ประเทศเมียนมามีความสมั พันธก์ ับประเทศไทยอยา่ งไรบ้าง
(ตัวอย่างคำตอบ มีความสมั พนั ธ์อนั ดใี นฐานะประเทศเพือ่ นบ้าน และทวิภาคีระหว่างประเทศ
เชน่ ดา้ นเศรษฐกิจ)
2. นักเรยี นรว่ มกนั ยกตวั อย่างความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศเมียนมาและประเทศไทย แล้วสรุปเป็น
ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ประเทศเมียนมา จากหนังสือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ
เพิ่มเตมิ
ขน้ั สอน (35 นาที)
3. นกั เรยี นวิเคราะหส์ ภาพเศรษฐกิจของประเทศเมียนมาว่ามีลักษณะอยา่ งไร แล้วสรุปเป็นความคิดรวบ
ยอด โดยใช้แผนภาพความคิด
4. นกั เรยี นวิเคราะหล์ ักษณะสังคมของประเทศเมียนมา แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพ
ความคิด
5. นักเรยี นวิเคราะหล์ กั ษณะการเมืองการปกครองของประเทศเมียนมา แล้วสรุปเป็นความคิด
รวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดังตัวอยา่ ง
ปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ
ลักษณะการเมอื งการปกครอง มีประธานาธบิ ดเี ป็นประมุขแหง่ รฐั
ของประเทศเมยี นมา
เมืองหลวงทีเ่ ป็นศนู ยก์ ลางการปกครอง
6. นกั เรยี นคิดประเมินเพือ่ เพิม่ คณุ ค่า โดยใช้คำถคาือม เดนงั ปนยี้ ดี อ
สภาพเศรษฐกิจ สงั คม การเมืองการปกครอง สง่ เสริมให้เกิดเอกลกั ษณ์แก่เมียนมาอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ ทำให้ประเทศเมียนมามีการพัฒนาตนเอง และมีการเปิดประเทศให้มี
ความเปน็ สากลเพือ่ การพัฒนาความเจริญภายใน อีกทง้ั การเป็นสังคมเกษตรกรรมทำให้มีวฒั นธรรม ประเพณที ี่
มีอิทธิพลต่อวิถีการดำเนินชีวิต)
7. นักเรยี นแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เพื่อสบื ค้นเกีย่ วกบั สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
การปกครองของประเทศเมียนมาในอดตี และปัจจุบนั วา่ มีลักษณะอยา่ งไร แล้วสรปุ ความรู้ลงในตาราง
ดงั ตวั อย่าง
ประเทศเมียนมา อดีต ปัจจุบัน
เศรษฐกิจ
(เมียนมาเคยมรี ะบบตลาดเสรี (รัฐบาลเมียนมาดำเนินนโยบาย
สังคม ในยุคอาณานิคม และ ระบบเศรษฐกิจเสรี โดย
เปลย่ี นเปน็ แบบ ผสมผสาน ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการ
ต่อมามุ่งเน้นพฒั นาการเกษตร ผลติ และการจดั การ)
และอตุ สาหกรรม ภายใต้การ
ควบคมุ ของรฐั
(ดำเนินชีวิตตามแนวทาง (มีสภาพสังคมแบบสากล และ
จริยธรรมการนบั ถือศาสนา และ รับวฒั นธรรมจากตา่ งประเทศ
ให้ความสำคญั กบั ระบบอาวุโส) มาผสมผสาน)
การเมืองการปกครอง (ปกครองโดยรัฐบาลทหาร (ปกครองแบบสาธารณรัฐ)
เป็นระบอบเผดจ็ การ)
8. นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรบั ปรุงแก้ไขให้ดีข้นึ
9. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ ส่งิ ที่เข้าใจเปน็ ความรู้ร่วมกัน ดงั นี้
ประชากรสว่ นใหญข่ องประเทศเมียนมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีความหลากหลายทาง
เชอื้ ชาตแิ ละประชากร ประเทศเมียนมาปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรฐั โดยมีประธานาธบิ ดเี ปน็
ประมุขแห่งรัฐ
10. นักเรยี นออกมานำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
11. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกีย่ วกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ที่มีแบบแผน
ข้ันสรุป (10 นาที)
12. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม
ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• ส่งิ ทีน่ ักเรยี นไดเ้ รียนรู้ในวันนคี้ ืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนักเรยี นในกลุ่มมีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรียนในวนั นหี้ รือไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนำความรู้ที่ได้นไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป
ได้อย่างไร
จากน้ันแลกเปล่ยี นตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทกุ ข้ันตอนวา่ จะเพิม่ คณุ ค่าไปส่สู ังคม
เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากขึน้ กว่าเดมิ ในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครงั้ ตอ่ ไป
สื่อการเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน ประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
2. แหลง่ การเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
เร่อื งที่ 12 พฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์ของประเทศเมียนมา (ช่วั โมงที่ 12)
ขนั้ นำ (15 นาที)
1. นักเรยี นสงั เกตภาพพระบรมราชานสุ าวรีย์ทีก่ ำหนดให้ แล้วร่วมกันสนทนาโดยใช้คำถาม ดงั นี้
ภาพดังกล่าวคือภาพอะไร
(พระบรมราชานุสาวรีย์ พระเจ้าอนริ ุทธ์หรือพระเจ้าอโนรธา)
มีความสำคัญอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ เป็นกษตั ริยผ์ ู้สร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับอาณาจกั ร และทำนบุ ำรงุ
พระพุทธศาสนา)
2. นกั เรยี นสงั เกตภาพอาณาจกั รโบราณที่กำหนด แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยใช้คำถาม ดังนี้
ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2
ภาพที่ 1 คือภาพอะไร
(อาณาจักรศรีเกษตร)
ภาพที่ 2 คือภาพอะไร
(อาณาจกั รพุกาม)
ภาพทีก่ ำหนดมคี วามสัมพันธก์ ับประเทศเมียนมาอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจกั รโบราณ ซึง่ ถือเปน็ ประวัติศาสตรข์ องเมียนมา
เพราะเคยเปน็ ศูนยก์ ลางความเจริญในอดตี )
3. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกีย่ วกับเรือ่ ง พัฒนาการทางประวัตศิ าสตรข์ องประเทศเมียนมา
จากหนังสือเรียนและแหลง่ การเรียนรู้อืน่ ๆ เพิม่ เตมิ
ขน้ั สอน (35 นาที)
4. นกั เรยี นวิเคราะห์บทบาทของกษตั ริยอ์ งค์สำคัญของประเทศเมียนมาที่สนใจ แล้วสรปุ เป็นความคิด
รวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดังตวั อย่าง
พระเจ้าอโนรธา บทบาทของกษตั รยิ ์
(พ.ศ. 1587-1620) สร้างความเปน็ ปึกแผน่ ให้กบั อาณาจักร
พกุ าม
พระเจ้าบุเรงนอง และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
(พ.ศ. 2094-2124)
บทบาทของกษตั รยิ ์
ขยายอำนาจและอาณาจกั รได้กว้างขวางที่สดุ
มีพระปรีชาสามารถในการทำศึกและการ
ปกครอง
พระเจ้าอลองพญา บทบาทของกษัตรยิ ์
