85 แนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการสอนครั้งต่อไป ………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................................... ผู้สอน (นางสุนทรี ขะชาตย์) ………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..................................................ผู้รับผิดชอบ วิชา (นางสุนทรี ขะชาตย์) ………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..................................................หัวหน้า ภาควิชา
86 Scenario สำหรับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง Scenarioสำหรับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานเพื่อ ส่งเสริมความรู้ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด ในการ เตรียมความพร้อมของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 ก่อนขึ้นฝึกภาคปฏิบัติ ประกอบด้วย 4 Scenario ดังนี้ Scenario 1 สถานการณ์จำลองเกี่ยวกับผู้ป่วย Substance induce psychotic ที่มีการคิดและ การรับรู้ผิดปกติร่วมกับพฤติกรรมหวาดระแวง Scenario 2 สถานการณ์จำลองเกี่ยวกับผู้ป่วย Schizophrenia ที่มีการคิดและการรับรู้ผิดปกติ ร่วมกับพฤติกรรมแยกตัว Scenario 3 สถานการณ์จำลองเกี่ยวกับผู้ป่วย Major Depressive Disorder ที่มีอารมณ์ผิดปกติ ร่วมกับพฤติกรรมซึมเศร้า Scenario 4 สถานการณ์จำลองเกี่ยวกับผู้ป่วย Bipolar Disorder ที่มีอารมณ์ผิดปกติร่วมกับ พฤติกรรมก้าวร้าวและเจ้ากี้เจ้าการ
87 Scenario 1 1.Demographic form Patient name :มาลี Patient demographic : หญิง อายุ 20-40 ปี รูปร่างสันทัด Presenting complaint : ตาขวาง พูดคนเดียว 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล Acute diagnosis : Substance induce psychotic Equipment needed : ไม่มี Evaluation objective of this case :สื่อสารด้วยวาจาและภาษาท่าทางกับผู้ป่วยที่มีความคิด หลงผิด หูแว่วและมีพฤติกรรมหวาดระแวงได้เหมาะสม 2.Training material worksheet Case summary: นางสาวมาลี อายุ 30 ปี มาโรงพยาบาลด้วย ตาขวาง พูดคนเดียว 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยโรค Substance induce psychotic ให้พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยจิตเวชและให้ยา Haloperidol ตามแผนการรักษา ผู้ป่วยยังมีอาการพูดคนเดียว และตาขวางเป็นบางครั้ง มักนั่งอยู่เพียงลำพัง บริเวณเก้าอี้หน้าNurse Station Important aspects of case for the standardized patient: -แสดงอาการได้ถูกต้องตามบท -สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาผู้สอบ Presentation/Emotional tone : -แต่งกายชุดผู้ป่วย -สีหน้าเรียบเฉย มีตาขวางเป็นบางครั้ง -ถามคำตอบคำ พูดคนเดียวเป็นบางครั้งโต้ตอบกับเสียงแว่วเกี่ยวกับมีเสียงบอกว่าเทพเจ้าประจำตัวสั่ง ว่าคนอื่นๆเป็นคนไม่ดี -กรณีนักศึกษาผู้เข้าสอบถามนอกประเด็นให้ผู้ป่วยตอบว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ Physical examination : ผลตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ positive Mental status examination : Poor insight Gandeour ,Persecutory delusion ,Auditory Hullucination, Poverty speech, Flat effect Patient history in detail : ประวัติการเจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ประวัติการรักษา เป็นการเข้ารับการรักษาครั้งแรก
88 3.Checklist คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย สวัสดีค่ะ /ครับ(สบตาและยิ้มเล็กน้อย) สีหน้าเฉย มองด้วยหางตา บอกชื่อ-สกุลและบอกว่าเป็นนักศึกษาพยาบาล สีหน้าเฉย มองด้วยหางตา คุณชื่ออะไร สีหน้าเฉย คิดเล็กน้อยก่อนบอกชื่อ “ มาลี” ด้วยเสียง ราบเรียบ มาพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย สีหน้าเฉย มองด้วยหางตา ขอพูดคุยด้วย ประมาณ10-15 นาที ตั้งแต่เวลา 12.45-13.00น. สีหน้าเฉย มองด้วยหางตา ถ้าคุณมีเรื่องไม่สบายใจพูดคุยกับนักศึกษาได้ นักศึกษายินดีรับฟัง และช่วยเหลือ สีหน้าเฉย มองด้วยหางตา สัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องที่คุณไม่ต้องการให้ใครรู้ได้ทราบ และจะ เก็บไว้เป็นความลับ แต่กรณีที่ข้อมูลดังกล่าวเป็นอันตรายต่อคุณ นักศึกษาขออนุญาตแจ้งพยาบาลเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือคุณ สีหน้าเฉย คิดเล็กน้อย ดูสีหน้าคุณครุ่นคิด สีหน้าเฉย มองด้วยหางตา มีข้อสงสัยอะไรที่จะสอบถามไหมค่ะ เอียงคอฟังเสียงบอกว่า คนนั้นคนนี้เป็นคนไม่ดี แล้วพูดคุยกับ เสียงว่า “ใช่แล้วๆๆ คนไหนอีกที่ไม่ดี จริงๆด้วย ”พยักหน้า และยิ้มมุมปาก สบตา พยักหน้ารับฟังในสิ่งที่ผู้ป่วยพูด ช่วยบอกได้ไหมว่า ใช่แล้วที่คุณพูดหมายถึงอะไร เอียงคอฟังเสียงบอกว่า คนนั้นคนนี้เป็นคนไม่ดี แล้วพูดคุยกับ เสียงว่า “เราไม่ควรไปยุ่ง ใช่แล้วๆๆ”พยักหน้าและยิ้มมุมปาก ขณะนี้คุณกำลังคุยกับใครนอกจากนักศึกษา “คุยกับเจ้านั่งอยู่ข้างๆนี้ไง” นักศึกษาไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงอื่นนอกจากคุณ เอียงคอฟังเสียงบอกว่า คนนั้นคนนี้เป็นคนไม่ดี แล้วพูดว่า “ใช่ แล้วๆๆ”พยักหน้าและยิ้มมุมปาก เมื่อเช้ารับประทานอาหารได้ไหม ทานกับอะไร สีหน้าเฉยตอบว่า “กินข้าวต้มหมูได้นิดหน่อย” นอนหลับพักผ่อนตอนกลางคืนได้วันละกี่ชั่วโมง มีเสียงรบกวน หรือไม่ สีหน้าเฉยตอบว่า “นอนตั้งแต่สองทุ่ม” “หลับๆตื่นๆเจ้ามาเตือนต้องฟัง” คุณนอนหลับๆตื่นๆเพราะเจ้ามาเตือน หันซ้ายหันขวา ตอบว่า “เจ้าบอกต้องฟังเดี่ยวท่านโมโห” คุณรู้สึกกังวลและกลัว สีหน้าเฉย มองด้วยหางตาตอบว่า “เจ้าบอกให้ไปนอน เลิกคุย ได้ยัง” นักศึกษาจะขอนำข้อมูลสุขภาพของคุณไปปรึกษาพยาบาลเพื่อให้ การดูแล สีหน้าเฉย วันนี้เราได้พูดคุยเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและการพักผ่อน รวมทั้งเสียงที่คุณได้ยินทำให้หลับๆตื่นๆ สีหน้าเฉย ขอจบการสนทนาวันนี้และนัดหมายครั้งต่อไป สีหน้าเฉย ถ้าสัมผัสตัวผู้ป่วย**** ผู้ป่วยสะดุ้งและตาขวาง
89 Scenario 2 1.Demographic form Patient name :อารี Patient demographic : หญิง อายุ 35 ปี Presenting complaint : ไม่รับประทานอาหาร ไม่พูด นอนทั้งวัน 1 สัปดาห์ก่อนมา โรงพยาบาล Acute diagnosis : Schizophrenia Equipment needed : ไม่มี Evaluation objective of this case :สื่อสารด้วยวาจาและภาษาท่าทางกับผู้ป่วยที่มี พฤติกรรมแยกตัวได้อย่างเหมาะสม 2.Training material worksheet Case summary: นางอารี อายุ 35 ปี มาโรงพยาบาลด้วย ไม่รับประทานอาหาร ไม่พูด นอนทั้งวัน 1 สัปดาห์ก่อน มาโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยโรค Schizophrenia ให้พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยจิตเวชและให้ยา Clozapine ตามแผนการรักษา ผู้ป่วยสีหน้าเรียบเฉย พูดน้อย ถามคำตอบคำ บางครั้งนั่งหลับตา มักนั่งอยู่เพียงลำพัง บริเวณเก้าอี้หน้าNurse Station Important aspects of case for the standardized patient: -แสดงอาการได้ถูกต้องตามบท -สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาผู้สอบ Presentation/Emotional tone : -แต่งกายชุดผู้ป่วย -สีหน้าเรียบเฉย มีนั่งหลับตาเป็นบางครั้ง -ถามคำตอบคำ น้ำเสียงราบเรียบ -กรณีนักศึกษาผู้เข้าสอบถามนอกประเด็นให้ผู้ป่วยตอบว่า ไม่รู้ / ไม่ทราบ/ จำไม่ได้ Physical examination : ไม่มี Mental status examination : Poor insight , Thought broadcasting denial Hullucination, Loosening of association ,Poverty speech, Apathy Patient history in detail : ประวัติการเจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัวอื่น ๆ ประวัติการรักษา เป็นการเข้ารับการรักษาครั้งแรก
