The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nur-erawanie.k, 2021-08-28 11:53:19

Unit 2 The amazing body

Unit 2

1

แผนการจดั การเรยี นรู้

Unit 2 The amazing body

รายวิชา ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 เวลาเรียน 13 ชัว่ โมง ภาคเรยี นที่ 1

ผสู้ อน นางสาวนรู อรี าวานี กโู น โรงเรยี น บา้ นตาบา

________________________________________________________________________________

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตวั ชี้วดั

สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการส่อื สาร

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอื่ งท่ีฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคดิ เห็นอย่างมี

เหตผุ ล

ตวั ช้ีวดั 1. ปฏิบัติตามคำสัง่ คำขอรอ้ ง และคำแนะนำ (instructions) ง่ายๆ ทีฟ่ งั หรอื อ่าน

2. อา่ นออกเสยี งคำ สะกดคำ อา่ นกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพดู เข้าจงั หวะ

ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน

3. เลือก/ระบภุ าพ หรือสัญลักษณ์ หรือเครือ่ งหมาย ตรงตามความหมายของประโยคและ

ขอ้ ความสัน้ ๆ ทีฟ่ งั หรืออา่ น

4. ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนทิ านง่ายๆ

มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ และความ

คิดเหน็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

ตัวชี้วดั 4. พดู /เขียนเพ่ือขอและให้ข้อมลู เกีย่ วกับตนเอง เพ่ือน และครอบครวั

มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่อื งต่างๆ โดยการพดู และการ

เขียน

ตวั ชีว้ ัด 1. พดู /เขียนใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับตนเอง และเรอื่ งใกล้ตัว

2. พูด/วาดภาพแสดงความสัมพนั ธข์ องสิ่งต่างๆ ใกลต้ วั ตามที่ฟังหรอื อา่ น

สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม

มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั กาลเทศะ

ตวั ช้วี ดั 3. เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่เี หมาะกับวยั

สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพันธ์กบั กล่มุ สาระการเรียนร้อู ่นื

มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอื่ มโยงความรู้กับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อืน่ และเปน็ พืน้ ฐานใน

การพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั นข์ องตน

ตัวชว้ี ัด 1. คน้ ควา้ รวบรวมคำศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ น่ื และนำเสนอด้วยการพดู /

การเขียน

2

สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทงั้ ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คม

ตวั ชว้ี ดั 1. ฟังและพดู /อ่าน ในสถานการณท์ ่เี กิดขึน้ ในหอ้ งเรียนและสถานศึกษา
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมอื พื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการ

แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ บั สงั คมโลก
ตวั ชว้ี ัด 1. ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบค้นและรวบรวมขอ้ มูลตา่ งๆ

2. สาระสำคัญ/ ความคดิ รวบยอด
การเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ในร่างกาย และรูปร่างลักษณะของบุคคล การอ่าน

ตัวเลข โครงสร้างประโยคในการเปรียบเทียบขั้นกว่า ทำให้ผู้เรียนสามารถพูดขอและให้ข้อมูล พูดและเขียน
บรรยาย/เปรยี บเทียบรูปรา่ งลักษณะของบคุ คลได้ และยังบรู ณาการรว่ มกับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ่นื อกี ดว้ ย

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

- คำส่ังและคำแนะนำในการวาดรปู

- กลุ่มคำ ประโยคเดี่ยว และความหมาย เกีย่ วกบั ตนเอง เชน่ สว่ นตา่ งๆ ในรา่ งกายรูปรา่ ง

ลักษณะ

- การออกเสียงเน้นหนกั -เบาในคำ

- ประโยค บทสนทนา เนอ้ื เร่อื งส้ันๆ ทีม่ ีภาพประกอบ

- คำศพั ท์ สำนวน และประโยคท่ีใช้ขอและใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับตนเอง เพอื่ น และครอบครัว

เชน่ What does he/she look like? He/She is……. .

How tall is…? He/She is….. .

- ประโยคและขอ้ ความท่ใี ชใ้ นการพูดให้ขอ้ มลู เกย่ี วกับตนเอง และบคุ คล เช่น รปู ร่าง

- คำ กลุ่มคำทมี่ ีความหมายสมั พนั ธข์ องส่งิ ต่างๆ ใกล้ตัว เชน่ แผนภมู ิแทง่

- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เชน่ การเล่นเกม การร้องเพลง

- การใช้ภาษาในการฟังและพดู /อ่านสถานการณท์ ี่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน

- การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการรวบรวมคำศพั ทท์ ีเ่ กีย่ วข้องใกลต้ วั จากส่อื และแหลง่ การ

เรียนรูต้ า่ งๆ

- การรวบรวมคำศพั ท์ท่เี กยี่ วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่นื (วิทยาศาสตร์) เช่น ส่วนต่างๆ

ในร่างกายมนษุ ย์

3.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น

-

3

4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการคดิ
- การคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์
- การคิดวเิ คราะห์
4.2 ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ฟัง เขา้ ใจในส่ิงท่ีได้ยนิ
- พดู ไดใ้ จความ สามารถถ่ายทอดขอ้ มลู ขา่ วสารได้
- อา่ น เขา้ ใจในส่งิ ท่ีอ่าน อา่ นออกเสยี งได้ถกู ตอ้ ง
- เขยี น สามารถสื่อความหมายเป็นตัวอักษร หรอื ประโยคให้ผอู้ ่ืนเข้าใจ

5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวนิ ยั
- มจี ิตสาธารณะ
- ซือ่ สตั ย์สุจรติ
- อย่อู ย่างพอเพยี ง

6. ชิ้นงาน/ ภาระงาน
- งานเขียนบรรยายเก่ียวกบั สตั วป์ ระหลาด
- การทำแผนภมู ิแท่งเปรียบเทียบความสูงของเพอ่ื นในห้อง
- งานเขียนบรรยายลักษณะตวั การต์ ูนท่ีชอบ พร้อมวาดภาพประกอบ
- งานเขียนบรรยายพน่ี อ้ งของตนเอง พร้อมวาดภาพประกอบ
- การพดู เปรยี บเทียบบคุ คลในภาพท่กี ำหนดให้
- การรวบรวมคำศัพท์ใน My word book

7. การวัดและประเมินผล
7.1 การประเมินกอ่ นเรียน
- ประเมนิ การทำแบบทดสอบ
7.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
- ประเมินการทำแบบฝึกหดั
- ประเมนิ การทำแบบทดสอบยอ่ ย (English Test)
- สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทำกิจกรรม
7.3 การประเมนิ หลงั การเรยี น
- ประเมินการทำแบบทดสอบ

4

- ประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 การประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ประเมนิ งานเขยี นบรรยายเกย่ี วกับร่างกายของสตั วป์ ระหลาด
- ประเมนิ การทำแผนภมู แิ ทง่ เปรียบเทียบความสูงของเพ่ือนในห้อง
- ประเมินงานเขียนบรรยายลักษณะตวั การ์ตนู ท่ชี อบ พรอ้ มวาดภาพประกอบ
- ประเมนิ งานเขยี นบรรยายพีน่ ้องของตนเอง พรอ้ มวาดภาพประกอบ
- ประเมินการพูดเปรยี บเทียบบคุ คลในภาพท่กี ำหนดให้
- ประเมินการรวบรวมคำศัพทใ์ น My word book

8. กิจกรรมการเรยี นรู้
- กิจกรรมนำสู่การเรยี น
- กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้
- กิจกรรมรวบยอด

9. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน Smile ป. 4
2. แบบฝกึ หดั Smile ป. 4
3. Audio CD Smile ป. 4
4. บตั รภาพ บัตรคำ

5

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1
Unit 2 The amazing body

1. สาระสำคัญ
การเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ในร่างกาย และการอ่านตัวเลข ทำให้ผู้เรียนสามารถพูดและ

เขียนบรรยายรา่ งกายของตนเอง และบุคคลได้ และยังบูรณาการรว่ มกับกลุ่มสาระการเรียนร้อู ื่นอีกดว้ ย

2. ตัวชี้วัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายคำศพั ทเ์ กีย่ วกับส่วนตา่ งๆ ในร่างกายได้
- ออกเสียงเนน้ หนัก-เบาคำศัพท์ตัวเลขหลักสบิ ได้
- อ่านและพดู ตวั เลขหลกั ร้อยถึงหลักหม่นื ได้
- ฟงั จบั ใจความได้
- อ่านคำสงั่ และปฏบิ ตั ติ ามได้
- เขียนบรรยายง่ายๆ เกย่ี วกับรา่ ยกายสัตวป์ ระหลาดได้
- เล่นเกมภาษาอังกฤษได้

3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- คำส่ังและคำแนะนำในการวาดรูป
- การออกเสยี งเนน้ หนกั -เบาในคำ
- กลุ่มคำ ประโยคเดีย่ ว และความหมาย เก่ียวกบั ตนเอง เชน่ ส่วนต่างๆ ในร่างกาย
- ประโยคและข้อความทใี่ ชใ้ นการพูดใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกับตนเอง และบคุ คล
- ประโยคและข้อความที่ใช้ในการใหข้ ้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง และบุคคล
- กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เชน่ การเลน่ เกม
- การใชภ้ าษาในการฟังและพดู /อา่ นสถานการณท์ ี่เกดิ ขึ้นในห้องเรยี น
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
-

4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการคิด
- การคดิ อยา่ งสร้างสรรค์
4.2 ความสามารถในการส่ือสาร

6

5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
- มีวนิ ัย
- ซ่อื สตั ย์สจุ รติ

6. กิจกรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนำสู่การเรยี น

1. นักเรียนดูภาพร่างกายของมนุษย์ในหนังสือเรียน หน้า 18 ข้อ 1 What can you see? ครูช้ีที่ภาพ แล้ว

ถามนกั เรียนวา่ เหน็ อะไรบ้าง

Teacher: What do you see in this picture? (ชที้ ีภ่ าพ)

Students: A man, body, heart, brain, stomach, muscles…..

2. นักเรียนอ่านคำศัพท์ในหนังสือเรียน หน้า 18 ข้อ 2 Read, look and find. พร้อมๆ กัน และช้ีภาพส่วน

ต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ในข้อ 1 ประกอบการพูดด้วย จากน้ันครอู ่านออกเสียงให้นักเรียนฟังและพูดตาม

พร้อมกบั ชี้อวัยวะส่วนตา่ งๆ ในร่างกายของตนเองตามไปดว้ ย เสรจ็ แล้วครอู ่านคำศัพท์อีกครงั้ ทีละคำ โดย

ไม่เรียงลำดับ แล้วให้นักเรียนลุกขึ้นยืนทีละ 5 คนและชี้ที่อวัยวะของตนเองตามท่ีครูบอก ครูทำกิจกรรม

เชน่ นี้อีก 2-3 ครงั้ โดยเพ่มิ ความเร็วในการอา่ นคำศพั ทข์ ึน้ เรือ่ ยๆ

3. ครูให้เวลานักเรียน 2-3 นาที ในการทดสอบความรู้เก่ียวกับคำศัพท์ส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ โดยให้

นกั เรยี นดูภาพคนท่ีกำหนดให้ในแบบฝึกหัด หนา้ 14 ข้อ 1 Look and label. และเลือกคำศัพท์ในกรอบ

มาเขียนเตมิ ลงในรูปภาพให้ถูกตอ้ ง ครใู ห้นักเรียนที่เสร็จ 5 คนแรกยกมอื ข้ึน และนำผลงานมาสง่ ครู ถ้าถูก

หมด ครูให้เพื่อนๆ ปรบมือให้ และให้นักเรียนท้ัง 5 คนออกมายืนหน้าห้อง และช่วยกันเฉลยคำตอบ คน

ละ 2 คำ ด้วยการช้ีท่สี ่วนตา่ งๆ ในร่างกายของตนเองและพดู คำศัพท์ และใหเ้ พอื่ นๆ พูดตาม

4. ครูนำหุน่ มนุษย์พลาสติกจำลอง (Skeleton) หรอื โปสเตอร์ภาพโครงสรา้ งมนุษยม์ าใหน้ ักเรียนดู และต้งั ช่ือ

ใหด้ ว้ ย

Teacher: This is Jimmy. He is my friend.

He used to be dark, tall and handsome.

5. ครใู หน้ ักเรยี นเปิดหนงั สอื เรียน หนา้ 19-21 เพื่อสำรวจเน้ือหาครา่ วๆ แล้วถามนกั เรยี นว่าเหน็ อะไรบ้าง

Teacher: Class, what do you see from page 19 to 21?

Students: A man, numbers, a boy, a girl,…..etc.

6. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่าใน Unit 2 Lesson 1 นี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ใน

รา่ งกายมนษุ ย์ ตวั เลขหลกั ร้อยถงึ หลกั หมืน่ และการออกเสียงเนน้ หนกั (Stress) คำศัพท์ตวั เลข

กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้

1. นักเรียนดูภาพส่วนต่างๆ ของร่างกายใน Word box ในหนังสือเรียน หน้า 19 ข้อ 1 Listen, point and

repeat. ครชู ้ีนวิ้ ไปทภี่ าพทีละภาพ แลว้ ถามนกั เรยี นในช้นั วา่ คือภาพอะไร ใหน้ กั เรียนตอบเป็นภาษาไทย

Teacher: What’s this? ชี้นิว้ ไปทีละภาพ

7

Students: คอ ฟัน ไหล่ ………ตามลำดับ (ตอบพรอ้ มๆ กนั )
ครูเปิด CD/track 19 ใหน้ กั เรยี นฟังและชน้ี ิว้ ไปท่ภี าพทลี ะภาพ แล้วออกเสียงตาม

neck teeth shoulder stomach
toe bone heart muscles
brain body

2. นักเรยี นฟัง CD/track 19 อีกหลายๆ คร้ัง และออกเสียงตามจนคล่อง ครเู ดินสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้
ของนักเรียน และคอยกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนพูดตาม CD จากน้ันครูให้นักเรียนทั้งชั้น ชี้ไปที่ภาพทีละ
ภาพ และอ่านออกเสียงคำศัพท์ โดยไม่เปิด CD ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียน ด้วยการเปิดภาพทีละ
ใบ แล้วให้นกั เรียนท้งั ชัน้ บอกคำศัพทใ์ หถ้ กู ต้อง
ครูส่มุ เรียกนักเรียน 10 คน ใหพ้ ูดคำศัพท์เกยี่ วกับรา่ งกายตามบัตรภาพท่ีนกั เรียนเห็น

3. นักเรียนดูรูปภาพที่กำหนดให้ในหนังสือเรียน หน้า 20 ข้อ 3 Listen and number. แล้วครูเปิด
CD/track 21 ให้นักเรยี นฟัง 2 ครั้ง เพื่อเรียงลำดับรูปภาพ A-F ตามหมายเลขท่ีได้ยินจาก CD จากน้ันครู
เขียนเฉลยคำตอบบนกระดาน แล้วให้นักเรียนตรวจคำตอบของตนเอง โดยครูย้ำให้นักเรียนตรวจคำตอบ
ของตนเองด้วยความซ่ือสัตย์ ครูสำรวจว่านักเรียนส่วนใหญ่ตอบถูกก่ีข้อ ด้วยการถามว่าใครตอบถูก 6 ข้อ
ให้ยกมือขึน้ จากนัน้ ถามวา่ ใครถูก 5 ขอ้ 4 ขอ้ 3 ข้อ 2 ขอ้ 1 ข้อ และไม่ถกู เลย ตามลำดับ

1. stomach 2. heart 3. bone
4. Muscles 5. teeth 6. brain

1. C 2. A 3. F
4. E 5. D 6. B

4. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เพื่อเล่นเกม Mime Action Game (สามัคคีใบ้คำ) ครูเตรยี มกระดาษช้ิน
เลก็ ๆ ใหค้ รบตามจำนวนกลุ่ม และเขียนคำใบ้ลงบนกระดาษ ครอู ธบิ ายวิธีการเล่น ดงั นี้
1) แต่ละกลมุ่ ยืนเข้าแถวเรียงหนา้ กระดาน คนท่ี 1 กับคนที่ 2 หันหน้าเขา้ หากัน คนท่ี 3 และคนท่ี 4
ยืนหนั หลัง
2) คนท่ี 1 ดูประโยคคำใบ้ ซง่ึ ครูแจกใหแ้ กท่ ุกกลุ่ม ซงึ่ เขยี นวา่
“I have one head, two arms and two legs.”
จากน้ันคนท่ีหนึง่ จงึ แสดงท่าทางใหค้ นท่ี 2 ดู โดยไม่สง่ เสียง
3) คนท่ี 2 ใบ้คำให้กบั คนท่ี 3 โดยไม่ส่งเสียง , คนที่ 3 ใบ้คำตอ่ ใหค้ นที่ 4 โดยไม่ส่งเสยี ง
4) คนท่ี 4 ของแต่ละกลุ่มให้มากระซิบคำตอบกับครูทีละคน เพื่อท่ีครูจะได้รู้ว่าใครตอบถูก (เพื่อไม่ให้
มีการเปลย่ี นคำตอบทีหลงั )

8

5) ครูให้คนท่ี 4 ของแต่ละกลุ่มพูดคำตอบของกลุ่มตนเองดังๆ ให้เพ่ือนๆ ได้ยิน จากน้ันครูเขียน
คำตอบที่ถูกต้องบนกระดาน และใหน้ ักเรยี นทกุ คนอา่ นพรอ้ มๆ กัน ดงั น้ี

I have one head, two arms and two legs.

