The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dedee8363, 2021-09-29 21:35:05

แผนป6

ilovepdf_merged (6)

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๑

กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ เร่ือง จากผาแตม้ ...สู่อยี ิปต์ เวลา ๘ ชว่ั โมง

เรอื่ ง อ่าน เขียน อา่ นออกเสียงอย่างไรใหถ้ กู ต้อง เวลา ๑ ชวั่ โมง

......................................................................................................................................................

สาระสำคญั

การอา่ นออกเสียงคำท่ีมีพยัญชนะควบกล้ำ จะต้องอ่านออกเสยี งให้ชดั เจน ถกู ต้องตาม

อกั ขรวิธี และบอกความหมายของคำได้

2.ตัวชว้ี ัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 ตวั ชีว้ ดั ท 1.1 ป.6/1 อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
2.2 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
-อ่านออกเสียงคำควบแท้ได้ถูกตอ้ ง

3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง
ประกอบดว้ ย
-คำทม่ี ีพยญั ชนะควบกล้ำ
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่
(พิจารณาตามหลกั สตู รสถานศึกษา)

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทักษะการเปรยี บเทียบ
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบรว่ มมือ : เทคนิคคู่คิด
นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง การอา่ นคำในภาษาไทย

ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น

สือ่ การเรียนรู้ : – เขียนความ คำถามกระตนุ้ ความคิด

นกั เรียนคดิ วา่ การอ่านออกเสยี งในบตั รคำ มีผลต่อการใบ้คำหรอื ไม่ อย่างไร(มีผลต่อการใบค้ ำ เพราะ

หากออกเสยี งผิดจะทำใหค้ วามหมายของคำเปลยี่ นและจะต้อง ใบค้ ำตามคำท่ีได้ยนิ )

ข้ันสอน

สื่อการเรียนรู้ : วงล้อ wordwall นักเรยี นคิดวา่ การอา่ นออกเสยี งคำควบกล้ำใหช้ ดั เจน

ช่วยในการสือ่ สารได้อย่างไร (ช่วยใหส้ อ่ื สารไดต้ รงวตั ถุประสงค์ และมีประสิทธิภาพในการส่อื สาร)

1. นกั เรียนจับคู่กับเพ่ือนที่นงั่ ใกล้กนั แลว้ ช่วยกนั คดิ และรวบรวมคำที่มีลักษณะคลา้ ยกับคำที่

ปรากฏในการเล่นเกม

2. นักเรยี นแตล่ ะคตู่ รวจสอบความถูกต้องของตัวอย่างคำทร่ี วบรวมไว้

3. ครใู หน้ ักเรยี นสังเกตคำท่คี รยู กตวั อย่าง แล้วใหอ้ ่านออกเสยี งและบอกความหมายของคำ

เชน่ คู – ครู กาบ – กราบ พาย – พราย – พลาย

4. ครูให้นกั เรยี นศึกษาความรเู้ รื่อง การอา่ นออกเสยี งคำทีม่ พี ยญั ชนะ ต้น 2 ตัว ออกเสยี งควบ

กลำ้ จากหนงั สอื เรยี น

5. นักเรยี นแต่ละคู่ฝกึ อ่านออกเสียงคำทม่ี ีพยญั ชนะควบกับ ร ล ว

6. ครูสังเกตการอา่ นออกเสียง เพอ่ื ใหส้ ามารถแก้ไขข้อบกพร่องในการอา่ นออกเสยี งของ

นักเรยี นให้ถูกต้อง

7. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

ขน้ั สรุป

การพดู คุยสนทนาในชีวิตประจำวัน จำเป็นท่ีจะตอ้ งออกเสียงคำควบกลำ้ ใหช้ ดั เจนหรอื ไม่

เพราะเหตุใด (จำเป็น เพราะคำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ หากไม่ออกเสียงควบกล้ำจะทำให้ความหมาย

เปลี่ยนไป เชน่ ปลา – ปา กลาย – กาย)

1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ความสำคัญของการอ่านออกเสยี งคำ

ควบกล้ำ จากนั้นรว่ มกนั สรปุ ความสำคัญ และประโยชนข์ องการออกเสยี งคำควบกลำ้ ท่ี

ชัดเจนในการส่อื สาร

3. ครูเสนอแนะใหน้ ักเรยี นอ่านหนงั สือเกีย่ วกบั การออกเสียงคำทมี่ ี พยัญชนะควบกล้ำ เพ่อื

ฝกึ อ่านออกเสยี งใหถ้ ูกต้อง ชัดเจน และคล่องแคลว่ แล้วจดบันทึกความรู้ลงในแบบ

บนั ทึกการอ่าน

๗. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

๗.1 สอื่ การเรียนรู้

1) เกมส์เปิดกล่อง wordwall

๗.2 แหลง่ การเรียนรู้



แบบทดสอบก่อน-หลงั เรยี น เรอ่ื ง อ่านออกเสียงอย่างไรให้ถกู ตอ้ ง

คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนอา่ นออกเสียงคำท่ีกำหนดใหถ้ ูกต้อง

