The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dream_worry, 2021-12-02 05:56:06

คู่มือการจัดการหน่วยงานทันตกรรมเบื้องต้น สำหรับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชน

คู่มือ

Keywords: ทันตกรรม

คู่มือ

กำรจดั กำรหน่วยงำน
ทันตกรรมเบือ้ งต้น
สำหรับผู้บริหำร
โรงพยำบำลเอกชน

คู่มือนเี้ ป็ นส่วนหนงึ่ ของกำรศึกษำตำมปริญญำศึกษำ
หลกั สูตรสำธำรณสุขศำสตรมหำบัณฑิต

กลุ่มวิชำบริหำรโรงพยำบำล มหำวทิ ยำลยั สุโขทัยธรรมธิรำช พ.ศ.2564

จดั ทำโดย: นำงสำวกรอุมำ ตรีกลุ ธนำโชติ





คำนำ

การจดั ทาคู่มือการจดั การหน่วยงานทนั ตกรรม สาหรับผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชน มีวตั ถุประสงค์
เพ่ือใหผ้ บู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชนมีความรู้ ความเขา้ ใจในบริบทของหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ และสามารถ
นาไปใชใ้ นการวางแผนงาน การจดั การองคก์ ร การบงั คบั บญั ชาสัง่ การ การประสานงานและการควบคุม
หน่วยงานทนั ตกรรมใหเ้ กิดประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่ต้งั ไว้

เนื่องจากผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญจ่ ะเป็นแพทย์ พยาบาลหรือนกั บริหาร ซ่ึงเมื่อตอ้ งมี
หนา้ ท่ีเขา้ มาดูแลรับผดิ ชอบหน่วยงานทนั ตกรรม มกั เกิดปัญหาเรื่องความไม่เขา้ ใจในบทบาท หนา้ ท่ี
ความรับผดิ ชอบของหน่วยงานและทีมบคุ ลากร อนั ไดแ้ ก่ ทนั ตแพทยท์ ว่ั ไป ทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทาง เจา้ หนา้ ท่ี
เคาน์เตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับและผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ ขาดแนวทางการจดั ตารางเวรทนั ตแพทย์ เจา้ หนา้ ที่
เคาน์เตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับและผชู้ ่วยทนั ตแพทยไ์ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมและขาดขอ้ มูลเก่ียวกบั เคร่ืองมือ วสั ดุ
อุปกรณ์ต่างๆที่ใชใ้ นการรักษาทางทนั ตกรรม

ดงั น้นั ผจู้ ดั ทา จึงหวงั เป็นอย่างยง่ิ วา่ คมู่ ือการจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ สาหรับผบู้ ริหาร
โรงพยาบาลเอกชนเล่มน้ี จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็นอ้ ยสาหรับผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชน

กรอมุ า ตรีกลุ ธนาโชติ
ผจู้ ดั ทาคู่มือ

พฤศจิกายน 2564



สำรบญั

คานา หนา้
สารบญั
สารบญั ตาราง ก
สารบญั ภาพ ข
บทท่ี 1 บทนา ง
บทที่ 2 แนวคดิ การจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ โรงพยาบาลเอกชน จ
1
1 เคร่ืองมือชุดคาถาม 5W1H 3
2 แนวคดิ การจดั การของเฮนรี่ ฟาโยล 3
3 แนวคิดการจดั การในสภาวการณ์วกิ ฤต 5
บทที่ 3 การจดั การงานบริการของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน 10
1 คาต่างๆที่เก่ียวขอ้ งกบั หน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน 14
2 การกาหนดวสิ ัยทศั น์ พนั ธกิจและเป้าหมายของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน 14
3 ประเภทของงานบริการทางทนั ตกรรรมโรงพยาบาลเอกชน 15
4 กรณีตวั อยา่ ง การจดั การงานบริการของศนู ยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงใน 16
จงั หวดั สงขลา 20
บทที่ 4 การจดั การบุคลากรของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน
1 แนวคิดการจดั การทรัพยากรมนุษย์ 22
2 ประเภทของบคุ ลากรและการจดั การ 23
บทที่ 5 การจดั การผรู้ ับบริการในหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน 27
1 ความหมายและความตอ้ งการของผรู้ ับบริการ 46
2 สิทธิของผรู้ ับบริการ 46
3 ประเภทสิทธิของผรู้ ับบริการในหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน 47
48



สำรบญั (ต่อ)

หนา้

4 กรณีตวั อยา่ ง สิทธิของผรู้ ับบริการในศูนยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงใน 51

จงั หวดั สงขลา

บทท่ี 6 การจดั การเคร่ืองมือ เครื่องใช้ สาหรับหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน 55

1 เครื่องมือ เคร่ืองใช้ สาหรับหน่วยงานทนั ตกรรมตามพระราชบญั ญตั ิสถานพยาบาล พ.ศ.2541 55

2 กรณีตวั อยา่ ง การจดั การเครื่องมือ เครื่องใช้ ของศนู ยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงใน 58

จงั หวดั สงขลา

บรรณานุกรม 59

ภาคผนวก 65



สำรบญั ตำรำง

หนา้

ตารางท่ี 2.1 การจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมสาหรับผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน 9

ตารางที่ 3.1 การจดั การงานบริการของศูนยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึง ในจงั หวดั สงขลา 20

ตารางที่ 4.1 หนา้ ที่และความรับผดิ ชอบของทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทาง (Specialist) 30

ตารางท่ี 4.2 ผลสารวจทนั ตแพทยข์ องศูนยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลา 34

ตารางที่ 4.3 ตารางเวรทนั ตแพทย์ เดือนสิงหาคม 2564 ของศูนยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึง 37

ในจงั หวดั สงขลา

ตารางที่ 4.4 ตารางการสารวจความตอ้ งการของทนั ตแพทย์ 42

ตารางท่ี 4.5 ตารางการสารวจความตอ้ งของผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ 42

ตารางท่ี 4.6 ตารางสรุปความตอ้ งการระหวา่ งทนั ตแพทยก์ บั ผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ 43

ตารางที่ 4.7 ตารางเวรปฏิบตั ิงานของผชู้ ่วยทนั ตแพทยแ์ ละเคาน์เตอร์ศูนยท์ นั ตกรรมของโรงพยาบาลเอกชน 45

แห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลา ประจาเดือนกนั ยายน 2564

ตารางท่ี 5.1 ประเภทสิทธิ ความหมายและการจดั การผรู้ ับบริการสิทธิ General ของ ศูนยท์ นั ตกรรม 52

โรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลา

สำรบญั ภำพ จ

ภาพที่ 2.1 เฮนรี่ ฟาโยล หนา้
ภาพท่ี 3.1 อุดฟัน
ภาพท่ี 3.2 ขดู หินปนู 5
ภาพที่ 3.3 ฟันผทุ ะลุโพรงประสาทฟันและมีหนองท่ีปลายรากฟัน 16
ภาพที่ 3.4 ฟันคุด 16
ภาพที่ 3.5 งานทนั ตกรรมประดิษฐ์ 16
ภาพที่ 3.6 รากเทียม 17
ภาพที่ 3.7 การฟอกฟันขาว 17
ภาพท่ี 3.8 การเคลือบฟันเทียมดว้ ยเซรามิกสีเดียวกบั ฟัน 17
ภาพท่ี 3.9 ขอ้ ต่อขากรรไกร 18
ภาพท่ี 4.1 โครงสร้างทีมบริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน 18
ภาพท่ี 6.1 ยนู ิตทาฟัน เกา้ อ้ีทนั ตแพทยแ์ ละเกา้ อ้ีผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ 18
ภาพที่ 6.2 เคร่ืองเอกซเรยฟ์ ัน 22
ภาพที่ 6.3 หมอ้ น่ึงความดนั 55
ภาพท่ี 6.4 หอ้ งเกบ็ เคร่ืองมือ เครื่องใช้ ที่มีการควบคมุ อณุ หภมู ิและความช้ืน 56
56
57

1

บทท่ี 1

บทนำ

ปัจจุบนั โรงพยาบาลเอกชนเกือบทกุ แห่งจะมีหน่วยงานทนั ตกรรม โดยหน่วยงานทนั ตกรรมมีบทบาท
หนา้ ที่สาคญั ในการป้องกนั รักษา ส่งเสริมและฟ้ื นฟสู ุขภาพฟัน ขากรรไกรและโรคภายในช่องปาก ซ่ึงระบบ
การทางานส่วนใหญ่มกั มีความเป็นเอกเทศในการใหบ้ ริการและรักษา ยกเวน้ ในกรณีที่ผปู้ ่ วยหรือผรู้ ับบริการมี
โรคประจาตวั ที่ตอ้ งขอคาปรึกษากบั แพทย์ หรือในกรณีมาโรงพยาบาลดว้ ยอุบตั ิเหตุและตอ้ งทาการรักษาหลาย
ส่วนในร่างกาย ดงั น้นั หน่วยงานทนั ตกรรมจึงถือเป็นหน่วยงานหน่ึงในทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาล

ความคาดหวงั ของโรงพยาบาลเอกชนต่อหน่วยงานทนั ตกรรม คือ ผลกาไรจากการสร้างรายได้ ซ่ึงการที่
จะไดม้ าซ่ึงผลกาไรน้นั หน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนจาเป็นตอ้ งมีผบู้ ริหารที่มีความสามารถท้งั ใน
เรื่องการวางแผนงาน การจดั การองคก์ ร การบงั คบั บญั ชาสงั่ การ การประสานงานและการควบคุมงาน เพื่อที่จะ
ขบั เคล่ือน พฒั นาและเตรียมความพร้อมในการเปิ ดใหบ้ ริการดา้ นทนั ตกรรมท่ีครบวงจรตามมาตรฐานวิชาชีพ
พร้อมดว้ ยทีมทนั ตแพทยผ์ ูเ้ ช่ียวชาญทวั่ ไปและเฉพาะทางท่ีทางานร่วมกนั เป็นทีม มีหอ้ งตรวจ เคร่ืองมือ อปุ กรณ์
ทางการแพทยท์ ี่ครบถว้ น ทนั สมยั สะอาดปราศจากเช้ือและไดม้ าตรฐาน สร้างความพงึ พอใจประทบั ใจใหแ้ ก่
ผปู้ ่ วยหรือผรู้ ับบริการ

โดยพบวา่ ทีมผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่จะเป็นแพทย์ พยาบาลหรือนกั บริหารและเม่ือตอ้ งมี
หนา้ ท่ีเขา้ มาดูแลรับผดิ ชอบหน่วยงานทนั ตกรรม มกั มีปัญหาในเร่ืองความไมเ่ ขา้ ใจในบทบาท หนา้ ท่ี
ความรับผดิ ชอบของหน่วยงานและทีมบคุ ลากร อนั ไดแ้ ก่ ทนั ตแพทยท์ วั่ ไป ทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทาง เจา้ หนา้ ที่
เคาน์เตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับและผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ ขาดแนวทางการจดั ตารางเวรทนั ตแพทย์ เจา้ หนา้ ท่ี
เคานเ์ ตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับและผชู้ ่วยทนั ตแพทยไ์ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมและขาดขอ้ มูลเกี่ยวกบั เครื่องมือ วสั ดุ
อปุ กรณ์ต่างๆที่ใชใ้ นการรักษาทางทนั ตกรรม

ดงั น้นั จากปัญหาของผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชนท่ีกลา่ วมา ผจู้ ดั ทาในฐานะทนั ตแพทยโ์ รงพยาบาล
เอกชน จึงมีจุดประสงคท์ ่ีจะจดั ทาคู่มือการจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ สาหรับผบู้ ริหารโรงพยาบาล

2

เอกชนข้ึน โดยนาแนวคิดและทฤษฎีที่เก่ียวขอ้ งกบั การจดั การ ไดแ้ ก่ เคร่ืองมือชุดคาถาม 5W1H แนวคดิ
การจดั การของเฮนรี่ ฟาโยล (1916) แนวคิดการจดั การในสภาวการณ์วิกฤตและแนวคิดการจดั การทรัพยากร
มนุษย์ มาประยกุ ตใ์ ชเ้ พ่ือวางแนวทางในการจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนต้งั แตก่ ารวางแผน
การจดั การองคก์ ร การบงั คบั บญั ชาสั่งการ การประสานงานและการควบคมุ งาน ซ่ึงครอบคลมุ องคป์ ระกอบท่ี
สาคญั ของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน คือ งานที่เปิ ดใหบ้ ริการ บุคลากรในหน่วยงาน ผรู้ ับบริการ
เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ ของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน

วัตถุประสงค์ของคู่มือ

เพื่อใหผ้ บู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชน มีความรู้ ความเขา้ ใจ ในบริบทและแนวทางการจดั การหน่วยงาน
ทนั ตกรรมเบ้ืองตน้

กลุ่มเป้ำหมำยทีจ่ ะใช้คู่มือ

ผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชนที่มีส่วนเก่ียวขอ้ งกบั หน่วยงานทนั ตกรรม

3

บทท่ี 2

แนวคดิ กำรจดั กำรหน่วยงำนทนั ตกรรมเบือ้ งต้นโรงพยำบำลเอกชน

การจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ โรงพยาบาลเอกชน คอื การวางแผนงาน การจดั การองคก์ ร
การบงั คบั บญั ชาสั่งการ การประสานงานและการควบคมุ งานทางทนั ตกรรมใหส้ าเร็จตามวตั ถุประสงคท์ ่ีต้งั ไว้

โดยผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชนที่ไดร้ ับมอบหมายให้จดั การหน่วยงานทนั ตกรรมมีความจาเป็นท่ีตอ้ ง
เขา้ ใจแนวคิดและทฤษฎีท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ ซ่ึงแนวคิดและทฤษฎีท่ีมี
ความเหมาะสมในการนามาประยกุ ตใ์ ช้ ไดแ้ ก่ เคร่ืองมือชุดคาถาม 5W1H และแนวคิดการจดั การของ
เฮนรี่ ฟาโยล ดงั น้ี

1 เครื่องมือชุดคำถำม 5W1H

การจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ เริ่มตน้ จากการใชเ้ ครื่องมือชุดคาถาม 5W1H ในการช่วย
วเิ คราะหป์ ระเมินสถานการณ์ เพอ่ื สร้างแนวทางในการจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ ของโรงพยาบาล
เอกชน โดยเคร่ืองมือชุดคาถามน้ีประกอบไปดว้ ย (Galiana, 2021)

1.1 Why (ทำไม): เปิ ดให้บริกำรหน่วยงำนทันตกรรมในโรงพยำบำลเอกชนทำไม
เป็นคาถามเพอ่ื วิเคราะหห์ าเป้าหมายในการเปิ ดใหบ้ ริการทางทนั ตกรรมของหน่วยงาน

ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแตล่ ะแห่ง เช่น โรงพยาบาลเอกชนตอ้ งการใหม้ ีการบริการทางการแพทย์
ท่ีครบวงจรในทกุ สาขา ซ่ึงหน่วยงานทนั ตกรรม คือ สาขาหน่ึงท่ีควรมีใหบ้ ริการ โดยที่หน่วยงาน
ทนั ตกรรม อาจกาหนดเป้าหมายต่ออีกวา่ จะพฒั นาเป็นหน่วยงานทนั ตกรรมเฉพาะทางที่ครบวงจรหรือ
เป็นหน่วยงานทนั ตกรรมเฉพาะทางที่มีความโดดเด่นสาขาใดสาขาหน่ึง เป็นตน้

1.2 What (อะไร): งำนทันตกรรมอะไรบ้ำงทีเ่ ปิ ดให้บริกำร
เป็นคาถามเพอ่ื วิเคราะหห์ าประเภทงานบริการทางทนั ตกรรมที่หน่วยงานทนั ตกรรม

โรงพยาบาลเอกชนเปิ ดใหบ้ ริการ โดยผบู้ ริหารตอ้ งรู้จุดเด่น จุดเหมือนหรือขอ้ แตกตา่ งของงานบริการที่
เปิ ด เม่ือเปรียบเทียบกบั โรงพยาบาลคูแ่ ขง่ หรือโรงพยาบาลอ่ืน