กจิ กรรมรวบยอด
1. นักเรียนจับกลุ่มทำงาน กลุ่มละ 3 คน ช่วยกันหาคำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ ซ่ึงซ่อนอยู่

ในแบบฝึกหัด หน้า 15 ข้อ 1 Find twelve words. กลุ่มที่วงกลมคำศัพทค์ รบทั้ง 12 คำก่อน จะถือเป็นผู้
ชนะ

STOMACH, BONE, TOE, BODY, MUSCLES, HAIR, TEETH,
NECK, BRAIN, SHOULDER, HEART, FEET

2. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนท่ีนั่งซ้ายมือ (Pair work) เพื่อจับคู่คำศัพท์กับภาพประกอบท่ีอยู่ซ้ายมือ ใน
แบบฝึกหัด หนา้ 15 ขอ้ 2 Look and write the number. โดยนกั เรยี นอ่านคำศพั ท์พร้อมๆ กนั ดงั น้ี

a. 4 b. 1 c. 3
d.6 e. 2 f. 5

นักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ โดยครเู ขยี นคำตอบท่ถี กู ตอ้ งอกี ครั้งบนกระดาน

3. นักเรียนแบ่งกลุ่มกันทำงาน กลุ่มละ 5-6 คน (Group work) เพื่อช่วยกันระดมความคิดบอกคำศัพท์

เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ โดยเร่ิมจาก A-Z ตามลำดับ ครูอนุญาตให้นักเรียนใช้ Dictionary

ไทย-อังกฤษ หรือ อังกฤษ-ไทย ได้ จากน้ันครูเขียนตัวอกั ษร A-Z บนกระดาน เพื่อให้นักเรียนช่วยกนั บอก

คำศพั ท์ท่ีนักเรยี นหาได้ ตวั อักษรใดทค่ี ดิ ไม่ได้ใหเ้ ว้นไวก้ ่อน

A - arm, ankle N - nose, neck

B - brain, body, back, belly, bottom O-

C - cheek, chin, chest P - pupil (รมู ่านตา), palm (ฝ่ามอื )

D - derm (ผิวหนัง) Q-

E - eye, eyebrow, eyelash, ear, elbow R - retina (เย่อื ภายในลูกตา)

F - finger, foot, forehead, face S - stomach, skin

G - gums (เหงือก) T - thumb, tooth, teeth, tongue

H - heart, hand, head, hair, heel, hip U-

I - intestine (ลำไส้เล็ก) V - veins (เส้นโลหติ ดำ)

J - joint (ขอ้ ตอ่ ), jaw (กราม) W - waist, wrist

K - kidney (ไต), knee (เข่า) X-

L - lip, leg, liver (ตบั ), lung (ปอด) Y-

9

M - muscles, mouth Z - etc.

4. นกั เรียนบนั ทกึ คำศัพทเ์ หลา่ นล้ี งในสมุดของตนเอง ในหวั ขอ้ “Parts of the Body” หรืออาจแบ่งกลุ่มแล้ว

ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกล่มุ คดั คำศัพทใ์ สแ่ ผน่ ป้าย เพอ่ื ทำเป็นสอ่ื การเรียนรใู้ นห้องเรยี น

5. นักเรียนเล่นเกม Grouping Game โดยครใู ห้นักเรียนจัดโตะ๊ เรียนชิดฝาผนังดา้ นใดด้านหน่ึงของห้องเรียน

เพอ่ื ให้มพี ื้นท่ีในการเล่นเกม หรือใหน้ ักเรียนออกไปทำกิจกรรมนอกหอ้ งเรยี น เมือ่ เริม่ เล่น ผู้นำเกมหรือครู

จะให้คำสั่งแก่นักเรียนท่ียืนกระจัดกระจายอยู่ในห้องเรียนว่า จับกลุ่ม 4 คน ผู้เล่นจะต้องรีบจับกลุ่มกับ

เพือ่ น ใหค้ รบตามจำนวนท่ีกำหนดให้ได้เร็วทสี่ ุด เมื่อจับกลมุ่ ได้แล้ว ให้กลุ่มน้ันน่ังลง ผูเ้ ลน่ ทจี่ ับกลุ่มไดช้ ้า

หรอื ไม่มกี ล่มุ จะถูกลงโทษโดยการร้องเพลง หรอื ทำกริยาทกี่ ลุ่มอ่ืนๆ สง่ั แลว้ รอเริ่มตน้ เล่นเกมในรอบใหม่

ส่วนนักเรียนท่ีจับกลุ่ม 4 คนได้แล้ว ให้เลือกคนใดคนหน่ึงเป็นตัวหลักเพื่อถามคำถามที่ขึ้นต้นด้วย How

many แลว้ ตามดว้ ยสว่ นต่างๆ ของร่างกาย เช่น

A: How many legs have you got?

B: I’ve got two legs.

A: How many toes have you got?

C: I’ve got ten toes.

ผู้ถาม (A) จะถามคำถามแก่สมาชิกท่ีเหลือในกลุ่ม (3 คน) ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนในแต่ละ

กลุ่ม และให้ความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น เช่น พูดหรือออกเสียงไม่ได้ (เพราะความอายหรืออ่อน

ภาษาองั กฤษ) ครคู อยใหก้ ำลงั ใจ ไมค่ วรดวุ า่ เมือ่ นักเรยี นพูดผดิ

7. การวัดและประเมนิ ผล
7.1 การประเมินกอ่ นเรียน
- ประเมินการทำแบบทดสอบ
7.2 การประเมินระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
- ประเมนิ การทำแบบฝกึ หัด
- ประเมนิ การทำแบบทดสอบยอ่ ย (English Test)
- สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ในช่วงการทำกจิ กรรม
7.3 การประเมนิ หลงั การเรยี น
- ประเมินการทำแบบทดสอบ
- ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ประเมนิ งานเขียนบรรยายเก่ียวกับร่างกายของสตั วป์ ระหลาด

10

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน Smile ป. 4
2. แบบฝกึ หดั Smile ป. 4
3. Audio CD Smile ป. 4
4. บัตรภาพ บัตรคำ

11

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2
Unit 2 The amazing body

1. สาระสำคญั
การเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ในร่างกาย และการอ่านตัวเลข ทำให้ผู้เรียนสามารถพูดและ

เขียนบรรยายรา่ งกายของตนเอง และบคุ คลได้ และยังบูรณาการรว่ มกับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ่นื อีกดว้ ย

2. ตวั ชวี้ ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายคำศพั ท์เกี่ยวกับส่วนตา่ งๆ ในร่างกายได้
- ออกเสียงเนน้ หนกั -เบาคำศพั ทต์ วั เลขหลกั สบิ ได้
- อา่ นและพดู ตวั เลขหลักรอ้ ยถงึ หลักหม่ืนได้
- ฟังจับใจความได้
- อา่ นคำส่ังและปฏบิ ัตติ ามได้
- เขยี นบรรยายง่ายๆ เก่ยี วกบั ร่ายกายสัตว์ประหลาดได้
- เล่นเกมภาษาอังกฤษได้

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
- คำสัง่ และคำแนะนำในการวาดรูป
- การออกเสียงเน้นหนกั -เบาในคำ
- กลุ่มคำ ประโยคเด่ยี ว และความหมาย เก่ียวกับตนเอง เชน่ ส่วนต่างๆ ในร่างกาย
- ประโยคและขอ้ ความท่ใี ชใ้ นการพูดให้ขอ้ มลู เกย่ี วกับตนเอง และบคุ คล
- ประโยคและข้อความที่ใช้ในการใหข้ ้อมลู เก่ยี วกบั ตนเอง และบคุ คล
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น การเล่นเกม
- การใช้ภาษาในการฟงั และพูด/อา่ นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรยี น
3.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
-

4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการคิด
- การคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์
4.2 ความสามารถในการส่ือสาร

12

5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มวี นิ ยั
- ซ่อื สตั ยส์ ุจริต

6. กิจกรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนำสู่การเรียน

1) ครูทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ในชั่วโมงที่ผ่านมาด้วยบัตรภาพและบัตรคำ โดยการชูบัตรภาพ

และบัตรคำใหน้ กั เรียนออกเสยี ง

2) ครูยมิ้ และทำท่ามีความสขุ แล้วชูสลากกินแบ่งรฐั บาล (Lottery) ให้นักเรยี นดู และบอกนักเรยี นวา่

Teacher: I am happy today because I won a lottery.

Look! How much money do I have?

ครูแสดงธนบัตรกระดาษหรือแบงค์กาโม่ ใบละ 100, 500, 1,000 บาท ให้นักเรียนแถวหน้าช่วยกันนับ

นกั เรยี นนับธนบตั รปลอม แล้วตอบวา่ “สามหม่ืนบาทค่ะ (ครับ)”

3) ครูบอกนักเรียนว่า ในบทเรียนนี้นักเรียนจะได้เรียนรเู้ ก่ยี วกับการนับตัวเลขจนถึงหลักหมื่น และส่วนต่างๆ

ของร่างกายมนุษย์ (ตอ่ )

กิจกรรมพฒั นาการเรยี นรู้

1. ครูสอนวิธีการอ่านตัวเลข (Numbers) เป็นภาษาอังกฤษ โดยการทบทวนหลักสิบ และอธิบายวิธีการอ่าน

หลกั หม่ืนให้นกั เรียน ดังน้ี

11 = eleven 18 = eighteen 40 = forty 80 = eighty

12 = twelve 19 = nineteen 45 = forty-five 90 = ninety

13 = thirteen 20 = twenty 50 = fifty

14 = fourteen 21 = twenty-one 56 = fifty-six

15 = fifteen 22 = twenty-two 60 = sixty

16 = sixteen 30 = thirty 68 = sixty-eight

17 = seventeen 32 = thirty-two 70 = seventy

100 = (a) one hundred

101 = (a) one hundred (and) one

121 = one hundred (and) twenty- one

232 = two hundred and thirty-two

999 = nine hundred and ninety-nine

1000 = one thousand

1001 = one thousand and one

1121 = one thousand one hundred and twenty-one

13

*หมายเหตุ: ใน British English จะใช้ “and” หน้าตัวเลขสดุ ทา้ ยทม่ี ากกว่า 100
เชน่ 101 อ่านวา่ one hundred and one
แต่ถา้ เป็น American English จะละ “and” เชน่ 101 อา่ นวา่ one hundred one
สำหรบั หลักหม่ืน 10,000 อา่ นวา่ ten thousand (ใหจ้ ำง่ายๆ ว่า 10 พัน) เช่น
12,000 = twelve thousand (12 พัน)
15,636 = fifteen thousand six hundred and thirty-six

ครูเขียนตัวเลขต่างๆ บนกระดาน เพ่อื ใหน้ กั เรยี นฝึกอ่านจนคล่อง
2. นักเรียนดูภาพ Mark ในหนังสือเรียน หน้า 20 ข้อ 4 Listen, say and read. ครูช้ีที่ภาพ Mark แล้วถาม

นกั เรยี นว่า Mark พูดว่าอะไร
Teacher: What does Mark say?
Students: Mark says, “One hundred and forty-five”.

3. ครูให้นักเรียนอ่านตัวเลขในตาราง ซ่ึงมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหม่ืน จากน้ันครูเขียนตัวเลขเหล่าน้ี
บนกระดาน แล้วบอกนักเรียนให้ต้ังใจฟัง CD/track 22 แล้วอ่านตามไปด้วย จากนั้นครูเปิด CD ให้
นักเรียนฟังอีก 2-3 คร้ัง เพ่ือให้นักเรียนฝึกอ่านตามจนคล่อง เสร็จแล้วครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงเอง
พร้อมๆ กัน โดยไม่เปิด CD ครูสุ่มเรียกนักเรียน 6 คนให้อ่านออกเสียงตัวเลขดังกล่าวอีกคร้ังทีละคน เพื่อ
ตรวจสอบว่านกั เรียนสามารถอา่ นตวั เลขได้หรอื ไม่

4. นักเรียนดูภาพประกอบในหนังสือเรียน หน้า 20 ข้อ 5 Listen and write. ครูถามนักเรียนว่าเห็นใครใน
ภาพบ้าง และคนในภาพถอื หรอื มีอะไรอยู่ในมือ
Teacher: How many persons do you see?
Students: Five persons.
Teacher: Who are they?
Students: May, Mark, Harry, Betty and Ben.
Teacher: What do they have in their hands?
Students: They have stars.
Teacher: Excellent!

5. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ครูแจกกระดาษขนาด A4 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 แผ่น
ให้นักเรียนช่วยกันฟังและเขียนคำตอบที่ได้ยินจากครู โดยครูระบุให้นักเรียนเขียนตัวโตๆ ให้ชัดเจน
จากนั้นให้แต่ละกลุ่มนำกระดาษไปติดบนกระดาน เพื่อเปรียบเทียบคำตอบ ครูตรวจแล้วสรุปคำตอบที่
ถูกต้องให้นักเรยี นอกี คร้งั บนกระดาน

1. 8,000 2. 950 3. 12,000 4. 1,900 5. 950

6. ครูสอนการอ่าน โดยให้นักเรียนดูรูปภาพ ในหนังสือเรียน หน้า 21 ข้อ 6 Listen, read and say ‘true’
or ‘false’.

