The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณ ประภาธร 2 เมษายน 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หมาไม่มี เจ้าของ นะ, 2023-03-18 05:39:09

อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณ ประภาธร 2 เมษายน 2566

อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณ ประภาธร 2 เมษายน 2566

เนื่องในวโรกาสที่พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณประภาธร (สอ้อน ปภาธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองเกตุน้อย ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม ่อม เป็นเกียรติอันสูงสุด แก่ผู้วายชนม์และวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ หากความทราบโดยญาณวิถีถึงดวงวิญญาณ ของพระครูโสภณประภาธร ได้ด้วยประการใดในสัมปรายภพ คงมีความปลาบปลื้มและมีความซาบซึ้ง เป็นล้นพ้นในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานเกียรติยศอันสูงยิ่งใน วาระสุดท้าย ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงผู้เป็นญาติหลานเหลนของพระครูโสภณประภาธร ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสกราบถวายบังคมแทบเบื้องพระยุคลบาท และขอถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเกษมส�ำราญ และทรงมีพระชนมายุ ยิ่งยืนนาน ปราศจากโรคาพยาธิอุปัทวันตราย ทั้งหลายทั้งปวง ด้วยความส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และจะเทิดทูนไว้ เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมเป็นสรรพสิริมงคลแก่ข้าพเจ้าและวงศ์ตระกูลสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ตระกูล สร้อยทอง


พระครูโสภณประภาธร (สอ้อน ปภาธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองเกตุน้อย ท่านเป็นผู้มีความอุตสาหะในการบริหารงานและพัฒนาวัดหนองเกตุน้อยให้มีความ เจริญตามล�ำดับ รวมถึงการให้ความส�ำคัญกับการศึกษา หลวงพ่ออ้อนเคยกล่าว อยู่เสมอว่า “การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน คนที่มีการศึกษา จะเป็น ผู้พัฒนาชาติ ชาติใดไม่มีการศึกษา ชาตินั้นไม่มีการพัฒนา” ทั้งนี้หลวงพ่อยัง ได้บริจาคเงินสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อยอีกด้วย ข้าพเจ้า พระสมุห์ศิลา มหาปุญฺโญ ได้อุปสมบท เมื่อปี๒๕๔๓ ที่วัดหนองเกตุน้อย ปัจจุบัน ด�ำรงต�ำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองเกตุน้อย ได้อยู่กับหลวงพ่อได้เห็น ได้ฝึกได้ปฏิบัติ ได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ ที่หลวงพ่ออ้อนนั้นได้สั่งสอน หลวงพ่ออ้อน ท่านได้สอนข้าพเจ้า เสมอว่า“ร” ตัวเดียวต้องใช้ให้ได้ 4อย่างคือ รอบรู้ รอบคอบ รวดเร็ว เรียบร้อย ถึงจะ “รุ่งเรือง” การละสังขารของท่านจากไปตามวัฏจักรกฏแห่งกรรมของสังขาร มีเกิดแก่ เจ็บ ตายเป็นต้น เมื่อท่านจากไปผลงานและความดีที่ท่านได้ท�ำไว้ยังปรากฏให้อนุชน คนรุ่นหลังได้เห็น ขอเดชะกุศลสัมมาปฏิบัติที่ท่าน พระครูโสภณประภาธร (หลวงพ่ออ้อน) ได้บ�ำเพ็ญมาแล้ว จงเป็นพลวปัจจัยดลบันดาลให้ท่าน ได้ประสพสุขตามควรแก่ คติวิสัยในสัมปรายภพด้วยเทอญ พระสมุห์ศิลา มหาปุญฺโญ เจ้าอาวาสวัดหนองเกตุน้อย เจ้าคณะต�ำบลบางละมุง


ข้าพเจ้า นายนิพนธ์สร้อยทองรับราชการต�ำแหน่ง เกษตรอ�ำเภอนายายอาม อ�ำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่ข้าพเจ้าเกิดมาจนอายุ ๕ ปีบิดามารดาก็น�ำมาฝากเป็นลูกศิษย์ของ หลวงลุง (เด็กวัด) เรียนหนังสือโรงลิเก ตั้งแต่ประถม ๑ หลวงลุงได้ดูแลเลี้ยงดูใน ฐานะหลานชายมาโดยตลอด จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาโท เอกบริหาร ทั่วไป คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี หลวงลุงเป็นพระเกจิพระอริยสงฆ์ ที่มีความเมตตา และมีความคิดที่จะ สร้างหลานๆ และประชาชนทั่วไปให้ได้รับการศึกษาที่ดีสร้างถาวรวัตถุวัด โรงเรียน ให้มีมาตรฐาน มุ่งสู่ความก้าวหน้าความเจริญ สู่สังคมภายนอกและสร้างคุณค่าของ สังคมให้ตระหนักดีตระหนักรู้อยู่ในค�ำสอนของพระพุทธศาสนา ในฐานะหลานชายที่หลวงลุงเป็นผู้สร้างปลูกปั่น ให้เป็นหน่อเนื้อของตระกูล “สร้อยทอง” ให้อยู่ในสังคมอย่างภาคภูมิตลอดมา สุดท้ายนี้ขอดวงวิญญาณของหลวงลุง ไปสู่สุคติสัมปรายภพ ในภพภูมิที่ดี ตามบุญกุศลน�ำส่ง คิดถึงและอาลัยรัก นายนิพนธ์ สร้อยทอง ตระกูล สร้อยทอง


