นโยบายสง่ เสรมิ ดร.สวุ รรณ ตงั้ มิตรเจริญ วน.49
ป่าเศรษฐกิจ
ความทา้ ทายสกู่ ารปฏิบตั ิ
หลงั จากผเู้ ขยี นไดร้ บั เชญิ ใหร้ ว่ มเวทใี นหวั ขอ้ โดยใชง้ บประมาณในกาสนบั สนุนการปลกู ป่า ดงั
เสวนาเร่อื ง ไมเ้ ศรษฐกจิ ไทยทเ่ี ป็นกลไกหลกั ใน นัน้ การใช้งบประมาณรฐั ในการให้เงนิ อุดหนุน
ยคุ คารบ์ อนเป็นกลาง เมอ่ื วนั ท่ี 29 มนี าคม 2565 โดยตรงในปลกู สรา้ งป่าเศรษฐกจิ จงึ ไมใ่ ช่คำ� ตอบ
ในการประชมุ วชิ าการประจำ� ปี สวทช. ครงั้ ท่ี 17 สดุ ทา้ ย จำ� เป็นตอ้ งปรบั กลยทุ ธ์ ซง่ึ น่าจะเป็นการ
(NAC2022) โดยตนเองกล่าวให้ข้อมูลในเร่อื ง ขบั เคล่อื นกลไกและมาตรการต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
นโยบายสง่ เสรมิ ป่าเศรษฐกจิ กไ็ ดร้ บั คำ� ขอใหช้ ว่ ย ใหเ้ กดิ แรงจูงใจในการปลูกตน้ ไมห้ รอื ปลูกป่ าขน้ึ
เขยี นบทความเกย่ี วกบั เร่อื งน้ี โดยพส่ี มพร ไชย เองโดยภาคประชาชน
จรสั พว่ี นศาสตร์ รุ่น35 ซ่งึ เป็นทร่ี กั และเคารพ บทความน้ีจะได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์และ
โดยสว่ นตวั อยแู่ ลว้ ดว้ ยความมจี ติ สาธารณะของพ่ี นโยบายระดบั ชาตทิ เ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ป่ าเศรษฐกจิ ท่ี
อาวโุ สทา่ นน้ี ซง่ึ มกั มเี รอ่ื งดๆี แบง่ ปัน สรา้ งสรรค์ ควรรู้ ยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงานดา้ นป่าเศรษฐกจิ
ต่อพๆ่ี น้องๆ และวงการป่าไมอ้ ยา่ งต่อเน่ืองเสมอ ของกรมป่าไม้ สรุปผลการผลด�ำเนินงานดา้ นส่ง
มา จึงรับค�ำขอให้ช่วยเขียนดังกล่าวและเห็น เสรมิ การปลกู ไมป้ ่าเศรษฐกจิ ในชว่ ง 5 ปีทผ่ี า่ นมา
ดว้ ยว่า ควรช่วยกนั เผยแพร่เร่อื งการส่งเสรมิ ป่ า รวมทงั้ แผนปฏบิ ตั งิ านในปีน้ี (2565) และในชว่ ง
เศรษฐกจิ ใหแ้ พรห่ ลาย เพอ่ื จะชว่ ยกระตุน้ ใหเ้ กดิ ทา้ ยกข็ อ้ แนะน�ำในปัจจยั เสรมิ ต่างๆทจ่ี ะช่วยขบั
การน�ำนโยบายสกู่ ารปฏบิ ตั ิ เคลอ่ื นอตุ สาหกรรมไมเ้ ศรษฐกจิ มบี ทสรปุ ทส่ี ำ� คญั
กล่าวได้ว่า ประเทศไทยมยี ุทธศาสตร์ และ ของเรอ่ื งน้ี วา่ จำ� เป็นตอ้ งปรบั กลยทุ ธจ์ ากการใช้
แผนแม่บทด้านป่ าเศรษฐกิจท่ีเหมาะสมมาก งบประมาณรฐั ในการปลูกสรา้ งป่ าเศรษฐกจิ เป็น
เพยี งพอแลว้ สง่ิ ทค่ี วรทำ� คอื สานตอ่ จดั ทำ� แผน หลกั เป็นการขบั เคลอ่ื นกลไกและมาตรการต่าง ๆ
ปฏบิ ตั หิ รอื โครงการใหเ้ กดิ ไดจ้ รงิ ตามเป้าหมาย ทเ่ี กย่ี วขอ้ งใหเ้ กดิ แรงจงู ใจในการปลูกตน้ ไมห้ รอื
โดยพ้นื ท่เี ป้าหมายหลกั ของการส่งเสรมิ เพมิ่ ป่ า ปลกู ป่าขน้ึ เองโดยภาคประชาชน
เศรษฐกจิ ใหไ้ ดต้ ามเป้าหมาย 15% (15.99 ลา้ น
ไร)่ คอื พน้ื ทเ่ี อกชน, ส.ป.ก. และ คทช (กลุม่ ท2่ี ยทุ ธศาสตร์และนโยบายด้านป่ า
มเี งอ่ื นไขการสรา้ งป่าเศรษฐกจิ ไมน่ ้อยกวา่ 50%) เศรษฐกิจ
และจากแผนดำ� เนินงานของกรมป่าไมใ้ นชว่ ง 5 ปี ประเทศไทยมีนโยบาย ยุทธศาสตร์และ
ทผ่ี า่ นมา (2560-2564) เป็นขอ้ เทจ็ จรงิ ทช่ี ใ้ี หเ้ หน็ แผนทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ป่าเศรษฐกจิ โดยตรงอย่แู ลว้
ถงึ ขอ้ จำ� กดั ของการสง่ เสรมิ การปลกู ป่าเศรษฐกจิ โดยมีพ้ืนท่ีเป้าหมาย 15%ของเน้ือท่ีประเทศ
51
หรอื ประมาณ 48.52 ล้านไร่ โดยปัจจุบนั มอี ยู่ กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
32.65 ลา้ นไร่ คดิ เป็นตอ้ งมเี พมิ่ 15.99 ลา้ นไร่ ระยะ 20 ปี (2560-2579) และยทุ ธศาสตรก์ รม
ยุทธศาสตร์ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งไดแ้ ก่ ยุทธศาสตรช์ าติ ป่ าไม้ (2561-2579) และยทุ ธศาสตรแ์ ละแผน
20 ปี (2561-2580) ตามยุทธศาสตร์ท่ี 5 การ งานการส่งเสริมไม้เศรษฐกิจแบบครบวงจร
สรา้ งการเตบิ โตบนคุณภาพชวี ติ ทเ่ี ป็นมติ รต่อสงิ่ (2561-2579) และทส่ี ำ� คญั คอื ยุทธศาสตรแ์ ละ
แวดลอ้ ม ในประเดน็ สรา้ งการเตบิ โตอยา่ งยงั่ ยนื แผนงานการส่ งเสริ มไม้เศรษฐกิ จแบบครบ
บนสงั คมเศรษฐกิจสเี ขยี ว (การรกั ษาและเพมิ่ วงจร (พ.ศ. 2561-2579) ซง่ึ จะไดก้ ลา่ วในชว่ งผล
พน้ื ทส่ี เี ขยี ว) ก�ำหนดใหม้ พี น้ื ทส่ี เี ขยี วเพอ่ื การใช้ ดำ� เนินงานทส่ี ำ� คญั ของกรมป่าไม้
ประโยชน์เพม่ิ ขน้ึ โดยส่งเสรมิ ปลูกไมเ้ ศรษฐกจิ
และอุตสาหกรรมจากป่าปลกู แบบครบวงจร สรา้ ง ทงั้ น้ีหากพจิ ารณาในส่วน อุตสาหกรรมไม้
กลไกท่ีถูกต้องตามหลกั วิชาการและกฎหมาย เศรษฐกจิ หากดำ� เนินการครบวงจรตลอด Value
เพอ่ื สามารถระบุแหลง่ ก�ำเนิดของไม้ และป้องกนั chain สามารถสร้างและกระจายรายได้ตัง้ แต่
การลกั ลอบท�ำไมท้ ่ผี ดิ กฎหมาย มียุทธศาสตร์ ระดบั ฐานรากจนถงึ ระดบั ชาติ สรา้ งความมนั่ คง
ทางเศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดลอ้ มไดอ้ ยา่ งโดดเดน่
ยทุ ธศาสตรก์ รมป่ าไม้ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 การป้องกนั รกั ษาพน้ื ทเ่ี หลอื ใหค้ งอยู่ และยงั่ ยนื
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 ฟ้ืนฟูป่าเสอ่ื มโทรมและป่าทถ่ี กู บกุ รกุ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 เพม่ิ พน้ื ทป่ี ่านอกเขตพน้ื ทป่ี ่าไม้ ตามกฎหมาย
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 แกไ้ ขปัญหาราษฎรในพน้ื ทป่ี ่าไม้ อยา่ งเป็นระบบและเป็นธรรม
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 สง่ เสรมิ และสนบั สนุนการวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรป่าไม้
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 6 บรู ณาการ และสง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ ม ทกุ ภาคสว่ น
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 7 ปรบั ปรงุ และบรู ณาการดา้ นการพฒั นา องคก์ รและกฎหมายใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
52
เอกชน 10.5 ลา้ นไร่ สปก. 7.2 ล้านไร่ พืน้ ท่ีที่จดั ว่ามีศกั ยภาพในการพฒั นาเป็น
51.14 % 34.78 % ป่ าเศรษฐกิจเพ่ิมเติมที่สำ� คญั ได้แก่
1. พืน้ ที่ คทช*และป่ าถาวร ล่มุ น�้ำ 3 4 5
คทช.
ป่าถาวร ในเขตป่ าสงวนฯ,
1.85/1.04 ล้านไร่ 2. พืน้ ที่ ส.ป.ก.ในเขตป่ าสงวนฯ,
14.08 % 3. พืน้ ท่ีเอกชน (ท่ีดินกรรมสิทธ์ิ)
*พน้ื ท่ี คทช ลุม่ น้�ำ 3 4 5 หลงั มติ ครม 30 มถิ ุนายน 2541 (ทไ่ี ดร้ บั การจดั ระเบยี บตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายทด่ี นิ แหง่
ชาติ ในรปู แบบของมาตรการแกไ้ ขปัญหาการอยอู่ าศยั และทำ� กนิ ในพน้ื ทป่ี ่าสงวนแหง่ ชาติ ซง่ึ กำ� หนดเงอื นไขอนุญาตใหอ้ ยอู่ าศยั และ
ทำ� กนิ แบบแปลงรวมโดยออกแบบการใชพ้ น้ื ทร่ี ว่ มกนั ระหวา่ งชมุ ชน และหน่วยงานรฐั โดยชมุ ชนตอ้ งดแู ลรกั ษาและ ใชป้ ระโยชน์พน้ื ท่ี
ในลกั ษณะทเ่ี กอ้ื กลู ต่อการอนุรกั ษ์ ตามทก่ี ำ� หนดรว่ มกนั และปลกู ป่าเพอ่ื เศรษฐกจิ ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 50 ของพน้ื ท)่ี
ต่างจากอุตสาหกรรมประเภทอ่นื หากพจิ ารณา ผลการด�ำเนินงานสำ� คญั ท่ีผา่ นมา
เฉพาะในสว่ นการสง่ ออกไมแ้ ละผลติ ภณั ฑจ์ ากไม้ และกำ� ลงั ท�ำ
สามารถสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ประเทศอยปู่ ระมาณ 2-3
แสนลา้ นบาทตอ่ ปี ทงั้ ยงั กอ่ ใหเ้ กดิ การสรา้ งงานใน ดงั ท่ไี ด้กล่าวมาในช่วงต้นว่า มยี ุทธศาสตร์
ภาคอตุ สาหกรรมไมภ้ ายในประเทศทงั้ ตน้ น้�ำ กลาง ชาติเป็นกรอบหลกั ในการก�ำหนดการส่งเสริม
น้�ำ และปลายน้�ำ ในแตล่ ะปีไมน่ ้อยกวา่ 200,000 การปลูกไมเ้ ศรษฐกจิ อย่างไรกต็ าม ก่อนทจ่ี ะมี
คน ประกอบกบั รฐั บาลมนี โยบายดา้ นเศรษฐกจิ การจดั ทำ� ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี กรมป่าไมร้ ่วม
ชวี ภาพ เศรษฐกจิ หมนุ เวยี น และเศรษฐกจิ สเี ขยี ว กบั คณะวนศาสตร์ ได้มกี ารจดั ท�ำยุทธศาสตร์
(Bio-Circular-Green Economy) และการดำ� เนิน และแผนงานการส่ งเสริ มไม้เศรษฐกิ จแบบ
งานตามกรอบ COP 26 จงึ เป็นโอกาสท่ดี ขี อง ครบวงจร (พ.ศ. 2561-2579) (หรือเรียกว่า
ภาคการผลติ ด้านป่ าไม้โดยเฉพาะไม้เศรษฐกจิ ยทุ ธศาสตรไ์ ม้เศรษฐกิจ) ยุทธศาสตรน์ ้ีใชเ้ ป็น
และอุตสาหกรรมไม้ ทจ่ี ะเขา้ มาเป็น กลไกสำ� คญั แนวทางหรอื กรอบดำ� เนินงานดา้ นการสง่ เสรมิ ไม้
ช่วยเศรษฐกจิ ของชาตแิ ละบรรเทาปัญหาดา้ นสงิ่ เศรษฐกจิ ได้ วตั ถุประสงคส์ ำ� คญั ของยุทธศาสตร์
แวดลอ้ มควบคกู่ นั ไปดว้ ย เพอ่ื กำ� หนดกรอบการดำ� เนินงานเชงิ นโยบายของ
ชาติ (strategic framework) รองรบั การสง่ เสรมิ
ผลกั ดนั สนบั สนุน และเสรมิ สรา้ งการมสี ว่ นร่วม
ของเกษตรกร ผปู้ ระกอบการ นกั พฒั นา และนกั
สง่ เสรมิ ในการเพมิ่ พน้ื ทป่ี ลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ โดยใช้
53
การพฒั นาไมเ้ ศรษฐกจิ เป็นกลไกในการขบั เคลอ่ื น หน่ึงในการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ เพม่ิ
“เศรษฐกจิ จากฐานชวี ภาพ” หรอื “เศรษฐกจิ เขยี ว พ้นื ท่สี เี ขยี ว สนับสนุนอุตสาหกรรมและการค้า
(green economy)” เพอ่ื สรา้ งโอกาสใหเ้ กษตรกร เกย่ี วไมเ้ ศรษฐกจิ และเพมิ่ ศกั ยภาพการแขง่ ขนั
ผปู้ ระกอบการ ภาคธรุ กจิ และเอกชน ไดห้ นั มาให้ กบั ต่างประเทศ ดงั น้ี 1) ไมแ้ ละไมแ้ ปรรปู ยกเวน้
ความสนใจต่อการปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ เพอ่ื สรา้ งราย ไมต่ อ้ งจา่ ยอากร (จากเดมิ ทต่ี อ้ งจา่ ยถงึ รอ้ ยละ40)
ได้ ชว่ ยในการขจดั ความยากจนหรอื ภาวะหน้ีสนิ ในชนิดทก่ี ำ� หนด ไดแ้ ก่ ยคู าลปิ ตสั สนประดพิ ทั ธ์
ของเกษตรกรในชนบท ยงั ช่วยสรา้ งความมนั่ คง ไผต่ ง ไผเ่ ลย้ี ง ไผส่ สี กุ มะมว่ งหมิ พานต์ กระถนิ
ทางอาชพี ใหเ้ กษตรกร นอกจากน้ยี งั เพมิ่ ทางเลอื ก ณรงค์ กระถนิ ยกั ษ์ สนทะเล สะเดาชา้ ง สนคารเิ บยี
ในการทำ� การเกษตรทเ่ี ป็นมติ รกบั สง่ิ แวดลอ้ มและ สนโอคาป้ า ไม้ท่ีได้จากต้นยางตระกูลฮีเวีย
สุขภาพ ผลผลติ เป็นทย่ี อมรบั และความตอ้ งการ (หรอื ไมย้ างพารา) ไมร้ วก และมะพรา้ ว 2) ไมท้ อ่
ของตลาดทงั้ ภายในประเทศและตา่ งประเทศ ชว่ ย นอ่นื ๆ ทม่ี ชี นิดนอกเหนือจากขอ้ 1) ใหล้ ดอากร
เพม่ิ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั และทส่ี ำ� คญั เหลอื รอ้ ยละ 10 3) ไมว้ เี นียร์ ใหย้ กเวน้ ไม่ตอ้ ง
ผลพลอยได้อกี ประการหน่ึงของการส่งเสรมิ ไม้ จา่ ยอากร (จากเดมิ รอ้ ยละ 40 4) ไมช้ น้ิ ไมส้ บั ไม้
เศรษฐกจิ ในประเทศคอื เช่อื มโยงในมติ ดิ า้ นการ สบั ขาว ผงขเ้ี ลอ่ื ย เปลอื กไมห้ รอื เศษไม้ ทไ่ี ดจ้ าก
จดั การสง่ิ แวดลอ้ ม การลดภาวะโลกรอ้ น (global ไมก้ ฤษณา ใหย้ กเวน้ ไมต่ อ้ งจ่ายอากร (จากเดมิ
warming) และการรบั มือกบั การเปล่ียนแปลง รอ้ ยละ 40 5) ของทำ� ดว้ ยไม้ ประกอบดว้ ย กรณี
สภาพภมู อิ ากาศของโลก โดยใชบ้ ทบาทของภาค เป็นชนดิ ทไ่ี มเ่ หมาะทจ่ี ะน�ำไปแปรรปู เป็นอยา่ งอน่ื
ป่าไมใ้ นการดดู ซบั กา๊ ซเรอื นกระจก ทงั้ น้กี รมป่าไม้ ใหย้ กเวน้ ไม่ตอ้ งจ่ายอากร (จากเดมิ รอ้ ยละ 10)
ไดด้ ำ� เนินโครงการเป็นการสอดคลอ้ งกบั แผนงาน สว่ นกรณขี องทำ� ดว้ ยไมอ้ น่ื ๆ ใหย้ กเวน้ ไมต่ อ้ งจา่ ย
ดงั กลา่ วในหลายประเดน็ ทส่ี ำ� คญั ไดแ้ ก่ อากรเชน่ กนั (เดมิ รอ้ ยละ 20)
การแกไ้ ขมาตรา 7 แหง่ พระราชบญั ญตั ปิ ่าไม้ เสนอยกเลกิ พระราชบญั ญตั ิเลอื่ ยโซย่ นต์
พุทธศกั ราช 2484 โดยพระราชบญั ญัติป่ าไม้
(ฉบบั ท่ี 8 พ.ศ. 2562) ยกเลกิ ไมห้ วงหา้ มในทด่ี นิ เพอ่ื อำ� นวยความสะดวกในการตดั และเคลอ่ื นยา้
กรรมสทิ ธติ ์ ามประมวลกฎหมายทด่ี นิ และทป่ี ลูก ไม้ ขณะน้ีอยรู่ ะหวา่ งการดำ� เนินงาน
ขน้ึ ในทด่ี นิ ทร่ี ฐั อนุญาตใหใ้ ชป้ ระโยชน์ตามประเภท
หนงั สอื แสดงสทิ ธทิ ร่ี ฐั มนตรปี ระกาศกำ� หนด โดย จดั ทำ� ระบบฐานข้อมูลเพ่ือสนับสนุนการ
ความเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรี เพ่อื สร้างแรง ปลูกไม้เศรษฐกิจ ส�ำหรับสนับสนุนการปลูก
จูงใจและสรา้ งรายไดใ้ หแ้ ก่ประชาชนในการปลูก ไมเ้ ศรษฐกจิ ทเ่ี รยี กว่า พน้ื ทท่ี เ่ี หมาะสมในการ
ไมเ้ ศรษฐกจิ ปลูกไมป้ ่ า https: //site-matching.forest.go.th
(สามารถสบื คน้ เวปไซดน์ ้ีไดจ้ ากกูเกล้ิ โดยพมิ พ์
เสนอยกเลิกและลดภาษีส่งออกไมท้ ่อน ไม้ คำ� ว่า “พน้ื ทท่ี เ่ี หมาะสมในการปลูกไมม้ คี ่า”) ถอื
แปรรปู (เป็น 0% -10%) โดยลา่ สดุ กระทรวงการ เคร่อื งมอื ล่าสุดของระบบฐานขอ้ มูลทจ่ี ะส่งเสรมิ
คลงั ไดอ้ อกประกาศยกเวน้ และลดอตั ราอากรการ การปลูกป่ าเศรษฐกจิ ซงึ จะสนับสนุนใหม้ ขี อ้ มูล
สง่ ออกไมแ้ ละไมแ้ ปรรปู ตามมติ คณะกรรมการ ในหลากมติ ิ ไดแ้ ก่ การแนะน�ำชนิดไม้ พน้ื ทป่ี ลกู
นโยบายป่าไมแ้ หง่ ชาติ โดยมผี ลใชบ้ งั คบั ตงั้ แตว่ นั กระดานซ้ือชายไม้ แหล่งรับซ้ือไม้ (โรงงาน
ท่ี 1 มนี าคม 2565 โดยคาดหวงั จะเป็นมาตรการ โรงเล่ือย ลานรับซ้ือไม้) ข้อมูลด้านวิชาการ
อย่างไรก็ตาม แม้วนั น้ีเวปไซด์น้ีเปิดใช้งานอยู่
54
แลว้ แต่ยงั เป็นในส่วนหลกั ดา้ นการแนะน�ำชนิด แพลตฟอรม์ ขบั เคล่อื นไมเ้ ศรษฐกจิ ไดแ้ ก่ กลไก
ไม้ท่ีปลูกในพ้ืนท่ีต่าง ๆ หรือข้อมูลวิชาการ มาตรการการเงนิ การคลงั (finance)โครงสรา้ งพน้ื
ส�ำหรับในส่วนท่ีเก่ียวกับการซ้ือขายไม้ การ ฐานและสงิ่ เออ้ื อำ� นวย (infrastructure) กฎระเบยี บ
ตลาด ยงั ต้องเติมเขา้ ไปในระบบอกี พอสมควร (regulator affair) ฐานขอ้ มลู ไมเ้ ศรษฐกจิ (market)
ในส่วนของการหาพน้ื ทข่ี องรฐั รองรบั การการส่ง ความรว่ มมอื (collaboration) บุคลากร (human
เสรมิ การปลูกไมเ้ ศรษฐกจิ เพม่ิ เตมิ ซ่งึ ได้กล่าว resource) ทงั้ น้ีในปัจจุบนั มแี นวคดิ ร่วมกนั ทจ่ี ะ