4

1.3 Who (ใคร): ผู้รับบริกำรและคู่แข่งทำงธุรกจิ คือใคร
เป็นคาถามเพอ่ื วิเคราะห์กลุ่มผรู้ ับบริการ เพ่ือหาความตอ้ งการ ศกั ยภาพหรือสิทธิท่ีพึงมีของ

ผรู้ ับบริการและวเิ คราะห์ประเมินโรงพยาบาลคแู่ ขง่ เพือ่ หาโอกาสช่องทางในการแข่งขนั

1.4 Where (ท่ไี หน): หน่วยงำนทนั ตกรรมโรงพยำบำลเอกชนต้ังอยู่ทีไ่ หน
เป็นคาถามเพือ่ วิเคราะหท์ าเลที่ต้งั ของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน ในเร่ืองของ

ความสะดวกในการเขา้ ถึงการใหบ้ ริการทางทนั ตกรรม

1.5 When (เมื่อไหร่): วันเวลำเปิ ดปิ ดให้บริกำรของหน่วยงำนทนั ตกรรมคือเมื่อไหร่
เป็นคาถามเพื่อวิเคราะหห์ าช่วงเวลาท่ีเหมาะสมในการเปิ ดปิ ดของหน่วยงานทนั ตกรรมหรือ

เป็นการกาหนดวนั เวลาในการให้บริการงานแต่ละประเภทของหน่วยงานทนั ตกรรม เพราะการ
กาหนดเวลาเปิ ดปิ ดที่แน่นอนจะทาใหผ้ รู้ ับบริการทราบถึงช่วงเวลาท่ีสามารถเขา้ มารับบริการและมี
ตารางเวรท่ีชดั เจนสาหรับเจา้ หนา้ ที่เคาน์เตอร์ในการนดั หมายผรู้ ับบริการ โดยวนั เวลาในการเปิ ด
ใหบ้ ริการงานทางทนั ตกรรมแต่ละประเภทตอ้ งเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผรู้ ับบริการ
ยกตวั อยา่ งเช่น ทนั ตกรรมสาหรับเดก็ ควรเปิ ดใหบ้ ริการในช่วงเยน็ วนั เสาร์หรือวนั อาทิตย์ เน่ืองจากเป็น
ช่วงท่ีเดก็ ไม่ไดไ้ ปโรงเรียนและผปู้ กครองไม่ไดท้ างาน

1.6 How (อย่ำงไร): จดั กำรองค์ประกอบในกำรให้บริกำรทำงทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชนได้อย่ำงไร
เป็นคาถามเพ่ือวิเคราะห์หาวิธีการในการจดั การองคป์ ระกอบในการใหบ้ ริการทางทนั ตกรรม

โดยตอ้ งเร่ิมจากการเขา้ ใจในองคป์ ระกอบของหน่วยงานทนั ตกรรม ไดแ้ ก่ งานที่เปิ ดใหบ้ ริการ
บุคลากรในหน่วยงาน ผรู้ ับบริการ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ และกาหนดแนวทางในการจดั การองคป์ ระกอบ
ดงั กลา่ ว

ดงั น้นั การต้งั คาถาม5W1H จะช่วยในการวเิ คราะห์และประเมินสถานการณ์ เพื่อสร้างแนวทางในการ
จดั การหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ ของโรงพยาบาลเอกชน

5

2 แนวคดิ กำรจดั กำรของเฮนร่ี ฟำโยล

แนวคิดการจดั การของ เฮนร่ี ฟาโยล ใหค้ วามสาคญั
ครอบคลมุ ท้งั ในเร่ืองของการจดั การทรัพยากรการผลิต ทรัพยากรใน
การประกอบธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ ผา่ นหลกั การจดั การ 14
ประการและหนา้ ที่ 5 ประการ ซ่ึงเหมาะสาหรับผบู้ ริหารหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนในการนามาประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นแนว
ทางการจดั การหน่วยงานทนั ตกรรม ดงั น้ี

ภาพท่ี 2.1 เฮนรี่ ฟาโยล
ท่ีมา: www.toolshero.com/toolsheroes/henri-fayol/

2.1 หลกั กำรจดั กำรสำหรับผู้บริหำรหน่วยงำนทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชน
ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนสามารถประยกุ ตห์ ลกั การจดั การ 14 ประการ ของ
เฮนรี่ ฟาโยล มาใชเ้ ป็นแนวทางในการจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน ดงั น้ี

2.1.1 การจัดแบ่งหน้าที่และการทางาน (Division of work) คือ การที่ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรม
โรงพยาบาลเอกชนวางโครงสร้างของหน่วยงาน โดยวิธีการจดั แบง่ หนา้ ที่และการทางานของบุคลากรไดแ้ ก่
ทนั ตแพทย์ เจา้ หนา้ ท่ีเคานเ์ ตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับและผชู้ ่วยทนั ตแพทยต์ ามความสามารถหรือความ-
เชี่ยวชาญ เพื่อใหส้ ามารถทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ มีผลผลิตสูง แม่นยาและรวดเร็วในการดาเนินงาน

2.1.2 อานาจหน้าท่ีและความรับผดิ ชอบ (Authority and responsibility) คือ การท่ีผบู้ ริหารหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนปฏิบตั ิงานตามอานาจหนา้ ที่ท่ีไดร้ ับมอบหมาย ท้งั ในเร่ืองการตดั สินใจ การออก
คาสง่ั หรือการบริหาร ซ่ึงทุกการปฏิบตั ิงานตามอานาจหนา้ ท่ีจะตอ้ งมีความรับผิดชอบท้งั ต่อภาระหนา้ ที่ของตน
และผลของการกระทาสิ่งน้นั

2.1.3 ระเบียบวินัย (Discipline) คอื การที่ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนกาหนด
กรอบขอ้ ตกลงในการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ซ่ึงบุคลากรไดแ้ ก่ ทนั ตแพทย์ พนกั งานเคานเ์ ตอร์และผชู้ ่วยทนั ตแพทย์
ตอ้ งเคารพกฎเกณฑ์ กติกาของหน่วยงานทนั ตกรรม เชื่อฟังคาส่งั และใหเ้ กียรติซ่ึงกนั และกนั แต่หากมีผกู้ ระทา
ผดิ หรือฝ่าฝื นขอ้ ตกลงควรจดั ใหม้ ีบทลงโทษอยา่ งเป็นธรรมต่อเหตกุ ารณ์น้นั

6

2.1.4 เอกภาพการบงั คบั บญั ชา (Unity of command) คอื การท่ีหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาล
เอกชนมีผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมที่มีหนา้ ที่บงั คบั บญั ชาเพยี งคนเดียว เพ่ือสร้างใหเ้ กิดอานาจเดด็ ขาดในการ
ส่ังงาน ลดความล่าชา้ ในการตดั สินใจ ลดความสบั สนในการรับคาสัง่ และลดความขดั แยง้ ในการทางาน

2.1.5 เอกภาพทิศทางการดาเนินงาน (Unity of direction) คอื การมีจุดม่งุ หมายและวตั ถปุ ระสงคข์ อง
หน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนไปในทิศทางเดียวกนั สอดคลอ้ งกนั มีแผนงานหลกั และมีแนวทางการ
ดาเนินงานของหน่วยงานที่ชดั เจน

2.1.6 ผลประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนผลประโยชน์ส่วนตน (Subordination of individual interests) คือ
การที่ผบู้ ริหารและบุคลากรภายในหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนควรยดึ ถือผลประโยชน์ของ
หน่วยงานหรือส่วนรวมมาก่อนผลประโยชนส์ ่วนตน เพราะถา้ หน่วยงานอยรู่ อด ผบู้ ริหารและบุคลากรเองก็อยู่
รอดดว้ ยเช่นกนั

2.1.7 ค่าตอบแทนการทางาน (Remuneration) คือ การที่ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาล-
เอกชนใหผ้ ลประโยชนต์ อบแทนแก่บคุ ลากร โดยคา่ ตอบแทนท่ีเกิดข้ึนตอ้ งเกิดจากความเห็นชอบและพึงพอใจ
ดว้ ยกนั ท้งั สองฝ่ายบนหลกั การของความยตุ ิธรรม ความเหมาะสมไม่เอาเปรียบและสามารถปรับเปลี่ยนไดต้ าม
สถานการณ์ ซ่ึงค่าตอบแทนหลกั ที่นิยม คอื เงิน ส่วนรูปแบบของคา่ ตอบแทนอ่ืน เช่น ของรางวลั สวสั ดิการ
การฝึกอบรม การยกยอ่ งเชิดชูและ ผลประโยชนใ์ นรูปแบบอื่นๆ เป็นตน้

2.1.8 สมดลุ ของการรวมและการกระจายอานาจ (The Degree of centralization) คือ การท่ีผบู้ ริหาร
หน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนรวมอานาจไวท้ ่ีจุดเดียวหรือศูนยก์ ลาง เพอ่ื ให้ง่ายตอ่ การควบคมุ สัง่ การ
และทนั ทว่ งที จากน้นั จึงกระจายอานาจท่ีมีไปยงั ส่วนตา่ งๆในสดั ส่วนท่ีเหมาะสมและตามลาดบั ความสาคญั

2.1.9 สายการบังคบั บัญชา (Scalar chain) คือ การการท่ีผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาล-
เอกชนจดั วางระดบั สายงานหรือระดบั ข้นั ตอนการติดต่อสื่อสาร ส่งขอ้ มูลที่ชดั เจน เพื่อใหก้ ารบริหารจดั การ
ลื่นไหล ยกเวน้ ในกรณีเร่งด่วนที่สามารถขา้ มข้นั ตอน เพ่ือใหส้ ามารถแกไ้ ขปัญหาที่เกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที

2.1.10 ความพร้อมและความเป็ นระเบยี บ (Order) คอื การท่ีผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรม
โรงพยาบาลเอกชนวางแผนงาน จดั การ บงั คบั บญั ชาสง่ั การ ประสานงานและควบคุม งานบริการงานบุคลากร

7

เครื่องมือเครื่องใช้ ใหพ้ ร้อมใชง้ าน มีมาตรฐาน สามารถดาเนินงานไดอ้ ยา่ งไมต่ ิดขดั และบุคลากรในหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนทุกคนเคารพและปฏิบตั ิตามระเบียบวินยั

2.1.11 ความเสมอภาคเท่าเทียม (Equity) คือ การที่ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน
ใหค้ วามเสมอภาคเท่าเทียมกนั ท้งั ในเรื่องของสิทธิและการปฏิบตั ิอยา่ งมีมนุษยธรรม ไม่กดข่ี ขม่ เหง รังแกหรือ
ทาร้ายใหเ้ กิดความเสียหาย มีความเอ้ืออารี ช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจตอ่ กนั ซื่อสัตย์ ยตุ ิธรรมไม่เอาเปรียบและใช้
อานาจของผบู้ ริหารตามหลกั การไม่ทาอะไรตามใจ

2.1.12 เสถียรภาพในการทางาน (Stability of tenure of personnel) คือ การที่ผบู้ ริหารหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนสามารถจดั การลดอตั ราการเขา้ ออกของบคุ ลากร โดยการสร้างความรู้สึกถึง
การเป็นเจา้ ของร่วมกนั ความรู้สึกมนั่ คง มีความสุขในการทางานและให้ ผลประโยชน์คา่ ตอบแทนท่ีเหมาะสม
พงึ พอใจ สิ่งเหลา่ น้ีจะทาใหบ้ ุคลากรคงอยแู่ ละเกิดเสถียรในการทางาน

2.1.13 เสรีภาพในการนาเสนอสิ่งใหม่ (Initiative) คอื การที่ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาล-
เอกชนสนบั สนุนส่งเสริมและเปิ ดโอกาสใหบ้ คุ ลากรภายในหน่วยงานมีเสรีภาพในการแลกเปลี่ยน แสดง
ความคิดเห็นและนาเสนอส่ิงใหม่ เพอ่ื ใชใ้ นการปรับปรุงแกไ้ ขการทางานท้งั ในส่วนของตนและหน่วยงาน

2.1.14 ความเข้าใจและการไว้วางใจซึ่งกนั และกนั (Esprit de corps) คือ การท่ีผบู้ ริหารหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนบริหารจดั การใหบ้ ุคลากรทุกคนในหน่วยงานร่วมแรงร่วมใจเป็นน้าหน่ึงทีม
เดียวกนั ในการทางานและร่วมกนั รับมือกบั ปัญหาตา่ งๆท่ีเกิดข้นึ เพ่อื มุง่ สู่ความสาเร็จของหน่วยงานร่วมกนั

8

2.2 บทบำทหน้ำท่สี ำหรับผู้บริหำรหน่วยงำนทันตกรรมโรงพยำบำลเอกช
ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน มีบทบาทหนา้ ที่ในการจดั การหน่วยงาน ทนั ตกรรม 5
ประการ ดงั น้ี

2.2.1 การวางแผน (Planning) คือ การที่ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนจะตอ้ ง
พยากรณ์หรือคาดการณ์เหตุการณ์ลว่ งหนา้ ที่อาจจะเกิดข้นึ และวางแผนกาหนดวธิ ีการปฏิบตั ิงานหรือวถิ ีทางที่
ควรปฏิบตั ิไว้ เพ่ือที่จะนามาใชเ้ ป็นแผนปฏิบตั ิการการทางานในอนาคต

2.2.2 การจดั การองค์กร (Organizing) คือ การท่ีผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนตอ้ ง
จดั ใหม้ ีโครงสร้างของการทางานและอานาจหนา้ ท่ีความรับผิดชอบของบคุ ลากรอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม เพ่ือให้
การดาเนินงานของหน่วยงานทนั ตกรรมเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้งั ไว้ มี 3 ข้นั ตอน ศิริพร พงศศ์ รีโรจน์ (2543)

1) แยกประเภทของงาน จัดกล่มุ งาน (Identification of work & Grouping work) พจิ ารณาตรวจสอบแยก
ประเภทของงาน จดั แบง่ เป็นกลมุ่ งาน จากน้นั แบ่งงานใหเ้ หมาะสมตามความสามารถของบุคลากร

2) ระบลุ ักษณะงาน มอบหมายอานาจหน้าที่และความรับผิดชอบ (Job description & Delegation of
authority & Responsibility) ระบตุ าแหน่งและลกั ษณะงานที่ชดั เจน อธิบายขอบเขตของงาน มอบหมาย
ใหอ้ านาจ จดั วางหนา้ ที่และกาหนดความรับผดิ ชอบในส่ิงที่ตอ้ งปฏิบตั ิแก่บุคลากร

3) จัดวางความสัมพนั ธ์ (Establishment of relationship) ระบุความสัมพนั ธ์ ระดบั ข้นั การ-รายงาน เพือ่ ให้
การทางานในส่วนต่างๆดาเนินไปไดโ้ ดยปราศจากขอ้ ขดั แยง้ สามารถร่วมกนั ทางานไดอ้ ยา่ งมีระเบียบ
และมุ่งสู่จุดหมายเดียวกนั

2.2.3 การบังคบั บญั ชาส่ังการ (Commanding) คอื การที่ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาล-
เอกชนทาหนา้ ที่ในการส่งั งานต่างๆ เพอ่ื ใหก้ ารทางานดาเนินไปไดอ้ ยา่ งราบรื่นและสาเร็จผล โดยท่ีผบู้ ริหารตอ้ ง
กระทาตนเป็นตวั อยา่ งท่ีดีและเขา้ ใจบคุ ลากรของตน

2.2.4 การประสานงาน (Coordinating) คือ การท่ีผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนทา
หนา้ ท่ีเชื่อมโยงงานและบคุ ลากรทุกคนใหเ้ ขา้ หากนั

2.2.5 การควบคุม (Controlling) คือ การที่ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนตอ้ งกากบั
งานบริการ งานบคุ ลากร เครื่องมือเครื่องใช้ ใหส้ าเร็จเป็นไปตามแผนท่ีต้งั ไว้ เพื่อใหก้ ารทางานเกิดประสิทธิภาพ
สูงสุด

