The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม แม่พิมพ์โลหะเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dreamkkl2499, 2022-05-12 23:11:07

เล่ม แม่พิมพ์โลหะเบื้องต้น

เล่ม แม่พิมพ์โลหะเบื้องต้น

48

1. Die Shoe หรือ Die Holder ใชส้ าหรับวางตาแหน่งส่วนต่าง ๆ ของชุดพิมพเ์ มียเขา้ ดว้ ยกนั และเป็ น
ชิ้นส่วนท่ีใช้อุปกรณ์จบั ยึด มาทาการยึดชุดพิมพเ์ มียท้งั ชุดเขา้ กับแผ่นโต๊ะงานของเครื่องกดอดั (Bolster
Plate) และเป็นส่วนท่ีมีช่องวา่ งใหช้ ิ้นงานหรือเศษวสั ดุท่ีเกิดจากการกดตดั ตกลงดา้ นลา่ ง

2. Die Block หรือ Die Plate ใช้สาหรับทาคมตดั (Cutting Edge) เพ่ือทาการกดตดั ชิ้นงานร่วมกบั คม
ตดั ของพมิ พผ์ ู้ (Punch) ของชุดพมิ พผ์ ู้

3. Stripper Plate แผ่นปลดงาน ใช้สาหรับปลดแผ่นงานออกจาก Punch ซ่ึงแผ่นงานจะติด Punch
ข้ึนมา หลงั จากที่ทาการกดตดั แผน่ งาน

4. Blanking Punch ใชส้ าหรับกดตดั แผน่ งาน ใหข้ าดเป็นชิ้นงานตามรูปร่างของ Punch การกดตดั แผ่น
งานจะทาการกดตดั ร่วมกบั คมตดั ของ Die Block

5. Punch Plate ใช้สาหรับต้งั ตาแหน่ง เป็ นที่ยึดและประคอง Punch ให้อยู่ในตาแหน่งที่ตอ้ งการและ
เท่ียงตรง

6. Punch Holder ใชส้ าหรับต้งั ตาแหน่งและเป็นที่ยดึ ของส่วนประกอบต่าง ๆ ของชุดพิมพผ์ ู้
7. Shoe Shank หรือ Shank Holder ใชเ้ ป็ นดา้ มหรือกา้ นสาหรับจบั ยึดชุดพิมพผ์ ูเ้ ขา้ กับแคร่เลื่อนของ
เคร่ืองกดอดั เพือ่ พาใหช้ ุดพมิ พผ์ เู้ คล่ือนที่ ข้ึน-ลง ในช่วงท่ีทาการกดตดั ชิ้นงานร่วมกบั ชุดพิมพเ์ มีย
8. Guide Plate หรือ Gages แบ่งออกเป็ น Front Gage และ Back Gage ใช้สาหรับประคองแผ่นงานท่ี
ป้อนเขา้ ชุดแมพ่ ิมพ์ เพอื่ ให้ Punch และ Die ทาการกดตดั ไดต้ รงตาแหน่ง
9. Cover Plate หรือ Strip Support ใชส้ าหรับรองแผน่ งาน ก่อนป้อนเขา้ ชุดแม่พิมพเ์ พ่ือป้องกนั ไม่ให้
แผน่ งานโก่งงอ ซ่ึงจะช่วยใหก้ ารป้อนแผน่ งานง่ายข้นึ
10. Cylinder Pin หรือเรียกว่า Pin ใช้สาหรับยึดและต้ังตาแหน่ง ชิ้นส่วนต่างของชุดพิมพ์เมียเข้า
ด้วยกนั ให้ตรงศูนยม์ ากย่ิงข้ึน การยึดของสลกั โดยการสอดหรืออดั เขา้ ไปในรูที่เจาะและผ่านการ Reamer
มาแลว้ ของ Stripper Plate, Guide Plate, Die Block และ Die Shoe สลกั หรือ Pin เป็นชิ้นส่วนมาตรฐาน
11A. Fillister Head Screw ใชส้ าหรับขนั ยึดชิ้นส่วนต่าง ๆ ของชุดพิมพเ์ มียเขา้ ดว้ ยกนั วิธีการยดึ โดย
การสอดเขา้ ไปในรูของ Stripper Plate, Guide Plate, Die Block และ Die Shoe ชิ้นส่วนที่ทาเกลียวใน สาหรับ
ขนั ยดึ สกรูคอื Die Shoe สาหรับ Stripper Plate จะถกู เจาะรูและควา้ นดว้ ย Counter Bore เพื่อทาการฝังหัวสก
รู ชุดแม่พิมพท์ ว่ั ๆ ไปจะนิยมใชส้ กรูหกเหล่ียมหวั จม (Hexagonal Socket Head Screw)
11B. Fillister Head Screw ใช้ขนั ยึดส่วนประกอบต่าง ๆ ของชุดพิมพเ์ ขา้ ดว้ ยกนั โดยที่ Punch Plate
จะทาเกลียวใน สาหรับขนั ยดึ และท่ี Punch Holder จะเจาะรูแบบ Counter Bore
11C. Fillister Head Screw ใชข้ นั ยดึ Cover Plate หรือ Strip Support ติดกบั Guide Plate หรือ Gages
12. Stop Pin หรือ Stopper ใชส้ าหรับก้นั และต้งั ระยะการกดตดั แผ่นงานของชุดพิมพ์ผูแ้ ละชุดพิมพ์
เมียแตล่ ะจงั หวะการป้อนใหเ้ ทา่ กนั ใชส้ าหรับการป้อนดว้ ยมือ
3.1.1 ดายเซ็ท (Die Set)

49
คอื ชุดแมพ่ ิมพซ์ ่ึงตวั Punch, Die และช้ีนส่วนท่ีจาเป็นต่าง ๆ ในการปั๊มชิ้นงานจะถูกนามาประกอบใน
ดายเซ็ท ส่วนประกอบต่าง ๆ ของดายเซ็ท มีดงั น้ี

รูปท่ี 2.12 ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของดายเซ็ท
ที่มา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.

A. Shank Holder มีลกั ษณะเป็นกา้ นกลมรูปทรงกระบอกติดแน่นอยกู่ บั Punch Holder เป็นส่วนท่ีสอด
เขา้ ไปใน Ram ของเคร่ือง Press เพ่อื ยดึ Die Set ส่วนบนใหต้ ิดแน่นกบั Ram ของเคร่ือง Press

B. Punch Holder เป็นส่วนท่ีใชย้ ดึ Punch และจะเคลื่อนท่ีข้ึนและลงตามจงั หวะของ Ram
C. Guide Bush มีลกั ษณะเป็นปลอกสวมอดั อยู่กบั Punch Holder เพื่อบงั คบั ให้ Punch Holder เคล่ือนที่
ข้ึนลงอยใู่ นแนวเสน้ ตรงตาม Guide Post
D. Guide Post มีลกั ษณะเป็นเสากลมติดอยกู่ บั Die Holder
E. Die Holder เป็ นส่วนท่ีใช้ยึด Die ให้ติดอยู่กบั Die Set และ Die Holder น้ีจะยึดติดอยู่กบั Bolster
Plate ของเคร่ือง Press ดว้ ยสกรู
3.1.2 แผน่ ยดึ พ้นั ช์ (Punch Plate)

50
แผน่ ยดึ พ้นั ชเ์ ป็นตวั ยดึ พ้นั ชใ์ ห้อยใู่ นตาแหน่งท่ีตอ้ งการพ้นั ชท์ ่ีมีรูปร่างอ่อนแอจะใชว้ ธิ ีอดั แน่นกบั รูท่ี
แผ่นพ้นั ช์ (Punch Plate) แต่ถา้ เป็นพ้นั ช์ที่มีขนาดใหญ่จะยึดใหแ้ น่นดว้ ยสกรูและกาหนดให้อยู่ในตาแหน่ง
โดยใชส้ ลกั (Dowel Pin) วธิ ีการยดึ พ้นั ชเ์ ขา้ กบั แผน่ ยดึ พ้นั ชม์ ีดงั น้ี

รูปที่ 2.13 การประกอบพ้นั ชแ์ บบไมม่ ีบา่
ที่มา: ณฐั วฒุ ิ อินสุ, 2559.

รูปท่ี 2.14 การประกอบพ้นั ชแ์ บบมีบ่า
ที่มา: ณฐั วฒุ ิ อินสุ, 2559.

รูปท่ี 2.15 การใชส้ ารยดึ (Adhesive) ใส่เขา้ ไปในช่องของพ้นั ชแ์ ละแผน่ พ้นั ช์
ท่ีมา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.

51

รูปที่ 2.16 การใชส้ กรูยดึ พ้นั ช์
ที่มา: ณฐั วฒุ ิ อินสุ, 2559.

ในการประกอบพ้นั ช์ท่ีมีลกั ษณะซับซ้อนจะใช้วิธีทารูท่ีแผ่นพ้นั ช์ให้เหมือนกบั ลกั ษณะของ Punch
และอดั เขา้ ไปหรือจะใช้วิธีทาส่วนบนของพ้นั ช์ให้เป็ นรูปง่าย ๆ เช่น กลม หรือเหลี่ยมเพ่ือจะทาให้ใส่แผ่น
พ้นั ชไ์ ดส้ ะดวกข้ึน

3.1.3 พ้นั ช์ (Punch)
การข้ึนรูปแผน่ โลหะกระทาโดยใชพ้ ้นั ช์ (Punch) และดาย (Die) พ้นั ชจ์ ึงเป็นส่วนสาคญั อนั หน่ึงในบท
น้ีจะกล่าวถึงการออกแบบพ้นั ช์ตดั รูเจาะเท่าน้ันซ่ึงการออกแบบพ้นั ช์ (Punch) มี 2 แบบ คือ การออกแบบ
พ้นั ชต์ ดั แผน่ เปล่า (Blanking punch) และการออกแบบพ้นั ชต์ ดั รูเจาะ (Piercing punch)
พ้นั ช์จะตอ้ งทาการชุบแข็งเพ่ือรักษารูปร่าง ขนาด ความคม และทนทานต่อการสึกหรอ พ้นั ช์จะตอ้ ง
รับแรงกระแทกขนาดหนักและกระทาซ้า ๆ กันเป็ นเวลานาน ดงั น้ันพ้นั ช์อาจหักได้ ฉะน้ันจึงตอ้ งเลือก
คุณภาพสูงซ่ึงทนตอ่ การสึกหรอไมห่ กั งอ
การออกแบบพ้นั ช์ตดั รูเจาะ (Piercing punch) ในการออกแบบแม่พิมพส์ ่วนท่ีเสียง่ายที่สุดคือพ้นั ชต์ ดั
เจาะ (Piercing punch) ดงั น้นั จึงตอ้ งระวงั และคานึงตามหวั ขอ้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
- พ้นั ชต์ ดั ตอ้ งแขง็ แรงเพยี งพอที่จะรับแรงกระแทกในขณะทางาน
- พ้นั ชท์ ี่มีความเลก็ และยาวมากจะตอ้ งมีปลอกนาทาง (Bushing) พอบงั คบั ใหพ้ ้นั ช์อย่ใู นแนวเส้นตรง
เดียวกบั ชุดดายและยงั ช่วยป้องกนั ไมใ่ หพ้ ้นั ชโ์ ก่งงอ
- การประกอบตอ้ งออกแบบให้ถอดประกอบงา่ ยเพ่ือความสะดวกในการเปลี่ยนหรือบารุงรักษาพ้นั ช์
ชนิดมีบ่าท่ีหวั เป็นพ้นั ช์ที่นิยมใชก้ นั มากท่ีสุดทาจากเหล็กเคร่ืองมือเกรดดีชุบแข็งและเจียระไนตลอดท้งั ตวั
โดยแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ คือ
A เป็นช่วงความโตที่ใชส้ วมอดั กบั แผน่ พ้นั ช์ (Punch Plate)
B เป็นช่วงการหลบเพ่ือความสะดวกในการกดอดั

52

C ความโตของหวั พ้นั ช์
D ความสูงของบา่
E ความโตของเส้นผา่ ศูนยก์ ลางรูท่ีตอ้ งการเจาะ

รูปท่ี 2.17 แสดงพ้นั ชช์ นิดมีบา่ ท่ีหวั
ท่ีมา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.

