The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 30พรรณพิมล ยอดสร้อย, 2020-10-26 01:25:06

ปกนอก-ผสาน

ปกนอก-ผสาน

เทยี นหอมรังสรรค์ (Herbal Scented Candles )

จัดทำโดย
วิศัลยำ สำเกทอง รหัสนกั ศกึ ษำ 6232010008
พรรณพมิ ล ยอดสรอ้ ย รหสั นกั ศึกษำ 6232010033

เสนอ
อำจำรยน์ พิ ร จทุ ัยรัตน์

รำยงำนนเี้ ปน็ สว่ นของกำรศกึ ษำ รำยวิชำ โครงกำร
สำขำวชิ ำ กำรบัญชี ประเภทวิชำบรหิ ำรธรุ กจิ
ภำคเรยี นท่ี 1 ปกี ำรศกึ ษำ 2563
วทิ ยำลัยอำชวี ศกึ ษำชลบุรี



เทียนหอมรังสรรค์ (Herbal Scented Candles )

โดย
วิศลั ยา สาเกทอง รหสั นกั ศึกษา 6232010008
พรรณพมิ ล ยอดสร้อย รหัสนักศึกษา 6232010033

เสนอ
อาจารยน์ พิ ร จทุ ยั รัตน์

รายงานนี้เป็นสว่ นของการศกึ ษา รายวิชา โครงการ
สาขาวชิ า การบญั ชี ประเภทวชิ าบริหารธรุ กจิ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบรุ ี

ใบรบั รองโครงการ
ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ช้ันสงู ชน้ั ปที ี่ 2 (ปวส.2)

วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบุรี

โครงการ
เทียนหอมรังสรรค์ (Herbal Scented Candles )

โดย

1. นางสาว วศิ ัลยา สาเกทอง รหัสนกั ศกึ ษา 6232010008
2. นางสาว พรรณพมิ ล ยอดสรอ้ ย รหสั นกั ศกึ ษา 6232010033

ระดบั ชนั้ ปวส. 2/1 สาขาวชิ าการบญั ชี

พจิ ารณาเห็นชอบโดย

________________________
(นางนพิ ร จทุ ยั รัตน์)

อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาโครงการ
แผนกวชิ าบัญชี คณะบรหิ ารธุรกจิ

ชอื่ โครงการ : เทยี นหอมรงั สรรค์ (Herbal Scented Candles )

ผจู้ ัดทา : วิศลั ยา สาเกทอง
พรรณพมิ ล ยอดสร้อย
สาขาวิชา : การบัญชี
ประเภทวชิ า : บริหารธรุ กจิ
ปีการศกึ ษา : 2563
ช่อื สถานศกึ ษา : วิทยาลยั อาชวี ศึกษาชลบรุ ี

บทคดั ยอ่

วตั ถุประสงคข์ องการศึกษา 1. เพื่อทาความเข้าในการทาเทยี นหอม 2. เพอื่ สรา้ งความสามัคคีในกลมุ่ 3.
เพือ่ สร้างรายไดร้ ะหวา่ งการเรียน กลมุ่ เป้าหมายท่ีใช้ในการศกึ ษาครัง้ นี้ไดแ้ ก่ บคุ คลทว่ั ไปในวทิ ยาลยั
อาชวี ศึกษาชลบรุ ี อาเภอเมอื ง จงั หวัดชลบุรี 20000 จานวน 40 คน ซ่งึ ได้มาจากการเลอื กแบบเจาะจง
(Purposive Sampling) เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการศึกษา คอื ขอ้ มูลทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ระดับความ
พึงพอใจของผซู้ อื้ ที่มีตอ่ เทียนหอมรังสรรค์ แบง่ เปน็ แบบสอบถามแบบมาตรส่วนประเมินค่า (Rating
Scale) 5 ระดับ แบง่ ออกเปน็ 2 สว่ น 4 ดา้ น สว่ นผลิตภัณฑ์ (Product) แบง่ เป็น ดา้ นคณุ ภาพ (Quality)
ด้านราคาและความคมุ้ ค่า (Price and value) ดา้ นความสะดวกและความนา่ ใจ (Facility and
Piquancy) ด้านรูปลักษณแ์ ละความทนั สมยั (Appearance and Modernization) สถิตท่ใี ชใ้ นการศกึ ษา
คือ 1. ค่าร้อยละ (Percentage) 2. ค่าเฉลย่ี (Mean) 3. ส่วนเยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

ผลการศกึ ษาพบวา่
กลุม่ เปา้ หมายสว่ นใหญเ่ ป็นเพศหญิง จานวน 30 คน อยใู่ นช่วงอายตุ ่ากว่า 20 ปี เปน็
นกั เรยี น - นกั ศึกษา จานวน 40 คน ระดบั ชนั้ ปวส. 2 สาขาวชิ าการบัญชี มคี วามเหน็ ตอ่ โครงการเทยี น
หอมรังสรรค์ (Herbal Scented Candles ) เก่ียวสว่ นผลิตภณั ฑ์ (Product) ดา้ นคณุ ภาพ (Quality)
คอื ผลิตภณั ฑม์ ีรูปลกั ษณท์ ่สี วยงามมาก รองลงมา คอื ผลิตภัณฑเ์ หมาะกับทุกเพศทกุ วัย ชว่ ยให้เกิดความ
ผ่อนคลาย ผวิ สัมผสั ทีส่ ม่าเสมอ และกล่นิ ทเี่ ป็นธรรมชาติ ด้านราคาและความคุม้ ค่า (Price and value)
คอื ความคมุ้ คา่ เมือ่ เทยี บกบั ประโยชน์ทไี่ ดร้ ับมากท่ีสดุ รองลงมา คือ ราคามคี วามเหมาะสมกบั ผลิตภัณฑ์



คมุ้ คา่ เมื่อเทยี บกับราคา วัตถดุ บิ มีความเหมาะสมกบั ราคา และราคามคี วามยอ่ มเยากว่าเทียนหอมที่มขี าย
ตามท้องตลาด ส่วนบรรจุภณั ฑ์ (Package) ดา้ นความสะดวกและความนา่ ใจ (Facility and Piquancy)
คอื สะดวกตอ่ การใชง้ านมากทส่ี ดุ รองลงมา คือบรรจภุ ัณฑ์มีความแปลกใหม่และนา่ สนใจ บรรจภุ ณั ฑม์ ี
ขนาดทเี่ หมาะสม ความหลากหลายของบรรจภุ ัณฑ์ และบรรจภุ ณั ฑ์สามารถใช้งานรว่ มกบั ผลติ ภัณฑ์
ดา้ นรูปลักษณ์และความทนั สมยั (Appearance and Modernization) บรรจภุ ณั ฑม์ ีความเหมาะสมกบั
ผลติ ภัณฑม์ ากทีส่ ุด รองลงมาคือ บรรจภุ ณั ฑ์มีรปู ลกั ษณท์ ส่ี วยงาม บรรจุภณั ฑม์ รี ูปแบบที่ทันสมยั สะดดุ
ตา มีความเปน็ เอกลักษณ์ ตราสินคา้ มีความเหมาะสมกบั ผลติ ภัณฑ์

คาสาคญั : เทยี นหอม บรรจุภณั ฑ์ ผลิตภณั ฑ์



กติ ติกรรมประกาศ

โครงการเทียนหอมรังสรรค์ (Herbal Scented Candles ) ในคร้งั น้ี สาเรจ็ ลลุ ่วงไปได้ด้วยดี
โดยรับความกรุณา จากอาจารย์นพิ ร จุทัยรัตน์ ท่ีปรกึ ษาโครงการ ทใ่ี หค้ าแนะนาแนวคิด ตลอดจนแกไ้ ข
ข้อบกพร่องตา่ ง ๆ และเอาใจใส่ด้วยดตี ลอดระยะเวลาในการทาโครงการผู้ศกึ ษาจงึ ขอกราบขอบพระคณุ
เป็นอย่างสงู ณ โอกาสน้ี

ขอขอบคุณบดิ า มารดา และผูป้ กครอง ทกุ คน ทไ่ี ด้ให้คาแนะนาชว่ ยเหลือสนบั สนนุ ผ้ศู ึกษา
โครงการมาตลอด โครงการจะสาเร็จลุล่วงไปไมไ่ ด้ หากไมม่ ีบุคคลดงั กลา่ วในการจดั ทาโครงการ

สดุ ทา้ ยนี้ คณุ คา่ และประโยชนข์ องโครงการนี้ ทางผู้จดั ขอมอบเปน็ กตัญญูกตเวทติ าแดบ่ ุพการี
บรู พาจารยแ์ ละผู้มพี ระคุณทกุ ทา่ นทง้ั นี้ในอดตี และปจั จุบนั ท่ไี ด้อบรม สง่ั สอน ชี้แนวทางในการศึกษา
จนทาใหผ้ ู้วจิ ัยประสบความสาเรจ็ มาจนตราบทุกวันนี้

วศิ ัลยา สาเกทอง
พรรณพิมล ยอดสร้อย

สารบญั

หนา้

ใบรอบรองโครงการ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………ง
บทคดั ยอ่ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...จ , ฉ
กิตตกิ รรมประกาศ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………….ช
สารบัญ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………ฌ , ญ
สารบัญตาราง……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…ฎ
สารบญั ภาพ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………ฐ
บทที่ 1 บทนา…………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………1

ความเป็นมาและความสาคญั ของปญั หา………………………………………………………………………………………………………..1
วัตถุประสงค์ของการศึกษา……………………………………………………….…………………………………..….1
ขอบเขตของการศึกษา………………………………………………………………………………….………….……...2
ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั …………………………………………………………………………….…………….……2
นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ………………………………………………………………..…………………………………………..2
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง………………………………..………………………………………………………..3
จุดประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวชิ า………………………………………………3
ทฤษฎีการวเิ คราะห์สถานการณ์การตลาด(SWOT ANALYSIS)…………………………………..…………4
ทฤษฎีการวเิ คราะหผ์ บู้ รโิ ภค………………………………………………………………………………..……………5
ทฤษฎีกลยุทธ์การตลาด…………………………………………………………………………………..……………….7
ทฤษฎีกลยุทธพ์ ฤตกิ รรมผู้บรโิ ภค……………………………………………………………………………………….8
แนวความคดิ ทางการบัญชี……………………………………………………………………………………….……..11
แนวความคิดของหลกั การบัญชตี น้ ทุน……………………………………………………………………………...18
แนวคิดในการวดั ผลกาไร………………………………………………………………………………………………..19
งานวิจยั ที่เก่ยี วข้อง………………………………………………………………………………………………………..20



บทท่ี 3 วิธีการดาเนนิ การศกึ ษา……………………………………………………………………….……………..…………..22
ประชากรและกลุม่ ตวั อย่าง…………………………………………………………………………………………….22
เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการศึกษา………………………………………………………………………………………………22
ขัน้ ตอนในการสร้างเคร่ืองมอื ………………………………………………………………………………………….22
การเก็บรวบรวมข้อมลู …………………………………………………………………………………………………..23
การวิเคราะหข์ ้อมลู และสถิตทิ ใี่ ชใ้ นการศกึ ษา……………………………………………….…………………..24

บทที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมลู ………………………………………………………………………….……………………………..25
สัญลกั ษณท์ ี่ใชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมูล…………………………………………….…………………………………25
การนาเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล…………………………………………………………….……………………25

บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ…………………………………………………….……………………………33
สรปุ ผลการศึกษา………………………………………………………………………..…………………………………33
การอภปิ รายผล……………………………………………………………………………..……………………………..35
ขอ้ เสนอแนะ…………………………………………………………………………………………………..…………….38

บรรณานุกรม……………………………………………………………………………………………………………..……………..39
ภาคผนวก

ภาคผนวก ก แบบขออนมุ ัตโิ ครงการและแบบเสนอโครงการ
ภาคผนวก ข แบบสอบถาม
ภาคผนวก ค งบประมาณคา่ ใชจ้ ่าย
ภาคผนวก ง เอกสารประกอบ (ภาพถ่าย)

ประวตั ิผู้จัดทา

สารบัญตาราง

หนา้
ตารางที่ 1 แสดงความถี่และร้อยละของกลุม่ เป้าหมาย จาแนกเพศ…………………………………..……………..25
ตารางที่ 2 แสดงความถแ่ี ละร้อยละของกลุ่มเป้าหมาย จาแนกตามอายุ………………………………….....…….26

ตารางท่ี 3 แสดงความถ่แี ละรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จาแนกตามอาชีพ………………………..……………….26
ตารางที่ 4 แสดงความถแี่ ละร้อยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จาแนกตามระดบั ชัน้ (กาลังศกึ ษา)………………….27
ตารางที่ 5 แสดงความถี่และร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จาแนกตามแผนกวชิ า……………………………………27
ตารางที่ 6 แสดงความถ่แี ละร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จาแนกตามระดับการศกึ ษา……………………………29

ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉลีย่ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพงึ พอใจต่อผูบ้ รโิ ภค………………..29
ดา้ นคณุ ภาพ (Quality

ตารางที่ 8 แสดงค่าเฉล่ยี และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพึงพอใจตอ่ ผบู้ รโิ ภค…………..……30
ด้านราคาและความค้มุ คา่ (Price and value)

ตารางท่ี 9 แสดงค่าเฉลีย่ และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพึงพอใจตอ่ ผู้บรโิ ภค……………….31
ด้านความสะดวกและความนา่ สนใจ (Facility and Piquancy)

ตารางท่ี 10 แสดงค่าเฉล่ยี และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพึงพอใจตอ่ ผู้บริโภค……………..31
ดา้ นรูปลักษณแ์ ละความทันสมัย (Appearance and Modernization)

สารบญั ภาพ

หน้า
ภาพที่ 1 เทผง พอี ี , ปาลม์ แวก็ ซ์ , SA , ซอยแวก็ ซ์ ลงไป……………………………………………………………….51
ภาพที่ 2 เทกอ้ นไมโครแว็กซ์ ลงไป…………………………………………………………………………………….…………51
ภาพท่ี 3 นาพาราฟิน แวก็ ซ์ ใสล่ งไป………………………………………………………………………………….…………52
ภาพที่ 4 นาทง้ั หมดตง้ั ไฟ ใช้ความร้อนพอประมานใหก้ ลายเป็นของเหลว…………………………….….………..52
ภาพที่ 5 หยดสใี ส่พิมพแ์ ละเทเทียนเหลวลงไปในแม่พมิ พ์……………………………………………………….………53
ภาพที่ 6 รอจนเทยี นแข็งตัวถงึ จะนาออกจากแม่พมิ พไ์ ด้……………………………………………………….………...53
ภาพท่ี 7 นาไม้แหลมเจาะตัวเทยี นให้เปน็ รู……………………………………………………………………….………..….54
ภาพที่ 8 ขั้นตอนสดุ ทา้ ยนาไสเ้ ทียนเจาะลงไป………………………………………………………………….………..….54
ภาพท่ี 9 ออกแบบโลโก้………………………………………………………………………………….…..………………….…..55
ภาพท่ี 10 จดั บอรด์ และนาเสนองาน…………………………………………………………………………………………….55
ภาพท่ี 11 แจกแบบสอบถาม……………………………………………………………………………………………………….56

บทท่ี 1

บทนำ

ควำมเป็นมำและควำมสำคญั ของปัญหำ

ในสมยั กอ่ นมนุษย์ยังไม่รู้จกั การใชไ้ ฟ ในเวลาตอ่ มามนษุ ย์ได้คิดคน้ การใช้ไฟจงึ ทาใหเ้ กิดเปลวไฟ
และเรมิ่ ใช้ไฟมาเริ่มหงุ หาอาหารหรือใหแ้ สงสว่าง ถึงแม้การวิวฒั นาการจะกา้ วหน้ามากข้นึ อยา่ งรวดเรว็
มนษุ ย์มีไฟฟา้ ใชแ้ ตใ่ นยามไฟฟ้าดับเทียนไขก็มคี วามจาเปน็ อยา่ งมา ในปัจจุบนั รูปแบบของเทียนไขก็มี
การววิ ัฒนาการไปมาก ไม่วา่ จะเป็นเทยี นไล่ยุง เทียนหอม เทียนรปู ร่างหนา้ ตาต่าง ๆ เปน็ ตน้

การทาเทียนหอม เปน็ สว่ นหนง่ึ ที่ได้รับการสืบทอดความเปน็ ไทยในแบบโบราณให้กับคนรุ่นใหม่
ท่สี นใจหรอื รู้จัก ซึง่ จริง ๆแลว้ เทียนหอมมีเสน่ห์ในตัวเป็นอยา่ งมาก ทงั้ ดา้ นความสวยงามตามสีสนั ของ
เทียนและยังสามารถไล่ยุงโดยควันอนั เลก็ นอ้ ยหรือเทยี นหอมสามารถทาใหผ้ ่อนคลายจากความเครยี ด
หรอื หลับสบายโดยกลนิ่ และสสี นั ของเทยี นหอม จุดได้ตลอดเวลาเมื่อตอ้ งการ ดงั นั้นการทาโครงการ
เทียนหอมน้ีขึ้นมา ทางสมาชิกในกล่มุ จงึ อยากแสดงใหเ้ ห็นถึงคุณค่าของไทยโบราณทหี่ าไดย้ ากในยุค
ปัจจุบัน และเพอื่ ให้ผ้ทู ่ีสนใจรบั ประโยชน์ในดา้ นตา่ ง ๆ และสามารถนาไปประกอบอาชพี เสริมได้อีกดว้ ย

ดงั นนั้ กลุม่ ดฉิ ันจึงเลอื กที่จะทาเทียนหอม ตลอดจนดาเนินการปฏบิ ตั กิ ารทดลอง เก็บรวบรวม
ข้อมูล โดยมกี ารสรา้ งสรรคใ์ ห้มีรปู แบบที่หลากหลาย มคี วามเป็นเอกลกั ษณแ์ ละกลิ่นหอมท่ีหลายหลาย
สามารถนาไปใช้ไดใ้ นชีวิตประจาวันและในงานมงคลหลายโอกาศ

วตั ถปุ ระสงค์ของกำรศกึ ษำ

1. เพื่อทาความเข้าในการทาเทียนหอม
2. เพื่อสร้างความสามคั คีในกลมุ่
3. เพือ่ สรา้ งรายไดร้ ะหว่างการเรียน

2

ขอบเขตของกำรศึกษำ

1. ด้านประชากรและกลุ่มตวั อยา่ งท่ีใช้ในการศกึ ษาในคร้งั น้ไี ด้แก่ บคุ คลท่วั ไปตามท้องตลาด
2. ด้านเน้อื หา ไดแ้ ก่ ศกึ ษาปจั จยั ของผ้ซู ้ือและพฤติกรรมของผูซ้ อื้
3. ดา้ นระยะเวลาทใ่ี ช้ในการศกึ ษา ต้ังแต่ 1 กรกฎาคม ถงึ 30 ตุลาคม 2563

ประโยชนท์ ีค่ ำดว่ำจะไดร้ ับ

3.1 ประโยชน์ตอ่ ผู้จดั ทำ
3.1.1 ส่งเสริมความคดิ รเิ ร่มิ
3.1.2 ส่งเสริมให้เกดิ การเรยี นรู้และกระบวนการผลิต
3.1.3 สามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจาวนั

3.2 ประโยชน์ตอ่ สำธำรณะ
3.2.1 สามารถนาไปเปน็ แนวทางในการประยุกตแ์ ละประกอบอาชีพ

นิยำมศัพทเ์ ฉพำะ

1. เทียนหอม หมายถึง ผลิตภัณฑท์ ่ีไดจ้ ากการนาพาราฟิน และไขผง้ึ มาหลอมและละลายรวมกนั
อาจเติมสแี ละน้ามันหอมระเหย นาไปป้ันด้วยมือ หรือหล่อแบบข้นึ รูป หรอื กดจากพิมพใ์ หม้ รี ปู ทรงตาม
ต้องการอาจประกอบดว้ ยวสั ดุอื่นเพื่อให้ เกิดความสวยงาม

2. พฤติกรรมของผู้ซอื้ หมายถึง พฤตกิ รรมการซ้ือข้ันสุดทา้ ยท่ีซื้อสนิ ค้าและบรกิ ารไปเพ่อื นาไป
รบั ประทานหรอื นาไปใช้ ผ้ซู ือ้ สนิ คา้ และบริการไปเพือ่ วตั ถปุ ระสงค์เชน่ ว่ารวมกันเรียกวา่ ตลาดผู้บรโิ ภค

3. ผ่อนคลาย หมายถึง การลดความตงึ เคลียด

บทที่ 2

เอกสาร ทฤษฎี และงานวจิ ัยทีเ่ กี่ยวขอ้ ง

การดาเนินโครงการ เทยี นหอมรังสรรค์ ณ วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาชลบุรี ระหว่าง วันท่ี 1
กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ถึง วันท่ี 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ผ้ดู าเนนิ โครงการได้รวบรวม เอกสาร ทฤษฎี
และงานวิจัยทเ่ี กย่ี วข้องมรหัวขอ้ ต่อไปน้ี

1. จดุ ประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคาอธิบายรายวิชา
2. ทฤษฎีการวิเคราะหส์ ถานการณ์การตลาด
3. ทฤษฎีการวิเคราะห์ผบู้ รโิ ภค
4. ทฤษฎีกลยทุ ธก์ ารตลาด
5. ทฤษฎกี ลยทุ ธ์พฤตกิ รรมผ้บู รโิ ภค
6. แนวความคิดทางการบัญชี
7. แนวความคดิ ของหลักการบัญชตี ้นทุน
8. แนวคิดในการวัดผลกาไร
9. งานวิจัยทเี่ กย่ี วขอ้ ง

1. จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคาอธบิ ายรายวชิ า

1.1 จดุ ประสงค์รายวชิ า
1.1.1 เขา้ ใจหลกั การและกระบวนการการวางแผนจัดทาโครงการสรา้ งลพฒั นางาน
1.1.2 ประมวลความรแู้ ละทักษะในการสรา้ งและพฒั นางานในสาขาวิชาชีพ ตาม

กระบวนการวางแผน ดาเนินงาน แกป้ ญั หา ประเมินผล ทารายงานและนาเสนอผลงาน
1.1.3 มเี จตคติและกิจนสิ ัยในทางานดว้ ยความรับผิดชอบ มิวินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม

ความคดิ ริเร่มิ สร้างสรรคแ์ ละสามารถทางานร่วมกับผู้อื่น
1.2 สมรรถนะรายวชิ า
1.2.1 แสดงความร้เู กี่ยวกบั การจดั ทาโครงการและการนาเสนองาน
1.2.2 ดาเนินงานจดั ทาโครงการ
1.2.3 รายงงานผลการปฏิบตั ิงาน

4

ศกึ ษาและปฏบิ ัติเก่ยี วกับหลักการการจัดทาโครงการ การวางแผน การดาเนินการแกไ้ ข
ปัญหา การประเมนิ ผล การจดั ทารายงานและการนาเสนอผลงาน โดยปฏิบตั ิจดั ทาโครงสร้างและ
พัฒนางานท่ใี ช้ความร้แู ละทกั ษะในระดับฝมี อื สอดคล้องกับสาขาวชิ าชพี ทศี่ กึ ษา ดาเนนิ การเป็น
รายบคุ คลหรือกลุ่มตามลกั ษณะของงานให้แล้วเสรจ็ ในระยะเวลาที่กาหนด

2. ทฤษฎกี ารวเิ คราะหส์ ถานการณก์ ารตลาด ( SWOT ANALYSIS )
2.1 การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมภายใน สภาพแวดลอ้ มภายในประกอบด้วย ปัจจยั ท่อี ยู่

ภายในองค์กร ได้แก่ โครงสร้างวฒั นธรรม และทรัพยากรขององค์กร โครงสร้างจะแสดงให้เห็นถงึ การ
รวมกลมุ่ งาน ความสัมพันธ์ทางอานาจหนา้ ท่ี การไหลเวียนของงาน การตดิ ตอ่ ส่ือสารภายใน ซ่ึง
วัฒนธรรมองค์กร (CORPORATE CULTURE) จะหมายถึงความเช่อื ความคาดหวัง และคา่ นิยม
รว่ มกนั โดยทั่วไปจะปรากฏข้ึนมาเป็นบรรทดั ฐานท่ีระบุถึงพฤตกิ รรมท่ียอมรับกันของบคุ คลต้ังแต่
ผบู้ ริหารลงมาจนถึงพนักงานระดับล่างสดุ สว่ นทรัพยากรขององคก์ าร (CORPORATE RESOURCES)
จะหมายถงึ ทรพั ย์สินทกุ อยา่ งภายในองค์การ ไดแ้ ก่ คน เงินทุน วัตถุดิบ เทคโนโลยี และทักษะ
เป็นต้น ซง่ึ การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายในประกอบด้วย

2.1.1 จุดแข็ง (STRENGTHS) หมายถงึ การดาเนินงานภายในองคก์ ารทีต่ ้องวเิ คราะห์
การดาเนินงานภายใน เช่น การบริหรการเงนิ การตลาด การวิจัยและพฒั นาเพอื่ การพจิ ารณาถึงจดุ
แข็งของการดาเนนิ งานภายในเหล่านเ้ี ป็นระยะ และใช้ประโยชนจ์ ากจุดแข็งของการดาเนินงานเหลา่ น้ี
อยเู่ สมอ

2.2.1.2 ชว่ ยเพม่ิ ความผอ่ นคลาย
2.2.1.2 รปู ลกั ษณ์ทีส่ วยงามและแปลกตา
2.1.2 จดุ ออ่ น (WEAKNESS) หมายถงึ การดาเนินงานภายในองคก์ รท่ีไม่สามารถ
กระทาไดด้ ี เชน่ การบริหาร การเงิน การตลาด การวจิ ัยและพัฒนา จะเปน็ อุปสรรคต่อความสาเรจ็
2.2.2.1 สินคา้ มใี ห้เลอื กน้อย
2.2.2.2 มีขนาดท่ีเลก็

2.2 การวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ มภายนอก สภาพแวดล้อมภายนอกประกอบด้วยปัจจัยทอ่ี ยู่
ภายนอกและไมไ่ ดอ้ ย่ภู ายใต้การควบคุมระยะสัน้ ของผบู้ ริหารระดบั สงู ซง่ึ สภาพแวดล้อมภายนอกจะ
มอี ยู่สองสว่ นคือ สภาพแวดลอ้ มการดาเนนิ งานและสภาพแวดลอ้ มโดยทว่ั ไป สภาพแวดล้อมการ
ดาเนนิ งาน (TASK ENVIRONMENT) จะประกอบด้วย ปัจจัยทีก่ ระทบและถูกกระทบโดยตรงตอ่

5

การดาเนินงาน ปัจจยั เหลา่ นีไ้ ด้แก่ ผู้มสี ว่ นได้เสีย รฐั บาล ผู้จาหน่ายวตั ถุดิบ ชุมชน คู่แขง่ ขัน
และกลมุ่ ผลประโยชน์ ซ่ึงการวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอกประกอบดว้ ย

2.2.1 โอกาส (OPPORTUNITIES) หมายถงึ สภาพแวดล้อมภายนอกท่เี ป็น
ประโยชน์ต่อการดาเนนิ งานขององค์การ ซ่ึงตอ้ งคาดคะเนการเปลย่ี นแปลงของสภาพแวดล้อม
ภายนอก เช่น เศรษฐกจิ สังคม การเมือง เทคโนโลยี และการแข่งขันเพ่ือการแสวงหาประโยชน์
จากการเปลีย่ นแปลงของสภาพแวดลอ้ มเหลา่ น้ี เช่น การพัฒนาของคอมพวิ เตอร์ การเปล่ียนแปลง
ของประชากร และการเปลย่ี นแปลงค่านยิ มและทศั นคติ และการแขง่ ขันจากตา่ งประเทศ ซง่ึ การ
เปลย่ี นแปลงเหล่านอ้ี าจจะทาใหค้ วามตอ้ งการของลูกคา้ เปลี่ยนแปลงไป

2.2.1.1 สามารถวางขายตามตลาดได้
2.2.1.2 เปน็ ทางเลือกการทดลองสินคา้
2.2.2 อุปสรรค (THREATS) หมายถงึ สภาพแวดลอ้ มภายนอกทค่ี กุ คามต่อการ
ดาเนินงานขององค์การ สภาพแวดลอ้ มเหลา่ น้ไี ดแ้ ก่ เศรษฐกจิ สงั คม วัฒนธรรม เทคโนโลยีและการ
แขง่ ขนั
2.2.2.1 มีคแู่ ข่งมาก การออกแบบได้สวยกวา่
2.2.2.2 ไมต่ รงตามแบบทตี่ อ้ งการ

3. ทฤษฎกี ารวเิ คราะหผ์ บู้ ริโภค
พฤติกรรมผู้บรโิ ภค หรอื Consumer Behavior หมายถงึ การตดั สนิ ใจและการกระทาของ

ผ้บู ริโภคเก่ยี วกับการซ้อื และใช้สินค้าบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความพงึ พอใจของ
ตน ดงั นั้นการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค จึงเป็นการศกึ ษาถึงพฤตกิ รรมตา่ งๆ เพ่อื คุณจะไดน้ าไปใช้
ในการพฒั นาสนิ ค้า และบริการให้ตรงใจกลมุ่ เปา้ หมายและสร้างความพงึ พอใจเช่นกัน เหมอื นกับ
สุภาษติ จีนท่ีกลา่ วไวข้ า้ งต้นครับ การวิเคราะหพ์ ฤติกรรมผูบ้ ริโภคนักการตลาดจะเรียกว่า 6Ws ซ่งึ
ประกอบไปดว้ ยดังน้ี

3.1 WHO – ใครคอื กลมุ่ เป้าหมาย
เปน็ การศึกษาถงึ ลักษณะของกลมุ่ เปา้ หมายในเร่ืองต่างๆไมว่ า่ จะเปน็ ประชากรศาสตร์

ภมู ศิ าสตร์ จติ วทิ ยาและพฤตกิ รรม เช่น เพศ อายุ อาชีพ สถานที่ เปน็ ตน้ ขอ้ มลู เหล่านจ้ี ะช่วยระบุ
ขอ้ มลู ของคณุ ได้ชดั เจน เพ่ือท่ีคณุ จะสามารถวางแผนกลยทุ ธ์การตลาดด้านต่างๆ อย่างเหมาะสมและ
สามารถตอบสนองตอ่ ความพงึ พอใจของกลุ่มเปน็ หมายได้นน่ั เอง

3.2 WHAT – ผบู้ รโิ ภค ซื้ออะไร
ก่อนอน่ื คุณตอ้ งทราบถึงส่ิงทผ่ี ูบ้ ริโภคต้องการซือ้ เช่น องคป์ ระกอบผลิตภณั ฑ์หีบห่อ

คุณสมบตั ิตวั สนิ คา้ ท่ตี รงตามความตอ้ งการ ตราสินค้าต้องตราน้ีเท่านน้ั เป็นตน้ เพอ่ื ทค่ี ุณจะนาไป

6

ปรับปรงุ หรอื ส่งเสริมสนิ ค้าและบริการของคณุ ไมว่ า่ จะเป็นตวั สนิ ค้าและบริการ รปู ลกั ษณ์ของสินค้า
คุณภาพสนิ คา้ เพ่ือสรา้ งแบรนดใ์ ห้แข็งแกร่งรวมถงึ สร้างความแตกต่างจากแบรนด์อน่ื ๆ

3.3 WHERE – ชอ่ งทางในการซ้ือ
ชอ่ งทางทีล่ ูกค้าใชใ้ นการหาข้อมูลก่อนการตดั สินใจซอื้ เช่น ซ้ือผ่านเวบ็ ไซต์ ซื้อที่ตลาด

ขายสินค้าเฉพาะ หรอื หา้ งสรรพสินคา้ หรอื พูดงา่ ยๆกค็ ือการสถานท่ี ทีก่ ล่มุ เปา้ หมายมกั ชอบไปซือ้
สนิ คา้ ซ่ึงส่ิงนี้เป็นสงิ่ สาคัญ หากวา่ คณุ ทราบว่ากลุ่มเปา้ หมายของคณุ ซื้อสินคา้ จากท่ีไหน ก็จะทาใหค้ ณุ
สามารถกาหนดกลยทุ ธด์ ้านการจัดจาหนา่ ยและนาผลติ ภณั ฑห์ รือสินคา้ ไปส่แู หลง่ ตลาดไดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพ

3.4 WHY – ทาไมผู้บรโิ ภคตอ้ งการซือ้
เราควรศึกษาถงึ ผู้บรโิ ภค หาเหตผุ ลวา่ ทาไมผู้บริโภคจึงตดั สินใจซอ้ื เช่น ซ้ือเพือ่

ตอบสนองตามความต้องการ ซ้ือเพอื่ ตอบสนองตามปจั จัยพนื้ ฐาน หรือ การซ้อื กระเป๋าแบรนดเ์ นม
เพื่อเข้าสังคม และ การซื้อถุงมอื เพราะอย่ใู นชว่ งหนา้ หนาว คณุ ตอ้ งตอบคาถามกับตัวเองให้ไดก้ อ่ นวา่
เขาจะซ้ือของเราเพื่ออะไร !!

3.5 WHEN – โอกาสในการซื้อหรือจะซอื้ เมื่อไหร่
เราต้องคานึงถึงสินค้าของคณุ วา่ สินคา้ คุณเป็นสินค้าท่อี ยใู่ นช่วงเวลาหรอื ไม่ หรือเป็น

สนิ ค้าทีข่ ายได้ตลอดท่วั ไป เพราะคณุ ตอ้ งแยกแยะสินคา้ เหล่านี้ออกจากกนั กอ่ น บางครั้งสินค้าคุณ
อาจเปน็ ช่วงเทศกาล อาทิ คุณเปิดธรุ กจิ โรงแรมคณุ กต็ อ้ งดูเหมือนกันว่าช่วงไหนคนไม่ค่อยไปโรงแรม
คุณกต็ อ้ งจัดการลดโปรโมชัน่ ราคาห้องพกั ให้ตา่ ลงเพอื่ การอย่รู อดของธุรกจิ ซ่ึงส่งิ นี้สามารถช่วยเพม่ิ
ยอดขายให้ธุรกิจยังคงดารงอยใู่ นโลกของการตลาดออนไลน์

3.6 WHOM - ใครมสี ว่ นร่วมในการตัดสินใจของลูกคา้ ต่อการซ้อื สินค้า
บางคร้ังลูกคา้ ก็ไม่ได้ซอ้ื เพราะความต้องการของตนเองเพียงอย่างเดียว อาจมบี ุคคล

อ่ืนท่ีมีผลครอบคลมุ ในการซอ้ื ดังนี้
3.6.1 ผู้รเิ ริ่ม คือ ผู้ทมี่ คี วามตอ้ งการซื้ออะไรสกั อย่าง แล้วบอกพอ่ แมใ่ ห้ทาการซ้ือ
3.6.2 ผู้ทแ่ี นะนา คือ ผ้ทู มี่ ีส่วนในการเลอื กตดั สนิ ใจซ้ือผลติ ภัณฑ์ เช่น พี่ชายมีการ

แนะนาใหซ้ ้ือสินคา้ น้ีนะ
3.6.3 ผ้ตู ดั สินใจ คอื ผทู้ ่มี อี านาจตัดสินใจซ้อื หรอื ไม่ซอ้ื บางครั้งอาจจะเป็นเครือญาติ

พอ่ และแม่
3.6.4 ผูซ้ ื้อ คอื ใครก็ได้ทม่ี เี งนิ เพียงพอต่อการซอ้ื

ดงั น้นั การทาธุรกิจ อนั ดบั แรกคณุ ต้องทาความเขา้ ใจลูกคา้ ดว้ ยการวิเคราะห์พฤตกิ รรม ใน
6Ws ขา้ งต้นนเ้ี สยี ก่อน เพราะเปน็ ส่วนสาคัญมากในการตดั สินใจ ไมว่ ่าคณุ จะประกอบธรุ กิจอะไร
ลองนาหลักทฤษฏนี ี้ไปใช้ดนู ะครบั เพือ่ สรา้ งความสาเรจ็ ให้แก่ธุรกิจคุณ การตลาดออนไลน์ ไม่ใชเ่ รือ่ ง

7

ยากอยา่ งทีค่ ิด หากมคี วามรู้ ความเขา้ ใจและถ้าได้ผ้เู ชี่ยวชาญคอยใหค้ าแนะนา ก็จะยิ่งเสรมิ ใหก้ ารทา
การตลาดออนไลน์ ของคณุ มปี ระสทิ ธิภาพมากขนึ้

4. ทฤษฎกี ลยุทธ์การตลาด
แนวคิดทฤษฎที างการตลาดของผู้บริโภคสนิ ค้าและบรกิ ารนั้น เป็นการตลาดทมี่ งุ่ ขายสินคา้

และบรกิ าร แต่ท่จี ริงแลว้ การตลาดไม่จาเปน็ ตอ้ งมุ้งไปทางทากาไรเพยี งอย่างเดยี ว อนั ทีจ่ รงิ แล้ว
องคก์ รใด ๆ ที่ต้องเก่ียวข้องกบั สาธารณะกล็ ว้ นจาเป็นตอ้ งใชก้ ารตลาดเขา้ ชว่ ยทัง้ น้ัน แม้แตอ่ งคก์ ร
ศาสนาซง่ึ ต้องการเผยแพรธ่ รรมะใหถ้ ึงชาวบา้ น แต่ ฟลิ ลปิ คอตเลอร์ (Philip Kotler) เรียกสงิ่ วา่ เป็น
การตลาดอยา่ งหน่ึงเช่นกนั ดังน้ันสามารถกล่าวได้อีกอยา่ งหนึ่งวา่ การตลาดนั้น สามารถนาไปใชใ้ น
การเผยแพร่อะไรกไ็ ด้ นับตัง้ แต่สินคา้ ไปจนถงึ ความคดิ ซ่งึ เรยี กกันวา่ การตลาดเชิงสงั คม (social
marketing) เปน็ การตลาดท่ไี ม่ได้มงุ่ หวงั กาไรแตอ่ ยากปลกู ฝงั ความคิดหรือพฤตกิ รรมบางอย่างท่ีเห็น
วา่ ดีใหแ้ ก่ผูบ้ รโิ ภค ประกอบด้วย 6 แนวคิดดังน้ี