9

ดงั น้นั การจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมเบ้ืองตน้ โรงพยาบาลเอกชน จึงควรมีการวางแผน การจดั การ-
องคก์ ร การบงั คบั บญั ชาสัง่ การ การประสานงานและการควบคมุ งาน ท่ีครอบคลุมองคป์ ระกอบสาคญั ไดแ้ ก่
งานที่เปิ ดใหบ้ ริการ บคุ ลากรในหน่วยงาน ผรู้ ับบริการ เครื่องมือ เครื่องใช้ ของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาล
เอกชน ตามตารางท่ี 2.1

ตารางท่ี 2.1 การจดั การหน่วยงานทนั ตกรรมสาหรับผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน

องค์ประกอบ งานท่เี ปิ ดให้บริการ บคุ ลากรในหน่วยงาน ผู้รับบริการ เครื่องมือ เคร่ืองใช้

การจัดการเบือ้ งต้น

การวางแผนงาน เรียนรู้และเขา้ ใจในงาน เรียนรู้และเขา้ ใจบทบาท เรียนรู้และเขา้ ใจ เรียนรู้และเขา้ ใจเคร่ืองมือ

ของ ผบู้ ริหาร บริการทางทนั ตกรรม หนา้ ท่ี ความรับผิดชอบ สิทธิท่ีผปู้ ่ วย เครื่องใช้ เบ้ืองตน้ ท่ี

โรงพยาบาลเอกชน ท้งั 13 ประเภท ของบุคลากรใน พึงไดร้ ับและ หน่วยงานทนั ตกรรมตอ้ งมี

หน่วยงานทนั ตกรรม ประเภทสิทธิของ ตามพระราชบญั ญตั ิ

ผรู้ ับบริการพึงมี สถานพยาบาล พ.ศ.2541

การจดั การองคก์ ร จดั การงานบริการแตล่ ะ คดั สรรบคุ ลากรและ - จดั การ ควบคุมเครื่องมือ
ของ ผบู้ ริหาร ประเภทใหเ้ หมาะสม จดั การตารางเวรอยา่ ง เคร่ืองใชใ้ หพ้ ร้อมสาหรับ

โรงพยาบาลเอกชน และเพียงพอกบั เหมาะสม การใหบ้ ริการ

การใหบ้ ริการ

การบงั คบั บญั ชา สง่ั การกาหนดเปิ ด มอบหมายงานและ - -
สัง่ การ ของ ผบู้ ริหาร ใหบ้ ริการตามวนั และ หนา้ ท่ีความรับผิดชอบ

โรงพยาบาลเอกชน เวลาที่เหมาะสม ใหแ้ ก่ เจา้ หนา้ ท่ี

เคานเ์ ตอร์และ

ผชู้ ่วยทนั ตแพทย์

การประสานงาน ของ ประสานงานกบั ประสานงานกบั ประสานงานกบั ประสานงานกบั บคุ ลากร

ผบู้ ริหารโรงพยาบาล บคุ ลากรภายใน บคุ ลากรภายใน ผรู้ ับบริการ ภายในหน่วยงาน

เอกชน หน่วยงานทนั ตกรรม หน่วยงานทนั ตกรรม ทนั ตกรรมและภายใน

และภายในองคก์ ร องคก์ ร

การควบคุมงาน ติดตามดูแลใหเ้ ป็นไปตามแผนท่ีต้งั ไว้

10

3 แนวคดิ กำรจดั กำรในสภำวกำรณ์วกิ ฤต

สภาวการณ์วกิ ฤตสามารถเกิดข้ึนไดต้ ลอดเวลา ไมว่ า่ จะเป็นเหตุการณ์อุทกภยั อคั คีภยั การชุมนุม
การประทว้ ง เหตุการณ์จลาจลและในปัจจุบนั คือ โรคระบาด SARS-CoV-2 หรือ COVID-19 ซ่ึงไวรัสชนิดน้ีมี
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจทว่ั โลกและทุกวงการธุรกิจ ไมเ่ วน้ แมแ้ ต่ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน

โดยแนวคดิ การจดั การในสภาวการณ์วิกฤตท่ีจะกลา่ วถึงในหวั ขอ้ น้ี สรุปมาจากกลยทุ ธท์ างธุรกิจใน
สภาวการณ์ที่เศรษฐกิจชะลอตวั หรือใกลว้ กิ ฤต ของ รองศาสตราจารยด์ อกเตอร์จุฑา เทียนไทย (2560) การปรับ
ธุรกิจใหอ้ ยรู่ อดในยคุ New Normal ดว้ ยแนวคดิ 4Es ของ ธนนั ธร มหาพรประจกั ษ์ (2563) และการฟ้ื นฟอู งคก์ ร
ยคุ Post Covid-19 ของ ชยั ทวี เสนะวงศ์ (2564) ซ่ึงสรุปเป็นประเด็นที่เกี่ยวขอ้ งกบั การบริหารจดั การหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนในสภาวการณ์วกิ ฤต ดงั น้ี

3.1 สร้ำงจดุ ม่งุ หมำยคือควำมสำเร็จทยี่ ัง่ ยืน คือ การวางจุดมุ่งหมายของหน่วยงานทนั ตกรรมไวท้ ี่
ความสาเร็จที่ยงั่ ยนื ไมไ่ ดม้ ่งุ เนน้ เพยี งผลประกอบการหรือกาไร แตม่ องถึงการสร้างประโยชน์ใหก้ บั ผมู้ ีส่วนได้
ส่วนเสียทุกภาคส่วน เช่น ผรู้ ับบริการ บคุ ลากร ค่คู า้ ชุมชน สิ่งแวดลอ้ มและสงั คม

3.2 ทบทวนโมเดลธุรกจิ คือ การทบทวนโมเดลธุรกิจของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อ
สร้างโมเดลใหมท่ ่ีเหมาะสมกบั สภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยส่ิงที่ตอ้ งทบทวน ไดแ้ ก่

3.2.1 หน่วยงานทันตกรรมโรงพยาบาลเอกชนปัจจุบนั เป็ นอย่างไร
3.2.2 ผ้รู ับบริการมพี ฤตกิ รรมเปลย่ี นไปอย่างไร
3.2.3 คุณค่าหรือกระบวนการทางานระบบใหม่อะไรทจี่ ะผกู ใจผ้รู ับบริการในระยะยาว
3.2.4 โอกาสใหม่ รายได้เพมิ่ หรือการสร้างความแตกต่างของธรุ กจิ ทาได้อย่างไร เช่น

1) การจัดการให้บริการท่ีมคี ุณภาพและแตกต่างจากท่ีอ่ืน คือ การสร้างภาพลกั ษณ์ท่ีน่าเชื่อถือ สร้างความ-
น่าสนใจ สร้างความแตกตา่ ง สร้างชื่อเสียงและมอบประสบการณ์ที่ดีใหก้ บั ผใู้ ชบ้ ริการ โดยที่ผรู้ ับบริการ
มองเห็นคุณค่า เช่ือมนั่ ประทบั ใจและบอกตอ่

2) ตอบสนองความต้องการของผ้รู ับบริการอย่างรวดเร็ว คอื การพฒั นาการใหบ้ ริการท่ีตรงตามความตอ้ งการ
ของผรู้ ับบริการไดอ้ ยา่ งรวดเร็วทนั เหตกุ ารณ์ เพ่ือสร้างความสะดวกใหก้ บั ผรู้ ับบริการมากยง่ิ ข้ึน เช่น ในยคุ
ปัจจุบนั ผรู้ ับบริการตอ้ งการความปลอดภยั ในการรักษา การท่ีผใู้ หบ้ ริการมีการตรวจคดั กรองโดวิดเป็นประจาก็

11

เป็นจุดหน่ึงท่ีสร้างความมนั่ ใจใหก้ บั ผรู้ ับบริการ หรือการใชเ้ ทคโนโลยเี ขา้ ช่วยไม่วา่ จะเป็นระบบนดั หมาย
การใหค้ าแนะนาผา่ น Teledentistry หรือการเปิ ดช่องทางการชาระเงินที่หลากหลาย สามารถผอ่ นชาระคา่ รักษา
ผา่ นบตั รเครดิตได้ เป็นตน้

3) ลดต้นทนุ คอื การตดั ลดค่าใชจ้ ่ายต่างๆที่ไมจ่ าเป็น เช่น การงดสั่งซ้ืออุปกรณ์ใหม่ที่ยงั ไมจ่ าเป็น การรณรงค์
ประหยดั น้าประหยดั ไฟ การตดั โอที การปรับรายไดท้ นั ตแพทยแ์ ละเจา้ หนา้ ท่ีบคุ ลากรของหน่วยงานทนั ตกรรม
โรงพยาบาลเอกชน เป็นตน้ ซ่ึงการลดตน้ ทนุ ไมว่ า่ วิธีใดตอ้ งคานึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดข้ึน โดยเฉพาะกบั
บคุ ลากร หากโรงพยาบาลลดจานวนบุคลากรลงอาจจะทาใหเ้ กิดสภาวะSurvival syndrome คือสภาวะความวิตก-
กงั วลรู้สึกไม่มน่ั คงกลวั ถูกปลดออกหรือการตดั โอที ระยะยาวอาจมีผลทาใหบ้ คุ ลากรลาออกเน่ืองจากค่า
ครองชีพไมเ่ พียงพอ ส่วนการปรับลดตน้ ทุนวสั ดุอปุ กรณ์ เพ่ือปรับลดราคาการใหบ้ ริการกเ็ ป็นส่ิงหน่ึงที่ตอ้ ง
คานึงเพราะการปรับราคาค่าบริการที่ลดลงอาจส่งผลต่อภาพลกั ษณ์ของโรงพยาบาล

4) การหาตลาดใหม่ คือ การหาผรู้ ับบริการกลุ่มใหมห่ รือออกบริการใหม่ โดยในช่วงสภาวการณ์วกิ ฤตควร
พฒั นาหรือนาเสนอส่ิงที่มีอยู่ เช่น การโปรโมททนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางเพื่อใหผ้ รู้ ับบริการเกิดความเชื่อมนั่ ในการ
เขา้ รับการรักษามากข้ึน

5) ปรับโครงสร้างภายในหน่วยงานทันตกรรม คือ การจดั มอบหมายงานใหมห่ รือสลบั เปลี่ยนหนา้ ที่ความ-
รับผิดชอบ เพอ่ื ความเหมาะสมเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทางาน ซ่ึงในช่วงสภาวการณ์วกิ ฤตถือ
เป็นช่วงจงั หวะที่ดีในการเปล่ียนแปลงเพราะแรงต่อตา้ นต่อการเปล่ียนแปลงของบุคลากรมีนอ้ ยกวา่ ในช่วง
สภาวะเหตกุ ารณ์ปกติ

3.2.5 ทาอย่างไรทจ่ี ะการประสบความสาเร็จอย่างย่ังยืน

3.3 สื่อสำรส่ิงทตี่ ้องกำรเปลย่ี นให้ผู้ที่เก่ยี วข้องทรำบ คือ การส่ือสารกบั บคุ ลากรท้งั ภายในและภายนอก
ที่เกี่ยวขอ้ งกบั หน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อใหท้ ราบและเขา้ ใจถึงจุดม่งุ หมายและโมเดลใหม่ของ
หน่วยงาน ซ่ึงการส่ือสารตอ้ งสร้างบรรยากาศใหเ้ กิดความตระหนกั ถึงเร่ืองความเป็นความตายของหน่วยงาน
หากไมป่ รับเปล่ียน

12

3.4 ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมองค์กร คือ การใชว้ ฒั นธรรมองคก์ รเป็นเคร่ืองมือขบั เคลื่อนหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแทนกฎระเบียบ วฒั นธรรมองคก์ รท่ีควรมี ไดแ้ ก่

3.4.1 ใช้ข้อมลู ทีเ่ ป็ นเหตุเป็ นผลในการขบั เคลื่อนหน่วยงาน
3.4.2 สร้างบรรยากาศในการทางานทีบ่ ุคลากรทุกคนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยการทางานมีความ-
คลอ่ งตวั ยดื หยนุ่ มีการส่ือสารกนั ในทีม รวมถึงเปิ ดโอกาสให้บคุ ลากรไดแ้ สดงความสามารถอยา่ งเตม็ ที่ กลา้ คดิ
กลา้ ทา กลา้ รับผดิ ชอบ
3.4.3 หน่วยงานมีความสามารถในการจัดการ ตอ่ ตา้ นและฟ้ื นฟผู ลกระทบจากสภาวการณ์วิกฤตอยา่ ง
ทนั เวลาและมีประสิทธิภาพ

3.5 พฒั นำภำวะผ้นู ำ คอื การมีผนู้ าที่พร้อมเปล่ียนแปลง ไดแ้ ก่
3.5.1 มองอนาคตตและคาดการณ์เก่ง มีความคดิ ริเริ่ม ผลกั ดนั ใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลง ดว้ ยการสร้าง
เป้าหมายของหน่วยงานในระยะยาวและใหท้ ีมบคุ ลากรร่วมกนั คิดสร้างเป้าหมายระยะส้ัน
3.5.2 เปล่ียนแปลงและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มีความยดื หยนุ่ คล่องตวั เนน้ การทางานเป็นทีม เปิ ด
โอกาสใหบ้ คุ ลากรทกุ คนภายในหน่วยงานไดม้ ีโอกาสแสดงความสามารถ เรียนรู้และทาส่ิงใหม่
3.5.3 ใช้อานาจน้อยลง สร้างศรัทธาให้มากขึน้ โดยการกาหนดเฉพาะเป้าหมาย ส่ือสารให้เขา้ ใจวา่
หน่วยงานตอ้ งการอะไร กากบั ดูแลงานบนพ้นื ฐานของการใหเ้ กียรติ อิสรภาพ เสรีภาพ เคารพความเสมอภาค
เคารพสิทธิผอู้ ่ืน อ่อนนอ้ มถอ่ มตน เอาใจเขามาใส่ใจเรา ยอมรับในความแตกตา่ ง เปิ ดเผยพดู ความจริง มีความ-
ยตุ ิธรรม มีความสม่าเสมอ ฟัง เรียนรู้ ใหข้ อ้ มูลยอ้ นกลบั และสร้าบรรยากาศของการให้อภยั

3.6 ดูแลบคุ ลำกรให้สอดรับกับโลกกำรทำงำนยคุ ใหม่ คือ การปรับเปลี่ยนวิธีและทศั นคติในการบริหาร
จดั การทรัพยากรมนุษย์ ดงั น้ี

3.6.1 คนเป็ นศูนย์กลางของทกุ อย่าง ถึงแมว้ า่ หน่วยงานจะมีการนาเทคโนโลยี ระบบอตั โนมตั ิและ
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ แตใ่ นงานบริการคนกย็ งั เป็นหลกั ในการใหบ้ ริการโดยเฉพาะกบั งานหตั ถการรักษา
ทางทนั ตกรรม

3.6.2 ยอมรับและให้ความสาคญั กบั ความแตกต่างหลากหลายของคน
3.6.3 ยอมรับและปรับตัวกบั การจ้างงานในรูปแบบใหม่ ไดแ้ ก่

13

1) การทางานที่อย่ใู นรูปแบบของงานไม่ประจา เช่น ทนั ตแพทยห์ รือผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ Part time ในหน่วยงาน
มากข้นึ
2) คณุ ลักษณะของคนสมัครงาน ลดความสาคญั เร่ืองวฒุ ิการศึกษา อายุ เพศ แต่ให้ความสาคญั เรื่อง
ความสามารถและทกั ษะ
3) แนวคิดเร่ืองการเกษียณอายุ บางโรงพยาบาลเอกชนอาจไม่ไดก้ าหนดอายุ ข้นึ อยกู่ บั บุคคลวา่ ยงั มี
ความสามารถในการทางานหรือไม่
4) คนเก่งในหน่วยงาน คือ การที่ในหน่วยงานตอ้ งมีคนเก่ง เพอ่ื รับมือกบั ปัญหาตา่ งท่ีเกิดข้นึ เช่น การมี
ทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางท่ีครบทุกสาขา