3.1.3.1 พ้นั ชแ์ บบมีปลอกนาในสตริปเปอร์
พ้นั ช์แบบมีปลอกนาในสตริปเปอร์ในแม่พิมพ์ช้ันดีเย่ียมขนาดเล็กกว่า 2 มิลลิเมตร จะใช้ปลอก
(Bush) สวมอดั ลงในสตริปเปอร์เพ่ือช่วยประคองพ้ันช์ให้อยู่ในแนวเส้นตรงและอาจใช้ปลอก (Bush)
กนั พ้นั ชข์ นาดใหญใ่ นกรณีตดั โลหะหนา ๆ

รูปท่ี 2.18 แสดงพ้นั ชแ์ บบมีปลอกนาในสตริปเปอร์

53

ที่มา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.
3.1.3.2 พ้นั ชท์ ่ีมีแผน่ รองหลงั
พ้นั ชท์ ี่มีแผน่ รองหลงั เม่ือทาการตดั เจาะโลหะหนา ๆ ส่วนหวั ของพ้นั ชค์ วรรองดว้ ยแผน่ รองหลงั ซ่ึง
ทามาจากเหล็กแขง็ ชุบแขง็ และมีความโตกวา่ ส่วนหัวของพ้นั ช์เพื่อกระจายแรงท่ีส่วนหัวของพ้นั ชใ์ ห้กวา้ ง
ออกไปและป้องกนั ไม่ให้ส่วนหัวของพ้นั ช์กดลึกลงไปในแผน่ ยึดพ้นั ช์ซ่ึงเป็นเหลก็ เหนียวธรรมดาและจะ
เจาะรูทะลเุ พอ่ื ความสะดวกในการควา้ นรูสาหรับแผน่ รองและเพอื่ ใหส้ ามารถถอดแผน่ รองเม่ือถอดแมพ่ ิมพ์

รูปที่ 2.19 แสดงพ้นั ชท์ ่ีมีแผ่นรองหลงั
ท่ีมา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.

3.1.3.3 การใชส้ กรูปรับ 2 ตวั
วิธีน้ีใชส้ กรูปรับ (Stocked Set Screw) 2 ตวั เพื่อรองรับพ้นั ช์แทนแผ่นรองดา้ นบนวิธีน้ีนามาใช้ไม่
นานนกั เป็นวิธีท่ีสะดวกในการใส่และถอดเปลี่ยนพ้นั ชท์ ี่เสียหายโดยไม่ตอ้ งถอดส่วนประกอบอื่น ๆ ใดของ
แมพ่ ิมพเ์ ลยแต่ขอ้ จากดั ก็คือสกรูปรับระยะเหลา่ น้ีจะตอ้ งโตกวา่ หวั ของพ้นั ชเ์ สมอจึงไมส่ ามารถใชก้ บั พ้นั ชท์ ่ี
มีขนาดหวั โตมาก

รูปที่ 2.20 แสดงการใชส้ กรูปรับ (Set Screw) เป็นแผน่ รองพ้นั ช์
ท่ีมา: ณฐั วฒุ ิ อินสุ, 2559.

54

3.1.3.4 พ้นั ชส์ าหรับเจาะรูขนาดใหญ่
พ้นั ช์ที่มีขนาดความโตมากกว่า 22 มิลลิเมตรควรควา้ นตกบ่าที่หัวคมตดั เพ่ือความสะดวกในการลบ
คมตดั และเมื่อตดั โลหะหนาวงแหวนคมตดั จะช่วยลดแรงกระแทกบนเคร่ืองปั๊มโลหะ

รูปท่ี 2.21 แสดงพ้นั ชส์ าหรับเจาะรูขนาดใหญ่
ท่ีมา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.

3.1.4 ดาย (Die)
ดาย (Die) ตอ้ งมีคุณสมบตั ิเดียวกบั พ้นั ช์คือมีความแขง็ แรงและทนต่อการสึกหรอ ส่ิงท่ีตอ้ งคานึงใน
การออกแบบ
1. ตอ้ งมีมุมหลบ (Draft Angle) หลงั คมตดั ให้พอเหมาะถา้ มุมหลบหลงั นอ้ ยเกินไปหรือไม่มีจะทาให้
โลหะแผน่ ที่ถูกตดั ผา่ นหลดุ ออกไมส่ ะดวกเกิดการอดั แน่นในช่องดายเป็นสาเหตทุ าใหพ้ ้นั ชห์ กั หรือดายแตก
ได้

รูปที่ 2.22 แสดงมมุ หลบของดาย
ที่มา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.

55

2. ในกรณีท่ีรูดายมีลกั ษณะซบั ซอ้ นยากแก่การแปรรูปควรแบ่งดายออกเป็นส่วน ๆ

รูปที่ 2.23 แสดงรูดายมีลกั ษณะซบั ซอ้ น
ที่มา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.

สาหรับการตดั แผ่นเปล่า (Blanking) ขนาดความโตของแผ่นเปล่าจะกาหนดโดยขนาดความโตของ
ดายการตดั เจาะ (Piercing) ขนาดของรูท่ีเจาะจะกาหนดโดยความโตของพ้นั ชฉ์ ะน้ันในการเผ่ือช่องว่างตดั
(Cutting clearance) จะคิดลดจากความโตของพ้ันช์ในกรณีตัดแผ่นเปล่าในกรณีของการตัดเจาะให้คิด
ช่องว่างตดั โดยเพ่ิมความโตจากรูดายหากกาลงั ในการตดั ของเครื่องอดั ไม่เพียงพอให้ทามุมเอียง (Shear
angle) ท่ีคมของพ้นั ชห์ รือดายซ่ึงจะทาใหแ้ รงในการตดั นอ้ ยลงในการตดั แผ่นเปล่าใหเ้ อียงมุมคมตดั ของดาย
ถา้ รูเจาะใหเ้ อียงคมตดั ของพ้นั ชถ์ า้ ทาใหล้ กั ษณะกลบั กนั จะทาใหเ้ กิดการบิดงอของงานท่ีตอ้ งการ

3.1.5 แผน่ กดชิ้นงาน (Stripper plate)
แผ่นกดชิ้นงาน (Stripper plate) เป็ นอุปกรณ์ที่ประกอบเขา้ ดว้ ยกบั แม่พิมพต์ ดั โลหะเพื่อจุดประสงค์
ในการเอาชิ้นงานออกจากพ้นั ช์ตดั แผน่ เปล่า (Blanking punch) หรือพ้นั ชต์ ดั เจาะ (Piercing Punch) เพราะใน
การตดั โลหะในกรณีของการปั๊มตดั รูเจาะกลม, เหลี่ยม, หรืออื่น ๆ จะเกิดการเดง้ กลบั ของโลหะ (Spring
Back)
ในการสร้างแผ่นกดชิ้นงานน้นั อาจจะทาแบบอยู่กบั ที่ (Fix Stripper) โดยการยึดแผ่นกดชิ้นงานกับ
แผน่ ดาย (Die Block) ซ่ึงสามารถจดั สร้างไดง้ ่ายๆ และราคาถูกหรืออาจทาแบบเคลื่อนที่ (Moving Stripper)
ประกอบเขา้ แม่พมิ พบ์ นในการทาแผน่ เกิดชิ้นงานแบบเคลื่อนท่ีจะใชใ้ นกรณีดงั น้ี

56

ในกรณีของชิ้นงานท่ีตอ้ งการความเรียบเป็นจุดหลกั เพราะการทาแผ่นกดชิ้นงานก่อนท่ีแมพ่ ิมพจ์ ะทา
การตดั โลหะแผน่ กดชิ้นงานจะกดชิ้นงานใหแ้ นบกบั ผวิ หนา้ ของแผน่ ดายใหเ้ รียบ

ในกรณีที่ทาการตดั โลหะท่ีบางมาก การใชแ้ ท่นกดชิ้นงานชนิดน้ีจะช่วยใหก้ ารตดั มีประสิทธิภาพสูง
กวา่ ใชแ้ ผน่ กดชิ้นงานแบบอยกู่ บั ท่ี

ในกรณีของการนาแผน่ วสั ดุ (Strip) ที่เหลือจากการทางานในชิ้นงานส่วนอื่น ๆ มาใช้งานในกรณีน้ี
การใชแ้ ผน่ กดชิ้นงานจะช่วยในการวางตาแหน่งแผ่นวสั ดุ (Strip) ไดส้ ะดวกกว่าในกรณีของพ้นั ช์ที่มีขนาด
เลก็ การใชแ้ ผน่ ปลดชิ้นงานก่อนการตดั จะช่วยป้องกนั การแตกหกั ของพ้นั ชไ์ ด้
3.1.6 แผน่ รองหลงั (Backing Plate)

แผ่นรองหลงั เป็ นแผ่นรองตวั พ้นั ช์ซ่ึงอยู่ระหว่างแผ่นพ้นั ช์ (Punch Plate) และแผ่นยึดพ้นั ช์ (Punch
Holder) แผน่ รองหลงั

รูปที่ 2.24 แผน่ รองหลงั
ท่ีมา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.

จากภาพแผ่นรองหลงั จะเป็นตวั รองรับแรงกดกระแทกจากหัวพ้นั ช์ แผ่นยึดพ้นั ช์ (Punch Holder) ซ่ึง
เป็นวสั ดุท่ีออ่ นกวา่ เพื่อป้องกนั การยบุ ตวั ไดอ้ ีกดว้ ย

3.1.7 แผน่ นาวสั ดุ (Stock Guide)
แผน่ นาวสั ดุเป็นส่วนนาแผน่ วสั ดุเขา้ สู่การทางานของแผ่นแม่พมิ พแ์ ผน่ นาวสั ดุมกั ทาร่วมกบั แผน่ ปลด
ชิ้นงานดงั ไดก้ ลา่ วมาแลว้ หรือจะแยกกบั แผน่ กดชิ้นงาน

57

รูปที่ 2.25 แผน่ นาแบบภายในและแผน่ นาวสั ดุชนิดมีส่วนยนื่
ที่มา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.

แผน่ วสั ดุจะเคลื่อนผา่ นโดยดา้ นหน่ึงของแผน่ นา วสั ดุจะทาใหย้ าวออกมาเพื่อความมน่ั คงในการป้อน
แผน่ วสั ดุ

รูปที่ 2.26 แสดงแผน่ นาวสั ดุชนิดเป็นร่อง
ที่มา: ณฐั วฒุ ิ อินสุ, 2559.

3.1.8 หมุดกกั (Stop Pin)
ในการตดั แผ่นและป้อนแผน่ วสั ดุดว้ ยมือดา้ นขา้ งของแผ่นวสั ดุจะถกู นาโดยร่องนาแผ่นวสั ดุระยะทาง
ในการป้อนจะกาหนดโดยหมุดกกั (Stop Pin)

รูปท่ี 2.27 ลกั ษณะหมดุ กกั ชนิดต่าง ๆ
ท่ีมา: ณฐั วฒุ ิ อินสุ, 2559.

58

รูเจาะเพอ่ื ใส่หมุดกกั จะเจาะท่ีดายซ่ึงจะทาให้รูของดายอ่อนแอไดฉ้ ะน้นั ในการออกแบบหมุดกกั ควร
ใหเ้ ป็นดงั รูปท่ี 2.28

รูปที่ 2.28 แสดงลกั ษณะการวางตาแหน่งหมดุ กกั
ที่มา: ณฐั วุฒิ อินสุ, 2559.

