The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวปฏิบัติห้องฉีดยา-ทำแผล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bee Rikaa, 2023-08-18 11:06:06

ห้องฉีดยา-ทำแผล

แนวปฏิบัติห้องฉีดยา-ทำแผล

แนวการปฏิบัติห้อง ฉีดยา-ทำ แผล แนวการปฏิบัติห้อง ฉีดยา-ทำ แผล ห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล โรงพยาบาลบ้า บ้ นาสาร เบอร์โร์ ทรศัพ ศั ทื 077-341 415 ต่อ ต่ 135 E-mail:[email protected] ห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล โรงพยาบาลบ้า บ้ นาสาร เบอร์โร์ ทรศัพ ศั ทื 077-341 415 ต่อ ต่ 135 E-mail:[email protected]


โรงพยาบาลบ้า บ้ นนาสาร วิธีวิปธี ฏิบัฏิติ บั งติาน เรื่อ รื่ ง คู่มืคู่ อ มื การใช้บ ช้ ริกริารทางห้อ ห้ งฉีดยา-ทำ แผล BN-WI-OPD-00 ผู้จัผู้ ด จั ทำ .................................................................. (นางสาวณัฐ ณั ริกริา ไก้แ ก้ ก้ว ก้ ) พยาบาลวิชวิาชีพ ชี ผู้ทผู้ บทวน .................................................................. (นางฉวีว วี รรณ ทองสาร) พยาบาลวิชวิาชีพ ชี ชำ นาญการ ผู้อผู้ นุมั นุ ติ มั ติ .................................................................. (นางวราภรณ์ มีแ มี สง) หัว หั หน้า น้ กลุ่มลุ่ งาน ตำ แหน่ง น่ ตำ แหน่ง น่ ตำ แหน่ง น่ วัน วั ที่ปที่ ระกาศใช้ 20 ธัน ธั วาคม 2565


สารบัญ บั เรื่อ รื่ ง หน้า น้ วัต วั ถุป ถุ ระสงค์แ ค์ ละขอบเขต 4 การให้บ ห้ ริกริารและการเบิกบิจ่า จ่ ยเวชภัณ ภั ฑ์ ผัส ผั ดุ 5 อุป อุ กรณ์เ ณ์ ครื่อ รื่ งมือ มื และน้ำ ยา 6-7 หน้า น้ ที่ค ที่ วามรับ รั ผิดผิชอบ 8 การแบ่ง บ่ หัต หั ถการของOPDและER 9 คำ จำ กัด กั ความ 10-11 วิธีวิปธี ฏิบัฏิติ บั ติ 12-18 ตัว ตั ชี้วั ชี้ ด วั 19 เอกสารประกอบการทบทวนเวชระเบีย บี น 20-21 แนวทางการผ่า ผ่ เอาหนองออก 22-25 แนวทางการทำ แผล 26-32 แนวทางการล้า ล้ งตา 33-34 แนวทางบุค บุ ลากรถูก ถู ของมีค มี ม/สัม สั ผัส ผั สารคัด คั หลั่ง ลั่ ของผู้ป่ผู้ ว ป่ ย 35-42 แนวทางการฉีด ฉี วัค วั ซีน ซี Covid-19 43-47 แนวทางการฉีด ฉี วัค วั ซีน ซี พิษพิสุนั สุ ข นั บ้า บ้ 48-52 แนวทางการฉีด ฉี วัค วั ซีน ซี ป้อ ป้ งกัน กั โรคคอตีบ ตี และบาดทะยัก ยั 53-54 แนวทางการฉีด ฉี เซรุ่มรุ่ พิษพิสุนั สุ ข นั บ้า บ้ 55-58


ประวัติ วั ก ติ ารแก้ไก้ ขเอกสาร


ค ำน ำ ห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผลป็น ป็ หน่ว น่ ยขึ้น ขึ้ ตรง กลุ่มลุ่ งานผู้ป่ผู้ ว ป่ ย นอก โรงพยาบาลบ้า บ้ นนาสาร ให้บ ห้ ริกริารฉีด ฉี ยา-ทำ แผล เป็น ป็ หลัก ลั และมีหั มี ต หั ถการหลากหลายชนิดนิอีก อี ทั้ง ทั้ บุค บุ ลากรทางการ พยาบาลมีจำ มี จำนวนมาก มาปฏิบัฏิติ บั งติานในห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล ซึ่ง ซึ่ การบริกริารพยาบาลจะดำ เนินนิไปด้ว ด้ ยดีแ ดี ละมีปมี ระสิทสิธิภธิาพได้ นั้น นั้ ย่อ ย่ มขึ้น ขึ้ อยู่กัยู่ บ กั บุค บุ ลากรผู้ใผู้ห้บ ห้ ริกริาร และคู่มืคู่ อ มื การปฏิบัฏิติ บั งติาน เป็น ป็ สำ คัญ คั ห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล โรงพยาบาลบ้า บ้ นนาสาร ได้เ ด้ ล็ง ล็ เห็น ห็ ถึง ถึ ความสำ คัญ คั ในเรื่อ รื่ งการให้คำ ห้ คำแนะนำ หรือ รื ข้อ ข้ มูล มู ต่า ต่ งๆ ที่ เกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับ กั การปฏิบัฏิติ บั งติาน เพื่อ พื่ ให้ผู้ ห้ ป่ผู้ ว ป่ ยสามารถนำ ไป ประยุก ยุ ต์ใต์ ช้ใช้ นการดูแ ดู ลตัว ตั เองต่อ ต่ เนื่อ นื่ งที่บ้ ที่ า บ้ นได้ได้ ม่ม ม่ ากก็น้ ก็ อ น้ ย โดยมีวั มี ต วั ถุป ถุ ระสงค์ ให้บุ ห้ ค บุ ลากรทางการพยาบาล ใช้เ ช้ป็น ป็ คู่มืคู่ อ มืใน การปฏิบัฏิติ บั งติาน และการให้บ ห้ ริกริาร เป็น ป็ ไปในแนวทางเดีย ดี วกัน กั ทุก ทุ ด้า ด้ น พยาบาลได้อ ด้ ย่า ย่ งถูก ถู ต้อ ต้ งตามมาตรฐานวิชวิาชีพ ชี นอกจาก นี้เ นี้ พื่อ พื่ สร้า ร้ งความตระหนัก นั ถึง ถึ การพยาบาลที่ไที่ ด้ใด้ ห้ไห้ปกับ กั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ย ในทุก ทุ ๆคน ห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล หวัง วั เป็น ป็ อย่า ย่ งยิ่งยิ่ว่า ว่ คู่มืคู่ อ มื ปฏิบัฏิติ บั กติาร พยาบาลจะเป็น ป็ ประโยชน์แ น์ ก่บุ ก่ ค บุ ลากรทางการพยาบาลทุก ทุ ระดับ ดั และเมื่อ มื่ นำ ไปใช้แ ช้ ล้ว ล้ หากยัง ยั มีข้ มี อ ข้ ขัด ขั ข้อ ข้ งหรือ รื ข้อ ข้ เสนอแนะอื่น อื่ ๆ อัน อั จะนำ ไปสู่ป สู่ ระโยชน์ใน์ นการปรับ รั ข้อ ข้ มูล มู ทางการพยาบาลให้ เป็น ป็ ปัจ ปั จุบั จุ น บั ขึ้น ขึ้ โปรดให้ข้ ห้ อ ข้ เสนอแนะมายัง ยั ห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล โดยตรง เพื่อ พื่ นำ ไปปรับ รั ปรุง รุ แก้ไก้ ขให้ส ห้ มบูร บู ณ์ยิ่ ณ์ งยิ่ขึ้น ขึ้ ต่อ ต่ ไป ห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล สิงสิหาคม ๒๕๖๖ คณะผู้จัผู้ ด จั ทำ


1.วัต วั ถุป ถุ ระสงค์ 1. เพื่อ พื่ ให้ผู้ ห้ ปฏิบัฏิติ บั งติานสามารถปฏิบัฏิติ บั งติานได้อ ด้ ย่า ย่ งเป็น ป็ เอกภาพ หรือ รื เป็น ป็ ไปใน แนวทางเดีย ดี วกัน กั 2. เพื่อ พื่ ให้ผู้ ห้ ปฏิบัฏิติ บั งติานให้บ ห้ ริกริารได้อ ด้ ย่า ย่ งถูก ถู ต้อ ต้ ง รวดเร็ว ร็ และผู้ป่ว ป่ ยรู้สึรู้ ก สึ พึง พึ พอใจ 3. เพื่อ พื่ ให้ผู้ ห้ ปฏิบัฏิติ บั งติานเข้า ข้ใจและให้ค ห้ วามสำ คัญ คั ในการให้บ ห้ ริกริาร 4.เพื่อ พื่ ให้ผู้ ห้ ปฏิบัฏิติ บั งติาน ให้บ ห้ ริกริารได้เ ด้ป็น ป็ ระบบ สามารถช่ว ช่ ยส่ง ส่ เสริมริ ป้อ ป้ งกัน กั รัก รั ษา ฟื้น ฟื้ ฟูสุ ฟู ข สุ ภาพของผู้ป่ว ป่ ยได้อ ด้ ย่า ย่ งมีคุ มี ณ คุ ภาพ ปลอดภัย ภั ได้ม ด้ าตรฐาน ครอบคลุม ลุ สิทสิธิปธิระโยชน์ท น์ างการแพทย์ 2.ขอบเขต พยาบาลวิชวิาชีพ ชี /พยาบาลเทคนิคนิที่ปที่ ฏิบัฏิติ บั งติานในแผนกผู้ป่ว ป่ ยนอก (ห้อ ห้ ง ฉีด ฉี ยา-ทำ แผล(OPD)


ห้อ ห้ งฉีดยา-ทำ แผล โรงพยาบาลบ้า บ้ นนาสาร สถานที่ปที่ ฏิบั ฏิติงติาน ตึก ตึ OPD โทรศัพ ศั ท์ 077-341-415 ต่อ ต่ 135 เวลาปฏิบั ฏิติงติาน วัน วั จัน จั ทร์-ร์ ศุก ศุ ร์ ไม่เว้น ว้ วัน วั เสาร์ – อาทิตทิย์แ ย์ ละ วัน วั หยุด ยุ นัก นั ขัต ขั ฤกษ์ ตั้ง ตั้ แต่ เวลา 08.00 – 16.00 น. การให้บริกริาร ฉีด ฉี ยา ,ทำ แผล และหัต หั ถการอีก อี หลายชนิดนิ การเบิกเวชภัณ ภั ฑ์แ ฑ์ ละพัส พั ดุข ดุ องห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล -การเบิกเวชภัณ ภั ฑ์ เบิกบิโดยตรงกับ กั คลัง ลั ยาของโรงพยาบาลบ้า บ้ นนาสาร โดย จัด จั ให้มีการเบิกจ่า จ่ ยทุก ทุ วัน วั ทำ การราชการ โดยส่ง ส่ ใบเบิกบิตั้ง ตั้ แต่เ ต่ วลา 08.00 น. – 16.00 น. และรอรับ รั ของเบิกบิได้ทั ด้ น ทั ทีที่ ที ค ที่ ลัง ลั ยา -การเบิกพัส พั ดุ เบิกบิทุก ทุ วัน วั อัง อั คาร สัปสั ดาห์ที่ ห์ 2ที่ ของเดือ ดื น เบิกโดยตรงกับ แผนกพัส พั ดุ ฝ่ายบริหริาร โดยส่ง ส่ ใบเบิกบิตั้ง ตั้ แต่เ ต่ วลา 08.00 น. – 16.00 น.และรอ รับ รั ของเบิกได้ทั ด้ น ทั ทีที่ ที แ ที่ ผนกพัส พั ดุ โดยหน่ว น่ ยงานที่เ ที่ บิกบิจะต้อ ต้ งมีใมี บเบิกบิ ประจำ หน่ว น่ ยงาน ในการเบิกบิแต่ล ต่ ะครั้ง รั้ จะ ต้อ ต้ งมี 1. รายการที่เ ที่บิก 2. จำ นวนที่เ ที่บิก 3. วัน วั เดือ ดื น ปีที่เ ที่ บิกบิ 4. ลายมือชื่อ ชื่ ผู้มีผู้ อำ มี อำนาจในการเบิกบิของหน่ว น่ ยงาน ห้องฉีด ฉี ยา-ทำ แผลเซ็น ซ็ กำ กับ กั การจ่า จ่ ยทุก ทุ ครั้ง รั้ และเก็บ ก็ ต้น ต้ ฉบับ บั ใบเบิกบิส่ง ส่ สำ เนาคืน คื หน่ว น่ ยงานที่เ ที่ บิกบิเพื่อ พื่ เก็บ ก็ ไว้เ ว้ป็นหลัก ลั ฐานและตรวจสอบจำ นานการจ่า จ่ ยในแต่ล ต่ ะเดือ ดื น เก็บ ก็ เป็น ป็ สถิติถิติ สำ หรับ รั คำ นวณค่า ค่ ใช้จ่ ช้ า จ่ ย


3.อุป อุ กรณ์เ ณ์ ครื่อ รื่ งมือ มื และน้ำ ยา


4. หน้า น้ ที่ค ที่ วามรับผิด ผิ ชอบ พยาบาลวิชวิาชีพ ชี ที่ปที่ ฏิบัฏิติ บั งติานในห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล(OPD) มีห มี น้า น้ ที่ปที่ ระเมินมิ อาการผู้ป่ผู้ ว ป่ ย ซัก ซั ประวัติ วั ติประเมินมิลัก ลั ษณะแผล วัด วั ขนาดแผล และวัด วั Vital Signs พร้อ ร้ ม ลงบัน บั ทึก ทึ ในแบบฟอร์ม ร์ ของโปรแกรม Hos-XP พร้อ ร้ มให้คำ ห้ คำแนะนำ ในการปฏิบัฏิติ บั ตัติว ตัให้ เหมาะสมกับ กั โรคและแผลแต่ล ต่ ะชนิดนิ ในตำ แหน่ง น่ ต่า ต่ งๆ นัด นั ติดติตามอาการ ติดติตามการ ขาดนัด นั ประสานงานกับ กั แพทย์แ ย์ ละแผนกต่า ต่ งๆ รวมถึง ถึ การประเมินมิแผล เพื่อ พื่ พิจพิารณา ในการอนุญนุ าตให้ส ห้ ามารถเบิกบิอุป อุ กรณ์ไณ์ปทำ แผลต่อ ต่ ที่บ้ ที่ า บ้ นหรือ รื ส่ง ส่ ต่อ ต่ ให้กั ห้ บ กั อนามัย มั หรือ รื รพ.สต.ใกล้บ้ ล้ า บ้ น โดยมีเ มีป้า ป้ หมายลดระยะรอคอยและกระจายผู้ป่ผู้ ว ป่ ยกลับ ลั คืน คื สู่ถิ่ สู่ นถิ่ฐานเดิมดิ ซึ่ง ซึ่ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่ม ที่ ารับ รั บริกริารในห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล (OPD) จะเป็น ป็ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่ม ที่ าตามนัด นั และผู้ ป่ว ป่ ยที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั การตรวจหลัง ลั จากพบแพทย์ หรือ รื ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่ม ที่ าตามนัด นั แต่มี ต่ ภ มี าวะแทรกซ้อ ซ้ น จากการเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยเดิมดิเช่น ช่ มาทำ แผลตามนัด นั แต่มี ต่ Sมีign Infection เป็น ป็ ต้น ต้ หรือ รื ต้อ ต้ งการ พบแพทย์ด้ ย์ ว ด้ ยอาการนอกเหนือ นื จากการมาตามนัด นั โดยให้ซั ห้ ก ซั ประวัติ วั พติอสัง สั เขป พร้อ ร้ ม ส่ง ส่ พบแพทย์ใย์ นลำ ดับ ดั ถัด ถั ไป นอกจากนี้ห นี้ ากผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่ม ที่ ารับ รั บริกริารหลัง ลั จากที่แ ที่ พทย์ไย์ ด้ ตรวจแล้ว ล้ อาการไม่ทุ ม่ เ ทุ ลา หรือ รื มีภ มี าวะแทรกซ้อ ซ้ น ให้ซั ห้ ก ซั ประวัติ วั เติพิ่มพิ่เติมติ ประเมินมิอาการ และให้ก ห้ ารพยาบาลเบื้อ บื้ งต้น ต้ พร้อ ร้ มคัด คั กรองเพื่อ พื่ พิจพิารณาส่ง ส่ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยพบแพทย์แ ย์ ผนก OPD หรือ รื พบแพทย์แ ย์ ผนก ER ตามระดับ ดั ความรุน รุ แรงของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยต่อ ต่ ไป ดัง ดั นั้น นั้ พยาบาล วิชวิาชีพ ชี ที่ปที่ ฏิบัฏิติ บั งติานในห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล(OPD) สามารถลงบัน บั ทึก ทึ ข้อ ข้ มูล มู ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยในแบบ ฟอร์ม ร์ ของโปรแกรม Hos-XP ได้ค ด้ รบถ้ว ถ้ น และให้คำ ห้ คำแนะนำ แก่ผู้ ก่ ป่ผู้ ว ป่ ยหรือ รื ทำ ให้ผู้ ห้ ป่ผู้ ว ป่ ย เห็น ห็ ถึง ถึ ความสำ คัญ คั ในการปฏิบัฏิติ บั ตัติว ตั ขณะอยู่ที่ยู่ บ้ ที่ า บ้ น นอกเหนือ นื จากการมารัก รั ษาที่โที่ รง พยาบาลเพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกัน กั การกลับ ลั มาเป็น ป็ ซ้ำ เบื้อ บื้ งต้น ต้ ได้ นอกจากนี้ส นี้ ามารถประเมินมิอาการ ของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยตามระดับ ดั ความรุน รุ แรง เพื่อ พื่ คัด คั กรองส่ง ส่ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยพบแพทย์แ ย์ ผนกOPDหรือ รื พบ แพทย์แ ย์ ผนก ER ในลำ ดับ ดั ต่อ ต่ ไป