3.7 ให้ควำมสำคัญต่อกำรพฒั นำคน ทกุ องคค์ วามรู้มีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเร็วและตลอดเวลา
ความรู้มีอยมู่ กั จะถูกทดแทนดว้ ยความรู้ชุดใหม่ ดงั น้นั การ Upskill และ Reskill จึงเป็นส่ิงสาคญั โดน Skill
แบ่งเป็น 2 แบบ ไดแ้ ก่

3.7.1 Hard Skill การติดตามความกา้ วหนา้ ในความรู้ทางวิชาชีพท่ีใชอ้ ยา่ งต่อเนื่อง
3.7.2 Soft Skill การฝึกเพิ่มทกั ษะทางภาษาที่ดี เพ่อื ใชใ้ นการสื่อสาร ทกั ษะในการใชค้ วามคิด รูปแบบ
ตา่ งๆ ทกั ษะการเรียนรู้ท่ีจะยดื หยนุ่ โดยทกุ ทกั ษะที่ฝึกฝนตอ้ งเป็นอยใู่ นรูปแบบของการเรียนรู้ ตลอดชีวิต

ดงั น้นั การเรียนรู้การจดั การและการปรับตวั ในสภาวการณ์วิกฤต จึงเป็นส่ิงจาเป็นท่ีผบู้ ริหารหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนจาเป็นที่ตอ้ งเตรียมพร้อมและลงมือปฏิบตั ิอยา่ งทนั ท่วงที ดว้ ยกลยทุ ธ์และแนวคิด
ท่ีหลายหลายเพราะการตอบสนองท่ีเหมาะสมทนั เวลาหมายถึงการอยรู่ อดของหน่วยงาน โดยไมม่ องวา่ วิกฤตคอื
ปัญหา แต่ใหม้ องวา่ วกิ ฤตท่ีเกิดข้ึนคือบทเรียนท่ีล้าคา่ และโอกาสในการพฒั นาเปล่ียนแปลงหน่วยงาน

แนวคดิ การจดั หน่วยงานทนั ตกรรม ไดแ้ ก่ เครื่องมือชุดคาถาม 5W1H แนวความคิดของเฮนร่ี ฟาโยล
และแนวคิดการจดั การในสภาวการณ์วกิ ฤต เป็นเพียงตวั อยา่ งแนวคดิ ท่ีสามารถนามาปรับใชก้ บั หน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน แต่ในอดีตจนถึงปัจจุบนั มีแนวคิดมากมายและหลายหลาย ซ่ึงมีท้งั ขอ้ ดี ขอ้ เสีย
และขอ้ จากดั ในการใชง้ าน ผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชนควรศึกษาและเรียนรู้ เพ่ือใหเ้ ห็นมุมมองท่ีกวา้ งข้ึนและ
เลือกประเด็นท่ีเหมาะสมในการนามาปรับใชก้ บั หน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนของตน

14

บทท่ี 3

กำรจดั กำรงำนบริกำรของหน่วยงำนทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชน

การจดั การงานบริการของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน ผบู้ ริหารโรงพยาบาลจาเป็นตอ้ ง
เขา้ ใจคาตา่ งๆท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั หน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน การกาหนดวิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ เป้าหมาย
และประเภทของงานบริการทางทนั ตกรรม ซ่ึงสิ่งเหล่าน้ีลว้ นแลว้ แต่เป็นพ้นื ฐานในการเขา้ ใจข้นั ตอนการจดั การ
งานบริการของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนและเพ่อื ใหเ้ กิดความเขา้ ใจเพิม่ มากข้นึ จึงไดย้ กตวั อยา่ ง
งานบริการของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลามาในตอนทา้ ยของบทน้ี

1 คำต่ำงๆท่เี กย่ี วข้องกบั หน่วยงำนทนั ตกรรมโรงพยำบำลเอกชน

หน่วยงำนทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชน หมายถึง แผนกทนั ตกรรม ศนู ยท์ นั ตกรรม หรือคลินิก
ทนั ตกรรมในโรงพยาบาลที่ดาเนินการโดยภาคเอกชน ซ่ึงความแตกตา่ งของการเรียกหน่วยทนั ตกรรมข้นึ อยกู่ บั
ศกั ยภาพของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งน้นั ดงั น้ี

1.1 แผนกทันตกรรม คือ หน่วยงานท่ีมีทีมบุคลากรผา่ นการฝึกอบรมงานดา้ นทนั ตกรรม มีเป้าหมาย
และภารกิจไปในทิศทางเดียวกนั มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนขอ้ มูลและใชพ้ ้ืนท่ีร่วมกนั

1.2 ศูนย์ทันตกรรม คือ หน่วยงานทนั ตกรรมที่มีความพร้อมในเร่ืองของทีมทนั ตแพทยผ์ เู้ ช่ียวชาญ
ทีมทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางและทีมสหวชิ าชีพท่ีทางานร่วมกนั ในการรักษาผปู้ ่ วยท้งั แบบประเภทผปู้ ่ วยใน
และผปู้ ่ วยนอก แตห่ ากเป็นศูนยท์ นั ตกรรมเฉพาะทาง เช่น ศนู ยท์ นั ตกรรมรากเทียม อาจเป็นส่วนหน่ึง
ในแผนกทนั ตกรรมหรือศูนยท์ นั ตกรรม

1.3 คลนิ ิกทันตกรรม คือ หน่วยงานทนั ตกรรมท่ีใหก้ ารวินิจฉยั และรักษาเฉพาะผปู้ ่ วยนอก

15

2 กำรกำหนดวสิ ัยทศั น์ พนั ธกจิ และเป้ำหมำยของหน่วยงำนทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชน

ความแตกตา่ งของการเรียกหน่วยทนั ตกรรม ไม่ไดส้ ่งผลต่อวิสัยทศั น์ พนั ธกิจและเป้าหมายของ
หน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน จากการศึกษาพบวา่ วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกิจและเป้าหมายของหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนมีความคลา้ ยคลึงกนั ดงั น้ี

2.1 วสิ ัยทัศน์ของหน่วยงำนทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชน มีความวา่ หน่วยงานทนั ตกรรม
โรงพยาบาลเอกชนที่ใหก้ ารป้องกนั รักษา ส่งเสริมและฟ้ื นฟูสุขภาพฟัน ขากรรไกรและโรคภายใน
ช่องปาก ตามมาตรฐานวชิ าชีพอยา่ งครบวงจร

2.2 พนั ธกจิ ของหน่วยงำนทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชน มีความวา่ การสร้างความพึงพอใจประทบั ใจ
ใหแ้ ก่ผปู้ ่ วยหรือผรู้ ับบริการทางทนั ตกรรมดว้ ยการใหบ้ ริการป้องกนั รักษา ส่งเสริมและฟ้ื นฟูสุขภาพ-
ฟัน ขากรรไกรและโรคภายในช่องปาก โดยทีมทนั ตแพทยผ์ เู้ ช่ียวชาญทวั่ ไปและเฉพาะทางท่ีทางาน
ร่วมกนั เป็นทีม พร้อมดว้ ย หอ้ งตรวจ เคร่ืองมือ อุปกรณ์ทางการแพทยท์ ่ีทนั สมยั สะอาดปราศจากเช้ือ
และไดม้ าตรฐาน

2.3 เป้ำหมำยหลกั ของหน่วยงำนทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชน มีความวา่ การสร้างคุณภาพและ
ความปลอดภยั ในดา้ นการรักษา การใหบ้ ริการและสิ่งแวดลอ้ ม โดยมีเป้าหมายในการประกอบธุรกิจ
คือ การหาผลกาไรจากรายได้

16

3 ประเภทของงำนบริกำรทำงทนั ตกรรรมโรงพยำบำลเอกชน

งานบริการทางทนั ตกรรมเป็นงานที่เกี่ยวขอ้ งกบั การตรวจ วนิ ิจฉยั บาบดั บูรณะ ฟ้ื นฟูและป้องกนั โรค
ทางฟัน เหงือก ขากรรไกร กระดูกใบหนา้ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ขากรรไกรและโรคภายในช่องปาก แบง่ งานบริการ
ออกเป็น 13 ประเภท ดงั น้ี

3.1 กำรตรวจสุขภำพช่องปำกและฟัน (Dental checkup)
การตรวจหาความผิดปกติภายในช่องปากและฟัน เร่ิมตรวจไดต้ ้งั แต่ฟันซี่แรกข้ึนในช่องปากและควร
ตรวจสม่าเสมออยา่ งนอ้ ยปี ละ 2 คร้ังหรือทกุ 6 เดือน

3.2 ทนั ตกรรมหตั ถกำร (Operative dentistry)
การบรู ณะฟันทดแทนส่วนของเน้ือฟันท่ีสูญเสียไป ไมว่ า่ จะมีสาเหตุ
เกิดมาจากการแตก การสึก หรือการผุ เพ่ือที่จะใหฟ้ ันน้นั สามารถกลบั มาใชง้ าน
ไดต้ ามปกติมีสภาพใกลเ้ คยี งเดิมหรือเป็นการบรู ณะตกแต่งเพ่ือใหเ้ กิดความ-
สวยงาม เช่น การอุดปิ ดช่องฟันห่าง การเสริมเข้ียว เป็นตน้

ภาพที่ 3.1 อดุ ฟัน
3.3 ปริทันต์วทิ ยำ (Periodontics)
การรักษาโรคที่เก่ียวขอ้ งกบั อวยั วะรอบรากฟัน ไดแ้ ก่ เหงือกและ
กระดูก โดยมีวิธีการรักษา คือ ขดู หินปูน เกลารากฟัน ศลั ยกรรมตกแตง่ เหงือก
ศลั ยกรรมเหงือกและกระดูกและศลั ยกรรมปลูกถ่ายเหงือก

ภาพที่ 3.2 ขดู หินปูน
3.4 กำรรักษำคลองรำกฟัน (Endodontics)
รักษาอาการเจ็บหรือปวดและการอกั เสบที่เกิดข้ึนในโพรงประสาทฟันและปลาย
รากฟัน โดยมีสาเหตุมาจากฟันผุ ฟันสึกหรือฟันแตกที่ทะลุโพรงประสาทฟัน

ภาพท่ี 3.3 ฟันผทุ ะลุโพรงประสาทฟันและมีหนองที่ปลายรากฟัน

17

3.5 ศัลยกรรมช่องปำกและแม็กซิลโลเฟเชียล (Oral and maxillofacial surgery)

หตั ถการที่เก่ียวกบั การศลั ยกรรมช่องปาก ขากรรไกรและกระดูกใบหนา้ ท่ี

เกี่ยวขอ้ งกบั ขากรรไกร โดยมีวิธีการักษา คอื ถอนฟัน ผา่ ฟันคุด ผา่ ฟันข้ึนผิด

ตาแหน่ง ผา่ ตดั ถงุ น้าหรือเน้ืองอกของขากรรไกร ผา่ ตดั ขากรรไกร ผา่ ตดั รักษาในผู้

ท่ีไดร้ ับอุบตั ิเหตบุ ริเวณใบหนา้ และขากรรไกร ผา่ ตดั ต่ิงเน้ือ เจาะระบายหนอง

เสริมสนั กระดูกและผา่ ตดั ยกไซนสั เป็นตน้ ภาพท่ี 3.4 ฟันคดุ

3.6 ทนั ตกรรมประดษิ ฐ์ (Prosthodoctics)
การใส่ฟัน เพ่อื ทดแทนเน้ือฟันหรือฟันท่ีสูญเสียไปมีแบบชนิดถอดไดแ้ ละติดแน่น รวมไปถึงหตั ถการ
การรักษาท่ีเพ่มิ ความแขง็ แรงใหก้ บั รากฟัน

ภาพที่ 3.5 งานทนั ตกรรมประดิษฐ์

3.7 ทันตกรรมรำกเทียม(Implants)

การฝังรากเทียมลงในกระดูกขากรรไกรร่วมกบั การทาครอบฟันบนรากเทียม
เพอ่ื ทดแทนการสูญเสียฟัน

ภาพท่ี 3.6 รากเทียม

3.8 ทันตกรรมจัดฟัน (Orthodontics)
การเรียงฟันใหเ้ ป็นระเบียบหรือเแกไ้ ขปัญหาการสบฟัน เพ่อื ทาใหก้ ารบดเค้ยี วอาหารมีประสิทธิภาพ
มากข้นึ ลดอตั ราเส่ียงในการเกิดฟันผหุ รือโรคเหงือกที่เกิดจากการทาความสะอาดภายในช่องปากและลดการสึก
ของฟัน นอกจากน้ียงั ช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพและความมน่ั ใจจากการที่มีฟันเรียงตวั สวยงาม

18

3.9 ทนั ตกรรมเพื่อควำมสวยงำม (Esthetics dentistry)
หตั ถการทางทนั ตกรรม เพอ่ื เพ่ิมความสวยงาม ตอบสนองความตอ้ งการและเพ่มิ ความมนั่ ใจใหก้ บั
ผรู้ ับบริการ เช่น การฟอกฟันขาว การเคลือบฟันดว้ ยเซรามิกสีเดียวกบั ฟัน เป็นตน้

ภาพท่ี 3.7 การฟอกฟันขาว ภาพที่ 3.8 การเคลือบฟันเทียมดว้ ยเซรามิกสีเดียวกบั ฟัน

3.10 ทันตกรรมบดเคยี้ วและข้อต่อขำกรรไกร (Occlusion and ภาพที่ 3.9 ขอ้ ต่อขากรรไกร
temporomandibular joint)

บริการตรวจ วิเคราะห์ปัญหา ใหค้ าปรึกษาและรักษาแก่
ผปู้ ่ วยที่มีอาการปวดและ/หรือผิดปกติของขอ้ ตอ่ ขากรรไกรและ/หรือ
กลา้ มเน้ือใบหนา้ เช่น อา้ ปากไมไ่ ด้ หุบปากไม่ได้ ปัญหาการสบฟันขณะ
ใชง้ าน การเคน้ ฟัน (Clenching) อาการนอนกดั ฟัน (Bruxism) และ
ครอบคลมุ ถึงการทาเฝือกสบฟันสาหรับนกั กีฬา

19

3.11 ทันตกรรมผ้สู ูงอำยุ (Geriatric Dentistry)
บริการตรวจรักษา ส่งเสริม ป้องกนั ฟ้ื นฟสู ุขภาพช่องปากและฟันในผสู้ ูงอายุ เช่น ขดู หินปูน อุดฟัน
ถอนฟัน ฟันปลอมและรากฟันเทียม เป็นตน้

3.12 ทนั ตกรรมสำหรับเด็ก (Pediatric Dentistry)
บริการตรวจ รักษา ส่งเสริม ป้องกนั ฟ้ื นฟสู ุขภาพช่องปากและฟันในเดก็ เช่น ขดู หินปนู ขดั เคลือบ
ฟลอู อไรด์ อดุ ฟัน เคลือบหลมุ ร่องฟัน ถอนฟัน แกไ้ ขการสบฟันผดิ ปกติเบ้ืองตน้ รักษาคลองรากฟันน้านม
ครอบฟันน้านมและใส่เครื่องมือ กนั ฟันลม้ เป็นตน้

3.13 คลนิ กิ กลน่ิ ปำก (Fresh Breath Clinic)
บริการตรวจ วนิ ิจฉยั หาสาเหตุ ใหค้ าแนะนาและรักษา เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ่ วยหรือผูร้ ับบริการลดเช้ือที่เป็นสาเหตุ
ของกล่ินปาก

งานบริการทางทนั ตกรรมท้งั 13 ประเภทของหน่วยงานทนั ตกรรม ไมไ่ ดม้ ีกฎหมายหรือขอ้ บงั คบั ใน
การท่ีตอ้ งเปิ ดบริการใหค้ รบทกุ ประเภท ข้นึ อยกู่ บั ความพร้อมของทีมทนั ตแพทย์ ผชู้ ่วยทนั ตแพทยแ์ ละเครื่องมือ
วสั ดุ อปุ กรณ์ที่มีความจาเป็นตอ้ งใชใ้ นงานหตั ถการน้นั แต่งานบริการหลกั พ้ืนฐานท่ีพบในทุกหน่วยงาน
ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน ไดแ้ ก่ การตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน อดุ ฟัน ขดู หินปนู และถอนฟัน