1. แนวคดิ การผลิต (The Production Concept)
นบั เป็นแนวคดิ ท่ีเก่าแก่ท่สี ดุ ในการดาเนินธรุ กิจ ซง่ึ ใช้ไดด้ เี มื่อมีความต้องการซ้ือ

มากกวา่ ความต้องการขาย และเน้นการปรับปรุงคุณภาพการผลิตให้ต้นทุนต่าลง เพ่อื ขายสนิ ค้าใน
ราคาตา่ กวา่ คู่แขง่ แนวคิดนถ้ี อื วา่ ผ้บู ริโภคนิยมสินคา้ ทหี่ าซอ้ื ได้แพรห่ ลายทวั่ ไป และราคาถูก แนวคดิ
เช่นนม้ี ักถกู นาไปใช้ในประเทศทีก่ าลงั พัฒนา ซึ่งผู้บรโิ ภคมกั จะสนใจตัวสนิ ค้ามากกวา่ รปู แบบ

2. แนวคดิ ผลิตภณั ฑ์ (The Product Concept)
ผู้บริโภคจะใหค้ วามสาคญั ตอ่ คุณภาพมากกว่าราคา และในขณะเดยี วกนั ผ้ผู ลิตเองก็เน้นไปท่ี
การปรับปรุงพัฒนา ผลิตภณั ฑอ์ ย่เู สมอแนวคิดนีถ้ ือว่าผบู้ ริโภคชอบสินค่าท่ีมีคุณภาพดที ี่สดุ อยา่ งไรก็
ตามผ้ผู ลติ สนิ คา้ หรือ บรกิ ารทใี่ ช้แนวความคดิ นม้ี ักจะหลงใหลไปกับสนิ ค้าของตน จนอาจมองขา้ ม
ความตอ้ งการท่ีแทจ้ รงิ ของผู้บรโิ ภค
3. แนวคิดการขาย (The Selling Concept)
ตอ้ งมีการกระตุ้นการขายดว้ ยวธิ กี ารในลักษณะต่างๆ เช่น ลดแลกแจกแถม เพอ่ื ให้ซ้อื มากขน้ึ
ปจั จบุ นั แนวคดิ เช่นนมี้ ักจะถกู ใช้ในสินค้าที่ขายยาก หรอื ไมไ่ ด้อยู่ในความคดิ ทจี่ ะซอ้ื เลย (unsought
goods) ดังนน้ั แนวความคิดนจ้ี ึงมงุ่ ไปที่การขายเชงิ รุก และความพยายามในการส่งเสรมิ การตลาด
แนวความคดิ นตี้ ้ังข้อสนั นฐิ านว่า ลูกคา้ มีความเฉ่ือยในการซื้อ หรือบางครั้งอาจรสู้ ึกต่อต้านการซื้อ
ดงั น้ันฝ่ายการตลาดจึงมหี น้าท่ตี ้องเกล้ียงกล่อมให้ซอ้ื และเชอื่ วา่ บรษิ ทั มเี คร่ืองมอื การส่งเสรมิ
การตลาดทส่ี ามารถใช้กระตุน้ ใหเ้ กดิ การซ้ือ บรษิ ัทท่ีใช้แนวความคดิ นย้ี กตัวอย่างเช่น บรษิ ัท coca-

8

cola โดยมจี ดุ มุ่งหมายเพอื่ ใหไ้ ด้ขายสินคา้ ไดม้ ากขึ้น ขายให้ผคู้ นจานวนมากขน้ึ ให้บอ่ ยขน้ึ และให้ได้
เงนิ มากขึน้ เพอ่ื ให้ได้กาไรมากขน้ึ
4.แนวคดิ มุ่งตลาด (The Marketing concept)

แนวคดิ นเ้ี กดิ ข้ึนเมอ่ื กลางปี 1950 ซง่ึ แนวคิดต่างๆที่ผ่านมานน้ั จะเป็นการผลิตแล้วขาย แต่
แนวคดิ มงุ่ ตลาดนยี้ ดึ หลัก มงุ่ เน้นลูกค้าและแสวงหากาไรจากความพงึ พอใจของลกู ค้า มใิ ช่เปน็ การ
ตามลา้ หาลูกคา หรือการหาลกู คา้ ให้เหมาะกับผลติ ภณั ฑแ์ นวคิดการผลิตแนวคิดผลติ ภณั ฑแ์ ละ
แนวคิดการขาย นัน้ มีข้อจากัดสาหรับการใช้ ในปจั จบุ ัน กล่าวคือ แนวคิดการตลาดใชเ้ พือ่ ใหบ้ รรลุ
เป้าหมายองคก์ ร เริม่ ต้นจากการตรวจสอบความจาเปน็ และความตองการตา่ งๆของกลุ่มลกู ค้า
เป้าหมาย และนาเสนอสิง่ ทต่ี อ้ งการน้ัน โดยพยายามสรา้ งความพึงพอใจใหก้ ลุม่ ลกู ค้าเป้าหมายอย่างมี
ประสิทธภิ าพกวา่ ค่แู ข่ง ประสานกจิ กรรมต่างๆท่จี ะกระทบต่อลกู คา้ กลุ่มนน้ั เพื่อสรา้ งความพึงพอใจ
สูงสดุ

5. ทฤษฎกี ลยทุ ธพ์ ฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค
แนวคิดและทฤษฎีพฤติกรรมผู้บรโิ ภค พฤตกิ รรมผู้บริโภค (Consumer behavior defined)

ไดม้ ีการใหค้ วามหมายไวห้ ลากหลาย ที่คลา้ ยคลึงกัน ดงั น้ี พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค หมายถงึ การกระทา
ต่างๆ ท่เี กยี่ วข้องโดยตรงกบั การจดั หาใหไ้ ดม้ า ซง่ึ การบริโภคและการจบั จ่ายใชส้ อย ซึ่งสินคา้ และ
บริการ รวมท้ังกระบวนการตัดสนิ ใจทเ่ี กิดข้นึ ทงั้ กอ่ นและหลังการกระทาดงั กลา่ วด้วย (Jame F.
Engle, Roger D. Blackwell, and Paul W. Miniard. 1990, น. 3 อา้ งองิ ใน ศภุ ร เสรีรัตน์. 2550,
น.5) พฤติกรรมผูบ้ ริโภค หมายถึง พฤติกรรมท่ผี ู้บริโภคแสดงออกในการแสวงหาสาหรบั การซอื้ การ
ใช้ การประเมนิ และการจบั จา่ ยใช้สอย ซึ่งสนิ ค้าและบรกิ ารท่ีเขาคาดหวงั วา่ จะทาใหค้ วามต้องการ
ของเขาไดร้ บั ความพอใจ (Leon G. Schiffman and Leslie Lazar Kanuk. 1991, น.5 อา้ งองิ ใน
ศุภร เสรรี ัตน์. 2550, น.5) พฤติกรรมผบู้ ริโภค หมายถงึ การกระทาของบุคคลหนง่ึ ทเ่ี กี่ยวข้อง
โดยตรงกบั การจัดหาใหไ้ ดม้ า และการใชซ้ ง่ึ สินค้าและบรกิ าร ทงั้ น้ี หมายความรวมถงึ กระบวนการ
ตดั สินใจซ่ึงมมี าอยู่ก่อน แล้ว และเปน็ สิ่งทีม่ สี ว่ นในการกาหนดให้เกดิ การกระทาดังกลา่ ว (ธงชยั สันติ
วงษ.์ 2535 อา้ งถึงใน ชยั ณรงค์ ทรายคา. 2552, น.8) จากความหมายทกี่ ล่าวมาพอสรปุ ได้วา่
พฤติกรรมผบู้ รโิ ภค หมายถงึ การกระทาตา่ งๆ ของบุคคลที่แสดงออกมา ในการแสวงหาซื้อสนิ คา้ และ
บรกิ ารที่คาดหวงั วา่ จะสามารถตอบสนอง ความตอ้ งการและความพึงพอใจของตนเองภายใต้
กระบวนการตัดสนิ ใจทมี่ มี ากอ่ นการซ้ือ

9

ทฤษฏีพฤตกิ รรมผู้บริโภค (Consumer behavior theory) เป็นการศึกษาถึงเหตุ
จูงใจทที่ าใหเ้ กิดการตดั สนิ ใจซ้ือผลติ ภณั ฑ์โดยมจี ดุ เร่ิมต้นจากการเกดิ ส่ิงกระตุ้น (Stimulus) ท่ีทาให้
เกดิ ความตอ้ งการ ส่งิ กระตุ้นที่ผ่านเขา้ มาทางความรูส้ ึกนึกคิดของผู้บรโิ ภคเปรียบเสมือนกล่องดา
(Buyer’s Black Box) ซ่ึงผู้ผลติ หรอื ผขู้ ายไม่สามารถคาดคะเนได้ ความรู้สกึ นกึ คดิ ของผบู้ ริโภค
จะได้รับอทิ ธพิ ลจากลกั ษณะตา่ ง ๆ ของผซู้ ื้อ (Buyer’s Response) หรือการตัดสินใจของผู้ซอื้
จุดเร่มิ ต้นอยทู่ ีม่ ีสงิ่ มากระต้นุ ทาใหเ้ กิดความต้องการก่อน แลว้ ทาใหเ้ กิดการตอบสนอง (Buyer’s
Purchase Decision) (ศริ ิวรรณ เสรีรัตน.์ 2538 อ้างถึงใน ชยั ณรงค์ ทรายคา, 2552 หนา้ 8) แนวคิด
ดา้ นพฤตกิ รรมผูบ้ รโิ ภค (The Concept of Consumer Behavior) ในการศกึ ษาพฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค
เพอื่ ใหก้ ารศกึ ษามีความเปน็ ไปได้ชัดเจน จึงมผี พู้ ยายามเสนอแนวคดิ (concept) หรือแบบจาลอง
(model) ขนึ้ หลายรปู แบบในทีน่ ข้ี อเสนอตามลาดับกนั ไปดงั ตอ่ ไปนี้ แบบจาลองของคอตเลอร์และ
อารม์ สตรอง (model of consumer behavior by Philip Kotler and Gary Armstrong) ฟิลปิ
คอตเลอร์เป็นผู้มชี อ่ื เสียงทางดา้ นการตลาดในยคุ ปัจจุบนั ไดก้ าหนดแบบจาลองของการศกึ ษาด้าน
พฤติกรรมผบู้ รโิ ภค โดยแบง่ การพจิ ารณาออกเปน็ ส่ิงกระต้นุ ทางการตลาดและสิง่ กระตุ้นอ่นื
(marketing and other stimuli สิ่งกระตุน้ ทางการตลาด ได้แก่ ปจั จยั ทเี่ รยี กว่าสว่ นผสมทางการ
ตลาด (marketing mix) ประกอบด้วย ตวั ผลิตภัณฑ์ (product) ราคา (price) การวางจาหนา่ ย
(place) และการส่งเสริมการจาหน่าย (promotion) ส่วนปจั จัยกระตุ้นอน่ื ๆ ได้แก่ ปจั จยั ดา้ น
เศรษฐกิจ (economic) เทคโนโลยี (technological) การเมอื ง (political) และวฒั นธรรม
(cultural) กล่องดาของผ้ซู ้ือ (buyer’s black box) ประกอบดว้ ยลักษณะของผูซ้ อ้ื (buyer
characteristics) และกระบวนการตดั สนิ ใจของผซู้ ้ือ (buyer decision process) การตอบสนองของ
ผ้ซู ้ือ (buyer responses) ไมว่ า่ ดา้ นการเลือกผลิตภณั ฑ์ การเลือกตรา สินคา้ การเลอื กผ้จู ัดจาหนา่ ย
เวลาท่ีซอ้ื และจานวนทีซ่ ื้อ
Marketing and other stimuli Marketing Product Price Place Promotion Other Economic
Political Technological Cultural
Buyer’s black box Buyer characteristic Buyer decision process
Buyer response Product choice Brand choice Dealer choice Purchase timing Purchase
amount

ลักษณะของตวั แบบนเ้ี ร่ิมจากการพิจารณาปจั จยั ทเี่ ปน็ ตวั กระตนุ้ ซึ่งประกอบด้วยปัจจัย ทาง
การตลาด ไดแ้ ก่ ผลิตภัณฑ์ ราคา การวางจาหน่าย และการสง่ เสริมการจาหน่าย และปจั จยั กระตนุ้
อื่นท่ีแวดล้อม ไดแ้ ก่ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี การเมอื งและวัฒนธรรม ปจั จยั ทางการตลาดจะเปน็

10

ตัวกระตนุ้ โดยตรง ส่วนปจั จยั อ่นื ได้แก่ สถานการณท์ างเศรษฐกจิ อาจชี้ให้เห็นอานาจซื้อของผู้บริโภค
หากเศรษฐกิจเจรญิ และขยายตัวผู้บรโิ ภคกจ็ ะมีอานาจซ้อื สงู หากเศรษฐกจิ อยใู่ นสภาวะตกตา่ อานาจ
ซ้อื กจ็ ะลดลง และยงั มีเทคโนโลยที ี่แตกตา่ งกนั รวมทั้งวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มสังคมเป็น
องค์ประกอบท่กี ระตุน้ ใหผ้ บู้ ริโภคตดั สนิ ใจซอ้ื สาหรบั กล่องดา (black box) หมายถงึ ลักษณะที่
ประกอบข้ึนเปน็ มนุษยแ์ ตล่ ะคน ประกอบด้วยลกั ษณะทางบุคลกิ ภาพ (characteristic) ซง่ึ ไดแ้ ก่
องคป์ ระกอบของมนุษย์แต่ละคนรวม ต้ังแตก่ ารแสดงออกทางกายจนถงึ สภาพทัศนคติท่ีต่อเรื่องต่างๆ
และรวมถงึ ลักษณะทางดา้ น กระบวนการตดั สนิ ใจของบคุ คลแตล่ ะคนสิ่งเหล่านี้เป็นสงิ่ ทมี่ นุษยแ์ ตล่ ะ
คนผา่ นการเรยี นรทู้ างสังคม (socialization) และสง่ั สมประสบการณ์ตง้ั แต่วยั เด็กจนโตและหลอม
รวมกนั เป็นมนุษย์แตล่ ะคน สิง่ เหลา่ นสี้ ะสมอยใู่ นทศั นคตขิ องแตล่ ะคน เรยี กวา่ “กล่องดา” หรือ
“black box” และส่งผลเปน็ อย่างสูงไปยังข้ันตอนการตอบสนองต่อการตัดสินใจซ้ือของผบู้ ริโภค
การตดั สินใจซือ้ ของผู้บริโภคนับเปน็ ขนั้ ตอนสุดท้ายของกระบวนการ กล่าวคอื ผบู้ รโิ ภค ตดั สนิ ใจซ้อื
ผลิตภณั ฑ์ชนดิ ใด ยห่ี ้อใด ราคาเท่าใด เมือ่ ไร และจานวนเทา่ ใด ก็หลังจากท่ไี ดผ้ ่าน ขัน้ ตอนกระตุ้น
ทางการตลาดและอ่ืนๆ ผา่ นเขา้ มาในข้ันของกล่องดา ผสมผสานกบั ทัศนคติ และส่งผล ไปยังการ
ตัดสนิ ใจซ้ือ (สุดาพร กณุ ฑลบตุ ร. 2552, น.72-74) แนวคิดด้านพฤตกิ รรมผู้บริโภคของกลิ เบอรต์
(the concept of consumer behavior by Gilbert D. Harrell) โดยกลิ เบอร์ตให้คาจากัดความ
ของพฤตกิ รรมผู้บริโภคว่าหมายถงึ การกระทาและ กระบวนการตัดสนิ ใจของคนแต่ละคน ในการที่จะ
ค้นหา ประเมนิ จัดหาและใชผ้ ลิตภัณฑ์ต่างๆ และ ได้มุง่ เน้นกับการให้ความสาคัญหรอื เก่ียวข้อง
(involvement) ของผู้บริโภคก่อนตัดสนิ ใจซอื้ ผลติ ภณั ฑ์ หมายถึง การทผี่ ู้บริโภคให้ความสาคญั กบั
การซือ้ สินค้าชนิดใดๆ ในแต่ละครั้งอาจไม่เท่ากัน บางครงั้ อาจไมไ่ ดส้ นใจยี่หอ้ เรียกวา่ การเก่ียวขอ้ งต่า
(low involvement) บางครง้ั ใช้เวลาในการเกบ็ ข้อมูล หาความร้แู ละรายละเอยี ดต่างๆ ก่อน
ตัดสนิ ใจซ้ือเรยี กว่าเก่ยี วข้องสูง (high involvement) สรุปปจั จยั ทีเ่ กี่ยวข้องกับพฤตกิ รรมการ
ตดั สินใจซ้อื ของผบู้ รโิ ภค ดังน้ี

หมายถึง การทผี่ ู้บรโิ ภคตดั สินใจซือ้ สินคา้ ใด จะผา่ นกระบวนการของการเกี่ยวขอ้ งกบั สินคา้
ท่ี ซ้ือมากอ่ น ไม่ว่าเป็นการหาขอ้ มูลเกยี่ วกบั สินคา้ การพิจารณารายละเอยี ด และกระบวนการท่ี
ผบู้ รโิ ภคเก่ยี วขอ้ งกับสินค้าไดร้ บั ผลมาจากสองกลมุ่ ของปัจจยั กลุ่มแรกไดแ้ กป่ ัจจัยทางจติ วิทยาของ
แตล่ ะบคุ คล เชน่ การจูงใจ การรับรู้ การเรียนรู้ ทศั นคติอ่ืนๆ กล่มุ ท่สี อง ไดแ้ ก่ ปัจจัยทางสังคม เช่น
วัฒนธรรม ชนชนั้ ทางสงั คม กลมุ่ อา้ งอิงและครอบครัว การซอื้ สินคา้ ทีต่ อ้ งใชค้ วามเกย่ี วข้องต่า (low
involvement) ได้แก่ การซ้อื สนิ คา้ ประจาวนั ไม่มีราคาสูง ไมม่ ผี ลทางสุขภาพมากนัก และไม่ไดใ้ ช้
เทคโนโลยี ทาใหส้ ามารถตดั สินใจไดง้ ่าย ไมต่ ้อง หาขอ้ มูลเกย่ี วกบั สินค้ามากนัก การซื้อสนิ คา้ ทีต่ อ้ งใช้