ไว้ในช่วงแรกว่ามพี ้นื ท่ี 3 กลุ่มหลกั คอื พ้นื ท่ี จดั ท�ำโครงการเร่งรดั (flagship project) คอื
กรรมสทิ ธิ์พน้ื ท่ี ส.ป.ก. และพน้ื ท่ี คทช นนั้ ในสว่ น โครงการเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษไมเ้ ศรษฐกจิ เพอ่ื ให้
ส.ป.ก. ไดม้ กี ารจดั ทำ� บนั ทกึ ความเขา้ ใจรว่ มกนั เกดิ โครงการน�ำรอ่ งในการขบั เคลอ่ื นอุตสาหกรรม
ไมเ้ ศรษฐกจิ แบบครบวงจร โดยโครงการดงั กลา่ ว
เพ่อื เพมิ่ พ้นื ทไ่ี มเ้ ศรษฐกจิ ในพ้นื ทน่ี ้ี และใน อาจตัง้ เป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออก
ส่วนพน้ื ท่ี คทช นัน้ กรมป่ าไมไ้ ดเ้ ตรยี มการใน ผลติ ภณั ฑจ์ ากไมม้ ลู คา่ สงู ดว้ ยนวตั กรรมและความ
การใชพ้ น้ื ท่ี คทช กลุม่ ท่ี 2 (ลุม่ น้�ำ 3 4 5 หลงั มติ คดิ ขบั เคลอ่ื นดว้ ย ภาครฐั ภาคเอกชน ชมุ ชน โดย
ครม 30 มยิ . 2541) ซง่ึ ตามมาตรการการแกป้ ัญหา การต่อยอดจากฐานทรพั ยากรป่าไมเ้ ดมิ ทงั้ น้ีรฐั
การอยอู่ าศยั ทำ� กนิ ในพน้ื ทป่ี ่าสงวนแหง่ ชาติ ตามติ ตอ้ งสรา้ งระบบนเิ วศใหเ้ ออ้ื ตอ่ การขยายตลาดและ
ครม 30 พย.2561 กำ� หนดใหป้ ลกู ป่าเพอ่ื เศรษฐกจิ
ไมน่ ้อยกวา่ 50% ของพน้ื ท่ี
การจดั ทำ� โครงการชมุ ชนไม้มีค่า เพอ่ื เพม่ิ สง่ เสรมิ นวตั กรรม
พน้ื ทส่ี เี ขยี วและเพม่ิ มลู คา่ ใหต้ น้ ไมท้ ป่ี ลกู โดยมี 4 ผลด�ำเนินงานในช่วง 5 ปีทผ่ี ่านมาของกรม
หน่วยงานหลกั ดำ� เนนิ งานรว่ มกนั ไดแ้ ก่ สำ� นกั งาน ป่าไม้ ไดจ้ ดั ทำ� โครงการสง่ เสรมิ และสนบั สนุนการ
การวจิ ยั แหง่ ชาติ สำ� นกั งานพฒั นาเศรษฐกจิ จาก ปลูกไมเ้ ศรษฐกจิ ทงั้ ทางตรง คอื ใหเ้ งนิ สนับสนุน
ฐานชวี ภาพ ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณ์ รายปี และโดยออ้ ม ไดแ้ ก่ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งความ
การเกษตร และกรมป่าไม้ โดยปัจจบุ นั กำ� ลงั ดำ� เนนิ เขม้ แขง็ ของเครอื ขา่ ยเกษตรกรอาชพี ปลกู สวนป่า
การระยะทส่ี อง (2565-2567) เชน่ การจดั ตงั้ เครอื ขา่ ยเกษตรกรอาชพี ปลกู สวน
การขบั เคลื่อน BCG Model ป่า การคดั เลอื กเกษตรกรดเี ดน่ สาขาอาชพี ปลกู
เป็นทน่ี ่ายนิ ดวี า่ ไดม้ คี วามพยายามในการขบั สวนป่ า และสนับสนุนกลา้ ไมแ้ ก่เกษตรกรทเ่ี ขา้
เคลอ่ื น BCG Model ในสว่ นของกลุม่ ไมเ้ ศรษฐกจิ รว่ มโครงการ
เม่อื เรว็ ๆ น้ี โดยองคก์ รและหน่วยงานพนั ธมติ ร ประเดน็ น่าคดิ คอื โดยสรปุ ในชว่ ง 5 ปีทผ่ี า่ นมา
12 แหง่ (สำ� นกั พฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กรมป่ าไม้ได้รับการจัดสรรงบประมาณผ่าน
แหง่ ชาต-ิ สวทช. กรมป่าไม้ องคก์ ารอุตสาหกรรม โครงการส่งเสรมิ ฯในรูปแบบต่าง ๆ ซง่ึ เป็นการ
ป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ใหเ้ งนิ สนบั สนุนปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ ไดท้ งั้ สน้ิ (เพยี ง)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก 205,419 ไร่ ซง่ึ หากเทยี บเคยี งกบั เป้าหมายตาม
มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ แพร่ เฉลมิ พระเกยี รติ วสิ าหกจิ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใหม้ ปี ่ าเศรษฐกจิ 15%
ชุมชนชมรมไม้กฤษณา(ไม้หอม) ธนาคารเพ่อื ของเน้ือทป่ี ระเทศ หรอื ทต่ี อ้ งปลกู เพมิ่ อกี 15.99
การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สมาคมธุรกจิ ลา้ นไร่ นนั้ หากทำ� แบบเดมิ ไมม่ กี ารปรบั กลยทุ ธ์
ไม้ สมาคมธุรกจิ ไมโ้ ตเรว็ สมาคมการคา้ ชวี มวล ใดๆ คงตอ้ งใชเ้ วลาอกี ประมาณ 400 ปี (อ่านวา่
ไทย สมาคมศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตร)์ ไดร้ ว่ มกนั กำ� หนด สร่ี อ้ ยปี) จงึ บรรลุเป้าหมาย
55
บทสรปุ
ประเทศไทยมยี ุทธศาสตร์ และแผนแม่บทด้านป่ าเศรษฐกิจท่เี หมาะสมมากเพยี งพอแล้ว
สงิ่ ทท่ี า้ ทายน่าจะเป็นการใชป้ ัจจยั กลไก ต่างๆ ในปัจจุบนั ทเ่ี อ้อื ต่อการขบั เคล่อื นอุตสาหกรรมไม้
เศรษฐกจิ มาปรบั และใชป้ ฏบิ ตั ใิ หเ้ กดิ ไดจ้ รงิ อนั ไดแ้ ก่ Carbon Neutral Economy / Carbon Credit
/ Bio Circular Green Economy-BCG / Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-
VER กลไกการลดก๊าซเรอื นกระจก ภายใตอ้ นุสญั ญา UNFCCC การพฒั นาระบบการจดั การอย่าง
ยงั่ ยนื /การรบั รองไม้ การใชเ้ คร่อื งมอื ทางการเงนิ การคลงั และดา้ นเศรษฐศาสตร์ กลไกการตลาด
เชน่ ธนาคารตน้ ไม้ มาตรการลดหยอ่ นภาษี กองทนุ ปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ กลไกการจา่ ยคา่ ตอบแทนคณุ
ระบบนิเวศ (Payment for Environmental Service: PES) การพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู การสง่ เสรมิ
การปลกู ป่า และการขบั เคลอ่ื นโครงการน�ำรอ่ ง “การจดั ทำ� เขตเศรษฐกจิ พเิ ศษไมเ้ ศรษฐกจิ ”
ที่สำ� คญั คือ การน�ำนโยบายสู่การปฏิบตั ิ สานต่อโดยจดั ท�ำแผนปฏิบตั หรือโครงการให้
เกิดได้จริงตามเป้าหมาย โดยพ้ืนท่ีเป้าหมายหลักของการส่งเสริมเพ่ิมป่ าเศรษฐกิจให้ได้ตาม
เป้าหมาย 15% (15.99 ล้านไร่) คอื พ้นื ท่เี อกชน, ส.ป.ก. และ คทช (กลุ่มท่2ี มเี ง่อื นไขการ
สร้างป่ าเศรษฐกิจ) และจากแผนด�ำเนินงานของกรมป่ าไม้ในช่วง 5 ปีท่ีผ่านมา (2560-2564)
เป็นขอ้ เทจ็ จรงิ ทช่ี ใ้ี หเ้ หน็ ถงึ ขอ้ จำ� กดั ของการสง่ เสรมิ การปลกู ป่าเศรษฐกจิ โดยใชง้ บประมาณในการส
นนั สนุนการปลกู ป่า ดงั นนั้ การใชง้ บประมาณรฐั ในการใหเ้ งนิ อุดหนุนโดยตรงในปลกู สรา้ งป่าเศรษฐกจิ
จงึ ไมใ่ ชค่ ำ� ตอบสดุ ทา้ ย จำ� เป็นตอ้ งปรบั กลยทุ ธ์ ซง่ึ น่าจะเป็นการขบั เคลอ่ื นกลไกและมาตรการต่าง ๆ ท่ี
เกย่ี วขอ้ งใหเ้ กดิ แรงจงู ใจในการปลกู ตน้ ไมห้ รอื ปลกู ป่าขน้ึ เองโดยภาคประชาชน
ผลงานการดาํ เนินงานการสงเสริมการปลกู ไมเศรษฐกิจ
ปพ.ศ. 2560-2564
ปี งบประมาณ เนือ� ที� (ไร)่
กจิ กรรม/โครงการ 2560 2561 2562 2563 2564 รวม
1. โครงการสง่ เสรมิ ปลกู ตน้ ไมเ้ พอื� เพมิ� พนื� ทปี� ่ าเศรษฐกจิ 10,010 10,010
(พพศ.) 16,298.25
16,298.25
2. กจิ กรรมสง่ เสรมิ และพฒั นาการปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ
3. โครงการสง่ เสรมิ ปลกู ตน้ ไมเ้ พอื� เศรษฐกจิ สงั คม 9,709 13,175 9,977 11,530 44,391
และสงิ� แวดลอ้ ม ระยะที� 2 (ศสส.2)
20,268.25 28,426 20,005 16,200 18,600 103,499.25
4. โครงการสง่ เสรมิ การปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ ในพนื� ทปี� ลกู
ไมย้ างพาราและพนื� ทเี� กษตรกรรม 1,600 1,900 7,300 5,250 16,050
5. โครงการสง่ เสรมิ การปลกู ไมโ้ ตเรว็ เพอื� อตุ สาหกรรม
6. โครงการสง่ เสรมิ การปลกู ตน้ ไมโ้ ตเรว็ เพอื� พลงั งานทดแทน 1,650 2,250 1,270 5,170
7. กจิ กรรมโครงการสนับสนุนการปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ 10,000 10,000
รวม 56,286 43,201 33,532 37,280 35,120 205,419
56
การป่ าไมใ้ นเมอื งวถิ ีปลูกตน้ ไมล้ งใน
ใจคน
วินัย ทรพั ยร์ ่งุ เรอื ง วน.27
กรณีศกึ ษาจากประเทศทไ่ี ดช้ ่อื วา่ มกี ารป่าไม้
ดที ส่ี ดุ ในโลกประเทศหน่ึง คอื ประเทศฟินแลนด์
มพี น้ื ทป่ี ระเทศ 188 ลา้ นไร่ เป็นพน้ื ทป่ี ่าไม้ 137
ลา้ นไร่ คดิ เป็นรอ้ ยละ 73 ของพน้ื ทป่ี ระเทศ มี
ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมจากภาคการป่าไมร้ าวรอ้ ยละ
20 ของผลติ ภณั ฑม์ วลรวมของประเทศ
อกี ประการหน่ึง คอื ประเทศสวเี ดน มพี น้ื ท่ี
ประเทศ 253 ลา้ นไร่ มพี น้ื ทป่ี ่าไม้ 173 ลา้ นไร่
หรอื รอ้ ยละ 69 ของพน้ื ทป่ี ระเทศ มผี ลติ ภณั ฑ์ จงึ ไดม้ กี ารปฏริ ปู การป่าไมอ้ ยา่ งขนานใหญ่ มี
มวลรวมจากภาคการป่าไมร้ าวรอ้ ยละ 10-12 ของ การก�ำหนดนโยบายป่าไมเ้ พอ่ื ใหเ้ กดิ ความยงั่ ยนื
ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมของประเทศ ระแวดระวงั ในเรอ่ื งระบบนิเวศน์ และสงั คม มกี าร
ปรบั ปรุงกฎหมาย กฎ ระเบยี บการต่างๆ โดยมี
ทงั้ สองประเทศน้ีมปี ระสบการณ์ไม่แตกต่าง เป้าหมายสำ� คญั เพอ่ื เพม่ิ ขดี ความสามารถในการ
กนั มากนกั กล่าวคอื ในราวชว่ งปลายศตวรรษท่ี แข่งขนั ด้านอุตสาหกรรมป่ าไม้ด้วยการลดกฎ
18-ตน้ ศตวรรษท่ี 19 ป่าไมอ้ ยใู่ นสภาพเสอ่ื มโทรม เกณฑ์ และระเบยี บการต่างๆ นโยบายสำ� คญั ของ
มาก ไมข้ นาดใหญ่ถกู ตดั ไปใชป้ ระโยชน์และไดน้ �ำ ทงั้ สองประเทศน้ีมุ่งเน้นการมสี ่วนร่วมจากภาค
ไมไ้ ปใชเ้ ป็นเชอ้ื เพลงิ กอ่ นหน้าน้ปี ่ากถ็ กู ทำ� ลายมา เอกชน ตงั้ แต่ฟารม์ ป่าไมข้ นาดเลก็ ไปถงึ องคก์ ร
เป็นระยะเวลาอนั ยาวนาน ดว้ ยการใชพ้ น้ื ทป่ี ่าไม้ ภาคเอกชนระดบั ประเทศ ดว้ ยความเชอ่ื วา่ ป่าไม้
เป็นไรเ่ ลอ่ื นลอย และการเจาะเอาน้�ำมนั ทาร์ เมอ่ื ช่วยแกป้ ัญหาการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
เศรษฐกจิ สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ มไดร้ บั ผลกระทบ การขยายตวั ของเมอื ง การเปลย่ี นแปลงรูปแบบ
อย่างรุนแรงจากการทป่ี ่าไมถ้ ูกท�ำลายอย่างหนัก
57
“เจา้ หนา้ ทป่ี า่ ไมค้ วรจะปลกู ตน้ ไมล้ งในใจคนเสยี กอ่ น แลว้ คนเหลา่ นนั้ กจ็ ะพากนั ปลกู ตน้ ไม้
ลงบนแผ่นดนิ และรกั ษาต้นไม้ดว้ ยตนเอง”
- กระแสพระราชดำ� รสั ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร์
มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถพิตร -
พทุ ธศกั ราช 2519
ทางเศรษฐกจิ ได้ สามารถใชป้ ระโยชน์จากไมแ้ ละ ประเทศไทยอยู่ในเขตรอ้ นทม่ี ฝี นอุดมสมบูรณ์มี
ผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ดห้ ลากหลาย นอกจากน้ี ยงั มคี วาม แสงแดดดมี ากตลอดปี สามารถปลกู ป่า ณ ทใ่ี ด
เชอ่ื วา่ สามารถใชป้ ระโยชน์ป่าไมไ้ ดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง กไ็ ดโ้ ดยไม่มจี �ำกดั ทางธรรมชาติ แมแ้ ต่พน้ื ทป่ี ่ า
ยงั่ ยนื ครบวงจร และการมปี ่าไมท้ ำ� ใหผ้ คู้ นในเขต ท่ถี ูกแผ้วถางหากปล่อยท้งิ ไว้โดยไม่ถูกรบกวน
เมอื งขนาดเลก็ ในชนบทสามารถอย่อู าศยั ในทอ้ ง ไม่กป่ี ีกม็ พี นั ธุไ์ มเ้ บกิ น�ำเกดิ เป็นป่าขน้ึ ไดเ้ อง ป่า
ถนิ่ แมงี านท�ำช่วยกระตุ้นเศรษฐกจิ ของประเทศ เบญจพรรณและป่ าเต็งรงั ว่าท่ีจริงก็เป็นป่ าท่ี
ได้ แมแ้ ต่ในเมอื งใหญ่ทม่ี ผี ูค้ นอาศยั หนาแน่นก็ เกดิ ขน้ึ ใหม่ตามธรรมชาติ ถ้าเป็นป่ าปลูกกจ็ ะมี
ยงั มพี น้ื ทป่ี ่าไมอ้ ย่ใู กลช้ ดิ กบั ทอ่ี ย่อู าศยั ป่าไมจ้ งึ การเติบโตได้ดกี ว่าป่ าธรรมชาติอย่างน้อยหน่ึง
มคี วามหมายต่อผคู้ นอยา่ งมาก เท่าตวั เตบิ โตเรว็ กว่าป่ าปลูกในประเทศในเขต
ปัจจยั ส�ำคญั ทส่ี ุดทท่ี �ำใหก้ ารพฒั นาป่ าไมท้ งั้ อบอุ่นไม่ต่�ำกว่าหา้ เท่า นอกจากน้ี ประเทศไทย
สองประเทศประสบความสำ� เรจ็ ขน้ึ อย่กู บั ผคู้ นใน ยงั มขี อ้ ไดเ้ ปรยี บประเทศอ่นื ตรงทเ่ี รามไี มแ้ ยกได้
ประเทศ กลา่ วคอื คนรกั ป่าและมปี ่าอยใู่ นใจ ผคู้ น เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คอื ไมด้ บิ แถบรอ้ น เช่น
มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจ มที ศั นคตทิ ด่ี ตี ่อการป่ าไม้ เดยี วกบั ประเทศมาเลเซยี ฟิลปิ ปินส์ อนิ โดนีเซยี
รวมทงั้ มคี วามรบั ผดิ ชอบและทส่ี ำ� คญั อกี ประการ นนั้ ประเภทหน่ึง กบั ไมป้ ่าเบญจพรรณแบบเดยี ว
หน่ึง คอื การรบั รถู้ งึ คณุ ประโยชน์และรจู้ กั การใช้ กบั ประเทศเมยี นมาร์ นนั้ อกี ประเภทหน่ึง ท�ำให้
ประโยชน์ป่าไมอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประเทศไทยมีพนั ธุ์ไม้หลากหลายชนิด หลาก
หนั หลบั มาดูกิจการป่ าไม้ในประเทศไทยก็ หลายคุณภาพใช้ในงานไมต้ ่างๆ ได้กว้างขวาง
พบความเป็นจรงิ ว่าประเทศไทยมขี อ้ ได้เปรยี บ หลากหลาย
กวา่ ประเทศทงั้ สองขา้ งตน้ ทงั้ ในเชงิ เปรยี บเทยี บ ในดา้ นการศกึ ษาวชิ าการป่าไม้ ประเทศไทยก็
และในเชิงการแข่งขนั มากประการ นับตัง้ แต่ ไมด่ อ้ ยกวา่ ประเทศใด เรามโี รงเรยี นสอนวชิ าการ
58
ป่ าไมม้ าตงั้ แต่ปี 2478-79 ปัจจุบนั การศกึ ษาได้ มมุ โดยเฉพาะประโยชน์ของป่า ขอ้ ดขี องการมปี ่า
พฒั นากา้ วหน้าทางวชิ าการป่ าไมห้ รอื วนศาสตร์ ขอ้ เสยี ของการไมม่ ปี ่า
วชิ าการทรพั ยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ มระดบั ป่ าท่อี ยู่ใกล้ชดิ กบั ผูค้ นมากท่สี ุดคงจะหนีไม่
ปรญิ ญาตรี โท และเอกมากมายหลายสาขา พ้นป่ าชุมชนและป่ าในเมอื ง โดยความเป็นจรงิ
เป็ นทีน่ ่าเสียดายว่าจากห้วงเวลาทีผ่ ่าน แลว้ ป่าทงั้ สอง
มานับตงั้ แต่สถาปนากรมป่ าไม้ เมือ่ ปี 2439 ประเภทน้ี แมจ้ ะต่างกนั อย่บู า้ ง แต่กม็ คี วาม
เป็ นต้นมา ประเทศไทยเราไม่ได้น�ำข้อได้ ใกลช้ ดิ กบั ผคู้ นไมด่ อ้ ยกวา่ กนั และมคี ณุ ประโยชน์
เปรียบทีม่ ีเหนือกว่าประเทศอืน่ มาใช้ในการ ตอ่ ผคู้ น ชมุ ชนสาธารณชนไมด่ อ้ ยกวา่ กนั สำ� หรบั
พฒั นาการป่ าไมเ้ ท่าทีค่ วร บทความน้ีขอเพยี งกลา่ วถงึ การป่าไมใ้ นเมอื งทย่ี งั
เง่ือนไขส�ำคัญท่ีสุดของการพัฒนาป่ าไม้ ไดร้ บั ความสนใจคอ่ นขา้ งน้อยมากในขณะน้ี
เงอ่ื นไขหน่ึง คอื ผคู้ นในประเทศตอ้ งรกั ป่า และมี ขอ้ มลู จากวกิ พิ เี ดยี สารานุกรมเสรไี ดก้ ล่าวถงึ
ป่าอยใู่ นใจ ตามกระแสพระราชดำ� รสั ทไ่ี ดอ้ ญั เชญิ การป่าไมใ้ นเมอื งไวด้ งั น้ี
มาเป็นปฐมบทขา้ งบต้น ท�ำอย่างไรจงึ จะท�ำให้
ผู้คนในประเทศรกั ป่ า มีป่ าอยู่ในใจ มีความรู้ การป่ าไมใ้ นเมอื ง (URBAN FORESTRY)
ความเขา้ ใจและมที ศั นคตทิ ด่ี ตี ่อกจิ การป่าไมข้ อง หมายถึง การดูแลและจัดการต้นไม้ใหญ่
ประเทศ น่าจะมคี ำ� ตอบแบบกำ� ปัน้ ทบุ ดนิ คอื จะ
ต้องท�ำให้ผู้คนมคี วามรู้ (KNOW) ความเขา้ ใจ (TREES) ทัง้ หลายท่ีข้ึนอยู่ในเขตเมือง เพ่ือ