14

Teacher: Class, what do you see in the picture? (ครูชท้ี ภี่ าพ)
Students: a classroom, a teacher, students, blackboard, desks, chairs
Teacher: Good.
7. ครูควรชมเชยนักเรียนทุกครั้งท่ีตอบถูก เพ่ือสร้างแรงจูงใจ เม่ือทำกิจกรรมขั้นก่อนอ่านเสร็จแล้ว
ครเู ปดิ CD/track 25 ใหน้ กั เรียนฟงั

Teacher: How many teeth have you got?
Julia: That’s easy. I’ve got 32 teeth.
Teacher: Good! How many bones have you got?
Harry: I know! I know! I’ve got 206 bones.
Teacher: Great! Have you got 600, 620 or 640
muscles in your body?
Ben: I think I know. I’ve got…..er….640 muscles.
Teacher: Well done, Ben! Now the last question, has
your brain got bones?
Harry: No, it hasn’t.
Teacher: That’s correct.

เมือ่ ฟงั จบแล้ว ครถู ามนกั เรยี นว่าบทสนทนาท่ีนกั เรยี นได้ยนิ เป็นเร่อื งเกี่ยวกับอะไร
Teacher: Who are in the conversation?
Students: Teacher, Julia, Harry and Ben.
Teacher: ครเู ขยี นช่อื บคุ คลทัง้ 4 ที่กล่าวถึงบนกระดาน
What are they talking about?
Students: Teeth, bones, brain, muscles, body…..
Teacher: Very good!

8. นักเรียนอ่านประโยค 1-4 ที่อยู่ด้านล่างของบทสนทนา ในข้อ 6 แล้วพิจารณาว่า ประโยคเหล่านี้ถูกต้อง
ตามเน้ือหาในบทสนทนาหรือไม่ ถ้าตรงตามเนื้อหาให้ทำเคร่ืองหมาย ท้ายประโยค แต่ถ้าไม่ถูก ให้ทำ
เคร่อื งหมาย  ทา้ ยประโยค จากน้นั จึงเฉลยคำตอบพร้อมกนั

 1. There are thirty-two teeth in our body.
 2. There are two hundred and sixty bones in our body.

(correct- two hundred and six bones)
 3. The brain hasn’t got bones.
 4. There are six hundred and twenty muscles in our body.

(correct – six hundred and forty muscles)

15

9. ครูหาภาพสัตว์ประหลาดต่างๆ เช่น จากเร่ือง Ultraman, Power Rangers, Alien มาติดบนกระดาน

พร้อมบัตรคำ Monster ครชู ีท้ ีภ่ าพสัตวป์ ระหลาด แล้วพดู

Teacher: They are monsters. (เนน้ เสียง /s/)

10. ครูชูบัตรคำ แล้วพูด “Monster,monster”นักเรียนพูดตามครู จากนั้นครูให้นักเรียนช่วยกันบอก

ความหมายของคำว่า “Monster” ซึง่ แปลว่า สตั ว์ประหลาด

11. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมในหนงั สือเรียน หน้า 21 ข้อ 7 Draw the monster and write about it. โดย

จินตนาการถึงสัตว์ประหลาดของตนเอง แล้ววาดภาพใส่กระดาษ A4 ท่ีใช้แล้ว 1 หน้า (Recycle) และ

เขยี นบรรยาย พร้อมทัง้ ระบายสใี ห้สวยงาม

12. นักเรียนดูภาพเด็กชายหลายคนซึ่งอยู่ในโรงอาหาร ในหนังสือเรียน หน้า 21 ข้อ 8 Listen and say. ครู

ถามจำนวนเด็กชายในภาพ โดยให้นักเรียนในหอ้ งช่วยกนั นับ

Teacher: How many boys are there in the canteen? Please count.

Students: (นับจำนวน) Fourteen.

Teacher: So there are fourteen boys in the canteen.

13. ครูสุ่มตัวอย่างนักเรียน 4-5 คน ให้อ่านประโยคน้ีทีละคน “There are fourteen not fifteen boys in

the canteen.” ครูสอนการออกเสียงจำนวนตัวเลขหลัก 10 ท่ีลงท้ายด้วย “teen” โดยการเขียนบน

กระดาน ดงั น้ี

13 = thirteen 14 = fourteen 15 = fifteen

16 = sixteen 17 = seventeen 18 = eighteen

19 = nineteen

14. ครูใช้หมึกสีหรือชอล์กสี ขีดเส้นใต้พยางค์ที่เน้นเสียงหนัก และอธิบายให้นักเรียนฟังว่าหมายถึง

ให้ออกเสยี งเนน้ หนกั ที่คำนั้น จากนน้ั ครชู ้ีไปทค่ี ำศัพทต์ ัวเลขทลี ะคำ แล้วอา่ นออกเสยี งโดยเน้น (stress) ที่

พยางค์หลัง (คำว่า teen) นักเรียนดูปากครูแล้วพูดตาม ครูให้นักเรียนฝึกอ่านคำศัพท์ตัวเลขบนกระดาน

จนคลอ่ ง แล้วสมุ่ เรยี กนักเรยี น 4 คน จากแถวหลงั ใหย้ นื ขึ้นอ่านออกเสียงคำศพั ทท์ ้ังหมดทลี ะคน

กิจกรรมรวบยอด

1. นักเรียนอ่านออกเสียงคำอ่านตัวเลข a-h ในแบบฝึกหัด หน้า 15 ข้อ 3 Read, listen and match.

พร้อมๆ กันตามครู จากนั้นครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงด้วยตนเอง ครูเปิด CD/track 23 ให้นักเรียนฟัง

และจับคู่ตัวเลข (1-8) กับคำอ่าน (a-h) ให้ถูกต้อง โดยการเขียนตัวอักษร a-h หน้าตัวเลขท่ีสัมพันธ์กัน

หรือใช้วิธีการโยงเส้นจับคู่ก็ได้ เสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ ครูเขียนคำตอบที่ถูกต้องบน

กระดาน ครูอาจตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนอีกครั้ง ด้วยการสุ่มเรียกนักเรียน 8 คนสุดท้ายจาก

รายชือ่ นกั เรียนในห้องใหอ้ ่านตัวเลขคนละ 1 ขอ้

1. e 2. d 3. f 4. a
5. g 6. h 7. c 8. b

16

2. นักเรียนอ่านลักษณะสัตว์ประหลาดที่กำหนดให้ในแบบฝึกหัด หน้า 16 ข้อ 5 Read the instructions.
Draw the monster and colour. พร้อมๆ กัน จากน้ันให้นักเรียนวาดภาพสัตว์ประหลาดตามที่นักเรียน
ได้อ่านข้อมูลท่ีให้ไว้ ครูเน้นให้นักเรียนมีความซื่อสัตย์ในการทำงาน ไม่ลอกงานของเพื่อน จากน้ันให้
นักเรยี นระบายสีภาพให้สวยงาม แล้วนำมาสง่ ครู ครเู ตรยี มตรายางรูปดาว และผ้าหมึกสีแดง โดยมีวิธีการ
ใหด้ าวแก่ภาพวาดสัตว์ประหลาด ดังนี้

3. นักเรียนดูภาพประกอบในแบบฝึกหัด หน้า 17 ข้อ 6 Read and complete. ครูถามนักเรียนว่าเห็น
อะไรในภาพบา้ ง
Teacher: What do you see in the picture? ครชู ที้ ี่รปู ภาพในแบบฝกึ หดั
Students: A girl, a mirror, etc.

4) นักเรียนอ่านข้อความท่ีกำหนดให้ในใจ (Reading comprehension) เมื่ออ่านจบแล้ว ครูขอให้
อาสาสมัคร 1 คน ที่เก่งภาษาอังกฤษ ลุกข้ึนอ่านออกเสียงข้อความดังกล่าวให้เพื่อนๆ ฟัง จากน้ันครูให้
เวลานักเรียน 5 นาที ในการเติมคำลงในช่องว่างในประโยค 1-6 โดยให้นักเรียนทำงานตามลำพัง
(Individual work) เมื่อนักเรียนทำงานเสร็จแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 6 คน ให้ลุกข้ึนอ่านประโยค
ทีเ่ ตมิ คำสมบูรณ์แล้ว คนละ 1 ขอ้ ครูเขยี นเฉลยคำตอบให้นักเรยี นดบู นกระดานอกี คร้ัง

1. mouth 2. nose 3.look
4. cut 5. listen

กจิ กรรมรวบยอด
1. นักเรียนอ่านออกเสียงคำอ่านตัวเลข a-h ในแบบฝึกหัด หน้า 15 ข้อ 3 Read, listen and match.

พร้อมๆ กันตามครู จากนั้นครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงด้วยตนเอง ครูเปิด CD/track 23 ให้นักเรียนฟัง
และจับคู่ตัวเลข (1-8) กับคำอ่าน (a-h) ให้ถูกต้อง โดยการเขียนตัวอักษร a-h หน้าตัวเลขที่สัมพันธ์กัน
หรือใช้วิธีการโยงเส้นจับคู่ก็ได้ เสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ ครูเขียนคำตอบที่ถูกต้องบน
กระดาน ครูอาจตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนอีกคร้ัง ด้วยการสุ่มเรียกนักเรียน 8 คนสุดท้ายจาก
รายชอ่ื นักเรยี นในหอ้ งใหอ้ ่านตวั เลขคนละ 1 ข้อ

1. one hundred and eighty-five 1. e
2. seven hundred and fifty 2. d
3. two thousand 3. f
4. one thousand eight hundred and ninety-two 4. a
5. three thousand four hundred and sixty-six 5. g
6. ten thousand 6. h
7. nineteen thousand 7. c
8. fifty thousand 8. b

17

2. นักเรียนจับคู่กัน (Pair work) ช่วยกันอ่านคำอ่านตัวเลขในแบบฝึกหัด หน้า 16 ข้อ 4 Write the
numbers. จากน้ันครูให้นักเรียนทุกคู่อ่านออกเสียงคำอ่านตัวเลขพร้อมๆ กัน ครแู จกกระดาษให้นักเรียน
คลู่ ะ 1 แผ่น ซึ่งมีตัวเลข 1-8 อยู่ และใหแ้ ตล่ ะคู่ปรกึ ษาหารือกัน แลว้ เขียนคำอ่านดังกลา่ วให้เปน็ ตวั เลขใน
กระดาษที่ครูแจกให้ โดยเขียนชื่อผู้ร่วมกลุ่มด้านล่างของกระดาษ ครูให้นักเรียนรวบรวมกระดาษคำตอบ
มาส่งครู จากน้ันครูแจกกระดาษนน้ั ให้นักเรียนคู่ละ 1 แผ่น โดยไม่ให้เจ้าของกระดาษได้ของคู่ตนเอง เม่ือ
ครูพูดเฉลยคำตอบเสร็จแล้ว ครสู ำรวจวา่ นักเรียนในหอ้ งสว่ นใหญต่ อบถูกกีข่ อ้

1. 14,305 5. 7,685
2. 87,222 6. 15,000
3. 832 7. 10,500
4. 95 8. 60,000

3. นักเรียนอ่านลักษณะสัตว์ประหลาดท่ีกำหนดให้ในแบบฝึกหัด หน้า 16 ข้อ 5 Read the instructions.
Draw the monster and colour. พร้อมๆ กัน จากนั้นใหน้ ักเรียนวาดภาพสัตว์ประหลาดตามที่นักเรียน
ได้อ่านข้อมูลท่ีให้ไว้ ครูเน้นให้นักเรียนมีความซ่ือสัตย์ในการทำงาน ไม่ลอกงานของเพ่ือน จากน้ันให้
นักเรียนระบายสีภาพให้สวยงาม แลว้ นำมาส่งครู ครูเตรียมตรายางรูปดาว และผ้าหมึกสีแดง โดยมีวธิ ีการ
ใหด้ าวแก่ภาพวาดสัตวป์ ระหลาด ดังนี้

4. นักเรียนดูภาพประกอบในแบบฝึกหัด หน้า 17 ข้อ 6 Read and complete. ครูถามนักเรียนว่าเห็น
อะไรในภาพบ้าง
Teacher: What do you see in the picture? ครูช้ที ร่ี ปู ภาพในแบบฝึกหดั
Students: A girl, a mirror, etc.

5. นักเรียนอ่านข้อความท่ีกำหนดให้ในใจ (Reading comprehension) เม่ืออ่านจบแล้ว ครูขอให้
อาสาสมัคร 1 คน ที่เก่งภาษาอังกฤษ ลุกข้ึนอ่านออกเสียงข้อความดังกล่าวให้เพื่อนๆ ฟัง จากนั้นครูให้
เวลานักเรียน 5 นาที ในการเติมคำลงในช่องว่างในประโยค 1-6 โดยให้นักเรียนทำงานตามลำพัง
(Individual work) เม่ือนักเรียนทำงานเสร็จแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 6 คน ให้ลุกข้ึนอ่านประโยค
ทีเ่ ติมคำสมบรู ณ์แล้ว คนละ 1 ขอ้ ครูเขยี นเฉลยคำตอบใหน้ กั เรยี นดูบนกระดานอีกคร้ัง

1. mouth 2. nose 3. look
4. cut 5. listen

6. นักเรียนดูภาพสัตว์ประหลาด ในแบบฝึกหัด หน้า 17 ข้อ 7 Look and write. นักเรียนจับกลุ่ม
กลุม่ ละ 3 คน วพิ ากษ์วจิ ารณ์เกี่ยวกบั สตั วป์ ระหลาดตัวนี้ พร้อมตัง้ ช่ือให้ดว้ ย จากนั้นจึงเขยี นบรรยายสัตว์
ประหลาดตวั น้ี อย่างนอ้ ย 5 ประโยค โดยครูระบวุ ่าถา้ ในคำบรรยายมีตวั เลข ให้เขยี นเป็นตวั อกั ษร

18

(Suggested Answers)
This is the monster. Its body is green. It has got one
eye. It has got four ears. It has got two hands. It has got three
legs. It has got nine toes.

