ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 43 ที่มาและความส าคัญ เกษตรกรในพื้นที่ต าบลบ้านปรก อ าเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ส่วนใหญ่ประกอบ อาชีพชาวสวนมะพร้าว มีการขายน้ าตาลใสและน าน้ าตาลใสจากมะพร้าวมาแปรรูปเป็นน้ าตาล ปึก หรือน้ าตาลปี๊บ ซึ่งจ าหน่ายในราคาไม่สูงมากนัก ประกอบกับปัจจุบันสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตร ของเกษตรกรมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง และพื้นดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ท าให้ผลผลิตที่ได้ มีปริมาณน้อยและมีคุณภาพต่ า เกษตรกรส่วนใหญ่จึงประสบปัญหาการขาดทุน เกิดหนี้สิน และไม่สามารถ พึ่งพาตนเองได้ ดังนั้นเพื่อขจัดปัญหาความยากจน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว ส านักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ได้บูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความภาคภูมิใจและสร้างอัตลักษณ์ จากมะพร้าว ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่น และต่อยอดกิจกรรมวิถีพื้นบ้านสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีใหม่ กิจกรรม เชิงสร้างสรรค์ one day trip ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจชุมชน และเศรษฐกิจครัวเรือนดีขึ้น คนไกลบ้าน ได้กลับคืนถิ่น เพราะมีการสร้างอาชีพในชุมชน เกิดการไหลเวียนขององค์ความรู้ สามารถพัฒนาต่อยอด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับมะพร้าวสมุทรสงคราม สร้างความสุขให้แก่เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว และพร้อมเติมเต็ม ความสุขให้กับนักท่องเที่ยว “ ท่องเที่ยวเกษตรวิถีใหม่ ขจัดภัยยากจน สู่ชุมชนบ้านปรก ” ส านักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามกองส่งเสิจัดการดินปุ๋ย
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 44 แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 45 มิติด้านการเงิน • รายได้เฉลี่ยของคนในครัวเรือนต่อปีของต าบลบ้านปรก อ าเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ไม่มีข้อมูลตกเกณฑ์จปฐ. • รายได้ของคนในชุมชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการบริหารจัดการกลุ่มร่วมกัน รวมกันผลิต รวมกันขาย ตามการด าเนินงานทั้งในรูปแบบ ศพก. แปลงใหญ่ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เชื่อมโยงการด าเนินงาน ท าให้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 10,800 ลิตร/ไร่/ปีเพิ่มขึ้น เป็น 11,340 ลิตร/ไร่/ปีสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นทั้งจากการจ าหน่ายผลผลิต และขยายผล ต่อยอดการแปรรูปเพื่อเพิ่มคุณภาพ การบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย การบูรณาการด้านการท่องเที่ยว ต้นน้ า: ส านักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามร่วมกับ หน่วยง านภ าคีในพื้นที่ ทั้งภ าค รั ฐและภาคเอกชน มีการถ่ายทอดความรู้การผลิตและแปรรูปสินค้าของมะพร้าว ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการกลุ่มร่วมกัน กลางน้ า:ส่งเสริมให้เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP สร้างเป็นจุดเรียนรู้ ทั้ง ศพก. วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่ มีการส่งเสริม กระบวนการผลิตที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน GAP ปล ายน้ า:ขยายผลเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างทางเลือกในการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ผ่านทาง www. ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com และสนับสนุน ให้จ าหน่ายน้ าตาลมะพร้าวในร้านกาแฟ อีกทั้งยังสร้างเมนู ในร้านกาแฟที่ท าจากน้ าตาลมะพร้าวอีกด้วย ต้นน้ า: ชุมชนบ้านปรกมีบริบทชุมชนดั้งเดิมริมคลอง บางผีหลอกที่เรียบง่าย มีความมั่งคั่ง ด้วยภูมิปัญญา ซ่อนตัว อยู่ใต้ร่มเงาเหล่าต้นมะพร้าวสูงชะลูด ร้อยเรียงเรื่องราววิถีชีวิต ริมน้ าผ่านเรื่องเล่าของชาวสวนมะพร้าว นอกจากนี้ทางกลุ่ม ยังสร้างฐานเรียนรู้ให้นักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร กลางน้ า: สร้างคุณภาพมาตรฐาน (โฮมสเตย์) ใช้จุดเด่นต่าง ๆ ในชุมชนสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ปลายน้ า: สร้างช่องทางการตลาดทั้งการขายผลผลิตในชุมชน ผลิตภัณฑ์แปรรูป เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวในชุมชน และขยาย ช่องทางการจ าหน่ายสินค้าต่อยอดเป็นการขายทางออนไลน์ การบูรณาการ ผลการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 46 • ปัญหาหนี้สินในชุมชนลดน้อยลง เนื่องจากคนในชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ชุมชนสร้างรายได้ จากทรัพยากรในชุมชน ท าให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน • การสร้างรายได้ให้ภาพรวมของจังหวัด เมื่อมีการพัฒนาต่อยอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตร วิถีใหม่ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ร้านขายของ ร้านอาหาร ธุรกิจผู้ประกอบการที่พัก ร้านค้า ริมทาง และปั๊มน้ ามันในพื้นที่ มิติอื่นๆ • คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีการสร้างอาชีพในชุมชน • มีเครือข่ายการท างานที่เพิ่มขึ้น การด าเนินงานเชื่อมโยงกับกลุ่มต่าง ๆ ที่ช่วยผลักดันชุมชนให้ดีขึ้น • มีการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม คงไว้ให้คนรุ่นหลังหรือบุคคลที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ และสัมผัสกับวิถีชีวิตของบ้านริมคลองที่มีเสน่ห์ต่างจากชุมชนอื่น ๆ • บุตรหลานเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง • มีผลิตภัณฑ์ของชุมชนเพิ่มขึ้น โดยพัฒนาและต่อยอดจากทรัพยากรในชุมชนด้วยการแปรรูปเพื่อ เพิ่มมูลค่าสินค้า แนวทางในการน าไปขยายผลในพื้นที่อื่น เน้นการขยายผลภายในจังหวัด เช่น แปลงใหญ่มะพร้าว ต าบลคลองเขิน วิสาหกิจชุมชนบ้านเกื้อกูล และเชื่อมโยงการท างานกันระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ นั่นคือเชื่อมโยงการท างานผ่าน ศพก. แปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มสถาบันเกษตรต่างๆ ขับเคลื่อนร่วมกับคนรุ่นใหม่ คือ เกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) ต่อยอดจากชนิดสินค้าหลักของแต่ละกลุ่ม เกิดเครือข่าย พัฒนาต่อยอดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัด เป็นการกระจายรายได้ไปยังกลุ่มต่างๆ อีกทั้งยังเป็นจุดเรียนรู้ให้ทั้งคนภายในจังหวัด และคนภายนอกจังหวัด เข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อน าไป ประยุกต์ปรับใช้ในการด าเนินงานเพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และมีรายได้ที่มั่นคง สามารถ พึ่งพาตนเองได้ แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 47
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 48
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 49 ประเภท “สัมฤทธิผลประชาชน มีส่วนร่วม” สาขาการบริหารราชการ แบบมีส่วนร่วม
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 50 ที่มาและความส าคัญ ส านักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี ในพื้นที่ต าบลหนองเหียง อ าเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกขนุนเพื่อจ าหน่าย เป็นรายได้หลัก จึงนับว่าขนุนเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่ส าคัญชนิดหนึ่งของจังหวัดชลบุรี โดยขนุนที่ปลูกในพื้นที่ ดังกล่าวจะมีลักษณะเด่นคือ ผลค่อนข้างใหญ่ เปลือกบางสีเขียวมรกตต่างจากที่อื่นที่เป็นสีน้ าตาล เนื้อขนุน มีสีเหลืองทอง กลิ่นหอมไม่แรงจนเกินไป ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีข้อได้เปรียบ ทางภูมิศาสตร์ แต่ในด้านการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทานยังนับเป็นจุดอ่อนทั้งในด้านการผลิตที่พื้นที่ ปลูกขนุนอยู่นอกเขตชลประทานทั้งหมด อีกทั้งเกษตรกรยังขาดการน าองค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ในการบริหารจัดการแปลง ท าให้ต้นทุนการผลิตสูง และยังไม่ได้การรับรองมาตรฐาน GAP ส่วนด้านการแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เกษตรกรส่วนใหญ่มักจ าหน่ายเป็นขนุนผลสด ยังไม่มีการแปรรูปแต่อย่างใด และในด้านการตลาดยังเป็นไปในลักษณะต่างคนต่างขาย ท าให้เกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนสูงขึ้น ในขณะที่ รายได้ลดลงจากราคาผลผลิตที่ตกต่ าในบางฤดูกาล ส านักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี จึงใช้กลไกระบบส่งเสริม