3.2 ส่วนประกอบของแมพ่ ิมพก์ ดตดั แบบต่อเนื่อง (Progressive Die)
แม่พิมพก์ ดตดั ดงั ที่กล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ เป็นแม่พิมพท์ ่ีทาการกดตดั ข้ึนรูปชิ้นงาน เฉพาะอยา่ งใดอย่าง

หน่ึง มีข้ึนตอนการกดตดั ชิ้นงานข้นั ตอนเดียว ซ่ึงแม่พิมพท์ ่ีทาการกดตดั ชิ้นงานไดม้ ากกวา่ 1 ข้นั ตอนหรือ
ทาการกดตดั ชิ้นงานข้นั ตอนเดียวแต่ไดง้ านท่ีมีลกั ษณะมากกวา่ 1 อยา่ ง ดงั น้ี

แม่พิมพก์ ดตดั แบบต่อเนื่องคือแม่พิมพท์ ี่ประกอบข้ึนดว้ ยหลายตาแหน่ง การทางานเรียงอยู่ในแนว
เสน้ ตรง ส่วนชิ้นงานจะถกู ป้อนจากตาแหน่งหน่ึงไปยงั อีกตาแหน่งหน่ึง โดยในแตล่ ะข้นั ตอนจะทาหนา้ ที่ใน
แต่ละข้นั น้นั หรืออาจกลา่ วไดอ้ ีกนยั หน่ึงก็คือ การนาเอาแมพ่ มิ พเ์ ดี่ยวหลายตวั ๆ มารวมกนั ในแม่พิมพเ์ ดียว
แม่พิมพ์ชนิดน้ีมีราคาสูง ดังน้ันจึงใช้สาหรับการผลิตจานวนมาก ๆ เหตุเพราะว่าแม่พิมพ์ชนิดน้ีอาจจะมี
อุปกรณ์อ่ืนเขา้ มาดว้ ยเช่น ระบบป้อน (Feed System) เครื่องมว้ น (Roll Machine) ดงั น้นั ตน้ ทุนจึงมีราคาสูง
ในแม่พิมพแ์ บบต่อเนื่องสามารถลดจานวนการปฏิบตั ิงานไดม้ ากกวา่ แม่พิมพเ์ ด่ียว เพียงแต่เสียเวลาในการ
ติดต้งั อปุ กรณ์หรือระบบป้อน

นอกจากน้ีการทาแม่พิมพต์ ่อเน่ือง (Progressive Die) จะตอ้ งมีการศึกษาถึงการวางแผนการปฏิบตั ิงาน
การคานวณราคา เวลา ซ่ึงจะกลา่ วภายหลงั จากท่ีไดย้ กตวั อยา่ งขา้ งตน้ เราสามารถนาชิ้นงานขา้ งตน้ มาทาเป็น
แมพ่ ิมพต์ ่อเนื่องไดด้ งั รูป

59

รูปที่ 2.29 ชิ้นงานท่ีตอ้ งการทาแม่พมิ พต์ อ่ เนื่อง
ท่ีมา: ณฐั วฒุ ิ อินสุ, 2559.

รูปท่ี 2.30 การเรียงลาดบั ข้นั การทางาน (Strip layout) ของแม่พิมพต์ อ่ เน่ือง
ที่มา : สุวิช มาเทศน์, 2542.

A คอื แผน่ งาน (Stock Strip)
ท่ีป้อนเขา้ ทาการกดตดั ในชุดแมพ่ ิมพ์

B คอื เศษวสั ดุ (Slug or Scrap)
ท่ีเกิดจากการกดตดั รู (Piercing)

C คือ ชิ้นงานที่ตอ้ งการท่ีไดจ้ ากการกดตดั แผน่
(Blanking) เป็นคร้ังสุดทา้ ย
รูปท่ี 2.31 ชุดแม่พิมพต์ ่อเน่ืองชิ้นงานและเศษวสั ดุที่กดตดั ได้
ท่ีมา : สุวิช มาเทศน์, 2542.

60

A. Punch Holder of Die
B. Piercing Punch
C. Pilot Nut
D. Square Head Set
Screw
E. Jam Nut
F. Blanking Punch
G. Punch Plate
H. Pilot
I. Stripper Plate
J. Automatic Stop
K. Finger Stop
L. Back Gage
M. Front Spacer
N. Die Block
O. Die Holder of Die

รูปท่ี 2.32 ส่วนประกอบของแม่พิมพก์ ดตดั แบบต่อเนื่อง
ท่ีมา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.

61
3.2.1 Blanking Punch
เป็ น Punch ซ่ึงใช้สาหรับตดั ชิ้นงานให้ไดร้ ูปร่างตามที่ตอ้ งการโดยการทาให้ส่วนล่างของ Punch มี
รูปร่างและขนาดตามชิ้นงานท่ีตอ้ งการ
ส่วนบนจะทาเป็ นปี กยืนออกไปเพื่อใช้สาหรับยึดสกรูและสลกั กนั เคลื่อนท่ีตวั Punch จะควา้ นรู 2
รู สาหรับใส่ Pilot ซ่ึงทาหนา้ ท่ีขยบั แผน่ สตริปใหต้ รงตาแหน่งก่อนท่ี Punch จะทาการตดั

รูปที่ 2.33 Blanking Punch
ท่ีมา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.
3.2.2 Piercing Punch
มีหนา้ ท่ีเจาะรูออกจากแผน่ Strip หรือ Blank ซ่ึงส่วนมากจะ เป็นรูกลม ส่วนบนจะทาเป็นบ่า สาหรับ
ใส่ใน Punch Plate ความแตกต่างระหว่าง Piercing Punch กบั Blanking Punch ก็คือ ถา้ ส่วนท่ีถูกตดั ออกไป
เป็ นส่วนท่ีไม่ใช้งานก็จะเรียกว่า Piercing Punch แต่ถา้ ส่วนที่ถูกตดั ออกไปเป็ นส่วนที่ใชง้ านก็จะเรียกว่า
Blanking Punch

62

รูปท่ี 2.34 Piercing Punch
ที่มา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.
3.2.3 Die Block
ส่วนมากจะทาจากเหลก็ กลา้ ทาเครื่องมือและเมื่อทาการข้ึนรูปตามแบบแลว้ กท็ าการชุบแขง็ ตรงส่วนท่ี
จะตอ้ งทาการเจาะหรือตดั ชิ้นส่วน

รูปท่ี 2.35 Die Block
ท่ีมา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.

63
3.2.4 แผน่ ยดึ Punch (Punch Plate)
สาหรับยดึ ส่วนบนของ Punch ใหต้ ิดกบั Punch Holder ดว้ ยสกรูและสลกั กนั เคลื่อนโดยตวั Punch จะ
สวมอยกู่ บั Punch Plate ซ่ึงส่วนบนจะทาเป็นบ่าไวพ้ อดีกบั หวั Punch

รูปที่ 2.36 แผน่ ยดึ Punch (Punch Plate)
ที่มา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.

3.2.5 Stripper Plate
ทาหนา้ ที่กนั ไม่ใหแ้ ผน่ สตริปติด Punch ข้นึ ไปในขณะท่ี เคร่ืองทาการตดั แลว้

รูปที่ 2.37 Stripper Plate
ท่ีมา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.

64
3.2.6 สลกั นา (Pilots)
ส่วนหัวของ Pilots จะมีลกั ษณะกลมมน มีเส้นผ่าศูนยก์ ลาง เท่ากบั รูท่ีถูกเจาะมาก่อน หัว Pilots จะ
สอดเขา้ ไปในรูและขยบั ใหแ้ ผน่ สตริปอยใู่ นตาแหน่งท่ีถูกตอ้ ง ก่อนท่ี Blanking Punch จะทา่ การตดั

รูปท่ี 2.38 Pilot
ที่มา : สุวิช มาเทศน์, 2542.
3.2.7 Finger stop
ตวั กาหนดตาแหน่งของแผ่นสตริปในช่วงแรก ๆ แต่ละช่วงของ Progressive Die ซ่ึงมีหลายข้นั ตอน
ก่อนที่ปลายของแผน่ สตริปจะไปชนกบั Automatic Stop

รูปที่ 2.39 Finger Stop
ที่มา : สุวิช มาเทศน์, 2542.

65
3.2.8 Automatic stop
เป็นตวั กาหนดตาแหน่งของแผน่ สตริปเม่ือผ่านมาถึงช่วงสุดทา้ ย ผปู้ ฏิบตั ิงานจะตอ้ งเลื่อนแผ่นสตริป
ไปจนชนส่วนปลายของ Automatic Stop แผ่นสตริปจะหยุดน่ิงใน ขณะท่ีเครื่องทาการตดั และจะยอมให้
เคลื่อนที่ไปยงั ตาแหน่งตดั ที่อยถู่ ดั ไปโดยอตั โนมตั ิ

รูปที่ 2.40 Automatic Stop
ท่ีมา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.
3.2.9 Back Gage
มีลกั ษณะเป็ นเหล็กแผ่นมีความหนาใกลเ้ คียงกบั แผ่นสตริปยึดติด อยู่บน Die Block ช่วงหลงั ส่วน
ช่วงหนา้ กม็ ีแผน่ เหลก็ หนาเท่ากนั แตส่ ้ันกวา่ เรียกวา่ Front Spacer, Back Gage กบั Front Spacer จะทาหนา้ ท่ี
เป็น Guide ให้แผน่ สตริปโดยมีช่องวา่ งระหวา่ ง Back Gage กบั Front Spacer กวา้ งกวา่ ความกวา้ งของแผ่น
สตริปเลก็ นอ้ ยเพ่อื ใหแ้ ผน่ สตริปเลื่อนไปได้ สะดวก

รูปที่ 2.41 Back Gage
ท่ีมา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.

66

3.3 ส่วนประกอบของแม่พมิ พพ์ บั
แม่พมิ พก์ ดอดั ข้นึ รูป (Forming Die) คือ แม่พิมพป์ ๊ัมข้ึนรูปโลหะแผ่น ท่ีใชใ้ นการป๊ัมข้ึนรูปชิ้นงานให้

มีรูปร่างต่าง ๆ ตามรูปร่างของ Punch และ Die การแบ่งออกเป็ นชนิดหรือเรียกช่ือต่าง ๆ จะเรียกช่ือตาม
ลกั ษณะของงานพบั และงานป๊ัมข้ึนรูป (Bending and Forming) งานกดรีดข้ึนรูป (Drawing) งาน Extrusion
และ งาน coining แม่พิมพก์ ดอดั ข้ึนรูปมีอยู่หลายชนิด ดงั เช่นในรูปท่ี 2.42 คือ แม่พิมพพ์ บั มีส่วนประกอบ
หลกั ๆ อยู่ 2 ส่วน คอื ชุดพิมพผ์ แู้ ละชุดพิมพเ์ มีย สาหรับช่ือของส่วนประกอบอ่ืน ๆ มีดงั ต่อไปน้ี

1. Shank Holder or Shoe Shank
2. Hexagonal Socket Head Screw
3. Punch Holder
4. Pin
5. Punch
6. แผน่ งาน (Blank)
7. Spring
8. Ejector Pin
9. ชิ้นงานที่กดพบั ได้
11. Die Holder
12. Die Plate
13. Pressure and Locating Punch
14. Spring

รูปท่ี 2.42 แม่พมิ พพ์ บั (Bending Die)
ท่ีมา : สุวิช มาเทศน์, 2542.

3.4 ส่วนประกอบของแม่พิมพก์ ดรีดข้นึ รูป (Drawing Die)

67
แม่พิมพก์ ดอดั ข้ึนรูป ที่ใชก้ นั มากในการป๊ัมข้ึนรูปชิ้นงานไดแ้ ก่ แม่พิมพก์ ดรีดข้ึนรูป (Drawing Die)
ซ่ึงมีส่วนประกอบท่ีสาคญั และเป็นหลกั ๆ อยู่ 2 ส่วน คอื ชุดพมิ พผ์ แู้ ละชุดพมิ พเ์ มีย ส่วนชื่อและรายละเอียด
ของส่วนประกอบต่าง ๆ มีดงั ต่อไปน้ี

รูปที่ 2.43 แมพ่ มิ พก์ ดรีดข้นึ รูป (Drawing Die)
ที่มา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.

ช่ือของส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของชุดแม่พิมพก์ ดรีดข้นึ รูปจะเรียกเหมือนกบั ช่ือของชิ้นส่วนแมพ่ ิมพพ์ บั
แต่จะแตกต่างกนั ท่ีการกดข้ึนรูปชิ้นงานและชิ้นงานที่กดอดั ข้ึนรูปได้ และมีส่วนที่น่าสนใจอีกส่วนหน่ึงคือ
ที่ตวั Punch ของชุดแม่พิมพก์ ดรีดข้ึนรูปมีรู (Vent Hole) สาหรับใชล้ มเป่ าเพื่อทาการปลดชิ้นงานออกจาก
Punch

3.5 ส่วนประกอบของแม่พิมพแ์ บบผสม (Combination Die)

68

แม่พิมพก์ ดตดั และแม่พิมพก์ ดอดั ข้ึนรูป มีลกั ษณะการทางานที่แตกต่างกนั ออกไป ในการปั๊มข้ึนรูป
ชิ้นงานแต่สามารถออกแบบให้มีการป๊ัมข้ึนรูปชิ้นงานท้งั แบบกดตดั และกดอดั ข้ึนรูป ให้อยู่ภายในชุด
แม่พิมพช์ ุดเดียวกนั ได้ โดยรวมการป๊ัมข้ึนรูปท้งั 2 ลกั ษณะเขา้ ไวด้ ว้ ยกนั แม่พิมพด์ งั กล่าว จึงมีช่ือเรียกว่า
แมพ่ มิ พแ์ บบผสม (Combination Die) ดงั รูปที่ 2.43 จะเห็นวา่ ลกั ษณะพเิ ศษของชุดแมพ่ มิ พแ์ บบผสม คือ การ
ป๊ัมข้ึนรูปชิ้นงาน สามารถทาได้ 2 ลกั ษณะ คือ การกดตดั ชิ้นงานและกดรีดข้ึนรูปชิ้นงาน ไดช้ ิ้นงานออกมา
สาเร็จออกมาดงั กล่าวด้วยการป้อนแผ่นงานเพียงคร้ังเดียว ซ่ึงการกดตดั และการกดรีดข้ึนรูปจะทาคนละ
จงั หวะแต่ตอ้ งทาต่อเนื่องกนั พิมพผ์ แู้ ละพิมพเ์ มียที่จะทาการกดตดั และกดรีดข้ึนรูปชิ้นงานจะออกแบบให้
อยใู่ นตวั เดียวกนั แต่มีขนาดที่ไมเ่ ทา่ กนั ลกั ษณะไม่เหมือนกนั

รูปท่ี 2.44 แมพ่ ิมพร์ วม หรือแม่พมิ พผ์ สม (Combination Die)
ที่มา : สุวิช มาเทศน์, 2542.