90 3.Checklist/Rating scale คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย สวัสดีค่ะ /ครับ(สบตาและยิ้มเล็กน้อย) สีหน้าเฉย มองนักศึกษาเล็กน้อยแล้วหลับตา บอกชื่อ-สกุลและบอกว่าเป็นนักศึกษาพยาบาล สีหน้าเฉย มองนักศึกษาเล็กน้อยแล้วหลับตา คุณชื่ออะไร สีหน้าเฉย ลืมตามองนักศึกษาก่อนบอกชื่อ “ อารี” ด้วยเสียง ราบเรียบ มาพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย สีหน้าเฉย ขอพูดคุยด้วย ประมาณ10-15 นาที สีหน้าเฉย ถ้าคุณมีเรื่องไม่สบายใจพูดคุยกับนักศึกษาได้ นักศึกษายินดีรับฟัง และช่วยเหลือ สีหน้าเฉย สัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องที่คุณไม่ต้องการให้ใครรู้ได้ทราบ และจะ เก็บไว้เป็นความลับ แต่กรณีที่เป็นอันตรายต่อคุณ นักศึกษาขอ อนุญาตแจ้งพยาบาลเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือคุณ สีหน้าเฉย นักศึกษาเห็นผู้ป่วยนั่งหลับตาอยู่คนเดียว เมื่อคืนนอนหลับพักผ่อน ได้ไหม สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“หลับได้”นั่งหลับตา มื้อกลางวันที่ผ่านมา รับประทานอาหารอะไร สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“ข้าวกับต้มจืด”นั่ง หลับตา ทานได้มากน้อยแค่ไหน สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“ครึ่งถาด”นั่งหลับตา กิจกรรมกลุ่มที่คุณเข้าร่วมมีอะไรบ้าง สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“เยอะ”นั่งหลับตา ช่วยยกตัวอย่างให้นักศึกษาฟัง สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“จำไม่ได้”นั่งหลับตา นักศึกษาเห็นผู้ป่วยนั่งหลับตาบ่อยๆ ไม่สบายหรือเปล่า สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“ไม่”นั่งหลับตา คุณขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะวันละกี่ครั้ง สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“จำไม่ได้”นั่งหลับตา มีปัญหาท้องผูก แน่นท้องบ้างไหม สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“ไม่”นั่งหลับตา คุณชอบรับประทานอาหารประเภทไหน สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“ได้ทุกอย่าง”นั่ง หลับตา ช่วงเวลาต่อไปมีกิจกรรมใดทางหอผู้ป่วยที่คุณต้องไปร่วม สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“วัดความดัน”นั่ง หลับตา คุณมีปัญหาความโลหิตสูงหรือไม่อย่างไร สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“ไม่ทราบ”นั่งหลับตา คุณมีเรื่องอะไรที่อยากเล่าให้นักศึกษาฟังบ้าง สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษาก่อนบอก“ไม่”นั่งหลับตา นักศึกษาจะนั่งพูดคุยกับคุณเป็นเวลา 10 นาที ถ้าคุณมีเรื่องไม่ สบายใจ เล่าให้นักศึกษาฟังได้ นักศึกษายินดี สีหน้าเฉยลืมตามองนักศึกษา วันนี้เราได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆไปเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ สีหน้าเฉย ขอจบการสนทนาวันนี้และนัดหมายครั้งต่อไป สีหน้าเฉย
91 Scenario 3 1.Demographic form Patient name : สุพร Patient demographic : ชาย อายุ 40 ปี รูปร่างสันทัด Presenting complaint : ซึม ร้องไห้ บ่นอยากตาย เก็บตัวอยู่ในห้องนอนทั้งวันทั้งคืน 2 สัปดาห์ ก่อนมาโรงพยาบาล Acute diagnosis : Major Depressive Disorder Equipment needed : ไม่มี Evaluation objective of this case :สื่อสารด้วยวาจาและภาษาท่าทางกับผู้ป่วยที่มีอารมณ์ เศร้าผิดปกติได้เหมาะสม 2.Training material worksheet Case summary: นางสุพร อายุ 40 ปี มาโรงพยาบาลด้วย ซึม ร้องไห้ บ่นอยากตาย เก็บตัวอยู่ในห้องนอนทั้งวันทั้งคืน 2 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยโรค Major Depressive Disorder ให้พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วย จิตเวชและให้ยาSertalineตามแผนการรักษา ผู้ป่วยยังมีอาการพูดน้อย สีหน้าเศร้า คิดช้า รู้สึกไร้ค่า นั่งซึม ก้มหน้าอยู่เพียงลำพังบริเวณเก้าอี้หน้า Nurse Station Important aspects of case for the standardized patient: -แสดงอาการได้ถูกต้องตามบท -สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาผู้สอบ Presentation/Emotional tone : -แต่งกายชุดผู้ป่วย -สีหน้าแววตาเศร้า น้ำตาคลอเล้กน้อย -พูดน้อย คิดช้า -กรณีนักศึกษาผู้เข้าสอบถามนอกประเด็นให้ผู้ป่วยตอบตามที่นักศึกษาถามและสอบถามข้อมูลส่วนตัว ต่างๆของนักศึกษา Physical examination : ไม่มี Mental status examination : Fair insight , depressive effect , retardation psychomotor Patient history in detail : ประวัติการเจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ประวัติการรักษา เป็นการเข้ารับการรักษาครั้งแรก
92 3.Checklist คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย สวัสดีค่ะ /ครับ(สบตาและยิ้มเล็กน้อย) สีหน้าเศร้า มองหน้าสบตานักศึกษาและก้มหน้ามองพื้น บอกชื่อ-สกุลและบอกว่าเป็นนักศึกษาพยาบาล พยักหน้ารับทราบ คุณชื่ออะไร สีหน้าเศร้า บอกชื่อ “ สุพจน์ครับ” ด้วยเสียงเบา และช้า มาพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบ ขอพูดคุยด้วย ประมาณ15-20 นาที ตั้งแต่เวลา12.45-13.00 น. พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบ ถ้าคุณมีเรื่องไม่สบายใจพูดคุยกับนักศึกษาได้ นักศึกษายินดี รับฟังและช่วยเหลือ พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบ สัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องที่คุณไม่ต้องการให้ใครรู้ได้ทราบ และจะเก็บไว้เป็นความลับ แต่กรณีที่เองดังกล่าวเป็นอันตราย ต่อคุณ นักศึกษาขออนุญาตแจ้งพยาบาลเพื่อให้การดูแล ช่วยเหลือคุณ พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบ คุณถอนหายใจ และดูท่าทางกังวลใจ ยิ้มและถอนหายใจ มีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจค่ะ ผมเบื่อคนที่นี่ เบื่อคนที่บ้าน เบื่อทุกคนในโลกนี้ ผมอยาก ทำอะไรมากมายแต่ไม่มีใครอยากให้ผมทำ ทำไมชีวิตผมถึง เป็นแบบนี้(เสียงดัง สีหน้าไม่พอใจ) สบตา พยักหน้ารับฟังในสิ่งที่ผู้ป่วยพูด ช่วยบอกได้ไหมว่า ใช่แล้วที่คุณพูดหมายถึงอะไร บางครั้งผมก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ มันเบื่อไปหมด อาหารที่นี่ก็ ไม่อร่อย กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ เบื่อไปหมด(เสียงดัง สี หน้าไม่พอใจ) คุณมีเรื่องมากมายที่ไม่สบายใจ นักศึกษาว่าเรามาคุย ประเด็นเรื่องที่คุณนอนไม่หลับและร่วมกันหาสาเหตุจะได้หา แนวทางแก้ไขเพื่อให้คุณพักผ่อนได้มากขึ้นนะค่ะ ได้ครับ เพราะอะไร คุณสุพจน์จึงนอนไม่หลับค่ะ ผมคิดกังวลทั้งคืน คิดกลับไปกลับมาจนปวดหัว และก็เบื่อ บางทีก็รู้สึกว่าตนเองไม่มีประโยชน์(เสียงเบา สีหน้าเริ่มเศร้า) คุณนอนไม่เหลับเพราะคิดว่าตนเองไม่มีประโยชน์ ครับ ผมมันไร้ประโยชน์ ที่คุณสุพจน์บอกว่าไร้ประโยชน์หมายความว่าอย่างไรค่ะ ช่วย อธิบายหรือยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยคะ ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้ทำอะไร จะช่วยคุณพยาบาลดูแลผู้ป่วยรายอื่น พยาบาลก็ไม่ให้ผมทำ ตอนอยู่บ้านผมขยันทำงาน หาเงินหา ทองเข้าบ้าน และก็ช่วยดูแลแม่ที่บ้าน แต่อยู่ที่ไม่ได้ทำอะไร เลย กิน นอนและเข้ากลุ่มน่าเบื่อ(เสียงเบา สีหน้า) คุณสุพจน์รู้สึกคุณค่าของตนเองลดลงเมื่อมาพักรักษาตัวที่ โรงพยาบาล ครับ สีหน้าเศร้า(เสียงเบา สีหน้า) จากที่ฟังคุณสุพจน์เล่าเรื่องที่บ้านเกี่ยวกับความขยันทำงาน และการมีจิตใจที่ดีในการดูแลแม่ที่ป่วย มองหน้านักศึกษา คุณสุพจน์คิดว่าเพราะอะไรคุณพยาบาลจึงไม่ให้คุณสุพจน์ ช่วยพยาบาลดูแลผู้ป่วยรายอื่น เพราะผมทำไม่ได้ครับ
