งานทางด้านสาธารณะสงเคราะห์นั้น หลวงพ่อท่านท�ำมานานแล้วตั้งแต่สมัย ที่หมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ท่านก็ได้ช่วยติดต่อและช่วยค่าเดินไฟฟ้าในบางส่วน และ ได้น�ำชาวบ้านให้ช่วยกันสร้างถนนเข้าวัดและหมู่บ้านได้ถนนยาวประมาณ ๒ ก.ม. เศษ สมัยก่อนนั้นหมู่บ้านนี้มีประชาชนรวมทิ้งสิ้นประมาณ ๑๕๐ ครอบครัวเท่านั้น นอกจากนี้ยังช่วยต่อเติมสถานีอนามัยบ้านหนองหัวแรดอีกหนึ่งห้องในเรื่อง การอุปสมบทสงเคราะห์ก็ดีในเรื่องของการฌาปนกิจสงเคราะห์ก็ดีท่านได้ท�ำอยู่ ประจ�ำ น�้ำก็เป็นปัจจัยส�ำคัญในการด�ำรงชีวิตของชาวบ้านวัดหนองเกตุน้อย ปัญหา เรื่องน�้ำมักมีในหน้าแล้ง หมู่บ้านแถวนี้ต้องมีบ่อน�้ำกันทุกบ้าน หน้าแล้งน�้ำในบ่อ มีน้อยก็เกิดความเดือดร้อน หลวงพ่อท่านจึงให้ขุดบ่อบาดาลสาธารณะที่หน้าวัด ถ้าบ้านใดน�้ำไม่พอใช้ก็มาใช้ได้แต่ห้ามน�ำไปขาย
การเผยแผ่พระศาสนาเป็นงานอีกอย่างหนึ่งที่หลวงพ่อท่านได้ท�ำอยู่ประจ�ำ มี การอบรมศีลธรรมแก่ประชาชน และไปตามที่เจ้าภาพนิมนต์มาในบางคราวหลวงพ่อ ก็ฉวยโอกาสเทศน์สั้นๆตามความเหมาะสม ท่านกล่าวว่า พระมีหน้าที่ต้องเทศน์แต่ ก็จะต้องดูความเหมาะสมด้วยการเทศน์อย่างนี้ท�ำได้ทุกแห่งที่ ที่มีคนมาประชุมกัน เช่น งานบวชงานแต่ง งานศพ และในโอกาสที่เป็นวันส�ำคัญทางศาสนาก่อนเริ่มพิธี เวียนเทียน ท่านก็จะกล่าวถึงความส�ำคัญของวันนั้น เช่น วันมาฆบูชา มีความส�ำคัญ อย่างไร วันวิสาขบูชามีความส�ำคัญอย่างไร วันอาสาฬหบูชา มีความส�ำคัญอย่างไร โดยเฉพาะวันมาฆบูชาหลวงพ่อท่านได้เน้นเป็นพิเศษถึงเรื่องโอวาทปาติโมกข์ว่า.... “สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทฺธาน สาสนํฯ” แปลว่า“การไม่กระท�ำอกุศลธรรมทั้งปวง หมายถึง ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียนชีวิตของคน และสัตว์อื่น การท�ำกุศลให้เกิดขึ้น หมายถึง ท�ำกุศลกรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญมาก ขึ้น ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา จนถึง พระอรหัต ผลการท�ำจิตให้สะอาดหมดจด หมายถึง การท�ำจิตมิให้มี นิวรณ์ ๕ คือ ความพอใจในกาม ความพยาบาท เคียดแค้น ความ หดหู่เศร้าหมอง ความฟุ้งซ่าน และความลังเลไม่แน่ใจ ค�ำสั่งสอน ๓ อย่างนี้ เป็น ค�ำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน องค์ที่เสด็จไปแล้วในอดีตตลอดถึงองค์ที่จะ เสด็จมาในอนาคตด้วยดังนี้ ทั้งหมดนี้เป็นหลักส�ำคัญของพระศาสนา”
งานก่อสร้างและงานพัฒนาเสนาสนะของวัดหนองเกตุน้อยเป็นงานที่พิสูจน์ ศรัทธา เลื่อมใสของประชาชน ที่มีต่อหลวงพ่อได้ดีว่ามีมากเพียงไร เสนาสนะที่มี อยู่เดิมมีสร้างไว้ครบครันแล้ว ตั้งแต่สมัยท่านพระครูวินัยสาคร (หลวงปู่สาย) เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิหอระฆัง เป็นตัน ครั้นเมื่อกาลเวลากว่าร้อยปีล่วง พ้น ก็ช�ำรุดและทรุดโทรมลงไปตามสภาพ จนสุดที่จะบูรณปฏิสังขรณ์ได้จึงจ�ำเป็น ต้องสร้างขึ้นใหม่ หลวงพ่อ (พระครูโสภณประภาธร) ได้เริ่มต้นก่อสร้างพระอุโบสถ หลังใหม่เพื่อทดแทนพระอุโบสถหลังเก่าที่ช�ำรุดและทรุดโทรมลงเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๙ สร้างเสร็จเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๑ ใช้เวลาก่อสร้าง ๒ ปีต่อจากนั้นก็ได้สร้างเสนาสนะ อื่น เช่น วิหารบูรพาจารย์ศาลา กุฏิเมรุศาลาตั้งศพ โรงครัวข้างเมรุฯลฯ ตาม ล�ำดับ แม้ว่าศรัทธาในตัวหลวงพ่อจะมีอยู่มากก็จริงอยู่ แต่ว่าสภาพเศรษฐกิจ และ กาลเวลาที่เหมาะสม ก็เป็นปัจจัยส�ำคัญที่ท่านค�ำนึงถึงอยู่เสมอเวลากว่า๒๐ปีที่ล่วงไป งานก่อสร้างเสนาสนะเป็นงานที่หนักมากแต่ท่าน ก็ยังคงท�ำงานหนักมาจนชินแล้ว จวบจนถึงปัจจุบัน วัดหนองเกตุน้อยนี้นับว่าเป็นวัดที่มีเสนาสนะครบครันแห่งหนึ่ง ดังที่ได้มีกวีสัญจรท่านหนึ่ง ผู้ไม่ปรากฏนาม ร้อยกรองชมวัดไว้ดังนี้
แวะชมวัดหนองเกตุน้อยสักหน่อยหนึ่ง เมื่อมาถึงอย่าผ่านไปให้ไกลห่าง แสงแห่งธรรมน�ำชีวิตไม่ผิดทาง ส่องสว่างคู่คุณธรรมประจ�ำใจ เห็นกุฏิเรียงแถวแนวช�ำนาญ มีวิหารบูรพาจารย์งานสร้างใหม่ มีศาลาการเปรียญดังเทียนชัย สองชั้นใหญ่งดงามอร่ามตา มีโรงเรียนสอนธรรมอันล�้ำเลิศ ก่อก�ำเนิดทายาทพระศาสนา อุโบสถสังฆกรรมน�ำศรัทธา อยู่ทางทิศบรูพาสง่างาม ทิศทักษิณถิ่นเมรุเมื่อเวรสิ้น มัจจุราชปลิดชีวินอย่าเกรงขาม เพราะท�ำบุญจุนเจือเอื้ออาราม อานิสงส์ตรงติดตามยามปลดปรง ทิศพายัพหลังศาลามีหอฉัน ทั้งโรงครัวอยู่ด้วยกันอย่าพลันหลง ทิศประจิมซุ้มประตูดูมั่นคง กุศลส่งผู้สร้างสรรค์สุดพรรณนา ทิศอุดรนั่นกุฏิเจ้าอาวาส ดูสะอาดร่มเย็นเป็นนักหนา บารมีแผ่ไพศาลแต่นานมา สาธุชนล้วนศรัทธาเมตตาธรรม พบหลวงพ่อพอพึ่งพิงอิงธรรมะ เลิกลดละกิเลสร้ายคลายครวญคร�่ำ ศีลคือทรัพย์รับกันเถิดก่อนเกิดกรรม นบน้อมน�ำพระรัตนตรัยใส่ใจตน ถึงศาลาโสภณประภาธรเข้าผ่อนพัก แม้เหนื่อยนักชุ่มชื่นใจในกุศล เหลือบแลเห็นพระประทานพรมิ่งมงคล สิบเก้าศอกสูงล้นคนบูชา พระสังกัจจายน์ตุ้ยนุ้ยพลุ้ยพุงใหญ่ เลื่องลือไกลให้ลาภดีนักหนา พระโพธิสัตว์กวนอิมอิ่มเมตตา ประทับอยู่กลางวนาธาราริน สมเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างอยู่ทางนี้ ประกอบงามความดีมิมีสิ้น เคร่งระเบียบเน้นวินัยไร้ราคิน สุทธิศีลศักดิ์ศรีสมบรมครู วัดดีเด่นผลอุดมกรมศาสนา ส่งฎีกาสรรเสริญเชิญพัดหรู สังฆราชทรงประทานการเชิดชู ท่านพระครูรับพัดเป็นฉัตรชัยฯ
