way / แบงเขตอาหารสด และเขตปรุงอาหารอยางชัดเจน 2.สภาพโดยทั่วไปสะอาด เรียบรอย ไมมีกลิ่นเหม็นอับชื้น ไม มีแมลงวัน 3.มีอางลางมือที่ใชกลไกเปดไมใชแบบกอกหมุน พรอมสบู ลางมือ และผาเช็ดมือสะอาด/กระดาษเช็ดมือสะอาด 4.คัดแยกประเภทขยะไดถูกตอง มีถังรองรับขยะและฝาปด มิดชิด 5.บริเวณทอน้ำทิ้งติดตั้งตะแกรงดักไขมัน 6.บริเวณทอน้ำทิ้งติดตั้งตะแกรงปองกันแมลงกัดแทะได เชน หนู แมลงสาบ 7.มีการกำหนดวัน เวลา เสนทางการจัดการขยะที่ชัดเจน รวม คิดเปนรอยละ
132 2.ระบบการจัดการอาหาร Yes NO N/A 1.วางอาหารจากพื้นสูงอยางนอย 60 เซนติเมตร 2.จัดวางเปนระเบียบไมวางอาหารแนนเกินไป 3.มีการปองกันสิ่งปนเปอนตางๆ เชน บรรจุอาหารในภาชนะ ที่สะอาด มิดชิด 3.มีกระบวนการลางทำความสะอาดวัตถุดิบในการประกอบ อาหารที่ถูกตอง 4.มีตูเย็นเก็บอาหารและผักผลไม สะอาด พรอมใชและมี อุณหภูมิที่เหมาะสม 10 - 12 องศาเซลเซียส 5..ประเภทเนื้อสัตวแชที่อุณหภูมิ -4 องศาเซลเซียส 6.มีมาตรการการผลิตอาหารผสมที่ไดมาตรฐาน สะอาด โดย ผูเชี่ยวชาญ 7.มีมาตรการผลิตอาหารทั่วไปที่สะอาดและไดมาตรฐาน 8.เขียง และมีดตองมีสภาพดี แยกระหวางเนื้อสัตวดิบ และ ผักผลไม 9.ชอน สอม ตะเกียบ วางตั้งเอาดามขึ้น ในภาชนะโปรง สะอาด 3.บุคลากร Yes NO N/A 1.ผูปรุงอาหารมีการใสเสื้อผา ผาคลุมผม และหนากาก อนามัยที่เหมาะสม 2.บุคลากรไดรับการตรวจสุขภาพประจำป และไมเปน โรคติดตอ 3.มีระบบการรายงานเมื่อเจาหนาที่เจ็บปวย โดยเฉพาะ โรคติดตอทางระบบทางเดินอาหาร 4.ผูประกอบอาหารลางมือ 7 ครบถวนขั้นตอน กอน และ หลังสัมผัสอาหาร รวม คิดเปนรอยละ
133 มาตรฐานหองปฏิบัติการจุลชีววิทยา 1.0 คำจำกัดความ การปฏิบัติตอสิ่งสงตรวจ หมายถึง กระบวนการในการเก็บ การรับ การตรวจวิเคราะหและการกำจัดสิ่งสง ตรวจ 2.0 วัตถุประสงค 1. ลดความเสี่ยงตอการติดเชื้อจากสิ่งสงตรวจ 2. ปองกันการแพรกระจายเชื้อจากสิ่งสงตรวจ 3.0 เปาหมาย 1. บุคลากรปฏิบัติ เปนไปในแนวทางเดียวกัน 2. ไมพบการแพรกระจายเชื้อจากการปฏิบัติงาน 4.0 ตัวชี้วัด 1. บุคลากรปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติเพื่อปองกันและควบคุมการติดเชื้อในหองปฏิบัติการ รอยละ 80 2. ไมพบอุบัติการณการแพรกระจายเชื้อของบุคลากรจากการปฏิบัติงาน 5.0 การประเมิน