The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by crooja, 2022-09-04 03:11:27

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑

แผนการจดั การเรียนรู้
รายวิชา ศ๒๒๑๐๑ ศลิ ปศกึ ษา

ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

จัดทาโดย
นายจตุรงค์ จวนเผา่
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ชานาญการ

กลุ่มสาระการเรียนรูศ้ ิลปะ
โรงเรยี นบุญวาทย์วทิ ยาลยั
อาเภอเมอื ง จงั หวัดลาปาง

แผนการจดั การเรียนรู้
รายวชิ า ศ๒๒๑๐๑ ศลิ ปศกึ ษา

ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒

จัดทาโดย
นายจตุรงค์ จวนเผ่า
ตาแหนง่ ครู ชานาญการ

กลุม่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
โรงเรยี นบุญวาทยว์ ิทยาลัย จังหวดั ลาปาง
สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา เขต๓๕

ลงชอ่ื ..........................................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนร้ศู ิลปะ
ลงช่ือ..........................................................รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารงานวชิ าการ
ลงชอื่ ..........................................................ผอู้ านวยการโรงเรียน

เอกสาร การจัดทาหน่วยและแผนจัดการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนบุญวาทยว์ ิทยาลัย จงั หวดั ลาปาง

1. การวิเคราะหม์ าตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดช่วงชน้ั
2. คาอธบิ ายรายวชิ า
3. การบรู ณาการตวั ช้ีวดั
4. โครงสรา้ งรายวชิ า
5. การวเิ คราะหต์ วั ช้วี ดั เพอ่ื กาหนดหลกั ฐานการเรียนรู้
6. แผนการประเมนิ ผล
7. การออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้
8. การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้

งานพฒั นากระบวนการเรียนรู้
กลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
โรงเรียนบุญวาทยว์ ทิ ยาลยั จ.ลาปาง

กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ทาไมต้องเรียนศลิ ปะ

กลุม่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะเป็นกล่มุ สาระทชี่ ว่ ยพัฒนาใหผ้ เู้ รียนมีความคดิ รเิ ริ่มสรา้ งสรรค์
มจี นิ ตนาการทางศิลปะ ช่ืนชมความงาม มสี ุนทรียภาพ ความมีคุณคา่ ซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตมนษุ ย์ กจิ กรรมทาง
ศลิ ปะช่วยพัฒนาผู้เรยี นท้ังด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ตลอดจน การนาไปสูก่ ารพฒั นาส่งิ แวดล้อม
ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมีความเชอื่ มั่นในตนเอง อันเป็นพนื้ ฐาน ในการศกึ ษาต่อหรือประกอบอาชีพได้

เรยี นรูอ้ ะไรในศิลปะ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะวิธีการทางศิลปะ
เกิดความซาบซึ้งในคุณค่าของศิลปะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงออกอย่างอิสระในศิลปะแขนงต่าง ๆประกอบด้วยสาระสาคัญ
คือ

 ทศั นศลิ ป์ มีความรู้ความเข้าใจองคป์ ระกอบศลิ ป์ ทัศนธาตุ สรา้ งและนาเสนอผลงานทางทศั นศิลป์จาก
จินตนาการ โดยสามารถใช้อุปกรณท์ เี่ หมาะสม รวมทงั้ สามารถใชเ้ ทคนิค วิธกี าร
ของศลิ ปนิ ในการสรา้ งงานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณ์คุณคา่ งานทศั นศิลป์
เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่างานศลิ ปะท่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิ
ปัญญาท้องถน่ิ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล ช่นื ชม ประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั

 ดนตรี มคี วามรคู้ วามเข้าใจองค์ประกอบดนตรีแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์
คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สกึ ทางดนตรีอยา่ งอิสระ ชนื่ ชมและประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั เข้าใจความสมั พันธ์
ระหวา่ งดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่าดนตรี ทเ่ี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ ภูมปิ ญั ญา
ไทยและสากล ร้องเพลง และเล่นดนตรในรปู แบบตา่ ง ๆ แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั เสยี งดนตรี แสดงความร้สู ึกท่ีมตี ่อ
ดนตรใี นเชิงสุนทรยี ะ เข้าใจความสมั พันธ์ระหวา่ งดนตรีกับประเพณีวัฒนธรรม และเหตุการณใ์ นประวตั ิศาสตร์

 นาฏศลิ ป์ มีความรคู้ วามเข้าใจองคป์ ระกอบนาฏศลิ ป์ แสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ยา่ สร้างสรรค์ ใช้ศัพท์
เบ้ืองตน้ ทางนาฏศลิ ป์ วเิ คราะหว์ พิ ากษ์ วิจารณ์คุณคา่ นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคดิ อย่างอสิ ระ สรา้ งสรรค์การ
เคลอื่ นไหวในรูปแบบต่าง ๆ ประยุกตใ์ ช้นาฏศิลป์ในชีวิตประจาวนั เข้าใจความสัมพันธ์ระหวา่ งนาฏศิลปก์ ับประวตั ิศาสตร์
วัฒนธรรม เหน็ คุณค่าของนาฎศลิ ปท์ เ่ี ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม
ภมู ิปญั ญาท้องถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทย และสากล

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี 1 ทัศนศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์
คุณคา่ งานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั
มาตรฐาน ศ 1.2 เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหว่างทศั นศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่
เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ ภมู ิปญั ญาไทย และสากล

สาระที่ 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.1เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ จิ ารณค์ ณุ คา่ ดนตรถี ่ายทอด
ความรู้สกึ ความคิดต่อดนตรีอย่างอสิ ระ ชื่นชม และประยกุ ต์ใช้ ในชีวติ ประจาวนั
มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีท่ี เป็นมรดก
ทางวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน ภมู ิปัญญาไทยและสากล

สาระที่ 3 นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ 3.1เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์
ถา่ ยทอดความร้สู ึก ความคดิ อย่างอิสระ ช่ืนชม และประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั
มาตรฐาน ศ 3.2เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่
เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากล

จบชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

 รู้และเข้าใจเรื่องทัศนธาตแุ ละหลกั การออกแบบและเทคนิคที่หลากหลายในการ สรา้ งงานทศั นศิลป์ ๒ มติ ิ
และ ๓ มิติ เพื่อสอื่ ความหมายและเรอ่ื งราวตา่ ง ๆ ได้อยา่ งมคี ุณภาพ วเิ คราะหร์ ปู แบบเนอ้ื หาและประเมนิ คุณค่างาน
ทัศนศลิ ป์ของตนเองและผู้อ่นื สามารถเลือกงานทัศนศิลปโ์ ดยใชเ้ กณฑ์ทกี่ าหนดขึ้นอยา่ งเหมาะสม สามารถออกแบบ
รปู ภาพ สญั ลักษณ์ กราฟิก ในการนาเสนอข้อมลู และมีความรู้ ทักษะท่จี าเป็นด้านอาชพี ท่ีเกี่ยวขอ้ งกนั กับงานทศั นศิลป์

 รแู้ ละเข้าใจการเปลยี่ นแปลงและพัฒนาการของงานทัศนศลิ ป์ของชาติและทอ้ งถ่นิ แต่ละยุคสมัย เห็นคุณค่า
งานทัศนศิลป์ท่ีสะท้อนวฒั นธรรมและสามารถเปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ท่ีมาจากยคุ สมัยและวฒั นธรรมต่าง ๆ

 รูแ้ ละเขา้ ใจถึงความแตกต่างทางด้านเสยี ง องคป์ ระกอบ อารมณ์ ความรู้สึก ของบทเพลงจากวัฒนธรรมต่าง
ๆ มีทกั ษะในการร้อง บรรเลงเครอ่ื งดนตรี ทั้งเดย่ี วและเปน็ วงโดยเนน้ เทคนิคการรอ้ งบรรเลงอย่างมีคณุ ภาพ มที ักษะใน
การสร้างสรรค์บทเพลงอย่างง่าย อา่ นเขียนโน้ต ในบันไดเสยี งทม่ี ีเคร่ืองหมาย แปลงเสียงเบื้องต้นได้ รูแ้ ละเขา้ ใจถึง
ปัจจยั ท่ีมีผลต่อรูปแบบของผลงานทางดนตรี องคป์ ระกอบของผลงานดา้ นดนตรกี บั ศิลปะแขนงอื่น แสดงความคิดเหน็
และบรรยายอารมณ์ความร้สู ึกทม่ี ตี ่อบทเพลง สามารถนาเสนอบทเพลงทชี่ ื่นชอบไดอ้ ย่างมเี หตผุ ล มีทักษะในการประเมิน
คุณภาพของบทเพลงและการแสดงดนตรี รถู้ ึงอาชีพต่าง ๆ ที่เกย่ี วข้องกับดนตรแี ละบทบาทของดนตรใี นธุรกจิ บันเทงิ
เขา้ ใจถึงอิทธิพลของดนตรที ี่มีตอ่ บคุ คลและสังคม

 รแู้ ละเขา้ ใจทม่ี า ความสัมพนั ธ์ อิทธพิ ลและบทบาทของดนตรีแต่ละวัฒนธรรมในยุคสมัยต่าง ๆ วิเคราะห์ปัจจัยที่
ทาใหง้ านดนตรไี ด้รับการยอมรับ

 รแู้ ละเข้าใจการใชน้ าฏยศัพท์หรอื ศัพทท์ างการละครในการแปลความและสื่อสารผ่านการแสดง รวมท้ัง
พฒั นารปู แบบการแสดง สามารถใช้เกณฑ์งา่ ย ๆ ในการพจิ ารณาคณุ ภาพการแสดง วจิ ารณเ์ ปรียบเทียบงานนาฏศิลป์
โดยใชค้ วามรเู้ รื่ององค์ประกอบทางนาฏศลิ ปร์ ่วมจดั การแสดง นาแนวคิดของการแสดงไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาวนั

 รู้และเขา้ ใจประเภทละครไทยในแตล่ ะยุคสมยั ปจั จัยท่มี ผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงของนาฏศิลปไ์ ทย
นาฏศิลปพ์ นื้ บา้ น ละครไทย และละครพ้นื บา้ น เปรยี บเทียบลักษณะเฉพาะ ของการแสดงนาฏศิลปจ์ าก
วัฒนธรรมต่าง ๆ รวมทัง้ สามารถออกแบบและสรา้ งสรรค์อุปกรณ์ เครื่องแต่งกายในการแสดงนาฏศิลป์และละคร มีความ
เขา้ ใจ ความสาคัญ บทบาทของนาฏศิลป์ และละครในชวี ิตประจาวนั

จบชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6

 รแู้ ละเขา้ ใจเกย่ี วกับทศั นธาตุและหลกั การออกแบบในการสื่อความหมาย สามารถใชศ้ ัพท์ทางทัศนศลิ ป์
อธิบายจุดประสงคแ์ ละเน้ือหาของงานทัศนศลิ ป์ มีทักษะและเทคนิคในการใช้วสั ดุ อปุ กรณ์และกระบวนการที่สูงขึ้นใน
การสร้างงานทัศนศลิ ป์ วเิ คราะหเ์ นือ้ หาและแนวคดิ เทคนคิ วิธกี าร การแสดงออกของศิลปนิ ทั้งไทยและสากล ตลอดจน
การใช้เทคโนโลยีตา่ ง ๆ ในการออกแบบสร้างสรรคง์ านทเี่ หมาะสมกับโอกาส สถานที่ รวมทั้งแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับ
สภาพสงั คมดว้ ยภาพล้อเลียนหรือการ์ตูน ตลอดจนประเมนิ และวจิ ารณ์คุณคา่ งานทศั นศิลป์ดว้ ยหลักทฤษฎีวิจารณ์ศิลปะ

 วเิ คราะห์เปรยี บเทยี บงานทัศนศิลป์ในรปู แบบตะวนั ออกและรปู แบบตะวนั ตกเข้าใจอิทธพิ ล
ของมรดกทางวัฒนธรรมภมู ิปัญญาระหวา่ งประเทศทมี่ ผี ลต่อการสร้างสรรค์ งานทัศนศิลป์ในสังคม

 รู้และเขา้ ใจรปู แบบบทเพลงและวงดนตรีแตล่ ะประเภท และจาแนกรูปแบบ ของวงดนตรที งั้ ไทยและสากล
เข้าใจอิทธพิ ลของวฒั นธรรมต่อการสร้างสรรค์ดนตรี เปรยี บเทียบอารมณ์และความรู้สึกท่ีได้รับจากดนตรีท่มี าจาก
วฒั นธรรมตา่ งกนั อ่าน เขยี น โนต้ ดนตรีไทยและสากล ในอัตราจังหวะตา่ ง ๆ มีทกั ษะในการรอ้ งเพลงหรอื เล่นดนตรเี ดี่ยว
และรวมวงโดยเน้นเทคนิค การแสดงออกและคุณภาพของการแสดง สรา้ งเกณฑ์สาหรับประเมนิ คุณภาพการประพันธ์
การเลน่ ดนตรีของตนเองและผอู้ น่ื ได้อย่างเหมาะสม สามารถนาดนตรีไประยกุ ตใ์ ชใ้ นงานอนื่ ๆ

 วิเคราะห์ เปรียบเทียบรูปแบบ ลักษณะเด่นของดนตรีไทยและสากลในวัฒนธรรมต่าง ๆ เข้าใจบทบาทของ
ดนตรีที่สะท้อนแนวความคิดและค่านิยมของคนในสังคม สถานะทางสังคม ของนักดนตรีในวัฒนธรรมต่าง ๆ สร้าง
แนวทางและมีส่วนรว่ มในการส่งเสริมและอนุรักษด์ นตรี

 มที กั ษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ มีความคดิ ริเรม่ิ ในการแสดงนาฏศลิ ปเ์ ปน็ คู่ และเปน็ หมู่ สร้างสรรค์
ละครสน้ั ในรปู แบบที่ช่นื ชอบ สามารถวิเคราะห์แกน่ ของการแสดงนาฏศลิ ป์และละครท่ตี ้องการส่ือความหมายในการ
แสดง อิทธพิ ลของเครื่องแตง่ กาย แสง สี เสียง ฉาก อปุ กรณ์ และสถานท่ที ่มี ผี ลต่อการแสดง วจิ ารณก์ ารแสดงนาฏศลิ ป์
และละคร พัฒนาและใชเ้ กณฑ์การประเมินในการประเมนิ การแสดง และสามารถวิเคราะหท์ ่าทางการเคลอื่ นไหวของ
ผคู้ นในชีวิตประจาวัน และนามาประยุกต์ใชใ้ นการแสดง

 เข้าใจววิ ฒั นาการของนาฏศิลปแ์ ละการแสดงละครไทย และบทบาทของบคุ คลสาคัญ ในวงการนาฏศลิ ป์และ
การละครของประเทศไทยในยคุ สมัยตา่ ง ๆ สามารถเปรยี บเทียบการนาการแสดงไปใชใ้ นโอกาสตา่ ง ๆ และเสนอแนวคิด
ในการอนุรักษ์นาฏศลิ ป์ไทย

การวิเคราะห์หลกั สูตร

วิเคราะหม์ าตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ดั
วิชาศลิ ปศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 2



(ทศั นศิลป์)

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง / ท้องถ่นิ

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด ความรู้/สาระแกนกลาง ทกั ษะกระบวนการ คุณลกั ษณะ สมรรถนะท่สี าคญั
K (Key Concept) competence
ตวั บ่งชพ้ี ฤติกรรม อนั พึงประสงค์
(C)
( P) (A)
1.ความสามารถใน
ศ 1.1 ม.2/1 อภิปรายเก่ยี วกบั ทศั น การสอื่ สาร
ธาตใุ นดา้ นรปู แบบและแนว คิดของ รปู แบบของทัศนธาตุและ - ทกั ษะการจดั กลุ่ม -ใฝ่เรียนรู้ 2. ความสามารถใน
งานทัศนศิลป์ทเี่ ลือกมา แนวคดิ ในงานทัศนศิลป์ การคดิ

ศ 1.1 ม.2/2 บรรยายเกี่ยวกบั ความ ความเหมือนและความ - ทกั ษะการ - มีวนิ ัย 2. ความสามารถใน
เหมอื นและความแตกต่างของรูปแบบ แตกตา่ งของรปู แบบในการใช้ เปรียบเทียบ - ใฝเ่ รยี นรู้ การคดิ
การใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์ในงานทัศนศลิ ป์ของ วสั ดอุ ุปกรณใ์ นงานทัศนศลิ ป์ 3.ความสามารถใน
ศิลปนิ การ แก้ปัญหา

ของศลิ ปิน

ศ 1.1 ม.2/3 เทคนคิ ในการวาดภาพส่ือ - ทักษะการนาความรู้ -ม่งุ มน่ั ในการ 2. ความสามารถใน
วาดภาพด้วยเทคนคิ ท่หี ลากหลายใน ความหมาย ไปใช้ ทางาน การคิด
การสอ่ื ความหมายและเร่อื งราว -มจี ติ สาธารณะ. 3.ความสามารถใน
ตา่ ง ๆ การ แกป้ ญั หา
4. ความสามารถ ใน
การใชท้ ักษะชีวติ

ศ 1.1 ม.2/4 สรา้ งเกณฑ์ในการ การประเมินและวิจารณ์งาน 1. การวิเคราะห์ ขอ้ 2.ซื่อสตั ย์ ขอ้ 1.การสื่อสาร
ประเมนิ และวจิ ารณง์ านทัศนศลิ ป์
ทัศนศิลป์ 2. การประเมิน

สาระการเรียนร้แู กนกลาง / ท้องถ่นิ

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด ความรู้/สาระแกนกลาง ทกั ษะกระบวนการ คุณลักษณะ สมรรถนะทส่ี าคญั
K (Key Concept) competence
ตัวบง่ ช้พี ฤตกิ รรม อันพงึ ประสงค์
(C)
( P) (A)

ศ 1.1 ม.2/5 นาผลการวิจารณ์ไป การพฒั นางานทัศนศลิ ปแ์ ละ 1.การนาความรู้ -ซ่อื สัตย์สุจรติ 3. การแก้ปัญหา
ปรับปรุงแกไ้ ขและพฒั นางาน
การทาแฟม้ สะสมงาน ไปใช้
ศ 1.1ม.2/6 วาดภาพแสดง
บคุ ลิกลักษณะของตัวละคร วาดภาพถา่ ยทอด 1.การนาความร้ไู ปใช้ -มงุ่ ม่นั ในการ 4. การใชท้ กั ษะชวี ิต

บุคลกิ ลักษณะของตวั ละคร 2.กระบวนการคดิ ทางานข้อ 5. การใช้เทคโนโลยี

สร้างสรรค์ -อยู่อย่างพอเพยี ง

ศ1.1ม.2/7บรรยายวิธกี ารใชง้ าน 1. - มุ่งม่นั ในการ 2.ความสามารถใน
ทัศนศลิ ปใ์ นการโฆษณาเพื่อโน้มนา้ วใจ ทักษะการนาความรู้ไป ทางาน การคดิ
และนาเสนอตวั อย่างประกอบ ใช้ - มีจิตสาธารณะ 3.ความสามารถใน
การ แกป้ ญั หา
งานทศั นศิลป์ในการโฆษณา 4.ความสามารถ ใน
การใช้ทักษะชีวติ
ศ 1.2 ม.2/1 ระบุและบรรยาย วฒั นธรรมต่าง ๆ ท่สี ะท้อน 1. การวิเคราะห์ -ใฝเ่ รียนรู้ 5.ความสามารถใน
เก่ยี วกับวัฒนธรรมต่างๆทส่ี ะทอ้ นถึง ถึงงานทัศนศลิ ปใ์ นปจั จบุ นั -ใฝเ่ รียนรู้ การใช้เทคโนโลยี
งานทัศนศลิ ป์ในปัจจบุ ัน -ใฝ่เรยี นรู้ 2. การคดิ

