ต้นแบบการพัฒ พั นา งานส่ง ส่ เสริมริการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัวั วั ล วั ลเลิลิลิศลิรัรั รั ฐรั ฐ ประจำจำจำจำปีปีปีปี พ.ศ. 2565
หลักเกณฑ์การพิจารณา รางวัลการบริหารราชการ แบบมีส่วนร่วม
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 ค าน า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ส านักงาน ก.พ.ร.) ได้ส่งเสริม และสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชน การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และเปิดระบบราชการให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม และมีการติดตามประเมินผล เพื่อมอบรางวัลให้แก่ หน่วยงานของรัฐ โดยปี พ.ศ. 2560 ได้เปลี่ยนชื่อรางวัลเป็น “รางวัลเลิศรัฐ” (Public SectorExcellence Awards: PSEA) โดยส านักงาน ก.พ.ร. ได้ก าหนดให้มีการมอบรางวัลเลิศรัฐต่อเนื่องเป็นประจ าทุกปีเพื่อมอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการ การบริหารจัดการภาครัฐ และการมีส่วนร่วมของประชาชน และเพื่อสร้างขวัญและก าลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่น เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565 คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้ประกาศผลงานที่ได้รับรางวัล โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี 2565 จ านวน 13 ผลงาน ประกอบด้วย สาขา การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทร่วมใจแก้จน “ระดับดีเด่น” จ านวน 4 รางวัล และ “ระดับดี” จ านวน 4 รางวัล สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม “ระดับดี” จ านวน 4 รางวัล และสาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ “ระดับดี” จ านวน 1 รางวัล ความส าเร็จของการพัฒนางานส ่งเสริมการเกษตร ไม ่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ดังนั้น ต้นแบบ การพัฒนางานส ่งเสริมการเกษตร จึงถือเป็นแหล ่งเรียนรู้หนึ ่งที ่สามารถน าไปศึกษาและประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมกับงานส ่งเสริมการเกษตร กรมส ่งเสริมการเกษตรจึงได้รวบรวมผลงานที ่ได้รับรางวัล และถอดบทเรียนความส าเร็จของการด าเนินงาน เพื ่อน ามาเผยแพร ่เป็นองค์ความรู้ให้แก ่ผู้ที ่สนใจ อย ่างไรก็ตาม การด าเนินงานส ่งเสริมการเกษตรไม ่ได้หมายความว ่าจะต้องด าเนิน การตามต้นแบบ การพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรที่ได้รับรางวัลทุกประการ เพราะบริบทของแต่ละหน่วยงานมีความแตกต่างกัน หน่วยงานจึงต้องศึกษาและน าไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับแนวทางการด าเนินงานส่งเสริมการเกษตรของหน่วยงาน ซึ่งจะประสบผลส าเร็จเป็นที่พึงพอใจของเกษตรกร เช่นเดียวกับหน่วยงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้ กรมส ่งเสริมการเกษตรหวังเป็นอย ่างยิ ่งว ่า หนังสือต้นแบบการพัฒนางานส ่งเสริมการเกษตร ของหน ่วยงานที ่ได้รับรางวัลในปี 2565 จะเป็นแรงบันดาลใจในการด าเนินงานส ่งเสริมการเกษตร เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี บนพื้นฐานของความยั่งยืนต่อไป กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สิงหาคม 2566
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 สารบัญ หน้า ความหมายของรางวัลเลิศรัฐ 1 หลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี 2565 • รางวัลบริการภาครัฐ - ประเภทพัฒนาการบริการ 3 • รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม - ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม 4 - ประเภทร่วมใจแก้จน 5 ผลงานรางวัล ระดับดีเด่น สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทร่วมใจแก้จน • มังคุดแก้จน คนท าแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ 12 • วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน 15 • ฟักทองเงินล้าน@สุพรรณบุรี 18 • หนองเม็กโมเดล พลิกวิถีผักอินทรีย์ ร่วมใจแก้จนคนอ านาจเจริญ 21 ผลงานรางวัล ระดับดี สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ • กรมส่งเสริมการเกษตรแก้วิกฤติศัตรูพืชอุบัติใหม่ใบด่างมันส าปะหลัง 28 สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม - ประเภทร่วมใจแก้จน • วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ผู้ปลูกไผ่ ร่วมใจแก้จน ชุมชนบ้านอ่างเตย 34 • หนองค้าพารวย ด้วยศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน 37 • จิ้งหรีดแปลงใหญ่แก้จนแบบคนบุรีรัมย์ 40 • ท่องเที่ยวเกษตรวิถีใหม่ ขจัดภัยยากจน สู่ชุมชนบ้านปรก 43 - ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม • การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ขนุนต าบลหนองเหียง อ าเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี 50
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 หน้า • โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ไม้ดอกบ้านตาติด หมู่ 3 ต าบลโนนผึ้ง อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี 53 • การควบคุมหนอนหัวด ามะพร้าวแบบมีส่วนร่วม ต าบลโรงเข้ อ าเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร 57 • ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต้นแบบการแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่ยั่งยืน ต าบลแม่ตืน อ าเภอลี้ จังหวัดล าพูน 60 ภาคผนวก • ประมวลภาพบรรยากาศงานรับรางวัลเลิศรัฐ ของกรมส่งเสริมการเกษตร ปี2565 66
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 1 รางวัลเลิศรัฐ เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่มอบให้หน่วยงานที่ได้มุ่งมั่นปฏิบัติราชการจนประสบความส าเร็จมีความเป็นเลิศ แห่งหน่วยงานรัฐทั้งปวง รางวัลบริการภาครัฐ เป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นว่าผลการท างานของหน่วยงานของรัฐเป็นที่ยอมรับ และเป็นสิ่งยืนยันความส าเร็จในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการว่าสามารถด าเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่หน่วยงานอื่นๆ ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการให้บริการและระบบการบริหาร ของหน่วยงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ตราสัญลักษณ์ เพชรล้อมรอบด้วยช่อชัยพฤกษ์ตั้งอยู่บนแท่งหมายเลขหนึ่ง ความหมาย หน่วยงานที่ได้รับรางวัลนี้เปรียบเสมือนเพชรน้ าเอกแห่งระบบราชการ (ช่อชัยพฤกษ์) ที่ผ่านการเจียระไนอย่างงดงามด้วยความมุ่งมั่น สร้างสรรค์ ผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ เป็นเพชรน้ าหนึ่ง เป็นความภาคภูมิใจสูงสุด ของราชการไทย ตราสัญลักษณ์ สองมือบริการ สีทองอร่าม ประคองใจสีแดง อักษรข้างล่าง “บริการด้วยใจ” ความหมาย สองมือทอง สื่อให้เห็นถึงความเป็นเลิศในการให้บริการ ใจสีแดง เป็นใจ ที่เปี่ยมด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น ในการให้บริการประชาชน รางวัลบริการภาครัฐ