ใชแบบประเมินแนวทางปฏิบัติเพื่อปองกันและควบคุมการติดเชื้อในหองปฏิบัติการ (เอกสารแนบ) 6.0 วิธีปฏิบัติ การปฏิบัติตอสิ่งสงตรวจ 1. หนวยงานที่สง 1.1 สิ่งสงตรวจตองบรรจุในภาชนะที่ปดฝาผนึกแนน 1.2 ปดฝาภาชนะสิ่งสงตรวจใหสนิท บรรจุในถุงพลาสติกถุงละ 1 ตัวอยาง พรอมเย็บติดใบสิ่ง สงตรวจ 1.3 ใสในตะกราหรือภาชนะอื่นๆ ที่ตั้งตรงไดตลอดเวลาของการขนสง 2. หองปฏิบัติการ 2.1 เตรียมอุปกรณ เครื่องมือเครื่องใชในการเก็บสิ่งสงตรวจใหพรอม 2.2 สวมถุงมือชนิดใชครั้งเดียวทุกครั้งที่ปฏิบัติตอสิ่งสงตรวจ 2.3 สวมเครื่องปองกันการติดเชื้ออื่นๆ เชน แวนตา เสื้อกันเปอน และผาปดปากปดจมูก ใน กรณีที่อาจมีการกระเด็นหรือสัมผัสโดยตรงกับสิ่งสงตรวจ 2.4 ใชอุปกรณปองกันตัวที่ใชครั้งเดียวสำหรับสิ่งสงตรวจเชื้อรุนแรง 2.5 ขณะสวมถุงมือปฏิบัติงาน หามสัมผัสกับวัสดุอุปกรณอื่น นอกเหนือจากที่เกี่ยวของกับ การเก็บสิ่งสงตรวจ 2.6 เปลี่ยนถุงมือทุกครั้งเมื่อถุงมือเปอนสิ่งสงตรวจ
134 2.7 ตรวจดูภาชนะบรรจุสิ่งสงตรวจวาไมมีการรั่วหรือแตก มีฝาปดสนิท ไมหก หรือเปอนผิว นอกของภาชนะกอนตรวจ 2.8 ถาพบวามีขอบกพรองในขอ 2.7 ใหแจงผูเกี่ยวของและตรวจสอบวามีผูใดสัมผัสกับสิ่งสง ตรวจหรือไม 2.9 ถาพบวามีขอบกพรองในขอ 2.7 ใหเก็บสิ่งสงตรวจใหม กรณีที่เก็บใหมไมไดและภาชนะ ภายนอกเปอนสิ่งสงตรวจ ใหทำความสะอาดดวยน้ำยาทำลายเชื้อทันที เชน เช็ดดวย 70% Alcohol 2.10 เปด ปดภาชนะบรรจุสิ่งสงตรวจดวยความระมัดระวังอยาใหหกหรือกระเด็น 2.11 การปฏิบัติงานตอสิ่งสงตรวจอาจเกิดการฟุงกระจายหรือเสี่ยงตอการแพรกระจายเชื้อ เขาสูทางเดินหายใจ ตองทำใน Biohazard safety cabinet เสมอ ในโรงพยาบาลที่ไมมีตูนิรภัย กอนยอมสี เสมหะใหแช slide เสมหะใน 95% Alcohol 2.12 หามใช mouth pipette ใหใช mechanical pipette แทน 2.13 ทำความสะอาดพื้นโตะทำงานและ safety cabinet หลังเสร็จสิ้นงานในแตละวัน โดย ฆาเชื้อดวยน้ำยาที่เหมาะสม เชน 70% Alcohol 2.14 เมื่อถุงมือเปอนตัวอยางสิ่งสงตรวจ หรือถุงมือขาดตองถอดถุงมือออก ลางมือใหสะอาด แลวเปลี่ยนถุงมือใหม 2.15 ถอดเสื้อคลุม ถุงมือและลางมือ (hygienic handwashing) ทุกครั้งกอนออกจาก หองปฏิบัติการ หรือเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติ การปฏิบัติเมื่อมีสิ่งสงตรวจหกราด 