(พ.ศ. 2295-2303) รวบรวมอาณาจกั รทีแ่ ตกแยกให้เปน็ ปึกแผ่นอกี
ครง้ั และตั้งราชวงศ์คอนบองปกครองเมียนมา
5. นักเรยี นเรียงลำดับพฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์เมืองหลวงของประเทศเมียนมา แล้วสรุปเปน็
ความคิดรวบยอด ดงั ตัวอยา่ ง
6. นักเรยี นร่วมกันวิเคราะหส์ าเหตุการตกเป็นอาณานิคมขององั กฤษ และบอกผลดี-ผลเสยี ทีเ่ กิดขนึ้ กบั
ประเทศเมียนมา แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
สาเหตกุ ารตกเปน็ อาณานคิ มของ ผลดี
การศึกษาของคนในประเทศไดร้ บั
ความขัดแย้งทางอกงั ากรฤคษ้า นำไปสู่การทำ การพฒั นา การค้าระหว่างประเทศ
สงครามระหว่างกัน และเมียนมาเปน็ มีความเจริญขนึ้
ฝ่ายพา่ ยแพ้
ผลเสีย
เกิดปัญหาความขัดแยง้ ระหวา่ ง
เชอื้ ชาติ วฒั นธรรมของชาติ
ตะวนั ตกไดเ้ ข้ามาเผยแพร่ในสังคม
เมียนมา
7. นักเรยี นคิดประเมินเพือ่ เพิม่ คุณคา่ โดยใช้คำถาม ดงั นี้
การศึกษาพฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ของประเทศเมียนมามีประโยชน์อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ ชว่ ยให้เกิดความเข้าใจอนั ดรี ะหว่างกัน และมีความเหน็ อกเหน็ ใจกันในฐานะ
ประเทศเพือ่ นบ้าน)
8. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ เพือ่ สรปุ พัฒนาการทางประวตั ศิ าสตรข์ องประเทศเมียนมา แล้วสรปุ เป็น
ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดงั ตวั อย่าง
(พ.ศ. 1587-1620 พระเจา้ อนริ ุทธส์ รา้ งความเป็นปึกแผน่ ใหก้ บั อาณาจกั รและ
ทานุบารุงพระพุทธศาสนา ภายหลงั รชั กาลพระเจา้ อนริ ุทธอ์ าณาจกั รพกุ าม
เกดิ การแตกแยก ดนิ แดนบางสว่ นถูกปกครองโดยชาวไทใหญ่ ชาวมอญ)
(พ.ศ. 2094-2124 พระเจา้ บเุ รงนองรวบรวมอาณาจกั รและขยายอทิ ธพิ ลเหนอื
อาณาจกั รใกลเ้ คยี ง เช่น อยธุ ยา ลา้ นนา หลวงพระบาง)
(พ.ศ. 2295-2303 พระเจา้ อลองพญาแห่งราชวงศ์คอนบองทาสงคราม
ปราบปรามชนกลุ่มนอ้ ย มกี ารตดิ ตอ่ คา้ ขายกบั องั กฤษ และเกดิ ความขดั แยง้
จนเกดิ เป็นสงคราม ทาใหเ้ มยี นมาเป็นฝ่ายพ่ายแพ)้
(พ.ศ. 2429 เมยี นมาถูกองั กฤษปกครองในฐานะมณฑลหนึง่ ของอนิ เดยี และ
ทาใหป้ ระเทศเกดิ การพฒั นาใหม้ คี วามทนั สมยั แตก่ ส็ รา้ งความไม่พอใจใหก้ บั
ปัญญาชนชาวเมยี นมา จงึ มกี ารจดั ตงั้ กลุ่มชาตนิ ิยมขน้ึ )
(พ.ศ. 2491 เมยี นมาไดร้ บั เอกราชจากองั กฤษ แต่การเมอื งภายในขาด
เสถยี รภาพ ทาใหท้ หารทาการรฐั ประหาร ปกครองดว้ ยระบอบเผดจ็ การ
ภายใตก้ ารนาของ
9. นกั เรยี นตรวจสอบความถกกูลมุ่ต้สอลงเอ๊ รคียบ(SรLอ้ OยขRอCง)ผปลัจงจาุบนนั หเมากยี พนมบาขม้อกีผาิดรพปลกาคดรใอหง้ปรระบับอปบรงุสแากธา้ไขรใณหร้ดฐั ีข)้นึ
10. นักเรยี นรว่ มกันสรุปส่งิ ทีเ่ ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดงั นี้
ดนิ แดนของประเทศเมียนมาในปจั จบุ นั เคยเปน็ ที่ต้ังของอาณาจักรศรีเกษตร และอาณาจกั รพกุ าม
ซึ่งมกี ษตั ริย์ทีย่ งิ่ ใหญ่ คือ พระเจ้าอนริ ทุ ธห์ รือพระเจ้าอโนรธา ปจั จบุ ันเมียนมาเปน็ สมาชกิ สมาคมอาเซียน
และร่วมมือกบั นานาประเทศในการพัฒนาความมนั่ คงในภูมิภาค
11. นกั เรยี นออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
12. นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกบั วิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน
ที่มีแบบแผน
ขั้นสรปุ (10 นาที)
13. นกั เรยี นนำความรู้เกีย่ วกับประเทศเมียนมาไปจดั เป็นป้ายนิเทศ แล้วจัดเป็นนิทรรศการความรู้
ในบรเิ วณตา่ ง ๆ ของโรงเรียนและชุมชน เพือ่ เผยแพร่ความรแู้ ละสร้างความเข้าใจเกีย่ วกบั ประเทศเมียนมาให้แก่
ผู้อืน่
14. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลังการเรียนและหลงั การทำกิจกรรม
ในประเด็นต่อไปนี้
• สง่ิ ที่นกั เรยี นไดเ้ รียนรู้ในวันนคี้ ืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพือ่ นนกั เรยี นในกลุ่มมีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวันนหี้ รือไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนำความรู้ที่ได้นไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทั่วไป
ได้อยา่ งไร
จากนั้นแลกเปล่ยี นตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทกุ ขั้นตอนว่าจะเพิ่มคณุ คา่ ไปสสู่ งั คม
เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากขึน้ กว่าเดมิ ในข้ันตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครง้ั ตอ่ ไป
สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
2. ภาพพระบรมราชานสุ าวรีย์ พระเจ้าอนริ ุทธ์
3. ภาพแผนที่อาณาจักรพุกาม
4. ภาพแผนทีอ่ าณาจักรศรีเกษตร
5. แหลง่ การเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
เรอ่ื งที่ 13 ตำแหน่งทีต่ ัง้ สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว
ข้ันนำ (15 นาที)
1. นักเรยี นสังเกตแผนที่แสดงอาณาเขตของประเทศลาว แล้วรว่ มกันสนทนาโดยใช้คำถาม ดังนี้
ประเทศลาวมีอาณาเขตติดต่อกบั ประเทศใดบ้าง
(จีน เมียนมา เวียดนาม กัมพชู า และไทย)
ประเทศลาวมีอาณาเขตติดต่อกบั บริเวณใดของประเทศไทย
(ทิศตะวันตกติดกบั ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย)
ประเทศลาวมีเส้นทางออกสทู่ ะเลหรอื ไม่
(ไมม่ ี)
2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกีย่ วกับเรื่อง ตำแหน่งทีต่ ั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตย-
ประชาชนลาว จากหนงั สือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มเตมิ
ขน้ั สอน (35 นาที)
3. นกั เรยี นวิเคราะห์อาณาเขตของประเทศลาว แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด
4. นกั เรยี นวิเคราะห์ลักษณะสำคญั ของประเทศลาว แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพ
ความคิด
5. นักเรยี นคิดประเมินเพือ่ เพิ่มคณุ ค่า โดยใช้คำถาม ดงั นี้
ตำแหนง่ ที่ต้ังของประเทศลาวมีความสำคัญอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ มีอาณาเขตติดต่อกับเพือ่ นบ้านทกุ ดา้ น ทำให้มกี ารค้าชายแดนที่
เจริญก้าวหน้า)
6. นักเรยี นแบ่งกลุม่ เพื่อร่วมกนั วิเคราะห์ลักษณะทางภมู ิศาสตรข์ องประเทศลาววา่ กอ่ ให้เกิดผลต่อ
เศรษฐกิจและสงั คมอยา่ งไร แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดังตวั อย่าง
เศรษฐกิจ
(มกี ารพฒั นาการคา้ ชายแดน)
ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ
ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์
ของประเทศลาว
สงั คม
(เกดิ การผสมผสานทางเชอ้ื ชาติ
บรเิ วณพน้ื ทช่ี ายแดน)
7. นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรับปรงุ แก้ไขให้ดีข้นึ
8. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปสง่ิ ทีเ่ ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดงั นี้
ประเทศลาวมีพรมแดนดา้ นทิศเหนือตดิ กับประเทศจีนและเมียนมา ดา้ นทศิ ตะวนั ออกติดกับ
ประเทศเวียดนาม ดา้ นทศิ ใต้ติดกบั ประเทศกมั พูชา ดา้ นทศิ ตะวนั ตกติดกับประเทศไทย และลาวเปน็ ประเทศที่
ไมม่ ที างออกสู่ทะเล
9. นักเรยี นออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
10. นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายสรปุ เกี่ยวกบั วิธีการทำงานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ทีม่ ีแบบแผน
ขัน้ สรปุ (10 นาที)
11. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลงั การเรียนและหลงั การทำกิจกรรม
ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• ส่งิ ทีน่ ักเรยี นไดเ้ รียนรู้ในวันนคี้ ืออะไร
• นักเรยี นมีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนกั เรยี นในกลมุ่ มีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรียนในวันนหี้ รือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรู้ที่ได้นไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมท่ัวไป
ได้อยา่ งไร
จากนั้นแลกเปล่ยี นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกข้ันตอนวา่ จะเพิม่ คณุ ค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชน์ตอ่ สังคมให้มากขึน้ กวา่ เดมิ ในข้ันตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครง้ั ตอ่ ไป
สื่อการเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน ประวัติศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
2. แผนทีแ่ สดงอาณาเขตของประเทศลาว
3. แหลง่ การเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
เรอ่ื งที่ 14 สภาพเศรษฐกจิ สังคม การเมืองการปกครองของประเทศลาว
ขั้นนำ (15 นาที)
1. นักเรยี นร่วมกนั สนทนาเพื่อรวบรวมความรู้เกีย่ วกบั ประเทศลาว โดยใช้คำถาม ดงั นี้
ประเทศลาวตั้งอยบู่ ริเวณใด
(ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
ประเทศลาวมีเมืองหลวงชื่ออะไร
(เวียงจันทน)์
ประเทศลาวมีความสมั พันธก์ ับประเทศไทยอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ เป็นผคู้ ้าพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ และมคี วามสมั พนั ธอ์ นั ดตี ่อกันทางเศรษฐกิจ
สังคม และวฒั นธรรม)
2. นักเรยี นรว่ มกนั ยกตัวอย่างความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศลาวและประเทศไทย แล้วสรุปเปน็ ความคิด
รวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด
3. นักเรยี นสงั เกตภาพที่กำหนด แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยใช้คำถาม ดังนี้
ภาพที่กำหนดให้คือภาพอะไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ภาพพทุ ธศาสนิกชนชาวลาวตกั บาตร)
จากภาพแสดงให้เห็นถึงส่งิ ใด
(ตัวอย่างคำตอบ ประชาชนชาวลาวมีการนบั ถือพระพทุ ธศาสนา)
นักเรยี นสามารถสรุปจากภาพได้อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ประเทศลาวมีลกั ษณะทางสงั คมคล้ายคลึงกบั ประเทศไทย
ประชากรมีการนับถือพระพทุ ธศาสนาเปน็ สว่ นใหญ)่
4. นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั เรือ่ ง สภาพเศรษฐกิจ สงั คม การเมืองการปกครองของ
ประเทศลาว จากหนงั สือเรียนและแหลง่ การเรียนรู้อืน่ ๆ เพิม่ เตมิ
ขน้ั สอน (35 นาที)
5. นักเรยี นวิเคราะหส์ ภาพเศรษฐกิจของประเทศลาวว่ามีลักษณะอยา่ งไร แล้วสรุปเปน็ ความคิด
รวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด
6. นักเรยี นวิเคราะหล์ ักษณะสังคมของประเทศลาว แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพ
ความคิด
7. นกั เรยี นวิเคราะหล์ กั ษณะการเมืองการปกครองของประเทศลาว แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอดโดย
ใช้แผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
ปกครองแบบสาธารณรฐั
ลกั ษณะการเมอื งการปกครอง มพี รรคคอมมวิ นสิ ต์ ชอ่ื พรรค
ของประเทศลาว ประชาชนปฏวิ ตั ลิ าว
เมอื งหลวงอยทู่ เ่ี วยี งจนั ทน์
8. นักเรยี นคิดประเมินเพื่อเพิม่ คุณคา่ โดยใช้คำถาม ดังนี้
สภาพเศรษฐกิจ สงั คมการเมืองการปกครอง สง่ เสริมให้เกิดเอกลกั ษณแ์ กล่ าวอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ทำให้ประเทศลาวมีการพฒั นาในดา้ นตา่ ง ๆ จนมีความเจริญร่งุ เรืองสบื มา)
9. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ตามความเหมาะสม เพื่อสบื ค้นเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
การปกครองของประเทศลาวในอดตี และปัจจุบนั วา่ มีลักษณะอยา่ งไร แล้วสรปุ ความรู้ลงในตาราง ดงั ตวั อยา่ ง
ประเทศลาว อดีต ปจั จุบัน
เศรษฐกิจ (ระบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนิยม) ระบบเศรษฐกิจเสรีทางการตลาด
_____________________
มีการนำเข้าและสง่ ออกสินค้า
อย่างต่อเนือ่ ง)
สงั คม (มีวิถชี ีวิตที่ปฏิบตั ติ าม (มีลกั ษณะสังคมที่ทันสมัย และมี
ขนบธรรมเนียมประเพณีดงั้ เดมิ ) การรบั วฒั นธรรมจากตา่ งชาติ)
การเมืองการปกครอง (ปกครองระบอบสงั คมนยิ ม (ระบอบการปกครองแบบ
คอมมิวนสิ ต์) สาธารณรฐั นำโดยพรรค
คอมมิวนสิ ต์)
10. นกั เรยี นตรวจสอบความถูกต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรบั ปรงุ แก้ไขให้ดีข้นึ
11. นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ส่งิ ทีเ่ ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้
ประเทศลาว ประชากรสว่ นใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีกลุ่มชาตพิ นั ธุล์ าวเป็นประชากร
สว่ นใหญ่ และมีความหลากหลายทางชาตพิ ันธ์ุ ประชากรของประเทศลาวนับถือพระพทุ ธศาสนา
ปัจจุบันมีการปกครองแบบสาธารณรฐั
12. นกั เรยี นออกมานำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
13. นักเรยี นร่วมกันอภิปรายสรปุ เกีย่ วกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ที่มีแบบแผน
ขน้ั สรปุ (10 นาที)
14. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• สง่ิ ทีน่ ักเรยี นไดเ้ รียนรู้ในวนั นคี้ ืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพือ่ นนักเรยี นในกล่มุ มีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกับการเรียนในวันนหี้ รือไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนำความรู้ที่ได้นไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทวั่ ไป
ได้อยา่ งไร
จากน้ันแลกเปล่ยี นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกข้ันตอนว่าจะเพิม่ คุณคา่ ไปสสู่ ังคม
เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากขึน้ กว่าเดมิ ในข้ันตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครงั้ ต่อไป
สื่อการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน ประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
2. ภาพพุทธศาสนิกชนตักบาตร
3. แหลง่ การเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
เร่อื งที่ 15 พัฒนาการทางประวตั ิศาสตรข์ องประเทศลาว
ข้ันนำ (15 นาที)
1. นกั เรยี นสังเกตภาพสถานที่ทีก่ ำหนดให้ แล้วร่วมกันสนทนาโดยใช้คำถาม ดังนี้
ภาพดังกล่าวคือภาพอะไร
(ประตชู ัย)
มีความสำคัญอยา่ งไร
(เป็นอนสุ รณส์ ถานท่สี ร้างข้ึนใน พ.ศ. 2512 เพื่อระลึกถึงวีรชนที่ตอ่ สใู้ นสงคราม)
2. นักเรยี นสังเกตภาพแผนทีอ่ าณาจักรโบราณทีก่ ำหนด แลว้ ร่วมกันสนทนาโดยใช้คำถาม ดังนี้
ภาพดังกลา่ วคือภาพอะไร
(แผนที่อาณาจกั รลา้ นช้าง)
ภาพที่กำหนดมคี วามสัมพนั ธ์กบั ประเทศลาวอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ เปน็ รัฐโบราณที่เป็นเมอื งหลวงเกา่ ก่อนจะมาเปน็ ประเทศลาวในปัจจุบนั )
3. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกับเรือ่ ง พัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์ของประเทศลาว
จากหนังสือเรียนและแหลง่ การเรียนรู้อื่น ๆ เพิม่ เตมิ
ขัน้ สอน (35 นาที)
4. นกั เรยี นวิเคราะหพ์ ัฒนาการของอาณาจกั รลา้ นช้าง แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด
โดยใช้แผนภาพความคิด
5. นกั เรยี นวิเคราะหแ์ ละร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับพฒั นาการทางประวัตศิ าสตรข์ อง
ประเทศลาวโดยใช้คำถาม ดงั นี้
ฝรั่งเศสปกครองลาวอย่างไร
(ส่งข้าหลวงและข้าราชการอาณานิคมจากเมืองเว้มาปกครอง)
หลงั ได้รบั เอกราชจากฝรั่งเศส ประเทศลาวประสบปัญหาใดบ้าง อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เกิดปัญหาความขัดแยง้ ทางการเมืองระหว่างกลมุ่ ที่ยึดอุดมการณค์ อมมิวนสิ ต์
และกล่มุ ที่ยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตย)
6. นกั เรยี นวิเคราะห์ผลดีและผลเสยี จากการที่ลาวตกเปน็ อาณานิคมของฝร่งั เศส แลว้ สรุปเป็นความคิด
รวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดังตัวอยา่ ง
ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ ต่อลาว ผลดี
ฝรงั่ เศสพฒั นานครเวยี งจนั ทน์ใหม้ ี
ความทนั สมยั และมกี ารปรบั ปรงุ
การศกึ ษา
ใหเ้ ป็นระบบ
จากการตกเป็นอาณานิคมของฝรงั่ เศส
ผลเสีย
วฒั นธรรม ศาสนา และภาษาของ
ฝรงั่ เศสเขา้ มามบี ทบาทในสงั คมลาว
มากขน้ึ
7. นักเรยี นคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า โดยใช้คำถาม ดังนี้
การศึกษาพฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ของประเทศลาวมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ทำให้ทราบประวัติความเป็นมาของประเทศลาว และสามารถยอมรบั
ความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างกนั ได้)
8. นกั เรยี นแบง่ กลุ่มเพือ่ รว่ มกนั สรุปพฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ของประเทศลาว แล้วสรปุ เปน็
ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดงั ตัวอย่าง
(พ.ศ. 1896-1916 เจา้ ฟ้างุม้ ปกครองอาณาจกั รลา้ นชา้ ง มอี ทิ ธพิ ลในลมุ่ น้า
โขง
บรเิ วณเมอื งหลวงพระบางมกี ารตดิ ตอ่ คา้ ขายกบั ดนิ แดนใกลเ้ คยี ง ตอ่ มาเกดิ
การ
แตกแยกเป็น 3 อาณาจกั ร ไดแ้ ก่ อาณาจกั รหลวงพระบาง อาณาจกั ร
เวยี งจนั ทน์ และอาณาจกั รจาปาศกั ด)ิ์
(พ.ศ. 2321 ประเทศลาวตกเป็นประเทศราชของไทย จนกระทงั่ ฝรงั่ เศสได้
ขยาย
อทิ ธพิ ลจากเวยี ดนามและกมั พชู ามายงั ลาว ลาวจงึ ตกเป็นอาณานคิ มของ
ฝรงั่ เศส
ภายหลงั ลาวตกเป็นอาณานิคมของฝรงั่ เศส ฝรงั่ เศสไดส้ ง่ ขา้ หลวงและ
ขา้ ราชการ
อาณานิคมมาปกครองลาวและพฒั นาเมอื งเวยี งจนั ทน์ใหม้ คี วามทนั สมยั ตาม
แบบ
ตะวนั ตก ทาใหป้ ระชาชนลาวเกดิ ความไม่พอใจ จงึ รวมกลมุ่ กนั ตอ่ ตา้ น
ฝรงั่ เศส
ผนู้ าลาว ไดแ้ ก่ เจา้ สุภานุวงศ์ และท่านไกสอน พมวหิ าน ไดเ้ ขา้ รว่ มกบั
ขบวนการ
ค(พอ.มศม. ว2ิ น49ิส7ต์เภวายี ยดหนลางัมจตาอ่ กสทเู้ ล่รี ยีาวกไรดอ้ ร้งบัเอเอกกรารชาชจนกาฝรรเงัม่ เศอื งสภพาา่ ยยใแนพเก้ แดิ ลคะวมาอมบเอก
รขาดั ชแยง้
ใจหงึ แแ้ บกล่ง่ อาวอ)กเป็น 2 กลมุ่ ซง่ึ มอี ดุ มการณ์แตกตา่ งกนั คอื ลาวฝ่ายซา้ ยตอ้ งการ
ใช้
แนวทางคอมมวิ นสิ ต์พฒั นาประเทศ และลาวฝ่ายขวาตอ้ งการใชแ้ นวทาง
ประชาธปิ ไตยในการพฒั นาประเทศ)
(พ.ศ. 2518 ลาวฝ่ายซา้ ยไดร้ บั ชยั ชนะ ประเทศลาวจงึ เปลย่ี นแปลงการ
ปกครอง
เป็นระบอบสงั คมนยิ มและเปลย่ี นชอ่ื เป็นสาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชน
ลาว
ปัจจุบนั ประเทศลาวมคี วามสมั พนั ธอ์ นั ดกี บั นานาชาติ และเป็นสมาชกิ ของ
9. นกั เรยี นตรวจสอสบมคาควมามถูกต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีข้นึ
10. นกั เรยี นรว่ มกปันสระรชปุ าสชง่ิ าทตีเ่ แิขห้าใ่งจเอเปเชน็ ยีคตวะาวมนั รอู้รอ่วมกกเฉันยี งดใงั ตน)้ ี้
ดนิ แดนลาวมีผู้ตั้งถิ่นฐานมาช้านาน ตอ่ มาได้มกี ารพัฒนาเป็นบ้านเมือง กษตั ริยล์ าวพระองคแ์ รกที่
รวบรวมลาวเปน็ ปึกแผ่น คือ เจ้าฟ้างุ้ม ปัจจุบนั ลาวมีความสัมพันธ์อันดกี บั นานาชาติ
11. นักเรยี นออกมานำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
12. นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายสรปุ เกีย่ วกบั วิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ที่มีแบบแผน
ขั้นสรุป (10 นาที)