20

4 กรณตี ัวอย่ำง
กำรจัดกำรงำนบริกำรของศูนย์ทนั ตกรรมโรงพยำบำลเอกชนแห่งหนง่ึ ในจังหวดั สงขลำ

การจดั การงานบริการของศูนยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลา เริ่มต้งั แต่
การวางแผน เพื่อสารวจความพร้อมของทรัพยากรบุคลลในศนู ยท์ นั ตกรรมและสถิติผรู้ ับบริการในงานประเภท
ตา่ งๆ จากน้นั จึงกาหนดแนวทางการจดั การงานบริการ ตามตารางท่ี 3.1

ตารางที่ 3.1 การจดั การงานบริการของศนู ยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึง ในจงั หวดั สงขลา

งำนบริกำรของศูนย์ทันตกรรม แนวทำงกำรจัดกำรงำนบริกำร

• การตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน เปิ ดใหบ้ ริการทกุ วนั เนื่องจากทนั ตแพทยท์ กุ ทา่ นสามารถ

• ทนั ตกรรมหัตถการ ใหบ้ ริการไดแ้ ละเป็นงานที่มีผรู้ ับบริการจานวนมาก

• ปริทนั ตว์ ิทยา ยกเว้น กรณีท่ีงานบริการมีความซบั ซอ้ น ทนั ตแพทยท์ ่ี

• ศลั ยกรรมช่องปากและแมก็ ซิลโลเฟเชียล ตรวจจะมอบหมายใหพ้ นกั งานเคาน์เตอร์นดั หมายผรู้ ับบริการ

(ในกรณี ถอนฟัน ผา่ ฟันคดุ ผา่ ฟันฝัง) ใหม่ เพื่อส่งต่อผรู้ ับบริการไปรับการรักษาตอ่ กบั ทนั ตแพทย-์

• ทนั ตกรรมผสู้ ูงอายุ เฉพาะทางหรือทนั ตแพทยท์ ่ีมีความชานาญ

• ศลั ยกรรมช่องปากและแมก็ ซิลโลเฟเชียล / งานบริการเฉพาะทางที่ใหก้ ารรักษาโดยทนั ตแพทย-์

ทนั ตกรรมรากเทียม เฉพาะทาง โดยจานวนวนั และวนั ท่ีเปิ ดใหบ้ ริการข้นึ กบั

(วนั จนั ทร์, วนั พุธ, วนั เสาร์เชา้ สปั ดาห์ที่1 กบั 3) ปริมาณผรู้ ับบริการ โดยมีการกาหนดตกลงวนั ที่แน่นอนกบั

• การรักษาคลองรากฟัน ทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทาง เพื่อใหก้ ารส่งต่อผมู้ ารับบริการมี

(วนั เสาร์, วนั อาทิตยส์ ปั ดาห์ท่ี 1 กบั 3) ความชดั เจน

• ทนั ตกรรมประดิษฐ์ / ทนั ตกรรมเพื่อความสวยงาม

(วนั องั คาร, วนั พธุ , วนั เสาร์)

• ทนั ตกรรมจดั ฟัน (วนั เสาร์สัปดาห์ที่ 3 กบั 4)

• ทนั ตกรรมสาหรับเด็ก

(วนั เสาร์สปั ดาหท์ ี่1, วนั อาทิตยส์ ปั ดาห์ท่ี 2,3,4 )

• ทนั ตกรรมบดเค้ียวและขอ้ ต่อขากรรไกร ทนั ตแพทยท์ วั่ ไปสามารถทาการรักษาได้ แต่หากอาการไม่

ดีข้นึ ควรส่งต่อไปรักษากบั ทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางท่ีคณะ

ทนั ตแพทยม์ หาวิทยาลยั สงขลานครินทร์

งานบริการของศูนยท์ นั ตกรรม 21
• คลินิกกลิ่นปาก
แนวทางการจดั การงานบริการ

ศูนยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั
สงขลาไม่ไดจ้ ดั ทาคลินิกกล่ินปาก แต่เบ้ืองตน้ สามารถตรวจ
รักษาไดก้ บั ทนั ตแพทยท์ ว่ั ไป

แต่หากตอ้ งการตรวจพเิ ศษดว้ ยเคร่ืองมือวดั ระดบั กลิ่นปาก
สามารถเขา้ รักษาไดใ้ นโรงพยาบาลที่มีเคร่ืองมือและ
ทนั ตแพทยผ์ เู้ ช่ียวชาญ เช่น โรงพยาบาลเวชธานี
โรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นตน้

เม่ือวางแนวทางการจดั การงานบริการแลว้ จึงสงั่ กาหนดวนั เวลาเปิ ด-ปิ ดใหบ้ ริการและทาการ
ประสานงานกบั แผนกประชาสัมพนั ธแ์ ละการตลาด เพื่อใหส้ ่ือสารไปยงั กลมุ่ เป้าหมายหรือผรู้ ับบริการถึง
ความพร้อมในการเปิ ดใหบ้ ริการทางทนั ตกรรม ท้งั ในเรื่องของประเภทงานและวนั เวลาที่เปิ ดใหบ้ ริการ

ตัวอย่ำง วนั เวลาเปิ ดใหบ้ ริการ: วนั จนั ทร์- ศุกร์ เวลา 08.00-20.00 น.
วนั เสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.

หวั หนา้ ศูนยท์ นั ตกรรมคอยติดตามดูแลงานบริการใหเ้ ป็นไปตามแผนที่ต้งั ไว้ รวมท้งั สังเกตปัจจยั และ
แนวโนม้ ที่อาจส่งผลใหต้ อ้ งมีการทบทวนปรับเปลี่ยนการจดั การงานบริการใหท้ นั ต่อสถานการณ์ท่ีเปลี่ยนแปลง

22

บทท่ี 4

กำรจดั กำรบุคลำกรของหน่วยงำนทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชน

การจดั การบุคลากรของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน คอื การบริหารจดั การบุคลากรภายใน
หน่วยงานทนั ตกรรม ไดแ้ ก่ ทนั ตแพทย์ เจา้ หนา้ ที่เคาน์เตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับและผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ โดยมี
ผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชนเป็นผจู้ ดั การ คอยกากบั และดูแล

ดงั น้นั ผบู้ ริหารโรงพยาบาลเอกชนจึงมีความจาเป็นที่ตอ้ งเขา้ ใจแนวคิดการจดั การทรัพยากรมนุษย์
รวมถึงการเขา้ ใจในบทบาท หนา้ ท่ี ความรับผิดชอบของตนเองและบุคลากรภายในหน่วยงานทนั ตกรรม
เพื่อท่ีจะสามารถนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการคดั สรรบคุ ลากร การจดั ตารางเวร การมอบหมายงานและการกาหนด
หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบ และสาหรับในส่วนของโครงสร้างทีมบริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน
ในปัจจุบนั มีรูปแบบการจดั ระบบท่ีหลากหลายข้ึนกบั ผบู้ งั คบั บญั ชาสูงสุดของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาล-
เอกชนน้นั ดงั ตวั อยา่ งตามภาพที่ 4.1

ภาพที่ 4.1 โครงสร้างทีมบริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน

23

1 แนวคดิ กำรจดั กำรทรัพยำกรมนุษย์

แนวคิดการจดั การทรัพยากรมนุษยท์ ่ีเหมาะสมสาหรับผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน
ในการนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจดั การบุคลากรของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน คือ แนวคดิ การ
จดั การทรัพยากรมนุษย์ ของ ทนั ตแพทยอ์ ภิชาต ลีนานุรักษ์ (2562)

โดยแนวคดิ น้ีไดน้ าเสนอการบริหารจดั การทรัพยากรมนุษยใ์ นหน่วยงานทนั ตกรรมไวอ้ ยา่ งชดั เจน
ครอบคลุมต้งั แต่การคดั เลือกบุคลากรไปจนถึงการดูแลบคุ ลากร มี 7 ขอ้ ดงั น้ี

1.1 กำรเลือกรับบคุ ลำกร
ทนั ตแพทยอ์ ภิชาต ลีนานุรักษ์ (2562) อธิบายไวว้ า่ ใหด้ ูท่ีนิสยั ก่อนความสามารถ เพราะนิสัยเปลี่ยน
ไม่ได้ แตค่ วามสามารถ สามารถฝึกฝนได้

ทนั ตแพทยห์ ญิง ดร.ฉตั รปรีชญา ปาลกะวงศ์ ณ อยธุ ยา (2564) ไดใ้ หค้ วามเห็นในประเด็นน้ีวา่
ความสามารถกม็ ีความสาคญั มากเช่นกนั ยง่ิ เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ผปู้ ่ วยมีความคาดหวงั สูงและรับ ไมค่ อ่ ยได้
หากเกิดความผิดพลาด จนอาจถึงข้นั ฟ้องร้อง ดงั น้นั การสรรหาบุคลากรท่ีมีความเช่ียวชาญในสาขาวิชาจึงเป็น
กาลงั หลกั ท่ีสาคญั ในการใหก้ ารดูแลผปู้ ่ วยและมองวา่ นิสัยดี มนั เป็นคาที่กวา้ งเกินไป อีกท้งั บคุ ลากรใหม่ก็อาจ
แกลง้ ทาเป็นนิสยั ดีก็ได้ ประกอบกบั ในปัจจุบนั เป็นยคุ ที่ทนั ตแพทยล์ น้ ตลาดแรงงาน หากเราเป็นโรงพยาบาล
เอกชนองคก์ รช้นั นาก็จะสามารถเลือกทนั ตแพทยท์ ี่ท้งั เก่งและดีไดใ้ นคนเดียวกนั

อีกประการนึง ประสบการณ์หรือความสามารถฝึกได้ ทนั กนั ขอ้ น้ีก็เป็นประเด็นท่ีชวนคดิ ซ่ึงแลว้ แต่
บุคคล เม่ือจบเป็นทนั ตแพทยแ์ ลว้ บางคนงานที่ไมถ่ นดั ก็จะไมฝ่ ึกและไม่รับทาเคสอีก จนกลายเป็น Vicious
cycle คือ ทาไม่เก่งกเ็ คสนอ้ ย เคสนอ้ ยก็ฝึกนอ้ ย กไ็ ม่เก่งอีก ท้งั ยงั อาจจะช้ีนาคนไขไ้ ปในทางเลี่ยงท่ีตนเองไม่มี
ความถนดั ได้ เช่น ถา้ ไมถ่ นดั ผา่ ตดั ก็บอกคนไขว้ า่ ไมต่ อ้ งผา่ เป็นตน้ ยง่ิ ไปกวา่ น้นั ถา้ อยากฝึกฝนก็ควรเขา้ รับ
การอบรมเพิ่มเติมหรือเขา้ ศึกษาต่อในคณะทนั ตแพทยศาสตร์น่าจะเหมาะสมกวา่ เพราะมีอาจารยช์ ่วยให้
คาแนะนา การฝึ กฝนกบั ผปู้ ่ วยในโรงพยาบาลเอกชนจดั วา่ มีความเสี่ยงสูง

ทนั ตแพทยม์ ีชยั สมหวงั ประเสริฐ (2564) ไดใ้ หค้ วามเห็นในประเด็นน้ีวา่ หลกั เกณฑใ์ นการเลือกรับ
บคุ ลากร ควรใชห้ ลกั เกณฑท์ ่ีข้นึ กบั การตดั สินใจของคนนอ้ ยที่สุด เช่น การใชว้ ุฒิการศึกษาแบบทดสอบเบ้ืองตน้
ที่เป็นมาตรฐานเดียวกนั กบั หน่วยงานอื่นในโรงพยาบาล แบบทดสอบเฉพาะของหน่วยงานทนั ตกรรม เป็นตน้

24

1.2 กำรรับบุคลำกรเข้ำทำงำน
1.2.1 ผ้สู มคั รควรมี ทศั นคติท่ีดีต่องานท่ีทาและมีความตอ้ งการในการเขา้ ทางาน
1.2.2 ก่อนรับเข้าทางาน ผสู้ มคั รควรไดด้ ูงานที่ตอ้ งทาวา่ มีความสนใจหรือพร้อมที่จะทางานไหม
1.2.3 ช่วงทดลองงาน ตอ้ งมีพเี่ ล้ียงและเปิ ดโอกาสใหห้ มุนเวียนทางานหลายๆอยา่ ง เพอ่ื ท่ีจะประเมินบคุ ลากรวา่
มีความเหมาะสมหรือไม่
1.2.4 การประเมินการผ่านงาน ควรใหเ้ พอื่ นร่วมงานทุกคนมีส่วนร่วมในการพจิ ารณารับเขา้ ร่วมทีมและไม่
ตดั สินใจใหผ้ า่ นเพยี งเพราะขาดบุคลากรหรือสงสาร

1.3 เงิน
แรงจูงใจท่ีทาใหบ้ ุคลากรขยนั ยอมที่จะเพ่มิ ชวั่ โมงการทางาน เพิ่มความรับผิดชอบในภาระงานและ
พฒั นาความสามารถ แตเ่ งินไม่สามารถซ้ือคุณภาพงานใหด้ ีข้นึ เช่น การพูดจาไพเราะ ใจรักบริการ ใจเยน็ ความ-
รักตอ่ หน่วยงาน ซื่อสัตย์ ขยนั กระตือรือร้น ความมีน้าใจ สมั มาคารวะและอื่นๆ เพราะเป็นเรื่องของบุคลิกภาพ
และนิสัย ซ่ึงวิธีการแกไ้ ขท่ีง่ายและดีท่ีสุดตามความเห็นของทนั ตแพทยอ์ ภิชาต ลีนานุรักษ์ (2562) คอื การเลือก
บคุ ลากรท่ีดีและเหมาะสมมาร่วมงานต้งั แต่ตน้
แต่ในความเห็นของทนั ตแพทยม์ ีชยั สมหวงั ประเสริฐ (2564) ไมเ่ ห็นดว้ ยกบั ประเด็นการเลือกบุคลากร
ที่ดีและเหมาะสมมาร่วมงานต้งั แต่ตน้ วา่ เป็นการแกไ้ ขการคดั เลือกบคุ ลากรท่ีง่ายและดีที่สุด เน่ืองจากในปัจจุบนั
ความตอ้ งการแรงงานสูงมากข้ึนและความจริงของคนดีมกั อาศยั เวลา ความจริงจึง จะปรากฏออกมาเพราะเป็น
เรื่องท่ีจะทราบความจริงไดย้ าก ส่ิงสาคญั ท่ีควรสร้างก่อนลาดบั แรก คอื การสร้างระบบที่สามารถสร้าง
วฒั นธรรมองคก์ รท่ีดี แลว้ วฒั นธรรมองคก์ รท่ีดีจะคดั เลือกคนใหอ้ ีกข้นั หน่ึง

1.4 ระบบกำรทำงำน
1.4.1 ควรมกี ารปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ เพื่อใหร้ ู้กฎระเบียบ ขอ้ พึงปฏิบตั ิและขอ้ หา้ มในการทางาน
1.4.2 ควรมี Job description คือ มีการระบุขอบเขตงาน อานาจ หนา้ ท่ีและความรับผิดชอบของบุคลากรแตล่ ะ
คนใหช้ ดั เจน
1.4.3 ควรมคี ู่มอื บุคลากร ท่ีกาหนดรายละเอียด เช่น วธิ ีการรับมือเม่ือผรู้ ับบริการร้องเรียน การบอกเส้นทางเมื่อ
ผรู้ ับบริการโทรมาสอบถาม เป็นตน้

25

1.5 บุคลำกรตัวอย่ำง
สร้างบคุ ลากรตวั อยา่ งที่ทางานไดด้ ีใหเ้ ป็นแบบอยา่ ง เพ่ือใหท้ ุกคนปฏิบตั ิตาม ในประเด็นน้ีอาจมีขอ้
โตแ้ ยง้ ในอีกมุมมองหน่ึงวา่ วฒั นธรรมของสงั คมไทยเม่ือมีการช่ืนชมรายบุคคลอาจเกิด ความอิจฉาหรือความ
นอ้ ยใจ ดงั น้นั การชื่นชมในรูปแบบของทีมงานกเ็ ป็นอีกรูปแบบหน่ึงของ การสร้างแบบอยา่ งท่ีดีไดเ้ ช่นกนั

