81
Collection of Perception ความรูสึกและการรับรู
Mind and Emotion ความคิดและอารมณ
Rational Decision การตัดสินใจอยางสมเหตุสมผล
็
Strength of Brand Associations ความแขงแรงของความเชื่อมโยงตราสินคา
Favorability of Brand Association ความชื่นชอบของความเชื่องโยงตราสินคา
Uniqueness of Brand Associations เอกลักษณของความเชื่อมโยงตราสินคา
ุ
Perceived Quality การรับรูในคณภาพ
Performance ผลงานของสินคา
Feature ลักษณะของสินคา
Service Ability ความสามารถในการใหบริการ
Perceived Value การรับรูในความคุมคา
Brand Loyalty ความภักดีในตราสินคา
Non-customer กลุมที่ไมใชลูกคา
แบบประเมินผลการเรียนรูหนวยที่ 5
ตอนที่ 1 ตอบคำถามตอไปนี้ใหถูกตอง
1. ปจจัยที่มีอทธิพลตอความสำเร็จในการสรางตราสินคามีอะไรบาง
ิ
2. จงอธิบายปจจัยดานความผูกพันในตราสินคา
ึ
3. จงอธิบายปจจัยดานการรับรูถงตราสินคา
4. จงอธิบายดานภาพลักษณตราสินคา
ี่
5. ภาพลักษณตราสินคามองคประกอบกองคประกอบ อะไรบาง
ี
6. จงอธิบายปจจัยดานการรับรูคณภาพ
ุ
7. จงอธิบายปจจัยดานการรับรูความคุมคา
8. จงอธิบายปจจัยดานความภักดีในตราสินคา
ี่
9. ความภักดีตอตราสินคาของลูกคา แบงออกเปนกกลุม อะไรบาง
10. สือทางโทรทศน สื่อบนสมารทโฟนและโฆษณาออนไลนสงผลตอความเชื่อมั่นในตัวสินคาและ
่
ั
กระบวนการทางความคิดในการตัดสินใจเลือกซอสินคาของผูบริโภค จัดอยูในปจจัยในดานใด
ื้
ตอนที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู
ึ
ใหนักศกษาแบงกลุมๆ ละ 5 คน สรางแนวคิดในการผลิตตราสินคา จะทำยังไงใหการสรางตรา
สินคาประสบความสำเร็จและมีความแข็งแรง โดยอาศัยปจจัยที่มีอทธิพลตอความสำเร็จในการสรางตรา
ิ
สินคาในหนวยการเรียนรูนี้
82
หนวยที่ 6 เครื่องมือทางการตลาดในการสรางตราสินคา
สาระสำคัญ
ในการสรางตราสินคา เปนเรื่องที่ยากมาก ที่จะทำใหผูบริโภคจดจำและภักดีในตราสินคา
จำเปนตองใชระยะเวลานานพอสมควรและเงินลงทุนมหาศาล ดังนั้นการสรางตราสินคาจำเปนตองม ี
เครื่องมือที่จะชวยใหการดำเนินงานเรียบงายและทำใหการสรางตราสินคาประสบผลสำเร็จและเปนท ี ่
ยอมรับของกลุมผูบริโภค
่
การสือสารการตลาดแบบบูรณาการ (IMC : Integrated Marketing Communication)
นิยาม
ั
หมายถึง กระบวนการพัฒนาแผนงานการสอสารการตลาดที่ตองใชการสื่อสารหลายรูปแบบกบ
กลุมเปาหมายอยางตอเนื่อง
เปาหมาย
คือ การที่จะมุงเนนสรางพฤติกรรมของกลุมเปาหมายใหสอดคลองกับความตองการของตลาด
โดยการพิจารณาวิธีการสื่อสารตราสินคาเพื่อใหผูบริโภคกลุมเปาหมายไดรูจักสินคา ซึ่งจะนำไปสูความรู
ความคุนเคยและมีความเชื่อมั่นในสินคาแบรนดเนมใดแบรนดหนึ่ง
หัวใจหลัก
คือ การกระตุนพฤติกรรมผูบริโภค ไมใชสรางแคการรับรู การจดจำหรือการยอมรับเทานั้น
ดังนั้น IMC จึงเปนกระบวนการสื่อสารเพื่อจูงใจในระยะยาวและตอเนื่อง โดยใชเครื่องมือหลาย
รูปแบบ เชน โฆษณา ประชาสัมพันธ ตลาดตรง การสงเสริมการขาย การจัดการความสัมพันธกับลูกคา
การตลาดเนนกิจกรรม Call Center และอีเมล ฯลฯ เพื่อใหเกิดพฤติกรรมที่ตองการ
หนาทีของ IMC
่
1. หนาที่ในการติดตอดวยบุคคล (Personal Connection: Personal Selling and Direct
Sales) หากนักกลยุทธ IMC ตองการจะสื่อสารและติดตอกบลูกคากลุมเปาหมายดวยบุคคลแลว ก็ตองใช
ั
่
ี
เครื่องมือ IMC ที่เรียกวา การขายโดยพนักงานขายและการขายตรง เปนเครื่องมือหลักทชวยทำหนาท ่ ี
ติดตอสื่อสาร 2 ทาง และชวยเพิ่มเติม ขอมูลในสวนที่โฆษณาและประชาสัมพันธไมสามารถบรรจุเนื้อหา
สาระไดครบถวน ตลอดจนทำหนาที่ชักจูงและโนมนาวใจลูกคากลุมเปาหมาย ใหเกิดพฤติกรรมการซ้อ
ื
สินคาในที่สุด
2. หนาที่ในการชักจูงใหลูกคากลุมเปาหมายหันมาพิจารณา ตราสินคามากขึ้น (Intensifying
Consideration: Sales Promotion) เมื่อสรางการรับรู สรางความนาเชื่อถือ และใชบุคคลในการชัก
จูงใจ ลูกคาแลว เครื่องมือการสงเสริมการขายก็จะทำหนาที่ในการชักจูง และใหเหตุผลในการโนมนาวให
83
ลูกคากลุมเปาหมายหันมาพิจารณา ตราสินคานั้นๆ มากขึ้น เนื่องจากการสงเสริมการขายมีคุณสมบัต ิ
เฉพาะในการนำขอเสนอพิเศษ (Extra Value) ที่ตราสินคามีใหมากกวา ในขณะที่ตราสินคาอื่นไมม ี
3. หนาที่ในการสรางประสบการณใหแกลูกคาเปาหมาย (Experiential Contacts: Event,
Sponsorship and Customer Services) เครื่องมือ IMC ที่ทำหนาที่สรางประสบการณใหกับ ตรา
สินคาคือ การจัดกิจกรรมทางการตลาด การเปนผูสนับสนุน ทางการตลาดและการบริการลูกคา
4. หนาที่ในการติดตอกับลูกคาแบบตัวตอตัว (Direct Marketing: One-to-One
ั
Connection) เมื่อนักกลยุทธ IMC ตองการติดตอกับ ลูกคาแบบตัวตอตัว หรือเปนการสื่อสารโดยตรงกบ
ลูกคาเปาหมายก็จะใชการสื่อสารการตลาดโดยตรง เปนเครื่องมือหลักในการติดตอสื่อสาร กับลูกคา
เปาหมาย
รูปแบบตาง ๆ ของ IMC
ั
ซึ่งตัวอยาง รูปแบบเหลานี้อาจจะไมครบถวนตามรูปแบบของ IMC แตเปนรูปแบบที่นิยมใชกน
มาก เพราะความคิดทางวิชาการใหมๆ จะเกิดขึ้นเสมอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. การโฆษณา (Advertising)
เปนรูปแบบของการสรางการติดตอสื่อสารดานตราสินคา (Brand Contact) การโฆษณาใชใน
กรณีตอไปนี้
1.1 ตองการสรางความแตกตางในผลิตภัณฑ (Differentiate Product) อยางรวดเร็วและ
กวางขวาง เชน การโฆษณาแพนทีน ซึ่งเปนแชมพูที่มีคุณสมบัติ 2 in 1 ที่มีคุณสมบัติแตกตางจากแชมพู
ทั่วไป ซึ่งเปนการโฆษณาที่สื่อถึงความแตกตางของสินคาทมีในทองตลาดในปจจุบัน
ี่
1.2 ตองการยึดตำแหนงครองใจสินคา (Brand Positioning) เชน ตองการสราง Positioning
วา โพรเทคส เปนสบูปองกันแบคทีเรีย แพนทีนเปนแชมพูที่มีตำแหนงผลิตภัณฑวาเปน 2 in 1 ซง
ึ่
ผลิตภัณฑ แรกที่เขามาในตลาดกอน คือ Dimension 2 in 1 แต Dimension ใชโฆษณานอย ดังนั้น แพ
นทีนจึงสามารถยึดครอง Positioning การเปน 2 in 1 ไดดีกวา ดังนั้นโฆษณาจึงเปนสิ่งสำคัญ ถาไมมีการ
ทำโฆษณาก็เหมือนกับวาเราไมมีกรรมสิทธิ์ในตราสินคา
รูปภาพที่ 6.1 ตัวอยางโฆษณาแพนทีน
1.3 ใชการโฆษณาเมื่อตองการสรางผลกระทบ (Impact) ที่ยิ่งใหญ เชน โครงการบานจัดสรร
ทายาทเศรษฐีมีกลุมเปาหมายนอย แตเพื่อใหโครงการมีความยิ่งใหญ ถือวาเปนการโฆษณาใหม ี
ผลกระทบทั้งดานภาพลักษณ (Image) และผลกระทบ (Impact) ทางดานการพูดคุยในกลุมลูกคา
84
1.4 หากสินคาเปนที่รูจักดีอยูแลวไมตองใหความรูกับคน (Educated) ตองการย้ำตำแหนง
ี่
สินคา (Brand Positioning) ตองการสรางความแตกตาง (Differentiation) ลูกคามีพฤติกรรมทไมตอง
เปลี่ยนความคิดของลูกคา ก็ควรใชการโฆษณา เชน แชมพูซันซิล หมากฝรั่งล็อตเต โฆษณาบานธรรมดา
คุณสมบัติบานไมมีแนวความคิดใหม ๆ เหลานี้ไมตองเปลี่ยนโครงสรางความคิดของผูบริโภคใดๆ ทั้งสิน
้
เพียงสรางการรูจัก (Awareness) และแสดงจุดขาย (Selling Point) ตำแหนงผลิตภัณฑ (Positioning)
ที่ชัดเจน
2. การขายโดยใชพนักงาน (Personal Selling)
เปนสิ่งสำคัญมาก ซึ่งจะใชพนักงานขายในกรณี ตอไปนี้
2.1 เมื่อสินคานั้นเหมาะสมกับการขายโดยใชพนักงาน เชน สินคาประเภทที่ขายตามบาน
(Door to door selling) ไมวาจะเปนการประกับชีวิต เครื่องใชไฟฟา รวมถึงเครื่องสำอาง
2.2 เมื่อลักษณะสินคาตองมีความรูเกี่ยวกับผลิตภัณฑ (Product Knowledge)เปนผลิตภัณฑท ี่
มีความสลับซับซอนซึ่งไมสามารถจายผาน (Mass media) ไดสินคาพวกนี้ไดแก เครื่องดูดฝุน เครื่องทำ
น้ำแข็ง เครื่องจักร รถยนต เครื่องยนต สินคาอุตสาหกรรมอื่นๆ จึงตองอาศัยพนักงานขายชวยอธิบาย
เพราะไมสามารถใชสื่อโฆษณาอธิบายไดชัดเจน
2.3 หนวยงานขายจำเปนตองใชในกรณที่สินคานั้นตองการบริการทดี (Good sales services)
ี
ี่
ซึ่งจำเปนจะตองใชคนใหบริการประกอบการขายสินคานั้นดวย โดยพนักงานขายจะเปนผูบริการแนะนำ
ติดตั้งซอมบำรุง ซึ่งพนักงานขายมีบทบาทสำคัญมากขึ้น
รูปภาพที่ 6.2 การขายโดยใชพนักงาน
3. การสงเสริมการขาย (Sale Promotion) มีวัตถุประสงคของการวางแผน ดังนี้
ื้
3.1 การดึงลูกคาใหม (Attract New Users) การที่จะดึงลูกคาใหมาซอสินคานั้นจะตองลด
ี่
อัตราเสี่ยงจากการใชสินคา ใหมใหกับผูบริโภค การลด แลก แจก แถม เปนวิธีหนึ่งทจะลดความเสี่ยง
ได เปนสิ่งที่จะเอาชนะความเฉื่อยชาของการคิดเปลี่ยนแปลง
ู