1. กรณีสิ่งสงตรวจที่อาจมีเชื้อโรคแตไมรายแรง 1.1 สวมถุงมือเคลื่อนยายเรื่องมือเครื่องใชและสิ่งของที่อยูรอบๆ ที่ไมปนเปอนออก 1.2 เก็บหรือใชปากคีบหยิบหรือคีบหรือเช็ดสิ่งที่หกราดนั้นออก แลวทิ้งลงในถุงมูลฝอยติดเชื้อ 1.3 เช็ดถูตามปกติ 2. กรณีสิ่งสงตรวจหรือตัวอยางที่มีเชื้อโรคอันตราย 2.1 กลั้นหายใจและรีบออกจากหองปฏิบัติการพรอมทั้งปดประตู 2.2 แจงใหผูที่อยูบริเวณใกลเคียงทราบเพื่อใหระวัง 2.3 ถาสิ่งที่มีเชื้อโรคหกราดเครื่องปองกันรางกาย ใหรีบถอดออกและกำจัดแบบมูลฝอย ติดเชื้อ 2.4 ลางผิวหนังที่เปอนดวยน้ำสบู หรือสบูผสมน้ำยาทำลายเชื้อโดยเร็วที่สุด 2.5 แจงหนวยงานที่รับผิดชอบดานความปลอดภัยของหองปฏิบัติการใหทราบ เพื่อจัดการ ตอไป 2.6 ผูที่มีหนาที่จัดการกับอุบัติเหตุตองสวมหมวก เสื้อคลุมแขนยาว ผาปดปาก-ปดจมูก ถุงมือ และรองเทาหุมขอ กอนเขาดำเนินการ
135 2.7 ถามี biosafety cabinet ในหองนั้น ใหเปดเครื่องดูดอากาศเพื่อลดปริมาณเชื้อโรคที่อยู ในอากาศ 2.8 เช็ดบริเวณที่มีของหกใหทั่วดวยกระดาษหรือผาใชแลวทิ้งในมูลฝอยติดเชื้อ จากนั้นเช็ดถู ตามปกติ 2.9 เมื่อปฏิบัติงานเสร็จใหถอดเครื่องปองกันรางกายออกแลวกำจัดแบบมูลฝอยติดเชื้อ 3. สิ่งสงตรวจหกใน biosafety cabinet 3.1 เปดเครื่องดูดอากาศ เพื่อลดจำนวนเชื้อในตูและที่อาจเล็ดลอดออกนอกตู 3.2 สวมหมวก เสื้อคลุมแขนยาว ผาปดปาก-ปดจมูก และถุงมือ 3.3 ราดบริเวณนั้นดวยน้ำยา 0.5% Sodium hypochlorite หรือ 2% Lysol (หามใชน้ำยา ที่ติดไฟได เชน 70% Alcohol เพราะอาจจะมีประกายไฟในเครื่อง ทำใหเกิดไฟไหม) ทิ้งไวนาน 30 นาทีแลว เช็ดถูตามปกติ 3.4 เช็ดพื้น ผนัง เพดานของตูใหทั่วดวยน้ำยาทำลายเชื้อ (ตามขอ 3.3) 3.5 เมื่อเสร็จงานใหถอดเครื่องปองกันรางกายและกำจัดแบบมูลฝอยติดเชื้อ การปฏิบัติตอบุคลากรหลังการสัมผัสเชื้อหรือเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน พบแพทยเพื่อขอรับ 1 การรักษาถาคาดวานาจะติดเชื้อ 2 คำแนะนำการปองกันและปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานหลังเกิดอุบัติเหตุ การกำจัดสิ่งสงตรวจหลังการตรวจวิเคราะหแลว 1 การกำจัดสิ่งสงตรวจหลังปฏิบัติงานใหแยกประเภทของขยะใหถูกตอง ขยะติดเชื้อและขยะ ไมติดเชื้อตามระเบียบการกำจัดขยะในโรงพยาบาล 2 