1.6 แบบอย่ำงทีด่ ี
แบบอยา่ งที่ดี คือ การมีพฤติกรรม จริยธรรม บคุ ลิกภาพท่ีดีและสามารถทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนได้ ดงั น้นั
หวั หนา้ หรือผบู้ ริหารควรตอ้ งทาตนใหเ้ ป็นแบบอยา่ งท่ีดีแก่บคุ ลากรภายในทีม ขณะท่ี แบบอยา่ งท่ีดีของทนั ต
แพทย์ คือ การยดึ มน่ั ในจรรยาบรรณเคารพในวชิ าชีพ เป็นตน้

1.7 ควำมรักที่ทำลำยหน่วยงำนหรือพื้นฐำนควำมคดิ ของผ้มู ีอำนำจในกำรบริหำรจดั กำรองค์กร
1.7.1 รักไม่เท่ากนั หรือการบริหารความยุตธิ รรมในองค์กร คือ การที่หวั หนา้ งานหรือผบู้ ริหารให้ความสาคญั กบั
คนสนิทหรือคนท่ีอยมู่ านาน อาจก่อให้เกิดความเขา้ ใจผิด ดงั น้นั หวั หนา้ งานหรือผบู้ ริหารควรแสดงออกให้
เทา่ กนั ในบุคลากรทกุ คน
1.7.2 รักไม่ยอมเปล่ียนแปลงหรือความกล้าตัดสินใจในการบริหารจดั การภายในองค์กร คอื การมีบคุ ลากรเก่าที่
ไม่ดี แต่ดว้ ยเกรงใจความรักหรือความ-ผกู พนั ทาใหล้ ะเลย ปลอ่ ยหรือมองขา้ ม แต่ในฐานะผบู้ ริหารตอ้ งกลา้
ตกั เตือนหรือเชิญออกหากเกินแกไ้ ข เพ่อื ใหห้ น่วยงานเปล่ียนไปในทางที่ดีข้นึ

นอกจากการคดั เลือกและการดูแลบคุ ลากรจะสาคญั ในการจดั การทรัพยากรมนุษยแ์ ลว้ การประเมินผล
การปฏิบตั ิงานก็สาคญั เช่นกนั ซ่ึงตวั อยา่ งเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการประเมินผลการปฏิบตั ิงาน เช่น เครื่องมือ
การประเมินผลแบบ 360 องศา เคร่ืองมือน้ีผถู้ กู ประเมินและผทู้ ี่มีความเก่ียวขอ้ งสมั พนั ธ์ในการทางานกบั ผถู้ ูก
ประเมิน เช่น ผบู้ งั คบั บญั ชา ลกู นอ้ ง ผรู้ ่วมงาน รวมถึงผรู้ ับบริการหรือ Supplier จะทาหนา้ ที่เป็นผปู้ ระเมิน
ทกั ษะความรู้ ทศั นคติและพฤติกรรมของผูถ้ กู ประเมิน ตามหวั ขอ้ การประเมินอยา่ งตรงไปตรงมา ซ่ึงเครื่องมือน้ี
ทาใหผ้ บู้ ริหารประหยดั เวลาในการเรียนรู้ผถู้ ูกประเมินและทราบวา่ จะส่งเสริมพฒั นาบุคลากรไปในทิศทางใด
ส่วนผถู้ กู ประเมินจะทราบวา่ บคุ คลอ่ืนมองการทางานของตนเป็นอยา่ งไรและจะพฒั นาปรับปรุงตนในเรื่องไหน

แตก่ ม็ ีขอ้ ควรระวงั คือ หากผปู้ ระเมินมีอคติ ไม่กลา้ แสดงความคิดเห็นหรือผถู้ กู ประเมินไม่พร้อมรับฟัง
ความคดิ เห็น มีทิฐิ การประเมินดว้ ยเครื่องมือน้ีอาจจะไดข้ อ้ มูลที่ไม่ตรงตามความจริง อีกท้งั การประเมินผลแบบ

26

360 องศา มกั เนน้ ไปท่ีจุดออ่ นและขอ้ บกพร่องของผถู้ ูกประเมินมากกวา่ การแสดงใหเ้ ห็นจุดแขง็ หรือ
ความสามารถของผถู้ ูกประเมิน

ดงั น้นั การใชเ้ ครื่องมือการประเมินผลแบบ 360 องศา หากหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน
เลือกท่ีจะนามาใช้ ตอ้ งมีการอบรมบคุ ลากรให้เขา้ ใจถึงจุดประสงคข์ องการนามาใช้ เพื่อใหไ้ ดผ้ ลการประเมินท่ี
ตรงตามความเป็นจริงและเมื่อไดผ้ ลการประเมินตอ้ งนาผลการประเมินน้นั ไปใชป้ ระโยชน์ในการพฒั นา
บคุ ลากรและหน่วยงานต่อไป

27

2 ประเภทของบุคลำกรและกำรจดั กำร

บคุ ลากรพ้นื ฐานของหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน ประกอบดว้ ย ผบู้ ริหารโรงพยาบาล
ทนั ตแพทย์ เจา้ หนา้ ท่ีเคาน์เตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับและผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ ซ่ึงในฐานะผบู้ ริหารโรงพยาบาล-
เอกชนมีความจาเป็นที่ตอ้ งเขา้ ใจในนิยาม บทบาท หนา้ ท่ี ความรับผดิ ชอบและการจดั การบคุ ลากรภายใน
หน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน ดงั น้ี

2.1 ผ้บู ริหำรโรงพยำบำล

ผบู้ ริหารโรงพยาบาล คอื ผนู้ าท่ีรับผดิ ชอบในการจดั การและดูแลบริหารโรงพยาบาล ให้เป็นไปตาม
แผนหรือเป้าหมายหรือวตั ถุประสงคท์ ี่ต้งั ไว้ แบง่ ออกเป็น 3 ระดบั (อภิชยั ธิณทพั , 2554) ไดแ้ ก่

2.1.1 ผ้บู ริหำรระดบั สูง (Top management) คือ ผบู้ ริหารตาแหน่งสูงสุดของโรงพยาบาล เจา้ ของโรงพยาบาล
หรือผถู้ ือหุน้ ส่วนใหญ่ของโรงพยาบาล

หน้ำที่และควำมรับผิดชอบ
จดั ทาแผนแม่บท จดั รูปแบบองคก์ ร ตดั สินใจ วางแผนระยะยาวที่เกี่ยวกบั ทิศทาง โดยรวมของ องคก์ ร

กาหนดวิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ เป้าหมาย นโยบาย กลยทุ ธแ์ ละแนะนาวธิ ีการจดั การในสิ่งต่างๆที่ได้ กาหนดไวห้ รือ
เกิดข้นึ ในโรงพยาบาลเอกชน ซ่ึงมีความรับผิดชอบดงั น้ี

• ความรับผดิ ชอบต่อกิจการ คือ การดาเนินธุรกิจใหเ้ กิดผลกาไรสูงสุด
• ความรับผิดชอบต่อผรู้ ับบริการ คอื สร้างความพึงพอใจประทบั ใจในการรักษาและบริการ
• ความรับผดิ ชอบต่อรัฐ คือ การปฏิบตั ิตามระเบียบของรัฐ
• ความรับผิดชอบต่อบคุ ลากร คอื การใหส้ วสั ดิการที่เป็นธรรม
• ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม คือ การตอบแทนประโยชน์คนื สู่สงั คม

28

2.1.2 ผู้บริหำรระดับกลำง (Middle management) คือ ผอู้ านวยการโรงพยาบาล

หน้ำที่และควำมรับผดิ ชอบ
• ประสานงานกบั ผบู้ ริหารระดบั สูง เพอื่ นาเอาผลการตดั สินใจ นโยบายและแผนงานของผบู้ ริหาร
ระดบั สูงลงมาระดบั ลา่ ง รวมถึงการรายงานปัญหาหรืออุปสรรคท่ีเกิดข้นึ เพื่อใหผ้ บู้ ริหารระดบั สูงแกไ้ ข
และตดั สินใจ
• ประสานงานกบั ผบู้ ริหารระดบั หวั หนา้ งาน เพอื่ จดั สรรแบ่งงาน ถ่ายทอดนโยบายและแผนงานนาสู่การ
ปฏิบตั ิ รวมถึงการรับฟังปัญหาเร่ืองราวร้องเรียนตา่ งๆ
• ส่ือสารวิสัยทศั น์ เป้าหมายขององคก์ ร นโยบายและแผนงานที่เหมาะสมแก่บคุ ลากรทุกคนท่ีเกี่ยวขอ้ ง
อยา่ งทวั่ ถึง รวดเร็วและทนั เวลา
• จดั สรร ประสานงาน เชื่อมโยงระหวา่ งผบู้ ริหารกบั ผปู้ ฏิบตั ิงาน ไดแ้ ก่ หน่วยงานตา่ งๆท้งั สายงานคลินิก
และนอกสายงานคลินิก
• ติดตาม ควบคุม การปฏิบตั ิงานใหเ้ ป็นไปตามนโยบายและแผนงานท่ีกาหนด

2.1.3 ผู้บริหำรระดับหวั หน้ำงำน (Supervisory Management) คือ รองผอู้ านวยการฝ่ ายการแพทย์ หวั หนา้ ฝ่าย
การพยาบาล หวั หนา้ แผนกต่างๆ เช่น หวั หนา้ แผนก ทนั ตกรรม หัวหนา้ ฝ่ายการพยาบาล หวั หนา้ แผนก
เภสชั กรรม เป็นตน้

หน้ำท่ีและควำมรับผิดชอบ
• ทางานท้งั ดา้ นบริหารและเป็นเจา้ หนา้ ที่ปฏิบตั ิงานในโรงพยาบาล
• วางแผนดาเนินงานตามนโยบายที่ผบู้ ริหารระดบั สูงและผบู้ ริหารระดบั กลางกาหนดไว้
• วางแผนพฒั นาคณุ ภาพและวางแผนจดั สรรอตั รากาลงั คน
• ใหข้ อ้ คิดเห็น คาแนะนา เป็นท่ีปรึกษาของหน่วยงานทนั ตกรรมและตดั สินใจในเร่ืองที่มีผลระยะส้ัน
เพอื่ ช่วยเหลือและแกไ้ ขปัญหาประสานเชื่อมโยงในเรื่องที่ตอ้ งเกี่ยวขอ้ งกบั หน่วยงานต่างๆภายใน
โรงพยาบาล
• ติดตาม ควบคุม ช่วยเหลือ หน่วยงานใหส้ ามารถปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งราบรื่น เช่น จดั สรรกาลงั คน จดั หา
พสั ดุ ครุภณั ฑ์ เคร่ืองมือท่ีหน่วยงานตอ้ งการเพิ่มเติมใหเ้ พียงพอและเหมาะสมตอ่ การใชง้ าน เป็นตน้

29

2.1.4 หัวหน้ำหน่วยงำนทนั ตกรรมหรือผ้จู ดั กำรหน่วยงำนทันตกรรม ส่วนใหญเ่ ป็นทนั ตแพทย์

หน้ำที่และควำมรับผดิ ชอบ
• กาหนดทิศทางการบริการของหน่วยงาน ไดแ้ ก่ วิสัยทศั น์ พนั ธกิจ เป้าหมาย รวมท้งั แนวทางการพฒั นา
บริการทางทนั ตกรรม
• กาหนดมาตรฐานการใหบ้ ริการของหน่วยงานทนั ตกรรม
• วางแผนการและดาเนินการพฒั นาคุณภาพแก่บุคลากรภายในหน่วยงานทนั ตกรรม
• วางแผนอตั รากาลงั ของหน่วยงานทนั ตกรรมใหเ้ พยี งพอและสอดคลอ้ ง
• จดั นิเทศงาน หากมีบคุ ลากรใหม่
• ประสานงานภายในหน่วยงานทนั ตกรรมและ หรือหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง
• เป็นท่ีปรึกษา ใหค้ าแนะนา วินิจฉยั แกป้ ัญหาท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั งานทางทนั ตกรรม
• ติดตามประเมินผลการจดั บริการทางทนั ตกรรม

30

2.2 ทันตแพทย์

ทนั ตแพทย์ คอื แพทยผ์ ทู้ าหนา้ ที่ดูแล ป้องกนั รักษา ส่งเสริมและฟ้ื นฟสู ุขภาพฟัน ขากรรไกรและโรค
ภายในช่องปาก แบ่งเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ ทนั ตแพทยท์ ว่ั ไปและทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทาง

2.2.1 ทนั ตแพทย์ทว่ั ไป (General practitioner) คือ ทนั ตแพทยท์ ่ีเรียนจบปริญญาตรีตามหลกั สูตร
ทนั ตแพทยศาสตรบณั ฑิต มีความรู้ ความสามารถในการตรวจฟัน วินิจฉยั วางแผน ดูแลรักษาฟัน โรคใน
ช่องปากและอวยั วะท่ีเก่ียวขอ้ งโดยความชานาญจะข้นึ กบั ประสบการณ์และการฝึกฝน

หน้ำที่และควำมรับผดิ ชอบ
ใหค้ วามรู้ ตรวจฟัน วนิ ิจฉยั วางแผน ดูแลรักษาฟัน โรคในช่องปากและอวยั วะที่เกี่ยวขอ้ งแก่ผปู้ ่ วยหรือ

ผรู้ ับบริการ โดยใหก้ ารดูแลรักษาผปู้ ่ วยหรือผูร้ ับบริการทุกกล่มุ โดยข้ึนกบั ความสามารถของทนั ตแพทยท์ า่ นน้นั
เช่น ทนั ตแพทยม์ ีความเช่ียวชาญดา้ นการรักษาโรคเหงือก ก็สามารถให้การรักษาได้ โดยไม่จาเป็นตอ้ งส่งต่อ
ทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทาง

2.2.2 ทนั ตแพทย์เฉพำะทำง (Specialist) คอื ทนั ตแพทยท์ ี่เรียนจบปริญญาตรีทนั ตแพทยท์ วั่ ไป จากน้นั เรียนต่อ
ในมหาวิทยาลยั ท้งั ในประเทศหรือต่างประเทศท่ีเปิ ดหลกั สูตรทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางสาขาต่างๆ โดยเม่ือเรียนจบ
ตอ้ งเขา้ สอบเป็นผเู้ ชี่ยวชาญกบั ทนั ตแพทยสภา ถา้ สอบผา่ นจะไดว้ ุฒิบตั รและข้ึนทะเบียนเป็นทนั ตแพทยเ์ ฉพาะ
ทาง ซ่ึงมีสาขาเฉพาะทางในปัจจุบนั มี 12 สาขา (ราชวิทยาลยั ทนั ตแพทยแ์ ห่งประเทศไทย, 2563)
ตามตารางท่ี 4.1

ตารางท่ี 4.1 หนา้ ท่ีและความรับผดิ ชอบของทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทาง (Specialist)

ทนั ตแพทย์เฉพำะทำง หน้ำที่และควำมรับผดิ ชอบ

1) สาขาทันตกรรมท่ัวไป • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะเรียนและเพิม่ ประสบการณ์เกี่ยวกบั ความรู้ทางทนั ตกรรม
(Super general practitioner) ทกุ สาขา เพือ่ ใหก้ ารดูแล ส่งเสริม ป้องกนั รักษาและฟ้ื นฟสู ุขภาพฟัน โรคใน
ช่องปากและอวยั วะท่ีเกี่ยวขอ้ ง
นิยมเรียก: Super GP
• ดูแลและรักษาผปู้ ่ วยทกุ กลมุ่ อายแุ ละกลุ่มพิเศษ

31

ทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทาง หนา้ ท่ีและความรับผิดชอบ