นอกจากน้ีแลว้ ในชุดแม่พิมพป์ ๊ัมโลหะอาจจะมีชิ้นส่วนประกอบท่ีเป็ นชิ้นส่วนมาตรฐาน หรือเป็ น
ผลิตภณั ฑ์ท่ีจะตอ้ งนาเข้ามาร่วมประกอบเป็ นชุดแม่พิมพ์อีกหลายชนิด เช่น Screw, Dowel Pin, Spring,
Rubber Screw, (Screw) ชนิดต่าง ๆ, สลักนา (Dowel Pin), สปริงและยาง (Spring and Rubber) ซ่ึงจะมี
รายละเอียดเน้ือหาในบทต่อไป

69

หนว่ ยที่ 3
ชน้ิ สว่ นมาตรฐานของแมพ่ มิ พโ์ ลหะ

หัวเร่ือง
1. ดายเซ็ท (Die Set)
2. ชุดนาเลื่อนและปลอกนา (Guide Post & Guide Bush)
3. พมิ พผ์ มู้ าตรฐาน (Standard Punches)
4. ไพลอ้ ตพนั ช์ (Pilot Punch)
5. พมิ พเ์ มียกดตดั รู (Button Die)
6. แผน่ ยดึ พมิ พผ์ ู้ (Retainers)
7. สปริง (Spring)
8. ยางยรู ีเทน (Poly – Urethane)
9. สลกั เกลียวและสลกั กาหนดตาแหน่ง (Screws and Pins)

สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ชิ้นส่วนมาตรฐานของแมพ่ มิ พโ์ ลหะ

วตั ถปุ ระสงค์
หลงั จากศึกษาบทเรียนน้ีแลว้ นกั ศึกษาสามารถ

1. จาแนกชิ้นส่วนแมพ่ มิ พท์ ี่เป็นชิ้นส่วนมาตรฐานของผผู้ ลิต (Standard Component) ออกจาก
ชิ้นส่วนท่ีตอ้ งทาข้ึนเอง (Producing Component) ได้

2. เลือกใชช้ ิ้นส่วนมาตรฐานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม

คณุ ธรรม จริยธรรม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีมนุษยสมั พนั ธ์
2. ความมีวินยั
3. ความรับผดิ ชอบ
4. ความซ่ือสตั ยส์ ุจริต เสียสละ อดทน
5. ความสนใจใฝ่รู้

70

ชิ้นส่วนต่าง ๆ ท่ีนามาประกอบกนั เป็ นแม่พิมพน์ ้ัน สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็ น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่ม
ชิ้นส่วนมาตรฐาน (Standard Part) และกล่มุ ชิ้นส่วนท่ีทาข้นึ (Produced Part)

โดยที่ชิ้นส่วนมาตรฐานก็คือ ชิ้นส่วนที่มีผูผ้ ลิตออกมาจาหน่าย ผลิตออกมาเป็ นจานวนมาก มี
รูปร่างและขนาดเท่ากนั นอกจากน้ียงั มีใหเ้ ลือกใชห้ ลายรุ่น หลายรูปแบบ ตามวตั ถุประสงคก์ ารใชง้ าน และ
หลายขนาดตามที่ตอ้ งการ

ดงั น้นั ผทู้ าแม่พิมพจ์ ึงไม่จาเป็นตอ้ งผลิตชิ้นส่วนเหลา่ น้นั ข้นึ มาใชเ้ อง ทาใหส้ ามารถลดเวลาใน การทา
แมพ่ มิ พล์ งไปไดม้ าก ไดแ้ มพ่ ิมพท์ ่ีมีความเท่ียงตรงสูง มีคุณภาพสูง และนอกจากน้ียงั ทาใหก้ าร ซ่อมบารุงใน
อนาคตสามารถทาไดง้ ่าย ประหยดั ท้งั เวลาและค่าใชจ้ ่าย

การออกแบบและสร้างแม่พิมพ์ ป๊ัมข้ึนรูปโลหะ โดยเฉพาะแม่พิมพป์ ั๊มข้ึนรูปโลหะแผ่น เม่ือทาการ
ออกแบบชิ้นส่วนต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแลว้ ผอู้ อกแบบตอ้ งทาการเขยี นแบบ (Drawing) เพื่อนาแบบน้นั เขา้ สู่
กระบวนการการผลิต ในการผลิตชิ้นส่วนของชุดแม่พิมพโ์ ดยมาก เป็นการข้ึนรูปดว้ ยงานดา้ นเคร่ืองมือกล
(Machining) เสร็จเรียบร้อยแลว้ จึงนาชิ้นส่วนเหล่าน้นั มาประกอบเขา้ ดว้ ยกนั เป็นชุดแม่พิมพ์

รูปท่ี 3.1 ชิ้นส่วนมาตรฐานของแม่พมิ พ์
ที่มา: https://www.kashin.sg/product/standard-components-for-stamping

71

ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของชุดแม่พิมพ์ ไม่จาเป็ นต้องทาการผลิตเองท้งั หมด เพราะมีหลาย ๆ ชิ้นส่วนท่ี
สามารถเลือกใชช้ ิ้นส่วนสาเร็จรูป สร้างไวแ้ ลว้ เป็นชิ้นส่วนมาตรฐาน มีขายอยใู่ นอุตสาหกรรมแม่พมิ พ์ หรือ
ใชร้ ่วมกบั ชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลอ่ืน ๆ ชิ้นส่วนมาตรฐานที่กล่าวถึงมีดงั ต่อไปน้ี

1. ดำยเซ็ท (Die Set)
เป็ นชิ้นส่วนหลกั ของชุดแม่พิมพ์ป๊ัมข้ึนรูปโลหะหลาย ๆ ชิ้นท่ีจัดไวเ้ ป็ นชุด มีรูปร่างและขนาด

มาตรฐานท่ีสร้างสาเร็จรูปแลว้ มีท้งั ของชุดพิมพผ์ ูแ้ ละชุดพิมพเ์ มีย ผูอ้ อกแบบเพียงแต่ออกแบบชิ้นส่วนอื่น
ๆ ของชุดแม่พิมพแ์ ละนามาประกอบยึดเขา้ กบั ชิ้นส่วนหลกั ๆ ทาใหล้ ดเวลาในการสร้างชิ้นส่วนดงั กล่าว ทา
ใหส้ ามารถสร้างชุดแมพ่ ิมพไ์ ดอ้ ยา่ งรวดเร็ว

1.1 ขอ้ ดีของดายเซ็ท
ดายเซ็ท เปรียบเสมือนหน่วยเพรสยอ่ ย (Sub Press) โดยที่วตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ของดายเซ็ท คือ ใชใ้ นการ

ประกอบชิ้นส่วนท้งั หมดของชุดแมพ่ มิ พ์ แมพ่ มิ พท์ ี่มีดายเซ็ทจะมีขอ้ ดี ดงั ต่อไปน้ี
1.1.1 ความเท่ียงตรงในการติดต้งั แม่พิมพ์ (Accuracy of setup) แม่พมิ พส์ ามารถติดต้งั เขา้ กบั เคร่ือง

เพรสไดท้ ้งั ชุด และสามารถไวใ้ จไดว้ า่ มีความแม่นยาตรงศูนยก์ นั แมว้ า่ จะมีพนั ชแ์ ละดายหลายชุดก็ตาม
1.1.2 ทาให้คุณภาพของชิ้นงานดีข้ึน (Improved quality of piece part) คุณภาพของชิ้นงานดีข้ึน

ดว้ ยความแมน่ ยา เท่ียงตรง ของแม่พมิ พแ์ ละการติดต้งั
1.1.3 เพิ่มอายุของแม่พิมพ์ (Increase die life) เน่ืองจากแม่พิมพม์ ีความแม่นยาตรงศนู ยก์ นั โอกาส

ท่ีจะเกิดการขบกนั ของพนั ชแ์ ละดายจึงนอ้ ยลง
1.1.4 ลดเวลาการติดต้งั (Minimize setup time) เนื่องจากแม่พิมพน์ าเขา้ ติดต้งั เป็นชุด
1.1.5 สะดวกในการซ่อมบารุง (Facilitation of maintenance) ชิ้นส่วนของแม่พิมพส์ ามารถถอด

ออกโดยไม่ทาใหส้ ูญเสียความสัมพนั ธ์กนั ในการทางานของแม่พิมพส์ ่วนท่ีเป็นคมตดั สามารถเจียระไนคม
ตดั ใหม่ โดยท่ีไมต่ อ้ งถอดออกจากชุดดายเซ็ท

1.1.6 ประคองศนู ยข์ องพนั ชแ์ ละดาย (Alignment of punch and die member) ดายเซ็ทสามารถท่ีจะ
รักษาความไดศ้ ูนยข์ องพนั ช์และดาย ตลอดกระบวนการทางานของแม่พิมพ์ อย่างไรก็ตามดายเซ็ทก็ไม่
สามารถรักษาความไดศ้ ูนยน์ ้ีไวไ้ ดห้ ากเคร่ืองเพรสอยใู่ นสภาพท่ีไมด่ ีพอ

1.1.7 สะดวกในการจัดเก็บ (Facilitation of storage) เมื่อเสร็จสิ้นการผลิต แม่พิมพ์ก็สามารถ
จดั เก็บเป็นชุด ๆ และสามารถนากลบั เขา้ มาทาการผลิตไดใ้ หมท่ นั ทีที่ตอ้ งการ

72

1.2 ส่วนประกอบของดายเซ็ท
ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของดายเซ็ท มีดงั ตอ่ ไปน้ี

รูปท่ี 3.2 ชิ้นส่วนตา่ ง ๆ ของดายเซ็ท
ที่มา : สุวิช มาเทศน์, 2542.

