The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาภาษาไทย เรื่องคำวิเศษณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pairin2530koy, 2022-09-15 04:35:29

แผนการสอนวิชาภาษาไทย เรื่องคำวิเศษณ์

แผนการสอนวิชาภาษาไทย เรื่องคำวิเศษณ์



แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้
เรื่อง ชนิดของคา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

เรื่อง คาวเิ ศษณ์

โดย
นางสมพร ปลอดประโคน
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ

โรงเรียนบ้านหนองไม้งาม ๑
สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๒

ปี การศึกษา ๒๕๖๕



คานา

แผนการจดั การเรียนรู้ ประกอบการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ชนิดของคา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ ชุดที่ ๔ เร่ือง คาวิเศษณ์ เล่มน้ี จดั ทาข้ึนเพ่อื เป็น
เครื่องมือจดั การเรียนรู้ใหก้ บั นกั เรียนท่ีมีปัญหาในการเรียนรู้เรื่องคาวเิ ศษณ์ ทาใหค้ รูสามารถจดั กิจกรรม
การเรียนรู้ไดบ้ รรลุตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ที่ต้งั ไว้

เอกสารเล่มน้ีมีความสมบูรณ์เป็นอยา่ งดีเพราะไดร้ ับคาปรึกษา ปรับปรุง แกไ้ ขและตรวจสอบ
ผลงานจนสาเร็จสมบูรณ์จากผเู้ ช่ียวชาญหลายทา่ นดงั น้ี นางสุภา อนั ทรินทร์ ขา้ ราชการบานาญ
สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๒ นางชลนิชา เลิศนพคุณวงศ์ ตาแหน่ง ครู
วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลบา้ นกรวด สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
บุรีรัมย์ เขต ๒ นางวนิดา สวยสะอาด ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ นางสุมิตรา
บุตรศรีเมือง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นถนนโคกใหญ่ สานกั งานเขต
พ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๒ และนางวนั ทา สุขโสม ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญ
การพิเศษ โรงเรียนชุมชนบา้ นโนนเจริญ สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๒
ผศู้ ึกษาขอขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูงยง่ิ

ขอขอบคุณ นายมงคล อรัญเพมิ่ ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นหนองไมง้ าม ๑
สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๒ ท่ีใหค้ าปรึกษาและสนบั สนุนการดาเนินงาน
ต่าง ๆ จนสาเร็จลุล่วงดว้ ยดี

สมพร ปลอดประโคน



คาชี้แจง
การใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้

เรื่อง ชนิดของคา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

แผนการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ชนิดของคา กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ มีจานวนท้งั หมด ๑๔ แผน แตล่ ะแผนใชเ้ วลาสอน ๑ ชว่ั โมง
รวมท้งั หมด ๑๔ ชวั่ โมง แบ่งเป็น ๗ เล่ม คือ

เล่ม ๑ ประกอบดว้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑ – ๒ ใชป้ ระกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ๑
เรื่อง คานาม

เล่ม ๒ ประกอบดว้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ – ๔ ใชป้ ระกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ๒
เรื่อง คาสรรพนาม

เล่ม ๓ ประกอบดว้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๕ – ๖ ใชป้ ระกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ๓
เรื่อง คากริยา

เล่ม ๔ ประกอบดว้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๗ – ๘ ใชป้ ระกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี ๔
เรื่อง คาวเิ ศษณ์

เล่ม ๕ ประกอบดว้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๙ – ๑๐ ใชป้ ระกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ๕
เรื่อง คาบุพบท

เล่ม ๖ ประกอบดว้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๑ – ๑๒ ใชป้ ระกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้
ท่ี ๖ เร่ือง คาสนั ธาน

เล่ม ๗ ประกอบดว้ ยแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๓ – ๑๔ ใชป้ ระกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้
ท่ี ๗ เร่ือง คาอุทาน



รายละเอยี ดของแผนการเรียนรู้
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
๒. สาระหลกั
๓. มาตรฐานและตวั ช้ีวดั ตามมาตรฐาน
๔. สาระสาคญั
๕. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๖. สาระการเรียนรู้
๗. กระบวนการเรียนรู้
๗.๑ ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
๗.๒ ข้นั จดั กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๓ ข้นั สรุปบทเรียน
๘. ส่ือและแหล่งเรียนรู้
๙. กระบวนการวดั และประเมินผล
๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ
๑๑. ความคิดเห็นของผบู้ ริหาร



สารบัญ

หน้า
วเิ คราะห์หลกั สูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน

พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ ........................................................................... ๑
ความนา .............................................................................................................................................. ๒

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ .................................................................................................. ๔
คุณภาพผเู้ รียน ......................................................................................................................... ๕
ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลางช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ ............................................................ ๖
โครงสร้างและอตั ราเวลาการจดั การเรียนรู้ หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนบา้ นหนองไมง้ าม ๑
สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาบรุ ีรมั ย์ เขต ๒ ...................................................... ๑๒
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย ............................................................................................................ ๑๓
คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน .................................................................................................................. ๑๔
ตารางเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ .................................................................................................... ๑๖
การกาหนดหน่วยการเรียนรู้การจดั กิจกรรมการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้
เรื่อง ชนิดของคา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ .............................. ๑๗
การวเิ คราะห์ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งหน่วยการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ กบั สาระการเรียนรู้ .... ๑๘
กาหนดการจดั การเรียนรู้เรื่อง ชนิดของคา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖
จานวน ๑๔ ชวั่ โมง ............................................................................................................... ๑๙
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๗ ................................................................................................................ ๒๑
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๘ ............................................................................................................... ๕๖
บรรณานุกรม ..................................................................................................................................... ๘๖



วเิ คราะห์หลกั สูตร กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖



ความนา

ทาไมต้องเรียนภาษาไทย

ภาษาไทยเป็นเอกลกั ษณ์ประจาชาติ เป็ นสมบตั ิทางวฒั นธรรมอนั ก่อใหเ้ กิดความเป็นเอกภาพ
และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติใหม้ ีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือใน การติดต่อส่ือสาร
เพื่อสร้างความเขา้ ใจ และความสัมพนั ธ์ท่ีดีตอ่ กนั ทาใหส้ ามารถประกอบธุรการงานและดารงชีวติ ร่วมกนั
ในสังคมประชาธิปไตยอยา่ งสนั ติสุข และเป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จาก
แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศต่างๆ เพ่อื พฒั นาความรู้ ความคิดวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และสร้างสรรค์ ใหท้ นั
ตอ่ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนาไปใชใ้ น
การพฒั นาอาชีพใหม้ ีความมน่ั คงทางสังคมและเศรษฐกิจ นอกจากน้ียงั เป็ นสื่อที่แสดงภูมิปัญญาของ
บรรพบุรุษดา้ นวฒั นธรรม ประเพณี ชีวทศั น์ โลกทศั น์และสุนทรียภาพ โดยบนั ทึก ไวเ้ ป็นวรรณคดี
และวรรณกรรมอนั ล้าค่า ภาษาไทยจึงเป็นสมบตั ิของชาติท่ีควรคา่ แก่การเรียนรู้เพ่ืออนุรักษแ์ ละสืบสาน
ใหค้ งอยคู่ ูช่ าติไทยตลอดไป