(UNDERSTAND) ป่าไมใ้ นแง่มุมต่างๆในทุกแง่ เป็นการเสรมิ สรา้ งสภาพแวดลอ้ มในเมอื งใหด้ ขี น้ึ
การป่ าไม้ในเมอื งเป็นสง่ิ สนับสนุนบทบาทของ
59
ต้นไม้ในฐานะองค์ประกอบหลกั ของโครงสร้าง กรรมดว้ ยขอ้ จำ� กดั ของเน้อื ทส่ี ำ� หรบั รากและเน้อื ท่ี
พ้นื ฐานของเมอื ง นักการป่ าไมใ้ นเมอื งมหี น้าท่ี สำ� หรบั การแผก่ ง่ิ กา้ นสาขา คณุ ภาพดนิ ทเ่ี ลว น้�ำ
ปลูกและดูแลรกั ษาต้นไมใ้ หญ่ ใหก้ ารสนับสนุน และแสงทม่ี จี ำ� กดั ความรอ้ น มลพษิ ความ
การอนุรกั ษต์ น้ ไมแ้ ละป่า สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารวจิ ยั และ
แสดงใหส้ าธารณชนตระหนกั ถงึ คณุ ประโยชน์ของ เสยี หายทจ่ี ะมตี ่อตน้ ไมท้ งั้ ทางกลและสารเคมี
ตน้ ไมท้ ม่ี อี ยมู่ ากมายแก่มนุษย์ การป่าไมใ้ นเมอื ง รวมทงั้ อนั ตรายทอ่ี าจเป็นอปุ สรรคตอ่ การดำ� รงชพี
ปฏบิ ตั โิ ดยรกุ ขกร (ARBORIST) ของเทศบาลหรอื ของตน้ ไมอ้ กี นานาประการ
องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ และโดย รุกขกรรม ความท้าทายทางด้านการจดั การยงั รวมไป
ภาคเอกชน รวมทงั้ รกุ ขกรสาธารณูปโภค (UTIL- ถึงการดูแลต้นไม้ใหญ่ และบรเิ วณท่จี ะปลูกจะ
ITY ARBORIST) นอกจากน้ี ยงั มผี เู้ กย่ี วขอ้ งกบั ต้องมีการวางระบบระเบียบต้นไม้ จัดการให้
การปฏบิ ตั กิ ารทางรุกขกรรวมหรอื การป่ าไม้ใน ตน้ ไมเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุด ลดค่าใชจ้ ่ายใหต้ ่�ำสุด
เมอื งอกี หลายฝ่ายไดแ้ ก่ ผมู้ อี �ำนาจตดั สนิ ใจดา้ น ประชาสมั พนั ธใ์ หป้ ระชาชนใหก้ ารสนับสนุนและ
สง่ิ แวดลอ้ ม นกั ผงั เมอื ง ทป่ี รกึ ษา นกั การศกึ ษา รว่ มสรา้ งกองทุน ชว่ ยกนั ออกเทศบญั ญตั หิ รอื ขอ้
นกั วจิ ยั และนกั รณรงคใ์ นชมุ ชน บญั ญตั หิ รอื นโยบายสง่ เสรมิ ใหม้ กี ารปลกู และดแู ล
ตน้ ไมใ้ หญ่ทงั้ ในทส่ี าธารณะและทด่ี นิ เอกชน
ความทา้ ทาย
การป่ าไม้ในเมืองเป็นวิชาชีพภาคปฏิบตั ิท่ี ประโยชนข์ องการป่ าไมใ้ นเมือง
เกย่ี วขอ้ งกบั การปลกู ตน้ ไมใ้ หญ่ การดแู ลและการ คุณประโยชน์ของต้นไม้ใหญ่ในเมืองนั้น
ปกปักรกั ษา รวมทงั้ การจดั การโดยรวมในฐานะ มีมากมาย ซ่ึงรวมถึงความสวยงาม การลด
ทต่ี น้ ไมใ้ หญ่ในเมอื งเป็นทรพั ยากรส่วนหน่ึงของ ปรากฏการณ์เกาะความร้อน (URBAN HEAT
ชาติ สภาพแวดลอ้ มในชุมชนมสี ่วนทา้ ทายรุกข ISLAND) การลดปรมิ าณในการระบายน้�ำฝนของ
60
เมอื ง การลดมลพษิ ทางอากาศ การลดคา่ ใชจ้ า่ ย เทศบาล ซง่ึ การปลกู ตน้ ไมใ้ นเมอื งทงั้ หมดเป็นการ
ดา้ นพลงั งานดว้ ยการเพมิ่ รม่ เงาตน้ ไมก้ ำ� บงั อาคาร ปลกู เพอ่ื ความสวยงามและความรม่ รน่ื เป็นสำ� คญั
ให้มากข้ึน การเพ่ิมมูลค่าแก่อสงั หาริมทรัพย์ ผลของการพฒั นาเมอื งทแ่ี ออดั และการตดิ ขดั
ช่วยเพม่ิ ท่พี กั พงิ แก่สตั ว์ชนิดต่าง ๆ ตลอดจน ของการจราจรท�ำใหเ้ กดิ ปัญหามลพษิ รุนแรงขน้ึ
ช่วยบรรเทาปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มใหแ้ ก่เมอื งไดม้ าก การปลูกต้นไม้ใหญ่จึงเริ่มหันมามองในด้าน
หมายเหตุ รายละเอยี ดของประโยชน์ของการป่าไม้ การช่วยบรรเทามลพิษทางอากาศและการ
ในเมอื ง อาจศกึ ษาไดจ้ ากวกิ พิ เี ดยี สารานุกรมเสรี จบั ฝ่นุ มากขน้ึ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ และ
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั รวมทงั้ กรมป่าไมไ้ ดเ้ รม่ิ
การป่ าไมใ้ นเมืองของประเทศไทย งานวจิ ยั เก่ยี วกบั ความสามารถของต้นไมใ้ นเชงิ
การรณรงคป์ ลกู ตน้ ไมใ้ นเมอื งมมี าตงั้ แต่สมยั การดดู ซบั ก๊าซพษิ และโลหะหนกั มากขน้ึ
รชั กาลท่ี 5 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่ ปัจจุบันกรมป่ าไม้ก�ำลังอยู่ในระหว่างการ
หวั ทรงมพี ระราชหตั ถเ์ ลขา พระราชทานคำ� แนะน�ำ พฒั นาและจดั ตงั้ หน่วยงานการป่ าไมใ้ นเมอื งขน้ึ
เจ้าพระยาวรพงศ์พพิ ฒั น์และทรงมพี ระกระแส โดยขยายงานจากสำ� นกั งานจดั การป่าชุมชนทม่ี งุ่
รบั สงั่ กำ� หนดชนิดตน้ ไมแ้ ละตำ� แหน่งปลกู รวมทงั้ เน้นดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คมมามุ่งเน้นการแกไ้ ข
วธิ กี ารปลกู โดยละเอยี ด ทรงรจู้ กั ตน้ ไมม้ ากกวา่ 90 ปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มในเมอื ง
ชนิด แต่การรณรงคข์ องพระองคม์ วี ตั ถุประสงค์ นอกจากน้ี ยงั มขี อ้ มลู จากบทความเรอ่ื ง “เสน้
เพียงเพ่ือความร่มร่ืน สวยงาม ด้วยในยุคนัน้ ทางสปู่ ่าในเมอื งทร่ี ม่ รน่ื สมบรู ณ์และยงั่ ยนื สำ� หรบั
อากาศในกรงุ เทพฯยงั ไมม่ มี ลพษิ เทา่ ปัจจบุ นั ประเทศไทย” ของธราดล ทนั ดว่ น (ครตู อ้ ธราดล
หน้าทก่ี ารปลูกตน้ ไมเ้ ป็นหน้าทข่ี องกรมนคร ทนั ดว่ น รกุ ขกร ครตู น้ ไม)้ และบทความเรอ่ื งป่า
ราทร ซ่งึ ต่อมาเป็นหน้าทข่ี องกรุงเทพมหานคร ไมเ้ มอื ง “สวนป่าประชารฐั เพ่อื ความสุขของคน
สว่ นเมอื งตา่ ง ๆ ทวั่ ราชอาณาจกั รเป็นหน้าทข่ี อง ไทย” ของวราดลต์ แจม่ จำ� รญู , เทพวลี คะนานทอง
61
บทความทงั้ 2 เรอ่ื งน้ี มปี ระโยชน์ตอ่ การพฒั นาการ แผน่ ดนิ ของเรา
ป่าไมใ้ นเมอื งมาก ผสู้ นใจอาจศกึ ษาไดจ้ ากวารสาร
สมาคมศษิ ยเ์ กา่ วนศาสตร์ ปีท่ี 17 ฉบบั ท่ี 1 เดอื น (เพลงพระราชนิพนธ์ ลำ� ดบั ที่ 34
มนี าคม 2563 ในสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร์
มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร)
โดยสรุปอาจกล่าวไดว้ า่ การป่าไมใ้ นเมอื งใน
ประเทศไทยมคี วามเป็นมาทย่ี าวนานไมน่ ้อยกวา่
ป่าประเภทใด ๆ ทม่ี นุษยส์ รา้ งขน้ึ เป็นป่าไมท้ ม่ี ี ถึงอย่แู คว้นใด
ความส�ำคญั และสามารถอ�ำนวยประโยชน์ใหก้ บั ไมส่ ขุ สำ� ราญ
ชาตบิ า้ นเมอื งไดม้ ากทงั้ ในดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม เหมอื นอย่บู า้ นเรา
และสง่ิ แวดลอ้ ม ทงั้ ทางตรงและทางออ้ มเป็นป่ า ชื่นฉ่�ำคำ�่ เช้าสขุ ทวี
ทอ่ี ยใู่ กลช้ ดิ กบั ผคู้ นมากกวา่ ป่าชนิดใด ๆ ดงั นนั้ ทรพั ยจ์ ากผนื ดิน
สินจากนที
การท่จี ะเชญิ ชวน รณรงค์ให้คนรกั ป่ า และ มีสิทธ์ิเสรี
ปลูกป่ าหรอื ต้นไมล้ งในใจคน การป่ าไมใ้ นเมอื ง สนั ติครองเมือง
จะเป็นค�ำตอบส�ำคญั ท่ีจะสนองพระราชด�ำริใน *เรามีป่ าไม้
สมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร์ มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช อย่สู มบรู ณ์
มหาราช บรมนาถบพติ ร ไดอ้ กี โสดหน่ึง ไรน่ าสดใส
ใต้ฟ้าเรือง
น่าดีใจท่ีกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ โบราณสถาน
สงิ่ แวดลอ้ มโดยกรมป่ าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ ส่งนามประเทือง
สตั วป์ ่า และพนั ธพุ์ ชื กรมทรพั ยากรทางทะเลและ เกียรติเมืองไทย
ชายฝัง่ ไดต้ ระหนกั และใหค้ วามสำ� คญั กบั การป่า ขจรไปทวั่ แดนไกล
ไมใ้ นเมอื งมากขน้ึ ขอตงั้ ความหวงั ว่าจะไดเ้ หน็ รกั ชาติของเรา
การจดั ตงั้ สำ� นกั งานการป่าไมใ้ นเมอื งขน้ึ ในเรว็ วนั ไว้เถิดผองไทย
น้ี และขอตงั้ ความหวงั ว่าคณะกรรมการนโยบาย ผนื แผน่ แหลมทอง
ป่าไมแ้ ห่งชาตจิ ะไดม้ องเหน็ ความสำ� คญั ของการ รวมพ่ีรวมน้องด้วยกนั
ป่าไมใ้ นเมอื งมากกวา่ หว้ งเวลาทผ่ี า่ นมา ก่อนจบ รกั เกียรติรกั วงศ์
บทความน้ีขอน�ำเสนอรายชอ่ื เมอื งทม่ี พี น้ื ทส่ี เี ขยี ว เสริมส่งสมั พนั ธ์
มากทส่ี ดุ 5 อนั ดบั แรกในโลก คอื MOSCOW 54 ทนู เทิดเมอื งไทยนัน้
% SINGAPORE 47 % SIDNEY 46 % VIENNA ให้ยืนยง *(ซำ�้ )
45.5 % และ เซนิ เจน้ิ 45 % ทงั้ น้ี เผอ่ื วา่ ผคู้ นใน
เมอื งจะได้เกดิ แรงบนั ดาลใจช่วยกนั เพมิ่ พ้นื ท่สี ี วนิ ยั ทรพั ยร์ งุ่ เรอื ง วน.27
เขยี วและสวนสาธารณะในประเทศไทยใหม้ มี าก 27 พฤศจกิ ายน 2563
ยงิ่ ๆขน้ึ ขอจบบทความน้ดี ว้ ยเพลงพระราชนพิ นธ์
“แผน่ ดินของเรา”
62
โครงการคืนยางนา
สู่ ป่าในเมอื ง
สมพร ไชยจรสั วน.35
ปัจจบุ นั หลายองคก์ รทงั้ ภาครฐั เอกชนใหค้ วาม
สนใจจดั กิจกรรมด้านการปลูกและบ�ำรุงรกั ษา
ตน้ ไม้ เพอ่ื ลดภาวะโลกรอ้ น เพอ่ื ดแู ลสงิ่ แวดลอ้ ม
และคณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ี ในสว่ นของกรงุ เทพมหานคร
เองกม็ นี โยบายว่า “กรงุ เทพมหานครของเรา
ต้องสะอาด สวย สิ่งแวดล้อมดี ผ้คู นมีความ
สุข” มุ่งเน้นการเพมิ่ พ้นื ท่ีสเี ขยี ว การปลูกป่ า
ในเขตเมอื งและชุมชนมแี นวคดิ ต้องการให้สวน
สาธารณะหลายแห่งท่ีมแี หล่งน้�ำเหมาะแก่การ
ส่งเสรมิ การปลูกไมย้ างนา โดยเฉพาะสวนวชริ
เบญจทศั หรือสวนรถไฟซ่ึงเป็นสวนสาธารณะ
ในรูปแบบสวนแห่งครอบครวั ท่ีอยู่ใกล้สมาคม
ศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตร์ คณะวนศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตร์และกรมป่ าไม้ เห็นควรขยายผล
63
64
การสง่ เสรมิ การปลกู ไมย้ างนาหรอื ไมต้ ระกลู ยางนาใหเ้ พมิ่ มากขน้ึ
เพอ่ื เป็นการสนองวตั ถุประสงคโ์ ดยสรปุ 4 ประการคอื
1. เพ่ือเป็ นการสนองพระราชปรารถของพระบาทสมเด็จ�ำ
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 และเป็ นการ
เฉลมิ พระเกยี รตเิ น่ืองในปีแหง่ พธิ รี าชาภเิ ษกในรชั กาลท่ี 10
2. เพอ่ื สานตอ่ โครงการยางนาจากป่าสวู่ งั จากวงั สเู่ มอื ง ทส่ี มาคม
ศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตรไ์ ดเ้ คยดำ� เนินการมาแลว้ ณ สวนวชริ เบญจ
ทศั แหง่ น้ี
3. เพอ่ื สนองนโยบายของรฐั บาลและเป็นการสานตอ่ การเพมิ่ พน้ื ท่ี
สเี ขยี วในลกั ษณะป่าในเมอื งเพอ่ื ประชาชนและตอ้ งการขยายผล
ในลกั ษณะสวนสานสขุ (Healthy Park)
4. เพ่อื เป็นการเฉลมิ ฉลองเน่ืองในวโรกาสครบรอบ 84 ปีคณะ
วนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
สรุปวิธีด�ำเนิ นการและผลงานที่ร่วมรับผิดชอบ อัน
ได้แก่ สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์,สวนวชิรเบญจทศั หรือสวน
รถไฟ ส�ำนักส่ิงแวดล้อม กรุงเทพมหานคร, กรมป่ าไม้,คณะ
วนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรแ์ ละองคก์ ารอุตสาหกรรม
65
ป่ าไม้ การเตรยี มพ้นื ท่ี เน้ือท่ี
ประมาณ 7 ไร่ มกี ารตดั ตน้ ไม้
ตายและการตดั แต่งกงิ่ การแผว้
ถางวัชพืช การตัดหญ้า การ
ขุดหลุม และการเตรียมวัสดุ
ปลูก/ป๋ ุย โดยสวนวชิรเบญจ
ทศั สมาคมศษิ ย์เก่าวนศาสตร์
แ ล ะ อ ง ค์ก า ร อุ ต ส า ห ก ร ร ม
ป่ าไม้ การเตรียมกล้าไม้ยาง
นา จ�ำนวน 1,199กล้า (กล้า
ไมค้ า้ งปี-ความสงู ประมาณ 50 -
60ซม.) โดยกรมป่าไม้ การเตรี
ยมป้ายปลกู -ป้ายประชาสมั พนั ธ์
และอาหารวา่ ง ตลอดจนการเต
66
รียมมวลชนเพ่ือร่วมพิธี โดย
ส ม า ค ม ศิ ษ ย์ เ ก่ า ว น ศ า ส ต ร์ ,
กรมป่ าไม้,คณะวนศาสตร์
มก.และองค์การอุตสาหกรรม
ป่ าไม้ ซ่งึ ได้ก�ำหนดระยะเวลา
ด� ำ เ นิ น ก า ร ใ น ช่ ว ง ว ัน ต้ น ไ ม้
ประจ�ำปีของชขาตปิ ี 2564 งบ
ป ร ะ ม า ณ ใ น ก า ร ด� ำ เ นิ น ก า ร
สนับสนุนโดยสมาคมศิษย์เก่า
วนศาสตร์ ประมาณ 15,000
บาท เป็นค่าเตรยี มพ้นื ท่-ี วสั ดุ
ปลูก/ป๋ ุย,ค่าเตรยี มกล้าไม้-ขน
ยา้ ย,คา่ จดั ทำ� ป้ายต่างๆ และคา่
อาหารว่าง/เคร่อื งด่มื ฯ ซ่งึ สรุป
ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั ได้ ดงั น้ี
1. สานต่อโครงการไม้ยางนา
ราชาแห่งป่ า จากป่ าสู่วงั -จาก
วงั สเู่ มอื ง
2. เป็ นการสร้างป่ าในเมือง
เพ่ือท�ำให้สวนวชิรเบญจทัศ
หรอื สวนรถไฟแห่งน้ีมแี ปลงไม
ยางนาเพมิ่ ขน้ึ เป็นเอกลกั ษณ์
และจดุ เดน่ ของกรงุ เทพมหานคร
ในอนาคต
3 . เ ป็ น ก า ร ส า น ฝั น ส ว น
ว ชิ ร เ บ ญ จ ทัศ ใ ห้ เ ป็ น ส ว น
สร้างสุข (Healthy Park)
4. เป็ นการสนองนโยบาย
ภาครัฐท่ีมุ่งเน้ นการพัฒนา
ป่ าไม้ในเมืองเพ่ือมวลชนใน
ชุมชนเมอื งให้แพร่หลายยงิ่ ข้นึ
5.เป็ นแปลงปลูกป่ าในเมือง
เน่ืองในวาระท่ีคณะวนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ครบรอบ 84 ปี
67
ตามรอยศาสตร์พระราชา
“ไม้ยางนากับหญ้าแฝก”
ประเดิมชยั แสงค่วู งษ์ วน.40
เมอ่ื วนั ท่ี 22 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2545 พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดยุ เดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร ไดพ้ ระราชทานพระราชดำ� รกิ บั ฯพณฯ นายอำ� พล เสนาณรงค์ องคมนตรใี น
รชั กาลท่ี 9 ณ ศาลาเรงิ วงั ไกลกงั วล อำ� เภอหวั หนิ จงั หวดั ประจวบคริ ขี นั ธ์ ความวา่
“การปลกู หญา้ แฝกเพ่ือเป็ นแนวกนั ไฟ เป็ นประโยชนท์ ี่สำ� คญั ประการ
หนึ่งของหญา้ แฝกท่ีจะช่วยลดความเสียหายจากไฟป่ า ไมว่ ่าจะเป็ นป่ า
ปลกู หรอื ป่ าธรรมชาติ“
“ควรปลกู แฝกรว่ มกบั แปลงปลกู ไมย้ นื ตน้ โดยเฉพาะบนภเู ขา จะช่วย
ป้ องกนั การชะลา้ งดินและป้ องกนั ไฟป่ าได้ เพราะแฝกทนไฟใบจะสด
ตลอดปี และรากที่หยง่ั ลึกในดินจะช่วยดดู ความช้ืนไว้ ดงั นน้ั การปลกู แฝก
เพื่อเป็ นแนวกนั ไฟจะช่วยป้ องกนั ไฟป่ าในฤดแู ลง้ ”
“การปลกู ยคู าลิปตสั และสนบนภเู ขามกั เกิดไฟใหมท้ กุ ปี ควรพิจารณา
ปลกู แฝกรว่ ม”
68
จากแนวพระราชด�ำรดิ งั กล่าวขา้ งต้น หลายๆ เป็นส่วนใหญ่ ดงั นัน้ การน�ำไมย้ างนากลบั มาปลูก
หน่วยงานท่มี คี วามรบั ผดิ ชอบ ในด้านการปลูกป่ า ในพน้ื ทป่ี ่าเสอ่ื มโทรมทข่ี าดความชมุ่ ชน้ื ในดนิ จงึ มี
และบำ� รงุ รกั ษาป่าไมว่ า่ จะเป็นหน่วยงานราชการเชน่ สว่ นทำ� ใหเ้ จรญิ เตบิ โตไดช้ า้ กวา่ ทค่ี วรจะเป็น การน�ำ
กรมป่าไม้ กรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั วป์ ่า และพนั ธพุ์ ชื หญา้ แฝกมาปลกู ร่วมไปพรอ้ มกบั การปลกู ป่าจงึ เป็น
รวมไปถงึ หน่วยงานภาคเอกชนเชน่ ปตทกฟผฯลฯได้ แนวทางหน่งึ ทจ่ี ะชว่ ยเพม่ิ ความชมุ่ ชน้ื และธาตอุ าหาร
น้อมน�ำแนวพระราชดำ� รทิ ไ่ี ดพ้ ระราชทานไวไ้ ปปฎบิ ตั ิ ใหแ้ กด่ นิ ทเ่ี คยเสอ่ื มสภาพไดก้ ลบั มาอดุ มสมบรู ณ์มาก