หัต หั ถการที่ไที่ ด้แ ด้ บ่ง บ่ ประเภทตามความเหมาะสม สำ หรับใช้ยึ ช้ ด ยึ เป็น ป็ เกณฑ์ใฑ์ น การให้บ ห้ ริการผู้ป่ผู้ ว ป่ ยของOPD และER ดัง ดั นี้


5. คำ จำ กัด กั ความ การซัก ซั ประวัติ วั ติหมายถึง ถึ การสนทนาหรือ รื ซัก ซั ถามหรือ รื การแลกเปลี่ย ลี่ นข้อ ข้ มูล มู กัน กั ระหว่า ว่ งบุค บุ คล 2 คน หรือ รื มากกว่า ว่ นั้น นั้ อย่า ย่ งมีจุ มี ด จุ หมาย ซึ่ง ซึ่ ประกอบด้ว ด้ ยผู้ซัผู้ ก ซั ประวัติ วั ติผู้ถูผู้ ก ถู ซัก ซั ประวัติ วั แติละจุด จุ มุ่งมุ่ หมายของการซัก ซั ประวัติ วั ติ อาการสำ คัญ คั หมายถึง ถึ อาการสำ คัญ คั ที่นำ ที่ นำผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมาโรงพยาบาล เป็น ป็ อาการ ที่ทำ ที่ ทำให้ไห้ ม่ส ม่ บายลัก ลั ษณะของอาการสำ คัญ คั มีดั มี ง ดั นี้ 1. เป็น ป็ ประโยคสั้น สั้ ๆกะทัด ทั รัด รั 2. เป็น ป็ คำ บอกเล่า ล่ ของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยเอง ไม่ใม่ ช้ศั ช้ พ ศั ท์ท ท์ างการแพทย์ 3. ไม่เ ม่ป็น ป็ คำ บอกเล่า ล่ ที่เ ที่ ลื่อ ลื่ นลอย 4. ต้อ ต้ งรวมระยะเวลาด้ว ด้ ยเสมอ ระยะเวลา หมายถึง ถึ อาการตั้ง ตั้ แต่เ ต่ ริ่มริ่เป็น ป็ จนถึง ถึ เวลาที่เ ที่ ราซัก ซั ประวัติ วั ผู้ติ ผู้ ป่ว ป่ ย รวมถึง ถึ ระยะเวลาที่ปที่ ราศจากอาการในกรณีเ ณีป็น ป็ ๆหายๆ และอาการกำ เริบริ ใหม่ - ประวัติ วั กติารเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยปัจ ปั จุบั จุ น บั หมายถึง ถึ อาการต่า ต่ งๆที่เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ ตั้ง ตั้ แต่เ ต่ ริ่มริ่เจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยจนถึง ถึปัจ ปั จุบั จุ น บั ที่ต้ ที่ อ ต้ งมาพบแพทย์แ ย์ ละรวมถึง ถึ การรัก รั ษาที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั มาก่อ ก่ นหน้า น้ นี้ -ประวัติ วั กติารเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยในอดีต ดี หมายถึง ถึ การเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยในอดีต ดี เรีย รี งตามลำ ดับ ดั ของ การเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยซึ่ง ซึ่ อาจสัม สั พัน พั ธ์ห ธ์ รือ รืไม่สั ม่ ม สั พัน พั ธ์กั ธ์ บ กั การเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยในครั้ง รั้ นี้ก็ นี้ ไก็ ด้


-ประวัติ วั คติรอบครัว รั หมายถึง ถึ การซัก ซั ถามถึง ถึประวัติ วั กติารเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยในหมู่ญมู่ าติพี่ติ พี่ น้อ น้ งและบุค บุ คลที่อ ที่ ยู่ในบ้า บ้ นเดีย ดี วกับ กั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่อ ที่ าจสัม สั พัน พั ธ์กั ธ์ บ กั การเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยของผู้ ป่ว ป่ ยได้ -ประวัติ วั แติพ้ย พ้ า หมายถึง ถึ ปฏิกิฏิริกิยริาที่เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ โดยไม่ตั้ ม่ ง ตั้ ใจและเป็น ป็ อัน อั ตรายต่อ ต่ ร่า ร่ งกายมนุษ นุ ย์อัน อั เกิดกิจากการใช้ย ช้ าและเกิดกิขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ ใช้ย ช้ าในขนาดปกติ -ประวัติ วั สติารเสพติดติการสูบ สู บุห บุ รี่/รี่ การดื่ม ดื่ สุร สุ า หมายถึง ถึ ประวัติ วั กติารสูบ สู /ดื่ม ดื่ ไม่ สูบ สู /ไม่ดื่ ม่ ม ดื่ /เคยสูบ สู /เคยดื่ม ดื่ -สัญ สั ญาณชีพ ชี หมายถึง ถึ สัญ สั ญาณมีชี มี วิ ชี ตวิ (vital signs)ซึ่ง ซึ่ ประกอบด้ว ด้ ย · อุณ อุ หภูมิ ภู ร่มิา ร่ งกาย(Temperature) ค่า ค่ ปกติ 36.5-<37. c · ชีพ ชี จร(pulse) ค่า ค่ ปกติ ทารก 100 - 140 ครั้ง รั้ ต่อ ต่ นาที เด็ก ด็ 80 - 100 ครั้ง รั้ ต่อ ต่ นาที ผู้ใผู้หญ่ 60 - 80 ครั้ง รั้ ต่อ ต่ นาที · อัต อั ราการหายใจ (Respiration Rate) ค่า ค่ ปกติ ทารก 30 - 60 ครั้ง รั้ ต่อ ต่ นาที เด็ก ด็ 16 - 24 ครั้ง รั้ ต่อ ต่ นาที ผู้ใผู้หญ่ 12 - 20 ครั้ง รั้ ต่อ ต่ นาที · ความดัน ดั โลหิตหิ (Blood Pressure) ค่า ค่ ปกติ9ติ0/60< BP <140/90 mmHg


6. วิธีวิปธี ฏิบัฏิติ บั ติ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมารับ รั บริกริารหลัง ลั จากพบแพทย์ 1. ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยรับ รั บัต บั รคิวคิจากพยาบาลคัด คั กรอง ได้รั ด้ บ รั การประเมินมิจากพยาบาล คัด คั กรอง 2. ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยแสดงบัต บั รคิวคิและลงทะเบีย บี นที่ห้ ที่ อ ห้ งบัต บั ร 3. ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยชั่ง ชั่ น้ำ หนัก นั วัด วั ส่ว ส่ นสูง สู วัด วั รอบเอว วัด วั V/S 4. พยาบาลซัก ซั ประวัติ วั ติประเมินมิอาการ วัด วั vital signs ซ้ำ พยาบาลเรีย รี กผู้ป่ผู้ ว ป่ ยซัก ซั ประวัติ วั ติโดยมีขั้ มี น ขั้ ตอนการเรีย รี กผู้ป่ผู้ ว ป่ ยซัก ซั ประวัติ วั ดัติง ดั นี้ 4.1 ตามบัต บั รคิวคิและระยะเวลาที่ผู้ ที่ ป่ผู้ ว ป่ ยมายื่น ยื่ บัต บั รรับ รั บริกริาร 4.2 ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่ต้ ที่ อ ต้ งซัก ซั ประวัติ วั แติละเข้า ข้ ตรวจเร่ง ร่ ด่ว ด่ น เข้า ข้ ช่อ ช่ งคิวคิทางด่ว ด่ น ดัง ดั ต่อ ต่ ไปนี้ 4.2.1 ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมีอ มี าการฉุก ฉุ เฉินฉิ (สัญ สั ญาณชีพ ชี เปลี่ย ลี่ นแปลง เจ็บ จ็ หน้า น้ อก รุน รุ แรง ปวดท้อ ท้ งรุน รุ แรง มีไมี ข้สู ข้ ง สู มากกว่า ว่ 40 องศาเซลเซีย ซี ส 4.2.2 ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่เ ที่ สี่ย สี่ งต่อ ต่ การแพร่ก ร่ ระจายเชื้อ ชื้ 4.2.3 ผู้รัผู้ บ รั บริกริารที่เ ที่ จ้า จ้ หน้า น้ ที่นำ ที่ นำส่ง ส่ 4.2.4 พระภิกภิษุ สามเณร 4.2.5 ผู้สูผู้ ง สู อายุ > 80ปี


5. การซัก ซั ประวัติ วั ติเรีย รี กชื่อ ชื่ และนามสกุล กุ ผู้รัผู้ บ รั บริกริารและให้ผู้ ห้ รัผู้ บ รั บริกริาร บอกชื่อ ชื่ และนามสกุล กุ 5.1 ซัก ซั ประวัติ วั อติาการสำ คัญ คั ทุก ทุ ราย โดยมีร มี ายละเอีย อี ดในการซัก ซั ประวัติ วั ดัติง ดั นี้ อาการสำ คัญ คั : คือ คื อาการที่นำ ที่ นำผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมาโรงพยาบาล 1-2 อาการ และต้อ ต้ งระบุร บุ ะยะเวลาเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ย กรณีที่ ณี ผู้ ที่ ป่ผู้ ว ป่ ยมาขอรับ รั ยาเดิมดิโดยไม่มี ม่ อ มี าการ หรือ รื ปัญ ปั หาอื่น อื่ ให้บั ห้ น บั ทึก ทึ โรคที่ผู้ ที่ ป่ผู้ ว ป่ ยเป็น ป็ และระบุร บุ ายละเอีย อี ดว่า ว่ ขอรับ รั ยาเดิมดิ หรือ รื ขอรับ รั ยาแทน เช่น ช่ บัน บั ทึก ทึ ว่า ว่ ญาติมติาขอรับ รั ยาโรคไขมัน มั ในเลือ ลื ดสูง สู แทน อาการปกติ หรือ รื มาขอรับ รั ยาลดความดัน ดั โลหิตหิสูง สู อาการปกติ 5.2 ประวัติ วั กติารเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ย แบ่ง บ่ เป็น ป็ 2 ส่ว ส่ น 5.2.1 อาการแสดง (Present illness) · ในส่ว ส่ นของ เป็น ป็ อะไรมา เป็น ป็ ตั้ง ตั้ แต่เ ต่ มื่อ มื่ ไหร่ ไปทำ อะไรมา มีอ มี าการอย่า ย่ งไร เริ่มริ่เป็น ป็ ที่ร ที่ ะบบใดของร่า ร่ งกาย บุค บุ คลที่เ ที่ กี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับ กั การเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยในครั้ง รั้ นี้ (เช่น ช่ มีค มี นในครอบครัว รั เป็น ป็ หรือ รืไม่)ม่ ความถี่ข ถี่ องอาการแสดง (5W 2 H ได้แ ด้ ก่ what, where, when, why, who, how, how many) · การรัก รั ษาที่ไที่ ด้ม ด้ าแล้ว ล้ หรือ รื บัน บั ทึก ทึ ประวัติ วั กติารรัก รั ษาที่ผ่ ที่ า ผ่ นมา กรณีไณี ม่ไม่ ด้ รัก รั ษาจากที่ใที่ ดมาก่อ ก่ นให้ร ห้ ะบุ ไม่ไม่ ด้รั ด้ ก รั ษาจากที่ใที่ ดมาก่อ ก่ น 5.2.2 ประวัติ วั กติารเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยในอดีต ดี (Past Illness) ได้แ ด้ ก่ปก่ ระวัติ วั กติารเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ย ในอดีต ดี ที่สำ ที่ สำคัญ คั และเกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับ กั ปัญ ปั หาที่ม ที่ าหรือ รื สอดคล้อ ล้ งกับ กั ปัญ ปั หาที่ส ที่ งสัย สั


5.2.3 ประวัติ วั อื่ติน อื่ ๆที่เ ที่ กี่ย กี่ วข้อ ข้ ง ได้แ ด้ ก่ ประวัติ วั ส่ติว ส่ นบุค บุ คล ประวัติ วั สัติง สั คม ประวัติ วั กติารเจริญริเติบติโต พัฒ พั นาการและวัค วั ซีน ซี ในเด็ก ด็ ให้ซั ห้ ก ซั ประวัติ วั ใตินเด็ก ด็ อายุ ต่ำ กว่า ว่ 7 ปี ส่ว ส่ นประวัติ วั ปติระจำ เดือ ดื นให้ซั ห้ ก ซั ในผู้หผู้ ญิงญิอายุ 11-60 ปี 5.2.4 ประวัติ วั คติวามเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยในครอบครัว รั ที่เ ที่ กี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับ กั การเจ็บ จ็ ป่ว ป่ ยครั้ง รั้ นี้ 5.2.5 ประวัติ วั กติารแพ้ย พ้ า/ประวัติ วั กติารแพ้อื่ พ้ น อื่ ๆ 5.2.6 ประวัติ วั กติารใช้ส ช้ ารเสพติดติการสูบ สู บุห บุ รี่ การดื่ม ดื่ สุร สุ า โดยระบุจำ บุ จำนวน ความถี่แ ถี่ ละระยะเวลา ในกรณีผู้ ณี ป่ผู้ ว ป่ ยเด็ก ด็ อายุ 0-14 ปี ให้ซั ห้ ก ซั ประวัติ วั กติารใช้ส ช้ าร เสพติดติของคนในครอบครัว รั บัน บั ทึก ทึ ลงใน HPI 5.2.7 ประวัติ วั กติารผ่า ผ่ ตัด ตั (ถ้า ถ้ มี)มี กรณีไณี ม่มี ม่ ปมี ระวัติ วั ผ่ติา ผ่ ตัด ตั ต้อ ต้ งระบุไ บุ ม่เ ม่ คยผ่า ผ่ ตัด ตั 5.2.8 กรณีผู้ป่ผู้ ว ป่ ยไม่รู้ ม่ สึรู้ ก สึ ตัว ตัให้บั ห้ น บั ทึก ทึ ไม่รู้ ม่ สึรู้ ก สึ ตัว ตั และไม่มี ม่ ญ มี าติ 5.2.9 เพศหญิงญิอายุตั้ง ตั้ แต่ 11- 60 ปี ต้อ ต้ งซัก ซั ประวัติ วั กติารมีปมี ระจำ เดือ ดื นทุก ทุ ราย ให้ร ห้ ะบุวั บุ น วั แรกที่มี ที่ ปมี ระจำ เดือ ดื นในครั้ง รั้ นั้น นั้ และจำ นวนวัน วั ที่มี ที่ ปมี ระจำ เดือ ดื น ในช่อ ช่ ง HPI ถ้า ถ้ หมดประจำ เดือ ดื นแล้ว ล้ ให้ร ห้ ะบุห บุ มดประจำ เดือ ดื นเมื่อ มื่ ไหร่ หรือ รืไม่มี ม่ ปมี ระจำ เดือ ดื นเนื่อ นื่ งจากผ่า ผ่ ตัด ตั มดลูก ลู เมื่อ มื่ ไหร่