93 ค ำถำม/ค ำพูด(สีหน้ำท่ำทำง) กิริยำท่ำทำงของผู้ป่ วย คุณสุพจน์ค่ะที่คุณพยาบาลไม่ให้คุณช่วยดูแลผู้ป่วยรายอื่น อาจเป็นเพราะว่าผู้ป่วยรายอื่นยังมีอาการไม่ดีและอาจเป็น อันตรายกับคุณได้ค่ะ มองหน้านักศึกษาครับบางครั้งผมก็คิดเช่นนั้น นักศึกษาอยากให้คุณสุพจน์ดูแลสุขภาพตนเองให้ดีก่อนเป็น ห่วงคนอื่นนะค่ะ ครับ คุณสุพจน์คิดว่าจากปัญหาการนอนไม่หลับเพราะคิดว่าตนเอง ไม่มีประโยชน์ เราจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรเพื่อให้คุณ สุพจน์พักผ่อนเพียงพอมากขึ้นบ้างค่ะ ผมคงต้องเลิกคิดแบบนั้น แล้วดูแลสุขภาพตนเองจะได้หาย และกลับไปบ้านเพื่อทำงานและดูแลแม่ที่บ้าน วันนี้เราได้พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาการนอนไม่หลับของคุณซึ่ง คุณสุพจน์สามารถหาแนวทางแก้ไขได้ว่าจะเลิกคิดมาก และ จะดูแลสุขภาพของตนเองเพื่อให้อาการดีขึ้นและพักผ่อน ได้มากขึ้น นักศึกษาก็ขอให้คุณอาการดีขึ้น และสุขภาพ แข็งแรงนะค่ะ พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบขอบคุณครับ ขอจบการสนทนาวันนี้และนัดหมายครั้งต่อไป สีหน้ายิ้มแย้ม
94 Scenario 4 1.Demographic form Patient name : สุพจน์ Patient demographic : ชาย อายุ 20-50 ปี รูปร่างสันทัด Presenting complaint : พูดมาก วุ่นวาย สั่งให้ทุกคนในบ้านทำตามที่ตนเองบอกหงุดหงิด ก้าวร้าว 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล Acute diagnosis : Bipolar Disorder Equipment needed : ไม่มี Evaluation objective of this case :สื่อสารด้วยวาจาและภาษาท่าทางกับผู้ป่วยที่มีอารมณ์ ครื้นเครงได้เหมาะสม 2.Training material worksheet Case summary: นายสุพจน์ อายุ 30 ปี มาโรงพยาบาลด้วย พูดมาก วุ่นวาย สั่งให้ทุกคนในบ้านทำตามที่ตนเอง บอก หงุดหงิดก้าวร้าวเมื่อถูกขัดใจ 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยโรคBipolar Disorder ให้ พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยจิตเวชและให้ยาLithium ตามแผนการรักษา ผู้ป่วยยังมีอาการพูดมาก ความคิดแล่น และอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย บางครั้งหงุดหงิด นั่งกับผู้ป่วยรายอื่นบริเวณเก้าอี้หน้า Nurse Station Important aspects of case for the standardized patient: -แสดงอาการได้ถูกต้องตามบท -สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาผู้สอบ Presentation/Emotional tone : -แต่งกายชุดผู้ป่วย -สีหน้ายิ้มแย้ม มีแววตาเศร้าและถอนหายใจเป็นบางครั้ง -พูดมาก ฟุ้งซ่าน หลายเรื่อง บางครั้งสีหน้ายิ้มแย้ม -กรณีนักศึกษาผู้เข้าสอบถามนอกประเด็นให้ผู้ป่วยตอบตามที่นักศึกษาถามและสอบถามข้อมูลส่วนตัว ต่าง ๆ ของนักศึกษา Physical examination : ไม่มี Mental status examination : Fair insight , Flight of idea , Mobile effect Patient history in detail : ประวัติการเจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัวอื่น ๆ ประวัติการรักษา เป็นการเข้ารับการรักษาครั้งแรก
95 3.Checklist คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย สวัสดีค่ะ /ครับ(สบตาและยิ้มเล็กน้อย) สีหน้ายิ้มแย้ม มองหน้าและสบตานักศึกษา บอกชื่อ-สกุลและบอกว่าเป็นนักศึกษาพยาบาล พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบ คุณชื่ออะไร สีหน้ายิ้มแย้ม และบอกชื่อ “ สุพจน์ครับ” ด้วยเสียงดัง และ เร็ว มาพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบ ขอพูดคุยด้วย ประมาณ15-20 นาที ตั้งแต่เวลา12.45-13.00 น. พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบ ถ้าคุณมีเรื่องไม่สบายใจพูดคุยกับนักศึกษาได้ นักศึกษายินดีรับฟัง และช่วยเหลือ พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบ สัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องที่คุณไม่ต้องการให้ใครรู้ได้ทราบ และจะ เก็บไว้เป็นความลับ แต่กรณีที่เองดังกล่าวเป็นอันตรายต่อคุณ นักศึกษาขออนุญาตแจ้งพยาบาลเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือคุณ พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบ คุณถอนหายใจ และดูท่าทางกังวลใจ ยิ้มและถอนหายใจ มีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจค่ะ ผมเบื่อคนที่นี่ เบื่อคนที่บ้าน เบื่อทุกคนในโลกนี้ ผมอยากทำ อะไรมากมายแต่ไม่มีใครอยากให้ผมทำ ทำไมชีวิตผมถึงเป็น แบบนี้(เสียงดัง สีหน้าไม่พอใจ) สบตา พยักหน้ารับฟังในสิ่งที่ผู้ป่วยพูด บางครั้งผมก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ มันเบื่อไปหมด อาหารที่นี่ก็ไม่ อร่อย กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ เบื่อไปหมด(เสียงดัง สี หน้าไม่พอใจ) คุณมีเรื่องมากมายที่ไม่สบายใจ นักศึกษาว่าเรามาคุยประเด็น เรื่องที่คุณนอนไม่หลับและร่วมกันหาสาเหตุจะได้หาแนวทางแก้ไข เพื่อให้คุณพักผ่อนได้มากขึ้นนะค่ะ ได้ครับ เพราะอะไร คุณสุพจน์จึงนอนไม่หลับค่ะ ผมคิดกังวลทั้งคืน คิดกลับไปกลับมาจนปวดหัว ผมมีงานที่ต้อง ทำมากมาย ทุกคนคงรอผมอยู่ แต่ผมไม่ได้ออกจาก โรงพยาบาลนี้สักที คุณนอนไม่เหลับเพราะคิดกังวลเกี่ยวกับงาน ครับ ผมอยากออกจากโรงพยาบาลนี้เร็วๆ ทุกคนกำลังรอผม อยู่ ที่คุณสุพจน์บอกว่าทุกคนกำลังรอคุณหมายความว่าอย่างไรค่ะ ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยคะ เพื่อนร่วมงานคงกำลังรอผม เพราะงานต่าง ๆ ผมรู้เรื่องที่สุด ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้ทำอะไร จะช่วยคุณพยาบาลดูแลผู้ป่วยรายอื่น พยาบาลก็ไม่ให้ผมทำ ตอนอยู่บ้านผมขยันทำงาน หาเงินหา ทองเข้าบ้าน แต่อยู่ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย กิน นอนและเข้า กลุ่มน่าเบื่อ(สีหน้าแสดงความไม่พอใจ น้ำเสียงหงุดหงิด) คุณสุพจน์รู้สึกไม่พอใจที่ไม่ได้ทำอะไร ขณะต้องอยู่พักรักษาตัวใน โรงพยาบาล ครับ เบื่อมาก พยาบาลไปบอกหมอให้ผมกลับบ้านทีซิ (สีหน้า ไม่พอใจ) คุณสุพจน์คิดว่าคุณสุพจน์ต้องทำอย่างไรค่ะ อาการจึงจะดีขึ้น และได้กลับบ้านได้เร็วขึ้น หมอบอกผมว่า ถ้าผมจะได้กลับบ้าน ผมต้องพูดให้น้อยลง ควบคุมอารมณ์ตนเองได้มากขึ้น ครับ มองหน้านักศึกษา คุณสุพจน์คิดว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ขณะพักรักษาตัวใน โรงพยาบาลนี้จึงจะทำให้อาการต่างๆของคุณดีขึ้นค่ะ ผมต้องกินยาทุกมื้อ เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม และให้ความ ร่วมมือในการรักษาครับ
96 คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย คุณสุพจน์ทราบว่าตนเองต้องรับประทานยาตามที่หมอสั่ง ต้อง เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มและให้ความร่วมมือในการบำบัดรักษา แล้ว อาการจะดีขึ้น พยาบาลขอให้คุณสุพจน์ปฏิบัติตามนั้นและขอให้ คุณสุพจน์อาการดีขึ้นและกลับบ้านได้โดยเร็วนะค่ะ ครับ วันนี้เราได้พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาการนอนไม่หลับและความกังวลใจ อยากกลับบ้านเพื่อกลับไปทำงานของคุณซึ่งคุณสุพจน์สามารถ บอกได้ว่าต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของคุณหมอ และจะดูแล สุขภาพของตนเองเพื่อให้อาการดีขึ้นและพักผ่อนได้มากขึ้น นักศึกษาก็ขอให้คุณอาการดีขึ้น และได้กลับบ้านเร็วๆนะค่ะ พยักหน้ารับทราบและยิ้มตอบขอบคุณครับ ขอจบการสนทนาวันนี้และนัดหมายครั้งต่อไป สีหน้ายิ้มแย้ม