ในการทำ� งานซง่ึ ไดก้ ่อใหเ้ กดิ เป็นผลดอี ยา่ งยง่ิ กลา่ ว ขน้ึ สง่ ผลใหต้ น้ ยางนาทป่ี ลกู มอี ตั ราการเจรญิ เตบิ โตท่ี
คอื ชว่ ยใหต้ น้ ไมท้ ป่ี ลกู ไวเ้ จรญิ เตบิ โตไดเ้ รว็ ขน้ึ พรอ้ ม คอ่ นขา้ งดี ขอ้ มลู ทางวชิ าการทศ่ี นู ยฯ์ ไดท้ ำ� การบนั ทกึ
ทงั้ ลดปัญหาการเกดิ ไฟป่าไดเ้ ป็นอยา่ งดี ซง่ึ เป็นการ ไวท้ งั้ ในดา้ นความโตและความสงู ของตน้ ยางนาทป่ี ลกู
ลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการดำ� เนนิ งานไดจ้ ำ� นวนไมน่ ้อย และท่ี รว่ มกบั หญา้ แฝกพนั ธรุ์ อ้ ยเอด็ เมอ่ื ปี พ.ศ 2560 - 2564
สำ� คญั มากไปกวา่ นนั้ คอื เราจะไดท้ รพั ยากรธรรมชาติ รวมระยะเวลา 4 ปีพบว่ามอี ตั ราความโตเฉลย่ี อย่ทู ่ี
และสง่ิ แวดลอ้ มทส่ี มบรู ณ์กลบั คนื มาในเวลาทร่ี วดเรว็ 23.77 เซนตเิ มตร โดยตน้ ทค่ี วามโตสงู สดุ จะมขี นาด
มากยง่ิ ขน้ึ เพราะปัญหาเรอ่ื งไฟป่าไดส้ ง่ ผลใหต้ น้ ไม้ ความโตอยทู่ ่ี 44เซนตเิ มตร ซง่ึ นบั ว่าอยใู่ นเกณฑท์ ่ี
ทป่ี ลกู ไวไ้ มส่ ามารถเจรญิ เตบิ โตไดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง จงึ ดพี อสมควรในขณะทใ่ี นดา้ นความสงู ของตน้ ยางนา
ท�ำให้ต้องมีการบ�ำรุงรกั ษาและใช้เวลาท่ียาวนาน นนั้ มคี า่ เฉลย่ี อยทู่ ่ี 462.4 เซนตเิ มตร และตน้ ทส่ี งู ทสี ดุ
มากขน้ึ กวา่ จะไดป้ ่าทส่ี มบรู ณ์ใกลเ้ คยี งกบั ธรรมชาติ มคี วามสงู 955 เซนตเิ มตร ซง่ึ นบั เป็นรปู แบบของการ
ดงั่ เดมิ
ดว้ ยเหตุผลดงั ทก่ี ล่าวมา กรมอุทยานแห่งชาติ
สตั วป์ ่า และพนั ธุพ์ ชื โดยศูนยส์ าธติ การพฒั นาและ
รณรงคก์ ารใชห้ ญา้ แฝกดา้ นป่าไมท้ ่ี 2 จงั หวดั สโุ ขทยั
จงึ ไดท้ ดลองปลกู ไมย้ างนากบั หญา้ แฝก เพอ่ื เป็นการ
ฟ้ืนฟูสภาพป่ าให้กลบั ฟ้ืนคนื สู่ธรรมชาตใิ ห้มคี วาม
สมบรู ณ์ดงั ทเ่ี ป็นมาในอดตี พรอ้ มทงั้ มกี ารเกบ็ ขอ้ มลู
ดา้ นการเจรญิ เตบิ โตของตน้ ยางนาทป่ี ลกู ไปพรอ้ มๆ
กนั ดว้ ยไม้ยางนา จดั เป็นไมท้ ค่ี ่อนขา้ งชอบน้�ำโดย
ทวั่ ไปมกั จะขน้ึ อยใู่ กลๆ้ กบั รมิ ลำ� หว้ ยในป่าธรรมชาติ
69
ฟ้ืนฟูป่ าเส่อื มโทรมทไ่ี ดผ้ ลเป็นท่ี
น่าพอใจเป็นอยา่ งยงิ่ สำ� หรบั อตั รา
การรอดตายของไมย้ างนาทป่ี ลูก
อยทู่ ่ี 95% สาเหตุของการตายใน
สว่ น 5 % นนั้ มาจากถกู ตวั ตุน่ กดั
กนิ ราก สำ� หรบั ปัญหาการเกดิ ไฟ
ป่าแทบจะเรยี กไดว้ า่ ไมพ่ บมกี าร
เกดิ ขน้ึ เลย เน่อื งดว้ ยดนิ มคี วามชมุ่
ชน้ื มากขน้ึ กว่าเดมิ ดว้ ยระบบของ
รากหญา้ แฝกทห่ี ยงั่ ลกึ ลงไปในดนิ
ไดช้ ว่ ยอุม้ น้�ำไวเ้ ป็นอยา่ งดนี นั่ เอง
พรอ้ มทงั้ พน้ื ทบ่ี รเิ วณหน้าแถวของ
หญา้ แฝกกจ็ ะมดี นิ และธาตุอาหาร
ไหลมากองทบั ถมอยู่เป็นจ�ำนวน
มาก ซ่งึ จะเป็นประโยชน์ต่อการ
เจรญิ เตบิ โตของตน้ ยางนาไดเ้ ป็น
อยา่ งดี
จงึ พอสรปุ ไดว้ า่ การปลกู หญา้
แฝกรว่ มกบั การปลกู ป่านนั้ จะชว่ ย
ใหป้ ่าทป่ี ลูกสามารถฟ้ืนคนื สภาพ
70
แฝกดา้ นป่ าไมท้ ่ี 2 จงั หวดั สุโขทยั ทไ่ี ดก้ รุณาเกบ็
และรวบรวมขอ้ มลู ทางวชิ าการและภาพทเ่ี กย่ี วขอ้ งให้
อยา่ งครบถว้ นสมบรู ณ์ จงึ สง่ ผลใหก้ ารเขยี นบทความ
เร่อื ง ตามรอยศาสตรพ์ ระราชา “ไมย้ างนากบั หญ้า
แฝก” มคี วามครบถ้วนสมบูรณ์อนั จะเป็นประโยชน์
แก่ผสู้ นใจไดน้ �ำไปพจิ ารณาใชต้ ่อไป
ไดร้ วดเรว็ กว่าป่ าปลูกทไ่ี ม่มหี ญ้าแฝกปลูกร่วมดว้ ย “รว่ มปลกู หญา้ แฝก ขวางแนวลาด
สำ� หรบั หน่วยงานทร่ี บั ผดิ ชอบการปลูกป่ าและบ�ำรุง ชนั จะช่วยป้ องกนั หนา้ ดินสญู หาย
รกั ษาป่ านัน้ จึงควรให้ความสนใจท่ีจะน้อมแนวน�ำ
พระราชด�ำรกิ ารปลูกแฝกร่วมกบั การปลูกป่ าไปใช้ ผืนดินอยยู่ ง้ั มิพงั ทลาย ช่วยใหป้ ่ า
ประโยชน์ไหก้ วา้ งขวางยง่ิ ขน้ึ ซ่งึ ทา้ ยทส่ี ุดจะส่งผล ไม้ อดุ มสมบรู ณ”์
ดกี บั ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มโดยรวมได้
เป็นอยา่ งดี ไมย้ างนา ราชาแหง่ ป่ า กบั หญา้ แฝก
ผเู้ รยี บเรยี งตอ้ งขอขอบคณุ คณุ ปราบษณ์ สมใจ
หวั หน้าศนู ยส์ าธติ การพฒั นาและรณรงคก์ ารใชห้ ญา้
71
ถงึ ไวบ้ า้ งแลว้ ในตอนตน้ อยา่ งไร กต็ ามแมว้ า่ ไม้
สกั ทอ งในธรรมชาตจิ ะขน้ึ อยเู่ ฉพาะบางทอ้ งทใ่ี น
ภาดเห นือ แต่กไ็ ม่ไดห้ มายความว่าไมส้ กั จะขน้ึ
ไมไ่ ดใ้ นภาดอน่ื ๆ ปัจจบุ นั การปลกู สวนป่าในเชงิ
ธุรกิจ ท�ำการปลูกและดูแลสวนป่าอย่างประณีต
(Inte nsive) และน�ำวชิ าการป่ าไมม้ าประยุกต์ใช้
ควบคกู่ บั วชิ าการเกษตรสมยั ใหม่ เชน่ การเตรยี ม
พน้ื ทอ่ี ยา่ งดกี ารปรบั สภาพความเป็นกรด-ดา่ งของ
ดนิ (PH) ใหเ้ หมาะสมกบั พนั ธไุ์ มแ้ ต่ละชนิด การ
ใสป่ ๋ ยุ เคมี ป้ยุ ดอก และ ป้ยุ หมกั เพอ่ื ปรบั ปรงุ ดนิ
ไมส้ กั ทอง ...มรดกของชาติและชว่ ยเรง่ ความเจรญิ เตบิ โตของตน้ ไม้ทำ� ใหก้ าร
ปลกู สวนป่าเชงิ ธรุ กจิ ประสบผลสำ� เรจ็ อยา่ งงดงาม
ไมส้ กั ทอง ไดร้ บั ฉายานามในวงการป่าไม้ มณฑี โพธิท์ ยั วน.27
วา่ เป็น “ราชนิ ีแหง่ ไม”้ หรอื “Queen of Timbers”’
เป็นไ มค้ ุณภาพดที ส่ี ุดของโลก ทธ่ี รรมชาตมิ อบ
ใหแ้ ก่คนไทยและประเทศไทยโดยเฉพาะอนาคต
ไมส้ ักทอง กำ� ลงั จะหมดไปจงชว่ ยกนั ปลกู ไมส้ กั
ทอง เ พ่อื เป็นมรดกของชาติ และลูกหลานกนั
ตงั้ แ ต่วนั น้ีปัจจบุ นั “ไมส้ กั ทอง” เป็นทย่ี อมรบั กนั
ในวงก ารป่าไมท้ วั่ ไปแลว้ วา่ สามารถปลกู เพอ่ื หวงั
ผลตอบ แทนในเชิงธุรกิจได้อย่างคุ้มค่าต่อการ
ลงทนุ ดว้ ยเหตนุ ้ี การปลกู ไมส้ กั ทองจงึ ไดร้ บั ความ
นยิ มจากเกษตรกรเป็นอยา่ งมากการคดั เลอื กพน้ื ท่ี
การคดั เลือกพืน้ ท่ี
ก่อนเรมิ่ ท�ำการปลูกไม้สกั ทอง จะต้อง
พจิ ารณาคดั เลือกพ้นื ท่ีท่ีเหมาะสมส�ำหรบั ปลูก
ไม้สักทองเสยี ก่อนเป็นอนั ดบั แรก ซ่ึงได้กล่าว
72
การปลกู สวนสกั ระบบวนเกษตร
การปลูกสวนสกั ในระบบวนเกษตร คอื
การใช้ท่ีดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการน�ำ
พชื เกษตรมาปลูกควบคู่กบั การปลูกไม้ ซ่งึ เป็น
ก า ร เ ส ริ ม ร า ย ไ ด้ ใ ห้ แ ก่ ผู้ ล ง ทุ น ใ น ร ะ ย ะ แ ร ก
ท่ียังไม่สามารถน�ำไมส้ กั ทป่ี ลูกมาใช้ ประโยชน์
ได้ นอกจากน้ี ยังเป็ นการลดค่าใช้จ่ายใน
การก�ำจัดวัชพืชในสวนสักอีกด้วย ต้นสักท่ี
ป ลู ก ใ น ร ะ บ บ ว น เ ก ษ ต ร น้ี จ ะ มี ค ว า ม เ จ ริ ญ
เติบโตดีกว่าการปลูกสกั เพยี งอย่างเดยี ว ทงั้ น้ี
เพราะตันสักจะได้รับการบ�ำรุงรักษาอย่างดี
เช่นเดียวกับพืชเกษตรท่ีปลูกควบคู่กันด้วย
การปลูกสวนสัก สามารถปลูกพืชเกษตร
ควบคู่ในระหว่างแถวต้นสกั ได้อย่างน้อย 2 ปี
73
หลกั การจดั การสวนป่ าเชิงธรุ กิจ
สวนป่ าเชิงธุรกิจ หมายถึง สวนป่ าท่ี
ด�ำเนินการอย่างประณีต เพ่ือให้ต้นไม้โตเร็ว
ได้ผลตอบแทนตามวตั ถุประสงค์ ภายในเวลา
ท่ีก�ำหนดไว้การจัดการสวนป่ าเชิงธุรกิจท่ีดี
จะต้องค�ำนึงถึงปัจจัยท่ีส�ำคัญ 5 ประการคือ
วตั ถุประสงค์ ท่ดี นิ ชนิดไม้ วธิ กี าร และตลาด
วัตถุประสงค์ ก่อนท่ีจะท�ำการปลูก
สร้างสวนป่ า ผู้ด�ำเนินการจะต้องก�ำหนด
เป้าหมายหรอื วตั ถุประสงคก์ ่อนเป็นอนั ดบั แรกวา่
จะปลูกเพ่อื อะไร ทงั้ น้ี การก�ำหนดวตั ถุประสงค์
ไว้ก่อนให้แน่นอนนัน้ จะมีผลต่อการพิจารณา
ปัจจัยอ่ืน ๆ ท่ีเก่ียวข้องให้สัมพันธ์กันอย่าง
ถูกต้องและเหมาะสมด้วย การปลูกสร้าง
สวนป่ าท่ีไม่ได้ก�ำหนดวัตถุประสงค์ไว้ตัง้ แต่
แ ร ก ย่อ ม ท�ำ ใ ห้ผู้ด�ำ เ นิ น ก า ร ป ฏิบัติง า น
ด้วยความล�ำบาก เกิดความสับสน และจะ
ไม่สามารถด�ำเนินการให้ประสบผลส�ำเร็จได้
พน้ื ท่ี ปัจจยั ทต่ี อ้ งพจิ ารณาเป็นอนั ดบั ต่อ
ไป คอื พน้ื ทห่ี รอื ทด่ี นิ ทจ่ี ะใชท้ ำ� การปลกู สรา้ งสวน
74
รายละเอยี ดคา่ ใชจ้ ่ายในการปลูกสวนสักทองเชิงธรุ กิจ
หน่วย:บาท
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 รวมค่าใช้
จ่าย/ไร่
1. สำ� รวจรางวดั พืน้ ที่ 25 25
2. เตรียมพืน้ ที่ 1,000 1,000
3. ค่าหลกั
4. ค่าปักหลกั 45 45
5.ค่ากล้าสกั และปลกู , 150 150
1,100 100 1,200
ปลกุ ซ่อม
450 450 300 300 150 150 150 150 150 150 150 150 150 150 150 3,150
6.กำ� จดั วชั พืช 100 150 200 250 250 950
7. ค่าป๋ ยุ และใส่ป๋ ยุ 150 150 150 150 150 150 150 150 150 150 150 150 150 150 150
8. ป้องกนั ไฟ 150 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 2,250
9.ทำ� ทาง ช่อมทาง 1,550
ตรวจการ 25 25 25 25 25 25 25 25 25 25 25 25 25 25 25 375
10. สำ� รวจกำ� ลงั ผลิด 30 45 75 90 90 90 90 90 90 690
11. ลิดก่ิง
75 หมายเหตุ - 5. คา่ ป๋ ยุ กก.ละ 6.00 บาท
1. ไมร่ วมคา่ อำ� นวยการ 6. อตั ราการปลกู ซ่อม ปีท่ี 1 = 12% ปีท่ี 2 5%
2. คา่ จา้ งแรงงาน วนั ละ 100.- บาท 7. ระยะปลกู 3 * 3 เมตร (178 ตน้ /ไร)่
3. คา่ กลา้ สกั 5.00 บาท/เหงา้
4. คา่ หลกั หมายปลกู 15.00 บาท / 100 หลกั
ป่า ซง่ึ มหี ลกั ในการพจิ ารณาทส่ี ำ� คญั 3 ประการ คอื
กรรมสทิ ธิ ์ ปรมิ าณ และคณุ ภาพ ผดู้ ำ� เนินการ จะ
ตอ้ งมที ด่ี นิ เป็นกรรมสทิ ธขิ์ องตนเอง หรอื เชา่ ทด่ี นิ
ของรฐั เพอ่ื ใหม้ สี ทิ ธิ ์และเกดิ ความคลอ่ งตวั ในการ
ดำ� เนินงานและการจดั การสวนป่าในโอกาสต่อไป
ท่ดี นิ จะต้องมพี ้นื ท่มี ากพอ ท่จี ะสามารถจดั การ
สวนป่ าให้มีผลผลิตเพียงพอกับวัตถุประสงค์
ท่ีก�ำ ห น ด ไ ว้อ ย่า ง ต่ อ เ น่ื อ ง แ ล ะ ค ร บ ว ง จ ร
รวมทัง้ ต้องค�ำนึงถึงคุณภาพของดิน
ว่ามคี วามเหมาะสมกบั ชนิดไม้ท่จี ะปลูกหรอื ไม่
ชนดิ ไม้ ในการปลกู สรา้ งสวนป่าเชงิ ธรุ กจิ มหี ลกั ใน
การพจิ ารณาสำ� หรบั ชนิดไมอ้ ยู่ 2 ประการ คอื (1)
จำ� นวนชนดิ ไม้ควรปลกู เพยี งชนดิ เดยี ว สำ� หรบั การ
ปลกู สรา้ งสวนป่า เพอ่ื วตั ถปุ ระสงคแ์ ตล่ ะอยา่ งและ
(2) ปรมิ าณ หมายถงึ เน้อื ทท่ี ป่ี ลกู ไมแ้ ตล่ ะชนดิ ตอ้ ง
มปี รมิ าณมากพอตามหลกั การทว่ี า่ “ปรมิ าณสำ� คญั
กวา่ คณุ ภาพ” การปลกู ตนั ไมเ้ พยี งชนดิ เดยี ว แตใ่ ห้
มจี ำ� นวนมากเพยี งพอกบั ความตอ้ งการ จะสามารถ
ตงั้ โรงงานรองรบั ใหเ้ หมาะสมกบั คุณสมบตั ขิ อง
ชนิดไมไ้ ด้ แต่ในทางตรงขา้ ม ถา้ หากปลกู ตน้ ไม้
หลายชนิดรวมกนั และมจี �ำนวนแต่ละชนิดน้อย
ผู้ประกอบการอุดสาหกรรมการใช้ประโยชน์ไม้
ก็ไม่อาจจะตัง้ โรงงานอุตสาหกรรมรองรับได้
วธิ กี าร คำ� ว่าวธิ กี ารในเร่อื งของการปลกู
สร้างสวนป่ าเชงิ ธุรกิจนัน้ คอื (1) การปลูกและ
การบ�ำรุง ซ่งึ หมายถงึ การปลูกสรา้ งสวนป้าทงั้
ระบบทุกขนั้ ตอน ตงั้ แต่ การเตรียมพ้นื ท่ีปลูก
ปลูกซ่อมและการบ�ำรุงรกั ษา ได้แก่ การก�ำจดั
วชั พชื การใสป่ ๋ ยุ การป้องกนั ไฟป่าและอ่นื ๆ (2)
การจดั การ เป็นวธิ ดี �ำเนินการทจ่ี ะช่วยใหต้ ้นไม้
ทป่ี ลูกมคี วามเจรญิ เตบิ โต สามารถใชป้ ระโยชน์
76
ไดต้ ามกำ� หนด เชน่ การลดิ กงิ่ (pruning) การตดั
สางขยายระยะ (Thinning) การกำ� หนดระยะปลกู
ใหเ้ หมาะสมกบั ชนิดไม้ วตั ถุประสงค์ เพ่อื ใหไ้ ด้
ผลผลิตต่อหน่วยสูงสุดการก�ำหนดเวลาและวธิ ี
การตดั ไมอ้ อกมาใชป้ ระโยชน์ รวมทงั้ การจดั การ
หน่อทต่ี ดั แตกใหมเ่ พอ่ื ใหผ้ ลผลติ ในรอบตอ่ ไปดว้ ย
ต ล า ด ก า ร ป ลูก ส ร้า ง ส ว น ป่ า เ ชิง
ธุรกิจ มีความจ�ำเป็ นจะต้องด�ำเนินการอย่าง
ประณีต เพ่ือให้ต้นไม้โตเร็ว ขายได้ ภายใน
เวลาท่ีก�ำหนดไว้ ตลาด เป็ นปัจจัยท่ีส�ำคัญ
ไม่น้อยกว่าปั จจัยอ่ืน ๆ ท่ีได้กล่าวมาแล้ว
การก�ำหนดวัตถุประสงค์ในการปลูก
สร้างสวนป่ าเพ่ืออุตสาหกรรมประเภทใด
นั้น ต้องพิจารณาให้แน่นอนก่อนตัง้ แต่เร่ิม
ด�ำเนินการว่ามีตลาดรองรับหรือไม่ อยู่ใกล้
หรือไกลเกินไป สะดวกในการขนส่งไม้จาก
77
ส ว น ป่ า ไ ป จ� ำ ห น่ า ย ไ ด้ โ ด ย ง่ า ย ห รื อ ไ ม่
อยา่ งไรไมส้ กั เป็นไมผ้ ลดั ใบตามธรรมชาตใิ นหน้า
แลง้ ซง่ึ หมายความวา่ ตน้ สกั จะเจรญิ เตบิ โตมาก ใน
ชว่ งหน้าฝน (ประมาณเดอื น พฤษภาคม-ตุลาคม)
และเจรญิ เติบโตน้อยหรอื หยุดการเจรญิ เติบโต
ในช่วงหน้าแล้ง (ประมาณเดอื น พฤศจกิ ายน-
เมษายน) ทุกปี ดงั นัน้ ถ้าผู้ปลูกเอาใจใส่ดูแล
บ�ำรุงรักษาต้นสักอย่างดีในหน้าฝน ต้นสักก็
จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว คุ้มกบั การลงทุน
ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้ปลูกปฏิบัติต่อต้นสัก
เหมือนกันแต่ผิดเวลา ต้นสักก็อาจจะเจริญ
เตบิ โตน้อย ใหผ้ ลตอบแทนไม่คุม้ กบั การลงทุน
78
นอกจากน้ี ยงั จะตอ้ งทราบว่า ตนั สกั จะ
มอี ตั ราการเจรญิ เติบโตดที ่สี ุดในช่วงระยะเวลา
หน่ึง หลงั จากนนั้ แลว้ อตั ราความเจรญิ เตบิ โตของ
ตนั สกั จะลดลง ผูป้ ลูกจงึ ควรดูแลรกั ษาตน้ สกั ใน
ชว่ งเวลาดงั กลา่ วอยา่ งดเี พอ่ื ใหต้ นั สกั เจรญิ เตบิ โต
เร็วท่ีสุด ในช่วงเวลาท่ีเหมาะท่ีสุดคงไม่มีใคร
สามารถพยากรณ์ได้ถูกต้อง 100% ว่า ผล
ต อ บ แ ท น ใ น ก า ร ป ลูก ส ว น สัก ท อ ง จ ะ เ ป็ น
อย่างไร แต่ท่ีพอจะรบั รองได้อย่างมนั่ ใจก็คือ
ปลูกสวนสักทองแล้ว จะให้ผลตอบแทน คุ้ม
ต่อการลงทุนเป็นท่ีน่าพอใจในระดบั หน่ึง ส่วน
จะมากน้อยเพยี งใดนัน้ ข้นึ อยู่กบั การวางแผน
แ ล ะ ก า ร จั ด ก า ร ส ว น สั ก ท อ ง อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง
เป้ าหมายการปลกู ไมส้ กั ปัจจบุ นั
- 25 ลบ.เมตร/ไร่ ภายในระยะเวลา 20 - 30 ปี (ออป./ลบ.เมตรละ 30,000-50,000 บาท)
ขนั้ ตอนการตดั สางขยายระยะ
1 อายุ 3 - 5 ปี ตดั สางตน้ เลก็ แคระแกรน็ คดงอ ทง้ิ ไมย้ งั ใชป้ ระโยชน์ไมไ่ ด้
2 อายุ 10 ปี ตดั สางเมอ่ื เรมิ่ เบยี ดชดิ กนั ไมท้ ต่ี ดั สาง น�ำไปใชป้ ระโยชน์ได้ เชน่ เฟอรน์ ิเจอร์ Log
cabin ฯลฯ
3 อายุ 15 - 20 ปี ตดั สางตน้ ทเ่ี รอื นยอดเบยี ดชดิ กนั ออก ไมน้ �ำไปใชป้ ระโยชน์ เฟอรน์ ิเจอร์
กอ่ สรา้ งบา้ นเรอื น เหลอื ไมไ้ วใ้ นแปลง 25-50 ตน้ /ไร่