11

ความเกย่ี วขอ้ งสงู (high involvement) ไดแ้ ก่ การซือ้ สินค้าทม่ี ีผลกับ สุขภาพสูง มีราคาแพง มี
ความสาคญั หรอื เป็นสนิ คา้ ช้ินใหญ่ หรอื มีเทคโนโลยีสงู ผู้ซ้อื ต้องพิจารณา ด้วยความรอบคอบ ตั้งใจ
หาขอ้ มลู มาก (สดุ าพร กุณฑลบตุ ร. 2552, น.75-76) การวิเคราะหพ์ ฤตกิ รรมผ้บู รโิ ภค ธงชัย สันติ
วงษ์ (2554, น.17) กลา่ ววา่ การวเิ คราะห์พฤตกิ รรมผ้บู รโิ ภค หมายถึง การวิเคราะห์เพ่อื ให้ทราบถงึ
สาเหตทุ งั้ ปวงทม่ี อี ิทธพิ ลทาใหผ้ ู้บริโภคตดั สนิ ใจซื้อสินคา้ และบรกิ าร ซ่ึงโดยการเข้าใจถงึ สาเหตุต่าง ๆ
ทมี่ ผี ลจงู ใจหรือกากบั การตดั สินใจซอื้ ของผู้บริโภคลักษณะนีเ้ องทีจ่ ะ ทาใหน้ กั การตลาดสามารถ
ตอบสนองผบู้ ริโภคได้สาเรจ็ ผลด้วยการชักนาและหว่านล้อมให้ลกู คา้ ซอ้ื สินคา้ และมคี วามจงรักภักดที ่ี
จะซ้ือซา้ ครั้งตอ่ ไปเรอื่ ย ๆ ดังนั้นการวิเคราะห์พฤตกิ รรมผู้บริโภคจงึ เปน็ เร่อื งของการศกึ ษาการ
ตัดสินใจของผู้บรโิ ภคว่าเกดิ จากปัจจัยอทิ ธพิ ลอะไรเปน็ ตวั กาหนดหรือเป็น สาเหตทุ ท่ี าใหม้ ีการ
ตดั สินใจซอื้ ดงั กล่าวพฤติกรรมในขณะทาการซอื้ จึงเปน็ ข้นั ตอนสดุ ท้ายของ กระบวนการตัดสินใจซ้อื
และในการตัดสนิ ใจซอ้ื จะประกอบไปดว้ ยปจั จัยต่าง ๆ เชน่ ความตอ้ งการ การเรียนรู้ความเขา้ ใจ ฯลฯ
ปจั จยั ต่าง ๆ น้ีมีอยใู่ นความนกึ คดิ และจติ ใจของทุกคนซง่ึ ตา่ งก็ได้มี การสร้างสมและขดั เกลาตาม
ความนกึ คดิ และจติ วทิ ยาของตนตามสงั คมและวัฒนธรรมทีต่ ่างกนั จาก อดีตถงึ ปัจจุบันซึ่งทาให้
คุณลกั ษณะทแ่ี ท้จรงิ ภายในของผู้บรโิ ภคแตกตา่ งกนั

การวิเคราะหพ์ ฤตกิ รรมผู้บริโภค (Kolter. 1997, น.171) เปน็ การคน้ หาพฤตกิ รรมการซ้ือ
ของผบู้ รโิ ภคเพ่อื ท่จี ะทราบถึงลักษณะความต้องการของผูบ้ ริโภคโดยการตั้งคาถามและคาตอบที่ไดจ้ ะ
ช่วยให้นักการตลาดสามารถจดั กลยุทธ์ทางการตลาดทสี่ ามารถตอบสนองความพึงพอใจของผบู้ ริโภค
ได้อย่างเหมาะสม คาถามทีใ่ ชเ้ พอื่ ค้นหาลกั ษณะพฤตกิ รรมผู้บรโิ ภคคือ 6Ws และ 1H ซ่ึงประกอบไป
ดว้ ย Who, What, Why, Who, When, Where และ How เพอ่ื หาคาตอบ 7 ประการหรอื 7Os
ประกอบไปด้วย Occupants, Objects, Objectives, Organizations, Occasions, Outlets และ
Operations ซง่ึ สามารถอธบิ ายได้ดังตอ่ ไปน้ี

ทม่ี า : ศริ ิวรรณ เสรรี ตั นแ์ ละคนอ่ืนๆ. (2541). การบริหารการตลาดยุคใหม.่ หน้า 194. จาก
แนวคิดและทฤษฎีดงั กล่าวข้างตน้ สรุปได้ว่า การศกึ ษาพฤติกรรมผ้บู ริโภค เป็นการศึกษาถึงปัจจัยทท่ี า
ให้เกิดการตดั สนิ ใจซอ้ื ของผู้บริโภคโดยมีปจั จยั ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งในด้านตา่ งๆ

ซงึ่ ในการวจิ ยั ในครง้ั น้ีเลือกใชแ้ นวคดิ และทฤษฎีแบบจาลองของคอตเลอรแ์ ละอาร์มสตรอง
ประกอบดว้ ยคาถามทีใ่ ชเ้ พื่อค้นหาลกั ษณะพฤติกรรมผ้บู ริโภคคือความถใ่ี นการซื้อ รปู แบบทีใ่ ช้ใน
ปัจจบุ ัน รปู แบบทีต่ อ้ งการเปลีย่ น ราคาทซ่ี ้อื ชอ่ งทางที่ได้รับสินคา้

12

6. แนวความคดิ ทางการบัญชี
ผูใ้ ช้ขอ้ มูลทางการบญั ชมี หี ลายฝ่ายไมว่ ่าจะเป็นผู้บรหิ ารกจิ การ เจา้ หนี้ นักลงทุน

หน่วยงานของรฐั บาล หรืออน่ื ๆ ซ่งึ ในบางคร้ังบคุ คลที่ใชข้ ้อมลู ทางการบญั ชีเหล่านมี้ คี วามต้องการที่
จะใชข้ อ้ มลู ทางการบญั ชีในทิศทางทแ่ี ตกตา่ งกัน เชน่ ผูบ้ รหิ ารต้องการแสดงผลการดาเนนิ งานที่มี
กาไรน้อยกวา่ ความเป็นจรงิ หรอื ขาดทนุ เพ่ือท่ีจะได้เสยี ภาษีน้อยลง หรือไม่เสียภาษเี ลย ในทางตรงกัน
ข้ามกรมสรรพากรซึง่ เป็นหนว่ ยงานของรฐั บาลท่ีมีหน้าท่จี ดั เกบ็ ภาษกี ็ต้องการใหแ้ สดงขอ้ มลู ตาม
ความเป็นจริง เพื่อจะได้จดั เก็บภาษีได้อย่างถกู ตอ้ ง รฐั บาลจะไดน้ าเงนิ มาพัฒนาประเทศตอ่ ไป

ดงั นนั้ เพื่อใหข้ อ้ มลู ทางการบัญชที ่ีฝา่ ยบญั ชีนาเสนอเชื่อถือไดแ้ ละเป็นธรรมตอ่ ผใู้ ช้ข้อมูล
ทางการบญั ชีทุกฝ่าย นักบญั ชจี ึงจาเป็นต้องจดั ทาบัญชีตามหลักการบัญชีทีร่ ับรองทว่ั ไป (Generally
Accepted Accounting Principles) ซง่ึ หมายถึง ประเพณีนิยม กฎเกณฑ์ และวธิ ีการต่าง ๆ ซง่ึ
อธบิ ายให้ทราบถึงวธิ ีปฏิบัตทิ างการบญั ชีที่ใช้กันโดยท่ัวไปสมาคมนกั บญั ชีและผูส้ อบบญั ชีรับอนญุ าต
แหง่ ประเทศไทย ได้กาหนดขอ้ สมมุติทางการบญั ชีไวใ้ นแม่บทการบญั ชี 2 ข้อ คอื

1. เกณฑ์คงคา้ ง
งบการเงินจัดทาข้ึนโดยใชเ้ กณฑค์ งคา้ งเพ่ือให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ดังทีก่ ลา่ วมาแลว้

ภายใตเ้ กณฑค์ งค้างรายการและเหตกุ ารณ์ทางบญั ชีจะรบั ร้เู ม่ือเกิดขน้ึ มใิ ช่เมือ่ มกี ารรับหรือจ่ายเงนิ สด
หรอื รายการเทียบเทา่ เงนิ สด โดยรายการต่าง ๆ จะบนั ทกึ บัญชีและแสดงในงบการเงินตามงวดที่
เก่ยี วขอ้ ง งบการเงินทจี่ ัดทาขน้ึ ตามเกณฑค์ งคา้ งนอกจากจะให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้งบการเงินเก่ียวกบั
รายการคา้ ในอดีตที่เก่ียวขอ้ งกบั การรบั และจา่ ยเงินสดแลว้ ยังใหข้ อ้ มลู เก่ยี วกับภาระผูกพันทก่ี ิจการ
ต้องจา่ ยเปน็ เงินสดในอนาคตและข้อมูลเก่ียวกับทรัพยากรที่จะไดร้ บั เป็นเงนิ สดในอนาคตดว้ ย ดังนัน้
งบการเงินจึงสามารถให้ข้อมูลเก่ยี วกับรายการและเหตุการณ์ทางบัญชใี นอดตี ซ่งึ เปน็ ประโยชนแ์ ก่ผูใ้ ช้
งบการเงนิ ในการตัดสนิ ใจเชิงเศรษฐกิจ

2. การดาเนินงานต่อเนื่อง
โดยทว่ั ไปงบการเงนิ จัดทาขึ้นตามข้อสมมติท่ีวา่ กจิ การจะดาเนินงานอย่างต่อเนื่องและดารงอย่ตู อ่ ไป
ในอนาคต ดังนัน้ จึงสมมุติว่ากิจการไมม่ เี จตนาหรือมคี วามจาเป็นท่ีจะเลิกกิจการหรือลดขนาดของ
การดาเนินงานอยา่ งมนี ัยสาคญั หากกจิ การมีเจตนาหรอื ความจาเป็นดงั กล่าว งบการเงินตอ้ งจดั ทาขนึ้
โดยใชเ้ กณฑ์อ่นื และตอ้ งเปิดเผยหลักเกณฑ์ที่ใชใ้ นงบการเงินดว้ ย

13

นอกจากข้อสมมตุ ทิ างการบัญชีท่ีได้กลา่ วมาแลว้ สมาคมนักบญั ชแี ละผู้สอบบญั ชรี บั อนุญาต
แห่งประเทศไทย ยงั ไดก้ าหนดลักษณะเชิงคุณภาพของงบการเงินไวใ้ นแม่บทการบัญชีอกี 14 ขอ้
ดงั น้ี

1. ความเข้าใจได้
ขอ้ มลู ในงบการเงินต้องสามารถเข้าใจไดใ้ นทันทีทผี่ ใู้ ช้งบการเงินใช้ขอ้ มูลดังกล่าว ดงั น้ัน

จงึ ต้องมขี อ้ สมมุตวิ ่าผูใ้ ช้งบการเงินมีความรู้ตามควรเก่ียวกบั ธรุ กจิ กจิ กรรมเชงิ เศรษฐกจิ และการบัญชี
รวมทง้ั มีความต้งั ใจตามควรทจ่ี ะศกึ ษาข้อมลู ดังกล่าว อย่างไรกต็ าม ขอ้ มูลแม้ว่าจะมคี วามซับซอ้ น แต่
ถ้าเกยี่ วขอ้ งกับการตัดสนิ ใจเชิงเศรษฐกิจก็ไมค่ วรละเวน้ ทจี่ ะแสดงในงบการเงินเพียงเหตผุ ลทีว่ ่าขอ้ มูล
ดงั กล่าวยากเกนิ กวา่ ท่ีผใู้ ช้งบการเงินบางคนจะเขา้ ใจได้

2. ความเกีย่ วขอ้ งกบั การตดั สินใจ
ข้อมูลทีม่ ีประโยชน์ตอ้ งเกย่ี วข้องกับการตัดสินใจของผูใ้ ช้งบการเงินขอ้ มูลจะเกี่ยวขอ้ งกับ

การตัดสินใจเชิงเศรษฐกจิ ไดก้ ต็ อ่ เมอ่ื ข้อมลู น้ันช่วยให้ผใู้ ชง้ บการเงินสามารถประเมินเหตุการณใ์ นอดตี
ปัจจบุ ันและอนาคตรวมทัง้ ชว่ ยยนื ยันหรือชขี้ ้อผดิ พลาดของผลการประเมนิ ทผ่ี ่านมาของผใู้ ช้งบ
การเงนิ ได้

บทบาทของข้อมูลทช่ี ่วยในการคาดคะเนและยืนยันความถกู ตอ้ งของการคาดคะเนทผ่ี ่าน
มามีความสมั พันธก์ ัน ตวั อย่างเชน่ ข้อมูลเก่ียวกบั ปริมาณและโครงสร้างของสินทรพั ย์ทีก่ จิ การมีอยใู่ น
ปัจจุบนั มปี ระโยชน์ตอ่ ผ้ใู ช้งบการเงิน เพราะจะชว่ ยให้ผูใ้ ช้งบการเงินสามารถคาดคะเนถงึ
ความสามารถของกจิ การในการรบั ประโยชนจ์ ากโอกาส ใหม่ ๆ และในการแกไ้ ขสถานการณ์ ขอ้ มูล
เดียวกันน้ีมบี ทบาทในการยนื ยันความถกู ต้องของการคาดคะเนในอดตี ที่เกีย่ วกับโครงสรา้ งของกิจการ
และผลการดาเนินงานตามทว่ี างแผนไว้

ขอ้ มลู เกยี่ วกับฐานะการเงินและผลการดาเนนิ งานในอดตี ของกจิ การมักถือเป็นเกณฑใ์ นการ
คาดคะเนฐานะการเงนิ และผลการดาเนินงานในอนาคต รวมท้ังเรอื่ งอ่ืน ๆ ทผี่ ู้ใชง้ บการเงินสนใจ เช่น
การจ่ายเงินปนั ผล การจ่ายค่าจา้ ง การเคล่ือนไหวของราคาหลักทรพั ย์ และความสามารถของกิจการ
ในการชาระภาระผูกพันเมอื่ ครบกาหนด อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ มูลจะมปี ระโยชน์ตอ่ การคาดคะเนได้โดยไม่
จาเป็นตอ้ งจัดทาในรูปของประมาณการ ความสามารถในการคาดคะเนจะเพ่มิ ขน้ึ ตามลกั ษณะการ
แสดงข้อมลู ในงบการเงนิ ของรายการและเหตกุ ารณ์ทางบัญชที เี่ กิดข้ึนในอดีต ตวั อย่างเช่น งบกาไร
ขาดทุนจะมปี ระโยชน์ในการคาดคะเนเพิม่ ข้ึนหากรายการเก่ียวกบั การดาเนินงานท่ีมลี ักษณะไมเ่ ป็น

14

ปกติ รายการผิดปกตจิ ากการดาเนินงานและรายการท่ีไม่เกดิ ข้นึ บ่อยคร้งั ของรายได้และคา่ ใชจ้ ่ายจะ
แสดงแยกตา่ งหากจากกัน

3. ความมีนัยสาคญั
ความเกี่ยวข้องกับการตัดสนิ ใจของขอ้ มูลขึ้นอยู่กับลกั ษณะและความมนี ัยสาคญั ของ

ขอ้ มูลนัน้ ในบางกรณี ลกั ษณะของขอ้ มลู เพยี งอย่างเดยี วก็เพยี งพอทจี่ ะใช้ตัดสินว่าข้อมลู มีความ
เกย่ี วข้องกับการตดั สนิ ใจหรือไม่ ตัวอย่างเช่น การรายงานส่วนงานใหมอ่ าจส่งผลกระทบตอ่ การ
ประเมินความเสี่ยงและโอกาสของกจิ การ แม้ว่าผลการดาเนนิ งานของสว่ นงานในงวดนัน้ จะไมม่ ี
นยั สาคญั ในกรณีอนื่ ท้งั ลักษณะและความมนี ัยสาคัญของข้อมูลมีส่วนสาคญั ในการตดั สนิ วา่ ข้อมูลมี
ความเกย่ี วขอ้ งกบั การตัดสินใจหรอื ไม่ ตวั อย่างเช่น มลู คา่ ของสินคา้ คงเหลือแยกตามประเภทหลกั ท่ี
เหมาะสมกับธรุ กจิ หากมูลค่าของสินคา้ คงเหลือไม่มีนยั สาคัญ ขอ้ มลู เกีย่ วกบั สินค้าคงเหลือนั้นกไ็ ม่
เกยี่ วข้องกับการตัดสินใจ

ข้อมลู จะถือวา่ มีนยั สาคญั หากการไม่แสดงขอ้ มลู หรือการแสดงข้อมลู ผิดพลาดมผี ลกระทบ
ตอ่ ผูใ้ ช้งบการเงินในการตดั สนิ ใจเชงิ เศรษฐกิจ ความมนี ัยสาคัญข้นึ อยกู่ บั ขนาดของรายการหรอื ขนาด
ของความผดิ พลาดท่ีเกิดขน้ึ ภายใตส้ ภาพการณ์เฉพาะซงึ่ จะต้องพจิ ารณาเป็นกรณี ๆ ไป ดงั นนั้ ความมี
นยั สาคัญจงึ ถือเป็นข้อพจิ ารณามากกว่าจะเป็นลักษณะเชิงคุณภาพซ่งึ ข้อมูลต้องมีหากขอ้ มูลนนั้ จะถือ
ว่ามีประโยชน์

4. ความเชื่อถอื ได้
ขอ้ มูลท่เี ปน็ ประโยชนต์ อ้ งเชื่อถอื ได้ ขอ้ มูลจะมีคณุ สมบัติของความเชอ่ื ถือได้หาก

ปราศจากความผิดพลาดทม่ี นี ัยสาคญั และความลาเอียง ซึง่ ทาให้ผู้ใช้ขอ้ มลู สามารถเชื่อได้ว่าขอ้ มูลนน้ั
เป็นตวั แทนอันเทีย่ งธรรมของข้อมูลทีต่ อ้ งการใหแ้ สดงหรือควรแสดงขอ้ มูลอาจมคี วามเกีย่ วขอ้ งกบั
การตัดสนิ ใจแต่การรบั รูข้ องข้อมลู ดังกลา่ วอาจทาให้ผ้ใู ชง้ บการเงินเขา้ ใจผดิ เนอื่ งจากขอ้ มูลขาดความ
นา่ เช่ือถอื ตัวอย่างเชน่ ประมาณการคา่ เสียหายจากการฟ้องร้องทอี่ ยรู่ ะหวา่ งการพิจารณาคดอี าจ
ขาดความนา่ เชอ่ื ถอื เนื่องจากจานวนค่าเสียหาย และผลการพิจารณาคดยี ังเปน็ ทไ่ี มแ่ น่นอนและไม่
สามารถคาดเดาอย่างสมเหตุสมผลได้ ดงั นัน้ กิจการจึงไม่ควรรบั รูค้ า่ เสียหายดงั กลา่ วในงบการเงนิ แต่
ควรเปิดเผยจานวนคา่ เสยี หายทมี่ กี ารเรียกร้องและเหตุการณ์ทเี่ กย่ี วกับการฟ้องร้องดงั กล่าว