73

รูปที่ 3.3 ดายเซ็ทและชิ้นส่วนประกอบ
ท่ีมา: https://www.meusburger.com/ZH/CN/products/die-making/die-sets
ดายเซ็ทมีเสาเพ่อื ใหช้ ุดพิมพผ์ เู้ คลื่อนที่ลง-ข้ึน เท่ียงตรงมากยง่ิ ข้ึน นอกจากมีเสา 2 เสา อาจมีมากกวา่ ก็
ได้ เพ่ือให้สมดุลกบั แรงกดตดั แผน่ งานของชุดพิมพผ์ ดู้ งั รูปที่ 3.4 – 3.8 การกาหนดตาแหน่งของเสาอาจเพ่ิม
ท่ีมุมใดมุมหน่ึงหรือตรงกลาง
1.3 ประเภทของดายเซ็ท
1.3.1 ดายเซ็ทแบบเสาคู่ดา้ นหลงั (Back Post Die Set) ส่วนใหญ่ใชก้ บั แม่พิมพท์ ี่ตอ้ งป้อนชิ้นงาน
ดว้ ยมือ โดยเฉพาะกรณีท่ีแผ่นชิ้นงานเร่ิมตน้ ไม่ใช่แผน่ สตริป (Strip) ที่มีฃนาดและรูปร่างแน่นอน เน่ืองจาก
ไกดโ์ พสตจ์ ะอยดู่ า้ นหลงั ทาใหม้ ีพ้นื ท่ีวา่ งในการป้อนชิ้นงานไดถ้ ึงสามทิศทาง แต่มีขอ้ เสียคือ กรณีท่ีใชด้ า้ ม
จบั (Shank) แรงในการป๊ัมจะไม่ไดส้ ่งผา่ นมาตรงกลางของเสาไกดโ์ พสต์ จึงอาจทาใหเ้ กิดการดดั หรือการงดั
ของแม่พิมพไ์ ด้

74

รูปท่ี 3.4 ดายเซ็ทแบบเสาค่ดู า้ นหลงั
ที่มา: https://www.meusburger.com/ZH/CN/products/die-making/die-sets
1.3.2 ดายเช็ทแบบเสาคู่ตรงกลาง (Center Post Die Set) จะไม่เกิดการงดั ตวั เหมือนกรณีของเสาคู่
ดา้ นหลงั ทาใหม้ ีความเท่ียงตรงมากกวา่ แตก่ ารป้อนชิ้นงานจะป้อนทางดา้ นหนา้ หรือดา้ นหลงั (ระหวา่ งเสา)
เท่าน้ัน ประโยชน์ของดายเช็ทแบบน้ีคือ สามารถใชก้ บั ชิ้นงานที่สมมาตรซ้าย-ขวา โดยสามารถกลบั ดา้ น
แม่พมิ พเ์ พีอ่ ป้อนชิ้นงานเขา้ อีกดา้ นหน่ึงได้

รูปที่ 3.5 ดายเซ็ทแบบเสาคูต่ รงกลาง

75
ที่มา: https://www.meusburger.com/ZH/CN/products/die-making/die-sets
1.3.3 ดายเช็ทแบบเสาคูท่ แยงมมุ (Diagonal Post Die Set) ความเที่ยงตรงของดายเชท็ จะอยรู่ ะหวา่ ง
แบบเสาคดู่ า้ นหลงั และเสาคู่ตรงกลาง แตก่ ารป้อนชิ้นงานจะมีพ้ืนท่ีมากข้นึ คอื มีช่องวา่ งทางดา้ นขา้ งเพิ่มข้ึน
นอกเหนือจากดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั เหมือนกรณีเสาคู่ตรงกลาง

รูปท่ี 3.6 ดายเซ็ทแบบเสาคทู่ แยงมุม
ที่มา: https://www.meusburger.com/ZH/CN/products/die-making/die-sets
1.3.4 ดายเชท็ แบบสามเสา (Three Post Die Set) เป็นดายเชท็ ท่ีเสาเพ่ิมมาอีก 1 เสา จากดายเซ็ทเสา
คู่ เพอื่ เพิ่มความแขง็ แรงในการรับน้าหนกั วางเสาท่ี 3 อยตู่ รงมุม หรืออยตู่ รงกลาง

รูปท่ี 3.7 ดายเซ็ท แบบ 3 เสา (Three Post Die Set)
ที่มา: สมาคมอตุ สาหกรรมแม่พมิ พไ์ ทย, 2550.

76

1.3.5 ดายเชท็ แบบสี่เสา (Four Post Die Set) เป็นดายเชท็ ท่ีมีความเที่ยงตรงสูงสุด ใชก้ บั แมพ่ มิ พท์ ี่
มีขนาดใหญ่ และไม่นิยมใชก้ บั การป้อนชิ้นงานดว้ ยมือ ส่วนใหญ่ตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์ป้อนชิ้นงานอตั โนมตั ิช่วย
ดายเซ็ทสี่เสาทว่ั ไปจะใชใ้ นแม่พิมพแ์ บบต่อเน่ือง (Progressive Die) และกรณีที่พนั ช์และดายเป็ นวสั ดุคาร์
ไบด์ เนื่องจากดายเช็ทแบบน้ีมีการเปลี่ยนรูปนอ้ ย (High Rigidity) ปกติหน่ึงในส่ีเสาจะถูกวางใหเ้ ย้อื งจากเสา
อื่น หรืออาจจะมีขนาดใหญ่กวา่ เสาอื่น ๆ เพอื่ ป้องกนั การสวมดายเซ็ทกลบั ดา้ น

รูปที่ 3.8 ดายเซ็ท แบบ 4 เสา
ท่ีมา: https://www.indiamart.com/proddetail/mechanical-press-die-16932092297.html
1.4 วสั ดุที่ใชท้ าดายเซ็ท
ดายเซ็ท ในอุตสาหกรรมแม่พิมพป์ ระเทศไทย แบง่ ออกตามชนิดของวสั ดุท่ีใชท้ า
1.4.1 เหลก็ หล่อ (Cast Iron) แผน่ เพลทบนและล่างจะถูกหล่อใหเ้ ป็นรูปร่าง ในเบ้ืองตน้ ก่อนจะกดั
ให้ไดข้ นาดตามตอ้ งการ โดยปกติแม่พิมพเ์ หลก็ หล่อจะมีราคาค่อนขา้ งถูกและเปราะกว่าเหลก็ เหนียว จึงไม่
เหมาะกบั งานท่ีมีการกระแทกแรง ๆ ความเที่ยงตรงของขนาดแม่พิมพโ์ ดยทวั่ ไปจะต่ากว่าเหล็กเหนียว แต่
ในขณะใชง้ านจะมีการแอน่ ตวั นอ้ ยกวา่

77

รูปที่ 3.9 ดายเซ็ทเหลก็ หลอ่ แบบตา่ ง ๆ
ท่ีมา: สมาคมอตุ สาหกรรมแมพ่ มิ พไ์ ทย, 2550.

F แทนดายเซ็ทเหลก็ หลอ่
B แทนลกั ษณะรูปร่างของดายเซ็ท ที่มีตาแหน่งเจาะรูยดึ เสานา อยมู่ มุ สองขา้ ง
C แทนลกั ษณะรูปร่างของดายเซ็ท ที่มีตาแหน่งเจาะรูยดึ เสานา อยตู่ รงกลาง
D แทนลกั ษณะรูปร่างของดายเซ็ท ที่มีตาแหน่งเจาะรูยดึ เสานาทแยงมุม
ขนาดของส่วนต่าง ๆ ท่ีทาการข้ึนรูปไวเ้ พื่อใช้ประกอบกบั ชิ้นส่วนอ่ืน ๆ ของชุดแม่พิมพ์ ดูไดจ้ าก
DIN 9812 9816 9819 หรือคู่มือการเลือกซ้ือชิ้นส่วนมาตรฐานแม่พิมพ์ป๊ัมโลหะจากบริษทั ผูผ้ ลิตชิ้นส่วน
แมพ่ มิ พข์ ายในประเทศไทย ซ่ึงมีอยหู่ ลายบริษทั
1.4.2 เหลก็ เหนียว (Mild Steel) ใชก้ บั งานตดั ชิ้นงานที่มีขนาดค่อนขา้ งใหญ่ หรือในกรณีแม่พิมพ์
ท่ีตอ้ งวางบนเคร่ืองปั๊มท่ีมีรูขนาดใหญ่บนฐานเคร่ืองปั๊ม ซ่ึงไม่สามารถใช้แม่พิมพ์เหล็กหล่อได้ เพราะ
แม่พิมพ์จะแตกได้ง่าย การเจาะรูหรือการเจียระไนแม่พิมพ์เหล็กเหนียวจะทาให้เกิดค วามเค้นตกค้าง
(Residual Stress) จึงควรกาจดั ออก (Stress Relieve) ก่อนการใชง้ าน มิฉะน้นั อาจทาให้แม่พิมพเ์ กิดการ บิด
ตวั ขณะใชง้ าน หรือขนาดมิติท่ีกาหนดไวไ้ มไ่ ดต้ ามแบบ ดงั น้นั ถา้ จาเป็นตอ้ งเจาะหรือควา้ นรูขนาดใหญ่บน
ดายเชท็ ควรใหผ้ ผู้ ลิตดาเนินการให้ แต่โดยทวั่ ไปผูผ้ ลิตดายเซ็ทจะตอ้ งกาจดั ความเคน้ ตกคา้ งในวสั ดุก่อนส่ง
ใหล้ ูกคา้ เสมอ

78

รูปท่ี 3.10 ดายเซ็ทเหลก็ เหนียวแบบต่าง ๆ
ที่มา: สมาคมอตุ สาหกรรมแมพ่ ิมพไ์ ทย, 2550.
S ดายเซ็ท เหลก็ เหนียว
B ดายเซ็ท ท่ีมีตาแหน่งเจาะรูยดึ เสานาเลื่อน ท่ีมมุ สองขา้ ง
C ดายเซ็ท ท่ีมีตาแหน่งเจาะรูยดึ เสานาเลื่อน ท่ีตรงกลาง
D ดายเซ็ท ที่มีตาแหน่งเจาะรูยดึ เสานาเลื่อน ทแยงมมุ
F ดายเซ็ท ที่มีตาแหน่งเจาะรูยดึ เสานาเลื่อน 4 รู

1.4.3 อะลูมิเนียมผสม (Aluminum Alloy) มีการใชง้ านนอ้ ยมากเม่ือเทียบกบั เหลก็ เพราะราคาสูง
แต่น้าหนกั จะนอ้ ยกวา่ เหลก็ ประมาณ 3 เท่า และสามารถกดั แตง่ ไดง้ า่ ยกวา่

1.5 ข้นั ตอนที่ตอ้ งพจิ ารณาในการเลือกดายเซ็ท
1.5.1 การทา Die Layout เพื่อวิเคราะห์หาพ้ืนท่ีที่จาเป็ น โดยรวมพ้ืนท่ีท่ีจาเป็นตอ้ งใชบ้ นดายเช็ท

ท้งั หมด รวมถึงอปุ กรณ์การป้อนชิ้นงาน หรือไกดช์ ่วยกาหนด ตาแหน่งแผน่ สตริปดว้ ย
1.5.2 เลือกชนิดของดายเช็ท ไม่ว่าจะเป็นแบบเสาคู่ดา้ นหลงั แบบเสาคู่ตรงกลาง แบบเสาคู่ทแยง

มุม หรือแบบส่ีเสา ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั พกิ ดั ความเผ่อื ที่ตอ้ งการ และโครงสร้างของพนั ชห์ รือดาย
1.5.3 เลือกขนาดของดายเช็ท ให้เลือกดายเซ็ทที่มีพ้ืนท่ีท่ีสามารถใชง้ านได้ (พ้ืนที่ที่ไม่รวมไกด์

โพสต)์ ใกลเ้ คียงกบั พ้นื ที่ท่ีคานวณไดจ้ ากขอ้ 1 มากท่ีสุด
1.5.4 เลือกชนิดของวสั ดุที่ใชท้ าดายเซ็ท อาจจะเป็นเหล็กหล่อหรือเหลก็ เหนียว (มีใหเ้ ลือกหลาย

เกรด) ข้ึนอยกู่ บั ความแขง็ แรงที่ตอ้ งการ
1.5.5 กาหนดความหนาของแผ่นเพลทบนและแผ่นเพลทล่าง เพ่ือใหได้ความแข็งแรงตามท่ี

ตอ้ งการ โดยความสูงรวมของแมพ่ มิ พต์ อ้ งไมเ่ กินกวา่ ระยะแม่พมิ พป์ ิ ด (Shut Height) ของเครื่องปั๊ม

79
1.5.6 กาหนดความยาวของไกด์โพสตท์ ี่ตอ้ งการ สิ่งท่ีตอ้ งคานึงถึงคือ ระยะสโตรกท่ีตอ้ งการ และ
ระยะแม่พิมพป์ ิ ดของเคร่ืองปั๊ม
1.5.7 กาหนดชนิดและความยาวของบูช รวมท้งั ชนิดของวสั ดุที่ใช้ โดยสิ่งท่ี ตอ้ งคานึงถึงคือ ระดบั
ความเที่ยงตรงท่ีตอ้ งการ ความเร็วในการป๊ัมชิ้นงาน และอายทุ ี่ใชง้ านของแมพ่ ิมพโ์ ดยประมาณ

รูปที่ 3.11 ตวั อยา่ งสัดส่วนต่าง ๆ ของดายเซ็ท
ท่ีมา : https://www.sunrisegr.com

ชิ้นส่วนท่ีเป็นส่วนประกอบของ ดายเซ็ท นอกจากแผน่ ยดึ ชุดพิมพผ์ แู้ ละแผ่นยึดชุดพิมพเ์ มีย คือ เสา
นา (Guide Post) และบชู (Bush) ลกั ษณะและวิธีการยดึ ติดกบั แผน่ ยดึ ท้งั สอง มีดงั ตอ่ ไปน้ี

80

รูปท่ี 3.12 รูปร่างของเสานาและบูชแบบต่าง ๆ
ท่ีมา: สมาคมอตุ สาหกรรมแม่พิมพไ์ ทย, 2550.
รายละเอียดเกี่ยวกบั การยดึ แต่ละแบบมีดงั ตอ่ ไปน้ี
BO รูปแบบของบชู แบบธรรมดาและเสานาแบบธรรมดา
BS รูปแบบของบูชแบบธรรมดากบั เสานาแบบถอดออกได้
RY รูปแบบของบูชแบบลกู ปื น เสานาแบบลูกปื นถอดออกได้
RO รูปแบบของบูชแบบลกู ปื น เสานาแบบธรรมดา
RS รูปแบบของบูชแบบลกู ปื น เสานาแบบถอดเปลี่ยนได้
RT รูปแบบของบชู แบบลูกปื น เสานาแบบลูกปื นถอดออกได้
รูปร่างของแตล่ ะชิ้นส่วน มีดงั ต่อไปน้ี

81

รูปท่ี 3.13 รูปร่างของเสาและบชู แบบตา่ ง ๆ
ที่มา : https://www.kashin.sg/product/standard-components-for-stamping/
2. ชุดนำเลื่อนและปลอกนำ (Guide Post & Guide Bush)
เป็นชุดนาเลื่อนท่ีแตกต่างจากชุดท่ีผา่ นมา เพราะเป็นชุดสาเร็จท่ีทาแยกออกจากดายเซ็ท ซ่ึงสามารถ
นาไปยดึ เขา้ กบั Punch Holder และ Die Holder ไดด้ งั รูปท่ี 3.14

รูปที่ 3.14 ชุดนาเล่ือนสาเร็จรูปที่ประกอบเขา้ กบั ชุดแมพ่ ิมพแ์ ละเครื่องกดอดั
ท่ีมา: สมาคมอตุ สาหกรรมแม่พิมพไ์ ทย, 2550.