5.3 รายละเอีย อี ดการบัน บั ทึก ทึ Ø บัน บั ทึก ทึ เวลาที่ผู้ ที่ ป่ผู้ ว ป่ ยได้รั ด้ บ รั การซัก ซั ประวัติ วั ติ Ø กรณีผู้ป่ผู้ ว ป่ ยรับ รั ยาเดิมดิหรือ รื รับ รั ยาแทนระบุโ บุ รค Ø ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่แ ที่ พทย์นัด นั ถ้า ถ้ยังมีอ มี าการอยู่ใยู่ ห้ร ห้ ะบุ ถ้า ถ้ อาการดีขึ้ ดี น ขึ้ ให้ร ห้ ะบุ ว่า ว่ “อาการทุเ ทุ ลา” Ø ผู้ใผู้ช้บ ช้ ริกริารตรวจร่า ร่ งกายประจำ ปีใปี ห้ร ห้ ะบุว่ บุ า ว่ “ ตรวจร่า ร่ งกายประจำ ปี”ปี ผู้ใผู้ช้บ ช้ ริกริารต้อ ต้ งการใบรับ รั รองแพทย์ส ย์ มัค มั รงาน,ทำ ใบขับ ขั ขี่, ขี่ ลา งาน,ศึก ศึ ษาต่อ ต่ ,ตรวจสารเสพติดติให้เ ห้ ขีย ขี นระบุว่ บุ า ว่ “ขอใบรับ รั รองแพทย์”ย์ Ø การบัน บั ทึก ทึ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่ส่ ที่ ง ส่ มาจากรพ.สต. ให้ร ห้ ะบุรั บุ บ รั การส่ง ส่ ต่อ ต่ มาจาก รพ.สต./PCU เพื่อ พื่ ตรวจวินิวิจนิฉัย ฉั เบาหวาน /ความดัน ดั โลหิตหิสูง สู โดยระบุ ว่า ว่ ตรวจคัด คั กรองในชุม ชุ ชน/รพ.สต.โดยไม่ง ม่ ดอาหารและเครื่อ รื่ งดื่ม ดื่ หรือ รื งดอาหารและเครื่อ รื่ งดื่ม ดื่ ระดับ ดั น้ำ ตาลเท่า ท่ ไหร่ หรือ รื ส่ง ส่ มาเพื่อ พื่ ตรวจ วินิวิจนิฉัย ฉั ความดัน ดั โลหิตหิสูง สู ระดับ ดั ความดัน ดั โลหิตหิโดย HMBP เฉลี่ย ลี่ ได้ เท่า ท่ กับ กั หรือ รื วัด วั BP จำ นวนกี่ค กี่ รั้ง รั้ จากรพ.สต./ชุม ชุ ชน ได้เ ด้ ท่า ท่ ไหร่ ระบุ


5.4การบัน บั ทึก ทึ Vital Signs โดยยึด ยึ หลัก ลั ปฏิบัฏิติ บั ดัติง ดั นี้ 5.4.1 อุณ อุ หภูมิ ภูมิวัด วั ทุก ทุ รายที่มี ที่ ปมี ระวัติ วั มีติไมี ข้ หรือ รื ครั่น รั่ เนื้อ นื้ ครั่น รั่ ตัว ตั 5.4.2 การบัน บั ทึก ทึ น้ำ หนัก นั T,P,R กรณีเ ณี ด็ก ด็ อายุ 0-3 ปี ต้อ ต้ งบัน บั ทึก ทึ ครบถ้ว ถ้ น ส่ว ส่ น BP พิจพิารณาตามสภาพปัญ ปั หาผู้ป่ผู้ ว ป่ ย 5.4.3 ความดัน ดั โลหิตหิวัด วั ความดัน ดั โลหิตหิทุก ทุ ราย เด็ก ด็ อายุ 0-3 ปี 5.4.4 ชีพ ชี จร 5.4.5 ตรวจวัด วั ทุก ทุ ราย กรณีที่ ณีที่ < 90/60 mmHg หรือ รื > 160/90 mmHg ให้จั ห้ บ จั ด้ว ด้ ย Manual 5.4.6 นับ นั หายใจ ในรายที่มี ที่ ปมี ระวัติ วั เติหนื่อ นื่ ยหอบ 5.4.7 ชั่ง ชั่ น้ำ หนัก นั ทุก ทุ ราย 5.4.8 O2 sat กรณีมี ณี ปมี ระวัติ วั หติายใจเหนื่อ นื่ ยหอบ 5.4.9 รอบเอว ทุก ทุ ราย อายุตั้ง ตั้ แต่ 15ปี ขึ้น ขึ้ ไป 5.4.10 ประเมินมิ Pain Score ในผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่ม ที่ าด้ว ด้ ยอาการปวด พร้อ ร้ มบัน บั ทึก ทึ ในช่อ ช่ ง Pain score


6.การเข้า ข้ รับ รั บริกริารในห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล (OPD) เบอร์1ร์1 6.1 ให้ห ห้ ยิบบัต บั รคิวคิหนีบ นีไว้กั ว้ บ กั ใบนำ ทาง และใส่ไส่ ว้ใว้ นตะกร้า ร้ สีฟ้สี า ฟ้ 6.2 นั่ง นั่ รอด้า ด้ นนอกห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล (OPD) รอเรีย รี กตามคิวคิ ด้ว ด้ ยเสีย สี งตามสายจากไมโครโฟน 6.3 เมื่อ มื่ ถึง ถึ คิวคิให้เ ห้ ข้า ข้ มาในห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล (OPD) แล้ว ล้ นั่ง นั่ บริเริวณด้า ด้ นหน้า น้ เคาเตอร์พ ร์ ยาบาล เพื่อ พื่ ให้พ ห้ ยาบาลซัก ซั ประวัติ วั ติและเริ่มริ่ทำ หัต หั การตาม Orderแพทย์ 6.4อาการหลัง ลั ทำ หัต หั ถการ 6.4.1 หลัง ลั จากรับ รั บริกริารผู้ป่ผู้ ว ป่ ยไม่มี ม่ อ มี าการเปลี่ย ลี่ นแปลงให้ กลับ ลั บ้า บ้ น หากมีย มี าให้รั ห้ บ รั ยาก่อ ก่ นกลับ ลั บ้า บ้ น แต่ห ต่ ากมีทั้ มี ง ทั้ รับ รั ยาและจ่า จ่ ยเงินงิ ให้ แนะนำ ไปรับ รั ยาก่อ ก่ น หลัง ลั จากนั้น นั้ จึง จึ ค่อ ค่ ยไปจ่า จ่ ยเงินงิ 6.4.2 หลัง ลั จากรับ รั บริกริารมีอ มี าการเปลี่ย ลี่ นแปลงหลัง ลั จากทำ หัต หั การให้ซั ห้ ก ซั ประวัติ วั ลติงในระบบและให้ก ห้ ารพยาบาลเบื้อ บื้ งต้น ต้ พร้อ ร้ มพิจพิารณา ส่ง ส่ พบแพทย์แผนกOPD และแผนกER ตามระดับ ดั ความรุน รุ แรงของผู้ป่ผู้ ว ป่ ย (หาก ไม่มั่ ม่ น มั่ ใจให้ consult แพทย์ที่สั่ ที่ ง สั่ ทำ หัต หั ถการนั้น นั้ ๆ)


7.ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมารับ รั บริกริารตามนัด นั 7.1 ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยรับ รั บัต บั รคิวคิจากพยาบาลคัด คั กรอง ได้รั ด้ บ รั การประเมินมิจากพยาบาลคัด คั กรอง 7.2 ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยแสดงบัต บั รคิวคิและลงทะเบีย บี นที่ห้ ที่ อ ห้ งบัต บั ร 7.3ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยชั่ง ชั่ น้ำ หนัก นั วัด วั ส่ว ส่ นสูง วัด วั รอบเอว วัด วั V/S 7.4พยาบาลซัก ซั ประวัติ วั ติประเมินมิอาการ วัด วั vital signs ซ้ำ 7.5เข้า ข้ รับ รั บริกริารในห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล (OPD) เบอร์1ร์1 7.6ให้ห ห้ ยิบยิบัต บั รคิวคิหนีบ นีไว้กั ว้ บ กั ใบนำ ทาง และใส่ไส่ ว้ใว้ นตะกร้า ร้ สีฟ้สี า ฟ้ 7.7นั่ง นั่ รอด้า ด้ นนอกห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล (OPD) รอเรีย รี กตามคิวคิด้ว ด้ ยเสีย สี งตาม สายจากไมโครโฟน 7.8เมื่อ มื่ ถึง ถึ คิวคิให้เ ห้ ข้า ข้ มาในห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล (OPD)แล้ว ล้ นั่ง นั่ บริเริวณด้า ด้ นหน้า น้ เคา เตอร์พ ร์ ยาบาล เพื่อ พื่ ให้พ ห้ ยาบาลซัก ซั ประวัติ วั ติและเริ่มริ่ทำ หัต หั การตาม Orderแพทย์ 7.8อาการหลัง ลั ทำ หัต หั ถการ 7.8.1หลัง ลั จากรับ รั บริกริารผู้ป่ผู้ ว ป่ ยไม่มี ม่ อ มี าการเปลี่ย ลี่ นแปลงให้ก ห้ ลับ ลั บ้า บ้ น หากมีย มี าให้รั ห้ บ รั ยาก่อ ก่ นกลับ ลั บ้า บ้ น แต่ห ต่ ากมีทั้ มี ง ทั้ รับ รั ยาและจ่า จ่ ยเงินงิ ให้แ ห้ นะนำ ไป รับ รั ยาก่อ ก่ น หลัง ลั จากนั้น นั้ จึง จึ ค่อ ค่ ยไปจ่า จ่ ยเงินงิ 7.8.2 หลัง ลั จากรับ รั บริกริารมีอ มี าการเปลี่ย ลี่ นแปลงหลัง ลั จากทำ หัต หั การ ให้ซั ห้ ก ซั ประวัติ วั ลติงในระบบและให้ก ห้ ารพยาบาลเบื้อ บื้ งต้น ต้ พร้อ ร้ มพิจพิารณาส่ง ส่ พบ แพทย์แ ย์ ผนกOPD และแผนกER ตามระดับ ดั ความรุน รุ แรงของผู้ป่ผู้ ว ป่ ย (หากไม่มั่ ม่ น มั่ ใจ ให้ consult แพทย์ที่ ย์ สั่ ที่ ง สั่ ทำ หัต หั ถการนั้น นั้ ๆ) 7.9 กรณีพ ณี บแพทย์ดู ย์ แ ดู ผล ให้โห้ ทรบอกNA หน้า น้ ห้อ ห้ งตรวจ เพื่อ พื่ ให้ NA ช่ว ช่ ยตาม แพทย์ พร้อ ร้ มจัด จั คิวคิผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่ม ที่ ารับ รั บริกริารหน้า น้ ห้อ ห้ งตรวจ สำ หรับ รั เตรีย รี มให้แ ห้ พทย์ ได้ม ด้ าดูแ ดู ผลที่ห้ ที่ อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล (OPD)


ตัว ตั ชี้วั ชี้ ด วั 1. อุบั อุ ติ บั กติารณ์การเกิดกิอุบั อุ ติ บั เติหตุข ตุ ณะรอรับ รั บริกริาร = 0 2. ร้อ ร้ ยละของความไม่พ ม่ ร้อ ร้ มใช้ข ช้ องอุป อุ กรณ์/ณ์ เครื่อ รื่ งมือ มื = 0 3. ระยะเวลารอคอยในการรอรับ รั บริกริาร = <30 นาที 4. ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่มี ที่ แ มี ผนการตรวจEKGที่อ ที่ าการเข้า ข้ ข่า ข่ ย MI ได้รั ด้ บ รั การตรวจ ภายใน10นาที = >90% 5. ร้อ ร้ ยละของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยได้รั ด้ บ รั การประเมินมิก่อ ก่ นให้บ ห้ ริกริาร= >85% 6. อุบั อุ ติ บั กติารณ์การเกิดกิอาการเปลี่ย ลี่ นแปลงขณะรอรับ รั บริกริาร = 0 7. อุบั อุ ติ บั กติารณ์การเกิดกิภาวะแทรกซ้อ ซ้ นจากการให้บ ห้ ริกริาร = <2% 8. อุบั อุ ติ บั กติารณ์การเกิดกิภาวะฉุก ฉุ เฉินฉิขณะให้บ ห้ ริกริาร = 0 9. ร้อ ร้ ยละความพึง พึ พอใจของผู้รัผู้ บ รั บริกริาร= >85% 10. ร้อ ร้ ยละของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่มี ที่ ค มี วามรู้ใรู้นการดูแ ดู ลแผล= >85% 11. ร้อ ร้ ยละของการขาดนัด นั หรือ รืไม่ม ม่ าทำ แผลดามนัด นั = <10 % 12. ร้อ ร้ ยละของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั การประสานงานและการส่ง ส่ ต่อ ต่ อย่า ย่ งเหมาะสม= >85% 13. ร้อ ร้ ยละของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่มี ที่ อ มี าการเข้า ข้ กัน กั ได้กั ด้ บ กั Sepsis ได้รั ด้ บ รั การประเมินมิ NEWS = >90% 7. เอกสารอ้า อ้ งอิงอิ สำ นัก นั งานหลัก ลั ประกัน กั สุข สุ ภาพแห่ง ห่ ชาติ.ติแนวทางการบัน บั ทึก ทึ และตรวจ ประเมินมิคุณ คุ ภาพการบัน บั ทึก ทึ เวชระเบีย บี น. พิมพิพ์ค พ์ รั้ง รั้ ที่ 1, 2553. 8.ภาคผนวก -


เอกสารประกอบการทบทวนเวชระเบีย บี น เกณฑ์ก ฑ์ ารตรวจประเมินมิและการให้ค ห้ ะแนนคุณ คุ ภาพ การบัน บั ทึก ทึ เวชระเบีย บี นผู้ ป่ว ป่ ยนอก


แนวทางการทำ Incision and Drainage (การผ่าเอาหนองออก) 1. วัต วั ถุป ถุ ระสงค์ เพื่อ พื่ ผ่า ผ่ และกรีด รี เอาหนองหรือ รื สิ่งสิ่แปลกปลอมออกจากแผล 2. ขอบเขต แพทย์พยาบาลวิชวิาชีพ ชี 3.อุป อุ กรณ์เครื่อ รื่ งมือ มื 3.1 Set I&D ประกอบด้ว ด้ ย - ถาดใหญ่ -ถ้ว ถ้ ยขนาดใหญ่สำ หรับ รั ใส่ NSS ล้า ล้ งแผล -ถ้ว ถ้ ยขนาดเล็ก ล็ สำ หรับ รั ใส่น้ำ ส่ น้ำยาbetadine พร้อ ร้ มด้ว ด้ ยสำ ลี 5 ก้อ ก้ นและ ผ้า ผ้ ก๊อ ก๊ ส ขนาด 3x3 นิ้วนิ้ประมาณ 10 ชิ้นชิ้ -ปากคีม คี จับ จั สิ่งสิ่ของในset และปากคีม คี จับ จั เนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ชนิดนิมีเ มี ขี้ย ขี้ ว (TOOTH & NON TOOTH FORCEPS) อย่า ย่ งละ1อัน อั - ผ้า ผ้ สี่เ สี่ หลี่ย ลี่ มเจาะกลาง -ใบมีด มี No. 11 - ด้า ด้ มมีด มี - syringe 5 หรือ รื 10 ml ตามขนาดของฝี - needle No. 18, 23, 24 และ 25 ตามตำ แหน่ง น่ หรือ รื ประเภทการใช้ งาน - Atery clamp โค้ง ค้ - curettage - 2% Lidocaine - povidone iodine solution - 0.9% Nss irrigate - gauze drain - ถุง ถุ มือ มื Dispos - ถุง ถุ มือ มื sterile