4 อายุ 20 - 30 ปี ตดั ครงั้ สดุ ทา้ ย 25 ลบ.เมตร/ไร่ (ราคา ลบ.ม.ละ 30,000-50,000 บาท ตาม
เกรด)
79
เกษตรธรรมชาติ
Nature Farming คณิต ม่วงนิล วน.35
หลายท่านอาจสงสัยว่าท�ำไมการเกษตรหรือเกษตรกรรมต้องเป็ นธรรมชาติ แล้วค�ำว่าธรรมชาติ
หรือ Nature คืออะไรกันแน่ มีหลักความจริงท่ีเก่ียวข้องท่ีอยากจะยกข้ึนมาเป็ นค�ำกล่าวท่ีเป็ นสัจธรรม
หรือความจริงเร่ืองน้ีคือ “สรรพสิ่งทวั่ ทงั้ จกั รวาล ทุกส่ิงทุกอย่างถูกสร้างและเล้ียงดูด้วยพลงั ธรรมชาติ และ
พลังธรรมชาติน้ีเอง ยังเป็ นบ่อเกิดพลังชีวิตของสรรพส่ิงทัง้ ปวง พืชผลทางการเกษตรถ้าเจริญเติบโต
ด้วยพลังของธรรมชาติน้ีเช่นกัน ดังนัน้ ป๋ ุยท่ีไร้ขอบเขตจ�ำกัด และไม่มีวันหมด คือ พลังธรรมชาตินัน่ เอง”
ป ร ม า จ า ร ย์ ช า ว ญ่ี ปุ่ น ท่ า น ห น่ึ ง ไ ด้ ใ ห้ แ น ว คิ ด
เป็ นหลักพ้ืนฐาน ไว้ว่า “ ในใจกลางโลกของเราก็คือ
กอ้ นไฟขนาดใหญ่ ทค่ี อยใหค้ วามรอ้ นอยภู่ ายในใตด้ นิ
ตลอดเวลา เป็นเสมอื นรงั สขี องดนิ ท่ถี ูกแผ่ออกมาอย่าง
ต่อเน่ือง ซ่ึงส่ิงน้ีก็คือไนโตรเจน ป๋ ุยท่ีธรรมชาติให้มา
นัน่ เอง ไนโตรเจนได้ทะลุผ่านผวิ โลก และระเหยข้นึ ไป
เกาะตัวในชัน้ บรรยากาศสูงเหนือพ้ืนผิวโลก จากนัน้
ไนโตรเจนจะถูกพากลบั มายงั โลกอกี ครงั้ ด้วยน้�ำฝน และ
แทรกซมึ แผก่ ระจายไปทวั่ พน้ื ดนิ สง่ิ น้ีคอื ป๋ ยุ ไนโตรเจนตาม
ธรรมชาติท่ีตกลงมาจากฟ้ า ไม่ว่าจะเป็ นเร่ืองของ
พลังธรรมชาติท่ีกล่าวถึงน้ี หมายถึงพลังท่ี
เกดิ จากการรวมตวั กนั ของดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และ
โลก หรอื พลงั ทเ่ี กดิ จากการรวมตวั กนั ของ ธาตุไฟ ธาตุ
น้�ำ และธาตุดิน สรรพสิ่งทัง้ หลายไม่ว่าจะเป็นอะไร
กต็ าม ต่างกอ็ ยู่ท่ามกลางการท�ำงานของธรรมชาตอิ นั
ยงิ่ ใหญ่ เปล่ียนแปลงเจรญิ เติบโตมาด้วยธาตุทงั้ สาม
คอื ธาตุไฟ ธาตุน้�ำ และธาตุดนิ ธาตุทงั้ สามถา้ กลา่ วใน
ทางวทิ ยาศาสตร์แลว้ ธาตุไฟคอื ออกซเิ จน ธาตุน้�ำคอื
ไฮโดรเจน และธาตุดนิ คอื ไนโตรเจน ผลผลติ ทางการ
เกษตรกเ็ ชน่ กนั จะขาดธาตทุ งั้ สามน้ไี มไ่ ด้ และธาตทุ งั้ สาม
น้ีอกี เชน่ กนั คอื ตน้ กำ� เนิดพลงั ในการมชี วี ติ และการเจรญิ
เตบิ โตของผลผลติ ทางการเกษตร ถา้ ใหไ้ ดร้ บั แสงอาทติ ย์
อยา่ งเหมาะสม ใหน้ ้�ำอยา่ งพอเพยี ง และเพาะปลกู ในดนิ
ทบ่ี รสิ ทุ ธแิ ์ ลว้ จะตอ้ งไดร้ บั ผลสำ� เรจ็ อนั ยงิ่ ใหญ่ อยา่ งทไ่ี ม่
เคยปรากฏมาก่อนอยา่ งแน่นอน
80
วิธีปฏิบัติเกษตรธรรมชาตินัน้ มาจากแนวความคิดท่ีว่าธรรมชาติมีความตัง้ ใจ (Nature has
an Intension) ซง่ึ มนุษยชาตจิ ะประสบความสมบรู ณพ์ นู สุขได้ กโ็ ดยการเคารพตอ่ ธรรมชาติ และคลอ้ ยตามกฎแหง่
ธรรมชาติ
หากจะอธิบายให้นักวิช าก าร หรือนักวิทยาศาสตร์เข้าใจ
ม า ก ข้ึน ก า ร ปฏิบัติเกษ ต ร ธ ร ร ม ช าติ ก็จ ะอ ธิ บ ายด้วย
ค�ำว่า ระบบเกษตรนิเวศ หรือ “Agroecosystem” ซ่ึงหาก
เร าเข้าใจในความเป็ นไปของร ะบบนิเวศแล้ว จะส ามาร ถ
ป ฏิ บัติแ ล ะ ม อ ง อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ร ะ บ บ นิ เ ว ศ ไ ด้ โ ด ย
เฉพาะโลกของเราใบน้ี สรรพส่ิงมีความสอดคล้องเก้ือกูลกัน
โดยกลุ่มท่ีเป็ นผู้ผลิต (Produc er) ซ่ึงส่วนใหญ่ก็คือพืชสี
เ ขีย ว ท่ีสัง เ ค ร า ะ ห์ แ ส ง แ ล ะ ส ร้ า ง อ า ห า ร โ ด ย อ า ศัย แ ส ง
อ า ทิต ย์ ดิ น แ ล ะ น้� ำ ส่ ว น ผู้ บ ริโ ภ ค ( C o n s u m e r )
ส่ ว น ใ ห ญ่ ก็ เ ป็ น พ ว ก สัต ว์ ป ร ะ เ ภ ท ต่ า งๆ ห รื อ เ ห ล่ า
บรรดาอาณาจักรสัตว์ และส่วนของการย่อยสลายซากพืช
และซากสัตว์ท่ีเสียชีวิตล้มตาย หรือถ่ายมูลในระบบ จะมี
การย่อยสลาย (Decomposer) และในท่ีสุดก็จะได้ส่ิงท่ีเรียก
ว่าอาหารพชื (Nutrient) นัน่ เอง ในขนั้ ตอนและระบบการย่อยสลายน่ีเอง ค�ำว่าจุลนิ ทรยี ์ (Microbe) จงึ เข้า
มามีบทบาท เม่อื ในระบบนิเวศน้ีเป็นไปอย่างสมดุล และก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยงั้ ค�ำว่าการใส่ป๋ ุยจึงไม่มี
ในหลกั การของเกษตรธรรมชาติ เป็นเพยี งการส่งเสริม ใหม้ ี อนิ ทรยี ์วตั ถุ และจุลนิ ทรยี ์ สงิ่ มชี วี ติ ในดนิ เหล่า
สตั วท์ อ่ี าศยั อยใู่ นดนิ เชน่ ไสเ้ ดอื น เป็นตน้
ผเู้ ขยี นไดม้ โี อกาสเรยี นรกู้ บั อาจารยท์ างดา้ นเกษตรธรรมชาตแิ ละ
เกษตรกรชาวญป่ี ่นุ หลายทา่ น สงิ่ หน่ึงทเ่ี ป็นหวั ใจสำ� คญั ของผปู้ ฏบิ ตั ิ
เกษตรธรรมชาติ จะตอ้ งนกึ เสมอหรอื ทอ่ งใหข้ น้ึ ใจ ถงึ คำ� วา่ เคมปวู ะ ซง่ึ
ทงั้ 3 คำ� หากจะแปลกนั ตรงๆ คอื คำ� วา่ เคม แปลวา่ Healthy หรอื การมี
สขุ ภาพดี , คำ� วา่ ปู แปลวา่ Wealthy หรอื ความสมบรู ณ์มงั่ คงั่ สว่ นคำ�
วา่ วะ แปลวา่ Harmony หรอื ความสงบสขุ สนั ตภิ าพ ทงั้ สามคำ� น้หี าก
น�ำมาเขยี นเป็นอกั ขระรวมกนั จะแปลวา่ ความอุดมสมบรู ณ์ การแบง่
ปันเกอ้ื กลู มงั่ คงั่ มอี ยมู่ กี นิ ทด่ี ี และรกั สนั ตภิ าพ สมั พนั ธส์ อดคลอ้ ง ซง่ึ
อาจกลา่ วไดว้ า่ คำ� วา่ เคม-ป-ู วะ เป็นหวั ใจและเป้าหมายของการเกษตร
ธรรมชาติ ทไ่ี มไ่ ดม้ ุง่ แต่การแสวงหาความร่ำ� รวย ทรพั ยส์ นิ เงนิ ทอง
โดยไมไ่ ดค้ ำ� นึงถงึ ความทุกขย์ ากลำ� บากของเพอ่ื นมนุษย์ และความ
เสยี หายของสรรพสง่ิ ทอ่ี ยรู่ อบขา้ ง หรอื กระทบต่อความเสยี หายของ
ระบบนิเวศโดยรวม อนั หมายถงึ โลกของเรานนั่ เอง
81
กลา่ วโดยสรปุ สำ� หรบั เกษตรธรรมชาตอิ าจจะอธบิ ายคำ� นิยามไดง้ า่ ยๆวา่ “เกษตรธรรมชาตไิ มเ่ พยี งแตเ่ ป็นเกษตร
อนิ ทรยี โ์ ดยทวั่ ไปทป่ี ฏบิ ตั กิ นั อยเู่ ทา่ นนั้ แตเ่ ป็นวถิ ชี วี ติ ทส่ี อดคลอ้ งสมั พนั ธก์ บั ธรรมชาติ เป็นกระบวนการของสงิ่ มชี วี ติ
ทห่ี ลอมรวมองคป์ ระกอบของระบบนิเวศทางการเกษตร เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ อาหารทอ่ี ุดมไปดว้ ยโภชนาการ พรอ้ มกบั
จรรโลงความยงั่ ยนื ของระบบการเกษตร”
วนเกษตร (Agroforestry) เป็นรปู แบบสำ� คญั ทม่ี คี วามสอดคลอ้ งกบั
การเกษตรปัจจุบนั เกษตรธรรมชาตจิ ะได้ผลท่ดี มี ากขน้ึ ควรต้อง
ท� ำ ร ะ บ บ ว น อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง พืช ท่ีมีลัก ษ ณ ะ เ ป็ น ป่ า ไ ม้
กลุ่มไม้ หรือรูปแบบการปลูกต้นไม้ เพ่ือให้เกิดปฏิสัมพันธ์
( I n t e r a c t i o n ) ใ น ก ลุ่ ม พืช ท่ีป ลู ก ทั้ง น้ี ใ น ส่ ว น ข อ ง ป่ า ไ ม้
อาจจะประยุกต์รปู พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ฯ รชั กาลท่ี 9 ทรง
พระราชทานค�ำแนะน�ำไว้ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่ า 3 อย่างเพ่อื
ประโยชน์ 4 อย่าง หรอื ทก่ี �ำลงั เป็นทก่ี ล่าวถงึ เช่น การประยุกต์
ลกั ษณะของรปู แบบ โคก หนอง นา ซง่ึ นนั่ หมายถงึ ในแปลงพน้ื ท่ี จะ
มที งั้ สว่ นของป่าไม้ หรอื ไมย้ นื ตน้ แหลง่ น้�ำ ทส่ี ามารถใชไ้ ดท้ งั้ ปีเพอ่ื
การเกษตร และพน้ื ทท่ี ำ� นา ขา้ วและไมผ้ ล สำ� หรบั การออกแบบกเ็ ป็น
ไปตามสภาพภมู สิ งั คม สภาพภมู ปิ ระเทศ รวมทงั้ ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ดว้ ย ในสว่ นของป่าไม้ กจ็ ะเออ้ื อำ� นวย ทงั้ การเพม่ิ
อนิ ทรยี ว์ ตั ถุ เศษซากพชื ใบไมร้ ว่ งหลน่ สกู่ ารปฏบิ ตั ทิ เ่ี รยี กวา่ การหม่ ดนิ หรอื การคลุมดนิ (Mulching) อกี ทงั้ อาจจะ
มกี ารประยกุ ตใ์ ชจ้ ลุ นิ ทรยี ใ์ นระบบ โดยประโยชน์ของจลุ นิ ทรยี น์ นั้ จะชว่ ย ทงั้ ในสว่ นการตรงึ ไนโตรเจนจากอากาศ การ
ยอ่ ยสลายเศษซากพชื ซากสตั วท์ งั้ ในดนิ และในน้�ำ การชว่ ยยอ่ ยแรธ่ าตุทม่ี ปี ระโยชน์ต่อพชื การสรา้ งฮอรโ์ มนใหแ้ กพ่ ชื
รวมทงั้ เป็นการชว่ ยสรา้ งสมดลุ ในระบบนิเวศการเกษตร
82
ประสบการณ์
การปลกู ไมส้ กั ในเชิงเศรษฐกิจ
บญุ เลิศ ศรีสขุ ใส วน.35
ไมส้ กั เป็นไมเ้ ศรษฐกจิ ทเ่ี กษตรกรปลกู กนั มาก
ท่สี ุดในขณะน้ี โดยเฉพาะในภาคเหนือท่พี ้นื ท่ี
เหมาะสมในการปลกู ไมส้ กั มากกวา่ ภาคอ่นื ทุก
ปีทผ่ี ่านมา ทงั้ ศูนย์เพาะช�ำกล้าไมข้ องกรมป่ า
ไมแ้ ละแปลงเพาะชำ� กลา้ ไมข้ องเอกชน ทเ่ี พาะ
ช�ำกลา้ ไมจ้ �ำหน่าย จะจ่ายและจ�ำหน่ายกลา้ ไม้
สกั มากกว่ากลา้ ไมอ้ ย่างอ่นื จนไม่พอกบั ความ
ตอ้ งการของผมู้ าขอแจกหรอื ผขู้ อซอ้ื อกี ทงั้ ราคา
กลา้ สกั ทจ่ี �ำหน่ายกส็ ูงขน้ึ เร่อื ยๆ เป็นสญั ญาณ
แสดงวา่ การปลกู ไมส้ กั ของภาคเอกชนในปีต่อไป
จะขยายตวั มากขน้ึ คงดว้ ยปัจจยั หลายๆอยา่ ง เชน่
การแกไ้ ข พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7 การ
ใชต้ น้ ไมเ้ ป็นหลกั คำ้� ประกนั เงนิ กไู้ ด้ การสง่ เสรมิ
ปลกู ป่าทร่ี ฐั ใหเ้ งนิ อุดหนุน การลดภาษสี ง่ ออกไม้
สกั ทอ่ นจาก 40% เหลอื 10% ไมแ้ ปรรปู เหลอื 0%
รวมถงึ การปลูกตน้ ไมใ้ นทก่ี รรมสทิ ธทิ์ ใ่ี ชล้ ดภาษี
ทด่ี นิ ไดด้ ว้ ย และการปลกู ไมส้ กั จะเหน็ อนาคตของ
การขาย ปลกู แลว้ ขายได้ มตี ลาดรองรบั อยแู่ ลว้
ดว้ ยเหตนุ ้ไี มส้ กั จงึ เป็นไมท้ น่ี ่าปลกู ในเชงิ เศรษฐกจิ
มากกวา่ ไมช้ นิดอน่ื ในสภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมอื นกนั
ผมท�ำงานดา้ นสวนป่ าไมส้ กั มานานเกอื บ 50 ปี เขา้ ท�ำงานดา้ นการปลูกไมส้ กั ทอ่ี งค์การ
อุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เมอ่ื ปี 2516 จนเกษยี ณราชการเมอ่ื ปี 2554 ไดท้ ำ� งานเกย่ี วกบั สวนป่าไม้
สกั ทกุ ขนั้ ตอน ตงั้ แตก่ ารเพาะกลา้ สกั การเตรยี มกลา้ การปลกู และบำ� รงุ รกั ษา การตดั สางขยายระยะ
การทำ� ไม้ และการจำ� หน่ายไม้ หลงั จากเกษยี ณราชการแลว้ กไ็ ปชว่ ยภาคเอกชนปลกู และบำ� รงุ สวนป่า
ไมส้ กั อกี หลายรายจนถงึ ปัจจบุ นั พอจะทราบไดว้ า่ การปลกู ไมส้ กั ทจ่ี ะใหไ้ ดผ้ ลในทางเศรษฐกจิ นนั้ จะ
ตอ้ งมคี วามรแู้ ละมคี วามเขา้ ใจในเรอ่ื งไมส้ กั ดพี อสมควรจงึ จะประสบความสำ� เรจ็
83
จากทไ่ี ดค้ ลุกคลกี บั ไมส้ กั สวนป่ามาเป็นเวลานาน ทงั้ ไดเ้ ดนิ ทางไปดสู วนป่าไมส้ กั ของภาค
เอกชนรายใหญ่และรายยอ่ ยมามาก ไดเ้ หน็ สภาพสวนป่าไมส้ กั ทปั ระสบความสำ� เรจ็ และลม้ เหลวมาทงั้
สองแบบ ไดเ้ หน็ ขอ้ ผดิ พลาดในการปลกู ไมส้ กั ของภาคเอกชนทป่ี ลกู ในเชงิ เศรษฐกจิ หรอื เชงิ พานิชใน
หลายๆดา้ น ซง่ึ ขอกลา่ วเป็นขอ้ ๆดงั น้ี
1. คุณภาพของดิน (Soil Quality) การปลูกไมส้ กั จะพบเหน็ ได้ในทุกภาคของประเทศ
มากท่สี ุดคอื ภาคเหนือ ภาคอ่นื ๆก็มกี ารปลูกแต่ไม่มาก สวนป่ าไมส้ กั ท่ปี ลูกแล้วไม่ได้ผล หรอื ได้
ผลไม่ดี ปัจจยั หน่ึงเกิดจากพ้นื ท่ดี นิ ท่ปี ลูก คอื ปลูกในพ้นื ท่ดี นิ ท่ตี ้นสกั ไม่ชอบหรอื ข้นึ ไม่ได้ เช่น
เป็นพ้ืนท่ีมีน้�ำขงั หรือพ้ืนท่ีฉ่�ำน้�ำในฤดูฝน ซ่ึงอาจะเกิดติดต่อกันหลายปี หรือเกิดแค่ปีเดียวก็
ท�ำให้ต้นสกั ตายได้ ผู้ปลูกสกั หลายรายไม่รู้ถึงข้อจ�ำกดั ของไม้สกั ในข้อน้ี จึงไม่ได้ป้องกนั เอาไว้
การปลูกสักในพ้ืนท่ีราบหรือค่อนข้างราบ จ�ำเป็ นต้องจัดการระบบการระบายน้�ำให้ดีทุกปี
โดยเฉพาะในฤดูฝนท่ีมีฝนตกอย่างต่อเน่ือง หากมีน้�ำขงั ต้นสกั ก็ตายได้แม้ว่าจะมีอายุมากแล้ว
ไมส้ กั นอกจากไมช่ อบหรอื อยไู่ มไ่ ดใ้ นพน้ื ทน่ี ้�ำขงั แลว้ ยงั ไมช่ อบดนิ ทรายละเอยี ดและดนิ ลกู รงั อกี ดว้ ย
เคยมผี ปู้ ลกู ไมส้ กั ในภาคอสี านทป่ี ลกู ในพน้ื ทด่ี นิ ทรายละเอยี ด ในปีแรกๆกส็ ามารถขน้ึ ไดด้ จี ากการบำ� รงุ
รกั ษาอยา่ งดี แตใ่ นปีตอ่ ๆมากโ็ ตน้อยลงและเรมิ่ ตายไปเรอ่ื ยๆ เน่อื งจากในฤดรู อ้ นทรายจะรอ้ นมาก ตน้
สกั จงึ อยไู่ มไ่ ด้ ลกั ษณะของดนิ ทปี ลกู สกั ไดแ้ มจ้ ะเป็นดนิ ทราย ดจู ากลกั ษณะเมอ่ื ไถหรอื ขดุ ดว้ ยจอบ
แลว้ ถา้ ดนิ ยงั เป็นกอ้ นอยกู่ ส็ ามารถปลกู สกั ได้ แตถ่ า้ เมอ่ื ไถหรอื ขดุ แลว้ ไมเ่ ป็นกอ้ น ถงึ จะจดั การไหด้ ี
อยา่ งไรกไ็ มป่ ระสบความสำ� เรจ็ นอกเสยี จากการปรบั ปรงุ ดนิ ใหด้ ขี น้ึ เหมาะกบั ไมส้ กั กจ็ ะสามารถปลกู
ได้ แต่กต็ อ้ งดใู นเรอ่ื งของคา่ ใชจ้ า่ ยในการปรบั ปรงุ ดนิ ดว้ ยวา่ จะคมุ้ คา่ หรอื ไม่
84
สว่ นดนิ ทเ่ี ป็นดนิ ลกู รงั นนั้ ถา้ เป็นลกู รงั ทเ่ี ป็นหนิ และชนั้ ล่างเป็นหนิ แมจ้ ะมกี ารปรบั ปรงุ ดนิ บรเิ วณ
ทป่ี ลกู ใหด้ ขี น้ึ ในปีแรกๆกจ็ ะขน้ึ ดี แตใ่ นปีต่อๆไปตน้ กจ็ ะไมโ่ ตและเป็นตน้ ทไ่ี มส่ มบรู ณ์ ไมส่ ามารถ
เป็นสนิ คา้ ได้
ลกั ษณะดนิ ทต่ี น้ สกั ไมช่ อบทงั้ 3 ประการน้ี จะเขา้ หลกั ของวชิ าการทว่ี า่ ตน้ สกั จะชอบดนิ รว่ นซยุ
หน้าดนิ ลกึ ระบายน้�ำดี และไมช่ อบน้�ำขงั มเี กษตรกรบางรายปลกู ในพน้ื ทด่ี นิ เหนียว ซง่ึ สว่ นใหญ่
จะเป็นพน้ื ทน่ี าเก่า แมว้ า่ จะมกี ารระบายน้�ำดี ตน้ สกั สามารถขน้ึ ไดแ้ ละรปู ทรงดแี ตก่ ารเตบิ โตชา้ มาก
จงึ ไมเ่ หมาะทจ่ี ะปลกู ไมส้ กั เชน่ กนั
2. ระยะปลกู (Spacing) เทา่ ทไ่ี ดเ้ คยเหน็ การปลกู สกั ของภาคเอกชนทงั้ รายใหญ่หรอื รายยอ่ ย
จะพบระยะปลกู 2*2 ,2*3, 3*3 ,2*4 เมตรเสยี สว่ นมาก มนี ้อยมากทจ่ี ะปลกู ในระยะ 4*4 เมตร และ
ไมเ่ คยพบเลยทป่ี ลกู ในระยะมากกวา่ 4*4 เมตร การปลกู ในระยะทต่ี ่างกนั จะมผี ลดแี ละผลเสยี ต่างกนั
ถา้ ปลกู ในระยะใกลก้ นั มผี ลดใี นเรอ่ื งตน้ สกั สามารถคมุ วชั พชื ไดเ้ รว็ เสยี คา่ ใชจ้ า่ ยในการกำ� จดั วชั พชื น้อย
ตน้ ไมก้ แ็ ขง่ กนั สงู ทำ� ใหม้ ลี ำ� ตน้ ตรงมกี งิ่ กา้ นน้อยดสู วยงามในระยะแรก แต่มขี อ้ เสยี คอื ตอ้ งเสยี คา่ ใช้
จา่ ยในการซอ้ื กลา้ คา่ ปลกู คา่ กำ� จดั วชั พชื รอบโคนตน้ คา่ ป๋ ยุ และคา่ ใสป่ ๋ ยุ มากกวา่ ทส่ี ำ� คญั ทส่ี ดุ คอื
ตน้ ไมจ้ ะ เรอื นยอดชดิ กนั เรว็ เมอ่ื เรอื นยอดเรม่ิ ชดิ กนั การอตั ราการเตบิ โตกเ็ รม่ิ ลดลง หากไมม่ กี ารตดั
สางหรอื ตดั สางชา้ กวา่ ทค่ี วรจะทำ� ตน้ ไมแ้ ปลงนนั้ ๆกจ็ ะโตชา้ ไปเรอ่ื ยๆ ดงั นนั้ การปลกู ในระยะทใ่ี กลก้ นั
การตดั สางใหถ้ กู วธิ แี ละถกู เวลาเป็นเรอ่ื งทส่ี ำ� คญั ทส่ี ดุ