82

ชุดนาเลื่อนมีหลายๆ แบบ ดงั ตอ่ ไปน้ี

รูปที่ 3.15 ชุดนาเล่ือนแบบธรรมดา (Plain Guide Post Set)
ท่ีมา: https://www.sunrisegr.com

รูปที่ 3.16 ชุดนาเลื่อนแบบแบบมีลกู ปื น
ท่ีมา : http://www.mqmold.com

83

รูปท่ี 3.17 ตวั อยา่ งสดั ส่วนต่าง ๆ ของชุดนาเลื่อน
ท่ีมา : https://www.sunrisegr.com

2.1 ไกดโ์ พสต์ (Guide Post)
ปกติเสาไกดโ์ พสตจ์ ะผ่านการเจียระไนผิวเพื่อให้มีความเรียบและมีขนาดท่ีแม่นยา เพราะไกด์โพสต์

จะทาหนา้ ท่ีกาหนดความเที่ยงตรงของแม่พิมพข์ ณะป้ัม ไกด์โพสตม์ กั จะทาจากเหล็กที่ผ่านการชุบแข็งผิว
เพื่อให้มีความตา้ นทานการสึกหรอท่ีดี หรือในกรณีของแม่พิมพท์ ่ีตอ้ งการความเท่ียงตรงสูงมาก อาจจะใช้
ไกด์โพสตท์ ่ีผา่ นกระบวนการปรับสภาพผิวแบบฮาร์ดโครม เพื่อเพ่ิมความตา้ นทานการสึกหรอและลดแรง
เสียดทาน

2.1.1 ประเภทของไกดโ์ พสต์
ไกดโ์ พสตส์ ามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 กลุม่ ใหญ่ ๆ คอื

2.1.1.1 ไกด์โพสต์แบบสวมอดั หรือแบบที่ไม่สามารถถอดได้ (Press-Fitted หรือ Non-
Removable Guide Post) ดงั แสดงในรูปที่ 3.18 ซ่ึงจะสวมอดั ลงในแผน่ เพลทล่าง ไกดโ์ พสตม์ ีหลายแบบ เช่น

84
แบบธรรมดา แบบท่ีมีความเที่ยงตรงของขนาดสูง แบบท่ีมีบ่า และแบบที่มีการปรับแต่งหัวเสา เพื่อให้
สามารถสวมลงในบูชไดง้ ่าย ไม่เกิดการติดขดั ในขณะที่สวมแม่พิมพบ์ นและล่างเขา้ ดว้ ยกนั ไกด์โพสต์ใน
กลมุ่ น้ีไม่ไดถ้ ูกออกแบบใหถ้ อดออกจากแผน่ เพลทลา่ งไดส้ ะดวก จึงนิยมใชก้ บั ดายเช็ทที่ไม่จาเป็นตอ้ งมีการ
ปรับแต่งหรือเจาะรูจานวนมาก ๆ

รูปที่ 3.18 ชุดนาเล่ือนแบบแบบมีลูกปื น
ท่ีมา: สมาคมอตุ สาหกรรมแมพ่ มิ พไ์ ทย, 2550.
2.1.1.2 ไกด์โพสตแ์ บบสามารถถอดได้ (Removable Guide Post) ดงั แสดงในรูปที่ 3.19
ไกด์โพสต์แบบน้ีนิยมใช้กับแม่พิมพ์ที่ต้องมีการปรับแต่งหรื อเจาะรูเป็ นจานวนมาก เช่น แม่พิมพ์
แบบต่อเนื่อง เป็นตน้ เพราะสามารถถอดเสาไกดโ์ พสตอ์ อก เพื่อทาการปรับแต่งแผน่ เพลทลา่ ง และสามารถ
ประกอบกลบั เหมือนเดิมไดโ้ ดยใชก้ ลไกการยดึ แบบตา่ ง ๆ

รูปที่ 3.19 ไกดโ์ พสตแ์ บบสามารถถอดได้
ที่มา: สมาคมอตุ สาหกรรมแมพ่ มิ พไ์ ทย, 2550.

85

2.1.2 ความยาวของไกดโ์ พสต์
2.1.2.1 ไกด์โพสต์ต้องมีความยาวมากพอท่ีจะไม่หลุดออกจากไกด์บูชขณะปั๊ม เพ่ือ

หลีกเลี่ยงการกระแทกกนั เน่ืองจากการบิดตวั หรือการเสียรูปของแม่พมิ พข์ ณะทาการป๊ัมชิ้นงาน
2.1.2.2 ไกดโ์ พสตค์ วรมีความยาวนอ้ ยกวา่ ผิวบนสุดของแผ่นเพลทบน ในขณะท่ีแม่พิมพ์

ปิ ดประมาณ 1/4 นิ้ว (หรือประมาณ 6 mm) ซ่ึงระยะดงั กล่าวจะช่วยป้องกนั ไม่ให้ไกด์โพสตก์ ระแทกกบั
หนา้ แรม ในกรณีที่ทาการเจียระไนปรับแต่งปาดผิวแผน่ เพลทบน ภายหลงั การออกแบบ หรือการใชแ้ ม่พิมพ์
ไประยะหน่ึง

2.1.3 ความหนาของแผน่ เพลท
2.1.3.1 ความหนาของแผ่นเพลทบนและล่างเป็ นสิ่งจาเป็ นท่ีตอ้ งพิจารณา ถา้ ความหนา

นอ้ ยเกินไปจะทาใหเ้ กิดการแอ่นตวั ของเพลทขณะป๊ัม ส่งผลให้เกิดการเย้ืองศูนยข์ องพนั ชแ์ ละดาย รวมท้งั
อาจเกิดการขดั ระหวา่ งไกด์โพสตก์ บั บูช แต่ถา้ เลือกแผน่ เพลทท่ีมีความหนามากเกินไป ก็จะทาให้ตน้ ทุนสูง
เกินความจาเป็ น

2.1.3.2 ปกติความหนาของแผน่ เพลทจะมีขนาดมาตรฐาน ซ่ึงมีรายละเอียดอยใู่ นแคตตาล็
อกของผผู้ ลิตดายเซ็ท โดยพิจารณาจากขนาดของดายเช็ทเป็นหลกั แต่การกาหนดความหนาควรจะพิจารณา
ท้งั ขนาดของดายเซ็ทและแรงท่ีใชใ้ นการปั๊มข้ึนรูปประกอบไปดว้ ย

3. ตารางท่ี 3.1 แสดงค่าความหนาของแผ่นเพลทบนและล่างที่แนะนา และขนาดของแรงในการข้ึน
รูปต่าสุดและสูงสุดสาหรับดายเช็ทแต่ละขนาด

ตำรำงท่ี 3.1 ความหนาของแผน่ เพลทบนและล่าง และขนาดของแรงในการข้ึนรูป

ขนาดของดายเซ็ท (นิว้ ) ความหนาของแผ่นเพลท (นว้ิ ) แรงในการขน้ึ รูป (ตนั )

ยาว กว้าง เพลทบน เพลทล่าง ต่าสุด สูงสุด

15 10 1.25 1.50 0 10
30 20 1.75
45 30 2 2 10 30
60 40 2.5
75 50 3 2.25 30 50
90 60 3.5
105 70 4 3 50 70
120 80 4.5
135 90 5 3.5 70 90
150 100 5.5
4 90 110

4.5 110 130

5 130 150

5.5 150 200

6 200 >200

86

2.2 ไกดบ์ ชู (Guide Bush หรือ Sliding Bush)
ไกดบ์ ูชมีส่วนสาคญั ในการกาหนดความเที่ยงตรงและอายกุ ารทางานของดายเซ็ท เนื่องจากไกดโ์ พสต์

และไกด์บุชตอ้ งสวมเขา้ ด้วยกนั ขณะป๊ัมชิ้นงาน ไกด์บูชท่ีดีตอ้ งมีความล่ืน (ความเสียดทานต่า) มีความ
เท่ียงตรงของขนาดสูง (ไมเ่ กิดการคลอนระหวา่ งไกด์โพสตแ์ ละไกดบ์ ูช) และทนต่อการสึกหรอไดด้ ี ไกดบ์ ชู
มีหลายรูปแบบ เช่น

2.2.1 ไกดบ์ ูชแบบธรรมดา ดงั แสดงในรูปที่ 3.20 (Plain Guide Bush) อาจทาจากเหลก็ กลา้ ชุบแข็ง
เหล็กผงที่ผ่านการอดั ข้ึนรูป (Sintered Ferrite Bush) หรือมีการเคลือบดว้ ยบรอนซ์ (Bronze Coated Bush)
เพ่ือเพิ่มความสามารถในการรักษาสภาพของฟิ ลม์ น้ามนั หล่อลื่นและตา้ นทานการสึกหรอ โดยปกติจะมี
ช่องวา่ งระหวา่ งไกดบ์ ชู กบั เสาไกดโ์ พสตป์ ระมาณ 10 ไมครอน เพ่อื ใหส้ ามารถเคล่ือนที่ไดโ้ ดยไม่ติดขดั

รูปท่ี 3.20 ไกดบ์ ูชแบบธรรมดา
ที่มา : วารุณี เปรมานนท์ และพงศพ์ นั ธ์ แกว้ ตาทิพย,์ 2551.
2.2.2 ไกดบ์ ชู แบบบอลแบร่ิง (Ball Bearing Guide Bush) ดงั แสดงในรูปท่ี 3.21 จะมีความเท่ียงตรง
มากกวา่ ไกดบ์ ูชแบบธรรมดา เน่ืองจากบอลจะถูกกดอดั ตอนแรกที่สวมดายเช็ทเขา้ ดว้ ยกนั (Preloaded) เพื่อ
ลดช่องวา่ งระหวา่ งเสาไกดโ์ พสตก์ บั ไกดบ์ ูช โดยปกติจะมีช่องวา่ งใกล้ ๆ ศูนย์

รูปท่ี 3.21 ไกดบ์ ูชแบบบอลแบร่ิง
ที่มา : https://www.expert-ees.com/

87

รูปที่ 3.22 การใชง้ านไกดบ์ ูชแบบบอลแบร่ิง
ท่ีมา : วารุณี เปรมานนท์ และพงศพ์ นั ธ์ แกว้ ตาทิพย,์ 2551.
2.2.3 ไกด์บูชแบบโรลเลอร์ (Roller Guide Bush) ดงั แสดงในรูปท่ี 3.22 จะมีความล่ืนใกลเ้ คยี งกบั
ไกด์บูชแบบบอลแบร่ิง แต่จะมีความแข็งแรงมากกว่า เน่ืองจากมีพ้ืนท่ีสัมผสั ระหว่างตวั โรลเลอร์ เสาไกด์
โพสต์ และไกด์บุชมากกว่าไกด์บูชแบบบอลแบร่ิง ดงั รูปขวามือ ดงั น้นั ไกด์บูชแบบน้ีจึงมีความเที่ยงตรง
ขณะทาการป๊ัมสูงท่ีสุด และมีราคาสูงที่สุดเช่นเดียวกนั

รูปที่ 3.23 ไกดบ์ ูชแบบโรลเลอร์
ที่มา : วารุณี เปรมานนท์ และพงศพ์ นั ธ์ แกว้ ตาทิพย,์ 2551.