ภาชนะที่มีเชื้อปนเปอนและตองการนำกลับมาใชใหม ใหใสอุปกรณปองกันเขาสู กระบวนการลางตามปกติ 7.0 เอกสารอางอิง สมหวัง ดานชัยวิจิตร (2549). วิธีปฏิบัติเพื่อปองกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล พิมพครั้งที่ 2. นนทบุรี: สำนักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณาสุข. 8.0 เอกสารแนบ แบบประเมิน และแบบนิเทศวิธีปฏิบัติตามแนวทางเพื่อปองกันและควบคุมการติดเชื้อในหองปฏิบัติการ
136
137
138
139 หองสองกลอง ขั้นตอนการทําความสะอาดกล้องส่องอวัยวะภายใน กล้องหลังการใช้กับผู้ป่ วย ผ่านนํ้าก๊อกและflush ด้วยนํ้ายาเอนไซน์ ทดสอบการรั่วของระบบ ขัดล้างใต้นํ้าด้วยนํ้ายาเอ็นไซน์ การทําให้แห้ง สังเกตด้วยสายตา แช่ด้วยนํ้ายา High-level 5 นาทีหรือตามคําแนะนําของบริษัท ทําให้แห้ง จัดเก็บตามมาตรฐาน ล้างให้สะอาดด้วย sterile water ชํารุด ส่งซ่อมบริษัท y N ส่งซ่อมบริษัท ดี N Y หมายเหตุ ผลิตภัณฑ์ที่มีใช้ใน รพ.สรรพสิทธิ์ 1.เอ็นไซน์ ได้แก่ DD1, 3M 2.High-level ได้แก่ Cidex, Para safe การแบงโซนใชหลักการเดียวกันกับหองลาง สายเครื่องชวยหายใจ งานปองกันและควบคุมการติดเชื้อ
140 การจัดการมูลฝอย ประเภทมูลฝอยในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค อุบลราชธานี แบงเปน 4 ประเภท 1. มูลฝอยรีไซเคิล 2. มูลฝอยทั่วไป 3. มูลฝอยติดเชื้อ 4. มูลฝอยอันตราย คำนิยามศัพท 1. มูลฝอยรีไซเคิล หมายถึง มูลฝอยที่สามารถนำกลับมาใชใหมได หรือที่นำไปจำหนายได เชน กระดาษ ถุงพลาสติก บรรจุภัณฑพลาสติกและโลหะ (กระปองน้ำอัดลม กระปองนม บรรจุภัณฑอุปกรณทางการแพทย) ชุดสายใหสารน้ำและตัดสวนที่มีคมออกแลว 2. มูลฝอยทั่วไป หมายถึง เปนมูลฝอยที่ไมมีการสัมผัสเชื้อโรค ซึ่งไมตองมีการจัดการพิเศษ ไดแกพวกแกว เศษกระดาษ โลหะ พลาสติก เศษผา ปลอกเข็ม ถุงพลาสติกหอถุงน้ำเกลือ ซอง IV set กระดาษหอกระบอก ฉีดยา กระดาษหอเข็ม ผากอซ ท็อป สำลี ไมพันสำลีที่ไมเปอนเลือด หรือไมเปอนหนองหรือไมเปอนสิ่งคัดหลั่ง เศษอาหาร ผัก ผลไม ถุงพลาสติกบรรจุอาหาร กลองนม กลองโฟมที่เทเศษอาหารที่ทิ้งแลว ถุงมือ disposable ที่ไมเปอนเลือด หรือสารคัดหลั่ง เฝอกที่ไมเปอนสิ่งคัดหลั่ง มูลฝอยในหองน้ำ 3. มูลฝอยติดเชื้อ (infectious waste) กฎกระทรวงวาดวยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 