ค�ำร้อยกรองของกวีสัญจรท่านนี้จบลงเพียงแค่นี้แต่งานของหลวงพ่อยังคงมี อยู่อีกมากมาย ที่หลวงพ่อท่านมีโครงการที่จะจัดท�ำ ที่ท�ำแล้วปรากฏรูปธรรม ก็คือ พวกเสนาสนะต่างๆแต่ที่ปรากฏเป็นนามธรรม คือค�ำสั่งสอน ที่ท่านได้สั่งสอนให้แก่ บรรดาศิษย์และสาธุชนทั้งหลายที่มาท�ำบุญ ท่านเคยกล่าว บนศาลาแก่ญาติโยมที่มา ท�ำบุญว่า “ถ้าอยากเป็นเปรต ก็ขอให้เป็นทายก ถ้าอยากตกนรกก็ให้เป็นสมภาร” ต่อจากนั้น หลวงพ่อก็ยังได้บรรยายถึงความตรงต่อหน้าที่ค�ำพังเพยที่ท่านได้ยกขึ้น มานี้หมายถึง ทายกที่ไม่ซื่อตรงต่อหน้าที่ตนเองชอบเบียดบังของสงฆ์ก็ต้องไปเป็น เปรตไปชดใช้กรรม ถ้าทายกที่ซื่อตรงต่อหน้าที่ตนเอง ก็ได้จะขึ้นสวรรค์เพราะได้ บุญกุศลจากการขวนขวายในกิจของพระศาสนา หรือเรียกอีกอย่าง“ไวยาวัจจมัย” ส่วนการเป็นสมภาร ถ้าชอบเบียดบังของสงฆ์ชอบเบียดบังของวัด ก็ต้องตกนรก ส่วนสมภารที่มีคุณธรรม ไม่มีพฤติการณ์ดังกล่าวนั้น ก็จะยิ่งเพิ่มพูนบารมีธรรมให้ สูงยิ่งขึ้นในระหว่างหน้าที่กับหน้าตา บุคคลควรรักษาหน้าที่ก่อน อย่าเห็นแก่หน้าตา แล้วละเลยทอดทิ้งหน้าที่ ท�ำให้เกิดความเสียหาย ระหว่างความถูกต้อง กับความ ถูกใจ บุคคลควรรักษาความถูกต้องไว้ก ่อน จริงอยู ่ ความถูกใจเป็นสิ่งที่ทุกคน ก็ชอบ แต่ความถูกใจในความเสียหายของผู้อื่นหรือว่าของส่วนรวม เชื่อว่าเป็นความ ไม่ถูกต้อง
ดังนั้น “ถ้าเจ้าอาวาสองค์ต่อไป ไม่ก่อสร้างงานใหม่ให้เกิดขึ้น ก็ขอให้รักษา ของที่มีอยู่นั้นไว้ก็ยังดี” คณะศิษย์ขอน้อมรับค�ำปรารภไว้ด้วยความเคารพ พวก เราทุกคนต่างทราบกันดีว่า ค�ำต�ำหนิของท่านนั้น เป็นเสมือนการชี้บอกขุมทรัพย์ และเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องประพฤติปฏิบัติตามค�ำสั่งสอนขอพระผู้มีพระภาคเจ้า ดังที่หลวงพ่อท่านได้วางแนวทางเอาไว้แล้ว และท่านก็ได้ปฏิบัติไว้เป็นตัวอย่างแล้ว หลวงพ ่อท ่านเริ่มอาพาธด้วยโรคเบาหวาน ความดัน และมีอีกหลายโรค ต่อมาหลวงพ่อมีอาการหายใจไม่สะดวก จึงได้น�ำเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล กรุงเทพพัทยา หลวงพ่อต้องต่อท่อหายใจเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น ต่อมาได้ เจาะคอ และพักยาวอยู่ที่โรงพยาบาล อาการของหลวงพ่อก็ก�ำเริบมากขึ้น เมื่อ แพทย์ตรวจพบโรคหัวใจก็ท�ำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดและใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ จนแพทย์นัดปรึกษากับญาติว่าจะต้องท�ำการล้างไตเพื่อช่วยชีวิตหลวงพ่อแพทย์ได้ ลงความเห็นว่า การรักษาจะได้ผลน้อยมาก และจะทรมาน ญาติทุกคนจึงตัดสินใจ ไม่ล้างไตเนื่องจากอายุหลวงพ่อมากแล้ว จนเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๒ หลวงพ่อได้เกิดอาการไตวายเฉียบพลัน และท่านได้มรณภาพไปด้วยอาการอันสงบ ณ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เวลา ๑๘.๒๐ น. สิริรวมอายุ๘๕ ปีพรรษา ๖๕