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 2 รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม เป็นรางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างแรงจูงใจ และสร้างขวัญก าลังใจในการเชิดชูผลการปฏิบัติราชการ โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดกระบวนการมีส่วน ร่วม ตั้งแต่การให้ข้อมูลข่าวสาร (Inform) การรับฟังความคิดเห็น (Consult) การเข้ามาเกี่ยวข้อง (Involve) ไป จ น ถึง ก า ร ส ร้ าง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ( Collaboration) ร ว ม ทั้ง ส ร้ าง ค ว า ม ภ า ค ภู มิใ จ ข อง ผู้ ที่ เ ข้ า ม า มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนหรือผลักดันการด าเนินงานให้ประสบความส าเร็จ อันน าไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารราชการที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริงและการน าไปสู่แนวปฏิบัติ หรือต้นแบบที่ดี (Best Practice) โดยมุ่งเน้นทั้งกระบวนการ (Process) และผลลัพธ์ (Result) การบริหาร ราชการแบบมีส่วนร่วม ตราสัญลักษณ์ เพชรเหลี่ยมเกสร ส่องประกายสีทอง ประกอบไปด้วยความร่วมมือของ ทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐด้วยหัวใจ ความหมาย เพชรเหลี่ยมเกสร สื่อให้เห็นถึง หน่วยงานที่ได้รับรางวัลนี้ คือ ต้นแบบ แห่งการท างานแบบมีส่วนร่วมเชื่อมโยงบูรณาการร่วมกัน ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ดั่งเครือข่ายเดียวกัน มือ สื่อให้เห็นถึง ความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ได้เข้ามามีส่วนร่วม หัวใจ สื่อให้เห็นถึง การเปิดใจ เปิดระบบราชการ ที่ให้ ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 3 หลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี 2565 รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ ค าจ ากัดความ/ ความหมาย การพัฒนาการให้บริการแล้วส่งผลให้การบริการดีขึ้นจากเดิมอย่างมีนัยส าคัญ หรือเห็นผลลัพธ์ เป็นที่ประจักษ์ รวมถึงการท างานในเชิงบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์หรือมีผลกระทบสูงต่อประชาชน ในวงกว้าง หรือสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน/กลุ่มเป้าหมายจากการได้รับบริการของรัฐได้ เงื่อนไขการพิจารณา 1) เป็นผลงานการให้บริการที่เป็นการพัฒนา/ปรับปรุงงานบริการที่แตกต่างไปจากเดิม หรือ เป็นผลงาน การให้บริการที่เกิดขึ้นจากกระบวนการท างานในเชิงบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และไม่เป็นรูปแบบเดียวกับที่หน่วยงานเคยได้รับรางวัลมาแล้ว 2) เป็นผลงานที่น าไปใช้แล้วจริง และมีผลส าเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถตรวจสอบได้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินรางวัลบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ มีประเด็นการประเมินแบ่งออกเป็น 4 มิติ ดังนี้ มิติที่ 1 การวิเคราะห์ปัญหา 10 คะแนน มิติที่ 2 แนวทางการแก้ไขปัญหาและการน าไปปฏิบัติ 30 คะแนน มิติที่ 3 ผลผลิต/ผลลัพธ์ เชิงประจักษ์ 50 คะแนน มิติที่ 4 ความยั่งยืนของโครงการ 10 คะแนน ระดับของรางวัล แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้ 1) ระดับดีเด่น จะพิจารณาให้แก่หน่วยงานที่สมัครขอรับรางวัล ที่มีผลคะแนนรวมตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป 2) ระดับดีจะพิจารณาให้แก่หน่วยงานที่สมัครขอรับรางวัล ที่มีผลคะแนนรวมตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 90 คะแนน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 4 รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม รางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานของรัฐ เพื่อกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการเปิดระบบราชการ ที่มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารราชการตั้งแต่ ระดับการให้ข้อมูล (Inform) การให้ค าปรึกษาหารือ (Consult) การเข้ามามีบทบาท (Involve) และในระดับ ความร่วมมือ (Collaborate) ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาที่มีนัยส าคัญหรือผลกระทบสูง (High Impact) กับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ที่น าไปสู่ความส าเร็จในการพัฒนาประสิทธิภาพ การบริหารงานภาครัฐและคุณภาพชีวิตของประชาชน เงื่อนไขการสมัคร 1) หน่วยงานของรัฐที่สมัครขอรับรางวัลจะต้องเสนอการด าเนินงานหรือโครงการที่เป็นการท างาน แบบมีส่วนร่วมในระดับความร่วมมือ (Collaboration) และมีผลส าเร็จที่เป็นรูปธรรม โดยมีการด าเนินงาน มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 ปี ซึ่งต้องไม่เป็นโครงการหรือผลงาน ที่เคยได้รับรางวัลสาขาการบริหารราชการ แบบมีส่วนร่วมหรือ รางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมมาก่อน 2) การด าเนินงานหรือโครงการที่เสนอต้องเป็นการด าเนินงานตามอ านาจหน้าที่หรือภารกิจหลัก ขององค์กรและผลการด าเนินงานต้องสะท้อนถึงการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม รวมถึงสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน ประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) พ.ศ. 2564 – 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างโดดเด่น รวมถึงความจ าเป็นที่ต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมและกลไกการขับเคลื่อน ของทุกภาคส่วนที่ชัดเจน 3) การด าเนินงานหรือโครงการเพื่อสมัครขอรับรางวัลมากกว่า 1 ผลงาน ในประเภทสัมฤทธิผล ประชาชนมีส่วนร่วม สามารถน าหลักการหรือโมเดลเดิมไปด าเนินการในพื้นที่อื่น และปรับให้สอดคล้องกับบริบท ในพื้นที่นั้นๆ โดยต้องแสดงการด าเนินการที่มีความโดดเด่นแตกต่างอย่างชัดเจนในพื้นที่อื่น 4) กรณีของจังหวัด การด าเนินงานหรือโครงการที่เสนอต้องเป็นการด าเนินงานที่สอดคล้อง ตามแผนพัฒนาจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด รวมถึงสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) พ.ศ. 2564 – 2569 โดยผลการด าเนินงานต้องสะท้อนให้เห็น ถึงการพัฒนา หรือการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น และส่งผลกระทบ (Impact) ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และประเทศ 5) กรณีที่หน่วยงานในพื้นที่เป็นผู้ส่งสมัครขอรับรางวัลฯ หน่วยงานส่วนกลาง ควรเป็นผู้พิจารณา กลั่นกรองคัดเลือกก่อนจัดส่งให้ส านักงาน ก.พ.ร. โดยเฉพาะมิติที่ 1
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 5 6) กรณีโรงเรียนสมัครขอรับรางวัลฯ จะต้องผ่านการพิจารณาจากส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา (สพม.) ซึ่งแต่ละเขตพื้นที่ฯ สามารถสมัครได้ไม่เกิน 1 โรงเรียน และส่งสมัครขอรับรางวัลฯ โดยส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินรางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม มีประเด็น การประเมินแบ่งออกเป็น 4 มิติ ดังนี้ มิติที่ 1 ความส าคัญของปัญหาและความสามารถองค์กร 10 คะแนน มิติที่ 2 กระบวนการมีส่วนร่วม 40 คะแนน มิติที่ 3 ผลผลิต/ผลลัพธ์/ผลกระทบ 40 คะแนน มิติที่4 ความยั่งยืน 10 คะแนน ระดับของรางวัล แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้ 1) ระดับดีเด่น เป็นระดับรางวัลที่แสดงให้เห็นว่ามีผลการด าเนินการเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน ผลส าเร็จ ของงานมีความโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับ รวมทั้งสามารถเป็นตัวอย่างหรือแนวปฏิบัติที่ดีให้กับหน่วยงานอื่นได้ ทั้งนี้ ต้องมีคะแนนจากการประเมิน ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป 2) ระดับดีมีคะแนนจากการประเมิน