97 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด ชื่อนักศึกษา……………………………………………………………………………………เลขที่………………ชั้นปีที่ ………… คำชี้แจง:โปรดทำเครื่องหมาย √ ลงในแบบทดสอบตามความคิดเห็นของท่าน รายการประเมิน ท่านคิดว่า ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง 1.การสื่อสารเพื่อการบำบัดเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด 2.การสวัสดีทักทายและแนะนำตัวของพยาบาลเป็นเทคนิคที่ใช้เริ่มการสื่อสารกับ ผู้รับบริการ 3.พยาบาลควรสอบถามข้อมูลส่วนตัวต่างๆของผู้รับบริการตั้งแต่เริ่มต้นสนทนาเพื่อให้ได้ ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน 4.พยาบาลควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยเล่าเรื่องราวต่างๆต่อเมื่อผู้รับบริการเงียบและมีน้ำตาคลอ 5.การเงียบของพยาบาลเป็นการแสดงการรับฟังผู้รับบริการด้วยความตั้งใจ 6.เมื่อผู้รับบริการพูดออกนอกเรื่อง พยาบาลควรเปลี่ยนประเด็นการสนทนาตามที่ ผู้รับบริการต้องการ 7.พยาบาลควรสอบถามขอความกระจ่างเกี่ยวกับประเด็นที่ผู้รับบริการพูดไม่ชัดเจน 8.เมื่อผู้รับบริการพูดคนเดียว พยาบาลควรสอบถามสิ่งที่ผู้รับบริการรับรู้เกี่ยวกับการเห็น หรือได้ยินก่อนการบอกความเป็นจริงให้ผู้ป่วยรับทราบ 9.พยาบาลสามารถใช้เทคนิคทวนความซ้ำแทนเทคนิคสะท้อนความรู้สึกในการพูดคุย สนทนากับผู้รับบริการ 10. พยาบาลควรสรุปการสนทนาก่อนการยุติการพูดคุยสนทนากับผู้รับบริการ
98 เฉลยแบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด (ข้อละ 1 คะแนน) รายการประเมิน ท่านคิดว่า ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง 1.การสื่อสารเพื่อการบำบัดเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด / 2.การสวัสดีทักทายและแนะนำตัวของพยาบาลเป็นเทคนิคที่ใช้เริ่มการสื่อสารกับ ผู้รับบริการ / 3.พยาบาลควรสอบถามข้อมูลส่วนตัวต่างๆของผู้รับบริการตั้งแต่เริ่มต้นสนทนาเพื่อให้ได้ ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน / 4.พยาบาลควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยเล่าเรื่องราวต่างๆต่อเมื่อผู้รับบริการเงียบและมีน้ำตาคลอ / 5.การเงียบของพยาบาลเป็นการแสดงการรับฟังผู้รับบริการด้วยความตั้งใจ / 6.เมื่อผู้รับบริการพูดออกนอกเรื่อง พยาบาลควรเปลี่ยนประเด็นการสนทนาตามที่ ผู้รับบริการต้องการ / 7.พยาบาลควรสอบถามขอความกระจ่างเกี่ยวกับประเด็นที่ผู้รับบริการพูดไม่ชัดเจน / 8.เมื่อผู้รับบริการพูดคนเดียว พยาบาลควรสอบถามสิ่งที่ผู้รับบริการรับรู้เกี่ยวกับการเห็น หรือได้ยินก่อนการบอกความเป็นจริงให้ผู้ป่วยรับทราบ / 9.พยาบาลสามารถใช้เทคนิคทวนความซ้ำแทนเทคนิคสะท้อนความรู้สึกในการพูดคุย สนทนากับผู้รับบริการ / 10. พยาบาลควรสรุปการสนทนาก่อนการยุติการพูดคุยสนทนากับผู้รับบริการ /
99 แบบสอบถามวัดความมั่นใจในความสามารถของตนเองเกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อการบำบัด คำชี้แจง:โปรดทำเครื่องหมาย √ ลงในแบบสอบถามตามการรับรู้เกี่ยวกับความสามารถของท่านเกี่ยวกับ การสื่อสารเพื่อการบำบัดดังนี้ 5 หมายถึง รับรู้ความมั่นใจในความสามารถระดับมากที่สุด 4 หมายถึง รับรู้ความมั่นใจในความสามารถระดับมาก 3 หมายถึง รับรู้ความมั่นใจในความสามารถระดับปานกลาง 2 หมายถึง รับรู้ความมั่นใจในความสามารถระดับน้อย 1หมายถึง รับรู้ความมั่นใจในความสามารถระดับน้อยที่สุด ข้อ รายการ ระดับการรับรู้ 1 2 3 4 5 1 ฉันสามารถเริ่มพูดคุยสนทนากับผู้รับบริการตามขอบเขตของวิชาชีพพยาบาลได้ 2 ฉันสามารถดำเนินการพูดคุยสนทนากับผู้รับบริการได้ตามขั้นตอน 3 ฉันสามารถพูดคุยสนทนากับผู้รับบริการได้อย่างคล่องแคล่ว 4 ฉันสามารถใช้ภาษาท่าทางร่วมกับภาษาพูดกับผู้รับบริการได้อย่างราบรื่น 5 ฉันสามารถสอบถามข้อมูลหรือเรื่องราวต่างๆจากผู้รับบริการได้อย่างครบถ้วน 6 ฉันสามารถกระตุ้นให้ผู้รับบริการบอกความคิดหรือความรู้สึกได้อย่างเปิดเผย 7 ฉันสามารถสะท้อนความรู้สึกให้ผู้รับบริการตระหนักและเข้าใจในอารมณ์ของตัว ผู้รับบริการเองได้ 8 ฉันสามารถสอบถามตรวจสอบความเข้าใจในประเด็นการสนทนาได้ตรงกันกับ ผู้รับบริการ 9 ฉันสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้รับบริการได้ครบถ้วน 10 ฉันสามารถรับฟังเรื่องราวต่างของผู้รับบริการได้อย่างเข้าใจ 11 ฉันสามารถกล่าวชมหรือให้กำลังใจผู้รับบริการให้รู้สึกมีคุณค่า 12 ฉันสามารถสรุปการพูดคุยสนทนาได้ครบทุกประเด็น 13 ฉันสามารถเลือกใช้เทคนิคการสื่อสารที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของผู้รับบริการ 14 ฉันสามารถเลือกใช้เทคนิคการสื่อสารกับผู้รับบริการในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อ เกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด 15 ฉันสามารถพูดคุยสนทนากับผู้รับบริการได้จนจบการสนทนา
100 แบบประเมินทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดกับบุคคลที่มีความผิดปกติของการคิดการรับรู้อารมณ์และพฤติกรรม ชื่อนักศึกษา……………………………………………………………………………………เลขที่…………………………ชั้นปีที่ ………… รายการประเมิน ปฏิบัติ ไม่ สมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ ปฏิบัติ 1.ทักทายผู้ป่วย 5 3 สวัสดีทักทาย หรือสบตายิ้มทักทายเพียงอย่างเดียว 0 2.แนะนำตัวว่าเป็นพยาบาลและบอกชื่อตนเอง 5 3 บอกว่าเป็นพยาบาล หรือบอกชื่อเพียงอย่างเดียว 0 3.ถามชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย 3 0 4.แจ้งวัตถุประสงค์การสนทนา 5 3 แจ้งไม่ครบทุกประเด็น 0 5.แจ้งระยะเวลาการสนทนาและการสิ้นสุดการสนทนา 3 1 บอกเพียงอย่างเดียว 0 6.เสนอตัวให้การช่วยเหลือ 3 0 7.แจ้งการรักษาความลับ 3 0 8.สอบถามข้อมูลทั่วไป 3 0 9.บอกสิ่งที่สังเกตเห็นเกี่ยวกับสีหน้า ท่าทางของผู้ป่วยให้ผู้ป่วยรับทราบ 3 0 10.สอบถามโดยใช้คำถามกว้างๆให้ผู้ป่วยบอกสิ่งที่อยากพูด 3 0 11.สบตา พยักหน้าเป็นระยะในการรับฟังผู้ป่วย 5 3 สบตาหรือพยักหน้าเพียงอย่างเดียว 0 12.พูดกระตุ้นให้ผู้ป่วยเล่าเรื่องราวต่อเมื่อผู้ป่วยหยุดชะงัก 3 13.สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 5 3 ถามไม่ครบทุกประเด็น 0 14.สอบถามขอความกระจ่างเกี่ยวกับประเด็นที่ไม่ชัดเจน 5 3 ถามไม่ครบทุกประเด็น 0 15.พูดทบทวนซ้ำเกี่ยวกับคำพูดของผู้ป่วย 3 1 ทวนซ้ำไม่ครบทุกประเด็น 0 16.พูดสะท้อนความรู้สึกของผู้ป่วยเกี่ยวกับความรู้สึกกลัวหรือกังวล 5 3 ทวนความรู้สึกไม่ครบทุกประเด็น 0 17เงียบให้ผู้ป่วยได้ทบทวนความคิด ความรู้สึกของตนเอง 3 0 18.สอบถามตรวจสอบความเข้าใจในสิ่งที่ผู้ป่วยพูด 3 0 19.กล่าวชมหรือให้กำลังใจผู้ป่วย 5 3 กล่าวชมให้กำลังใจไม่ตรงประเด็น 0 20.สอบถามสิ่งที่ผู้ป่วยรับรู้เกี่ยวกับการเห็นหรือได้ยิน 3 0 21.บอกความเป็นจริงให้ผู้ป่วยรับทราบ 5 0 22.สอบถามเกี่ยวกับความรู้สึกและการตอบสนองต่อการรับรู้ผิดปกติ 3 1 สอบถามเพียงอย่างเดียว 0 23.สอบถามผู้ป่วยเกี่ยวกับแนวทางการจัดการกับปัญหา 3 0 24.บอกข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาของผู้ป่วย 5 3 บอกไม่ครบทุกประเด็น 0 25.สรุปการสนทนาโดยบอกระยะเวลาการสนทนา ประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ไขที่ สำคัญ 5 3 บอกไม่ครบทุกประเด็น 0 26.แจ้งจบการสนทนาโดยพูดว่าขอจบการสนทนาในวันนี้ 3 1 แจ้งไม่ครบทุกประเด็น 0 รวมคะแนน 100 เกณฑ์ผ่าน 60 คะแนน คะแนนที่ได้.......................................................คะแนน ความคิดเห็นเพิ่มเติม…………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อผู้ประเมิน…………………………………………………