15

5. การเป็นตวั แทนอันเทีย่ งธรรม
ขอ้ มลู จะมีความเชอื่ ถอื ได้เมือ่ รายการและเหตุการณท์ างบัญชีไดไ้ ดแ้ สดงอยา่ งเทย่ี งธรรมตามที่
ตอ้ งการใหแ้ สดงหรอื ควรจะแสดง ดังนั้น งบดุลควรแสดงสนิ ทรัพย์ หน้สี ิน และส่วนของเจา้ ของ
เฉพาะรายการและเหตกุ ารณ์ทางบัญชีท่เี ข้าเกณฑก์ ารรับรู้รายการ ณ วนั ทเี่ สนอรายงานขอ้ มลู ทาง
การเงนิ อาจไมเ่ ป็นตวั แทนอนั เทยี่ งธรรมของรายการทตี่ อ้ งการให้แสดง ท้ังนี้มิได้มีสาเหตุมาจากความ
ลาเอียง หากเกดิ จากความซบั ซ้อนในการวัดคา่ ของรายการและเหตกุ ารณท์ างบัญชหี รอื เกิดจากการ
นาหลกั การวัดค่าและเทคนคิ ในการนาเสนอรายการมาประยุกตใ์ ชใ้ นบางกรณี การวัดค่าผลกระทบ
ทางการเงนิ ของรายการบางรายการอาจมคี วามไมแ่ น่นอนสูง จนกระท่งั กิจการไม่อาจรับรู้รายการนน้ั
ในงบการเงนิ ได้ ตัวอยา่ งเช่น กิจการมคี ่าความนยิ มที่เกิดข้ึนหลงั จากไดด้ าเนินงานมาระยะหนึ่ง แต่
กิจการไม่สามารถบนั ทึกค่าความนยิ มทเ่ี กดิ ข้ึนภายในได้ เนื่องจากเปน็ การยากทกี่ ิจการจะกาหนด
มลู คา่ ของความนยิ มดังกล่าวไว้อย่างน่าเชื่อถือ อยา่ งไรก็ตาม ในบางกรณีอาจจาเป็นตอ้ งรับรู้รายการ
และเปดิ เผยข้อมลู เกย่ี วกับความเสีย่ งจากการผดิ พลาดในการรับร้แู ละการวดั ค่าของรายการนั้น

6. เนื้อหาสาคญั กวา่ รูปแบบ
ข้อมูลเปน็ ตัวแทนอันเทยี่ งธรรมของรายการและเหตุการณท์ างบัญชี ดังนั้น ข้อมลู ตอ้ ง

บันทกึ และแสดงตามเนื้อหาและความเป็นจริงเชิงเศรษฐกจิ มิใช่ตามรปู แบบทางกฎหมายเพยี งอยา่ ง
เดยี ว เนอื้ หาของรายการและเหตุการณท์ างบัญชีอาจไมต่ รงกับรปู แบบทางกฎหมายหรอื รูปแบบที่ทา
ข้ึน ตัวอยา่ งเช่น กจิ การอาจโอนสินทรพั ยใ์ ห้กับบคุ คลอืน่ โดยมีเอกสารยืนยันว่าได้มกี ารโอน
กรรมสิทธต์ิ ามกฎหมายไปใหบ้ คุ คลน้ันแลว้ แตใ่ นสัญญาระบใุ ห้กจิ การยงั คงไดร้ ับประโยชนเ์ ชิง
เศรษฐกิจในอนาคตจากสนิ ทรพั ยน์ ั้นต่อไป ในกรณีดังกลา่ ว การทีก่ ิจการรายงานว่าไดข้ ายสินทรัพยจ์ ึง
ไมเ่ ปน็ ตวั แทนอันเท่ยี งธรรมของรายการที่เกดิ ขน้ึ

7. ความเป็นกลาง
ขอ้ มลู ทแ่ี สดงอย่ใู นงบการเงินมคี วามน่าเช่ือถือเม่ือมีความเปน็ กลางหรอื ปราศจากความ

ลาเอียง งบการเงินจะขาดความเป็นกลางหากการเลอื กขอ้ มูลหรือการแสดงข้อมูลในงบการเงนิ นน้ั มี
ผลทาให้ผูใ้ ชง้ บการเงนิ ตดั สินใจหรอื ใชด้ ลุ ยพนิ จิ ตามเจตนาของกจิ การ

8. ความระมดั ระวงั
โดยท่วั ไปผู้จัดทางบการเงินตอ้ งประสบกับความไมแ่ นน่ อนอันหลีกเล่ียงไม่ได้เกีย่ วกบั

เหตุการณต์ า่ ง ๆ ตัวอยา่ งเช่น ความสามารถในการเก็บหนี้ การประมาณอายุการใช้งานของสนิ ทรพั ย์

16

ทีม่ ตี ัวตน และจานวนการเรยี กรอ้ งค่าเสียหายที่อาจเกดิ ขน้ึ ตามสญั ญารบั ประกัน กิจการอาจแสดง
ความไมแ่ น่นอนดังกลา่ ว โดยการเปิดเผยถึงลักษณะผลกระทบ และหลักความระมัดระวงั ที่กจิ การใช้
ในการจดั ทางบการเงิน หลกั ความระมดั ระวังนีร้ วมถึงการใชด้ ลุ ยพินจิ ที่จาเปน็ ในการประมาณการ
ภายใตค้ วามไม่แน่นอนเพ่ือมิให้สนิ ทรพั ย์หรอื รายไดแ้ สดงจานวนสูงเกินไป และหน้ีสนิ หรือคา่ ใชจ้ ่าย
แสดงจานวนตา่ เกินไป อย่างไรก็ตาม การใช้หลักความระมัดระวงั มิได้อนญุ าตใหก้ ิจการต้งั สารองลับ
หรือต้งั ค่าเผ่ือไวส้ ูงเกินไป การแสดงสินทรัพย์หรือรายไดใ้ หต้ ่าเกนิ ไปหรือแสดงหนส้ี ินหรือค่าใชจ้ ่ายให้
สูงเกินไปโดยเจตนาจะทาใหง้ บการเงนิ ขาดความเป็นกลางและทาใหข้ าดความนา่ เชือ่ ถือ

9. ความครบถ้วน
ขอ้ มลู ในงบการเงนิ ท่ีเชอ่ื ถือได้ตอ้ งครบถว้ นภายใต้ขอ้ จากัดของความมนี ัยสาคญั และ

ต้นทุนในการจดั ทารายการบางรายการหากไมแ่ สดงในงบการเงินจะทาให้ขอ้ มลู มคี วามผดิ พลาดหรือ
ทาให้ผู้ใช้งบการเงินเข้าใจผดิ ดังนน้ั ข้อมูลดงั กลา่ วจะมีความเกย่ี วขอ้ งกบั การตัดสนิ ใจนอ้ ยลงและขาด
ความน่าเชื่อถอื ได้

10. การเปรยี บเทยี บกนั ได้
ผ้ใู ชง้ บการเงินต้องสามารถเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการในรอบระยะเวลาที่ต่างกนั

เพ่ือคาดคะเนถึงแนวโนม้ ของฐานะทางการเงินและผลการดาเนินงานของกิจการนั้น นอกจากนีผ้ ู้ใช้งบ
การเงินยังตอ้ งสามารถเปรยี บเทยี บงบการเงินระหวา่ งกจิ การเพื่อประเมินฐานะทางการเงิน ผลการ
ดาเนนิ งาน และการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงิน ดังน้ัน การวัดมลู คา่ และการแสดงผลกระทบ
ทางการเงนิ ของรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีทม่ี ลี กั ษณะคล้ายคลึงกันจึงจาเป็นต้องปฏิบตั ิอยา่ ง
สมา่ เสมอไมว่ า่ จะเป็นการปฏิบตั ภิ ายในกจิ การเดียวกันแตต่ ่างรอบระยะเวลา หรือเป็นการปฏิบตั ขิ อง
กจิ การแต่ละกิจการกต็ าม

การเปรียบเทียบกันไดเ้ ปน็ ลกั ษณะเชิงคณุ ภาพทสี่ าคญั กลา่ วคอื ผใู้ ช้งบการเงินจาเปน็ ตอ้ ง
ไดร้ ับข้อมลู เกี่ยวกับนโยบายการบัญชีที่ใช้ในการจดั ทางบการเงิน รวมทั้งการเปล่ยี นแปลงนโยบาย
การบัญชแี ละผลกระทบจากการเปลีย่ นแปลงดังกล่าว ผ้ใู ช้งบการเงินตอ้ งสามารถระบคุ วามแตกตา่ ง
ระหวา่ งนโยบายการบัญชที ่กี จิ การใชส้ าหรับรายการและเหตกุ ารณท์ างบัญชีทีค่ ล้ายคลงึ กนั ในรอบ
ระยะเวลาบญั ชที ตี่ า่ งกัน และความแตกตา่ งระหว่างนโยบายการบัญชีทีใ่ ชข้ องกิจการแต่ละกิจการได้
การปฏิบัตติ ามมาตรฐานการบัญชีซึ่งรวมถงึ การเปิดเผยนโยบายการบญั ชจี ะช่วยใหง้ บการเงนิ มี
คณุ สมบัติในการเปรยี บเทียบกันได้ การท่ีขอ้ มลู จาเป็นตอ้ งเปรยี บเทียบกันได้มไิ ดห้ มายความวา่ ข้อมูล

17

ต้องอยใู่ นรปู แบบเดียวกนั ตลอดไป และไมใ่ ช้ข้ออ้างอนั สมควรทจ่ี ะไมน่ ามาตรฐานการบญั ชที ี่
เหมาะสมกวา่ มาถอื ปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น กิจการไม่ควรใชน้ โยบายการบัญชตี อ่ ไปสาหรับรายการและ
เหตกุ ารณท์ างบญั ชหี ากนโยบายการบญั ชนี ั้นไม่สามารถทาให้ขอ้ มลู มีลักษณะเชิงคุณภาพทเ่ี กี่ยวข้อง
กับการตดั สินใจและความเช่อื ถือได้ นอกจากนั้นกิจการควรเลอื กใชน้ โยบายการบัญชีอื่น หากทาให้
ข้อมลู เก่ยี วข้องกบั การตดั สินใจและเช่ือถือไดม้ ากข้นึ

เนื่องจากผู้ใช้งบการเงินต้องการเปรยี บเทยี บฐานะทางการเงิน ผลการดาเนินงาน และการ
เปล่ยี นแปลงฐานะทางการเงินของกิจการสาหรบั รอบระยะเวลาทีต่ า่ งกัน ดงั น้ัน งบการเงินจึงควร
แสดงขอ้ มูลของรอบระยะเวลาทผ่ี า่ นมาดว้ ยเพอ่ื ประโยชนใ์ นการเปรยี บเทียบ

11. ทนั ตอ่ เวลา
การรายงานข้อมูลลา่ ช้าอาจทาใหข้ อ้ มูลสญู เสยี ความเก่ยี วขอ้ งกับการตดั สนิ ใจ อย่างไรก็

ตามฝ่ายบริหารอาจตอ้ งพจิ ารณาเปรียบเทยี บระหว่างประโยชน์ทีจ่ ะไดร้ ับจาก การรายงานทีท่ ันต่อ
เวลากบั ความเช่อื ถอื ไดข้ องรายงานน้ัน กจิ การอาจจาเปน็ ตอ้ งเสนอรายงานใหท้ นั ต่อเวลากอ่ นที่จะ
ทราบขอ้ มลู เก่ียวกบั รายการและเหตกุ ารณท์ างบัญชีในทกุ ลกั ษณะซึ่งอาจทาให้ความเชื่อถือไดล้ ดลง
ในทางกลับกนั หากกจิ การจะรอจนกระท่งั ทราบขอ้ มลู ในทกุ ลกั ษณะจึงจะเสนอรายงาน รายงานน้นั
อาจมีความเช่อื ถอื ได้สูงแตไ่ ม่มีประโยชนต์ อ่ ผใู้ ชง้ บการเงนิ ในการตดั สนิ ใจในช่วงเวลาน้นั ในการหา
ความสมดลุ ระหวา่ งความเกย่ี วขอ้ งกับการตดั สินใจและความเช่อื ถือไดข้ องขอ้ มลู กจิ การจึงต้อง
พิจารณาถงึ ความต้องการของผใู้ ชง้ บการเงินในการตัดสินใจเชงิ เศรษฐกจิ เป็นหลัก

12. ความสมดลุ ระหว่างประโยชน์ทไี่ ด้รับกับต้นทุนทีเ่ สียไป
ความสมดลุ ระหว่างประโยชนท์ ไี่ ดร้ บั กับต้นทนุ ทเี่ สยี ไปถอื เปน็ ข้อจากดั ทีส่ าคัญของงบ

การเงนิ มากกว่าจะถอื เปน็ ลกั ษณะเชิงคณุ ภาพ โดยทั่วไป ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับจากข้อมลู ควรมากกว่า
ตน้ ทนุ ในการจัดหาข้อมูลนั้น การประเมินประโยชน์และต้นทนุ จาเปน็ ต้องใช้ดลุ ยพนิ จิ เปน็ หลกั
โดยเฉพาะเม่อื ผู้ที่ไดร้ ับประโยชนจ์ ากข้อมลู ไมต่ ้องรับผดิ ชอบตอ่ ตน้ ทุนในการจดั หาข้อมูลนั้น และ
ขอ้ มลู อาจใหป้ ระโยชนแ์ ก่บุคคลอื่นนอกเหนอื จากผู้ทก่ี จิ การตอ้ งการเสนอข้อมลู ดังนัน้ จงึ เป็นการ
ยากท่จี ะกาหนดสูตรสาเรจ็ ในการหาความสมดุลระหว่างประโยชน์ทไี่ ดร้ ับกบั ต้นทุนทเ่ี สียไปเพ่ือนามา
ปฏบิ ตั ไิ ดใ้ นทุกกรณี อยา่ งไรก็ตาม คณะกรรมการมาตรฐานการบญั ชจี ะไม่ละเลยข้อจากดั ดงั กลา่ วใน
การออกกฎและผใู้ ช้งบการเงินต้องตระหนักว่าผ้จู ดั ทางบการเงินมีข้อจากัดเดยี วกันในการจดั ทาและ
นาเสนองบการเงนิ

18

13. ความสมดุลของลักษณะเชงิ คุณภาพ
ในทางปฏบิ ตั ิ การสรา้ งความสมดลุ ระหวา่ งลักษณะเชิงคณุ ภาพตา่ ง ๆ ถือเป็นสงิ่ จาเปน็

ผจู้ ัดทางบการเงินตอ้ งหาความสมดลุ ของลักษณะเชิงคณุ ภาพต่าง ๆ เพ่ือใหง้ บการเงินบรรลุ
วตั ถุประสงค์ แต่ความสัมพนั ธ์ระหว่างลักษณะเชงิ คณุ ภาพจะแตกต่างกันไปในแตล่ ะกรณี ผ้จู ดั ทางบ
การเงินจึงจาเปน็ ต้องใชด้ ลุ พินจิ เยย่ี งผปู้ ระกอบวชิ าชีพในการตดั สินใจเลือกความสมดลุ ดงั กลา่ ว

14. การแสดงข้อมูลท่ถี กู ต้องตามควร
โดยทวั่ ไป งบการเงนิ แสดงข้อมูลที่ถกู ตอ้ งตามควรเกย่ี วกบั ฐานะการเงิน ผลการ

ดาเนินงาน และการเปลย่ี นแปลงฐานะทางการเงินของกิจการ แม้ว่าแมบ่ ทการบัญชีนไ้ี ม่เกยี่ วขอ้ ง
โดยตรงกับแนวคดิ ในการแสดงขอ้ มูลท่ถี กู ตอ้ งตามควร แตก่ ารนาลกั ษณะเชิงคุณภาพและมาตรฐาน
การบญั ชที เ่ี หมาะสมมาปฏบิ ตั กิ ส็ ามารถสง่ ผลใหง้ บการเงินแสดงข้อมูลทถ่ี ูกตอ้ งและยุติธรรมได้ หรือ
อีกนยั หน่ึงงบการเงินน้ันให้ข้อมลู ท่ถี ูกตอ้ งตามควรน่นั เอง

7. แนวความคิดของหลักการบัญชตี ้นทุน
ตน้ ทุนเปน็ มูลคา่ ของทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตหรือการให้บรกิ าร เป็นส่วนท่เี รียกว่ามูลคา่

ของปจั จยั เข้า (Input Value) ของระบบ ตน้ ทนุ จึงเปน็ เงนิ สดหรือค่าใชจ้ ่ายในรปู แบบอนื่ ท่ีจ่ายไป
เพ่ือให้ได้มาซ่งึ บริการหรือผลผลิต ในทางธุรกจิ ตน้ ทนุ คือ ค่าใช้จ่ายสว่ นท่จี า่ ยไฟเพ่ือใหไ้ ด้มาซึง่ ซง่ึ
ผลตอบแทนหรอื รายได้ ตน้ ทุนจึงเปน็ สว่ นสาคัญในการตัดสนิ ใจทางธรุ กิจต่างๆ

ต้นทนุ ค่าใชจ้ า่ ย และความสญู เสีย โดยแทจ้ ริงเป็นสิ่งเดยี วกัน แตจ่ ะมคี วามหมายที่
แตกตา่ งกันในด้านความหมายในการใชง้ าน ต้นทนุ และความสญู เสยี ต่างก็เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยทง้ั สิ้น
คา่ ใช้จา่ ยไม่วา่ จะอยู่ในรปู แบบของเงนิ สดหรือสง่ิ แลกเปลย่ี นใดๆ ย่อมถือไดว้ า่ เปน็ ส่ิงทจ่ี า่ ยไผเพอ่ื ให้
ได้ผลผลิต

ค่าใช้จา่ ย (Expense) หมายถงึ ตน้ ทุนในการให้ได้รายได้สาหรบั ช่วงระยะเวลาใดๆ เชน่
เงนิ เดอื นในสานักงาน ค่าใช้จ่ายเป็นจานวนเงนิ หรือสง่ิ แลกเปลี่ยนท่จี า่ ยไปเพื่อใช้ในการบรกิ ารซึ่งตัด
ลดทอนจากส่วนในรายไดใ้ นงวดบัญชใี ดๆ จึงมกั จะใชใ้ นด้านรายได้ทางการเงินมากกวา่ ใช้ในระบบ
บัญชีทรพั ย์สนิ

ตน้ ทุน (Cost) หมายถึง คา่ ใช้จา่ ยท่ีจา่ ยไปสาหรับปจั จัยทางการผลติ เพ่ือให้เกดิ ผลผลติ
ตน้ ทุนจงึ เป็นสว่ นท่ีใชส้ าหรับนยิ าม อตั ราผลิตภาพหรือผลติ ภาพ (Productivity) ซ่ึงเท่ากับผลผลติ
(Output) หารดว้ ยปจั จยั นาเข้า (Input) ตน้ ทนุ จึงเป็นมลู คา่ ท่วี ดั ไดใ้ นเชิงเศรษฐศาสตร์ของทรัพยากร

19

ท่ใี ช้ และตน้ ทุนมีลกั ษณะทีใ่ ช้จ่ายไปเพื่อใหไ้ ดผ้ ลติ ภณั ฑ์หรอื การบริการทถี่ ือเป็นสินทรัพย์ได้ เชน่ คง
คลงั ของวัสดุ งานระหว่างทา และสนิ ค้าสาเรจ็ รูป

ตน้ ทุน (Cost) กบั ความสญู เสยี (Lost) ความจริงแลว้ มคี วามหมายในเชิงเปน็ ค่าใชจ้ ่ายท้ังคู่
เหมือนกัน แตถ่ า้ จะพิจารณาความแตกต่างของความหมายพอจะสรปุ ง่ายๆ ไดด้ งั น้ี