หนูต้องขออนุญาตเรียกหลวงพ่ออ้อนว่า “หลวงพ่อ” นะคะซึ่งหนูก็เรียกมา ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว โดยบ้านของหนูอยู่หน้าวัดหนองเกตุน้อย ระยะห่างระหว่างบ้าน ของหนูกับวัดอยู่ห่างกันแค่ ๒๐๐ เมตร ท�ำให้หลวงพ่อและบ้านของหนูค่อนข้าง สนิทกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ เพราะพ่อกับแม่หนูเวลาที่วัดมีงานบุญก็มักจะเข้าไปช่วย งาน และหนูก็จะตามเข้าไปช่วยเสมอ หนูยังจ�ำได้ตอนนั้นยังเด็กๆเวลากลับมาจาก โรงเรียน หนูจะเห็นจีวรสีเหลืองของหลวงพ่อที่อยู่ใต้ต้นไม้มาแต่ไกล หลวงพ่อท่าน มักจะเดินมาสนทนากับพ่อแม่ของหนูที่บริเวณใต้ต้นไม้ในบ้าน ภาพของจีวร เสียง คุยร้อยยิ้ม เสียงหัวเราะของวงสนทนาที่มีหลวงพ่อและพ่อแม่ของหนูหนูยังจ�ำได้ ดีบางครั้งหนูอยู่บ้านก็จะเห็น หลวงพ่อก�ำลังเดินข้ามถนนมาจากวัด หนูก็จะรีบวิ่งไป ซื้อนมไวตามิลที่ร้านยายชงเพื่อน�ำมาถวายหลวงพ่อสมัยก่อนยังไม่มีรถยนต์เท่ากับ สมัยนี้เวลาที่บ้านหนูมีงานบุญหรืองานมงคลจะเห็นหลวงพ่อเดินน�ำหน้าพระสงฆ์ ท่านจะข้ามถนนมาที่บ้านหนูจากหลายๆ เหตุการณ์ที่ไม่ได้พูดถึงท�ำให้หนูมีความ ผูกพัน และเคารพหลวงพ่อมาตลอด จนถึงวันหนึ่งพ่อของหนูต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลวงพ่อได้กล่าวกับ แม่หนูว่า “ห้อย ข้าคงจะมาคุยที่บ้านเหมือนเดิมไม่ได้แล้วนะ ใครเห็นเข้าเขาจะ ไปนินทาได้ และมันจะดู ไม่งามตามวินัยสงฆ์” หลังจากวันนั้นหลวงพ่อก็ไม่ได้มา บ้านหนูหากไม่มีกิจส�ำคัญจริงๆ เมื่อถึงวันที่หนูแต่งงานและมีครอบครัว หนูมักจะพาครอบครัวหนูไปกราบ และขอพรหลวงพ่อ และน�ำอาหารไปถวาย อาหารที่หลวงพ่อชอบฉันมากๆ คือ


“ถั่วต้มกะทิปลาเค็ม” และ“ปลาเค็มทอด” แต ่จะต้องเป็นปลาอินทรีย์เค็มที่ แหลมฉบัง รสชาติจะเค็มก�ำลังดีหนูมักจะท�ำอาหาร และน�ำไปถวายตอนเช้า เวลาที่หนูน�ำอาหารไปถวายหลวงพ่อจะฉันทันทีแม้บางครั้งอาจจะเข้าไปช้า หรือ หลวงพ่อก�ำลังฉันอยู่หลวงพ่อจะฉันของที่หนูน�ำไปถวาย และบอกว่าอร่อยมาก หนูกับสามีจะยิ้ม และมีความสุขมากเวลาเห็นหลวงพ่อฉันของที่น�ำไปถวายอีกหนึ่ง เหตุการณ์ที่หนูยังจ�ำได้ดีมีครั้งหนึ่งหลวงพ่อต้องไปรักษาต้อที่ตาจะต้องใส่แว่น กันแดด ก็คงจะเป็นบุญของหนูและสามีที่หลวงพ่อเล่าให้ฟัง หนูและสามีก็ถาม หลวงพ่อว่าถ้าหนูจะซื้อแว่นกันแดดมาถวายหลวงพ่อจะใส่ได้ไหม หลวงพ่อยิ้มและ บอกว่า “เอาสิๆ” หนูและสามีจึงไปซื้อแว่น และน�ำมาถวาย หลวงพ่อหยิบใส่และ ส่องกระจกมองตัวท่านเอง ท่านนั่งยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข หนูยังจ�ำประโยค ประจ�ำของหลวงพ่อที่กล่าวทายทักครอบครัวหนูทุกครั้งที่เห็นหน้าว่า“เศรษฐีหน้า วัดนี่หว่า เข้ามาใกล้ๆ”และหลวงพ่อก็จะยิ้ม ประโยคพูดของหลวงพ่อนั้นครอบครัว หนูถือว่าเป็นค�ำอวยพร ท�ำให้ครอบครัวมีความสุขและมีรอยยิ้มเสมอ ความผูกพัน ของหนูกับหลวงพ่อที่มีมาตั้งแต่หนูยังเด็กจนถึงปัจจุบัน จนหนูมีครอบครัวท�ำให้หนู และครอบครัว รัก และเคารพหลวงพ่อเสมอ บทความดังกล่าวอาจจะมีบางค�ำที่ไม่เหมาะสม หรือใช้ค�ำผิดบริบท ตัวของ หนูและครอบครัวต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยรักและเคารพหลวงพ่ออ้อนตลอดไป ทิวา - บุญเชิญ ไทยรัตน์


