The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิทานพื้นบ้านตำนานเมืองจะนะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sirichom.nire, 2021-12-23 02:30:03

นิทานพื้นบ้านตำนานเมืองจะนะ

นิทานพื้นบ้านตำนานเมืองจะนะ

E-book

นทิ านพื้นบา้ น
ตานานเมอื งจะนะ

คำนำ
นิทำนพื้นบ้ำนเป็นนิทำนตำนำนที่ส่วนใหญ่
แล้วมำจำกเรื่องจริงในสมัยก่อนที่เล่ำต่อ ๆ กันมำ
เพื่อให้ลูกหลำนรุ่นหลังได้รู้ถึงประวัติควำมเป็นมำ
ของถ่ินเกิด
กำรนำเอำนิทำนไปเล่ำเรื่องประกอบคำสอนให้
เด็ก ๆ ได้ฟังย่อมจะเป็นเครื่องทำให้เพลิดเพลิน
และเสริมควำมรู้ แบง่ เบำภำระท่ีจะต้องสอนเนื้อหำ
อย่ำงเดียว นอกจำกนี้นิทำนแต่ละเรื่องยังให้
ข้อเท็จจริงและช่วยเสริมทักษะด้ำนกำรฟัง พูด
อ่ำน เขียน กำรใช้ภำษำที่ถูกต้อง เป็นกำรเพิ่ม
ทักษะในด้ำนกำรคิด กำรมองเห็น กำรจินตนำกำร
และกำรทำตำมเย่ียงอยำ่ งอนั ดี ด้วยกำรศึกษำเรอื่ ง
นิทำนจึงเป็นปัจจัยให้เกิดควำมรู้ทั้งทำงทฤษฎีและ
แนวปฏิบัติด้วยทั้งสองทำง หำกเกิดควำมผิดพลำด
ประกำรใดก็ขออภยั มำ ณ โอกำสนี้ด้วย

สมำชิกกลมุ่ ที่ 4

สารบญั

เร่ือง หนา้

ตอนที่ 1

สงครามเมืองจะนะ 3

ตอนที่ 2

ตานานบา้ นศกั ดิ์สทิ ธ์ิ 17

ตอนที่ 3

ตานานบา้ นสะหมอ้ 33

ตอนที่ 4

ตานานบา้ นปา่ ชงิ 49

กำลครั้งหนึ่งนำนมำแล้ว เมืองจะนะเป็น

เมืองขึ้นของเมืองพัทลุง ต่อมำเมื่อสงขลำได้
แยกตัวออกมำ เมืองจะนะจึงไปขึ้นอยู่กับ
เมืองสงขลำ โดยมีฐำนะเป็นเมืองหน้ำด่ำน
ทำงตอนใต้

และเป็นเมืองที่มีกำรสู้รบสกัดกั้นหัวเมือง
ของมลำยูอยู่ตลอด เมืองแห่งนี้ขึ้นชื่อ เรื่อง
ทำกำรรบสงครำม และ "เมืองจะนะ" เป็น
เมืองแห่งสมรภูมิกำรรบ โดยที่ตั้งของเมือง
จะนะ ณ ขณะน้นั คือ "นำทวี"

เมืองจะนะมีกำรผลัดเปลี่ยนเจ้ำ
เมืองอยู่ตลอด ส่งผลให้เกิด
สงครำมภำยใน เพื่อแย่งชิงกันขึ้น
ครองบำ้ นเมอื ง

ประกอบกับสงครำมจำกภำยนอก ซึ่งทำง
กองทัพจะนะเอง ได้มีกำรยกทัพไปรวมกับ
เมืองสงขลำอย่หู ลำยคร้ัง

เพือ่ ไปช่วยกรงุ ศรอี ยุธยำทำสงครำมกบั พมำ่
แตใ่ นทำ้ ยท่สี ุดกองทัพจำกรฐั ปัตตำนี ก็ได้

เดินทัพบุกเขำ้ โจมตเี มืองจะนะ

จนไดร้ ับควำมเสยี หำย เมอื งทงั้ เมืองถกู เผำทำลำย
เป็นเถ้ำถำ่ น นับวำ่ เป็นกำรสญู เสยี ครั้งใหญ่
ของเมืองจะนะกว็ ่ำได้

เมืองจะนะจึงจำเป็นต้องทำกำรฟื้นฟูบูรณะ
เมืองขึ้นมำใหม่ แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรก็
ถูกเมืองสงขลำมิตรสหำยหักหลัง โดย
สงขลำแสวงหำผลประโยชน์จำกจะนะที่
กำลังอ่อนแอ