เหตผู ลของผปู้ ลกู ในระยะใกลช้ ดิ กนั กนั คอื อยากจะไดจ้ ำ� นวนตน้ ไมม้ ากเมอ่ื ตดั ขายแลว้ จะได้
เงนิ มากไปดว้ ย โดยไมไ่ ดค้ ดิ วา่ ถงึ ระยะหน่ึงแลว้ ตน้ ไมจ้ ะไมโ่ ตหรอื โตน้อยลง การตดั สางวา่ จะตอ้ งตดั
ออกหรอื ไม่ ถา้ จะตอ้ งตดั สางจะตดั ออกเมอ่ื ไหร่ จะตดั วธิ ไี หน ผปู้ ลกู จะไมร่ เู้ รอ่ื งเลย และจะคดิ วา่ ถา้
ตดั แลว้ จะตอ้ งขายไดแ้ ละไดร้ าคาตามทค่ี าดหมายไว้ ถา้ ไมไ่ ดร้ าคาตามทต่ี อ้ งการกจ็ ะไมต่ ดั เมอ่ื ไมม่ ี
การตดั สางออก ตน้ ไมก้ ไ็ มโ่ ต จงึ เป็นปัญหาการปลกู ไมส้ กั ในระยะชดิ กนั ทไ่ี มไ่ ดร้ บั การแกไ้ ขมาถงึ
ทกุ วนั น้ี ทส่ี ำ� คญั ของปัญหาน้ีคอื การตดั สางจะมคี า่ ใชจ้ า่ ยในการดำ� เนินการ อกี ทงั้ ไมท้ ต่ี ดั สางออก
เป็นไมเ้ ลก็ กจ็ ะมรี าคาต่ำ� หรอื ไมม่ รี าคาเลย ไมค่ มุ้ กบั คา่ ใชจ้ า่ ยทท่ี ำ� ไป จงึ เป็นอกี สาเหตุหน่ึงทไ่ี มม่ ี
การตดั สางในสวนป่าภาคเอกชน
85
ผมเคยไปเป็นทป่ี รกึ ษาใหก้ บั สวนสกั เอกชนรายใหญ่รายหน่ึงทจ่ี งั หวดั กาฬสนิ ธุ์ ไดป้ ลกู ไม้
สกั ไวแ้ ลว้ อายุ 18 ปี ในระยะปลกู 3*3 เมตร ปรากฏวา่ ตน้ ไมห้ นาแน่นมากเพราะดแู ลรกั ษาอยา่ งดี
แตต่ น้ ไมก้ ลบั โตชา้ มาก ดว้ ยความคดิ ทว่ี า่ อยากไดจ้ ำ� นวนตน้ ไมเ้ ยอะๆตอ่ หน่วยพน้ื ทแ่ี ละตน้ ไมโ้ ตดว้ ย
มกี ารกำ� จดั วชั พชื อยา่ งดี ใสป่ ๋ ยุ ทกุ ปี ป้องกนั ไฟอยา่ งดดี ว้ ย แต่กไ็ มไ่ ดผ้ ลเทา่ ทค่ี วร สาเหตุกค็ อื การ
ไมไ่ ดม้ กี ารตดั สางมากอ่ นเลย ไมส้ กั เป็นไมท้ ต่ี อ้ งการแสงมาก เมอ่ื กง่ิ เรม่ิ ชนกนั หรอื ชดิ กนั กจ็ ะเรม่ิ มี
การแขง่ ขนั กนั ในดา้ นความสงู ตน้ ทแ่ี ขง็ แรงกวา่ กจ็ ะเบยี ดบงั ตน้ ขา้ งเคยี งทอ่ี อ่ นแอกวา่ ตน้ ไมท้ ม่ี อี ยู่
จงึ มลี กั ษณะทห่ี ลากหลาย ตน้ ทโ่ี ตดแี ละรปู ทรงดมี จี ำ� นวนน้อย ตน้ ทโ่ี ตไมด่ แี ละรปู ทรงไมด่ จี ะมจี ำ� นวน
มากกวา่ ในทส่ี ดุ กต็ อ้ งมกี ารตดั สางขยายระยะไมแ้ ปลงน้อี ยา่ งเป็นระบบ ตน้ ไมท้ เ่ี หลอื กส็ ามารถเตบิ โต
ไดด้ ี
3. การกำ� จดั วชั พืช (Weeding) ตน้ สกั ทล่ี งทนุ ปลกู ไปแลว้ นนั้ ศตั รอู นั ดบั หน่ึงกค็ อื วชั พชื ตน้
สกั ทป่ี ลกู ใหมจ่ ะไมส่ ามารถต่อสกู้ บั วชั พชื ไดเ้ พราะออ่ นแอกวา่ วชั พชื มจี ำ� นวนมากและแขง็ แรงกวา่ โต
เรว็ กวา่ อกี ทงั้ มหี ลากหลายชนิดดว้ ย รบกวนตน้ สกั ทป่ี ลกู ใหมท่ งั้ ทางเรอื นรากและเรอื นยอด วชั พชื ท่ี
เป็นเถาวลั ยก์ พ็ นั ตน้ ดงึ ยอดใหเ้ สยี รปู ทรง ตน้ สกั กเ็ สยี รปู ทรงมกี งิ่ กา้ นมาก ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งชว่ ยตน้ สกั โดย
การกำ� จดั วชั พชื ออกไป จนกวา่ ตน้ สกั ทเ่ี ราปลกู มเี รอื นยอดและเรอื นรากแขง็ แรงกวา่ วชั พชื และจะตอ้ ง
ทำ� อยา่ งตอ่ เน่ืองใชเ้ วลาหลายปี โดยทวั่ ไปแลว้ หากการกำ� จดั วชั พชื และป้องกนั ไฟไดผ้ ลดตี อ้ งใชเ้ วลา
ประมาณ 5-6 ปีไมส้ กั จงึ จะคลุมวชั พชื ไดแ้ ละไมเ่ ป็นปัญหาในเรอ่ื งการเบยี ดบงั จากวชั พชื ต่อไป
86
สวนสกั ของเอกชนหลายแหง่ แปลงทม่ี กี ารกำ� จดั วชั พชื อยา่ งสม่ำ� เสมอ ตน้ ไมจ้ ะมกี ารเตบิ โตดี
มรี ปู ทรงดี สว่ นแปลงทไ่ี มม่ กี ารกำ� จดั วชั พชื คณุ ภาพของตน้ ไมจ้ ะดอ้ ยกวา่ มาก และสง่ ผลถงึ ราคาขาย
ไมเ้ มอ่ื ถงึ รอบตดั ฟันดว้ ย แปลงทม่ี กี ารบำ� รงุ รกั ษาอยา่ งดี โดยเฉพาะการกำ� จดั วชั พชื อยา่ งสม่ำ� เสมอ
เมอ่ื ตดั ฟันขายแลว้ มผี ลตอบแทนทด่ี ี ไมส้ กั เป็นไมท้ ส่ี ามารถสบื พนั ธโุ์ ดยใชห้ น่อสบื พนั ธุ์ เมอ่ื ตดั ออก
ขายในรอบแรกแลว้ กเ็ ลย้ี งหน่อใหเ้ ตบิ โตเป็นไมร้ นุ่ ตอ่ ไป จะลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการปลกู บำ� รงุ อยา่ งมาก กม็ ี
จำ� นวนมากทบ่ี ำ� รงุ รกั ษาไมด่ หี รอื ไมม่ กี ารบำ� รงุ รกั ษา ตน้ สกั กโ็ ตไมด่ ี เมอ่ื ตดั ฟันขายแลว้ ไดผ้ ลตอบแทน
ต่ำ� กจ็ ะเปลย่ี นไปปลกู ไมช้ นิดอน่ื แทน
4.การป้องกนั ไฟ (Fire Protection) ในทกุ ฤดแู ลง้ จะพบเหน็ สวนป่าไมส้ กั ถกู ไฟไหมอ้ ยเู่ สมอ
ดว้ ยเหตุทว่ี า่ ตน้ สกั ไมต่ ายเมอ่ื ถกู ไฟไหม้ และมกี ารเขา้ ใจผดิ ๆวา่ ตน้ สกั เมอ่ื ไฟไหมแ้ ลว้ จะทำ� ใหต้ น้ สกั
โตดขี น้ึ จงึ ไมเ่ อาใจใสใ่ นการป้องกนั ไฟไหมส้ วนสกั หรอื จงใจจดุ ไฟเผาเองกม็ ี เพอ่ื ใหพ้ น้ื ทโ่ี ลง่ เตยี น
ไมต่ อ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยในการกำ� จดั วชั พชื แต่แทท้ จ่ี รงิ แลว้ การใหไ้ ฟไหมส้ วนไมส้ กั ความเสยี หายเกดิ ขน้ึ
หลายประการ
ประการแรก เป็นการทำ� ลายใบสกั ทล่ี ว่ งหลน่ ลงมาใหห้ มดไป ถา้ รกั ษาเอาไวไ้ ดก้ จ็ ะสลายเป็น
ฮวิ มสั บำ� รงุ ตน้ ไมไ้ ดต้ อ่ ไป ประการท่ีสอง ถา้ มไี ฟเขา้ แปลงในปีแรกๆทย่ี อดตน้ สกั ยงั ไมพ้ น้ ไฟ ไฟกจ็ ะ
ไหมย้ อดตาย เมอ่ื ยอดตายธรรมชาตขิ องไมส้ กั กจ็ ะแตกยอดใหมท่ ต่ี ากง่ิ บนสดุ ทย่ี งั ไมต่ าย และจะแตก
ยอดออกมา 2 ยอด ทำ� ใหเ้ กดิ ไม้ 2 กง่ิ หรอื มี 2 นาง หากไมต่ ดั ออกใหเ้ หลอื ยอดเดยี วหรอื นางเดยี ว
กจ็ ะไดไ้ มข้ นาดเลก็ 2 ตน้ เมอ่ื ถงึ เวลาตดั ฟันออกขายกม็ รี าคาต่ำ� ไปดว้ ย ประการทส่ี าม เป็นการลำ� ลาย
จลุ นิ ทรใี นดนิ เป็นจำ� นวนมาก จลุ นิ ทรใี นดนิ จะเป็นประโยชน์ตอ่ ตน้ ไมใ้ นเรอ่ื งการยอ่ ยสลายใบไมแ้ ละเศษ
ไมห้ น้าดนิ เป็นธาตอุ าหารของตน้ ไมต้ อ่ ไป อกี ทงั้ ชว่ ยใหด้ นิ รว่ นซุยจากวงจรของจลุ นิ ทรี ทเ่ี หน็ ไดช้ ดั คอื
ถา้ มไี ฟเขา้ แปลงในชว่ งตน้ ฤดฝู นจะไมพ่ บไสเ้ ดอื น แต่ถา้ ไมมไี ฟเขา้ จะพบไสเ้ ดอื นตลอดปี พน้ื ทไ่ี หน
มใี สเดอื นตน้ ไมจ้ ะโตดี ประการทส่ี ่ี เมอ่ื เกดิ ไฟแลว้ จะเกดิ การชะลา้ งหน้าดนิ ในตน้ ฤดฝู นอยา่ งรนุ แรง
เพราะในฤดแู ลง้ ไมส้ กั จะผลดั ใบในชว่ งเดอื นมกราคมถงึ เดอื นมนี าคม และจะแตกใบขน้ึ มาใหมต่ งั้ แต่
เดอื นเมษายนเป็นตน้ ไป ในชว่ งแตกใบออ่ นน้ี ความหนาแน่นของใบมนี ้อย เมอ่ื ฝนตกลงมาในชว่ งตน้
ฤดฝู น หน้าดนิ กจ็ ะถกู เมด็ ฝนตกลงกระแทกหน้าดนิ โดยตรง แรงกระแทกจากเมด็ ฝนทำ� ใหห้ น้าดนิ ถกู
ชะลา้ งไป ความอุดมสมบรู ณ์ของดนิ กจ็ ะต่ำ� ลงเรอ่ื ยๆ
87
การลิดก่ิง (Pruning)
5.การลิดกิ่ง (Pruning) ในตลาดการซอ้ื ขายไมส้ กั สวนป่า ไมต้ รงและยาวจะมรี าคาดกี วา่ ไม้
สนั้ และคดงอ การทำ� ใหไ้ ดไ้ มต้ รงและยาววธิ วี ธิ ที ด่ี ที ส่ี ดุ คอื การปลกู ใหม้ รี ะยะทใ่ี กลก้ นั ตน้ ไมจ้ ะแขง่ ขนั
กนั หาแสงสว่ นบน จงึ มลี ำ� ตน้ สงู และตรง แตต่ อ้ งมกี ารตดั สางใหถ้ กู วธิ แี ละถกู เวลา จงึ จะไดผ้ ล อกี
ประการหน่ึงคอื การลดิ กง่ิ (Pruning)และแต่งลำ� ตน้ ไมส้ กั ทม่ี กี ารเจรญิ เตบิ โตตามปกตจิ ะมลี ำ� ตน้ เดยี ว
ในปีท่ี 1-2 จะไมม่ กี ง่ิ ออกมา แตม่ บี างตน้ ทผ่ี ดิ ปกตจิ ะมหี น่อออกมาจากโคนตน้ มกี งิ่ ใหญ่แขง่ กบั ล�ำตน้
ทงั้ หน่อทเ่ี กดิ จากโคนตน้ และกง่ิ ใหญ่ทแ่ี ขง่ กบั ลำ� ตน้ จะตอ้ งตดั ออก มฉิ ะนนั้ จะทำ� ใหล้ ำ� ตน้ คดงอเสยี รปู
ทรงและโตไมด่ เี ทา่ ทค่ี วร การเจรญิ เตบิ โตของตน้ ไมต้ อ้ งอาศยั ใบทอ่ี ยบู่ นกง่ิ เป็นแหลง่ ปรงุ อาหารมาส
รา้ งความโตใหล้ ำ� ตน้ ถา้ ลดิ กง่ิ ออกมากตน้ ไมก้ เ็ จรญิ เตบิ โตน้อยลง แตเ่ พอ่ื ใหไ้ ดล้ ำ� ตน้ ทต่ี ดั ออกมาเป็น
ทอ่ นซุงไดย้ าว กจ็ ำ� เป็นตอ้ งลดิ กง่ิ ลา่ งออก จะลดิ กงิ่ ออกมากน้อยพยี งใดขน้ึ อยกู่ บั วตั ถุประสงคข์ องผู้
ปลกู เทา่ ทไ่ี ดพ้ บเหน็ สวนป่าของเอกชนทงั้ รายเลก็ และรายใหญ่จะไมม่ กี ารลดิ กง่ิ กนั ซง่ึ อาจจะมหี ลาย
สาเหตุ เชน่ ไมม่ อี งคค์ วามรใู้ นการลดิ กงิ่ วา่ จะเกดิ ประโยชน์อยา่ งไร ไมร่ วู้ ธิ กี ารลดิ กงิ่ วา่ จะทำ� อยา่ งไร
อกี ทงั้ ตอ้ งมค่ี า่ ใชจ้ า่ ยทเ่ี พมิ่ ขน้ึ ดว้ ย ไดก้ เ็ คยสวนป่าของเอกชนบางรายทม่ี กี ารลดิ กง่ิ แตก่ ท็ ำ� ไมถ่ กู ตอ้ ง
คอื การลดิ กงิ่ และใบออกเกอื บหมด เหลอื เฉพาะสว่ นยอดเทา่ นนั้ เขา้ ใจวา่ เจา้ ของสวนป่าคดิ วา่ กงิ่ และ
ใบเป็นตวั แยง่ เน้ือไมจ้ ากลำ� ตน้ จงึ ตดั ออกเพอ่ื ใหล้ ำ� ตน้ โตมากขน้ึ ซง่ึ เป็นการเขา้ ใจผดิ อยา่ งมหนั ต์
ผมไดศ้ กึ ษาและปฏบิ ตั เิ องในการลดิ กงิ่ ใหส้ วนป่าเอกชนมาหลายแหง่ จงึ พอสรปุ ไดว้ า่ การลดิ
กง่ิ นนั้ เกดิ ประโยชน์อยา่ งไร มวี ธิ กี ารทำ� อยา่ งไร ซง่ึ พอจะสรปุ ไดด้ งั น้ี
88
(1)จะตอ้ งทำ� การลดิ กง่ิ แต่งลำ� ตน้ ตงั้ แต่ปีแรกทป่ี ลกู ในปีแรกเมอ่ื ตน้ สกั ทป่ี ลกู โตขน้ึ บางตน้ จะจะไมแ่ ขง็ แรง
เน่ืองจากถกู โรคหรอื แมลงรบกวน จะมหี น่อเกดิ ขน้ึ ทโ่ี คนตน้ ตอ้ งรบี ตดั ออก หากปลอ่ ยทง้ิ ไว้ หน่อกจ็ ะเตบิ โตแขง่ กบั
ลำ� ตน้ เดมิ จะไดต้ น้ ไมท้ เ่ี ตบิ โตไมด่ ที งั้ สองตน้ บางกรณยี อดตายดว้ ยสาเหตุใดสาเหตุหน่ึง กจ็ ะมยี อดใหมเ่ กดิ ขน้ึ สองยอด
กต็ อ้ งตดั ออกใหเ้ หลอื ยอดเดยี วเชน่ กนั มฉิ ะนนั้ กจ็ ะเกดิ เป็นไมส้ องตน้ หรอื ไมส้ องนาง ถา้ ปลอ่ ยเอาไวแ้ ละมาตดั ออกใน
ภายหลงั เมอ่ื ตน้ ไมโ้ ตแลว้ กจ็ ะเสยี โอกาสใหก้ บั ตน้ ทเ่ี หลอื ตามเวลาทไ่ี มไ่ ดต้ ดั ออก ตงั้ แตป่ ีท่ี 3 เป็นตน้ ไปตน้ สกั จะเรมิ
มกี ง่ิ ออกมาตามลำ� ตน้ ตน้ ไมจ้ ะเตบิ โตเรว็ ทงั้ ความสงู และความโต เน่ืองจากมกี ง่ิ และใบชว่ ยปรงุ อาหารมากขน้ึ หากตน้
สกั มคี วามสมบรู ณ์ดตี น้ สกั จะมกี ง่ิ ออกมาตงั้ ฉากกบั ลำ� ตน้ แตจ่ ะมบี างตน้ ทม่ี กี ง่ิ ออกมาเป็นมมุ แหลม กงิ่ ประเภทน้ีจะโต
เรว็ กวา่ กงิ่ ทต่ี งั้ ฉากกบั ลำ� ตน้ และจะเตบิ โตแขง่ กบั ลำ� ตน้ จงึ ตอ้ งรบี ตดั ออก มฉิ ะนนั้ จะทำ� ใหย้ อดเดมิ เอยี งเสยี รปู ทรงไป
ดว้ ย ไมส้ กั ทป่ี ลกู ใกลก้ นั เมอ่ื กงิ่ ชนกนั หรอื ทบั กนั กงิ่ สว่ นลา่ งทช่ี นกนั หรอื ทบั กนั จะไมไ่ ดร้ บั แสงเพยี งพอจงึ แหง้ ตาย แต่
ถา้ ปลกู หา่ งกงิ่ ยงั สามารถรบั แสงไดอ้ ยจู่ งึ ไมม่ กี ารลดิ กงิ่ เอง ตน้ สกั จะมสี ว่ นทท่ี �ำเป็นทอ่ นซุงสนั้ หากตอ้ งการใหไ้ ดท้ อ่ นซุง
ยาวกต็ อ้ งทำ� การลดิ กง่ิ ลา่ งออก การลดิ กงิ่ ควรจะลดิ ออกไมเ่ กนิ 1 ใน 3 ของความสงู ของลำ� ตน้
(2)การลิดก่ิงจะต้องลิดก่ิงให้ชิดล�ำต้น ทงั้ น้ีเพ่อื ให้เปลือกได้หุ้มแผลได้เร็วท่ีสุด แต่ถ้าลิดก่ิงไม่ชิดล�ำต้น
มกี ง่ิ ยน่ื ออกมาจากลำ� ตน้ เปลอื กไมส่ ามารถหมุ้ รอยแผลทก่ี งิ่ ได้ เน้ือไมข้ องกง่ิ ทเ่ี หลอื จะแหง้ และจะเป็นรถู งึ ไสก้ ลางของ
ลำ� ตน้ เป็นเหตุใหน้ ้�ำฝนไหลเขา้ สไู่ สก้ ลางลำ� ตน้ เมอ่ื เป็นเวลานานขน้ึ จะเป็นไมไ้ สเ้ น่าหรอื เป็นไมไ้ สฟ้ ักต่อไป
การตดั สางขยายระยะ(Thinning)
89
(3) ช่วงเวลาทเ่ี หมาะสมในการลดิ กงิ่ คอื ช่วงฤดูแลง้ ทต่ี ้นไมห้ ยุดการเตบิ โต(กุมภาพนั ธ์-
เมษายน) เมอ่ื ลดิ กง่ิ แลว้ ตน้ ไมจ้ ะสรา้ งเปลอื กหมุ้ แผลทต่ี กั กง่ิ ออกในฤดกู ารเจรญิ เตบิ โตตอ่ ไป ถา้ เป็น
กง่ิ ขนาดเลก็ ทแ่ี ผลมเี สน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางไมเ่ กนิ 2 น้ิว เปลอื กจะหมุ้ แผลไดห้ มดภายในปีเดยี ว แตถ่ า้ เป็น
แผลใหญ่กวา่ นนั้ จะตอ้ งใชเ้ วลา 2 ปีขน้ึ ไปตามขนาดของกงิ่ ในการลดิ กง่ิ จะตอ้ งใชส้ หี รอื ปนู แดงทารอย
แผลทต่ี ดั เพอ่ื ลดการคายน้�ำจากแผลทต่ี ดั และเป็นการป้องกนั โรคและเชอ้ื ราเขา้ ทำ� ลายเน้ือไมไ้ ด้
การลดิ กงิ่ จงึ เป็นกจิ กรรมทค่ี อ่ นขา้ งจะยุง่ ยากสำ� หรบั เกษตรกรทป่ี ลกู ไมส้ กั โดยทวั่ ไป แต่ถา้
ทำ� ไดแ้ ละทำ� อยา่ งถกู วธิ กี จ็ ะเกดิ ประโยชน์กบั ผปู้ ลกู อยา่ งมาก
6.การตดั สางขยายระยะ(Thinning) นอกจากการลดิ กง่ิ ทผ่ี ปู้ ลูกไมส้ กั ทงั้ รายเลก็ และราย
ใหญ่จะไมท่ ำ� กนั การตดั สางขยายระยะกจ็ ะไมท่ ำ� เชน่ กนั ไมส้ กั ทภ่ี าคเอกชนปลกู กนั อยขู่ ณะน้ี เป็น
ระยะทค่ี อ่ นขา้ งถ่ี คอื ระยะ 2*2 , 3*3, 2*4, 2*3 เมตร มบี า้ งทป่ี ลกู 4*4 เมตร ทป่ี ลกู ในระยะหา่ งกวา่
น้ีแทบจะไมม่ เี ลย การปลกู ในระยะถเ่ี รอื นยอดและเรอื นรากจะชดิ กนั เรว็ ยงิ่ ถม่ี ากกย็ ง่ิ ชดิ กนั เรว็ มาก
การปลกู ถม่ี ปี ระโยชน์ในดา้ นการคลมุ วชั พชื ไดเ้ รว็ ขน้ึ ตน้ สกั ในระยะแรกทไ่ี มเ่ บยี ดบงั กนั จะสวยงาม มี
ลำ� ตน้ เปลาตรง แต่เมอ่ื นานขน้ึ ตน้ สกั จะเบยี ดบงั กนั ทางเรอื นยอด ดว้ ยไมส้ กั เป็นไมท้ ต่ี อ้ งการแสงมาก
เมอ่ื กงิ่ ทถ่ี กู บดบงั ไมไ่ ดร้ บั แสง กง่ิ กจ็ ะแหง้ ตายจากขา้ งลา่ งขน้ึ สขู่ า้ งบนตามสว่ นของการถกู บดบงั แสง
จงึ มปี รมิ าณใบปรงุ อาหารไดน้ ้อยลง อกี ทงั้ มกี ารแก่งแยง่ อาหารกนั ทางเรอื นรากมากขน้ึ ตน้ สกั จะมี
อตั ราการเจรญิ เตบิ โตลดลง หมไู่ มส้ กั ทป่ี ลกู จงึ เกดิ 4 ลกั ษณะ คอื ไมเ้ ดน่ (Dominant) ไมร้ องเดน่ (Co-
dominant) ไมป้ านกลาง(Intermediate) และไมถ้ กู เบยี ดบงั (Overtopped) ถา้ ยง่ิ นานขน้ึ โดยไมม่ กี าร
ตดั สางขยายระยะ ไมร้ องเดน่ บางตน้ จะกลายเป็นไมป้ านกลาง และไมป้ านกลางบางตน้ กจ็ ะกลายเป็น
ไมถ้ กู เบยี ดบงั ต่อไป
เมอ่ื สวนป่าไมส้ กั ทม่ี อี ตั ราการเจรญิ เตบิ โตน้อยลง จำ� เป็นตอ้ งมกี ารตดั สางขยายระยะ ใหต้ น้ ไม้
ทเ่ี หลอื จะมอี ตั ราการเจรญิ เตบิ โตดตี ่อไป หลกั ของการตดั สางขยายระยะคอื การตดั ไมใ้ หเ้ หลอื ไมท้ จ่ี ะ
เตบิ โตไดด้ ใี นอนาคต ไมท้ ต่ี ดั ออกจะน�ำมาใชป้ ระโยชน์หรอื จำ� หน่ายไดห้ รอื ไม่ มใิ ชว่ ตั ถุประสงคห์ ลกั
สวนไมส้ กั ทไ่ี มม่ กี ารตดั สางขยายระยะ คงเกดิ จากสาเหตุ 3 ประการ คอื
(1) ไมร่ วู้ า่ จะตอ้ งมกี ารตดั สางออก จงึ ปลอ่ ยใหเ้ ตบิ โตตามปกติ เมอ่ื ไมม่ กี ารตดั สางตน้ ไมก้ ็
โตชา้ ไมส้ กั ทป่ี ลกู ในระยะต่ำ� กวา่ 4*4 เมตร ในพน้ื ทด่ี นิ ดี เมอ่ื อายุ 15 ปีขน้ึ ไปจะเสอ่ื มโทรมลงเพราะ
หนาแน่นเกนิ ไป หากไมม่ กี ารจดั การดา้ นอน่ื ดว้ ย เชน่ การกำ� จดั วชั พชื การป้องกนั ไฟ กจ็ ะเกดิ โรค