กำหนด วา “มูลฝอยติดเชื้อ” หมายความวา มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยูในปริมาณหรือมีความ เขมขนซึ่งถามีการ สัมผัสหรือใกลชิดกับมูลฝอยนั้นแลวสามารถทำใหเกิดโรคได กรณีมูลฝอยดังตอไปนี้ที่เกิดขึ้นหรือใชในกระบวนการตรวจวินิจฉัยทางการแพทยและการ รักษาพยาบาล การใหภูมิคุมกันโรคและการทดลองเกี่ยวกับโรค และการตรวจชันสูตรศพหรือซากสัตวรวมทั้ง ในการศึกษาวิจัยเรื่องดังกลาว ใหถือวาเปนมูลฝอยติดเชื้อ (๑) ซากหรือชิ้นสวนของมนุษยหรือสัตวที่เปนผลมาจากการผาตัด การตรวจชันสูตรศพหรือ ซากสัตวและการใชสัตวทดลอง (๒) วัสดุของมีคม เชน เข็ม ใบมีด กระบอกฉีดยา หลอดแกว ภาชนะที่ทำดวยแกว สไลดและ แผนกระจกปดสไลด (๓) วัสดุซึ่งสัมผัสหรือสงสัยวาจะสัมผัสกับเลือด สวนประกอบของเลือด ผลิตภัณฑที่ไดจาก เลือด สารน้ำจากรางกายของมนุษยหรือสัตวหรือวัคซีนที่ทำจากเชื้อโรคที่มีชีวิต เชน สำลีผากอซ ผา ตางๆ และทอยาง (๔) มูลฝอยทุกชนิดที่มาจากหองรักษาผูปวยติดเชื้อรายแรง มูลฝอยติดเชื้อในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค ก. ผากอซ ทอบ สำลี ไมพันสำลี สายยางออกจากผูปวยชิ้นเนื้อหรือชิ้นสวนของรางกาย รก ถุงมือ disposable กระบอกฉีดยา Plastic ที่ใชเจาะเลือด สาย blood line (สายนำเลือดจากการฟอกเลือด) ตัว
141 กรอง slide & cover slide ชุดใหเลือด pampers ผาอนามัยในผูปวยหลังคลอด เข็มและใบมีด Hct tube, Cath lion, lancet เฝอกที่เปอนเลือด สิ่งคัดหลั่ง ข. เชื้อ อาหารเลี้ยงเชื้อ วัคซีนที่ทำจากเชื้อโรคที่มีชีวิต รวมทั้งภาชนะที่บรรจุวัคซีนนั้นๆ ค. ภาชนะบรรจุสิ่งคัดหลั่งตางๆ ไดแก ภาชนะที่ใสปสสาวะ ใสเสมหะ ถุงเลือด ง. ภาชะบรรจุสิ่งสงตรวจ ไดแก ขวดบรรจุเสมหะ และขวดเลือด จ. อุปกรณเครื่องใชในการตรวจทางหองปฏิบัติการ ไดแก slide, tip, strip ตรวจปสสาวะ strip และ plate ที่ใชตรวจ infectious marker ฉ. วัสดุอื่นๆ ที่เกี่ยวของกับทางหองปฏิบัติการ ไดแก ไมเขี่ยเลือด ไมจิ้มฟน ไม swab ปายเชื้อ แบคทีเรีย หลอดกาแฟที่ใชดูดเลือดและชุดเจาะ SDP ผูบริจาคเลือดที่ใชแลว 4. มูลฝอยอันตราย หมายถึง มูลฝอยที่มีสวนประกอบที่อาจทำใหเกิดอันตรายทั้งดานปริมาณความ เขมขน คุณสมบัติทางเคมี และคุณสมบัติทางกายภาพ หรือเปนมูลฝอยที่มีสวนประกอบหรือปนเปอนดวย สารเคมีที่เปนอันตรายตอสุขภาพและสิ่งแวดลอม ไดแก - หลอดไฟฟา ถานไฟฉายที่หมดอายุ เทอรโมมิเตอรแตก แบตเตอรี่ - ยาหมดอายุ สารเคมีที่ทิ้งแลว สารเคมีที่อยูในรูปของเหลว ของแข็ง ที่ตองทิ้งไปจากกระบวนการที่ ตรวจวินิจฉัย และการทดลอง อันกอใหเกิดพิษตอพันธุกรรม หรือเปนสารกอมะเร็ง ไดแก ยารักษา มะเร็ง อุปกรณที่ใชในการฉีดยารักษามะเร็ง เชน syringe ขวดยาบรรจุเคมีบำบัด - ขวดบรรจุวัคซีนที่มีชีวิต - น้ำยาเคมีตางๆ ภาชนะที่มีแรงดัน เชน กระปองสเปรย ยาฆาแมลง - มูลฝอยกัมมันตรังสีหรือกากกัมมันตรังสี 1. กากแหง ไดแก Tc – 99m Generator, Syringe ที่ใชแลวทิ้งในถังตะกั่วที่ทำขึ้นพิเศษ 2. กากที่เปนของเหลว ๆไดแก Tc o4 - ,I131 solution โดยทำใหเจือจางแลวยกเก็บในบอทิ้งที่ได มาตรฐาน
142 แนวทางการแยกมูลฝอย ณ จุดกำเนิด มูลฝอยทั่วไป มูลฝอยอันตราย มูลฝอยรีไซเคิล มูลฝอยติดเชื้อ ถุงดำ ไมจำกัดถัง/ถุง ตะกราพลาสติก ของเหลว ของมีคม มูลฝอยติดเชื้อทั่วไป เทลงสูระบบบำบัดน้ำเสีย กระปอง พลาสติก ถุงสีแดง มีฝาปดมิดชิด การจัดการมูลฝอยบางประเภท - ถุงมือจากหนวยจายกลางทุกประเภท รองถุงสีแดง นำสงหนวยจายกลางพรอมการใหบริการเชิงรุก (จายกลางจะลางทั้งหมด คัดเลือกแยกสวนที่ชำรุด เปนมูลฝอย recycle นำสงบริษัทวงษพาณิชย) สำหรับ ถุงมือ disposable ใหถือวาเปนมูลฝอยติดเชื้อทั้งหมด - Syringe เจาะเลือด ถือเปนมูลฝอยติดเชื้อ ทิ้งในภาชนะที่รองดวยถุงสีแดง สวน Syringe ที่ไมเปอน เลือดและสิ่งคัดหลั่ง ใหนำสงศูนยเครื่องมือแพทยและเครื่องชวยหายใจ เวลา 14.00 – 15.00 น. เพื่อลาง และเปนมูลฝอย recycle นำสงบริษัทวงษพาณิชย - สายน้ำเกลือ ที่ไมสัมผัสเลือด และสิ่งคัดหลั่ง ถือเปนมูลฝอย recycle นำสงนำสงศูนยเครื่องมือแพทย และเครื่องชวยหายใจ เวลา 14.00 – 15.00 น. เปนมูลฝอย recycle นำสงบริษัทวงษพาณิชย - อุปกรณปองกันทุกชนิด หากไมสัมผัสเลือด และสิ่งคัดหลั่ง ของผูปวยถือเปนมูลฝอยทั่วไป - ยารักษามะเร็ง อุปกรณที่ใชในการฉีดยารักษามะเร็ง เชน syringe ขวดยาบรรจุเคมีบำบัด บรรจุใสถุงสี มวง เพื่อสงเปนมูลฝอยติดเชื้อเพื่อกำจัดโดยการเผา - ขวดยาตานจุลชีพทุกชนิด / ถานไฟฉายที่ใชแลว / กระปองสเปรย สงที่ถังบริเวณที่รวบรวมมูลฝอย เพื่อนำสงเทศบาลเมือง การกำจัดมูลฝอย - มูลฝอยรีไซเคิล จำหนายเปนรายได มูลฝอยในหน่วยงาน