3.2 การรักษาลูกคาเกาไว (Hold Current Customer) ในกรณีที่คแขงมการออกสินคาใหม
ี
ลูกคาอาจจะเกิดความสนใจและมีความคิด อยากจะทดลองใชสินคาใหม ดังนั้นจะตองแกไขโดยทำใหไม
เปนไปตามความคาดหมาย (Off set หรือ dilute) ซึ่งเปนการลดความเขมขนลงดานการสงเสริมการ
ุ
ี่
ขาย ลูกคามีความสนใจในสินคาใหมแตยังไมแนใจในคณภาพของสินคา ซึ่งตราสินคาเกาทใชจนแนใจใน
คุณภาพแลวมีการสงเสริมการตลาดในกรณการเปลี่ยนใจจะยากมาก เชน การจัดกิจกรรมสะสมคะแนนใน
ี
การใชบริการแตละครั้ง ใหลูกคาไดสะสมคะแนนเพือนำคะแนนที่ได มาเปนสวนลดหรือแลกรับสินคาเมอ
ื
่
่
ใชบริการในครั้งตอไป
85
3.3 การสงเสริมลูกคาในปจจุบันใหซื้อสินคาในปริมาณมาก (Load Present User) กรณีนี้
อาจจะไมเกี่ยวของกับคูแขงขัน แตเกิดขึ้นเพราะไมแนใจวาลูกคา จะกลับมาซื้อสินคาอีกหรือไม เชน
น้ำยาลางจานเมือผูบริโภคใชหมดแลว ไมแนใจวาจะกลับมาซื้อสินคาอีกหรือไม สิงนี้จึงเปนปญหาที่ตอง
่
่
แกไข โดยทำอยางไรลูกคาจึงจะซื้อสินคาในจำนวนมาก เชน ใหคูปองมูลคา 15 บาท กับน้ำยาลางจาน
ขนาด 10 บาท เพื่อไปซื้อน้ำยาลางจานขนาดแกลลอน
3.4 การเพิ่มอัตราการใชผลิตภัณฑ (Increase Product Usage) เกิดขึ้นเมื่อตองการให
ผูบริโภคใชสินคามากขนกวาเดิมหรือใชอยางตอ เนื่อง ตัวอยาง การสะสมไมล เพื่อใหใชบริการจากสาย
ึ้
การบินนั้นอยางตอเนื่อง บัตรเครดิตอาจกำหนดวาถาใครใชถึง 50,000 บาทภายใน 3 เดือน จะไดของ
แถมโดยการสะสมคะแนน
3.5 การสงเสริมการขายทำใหผูบริโภคเกิดการยกระดับ (Trade Up) โดยใหซื้อสินคาที่ม ี
มูลคาสูงขึ้น มีขนาดใหญขึ้น หรือมีคุณภาพดีขึ้น ตัวอยาง ใหผูบริโภคนำรถยนตโตโยตารุนเการุนใดก ็
ไดมาแลกซื้อรถยนตรุนใหม
3.6 การเสริมแรงการโฆษณาในตราสนคา (Reinforce Brand Advertising) เมื่อโฆษณา
ิ
ไปแลวควรใชการสงเสริมการตลาด เชน โปสเตอร โมบาย ปายแขวน แผนพับ ใบปลิว ชั้นวางที่พด
ู
ได (Shelf talker) เมื่อผูบริโภคเดินผานก็จะพูดคุยกับผูบริโภค เปนการเพิ่มการรูจัก (Increased
ู
awareness) และสรางผูรับขาวสาร (Audience ship) เกิดความไดเปรียบบนชั้นวางสามารถดึงดด
ความสนใจของผูบริโภค
4. การใหขาวและการประชาสัมพันธ (Publicity And Public Relations) ใชกรณีตอไปนี้
ึ
่
4.1 ใชการใหขาวและประชาสัมพันธเพื่อสรางภาพลักษณ (Image) วาเหนือกวาคูแขง ซง
คุณสมบัติอื่นๆ ไมสามารถสรางไดเหนือกวาคูแขง คุณสมบัติตางๆ ของผลิตภัณฑเทาเทียมกับคูแขง
ภาพลักษณจะเปนสิ่งเดียวที่จะสรางความแตกตางในผลิตภัณฑไดดี เมื่อสิ่งอื่นเทากันหมดภาพลักษณจึง
เปนสิ่งเดียวที่เหลืออยูเพื่อใชใน การตอสูได โดยใชเรื่องราว และ ตำนาน ซึ่งเปนสิ่งที่คูแขงขันจะเลียนแบบ
กันไดยากมาก ตัวอยางปูน TPI จะทำปูนใหมีคุณสมบัติตางๆ เทาสยามซีเมนต ทางดานคุณภาพ
ื
ี
ความสามารถในการทำงาน และคุณสมบัติตางๆ ได แตจะบอกวามีประวัติอันยาวนานเหมอนสยามซเมนต
ยอมทำไมได
4.2 การใหขาวและประชาสัมพันธจะใชเมื่อตองการใหความรูกับบุคคล สินคาบางชนิดจะ
้
ึ
ประสบความสำเร็จได เมื่อคนมีความรูในตราสินคานันจึงตองอธิบายถงคุณสมบัติเกี่ยวกับสินคา สมมติ
้
วาขายเนื้อโกเบซึ่งมีราคาที่แพงกวาเนื้อธรรมดา เนื้อสันในธรรมดาราคากิโลกรัมละ 200 บาท เนือ
สหรัฐอเมริกาขายกิโลกรัมละ 350 บาท เนื้อโกเบขายกิโลกรัมละ 420 บาท ในกรณีนี้จะตองใหความรูใน
คุณสมบัติของเนื้อโกเบวานุม ไมเหนียวไมมีพงผืด ผูบริโภคจะตองมองเห็นคาของเนื้อโกเบเขาจะยอม
ั
จายเงินซื้อ
ั
ี่
ิ่
4.3 เมื่อมีขอมูลขาวสารจำนวนมากทจะสรางมูลคาเพม (Added Values) ใหกบผลิตภัณฑ
้
และขาวสารนันไมสามารถบรรจุเขาไปในการโฆษณาได เพราะการโฆษณามีเวลาเพียง 30 วินาทีเทานัน
้
ดังนั้นจึงใสขอมูลเขาไปในโฆษณามากๆ ไมไดควรใช PR แทนในกรณีที่มีขอมูลมากมายที่เปนจุดชื่นชมใน
สินคาเชน เปนโรงงานที่ใหญที่สุดในเอเชียอาคเนย (Brand Knowledge) ซึ่งการโฆษณาไมอาจจะ
ครอบคลุมได แตขณะเดียวกันโฆษณาเหลานี้สามารถสรางมูลคาเพิ่มใหกับสินคา
86
5. การตลาดทางตรง (Direct marketing)
หมาย ถึง การตลาดทางไกล (Telemarketing) การขายทางแคตตาล็อก (Catalogue Sales)
การสั่งซื้อทางไปรษณีย (Mail order) การตลาดทางตรง ใชกรณตางๆดังนี้
ี
5.1 เมื่อมีฐานขอมูล (Database) ที่ดีพอในกรณีนี้ถาทราบวากลุมเปาหมายเปนใครอยูที่ไหน
่
จะเปนการประหยัด กวาการใชสือ ถากลุมเปาหมายมี 8,000 คน คาแสตมป คนละ 2.50 บาท จะเห็นวา
คาใชจาย 20,000 บาท ซึ่งถูกกวาที่เราจะไปลงในสื่อสิ่งพิมพทราคาสูงถงประมาณ 700,000 บาท
ี่
ึ
5.2 เมื่อตองการสรางการตลาดที่มีความเปนสวนตัว (Personalized Marketing) ตองการ
ใหกลุมเปาหมายเกิดความรูสึกวา เปนการตลาดแบบสวนตัวเมอผูบริโภคไดรับจดหมายแลวจะรูสึกวาเปน
ื่
ี
ี
ี
ลูกคา สำคัญเปนลูกคาท่ประธานบริษัทรูจัก ทำใหเกิดความรูสึกท่ด และภาคภูมิใจวาตนเปนบุคคลหนึ่งท ี ่
ไดรับเลือกเปนกลุมเปาหมาย ตัวอยาง เปนกลุมเปาหมายของคอนโดมิเนียมมูลคา 20 ลานบาท เปน
กลุมเปาหมายของบัตรเครดิตชั้นนำ
5.3 ใชเพื่อเปนกลยุทธติดตามผล (Follow Up Strategy) สมมติโครงการอสังหาริมทรัพย
เปนธุรกิจคอนโดมิเนียมมีคนมาเยี่ยม200 คน แตวามีคนที่สนใจเกิดความตองการ 20 คน สวนอีก 180 คน
นั้นเปนกลุมที่เรียกวารอและดูไปกอน เปนกลุมที่จะตองติดตามตอไป ดังนั้นรอบสองอาจไมจำเปนตอง
ิ
ี
โฆษณาผานสื่อมวลขน หรือสื่อสิ่งพมพ แตใชการตลาดทางตรงแทน โดยใชจดหมาย สงผานไปยังอก 180
คนนั้น เปนการเตือนความทรงจำและการเรงรัดการตัดสินใจ
5.4 เปนการเตือนความทรงจำ (Remind) การใชตลาดทางตรงเพอติดตอสื่อสารกบกลุมลูกคา
ื่
ั
เดิมและสรางความสัมพันธ ที่ดี เชน ตออายุนิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ เมื่อใกลหมดอายุสมาชิกแลว
IMC กับการสรางตราสินคา
บทบาทของ IMC ในการสรางตราสินคา โดยปกติแลววิธีหลักๆ ที่นิยมใชมี 3 วิธี ไดแก
ั
1. กลยุทธดานความแตกตาง (Differentiation) เปนการนำเอา ตราสินคาไปเปรียบเทียบกบ
คูแขง เพื่อสรางจุดยืนของตราสินคาในใจผูบริโภค
2. กลยุทธดานคุณคาเพิ่ม (Added Value) เปนการเนนทั้งการสรางคุณคาเพิ่ม (Added
Value) และคุณคาพเศษ (Extra Value) ที่ลูกคากลุมเปาหมายไดรับจากตราสินคา
ิ
3. กลยุทธดานการผสมผสาน (Integration) ความสำคัญของ IMC ก็คือการผสมผสาน
เครื่องมือดานตางๆ ของ IMC เขาดวยกัน อยางกลมกลืนเปนหนึ่งเดียวอยางสม่ำเสมอและคงที่ เพื่อให
บรรลุเปาหมาย ของตราสินคาที่กำหนดไวอยางมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นเครื่องมือของ IMC จะทำ
หนาที่สอดรับตอจากกลยุทธดังกลาวขางตน ดังนี้
การคาขายผานเครอขายสังคม
ื
เครือขายสังคม ( Social Network) หมายถึงโครงสรางทางสังคมที่สรางขึ้นจากกลุมของผูกระทำ
(เชนปจเจกบุคคลหรือองคการ) และความสัมพันธทวิภาคระหวางผูกระทำเหลานี้ ทัศนมิติเครือขายสังคม
ชวยใหสามารถวิเคราะหโครงสรางของหนวยสังคมทั้ง มวลไดอยางกระจางแจง การศึกษาโครงสราง
ื่
ี
ี่
ิ
เหลานี้ใชการวิเคราะหเครือขายสังคมเพอระบุแบบอยางทองถิ่นหรือทวโลก คนหาหนวยสังคมทมอทธิพล
ั่
และตรวจวัดพลวัตของเครือขาย
แนวโนมลาสุดของการใชอินเทอรเน็ตคือการใชอินเทอรเน็ตเปนแหลงพบปะสังสรรคเพื่อสราง
เครือขายสังคม ซึ่งพบวาปจจุบันเว็บไซตที่เกี่ยวของกับกิจกรรมดังกลาวกำลังไดรับความนิยมอยาง
แพรหลายเชน Facebook, Line, Instagram, Twitter และการใชเริ่มมีการแพรขยายเขาไปสูการใช
87
ื
ื
ั
ึ
อินเทอรเน็ตผานโทรศพทมอถอ (Mobile Internet) มากขน เนืองจากเทคโนโลยีปจจุบันสนับสนุนใหการ
่
้
เขาถึงเครือขายผานโทรศัพทมือ ถือทำไดงายขึ้นมาก
เครือขายสังคมออนไลน มีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนรุนใหม โดยเปนแหลง
รวมกลุมกันของผูคนในลักษณะเครือ ขาย หรือชุมชนเสมือน ซึ่งสะทอนใหเห็นถึงความสัมพันธทางสังคม
ในกลุมคนที่เปนเพื่อน หรือกลุมคนที่มีความสนใจในสิ่งตางๆรวมกัน หรือกลาวอีกนัยหนึ่งก็คือ เครือขาย
สังคมออนไลนมักถูกใชเปนแหลงพบปะติดตอสื่อสารระหวางเพื่อนๆหรือคนรูจัก หรือแมแตใชเปนพื้นท ี ่
สาธารณะในการแบงปนขอมูลตางๆใหกับผูคนที่อยูในชุมชน โดยผูคนในชุมชนสามารถทำกิจกรรมตางๆ
ทั้งเพอการศึกษาธุรกิจ และความบันเทิงรวมกันได
ื่
รูปภาพที่ 6.3 เครือขายสังคมออนไลน