7. นักเรียนทดสอบการฟังเสียงเน้นหนัก (stress) โดยครูเปิด CD/track 27 ให้นักเรียนฟัง 2 คร้ัง แล้วให้
นักเรียนวงกลมคำศัพท์ท่ีได้ยิน ในแบบฝึกหัด หน้า 17 ข้อ 8 Listen : fourteen, forty. Listen, circle
and say. จากน้ันครูเขียนเฉลยคำตอบบนกระดาน และอธิบายว่าตัวเลขที่ลงท้ายด้วย “teen” เช่น
sixteen จะเน้นพยางค์หลัง แตถ่ า้ ลงท้ายด้วย “ty” จะเนน้ พยางค์หน้า เชน่ sixty ครเู ปิด CD อีกหลายๆ
คร้งั เพ่ือใหน้ กั เรียนฝกึ อ่านตามจนสามารถอา่ นตัวเลขได้อย่างถูกต้อง

fifteen sixty nineteen

7. การวดั และประเมนิ ผล
7.1 การประเมนิ ก่อนเรียน
- ประเมนิ การทำแบบทดสอบ
7.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
- ประเมนิ การทำแบบฝกึ หดั
- ประเมินการทำแบบทดสอบยอ่ ย (English Test)
- สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ในช่วงการทำกิจกรรม
7.3 การประเมนิ หลงั การเรียน
- ประเมินการทำแบบทดสอบ
- ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
7.4 การประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ประเมนิ งานเขยี นบรรยายเก่ยี วกับรา่ งกายของสตั วป์ ระหลาด

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี น Smile ป. 4
2. แบบฝกึ หัด Smile ป. 4
3. Audio CD Smile ป. 4
4. บัตรภาพ บตั รคำ

19

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
Unit 2 The amazing body

1. สาระสำคญั
การเรียนรู้คำศัพท์เก่ียวกับรูปร่างลักษณะ โครงสร้างประโยคในการเปรียบเทียบขั้นกว่า อ่าน

เน้ือเร่ืองส้ันๆ ทำให้ผู้เรียนสามารถพูดถาม-ตอบ และเขียนบรรยาย/เปรียบเทียบรูปร่างลักษณะของบุคคลได้
และยงั บรู ณาการร่วมกับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ่ืนอีกด้วย

2. ตัวชว้ี ดั / จุดประสงค์การเรียนรู้
╴ ออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายของคำศัพทเ์ กย่ี วกับรปู รา่ งลักษณะได้
╴ พูดขอและใหข้ ้อมลู เกี่ยวกับสว่ นสูงและรูปร่างลักษณะได้
╴ เขียนบรรยายเก่ยี วกับตวั การ์ตูนทช่ี อบได้
╴ พดู และเขียนเปรียบเทียบข้อมลู ของบุคคลและสิง่ ใกลต้ วั ได้
╴ พูดขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกับนกั รอ้ งและดาราทีช่ น่ื ชอบได้
╴ ฟังและระบุภาพได้
╴ ทำแผนภมู ิแทง่ เปรียบเทียบความสูงของเพอื่ นในห้องเรยี นและเขยี นรายงานได้
╴ รอ้ งเพลงภาษาอังกฤษและแสดงทา่ ทางประกอบได้
╴ เล่นเกมภาษาอังกฤษทีก่ ำหนดได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

- กลุม่ คำ ประโยคเดี่ยว และความหมาย เกีย่ วกับตนเอง เช่น รูปรา่ งลกั ษณะ

- ประโยค บทสนทนา เนอื้ เรอ่ื งสนั้ ๆ ทม่ี ภี าพประกอบ

- คำศัพท์ สำนวน และประโยคทีใ่ ชข้ อและใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เพ่ือน และครอบครวั

เช่น What does he/she look like? He/She is….. .

How tall is…? He/She is….. .

- ประโยคและข้อความทใ่ี ช้ในการพูดให้ขอ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเอง และบุคคล เช่น รปู รา่ ง

- ประโยคและข้อความท่ีใชใ้ นการให้ขอ้ มลู เก่ียวกบั ตนเอง และบุคคล

- คำ กลุ่มคำที่มคี วามหมายสมั พนั ธข์ องสงิ่ ต่างๆ ใกลต้ ัว เชน่ แผนภูมแิ ทง่

- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น การเล่นเกม การรอ้ งเพลง

- การรวบรวมคำศัพท์ท่เี ก่ียวข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อนื่ (วทิ ยาศาสตร์) เชน่ ส่วนต่างๆ

ในร่างกายมนุษย์

20

- การใช้ภาษาในการฟังและพูด/อา่ นสถานการณ์ที่เกิดข้นึ ในห้องเรียน
- การใชภ้ าษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพทท์ เ่ี กี่ยวข้องใกล้ตวั จากส่อื และแหล่งการ

เรียนรตู้ ่างๆ
3.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ

-

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
- การคิดอยา่ งสร้างสรรค์
- การคดิ วเิ คราะห์

5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ซื่อสัตยส์ จุ ริต
- อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
- มจี ิตสาธารณะ

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
กิจกรรมนำสู่การเรยี น
1. นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านจำนวนตัวเลข โดยครูชูบัตรตัวเลข แล้วให้นักเรียนพูดเป็นภาษาอังกฤษ

ให้ถกู ตอ้ ง
2. ครูทดสอบความสามารถของนักเรียน โดยการแจกตารางกลุ่มตัวเลขแก่นักเรียนทุกคน เมื่อครูเอ่ยถึง

ตัวเลขจำนวนใด นักเรียนวงกลมตัวเลขจำนวนนน้ั (Individual work) ครูย้ำให้นักเรยี นซ่ือสตั ยส์ ุจรติ ไม่
ควรลอกคำตอบของผู้อนื่

1,620 555 781 432
1,200
007

102 300 49 67
1,00734 99,00
78 783133 61,730
56 86,750 0
14,53 13,69
69 0 0 4,050 18,90

701 221 0
19,670 809 79

506

21

ครูพูดหมายเลขช้าๆ ชดั ๆ และพูดซำ้ หมายเลขละ 2 ครง้ั แล้วหยดุ เพ่อื ใหน้ กั เรียนวงคำตอบ ดงั น้ี

1) five hundred and fifty – five (555)

2) seven hundred and eighty - one (781)

3) four hundred and thirty - two (432)

4) eight hundred and nine (809)

5) double zero seven (หรือ oh oh seven -- อา่ นวา่ โอ โอ เซเว่น) (007)

6) thirteen thousand six hundred and ninety (13,690)

7) fourteen thousand five hundred and thirty (14,530)

8) eighteen thousand and nine hundred (18,900)

9) ninety - nine thousand (99,000)

10) one thousand and six (1,006)

ครูเฉลยโดยอ่านตัวเลขภาษาอังกฤษทีละตัว และให้นักเรียนช่วยกันบอกเป็นภาษาไทยว่าคือเลขอะไร ครู

ใหน้ ักเรียนตรวจคำตอบของตนเองดว้ ยความซ่ือสตั ย์ ผู้ใดวงหมายเลขถูกเกิน 8 ข้อ ถอื ว่าผ่านเกณฑ์

3. ครูหยิบบัตรภาพขนาดใหญ่ชูขึ้นให้นักเรียนดูภายในเวลา 1 วินาที แล้วพลกิ ภาพกลบั ให้นักเรียนเหน็ เพียง

ดา้ นหลัง เพอ่ื ทำใหน้ ักเรียนสนใจและอยากร้อู ยากเหน็ จากนัน้ ครูถามนกั เรยี นว่า

Teacher: Guess, who is she?

Students: I don’t know.

Teacher: She is my friend. Look! ครูชภู าพให้นักเรียนดูเตม็ ๆ

She is beautiful. She is tall and has got straight hair.

4. นกั เรียนเปดิ หนงั สอื เรยี น Unit 2 Lesson 2 อย่างคร่าวๆ (หนา้ 22-25) ครูถามนกั เรยี นวา่ เหน็ อะไรบ้าง

Teacher: What do you see from page 22 to page 25?

Students: (ชว่ ยกันตอบ) A man, a woman, a boy, a girl, graph, a monster,

Teacher: Excellent!

5. ครูบอกนักเรียนว่าใน Unit 2 Lesson 2 น้ี นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบอกรูปร่างลักษณะของ

บุคคล การอ่านข้อมูลและเขียนแผนภูมิ การอ่านจับใจความ การพูด/เขียนบรรยายและเปรียบเทียบ

ลกั ษณะของบุคคล

กจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรู้

1. นักเรียนดูภาพคำศัพท์เกี่ยวกับลักษณะรูปร่างของบุคคลใน Word box ในหนังสือเรียน หน้า 22 ข้อ 1

Listen, point and repeat. แล้วให้นักเรียนบอกคำศัพท์เหล่าน้ีเป็นภาษาไทย คำไหนที่นักเรียนไม่รู้ ให้

นักเรียน เดาจากรูป ภ าพ จากนั้น ให้ นักเรียนฟั ง CD/track 28 และใช้นิ้ วชี้ภ าพ ตามไป ด้วย

แล้วออกเสียงคำศัพท์ตาม CD ครูเปิด CD อีกหลายๆ คร้ัง จนนักเรียนอ่านได้คล่อง แล้วครูสุ่มเรียก

นกั เรยี น 3 คน จากแถวหลงั ให้อ่านคำศัพทท์ ้ังหมดทีละคน

2.

22

w thin
long short fat

tall straight wavy centimetre

3. นักเรียนดูภาพ A-E ในหนังสือเรียน หน้า 22 ข้อ 2 Listen and number. แล้วบอกครูว่าแต่ละคน
ในภาพมรี ปู ร่างลกั ษณะอย่างไร จากนั้นครูเปดิ CD/track 29 ใหน้ กั เรยี นฟัง แลว้ จับคู่หมายเลขประโยคที่
ไดย้ ินกับภาพ A-E ลงในสมดุ นกั เรยี นฟัง CD อกี 1-2 คร้ัง เสร็จแลว้ ชว่ ยกันเฉลยคำตอบ

1. The boy is short. 1. E
2. Tony has got wavy hair. 2. C
3. Maria has got long hair. 3. A
4. My brother is thin. 4. B
5. My sister is tall. 5. D

ครูนำแผ่นป้าย Audio script ของ CD/track 29 ติดบนกระดาน แล้วเปิด CD/track 29 ให้นักเรียนฟัง
อกี ครัง้ พรอ้ มกับอา่ นตามไปดว้ ย จากน้ันนักเรียนอา่ นประโยคทง้ั 5 พร้อมๆ กนั
4. นกั เรียนเปิดหนังสือเรียน หน้า 22 ข้อ 3 Listen and write. และอา่ นประโยค 1-5 ท่ีกำหนดให้ จากนั้น
ครูเปดิ CD/track 30 ให้นักเรียนฟัง 2 ครั้ง และให้นักเรียนเติมคำลงในประโยคให้สมบูรณ์ โดยทำลงใน
สมุด

1. This boy iWs fat.
2. This girl is thin.
3. My sister is tall.
4. My teacher has got straight hair.
5. She has got wavy hair.

ครูสุ่มเรียกนักเรียน 5 คน ให้ยืนข้ึนอ่านประโยคท่ีนักเรียนเติมสมบูรณ์แล้ว คนละ 1 ประโยค
ถา้ ประโยคทนี่ ักเรยี นอา่ นถูกตอ้ ง ครใู หน้ ักเรยี นออกไปเขียนคำตอบบนกระดาน

1. fat 2. thin 3. tall
4. straight 5. wavy

5. นกั เรยี นดภู าพประกอบ ซ่งึ เป็นตวั ละคร 4 ตัว ในหนังสือเรียน หนา้ 23 ข้อ 4 Listen and match. แล้ว
ถามนักเรยี นวา่ ตัวละครในภาพคือใคร
Teacher: Who are in the picture?

23

Students: Nick, Ann, May and Mark.
ครูใหน้ ักเรียนฟงั CD/track 32 แล้วจบั คปู่ ระโยคทไี่ ด้ยินกับรปู ภาพทั้ง 4

1. Look at Ann. She’s got long black hair and big green eyes.
2. Can you see Mark? He’s got blond hair and big eyes.
3. Look at May. May has got long wavy hair and small eyes.
4. Can you see Nick? Nick has got brown hair and a big nose.

นักเรียนฟัง CD หลายๆ คร้ัง และจับคู่ประโยคกับรูปภาพ จากนั้นจึงช่วยกันเฉลย ครูเขียนคำตอบ
ทถี่ ูกตอ้ งบนกระดานอีกคร้ัง

1. A (Ann) 2. C (Mark)
3. B (May) 4. D (Nick)

ครตู ิดแผน่ ปา้ ย Audio script ใหน้ กั เรยี นลอกลงสมดุ แล้วอา่ นตามครู
6. ครูสอนคำศัพท์เก่ียวกับการบรรยายลักษณะรูปร่างของบุคคล (Describing people) โดยแบ่งออกเป็น

สว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกาย ดงั นี้

1) Body (โครงสรา้ ง): tall, short, fat, thin

2) Age (อายุ): baby, infant (ทารก), child, teenage, middle-aged,

young, old

3) Hair colour (สีผม): black, brown, blond, golden, fair (สอี อ่ นหรือสีทอง)

4) Hair style (ลกั ษณะผม): straight, wavy, curly, bob style, crew cut (ทรงผม

ของผู้ชายท่ีส้นั มาก), bald (คนหัวลา้ น)

5) Eye colour (สีตา): black, brown, green, blue

6) Skin colour (สผี ิว): fair (ผวิ เนือ้ ขาว), dark, white, tan

7) องค์ประกอบภายนอกอื่นๆ: beard (มเี ครา), moustache (หนวด)

8) ความคดิ เหน็ ในภาพรวม: beautiful, pretty, handsome (หลอ่ ), lovely (น่ารัก),

attractive (ดึงดดู ความสนใจ), ugly (น่าเกลยี ด) ฯลฯ

ในการถามว่าคนนน้ั มลี ักษณะอยา่ งไร เราตง้ั คำถาม ดงั น้ี

A: What does he (she) look like?

B: He is dark, tall and handsome.

6. นักเรียนเล่นเกม Two rabbits (กระต่ายขาเดียว 2 ตัว) ซ่ึงเป็นเกมท่ีไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น โดยมีวิธีการ

เลน่ ดังน้ี

24

1) ครขู ดี เส้นเป็นวงกลมวงโต ให้นักเรียนทุกคนไปอย่ใู นวงกลม
2) ครูขออาสาสมคั รนกั เรยี น 2 คน ให้เป็นกระต่ายขาเดียว
3) นักเรียนที่เป็นกระต่ายขาเดียวทั้ง 2 คน ว่ิงไล่จับเพื่อนๆ โดยว่ิงขาเดียว การจับทำ

ได้โดยแตะที่ส่วนใดสว่ นหนง่ึ ของรา่ งกาย
4) เมื่อกระต่ายทั้ง 2 จับเพ่ือนได้ 2 คนแล้ว ให้ท้ัง 4 คนมายืนรวมกันอยู่กลาง

วงกลม แลว้ จบั คู่กนั เพอื่ พูดถาม-ตอบเก่ียวกับรปู ร่างลกั ษณะของบุคคลท่ไี มใ่ ช่คู่ของ
ตนเอง

e.g. A: What does C look like?
B: He is short and thin.
C: What does B look like?
D: She is white, tall and lovely.

5) กระต่าย 2 ตัวแรก ออกจากวงกลมไปพักผ่อนนอกห้อง เหย่ือท่ีถูกจับได้ 2 คน
แสดงเปน็ กระต่ายขาเดียว ว่งิ ไลจ่ ับเพื่อนอีก 2 คน และพูดสนทนาอกี ครง้ั

6) ถ้าฝ่ายวิ่ง ว่ิงออกนอกเส้นที่กำหนด จะถือว่าแพ้ ต้องมาเป็นเหยื่อให้กับกระต่าย
ตัวใดตวั หนงึ่ พูดสนทนา และเป็นกระต่ายขาเดียวต่อไป

7. นักเรียนดูภาพประกอบของ Maria และ Jenny ในหนังสือเรียน หน้า 23 ข้อ 5 Listen, look and
compare. แล้วแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ในแต่ละกลุ่มให้อภิปรายร่วมกันว่าลักษณะร่างกาย
ของ Maria และ Jenny แตกต่างกันอย่างไร โดยครูอนุญาตให้ใช้ภาษาไทยได้ จากน้ันครูเปิด CD/track
34 ให้นักเรยี นฟังเกยี่ วกบั การบรรยายรปู รา่ งลกั ษณะของ Maria และ Jenny ดงั นี้

Maria has got long black hair and big green eyes.
She’s wearing a black T-shirt and white shoes. She has got a
yellow bag. Jenny has got short blond hair and blue eyes.
She is wearing a white hat, red shorts and a black sweater.
She has got a blue bag.