การเกษตรแบบแปลงใหญ่เข้ามาขับเคลื่อนกลุ่ม และอาศัยกลไกความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการจัดการด้านการตลาด โดยมีเป้าหมายไปสู่การพัฒนาในรูปแบบของระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ยกระดับสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ขนุนต าบลหนองเหียง อ าเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 51 ส านักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี ได้น านโยบายของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ นโยบายกรมส่งเสริม การเกษตรมาสู่การปฏิบัติ โดยพัฒนาแปลงใหญ่ขนุนต าบลหนองเหียง อ าเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ด้วยการให้ความส าคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการ โดยใช้หลักการด าเนินงาน ส่งเสริมการเกษตร การวิเคราะห์“คน-พื้นที่-สินค้า” เข้าด้วยกัน และบูรณาการการท างานโดยยึดหลัก การมีส่วนร่วมของเกษตรกร ชุมชน และหน่วยงานภาคีต่างๆ โดยกระตุ้นให้เกษตรกรสามารถคิด วิเคราะห์ และร่วมวางแผนในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตนเอง และมีเกษตรกรเครือข่ายเป็นผู้ประสานการถ่ายทอด ความรู้และแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในเบื้องต้น ทั้งนี้ ได้น ากลไกของ “วิสาหกิจชุมชน” มาด าเนินการ ขับเคลื่อนให้เกิดการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ ขนุนต าบลหนองเหียง” การบูรณาการการท างานกับหน่วยงานต่างๆ ด้านการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการจ าหน่าย • กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ส านักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตเพิ่มมูลค่า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการตลาด • ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 จังหวัดชลบุรี ส่งเสริมการแปรรูป ผลผลิตเพิ่มมูลค่า • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ตะวันออก ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตเพิ่มมูลค่า •แปซิฟิคปาร์ค ศรีราชา สนับสนุนช่องทางการตลาด และเปิดพื้นที่จ าหน่ายสินค้า ในงานมหกรรม ด้านการพัฒนาการผลิต • กรมส่งเสริมการเกษตร โดย ส านักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี และส านักงานเกษตรอ าเภอพนัสนิคม ขับเคลื่อนการด าเนินงาน และประสานงานหน่วยงานภาคี • กรมวิชาการเกษตร สนับสนุนการตรวจรับรองมาตรฐาน GAP • สถานีพัฒนาที่ดินชลบุรีสนับสนุนองค์ความรู้การปรับปรุง บ ารุงดินและการตรวจวิเคราะห์ดิน ด้านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ • กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ ส านักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี พัฒนากระบวนการสร้างไม้ผลอัตลักษณ์ โดยจัดท าค าขอขึ้นทะเบียน GI • ส านักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี ส่งเสริมการขอขึ้นทะเบียน GI ด้านการพัฒนาแหล่งน้ า • กรมทรัพยากรน้ าบาดาล สนับสนุนด้านการพัฒนาแหล่งน้ า และระบบจ่ายน้ าในแปลงไม้ผล แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 52 • เกิดการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมแปลงใหญ่ จ านวน 1 กลุ่ม มีสมาชิกจากเดิม 49 ราย พื้นที่ 439 ไร่ ขยายผลเป็นสมาชิก 74 ราย พื้นที่ 749 ไร่ ในปี2565 • เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ปี2561 รายได้32,805,400 บาท ปี 2562 รายได้65,856,000 บาท ปี2563 รายได้75,852,000 บาท • การลดต้นทุนการผลิตจาก 9,840 บาทต่อไร่ ลดเหลือ 7,872 บาทต่อไร่ (ร้อยละ 20) โดยท ากิจกรรม การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เพื่อลดอัตราการใช้ปุ๋ยเคมี และการใช้สารชีวภัณฑ์และวิธีการในการก าจัด โรคแมลงศัตรูพืช • สามารถเพิ่มผลผลิตจาก 3,800 ก.ก.