101 การคิดเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ (MPL) ทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดกับบุคคลที่มีความผิดปกติของการคิดการรับรู้อารมณ์และพฤติกรรม รายการประเมิน ปฏิบัติ ไม่ สมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ ปฏิบัติ 1.ทักทายผู้ป่วย 5 3 สวัสดีทักทาย หรือสบตายิ้มทักทายเพียงอย่างเดียว 0 2.แนะนำตัวว่าเป็นพยาบาลและบอกชื่อตนเอง 5 3 บอกว่าเป็นพยาบาล หรือบอกชื่อเพียงอย่างเดียว 0 3.ถามชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย 3 0 4.แจ้งวัตถุประสงค์การสนทนา 5 3 แจ้งไม่ครบทุกประเด็น 0 5.แจ้งระยะเวลาการสนทนาและการสิ้นสุดการสนทนา 3 1 บอกเพียงอย่างเดียว 0 6.เสนอตัวให้การช่วยเหลือ 3 0 7.แจ้งการรักษาความลับ 3 0 8.สอบถามข้อมูลทั่วไป 3 0 9.บอกสิ่งที่สังเกตเห็นเกี่ยวกับสีหน้า ท่าทางของผู้ป่วยให้ผู้ป่วยรับทราบ 3 0 10.สอบถามโดยใช้คำถามกว้างๆให้ผู้ป่วยบอกสิ่งที่อยากพูด 3 0 11.สบตา พยักหน้าเป็นระยะในการรับฟังผู้ป่วย 5 3 สบตาหรือพยักหน้าเพียงอย่างเดียว 0 12.พูดกระตุ้นให้ผู้ป่วยเล่าเรื่องราวต่อเมื่อผู้ป่วยหยุดชะงัก 3 13.สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 5 3 ถามไม่ครบทุกประเด็น 0 14.สอบถามขอความกระจ่างเกี่ยวกับประเด็นที่ไม่ชัดเจน 5 3 ถามไม่ครบทุกประเด็น 0 15.พูดทบทวนซ้ำเกี่ยวกับคำพูดของผู้ป่วย 3 1 ทวนซ้ำไม่ครบทุกประเด็น 0 16.พูดสะท้อนความรู้สึกของผู้ป่วยเกี่ยวกับความรู้สึกกลัวหรือกังวล 5 3 ทวนความรู้สึกไม่ครบทุกประเด็น 0 17เงียบให้ผู้ป่วยได้ทบทวนความคิด ความรู้สึกของตนเอง 3 0 18.สอบถามตรวจสอบความเข้าใจในสิ่งที่ผู้ป่วยพูด 3 0 19.กล่าวชมหรือให้กำลังใจผู้ป่วย 5 3 กล่าวชมให้กำลังใจไม่ตรงประเด็น 0 20.สอบถามสิ่งที่ผู้ป่วยรับรู้เกี่ยวกับการเห็นหรือได้ยิน 3 0 21.บอกความเป็นจริงให้ผู้ป่วยรับทราบ 5 0 22.สอบถามเกี่ยวกับความรู้สึกและการตอบสนองต่อการรับรู้ผิดปกติ 3 1 สอบถามเพียงอย่างเดียว 0 23.สอบถามผู้ป่วยเกี่ยวกับแนวทางการจัดการกับปัญหา 3 0 24.บอกข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาของผู้ป่วย 5 3 บอกไม่ครบทุกประเด็น 0 25.สรุปการสนทนาโดยบอกระยะเวลาการสนทนา ประเด็นปัญหาและแนว ทางแก้ไขที่สำคัญ 5 3 บอกไม่ครบทุกประเด็น 0 26.แจ้งจบการสนทนาโดยพูดว่าขอจบการสนทนาในวันนี้ 3 1 แจ้งไม่ครบทุกประเด็น 0 รวมคะแนน 100
102 รายการประเมิน ปฏิบัติ ไม่ สมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ ปฏิบัติ 1.ทักทายผู้ป่วย 5 3 สวัสดีทักทาย หรือสบตายิ้มทักทายเพียงอย่างเดียว 0 2.แนะนำตัวว่าเป็นพยาบาลและบอกชื่อตนเอง 5 3 บอกว่าเป็นพยาบาล หรือบอกชื่อเพียงอย่างเดียว 0 3.ถามชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย 3 0 4.แจ้งวัตถุประสงค์การสนทนา 5 3 แจ้งไม่ครบทุกประเด็น 0 5.แจ้งระยะเวลาการสนทนาและการสิ้นสุดการสนทนา 3 1 บอกเพียงอย่างเดียว 0 6.เสนอตัวให้การช่วยเหลือ 3 0 7.แจ้งการรักษาความลับ 3 0 8.สอบถามข้อมูลทั่วไป 3 0 9.บอกสิ่งที่สังเกตเห็นเกี่ยวกับสีหน้า ท่าทางของผู้ป่วยให้ผู้ป่วยรับทราบ 3 0 10.สอบถามโดยใช้คำถามกว้างๆให้ผู้ป่วยบอกสิ่งที่อยากพูด 3 0 11.สบตา พยักหน้าเป็นระยะในการรับฟังผู้ป่วย 5 3 สบตาหรือพยักหน้าเพียงอย่างเดียว 0 12.พูดกระตุ้นให้ผู้ป่วยเล่าเรื่องราวต่อเมื่อผู้ป่วยหยุดชะงัก 3 13.สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 5 3 ถามไม่ครบทุกประเด็น 0 14.สอบถามขอความกระจ่างเกี่ยวกับประเด็นที่ไม่ชัดเจน 5 3 ถามไม่ครบทุกประเด็น 0 15.พูดทบทวนซ้ำเกี่ยวกับคำพูดของผู้ป่วย 3 1 ทวนซ้ำไม่ครบทุกประเด็น 0 16.พูดสะท้อนความรู้สึกของผู้ป่วยเกี่ยวกับความรู้สึกกลัวหรือกังวล 5 3 ทวนความรู้สึกไม่ครบทุกประเด็น 0 17เงียบให้ผู้ป่วยได้ทบทวนความคิด ความรู้สึกของตนเอง 3 0 18.สอบถามตรวจสอบความเข้าใจในสิ่งที่ผู้ป่วยพูด 3 0 19.กล่าวชมหรือให้กำลังใจผู้ป่วย 5 3 กล่าวชมให้กำลังใจไม่ตรงประเด็น 0 20.สอบถามสิ่งที่ผู้ป่วยรับรู้เกี่ยวกับการเห็นหรือได้ยิน 3 0 21.บอกความเป็นจริงให้ผู้ป่วยรับทราบ 5 0 22.สอบถามเกี่ยวกับความรู้สึกและการตอบสนองต่อการรับรู้ผิดปกติ 3 1 สอบถามเพียงอย่างเดียว 0 23.สอบถามผู้ป่วยเกี่ยวกับแนวทางการจัดการกับปัญหา 3 0 24.บอกข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาของผู้ป่วย 5 3 บอกไม่ครบทุกประเด็น 0 25.สรุปการสนทนาโดยบอกระยะเวลาการสนทนา ประเด็นปัญหาและแนว ทางแก้ไขที่สำคัญ 5 3 บอกไม่ครบทุกประเด็น 0 26.แจ้งจบการสนทนาโดยพูดว่าขอจบการสนทนาในวันนี้ 3 1 แจ้งไม่ครบทุกประเด็น 0 คะแนนที่ได้ เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ (MPL) 60
103 PRE-TEST ข้อสอบOSCE: ทักษะการสื่อสารกับผู้รับบริการที่มีความผิดปกติของการคิดการรับรู้อารมณ์และพฤติกรรม สถานี(Station): การสื่อสารกับผู้รับบริการที่มีความผิดปกติของการคิดการรับรู้อารมณ์และพฤติกรรม เวลาในการปฏิบัติ: 10นาที คะแนนเต็ม: 100 คะแนนคะแนนผ่านขั้นต่ำ: 70 คะแนน วัตถุประสงค์: เพื่อสามารถสื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้รับบริการที่มีความผิดปกติของการคิดการรับรู้อารมณ์ และพฤติกรรม ทักษะ: Communication skill วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้: 1. เก้าอี้สำหรับผู้ให้บริการและผู้ป่วย จำนวน 2 ตัว 2. โต๊ะและเก้าอี้สำหรับผู้ประเมินจำนวน 1ตัว ต้องการผู้ป่วยมาตรฐาน (Standardized Patient) เพศชาย อายุระหว่าง 30-40 ปี จำนวน 1 คน โจทย์: ผู้ป่วยเพศชาย อายุระหว่าง 40 ปี สีหน้าครุ่นคิด แววตาสงสัย มองด้วยหางตา บางครั้งพูดพึมพำอม ยิ้ม นั่งอยู่เพียงลำพัง คำสั่ง: จงแสดงวิธีการสื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้ป่วยรายนี้
104 Scenario 1.Demographic form Patient name : พล Patient demographic : ชาย อายุ 40 ปี รูปร่างสันทัด Presenting complaint : เอะอะอาละวาด ตาขวาง พูดคนเดียว ทุบตีตนเองและญาติ1 วัน ก่อนมาโรงพยาบาล Acute diagnosis : Schizophrenia spectrum disorder Equipment needed : ไม่มี Evaluation objective of this case :สื่อสารด้วยวาจาและภาษาท่าทางกับผู้ป่วยที่มีอาการ ประสาทหลอนหูแว่วมีพฤติกรรมหวาดระแวงและมีความคิดหลงผิดว่ามีคนมาปองร้าย และมาล้วงความลับ 2.Training material worksheet Case summary: นายพล อายุ 40 ปี มาโรงพยาบาลด้วยเอะอะอาละวาด ตาขวาง พูดคนเดียว ทุบตีตนเองและ ญาติ 1 วันก่อนมาโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยโรค Schizophrenia spectrum disorder ให้พักรักษาตัวที่ หอผู้ป่วยจิตเวชชายสามัญและให้ยาHaloperidol, Benzhexol และ Diazepam ตามแผนการรักษา ผู้ป่วย ยังมีสีหน้าครุ่นคิด แววตาสงสัย มีความคิดหลงผิดว่ามีคนมาปองร้าย และมาล้วงความลับเกี่ยวกับที่ซ่อน ทองคำร้อยล้าน บางครั้งพูดพึมพำอมยิ้ม มักนั่งอยู่เพียงลำพัง หน้า Nurse Station Presentation/Emotional tone : -แต่งกายชุดผู้ป่วย -สีหน้าครุ่นคิด แววตาสงสัย มองด้วยหางตา พูดพึมพำอมยิ้มเป็นบางครั้ง -ถามคำตอบคำ พูดและอมยิ้มคนเดียวเป็นบางครั้ง โต้ตอบกับเสียงแว่วเกี่ยวกับเสียงกระซิบว่ามีคน มาปองร้าย และมาล้วงความลับเกี่ยวกับที่ซ่อนทองคำร้อยล้าน Physical examination : ไม่มี Mental status examination : Poor insight, Auditory hallucination, slow speech, blunted effect, persecutory delusion Patient history in detail : ประวัติการเจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ประวัติการรักษา เป็นการเข้ารับการรักษาครั้งที่5 เคยมีประวัติทำร้ายผู้อื่นด้วยการชกต่อย 1 ครั้ง เพราะคิดว่าจะมาขโมยเงิน เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา
105 3.Checklist คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย ถูกต้อง ไม่ ถูกต้อง สวัสดีค่ะ /ครับ(สบตาและยิ้มเล็กน้อย) สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา บอกชื่อ-สกุลและบอกว่าเป็นพยาบาล สบตาเล็กน้อย แล้วมองด้วยหางตา คุณชื่ออะไรค่ะ/ครับ สีหน้าครุ่นคิด แววตาสงสัย พูดด้วยน้ำเสียง ราบเรียบ “ ชื่อพลครับ” พยาบาลมาพูดคุยเพื่อสร้างสัมพันธภาพ และพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาและการดูแล สุขภาพของผู้ป่วย สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา พยาบาลขอพูดคุยด้วย ประมาณ10-15 นาที ตั้งแต่เวลา 12.45-13.00น. สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา ถ้าคุณมีเรื่องไม่สบายใจพูดคุยกับ พยาบาลได้ พยาบาลยินดีรับฟังและ ช่วยเหลือ สบตาเล็กน้อย แล้วมองด้วยหางตา พยาบาลสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องที่คุณ ไม่ต้องการให้ใครรู้ได้ทราบ และจะเก็บ ไว้เป็นความลับ แต่กรณีที่ข้อมูลดังกล่าว เป็นอันตรายต่อคุณ พยาบาลขอ อนุญาตแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้การดูแล ช่วยเหลือคุณต่อไป สบตาเล็กน้อย แล้วมองด้วยหางตา “วันนี้คุณมีอาการเป็นอย่างไรบ้างค่ะ” สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา“ผมไม่ได้ เป็นอะไร” “เมื่อคืนคุณนอนหลับพักผ่อนได้ดีไหม ค่ะ” สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา“ครับ” “เมื่อเช้าคุณรับประทานอาหารเช้า คือ อะไรค่ะ”/ทานได้มากน้อยอย่างไรค่ะ “ข้าวต้มไก่”/ “ทานได้ครึ่งชาม” “ดูสีหน้าคุณกังวล เหมือนมีเรื่อง ครุ่นคิด” สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา“ผมไม่ได้ เป็นอะไร” “มีเรื่องอะไรอยากจะเล่าให้พยาบาลฟัง ไหมค่ะ” สีหน้าครุ่นคิด “ผมเล่าไปคุณพยาบาลก็คงไม่เชื่อ ....”หยุดชะงักไม่กล้าพูดต่อ “เล่าต่อสิค่ะ....พยาบาลกำลังฟังอยู่ค่ะ” สบตา พยักหน้าให้กับผู้ป่วย สีหน้าครุ่นคิด “มีคนจะมาล้วงความลับจากผม” “คุณบอกว่ามีคนจะมาล้วงความลับจาก คุณ” สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา
106 คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย ถูกต้อง ไม่ ถูกต้อง “หมายถึงอะไรค่ะ คุณพอจะบอกได้ไหม ค่ะ”พร้อมทั้งรับฟังอย่างตั้งใจ “คนพวกนั้นจะมาล้วงความลับที่ซ่อนทองคำร้อย ล้าน” สีหน้าครุ่นคิด มองรอบข้างด้วยหางตา บ่อยครั้ง “คุณรู้สึกกังวล และกลัวกับสิ่งที่คุณคิด” สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา “เพราะอะไรคุณจึงคิดว่าจะมาคนมา ล้วงความลับที่ค่ะ” เงียบ...... สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา เงียบให้ผู้ป่วยได้ทบทวนความคิด ความรู้สึก เงียบประมาณ 10 วินาทีสีหน้าครุ่นคิด เอียงหูและ มองพยาบาลด้วยหางตา “มีเสียงกระซิบเตือนในหูของผมตลอดเวลา” “ตอนนี้คุณพลได้ยินเสียงกระซิบนั้น อย่างไรค่ะ” “บอกว่าระวังมันจะมาล้วงความลับที่ซ่อนทองคำ ร้อยล้าน” “ พยาบาลนั่งคุยกับคุณพลและได้ยิน เพียงเสยงคุณพลและเสียงของพยาบาล เท่านั้นนะค่ะ” เงียบ...... สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา “ผมจะขอตัวไปนอนตอนนี้” “ พยาบาลได้พูดคุยข้อตกลงของการ พูดคุย จะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ตอนนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 5 นาที นะค่ะ” เงียบ...... สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา “ครับ” “คุณพลรู้สึกอย่างไรต่ออาการหูแว่ว ดังกล่าวค่ะ” เงียบ...... สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา “อาการหูแว่วดังกล่าวรบกวนจิตใจหรือ สุขภาพของคุณพลอย่างไรค่ะ” เงียบ...... สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา “คุณพลมีวิธีการจัดการอย่างไรต่อ อาการหูแว่วดังกล่าวค่ะ” เงียบ...... สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา “ไม่มีค่ะ” “วิธีการจัดการกับอาการหูแว่วมีหลาย วิธีค่ะ เช่น การเบี่ยงเบนความสนใจไปสู่ การทำกิจกรรมกลุ่มบำบัดต่างๆในหอ ผู้ป่วย และหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวแต่ ให้พูดคุยกับผู้อื่นที่มีอาการทางจิตสงบ หรือถ้าอาการหูแว่วรบกวนคุณมากคุณ สามารถแจ้งพยาบาลได้นะค่ะเพื่อ สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา “ ครบเวลา คุยกันแล้วรึยังครับ”
107 คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย ถูกต้อง ไม่ ถูกต้อง รายงานแพทย์เจ้าของไข้ให้ปรับยาตาม แผนการรักษาค่ะ” “ขณะนี่ครบเวลาการพูดคุยที่ตกลงกัน ไว้แล้วนะค่ะ คุณพลช่วยสรุปทบทวนสิ่ง ที่ได้พุดคุยกันให้พยาบาลฟังหน่อยนะ ค่ะ” สีหน้าครุ่นคิด มองพยาบาลด้วยหางตา “ผมจำ ไม่ได้ครับ” วันนี้เราได้พูดคุยเกี่ยวกับการความกังวล ใจของคุณผลจากอาการหูแว่วได้ยิน เสียงกระซิบว่าจะมีคนมาล้วง และคุณ พลก็ได้รับทราบเกี่ยวกับวิธีการจัดการ กับอาการหูแว่วดังกล่าว และคุณพลยัง สามารถพุดคุยจนครบเวลาตามข้อตกลง กันไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีค่ะ พยาบาลขอจบ การสนทนาค่ะ “ครับ”สีหน้าครุ่นคิด สบตาเล็กน้อย
108 POST-TEST ข้อสอบOSCE: ทักษะการสื่อสารกับผู้รับบริการที่มีความผิดปกติของการคิดการรับรู้อารมณ์และพฤติกรรม สถานี(Station): การสื่อสารกับผู้รับบริการที่มีความผิดปกติของการคิดการรับรู้อารมณ์และพฤติกรรม เวลาในการปฏิบัติ: 10นาที คะแนนเต็ม: 100 คะแนนคะแนนผ่านขั้นต่ำ: 70 คะแนน วัตถุประสงค์: เพื่อสามารถสื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้รับบริการที่มีความผิดปกติของการคิดการรับรู้อารมณ์ และพฤติกรรม ทักษะ: Communication skill วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้: 1. เก้าอี้สำหรับผู้ให้บริการและผู้ป่วย จำนวน 2 ตัว 2. โต๊ะและเก้าอี้สำหรับผู้ประเมินจำนวน 1ตัว ต้องการผู้ป่วยมาตรฐาน (Standardized Patient) เพศหญิง อายุระหว่าง 30-40 ปี จำนวน 1 คน โจทย์: ผู้ป่วยเพศหญิง อายุระหว่าง 35 ปี สีหน้าครุ่นคิด แววตาเศร้าหมอง บางครั้งพูดพึมพำ มักนั่งอยู่เพียง ลำพัง คำสั่ง: จงแสดงวิธีการสื่อสารเพื่อการบำบัดกับผู้ป่วยรายนี้