ศ 1.2 ม.2/2 บรรยายถงึ การ งานทศั นศิลป์ของไทยในแต่ 1.การนาความรู้ 2. การคิด
ไปใช้
เปล่ยี นแปลงของงานทัศนศิลป์ของไทย ละยุคสมยั 1. การสื่อสาร

ในแต่ละยคุ สมยั โดยเนน้ ถึงแนวคิดและ

เนอื้ หาของงาน

ศ 1.2 ม.2/3 เปรยี บเทียบแนวคิด การออกแบบงานทัศนศลิ ป์ 1.การเปรยี บเทียบ
ในการออกแบบงานทัศนศิลป์ทม่ี าจาก ในวฒั นธรรมไทยและสากล
วฒั นธรรมไทยและสากล

(ดนตรี)

มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด ความรู้/สาระแกนกลาง สาระการเรยี นร้แู กนกลาง / ทอ้ งถิ่น สมรรถนะท่ีสาคญั
K (Key Concept) ทกั ษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะ competence
ศ 2.1 ม.2/1 ตวั บง่ ชพี้ ฤตกิ รรม อันพึงประสงค์
เปรยี บเทยี บการใช้องคป์ ระกอบ องคป์ ระกอบสาคัญของดนตรี ( P) (A) (C)
ดนตรที ม่ี าจากวฒั นธรรมต่างกัน จากแหล่งวัฒนธรรมต่าง ๆ 1.ความสามารถใน
ศ 2.1 ม.2/2 1. การเปรียบเทยี บ - ใฝ่เรียนรู้ การสอ่ื สาร
อา่ น เขียนร้องโน้ตไทย และโน้ตสากล
ท่ีมีเครื่องหมายแปลงเสียง เครอ่ื งหมายและสัญลักษณ์ทาง 1 ทกั ษะการนาความรู้ - มวี ินยั 3.ความสามารถใน
ดนตรี ไปใช้ - ใฝเ่ รยี นรู้ การ แกป้ ญั หา
1.โน้ตจาก 2 ทักษะการเชอ่ื มโยง 4. ความสามารถ ใน
เพลงไทยอัตราจงั หวะสองช้ัน การใชท้ ักษะชีวิต
2.โนต้ สากล(เครอ่ื งหมายแปลง
เสียง)

ศ 2.1 ม.2/3 ปัจจัยในการสรา้ งสรรค์ 1 ทกั ษะการนาความรู้ - ม่งุ มน่ั ในการ 4. ความสามารถ ใน
ระบุปจั จัยสาคัญที่มีอิทธิพลต่อการ บทเพลง ไปใช้ ทางาน การใช้ทกั ษะชีวติ
สรา้ งสรรค์งานดนตรี 1. จนิ ตนาการในการ 2 ทักษะการสังเคราะห์ 5. ความสามารถใน
สร้างสรรคบ์ ทเพลง การใชเ้ ทคโนโลยี
ศ 2.1 ม.2/4 2.การถ่ายทอดเร่ืองราว 1 ทกั ษะการนาความรู้ - มุ่งมน่ั ในการ
รอ้ งเพลง และเล่นดนตรีเด่ียวและรวม ความคดิ ในบทเพลง ไปใช้ ทางาน 1.ความสามารถใน
วง - ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต การส่ือสาร
เทคนคิ การรอ้ งและบรรเลง - มวี นิ ัย 4. ความสามารถ ใน
ดนตรี การใชท้ ักษะชีวติ
1.การรอ้ งและบรรเลงเดี่ยว 5. ความสามารถใน
2.การร้องและบรรเลงเปน็ วง การใชเ้ ทคโนโลยี

ศ 2.1 ม.2/5 การบรรยายอารมณแ์ ละ 1 ทกั ษะการนาความรู้ - ซ่ือสัตย์สจุ รติ 1.ความสามารถใน
บรรยายอารมณ์ของเพลงและ ความรู้สึกในบทเพลง ไปใช้ การสอ่ื สาร
ความรู้สกึ ท่มี ตี ่อบทเพลงทีฟ่ ัง 2. ความสามารถใน
การคิด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง / ท้องถิ่น

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ความรู้/สาระแกนกลาง ทกั ษะกระบวนการ คุณลกั ษณะ สมรรถนะท่ีสาคัญ

K (Key Concept) ตวั บ่งชี้พฤติกรรม อันพึงประสงค์ competence

( P) (A) ( C )

ศ 2.1 ม.2/6 การประเมินความสามารถ 1 ทักษะการ - ซ่อื สตั ยส์ ุจริต 1.ความสามารถ

ประเมิน พัฒนาการทักษะทาง ทางดนตรี ประเมนิ ในการส่ือสาร

ดนตรีของตนเอง หลงั จากการฝกึ 1. ความถูกตอ้ งในการ 2 ทักษะการ 2. ความสามารถ

ปฏิบตั ิ บรรเลง ประยกุ ต์ใช้ความรู้ ในการคิด

2. ความแม่นยาในการ

อา่ น

เครอื่ งหมายและ

สญั ลกั ษณ์

3. การควบคุมคณุ ภาพ

เสียงในการรอ้ งและ

บรรเลง

ศ 2.1 ม.2/7 1. อาชพี ทางดา้ นดนตรี 1 ทกั ษะการ - ใฝ่เรยี นรู้ 1.ความสามารถ

ระบงุ านอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. บทบาทของดนตรีใน รวบรวมขอ้ มลู - อยอู่ ยา่ ง ในการสื่อสาร

กับดนตรีและบทบาทของดนตรี ธรุ กิจบนั เทิง 2 ทักษะการระบุ พอเพียง 2. ความสามารถ

ในธรุ กจิ บันเทิง ในการคิด

ศ 2.2 ม.2/1 1. ดนตรใี นวัฒนธรรม 1 ทักษะการ - มุง่ ม่นั ในการ 2. ความสามารถ
บรรยายบทบาท และอิทธิพล ตา่ งประเทศ รวบรวมขอ้ มูล ทางาน ในการคดิ
ของดนตรีในวัฒนธรรมของ -บทบาทของดนตรีใน 2 ทกั ษะการนา 3.ความสามารถ
ประเทศตา่ ง ๆ วัฒนธรรม ความรไู้ ปใช้ ในการ แกป้ ัญหา
-อทิ ธิพลของดนตรีใน 3.ทักษะการ
วัฒนธรรม เชื่อมโยง

ศ 2.2 ม.2/2 2. เหตกุ ารณ์ 1 ทักษะการ - ใฝ่เรยี นรู้ 2. ความสามารถ
บรรยายอิทธพิ ลของวฒั นธรรม ประวัติศาสตร์กบั การ รวบรวมขอ้ มูล ในการคดิ
และเหตกุ ารณใ์ นประวัติศาสตร์ เปล่ียนแปลงทางดนตรีใน 2. ทักษะการ 3.ความสามารถ
ท่ีมตี ่อรปู แบบของดนตรีใน ประเทศไทย เช่ือมโยง ในการ แกป้ ัญหา
ประเทศไทย -การเปล่ียนแปลงทาง
การเมืองกับงานดนตรี
-การเปลี่ยนแปลงทาง
เทคโนโลยกี บั งานดนตรี

(นาฎศลิ ป์)

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง / ท้องถ่ิน

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั ความรู้/สาระแกนกลาง ทักษะกระบวนการ คณุ ลักษณะ สมรรถนะทสี่ าคัญ
K (Key Concept)
ศ 3.1 ม.2/1 ตวั บง่ ชพี้ ฤติกรรม อันพึงประสงค์ competence
อธิบายการ บรู ณาการศิลปะแขนงอืน่ การบรู ณาการศลิ ปะแขนงอ่ืนๆ
ๆ กบั การแสดง กับการแสดง ( P) (A) ( C )
- แสงสี เสยี ง
ศ 3.1 ม.2/2 สรา้ งสรรคก์ ารแสดง - ฉาก - ทักษะการนาความรู้ 1. ซือ่ สัตย์สุจรติ 1. ความสามารถ
โดยใช้องคป์ ระกอบนาฏศิลป์และการ - เครอื่ งแตง่ กาย
ละคร - อุปกรณ์ ไปใช้ 2. อยู่อย่าง ในการ สื่อสาร
หลกั และวิธกี ารสร้างสรรคก์ าร
ศ 3.1 ม.2/3 แสดง โดยใช้องค์ประกอบ พอเพียง 2. ความสามารถ
วิเคราะห์การแสดงของตนเองและ นาฏศลิ ปแ์ ละการละคร
ผู้อน่ื โดยใช้นาฏยศัพทห์ รือศัพท์ 3. มงุ่ มน่ั ในการ ในการคดิ
ทางการละครท่ีเหมาะสม นาเสนอผลงานปฏบิ ตั ริ าวง
มาตรฐาน ทางาน
ศ3.1 ม.2/4
เสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุงการ วธิ กี ารวิเคราะห์ วจิ ารณก์ าร 4.รกั ความเปน็ ไทย
แสดง แสดงนาฏศิลป์และการละคร
-ทกั ษะการนาความรไู้ ป 1. ซื่อสตั ยส์ จุ รติ 1. ความสามารถ

ใช้ 2. อยู่อย่าง ในการ สอื่ สาร

พอเพียง 2.2. ความสามารถ

3. มุ่งม่นั ในการ ในการคิด

ทางาน 33. ความสามารถ

4. รักความเปน็ ในการใช้

ไทย ทกั ษะชีวิต

- ทกั ษะการวิเคราะห์ 1. ซ่ือสัตย์สจุ รติ 1. ความสามารถ

2. อย่อู ย่าง ในการ ส่ือสาร

พอเพยี ง 2. ความสามารถ

3. มงุ่ มน่ั ในการ ในการคดิ

ทางาน

4. รักความเป็น

ไทย

- ทกั ษะการวิเคราะห์ 1. ซื่อสัตย์สุจริต 1.ความสามารถ

2. อยูอ่ ย่าง ในการ ส่ือสาร

พอเพียง 2. ความสามารถ

3. มงุ่ มน่ั ในการ ในการคดิ

ทางาน

4. รกั ความเปน็

ไทย

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง / ทอ้ งถิ่น

มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด ความรู้/สาระแกนกลาง ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ สมรรถนะท่สี าคัญ
competence
ศ 3.1 ม.2/5 เชื่อมโยงการ K (Key Concept) ตวั บง่ ช้ีพฤติกรรม อันพึงประสงค์
เรียนรูร้ ะหวา่ งนาฏศิลปแ์ ละ (C)
การละคร กับสาระการเรยี นรู้ ( P) (A)
อืน่ ๆ
ความสัมพนั ธข์ อง - ทักษะการ 1. ซ่ือสตั ย์ 1. ความสามารถ
ศ 3.2 ม.2/1เปรยี บเทยี บ
ลักษณะเฉพาะของการแสดง นาฏศิลปแ์ ละการละครกับ เชื่อมโยง สุจรติ ในการ ส่อื สาร
นาฏศลิ ป์จากวฒั นธรรมต่างๆ
สาระการเรียนรสู้ าระอน่ื 2. อยอู่ ย่าง 2. ความสามารถ
ศ 3.2 ม.2/2
ระบหุ รอื แสดงนาฏศิลป์ พอเพียง ในการคิด
นาฏศลิ ป์พ้นื บา้ น ละครไทย
ละครพืน้ บ้าน หรือมหรสพอื่น 3. มุ่งมัน่ ในการ
ทีเ่ คยนยิ มกนั ในอดตี
ทางาน
ศ 3.2 ม.2/3
อธิบายอิทธิพลของวัฒนธรรมที่ 4. รักความเปน็
มผี ลตอ่ เนอื้ หาของละคร
ไทย

นาฏศิลป์พืน้ เมืองเกย่ี วกับ - ทักษะการ 1. ซื่อสตั ย์ 1. ความสามารถ

ความหมาย ทีม่ า เปรยี บเทียบ สุจรติ ในการ สือ่ สาร

วัฒนธรรมและ 2. อย่อู ยา่ ง 2. ความสามารถ

ลักษณะเฉพาะของการ พอเพียง ในการคดิ

แสดง 3. มุ่งมั่นในการ

ทางาน

4. รักความเปน็

ไทย

รปู แบบของการแสดง - ทักษะการจัดกลุ่ม 1. ซอ่ื สัตย์ 1. ความสามารถ

นาฏศิลป์ ไดแ้ ก่ สุจรติ ในการ สื่อสาร

- นาฏศลิ ป์ 2. อยอู่ ยา่ ง 2. ความสามารถ

- นาฏศิลปพ์ ้ืนบ้าน พอเพยี ง ในการคดิ

- ละครไทย 3. มุ่งม่ันในการ

- ละครพื้นบา้ น ทางาน

4. รกั ความเปน็

ไทย

อทิ ธิพลของวัฒนธรรมที่มี - ทกั ษะการระบุ 1. ซื่อสตั ย์ 1. ความสามารถ

ผลต่อเนอื้ หาของละคร สุจรติ ในการ ส่อื สาร

2. อยอู่ ยา่ ง 2. ความสามารถ

พอเพยี ง ในการคิด

3. มุ่งมนั่ ในการ

ทางาน

4. รกั ความเปน็

ไทย

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

รายวชิ า ศ22101 ศิลปศกึ ษา กล่มุ สาระการเรียนรูศ้ ิลปะ

ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษารปู แบบของทัศนธาตแุ ละแนวคิดในงานทศั นศิลป์ ความเหมอื นและความแตกต่างของรูปแบบในการใช้วสั ดุ
อปุ กรณ์ในงานทัศนศลิ ป์ของศิลปิน รวมถึงการใช้เทคนิคในการวาดภาพสอ่ื ความหมาย และสามารถสร้างงานทัศนศลิ ป์
ในการโฆษณา

ศกึ ษาการแสดงนาฏศลิ ป์ การบรู ณาการศลิ ปะแขนงอ่นื ๆกับการแสดงสร้างสรรค์การแสดงโดยใชอ้ งคป์ ระกอบ
นาฏศลิ ปแ์ ละการละครการแสดงของตนเองและผอู้ น่ื นาฏยศพั ท์หรือศัพท์ทางการละครการวจิ ารณก์ ารแสดง และ
เชอ่ื มโยงการเรียนรู้ระหวา่ งนาฏศิลปแ์ ละการละคร กับสาระการเรียนรู้อื่นๆ ระบุหรือแสดงนาฏศลิ ป์พ้ืนบา้ น ละครไทย
ละครพน้ื บ้าน หรือมหรสพอน่ื ท่เี คยนยิ มกนั ในอดีต

ศึกษาการใชอ้ งคป์ ระกอบดนตรที ม่ี าจากวัฒนธรรมต่างกันบรรยายบทบาท และอทิ ธิพลของดนตรีในวัฒนธรรม
ของประเทศตา่ ง ๆ อิทธิพลของวัฒนธรรม และเหตกุ ารณ์ในประวัติศาสตรท์ ี่มตี ่อรูปแบบของดนตรใี นประเทศไทยอา่ น
เขียนร้องโน้ตไทย และโน้ตสากลทมี่ ีเครื่องหมายแปลงเสียงระบปุ ัจจยั สาคัญทม่ี ีอิทธพิ ลต่อการสร้างสรรค์งานดนตรีร้องเพลง
และเล่นดนตรเี ด่ียวและรวมวงประเมิน พัฒนาการทักษะทางดนตรีของตนเอง หลงั จากการฝกึ ปฏิบัติบรรยายอารมณ์ของเพลง
และความรู้สกึ ที่มีต่อบทเพลงที่ฟงั

โดยกระบวนการสร้างองค์ความรู้ ด้วยทกั ษะการจดั กลมุ่ การวิเคราะห์ จาแนกประเภท การเปรียบเทียบ การตง้ั
หลกั เกณฑ์ การประเมนิ การนาความรูไ้ ปใช้การสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการและ
ความคิดสร้างสรรคว์ ิพากษ์ วิจารณค์ ุณคา่ งาน และบรู ณาการสร้างสรรค์กบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น ๆ

เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ความเขา้ ใจในงานทัศนศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ ประวตั ิศาสตรแ์ ละวัฒนธรรม ภมู ิปัญญา
ทอ้ งถิ่น ภมู ิปัญญาไทยและสากล มีความคิดต่องานงานทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์ อยา่ งอิสระ ช่นื ชม เหน็ คณุ ค่า มี
สนุ ทรยี ภาพมีความคดิ สร้างสรรค์มคี ุณธรรมจริยธรรมมีวนิ ัยมีความซ่ือสัตย์สจุ รติ มจี ติ สาธารณะ รู้หลกั ในการดาเนนิ ชีวิต
อยู่อยา่ งพอเพียง รกั ความเป็นไทย และมุ่งมน่ั ในการทางาน

รหสั ตัวชี้วดั

สาระท่ี 1: ทัศนศิลป์
ศ 1.1 ม.2/1 อภิปรายเกีย่ วกบั ทศั นธาตุในดา้ นรูปแบบและแนว คิดของงานทศั นศลิ ป์ท่เี ลอื กมา
ศ 1.1 ม.2/2 บรรยายเกีย่ วกับความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วสั ดุอปุ กรณ์ในงาน

ทัศนศิลปข์ องศลิ ปนิ
ศ 1.1 ม.2/3 วาดภาพด้วยเทคนิคทหี่ ลากหลายในการสอื่ ความหมายและเร่ืองราวตา่ ง ๆ
ศ 1.1 ม.2/7 บรรยายวิธีการใช้งานทัศนศลิ ป์ในการโฆษณาเพื่อโน้มนา้ วใจ และนาเสนอตัวอย่างประกอบ

สาระท่ี 2: ดนตรี
ศ 2.1 ม.2/1 เปรยี บเทียบการใช้องคป์ ระกอบดนตรีทม่ี าจากวฒั นธรรมต่างกัน
ศ 2.1 ม.2/2 อา่ น เขยี นร้องโนต้ ไทย และโน้ตสากลท่ีมเี คร่ืองหมายแปลงเสยี ง
ศ 2.1 ม.2/3 ระบุปัจจยั สาคญั ทม่ี ีอทิ ธิพลต่อการสร้างสรรค์งานดนตรี
ศ 2.1 ม.2/4 ร้องเพลง และเล่นดนตรเี ดยี่ วและรวมวง
ศ 2.1 ม.2/5 บรรยายอารมณ์ของเพลงและความรู้สึกที่มีต่อบทเพลงที่ฟัง

ศ 2.1 ม.2/6 ประเมิน พัฒนาการทกั ษะทางดนตรีของตนเอง หลังจากการฝกึ ปฏิบัติ
ศ 2.2 ม.2/1 บรรยายบทบาท และอิทธพิ ลของดนตรีในวฒั นธรรมของประเทศตา่ ง ๆ
ศ 2.2 ม.2/2 บรรยายอิทธพิ ลของวฒั นธรรม และเหตุการณใ์ นประวตั ิศาสตรท์ มี่ ตี ่อรูปแบบของดนตรี

ในประเทศไทย

สาระที่ 3: นาฏศิลป์
ศ 3.1 ม.2/1 อธบิ าย การบูรณาการศิลปะแขนงอ่นื ๆกับการแสดง
ศ 3.1 ม.2/2 สรา้ งสรรคก์ ารแสดง โดยใชอ้ งค์ประกอบนาฏศิลปแ์ ละการละคร
ศ 3.1 ม.2/3 วเิ คราะหก์ ารแสดงของตนเองและผู้อื่น โดยใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละคร

ทเ่ี หมาะสม
ศ 3.1 ม.2/4 เสนอขอ้ คิดเห็น ในการปรบั ปรุงการแสดง
ศ 3.1 ม.2/5 เชอ่ื มโยงการเรยี นรู้ระหวา่ งนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร กบั สาระการเรียนรู้อื่นๆ
ศ 3.2 ม.2/2 ระบหุ รือแสดงนาฏศิลป์พืน้ บา้ น ละครไทย ละครพ้นื บ้าน หรอื มหรสพอน่ื ท่เี คยนิยมกนั