ต่อไร่ เพิ่มเป็น 4,200 กิโลกรัมต่อไร่ (ร้อยละ 20) โดยด าเนินการ ปรับปรุงบ ารุงดิน การบริหารจัดการน้ า และการจัดการศัตรูพืช • เกษตรกรสมาชิกได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ครบทุกราย • มีสินค้าแปรรูป 5 ผลิตภัณฑ์ได้แก่ ขนุนแกะ ขนุนเชื่อม ขนุนอบแห้ง ขนุนทอด ขนุนลอยแก้ว และแยมขนุน • มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ และทางออนไลน์ จังหวัดชลบุรีมีกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ที่มีการรวมกลุ่มในลักษณะเดียวกับวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ ขนุนหนองเหียง แต่บางกลุ่มยังไม่เข้มแข็งมากนัก จึงสามารถน ารูปแบบการส่งเสริมของวิสาหกิจชุมชน ขนุนหนองเหียงเป็นต้นแบบในการส่งเสริมในพื้นที่อื่นๆ เช่น แปลงใหญ่ทุเรียนบ่อทอง แปลงใหญ่ฝรั่ง หนองข้างคอก เป็นต้น ผลการด าเนินงาน แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 53 ที่มาและความส าคัญ บ้านตาติด หมู่ 3 ต าบลโนนผึ้ง อ าเภอวารินช าราบ เป็นหมู่บ้านที่ปลูกไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุด ของจังหวัดอุบลราชธานี เดิมหมู่บ้านแห่งนี้มีอาชีพท านาเป็นหลัก โดยเฉพาะนาปรังในช่วงฤดูแล้ง เมื่อประสบ ปัญหาภัยแล้งซ้ าซาก เกษตรกรจึงทดลองปรับเปลี่ยนมาปลูกไม้ดอกไม้ประดับ พืชใช้น้ าน้อย ซึ่งได้รับ ผลตอบแทนที่ดีกว่าการท านาหลายเท่า จึงเริ่มเปลี่ยนมาเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับเกือบทั้งหมู่บ้าน โดยนิยม ปลูกดอกเบญจมาศมากที่สุด ในปี 2561 ส านักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ได้ประชาสัมพันธ์การด าเนิน โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่รับทราบ ส านักงานเกษตรอ าเภอ วารินช าราบจึงได้แนะน าให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกบ้านตาติดด าเนินการในรูปแบบกลุ่มแปลงใหญ่ และได้ด าเนินการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนประเภทนิติบุคคล ใช้ชื่อ “บริษัท แปลงใหญ่เบญจมาศ บ้านตาติด จ ากัด” ส านักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานีกองส่งเสดินปุ๋ย โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ไม้ดอกบ้านตาติด หมู่ 3 ต าบลโนนผึ้ง อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี ส านักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี มีการ ขับเคลื่อนการด าเนินงานโครงการระบบส่งเสริม เกษต รแบบ แป ลงใหญ่ โดยให้กลุ่มแปลงใหญ่ มีส่วนร่วมวางแผนร่วมกับอ าเภอ โดยการจัดเวทีชุมชน เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ในด้านการผลิต การตลาด ปัญหาอุปสรรคในการผลิต และก าหนดบทเรียนส าหรับ การถ่ายทอดความรู้โดยเน้นเป้าหมายแปลงใหญ่ 5 ด้าน และใช้ระบบส่งเสริมการเกษตร T&V System ในการขับเคลื่อนและติดตามการด าเนินงาน แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 54
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 55 การบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง • สนับสนุนการบริหารจัดการแปลง พัฒนาเกษตรกรเป็น Smart Farmer พัฒนาวิสาหกิจชุมชน จัดเวทีชุมชน ประสานหน่วยงานภาคี และสนับสนุนการใช้สารชีวภัณฑ์ ส านักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และส านักงานเกษตรอ าเภอวารินช าราบ • สนับสนุนโดโลไมท์ สารบ ารุงดิน สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี • ให้ความรู้เรื่องการตลาด ส านักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี • ให้การสนับสนุนเงินทุนและสนับสนุนให้กลุ่มเป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร (ธกส.) และ องค์การบริหาร ส่วนต าบลโนนผึ้ง • พัฒนาและทดสอบพันธุ์ไม้ดอกนอกฤดูที่ตรงตามความ ต้องการของตลาด และสร้างให้เป็นจุดเรียนรู้และแหล่ง ผลิตต้นพันธุ์ดี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) • ให้ความรู้เรื่องการตลาดและการบริหารจัดการกลุ่ม การจัดตั้งกลุ่ม ส านักงานสหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานี • ส่งเสริมการพัฒนาแปลงใหญ่อย่างยั่งยืนในประเทศไทย (DLG) โครงการความร่วมมือระหว่างเยอรมัน-ไทย • ให้ค าแนะน าการติดตั้งระบบโรงเรือนอัจฉริยะ เพื่อควบคุมการให้น้ า การเปิดปิดไฟภายในโรงเรือน คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี • สนับสนุนงบประมาณในการด าเนินโครงการเบญจมาศ บ้านตาติดสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ส านักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 56 สมาชิกกลุ่มมีการลดต้นทุนการผลิตได้ 9,500 บาทต่อไร่ และมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 106,667 บาทต่อไร่ หรือเฉลี่ยต่อครัวเรือน 346,666 