The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by SNCLibrary, 2023-06-12 02:11:34

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง ด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเอง และทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด

นางสุนทรี ขะชาตย์ / นางสาวสุพัตรา จันทร์สุวรรณ / นางปวิดา โพธิ์ทอง / นางเสาวลักษณ์ ศรีโพธิ์

45 จากตารางที่4 พบว่าผลการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาและความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรูปแบบ การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถ ของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี พบว่า แต่ละรายการมีค่าอยู่ในช่วง 0.67-1.00 โดยผู้ทรงคุณวุฒิมี ข้อเสนอแนะให้มีการปรับแผนการจัดการเรียนรู้ในส่วนสาระการเรียนรู้และเนื้อหาให้เพิ่มแนวคิดเกี่ยวกับการ สื่อสารเพื่อการบำบัด ในส่วนของกิจกรรมการเรียนรู้ขั้นสอนให้อธิบายขั้นตอนการสะท้อนคิดให้มีความชัดเจน และเพิ่มสถานการณ์(scenario)ให้มีความหลากหลายเน้นแต่ละอาการให้ชัดเจน เพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วน ร่วมในการลงมือปฏิบัติ รวมทั้งปรับแบบบันทึกการสะท้อนคิดเกี่ยวกับประสบการณ์ด้านบวกและด้านลบที่ ชัดเจน ตอนที่ 3 ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ตารางที่ 5การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ความรู้ จำนวน นักศึกษา คะแนน เต็ม X SD. Levene’s Test for Equality of Variances t P F sig ก่อนเรียน 75 10 6.84 1.07 1.21 .27 -1.29 .201 หลังเรียน 75 10 7.08 1.22 จากตารางที่ 5 พบว่าผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เมื่อพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ย ความรู้ พบว่า คะแนนเฉลี่ยความรู้หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน มากกว่าคะแนนเฉลี่ยความรู้ก่อนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน


46 ตารางที่ 6การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเองระหว่างก่อนและหลัง การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ความมั่นใจ จำนวน นักศึกษา คะแนน เต็ม X SD. Levene’s Test for Equality of Variances t P F sig ก่อนเรียน 75 75 47.27 11.94 3.44 .066 -4.23 .000 หลังเรียน 75 75 54.48 8.69 จากตารางที่ 6 พบว่าผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเองระหว่างก่อนและ หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร บัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเมื่อพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเอง พบว่า คะแนนเฉลี่ยความ มั่นใจในความสามารถของตนเองหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานมากกว่า คะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเองก่อนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐาน


47 ตารางที่ 7การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดระหว่างก่อนและหลังการ จัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้น ปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ทักษะการ สื่อสารเพื่อ การบำบัด จำนวน นักศึกษา คะแนน เต็ม X SD. Levene’s Test for Equality of Variances t P F sig ก่อนเรียน 75 100 42.17 16.89 32.24 .000 14.357 .000 หลังเรียน 75 100 74.12 9.28 จากตารางที่7 พบว่าผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดระหว่างก่อนและหลัง การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ เมื่อพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด พบว่า คะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการ บำบัดหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานมากกว่าคะแนนเฉลี่ยทักษะการ สื่อสารเพื่อการบำบัดก่อนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน


48 ตอนที่4 ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการ บำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ตารางที่8 ผลการประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ที่ รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน แปลผล ลักษณะการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง 1 การแนะนำก่อนการเรียนรู้มีความเหมาะสม 4.43 0.62 มาก 2 การชี้แจงวัตถุประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจน 4.56 0.60 มากที่สุด 3 การเตรียมความรู้ทางวิชาการมีความเหมาะสม 4.45 0.58 มาก 4 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้มีความน่าสนใจ 4.60 0.55 มากที่สุด 5 การจัดประสบการณ์โดยให้ผู้เรียนปฏิบัติในสถานการณ์เสมือนจริงมีความเหมาะสม 4.56 0.56 มากที่สุด 6 การมอบหมายกิจกรรมการเรียนรู้มีความชัดเจน 4.28 0.75 มาก 7 การสรุปผลการเรียนรู้มีความชัดเจน 4.61 0.54 มากที่สุด 8 ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสม 4.49 0.53 มาก 9 กระบวนการจัดการเรียนรู้ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ทางวิชาการเพิ่มขึ้น 4.63 0.51 มากที่สุด 10 กระบวนการจัดการเรียนรู้ช่วยให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในการปฏิบัติทักษะที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 4.51 0.58 มากที่สุด 11 กระบวนการจัดการเรียนรู้ช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 4.53 0.55 มากที่สุด สถานการณ์เสมือนจริง(Scenario) 1 สถานการณ์เสมือนจริงมีความท้าทายช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจอยากเรียนรู้ 4.65 0.51 มากที่สุด 2 สถานการณ์เสมือนจริงมีความใกล้เคียงกับสถานการณ์ที่เป็นจริง 4.48 0.60 มาก 3 สถานการณ์เสมือนจริงช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน 4.52 0.58 มากที่สุด 4 สถานการณ์เสมือนจริงช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนนำความรู้เดิมมาคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ 4.55 0.55 มากที่สุด 5 ผู้ป่วยเสมือนจริงแสดงพฤติกรรมได้ตามสถานการณ์จริง 4.63 0.51 มากที่สุด ผู้สอน 1 ผู้สอนเชื่อมโยงประสบการณ์การเรียนรู้เดิมของผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง 4.51 0.62 มากที่สุด 2 ผู้สอนสามารถใช้คำถามสะท้อนเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี 4.65 0.51 มากที่สุด 3 ผู้สอนมีวิธีการสะท้อนคิดผู้เรียนที่หลากหลาย 4.65 0.51 มากที่สุด 4 ผู้สอนสามารถสะท้อนคิดผู้เรียนได้ครอบคลุมทุกประเด็น 4.57 0.52 มากที่สุด 5 ผู้สอนสามารถกระตุ้นผู้เรียนให้สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้เป็นความคิดรวบยอดได้ตรงประเด็น และมี แนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ 4.64 0.51 มากที่สุด ผู้เรียน 1 ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์เรียนรู้เดิมที่เกี่ยวข้องได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ 4.19 0.56 มาก 2 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสะท้อนคิดประเด็นการเรียนรู้ต่างๆ 4.36 0.65 มาก 3 ผู้เรียนสามารถสะท้อนคิดประเด็นการเรียนรู้ได้ตรงประเด็น 4.25 0.64 มาก 4 ผู้เรียนสามารถสรุปการเรียนรู้เป็นความคิดรวบยอดได้ถูกต้อง 4.32 0.64 มาก 5 ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ 4.36 0.69 มาก


49 ที่ รายการประเมิน(ต่อ) ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน แปลผล การประเมินผลการเรียนรู้ 1 การประเมินผลได้ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ 4.47 0.62 มาก 2 กำหนดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่ชัดเจน 4.56 0.60 มากที่สุด 3 ใช้วิธีการและเครื่องมือหลาย ๆ แบบในการประเมินผลการเรียนรู้ 4.51 0.60 มากที่สุด ทรัพยากรการเรียนรู้ 1 วัสดุ อุปกรณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้พร้อมใช้ 4.33 0.68 มาก 2 สถานที่ในการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสม 4.36 0.67 มาก ค่าเฉลี่ยโดยรวม 4.50 0.59 มาก จากตารางที่ 8 พบว่าผลการประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรีมีค่าเฉลี่ย โดยรวมเท่ากับ 4.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.59 ซึ่งรายการที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ เสมือนจริงมีความท้าทายช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจอยากเรียนรู้ ผู้สอนสามารถใช้คำถามสะท้อนเกี่ยวกับสิ่ง ที่ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี และผู้สอนมีวิธีการสะท้อนคิดผู้เรียนที่หลากหลายมี ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.65 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.51 ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ ผู้เรียน สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์เรียนรู้เดิมที่เกี่ยวข้องได้จากกิจกรรมการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.19 ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.56


50 ผลการสะท้อนคิดจากกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริม ความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตร พยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี 1.นักศึกษาได้เรียนรู้ประเด็นต่าง ๆ จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ได้แก่ - ได้เรียนรู้เทคนิคการสื่อสาร การแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า ทำให้รู้จักตนเองมากขึ้น - เทคนิคการใช้ภาษากับผู้ป่วย การกระตุ้น การสะท้อนความคิดของผู้ป่วย - ได้เห็นพัฒนาการของตนเอง มีการเรียงลำดับเหตุการณ์คำถามได้ดีขึ้น - เรียนรู้การใช้คำพูด การวางตัวกับผู้ป่วย - เรียนรู้การรับมือกับผู้ป่วย ขั้นตอนการสร้างสัมพันธภาพ ตั้งแต่ การทักทาย การแนะนำตัว การ ถามชื่อ การกล่าววัตถุประสงค์ การแจ้งการรักษาความลับ การถาม การทำความเข้าใจ การสรุปและจบการ สนทนา การเน้นประเด็น - ทำให้ทราบถึงการเลือกใช้เทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละสถานการณ์ อย่างมีสติ และวางตัวให้เหมาะสมตามบทบาทวิชาชีพพยาบาล - ได้เรียนรู้ทักษะการสื่อสารรูปแบบต่าง ๆ การสร้างสัมพันธภาพเชิงวิชาชีพกับผู้ป่วย โดยต้องมีการ ตระหนักรู้ในตนเอง เข้าใจผู้ป่วย สร้างความไว้วางใจก่อนเข้าสู่ปัญหาจะได้เข้าใจลักษณะอาการ อารมณ์ ความรู้สึกผู้ป่วยแต่ละโรคมากขึ้น ว่าผู้ป่วยรู้สึกอย่างไร ควรจะพูดหรือถามแบบไหน ใช้เทคนิคอะไรเข้าหา ผู้ป่วย ควรพูดไม่ควรพูดอะไร - ได้เรียนรู้ข้อดีและข้อควรปรับปรุงของตนเองในการสื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้ป่วย - ได้เรียนรู้ที่จะอดทน ใช้ความอ่อนโยนในการพูดคุยกับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิต - ได้ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลิก สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง ของนักศึกษาในการสื่อสารกับผู้ป่วย จิตเวช - ได้เห็นภาพที่ชัดเจน - ได้เรียนรู้ประสบการณ์การสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด เทคนิคที่นำไปใช้จริง การเข้าถึงผู้ป่วยลักษณะต่าง ๆ ว่าต้องเข้าหาด้วยเทคนิคใด - เป็นการเรียนรู้ที่มีประโยชน์ เพราะขมวดประเด็นสำคัญไว้ในสถานการณ์ 2. ความรู้สึกของนักศึกษาต่อสิ่งที่เรียนรู้จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน มี ดังนี้ - รู้สึกความตื่นเต้นและความกังวลลดลง - รู้สึกว่าตนเองมีการพัฒนาขึ้น - รู้สึกดีที่มีโอกาสได้ฝึกแบบนี้ - รู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจที่สามารถพูดคุยกับผู้ป่วยจิตเวชได้ - รู้สึกตื่นเต้น ท้าท้าย เมื่อ่ได้ทำก็รู้สึกอยากทำอีก อยากฝึกฝนให้ตนเองมีทักษะเพิ่มมากขึ้น รู้สึก ชอบ รู้สึกดีเมื่อได้ลองทำ ได้ดูเพื่อทำ และมาสรุปร่วมกันในชั้นเรียน - รู้สึกพึงพอใจกับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการจัดการเรียนรู้โดยใสถานการณ์จำลอง ทำให้เห็นภาพมากขึ้น - รู้สึกว่ามีความกระตือรือร้นมากขึ้นในการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ว่าสถานการณ์นี้ควรจะใช้เทคนิค อะไรและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน


51 - รู้สึกปรับใจในการเรียนสถานการณ์จำลองทำให้มั่นใจในการนำไปใช้กับผู้ป่วยจริง - มีทัศนคติที่ดีต่อการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด ทำให้มีความสนุกและ ประทับใจในการเรียนรู้ 3. นักศึกษาเกิดการวางแผนการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ดังนี้ - การนำเทคนิคไปใช้ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า - การปรับบุคลิกท่าทาง ความน่าเชื่อถือ การสบตา คำพูดน้ำเสียง การลำดับเหตุการณ์ ในการ เผชิญสถานการณ์จริง - นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในการการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด ให้ผู้ป่วยเกิดความ ไว้วางใจ - นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปพูดคุยกับผุ้ป่วยจิตเวชเมื่อต้องไปปฏิบัติงาน และจะสื่อสารอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ เกิดความตื่นเต้น และมั่นใจในการสื่อสารเพื่อการบำบัด - พยายามทำความเข้าใจในอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ป่วย เพื่อเลือกใช้เทคนิคได้ถูกต้อง คาดการณ์ ต่อสถานการณ์ที่อาจจะพบเจอและสื่อสารกับผู้ป่วยจิตเวช นำไปใช้ในการดำเนินการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด ตามขั้นตอน การบริหาร เวลาในการการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด


52 ผลการสนทนากลุ่มเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ของนักศึกษาและอาจารย์ ประเด็นคำถามที่1การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าวช่วยให้นักศึกษา มีความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้นอย่างไร “การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าวช่วยให้นักศึกษามีความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น เพราะนักศึกษาได้ลองปฏิบัติจริงทำให้รู้ ว่าควรใช้ทักษะหรือเทคนิคใดในการพูดคุยสนทนากับผู้ป่วยในสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อนนำไปใช้ในสถานการณ์ จริง” “เป็นแนวทางในการนำไปใช้ในสถานการณ์จริงสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และยังทำให้นักศึกษาเกิดความกล้ามากขึ้นในการสื่อสารกับผู้ป่วย ทำให้นักศึกษาเกิดความมั่นใจในการใช้ ทักษะต่าง ๆ ในการสื่อสารเพื่อการบำบัด” “ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจถึงสถานการณ์และลักษณะของผู้ป่วยจิตเวชแต่ละอาการได้อย่างเหมาะสม ช่วย ให้เห็นภาพเกิดความเข้าใจง่ายขึ้นและลึกซึ้งในสถานการณ์มากขึ้น” “เป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีในการขึ้นฝึกปฏิบัติการพยาบาลจิตเวช” “สถานการณ์จำลองช่วยให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงความรู้จากทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในการพูดคุยกับ ผู้ป่วยจิตเวช และเห็นถึงการพัฒนาของตนเอง” “ทำให้นักศึกษาจำข้อดีไปพัฒนาต่อและทราบข้อผิดพลาด ของตนเองจากการลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จำลองเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงตนเองให้สามารถสื่อสารเพื่อการ บำบัดได้อย่างถูกต้อง ทั้งการใช้ถ้อยคำในการพูดคุย และบุคลิกภาพในการวางตัวอย่างเหมาะสมขณะสื่อสาร กับผู้ป่วยจิตเวช “ “ทำให้รู้และเข้าใจในหลักการและลำดับขั้นตอนในการสร้างสัมพันธภาพและสื่อสารเพื่อการบำบัดกับ ผู้ป่วยจิตเวชได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม” ประเด็นคำถามที่ 2 แนวทางปรับปรุงการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ดังกล่าวที่ช่วยให้นักศึกษามีความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น มีอะไรบ้าง ด้านผู้สอน “มีการกระตุ้นนักศึกษาโดยการถาม กระตุ้นให้คิดตาม ค้นหาคำตอบและเชื่อมโยงความรู้ให้เข้าใจง่าย ควรให้นักศึกษาทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ” “การชี้แจงดีแล้ว ไม่ต้อปงรับปรุงแต่ควรแนะนำแหล่งความรู้ให้ศึกษาเพิ่มเติม” “ ควรเพิ่มระยะเวลาในการสนทนาแต่ละบุคคลให้นานขึ้น” “ควรเพิ่มสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปให้มีความหลากหลาย” ด้านผู้เรียน “ต้องเตรียมตัว เตรียมความพร้อมทบทวนตำรามาก่อนล่วงหน้าให้มีความรู้ จดจำเทคนิคต่าง ๆ ให้ได้ก่อน เข้ารับการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง” “ต้องควบคุมความวิตกกังวลของตนเองให้ได้ มีสติทุกครั้งใน การสื่อสารกับผู้ป่วยมาตรฐาน และพยายามสื่อสารให้ต่อเนื่องจนครบลำดับขั้นตอน” “ต้องฝึกฝนทักาะการ สื่อสารเพื่อนำเทคนิคต่างๆ ไปปรับใช้ในสถานการณ์” “ตระหนักถึงความจำเป็นของการเตรียมความพร้อม


53 ของตนเองโดยการเตรียมความพร้อมและฝึกฝนเพิ่มเติมทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดก่อนเข้ารับการเรียนรู้ ในสถานการณ์จำลองเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจในสถานการณ์มากขึ้น” “ต้องฝึกการประเมินสีหน้าท่าทาง อารมณ์และพฤติกรรมและจับประเด็นต่าง ๆ จากคำพูดของผู้ป่วยจิตเวชเพื่อสามารถสื่อสารเพื่อการบำบัดได้ เหมาะสมกับสถานการณ์หรือบริบทผู้ป่วยจิตเวช ช่วยเพิ่มการตระหนักรู้ในตนเองของนักศึกษา” ด้านแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน “ดีแล้ว ชี้แจงให้นักศึกษาเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนเข้าเรียนรู้สถานการณ์จำลอง เพิ่มระยะเวลาในแต่ละ สถานการณ์จำลองมากขึ้น” “นักศึกษาควรมีแผนการเรียนรู้ก่อนเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง และเพิ่มสถานการณ์ให้มีความ หลากหลายและสามารถใช้เทคนิคได้ครบถ้วน” “การมีpre-post test ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้และทราบถึงพัฒนาการของตนเอง” “มีสถานการณ์ที่หลากหลายดีแล้ว มีขั้นตอนการสื่อสารเป็นลำดับขั้นตอนเหมาะสม” “รูปแบบการเรียนรู้ดีอยู่แล้ว แต่ควรมีการปรับปรุงสถานที่ให้เสมือนจริงมากขึ้นและควรมีห้อง Mirror roomให้ผู้ประเมินอยู่อีกห้องลดความกดดัน” ด้านสถานการณ์จำลอง(Scenario) “สมจริง ไม่ซับซ้อน ช่วยให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นภาพที่ชัดเจนแม้ยังไม่ได้ไปฝึก ปฏิบัติที่หอผู้ป่วยจิตเวช” “ เพิ่มสถานการณ์ให้มีความหลากหลายและสามารถใช้เทคนิคได้ครบถ้วน ควรเพิ่มระยะเวลาในแต่ละ สถานการณ์จำลองมากขึ้น และโจทย์กระชับมากกว่านี้” ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่แบบทดสอบความรู้ แบบสอบถามความมั่นใจในความสามารถและแบบ ประเมินทักษะการสื่อสาร “ดีแล้วเหมาะสมสอดคล้องตามเนื้อหาและตรงประเด็นที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงเป็นการประเมินที่ทำให้ทราบ ความรู้ความมั่นใจและทักษะการสื่อสารก่อนและหลังของตนเอง “ “ทำให้ทราบข้อดีและข้อบกพร่องของตนเอง แบบทดสอบความรู้ควรเพิ่มจำนวนข้อให้มากขึ้นและ แตกต่างกันไปเน้นข้อสอบที่ควรรูต้องใช้จริงเมื่อพบเจอผู้ป่วยแต่ละอาการ แบบทดสอบควรมีความแตกต่าง ก่อนหลังคู่ขนาน” “เพิ่มการสะท้อนความรู้สึกและสรุปความรู้หลังการเข้าเรียนรู้จากสถานการณ์จำลอง” ประเด็นคำถามที่3 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ “อยากให้มีการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ต่อไปเพื่อให้นักศึกษาได้เห็นภาพและเข้าใจในอารมณ์ของผู้ป่วย จิตเวชแต่ละอาการแต่ละประเภท”


54 บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง ด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการ บำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี 2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริม ความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตร พยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี 3)เพื่อประเมินประสิทธิผลของ รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจใน ความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้น ปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ลักษณะของประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ประกอบด้วยนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 ที่ลงทะเบียนเรียนใน รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต ปีการศึกษา 2562 จำนวน 125 คน ซึ่งกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วยนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาปฏิบัติการ พยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต ปีการศึกษา 2562 จำนวน 80 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจงตาม กลุ่มนักศึกษาที่ขึ้นฝึกภาคปฏิบัติในโปรแกรมการฝึกภาคปฏิบัติปีการศึกษา 2562 เครื่องมือในการวิจัย เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามสภาพปัญหาและ ความต้องการในการพัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของ ตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง และให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบ ความตรงด้านเนื้อหา (Content Validity) โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence) ผลการประเมินพบว่าค่าอยู่ระหว่าง 0.67-1.0 จากนั้นนำ ข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือก่อนนำไปใช้ต่อไป 2)รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อ การบำบัด ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง โจทย์สถานการณ์จำลอง(Scenario) เรื่อง การสื่อสารเพื่อการบำบัด และแนวทางการเตรียมผู้ป่วยมาตรฐาน ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง และให้ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอน โดยใช้สถานการณ์จำลอง และผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช ตรวจสอบความตรงด้าน เนื้อหา (Content Validity) โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence) ผลการประเมินพบว่าค่าอยู่ระหว่าง 0.67-1.0 จากนั้นนำข้อเสนอแนะที่ได้ ไปปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือก่อนนำไปใช้ต่อไป 3) แบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบประเมินทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด และแบบสอบถามวัดความ มั่นใจในความสามารถของตนเองในการสื่อสารเพื่อการบำบัดผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง และให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3


55 ท่าน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ สถานการณ์จำลอง และผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช ตรวจสอบความตรงด้านเนื้อหา (Content Validity) โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์ (Index of ItemObjective Congruence) ผลการประเมินพบว่าค่าอยู่ระหว่าง 0.67-1.0 จากนั้นนำข้อเสนอแนะที่ได้ไป ปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือก่อนนำไปใช้ต่อไป และนำมาหาค่าความเที่ยงของเครื่องมือ (Reliability) โดยนำไป ทดลองใช้กับนักศึกษาพยาบาลที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คนและตรวจสอบค่าความ เที่ยงโดยหาค่าความเชื่อมั่นด้วยสัมประสิทธิแอลฟาของครอนบัค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ซึ่ง แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด มีค่าเท่ากับ 0.75 แบบประเมินทักษะการสื่อสารเพื่อ การบำบัด มีค่าเท่ากับ 0.97 และแบบสอบถามวัดความมั่นใจในความสามารถของตนเอง มีค่าเท่ากับ 0.79 4)แบบสอบถามการสนทนากลุ่มเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดผู้วิจัย สร้างขึ้นเอง และให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลอง และผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลสุขภาพจิต และจิตเวช ตรวจสอบความตรงด้านเนื้อหา (Content Validity) โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อ คำถามกับจุดประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence) ผลการประเมินพบว่าค่าอยู่ระหว่าง 0.67-1.0 จากนั้นนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือก่อนนำไปใช้ต่อไป และ5)แบบสอบถามความ พึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ผู้วิจัย สร้างขึ้นเอง และให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลอง และผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลสุขภาพจิต และจิตเวช ตรวจสอบความตรงด้านเนื้อหา (Content Validity) โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อ คำถามกับจุดประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence) ผลการประเมินพบว่าค่าอยู่ระหว่าง 0.67-1.0 จากนั้นนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไขเครื่องมือก่อนนำไปใช้ต่อไป และนำมาหาค่าความเที่ยง ของเครื่องมือ (Reliability) โดยนำไปทดลองใช้กับนักศึกษาพยาบาที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คนและตรวจสอบค่าความเที่ยงโดยหาค่าความเชื่อมั่นด้วยสัมประสิทธิแอลฟาของครอนบัค (Cronbach’s Alpha Coefficient) เท่ากับ 0.80 การดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใชระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อการ พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจใน ความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด โดยมีขั้นตอน การวิจัยและพัฒนา 4 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่1 ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐาน และ ร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้(Research-R1: Analysis and Design) โดยทำการ สังเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด และทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ อาจารย์ผู้สอนประจำภาค วิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช รองผู้อำนวยการกลุ่มงานวิชาการ จำนวน 4 ท่าน และวิเคราะห์ข้อมูล สภาพปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน นำผล


56 การสังเคราะห์และวิเคราะห์ดังกล่าวที่ได้มาร่างแนวทางการจัดการเรียนรูและ พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและ ทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ซึ่งประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง โจทย์ สถานการณ์จำลอง (Scenario) เรื่องการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบประเมินทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด และ แบบสอบถามวัดความมั่นใจในความสามารถของตนเองในการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบสอบถามการสนทนา กลุ่มเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความ มั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด และแบบสอบถามความพึงพอใจของ ผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริม ความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ขั้นที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู (Development-D1: Development Model) โดย ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือการวิจัยโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอน สถานการณ์จำลอง ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน และผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลสุขภาพจิตและจิต เวช ตามแนวทางการประเมิน วิเคราะห์ผลตรวจสอบความเชื่อมั่นของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลอง โดยหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง(Index of Conquency) หาความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิแอลฟาของครอนบัค (Cronbach’s Alpha Coefficient) และทําการปรับปรุงแกไขและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรูตามข้อเสนอแนะ ขั้นที่ 3 นํารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ที่พัฒนาขึ้นไปใช (Research-R2: Implement) โดยการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ได้ไปทดลองใช้กับนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร บัณฑิตชั้นปีที่3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาปฏิบัติการพยาบาล บุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต ปีการศึกษา 2562 จำนวน 40 คน ซึ่งเป็นนักศึกษากลุ่มที่1-5 กลุ่มละ 8 คน ใน ชั่วโมงเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นฝึกภาคปฏิบัติ วิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลทีมีปัญหาทางสุขภาพจิต โดยมี การจัดเตรียมความพร้อมทั้งอาจารย์ผู้สอน นักศึกษา สถานที่และวัสดุอุปกรณ์ ใชระเบียบวิธีวิจัยเชิง ปฏิบัติการและทําการเก็บรวบรวมขอมูลผลการประเมินความรู้ทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด และการรับรู้ ตนเองต่อความมั่นใจในความสามารถของตนเอง ทําการวิเคราะหขอมูลที่ไดจากการประเมิน โดยวิเคราะห์ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาค่าความเชื่อมั่น(Cronbach’s Alpha Coefficient) ทําการเก็บรวบรวมขอมูลจากการสังเกต สัมภาษณ สนทนากลุมยอย และการสะทอนคิดของผู เรียน การสนทนากลุมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และทําการวิเคราะหโดยใชวิธีการวิเคราะหเนื้อหา เพื่อตรวจสอบ ความเหมาะสมและทําการปรับปรุงแกไขและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรูใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขั้นที่ 4 ปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริม ความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด (Development-D2 : Evaluation) กับนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต ปีการศึกษา 2562 จำนวน 75 คน ซึ่งเป็นนักศึกษากลุ่มที่6-15 กลุ่มละ 7-8 คน ในชั่วโมงเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นฝึกภาคปฏิบัติ วิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลทีมีปัญหาทางสุขภาพจิต ทำการเก็บรวบรวมขอมูลผลการประเมินความรู้ทักษะ การสื่อสารเพื่อการบำบัด และการรับรู้ตนเองต่อความมั่นใจในความสามารถของตนเอง และวิเคราะหขอมูล ที่ไดจากการประเมิน โดยวิเคราะห์ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์