นักเรียนฟัง CD อีก 2 ครั้ง แล้วจึงเติมคำลงในช่องว่างที่ขาดหายไป โดยทำลงในสมุด จากนั้นครูให้
นักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ เสร็จแล้วครเู ปิด CD ให้นักเรียนฟังอีกคร้ังและอ่านออกเสียงตามไปด้วย ครู
ส่มุ เรียกนักเรียน 2 คนใหล้ กุ ขึ้นยนื อ่านทลี ะคน

25

กจิ กรรมรวบยอด

1. นักเรียนดูภาพรูปร่างลักษณะของคนหรือส่ิงของ (1-6) ในแบบฝึกหัด หน้า 18 ข้อ 1 Look, match and

say. แล้วจับคู่ภาพดังกล่าวกับวลีท่ีกำหนดให้ทางขวามือ (a-f) เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนให้เฉลย

คำตอบ และอา่ นวลพี ร้อมๆ กนั ดังนี้

Students: a. fat boy c. straight hair e. wavy hair

b. thin boy d. long pencil f. short girl

1. e 2. c 3. b
4. f 5. a 6. d

2. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกความหมายของคำว่า Across (แนวนอน) และ Down (แนวต้ัง) แล้วแบ่ง
นักเรียนเป็นทีม (Team work) ทีมละ 3 คน โดยดูรูป ในแบบฝึกหัด หน้า 18 ข้อ 2 Write the words.
แล้วเติมคำศัพท์ท่ีสัมพันธ์กับรูปภาพในตารางปริศนาอักษรไขว้ (Word puzzle) นักเรียนสามารถหา
คำศัพท์จากพจนานุกรม (Dictionary) ได้ ทีมใดเติมคำศัพท์ลงในตารางได้เสร็จก่อน และถูกต้องเป็นทีม
แรก ถือว่าชนะ ครใู ห้ทีมทีช่ นะออกมาเฉลยคำตอบใหเ้ พือ่ นดบู นกระดาน

4

2W 6

1STRA I GHT

H V 5ARM

OY L

R 8 10 7LEG

3TH I N

A9EYE

NC

DK

ครูชี้คำตอบทเี่ ฉลยบนกระดาน แลว้ ให้นักเรยี นอ่าน สะกดคำ และบอกความหมายพร้อมๆ กนั เช่น

Students: straight (s-t-r-a-i-g-h-t) (ผม) ตรง

wavy (w-a-v-y) (ผม) หยักเป็นลอน

thin (t-h-i-n) ผอม

tall (t-a-l-l) สูง

26

3. นักเรียนดูภาพครอบครัว ในแบบฝึกหัด หน้า 19 ข้อ 3 Listen and write. ซึ่งประกอบไปด้วย พ่อ แม่
น้องสาว น้องชาย และตัวฉัน ครูถามนกั เรียนเกย่ี วกับรายละเอยี ดในภาพ ดงั นี้
Teacher: How many persons are there in the picture? (ครชู ภี้ าพประกอบ)
Students: There are five persons.
Teacher: Who are they?
Students: Father, mother, two girls, and one boy.
Teacher: Very good!
ครเู ปดิ CD/track 31 ให้นกั เรียนฟัง 2-3 รอบ (Individual work) นักเรียนฟงั CD และอา่ นเน้อื เรอ่ื งใน
ใจ จากน้นั จึงเติมคำลงในช่องว่าง

This is the picture of my family. My sister is 6 years old. She’s fat.
My brother is 7 years old. He’s thin. My mother has got wavy hair.
My father is 178 centimetres tall. I’ve got long hair.

จากน้ันครูให้นักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ แล้วจึงให้นักเรียนอ่านออกเสียงเนื้อเร่ืองท่ีเติมคำสมบูรณ์แล้ว
พรอ้ มๆ กัน ครูสุ่มเรียกนักเรียนชาย 1 คน และนักเรยี นหญิง 1 คน ให้ยืนขึ้นอ่านเนื้อเรื่อง อีกครั้งที
ละคน

1. fat 2. thin 3. wavy 4. tall 5. long

4. นักเรียนจับคู่กับเพ่ือนข้างเคียง (Pair work) แล้วดูภาพ A-D ในแบบฝึกหัด หน้า 19 ข้อ 4 Listen and
number. และแสดงความคิดเห็นร่วมกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงในภาพมีลักษณะรูปร่างอย่างไร จากนั้น
ครเู ปดิ CD/track 33 ให้นกั เรยี นฟัง แลว้ จบั คู่ภาพ (A-D) กับประโยคท่ไี ด้ยิน (1-4)

Ann’s short. She’s got long wavy hair and blue eyes.
Tim’s tall. He’s got short wavy hair and big ears.
Tom’s thin. He’s got long straight hair and big eyes.
Kathy’s fat. She’s got short straight hair and small eyes.

ครอู ่านประโยคใน Audio script ทีละข้อ แล้วถามนักเรียนว่า ใครคิดว่าตรงกับภาพ A, B, C หรือ D โดย
ให้นักเรียนยกมือข้ึน เพื่อสำรวจว่าคำตอบของนักเรียนเป็นอย่างไร จากนั้นครูจึงเฉลยคำตอบ แล้วครูทำ
เช่นนีก้ ับข้ออืน่ ๆ

เช่น Teacher: Ann’s short. She’s got long wavy hair and blue eyes.
ใครคดิ ว่า ภาพ A ยกมือขึน้

27

Students: (นักเรยี นที่ตอบภาพ A ยกมอื ข้นึ )
Teacher: ใครคิดวา่ ภาพ B ยกมือขนึ้
Students: (นักเรียนท่ีตอบภาพ B ยกมอื ขึ้น)

1. D 2. B 3. C 4. A

ครูติดแผ่นป้าย Audio script บนกระดาน แล้วให้นักเรียนท้ังห้องอ่านพร้อมๆ กัน จากน้ันให้นักเรียน
ช่วยกนั เดาความหมายของคำศัพทท์ ไี่ มร่ จู้ ากภาพในแบบฝึกหดั
5. ครชู ีท้ ่ีภาพ May และ Anna ในแบบฝึกหดั หน้า 19 ข้อ 5 Look and complete. แลว้ ถามคำถามเพอ่ื ให้
นกั เรยี นบอกความแตกตา่ งของรปู ร่างลักษณะของ May และ Anna ดังน้ี

Teacher: Now, listen! Class, be quiet! This is May. (ชีท้ ่ภี าพ May),
and this is Anna (ช้ที ภ่ี าพ Anna). They are different.
How are they different?

นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ช่วยกันระดมความคิดบอกความแตกต่างของ May และ Anna
จากนั้นให้นักเรียนอ่านประโยคบรรยายรูปร่างลักษณะ (1-8) ทก่ี ำหนดให้ แล้วชว่ ยกันตัดสินใจว่าประโยค
บรรยายรูปร่างลักษณะที่อา่ น เป็นของ May หรือ Anna ให้เติมชื่อของ May หรอื Anna ลงไปในช่องว่าง
ทก่ี ำหนดให้ เม่ือทุกกลมุ่ ทำงานเสร็จแล้ว ครูใหแ้ ต่ละกลุ่มอ่านประโยคกลุ่มละ 1 ขอ้ พร้อมทง้ั บอกคำตอบ
ของกลุม่ ตนเอง สดุ ท้ายครูเฉลยคำตอบท่ีถกู ตอ้ งบนกระดานอีกคร้ัง พรอ้ มทั้งอธบิ ายเหตุผลให้นักเรียนฟัง

1. Anna is short. 5. Anna is wearing yellow shoes.
2. May has got short hair. 6. Anna has got pink hair.
3. Anna has got long hair. 7. May has got black hair.
4. May is wearing brown shorts. 8. May is wearing pink shoes.

7. การวดั และประเมนิ ผล
7.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น
- ประเมินการทำแบบทดสอบ
7.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
- ประเมินการทำแบบฝกึ หัด
- ประเมินการทำแบบทดสอบยอ่ ย (English Test)
- สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรใู้ นชว่ งการทำกิจกรรม
7.3 การประเมินหลังการเรยี น
- ประเมินการทำแบบทดสอบ
- ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

28

7.4 การประเมินชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ประเมนิ การทำแผนภูมแิ ทง่ เปรยี บเทยี บความสูงของเพื่อนในห้อง
- ประเมินงานเขยี นบรรยายลกั ษณะตวั การต์ นู ทีช่ อบ พรอ้ มวาดภาพประกอบ
- ประเมนิ งานเขยี นบรรยายพ่นี อ้ งของตนเอง พร้อมวาดภาพประกอบ
- ประเมินการพูดเปรยี บเทยี บลักษณะของคน 2 คน
- ประเมินการรวบรวมคำศัพท์ใน My word book

8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Smile ป. 4
2. แบบฝกึ หัด Smile ป. 4
3. Audio CD Smile ป. 4
4. บตั รภาพ บัตรคำ

29

แผนการจัดกWารเรยี นรู้ที่ 4
Unit 2 The amazing body

1. สาระสำคัญ
การเรียนรู้คำศัพท์เก่ียวกับรูปร่างลักษณะ โครงสร้างประโยคในการเปรียบเทียบข้ันกว่า อ่าน

เน้ือเรื่องสั้นๆ ทำให้ผู้เรียนสามารถพูดถาม-ตอบ และเขียนบรรยาย/เปรียบเทียบรูปร่างลักษณะของบุคคลได้
และยังบูรณาการร่วมกบั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ่ืนอีกดว้ ย

2. ตัวช้ีวดั / จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
╴ ออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายของคำศัพทเ์ กี่ยวกบั รูปรา่ งลักษณะได้
╴ พดู ขอและใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ส่วนสงู และรปู รา่ งลกั ษณะได้
╴ เขียนบรรยายเก่ียวกบั ตวั การ์ตนู ทชี่ อบได้
╴ พดู และเขียนเปรียบเทียบข้อมลู ของบุคคลและสิ่งใกลต้ ัวได้
╴ พดู ขอและใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับนกั ร้องและดาราที่ชน่ื ชอบได้
╴ ฟงั และระบภุ าพได้
╴ ทำแผนภูมแิ ทง่ เปรยี บเทียบความสูงของเพื่อนในห้องเรยี นและเขียนรายงานได้
╴ รอ้ งเพลงภาษาองั กฤษและแสดงท่าทางประกอบได้
╴ เล่นเกมภาษาอังกฤษทกี่ ำหนดได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

- กล่มุ คำ ประโยคเดี่ยว และความหมาย เก่ยี วกบั ตนเอง เชน่ รูปรา่ งลักษณะ

- ประโยค บทสนทนา เนือ้ เรอ่ื งสัน้ ๆ ทมี่ ภี าพประกอบ

- คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใชข้ อและใหข้ ้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพ่ือน และครอบครวั

เช่น What does he/she look like? He/She is….. .

How tall is…? He/She is….. .

- ประโยคและขอ้ ความทใี่ ชใ้ นการพดู ให้ข้อมูลเกยี่ วกบั ตนเอง และบคุ คล เช่น รูปร่าง

- ประโยคและขอ้ ความท่ใี ชใ้ นการใหข้ ้อมูลเกยี่ วกับตนเอง และบุคคล

- คำ กลุม่ คำที่มคี วามหมายสัมพนั ธข์ องส่ิงตา่ งๆ ใกลต้ ัว เชน่ แผนภมู แิ ทง่

- กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง

- การรวบรวมคำศัพท์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น (วทิ ยาศาสตร์) เชน่ ส่วนต่างๆ

ในร่างกายมนุษย์

30

- การใชภ้ าษาในการฟังและพูด/อา่ นสถานการณท์ ี่เกดิ ขนึ้ ในหอ้ งเรยี น
- การใช้ภาษาตา่ งประเทศในการรวบรวมคำศัพท์ที่เก่ียวข้องใกลต้ วั จากสอ่ื และแหล่งการ

เรยี นรู้ตา่ งๆ
3.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ

-

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด
- การคดิ อย่างสรา้ งสรรค์
- การคิดวิเคราะห์

5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ
- อยู่อยา่ งพอเพียง
- มจี ติ สาธารณะ

6. กิจกรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนำสู่การเรยี น
1. ครทู บทวนคำศัพทเ์ ก่ียวกบั รูปรา่ งลักษณะของบุคคล ด้วยบตั รภาพและบตั รคำ
2. ครูให้อาสาสมัครนักเรียนหญิง และนักเรียนชายยืนข้ึนทีละคน แล้วให้นักเรียนในช้ันพูดถึงลักษณะของ

นักเรยี นทั้ง 2 (นกั เรยี นหญิงยนื ข้นึ กอ่ น)
Teacher: What does she look like? (ชีท้ ่ี ด.ญ. มยุรา)
Students: She is tall. She has short straight hair. She is wearing a white
blouse and a blue skirt. Her socks are white but her shoes are
black.
Teacher: What does he look like? (ชท้ี ่ี ด.ช.ธีรเดช)
Students: He is small. He has short black hair. He is wearing a white
shirt and brown shorts. His socks and shoes are brown. He
has a brown belt.

3. ครูบอกนักเรียนว่าในชั่วโมงน้ี นักเรียนจะได้เรียนรู้เก่ียวกับเรื่องการบอกส่วนสูง การเปรียบเทียบขั้นกว่า
การอ่านจับใจความ การพูด/เขยี นบรรยายลักษณะบุคคล และเขยี นจดหมายถงึ เพือ่ น

31

กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้

1. นักเรียนดูตัวอย่างการถามถึงรูปร่างลักษณะของบุคคล ในหนังสือเรียน หน้า 24 ข้อ 6 What does

he/she look like? Ask and answer. โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มนักเรียนชาย และ

กลมุ่ นกั เรียนหญงิ เพ่อื อ่านบทสนทนาในหนังสอื เรยี นพรอ้ มๆ กนั

Boys: What does your brother look like?

Girls: He’s tall and he’s got short wavy hair.

ครูทบทวนการบรรยายรูปร่างลักษณะของบุคคลอีกคร้ัง แล้วให้นักเรียนหญิงจับคู่กับนักเรียนชาย เพ่ือฝึก

สนทนาเกยี่ วกบั การบรรยายลกั ษณะบุคคลใกล้ชิดของตนเอง

e.g. Suda: What does your sister look like?

Wut: She is fat and short. She always wears jeans. Er … what does

your father look like?

Suda: He’s dark, tall and kind. He’s bald (ศรี ษะล้าน) and he’s got

moustache. (หนวด)

เม่ือครูเปา่ นกหวีด นกั เรยี นต่างวิง่ ไปจับคูก่ บั คนอืน่ และเริม่ บทสนทนาใหม่อีกคร้งั

2. นักเรียนดูภาพแผนภูมิ ในหนังสือเรียน หน้า 24 ข้อ 7 Look and say. แล้วถามนักเรียนว่าตัวเลข

ท่ีนักเรียนเห็นทางด้านซ้ายมือในแกนแนวต้ัง ได้แก่ 100, 110, 120, 130, 140, 150 คือ เลขอะไร

จากนั้นครูเฉลยว่า คือระดับความสูงเป็นเซนติเมตร โดยดูจากข้อความที่อยู่ข้างๆ แกนแนวตั้งท่ีเขียนว่า

“Height in centimetres” นกั เรยี นอ่านตวั เลขตามครู ดงั นี้

One hundred centimetres

One hundred and ten centimetres

One hundred and twenty centimetres

One hundred and thirty centimetres

One hundred and forty centimetres

One hundred and fifty centimetres

ครูเขียนโครงสร้างประโยคท่ีใช้ในการถาม-ตอบเก่ียวกับความสูงบนกระดาน จากนั้นครูถามความสูงของ

Nick, Peter, Julia และ Emma โดยให้นกั เรียนดูขอ้ มลู จากแผนภมู ิในการตอบคำถาม

How tall is (ชอ่ื บคุ คล)? He is (ความสูง) centimetres.
How tall are you? I’m (ความสูง) centimetres.