13. นักเรยี นนำความรู้เกีย่ วกับประเทศลาวไปจดั เป็นป้ายนิเทศ แล้วจดั เป็นนิทรรศการความรใู้ นบรเิ วณ
ตา่ ง ๆ ของโรงเรียนและชมุ ชน เพื่อเผยแพรค่ วามรแู้ ละสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศลาวให้แก่ผู้อื่น
14. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม
ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• สง่ิ ทีน่ ักเรยี นไดเ้ รียนรู้ในวันนคี้ ืออะไร
• นกั เรยี นมีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุม่ มากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนักเรยี นในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวนั นหี้ รือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรู้ที่ได้นไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสงั คมทั่วไป
ได้อยา่ งไร
จากนั้นแลกเปลย่ี นตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทกุ ขั้นตอนวา่ จะเพิ่มคุณคา่ ไปสูส่ งั คม
เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึน้ กว่าเดมิ ในข้ันตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครงั้ ต่อไป
สือ่ การเรยี นร้/ู แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน ประวัติศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
2. ภาพประตชู ยั
3. ภาพแผนที่อาณาจักรลา้ นช้าง
4. แหลง่ การเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
เรอ่ื งที่ 16 ตำแหน่งที่ตงั้ ของราชอาณาจกั รกัมพชู า
ข้ันนำ (15 นาที)
1. นักเรยี นสังเกตแผนที่แสดงอาณาเขตประเทศกัมพชู า แล้วรว่ มกันสนทนาโดยใช้คำถาม ดงั นี้
ประเทศกัมพูชามีอาณาเขตติดต่อกับประเทศใดบา้ ง
(ไทย ลาว และเวียดนาม)
ประเทศกมั พูชามีอาณาเขตติดต่อกับบริเวณใดของประเทศไทย
(ภาคตะวันออกของประเทศไทย)
ประเทศกัมพชู ามีเสน้ ทางออกสู่ทะเลใดบา้ ง
(อ่าวไทย)
2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั เรื่อง ตำแหนง่ ทีต่ ้ังราชอาณาจกั รกัมพชู า จากหนังสือเรียน
และแหลง่ การเรียนรู้อืน่ ๆ เพิ่มเตมิ
ขน้ั สอน (35 นาที)
3. นกั เรยี นวิเคราะหอ์ าณาเขตของประเทศกัมพูชา แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพ
ความคิด
4. นักเรยี นวิเคราะห์ลักษณะสำคญั ของประเทศกมั พชู า แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพ
ความคิด
5. นักเรยี นคิดประเมินเพื่อเพิม่ คุณค่า โดยใช้คำถาม ดังนี้
ตำแหน่งที่ต้ังของประเทศกมั พูชามีความสำคัญอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ มีทะเลสาบน้ำจดื ขนาดใหญ่ทีส่ ุดในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ทำให้พนื้ ที่
มีความอุดมสมบูรณ)์
6. นักเรยี นแบ่งกลุ่มเพื่อรว่ มกันวิเคราะห์ลักษณะทางภูมิศาสตรข์ องประเทศกัมพูชาวา่ ก่อให้เกิดผล
ต่อเศรษฐกิจและสงั คมอย่างไร แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดงั ตัวอยา่ ง
เศรษฐกิจ
(เกดิ การตดิ ตอ่ คา้ ขายระหว่างกนั
และ
การคมนาคมทางทะเล)
ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์
ของประเทศกมั พชู า สงั คม
(มกี ารผสมผสานทางวฒั นธรรมและ
วถิ ชี วี ติ บรเิ วณแนวชายแดน
7. นกั เรยี นตรวจสอบความถกู ต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีข้นึ
8. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ สง่ิ ที่เข้าใจเปน็ ความรู้ร่วมกนั ดังนี้
ประเทศกมั พูชามีพรมแดนดา้ นทศิ เหนือติดกับประเทศไทยและลาว ดา้ นทศิ ตะวนั ออกติดกับประเทศ
เวียดนาม ดา้ นทศิ ใต้ติดกับอา่ วไทย ภมู ิประเทศของกัมพชู ามีท้ังภเู ขาและทีร่ าบกว้างใหญ่
9. นกั เรยี นออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
10. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกี่ยวกบั วิธีการทำงานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ที่มีแบบแผน
ขนั้ สรุป (10 นาที)
11. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สกึ หลงั การเรียนและหลงั การทำกิจกรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• สง่ิ ที่นกั เรยี นไดเ้ รียนรู้ในวันนคี้ ืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนักเรยี นในกลุม่ มีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรียนในวันนหี้ รือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรู้ที่ได้นไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทวั่ ไป
ได้อยา่ งไร
จากนั้นแลกเปล่ยี นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกข้ันตอนว่าจะเพิม่ คณุ ค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากขึน้ กวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครง้ั ต่อไป
สื่อการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
2. แผนที่แสดงอาณาเขตประเทศกัมพชู า
3. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
เรอ่ื งที่ 17 สภาพเศรษฐกจิ สงั คม การเมืองการปกครองของประเทศกัมพูชา
ข้ันนำ (15 นาที)
1. นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเพื่อรวบรวมความรู้เกี่ยวกบั ประเทศกัมพูชา โดยใช้คำถาม ดงั นี้
ประเทศกมั พูชาตง้ั อยู่บรเิ วณใด
(ภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้)
ประเทศกัมพชู ามีเมืองหลวงชือ่ อะไร
(พนมเปญ)
ประเทศกัมพูชามีความสัมพนั ธ์กับประเทศไทยอย่างไรบ้าง
(ตวั อย่างคำตอบ ทำการค้าร่วมกนั บรเิ วณชายแดน)
2. นกั เรยี นรว่ มกนั ยกตัวอยา่ งความสัมพันธ์ระหวา่ งประเทศกัมพชู าและประเทศไทย แล้วสรปุ เป็น
ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด
3. นักเรยี นสงั เกตภาพที่กำหนด แลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยใช้คำถาม ดังนี้
ภาพที่กำหนดให้คือภาพอะไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ภาพนครวัด ประเทศกัมพูชา)
จากภาพมีความสำคญั อยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ เปน็ ศาสนสถานของอารยธรรมขอมที่มีความสำคัญ)
นกั เรยี นสามารถสรปุ จากภาพได้อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ ประเทศกัมพชู าเป็นศนู ย์กลางความเจริญของอารยธรรมขอมโบราณในอดีต)
4. นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกับเรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สงั คม การเมืองการปกครองของ