ในอดตี

รวมทั้งหมด 18 ตวั ชี้วัด

โครงสร้างรายวิชา

ศ22101 ศิลปศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ

ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยการเรียน


หน่วยท่ี รหัสตวั ช้วี ดั แผนการเรยี นร้ทู ี่...เร่อื ง สปั ดาห์ที่ เวลา/ชั่วโมง นา้ หนกั
คะแนน
1.ทศั นศิลป์ 1 2
ศ 1.1 ม.2/1 1. เรื่องรปู แบบของทศั นธาตุ 2 2 5
ศ 1.1 ม.2/2 2. เรื่องศิลปนิ กบั งานทัศนศิลป์ 3- 4 4 10
5-6 4 15
ศ 1.2 ม.2/3 3. เร่ืองเทคนคิ ศิลป์ 10
1 2
ศ 1.1 ม.2/7 4. เรอ่ื งงานทัศนศิลปก์ บั การโฆษณา 1 2 5
5
2.ดนตรี 3 6
ศ 2.1 ม.2/1 1. องค์ประกอบของดนตรีไทย 15
ศ 2.2 ม.2/1 2. ยคุ สมยั ของดนตรีไทย 1 2
ศ 2.2 ม.2/2 5
1 2
ศ 2.1 ม.2/2 3. อ่าน เขียน ร้องและเล่นดนตรี 2 2 6
6
ศ 2.1 ม.2/3 3 2
4-6 6 6
ศ 2.1 ม.2/4 12
ศ 2.1 ม.2/6 100

ศ 2.1 ม.2/5 4. ฟงั และบรรยายอารมณ์ของเพลง

3. นาฏศิลป์
ศ 3.1 ม.2/2 1.ความรู้เกีย่ วกับนาฏศิลปไ์ ทย
ศ 3.1 ม.2/1 2.บูรณาการศิลปะการแสดงนาฏศิลป์
ศ 3.1 ม.2/5
ศ 3.2 ม.2/1 3.ราวงมาตรฐาน
ศ 3.1 ม.2/3 4.ปฏบิ ตั ริ าวงมาตรฐาน
ศ 3.1 ม.2/4

รวมทง้ั หมด 3 สาระ (ศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์)

การวเิ คราะห์ตัวช้ีวดั เพอ่ื กาหนดภาระงานและการวัดผลการออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้
รายวิชา ศ22101 ศิลปศกึ ษา ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2

มาตรฐาน ศ.3.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณ์ ถ่ายทอด

ความรู้สกึ ความคิด อย่างอิสระ ช่ืนชม และ ประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวัน

หน่วยการเรียนรู้ที่1 ทัศนศิลป์

ตัวชีว้ ดั หลักฐาน/ชน้ิ งาน/ ภาระงานสาคัญ การประเมนิ
ภาระงาน รายบุคคล/กลมุ่ วธิ ีการ เคร่อื งมอื

ศ 1.1 ม.2/1 - ใบงาน อภิปรายรูปแบบ รายบคุ คล การตรวจใบงาน แบบประเมิน
และแนวคิดของงาน ใบงาน
ทศั นศลิ ป์

ศ 1.1 ม.2/2 - ใบงานบรรยายงาน รายบคุ คล การตรวจใบงาน แบบประเมนิ
ทัศนศลิ ปข์ องศลิ ปนิ ใบงาน

- ผลงานวาดภาพระบายสี

ศ 1.1 ม.2/3 - ผลงานวาดภาพดว้ ย การตรวจผลงาน แบบประเมิน
เทคนิคสนี ้าและยางพารา รายบคุ คล ผลงาน

ศ 1.1 ม.2/7 - ใบงานการวเิ คราะหง์ าน รายบคุ คล การตรวจ แบบประเมนิ
ทศั นศิลป์ในการโฆษณา รายกลุ่ม ใบงาน/ผลงาน ใบงาน
แบบประเมนิ
- ผลงานกระบวนการกลุ่ม ผลงาน
ของนักเรียน

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 ดนตรี

ตวั ช้ีวัด หลกั ฐาน/ชิ้นงาน/ ภาระงานสาคญั การประเมิน
ศ 2.1 ม.2/1 ภาระงานที่สาคญั
รายบคุ คล/กลมุ่ วธิ กี าร เครอ่ื งมือ
ศ 2.1 ม.2/2 ผังมโนทัศนอ์ งคป์ ระกอบของ
ดนตรีจากวัฒนธรรมตา่ ง ๆ รายบุคคล - ตรวจผลงานผงั - แบบตรวจผลงาน

มโนทศั น์ ผงั มโนทัศน์

ผังมโนทัศน์ การอา่ นการเขียน รายบุคคล - ผลงานผงั มโนทศั น์ - แบบตรวจผลงาน
การรอ้ งโนต้ ไทยและ โนต้ - ประเมนิ การอ่าน ผงั มโนทัศน์
สากล
- แบบประเมนิ การ

ศ 2.1 ม.2/3 ระบุปจั จัยสาคญั ในการ รายบุคคล การเขยี น อา่ น
สร้างสรรคบ์ ทเพลง การร้องโน้ตไทย การเขยี น
การร้องโนต้ ไทย
- ขอ้ สอบ
- แบบทดสอบ

ศ 2.1 ม.2/4 ๑. รอ้ งเพลง รายบคุ คล - ประเมนิ การขับ - แบบประเมินการ
ศ2.1ม.2/5 ๒. เล่นดนตรี รายบุคคล รอ้ งและบรรเลง ขันรอ้ งและบรรเลง
ศ 2.1 ม.2/6 เด่ยี วและรวมวง รายกลมุ่ ดนตรี ดนตรี
ศ 2.2 ม.2/1
เขยี นบรรยายอารมณข์ อง - ตรวจผลงานเขยี น - แบบตรวจผลงาน
เพลงและความรูส้ ึกที่มตี ่อบท บรรยาย เขียนบรรยาย
เพลงที่ฟงั
- ประเมิน - แบบประเมิน
แบบประเมนิ ความสามารถ ความสามารถทาง ความสามารถทาง
ทางดนตรี ดนตรี ดนตรี

เขยี นบรรยายบทบาทและ รายบคุ คล - ตรวจผลงานเขียน - แบบตรวจผลงาน
อิทธพิ ลของดนตรี บรรยาย เขียนบรรยาย
ในวัฒนธรรมประเทศตา่ ง ๆ

ศ 2.2 ม.2/2 ผงั มโนทศั นด์ นตรไี ทยใน รายบคุ คล - ตรวจผลงานผัง - แบบตรวจผลงาน
ประวตั ิศาสตร์
มโนทัศน์ ผงั มโนทัศน์

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 นาฏศลิ ป์

ตัวชว้ี ดั หลกั ฐาน/ช้นิ งาน/ ภาระงานสาคญั การประเมิน
ภาระงานทสี่ าคัญ รายบุคคล/กลมุ่
ศ3.1 ม.2/1 วธิ ีการ เครื่องมือ
ศ3.1 ม.2/5 เขียนผงั มโนทัศน์อธิบาย รายกลมุ่
การบรู ณาการแสดงนาฏศลิ ป์ -ตรวจผลงานผงั -แบบประเมนิ ผลงาน
มโนทศั น์

ศ3.1 ม.2/2 เขยี นผงั มโนทศั น์ของการ รายกลมุ่ -ตรวจผลงานผงั -แบบประเมนิ ผลงาน
แสดงทีม่ ีองคป์ ระกอบของ มโนทศั น์
นาฏศลิ ปแ์ ละการละคร

ศ3.1 ม.2/3 นาเสนอผลงานปฏิบัตริ าวง รายกลมุ่ -ประเมินทักษะ -แบบประเมนิ ทกั ษะ
ศ3.1 ม.2/4 มาตรฐาน ปฏิบัติ ราวง ปฏิบตั ิ
ศ3.2 ม.2/2 มาตรฐาน
อภปิ รายนาเสนอข้อคิดเห็นใน รายกล่มุ -แบบประเมนิ การ
การปรับปรุงการแสดง -ประเมนิ การ วเิ คราะห์ วิจารณ์การ
วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ แสดง
เขียนผังมโนทศั น์ราวง รายบุคคล การแสดง
มาตรฐาน -แบบประเมนิ ผลงาน
-ตรวจผลงานผงั
มโนทัศน์

การประเมนิ ผลรายวิชา ศ22101 ศลิ ปศกึ ษา

สาระพน้ื ฐาน ศิลปศกึ ษา ศ22101 กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 1.0 หน่วยกติ



อัตราส่วนคะแนน ระหว่างกลางภาคเรียน : ต่อปลายภาคเรียน 80. : .20

หน่วยการเรียน คะแนนหนว่ ย กลางภาค ปลายภาค รวมคะแนนแต่ละดา้ น
ห ่นวย ่ีท
่ัชวโมง
ตวั ชว้ี ัด K P A รวม K P รวม K P รวม K P A รวม

1. ทัศนศลิ ป์ ศ 1.1 ม.2/1 1.40 - 4 1 5 - - - 1 - 1 1 4 1 6

ศ 1.1 ม.2/2 1.40 - 4 1 5 - - - 2 - 2 2 4 1 7

ศ 1.1 ม.2/3 3.30 - 8 2 10 - - - 2 - 2 2 8 2 12

ศ 1.1 ม.2/7 3.30 - 10 2 12 - - - 3 - 3 3 10 2 15

รวม 26 6 32 8 8 8 26 6 40

2 ดนตรี ศ 2.1 ม.2/1 1.40 - 2 1 3 - - - 1 - 1 1 2 1 4

ศ 2.2 ม.2/1 1.40 - 2 1 3 - - - 1 - 1 1 2 1 4

ศ 2.2 ม.2/2 -2- 2 - - - - - -2- 2

ศ 2.1 ม.2/2 4.20 - 2 2 4 - - - 1 - 1122 5
- 1 - 1121 4
ศ 2.1 ม.2/3 - 21 3 - - - 1 - 1121 4
- 1 - 1121 4
ศ 2.1 ม.2/4 - 21 3 - -
ศ 2.1 ม.2/6 - 21 3 - -

ศ 2.1 ม.2/5 1.40 2 1 3 - - - - - - - 2 1 3

รวม 16 8 24 - - - 6 0 6 6 16 8 30

3 นาฏศลิ ป์ ศ 3.1 ม.2/1 :50 - 1 1 2 - - - 1 - 1 1 1 1 3
ศ 3.2 ม.2/2 1:40 - 2 2 4 - - - 2 2 2 2 2 6

ศ 3.1 ม.2/5 :50 - 1 1 2 - - - 1 - 1 1 1 1 3
ศ 3.1 ม.2/3 4:10 - 6 5 11 - - - - - - 6 5 11

ศ 3.1 ม.2/4 :50 - 1 - 1 - - - - - - - 1 - 1

ศ 3.1 ม.2/2 1:40 - 2 2 4 - - - 2 - 2 2 2 2 6

รวม 13 11 24 6 6 6 13 11 30

รวม 55 25 80 20 20 20 55 25 100

ออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้ รายวชิ า ศ22101 ศลิ ปศกึ ษา

สาระพื้นฐาน ศลิ ปศกึ ษา ศ22101 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 1.0 หน่วยกิต



ศิลปศกึ ษา ศ22101

หน่วยท่ี 1 ทศั นศิลป์ หน่วยที่ 2 ดนตรี หน่วยท่ี 3 นาฎศิลป์

มาตรฐาน ศ 1.1 มาตรฐาน ศ 2.1 มาตรฐาน ศ 2.1 มาตรฐาน ศ 3.1 มาตรฐาน ศ 3.2

ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/7 ม.2/1 ม.2/ ม.2 /1 ม..2/2 ม.2/1 ม.2/3 ม.2/2
2 ม2/5 ม.2/4

ม.2 /3 ม.2 4 ม.2 /2

ม.2 /5 ม.2 /6

กิจกรรมที่ 1 รปู แบบของทัศนธาตุ กจิ กรรมท่ี 1.องคป์ ระกอบ กิจกรรมท่ี 1.ความรูเ้ กย่ี วกับนาฏศิลปไ์ ทย
กิจกรรมท่ี 2.ศลิ ปินกบั งานทศั นศิลป์ ของดนตรีไทย กิจกรรมที่ 2. การบรู ณาการแสดงนาฏศิลป์
กิจกรรมที่ 3. เทคนิคศลิ ป์ กจิ กรรมที่ 3. ราวงมาตรฐาน
กจิ กรรมท่ี 2 ยุคสมยั ของ กจิ กรรมที่ 4. ปฏบิ ตั ิราวงมาตรฐาน
กจิ กรรมท่ี 4.งานทศั นศิลป์กบั โฆษณา ดนตรไี ทย

กิจกรรมท่ี 3. อ่าน เขยี น ร้อง
และเลน่ ดนตรี

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑

รายวชิ า ศ22101 ศิลปศึกษา(ดนตรี) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรื่อง องค์ประกอบของดนตรี เวลา 2 ชั่วโมง
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา ๒๕๖5

รายวชิ าพ้ืนฐาน

๑.มาตรฐานการเรียนรูต้ ัวช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ๒.๑. เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอด
ความรูส้ ึก ความคดิ ต่อดนตรอี ยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวัน

๒๒เข้าใจความสัมพันธร์ ะหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีท่ี เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ภูมิปญั ญาไทยและสากล

ตวั ช้วี ดั
ศ ๒.๑ ม.๒/๑ เปรยี บเทยี บการใช้องคป์ ระกอบดนตรที ่ีมาจากวฒั นธรรมตา่ งกนั
ศ ๒.๒ ม.๒/๑ บรรยายบทบาท และอทิ ธิพลของดนตรใี นวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ
ศ ๒.๒ ม.๒/๑ บรรยายอทิ ธพิ ลของวฒั นธรรม และเหตกุ ารณใ์ นประวัติศาสตร์ทีม่ ีต่อรูปแบบของดนตรี

ในประเทศไทย
๒.สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การเรยี นรเู้ กยี่ วกับองค์ประกอบของดนตรี

๓. สาระการเรยี นรู้

๓.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑) องคป์ ระกอบชองดนตรจี ากแหลง่ วฒั นธรรมต่าง ๆ

๓.๒ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่

๔.จุดประสงค์การเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (Knowledge)

๔.๑.องค์ประกอบของดนตรี

ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process)

บอกองคป์ ระกอบของดนตรี

ด้านคุณลกั ษณะ (Attitude)

นกั เรยี นมคี ุณลกั ษณะใฝ่เรยี นรู้ , มีระเบยี บวนิ ัย , ม่งุ มน่ั ในการทางาน

๕.มาตรฐานดา้ นลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)

ข้อที่ ๓ ใฝ่เรยี นรู้

ขอ้ ที่ ๔ มีระเบยี บวินัย

ข้อที่ ๖ มงุ่ มน่ั ในการทางาน

๖.มาตรฐานด้านการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน

การอ่าน : การอา่ นเพือ่ ความเขา้ ใจ

การคดิ วิเคราะห์ : วิเคราะห์ข้อมูลทส่ี บื ค้น

การเขยี น : เขียนสรุปข้อมลู ทส่ี ืบคน้ และสนใจ

๗.ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

ความสามารถในการสื่อสาร : แลกเปล่ียนความรรู้ ว่ มกันกบั สมาชกิ ในกลมุ่ และเพอื่ นในห้อง

ความสามารถในการคดิ : การวางแผนการทางานและกระบวนการคิดท่สี ร้างสรรค์

ความสามารถในการแก้ปญั หา : กระบวนการแกป้ ัญหาขณะปฏบิ ัติงาน

ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ : การทางานร่วมกับผู้อน่ื อย่างเปน็ ระบบ

ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : กระบวนการสืบคน้ ขอ้ มลู ท่สี นใจและชน่ื ชอบ

๘.การบูรณการ

๙.ช้ินงาน ภาระงานเพ่ือการวดั และประเมินผล

หลักฐานการเรยี นรู้ วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
(ชิน้ งาน/ภาระงาน)
-ประเมินผลจาก แบบประเมนิ ผล ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นความรู้ (K) แบบทดสอบ (RUBRIC) รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
แบบทดสอบใน Google classroom -ประเมนิ ผลงานและ ผ่านเกณฑ์ระดบั
กระบวนการ แบบประเมนิ ผล คณุ ภาพ ระดบั ๓
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ปฏิบตั ิงาน (RUBRIC)
เขยี น คดิ วเิ คราะห์ ทบทวน -ประเมนิ คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์ระดบั
ดนตรใี นวัฒนธรรมต่าง ๆ อันพงึ ประสงค์ แบบสงั เกตพฤติกรรม คุณภาพ ระดบั ๓
(RUBRIC)
ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
พฤติกรรมนักเรียน

๑๐. กจิ กรรมการเรียนรู้

ขั้นตอน กิจกรรมการเรยี นรู้

๑. ๑) ครูกล่าวทักทาย เช็คชื่อเพื่อทาความรู้จักนักเรียน ท้ังนักเรียนในชั้นเรียนและ
ข้นั นาเขา้ ส่บู ทเรียน ทบทวนความรู้เรือ่ งดนตรไี ทยทนี่ กั เรยี นเคยพบเหน็
๒) ครูชี้แจงจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ และข้อตกลงก่อนเรียนใหน้ ักเรยี นทราบ
๓) นักเรียนนาเสนอประสบการณ์ตนเองเรอ่ื งองค์ประกอบของดนตรี

๒. ๑) ครูอธิบายองค์ประกอบของดนตรีแตล่ ะขอ้
ขน้ั กิจกรรมการเรียน ๒) ครูเปิด youtube องค์ประกอบของดนตรแี ต่ละขอ้ ใหน้ ักเรียนดู

การสอน ๓) นกั เรยี น ครู แสดงความคิดเห็นพร้อมท้งั ใหข้ ้อเสนอแนะ

๔) ครใู หน้ กั เรียนทาแบบทดสอบใน google classroom

๓. ๑) นักเรียน ครู ร่วมกันสรปุ สรปุ คาตอบตามแบบทดสอบใน google classroom
ข้ันสรุป ๒) ครูรวบรวมผลการประเมินตรวจสอบผลการเรียนรู้เพื่อนาไปพัฒนาการเรียนการ
(ความคดิ รวบยอด/ สอน
สาระสาคญั ) ๓) ครูแนะนานักเรียนศึกษาความรู้เพ่ิมเติมจากระบบการจัดการเรียนรู้ออนไลน์
google classroom โดยท่ีครูผู้สอนได้ลงข้อมูลเร่ืององค์ประกอบของดนตรีและดนตรี
ในวัฒนธรรมชาติต่าง ๆ ไว้ใหน้ กั เรยี นศึกษาแล้ว

๑๑. ส่อื วสั ดุ อุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
๑) เอกสารประกอบกกจิ กรรมการเรยี นรู้
๒) youtube ประกอบการสอน
๓) โปรแกรม google classroom ประกอบการสอน

๑๒.เกณฑก์ ารประเมนิ ความรู้/ทกั ษะกระบวนการ/คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

รายการประเมิน คาอธบิ ายคณุ ภาพ (RUBRIC)

ความรู้ (K) ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
(๓ คะแนน) (๐ คะแนน)
ทักษะ (๒ คะแนน) (๑ คะแนน)
กระบวนการ (P) ความร้คู วามเขา้ ใจจากการ ขาดความรคู้ วาม
ทาแบบทดสอบได้ถูกตอ้ ง ความรูค้ วามเข้าใจจาก ความรู้ความเข้าใจ เขา้ ใจจากการเขียน
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์ (A) ทัง้ หมด ทาแบบทดสอบถูกต้อง จากการทา บรรยายชนิ้ งาน