ตั้งแต่ 80-89 คะแนน รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทร่วมใจแก้จน ความหมาย รางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่มีผลงาน หรือ โครงการเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้ด าเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสามารถ เป็นต้นแบบเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถน าไปปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ โดยเน้น การมีส่วนร่วมของชุมชนและสังคมในการแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นส าคัญ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาในระดับต่อไป เงื่อนไขการสมัคร 1) ผลงานที่เสนอขอรับรางวัลจะต้องด าเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นระดับจังหวัด อ าเภอ ต าบล หมู่บ้าน ชุมชน หรือพื้นที่เฉพาะก็ได้ 2) การด าเนินงาน/กระบวนการของแผนงาน/โครงการในการแก้ไขปัญหาความยากจนมีการบูรณาการ ความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีรูปแบบการแก้ไขปัญหาที่เกิดผลลัพธ์ผลกระทบอย่าง เป็นรูปธรรม 3) ผลงานที่ส่งขอรับรางวัลต้องมีการด าเนินการมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 6 เกณฑ์การประเมิน 1) ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินทั้ง 3 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 ตัวชี้วัดกลุ่มปัจจัยน าเข้า (Input) เพื่อประเมินรูปแบบและความคุ้มค่า 15 คะแนน ของการใช้ทรัพยากรของโครงการอย่างคุ้มค่า มิติที่ 2 ตัวชี้วัดเชิงกระบวนการ (Process) เพื่อประเมินกระบวนการท างาน 30 คะแนน ของโครงการที่จะน าไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน (Sustainability) มีการด าเนินงานในการแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการ และมีกระบวนการท างานที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์ เกิดการท างาน ที่เกิดผล มิติที่ 3 ตัวชี้วัดผลผลิตผลลัพธ์ผลกระทบ (Output, Outcome and 55 คะแนน Impact Indicators) เพื่อประเมินผลลัพธ์ผลกระทบที่เกิดขึ้น ว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้ เห็นผลทั้งในเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ ตอบโจทย์แก้จนได้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่และ มีศักยภาพในการขยายผล 2) ต้องมีคะแนนในแต่ละมิติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 3) โครงการที่มีสิทธิได้รับรางวัลในระดับดีเด่นต้องมีคะแนนที่เป็นตัวชี้วัดปัจจัยความส าเร็จ (Key Success Factor) ของแต่ละกลุ่ม ไม่ต่ ากว่าร้อยละ 80 โดยตัวชี้วัดดังกล่าว ได้แก่ (1) บทบาทของ หน่วยงานผู้ส่งผลงาน (2) การบูรณาการการท างานร่วมกับเครือข่ายและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง (3) ผลลัพธ์ และ (4) ผลกระทบ ระดับรางวัล แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้ 1) ระดับดีเด่น เป็นระดับรางวัลที่แสดงให้เห็นว่ามีผลการด าเนินการเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน ผลส าเร็จ ของงานมีความโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับ รวมทั้งสามารถเป็นตัวอย่างหรือแนวปฏิบัติที่ดีให้กับหน่วยงานอื่นได้ ทั้งนี้ ต้องมีคะแนนจากการประเมิน ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป 2) ระดับดี มีคะแนนจากการประเมินตั้งแต่ 75 คะแนนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 90 คะแนน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 7
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 8
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 9 ผลงานรางวัล ระดับดีเด่น
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 10
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 11 ประเภท “ร่วมใจแก้จน” สาขาการบริหารราชการ แบบมีส่วนร่วม
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 12 ที่มาและความส าคัญ มังคุดเป็นไม้ผลที่มีความส าคัญทางเศรษฐกิจและเป็นผลไม้ชนิดหนี่งที่สร้างมูลค่าการส่งออกให้แก่ ประเทศไทยเป็นอย่างมาก จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ปลูกมังคุดมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ โดยมังคุดเป็นไม้ผล เศรษฐกิจที่ส าคัญของอ าเภอเขาคิชฌกูฏ แต่เกษตรกรยังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ ราคาและปริมาณผลผลิตที่ไม่แน่นอน เกษตรกรต่างคนต่างขายผลผลิต ไม่มีการรวมกลุ่ม และส่วนใหญ่เป็นการขาย ผลผลิตที่ยังไม่ได้คัดขนาดผล ด้วยเหตุนี้ส านักงานเกษตรอ าเภอเขาคิชฌกูฏ และส านักงานเกษตรจังหวัด จันทบุรีจึงวางแผนการด าเนินงานส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตมังคุดคุณภาพให้กับเกษตรกร และส่งเสริม การรวมกลุ่มเกษตรกร โดยให้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตั้งแต่ ปี 2559 โดยใช้ชื่อ กลุ่มแปลงใหญ่มังคุดเขาคิชฌกูฏ เสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มโดยจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนภายใต้ ชื่อ บริษัท วิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ จ ากัด เน้นให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการวางแผนการผลิต และบริหารจัดการกลุ่ม วางแผนการตลาดรูปแบบใหม่ โดยน าระบบตลาดประมูลมาใช้ มีการคัดแยกเกรด ผลผลิต ซึ่งช่วยให้เห็นความแตกต่างด้านราคา ผลผลิตที่ได้สามารถขายได้ทุกเกรดและขายได้ราคาเพิ่มมากขึ้น ท าให้เกษตรกรเห็นคุณค่าของการรวมกลุ่มและเกิดการพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน • ส านักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี ประสานการท างาน โดยยึดหลัก “ประสานงานต้องประสานคน ประสานคน ต้องประสานใจ” โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ระบบส่งเสริมการเกษตร T&V System ในการขับเคลื่อนและติดตามการด าเนินงาน • สร้างความเข้าใจเพื่อปรับทัศนคติของสมาชิก โดยเน้น การสร้างความเข้มแข็งของกลุ่ม จัดท าข้อมูลพื้นฐาน วางแผนอบรมให้ความรู้โดยเน้นเป้าหมายการพัฒนา แปลงใหญ่ 5 ด้าน (ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ มีการบริหารจัดการร่วมกัน และการตลาด) มีการระดมหุ้น และจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน มังคุดแก้จน คนท าแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ ส านักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดกาแนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 13 ต้นน้ า กลางน้ า ปลายน้ า อบรมถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการผลิต วางแผนการผลิตอย ่างครบวงจร ส่งเสริมการผลิต ใช้สารชีวิภัณฑ์ ส่งเสริมการรวมกลุ่ม สร้างเครือข ่าย สนับสนุนอาคารสถานที่ในการด าเนินงาน หน่วยงานที่สนับสนุน พัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร เทศบาลต าบล ชากไทย กรมวิชาการเกษตร ตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้ประกอบการ สวทช พัฒนาบรรจุภัณฑ์ อบรมการแปรรูปให้มีความหลากหลาย พัฒนา สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ปรับปรุงสถานที่ผลิตให้ได้มาตรฐาน หน่วยงานที่สนับสนุน ท้องถิ่น กสก กวก พาณิชย์ สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน อบรมเพิ่มความรู้ช่องทางการตลาด ออนไลน์ สร้างทีมงานประชาสัมพันธ์และการตลาด จัดโปรโมชั่นสินค้า เพิ่มช ่องทางการจ าหน่ายสินค้า หน่วยงานที่สนับสนุน พาณิชย์ ผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ส่ง ท้องถิ่น กสก กวก สถาบันการศึกษา บริษัทขนส่ง สถาบันการเงิน มิติด้านการเงิน • การจัดท าตลาดประมูล ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเมื่อเทียบกับการขายสินค้าในตลาดทั่วไป ผลการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 14 • สามารถขายผลผลิตได้ทุกเกรดตั้งแต่เกรดส่งออกจนถึงมังคุดที่แตกร้าว • สามารถลดต้นทุนการผลิตจากการรวมกันซื้อปัจจัยการผลิต • เกษตรกรมีรายได้เพิ่มจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น มิติอื่นๆ • ผลผลิตมีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เนื่องจากได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP • เกิดความเข้มแข็งของกลุ่มและตัวเกษตรกร สามารถบริหารจัดการผลผลิตในช่วงล้นตลาดได้ • เกิดการต่อยอดกิจกรรมสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มมากขึ้น ตอบสนองต่อโมเดลBCG เช่น การแปรรูป ผลผลิตเพื่อสร้างอาชีพเสริมช่วยเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก การผลิตน้ าหมักเปลือกมังคุด เพื่อรักษา โรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน การผลิตผ้ามัดย้อมโดยสีธรรมชาติ จากใบและเปลือกมังคุด และการท าถ่านดับกลิ่นจากผลมังคุด เป็นต้น ส านักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี และส านักงานเกษตรอ าเภอเขาคิชฌกูฏ มีแนวทางในการขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ โดยใช้วิธีการแบบ “พี่สอนน้อง” น ารูปแบบการด าเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ (KMK Model) ไปเป็นต้นแบบและขยายผลสู่แปลงใหญ่และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อื่น เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายการประมูล มังคุด โดยเกิดกลุ่มประมูลจาก 3 อ าเภอ จ านวน 6 กลุ่มแปลงใหญ่ และ 1 ลานมังคุด แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 15 ที่มาและความส าคัญ วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน ส านักงานเกษตรจังหวัดล าพูน กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ส านักงานเกษตรจังหวัดล าพูน ร่วมกับส านักงานเกษตรอ าเภอบ้านโฮ่ง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่ม จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ โดยท าหน้าที่ประสานงานจัดกิจกรรม อบรม GAP เพื่อสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ และส่งเสริมให้แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า ของสินค้า อย่างไรก็ตาม ผลผลิตยังคงถูกก าหนดราคาโดยพ่อค้าคนกลาง ส านักงานเกษตรจังหวัดล าพูน จึงเล็งเห็นว่า การจะพัฒนาเพียงล าพังอาจท าได้ยาก จึงสนับสนุนให้เกิดการฝึกอบรม และการศึกษาดูงานกับ หน่วยงานภายนอก เช่น การไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏ วิทยาลัยเทคนิค ล าพูน ส านักงานพาณิชย์จังหวัดล าพูน ส านักงานเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ส านักงานสหกรณ์จังหวัดล าพูน เพื่อเพิ่มพูนทักษะและศักยภาพให้แก่สมาชิก เพื่อให้สมาชิกได้พัฒนาการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เกิดความช านาญสูงสุด และน าความรู้ที่ได้ไปพัฒนา เกษตรกรในอ าเภอบ้านโฮ่งจังหวัดล าพูน ประสบปัญหา ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่ าในทุกๆ ปีส่งผลให้ เกษตรกรเกิดปัญหาการขายผลผลิตทางการเกษตรที่ได้ ผลก าไรน้อย เกษตรกรมีรายได้ลดลง ในขณะที่ต้นทุน การผลิตสูงขึ้น ด้วยปัญหาดังกล่าวส านักงานเกษตรจังหวัด ล าพูน จึงน ากลไกการสร้างวิสาหกิจชุมชนมาปรับใช้เพื่อให้ เกษตรกรมีความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน อีกทั้งการได้รับ ความร่วมมือร่วมใจจากทั้งภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริม การเกษตร จึงน ามาสู่การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ พืชผักสมุนไพรและผลไม้ โดยเกษตรกรมีการพัฒนาตนเอง ให้มีความสามารถในการผลิตพืชผลทางการเกษตรออกสู่ตลาด และมีเป้าหมายให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และ เป็นที่ยอมรับของตลาด แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 16 ปรับปรุงผลผลิต สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เกิดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเป็นที่ต้องการของตลาด หลังจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้รับการฝึกอบรม การศึกษาดูงานจากแหล่งต่างๆ จึงได้ปรับเปลี่ยนแนวคิด การปลูกพืชจากเดิมเป็นการท าเกษตรอินทรีย์จนได้รับการรับรองมาตรฐาน organic Thailand มาตรฐาน IFOAM และเกิดการต่อยอดทางธุรกิจโดยจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้จดทะเบียนเป็น บริษัท วิสาหกิจชุมชนพัฒนา ผลิตภัณฑ์พืชผัก สมุนไพรและผลไม้จ ากัด มิติด้านการเงิน • มีระบบการจัดการระบบสวัสดิการให้แก่สมาชิกและชุมชนจากยอดขายก าไรสุทธิประจ าปี ตั้งแต่ปี 2561 - 2563 ผลการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 17 • สมาชิกและกลุ่มมีเงินออม มิติอื่นๆ • ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน • ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการอนุรักษ์ ตอบสนองต่อโมเดลเศรษฐกิจ BCG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs • เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรอินทรีย์รวมทั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบตั้งแต่ระดับต าบล ไปจนถึง ระดับประเทศ • ส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 18 ที่มาและความส าคัญ จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ในการท าการเกษตรทั้งการท านาข้าว อ้อย มันส าปะหลัง ไม้ผล มีระบบ ชลประทาน คิดเป็นร้อยละ 70 ของพื้นที่ท าการเกษตร แต่ยังพบปัญหาเรื่องการใช้น้ าในภาคการเกษตร เนื่องจากมีแหล่งเก็บน้ าเพียงแห่งเดียว อีกทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ท าให้เกิดน้ าแล้ง ฝนทิ้งช่วง ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรที่ท า ข้าวนาปรัง มักประสบปัญหาน้ าไม่เพียงพอแทบทุกปี ดังนั้น ส านักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรีจึงมีแนวทาง ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่ใช้น้ าน้อยกว่าการปลูกข้าวนาปรัง และมีการดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก รวมทั้งก่อให้เกิดรายได้ไม่น้อยกว่าการท านาปรัง โดยมีพืชเศรษฐกิจที่ส่งเสริมเป็นพืชทางเลือก ได้แก่ ฟักทอง แฟงแก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถั่วเขียว และพืชตระกูลแตง เป็นต้น ฟักทองเงินล้าน@สุพรรณบุรี ส านักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี กองส่งเสริมการอารักขาพืช และจัดการดินปุ๋ย ส านักง านเกษต รจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ก าหนดให้ก า รส่งเส ริมก า รปลูกฟักทอง ทดแทนก า ร ป ลูกพืช ห ลัง น า เ ป็น Model “ฟักทองเงินล้าน@สุพรรณบุรี” โดยใช้แนวทาง ตามระบบส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมการปลูก ฟักทองทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง ภายใต้ การส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ตามแนวทาง ของ Plan-Do-Check-Act (PDCA) และจัดท า ข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้า ประกันราคาขั้นต่ า และ ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับทราบเงื่อนไขและ สมัครใจเข้าร่วมโครงการ แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 19 วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา Model การด าเนินงาน ปัญหาที่พบ กองส่งเสริม การอารักขา พืชและ จัดการดิน ปุ๋ย