Teacher: How tall is Nick?
Students: He is one hundred and fifty centimetres.
Teacher: How tall is Peter?
Students: He is one hundred and forty-five centimetres.

32

Teacher: How tall is Julia?

Students: She is one hundred and thirty-eight centimetres.

Teacher: How tall is Emma?

Students: She is one hundred and thirty-three centimetres.

ครูให้นักเรียนแต่ละคนถามส่วนสูงของเพื่อนท่ีนั่งข้างๆ อย่างน้อย 4 คน (โดยไม่ลุกจากที่น่ัง) แล้วบันทึก

บทสนทนาของตนเองลงในสมุด ครูเน้นให้นักเรียนมีระเบียบวินัยในการทำงาน ไม่เดินไปมา หรือส่งเสียง

ดัง เช่น ถ้าจะท้ิงขยะ เหลาดินสอ หรือเข้าห้องน้ำ ควรจะขออนุญาตครูก่อน และไม่ควรจะลุกจากที่น่ัง

มากเกินไป

3. ครูทบทวนเก่ียวกับการเปรียบเทียบขั้นกว่าอีกครั้ง (Comparative degree) โดยให้นักเรียนช่วยกันบอก

กฎ และยกตัวอยา่ งคำศัพท์

1) โดยท่ัวไปเตมิ er หลงั คำคุณศพั ท์ (adjectives) ไดเ้ ลย เช่น

cold - colder fast - faster

small - smaller slow - slower

long - longer tall - taller

short - shorter old - older

strong - stronger young - younger

หมายเหตุ: คำว่า small, strong, slow ถือวา่ เปน็ 1 พยางค์ เพราะไมไ่ ด้ออกเสียง /s/ initial เตม็ เสียง

2) คำคุณศัพท์ (adjectives) ออกเสียงส้ัน 1 พยางค์ มสี ระ1 ตัว และตวั สะกด 1 ตัว ให้เพิ่มตัวสะกด

อีก 1 ตัว กอ่ น แลว้ จึงเตมิ er เช่น

fat - fatter hot - hotter

big - bigger thin - thinner

3) คำคุณศัพท์ทล่ี งท้ายด้วย y ใหเ้ ปลยี่ น y เป็น i แล้วจงึ เติม er เช่น

dry - drier dirty - dirtier

easy - easier noisy - noisier

early - earlier healthy - healthier (มีสขุ ภาพดีกว่า)

lovely - lovelier (หรือ more lovely)

ครูทดสอบความเข้าใจเก่ยี วกับเรอื่ ง Comparative Degree โดยถ่ายเอกสาร English Test จากสว่ นท้าย

ของแผนการจัดการเรียนรู้น้ี ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น แล้วบอกนักเรียนว่าแบบทดสอบ มี 10 ข้อ ถ้า

นักเรียนทำถูก 8 ข้อ ขึ้นไป ถือว่าผ่าน เสร็จแล้วครูเฉลยคำตอบบนกระดาน แล้วให้นักเรียนตรวจ

แบบทดสอบของตนเองด้วยความซื่อสตั ย์

33

1. fatter 5. friendlier 9. younger
2. easier 6. smaller 10. earlier
3. thinner 7. thinner
4. hotter 8. noisier

4. ครูบอกช่ือนักเรียนในห้อง 2 คน แล้วเขียนประโยคเปรียบเทียบให้นักเรียนดูบนกระดาน 2 ประโยค
จากน้ันให้นักเรียนในห้องช่วยกันแต่งประโยคเปรียบเทียบบุคคลท้ัง 2 โดยใช้ Comparative degree
เช่น
Teacher: Ken is taller than Ann.
Ann’s nose is smaller than Ken’s nose.
Students: Ann is shorter than Ken.
Ann is fatter than Ken.
Ann’s hair is longer than Ken’s hair.
Ken’s eyes are bigger than Ann’s eyes.
ครูคอยช่วยเหลอื นักเรียน โดยเพม่ิ เติมหรือแก้ไขประโยคให้ถูกต้อง

5. นักเรียนดูภาพสัตว์ประหลาดในหนังสือเรียน หน้า 25 ข้อ 8 Listen, read and say ‘true’ or ‘false’.
ครูชูบัตรคำ คำว่า monster แล้วให้นักเรียนออกเสียงตาม โดยเน้นเสียงหนัก-เบา (stress) ให้ถูกต้อง
จากน้ันครูเปิด CD/track 35 ให้นักเรียนฟังอีกคร้ัง และดูเนื้อหาในหนังสือเรียนตามไปด้วย ต่อมาครูให้
นักเรียนจับคู่กับเพ่ือนทางด้านขวามือ (Pair work) อ่านประโยค 1-5 แล้วช่วยกันพิจารณาว่าประโยคแต่
ละขอ้ ขอ้ ใดถกู (T) ข้อใดผิด (F) เสร็จแล้วครสู ุ่มเรียกนักเรียน 5 คู่ ให้ยืนข้นึ อ่านประโยคขอ้ ละ 1 คู่ พร้อม
กับเฉลยคำตอบ ครเู ขียนคำตอบท่ีถกู ตอ้ งบนกระดานอีกครัง้

I like Beck. He is very funny. He’s got big head and
brown eyes. Look at his ears! They are very long. Beck has got
big hands and feet. His stomach is very big too.

1. F 2. T 3. F 4. T 5. T

ครใู ห้นกั เรียนชว่ ยกนั แก้ไขประโยคท่ีผิดให้ถูกต้อง ดังนี้
ขอ้ 1 เปล่ียนจาก small feet เปน็ big feet
ขอ้ 3 เปลยี่ นจาก green eyes เป็น brown eyes

34

ครูเปิด CD/track 35 ให้นักเรียนฟังอีกคร้ัง และอ่านเน้ือเร่ืองตามไปด้วย จากน้ันครูให้นักเรียนอ่านเอง
พร้อมกันทั้งหอ้ ง โดยครูกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสียงตามสำเนยี งของเจา้ ของภาษาท่ีได้ยนิ จาก CD
6. ครูหาภาพการ์ตูนท่ีเด็กๆ ช่ืนชอบจาก Internet ในหนังสือการ์ตูน หรือนิตยสารต่างๆ เช่น Donald
duck, Mickey mouse, Winnie the pooh, Tweety, Doraemon, Ultraman, Pop eye, Kitty, etc.
แลว้ นำมาติดบนกระดาน ครถู ามนกั เรยี นว่าชอบการต์ นู ตวั ใดมากที่สดุ และเหตุผลท่ีชอบ
จากนั้นครูให้นักเรียนทำกิจกรรมในหนังสือเรียน หน้า 25 ข้อ 9 Draw and write about your
favourite cartoon. โดยครูแจกกระดาษ A4 ท่ีใช้แล้วหน้าเดียว ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น เพ่ือเน้นให้
นักเรียนรู้จักประหยัดทรัพยากร แล้วให้นักเรียนวาดภาพการ์ตูนในดวงใจของตนเอง และระบายสีให้
สวยงาม แล้วเขียนบรรยายอย่างน้อย 6 ประโยค นักเรียนสามารถหาคำศัพท์เพิ่มเติมได้ใน Dictionary
Thai - English หรือ English - Thai

I like Doraemon. He is a cat
robot. He’s got a big head, big eyes and
a big mouth. He has short arms and
legs. He’s got a bag on his stomach.
He has no ears. His body is white and
blue. He is friendly.

ครูรวบรวมชิน้ งานของนักเรียนเพอ่ื นำไปตรวจและให้คะแนน เพ่ือเปน็ คะแนนเกบ็ ครคู ดั เลอื กภาพที่ดที ่ีสุด
10 ภาพ และมีคำบรรยายท่ีถูกต้อง ติดท่ีบอร์ดหลังห้อง เพื่อให้นักเรียนคนอ่ืนดูเป็นแบบอย่างในการ
ทำงาน โดยครูพูดชมเชยนักเรียนที่มีผลงานตดิ ที่บอร์ดหลังห้องว่า บุคคลเหลา่ น้ี เป็นคนที่มีความทุ่มเทใน
การทำงาน ทำงานดว้ ยความตงั้ ใจจรงิ จึงทำงานออกมาได้ดี ใหน้ ักเรยี นคนอน่ื ๆ ดเู ป็นตวั อย่าง
กจิ กรรมรวบยอด
1. ครูมอบหมายให้นักเรียนรวบรวมคำศัพท์ท่ีเรียนมาแล้วใน Unit 2 แล้วบันทึกลงใน My word book ของ
ตนเอง โดยให้นักเรียนคัดคำศัพท์ วาดภาพประกอบ และแปลความหมาย แล้วนำผลงานมาส่งครูในอีก 1
สัปดาหข์ า้ งหนา้
2. นักเรียนเล่นเกม Matching game (จบั ค)ู่ ซง่ึ เป็นเกมท่ีไมจ่ ำกัดจำนวนผูเ้ ล่น แตส่ ถานทใี่ นการเล่นควรเป็น
พืน้ ทีโ่ ล่ง วธิ กี ารเลน่ มีดังนี้

1) ใหน้ กั เรียนทำเปน็ วงกลม 2 วง ซอ้ นกนั และยนื ตรงกนั เปน็ คๆู่
2) วงนอกยืนหันหนา้ ตามเข็มนาฬกิ า วงในยืนหนั หนา้ ทวนเขม็ นาฬิกา
3) เม่ือได้ยินเสียงเพลงจาก CD หรือวิทยุ นักเรียนเดินตามวงกลม โดยปรบมือเป็นจังหวะ

หรอื จะทำท่าทางประกอบเพลงก็ได้

35

4) เมื่อเพลงหยุดนักเรียนแต่ละคนว่ิงกลับไปหาคู่ของตนเอง เม่ือพบแล้ว ให้จับมือกันและ
นั่งลง แล้วสนทนาเก่ียวกับเรื่องท่ีนักเรียนได้เรียนมาแล้ว เช่น ถามส่วนสูง บรรยาย
ลกั ษณะเพ่ือนสนทิ ครเู ขยี นรปู แบบการสนทนาให้นกั เรยี นบนกระดาน ดังนี้
A: How tall are you?
B: I’m (ตัวเลข) centimetres tall.
A: What does your best friend look like?
B: She is tall and she’s got short straight hair.
เม่อื A ถาม B เสรจ็ แล้ว ให้ B ถาม A กลับบา้ ง

เสร็จแล้วครูให้นักเรียนแต่ละคู่กลับมายืนในวงกลมตามเดิม โดยครอู าจดดั แปลงเกมนี้ด้วยการให้นักเรียน
จบั คูก่ บั คนท่มี ลี กั ษณะคลา้ ยกนั เช่น สวมแว่นตา ผมมา้ ผมเปีย ผกู โบสีขาว ตัวสงู ตัวเตย้ี ฯลฯ
ข้อควรระวัง: ครูไม่ควรนำลักษณะด้อยของนักเรียนมาใช้ในการเล่นเกม เช่น นักเรียนที่มีล้ินไก่ส้ัน ตาเข
พิการ ใสถ่ งุ เทา้ เก่าหรอื ขาด ฯลฯ
3. นักเรียนจับคู่กับเพ่ือนข้างเคียง แล้วฝึกพูดถาม-ตอบเก่ียวกับรูปร่างลักษณะของ Mark, Harry, Ben และ
Betty ในแบบฝึกหัด หน้า 20 ข้อ 6 Ask your friends. ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน เพื่อ
ประเมินการพูดของนักเรียน เมื่อนักเรียนสนทนาเสร็จแล้ว ให้นักเรียนบันทึกบทสนทนาลงในกระดาษใช้
แล้ว 1 หน้า แล้วนำมาสง่ ครู

(Suggested Answers)
╴ Mark’s tall. He’s got wavy hair and big eyes. His hair is black.
╴ Harry’s tall. He’s got straight hair. His hair is brown. He is thin.
╴ Ben’s short. He’s fat. He’s got short hair and small eyes.
╴ Betty’s tall. She’s got short and straight hair. Her hair is
yellow. Her eyes are big.

4. นักเรียนดูภาพของ May, Anna, Ben และ Mark ในแบบฝึกหัด หน้า 20 ข้อ 7 Look, compare and
answer true or false. แล้วแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ช่วยกันพิจารณาประโยค 1-6 ว่าถูก
(true) หรือ ผิด (false) เมื่อแต่ละกลุ่มทำเสร็จแล้ว ให้แต่ละกลุ่มอ่านคำตอบของตนเองให้กลุ่มอื่นๆ ฟัง
เพ่อื เปรียบเทยี บคำตอบกนั จากนน้ั ครเู ฉลยคำตอบบนกระดาน

1. F 2. F 3. T
4. T 5. T 6. T

36

5. นักเรียนทดสอบความรู้ที่ได้เรียนมาแล้วในบทเรียนนี้ โดยการทำแบบฝึกหัด หน้า 21 ข้อ 8 Look, read
and complete. เป็นงานเด่ียว (Individual work) ครูเน้นให้นักเรียนมีความซ่ือสัตย์ในการทำงาน ไม่
ลอกงานของผอู้ นื่ จากนั้นใหน้ ักเรียนดูรูปภาพ แล้วอ่านเน้ือเรื่องทก่ี ำหนดให้ ซง่ึ เปน็ การเปรียบเทียบบุคคล
ในภาพทั้ง 2 ภาพ แล้วให้นักเรียนเตมิ คำศพั ท์ลงในช่องวา่ งให้ได้ใจความสมบรู ณ์
เสรจ็ แลว้ ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นประโยค คนละ 1 ประโยค เพื่อเฉลยคำตอบ

1. taller 2. short 3. eyes 4. pink
5. blue 6. shorter 7. red 8. eyes
9. T-shirt 10 shorts