สามารถอธิบายคาตอบตาม แบบทดสอบได้ สามารถอธิบาย
แบบทดสอบไดส้ มบูรณ์ครบ คาตอบตาม
ตามเกณฑ์การพิจารณาทุก สามารถอธบิ ายคาตอบ สามารถอธิบาย แบบทดสอบต่ากวา่
๓ตัวบ่งชี้
ตัวบง่ ช้ี ตามแบบทดสอบ ๕ ตวั คาตอบตาม
ปฏิบัติหรอื แสดง
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรม บง่ ช้ี แบบทดสอบ๓-๔ ตัว พฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง
อยา่ งสมา่ เสมอ
บง่ ชี้

ปฏบิ ัตหิ รือแสดง ปฏิบตั หิ รอื แสดง

พฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง พฤติกรรมบางครั้ง

การประเมินตามสภาพจรงิ (RUBRIC) เรือ่ ง คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)

รายการประเมนิ ดีมาก (๓ คะแนน) คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ (๐ คะแนน)
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์(A) ดี (๒ คะแนน) พอใช้ (๑ คะแนน)
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง ปฏบิ ตั ิหรือแสดง
ขอ้ ที่ ๑ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ พฤติกรรมอยา่ ง ปฏบิ ตั ิหรอื แสดง ปฏิบตั หิ รอื แสดง พฤตกรรมนอ้ ยครงั้
โดยแสดงพฤตกิ รรมดังน้ี มคี วามรกั และ พฤตกิ รรมบ่อยครง้ั พฤติกรรมบางครง้ั
ภูมิใจในความเป็นชาติ ปฏิบตั ติ นตาม สมา่ เสมอ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดง
หลกั ธรรมของศาสนาแสดงออกถึงความ พฤตกิ รรม
จงรักภกั ดีต่อสถาบันกษตั ริย์ ปฏิบัตหิ รือแสดง ปฏิบัติหรอื แสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง น้อยครง้ั
พฤตกิ รรมอยา่ ง พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม
ขอ้ ท่ี ๒ ซือ่ สตั ยส์ จุ ริต บอ่ ยคร้ัง บางครั้ง
โดยแสดงพฤตกิ รรมดงั นี้ มคี วามซอ่ื สตั ย์ สมา่ เสมอ
สุจรติ ในการตรวจขอ้ สอบก่อนเรยี นและ
หลงั เรยี นของเพ่ือนในชั้นเรยี น

ขอ้ ที่ ๓ มวี นิ ยั ปฏบิ ัตหิ รอื แสดง ปฏบิ ตั ิหรอื แสดง ปฏบิ ตั ิหรือแสดง ปฏิบัติหรอื แสดง
โดยแสดงพฤตกิ รรมดังนี้ เข้าเรียนตรงเวลา พฤตกิ รรมอยา่ ง พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม
แต่งกายเรียบร้อยเหมาระสมกับกาลเทศะ บอ่ ยครั้ง บางครง้ั นอ้ ยครั้ง
ปฏิบัติตามกฏระเบยี บของห้องเรียนศลิ ปะ สม่าเสมอ
และโรงเรียน ปฏบิ ัติหรือแสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง
ปฏิบัติหรือแสดง พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม พฤติกรรม
ข้อที่ ๔ ใฝ่เรยี นรู้ พฤติกรรมอยา่ ง บอ่ ยครง้ั บางครงั้ น้อยครง้ั
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ แสวงหาข้อมูลจาก
แหล่งเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึกความรู้ สมา่ เสมอ ปฏิบตั หิ รือแสดง ปฏบิ ตั ิหรอื แสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง
อยา่ งเป็นระบบสรุปความรไู้ ด้อยา่ งมเี หตผุ ล พฤตกิ รรม พฤติกรรม พฤตกิ รรม
ปฏิบัตหิ รอื แสดง บอ่ ยครง้ั บางคร้งั นอ้ ยครั้ง
ขอ้ ที่ ๕ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง พฤตกิ รรมอยา่ ง
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ ใช้ทรัพย์สินของ ปฏบิ ัติหรือแสดง ปฏิบตั หิ รือแสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง
ตนเอง เช่น ส่ิงของเครื่องใช้ ฯลฯ อย่าง สม่าเสมอ พฤติกรรม พฤติกรรม พฤติกรรม
ประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดูแลอย่างดี บอ่ ยคร้ัง บางคร้งั นอ้ ยคร้ัง
และใช้เวลาอย่างเหมาะสมใช้ทรัพยากรของ ปฏบิ ัติหรือแสดง
ส่วนรวมอย่างประหยัดคุ้มค่า และเก็บรักษ พฤตกิ รรมอยา่ ง ปฏิบตั ิหรอื แสดง ปฏบิ ัติหรอื แสดง ปฏิบตั ิหรือแสดง
ระดูแลอย่างดี ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วย พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม พฤติกรรม
ความรอบคอบ มีเหตุผลไม่เอาเปรียบผู้อื่น สมา่ เสมอ บ่อยครง้ั บางครง้ั นอ้ ยคร้งั
และไม่ทาใหผ้ ู้อ่นื เดือดรอ้ นพร้อมให้อภัยเม่ือ
ผูอ้ ่นื กระทาผดิ พลาด ปฏบิ ัตหิ รือแสดง ปฏบิ ตั ิหรอื แสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง ปฏิบัติหรือแสดง
พฤติกรรมอยา่ ง พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม
ขอ้ ที่ ๖ มุ่งม่นั ในการทางาน บ่อยครั้ง บางคร้งั น้อยครั้ง
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ มีความตั้งใจและ สม่าเสมอ
พยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมายมี
ความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อ ปฏิบตั หิ รอื แสดง
ความสาเรจ็ พฤติกรรมอยา่ ง

ข้อท่ี ๗ รกั ความเป็นไทย สม่าเสมอ
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ มีจิตสานึกในการ
อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทย
และเห็นคุณค่าและปฏิบัติตามวัฒนธรรม
ไทย

ขอ้ ที่ ๘ มจี ิตสาธารณะ
โดยแสดงพฤติกรรมดังน้ี รู้จักการให้เพ่ือ
ส่วนรวมและเพ่ือผู้อื่นแสดงออกถึงการมี
น้าใจหรือการใหค้ วามชว่ ยเหลือผู้อื่นเข้าร่วม
กจิ กรรมบาเพ็ญตนเพอ่ื ส่วนรวมเมอ่ื มโี อกาส

บันทกึ หลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (เพอ่ื การวิจยั ในช้นั เรียน)

๑.ผลการจดั กจิ กรรม

การประเมนิ ด้านความรู้ (Knowledge) พบว่า....................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

การประเมินด้านทกั ษะกระบวนการ (Process) พบว่า.......................................................................................

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะอนั ประสงค์ (Attitude) พบวา่ ...............................................................................

...............................................................................................................................................................................

การประเมินดา้ นการอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน พบว่า.....................................................................................

..............................................................................................................................................................................

การประเมนิ ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน พบว่า...........................................................................................

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

-ความสามารถในการสื่อสาร…………………………………………………………………………………………………………………

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

-ความสามารถในการคดิ …………………………………………………………….………………………………………………………..

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

-ความสามารถในการแกป้ ญั หา…………………………………………………………………………………………………………….

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

-ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต....................................................................................................................

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๒.ปัญหาทพ่ี บ
.................................................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................
๓.ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข

.................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................

ลงช่ือ........................................................ผสู้ อน
( นายจตุรงค์ จวนเผา่ )
ตาแหน่ง ครชู านาญการ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้
เป็นแผนการสอนฯ ที่มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน นาไปใช้จัดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ตอ่ ไปได้
เปน็ แผนการสอนทม่ี ุ่งเนน้ มาตรฐานการคดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน มีกิจกรรมทเี่ นน้ ใหน้ ักเรยี นใช้ทักษะการคดิ
เป็นแผนการสอนท่ีมีกิจกรรมสอดคล้องกับภาระงานและการวัดประเมินผล ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนตาม
ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ นาไปสกู่ ารวจิ ยั ในช้ันเรียน
เปน็ แผนการสอนท่ีมุ่งเนน้ ให้นกั เรยี นได้ใชท้ ักษะกระบวนการเรียนรู้ จากการปฏบิ ตั ิจรงิ
เป็นแผนการสอนท่ใี หน้ ักเรียนมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมการเรียนการสอนและการวดั ประเมนิ ผล
อนญุ าตใหน้ าไปใชส้ อนได้

ลงช่อื ...............................................................
( นางอรชร พรศิริ )

หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ

ใบกจิ กรรมท่ี๑.๑

ช่ือ – สกลุ ....................................................................................... เลขท.ี่ ............. ชนั้ /หอ้ ง..............
\

ให้นักเรยี นอธิบายองคป์ ระกอบของดนตรีโดยการแบ่งเป็นข้อ ๆ

...................................................................................................................................................................

........................................................... ............................................................................................................................. .......
............................................................................................................................ ...................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................... ............................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................... ................................................................
...............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
................................................................................................................................... ............................................................
...............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
....................................................................................................................................... ........................................................
...............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
........................................................................................................................................... ....................................................

ท่ี ๑ ใบกจิ กรรมที่๑.๒

ช่ือ – สกลุ ....................................................................................... เลขท่ี.............. ชนั้ /หอ้ ง..............

ให้นกั เรียนอธบิ ายคาว่าสีสนั ของเสียงและยกตวั อย่างเปรียบเทียบความแตกต่างสีสนั ของเสียง 5 ประเภท

....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................... ..........................
......................................................................................................... ......................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
......................................................................................................................................................................... ......................
............................................................................................................. ..................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................................................................. ..................
................................................................................................................. ..............................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
................................................................................................................................................................................. ..............
..................................................................................................................... ..........................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
..................................................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... ......................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ........................................

ใบความรู้ ที่ ๑

องค์ประกอบของดนตรี

องค์ประกอบของดนตรีคือ

ส่วนสาคัญพื้นฐานทางดนตรีซ่ึงรวมกันทาให้เกิดดนตรีหรือบทเพลงต่างๆเป็นรูปร่างขึ้นมาได้

โดยประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆ ดังน้ี

1. เสียง (Tone) เสียง ในทางดนตรี หมายถึง

เสียงท่ีเกิดจากการส่ันสะเทือนของอากาศอย่างสม่าเสมอ โดยจะเกิดจากการร้อง การเป่า

การดีด และการสี เสียงจะประกอบด้วยคุณสมบัติเสียงคือ

ระดับเสียงความยาวของเสียง ความเข้มของเสียงและคุณภาพของเสียง

1.1 ระดับเสียง (Pitch) คือ ความสูงต่าของเสียง

ซ่ึงเกิดจากความถี่ในการส่ันสะเทือน ถ้าความถ่ีของการส่ันสะเทือนเร็วเสียงจะสูง

ความถี่ของการสั่นสะเทือนช้าเสียงจะต่า

1.2 ความยาวของเสียง (Duration) คือ ความยาวสั้นของเสียง

เสียงดนตรีอาจมีควานยาวเสียงเช่น เสียงส้ันๆ เสียงยาวมาก

ซ่ึงเป็นพ้ืนฐานในเร่ืองของจังหวะ (Rhythm)

1.3 ความเข้มของเสียง (Intensity) คือ

ความแตกต่างของเสียงจากค่อยไปจนถึงดัง ซึ่งเป็นพื้นฐานเร่ืองจังหวะเน้นในทางดนตรี

1.4 คุณภาพของเสียง (Quality) คือ คุณภาพของเสียงแต่ละชนิด

เกิดจากการส่ันสะเทือนของวัตถุท่ีทาให้เกิดเสียงนั้นๆ

ซ่ึงเป็นพ้ืนฐานเร่ืองสีสันของเสียง (Tone Color)

2. จังหวะ (Rhythm) จังหวะ คือ สัญลักษณ์ที่บอกความยาว ส้ัน (Duration) ของตัวโน้ตและตัวหยุด

โดยไม่มีระดับเสียง ในบทเพลงจะมีองค์ประกอบจังหวะ ดังนี้

2.1 ความเร็วของจังหวะ (Tempo) เทมโป มาจากภาษาอิตาเลียน หมายถึง

เวลา ในทางดนตรี หมายถึง ความเร็ว ช้า ปานกลาง ซึ่งถูกกาหนดไว้ในบทเพลง

โดยมีเครื่องกาหนดความเร็วที่เรียกว่าเมโทรนอม (Metronome) และมีช่ือเรียกกาหนดความเร็วจังหวะ

ได้แก่

Presto เร็วมาก

Allegro เร็ว

Moderato ความเร็วปานกลาง

Adagio ช้าๆ

ไม่รีบร้อน

Largo ช้ามาก

2.2 อัตราจังหวะ (Time) คือ การจัดกลุ่มจังหวะตบ (Beat) เป็น 2,3,4 จังหวะเคาะเน้นจังหวะหนัก

เบา ของจังหวะตบท่ีเกิดขึ้น

จังหวะตบ (Beat) หมายถึง จังหวะที่ดาเนินไปเร่ือยๆ
คล้ายการเต้นของหัวใจตัวอย่างอัตราเช่น
2.3รูปแบบจังหวะ(Rhythm
Pattern) คือรูปแบบกระสวนจังหวะของจังหวัดท่ีถูกกาหนดไว้เพื่อเป็นจังหวะในการบรรเลงบทเพลง
เช่น จังหวะมาร์ช (March) จงั หวะวอลซ์(Waltz)จังหวะร็อค (Rock) เป็นต้น
3. ทำนอง (Melody) ทานองคือ การจัดเรียงลาดับสูง ต่า และความยาว ส้ัน ของเสียงตามแนวนอน
ทานองเป็นองค์ประกอบดนตรีท่ีง่ายต่อการจาเหมือนภาษาพูดที่เป็นประโยค
เพ่ือสนองความคิดของผู้พูดดังนั้นการเข้าใจดนตรีจึงต้องจาทานองให้ได้
4. เสียงประสำน (Harmony) เสียงประสาน คือ การผสมผสานเสียงต้ังแต่ ๒ เสียงข้ึนไป
โดยบรรเลงพร้อมกันการประสานเสียงมีทั้งให้ความกลมกลนื ไพเราะ และไม่กลมกลืน
การนาเสียง ๒ เสียงมาบรรเลงพร้อมกันจะเรียกว่า ข้ันคู่เสียง (Interval) ถ้านาเสียง ๓
เสียงขึ้นไปมาบรรเลงพร้อมกันจะเรียกว่า คอร์ด (Chord)
5. รูปพรรณหรือพ้ืนผิว (Texture) รูปพรรณ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างทานองกับเสยี งประสาน
ซ่ึงทาให้เกิดเป็นภาพรวมของดนตรี รูปพรรณดนตรีมีหลายแบบ คือ
5.1แบบโมโนโฟนี (Monophony)
คือดนตรีแนวทานองแนวเดียว ไม่มีเสียงประสานหรือองค์ประกอบใด
5.2แบบโฮโมโฟนี (Homophony)
คือดนตรีท่ีมีแนวทานองหลักเป็นแนวที่สาคัญท่ีสุดในขณะท่ีแนวอ่ืนๆ
เป็นเพียงแนวประสานเสียงด้วยคอร์ดเข้ามาช่วยให้ทานองหลักไพเราะขึ้น
เช่นเพลงไทยสากล เพลงพ้ืนบ้าน (Folk Song) เป็นต้น
5.3แบบโพลิโฟนี (Polyphony)คือ
ดนตรีท่ีใช้แนวทานองหลายแนวเพื่อมาประสานกับทานองหลัก ทานองหลักจะเป็นแนวที่สาคัญ
แต่แนวอื่นๆ ก็เป็นทานองรองและเป็นแนวประสานเมื่อเล่นจะพบว่าแต่ละแนวเป็นทานองด้วยเช่นกัน
6. รูปแบบ (Form) รูปแบบคือ โครงสร้างของบทเพลงท่ีมีแบบแผนซึ่งผู้ประพันธ์เพลงมักจะมีรูปแบบการแต่งเพลง
ตามท่ีตนเองคิดไว้ เช่นการแบ่งเป็นห้องเพลง เป็นวลี (Phrase) เป็นประโยค(Sentence)
และเป็นท่อนเพลง
รูปแบบของบทเพลงในปัจจุบัน ได้แก่
6.1ยูนิทารี (UnitaryForm) หรือ One Part Form คือ
บทเพลงที่มีแนวทานองสาคัญเพียงทานองเดียวตั้งแต่เร่ิมต้นจนจบสมบูรณ์ เช่น
เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงชาติ เปน็ ต้น
6.2ไบนารี (Binary
Form) หรือ Two Part Form คือ บทเพลงที่มีรูปแบบประกอบด้วย๒
ส่วนใหญ่ๆ เช่น ท่อนทานอง A และท่อนทานอง
B เรียกบทเพลงบทนี้ว่า รปู แบบ A B
6.3เทอร์นารี (Ternary
Form) หรือ Three Part Formคือ
บทเพลงที่มีรูปแบบประกอบด้วย3 ส่วนใหญ่ๆ
มีส่วนกลางที่แตกต่างไปจากส่วนต้นและสว่ นท้าย เช่น ท่อนทานองที่ 1 A, ท่อนทานองท่ี2B, ซึ่งทานองแตกต่างกัน
ออกไป และท่อนที่

3 A ก็มีทานองคล้ายกับท่อนที่ 1 A เรียกบทเพลงแบบนี้ว่ารูปแบบ A B A
6.4ซองฟอร์ม (SongForm) คือ
การนาเทอร์นารีฟอร์มมาเติมส่วนหลักแรกลงอีก 1 ครั้ง
จะได้รูปแบบA A B A เรียกว่า
ซองฟอร์ม โครงสร้างแบบนี้มักพบในเพลงท่ัวๆ ไป
6.5รอนโด(RondoForm) คือ
รูปแบบการเน้นที่ทานองหลัก โดยในบทเพลงจะมีหลายแนวทานอง
ส่วนทานองหลักหรือทานองแรกจะวนอยู่ระหว่างทานองอื่นๆ ที่ต่างกันออกไป อาจแบ่งได้ 3
รูปแบบคือ
6.5.1 Simple Rondo คือ
การเปลี่ยนไปมาของทานองหลักกับทานองที่ 2 เช่น A B A B A
6.5.2 Second Rondo คือ การเปล่ียนไปมาของทานองหลักกับอีก
2 แนวทานอง เช่น A B A C A
6.5.3 Third Rondo คือ การเปล่ียนไปมาของทานองหลักกับอีก
3 แนวทานองโดยจัดเรียงกัน เช่น A B A C A D A

ตัวอย่างคริป๊ วดี โี อประกอบการสอน

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๒

รายวิชา ศ22๑๐1ศิลปศึกษา(ดนตรี) หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง ดนตรีในวัฒนธรรมต่างประเทศ
เวลา 2 ชัว่ โมง

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1ปีการศึกษา ๒๕๖5

รายวิชาพ้ืนฐาน

๑.มาตรฐานการเรยี นรู้ตัวชีว้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ๒.๒เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีท่ี เป็น

มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ ภูมิปัญญาไทยและสากล

ตัวชี้วัด ศ ๒.๒ ม.๒/๑ บรรยายบทบาท และอิทธพิ ลของดนตรีในวัฒนธรรมของประเทศตา่ ง ๆ

๒.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

ดนตรเี ป็นส่วนหน่งึ ของวฒั นธรรม ดนตรมี มี าค่กู บั ประวตั สิ าสตร์ ดนตรเี ป็นเครอ่ื งสะทอ้ นมรดกทางวฒั นธรรม
ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ในแต่ละท่ี
๓. สาระการเรียนรู้

๓.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑) ดนตรใี นวฒั นธรรมต่างประเทศ

๓.๒ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่

๔.จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)

๔.๑.นักเรยี นร้แู ละเข้าใจคา่ นยิ มของดนตรีในวัฒนธรรมประเทศต่าง ๆ

ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process)

นักเรยี นอธิบายค่านิยมของดนตรีในวัฒนธรรมประเทศต่าง ๆ

ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attitude)