ประเทศกัมพูชา จากหนังสือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อืน่ ๆ เพิม่ เตมิ
ขั้นสอน (35 นาที)
5. นกั เรยี นวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชาวา่ มีลกั ษณะอย่างไร แล้วสรุปเป็นความคิดรวบ
ยอด โดยใช้แผนภาพความคิด
6. นกั เรยี นวิเคราะหล์ ักษณะสงั คมของประเทศกัมพชู า แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพ
ความคิด
7. นกั เรยี นวิเคราะห์ลกั ษณะการเมืองการปกครองของประเทศกัมพชู า แล้วสรุปเป็นความคดิ รวบยอด
โดยใช้แผนภาพความคิด ดังตวั อยา่ ง
ลกั ษณะการเมอื งการปกครอง ปกครองดว้ ยระบอบ
ของประเทศกมั พชู า บรหิ ารประเทศโดย
มนี ายกรฐั มนตรเี ป็นหวั หนา้
8. นกั เรยี นคิดประเมินเพื่อเพิม่ คุณคา่ โดยใช้คำถาม ดงั นี้
สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง สง่ เสริมให้เกิดเอกลกั ษณ์แก่กมั พชู าอย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ มีลักษณะเปน็ สงั คมเกษตรกรรม ผู้คนมวี ิถีการดำเนินชีวิตแบบพ่งึ พาอาศัยกัน
และพึง่ พาธรรมชาต)ิ
9. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ตามความเหมาะสม เพือ่ สบื ค้นเกีย่ วกบั สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
การปกครองของประเทศกัมพชู าในอดตี และปัจจุบนั วา่ มีลกั ษณะอย่างไร แล้วสรุปความรู้ลงในตาราง
ดงั ตวั อยา่ ง
ประเทศกัมพูชา อดีต ปจั จบุ นั
เศรษฐกิจ (ติดตอ่ ค้าขายกับดนิ แดนใกลเ้ คียง) (เน้นการทำเกษตรกรรมเปน็ หลกั )
สังคม (เปน็ ศูนยก์ ลางวัฒนธรรมเขมร (สภาพสังคมมีความทนั สมัย
โบราณ) และรับอิทธิพลจากตะวนั ตก)
การเมืองการปกครอง (ปกครองระบอบกษตั ริย)์ (ปกครองระบอบประชาธิปไตย โดย
มีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ )
10. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรบั ปรงุ แก้ไขให้ดีข้นึ
11. นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ส่งิ ที่เข้าใจเปน็ ความรู้ร่วมกัน ดงั นี้
ประเทศกัมพชู ามีสินค้าเกษตรกรรมเป็นรายได้หลัก มีการทำประมงและปา่ ไมเ้ ป็นสินค้าสง่ ออก
ประชากรสว่ นใหญ่เป็นกล่มุ ชาตพิ ันธุ์เขมร ปัจจุบนั ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย
12. นกั เรยี นออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
13. นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายสรุปเกีย่ วกับวิธีการทำงานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ที่มีแบบแผน
ขัน้ สรปุ (10 นาที)
14. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปนี้
• ส่งิ ทีน่ กั เรยี นไดเ้ รียนรู้ในวนั นคี้ ืออะไร
• นักเรยี นมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนกั เรยี นในกลมุ่ มีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวันนหี้ รือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรู้ที่ได้นไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมท่วั ไป
ได้อย่างไร
จากนั้นแลกเปลย่ี นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทกุ ขั้นตอนว่าจะเพิ่มคณุ ค่าไปสูส่ ังคม
เกิดประโยชน์ต่อสงั คมให้มากขึน้ กวา่ เดมิ ในข้ันตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครงั้ ต่อไป
สือ่ การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน ประวัติศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
2. ภาพนครวัด
3. แหล่งการเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
เร่อื งที่ 18 พฒั นาการทางประวัติศาสตร์ของประเทศกัมพชู า
ขนั้ นำ (15 นาที)
1. นกั เรยี นสงั เกตภาพสถานที่สำคญั แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยใช้คำถาม ดงั นี้
ภาพที่กำหนดคอื ภาพอะไร
(ภาพปราสาทนครวัด และภาพปราสาทพระวิหาร)
นักเรยี นสามารถพบปราสาทลักษณะดังกล่าวในประเทศไทยบรเิ วณใดบ้าง
(ปราสาทหินพิมาย จังหวดั นครราชสมี า ปราสาทเขาพนมรุ้ง จงั หวัดบรุ รี ัมย)์
จากน้ันครอู ธิบายเพิม่ เตมิ ว่า
“ในครงั้ อดตี กมั พชู า (เขมร) เคยเป็นทต่ี งั้ อาณาจกั รขอมทเ่ี จรญิ ร่งุ เรอื งมาก ซงึ่ ดนิ แดน
ประเทศไทยเคยอยภู่ ายใตอ้ านาจของขอม ก่อนการสถาปนาสุโขทยั ขน้ึ หลงั จากนนั้ ขอมจงึ
คอ่ ย ๆ เสอ่ื มอานาจลงเร่อื ย ๆ เพราะถูกแทรกแซงจากชาตติ ่าง ๆ เชน่ ไทย เวยี ดนาม และ
ฝรงั่ เศส จนกลายเป็นประเทศกมั พชู าทม่ี ขี นาดไม่ใหญม่ ากในสมยั ปัจจุบนั
2. นักเรยี นสังเกตภาพอาณาจกั รโบราณที่กำหนด แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยใช้คำถาม ดงั นี้
ภาพที่ 1
ภาพที่ 2
ภาพที่ 1 คือภาพอะไร
(อาณาจักรฟูนนั )
ภาพที่ 2 คือภาพอะไร
(อาณาจักรเขมร)
ภาพที่กำหนดมคี วามสัมพนั ธ์กับประเทศกัมพูชาอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ เคยเปน็ ที่ต้ังของอาณาจกั รโบราณที่อยู่ในบรเิ วณประเทศกมั พูชา
ปจั จุบัน และมีการพัฒนาความเจริญรุ่งเรือง)
3. นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกีย่ วกับเรือ่ ง พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ของประเทศกมั พชู า
จากหนังสือเรียนและแหลง่ การเรียนรู้อืน่ ๆ เพิม่ เตมิ
ข้นั สอน (35 นาที)
4. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ เพื่อรว่ มกนั วิเคราะหพ์ ัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์ของประเทศกัมพชู า
ยุคก่อนอาณานิคม แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดังตวั อยา่ ง
ยคุ ต้น มศี นู ยก์ ลางความร่งุ เรอื งอยทู่ อ่ี าณาจกั ร
ฟูนนั หรอื เจนละ
พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ ยคุ กลาง พระเจา้ ชยั วรมนั ท่ี 2 รวบรวมดนิ แดน
ราชอาณาจกั รกมั พชู าก่อนยุค ต่าง ๆ ทอ่ี ยใู่ นบรเิ วณแมน่ ้าโขงเป็นอาณาจกั ร
อาณานคิ ม กมั พชู า
ยุคประเทศราช หลงั รชั กาลพระเจา้ ชยั วรมนั ท่ี 7
อาณาจกั รกมั พชู าเสอ่ื มอานาจลง อาณาจกั รสุโขทยั
อยุธยา ธนบุรเี ขม้ แขง็ ราชวงศ์กมั พชู าขดั แยง้ กนั เอง
จนตกเป็นประเทศราชของไทยสมยั รชั กาลท่ี 3 กอ่ นท่ี
จะตกเป็นอาณานคิ มของฝรงั่ เศสสมยั รชั กาลท่ี 5
5. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับประเทศกัมพชู าสมัยทีเ่ ป็นอาณานคิ มของฝร่ังเศส
และยุคหลังอาณานิคม โดยใช้คำถาม ดังนี้