ธรรมชาตขิ องภาษา

ธรรมชาติของภาษาเป็ นคุณสมบตั ิของภาษาท่ีสาคญั มีคุณสมบตั ิพอสรุปได้ คือ
ประการทหี่ นึ่ง ทุกภาษาจะประกอบดว้ ยเสียงและความหมาย โดยมีระเบียบแบบแผนหรือกฎเกณฑ์
ในการใช้ อยา่ งเป็ นระบบ ประการทสี่ อง ภาษามีพลงั ในการงอกงามมิรู้สิ้นสุด หมายถึง มนุษยส์ ามารถ
ใชภ้ าษา ส่ือความหมายไดโ้ ดยไม่สิ้นสุด ประการทส่ี าม ภาษาเป็นเร่ืองของการใชส้ ัญลกั ษณ์ร่วมกนั
หรือสมมติร่วมกนั และมีการรับรู้สญั ลกั ษณ์หรือสมมติร่วมกนั เพื่อสร้างความเขา้ ใจตรงกนั
ประการทส่ี ี่ ภาษาสามารถใชภ้ าษาพูดในการติดต่อส่ือสาร ไมจ่ ากดั เพศของผสู้ ่งสาร ไมว่ า่ หญิง
ชาย เด็ก ผใู้ หญ่ สามารถผลดั กนั ในการส่งสารและรับสารได้ ประการท่หี ้า ภาษาพูดยอ่ มใชไ้ ด้
ท้งั ในปัจจุบนั อดีต และอนาคต ไมจ่ ากดั เวลาและสถานที่ ประการทห่ี ก ภาษาเป็นเครื่องมือ
การถ่ายทอดวฒั นธรรม และวชิ าความรู้นานาประการ ทาใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
และการสร้างสรรคส์ ิ่งใหม่



เรียนรู้อะไรในภาษาไทย

ภาษาไทยเป็นทกั ษะท่ีตอ้ งฝึ กฝนจนเกิดความชานาญในการใชภ้ าษาเพ่ือการสื่อสาร
การเรียนรู้อยา่ งมีประสิทธิภาพ และเพือ่ นาไปใชใ้ นชีวติ จริง

 การอ่าน การอา่ นออกเสียงคา ประโยค การอา่ นบทร้อยแกว้ คาประพนั ธ์ชนิดต่างๆ
การอา่ นในใจเพอื่ สร้างความเขา้ ใจ และการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากส่ิงที่อา่ น เพือ่ นาไป
ปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั

 การเขยี น การเขียนสะกดตามอกั ขรวธิ ี การเขียนส่ือสาร โดยใชถ้ อ้ ยคา และรูปแบบตา่ ง ๆ
ของการเขียน ซ่ึงรวมถึงการเขียนเรียงความ ยอ่ ความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ วเิ คราะห์
วจิ ารณ์ และเขียนเชิงสร้างสรรค์

 การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การพดู แสดงความคิดเห็น
ความรู้สึก พดู ลาดบั เรื่องราวต่างๆ อยา่ งเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสตา่ งๆ ท้งั เป็ นทางการและ
ไม่เป็นทางการ และการพูดเพือ่ โนม้ นา้ วใจ

 หลกั การใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑข์ องภาษาไทย การใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
กบั โอกาสและบุคคล การแต่งบทประพนั ธ์ประเภทตา่ งๆ และอิทธิพลของภาษาต่างประเทศ
ในภาษาไทย

 วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดี และวรรณกรรมเพือ่ ศึกษาขอ้ มูล แนวความคิด
คุณคา่ ของงานประพนั ธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้ และทาความเขา้ ใจบทเห่ บทร้องเล่นของเดก็
เพลงพ้นื บา้ นที่เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซ่ึงไดถ้ ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด คา่ นิยม ขนบธรรมเนียม
ประเพณี เร่ืองราวของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซ้ึง และภูมิใจใน
บรรพบุรุษท่ีไดส้ ั่งสมสืบทอดมาจนถึงปัจจุบนั



สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ดั สินใจ

แกป้ ัญหา ในการดาเนินชีวติ และมีนิสัยรักการอ่าน

สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราว

ในรูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ ง
มีประสิทธิภาพ

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟัง และดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด

และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา

และพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณคา่

และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง



คุณภาพผู้เรียน

จบช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
 อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองเป็นทานองเสนาะไดถ้ ูกตอ้ ง อธิบายความหมาย

โดยตรงและความหมายโดยนยั ของคา ประโยค ขอ้ ความ สานวนโวหาร จากเร่ืองที่อา่ น เขา้ ใจ
คาแนะนา คาอธิบายในคู่มือต่างๆ แยกแยะขอ้ คิดเห็นและขอ้ เทจ็ จริง รวมท้งั จบั ใจความสาคญั ของเร่ือง
ที่อ่านและนาความรู้ความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวติ ได้ มีมารยาทและ
มีนิสยั รักการอ่าน และเห็นคุณค่าส่ิงที่อา่ น

 มีทกั ษะในการคดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และคร่ึงบรรทดั เขียนสะกดคา แตง่ ประโยคและ
เขียนขอ้ ความ ตลอดจนเขียนส่ือสารโดยใชถ้ อ้ ยคาชดั เจนเหมาะสม ใชแ้ ผนภาพ โครงเร่ืองและแผนภาพ
ความคิด เพื่อพฒั นางานเขียน เขียนเรียงความ ยอ่ ความ จดหมายส่วนตวั กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียน
แสดงความรู้สึกและความคิดเห็น เขียนเรื่องตามจินตนาการอยา่ งสร้างสรรค์ และมีมารยาทในการเขียน

 พูดแสดงความรู้ ความคิดเกี่ยวกบั เร่ืองท่ีฟังและดู เล่าเรื่องยอ่ หรือสรุปจากเร่ืองที่ฟังและดู
ต้งั คาถาม ตอบคาถามจากเร่ืองท่ีฟังและดู รวมท้งั ประเมินความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูโฆษณาอยา่ งมี
เหตุผล พดู ตามลาดบั ข้นั ตอนเร่ืองตา่ งๆ อยา่ งชดั เจน พูดรายงานหรือประเด็นคน้ ควา้ จาก การฟัง การดู
การสนทนา และพูดโนม้ นา้ วไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล รวมท้งั มีมารยาทในการดูและพดู

 สะกดคาและเขา้ ใจความหมายของคา สานวน คาพงั เพยและสุภาษิต รู้และเขา้ ใจ ชนิดและ
หนา้ ท่ีของคาในประโยค ชนิดของประโยค และคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใชค้ าราชาศพั ทแ์ ละ
คาสุภาพไดอ้ ยา่ งเหมาะสม แตง่ ประโยค แตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอนส่ี กลอนสุภาพ และกาพยย์ านี ๑๑

 เขา้ ใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพ้ืนบา้ น ร้องเพลงพ้ืนบา้ น
ของทอ้ งถ่ิน นาขอ้ คิดเห็นจากเรื่องท่ีอา่ นไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง และทอ่ งจาบทอาขยานตามที่กาหนดได้



ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖

สาระที่ ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหา
ในการดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอา่ น

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป. ๖ ๑. อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง  การอา่ นออกเสียงและการบอก

ไดถ้ ูกตอ้ ง ความหมายของบทร้อยแกว้

๒. อธิบายความหมายของคา ประโยคและ และบทร้อยกรอง ประกอบดว้ ย

ขอ้ ความท่ีเป็ นโวหาร - คาที่มีพยญั ชนะควบกล้า

- คาที่มีอกั ษรนา

- คาที่มีตวั การันต์

- คาที่มาจากภาษาต่างประเทศ

- อกั ษรยอ่ และเครื่องหมายวรรคตอน

- วนั เดือน ปี แบบไทย

- ขอ้ ความท่ีเป็นโวหารตา่ งๆ

- สานวนเปรียบเทียบ

 การอา่ นบทร้อยกรองเป็นทานองเสนาะ

๓. อ่านเรื่องส้ัน ๆ อยา่ งหลากหลาย โดยจบั เวลา  การอา่ นจบั ใจความจากสื่อต่าง ๆ เช่น
แลว้ ถามเกี่ยวกบั เร่ืองที่อา่ น - เร่ืองส้ัน ๆ
- นิทานและเพลงพ้ืนบา้ น
๔. แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองท่ีอ่าน - บทความ
- พระบรมราโชวาท
- สารคดี
- เรื่องส้นั
- งานเขียนประเภทโนม้ นา้ ว
- บทโฆษณา
- ข่าว และเหตุการณ์สาคญั



ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

๕. อธิบายการนาความรู้และความคิด จากเรื่อง  การอ่านเร็ว- พระบรมราโชวาท

ท่ีอ่านไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต - สารคดี

- เร่ืองส้ัน

- งานเขียนประเภทโนม้ นา้ ว

- บทโฆษณา

- ข่าว และเหตุการณ์สาคญั

 การอ่านเร็ว

๖. อา่ นงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่งั ขอ้ แนะนา  การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาสงั่
และปฏิบตั ิตาม ขอ้ แนะนา และปฏิบตั ิตาม
- การใชพ้ จนานุกรม
๗. อธิบายความหมายของขอ้ มูล จากการอา่ น - การปฏิบตั ิตนในการอยรู่ ่วมกนั ใน
แผนผงั แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ สังคม
- ขอ้ ตกลงในการอยรู่ ่วมกนั ในโรงเรียน
และการใชส้ ถานท่ีสาธารณะใน
ชุมชนและทอ้ งถ่ิน

 การอา่ นขอ้ มูลจากแผนผงั แผนท่ี
แผนภูมิ และกราฟ

๘. อา่ นหนงั สือตามความสนใจ และอธิบาย  การอ่านหนงั สือตามความสนใจ เช่น
คุณค่าท่ีไดร้ ับ - หนงั สือท่ีนกั เรียนสนใจและเหมาะสม
กบั วยั
๙. มีมารยาทในการอา่ น - หนงั สืออ่านที่ครูและนกั เรียนกาหนด
ร่วมกนั

 มารยาทในการอา่ น



สาระที่ ๒ การเขียน

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวใน
รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๖ ๑. คดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และคร่ึง  การคดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั

บรรทดั และคร่ึงบรรทดั ตามรูปแบบการเขียน

ตวั อกั ษรไทย

๒. เขียนส่ือสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และ  การเขียนส่ือสาร เช่น

เหมาะสม - คาขวญั

- คาอวยพร

- ประกาศ

๓. เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิด  การเขียนแผนภาพโครงเร่ืองและ

เพือ่ ใชพ้ ฒั นางานเขยี น แผนภาพความคิด

๔. เขียนเรียงความ  การเขียนเรียงความ

๕. เขียนยอ่ ความจากเร่ืองท่ีอ่าน  การเขียนยอ่ ความจากส่ือต่าง ๆ เช่น

นิทาน ความเรียงประเภทต่าง ๆ

ประกาศ แจง้ ความ แถลงการณ์

จดหมาย คาสอน โอวาท คาปราศรัย

สุนทรพจน์ รายงาน ระเบียบ คาส่ัง

๖. เขียนจดหมายส่วนตวั  การเขียนจดหมายส่วนตวั
- จดหมายขอโทษ

- จดหมายแสดงความขอบคุณ

- จดหมายแสดงความเห็นใจ

- จดหมายแสดงความยินดี

๗. กรอกแบบรายการต่างๆ  การกรอกแบบรายการ
- แบบคาร้องตา่ งๆ

- ใบสมคั รศึกษาตอ่

- แบบฝากส่งพสั ดุและไปรษณียภณั ฑ์

๘. เขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์  การเขียนเรื่องตามจินตนาการและ

สร้างสรรค์

๙. มีมารยาทในการเขียน  มารยาทในการเขียน



สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึก
ในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๖ ๑. พูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ อง  การพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจใน
เร่ืองที่ฟังและดู จุดประสงคข์ องเร่ืองท่ีฟังและดูจาก
๒. ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผล จาก ส่ือต่าง ๆ ไดแ้ ก่
เรื่องท่ีฟังและดู - ส่ือส่ิงพมิ พ์
- สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์

๓. วเิ คราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูส่ือ  การวเิ คราะห์ความน่าเชื่อถือจาก
โฆษณาอยา่ งมีเหตุผล การฟังและดูสื่อโฆษณา

๔. พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคน้ ควา้  การรายงาน เช่น
จากการฟัง การดู และการสนทนา - การพดู ลาดบั ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
- การพดู ลาดบั เหตุการณ์
๕. พดู โนม้ นา้ วอยา่ งมีเหตุผล และน่าเชื่อถือ
 การพดู โนม้ นา้ วในสถานการณ์ต่าง ๆ
๖. มีมารยาทในการฟัง การดูและ เช่น
การพดู
- การเลือกต้งั กรรมการนกั เรียน
- การรณรงคด์ า้ นตา่ ง ๆ
- การโตว้ าที
 มารยาทในการฟัง การดูและการพดู

๑๐

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๖ ๑. วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค  ชนิดของคา
- คานาม

- คาสรรพนาม

- คากริยา

- คาวเิ ศษณ์

- คาบุพบท

- คาเช่ือม

- คาอุทาน

๒. ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล  คาราชาศพั ท์
 ระดบั ภาษา
 ภาษาถ่ิน

๓. รวบรวมและบอกความหมายของคา  คาท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศ
ภาษาต่างประเทศที่ใชใ้ นภาษาไทย
 กลุ่มคาหรือวลี
๔. ระบุลกั ษณะของประโยค  ประโยคสามญั
 ประโยครวม
 ประโยคซอ้ น

๕. แต่งบทร้อยกรอง  กลอนสุภาพ

๖. วเิ คราะห์และเปรียบเทียบสานวนท่ีเป็นคา  สานวนท่ีเป็ นคาพงั เพย และสุภาษิต
พงั เพย และสุภาษิต

๑๑

สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่าและ
นามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๖ ๑. แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดี หรือ  วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น

วรรณกรรมท่ีอา่ น - นิทานพ้ืนบา้ นทอ้ งถ่ินตนเองและทอ้ งถ่ิน

๒. เล่านิทานพ้นื บา้ นทอ้ งถ่ินตนเอง และนิทาน อ่ืน
พ้นื บา้ นของทอ้ งถ่ินอ่ืน - นิทานคติธรรม

๓. อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดี และวรรณกรรม - เพลงพ้นื บา้ น
ท่ีอา่ นและนาไป ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
- วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียน

และตามความสนใจ

๔. ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนด และบทร้อย  บทอาขยานและบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่

กรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจ - บทอาขยานตามท่ีกาหนด

- บทร้อยกรองตามความสนใจ

๑๒

โครงสร้างและอตั ราเวลาการจัดการเรียนรู้
หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองไม้งาม ๑ พุทธศักราช ๒๕๕๔
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

กล่มุ สาระการเรียนรู้/ ป. ๑ เวลาเรียน ป. ๖
กจิ กรรม ระดับประถมศึกษา
๒๐๐ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ๑๖๐
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๒๐๐ ๑๖๐
ภาษาไทย ๘๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐
คณิตศาสตร์ ๑๒๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วทิ ยาศาสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐
สังคมศึกษา ศาสนา ๘๐
และวฒั นธรรม ๔๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐
สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๘๐
ศิลปะ ๘๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพและ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
เทคโนโลยี ๔๐
ภาษาต่างประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๓๐ ๘๔๐
รวมเวลาเรียน (พืน้ ฐาน) ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๑๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๔๐
๑. กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๔๐
๒. ลูกเสือ – เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๓๐
๓. กิจกรรมส่งเสริม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
จริยธรรม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐
๔. กิจกรรมเพือ่ สงั คมฯ
รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๔๐
๑. คอมพิวเตอร์ ๘๐ ช่ัวโมง
๒. ภาษาไทย ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรียนท้งั หมด
๔๐ ๔๐
๑,๐๐๐ ชั่วโมง/ปี