109 Scenario 1.Demographic form Patient name :แก้ว Patient demographic : หญิง อายุ 35 ปี รูปร่างสันทัด Presenting complaint : ร้องไห้ฟูมฟาย พูดคนเดียว ไม่นอน 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล Acute diagnosis : Schizoaffective disorder Equipment needed : ไม่มี Evaluation objective of this case :สื่อสารด้วยวาจาและภาษาท่าทางกับผู้ป่วยที่มีอาการ ประสาทหลอนหูแว่วมีพฤติกรรมซึมเศร้าและมีความคิดทำร้ายตนเองได้เหมาะสม 2.Training material worksheet Case summary: นางแก้ว อายุ 35 ปี มาโรงพยาบาลด้วยร้องไห้ฟูมฟาย พูดคนเดียว ไม่นอน 1 สัปดาห์ก่อนมา โรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยโรค Schizoaffective disorder ให้พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยจิตเวชหญิงสามัญและ ให้ยาHaloperidol, Benzhexol และ Sertraline ตามแผนการรักษา ผู้ป่วยยังมีอาการพูดคนเดียวเป็น บางครั้ง และสีหน้าแววตาเศร้าหมอง มีความคิดทำร้ายตนเองเป็นบางครั้ง มักนั่งอยู่เพียงลำพังบริเวณเก้าอี้ หน้าห้องทำกิจกรรมกลุ่มบำบัด Presentation/Emotional tone : -แต่งกายชุดผู้ป่วย -สีหน้า แววตาเศร้าหมอง มีพูดคนเดียวเป็นบางครั้ง -ถามคำตอบคำ พูดคนเดียวเป็นบางครั้งโต้ตอบกับเสียงแว่วเกี่ยวกับมีเสียงเจ้าแม่ทับทิมบอกว่าสั่งว่า ชีวิตนี้เกิดมาต้องใช้กรรม Physical examination : ไม่มี Mental status examination : Fair insight, Auditory hallucination, slow speech, depressive effect, suicide idea Patient history in detail : ประวัติการเจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ประวัติการรักษา เป็นการเข้ารับการรักษาครั้งที่3 เคยมีประวัติทำร้ายตนเองด้วยการรับประทานยา นอนหลับจำนวน 10 เม็ด เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา
110 3.Checklist คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย ถูกต้อง ไม่ ถูกต้อง สวัสดีค่ะ /ครับ(สบตาและยิ้มเล็กน้อย) สีหน้าแววตาเศร้าหมอง ไม่สบตา บอกชื่อ-สกุลและบอกว่าเป็นพยาบาล สบตาเล็กน้อย แล้วก้มหน้ามองพื้น คุณชื่ออะไรค่ะ/ครับ สีหน้าเศร้า คิดช้า พูดช้าบอกชื่อ “ แก้ว” ด้วย เสียงเบา พยาบาลมาพูดคุยเพื่อสร้างสัมพันธภาพ ให้เกิดความไว้วางใจและพูดคุยเกี่ยวกับ ปัญหาและการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย สีหน้าแววตาเศร้าหมอง ก้มหน้ามองพื้น พยาบาลขอพูดคุยด้วย ประมาณ10-15 นาที ตั้งแต่เวลา 12.45-13.00น. สีหน้าแววตาเศร้าหมอง ก้มหน้ามองพื้น ถ้าคุณมีเรื่องไม่สบายใจพูดคุยกับ พยาบาลได้ พยาบาลยินดีรับฟังและ ช่วยเหลือ สบตาเล็กน้อย แล้วก้มหน้ามองพื้น พยาบาลสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องที่คุณ ไม่ต้องการให้ใครรู้ได้ทราบ และจะเก็บ ไว้เป็นความลับ แต่กรณีที่ข้อมูลดังกล่าว เป็นอันตรายต่อคุณ พยาบาลขอ อนุญาตแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้การดูแล ช่วยเหลือคุณต่อไป สีหน้าแววตาเศร้าหมอง ก้มหน้ามองพื้น “วันนี้คุณมีอาการเป็นอย่างไรบ้างค่ะ” สีหน้าแววตาเศร้าหมอง ก้มหน้ามองพื้น “เมื่อคืนคุณนอนหลับพักผ่อนได้ดีไหม ค่ะ” สีหน้าแววตาเศร้าหมอง ก้มหน้ามองพื้น พยักหน้า ตอบรับ “เมื่อเช้าคุณรับประทานอาหารเช้า คือ อะไรค่ะ”/ทานได้มากน้อยอย่างไรค่ะ “ข้าวต้มหมูค่ะ”/ “ทานได้ครึ่งชามค่ะ” “ดูสีหน้าคุณไม่สดชื่น เหมือนมีเรื่อง ครุ่นคิด” แววตาเศร้าหมอง ก้มหน้ามองพื้น สีหน้าครุ่นคิด “มีเรื่องอะไรอยากจะเล่าให้พยาบาลฟัง ไหมค่ะ” “ถ้า.....เออ...ฉัน....”หยุดชะงักไม่กล้าพูดต่อ “เล่าต่อสิค่ะ....พยาบาลกำลังฟังอยู่ค่ะ” สบตา พยักหน้าให้กับผู้ป่วย “ถ้าฉันไม่อยู่ในโลกนี้แล้วก็คงดีสินะ” “คุณบอกว่าถ้าไม่อยู่ในโลกนี้แล้วก็คงดี” สีหน้าแววตาเศร้าหมอง ก้มหน้ามองพื้น “หมายถึงอะไรค่ะ คุณพอจะบอกได้ไหม ค่ะ”พร้อมทั้งรับฟังอย่างตั้งใจ “ฉันเป็นคนไม่ดี ไม่ควรอยู่ในโลกใบนี้ ตายไปแม่จะ ได้ไม่ลำบากมาเยี่ยมฉัน” นั่งก้มหน้าเอามือปิดหน้า
111 คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย ถูกต้อง ไม่ ถูกต้อง “คุณรู้สึกเศร้าเสียใจที่ทำให้แม่ต้อง ลำบาก” “ ใช่ค่ะฉันทำให้แม่ลำบาก ฉันไม่น่ามีชีวิตอยู่ เลย” “เพราะอะไรคุณจึงคิดว่าคุณทำให้แม่ ลำบาก” เงียบ...... แล้วก้มหน้ามองพื้น เงียบให้ผู้ป่วยได้ทบทวนความคิด ความรู้สึก เงียบประมาณ 10 วินาที “ฉันช่วยงานแม่ไม่ได้แล้ว เมื่อก่อนเคยช่วยได้แต่ ตอนนี้ต้องมานอนรักษาตัวในโรงพยาบาล” “ก่อนที่คุณจะมาพักรักษาตัวใน โรงพยาบาลคุณเคยช่วยงานคุณแม่ที่ บ้านอะไรบ้างค่ะ” สบตาเล็กน้อย “ ฉันช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน ล้างจาน ซักผ้า และก็ช่วยแม่ทำขนมให้แม่ไปขายที่ตลาดด้วยค่ะ” “คุณพยายามที่จะช่วยงานคุณแม่ที่บ้าน เพื่อไม่ให้แม่เหนื่อยใช่ไหมค่ะ” “ค่ะ”สบตาเล็กน้อย “ก่อนที่คุณเข้าโรงพยาบาลคุณเคย ช่วยงานแม่ได้ เป็นข้อดีในตัวคุณ การ เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจะทำ ให้อาการขอคุณดีขึ้น และกลับไป ช่วยงานคุณแม่ได้เหมือนเดิม” สบตาเล็กน้อย แล้วก้มหน้ามองพื้น “ ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ฉันยังไม่ดีขึ้น ฉันไม่น่ามีชีวิตอยู่ เลย” “คุณมีความคิดที่จะทำร้ายตนเองบ้าง ไหมค่ะ” “ตอนนี้ยังไม่ได้คิดค่ะ แต่ถ้าเจ้าแม่ทับทิมบอกให้ ทำก็ไม่แน่ค่ะ” แล้วพูดพึมพำไปทางด้านตรงข้ามกับพยาบาลนั่ง “ค่ะเจ้าแม่ บอกมาได้เลยค่ะ” “ คุณกำลังพูดกับใครค่ะ” “ฉันพูดกับเจ้าแม่ทับทิม เจ้าแม่บอกว่าฉันต้อง ชดใช้กรรม” “ พยาบาลนั่งคุยกับคุณแก้วเพียงสอง คนเท่านั้นนะค่ะ” สบตาเล็กน้อย แล้วก้มหน้ามองพื้น “คุณได้ยินเสียงแว่วดังกล่าวเวลาไหน บ้างค่ะ” สบตาเล็กน้อย แล้วก้มหน้ามองพื้น “เป็นบางครั้ง ค่ะ”
112 คำถาม/คำพูด(สีหน้าท่าทาง) กิริยาท่าทางของผู้ป่วย ถูกต้อง ไม่ ถูกต้อง “คุณรู้สึกอย่างไรต่ออาการหูแว่ว ดังกล่าวค่ะ” สบตาเล็กน้อย “เฉยๆค่ะ” “คุณมีวิธีการจัดการอย่างไรต่ออาการหู แว่วดังกล่าวค่ะ” สบตาเล็กน้อย “ไม่มีค่ะ” “วิธีการจัดการกับอาการหูแว่วมีหลาย วิธีค่ะ เช่น การเบี่ยงเบนความสนใจไปสู่ การทำกิจกรรมต่างๆในหอผู้ป่วย และ หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวแต่ให้พูดคุยกับ ผู้อื่นที่มีอาการทางจิตสงบ หรือถ้า อาการหูแว่วรบกวนคุณมากคุณสามารถ แจ้งพยาบาลได้นะค่ะเพื่อรายงานแพทย์ เจ้าของไข้ให้ปรับยาตามแผนการรักษา ค่ะ” “ดิฉันขอไปนอนก่อนได้ไหมค่ะคุณพยาบาลฉันรู้สึก ง่วง ครบเวลาคุยกันแล้วค่ะ” วันนี้เราได้พูดคุยเกี่ยวกับการความเศร้า เสียใจของคุณที่คุณคิดว่าทำให้แม่ ลำบากแต่คุณก็มีข้อดีที่เคยช่วยงานคุณ แม่ได้และคุณได้เล่าเกี่ยวกับอาการหู แว่วของคุณที่ส่งผลให้คุณรู้สึกไม่ดีต่อ ตนเอง และตอนนี้ครบเวลาที่เราได้ พูดคุยกันตามข้อตกลงกันไว้ ขอจบการ สนทนาค่ะ “ค่ะ”สบตาเล็กน้อย
113 แบบสอบถามการสนทนากลุ่มสำหรับอาจารย์ เกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด 1.ท่านคิดว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าวช่วยให้นักศึกษามี ความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น หรือไม่อย่างไร ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2.ท่านคิดว่าต้องปรับปรุงการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าว อย่างไรจึงช่วยให้นักศึกษามีความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น ด้านผู้สอน ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ด้านผู้เรียน ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ด้านแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ด้านสถานการณ์จำลอง(Scenario) ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่แบบทดสอบความรู้ แบบสอบถามความมั่นใจในความสามารถและ แบบประเมินทักษะการสื่อสาร ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. 3.ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ................................................................................................................................................................ ..............................................................................................................................................................................