88

3. พมิ พ์ผู้มำตรฐำน (Standard Punches)
3.1 ชนิดของพิมพผ์ มู้ าตรฐาน
พิมพผ์ สู้ าเร็จรูปหรือมาตรฐาน โดยทวั่ ไปเรียกวา่ พนั ช์ ท่ีมีจาหน่ายโดยมากเป็นพมิ พผ์ ทู้ ่ีมีขนาดเลก็ ๆ

หรือเป็ นขนาดท่ีนิยมออกแบบใช้งานกนั มาก โดยเฉพาะการกดตดั รูกลม ทาให้ประหยดั เวลาในการทา
ไดม้ าก เพราะการผลิตพิมพผ์ ขู้ นาดเลก็ ๆ ในงานเครื่องมือกลเป็นงานท่ียงุ่ ยากและตน้ ทนุ สูงมาก

รูปที่ 3.24 พนั ชแ์ บบตา่ ง ๆ
ที่มา: https://www.sunrisegr.com

รูปท่ี 3.25 พ้ืนท่ีหนา้ ตดั ชิ้นงานที่นิยมออกแบบใชง้ านและมีพิมพผ์ มู้ าตรฐานใหเ้ ลือกใชง้ าน
ท่ีมา : สุวชิ มาเทศน์, 2542.

พนั ชจ์ ะมีรูปร่างตามชิ้นงานและกระบวนการปั๊มข้ึนรูป โดยปกติทาจากวสั ดุที่มีความแข็งสูง เพื่อลด
การสึกหรอและยืดอายกุ ารใชง้ าน เช่น เหลก็ กลา้ เคร่ืองมืองานเยน็ (Cold Work Tool Steel) เหลก็ กลา้ รอบ
สูง (High Speed Steel) เป็ นตน้ พนั ช์และดายไม่ใช่ชิ้นส่วนมาตรฐาน ยกเวน้ กรณีการตดั หรือเจาะรู ที่มี-
รูปร่างง่าย ๆ เช่น วงกลมหรือรูปเหลี่ยม เป็นตน้ ซ่ึงจะมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบหลายขนาดแตกต่างกนั
รวมท้งั รูปแบบการยดึ วสั ดุท่ีใชท้ า ตวั อยา่ งของพนั ช์เจาะรูกลมท่ีเป็ นชิ้นส่วนมาตรฐานแสดงในรูปที่ 3.26
ซ่ึงเป็นพนั ชแ์ บบมีบ่า (Shoulder Punch) และมีปี ก (Flange) สาหรับจบั ยดึ โดยทว่ั ไปจะ มีความหนาของปี ก
ประมาณ 5 mm ซ่ึงเป็นแบบท่ีนิยมใชม้ ากท่ีสุด มีท้งั แบบผิวเจียระไนธรรมดาและผิวขดั มนั (Lapped Type)
แต่ในกรณีท่ีใช้ตดั เหล็กหนาอาจจะใชค้ วามหนาของปี ก 8 mm และตอ้ งใชร้ ัศมีบ่าพนั ช์ (Fillet Radius) ท่ี

89

ใหญ่ข้ึน รวมท้งั ขนาดของปี กโตข้ึนเพื่อเพ่มิ ความแขง็ แรง ถา้ ทาการตดั แลว้ เจอปัญหาเศษชิ้นงาน (Slug หรือ
Scrap) หลุดติดผิวด้านหน้าพนั ช์ข้ึนมา อาจเลือกใช้พนั ช์แบบมีตวั ปลด หรือดีดเศษชิ้นงาน (Punch with
Injector) ในตวั ดงั แสดงในรูปท่ี 3.26 (ข) เพื่อแกป้ ัญหาดงั กลา่ ว

รูปท่ี 3.26 พนั ซ์เจาะรูมาตรฐานแบบมีบ่า
ที่มา : วารุณี เปรมานนท์ และพงศพ์ นั ธ์ แกว้ ตาทิพย,์ 2551.
อีกรูปแบบหน่ึงของพนั ช์เจาะรูซ่ึงเป็นชิ้นส่วนมาตรฐาน และมีรูปแบบการยึดท่ีน่าสนใจคือ พนั ชท์ ี่มี
การยดึ แบบบอลล็อก ที่สามารถถอดประกอบพนั ชไ์ ดง้ ่าย เพียงแค่ขนั สกรูหรือใช้ประแจเท่าน้นั ทาให้การ
ถอดเปลี่ยนพนั ช์ทาไดอ้ ย่างรวดเร็วในเวลา 1 -2 นาที เหมาะสาหรับแม่พิมพท์ ่ีซับช้อน ถา้ ตอ้ งการเปลี่ยน
เฉพาะพนั ช์ตวั ที่เกิดการสึกหรอหรือแตกหักก็ทาไดง้ ่าย ๆ โดยไม่จาเป็นตอ้ งแยกส่วนดายเซ็ทท้งั หมด หรือ
ในกรณีแม่พิมพท์ ่ีใชก้ บั งานป๊ัมที่มีรูปร่างแบบเดียวกนั แต่มีการเจาะรูในตาแหน่งต่างกนั เช่น สลบั ซา้ ย-ขวา
หรือบางกรณีท่ีอาจไม่ตอ้ งการให้มีรู การยดึ พนั ชจ์ ะถูกลอ็ กดว้ ยลูกปี นในรีเทนเนอร์ ดงั แสดงในรูปท่ี 3.27
การสวมพนั ชเ์ ขา้ ตอ้ งใชป้ ระแจขยบั ใหพ้ นั ชอ์ ยใู่ นตาแหน่งที่ถูกตอ้ ง การขนั สกรูดว้ ยไขควงใตร้ ีเทนเนอร์จะ
ทาให้ตาแหน่งลูกบอลเลื่อน และสามารถถอดหรือล็อคพนั ช์ไดต้ ามตอ้ งการ โดยปกติรีเทนเนอร์จะเป็นวสั ดุ
ชุบแขง็ เพอื่ ใหม้ ีอายกุ ารใชง้ านนาน ในการยดึ รีเทนเนอร์จะตอ้ งใชส้ ลกั กาหนดตาแหน่ง เพ่ือใหไ้ ดต้ าแหน่ง
ของพนั ชท์ ่ีเที่ยงตรง

90

รูปที่ 3.27 พนั ชเ์ จาะรูมาตรฐานแบบบอลลอ็ ค
ที่มา : วารุณี เปรมานนท์ และพงศพ์ นั ธ์ แกว้ ตาทิพย,์ 2551.
3.2 การกาหนดขนาดใชง้ าน

รูปที่ 3.28 รูปร่างของพิมพผ์ แู้ ละการกาหนดขนาดตา่ ง ๆ
ที่มา : วารุณี เปรมานนท์ และพงศพ์ นั ธ์ แกว้ ตาทิพย,์ 2551.
พมิ พผ์ ดู้ งั รูปเป็นพิมพผ์ ทู้ ี่มีพ้ืนที่หนา้ ตดั กลม : มีบ่า มีรายละเอียดเพม่ิ เติมดงั ตอ่ ไปน้ี
 d  ของพมิ พผ์ สู้ ่วนท่ีใชง้ าน หรือส่วนท่ีกดตดั รู
 D  ส่วนที่ทาใหโ้ ตกวา่ ส่วนที่กดตดั รู เพ่อื เพ่มิ ความแขง็ แรง
S ความยาวใชง้ าน
L ความยาวท้งั หมด

91

 D2  ของพิมพผ์ สู้ ่วนที่ใชส้ วมกบั แผน่ ยดึ พมิ พผ์ ู้
3.3 สัดส่วนต่าง ๆ ของพมิ พผ์ ู้

รูปร่างลกั ษณะ และส่วนต่าง ๆ ของพิมพผ์ ู้ โดยใชช้ นิดที่นิยมใชก้ นั มาก คือ พิมพผ์ กู้ ลมหวั ตรงปลาย
ลด (Step Head) ซ่ึงมีรูปร่างลกั ษณะดงั ต่อไปน้ี

รูปท่ี 3.29 พมิ พผ์ กู้ ลมหวั ตรงปลายลด (Step Head)
ที่มา: https://www.sunrisegr.com

3.3.1 ขนาดปลายพนั ช์ (Point Diameter: P) ซ่ึงก็คือ ขนาดของรูเจาะนนั่ เอง และปกติจะมีขนาด โตก
ว่าขนาดของรูท่ีตอ้ งการประมาณ 0.01 มม. รูปร่างของปลายพนั ช์จะมีท้งั เป็ นวงกลม วงรี สามเหล่ียม
ส่ีเหลี่ยม หรือรูปร่างอ่ืน ตามที่ตอ้ งการ

3.3.2 ขนาดเส้นผ่านศูนยก์ ลางช่วงนา (Lead Diameter: D1) ปกติจะมีขนาดเล็กกว่าขนาดดา้ มพนั ช์
ประมาณ 0.01-0.03 มม. ซ่ึงช่วงนาน้ีมีไวเ้ พ่ือการประกอบพนั ช์เขา้ กบั พนั ช์เพลท และควรจะมีการลบคม ท่ี
จุด “X” เพ่ือป้องกันการขูดกับรูที่พันช์เพลทในระหว่างการประกอบ ซ่ึงจะทาให้เกิดการสูญเสียความ
เที่ยงตรง

3.3.3 ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางดา้ มพนั ช์ (Shank Diameter : D) ขนาดของดา้ มพนั ชค์ วรจะเป็น ขนาด
ท่ีจะสามารถใชร้ ีมเมอร์มาตรฐาน ในการรีมรูยึดพนั ชท์ ี่พนั ชเ์ พลทได้ และปกติขนาดของดา้ ม พนั ชจ์ ะทาให้
ขนาดโตกวา่ ขนาดกาหนดประมาณ 0-0.005 มม. หรือเผื่อขนาดโดยใชพ้ ิกดั งานสวม m5

92

3.3.4 ขนาดเส้นผ่านศูนยก์ ลางหัวพนั ช์ (Head Diameter : H) ปกติจะให้มีขนาดโตกว่าขนาดของ
ดา้ มพนั ช์ ประมาณ 2-3 มม. และมีพิกดั ความเผอื่ - 0.2 มม.

3.3.5 ความยาวของช่วงขนาดปลายพนั ช์ (Point Length: B) ซ่ึงจะเป็ นสัดส่วนกบั ขนาดปลายพนั ช์
คือ หากขนาดปลายพนั ชใ์ หญ่ ก็สามารถที่จะมีช่วงความยาวน้ีไดม้ ากกวา่

3.3.6 ความยาวของช่วงนา (Lead Length : 1) ความยาวน้ีนอ้ ยที่สุดควรมีค่าประมาณ 3 มม. แต่โดย
หลกั ทวั่ ไป ควรมีระยะยาวที่สุดเทา่ ที่จะเอ้ือประโยชนต์ อ่ การประกอบพนั ช์เขา้ กบั พนั ชเ์ พลท

3.3.7 ความยาวช่วงที่ด้ามพนั ช์ยึดแน่น (Fitted Length : G) จะต้องมีความยาวตลอดด้ามพนั ช์
มากกวา่ ความหนาของพนั ชเ์ พลทเลก็ นอ้ ย

3.3.8 ความหนาของหัวพนั ช์ (Head Thickness: T) ควรมีขนาด 2W ในกรณีพนั ชเ์ จาะงานทวั่ ไป เม่ือ
W คือ คร่ึงหน่ึงของผลต่างของขนาดหวั พนั ชแ์ ละดา้ มพนั ช์ และควรมีขนาด 3W กรณีขนาดรูเจาะโต หรือ
เจาะโลหะที่มีความหนามาก

ผูผ้ ลิตชิ้นส่วนมาตรฐานของแม่พิมพป์ ๊ัมโลหะส่วนใหญ่จะใชข้ นาด 5 มม. สาหรับกรณีทวั่ ไป และใช้
ขนาด 8 มม. สาหรับกรณีงานหนกั และจะมีฟิ ลเลตรัศมีไมเ่ กิน 0.5 มม. ท่ีบ่าของพนั ชด์ ว้ ย

3.3.9 ความยาวทง่ั หมดของพนั ช์ (Overall Punch Length : L) ความยาวทงั่ หมดของพนั ช์จะเป็ น
สดั ส่วนกบั ขนาดปลายพนั ช์ (P) และขนาดดา้ มพนั ช์ (D) เช่น พนั ชท์ ี่มีขนาด P และ D ใหญ่ ก็สามารถมีความ
ยาวรวมไดม้ ากกวา่ แต่ก็มีปัจจยั อ่ืนท่ีตอ้ งพิจารณาอีก เช่น ความหนาของพนั ชโ์ ฮลเดอร์ ถา้ ความหนามากก็
สามารถใชพ้ นั ชท์ ่ีมีความยาวมากกว่า การประคองปลายพนั ชด์ ว้ ยสตริปเปอร์ ก็สามารถใชพ้ นั ช์ไดย้ าวกว่า
การไม่ประคอง

3.3.10 รัศมีเชื่อมต่อปลายพนั ชแ์ ละดา้ มพนั ช์ (Radius R.) รัศมีจะสัมผสั กบั ผิวของขนาดปลายพนั ช์
และขอบผิวของดา้ มพนั ช์ และผูผ้ ลิตชิ้นส่วนมาตรฐานปกติจะใชข้ นาด R 10 มม.