๑๓

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ าตามโครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นหนองไมง้ าม ๑ ปี การศึกษา ๒๕๕๙
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

รายวชิ าภาษาไทยพืน้ ฐาน

ระดบั ช้ัน รหัส ช่ือรายวชิ า เวลาเรียนรายปี

ช้นั ป. ๑ ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๕ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๒๐๐/ปี )
ช้นั ป. ๒ ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๕ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๒๐๐/ปี )
ช้นั ป. ๓ ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๕ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๒๐๐/ปี )
ช้นั ป. ๔ ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๔ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๑๖๐/ปี )
ช้นั ป. ๕ ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๔ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๑๖๐/ปี )
ช้นั ป. ๖ ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๔ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (๑๖๐/ปี )

๑๔

รายวชิ าภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
คาอธิบายรายวชิ า

ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความ
ที่เป็นโวหาร อา่ นเรื่องส้ัน ๆอยา่ งหลากหลาย แยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องท่ีอา่ น วเิ คราะห์และ
แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องที่อา่ นเพื่อนาไปใชใ้ นการดาเนินชีวติ อา่ นงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่งั
ขอ้ แนะนา และปฏิบตั ิตาม อธิบายความหมายของขอ้ มูลจากการอ่านแผนผงั แผนที่ แผนภูมิและกราฟ
เลือกอ่านหนงั สือตามความสนใจและอธิบายคุณคา่ ท่ีไดร้ ับ มีมารยาทในการอา่ น

ฝึกคดั ลายมือดว้ ยตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และคร่ึงบรรทดั เขียนสื่อสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน
และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพอ่ื ใชพ้ ฒั นางานเขียน เขียนเรียงความ
เขียนยอ่ ความจากเร่ืองที่อ่าน เขียนจดหมายส่วนตวั กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการ
สร้างสรรค์ มีมารยาทในการเขียน

ฝึกทกั ษะการฟัง การดูและการพดู พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเร่ืองที่ฟังและดู
ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองที่ฟังและดู วเิ คราะห์ความน่าเชื่อถือจากเรื่องที่ฟังและดู
ส่ือโฆษณาอยา่ งมีเหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเดน็ ที่ศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดูและการสนทนา
พดู โนม้ นา้ วอยา่ งมีเหตุผลและน่าเช่ือถือ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพดู

ฝึกวเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ท่ีของคาในประโยค ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล รวบรวม
และบอกความหมายของคาภาษาตา่ งประเทศที่ใชใ้ นภาษาไทย ระบุลกั ษณะของประโยค
แตง่ บทร้อยกรอง วเิ คราะห์เปรียบเทียบสานวนที่เป็ นคาพงั เพยและสุภาษิต

ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพ้ืนบา้ นทอ้ งถิ่นตนเองและ
นิทานพ้นื บา้ นของทอ้ งถิ่นอ่ืน อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อา่ น และนาไปประยกุ ตใ์ ช้
ในชีวติ จริง ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรอง

โดยใชก้ ระบวนการอ่าน การเขียน การแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม การคิดวเิ คราะห์และ
สรุปความ กระบวนการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการ
สงั เกต กระบวนการแยกขอ้ เทจ็ จริง กระบวนการคน้ ควา้ กระบวนการใชเ้ ทคโนโลยใี นการส่ือสาร
กระบวนการใชท้ กั ษะทางภาษา การฝึกปฏิบตั ิ อธิบาย บนั ทึก การต้งั คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ กั ษะการฟัง
การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคิด
ความเขา้ ใจ ส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ ง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษภ์ าษาไทยและตวั เลขไทย
สามารถนาความรู้ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

๑๕

ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๖, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๖, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
(รวม ๓๔ ตัวชี้วดั )

๑๖

ตารางเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

โรงเรียนบ้านหนองไม้งาม ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๕

๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ - ๑๑.๐๐ - ๑๓.๐๐ - ๑๔.๐๐ - ๑๕.๐๐ -๑๖.๐๐
๑๐.๐๐ ๑๑.๐๐ ๑๒.๐๐
วนั /เวลา พัก ัรบประทานอาหารกลางวัน ๑๔.๐๐ น. ๑๕.๐๐ น. น.
น. น. น.
จนั ทร์ ไทย สงั คม ศิลปะ คณิต ซ่อมเสริม ซ่อมเสริม
องั คาร ไทย วทิ ย์ องั กฤษ พลศึกษา แนะแนว ซ่อมเสริม
พธุ ไทย องั กฤษ คณิต สงั คม ชุมนุม ลูกเสือ
พฤหสั บดี ไทย คณิต ประวตั ิ ซ่อมเสริม
ศุกร์ ศิลปะ สุขศึกษา คอมฯ งานอาชีพ ซ่อมเสริม
คณิต วทิ ย์

๑๗

การกาหนดหน่วยการเรียนรู้

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เร่ือง ชนิดของคา
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
จานวน ๗ หน่วยการเรียนรู้ เวลา ๔ ชั่วโมง/สัปดาห์

หน่วยการเรียนรู้ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เวลา หมายเหตุ
(ช่ัวโมง)
๑ คานาม ภาคเรียนท่ี ๒
๒ คาสรรพนาม ๒ ภาคเรียนท่ี ๒
๓ ๒ ภาคเรียนที่ ๒
๔ คากริยา ๒ ภาคเรียนที่ ๒
๕ คาวเิ ศษณ์ ๒ ภาคเรียนที่ ๒
๖ คาบุพบท ๒ ภาคเรียนที่ ๒
๗ คาสนั ธาน ๒ ภาคเรียนท่ี ๒
คาอุทาน ๒
รวม ๑๔ -

๑๘

ตารางแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้กบั สาระการเรียนรู้
เรื่อง ชนิดของคา เรื่อง คาวเิ ศษณ์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

หน่วยการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา
(ชั่วโมง)
๔. คาวเิ ศษณ์ ๑. บอกความหมายของคาวเิ ศษณ์และ คาวเิ ศษณ์

- ความหมายของ ยกตวั อยา่ งคาวิเศษณ์ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน - ความหมายของ

คาวเิ ศษณ์ ตามท่ีกาหนด คาวเิ ศษณ์

- ชนิดของคา ๒. จาแนกชนิดและบอกลกั ษณะของ - ชนิดของคาวเิ ศษณ์

วเิ ศษณ์ คาวิเศษณ์แต่ละชนิดผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
ตามท่ีกาหนด

๓. มีพฤติกรรมรายบุคคลผา่ นเกณฑ์

ประเมินตามท่ีกาหนด

๔. คาวเิ ศษณ์ ๑. บอกหนา้ ที่ของคาวเิ ศษณ์ตาม คาวเิ ศษณ์

- หนา้ ท่ีของคา สถานการณ์ที่กาหนดใหผ้ า่ นเกณฑ์ - หนา้ ที่ของคาวเิ ศษณ์

วเิ ศษณ์ การประเมินตามท่ีกาหนด - การใชค้ าวเิ ศษณ์

- การใช้ ๒. คดั ลายมือไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและสวยงาม ในประโยค

คาวเิ ศษณ์ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามท่ีกาหนด

ในประโยค ๓. มีพฤติกรรมรายบุคคลผา่ นเกณฑ์

การประเมินตามท่ีกาหนด

๔. มีผลการทดสอบหลงั เรียนผา่ น

เกณฑก์ ารประเมินตามที่กาหนด

๑๙

กาหนดการจัดการเรียนรู้
โดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้เรื่อง ชนิดของคา
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

แผนที่ วนั เดือน ปี สาระการเรียนรู้

๑ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕ - ความหมายของคานาม
- ชนิดของคานาม