57 เปรียบเทียบด้วยสถิติpaired t- test ทําการเก็บรวบรวมขอมูลจากการสังเกต สัมภาษณ สนทนากลุมยอย และการสะทอนคิดของผูเรียน การสนทนากลุมของผูที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และทําการวิเคราะหโดยใชวิธีการวิ เคราะหเนื้อหา เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมและทําการปรับปรุงแกไขและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรูให มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งประเมินผลความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว ทําการ วิเคราะห์ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้และนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง ด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการ บำบัดไปใช้พัฒนานักศึกษาต่อไป สรุปผลการวิจัย ผลการวิจัยนำเสนอผลเป็น 3 ตอน ดังนี้ตอนที่ 1 ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการ สื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 ตอนที่2 ผลการตรวจสอบ คุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความ มั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร บัณฑิตชั้นปีที่ 3 และตอนที่3 ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อ การบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 ตอนที่ 1 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาล ศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 จากการสำรวจสภาพปัญหาและ ความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและ ทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ อาจารย์ผู้สอนประจำภาควิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช จำนวน 4 ท่าน ซึ่ง เป็นเพศหญิง ส่วนใหญ่ อายุระหว่าง 40-60 ปี คิดเป็นร้อยละ75 ทุกคนมีวุฒิการศึกษาสูงสุด ปริญญาโท ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ การสอนวิชาการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต และสอนวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหา ทางสุขภาพจิต11-15 ปี คิดเป็นร้อยละ75 และมีประสบการณ์ การมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลอง โดยใช้ผู้ป่วยมาตรฐาน 1-5 ปี สอบถามและสัมภาษณ์ในประเด็นด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้าน อาจารย์ผู้สอน ด้านผู้เรียน ลักษณะการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง การออกแบบสถานการณ์ ((Scenario) ผลลัพธ์การเรียนรู้ พบว่า สภาพปัญหาและแนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง ด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการ บำบัดของนักศึกษา มีค่าเฉลี่ย โดยรวมเท่ากับ 3.07 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.33 โดยส่วนใหญ่มี สภาพปัญหาในการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งสภาพปัญหาที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือด้านการ ออกแบบสถานการณ์จำลอง(Scenario) มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.25-3.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระหว่าง0.58- 0.96 จากข้อเสนอแนะเพิ่มเติม พบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานจัดใน รายวิชาภาคทฤษฎียังไม่ได้นำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมภาคปฏิบัติ ซึ่งอาจารย์ผู้สอนมี


58 ข้อเสนอแนะให้มีการออกแบบสถานการณ์((Scenario)ให้ครอบคลุมทุกเทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัด มี แนวทางการสะท้อนคิดและสรุปผลการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและสามารถประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้เกี่ยวกับ ความมั่นใจและทักษะะการสื่อสารของนักศึกษาได้เป็นรายบุคคล เพื่อสามารถให้ข้อมูลย้อนกลับในการพัฒนา นักศึกษาได้ตรงตามสภาพจริง ผู้วิจัยดำเนินการร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยทำการสังเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีเอกสารและ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความ มั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด นำผลการวิเคราะห์และสังเคราะห์ที่ ได้มาร่างแนวทางการจัดการเรียนรูและ พัฒนาแผนการจัดการเรียนรูที่โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง โจทย์สถานการณ์จำลอง(Scenario) เรื่องการ สื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้ที่มีความผิดปกติทางการคิด การรับรู้ อารมณ์ และพฤติกรรม และจัดทำแบบ ประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบประเมินทักษะ การสื่อสารเพื่อการบำบัด และแบบสอบถามวัดความมั่นใจในความสามารถของตนเองในการสื่อสารเพื่อการ บำบัด จัดทำแบบสอบถามการสนทนากลุ่มเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อ การบำบัด ตอนที่ 2 ผลการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการ บำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 ผลการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาและความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของของรูปแบบการจัดการ เรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเอง และทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง โจทย์สถานการณ์จำลอง(Scenario) เรื่องการสื่อสารเพื่อการ บำบัดกับผู้ที่มีความผิดปกติทางการคิด การรับรู้ อารมณ์ และพฤติกรรม และ จัดทำแบบประเมินผลลัพธ์ การเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบประเมินทักษะการสื่อสารเพื่อ การบำบัด และแบบสอบถามวัดความมั่นใจในความสามารถของตนเองในการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบสอบถามการสนทนากลุ่ม แบบสะท้อนคิด และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจใน ความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด พบว่าผลการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาและ ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี พบว่า แต่ละรายการมี ค่าอยู่ในช่วง 0.67-1.00 โดยผู้ทรงคุณวุฒิมีข้อเสนอแนะให้มีการปรับแผนการจัดการเรียนรู้ในส่วนสาระการ เรียนรู้และเนื้อหาให้เพิ่มแนวคิดเกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด ในส่วนของกิจกรรมการเรียนรู้ขั้นสอนให้ อธิบายขั้นตอนการสะท้อนคิดให้มีความชัดเจน และเพิ่มสถานการณ์ (scenario)ให้มีความหลากหลายเน้นแต่ ละอาการให้ชัดเจน เพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติ รวมทั้งปรับแบบบันทึกการสะท้อนคิด


59 เกี่ยวกับประสบการณ์ด้านบวกและด้านลบที่ชัดเจน โดยได้นำไปทดลองใช้ในนักศึกษาที่ใกล้เคียงกับกลุ่ม ตัวอย่าง และวิเคราะห์เนื้อหาจากการสนทนากลุ่มกับนักศึกษาและอาจารย์เกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและ ทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด พบว่า“ควรให้นักศึกษาทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ” “ ควรเพิ่มระยะเวลาในการสนทนาแต่ละบุคคลให้นานขึ้น” “เพิ่มระยะเวลาในแต่ละสถานการณ์ จำลองมากขึ้น” “ เพิ่มสถานการณ์ให้มีความหลากหลายและสามารถใช้เทคนิคได้ครบถ้วน ควรเพิ่มระยะเวลา ในแต่ละสถานการณ์จำลองมากขึ้น และโจทย์กระชับมากกว่านี้” “เพิ่มการสะท้อนความรู้สึกและสรุปความรู้ หลังการเข้าเรียนรู้จากสถานการณ์จำลอง” ผู้วิจัยจึงนำข้อมูลดังกล่าวไปปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ให้มีความเหมาะสม โดยเพิ่มโจทย์สถานการณ์จำลอง(Scenario)เรื่อง การสื่อสารเพื่อการบำบัด ซึ่งผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตทักษะการปฏิบัติการพยาบาล ในการสอบOSCEวิชา ปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตเกี่ยวกับทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด โดยเฉพาะในผู้ที่มี ความผิดปกติทางการคิด การรับรู้ อารมณ์ และพฤคิกรรม ซึ่งพบบ่อยในผู้ป่วยโรคจิตเภท โรคจิตจากสารเสพ ติด โรคอารมณ์แปรปรวนและโรคซึมเศร้า ซึ่งโจทย์สถานการณ์เป็นเหตุการณ์ที่มักพบในหอผู้ป่วยจิตเวชจาก สถานการณ์จริง ได้แก่ (1) การสื่อสารกับผู้รับบริการที่มีพฤติกรรมแยกตัว (2) การสื่อสารกับผู้รับบริการที่มี อาการหูแว่ว เช่นพูดคนเดียว และ (3)การสื่อสารกับผู้รับบริการที่มีพฤติกรรมหวาดระแวง ซึ่งคลอบคลุมอาการ หลงผิด ประสาทหลอน (4) การสื่อสารกับผู้รับบริการที่มีพฤติกรรมครื้นเครง (5) การสื่อสารกับผู้รับบริการที่มี อารมณ์ซึมเศร้า ซึ่งโจทย์สถานการณ์Scenario ประกอบด้วย ข้อมูลผู้ป่วย ได้แก่ ชื่อผู้ป่วย ลักษณะของ ผู้ป่วย อาการสำคัญ วินิจฉัยโรค สรุปกรณีผู้ป่วย ผลการตรวจร่ากาย การตรวจสภาพจิต และประวัติการ เจ็บป่วย โดยโจทย์สถานการณ์มีจำนวน 4 Scenario ได้แก่Scenario ที่1 ผู้ป่วยโรคจิตเภท มีอาการแยกตัว นั่งหลับตาเป็นบางครั้ง นั่งเพียงลำพัง ถามคำตอบคำ Scenarioที่2 ผู้ป่วยโรคจิตจากสารเสพติด มีอาการหลง ผิดประสาทหลอน หวาดระแวง พูดคนเดียว Scenario ที่3 ผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวน มีอาการครื้นเครง บางครั้งหงุดหงิด เจ้ากี้เจ้าการ พูดมาก Scenario ที่4 ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อารมณ์เศร้า พูดช้า มีความคิด อยากฆ่าตัวตาย โดยมีแบบตรวจสอบรายการ(check-list) ตามทักษะปฏิบัติการสื่อสารเพื่อการบำบัด สำหรับ เป็นบทในการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยมาตรฐาน(Standardized Patient) มีจำนวนทั้ง 4 ชุด ซึ่งมีความ สอดคล้องกับโจทย์สถานการณ์ ทั้ง 4 Scenario และในส่วนของกิจกรรมการเรียนรู้ขั้นสอนให้อธิบายขั้นตอน การสะท้อนคิดให้มีความชัดเจน โดยผู้วิจัยได้จัดทำแนวทางการสะท้อนคิดตามแนวคิดวงจรสะท้อนคิดของ Gibb’s reflective cycle เป็นคำถามกระตุ้นให้คิดดังนี้1) จากสถานการณ์จำลองดังกล่าวมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หรือนักศึกษาสังเกตเห็นอะไรบ้าง 2) นักศึกษาคิดและรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์จำลองดังกล่าว 3) ประสบการณ์ที่ดีที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง และประสบการณ์ที่ไม่ดีที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง 4)อะไรน่าจะเป็น สาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว 5)สถานการณ์จำลองดังกล่าวส่งผลอย่างไร (เน้นที่ประเด็นต่าง ๆ ที่นักศึกษาร่วมกันวิเคราะห์เชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์เหตุผล วิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญ หรือคิดพิจารณาไตร่ตรอง) 6) นักศึกษาต้องปฏิบัติอย่างไร หรือมีวิธีปรับปรุงอย่างไร(ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นอีกครั้งนักศึกษาจะลงมือปฏิบัติกับผู้รับบริการอย่างไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม) 7)นักศึกษาได้เรียนรู้อะไรบ้าง จากสถานการณ์จำลองดังกล่าว(สรุปการเรียนรู้ที่ได้7)นักศึกษาจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการ ปฏิบัติการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชอย่างไร หรือนักศึกษาจะพัฒนาปรับปรุงตนเองอย่างไร และ7) นักศึกษาบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ที่กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร ถ้ายังไม่บรรลุเป้าหมายนักศึกษาจะทำอย่างไร ต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ดังกล่าว และนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย


60 ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ไปใช้กับนักศึกษากลุ่มตัวอย่างเพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ต่อไป ตอนที่3 ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการ บำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 การประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 มีรายละเอียดดังนี้ 3.1 ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราช ชนนี สุพรรณบุรี ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เมื่อพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยความรู้ พบว่า คะแนนเฉลี่ยความรู้หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 7.08 มากกว่าคะแนนเฉลี่ยความรู้ก่อนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน มีค่าเท่ากับ 6.84 3.2 ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเองระหว่างก่อนและหลังการ จัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปี ที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเมื่อ พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเอง พบว่า คะแนนเฉลี่ยความมั่นใจใน ความสามารถของตนเองหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน มีค่าเท่ากับ 54.48 มากกว่าคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเองก่อนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน มีค่าเท่ากับ 47.27 3.3 ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดระหว่างก่อนและหลังการจัดการ เรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเมื่อ พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด พบว่า คะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 74.12 มากกว่าคะแนนเฉลี่ย ทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดก่อนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน มีค่า เท่ากับ 42.17 3.4 ผลการประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรีมีค่าเฉลี่ย โดยรวมเท่ากับ 4.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.59 ซึ่งรายการที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ เสมือนจริงมีความท้าทายช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจอยากเรียนรู้ ผู้สอนสามารถใช้คำถามสะท้อนเกี่ยวกับสิ่งที่ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี และผู้สอนมีวิธีการสะท้อนคิดผู้เรียนที่หลากหลายมี ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.65 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.51 ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ ผู้เรียน สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์เรียนรู้เดิมที่เกี่ยวข้องได้จากกิจกรรมการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.19 ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.56