นกั เรียนมีคณุ ลกั ษณะใฝ่เรียนรู้ , มรี ะเบยี บวินัย , มุ่งมั่นในการทางาน

๕.มาตรฐานด้านลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

ขอ้ ท่ี ๓ ใฝเ่ รยี นรู้

ข้อที่ ๔ มีระเบยี บวนิ ยั

ข้อท่ี ๖ มุง่ มั่นในการทางาน

๖.มาตรฐานดา้ นการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน

การอ่าน : การอ่านเพอื่ ความเข้าใจ

การคิดวิเคราะห์ : วิเคราะหข์ อ้ มูลที่สืบค้น

การเขยี น : เขยี นสรุปขอ้ มลู ที่สืบคน้ และสนใจ

๗.ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

ความสามารถในการส่อื สาร : แลกเปล่ยี นความร้รู ่วมกันกับสมาชิกในกลมุ่ และเพอื่ นในหอ้ ง

ความสามารถในการคิด : การวางแผนการทางานและกระบวนการคดิ ทส่ี รา้ งสรรค์

ความสามารถในการแก้ปัญหา : กระบวนการแกป้ ญั หาขณะปฏิบตั งิ าน

ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ : การทางานรว่ มกบั ผ้อู น่ื อย่างเปน็ ระบบ

ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : กระบวนการสืบค้นข้อมลู ทสี่ นใจและชนื่ ชอบ

๘.การบูรณการ

๙.ชิน้ งาน ภาระงานเพอื่ การวดั และประเมินผล

หลกั ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
(ชิ้นงาน/ภาระงาน)
-ประเมินผลจาก แบบประเมินผล ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นความรู้ (K) แบบทดสอบ (RUBRIC) รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป
แบบทดสอบในโปรแกรม Google
-ประเมินผลงานและ แบบประเมินผล ผา่ นเกณฑ์ระดับ
classroom กระบวนการ (RUBRIC) คณุ ภาพ ระดับ ๓
ปฏิบัติงาน
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑร์ ะดับ
อธบิ ายค่านิยมและความเช่อื เก่ียวกบั -ประเมนิ คุณลกั ษณะ (RUBRIC) คณุ ภาพ ระดบั ๓
อนั พงึ ประสงค์
ดนตรีในประเทศตา่ ง ๆ

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
พฤติกรรมนักเรยี น

๑๐. กจิ กรรมการเรียนรู้

ขัน้ ตอน กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ๑) ครตู ง้ คาถามกับนักเรยี นวา่ ”อะไรทาให้ดนตรแี ตกตา่ งกันไดบ้ ้าง”
ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรียน ๒) ครอู ธิบายลกั ษณะค่านิยมต่างๆ ตาแตล่ ะประเทศให้นกั เรียนฟัง
๓) นกั เรียนนาเสนอประสบการณ์ตนเองว่าเคยเห็นดนตรีตา่ ง ๆ แบบใด

๒. ๑) ครูเปิด youtube ค่านยิ มเร่อื งดนตรีตา่ ง ๆ ในแตล่ ะประเทศใหน้ ักเรียนดู
ขน้ั กิจกรรมการเรยี น ๒) ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายจุดเดน่ ของดนตรใี นประเทศนน้ั ๆ
๓) นกั เรยี น ครู แสดงความคิดเห็นพร้อมทง้ั ใหข้ ้อเสนอแนะ
การสอน ๔) ครใู หน้ ักเรียนบรรยายคา่ นยิ มท่ีมผี ลต่อดนตรีเป็นกลมุ่

๓. ๑) นกั เรียน ครู รว่ มกันสรุปสรุปกจิ กรรมการเรยี นรรู้ ว่ มกันและประเมนิ ผลงาน
ข้ันสรุป ๒) ครูรวบรวมผลการประเมินตรวจสอบผลการเรียนรู้เพื่อนาไปพัฒนาการเรียนการ
(ความคดิ รวบยอด/ สอน
สาระสาคัญ) ๓) ครูแนะนานักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากระบบการจัดการเรียนรู้ออนไลน์

Google classroom โดยที่ครูผู้สอนได้ลงข้อมูลเร่ืองการอ่านโน้ตเพลงไทยเดิมไว้ให้
นกั เรยี นศกึ ษาแลว้

๑๑. สื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์/แหล่งเรยี นรู้
๑) เอกสารประกอบกกจิ กรรมการเรยี นรู้
๒) youtube ประกอบการสอน
๓) โปรแกรม Google classroom ประกอบการสอน

๑๒.เกณฑก์ ารประเมินความรู้/ทักษะกระบวนการ/คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

รายการประเมนิ คาอธบิ ายคณุ ภาพ (RUBRIC)

ความรู้ (K) ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
(๓ คะแนน) (๐ คะแนน)
ทกั ษะ ความรู้ความเข้าใจจากการ (๒ คะแนน) (๑ คะแนน)
กระบวนการ (P) ทาแบบทดสอบได้ถูกตอ้ ง ขาดความรู้ความ
ความรู้ความเข้าใจจาก ความรคู้ วามเขา้ ใจ เข้าใจจากการเขยี น
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึง ทง้ั หมด
ประสงค์ (A) ทาแบบทดสอบถูกต้อง จากการทา บรรยายชน้ิ งาน
อธิบายดนตรใี นประเทศตา่ ง เกยี่ วกับการอา่ นโนต้
ๆ ครบตามเกณฑก์ าร แบบทดสอบได้
พจิ ารณาทกุ ตัวบ่งช้ี อธบิ ายดนตรีใน
อธบิ ายดนตรีในประเทศ อธิบายดนตรใี น ประเทศตา่ ง ๆ ตาม
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรม ตา่ ง ๆ ตามเกณฑ์การ ประเทศต่าง ๆ ตาม
อย่างสม่าเสมอ พจิ ารณา ๕ ตวั บง่ ช้ี เกณฑ์
เกณฑ์ การพจิ ารณาตา่ กวา่
ปฏบิ ตั ิหรือแสดง การพิจารณา ๓-๔
พฤติกรรมบ่อยคร้งั ๓ตวั บ่งชี้
ตัวบง่ ช้ี
ปฏิบตั ิหรอื แสดง
ปฏบิ ตั ิหรือแสดง พฤติกรรมน้อยครงั้
พฤติกรรมบางคร้งั

การประเมนิ ตามสภาพจรงิ (RUBRIC) เรอ่ื ง คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)

รายการประเมิน ดมี าก (๓ คะแนน) คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดบั คะแนน ปรับปรุง (๐ คะแนน)
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์(A) ดี (๒ คะแนน) พอใช้ (๑ คะแนน)
ปฏบิ ัติหรือแสดง ปฏิบตั ิหรือแสดง
ข้อที่ ๑ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ พฤตกิ รรมอยา่ ง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง ปฏบิ ัติหรอื แสดง พฤตกรรมน้อยครั้ง
โดยแสดงพฤตกิ รรมดังน้ี มคี วามรกั และ พฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง พฤตกิ รรมบางครั้ง
ภูมใิ จในความเป็นชาติ ปฏบิ ัตติ นตาม สมา่ เสมอ ปฏบิ ตั หิ รือแสดง
หลักธรรมของศาสนาแสดงออกถงึ ความ ปฏบิ ตั ิหรือแสดง ปฏบิ ัติหรอื แสดง พฤติกรรม
จงรักภักดตี อ่ สถาบันกษัตรยิ ์ ปฏบิ ัติหรือแสดง พฤติกรรม พฤติกรรม นอ้ ยครั้ง
พฤติกรรมอยา่ ง บ่อยครัง้ บางครงั้
ขอ้ ท่ี ๒ ซื่อสัตย์สจุ ริต ปฏิบัติหรอื แสดง
โดยแสดงพฤติกรรมดงั นี้ มีความซอ่ื สัตย์ สม่าเสมอ ปฏิบัตหิ รือแสดง ปฏิบตั หิ รอื แสดง พฤติกรรม
สจุ รติ ในการตรวจข้อสอบก่อนเรยี นและ พฤติกรรม พฤตกิ รรม น้อยครงั้
หลังเรียนของเพื่อนในชั้นเรียน ปฏบิ ตั ิหรือแสดง บอ่ ยครงั้ บางคร้งั
พฤตกิ รรมอยา่ ง
ขอ้ ท่ี ๓ มวี ินัย
โดยแสดงพฤตกิ รรมดงั น้ี เข้าเรียนตรงเวลา สมา่ เสมอ
แต่งกายเรียบรอ้ ยเหมาระสมกับกาลเทศะ
ปฏิบัติตามกฏระเบยี บของห้องเรยี นศิลปะ
และโรงเรยี น

ขอ้ ท่ี ๔ ใฝ่เรยี นรู้ ปฏิบตั ิหรือแสดง ปฏบิ ตั ิหรือแสดง ปฏิบตั ิหรอื แสดง ปฏิบัติหรือแสดง
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ แสวงหาข้อมูลจาก พฤตกิ รรมอยา่ ง พฤติกรรม พฤตกิ รรม พฤติกรรม
แหล่งเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึกความรู้ บ่อยครง้ั บางครัง้ น้อยครง้ั
อยา่ งเป็นระบบสรุปความร้ไู ด้อย่างมเี หตุผล สม่าเสมอ
ปฏบิ ัติหรอื แสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง ปฏิบตั หิ รือแสดง ปฏบิ ัตหิ รือแสดง
ขอ้ ที่ ๕ อยอู่ ย่างพอเพยี ง พฤติกรรมอยา่ ง พฤติกรรม พฤติกรรม พฤตกิ รรม
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ ใช้ทรัพย์สินของ บอ่ ยครั้ง บางครั้ง นอ้ ยคร้ัง
ตนเอง เช่น สิ่งของเครื่องใช้ ฯลฯ อย่าง สม่าเสมอ
ประหยัดคุ้มค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี ปฏิบัติหรอื แสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง ปฏิบตั ิหรอื แสดง
และใช้เวลาอย่างเหมาะสมใช้ทรัพยากรของ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดง พฤติกรรม พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม
ส่วนรวมอย่างประหยัดคุ้มค่า และเก็บรักษ พฤตกิ รรมอยา่ ง บ่อยครัง้ บางครง้ั น้อยคร้ัง
ระดูแลอย่างดี ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วย
ความรอบคอบ มีเหตุผลไม่เอาเปรียบผู้อ่ืน สมา่ เสมอ ปฏบิ ัติหรอื แสดง ปฏบิ ตั ิหรือแสดง ปฏบิ ตั ิหรือแสดง
และไม่ทาใหผ้ ้อู ่ืนเดือดร้อนพรอ้ มให้อภัยเมื่อ พฤติกรรม พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม
ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด ปฏิบัตหิ รอื แสดง บอ่ ยครง้ั บางครงั้ นอ้ ยครงั้
พฤตกิ รรมอยา่ ง
ขอ้ ที่ ๖ มุ่งมนั่ ในการทางาน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดง ปฏบิ ัติหรอื แสดง ปฏบิ ัตหิ รือแสดง
โดยแสดงพฤติกรรมดังน้ี มีความต้ังใจและ สม่าเสมอ พฤตกิ รรม พฤติกรรม พฤตกิ รรม
พยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมายมี บ่อยครง้ั บางคร้ัง น้อยครั้ง
ความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง
ความสาเร็จ พฤติกรรมอยา่ ง

ข้อท่ี ๗ รกั ความเปน็ ไทย สม่าเสมอ
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ มีจิตสานึกในการ
อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทย
และเห็นคุณค่าและปฏิบัติตามวัฒนธรรม
ไทย

ขอ้ ที่ ๘ มีจิตสาธารณะ
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ รู้จักการให้เพื่อ
ส่วนรวมและเพ่ือผู้อื่นแสดงออกถึงการมี
นา้ ใจหรอื การให้ความชว่ ยเหลือผู้อื่นเข้าร่วม
กจิ กรรมบาเพ็ญตนเพื่อส่วนรวมเมอื่ มโี อกาส

บนั ทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (เพ่อื การวิจยั ในช้ันเรยี น)

๑.ผลการจัดกจิ กรรม

การประเมินดา้ นความรู้ (Knowledge) พบว่า....................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process) พบว่า.......................................................................................

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะอนั ประสงค์ (Attitude) พบวา่ ...............................................................................

...............................................................................................................................................................................

การประเมินด้านการอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขยี น พบว่า.....................................................................................

..............................................................................................................................................................................

การประเมินด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น พบวา่ ...........................................................................................

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

-ความสามารถในการส่อื สาร…………………………………………………………………………………………………………………

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

-ความสามารถในการคดิ …………………………………………………………….………………………………………………………..

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

-ความสามารถในการแก้ปัญหา…………………………………………………………………………………………………………….

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

-ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ ....................................................................................................................

...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๒.ปัญหาทพี่ บ
.................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................. ๓.ขอ้ เสนอแนะและ
แนวทางแก้ไข

.................................................................................................................................................................................
.................................................. .............................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................ผสู้ อน
( นายจตุรงค์ จวนเผ่า )
ตาแหน่ง ครชู านาญการ

ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
เป็นแผนการสอนฯ ที่มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน นาไปใช้จัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ตอ่ ไปได้
เปน็ แผนการสอนทม่ี ุง่ เนน้ มาตรฐานการคิด วิเคราะหแ์ ละเขยี น มกี ิจกรรมที่เนน้ ใหน้ กั เรียนใชท้ กั ษะการคิด
เป็นแผนการสอนที่มีกิจกรรมสอดคล้องกับภาระงานและการวัดประเมินผล ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนต าม
ตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ นาไปส่กู ารวจิ ัยในชัน้ เรยี น
เปน็ แผนการสอนท่ีมุ่งเนน้ ใหน้ ักเรยี นได้ใช้ทักษะกระบวนการเรยี นรู้ จากการปฏบิ ัตจิ ริง
เป็นแผนการสอนท่ใี ห้นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมการเรยี นการสอนและการวัดประเมนิ ผล
อนญุ าตใหน้ าไปใชส้ อนได้

ลงช่ือ...............................................................
(นางอรชร พรศริ ิ )

หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ

ใบกิจกรรมท่ี๒.๑

ชื่อ – สกลุ ....................................................................................... เลขท.ี่ ............. ชนั้ /หอ้ ง..............
\

คาสั่ง ให้นักเรียนทางานส่งให้ตัวแทนห้องเพื่อรวบรวมส่งครูเป็นโฟลเดอรช์ องห้องเรียนเรียงตามเลขที่แล้วส่งใน
manager
โจทย์ 1.ให้นักเรียนอธิบายความเหมือนและแตกต่างของวงดนตรี2วงในคริ๊ปเช่นเครื่องดนตรี ทานอง โอกาสท่ีควรใช้
อย่างน้อย 5 บรรทัด

1. 2.

ด้านเครื่องดนตรี ความแตกต่าง
ความเหมือน .....................................
.................................... ......................................
....................................
................................... .....................................
ด้านทานอง
ความเหมือน ความแตกต่าง
.................................... .....................................
.................................... ......................................
...................................
โอกาสท่ีควรนาไปใช้ .....................................
ความเหมือน
.................................... ความแตกต่าง
.................................... .....................................
................................... ......................................

.....................................

ใบกิจกรรมที่๒.๒

ช่ือ – สกลุ ....................................................................................... เลขท.ี่ ............. ชนั้ /หอ้ ง..............
\

2.ให้นักเรียนบรรยายอิธิพลของดนตรีในคร๊ิปว่ามีผลต่อสังคมหรือสังคมมีผลต่อดนตรีอย่างไรไม่ตา่ กว่า 5 บรรทัด ดู
(คร๊ิปบทสวดเจ้าแม่กวนอิมแปลไทย)
ข้อมูลเพิ่มเติม

มีประวัติและตานานเกี่ยวข้องกับประชาชนเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบหลักฐานทาง
วรรณกรรม และประติมากรรมท่ีเก่ียวข้องกับเร่ืองราวความเป็นมาหลายตานาน เป็นพระโพธิสัตว์ที่มีจิตใจเมตตาต่อ
ชาวโลกตามหลักของพระพุทธศาสนานิกายมหายาน

เช่ือว่าตานานประวัติของเจ้าแม่กวนอิมเกี่ยวข้องกับความทุกข์ยากของคนสมัยก่อนที่พบเจอกับภาวะภัยสงคราม
อย่างยาวนาน การนับถือพระโพธิสัตว์ต่างๆ จึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจยามเผชิญทุกข์ยาก
ประวัติความเป็นมาของเจ้าแม่กวนอิม ชัดเจนข้ึนในยุคท่ีศาสนาพุทธนิกายมหายานได้รับความนิยมในประเทศจีน และ
ประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียตะวันออก ควบคู่กับการแพร่หลายของลัทธิขงจ๊ือและเต๋า ในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยพบรูป
ปั้นเจ้าแม่กวนอิมในลักษณะต่างๆ เช่น รูปป้ันเจ้าแม่กวนอิมพันมือ รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมในชุดขาว

ชาวจีนที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมเป็นเทพเจ้าตามความเชื่อในนิกายมหายาน และเชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์ท่ีมีเมตตา
ต่อมวลมนุษย์ สมัยราชวงศ์ฮั่น และซ่ง สร้างรูปป้ันเจ้าแม่กวนอิมตามแบบอินเดีย ไม่มีเพศ ต่อมาต้ังแต่สมัยราชวงศ์
หยวน พบหลักฐานการสร้างรูปปั้นพระโพธิสัตว์เป็นสตรเี พ่ือความอ่อนโยน แสดงความรักต่อเพื่อนมนุษย์เช่นเดียวกับท่ี
มารดาแสดงต่อบุตร คาดว่าเป็นการออกแบบจากผู้อพยพจากอินเดียมาอยู่ในประเทศจีน เพื่อแสดงออกถึงการระลึกถึง
บ้านเกิดที่ห่างไกล
รูปปั้นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรในรูปแบบเพศหญิง เป็นที่เคารพยอมรับของชาวจีนอย่างกว้างขวาง พบตานานท่ี
สอดคล้องกับการเกิดเจ้าแม่กวนอิม เร่ืองเจ้าหญิงเม่ียวซ่าน (Miaoshan) ในสมัยราชวงศ์ซ่ง
เจ้าหญิงเม่ียวซ่าน เป็นบุตรีคนท่ี 3 ของพระราชาเม่ียวจง กับพระนางโปยาเทวี เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่ประสงค์จะอภิเษก
สมรส จึงถูกพระบิดาบัญชาให้ไปบวชเป็นภิกษุณีที่วัดนกขาว เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้บาเพ็ญบารมี โปรดสัตว์ ทาทานแก่
สัตว์น้อยใหญ่ จนเจริญญาณขั้นสูง วันหน่ึงพระบิดาได้สั่งให้แม่ทัพเข้ามาทาลายวัด ประหารพระธิดาเมี่ยวซ่าน หลังจาก
เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านส้ินพระชนม์ ก็ได้ไปจุติเป็นพระโพธิสัตวก์ วนอิม

ใบความรู้ ท่ี ๒

ดนตรีในวฒั นธรรมประเทศต่าง ๆ

ในโลกของเรานั้นมนุษย์เรามีความแตกต่างทั้งลักษณะทางกายภาพหรือขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมท่ี
แต่ละประเทศก็มีลักษณะเฉพาะของตนเองแต่ละประเทศนอกจากนี้แต่ละประเทศก็มีบทเพลงเป็นของตนเองที่แทรกซึม
อยู่ในวัฒนธรรมน้ัน ๆ และแตกต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัย แต่ความแตกต่างเหล่าน้ีไม่ใช่เร่ืองใหญ่อย่างใดเลยเพราะ
ดนตรีจะเป็นส่ือกลางในการรวมเช้ือชาติหรือความเป็นปัจเจกของและบุคคลให้มีความสัมพันธ์อันดีนอกจากนี้ดนตรียัง
ปรากฏตัวในช่วงตลอดประวตั ิศาสตร์ท่ีผ่านมา
และถูกนามาใช้ในโอกาสท่ีแตกต่างกัน ถือได้ว่าดนตรีมีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรมโลกและดาเนินมาอย่างต่อเน่ือง
ในหลายทศวรรษ