ตน้ ทนุ คือ คา่ ใช้จา่ ยที่จ่ายไปแลว้ เกิดผลผลิตหรือบริการที่เป็นสนิ ทรัพย์
ตน้ ทุน คอื ข้อมูลทางบญั ชี เพ่ือใชใ้ นการวางแผนและควบคุมการดาเนินงาน ในด้านการ
วางแผน ข้อมลู ต้นทนุ ทไ่ี ด้จะชว่ ยในการทางบประมาณและประมาณการต้นทุนการผลิต กาหนดราคา
ขาย ประมาณการผลกาไร และใช้ในการตัดสินใจการลงทนุ และการขยายงาน ในด้านการควบคุม จะ
ใชใ้ นการเปรียบเทยี บผลการดาเนินงานกบั งบประมาณต้นทุนทก่ี าหนดไว้เพื่อชว่ ยใหฝ้ ่ายบริหารรบั รู้
ถงึ การปฏบิ ตั ทิ ไ่ี ม่มีประสทิ ธิภาพเมอื่ สน้ิ รอบระยะเวลาบัญชี
ความสูญเสยี คอื คา่ ใช้จ่ายทีจ่ า่ ยไปแลว้ เกดิ ผลได้นอ้ ยกวา่ หรือค่าเสียหายทตี่ อ้ งจา่ ยโดยไม่
มผี ลตอบแทน และเป็นค่าใชจ้ า่ ยทถ่ี กู ตัดออกจากส่วนของผูถ้ อื หนุ้ มากกวา่ ท่จี ะหักจากสว่ นของการ
ลงทนุ ความสูญเสียที่เกิดข้นึ ได้จากการตดั สนิ ใจทผี่ ดิ พลาดหรือเกดิ จากสิ่งผิดปกติตามธรรมชาติ เช่น
ไฟไหม้ ตกึ ถลม่ เป็นตน้
ตน้ ทนุ กับความสญู เสียเป็นส่ิงเดยี วกนั เพียงแตม่ เี ส้นแบ่งเขตซ่งึ ทาใหต้ นทุนกลายเปน็ ความ
สญู เสียเมื่อผลไดน้ ้อยกวา่ ค่าใชจ้ ่าย เม่ือปรับค่าใชจ้ า่ ยให้เกิดผลประโยชนม์ ากขึ้นทาใหส้ ร้างผลได้
มากกว่าความสญู เสียจะกลายเป็นต้นทุนไป การเพ่ิมขนึ้ ของค่าใชจ้ า่ ยในเชิงต้นทนุ จึงเป็นสง่ิ ทีไ่ ม่น่า
กังวลเนื่องจากจะไดผ้ ลประโยชน์เพิม่ ขนึ้ ในขณะเดยี วกันถา้ สามารถลดคา่ ใช้จ่ายซ่ึงเป็นต้นทนุ ลงได้
โดยผลผลติ เทา่ เดิมหรือมากกวา่ ก็จะเปน็ การดี แนวคิดตรงนีค้ งจะสามารถชว่ ยใหผ้ บู้ ริหารเลกิ กังวลตอ่
ตน้ ทนุ และกังวลต่อความสญู เสียมากกว่า

8. แนวคิดในการวัดผลกาไร
ในการดาเนินธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าหรอื การบริการ ย่อมตอ้ งมกี ารวางแผนและกล

ยทุ ธใ์ นการแข่งขัน ตลอดจนถงึ กระบวนการดาเนินงานต่างๆ ซึ่งสงิ่ หนง่ึ ทเ่ี ปน็ องค์ประกอบหลักในการ
วางแผนเพอื่ ดาเนนิ ธรุ กจิ ให้เป็นไปยังเป้าหมายน้นั ก็คอื การวางแผนทางนโยบายการเงิน โดยเฉพาะ
การประมาณตน้ ทุนและรับรู้กาไรท่เี กดิ ขึน้ รวมไปถึงการวดั ผลและประสทิ ธภิ าพในการดาเนินงาน
ของธรุ กิจของเรา ฉะน้นั กาไรทางบัญชแี ละกาไรทางเศรษฐศาสตร์จึงตา่ งกัน

20

กาไรทางบัญชี คือ รายได้รวมหักคา่ ใชจ้ า่ ยรวม จะเป็นการวดั ผลการดาเนินงานท่มี เี ปน็
ผลลัพธเ์ ปน็ ตัวเลขอยา่ งชัดเจน ตามหลกั การบัญชีและมาตรฐานทางบัญชี โดยทีย่ ังไมม่ กี ารคดิ คานวณ
ถงึ ผลกระทบทางธุรกิจทไี่ มส่ ามารถวดั ค่าไดอ้ ยา่ งเชน่ ค่าเสยี โอกาสเปน็ ต้น

กาไรทางเศรษฐศาสตร์ คอื รายไดร้ วมหักคา่ ใชจ้ ่ายรวมทางบัญชี หรือกาไรทางบัญชี หักกบั
ตน้ ทุนคา่ เสยี โอกาสในแต่ละทางเลือก จะเหน็ ไดว้ ่า ตน้ ทนุ ทางการบัญชจี ะมแี ตค่ ่าใชจ้ ่ายทเี่ กิดขน้ึ และ
วัดโดยมาตรฐานทางการบญั ชี แตต่ ้นทุนทางเศรษฐศาสตรจ์ ะวดั โดยมลู คา่ ท่เี กิดจากค่าเสยี โอกาสใน
แตล่ ะทางเลือก หากไม่มีคา่ เสียโอกาสเกดิ ขึน้ ต้นทุนรวมทางบญั ชี จะเท่ากับ ตน้ ทนุ ทางเศรษฐศาสตร์
และ กาไรทางการบญั ชี จะเทา่ กบั กาไรทางเศรษฐศาสตร์ เช่นกัน

ต้นทนุ รวมทางบัญชี ต่ากวา่ ตน้ ทนุ ทางเศรษฐศาสตร์ ต้นทนุ ทางบญั ชี คดิ และคานวณหาได้
ง่ายกว่าต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ กาไรทางบญั ชี สูงกวา่ หรือเทา่ กบั กาไรทางเศรษฐศาสตร์ ในการ
คานวณต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จะไมน่ าตน้ ทุนจม(Sunk Cost) เข้ามาเก่ยี วข้อง บคุ คลภายนอก
มกั จะสนใจแคก่ าไรและต้นทุนทางบญั ชี แตก่ าไรและต้นทุนทางเศรษฐศาสตรเ์ ป็นสิ่งท่ผี ู้บรหิ ารให้
ความสาคัญในการวางแผนและบริหารธรุ กิจ

จะเห็นไดว้ ่า สิ่งทีท่ ุกๆคนได้รับรู้ขอ้ มูลและการรายงานผลการดาเนินงานทางการเงนิ ตา่ ง ๆ
น้นั ส่วนใหญ่บริษทั จะนาเสนอในรูปแบบของต้นทนุ และกาไรทางการบัญชี ซง่ึ หากเราเป็นนักลงทนุ ท่ี
ให้ความสาคัญตอ่ ปจั จยั พ้นื ฐาน(Fundamental) และลงทนุ แบบเน้นมลู ค่า(Value Investment)
จะตอ้ งพิจารณาถึงตน้ ทุนค่าเสียโอกาส และกาไรส่วนเพม่ิ ต่าง ๆ (ในกรณีท่ีบรษิ ทั นั้นเลือกทีจ่ ะ
ดาเนินงานในอนาคต) และการคานงึ ถึงปัจจยั เหล่านเ้ี ป็นเพยี งส่วนหน่ึงจากปัจจัยทีม่ คี วามสาคญั
ท้ังหมดของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และสินทรัพย์อ่ืนๆ

9. งานวจิ ัยทเี่ กยี่ วข้อง
พชั รา รอดนุช (2556) สรุปไดว้ า่ ในปัจจุบนั คนในสงั คมมคี วามตึงเคลียดกนั เปน็ อย่างมาก

เนื่องจากหลายปญั หาไม่ว่าจะเป็นปญั หาที่ทางาน ปัญหาทางบ้านและยงั มีปญั หาสังคมอีกจะเหน็ ได้
จาก พธิ ีการแตง่ งาน ซึง่ มคี วามหมายของการเริ่มต้นแสงแหง่ เปลวเทียนจะนาทางไปสคู่ วามสว่างไสว
มนชีวิตคู่ ชาวอเมริกานยิ มนาเทียนมาประดับประดาบนโต๊ะอาหารแสดงถึงฐานะความภมู ฐิ าน และมี
รสนิยม และเพ่ือให้เกดิ ความสวา่ งไสวอีกทั้งแสงสว่างของเทยี นสามารถสรา้ งบรรยากาศ และดู
สวยงามอกี ดว้ ยเทยี นนอกจากจะใหแ้ สงสวา่ งไสวแลว้ ยังมกั ถูกนามาเก่ยี วข้องกับพธิ กี รรมต่างๆ
โดยเฉพาะสาหรบั ชาวพทุ ธท่ีใช้เทียนในการบูชาพระ และประเพณีการแหเ่ ทยี นพรรษาท่ีถกู สบื ทอดมา

21

อย่างยาวนาน ซ่งึ แสดงออกถึงววิ ฒั นาการด้านศลิ ปะอีกดว้ ย ถงึ แม้วา่ ในปัจจบุ ันเทียนจะถูกลด
ความสาคญั ลง เน่ืองจากการมไี ฟฟ้าใช้และป้องกันปญั หาด้านอัคคภี ัยจาการใชง้ าน แต่กย็ ังมีการใช้
เทียนในกิจกรรมดา้ นตา่ ง ๆ อยู่เพราะเทยี นเปน็ สัญลักษณ์แห่งความหวงั และแรงบนั ดานใจ แสงเทยี น
สามารถสะทอ้ นได้ถงึ ความอบอุน่ และความออ่ นไหวท่แี สงจากดววงไฟไมส่ ามารถทดแทนในส่วนนี้ได้
เสนห่ ข์ องมนั อยทู่ ค่ี วามวบู วาบไหวยามทสี่ ายลมพดั ผา่ น แท่งเทียนทีถ่ กู ความรอ้ นหลอมละลาย
กลายเปน็ น้าตาเทยี นท่ไี หลหยดยอ้ ยลงมาสร้างสรรค์เป็นงานศลิ ปะอย่างหน่งึ ในปจั จุบนั ไดม้ กี าร
ประยกุ ตใ์ ห้นอกจากเทยี นมีความสวยงามแล้วยงั มกี ารนากลน่ิ หอม หรอื นา้ มนั หอมละเหยผสมเพ่อื ให้
ได้กล่ินตามตอ้ งการและนอกจากน้ี กลิ่นน้ามันหอมละเหยน้ี มีคุณสมบตั ิพิเศษซง่ึ แตกต่างกันออกไป
เชน่ บางชนิดสามารถทจ่ี ะรักษาโรคได้ แก้อาการเครียดและทาใหร้ า่ งกายผ่อนคลายกลนิ่ บางชนดิ
สามารถไล่ยุงได้ น้ามันหอมละเหยเหลา่ น้ไี ด้มาจากการสกัดจากพืชและสมุนไพรทางธรรมชาติ และ
บางชนิดไดม้ าจากการสงั เคราะห์ซึง่ ในปัจจบุ ันไดร้ บั ความนิยม ด้วยคณุ ลกั ษณะท่ีเป็นส่งิ ทไี่ ดจ้ าก
ธรรมชาติและชว่ ยรักษาสุขภาพ ราคาไม่แพง เหมาะท่ีจะนาไปเปน็ ของขวญั ประโยชน์ทก่ี ลา่ วมา
ขา้ งต้นจึงนบั เปน็ ประโยชน์ที่ย่งิ ใหญ่ของเทียนหอมแตย่ อกจากน้ันแล้ว เทียนมกี ล่ินหอมของเราน้นั ตี
ตลาดการเปิดสถานบริการนวดแผนต่าง ๆ และสปา ท่ีหลายๆ คนคงจะเคยได้ยินกนั

บษุ ราคมั แก้วมณี (2559) สรุปได้วา่ ตะไคร้และมะกรดู ถอื ว่าเปน็ พืชสมุนไพรทหี่ างา่ ยตาม
ธรรมชาติหรือในท้องถน่ิ ชมุ ชน ซึ่งสรรพคุณของตะไคร้และมะกรดู นั้น ถอื ว่าใชป้ ระโยชนไ์ ด้จากทุก
สว่ นเลย ไม่ว่าจะเป็นใบมะกรูด หวั สตะไคร้ และหนง่ึ ในน้ันคือกล่ินของมันที่เป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์
ของยุง เราก็สามารถนามาใช้ประโยชนได้วิธีการทาเทียนหอมนั้นมีกรรมวิธีในการทาไม่ซับซ้อน
สามารถทาเองได้ วสั ดอุ ปุ กรณท์ ีใ่ ช้ทากห็ าง่ายและสามารถนาความรูไ้ ปต่อยอดการประกอบอาชีพ
และสามารถสรา้ งรายได้ใหก้ บั ตนเองไดอ้ ีกในเวลาต่อไปสว่ นประกอหบทสี่ าคัญในการไล่ยงุ คือ ตะไคร้
และมะกรูด สว่ นประสทิ ธภิ าพในการไล่ยุง ตะไคร้จะมีประสิทธภิ าพในการไล่ยุงมากที่สดุ มะกรดู มี
ประสิทธิภาพมนการไล่ยุงนอ้ ยกวา่ ตะไคร้ ประโยชน์ของเทยี นหอมกม็ ีมากมาย ไม่วา่ จะเปน็ กลิน่ ทช่ี ่วย
ให้ผ่อนคลายและสามารถไล่ยงุ ได้อกี ทั้งยังใชป้ ระดบั ตกแตง่ บรเิ วณตา่ ง ๆ ให้แสงสวา่ งไดด้ ้วย

ดารารัตน์ พุ่มอ่อน (2542) ได้ทาการศึกษาถึงการใช้มาตรการเก่ียวกับบรรจุภณั ฑ์เพื่อ
ส่ิงแวดล้อมของประเทศอตุ สาหกรรม ซงึ่ วตั ถปุ ระสงค์ในการค้มุ ครองส่ิงแวดล้อม แตใ่ นขณะเดยี วกัน
มาตการดงั กลา่ วก่อให้เกิดข้อจากดั ทางการค้าโดยนามาพิจารณาภายใต้กรอบขององค์กรการการค้า
โลก (WHO) ไดแ้ กข่ อ้ ตกลงว่าด้วยภาษีศลุ กากรและการค้า ข้อตกลงวา่ ด้วยอปุ สรรคทางเทคนิคต่อ

22

การคา้ และการบงั คบั ใชก้ ฎหมายเก่ียวกับบรรจภุ ัณฑ์เพื่อสง่ิ แวดล้อมของประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกา
และญปี่ นุ่ พบว่าการใชม้ าตการเกย่ี วกบั บรรจุภณั ฑเ์ พอื่ สงิ่ แวดล้อมสง่ ผลกระททบทางบวกและทางลบ
กล่าวคือ เป็นการคุ้มครองส่ิงแวดล้อม และเป็นข้อจากัดทางการค้า ซึ่งภายใต้กรอบขององค์การ
การค้าโลก ไมม่ ีบทบญั ญตั ใิ ดสามารถนามาปรบั ใชไ้ ด้โดยตรง แต่อย่างไรกต็ ามการใช้มาตการเก่ยี วกับ
บรรจภุ ณั ฑ์เพอ่ื ส่ิงแวดล้อมจะต้องอยู่บนหลักการห้ามเลือกปฏิบัตขิ องข้อตกลงว่าดว้ ยภาษศี ุลกากร
และการค้า

บทท่ี 3
วิธกี ารดาเนินการศกึ ษา

การดาเนินการโครงการ เทียนหอมรงั สรรค์ ณ วิทยาลยั อาชวี ศึกษาชลบรุ ี 388 หมู่ 5
ตาบลบ้านสวน อาเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบรุ ี 20000 ระหวา่ งวนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2563 ถงึ
วันที่ 30 ตลุ าคม 2563 โดยผู้วจิ ยั ได้ดาเนินงานตามลาดบั ขัน้ ตอนดังตอ่ ไปน้ี

1. ประชากรและกล่มุ ตัวอยา่ ง
2. เครอื่ งมือทีใ่ ช้ในการศึกษา
3. ขั้นตอนในการสรา้ งเคร่ืองมอื
4. การเก็บรวบรวมข้อมลู
5. การวเิ คราะห์ข้อมูลและสถิตทิ ่ีใชใ้ นการศกึ ษา

1.ประชากรและกลุม่ ตวั อย่าง
กล่มุ เป้าหมายท่ีใช้ในการศึกษาครงั้ นี้ คอื นกั เรียน นักศึกษา ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา

วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบุรี จานวน 40 คน

2.เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้ในการศึกษา
เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการศกึ ษาครัง้ นีเ้ ป็นแบบสอบถาม ซึ่งประกอบดว้ ยแบบตรวจรายการ แบบ

มาตราส่วนประมาณ และแบบคาถามปลายปดิ และปลายเปดิ จานวน 3 ตอน มีรายละเอียด ดงั นี้
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ท่ัวไป
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามความพงึ พอใจที่มีตอ่ ผลิตภณั ฑ์และบรรจุภณั ฑ์เทียนหอมรงั สรรค์
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ

3.ข้ันตอนในการสรา้ งเครอื่ งมอื
เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาครัง้ นีเ้ ปน็ แบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วยแบบตรวจรายการและ

แบบมาตราสว่ นประมาณคา่ 5 ระดับ และแบบคาถามปลายเปดิ แบง่ เป็น 3 ตอน ดงั น้ี

24

ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม

ขอ้ 1 เพศ

ขอ้ 2 ช่วงอายุ

ข้อ 3 อาชพี

ข้อ 4 ระดับการศกึ ษา

ขอ้ 5 แผนกวชิ า

ตอนที่ 2 แบบสอบถามความพงึ พอใจท่ีมตี ่อผลติ ภณั ฑ์และบรรจุภัณฑ์เทียนหอมรงั สรรค์ ดงั น้ี

ระดบั 5 หมายถึง พงึ พอใจมากทส่ี ุด

ระดบั 4 หมายถึง พึงพอใจมาก

ระดบั 3 หมายถึง พงึ พอใจปานกลาง

ระดบั 2 หมายถึง พงึ พอใจนอ้ ย

ระดบั 1 หมายถงึ พอใจน้อยท่ีสุด

โดยนามาจดั เรยี งความสาคญั ดังน้ี

คา่ เฉล่ยี ระหวา่ ง ความหมายการแปลผล

4.51 – 5.00 ความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด

3.51 – 4.50 ความพงึ พอใจในระดับมาก

2.51 – 3.50 ความพึงพอใจในระดับปานกลาง

1.51 – 2.50 ความพึงพอใจในระดบั ปานกลาง

1.00 – 1.50 ความพึงพอใจในระดับนอ้ ยทีส่ ดุ

ตอนที่ 3 เป็นแนวคาถามปลายเปดิ สาหรบั ผ้ตู อบแบบสอบถามแสดงความคดิ เห็นเพิม่ เตมิ

และให้ข้อเสนอตา่ ง ๆ

4. การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
คณะผ้วู ิจัยได้ดาเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ตามลาดบั ขน้ั ตอน ดงั น้ี
4.1 ดาเนนิ การแจกแบบสอบถาม เทียนหอมรังสรรค์ โดยแจกแบบสอบถามใหก้ ลุ่มตวั อยา่ ง

ด้วยตนเอง และขอรบั แบบสอบถามดว้ ยตนเอง
4.2 เกบ็ รวบรวมแบบสอบถาม เทยี นหอมรงั สรรค์ เพ่ือนาข้อมลู ท่ไี ดม้ าวิเคราะหต์ อ่ ไป

25

5. การวเิ คราะหข์ อ้ มูลและสถติ ิทีใ่ ชใ้ นการศึกษา
คะแนนทไี่ ดจ้ ากแบบสอบถาม หาค่ารอ้ ยละ รวมท้ังคา่ เฉลีย่ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน โดย