เมืองจะนะจงึ ไมค่ ่อยจะมีควำมสงบสุขเทำ่ ไหร่
นกั มกี ำรยำ้ ยเมืองอย่บู ่อยคร้ัง เจำ้ เมอื ง
ผลดั เปลี่ยนไม่ซำ้ หนำ้

แตส่ ่งิ หนึ่งท่ีเมอื งจะนะยังคงยนื หยัดเป็นเมือง
ได้อยู่ คือ กำรรู้จักอ่อนข้อ และรู้จักกำร
ปรับตวั ตำมสถำนกำรณน์ ั่นเอง

เมอื งจะนะ ในช่วงแรกต้ังอยบู่ ริเวณ "วังคำโตะ๊ "
หรือ "วังโต้" ณ อำเภอนำทวใี นปจั จบุ นั ตอ่ มำได้
ยำ้ ยไปอยู่ทป่ี ลกั จะนะ

และยำ้ ยต่อไป อยใู่ นเมือง ตรงบริเวณตำบล
ปำ่ ชิง จำกนั้นยำ้ ยไปตั้งที่ตำบลจะโหนง

เม่อื เปล่ยี นกำรปกครองใหม่ อำเภอจะนะก็
ไปตงั้ ที่

ที่วำ่ กำรอำเภอนำทวี แตก่ ำรคมนำคมไม่
สะดวกจึงยำ้ ยมำต้ังที่ตำบลบ้ำนนำ

พร้อมเปลีย่ นช่อื เป็นอำเภอบำ้ นนำ
แต่ไปพ้องกับอำเภอหน่งึ ในจังหวัด

นครนำยก จึงไดเ้ ปลยี่ นชอ่ื เป็น
อำเภอจะนะตำมเดมิ

คำขวญั เมอื งจะนะ
นกเขำชวำเสียง สำเนยี งสะกอม
วัฒนธรรมหลอ่ หลอม ออมทรัพย์เดน่ ดงั

ตอนที่ 2
ตานานบา้ นศกั ด์สิ ิทธ์ิ

ในสมัยกรุงศรีอยุธยำ บ้ำนคู เป็น

หมบู่ ้ำนเลก็ ๆ ท่ไี ดร้ ับกำรขนำนนำมว่ำ
“ บ้ำนศักดิ์สิทธิ์ ” ซึ่งเป็นหมู่บ้ำนทำงผ่ำน
ของทัพเจ้ำเมืองจะนะ (วังโต้) เพื่อเดินทำง
ไปยังมณฑลสงขลำ

ครัง้ หน่ึง เมืองจะนะ ถกู กองโจรมำลำยำ
บุกโจมตี

ทัพเมอื งจะนะสไู้ มไ่ ด้ จึงได้ถอยทพั มำยงั
บ้ำนศักด์ิสทิ ธ์ิ ซึ่งหำ่ งจำกเมืองจะนะ
ประมำณ 10 กโิ ลเมตร

โดยเจ้ำเมอื งจะนะเห็นวำ่
บ้ำนศักดิ์สิทธิ์ มีทำเลเหมำะสมในกำร
ก่อตั้งค่ำย จึงได้ก่อตั้งค่ำยพร้อมระดม
พลเพอื่ ขดุ คูป้องกนั กำรโจมตีจำกข้ำศึก
และเรียกชอ่ื ว่ำ “ บ้ำนค่ำย ”

ครงั้ เมอื่ ทำงมณฑลสงขลำ ทรำบวำ่
เมอื งจะนะ

ถูกโจมตีจำกกองโจรมำลำยำ จึงได้
ยกทพั มำชว่ ย

ในกำรสู้รบกันครั้งนั้นทำให้กองโจร
มำลำยำพ่ำยแพ้และล้มตำยเป็น
จำนวนมำก บ้ำนค่ำยจึงกลำยเป็น
สสุ ำนขนำดใหญ่

บำ้ นคำ่ ยหรือคูค่ำย เมื่อสงครำมส้นิ สดุ ลง
ได้ทิ้งร่องรอยของคู ซึ่งมขี นำดใหญ่คลำ้ ย

ลำคลองเอำไว้
โดยใกล้ลำคลองจะมีตน้ พิกลุ

เชื่อกันว่ำเป็นที่สถิตย์ของสิ่งศักดิ์สิทธ์ิ
ประจำหมู่บ้ำน นั่นคือ “ โต๊ะหยัง ” ผู้ดูแล
รักษำ “ ไหทองคำ ” สมบัติของโจรมำลำยำ
ทตี่ ำยในสงครำมและไดฝ้ ำกโต๊ะหยังเอำไว้

เมอ่ื ถงึ ฤดนู ำ้ หลำกผมู้ บี ุญจะได้เห็น
“ ไหทองคำ ”