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 20 มิติด้านการเงิน • การส่งเสริมการปลูกฟักทอง สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้มากกว่าการท านาปรัง โดยมีต้นทุนการปลูกฟักทอง ประมาณ 6,000 บาทต่อไร่ ผลผลิตประมาณ 4,000 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะการเก็บเกี่ยว 70 – 85 วัน ราคาประกัน 10 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรมีรายได้ประมาณ 40,000 บาทต่อไร่ ส่วนการปลูกข้าวนาปรังจะมีต้นทุนการปลูกข้าว 5,000 บาทต่อไร่ผลผลิต โดยเฉลี่ย850 -900 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะการเก็บเกี่ยว 110 วัน ราคาจ าหน่าย6,800 –7,200 บาท ต่อตัน เมื่อเปรียบเทียบแล้วเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองจะมีรายได้ที่สูงกว่าการปลูกข้าวนาปรัง มิติอื่นๆ •ลดพื้นที่นาปรัง ปีละ 2,500 ไร่สามารถลดการใช้น้ าไม่น้อยกว่า 600 ลูกบาศก์เมตร X 2,500ไร่ ต่อ 1 ฤดูกาล • เกิดระบบการซื้อขายสินค้าเกษตรในรูปแบบประกันราคาล่วงหน้า และเกษตรกรสามารถจ าหน่าย ผลผลิตทั้งปี • ก่อให้เกิดทางเลือกอาชีพการเกษตรทดแทนการปลูกข้าวนาปรังสู่พืชเศรษฐกิจอีกหลายชนิด • เกิดรูปแบบการท างานส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เนื่องจาก พื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรี มีทั้งพื้นที่ที่อยู่ในเขตชลประทาน และนอกเขตชลประทาน สามารถน ากระบวนการมาใช้ในการส่งเสริมการเกษตรกับพืชชนิดอื่นได้ • เกิดรูปแบบเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดเดียวกันรวมถึง ความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาความยากจนในมิติต่างๆ ในอนาคต สามารถน า Model “ฟักทองเงินล้าน@สุพรรณบุรี” ไปใช้เป็นต้นแบบพืชใช้น้ าน้อยในพื้นที่อื่นได้ และสามารถน าไปขยายผลสู่พืชเศรษฐกิจทางเลือกได้ เช่น พริก ผัก ข้าวโพด หรือพืชใช้น้ าน้อยชนิดอื่น ๆ ผลการด าเนินงาน แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 21 ที่มาและความส าคัญ ส านักงานเกษตรจังหวัดอ านาจเจริญกองส่งเสดินปุ๋ย แปลงใหญ่ผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก ก่อตั้งขึ้นที่บ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 5 ต าบลคึมใหญ่ อ าเภอเมือง อ านาจเจริญ จังหวัดอ านาจเจริญ โดยเริ่มท าเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 สมาชิกเริ่มแรก จ านวน 15 ครัวเรือน อาชีพหลักของสมาชิกและคนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีพืชเศรษฐกิจที่ส าคัญ ได้แก่ ข้าว มันส าปะหลัง ยางพารา ซึ่งเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่มีการใช้สารเคมีจ านวนมาก ท าให้ต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่ า ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินในครัวเรือนและปัญหาสุขภาพของสมาชิกในชุมชน สมาชิกในกลุ่มหลายคนเริ่มป่วย บางราย ถึงขั้นเสียชีวิต ท าให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาท าการเกษตรอินทรีย์ ส่งผลให้สุขภาพสมาชิกดีขึ้น เกิดความเชื่อมั่น ในระบบเกษตรอินทรีย์ ผู้ผลิตปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค ไม่ท าลายสิ่งแวดล้อม เกิดการปรับเปลี ่ยนกระบวนทัศน์ ของคนในชุมชนที่แต่ก่อนเพาะปลูกพืชผักเพื่อบริโภคเฉพาะในครัวเรือน เกิดการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ให้กับครอบครัว หนองเม็กโมเดล พลิกวิถีผักอินทรีย์ ร่วมใจแก้จนคนอ านาจเจริญ
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 22 “หนองเม็กโมเดล พลิกวิถีผักอินทรีย์ ร่วมใจแก้จน คนอ านาจเจริญ” สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน และเกษตรกรภายในจังหวัดอ านาจเจริญ จากการวิเคราะห์ คน พื้นที่ สินค้า โดยเกิดการร่วมบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่ ดังนี้ 1) มิติคน ใช้เกษตรกรต้นแบบที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการฟาร์ม การจัดการพืชในโรงเรือน ตลอดจนการบริหารด้านการตลาดพืชผักอินทรีย์ และจังหวัดอ านาจเจริญ มีเครือข่ายเกษตรกรที่เข้มแข็ง 2) มิติพื้นที่จังหวัดอ านาจเจริญมีทรัพยากรที่มีศักยภาพในการผลิตพืชผัก และมีเป้าหมายในการ พัฒนาจังหวัดที่มุ่งเน้นการท าเกษตรอินทรีย์ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม ดังวิสัยทัศน์จังหวัดที่ว่า “เมืองธรรมเกษตร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง เส้นทางการค้าสู่อาเซียน” 3) มิติสินค้า ใช้หลัก “ตลาดน าการผลิต” พืชผักอินทรีย์เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และเป็นพืช อาหารหลักในการด ารงชีพของมนุษย์ อีกทั้ง การปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือนด้วยวิถีเมืองธรรมเกษตร ท าให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรงความต้องการของตลาด ปราศจากโรคและแมลง แตกต่างจากแหล่งผลิตอื่น และสามารถผลิตผักอินทรีย์ส่งตลาดได้ตลอดทั้งปี Model การด าเนินงาน แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 23 มิติด้านการเงิน • มีเงินทุนหมุนเวียนในกลุ่ม 44,530,000 บาทต่อปี • เกิดการจ้างงานในชุมชน 60 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่า 6,048,000 บาทต่อปี • สมาชิกและสมาชิกเครือข่ายมีรายได้เฉลี่ย 146,000-730,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี มิติอื่นๆ • ด้านสุขภาพ เกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์มีสุขภาพดีขึ้น มีอัตราการเจ็บป่วยของสมาชิก ครัวเรือนและเกษตรกรในชุมชน ลดลงร้อยละ 80 • ด้านการศึกษา ครัวเรือนเกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น ท าให้บุตรหลานมีโอกาสเข้ารับการศึกษา ในระดับที่สูงขึ้น • ด้านคุณภาพชีวิต การเป็นศูนย์เรียนรู้และเป็นแหล่งศึกษาดูงานที่ส าคัญในการปลูกผัก อินทรีย์ในโรงเรือน ท าให้คนในชุมชนมีความรู้ สามารถน าไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมสร้าง รายได้ให้แก่ครอบครัว จากรูปแบบการด าเนินกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมของ “หนองเม็ก โมเดล” ในเรื่องของการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ก่อให้เกิดการขยายพื้นที่ปลูกผักอินทรีย์กระจายทั่วทั้ง 7 อ าเภอ จังหวัดอ านาจเจริญ โดยมีการขยายเครือข่าย จ านวน 64 เครือข่ายผู้ปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือน น าไปสู่ การสร้างโมเดลพัฒนาต่อยอดเป็น “จานลานโมเดล” ซึ่งจะเป็นการปลูกผัก GAP ในโรงเรือน เพื่อเพิ่ม ช่องทางตลาด และลดข้อจ ากัดเกี่ยวกับการท าเกษตรอินทรีย์ในบางพื้นที่ ผลการด าเนินงาน แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 24