๒ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ - หนา้ ท่ีของคานาม
- การใชค้ านามในประโยค

๓ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๕ - ความหมายของคาสรรพนาม
- ชนิดของคาสรรพนาม

๔ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๕ - หนา้ ท่ีของคาสรรพนาม
- การใชค้ าสรรพนามในประโยค

๕ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕ - ความหมายของคากริยา
- ชนิดของคากริยา

๖ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ - หนา้ ที่ของคากริยา
- การใชค้ ากริยาในประโยค

๗ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๕ - ความหมายของคาวเิ ศษณ์
- ชนิดของคาวเิ ศษณ์

๘ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕ - หนา้ ท่ีของคาวเิ ศษณ์
- การใชค้ าวเิ ศษณ์ในประโยค

๙ ๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕ - ความหมายของคาบุพบท
- ชนิดของคาบุพบท

๑๐ ๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๕ - หนา้ ท่ีของคาบุพบท
- การใชค้ าบุพบทในประโยค

๑๑ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๕ - ความหมายของคาสนั ธาน
- ชนิดของคาสันธาน

๑๒ ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕ - หนา้ ท่ีของคาสันธาน
- การใชค้ าสันธานในประโยค

๒๐

แผนท่ี วนั เดือน ปี สาระการเรียนรู้

๑๓ ๙ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕ - ความหมายของคาอุทาน
- ชนิดของคาอุทาน

๑๔ ๑๐ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕ - หนา้ ที่ของคาอุทาน
- การใชค้ าอุทานในประโยค

๒๑

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
เวลา ๒ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง คาวเิ ศษณ์ เวลา ๑ ช่ัวโมง

เรื่อง ความหมายของคาวเิ ศษณ์และชนิดของคาวเิ ศษณ์ พ.ศ.

จัดการเรียนรู้โดยนางสมพร ปลอดประโคน วันท่ี เดือน

๑. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษามาตรฐาน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา

และพลงั ของภาษาภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

๒. ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ท่ีของคาในประโยค

๓. สาระสาคญั
คาวเิ ศษณ์เป็นคาท่ีมีความหมายบง่ ช้ีลกั ษณะต่าง ๆ เราจาเป็นตอ้ งศึกษาเพ่ือใหเ้ กิดความรู้

ความเขา้ ใจ สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษา อนั เป็นเอกลกั ษณ์
ของชาติ

๔. จุดประสงค์การเรียนรู้
๔.๑ บอกความหมายของคาวเิ ศษณ์และยกตวั อยา่ งคาวเิ ศษณ์ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามที่

กาหนด (K)
๔.๒ จาแนกชนิดและบอกลกั ษณะของคาวเิ ศษณ์แตล่ ะชนิด ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามท่ี

กาหนด (K)
๔.๓ มีทกั ษะในการทางานกลุ่มผา่ นเกณฑก์ ารประเมินท่ีกาหนด (P)
๔.๔ มีความรับผดิ ชอบ ซ่ือสัตยส์ ุจริต ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทางานและมีจิตสาธารณะ (A)

๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ ความหมายของคาวิเศษณ์
๕.๒ ชนิดของคาวเิ ศษณ์

๒๒

๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
๖.๑ ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน
๖.๑.๑ นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง คาวิเศษณ์ เสร็จแลว้ ส่งครูตรวจและบนั ทึก

คะแนน
๖.๑.๒ ครูติดแผนภูมิบทร้อยกรอง คาวเิ ศษณ์ บนกระดานดา ต่อจากน้นั นกั เรียนร่วมกนั

อ่านบทร้อยกรอง คาวเิ ศษณ์ ๑ - ๒ เท่ียว
๖.๑.๓ ครูต้งั คาถามใหน้ กั เรียนตอบวา่ จากเน้ือหาของบทร้อยกรองนกั เรียนไดร้ ับความรู้

อะไรบา้ ง
๖.๒ ข้ันจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
๖.๒.๑ นกั เรียนเขา้ กลุ่มเดิม แลว้ ส่งตวั แทนกลุ่มรับใบความรู้ที่ ๑ เรื่อง คาวิเศษณ์ จากครู

กลุ่มละ ๕ แผน่ เสร็จแลว้ ร่วมกนั ศึกษาและอภิปรายสรุปความหมายและชนิดของคาวเิ ศษณ์ เช่น คา
วเิ ศษณ์เป็นคาท่ีมีความหมายบง่ ช้ีลกั ษณะต่าง ๆ เช่น ขนาด สณั ฐาน (รูปทรง) สี กลิ่น รส ซ่ึงแบ่งได้
หลายชนิด เช่น วิเศษณ์บอกลกั ษณะ วเิ ศษณ์บอกเวลา วเิ ศษณ์บอกสถานท่ี วเิ ศษณ์บอกปริมาณ

๖.๒.๒ นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ทาใบงาน เรื่อง ชนิดของคาวเิ ศษณ์ท่ีครูแจก ตกแต่งให้
สวยงามแลว้ นามาติดป้ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน

๖.๒.๓ นกั เรียนแต่ละคนทาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ชนิดของคา กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ ชุด คาวเิ ศษณ์ กิจกรรมที่ ๑-๔ เสร็จแลว้ แลกเปลี่ยนกนั ตรวจ
โดยดูคาตอบจากแนวเฉลย ครูบนั ทึกคะแนนแลว้ ช้ีแนะขอ้ บกพร่องใหน้ กั เรียนแตล่ ะคน เพอ่ื จะไดน้ าไป
ปรับปรุงแกไ้ ขตวั เองในคร้ังตอ่ ไป และชมเชยผทู้ ่ีทางานถูกตอ้ ง สะอาด เรียบร้อย

๖.๓ ข้ันสรุปบทเรียน
๖.๓.๑ นกั เรียนจบั คูก่ นั อา่ นทานองเสนาะบทร้อยกรอง คานาม เสร็จแลว้ ร่วมกนั สรุป

ความหมายและชนิดของคาวเิ ศษณ์ ดงั น้ี คาวิเศษณ์เป็นคาที่มีความหมายบ่งช้ีลกั ษณะตา่ ง ๆ เช่น ขนาด
สัณฐาน (รูปทรง) สี กลิ่น รส นอกจากน้ียงั บง่ ช้ี สถานที่ ปริมาณ จานวน ฯลฯ

๖.๓.๒ ใหน้ กั เรียนไปศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง ความหมายและชนิดของคาวิเศษณ์ เพม่ิ เติมจาก
ส่ือและแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ เป็นการบา้ นและนามาส่งในวนั ถดั ไป

๗. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๗.๑ แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง คาวเิ ศษณ์
๗.๒ บทร้อยกรอง คาวิเศษณ์
๗.๓ ใบความรู้ท่ี ๑ เร่ือง คาวเิ ศษณ์
๗.๔ ใบงาน เรื่อง ชนิดของคาวเิ ศษณ์

๒๓

๗.๕ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ชนิดของคา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เรื่อง คาวเิ ศษณ์ กิจกรรมท่ี ๑-๔

๗.๖ หอ้ งสมุดโรงเรียนหรือมุมหนงั สือประจาหอ้ งเรียน

๘. กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารผา่ น
การประเมิน

๑. บอกความหมายของ ตรวจ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ไดค้ ะแนนกิจกรรมละ ๘

คาวเิ ศษณ์และยกตวั อยา่ ง ใบกิจกรรม ชนิดของคา กลุ่มสาระการเรียนรู้ คะแนนข้ึนไป

คาวเิ ศษณ์ผา่ นเกณฑ์ ที่ ๑ - ๒ ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖

การประเมินตามที่กาหนด เร่ือง คาวิเศษณ์ กิจกรรมท่ี ๑-๒

๒. จาแนกชนิดและบอก ตรวจ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ไดค้ ะแนนกิจกรรมละ ๘

ลกั ษณะของคาวเิ ศษณ์ ใบกิจกรรม ชนิดของคา กลุ่มสาระการเรียนรู้ คะแนนข้นึ ไป

แต่ละชนิดผา่ นเกณฑ์ ท่ี ๓ - ๔ ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖

การประเมินตามที่กาหนด เร่ือง คาวเิ ศษณ์ กิจกรรมที่ ๓-๔

๓. มีทกั ษะในการทางานกลุ่ม สงั เกต แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ไดค้ ะแนนรวม ๑๒

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน คะแนนข้นึ ไป

ตามท่ีกาหนด

๔. มีความรับผดิ ชอบ ซ่ือสัตย์ สงั เกต แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน ไดค้ ะแนนรวม ๑๒

สุจริต ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการ คะแนนข้ึนไป

ทางานและมีจิตสาธารณะ

๒๔

๙. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๑๐. ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ

(นายมงคล อรัญเพม่ิ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นหนองไมง้ าม ๑
วนั ท่ี ............... เดือน ....................... พ.ศ. ............