ใชส้ ตู ร ดงั นี้

5.1 คา่ รอ้ ยละ

P = Fx100

n

เม่อื P = แทน ร้อยละ
F = แทน ความถท่ี ่ตี อ้ งการแปลคา่ ใหเ้ ปน็ รอ้ ยละ
n = แทน จานวนความถที่ งั้ หมด

5.2 ค่าเฉลย่ี

̅ = ∑



เมื่อ ̅ แทน คา่ เฉลย่ี
∑ แทน ผลรวมทงั้ หมดของความถ่ี คณู คะแนน
แทน ผลรวมทง้ั หมดของความถ่ซี ึ่งมคี ่าเท่ากบั จานวนขอ้ มลู
ทง้ั หมด

5.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

S.D. = √ ∑ 2−(∑ )2

( −1)

เมอ่ื S.D. แทน สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน

แทน คะแนนแตล่ ะตวั ในกลุม่ ข้อมูล

∑ แทน ผลรวมของความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่

1

บทท่ี 4
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู

การดาเนินการโครงการ เทียนหอมรงั สรรค์ ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี
388 บา้ นสวน-สุขุมวทิ 5 ต.บางทราย อ.เมือง จ.ชลบรุ ี 20000 ระหว่างวันท่ี 1 กรกฎาคม 2563 ถึง
30 ตุลาคม 2563 ในครง้ั น้ี ผศู้ ึกษาเสนอตามลาดบั ดงั นี้

4.1 สญั ลักษณท์ ่ใี ชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
N แทน จานวนประชากรและกล่มุ ตวั อยา่ ง
x̅ แทน คะแนนเฉลย่ี
S.D แทน สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน

4.2 การนาเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
การวิเคราะหข์ ้อมลู ในการวิจยั น้ี ผวู้ ิจัยได้ดาเนินการวเิ คราะห์ออกเปน็ 3 ตอน ดงั น้ี
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทว่ั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 สอบถามความพงึ พอใจของผ้บู ริโภคที่มีต่อผลิตภณั ฑ์ ลักษณะแบบสอบถามเปน็
แบบมาตราสว่ นประมาณ 5 ระดับ
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ

26

ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู

ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 1 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลุม่ เปา้ หมาย จาแนกตามเพศ

สถานภาพ กล่มุ เปา้ หมาย N = 40
จานวน ร้อยละ
เพศ
ชาย 10 25.00
หญงิ 30 65.00
40 100.00
รวม

จากตารางที่ 1 พบว่า กลมุ่ เปา้ หมายส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน 30 คน คดิ เป็น
รอ้ ยละ 65 เพศชาย จานวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 25
ตารางท่ี 2 แสดงความถ่ีและร้อยละของกลุ่มเปา้ หมาย จาแนกตามช่วงอายุ

สถานภาพ กลุ่มเปา้ หมาย N = 40

อายุ จานวน รอ้ ยละ
ตา่ กวา่ 20 ปี
21 - 25 ปี 35 87.50
26 - 30 ปี 5 12.50
31 - 35 ปี 0 0.00
36 - 40 ปี 0 0.00
40 ปขี ้ึนไป 0 0.00
0 0.00

รวม 40 100.00

จากตารางที่ 2 พบวา่ กลมุ่ เป้าหมายสว่ นใหญ่ อายุต่ากวา่ 20 ปี จานวน 35 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ
87.50 และอายุ 21-25 ปี จานวน 5 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 12.50

27

ตารางท่ี 3 แสดงความถแี่ ละร้อยละของกลุ่มเปา้ หมาย จาแนกตามสถานะ

สถานภาพ กลมุ่ เป้าหมาย N = 40

อาชพี จานวน ร้อยละ
นกั เรยี น - นักศึกษา
ขา้ ราชการครู 40 100.00
บุคลากรทางการศกึ ษา 0 0.00
อ่ืน ๆ (ระบ)ุ ............. 0 0.00
รวม 0 0.00
40 100.00

จากตารางท่ี 3 พบวา่ กลุ่มเป้าหมายสว่ นใหญ่ เปน็ นักศกึ ษา จานวน 40 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 100

ตารางท่ี 4 แสดงความถีแ่ ละร้อยละของกล่มุ เป้าหมาย จาแนกตามระดับช้นั ท่ีกาลังศกึ ษา

สถานภาพ กลมุ่ เปา้ หมาย N = 40
จานวน ร้อยละ
ปวช.
ปวช.1 0 0.00
ปวช.2 0 0.00
ปวช.3 0 0.00

ปวส. 0 0.00
ปวส.1 40 100.00
ปวส.2 40 100.00
รวม

จากตารางที่ 4 พบวา่ กลมุ่ เปา้ หมายสว่ นใหญ่กาลังศึกษาอยรู่ ะดับช้ัน ปวส.2 จานวน 40 คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100

27

ตารางที่ 5 แสดงความถ่แี ละร้อยละของกล่มุ เป้าหมาย จาแนกตามแผนกวิชา

สถานภาพ กลุ่มเปา้ หมาย N = 40

ปวช. จานวน รอ้ ยละ
การบัญชี
การตลาด 0 0.00
คอมพวิ เตอร์ธรุ กิจ 0 0.00
ธรุ กจิ ค้าปลกี 0 0.00
การจดั การสานักงาน 0 0.00
วจิ ิตรศลิ ป์ 0 0.00
การออกแบบ 0 0.00
คอมพวิ เตอร์กราฟฟกิ ส์ 0 0.00
คหกรรมศาสตร์ 0 0.00
แฟชน่ั และสง่ิ ทอ 0 0.00
อาหารและโภชนาการ 0 0.00
การทอ่ งเท่ยี ว 0 0.00
การโรงแรม 0 0.00
0 0.00
ปวส.
การบญั ชี 38 95.00
การตลาด 1 2.50
เทคโนโลยธี รุ กจิ ดิจิทัล 0 0.00
ธุรกิจค้าปลกี 0 0.00
การจดั การ 0 0.00
การจดั การโลจิสติกส์ 0 0.00
วิจิตรศลิ ป์ 0 0.00
การออกแบบตกแตง่ ภายใน 0 0.00
คอมพิวเตอรก์ ราฟฟกิ ส์อารต์ 0 0.00
บรหิ ารงานคหกรรมศาสตร์ 0 0.00

28

ตารางท่ี 5 (ต่อ) แสดงความถ่แี ละร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จาแนกตามแผนกวชิ า

สถานภาพ กล่มุ เป้าหมาย N = 40

เทคโนโลยแี ฟช่นั และส่ิงทอ จานวน รอ้ ยละ
อาหารและโภชนาการ 0 0.00
การทอ่ งเที่ยว
การโรงแรมและการบริการ 0 0.00
การจัดประชมุ และนิทรรศการ 0 0.00
อน่ื ๆ 0 0.00
0 0.00
1 2.50

รวม 40 100.00

จากตารางท่ี 5 พบวา่ กลมุ่ เป้าหมายสว่ นใหญ่อยใู่ นระดับช้นั ปวส. แผนกวชิ าการบญั ชี
จานวน 38 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 95.00 รองลงมาอยู่ในระดบั ปวส. แผนกวชิ าการตลาด จานวน 1 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 2.50 และ อนื่ ๆ จานวน 1 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.50
ตารางที่ 6 แสดงความถ่ีและรอ้ ยละของกลุ่มเปา้ หมาย จาแนกตามระดับการศกึ ษา

สถานภาพ กลุ่มเป้าหมาย N = 40

ระดบั การศกึ ษา จานวน ร้อยละ
ตา่ กว่าปริญญาตรี
ปริญญาตรี 40 100.00
ปริญญาโท 0 0.00
สงู กว่าปรญิ ญาโท 0 0.00
รวม 0 0.00
40 100.00

จากตารางที่ 6 พบว่า กล่มุ เปา้ หมายสว่ นใหญ่มรี ะดับศึกษาตา่ กว่าปรญิ ญาตรี จานวน 40 คน
คดิ เปน็ ร้อยละ100

29

ตอนที่ 2 ข้อมูลความพึงพอใจของกลุ่มเปา้ หมายที่มีต่อเทียนหอมรังสรรค์ แบง่ เป็น 4 ดา้ น
คือ ด้านคณุ ภาพ ด้านราคาและความคุ้มคา่ ดา้ นความสะดวกและความนา่ สนใจและด้านรปู ลกั ษณ์
และความทันสมัย

ตารางท่ี 7 แสดงคา่ เฉล่ยี และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลุม่ เปา้ หมายท่มี ตี อ่
เทียนหอมรังสรรค์
ดา้ นคุณภาพ
ระดับความพงึ พอใจ
รายการประเมนิ
̅ S.D. แปลผล

1. ผลิตภัณฑ์มรี ูปลกั ษณท์ ่สี วยงาม 4.48 0.55 มาก
2. ผลติ ภัณฑเ์ หมาะกบั ทุกเพศทุกวัย 4.43 0.59 มาก
3. ช่วยให้เกดิ ความผอ่ นคลาย 4.55 0.55 มากท่ีสดุ
4. ผวิ สมั ผัสทส่ี มา่ เสมอ 4.63 0.49 มากทีส่ ุด
5. มีกล่นิ ที่เปน็ ธรรมชาติ 4.65 0.48 มากท่สี ดุ

รวม 4.55 0.31 มากทส่ี ดุ

จากตารางที่ 7 พบวา่ ความพึงพอใจของกลุ่มเปา้ หมายท่มี ีต่อเทยี นหอมรังสรรค์ ในแตล่ ะ
ดา้ นโดยรวมในดา้ นต่าง ๆ มคี วามพึงพอใจในระดับมากทส่ี ดุ (X̅ = 4.55 และ S.D = 0.31) และ
เมอื่ พจิ ารณาในดา้ น ผลิตภัณฑ์มรี ูปลักษณ์ทีส่ วยงามมคี วามพงึ พอใจในระดับมาก (̅X = 4.48 และ
S.D = 0.55) รองลงมาคอื ด้านผลติ ภณั ฑ์เหมาะกับทกุ เพศทุกวยั มคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก
(̅X = 4.43 และ S.D = 0.59) และดา้ นชว่ ยใหเ้ กิดความผ่อนคลายมีความพึงพอใจในระดบั มากท่สี ดุ
(̅X = 4.55 และ S.D = 0.55) และดา้ นผิวสัมผสั ท่สี ม่าเสมอมคี วามพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ดุ
(X̅ = 4.63 และ S.D = 0.49)และดา้ นมกี ล่นิ ทีเ่ ป็นธรรมชาติมีความพงึ พอใจในระดบั มากทีส่ ดุ
(̅X = 4.65 และ S.D = 0.48)ตามลาดบั

30

ตารางที่ 8 แสดงคา่ เฉล่ีย และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลุม่ เปา้ หมายท่ีมตี อ่
เทียนหอมรงั สรรค์
ด้านราคาและความค้มุ ค่า

รายการประเมนิ ระดับความพึงพอใจ
̅ S.D. แปลผล

1. ความคุ้มค่าเมือ่ เทียบกบั ประโยชน์ทไี่ ด้รบั 4.57 0.50 มากท่ีสุด
0.60 มาก
2. ราคามคี วามเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ 4.50 0.60 มากที่สุด
0.55 มากท่สี ุด
3. คมุ้ คา่ เม่ือเทยี บกับราคา 4.58 0.60 มากทสี่ ุด

4. วัตถดุ บิ มคี วามเหมาะสมกบั ราคา 4.55

5. ราคามคี วามยอ่ มเยากว่าเทียนหอมท่มี ขี ายตามท้องตลาด 4.53

รวม 4.55 0.38 มากท่สี ดุ

จากตารางท่ี 8 พบวา่ ความพึงพอใจของกลมุ่ เปา้ หมายทีม่ ีตอ่ เทียนหอมรังสรรค์ ใน
ด้านราคาและความคุ้มค่า โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดับมากทีส่ ุด (X̅ = 4.55 และ S.D = 0.38)
และเมอื่ พจิ ารณาเปน็ รายข้อแลว้ ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับประโยชน์ท่ีไดร้ บั มคี วามพึงพอใจในระดบั
มากทีส่ ดุ (̅X = 4.57 และ S.D = 0.50) รองลงมาคอื ราคามคี วามเหมาะสมกบั ผลิตภัณฑ์มีความพงึ
พอใจในระดบั มาก (X̅ = 4.50 และ S.D = 0.60) คมุ้ คา่ เมือ่ เทยี บกับราคามีความพึงพอใจในระดบั
มากทีส่ ุด (̅X = 4.58 และ S.D = 0.60) วัตถดุ บิ มคี วามเหมาะสมกบั ราคามีความพึงพอใจในระดบั
มากทสี่ ุด (X̅ = 4.55 และ S.D = 0.55) และราคามคี วามยอ่ มเยากวา่ เทยี นหอมที่มีขายตามทอ้ งตลาด
มีความพงึ พอใจในระดับมากทีส่ ดุ (̅X = 4.53 และ S.D = 0.60) ตามลาดบั

31

ตารางที่ 9 แสดงค่าเฉล่ยี และส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลุ่มเป้าหมายทีม่ ีตอ่
เทยี นหอมรังสรรค์
ดา้ นความสะดวกและความน่าสนใจ

รายการประเมิน ระดบั ความพงึ พอใจ
̅ S.D. แปลผล

1. สะดวกต่อการใช้งาน 4.50 0.55 มากทสี่ ุด

2. บรรจุภณั ฑม์ ีความแปลกใหมแ่ ละนา่ สนใจ 4.60 0.50 มากท่สี ุด

3. บรรจภุ ณั ฑ์มขี นาดทีเ่ หมาะสม 4.58 0.55 มากที่สุด

4. ความหลากหลายของบรรจุภณั ฑ์ 4.55 0.60 มากทีส่ ุด

5. บรรจภุ ัณฑ์สามารถใชง้ านร่วมกบั ผลติ ภัณฑ์ 4.63 0.54 มากท่ีสุด

รวม 4.57 0.31 มากที่สุด

จากตารางที่ 9 พบวา่ ความพึงพอใจของกล่มุ เปา้ หมายที่มีต่อเทยี นหอมรังสรรค์ ในด้าน

ความสะดวกและความนา่ สนใจ โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดับมากท่ีสุด (X̅ = 4.57 และ

S.D = 0.31) และเมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ แลว้ สะดวกตอ่ การใช้งานมีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ

(̅X = 4.63 และ S.D = 0.49) รองลงมาคอื บรรจภุ ณั ฑม์ คี วามแปลกใหม่และน่าสนใจมีความพึงพอใจ

ในระดับมากทีส่ ดุ (̅X = 4.60 และ S.D = 0.50) บรรจุภัณฑม์ ีขนาดท่ีเหมาะสมมีความพึงพอใจใน

ระดบั มากทีส่ ดุ (̅X = 4.58 และ S.D = 0.55) ความหลากหลายของบรรจุภณั ฑ์มคี วามพึงพอใจใน

ระดับมากทสี่ ุด (X̅ = 4.55 และ S.D = 0.60) และบรรจุภณั ฑ์สามารถใช้งานรว่ มกับผลิตภัณฑ์มีความ

พงึ พอใจในระดับมากทส่ี ดุ (̅X = 4.63 และ S.D = 0.54) ตามลาดบั

32

ตารางที่ 10 แสดงคา่ เฉลย่ี และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลุ่มเปา้ หมายทมี่ ตี อ่
เทยี นหอมรังสรรค์
ด้านรูปลกั ษณแ์ ละความทนั สมยั

รายการประเมนิ ระดบั ความพงึ พอใจ
̅ S.D. แปลผล

1. บรรจภุ ณั ฑ์มีความเหมาะสมกบั ผลติ ภณั ฑ์ 4.47 0.57 มากทีส่ ุด
2. บรรจภุ ัณฑ์มรี ูปลกั ษณ์ทสี่ วยงาม 4.40 0.62 มากท่ีสุด
3. บรรจุภัณฑ์มีรปู แบบทีท่ ันสมยั สะดุดตา 4.57 0.57 มากทส่ี ุด
4. มีความเปน็ เอกลักษณ์ 4.60 0.50 มากท่ีสุด
5. ตราสินคา้ มีความเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ 4.70 0.47 มากทีส่ ุด
4.55 0.33 มากที่สุด
รวม

จากตารางท่ี 10 พบวา่ ความพงึ พอใจของกลมุ่ เป้าหมายทม่ี ีตอ่ เทยี นหอมรงั สรรค์ ในด้าน
รปู ลักษณแ์ ละความทนั สมัย โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดับมากทส่ี ดุ (X̅ = 4.55 และ S.D = 0.33)
และเม่ือพจิ ารณาเป็นรายข้อแลว้ บรรจุภณั ฑ์มีความเหมาะสมกับผลติ ภณั ฑ์มีความพึงพอใจในระดบั
มากท่ีสดุ (̅X = 4.47 และ S.D = 0.57) รองลงมาคอื บรรจุภณั ฑ์มีรูปลกั ษณท์ ี่สวยงามมคี วามพงึ พอใจ
ในระดบั มากทีส่ ดุ (̅X = 4.40 และ S.D = 0.62) บรรจภุ ัณฑ์มรี ูปแบบท่ที ันสมยั สะดุดตามคี วาม
พงึ พอใจในระดับมากท่สี ุด (X̅ = 4.57 และ S.D = 0.57) ความเปน็ เอกลกั ษณ์มคี วามพงึ พอใจใน
ระดับมากท่สี ุด (̅X = 4.60 และ S.D = 0.50) และตราสินค้ามีความเหมาะสมกบั ผลิตภัณฑ์มคี วามพึง
พอใจในระดบั มากทส่ี ุด (X̅ = 4.70 และ S.D = 0.47) ตามลาดับ

34

บทท่ี 5

สรุปผล อภิปราย และขอ้ เสนอแนะ

การดาเนนิ การโครงการ เทียนหอมรังสรรค์ ณ วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี 388 บา้ นสวน-สขุ ุมวทิ
5 ต.บางทราย อ.เมอื ง จ.ชลบรุ ี 20000 ระหวา่ งวนั ที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ตลุ าคม 2563
วตั ถุประสงคข์ องการศึกษา 1. เพื่อทาความเขา้ ในการทาเทยี นหอม 2. เพ่ือสรา้ งความสามัคคใี นกล่มุ 3.
เพ่ือสร้างรายไดร้ ะหว่างการเรียน กลุม่ เปา้ หมายทใ่ี ชใ้ นการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นกั เรียน นักศกึ ษา ครู/
อาจารยแ์ ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบรุ ี จานวน 40 คน ซง่ึ ไดม้ าจากการเลอื กแบบ
เจาะจง (Purposive Sampilng) เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการศึกษา คอื แบบสอบถามเพ่ือทราบความพึงพอใจทมี่ ี
ตอ่ เทยี นหอมรังสรรค์ แบ่งเป็น 4 ด้าน คอื ด้านคุณภาพ ดา้ นราคาและความคุ้มคา่ ดา้ นความสะดวกและ
ความน่าสนใจ ด้านรูปลักษณแ์ ละความทันสมัย สถิติทใี่ ชใ้ นการศึกษา คอื 1. ค่าร้อยละ (Percentage) 2.
ค่าเฉลยี่ เลขคณิต (Mean) 3. สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