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 25 ผลงานรางวัล ระดับดี
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 26
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 27 ประเภท “พัฒนาการบริการ” สาขาบริการภาครัฐ
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 28 ที่มาและความส าคัญ ประเทศไทยประสบวิกฤติการระบาดของโรคชนิดใหม่ในมันส าปะหลัง ที่เรียกว่า “โรคใบด่าง มันส าปะหลัง” ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส Cassava Mosaic Virus เชื้อไวรัสดังกล่าวถือเป็นศัตรูพืชอุบัติใหม่ ที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2562 และมีการแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วในช่วงปี พ.ศ. 2563 ท าให้ เกษตรกรผู้ปลูกมันส าปะหลังต้องเผชิญกับปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันส าปะหลังมาจนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าการแพร่ระบาดจะขยายเป็นวงกว้างเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่เคยมีรายงานการระบาดของโรคใบด่างมันส าปะหลังในประเทศไทยมาก่อน อีกทั้งการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ท าให้การตอบสนองต่อภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นจะต้องด าเนินการ อย่างเร่งด่วน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และ เกษตรกร ให้ร่วมกันเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การระบาดตั้งแต่พบรายงานการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน และศึกษาข้อมูลการจัดการการระบาด เพื่อน ามาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ รวมถึง ความท้าทายในการสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกร ให้ยอมรับและปฏิบัติตามค าแนะน าของทางราชการ และด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงท าให้สามารถยับยั้งวิกฤติการระบาดของโรคใบด่างมันส าปะหลังได้ ภายในระยะเวลา 4 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรแก้วิกฤติศัตรูพืชอุบัติใหม่ ใบด่างมันส าปะหลัง กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 29 1) การพัฒนาระบบการให้บริการทางวิชาการ วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกรเมื่อต้องเผชิญเหตุและได้รับผลกระทบ คือ การขาดแคลนท่อนพันธุ์เพื่อใช้ปลูกในฤดูกาลถัดไปเมื่อต้องท าลายต้นเป็นโรค เพื่อตัดวงจรการระบาด ที่ส่งผลให้รายได้ลดลง จึงพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาตามโมเดลการพัฒนาการบริการเกษตรกรเพื่อจัดการ โรคใบด่างมันส าปะหลัง Model การด าเนินงาน 2) การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ ในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่มาใช้ในการแก้ปัญหา ได้แก่ • การพัฒนาและใช้ Application DOAE PEST FORECAST เพื่อส ารวจติดตามการระบาดการเชื่อมโยง ข้อมูลการเกิดโรคกับสภาพแวดล้อมในแปลงผ่าน weather station ที่เก็บข้อมูลแบบอัตโนมัติ มาสร้าง AI ที่ช่วยวินิจฉัย พยากรณ์ เตือนการระบาดและให้ค าแนะน าในการจัดการโรคร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 30 • การร่วมวิจัยและพัฒนาโครงการระบบอัจฉริยะเพื่อการวินิจฉัย เฝ้าระวังและเตือนภัยโรคใบด่าง มันส าปะหลัง (MunBOT) กับคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมวิชาการเกษตร และกลุ่มวิจัย ปัญญาประดิษฐ์(AINRG) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ศอ.) • โครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อการส ารวจติดตาม สถานการณ์ศัตรูมันส าปะหลังและส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ท่อนพันธุ์มันส าปะหลังสะอาดร่วมกับ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จ ากัด และบริษัท เอฟ ดี กรีน (ประเทศไทย) จ ากัด • พัฒนาเทคโนโลยีการจัดการโรคอย่างยั่งยืน เพื่อสามารถรับมือกับการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการการจัดการโรคใบด่าง 6 มาตรการ ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติและกระบวนการท างาน เพื่อแก้ไขปัญหาและควบคุมการระบาดของโรคให้อยู่ในวงจ ากัดในทุกมิติ • การพัฒนาพันธุ์ต้านทานและการขยายพันธุ์เร็ว เพื่อเป็นแหล่งพันธุ์ดีให้กับเกษตรกร รวมถึง การเข้าถึงแหล่งพันธุ์ผ่านช่องทางที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้พัฒนา ระบบการให้บริการท่อนพันธุ์มันส าปะหลังพันธุ์ดีโดยเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรสามารถติดต่อช่องทาง ออนไลน์ (เช่น โทรศัพท์Line หรือ Facebook) รวมถึงพัฒนาให้มีจุดบริการพืชพันธุ์ดี เพื่อให้ความรู้ และค าปรึกษาแก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไป พร้อมเก็บข้อมูลเกษตรกรที่มารับท่อนพันธุ์เพื่อการติดตาม และขยายผล 3) การพัฒนาวิธีการสร้างความร่วมมือสู่ความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร อาศัยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในการบูรณาการงาน ร่วมกัน โดยการแต่งตั้งคณะท างานเพื่อการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน คณะท างานเพื่อขับเคลื่อนในการจัดการปัญหา าร • ผลลัพธ์จากการด าเนินงานสามารถลดความรุนแรงของการระบาดได้จากสถิติการระบาด ของโรคใบด่างมันส าปะหลังสูงสุดเมื่อปี 2563 จ านวน 327,658.25 ไร่ โดยควบคุมการระบาดลดลง เหลือ 5,669.95 ไร่ (ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2565) ผลการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 31 • มีการส ารวจและติดตามสถานการณ์การระบาดในพื้นที่ปลูกมันส าปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด โดยมีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อก าจัดต้นมันส าปะหลังเป็นโรค จ านวน 5,249 ราย ก าจัดต้นเป็นโรคใบด่างมันส าปะหลัง พื้นที่ 65,440.64 ไร่ ในพื้นที่ 28 จังหวัด • มีการชดเชยค่าท าลายต้นมันส าปะหลังที่เป็นโรคใบด่างมันส าปะหลังให้กับเกษตรกรเจ้าของแปลง จ านวน 5,249 ราย งบประมาณ 141,351,782.40 บาท • เกษตรกร จ านวน 4,484 ราย น าท่อนพันธุ์มันส าปะหลังสะอาดที่ผ่านการตรวจประเมินแปลง จ านวน 25,508,961 ล า ไปปลูกทดแทนพื้นที่ที่เป็นโรค • มีท่อนพันธุ์สะอาดสู่ระบบการผลิต จ านวน 69 ล้านล า และศูนย์ขยายพันธุ์พืช มีการผลิตและ ขยายพันธุ์มันส าปะหลังส าหรับท าแปลงพันธุ์มันส าปะหลังสะอาดและเป็นแหล่งพันธุ์ดีเพิ่มเติม จ านวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านล า กระจายไปยังชุมชน รวมแล้วสามารถผลิตพันธุ์มันส าปะหลังไปใช้ ทดแทนในพื้นที่ระบาดได้ในปี 2564 ประมาณ 70 ล้านล า ซึ่งสามารถน าไปปลูกทดแทนในพื้นที่ ระบาดหรือพื้นที่ปลูกของเกษตรกรทั่วไปได้ไม่น้อยกว่า 1 แสนไร่ ท าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม จากการขายท่อนพันธุ์มากกว่าการขายหัวมันส าปะหลังอย่างเดียว • จากการประเมินผลการด าเนินงานแก้ไขปัญหาการระบาดโดยส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่า เกษตรกรร้อยละ 83.35 มีความรู้เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับการอบรม และมีความพึงพอใจในระดับมาก ต่อการให้บริการแก้ไขปัญหาของกรมส่งเสริมการเกษตร • เกิดเป็นองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาในการจัดการปัญหาการระบาดของโรคหรือ แมลงศัตรูพืชต่างถิ่นชนิดใหม่ที่จะเข้ามาระบาดและสร้างความเสียหายในประเทศ เพื่อช่วยท าให้ ภาครัฐและเกษตรกรสูญเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาการระบาดศัตรูพืชลดลง กรมส่งเสริมการเกษตร ใช้ “6 มาตรการป้องกัน ก าจัดโรคใบด่างมันส าปะหลัง”เป็นกรอบแนวทางในขยายผล การบริหารจัดการโรคซึ่งมุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 32