๒๕

๑๑. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
๑๑.๑ ผลการจัดการเรียนรู้
จานวนนกั เรียนท้งั หมด ................ คน มาเรียนวนั น้ี ................. คน

.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

๑๑.๒ ปัญหา / อปุ สรรค
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

๑๑.๓ ข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไข
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ …………………………..
(นางสมพร ปลอดประโคน)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียนบา้ นหนองไมง้ าม ๑
วนั ที่ ............... เดือน ............................ พ.ศ. ..................

๒๖

ภาคผนวก

๒๗

แบบทดสอบก่อนเรียน

ประกอบชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เร่ือง คาวเิ ศษณ์
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

*************************************************************

คาชี้แจง

๑. แบบทดสอบฉบบั น้ีเป็นแบบทดสอบปรนยั ชนิดเลือกตอบ ๔ ตวั เลือก
๒. ขอ้ สอบมีท้งั หมด ๑๐ ขอ้ ขอ้ ละ ๑ คะแนน ใชเ้ วลา ๑๕ นาที
๓. ใหน้ กั เรียนกาเครื่องหมายกากบาท () ตรงกบั ขอ้ ที่ถูกตอ้ งที่สุด
ลงในกระดาษคาตอบดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี

ตวั อย่าง

คาถาม ขอ้ ๑. คาในขอ้ ใดเป็นคาวเิ ศษณ์บอกเวลา
ก. เพล ข. ใกล้ ค. ที่หน่ึง ง. ค่อย

กระดาษคาตอบ

ข้อ ก ข ค ง
๐

ถา้ ตอ้ งการเปล่ียนคาตอบใหท้ าเคร่ืองหมายขีดฆ่า แลว้ กากบาทเลือกขอ้ ใหม่ เช่น
เปล่ียนขอ้ ค. เป็น ขอ้ ก.

ข้อ ก ข ค ง

๐ 

๔. หา้ มขีดเขียนหรือทาสัญลกั ษณ์ใด ๆ ลงในแบบทดสอบ
๕. เมื่อสอบเสร็จแลว้ ใหส้ ่งกระดาษคาตอบและแบบทดสอบ

๒๘

๑. “ท่านผู้เจริญ” คาท่ีขีดเสน้ ใตเ้ ป็นคาวเิ ศษณ์ ๕. ประโยคในขอ้ ใดมีคาวเิ ศษณ์บอกเวลา
ชนิดใด ก. แกงจืดมะระมีรสขม
ก. คาวเิ ศษณ์ประกอบคานาม ข. เชียงใหม่อยทู่ างทิศเหนือ
ข. คาวเิ ศษณ์ประกอบคากริยา ค. นกกางเขนออกหาอาหารแต่เชา้
ค. คาวเิ ศษณ์ประกอบคาวเิ ศษณ์ ง. ลูกคนที่หน่ึงของอาแกว้ เป็น
ง. คาวเิ ศษณ์ประกอบคาสรรพนาม ผหู้ ญิง

๒. ประโยคในขอ้ ใดมีคาวเิ ศษณ์บอกจานวน ๖. “ตาของฉันเป็ นคนด”ี คาท่ีขีดเสน้ ใต้
ก. ยายต่ืนนอนแต่เชา้ ทุกวนั เป็นคาวเิ ศษณ์ชนิดใด
ข. เธอเป็นคนพูดจาอ่อนหวาน ก. คาวเิ ศษณ์บอกเวลา
ค. ฉนั ชอบดื่มนมมากกว่ากาแฟ ข. คาวเิ ศษณ์บอกลกั ษณะ
ง. เดก็ ๆ ไม่ควรนอนดึกเพราะจะตื่นสาย ค. คาวเิ ศษณ์บอกจานวน
ง. คาวเิ ศษณ์บอกสถานท่ี
๓. คาในขอ้ ใดเป็นคาวเิ ศษณ์บอกลกั ษณะ หรือระยะทาง
ก. ดา ขาว
ข. เชา้ สาย ๗. “ฉันดื่มนา้ เยน็ เจี๊ยบ” คาที่ขีดเสน้ ใต้
ค. เหนือ ใต้ เป็นคาวเิ ศษณ์ชนิดใด
ง. ท้งั หมด ท่ีหน่ึง ก. คาวเิ ศษณ์ประกอบคาวเิ ศษณ์
ข. คาวเิ ศษณ์ประกอบคานาม
ค. คาวเิ ศษณ์ประกอบคากริยา
ง. คาวเิ ศษณ์ประกอบสรรพนาม

๔. “บ้านเธออยู่ใกล้โรงเรียน” คาที่ขีดเส้นใต้ ๘. ประโยคในขอ้ ใดมีคาวเิ ศษณ์ประกอบ
เป็นคาวเิ ศษณ์ชนิดใด
ก. คาวเิ ศษณ์บอกเวลา คากริยา
ข. คาวเิ ศษณ์บอกระยะทาง ก. นอ้ งนอนหลบั
ค. คาวเิ ศษณ์บอกลกั ษณะ ข. พอ่ ชอบดื่มกาแฟ
ง. คาวเิ ศษณ์บอกจานวน ค. แกงสม้ มีรสเปร้ียวมาก
ง. เขาเป็นคนติดนิสยั พดู เร็ว

๒๙

๙. ขอ้ ใดเป็นคาวเิ ศษณ์บอกจานวน ๑๐. “เขาเป็นคนมีผวิ สีดาแดง” คาท่ีขีดเสน้ ใต้
ก. ยาว ส้ัน เป็นคาวเิ ศษณ์ชนิดใด
ข. มาก นอ้ ย ก. คาวเิ ศษณ์บอกเวลา
ค. บ่าย สาย ข. คาวเิ ศษณ์บอกจานวน
ง. บน ล่าง ค. คาวเิ ศษณ์บอกระยะทาง
ง. คาวเิ ศษณ์บอกลกั ษณะ

๓๐

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

ประกอบชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง คาวเิ ศษณ์
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

*************************************************************

ข้อ คาตอบ ข้อ คาตอบ
๑ง๖ ข
๒ค๗ ก
๓ก๘ ง
๔ข๙ ข
๕ ค ๑๐ ง

๓๑

บทร้อยกรอง คาวเิ ศษณ์

ผแู้ ต่ง นางสมพร ปลอดประโคน

คาวเิ ศษณ์คือคาที่ใชข้ ยาย มีความหมายในทางบ่งบอกช้ี
บอกขนาด สัณฐาน รูปร่างน้ี บอกกลิ่นสี บอกรส บอกจานวน
รูปทรงมีอยา่ งไรระบุถว้ น
ใชบ้ ่งช้ีปริมาณสถานท่ี เหล่าน้ีลว้ นคือวเิ ศษณ์จาข้ึนใจ
สีแดงดาเขียวเหลืองขาวนวล คือเป็ นส่วนขยายคาอ่ืนให้
เช่นเราใชเ้ ป็นส่วนขยายนาม
คาวเิ ศษณ์หนา้ ที่มีหลากหลาย บา้ งใชม้ นั แสดงเชิงคาถาม
ชดั เจนข้ึนลกั ษณะเป็นอยา่ งไร เรียนรู้ตามจาใหไ้ ดใ้ ชถ้ ูกเอย