2) สาขาวิทยาเอน็ โดดอนต์ • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะใหก้ ารดูแล ประเมิน วนิ ิจฉยั ป้องกนั รักษาเน้ือเยอื่ ในฟัน

(Endodontist) และเน้ือเยื่อรอบรากฟัน เก่ียวโยงไปถึงสภาพรอบปลายรากฟัน

นิยมเรียก: หมอเอน็ โด หรือ • ชานาญในงานรักษาคลองรากฟัน

หมอรักษาคลองรากฟัน • ดูแลและรักษาผปู้ ่ วยท่ีมีปัญหาท้งั ทางตรงและทางออ้ มจากตน้ เหตุความผิดปกติ

ของโพรงประสาทฟัน เช่น ฟันผุ ฟันร้าว ท่ีส่งผลใหเ้ กิดการอกั เสบของ

โพรงประสาทฟัน จนอาจส่งผลใหเ้ กิดความผิดปกติหรือพยาธิสภาพที่ปลาย

รากฟันหรืออวยั วะใกลเ้ คยี งปลายรากฟัน

3) สาขาทันตกรรมประดิษฐ์ • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะใหก้ ารดูแล ฟ้ื นฟู รักษาฟันธรรมชาติและ หรือทดแทนฟัน

(Prosthodontist) อวยั วะของช่องปาก ขากรรไกรและกระดูกใบหนา้ ท่ีเก่ียวกบั ขากรรไกร อวยั วะ

นิยมเรียก: หมอพรอส หรือ เทียมหรือสิ่งประดิษฐ์

หมอฟันปลอม • ชานาญในงานฟันปลอมท้งั ชนิดฟันปลอมติดแน่นและฟันปลอมถอดได้

• ดูแลและรักษาผปู้ ่ วยท่ีตอ้ งการทาฟันปลอมท้งั ชนิดฟันปลอมติดแน่นและ

ฟันปลอมถอดได้ เพือ่ ใหผ้ ปู้ ่ วยสามารถท่ีจะกลบั มาใชฟ้ ันและขากรรไกรได้

อยา่ งมีประสิทธิภาพและสวยงาม

4) สาขาทันตกรรมสาหรับเดก็ • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะใหก้ ารดูแล ป้องกนั รักษาและใหค้ าแนะนาทางทนั ตกรรม

(Pedodontist) สาหรับเดก็ ในวยั แรกเกิดจนถึงวยั รุ่น (18 ปี บริบูรณ์) และผปู้ ่ วยกล่มุ พเิ ศษ

นิยมเรียก: หมอฟันเด็ก หรือ • ดูแลและรักษาทางทนั ตกรรมในผปู้ ่ วยเดก็ แรกเกิดถึงอายุ 18 ปี บริบรู ณ์และ

หมอเดก็ ผปู้ ่ วยกลุ่มพิเศษ

5) สาขาปริทันตวิทยา • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะใหก้ ารดูแล ตรวจวิเคราะห์ ป้องกนั และรักษาโรคที่เกิด

(Periodontist) ข้นึ กบั รากฟันและอวยั วะปริทนั ต์ ไดแ้ ก่ เคลือบรากฟัน เอ็นยดึ ปริทนั ต์ เหงือก

นิยมเรียก: หมอเหงือก หรือ และกระดูกเบา้ ฟัน

หมอโรคเหงือก • ชานาญในการรักษาโรคเหงือก เช่น เกลารากฟัน ผา่ ตดั ตกแต่งเหงือก ปลูก

เหงือก และปลูกกระดูก เป็นตน้

• ดูแลและรักษาผปู้ ่ วยที่มีปัญหาเก่ียวกบั เหงือกและกระดูกรองรับฟัน

6) สาขาศลั ยศาสตร์ช่องปาก • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะใหก้ ารดูแล ประเมิน วินิจฉยั และรักษาทางศลั ยกรรม

และแมก็ ซิลโลเฟเชียล เพ่ือแกไ้ ขความผิดปกติตา่ งๆในบริเวณช่องปาก ขากรรไกร และใบหนา้

(Oral and Maxillofacial • ชานาญในงานถอนฟัน ผา่ ฟันคดุ ผา่ ตดั รักษาขากรรไกรหักหรือแกไ้ ขการสบฟัน

surgery)

32

ทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทาง หนา้ ท่ีและความรับผิดชอบ

นิยมเรียก: หมอศลั ย์ • ดูแลและรักษาผปู้ ่ วยท่ีมีปัญหาเรื่องความผิดปกติต่างๆ ในบริเวณช่องปาก

ขากรรไกรและใบหนา้

7) สาขาทันตกรรมจัดฟัน • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะใหก้ ารดูแล แกไ้ ข การเจริญเติบโตของโครงสร้างใบหนา้

(Orthodontist) ขากรรไกรและฟัน รักษาความผิดปกติของการสบฟันดว้ ยเครื่องมือจดั ฟัน

นิยมเรียก: หมอจดั ฟัน • ชานาญงานจดั ฟัน

• ดูแลและรักษาผปู้ ่ วยที่ตอ้ งรับการรักษาดว้ ยการจดั ฟัน เพื่อใหฟ้ ันสามารถใชง้ าน

ไดด้ ีข้นึ ทาความสะอาดไดง้ า่ ยและเรียงเป็นระเบียบสวยงาม

8) สาขาวิทยาการวินิจฉัยโรค • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะใหก้ ารดูแล ตรวจ วิเคราะห์ วินิจฉยั และรักษาโรค โดยใช้

ช่องปาก ความรู้และเทคโนโลยที างเวชศาสตร์ช่องปาก พยาธิวทิ ยาช่องปากและรังสีวิทยา

(Oral diagnostic sciences ช่องปากและแมก็ ซิลโลเฟเชียล

dentist) • ชานาญในการรักษารอยโรคในช่องปากและอวยั วะที่เกี่ยวขอ้ งกบั ช่องปาก

นิยมเรียก: หมอเฉพาะทาง • ดูแลและรักษาผปู้ ่ วยที่มีรอยโรคในช่องปากและอวยั วะท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ช่องปาก

รอยโรคในช่องปาก

9) สาขานิติทันตวิทยา • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะมีหนา้ ที่ในการพสิ ูจน์เอกลกั ษณ์ ประเมินอายบุ ุคคล

(Forensic odontology) • ทางานร่วมกบั แพทยน์ ิติเวชในการตรวจพสิ ูจน์เอกลกั ษณ์และประเมินอายบุ ุคคล

นิยมเรียก: ทนั ตแพทยน์ ิติเวช

10) สาขาทนั ตกรรมบดเค้ียวและ • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะใหก้ ารดูแล ตรวจ วเิ คราะห์ วินิจฉยั รักษาจดั การโรค

ความเจ็บปวดช่องปากใบหนา้ ความผิดปกติทางทนั ตกรรมบดเค้ยี วและความเจบ็ ปวดของช่องปากและใบหนา้

(Occlusion and orofacial pain • ชานาญในการรักษาอาการนอนกดั ฟัน ปวดขอ้ ต่อขากรรไกร เคน้ ฟัน เป็นตน้

dentist) • ดูแลและรักษาผปู้ ่ วยที่มีโรคความผิดปกติทางทนั ตกรรมบดเค้ียว ความเจบ็ ปวด

นิยมเรียก: หมอออคคชู นั่ หรือ ของช่องปากและใบหนา้

หมอเฉพาะทาง ขากรรไกร

11) สาขาทันตสาธารณสุข • ทนั ตแพทยส์ าขาน้ีจะใหก้ ารดูแลป้องกนั และควบคมุ โรค โดยผา่ นการมี

(Dental public health dentist) ส่วนร่วมของชุมชน เพื่อแกไ้ ขปัญหาใหแ้ ก่ชุมชนและสงั คม

• ดูแลและใหค้ าแนะนาในการป้องกนั และควบคมุ โรคท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ทาง

นิยมเรียก: หมอฟันชุมชน ทนั ตกรรมแก่คนในชุมชน

33

ดงั น้นั ทนั ตแพทยท์ ว่ั ไปสามารถทางานของทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางไดห้ ากมีความชานาญและมี
ความสามารถที่เพียงพอในการใหก้ ารรักษา ขณะท่ีทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางกส็ ามารถใหก้ ารรักษานอกเหนือจาก
ความชานาญเฉพาะทางของตนได้ ซ่ึงผบู้ ริหารโรงพยาบาลมีความจาเป็นท่ีตอ้ งรู้ความสามารถและขอบเขตใน
การใหก้ ารรักษาของทนั ตแพทยแ์ ต่ละท่าน เพือ่ ประโยชน์ ดงั น้ี

1) เพื่อใชใ้ นการวางแผนจดั ตารางเวรทนั ตแพทยใ์ หเ้ หมาะสมสอดคลอ้ งกบั จานวนและประเภท
ความเจ็บป่ วยของผปู้ ่ วยหรือผรู้ ับบริการ

2) ทนั ตแพทยท์ ี่ออกตรวจรักษาไดร้ ับผลตอบแทนที่พงึ พอใจ
3) โรงพยาบาลไดร้ ับผลประกอบการที่มากข้นึ

34

กรณตี ัวอย่ำง กำรจดั ตำรำงเวรแพทย์ของศูนย์ทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชนแห่งหนึ่งในจงั หวัดสงขลำ

ข้นั ตอนท่ี 1: สำรวจทันตแพทย์
1) สารวจงานท่ีทนั ตแพทยส์ ามารถทาหตั ถการไดแ้ ละมีความชานาญ เพื่อนาไปใชใ้ นการวางแผนจดั ตาราง
เวรใหไ้ ดท้ นั ตแพทยท์ ี่เหมาะสมและเพยี งพอกบั ความตอ้ งการของผรู้ ับบริการ
2) สารวจวนั ท่ีทนั ตแพทยส์ ะดวกลงปฏิบตั ิงาน เพือ่ นาไปใชใ้ นการวางแผนจดั ตารางเวรและวางแผน
สารอง หากทนั ตแพทยท์ ี่เขา้ เวรปกติ ขอลาป่ วยหรือลาฉุกเฉิน
3) สารวจประกนั รายไดค้ า่ ตอบแทนท่ีทนั ตแพทยไ์ ดร้ ับตามสัญญาที่ตกลงไวก้ บั โรงพยาบาล เพอื่ นาไปใช้
ในการวางแผนจดั ตารางเวรควบคมุ ตน้ ทนุ ของศนู ยท์ นั ตกรรมในเรื่องคา่ ตอบแทนรายไดท้ นั ตแพทย์
โดยการปรับเพ่มิ หรือลดจานวนทนั ตแพทยท์ วั่ ไปหรือทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางใหม้ ีความสอดคลอ้ ง
เหมาะสมกบั แนวโนม้ ธุรกิจของศนู ยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลา

ตารางท่ี 4.2 ผลสารวจทนั ตแพทยข์ องศูนยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลา

35

ข้นั ตอนท่ี 2: จดั ตำรำงเวรทันตแพทย์
1) ทนั ตแพทยท์ วั่ ไป ตอ้ งมีอยา่ งนอ้ ย 1 คนต่อวนั เพ่อื ใหบ้ ริการตรวจเบ้ืองตน้ และหากเกินความสามารถในการ

รักษาจะไดท้ าการนดั ส่งต่อทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางหรือทนั ตแพทยท์ ี่เช่ียวชาญในสาขาน้นั
2) ทนั ตแพทยท์ ว่ั ไป 1 คน หากมีคิวนดั จองเตม็ ทุกช่วงเวลาและไมส่ ามารถรองรับผรู้ ับบริการหรือผปู้ ่ วยได้

เพยี งพอ ควรพิจารณาจดั หาทนั ตแพทยเ์ พ่มิ อีกหน่ึงท่าน โดยตอ้ งคานึงถึงความคุม้ ทุนของศูนยท์ นั ตกรรมใน
เรื่องค่าตอบแทนรายไดท้ นั ตแพทยแ์ ละแนวโนม้ ระยะยาว เพราะหากเพิ่มทนั ตแพทยแ์ ลว้ การปรับลดทนั ต
แพทยล์ ง อาจสร้างความรู้สึกไมม่ น่ั คงในการทางานใหก้ บั ทีมทนั ตแพทย์
3) จานวนทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางในแต่ละสาขาข้นึ กบั ปริมาณงานหตั ถการในสาขาน้นั ๆ โดยทนั ตแพทย์
เฉพาะทางบางสาขาในศนู ยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลาไม่ไดจ้ ดั ใหม้ ี เนื่องจาก
มีผรู้ ับบริการมีจานวนนอ้ ยไมค่ มุ้ ทุนกบั การวา่ จา้ งทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางสาขาน้นั การแนะนาหรือส่งต่อ
ผรู้ ับบริการไปท่ีคณะทนั ตแพทย์ โรงพยาบาลท่ีมีขนาดใหญ่กวา่ หรือสถานพยาบาลที่มีทนั ตแพทย์
เฉพาะทางในสาขาน้นั อยู่ จะเป็นวธิ ีการท่ีเหมาะสมมากกวา่

ข้นั ตอนท่ี 3: กำรประเมินตำรำงเวรทนั ตแพทย์
1) ตรวจสอบขอ้ ร้องเรียนรายวนั วา่ มีเร่ืองใดที่เก่ียวขอ้ งกบั ทนั ตแพทยบ์ า้ งไหม เช่น วธิ ีการรักษา พฤติกรรม

ของทนั ตแพทย์ ระยะเวลารอคอยการรักษา เป็นตน้
2) ตรวจบญั ชีรายไดข้ องแผนกทนั ตกรรมวา่ ทนั ตแพทยท์ ี่ออกตรวจมีรายไดเ้ กินประกนั ไหม เพราะถา้ ไมเ่ กิน

ประกนั แสดงวา่ แผนกทนั ตกรรมตอ้ งปรับกลยทุ ธใ์ หม่ในการเพม่ิ จานวนผูร้ ับบริการหรือพูดคยุ กบั
ทนั ตแพทยเ์ พ่ือหาสาเหตุท่ีแทจ้ ริง
3) เปิ ดช่องทางใหท้ นั ตแพทยท์ ุกท่านสามารถแสดงความคดิ เห็น เพื่อเป็นประโยชน์ในการพฒั นาการจดั การให้
ดียง่ิ ข้ีน
4) ประเมินสถานการณ์ในปัจจุบนั เช่น แนวโนม้ สถานการณ์โควดิ ที่มีผลตอ่ จานวนผเู้ ขา้ รับบริการ
5) ประเมินสถานการณ์ท้งั ในเรื่องปัจจยั ภายในและปัจจยั ภายนอกแผนกทนั ตกรรมอยา่ งต่อเน่ือง

ข้นั ตอนที่ 4: ปรับเปลยี่ นตำรำงเวรทันตแพทย์
ทาการปรับเปล่ียนตารางเวรทนั ตแพทยต์ ามความเหมาะสม ดว้ ยการคานึงถึงผรู้ ับบริการเป็นหลกั และ

บริหารจดั การบคุ ลากรที่เกี่ยวขอ้ งใหอ้ ยา่ งเหมาะสม เช่น ทนั ตแพทยแ์ ละผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ เป็นตน้

36

37

2.3 เจ้ำหน้ำที่เคำน์เตอร์หรือพนกั งำนต้อนรับ

เจา้ หนา้ ท่ีเคาน์เตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับ คือ ผทู้ าหนา้ ท่ีตอ้ นรับ รับรองผมู้ ารับบริการหรือผทู้ ี่มาติดตอ่
จดั สรร ประสานงาน อานวยความสะดวก ใหเ้ ป็นไปตามความตอ้ งการของผมู้ ารับบริการ โดยคุณสมบตั ิที่ดีของ
เจา้ หนา้ ที่เคาน์เตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับมีดงั น้ี

2.3.1 สุขภาพกาย สุขภาพจิตและทัศนคติดี
2.3.2 มใี จรักในงานและมีวฒุ ิภาวะทางอารมณ์
2.3.3 บคุ ลิกภาพดี สุภาพและรู้จักกาลเทศะ
2.3.4 มคี วามรับผดิ ชอบ ซื่อสัตย์ มีวนิ ยั ตรงต่อเวลาและอดทน
2.3.5 มีความเชื่อมัน่ ในตนเอง มีปฏภิ าณไหวพริบและมคี วามคิดริเริ่มสร้างสรรค์
2.3.6 มคี วามรอบรู้ในงานและมีศิลปะในการพูดทดี่ ี
2.3.7 เป็ นบุคคลมมี นุษย์สัมพนั ธ์