61 3.5 ผลการสะท้อนคิดจากกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรีพบว่านักศึกษาได้เรียนรู้ ประเด็นต่าง ๆ จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ได้แก่ เทคนิคการสื่อสาร การใช้ภาษากับผู้ป่วย มีการเรียงลำดับเหตุการณ์คำถามได้ดีขึ้น การวางตัวกับผู้ป่วย ขั้นตอนการสร้าง สัมพันธภาพ ตั้งแต่ การทักทาย การแนะนำตัว การถามชื่อ การกล่าววัตถุประสงค์ การแจ้งการรักษา ความลับ การถาม การทำความเข้าใจ การสรุปและจบการสนทนา การเน้นประเด็น การแก้ไขเหตุการณ์ เฉพาะหน้า ทำให้ทราบถึงการเลือกใช้เทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละ สถานการณ์ อย่างมีสติ และวางตัวให้เหมาะสมตามบทบาทวิชาชีพพยาบาลได้เห็นพัฒนาการของตนเอง ทำ ให้รู้จักตนเองมากขึ้น ได้เรียนรู้ข้อดีและข้อควรปรับปรุงของตนเองในการสื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้ป่วยได้ เรียนรู้ที่จะอดทน ใช้ความอ่อนโยนในการพูดคุยกับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิต และได้ตระหนักถึง ความสำคัญของบุคลิก สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง ของนักศึกษาในการสื่อสารกับผู้ป่วยจิตเวช ในส่วนของ ความรู้สึกของนักศึกษาต่อสิ่งที่เรียนรู้จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ได้แก่ รู้สึกดี รู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจที่สามารถพูดคุยกับผู้ป่วยจิตเวชได้ รู้สึกตื่นเต้น ท้าท้าย เมื่อได้ทำก็ รู้สึกอยากทำอีก อยากฝึกฝนให้ตนเองมีทักษะเพิ่มมากขึ้น รู้สึกชอบ รู้สึกดีเมื่อได้ลองทำ รู้สึกพึงพอใจกับสิ่ง ที่ได้เรียนรู้จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง ทำให้เห็นภาพมากขึ้น รู้สึกว่ามีความกระตือรือร้น มากขึ้นในการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ว่าสถานการณ์นี้ควรจะใช้เทคนิคอะไรและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน และ มีทัศนคติที่ดีต่อการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด ทำให้มีความสนุกและประทับใจในการ เรียนรู้ นอกจากนี้นักศึกษายังเกิดการวางแผนการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ เช่น นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในการ การสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด ให้ผู้ป่วยเกิดความไว้วางใจ นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปพูดคุยกับ ผู้ป่วยจิตเวชเมื่อต้องไปปฏิบัติงาน และจะสื่อสารอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นเต้น และมั่นใจในการ สื่อสารเพื่อการบำบัด พยายามทำความเข้าใจในอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ป่วย เพื่อเลือกใช้เทคนิคได้ถูกต้อง คาดการณ์ต่อสถานการณ์ที่อาจจะพบเจอและสื่อสารกับผู้ป่วยจิตเวช นำไปใช้ในการดำเนินการสร้าง สัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด ตามขั้นตอน และคำนึงถึงการบริหารเวลาในการสร้างสัมพันธภาพ และการสื่อสารเพื่อการบำบัด รวมทั้งการปรับบุคลิกท่าทาง ความน่าเชื่อถือ การสบตา คำพูดน้ำเสียง การ ลำดับเหตุการณ์ ในการเผชิญสถานการณ์จริง 3.6 ผลการสนทนากลุ่มเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของ นักศึกษาและอาจารย์ มีรายละเอียดดังนี้ 1) การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ดังกล่าวช่วยให้นักศึกษามีความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น เพราะ “การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าวช่วยให้นักศึกษามีความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น เพราะนักศึกษาได้ลองปฏิบัติจริงทำให้รู้ ว่าควรใช้ทักษะหรือเทคนิคใดในการพูดคุยสนทนากับผู้ป่วยในสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อนนำไปใช้ในสถานการณ์ จริง” “เป็นแนวทางในการนำไปใช้ในสถานการณ์จริงสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และยังทำให้นักศึกษาเกิดความกล้ามากขึ้นในการสื่อสารกับผู้ป่วย ทำให้นักศึกษาเกิดความมั่นใจในการใช้ ทักษะต่างๆ ในการสื่อสารเพื่อการบำบัด” “ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจถึงสถานการณ์และลักษณะของผู้ป่วยจิต เวชแต่ละอาการได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้เห็นภาพเกิดความเข้าใจง่ายขึ้นและลึกซึ้งในสถานการณ์มากขึ้น” 2) แนวทางปรับปรุงการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าวที่ช่วยให้นักศึกษามี


62 ความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น มีดังนี้ ด้านผู้สอน “การชี้แจงดี แล้ว ไม่ต้องปรับปรุงแต่ควรแนะนำแหล่งความรู้ให้ศึกษาเพิ่มเติม”และ ด้านผู้เรียน “นักศึกษาต้องเตรียม ตัว เตรียมความพร้อมทบทวนตำรามาก่อนล่วงหน้าให้มีความรู้ จดจำเทคนิคต่าง ๆ ให้ได้ก่อนเข้ารับการเรียนรู้ โดยใช้สถานการณ์จำลอง ควบคุมความวิตกกังวลของตนเองให้ได้ มีสติทุกครั้งในการสื่อสารกับผู้ป่วย มาตรฐาน และพยายามสื่อสารให้ต่อเนื่องจนครบลำดับขั้นตอน”และ “นักศึกษาต้องตระหนักถึงความจำเป็น ของการเตรียมความพร้อมของตนเองโดยการเตรียมความพร้อมและฝึกฝนเพิ่มเติมทักษะการสื่อสารเพื่อการ บำบัดก่อนเข้ารับการเรียนรู้ในสถานการณ์จำลองเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจในสถานการณ์มากขึ้น” ด้าน แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน “ดีแล้ว” “การมีpre-post test ทำให้ นักศึกษาได้เรียนรู้และทราบถึงพัฒนาการของตนเอง” “มีสถานการณ์ที่หลากหลายดีแล้ว มีขั้นตอนการ สื่อสารเป็นลำดับขั้นตอนเหมาะสม” “รูปแบบการเรียนรู้ดีอยู่แล้ว แต่ควรมีการปรับปรุงสถานที่ให้เสมือนจริง มากขึ้นและควรมีห้อง Mirror roomให้ผู้ประเมินอยู่อีกห้องลดความกดดัน”ด้านสถานการณ์จำลอง (Scenario) “สมจริง ไม่ซับซ้อน ช่วยให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นภาพที่ชัดเจนแม้ยัง ไม่ได้ไปฝึกปฏิบัติที่หอผู้ป่วยจิตเวช” “ดีแล้วเหมาะสมสอดคล้องตามเนื้อหาและตรงประเด็นที่ได้ลงมือปฏิบัติ จริงเป็นการประเมินทำให้ทราบความรู้ความมั่นใจและทักษะการสื่อสารก่อนและหลังของตนเอง “ ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่แบบทดสอบความรู้แบบสอบถามความมั่นใจในความสามารถและแบบประเมิน ทักษะการสื่อสาร “ทำให้ทราบข้อดีและข้อบกพร่องของตนเอง แบบทดสอบความรู้ควรเพิ่มจำนวนข้อให้มาก ขึ้นและแตกต่างกันไปเน้นข้อสอบที่ควรรูต้องใช้จริงเมื่อพบเจอผู้ป่วยแต่ละอาการ แบบทดสอบควรมีความ แตกต่างก่อนหลังเป็นคู่ขนาน” ส่วนข้อเสนอแนะอื่น ๆ “อยากให้มีการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ต่อไป เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นภาพและเข้าใจในอารมณ์ของผู้ป่วยจิตเวชแต่ละอาการแต่ละประเภท” อภิปรายผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ตรวจสอบคุณภาพ และประเมินประสิทธิผลของของรูปแบบ การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถ ของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ซึ่งมีรายละเอียดทั้ง 3 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นที่ 1 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาล ศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 จากการสำรวจสภาพปัญหาและ ความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและ ทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสนทนากลุ่มกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ อาจารย์ผู้สอนประจำภาควิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช ซึ่งส่วนใหญ่มีประสบการณ์การสอนวิชาการ พยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต และสอนวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต และ มีประสบการณ์การมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน มากกว่า 2 ปี พบว่า สภาพปัญหา และแนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริม ความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาโดยส่วนใหญ่มี


63 คือด้านการออกแบบสถานการณ์จำลอง(Scenario) จากข้อเสนอแนะเพิ่มเติม พบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานจัดในรายวิชาภาคทฤษฎียังไม่ได้นำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียม ความพร้อมภาคปฏิบัติ ซึ่งอาจารย์ผู้สอนมีข้อเสนอแนะให้มีการออกแบบสถานการณ์((Scenario)ให้ครอบคลุม ทุกเทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัด โดยการออกแบบสถานการณ์ผู้ป่วยจำลองที่เหมาะสมกับผู้เรียน ทำให้ เพิ่มคุณภาพของการเรียนโดยมีการกำหนดจุดมุ่งหมาย เลือกรูปแบบ ขั้นตอนที่เหมาะสม เขียนเนื้อหา รายละเอียดที่แสดงถึงมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ การดูแลแบบองค์รวม วัสดุอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม เสมือนจริง ปลอดภัย กระตุ้นการเรียนรู้ และเหมาะสมกับระดับผู้เรียน (สมศรี ทาทานและวราภรณ์ ศรีจันทร์ พาล, 2560) และควรมีแนวทางการสะท้อนคิดและสรุปผลการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและสามารถประเมิน ผลลัพธ์การเรียนรู้เกี่ยวกับความมั่นใจและทักษะะการสื่อสารของนักศึกษาได้เป็นรายบุคคล เพื่อสามารถให้ ข้อมูลย้อนกลับในการพัฒนานักศึกษาได้ตรงตามสภาพจริง ผู้วิจัยดำเนินการร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยทำการสังเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีเอกสารและ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความ มั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด นำผลการวิเคราะห์และสังเคราะห์ที่ ได้มาร่างแนวทางการจัดการเรียนรูและ พัฒนาแผนการจัดการเรียนรูโดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ตาม กรอบแนวคิดในการจัดการเรียนรู้ทางการพยาบาลโดยใช้สถานการณ์จำลองของ Jeffries. และ Rogers (2007) ,Jeffries. และ Rogers (2012) เชื่อว่า องค์ประกอบที่สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ผู้สอน ผู้เรียน ลักษณะ การจัดการฝึกปฏิบัติ การออกแบบสถานการณ์จำลอง และผลลัพธ์การเรียนรู้ มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งผลลัพธ์ ที่คาดหวังให้เกิดกับผู้เรียน ประกอบด้วย ความรู้ ทักษะที่แสดงออก ความพึงพอใจ การคิดวิเคราะห์ และ ความมั่นใจในตนเองของผู้เรียน และการเรียนรู้โดยใช้ประสบการณ์เสมือนจริงจากประสบการณ์ของคอล์บ (Kolb’s theory of experiential learning ) รวมทั้งทฤษฎีการสร้างสัมพันธภาพของเพบพลาวและ ทบทวนเทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัด หลักการสื่อสารกับผู้ที่มีความผิดปกติของการคิด การรับรู้ อารมณ์ และพฤติกรรม (Peplau, 1952; Mary and Boyd, 2017) จากตำรา เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง โจทย์สถานการณ์จำลอง(Scenario) และ จัดทำแบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบ ประเมินทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด และแบบสอบถามวัดความมั่นใจในความสามารถของตนเองในการ สื่อสารเพื่อการบำบัด จัดทำแบบสะท้อนคิด แบบสอบถามการสนทนากลุ่มเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและ ทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด เพื่อใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ก่อนและหลังการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จำลอง และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการ สื่อสารเพื่อการบำบัด ประเด็นที่2 ผลการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ผลการ ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาและความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการ สื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้โดย


64 ใช้สถานการณ์จำลอง โจทย์สถานการณ์จำลอง(Scenario) เรื่องการสื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้ที่มีความ ผิดปกติทางการคิด การรับรู้ อารมณ์ และพฤติกรรม แบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบ ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบประเมินทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด และแบบสอบถามวัด ความมั่นใจในความสามารถของตนเองในการสื่อสารเพื่อการบำบัด แบบสะท้อนคิด แบบสอบถามการ สนทนากลุ่มเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด และแบบสอบถามความพึงพอใจ ของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ในแต่ละรายการมี ค่าอยู่ในช่วง 0.67-1.00 โดยผู้ทรงคุณวุฒิมีข้อเสนอแนะให้มีการปรับแผนการจัดการเรียนรู้ในส่วนสาระการ เรียนรู้และเนื้อหาให้เพิ่มแนวคิดเกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด ในส่วนของกิจกรรมการเรียนรู้ขั้นสอนให้ อธิบายขั้นตอนการสะท้อนคิดให้มีความชัดเจน และเพิ่มสถานการณ์ (scenario)ให้มีความหลากหลายเน้นแต่ ละอาการให้ชัดเจน เพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติ สอดคล้องกับผลการศึกษาของสุภาเพ็ญ ปานะวัฒนพิสุทธิ์, ละมัด เลิศล้ำ และชนิดา ธนสารสุธี. (2562) ได้พัฒนารูปแบบโจทย์สถานการณ์เพื่อใช้ใน การจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริง พบว่าสภาพปัญหา ได้แก่ อาจารย์ยังไม่สามารถ ออกแบบโจทย์สถานการณ์ได้เพียงพอและยังไม่ครอบคลุมวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามสมรรถนะชั้นปีและ สมรรถนะเชิงวิชาชีพ โดยโจทย์สถานการณ์ต้องประกอบด้วย เป้าหมาย วัตถุประสงค์ภาพรวม และ ขั้นตอนของสถานการณ์ การประเมินผลการเรียนรู้ ข้อมูลสถานการณ์ แนวทางของผู้สอนและบทการ จำลองสถานการณ์ อีกทั้งละมัด เลิศล้ำ, ชนิดา ธนสารสุธี, สุภาเพ็ญ ปานะวัฒนพิสุทธิ์ และชัชรีย์ บำรุง ศรี. (2562) ได้พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริง พบว่า สภาพการ จัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลอง ช่วยให้ผู้เรียนนำ ความรู้ทางทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติการพยาบาลได้ และการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ สถานการณ์จำลองเสมือนจริง ต้องประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ การปฐมนิเทศ การดำเนินสถานการณ์ จำลอง การสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้และถอดบทเรียน และควรมีการพัฒนาโจทย์ที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจง ต่อการพัฒนาทักษะทางการพยาบาล ผู้วิจัยจึงเพิ่มโจทย์สถานการณ์จำลอง(Scenario)เรื่องการสื่อสารเพื่อการ บำบัดโดยเฉพาะในผู้ที่มีความผิดปกติทางการคิด การรับรู้ อารมณ์ และพฤติกรรม โดยนำข้อเสนอแนะดังกล่าว มาปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองให้มีโจทย์สถานการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งมีจำนวน 4 โจทย์สถานการณ์ (Scenario) ได้แก่ Scenario ที่1 ผู้ป่วยโรคจิตจากสารเสพติด มีอาการหลงผิดประสาท หลอน หวาดระแวง พูดคนเดียว Scenarioที่2 ผู้ป่วยโรคจิตเภท มีอาการแยกตัว นั่งหลับตาเป็นบางครั้ง นั่ง เพียงลำพัง ถามคำตอบคำ Scenario ที่3 ผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวน มีอาการครื้นเครง บางครั้งหงุดหงิด เจ้ากี้เจ้าการ พูดมาก และScenario ที่4 ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อารมณ์เศร้า พูดช้า มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย โดยมีแบบตรวจสอบรายการ(check-list) ตามทักษะปฏิบัติการสื่อสารเพื่อการบำบัด สำหรับเป็นบทในการ เตรียมความพร้อมผู้ป่วยมาตรฐาน(Standardized Patient) มีจำนวนทั้ง 4 ชุด ซึ่งมีความสอดคล้องกับโจทย์ สถานการณ์ทั้ง 4 Scenario ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด ต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานในสถานการณ์จำลอง ได้แก่ การใช้คำถามที่เหมาะสม การฟังอย่างตั้งใจ ในการ สื่อสารระหว่างพยาบาลและผู้ป่วย ในการใช้คำถามอาจมีทั้งแบบนำทางหรือไม่นำทางโดยใช้คำถามปลายเปิด และปลายปิด สถานการณ์จำลองควรแสดงให้เห็นถึงการสื่อสารเพื่อการบำบัดของพยาบาลด้วยเทคนิคที่ หลากหลาย ต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล รับรู้และวิเคราะห์ข้อมูลในการให้บริการแก่ผู้ป่วย ซึ่งหลักการสื่อสารที่ มีประสิทธิภาพและทักษะที่สำคัญของพยาบาลในการปฏิบัติการพยาบาลกับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิตที่มี