143 - มูลฝอยทั่วไป / มูลฝอยอันตราย เทศบาลมารับดำเนินการ - ,มูลฝอยติดเชื้อ • สวนที่เปนของเหลว เชน เลือด น้ำหนอง น้ำยอยจากกระเพาะอาหาร เทลงใน Septic tank หรือชักโครก แลวราดน้ำตาม • สวนที่ไมใชของเหลว เชน สำลี พันแผล ฯลฯ เผาโดยผูดำเนินการภายนอก - มูลฝอยอันตราย • ยาเคมีบำบัด และภาชนะบรรจุยารักษามะเร็ง เผาโดยผูดำเนินการภายนอก • หลอดไฟฟา ถานไฟฉายที่หมดอายุ เทอรโมมิเตอรแตก ยาหมดอายุ สารเคมีที่ทิ้งแลว แบตเตอรี่ น้ำยาเคมีตางๆ ดำเนินการโดยเทศบาล • ภาชนะที่มีแรงดัน เชน ยาฆาแมลง กระปองสเปรยดำเนินการโดยเทศบาล • ปรอทที่แตก ใหใชไมกวาดกวาดเศษปรอทแลวนำใสกระปองหรือขวดปดฝาใหมิดชิด ดำเนินการโดยเทศบาล • มูลฝอยกัมมันตรังสีหรือกากกัมมันตรังสี • กากแหง ไดแก Tc – 99m Generator, Syringe ที่ใชแลวทิ้งในถังตะกั่วที่ทำขึ้น พิเศษ • กากที่เปนของเหลว ไดแก Tc – O4 , I121 solution โดยทำใหเจือจางแลวแยก เก็บในบอทั้งที่ไดมาตรฐาน เวลารับสงมูลฝอย มูลฝอยทั่วไป นำสงที่จุดรับมูลฝอย 2 เวลา เชา 7.00 – 8.30 น. บาย 14.00 – 15.30 น. มูลฝอยติดเชื้อ งานอาชีวเวชกรรม รับที่หนวยงาน เวลา เชา 7.00 – 8.30 น. และบาย 14.00 – 15.30 น.
144 มาตรฐานหองสุขติ 1.0 คำจำกัดความ การปองกันการติดเชื้อจากศพ หมายถึงการปฏิบัติเพื่อปองกันมิใหเชื้อจุลชีพจากศพผูปวยที่มีการติด เชื้อหรือผูที่มีเชื้ออยูแตไมปรากฏอาการ ( Carrier หรือ colonized) แพรไปสูผูปวยอื่น สูบุคลากร หรือญาติ ผูปวย ซึ่งการแพรกระจายเชื้อสวนใหญจะแพรกระจายผานสิ่งคัดหลั่งและการสัมผัส 2.0 วัตถุประสงค 1. เพื่อปองกันการติดเชื้อจากศพ 2. เพื่อใหบุคลากรปฏิบัติการปองกันการติดเชื้อจากศพไดถูกตอง 3.0 เปาหมาย เพื่อเปนแนวปฏิบัติสำหรับพยาบาล หองสุขติ และบุคลากรที่เกี่ยวของในการจัดการศพ 4.0 ตัวชี้วัด 1. บุคลากรปฏิบัติการปองกันการแพรกระจายเชื้อไดถูกตองมากกวา 80 % 2. อุบัติการณการติดเชื้อจากศพของบุคลากร ผูปวยอื่น และญาติ = 0 5.0 การประเมิน สุมประเมินตามเหตุการณ โดยใชแบบประเมินตามเอกสารแนบ 6.0 วิธีปฏิบัติ การป้องกันการติดเชื้อจากศพ การทําความสะอาด การเคลื่อนย้าย การชันสูตร การปฏิบัติกรณีที่ผู้ป่ วยเสียชีวิตด้วยโรคติดต่อร้ายแรง