โรงเรียนวัดหนองเกตุน้อยได้รับการอุปการะสนับสนุนในทุกๆสิ่งจากพระครู โสภณประภาธร หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่า หลวงพ่อ ซึ่งเดิมที่โรงเรียนแห่งนี้ เรียนกันที่โรงลิเกเก่า ต่อมาก็เป็นอาคารเรียน มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาตลอด จนเป็นอาคารที่งามสง่าที่ใครๆก็อยากมาอยู่ เด็กๆก็อยากมาเรียน และสถานศึกษา หลายๆ ที่อยากมาเยี่ยมชม เป็นสถานศึกษาที่พูดได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของวัดหนอง เกตุน้อย ที่หลวงพ่อได้สร้างให้เพื่อให้เด็กๆ มีที่เรียน เพราะจ�ำนวนเด็กๆ ที่มีเพิ่มขึ้น ทุกๆ ปีและยังสร้างโรงอาหาร บ้านพักครูห้องน�้ำ หลวงพ่อให้ความสะดวกสบาย ให้กับเด็กๆ และครูในโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย ยังสร้างป้ายโรงเรียน หาต้นไม้ มาปลูก ท่านจะนั่งรถกอล์ฟเข้ามาเยี่ยมชมภาพในบริเวณต่างๆเสมอ บางวันมาเช้า บ่าย เย็น ตั้งแต่หลวงพ่อแข็งแรงจนท่านอาพาธ หลวงพ่อก็ยังเข้ามาเยี่ยมโรงเรียน อย่างสม�่ำเสมอ หลวงพ่อมีความประสงค์ที่จะสร้างอาคารอนุบาล เมื่อหลวงพ่อ เริ่มอาพาธ หลวงพ่อประสงค์สร้างให้เสร็จ จนได้ท�ำบุญเปิดอาคารเรียน ซึ่งนับว่า


โรงเรียนวัดหนองเกตุน้อยนี้ หลวงพ่อท่านได้ให้มาตลอดรวมทั้งยังให้ทุนการศึกษา เด็กๆ ทุกปีหลวงพ่อที่ทุกคนคิดว่าดุแต่ท่านใจดีมีเมตตา ท่านสร้าง และท�ำทุกสิ่ง ในโรงเรียนแห่งนี้โรงเรียนแห่งนี้จะเป็นแบบนี้ไม่ได้หากไม่เป็นความประสงค์ที่จะให้ ความสง่างาม ให้ความสะดวกสบาย เด็กๆ ที่เรียนจบไป และคุณครูที่ย้ายไป ต่าง ก็ได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าโรงเรียนเปลี่ยนแปลงไปมาก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ในทุกๆ ที่ คือความปรารถนาดีที่หลวงพ่อได้ท�ำเอาไว้ให้คนรุ่นหลังๆ ได้ร�ำลึกถึงความปราณี มีเมตตาของหลวงพ่อต่อโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย โรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย


ข้าพเจ้านางรัศมีจันทะเลิศ ผู้อ�ำนวยการโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย ข้าพเจ้า ได้ย้ายมารับต�ำแหน่ง ผู้อ�ำนวยการโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้าได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อมาตลอด ท่านห่วงใยเด็กๆ และกลัวเด็กๆ ไม่มีที่เรียน ท่านได้สร้างอาคารเรียนที่สวยสง่า หาต้นไม้มาปลูก เมื่อท่านอาพาธท่านตั้งใจที่จะสร้างอาคารอนุบาลให้และก็ส�ำเร็จด้วยความตั้งใจ จึงสั่งให้ช ่างมาสร้างอาคารอนุบาลที่สวยงาม สร้างป้ายโรงเรียนที่เด ่นสะดุดตา ท�ำให้คนที่ผ่านไปผ่านมาชื่นชม ความดีของหลวงพ่อจะอยู่ในใจของข้าพเจ้าเหมือน พ่อสร้าง พ่อท�ำให้ลูก ถึงแม้วันนี้จะไม่มีท่านพระครูโสภณประภาธร(สอ้อน ปภาธโร)แต่เจตนารมย์ และแบบอย่างที่ดียังคงอยู่กับพวกเรา ครูและนักเรียนโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย ถ้าเราจะร�ำลึกนึกถึงพระสงฆ์ผู้เป็นแบบอย ่างได้ทั้งในเรื่องวัตรปฏิบัติความ รับผิดชอบ และความเมตตากรุณา ที่ได้รับ ท่านพระครูโสภณประภาธรเป็นอีกหนึ่ง บุคคลที่จะสามารถเป็นแบบอย่างให้พวกเราจดจ�ำไปตราบนานเท่านาน นางรัศมี จันทะเลิศ ผู้อ�ำนวยการโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย


ข้าพเจ้า นางณัฏฐฬส พลายเถื่อน ครูโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย เห็นภาพ ชินตาที่หลวงพ่ออ้อน หรือชื่อที่เรียกกัน คืออาจารย์อ้อน ท่านจะมานั่งที่บ้านเสมอ เพราะที่บ้านเป็นร้านค้า ท่านจะมาฉันหมากฉันน�้ำโอเลี้ยงไม่ก็ชาด�ำเย็น และคุยกับ ชาวบ้านที่มาซื้อของที่ร้าน หลวงพ่อท่านมีเมตตา ท่านดุแต่ท่านใจดีท่านเป็นเสมือน พ่อดูแลให้ก�ำลังใจทุกคน ท่านตักเตือน สั่งสอน ให้มีความตั้งใจอดทน เมื่อได้บรรจุ เป็นครูถึงวาระย้าย เข้าไปกราบท่านบอกว่าจะย้ายมาสอนที่นี่ หลวงพ่อบอกดีแล้ว กลับมาสอนบ้านเรา มาพัฒนาเด็กๆ บ้านเรา และข้าพเจ้าก็ได้ย้ายมาบ้านมาสอน ที่โรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย จากที่เคยเห็นท่านเดิน ก็มาเห็นท่านนั่งรถ จนถึงวาระ ที่ท่านอาพาธ จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาบาล ถึงวาระสุดท้ายความดีที่ หลวงพ่อปฏิบัติมาตลอดชีวิตของท่าน ตั้งแต่หลวงพ่อบวชมาจนถึงวาระสุดท้าย ความดีของท่านมากมาย ที่คนหนองเกตุน้อยควรจดจ�ำ คิดถึงและอาลัยรัก นางณัฏฐฬส พลายเถื่อน ครูโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย


หลวงพ่อพระครูโสภณประภาธร (หลวงพ่ออ้อน) ตลอดเวลา ๒๙ พรรษา ที่ผมได้รักษาศีลอุโบสถทุกวันพระ ผมจะนอนที่วัด ได้สนทนากับหลวงพ ่ออยู ่ เสมอ หลวงพ ่อไม ่เคยจะท�ำให้เจ็บช�้ำน�้ำใจ หลวงพ ่อจะยกย ่องชมเชยทุกๆ คน รักและเคารพหลวงพ ่อ ท ่านเป็นพระเถระที่มีความเมตตาธรรมแก ่คนทั่วไป สุดท้ายอนิจจัง อนัตตาไม่เที่ยง พระคุณหลวงพ่อเพี้ยงพสุธา เหล่าปวงข้าชาวเกตุน้อยได้อาศัย เป็นหลักธรรมยึดมั่นแห่งจิตใจ อบรมให้มุ่งท�ำแต่กรรมดี ส่งเสริมสถานศึกษามากล้น ตั้งแต่ต้นจนปลายไม่หน่ายหนี นักเรียนคุณครูได้พึ่งบารมี ทุกสิ่งนี้สุดที่จะพรรณนา พรหมก�ำหนดปลดชีพท่านเร็วนัก สุดจะหักห้ามจิตให้ผวา ร่างของท่านจากไปไม่กลับมา ความศรัทธายังคงอยู่คู่ชีวี ขออัญเชิญเทวะสุระฤทธิ์ ร่วมสถิตปกปักเป็นสักขี น�ำวิญญาณของหลวงพ่อสู่สุขาวดี ยังถิ่นที่ให้ถึงซึ่งนิพพาน นายส�ำราญ อยู่สบาย ไวยาวัจกรวัดหนองเกตุน้อย


เมื่อปี๒๕๒๘ ผมได้มารับต�ำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย ผมได้เข้ากราบนมัสการท่านพระครูโสภณประภาธร และหลวงพ่อท่านได้ให้โอวาท ว่า“ขอให้น�ำความเจริญมาสู่โรงเรียน วัด หมู่บ้าน”ซึ่งผมมีความตั้งใจที่จะพัฒนา โรงเรียน และผมได้น้อมน�ำค�ำสอนของท ่านพระครูโสภณประภาธร และความ ประทับใจที่ผมมีต ่อพระครูโสภณประภาธร คือ ท ่านได้ช ่วยเหลือ และได้ดูแล โรงเรียน คณะครูนักเรียน และบุคลากรมาอย่างดียิ่งผมขอระลึกถึงท่าน และจดจ�ำ ไว้ตราบนานเท่านาน นมัสการมาด้วยความเคารพ ผอ. ส�ำราญ กระแสร์ชล อดีตผู้อ�ำนวยการโรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย


ขอน้อมถวายความอาลัย น้อมส ่งหลวงพ ่อสู ่พระนิพพาน พระครูโสภณ ประภาธรเจ้าอาวาสวัดหนองเกตุน้อยการถึงแก่กรรมมรณภาพของท่าน เป็นเพียง การสิ้นไปของกายสังขารเท่านั้น แต่คุณงามความดีของท่านมีให้เห็นเป็นประจักษ์นิจ นิรันดร์ไม่ว่าจะวัด โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ�ำต�ำบล ก็ต่างได้รับ การส่งเสริมสนับสนุน น�ำมาสู่การพัฒนาที่สามารถเอื้อประโยชน์ต่อส่วนรวมได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล บรรลุความส�ำเร็จตามเป้าหมายของแต่ละ องค์กรอีกทั้งบริบทของแต่ละสถานที่มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อยร่มรื่น สวยงาม ใครที่ได้พบเห็นต ่างกล ่าวชื่นชมท ่านเป็นเนืองนิจ ก ่อเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ทั้งคนในชุมชนและนอกชุมชน สมญานามทางธรรม พระครูโสภณประภาธร โสภณ คือ งาม ริเริ่ม ประภา คือ สว่าง สดใส ธร คือ ผู้ทรงไว้ รวมความหมาย พระผู้ทรงไว้ซึ่งความดีงาม ในด้านการพัฒนาริเริ่มสร้างสรรค์ ผลงานการก่อสร้างควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านจิตวิญญาณตามหลักธรรมค�ำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า ก่อเกิดความสว่างสดใสให้แก่ชุมชนประดับไว้ในโลกา ขอบารมี ของท่านจากการประพฤติสุจริต ละเว้นทุจริต พัฒนาท้องถิ่นที่อยู่อาศัยให้มีความ เจริญก้าวหน้า ทั้งทางโลกและทางธรรม ขอจงได้รวมเป็นพลวปัจจัยสัมฤทธิ์อิฐวิบูล มนุญผล แด่ท่านพระครูโสภณประภาธร ด้วยเทอญ นางสาวนิติมา เทียนทอง


หมู่บ้านหนองเกตุน้อย ต�ำบลหนองปลาไหลนี้เป็นชุมชนที่มีประชาชน มาตั้งรกราก ท�ำมาหากินกันมานานแล้ว เท่าที่มีหลักฐานปรากฏจากต้นตระกูล “สร้อยทอง”ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเกตุน้อยมาประมาณ ๑๒๐ ปีในสมัยก่อนการท�ำบุญ ของชาวบ้านในบริเวณนี้จะต้องไปท�ำบุญกันที่วัดหนองเกตุใหญ่ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของ หมู่บ้าน ห่างไกลออกไปประมาณ ๑๐๐ เส้น ถ้าจะไปท�ำบุญที่วัด ก็ต้องเดินทางไป ตั้งแต่ตี๔ ไปถึงวัดก็สว่างพอดี ต่อมาพระครูจาน ท่านเจ้าอาวาสวัดหนองเกตุใหญ่ ในสมัยนั้น ได้เล็งเห็นว่า ชาวบ้านบริเวณนี้เป็น ผู้ศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนายิ่งนักและ พระสายจนฺทสโร ก็มีญาติในแถบนี้เป็นจ�ำนวนมาก จึงได้ชักชวนให้ช่วยกันสร้างวัด เพื่อความสะดวก สบาย ในการท�ำบุญของชาวบ้าน เมื่อสร้างกุฏิและเสนาสนะขั้นต้น จนพอจะเป็น ที่พักอาศัยได้แล้ว ก็ได้ส่งพระสงฆ์มาอยู่ประจ�ำที่วัดนี้โดยมีพระสายมาอยู่ด้วย และพระสงฆ์ที่มาอยู่กันที่นี่ก็ได้ช่วยกันสร้างและพัฒนาวัดต่อไป ซึ่งมีพระครูจาน เป็นหัวแรงส�ำคัญในการสร้างวัด ท่านพระครูจานได้เรียกชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้านว่า “วัดหนองเกตุน้อย” (แต่พระครูจานมิได้เป็นเจ้าอาวาส)