จากลักษณะความสัมพันธเชิงสังคมดังกลาวขางตน ทำใหธุรกิจตางๆในปจจุบันหันมาใชเครือขาย
สังคมออนไลนเปนอีกชองทางหนึ่งในการสรางความสัมพันธที่ดีในระยะยาวกับลูกคา โดยสามารถใชเปน
ชองทางสื่อสารที่สามารถมีปฏิสัมพันธกับลูกคาแบบสองทาง เพื่อรับฟงความคิดเห็นและสราง
ความสัมพันธอันดีกับลูกคา รวมไปถึงการประชาสัมพันธเพื่อสรางการรับรูในตัวสินคาและบริการไดในวง
กวาง นอกจากนี้ ยังสามารถใชเปนเครื่องมือในการสรางแคมเปญทางการตลาดที่สามารถเขาถึงลูกคา
เปาหมายไดตามตองการ โดยมีคาใชจายทางการตลาดที่ไมสูงนัก เมื่อเทียบกับตนทุนในการทำการตลาด
ผานทางสื่อแบบดั้งเดิม
จากปจจัยตางๆดังกลาวขางตนของเครือขายสังคมออนไลน สะทอนใหเห็นถึงศักยภาพในการเปน
ชองทางทางการตลาด และการเขาถงกลุมลูกคาเปาหมายที่เหมาะสมสำหรับผูประกอบการธุรกิจขนาด
ึ
กลางและขนาดยอม หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งมีขอจำกัดดานเงินทุน แตมีความตองการชองทางทาง
การตลาดที่มีความยืดหยุนและสามารถเขาถึงลูกคาไดโดยตรง
รูปแบบการทำการตลาดผานเครือขายสังคมออนไลน
จากจุดเดนของเครือขายสังคมออนไลนดังที่กลาวมา สงผลใหมีการประยุกตใชเครือขายสังคม
่
ออนไลนเพื่อเปนชองทางในการทำการตลาดอยางกวางขวาง โดยมีรูปแบบทีหลากหลายและพัฒนาการท ี ่
ตอเนื่องโดยในปจจุบันรูปแบบหลักในการทำการตลาดผานเครือขายสังคมออนไลนมีดังนี้
1. ใชเปนชองทางสื่อสารและใหความรูเกี่ยวกับสินคาหรือบริการ จากพฤติกรรมผูบริโภคใน
ปจจุบันที่เมื่อชอบในแบรนดใดแลวก็มักจะเปนสมาชิกของเครือขายสังคมออนไลนของแบรนดนั้น และ
คอยติดตามขาวสารตางๆของแบรนดผานทางชองทางดังกลาว จึงทำใหผูประกอบการในปจจุบันหันมา
สื่อสารถึงสินคาหรือบริการตางๆผานชองทางดังกลาวมากขึ้น โดยถาผูบริโภคชอบหรือสนใจในสินคาหรือ
บริการ ก็จะเกิดการบอกตอในสังคมออนไลนของตน ซึ่งจะเปนไปในลักษณะเพอนบอกเพอน จึงทำใหการ
ื่
ื่
สื่อสารเกิดประสิทธิผลไดงายกวาการสื่อสารหรือประชาสัมพันธโดยตรง
88
2. ใชเปนชองทางในการสอบถามความคิดเหน ดวยลักษณะของเครือขายสังคมออนไลนทเปน
็
ี่
ั
ี่
ื่
พื้นทที่สมาชิกสามารถโพสขอความ รูปภาพ หรือวีดีโอ เพื่อใหเพอนๆมาแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกน
ทำใหมีผูประกอบการหันมาใชชองทางดังกลาวในการสำรวจตลาด และสอบถามหรือรวบรวมความคดเห็น
ิ
ของผูบริโภคเกี่ยวกับสินคาหรือบริการ เพื่อนำมาปรับปรุงสินคาหรือบริการใหตรงกบความตองการของ
ั
ผูบริโภคมากยิ่งขึ้น
3. ใชเปนชองทางการจัดกิจกรรมทางการตลาด จากฐานสมาชิกที่กวางขวางของเครือขาย
สังคมออนไลน และลักษณะของสมาชิกที่อยูในรูปแบบชุมชนที่มีภูมิหลังหรือความสนใจในลักษณะ
เดียวกัน ทำใหการจัดกิจกรรมทางการตลาดตางๆนั้น สามารถเขาถึงกลุมลูกคาเปาหมายไดโดยตรง เชน
การทำกิจกรรมสงผานขอความเกี่ยวกับขอดีของสินคาหรือบริการที่ออกใหมใหแกเพื่อนๆในเครือขาย
ึ
ั
สังคมออนไลนของตน โดยผูที่สามารถบอกกลาวถงขอดีและสงผานขอความดงกลาวไดมากที่สุด จะไดรับ
คูปองสวนลดสำหรับสินคาหรือบริการนั้นๆ ซึ่งกิจกรรมดังกลาวนอกจากจะ เปนการประชาสัมพันธสินคา
หรือบริการที่ออกใหมแลว แตยังเปนวิธีการโฆษณาสินคาหรือบริการนันๆที่มีประสิทธิผลดวย เนื่องจาก
้
ผูบริโภคในปจจุบันใหความเชื่อถือในโฆษณาเกี่ยวกับขอดีของสินคาหรือบริการที่มาจากผูประกอบการ
โดยตรงนั้นนอยลง ตางจากการบอกกลาวโดยตรงจากผูคนในชุมชนออนไลนโดยตรง ซึ่งมีอิทธิพลตอความ
สนใจในสินคาหรือบริการของผูบริโภคมากกวา
รูปภาพที่ 6.4 การขายสินคาบนอินเตอรเน็ตผานทาง Facebook
จุดแข็ง(S) – จุดออน(W) – โอกาส(O) – อุปสรรค(T) ของธุรกิจที่ประยุกตใชการตลาดผาน
เครือขายสังคมออนไลน
Strengths (S)
• ใชเงินลงทุนไมสูงนัก และสามารถวัดผลไดจากสถิติของผูเปนสมาชิกในชุมชนออนไลน และการเขามา
เยียมชม หรือรวมกจกรรม
่
ิ
• ผูบริโภคสามารถเขาถึงไดสะดวก โดยเฉพาะอยางยิ่งการเยี่ยมชมผานอุปกรณเคลื่อนที่ตางๆ เชน
สมารทโฟน แท็บแล็ต เปนตน ซึ่งสามารถเขาถึงไดทุกที่ทุกเวลา
• ชองทางทางการตลาดเนนความทันสมัย และความคิดสรางสรรคเหมาะสำหรับกลุมผูบริโภคยุคใหมที่ม ี
กำลังซื้อสูง
• สามารถเขาถึงกลุมลูกคาเปาหมาย และติดตอสื่อสาร รวมถึงเก็บรวบรวมขอมูลความคิดเห็นไดโดยตรง
Weaknesses (W)
• กลุมผูบริโภคที่ใชงานเครือขายสังคมออนไลนสวนใหญจะอยูในกลุมผูบริโภครุนใหม ซึ่งแมวาจะมีการ
ั
เติบโตสูงแตยังมีจำนวนไมมาก เมื่อเทียบกบจำนวนผูบริโภคในชองทางสื่อสารการตลาดแบบเดิม
• ผูประกอบการที่ยังขาดความชำนาญในชองทางการสื่อสารสมัยใหม อาจตองมตนทุนสวนเพมในการจาง
ี
ิ่
บุคลากรในสายงานที่มีความชำนาญเขามาปฏิบัติงาน
89
• ธุรกิจอาจไมสามารถควบคุมการแสดงความคิดเห็นในแงลบตอสินคาหรือบริการ ซึ่งมีผลตอภาพลักษณ
ของธุรกิจได
• ธุรกิจตองใชความระมัดระวังในการสื่อสารอยางมาก เนื่องจากเปนการสื่อสารผานชองทางออนไลน ซ่ง ึ
ั
สามารถสงสารถึงผูรับไดอยางรวดเร็ว ถาหากสื่อสารผิดพลาดจนสรางความเขาใจคลาดเคลื่อนใหกบ
ผูบริโภค อาจแกไขไดยากลำบาก
Opportunities (O)
• จากการขยายตัวของเครือขายสื่อสารความเร็วสูงไรสาย 3G สงผลใหผูบริโภคมีแนวโนมเชื่อมตอ
อินเทอรเน็ต และเขาถึงเครือขายสังคมออนไลนไดงายและบอยขึ้น
• เนื่องจากเครือขายสังคมออนไลนยังคงเปนชองทางทางการตลาดรูปแบบใหมของธุรกิจในไทย จึงยังคงม ี
ั
คูแขงที่ใชชองทางดงกลาวในปริมาณไมมากนัก จึงนับเปนโอกาสที่ดีสำหรับผูประกอบการที่สามารถจะ
เขามาพัฒนาชองทางทางการตลาดที่เขาถึงและสรางฐานสมาชิกไดกอน พรอมทั้งสรางความไดเปรียบใน
สื่อดิจิทัลยุคใหมนี้
Threats (T)
• เทคโนโลยีและรูปแบบพฤติกรรมของผูบริโภคในการใชงานเครือขายสังคมออนไลนมีการเปลี่ยนแปลง
อยางรวดเร็ว ทำใหผูประกอบการที่ขาดประสบการณดานการตลาดที่สอดรับกับพฤติกรรมท ่ ี
เปลี่ยนแปลงไปของผูบริโภค ไมสามารถตามกระแสความตองการของตลาดไดทัน ทำใหเขาถึงลูกคาได
ชากวาคูแขง
• ตองอาศัยบุคลากรที่มีประสบการณและความเชี่ยวชาญเฉพาะดาน ซึ่งมีจำนวนไมเพียงพอตอความ
ตองการที่เพิ่มสูงขึ้นในปจจุบัน หรือมีตนทุนคาจางแรงงานที่สูง
ขอพึงระวังในการทำการตลาดผานสื่อสังคมออนไลน
การประยุกตใชสื่อสังคมออนไลนทางการตลาดเปนเหมือนดาบสองคม ซึ่งอาจสงผลในทางลบตอ
ผูประกอบการได ฉะนั้น ผูประกอบการควรพึง ระวังในประเด็นตางๆ ดังนี้
1. ไมควรมุงการขายสินคาหรือบริการมากจนเกินไป
การติดตอสื่อสารกับผูบริโภคในรูปแบบสื่อออนไลน เพื่อผลประโยชนในการขายสินคาและบริการ
ั
อีกทั้งยังเปนการสรางความสัมพนธที่ดีระหวางแบรนดกับผูบริโภค แตในการติดตอสื่อสารกับผูบริโภคนัน
้
่
ควรดำเนินการในรูปแบบที่อยูในขอบเขต ไมบอยจนเกินไปหรือสรางความนารำคาญใหกับผูบริโภค เพอ
ื
ลดอัตราเสี่ยงที่ผูบริโภคจะไมติดตามสินคาอีกตอไป ฉะนั้น การติดตอสื่อสาร ควรจะสอดคลองกบ
ั
พฤติกรรมหรือประวัติการบริโภคในอดีตของผูบริโภคนั้นๆ รวมไปถึงการเลือกจังหวะในการสื่อสารกบ
ั
ผูบริโภคเพื่อจูงใจใหเขามาซื้อสินคาและบริการ
2. รูขอจำกัดของตนเอง
การทำกิจกรรมสงเสริมทางการตลาดผานทางสื่อสังคมออนไลนนั้น มักจะสงผลในวงกวางสู
ผูบริโภคจำนวนมาก ฉะนั้น ผูประกอบการควรประเมินความสามารถของตนเองในการทำตามสัญญาใน
ิ
กิจกรรมทางการตลาดที่ตนทำไวกับผูบริโภค เชน การใหคูปองสวนลดจำนวนมากโดยที่ไมมีการประเมน
และเตรียมพรอมสำหรับผูบริโภคที่อาจเขามาใชบริการพรอมกันจำนวนมากได เปนตน
3. ตอบปญหาลูกคาอยางทันทวงที
เมื่อลูกคามีการแจงปญหาเกี่ยวกับสินคาและบริการผานสื่อสังคมออนไลน ผูประกอบการตอง
ตอบปญหาอยางทันทวงทีเมื่อรับทราบปญหาแลว เพื่อใหลูกคาคลายความกังวลและรูสึกดีขึ้น
90
การโฆษณา (Advertising)
การโฆษณา (Advertising) เปนสิ่งนักการตลาดและผูบริโภคตางใหความสำคญมากข้นเรือยๆ
่
ั
ึ
โดยเฉพาะการเริ่มตนการสรางหรือทำแบรนด (Branding) เนื่องจากภาวะการแขงขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ผูบริโภคมีสินคา-แบรนด (ตราหรือยี่หอ) ใหเลือกมากมายในทองตลาด ธุรกิจใดสามารถสรางแบรนดใหติด
ตลาดหรือสรางภาพลักษณใหกับแบรนดไดสำเร็จแลว จะทำใหธุรกิจนั้นสามารถรักษาฐานลูกคาเกาและ
การขยายฐานลูกคาใหมไดงายมากขึ้น แบรนดหรือตราสินคา จึงเปนทรัพยสินที่มีความสำคัญเปนอยาง
ี
ื่
ิ่
ึ้
มากของธุรกิจ เพราะมูลคาของตราสินคามีแนวโนมจะเพมขึ้นเมอเวลาผานไปและจะสามารถเพมขนไดอก
ิ่
เพียงแคสรางแบรนดใหเปนที่นิยมของตลาดได เชน มูลคาของบริษัท Nike ทั้งหมด 100% เปนมูลคาแบ
รนด 80 % สวนทรัพยสินมีมูลคาเพียง 20% ของมูลคารวมทั้งหมด หรือเรียกอีกอยางหนึ่งวาถาอยาก
ลงทุนซื้อบริษัท Nike ตองจายเงินจำนวน 4 เทาของสินทรัพย ในยุคปจจุบันเทคโนโลยีและรูปแบบของ
ี่
สินคาหลากหลายชนิด เมื่อเปดตัวมาไดไมนานจะพบวามีบริษัทคูแขงเปดตัวสินคาทคลายๆกัน ตามออกมา
ติดๆ เชนโทรทัศนจอแบน หรือแชมพูมีสารใหผมนุม เงามัน ดังนั้นสิ่งที่จะชวยสรางความตาง
(Differentiation) ใหกับแบรนดในยุคนี้ คือความแตกตางที่เกี่ยวพันกับการตองการลึกๆ ของคนที่ไม
เหมือนกัน (Relevant Differentiation) เชน ยาสีฟนเพื่อฟนขาวมีทุกยี่หอใช ประเด็นของความเชื่อมน
่
ั
...ใหเปนที่เชื่อถือไดในความขาว เหมือนครูสอนหนังสือเด็กๆ แบบคอลเกต หรือพูดถึงเสนหและความ
มนใจในฟนขาวจนผูหญิงตองเดินชนเสา จากประกายฟนของชายหนุมแบบใกลชิด เปนตัวอยางที่ยกมาให
ั
่
ื
เห็นถึงความแตกตางของแบรนดที่สินคาพูดจุดขายเรื่องฟนขาวเหมอนกัน แตมี Relevance ที่ตางกัน
รูปภาพที่ 6.5 ตัวอยางโฆษณายาสีฟนคอลเกต
การสรางแบรนดใหเกิดความนิยม
1. สรางสัญลกษณตัวแทน สินคา บริการ สถานที่ คน องคกร (ทั้ง โลโก และ สโลแกน)
ั
ลักษณะตามจิตวิทยามนุษยสามารถจดจำภาพไดมากกวาตัวอักษร แตสมองก็สามารถแปล
ตัวอักษรใหเกิดภาพและความรูสึกไดดีเชนกัน ดังนั้น การสรางภาพสัญลักษณโลโก มาแทนสินคาและ
บริการ เปรียบเสมือนกำลังสรางตัวแทนเพื่อบงบอกถึงลักษณะของสินคา นอกจากนั้นสโลแกนยังเปน
สวนสำคัญของสินคาและบริการ จะสื่ออารมณความรูสึกตามความเปนจริงกับสินคาและบริการ ทำให
กลุมเปาหมาย สามารถจดจำแบรนดไดงายมากยิงขึ้น เชน โลโกของสวนสยามที่มีสไลเดอร มีคลื่นสีฟา ท ่ ี
่
แตกตางจากสระวายน้ำทั่วไปและยิ่งมีสโลแกนที่วา “ทะเลกรุงเทพฯ” ยิ่งทำใหเกิดความรูสึกนึกภาพ
จินตนาการ จุดสำคัญเมื่อ SME สรางสัญลักษณตัวสินคาและบริการสิ่งหนึ่งที่ขาดไมได คือ การนำไปจด
ทะเบียน ไมวา SME นั้นจะไปจดกอน หรือ หลังเริ่มใชงานก็ตาม อยารอใหแบรนดนั้นไดรับความนิยมกอน
คอยจด ไมอยางนั้น อาจจะตองเสียแบรนดหรือสัญลักษณ ไป
รูปภาพที่ 6.6 ตัวอยางโฆษณาสวนสยาม
91
2. สรางคุณคาความประทับใจใหกับสัญลักษณ (เมื่อไดเห็นแลวอยากใหรูสึกอยางไร)
สัญลักษณสินคาเปนตัวบงบอกถึงคุณคาของสินคา สินคาบางแบรนดมีตราสินคาที่ไมสวย ไมม ี
ความโดดเดนแตความเรียบงายกลับทำใหรูสึกวาเปนสินคามีคุณภาพ เชน ตราสินคา American
ึ
ี
Standard สื่ออารมณใหรูสึกถงความ เปนมาตรฐานของอเมริกาและสินคามมาตรฐาน คุณภาพดี ซึ่งสงผล
ั
ใหกบ แบรนดไดอยางยอดเยี่ยม ทำใหเกิดความประทับใจตอลูกคา
รูปภาพที่ 6.7 โฆษณาสินคาภายใตเครื่องหมายการคา American Standard
3. ทำการตลาดสินคาโดยผานแบรนด
ุ
ี
คุณคาทางดานจิตใจของกลุมเปาหมายมคณคายิ่งสำหรับแบรนด เมื่อ SME ทำการตลาดทุกครั้ง
ตองนึกถึงแบรนดวากำลังสรางภาพลักษณใหกับสินคาหรือบริการนั้นไดตรงกับความรูสึกของ
กลุมเปาหมายหรือไม สรางใหกลุมเปาหมายรับรูในสิ่งที่ SME อยากใหเขารับรูหรือรูสึกอยางที่ตองการ
หรือไม เชน ปากการาคาสูง ยี่หอตางๆ ก็จะใชกลยุทธในการสรางแบรนดใหแตกตางออกไป การโฆษณา
จะรวมมือกับสื่อของกลุมผูบริโภคระดับบน เชน หนังสือบนเครื่องบิน หรือสนามบิน เปนตน
4. ทำใหกลุมเปาหมายไดรับรูในทางที่ดี
เมื่อแบรนดออกสูตลาดยอมหนีไมพนกับการสื่อสารใหตรงกับแบรนด ตองทำใหกลุมเปาหมาย
รับรูถึงการรับประกันหรือสัญญาที่ใหไวกับแบรนด กลุมเปาหมายหรือลูกคานั้นควรไดรับตามที่แบรนดได
สัญญาทางจิตใจกระทั่งคำกลาวอางตางๆ เพื่อเสริมใหความรูสึกที่มีตอแบรนด เพื่อใหเกิดความรูสึกทแนบ
ี่
้
ู
แนนมากยิ่งขึ้น เชน การโฆษณาดวยคำวา ราคาที่ถกกวา... ดังนั้นตองมการสรางสิ่งนันๆ ใหเกิดข้นจริง
ึ
ี
ถาหากปฏิบัติตามที่กลาวขางตนไมได อาจทำใหความรูสึกที่มีตอแบรนด มีความรูสึกที่ลดนอยคาลงไป
เรื่อยๆ ตามลำดับ
5. ตอกย้ำความรูสึกที่ดีใหกับแบรนด
ี
ั
การสื่อสารหรือโฆษณาประชาสัมพันธมผลกับการตอกย้ำความรูสึกของแบรนดท้งสิ้น สินคาหรือ
ิ
บริการที่ดี ตองลงทุนสรางชื่อเสียงใหกบสินคาและบริการดวยจำนวนเงนมหาศาล เมื่อเวลาผานไปอาจทำ
ั
ใหกระแสที่สรางไวลดนอยลง ความรูสึกที่เคยรูสึกดีก็ลดลง ซึ่งมีแนวโนมในการเสียเงินเพื่อสรางชือเสียง
่
ี
กลับขึ้นมาใหม หรือตองหาชองทางใหมๆ อันเนื่องจากไมมีความตอเนื่องในการตอกย้ำความรูสึกทมตอแบ
ี่
รนดนั้นๆ ดังนั้นการสรางชื่ออาจจะยาก แตการรักษาชื่อเสียงและความรูสึกทมตอแบรนดนั้นๆ กลับยาก
ี
ี่
กวา ตองอาศัยเงินและ ปจจัยตางๆ เปนองคประกอบมากมาย ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องการใชสื่อ และการโฆษณา
จะมการกลาวในรายละเอียดในหัวขอตอไป
ี
6. ตรวจวัดความรูสึกของกลุมเปาหมายกับแบรนดที่สรางขึ้น
การตอกย้ำความรูสึกของกลุมเปาหมายใหถูกจุดนั้น เจาของแบรนดควรศึกษาถึงพฤติกรรมและ
ความรูสึกของกลุมเปาหมายที่มีตอแบรนด หามตัดสินโดยใชความรูสึกของเจาของแบรนดหรือพนักงาน
เอง เนื่องจาก ความรูสึกของเจาของแบรนดมักเขาขางสินคาและบริการของตนเองอยูเสมอ ดังนั้นการ
92
ตรวจวัดความรูสึกตางๆ จึงควรใชงานวิจัย เพื่อทดสอบความรูสึกของกลุมเปาหมายวามีความรูสึกเชนใด
่
กับแบรนด เชน รานสเต็กชือดังที่ขายเนื้อสเต็กเปนหลัก เมื่อทำการวิจัยแบรนดแลวพบวา กลุมเปาหมาย
ี
ไมไดชื่นชมกับสินคาหลักของตน แตกลับไปชื่นชอบสลัดบารที่ตักไดไมจำกัด ซึ่งตองเนนการตลาดไปอก
ทาง หรือเปลี่ยนทัศนคติกับแบรนดไปอีกทาง เพื่อรองรับกับความรูสึกของกลุมเปาหมายเปนตน
7. สรางสวนขยายของแบรนดเพิ่มเพื่อสรางความรูสึกใหมๆใหกับกลุมเปาหมาย
ทำใหกลุมลูกคามีความรูสึกที่ไมจำเจกับแบรนดเดิมๆหรือภาพลักษณเดิมๆ และตองตรวจวัด
ความรูสึกของกลุมเปาหมายกับสวนขยายของแบรนดวา มีผลกับกลุมเปาหมายมากนอยเพียงใด แบรนด
บางแบรนดจะกลายเปนคุณลักษณะหลักๆ ของสินคา หรือบงบอกถึงบริษัทฯไป ดังนั้น การสรางสวน
ขยายของแบรนด จึงจำเปนตองมีเพื่อสรางใหเกิดคุณคาทางจิตใจอีกมุมหนึ่งหรือเนนในดานใดดานหนึ่ง
โดยเฉพาะ เชน ชื่อ โตโยตา (Toyota) ทำใหนึกถึงรถยนต และ รถกระบะ แตเมื่อพูดถึง Toyota Camry
ก็จะมีความรูสึกวาเปนรถเกงที่ใหญกวา Toyota Corolla เล็กกวา แตก็ใหญกวา Toyota Vios แตถาพด
ู
ถึง Toyota Vego เปนรถกระบะ ซึ่งชื่อที่มาเสริมเหลานี้ คือ ชื่อสวนขยายของแบรนด โดยตัวมันเองก ็
อาจจะกลายมาเปนแบรนดเอง
ี
8. ปองกันไมใหแบรนดมีชื่อเสยงในทางที่ไมดีและปรับปรุงใหแบรนดมีการตอกย้ำคุณคาในรูปแบบ
ใหมๆ
สินคาบางประเภทตองใชระยะเวลานับปเพื่อสรางแบรนดใหมั่นคง แตเมื่อมีเหตุการณท่ผันผวน
ี
ความรูสึกของกลุมเปาหมายหรือลูกคานั้นจะเปลี่ยนแปลงไปทันที ซึ่งพฤติกรรมเชนนี้มีใหเห็นมากมาย
ลูกคาจะจดจำสิ่งที่ไมดีไดรวดเร็ว กวาการจดจำในสิ่งที่ดีๆ ดังนั้น เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นกับแบรนดตองมีการ
รับมือกับสถานการณอยางรวดเร็ว ถาหากหมดปญหาที่จะมากระทบกับแบรนด ก็ตองปรับปรุงและตอกย้ำ
แบรนดอยูเปนประจำ เพื่อใหกลุมลูกคาคิดวาแบรนดนี้ทันสมัย และเปนสิ่งที่ลูกคาควรที่จะหาซื้อไว
9. เมื่อมีสินคาใหมบริการใหมตองทำใหมีความรูสึกทกลมกลืนกับแบรนดเดิมใหได
ี่
เมื่อมีสินคาใหมๆ หรือบริการใหมๆ ภายใตชื่อแบรนดเดิม ตองพยายามผสมผสานความรูสึกเดิมๆ
ของลูกคา กับคุณสมบัติของสินคาใหมหรือบริการใหม ใหมีความรูสึกที่ใกลเคียงกัน อยาแตกตางกันมากซง
ึ่
ื่
หากจะตองการสรางใหแตกตางกัน ควรผลิตเปนสินคาภายใตแบรนดใหม เพื่อใชในการขยายตลาดอนๆไป
ไดอีก เชน Pepsi สรางแบรนดมาในรูปแบบ น้ำอัดลมโคลา เมื่อออกสินคาใหม เปนน้ำอัดลมที่รสชาต ิ
เหมือนเดิม แตไมมีน้ำตาล ใชชื่อ Pepsi Max เพื่อใหคงความรูสึกรสชาตเหมือนกับ Pepsi แตไมมีน้ำตาล
ิ
เมื่อออกสินคาใหมเปนเครื่องดื่ม รสสม ใหความรูสึกถึงความสดใส สุขภาพดี ก็ตั้งชื่อออกมาวา
ทรอปกคานา ทำใหแตกตางจากชื่อเดิม เพื่อปองกันความสับสนกับแบรนด Pepsi เดิม
10. นำแบรนดเขาสูกลุมเปาหมายใหม หรือ ตลาดใหม (โดยใชฐานเกาเปนตัวสนับสนุน)
แบรนดทุกๆ แบรนดยอมมีกลุมเปาหมายของตนเอง แตในบางครั้งกลุมเปาหมายของแบรนด
อาจจะสามารถขยายออกไปได เชน การขยายออกสูตางประเทศ สินคากระทิงแดงหรือวัวแดงก็ขยาย
กลุมเปาหมายของตนเองออกไป ไปสูตลาดใหมแตก็ยังมีตลาดในเมืองไทย และไมไดทิ้งลูกคาเกาเพราะ
เปนฐานลูกคาที่ดีแล เงินสวนใหญก็มาจากลูกคาในเมืองไทย
การวางแผนสื่อการตลาด
ั
นักการตลาดจำเปนตองเขาใจถึงบทบาทของสื่อแตละขั้นตอนการซื้อ และจุดที่จะพบกบลูกคา
เปาหมาย (Contact Points) จากขอมูลนี้ นักการตลาดจะสามารถวางแผน สื่อการตลาดแบบเบ็ดเสร็จ
(Integrated Marketing Communication) ซึ่งจะสื่อ ความหมายของแบรนด (Brand Idea) ถึง
กลุมเปาหมายไดอยางมีประสิทธิภาพมากที่สุดในเชิงคุณภาพและปริมาณ
ขั้นตอนกระบวนทำใหเกิดการซื้อ (Purchase Process) มีดังตอไปนี้
93
- จุดกระตุน เปนสิ่งกระตุนใหเกิดความ อยากซื้ออยางมีสติและไมมีสต เชน ทำการซื้อสินคาท ่ ี
ิ
เลือกนั้นจากประสบการณการใช สินคาที่ซื้อมานั้น และพอใจ ในแบรนด คำตอบที่ได ตองนำมาคิดวาจะ
ให Brand Idea ของเราสัมผัสกับกลุมเปาหมายไดอยางไร และ ณ ที่ไหน (Contact Points)
้
- จุดสัมผัส ณ จุดการกระตุน เชน พิซซา โดมิโนจัดแคมเปญ “โทรเดี๋ยวนี” ระหวางรายการ
แขงขันกีฬา , Movie Time Popcorn จัดชั้นโฆษณา ที่รานเชา วิดีโอ Blockbuster
- จุดสัมผัส ณ จุดพิจารณา เชน รถไฟใตดินเมโทรตั้งปายโฆษณา ที่ทางดวน(ที่มีรถติดมากๆ) ,
น้ำผักที่บรรจุกระปองพรอมดื่ม V8 โฆษณาชวงบาย “ชวงเวลารองทอง ดื่ม V8”
- จุดสัมผัส การคนหาขอมูล เชน Disney World ใช Worldwide Web ในการเสนอขอมูลท ี ่
พักที่เที่ยวของดิสนีย, ศูนยใหขอมูลเรื่องของเพชรจัดทำแผนพับโฆษณา “วิธีซื้อเพชรอยางฉลาด”
- จุดสัมผัส ณ จุดประสบการณ เชน American Airlines สื่อทางรายการทีวีวงจรปดบน
เครื่องบิน ถึงการตบแตงภายในเครื่องบิน และแมกกาซีนของสายการบิน
- ควรจะมองหรือนึกออกนอกกรอบของ Purchase Process ที่เกี่ยวกับเหตุการณ ที่สำคญ
ั
และ ไลฟสไตส อาจสามารถใหโอกาสสำคัญได เชน เบียรชาง และกลุมแสงโสม เปน สปอนเซอรการ
แขงขันฟุตบอลโลก โดยไมมีการโฆษณาแทรก, สินคาเพชรของ De Beers โฆษณาในโรงภาพยนตร
ระหวางโปรแกรมแนวรักหวาน เพื่อเรียกความสนใจจากคูหนุมสาวที่ไปดูดวยกัน
ิ
การสงเสรมการตลาด (Sales Promotion)
ึ่
การสงเสริมการตลาด (Promotion) เปนสวนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) ซง
องคกรใชเพื่อแจงขาวสารและจูงใจตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑและบริการขององคกรซึ่งตองอาศัย
ื้
ั
ื่
ื้
กระบวนการติดตอสื่อสารขอมูลระหวางผูขายและผูซอเพอสรางทศนคติและพฤติกรรมการซอ
ความสำคัญของการสงเสริมการตลาด
การสงเสริมการตลาดเปนตัวกระตุนความตองการซื้อ ดังนั้นจึงมีความจำเปนที่ตองอาศัยการ
สงเสริมการตลาดดวยเหตุผลตอไปนี้
ี
• ระยะทางระหวางผูผลิตและผูบริโภคอยูหางไกลกันและจำนวนลูกคาทคาดหวังก็มีจำนวน
่
เพิ่มขึ้น ดวยเหตุนี้ทำใหการติดตอสื่อสารทางการตลาดมีความสำคัญมากขึ้น
• การติดตอสื่อสารไปยังผูบริโภคนั้นไมเพียงพอ จำเปนตองติดตอสื่อสารโดยผานคนกลาง โดย
ตองใหขอมูลแกคนกลาง แลวคนกลางจะตองสงเสริมไปยังผูบริโภคอีกตอ
• เนื่องจากการแขงขันที่รุนแรงขึ้นไมวาจะเปนการเสนอผลิตภัณฑเพื่อสนองความตองการ
้
พื้นฐานหรือสนองความตองการดานจิตวิทยาของลูกคาจะทำใหลูกคามีทางเลือกในการซอ
ื
ี่
ึ
สินคามากยิ่งขึ้นดวยเหตุนี้โปรแกรมการสงเสริมที่ดีเทานั้นทจะเขาถงกลุมเปาหมายและจูงใจ
กลุมเปาหมายใหเกดความตองการซื้อได
ิ
ี
• การสงเสริมการตลาดจะมความจำเปนมากในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเนื่องจากในชวงนั้นไมม ี
ปญหาดานผลิตภัณฑ หรือชองทางการจัดจำหนายและราคาสินคายังคงเดิม แตบุคคลขาด
อำนาจซื้อ ดังนั้นการสงเสริมการตลาดจึงเปนเครื่องมือที่จะสามารถกระตุนยอดขายได
เครื่องมือในการสงเสริมการตลาด
1. การโฆษณา (Advertising)
1.1 สิ่งตีพิมพและสื่อกระจายเสียง 1.4 ไปรษณย
ี
1.2 โฆษณาที่ติดอยูภายนอกหีบหอ 1.5 แคตตาล็อก
1.3 โฆษณาที่ติดอยูภายในหีบหอ 1.6 ภาพยนตร
94
1.7 นิตยสาร 1.12 ปายโฆษณา
ั
1.8 แผนพบและรูปเลม 1.13 เครื่องหมายที่ใชในการจัดแสดงสินคา
1.9 โปสเตอรและใบปลิว 1.14 การจัดแสดงสินคา ณ จุดซื้อ
1.10 สมดรายการ 1.15 วัสดุโสตทัศนูปกรณ
ุ
1.11 โฆษณาที่พิมพซ้ำ 1.16 สัญลักษณและโลโก
2. การขายโดยใชพนักงานขาย (Personal Selling)
2.1 การเสนอขาย 2.4 โปรแกรมในการใหสิงจูงใจพนักงานขาย
่
2.2 การประชุม 2.5 ตัวอยางสินคา
2.3 การสื่อสารทางการตลาด 2.6 งานแสดงสินคาและนิทรรศการ
3. การสงเสริมการขาย (Sales Promotion)
3.1 แขงขนเกมส ชิงโชค 3.8 การคืนเงิน
ั
3.2 ลอตเตอรี่ 3.9 สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ
3.3 ของแถมและของขวัญ 3.10 สวนยอมใหจากการแลกซื้อสินคา
ั
3.4 การแจกของตวอยาง 3.11 แสตมปการคา
3.5 งานแสดงสินคาและนิทรรศการ 3.12 สิ่งผูกติดกับสินคา
3.6 การสาธิตสินคา 3.13 การใหความบันเทง
ิ
ู
3.7 การแจกคปอง
4. การใหขาวและการประชาสัมพันธ (Publicity and Public Relations)
4.1 การใหสัมภาษณ
4.2 สุนทรพจน
4.3 การสัมมนา
4.4 รายงานประจำป
4.5 การบริจาคเพื่อการกุศล
4.6 การเปนสปอนเซอร
4.7 การตีพิมพเอกสาร
4.8 การสรางความสัมพันธอันดีกับชุมชน
4.9 การลอบบี้
4.10 สื่อเฉพาะ
95
วัตถุประสงคของการสงเสริมการตลาด
วัตถุประสงคของการสงเสริมการตลาดก็คือ กระตุนความตองการซื้อของลูกคา (Demand) ซึ่งมี 2
ลักษณะคือ
• สงเสริมหรือสนับสนุนทัศนคติเดิมที่ดีอยูแลว ไปสูพฤติกรรมการซื้อ
• เปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมการซื้อของตลาดเปาหมาย
วัตถุประสงคพื้นฐานในการสงเสริมการตลาดมี 3 ประการคือ
• เพื่อแจงขาวสาร (To Inform) อาจเปนการแนะนำสินคาใหมหรืออธิบายลักษณะใหมของผลิตภัณฑ
หรือชี้แจงขอเท็จจริงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ เชน ไดเอทโคก แจงวาเปนเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่นอยกวาหนึ่ง
แคลอรี่ตอ 100 กรัม
• เพื่อจูงใจ (To Persude) เปนการชี้จุดเดนของสินคาเพอกระตุนใหลูกคาเกิดความตองการและเกดการ
ื่
ิ
ตัดสินใจซื้อ เชน เปปซี่ ใชสโลแกนวา รสชาติของคนรุนใหม
• เพื่อเตือนความจำ (To Remind) เปนการสงเสริมใหลูกคาระลึกถึงสินคานั้นอยูเสมอ เชน นมตราหม ี
ี่
ใหพาดหัววา เพื่อคนทคุณรัก
การประชาสัมพันธ (Public relations )
การประชาสัมพันธ (Public relations ) หมายถึง การสื่อสารความคิดเห็น ขาวสาร ขอเท็จจริง
ตางๆ ไปสูกลุมประชาชน เปนการเสริมสรางความสัมพันธและความเขาใจอันดีระหวางหนวยงาน องคการ
สถาบันกับกลุมประชาชนเปาหมายและประชาชนที่เกี่ยวของ เพื่อหวังผลในความรวมมือสนับสนุนจาก
ประชาชน รวมทั้งมีสวนชวยเสริมสรางภาพลักษณ ที่ดีใหแกหนวยงาน องคการ สถาบันดวย ทำใหประชาชน
เกิดความนิยม เลื่อมใสศรัทธาตอหนวยงานตลอดจนคนหาและกำจัดแหลงเขาใจผิดชวยลบลางปญหาเพอสราง
ื่
ความสำเร็จในการดำเนินงานของหนวยงานนั้น
กลยุทธการประชาสัมพันธโดยใชแคมเปญการโฆษณาไดกลายเปนสิ่งที่ถูกนำมาใชในการดำเนินการ
ศึกษาการตลาดดานผลิตภัณฑและบริการมานับแตป ค.ศ. 1990 งานวิจัยกอนหนานี้ไดแสดงใหเห็นถึงการได
เห็นการประชาสัมพันธเกี่ยวกับแคมเปญการโฆษณาที่ชวยสงเสริมการระลึกถึงตราสินคาที่โฆษณา แต
ึ
การศึกษาครั้งนี้ไดศกษาการยับยั้งความทรงจำ กลาวคือพบวาการประชาสัมพันธสามารถมีผลยับยั้งการฟน
ความทรงจำตอการระลึกไดถึงตราสินคา ที่ไมไดจัดทำการประชาสัมพันธได
ตราสินคาเปนปจจัยสำคัญตอความสำเร็จทางการตลาด ตราสินคาชวยใหนักการตลาดแยกแยะสินคา
หรือบริการของตนออกจากผูอื่น ชวยใหผูบริโภคประทับใจสินคาหรือบริการได ซึ่งจะมีผลตอการซอสินคานั้น
ื้
ซ้ำอีก แตในสภาวะการแขงขันที่รุนแรงในปจจุบันนี้ การประชาสัมพันธ และการโฆษณาถูกนำมาเปน
เครื่องมือที่หลายบริษัทนิยมนำมาใชในการกระตุนยอดขายสาเหตุเพราะเปนเครื่องมือที่สะดวกและงายตอการ
นำมาใช
ในปจจุบันนักสื่อสารการตลาดจึงหันมาใหความสนใจในเครื่องมือที่นอกเหนือจากวิธีการสงเสริม
การตลาดแบบดั้งเดิม โดยนำความกาวหนาของเทคโนโลยีที่มาพรอมกับความเจริญของเครื่องมือตางๆ อาท ิ
ี
เชน การโฆษณาที่มขั้นตอนการผลิตททันสมัย และพยายามแสวงหาเครื่องมอการสื่อสารทมความแตกตางกบ
ั
ื
ี่
ี
ี่
คูแขงเพอสงผานตราสินคาไปยังผูบริโภคเปาหมาย แตการสื่อสารการตลาดแกผูบริโภคกนับเปนการยากทจะ
็
ื่
ี่
ใชการโฆษณารูปแบบใดแบบหนึ่งเพียงอยางเดียว ทั้งนี้เพราะการดำเนินธุรกิจตองมีการใชยุทธวิธีในสื่อสาร
96
การตลาดที่หลากหลาย เนื่องจากผูบริโภคมีทางเลือกตอผลิตภัณฑและบริการในตลาดมากยิ่งขึ้น โดย
ิ
หลักการของการสื่อสารทางการตลาดคือ การประยุกตใชสือ และการตดตอสื่อสารไปยังลูกคาในหลายรูปแบบ
่
ั
ไมวาจะเปนการใชโฆษณา การประชาสัมพนธ การสงเสริมการขาย การใชพนักงานขาย การตลาดทางตรงและ
ั
อีกหลายวิธี ซึ่งแตละวิธีมีจุดเดนจุดดอยแตกตางกน ฉะนั้น การผสมผสานแตละวิธีที่ลงตัวจะทำใหการสื่อสาร
การตลาดประสบความสำเร็จได
ดังนั้นนักการสื่อสารตลาดจึงไมหยุดการศึกษาการทำการตลาดแคเพียงกลยุทธทางการตลาดที่ดำเนิน
อยูและไดผลในปจจุบันเทานั้น หากแตไดนำกระบวนการวิจัยมาใชเพือศึกษากลไกการตลาดและสรางกลยุทธ
่
การตลาดใหมๆ ที่คนพบมาดำเนินการสื่อสารทางการตลาดแกผูบริโภค ในปจจุบันนักสื่อสารการตลาด
ดำเนินการศึกษาและวิจัยการตลาดอยูอยางสมำเสมอเพอหายุทธวิธีในการสื่อการตลาดและสรางความระลึกถง ึ
ื่
่
และจดจำไดถึงตราสินคาของตน
ทั้งนี้เพราะการระลึกถึงและจดจำตราสินคาไดจะมีผลทำใหผูบริโภคซื้อสินคา (Brand to be
ื้
ี่
Considered ) ปรกติสินคาทผูบริโภคซอจะตองเปนสินคาที่เขารูจัก ระลึกได และจดจำไดเทานั้น เพราะฉะนั้น
การที่ผูบริโภครูจักสินคายี่หอใดยี่หอหนึ่งเปนอยางดี สินคายี่หอนั้นจะมีโอกาสที่จะถูกผูบริโภคเลือกซื้อในที่สุด
การศึกษาการระลึกและการจดจำตราสินคาของผูบริโภคเปนอีกหนึ่งแนวคิดที่นักวิจัยการตลาดให
ความสนใจคอนขางสูง เนื่องจากการศึกษาการระลึกและการจดจำตราสินคาในปจจุบันมีกระบวนการวิจัยท ่ ี
ุ
แตกตางกันออกไปหลากหลาย โดยสวนใหญการศึกษาและดำเนินการวิจัยทางการตลาดจะมงเนนศึกษาผล
ของการสื่อสารประชาสัมพันธหรือการทำตลาดรูปแบบตางๆ ที่มีผลตอความระลึกถึง จดจำ หรือพฤติกรรม
การตัดสินใจของผูบริโภคตอตราสินคาที่ดำเนินการศึกษา โดยนักสื่อสารตลาดจะมุงเปาหมายเพื่อสรางตรา
ุ
สินคาและทำใหผูบริโภคเกิดการระลึกและจดจำไดในตราสินคาโดยมงหวังผลทางยอดขายนั่นเอง
แนวทางการศึกษาดานจิตวิทยาในอดีตที่ดำเนินการศึกษา พบวา สมองสวนที่เปนศูนยควบคม
ุ
ความคิดและพฤติกรรมซับซอนหากถูกกระตุนใหทำงาน จะสงผลใหสมองสวนประมวลภาพทำงานลดลง ตอมา
่
ี
สมองสวนฮิปโปแคมปส (hippocampus) ที่ทำหนาทจำและเรียกความจำ และสมองสวนอะมิกดาลา
(amygdala) ที่ควบคุมเรื่องอารมณก็จะไมทำงาน ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากกระบวนการทำงานของสมอง
โดยปรกติเกี่ยวกับการจดจำและการลบความทรงจำแลวนัน การสงเสริมการขายหรือการสงขอมูลเขาสูสมอง
้
นาจะทำไดงายกวาการลบหรือผลักดันใหบุคคลลืมขอมูลที่เคยจดจำได และในทางปฏิบัติในการสื่อสาร
การตลาดจริงอาจมีคาใชจายสูงและยังตองดำเนินการศึกษาเพิ่มขึ้นตอไปในระยะยาวเพื่อใหไดผลการศึกษาท ่ ี
ถูกตองและใชไดจริง อยางไรก็ตามแนวคิดดังกลาวนับเปนกลยุทธทางการตลาดแนวใหมที่นาสนใจ อีกทง ้ ั
ยังเปนเรื่องนาสนใจทีเดียววาหากในอนาคตมีการดำเนินการทางการตลาดโดยการยับยั้งการกระลึกความทรง
จำและการจดจำได ขณะเดียวกันก็ปอนความสนใจในการซื้อสินคาใหมๆ เขาแทนที่ หรืออีกนัยหนึ่งคือ การ
สรางสื่อโฆษณาประชาสัมพันธที่เพิ่มความตองการซื้อสินคาชนิดใดชนิดหนึ่งได พรอมๆ กันก็สามารถทำให
ผูบริโภคลืมสินคาชนิดเดียวกันตราสินคาอื่นๆ ไดจริงๆ ซึ่งนับเปนการสรางแนวคิดการสื่อสารการตลาดแนว
ใหมที่นาสนใจ โดยทั่วไปการประชาสัมพันธ อาจแบงตามลักษณะงานกวาง ๆ ได 2 ประเภท คือ
1. การประชาสัมพันธภายใน (Internal Public Relations) คือ การสรางความเขาใจและ
ความสัมพันธอันดีกับกลุมบุคคลภายในสถาบันเอง อันไดแก กลุมเจาหนาที่ เสมียน พนักงาน ลูกจาง รวมตลอด
จนถึงนักการภารโรง คนขับรถภายในองคการสถาบันใหเกิดมีความรักใครกลมเกลียว สามัคคีกันในหมูเพื่อน
รวมงาน รวมทั้งดานการเสริมสรางขวัญและความรักใครผูกพันจงรักภักดี (Loyalty) ตอหนวยงาน
การประชาสัมพันธภายใน จึงมีความสำคัญมาก การประชาสัมพันธภายนอกองคการ สถาบันจะดีไป
ไมไดเลยหากการประชาสัมพันธภายในองคการสถาบันยังไรประสิทธิภาพ เพราะความสัมพันธอันดีภายใน
97
ั
หนวยงานจะมีผลสะทอนไปกับการสรางความสัมพนธภายนอกดวย และการสรางความสัมพันธอันดีภายใน
หนวยงานยังเอื้ออำนวยใหการบริการ และการดำเนินงานขององคการสถาบันเปนไปดวยความราบรื่น คลองตัว
และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการที่พนักงาน ลูกจางภายในสถาบันมีความเขาใจในนโยบาย และการดำเนินงาน
ของสถาบันเปนอยางด ก็จะเปนกำลังสำคัญในการสราง ประสิทธิภาพแกการ ประชาสัมพันธ
ี
ภายนอกดวย
สำหรับสื่อและเครื่องมือที่ใชในการประชาสัมพันธภายในนั้น อาจใชการติดตอสื่อสารดวยวาจา แบบซง ึ่
ิ
หนา (Face of Face) หรืออาจใชสิ่งพมพภายในองคการ (House Journal) ชวย เชน หนังสือเวียน จดหมาย
ของภายใน วารสารภายใน เปนตน
2. การประชาสัมพันธภายนอก (External Public Relations) คือ การสรางความเขาใจและ
ความสัมพันธอันดีกับประชาชนภายนอกกลุมตาง ๆ อันไดแกประชาชนทั่วไป และประชาชนที่องคการสถาบัน
เกี่ยวของ เชน ผูนำความคิดเห็น ผูนำในทองถิ่น ลูกคา ผูบริโภค รวมทั้งชุมชนละแวกใกลเคียง ฯลฯ เพื่อใหกลุม
ประชาชนเหลานี้เกิดความรู ความเขาใจในตัวสถาบัน และใหความรวมมือแกสถาบันดวยดี
การทำการประชาสัมพันธภายนอกตองเกี่ยวของกับประชาชนที่มีกลุมขนาดใหญ หรือจำนวนมาก จึง
อาจใชเครื่องมือ สื่อสารตาง ๆ เขามาชวยเผยแพรกระจายขาวสูสาธารณชนดวย อันไดแก สื่อมวลชน (Mass
Media) เชน หนังสือพิมพ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน ภาพยนตร เปนตน ซึ่งปจจุบัน องคการ สถาบันตาง
ๆ ก็นิยมใชเครื่องมือสื่อสารมวลชนเหลานี้เขาชวยในการประชาสัมพันธ
สรุปสาระการเรียนรูหนวยที่ 6
่
การสือสารการตลาดแบบบูรณาการ (IMC : Integrated Marketing Communication)
กระบวนการพัฒนาแผนงานการสอสารการตลาดที่ตองใชการสื่อสารหลายรูปแบบกับกลุมเปาหมาย
อยางตอเนื่อง การที่จะมุงเนนสรางพฤติกรรมของกลุมเปาหมายใหสอดคลองกับความตองการของตลาด โดย
การพิจารณาวิธีการสื่อสารตราสินคาเพื่อใหผูบริโภคกลุมเปาหมายไดรูจักสินคา ซึ่งจะนำไปสูความรู
ความคุนเคยและมีความเชื่อมั่นในสินคาแบรนดเนมใดแบรนดหนึ่ง การกระตุนพฤติกรรมผูบริโภค ไมใชสราง
่
แคการรับรู การจดจำหรือการยอมรับเทานั้น ดังนั้น IMC จึงเปนกระบวนการสือสารเพอจูงใจในระยะยาวและ
่
ื
ตอเนื่อง โดยใชเครื่องมือหลายรูปแบบ เชน โฆษณา ประชาสัมพันธ ตลาดตรง การสงเสริมการขาย การจัดการ
ความสัมพันธกับลูกคา การตลาดเนนกิจกรรม Call Center และอีเมล ฯลฯ เพื่อใหเกิดพฤติกรรมที่ตองการ
เครือขายสังคม หมายถึงโครงสรางทางสังคมที สรางขึ้นจากกลุมของผูกระทำ (เชนปจเจกบุคคลหรือ
่
องคการ) และความสัมพันธทวิภาคระหวางผูกระทำเหลานี้ ทัศนมิติเครือขายสังคมชวยใหสามารถวิเคราะห
โครงสรางของหนวยสังคมทั้ง มวลไดอยางกระจางแจง การศึกษาโครงสรางเหลานี้ใชการวิเคราะหเครือขาย
สังคมเพื่อระบุแบบอยางทองถิ่นหรือทั่วโลก คนหาหนวยสังคมที่มีอิทธิพล และตรวจวัดพลวัตของเครือขาย
เนื่องจากภาวะการแขงขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผูบริโภคมี สินคา-แบรนด (ตรา หรือ ยี่หอ) ใหเลือก
มากมายในทองตลาด และถา SME ใดสามารถสรางแบรนดใหติดตลาด หรือ สรางพลังใหกับแบรนดได กจะทำ
็
ให SME นั้นสามารถรักษาฐานลูกคาเกา และการขยายฐานลูกคาใหมไดอยางงายดาย แบรนด หรือ ตรา
สินคา จึงเปนทรัพยสินที่สำคัญมากเปนอันดับตนๆ ของธุรกิจ
98
การสงเสริมการตลาด (Promotion) เปนสวนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) ซึ่งองคกรใช
เพอแจงขาวสารและจูงใจตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑและบริการขององคกรซงตองอาศัยกระบวนการติดตอสื่อสาร
ึ่
ื่
ื้
ขอมูลระหวางผูขายและผูซื้อเพื่อสรางทัศนคติและพฤติกรรมการซอ
ตราสินคาเปนปจจัยสำคญตอความสำเร็จทางการตลาด ตราสินคาชวยใหนักการตลาดแยกแยะสินคา
ั
ื้
หรือบริการของตนออกจากผูอื่น ชวยใหผูบริโภคประทับใจสินคาหรือบริการได ซึ่งจะมีผลตอการซอสินคานั้น
ซ้ำอีก แตในสภาวะการแขงขันที่รุนแรงในปจจุบันนี้ การประชาสัมพันธ และการโฆษณาถูกนำมาเปน
เครื่องมือที่หลายบริษัทนิยมนำมาใชในการกระตุนยอดขายสาเหตุเพราะเปนเครื่องมือที่สะดวกและงายตอการ
นำมาใช
คำศัพท
IMC : Integrated Marketing Communication การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ
Personal Connection: Personal Selling and Direct Sales หนาที่ในการติดตอดวยบุคคล
Direct Marketing: One-to-one Connection หนาที่ในการติดตอกับลูกคาแบบตัวตอตัว
Advertising การโฆษณา
Brand contact ติดตอสื่อสารดานตราสินคา
Different:ate product ความแตกตางในผลิตภัณฑ
Brand positioning ตำแหนงสินคา
Impact ผลกระทบ
Educated มีการศึกษา
Personal selling การขายโดยใชพนักงาน
ี่
Door to door selling สินคาประเภททขายตามบาน
Product Knowledge ความรูเกี่ยวกับผลิตภัณฑ
Mass media สือมวลชน
่
Sale promotion การสงเสริมการขาย
Attract new users ดึงลูกคาใหม
Hold current customer การรักษาลูกคาเกาไว
ิ่
Increased product usage การเพมอัตราการใชผลิตภัณฑ
99
Trade up การยกระดับ
Reinforce brand advertising การเสริมแรงการโฆษณาในตราสินคา
Audience ship ผูรับขาวสาร
Publicity and public relation การใหขาวและการประชาสัมพันธ
ิ่
Values added สรางมูลคาเพม
Direct marketing การตลาดทางตรง
Telemarketing การตลาดทางไกล
Catalogue sales การขายทางแคตตาล็อก
Mail order สั่งซื้อทางไปรษณีย
Follow up strategy กลยุทธติดตามผล
Pull Strategy กลยุทธดึง
Push Strategy กลยุทธผลัก
แบบประเมินผลการเรียนรูหนวยที่ 6
ตอนที่ 1 ตอบคำถามตอไปนี้ใหถูกตอง
1. นิยามการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ หมายถึงอะไร
2. จงอธิบายหนาที่ของ IMC มาพอสังเขป
ั
3. จงยกตวอยางรูปแบบของ IMC มา 1 รูปแบบพรอมอธิบาย
4. บทบาทของ IMC ในการสรางตราสินคา มีกี่วิธีอะไรบาง
5. เครือขายสังคมคืออะไร จงอธิบาย
ื
6. เครือขายสังคมออนไลน คออะไร จงอธิบาย
7. จงบอกจุดแข็งของธุรกิจที่ประยุกตใชการตลาดผานเครือขายสังคมออนไลน มา 3 ขอ
8. จงบอกจุดออนของธุรกิจที่ประยุกตใชการตลาดผานเครือขายสังคมออนไลน มา 3 ขอ
ี
9. ขอพึงระวังในการทำการตลาดผานสื่อออนไลนมอะไรบาง จงอธิบาย
10. จงอธิบายการวางแผนใชสื่อการโฆษณา ในดานการเลือกสื่อ
ตอนที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู
ใหนักศึกษาแบงกุลมๆ ละ5 คน คิดแนวทางการโฆษณาตราสินคา โดยนำสินคาและตราสินคาจาก
หนวยการเรียนรูบทท 1 โดยมีการจัดการสงเสริมการขายและประชาสัมพันธสินคาดวย
่
ี
100
ั
หนวยที่ 7 ขอบังคบและกฎหมายการสรางตราสินคา
สาระสำคัญ
ึ
ี
เครื่องหมายการคา หรือชื่ออื่นท่เรียกวา ตราสินคา ยี่หอ brand หรือ โลโก เปนเครื่องหมายแสดงถง
สิทธิและความเปนเจาของ ของผูที่ไดจดทะเบียนเครื่องหมายการคานั้น ๆ ซึ่งจะไดสิทธิประโยชนคุมครองตาม
กฎหมาย ปองกันผูอื่นลอกเลียน กอใหเกิดความเสียหายทางธุรกิจได เครื่องหมายการคาจึงเปรียบเสมือน
เครื่องมือทางการตลาด หากไดมีการสรางเครื่องหมายการคานี้ใหติดตลาดแลวลูกคาจะจดจำ แบรนด นี้ไว
เพื่อเลือกสินคาตามตองการ
่
ื
่
ความหมายของเครืองหมายการคาและชอแบรนด
เครื่องหมายการคา (Trade Mark) หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณหรือตราที่ใชกับสินคาหรือ
บริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ใหความคุมครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการคา พ.ศ. 2534 แกไขเพิ่มเติมโดย
ี
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการคา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 ม 4 ประเภท ดังตอไปนี้
1. เครื่องหมายการคา (Trade Mark)
2. เครื่องหมายบริการ (Service Mark)
3. เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark)
4. เครื่องหมายรวม (Collective Mark)
รูปภาพที่ 7.1 ตราสินคายาสีฟนคอลเกต
องคประกอบของแบรนด
ชื่อสินคา สโลแกน โลโก การออกแบบ แพ็คเกจจิ้ง เพลง หรือจิงเกิ้ล ทุกอยาง แคไดยินหรือเห็น
สัญลักษณ หรือแครูปคลำ ก็สามารถสะทอนไปยังแบรนดนั้นได เชน ขวดโคกที่ดีไซนไดแตกตางแมเอาเพียง
มือคลำสวนโคงของมันก็ทำใหมั่นใจวาใช
ประเภทของเครืองหมายการคา
่
1. เครื่องหมายการคา (Trade Mark) คือเครื่องหมายทีใชเปนที่หมายเกี่ยวของกับสินคาเพือแสดงวาสินคาท ่ ี
่
่
ใชเครื่องหมายนั้นแตกตางกับสินคาที่ใชเครื่องหมายการคาของบุคคลอื่น เชน บรีส มามา กระทิงแดง เปนตน
รูปภาพที่ 7.2เครื่องหมายการคา มามา
101
2. เครื่องหมายบริการ (Service Mark) คือ เครื่องหมายที่ใชเปนที่หมายหรือเกี่ยวของกับบริการ
เพื่อแสดงวาบริการที่ใชเครื่องหมายนั้นแตกตางกับบริการที่ใชเครื่องหมาย บริการของบุคคลอื่น เชน
เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคาร โรงแรม เปนตน
รูปภาพที่ 7.3 เครื่องหมายการคาสายการบิน
3. เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) คือ เครื่องหมายที่เจาของเครื่องหมายรับรองใชเปนที่หมาย
หรือเกี่ยวของกับ สินคาและบริการของบุคคลอื่น เพื่อเปนการรับรองคุณภาพของสินคา หรือบริการนั้น เชน
เชลลชวนชิม แมชอยนางรำ ฮาลาล (Halal) เปนตน
รูปภาพที่ 7.4 เครื่องหมายการคาเชลลชวนชิม
4. เครื่องหมายรวม (Collective Mark) คือ เครื่องหมายการคาหรือเครื่องหมายบริการที่ใชโดย
บริษัทหรือวิสาหกิจในกลุม เดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม กลุมบุคคล หรือองคกรอื่นใดของรัฐหรือ
เอกชน เชน ตราชางของบริษัท ปูนซีเมนตไทย จำกัด เปนตน
ั
รูปภาพที่ 7.5 เครื่องหมายการคาตราชางของบริษท ปูนซีเมนตไทย จำกัด
ลิขสิทธิ์ (Copyright)
ลิขสิทธิ (Copyright ) เปนสิทธิทางกฎหมายที่กฎหมายของประเทศหนึ่ง ๆ สรางขึ้นซึ่งใหสิทธิแตผู
์
ิ
ั
เดียว (exclusive right) แกผูสรางสรรคงานตนฉบับในการใช ซึ่งปกติมีเวลาจำกด สิทธิแตผูเดียวนี้มไดเด็ดขาด
แตถูกจำกัดโดยขอจำกัดและขอยกเวนของกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งรวมถึงการใชลิขสิทธิ์ของผูอื่นโดยชอบธรรม
102
ลิขสิทธิ์เปนทรัพยสินทางปญญารูปแบบหนึ่ง ซึ่งใชไดกับการนำเสนองานสรางสรรคใด ๆ ลิขสิทธิ์มักแบงกันใน
หมูผูประพันธหลายคน ซึ่งแตละคนถือชุดสิทธิในการใชหรืออนุญาตใหใช (license) งานนั้น ซึ่งบุคคลเหลานี ้
เรียกวา ผูทรงสิทธิ (rights holder) สิทธิเหลานี้มักรวมการทำซ้ำ การควบคุมเหนืองานดัดแปลง การจำหนาย
การแสดงสาธารณะ และ "สิทธิทางศีลธรรม" เชน การแสดงที่มา (attribution)
รูปภาพที่ 7.6 เครื่องหมายกรมทรัพยสินทางปญญา
ลิขสิทธิ์ถือเปนสิทธิอาณาเขต หมายความวา สิทธินี้ไมขยายเกินอาณาเขตของเขตอำนาจหนึ่ง ๆ แมวา
กฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศตาง ๆ มีการปรับใหเปนมาตรฐานผานความตกลงลิขสิทธิ์ระหวางประเทศก็ตาม
แตกฎหมายลิขสิทธิ์ก็แตกตางกันไปในแตละประเทศ
ตรงแบบ ระยะเวลาของลิขสิทธิ์ คือ ชีวิตของผูประพันธบวก 50 ถึง 100 ป (คือ ลิขสิทธิ์จะหมดอายุ 50
ถึง 100 ปหลังผูประพันธเสียชีวิต ขึ้นอยูกับเขตอำนาจ) บางประเทศตองมีขอกำหนดลิขสิทธิ์ (copyright
้
ึ
formality) เพื่อสถาปนาลิขสิทธิ์ แตประเทศสวนใหญยอมรับลิขสิทธิ์ในงานเสร็จสมบูรณทุกงานโดยไมตองขน
ทะเบียนอยางเปนทางการ โดยทั่วไป ลิขสิทธิ์บังคับแบบกฎหมายแพง แตบางเขตอำนาจมีการใชโทษทางอาญา
ดวย
การคุมครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทย
การคุมครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทยจะกำหนดใหมีอายุการคุมครอง 50 ป นับตั้งแตผูสรางสรรค
ผลงานเสียชีวิต กรณีเจาของเปนนิติบุคคล จะเริ่มนับอายุตั้งแตผลงานถูกสรางขึ้นมานับไปอีก 50 ป หรือเริ่มนับ
้
เมื่อมีการโฆษณาเปนครั้งแรก แลวแตวาอยางไหนจะเกิดทีหลัง แตการโฆษณาครังแรกนันจะตองเกดขึนภายใน
้
้
ิ
50 ป นับตั้งแตมีการสรางสรรคผลงานนั้นขึ้นมา ถาพน 50 ปไปแลวโดยที่ยังไมไดมีการโฆษณา ถือวาลิขสิทธิ ์
หมดอายุ โดยที่การโฆษณาในภายหลังจะไมมีผลตอการนับตออายุลิขสิทธิ์อีก การโฆษณานี้จะตองเปนการ
โฆษณาโดยความยินยอมของเจาของลิขสิทธิ์ดวย จึงจะนับเปนการโฆษณาครั้งแรกที่ใหเริ่มนับอายุลิขสิทธิ์ได
กฎหมายการสรางตราสินคา
การดำเนินธุรกิจในธุรกิจรานอาหารและเครื่องดื่มเปนอุตสาหกรรมที่มกฎหมาย ระเบียบ
ี
ขอบังคับ และมาตรฐานตางๆที่เกี่ยวของในการดำเนินธุรกิจซึ่งปจจุบันกฎหมายท ่ ี
สำคัญที่อาจสงผลกระทบตอการ ประกอบธุรกจของบริษทฯ ดงนี ้
ั
ิ
ั
1) กฎหมายคุมครองผูบริโภคและกฎหมายวาดวยความรับผิดตอความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินคา
ี
ที่ไม ปลอดภัย (Product Liability Law) โดยบริษัทฯจะมความเสี่ยงหากผูบริโภคไดรับความ
เสียหายจากสินคา และบริการของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะตองรับผิดชอบไมวาจะเปนการ
ชดเชยคาเสียหาย หรือการไดรับคำสั่ง จากหนวยงานที่เกี่ยวของในการเรียกคืนสินคาจาก
ผูบริโภค รวมทั้งคำสั่งใหหยุดขายสินคานั้นได
2) ประกาศใชกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงเพิ่มเติมโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการดำเนินคดีแบบกลุม
ื่
(Action Class) ที่ไดออกประกาศเมอวันที่ 8 เมษายน 2558โดยใหผูเสียหายสามารถรวมกลุมกัน
และสงตัวแทนเพียง คนเดียวเพื่อเปนโจทกในการดำเนินคดี โดยศาลจะดำเนินการพิจารณา
103
เปนคดีเดียวแตจะมีผลผูกพันกับ ผูเสียหายทุกราย จึงเปนการอำนวยความสะดวกตอคดีผูบริโภค
ใหสามารถกระทำไดสะดวกกฎหมายดังกลาวอาจมีความเสี่ยงตอบริษทฯในการถกฟองรองหากม ี
ั
ู
ั
ความเสียหายตอผูบริโภคเกิดขึ้น อันเปน ผลมาจากสินคาของบริษทฯ และอาจะสงผลกระทบ
ทางลบตอทางธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และโอกาสทาง ธุรกิจไดอยางไรก็ตาม บริษัทฯตระหนัก
ถึงความเสี่ยงขางตนเปนอยางดี จึงไดใหความสำคัญตอการควบคุมคณภาพสินคาและบริการไมวา
ุ
จะเปนการคัดสรรวัตถุดิบทไดมาตรฐานจากผูผลิตและจัดจำหนาย ขั้นตอนการผลิต และการขนสง
ี่
จากครัวกลาง ตลอดจนการเตรียมอาหารและบริการในรานอาหารทไดมาตรฐานและสุขลักษณะที่ดี
ี่
ุ
โดยบริษัทฯ มีทีมงานในการตรวจสอบดูแลคุณภาพของสินคาและการผลิตในทกขั้นตอน ประกอบ
ั
ั
กบการทำประกนความรับผิดชอบบุคคลภายนอก (Public Liability) ครอบคลุมหากมีกรณีดังกลาว
เกิดขึ้น
สรุปสาระการเรียนรูหนวยที่ 7
ึ
เครื่องหมายการคา หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณหรือตราที่ใชกับสินคาหรือบริการ ซ่ง
เครื่องหมายที่ใหความคุมครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการคา พ.ศ. 2534 แกไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการคา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 มี 4 ประเภท ดังตอไปนี้ 1. เครื่องหมายการคา
(Trade Mark) 2. เครื่องหมายบริการ (Service Mark) 3. เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark)
4. เครื่องหมายรวม (Collective Mark)
ลิขสิทธิ (Copyright ) เปนสิทธิทางกฎหมายที่กฎหมายของประเทศหนึ่ง ๆ สรางขึ้นซึ่งใหสิทธิแตผู
์
ิ
เดียว (exclusive right) แกผูสรางสรรคงานตนฉบับในการใช ซงปกติมีเวลาจำกัด สิทธิแตผูเดียวนี้มไดเด็ดขาด
ึ่
แตถูกจำกัดโดยขอจำกัดและขอยกเวนของกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งรวมถึงการใชลิขสิทธิ์ของผูอื่นโดยชอบธรรม
ลิขสิทธิ์เปนทรัพยสินทางปญญารูปแบบหนึ่ง ซึ่งใชไดกับการนำเสนองานสรางสรรคใด ๆ ลิขสิทธิ์มักแบงกันใน
หมูผูประพันธหลายคน
ี
่
ื
การยนคำขอจดทะเบยน
1. ในกรณีคำขอจดทะเบียนมีขอบกพรองหรือเอกสารประกอบคำขอไมครบถวน เจาหนาที่รับคำขอ
ิ
จะแจงใหผูขอจดทะเบียนแกไขใหถกตองหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพมเตมในทนที
่
ั
ิ
ู
2. เมื่อผูยื่นคำขอไดชำระเงินคาธรรมเนียมใดๆ ใหแกกรมทรัพยสินทางปญญาไปแลว จะขอคน
ื
คาธรรมเนียมดังกลาวไมไดไมวาในกรณีใดๆ
3. ในกรณีที่ผูขอจดทะเบียนยื่นคำขอจดทะเบียนผานทางอินเตอรเน็ต ผูขอจะตองปฏิบัติตาม ประกาศ
กรมทรัพยสินทางปญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียน
เครื่องหมายและคำรองหรือคำขออื่นๆ
่
4. กรณีการยืนคำขอมีการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ
5. กรณีที่เจาของเครื่องหมายการคาหรือตัวแทนผูรับมอบอำนาจไมไดเปนผูยื่นคำขอดวยตนเอง โดย
มอบหมายใหบุคคลอื่นเปนผูยื่นคำขอแทน ควรมีหนังสือมอบอำนาจชวงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให
บุคคลนั้น
104
คำศัพท
Trade Mark เครื่องหมายการคา
Service Mark เครื่องหมายบริการ
Certification Mark เครื่องหมายรับรอง
Collective Mark เครื่องหมายรวม
Copyright ลิขสิทธิ์
Rights holder ผูทรงสิทธิ
Copyright formality กฎหมายลิขสิทธิ์
Trademark registration การจดทะเบียนเครื่องหมายการคา
Madrid Protocol พิธีสารกรุงมาดริด
่
Attribution การแสดงทีมา
แบบประเมินผลการเรียนรูหนวยที่ 7
ตอนที่ 1 ตอบคำถามตอไปนี้ใหถูกตอง
1. จงอธิบายความหมายเครื่องหมายการคา
ี
2. เครื่องหมายการคามกี่ประเภท อะไรบาง
ั
3. องคประกอบของแบรนดประกอบดวยอะไรบาง จงอธิบายพรอมยกตวอยาง
4. จงยกตัวอยางสินคาที่ใชเครื่องหมายประเภทการคามา 5 สินคา
ิ
5. จงยกตัวอยางกิจการที่ใชเครื่องหมายประเภทบริการมา 5 กจการ
6. จงยกตัวอยางเครื่องหมายประเภทการรับรองมา 5 เครื่องหมาย
ี่
7. จงยกตัวอยางบริษัททใชเครื่องหมายรวมมา 5 บริษัท
8. จงอธิบายความหมายของ ลิขสิทธิ
์
9. การคุมครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทยเปนอยางไร จงอธิบายมาพอเขาใจ
10. การยื่นคำขอจดทะเบียนการคาในไทยมีกขั้นตอน อะไรบาง
ี่
ตอนที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู
ใหนักศึกษาแบงกลุมๆละ5 คน ศึกษาหาขอมูลเกี่ยวกับบทลงโทษของบุคคลที่เคยละเมิดสิทธิ์
เครื่องหมายการคาที่จดทะเบียนแลว โดยอธิบายรายละเอียดบทลงโทษและลักษณะการกระทำความผิด
105
บรรณานุกรม
ุ
• ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ. การบริหารการตลาดยคใหม (Marketing Management). กรุงเทพฯ:
Diamond In Business World,2552.
• ผศ.เสริมยศ ธรรมรักษ. การสรางแบรนดภายใน: ดูแลบุคลากรกอนใสใจลูกคา, กรุงเทพมหานคร:
วารสารนักบริหาร ปท30 ฉบับที 2, 2553,
ี่
่
• นาถกมล บุญรอดพานิช. 10 กฎทองของการสรางตราสินคาชื่อดัง. กรุงเทพฯ: สำนักวิทยบริการ
และเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 2555.
• วิทยา จารุพงศโสภณ. กลยุทธการบริหารแบรนด : Strategic Brand Management. กรุงเทพฯ:
ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.
• ศรีกัญญา มงคลศร . Brand Management.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ Bandage, 2557.
ิ
• ทศ คณนาพร. สราง “แบรนด” จากศูนยเปนธุรกิจรอยลาน. กรุงเทพฯ: สำนักพมพ
แฮปปบุค, 2557.
• ปยะชาติ อิศรภักดี . BRANDiNG 4.0. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพอัมรินทร.2560
• ศรีกัญญา มงคลศร . Brand Management.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ Bandage, 2557.
่
• การสรางแบรนด [ออนไลน] แหลงทีมา:
http://ebook.hu.ac.th/ebook2/images/File_PDF/203-303-BrandBuilding/203-303.pdf
(สืบคนขอมูล วันที่ 3 กรกฎาคม 2560)
• Brand Architecture (2) ฉันจึงมาหาความหมายของ "แบรนด" [ออนไลน] แหลงทีมา:
่
ู
http://oknation.nationtv.tv/blog/monchai83/2010/01/22/entry-1 (สืบคนขอมล วันที่ 7
เมษายน 2563)
• Brand Architecture (3) ตราสินคา แตกตางจาก สินคา [ออนไลน]
่
แหลงทีมา:http://oknation.nationtv.tv/blog/monchai83/2010/01/29/entry-1 (สืบคนขอมูล
วันที่ 7 เมษายน 2563)
่
• วิธีคิดการสรัางแบรนด [ออนไลน] แหลงทีมา: http://www.gotomanager.com/
news/details.aspx?id=48087 (สืบคนขอมูล วันที่ 7 เมษายน 2563)
• บทบาทและความสําคัญของตราสินคา [ออนไลน]
่
แหลงทีมา: http://www.homebankstore.com/dl/bandbu/006.pdf
(สืบคนขอมูล วันที่ 7 เมษายน 2563)
• Keller, Kevin Lane. (2008). Strategic Brand Management. 3th edition. Upper Saddle
River, New Jersey: Prentice-Hall