สาเหตุใดที่ทำให้ราชอาณาจกั รกัมพูชาตกอยูภ่ ายใต้อาณานคิ มของฝรง่ั เศส
(ตวั อย่างคำตอบ เกิดจากการเข้ายึดครองอินโดจีนของชาตฝิ รง่ั เศส เมื่อยดึ เวียดนามได้สำเร็จ
จึงยึดกมั พชู าตอ่ โดยบีบให้ไทยยอมสลายสทิ ธิเหนือดนิ แดนกมั พชู า และให้เจ้านโรดมสีหนุ กษตั ริยก์ มั พูชา
ทำสัญญายอมเปน็ รัฐอารักขาของฝรงั่ เศส)
ราชอาณาจกั รกมั พูชาได้รบั เอกราชเมื่อใด
(ตวั อยา่ งคำตอบ หลงั จากฝรง่ั เศสแพ้สงครามเวียดนามที่เดยี นเบียนฟู เจ้านโรดมสีหนเุ รียกร้อง
เอกราชกลบั คืนจึงทำให้กมั พชู าได้รับเอกราชถาวร ตามสนธิสญั ญาเจนีวา เมือ่ พ.ศ. 2497)
ยคุ หลังอาณานิคมกัมพชู ามีสภาพทางการเมืองอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ เขมรแตกแยกออกเปน็ 3 ฝ่าย คือ (1) กลุม่ รฐั บาลเฮงสัมริน ทีโ่ ซเวียต
จีน และเวียดนาม สนบั สนนุ (2) กลุม่ เจ้านโรดมสหี นแุ ละกลุ่มนายพอลพต (เขมรแดง) (3) กลุ่มนายพลลอนนอน
และกลมุ่ นายซอนซาน ที่สหรัฐสนบั สนุน เกิดสงครามกลางเมืองจนกระทง่ั สหประชาชาตเิ ข้ามาเจรจา
ยุติสงคราม และสงครามสงบลงเมื่อผู้นำเขมรแดงสนิ้ ชีวิต เหตุการณ์ตา่ ง ๆ จึงเข้าสู่ภาวะปกติจนถึงปัจจุบัน)
6. นักเรยี นวิเคราะหผ์ ลกระทบทีเ่ กิดขนึ้ ต่อกัมพชู าจากการตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสว่ามีผลดแี ละ
ผลเสยี อย่างไร แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดังตัวอย่า
ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ ต่อ ผลดี
กมั พชู าจากการตกเป็น ฝรงั่ เศสพฒั นากรงุ พนมเปญให้
อาณานิคมของฝรงั่ เศส ทนั สมยั มกี ารเกบ็ ภาษแี ละ
ปรบั ปรงุ ระบบการศกึ ษา
ผลเสยี
วฒั นธรรมของฝรงั่ เศสเขา้ มาม
บทบาทในสงั คมกมั พชู ามากขน้ึ
7. นกั เรยี นคิดประเมินเพื่อเพิม่ คณุ ค่า แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั นี้
การศึกษาพฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ของประเทศกัมพชู ามีประโยชน์อย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ เข้าใจอิทธิพลของวัฒนธรรมกัมพูชา และรู้จกั วฒั นธรรมดังกล่าวทีแ่ พร่หลาย
อยใู่ นสงั คมไทย เช่น ดา้ นสถาปัตยกรรม)
8. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ เพื่อวิเคราะห์และสรปุ พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตรข์ องประเทศกมั พูชา
แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
อาณาจกั รกมั พชู า
(- เป็นทต่ี งั้ ของอาณาจกั รโบราณ เช่น ฟนู นั เจน
ละ
- พระเจา้ ชยั วรมนั ท่ี 2 เป็นผรู้ วบรวมดนิ แดนตา่ ง
ๆ เป็นอาณาจกั รกมั พชู า
- หลงั สมยั พระเจา้ ชยั วรมนั ท่ี 7 อาณาจกั รกมั พชู า
เส่อื มลง และตกเป็นเมอื งขน้ึ ของอยธุ ยา)
กมั พชู าตกเป็นอาณานิคมของประเทศ
(- ฝรงั่ เศสอา้ งสทิ ธแิ ทฝนรเงั่วเยีศดสนามเขา้ ยดึ ครอง
กมั พชู า
- ฝรงั่ เศสพฒั นากรงุ พนมเปญใหท้ นั สมยั -
- ชาวกมั พชู ารวมตวั กนั ทาสงครามตอ่ ตา้ น
ฝรงั่ เศส
นาวฒั นธรรมของชาตติ ะวนั ตกเขา้ มาในกมั พชู า
- ฝรงั่ เศสแพส้ งครามทเ่ี ดยี นเบยี นฟจู งึ มอบเอก
ราช
แกก่ มั พชู า)
กมั พชู าหลงั ไดร้ บั เอกราช
(- ความขดั แยง้ เรอ่ื งอดุ มการณท์ างการเมอื ง
นาไปสู่
สงครามกลางเมอื งในกมั พชู า
- สงครามสน้ิ สุดลง เมอ่ื สหประชาชาตจิ ดั ใหม้ กี าร
เจรจายตุ สิ งคราม
9. นกั เรยี นตรวจสอ-2บ5กค4มั 2วพ)าชมู าถเูกขตา้ เ้อปง็นเรสียมบารชอ้ กิ ยอขาอเซงผยี ลนงเามน่อื หพา.กศพ. บข้อผิดพลาดให้ปรบั ปรุงแก้ไขให้ดีข้นึ
10. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ส่งิ ทีเ่ ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดังนี้
กมั พชู าเปน็ ชาตทิ ี่มีความเจริญรุ่งเรืองมาชา้ นาน สามารถกอ่ ตงั้ อาณาจกั รตา่ ง ๆ เช่น อาณาจักร
ฟนู ันที่มีศูนยก์ ลางอย่บู รเิ วณสามเหล่ยี มปากแมน่ ำ้ โขง หรืออาณาจักรเจนละในบรเิ วณล่มุ น้ำโขง ตอ่ มา
พระเจ้าชัยวรมนั ที่ 2 ได้รวบรวมดินแดนต่าง ๆ ที่เคยอยู่กับอาณาจักรเจนละและเมืองในบรเิ วณทะเลสาบเขมร
เปน็ อาณาจกั รกัมพชู า
11. นกั เรยี นออกมานำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
12. นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายสรปุ เกีย่ วกบั วิธีการทำงานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ที่มีแบบแผน
ข้นั สรปุ (10 นาที)
13. นักเรยี นนำความรู้เกี่ยวกับประเทศกมั พชู าไปจดั ปา้ ยนิเทศ แล้วจดั เปน็ นิทรรศการความรใู้ นบรเิ วณ
ตา่ ง ๆ ของโรงเรียนและชมุ ชน เพือ่ เผยแพร่ความรแู้ ละสร้างความเข้าใจเกีย่ วกบั ประเทศกมั พชู าให้แกผ่ ู้อืน่
14. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลงั การเรียนและหลังการทำกิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปนี้
• ส่งิ ที่นกั เรยี นไดเ้ รียนรู้ในวนั นคี้ ืออะไร
• นักเรยี นมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนกั เรยี นในกลุ่มมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรียนในวนั นหี้ รือไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนำความรู้ทีไ่ ด้นไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสังคมทว่ั ไป
ได้อยา่ งไร
จากน้ันแลกเปลย่ี นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิม่ คุณคา่ ไปสูส่ ังคม
เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากขึน้ กวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครงั้ ต่อไป
สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
2. ภาพปราสาทนครวัด
3. ภาพปราสาทพระวิหาร
4. แผนที่อาณาจักรฟนู นั
5. แผนที่อาณาจกั รเขมร
6. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
เร่อื งที่ 19 พฒั นาการทางประวตั ิศาสตรข์ องประเทศกมั พูชา
ข้นั นำ (15 นาที)
1. นกั เรยี นสงั เกตแผนที่แสดงอาณาเขตของประเทศมาเลเซีย แล้วรว่ มกนั สนทนาโดยใช้คำถาม ดังนี้
ประเทศมาเลเซียมีอาณาเขตติดตอ่ กบั ประเทศใดบ้าง
(ไทย สงิ คโปร์ อินโดนีเซีย บรไู นดารสุ ซาลาม)
ประเทศมาเลเซียมีอาณาเขตติดตอ่ กับบริเวณใดของประเทศไทย
(ภาคใต้ของประเทศไทย)
ประเทศมาเลเซียมีเส้นทางออกสู่ทะเลทางใดบา้ ง
(ตัวอย่างคำตอบ มะละกา)
ประเทศมาเลเซียมีลกั ษณะอย่างไร
(ประกอบดว้ ยพืน้ ที่ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนภาคพนื้ ทวีป คือ คาบสมุทรมลายู และส่วนภาคพืน้ สมทุ ร