พระสายจนฺทสโรได้มาอยู่จ�ำพรรษาที่วัดหนองเกตุน้อยนี้ประมาณ๑ พรรษา ท่านก็ได้ไปอยู่ที่ระยอง (เข้าใจว่าท่านคงไปศึกษาต่อที่นั่น) และได้จ�ำพรรษาอยู่ที่ ระยอง ประมาณ ๑ พรรษา พอออกพรรษาแล้ว ท่านก็กลับมาอยู่ที่วัดหนองเกตุน้อย ตามเดิม ท่านได้สร้างวัดต่ออีก ๔ พรรษา ท่านจึงได้ไปศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานคร เมื่อท่านได้ศึกษาต่อแผนกบาลีที่กรุงเทพมหานครได้๒ พรรษา ก็กลับมาอยู่ที่วัด หนองเกตุน้อยนี้หลังจากนั้น ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้ด�ำรงต�ำแหน่งเจ้าอาวาส นับ เป็นปฐมเจ้าอาวาสของวัดนี้ วัดหนองเกตุน้อยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ที่ ๖๒/๒๘๔ พระราชทาน ตั้งแต่ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๑ พระพุทธศาสนกาล ๒๔๔๕ (พ.ศ.๒๔๔๕) ดังนั้นวัดหนองเกตุน้อย จึงเป็นวัดที่สมบูรณ์นับตั้งแต ่วันที่ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมา


พระครูโสภณประภาธร (สอ้อน ปภาธโร)


หลวงพ่อพระครูโสภณประภาธร มีนามเดิมว่า “นายสอ้อน สร้อยทอง” เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี๑๒ ค�่ำ เดือนยี่ ปีจอ ตรงกับวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๗ โยมบิดาชื่อ นายหลี่ สร้อยทอง โยมมารดาชื่อ นางเอี้ยง สร้อยทอง อาศัย อยู่บ้านเลขที่ ๔๓ หมู่ ๖ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรีเป็นบุตรคนที่ ๔ ในจ�ำนวนบุตร ๙ คนของครอบครัว เมื่อวัยเด็กพอมีอายุเข้าเกณฑ์โยมบิดาได้น�ำ ไปเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดหนองเกตุน้อย เพราะหลวงพ่อมีศักดิ์เป็นเหลนหลวงปู่สาย ประกอบกับวัดกับโรงเรียนนั้นอยู่ติดกัน จึงเป็นการง่ายต่อการไปโรงเรียน ด้วย ในขณะนั้นเด็กชายสอ้อน มีอายุย่างเข้า ๑๐ ขวบแล้ว ก็ได้ฝึกวินัย และระเบียบ การปฏิบัติจากหลวงปู่สาย เวลานั้นหลวงปู่สายมีอายุได้๗๑ ปีแล้ว ท่านก็ได้เริ่ม แสดงอาการของโรคโสตพิการ แต่ท่านก็ได้อาศัยเด็กชายสอ้อนช่วยปฏิบัติส่วน หลวงปู่สาย ท่านก็ได้กวดขันในเรื่องการเรียนหนังสือเรื่องธรรมะเรื่องขนบธรรมเนียม ประเพณีต่างๆ และในด้านศิลปะวิทยาการอีกหลายอย่าง ที่หลวงปู่สายได้อบรม สั่งสอนให้จึงนับได้ว่าหลวงปู่สาย จนฺทสโร เป็นทั้งทวดเป็นทั้งปฐมบูรพาจารย์ ของเด็กชายสอ้อน สร้อยทอง หลังจากที่ได้รับการอบรม และปฏิบัติรับใช้หลวงปู่สาย อยู่หลายปีก็ได้กราบลาหลวงปู่สายกลับไปช่วยโยมบิดา และโยมมารดาประกอบ อาชีพเมื่ออายุได้๑๗ ปี


หลังจากหลวงพ ่อได้ช ่วยทางบ้านประกอบอาชีพอย ่างขยันขันแข็ง จน มีอายุได้๒๐ ปีโยมบิดาได้น�ำมาบวชที่วัดหนองเกตุน้อย ในวันอาทิตย์แรม ๔ ค�่ำ เดือน ๗ ตรงกับวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๙๗ โดยมีพระครูพิพัฒนธรรมคุณ จากวัด ประชุมคงคา เป็นพระอุปัชฌาย์จารย์ พระครูวิบูลนวการ จากวัดหนองเกตุใหญ่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูวิจารณ์ศาสนกิจ จากวัดพุทธิวนาราม เป็น พระอนุสาวนาจารย์ได้รับฉายาจากพระอุปัชฌาย์ว่า “ปภาธโร ภิกฺขุ” เมื่อได้รับการ อุปสมบทแล้ว หลวงพ่อท่านได้มุมานะเรียนนักธรรม จนสามารถสอบได้ตามล�ำดับ ตั้งแต่ชั้นตรีชั้นโท และชั้นเอกในปีพ.ศ. ๒๕๐๕ สามารถที่จะแสดงพระปาติโมกข์ ได้เพราะความที่ปภาธโรภิกษุได้รับการอบรมสั่งสอนมาแล้วจากหลวงปู่สายเป็น เวลานับหลายปีและประกอบกับความสามารถของหลวงพ่อ ท�ำให้ได้รับความไว้ใจ จากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัด


กิจกรรมของพระที่เข้ามาบวชในวัดเริ่มตั้งแต่เช้า ดังนี้ เวลา ๐๔.๐๐ น. เริ่มท�ำวัตรเช้า ประมวลเหตุการณ์ในวันที่ผ่านมาอบรม ภิกษุสามเณรและเด็กวัด เวลา ๐๕.๔๕ น. เตรียมออกบิณฑบาต เวลา ๐๖.๐๐ น. กลับจากบิณฑบาตแล้วกวาดลานวัด ภิกษุที่เหลือ ช่วยกันจัดส�ำรับอาหาร เวลา ๐๗.๐๐ น. ฉันเช้าที่หอฉัน ในพรรษากาล ภิกษุทุกรูปต้องเข้าเรียน ปริยธรรม เวลา ๑๐.๓๐ น. เลิกเรียนแล้วเตรียมจัดหอฉันเพื่อฉันเพล เวลา ๑๓.๐๐ น. เข้าเรียนภาคบ่าย เวลา ๑๕.๐๐ น. เลิกเรียนแล้วกวาดลานวัด เวลา ๑๗.๐๐ น. ท�ำวัตรเย็นที่พระอุโบสถจบจากท�ำวัตรแล้วฝึกวิปัสสนา ๓๐ นาที เวลา ๑๙.๐๐ น. เด็กวัดและสามเณรสวดมนต์ที่หอฉัน ฟังโอวาทจาก พระอาจารย์สมจิตรองเจ้าอาวาส เวลา ๒๐.๐๐ น. สิ้นภารกิจประจ�ำวันให้ทบทวนบทเรียนตามอัธยาศัย


วันพระมีกิจกรรมส�ำคัญ คือ การจัดท�ำความสะอาดศาลาใหญ่ เพื่อใช้เป็นที่ท�ำบุญ เวลา ๐๔.๐๐ น. ท�ำวัตรตามปกติ เวลา ๐๕.๐๐ น. ท�ำความสะอาดศาลาใหญ่ เวลา ๐๗.๐๐ น. เมื่อทายกตีระฆังสัญญาณแล้วเดินขึ้นศาลาตามล�ำดับ อาวุโส เวลา ๐๘.๐๐ น. ฉันเช้า ท�ำความสะอาดพระอุโบสถ ตั้งน�้ำใช้น�้ำฉัน ให้เรียบร้อยที่เรียกว่าบุรพกิจ หลังจากฉันเพลแล้วลง อุโบสถเพื่อฟังพระปาติโมกข์ เวลา ๑๓.๐๐ น. พระทุกรูปจ�ำน�ำเอาฝาบาตร แก้วใส่น�้ำ และเทียนแพ ส�ำหรับขอขมาซึ่งกันและกันลงมาด้วย เพื่อท�ำพิธีขอ ขมากันก่อนฟังพระปาติโมกข์เสร็จจากปาติโมกข์แล้ว เข้ากิจประจ�ำวันตามปกติคือ กวาดลานวัด การเรียน ปริยัติธรรมใน วัดนี้มีวันหยุด ๒ วัน คือ วันโกน และ วันพระแต่พระและสามเณรก็มิได้ว่างเพราะมีกิจกรรม พิเศษ เช่น เก็บท�ำความสะอาดบริเวณกุฏิพัฒนาบริเวณ วัด และท�ำงานส่วนตัว เช่น การซักจีวร เป็นต้น


หลวงพ่ออ้อน (พระครูโสภณประภาธร) ท่านอบรมอยู่เสมอ เรื่อง มารยาท ในการอยู ่ร ่วมกัน ดังค�ำพังเพยที่ว ่า “คนดีชอบท�ำ คนระย�ำชอบติ” หมายถึง บางคนงานไม่ท�ำ เอาแต่หลบเลี่ยงไปมาแถมยังชอบต�ำหนิว่าคนอื่นด้วยอีกเรื่องหนึ่ง ที่ท่านเน้นมากคือความสามัคคีอย่าให้มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกภายในวัด พระเก่า ต้องเป็นผู้น�ำในทางที่ดีแก่พระใหม่และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้ค�ำแนะน�ำที่ ถูกต้องถ้าไม่รู้ควรไปถามจากพระอาจารย์ที่สอน ความเรียบร้อยในวัดจึงจะเกิดขึ้น ดังที่ได้บรรยายมานี้เป็นกิจประจ�ำวันโดยสังเขป ระเบียบการปฏิบัติและการปกครองของวัดหนองเกตุน้อยถือการปฏิบัติชอบ ตามพระวินัย เคร่งครัดในกฎมหาเถรสมาคม เน้นความสะอาดของบริเวณวัด และ เสนาสนะทุกแห่ง ภิกษุสามเณรทุกรูปจะต้องเข้าเรียนธรรม เริ่มแต่นวกภูมิเป็นต้น ไป ไม่มีข้อยกเว้นแก่พระรูปใดรูปหนึ่ง พลวงพ่อท่านได้เคยกล่าวสั่งสอนอยู่บ่อยๆ ว่า พวกเราเป็นพระต้องศึกษาหน้าที่การปฏิบัติของพระ เริ่มตั้งแต่ปริยัติปฏิบัติ ปฏิเวธเรียนว่าไตรสิกขาให้ขยันหมั่นกระท�ำกิจของพระสงฆ์มีการท�ำวัตรสวดมนต์ ลงอุโบสถ และพิจารณาการกระท�ำของตนเอง ว ่ามีความถูกต้องตามพระวินัย หรือยัง อย่ามัวมองโทษของผู้อื่นจนลืมมองดูตนเอง ดังนี้เป็นต้น