114 แบบสอบถามการสนทนากลุ่มสำหรับนักศึกษา เกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานที่ส่งเสริมความรู้ ความมั่นใจในความสามารถของตนเองและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัด 1.ท่านคิดว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าวช่วยให้นักศึกษามี ความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น หรือไม่อย่างไร ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2.ท่านคิดว่าต้องปรับปรุงการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐานดังกล่าว อย่างไรจึงช่วยให้นักศึกษามีความรู้ ความมั่นใจในความสามารถและทักษะการสื่อสารเพื่อการบำบัดที่ดีขึ้น ด้านผู้สอน ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ด้านผู้เรียน ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ด้านแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ด้านสถานการณ์จำลอง(Scenario) ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่แบบทดสอบความรู้ แบบสอบถามความมั่นใจในความสามารถและ แบบประเมินทักษะการสื่อสาร ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. 3.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ ..............................................................................................................................................................................
115 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี แบบประเมินผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง คำชี้แจง แบบประเมินนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำความคิดเห็นของทุกท่านไปใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาการ จัดการเรียนการรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองของวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพต่อไป โดยข้อมูลที่ได้รับจะนำมา สรุปผลในภาพรวม ส่วนที่1 ข้อมูลทั่วไป ( )นักศึกษา ชั้นปีที่……........รุ่นที่................. ( )อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา ( )อาจารย์ผู้สอน ส่วนที่2 โปรดทำเครื่องหมาย √ ในช่องที่ตรงกับความพึงพอใจของท่าน 1 = น้อยที่สุด 2 = น้อย 3 = ปานกลาง 4 = มาก 5 = มากที่สุด ที่ รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ 1 2 3 4 5 ลักษณะการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง 1 การแนะนำก่อนการเรียนรู้มีความเหมาะสม 2 การชี้แจงวัตถุประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจน 3 การเตรียมความรู้ทางวิชาการมีความเหมาะสม 4 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้มีความน่าสนใจ 5 การจัดประสบการณ์โดยให้ผู้เรียนปฏิบัติในสถานการณ์เสมือนจริงมีความ เหมาะสม 6 การมอบหมายกิจกรรมการเรียนรู้มีความชัดเจน 7 การสรุปผลการเรียนรู้มีความชัดเจน 8 ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสม 9 กระบวนการจัดการเรียนรู้ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ทางวิชาการเพิ่มขึ้น 10 กระบวนการจัดการเรียนรู้ช่วยให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในการปฏิบัติทักษะที่ เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 11 กระบวนการจัดการเรียนรู้ช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น
116 ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 2 3 4 5 สถานการณ์เสมือนจริง(Scenario) 1 สถานการณ์เสมือนจริงมีความท้าทายช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจอยากเรียนรู้ 2 สถานการณ์เสมือนจริงมีความใกล้เคียงกับสถานการณ์ที่เป็นจริง 3 สถานการณ์เสมือนจริงช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน 4 สถานการณ์เสมือนจริงช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนนำความรู้เดิมมาคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ 5 ผู้ป่วยเสมือนจริงแสดงพฤติกรรมได้ตามสถานการณ์จริง ผู้สอน 1 ผู้สอนเชื่อมโยงประสบการณ์การเรียนรู้เดิมของผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง 2 ผู้สอนสามารถใช้คำถามสะท้อนเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์ที่ เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี 3 ผู้สอนมีวิธีการสะท้อนคิดผู้เรียนที่หลากหลาย 4 ผู้สอนสามารถสะท้อนคิดผู้เรียนได้ครอบคลุมทุกประเด็น 5 ผู้สอนสามารถกระตุ้นผู้เรียนให้สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้เป็นความคิดรวบยอดได้ตรง ประเด็น และมีแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ ผู้เรียน 1 ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์เรียนรู้เดิมที่เกี่ยวข้องได้จากกิจกรรมการ เรียนรู้ 2 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสะท้อนคิดประเด็นการเรียนรู้ต่างๆ 3 ผู้เรียนสามารถสะท้อนคิดประเด็นการเรียนรู้ได้ตรงประเด็น 4 ผู้เรียนสามารถสรุปการเรียนรู้เป็นความคิดรวบยอดได้ถูกต้อง 5 ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ การประเมินผลการเรียนรู้ 1 การประเมินผลได้ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ 2 กำหนดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่ชัดเจน 3 ใช้วิธีการและเครื่องมือหลาย ๆ แบบในการประเมินผลการเรียนรู้ ทรัพยากรการเรียนรู้ 1 วัสดุ อุปกรณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้พร้อมใช้ 2 สถานที่ในการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสม ความคิดเห็นเพิ่มเติม ..............................................................................................................................................................................
117 แบบบันทึกการสะท้อนคิดกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน คำชี้แจง แบบบันทึกการสะท้อนคิดฉบับนี้ สำหรับให้นักศึกษาสะท้อนคิดความรู้สึก และสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก กระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองด้วยผู้ป่วยมาตรฐาน โปรดสะท้อนคิดให้ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด 1. สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ความรู้สึก (รู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ได้เรียนรู้) ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เชื่อมโยงประสบการณ์ที่เรียนรู้กับองค์ความรู้ที่เกิดขึ้น (ประสบการณ์ที่ได้รับด้านไหนที่เป็นด้านบวก และด้านไหนที่เป็นด้านลบ) ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. สรุปการเรียนรู้ และวางแผนการนำความรู้ไปใช้ในอนาคต (เมื่อพบสถานการณ์แบบนี้จะมีการ ปรับปรุงแก้ไขอย่างไร) ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………
118 เทคนิคการสะท้อนคิดในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง เทคนิคการสะท้อนคิดในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลอง ในคู่มือฉบับนี้ใช้แนวคิดวงจร สะท้อนคิดของGibb’s reflective cycle ประยุกต์เป็นคำถามที่กระตุ้นให้คิดดังนี้ 1.จากสถานการณ์ดังกล่าวมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หรือนักศึกษาสังเกตเห็นอะไรบ้างจากสถานการณ์ ดังกล่าว 2.นักศึกษาคิดและรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ดังกล่าว 3.อะไร คือ ประสบการณ์ที่ดีที่ได้เรียนรู้ หรือ อะไร คือ ประสบการณ์ที่ไม่ดีที่ได้เรียนรู้ ประสบการณ์ที่ดีที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง (ความประทับใจต่อสถานการณ์) 4.อะไรเป็นสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลอย่างไร (ประเด็นต่างๆที่ให้นักศึกษาร่วมกันวิเคราะห์เชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์เหตุผล วิเคราะห์จัดลำดับ ความสำคัญ หรือคิดพิจารณาอย่างไตร่ตรองหรือถ้าต้องการให้สถานการณ์ดังกล่าวดีขึ้น นักศึกษาต้องปฏิบัติ อย่างไร หรือมีวิธีพัฒนาปรับปรุงอย่างไร หรือถ้ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกครั้งนักศึกษาจะทำอย่างไรให้ดี ขึ้นกว่าเดิม) 5.นักศึกษาได้เรียนรู้อะไรบ้างจากสถานการณ์ดังกล่าว(สรุปการเรียนรู้ที่ได้) 6.นักศึกษาจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้อย่างไร หรือพัฒนาปรับปรุงตนเองอย่างไร 7.นักศึกษาบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ที่กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร ถ้ายังไม่บรรลุนักศึกษาจะทำอย่างไร ต่อไปเพื่อให้บรรลุเปาหมายการเรียนรู้ดังกล่าว
119