4.ผู้รัผู้ บ รั ผิดผิชอบ 4.1 แพทย์ 4.2 พยาบาลวิชวิาชีพ ชี 5.นิยนิามศัพ ศั ท์ Incision and Drainage การผ่า ผ่ เข้า ข้ไปและกรีด รี เอาหนองหรือ รื สิ่งสิ่แปลกปลอม ออกจากแผล 6.วิธีวิปธี ฏิบัฏิติ บั ติ 6.1 ประเมินมิบาดแผล จัด จั ท่า ท่ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ย แนะนำ การดูแ ดู ลรัก รั ษา 6.2 ล้า ล้ งมือ มื 6.3 เตรีย รี ม set dressing 6.4 เปิดปิ set บนโต๊ะ ต๊ วางอุป อุ กรณ์ เตรีย รี มอุป อุ กรณ์ที่ ณ์ จ ที่ ะทำ I&D ลงใน set 6.5 ใช้เ ช้ ข็ม ข็ เบอร์ 18 ดูด ดู ยาชาออกจากขวด 6.6 Skin scrub (controversy) ด้ว ด้ ย antiseptic solution หรือ รื ทำ ความ สะอาดบริเริวณที่จ ที่ ะผ่า ผ่ ด้ว ด้ ย povidone iodine solution (ถ้า ถ้ บริเริวณที่จ ที่ ะทำ I&Dมี ขนหรือ รื ผมดกอาจพิจพิารณา โกนออกก่อ ก่ น เพื่อ พื่ ไม่ใม่ ห้แ ห้ ผลอับ อั ชื้น ชื้ และลดการติดติ เชื้อ ชื้ ) 6.7 Local anaesthesia ใช้ 25-gauge needle ฉีด ฉี lidocaine with adrenaline ที่ส่ ที่ ว ส่ นบนสุด สุ ของ abscess โดยวางเข็ม ข็ ขนานกับ กั ผิวผิหนัง นั ฉีด ฉี เข้า ข้ subcutaneous layer แต่ก ต่ ารทำ local anaesthesia มัก มั จะตอบสนองไม่ดี ม่ เ ดี ท่า ท่ ที่ค ที่ วร แนะนำ ให้ทำ ห้ ทำ regional anaesthesia หรือ รื ทำ เป็น ป็ field block แทน


6.8 เมื่อ มื่ ชาแล้ว ล้ จึง จึ ใช้ scalpel No. 11 หรือ รื 15 กรีด รี ตั้ง ตั้ ฉากกับ กั ผิวผิหนัง นั ตาม skin crease (natural folds) ตลอดความยาวของ abscess (ไม่ค ม่ วรกรีด รี เป็น ป็ รูป รู กากบาทเพราะผิวผิหนัง นั ตรงมุม มุ จะตายได้)ด้ ยกเว้น ว้ บางกรณี เช่น ช่ cosmetic area, มี skin tension มาก (extensor surface), มี scar อยู่เยู่ดิมดิอาจทำ เป็น ป็ stab incision หรือ รื simple aspiration แทน โดยลงมีด มี ตรงตำ แหน่ง น่ ที่ fluctuation กรีด รี skin ที่ผิ ที่ วผิหนัง นั ที่บ ที่ างที่สุ ที่ ด สุ โดยลงตามความยาวของ abscess cavity เมื่อ มื่ หนองเริ่มริ่ไหลออกมาให้ห ห้ ยุด ยุ ความลึก ลึ ไว้แ ว้ ค่นั้ ค่ น นั้ (ห้า ห้ มกรีด รี ลึก ลึ ลงไปในหนองโดยไม่เ ม่ ห็น ห็ ก้น ก้ แผล เพราะอาจไปโดน structures ที่สำ ที่ สำคัญ คั ได้)ด้ การกรีด รี ปากแผลเพีย พี งเล็ก ล็ น้อ น้ ยนั้น นั้ ไม่เ ม่ พีย พี งพอต่อ ต่ การ drain และมัก มั ไม่ หาย ดัง ดั นั้น นั้ จึง จึ ต้อ ต้ งกรีด รีให้ย ห้ าวและลึก ลึ ตามความเหมาะสมของแผล


6.9 ระบายหนอง หรือ รื discharge ออกให้ม ห้ ากที่สุ ที่ ด สุ หรือ รื อาจใช้ curette ขูด ขู เบาๆ 7.0 Wound irrigation ใช้ NSS irrigate หรือ รื อาจใช้p ช้ ovidone iodine solution ร่ว ร่ มด้ว ด้ ย โดยนำ syringe put ลงในโพรงหนองจนสะอาด 7.1 Packing (controversy) เมื่อ มื่ drain pus ออกหมดแล้ว ล้ ให้ให้ ช้ gauze drain ชุบ ชุ normal saline ใส่เ ส่ ข้า ข้ไปในโพรง abscess และคาไว้ที่ ว้ ปที่ ากแผลเพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกัน กั ไม่ใม่ ห้ปห้ ากแผลปิดปิหรือ รื gauze packing strip ใส่เ ส่ ข้า ข้ไปภายใน abscess หลวมๆเพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกัน กั ปากแผลปิดปิการ packing ไม่จำ ม่ จำเป็น ป็ ต้อ ต้ งทำ ใน abscess ขนาดเล็ก ล็ ที่ drain ได้ดี ด้ ดี ซึ่ง ซึ่ ในหลายการศึก ศึ ษาพบว่า ว่ ใน acute superficial abscess สามารถทำ primary simple suture ได้เ ด้ ลยหลัง ลั I&D โดยไม่ต้ ม่ อ ต้ ง packing หรือ รืให้ antibiotic 7.2 Dressing ปิดปิทับ ทั ด้ว ด้ ย gauze sterile แห้ง ห้ หลายๆชั้น ชั้ ให้ย ห้ กสูง สู และอาจ splint ร่ว ร่ มด้ว ด้ ย 7.3 แนะนำ การดูแ ดู ลบาดแผล การมาทำ แผลตามนัด นั 7.4 เก็บ ก็ อุป อุ กรณ์ คัด คั แยก ขยะ และ อุป อุ กรณ์ ลงถัง ถั แต่ล ต่ ะประเภทให้ถู ห้ ก ถู ต้อ ต้ ง 7.5 ล้า ล้ งมือ มื หลัง ลั ทำ หัต หั ถการเสร็จ ร็ 7.เอกสารอ้า อ้ งอิงอิ เกษียร ภัง ภั คานนท์.ท์ (2550) คู่มืคู่ อ มื ผ่า ผ่ ตัด ตั เล็ก ล็.กรุง รุ เทพฯ James R. Roberts. (December 12, 2017). Roberts and Hedges’ Clinical Procedures in Emergency Medicine and Acute Care 8. ภาคผนวก -


แนวทางการทำ แผล 1. วัต วั ถุป ถุ ระสงค์ 1.1 เพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกัน กั ไม่ใม่ ห้เ ห้ ชื้อ ชื้ โรคเข้า ข้ สู่บ สู่ าดแผล 1.2 เพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกัน กั ไม่ใม่ ห้แ ห้ ผลได้รั ด้ บ รั อัน อั ตราย 1.3 ช่ว ช่ ยกระตุ้นตุ้ ให้แ ห้ ผลหายเร็ว ร็ ขึ้น ขึ้ 1.4 เพื่อ พื่ ชะล้า ล้ งวัต วั ถุต่ ถุ า ต่ งๆที่ต ที่ กค้า ค้ งในแผล 1.5 เพื่อ พื่ นดูด ดู ซับ ซั สิ่งสิ่ที่ไที่ หลออกจากแผล 1.6 เพื่อ พื่ ห้า ห้ มเลือ ลื ด 1.7 เพื่อ พื่ ป้อ ป้ งกัน กั ผิวผิรอบๆแผลที่มี ที่ ท่ มี อ ท่ ระบายเปื่อ ปื่ ยและลอกหลุด ลุ ออกมา 1.8 เพื่อ พื่ ช่ว ช่ ยยึดหรือ รื พยุงแผล 1.9 เพื่อ พื่ ให้ผู้ ห้ ป่ผู้ ว ป่ ยได้รั ด้ บ รั ความสุข สุ สบาย 2. ขอบเขต แพทย์พยาบาลวิชวิาชีพ ชี 3.อุป อุ กรณ์เครื่อ รื่ งมือ มื


Set Dressing sterile ดัง ดั นี้ ประกอบด้ว ด้ ย 3.1 ผ้า ผ้ ห่อ ห่ ชุด ชุ ทำ แผล 3.2 ถาด 1 ใบ สำ หรับ รั บรรจุอุ จุ ป อุ กรณ์ทุ ณ์ ก ทุ อย่า ย่ ง 3.3 ถ้ว ถ้ ยใส่น้ำ ส่ น้ำยา 2 ใบ 3.4 กระปุก ปุ และcleansing forcep 3.5 ภาชนะสำ หรับ รั ใส่ข ส่ ยะ หรือ รื ตะแกรงชะล้า ล้ งแผล 3.6 ถุง ถุ มือ มื ปราศจากเชื้อ ชื้ 3.7 พลาสเตอร์ปิร์ ดปิแผล 3.8 อุป อุ กรณ์ที่อ ที่ าจต้อ ต้ งเพิ่มพิ่ 3.9 สำ ลี หรือ รื ผ้า ผ้ ก๊อ ก๊ ซ เพิ่มพิ่กรณีมี ณี แ มี ผลขนาดใหญ่ 3.10 ถุง ถุ มือ มื sterile ใช้แ ช้ ทนปากคีบ คี (กรณีแ ณี ผลขนาดใหญ่ม ญ่ ากหรือ รื แผล Burn) หรือ รื ถ้า ถ้ ผ้า ผ้ปิดปิแผลสกปรก มาก ควรสวมถุง ถุ มือ มื หยิบ 3.11 ผ้า ผ้ พัน พั (Bandage) ในผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่มี ที่ แ มี ผลขนาดใหญ่ม ญ่ าก หรือ รื ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยถูก ถู ไฟ ไหม้ หรือ รื ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่แ ที่ พ้ พลาสเตอร์ 3.12 Gauze Drain 4.ผู้รัผู้ บ รั ผิดผิชอบ 4.1 แพทย์ 4.2 พยาบาลวิชวิาชีพ ชี 5.นิยนิามศัพ ศั ท์ Wound Dressing การทำ แผล


6.วิธีวิปธี ฏิบัฏิติ บั ติ การทำ แผลชนิดนิแห้ง ห้ (Dry dressing) 1. เปิดปิแผลและประเมินมิชนิดนิของแผล ขนาด จำ นวนสิ่งสิ่ที่ไที่ หลออกจากแผล 2. ล้า ล้ งมือ มืให้ส ห้ ะอาด 3. เตรีย รี มชุด ชุ ทำ ความสะอาดแผลด้ว ด้ ยเทคนิคนิ ปราศจากเชื้อ ชื้ แล้ว ล้ ปิดปิชุด ชุ ทำ แผลไว้ ดัง ดั นี้ 3.1 ถาดสำ หรับ รั ใส่อุ ส่ ป อุ กรณ์ทั้ ณ์ ง ทั้ หมด 3.2 ชุด ชุ ทำ แผลปราศจากเชื้อ ชื้ โรค ซึ่ง ซึ่ ประกอบด้ว ด้ ย ปากคีบ คี สั้น สั้ 2 อัน อั ถ้ว ถ้ ยใส่ น้ำ ยา สำ ลี และผ้า ผ้ ก๊อ ก๊ ซตาม ขนาดหรือ รื สิ่งสิ่ระบายจากแผล 3.3 เทน้ำ ยา0.9% NSS และ Povidine 4. วางชุด ชุ ทำ แผลไว้ใว้ กล้บ ล้ ริเริวณแผล เช่น ช่ บนรถทำ แผล โต๊ะ ต๊ ข้า ข้ งเตีย ตี ง หรือ รื โต๊ะ ต๊ คร่อ ร่ มเตีย ตี ง ควรเป็น ป็ ตำ แหน่ง น่ ที่ผู้ ที่ ทำผู้ ทำไม่เ ม่ อื้อ อื้ มข้า ข้ มชุด ชุ ทำ แผลขณะทำ แผล จากนั้น นั้ ให้เ ห้ปิดปิชุด ชุ ทำ แผล ด้ว ด้ ยเทคนิคนิ ปราศจากเชื้อ ชื้ 5. บอกให้ผู้ ห้ ป่ผู้ ว ป่ ยทราบว่า ว่ จะทำ แผลให้ร ห้ วมทั้ง ทั้ อธิบธิายสิ่งสิ่ที่ผู้ ที่ ป่ผู้ ว ป่ ยต้อ ต้ งการ ทราบเกี่ย กี่ วกับ กั การทำ แผล โดย พิจพิารณาให้เ ห้ หมาะสมกับ กั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยแต่ล ต่ ะคน 6. จัด จั สิ่งสิ่แวดล้อ ล้ มให้เ ห้ มาะสม เช่น ช่ กั้น กั้ ม่า ม่ น ปิดปิ ประตูห้ ตู อ ห้ ง ปิดปิพัด พั ลม 7. จัด จั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยให้อ ห้ ยู่ในท่า ท่ ที่เ ที่ หมาะสม เปิดปิเฉพาะตำ แหน่ง น่ ที่มี ที่ แ มี ผล 8. ล้า ล้ งมือ มื


9. ใส่ถุ ส่ ง ถุ มือ มื ปราศจากเชื้อ ชื้ 10. ใช้ปช้ ากคีบ คี ชนิดนิไม่มี ม่ เ มี ขี้ย ขี้ วคีบ คี สำ ลีซุ ลี บ ซุ น้ำ ยา 0.9 NSS บิดบิพอหมาดโดย ให้ปห้ ากคีบ คี มีเ มี ขี้ย ขี้ วอยู่ล่า ล่ งเสมอแล้ว ล้ ส่ง ส่ ให้ปห้ ากคีบ คี มีเ มี ขี้ย ขี้ วเช็ด ช็ รอบแผลจากใน ออกนอก เป็น ป็ วงกว้า ว้ งจนสะอาด (รัศ รั มีปมี ระมาณ 1-2 นิ้วนิ้) ถ้า ถ้ แผลมี Secretion ติดติที่แ ที่ ผล ใช้สำ ช้ สำลีซุ ลี บ ซุ น้ำ เกลือ ลื 0.9 %6 เช็ด ช็ ออกให้ส ห้ ะอาดโดย เริ่มริ่เช็ด ช็ จากส่ว ส่ นในของแผลก่อ ก่ น แล้ว ล้ จึง จึ เช็ด ช็ ผิวผิหนัง นั รอบ ๆ แผลเป็น ป็ วง กว้า ว้ ง 11. ปิดปิแผลด้ว ด้ ยผ้า ผ้ ก๊อ ก๊ ซให้ปิห้ ดปิเลยแผลโดยรอบประมาณ 1 นิ้วนิ้และปิดปิ พลาสเตอร์ต ร์ ามแนวขวางลำ ตัว ตั หรือ รื ใช้ผ้ ช้ า ผ้ พัน พั แผลพัน พั 12. ถ้ำ แผลที่มี ที่ ท่ มี อ ท่ ระบาย (Drain) อยู่ใยู่ นบริเริวณใกล้กั ล้ น กั ควรทำ ความ สะอาดแผลผ่า ผ่ ตัด ตั ให้เ ห้ สร็จ ร็ ก่อ ก่ น แล้ว ล้ จึง จึ ทำ แผลที่มี ที่ ท่ มี อ ท่ ระบาย ปิดปิแผลด้ว ด้ ยผ้า ผ้ ก๊อ ก๊ ซ โดยแยกผ้า ผ้ปิดปิแผลแต่ล ต่ ะ แผลออกจากกัน กั 13. เก็บ ก็ เครื่อ รื่ งใช้ต่ ช้ า ต่ ง ๆ ให้ค ห้ รบ นำ ไปทำ ความสะอาดอย่า ย่ งถูก ถู วิธีวิธี และเก็บ ก็ เข้า ข้ ที่ 14. ล้า ล้ งมือ มื บัน บั ทึก ทึ ลัก ลั ษณะของบาดแผลลงในบัน บั ทึก ทึ ทางการพยาบาล เกี่ย กี่ วกับ กั สิ่งสิ่ที่อ ที่ อกจากแผลจำ นวน สี และกลิ่นลิ่อาการผิดผิ ปกติต่ติา ต่ ง ๆ ที่พ ที่ บ