แมลงรบกวน และเบยี ดบงั กนั เอง จะมตี น้ ตายและตนโทรมลงเรอ่ื ยๆ จงึ มผี ปู้ ลกู ป่าขายไมส้ กั สวนป่า
เมอ่ื อายปุ ระมาณ 20 ปี เป็นสว่ นมากขณะน้ี
(2) การไมต่ ดั สางขยายระยะ อกี ประการหน่ึงกค็ อื มคี วามเสยี ดายตน้ ไมท้ ป่ี ลกู ไว้ แมว้ า่ จะรู้
อยแู่ ลว้ วา่ ถา้ ไมต่ ดั สางออกตน้ ไมจ้ ะโตชา้ แตก่ เ็ สยี ดายไมอ่ ยากตดั มอี ยรู่ ายหน่ึงทป่ี ลกู มาแลว้ 18 ปี
ระยะปลกู เดมิ 3*3 เมตร การจดั การอยา่ งอน่ื ดหี มด มกี ารก�ำจดั วชั พชื อยา่ งดี ใสป่ ๋ ยุ เกอื บทกุ ปี ป้องกนั
ไฟไดด้ ี ตน้ ไมก้ โ็ ตชา้ เหมอื นเดมิ เหน็ ไดช้ ดั วา่ เพราะตน้ ไมห้ นาแน่นเกนิ ไป ผมไดแ้ นะน�ำใหต้ ดั สาง
ออก โดยใชว้ ธิ เี ลอื กตดั แบบตดั ไมเ้ ลก็ และไมท้ รามออก ใหเ้ หลอื ไมด้ ไี วป้ ระมาณ 50 ตน้ ตอ่ ไร่ ปรากฏ
วา่ ไดผ้ ลดมี าก หลงั จากนนั้ อกี 2 ปี มอี ตั ราการเตบิ โตเพมิ่ ขน้ึ
(3)การตดั สางไมอ้ อกจะมคี ่าใชจ้ ่ายในการดำ� เนินการ ผปู้ ลกู จะคดิ ว่าเมอ่ื ตดั แลว้ จะตอ้ งขาย
ไดค้ มุ้ กบั คา่ ตดั หรอื มกี ำ� ไรจากการตดั แต่ไมข้ นาดเลก็ และไมท้ รามทต่ี ดั ออก ไมม่ มี ลู คา่ หรอื มมี ลู คา่
น้อยมาก ไมค่ มุ้ คา่ ตดั จงึ ไมม่ กี ารตดั สาง เมอ่ื ไมม่ กี ารตดั สางตน้ ไมก้ ไ็ มโ่ ต กเ็ ป็นวงจรของปัญหาน้ี
ประการหน่ึง
90
ไมส้ กั ยงั คงเป็นไมเ้ ศรษฐกจิ อนั ดบั หน่ึงทส่ี มควรปลกู ต่อไป เพยี งแต่วา่ ขณะน้ีและอดตี ทผ่ี า่ นมา ไมม่ ี
หน่วยงานของรฐั ไดช้ ว่ ยสง่ เสรมิ แนะน�ำใหผ้ ปู้ ลกู ไดป้ ลกู และบำ� รงุ รกั ษาอยา่ งถกู ตอ้ ง เป็นทท่ี ราบกนั ดี
วา่ ไมส้ กั สามารถปลกู ไดท้ วั่ ประเทศ ทม่ี พี น้ื ทท่ี เ่ี หมาะสม ยงั มผี ทู้ ส่ี นใจปลกู อกี มาก แตไ่ มร่ วู้ า่ จะปลกู
อยา่ งไรจงึ จะไดผ้ ลดี ซง่ึ ถา้ ปลกู ใหไ้ ดผ้ ลดนี นั้ คำ� ตอบกวา้ งๆคอื ตอ้ งองคป์ ระกอบ 3 ประการ คอื 1)
พนั ธดุ์ ี 2) ดนิ ดี และ3)การจดั การดี ในขอ้ 1)กไ็ มส่ ามารถทำ� ได้ พนั ธทุ์ เ่ี ราปลกู อยขู่ ณะน้ี ไดจ้ าก
เมลด็ ทไ่ี มไ่ ดค้ ดั พนั ธจุ์ ากแมไ่ มท้ ด่ี ี ผปู้ ลกู จะซอ้ื จากแหลง่ เพาะกลา้ ไมข้ าย ผขู้ ายกลา้ ไมก้ จ็ ะซอ้ื จากผรู้ บั
จา้ งเกบ็ เมลด็ ขาย ซง่ึ เกบ็ มาจากตน้ ทวั่ ไป กลา้ จากการเพาะเลย้ี งเน้อื เยอ่ื ทไ่ี ดค้ ดั พนั ธมุ์ าแลว้ ไมม่ ขี าย
ในทอ้ งตลาดหรอื แหลง่ ขายกลา้ ไมส้ กั ทวั่ ไป จะมบี รษิ ทั ใหญ่ผลติ อยแู่ หง่ เดยี วในประเทศไทย ซง่ึ ขาย
เฉพาะการสงั่ ซอ้ื เทา่ นนั้ เมอ่ื ไดก้ ลา้ ทย่ี งั ไมด่ พี อ ผลผลติ ไมถ่ งึ รอบตดั ฟันกจ็ ะไมด่ พี อเชน่ กนั ประการ
ท่ี 2)คอื เรอ่ื งดนิ ดงั ทไ่ี ดก้ ลา่ วมาแลง้ ในขา้ งตน้ หากไดป้ ลกู ในดนิ ดี เหมาะสมกบั ไมส้ กั แลว้ มคี วาม
สำ� เรจ็ สงู มาก แต่ตอ้ งอาศยั ประการท่ี 3) คอื การจดั การ การจดั การในทน่ี ้ี คอื การปลกู บำ� รงุ และ
รกั ษา ซง่ึ จะมขี นั้ ตอนปฏบิ ตั ทิ ใ่ี หท้ ำ� ใหไ้ มส้ กั เตบิ โตไดด้ ที ส่ี ดุ ขอ้ สำ� คญั คอื ตอ้ งรวู้ า่ ไมส้ กั ชอบอะไร และ
ไมช่ อบอะไร ในสง่ิ ทต่ี น้ สกั ชอบเรากใ็ สส่ งิ่ นนั้ ลงไป เชน่ ไมส้ กั ชอบดนิ รว่ น เรากพ็ รวนดนิ รอบโคนตน้
ไมส้ กั ชอบแสงเรากก็ ำ� จดั วชั พชื ทค่ี ลุมตน้ สกั ออกใหห้ มด ตน้ สกั ตอ้ งการธาตุอาหารอะไร เรากใ็ สธ่ าตุ
อาหารนนั้ ๆลงไป เป็นตน้ ถา้ ตน้ สกั ไมช่ อบอะไร เรากก็ ำ� จดั สงิ่ นนั้ เสยี เชน่ ตน้ สกั ไมช่ อบน้�ำขงั เรา
ตอ้ งป้องกนั การขงั น้�ำในพน้ื ทป่ี ลกู ตน้ สกั ไมช่ อบวชั พชื เรากต็ อ้ งกำ� จดั วชั พชื ใหห้ มดไป ดงั น้ีเป็นตน้
การปลูก สวนป่าไมส้ กั ใหไ้ ดผ้ ลดี จะตอ้ งปลกู และบ�ำรุงรกั ษาอย่างถูกวธิ แี ละละเอยี ดประณีตทุกขนั้
ตอน และทส่ี ำ� คญั ทส่ี ดุ คอื จะตอ้ งบำ� รงุ รกั ษาอยา่ งต่อเน่ืองทกุ ปีจนถงึ ปีทต่ี ดั ฟันออกขาย หากปีใดปี
หน่ึงหรอื ชว่ งใดชว่ งหน่ึง ขาดการเอาใจใสบ่ ำ� รงุ รกั ษา เกดิ น้�ำทว่ มขงั เป็นเวลาหลายวนั ตน้ สกั แมจ้ ะ
โตแลว้ กจ็ ะตายได้ หรอื หากไมม่ กี ารกำ� จดั วชั พชื ปีใดปีหน่ึงหรอื ชว่ งใดชว่ งหน่ึง เมอ่ื มไี ฟเขา้ กจ็ ะเกดิ
ความเสยี หายจากไฟเชน่ กนั
91
ไมส้ กั ไมใ่ ชไ่ มโ้ ตเรว็ ทผ่ี ปู้ ลกู จะไดผ้ ลตอบแทนในระยะสนั้ การลงทนุ ปลกู ไมส้ กั ในเชงิ ธรุ กจิ จงึ ไมค่ อ่ ยมี
คนรนุ่ หนุ่มสาวจะไมส่ นใจในการปลกู เพราะคดิ วา่ ไดผ้ ลตอบแทนนานเกนิ ไป คนรนุ่ กลางคนจะคดิ ปลกู
เพอ่ื เป็นสมบตั ใิ หล้ กู หลานตอ่ ไป องคก์ ารอุตสาหกรรมป่าไมไ้ ดป้ ลกู ไมส้ กั เศรษฐกจิ มาตงั้ แตป่ ี 2511
ในระยะแรกไดก้ ำ� หนดรอบตดั ฟันไว้ 60 ปี จะไดต้ น้ สกั มคี วามโตวดั รอบทส่ี งู เพยี งอกประมาณ 200
ซม. ซง่ึ หมายความวา่ คา่ เฉลย่ี ความโต 3.3 ซม.ต่อปี เมอ่ื ไดม้ กี ารปิดป่าสมั ปทานในปี 2532 ไมส้ กั
จากป่าธรรมชาตกิ ไ็ มม่ ปี ้อนตลาดซง่ึ ยงั มคี วามตอ้ งการสงู อยู่ ไมส้ กั สวนป่า อ.อ.ป.ทม่ี อี ายปุ ระมาณ 30
ปี กเ็ รม่ิ เขา้ สตู่ ลาดแทนไมส้ กั ธรรมชาติ และเป็นทน่ี ิยมของผใู้ ชไ้ มม้ าถงึ ทกุ วนั น้ี อ.อ.ป.จงึ ไดก้ ำ� หนด
รอบตดั ฟันเสยี ใหมเ่ ป็น 30 ปี ตามความตอ้ งการของตลาด มเี อกชนรายใหญ่หลายราย ทก่ี ำ� ลงั ปลกู
สกั ดว้ ยรอบตดั ฟันเพยี ง 20 ปี โดยใชเ้ ทคโนโลยเี ขา้ ชว่ ย เพม่ิ จะใหต้ น้ ไมโ้ ตขน้ึ ไดข้ นาดตามตอ้ งการ
ของตลาด โดยเฉพาะตลาดตา่ งประเทศ มกี ารดำ� เนินการอยา่ งประณตี ทกุ ขนั้ ตอน จดั หากลา้ คณุ ภาพ
ดี ขดุ หลมุ ปลกู ขนาดใหญ่ มกี ารผสมป๋ ยุ รองกน้ หลมุ ปลกู ตน้ ฤดใู ชส้ ารโพลเิ มอรร์ องกน้ หลมุ จดั ระยะ
ปลกู ใหห้ า่ งขน้ึ จดั การสวนสกั ในรปู ของ Teak Farm โดยปลกู ในพน้ื ทห่ี ลายจงั หวดั ในภาคเหนือ ซง่ึ
จะตอ้ งศกึ ษาและตดิ ตามผลต่อไป
ดว้ ยไมส้ กั กค็ อื ไมส้ กั คณุ คา่ ของไมส้ กั ยงั เป็นทน่ี ิยมกนั อยา่ งกวา้ งขวาง โดยเฉพาะในเอเชยี
ดว้ ยกนั เอง เชน่ จนี และอนิ เดยี ทม่ี กี ำ� ลงั ซอ้ื สงู ยงิ่ รฐั บาลไดล้ ดภาษสี ง่ ออกลงแลว้ ไมส้ กั ขนาดโตตาม
ทต่ี ลาดตอ้ งการจะมไี มพ่ อขาย และหากมกี ารสง่ เสรมิ จากภาครฐั มากขน้ึ อกี ทงั้ ภาคเอกชนจะหนั มา
ปลกู ไมส้ กั มากขน้ึ ดว้ ย เป็นประโยชน์ใหก้ บั ประเทศ ทงั้ ดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม อยา่ ง
การทำ� ไม้ ( Logging)
92
การปา่ ไม้วถิ ีใหม่..
ไปดว้ ยกนั ไปได้ไกล
ณัฐวฒั น์ คลงั ทรพั ย์ วน.56
สถานการณ์ของโลกปัจจุบนั ได้เกดิ การ ความเป็ นเอกภาพขององค์กรและกฎหมายท่ี
เปล่ียนแปลงอย่างมากทงั้ ในด้านวิทยาศาสตร์ เกย่ี วขอ้ งกบั งานป่าไม้ ความเชอ่ื มโยงของนโยบาย
นวตั กรรม และเทคโนโลยี สภาพทางสงั คม โลก ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานป่าไมท้ งั้ หมด และการบรหิ าร
ธุรกจิ และการคา้ สภาพภูมอิ ากาศ ตลอดจนโรค จดั การบนขอ้ มลู ทม่ี คี ณุ ภาพและรอบดา้ นเพอ่ื การ
อุบตั ใิ หม่ เช่น โควดิ -19 ทไ่ี ดส้ ง่ ผลกระทบในวง ตดั สนิ ใจทถ่ี กู ตอ้ งและรวดเรว็
กวา้ งและตอ่ เน่อื ง ทำ� ใหท้ กุ ประเทศตอ้ งมกี ารปรบั 2. ความทา้ ทายดา้ นการศกึ ษาและวจิ ยั
ตวั กนั อยา่ งมาก รวมถงึ ประเทศไทยดว้ ย เมอ่ื มอง ดา้ นป่ าไม้ ได้แก่ จ�ำนวนผูเ้ ขา้ ศกึ ษาตามระบบ
สถานการณ์ป่าไมข้ องประเทศ นอกจากจะไดร้ บั เรมิ่ มแี นวโน้มลดน้อยลงขณะทค่ี นทำ� งานตอ้ งการ
ผลกระทบจากการเปลย่ี นแปลงดงั ทก่ี ล่าวขา้ งตน้ เพมิ่ พูนความรูแ้ ละทกั ษะด้านวชิ าชพี ป่ าไมม้ าก
แลว้ นโยบายของประเทศไทยไดม้ ุง่ สกู่ ารพฒั นา ขน้ึ ทศั นคติ ความคดิ ของนิสติ ต่องานทางด้าน
เศรษฐกจิ ตามแนวทาง BCG economy ตลอดจน ป่ าไม้เปล่ยี นไป ตลาดรองรบั บณั ฑติ ทางป่ าไม้
วกิ ฤตปัญหาดา้ นหมอกควนั และไฟป่าทท่ี วคี วาม เปิดกวา้ งขวางมากขน้ึ ความคาดหวงั ของสงั คม
รุนแรงขน้ึ ทุกปี จากหลายปัจจยั ดงั กล่าวท�ำให้ ต่อบณั ฑติ ป่ าไม้เพม่ิ มากข้นึ การเปล่ียนแปลง
ภาคการป่าไมจ้ ำ� เป็นตอ้ งเรง่ ปรบั ตวั เพอ่ื ใหท้ นั กบั เทคโนโลยใี นการจดั การเรยี นการสอน รวมถงึ องค์
สถานการณ์ ภายใตค้ ำ� วา่ “การป่าไมว้ ถิ ใี หม”่ ความรู้ เทคโนโลยี และนวตั กรรมดา้ นป่าไมท้ ต่ี อบ
การป่ าไม้ไทยกบั ความท้าทายในปัจจบุ นั สนองความตอ้ งการของสงั คมและประเทศไดอ้ ยา่ ง
1. ความท้าทายด้านนโยบาย องค์กร รวดเรว็ ทนั กบั สถานการณ์
กฎหมาย และการบรหิ ารจดั การป่าไม้ ไดแ้ ก่ ความ 3. ความท้าทายด้านธุรกิจไม้และ
แตกต่างระหว่างขอ้ มลู พน้ื ทป่ี ่าไมท้ ม่ี ปี ระเมนิ กบั อุตสาหกรรมไม้ ไดแ้ ก่ ความต้องการใชไ้ มโ้ ดย
พน้ื ทป่ี ่าไมเ้ ชงิ นโยบาย เฉพาะไมก้ อ่ สรา้ งภายในประเทศลดลง เทคโนโลยี
วสั ดทุ ดแทนไมไ้ ดพ้ ฒั นาอยา่ งรวดเรว็ และราคาถกู
กวา่ ไมป้ ลกู ความไมแ่ น่นอนของตลาดและราคาไม้
93
4. ความท้าทายด้านภาคประชาสงั คม 4) ให้การตลาดน�ำการผลติ ในส่วนของ
ไดแ้ ก่ ความแตกตา่ งทางความคดิ และทศั นคตขิ อง ภาคธุรกจิ ไม้และอุตสาหกรรมไม้ มกี ลไกราคา
คนในสงั คมต่องานป่าไมท้ ห่ี ลากหลายขน้ึ การเขา้ ทเ่ี ป็นธรรม ระบบการตลาดไมท้ ่เี ขม้ แขง็ สรา้ ง
สสู่ งั คมผสู้ งู วยั ความตอ้ งการภาคบรกิ ารจากป่าไม้ มลู คา่ จากไมต้ ลอดหว่ งโซ่การผลติ แบบครบวงจร
เพมิ่ สงู ขน้ึ ความตอ้ งการมสี ว่ นรว่ มตอ่ การบรหิ าร น�ำเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมใหม่ ๆ มาใช้งาน
จดั การป่าไมใ้ นมติ ติ า่ ง ๆ เพมิ่ มากขน้ึ รวมถงึ การ มากขน้ึ ตลอดจนมอี าชพี ใหม่ ๆ ในภาคธรุ กจิ ไม้
ปรบั ตวั สสู่ งั คมแหง่ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ อุตสาหกรรมไม้ และอุตสาหกรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
การป่ าไมว้ ิถีใหม่ควรเป็นอย่างไร 5) ใหม้ หี ุน้ สว่ นพนั ธมติ รเขา้ มาท�ำหน้าท่ี
1) ปรับมโนทัศน์ใหม่ด้านการบริหาร ดแู ลรกั ษาป่าหรอื ปลกู ตน้ ไมใ้ นบรบิ ทใหม่ ๆ เพมิ่
จดั การป่ าไม้ จากการบรหิ ารจดั การป่ าไมท้ เ่ี น้น มากขน้ึ เช่น การลงทุนในงานอนุรกั ษ์ป่าไมโ้ ดย
คมุ้ ครองและป้องกนั เปลย่ี นไปสกู่ ารบรหิ ารจดั การ ภาคเอกชน ปลูกไม้เป็นเงนิ ออม ฯลฯ โดยน�ำ
ป่าไมเ้ พอ่ื คณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ี (Forestry for life) หรอื กลไกทางเศรษฐศาสตรม์ าเป็นแรงจงู ใจใหก้ บั ภาค
ป่าไมเ้ พอ่ื มวลชน (Forestry for all) กลา่ วคอื ป่า ประชาสงั คม
ไมเ้ ป็นของทุกคนทต่ี อ้ งเขา้ มาชว่ ยกนั ดแู ลและรบั
ผดิ ชอบร่วมกนั ไมว่ ่าจะทางตรงหรอื ทางออ้ มเพอ่ื
ใหป้ ่าไมต้ อบสนองความตอ้ งการอย่างสมดุลและ
ยงั่ ยนื ทงั้ ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม เศรษฐกจิ และสงั คม
2) นโยบายภาคป่าไมท้ เ่ี ท่าทนั กบั ความ
เปลย่ี นแปลง องคก์ รทท่ี ำ� งานเกย่ี วขอ้ งกบั งานป่า
ไมท้ ม่ี เี อกภาพและประสทิ ธภิ าพ กฎหมายป่าไม้
และกฎหมาย/ระเบยี บอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งมคี วาม
ทนั สมยั สอดรบั และสอดคลอ้ งกบั บรบิ ทป่ าไมท้ ่ี
เป็นพลวตั (dynamic) และการบรหิ ารจดั การทม่ี ี
สมรรถนะสูงทงั้ ทรพั ยากรบุคคลและเทคโนโลยี
นวตั กรรม
3) หลกั สตู รการเรยี นการสอนดา้ นป่าไม้
ท่ตี อบโจทย์ความต้องการของผูเ้ รยี นและตลาด
คุณภาพบณั ฑติ ป่าไม้ (เป็นคนดแี ละท�ำงานเก่ง)
กลุ่มผู้เรียนใหม่ด้านป่ าไม้คือ คนวยั ท�ำงานท่ี
ตอ้ งการ upskill/reskill การจดั การเรยี นการสอนรปู
แบบใหมใ่ นยคุ ดจิ ทิ ลั เน้นผลติ ผลงานวจิ ยั ทส่ี รา้ ง
ผลกระทบสงู ไมว่ ่าเชงิ วชิ าการ เชงิ นโยบาย เชงิ
พน้ื ท่ี นวตั กรรม และเชงิ พาณชิ ย์ คคู่ วามรว่ มมอื
ทางการศกึ ษาและวจิ ยั ดา้ นป่าไม้ มพี น้ื ทต่ี น้ แบบ
เพอ่ื สาธติ การจดั การป่าไมแ้ บบครบวงจรเพอ่ื การ
ขยายผล
94
กล่าวโดยสรปุ แลว้ การป่าไมว้ ถิ ใี หมเ่ ป็นสง่ิ สำ� คญั อยา่ งยงิ่ ในสถานการณ์ปัจจุบนั รวมทงั้ เพอ่ื
รองรบั การเปลย่ี นแปลงในอนาคต แตก่ ารป่าไมว้ ถิ ใี หมเ่ ป็นงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั หลายภาคสว่ นในสงั คมไทย
การจะไปดว้ ยกนั อยา่ งเขม้ แขง็ และไปไดไ้ กลอยา่ งยงั่ ยนื มปี ัจจยั สำ� คญั สคู่ วามสำ� เรจ็ อยหู่ ลายประการ
ทต่ี อ้ งคำ� นึงถงึ ทงั้ ในเรอ่ื งของ คณุ ภาพการศกึ ษา ทถ่ี อื วา่ เป็นหวั ใจสำ� คญั ความเป็นเอกภาพทงั้ ในดา้ น
นโยบาย องคก์ ร กฎหมาย และการบรหิ ารจดั การดา้ นการป่าไม้ หลกั ธรรมาภบิ าลทเ่ี น้นกระบวนการมี
สว่ นรว่ มในทกุ มติ ทิ งั้ รว่ มคดิ รว่ มวางแผน รว่ มทำ� รว่ มตดิ ตามประเมนิ ผล และรว่ มรบั ผดิ ชอบ การให้
ความสำ� คญั กบั การบรหิ ารจดั การบนขอ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง ตลอดจนการสรา้ งสงั คมการสอ่ื สารทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
เพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ งและน�ำไปสกู่ ารปรบั เปลย่ี นทศั นคตแิ ละพฤตกิ รรมของคนในสงั คม เชน่ พดู
ใหน้ ้อยลงแต่ทำ� ใหม้ ากขน้ึ ยอมรบั การเปลย่ี นแปลงในทางทด่ี ขี น้ึ รจู้ กั พง่ึ ตนเอง รจู้ กั สรา้ งโอกาสและใช้
โอกาสใหเ้ ป็น เรยี นรสู้ ง่ิ ใหมอ่ ยตู่ ลอดเวลา ฯลฯ
“If you want to go fast, go alone. If you want to far, go together.”
โดย ดร.จงรกั วชั รินทรร์ ตั น์ อธิการบดีมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
** บทความน้ีเรยี บเรยี งจากผลการเสวนาวชิ าการภายใตห้ วั ขอ้ “ป่าไมว้ ถิ ใี หม่ ไปดว้ ยกนั ไปไดไ้ กล”
เมอ่ื วนั ศุกรท์ ่ี 12 มนี าคม 2564 จดั โดยสมาคมศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตร์ รว่ มกบั ศนู ยว์ จิ ยั ป่าไม้
คณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
95
จะพลกิ โฉมอตุ สาหกรรมไมอ้ ยา่ งไรด.ี ..