บาทต่อปีนอกจากนี้เกษตรกรและประชาชนในชุมชนมีอาชีพและรายได้เสริม ต่อเนื่องจากกิจกรรมของกลุ่ม จนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของพื้นที่ และมีการจัดงานเทศกาล เป็นประจ าทุกปี คือ “งานดอกเบญจมาศบาน เทศกาลแห่งรัก” อีกทั้งมีการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น มีการน าดอกเบญจมาศมาแปรรูปด้วยการใช้ซิลิก้าทรายดูดความชื้นและบรรจุลงในโหลแก้ว เป็นต้น จัดท าเอกสารถอดบทเรียนจากผลการด าเนินการของกลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกบ้านตาติด เพื่อเผยแพร่ ให้กลุ่มแปลงใหญ่อื่นๆ รวมทั้งผู้ที่สนใจ น าไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง ผลการด าเนินงาน แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 57 ที่มาและความส าคัญ มะพร้าวน้ าหอมเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่ส าคัญชนิดหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีผู้บริโภค ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากมะพร้าวน้ าหอมมีรสชาติอร่อย และมีเอกลักษณ์ ในเรื่องของความหอม อย่างไรก็ตาม กลับพบปัญหาปริมาณผลผลิตมะพร้าวน้ าหอมไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของตลาด ซึ่งมีหลายปัจจัย เช่น มะพร้าวมีผลติดน้อย เนื่องจากมีการหลุดร่วงของผล การเกิดลักษณะของผล ที่ผิดปกติ อีกทั้งการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าวที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตมะพร้าวน้ าหอมอีกด้วย ในปี พ.ศ. 2557 พื้นที่จังหวัดสมุทรสาครพบการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าวชนิดใหม่ ได้แก่ หนอนหัวด ามะพร้าวซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชต่างถิ่นชนิดใหม่ที่เข้ามาระบาดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จากปัญหา การระบาดของหนอนหัวด ามะพร้าวที่ยากต่อการป้องกัน จึงเกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกร โดยมีส านักงาน เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ส านักงานเกษตรอ าเภอบ้านแพ้ว ผู้น าชุมชนร่วมกันบูรณาการกับหน่วยงาน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ท าให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจ และประสบ ความส าเร็จในการป้องกันก าจัดหนอนหัวด ามะพร้าวด้วยวิธีผสมผสาน (Integrated Pest Management : IPM) และเกิดศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต าบลโรงเข้อ าเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีความพร้อมในการ ให้ความรู้แก่ เกษตรกร บุคคลที่สนใจ และหน่วยงานต่างๆ ส านักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร กองส่งเสริมการอารักขาพืช และจัดการดินปุ๋ย การควบคุมหนอนหัวด ามะพร้าวแบบมีส่วนร่วมต าบลโรงเข้ อ าเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 58 ส านักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร และส านักงานเกษตรอ าเภอบ้านแพ้ว ลงพื้นที่ประสานผู้น าชุมชน พร้อมนัดหมายเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว เพื่อให้ความรู้และวิธีการป้องกันก าจัดหนอนหัวด ามะพร้าว และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ • ส านักวิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดราชบุรี • ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตก าแพงแสน • ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสุพรรณบุรี • กรมส่งเสริมการเกษตร หลังจากเกษตรกรได้รับความรู้และวิธีการป้องกันก าจัดหนอนหัวด ามะพร้าวแล้ว จึงรวมกลุ่มกัน เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและควบคุมพื้นที่การระบาดของหนอนหัวด ามะพร้าว โดยน าความรู้และการฝึกปฏิบัติ ที่ได้จากหน่วยที่เกี่ยวข้องมาใช้ในแปลงของตนเอง และร่วมกันผลิตขยายแตนเบียนบราคอนก าจัด หนอนหัวด ามะพร้าว จนเกิดศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต าบลโรงเข้อ าเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร สามารถ ผลิตขยายแตนเบียนบราคอนในการก าจัดหนอนหัวด ามะพร้าว ตั้งแต่ ปี2558 จนถึงปัจจุบัน แนวทางการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 59 • ขยายผลจากการด าเนินกิจกรรมของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เป็นแปลงใหญ่มะพร้าวน้ าหอม ต าบลโรงเข้ • ส่งเสริมให้เกษตรกรขอรับรองมาตรฐาน GAP และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(Geographical Indications หรือ GI) • ความร่วมมือกันของเกษตรกรและหน่วยงานทุกภาคส่วนในการควบคุมการระบาดของหนอนหัวด า มะพร้าวก่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีผู้น าชุมชนเป็นผู้ปรับเปลี่ยนทัศนคติ และพฤติกรรมเชิงบวก ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเกิดการขับเคลื่อนการด าเนินงานแก้ไข ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ • พื้นที่การระบาดของหนอนหัวด ามะพร้าวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี พ.ศ. 2564 พื้นที่การระบาด ของหนอนหัวด ามะพร้าวมีจ านวนลดลงคิดเป็นร้อยละ 99.43 • ปริมาณการผลิตแตนเบียนบราคอนเพิ่มขึ้นเป็น 7,121,000 ตัว หลังจากการปล่อยแตนเบียนบราคอนต่อเนื่อง เป็นระยะเวลาประมาณ 7 เดือน พบว่าต้นมะพร้าวน้ าหอมมีลักษณะของต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง • เกษตรกรของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต าบลโรงเข้ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จ านวน 30 ราย ก่อนการด าเนินการ หลังการด าเนินการ ผลการด าเนินงาน แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 60 ที่มาและความส าคัญ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดเชียงใหม่ ความเสียหายจากการระบาดศัตรูพืช เกิดผลกระทบต่อกระบวนการผลิตภาคเกษตรและรายได้ ของเกษตรกรเป็นอย่างมาก จากปัญหาการระบาดอย่างรุนแรงของเพลี้ยกระโดดสีน้ าตาลในนาข้าว เมื่อปี พ.ศ. 2556 ท าให้เกษตรกรเกิดความเดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อการบริโภค และจ าหน่ายได้เช่นเดิม อีกทั้งต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขการระบาด ของศัตรูพืชในพื้นที่ของตนเอง ดังนั้น เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร ด้านอารักขาพืชจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมการจัดการศัตรูพืชให้แก่เกษตรกร ร่วมกับเทศบาล ต าบลแม่ตืน และส านักงานเกษตรอ าเภอลี้ จังหวัดล าพูน ด าเนินการจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต าบลแม่ตืน (ศจช.) เพื่อเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนงานอารักขาพืชในพื้นที่ โดยให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งในการจัดการศัตรูพืชในพื้นที่ การแก้ไขปัญหา ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต้นแบบการแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่ยั่งยืน ต าบลแม่ตืน อ าเภอลี้ จังหวัดล าพูน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 61 • ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดเชียงใหม่ ใช้กระบวนการส่งเสริมการเกษตร เชิงพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรเกิดการมีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยด าเนินการผ่านศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ระดับต าบล ที่ให้เกษตรกรเป็นผู้วิเคราะห์ปัญหาศัตรูพืช ค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน และวิเคราะห์ต้นทุนของชุมชน • ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาศัตรูพืชระบาดโดยการจัดท าแปลงพยากรณ์การระบาดของศัตรูพืช โดยสมาชิก ด าเนินการส ารวจ ติดตามแปลงสถานการณ์ซึ่งเป็นแปลงตัวแทนการปลูกพืชของทั้งต าบล ตามกระบวนการ โรงเรียนเกษตรกร เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง เกษตรกรสามารถวิเคราะห์และประเมิน ความเสี่ยงจากการท าลายศัตรูพืช และด าเนินการหาแนวทางการป้องกันก าจัดโดยเริ่มจากการใช้วิธีการ จัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน หรือใช้ชีววิธีส าหรับการผลิตพืชปลอดภัยหรือพืชอินทรีย์ • มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) ด้านบุคลากรและงบประมาณ : เทศบาลต าบลแม่ตืน สนับสนุนบุคลากรผู้ประสานงาน สนับสนุน โครงการและงบประมาณเพื่อขับเคลื่อน ศจช. ร่วมกับส านักงานเกษตรจังหวัดล าพูนและส านักงาน เกษตรอ าเภอลี้ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่การเกษตรและให้บริการงานส่งเสริมการเกษตรในระดับพื้นที่ 