การทำ แผลชนิดนิเปีย ปี ก (Wet dressing) 1. เปิดปิแผลและประเมินมิชนิดนิของแผล ขนาด จำ นวนสิ่งสิ่ที่ไที่ หลออกจากแผล 2. ล้า ล้ งมือ มืให้ส ห้ ะอาด 3.เตรีย รี มชุด ชุ ทำ ความสะอาดแผลด้ว ด้ ยเทคนิคนิ ปราศจากเชื้อ ชื้ แล้ว ล้ ปิดปิชุด ชุ ทำ แผล ไว้ ดัง ดั นี้ 3.1.ถาดสำ หรับ รั ใส่อุ ส่ ป อุ กรณ์ทั้ ณ์ ง ทั้ หมด 3.2.ชุด ชุ ทำ แผลปราศจากเชื้อ ชื้ โรค ซึ่ง ซึ่ ประกอบด้ว ด้ ย ปากคีบ คี สั้น สั้ 2 อัน อั ถ้ว ถ้ ยใส่ น้ำ ยา สำ ลีแ ลี ละผ้า ผ้ ก๊อ ก๊ ซตาม ขนาดหรือ รื สิ่งสิ่ระบายจากแผล 3.3.ทาน้ำ ยา0.9% NSS และ Povidine วางชุด ชุ ทำ แผลไว้ใว้ กล้บ ล้ ริเริวณแผล เช่น ช่ บนรถทำ แผล โต๊ะ ต๊ ข้า ข้ งเตีย ตี ง หรือ รืโต๊ะ ต๊ คร่อ ร่ มเตีย ตี ง ควรเป็น ป็ ตำ แหน่ง น่ ที่ผู้ ที่ ทำผู้ ทำไม่ เอื้อ อื้ มข้า ข้ มชุด ชุ ทำ แผลขณะทำ แผล จากนั้น นั้ ให้เ ห้ปิดปิชุด ชุ ทำ แผลด้ว ด้ ยเทคนิคนิ ปราศจากเชื้อ ชื้ 4. บอกให้ผู้ ห้ ป่ผู้ ว ป่ ยทราบว่า ว่ จะทำ แผลให้ร ห้ วมทั้ง ทั้ อธิบธิายสิ่งสิ่ที่ผู้ ที่ ป่ผู้ ว ป่ ยต้อ ต้ งการทราบ เกี่ย กี่ วกับ กั การทำ แผล โดยพิจพิารณาให้เ ห้ หมาะสมกับ กั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยแต่ล ต่ ะคน 5. จัด จั สิ่งสิ่แวดล้อ ล้ มให้เ ห้ มาะสม เช่น ช่ กั้น กั้ ม่า ม่ น ปิดปิ ประตูห้ ตู อ ห้ ง ปิดปิพัด พั ลม 6. จัด จั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยให้อ ห้ ยู่ใยู่ นทำ ที่เ ที่ หมาะสม เปิดปิเฉพาะตำ แหน่ง น่ ที่มี ที่ แ มี ผล 7. ล้า ล้ งมือ มื


8. ใส่ถุ ส่ ง ถุ มือ มื ปราศจากเชื้อ ชื้ 9. ใช้ปช้ ากคีบ คี ชนิดนิไม่มี ม่ เ มี ขี้ย ขี้ วคีบ คี สำ ลีซุ ลี บ ซุ น้ำ ยา 0.9 % NSS บิดบิพอหมาดโดย ให้ปห้ ากคีบ คี มีเ มี ขี้ย ขี้ วอยู่ล่า ล่ งเสมอ แล้ว ล้ ส่ง ส่ ให้ปห้ ากคีบ คี มีเ มี ขี้ย ขี้ วเช็ด ช็ รอบแผลจากในออกนอก เป็น ป็ วงกว้า ว้ งจน สะอาด (รัศ รั มีปมี ระมาณ 1-2 นิ้วนิ้) ถ้า ถ้ แผลที่มี ที่ สิ่ มี งสิ่ระบายต่า ต่ ง ๆ ติดติที่แ ที่ ผล ใช้สำ ช้ สำลีชุ ลี บ ชุ น้ำ เกลือ ลื 0.9 %NSS เช็ด ช็ ออกให้ส ห้ ะอาดโดย เริ่มริ่เช็ด ช็ จากส่ว ส่ นในของแผลก่อ ก่ น แล้ว ล้ จึง จึ เช็ด ช็ ผิวผิหนัง นั รอบ ๆ แผลเป็น ป็ วงกว้า ว้ ง 10. วาง Gauze ชุบ ชุ 0.9 NSS หรือ รื น้ำ ยาตามคำ สั่ง สั่ แพทย์ไย์ ว้ใว้ นแผลอย่า ย่ ง หลวม 11. ปิดปิแผลด้ว ด้ ยผ้า ผ้ ก็อ ก็ ส ให้ปิห้ ดปิเลยแผลโดยรอบประมาณ 1 นิ้วนิ้และปิดปิ พลาสเตอร์ต ร์ ามแนวขวางสำ ตัว ตั หรือ รื ใช้ผ้ ช้ า ผ้ พัน พั แผลพัน พั 12. เก็บ ก็ เครื่อ รื่ งใช้ต่ ช้ า ต่ ง ๆ ให้ค ห้ รบ นำ ไปทำ ความสะอาดอย่า ย่ งถูก ถู วิธีวิธี และเก็บ ก็ เข้า ข้ ที่ 13.ล้า ล้ งมือ มื บัน บั ทึก ทึ ลัก ลั ษณะบาดแผลลงในบัน บั ทึก ทึ ทางการพยาบาลเกี่ย กี่ วกับ กั สิ่งสิ่ที่อ ที่ อกจากแผล จำ นวน สี และกลิ่นลิ่อาการผิดผิ ปกติที่ติพ ที่ บ


การทำ แผลด้ว ด้ ยผลิต ลิ ภัณฑ์ช ฑ์ นิด นิ ต่า ต่ งๆ ปัจจุบั จุ น มีการ คิดคิค้น ค้ ผลิตลิภัณภัฑ์ ที่ ใช้ ใน การ ทำ แผล หลาย ชนิดนิและ มี ความ เฉพาะ เจาะจง เพื่อ พื่ ใช้ กับกัแผล แต่ล ต่ ะ รูป รู แบบ ดังดัสรุป รุ ไว้ ใน ตาราง ที่ 14.1 (Dougherty, & Lister, 2011) 7.เอกสารอ้า อ้ งอิงอิ ปิยะนัดนัคงเมือง. (2563) โรงพยาบาลบ้า บ้ นตาก. ตาก สุป สุ าณี เสนาดิสัดิยสั.(2558) การพยาบาลพื้น พื้ ฐาน . กรุง รุ เทพฯ 8. ภาคผนวก -


แนวทางการล้า ล้ งตา (IRRIGATION OF THE EYE) 1. วัต วั ถุป ถุ ระสงค์ เพื่อ พื่ ความสะอาดปราศจากสิ่งสิ่สกปรก เพื่อ พื่ ล้า ล้ งพิษพิจากสารเคมีห มี รือ รื สิ่งสิ่แปลกปลอมออก เพื่อ พื่ ทำ ความสะอาดก่อ ก่ นผ่า ผ่ ตัด ตั 2. ขอบเขต แพทย์พยาบาลวิชวิาชีพ ชี เจ้า จ้ หน้า น้ ที่พ ที่ นัก นั งานฉุก ฉุ เฉินฉิทางการแพทย์ 3. อุป อุ กรณ์เครื่อ รื่ งมือ มื 3.1. ถาด/รถ สำ หรับ รั ใส่ชุ ส่ ด ชุ ล้า ล้ งตา 3.2. ชามรูป รู ไต ขนาดเล็ก ล็ 1 อัน อั หรือ รื ถุง ถุ พลาสติกติ 1 ใบ 3.3. NSS 100 ซีซี ซีซี หรือ รื 1000 ซีซี ซีซี 1 ขวด 3.4. เข็ม ข็ เบอร์ 18 หรือ รื SET IV FLUID ผู้ใผู้หญ่ 1 อัน อั 3.5. ไม้พั ม้ น พั สำ ลี 1 อัน อั สำ หรับ รั เอาสิ่งสิ่แปลกปลอมออกจากตา 3.6. พลาสเตอร์ใร์ สยาวประมาณ 5นิ้วนิ้ 1 อัน อั (transpore , micropore) 3.7. ยาชาหยอดตา (TETRACAINEHYDROCHLORIDE) 4.ผู้รัผู้ บ รั ผิดผิชอบ 4.1 แพทย์ 4.2 พยาบาลวิชวิาชีพ ชี 4.3 เจ้า จ้ พนัก นั งานฉุก ฉุ เฉินฉิทางการแพทย์ 5.นิยนิามศัพ ศั ท์ IRRIGATION OF THE EYE : การล้า ล้ งตา


6.วิธีวิปธี ฏิบัฏิติ บั ติ 6.1. อธิบธิายให้ผู้ ห้ ป่ผู้ ว ป่ ยทราบถึง ถึ ขั้น ขั้ ตอน และความจำ เป็น ป็ ในการล้า ล้ งตา 6.2. สวมถุง ถุ มือ มืไม่ปม่ ราศจากเชื้อ ชื้ สำ หรับ รั ตรวจโรค 6.3. หยอดยาชา 1-2 หยด ที่ต ที่ าด้า ด้ นตาเจ็บ จ็ (ตามความเหมาะสมของคนไข้ แต่ล ต่ ะcase หรือ รืใช้ต ช้ ามแพทย์สั่ ย์ ง สั่ ) 6.4. ถ้า ถ้ สิ่งสิ่แปลกปลอมเข้า ข้ให้ให้ ช้ไช้ ม้พั ม้ น พั สำ ลีเ ลี ช็ด ช็ สิ่งสิ่แปลกปลอมออกจากตาให้ หมด 6.5. ต่อ ต่ เข็ม ข็ เบอร์ 18 หรือ รื SET IV FLUID ที่ข ที่ วด NSSใช้ NSS 100 CCสำ หรับ รั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยที่เ ที่ ศษผง ฝุ่นฝุ่ ติดติเชื้อ ชื้ ใช้Nช้ SS 1000 CCประมาณ 2-3 ขวด สำ หรับ รั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ย ที่ถู ที่ ก ถู สารเคมีเ มี ข้า ข้ ตา 6.6. ใช้ช ช้ ามรูป รู ไตวางทาบที่แ ที่ ก้ม ก้ หรือ รืใช้ถุ ช้ ง ถุ พลาสติกติติดติที่แ ที่ ก้ม ก้ ด้า ด้ นที่จ ที่ ะล้า ล้ งตา 6.7. ให้ผู้ ห้ ป่ผู้ ว ป่ ยเปิดปิตาแล้ว ล้ ปล่อ ล่ ย NSS ช้า ช้ ๆ ที่หั ที่ ว หั ตา แล้ว ล้ ให้น้ำ ห้ น้ำไหล ล้า ล้ งให้ทั่ ห้ ว ทั่ ตา โดยให้ผู้ ห้ ป่ผู้ ว ป่ ยกรอกตาไปมาจนน้ำ หมด ข้อ ข้ ควรระวัง วั เวลาล้า ล้ งตา 1. เวลาล้า ล้ งตาต้อ ต้ งทำ อย่างเบามือ มื 2. ระหว่า ว่ งล้า ล้ งตาอย่าพุ่งพุ่ น้ำ ลงบน CONEA โดยตรง เพราะจะทำ ให้รู้ ห้ สึรู้ ก สึ ปวด ตา 3. ให้ล้ ห้ า ล้ งตาข้า ข้ งที่ส ที่ ะอาดก่อ ก่ นเสมอ (ในกรณีที่ ณี ต ที่ าติดติเชื้อ ชื้ ) 7.เอกสารอ้า อ้ งอิงอิ Information01.exteen.com/irrigation-of-the-eye 8. ภาคผนวก -


แนวปฏิบัฏิติ บั เติมื่อ มื่ บุค บุ ลากรถูก ถู ของมีค มี ม/สัมผัสเลือ ลื ดสารคัด คั หลั่ง ลั่ ของผู้ป่ผู้ ว ป่ ย ขณะปฏิบัฏิติ บั หติน้า น้ ที่ 1.วัต วั ถุป ถุ ระสงค์ 1. เพื่อ พื่ ให้บุ ห้ ค บุ ลากรที่เ ที่ กิดกิอุบั อุ ติ บั เติหตุจ ตุ ากการปฏิบัฏิติ บั หติน้า น้ ที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั การดูแ ดู ลอย่า ย่ งเหมาะ สมและทัน ทั ท่ว ท่ งที 2. เพื่อ พื่ เป็น ป็ แนวทางปฏิบัฏิติ บั ที่ติชั ที่ ด ชั เจนเป็น ป็ รูป รู ธรรมและมีม มี าตรฐานเดีย ดี วกัน กั 3. เพื่อ พื่ เป็น ป็ การเฝ้า ฝ้ ระวัง วั การติดติเชื้อ ชื้ ในบุค บุ ลากรทำ ให้ท ห้ ราบอุบั อุ ติ บั กติารณ์ สาเหตุ ของการเกิดกิอุบั อุ ติ บั เติหตุเ ตุ พื่อ พื่ นำ ไปสู่ก สู่ ารวางแผนหาแนวทางแก้ไก้ ขปัญ ปั หาและการ ป้อ ป้ งกัน กั ที่เ ที่ หมาะสม 4. เพื่อ พื่ เป็น ป็ การเสริมริสร้า ร้ งขวัญ วั และกำ ลัง ลั ใจแก่บุ ก่ ค บุ ลากรที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุจ ตุ ากการ ปฏิบัฏิติ บั งติาน 2.ขอบข่าย แนวปฏิบัฏิติ บั นี้ติค นี้ รอบคลุม ลุ เจ้า จ้ หน้า น้ ที่ทุ ที่ ก ทุ คนในห้อ ห้ งฉีด ฉี ยา-ทำ แผล 3.อุป อุ กรณ์เ ณ์ ครื่อ รื่ งมือ มื อุป อุ กรณ์ป้ณ์ อ ป้ งกัน กั ร่า ร่ งกาย 4.ความรับ รั ผิดชอบ เจ้า จ้ หน้า น้ ที่ผู้ ที่ ปผู้ ระสบอุบั อุ ติ บั เติหตุ -ปฐมพยาบาลตนเองเบื้อ บื้ งต้น ต้ รายงานหัว หั หน้า น้ งาน / หัว หั หน้า น้ เวร /หัว หั หน้า น้ สถานีอ นี นามัย มั เขีย ขี นรายงานตามแบบฟอร์ม ร์ 7500 , แบบฟอร์ม ร์ ที่ 2 ,แบบฟอร์ม ร์ ที่ 3 ICN - รับ รั แจ้ง จ้ อุบั อุ ติ บั กติารณ์ก ณ์ ารเกิดกิอุบั อุ ติ บั เติหตุเ ตุ มื่อ มื่ บุค บุ ลากรถูก ถู ของมีค มี ม สัม สั ผัส ผั เลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ ของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยขณะปฏิบัฏิติ บั หติน้า น้ ที่ ดำ เนินนิการสอบสวนให้คำ ห้ คำปรึก รึ ษา ประสานงานกับ กั แพทย์ใย์ นการดำ เนินนิการพิจพิารณาการรัก รั ษาตามแนวปฏิบัฏิติ บั ติ - เป็น ป็ ผู้เผู้ก็บ ก็ รวบรวมรายงานและติดติตามผลการรัก รั ษาของบุค บุ ลากรผู้ปผู้ ระสบ อุบั อุ ติ บั เติหตุจ ตุ นครบ 1 ปี และติดติตามตัว ตั ชี้วั ชี้ ด วั อย่า ย่ งต่อ ต่ เนื่อ นื่ ง