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 33 ประเภท “ร่วมใจแก้จน” สาขาการบริหารราชการ แบบมีส่วนร่วม
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 34 ที่มาและความส าคัญ ส านักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา ชุมชนบ้านอ่างเตย ตั้งอยู่ในพื้นที่ต าบลท่าตะเกียบ อ าเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เดิมเกษตรกร ในพื้นที่ประกอบอาชีพท านาข้าว มันส าปะหลัง สัปปะรด ซึ่งประสบปัญหาช้างป่าท าลายพืชผลทางการเกษตร ท าให้เกษตรกรมีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนการปลูกพืช เพื่อลดผลกระทบจากการเข้าท าลายของช้างป่า โดยส านักงานเกษตรอ าเภอท่าตะเกียบและส านักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เข้าไปสนับสนุนให้เกษตรกร ได้มีเวทีร่วมกันวิเคราะห์ พบว่าไผ่ตงเป็นพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ และได้รับผลกระทบจากช้างไม่มากนัก ต่อมา ประสบปัญหาราคาผลผลิตต่ า ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จึงแนะน าให้มีการรวมกลุ่มเพื่อเกิดการบริหารจัดการ ร่วมกัน โดยจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ในปี 2559 ต่อมาพัฒนาเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ ในปี 2561 และต่อยอดเป็นห้าง หุ้นส่วนจ ากัด ในปี 2564 เพื่อพัฒนาต่อยอดกิจการของกลุ่มด้วยการน าเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ ยกระดับมาตรฐานการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตร แบบครบวงจร วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ผู้ปลูกไผ่ ร่วมใจแก้จน ชุมชนบ้านอ่างเตย ส านักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทราใช้ “โมเดลยกระดับ วิส าหกิจชุมชนสู่ผู้ป ร ะกอบก า รแปล งใหญ่” เพื่อก า รแก้จน อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือเพื่อตอบสนอง ความต้องการพัฒนาของกลุ่ม โดยใช้แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุน วิสาหกิจชุมชนเป็นแนวทางการบริหารจัดการกลุ่ม ใช้นโยบาย ตลาดน าการผลิตเป้าหมาย 5 ด้าน ของแปลงใหญ่เป็นตัวก าหนด เป้าหมายในการท างาน และใช้วงจรการบริหารงานคุณภาพ PDCA เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบคุณภาพของระบบงาน แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 35 1.การปรับสภาพที่ดิน การปรับปรุงบ ารุงดิน ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยสถานีพัฒนาที่ดินฉะเชิงเทรา 2. จัดหาแหล่งน้ าเพื่อการเกษตรในชุมชน (ซ่อมแซมฝายน้ าล้น) 3. ส่งเสริมการผลิตไผ่ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ มาตรฐานเกษตรปลอดภัย (GAP) เกษตรอินทรีย์ 4. ส่งเสริมกระบวนการกลุ่มวิสาหกิจ กลุ่มแปลงใหญ่ การพัฒนาเกษตรกร ไปเป็น Smart Farmer และ Young Smart Farmer 5. ส่งเสริมสนับสนุนการใช้พลังงาน ชีวภาพ 6. ระบบการให้น้ าอัจฉริยะ 7. ส่งเสริมการจัดท าบัญชีต้นทุน อาชีพของกลุ่มและสมาชิก 1. องค์ความรู้ด้านการแปรรูป และสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์เพื่อเพิ่ม ศักยภาพด้านการแปรรูป 2. การจัดท ามาตรฐาน GMP 3. การพัฒนาฉลาก/บรรจุภัณฑ์ 4. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ 1. สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อรถห้องเย็นเพื่อจัดส่งสินค้า 2. การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการตลาด 3. สนับสนุนช่องทางการตลาด 4. ระบบขนส่ง ระบบสนับสนุน การกระจายสินค้า ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 36 มิติด้านการเงิน มิติอื่นๆ • เกษตรกรเกิดอาชีพเสริมในชุมชน • กลุ่มมีการจัดระบบสวัสดิการเพื่อสร้างขวัญก าลังใจ • เกิดการจ้างแรงงานในชุมชน • เกิดผู้สืบทอดอาชีพ สนับสนุนให้มีการเตรียมการเพื่อสืบทอดกิจการในอนาคต • เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ส่งเสริมให้เกษตรกรลดการสูญเสียและเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เป็นจุดเรียนรู้ศึกษาดูงาน เผยแพร่ ขยายผล วิธีการผลิตหน่อไม้ด้านต่าง ๆ การขายกิ่งพันธุ์เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลูก และการซื้อขายผลผลิต เป็นการสร้างเครือข่ายด้านการตลาดกับพ่อค้าในพื้นที่เพื่อกระจายสินค้า ผลการด าเนินงาน แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 37 ที่มาและความส าคัญ ส านักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ใช้ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) มาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ และสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนต าบลหนองค้าขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านดินและปุ๋ยของชุมชน ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต และเป็นเครือข่าย ด้านดินและปุ๋ยของกรมส่งเสริมการเกษตร เน้นให้ชุมชน ใช้ทรัพยากรของชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนเอง โดยมีการ บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ • สถานีพัฒนาที่ดินศรีสะเกษ ได้ถ่ายทอดความรู้และ สนับสนุนปัจจัยการผลิตส าหรับปรับปรุงบ ารุงดิน • วิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ ร่วมให้ความรู้และสนับสนุน ปัจจัยการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ สภาพทั่วไปของต าบลหนองค้า อ าเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ท าการเกษตรประมาณ 18,000 ไร่ เพาะปลูกพืชหลายชนิด เช่น ข้าว หอมแดง พริก ยางพารา ฯลฯ ที่ผ่านมาเกษตรกรขาดความรู้ด้านการปรับปรุง บ ารุงดินและการใช้ปุ๋ยเคมีให้เหมาะสมกับความต้องการของพืช โดยเข้าใจว่าหากใช้ปุ๋ยเคมีมากจะท าให้ได้ผลผลิต เพิ่มมากขึ้น เกษตรกรในชุมชนจึงมีการใช้ปุ๋ยเคมีค่อนข้างสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพืชเพิ่มขึ้น ดินปลูกเสื่อมโทรม ลงในระยะต่อมา เกษตรกรประสบภาวะขาดทุนทุกปีเนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนปุ๋ยที่สูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ เกษตรกรในชุมชนจึงเกิดแนวคิดในการรวมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับ เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาดินเสื่อมโทรมและวิธีการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพให้กับเกษตรกรในชุมชน หนองค้าพารวย ด้วยศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ส านักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษกองส่งเสปุ๋ยแนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 38 • องค์การบริหารส่วนต าบลหนองค้า จัดอบรมโครงการจัดท าปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ สนับสนุนบุคลากร ให้การช่วยเหลือและให้ค าปรึกษาด้านวิชาการต่างๆ • ส านักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ สนับสนุนองค์ความรู้และกระบือ เพื่อจัดตั้งเป็นธนาคารโคกระบือ ให้กับสมาชิกกลุ่มที่มีความประสงค์จะเลี้ยงกระบือ • ส านักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ศรีสะเกษ ให้ความรู้ด้านบัญชีครัวเรือน บัญชีฟาร์ม เพื่อใช้ประกอบ การวางแผนการใช้เงินในผลิตให้มีประสิทธิภาพ • ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ ให้ความรู้การผลิตข้าวคุณภาพและส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ส านักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษยังได้ขับเคลื่อนการด าเนินงาน โดยพัฒนาต่อยอดกิจกรรมของศูนย์จัดการ ดินปุ๋ยชุมชนต าบลหนองค้า ภายใต้โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) เพื่อให้ความรู้ด้านดินและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพให้กับเกษตรกร และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ ด้านดินและปุ๋ยของชุมชน น าไปสู่การลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ยังใช้ในการสนับสนุนการด าเนินงาน ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นโมเดลธุรกิจบริการดิน และปุ๋ยเพื่อชุมชน ให้บริการเก็บตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์ดิน แปรผล และให้ค าแนะน าการจัดการดินและการใช้ปุ๋ย เบื้องต้น ผสมปุ๋ยใช้เองตามค่าวิเคราะห์ดิน พร้อมทั้งจัดหาแม่ปุ๋ยส าหรับบริการให้สมาชิกในราคาที่เหมาะสม
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 39 มิติการด้านเงิน • สามารถสร้างรายได้จากการผลิตและจ าหน่ายปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยสั่งตัดตามค่าวิเคราะห์ดิน • สามารถลดต้นทุนการผลิตพืชในส่วนของปุ๋ยเคมีลงได้ • มีเงินทุนหมุนเวียนในการด าเนินงาน ได้แก่ เงินหุ้น เงินสะสมกลุ่ม เป็นต้น ข้อมูลผลการด าเนินงานด้านการเงิน: เงินปันผลหุ้น/การจ าหน่ายวัตถุดิบ/การจ้างงาน มิติอื่นๆ • สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นความเป็นอยู่ดีขึ้น • เกิดการจ้างงานสมาชิกในชุมชน • มีสวัสดิการของชุมชน เช่น ทุนการศึกษาส าหรับบุตรของสมาชิก เป็นต้น ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนต าบลหนองค้าเป็นโมเดลหลักในการขยายผลการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง ผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนไปสู่เกษตรกรแปลงใหญ่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และเกษตรกรกลุ่มอื่นๆ และเร่งจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนเครือข่าย เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร ทั้งจังหวัด รวม 22 อ าเภอ ผลการด าเนินงาน แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 40 ที่มาและความส าคัญ พื้นที่บริเวณบ้านประดู่ ต าบลห้วยส าราญ อ าเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ า และเป็นพื้นที่การเกษตรที่อาศัยน้ าฝนเป็นหลัก ครัวเรือนกว่า 111 หลังคาเรือน มีอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งรายได้จากการท าเกษตรกรรมไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในครัวเรือน เกษตรกรจึงหา กิจกรรมเสริมเพื่อหารายได้มาใช้จ่ายในครอบครัว กรมส่งเสริมการเกษตร ส านักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ และส านักงานเกษตรอ าเภอกระสัง มีการบูรณาการการด าเนินงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ เกษตรกรเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม ตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ โดยใช้ชุมชน เป็นศูนย์กลางการท างานร่วมกัน มุ่งหวังเพื่อยกระดับชุมชนให้อยู่ดี กินดี มีความสุข พึ่งพาตนเองได้ ส านักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ด าเนินงาน ส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ภ ายใต้รูปแบบโครงการระบบส่งเสริมการเกษตร แบบแปลงใหญ่ ท าหน้าที่ประสานกับหน่วยงานภาคี เครือข่ายเพื่อสนับสนุนการท างาน ดังนี้ • กรมปศุสัตว์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีส่วนร่วมในการให้ความรู้การพัฒนามาตรฐานการผลิต จิ้งหรีดเพื่อการส่งออกและการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ส าหรับฟาร์มจิ้งหรีด เพื่อเตรียมความพร้อมขอการรับรอง มาตรฐาน GAP • กรมการพัฒนาชุมชน มีส่วนร่วมในการอบรม ให้ความรู้ส่งเสริมการแปรรูป และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมการตลาด และการออกร้านจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งในอ าเภอและต่างอ าเภอ ส านักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์กอง ส่งเสริมการอารักขาพืชและ จัดการดินปุ๋ย จิ้งหรีดแปลงใหญ่แก้จนแบบคนบุรีรัมย์ แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 41 • ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ าเภอกระสัง มีการอบรมให้ความรู้การแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า และสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงอาคารโรงเรือน • วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์มีส่วนร่วมในการอบรมให้ความรู้การท าปุ๋ยอัดเม็ด การแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า ประเภทขนมคบเคี้ยว (คุกกี้จิ้งหรีด ข้าวเกรียบ กะหรี่ปั๊บ และขนมเค้ก) • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนต าบลห้วยส าราญ มีส่วนร่วมในการสนับสนุนเงินกู้ ให้กับสมาชิกแปลงใหญ่แบบไม่มีดอกเบี้ย มิติด้านการเงิน มิติอื่นๆ • ด้านการศึกษา กลุ่มเกษตรกรได้รับการพัฒนาและเกิดกระบวนการเรียนรู้หรือองค์ความรู้นอกห้องเรียน โดยจัดพื้นที่สาธารณะในชุมชนหรือของกลุ่มเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ • ด้านสุขภาพ ส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรใช้เวลาว่างหลังฤดูท านาให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ • ด้านความเป็นอยู่ เกษตรกร ชุมชน สามารถผลิตอาหารไว้บริโภคอย่างเพียงพอ และไม่เกิดการอพยพ เคลื่อนย้ายแรงงาน • การตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เป้าหมายที่ 8 เสริมสร้างความเป็นผู้ประกอบการ สร้างงานที่มีคุณค่าสนับสนุนการรวมตัว และการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อยขนาดเล็กและขนาดกลาง รายการ ก่อนด าเนินโครงการ หลังด าเนินโครงการ รายได้จากการท าเกษตรกรรม (เฉลี่ย บาท/ครัวเรือน/ปี) 58,208 131,714 หนี้สิน (เฉลี่ย บาท/ครัวเรือน) 57,271 4,971 รายได้จากการเลี้ยงจิ้งหรีด (เฉลี่ย บาท/ครัวเรือน/ปี) - 57,142 ผลการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 42 เป้าหมายที่ 12 ปรับเปลี่ยนระบบการผลิต การบริโภค เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าและสมดุล ลดการสูญเสียและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมายที่ 15 ฟื้นฟูระบบนิเวศ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นจุดเรียนรู้การเลี้ยงและแปรรูปจิ้งหรีด เพื ่อต ่อยอดผลิตภัณฑ์จิ้งหรีด ได้แก ่ คุกกี้น้ าพริกนรก น้ าพริกตาแดง น้ าพริกเผา น้ าพริกสวรรค์ข้าวเกรียบ ขนมเปี๊ยะ และจัดการเศษวัสดุเหลือใช้จากการ เลี้ยงจิ้งหรีด เช่น ปุ๋ยมูลจิ้งหรีด เป็นต้น แนวทางการขยายผล