65 ความคิด ความรู้สึกอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นการสื่อสารเบื้องต้นต้องมีเป้าหมายเพื่อสร้าง ความไว้วาง การเข้าใจความหมายที่ตรงกัน จากการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพยาบาล และผู้ป่วย เพราะผู้ที่มีความผิดปกติหรือผู้ป่วยจิตเวชมักสื่อสารไม่ตรงไปตรงมากับสิ่งที่คิดหรือรู้สึก หรือ เนื้อหาที่กำลังสนทนา ซึ่งทักษะการสื่อสารโดยการสะท้อนความคิดสะท้อนความรู้สึกจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อ สะท้อนสิ่งที่ผู้ป่วยจิตเวชได้คิด รู้สึกหรือแสดงพฤติกรรม ข้อมูลคำพูดต่าง ๆ ของผู้ป่วยจิตเวชมักจะเกี่ยวข้อง กับความเชื่อ คุณค่า การรับรู้ตนเอง ความรู้สึกที่ต้องการให้พยาบาลช่วยเหลือ หรือสิ้นหวัง ท้อแท้ สงสัย หรือมีความคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งข้อมูลคำพูดดังกล่าวจะรบกวนเนื้อหาความคิดและกระบวนการคิดของผู้ป่วย แนวทางการสะท้อนอารมณ์จึงต้องสัมพันธ์กับอารมณ์ที่แสดงออกมาและความรู้สึกขณะนั้น พยาบาลจึงต้องมี การสื่อสารพูดคุยให้ผู้ป่วยจิตเวชเกิดความตระหนักในอารมณ์ของตนเอง เช่นสะท้อนความรู้สึกอาย รู้สึกผิด โกรธ เศร้า กลัว กังวลซึ่งอาจไม่สัมพันธ์กับเนื้อหา(Suzanne A Fogger ,2019) และในส่วนของกิจกรรม การเรียนรู้ขั้นสอนได้อธิบายขั้นตอนการสะท้อนคิดให้มีความชัดเจน โดยผู้วิจัยได้จัดทำแนวทางการสะท้อนคิด ตามแนวคิดวงจรสะท้อนคิดของ Gibb’s reflective cycle เป็นคำถามกระตุ้นให้คิดดังนี้ 1) จากสถานการณ์ จำลองดังกล่าวมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หรือนักศึกษาสังเกตเห็นอะไรบ้าง 2) นักศึกษาคิดและรู้สึกอย่างไรกับ สถานการณ์จำลองดังกล่าว 3) ประสบการณ์ที่ดีที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง และประสบการณ์ที่ไม่ดีที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง 4)อะไรน่าจะเป็นสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว 5)สถานการณ์จำลองดังกล่าว ส่งผลอย่างไร (เน้นที่ประเด็นต่าง ๆ ที่นักศึกษาร่วมกันวิเคราะห์เชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์เหตุผล วิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญ หรือคิดพิจารณาไตร่ตรอง) 6) นักศึกษาต้องปฏิบัติอย่างไร หรือมีวิธีปรับปรุง อย่างไร(ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกครั้งนักศึกษาจะลงมือปฏิบัติกับผู้รับบริการอย่างไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม) 7) นักศึกษาได้เรียนรู้อะไรบ้างจากสถานการณ์จำลองดังกล่าว(สรุปการเรียนรู้ที่ได้) 8)นักศึกษาจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชอย่างไร หรือนักศึกษาจะพัฒนาปรับปรุงตนเอง อย่างไร และ9)นักศึกษาบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ที่กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร ถ้ายังไม่บรรลุเป้าหมาย นักศึกษาจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ดังกล่าว ประเด็นที่ 3 ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วย ผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี การประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 มีรายละเอียดดังนี้ 3.1 ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราช ชนนี สุพรรณบุรี ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เมื่อพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยความรู้ พบว่า คะแนนเฉลี่ยความรู้หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานมากกว่าคะแนนเฉลี่ย ความรู้ก่อนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน สอดคล้องกับผลการศึกษาของ กชกร ธรรมนำศีล, กาญจนา ปัญญาเพ็ชร์, สุปราณี น้อยตั้ง และจินตนา อาจสันเที้ยะ (2561) ได้ศึกษา ผลของโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนแบบSimulation-Based Learning ต่อความรู้ด้านการรักษา เบื้องต้นของนักศึกษา พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยของความรู้สูงกว่าก่อนการทดลองและสูงกว่ากลุ่ม ควบคุม โดยในระยะหลังการทดลองทันทีและระยะหลังติดตามผล 14 สัปดาห์


66 3.2 ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเองระหว่างก่อนและหลังการ จัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปี ที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเมื่อ พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเอง พบว่า คะแนนเฉลี่ยความมั่นใจใน ความสามารถของตนเองหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน มากกว่าคะแนน เฉลี่ยความมั่นใจในความสามารถของตนเองก่อนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐาน สอดคล้องกับผลการศึกษาของ ทิวา มหาพรหม (2563) ได้พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองเสมือนจริงในรายวิชาการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพ พบว่า กลุ่มทดลองมีความมั่นใจ ในตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุม และ การสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึกนักศึกษากล่าวคำพูดแสดง ความรู้สึกกดดัน กลัว กังวล ในระยะแรก และเปลี่ยนเป็นรู้สึกสนุก มีความสุขและพอใจกับการเรียนการสอน วิธีนี้ 3.3 ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดระหว่างก่อนและหลังการจัดการ เรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.05 และเมื่อ พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด พบว่า คะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานมากกว่าคะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารเพื่อ การบำบัดก่อนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Bagus Dwi, Ida Zuhroidah & Mokhammad Sujarwadi (2020) ได้ศึกษาผลของการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานและการแสดงบทบาทสมมุติต่อการพัฒนาความมั่นใจและทักษะการ สื่อสารเพื่อการบำบัด พบว่ากลุ่มที่ได้รับการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานมีความมั่นใจ และทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด มากขึ้น และSung-Joong, Hey-Young, Kim & Young-Ran-Yeun (2016) ได้ศึกษาผลของการพัฒนาโปรแกรมการฝึกทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดโดยใช้สถานการณ์จำลอง ต่อการคิดอย่างมีวิจารณาญาณ ความสามารถและความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาล พบว่ากลุ่มตัวอย่าง สามารถประยุกต์ความสามารถจากการเรียนรู้ในสถานการณ์จำลองไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ โดยมีความพึง พอใจและมีค่าเฉลี่ยคะแนนการคิดอย่างมีวิจารณาญาณเพิ่มขึ้น 3.4 ผลการประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรีมีค่าเฉลี่ย โดยรวมอยู่ในระดับดี ซึ่งรายการที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์เสมือนจริงมีความท้าทายช่วยกระตุ้น ให้ผู้เรียนสนใจอยากเรียนรู้ผู้สอนสามารถใช้คำถามสะท้อนเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์ที่ เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี และผู้สอนมีวิธีการสะท้อนคิดผู้เรียนที่หลากหลายมี ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์เรียนรู้เดิมที่เกี่ยวข้องได้จากกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับผล การศึกษาของ สมจิตต์ สินธุชัย, กันยารัตน์ อุบลวรรณ และสุนีย์รัตน์ บุญสิลป์ (2560) ได้ศึกษาผลของการ จัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เสมือนจริงต่อความรู้ ความพึงพอใจและความมั่นใจในตนเองของนักศึกษา พยาบาล ชั้นปีที่4 ในการฝึกปฏิบัติรายวิชาฝึกทักษะทางวิชาชีพก่อนสำเร็จการศึกษา พบว่าค่าเฉลี่ยของ คะแนนความรู้ ความมั่นใจในตนเองและค่าเฉลี่ยความพึงพอใจหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่ม ควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการสนทนากลุ่มพบว่านักศึกษาที่เรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เสมือนจริง ได้รับการเรียนรู้ที่สามารถทำให้จดจำได้นาน ประสบการณ์การเรียนรู้ช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจได้เร็วขึ้นและ


67 นักศึกษาส่วนใหญ่เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติการพยาบาลมากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องการประเมินสภาพผู้ป่วย และการลำดับความสำคัญของการพยาบาล 3.5 ผลการสะท้อนคิดจากกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของนักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรีพบว่านักศึกษาได้เรียนรู้ ประเด็นต่าง ๆ จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ได้แก่ เทคนิคการสื่อสาร เพื่อการบำบัด ขั้นตอนการสร้างสัมพันธภาพ ตั้งแต่ การทักทาย การแนะนำตัว การถามชื่อ การกล่าว วัตถุประสงค์ การแจ้งการรักษาความลับ การถาม การทำความเข้าใจ การสรุปและจบการสนทนา การเน้น ประเด็น การแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า โดยมีการเรียงลำดับเหตุการณ์คำถามได้ดีขึ้น สามารถเลือกใช้เทคนิค การสื่อสารเพื่อการบำบัดที่แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละสถานการณ์ อย่างมีสติ และวางตัวให้เหมาะสมตาม บทบาทวิชาชีพพยาบาล ได้เรียนรู้ข้อดีและข้อควรปรับปรุงของตนเองในการสื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้ป่วยได้ เห็นพัฒนาการของตนเอง ทำให้รู้จักตนเองมากขึ้น ได้เรียนรู้ที่จะอดทน ใช้ความอ่อนโยนในการพูดคุยกับ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิต และได้ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลิก สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง ของ นักศึกษาในการสื่อสารกับผู้ป่วยจิตเวช ในส่วนของความรู้สึกของนักศึกษาต่อสิ่งที่เรียนรู้จากการจัดการเรียนรู้ โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ได้แก่ รู้สึกดี และภาคภูมิใจที่สามารถพูดคุยกับผู้ป่วยจิตเวชได้ รู้สึกตื่นเต้น ท้าท้าย เมื่อได้ทำก็รู้สึกอยากทำอีก อยากฝึกฝนให้ตนเองมีทักษะเพิ่มมากขึ้น รู้สึกชอบ รู้สึกดี เมื่อได้ลองทำ รู้สึกพึงพอใจกับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง ทำให้เห็นภาพ มากขึ้น รู้สึกว่ามีความกระตือรือร้นมากขึ้นในการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ว่าสถานการณ์นี้ควรจะใช้เทคนิคใด และมีทัศนคติที่ดีต่อการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด ทำให้มีความสนุกและประทับใจใน การเรียนรู้ นอกจากนี้นักศึกษาสามารถวางแผนการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ เช่น นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ใน การสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัดให้ผู้ป่วยเกิดความไว้วางใจ นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปพูดคุยสื่อสาร กับผู้ป่วยจิตเวชเมื่อต้องไปปฏิบัติงานอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นเต้น และมั่นใจในการสื่อสารเพื่อการ บำบัด พยายามทำความเข้าใจในอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ป่วย คาดการณ์ต่อสถานการณ์ที่อาจจะพบเจอ เพื่อเลือกใช้เทคนิคได้ถูกต้อง นำไปใช้ในการดำเนินการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัดตาม ขั้นตอน บริหารเวลาในการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารเพื่อการบำบัด รวมทั้งการปรับบุคลิกท่าทาง ความน่าเชื่อถือ การสบตา คำพูดน้ำเสียง การลำดับเหตุการณ์ ในการเผชิญสถานการณ์จริง 3.6 ผลการสนทนากลุ่มเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วย มาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดของ นักศึกษาและอาจารย์ มีรายละเอียดดังนี้ 1) การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ดังกล่าวช่วยให้นักศึกษามีความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น เพราะ “การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าวช่วยให้นักศึกษามีความรู้ ความมั่นใจในความสามารถ และทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น เพราะนักศึกษาได้ลองปฏิบัติจริงทำให้ รู้ว่าควรใช้ทักษะหรือเทคนิคใดในการพูดคุยสนทนากับผู้ป่วยในสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อนนำไปใช้ในสถานการณ์ จริง” “เป็นแนวทางในการนำไปใช้ในสถานการณ์จริงสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และยังทำให้นักศึกษาเกิดความกล้ามากขึ้นในการสื่อสารกับผู้ป่วย ทำให้นักศึกษาเกิดความมั่นใจในการใช้ ทักษะต่างๆ ในการสื่อสารเพื่อการบำบัด” “ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจถึงสถานการณ์และลักษณะของผู้ป่วยจิต เวชแต่ละอาการได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้เห็นภาพเกิดความเข้าใจง่ายขึ้นและลึกซึ้งในสถานการณ์มากขึ้น” 2) แนวทางปรับปรุงการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าวที่ช่วยให้นักศึกษามี