ความแข็งท่ีตอ้ งการของพนั ช์เจาะ ข้ึนอยู่กบั วสั ดุชิ้นงานที่จะเจาะ โดยปกติพนั ช์เจาะท่ีทาจาก เหล็ก
เคร่ืองมือ (Tool Steel) ท่ีชุบแขง็ ในน้ามนั จะมีความแข็ง 59-61 HRC ถา้ ทาจากเหลก็ เคร่ืองมือผสมสูง (High
alloy Tool Steel) จะมีความแขง็ 60-63 HRC และถา้ เป็นเหลก็ ไฮสปี ด (High Speed Steel) จะมีความแขง็ 60-
64 HRC อยา่ งไรกต็ ามหวั พนั ชค์ วรจะไดร้ ับการอบออ่ น ใหม้ ีความแขง็ ลดลงเหลือ ประมาณ 40-50 HRC

คุณภาพผิวสาเร็จของพนั ช์ก็เป็นส่ิงสาคญั ต่อการทางานและอายุการใชง้ านของพนั ช์ ยกเวน้ บริเวณ
หวั พนั ช์ นอกน้นั ผวิ จะตอ้ งเจียระไนท้งั หมด

ในปัจจุบันวัสดุสาหรับการผลิตพันช์ได้พัฒนาไปเป็ นอันมากรวมท้ังเทคโนโลยีการผลิต
ท้งั กระบวนการชุบแข็ง กระบวนการตดั เฉือน ทาให้ผูผ้ ลิตชิ้นส่วนมาตรฐานรวมหัวพนั ช์เจาะ ผลิตพนั ช์
เจาะมาตรฐาน ท่ีมีหลากหลายรูปแบบ และมีคุณภาพสูงออกมาจาหน่าย ผทู้ าแม่พิมพส์ ามารถเลือกใช้ ไดต้ าม
ความเหมาะสม ซ่ึงทาใหแ้ มพ่ มิ พท์ ี่ทาน้นั มีมาตรฐานและคุณภาพสูงข้ึนตามไปดว้ ย

93

4. ไพล้อตพนั ช์ (Pilot Punch)
4.1 หนา้ ที่ของไพลอ้ ตพนั ช์
ไพล้อตมีหน้าท่ีกาหนดตาแหน่งของชิ้นงาน หรือแผ่นสตริป (Stock Strip) อย่างแม่นยา เพ่ือการ

ทางานของแมพ่ ิมพก์ ารทางานของไพลอ้ ตสาหรับการป้อนแผ่นสตริปดว้ ยมือ โดยแผน่ สตริปจะตอ้ งป้อนให้
เลยตาแหน่งเล็กนอ้ ย แลว้ จะถูกดึงกลบั สู่ตาแหน่งท่ีตอ้ งการดว้ ยไพลอ้ ต ดงั รูปที่ 3.30 แต่สาหรับการป้อน
ดว้ ยกลไกอตั โนมตั ิ จะตอ้ งป้อนให้น้อยกว่าหรือยงั ไม่ถึงตาแหน่ง แลว้ จะถูกไพลอ้ ตดึงไปสู่ตาแหน่งที่
ตอ้ งการดงั รูปที่ 3.31

94

รูปท่ี 3.30 การทางานของไพลอ้ ต ในแมพ่ มิ พท์ ี่ป้อนแผน่ งานดว้ ยมือ
ท่ีมา : วารุณี เปรมานนท์ และพงศพ์ นั ธ์ แกว้ ตาทิพย,์ 2551.

รูปท่ี 3.31 การทางานของไพลอ้ ต ในแมพ่ ิมพท์ ่ีป้อนแผน่ งานอตั โนมตั ิ

ที่มา : วารุณี เปรมานนท์ และพงศพ์ นั ธ์ แกว้ ตาทิพย,์ 2551.

ไพลอ้ ตพนั ช์ ก็คือ ไพลอ้ ตที่ทางานดงั ท่ีไดก้ ล่าวมาแลว้ แต่ต่างกนั ท่ีโครงสร้างคือ ไพลอ้ ตพนั ช์จะมี
รูปร่างและการออกแบบเหมือนกบั พนั ชเ์ จาะ ที่ไดอ้ ธิบายไปแลว้ เพยี งแต่ตรงปลายเป็นไพลอ้ ตเทา่ น้นั เอง

รูปที่ 3.32 ไพลอ้ ตพ้นั ช์
ที่มา: สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพไ์ ทย, 2550.

4.2 ขนาดของไพลอ้ ต

จะมีความสัมพนั ธ์กบั ขนาดของรูเจาะที่ใช้กาหนดตาแหน่ง ดงั น้ันขนาดของไพลอ้ ตจึงสัมพนั ธ์กบั

ขนาดปลายพนั ชข์ องพนั ชเ์ จาะที่ใชเ้ จาะรูที่ใชก้ าหนดตาแหน่ง แต่มีเกณฑท์ วั่ ๆ ไป ท่ีใชเ้ ป็นแนวทางในการ

พิจารณาขนาดของไพลอ้ ต ดงั ตอ่ ไปน้ี

สาหรับงานทว่ั ไป P = P1-(0.05-0.10) ม.ม.
สาหรับงานละเอียด P = P1-(0.02-0.05) ม.ม.
สาหรับงานเที่ยงตรงสูง P = P1-(0.012-0.017) ม.ม.

95

เมื่อ P คือ ขนาดของไพลอ้ ต
P1 คือ ขนาดของปลายพนั ชเ์ จาะ

4.3 ควำมยำวของไพล้อต
ให้ยดึ ถือเป็นกฎเลยวา่ ความยาวของไพลอ้ ตจะตอ้ งยาวกวา่ พนั ชเ์ จาะและตอ้ งมน่ั ใจวา่ ไพลอ้ ต จะตอ้ ง

ทิ่มผา่ นรูเจาะและทาหนา้ ท่ีกาหนดตาแหน่งไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ ก่อนที่พ้นั ชจ์ ะสัมผสั กบั ผิวชิ้นงาน แต่ในทาง
ปฏิบตั ิจริงก็มีองคป์ ระกอบอ่ืนที่ตอ้ งนามาพจิ ารณาร่วมดว้ ย ในกรณีท่ีเป็นแม่พิมพท์ ่ีใชส้ ตริปเปอร์เพลทแบบ
ติดอยกู่ บั ท่ีจะเห็นไดว้ า่ ความยาวของไพลอ้ ตถูกกาหนดใหย้ าวกวา่ พนั ชเ์ จาะรู (Piercing Punch) และพ้นั ช์ตดั
แบลง้ ค์ (Blanking Punch) และค่า Q ปกติจะใช้เท่ากบั ความหนา T ของแผ่นชิ้นงาน และขอให้พิจารณา
เปรียบเทียบกบั รูปที่ 3.33

- จงั หวะการเริ่มตน้ การทำงานของไพล็อต เมอ่ื แมพ่ ิมพ์ชดุ บนเล่อื นลงมา และปลายจมกู ไพลอ็ ตเรม่ิ เข้า
บังคบั ตำแหนง่ ท่ีปากรู ผวิ หนา้ ของสตรปิ เปอรเ์ พลทยังคงมีระยะหา่ งกนั อยู่

- จงั หวะทีไ่ พล็อตทำงานสมบูรณ์ ตรปิ เปอร์เพลทกดยดึ แผน่ งาน และพนั ชเ์ จาะและพนั ช์แบล้งคเ์ รม่ิ กดลงใน
เนอื้ แผน่ งาน

96
รูปท่ี 3.33 การทางานของไพลอ้ ต ในแม่พิมพท์ ่ีใชส้ ตริปเปอร์ทางานดว้ ยสปริง

ท่ีมา: สมาคมอตุ สาหกรรมแม่พิมพไ์ ทย, 2550.
การทางานของแม่พิมพ์แบบน้ี สตริปเปอร์เพลทจะสัมผสั ผิวหน้าแผ่นชิ้นงานและกดให้เรียบ ก่อนท่ี
พนั ชจ์ ะทาการเจาะและตดั ชิ้นงาน ดงั น้นั ความยาวของไพลอ้ ตจะตอ้ งยาวกว่าผิวหนา้ ของสตริปเปอร์เพลท
ในจงั หวะก่อนสัมผสั ผิวชิ้นงานเช่นเดียวกบั ค่า Q ปกติก็จะใหเ้ ท่ากบั ความหนา T ของแผน่ ชิ้นงาน
4.4 รูปร่างของปลายจมูกไพลอ้ ต (Pilot nose Contour)

รูปท่ี 3.34 รูปร่างของไพลอ้ ตแบบตา่ ง ๆ
ท่ีมา: สมาคมอุตสาหกรรมแม่พมิ พไ์ ทย, 2550.
รูปร่างปลายจมูกไพลอ้ ตที่นิยมใชก้ นั มากที่สุด คือรูปร่างแบบกระสุนปื น (Bullet nose) ดงั รูปที่ 3.35

97

รูปที่ 3.35 รูปร่างปลายจมกู ไพลอ้ ต แบบกระสุนปื น
ที่มา: สมาคมอุตสาหกรรมแม่พมิ พไ์ ทย, 2550.

และรูปร่างอ่ืน ๆ ท่ีมีใชก้ นั กบั ดงั รูปที่ 3.36

รูปท่ี 3.36 รูปร่างจมกู ไพลอ้ ตแบบต่าง ๆ
ที่มา: สมาคมอตุ สาหกรรมแมพ่ ิมพไ์ ทย, 2550.

วสั ดุที่ใช้ทาไพล้อตและคุณภาพผิวสาเร็จของไพลอ้ ต ก็จะเป็ นเช่นเดียวกับพนั ช์เจาะ ซ่ึงผูผ้ ลิต
ชิ้นส่วนมาตรฐานได้ทาไพลอ้ ตพนั ช์ที่มีปลายจมูกแบบต่าง ๆ ให้เลือกใช้ไดต้ ามความเหมาะสม ซ่ึงจะมี
ท้งั ไพลอ้ ตกลมและรูปร่างต่าง ๆ และโดยเฉพาะตรงปลายจมกู ไพลอ้ ตซ่ึงเป็นจุดเริ่มตน้ ของการทางาน ของ
ไพลอ้ ต คุณภาพผิวสาเร็จและความได้สัดส่วนของรูปร่างมีความสาคัญมาก ซ่ึงจะส่งผลถึงคุณภาพของ
ชิ้นงานและคุณภาพของแม่พิมพ์ ดังน้ันจึงเป็ นการดีกว่าท่ีผู้ทาแม่พิมพ์จะออกแบบและเลือกใช้
ไพลอ้ ตพนั ชม์ าตรฐานแทนการทาใชเ้ อง

5. พมิ พ์เมยี กดตัดรู (Button Die)
5.1 รูปร่างของพิมพเ์ มียกดตดั รู
พิมพเ์ มียท่ีจะกล่าวถึงเป็นพิมพเ์ มียสาเร็จรูป ความตอ้ งการในการใชง้ านเช่นเดียวกบั พิมพผ์ ู้ แต่พิมพ์

เมียตอ้ งทามายึดเขา้ กบั แผ่นยึดพิมพ์เมียลกั ษณะต่าง ๆ ข้ึนอยู่กบั รูปร่างของพิมพ์เมีย ดงั ตวั อย่างตามรูป
ตอ่ ไปน้ี


Click to View FlipBook Version