สรปุ ผลการศึกษา

ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในการศึกษาครง้ั นี้ สรุปได้ดังน้ี
ตอนท่ี 1 ข้อมลู โครงการเทียนหอมรงั สรรค์ ด้านสถานสภาพทัว่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม พบว่า
กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 65 ส่วนใหญ่อายุต่ากว่า 20 ปี
จานวน 35 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 87.50 รองลงมาอายุ 21-25 ปี จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 12.50 ส่วน
ใหญ่เป็นนักศึกษา จานวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ส่วนใหญ่กาลังศึกษาอยู่ระดับชั้น ปวส.2 จานวน
40 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 สว่ นใหญอ่ ยใู่ นระดับชั้นปวส. แผนกวิชาการบัญชี จานวน 38 คน คดิ เป็นรอ้ ย
ละ 95 ส่วนใหญ่มรี ะดับศกึ ษาต่ากวา่ ปริญญาตรี จานวน 40 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100
ตอนที่ 2 ขอ้ มลู โครงการเทียนหอมรงั สรรค์ และความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายท่ีมีตอ่ เทียน
หอมรังสรรค์ แบง่ เปน็ 4 ดา้ น คือ 1. ด้านคณุ ภาพ 2.ด้านราคาและความคมุ้ คา่ 3. ด้านความสะดวกและ
ความนา่ สนใจ 4.ด้านรปู ลกั ษณแ์ ละความทนั สมัย

34

ด้านคุณภาพ โดยรวมมีความพงึ พอใจของกลุ่มเปา้ หมายทม่ี ตี ่อเทียนหอมรงั สรรค์ ในแต่ละด้าน
โดยรวมในดา้ นตา่ ง ๆ มีความพึงพอใจในระดบั มากทีส่ ดุ (X̅ = 4.55 และ S.D = 0.31) และเมอื่ พิจารณา
ในด้าน ผลติ ภัณฑ์มรี ปู ลักษณท์ สี่ วยงามมคี วามพึงพอใจในระดับมาก (̅X = 4.48 และ S.D = 0.55)
รองลงมาคือดา้ นผลิตภัณฑ์เหมาะกบั ทุกเพศทกุ วัยมคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก
(X̅ = 4.43 และ S.D = 0.59) และด้านช่วยใหเ้ กิดความผ่อนคลายมีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด
(X̅ = 4.55 และ S.D = 0.55) และดา้ นผวิ สมั ผัสทีส่ ม่าเสมอมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ
(X̅ = 4.63 และ S.D = 0.49)และดา้ นมีกล่นิ ที่เปน็ ธรรมชาติมคี วามพงึ พอใจในระดับมากทส่ี ุด
(X̅ = 4.65 และ S.D = 0.48)ตามลาดับ

ด้านราคาและความคุ้มค่า โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทสี่ ุด (X̅ = 4.59 และ S.D =

0.32) และเม่ือพิจารณาเป็นรายข้อแล้ว บรรจุภัณฑ์มีความกระทัดรัดพกพาได้ง่ายมีความพึงพอใจใน

ระดับมากที่สุด (̅X = 4.63 และ S.D = 0.49) รองลงมาคือบรรจุภัณฑ์สามารถเปิดด่ืมได้สะดวกต่อ

ผู้บริโภคมีความพึงพอใจในระดับมากท่ีสุด (̅X = 4.63 และ S.D = 0.49) บรรจุภัณฑ์สามารถดึงดูดให้

ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ได้เลยมีความพึงพอใจในระดับมากท่ีสุด (̅X = 4.57 และ S.D = 0.63)

รปู ลักษณข์ องบรรจุภัณฑ์มคี วามทันสมัยต่อการใชง้ านมีความพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ุด (̅X = 4.57 และ

S.D = 0.57) และความพอใจของผูบ้ รโิ ภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์นา้ กระท้อนมีความพงึ พอใจในระดับมาก (̅X

= 4.57 และ S.D = 0.57) ตามลาดับ ด้ า น

ความสะดวกและความนา่ สนใจ โดยรวมมีความพึงพอใจของกลมุ่ เปา้ หมายที่มีต่อเทยี นหอมรังสรรค์ ใน

ด้านราคาและความคุ้มค่า โดยรวมมีความพึงพอใจในระดบั มากที่สุด (̅X = 4.55 และ S.D = 0.38) และ

เมอ่ื พิจารณาเป็นรายข้อแล้ว ความคุ้มคา่ เมื่อเทียบกับประโยชนท์ ่ีได้รบั มีความพึงพอใจในระดบั มากท่ีสุด

(̅X = 4.57 และ S.D = 0.50) รองลงมาคือราคามีความเหมาะสมกบั ผลติ ภัณฑ์มีความพึงพอใจในระดบั

มาก (X̅ = 4.50 และ S.D = 0.60) คุม้ คา่ เมอื่ เทยี บกบั ราคามีความพงึ พอใจในระดับมากที่สดุ (X̅ = 4.58

และ S.D = 0.60) วัตถุดิบมีความเหมาะสมกับราคามีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (X̅ = 4.55 และ

S.D = 0.55) และราคามีความย่อมเยากว่าเทียนหอมที่มขี ายตามท้องตลาดมีความพึงพอใจในระดบั มาก

ทส่ี ดุ (̅X = 4.53 และ S.D = 0.60) ตามลาดับ

ดา้ นรปู ลกั ษณแ์ ละความทนั สมยั โดยรวมมีความพงึ พอใจของกลมุ่ เปา้ หมายที่มีตอ่ เทยี นหอม
รังสรรค์ ในด้านความสะดวกและความน่าสนใจ โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ (̅X = 4.57

34

และ S.D = 0.31) และเมอื่ พจิ ารณาเปน็ รายข้อแลว้ สะดวกตอ่ การใช้งานมคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก
ที่สุด (X̅ = 4.63 และ S.D = 0.49) รองลงมาคอื บรรจุภณั ฑม์ คี วามแปลกใหม่และน่าสนใจมคี วามพงึ
พอใจในระดบั มากทสี่ ุด (X̅ = 4.60 และ S.D = 0.50) บรรจุภณั ฑม์ ขี นาดทีเ่ หมาะสมมีความพงึ พอใจใน
ระดบั มากทสี่ ุด (X̅ = 4.58 และ S.D = 0.55) ความหลากหลายของบรรจภุ ณั ฑม์ ีความพึงพอใจในระดบั
มากทสี่ ุด (X̅ = 4.55 และ S.D = 0.60) และบรรจุภัณฑส์ ามารถใชง้ านรว่ มกบั ผลติ ภณั ฑ์มีความพงึ พอใจ
ในระดับมากทส่ี ดุ (X̅ = 4.63 และ S.D = 0.54) ตามลาดบั

การอภปิ รายผล

การอภิปรายผล ซ่ึงมีวัตถปุ ระสงคด์ ังนี้ คือ 1. เพื่อทาความเข้าในการทาเทยี นหอม2. เพ่ือสรา้ ง
ความสามัคคใี นกลมุ่ 3. เพือ่ สร้างรายไดร้ ะหวา่ งการเรยี น ในรายวชิ า โครงการ แบง่ เป็น 4 ด้าน คือ ด้าน
คุณภาพ ด้านราคาและความคุ้มคา่ ดา้ นความสะดวกและความน่าสนใจ และดา้ นรปู ลักษณแ์ ละความ
ทนั สมยั

ด้านคณุ ภาพ โดยรวมมรี ะดับความพึงพอใจในระดบั มากทีส่ ดุ และเม่อื พจิ ารณาเป็นรายขอ้ แลว้
ผลติ ภัณฑ์มรี ปู ลักษณท์ ี่สวยงามมคี วามพงึ พอใจในระดับมาก รองลงมาคอื ผลิตภณั ฑ์เหมาะกับทุกเพศทุก
วัยมีความพึงพอใจในระดบั มาก ชว่ ยใหเ้ กิดความผอ่ นคลายมีความพึงพอใจในระดบั มากทีส่ ุด ผวิ สมั ผัสท่ี
สม่าเสมอมีความพงึ พอใจในระดับมากท่ีสดุ และมีกล่นิ ท่เี ป็นธรรมชาติมคี วามพึงพอใจในระดบั มากทีส่ ดุ
ตามลาดบั

ดา้ นราคาและความคุม้ ค่า โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดับมากทสี่ ุด และเม่อื พจิ ารณาเปน็ ราย
ขอ้ แล้ว ความคุ้มค่าเมอื่ เทียบกับประโยชน์ที่ได้รบั มีความพงึ พอใจในระดบั มากท่สี ุด รองลงมาคอื ราคามี
ความเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์มีความพึงพอใจในระดับมาก คุ้มค่าเม่ือเทียบกับราคามีความพึงพอใจใน
ระดับมากที่สุด วัตถุดิบมีความเหมาะสมกับราคามีความพึงพอใจในระดับมากท่ีสุด และราคามีความ
ยอ่ มเยากวา่ เทยี นหอมทม่ี ขี ายตามทอ้ งตลาดมคี วามพึงพอใจในระดับมากท่ีสุดตามลาดับ

ดา้ นความสะดวกและความนา่ สนใจ โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด และเม่ือพิจารณา
เป็นรายข้อแล้ว สะดวกต่อการใช้งานมีความพงึ พอใจในระดบั มากที่สุด รองลงมาคือบรรจภุ ัณฑ์มีความ
แปลกใหม่และน่าสนใจมีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ บรรจภุ ณั ฑ์มีขนาดทีเ่ หมาะสม มคี วามพงึ พอใจ

34

ในระดับมากที่สุด ความหลากหลายของบรรจุภัณฑ์มีความพึงพอใจในระดับมากท่ีสุดและบรรจุภัณฑ์
สามารถใชง้ านรว่ มกบั ผลติ ภัณฑ์มีความพงึ พอใจในระดบั มาก

ด้านรูปลักษณ์และความทันสมัย โดยรวมมีความพึงพอใจในระดับมากท่สี ุด และเมื่อพิจารณา
เป็นรายข้อแลว้ บรรจภุ ัณฑม์ คี วามเหมาะสมกบั ผลติ ภณั ฑ์มีความพงึ พอใจในระดบั มากท่ีสุด รองลงมาคือ
บรรจุภัณฑ์มรี ูปลักษณ์ท่สี วยงามมีความพงึ พอใจในระดับมากท่สี ุด บรรจภุ ณั ฑม์ ีรปู แบบท่ีทนั สมยั สะดุด
ตามีความพึงพอใจในระดับมากท่สี ดุ มีความเป็นเอกลกั ษณ์มีความพึงพอใจในระดับมากทีส่ ุด และตรา
สิ น ค้ า มี ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม กั บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ มี ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ใ น ร ะ ดั บ ม า ก ท่ี สุ ด ต า ม ล า ดั บ
ซ่งึ สอดคล้องกับชมิมมรา ประธานศิริ (2548) ไดศ้ กึ ษาเร่ือง กลยทุ ธก์ ารส่งออกอาหารฮาลาลจากประเทศ
ไทยสู่ ตลาดโลก ได้ทาการศึกษาการแข่งขันของสถานประกอบการ 2แห่ง พบว่าการตอบสนองความ
ต้องการของลูกคา้ ดว้ ยรูปแบบผลติ ภณั ฑใ์ หม่ ๆ เปน็ การวางแผนการตลาดทม่ี ีประสทิ ธิภาพการทา ตลาด
ท่ีดีต้องมีการควบคุมต้นทุนที่ต่ากว่าคู่แข่งในตลาด และสอดคล้องกับประไพรพร หวานแท้ (2551) ได้
ศึกษาเร่ือง การวิเคราะห์ประสิทธิภาพและสภาพแวดล้อมการแข่งขันของครัวการบินไทย พบว่า
สภาพแวดล้อมในการแข่งขันแต่ละรายมีการควบคุมต้นทุนการผลติ ทแ่ี ตกต่างกันใน ผลิตภัณฑ์สินค้าทม่ี ี
ความคล้ายกันการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่จะทาได้ยากเน่ืองจากต้องใช้จานวน เงินทุนท่ีสูง สินค้าท่ี
ทดแทนและใช้ร่วมกันไดผ้ ู้ผลติ ต้องสรา้ งจดุ เดน่ ของสนิ คา้ ข้ึนมาเพื่อให้ลกู คา้ ร้สู ึกถงึ ความแตกต่างน้ันให้ได้
ผลการศึกษาปัจจัยทางด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมการสง่ ออกเทียนหอมจาก ไขถ่ัว เหลอื งของผปรู้ ะ
กอบการในประเทศไทยพบว่าผู้ประกอบการปรับตัวในเร่ืองการออกแบบ บรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างความ
แตกต่างการหาช่องทางการเปิดตลาดสนิ ค้าใหม่ ๆ เพ่ือให้ลูกค้าเข้าถึง สินค้าได้ง่ายมากขึ้น การดึงความ
เป็นเอกลกษั ณ์ไทยออกมาใช้เช่นการใช้เปลือกกะลามะพร้าว การใช้กะบอกไม้ไผใ่ นการบรรจเุ ทยี นหอม
การสร้างให้เกดิ ธุรกิจปลายน้าอยา่ งเชน่ ธุรกิจสปา การออกแบบสนิ ค้าทผ่ี ลติ จากไขถั่วเหลืองเชน่ สบ้เ่ ครือ่ ง
ส้าอาง เพ่อื สนองกบกั ารแข่งขันใน ระดบั มหภาค แต่ผู้ประกอบการกย็ ังพบปัญหาที่ไม่สามารถคาดเดาได้
เชน่ การกาหนดอตั รา ค่าแรงงานข้ันของท่ีเพม่ิ เปน็ 300 บาท อัตราแลกเปลยี่ นท่ผี ันผวนหรอื แม้แต่สภาพ
เศรษฐกิจของยุโรปที่เป็นตลาดหลกั ของผู้ประกอบการไทยในการสง่ ออกแต่ผู้ประกอบการไทยก็มองหา
ช่อง ทางการจาหน่ายใหม่ ๆ เช่นกัน สอดคล้องกับงานวิจัยของ กันทิมา สุริยา (2555) ได้ศึกษาเร่ือง
วิเคราะห์ศักยภาพของผู้ประกอบการเซรามิคกรณศี ึกษาสถานประกอบการเซรามิค ตาบลท่าผา อาเภอ

34

เกาะคา จังหวัดลาปาง ได้ศึกษาปัจจัยการตลาดพบว่าศักยภาพในการบริหารของ ผู้ประกอบการท่ีไม่
สามารถควบคุมการบริหารได้คอื การคา่ แรงงานที่เพ่ิมสูงขึ้นการให้สว่ นลด แกล่ กู คา้ ไม่ใช่วธิ กี ารบริหารท่ีมี
ประสิทธภิ าพแต่ควรเปน็ การลดตน้ ทนุ ในการผลิตมากกว่า ดงั ท่ี งานวิจัยของผจงศักดหิ์ มวดสาง(2556) ได้
ศกึ ษาแนวทางการพัฒนาศักยภาพกาตลาดสาหรบั ผปู้ ระกอบการกรณศี กึ ษาวสิ าหกจิ ผลติ ภณั ฑเ์ ทยี นหอม
ได้ทาการศึกษาแนวคิดกลยุทธ์ส่วนประสม ทางการตลาด พบว่า ด้านผลิตภัณฑ์เทียนหอมควรมีความ
หลากหลายในการผลติ เนือ่ งจาก มีการสง่ เสริมการท่องเท่ยี วของรฐั บาลก็กระตุ้นใหม่ชาวตา่ งชาติเข้ามาใน
ประเทศไทยมากข้ึน การหัน มาผลิตเทียนหอมในรปู แบบของขวัญ หรือของฝากก็เป็นอีกช่องทางการใน
เพิ่มศักยภาพ ในการแขง่ ขันในตลาดได้และสอดคลอ้ งกับงานวจิ ยั ของชมพูนุช ศรีเพ็ญ (2549)ไดศ้ กึ ษา 76
การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลติ ภัณฑเ์ ทยี นหอมแฟนซีCandle field ถนนนวมินทร์ แขวงคลองก่มุ เขตบงึ กมุ่
จังหวัดกรุงเทพมหานคร จากการศึกษาพบว่า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์เทียนหอมแฟนซี การ
ออกแบบต้องมีความหลากหลายเป็นงานท่ีตอ้ งใช้ความชานาญฝีมือ ทกั ษะทางด้าน ศลิ ปะอกี ทั้งรปู แบบมี
เอกลกัษณ์ท่ีเฉพาะตัวและมีความน่าสนใจการต้ังราคาผลิตภัณฑ์จึงมีราคาสูง กว่าผลิตภัณฑ์เทียนหอม
แฟนซีท่ัวไปท่ใี ช้จุดเพอื่ แสงสวา่ งหรอื เพอ่ื ประดับตกแต่งความสวยงาม ผลการศกึ ษากลยทุ ธ์ทางการตลาด
ของผู้ประกอบการส่งออกเทียนหอมจาก ไขถ่ัว เหลืองพบว่าการตลาดส่งออกควรมีปัจจัยที่สาคัญอยู่
ดว้ ยกันการสรา้ งความเป็นสากลมีปจั จยั สาคญั ดงั น้ี 1) เงินทนุ ทแ่ี สดงถึงความพร้อมของผู้ประกอบการ 2)
เข้าใจพฤติกรรมการส่งออก 3) การตอบสนองความต้องการลูกค้า 4) การร่วมทุนบริษัทต่างชาตกิ ารเปน็
พนั ธมติ รกันถ้าผู้จาหนา่ ยกับผู้ซื้อเปน็ ประเทศเดียวกันการเข้าใจในพฤตกิ รรมของผบู้ รโิ ภคกจ็ ะมีมากข้ึน 5)
อินเทอร์เน็ตการเพ่ิมช่องทางการกระจายสินค้าให้สง่ ไปยังต่างประเทศได้งา่ ยและผู้ซือ้ ในต่างประเทศไม่
ต้องหาซ้ือสินค้าทีต่ อ้ งเดนิ ทางไกลปัจจุบันผู้ประกอบการไทยส่งออกเทยี นหอม เหน็ ความสาคญั ในเร่ืองน้ี
และสร้างช่องทางการขายใหม่ๆอย่างเช่น Alibaba เครื่องมือขายตรง สอดคล้องกับงานวิจัยของ John
W.(2012) ได้ศึกษาเรอื่ งผลประกอบการของผูป้ ระกอบการท่ี ประสบความสาเร็จในการส่งออกผลติ ภณั ฑ์
ใหม่ภายใต้ระดับความแตกต่างของความรุนแรงใน การแข่งขันและทุนทางการเงิน ได้ศึกษา
สภาพแวดล้อมในการแข่งขันพบว่า ผู้ประกอบการต้องมี แหล่งเงินทุนท่ีสามารถเข้าถึงความพร้อมเพือ่
สนับสนนุ การตลาดและยงั ชว่ ยลดความเสยี่ งในเชงิ รกุ เงนิ ทุนยังสร้างความเขม้ แข็งการตลาดซงึ่ แยกเปน็ 2
กลมุ่ คอื การเขา้ ใจพฤตกิ รรมการส่งออก และเทคโนโลยที ี่ไม่ซ้ากันในการพัฒนาและสอดคลอ้งกบงั านวิจัย


Click to View FlipBook Version