จำนวน 1 คู่ลอยอยใู่ นคลอง (คูค่ำย) แตไ่ ม่
มใี ครสำมำรถหยบิ จับ “ ไหทองคำ ”
คนู่ ้ันมำเปน็ เจำ้ ของได้

“ โต๊ะหยงั ” ส่ิงศกั ด์ิสทิ ธทิ์ ส่ี ถิตอยู่ที่ต้นพกิ ุล
จะสำแดงฤทธ์แิ ปลงกำยเป็นงูใหญ่สีขำว เมื่อมี
บุคคลภำยนอกเดินทำงไปยังบริเวณต้นพิกุล
ทั้งนี้เชื่อว่ำเป็นกำรตักเตือนของโต๊ะหยังว่ำ
บริเวณดงั กล่ำวมเี จำ้ ของ หำ้ มเข้ำมำกรำ้ กรำย

หำกคณะหนังตะลุงหรือมโนรำห์จะเดินทำงผ่ำน
บ้ำนศักดิ์สิทธิ์ไปทำกำรแสดงยังที่อื่น ๆ หำกไม่
หยดุ ทำกำรแสดง
เพ่ือขอผ่ำนทำง คนในคณะจะเจ็บปว่ ยกะทันหนั

ดังนั้นจึงเป็นที่ทรำบโดยทั่วกันของคณะหนัง
ตะลุงและมโนรำห์ หำกมีควำมจำเป็นต้องเดิน
ทำงผ่ำนบ้ำนศักดิ์สิทธิ์จะต้องหยุดทำกำร
แสดงเพื่อขอผ่ำนทำงก่อน จำนวน 1 คืน นั่นจึง
เป็นท่มี ำของชอ่ื “ บำ้ นคูศักดส์ิ ิทธิ์ ”

ปัจจุบันควำมเจริญก้ำวหนำ้ ทำใหค้ นรุ่นใหม่หลงลืมและ
ไม่ใคร่ใหค้ วำมยอมรับนบั ถือ “ โต๊ะหยัง ” จะมกี แ็ ต่
คนเฒำ่ คนแก่เทำ่ นนั้ ทีย่ ังให้กำรยอมรบั นบั ถืออยู่
ในปจั จบุ ันยังมีปำฏหิ ำริยเ์ กิดข้นึ อยทู่ ี่ตน้ พิกลุ
ในคืนแรม 15 คำ่

นน่ั คือจะปรำกฏลูกไฟขนำดใหญ่ลอยขึ้นไป
ทำงทิศตะวันออกแลว้ ค่อย ๆ จำงหำยไป ทุกวันนี้
นักพนันวัวชน ไก่ชน จะนิยมมำบนบำนกับ “ โต๊ะหยัง ”
เพื่อให้ได้รับชัยชนะและจะกลับมำแก้บนในภำยหลัง
ซ่ึงก็แลว้ แตว่ ่ำจะบนบำนเอำไว้วำ่ อยำ่ งไร

และนีค่ อื ประวตั ิควำมเป็นมำของ “ ตำบลคู ”
ตำบลที่มชี ่อื เพยี งพยำงคเ์ ดยี ว แต่มีประวัติ

ควำมเป็นมำท่ยี ำวนำนและ
น่ำประทับใจ

คำขวญั ตำบลคู
แหลง่ บวั บำน บำ้ นสองศำสน์
ดำรดำษสวนยำง พระปำงลีลำ

ตอนท่ี 3
ตานานบา้ นสะหมอ้

ในสมยั ก่อนชำวสะกอมเปน็
ชนกลุ่มหน่งึ ทอ่ี พยพมำจำก
อำเภอหนองจิก จังหวดั ปตั ตำนี

เพอ่ื หนอี หิวำตกโรค
มำต้ังถนิ่ ฐำนใหมท่ ี่บำงพงั กำ

ตำบลสะกอม

ต่อมำเกิดภำวะฝนแล้ง จนพรุกระจูดแห้ง ผู้นำจึง
ได้ออกสำรวจสถำนที่มำเรื่อย ๆ จนพบคลองท่ี
ไหลออกมำจำกอำเภอนำทวี จังหวัดสงขลำ ออกสู่
อ่ำวไทยทบ่ี ำ้ นปำกบำงสะกอม

ซึง่ เหมำะสำหรับตั้งถิ่นฐำนและทำมำหำกิน
โดยเฉพำะกำรทำประมง จำกนั้นจึงได้
ชักชวนชำวบ้ำนตั้งบ้ำนเรือนอยู่ที่บริเวณ
ดงั กล่ำว