สะทอ้ นปญั หาและแนวทางขบั เคล่ือน
ณัฐวฒั น์ คลงั ทรพั ย์ วน.56
เกร่ินน�ำ
เป็นท่ีทราบดีว่า ในแต่ละปีภาคอุตสาหกรรมไม้ช่วยสร้างรายได้จากการส่งออกให้กับ
ประเทศไทยอยู่หลายแสนล้านบาท ยงั ไม่นับรวมรายได้ท่กี ระจายไปสู่ผู้เก่ียวขอ้ งจ�ำนวนมากทงั้
เกษตรกร ผูใ้ ช้แรงงาน ภาคธุรกจิ และอุตสาหกรรมท่เี ก่ยี วขอ้ งตงั้ แต่ต้นน้�ำ กลางน้�ำ และปลาย
น้�ำ ในขณะท่ีภาคการเกษตรท่ีเป็นภาคการผลิตส�ำคญั ของประเทศก�ำลงั ประสบกับความเส่ียง
ทงั้ ด้านการตลาดและการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศท่ีนับวนั จะทวีความรุนแรงมากข้นึ และ
ประกอบกบั รฐั บาลมนี โยบายดา้ น BCG economy และการด�ำเนินงานตามกรอบ COP 26 จงึ
เป็นโอกาสท่ีดีของภาคการผลิตด้านป่ าไม้โดยเฉพาะไม้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไม้ ท่ีจะเข้า
มาเป็นกลไกส�ำคญั ช่วยเศรษฐกิจของชาติและบรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปด้วย
อย่างไรก็ดี การผลกั ดนั อุตสาหกรรมไมเ้ ป็นกลไกส�ำคญั ท่จี ะช่วยฟ้ืนฟูและสร้างเศรษฐกจิ
อยา่ งเตม็ ศกั ยภาพยงั ไมก่ า้ วหน้าอยา่ งทค่ี วรจะเป็น…ทำ� ไมเป็นเชน่ น้ี???
96
ดว้ ยเหตุน้ี สมาคมศษิ ยเ์ ก่าวนศาสตรจ์ งึ รว่ มกบั ศนู ยว์ จิ ยั ป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตร์ จดั เสวนาภายใตห้ วั ขอ้ “พลกิ โฉมอุตสาหกรรมไม้ ช่วยฟ้ืนฟูเศรษฐกจิ ชาต”ิ เพอ่ื เป็น
เวทแี ลกเปล่ยี นขอ้ มูลและช่วยกนั ระดมขอ้ คดิ เหน็ เสนอต่อภาครฐั และผู้เก่ยี วขอ้ ง โดยคาดหวงั ว่า
จะมปี ระโยชน์ในการน�ำไปใช้ขบั เคล่อื นเพ่อื พลกิ โฉมอุตสาหกรรมไมข้ องไทยใหก้ ้าวหน้ายง่ิ ขน้ึ ต่อ
ไป กจิ กรรมเสวนาน้ีไดด้ ำ� เนินในชว่ ง 3 เดอื นทผ่ี า่ นมา (พฤศจกิ ายน 2564 – กุมภาพนั ธ์ 2565) มี
การจดั เวทเี สวนาออนไลน์จ�ำนวน 4 ตอน (episode) มวี ทิ ยากรจากหลายหน่วยงานเขา้ ร่วมเสวนา
รวมจ�ำนวน 19 ท่าน และมผี ูร้ บั ชมผ่าน facebook live ของศูนยว์ จิ ยั ป่ าไม้ รวมกว่า 2,000 ครงั้
ส�ำหรบั ข้อมูลอุตสาหกรรมไม้ของไทย เสียงสะท้อนปัญหาและแนวทางการขบั เคล่ือน
จากวงเสวนาเป็นอยา่ งไร พอจะสรปุ ไดด้ งั น้ี
สถานการณ์อตุ สาหกรรมไมข้ องไทย
อุตสาหกรรมไมข้ องประเทศไทยแบง่ ออกเป็น 8 กลุม่ ไดแ้ ก่ เยอ่ื และกระดาษ ชน้ิ ไมส้ บั แผน่
ไมป้ ระกอบ ไมแ้ ปรรปู เฟอรน์ เิ จอร์ ไมเ้ สาเขม็ ไมพ้ ลงั งานสาํ หรบั ครวั เรอื น และไมพ้ ลงั งานอตุ สาหกรรม
(แต่หากนบั รวมอุตสาหกรรมไมข้ ดุ ลอ้ มดว้ ยกเ็ ป็น 9 กลุ่ม) โดยชว่ งทผ่ี า่ นมาความตอ้ งการของตลาด
ไมต้ ่างประเทศมแี นวโน้มขยายตวั มากขน้ึ แต่ตลาดไมภ้ ายในประเทศยงั คงมกี ารชะลอตวั ยกเวน้ บาง
กลุม่ เชน่ เฟอรน์ ิเจอรไ์ มท้ ม่ี แี นวโน้มขยายตวั เพมิ่ ขน้ึ เน่ืองจากสถานการณ์โควดิ -19 คนท�ำงานอยทู่ ่ี
บา้ นกนั มาก ทำ� ใหม้ กี ารซอ้ื เฟอรน์ ิเจอรม์ าตกแต่งบา้ นมากขน้ึ ตามไปดว้ ย รวมถงึ กระดาษบรรจภุ ณั ฑ์
ทเ่ี พม่ิ ขน้ึ จากตลาดซ้อื ขายสนิ คา้ ออนไลน์ทข่ี ยายตวั สูงขน้ึ อย่างรวดเรว็ สถานการณ์ความต้องการ
ใชไ้ มข้ องโลกและไทยเป็นอยา่ งไร จากขอ้ มลู บางกลุ่มอุตสาหกรรมทไ่ี ดเ้ ขา้ รว่ มเวทเี สวนา เชน่ กลุ่ม
อุตสาหกรรมเย่อื และกระดาษ ในปี พ.ศ.2564 ทวั่ โลกมกี ารผลติ เย่อื จากไมท้ งั้ หมด 161.49 ลา้ น
ตนั เย่อื โดยประเทศไทยมกี ารผลติ เย่อื ประมาณรอ้ ยละ 0.72 ของปรมิ าณเย่อื ทงั้ หมดของโลก กลุ่ม
อุตสาหกรรมโรงเลอ่ื ยไมแ้ ละโรงอบไมท้ ส่ี ว่ นใหญ่ใชไ้ มย้ างพาราเป็นวตั ถุดบิ แต่ละปีมไี มท้ อ่ นจากการ
97
ตดั โค่นสวนยางพาราประมาณ 12 ลา้ นตนั ต่อปี เม่อื แปรรูปแลว้ กส็ ่งออกไปตลาดต่างประเทศโดย
เฉพาะจนี กลุ่มอุตสาหกรรมไมช้ วี มวลโดยเฉพาะเชอ้ื เพลงิ ไมอ้ ดั เมด็ (wood pellet) ตลาดโลกมแี นว
โน้มความตอ้ งการเพมิ่ สงู ขน้ึ โดยในปี พ.ศ. 2568 คาดว่าจะขยายตวั เพมิ่ ขน้ึ ถงึ ประมาณ 33 ลา้ น
เมตรกิ ตนั สำ� หรบั ประเทศไทย วตั ถุดบิ หลกั ทใ่ี ชผ้ ลติ เชอ้ื เพลงิ ชวี มวลมาจากประเภททไ่ี มใ่ ชไ่ ม้ ไดแ้ ก่
ชานออ้ ย ฟางขา้ ว แกลบ ตน้ และเหงา้ มนั สำ� ปะหลงั และซงั ขา้ วโพด และอกี ประเภทเป็นชวี มวลจาก
ไม้ ไดแ้ ก่ เปลอื กไมย้ างพารา เปลอื กยคู าลปิ ตสั เศษไมย้ คู าลปิ ตสั ขเ้ี ลอ่ื ยยางพารา และกระถนิ ยกั ษ์
คำ� ถามทว่ี า่ อตุ สาหกรรมไมช้ ว่ ยสรา้ งเศรษฐกจิ มากน้อยเพยี งใดนนั้ หากมองมลู คา่ การสง่ ออกใน
ชว่ งทผ่ี า่ นมา ประเทศไทยมรี ายไดจ้ ากการสง่ ออกไมแ้ ละผลติ ภณั ฑจ์ ากไมอ้ ยปู่ ระมาณ 200,000 ลา้ นบาท
(รวมไมย้ างพาราดว้ ย) และในชว่ ง 11 เดอื นแรกของปี พ.ศ. 2564 เฟอรน์ เิ จอรข์ องไทยมมี ลู คา่ การสง่ ออก
ประมาณ 15,000 ลา้ นบาท กลมุ่ อตุ สาหกรรมไมบ้ าง ไมอ้ ดั และวสั ดแุ ผน่ มมี ลู คา่ สง่ ออกประมาณ 40,000
ลา้ นบาท กลมุ่ พลงั งานชวี มวลมมี ลู คา่ ตลาดประมาณ 52,000 ลา้ นบาท หรอื ในสว่ นทส่ี รา้ งเศรษฐกจิ ใหช้ มุ ชน
เชน่ กลมุ่ เยอ่ื และกระดาษ มจี ำ� นวนเงนิ หมนุ เวยี นทอ่ี ยใู่ นภาคอตุ สาหกรรมไมย้ คู าลปิ ตสั อยปู่ ระมาณ 13,500
ลา้ นบาทตอ่ ปี (มเี กษตรกรผปู้ ลกู ไมป้ ระมาณ 150,000 รายตอ่ ปี มเี งนิ หมนุ เวยี นประมาณ 7,000 ลา้ นบาท
ธรุ กจิ ขนสง่ มเี งนิ หมนุ เวยี นประมาณ 3,000 ลา้ นบาท จำ� นวนแรงงานทำ� ไมม้ มี ากกวา่ 18,000 คนตอ่ วนั มี
เงนิ หมนุ เวยี นประมาณ 2,500 ลา้ นบาท และธรุ กจิ ลานรบั ซอ้ื ไมม้ เี งนิ หมนุ เวยี นประมาณ 1,000 ลา้ นบาท)
เมอ่ื ยอ้ นดหู น่วยงานรฐั วสิ าหกจิ แหง่ เดยี วของไทยทด่ี ำ� เนนิ ธรุ กจิ ดา้ นอตุ สาหกรรมไมว้ า่ เป็นอยา่ งไร
ซง่ึ คอื องคก์ ารอตุ สาหกรรมป่าไม้ (ออป.) พบวา่ ออป. มพี น้ื ทส่ี วนป่าดแู ลอยปู่ ระมาณ 1.1 ลา้ นไร่ มที งั้ สวน
ไมส้ กั ยคู าลปิ ตสั ยางพารา และชนดิ ไมอ้ น่ื ๆ มรี ายไดจ้ ากธรุ กจิ ป่าไมแ้ ละอตุ สาหกรรมไมป้ ระมาณ 1,000 ลา้ น
บาทตอ่ ปี สว่ นรายไดจ้ าการทอ่ งเทย่ี วและอน่ื ๆอกี ประมาณ2,000ลา้ นบาทมสี วนป่าประมาณรอ้ ยละ50ทไ่ี ด้
รบั การรบั รองการจดั การป่าไมอ้ ยา่ งยงั่ ยนื ตามมาตรฐานFSCเนอ้ื ทร่ี วมประมาณ525,000ไร่ ในปี 2564ออป.
ไดส้ ง่ ออกไมส้ กั ท่อนไปประเทศจนี กวา่ 100 ลบ.ม. ทงั้ น้ีตลาดไมท้ ่อนยงั พอไปได้ แต่ไมแ้ ปรรปู ยอด
จำ� หน่ายลดลงกวา่ รอ้ ยละ 50 ขณะน้ี ออป. ไดเ้ รมิ่ น�ำไมข้ นาดเลก็ มาทำ� เป็นไมป้ ระสานเพอ่ื เพม่ิ ชอ่ ง
ทางการตลาด สำ� หรบั ทศิ ทางการดำ� เนนิ งานปลกู สวนป่าของ ออป. จะขยายปลกู ไมย้ คู าลปิ ตสั เพม่ิ ขน้ึ อกี
ประมาณ 200,000 กวา่ ไร่ เพอ่ื สรา้ งรายไดใ้ นระยะสนั้ ใหม้ ากขน้ึ รวมถงึ การขายคารบ์ อนเครดติ ของสวนป่า
สำ� หรบั แนวโน้มของอุตสาหกรรมไมข้ องไทย มกี ารคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2573 ปรมิ าณ
การใช้ไม้ของไทยจะเติบโตไม่มากประมาณร้อยละ 7 ส่วนอุตสาหกรรมไม้เช้ือเพลิงมีโอกาส
เติบโตมากถึงร้อยละ 30 รวมถึงตลาดโลกจะมุ่งเน้นการใช้ไม้ท่มี กี ารรบั รองมากกว่าร้อยละ 50
ทงั้ น้ี เมอ่ื มองอตุ สาหกรรมไมแ้ บบครบวงจร เหน็ ไดว้ า่ อตุ สาหกรรมไมถ้ อื เป็น Key player ตามนโยบาย
BCG economy เพราะสามารถตอบโจทยไ์ ดท้ งั้ หมดไมว่ า่ เศรษฐกจิ ชวี ภาพ เศรษฐกจิ หมนุ เวยี น หรอื
เศรษฐกจิ สเี ขยี ว แถมยงั ชว่ ยสนบั สนุนการเพม่ิ พน้ื ทป่ี ่าเศรษฐกจิ อกี ทางดว้ ย แตท่ ผ่ี า่ นมาอตุ สาหกรรม
ไม้ของไทยยงั ขบั เคล่อื นได้ค่อนขา้ งช้าและถูกกล่าวถึงน้อยมากบนเวที BCG…เพราะเหตุใด???
98
ปัญหาอปุ สรรคของอตุ สาหกรรมไม้
เสยี งสะทอ้ นจากผเู้ ขา้ รว่ มเวทเี สวนา ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ อตุ สาหกรรมไมข้ องไทยในทกุ กลมุ่ ตา่ งประสบ
ปัญหาและอปุ สรรคดว้ ยกนั ทงั้ นนั้ ไมว่ า่ จะเป็นอตุ สาหกรรมขนาดใหญไ่ ปจนถงึ อตุ สาหกรรมระดบั
วสิ าหกจิ ชมุ ชน ซง่ึ อาจเจอปัญหาเหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั หรอื หนกั เบามากน้อยไมเ่ หมอื นกนั แตเ่ มอ่ื
มองภาพรวมแลว้ ปัญหาและอปุ สรรคของอตุ สาหกรรมไมข้ องประเทศไทยอาจแบง่ เป็นประเดน็ หลกั ๆ
ดงั น้ี
1) ดา้ นนโยบายและกฎระเบยี บ
ประเทศไทยมนี โยบายป่าไมแ้ หง่ ชาตทิ ป่ี ระกาศออกมาเมอ่ื ปี พ.ศ. 2562 มขี อ้ หน่งึ เกย่ี วขอ้ งกบั
การใชป้ ระโยชน์ผลติ ผลและการบรกิ ารจากป่าไมแ้ ละอตุ สาหกรรมป่าไม้ โดยไดก้ ลา่ วถงึ การสง่ เสรมิ การ
ปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ สง่ เสรมิ และสนบั สนุนอตุ สาหกรรมทใ่ี ชผ้ ลติ ผลจากป่าไมค้ รบวงจรในทกุ ระดบั และยงั มี
ยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนการสง่ เสรมิ ไมเ้ ศรษฐกจิ แบบครบวงจร 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ทม่ี เี ป้าหมายหลกั
จะเพมิ่ พน้ื ทป่ี ่าเศรษฐกจิ ใหไ้ ด้ 26 ลา้ นไร่ และสรา้ ง GDP ภาคป่าไมไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 ลา้ นลา้ นบาท แตท่ ่ี
ผา่ นมากลบั พบวา่ …
นโยบายและยทุ ธศาสตรท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งไมส่ ามารถขบั เคลอ่ื นไดท้ นั กบั สถานการณ์ทเ่ี ปลย่ี นแปลงอยา่ ง
รวดเรว็ การน�ำนโยบายและแผนงานไปสภู่ าคปฏบิ ตั ยิ งั เดนิ ไปไดช้ า้ และไมช่ ดั เจน ขาดเจา้ ภาพหลกั ท่ี
เขา้ ใจภาพรวมและมบี ทบาทหน้าทใ่ี นการผลกั ดนั การสง่ เสรมิ อตุ สาหกรรมไมแ้ บบครบวงจร หรอื จะใช้
การบรู ณาการระหวา่ งหน่วยงานกด็ เู หมอื นวา่ ยงั ไมป่ ระสทิ ธภิ าพเทา่ ทค่ี วรจะเป็น จนทำ� ใหเ้ กดิ การมอง
ขา้ มความสำ� คญั และความจำ� เป็นทต่ี อ้ งเรง่ ขบั เคลอ่ื นอตุ สาหกรรมไมข้ องประเทศ
ในดา้ นกฎระเบยี บทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั อตุ สาหกรรมไมต้ ลอดหว่ งโชก่ ารผลติ (supply chain) ไมว่ า่ จะ
เกย่ี วขอ้ งกบั การปลกู การตดั ไม้ การขนสง่ การแปรรปู ไม้ โรงงานไม้ การสง่ ออก ฯลฯ ซง่ึ ถอื วา่ เป็นเรอ่ื ง
สำ� คญั แมจ้ ะมกี ารพยายามปรบั ปรงุ กนั มาอยา่ งตอ่ เน่อื งในหลายเรอ่ื ง แตก่ ลบั พบวา่ ยงั มอี กี หลายเรอ่ื งท่ี
ยงั คงเป็นลกั ษณะของการควบคมุ มากกวา่ จะสง่ เสรมิ แกเ้ รอ่ื งน้แี ตอ่ กี เรอ่ื งทเ่ี กย่ี วขอ้ งกลบั ไมไ่ ดแ้ กต้ าม
ไปดว้ ย (แกแ้ บบไมส่ ะเดด็ น้�ำ) ทำ� ใหก้ ารดำ� เนนิ งานหลายอยา่ งเกดิ ความตดิ ขดั ลา่ ชา้ ไมค่ ลอ่ งตวั ไมท่ นั
กบั การปรบั ตวั ของเกษตรกรและภาคเอกชนทต่ี อ้ งการยกระดบั ความสามารถในการแขง่ ขนั ใหม้ ากขน้ึ
99
2) ดา้ นพนื้ ที่ปลกู เพอ่ื เป็นแหลง่ วตั ถดุ ิบไม้
ปัญหาสำ� คญั อกี ประการหน่งึ ของอตุ สาหกรรมไม้ คอื ขาดแคลนวตั ถดุ บิ ไมเ้ พอ่ื ป้อนสโู่ รงงาน
อตุ สาหกรรมอยา่ งเพยี งพอและตอ่ เน่อื ง การทป่ี ระชาชนหรอื เกษตรกรยงั ไมป่ ลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ กนั มากเทา่
ทค่ี วร กอ็ าจมาจากสาเหตหุ ลายประการ เชน่ ความกงั วลในเรอ่ื งกฎระเบยี บทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ไมป่ ลกู เพราะได้
เงนิ ชา้ กวา่ พชื เศรษฐกจิ เชงิ เดย่ี ว ราคาและตลาดรบั ซอ้ื ไมไ้ มแ่ น่นอน ขาดแคลนเงนิ ทนุ อยากลงทนุ ปลกู
แตไ่ มม่ พี น้ื ทป่ี ลกู ฯลฯ เขา้ ทำ� นองคนมที ด่ี นิ ไมอ่ ยากปลกู คนอยากปลกู ไมม่ ที ด่ี นิ
เมอ่ื ไปดแู ผนยทุ ธศาสตรไ์ มเ้ ศรษฐกจิ ไดก้ ำ� หนดพน้ื ทเ่ี ป้าหมายสง่ เสรมิ ปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ จำ� นวน
26 ลา้ นไร่ ภายในปี พ.ศ. 2579 แบง่ เป็นพน้ื ทใ่ี นเขตป่าเสอ่ื มโทรมประมาณ 9 ลา้ นไร่ และพน้ื ทน่ี อกเขต
ป่าทงั้ ทด่ี นิ กรรมสทิ ธิ ์ทด่ี นิ สปก. นาขา้ ว ฯลฯ อกี ประมาณ 17 ลา้ นไร่ ซง่ึ แน่นอนการเพมิ่ พน้ื ทป่ี ลกู ป่า
เศรษฐกจิ ไดค้ งตอ้ งพง่ึ ทด่ี นิ นอกเขตป่าของประชาชน/เอกชน แตท่ ผ่ี า่ นมาในชว่ ง 4-5 ปี กลบั พบวา่ พน้ื ท่ี
ปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ ภายใตโ้ ครงการตา่ งๆ ของภาครฐั ยงั เพม่ิ ขน้ึ น้อยมากเพยี งประมาณ 2-3 แสนไร่ หรอื
คดิ เป็นประมาณรอ้ ยละ 1 เทา่ นนั้ เอง ซง่ึ เมอ่ื เทยี บกบั เป้าหมายแลว้ ยงั ดหู า่ งไกลมาก
3) ดา้ นมาตรการสรา้ งแรงจงู ใจ
ทผ่ี า่ นมาภาครฐั ไดม้ คี วามพยายามสรา้ งแรงจงู ใจทางการเงนิ การคลงั และการตลาดอยพู่ อ
สมควร แตม่ าตรการตา่ งๆ ทอ่ี อกมากย็ งั ไมป่ ระสบความสำ� เรจ็ เทา่ ทค่ี วรนกั เชน่ มกี ารปรบั กฎกระทรวง
พาณชิ ยใ์ หไ้ มย้ นื ตน้ สามารถใชเ้ ป็นหลกั ประกนั ทางธรุ กจิ ได้ แตก่ ลบั พบวา่ ทผ่ี า่ นมาจำ� นวนเกษตรกรน�ำ
ไมไ้ ปใชเ้ ป็นหลกั ประกนั คอ่ นขา้ งน้อย และมสี ถาบนั การเงนิ เพยี ง 1-2 แหง่ ทด่ี ำ� เนนิ การในเรอ่ื งน้เี ทา่ นนั้
โครงการกเู้ งนิ ปลกู ป่าเศรษฐกจิ ของสถาบนั การเงนิ บางแหง่ กย็ งั ไดร้ บั ความสนใจไมม่ ากนกั มาตรการลด
หยอ่ นภาษที ด่ี นิ ในกรณที ม่ี กี ารปลกู ไมย้ นื ตน้ บนทด่ี นิ ตนเองกย็ งั มปี ระเดน็ ทต่ี อ้ งสรา้ งความชดั เจนเรอ่ื ง
จำ� นวนตน้ ไมท้ เ่ี หมาะสมตอ่ พน้ื ท่ี การสง่ เสรมิ การปลกู ตน้ ไมเ้ พอ่ื การซอ้ื ขายคารบ์ อนเครดติ ทน่ี บั วา่ เป็น
เรอ่ื งทด่ี แี ละกำ� ลงั ไดร้ บั ความสนใจกนั มาก แตส่ ำ� หรบั เกษตรกรรายยอ่ ยอาจไมง่ า่ ยทจ่ี ะเขา้ รว่ มโครงการ
น้ี เพราะตน้ ทนุ การประเมนิ คารบ์ อนยงั คอ่ นขา้ งสงู มาก หรอื เรอ่ื งตลาดซอ้ื ขายไมล้ ว่ งหน้า ตลาดกลางไม้
กย็ งั ไมเ่ กดิ ขน้ึ อยา่ งเป็นรปู ธรรม รวมถงึ กองทนุ ปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ ทห่ี ลายฝ่ายอยากใหม้ ี กไ็ มท่ ราบวา่ จะ
เกดิ ขน้ึ ไดห้ รอื ไมเ่ ชน่ เดยี วกนั
100