6. นกั เรยี นจับคู่กบั คนท่ีมีบุคลิกลักษณะคล้ายกันกับตนเอง เช่น ตัวสูง ตัวเตี้ย ผมยาว ผมสั้น ใส่แว่นตา ช่าง
พูด ขี้อาย ฯลฯ ครูสุ่มถามบางคู่ว่าทำไมจึงจับคู่กัน นักเรียนบอกเหตุผลกับครู เช่น เพราะช่างพูด
เหมอื นกัน หรือเพราะมีกระเปา๋ นกั เรยี นคลา้ ยกัน จากนั้นครใู ห้นักเรียนทกุ คู่อา่ นชิ้นสว่ นของจดหมาย (a-f)
ในแบบฝึกหัด หน้า 21 ข้อ 9 Put the sentences in order. Write Maria’s letter. แล้วเรียงลำดับ
ช้นิ ส่วนของจดหมายใหถ้ กู ตอ้ งและได้ใจความ ครูเขยี นเฉลยบนกระดาน
เมื่อนักเรียนตรวจคำตอบและแก้ไขคำตอบเรียบร้อยแล้ว ครูให้นักเรยี นอ่านจดหมายท่ีถูกต้องพร้อมๆ กัน
หรอื ครูอาจติดแผน่ ป้ายจดหมายที่เรยี งสมบูรณแ์ ลว้ บนกระดาน และใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสียงพร้อมๆ กัน

b, f, a, d, c, e

ครูบอกนักเรียนว่าถ้านักเรียนเป็น Maria เมื่ออ่านจดหมายของ Alice แล้ว นักเรียนจะเขียนตอบอย่างไร
โดยครูให้นักเรียนจบั คู่ใหม่ แต่ใชเ้ งอื่ นไขเดิมคือ มีบุคลิกลักษณะคล้ายกับตนเอง โดยครูเน้นให้นักเรียนใช้
ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ในการทำงาน ด้วยการวาดรูปในกระดาษ A4 ที่ใช้แล้วหน้าเดียว เพ่ือทำเป็น
กระดาษเขียนจดหมาย ครูกำหนดให้นักเรียนเขียนอย่างน้อย 12 ประโยค เสร็จแล้วให้นักเรียนนำงานมา
ส่งครู เพื่อตรวจให้คะแนน เป็นคะแนนเก็บ ครอู าจมอบหมายให้นักเรยี นไปทำเองเป็นการบ้าน โดยเนน้ ให้
นักเรยี นทำงานร่วมกันนอกเวลาเรียน ไม่ควรเห็นแกต่ ัว ปล่อยให้เพอ่ื นทำงานเพยี งลำพัง หรือให้ผปู้ กครอง
ทำให้

37

(Suggested answer)
Dear Maria,

Thank you very much for your e-mail. I’m at school
now. My school is in a big city. I have a new friend from
New York. She is 145 cms tall. She is thin. She’s got long
blond hair and black eyes. Her hair is wavy. She’s got red
lips. She’s modern. Her name is Yoko. She likes Art but
she doesn’t like Computer. She is friendly. Tell me more
about yourself. Bye-bye.
Your friend,
Emma

7. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8 คน เพ่ือรวบรวมคำคุณศัพท์ (Adjective) ท่ีเป็นคำตรงกันข้าม

กับคำศัพท์ใน Unit 2 โดยให้แต่ละกลุ่มคัดเลือกผู้นำ และเลขากลุ่ม เพื่อจดบันทึก จากนั้นแต่ละกลุ่ม

ช่ ว ย กั น ระ ด ม ส ม อ ง (Brainstorm) ห าค ำศั พ ท์ ที่ เป็ น ค ำต รงกั น ข้ าม กั บ ค ำศั พ ท์ ใน Unit 2

เสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มนำผลงานมาส่งครู เม่ือครูตรวจความถูกต้องแล้ว ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันคัดลอก

คำศพั ทด์ ังกลา่ วใส่กระดาษสีแผน่ ใหญ่ และตกแตง่ ให้สวยงาม แล้วนำไปตดิ ท่ีฝาผนัง ห้องเรียน เพื่อทำเป็น

สอ่ื การเรยี นรใู้ นห้องเรียน

Opposite Words

young ≠ old fat ≠ thin

long ≠ short funny ≠ serious

straight ≠ wavy white ≠ black, dark

big ≠ small dangerous ≠ safe

tall ≠ short first ≠ last

quiet ≠ noisy beautiful (handsome) ≠ ugly

easy ≠ difficult good ≠ bad etc.

7. การวดั และประเมินผล
7.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น
- ประเมินการทำแบบทดสอบ
7.2 การประเมินระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
- ประเมนิ การทำแบบฝึกหดั

38

- ประเมนิ การทำแบบทดสอบยอ่ ย (English Test)
- สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ในช่วงการทำกิจกรรม
7.3 การประเมนิ หลงั การเรียน
- ประเมนิ การทำแบบทดสอบ
- ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
7.4 การประเมินชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ประเมนิ การทำแผนภูมิแทง่ เปรียบเทียบความสูงของเพ่ือนในห้อง
- ประเมนิ งานเขียนบรรยายลกั ษณะตวั การต์ ูนทช่ี อบ พรอ้ มวาดภาพประกอบ
- ประเมินงานเขยี นบรรยายพ่นี อ้ งของตนเอง พร้อมวาดภาพประกอบ
- ประเมนิ การพูดเปรยี บเทยี บลกั ษณะของคน 2 คน
- ประเมนิ การรวบรวมคำศพั ท์ใน My word book

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน Smile ป. 4
2. แบบฝึกหัด Smile ป. 4
3. Audio CD Smile ป. 4
4. บตั รภาพ บัตรคำ

39

แผนการจัดกWารเรยี นรู้ท่ี 5
Unit 2 The amazing body

1. สาระสำคัญ
การเรียนรู้คำศัพท์เก่ียวกับรูปร่างลักษณะ โครงสร้างประโยคในการเปรียบเทียบข้ันกว่า อ่าน

เน้ือเร่ืองส้ันๆ ทำให้ผู้เรียนสามารถพูดถาม-ตอบ และเขียนบรรยาย/เปรียบเทียบรูปร่างลักษณะของบุคคลได้
และยังบรู ณาการรว่ มกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อ่นื อีกดว้ ย

2. ตัวช้ีวัด/ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
╴ ออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายของคำศัพทเ์ กี่ยวกับรูปรา่ งลักษณะได้
╴ พดู ขอและให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับสว่ นสูงและรปู ร่างลักษณะได้
╴ เขยี นบรรยายเก่ยี วกับตวั การต์ ูนทช่ี อบได้
╴ พูดและเขยี นเปรยี บเทียบข้อมูลของบุคคลและสงิ่ ใกล้ตัวได้
╴ พูดขอและให้ขอ้ มลู เก่ยี วกับนักรอ้ งและดาราท่ชี ่ืนชอบได้
╴ ฟงั และระบภุ าพได้
╴ ทำแผนภมู แิ ทง่ เปรียบเทยี บความสูงของเพ่อื นในห้องเรียนและเขียนรายงานได้
╴ ร้องเพลงภาษาอังกฤษและแสดงทา่ ทางประกอบได้
╴ เล่นเกมภาษาอังกฤษที่กำหนดได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

- กลุ่มคำ ประโยคเดย่ี ว และความหมาย เกยี่ วกับตนเอง เชน่ รปู รา่ งลกั ษณะ

- ประโยค บทสนทนา เนอื้ เรอ่ื งสัน้ ๆ ที่มภี าพประกอบ

- คำศพั ท์ สำนวน และประโยคที่ใชข้ อและใหข้ ้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เพ่อื น และครอบครวั

เช่น What does he/she look like? He/She is….. .

How tall is…? He/She is….. .

- ประโยคและขอ้ ความท่ีใช้ในการพดู ให้ขอ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเอง และบุคคล เช่น รปู รา่ ง

- ประโยคและข้อความท่ีใชใ้ นการให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเอง และบุคคล

- คำ กลุม่ คำท่ีมีความหมายสมั พันธ์ของส่งิ ต่างๆ ใกลต้ ัว เชน่ แผนภูมแิ ท่ง

- กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเลน่ เกม การรอ้ งเพลง

- การรวบรวมคำศัพท์ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อน่ื (วทิ ยาศาสตร์) เช่น ส่วนตา่ งๆ

ในรา่ งกายมนุษย์

40

- การใชภ้ าษาในการฟังและพดู /อา่ นสถานการณท์ ี่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน
- การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศพั ทท์ เ่ี ก่ียวข้องใกลต้ วั จากสื่อและแหล่งการ

เรยี นร้ตู า่ งๆ
3.2 สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่นิ

-

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
- การคดิ อย่างสรา้ งสรรค์
- การคดิ วเิ คราะห์

5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- ซื่อสตั ย์สจุ ริต
- อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
- มจี ิตสาธารณะ

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนำสู่การเรยี น
1. ครูชูภาพนักร้องหรอื ดารา 5-6 คน ทกี่ ำลงั ดังในขณะน้ี แล้วให้นกั เรียนระบุชอ่ื โดยครชู ูทลี ะภาพ

Students: Bie the Star, Bird Thongchai, Um Patcharapa,
Ann Thongprasom, Ken Theeradej, Pancake Khemmanit

ครูสุ่มถามนักเรียน 3-4 คน ว่าชอบนักร้องหรือดาราคนไหน และบอกเหตุผลด้วยว่าทำไมถึงชอบ โดยครู
อนุญาตใหน้ ักเรยี นตอบเป็นภาษาไทยได้ เพราะครูต้องการใหน้ ักเรียนฝกึ แสดงความคดิ เห็น

Teacher: Who do you like? And why?
Dara: I like Bird Thongchai because his songs are nice. He can sing

very well and he is very friendly.
Somjai: I love Ann Thongprasom because she is kind and smart. She is

a good actor.
2. ครบู อกนักเรยี นว่าในบทเรยี นน้ี นักเรียนจะไดท้ บทวนส่ิงท่ีนกั เรียนไดเ้ รยี นมาแล้วใน Unit 1 เชน่ การบอก

รปู ร่างลกั ษณะของบุคคลต่างๆ และการอา่ นจับใจความ

41

กจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรู้
1. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนที่มีลักษณะคล้ายกัน (Pair work) เพ่ือสนทนาเก่ียวกับนักร้องที่ช่ืนชอบ โดยครูให้

นักเรียนอ่านคำถามในหนังสือเรียน หน้า 26 ข้อ 1 Talk about your favourite singer. พร้อมกันก่อน
โดยครูเปน็ ผู้ตอบคำถาม เพ่อื เปน็ ตัวอยา่ งให้กับนกั เรยี น จากนน้ั ให้นกั เรยี นฝกึ สนทนากับคู่ของตนเอง

Students: What is his/her name?
Teacher: Her name is Beau Sunita.
Students: What is he/she like?
Teacher: She has got long hair. She is not thin. She’s got round cheeks

(แกม้ ยุ้ย).
Students: How old is she?
Teacher: She is about 35 years old.
Students: What is your favourite song?
Teacher: My favourite song is “หนึง่ ในไมก่ ีค่ น”
เมอ่ื สนทนาเสร็จแล้ว ครใู หน้ ักเรยี นอีกคนสลับเป็นผถู้ ามบา้ ง
หมายเหตุ: - นกั เรยี นอาจดดั แปลงประโยคคำถามและคำตอบได้
- การตอบไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งใช้ประโยคทีถ่ กู ต้องทางไวยากรณ์ แต่ขอให้สือ่ สารได้
2. นักเรียนเปล่ียนไปจับคู่กับเพ่ือนคนใหม่ แล้วดูภาพคน 2 คน ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ใน
หนังสือเรียน หน้า 26 ข้อ 2 Look, compare and say. นักเรียนท้ังคู่ต่างอภิปรายถึงรูปร่างลักษณะท่ี
แตกต่างกันของคนท้ังสองคน และเขียนบันทกึ ย่อสน้ั ๆ เพือ่ เตรยี มนำเสนอหนา้ ชั้น

(Suggested Answer)
A has got big eyes and a big mouth. His nose is small

but his hands and feet are big. He is short.
B has got small eyes and a small mouth. His nose is

big but his hands and feet are small. He is tall.

ครูสมุ่ เรียกนักเรียน 3-4 คู่ ให้ออกมานำเสนอหนา้ หอ้ งทลี ะคู่ โดยนักเรยี นคนแรกกล่าวถึง A และนักเรียน
อีกคนกล่าวถึง B นักเรียนสามารถนำบันทึกเตือนความจำมาดูได้ ครูสรุปข้อมูลที่ได้จากการนำเสนอ
(Oral presentation) ของนักเรียนบนกระดาน จากน้ันให้นักเรียนอ่านออกเสียงโดยพร้อมเพรียงกันทุก
คน
3. นักเรียนดูภาพประกอบเนื้อเรื่องในหนังสือเรียน หน้า 27 ข้อ 3 Read and answer the questions.
ครูใหน้ ักเรียนทำกิจกรรมก่อนอา่ น โดยชว่ ยกันพดู บรรยายเกีย่ วกบั ลกั ษณะของเดก็ ผหู้ ญิงในภาพ

Teacher: Look! Who is she? (ครชู ีภ้ าพเด็กผู้หญงิ ในหนงั สือเรียน)

42

Students: Emma.
Teacher: What is she like? (หรอื What does she look like?)
Students: She is tall. She’s got short straight hair. Her eyes are small.

She is beautiful ..... etc.
Teacher: Excellent!
ครูให้นักเรียนอ่านคำถาม 1-4 ด้านล่าง เพื่อให้นักเรียนมีจุดมุ่งหมายในการอ่าน จากนั้นนักเรียนอ่านเนื้อ
เรื่องท่ีกำหนดให้ในใจ แล้วตอบคำถามดังกล่าว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 4 คน ให้ยืนข้ึนอ่านคำถามและ
คำตอบของตนเอง จากน้ันครูเฉลยโดยการเขียนคำตอบท่ีถูกต้องสั้นๆ บนกระดาน เสร็จแล้วให้นักเรียน
อ่านออกเสยี งเนือ้ เรอ่ื งพร้อมๆ กนั

a. 12 years old.
b. 133 cms.
c. She’s tall. She has got short straight hair. Her eyes are small.
d. Music.

4. ครูถามนักเรียนว่ามีพส่ี าว น้องสาว พชี่ าย หรือน้องชายหรือไม่ โดยถามนกั เรียนแถวหน้า 2-3 คน
Teacher: How many sisters or brothers have you got?
Sompit: I have got one sister and one brother.
Malinee: I have got two sisters.
Sak : I don’t have any sisters or brothers.

จากน้ันครูสุ่มเรียกนักเรียน 1 คนที่มีพี่น้อง แล้วถามคำถามในหนังสือเรียน หน้า 28 ข้อ 4 Answer the
questions. ดังนี้

Teacher: What is your sister’s name?
Sompit: My sister’s name is Suda.
Teacher: How old is she?
Sompit: She is 15 years old.
Teacher: How tall is she?
Sompit: She is 155 centimetres tall.
Teacher: What does she look like?
Sompit: She’s got long wavy hair. Her eyes and mouth are big.
Teacher: What is her favourite subject?
Sompit: Her favourite subject is Computer.

She likes to play computer games.

43

ครใู หน้ ักเรยี นจับคู่กนั ตามความสมัครใจ แลว้ ฝกึ พูดถาม-ตอบเหมอื นดังตัวอย่าง เสร็จแล้วครูอ่านคำส่ังใน
หนงั สอื เรยี น หน้า 28 Now draw and write about your sister or brother. แลว้ อธิบายภาระงานให้
นักเรียนฟังว่า ให้นักเรียนวาดภาพพี่ชายหรือน้องชาย พี่สาวหรือน้องสาวที่ตนเองมี 1 คน ลงในสมุดของ
ตนเอง โดยถ้าไม่มีพี่น้อง ให้นักเรียนวาดรูปเพื่อนสนิทแทน ครูกระตุ้นให้นักเรียนพยายามวาดลักษณะ
เด่นๆ บนใบหน้าของพ่ีน้องตนเอง เพื่อให้รูปท่ีวาดมีข้อมูลตรงกับความเป็นจริงมากท่ีสุด เช่น มีหูกาง ตา
เล็ก/ใหญ่ ผมสั้น/ยาว เปน็ ตน้ จากนั้นใหน้ ักเรยี นระบายสใี หส้ วยงาม แล้วเขยี นบรรยายให้ถกู ต้อง

(Suggested Answers)
This is my sister. Her name is Suda. She is fifteen

years old. She is one hundred and fifty-five centimetres tall.
She’s got long wavy hair. Her eyes and mouth are big. Her
favourite subject is Computer. She likes to play computer
games.