ซึ่งเดิมเรียกกันว่ำบ้ำน " สะฆอร์ " เป็นภำษำ
มลำยูถิ่น หมำยถึงต้นไม้ชนิดหนึ่งใบเล็ก ๆ ผล
สีแดง ซึ่งเป็นต้นไม้ที่พบในตำบล ขณะเข้ำมำ
ตั้งถิ่นฐำนครั้งแรก ต่อมำคำว่ำ สะฆอร์ ได้
เพ้ยี นเสยี งเปน็ สะกอม จนปจั จุบนั

บ้ำนสะกอมมปี ระวัติควำมเปน็ มำไมต่ ่ำกว่ำ
200 ปี โดยในสมยั ทีก่ รงุ ศรีอยธุ ยำแตก
ชำวบำ้ นที่นบั ถอื ศำสนำอิสลำมสว่ นหนึ่งได้
อพยพจำกกรงุ ศรอี ยธุ ยำหนพี มำ่ มำตั้งถ่ินฐำน

ทีบ่ ้ำนสะกอม

และอีกส่วนหนึ่ง ไปตั้งถิ่นฐำนที่อำเภอตำกใบ
จงั หวัดนรำธิวำส ชำวบ้ำนท้ังสองพ้ืนท่ีนี้มีภำษำที่
คล้ำยคลึงกันมำก สำหรับชำวจีนที่เข้ำมำทีหลัง
ในลักษณะพ่อค้ำสำเภำ ล่องเรือผ่ำนบ้ำน
สะกอม เห็นทำเลที่ปำกน้ำสะกอมเหมำะสำหรับ
กำรตดิ ต่อค้ำขำย

จึงได้เข้ำมำตั้งถิ่นฐำนกลำงหมู่บ้ำน ซึ่งเรียกกัน
ว่ำบ้ำนจีน มำจนถึงปัจจุบัน คนจีนที่เข้ำมำอำศัย
ที่บ้ำนสะกอมเป็นจีนชุดเดียวกับคนจีนที่ตั้งถิ่น
ฐำนที่ถนนนครนอกและนครใน อำเภอเมือง
จังหวัดสงขลำ

หลักฐำนทพ่ี อจะสนับสนนุ ได้แก่
ศำลเจ้ำปนุ เถ้ำกง๋

นอกจำกนี้ชำวบ้ำนจนี ทีต่ ำบลสะกอม
กับชำวจนี ทถี่ นนนครนอกและนครใน
มคี วำมสัมพนั ธแ์ ละไปมำหำสกู่ นั เสมอ

อำชีพหลกั ของชำวสะกอมในสมัยน้นั
กลุ่มชำวไทยมุสลิมมักจะทำประมง
ชำยฝั่ง ส่วนกลุ่มชำวจีนจะค้ำขำยทำง
ทะเล

สำหรับสินค้ำ ชำวบ้ำนสะกอมในสมัยนั้น
สินค้ำหลักที่นำไปขำย ได้แก่ ปลำเค็ม น้ำปลำ
กะปิ ปลำร้ำ ซึ่งรับซื้อจำกกลุ่มชำวไทยมุสลิม
ในตำบลสะกอมนั่นเอง

นอกจำกนย้ี งั มเี กลือ เสื่อกระจดู
กระสอบกระจดู ฯลฯ สนิ คำ้ เหล่ำนจ้ี ะบรรทกุ

เรอื สำเภำ หรือท่ีชำวบ้ำนเรยี กว่ำ เรือใบ

ตำมเมืองทำ่ ตำ่ ง ๆ เชน่ กรุงเทพมหำนคร
ปีนัง ตรงั กำนู เปอร์ลิส ประเทศมำเลเซีย
สิงคโ์ ปร์ และจนี

โดยกำรออกเรอื ไปเที่ยวหนง่ึ ๆ
ประมำณ 7 วนั ถงึ 1 เดอื น และขำกลับ
จะบรรทุกสินค้ำคู่ค้ำกลบั มำขำยทบ่ี ้ำนสะกอม
และบรเิ วณใกล้เคียง สินค้ำทน่ี ำมำสว่ นใหญ่
เปน็ ผ้ำ บุหร่ี น้ำหอม ทองคำ อำหำรกระป๋อง
อำหำรแหง้ และอุปกรณ์ เคร่ืองใช้ภำยในบ้ำน

คำขวญั
บำ้ นสะหมอ้ ทอกระจดู
พูดสะกอม หอมดอกรำย

หำดทรำยสวย

ตอนท่ี 4
ตำนำนบำ้ นปำ่ ชงิ


Click to View FlipBook Version
Previous Book
9 ครูมีแผนบูรณาการ
Next Book
Berlibur Kepantai