หัว หั หน้า น้ เวร /หัว หั หน้า น้ งาน - ช่ว ช่ ยปฐมพยาบาลเบื้อ บื้ งต้น ต้ - บัน บั ทึก ทึ รายงานอุบั อุ ติ บั กติารณ์ค ณ์ วามเสี่ย สี่ ง ( RM ) - แจ้ง จ้ ICWN และบัน บั ทึก ทึ รายงานอุบั อุ ติ บั เติหตุใ ตุ นรายงานประจำ เดือ ดื น IC ของหน่ว น่ ย งาน - ในเวลาราชการแจ้ง จ้ ICN ทราบทัน ทั ที นอกเวลาราชการให้เ ห้ ก็บ ก็ ข้อ ข้ มูล มู ไว้แ ว้ จ้ง จ้ ICN ในวัน วั เวลาราชการ - กรณีนอกเวลาราชการ ให้คำ ห้ คำปรึก รึ ษาแก่ผู้ ก่ ป่ผู้ ว ป่ ยก่อ ก่ นเจาะเลือ ลื ด -เจาะเลือ ลื ดผู้ป่ผู้ ว ป่ ยส่ง ส่ LAB หัว หั หน้า น้ เวร OPD - เป็น ป็ ที่ปที่ รึก รึ ษา ดูแ ดู ลให้บุ ห้ ค บุ ลากร กรอกแบบฟอร์ม ร์ 7500 ,แบบฟอร์ม ร์ ที่ 2 ,แบบ ฟอร์ม ร์ ที่ 3 ให้ ครบถ้ว ถ้ น - จ่า จ่ ยยา Stat dose ตามแผนการรัก รั ษาของแพทย์ - ตรวจสอบวัน วั หมดอายุของยา Stat dose แจ้ง จ้ ฝ่า ฝ่ ยเภสัช สั กรรม ก่อ ก่ นยาต้า ต้ น ไวรัส รั หมดอายุ 3 เดือ ดื น - ตรวจสอบจำ นวนยา Stat dose ให้มี ห้ เ มี พีย พี งพอใช้ - ตรวจสอบแบบฟอร์ม ร์ ต่า ต่ งๆ ให้มี ห้ เ มี พีย พี งพอใช้ต ช้ ลอดเวลา ICWN - บัน บั ทึก ทึ รายงานอุบั อุ ติ บั เติหตุใ ตุ นรายงานประจำ เดือ ดื น IC ของหน่ว น่ ยงานประเมินมิตัว ตั ชี้วั ชี้ ด วั ทุก ทุ เดือ ดื นอย่าง ต่อ ต่ เนื่อ นื่ ง - ติดติตามดูแ ดู ลบุค บุ ลากรในหน่ว น่ ยงานที่เ ที่ กิดกิอุบั อุ ติ บั เติหตุถู ตุ ก ถู ของมีค มี ม สัม สั ผัส ผั เลือ ลื ด หรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ ของ ของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยขณะปฏิบัฏิติ บั หติน้า น้ ที่เ ที่ป็น ป็ เวลา 1 ปี ในเรื่อ รื่ งการรับ รั ประทานยาต้า ต้ นไวรัส รั ,การตรวจเลือ ลื ด, สภาพจิตจิใจเมื่อ มื่ พบปัญ ปั หารายงานหัว หั หน้า น้ งาน / ICN เพื่อ พื่ ร่ว ร่ มกัน กั แก้ไก้ ข ปัญ ปั หา


แพทย์ - ให้คำ ห้ คำปรึก รึ ษาและพิจพิารณาให้ก ห้ ารรัก รั ษาสั่ง สั่ ยา Stat dose - เซ็น ซ็ ชื่อ ชื่ ในแบบฟอร์ม ร์ 7500 -ในกรณีทราบตัว ตั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ย แพทย์เ ย์ป็น ป็ ผู้ใผู้ห้คำ ห้ คำปรึก รึ ษาขออนุญนุ าตผู้ป่ผู้ ว ป่ ยเพื่อ พื่ ขอ เจาะเลือ ลื ด เจ้า จ้ หน้า น้ ที่พ ที่ ยาธิวิธิทวิยา - เจาะเลือ ลื ดผู้ป่ผู้ ว ป่ ย และเจ้า จ้ หน้า น้ ที่ผู้ ที่ ปผู้ ระสบอุบั อุ ติ บั เติหตุถู ตุ ก ถู ของมีค มี ม สัม สั ผัส ผั เลือ ลื ด หรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ ของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยขณะปฏิบัฏิติ บั หติน้า น้ ที่ -รายงานผลและลงบัน บั ทึก ทึ ผลการตรวจในแบบฟอร์ม ร์ ที่ 3 ฝ่ายเภสัชกรรม - ลงบัน บั ทึก ทึ ข้อ ข้ มูล มู ในแบบฟอร์ม ร์ ที่ 1 พร้อ ร้ มทั้ง ทั้ เซ็น ซ็ ชื่อ ชื่ กรณีท ณี านยา Stat dose โดยเภสัช สั กรในเวลา ราชการ นอกเวลาราชการต้อ ต้ งมีก มี ารมอบหมายหน้า น้ ที่รั ที่ บ รั ผิดผิชอบภายใน ฝ่า ฝ่ ยเอง - นำ ยาต้า ต้ นไวรัส รั ก่อ ก่ นหมดอายุ 3 เดือ ดื นไปแลกเปลี่ย ลี่ นนำ ยาใหม่จ ม่ ากฝ่า ฝ่ ย เภสัช สั กรรม โรงพยาบาลศูน ศู ย์สุ ย์ ร สุ าษฎร์ธ ร์ านี - รับ รั ผิดผิชอบเบิกบิยาให้มี ห้ เ มี พีย พี งพอใช้ปช้ ระจำ ตู้ยตู้ านอกเวลาราชการ 5.คำ จำ กัด กั ความ ICWN (Infection control Ward Nurse ) หมายถึง ถึ พยาบาลวิชวิาชีพ ชี ผู้รัผู้ บ รั ผิดผิชอบงานป้อ ป้ งกัน กั และควบคุม คุ การติดติเชื้อ ชื้ ของหน่ว น่ ยงานทุก ทุ หน่ว น่ ยงานใน โรงพยาบาลบ้า บ้ นนาสาร


6.วิธีวิปธี ฏิบัฏิติ บั ติ 1.เมื่อบุคลากรประสบอุบัติเติหตุใ ตุ ห้รีบ รี ปฐมพยาบาลในทัน ทั ที 2.ในเวลาราชการแจ้ง จ้ หัวหน้า น้ งาน /หัวหน้า น้ เวร/ ICN ทัน ทั ที นอกเวลาราชการแจ้ง จ้ พยาบาล หัวหน้า น้ เวร พยาบาลเวรตรวจการ และแจ้ง จ้ ICN ในวัน วั แรกของวัน วั ราชการทัน ทั ที 3.บุคลากรที่ปที่ ระสบเหตุเ ตุ ขีย ขี นแบบฟอร์ม ร์ บันทึก ทึ /รายงานสำ หรับ รั กรณีเ ณีกิดอุบัติ บั เติหตุถู ตุ ก ถู ของมีค มี ม ทิ่มทิ่ตำ /บาดหรือ รื สัม สั ผัส ผั เลือ ลื ด/ของเหลวของผู้ป่ ผู้ วยขณะปฏิบั ฏิติหติน้า น้ ที่ (ในส่ว ส่ นที่1ที่ 4.พยาบาลเวรตรวจการขอ OPD CARD สำ รอง และใบสั่ง สั่ ยาจากเจ้า จ้ หน้า น้ ที่ห้ ที่ อ ห้ งบัต บั รโดยลง ข้อมูลใน OPD CARD สำ รองเฉพาะเลข 13 หลัก ลั เท่า ท่ นั้น นั้ และเขีย ขี นชื่อ ชื่– สกุล กุ พร้อ ร้ มสิทสิธิกธิาร รัก รั ษาในใบสั่ง สั่ ยา (ไม่ต้อ ต้ งลงคอมพิวพิเตอร์ 5 .พบแพทย์เ ย์พื่อรับ รั คำ ปรึก รึ ษา และให้การรัก รั ษา แพทย์ล ย์ งข้อ ข้ มูลในส่ว ส่ นที่ 2 เซ็น ซ็ ชื่อ ชื่ ในแบบ ฟอร์ม ร์ 6. ICN/พยาบาลเวรตรวจการ ลงข้อ ข้ มูลในส่ว ส่ นที่ 3 และลงผลเลือ ลื ดให้เจ้า จ้ หน้า น้ ที่ใที่ นแบบฟอร์ม ร์ 7.ในเวลาราชการให้ง ห้ านสุข สุ ภาพจิตจิเป็นผู้ใผู้ห้คำ ปรึก รึ ษาผู้ป่ ผู้ วย นอกเวลาราชการให้แ ห้ พทย์เ ย์ป็น ป็ ผู้ ให้คำ ปรึก รึ ษาพูดคุย คุ กับผู้ป่ ผู้ วย ขออนุญนุ าตตรวจเลือ ลื ดผู้ป่ ผู้ วย 8.ทำ การตรวจเลือ ลื ดบุคลากรและผู้ป่ ผู้ วยตามแนวปฏิบั ฏิติ 9.เจ้า จ้ หน้า น้ ที่ห้ ที่ องปฏิบั ฏิติกติาร (LAB) ลงผลการตรวจใน OPD Card สำ รองของเจ้า จ้ หน้า น้ ที่ และ ขอ Code การตรวจ HIV ที่ง ที่ าน สุข สุ ภาพจิตจิ 10.นำ ผลเลือ ลื ดเข้าพบแพทย์เ ย์ พื่อ พื่ ทำ การวินิวิจนิฉัย ฉั ให้การรัก รั ษา 11.ICN /พยาบาลเวรตรวจการนำ ใบสั่ง สั่ ยาไปห้องยาเพื่อ พื่ รับ รั ยาตามแผนการรัก รั ษา 12.ส่ง ส่ แบบฟอร์ม ร์ คืน คืให้กับ ICN ไว้สำ ว้ สำหรับ รั เก็บข้อ ข้ มูลและปรับ รั ปรุง รุ แก้ไข 13.ส่ง ส่ OPD Card สำ รองคืน คืให้เจ้า จ้ หน้า น้ ที่ห้ ที่ องบัตรเก็บแยกไว้เ ว้ หมือนผู้ป่ผู้ ว ป่ ย OFC 7.เอกสารอ้า อ้ งอิงอิ หนัง นั สือ สื ราชการ ที่ สฎ. 0033/ว.27176 เรื่อ รื่ งขอส่ง ส่ แนวทางปฏิบั ฏิติเติพื่อ พื่ บุคลากรถูก ถู ของมีค มี ม ขณะปฏิบั ฏิติหติน้า น้ ที่.ที่ วัน วั ที่ 21 ตุล ตุ าคม 2542 สำ นัก นั งานปลัด ลั กระทรวงสาธารณสุข สุ แนวทางการปฏิบั ฏิติเติมื่อบุคลากรถูก ถู ของมีค มี มที่สั ที่ ม สั ผัส ผั เลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ ของผู้ป่ ผู้ วยติดติเชื้อ ชื้ เอดส์ข ส์ ณะปฏิบั ฏิติหติน้า น้ ที่.ที่ อะเคื้อ คื้ อุณหเลขกะ. การป้องกันการติดติเชื้อ ชื้ ในโรงพยาบาล . กรุง รุ เทพ ฯ : พิมพิพ์ค พ์ รั้ง รั้ ที่ 2 แก้ไก้ ข ครั้ง รั้ ที่ 1 กันยายน 2542 . เจ.ซี.ซี ซี.ซี การพิมพิพ์ . 189- 190


8.ภาคผนวก วิธีวิปธี ฏิบั ฏิติหติลัง ลั ได้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติเติหตุ 1.การปฐมพยาบาลทัน ทั ทีที่ ทีไที่ ด้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุ 1.1ถูกเข็มหรือ รื ของมีคมที่สั ที่ ม สั ผัส ผั เลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ ทิ่มทิ่ตำ /บาด -ให้ชำ ระล้า ล้ งบาดแผลด้ว ด้ ยน้ำ สะอาดหรือ รื น้ำ สบู่โบู่ ดยเปิดปิน้ำ ให้ไห้ หลผ่า ผ่ นบาดแผล แล้ว ล้ เช็ด ช็ แผลด้ว ด้ ย 70 % แอลกอฮอล์แ ล์ ละทาด้ว ด้ ย batadine solution ไม่จำ ม่ จำเป็น ป็ ต้อ ต้ งบีบเลือ ลื ดจนนิ้วนิ้เขียวเพราะจะทำ ให้เ ห้ นื้อ นื้ เยื่อ ยื่ truama มากขึ้น ขึ้ 1.2ถูกเลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ กระเด็น ด็ เข้าปาก -ให้บ้วนน้ำ ลายทิ้งทิ้โดยเร็ว ร็ ที่สุ ที่ ด แล้ว ล้ กลั้ว ลั้ คอด้ว ด้ ยน้ำ สะอาดหรือ รื น้ำ ผสม ไฮโดรเจนเปอร์อ ร์ อกไซด์ ในอัต อั ราส่ว ส่ น 1: 1 ทัน ทั ที 1.3ถูกเลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ กระเด็น ด็ เข้าตา -ให้ล้า ล้ งตาด้ว ด้ ยน้ำ สะอาดหรือ รื น้ำ ยาล้า ล้ งตาทัน ทั ที ( โดยล้า ล้ งจากตรงกลาง ออกทางด้า ด้ นข้าง ) การตรวจเลือ ลื ดและตรวจปัส ปั สาวะ 1.4การตรวจเลือ ลื ดและตรวจปัส ปั สาวะเบื้อ บื้ งต้น ต้ : ตรวจเลือ ลื ดทั้ง ทั้ บุค บุ ลากรและผู้ป่ผู้ ว ป่ ย ที่บุ ที่ คลากรสัม สั ผัส ผั ดัง ดั นี้ บุคลากร : CBC , Anti – HIV, Anti – HCV , HBsAg,และ Anti HBs, Urine Exam ก่อนรับ รั ประทานยา ผู้ป่ ผู้ วย : Anti – HIV, Anti – HCV , HBsAg ( ถ้า ถ้ Anti – HIV – ve ให้ต ห้ รวจหา HIV Ag ต่อ ต่ ไป )


1.5การตรวจเลือ ลื ดติดติตามผล บุค บุ ลากรตรวจ Anti – HIV หลัง ลั ได้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุ 6 สัปสั ดาห์, ห์ 3 เดือ ดื น, 6 เดือ ดื น และ 1ปี ตามลำ ดับ ดั กรณีต้อ ต้ งรับ รั ประทานยาต้า ต้ นไวรัส รั เอดส์ ให้ส่ ห้ ง ส่ ตรวจ CBC และ LFT หลัง ลั รับ รั ประทานยา 2 สัปสั ดาห์ และ 4 สัปสั ดาห์ เพื่อพิจารณาผลข้า ข้ งเคีย คี งของการ ประทานยา 2.ความเสี่ย สี่ งของการติดติเชื้อ ชื้ ·บุค บุ ลากรที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุจ ตุ ะมีค มี วามเสี่ย สี่ งต่อ ต่ การติดติเชื้อ ชื้ ตามลัก ลั ษณะของ อุบั อุ ติ บั เติหตุดั ตุ ง ดั นี้ 1.1มีค มี วามเสี่ย สี่ งน้อ น้ ย ( Low risk ) ได้แ ด้ ก่ * สัม สั ผัส ผั เลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ บริเริวณ mucous membrane หรือ รื ผิวผิหนัง นั ที่มี ที่ มี บาดแผล/อัก อั เสบ จำ นวนเล็ก ล็ น้อ น้ ย ระยะเวลาสั้น สั้ และผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมีเ มี ลือ ลื ดบวกหรือ รื ติดติ เชื้อ ชื้ เอดส์ ระยะรุน รุ แรง * สัม สั ผัส ผั เลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ บริเริวณ mucous membrane หรือ รื ผิวผิหนัง นั ที่มี ที่ มี บาดแผล/อัก อั เสบ จำ นวนเล็ก ล็ น้อ น้ ย ระยะเวลานาน หรือ รื ถูก ถู เข็ม ข็ ตำ ลัก ลั ษณะตัน ตั ที่สั ที่ ม สั ผัส ผั เลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ แทงทะลุผิ ลุ วผิหนัง นั และผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมีเ มี ลือ ลื ดบวกหรือ รื ติดติเชื้อ ชื้ เอดส์ ระยะไม่ รุน รุ แรง 1.2ความเสี่ย สี่ งมาก ( High risk ) ได้แ ด้ ก่*ก่ สัม สั ผัส ผั เลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ บริเริวณ mucous membrane หรือ รื ผิวผิหนัง นั ที่มี ที่ บ มี าดแผล / อัก อั เสบจำ นวนมากและระยะ เวลานาน ถูก ถู เข็ม ข็ ที่สั ที่ ม สั ผัส ผั เลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ แทงทะลุผิ ลุ วผิหนัง นั และผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมี เลือ ลื ดบวกหรือ รื ติดติเชื้อ ชื้ เอดส์ ระยะรุน รุ แรง · * ถูก ถู ของมีค มี มเข็ม ข็ กลวงที่สั ที่ ม สั ผัส ผั เลือ ลื ดหรือ รื สารคัด คั หลั่ง ลั่ / เข็ม ข็ ที่ใที่ ช้แ ช้ ทงเส้น ส้ เลือ ลื ด แดง หรือ รื เส้น ส้ เลือ ลื ดดำ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมาแทง ทะลุผิ ลุ วผิหนัง นั ลึก ลึ และผู้ป่ผู้ ว ป่ ยมีเ มี ลือ ลื ดบวกหรือ รื ติดติเชื้อ ชื้ เอดส์ ทุก ทุ ระยะ


3.ข้อ ข้ แนะนำ ในการรับ รั ประทานยาต้า ต้ นไวรัส รั 3.1 กรณีเสี่ย สี่ งต่อ ต่ การติดติเชื้อ ชื้ น้อ น้ ย ( Low risk) * รับ รั ประทานยา2 ชนิดนิ: AZT ( 300mg )1 เม็ด ม็ ร่ว ร่ มกับ กั 3 TC (150mg )1 เม็ด ม็ วัน วั ละ 2 ครั้ง รั้ หลัง ลั อาหารเช้า ช้ – เย็น 3.2 กรณีเสี่ย สี่ งต่อ ต่ การติดติเชื้อ ชื้ มาก ( High risk ) * รับ รั ประทานยา 3 ชนิดนิ: AZT ( 300 mg ) 1 เม็ด ม็ , 3TC ( 150 mg ) 1 เม็ด ม็ วัน วั ละ 2 ครั้ง รั้ หลัง ลั อาหารเช้า ช้ – เย็น ย็ ร่ว ร่ มกับ กั IDV ( 400 mg ) 2 เม็ด ม็ วัน วั ละ 3 ครั้ง รั้ หลัง ลั อาหารเช้า ช้ – กลางวัน วั– เย็น ย็ หมายเหตุ : - การรับ รั ประทานยาทั้ง ทั้ 2 กรณีใณี ห้รั ห้ บ รั ประทานภายใน 24-36 ชั่ว ชั่โมงหลัง ลั ได้ รับ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุแ ตุ ละรับ รั ประทานติดติต่อ ต่ กัน กั จนครบ 4 สัปสั ดาห์ - การรับ รั ประทาน IDV ให้รั ห้ บ รั ประทานตอนท้อ ท้ งว่า ว่ ง ( เวลา 6.00 น.,14.00น.,22.00น. ) และควรดื่ม ดื่ น้ำ อย่า ย่ งน้อ น้ ย 2.5 – 3.0 ลิตลิร/วัน วั 4. ความรู้เรู้รื่อ รื่ งยาต้า ต้ นไวรัส รั ยาต้า ต้ นไวรัส รั ที่แ ที่ พทย์แ ย์ นะนำ ให้รั ห้ บ รั ประทาน มีดั มี ง ดั นี้ 4.1 AZT หรือ รื Zidovudine ชื่อ ชื่ การค้า ค้ ได้แ ด้ ก่ Retrovir เป็น ป็ ยาในกลุ่มลุ่ ที่อ ที่ อกฤทธิ์ยั ธิ์บยั้ง ยั้ การสร้า ร้ งเอนไซม์ที่ ม์ ทำ ที่ ทำให้เ ห้ ชื้อ ชื้ ไวรัส รั เจริญริ เติบติโต * อาการข้า ข้ งเคีย คี ง กดไขกระดูก ดู ซีด ซี เม็ด ม็ เลือ ลื ดขาวต่ำ กว่า ว่ ปกติ ปวดศีร ศี ษะ นอนไม่ห ม่ ลับ ลั ระคายเคือ คื งระบบทางเดินดิอาหาร 4.2 3TC หรือ รื Lamivudine ชื่อ ชื่ การค้า ค้ ได้แ ด้ ก่ Epivir * เป็น ป็ ยาในกลุ่มลุ่ ที่อ ที่ อกฤทธิ์ยั ธิ์บยั้ง ยั้ การสร้า ร้ งเอนไซม์ที่ ม์ ทำ ที่ ทำให้เ ห้ ชื้อ ชื้ ไวรัส รั เจริยริ เติบติโต * อาการข้า ข้ งเคีย คี งอาจพบอาการปวดเมื่อ มื่ ย ครั่น รั่ เนื้อ นื้ ครั่น รั่ ตัว ตั ไม่มี ม่ แ มี รง ระคาย เคือ คื งระบบทางเดินดิอาหาร ปวดศีร ศี ษะ ซีด ซี เม็ด ม็ เลือ ลื ดขาวต่ำ กว่า ว่ ปกติ lactic acidosis


4.3 IDV หรือ รื Indinavir * เป็น ป็ กลุ่มลุ่ ที่อ ที่ อกฤทธิ์ยั ธิ์บยั้ง ยั้ การสร้า ร้ งเอนไซม์ Proteas * อาการข้า ข้ งเคีย คี ง ระบบทางเดินดิอาหารผิดผิ ปกติ ( ท้อ ท้ งเสีย สี เกิดกิกรดใน กระเพาะอาหาร ) นิ่วนิ่ในไต คลื่น ลื่ ไส้ อาเจีย จี น 5. ขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัฏิติ บั ตัติว ตั หลัง ลั ได้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุ 5.1 ปฐมพยาบาล และตรวจเลือ ลื ดเบื้อ บื้ งต้น ต้ ทั้ง ทั้ บุค บุ ลากรและผู้ป่ผู้ ว ป่ ย โดยปฏิบัฏิติ บั ติ ตามแนวทางปฏิบัฏิติ บั กติารได้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุสั ตุ ม สั ผัส ผั เลือ ลื ดและสารคัด คั หลั่ง ลั่ ฯ ที่มี ที่ ปมี ระจำ หอผู้ป่ผู้ ว ป่ ย / หน่ว น่ ยงานทัน ทั ที 5.2 รายงานผู้บัผู้ ง บั คับ คั บัญ บั ชาตามลำ ดับ ดั ขั้น ขั้ ทัน ทั ทีแ ที ละทุก ทุ ครั้ง รั้ 5.3 รายงานการได้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุ รับ รั คำ ปรึก รึ ษา บัน บั ทึก ทึ ประวัติ วั ติ 5.4 พบแพทย์เพื่อ พื่ พิจพิารณาให้ก ห้ ารรัก รั ษา 5.5 บุค บุ ลากรที่แ ที่ พทย์พิจพิารณาให้ย ห้ าต้า ต้ นไวรัส รั ให้ไห้ปรับ รั ยาที่ห้ ที่ อ ห้ งอุบั อุ ติ บั เติหตุ – ฉุก ฉุ เฉินฉิเป็น ป็ ยา stat dose 5.6 นำ แบบฟอร์ม ร์ เอกสารทั้ง ทั้ หมดไปรับ รั การรัก รั ษาต่อ ต่ ที่โที่ รงพยาบาล สุร สุ าษฎร์ธ ร์ านี 5.7 บุค บุ ลากรที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั ยากต้า ต้ นไวรัส รั ต้อ ต้ งรับ รั ประทานยาติดติต่อ ต่ กัน กั จนครบ 4 สัปสั ดาห์ หากรับ รั ประทานยาแล้ว ล้ เกิดกิอาการข้า ข้ งเคีย คี งหรือ รื มีปัมี ญ ปั หา ห้า ห้ มเลิกลิหรือ รื หยุดยาเอง ให้ปห้ รึก รึ ษาแพทย์หรือ รื ติดติต่อ ต่ พยาบาลป้อ ป้ งกัน กั และควบคุม คุ การติดติเชื้อ ชื้ ของโรงพยาบาลเพื่อ พื่ รับ รั คำ ปรึก รึ ษาและบัน บั ทึก ทึ ประวัติ วั กติารได้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุแ ตุ ละประวัติ วั กติารรับ รั ประทานยาให้ส ห้ มบูร บู ณ์ 6. การปฏิบัฏิติ บั ตัติว ตั อื่น อื่ ๆ 6.1 บุค บุ ลากรที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุต้ ตุ อ ต้ งไม่บ ม่ ริจริาคโลหิตหิหรือ รื อวัย วั วะ งดการมีเ มี พศ สัม สั พัน พั ธ์ หรือ รื สวมถุง ถุ ยางอนามัย มั เมื่อ มื่ มีเ มี พศสัม สั พัน พั ธ์ และงดการให้น ห้ มบุต บุ รจนกว่า ว่ จะทราบผลการตรวจเลือ ลื ดในเดือ ดื นที่ 6 6.2 บุค บุ ลากรที่กำ ที่ กำลัง ลั ตั้ง ตั้ ครรภ์ หากต้อ ต้ งรับ รั ประทานยาต้า ต้ นไวรัส รั ให้พิ ห้ จพิารณา ถึง ถึ ผลดี ผลเสีย สี ของการรับ รั ประทานยาร่ว ร่ มกับ กั แพทย์ผู้ ย์ สั่ผู้ ง สั่ ยา 7. การตรวจเลือ ลื ดเพื่อ พื่ ติดติตามผลการได้รั ด้ บ รั อุบั อุ ติ บั เติหตุ


แนวทางการให้บ ห้ ริกริารวัค วั ซีน ซี โควิดวิ 19 (Pfizerผู้ใหญ่ฝญ่ าม่ว ม่ ง) วัต วั ถุป ถุ ระสงค์ 1.เพื่อ พื่ สร้า ร้ งความความเข้า ข้ใจและมีค มี วามรู้เรู้บื้อ บื้ งต้น ต้ เกี่ย กี่ วกับ กั วัค วั ซีน ซีโควิดวิ 19 (Pfizer) ให้กั ห้ บ กั ผู้รัผู้ บ รั บริกริาร 2.เพื่อ พื่ ให้ผู้ ห้ ป่ว ป่ ยตระหนัก นั และเห็น ห็ ความสำ คัญ คั ของการฉีด ฉี วัค วั ซีน ซีโควิดวิ19 (Pfizer) 2. ขอบเขต แพทย์ พยาบาลวิชวิาชีพ ชี เจ้า จ้ พนัก นั งานฉุก ฉุ เฉินฉิทางการแพทย์ 3. อุป อุ กรณ์ เครื่อ รื่ งมือ มื 1.วัค วั ซีน ซี Pfizer 1 ขวด สำ หรับ รั 6 โดส 2.สารละลายโซเดีย ดี มคลอไรด์ (0.9% Sodium chloride) ชนิดนิฉีด ฉี 3.เจลแอลกอฮอล์ 4.สำ ลีแ ลี อลกอฮอล์สำ ล์ สำหรับ รั เช็ด ช็ ปากขวด 5.กระบอกฉีด ฉี ยา (syringe) และเข็ม ข็ เบอร์ 21 G สำ หรับ รั เตรีย รี มสารละลายน้ำ เกลือ ลื 6. Syringe LDS พร้อ ร้ มเข็ม ข็ ขนาดที่เ ที่ หมาะสมกับ กั การฉีด ฉี เข้า ข้ กล้า ล้ มเนื้อ นื้ (เบอร์ 25/26 G) ที่มี ที่ ข มี นาด 1 มิลมิลิลิลิตลิร สำ หรับ รั ฉีด ฉี วัค วั ซีน ซี 6 อัน อั 4.ผู้รับ รั ผิดชอบ 4.1 แพทย์ 4.2 พยาบาลวิชวิาชีพ ชี 5.นิยนิามศัพ ศั ย์ -


6.วิธีวิปธี ฏิบัติ บั ติ การเตรีย รี มวัค วั ซีน ซี เพื่อ พื่ ให้บ ห้ ริกริาร 1.เตรีย รี มขวดวัค วั ซีน ซี สารละลาย 0.9% Sodium chloride กระบอกฉีด ฉี ยาขนาด 3 มิลมิลิลิลิตลิรพร้อ ร้ มเข็ม ข็ เบอร์ 21 G 1.5 นิ้วนิ้สำ หรับ รั ดูด ดู สารละลาย 0.9% Sodium chloride จำ กนั้น นั้ ทำ ความสะอาดฝาขวดวัค วั ซีน ซี ด้ว ด้ ยสำ ลีชุ ลี บ ชุ แอลกอฮอล์ และบิดบิ ส่ว ส่ นปากของแอมพูล พู ให้ข ห้ าดออก 2.ผสมวัค วั ซีน ซี โดยดูด ดู สารละลายโซเดีย ดี มคลอไรด์ 0.9% ปริมริาตร 1.8 มิลมิลิลิลิตลิร เท่า ท่ นั้น นั้ โดยให้แ ห้ น่ใน่ จว่า ว่ ไม่มี ม่ ฟมี องอากาศฉีด ฉี สารละลาย 0.9% Sodium chloride ลงในขวดวัค วั ซีน ซี เบาๆ โดยพยายามไม่ใม่ ห้มี ห้ ฟมี องอากาศเด็ด ด็ ขาดหากมีใมี ห้ห ห้ ยุด ยุ การ ฉีด ฉี ก่อ ก่ นและปล่อ ล่ ยให้ฟห้ องอากาศหมดก่อ ก่ นและค่อ ค่ ยๆฉีด ฉี สารละลายจนกระทั่ง ทั่ ครบ 1.8 มิลมิลิลิลิตลิร ดูด ดู อากาศในขวดออก 1.8 มิลมิลิลิลิตลิร เพื่อ พื่ ปรับ รั ความดัน ดั ในขวด จากนั้น นั้ ดึง ดึ เข็ม ข็ ออกทำ การผสมวัค วั ซีน ซีโดยการคว่ำ ขวดขึ้น ขึ้ ลงเบา ๆ 10 ครั้ง รั้ ห้า ห้ ม เขย่าเด็ด ด็ ขาด 3.วัค วั ซีน ซี ที่ผ ที่ สมแล้ว ล้ 1 ขวดวัค วั ซีน ซี ประกอบด้ว ด้ ย วัค วั ซีน ซี 6 โดส โดสละ 30 ไมโครกรัม รั ใน 0.3 มิลมิลิลิลิตลิร 4.วัค วั ซีน ซี ที่เ ที่ จือ จื จางแล้ว ล้ สามารถเก็บ ก็ ที่อุ ที่ ณ อุ หภูมิ ภู ห้มิอ ห้ ง (ไม่เ ม่ กินกิ 30 องศาเซลเซีย ซี ส) หรือ รืในตู้เตู้ย็น (2 ถึง ถึ 8 องศาเซลเซีย ซี ส) และต้อ ต้ งถูก ถู ใช้ภ ช้ ายใน 6 ชั่ว ชั่โมง นับ นั จาก เวลาที่เ ที่ จือ จื จาง 5.ให้ทิ้ ห้ งทิ้วัค วั ซีน ซีใดๆ ที่เ ที่ หลือ ลื อยู่ในขวดวัค วั ซีน ซี (หรือ รืในกระบอกฉีด ฉี ยา) เมื่อ มื่ ครบ 6 ชั่ว ชั่โมงหลัง ลั จากเจือ จื จาง


6.ควรใช้ก ช้ ระบอกฉีด ฉี ยาหรือ รื เข็ม ข็ ฉีด ฉี ยาชนิดนิ low dead-space (LDS) เพื่อ พื่ ให้ สามารถดูด ดู วัค วั ซีน ซี ออกมาจากขวดวัค วั ซีน ซีได้ 6 โดส หากใช้ก ช้ ระบอกฉีด ฉี ยาและ เข็ม ข็ ฉีด ฉี ยาแบบมาตรฐาน วัค วั ซีน ซี หนึ่ง นึ่ ขวดอาจมีปมี ริมริาตรไม่เ ม่ พีย พี งพอสำ หรับ รั การ ดูด ดู วัค วั ซีน ซีโดสที่ 6 ทั้ง ทั้ นี้ หลัง ลั จากเจือ จื จางไม่ว่ ม่ า ว่ ใช้วั ช้ ค วั ซีน ซี เข็ม ข็ ใด ขนาดวัค วั ซีน ซี สำ หรับ รั ฉีด ฉี แต่ล ต่ ะโดส ต้อ ต้ งมีปมี ริมริาตร 0.3 มิลมิลิลิลิตลิร หากปริมริาณวัค วั ซีน ซี ที่เ ที่ หลือ ลื อยู่ใยู่ น ขวดวัค วั ซีน ซีไม่เ ม่ พีย พี งพอสำ หรับ รั การฉีด ฉี วัค วั ซีน ซี เต็ม ต็ โดสที่ข ที่ นาด 0.3 มิลมิลิลิลิตลิร ให้ ทิ้งทิ้ขวดวัค วั ซีน ซี และวัค วั ซีน ซีใดๆ ที่เ ที่ หลือ ลืในขวด ห้า ห้ มนำ วัค วั ซีน ซี ที่เ ที่ หลือ ลื จากหลายขวด วัค วั ซีน ซี มารวมกัน กั 7.ในการฉีด ฉี นั้น นั้ บริษัริษั ทผู้ผผู้ ลิตลิให้คำ ห้ คำแนะนำ ว่า ว่ สามารถใช้เ ช้ ข็ม ข็ เดีย ดี วกัน กั ทั้ง ทั้ ในการ ดูด ดู วัค วั ซีน ซี ออกจากขวดและการฉีด ฉี วัค วั ซีน ซีให้กั ห้ บ กั ผู้รัผู้ บ รั บริกริารด้ว ด้ ยเข็ม ข็ เบอร์ 25/26 G (หากไม่มี ม่ เ มี ข็ม ข็ เบอร์ 25/26 G สามารถใช้ไช้ ด้ตั้ ด้ ง ตั้ แต่เ ต่ ข็ม ข็ เบอร์ 23 G หรือ รื ที่ มีปมี ลายแคบกว่า ว่ ) เพื่อ พื่ ลดการสูญสู เสีย สี วัค วั ซีน ซี อยู่ภยู่ ายในเข็ม ข็ และทำ ให้ไห้ ด้ปด้ ริมริาตร ครบ 0.3 มิลมิลิลิลิตลิร ดัง ดั นั้น นั้ ในการเตรีย รี มวัค วั ซีน ซี แต่ล ต่ ะโดส ควรแทงเข็ม ข็ เพื่อ พื่ ดูด ดู วัค วั ซีน ซี และฉีด ฉีให้แ ห้ ก่ผู้ ก่ รัผู้ บ รั บริกริารทัน ทั ทีโที ดยไม่ต้ ม่ อ ต้ งเปลี่ย ลี่ นเข็ม ข็ ในกรณีที่ ณี เ ที่ ข็ม ข็ เสีย สี หายหรือ รื ปนเปื้อ ปื้ นสามารถเปลี่ย ลี่ นเข็ม ข็ ที่ฉี ที่ ด ฉีใหม่เ ม่ พื่อ พื่ ฉีด ฉี วัค วั ซีน ซีให้กั ห้ บ กั ผู้รัผู้ บ รั บริกริาร 3. การเตรีย รี มให้บ ห้ ริกริารให้บ ห้ ริกริารการบัน บั ทึก ทึ การให้บ ห้ ริกริาร และการเฝ้า ฝ้ ระวัง วั อาการไม่พึ ม่ ง พึประสงค์ภ ค์ ายหลัง ลั การได้รั ด้ บ รั วัค วั ซีน ซี 3.1ขอให้ห ห้ น่ว น่ ยบริกริารเตรีย รี มสถานที่ใที่ ห้บ ห้ ริกริารที่มี ที่ แ มี พทย์/ย์ พยาบาลดูแ ดู ลและ สามารถให้ก ห้ ารช่ว ช่ ยเหลือ ลืได้ รวมถึง ถึ จุด จุ ให้บ ห้ ริกริารนอกสถานพยาบาล พร้อ ร้ ม ทั้ง ทั้ วัส วั ดุอุ ดุ ป อุ กรณ์การฉีด ฉี อุป อุ กรณ์กู้ ณ์ ชีกู้ พ ชี


3.2ขอให้ห ห้ น่ว น่ ยบริกริารยืน ยื ยัน ยั ตัว ตั ตนผู้รัผู้ บ รั วัค วั ซีน ซี ก่อ ก่ นการให้บ ห้ ริกริารตรวจสอบ ความพร้อ ร้ มก่อ ก่ นให้บ ห้ ริกริาร ได้แ ด้ ก่ การกำ หนดลำ ดับ ดั ขวดวัค วั ซีน ซี เรีย รี งตามวัน วั หมด อายุ ตรวจสอบอุป อุ กรณ์ ต่า ต่ งๆ ให้ค ห้ รบถ้ว ถ้ นถูก ถู ต้อ ต้ งพร้อ ร้ มใช้ง ช้ าน เมื่อ มื่ ดำ เนินนิการ ให้บ ห้ ริกริารวัค วั ซีน ซี ขอให้เ ห้ จ้า จ้ หน้า น้ ที่ซั ที่ ก ซั ประวัติ วั ติคัด คั กรอง และให้ค ห้ วามรู้แรู้ก่ กลุ่มลุ่ เป้า ป้ หมาย หากไม่พ ม่ บข้อ ข้ ห้า ห้ มใดๆ และอยู่ใยู่ นสภาวะที่ส ที่ ามารถฉีด ฉี วัค วั ซีน ซีได้ ให้ ฉีด ฉี วัค วั ซีน ซี บริเริวณต้น ต้ แขนเข้า ข้ ชั้น ชั้ กล้า ล้ มเนื้อ นื้ ตามขนาดและตำ แหน่ง น่ ที่กำ ที่ กำหนดด้ว ด้ ยวิธีวิธี sterile technique หลัง ลั ฉีด ฉี วัค วั ซีน ซีให้พั ห้ ก พั สัง สั เกตอาการอย่า ย่ งน้อ น้ ย 30 นาที และ บัน บั ทึก ทึ อาการก่อ ก่ นกลับ ลั บ้า บ้ น 3.3 ขอให้ห ห้ น่ว น่ ยบริกริารทั้ง ทั้ ภาครัฐ รั และเอกชน บัน บั ทึก ทึ ผลการให้บ ห้ ริกริารวัค วั ซีน ซีโค วิดวิ- 19 ของผู้รัผู้ บ รั วัค วั ซีน ซีในระบบ MOPH Immunization Center ทุก ทุ ราย ทั้ง ทั้ กรณี ให้ บริกริารภายในและภายนอกสถานพยาบาลรวมทั้ง ทั้ ประมวลผลข้อ ข้ มูล มู การให้บ ห้ ริกริาร 3.4 การเฝ้า ฝ้ ระวัง วั อาการไม่พึ ม่ ง พึประสงค์ภ ค์ ายหลัง ลั การได้รั ด้ บ รั วัค วั ซีน ซี (AEFIs surveillance) เนื่อ นื่ งจำ กวัค วั ซีน ซีโควิดวิ 19 เป็น ป็ วัค วั ซีน ซีใหม่ที่ ม่ พั ที่ ฒ พั นาและผลิตลิขึ้น ขึ้ อย่า ย่ งเร่ง ร่ ด่ว ด่ นที่ใที่ ช้ป้ช้ อ ป้ งกัน กั ควบคุม คุ โรคติดติเชื้อ ชื้ ไวรัส รั โคโรนา2019 แก่ปก่ ระชาชน เพื่อ พื่ เป็น ป็ การกำ กับ กั ติดติตามความปลอดภัย ภั และประกัน กั ความมั่น มั่ ใจของประชาชน ต่อ ต่ วัค วั ซีน ซี และงานบริกริารสร้า ร้ งเสริมริภูมิ ภู คุ้มิมคุ้ กัน กั โรค โดยขอให้เ ห้ฝ้า ฝ้ ระวัง วั และรายงาน เหตุก ตุ ารณ์ไณ์ ม่พึ ม่ ง พึประสงค์ฯ ค์ ตามแนวทางของกองระบาดวิทวิยา กรมควบคุม คุ โรค 7.เอกสารอ้า อ้ งอิงอิ กรมควบคุม คุ โรค. (2564) แนวทางการให้บ ห้ ริกริารวัค วั ซีน ซีโควิดวิ 19 (Pfizer) สาหรับ รั วัค วั ซีน ซี บริจริาค ลอต 1.5 ล้า ล้ นโดส.นนทบุรี บุ รี


8. ภาคผนวก -ความรู้เรู้บื้อ บื้ งต้น ต้ เกี่ย กี่ วกับ กั วัค วั ซีน ซีโควิดวิ 19 (Pfizer) วัค วั ซีน ซีโควิดวิ 19 ของ Pfizer มี ชื่อ ชื่ ทางการค้า ค้ คือ คื Comirnaty เป็น ป็ วัค วั ซีน ซี ชนิดนิ อาร์เ ร์ อ็น อ็ เอ (RNA basedvaccine) ที่ส ที่ ามารถดำ เนินนิการผลิตลิได้ง่ ด้ า ง่ ย รวดเร็ว ร็ กระตุ้นตุ้ การสร้า ร้ งภูมิคุ้มิมคุ้ กัน กั ได้ดี ด้ ดีในกรณีที่ ณี มี ที่ ก มี ารกลายพัน พั ธุ์ขธุ์ อง ไวรัส รั จะปรับ รั ปรุง รุ วัค วั ซีน ซีได้ง่ ด้ า ง่ ย ขนาดต่อ ต่ โดส: วัค วั ซีน ซีไฟเซอร์บ ร์ รรจุใ จุ นขวดแก้ว ก้ สำ หรับ รั ใช้ห ช้ ลายโดส (Multiple Dose Vial) ชนิดนิ preservation free ในหนึ่ง นึ่ ขวดบรรจุวั จุ ค วั ซีน ซี 0.45 มิลมิลิลิลิตลิร หลัง ลั จากเจือ จื จาง แล้ว ล้ 1 ขวดวัค วั ซีน ซี ประกอบด้ว ด้ ยวัค วั ซีน ซี 6 โดส โดสละ 30 ไมโครกรัม รั ใน 0.3 มิลมิลิลิลิตลิร วิธีวิก ธี ารฉีด ฉี : เข้ำ ชั้น ชั้ กล้า ล้ มเนื้อ นื้ กำ หนดการให้วั ห้ ค วั ซีน ซี : กำ หนดให้วั ห้ ค วั ซีน ซี 2 ครั้ง รั้ ห่า ห่ งกัน กั 3 สัปสั ดาห์ อายุที่ ยุ ส ที่ ามารถฉีด ฉี วัค วั ซีน ซีได้: ด้12 ปีขึ้ ปี น ขึ้ ไป การเก็บ ก็ รัก รั ษาวัค วั ซีน ซี : กรณีแ ณี ช่แ ช่ ข็ง ข็ เก็บ ก็ ไว้ที่ ว้ อุ ที่ ณ อุ หภูมิ ภูมิ-80 ถึง ถึ-60 องศาเซลเซีย ซี ส สามารถเก็บ ก็ ได้สู ด้ งสุด 6 เดือ ดื น เก็บ ก็ ไว้ที่ ว้ อุ ที่ ณ อุ หภูมิ ภูมิ-25 ถึง ถึ-15 องศาเซลเซีย ซี ส สามารถเก็บ ก็ ได้สู ด้ งสุด 2 สัปสั ดาห์ ละลายจากการแช่แ ช่ ข็ง ข็ เก็บ ก็ ไว้ที่ ว้ อุ ที่ ณ อุ หภูมิ ภูมิ2 ถึง ถึ 8 องศาเซลเซีย ซี ส สามารถเก็บ ก็ ได้สู ด้ งสุด 1 เดือ ดื น (31 วัน วั ) นับ นั ตั้ง ตั้ แต่นำ ต่ นำออกจำ กอุณ อุ หภูมิติมิดติลบ ขวดวัค วั ซีน ซี ที่ยั ที่ ง ยั ไม่ไม่ ด้เ ด้ จือ จื จางสามารถเก็บ ก็ ได้ที่ ด้ อุ ที่ ณ อุ หภูมิห้มิอ ห้ งได้ได้ ม่เ ม่ กินกิ 2ชั่ว ชั่โมง รวมระยะเวลาในการละลาย วัค วั ซีน ซี ที่เ ที่ จือ จื จางแล้ว ล้ สามารถเก็บ ก็ ที่อุ ที่ ณ อุ หภูมิห้มิอ ห้ ง ไม่เ ม่ กินกิ 30 องศาเซลเซีย ซี ส และ ต้อ ต้ งถูก ถู ใช้ภ ช้ ายใน 6 ชั่ว ชั่โมง นับ นั จากเวลาเจือ จื จาง


แนวทางการฉีดrabies vaccine 1. วัต วั ถุป ถุ ระสงค์ -เพื่อลดความเสี่ย สี่ งในการเกิดกิโรคพิษพิสุนั สุ ข นั บ้า บ้ -เพื่อสร้า ร้ งความตระหนัก นั และเข้า ข้ใจถึง ถึ ความเสี่ย สี่ งในการเกิดกิโรคพิษพิสุนั สุ ข นั บ้า บ้ 2. ขอบเขต แพทย์ พยาบาลวิชวิาชีพ ชี 3.อุปกรณ์ เครื่อ รื่ งมือ มื 1.กล่อ ล่ งrabies vaccine 1กล่อ ล่ ง 2.สำ ลีแ ลี อลกอฮอล์ 3.Syringe Insulin 4.ผู้รัผู้ บ รั ผิดผิชอบ 4.1 แพทย์ 4.2 พยาบาลวิชวิาชีพ ชี 5.นิยนิามศัพ ศั ท์ rabies vaccineคือ คื วัค วั ซีน ซี พิษพิสุนั สุ ข นั บ้า บ้ 6.วิธีวิปธี ฏิบัฏิติ บั ติ 1.เตรีย รี มยาโดยการchack orderแพทย์ ชื่อ ชื่ คนไข้ ปริมริาณ ชนิดนิวัน วั หมด อายุ เลขล๊อ ล๊ ก หรือ รืใช้วิ ช้ ธีวิธีdouble check จากนั้น นั้ เตรีย รี มยาโดยการดูด ดู น้ำ ยา ละลาย 1ml (ถ้า ถ้ เป็น ป็ HDCV,PCECV,PCEV) หรือ รื 0.5 ml(ถ้า ถ้ เป็น ป็ PVRV,CPRV) โดยใช้Sช้ yringeที่มี ที่ อ มี ยู่ใยู่ นกล่อ ล่ งผสมกับ กั วัค วั ซีน ซี ผงแห้ง ห้ เขย่า ย่ ให้ล ห้ ะลายเข้า ข้ กัน กั ดี 2.วัค วั ซีน ซี ที่ล ที่ ะลายแล้ว ล้ ต้อ ต้ งเก็บ ก็ ที่อุ ที่ ณหภูมิ ภูมิองศาเซลเซีย ซี ส และควรใช้ภ ช้ ายใน ชั่ว ชั่โมงเพื่อให้วั ห้ ค วั ซีน ซี ยัง ยั คงคุณ คุ ภาพสูง สู สุด สุ


Click to View FlipBook Version