พระครูโสภณประภาธร เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ ่อีกรูปหนึ่ง ที่ได้ให้ความ ส�ำคัญในคุณค่าของการศึกษาเป็นอย่างมาก ซึ่งในด้านการศึกษาของพระภิกษุนั้น ได้สนับสนุนให้พระได้เข้าเรียน และสอบในระดับนักธรรมโท นักธรรมเอกทุกปีและ ได้จัดส่งพระภิกษุไปเรียนต่อในส�ำนักอื่นด้วยส่วนในด้านสามัญศึกษา หลวงพ่อได้จัด ตั้งทุนนิธิเอาดอกผลมาเป็นทุนการศึกษาและได้แจกให้แก่นักเรียนที่เรียนดีมีความ ประพฤติดีแต่ยังขัดสนอยู่ ทุนนี้มีแจกทุกปีและท่านยังได้บริจาคเงินสร้างอาคาร เรียนอีกเป็นเงิน ๗๕๐,๐๐๐ บาท เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๑ ท่านเป็นกรรมการ ศึกษาโรงเรียนประชาบาลวัดหนองเกตุน้อย หลวงพ่อเคยกล่าวอยู่เสมอว่า “การ ศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน คนที่มีการศึกษาจะเป็นผู้พัฒนาชาติ ชาติใด ไม่มีการศึกษา ชาตินั้นไม่มีการพัฒนา” ทางด้านการศึกษาของพระภิกษุนอกจาก สนับสนุนให้เรียนแล้ว ท่านยังได้ชักชวนให้ตระกูล “ทิพย์สุมาลี” อันเป็นตระกูลที่ ความมั่งคั่งในละแวกนี้และได้มองเห็นคุณค่าของการศึกษาให้เข้ามาสร้างโรงเรียน ปริยัติธรรมเป็นเงินก่อสร้างถึง ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท “พระภิกษุที่มีการศึกษา จะช่วย ธ�ำรงพระศาสนาให้มั่นคง” ดังนั้นเมื่อท่านสร้างวัตถุแล้ว งานทางด้านการพัฒนา บุคคลากรทางศาสนาจึงเป็นงานที่ท่านมีโครงการจะสนับสนุนต่อไป อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ทางกรรมการศาสนา มีการเปิดอบรมพระภิกษุ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ท่าน ก็ได้คัดเลือกพระภิกษุที่วัด ที่มีคุณสมบัติตามที่กรมก�ำหนดส่งเข้าเช่น การอบรมครู สอนปริยัติธรรม การอบรมพระกรรมวาจาจารย์การอบรมพระวิปัสนาจารย์เป็นต้น


ท ่านมีโครงการที่จะจัดตั้งโรงเรียนปริยัติธรรม แผนกบาลีขึ้นที่วัดหนอง เกตุน้อย เพื่อพัฒนาคุณภาพของบุคคลากรในพระพุทธศาสนาให้มีความรู้และ ความเข้าใจที่ถูกต้องในพระไตรปิฎก มีความสามารถที่จะเป็นพระที่แท้จริงใน พระพุทธศาสนา เพื่อให้สมควรแก่ค�ำบูชาของทายก และทายิกาที่ว่า “พระสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตามค�ำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า และสอนให้ ผู้อื่นประพฤติตามค�ำสั่งสอนด้วย” ฉะนั้นการเรียนรู้ว ่า พระพุทธเจ้าทรงตรัส สั่งสอนอะไร พระสงฆ์ควรจะประพฤติอย่างไรจึงจะถูกต้องตามที่พระพุทธองค์ทรง ตรัสไว้ปัญหาเหล่านี้ล้วนต้องแก้ด้วยการศึกษาทั้งสิ้น พระพุทธองค์ด�ำรัสที่พระองค์ ตรัสไว้แล้ว และมีหลักฐานแน่นอนจารึกไว้เป็นภาษาบาลีในพระไตรปิฎก ถือว่า เป็นที่รวมความรู้ทั้งปวง และเป็นคัมภีร์ที่สูงสุดในพุทธศาสนา เป็นสมบัติอันมีค่า สุดที่จะประมาณได้มีทั้งโลกิยทรัพย์อริยทรัพย์โลกุตตรทรัพย์ในพระไตรปิฎกนั้น การเรียนบาลีคือกุญแจที่จะไขเอาทรัพย์นั้นมาแจก และแจกไม ่รู้หมดสิ้นด้วย ถ้าหากว ่าโครงการนี้บังเกิดขึ้น และด�ำเนินไปได้อานิสงส์อันมากจักได้มีแก ่ พุทธศาสกนิกชนทั้งปวง แต่ว่างานนี้เป็นงานใหญ่ เป็นงานยากเป็นงานที่ต้องใช้ เวลา เพราะต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่ท่านก็มิได้ย่อท้อ ท่านได้เคย กล่าวไว้ว่า.....


Click to View FlipBook Version