เมื่อทำผลงานเสร็จแล้ว ครูให้นักเรียนแลกเปล่ียนผลงานกัน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานของ

เพื่อน ครูเดินดูขณะนักเรียนทำกิจกรรม และคอยให้ความช่วยเหลือ จากน้ันจึงคัดเลือกผลงานที่ดี 5 ชิ้น

โดยใช้เกณฑ์ คือ วาดภาพดี ระบายสีสวย และเขียนบรรยายถูกหลักไวยากรณ์ และส่ือความหมายได้ตรง

กับภาพ ครูให้นักเรียนท่ีเป็นเจ้าของผลงาน ยืนขึ้นอ่านคำบรรยายของตนเอง และแสดงผลงานให้เพื่อนๆ

ดูหน้าช้ันเรียน

กจิ กรรมรวบยอด

1. นักเรียนอ่านคำถามในแบบฝึกหัด หน้า 22 ขอ้ 1 Answer the questions. พรอ้ มๆ กนั

1) Who’s your favourite actor? - ใครคือดาราทีท่ ่านชอบ

2) How old is he/she? - เขา (หลอ่ น) อายุเท่าไร

3) Where is he/she from? - เขา (หลอ่ น) มาจากไหน (ประเทศ)

4) What does he/she look like? - เขา (หล่อน) มีรปู รา่ งลักษณะอยา่ งไร

5) What is your favourite movie? - หนงั ที่คุณชอบคอื เรอื่ งอะไร

จากนน้ั นักเรียนเขยี นตอบ แลว้ ฝกึ พูดถาม-ตอบกบั เพ่ือน เช่น

A: Who’s your favourite actor?

B: Ann Thongprasom.

A: How old is she?

B: About thirty-two years old.

A: Where is she from?

B: She’s from Thailand.

44

A: What does she look like?
B: She’s got long black hair and beautiful eyes. She’s thin.
A: What is your favourite drama?
B: Soot Sa Nei Ha.
A: Thank you.
เสรจ็ แลว้ นกั เรยี นสลบั บทบาทกบั คูข่ องตนเอง โดยให้ผูถ้ ามเปล่ยี นเปน็ ผู้ตอบบ้าง
2. นักเรียนดูภาพประกอบ ในแบบฝึกหัด หน้า 22 ขอ้ 2 Read and answer. ครูถามนักเรียนว่าเด็กผู้หญิง
2 คนในรปู คอื ใคร
Teacher: Who are these girls? (ชี้ทภี่ าพ)
นักเรียนอ่านเนอ้ื หาในหนงั สอื เรียนอย่างครา่ วๆ เพื่อหาคำตอบแลว้ จงึ ตอบ
Students: Susan and Jane.
ครูอธิบายว่า Susan และ Jane เป็นน้องสาวของทอม ครูช้ีให้นักเรียนสังเกตดูภาพของ Susan และ
Jane อย่างละเอียด แล้วช่วยกันบอกว่าท้ัง 2 คนมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันอย่างไร โดยครูอนุญาตให้
นกั เรียนบอกเปน็ ภาษาไทยได้ จากน้ันให้นักเรียนอา่ นคำถาม 1-5 เพ่ือให้นักเรยี นมีจุดมุ่งหมายในการอ่าน
เสร็จแล้วจึงอ่านเนื้อเรื่องในใจอย่างรวดเร็ว เพื่อหาคำตอบ ครูสุ่มเรียกนักเรียนให้ยืนขึ้นอ่านคำถาม และ
เฉลยคำตอบคนละ 1 ฃข้อ ครเู ขียนคำตอบที่ถูกต้องบนกระดานอีกครั้ง แล้วให้นักเรยี นตรวจคำตอบของ
ตนเอง และแก้ไขข้อที่ผดิ ใหถ้ กู ตอ้ ง สดุ ท้ายครใู ห้นักเรยี นอ่านออกเสียงเนอ้ื เรอื่ งพร้อมๆ กนั

1. Jane 4. Maths and Computer
2. Susan 5. Science and Computer
3. Susan

3. นักเรียนอ่านออกเสียงคำศัพท์ที่กำหนดให้ ในแบบฝึกหัด หน้า 23 ข้อ 3 Read and complete. จากนั้น
ครูให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ดูรูปภาพแล้วนำคำศัพท์ไปเติมลงในเน้ือเร่ืองให้ได้ใจความ
สมบูรณ์ ภายในเวลาท่ีครูกำหนด เสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ โดยครูเขียนคำตอบท่ีถูกต้อง
บนกระดานอีกคร้ัง เพื่อให้นักเรียนตรวจคำตอบของกลุ่มตนเอง ครูถามนักเรียนแต่ละกลุ่มว่าทำถูกกี่ข้อ
ครูใหน้ กั เรียนปรบมือให้กลมุ่ ท่ที ำถูกมากทีส่ ดุ

1. is 2. old 3. tall
4. got 5. and 6. taller than
7. older than 8. shorter than 9. go
10. study 11. likes 12. doesn’t

45

7. การวัดและประเมินผล
7.1 การประเมินก่อนเรียน
- ประเมินการทำแบบทดสอบ
7.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
- ประเมนิ การทำแบบฝกึ หดั
- ประเมนิ การทำแบบทดสอบย่อย (English Test)
- สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรใู้ นช่วงการทำกจิ กรรม
7.3 การประเมินหลงั การเรยี น
- ประเมนิ การทำแบบทดสอบ
- ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
7.4 การประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ประเมินการทำแผนภูมแิ ท่งเปรียบเทยี บความสงู ของเพ่ือนในห้อง
- ประเมินงานเขียนบรรยายลักษณะตวั การต์ นู ที่ชอบ พร้อมวาดภาพประกอบ
- ประเมินงานเขยี นบรรยายพ่นี อ้ งของตนเอง พร้อมวาดภาพประกอบ
- ประเมินการพดู เปรยี บเทียบลักษณะของคน 2 คน
- ประเมนิ การรวบรวมคำศพั ทใ์ น My word book

8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น Smile ป. 4
2. แบบฝกึ หัด Smile ป. 4
3. Audio CD Smile ป. 4
4. บตั รภาพ บตั รคำ

46

แผนการจัดกWารเรยี นรู้ท่ี 6
Unit 2 The amazing body

1. สาระสำคัญ
การเรียนรู้คำศัพท์เก่ียวกับรูปร่างลักษณะ โครงสร้างประโยคในการเปรียบเทียบข้ันกว่า อ่าน

เน้ือเร่ืองส้ันๆ ทำให้ผู้เรียนสามารถพูดถาม-ตอบ และเขียนบรรยาย/เปรียบเทียบรูปร่างลักษณะของบุคคลได้
และยังบรู ณาการร่วมกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อน่ื อีกดว้ ย

2. ตัวช้ีวัด/ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
╴ ออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายของคำศัพทเ์ กี่ยวกับรูปรา่ งลกั ษณะได้
╴ พดู ขอและให้ขอ้ มูลเกีย่ วกับสว่ นสงู และรปู ร่างลักษณะได้
╴ เขยี นบรรยายเก่ยี วกับตวั การต์ ูนทช่ี อบได้
╴ พูดและเขยี นเปรยี บเทียบข้อมูลของบุคคลและสงิ่ ใกล้ตัวได้
╴ พูดขอและใหข้ อ้ มลู เกยี่ วกับนักรอ้ งและดาราท่ชี ่ืนชอบได้
╴ ฟงั และระบภุ าพได้
╴ ทำแผนภูมแิ ทง่ เปรียบเทยี บความสูงของเพ่อื นในห้องเรียนและเขียนรายงานได้
╴ ร้องเพลงภาษาอังกฤษและแสดงทา่ ทางประกอบได้
╴ เล่นเกมภาษาอังกฤษท่ีกำหนดได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

- กลุ่มคำ ประโยคเดย่ี ว และความหมาย เก่ียวกับตนเอง เชน่ รปู รา่ งลกั ษณะ

- ประโยค บทสนทนา เนอื้ เร่อื งสัน้ ๆ ที่มภี าพประกอบ

- คำศพั ท์ สำนวน และประโยคที่ใชข้ อและใหข้ ้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เพ่อื น และครอบครวั

เชน่ What does he/she look like? He/She is….. .

How tall is…? He/She is….. .

- ประโยคและข้อความท่ีใชใ้ นการพูดให้ขอ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเอง และบุคคล เช่น รปู รา่ ง

- ประโยคและขอ้ ความท่ีใช้ในการให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเอง และบุคคล

- คำ กล่มุ คำทีม่ คี วามหมายสมั พันธ์ของส่งิ ต่างๆ ใกลต้ ัว เชน่ แผนภูมแิ ท่ง

- กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเลน่ เกม การรอ้ งเพลง

- การรวบรวมคำศัพท์ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อน่ื (วทิ ยาศาสตร์) เช่น ส่วนตา่ งๆ

ในรา่ งกายมนษุ ย์

47

- การใช้ภาษาในการฟังและพูด/อ่านสถานการณ์ท่ีเกิดขน้ึ ในหอ้ งเรียน
- การใชภ้ าษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศพั ทท์ เี่ กย่ี วข้องใกล้ตัว จากสือ่ และแหล่งการ

เรยี นรู้ต่างๆ
3.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน

-

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการส่อื สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
- การคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์
- การคิดวเิ คราะห์

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ซ่อื สตั ย์สุจรติ
- อยู่อยา่ งพอเพยี ง
- มจี ติ สาธารณะ

6. กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนำส่กู ารเรียน
1. ครูสุ่มเรยี กนักเรยี น 3-4 คน ให้ออกมาหน้าช้ันเรียนทีละคน แล้วพูดบอกบุคลกิ ลกั ษณะ และข้อมูลส่วนตัว

ของเพื่อนคนใดคนหนงึ่ ในหอ้ ง โดยไม่บอกชอ่ื แลว้ ให้เพอื่ นๆ ในห้องช่วยกนั ทาย เชน่
Student: She’s got short black hair. She’s short and thin.
She’s friendly. Her favourite actor is Pancake.

กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน เพ่ือทำโครงงานในหนังสือเรียน หน้า 29 หัวข้อ Project time ซ่ึง

นักเรียนจะได้สำรวจความสูงของเพ่ือนในห้องเรียนและนำเสนอผลการสำรวจในรูปของแผนภูมิแท่ง (Bar
graph) โดยครูให้นักเรียนนำอุปกรณ์ในการทำงานที่ครูให้นักเรียนเตรียมไว้มาวางบนโต๊ะ ได้แก่ กระดาษ
เพอ่ื เขยี นแผนภูมิแทง่ ดนิ สอ ดนิ สอสี และไม้บรรทดั
2. นกั เรียนถามส่วนสูงของเพ่ือนๆ กลุ่มอื่น 6 คน เหมอื นดังตัวอย่างท่ีกำหนดใหใ้ นหนังสือเรียน หนา้ 29 ข้อ
2 Ask four friends thequestions.

A: How tall are you?
B: I am …… centimetres tall.

48

3. เมื่อสำรวจส่วนสูงของเพื่อนได้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้แล้ว ให้นักเรียนนำเสนอขอ้ มูลทีไ่ ด้มาในรูปของ
แผนภูมแิ ท่ง ดังตัวอยา่ งในหนงั สือเรียน หน้า 29 ข้อ 3 Make a graph. ครูอธบิ ายวิธีการทำใหน้ กั เรียนฟัง
คร่าวๆ และบอกให้นักเรียนประยุกต์ความรู้ท่ีนักเรียนได้เรียนมาแล้วจากในวิชาคณิตศาสตร์ในการทำ
ช้ินงานน้ี

Height in centimetres

155
150
145
140
135
130
125
120
115
110

105 Names

100
Pongsak Sunaree Pramote Mayuree Manop Sornram

นกั เรยี นระบายสแี ผนภูมแิ ทง่ ของกลมุ่ ตนเองด้วยสีทีต่ า่ งกัน เพือ่ ให้การแสดงข้อมูลชดั เจนขึน้
หมายเหตุ: ครอู าจประยกุ ต์สอนให้นักเรยี นทำกราฟเสน้ แทนกไ็ ด้
4. ครูอ่านคำสั่งในหนังสือเรียน หน้า 29 ข้อ 4 Write sentences describing the graph. แล้วให้นักเรียน
ในแต่ละกลุ่มช่วยกันแต่งประโยคเพ่ือบรรยายแผนภูมิแท่งของตนเอง ในกระดาษใช้แล้วหน้าเดียว
(Recycle) โดยใช้โครงสร้างประโยค Comparative degree จากนัน้ นำผลงานมาสง่ ครู

(Suggested Answer)
Sunaree and Manop are shorter than Pongsak, Pramote,
Mayuree and Sornram.
Pongsak is shorter than Pramote, Mayuree and Sornram.
Sornram is shorter than Pramote and Mayuree.
Pramote is shorter than Mayuree.
Mayuree is taller than Pramote, Sornram, Pongsak, Sunaree
and Manop.

ครูตรวจงานและให้คะแนน จากนั้นส่งงานคืนนักเรียน แล้วให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาอ่าน
คำบรรยายของกลมุ่ ตนเองทแี่ ก้ไขถกู ต้องแล้ว

49

กจิ กรรมรวบยอด
1. นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน หน้า 30 ข้อ 1 Listen, sing and act. แล้วบอกครูว่าเด็กที่อยู่ในรูปกำลัง

ทำอะไร นักเรียนตอบครูเป็นภาษาไทยได้ เพื่อฝึกการแสดงความคิดเห็น จากนั้นครูเปิด CD/track 36
ให้นักเรียนฟัง 1 รอบ โดยให้นักเรียนทุกคนปิดหนังสือเรียน เพื่อมุ่งความสนใจไปท่ีเพลงเท่าน้ัน และ
พยายามฟงั ใหไ้ ดว้ ่าเนอ้ื เพลงกล่าวถึงส่วนใดของรา่ งกายมนุษย์

The body song
Walking around it’s so nice.
I’m walking slowly and close my eyes.
Point to your nose, point to your toes.
Show us your hands, have to dance.
Point to your nose, point to your toes.
Show us your hands, have to dance.
Running around everywhere
I want to feel the wind in my hair.
Point to your nose, point to your toes.
Show us your hands, have to dance.
Point to your nose, point to your toes.
Show us your hands, have to dance.
Running around is so good.

ครูถามนกั เรยี นวา่ ไดย้ ินคำศพั ท์ส่วนใดของรา่ งกายในเน้ือเพลง
Teacher: What parts of the body do you hear in the song?
Students: Nose, hands, toe, hair, eyes.
Teacher: Good!

นักเรียนฟังเพลง The body song จาก CD/track 36 และดูเนื้อเพลงในหนังสือเรียน หน้า 30 ข้อ 1
Listen, sing and act. ตามไปด้วย ครบู อกคำศัพท์บางคำที่นักเรียนไม่ทราบ จากน้ันนักเรียนฟัง CD อีก
หลายๆ ครงั้ และฝึกร้องเพลงตามจนคล่อง ครใู ห้นกั เรียนช่วยกันคิดท่าทางประกอบเพลง โดยให้นักเรียน
คดิ สร้างสรรค์ท่าทางแปลกใหม่ เสร็จแล้วให้นกั เรียนทั้งห้องฝกึ แสดงท่าทางประกอบเพลงโดยพร้อมเพรียง
กัน


Click to View FlipBook Version