บา้ งขยายกริยาอาการน้นั
บา้ งขยายวเิ ศษณ์หรือสรรพนาม

๓๒

ใบความรู้ท่ี ๑
เรื่อง คาวเิ ศษณ์

ความหมายของคาวเิ ศษณ์

คาวเิ ศษณ์ คือ คาที่มีความหมายบ่งช้ีลกั ษณะต่าง ๆ เช่น ขนาด สณั ฐาน
(รูปทรง) สี กลิ่น รส นอกจากน้ียงั บ่งช้ี สถานที่ ปริมาณ จานวน ฯลฯ

ชนิดของคาวเิ ศษณ์ คาวเิ ศษณ์ อาจแบ่งเป็นชนิดยอ่ ยไดด้ งั ต่อไปน้ี

๑. คาวเิ ศษณ์บอกลกั ษณะ ๒. คาวเิ ศษณ์บอกเวลา
ตวั อย่าง ตัวอย่าง

นอ้ งคนเลก็ ช่ือเลก็ เขามาสายทุกวนั
ฉนั มีกระเป๋ าใบโต เราร้องเพลงชาติเวลาเช้า
แม่ซ้ือถงั ใบกลมมาหลายใบ เขาจะส่งผลไมม้ าภายหลงั

๓. คาวเิ ศษณ์บอกสถานท่ี ๔. คาวเิ ศษณ์บอกปริมาณหรือจานวน
ตวั อย่าง ตวั อย่าง

เขาเดินไกลออกไป คนอว้ นมกั กินจุ
ฉนั ยา้ ยบา้ นไปอยทู่ างเหนือ ตารวจหลายคนลอ้ มจบั คนร้าย
รถเร็วชิดขวา รถชา้ ชิดซ้าย ที่ดินท้งั หมดน้ีเป็นกรรมสิทธ์ิของสวสั ด์ิ

๓๓

๕. คาวเิ ศษณ์บอกความชี้เฉพาะ ๖. คาวเิ ศษณ์บอกความไม่ชี้เฉพาะ
ตัวอย่าง ตวั อย่าง

อยา่ พดู เช่นน้ันเลย คนอื่นไปกนั หมดแลว้
บา้ นน้ันทาสีสวย เธอจะพกั บา้ นหลงั ไหนกไ็ ด้
เขาทากบั ขา้ วเอง สิ่งใดกไ็ ม่สาคญั เท่าความสามคั คี

๗. คาวเิ ศษณ์แสดงคาถาม ๘. ๘. คาวเิ ศษณ์แสดงคาขานรับ
ตัวอย่าง ตวั อย่าง

ประเทศใดมีพลเมืองมากที่สุดในโลก แดงจ๋าไปเที่ยวไหมจ๊ะ
นอ้ งเธออายเุ ท่าไร คุณแม่ขาสวสั ดีค่ะ
เธอซ้ือผา้ ผนื น้ีมาจากร้านไหน คุณครูครับกรุณาอธิบายชา้ ๆ หน่อยครับ
วชิ าอะไรเรียนยากที่สุด

๙. คาวเิ ศษณ์แสดงความปฏเิ สธ
ตัวอย่าง

เธออย่าพดู เร่ืองน้ีใหใ้ ครฟังนะ
โรงเรียนน้ีไม่ใช่โรงเรียนรัฐบาล
บุญคุณของพ่อแม่ประมาณมไิ ด้

(กรมวชิ าการ. ๒๕๔๓ : ๓๖-๓๘)

๓๔

ใบงาน เรื่อง ชนิดของคาวเิ ศษณ์

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั เขียนแผนผงั ความคิดเก่ียวกบั ชนิดของคาวเิ ศษณ์

ชนิดของคาวเิ ศษณ์

ช่ือกลุ่ม...........................
สมาชิก

๑. ................................................................... ๒. ...................................................................
๓. ................................................................... ๔. ...................................................................

๕. ...................................................................

๓๕

ใบกจิ กรรมที่ ๑

คาชี้แจง นกั เรียนเลือกคาวเิ ศษณ์ท่ีเหมาะสมเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. เจา้ เงาะตวั ดา............... ๒. สมศรีขึงเชือกตึง...............

๓. น้าหวานแกว้ น้ีหวาน............... ๔. เส้ือตวั ใหม่ของพี่สีแดง...............

๕. คุณแม่สวมเส้ือสีเหลือง............... ๖. มะนาวในสวนคุณลุงเปร้ียว...............

๗. น้าในลาคลองน้ีข่นุ ............... ๘. ฤดูหนาวน้าในลาธารเยน็ ...............

๙. กงั หนั หมุนเร็ว............... ๑๐. อ่างน้าใบน้ีตะไคร่น้าจบั จนเขียว...............

ชื่อ...................................................................ช้นั .....................เลขท่ี..................

๓๖

ใบกจิ กรรมที่ ๒

คาชี้แจง นกั เรียนเลือกคาวเิ ศษณ์ที่เหมาะสมเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง

เร็ว เยน็ อ้วน เพราะ ดา
สวย เรียบร้อย ร้อน ใกล้ ๆ หลาย

เมื่อวานตอน (๑).......................ฉนั ป่ันจกั รยานไปซ้ือของที่ตลาดใหแ้ ม่
ทางไปตลาดตอ้ งผา่ นวดั ฉนั รีบปั่นจกั รยานดว้ ยความ (๒)....................เพราะกลวั
จะมืดก่อน พอไปถึงตลาดกร็ ีบตรงไปท่ีแม่คา้ ประจา ซ่ึงเป็นคุณป้าท่ีพูด (๓)................
และขายของไม่แพง ฉนั เลือกซ้ือไก่ท่ีตวั (๔)............................และเน้ือไม่ช้า
แม่คา้ (๕)............................คนเริ่มเกบ็ ของ ฉนั รีบเดินไปซ้ือผกั ที่ร้าน( ๖).............. กนั
คนขายเป็นคน (๗).............................มากและยงั มีมารยาท (๘)...............................
อีกดว้ ย

พอซ้ือของไดค้ รบแลว้ ฉนั เดินมาที่จกั รยาน เสียงฟ้าร้องดงั มาแต่ไกล
ฉนั เงยหนา้ ดูทอ้ งฟ้าเห็นเมฆสี (๙)......................เตม็ ทอ้ งฟ้า ฉนั รีบปั่นจกั รยานดว้ ย
ความเร็วจนรู้สึก (๑๐).....................ไปหมด พอผา่ นวดั ฉนั กย็ ง่ิ เร่งฝี เทา้ ข้ึนไปอีก
กลบั ถึงบา้ นฝนกเ็ ทลงมาพอดี เห็นแม่ยนื รอฉนั อยหู่ นา้ บา้ น

ชื่อ.........................................(.ก...ร..ม..ว...ชิ ..า..ก..า..ร.......๒ช้นั๕.๔...๓......:...๓...๙..-..๔.เล๐ข) ท่ี..................