เป็นที่สังเกตุได้ว่าจะมีการใช้ดนตรีเข้ามาประกอบในงานเฉลิมฉลองทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน
งานฉลองวันสาเร็จการศึกษา หรืองานวันเกิดซ่ึงถือว่าดนตรีมีบทบาทสาคัญในการเพิ่มความสนุกสนานให้กับพิธีการ
เหล่านั้นนักดนตรีจะเป็นที่ผู้ถ่ายทอดบทเพลงและแสดงออกถึงความเป็นตัวตนในรูปแบบของเสียงเพลงและท่วงทานอง
ที่ต่างกันออกไปเป็นการส่ือสารท่ีแสดงออกถึงความรู้สึกในชีวิต ซ่ึงทาให้ผู้ฟังสามารถเชอื่ มโยงและค้นหาความหมายใน
ตนตรีเหล่านั้นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ดนตรีท่ีมีจังหวะสนุกสนานจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้คนท่ีต่างวัฒนธรรมกันไปท่ัวโลก
ได้แสดงออกซ่ึงสิ่งเดียวกัน เชน่ การเต้นราอีกนัยหน่ึงคือเป็นการสื่อสารว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรผ่านการเคลื่อนไหว
ท่าทางเหล่าน้ัน ดนตรีไม่เคยหยุดนิ่ง และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเน่ืองในแต่ละช่วงเวลาและยุคสมัยในสว่ นของ
ศิลปินหรือนักดนตรีที่ได้เรียนมาทางด้านดนตรีโดยตรง อาจจะมีความรู้ใหม่ ๆ
ท่ีได้คิดค้นท่วงทานองและเสียงต่าง ๆ และได้พัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยดนตรีเป็นสิ่งหน่ึงที่สร้างแรงบันดาลใจ
สาหรับผู้ท่ีมีความคิดสร้างสรรค์และต้องการแสดงออกถึงผลงาน ได้สร้างผลงานต่าง ๆผ่านดนตรีประเภทต่าง ๆ และ
นามาเผยแพร่ออกสู่โลกภายนอกและแบ่งปันกับผู้อื่นทาให้ผู้คนท่ีได้ฟังเพลงต่าง ๆ เหล่านั้นมีลักษณะร่วมกันและรับรู้ถึง
แรงบันดาลใจด้วยกันจากดนตรีด้วยดนตรีสามารถทาให้เกิดความใกล้ชิดกันมากข้ึนโดยศิลปินถ่ายทอดข้อความผ่านเน้ือ
เพลงหรือการแสดงอารมณ์ท่ีพวกเขาอาจไม่สามารถส่ือสารด้วยคาพูดหรืออธิบายได้แต่ได้สื่อสารส่ิงเหล่านั้นผ่าน
เสียงเพลงของตนเองหลาย ๆ คนมีปัญหาเม่ือต้องทาการสื่อสารส่ิงที่ตนเองรู้สึกผ่านคาพูดแต่พวกเขาสามารถแสดงออก
ถึงความรู้สึกเหล่าน้ันได้ชัดเจนมากย่ิงข้ึนผ่านบทเพลงต่าง แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะมีความชอบของตัวเองท่ีไม่เหมือนกัน
กับประเภทของดนตรีที่พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งหรือสนุกไปกับมัน แต่ส่ิงหน่ึงที่มีร่วมกันคือดนตรีเป็นส่วนสาคัญของ
ชีวิตที่ทาให้เกิดการแสดงออก
และบ่งบอกความเป็นตัวเราในฐานะมนุษย์และดนตรียังเป็นงานศิลปะท่ีมีคุณค่าท่ีมีจุดร่วมตรงกลางชว่ ยหลอมรวมผ้คู น
ที่แตกต่างเข้าไว้ด้วยกัน

1. ดนตรใี นวัฒนธรรมอินเดีย

มรดกทางวัฒนธรรมของดนตรีอินเดีย แบ่งออกได้เป็น 2 ฝ่าย คือ
ดนตรีประจาชาติฝ่ายฮินดู และฝ่ายมุสลิม

อิทธิพลของดนตรีมุสลิมจะอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ

อิทธิพลของดนตรีฮินดูจะอยู่ทางตอนเหนือของประเทศวัฒนธรรมทางดนตรีอินเดียจะแบ่งแยกกันอย่างชัดเจนไม่ว่าจะ

เป็นการเรียกชื่อเครื่องดนตรี

ประเภทของเครื่องดนตรี

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็ได้ชาวอินเดียจะใช้เสียงดนตรีเปน็ สื่อติดต่อกับพระเจ้าส่ิงศักด์ิสิทธ์ิแต่ตนเองเคารพนับถืออยู่

ระบบเสียง

ดนตรีอินเดีย การจัดระบบเสียงที่มีลักษณะเฉพาะอย่างเป็นระบบ

เป็นหมวดหมู่เช่นเดียวกับดนตรีตะวันตกมีโน้ตเต็มเสียง 7 โน้ต

โน้ตเพ้ียนเสียงสูงและเพ้ียนต่า 5 เสียง บันไดเสียงต่าง ๆ

และที่เป็นลักษณะเด่นของดนตรีอินเดีย คือ การนาเสียงในแต่ละบันไดเสียงมาจัดเป็นกลุ่มเสียงเพ่ือนามาใช้บรรเลงใน

เวลาที่กาหนดการจัดระบบชดุ เสียงจากบันไดเสียงหลักนี้จะเรียกว่า

ราคะ (Raga)

เคร่ืองดนตรีอินเดีย

(India Instrumens)

การจัดหมวดหมู่ของดนตรีอินดียแตกต่างกันไปตามยุคสมัย

ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1. ตะนะ(เครื่องสาย) 2.อวนัทธะ (เคร่ืองหนัง)

3.สุษิระ (เคร่ืองเป่า) 4. ฆะนะ(เคร่ืองเคาะ)

เคร่ืองสายของดนตรีอินเดียที่เก่าแก่ที่สุด
คือ วีณา (Vina) เป็นเคร่ืองดนตรีของชาวอินเดียใต้ มีสาย 7-8สาย สายส่วนหนึ่งจะใช้บรรเลงทานองเพลง
สายอีกสวนหนึ่งจะใช้บรรเลงเสียงโครน ลาตัวของวีณามีขนาดความยาวประมาณ 1.5เมตร ส่วนที่เป็นกลุ่มเสียงขนาด
ใหญ่จะทาด้วยเปลือกผลไม้แห้ง เช่นฟักทอง หรือนา้ เต้า

ในแถบภาคเหนือของอินเดียเครื่องสายที่ได้รับความนิยม คือ ซีตาร์ (Sitar)
มีสายตั้งแต่ 7-20 สายซีตาร์จะมีขนาดเล็กกว่าและเล่นง่ายกว่าวีณา

สายซีตาร์ 20 สายทาด้วยโลหะ สายจานวน 7 สายวางพาดบนนมโลหะ ใช้ดีดเป็นทานองเพลง 5 สายและดีด
เสียงโตนิดอีก2 สาย สว่ นที่เหลืออีก 13 สายทาเป็นสายผลิตเสียงซ้อน (Sympathetic Strings) ในปัจจุบันซีตาร์เป็น
เคร่ืองดนตรีของอินเดียที่มีชาวต่างชาติให้ความสนใจฝึกหัดมาก

อินเดียถูกขนาดนามว่าเป็น “จ้าวแห่งจังหวะ”
กลองจะทาหน้าที่เพ่ิมสีสันเพลงอินเดียให้เร้าใจน่าฟังย่ิงขึ้น
กลองต่าง ๆ เป็นเครื่องดนตรีที่อยู่ในตระกูลอวนัทธะมีจานวนมากกว่า 1,000 ชนิด แต่ท่นี ิยมใช้แพร่หลายในการแสดง
ดนตรีมีอยู่ 3 ชนิด คือ มริทังค์ ปักชวัช และตับบล้า

2. ดนตรีในวัฒนธรรมจีน

จนี เป็นประเทศในเอเซียตะวันออกท่ีมีพ้ืนท่ีกว้างใหญ่มากทาให้ภาษาพูดวัฒนธรรม
และดนตรีมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากดนตรีในแต่ละภูมิภาคจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น
ใช้บันไดเสียงที่มีโครงสร้างต่างกัน บางพื้นท่ีใช้แบบ 5 เสียงบางพื้นท่ีใช้ 7 เสียง การดาเนินทานองบางพื้นที่นิยมแบบ
ก้าวกระโดดและใช้คู่เสียงกว้าง เช่น คู่ 4 คู่ 5 คู่8 แต่บางพ้ืนที่นิยมแบบราบเรียบไม่กระโดด

อัตราจังหวะก็มีความนิยมใช้แตกต่างกันไป
เสียงดนตรีของจีนคิดข้ึนมาอย่างมีระบบด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์สอดคล้องกับธรรมชาติและปรากฏการณ์

ธรรมชาติท่ีเกิดข้ึนในชีวิตจริงเสียงดนตรีของจีนเกิดข้ึนมาจากเสียงพื้นฐานเพียง 1 เสียง
เรียกว่า huang chung เกิดจากการเป่าลมผ่านท่อไม้ไผ่ 1ฟอน (ใบ) เสียงอื่น ๆ ท่ีเกิดขึ้น มาจากการตัดไม้ไผ่ด้วยความ
ยาวต่างๆ กัน โดยใช้ระบบการวัดท่ีมีอัตราส่วนแนน่ อนเหมือนกับสูตรทางคณิตศาสตร์
จากเสียงพ้ืนฐานเพียง 1 เสียง จะนาไปสร้างให้เกิดเสียงตา่ ง ๆอีกจนครบ 12 เสียง หรือ 12 ใบ
นักวิชาการทางดนตรีเช่ือว่า เสียงทั้ง 12 เสียงของจีนที่เกิดข้ึนมานั้นมีความเก่ียวพันกับราศี 12 ราศี เดือน 12 เดือน
ช่ัวโมงของเวลากลางวันและกลางคืน รวมท้ังการแบ่งเพศชายและหญิงด้วยระบบเสียง 5 เสียง ท่ีพบในดนตรีจนี ถือสาร
เลือกเสียง 12เสียงท่ีเกิดขึ้นนาไปจัดรูปแบบใหม่ให้เป็นบันไดเสียงที่ต้องการเพื่อนาไปใช้สร้างเพลงต่าง ๆ ต่อไป

ชาวจีนแบ่งประเภทของเครื่องดนตรีตามลักษณะของวัสดุท่ีใช้ทาเครื่องดนตรีนั้น
ๆ แบ่งออกเป็น 8 พวก ดังนี้ 1. ไม้(Mu) 2. หนัง (Ko) 3. ไม้ไผ่ (Chu)
4. โลหะ (Kin) 5. นา้ เต้า (Po) 6. หิน (Che) 7. ดิน (tu) 8. เส้นไหม (hien)

เครื่องดนตรีจาพวกโลหะ ได้แก่ ระฆัง และฆ้องชนิดต่าง ๆ เครื่องดนตรีจาพวกหิน ได้แก่ ระฆังราว
เครื่องดนตรีจาพวกเส้นไหมได้แก่ Ch’in เป็นเคร่ืองดนตรีท่ีมีสาย 7 สายใช้มือดีด Ch’in เป็นเครื่องดนตรีชั้นสูงใช้
เฉพาะพวกขุนนาง และผู้มีการศึกษาสูง สามารถเพิ่มได้ทั้งแบบเดี่ยวและคลอประกอบการขับร้องเคร่ืองดนตรีจาพวกไม้
ไผ่ ได้แก่ ขลุ่ยชนิดต่าง ๆ ป่ีแพนไพท์ (Panpine)
เครื่องดนตรีเป็นก้อนจาพวกดิน ได้แก่เครื่องเป่าเสียงเหมือนขลุ่ยท่ีสร้างมาจากดินเหนยี ว ขนาดพอดีกับฝ่ามือภายใน
เจาะให้เป็นโพรง เจาะรูปิด-เปิด ด้วยนว้ิ มือเพ่ือให้เกิดระดับเสียงดนตรี เครื่องดนตรีพวกน้าเต้า ได้แก่ Sheng เป็น
เคร่ืองดนตรีสาคัญในวงดนตรจี ีนSheng ประกอบด้วย ท่อไม้ 7 ท่อ
ติดตั้งอยู่ในผลนา้ เต้าแห้ง ซึ่งจะใช้เป็นท่ีพักลม แต่ละท่อจะมีลิ้นฝังอยู่พร้อมท้ังเจาะรูปิด-เปิดแต่ละท่อด้วย เวลาเล่น
จะต้องเป่าลมผ่านผลนา้ เต้าแล้วให้ลมเปลี่ยนทิศทางด้วยท่อท้ัง7 ท่อ เสียงของ Sheng จะคล้ายเสียงออร์แกนลมของ
ดนตรีตะวันตก

กู่เจิง (Gu - Zhing หรือ Guzheng)เป็นเครื่องสายดีดโบราณของจีนซึ่งมีประวัติยาวนานประมาณ 2500 ปี โดย
เริ่มแรกจากสมัยจ้านกั๋วเป็นเครื่องดนตรีเมืองฉิน(ปัจจุบันคือเมืองสั่นซี)
ช่ือกู่เจิงมาจากเสียงของเครื่องดนตรีท่ีเวลาดีดจะมีเสียง “zheng zheng” ในสมัยก่อนเรียกว่า เจนิ้
คาว่ากู่หมายถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและสะท้อนวัฒนธรรมท่ีเป็นเอกลักษณ์ของชาวจีนโบราณ
เมื่อ 2500 ปีก่อนทาจากไม้และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องถึงสมัยฮั่นเป็น 12 สาย
สมัยถานและซ้งเป็น 13 สาย สมัยชิงเปน็ 16สายจนถึง ค.ศ. 1960 ได้พัฒนาเป็น 18 21 23 และ 26 แต่ส่วนมาก
ปัจจุบันนิยมใช้ 21
ขลุ่ย เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าที่ได้รับความนิยมในจีน
เน่ืองจากทาด้วยไม้ไผ่ธรรมชาติ จึงได้ช่ือว่า“ขลุ่ยไม้ไผ่” แม้ว่าขลุ่ยมีขนาดเล็กและง่ายๆ
แต่มีประวัติยาวนานถึงเจ็ดพนั ปี ประมาณส่ีพันห้าร้อยกว่าปีก่อน
ขลุ่ยเร่ิมทาด้วยไม้ไผ่แทนกระดูก สมัยฮ่ันอู่ตี้เม่ือปลายศตวรรษท่ีหน่ึงก่อนคริสกาล
ขลุ่ยช่ือว่า“เหิงชุย(แปลว่าเปา่ ตามขวาง)” มีบทบาทสาคัญมากในเคร่ืองดนตรีประเภทเครื่องเป่าสมัยน้ัน
นับตั้งแต่ศตวรรษที่เจ็ดเป็นตน้ มา ขลุ่ยมีการปรับปรุงอย่างมาก
ได้เพิ่มรูเยื่อ ทาให้การแสดงออกของขลุ่ยได้รับการพัฒนาอย่างมาก ฝีมือการเป่าขลุ่ยก็พัฒนาไปถึงระดับที่สูง
จนถึงศตวรรษที่สิบ พร้อมๆกับบกกวีซ่งและกลองง้ิวสมัยหยวน

ขลุ่ยได้กลายเป็นเคร่ืองดนตรที ี่สาคัญในการบรรเลงประกอบเสียงในง้ิวพ้ืนเมืองและวงงิ้วชนชาติส่วนน้อยต่างๆขลุ่ยก็
เป็นเคร่ืองดนตรีท่ีขาดไม่ได้
เอ้อหู หรือ ซออู้ (Erhu) เป็นเคร่ืองดนตรีจีนประเภทสีท่ีมีช่ือเสียง
เร่ิมมีต้ังแต่สมัยราชวงศ์ถัง(คริสต์ศตวรรษที่7-คริสต์ศตวรรษท่ี10)
เวลานั้นเอ้อหูเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมเล่นในหมู่ชนชาติส่วนน้อยที่พานักอยู่ในเขตพ้ืนท่ีภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนใน
ประวัติวิวฒั นการนานกว่า 1,000 ปีน้ันซอสองสายเป็นเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบในวงง้ิวโดยตลอดซอสองสายมี
โครงสร้างง่ายมาก มีคันซอท่ีทาด้วยไม้ด้ามเล็กๆ ยาวประมาณ 80
ซม. บนคันซอมีสายซอ 2 สายใต้คันมีกระบอกเสียงของซอรูปร่างแบบถ้วยนา้ ชา นอกจากน้ี
ยังมีคันซักซอท่ีทาด้วยหางม้า เวลาบรรเลง ผู้บรรเลงจะใช้ท่าน่ังมือซ้ายถือตัวซอ มือขวาถือคันซักซอ ระดับเสียงของซอ
สองสายจะกว้างถึง 3ช่องเสียงของซอสองสายสามารถแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกได้เต็มเปี่ยม
ซอสองสายมีเสียงคล้ายเสียงคน จึงเป็นเคร่ืองดนตรีท่ีมีลักษณะเหมือนการร้องเพลง บางคนขนานนามว่าเป็น“ไวโอลิน
จีน” เน่ืองจากเสียงซอมีความเศร้าในตัวจึงมักเอามาบรรเลงเพลงท่ีเน้นอารมณ์ซาบซ้ึง
หลังปีค.ศ. 1949
การผลิต ปรับปรุงและเทคนิคการบรรเลงซอ ได้รับการพัฒนาอย่างมากซอสองสายสามารถบรรเลงเดี่ยว และยัง
สามารถบรรเลงประกอบเพลงระบาง้ิวและเพลงปกิณกะ ในวงดนตรีประเภทป่ีและซอของจีน
ซอสองสายเป็นเครื่องดนตรีหลัก เท่ากับเครื่องไวโอลินในวงดนตรีตะวันตกเนื่องจากวิธีการผลิตซอสองสายง่าย เรียน
เป็นเร็วและฝึกง่ายทั้งมีเสียงใสไพเราะ จึงได้รับความนิยมชมชอบจากชาวจีนท่ัวไป

3.ดนตรีในกัมพูชา

(music of Cambodia) มีท้ังดนตรีพ้ืนบ้านที่ได้รับอิทธิพลมาจากจักรวรรดิเขมรและการแพร่ขยายอย่าง

รวดเร็วของดนตรีตะวันตกในปัจจุบันดนตรีพ้ืนบ้านและดนตรีคลาสสิก

ศิลปะการดนตรีของกัมพูชาได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมพราหมณ์-ฮินดูมีนาฏกรรมทางศาสนาและเร่ืองเล่าศักด์ิสิทธ์ิ

การแสดงบางชนิดใช้วงพิณพาทย์ (pinpeat) ที่ประกอบด้วย ฉ่ิง ระนาด ปี กระจับป่ี ฆ้อง ซอ

และกลองหลายชนิด การเคลื่อนไหวแต่ละท่าจะเป็นแนวคิดแทนส่ิงต่างๆการฟื้นฟูนาฏศิลป์เกิดข้ึนมากในราว พ.ศ.