2) ด้านวิชาการ : ได้รับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับส านักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3) ด้านนโยบาย : การขับเคลื่อน ศจช. ภายใต้การด าเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) ใช้กระบวนการท างานร่วมกับกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย ส านักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่และศูนย์สหวิชาการในพื้นที่ • การรวมกลุ่มของสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต าบลแม่ตืน อ าเภอลี้ จังหวัดล าพูน หลังการด าเนินกิจกรรม ด้านอารักขาพืชอย่างต่อเนื่อง ท าให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งในการร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา • การร่วมแรงร่วมใจกับหน่วยงานภาครัฐในกิจกรรมด้านการอารักขาพืช จนกระทั่งสามารถลดปัญหา การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ าตาล ท าให้ความเสียหายลดลงถึง 1,742 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 97.4 • การส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์ร่วมกับการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน เน้นการป้องกันและลดความเสี่ยง ของการแพร่ระบาด ท าให้เกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้น มีรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 20 และลดต้นทุนในส่วนของค่าสารเคมีก าจัดศัตรูพืชได้ถึงร้อยละ 30 จากต้นทุนเฉลี่ย 1,200 บาทต่อไร่ แนวทางการด าเนินงาน ผลการด าเนินงาน
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 62 • เกษตรกรสามารถปรับปรุงพื้นที่การเกษตร โดยยกระดับการผลิตพืชสู่มาตรฐาน GAP ซึ่งผลจากการตรวจ ติดตาม ในปี พ.ศ. 2564 ทั้งหมด 14 ครั้ง พบว่า มีจ านวนของผู้มีความเสี่ยงสูงและไม่ปลอดภัยลดลง เหลือเพียงร้อยละ 19.27 จากเดิมเกือบร้อยละ 70 • เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายน าร่องและประชาชนทั้งชุมชนได้รับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพา ตนเองและมีกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง เป็นต้นทางการผลิตที่มีคุณภาพด้วยการใช้นวัตกรรมสารชีวภัณฑ์ ผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มุ่งเน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบสนองต่อโมเดลเศรษฐกิจ BCG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs • สร้างความเข้มแข็งของกลุ่มให้เป็นต้นแบบ Smart Group มีการวางแผนและน าเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิด ความคุ้มค่า ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น เพื่อขยายผลสู่เครือข่ายเกษตรที่สนใจการผลิต พืชปลอดภัยหรือพืชอินทรีย์ • พัฒนาศักยภาพให้สมาชิกสามารถเป็นเกษตรกรต้นแบบการผลิตและใช้สารชีวภัณฑ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการ ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ • ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดเชียงใหม่จะน าแนวทางการด าเนินงาน ของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต าบลแม่ตืน อ าเภอลี้ จังหวัดล าพูน มาใช้เป็นต้นแบบการด าเนินงาน ของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนน าร่อง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน แนวทางการขยายผล
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 63
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 64
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 65 ภาคผนวก
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 66 ประมวลภาพบรรยากาศงานรับรางวัลเลิศรัฐ ของกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2565
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 67
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 68
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 69
ต้นแบบการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร Best Practices ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปี พ.ศ. 2565 70
จัจัจัดจัทำทำทำทำโดย กลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ พัพัพัพัฒนาระบบบริริริหริาร