คือ รฐั ซาบาห์ และซาราวกั )
2. นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกีย่ วกบั เรือ่ ง ตำแหน่งที่ต้ังของมาเลเซีย จากหนังสือเรียนและ
แหลง่ การเรียนรู้อื่น ๆ เพิม่ เตมิ
ขั้นสอน (35 นาที)
3. นักเรยี นวิเคราะหอ์ าณาเขตของประเทศมาเลเซีย แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้
แผนภาพความคิด
4. นักเรยี นวิเคราะห์ลักษณะสำคญั ของประเทศมาเลเซีย แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด
โดยใช้แผนภาพความคิด
5. นักเรยี นคิดประเมินเพือ่ เพิ่มคุณคา่ โดยใช้คำถาม ดงั นี้
ตำแหนง่ ทีต่ ้ังของประเทศมาเลเซียมีความสำคญั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เกิดเมืองทา่ ค้าขายทางทะเล และเป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวที่สวยงาม)
6. นกั เรยี นแบ่งกล่มุ เพื่อร่วมกนั วิเคราะห์ลกั ษณะทางภูมิศาสตร์ของประเทศมาเลเซียวา่ กอ่ ให้เกิด
ผลต่อเศรษฐกิจและสังคมอยา่ งไร แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้แผนภาพความคิด ดังตัวอยา่ ง
เศรษฐกจิ
(มกี ารคา้ ทางทะเล และเป็นเมอื ง
ทา่ )
ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรข์ อง ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ
ประเทศมาเลเซยี
สงั คม
(มสี ภาพสงั คมทห่ี ลากหลาย
รูปแบบ)
7. นกั เรยี นตรวจสอบความถูกต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรบั ปรุงแก้ไขให้ดี
ขนึ้
8. นักเรยี นร่วมกันสรปุ สง่ิ ทีเ่ ข้าใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดังนี้
ประเทศมาเลเซียประกอบดว้ ยพนื้ ที่ 2 สว่ น คอื มาเลเซียตะวันตก ซึ่งมพี รมแดนทางทิศเหนือ
ติดกบั ประเทศไทย ทิศใต้ติดกบั ประเทศสงิ คโปร์ และมาเลเซียตะวนั ออก ทีม่ ีพรมแดนทิศใต้กับประเทศ
อินโดนีเซียและมีพรมแดนลอ้ มรอบประเทศบรูไนดารสุ ซาลาม ภมู ิประเทศประกอบดว้ ยภูเขาและที่ราบชายฝ่ัง
ทะเล
9. นักเรยี นออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
10. นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายสรุปเกีย่ วกับวิธีการทำงานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ทีม่ ีแบบแผน
ขัน้ สรุป (10 นาที)
11. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สกึ หลังการเรียนและหลงั การทำกิจกรรม
ในประเด็นต่อไปนี้
• สง่ิ ที่นกั เรยี นไดเ้ รียนรู้ในวนั นคี้ ืออะไร
• นกั เรยี นมีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุม่ มากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนักเรยี นในกลุ่มมีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวันนหี้ รือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรู้ทีไ่ ด้นไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครวั และสงั คมท่วั ไป
ได้อยา่ งไร
จากนั้นแลกเปล่ยี นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทกุ ขั้นตอนวา่ จะเพิม่ คุณคา่ ไปสูส่ ังคม
เกิดประโยชน์ตอ่ สังคมให้มากขึน้ กวา่ เดมิ ในข้ันตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครงั้ ต่อไป
สือ่ การเรยี นรู้/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
2. แผนที่แสดงอาณาเขตประเทศมาเลเซีย
3. แหลง่ การเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
7. บนั ทึกผลหลังแผนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบว่านกั เรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........และ
รองลงมารอ้ ยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบวา่ นกั เรียน....................................................
............................................................................................................................................................
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ 2 แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เรือ่ ง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบว่านกั เรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ร้อยละ................อยใู่ นระดบั ..........และ
รองลงมารอ้ ยละ.................อยใู่ นระดับ................และพบว่านกั เรียน
.............................................................................................................................................................
1.3 ดา้ นเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมาตรฐานหลกั สตู ร
ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เรือ่ ง ............................................
ระดบั ผลสมั ฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 3 พบวา่ นกั เรียนคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยูใ่ นระดับ...............และพบวา่ นักเรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่ …………………………..
4) นักเรยี นมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับ...................
5) นกั เรยี นมีทักษะในระดบั ..................
6) นักเรยี นมีคุณลกั ษณะในระดบั ...............
2. บรรยากาศการเรยี นรู้
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
3. การปรบั เปลีย่ นแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถ้ามี)
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
4. ข้อค้นพบด้านพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
5. อืน่ ๆ
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
6. ปญั หา/สิ่งที่พฒั นา / แนวทางแกป้ ญั หา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/สิง่ ทีพ่ ฒั นา สาเหตขุ องปญั หา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธีแก้ไข/พฒั นา ผลการแก้ไข/พฒั นา
สิ่งทีพ่ ฒั นา พัฒนา
รบั ทราบผลการดำเนนิ การ ลงชื่อ............................................. ผู้สอน
(นางสาวสายพิณ ทับลอ้ ม)
ลงชือ่ .................................................
(นางศิรินันท์ คล้ายทอง)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ลงชื่อ............................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี