วารสารสมาคมศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตร์
ปี ท่ี 18 ฉบบั ท่ี 1 เดอื นมีนาคม 2565
สารบญั หน้า
วตั ถปุ ระสงค์ของสมาคม 2
3
จรรยาบรรณวนกรไทย 4
5
สารจากนายกสมาคมศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตร์
6
คณะกรรมการบรหิ ารสมาคมฯ 7
26
แวดวงวนกร รายช่ือผู้แทนรุ่นวนศาสตร์ 28
แวดวงวนกร ศิษยเ์ ก่าวนศาสตร์ดเี ด่น 29
33
แฟ้มวนกร ศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตรเ์ กษยี ณอาย ุ 40
45
แฟ้มวนกร ศิษยเ์ กา่ วนศาสตร์เสยี ชีวิต 49
55
บทความ 61
66
• เสริมค่าสมาคมฯ ครูนดิ วนศาสตร์ 70
78
• ทำ� ไมตอ้ งมปี ่าไม้ 40 เปอรเ์ ซ็นต์ ศ.ดร.เกษม จันทรแ์ ก้ว วน.24 81
91
• ปา่ ต้นนำ�้ :ฝายชะลอน้ำ� ชว่ ยลดโลกร้อนได้เท่าไร? พีห่ นู อส. 94
• ป่าไมบ้ นภูเขาคอื ความมงั่ ค่ังของชาติไทย สุริยัน มลู สาร วน.35 103
• นโยบายส่งเสริมป่าเศรษฐกิจ ความทา้ ทายส่กู ารปฏิบตั ิ ดร.สวุ รรณ ตง้ั มิตรเจรญิ วน.49 111
118
• การปา่ ไมใ้ นเมืองวถิ ปี ลกู ต้นไม้ลงในใจคน วนิ ัย ทรพั ย์ร่งุ เรอื ง วน.27 123
126
• โครงการคนื ยางนา-สูป่ ่าในเมือง สมพร ไชยจรัส วน.35 127
130
• ตามรอยศาสตร์พระราชา “ไมย้ างนากบั หญา้ แฝก” ประเดมิ ชยั แสงควู่ งษว์ น.40
• ไม้สักทอง...มรดกของชาติ มณฑี โพธ์ทิ ยั วน.27
• เกษตรธรรมชาติ (Nature Farming) คณติ ม่วงนิล วน.35
• ประสบการณ์การปลกู ไมส้ กั ในเชงิ เศรษฐกิจ บุญเลศิ ศรสี ขุ ใส วน.35
• การปา่ ไม้วิถีใหม่ ไปดว้ ยกันไปไดไ้ กล ณฐั วฒั น์ คลังทรพั ย์ วน.56
• จะพลิกโฉมอตุ สาหกรรมไมอ้ ย่างไรด.ี ..สะทอ้ นปัญหาและแนวทางขับเคลือ่ น
ณฐั วัฒน์ คลังทรพั ย์ วน.56
• การประยกุ ตฝ์ ายชะลอนำ้� และปา่ เปยี กเพอ่ื เรง่ รดั การฟน้ื ตวั ของระบบนเิ วศปา่ ตน้ นำ้�
สมชาย หงษส์ วุ รรณ และคณะ
• การปลกู ปา่ แบบประณตี ผศ.ดร. พสธุ า สนุ ทรหา้ ว วน.57
ปฏทิ ินป่าไม้ รายงานผลการดำ� เนินงานคณะกรรมการบริหารสมาคมศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตร์
โครงการ 1 พัน 1 วนั เกดิ
ขอขอบคณุ นายสวุ ิศร์ เมฆเสรกี ุล วน.36 /KU 30
คยุ กบั บก.
ภาพกจิ กรรมสมาคมศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตร์
3
วัตถปุ ระสงค์ของสมาคม
• เป็นศนู ย์กลางตดิ ต่อและเช่ือมความสามัคครี ะหว่างศิษยเ์ ก่าวนศาสตรท์ ัง้ มวล
• สรา้ งจิตสำ� นึกให้วนกรไทย มวี ินยั มอี ดุ มการณ์ ยดึ มั่นในคุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณ
• ยกย่องให้รางวัลหรือประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่าวนศาสตร์ที่มีผลงานดีเด่น และบุคคลอื่นผู้ท�ำ
คุณประโยชน์ด้านการปา่ ไม้
• ส่งเสรมิ และเผยแพร่ความรเู้ กี่ยวกับป่าไม้
• ใหท้ ุนการศกึ ษาทางดา้ นการป่าไม้แกผ่ ูเ้ รยี นดี ประพฤติดี แตข่ าดแคลนทนุ ทรพั ย์
• สนับสนนุ ส่งเสรมิ การศกึ ษา การคน้ ควา้ วจิ ยั ทางด้านการป่าไม้
• สง่ เสริมการกศุ ลและสาธารณประโยชน์
• ส่งเสรมิ การบันเทงิ การกฬี า การพกั ผ่อนหยอ่ นใจ และการสวัสดกิ ารของมวลสมาชิก
• ผดุงไวซ้ ่งึ เกียรติและศักดิ์ศรขี องบรรดาศิษยเ์ กา่ วนศาสตร์และวชิ าชพี การปา่ ไม้
• ส่งเสรมิ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข ดว้ ยความเป็นกลาง
และไม่ให้การสนบั สนนุ ดา้ นการเงินหรอื ทรพั ย์สนิ แกน่ กั การเมืองหรือพรรคการเมืองใด
4
จรรยาบรรณวนกรไทย
1. ศึกษาและปฏบิ ตั ิตามหลักค�ำสอนแห่งศาสนาท่ีตนศรัทธานบั ถือจนเป็นแบบอยา่ งที่ควรปฏบิ ัติตามได้
2. รู้ รกั สามัคคี ซื่อสัตย์สุจรติ และศรัทธาตอ่ วิชาการป่าไม้ ไมท่ รยศตอ่ วชิ าชีพและดูถูกวชิ าชีพ ของตน
3. รักและปกปอ้ งศกั ด์ิศรี เกยรติคุณและชือ่ เสียงของวิชาชพี อย่างเตม็ กำ� ลงั ความสามารถ
4. ตั้งใจปฏิบตั หิ นา้ ทอี่ ยา่ งโปรง่ ใสและตรวจสอบได้
5. สุภาพเรยี บร้อย อำ� นวยความสะดวกและให้บริการกับผู้ใชบ้ ริการดว้ ยความเต็มใจ โดยละเวน้ จากการรับ
ทรัพยส์ ินหรือประโยชนอ์ ืน่ ใด
6. อทุ ิศเวลาใหก้ ับหน้าท่กี ารงาน ปฏบิ ตั หิ น้าที่อยา่ งเต็มก�ำลังความสามารถและพรอ้ มทจี่ ะท�ำงานรว่ มกบั
บคุ คลอน่ื และ/หรอื หนว่ ยงานอืน่
7. คดิ ดี พดู ดี ท�ำดีใหส้ อดคลอ้ งตอ้ งกัน
8. ใช้ความรูว้ ิชาการป่าไมอ้ ย่างเตม็ ก�ำลังความสามารถและพฒั นาตนเองให้มคี วามรูท้ ที่ ันสมัยอยเู่ สมอ
สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ต้ังความหวังไว้ว่า วนกรไทยทุกคนจะได้ร่วมกันเชิดชูอาชีพ
สถาบันองค์การที่เก่ียวข้องกับกิจการป่าไม้ด้วยการยึดถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณท่ีได้ร่วมกันก�ำหนดขึ้นนี้
ผู้ที่ปฏิบัติตามจะได้รับการยกย่องสรรเสริญ มีเกียรติคุณและศักดิ์ศรี ในทางกลับกันหากละเมิดก็จะ
ถูกต�ำหนิติเตียนและไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม สังคมใดก็ตามหากสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ประพฤติดี
ปฏิบัติชอบ สังคมน้ันก็จะเจริญก้าวหน้าไปได้อย่างม่ังคงและยั่งยืน แต่หากเป็นไปในทางตรงกันข้ามสังคม
น้ันย่อมต้องประสบกับกาลวิบัติ สังคมป่าไม้ก็ไม่อาจฝืนกฎธรรมชาติข้อน้ีได้ ดังนั้น สังคมป่าไม้ กิจการ
ป่าไม้ของชาติไทยเราจะบรรลุอุดมการณ์ได้ก็ด้วยการท่ีวนกรไทยได้ร่วมกันประพฤติดี ปฏิบัติชอบเท่าน้ัน
5
ในปี 2564 เป็นปีที่ยากอีกปีหนึ่งของการใช้ชีวิตภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ท�ำให้พ่ีน้องชาว
วนศาสตร์เราต้องปรับตัวให้เข้ากับชีวิตวิถีใหม่ new normal แต่ทุกคนก็ปรับตัวได้อย่างดี อยู่บ้าน
work from home ผู้สูงอายุหลายท่านเก่งทางด้าน IT มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะเดียวกันหลายๆกิจกรรม
ท่ีจะจัดขึ้นโดยมีเป้าหมายท่ีจะสร้างประโยชน์ให้กับป่าไม้และสิ่งแวดล้อมต้องยืดออกไปเช่นโครงการปลูกป่า
84 ปี วนศาสตร์ นอกจากปัจจยั เรือ่ งโควดิ แลว้ ยังมีปจั จัยในเรอ่ื งการขอใช้ประโยชนพ์ น้ื ทซ่ี ึ่งท�ำใหง้ านเดินต่อไปไม่ได้
แต่ก็ต้องพยายามกันต่อไป จากการที่รัฐบาลได้ให้สัตยาบันใน COP 26 โดยประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทาง
คารบ์ อน (Carbon neutral) ในปี 2050 และปลอ่ ยก๊าซเรือนกระจกเปน็ ศนู ย์ในปี 2065 นโยบายเหลา่ นี้จะมีผลก
ระทบกับสังคมป่าไม้ในทางบวก เป็นเพราะการท่ีจะให้บรรลุเป้าหมายส่วนหนึ่งต้องพูดถึงการยุติการตัดไม้ท�ำลาย
ปา่ และการฟน้ื ฟปู ่า ขอ้ ตกลงน้จี ะเป็นประโยชนต์ ่อการบำ� รุงรักษาและฟ้ืนฟูป่าไมซ้ งึ่ เป็นภารกิจหลักของพวกเราชาว
วนศาสตร์ดว้ ย อีกไม่นานเราคงจะได้เห็นชดั เจนข้นึ วา่ ทิศทางการด�ำเนนิ งานของทั้งภาครัฐและเอกชนจะเปน็ อยา่ งไร
และจะต้องด�ำเนินการอยา่ งไรเพ่อื ให้สอดคล้องกบั เปา้ หมายของประเทศ
เมื่อไม่นานมานี้มีประกาศของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่น�ำความภาคภูมิใจมาสู่พวกเราขาววนศาสตร์
คือการประกาศยกย่องเชิดชูผู้รู้ยิ่งในศาสตร์การเกษตรเป็น”เกษตราภิชาน” ประจ�ำปี 2565 ให้แก่ ศาสตราจารย์
เกียรตคิ ุณ เกษม จันทรแ์ ก้ว (วน.24) และ ศาสตราจารย์เกียรตคิ ุณ จงรกั ปรีชานนท์ (วน.15) ขอแสดงความยนิ ดี
ด้วยกบั อาจารยท์ ้ัง 2 ท่านเปน็ อย่างยิง่ ครบั เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
สมาคมศษิ ย์เกา่ วนศาสตรข์ อขอบคุณสมาชกิ ทกุ ทา่ นรวมท้งั องคก์ รและหน่วยงานท่สี นบั สนนุ การดำ� เนินงาน
ของสมาคมฯดว้ ยดเี สมอมา ขออาราธนาคณุ พระศรรี ตั นตรยั และสงิ่ ศกั ดสิ์ ทิ ธทิ ง้ั หลายในสากล จงอำ� นวยพรใหท้ กุ ทา่ น
มคี วามสุข ความเจรญิ สุขภาพพลานามยั แขง็ แรง สมหวงั ในสงิ่ ที่ปรารถนาทกุ ประการ
(นายพพิ ัฒน์ ชนินทยุทธวงศ)์
นายกสมาคมศิษยเ์ กา่ วนศาสตร์
6
ประกาศสมาคมศษิ ยเกาวนศาสตร
ที่ 4/2563
เรือ่ ง แตง ตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมศิษยเกาวนศาสตร
อาศัยอำนาจตามขอบังคับที่ 13 ของสมาคมศิษยเกาวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร นายกสมาคม
ศิษยเกาวนศาสตร จึงแตงตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมศิษยเกาวนศาสตร ประจำป 2563 - 2565 เพื่อบริหาร
กจิ การของสมาคมศิษยเ กา วนศาสตรด ังตอไปน้ี
1. นายพิพฒั น ชนนิ ทยทุ ธวงศ ดำรงตำแหนง นายก
2. ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก ดำรงตำแหนง อุปนายก
3. ผศ.ดร.กอบศักด์ิ วนั ธงไชย ดำรงตำแหนง อุปนายก
4. นายประเดิมชยั แสงคูวงษ ดำรงตำแหนง กรรมการ
5. นายบพิตร เกียรติวุฒนิ นท ดำรงตำแหนง กรรมการ
6. นายสรุ ศกั ด์ิ หลอ จิตตเสียง ดำรงตำแหนง กรรมการ
7. ผศ.ดร.วันชยั อรณุ ประภารัตน ดำรงตำแหนง กรรมการ
8. นายสกุ จิ จนั ทรท อง ดำรงตำแหนง กรรมการ
9. นางวจิ ิตร ออ งสมหวงั ดำรงตำแหนง กรรมการ
10.นายธีรวุฒิ แสงนิล ดำรงตำแหนง กรรมการ
11.นายหงษพ ิจารณ บวั ไข ดำรงตำแหนง กรรมการ
12.นายณฐั วัฒน คลงั ทรัพย ดำรงตำแหนง กรรมการและฝา ยวชิ าการ
13.นายสเุ ทพ ปวเรศวิทยาฬาร ดำรงตำแหนง กรรมการและฝา ยหารายได
14.นายสมพร ไชยจรัส ดำรงตำแหนง กรรมการและฝา ยสาราณยี กร
15.นายสุรัติ กาญจนกุญชร ดำรงตำแหนง กรรมการและฝายประชาสมั พนั ธ
16.รศ.ดร.ดสุ ิต เวชกิจ ดำรงตำแหนง กรรมการและฝายสง เสริมคุณธรรมและจรยิ ธรรม
17.นายประสทิ ธ์ิ เกดิ โต ดำรงตำแหนง กรรมการและฝายสวัสดิการ
18.ดร.ชาคริต ณ ตะกัว่ ทุง ดำรงตำแหนง กรรมการและนายทะเบยี น
19.นายชนาธปิ กลุ ดลิ ก ดำรงตำแหนง กรรมการและเหรัญญกิ
20.นางอภิญญา พมุ พวง ดำรงตำแหนง กรรมการและฝา ยปฏคิ ม
21.ดร.ปยวตั น ดิลกสัมพนั ธ ดำรงตำแหนง กรรมการและเลขาธกิ าร
ประกาศ ณ วนั พุธ ท่ี 7 ตลุ าคม พ.ศ. 2563
(นายพิพัฒน ชนินทยุทธวงศ)
นายกสมาคมศษิ ยเกาวนศาสตร
7
รายชอ่ื ผแู้ ทนร่นุ วนศาสตร์
นายอนนั ต์ ทตั ตะวร วน. 12 นายพงศภ์ าวตั ใหญ่วงศก์ รณ์ วน. 48
นายแผว้ ดษิ เลศิ วน. 13 นายอรรถพล เจรญิ ชนั ษา วน. 49
นายพงศส์ รุ ะ ตนั มณ ี วน. 14 นายพงษศ์ กั ดิ์ดว้ งโยธา วน. 50
นายอุดม หริ ญั พฤกษ์ วน. 15 รศ.ดร.สนั ติ สขุ สอาด วน. 51
นายมานิตย์ เอย่ี มสรรพางค ์ วน. 16 นายสจั รนิ ทร์ ศรเี สน วน. 52
นายทวิ า สรรพกจิ วน. 17 นางสาวพรทพิ ย์ ปิยะโชต ิ วน. 53
ร.ต. สมุ นิ ทร์ บรู ณากาญจน์ วน. 18 นายวเิ ชยี ร พพิ ฒั น์มงคลสนิ วน. 54
ร.ต. สมุ นิ ทร์ บรู ณากาญจน์ วน. 19 นายณรงคช์ ยั กลอ่ มวฒั นกุล วน. 55
รศ.ประคอง อนิ ทรจนั ทร ์ วน. 20 นายณฐั วฒั น์ คลงั ทรพั ย ์ วน. 56
นายอภนิ นั ท์ ปลอดเปลย่ี ว วน. 21 นายไพรตั น์ ครฑุ วสิ ยั วน. 57
นายนเรศ ไชยยงยศ วน. 22 นายสำ� เรจ็ ภแู สนศร ี วน. 58
นายจำ� รญู ทศั จนั ทร ์ วน. 23 นายอดศิ กั ดิ ์ภสู ทิ ธวิ ์ งศานุยตุ วน. 59
นายไพโรจน์ อาภรรตั น์ วน. 24 นายวฒุ ชิ ยั ปักกลาง วน. 60
นายเกษม วงษเ์ จรญิ วน. 25 นายรชั ศกั ดิ ์เผา่ วงศา วน. 61
นายสนนั่ ศริ วิ ฒั นการ วน. 26 นายวรรณชยั รกั มติ ร วน. 62
นายธวชั ชยั วทานิยกุล วน. 27 ดร.แสงสรรค์ ภมู สิ ถาน วน. 63
นายจริ ะ จนิ ตนุกลู วน. 28 นายณฐั วฒุ ิ ลพสถติ ย ์ วน. 64
นายถนดั วชริ จตุ พิ งศ ์ วน. 29 นายกติ ตศิ กั ดิ์ถาวงษก์ ลาง วน. 65
นายโกมล แพรกทอง วน. 30 นางสาวสนุ ิศา ศรวี รี ะพนั ธ ์ วน. 66
นายนิมติ ศรภี กั ด ี วน. 31 นายวรายสุ ชณุ หวงศ ์ วน. 67
นายจริ ะเจตต์ อุรสั ยะนนั ทน์ วน. 32 นายพธิ กี ร สภุ าวงศ ์ วน. 68
นายธนกฤต ชยั ดำ� รงเลศิ วน. 33 นายศริ วิ ฒั น์ สบื สาย วน. 69
นายวชิ ติ พฒั นโกศยั วน. 34 นายปฎภิ าณ บปุ ะเท วน. 70
นายศรายทุ ธ เปรมประวตั ิ วน. 35 นายสรุ พฒั น์ สายเพชร วน. 71
นายนพดล พฤกษะวนั วน. 36 นายกจิ ธฒิ ช์ ยั พทิ กั ษว์ งศ ์ วน. 72
นายฐานุพงศ์ เรอื งจรี ะวทิ ย ์ วน. 37 นายอนุชติ เมฆสขุ ใส วน. 73
นายสเุ ทพ บญุ ประคอง วน. 38 นายศุภณฐั สนิทวาจา วน. 74
นายชชั วาลย์ พศิ ดำ� ขำ� วน. 39 นายภาณุพงศ์ โปรยสรุ นิ ทร ์ วน. 75
นายสชุ นิ เพยี รทอง วน. 40 นายมนสั พมิ พร์ ตั น์ วน. 76
นายสมคั ร ดอนนาปี วน. 41 วา่ ท่ี รต.นรศิ ร คงชมุ่ วน. 77
นายสมบรู ณ์ รตั นะชวี ะกุล วน. 42 นายณรงคเ์ ดช เดชคง วน. 78
นายสรุ ศกั ดิ ์หลอ่ จติ ตเ์ สยี ง วน. 43 นายเกรกิ ฤทธิ์ศรสี วุ อ วน. 79
นางสาวมาลี ศรรี ตั นธรรม วน. 44 นายพงศณ์ ฐั ศรสี วสั ด ิ ์ วน. 80
ผศ.ดร.วนั ชยั อรณุ ประภารตั น์ วน. 45 นายกนกเพชร แกว้ พนิ ิจ วน. 81
นายยรรยง กางการ วน. 46 นายวชิ ญภ์ วตั ถานะยาโน วน. 82
นายธญั ญา เนตธิ รรมกุล วน. 47 นางสาวเบญจมาศ บุญยนื วน. 83
8
ศิษย์เกา่ วนศาสตร์ดีเด่น
ประกาศสมาคมศษิ ย์เก่าวนศาสตร์
ท ี่ 1/2564
เรอ่ื ง ศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตร์ดเี ดน่ ประจำ� ปี 2563
..............................................................
สมาคมศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตร์ ขอประกาศรายชือ่ ศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตรด์ เี ด่น ประจำ� ปี 2563 ดังน้ี
1. ประเภทผบู้ รหิ ารภาครัฐ จ�ำนวน 2 ราย วนศาสตร์รุ่นที่ 44
- นายอดิศร นุชดำ� รงค์ วนศาสตร์รุ่นท่ี 47
- นายทรงธรรม สุขสวา่ ง
2. ประเภทนักบรกิ ารสงั คม จำ� นวน 2 ราย วนศาสตร์รุ่นท่ี 44
- นายรณกร ตีรกานนท์ วนศาสตรร์ ุ่นที่ 65
- นายสิทธชิ ัย จินะมอย
3. ประเภทนักวิชาการและผปู้ ฏิบตั ิงานภาคสนาม จ�ำนวน 6 ราย
- นางสาวดรรชนี เอมพันธุ์ วนศาสตรร์ ุ่นที่ 44
- นายพเิ ชษฐ ์ สขุ สบาย วนศาสตร์รุ่นท่ี 45
- นายยงยทุ ธ ไตรสรุ ัตน ์ วนศาสตร์รุ่นท่ี 47
- นายสวุ รรณ ตัง้ มติ รเจรญิ วนศาสตรร์ นุ่ ที่ 49
- นายวิชัย สมรูป วนศาสตรร์ นุ่ ที่ 50
- นายประกาศติ ระววิ รรณ วนศาสตร์รนุ่ ที่ 67
จงึ ประกาศมาให้ทราบโดยท่ัวกนั
ประกาศ ณ วันพธุ ท่ี 3 มีนาคม พ.ศ. 2564
(นายพพิ ฒั น์ ชนินทยทุ ธวงศ)์
นายกสมาคมศิษยเ์ ก่าวนศาสตร์
คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
9
ศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตร์ดเี ดน่
ประกาศสมาคมศิษยเ์ ก่าวนศาสตร์
ที่ 2/2564
เรื่อง ศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตรด์ ีเด่น ประจ�ำปี 2564
..............................................................
สมาคมศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตร์ ขอประกาศรายช่ือศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตรด์ ีเดน่ ประจำ� ปี 2564 ดังนี้
1.ประเภทผู้บริหารภาครัฐ จ�ำนวน 1 ราย
- นายจงคลา้ ย วรพงศธร วนศาสตรร์ นุ่ ที่ 47
2.ประเภทนักบรกิ ารสงั คม จำ� นวน 1 ราย
- นายประสิทธิ์ เกิดโต วนศาสตรร์ ุ่นท่ี 49
3.ประเภทนักวิชาการและผปู้ ฏิบัติงานภาคสนาม จำ� นวน 5 ราย
- นายพงษ์ศักด์ิ ดว้ งโยธา วนศาสตร์รนุ่ ที่ 50
- นายสมราน สุดด ี วนศาสตรร์ ุน่ ท่ี 54
- นายครี ี เถือนเหมอื น วนศาสตรร์ ุ่นที่ 61
- นายกติ ตศิ กั ด์ิ ถาวงษก์ ลาง วนศาสตรร์ นุ่ ท่ี 65
- นายสทิ ธศิ ักด์ิ ฉันสมิ า วนศาสตร์รนุ่ ที่ 72
จึงประกาศมาให้ทราบโดยท่ัวกนั
ประกาศ ณ วันพธุ ที่ 2 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2565
(นายพิพัฒน์ ชนนิ ทยุทธวงศ์)
นายกสมาคมศิษยเ์ กา่ วนศาสตร์
คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
10
ค�ำประกาศเกียรติคุณ
นายอดิศร นุชด�ำรงค์
ศษิ ย์เกา่ วนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2563
ประเภท ผบู้ ริหารภาครฐั
นายอดิศร นุชด�ำรงค์ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 44 เกิดเมื่อวันท่ี 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2504
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนโยธินบูรณะ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เม่ือปี พ.ศ. 2521 จบการ
ศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เม่ือปี พ.ศ.2525 จบปริญญาโท
จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2527 และจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมือ่ ปี พ.ศ. 2535
หลังจากจบการศึกษา นายอดิศร นุชด�ำรงค์ ได้เร่ิมต้นงานป่าไม้ สังกัดกรมป่าไม้ มีความก้าวหน้าใน
หน้าที่การงานอย่างต่อเน่ืองจากนักวิชาการป่าไม้สู่การบริหารงานป่าไม้ ตามล�ำดับ เป็นผู้อ�ำนวยการส�ำนัก
อนุรักษ์สัตว์ป่า ผู้อ�ำนวยการส�ำนักบริหารพ้ืนที่อนุรักษ์ท่ี 15 (เชียงราย) ผู้อ�ำนวยการส�ำนักฟื้นฟูและพัฒนา
พื้นท่ีอนุรักษ์ เป็นผู้ตรวจราชการกรม อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้ตรวจราชการ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม รองปลั ดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน
เป็นอธบิ ดีกรมป่าไม้
ตลอดระยะเวลารับราชการ นายอนุศร นุชด�ำรงค์ ปฏิบัติหน้าท่ี ด้วยความมุ่งม่ันที่จะรักษาทรัพยากร
ป่าไม้และสัตว์ป่ามาอย่างต่อเนื่อง เป็นผู้ผลักดันให้มีการตราพระราชบัญญัติงาช้าง พุทธศักราช 2558
เพ่ือบังคับใช้และควบคุมก�ำกับการด�ำเนินงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้เป็นไปตาม
แผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย เป็นผู้ผลักดันให้มีค�ำส่ัง คสช.ท่ี 60/2559 เร่ือง มาตรการป้องกันการน�ำ
ช้างป่ามาสวมสิทธิ์ เป็นช้างบ้าน และควบคุมการข้ึนทะเบียนช้างบ้านท่ัวประเทศโดยจัดท�ำฐานข้อมูลดีเอ็นเอ
ช้างบ้านทุกเชือก เป็นผู้ยับย้ังอาชญากรรมด้านสัตว์ป่าโดยเข้าตรวจยึดและเคลื่อนย้ายเสือของกลางจากวัดป่า
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้แทนประเทศไทยในการประชุมเจรจา
แก้ไขปัญหาการลักลอบค้างาช้างระหว่างประเทศ และมีผลท�ำให้ประเทศไทยถูกถอดจากบัญชีประเทศท่ีต้อง
เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เป็นผู้เร่งรัดการส�ำรวจการถือครองที่ดินท�ำกินและอยู่อาศัยในพ้ืนท่ีป่าอนุรักษ์เพื่อแก้ไข
ปัญหาความขัดแย้งเร่ืองท่ีดินท�ำกินของราษฎร เป็นกรรมาธิการพิจารณาพระราชบัญญัติส่งเสริมและ
คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นผู้อ�ำนวยการติดตาม ก�ำกับดูแลศูนย์ปฏิบัติการ
พิทักษ์ป่า เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกท�ำลายป่า และเป็นผู้ ก�ำหนดนโยบายการบังคับใช้กฎหมายต่อขบวนการ
ท�ำไม้ข้ามชาติและผู้มีอิทธิพลหรือนายทุนรายใหญ่ จนเป็นท่ีประจักษ์ต่อสาธารณชนในด้านการปกป้องพ้ืนท่ีป่า
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า ผลงานทางการปฏิบัติงานด้วยความรู้วิชาการป่าไม้และ
การบริหารองค์กรให้เป็นท่ียอมรับ และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายอดศิ ร นชุ ดำ� รงค์ ศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตรร์ นุ่ ที่ 44 เปน็ ศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตรด์ เี ดน่ ประจำ� ปี พ.ศ. 2563 ประเภทผบู้ รหิ าร
ภาครฐั เพอื่ เปน็ เกยี รตสิ บื ไป
11
คำ� ประกาศเกยี รตคิ ณุ
ศษิ ยเ์ กา่ วนนศาายสทตรรง์ดธีเดรร่นมปสรุขะสจ�ำวปา่ งี พ.ศ. 2563
ประเภท ผู้บรหิ ารภาครัฐ
นายทรงธรรม สุขสว่าง ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 47 เกิดเมื่อวันท่ี 14 กันยายน พ.ศ. 2505 จบการศึกษาระดับ
ปริญญาตรี และปริญญาโทจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2528 และปี พ.ศ. 2533
ตามล�ำดบั จบปรญิ ญาเอกจาก University of the Philippines at los Banos เมอ่ื ปี พ.ศ. 2542 ศกึ ษาหลักสตู รพิเศษ
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ร่นุ ท่ี 60 สถาบันวิชาการปอ้ งกนั ประเทศ ในปี พ.ศ. 2561
นายทรงธรรม สุขสว่าง เริ่มรับราชการต�ำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ ระดับ 3 สังกัดกองอนุรักษ์ต้นน้�ำ กรมป่าไม้
เป็นผู้มุ่งม่ันและทุ่มเทให้กับงานวิจัยและพัฒนาด้านการอนุรักษ์ต้นน้�ำ และงานด้านการจัดการพ้ืนท่ีอุทยานแห่งชาติ
และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีความก้าวหน้าในหน้าท่ีการรับราชการอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ต�ำแหน่งผู้บริหาร
เป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด อุทยาน
แห่งชาติหมู่เกาะช้าง ผู้อ�ำนวยการส่วนศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติ ผู้อ�ำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ส�ำนักบริหาร
พื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 ผู้อ�ำนวยการสถาบันนวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพ้ืนท่ีคุ้มครอง ส�ำนักอุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้อ�ำนวยการโครงการเร่งเสริมความยั่งยืนของระบบการจัดการพื้นที่
คุ้มครอง ผู้อ�ำนวยการโครงการจัดท�ำแนวเช่ือมต่อเพ่ือการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในกลุ่มประเทศ
อนุภูมิภาคลุ่มน้�ำโขง ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้อ�ำนวยการส�ำนักอุทยานแห่งชาติ
ปัจจุบันด�ำรงต�ำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ
พนั ธุพ์ ชื
นอกเหนือจากงานด้านบริหารแล้ว นายทรงธรรม สุขสว่าง ยังมีผลงานวิชาการด้านการวิจัยการจัดการ
อุทยานแห่งชาติ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นที่ปรึกษาหน่วยงานราชการในภูมิภาคของกรมอุทยาน
แห่งขาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์บัณฑิตพิเศษของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันบัณฑิต
พัฒนบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และจุฬาลงกร์มหาวิทยาลัย ได้รับเชิญเป็น
วิทยากรบรรยายพิเศษให้กับหน่วยงานท้ังในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยประสบการณ์และความรู้
ความสามารถจึงได้รับการแต่งต้ังให้เป็นประธานคณะกรรมการก�ำกับการจัดท�ำพ้ืนท่ี มรดกโลกทางธรรมชาติ ประธาน
คณะกรรมการการก�ำกับการจัดท�ำแผนแม่บทอุทยานแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการก�ำกับการศึกษาโครงการจัดท�ำ
ฐานข้อมลู ทรพั ยากรในเขตอุทยานแห่งชาติ และเปน็ ผปู้ ระสานงานศนู ยม์ รดกโลกแห่ง UNESCO
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้ นายทรง
ธรรม สุขสว่าง ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 47 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2563 ประเภทผู้บริหาร
ภาครฐั เพื่อเปน็ เกียรติสืบไป
12
ค�ำประกาศเกยี รตคิ ุณ
ศิษย์เกา่ วนศนาาสยตรรณ์ดกเี ดร่นตีรปกราะนจน�ำปที์ พ.ศ. 2563
ประเภท นักบรกิ ารสังคม
นายรณกร ตีรกานนท์ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 44 เกิดเมื่อวันท่ี 11 สิงหาคม พ.ศ. 2503 จบการศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนวัดราชาธิวาส จังหวัดกรุงเทพมหานคร เม่ือปี พ.ศ. 2521
จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2525 จบปริญญาโท
จากมหาวิทยาลยั วิสคอนซิล แมดดิสนั ประเทสสหรัฐอเมรกิ า ปี พ.ศ. 2536
หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี นายรณกร ตีรกานนท์ ได้เริ่มต้นงานที่กรมป่าไม้ ต�ำแหน่ง
นักวิชาการป่าไม้ ปฏิบัติงานด้านป่าชุมชนอยู่ เป็นระยะเวลา 15 ปี ต่อมาได้ รับการคัดเลือกให้เป็นพนักงานด้าน
ยุทธศาสตร์ ท่ีศูนย์วนศาสตร์ชุมชน RECOFTC และได้ท�ำงานด้านการผลักดันงานวนศาสตร์ชุมชนในประเทศ
ไทย ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และในแอฟริกาตะวันออกผ่านกระบวนการการเรียนรู้ งานวิจัย และ
เครือข่ายป่าชุมชนมาอย่างต่อเน่ืองเป็นระยะเวลารวมท้ังสิ้น 25 ปี ปัจจุบันด�ำรงต�ำแหน่งท่ีปรึกษายุทธศาสตร์
อาวุโส ที่ ศูนยว์ นศาสตร์ชมุ ชน RECOFTC
ในช่วงการเร่ิมต้นรับราชการที่กรมป่าไม้ ได้เป็นผู้ร่วมผลักดันงานด้านป่าชุมชน หมู่บ้านป่าไม้ ภายใต้
แผนงานของกรมป่าไม้ ได้พัฒนาระบบวนเกษตรในหมู่บ้านป่าไม้ พัฒนาศูนย์วนศาสตร์ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อ
เปลี่ยนบทบาทของเจ้าหน้าที่จากผู้บังคับใช้กฎหมายมาเป็นนักส่งเสริม เป็นวิทยากรกระบวนการเพ่ือการมีส่วน
ร่วมในการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน ผลงานท่ีโดดเด่นในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา
ตะวันออก คือการพัฒนาเครือข่ายป่าชุมชนเพื่อการเรียนรู้ ได้พัฒนาหลักสูตรการมีส่วนร่วมของประชาชนใน
การจัดการทรัพยากรป่าไม้ ด้วยความรู้และประสบการณ์จึงได้รับการพิจารณาให้ เป็นสมาชิกอนุกรรมการเชิง
วิชาการของสหภาพระหว่างประเทศเพ่ือการอนุรักษ์ธรรมชาติ(IUCN) ของภูมิภาคเอเซียใต้และเอเซีย
ตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการปัญหาโลกร้อนและการปรับตัวให้เข้ากับการ
เปล่ียนแปลงสภาพอากาศภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(UNFCCC) และการให้บริการสังคมด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้ความรู้ ด้วยการรับเชิญเป็นวิทยากรและให้
ค�ำปรึกษาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพนิสิตและบุคคลากรหลายหน่วยงาน เพราะได้เห็นความส�ำคัญของการพัฒนา
ก�ำลั งคนของประเทศในด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรป่าไม้ วนศาสตร์ชุมชนและ
การจดั การและการปรับตัวให้เข้ากับการเปลยี่ นแปลงสภาพอากาศ
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายณรกร ตีรกานนท์ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 44 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2563
ประเภทนักบรกิ ารสังคม เพ่ือเปน็ เกียรติสืบไป
13
คำ� ประกาศเกยี รติคณุ
ศษิ ยเ์ กา่ วนศนาาสยตสริท์ดธีเดชิ ่นัย จปนิระะจมำ�อปยี พ.ศ. 2563
ประเภท นักบรกิ ารสังคม
นายสิทธิชัย จินะมอย ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 65 เกิดเมื่อวันท่ี 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 จบการศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสันก�ำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2541 จบการศึกษาระดับ
ปริญญาตรี และปริญญาโท จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2546 และปี พ.ศ.
2556 ตามลำ� ดับ
หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี นายสิทธิชัย จินะมอย ได้เริ่มต้นงานป่าไม้ ในต�ำแหน่ง GIS
specialist ที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย และใช้ความรู้ความสามารถในด้าน GIS เพื่อการ
ประยุกต์ใช้ GIS กับการวิเคราะห์แนวเชื่อมต่อป่า corridor ระหว่างผืนป่าตะวันตกและผืนป่าแก่งกระจาน
เป็นผู้พัฒนาระบบฐานข้อมูล Smart Patrol พัฒนาระบบการใช้กล้อง NCAPs เป็นผู้ประสานงานโครงการ
ส�ำรวจประชากรเสือโคร่งและเหยื่อในผืนป่าตะวันตก ได้ร่วมงานวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก
ของมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อส�ำรวจประชากรนกเงือกในพื้นท่ี
อนุรักษ์ทั่วประเทศไทย ปัจจุบันเป็นนักวิจัยอิสระท่ีให้ค�ำปรึกษาและออกแบบการเก็บข้อมูลด้านการ
ประยุกต์ใช้โปรแกรมฐานข้อมูล Smart Patrol ของกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเล
และชายฝั่ง เป็นผู้จัดต้ังเครือข่ายโดรนอาสา จังหวัดเชียงใหม่ อีกทั้งได้สละเวลาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้
เร่ืองอากาศยานไร้คนขับเพ่ือการพัฒนาต่อยอดงานระบบให้กับหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน เป็นผู้ประดิษฐ์
และประกอบเคร่ือง Drone/UAV ราคาประหยัดส�ำหรับเจ้าหน้าท่ีเพื่อใช้งานในการลาดตระเวนช้างป่า
ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติเขาอ่างฤไน และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เป็นผู้ดูแลระบบ
และให้ค�ำปรึกษากับ Thailand Smart Patrol และยังได้ให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วยการ
ให้ค�ำปรึกษาด้านการวิจัยแก่นิสิต คณะวนศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถ่ายทอด
องค์ความรู้ให้กับหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมในเร่ืองเกี่ยวกับ Smart Patrol และ การใช้อุปกรณ์
GPSเพื่อติดตามสัตว์ป่า ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน นายสิทธิชัย จินะมอย สร้างสมประสบการณ์ด้วย
ความมุ่งมั่นและความเพียร ตลอดจนได้เผยแพร่ความรู้ให้กับหน่วงานท้ังภาครัฐและภาคประชาสังคมอย่าง
ต่อเนอื่ งตลอดมาเพ่อื การอนรุ กั ษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ปา่
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายสิทธิชัย จินะมอย ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 65 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2563
ประเภทนกั บรกิ ารสงั คม เพือ่ เปน็ เกยี รติสืบไป
14
ศษิ ยเ์ กา่ วนนศาคางำ� สสปตารวระ์ดดกีเราดรศ่นชเกนปยีี รเรอะตมจคิ ำ�พุณปนั ี ธพ์ุ .ศ. 2563
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นางสาวดรรชนี เอมพันธุ์ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 44 เกิดเม่ือวันท่ี 15 เมษายน พ.ศ. 2503
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จังหวัดกรุงเทพมหานคร เม่ือปี พ.ศ. 2520
จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี
พ.ศ. 2525 จบปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านการวางแผนและนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ ดินป่าไม้ มหาวิทยาลัย
วอชิงตัน ประเทศสหรฐั อเมริกา เมือ่ ปี พ.ศ. 2527 และปี พ.ศ. 2537 ตามลำ� ดับ
ตลอดระยะเวลาการท�ำงานต้ังแต่จบการศึกษา จนถึงปัจจุบัน นางสาวดรรชนี เอมพันธุ์ ได้ท�ำการสอน
การวิจัยด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ และนันทนาการและการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า
35 ปี หน้าที่ท่ีปฏิบัติอย่างต่อเน่ืองด้วยความวิริยะอุตสาหะคือการให้ความรู้ ได้ท�ำการสอน วิจัย และบริการ
สังคมด้านการจัดการอุทยานแห่งชาติ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และ การท่องเท่ียวโดยชุมชน ในช่วงที่รับ
ต�ำแหน่งเป็นหัวหน้าภาควิชาอนุรักษวิทยา คณะวนศาสตร์ เป็นระยะเวลา เกือบ 8 ปี ได้บริการงานของ
ภาควิชาให้มีความก้าวหน้า เป็นที่รู้จักของสังคมในวงกว้าง ได้เป็นผู้ริเร่ิมน�ำคณาจารย์และนิสิตรับใช้สังคมและ
ชุมชนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธราติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเป็นนักวิชาการอิสระ เป็นท่ีปรึกษาอธิบดีกรม
ป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คณะอนุกรรมการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม
มีผลงานวิจัยมากกว่า 30 เรื่องท่ีตีพิมพ์ท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และท่ีส�ำคัญคือทุกผลงานวิจัย
ได้น�ำสู่การประยุกต์ใช้ให้เกิดผลเชิงประจักษ์ ได้จัดท�ำการก�ำหนดกรอบการวิจัยในมรดกทางธรรมชาติเพื่อ
ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างย่ังยืนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่างนโยบายการจัดการอุทยานแห่งชาติเสนอต่อ
คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเพ่ือเป็นแนวทางก�ำกับทางวิชาการและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ส�ำหรับการจัดการอุทยานแห่งชาติ (พ.ศ. 2563) ได้ศึกษาการก�ำหนดขีดความสามารถรองรับด้านนันทนาการ
และการท่องเท่ียวในอุทยานแห่งชาติและผลักดันให้ เกิดการน�ำสู่การปฏิบัติโดยการประกาศก�ำหนดเป็น
ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากการท่องเที่ ยว
ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นของส�ำนัก
กองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ประจ�ำปี 2561 เรื่อง อนาคตสิมิลัน บนสมดุลของการท่องเที่ยว จัดท�ำ
หลักสูตรการเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว ส�ำหรับโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ�ำนวน 87 โรง
ทั่วประเทศ มีผลงานวิชาการในการขั บเคล่ือนนโยบายภาครัฐด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยศึกษาจัดท�ำเกณฑ์
มาตรฐานในการอนุรักษ์แหล่งธรรมชาติ ประเภทสัณฐานภูมิลักษณวรรณา ในปี พ.ศ. 2554 ประเภทภูเขา
ในปี พ.ศ. 2557 และประเภทน้�ำตก ในปี พ.ศ. 2558 และได้รับความเห็นชอบเป็นมติคณะรัฐมนตรี ในการน�ำ
เกณฑ์มาตรฐานไปขับเคล่ือนการอนุรักษ์แหล่งธรรมชาติ ได้ขับเคล่ือนชุมชนท้องถ่ินในการจัดการการ
ท่องเที่ยวอย่างย่ังยืนเพ่ือน�ำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในแหล่งต้นน้�ำล�ำธาร เช่น บ้าน
ดอนมูล อำ� เภอท่าวงั ผา จงั หวดั นา่ น
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นางสาวดรรชนี เอมพันธุ์ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 44 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2563
ประเภทนกั วิชาการและผู้ปฏิบตั งิ านภาคสนาม เพือ่ เปน็ เกียรติสืบไป
15
ค�ำประกาศเกียรติคณุ
ศษิ ยเ์ ก่าวนศนาาสยตพริเ์ดชีเษดฐน่ ์ สปขุ รสะจบำ�าปยี พ.ศ. 2563
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายพิเชษฐ์ สุขสบาย ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 45 เกิดเม่ือวันท่ี 4 มกราคม พ.ศ. 2504 จบการศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จังหวัดอุดร เมื่อปี พ.ศ. 2522 จบการศึกษาระดับ
ปรญิ ญาตรี จากคณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2525
หลังจากจบการศึกษา นายพิเชษฐ์ สุขสบาย เร่ิมต้นงานป่าไม้ ท่ีส�ำนักงานป่าไม้เขตอุดรธานี ต�ำแหน่ง
เจา้ พนกั งานปา่ ไม้ 3 และรบั ราชการด้วยความวริ ิยะอตุ สาหะ จึงมี ความเจริญก้าวหน้าในหนา้ ท่ี อย่างต่อเน่ือง
ปัจจุบันด�ำรงต�ำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ช�ำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าท่ีเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล
สังกัดส�ำนักบริหารพื้นท่ีอนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) รวมระยะเวลาในการปฏิบัติงานราชการไม่ต�่ำกว่า 30 ปี
ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงานด้านป่าไม้ นายพิเชษฐ์ สุขสบาย ได้เร่ิมรับราชการด้วยงานป้องกัน
รักษาป่า ได้ส่ังสมประสบการณ์ในการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่องในหน้าที่และต�ำแหน่งต่าง ๆ อาทิ
หัวหน้าสายตรวจปราบปรามการกระท�ำผิดกฎหมายป่าไม้ ในเขตท้องท่ีจังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม และ
ได้น�ำความรู้และประสบการณ์มาปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผายล ผลงานอันเป็นท่ีประจักษ์
ต่อวงการป่าไม้และสังคมคือ การป้องการการลักลอบการตัดไม้พะยูงในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายลและพ้ืนที่
ข้างเคียง จนได้รับพิจารณาเป้นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2563 ของกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า ผลงานทางการปฏิบัติงานด้วยความรู้วิชาการป่าไม้และการ
อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้ นายพิเชษฐ์ สุข
สบาย ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 45 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2563 ประเภทนักวิชาการ
และผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม เพ่ือเป็นเกียรติสืบไป
16
ศิษย์เกา่ วนศนคาาำ� สยปตยรรงะ์ดยกีเุทาดศธ่นเกไปตยี รรระสตจุรคิ �ำตั ณุ ปนี์ พ.ศ. 2563
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายยงยุทธ ไตรสุรัตน์ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 47 เกิดเม่ือวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2505
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนวิเชียรมาตุ จังหวัดตรัง เมื่อปี พ.ศ. 2524 จบการศึกษา
ระดับปริญญาตรีจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เม่ือปี พ.ศ.2528 จบปริญญาโทและปริญญา
เอกจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย เม่ือปี พ.ศ. 2533 และ 2540 ตามล�ำดับ
หลังจากจบการศึกษา นายยงยุทธ ไตรสุรัตน์ รับราชการต�ำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ กองอุทยาน
แห่งชาติ เป็นระยะเวลา 9 ปี และได้ลาออกจากราชการเพื่อเป็นนักวิจัยอิสระเป็นระยะเวลาเกือบ 3 ปี และได้
เข้าท�ำงานในต�ำแหน่งอาจารย์ท่ีภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ ได้รับ
เงินเดือนขั้นสูง (ศ.11) สังกัดคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์
ในช่วงเริ่มรับราชการ นายยงยุทธ ไตรสุรัตน์ ได้ท�ำหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
อุทยานแห่งชาติภูเรือ รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม การจัดการทรัพยากรและงานส่ือความหมาย
ธรรมชาติ จากความรู้ความสามารถด้านการประยุกต์ใช้ GIS เพื่อจัดท�ำฐานข้อมูลให้กับโครงการจัดการผืนป่า
ตะวันตกเชิงระบบนิเวศ ที่ได้รั บการสนับสนุนโดย DANIDA ได้ท�ำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการในการจัดท�ำ
แผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม 8 จังหวัดน�ำร่อง ในช่วงท่ีเป็นอาจารย์ประจ�ำภาควิชา
ชีววิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ท�ำการสอน วิจัย และ บริการสังคม มีงานวิจัยที่โดเด่น
ด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ นิเวศวิทยาภูมิทัศน์ และแบบจ�ำลอง GIS มีผลงานวิจัยตีพิมพ์
เป็นที่ยอมรับของนานาชาติมากกว่า 30 เรื่อง มีการอ้างอิงมากกว่า 800 ครั้ง เขียนต�ำราทั้งภาษาไทยและ
ภาษาอังกฤษรวม 26 เร่ือง อีกท้ังเป็นคณะกรรมการพิจารณาต�ำแหน่งทางวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร
ศาสตร์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ
อนุกรรมการวิชาการความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวิฒิสาขาการเกษตร 1 (ด้านดิน ปุ๋ย
พืช และอื่นๆที่เก่ียวข้อง) และเป็นนักวิจัยเยี่ยมเยือนในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริการ และเอเซีย
ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับนักศึกษาและนักวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายยงยุทธ ไตรสุรัตน์ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 47 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2563
ประเภทนักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม เพ่ือเป็นเกียรติสืบไป
17
ศษิ ย์เก่าวนนศาคาย�ำสสปตวุ รรระด์รกณเี าดศน่ ตเก้งั ปียมรรติ ะตรจิคเำ�จุณปริญี พ.ศ. 2563
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายสุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 49 เกิดเมื่อวันท่ี 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2508
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนวัดสุทธิวราราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร เม่ือปี พ.ศ. 2525
จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี
พ.ศ. 2530 และปี พ.ศ. 2539 จบการศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย ประเทศแคนาดา เม่ือปี
พ.ศ. 2539 และจบการศึกษาระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยริวกิว ประเทศญ่ีปุ่นเม่ือปี พ.ศ. 2549
ภายหลังที่จบปริญญาตรีจากคณะวนศาสตร์ นายสุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ เข้ารับราชการในต�ำแหน่ง
นักวิชาการป่าไม้ สังกัดกรมป่าไม้ ปฏิบัติงานงานวิจัยอย่างต่อเน่ืองเป็นระยะเวลากว่า 32 ปี ปัจจุบันด�ำรง
ต�ำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการส่งเสริมการปลูกป่า และท�ำหน้าท่ีผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้
ตลอดระยะเวลารับราชการ นายสุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ ได้สร้างสรรค์ และรวบรวมองค์ความรู้ด้าน
ทรัพยากรพันธุกรรมไม้ป่าในประเทศ การปรับปรุงพันธุ์ไม้ ป่าเศรษฐกิจ การพัฒนาแหล่งผลิตเมล็ดไม้ป่า
การวางแผนและด�ำเนินการเก็บรวบรวมพันธุ์ไม้พะยูงที่มีการกระจายพันธุ์ทั่วประเทศไทย เป็นผู้ริเร่ิมการเช่ือมโยง
ศึกษาดีเอ็นเอและการปรับปรุงพันธุ์ไม้สัก รวบรวมพันธุ์ไม้รักและแกนมอในประเทศไทย การศึกษาวิจัยด้าน
ชีววิทยาการสืบพันธุ์รวมถึงการปรับปรุงพันธุ์และพัฒนาแหล่งเมล็ดมะขามป้อม ตลอดจนสร้างองค์ความรู้ด้าน
การฟื้นฟูป่าไม้ในประเทศไทย การสร้างแนวทางการส่งเสริมไม้เศรษฐกิจในประเทศไทย เป็นผู้ ริเริ่มการจัดท�ำ
มาตรฐานการผลิตกล้าไม้และพัฒนาสวนป่าอายุเกิน 10 ปี ของภาครัฐ และได้ร่วมยกร่างยุทธศาสตร์ชาติเร่ือง
ป่าไมแ้ ละทรพั ยากรธรรมชาติ
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า ผลงานทางการวิจัยและพัฒนาไม้มีค่าทางเศรษฐกิจท่ี โดดเด่น
และคุณูปการท่ีเกิดจากการประยุกต์ความรู้วิชาการต่อการพัฒนางานป่าไม้ สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึง
ประกาศให้ นายสุวรรณ ต้ังมิตรเจริญ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 49 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี
พ.ศ. 2563 ประเภทนักวิชาการและผ้ปู ฏิบัตงิ านภาคสนาม เพือ่ เป็นเกียรติสบื ไป
18
ศษิ ย์เก่าวนศคา�ำสปนตราระย์ดกวเี าชิดศัยน่ เกสปียมรรระตูปจคิ �ำณุ ปี พ.ศ. 2563
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายวิชัย สมรูป ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 50 เกิดเมื่อวันท่ี 22 เมษายน พ.ศ. 2508 จบการศึกษาระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เม่ือปี พ.ศ. 2527 จบการศึกษาระดับ
ปริญญาตรีจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เม่ือปี พ.ศ.2533 และได้เข้าอบรมหลักสูตรพิเศษ
นักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 74 วิทยาลัยมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ. 2563
หลังจากจบการศึกษา นายวิชัย สมรูป ได้เข้ารับราชการต�ำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ สังกัดกรม
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการและเจริญก้าวหน้ามาอย่างต่อเน่ือง ได้รับการพิจารณา
ให้ด�ำรงต�ำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ช�ำนาญการ เป็นผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งท่ี 4
ปัจจุบันเป็นผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งท่ี 5
ผลงานท่ีเป็นที่ประจักษ์ของ นายวิชัย สมรูป คือการปฏิบัติการทวงคืนพ้ืนที่สาธารณะ จากกลุ่มนายทุน
และผู้มีอิทธิพลในพ้ืนท่ีอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนั้นยังมีผลงานในการใช้ความรู้เพ่ือ
การพัฒนาฟื้นฟูป่าชายเลนโดยใช้ระบบป่าชายเลนชุมชน ได้ส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจควบคู่กับพืชเกษตร
โดยใช้ระบบวนเกษตร จัดท�ำแปลงสาธิตการปลูกไม้ตะเคียนทองร่วมกับปาล์มน�้ำมัน การปลูกไมตะเคียนทอง
ร่วมกับมะพร้าว และการปลูกไม้พะยูงร่วมกับทุเรียน เป็นต้น นับได้ว่านายวิชัย สมรูป ได้ปฏิบัติงานด้วยความ
มุ่งมั่นทั้งงานปราบปรามอย่างไม่เกรงอันตรายจากผู้มีอทธิพลในพื้นที่ ตลอดจนปฏิบัติงานการส่งเสริมและ
พัฒนาเพ่ือความอยู่ดีกินดีของประชาชน
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายวิชัย สมรูป ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 50 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2563 ประเภท
นักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม เพื่อเป็นเกียรติสืบไป
19
ศษิ ย์เก่าวนนศาคาย�ำสปปตรรระะด์กกเีาาดศศ่นิตเกปรยี ระระวตจิวิคำ�รุณปรณี พ.ศ. 2563
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายประกาศิต ระวิวรรณ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 67 เกิดเมื่อวันท่ี 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2525 จบ
การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนปัว จังหวัดน่าน เมื่อปี พ.ศ. 2543 จบการศึกษาระดับ
ปริญญาตรี จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2548
นายประกาศิต ระวิวรรณ เริ่มต้นงานป่าไม้ ในต�ำแหน่งพนักงานราชการ ประจ�ำโครงการศูนย์ภูฟ้า
พัฒนา อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เมื่อปี พ.ศ.2548 เป็นระยะเวลา 3 ปี ต่อจากนั้นได้ย้ายไปปฏิบัติงานต�ำแหน่ง
พนักงานสวนป่า สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นระยะเวลา 4 ปี ปฏิบัติงานท่ีสวนป่าแม่มาย และสวนป่า
ทุ่งเกวียน จ.ล�ำปาง นายประกาศิตได้เริ่มต้นชีวิตข้าราชการสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
ต�ำแหน่งนักวิขาการป่าไม้ ปฏิบัติงานท่ี อุทยานแห่งชาติขุนน่าน อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก หัวหน้าหน่วย
จัดการต้นน้�ำห้วยจะค่าน และปฏิบัติงานในโครงการฟื้นฟูสภาพป่าพื้นที่อ�ำเภอไชยปราการและพื้นท่ีข้างเคียง
พ้ืนท่ีที่ 2 (ห้วยจะค่าน) อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ ปฏิบัติงานหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว หัวหน้า
อุทยานแห่งชาติผาแดง และปัจจุบันด�ำรงต�ำแหน่งช่วยปฏิบัติราชการประจ�ำหน่วยปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์
อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) รวมระยะเวลาในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องมาไม่ต่�ำกว่า 10 ปี
ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงานด้านป่าไม้ นายประกาศิต ระวิวรรณ ได้เร่ิมสร้างสมประสบการณ์จาก
งานพัฒนาพ้ืนที่ในโครงการพัฒนาตามแนวพระราชด�ำริ น้อมน�ำพระราชด�ำริในการพัฒนาป่าไม้ตามหลัการ
ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การปลูกสร้างสวนป่าเศรษฐกิจ การอนุรักษ์ทรั พยากรธรรมชาติ และที่โดด
เด่นคือการพัฒนาระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ การปราบปรามการหยุดยั้งการบุกรุกท�ำลายทรัพยากรป่า
ไม้โดยร่วมกับทีมพญาเสือ และยังให้ความใส่ใจในงานส่งเสริมอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ตาม
แนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยด�ำเนินการจัดต้ังศูนย์การเรียนรู้เกษตรธรรมชาติเพ่ือสร้างโอกาสในการประกอบ
อาชีพในพ้ืนท่ีแก้ไขปัญหาบุกรุกป่าและการขยายพื้นที่ท�ำกิน
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า ผลงานการปฏิบัติงานภาคสนามบนฐานความรู้วิชาการป่าไม้และ
การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้ นายประกาศิต
ระวิวรรณ ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 67 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปีพ.ศ. 2563 ประเภท
นักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม เพื่อเป็นเกียรติสืบไป
20
ศิษย์เกา่ วนนศคาาำ� ยสปจตรงระค์ดกลีเาดา้ ศ่นยเกวปยี รรรพะตจงิคศ�ำุณปธรี พ.ศ. 2564
ประเภท ผบู้ รหิ ารภาครฐั
นายจงคลา้ ย วรพงศธร ศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตรร์ นุ่ ท่ี 47 เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี 30 มกราคม พ.ศ. 2505 จบการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี
จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2528 จบปริญญาโท สาขาการจัดการการเกษตรและป่าไม้
มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้ ปี พ.ศ. 2542
หลังจากจบการศึกษา นายจงคล้าย วรพงศธร ได้เข้ารับราชการสังกัดกรมป่าไม้ มีความก้าวหน้าในหน้าท่ี
การงานอ่างต่อเนื่องตามล�ำดับ เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์
พืช ผู้อ�ำนวยการส�ำนักทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักส่งเสริมการปลูก
ป่า กรมป่าไม้ รองอธิบดีกรมป่าไม้ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และปัจจุบันเป็นผู้ตรวจ
ราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส�ำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ตลอดระยะเวลาการปฏบิ ตั ิงานด้านปา่ ไม้ นายจงคลา้ ย วรพงศธร รับราชการด้วยความมงุ่ ม่ันท่ีจะรักษาทรัพยากร
ปา่ ไมแ้ ละสตั วป์ า่ มาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง อาทิ ไดพ้ ฒั นาการทอ่ งเทยี่ วอทุ ยานแหง่ ชาตดิ อยผา้ หม่ ปก ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ การจดั การ
อุทยานแห่งชาตดิ ีเดน่ (เกรด A) ด้านการจัดการงานบรกิ ารและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชงิ นิเวศ และการทอ่ งเท่ยี วเชงิ สขุ ภาพ
ในอุทยานแห่งชาติ ได้ช่วยเหลืองานโครงการพระราชด�ำริ บ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยผ้าห่มปก ท�ำให้ได้รับรางวัลข้าราชการ
พลเรอื นดเี ดน่ ประจำ� ปี พ.ศ. 2550 ในชว่ งดำ� รงตำ� แหนง่ ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั สง่ เสรมิ การปลกู ปา่ กรมปา่ ไม้ ไดด้ ำ� เนนิ การแกไ้ ข
ปญั หาเขาหัวโลน้ จงั หวัดนา่ น โดยการนำ� แนวทางการ zoning มาใชใ้ นการบรหิ ารงานพนื้ ท่ปี ่าไม้ ในชว่ งดำ� รงตำ� แหนง่ รอง
อธบิ ดกี รมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื ไดเ้ ขา้ รว่ มเปน็ กำ� ลงั สำ� คญั ในการสนบั สนนุ ใหก้ ารกภู้ ยั ชว่ ยชวี ติ เหตกุ ารณ์ 13
หมปู ่า ทีถ่ �ำ้ หลวงขนุ น้ำ� -นางนอน จงั หวดั เชยี งราย ไดผ้ ลส�ำเร็จ ตลอดจนได้มสี ว่ นในการพัฒนาพืน้ ท่ถี า้ ขุนน�ำ้ -นางนอน ให้
เปน็ แหลง่ ท่องเท่ยี วท่ไี ด้มาตรฐาน และไดเ้ สนอให้เปน็ แหลง่ มรดกอทุ ยานแห่งอาเซียนของไทย และในขณะที่ไดร้ บั ต�ำแหน่งผู้
ตรวจราชการกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ได้ร่วมกับหนว่ ยงานท่เี กย่ี วข้องในการจดั ท�ำแผนงานต่อยอดการ
พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของชาวกะเหรยี่ งบา้ นบางกลอยอยา่ งยง่ั ยนื จนเปน็ ทป่ี ระจกั ษต์ อ่ สาธารณชนในดา้ นการปกปอ้ งทรพั ยากร
ปา่ ไมอ้ นั เปน็ สมบตั สิ ำ� คญั ของคนทง้ั ชาตแิ ละทำ� ใหบ้ ทบาทของผบู้ รหิ ารงานปา่ ไมเ้ ปน็ ทย่ี อมรบั ตอ่ ทกุ คนในสงั คมประเทศไทย
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า ผลงานการปฏิบัติงานภาคสนามบนฐานความรู้วิชาการป่าไม้
และการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายจงคล้าย วรพงศธร ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 47 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปีพ.ศ. 2564 ประเภท
ผ้บู ริหารภาครัฐ เพ่ือเป็นเกียรติสืบไป
21
ศษิ ยเ์ ก่าวนปศครนาะ�ำสาเปภยตรปทระ์ดรกนะเี าดกัสศ่นบิทเกรธปกิยีิ์ รเารกะรติดจสิคโำ�งั ณุตปคีมพ.ศ. 2564
นายประสิทธิ์ เกิดโต ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 49 เกิดเม่ือวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2507 จบการศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อปี พ.ศ.2507 จบการศึกษาระดับ
ปริญญาตรี จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เม่ือปี พ.ศ.2532 จบปริญญาโท สาขาวิชาการ
บริหารทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปีพ.ศ. 2555
หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี นายประสิทธิ์ เกิดโต ได้เร่ิมปฏิบัติงานกับองค์การอุตสาหกรรม
ป่าไม้ ในต�ำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสวนป่าสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว เมื่อ ปี พ.ศ. 2533 และจากน้ันมีความก้าวหน้า
ในหน้าท่ีการงานอย่างต่อเน่ืองตามล�ำดับ จากหัวหน้าสวนป่า ผู้จัดการส�ำนักองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ศรีราชา
หัวหน้าฝ่าย ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ ฝ่ายบริการจัดการสวนป่า ฝ่ายประจ�ำ ส�ำนักอ�ำนวยการผู้อ�ำนวยการ
ส�ำนักวิจัยพัฒนาการจัดการป่าไม้เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ส�ำนั กธุรกิจการตลาด ส�ำนักองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และปัจจุบันเป็นรองผู้อ�ำนวยการองค์การ อุตสาหกรรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม
ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน นายประสิทธิ์ เกิดโต นอกเหนือจากการปฏิบัติงานให้แก่ องค์การ
อุตสาหกรรมป่าไม้ ด้วยความมุ่งมั่นอย่างต่อเน่ืองแล้ว นายประสิทธิ์ยังท�ำงานช่วยเหลือสังคม อาทิ เป็นผู้ให้
ค�ำปรึกษาและสนับสนุนงานด้านต่าง ๆ ของสมาคมศืษย์วนศาสตร์ เป็นก�ำลังส�ำคัญในการประสานงานและ
สนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนาปลูกป่าไม้เศรษฐกิจโตเร็ว จนท�ำให้สมาคมฯ มีฐานะทางการเงินมั่นคงขึ้น
เป็นผู้ร่วมโครงการวนวัฒนวิทยาโพ้นทะเล-อุเมดะ /องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (OSC-U/FIO) ต้ังแต่เร่ิมต้นจน
ปัจจุบันนับเป็นระยะเวลาไม่ต�่ำกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นโครงการท่ีสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมโดยรวมในด้าน
ความส�ำคัญของการปลูกป่า ได้เข้าร่วมเป็นเลขานุการคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) รวมถึงอีก 13 โครงการ
ที่เป็นที่ภาคภู มิใจของชาวองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อาทิ โครงการจัดการอนุรักษ์พันธุกรรมไม้สักสวนป่าเพื่อ
ปลูกป่าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และการจัดท�ำฐานข้อมูลช้างไทย เป็นต้น นอกจากนี้ได้เป็นผู้มีส่วนร่วมในการ
สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นพี่-รุ่นน้องชาววนศาสตร์ ผ่านกิจกรรมสร้ างสรรค์ของสมาคมศิษยเก่าวน
ศาสตร์ เช่น โครงการกีฬาสานสัมพันธ์พ่ีน้องชาววนศาสตร์ ได้เป้นผู้อุทิศตนในการบรรยายให้ด้านการส่งเสริม
การปลูกไม้เศรษฐกิจให้กับหลากหลายหน่วยงาน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการปรับปรุงหลักสูตรวิทยาศาสตร์
มหาบัณฑิต สาขาการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม เป็นคณะท�ำงานทบทวนบัญชีต้นไม้ตาม
พระราชบัญญัติสวนป่า กรมป่าไม้ ผลงานที่ได้ด�ำเนินงานมาล้วนเป็นท่ีประจักษ์ต่อสาธารณชนในด้านการ
ส่งเสริมให้ประชาชนได้รู้จักความส�ำคัญของการปลูกป่าเศรษฐกิจ และส่งเสริมความร่วมมืออันดีระหว่าง
ศิษย์เ ก ่ าว น ศ าสตร ์ กั บ ส ม า คม ศิ ษ ย ์ เก ่ า ว น ศา ส ต ร์
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า ผลงานทางการปฏิบัติงานด้วยความรู้วิชาการป่าไม้และส่งเสริม
การบริหารองค์กรให้เป็นท่ียอมรับ และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายประสิทธิ์ เกิดโต ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 49 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2564 ประเภทนัก
บริการสังคม เพื่อเป็นเกียรติสืบไป
22
ศษิ ย์เกา่ วนนศคาาำ�ยสปพตรงระษ์ดกีเศ์ าดกัศ่นดเกิ์ปดียรว้ระตงจโคิ ำ�ยุณปธาี พ.ศ. 2564
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายพงษ์ศักด์ิ ด้วงโยธา ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 50 เกิดเมื่อวันท่ี 26 มกราคม พ.ศ. 2509
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนทวีธาภิเศก จังหวัดกรุงเทพมหานคร เม่ือปี พ.ศ. 2527
จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เม่ือปี พ.ศ.2531 จบการศึกษา
ระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2551 เข้ารับการ
อบรมหลักสูตรพิเศษ นักบริหารการพัฒนาตามแนวพระราชด�ำริ เมื่อปี พ.ศ. 2552 และนักปกครองระดับสูง
เมื่อปี พ.ศ. 2562 ตามล�ำดับ
ตลอดระยะเวลาการท�ำงานต้ังแต่จบการศึกษา จนถึงปัจจุบัน นายพงษ์ศักดิ์ ด้วงโยธา ได้เร่ิมรับ
ราชการท่ีกรมป่าไม้ ต�ำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ และได้ย้ายมารับราชการสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช ในต�ำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ช�ำนาญการ นักวิชาการป่าไม้ช�ำนาญการพิเศษ นายพงษ์ศักดิ์เป็นผู้ที่
ปฏิบัติงานสนองพระราชด�ำริด้วยความทุ่งเทและตั้งใจมาเป้นระยะเวลานาน จนปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้
ด�ำรงต�ำแหน่งผู้อ�ำนวยการส�ำนักสนองงานพระราชด�ำริ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ ป่าและพันธุ์พืช รับผิดชอบ
ดูแลงานเพื่อสนองโครงการในพระราชด�ำริ สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จ�ำนวน 177
โครงการ นอกจากการสนองงานพระราชด�ำริให้เกิดผลเป็นรูปธรรมแล้ว ยังเป็นผู้ มีส่วนในการพัฒนาชีวิตความ
เป็นอยู่ของราษฎรให้ดีข้ึน สามารถพ่ึงพาตนเองได้ ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ได้รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริหาร
ราชการอย่างมีส่วนร่วม กรณีต�ำบลภูฟ้า อ�ำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน โดยโครงการภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน ใน
ปี พ.ศ. 2563 และกรณีโครงการ รวมพลังชุมชนสร้างป่า พัฒนากาแฟสร้างชีวิต สู่ความยั่งยืน บ้านปางขอน
ในปี พ.ศ. 2564 ตามลำ� ดบั
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายพงษ์ศักดิ์ ด้วงโยธา ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 50 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2564
ประเภทนกั วชิ าการและผปู้ ฏิบตั ิงานภาคสนาม เพอ่ื เป็นเกยี รตสิ บื ไป
23
คำ� ประกาศเกียรตคิ ณุ
นายสมราน สุดดี
ศิษยเ์ กา่ วนศาสตร์ดเี ดน่ ประจำ� ปี พ.ศ. 2564
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายสมราน สุดดี ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 54 เกิดเม่ือวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2505 จบการศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์ เม่ือปี พ.ศ. 2524 จบจากโรงเรียน
การป่าไม้ จังหวัดแพร่ (รุ่นที่ 25) เม่ือปี พ.ศ. 2526 และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เม่ือปี พ.ศ.2535 จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาพฤกษศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2538 จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จาก Trinity College, University
of Dublin (collaborated with Royal Botanic Gardens, Kew, London) เม่ือปี พ.ศ. 2544 และ
ได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพิเศษ ประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลของผู้บริหารระดับกลาง รุ่นที่ 9 สถาบัน
พระปกเกลา้ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2552 ตามลำ� ดับ
หลังจากส�ำเร็จการศึกษา นายสมราน สุดดี ได้เริ่มรับราชการต�ำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ สังกัดกรมป่า
ไม้ และต่อมาได้ย้ายมาปฏิบัติงานท่ีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จนปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาการ
ท�ำงานต้ังแต่จบการศึกษา จนถึงปัจจุบัน นายสมราน สุดดี ปฏิบัติงานที่หอพรรณไม้ กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่า
ไม้ ส�ำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นอกจากการปฏิบัติงาน
ในหน้าท่ีอย่างเข้มแข็งเต็มความสามารถ นายสมราน สุดดี ได้รับเชิญเป็นอาจารยพิเศษ ด้านอนุกรมวิธานพืช
และเป็นอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมให้กับนิสิตในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก คณะวนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิประเมินหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาชีววิทยา หลักสูตร
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาชีววิทยา (หลักสูตรนานาชาติ)หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.
2564 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นผู้ตรวจสอบบทความวิชาการ
เพื่อตีพิมพ์ในวารสารด้านพืชทั้งในและต่างประเทศ เป็นกรรมการวิชาการ คณะกรรมการจัดทาอนุกรมวิธาน
พืช ราชบัณฑิตยสภา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 -ปัจจุบัน เป็นกรรมการวิชาการ คณะกรรมการจัดท�ำพจนานุกรม
ศัพท์ป่าไม้ ราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2561 -ปัจจุบัน เป็นกรรมการวิชาการ คณะกรรมการจัดทาอักขรานุกรม
ภูมิศาสตร์ไทย ราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2552 -ปัจจุบัน และเป็นคณะบรรณาธิการจัดทาสารานุกรมไทย ราช
บัณฑิตยสภา พ.ศ. 2561 -ปัจจุบัน นอกจากนี้ นายสมราน สุดดี มีผลงานวิชาการตีพิ มพ์ในวารสารไทยและ
ตา่ งประเทศไม่ต่�ำกวา่ 130 เรอื่ ง
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายสมราน สุดดี ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 54 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2564 ประเภท
นกั วิชาการและผู้ปฏบิ ตั ิงานภาคสนาม เพอื่ เปน็ เกยี รตสิ ืบไป
24
ค�ำประกาศเกยี รตคิ ุณ
นายคีรี เถอื นเหมอื น
ศิษย์เก่าวนศาสตรด์ เี ดน่ ประจำ� ปี พ.ศ. 2564
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายคีรี เถือนเหมือน ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 61 เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจาก โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี
พ.ศ. 2538 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เม่ือปี พ.ศ.2544
หลังจากส�ำเร็จการศึกษา นายคีรี เถือนเหมือน ได้เริ่มปฏิบัติงานที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
ต�ำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสวนป่า หัวหน้าสวนป่า และได้รับความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานอย่างต่อเน่ือง ปัจจุบัน
ปฏิบัติงานในต�ำแหน่ง ผู้จัดการส่วนพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมไม้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคใต้
ผลงานโดดเด่นเป็นก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อองค์กรและประชาชนท่ีอยู่รอบสวนป่าจนท่ีประจักษ์ของนายคีรี
เถือนเหมือน ได้แก่ การช่วยเหลือราษฎรรอบสวนป่าพระแสง กรณีประสบอุทกภัยและภัยแล้ง
การจดั ตง้ั ศนู ยเ์ รยี นรไู้ มย้ างนาราชาแหง่ ไพร ท่ี สวนปา่ กาญจนดษิ ฐ์ ไดจ้ ดั ตงั้ ศนู ยถ์ า่ ยทอดเทคโนโลยเี พอื่ ปรบั ปรงุ มาตรฐาน
ก า ร แ ป ร รู ป ไ ม ้ แ ล ะ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ ์ ไ ม ้ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ จ า ก ป ่ า ป ลู ก มี ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร บ ริ ห า ร แ ล ะ จั ด ก า ร
กิจกรรมสวนป่าจนได้รับการรับรองระบบควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าไม้ (COC) ตามมาตรฐานสากล
ได้ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อท�ำอุตสาหกรรมไม้ และการส่งเสริมเกษตรกรปลูกไม้เศรษฐกิจ
เปน็ ต้น
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายคีรี เถือนเหมือน ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นที่ 61 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2564
ประเภทนกั วิชาการและผู้ปฏบิ ัตงิ านภาคสนาม เพอ่ื เปน็ เกยี รตสิ บื ไป
25
ศิษยเ์ ก่าวนนาศคยาำ�กสปติ ตรตระิศ์ดกกัีเาดดศน่ ิ์ เถกปาียวรระงตจษิคำ�์กุณปลีาพง.ศ. 2564
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายกิตติศักดิ์ ถาวงษ์กลาง ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 65 เกิดเม่ือวันท่ี 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2523
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนภูเวียงวิทยาคม จังหวัดขอนแก่น เม่ือปี พ.ศ. 2542
จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2546 ตามล�ำดับ
ตลอดระยะเวลาการท�ำงานต้ังแต่จบการศึกษา จนถึงปัจจุบัน นายกิตติศักดิ์ ถาวงษ์กลาง ได้เข้า
ท�ำงานที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 18 ปี ปัจจุบันเป็นหัวหน้าสวนป่าเขาคณา
อ.ชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์
มีผลงานท่ีท�ำคุณประโยชน์และได้รับรางวัลจากหลากหลายองค์กร เช่น ได้รับรางวัล “เพชรจรัสแสง”
ประจ�ำปี พ.ศ. 2564 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ได้รับรางวัล “พนักงานท่ีมีศักยภาพสูง
ประจ�ำปี พ.ศ. 2563” จากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ได้รับพระราชทานเข็มท่ีระลึก โครงการตามรอยเท้าพ่อ
จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับเกียรติบัตรจาก
กระทรวงวัฒนธรรม ด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูดูแลรักษาต้นไม้ ตามโครงการรุกขมรดกของแผ่นดิน ตลอดจนอุทิศ
เวลาในการเป็นวิทยากรให้ความรู้เร่ืองการการยกเลิกมาตรา 7 กฎหมายป่าไม้ และการจัดการสวนป่าอย่าง
ยง่ั ยนื อย่างต่อเน่ือง
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายกิตติศักดิ์ ถาวงษ์กลาง ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 65 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2564
ประเภทนักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม เพ่ือเป็นเกียรติสืบไป
26
ศิษย์เกา่ วนศนคาาำ� สยปตสรริทะด์ กธีเาิศดศกั่นเดกป์ิียฉรรันะตจสคิ ำ�ิมุณปาี พ.ศ. 2564
ประเภท นกั วชิ าการและผปู้ ฏบิ ตั งิ านภาคสนาม
นายสิทธิศักด์ิ ฉันสิมา ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 72 เกิดเมื่อวันท่ี 4 ธันวาคม พ.ศ. 2530
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อปี
พ.ศ. 2549 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2552
และได้ เข้ารับการอบรมหลักสูตรพิเศษต่างๆ อาทิ หลักสูตรสืบสวนและด�ำเนินคดีด้านป่าไม้และสัตว์ป่า
หลักสูตรการลาดตระเวนทางเรือ และหลักสูตรวิทยากรครูฝึกระบบฐานข้อมูล SMART PATROL เป็นต้น
หลังจากส�ำเร็จการศึกษา นายสิทธิศักดิ์ ฉันสิมา ได้เร่ิมรับราชการต�ำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ
ท่ีส่วนอุทยานแห่งชาติ ส�ำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) จังหวัดราชบุรี สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับผิดชอบดูแลฐานข้อมูลงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART PATROL) และงาน
วิชาการ เช่น การรวบรวมข้อมูลสัตว์ป่า การสนับสนุนการต้ังกล้องดักถ่ายภาพ การเก็บข้อมูลทางวิชาการ
ร่วมกับลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพ้ืนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เป็นการ
เก็บข้อมูลสัตว์ป่าและร่องรอยสัตว์ตระกูลเสือร่วมกับเจ้าหน้าท่ีจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางร�ำ เพื่อต้ัง
กล้องดักถ่ายภาพติดตามประชากรเสือโคร่งในพ้ืนที่ เป็นวิทยากรรับเชิญบรรยายในโครงการ REDD+
โครงการดูงานของการศึกษานอกโรงเรียน โครงการเสริมประสิทธิภาพการลาดตระเวนฯ ตามที่พ้ืนท่ีร้องขอ
นายสิทธิศักด์ิ ฉันสิมา ได้ปฏิบัติด้วยความเข้มแข็งและมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานอย่างต่อเน่ือง
ปัจจุบันได้ ปฏิบัติงานต�ำแหน่งหัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากร อุทยานแห่งชาติเช่ือนศรีนครินทร์ จังหวัด
กาญจนบุรี ปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการกระท�ำผิดในพื้นท่ีอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โดยน�ำ
ความรู้ทางวิชาการป่าไม้ไปประยุกต์ใช้ในการวินิจฉัยคดีลักลอบตัดไม้ คดีลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยาน
แห่งชาติ จนน�ำไปสู่การจับกุมผู้กระท�ำความผิดได้เป็นจ�ำนวนมากมาย
ด้วยเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า และคุณูปการดังกล่าว สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์จึงประกาศให้
นายสิทธิศักดิ์ ฉันสิมา ศิษย์เก่าวนศาสตร์รุ่นท่ี 72 เป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่น ประจ�ำปี พ.ศ. 2564
ประเภทนักวิชาการและผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม เพ่ือเป้นเกียรติสืบไป
27
ศิษยเ์ กา่ วนศาสตร์เกษยี ณอายุ
นางสรุ ตั น์ หอมสดุ (ตงั้ ไพบลู ยเ์ วชกจิ ) วน. 43 นายวโิ รจน์ รตั นพรเจรญิ วน. 45
นายประลอง ดำ� รงคไ์ ทย วน. 43 นายอุดมพนั ธ์ อนิ ทรโยธา วน. 45
นายพรี ะพงษ์ หอศลิ ป์ วน. 43 นายชมุ พล แพรสรุ นิ ทร ์ วน. 45
นายสเุ มธ ศริ ลิ กั ษณ์ วน. 43 นายกุศล สวุ รรณาภรณ์ วน. 45
นายสรุ ศกั ดิ ์หลอ่ จติ ตเ์ สยี ง วน. 43 นายลว้ น ทศั นโกวทิ ย ์ วน. 45
นายสรชั ชา สรุ ยิ กุล ณ อยธุ ยา วน. 43 นายธรี ะชยั จนั ทรเสนา วน. 45
นายศุภชยั ดลประสทิ ธ ิ ์ วน. 43 นายปัญญา โคตรแสนล ี วน. 45
ผศ.ดร.พยตั ตพิ ล ณรงคะชวนะ วน. 43 นายสชุ าติ วทนะกาญจน์ วน. 45
นายจรญู รตั น์ หริ ญั ชฬุ หะ วน. 44 นายพนู สถติ ย์ วงศส์ วสั ด ิ ์ วน. 45
ผศ.ดรดรรชนี เอมพนั ธ ์ วน. 44 นายอมั พร ปานมงคล วน. 45
นายธนกร จรญู รชั ฏ ์ วน. 44 นายปัญญา โคตรแสนล ี วน. 45
นายธรรมนูญ อคั รพนิ ท ์ วน. 44 นายปรชี า เชดิ เกยี รตกิ ุล วน. 45
นายธรี ยทุ ธ สมตน วน. 44 นายพชิ ติ เกยี รตวิ ชริ พนั ธ ์ วน. 45
ดร.นฤมล ภานุน�ำภา วน. 44 นายพภิ พ อารยเวทย ์ วน. 45
นายบพติ ร ปิงโสภา วน. 44 นายพนู สถติ ย์ วงศส์ วสั ด ิ ์ วน. 45
นายพรเทพ ลว้ิ ประเสรฐิ วน. 44 นายไพบลู ย์ ศรวี านิชพพิ ฒั น์ วน. 45
นายรณกร ตรี กานนท ์ วน. 44 นายสาธติ ภจู่ นี าพนั ธ ์ วน. 45
นางสาวรตั นา ลกั ขณาวรกุล วน. 44 นายรงุ่ หริ ญั วงษ ์ วน. 45
นางอนุชยา ชำ� นาญคดิ (ทรพั ยม์ )ี วน. 44 นายสพุ จน์ เพรศิ พรง้ิ วน. 45
นายเรอื ง จนั ทรม์ หเสถยี ร วน. 44 นายธนพงษ์ หสั นยั กุล (คำ� ผนั ) วน. 45
นายวชิ ยั พรลแี สงสวุ รรณ วน. 44 นายสาโรจน์ วฒั นสขุ สกุล วน. 45
นายสมเกยี รติ สนุ ทรพทิ กั ษก์ ลู วน. 44 นางมยรุ ี วรรณพนิ ิจ วน. 45
นายสจุ ณิ เรอื งถาวรฤทธ ิ ์ วน. 44 นายกรต์ มนสั ศรสี กุ ใส วน. 45
นายสทุ ศั น์ เจนวถิ สี ขุ วน. 44 อำ� ไพ พรลแี สงสวุ รรณ์ วน. 44
รศ.ดร.สรุ ะ พฒั นเกยี รต ิ วน. 44 รศ.ดร.นรศิ ภมู ภิ าคพนั ธ์ วน. 44
นายเสรี รตั นเยน็ ใจ วน. 44 ผศ.ดร.มยรุ ี ดวงเพชร วน. 44
นางวลยั พร สถติ วบิ รู ณ์ วน. 44 นายสายณั ห์ สรุ ภาพไมตร ี วน. 45
นางสาวสจุ ติ รา จางตระกลู วน. 44 นายสนั ติ กติ ตบิ รรพชา วน. 45
นายสชุ าติ กลั ยาวงศา วน. 44 นายวโิ รจน์ รตั นพรเจรญิ วน. 45
นายสทุ ศั น์ วรรณะเลศิ วน. 44 นายอุดมพนั ธ์ อนิ ทรโยธา วน. 45
นางสาวอรอนงค์ ชยั ชนะสวุ ฒั น์ วน. 44 นายชมุ พล แพรสรุ นิ ทร ์ วน. 45
นางอำ� ไพ พรลแี สงสวุ รรณ์ วน. 44 นายกุศล สวุ รรณาภรณ์ วน. 45
รศ.ดร.นรศิ ภมู ภิ าคพนั ธ์ วน. 44 นายลว้ น ทศั นโกวทิ ย ์ วน. 45
ผศ.ดร.มยรุ ี ดวงเพชร วน. 44 นายธรี ะชยั จนั ทรเสนา วน. 45
นายสายณั ห์ สรุ ภาพไมตร ี วน. 45 นายปัญญา โคตรแสนล ี วน. 45
นายสนั ติ กติ ตบิ รรพชา วน. 45 นายสชุ าติ วทนะกาญจน์ วน. 45
28
ศิษยเ์ ก่าวนศาสตรเ์ กษยี ณอายุ
นายพนู สถติ ย์ วงศส์ วสั ด ิ ์ วน. 45 คณุ ระววี รรณ ศริ ไิ สยาสน์ วน. 46
นายอมั พร ปานมงคล วน. 45 คณุ พบพร รตั นสวุ รรณ วน. 46
นายปัญญา โคตรแสนล ี วน. 45 คณุ บุญมี สรรพคณุ วน. 46
นายปรชี า เชดิ เกยี รตกิ ุล วน. 45 คณุ กติ พิ ฒั น์ ธาราภบิ าล วน. 46
นายพชิ ติ เกยี รตวิ ชริ พนั ธ ์ วน. 45 คณุ อวยพร แสงเทยี น วน. 46
นายพภิ พ อารยเวทย ์ วน. 45 คณุ วลั ลภ พสิ ทุ ธพิ ์ เิ ชฎฐ ์ วน. 46
นายพนู สถติ ย์ วงศส์ วสั ด ิ ์ วน. 45 คณุ วริ ฬุ ห์ พรหมศริ พิ ร วน. 46
นายไพบลู ย์ ศรวี านิชพพิ ฒั น์ วน. 45 คณุ สมหมาย นามสวาท วน. 46
นายสาธติ ภ่จู นี าพนั ธ ์ วน. 45 คณุ ศุภพงศ์ บณุ ยเกยิ รต ิ วน. 46
นายรงุ่ หริ ญั วงษ ์ วน. 45 คณุ สวุ ทิ ย์ ไทยนุกลู วน. 46
นายสพุ จน์ เพรศิ พรง้ิ วน. 45 คณุ พงศธ์ ร บรรณโศภษฐ ์ วน. 46
นายธนพงษ์ หสั นยั กุล (คำ� ผนั ) วน. 45 คณุ ศุภพร เปรมปรดี ิ ์ วน. 46
นายสาโรจน์ วฒั นสขุ สกุล วน. 45 คณุ ไพบลู ย์ เพชรแกว้ วน. 46
นางมยรุ ี วรรณพนิ ิจ วน. 45 คณุ บญุ ประเสรฐิ อุปถมั ภานนท ์ วน. 46
นายกรต์ มนสั ศรสี กุ ใส วน. 45 คณุ เกยี รตศิ กั ดิ ์วาสนาทพิ ย ์ วน. 46
คณุ พรเพญ็ วรวลิ าวณั ย ์ วน. 45 คณุ วทิ ยา ไพศาลศกั ด ิ์ วน. 46
คณุ พเิ ชษฐ์ สขุ สบาย วน. 45 คณุ จริ วฒั น์ เยน็ กาย วน. 46
คณุ พเิ ศรษฐ ลอื ชานิมติ จติ วน. 45 คณุ วรรณพร อ่ำ� ขำ� วน. 46
คณุ ยงิ่ สนั ต์ รตะพพิ ฒั น์ วน. 45 คณุ สมชาย นองเนือง วน. 46
คณุ กุลจริ า (วชิ นี) บญุ ญะปฎภิ าค วน. 45 คณุ อารยนั ต์ บญุ แสง วน. 46
คณุ วรี ชยั จมุ พลชาต ิ วน. 45 คณุ ยรรยง กางการ วน. 46
คณุ สมชยั ประเสรฐิ ไทยเจรญิ วน. 45 คณุ สมเกยี รติ เยอเจรญิ วน. 46
คณุ สมยศ แสงนิล วน. 45 คณุ สทุ ธศิ กั ดิ์กอ้ นแกว้ วน. 46
คณุ สรุ างคศ์ รี พนั ธมุ ะธรรม วน. 45 คณุ สธุ น กมลบรู ณ์ วน. 46
คณุ สวุ ฒั น์ กาญจนกนั ตกิ ะ วน. 45 คณุ อาภรณ์ เจนวถิ สี ขุ วน. 46
คณุ อนุพงษ์ เจยี มจำ� รสั ศลิ ป วน. 45 คณุ ชอุม่ ชอุะ่ มผล วน. 46
คณุ อรรณพ (วบิ ลู ย)์ ชยั พรธนรตั น์ วน. 45 คณุ ศกั ดา พกุ ลุน่ วน. 46
คณุ วกิ รม รอยวริ ตั น์ วน. 45 คณุ ชากรี รอดไฝ วน. 46
คณุ สเุ มธ สงิ หข์ วา วน. 45 คณุ บญุ สง่ วรี ะวโิ รจน์ วน. 46
คณุ อรวรรณ ปัญญาพรวทิ ยา วน. 45 คณุ เชดิ ศกั ดิ์ เทดิ ศกั ดริ ์ งุ่ นภา วน. 46
คณุ เพช็ รี วชริ ขจร วน. 45 คณุ พงษร์ ะพี สขุ เจรญิ เวช วน. 46
คณุ เจตณรงค์ ววิ ฒั นาวรารมย ์ วน. 45 คณุ พสทิ ธิ ์(อุร)ุ เซน็ ศริ วิ ฒั นา วน. 46
คณุ กมลทพิ ย์ พรมเพช็ ร วน. 45 คณุ ดำ� รงชยั พสทิ ธิ ์(ลลี าภทั รยี )์ วน. 46
คณุ สดุ ชาย วสิ ทิ ธพิ านิช วน. 46 คณุ สกุ รยี ์ แววรววี งศ ์ วน. 46
คณุ ระววี รรณ ศริ ไิ สยาสน์ วน. 46
คณุ พบพร รตั นสวุ รรณ วน. 46 29
ศิษยเ์ ก่าวนศาสตรเ์ สยี ชีวิต
ปี 2563 ปี 2564
1. นายถนอม เปรมรศั มี วน.3 1.นายนฤตย์ (วนิ ยั ) พนั ธบ์ รู ณะ วน.15
2. นายประเสรฐิ โพธปิ ักษ์ วน.14 2.รองศาสตราจารย์ ประสาน ประดษิ ฐพงษ์ วน.18
3. นายประชอบ อศิ รางกรู ณ อยธุ ยา วน. 20 3.นายบุญเรอื ง สายศร วน.19
4. นายเผดมิ สนุ ทราณู วน.21 4.นายมานพ เผอื กสวุ รรณ วน.22
5. นายพนั ธ์ ผอ่ งอำ� ไพ วน.24 5.นายวชิ ติ เจรญิ ไพบลู ย์ วน.22
6. ดร.เรงิ ชยั เผา่ สจั จะ วน.26 6.นายนิรตั น์ ธรุ ะหาญ วน.24
7. ศ.ดร.พงษ์ศกั ดิ์สหนุ าฬุ วน.28 7.นายพณิ เกอ้ื กลู วน.26
8. ศ.ดร.ธวชั ชยั สนั ตสิ ขุ วน.28 8.นายไพโรจน์ พนั ธภุ์ กั ดี วน.29
9. นายณรงค์ ศรแี กว้ วน.29 9.นายววิ ฒั น์ เออ้ื จริ ะกาล วน. 30
10. นายธวชั ชยั จงึ เจรญิ วน.30 10.นายสนนั่ กงิ่ เมอื งเกา่ วน.31
11. นายไพทรู ย์ นุชติ วน.31 11.นายสกลศกั ดิ์รมยะรงั สี วน.31
12. นายมานพ ชมพจู นั ทร์ วน.31 12.นายสดุ ใจ นพวารมุ าศ วน.32
13. นายไพโรจน์ นิวาสวตั ร วน. 31 13.นายธรี ะพงศ์ บวรสนิ วน.32
14. นายเฉลมิ เกยี รติ แสนวเิ ศษ วน.35 14.นายบพติ ร มณรี ตั น์ วน.33
15. นายเมอื ง โคกทงุ่ วน.36 15.นายโกวทิ คบหมู่ วน.33
16. นายสรุ ศกั ดิ ์ชโยวรรณ วน.43 16.นายพรี ศกั ดิ ์อมตอาชาชยั วน.35
17. นายจรญั ขนุ ณรงค์ วน.48 17.นายชยั รตั น์ ชยามฤต วน.37
18. นายอนุชา แกว้ หยอ่ ง วน.48 18.ดร.วนั ชยั วริ านนั ท ์ วน.37
19. นายโกวทิ ย์ หวงั ทวที รพั ย์ วน.50 19.นายพรศกั ดิ ์มเี ดช วน.48
20. นายอรรถวทิ ศรจี กั ร วน.52 20.นายอรรถชยั เพยี รธารธรรม วน.49
21. ผศ.ดร.วชิ าญ เอยี ดทอง วน.52 21.นายบณั ฑติ ขตี ตะสงั คะ วน. 50
22 .นายหรรษา เรอื งชยั วน.52 22.นายณรงค์ สวสดั กิ์ วา้ น วน. 51
23. ดร.มะลวิ ลั ย์ หฤทยั ธนาสนั ต์ (ธนะสมบตั )ิ วน.57 23.นายจรี ศกั ดิ ์ สมมติ ร วน.56
24.นางสาวอนนั ตพร ดนั่ เจรญิ วน.57
25.นางสาวพลอยฉตั ร รกั ษาพล วน.72
30
ส เมสาริคมม ่คา เชญิ ชวนพวกเราศิษยเ์ กา่ วนศาสตรช์ ่วยกัน... “เสรมิ ค่าสมาคมฯ”...
ตามศกั ยภาพทีม่ ี เพือ่ เพมิ่ ประสทิ ธิภาพและประสิทธิผลในการรังสรรค์งานปา่ ไมม้ ากขึน้
ครนู ดิ วนศาสตร์ 7 ธค.64
สมาคมศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตร์ หวังชว่ ยชาตริ งั สรรคง์ านปา่ ไม้
เป็นศนู ยร์ วมร่วมพลังสรา้ งสายใย ศิษย์เก่าใหม่ใกลไ้ กลเชอ่ื มใจกนั
หลากหลายพากิจกรรมทำ� มากดา้ น วชิ าการงานปา่ ไมห้ มายมุ่งม่ัน
จดั ประชุมสัมมนามานานวนั หวังผลกั ดนั พงไพรใหง้ ามตา
มงุ่ เสริมคา่ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม ชาวป่าไมไ้ ดน้ ้อมนำ� ท�ำทัว่ หนา้
ผ้บู รหิ ารสานผนู้ อ้ ยคอยน�ำพา เกิดธรรมาภิบาลงานวิไล
สมทบทนุ การศกึ ษาวนศาสตร ์ ดว้ ยมุ่งมาดสร้างผลคนรนุ่ ใหม่
หวงั บรรลอุ ดุ มการณ์วญิ ญาณไพร รับช่วงงานสืบสานไปไม่ขาดตอน
อกี เผยแพรค่ วามรู้สสู่ าธารณ ์ เหน็ สำ� คัญการปา่ ไมค้ ลายทกุ ข์รอ้ น
จนเกิดรกั ตระหนกั ค่าเอื้ออาทร รว่ มสรา้ งพรสรรคค์ ณุ หนนุ พนา
ชว่ ยรังสรรคเ์ กษตรศาสตร์เกษมศรี เขยี วขจีขจรขจายหมายเจดิ จา้
เอื้อสังคมสรู่ ุ่งเรอื งเมลอื งตา กอ่ ร่มเย็นเปน็ สุขมาประชาไทย
ชวนศิษยเ์ กา่ วนศาสตร์ชว่ ยชาตดิ ้วย เพราะป่าไม้ไดอ้ ำ� นวยชว่ ยเราไว้
เราตอบคุณหนุนอำ� นวยชว่ ยพงไพร สรา้ งสายใยในพวกเราช่วยยาวนาน
คนละมอื คนละไมร้ ว่ มใจเถิด ผลยง่ิ เลิศมากศรทั ธาพาสบื สาน
สมาคมฯอดุ มพลังสรา้ งสรรค์งาน ค่าตระการทอขวญั รกั จากทุกคน
สมาคมศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตร์ (ครนู ิด วนศาสตร์ ร้อยคำ� )
แรงดลใจ: สมคั รเป็นสมาชิกเข้าเป็นสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ในปี พ.ศ.2525 ซ่ึงเร่ิมจดั ตัง้ เป็น
ชมรมก่อน แล้วได้ร่วมท�ำงานกับสมาคมฯมายาวนานพอควร ตัง้ แต่ปี พ.ศ.2545 ตามการชกั ชวนของพ่ี
ต๋อง(รศ.ดร.มณฑล จ�ำเริญพฤกษ์ วน.40) โดยเป็นอนุกรรมการฝ่ ายวิชาการ ซ่ึงได้พยายามใช้ศกั ยภาพท่ี
มีด�ำเนินกิจกรรมต่างๆร่วมกับพ่ีต๋อง โดยการผลักดันให้มีการจัดประชุมทางวิชาการ ในประเด็นทางการ
ป่ าไม้ท่ีมีการวิพากษ์กัน โดยใช้พ้ืนฐานทางวิชาการป่ าไม้ หวังเป็ นปากเสียงแทนพ่ีน้องชาววนศาสตร์
ท่ีมีข้อจ�ำกัดในการแสดงความคิดเห็น และสะท้อนให้สังคมได้เข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าป่ าไม้มากข้ึน
นายกสมาคมฯ(พพ่ี พิ ฒั น์ ชนินทยทุ ธวงศ์ วน.40) ไดช้ วนใหเ้ ป็นกรรมการสมาคมฯ เมอ่ื 2 ปีก่อน ตอน
ทท่ี ่านไดร้ บั เลอื กตงั้ และเขา้ บรหิ ารงานครงั้ แรก ซง่ึ ขอไม่รบั ต�ำแหน่งเน่ืองจากยงั ตอ้ งท�ำงานประจ�ำ เกรงว่าอาจ
เขา้ ร่วมประชุมและท�ำกจิ กรรมร่วมกบั สมาคมฯได้ไม่เต็มท่ี พอมาวนั ท่ี 11 กนั ยายน 2563 ท่ผี ่านมา ได้เขา้
ร่วมประชุมสามญั ประจ�ำปีท่คี ณะวนศาสตร์ ท่ปี ระชุมได้เลอื กให้เป็นกรรมการซ่งึ แมม้ ภี าระงานมากแต่ไม่กล้า
ปฏเิ สธ ดว้ ยเกรงใจคณาจารยแ์ ละรุ่นพว่ี นศาสตรผ์ ูอ้ าวุโสหลายท่านทเ่ี ขา้ ร่วมประชุมดว้ ย กต็ งั้ ใจว่าจะพยายาม
ช่วยงานสมาคมฯให้มากท่สี ุดโดยท่กี ระทบกบั ภาระงานประจ�ำให้น้อยท่สี ุด เข้าร่วมประชุมสมาคมฯครงั้ แรก
เม่อื วนั ท่ี 20 ตุลาคม 2563 ท�ำใหเ้ ขา้ ใจสมาคมฯมากขน้ึ ว่าค่อนขา้ งมปี ัญหาความคล่องตวั จากงบประมาณทม่ี ี
จ�ำกดั ท�ำใหด้ �ำเนินกจิ กรรมไดเ้ พยี งส่วนหน่ึง ทไ่ี ม่อาจตอบสนองความต้องการของสมาชกิ บางส่วนโดยทส่ี มา
คมฯไดม้ นี โยบายใหศ้ ษิ ยเ์ ก่าวนศาสตรท์ ุกคน เป็นสมาชกิ โดยอตั โนมตั ทิ ไ่ี ม่ต้องสมคั รและชำ� ระเงนิ แรกเขา้ เช่น
ในอดตี ซ่ึงได้แต่คาดหวงั ให้สมาชกิ ได้ช่วยบรจิ าคสนับสนุนตามศรทั ธาท่มี ี อาจใช้โอกาสส�ำคญั โดยเฉพาะ
31
อย่างยิ่งวันเกิดของตน หรือการท�ำบุญในวาระต่างๆ รวมท้ังการบริจาคผ่านรุ่น ซ่ึงที่ผ่านมาก็ประสบผลส�ำเร็จอยู่ในระดับ
หนึ่งซ่ึงยังไม่มากเท่าที่ควรผู้ท่ีติดตามการด�ำเนินงานของสมาคมฯมาโดยตลอด ต่างทราบดีว่ามีหลายกิจกรรมได้จัดท�ำ
ตามวัตถุประสงค์ของการจัดต้ังสมาคมฯ ซ่ึงเน้นเป้าหมายต่อการสร้างสรรค์งานที่เก่ียวข้องกับสมาชิก และการป่าไมัใน
รูปแบบต่างๆ ผู้สนใจสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ของสมาคมฯ เฟซบุ๊คสมาคมฯ หรือวารสารสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์
ท่ีจัดพิมพ์เผยแพร่มาเป็นระยะๆ รวมท้ังการจัดประชุมวิชาการประจ�ำปี ท่ีมักมีการจัดงานสังสรรค์ศิษย์เก่าควบคู่ไปด้วย
ทั้งน้ีนอกจากการจัดหารายได้ของสมาคมฯโดยการสนับสนุนจากศิษย์เก่ากลุ่มหน่ึงแล้ว ยังมีหน่วยงานที่เก่ียวข้องท้ังภาค
รัฐและเอกชนบริจาคช่วยเหลือตามสมควรต้องยอมรับว่าการด�ำเนินงานของสมาคมฯที่ผ่านมาน้ัน อยู่บนพ้ืนฐานของ
การมีจิตอาสาและความเสียสละของบรรดารุ่นพ่ีและกรรมการหลายท่านอย่างแท้จริง โดยนอกจากไม่มีค่าตอบแทนใดๆ
แลว้ หลายทา่ นยังเสยี สละท้ังแรงกาย แรงใจ เวลาและทุนทรพั ย์ใหก้ บั สมาคมฯอย่างมากมาย ซ่ึงมุ่งผลทเี่ กดิ ขึ้นตอ่ สมาชกิ
และการป่าไม้ในภาพรวม หากได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ได้รับทราบในวงกว้าง คงได้รับการเข้าใจท่ีดีจนน�ำมาซึ่ง
ความร่วมมือจากสมาชิกมากข้ึน ในการให้การช่วยเหลือและสนับสนุนสมาคมฯตามศักยภาพที่มี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...
“รุ่นละหมื่นคนละพันคราวันเกิด
ผลย่งิ เลศิ มากศรัทธาพาสืบสาน
สมาคมฯอุดมพลงั สร้างสรรคง์ าน
ค่าตระการทอขวญั รักจากทกุ คน”
32
เชิญชวนไปสมั ผสั กับป่าไม้และบรรยากาศธรรมชาติทพี่ ษิ ณโุ ลก ...”ฮกั ป่า ฮิมปอย”... เพอ่ื ผอ่ นคลายอารมณ์และ
ตกั ตวงความสุขจากการอาบป่าตามท่ีชืน่ ชอบ..
ครนู ดิ วนศาสตร์
12 กพ.65
“ฮักปา่ ฮิมปอย”* ดอยเขา ดว้ ยเฝ้า ตง้ั หนา้ ตระหนัก
จากใจ ใฝพ่ า อนุรักษ์ มงุ่ ภักด์ิ แดนดง พงไพร
หวงั คน อาบป่า ธรรมชาติ พลิ าส เคียงคู่ หมู่ไม้
อากาศ ฉ่ำ� ชืน้ ชื่นใจ สดใส อิ่มเอม อารมณ ์
แลดอย แมกไม้ ใบเขยี ว เถาวลั ย์ พันเกลยี ว ผสม
ไหวพลว้ิ ปลิวสา่ ย สายลม นา่ ชม จ�ำเริญ เพลนิ ตา
หอมกลิน่ ตลบ อบอวล หม่มู วล ดอกพันธุ์ พฤกษา
คละเคล้า ไอดนิ กลนิ่ ปา่ ฟุ้งมา พาร่ืน รมยใ์ จ
ยินฝูง นกร้อง กอ้ งอย ู่ ขันคู คู่เคยี ง เสียงใส
ฝนลม พรมกง่ิ ก้านไกว แสนซ้งึ ทรวงใน ไปนาน
เยน็ เยือก นง่ั แคร่ แช่นำ้� สุขล้�ำ นที ทผ่ี า่ น
หลบั พร้มิ ริมแกง่ แอ่งธาร เบกิ บาน ยามตื่น ฟน้ื มา
ลิม้ ชา กาแฟ ด่มื ด่�ำ เลิศล้ำ� อาหาร บา้ นปา่
หลากเคก้ ขนม นานา ถูกลน้ิ เกินกวา่ หาค�ำ
โปรดเวียน แวะพกั สักครา อาบปา่ ผอ่ นคลาย ให้หน�ำ
สขุ กาย ใจพรอ้ ม น้อมน�ำ จารจำ� “ฮักป่า ฮิมปอย”
ครนู ดิ วนศาสตร์ (ชมรมสีเสยี ดแกน่
หมายเหตุ *”ฮักป่า ฮิมปอย” ชื่อสถานบริการการท่องเที่ยวที่เน้นสัมผัสธรรมชาติแบบดั้งเดิม ในท้องท่ีอ�ำเภอ
วงั ทอง จังหวดั พษิ ณโุ ลก (โทร 063-2517766)
แรงดลใจ: ได้รับการติดต่อทางไลน์จาก”คุณอริญชย์ พานิชพัฒน์โภคิน” ลูกศิษย์ท่ีเรียน
ป่าไม้ โดยเคยพบเธอเพียงคร้ังเดียว ในการอบรมเข้มประสบการณ์วิชาชีพท่ี มสธ. ช่วง 4-8 ก.ค.62 หลัง
จากน้ันก็ได้แต่ทักทายกันผ่านทางไลน์กลุ่มและส่ือสังคมออนไลน์ในบางคร้ัง ซ่ึงเขียนมามีใจความสั้นๆว่า
“หนูอยากให้อาจารย์แต่งกลอน ให้กับร้านกาแฟฮักป่าฮิมปอย ให้ส่ือถึงความสวยงามของธรรมชาติ การ
อนุรักษ์” พาให้นึกในใจว่าจะแต่งได้อย่างไรเพราะเธอให้ข้อมูลเพียงนิดเดียว กับทั้งค่อนข้างยุ่งกับงานประจ�ำ
อย่างเหลือเกิน เพียงแต่เห็นความตั้งใจในการท�ำงานที่สร้างสรรค์ป่าไม้ เลยขอให้ส่งข้อมูลเพ่ิมเติมมาทางไลน์
ดังน้ี “เหมือนกับว่าเรียนจบมาป่าไม้มา ความรู้ท่ีได้มาน�ำมาใช้ประโยชน์ การอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมบ้านเกิด
ดึงคนให้มาเท่ียวแบบไม่ปรุงแต่ง ชื่อหมู่บ้านสวนป่าเขากระยาง ฮิมปอยเป็นภาษาลาว แปลว่าริมน้�ำปอย”
จากการหาขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ ประกอบกบั ภาพทเ่ี ธอสง่ มาดว้ ย มคี วามรสู้ กึ ดใี จทล่ี กู ศษิ ยม์ คี วามมงุ่ มน่ั และตง้ั ใจจรงิ ในการประยกุ ต์
ความรู้ทางวิชาการป่าไม้ไปสู่การประกอบอาชีพส่วนตัว กับท้ังสนใจในกิจการของเธอมาก เพราะบรรยากาศของสถานที่
สอดคลอ้ งกบั การ”อาบปา่ ” ทเ่ี ปดิ โอกาสใหค้ นไดช้ นื่ ชมกบั ปา่ ไมแ้ ละธรรมชาติ โดยเชอื่ มโยงประสาทสมั ผสั ทช่ี น่ื ชอบในการ
ตักตวงความสุขหรือผ่อนคลายอารมณ์ให้ชีวิตตัวเอง ซึ่งได้แต่เอาใจช่วยให้”อริญชย์”ประสบความส�ำเร็จในส่ิงท่ีปรารถนา
33
34
ทำ� ไม?
ตอ้ งมปี ่าไม้ 40 เปอร์เซ็นต์
ศาสตราจารยเ์ กียรติคณุ ดร.เกษม จนั ทรแ์ ก้ว
ในทางกฎหมายป่ าไม้แล้ว ป่ าคือท่ีดิน ไดจ้ ากรายงานประจ�ำปีของกรมป่ าไม้ อน่ึงมขี อ้
ท่ีไม่มีบุคคลใดมีสิทธิต์ ามกฎหมายท่ีดิน ทาง สงั เกตว่า ในปีทผ่ี ูบ้ รหิ ารกรมป่ าไมไ้ ดม้ กี ารปรบั
วชิ าการแล้ว ป่ าคอื ท่ดี นิ ท่ปี กคลุมด้วยพชื หรอื เปลย่ี นพน้ื ทส่ี เี ขยี วทางการเกษตร (สวนผลไมแ้ ละ
ตน้ ไม้ มนั เปรยี บเสมอื น super market บางคน
กล่าวว่า ป่ าคอื ห้างสรรพสนิ ค้า (department ยางพารา) เป็นพน้ื ทป่ี ่าไมด้ ว้ ย จงึ ทำ� ใหป้ ่าไมเ้ พม่ิ
store) หมายถงึ ป่าเป็นทพ่ี ง่ึ สามารถจบั จา่ ยซอ้ื ขน้ึ จากปี พ.ศ. 2543 เป็นตน้ ไป ซง่ึ หากพจิ ารณา
ของได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างย่ิงปัจจยั เจ็ด จากตวั เลขกน็ ่าจะสรรเสรญิ (ถา้ ไมใ่ ชน่ กั วชิ าการ
ไดแ้ ก่ อาหาร ทอ่ี ยอู่ าศยั เครอ่ื งนุ่งหม่ ยารกั ษา ป่าไม)้ ถา้ ศกึ ษาอยา่ งมสี ตทิ างวชิ าการป่าไมแ้ ลว้
โรค พลงั งาน สงิ่ ปกป้องภยั พบิ ตั ิ และสง่ิ อ�ำนวย จะเหน็ ไดอ้ ย่างชดั เจนว่า เป็นหลกั การคดิ และวธิ ี
ความสะดวกสบาย ดงั นนั้ มนุษยต์ อ้ งมปี ่าไมเ้ พอ่ื การท�ำทน่ี �ำไปสู่ความหายนะใหก้ บั ประเทศชาติ
การด�ำรงชวี ติ นอกจากน้ี ป่าไมย้ งั เป็นทพ่ี ง่ึ ของ อยา่ งเลวรา้ ยทงั้ ปัจจบุ นั และอนาคตอยา่ งหลกี เลย่ี ง
สรรพสงิ่ อกี ดว้ ย ไมไ่ ด้ เพราะพน้ื ทท่ี ใ่ี ชป้ ลกู ไมผ้ ล ยางพารา และ
จ�ำความได้ว่า ป่ าไม้ท่ีครอบคลุม อน่ื ๆ (โชคดที ไ่ี มน่ �ำสวนมะพรา้ วมารว่ มดว้ ย) เป็น
ประเทศไทยมมี ากกวา่ 72% ของพน้ื ทป่ี ระเทศ ทม่ี พี ชื เดย่ี วเป็นโครงสรา้ งหลกั ของระบบป่าไม้ อกี
หรอื ประมาณ 513,120 ตร.กม. (51,312,00 เฮก ทงั้ ภาพแนวตงั้ ชนั้ เรอื นยอดป่า (forest-crown pro-
แตร)์ ในปี พ.ศ. 2480 (ไดร้ บั ความรจู้ ากฟังคำ� file) เป็นป่าเรอื นยอดชนั้ เดยี ว (one-story crown
บรรยายของ ศาสตราจารย์ ดร.เทยี ม คมกฤส forest) ส่งผลใหน้ ้�ำพชื ยดึ (intercepted water)
ในปี พ.ศ. 2509 ในวาระรบั ตำ� แหน่งอาจารยใ์ หม)่ จากเรือนยอดของพืชปลูกและน้�ำผ่านช่องว่าง
สว่ นขอ้ มลู ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2543-2563
35
ยงั สง่ เสรมิ น้�ำไหลบา่ ผวิ หน้าดนิ (surface runoff) อย่างไรก็ตาม ภายหลงั จากการท�ำแผนท่ปี ่ าไม้
พร้อมทงั้ ท�ำให้เกิดการพงั ทลายของดนิ ตามมา ปี พ.ศ. 2516 ทวั่ ประเทศแลว้ การทำ� แผนทจ่ี าก
เหล่าน้ีจงึ ไมส่ ามารถน�ำมาจำ� แนกเป็นพน้ื ทป่ี ่าได้ ภาพถ่ายดาวเทยี ม (บนิ สงู บนอากาศ) กเ็ รมิ่ นิยม
เลย ควรจะใชป้ ่าธรรมชาตทิ ม่ี ชี นั้ เรอื นยอด 4-5 ชนั้ และแปลทำ� แผนทป่ี ่าไมแ้ ทนภาพถ่ายทางอากาศ
นอกจากจะผลติ ชนั้ กง่ิ ใบดอกผล (litter-fall layer) (บนิ ต่ำ� แตเ่ หนอื เมฆชนั้ กลาง) เมอ่ื พจิ ารณาทงั้ สอง
ลดแรงตกกระทบจากหยดน้�ำของพชื ยดึ น้�ำ และ ระบบการสรา้ งแผนทป่ี ่าไมแ้ ลว้ ทำ� ใหเ้ กดิ คำ� ถาม
น้�ำผ่านช่องว่างเรอื นยอด รวมถงึ การแปรสภาพ วา่ ขนาดพน้ื ทป่ี ่าทก่ี รมป่าไมไ้ ดท้ ำ� ใหมน่ นั้ จะเป็น
อนิ ทรยี ว์ ตั ถุ นอกจากทำ� ใหเ้ กดิ รพู รุ นขนาดเหมาะ ท่ยี อมรบั หรอื กระทบต่อความเช่อื ถอื แผนท่ขี อง
สมต่อการดดู ซบั น้�ำ (water absorption) ของดนิ กรมป่าไมห้ รอื ไม่
ไดม้ ากพอทไ่ี หล่หล่อเลย้ี งน้�ำในล�ำธารและแม่น้�ำ ดว้ ยความคดิ ของผเู้ ขยี นบทความเร่อื งน้ี
ไดต้ ลอดปี ดงั นนั้ การจำ� แนกพน้ื ทป่ี ลกู พชื เกษตร เช่อื ว่าอตั ราการลดของป่าไมเ้ มอื งไทยตงั้ แต่น้ีไป
หรอื ปลกู พชื ประเภทอน่ื กไ็ มส่ มควรใหเ้ กดิ ขน้ึ ดงั ได้ ไมน่ ่าจะเปลย่ี นแปลงไปจากปัจจุบนั เพราะพน้ื ท่ี
กลา่ วไวแ้ ลว้ ผเู้ ขยี นบทความน้ียงั ไมส่ นิทใจจะรบั ป่าไมท้ ม่ี อี ยกู่ จ็ รงิ แตพ่ น้ื ทไ่ี มเ่ หมาะตอ่ การเกษตร
ได้ ทส่ี ำ� คญั คอื พชื เกษตรนนั้ มอี ายกุ ารเกบ็ เกย่ี ว หรอื กจิ การใดๆ อกี แตอ่ าจน�ำไปใชป้ ลกู พชื เกษตร
และอายขุ ยั จงึ จำ� เป็นตอ้ งทำ� การแผว้ ถางเพอ่ื ปลกู บางชนิด ทพ่ี กั อาศยั ทพ่ี กั ผอ่ นหยอ่ นใจ ถนนและ
ใหมห่ รอื เปลย่ี นพชื ปลกู เมอ่ื นนั้ เหมาะเจาะกบั การ การคมนาคม อ่างเก็บน้�ำ สถานศกึ ษา ศาสนา
ถา่ ยภาพ คงตอ้ งเหน็ การลดลงของพน้ื ทป่ี ่าไม้ แลว้ สถาน ฯลฯ สงิ่ ทก่ี ลา่ วน้ไี มใ่ ชเ่ ป็นการกลา่ วหาอยา่ ง
จะตอบวา่ เป็นการบกุ รกุ ของชาวบา้ น เลอ่ื นลอย ผอู้ ่านบทความน้ี สามารถทจ่ี ะตดิ ตาม
อกี เหตผุ ลหน่งึ ทอ่ี า้ งวา่ การมาตราสว่ น ไดจ้ ากขา่ วรายวนั จากสอ่ื เชน่ หนงั สอื พมิ พ์ วทิ ยุ
แผนทป่ี ่าไม้ (forest map scale) เลก็ ใหใ้ หญ่ โทรทศั น์ ฯลฯ เป็นทน่ี ่าสงั เกตวา่ ปัญหาทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
เพ่อื สร้างสมรรถนะการจ�ำแนกพ้นื ท่ปี ่ าไมไ้ ด้ กบั ป่าไม้ เหตุของปัญหาทงั้ ลกึ และตน้ื เกดิ จากคน
ชดั จนและถูกต้องดกี ว่านัน้ ผูเ้ ขยี นบทความ ทงั้ สน้ิ
น้ีไมม่ สี ว่ นรเู้ หน็ แต่เขา้ ใจวา่ แผนทป่ี ่าไมช้ ว่ ง
ประมาณปี พ.ศ. 2495-2516 ใชภ้ าพถ่ายทาง ถา้ น�ำขอ้ มลู การลดพน้ื ทป่ี ่าไมเ้ ปรยี บเทยี บ
อากาศ (ขาวดำ� ) มาตราสว่ น 1:20,000 และ/ กบั การเพม่ิ ประชากร พบวา่ ในชว่ งเวลาของการลด
หรอื 1:50,000 มาทำ� การแปลภาพดว้ ยใชก้ ลอ้ ง ลงของพน้ื ทป่ี ่าไมส้ อดคลอ้ งกบั การเพมิ่ ประชากร
ผเู้ ขยี นบทความคาดวา่ ต่อน้ีไปคงเกดิ เหตุการณ์
เช่นทก่ี ล่าวแลว้ คงไมเ่ หมอื นในอดตี และปัจจุบนั
แบบภาพถ่าย (telescope) ก่อนเขา้ มุมภาพ เพราะพน้ื ทเ่ี หมาะสมกบั การเกษตรและกจิ กรรม
ถา้ มปี ัญหาการเอยี งของภาพและการปกคลุม ทเ่ี ป็นอย่มู เี หลอื น้อยมาก ทส่ี ำ� คญั ยงิ่ คอื จำ� นวน
ของเมฆ (เพราะบนิ ถ่ายในฤดฝู น เพราะตน้ มสี ี ประชาชนชนเรมิ่ ใหก้ ารอนุรกั ษป์ ่าไดเ้ ป็นประเดน็ ท่ี
เขยี ว) จำ� เป็นตอ้ งแกไ้ ขก่อนน�ำไปทำ� ground สำ� คญั ทางสงั คมไทย โดยชใ้ี หเ้ หน็ การเปลย่ี นแปลง
check จนถกู ตอ้ งแลว้ จงึ จำ� แนก กอ่ นน�ำไปสรา้ ง ไปทงั้ ทางลบและทางบวกและความแตกต่างมี
เสน้ คอนทวั ร์ (contour lines) แยกพน้ื ทป่ี ่า ซง่ึ ชว่ งแคบๆ ใหข้ อ้ สงั เกตไดว้ า่ ปัจจบุ นั และอนาคต
ทางราชการใชม้ าตราสว่ น 1:50,000 คาดว่าจะมีประชากรเพิ่มข้ึนด้วยอัตราไม่สูงก็
จรงิ แต่ปัจจุบนั มฐี านประชากรใกล้ 80 ลา้ นคน
36
ซง่ึ เป็นปรมิ าณประชากรทย่ี ากตอ่ การเป็นผบู้ กุ รกุ ทก่ี ลา่ วมาทงั้ สร่ี ะดบั ป่าไมป้ กคลมุ พน้ื ทล่ี มุ่ น้�ำน้ี ได้
ป่ าไม้ นอกจากจะไม่มพี ้นื ท่ใี ห้บุกรุกแล้ว การ รบั ความสำ� คญั ในระดบั ตน้ ๆ เพราะเป็นความรทู้ ่ี
ศกึ ษาเฉพาะดา้ นน่าจะเป็นตวั ช่วยลดการทำ� ลาย สำ� คญั ต่อสงิ่ ลอ้ มรอบทงั้ แนวนอนและแนวตงั้ จุด
ป่า คาดวา่ จะเป็นตวั ชว่ ยเพมิ่ ป่าไมก้ ไ็ ด้ เด่นอย่ทู น่ี ้�ำท่าเพ่อื เออ้ื ประโยชน์ต่อความเป็นอยู่
ในเชงิ วทิ ยาการวนสงิ่ แวดล้อม (forest ทส่ี ะดวกสบาย
environment studies) ทเ่ี กย่ี วกบั การเกบ็ รกั ษา ดงั นัน้ การก�ำหนดพน้ื ทป่ี ่ าไมไ้ ม่น้อย
ป่าไมเ้ พอ่ื ความเป็นอยู่ (livelihood) ระบุไวว้ า่ (1) กว่า 40 % ของพน้ื ทล่ี ุ่มน้�ำ (ในทน่ี ้ีสมมตวิ ่า
ถ้ามพี ้นื ท่ีป่ าไม้ปกคลุมเน้ือท่ีดินมากกว่า สอง ทงั้ ประเทศไทยเป็นพน้ื ทล่ี ุ่มน้�ำ) พรอ้ มทงั้ เป็น
ในสาม (มากกว่า 66% ของพ้นื ท่ลี ุ่มน้�ำ) แล้ว พ้นื ทท่ี ส่ี มบูรณ์ทงั้ ความหลากหลายชนิดของ
จะสามารถเอ้อื ประโยชน์ในระดบั สมบูรณ์ (bal- สง่ิ แวดลอ้ ม ปรมิ าณแต่ละชนิดของสง่ิ แวดลอ้ ม
ance level) เพยี งแต่ดแู ลรกั ษาใหค้ งสภาพดว้ ย ตอ้ งเหมาะสม สดั สว่ นระหวา่ งชนิด (แนวนอน)
“เทคโนโลยธี รรมชาต”ิ (natural technology) หรอื และสดั สว่ นตามแนวตงั้ (อายุลดหลนั่ อายุของ
“กระบวนการธรรมชาตชิ ่วยธรรมชาต”ิ (nature-
by-nature process) กน็ ่าจะควบคุมการเปลย่ี น ชนิดเดยี วกนั และลดหลนั ่ ความสงู ของไมต้ ่าง
บทบาทหน้าทข่ี องระบบไดไ้ มน่ านคงฟ้ืนฟูตวั เอง ชนิดกนั ) ต้องเหมาะสม และสุดทา้ ยการกระ
ได้ (2) ถ้ามพี น้ื ทป่ี ่ าไมป้ กคลุมระหว่าง หน่ึงใน จายตวั แตล่ ะสง่ิ แวดลอ้ มตอ้ งสม่ำ� เสมอ ทก่ี ลา่ ว
สองและสองในสาม (50-60% ของพ้นื ทล่ี ุ่มน้�ำ) มาน้ี เป็นเกรด็ ความรทู้ างนิเวศวทิ ยา ซง่ึ จะได้
แลว้ จะเออ้ื ประโยชน์ระดบั ระมดั ระวงั ภยั (warn- น�ำมาสรา้ งจนิ ตภาพในการจดั การป่ าไมแ้ ละ/
ing level) การดแู ลรกั ษาใหค้ งสภาพควรสมดลุ ให้ หรอื สงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งเกดิ ประสทิ ธผิ ลทต่ี อ้ งการ
ใชเ้ ทคโนโลยขี นั้ ต่ำ� (low technology) พรอ้ มทงั้ มองนโยบายป่ าไม้ปี พ.ศ. 2528 (ในส่วนท่ี
เอาใจใส่ คงสามารถฟ้ืนฟูตวั เองได้ (3) ถา้ มพี น้ื ท่ี เก่ียวกบั การกำ� หนดขนาดพืน้ ที่ป่ าไม)้
ป่าไมป้ กคลุมระหว่างหน่ึงในสามและหน่ึงในสอง
(33% - 50% ของพน้ื ทล่ี มุ่ น้�ำ) แลว้ จะเออ้ื ประโยชน์ ข้อเท็จจริง: โดยอดีตท่ีผ่านมา การ
ระดบั เสย่ี งภยั (risky level) ตอ้ งดแู ลรกั ษาใหค้ ง กำ� หนดขนาดพน้ื ทท่ี ส่ี งวนไว้ ใหเ้ ป็นพน้ื ทส่ี งวน
สภาพดว้ ยเทคโนโลยรี ะดบั กลาง (intermediate ไว้ เพอ่ื ใชด้ ำ� เนินการป่าไม้ โดยกำ� หนดตวั เลข
technology) พร้อมทงั้ วางตวั ให้ใกล้ชดิ ปัญหา ของพน้ื ทป่ี ่าไมข้ น้ึ มานนั้ ขาดขอ้ มลู ทางวชิ าการ
และเหตุของปัญหา เพอ่ื จะไดข้ จดั ปัญหาไดอ้ ยา่ ง ไมเ่ ป็นไปตามขอ้ เทจ็ จรงิ ทางเศรษฐกจิ สงั คม
มปี ระสทิ ธภิ าพ (4) ถา้ มพี น้ื ทป่ี ่าไมป้ กคลุมน้อย และการปกครอง จงึ มกั ถกู แยง้ ตลอดเวลา จาก
กวา่ ในสาม (น้อยกวา่ 33% ของพน้ื ทล่ี ุม่ น้�ำ) แลว้ บุคคลกลุม่ บคุ คล หน่วยงานของรฐั และหน่วย
จะเออ้ื ประโยชน์ระดบั วฤิ กต(ิ critical level) ตอ้ ง งานของเอกชน สดุ ทา้ ยกห็ าขอ้ ยตุ มิ ไิ ด้
ดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ ตอ้ งใชเ้ ทคโนโลยรี ะดบั สงู (high
technology) จงึ ทำ� ใหร้ ะบบกลบั สภาพเดมิ หรอื ใกล้ ประเดน็ ปัญหา: ขอ้ เทจ็ จรงิ ดงั กลา่ วขา้ ง
เคยี ง อน่งึ ประโยชน์ระดบั น้ี ถา้ สามารถฟ้ืนฟตู วั เอง ตน้ จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ประเดน็ ปัญหาดงั น้ี 1) การรว่ ม
คงยาก แต่อาจตอ้ งใชเ้ วลา และอาจตอ้ งใชร้ ะบบ มอื และประสานงานจากบุคคล หน่วยงานของ
พยากรณ์เขา้ ชว่ ย รฐั และเอกชน ในการอนุรกั ษป์ ่าไม้
37
ให้ได้พ้ืนท่ีตามท่ีก�ำหนดไว้ยังไม่เพียงพอ 2) กรมพฒั นาทด่ี นิ ไดแ้ ยกพน้ื ทท่ี ม่ี คี วามลาดชนั เกนิ
โครงการพฒั นาป่ าไมต้ ามแผนพฒั นาเศรษฐกจิ 35% ไวป้ ระมาณ 100 ลา้ นไร่ หรอื ประมาณรอ้ ย
และสงั คมแห่งชาติทุกฉบบั ไม่เกิดผลเท่าท่คี วร ละ 31 ของพน้ื ทป่ี ระเทศ 2) หลกั การจดั การป่า
เป็นเพราะไมส่ ามารถจะดำ� เนินงานตามเป้าหมาย ไม้ ในการรวบรวมขอ้ มลู ของกรมป่าไม้ และขอ้ มลู
ได้ 3) ขนาดพน้ื ทท่ี ก่ี �ำหนดโดยกรมป่ าไมม้ กั จะ ประยกุ ตแ์ ลว้ พบวา่ คนไทยคนหน่ึงใชไ้ มแ้ ปรรปู
ขดั แย้งกบั หน่วยงานด้านอ่นื ๆ โดยเฉพาะด้าน ประมาณ 0.064 ลบ.ม./คน/ปี ไมจ้ ำ� นวนน้ีเป็นไม้
การเกษตรกรรมและการปกครอง ดว้ ยเหตนุ ้ี จงึ กอ่ แปรรปู ทถ่ี กู ตอ้ งตามกฎหมาย การประเมนิ การสญู
ใหเ้ กดิ ความไม่เขา้ ใจระหว่างหน่วยงานหรอื กลุ่ม เสยี การน�ำไมใ้ ชป้ ระโยชน์ พบวา่ การน�ำตน้ ไมจ้ าก
บุคคลขน้ึ 4) ตวั เลขพน้ื ทป่ี ่าไมท้ ก่ี ำ� หนดไว้ และ ตน้ หน่งึ มาทำ� ไมแ้ ปรรปู จะสามารถน�ำมาใชป้ ระโย
หน่วยงานทร่ี บั ผดิ ชอบขน้ึ ทางวชิ าการ ขนั้ ตอนใน ชน์จรงิ ๆ ประมาณรอ้ ยละ 25 (บางทา่ นพบรอ้ ยละ
การดำ� เนินการไมก่ ำ� หนดไวช้ ดั เจนแน่นอน ทำ� ให้ 30) ของไมท้ งั้ ตน้ ในป่า เพราะฉะนนั้ คนไทยหน่ึง
ขาดความเชอ่ื ถอื คนจะใชไ้ มป้ ีหน่ึงคดิ เป็นไม้ (ตน้ ) ในป่าประมาณ
0.246 ลูกบาศก์เมตร และถ้าคนไทยมีเพียง
แนวทางแก้ไข: เพ่อื แก้ไขข้อบกพร่อง 52 ลา้ นคนแลว้ จะใชไ้ มป้ ีหน่ึงประมาณ 13.31
ดังกล่าว จึงควรท่ีจะได้ใช้หลักการทางด้าน ลกู บาศกเ์ มตร โดยผลผลติ จากป่าผลติ ผลประมาณ
วทิ ยาศาสตร์ และสงั คม น�ำมาปะตดิ ปะต่อ ใหเ้ หน็ รอ้ ยละ 25 ของพน้ื ทป่ี ระเทศ และ 3) หลกั การ
ความสำ� คญั ของการก�ำหนดตวั เลขพน้ื ทป่ี ่าอย่าง จดั การลมุ่ น้�ำ การวเิ คราะหห์ าปรมิ าณพน้ื ทป่ี ่าตน้
ถูกต้องตามหลกั วชิ าการ และเป็นไปได้ในทาง น้�ำลำ� ธาร ซง่ึ รวมไปถงึ ป่าอนุรกั ษต์ า่ งๆ มหี ลกั การ
ปฏบิ ตั ิ ทอ่ี ยู่ในขอ้ สมมุตฐิ านทว่ี ่า ปรมิ าณน้�ำทไ่ี หลตาม
ล�ำหว้ ยล�ำธารทุกๆ แห่งนนั้ จะตอ้ งเป็นน้�ำทเ่ี กดิ
วธิ กี ารกำ� หนด: เพอ่ื ใหก้ ารกำ� หนดขนาด เฉพาะพน้ื ทต่ี ้นน�ำล�ำธารของแต่ละทอ้ งทเ่ี ท่านัน้
พ้ืนท่ีป่ าไม้เป็นไปอย่างถูกต้อง วิธีด�ำเนินการ ซง่ึ จากการศกึ ษาขอ้ มลู จากกรมชลประทาน การ
จำ� เป็นตอ้ งกำ� หนดพน้ื ทป่ี ่าเป็น 2 ประเภทคอื 1) ไฟฟ้าฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย และผลงานวจิ ยั
ป่าป้องกนั หรอื ป่าอนุรกั ษ์ ไดแ้ ก่ ป่าตน้ น้�ำลำ� ธาร จากสถาบนั ตา่ งๆ ไดค้ ำ� นวณพน้ื ทต่ี น้ น้�ำ (พน้ื ทใ่ี ห้
อทุ ยานแหง่ ชาติ วนอทุ ยาน เขตรกั ษาพนั ธสุ์ ตั วป์ ่า น้�ำ) วา่ ควรมพี น้ื ทป่ี ่าอยา่ งน้อยรอ้ ยละ 38.2 ของ
และเขตอนุรกั ษอ์ น่ื ๆ ทางดา้ นปกป้องสง่ิ แวดลอ้ ม พน้ื ทป่ี ระเทศ ทงั้ น้ี อาจกลา่ วไดว้ า่ พน้ื ทป่ี ่าน้ี มใิ ช่
2) ป่าผลผลติ หรอื ป่าเพอ่ื การคา้ ไดแ้ ก่ ป่าทใ่ี ชเ้ พอ่ื เฉพาะเป็นตน้ น้�ำลำ� ธาร แตอ่ าจใชเ้ พอ่ื การอนุรกั ษ์
การผลติ ไมแ้ ละของป่า เพอ่ื ใชส้ อยและการคา้ ทรพั ยากรในแงอ่ น่ื เชน่ อทุ ยานแหง่ ชาติ เขตรกั ษา
พนั ธสุ์ ตั วป์ ่า ฯลฯ รวมไปถงึ การทำ� ไมแ้ ละของป่า
ทงั้ น้ี ป่าทงั้ 2 ประเภท มวี ธิ กี ารกำ� หนด จากป่ าได้ในบางส่วนโดยประยุกต์หลกั การทาง
ขนาดของพน้ื ท่ี โดยใช้ 3 หลกั การ ดงั น้ี 1) หลกั วชิ าการเขา้ ชว่ ยอยา่ งดี
การใชท้ ่ดี นิ ในการแบ่งสมรรถนะท่ดี นิ ของกรม
พฒั นาท่ีดิน ได้แบ่งพ้ืนท่ีสมรรถนะและความ
เหมาะสมเพ่อื กิจการต่างๆ คอื การเกษตร ท่ี
อยู่อาศัย แหล่งน้�ำ และป่ าไม้ ส�ำหรับพ้ืนท่ี
ประเทศไทยนนั้
38
ข้อกำ� หนดป่ า 40% สำ� เรจ็ ได้อย่างไร และขนั้ ทส่ี ามการศกึ ษาขอ้ มลู พน้ื ทป่ี ่ าผลติ ผลไม้
ตามท่ีได้คัดลอก “นโยบายป่ าไม้ ใชส้ อยและของใช้ เมอ่ื น�ำผลการศกึ ษาความรปู้ ่าไม้
ขนั้ พน้ื ฐานมาทำ� การวเิ คราะหแ์ ละสงั เคราะหร์ ่วม
2528” และไดม้ าของพน้ื ทป่ี ่าไม้ 40% ของพน้ื ท่ี กบั พจิ ารณาสถานการณ์ป่ าไมข้ องประเทศไทย
ประเทศไทย (ปัจจุบนั 513,120 ตร.กม.) ไดม้ า พรอ้ มประสบการณ์ของผเู้ ขยี น จงึ สรปุ ไดว้ า่ พน้ื ท่ี
จากอนุกรรมการป่าไมแ้ หง่ ชาติ พ.ศ. 2527 ไดร้ บั ป่าไมท้ เ่ี หมาะสมคอื 40% ของพน้ื ทป่ี ระเทศ โดย
อนุมตั ิ “นโยบายป่าไม”้ เมอ่ื วนั ท่ี 3 ธนั วาคม 2528 แยกเป็นพน้ื ทอ่ี นุรกั ษ์ 15% และ เป็นพน้ื ทป่ี ่าใช้
(ปัจจบุ นั นเป็นนโยบายป่าไม้ พ.ศ. 2561) มที งั้ หมด ประโยชน์ 25% การตดั สนใจครงั้ น้ภี ายใตค้ วามจรงิ
20 ขอ้ “กำ� หนดพน้ื ทป่ี ่าไม้ 40%” เป็นขอ้ หน่ึงใน ทว่ี า่ ป่าไมใ้ ชป้ ระโยชน์สามารถทดแทนป่าอนุรกั ษ์
จำ� นวน 20 ขอ้ ทส่ี ำ� คญั ตวั ผเู้ ขยี นบทวามไดร้ บั ได้ ถ้ามกี ารจดั การทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ อน่ึง ต้อง
เกยี รตจิ ากคณะอนุกรรมการใหเ้ ป็นผคู้ ดิ ค�ำนวณ ทำ� ความเขา้ ใจวา่ พน้ื ทอ่ี นุรกั ษ์ 15% ซง่ึ ครอบคลมุ
เม่อื ไดร้ บั มอบหมายแลว้ ไดว้ างแผนการด�ำเนิน พน้ื ทไ่ี ดต้ งั้ แต่ตน้ น้�ำ (headwater) อนั เปราะบาง
การใหม้ เี น้ือหาสาระดว้ ยหลกั การและวธิ กี ารตาม และการพงั ทลายงา่ ย แต่เกบ็ กกั น้�ำไดด้ มี าก โดย
ขนั้ ตอน ทห่ี ลกี เลย่ี งความขดั แยง้ ระหว่างหน่วย เฉพาะ first stream และ second stream orders
งานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง จงึ ขออธบิ ายเสรมิ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความ แมก้ ระนัน้ ก็ตาม ป่ าอนุรกั ษ์สามารถครอบคลุม
รมู้ ากขน้ึ (นอกเหนือทไ่ี ดบ้ รรยายแลว้ ในเบอ้ื งตน้ ) ตงั้ แต่ first, second, third, fourth, and fifth
จากการเตรยี มการทงั้ ในขนั้ ตอนดา้ นการทำ� ความ stream orders) และพน้ื ทป่ี ่าใชป้ ระโยชน์ 25% ซง่ึ
เขา้ ใจต่อพน้ื ทล่ี กั ษณะภมู ปิ ระเทศ ขนั้ ตอนศกึ ษา ครอบคลมุ พน้ื ทต่ี งั้ แต่
พน้ื ทต่ี น้ น้�ำลำ� ธาร
39
third, fourth, and fifth stream orders อนั หมาย และยกเลิกนโยบายป่ าไม้ ปี พ.ศ. 2528 การ
ถงึ บรเิ วณพน้ื ทต่ี งั้ แต่ภเู ขา (hills) ลงถงึ ทร่ี าบลุม่ เป็นเช่นน้ี เพราะน่าจะเกิดจากกรมป่ าไม้ไม่ได้
(low-plains) อยา่ งไรกต็ าม พน้ื ทป่ี ่าใชป้ ระโยชน์ แปลแต่ละหวั ขอ้ ของ 20 ขอ้ ในนโยบาย เป็นขอ้
ทก่ี ำ� หนดการใชป้ ระโยชน์ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม ก�ำหนดหรือข้อบังคบั หรืออะไรก็ได้ท่ีแต่ละข้อ
รวมถงึ การท�ำหน้าทแ่ี ทนพน้ื ทอ่ี นุรกั ษ์ (น้�ำ ดนิ ของนโยบาย 20 ขอ้ ใหม้ รี ายละเอยี ด การปรบั
พนั ธุกรรมพนั ธุ์สตั ว์ป่ าและพชื ) ทงั้ น้ีข้นึ อยู่กบั เปลย่ี นพน้ื ทป่ี ่าไม้ โดยด�ำเนินการสองประเดน็ ๆ
หลกั การและวธิ กี าร ทงั้ หมดทงั้ ปวงทบ่ี รรยายไว้ แรก การน�ำพน้ื ทพ่ี ชื เกษตรแทนป่ าไม้ น่าจะท�ำ
นนั้ สามารถกลา่ วเป็นภาษติ (motto) หรอื คำ� ขวญั อย่างย่ิงเพราะนอกจากแสดงความไม่ “เข้าใจ
(slogan) ไดว้ า่ “รวมป่าอนุรกั ษใ์ นป่าใชป้ ระโยชน์ เขา้ ถงึ พฒั นา” แลว้ ยงั ไมใ่ หเ้ กยี รตทิ างวชิ าการ
รวมป่าใชป้ ระโยชน์ออกจากป่าอนุรกั ษ์ (assem- ป่าไมข้ องรนุ่ พๆ่ี และอาจารยท์ ส่ี อนดว้ ย ประเดน็
ble reserve forest in benefit forest, assemble ท่สี อง การเพมิ่ พ้นื ท่ปี ่ าด้วยการปรบั มาตรฐาน
benefit forest off reserve forest” สว่ นของแผนท่ี น่าจะน�ำมาซง่ึ ความไมเ่ ชอ่ื มนั่ ของ
ประชากรไทย ดเู หมอื นวา่ รฐั ทำ� งานไมส่ รา้ งการ
เป็นทท่ี ราบแลว้ วา่ นโยบายป่าไม้ ปี พ.ศ. ยอมรบั ได้ อยากทำ� อะไรกท็ ำ� มขี อ้ อา้ งตามแต่จะ
2528 ไดก้ ารปรบั เปลย่ี นสลบั ตวั เลข ป่าอนุรกั ษ์ เอามาอา้ ง เพราะงานราชการนัน้ นอกจากระบบ
เป็น 25% และป่ าใชป้ ระโยชน์เป็น 15% ท�ำให้ การจัดการท่ีมีประสิทธิภาพแล้ว เครดิตทาง
เขา้ ใจไดว้ า่ การอนุรกั ษป์ ่าไม้ (อนุรกั ษแ์ บบไมใ่ ห้ วชิ าการตอ้ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากกวา่
ลดพน้ื ทป่ี ่ าไม)้ ทส่ี ุดกย็ งั ไม่สามารถท�ำไดส้ ำ� เรจ็
40
จงึ จะน�ำมาซ่งึ ความส�ำเรจ็ ของงานนัน้ ๆ ยง่ิ กว่าน้ี การปรบั เปล่ยี นพ้นื ท่ปี ่ าไม้ โดยด�ำเนินการ
สองประเดน็ ๆ แรก การน�ำพน้ื ทพ่ี ชื เกษตรแทนป่าไม้ น่าจะท�ำอยา่ งยง่ิ เพราะนอกจากแสดงความไม่
“เข้าใจ เข้าถึง พฒั นา” แลว้ ยงั ไม่ใหเ้ กยี รตทิ างวชิ าการป่ าไมข้ องรุ่นพๆ่ี และอาจารยท์ ส่ี อนดว้ ย
ประเดน็ ทส่ี อง การเพมิ่ พน้ื ทป่ี ่าดว้ ยการปรบั มาตรฐานสว่ นของแผนท่ี น่าจะน�ำมาซง่ึ ความไมเ่ ชอ่ื มนั่ ของ
ประชากรไทย ดเู หมอื นวา่ รฐั ทำ� งานไมส่ รา้ งการยอมรบั ได้ อยากทำ� อะไรกท็ ำ� มขี อ้ อา้ งตามแตจ่ ะเอามา
อา้ ง ดงั นนั้ หลายสง่ิ ทบ่ี รรยายอยา่ งจจ้ี ดุ เป็นการแสดงใหเ้ หน็ วา่ ผทู้ ำ� การปรบั เปลย่ี น น่าจะไมเ่ คยเรยี นรู้
“ศาสตรข์ องป่ าไม”้ หรอื “วนศาสตร”์ ทต่ี อ้ งใชค้ วามรอบรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ (natural, social, and
formula sciences) อนั เป็นพน้ื ฐานของการน�ำไปสคู่ วามลุม่ ลกึ ไดห้ ลายๆ ระดบั จงึ จะพอเพยี งในการ
เจาะหารากเหงา้ ของเรอ่ื งทต่ี อ้ งดำ� เนินการใหส้ มั ฤทธผิ ์ ลทต่ี อ้ งการ
หมายเหตุ การคดิ คน้ สรา้ งสรรสง่ิ ใหมห่ รอื แกป้ ัญหาทางวนศาสตร์ ตอ้ งการพน้ื ฐานทางวทิ ยาศาสตร์
เป็นฐานในอดตี ทผ่ี า่ นมา การสรา้ งสรรค์ การแกป้ ัญหาใหล้ ุม่ ลกึ หรอื งานทางวนศาสตรอ์ น่ื ๆ มกั เกดิ
41
ฝายชะลอน้�าช่วยลดโลกร้อนไดเ้ ท่าไร ? พีห่ นู อส.
วตั ถุประสงค์
(1).ฝายชะลอน้�า คืออะไร และสรา้ งอยา่ งไร ?
(2).ฝายชะลอน�า้ ชว่ ยลดโลกรอ้ นได้อยา่ งไร ?
(3).ฝายชะลอนา�้ ชว่ ยลดโลกรอ้ นไดเ้ ท่าไร ?
42
ฝายชะลอนา้� คอื อะไร?
ฝายชะลอน้�า หรอื Check Dam คอื ส่งิ ก่อสรา้ งขวางกั้นทางเดินของลา� น�้า ซึ่งปกติมักจะกั้น
ลา� ห้วย ลา� ธารขนาดเล็กในบรเิ วณทเ่ี ปน็ ต้นนา�้ หรือพ้ืนที่ทีม่ คี วามลาดชันสงู ในช่วงท่นี �้าทา่
ในลา� ธารไหลแรงจะสามารถชะลอการไหลของน�า้ ให้ช้าลง และกกั เก็บตะกอนไมใ่ หไ้ หลเทลง
ไป ในบรเิ วณลมุ่ น�า้ ตอนล่าง นบั เป็นวธิ ีการอนุรักษด์ นิ และน�้าไดด้ มี ากวธิ กี ารหนงึ่
ฝายชะลอน้า�
ลดความเรว็ นา�้ ทา่
เพม่ิ การดูดซบั น�้าท่าของ ลดปริมาณนา�้ หลาก ลดตะกอนแขวนลอย
ดินสองฝงั ล�าหว้ ย ในน้า� (ความขุ่นข้น)
เพ่มิ นา�้ ให้กบั พน้ื ที่ เพิม่ การเจรญิ เติบโต ลดการเกิดน�้าบ่าไหล เพ่มิ คณุ ภาพน้�าท่า
ท้ายน้า� ในช่วงฤดแู ลง้ ของพชื หลากและอุทกภัย
ฟน ฟูระบบนเิ วศ
ฝายชะลอน้�าสรา้ งอยา่ งไร?
(เกณฑก์ ารสร้างฝายชะลอน�า้ )
(1).ผลจากการศึกษาของ FAO พบว่า ฝายชะลอน้�า ไมค่ วรมคี วามสูง
จากท้องล�าธารมากกว่า 60 ซม.จะเป็นการประหยดั วัสดุและแรงงาน
(2).มคี วามหนาทส่ี นั ฝาย 3 ฟุตหรือ 1 เมตร และความหนาของฐาน
ฝายทง้ั ในสว่ นของต้นน�า้ และทา้ ยน้�าควรหนาเปน็ 3 เทา่ ของความสงู
(3).บริเวณสันฝาย จะมีชอ่ งระบายน�า้ หลากทีม่ ีขนาดกว้าง (L,เมตร)
ลกึ (D,เมตร) ท่คี �านวณจากสตู ร Qp=c1LD3/2 เมอ่ื c1 เปน็ คา่
สัมประสทิ ธิ์ของวัสดทุ ่ีใชส้ รา้ งฝาย และ Qp เป็นอตั ราการไหลของนา�้
หลากสงู สุด (ลบ.ม./วินาที) ที่คา� นวณได้จาก QP = c2IA เมื่อ c2
เป็นสัดส่วนของน�้าทา่ และนา้� ฝนทีเ่ กิดจากการตกของฝนแตล่ ะครั้ง
สงผลทําใหฝ ายมคี วามม่นั คงและมีอายกุ ารใชง านทย่ี าวนาน
ฝายตนน้ํา So
I เปน็ ความหนักเบาของฝนท่ตี กในครงั้ น้ัน ๆ และ A Ss
เป็นพื้นทีร่ องรบั นา้� ฝน Ss ระดับทอ งลาํ ธารใหม
(4).สันของฝายตัวลา่ งจะต้องมรี ะดับความสงู เดยี วกันกบั So ระดบั ทองลาํ ธารเดมิ
รูปท่ี 1. ตาํ แหนง ทต่ี ้ังฝายชะลอนา้ํ ในลาํ น้าํ ขนาดเล็ก
ฐานของฝายตวั บน นอกจากน้ี Heede (1977) ไดร วบรวมผลการศึกษาเกี่ยวกบั ฝายชะลอนํา้ ในทองท่ีตา ง ๆ ของรฐั
43
ฝายชะลอน�า้ ช่วยลดโลกรอ้ นไดอ้ ย่างไร (1).
(เพมิ่ นา้� ในดินและเพ่ิมความชุ่มชนื้ ใหก้ บั พื้นท)่ี
(๑).ระดับของนา้� ท่าหนา้ ฝายชะลอนา�้ ท่ยี กตวั ขน้ึ จะสร้างแรงกดดัน
ให้นา้� ท่าซมึ ลกึ ลงไปใต้ทอ้ งลา� ธารมากยิ่งขนึ้ ดว้ ยความเรว็ V =k(h/L)
(๒).ระดบั ของน�้าทา่ หน้าฝายชะลอน้า� ทยี่ กตวั ข้นึ จะเป็นแรงผลกั ดนั
ให้น้า� ทา่ ซมึ ลึกเขา้ ไปในชั้นดนิ บริเวณสองฝงั ลา� หว้ ยใหม้ ากขน้ึ
น�้าจากชน้ั ดนิ ระบายใหก้ ับล�าธาร
กอ่ นการสรา้ งฝาย
ระดับน�า้ หลังสร้างฝาย
ระดับน�้าก่อนสร้างฝานย้�าท่าในลา� ธารซึมเข้าเข้าไปในชน้ั ดนิ สองฝงั ล�าธาร
หลงั การสรา้ งฝาย
ฝายชะลอนา้� ชว่ ยลดโลกร้อนได้อยา่ งไร (2). น้�าทา่ ทแี่ ทรกตวั เข้าไปในชนั้ ดนิ บริเวณ
สองฝังลา� ห้วย จะถูกตน้ ไม้ดงึ กลบั ไปใชใ้ นการ
(เพ่มิ การเติบโตของต้นไม้และลดความร้อนแรงจากรงั สดี วงอาทติ ย)์ เจรญิ เติบโต โดยการสรา้ งอาหารดว้ ยกระบวนการ
สังเคราะห์แสง กระบวนการดังกลา่ วนจ้ี ะมกี ารดูด
6CO2 + 6H2O C6H12O6 + 6O2 Rn ซบั กาซคาร์บอนไดออกไซด์ ซง่ึ เปน็ กา ซเรือนกระจก
LE ชนดิ หนึ่ง
He ในท�านองเดียวกนั ร่มเงาของเรือนยอดท่ี
ปกคลุมพนื้ ดินมากขึน้ จากการเจรญิ เตบิ โตของต้นไม้
G จะช่วยลดความรอ้ นแรงจากรังสดี วงอาทติ ย์ (Rn)
ซงึ่ ปกติ จะถกู ใชไ้ ปใน 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ (1)การ
คายระเหยน�้า หรอื LE (2)การเพม่ิ ความร้อนใหก้ บั
พื้นดนิ หรือ G และ (3)การเผาผลาญอากาศทอ่ี ยู่
เหนอื ผิวดิน หรอื He นั่นคอื Rn=LE+G+He
ตน้ ไม้ท่เี ติบโต ทา� ให้ Rn ถกู ใช้ไปในรปู
ของ LE จนหมด ค่า G และ He จึงมคี า่ เปน็ 0
อากาศ ณ ทน่ี น้ั จึงไมร่ อ้ น
ดังน้ัน การเจริญเติบโตของต้นไมท้ ่เี พ่มิ มากขนึ้ หลังการสรา้ งฝายชะลอน�า้ จึงสามารถนา� มาใช้เปน็ ตวั ช้ีวัดการลดสภาวะโลกรอ้ นได้
44
ฝายชะลอนา�้ ช่วยลดโลกรอ้ นได้เท่าไร
(ข้ันตอนของการประเมิน)
(๑).เปรียบเทียบความสมบูรณ์ของปา่ ไม้ กอ่ นและหลังการสรา้ งฝายชะลอน�า้ จากข้อมูล
ภาพถ่ายดาวเทียม (ค่า NDVI หรือ Normalized Different Vegetative Indexes)
(๒).แปลงค่า NDVI ให้เปน็ ค่าคะแนนความหลากหลายทางชวี ภาพ หรอื BDV
(Biodiversity value) ด้วยแบบจ�าลองของกรมอทุ ยานแหง่ ชาติ ฯ ที่ทา� การศึกษากบั ปา่
ต้นน้า� 5 ชนดิ คอื ปา่ ดบิ เขา ป่าดิบชน้ื ปา่ ดบิ แล้ง ปา่ เบญจพรรณ และปา่ เตง็ รงั ทเี่ ป็น
ตวั แทนของป่าตน้ นา�้ ในประเทศไทย
BDV = 71.196NDVI + 11.537
(๓).ประเมนิ ค่าการดดู ซับ CO2 จาก
แบบจา� ลอง BDV model ของกรม
อุทยานแหง่ ชาติ ฯ ดว้ ยการนา� ข้อมูล
Net primary production ของป่า NDVI
ตน้ นา�้ 5 ชนิดดงั กลา่ ว มาแปลงค่าใหเ้ ปน็ มวลชวี ภาพที่เพิ่มขึน้ แลว้ ปรบั ให้เปน็ ค่าการ
ดูดซับ CO2 ด้วยสมการ CO2 = -0.38 + 0.018BDV + 0.0015Ra – 0.12CNt เมอ่ื Ra
เปน็ ปรมิ าณน�า้ ฝนรายปี และ CNt เป็นค่าคะแนนลกั ษณะภูมปิ ระเทศ ตามเกณฑก์ า� หนด
ของ SCS-CN Methodology
ค่าดัชนคี วามสมบูรณข์ องพืช หรือ NDVI
(Normalized Different Vegetative Index)
ดชั นคี วามตา่ งพชื พรรณ หรอื NDVI (Rouse, Haas, Schell, & Deering,
1973) เปน็ การหาคา่ ความตา่ ง ของค่าการสะทอ้ นของพืชพรรณโดยอาศยั
คณุ สมบตั ิของ คา่ การสะทอ้ นเชิงคลื่นจากข้อมลู จากภาพถ่ายดาวเทยี ม ด้วย
สมการ
NDVI = NIR −RED
NIR+RED
เม่ือ NDVI คือ ดชั นคี วามตา่ งพืชพรรณ
NIR คอื คา่ ความสะท้อนช่วงคลืน่ อินฟราเรด ใกล้
RED คอื คา่ ความสะท้อนช่วงคลืน่ สแี ดง
ผลของสมการมีคา่ ระหวา่ ง -1 ถงึ 1 โดยค่าทม่ี ี ความเข้าใกล้ 1 แสดงว่ามีความ
เปน็ พชื พรรณสูง
45
แบบจ�าลองความหลากหลายทางชีวภาพ 2
1
3
45
ข้อจา� กดั ของการประเมนิ
(ชว่ งระยะเวลาในรอบปีทถี่ ูกต้องส�าหรับการเปรยี บเทยี บค่า NDVI)
ปญั หา เนื่องปริมาณและการกระจายตัวตกของฝนในรอบปขี อง
แต่ละปีมีคา่ ไม่เทา่ กนั สง่ ผลท�าให้ความสมบูรณข์ องปา่ ใน
ชว่ งเวลาเดียวกันของแต่ละปี มคี า่ ไมเ่ ท่ากนั ตามไปด้วย
การแก้ปัญหา ดว้ ยการพัฒนาแบบจา� ลองคา่ น�า้ ฝนสะสมในชนั้ ดิน
ของแต่ละวนั ในรอบปี (API model, Antecedent
Precipitation Index model ) เพ่อื กา� หนดชว่ งระยะเวลาของ
การเปรียบเทียบ (คา่ API ของปที ีเ่ ปรยี บเทยี บมคี า่ เท่ากัน)
Interception submodel Soil water submodel API output model
Rainfall(R) Net Rainfall
Throughfall 100-x % of area Initial soil water
x % of area is interceped
No Yes
IF (SW > MWHC)
Yes No IF ((SW-MWHC)>FC) Surface runoff
IF ; R+Ii>=Ic No Yes Percolation
Th = R+Ii-Ic I = Ic I = R+Ii SW1 = SW-Per Interflow
Yes No Yes
IF (SW1>FC)
No
SW2 = SW1-Interflow
IF ; I>E
Pan evaporation
Net rainfall Ii = I-E Ii = Ic Et=GI*k*Ep*((SW2/AWC)^x)
SW2 - Et Total Runoff
46
ปา่ ไม้บนภเู ขา
คือ ความมงั่ คงั่ ของชาติไทย
ป่ าไมบ้ นภเู ขา คอื ความอดุ ม
สมบูรณแ์ ละความม่นั คงของชาติ
ไทยในชว่ ง 20-30 ปี ประชาชนได้
นำ� พืน้ ท่ีป่ าไมม้ าใชใ้ นการเกษตร
ทำ� ใหผ้ ลผลิตดา้ นการเกษตรของ
ประเทศเพ่ิมขึน้ อย่างมากมาย แต่
เม่ือเลยจุดของความพอดีไป คือ
เม่ือตดั ไมท้ ำ� ลายป่ ามากๆ เขา้ ป่ า
ไมซ้ ง่ึ เคยชว่ ยปกคลมุ ดินไมใ่ หห้ นา้
ดินถกู เซาะไปและดดู ซบั นำ้� ไวม้ ิให้
สรุ ิยนั มลู สาร วน.35
เกิดนำ้� ทว่ มอยา่ งรวดเรว็ ก็ไมส่ ามารถจะทำ� หนา้ ท่ีได้ เกิดปัญหา
การพงั ทลายของดิน และนำ้� ท่วม ซ่งึ กลบั มาเป็นอนั ตรายต่อพืช
ผลการเกษตร ณ จดุ นี้
ซ่ึงเราเลยจดุ ของความพอดี ในการนำ� พืน้ ท่ีป่ าไมม้ าใชเ้ พ่ือ
การเกษตรเสียแลว้ จงึ เกิดเหตใุ นทางกลบั กนั ก็คือ ในระยะนี้ ถา้
ย่ิงหนั กลบั ไปปลกู ป่ าผลผลติ ทางการเกษตรอาจจะกลบั ดีขนึ้ กวา่
เดมิ ก็อาจเป็นได้“ผลลบของการท่ีทรพั ยากรธรรมชาติ และสภาพ
แวดลอ้ มเสอ่ื มโทรม จนกอ่ ใหเ้ กดิ ความออ่ นแอและดว้ ยศกั ยภาพท่ี
จะเจรญิ เตบิ โตของเศรษฐกิจตอ่ ไปในอนาคต” น่นั ก็คือ ในระยะนี้
ถา้ หากมีการปลกู ป่า ป่าไมจ้ ะมีผลเชิงบวกตอ่ บคุ คลอ่ืนๆ ท่วั ไปทงั้
47
ประเทศ ป่าไมเ้ ป็นสมบตั ขิ องโลก และเป็น
ประโยชนต์ อ่ สง่ิ ท่มี ีชีวติ แตไ่ มไ่ ดเ้ ป็นสมบตั ิ
ของใครคนใดคนหนง่ึ คำ� ถามลกึ ๆ ก็คือ
1. ตัวเลขความเจริญเติบโตทาง
เศรษฐกิจของเรา รวมทงั้ ความสำ� เรจ็ อยา่ ง
งดงามในทางเศรษฐกิจท่ีเราวดั กนั อยนู่ ีเ้ รา
ใชอ้ ะไรแลกมา เศรษฐศาสตรป์ ่าไม้
2. ทำ� ไมคนไมป่ ลกู ตน้ ไม/้ ปลกู ป่า...
ตน้ ไมม้ ีค่าต่อสว่ นรวม คนดแู ลตน้ ไม้
อาจไดป้ ระโยชน์บา้ ง แต่เพียงเล็กน้อย
ประโยชนใ์ หญ่อยู่ท่ีคนอ่ืน (นภพร เรือง
สกุล) ผลประโยชนอ์ นั เกิดจากป่ าไมห้ รือ
ผลภายนอกเชิงบวก Positive Externali-
tiesของการมปี ่าไมห้ รอื การพฒั นาเพอ่ื เพม่ิ
ปรมิ าณป่ามีประโยชนห์ ลายประการดว้ ยกนั ไดแ้ ก่
1) คนจำ� นวนมากในเมืองไทยไดอ้ าหารจากป่ า และ
ไดฟ้ ื นจากป่า ซง่ึ เชือ้ เพลงิ เหลา่ นี้ จดั หาหรอื จดั ซือ้ กนั นอก
ระบบตลาดเป็นส่งิ ท่ีคนจนใช้
2) ผลติ ภณั ฑอ์ ่ืนๆท่ีไดจ้ ากป่า เชน่ หญา้ คามงุ หลงั คา
หวาย กลว้ ยไมแ้ ละพรรณไมต้ า่ งๆ มีคณุ คา่ ทางสายพนั ธุ์ มี
ประโยชนท์ างดา้ นอาหาร และมีคณุ คา่ ทางยา
3) ป่ าไมเ้ ป็นท่ีอยู่อาศัยของสัตวป์ ่ า เป็นท่ีพักผ่อน
หย่อนใจของบุคคลเป็นจำ� นวนมากเม่ือมีการจดั เป็นเขต
อทุ ยานแหง่ ชาติ
48
4) ป่าไมช้ ว่ ยลดคารบ์ อนไดออกไซด์ท่ีเป็นตน้ เหตใุ หโ้ ลกรอ้ นขนึ้
5) ป่าไมท้ ำ� ใหม้ ฝี นตก .ป่าไมบ้ นภเู ขาคอื ความอดุ มสมบรู ณแ์ ละ
ความม่นั คงของชาตไิ ทย
มนษุ ยจ์ ะทำ� อะไรนนั้ ใหด้ ถู งึ แรงจงู ใจและรางวลั ทจ่ี ะไดร้ บั ...อยา่ ง
โครงการเราชนะคนละครง่ึ รฐั ครง่ึ _ประชาชนครง่ึ ผคู้ นแห่กนั ออก
มาจบั จ่ายใชส้ อยตรมึ ไปเลย...การปลกู ป่ าเพ่ิมสีเขียวลดโลกรอ้ นก็
เช่นเดียวกนั รฐั ใหท้ ่ีดินราคาเป็นธรรมและเอาค่าใชจ้ ่ายไปลดภาษี
ได้ รบั รองเงินทนุ ในเมืองขนออกไปปลกู ป่า 5 ลา้ นไรใ่ นบดั ดล ครบั
49
50