๓๗

ใบกจิ กรรมที่ ๓

คาชี้แจง นกั เรียนขีดเสน้ ใตค้ าวเิ ศษณ์ในประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. ครูอธิบายดีมาก
๒. ลมพดั แรง
๓. พวี่ ง่ิ เร็ว

๔. เขาท้งั หมดยืนเคารพธงชาติ

๕. เสื้อสีฟ้าอยู่ทไ่ี หน

๓๘

๖. เพื่อน ๆ เดนิ มาหาเราท้งั สอง
๗. กานดาร้องเพลงเพราะ
๘. คุณป้ามาเม่ือวานนี้
๙. ววั ตวั ใหญ่กนิ หญ้า
๑๐. ผกั สดอยู่ในตะกร้า

ช่ือ...................................................................ช้นั .....................เลขท่ี..................

๓๙

ใบกจิ กรรมท่ี ๔

คาชี้แจง นกั เรียนอ่านประโยคต่อไปน้ีแลว้ บอกชนิดของคาวเิ ศษณ์ลงใหถ้ ูกตอ้ ง

ประโยค ชนิดของคาวเิ ศษณ์
๑. นกั เรียนทุกคนกาลงั อ่านหนงั สือ
๒. คุณแม่ชอบสวมเส้ือสีแดง
๓. คุณพ่อออกกาลงั กายทกุ วนั
๔. วนั นีเ้ ป็นวนั แม่แห่งชาติ
๕. ทะเลท่ีสวยงามส่วนใหญ่อยทู่ างใต้
๖. คุณพอ่ ไปไหนกไ็ ม่รู้
๗. รถคนั น้ีราคาเท่าไร
๘. สมุดเล่มน้ีไม่ใช่ของฉนั
๙. หนูมีธุระกบั ครูหรือเปล่าจ๊ะ
๑๐. เธอซ้ือเส้ือตวั น้ีมาจากร้านไหน

ชื่อ...................................................................ช้นั .....................เลขที่..................

๔๐

เฉลยชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เร่ือง คาวเิ ศษณ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖

๔๑

แนวเฉลยใบกจิ กรรมที่ ๑

คาชี้แจง นกั เรียนเลือกคาวเิ ศษณ์ที่เหมาะสมเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. เจา้ เงาะตวั ดาป๋ี ๒. สมศรีขึงเชือกตึงเปร๊ียะ
๔. เส้ือตวั ใหม่ของพีส่ ีแดงแจ๋
๓. น้าหวานแกว้ น้ีหวานจ๋อย ๖. มะนาวในสวนคุณลงุ เปร้ียวจี๊ด
๕. คุณแม่สวมเส้ือสีเหลืองอ๋อย ๘. ฤดูหนาวน้าในลาธารเยน็ เจ๊ียบ
๗. น้าในลาคลองน้ีข่นุ คลกั่ ๑๐. อ่างน้าใบน้ีตะไคร่น้าจบั จนเขียวอื๋อ
๙. กงั หนั หมุนเร็วจ๋ี

ชื่อ...................................................................ช้นั .....................เลขที่..................

๔๒

แนวเฉลยใบกจิ กรรมที่ ๒

คาชี้แจง นกั เรียนเลือกคาวเิ ศษณ์ท่ีเหมาะสมเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง

เร็ว เยน็ อ้วน เพราะ ดา
สวย เรียบร้อย ร้อน ใกล้ ๆ หลาย

เม่ือวานตอน (๑).............เ.ย..น็.......ฉนั ป่ันจกั รยานไปซ้ือของท่ีตลาดใหแ้ ม่
ทางไปตลาดตอ้ งผา่ นวดั ฉนั รีบป่ันจกั รยานดว้ ยความ (๒).............เ.ร..็ว....เพราะกลวั
จะมืดก่อน พอไปถึงตลาดกร็ ีบตรงไปท่ีแม่คา้ ประจา ซ่ึงเป็นคุณป้าท่ีพูด (๓).........เ.พ...ร..า.ะ
และขายของไม่แพง ฉนั เลือกซ้ือไก่ที่ตวั (๔)...............อ..้ว...น........และเน้ือไม่ช้า
แม่คา้ (๕)...............ห...ล..า..ย......คนเริ่มเกบ็ ของ ฉนั รีบเดินไปซ้ือผกั ท่ีร้าน( ๖).....ใ..ก..ล..้.ๆ.. กนั
คนขายเป็นคน (๗)................ส...ว..ย........มากและยงั มีมารยาท (๘)..............เ.ร..ีย...บ..ร..้อ...ย....
อีกดว้ ย

พอซ้ือของไดค้ รบแลว้ ฉนั เดินมาท่ีจกั รยาน เสียงฟ้าร้องดงั มาแต่ไกล
ฉนั เงยหนา้ ดูทอ้ งฟ้าเห็นเมฆสี (๙)..............ด..า......เตม็ ทอ้ งฟ้า ฉนั รีบป่ันจกั รยานดว้ ย
ความเร็วจนรู้สึก (๑๐)............ร.้.อ..น.....ไปหมด พอผา่ นวดั ฉนั กย็ ง่ิ เร่งฝี เทา้ ข้ึนไปอีก
กลบั ถึงบา้ นฝนกเ็ ทลงมาพอดี เห็นแม่ยนื รอฉนั อยหู่ นา้ บา้ น

ช่ือ.........................................(.ก...ร..ม..ว...ชิ ..า..ก..า..ร.......๒ช้นั๕.๔...๓......:...๓...๙..-..๔.เล๐ข) ที่..................

๔๓

แนวเฉลยใบกจิ กรรมท่ี ๓

คาชี้แจง นกั เรียนขีดเสน้ ใตค้ าวเิ ศษณ์ในประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. ครูอธบิ ายดมี าก
๒. ลมพดั แรง
๓. พว่ี ง่ิ เร็ว

๔. เขาท้งั หมดยืนเคารพธงชาติ

๕. เสื้อสีฟ้าอยู่ทไ่ี หน

๔๔

๖. เพื่อน ๆ เดนิ มาหาเราท้งั สอง
๗. กานดาร้องเพลงเพราะ
๘. คุณป้ามาเมื่อวานนี้
๙. ววั ตวั ใหญ่กนิ หญ้า
๑๐. ผกั สดอยู่ในตะกร้า

ช่ือ...................................................................ช้นั .....................เลขท่ี..................

๔๕

แนวเฉลยใบกจิ กรรมที่ ๔

คาชี้แจง นกั เรียนอ่านประโยคต่อไปน้ีแลว้ บอกชนิดของคาวเิ ศษณ์ลงใหถ้ ูกตอ้ ง

ประโยค ชนิดของคาวเิ ศษณ์
๑. นกั เรียนทุกคนกาลงั อ่านหนงั สือ วเิ ศษณ์บอกปริมาณหรือจานวน
๒. คุณแม่ชอบสวมเส้ือสีแดง วเิ ศษณ์บอกลกั ษณะ
๓. คุณพ่อออกกาลงั กายทุกวนั วเิ ศษณ์บอกเวลา
๔. วนั นีเ้ ป็นวนั แม่แห่งชาติ วเิ ศษณ์บอกความช้ีเฉพาะ
๕. ทะเลที่สวยงามส่วนใหญ่อยทู่ างใต้ วเิ ศษณ์บอกสถานที่
๖. คุณพ่อไปไหนกไ็ ม่รู้ วเิ ศษณ์บอกความไม่ช้ีเฉพาะ
๗. รถคนั น้ีราคาเท่าไร วเิ ศษณ์แสดงคาถาม
๘. สมุดเล่มน้ีไม่ใช่ของฉนั วเิ ศษณ์แสดงความปฏิเสธ
๙. หนูมีธุระกบั ครูหรือเปล่าจ๊ะ วเิ ศษณ์แสดงคาขานรับ
๑๐. เธอซ้ือเส้ือตวั น้ีมาจากร้านไหน วเิ ศษณ์แสดงคาถาม

ชื่อ...................................................................ช้นั .....................เลขที่..................


Click to View FlipBook Version