68 ความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น มีดังนี้ ด้านผู้สอน “การชี้แจงดี แล้ว ไม่ต้องปรับปรุงแต่ควรแนะนำแหล่งความรู้ให้ศึกษาเพิ่มเติม”และด้านผู้เรียน “นักศึกษาต้องเตรียมตัว เตรียมความพร้อมทบทวนตำรามาก่อนล่วงหน้าให้มีความรู้ จดจำเทคนิคต่าง ๆ ให้ได้ก่อนเข้ารับการเรียนรู้โดย ใช้สถานการณ์จำลอง ควบคุมความวิตกกังวลของตนเองให้ได้ มีสติทุกครั้งในการสื่อสารกับผู้ป่วยมาตรฐาน และพยายามสื่อสารให้ต่อเนื่องจนครบลำดับขั้นตอน”และ “นักศึกษาต้องตระหนักถึงความจำเป็นของการ เตรียมความพร้อมของตนเองโดยการเตรียมความพร้อมและฝึกฝนเพิ่มเติมทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดก่อน เข้ารับการเรียนรู้ในสถานการณ์จำลองเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจในสถานการณ์มากขึ้น” ด้านแผนการจัดการ เรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน “ดีแล้ว” “การมีpre-post test ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ และทราบถึงพัฒนาการของตนเอง” “มีสถานการณ์ที่หลากหลายดีแล้ว มีขั้นตอนการสื่อสารเป็นลำดับขั้นตอน เหมาะสม” “รูปแบบการเรียนรู้ดีอยู่แล้ว แต่ควรมีการปรับปรุงสถานที่ให้เสมือนจริงมากขึ้นและควรมีห้อง Mirror roomให้ผู้ประเมินอยู่อีกห้องลดความกดดัน”ด้านสถานการณ์จำลอง(Scenario) “สมจริง ไม่ซับซ้อน ช่วยให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นภาพที่ชัดเจนแม้ยังไม่ได้ไปฝึกปฏิบัติที่หอผู้ป่วยจิต เวช” “ดีแล้วเหมาะสมสอดคล้องตามเนื้อหาและตรงประเด็นที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง” ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่แบบทดสอบความรู้ แบบสอบถามความมั่นใจในความสามารถและแบบประเมินทักษะการสื่อสาร “เป็น การประเมินทำให้ทราบความรู้ความมั่นใจและทักษะการสื่อสารก่อนและหลังของตนเอง“ “ทำให้ทราบข้อดี และข้อบกพร่องของตนเอง แบบทดสอบความรู้ควรเพิ่มจำนวนข้อให้มากขึ้นและแตกต่างกันไปเน้นข้อสอบที่ ควรรูต้องใช้จริงเมื่อพบเจอผู้ป่วยแต่ละอาการ แบบทดสอบควรมีความแตกต่างก่อนหลังเป็นคู่ขนาน” ส่วน ข้อเสนอแนะอื่น ๆ “อยากให้มีการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ต่อไปเพื่อให้นักศึกษาได้เห็นภาพและเข้าใจใน อารมณ์ของผู้ป่วยจิตเวชแต่ละอาการแต่ละประเภท” ซึ่งผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการ เรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองดังกล่าวแสดงถึง ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อ การบำบัด เนื่องจากการจัดการเรียนรู้จากผู้ป่วยมาตรฐาน (Standardized Patients – SPs) เป็นการจัด สถานการณ์การเรียนรู้โดยให้บุคคลฝึกฝนแสดงเหมือนกับผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติลักษณะต่าง ๆ จากภาวะโรค ตามที่ผู้สอนกำหนด ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการเผชิญปัญหา การประเมินสภาพการณ์ของปัญหาและการตัดสินใจ ปฏิบัติการพยาบาลช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยตนเอง การเรียนรู้วิธีนี้ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นต่อการ เรียน มีแรงจูงใจในการแสวงหาความรู้ที่มีประสิทธิภาพมากวิธีหนึ่ง (Howley, 2013) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับการจัดการเรียนรู้ในทักษะการสื่อสารกับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิต มีอารมณ์แปรปรวน หรือ มีความรู้สึกวิตกกังวลสูง (ดวงกมล หน่อแก้ว, 2560) นอกจากนี้การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด(Suzanne Hetzel Campbell. ,2018) จะช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้จากการสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองในการสื่อสารเพื่อการบำบัดในสถานการณ์อย่างมีวิจารณญาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสถานการณ์(scenario) มีความครบถ้วนสมบูรณ์ จะช่วยให้เกิดคำถามในการอภิปราย ของผู้เรียนในระยะDebriefingเกี่ยวกับการรับรู้ความสามารถของผู้เรียน และบอกได้ว่าอะไรทำให้ผู้เรียนรู้สึกดี และมีความเชื่อว่าผู้เรียนจะสามารถทำได้ดีขึ้น ซึ่งการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเกี่ยวกับการ สื่อสารเพื่อการบำบัดโดยใช้ผู้ป่วยมาตรฐานจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีกว่าการเรียนรู้จากหุ่น มนุษย์เสมือนจริง เนื่องจากสื่อสารผ่านการแสดงภาษากายได้ เพราะการสื่อสารต้องประกอบด้วยภาษาวาจา และภาษากาย ช่วยให้รับรู้ถึงความคิด ความรู้สึกที่ชัดเจน และควรมีการจัดเตรียมสถานที่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นDebriefing เป็นสิ่งจำเป็นต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเกี่ยวกับการ สื่อสารเพื่อการบำบัด เสมือนเป็นช่วงเวลาแห่งการสะท้อนสาระสำคัญหลักการ การสร้างองค์ความรู้จากการ


69 จัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่เกิดขึ้น และยังเป็นการแลกเปลี่ยน ข้อมูลระหว่างผู้เรียนและผู้สอนหรือผู้ป่วยมาตรฐาน ดังนั้นหลังจากผ่านในช่วงสถานการณ์จำลองแล้ว ผู้สอน ควรต้องให้ผู้เรียนอภิปรายเกี่ยวกับประสิทธิภาพการสื่อสารและหาแนวทางปรับปรุงการสื่อสารระหว่าง พยาบาลและผู้ป่วยโดยต้องเน้นผู้รับบริการเป็นสำคัญ และต้องคำนึงถึงประสบการณ์ทางคลินิกจากการสังเกต และมีการเตรียมให้ข้อมูลย้อนกลับสำหรับนักศึกษาเกี่ยวกับทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ซึ่งสอดคล้องกับ ผลการศึกษาของ พนารัตน์ วิศวเทพนิมิต, อุบล สุทธิเนียม และจันทร์จิรา เกียรติสี่สกุล(2562) ได้ศึกษา ผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เสมือนจริงในการเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติการ พยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวต่อความพึงพอใจและความมั่นใจในตนเองในการเรียนของนักศึกษา พยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่3 พบว่านักศึกษาที่ได้รับการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เสมือนจริงในการเตรียมความ พร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว มีความพึงพอใจต่อการเรียนและมีความ มั่นใจในตนเองในการเรียนอยู่ในระดับสูง แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง ด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการ บำบัดดังกล่าวมีความเหมาะสมต่อการเตรียมความพร้อมของผู้เรียนก่อนการฝึกปฏิบัติการพยาบาลสุขภาพจิต และจิตเวชอย่างยิ่ง ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1. ผู้รับผิดชอบรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิตควรนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษาก่อน ขึ้นฝึกภาคปฏิบัติเพื่อประเมินความพร้อมและเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักศึกษาเกี่ยวกับทักษะอื่น ๆ ในรายวิชาให้ ครอบคลุมประสบการที่นักศึกษาต้องได้รับ ได้แก่ การประเมินสภาพจิต การคัดกรองปัญหาสุขภาพจิต การ สอนสุขภาพจิตศึกษา การให้คำปรึกษา และการจัดกิจกรรมกลุ่มบำบัด 2. ผู้รับผิดชอบรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิตควรจัดทำและพัฒนาคู่มือการ เตรียมความพร้อมก่อนฝึกภาคปฏิบัติโดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นของ รายวิชาให้มีประสิทธิภาพ ข้อเสนอแนะการวิจัยในอนาคต 1.การวิจัยครั้งต่อไปควรจัดทำวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการเตรียมความพร้อมก่อนฝึก ภาคปฏิบัติโดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานเพื่อส่งเสริมความมั่นใจและทักษะการประเมินและคัด กรองปัญหาสุขภาพจิตในผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต 2.วิจัยเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบหอผู้ป่วยจิตเวชเสมือนจริงที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต 3.วิจัยเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการจัดอบรมผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต


70 บรรณานุกรม กชกร ธรรมนำศีล, กาญจนา ปัญญาเพ็ชร์, สุปราณี น้อยตั้ง และจินตนา อาจสันเที้ยะ. (2561). ผลของโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนแบบSimulation-Based Learning ต่อความรู้ด้าน การรักษาเบื้องต้นของนักศึกษา. วารสารพยาบาลทหารบก 19 ฉบับพิเศษ. เกสร สายธนู, สงวน ธานี, กิ่งกาญน์ ชูเมือง และสมจิตต์ ลุประสงค์.(2558).การใช้รูปแบบการสอบ OSCEเพื่อประเมินสมรรถนะการปฏิบัติการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัดของนักศึกษา คณะ พยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เอกสารการประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัย ระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่1 ชนิดา ธนสารสุธี, ละมัด เลิศล้ำ และสุภาเพ็ญ ปานะวัฒนพิสุทธิ์. (2562). การพัฒนาทักษะการจัด การเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง. ราชวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ 9(2) ดวงกมล หน่อแก้ว (2558) การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เสมือนจริงทางพยาบาลศาสตร์ศึกษา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ,31 (3), 112-122. ดวงใจ พรหมพยัคฆ์, วราภรณ์ สัตยวงศ์, จุฑามาศ รัตนอำภา, ภาวดี เหมทานนท์ และวิไลภร รังควัต (2562). ผลของการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงร่วมกับการส่งเสริม ทักษะการสะท้อนคิดของนักศึกษาพยาบาลต่อพฤติกรรมการสะท้อนคิดและความสามารถในการ ตัดสินใจทางคลินิกของนักศึกษาพยาบาล. วารสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครราชสีมา 25 (2) ดวงนภา ประเสริฐเมือง และอัจฉรา จั่นเพ็ชร์ , (2560)การพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ทักษะทางคลินิกด้วย Objective Structured Clinical Examination(OSCE)สำหรับนักศึกษา หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก. วารสารการพยาบาลและการศึกษา ปีที่9ฉบับที่3 : 95-110 ทิวา มหาพรหม,2563 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงในรายวิชา การพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพ วารสารสหวิชาการเพื่อสุขภาพ 1(2):47-61 ทิศนา แขมมณี (2557). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธานี กล่อมใจ, ทักษิกา ชัชวรัตน์ และสมัยพร อาชาล. (2562). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิผลของ การจัดการเรียนการสอนแบบสถานการณ์จำลองในหมวดวิชาชีพการพยาบาลของวิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนี พะเยา. วารสารการพยาบาล การสาธารณสุขและการศึกษา 20(2), 3-15. ประทุม สร้อยวงศ์, เบญจมาศ สุขสถิตย์, ทศพร คำผลศิริ, และณัฐธยา สุวรรณคฤหาสน์, (2559) การใช้ผู้ป่วยจำลองในการศึกษาพยาบาล.รามาธิบดีพยาบาลสาร.ปีที่21 ฉบับที่3:289-297. พนารัตน์ วิศวเทพนิมิต, อุบล สุทธิเนียม และจันทร์จิรา เกียรติสี่สกุล. (2562) ผลการใช้รูปแบบการ เรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เสมือนจริงในการเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วย ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวต่อความพึงพอใจและความมั่นใจในตนเองในการเรียนของนักศึกษาพยาบาล ศาสตร์ ชั้นปีที่3วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ . วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล ,35 (2), 224-234.


71 บรรณานุกรม(ต่อ) พรรณี ปานเทวัญ (2559). การพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่21กับการเรียนรู้เชิงรุกในวิชาชีพพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก 17(3) มญช์พาณี ขำวงษ์, วิไลลักษณ์ ศิริมัย , สุทธานันท์ กัลกะ , สุนทรี วัฒนเบญจโสภา และชาลินี หนูชูสุข (2560) การพัฒนารูปแบบการประเมินทักษะทางคลินิกด้วย OSCE ในรายวิชาปฏิบัติการ พยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต.วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 34 (2), 138-153. มยุรี ยีปาโล๊ะ, พิชญานิษฐ์ เรืองเริงกุลฤทธิ์, จงกรม ทองจันทร์ และกมลวรรณ สุวรรณ. (2562). ผลของการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลองต่อความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษา พยาบาลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา. วารสารการพยาบาล การสาธารณสุขและการศึกษา 20(2), 3-15 มาลี คำคง, ผาณิต หลีเจริญ, ยุวนิดา อารมมรมย์ และอริสา จิตต์วิบูลย์(2559) ผลของการใช้ สถานการณ์จำลองต่อความมั่นใจในความสามารถของตนเองในการดูแลและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง สำหรับผู้ป่วยวิกฤติ-ฉุกเฉินของนักศึกษาพยาบาล.วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการ สาธารณสุขภาคใต้, 3 (3), 52-64 ยาใจ สิทธิมงคล, พวงเพชร เกสรสมุทร, นพพร ว่องสิริมาศ, อทิตยา พรชัยเกตุ โอวยอง. (2559). การพยาบาลจิตเวชศาสตร์.กรุงเทพฯ: บริษัทสแกนอาร์ตจำกัด. ละมัด เลิศล้ำ, ชนิดา ธนสารสุธี, สุภาเพ็ญ ปานะวัฒนพิสุทธิ์ และชัชรีย์ บำรุงศรี. (2562) การพัฒนา รูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริง. วารสารเครือข่ายวิทยาลัย พยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้,6ฉบับพิเศษ (6), 43-58. วงเดือน สุวรรณคีรี อรพิน จุลมุสิ และฐิติอาภา ตั้งค้าวานิชล.(2559).การจัดการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองสำหรับนิสิตนักศึกษาพยาบาล.วารสารพยาบาลศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย 28(2) สุนทรี ขะชาตย์, สุพัตรา จันทร์สุวรรร, ปวิดา โพธิ์ทอง และเสาวลักษณ์ ศรีโพธิ์. (2563) การพัฒนา แบบวัดทักษะปฏิบัติการสื่อสารเพื่อการบำบัด ในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทาง สุขภาพจิต ของนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล , 36 (1), 43-58. สุภาเพ็ญ ปานะวัฒนพิสุทธิ์, ละมัด เลิศล้ำ และชนิดา ธนสารสุธี. (2562) การพัฒนารูปแบบโจทย์ สถานการณ์เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริง. วารสารวิชาการ สาธารณสุข, 28ฉบับพิเศษ, 33-41 สมจิตต์ สินธุชัย และกันยารัตน์ อุบลวรรณ. (2560). การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง: การนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน. วารสารพยาบาลทหารบก 18(1) Bagus Dwi, Ida Zuhroidah & Mokhammad Sujarwadi. (2020) The Effectiveness of Standardized Patient and Role-play Simulation Methods in Improveing Selfconfidence and Therapeutic Communication Skills of Nursing Students. . Nursing Health Journal 9(1) .https://doi.org/10.36720/nhjk.vail.128.