2493 โดยพระนางสีสุวัตถ์ิกุสมุ นารีรัตน์ดนตรีท่ีเป็นท่ีนิยมดนตรีสมัยใหม่ในกัมพูชามีสองแบบคือ ราวง และรัมบัจราวง

เป็นดนตรีช้าๆ สว่ นรัมบัจมีลักษณะคล้ายดนตรีพื้นบ้านของไทยในแถบอีสานใต้ ในจังหวัดเสียมราฐจะนิยมดนตรีท่ีเรยี ก

กันตรึม ที่เป็นดนตรีพ้ืนบ้านของชาวเขมรสุรินทร์และเป็นท่ีนิยมตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชานักร้องที่เป็นท่ีนิยม

นักร้องชาวกัมพูชาที่เป็นท่ีนิยม ได้แก่ สิน ศรีสมุทร, รส เสรีโสธา (รส สิรสิ ุทธา), ปัน รอนนักร้องในปัจจุบันได้แก่ นอย

วันเน็ต เมง แกว ปิเชนดา (น้อย วันเนตร และ เมง แก้วพจิ ันทา) และลัวร์ สาริท นอกจากนั้นก็มี เชต โสวัณ ปัญญา

และเปรียบ โสวัท (เชต

สุวรรณปัญญา และปราบ สุวัติ)ตัวอย่างเคร่ืองดนตรีกัมพูชา

พิณน้าเต้า หรือ กระเเสมูยแบบเขมรอีสานใต้เป็นเครื่องดนตรโี บราณท่ไี ด้รับวัฒนธรรมมาจากอินเดีย

ปรากฎหลักฐานในภาพจาหลักท่ีระเบียงปราสาทหินนครวัดและที่ปราสาทนครธม

เร่ืองราวของเคร่ืองดนตรีกระเเสมูยของชาวไทยเช้ือสายเขมรอีสานใต้ท่ีเคยนามานาเสนอวารสารเกี่ยวกับ

วัฒนธรรมที่น่าสนใจของอีสานใต้พณิ นา้ เต้าหรือกระเเสมูยแบบเขมรอีสานใต้ของไทยซึ่งประดิษฐ์ขึ้นใหม่สังเกตที่

ปลายเคร่ืองดนตรีกระเเสมูยของเขมรในกัมพูชาจะทาเป็นรูปพญานาค

พิณน้าเต้าอีกแบบหน่ึง และพิณนา้ เตา้ อีกแบบหนึ่งท่ีปลายหล่อโลหะทาเป็นรูปพญานาค
พิณน้าเต้าในทางภาคเหนือเป็นพิณชนิดเดียวกันกับกระเเสมูยของเขมรอีสานใต้
สังเกตที่ปลายพิณนิยมหล่อโลหะทาเป็นรูปนกหัสดีลิงค์ตามความเช่ือของชาวเหนือ
"จะเป็ยดองเวง(กระจับปี่)"เครื่องดนตรีชนิดน้ีกษัตริย์เขมรทรงถวายแก่กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 4 ปัจจุบันจัดแสดงที่
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงเทพฯ และในสมัยอดีดกระท่ังปัจจุบันในแถบอีสานใต้ของไทยเครื่องดนน้ีดังกล่าวยัง
ปรากฏการเล่นอยู่น้อยมากมีให้พบเห็นก็เฉพาะการจ้างมาบรรเลงในงานศพเวลาพลบคา่
เช่น ที่บ้านสะอาง อาเภอขุขันธ์จังหวัดศรสี ะเกษยังมีผู้ที่สามารถดีจะเป็ยชนิดนี้ได้ ทราบว่างคงเหลือเเค่คน
เดียว และนอกจากนั้นยังพบ ในวงมโหรีของป้าพลอย ในบ้านสะเดา อาเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์
ซึ่งถือได้ว่าเป็นวงมโหรีที่มีลักษณะการประสมวงที่มีความคล้ายกับวงมโหรีของเขมรที่กัมพูชา
โดยเคร่ืองดนตรีบางชนิดมีลักษณะเหมือนเคร่ืองดนตรีของเขมร
บางชนิดมีลักษณะเป็นรูปสัตว์ตามชื่อเรียกของดนตรี เช่น กระปือ (จะเข้)
ถือได้ว่าเป็นวงมโหรีเขมรในประเทศไทยท่ีสมบูรณ์ท่ีสุดท่ีเหลืออยู่ในปัจจุบัน

4.ดนตรีในวัฒนธรรมเวียดนาม

วัฒนธรรมของประเทศเวียดนามได้รับอิทธิพลจากจีนเป็นอย่างมาก
และรวมถึงประเทศอินเดียด้วย ดังน้ีดนตรีเวียดนามจึงรวมลักษณะของดนตรีจีน
และอินเดียบวกกับลักษณะด่ังเดิมของประเทศเป็นลักษณะดนตรีที่ค่อนข้างแตกต่างจากจีน
เกาหลี ญี่ปุ่นหรือ มองโกเลยี

นอกจากดนตรีด่ังเดิมดังกล่าวแล้ว ยังพบดนตรีของชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่บนภูเขาอีก ประมาณ 60 กลุ่ม
ในช่วงศตวรรธท่ี1-10 ท่ีจีนมีอิทธิพลต่อเวียดนามมากขึ้นวัฒนธรรมจีนได้ครอบคลุมเวียดนามในทุกสาขา ท้ังปรัชญา
ศาสนา ภาษา วรรณคดี ศิลปะถาปัตยกรรม และดนตรี พุทธศาสนาในเวียดนามเป็นนกิ านมหายานเช่นเดียวกับในจีน
เกาหลีญ่ีปุ่น ภาษาท่ีใช้สวดมนต์เป็นภาษาจีน-สันสกฤต
การเต้นราของเวียดนามเหมือนกับการเต้นราในจีนละคร HatBoi ของเวียดนามเหมือนกับละครของจีนรวมท้ังดนตรีที่
เล่นประกอบเครื่องดนตรีหลายช้ินยังใช้ช้ือจีนแต่เรียกเพี้ยนไปทางภาษาเวียดนาม เช่นฉินของจีนเรียกเป็น ฉาบ เปน็ ต้น
นอกจากประเทศจีนแล้วประเทศอินเดียยังเป็นอีกประเทศหน่ึงที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อเวยี ดนามข้างต้นแล้วโดยการติดต่อ
กับเมืองจาปาของอินเดียแต่สมัยโบราณปัจจุบันยังมีกลองของอินเดียใช้อยู่ในเวียดนาม โดยใช้ช่ือของเวียดนามเอง
ดนตรีเวียดนามมีลักษณะของดนตรีอินเดียรวมอยุ่ด้วยท่ีใช้การพัฒนา Modsมากในเพลง รวมไปถึงการ Improvise
และการประดับประดาทานองนอกจากนั้นยังมีการใช้การเลียนเสียงกลองในการเรียนการสอนกลองซึ่งเป็นลักาณะ
เดียวกับที่พบในการเรียนการสอนกลองประเทศอินเดียเครื่องดนตรีบางชนิดก็ถูกค้นพบข้ึนโดยชาวเวียดนามเองเช่นซึง
สายเดียวเรียก Dan Bau ซ่ึงสาหรับประกอบร้องชื่อDan Day and Coin Clappers โดยการเล่นท่ีได้ดัดแปลงวิธีการ
เล่นสากลและโมด จากเสียงดนตรีของชาติอ่ืนๆใฟ้มาเป็นสาเนียงเวียดนามประวัติศาสตร์ทางด้สนดนตรีสามารถแบ่งได้
เป็น4 ช่วง เริ่มจากราชวงค์ดินห์ ค.ศ. 968-980ในช่วงน้ีไม่มีการบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์เก่ียวกับดนตรีท่ี
เช่ือถือได้ต้ังแต่ ค.ศ. 1945มีการฟิ้นฟูดนตรีดั่งเดิมให้กลับมาอีกครั้งมีการพัฒนารูปแบบของดนตรีให้ต่มอย่างดนตรี
ตะวันตกเคร่ืองดนตรีเวียดนาม เครื่องดนตรีของเวียดนาม จะจัดแบ่งเคร่ืองดนตรีออกเป็น 8 ประเภท คือ หิน

โลหะ เส้นใยไหม ไม้ไผ่ ไม้เนื้อแข็ง หนังสัตว์ น้าเต้า และดนิ เผา มีลักษณะคล้ายกับเครื่องดนตรีของจีน เนื่องจาก
ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมของจีน เคร่ืองดนตรีของเวียดนามน้ันประกอบด้วยเครื่องดนตรีหลักๆ5ชิ้นได้แก่
Dannhi เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย(เคร่ืองสี)
มีลักษณะคล้ายซอด้วงของไทยมีเสียงสูงตา่ ท่ีเป็นเอกลัษณ์เฉพาะ Dan nhi มี สาย 2สาย มีลักษณะยาว สายทามาจาก
ไหมถัก และกล่องเสียงทามาจากหนังงู
ในปัจจุบัน Dan nhi สายมักทาจากลวด และกล่องเสียงทาด้วยไม้

Dan tranh เป็นเคร่ืองดนตรีประเภทเคร่ืองสาย(เคร่ืองดีด)
มีลักษณะคล้ายพิณ มีสายทั้งหมด 16สาความยาวประมาน 100 ซม.เครื่องดนตรีชนิดน้ี
ประดิษฐ์ขึ้นโดยจักรพรรดิของจีน Phuc Hi ปัจจุบันDantranh เป็นเคร่ืองดนตรีท่ีนิยมอย่างมากในหมู่นักเรียนหญิงชาว
เวียดนาม Kim หรือ Dan nguyet เป็นเครื่องดนตรีประเภทเคร่ืองสาย
(เครื่องดีด)มีลักษณะคล้ายกีต้าร์ แต่มีสายแค่2สาย มีเสียงที่นุ่มนวล เครื่องเป่า ได้แก่ ปี่ และ

ขลุ่ยเวียดนาม ปีนั้นมีลกั ษณะคล้ายปี่ชวาของไทย และ ขลุ่ยเวียดนาม นั้นมีลักษณะคล้ายขลุ่ยจีน
มีรู6รู รูเป่าอยู่ด้านข้างคล้ายฟลูท ยาวประมาย70 ซม

5.วัฒนธรรมดนตรีพม่า

เอกสารที่มีการบันทึกเร่ืองราวของดนตรีพม่าคือพงศาวดารจีนสมัยราชวงศ์ถังบันทึกว่า
ราชสานักพยูได้ส่งนักดนตรีและการแสดงไปแสดงในราชสานักจีนใน ปี ค.ศ.800 (พ.ศ. 1343) ในการแสดง
น้ันมีเครื่องดนตรีถึง 14 ชนิดลักษณะของเครื่องดนตรีที่บันทึกสอดคล้องกับลักษณะของเครื่องดนตรีในปัจจุบัน
พงศาวดารดังกล่าวระบุชื่อ พณิ 2 ชนิด ชนิดหน่ึงน่าจะเปน็ มิยอง จะเข้ท่ีมีหัวคล้ายจระเข้จริงๆ ไม่มีเครื่องดนตรีอ่ืนใน
บันทึกท่ีแสดงว่าคล้ายกับเคร่ืองดนตรีสาหรับบรรเลงนอกอาคารอย่างในปัจจุบัน
เหตุท่ีเป็นเช่นน้ีมีความเป็นไปได้ 2 กรณี คือสมัยนั้นไม่มีเครื่องดนตรีแบบปัจจุบันหรือ
ไม่ก็มีแล้วแต่ราชสานักไม่เห็นสมควรท่ีจะส่งไปแสดง (Becker 1967, 1980)

เครื่องดนตรีที่มีในอดีตแต่ปัจจุบันแทบไม่มีใครรู้จักได้แก่ ตะยอ
(ซอมอญ) ซ่ึง ในปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยไวโอลิน แคนท่ีเรียกว่า ฮยิ่น (Hnayin)ที่ไม่มีใครรู้จัก เครื่อง ดนตรีอีกชนิดหน่ึงที่
สูญไปแล้วคือสันตะยา (Santaya) ท่ีปัจจุบันใช้เรยี กเปียโน ส่วน มิยอง (Mijaun)
ก็ไม่มีใช้ในดนตรีพม่าแล้ว แต่ชาวรามัญในพม่ายังใช้กันอยู่ (Garfias1985)
ดนตรีของพม่าไม่มีหลักฐานชัดเจนจนกระท่ังปี ค.ศ. 1700 ในสมัยราชวงศ์ Kaunbaun ทางราชสานักได้ให้การอุปถัมภ์
ดนตรีอย่างดีทาให้ดนตรีเจรญิ รุ่งเรืองเป็นปึกแผ่น ราชสานัก ให้การอุปถัมภ์ดนตรี 2 ชนิดคือ อันยีน ตีวาย
(Anyeintiwain) ดนตรีประกอบการเต้นราและ ขับร้องของสตรีในราชสานัก และ ชเว โตมุยชี ตีวาย (Htweto mui ci
tiwain) ดนตรีพิธีกรรม ในราชสานักและดนตรีสาหรับกระบวนแห่
ในสมัยราชวงศ์ Kuanbuan มีหลักฐานแน่นอนว่าศิลปินท่ีช่ือ
“ เมียวดี มินซี อู สะ ” (Myawa di Minci U Sa) หรือเรียกกันสั้นว่า วนุ ซีอูสะ (Wunci U Sa) ซึ่ง
ถือกาเนิดทางภาคเหนือในปี 1766 มีความสาคัญมากด้านการรับเอาศิลปะไทยเข้าไว้
แล้วปรับปรุงให้เป็นแบบพม่า โดยการประสมประสานกิจกรรมดนตรีเข้ากับการทหาร

ในการประพันธ์เพลงแบบฉบับ เขาได้รับพระราชานุญาตให้เรียนดนตรีกับครูดนตรีชาวไทยท่ีถูกจับเป็นเชลยอยู่ก่อนแล้ว
รวมท้ังศึกษาวรรณคดีและ ละครเรื่องต่างๆ เช่น รามเกียรติ์ และอิเหนา
ซ่ึงเป็นเร่ืองราวอันเป็นท่ีช่ืนชอบของราชสานักพม่า ทั้งยังได้แต่ง
เพลงและดนตรีประกอบการแสดงเพื่อให้ในราชสานักอีกด้วย และโดยการเคล่ือนไหว ทางทหารทาให้โชคชะตาของเขา
ผันผวนอย่างน่าอัศจรรย์ทั้งทางดีและทางร้าย
ตราบจน บ้ันปลายของชีวิตจงึ ได้รับการยกย่องอย่างสมเกียรติจากพระเจ้ามินดอง (Mindon)
ใน ปีค.ศ. 1853 (Williamson 1979)[1]
ช่วงแรกที่พม่าท้ังประเทศตกเป็นอาณานิคม คือในช่วง ค.ศ.๑๘๘๖
จนต้นศตวรรษที่ ๑๙ วงซายวายได้เริ่มซบเซาลง นักดนตรขี าดผู้อุปถัมภ์
การแสดงในงานราชสานักหมดไป แต่การแสดงกลาง แจ้ง หรือ มเยวาย กลับได้รับความนิยมแทน
โดยเฉพาะการแสดงละคร และการเล่นหุ่นชัก ในยุคน้ันเริม่ มีหนังเงียบเข้ามาฉาย
จึงเกิดเพลงบรรเลงแนวใหม่ขึ้นมา เป็นเพลงประกอบหนัง เพลงโฆษณาสินค้าพ้ืนเมือง อาทิ
ผ้าโสร่งเมืองยอ ร่มเมืองพะสิม และบุหร่ีพม่า นอกจากน้ียังมีการแต่งเพลงพุทธศาสนา
พอในยุคที่พม่าต่อต้านเจ้าอาณานิคม จึงได้มีการเล่นซายวายเป็นเพลงเพ่ือการปฏิวัติ
หรือ เพลงทางการเมือง ในสมัยน้ันเร่ิมมีการผลิตแผ่นเสียง หรือ ดัต-ปยา
จึงทาให้เพลงบรรเลงซายวายกระจายไปท่ัวประเทศ
แต่เนื่องจากมีข้อจากัดด้านการบันทึกเสียง ซึ่งบันทึกได้เพียง ๖ นาทีต่อแผ่น
เพลงบรรเลงซายวาย จึงต้องสั้นลง ซายวายจึงได้เปลีย่ นไปจากเดิมท่ีเคยเล่นกันมา พอถึงยุคสังคมนิยม ซึ่งถือเป็นยุค
เทปคลาสเซท ได้เกิดวงดนตรสี มัยใหม่ที่ใช้เคร่ืองดนตรีตะวนั ตกทั้งวง ซึ่งเรียกว่าตวี าย กีตาร์เป็นเคร่ืองดนตรียอดนิยม
เพลงจานวนมากจึงเป็นเพลงทานองฝร่ัง อาทิ เพลงร็อค และเพลงดิสโก
อย่างไรก็ตามยังมีการพัฒนาเพลงพ้ืนบ้านเป็นเพลงแนวลูกทุ่ง
เคร่ืองดนตรีหลักที่ใช้เป็นแมนดารินส่วนซายวายน้ันมักนิยมบรรเลงในเพลงทางศาสนาและเพลงทรงเจ้าเป็นส่วน
ใหญ่ พอถึงยุคปัจจุบันน้ี ซึ่งเป็นยุคสมัยของซีดีรอมนั้น
ได้มีการลอกทานองเพลงต่างประเทศกันอย่างมากมาย ขณะเดียวกันเสียงของซายวายก็แทบจะเลือนหายไปจากตลาด
เพลงยุคใหม่ แม้ซายวายจะเส่ือมความนิยมในหมู่คนยุคใหม่แต่ก็ยังได้รับการยอมรับในฐานะเป็นดนตรีคลาสสิค
ของพม่าเสียงของซายวายยังคงรับฟังได้ในเพลงทางพุทธศาสนา และเพลงปลุกใจ ส่วนวงซายวายนั้น ยังหาชมได้ใน
งานแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การแสดงละคร
การแสดงหุ่นชัก งานทางศาสนพิธี งานประเพณี งานรัฐพิธี และงานทรงเจ้า เป็นตน้
ปัจจุบันรัฐบาลพม่าได้ให้ความสาคัญต่อการอนุรักษ์วงซายวายเช่นเดียวกับการแสดงพ้ืนบ้านอื่นๆ
โดยจัดให้มีการประกวดกันทุกปี อีกท้ังสถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐจะออกอากาศเพลงบรรเลงซายวายเป็นประจา
(อรนุช นิยมธรรม)[2]

ประเภทของเครื่องดนตรี
ความแตกต่างของดนตรีในอาคารและภายนอกอาคารของพม่าอยู่ท่ี เสียง

อันดังต่ืนเต้นเร้าใจ กับเสียงอนั อ่อนหวานนุ่มนวลน่ันเอง “ดนตรีนอกอาคาร”
มีช่ือเรียก กันหลายช่อื
แต่ละชื่อมักมาจากชนิดของกลองท่ีใช้เป็นเคร่ืองดนตรีหลัก โดยมี วงซายวาย (sainwaing)
เป็นวงดนตรีหลัก และแพร่หลายที่สุด วงดนตรีประกอบด้วยฆ้อง กลอง
และปี่เป็นหลัก “วงดนตรีในอาคาร” ใช้เครื่องดนตรีเพียง
2 – 3 ชิ้นเท่านั้น บางคราว ก็มีเพียงนักร้องคนหน่ึง
กับเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งเชน่ พิณ – ซ็องก๊อก หรือระนาด –
ปัตตลา เพียงอย่างเดียว ประกอบกับฉิ่ง หรือกรับ ที่นักร้องเป็นผู้ตี
เคร่ืองดนตรี ดังกล่าวน้ี มีทั้งเคร่ืองดนตรีเสียงตายตัวและเครื่องดนตรีท่ีปรับเสียงได้
ปัจจุบันมีการนาเอา ไวโอลินและเปียโนไปประสมกับดนตรีด้ังเดิมของพม่ามากขึ้น
ซายวาย หรือที่คนไทยเรียกว่าวงป่ีพาทย์ของพม่า (MyanmarSaingwaing)
คาว่า ซายวาย ใช้เรียกทั้งเครื่องดนตรีและวงดนตรี
วงดนตรีเป็นดนตรีประกอบการแสดงที่สาคัญของพม่า ใช้บรรเลงประกอบการแสดงบนเวที
ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตลอดจนใช้บรรเลงในงานเทศกาลและพิธีการอย่างหลากหลาย เช่น
การต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง เคร่ืองดนตรีในวงซายวาย
สามารถปรับเปล่ียนไปได้ตามความเหมาะสมกับ สถานการณ์ เครื่องดนตรีหลัก อันได้แก่
ปัตวาย หรือ พาทวาย(Pat – Wain) . มองซาย (Maungzaing),
เน่ (Hne), ช็อค ลอน บัต (Chauklon
bat)และมีเครื่องประกอบจังหวะอ่ืนๆ