หน้ำท่ีและควำมรับผิดชอบ
• สาหรับผมู้ ารับบริการ คือ ตอ้ นรับ รับรอง จดั สรรประสานงาน อานวยความสะดวกและใหค้ วามรู้
เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั การรักษาทางทนั ตกรรม
• สาหรับหน่วยงานทนั ตกรรม คือ การปฏิบตั ิหนา้ ที่ตามท่ีผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาล
เอกชนมอบหมาย เช่น ทาประวตั ิ ตรวจสอบสิทธิในการรักษา ติดต่อนดั หมายผปู้ ่ วยทางโทรศพั ทห์ รือ
ส่ง SMS ส่งงานรับงานแลปและทาบญั ชีสรุปยอด เป็นตน้

ดงั น้นั อตั รากาลงั คนในตาแหน่งเจา้ หนา้ ที่เคานเ์ ตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับควรมีอยา่ งนอ้ ย 1 คนต่อวนั
โดยอตั รากาลงั คนในตาแหน่งน้ีอาจข้ึนกบั จานวนทนั ตแพทย์ จานวนผรู้ ับบริการ ภาระงานหรือขนาดของ
โครงสร้างองคก์ ร ซ่ึงตอ้ งมีการวางแผนจดั สรรอตั รากาลงั คนใหเ้ พียงพอต่อการทางาน และการใหบ้ ริการ

38

2.4 ผู้ช่วยทันตแพทย์

ผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ คือ ผทู้ ่ีทาหนา้ ที่ช่วยเหลือและอานวยความสะดวกแก่ทนั ตแพทย์ โดยแบ่งออกไดเ้ ป็น
2 ประเภท คือ

1) ผ้ชู ่วยทันตแพทย์ที่เรียนจบตามหลักสูตรมหาวิทยาลัยมีใบประกาศนียบัตรรับรอง โดยศึกษาเรียนรู้
และฝึกงานตามหลกั สูตรท่ีมหาวิทยาลยั กาหนด

2) ผ้ชู ่วยทันตแพทย์ท่ีไม่ได้เรียนจบหลักสูตรผ้ชู ่วยทันตกรรม ศึกษาเรียนรู้งานจากผชู้ ่วย- ทนั ต
แพทยห์ รือทนั ตแพทยใ์ นหน่วยงานทนั ตกรรม

ซ่ึงคณุ สมบตั ิในการรับผชู้ ่วยทนั ตแพทยข์ ้นึ กบั ความตอ้ งการของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่ง บางแห่ง
ตอ้ งการผชู้ ่วยทนั ตแพทยท์ ่ีมีความรู้ ความชานาญและประสบการณ์ เพอ่ื เร่ิมทางานไดท้ นั ทีหรือบางแห่งตอ้ งการ
ฝึกอบรมเอง เพื่อใหม้ ีความสามารถตามที่ตอ้ งการและลดตน้ ทุนในเรื่องคา่ ผา่ นประสบการณ์

หน้ำท่ีและควำมรับผิดชอบ
• หนา้ ที่หลกั ของผชู้ ่วยทนั ตแพทย์
- ก่อนปฏิบตั ิงานหัตถการ: เตรียมเครื่องมือและวสั ดุทางทนั ตกรรมที่เหมาะสมและจาเป็นใน
การรักษาผปู้ ่ วย
- ขณะปฏิบตั ิงานหตั ถการ: ส่งรับเคร่ืองมือและวสั ดุทางทนั ตกรรม ดูดน้าลาย ผสมวสั ดุต่างๆ เช่น
วสั ดุพมิ พป์ าก เทปนู สาหรับงานพิมพป์ าก เอกซเรย์ ลา้ งฟิ ลม์ เอกซเรย์
- หลงั ปฏิบตั ิงานหตั ถการ: ทาความสะอาดฆา่ เช้ือพ้นื ผิวบริเวณยนู ิตทนั ตกรรม เก็บเครื่องมือส่ง
หอ้ งลา้ ง ตรวจสอบจานวนเครื่องมือและวสั ดุทางทนั ตกรรม
• ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีตามท่ีผบู้ ริหารหน่วยงาน ทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนมอบหมาย เช่น จดั ทาเอกสาร จดั
ตารางเวร เป็นเจา้ หนา้ ท่ีเคาน์เตอร์หรือพนกั งานตอ้ นรับ

ดงั น้นั อตั รากาลงั คนในตาแหน่งผชู้ ่วยทนั ตแพทยค์ วรข้ึนอยกู่ บั จานวนทนั ตแพทยแ์ ละสาขา งานทาง
ทนั ตกรรม เช่น งานศลั ยกรรมถอนฟัน อาจใชผ้ ชู้ ่วยทนั ตแพทยค์ นเดียว แต่ในงานหัตถการท่ี ยากและซบั ซอ้ น
เช่น สาขาทนั ตกรรมสาหรับเดก็ ควรมีผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ 2 คน เพือ่ ประสิทธิภาพและ ความปลอดภยั ในการ
ทางาน เป็นตน้

39

2.4.1 กำรจัดแบ่งหน้ำทีใ่ นกำรทำงำนของผ้ชู ่วยทนั ตแพทย์
ควรจดั ใหม้ ีการหมุนเวียนงาน เพื่อใหผ้ ชู้ ่วยทนั ตแพทยม์ ีการพฒั นาขดี ความสามารถและมีความรู้ในงาน
ที่หลากหลาย ซ่ึงมีแนวปฏิบตั ิการหมุนเวียนงาน ดงั น้ี

1) พิจารณาความสาคัญของงาน คือ พจิ ารณาวา่ มีงานใดบา้ งท่ีมีความสาคญั และควรใหม้ ีการหมุนเวียนงาน
เพือ่ ใหเ้ กิดการเรียนรู้และสามารถนาไปปฏิบตั ิได้ เช่น การฝึกเป็นผชู้ ่วยของทนั ตแพทยเ์ ฉพาะทางใหค้ รบทุก
สาขา โดยในช่วงแรกอาจทาหนา้ ท่ีเป็นผชู้ ่วยของผชู้ ่วยทนั ตแพทยก์ ่อน เพอ่ื ใหเ้ ห็นภาพรวมข้นั ตอนการ
ทางานของทนั ตแพทยท์ ่านน้นั เพราะทนั ตแพทยแ์ ต่ละท่านมีรูปแบบการทางาน การจดั ลาดบั ข้นั ตอน
รวมถึงเครื่องมือวสั ดุที่ใชใ้ นการรักษาแตกตา่ งกนั ถึงแมว้ า่ จะเป็นงานรักษาประเภทเดียวกนั โดยงานท่ีจะทา
การหมุนเวียนตอ้ งมีความใกลเ้ คยี งกบั งานเดิมก่อน ไมค่ วรมีความแตกตา่ งจากงานเดิมมากนกั

2) กาหนดมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบ คือ การท่ีหัวหนา้ หรือผจู้ ดั การหน่วยงานทนั ตกรรมกาหนด
มอบหมายหนา้ ท่ีและความรับผิดชอบใหผ้ ชู้ ่วยทนั ตแพทยแ์ ตล่ ะคนในแตล่ ะวนั ที่ปฏิบตั ิงาน โดยท่ีผชู้ ่วย
ทนั ตแพทยพ์ งึ มีทศั นคติและความเขา้ ใจท่ีถูกตอ้ งในเร่ืองการหมนุ เวียนงาน ส่วนผมู้ อบหมายงานตอ้ ง
พิจารณาความสามารถของผปู้ ฏิบตั ิงาน ในเร่ืองของคณุ ลกั ษณะ ความรับผิดชอบและความหมาะสมในงาน
ท่ีมอบหมาย

3) ให้คาปรึกษา คาแนะนา คือ ระหวา่ งการหมนุ เวยี นงานหวั หนา้ หรือผจู้ ดั การหน่วยงานทนั ตกรรมตอ้ งอยใู่ ห้
คาปรึกษา คาแนะนา เม่ือผชู้ ่วยทนั ตแพทยต์ อ้ งการความช่วยเหลือ

4) วิเคราะห์ประเมินผลการปฏิบตั ิงาน คือ การทบทวนปัญหาและอุปสรรค เพ่อื ท่ีจะนามาปรับปรุแกไ้ ขให้
เหมาะสม

ข้อดแี ละข้อพงึ ระวังในกำรหมนุ เวยี นงำน

1) ข้อดี คือ ทาใหพ้ นกั งานเขา้ ใจกระบวนการทางานแบบทว่ั ท้งั หน่วยงานและสามารถทดแทนอตั รากาลงั เม่ือ
เกิดการขาดอตั รากาลงั

2) ข้อพึงระวัง คือ การเกิดปัญหาหรือกระบวนการทางานที่ผิดพลาด เนื่องจากขาด ความชานาญและ
คณุ สมบตั ิบางประการไมเ่ หมาะสม เช่น ลกั ษณะทา่ ทาง การพูดจา

ข้อดแี ละข้อพงึ ระวังในกำรไม่หมุนเวียนงำน ความรับผิดชอบที่

1) ข้อดี คือ เกิดประสิทธิภาพในการทางาน เน่ืองจากผชู้ ่วยทนั ตแพทยจ์ ะมีหนา้ ท่ี
ชดั เจน มีความชานาญในการปฏิบตั ิงานและสามารถแกไ้ ขปัญหาที่เกิดข้ึน

40

2) ข้อพึงระวงั คือ ผชู้ ่วยทนั ตแพทยจ์ ะใหค้ วามสนใจเฉพาะหนา้ ที่ของตน ไม่ไดเ้ รียนรู้ในงานส่วนอื่นๆของ
หน่วยงาน ทาใหม้ ีมุมมองที่แคบ นามาซ่ึงปัญหาเรื่องการสื่อสารประสานงานกนั ภายในทีมและขาดความ
ตระหนกั ในเป้าหมายหรือวตั ถุประสงคข์ องหน่วยงาน

ดงั น้นั การที่จะหมุนเวยี นงานหรือลอ็ คตาแหน่งงานข้ึนอยกู่ บั การจดั การ การวางแผนท่ีเหมาะสมของ
ผบู้ ริหารหน่วยงานทนั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อก่อใหเ้ กิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทางาน

41

กรณตี ัวอย่ำง
กำรจัดตำรำงเวรผ้ชู ่วยทันตแพทย์ของศูนย์ทันตกรรมโรงพยำบำลเอกชนแห่งหน่งึ ในจังหวดั สงขลำ

เดิมการจดั ตารางเวรผชู้ ่วยทนั ตแพทยข์ องศนู ยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลา
เป็นการจดั สลบั งานวนกนั โดยผชู้ ่วยทนั ตแพทยจ์ ะดูวา่ ไดช้ ่วยทนั ตแพทยท์ ่านใดไป จากน้นั จะสลบั เปล่ียนคน
ซ่ึงจากการจดั ดว้ ยวิธีดงั กล่าว พบปัญหาดงั น้ี

1) ทันตแพทย์กบั ผ้ชู ่วยทันตแพทย์ไม่ประสานงานกัน ทนั ตแพทยก์ บั ผชู้ ่วยเหมือนคู่หูท่ีสาคญั หากรู้ใจเขา้
กนั ไดจ้ ะทาใหเ้ กิดความสุขในการทางานกบั ท้งั สองฝ่ายมากข้นึ

2) งานหัตถการที่ต้องทาต่อเน่ืองขาดผู้รับผิดชอบ ตวั อยา่ งเช่น งานฟันปลอมที่ตอ้ งนดั ผปู้ ่ วยมาต่อเน่ือง
และมีหลายข้นั ตอน มกั เกิดปัญหาเรื่องการส่งต่อเวรของผชู้ ่วยทนั ตแพทยแ์ ละไมม่ ีผรู้ ับผดิ ชอบในการ
ดูแลติดตามงาน ซ่ึงส่งผลต่อการรักษาผปู้ ่ วยและการทางานของทนั ตแพทย์

ดงั น้นั ศนู ยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาลเอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลา จึงปรับเปล่ียนวิธีการจดั ตารางเวร
ผชู้ ่วยทนั ตแพทยต์ ามข้นั ตอนต่อไปน้ี

ข้นั ตอนท่ี 1: สำรวจควำมต้องกำรของทนั ตแพทย์และผ้ชู ่วยทันตแพทย์
เร่ิมจากการสารวจความตอ้ งการของทนั ตแพทยแ์ ละผชู้ ่วยทนั ตแพทยใ์ นเร่ืองการเขา้ กนั ของบุคคล

เพอื่ ใหเ้ กิดการทางานที่เขา้ ขากนั ของท้งั สองฝ่าย ซ่ึงจากการสารวจไดข้ อ้ มูลตามตารางที่ 4.4 และตารางที่ 4.5

ซ่ึงนอกจากสารวจความตอ้ งการของทนั ตแพทยแ์ ละผชู้ ่วยทนั ตแพทยใ์ นเร่ืองการเขา้ กนั ของบุคคลแลว้
ผจู้ ดั ตารางควรเปิ ดโอกาสใหผ้ ชู้ ่วยไดเ้ ลือกวนั หยดุ ในการทางาน โดยหากไมส่ ามารถหยดุ ได้ตามร้องขอ
ผจู้ ดั ตารางควรช้ีแจงเหตุผลร่วมกบั ฟังเหตุผลของผชู้ ่วยทนั ตแพทย์

42

ตารางที่ 4.4 ตารางการสารวจความตอ้ งการของทนั ตแพทย์

ตารางที่ 4.5 ตารางการสารวจความตอ้ งของผชู้ ่วยทนั ตแพทย์

43

ข้นั ตอนท่ี 2: กำรจัดตำรำงเวรผู้ช่วยทันตแพทย์
การจดั ตารางเวรผชู้ ่วยทนั ตแพทยค์ วรจดั แบ่งงานดว้ ยความยตุ ิธรรม เป็นกลางและเสมอภาค ซ่ึงการจดั

ตารางดว้ ยการสารวจความตอ้ งการของทนั ตแพทยแ์ ลผชู้ ่วยทนั ตแพทยว์ ธิ ีน้ี อาจมีความยงุ่ ยาก ซบั ซอ้ นบา้ งใน
การจดั ตารางช่วงแรก แต่เม่ือจดั มาไดร้ ะยะจะรู้สึกเป็นง่ายเพราะจะเกิดระบบในการจดั มากข้นึ และขอ้ ดีที่ไดจ้ าก
การจดั ตารางดว้ ยวธิ ีน้ี คือ

1) ทันตแพทย์กับผ้ชู ่วยทันตแพทย์มคี วามสุขในการทางานมากขึน้ เพราะไดต้ ามความตอ้ งการ แมจ้ ะไม่
ท้งั หมด แต่ก็เป็นส่วนใหญ่ รับรู้ไดจ้ ากการท่ีทนั ตแพทยแ์ ละผชู้ ่วยทนั ตแพทยย์ นิ ดีรับเคสผปู้ ่ วยที่มาก
ข้นึ อีกท้งั ปัญหาระหวา่ งทนั ตแพทยก์ บั ผชู้ ่วยทนั ตแพทยล์ ดลง

2) งานหัตถการและทันตแพทย์มผี ู้รับผิดชอบดูแล ความผิดพลาดในการทางานลดลง

ซ่ึงไดต้ ารางสรุปความตอ้ งการระหวา่ งทนั ตแพทยแ์ ละผชู้ ่วยทนั ตแพทยข์ องศูนยท์ นั ตกรรมโรงพยาบาล
เอกชนแห่งหน่ึงในจงั หวดั สงขลา ตามตารางที่ 4.6

ตารางท่ี 4.6 ตารางสรุปความตอ้ งการระหวา่ งทนั ตแพทยก์ บั ผชู้ ่วยทนั ตแพทย์


Click to View FlipBook Version