72 บรรณานุกรม(ต่อ) Elif OK, Fatma Jasmine, & Elif Ates. (2019) The Effect of Standardized Patient Simulation Prior to Mental Health Rotation on Nursing Students’ Anxiety and Communication Skill. Published Online https://doi.org/10.1080/01612840.2019.1642427. Harden,R. M (1988) What is an OSCE?.Medical Teacher, 10(1):19-22 Hays R. ,2013.Assessing : Walsh K, editor. Oxford textbook of medical education. Oxford; Oxford University Press:10 Jeffries. P.R. & Rogers. K. J. (2007) Theoretical Framework For Simulation Design. In P.R. Jeffries.(Eds.), Simulation in Nursing Education. USA: From conceptualization to evaluation.(pp.21-33). New York, NY: National League for Nursing. Jeffries. P.R. & Rogers. K. J. (2012) Theoretical Framework For Simulation Design in Simulation in Nursing Education. USA: Laerdal Medical Corporation. Kolb, D.A. (1999) Kolb learning cycle. (Online). Retrieved from http:// www.ldu.leeds.ac.uk/ldu/sddu_multimedia/images/kolb_cycle.gif Linda Wilson & Samuel W. Price. (2015) Simulation Principles, Practice, and Mehodologies for Standardized Patient Simulation . In Linda Wilson & Ruth A Wittmann. Review Manual for the Certified Health Care Simulation Educator Exam. New york : Springger Publishing Company, LLC. Mary And Boyd (2017). Essentials of Psychiatric Nursing. Philadelphia: Wolters Kluwer. Miller G E. (1990).The Assessment of clinical skills /competence/performance. Acad Med. Sep; 65 Z9Suppl):S63-7 Mitchell, Henderson, Groves, Dalton & Nulty,2009 .The Objective Structured Clinical Examination (OSCE):Optimizing its Value in the Undergraduate Nursing Curriculum. Nurse Education Today, 29(4): 398-404. Niklaus AH., Darosa DA.,Markwell SJ,1996.Is test security a concern when OSCE station are repeated across clerkship rotation. Academic Medicine.71:287-9 Norman L. Keltner & Debbie Steele.(2019) Psychiatric Nursing. Missouri : Elsevier. Peplau, H (1952). Interpersonal relations: A theoretical framework for application in nursing. New York: G. Putnam & Sons. Sung-Joong} Hey-Young} Kim & Young-Ran-Yeun. (2016) Simulation Training for Therapeutic Communication. International Journal of Hybrid Information Technology. 9(10): 259-268.http://dxdoi.org/10.14257/ijhit.2016.9.10.26 Suzanne Hetzel Campbell, Natalia Del Angelo Aredes, and Ranjit K. Dhari. (2018) Teaching and Evaluating Therapeutic Communication in Simulated Scenarios. In Simulated Scenarios for Nursing Educator . New york : Springger Publishing Company, LLC. .


73 ภาคผนวก


74 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ นางสุนทรี ขะชาตย์ ประวัติการศึกษาสูงสุด พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช) มหาวิทยาลัยมหิดล ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ สถานที่ทำงานปัจจุบัน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ชื่อ นางสาวสุพัตรา จันทร์สุวรรณ ประวัติการศึกษาสูงสุด พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ สถานที่ทำงานปัจจุบัน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ชื่อ นางปวิดา โพธิ์ทอง ประวัติการศึกษาสูงสุด พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช) มหาวิทยาลัยมหิดล ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สถานที่ทำงานปัจจุบัน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ชื่อ นางสาวเสาวลักษณ์ ศรีโพธิ์ ประวัติการศึกษาสูงสุด พยาบาลศาสตรมหามหาบัณฑิต (สาขาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช) มหาวิทยาลัยบูรพา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ สถานที่ทำงานปัจจุบัน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี


75 เครื่องมือสำหรับการวิจัย


วิทยาลัยพยาบาลบรม แผนการจัดการเรียน ๑. รหัสวิชา พย. ๑๓๑๙ ชื่อวิชา ปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่ปัญหาทางสุขภาพจิต หัวข้อ การสื่อสารเพื่อการบำบัด วันที่ ..........เดือน..........................พ.ศ............ เวลา ......... –……….. น. เวลา นา อาจารย์ผู้สอน อ.สุนทรี ขะชาตย์ พย.ม (การพยาบาลสุขภาพจิตและการพย สำหรับ นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที ๓ จำนวน ๘ คน สถานที่สอน ห้องปฏิบัติการพยาบาล ๒. สาระการเรียนรู้ ๒.๑ วิธีการสื่อสารเพื่อการบำบัด ๒.๒ องค์ประกอบที่มีผลต่อสื่อสารเพื่อการบำบัด ๒.๒ เทคนิคสื่อสารเพื่อการบำบัด ๒.๓ บทบาทของพยาบาลในการสื่อสารเพื่อการบำบัด ๓. ผลการเรียนรู้ ๓.๑ด้านคุณธรรม จริยธรรม -เคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยคำนึงถึงความหลากหลาย -มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง (๑.๔⚫)


76 มราชชนนี สุพรรณบุรี รู้ภาคทฤษฎี/ทดลอง ต าที ยาบาลจิตเวช) ภาคการศึกษา ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ยทางวัฒนธรรม (๑.๓ )


๓.๒ ด้านความรู้ - มีความรู้และความเข้าใจในสาระสำคัญของศาสตร์ทางวิชาชีพการพยาบา (๒.๒ ⚫) ๓.๓ ทักษะทางปัญญา -ตระหนักรู้ในศักยภาพและสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของตนเองเพื่อพัฒนาตนเองใ แสวงหาความรู้ที่มีประสิทธิภาพ และการเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง (๓.๑⚫) ๓.๔ ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ - มีความเคารพและยอมรับในความแตกต่างระหว่างบุคคลและวัฒนธรร ๓.๕ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และเทคโนโลยี -สามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการพูด การฟัง การ รวมทั้งสามารถอ่านวารสารและตำราภาษาอังกฤษอย่างเข้าใจ(๕.๓ ⚫) ๓.๖ทักษะทางวิชาชีพ -สามารถปฏิบัติทักษะการพยาบาลอย่างเป็นองค์รวม โดยประยุกต์ใช้ศาสตร์ พยาบาลบุคคล ครอบครัว และชุมชน (๖.๑⚫) ๔. วัตถุประสงค์ทั่วไป ๑. นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด ๒. นักศึกษามีความตระหนักและเห็นความสำคัญเกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบ ๓. นักศึกษาสามารถประยุกต์การสื่อสารเพื่อการบำบัดได้เหมาะกับผู้รับบริกา ๕. แผนการจัดการเรียนรู้ วันที่ ................................................. เวลา ......... – ……


77 าล ระบบสุขภาพและปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและระบบสุขภาพ ให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้น สามารถนำไปสู่การปฏิบัติการพยาบาล การสอน การ มที่หลากหลาย(๔.๕⚫) รอ่าน การเขียน และการนำเสนอความรู้ทางการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทางจิต และศิลปะทางการพยาบาล หลักฐานเชิงประจักษ์ และการสื่อสารเชิงบำบัดในการ บำบัด ารแต่ละสถานการณ์ น. จำนวน ........ ชั่วโมง


วัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรม เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ เมื่อเสร็จสิ้นการเรียน การสอน ผู้เรียน นักศึกษาสามารถ บทนำ การสื่อสารเพื่อการบำบัดเป็นกระบวนการที่ทำให้พยาบาล เข้าใจถึงความต้องการและปัญหาของผู้รับบริการทำให้ ผู้รับบริการเข้าใจ มองเห็นปัญหาและสามารถแก้ไขปัญหาได้ ด้วยตนเอง ซึ่งสิ่งสำคัญในการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด ระหว่างพยาบาลกับผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต แต่เนื่องจากการสื่อสารเพื่อการบำบัดมีวิธีการและเทคนิคที่ เฉพาะเจาะจง ดังนั้นพยาบาลจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการฝึกฝน การใช้การสื่อสารเพื่อการบำบัดเพื่อให้เกิดทักษะการสื่อสารเพื่อ การบำบัดและประยุกต์ใช้ในการสื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้ที่มี ความผิดปกติได้อย่างมั่นใจต่อไป ขั้นนำ ๑. ผู้สอนทักทายผู้เรี ๒. ผู้สอนชี้แจงวิธีกา ๓. ผู้สอนเกริ่นนำเกี่ย กิจกรรมการจัดการเ สื่อสารเพื่อการบำบัด ๔. ผู้สอนทบทวนคว patient


78 กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/ แหล่งการ เรียนรู้ เวลา ประเมินผลการ เรียนรู้ รียน ารเรียนรู้วัตถุประสงค์การเรียนรู้และการวัดประเมินผล ยวกับความสำคัญของการสื่อสารเพื่อการบำบัดและนำเข้าสู่ เรียนรู้โดยเชื่อมโยงเนื้อหาจากการทบทวนความรู้เกี่ยวกับการ ดของผู้เรียน วามเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนรู้โดยใช้ SBL แบบstandardize - เอกสาร ประกอบการ สอนและ ตำราที่ เกี่ยวข้องกับ การสื่อสาร เพื่อการ บำบัด ๑๐ นาที การสังเกตพฤติกรรม ความสนใจของผู้เรียน เช่น การสบตา สีหน้า ท่าทาง


วัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรม เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ ๑.อธิบายเกี่ยวกับการ วิธีการและ องค์ประกอบของ สื่อสารเพื่อการบำบัด ได้ถูกต้อง(๒.๒) ๒.ระบุเทคนิคการ สื่อสารเพื่อการบำบัด ในสถานการณ์ที่ กำหนดได้ถูกต้อง (๒.๒) เนื้อหา วิธีการสื่อสาร จำแนกได้เป็น ๒ ประเภท ได้แก่ วิธีการ ติดต่อสื่อสารที่ใช้ภาษาพูดหรือภาษาเขียน เป็นสื่อแสดงออก ทางความคิด ความรู้สึก และวิธีการติดต่อสื่อสารที่ไม่ใช้ภาษา พูดหรือภาษาเขียน แต่เป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ หรอ ภาษาร่างกาย เช่นสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียงหรือการเคลื่อนไหว ร่างกายเป็นต้น องค์ประกอบของสื่อสารเพื่อการบำบัด มี ๔ องค์ประกอบ ๑.สถานที่ที่ใช้ในการสนทนาต้องมีความเป็นส่วนตัวปราศจาก สิ่งรบกวน บรรยากาศสบายไม่อึดอัด ควรมีลักษณะทำมุม ๔๕ องศา ๒.ท่านั่ง ควรเป็นท่าที่ผ่อนคลายและมองเห็นคู่สนนาที่ชัดเจน ๓.ระยะห่างระหว่างพยาบาลและผู้ป่วย อาจมีระยะห่างระหว่าง ๔-๑๒ ฟุต ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมขอสถานการณ์ ไม่ควรห่าง มากเกินไปจนได้ยินเสียงไม่ชัดเจนหรือใกล้เกินไปจนอึดอัด ๔.เทคนิคในการสื่อสารเพื่อการบำบัด ควรใช้ตามเป้าหมายหรือ วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ตามความสอดคล้องของระยะหรือขั้นตอน การสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด ขั้นสอน ขั้นPre – Brief ๑. ผู้สอนจัด แสดงเป็นผู้รับบริกา ๒ ผู้สอนบ กับผู้ที่มีความผิดปกต ๓ ผู้สอนส ๔ ผู้สอนก ช่วยเหลือผู้รับบริกา ๕. เน้นย้ำ ครูผู้สอน และเพื่อนร ตนเอง ๖ แนะนำ ปฏิบัติการสื่อสารเพื่ สังเกตพฤติกรรมและ ๗. ผู้สอนใ การศึกษาสถานการ


79 กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/ แหล่งการ เรียนรู้ เวลา ประเมินผลการ เรียนรู้ ดเตรียมสิ่งแวดล้อมตามสถานการณ์(scenario) จัดเตรียมผู้ รที่มีความผิดปกติทางจิตในหอผู้ป่วยจิตเวช บอกวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด ติทางจิตตามสถานการณ์ที่กำหนดได้ สอบถามความคาดหวังของผู้เรียนจากการจัดการเรียนรู้ กระตุ้นให้ผู้เรียนตระหนักเกี่ยวกับการสื่อสารบำบัดเพื่อให้การ รที่มีความผิดปกติทางจิตตามบทบาทของพยาบาลวิชาชีพ การเคารพผู้ป่วยเสมือนให้ถือว่าเป็นผู้ป่วยจริง เคารพ ร่วมทีม เปิดใจรับฟัง มีความซื่อสัตย์ ยอมรับข้อบกพร่องของ ผู้ป่วยเสมือนจริงและมอบหมายผู้เรียน ๑ คนในการลงมือ พือการบำบัด และผู้เรียนที่เหลือเป็นผู้สังเกตการณ์โดยให้ ะจดบันทึก และมา de- brief ร่วมกัน ให้ข้อมูลพื้นฐานของผู้รับบริการกับผู้เรียนและให้เวลาใน ณ์ -Scenario สถานการณ์ ของ ผู้รับบริการที่ มีความ ผิดปกติของ การคิดการ รับรู้อารมณ์ และ พฤติกรรม ๒๐ นาที -การสุ่มถามผู้เรียน (๒.๒)


วัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรม เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ ๓.ประยุกต์ใช้การ สื่อสารเพื่อการบำบัด กับผู้รับบริการใน สถานการณ์ที่กำหนด ได้ถูกต้อง(๖.๑) ๔.เลือกใช้เทคนิคการ สื่อสารเพื่อการบำบัด ในสถานการณ์ที่ กำหนดได้อย่าง เหมาะสม(๖.๑) ๕.แสดงออกถึงการ เคารพและยอมรับใน ความแตกต่างระหว่าง บุคคลและวัฒนธรรม ที่หลากหลาย(๔.๕) ๕.สื่อสารภาษาไทยได้ อย่างมี ประสิทธิภาพทั้งการพูด การฟัง การอ่าน การ เขียนและการนำเสนอ (๕.๓) Scenario 1.Demographic form Patient name: แก้ว Patient demographic: หญิง อายุ 35 ปี รูปร่างสันทัด Presenting complaint: ร้องไห้ฟูมฟาย พูดคนเดียว ไม่นอน 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล Acute diagnosis: Schizoaffective disorder Equipment needed: ไม่มี Evaluation objective of this case: สื่อสารด้วยวาจา และภาษาท่าทางกับผู้ป่วยที่มีอาการประสาทหลอนหูแว่วมีพฤติกรรม ซึมเศร้าและมีความคิดทำร้ายตนเองได้เหมาะสม 2.Training material worksheet Case summary: นางแก้ว อายุ 35 ปี มาโรงพยาบาลด้วยร้องไห้ฟูมฟาย พูดคนเดียว ไม่นอน 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยโรค Schizoaffective disorder ให้พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยจิตเวชหญิง สามัญและให้ยาHaloperidol, Benzhexol และ Sertraline ตาม แผนการรักษา ผู้ป่วยยังมีอาการพูดคนเดียวเป็นบางครั้ง และสีหน้า แววตาเศร้าหมอง มีความคิดทำร้ายตนเองเป็นบางครั้ง มักนั่งอยู่ เพียงลำพังบริเวณเก้าอี้หน้าห้องทำกิจกรรมกลุ่มบำบัด ขั้นการปฏิบัติตามส ๑.ผู้เรียนปฏิบัติตา กับผู้รับบริการที่มีคว ๒. ผู้สอนให้ข้อมูล ๓. ผู้สอนสังเกตแล ๔. ผู้สอนกระตุ้นให ผู้รับบริการในสถาน ๕. ผู้สอนอาจแสดง พยาบาลเข้าไปในสถ การต่อกรณีผู้เรียนไม ผู้เรียนดึงความรู้และ อย่างสมบูรณ์ ๖.ผู้สอนบอกวิธีการ การสื่อสารกับผู้รับบ ช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ เสมือนจริงซึ่งให้ถือว ทำงานเป็นทีม และ ประเด็นสำคัญดังนี้


80 กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/ แหล่งการ เรียนรู้ เวลา ประเมินผลการ เรียนรู้ สถานการณ์ ามบทบาทของสถานการณ์จำลองหรือสื่อสารเพื่อการบำบัด วามผิดปกติ(ผู้ป่วยเสมือนจริง) ลเพิ่มเติมที่ผู้เรียนในสถานการณ์ต้องการตามความเหมาะสม ละบันทึกพฤติกรรมผู้เรียนในสถานการณ์ ห้ผู้เรียนเกิดการตระหนักรู้ถึงอาการแสดงที่เปลี่ยนไปของ การณ์ที่แย่ลง งบทบาทสมมติเพิ่มโดยอาจจัดให้มีแพทย์ หรือหัวหน้า ถานการณ์ เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้และให้สถานการณ์ดำเนิน ม่สามารถแก้ปัญหาได้ หรืออาจหยุดสถานการณ์เพื่อกระตุ้นให้ ะทักษะที่มีอยู่มาใช้ เพื่อให้ผู้เรียนดำเนินสถานการณ์ต่อไปได้ รปฏิบัติ โดยเน้นย้ำให้ผู้เรียนนำความรู้มาใช้ที่ได้เรียนมาใช้ใน บริการที่มีความผิดปกติทางจิต ให้ระลึกเสมอว่าขณะที่ให้การ ้เรียนมีบทบาทของพยาบาลวิชาชีพ เน้นย้ำการเคารพผู้ป่วย ว่าเป็นผู้ป่วยจริง เคารพผู้สอน และเพื่อนผู้ร่วมทีม เน้นย้ำการ ะหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมาย เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ใน -Scenario สถานการณ์ ของ ผู้รับบริการที่ มีความ ผิดปกติของ การคิดการ รับรู้อารมณ์ และ พฤติกรรม -สื่อบุคคล ผู้ป่วยเสมือน จริง ๓๐ นาที - ผลการสื่อสารเพื่อ การบำบัดกับผู้ป่วย เสมือนโดยผู้เรียนที่ ได้รับมอบหมาย (๖.๑,๔.๕,๕.๓)


วัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรม เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ เทคนิคในการสื่อสารเพื่อการบำบัด การสื่อสารเพื่อบำบัดทางจิต เป็นวิธีการที่ใช้ในบริการทาง จิตเวช โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระบวนการสื่อสาร เป็น เครื่องมือช่วยคลี่คลายปัญหาความไม่สบายใจจากสถานการณ์ใด สถานการณ์หนึ่งของผู้ป่วย โดยมีวิธีการให้ผู้ป่วยเกิดการเรียนรู้ และเข้าใจในปัญหา การหาทางออกหรือแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ มี การวางแบบและมีทัศนคติวิธีที่ช่วยให้การสื่อสารเป็นไปใน ลักษณะของการบำบัด เทคนิคในการสื่อสารเพื่อการบำบัด ได้แก่ -การฟัง-การใช้คำถามกว้างๆ-การกระตุ้นให้พูดต่อ-การ ทวนซ้ำ-การยอมรับ-การบอกกล่าวสิ่งที่สังเกตเห็นในตัวผู้ป่วยการสะท้อนความคิดความรู้สึก-การใช้ความเงียบ-การขอความ กระจ่าง-การตรวจสอบความเข้าใจให้ตรงกัน-การให้ข้อมูล-การ แสดงการระลึกได้จำได้ -การเสนอตัวเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย-การ ค้นหาข้อมูลให้มากขึ้น-การมุ่งความสนใจไปที่จุดใดจุดหนึ่ง-การ ลำดับเหตุการณ์-การกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้ประเมินตนเอง-การ กระตุ้นให้ผู้ป่วยได้เปรียบเทียบ-การกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้วางแผนการกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้อธิบายสิ่งที่ได้รับรู้-การให้คามเป็นจริงการตั้งข้อสงสัย-การสรุป-การให้แรงเสริมทางบวก-การ เผชิญหน้า-การแปลความหมายพฤติกรรม ๖.๑ การเริ่มพูด จำเป็นเสนอตัวให้คว ผิดปกติเกิดความไว้ว ๖.๒ การดำเนิ ของผู้รับบริการที่มีค ปัญหาของตนเองแล ๖.๓ การยุติกา กำลังใจผู้รับบริการ ๗. ขณะที่อยู่ในสถ ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติ เช่น ทำไมถึงสอบถา ความรู้ให้กับผู้เรียน ข้อเสนอแนะในการแ ๘.สิ้นสุดการเรียนกา ได้ หรือกรณีที่ผู้เรียน (observe) ให้สังเกต


81 กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/ แหล่งการ เรียนรู้ เวลา ประเมินผลการ เรียนรู้ ดคุยทักทาย แนะนำตัว ชี้แจงวัตถุประสงค์ข้อตกลง ให้ข้อมูลที่ วามช่วยเหลือและพูดคุยเรื่องทั่วไปเพื่อให้ผู้รับบริการที่มีความ วางใจในสัมพันธภาพเพื่อการบำบัดระยะเริ่มแรก นการสนทนา เพื่อสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพ ความผิดปกติทางจิต ใช้คำพูดเพื่อช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจ ละหาแนวทางในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ารสนทนาโดยการสรุปประเด็นสำคัญและให้ข้อมูลที่จำเป็น ให้ ถานการณ์ผู้สอนควรสังเกตผู้เรียน หากพบผู้เรียนปฏิบัติไม่ ติในเวลาที่กำหนด ผู้สอนจะหยุด และถามคำถาม ยกตัวอย่าง ามผู้ป่วยด้วยคำพูดนี้หากผู้เรียนไม่สามารถบอกได้ ผู้สอนเสริม น โดยไม่ให้ผู้เรียนรู้สึกผิด ร่วมกับใช้คำถามที่ชี้นำหรือให้ แก้ปัญหา เป็นระยะ ารสอนเมื่อผู้เรียนสามารถให้การช่วยเหลือผู้ป่วยให้อาการดีขึ้น นต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม และให้กลุ่มสังเกตการณ์ ตพฤติกรรมและจดบันทึก และมา de- brief ร่วมกัน -เอกสาร ประกอบการ สอน -


วัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรม เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ ๖.บอกสิ่งที่เป็น จุดอ่อนของตนเอง และแนวทางพัฒนา ตนเองในการสื่อสาร เพื่อการบำบัดกับ ผู้รับบริการใน สถานการณ์ต่างๆได้ ตรงตามสภาพจริง (๓.๑ ⚫ ) ขั้นประเมินการเรียน ๑ ผู้สอนสอบถ ตนเอง ซึ่งในขั้นนี้อ พฤติกรรมของผู้เรียน ๒ ผู้สอนสะท้อ น ไม่ตำหนิ แต่จะเน้นก 1) จากสถานการณ์จำ 2) นักศึกษาคิดและรู้สึ 3) ประสบการณ์ที่ดีที่ไ 4)อะไรน่าจะเป็นสาเห5)สถานการณ์จำลองด 6) นักศึกษาต้องปฏิบั 7)นักศึกษาได้เรียนรู้อ 8)นักศึกษาจะนำสิ่งที่ไ เวชอย่างไร 9)นักศึกษาบรรลุเป้าห ถ้ายังไม่บรรลุเป้าหมา ดังกล่าว


82 กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/ แหล่งการ เรียนรู้ เวลา ประเมินผลการ เรียนรู้ นรู้ (Debrief) ามความรู้สึกของผู้เรียนต่อสถานการณ์ และความรู้สึกของ าจให้ผู้เรียนในกลุ่มสังเกตการณ์ร่วมสะท้อนความรู้สึก และ น นผู้เรียนในสิ่งที่ผู้เรียนทำได้ดี และส่วนที่ผู้เรียนบกพร่อง โดย การให้กำลังใจ การเสริมแรงบวกให้ผู้เรียน ด้วยแนวทางดังนี้ ำลองดังกล่าวมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง สึกอย่างไรกับสถานการณ์จำลองดังกล่าว ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง หตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ดังกล่าวส่งผลอย่างไร ัติอย่างไร หรือมีวิธีปรับปรุงอย่างไร อะไรบ้างจากสถานการณ์จำลองดังกล่าว ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลสุขภาพจิตและจิต หมายการเรียนรู้ที่กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร ายนักศึกษาจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ -แนวคำถาม การสะท้อน คิด-แบบบันทึก การสนทนา ระหว่าง พยาบาล และ ผู้รับบริการ ๔๕ นาที ผลการสะท้อนคิด (๓.๑)


วัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรม เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ บทสรุป การสื่อสารเพื่อการบำบัดเป็นเครื่องมือที่สำคัญของพยาบาล จิตเวชในการดูแลผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตเพื่อช่วยให้ ผู้รับบริการสามารถเข้าใจความคิดความรู้สึกและประเด็นปัญหา ของตนเอง ดังนั้นการฝึกฝนการใช้การสื่อสารเพื่อการบำบัด เพื่อให้เกิดทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดและประยุกต์ใช้ในการ สื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้ที่มีความผิดปกติจึงเป็นอย่างยิ่ง ขั้นสรุป ๑.ผู้เรียนและผู้สอนร เกี่ยวกับวิธีการ องค ประยุกต์ใช้ในการพย ๒. เปิดโอกาสผู้เรียน ๓.แนะนำผู้เรียนเกี่ย ด้วยตนเองและมอบ


83 กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/ แหล่งการ เรียนรู้ เวลา ประเมินผลการ เรียนรู้ ร่วมสรุปประเด็นสำคัญและให้ผู้เรียนคิดเชื่อมโยงความรู้เดิม ค์ประกอบ เทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัดและการ ยาบาลผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต นซักถามข้อสงสัย และตอบข้อซักถาม ยวกับหนังสืออ่านประกอบ แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมในการศึกษา หมายงานในการเรียนครั้งต่อไป ๑๕ นาที


๖. ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน ๖.๑ ตำราหลัก ฉวีวรรณสัตยธรรม ,แผ จันทร์สุข และศุกร์ใจ เจริญสุข.(๒๕๕๖). การพยาบาลจิตเวช ยาใจ สิทธิมงคล, พวงเพชร เกสรสมุทร, นพพร ว่องสิริมาศ, อทิตยา พรชัยเกตุ การพยาบาลจิตเวชศาสตร์.กรุงเทพฯ: บริษัทสแกนอาร์ตจำกัด. สายฝน เอกวรางกูล .(๒๕๕๘). การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิตศาสตร์และศิลป์สู่ก Norman L. Keltner, Debbie S(2019). Psychiatric Nursing.Missarri: Elserie ๖.๒ ตำรารอง Boyd, M. (2017). Essentials of Psychiatric Nursing. Philadelphia: Wolters Townsend, Mary C. (2018). Psychiatric Mental Health Nursing : Concept o Base Practice (9th ed.).Philadelphia: F.A.Davis Company ๖.๓ วารสาร ไม่มี ๖.๔ ฐานข้อมูลและระบบสืบค้นอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มี ๗. บันทึกหลังสอน ................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................


84 ชและสุขภาพจิต (ฉบับปรับปรุง) เล่ม ๑.กรุงเทพฯ:ธนาเพรส จำกัด. โอวยอง. (๒๕๕๙). การปฏิบัติ๑.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทม์พริ้นติ้ง. er Inc. s Kluwer of Care in Evidence- ......................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................


๘. แนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการสอนครั้งต่อไป สรุปปัญหา/ข้อสังเกตในการจัดการเรียนการสอน ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อคิดเห็นของผู้รับผิดชอบวิชา ………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อคิดเห็นของหัวหน้าภาควิชา . …………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version