6.ดนตรีในวัฒนธรรมอินโดนีเซีย

ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่อยู่ในแทบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
หรือท่ีเรียกว่าเอเซียอาคเนย์ เป็นประเทศท่ีประกอบขึ้นด้วยหมู่เกาะประมาณ 3,000
เกาะ มีภาษาใช้มากกว่า 250 ภาษาวัฒนธรรมทางดนตรีแตกต่างกันไปตามพื้นที่ หมู่เกาะที่มีความสาคัญทางวัฒนธรรม
ของอินโดนีเซียคือ ชวา บาหลี สุมาตรา บอร์เนียว ประชากรมีเชื้อสายชวาอยู่มากท่ีสุด
ดังน้ันชวาจึงเป็นสว่ นท่ีเด่นทส่ี ุดทั้งด้านวัฒนธรรมและการเมือง
ส่วนวัฒนธรรมทางด้านดนตรีนั้นจะมีความเด่นอยู่ที่ชวา บาหลี และสุมาตรา

ดนตรีของอินโดนีเซียที่เป็นที่รู้จักของชาวโลกคือ ดนตรีกาเมลัน(Gamelan Music) เป็นวงที่ประกอบด้วย
เครื่องท่ีทาด้วยโลหะชนิดต่างๆ ท้ังเหล็ก ทองเหลือง และสาริด เป็นหลักเคร่ืองตีในวงกาเมลันส่วนหน่ึงมีรูปร่างคล้าย
ฆ้องวงของไทยแต่มีขนาดใหญ่กว่ามีชื่อเรียกต่างกันไป อีกส่วนหน่ึงก็คล้ายกับระนาดเหล็กของไทยแตกต่างกันท่ีจานวน
ของลูกระนาดและลักษณะของรางท่ีนามาใช้วางลูกระนาด
การเล่นดนตรีการเมลันเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอินโดนีเซียเสียงด นตรีกาเมลันจะได้ยินทั้ง
ในโรงเรียน ในวัด ในวังและสถานีวิทยุกระจายเสียง โอกาสท่ีจะบรรเลงก็แตกต่างกันไป
มีท้ังบรรเลงในพิธีศักดิ์สิทธิ์ บรรเลง ในงานร่ืนเริง บรรเลงรบั และส่งเจ้านายบรรเลงการประกอบการแสดงต่าง ๆ

การเล่นดนตรีการเมลันเป็นสว่ นหนึ่งของสังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอนิ โดนีเซีย
เสียงดนตรีกาเมลันจะได้ยินทัง้ ในโรงเรียน ในวัด ในวัง และสถานีวิทยุกระจายเสียง
โอกาสท่ีจะบรรเลงก็แตกต่างกันไป มีทั้งบรรเลงในพิธีศักด์ิสิทธิ์ บรรเลง
ในงานร่ืนเริง บรรเลงรับและส่งเจ้านาย บรรเลงการประกอบการแสดงต่างๆ
ระบบเสียงในดนตรีอินโดนีเซยี มีทั้งแบบ 5 เสียง และ 7
เสียง การแบ่งออกช่วง 1 อ๊อคเตพเป็น 5
เสียง เรียกว่า SLENDRO แต่ละเสียงห่างเกือบเท่า
ๆ กัน การแบ่งช่วงอ๊ออคเตพเป็น 7 เสียงเรียกว่า PELOG
แต่ละเสียงห่างไม่เท่ากัน ระบบ 5 เสียงมีการนาไปใช้มากกว่าระดับเสียงของวงกาเมลันแต่ละวงจะตั้งไม่เท่ากันเสียงแต่
ละวงจะเป็นของตัวเอง ในแต่ละวงจะมีเครื่องคนตรี 2 ชุด ชุดหน่ึงจะต้ังเสียงเป็น SLENDRO
อีกชุดหน่ึงต้ังเป็น PELOG วงกาเมลันที่ตั้งระดับเสียงเคร่ืองดนตรีเป็นแบบใดแบบหนึ่งก็มีเช่นกัน
เครื่องดนตรีกาเมลัน

ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์เช่ือว่าเกาะชวาเป็นดินแดนท่ีมีความเจริญในด้านการผลิตโลหะต่าง
ๆ ออกมาเป็นเคร่ืองใช้ต่าง ๆ รวมทั้งเคร่ืองดนตรีด้วยดังนน้ั เคร่ืองดนตรีท่ีเป็นโลหะชนิดต่าง ๆ
จึงเป็นเคร่ืองดนตรีหลักของวงกาเมลัน เช่นฆ้องเด่ียว ฆ้องชุด ระนาดโลหะฉาบ เคร่ืองดนตรีที่เหลือก็เป็นพวกขลุ่ยไม้ไผ่
ระนาดไม้เครื่องสายสาหรับดีดและสี เคร่ืองประกอบจังหวะต่าง ๆ เช่น กลอง
และนักร้องอีกจานวนหนึ่ง

ตัวอยา่ งคร๊ปิ วดี ีโอประกอบการสอน

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3

รายวชิ า ศ22๑๐1 ศลิ ปศึกษา(ดนตรี) หน่วยการเรียนรู้ที่ 3เรือ่ งความรทู้ ่วั ไปเกี่ยวกับดนตรไี ทย
เวลา 2 ชั่วโมง

ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖5

รายวชิ าพนื้ ฐาน

๑.มาตรฐานการเรยี นรตู้ วั ช้วี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ศ ๒.๑เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณ์คุณค่าดนตรี
ถ่ายทอดความรู้สกึ ความคดิ ต่อดนตรีอย่างอิสระ ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ช้ ในชวี ิตประจาวัน

ศ๒.๒เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณค่าของดนตรีท่ี เปน็
มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่ ภูมิปญั ญาไทยและสากล

ตัวชี้วดั (ศ2.1 ม2/5 ) อ่าน เขียน รอ้ งโนต้ ไทยและโน้ตสากลท่มี ีเครื่องหมายแปลงเสียง

(ศ2.1 ม2/3) ระบปุ จั จยั สาคญั ท่ืมีอิทธพิ ลต่อดนตรีไทย
๒.สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

ดนตรเี ป็นส่วนหน่งึ ของวฒั นธรรม ดนตรมี มี าคกู่ บั ประวตั สิ าสตร์ ดนตรเี ป็นเครอ่ื งสะทอ้ นมรดกทาง
วฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ในแต่ละท่ี

โน้ตดนตรเี ป็นสญั ลกั ษณ์แทนเสยี งทผ่ี ปู้ ระพนั ธถ์ ่ายทอดผ่านการเขยี นใหผ้ อู้ ่านปฎบิ ตั ไิ ดต้ ามทผ่ี ปู้ ระพนั ธ์
ตอ้ งการถ่ายทอด
๓. สาระการเรียนรู้

๓.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑) เครอ่ื งหมายและสญั ลกั ษณ์ทางดนตรี
๒) เหตุการณ์ในประวตั ศิ าสตรก์ บั การเปลย่ี นแปลงทางดนตรไี ทย

๓.๒ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่

๔.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)

๔.๑.นักเรียนรแู้ ละเข้าใจสาเหตุที่ทาให้มีการเปลีย่ นแปลงทางดนตรไี ทย

๔.๒นกั เรยี นรู้และเขา้ ใจโนต้ ดนตรีไทย

ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process)

- นักเรียนอธิบายสาเหตทุ ีท่ าให้มกี ารเปลย่ี นแปลงทางดนตรไี ทย
- นักเรียนอ่านโน้ตดนตรไี ทย

ด้านคณุ ลักษณะ (Attitude)

นกั เรียนมีคุณลักษณะใฝเ่ รียนรู้ , มรี ะเบียบวนิ ยั , มุง่ มนั่ ในการทางาน

๕.มาตรฐานด้านลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)

ขอ้ ท่ี ๓ ใฝเ่ รยี นรู้

ขอ้ ที่ ๔ มรี ะเบยี บวนิ ยั

ขอ้ ที่ ๖ มุง่ มนั่ ในการทางาน

๖.มาตรฐานดา้ นการอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน

การอ่าน : การอ่านเพอื่ ความเขา้ ใจ

การคิดวเิ คราะห์ : วิเคราะห์ขอ้ มลู ทีส่ ืบคน้

การเขยี น : เขียนสรปุ ข้อมูลที่สืบค้นและสนใจ

๗.ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

ความสามารถในการสอื่ สาร : แลกเปลี่ยนความรรู้ ่วมกนั กับสมาชิกในกลุ่มและเพ่ือนในหอ้ ง

ความสามารถในการคดิ : การวางแผนการทางานและกระบวนการคิดทส่ี ร้างสรรค์

ความสามารถในการแกป้ ัญหา : กระบวนการแกป้ ัญหาขณะปฏบิ ัติงาน

ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ : การทางานรว่ มกับผ้อู น่ื อยา่ งเป็นระบบ

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : กระบวนการสืบคน้ ข้อมูลที่สนใจและช่ืนชอบ

๘.การบรู ณการ

๙.ช้ินงาน ภาระงานเพือ่ การวดั และประเมนิ ผล

หลักฐานการเรียนรู้ วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
(ชน้ิ งาน/ภาระงาน)
-ประเมนิ ผลจาก แบบประเมินผล ผา่ นเกณฑ์
ด้านความรู้ (K) แบบทดสอบ (RUBRIC) ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป
แบบทดสอบในโปรแกรม google
-ประเมนิ ผลงานและ แบบประเมนิ ผล ผ่านเกณฑ์ระดบั
classroom กระบวนการ (RUBRIC) คณุ ภาพ ระดับ ๓
ปฏบิ ตั งิ าน
ด้านทักษะกระบวนการ (P) แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑร์ ะดบั
อธบิ ายคา่ นยิ มและความเช่ือเกยี่ วกบั -ประเมนิ คุณลักษณะ (RUBRIC) คณุ ภาพ ระดบั ๓
อันพึงประสงค์
ดนตรี

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
พฤติกรรมนักเรียน

๑๐. กิจกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั ตอน

๑. ๑) ครถู ามนกั เรียนวา่ ”เราจะบรรเลงดนตรีตามทค่ี นประพนั ธ์แตง่ ไดอ้ ย่างไรบา้ ง”
ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรียน ๒) ครอู ธบิ ายลกั ษณะการเขียนโนต้ ดนตรีไทย

๒. ๑) ครูเปดิ youtube เทคนคิ การบรรเลงดนตรีไทยในแบบต่าง ๆ ให้นักเรียนดู
ข้ันกจิ กรรมการเรยี น ๒) ครใู ห้นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายลกั ษณะการใชเ้ ทคนิคการบรรเลงดนตรไทย
๓) ครูเปิด) youtube คาพูดในภาพยนต์เรื่องโหมโรงท่ีมีผลต่อความเปลี่ยนแปลงทาง
การสอน ดนตรีไทยให้นกั เรยี นดู
๔) ครใู หน้ ักเรียนร่วมกนั อภิปรายสาเหตทุ ่ีอาจทาใหด้ นตรีไทยหายไปจากประเทศไทย

๓. ๑) นักเรียน ครู รว่ มกนั สรปุ สรุปกิจกรรมการเรียนร้รู ว่ มกนั และประเมินผลงาน
ขน้ั สรุป ๒) ครูรวบรวมผลการประเมินตรวจสอบผลการเรียนรู้เพ่ือนาไปพัฒนาการเรียนการ
(ความคดิ รวบยอด/ สอน
สาระสาคัญ) ๓) ครูแนะนานักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากระบบการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ )
google classroom โดยท่ีครูผู้สอนได้ลงข้อมูลเรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทยเดิมไว้ให้
นกั เรยี นศึกษาแลว้

๑๑. ส่ือ วัสดุ อปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
๑) เอกสารประกอบกกิจกรรมการเรียนรู้
๒) youtube ประกอบการสอน
๓) โปรแกรม google classroom ประกอบการสอน

๑๒.เกณฑ์การประเมนิ ความรู้/ทกั ษะกระบวนการ/คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

รายการประเมนิ คาอธิบายคณุ ภาพ (RUBRIC)

ความรู้ (K) ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
(๓ คะแนน) (๐ คะแนน)
ทักษะ ความรู้ความเข้าใจจากการ (๒ คะแนน) (๑ คะแนน)
กระบวนการ (P) ทาแบบทดสอบไดถ้ ูกต้อง ขาดความรคู้ วาม
ความรู้ความเขา้ ใจจาก ความรคู้ วามเขา้ ใจ เขา้ ใจจากการเขยี น
ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึง ทัง้ หมด
ประสงค์ (A) ทาแบบทดสอบถูกต้อง จากการทา บรรยายชน้ิ งาน
อ่านโนต้ เพลงสมบรู ณ์ครบ เก่ยี วกับการอ่านโนต้
ตามเกณฑก์ ารพจิ ารณาทุก แบบทดสอบได้
อา่ นโนต้ เพลงตาม
ตวั บง่ ชี้ อา่ นโนต้ เพลงตามเกณฑ์ อ่านโนต้ เพลงตาม เกณฑ์
การพจิ ารณา ๕ ตัวบง่ ช้ี เกณฑ์
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรม การพิจารณาตา่ กว่า
อย่างสม่าเสมอ ปฏบิ ัติหรือแสดง การพิจารณา ๓-๔ ๓ตวั บ่งช้ี
พฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ตวั บง่ ช้ี
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดง
ปฏบิ ัตหิ รือแสดง พฤติกรรมน้อยครงั้
พฤติกรรมบางครง้ั

การประเมินตามสภาพจริง (RUBRIC) เรอื่ ง คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)

รายการประเมิน ดมี าก (๓ คะแนน) คาอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน ปรับปรงุ (๐ คะแนน)
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์(A) ปฏบิ ตั ิหรือแสดง ดี (๒ คะแนน) พอใช้ (๑ คะแนน) ปฏบิ ัติหรอื แสดง

ขอ้ ที่ ๑ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ปฏิบตั หิ รือแสดง ปฏบิ ัตหิ รอื แสดง
โดยแสดงพฤตกิ รรมดงั นี้ มีความรกั และ

ภมู ใิ จในความเป็นชาติ ปฏิบตั ติ นตาม พฤติกรรมอยา่ ง พฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง พฤติกรรมบางครัง้ พฤตกรรมน้อยคร้ัง
หลักธรรมของศาสนาแสดงออกถึงความ สมา่ เสมอ
จงรกั ภกั ดีตอ่ สถาบันกษัตรยิ ์ ปฏิบัตหิ รอื แสดง ปฏบิ ตั หิ รือแสดง ปฏบิ ัติหรอื แสดง
ปฏบิ ตั ิหรือแสดง พฤติกรรม พฤติกรรม พฤตกิ รรม
ขอ้ ที่ ๒ ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ พฤติกรรมอยา่ ง บ่อยครัง้ บางครัง้ นอ้ ยคร้ัง
โดยแสดงพฤติกรรมดงั น้ี มคี วามซอื่ สัตย์
สจุ รติ ในการตรวจข้อสอบก่อนเรยี นและ สม่าเสมอ ปฏิบัตหิ รอื แสดง ปฏิบตั หิ รอื แสดง ปฏิบตั ิหรอื แสดง
หลงั เรียนของเพื่อนในชนั้ เรยี น พฤติกรรม พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม
ปฏบิ ัติหรือแสดง บ่อยครง้ั บางครง้ั นอ้ ยครั้ง
ข้อที่ ๓ มีวนิ ยั พฤตกิ รรมอยา่ ง
โดยแสดงพฤตกิ รรมดงั นี้ เขา้ เรยี นตรงเวลา ปฏิบตั หิ รือแสดง ปฏบิ ตั ิหรือแสดง ปฏิบัติหรอื แสดง
แต่งกายเรยี บรอ้ ยเหมาระสมกับกาลเทศะ สมา่ เสมอ พฤตกิ รรม พฤติกรรม พฤติกรรม
ปฏบิ ัตติ ามกฏระเบยี บของหอ้ งเรยี นศลิ ปะ บ่อยครงั้ บางครัง้ น้อยครง้ั
และโรงเรียน ปฏิบัติหรือแสดง
พฤตกิ รรมอยา่ ง ปฏิบตั หิ รอื แสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง ปฏบิ ตั ิหรอื แสดง
ข้อที่ ๔ ใฝ่เรยี นรู้ พฤติกรรม พฤตกิ รรม พฤติกรรม
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ แสวงหาข้อมูลจาก สมา่ เสมอ บ่อยครงั้ บางครั้ง นอ้ ยคร้ัง
แหล่งเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึกความรู้
อยา่ งเปน็ ระบบสรุปความรไู้ ด้อย่างมีเหตุผล ปฏบิ ัติหรือแสดง ปฏิบัติหรอื แสดง ปฏิบัติหรือแสดง ปฏิบตั หิ รือแสดง
พฤตกิ รรมอยา่ ง พฤตกิ รรม พฤติกรรม พฤตกิ รรม
ขอ้ ท่ี ๕ อย่อู ย่างพอเพียง บ่อยครง้ั บางคร้ัง น้อยครั้ง
โดยแสดงพฤติกรรมดังน้ี ใช้ทรัพย์สินของ สมา่ เสมอ
ตนเอง เช่น ส่ิงของเคร่ืองใช้ ฯลฯ อย่าง ปฏิบัตหิ รอื แสดง ปฏบิ ตั หิ รอื แสดง ปฏิบตั หิ รือแสดง
ประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รักษาดูแลอย่างดี ปฏิบตั ิหรอื แสดง พฤตกิ รรม พฤตกิ รรม พฤติกรรม
และใช้เวลาอย่างเหมาะสมใช้ทรัพยากรของ พฤตกิ รรมอยา่ ง บอ่ ยครั้ง บางครัง้ นอ้ ยครง้ั
ส่วนรวมอย่างประหยัดคุ้มค่า และเก็บรักษ
ระดูแลอย่างดี ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วย สมา่ เสมอ ปฏิบัตหิ รือแสดง ปฏิบัตหิ รือแสดง ปฏิบัตหิ รือแสดง
ความรอบคอบ มีเหตุผลไม่เอาเปรียบผู้อื่น พฤตกิ รรม พฤติกรรม พฤติกรรม
และไมท่ าใหผ้ ู้อื่นเดอื ดรอ้ นพรอ้ มให้อภัยเม่ือ ปฏบิ ัติหรอื แสดง บ่อยครง้ั บางครั้ง นอ้ ยครั้ง
ผอู้ ่ืนกระทาผิดพลาด พฤติกรรมอยา่ ง

ขอ้ ท่ี ๖ มุ่งมน่ั ในการทางาน สมา่ เสมอ
โดยแสดงพฤติกรรมดังนี้ มีความตั้งใจและ
พยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมายมี ปฏิบตั ิหรอื แสดง
ความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพ่ือ พฤตกิ รรมอยา่ ง
ความสาเรจ็
สม่าเสมอ
ขอ้ ท่ี ๗ รกั ความเปน็ ไทย
โดยแสดงพฤติกรรมดังน้ี มีจิตสานึกในการ
อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาไทย
และเห็นคุณค่าและปฏิบัติตามวัฒนธรรม
ไทย

ขอ้ ท่ี ๘ มจี ิตสาธารณะ
โดยแสดงพฤติกรรมดังน้ี รู้จักการให้เพ่ือ
ส่วนรวมและเพ่ือผู้อ่ืนแสดงออกถึงการมี
น้าใจหรอื การใหค้ วามช่วยเหลือผู้อ่ืนเข้าร่วม
กจิ กรรมบาเพญ็ ตนเพ่ือส่วนรวมเม่อื มโี อกาส


Click to View FlipBook Version