1.พรม้ิ เพรา อา่ นวา่
2.พลาดพลั้ง อา่ นว่า
3.ขรขุ ระ อา่ นว่า
4.ประปราย อ่านว่า
5.ปรบั ปรุง อา่ นวา่
6.กลาดเกล่ือน อา่ นว่า
7.ปลาพร้า อา่ นว่า
8.พลิกแพลง อา่ นวา่
9.ปราชญ์ อา่ นวา่
10.ผลาญ อ่านว่า
11.ขลาด อ่านว่า
12.ตรวจตรา อ่านวา่

แบบบนั ทกึ การประเมินการอ่าน

ประเด็น/คะแนน ความเข้าใจ การจบั ใจความ การรู้ความหมาย รวมคะแนน
เลขท่ี ชื่อ - สกุล 8 สำคัญ 20

84

1 ด.ช.อนุชติ ลุมเหลย่ี ม

2 ด.ช.ฐิติพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พีรวชิ ญ์ ปกพันธ์

4 ด.ช.วฒั นชยั เต้นปกั ษี



ลงชื่อ.........................................................ผู้ประเมิน

(......นายชาลี พูนเทกอง..)
วันท่.ี .........เดือน.................................พ.ศ. .................

ระดบั 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการอา่ น นำ้ หนัก/ คะแนน
คะแนน ความสำคัญ รวม
กปารระปเรดะน็ เมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
321

ความเขา้ ใจ ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม
หลังจากที่ หลงั จากที่ หลงั จากท่ี หลังจากท่ี
อ่านได้ อ่านไดเ้ กือบ อ่านได้ อ่านไดน้ ้อย 2 8
ท้งั หมด ทั้งหมด เลก็ น้อย มาก 2 8

การจับใจความ จับใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ 1 4
สำคญั สำคญั ของ สำคญั ของ สำคญั ของ สำคัญของ 5 20
เ น ื ้ อ ห า ไ ด้ เนือ้ หาได้ เนอื้ หาได้
เนือ้ หาได้ เกอื บ เล็กน้อย นอ้ ยมาก
ท้ังหมด ทัง้ หมด
เมือ่ อา่ นพบ
การรู้ เมือ่ อา่ นพบ เมือ่ อ่านพบ เมือ่ อ่านพบ คำศัพท์ใหม่
ความหมาย คำศัพท์ใหม่ คำศพั ทใ์ หม่ คำศพั ท์ใหม่ สามารถเดา
คำศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา ความหมาย
ความหมาย ความหมาย ความหมาย คำศัพท์จาก
คำศพั ทจ์ าก คำศพั ท์จาก คำศัพท์จาก บริบทได้นอ้ ย
บริบทได้ บริบทได้ บรบิ ทได้ มาก
ทั้งหมด เกอื บ เล็กนอ้ ย
ทั้งหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและชมุ ชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ ์และพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พ่ือนดา้ นความซ่ือสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของใหผ้ ้อู ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พนู เทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครูประจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๒

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง จากผาแต้ม...สอู่ ยี ิปต์ เวลา ๘ ช่ัวโมง

เร่อื ง คำควบกล้ำไม่แท้ เวลา ๑ ช่ัวโมง

................................................................................................................................................................

1. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การอา่ นออกเสยี งคำควบกล้ำในภาษาไทย จะต้องเขา้ ใจหลักการอา่ นออกเสียงคำควบแท้และควบ

ไมแ่ ท้ จงึ จะออกเสียงได้ถกู ต้อง ชัดเจน

2. ตัวชีว้ ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ชีว้ ดั
ท 1.1 ป.6/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
2.2 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- อา่ นออกเสยี งคำควบไมแ่ ทไ้ ด้ถกู ต้อง

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
 การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง

ประกอบดว้ ย

- คำท่มี ีพยญั ชนะควบกลำ้
3.2 สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถน่ิ

(พิจารณาตามหลกั สตู รสถานศึกษา)

4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการเปรียบเทียบ
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้นั ท่ี ๑

1. ครเู ขยี นตัวอย่างคำควบไม่แท้บนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรียนอ่าน ออกเสียงพร้อมกนั ตามความ
เข้าใจ หากนกั เรยี นอ่านออกเสียง ต่างกนั ให้แสดงเหตผุ ลประกอบด้วย เช่น

ศรัทธา เศร้า สระ จริง ศรี
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด

ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา

ครูให้นกั เรียนแตล่ ะคู่ (คู่เดิมจากแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1) ช่วยกนั ศกึ ษาความร้เู ร่ือง การอา่ น
ออกเสยี งคำท่มี ีพยัญชนะต้น 2 ตวั ออกเสยี งแต่ตัวหน้า และคำที่มี ทร เปน็ พยัญชนะตน้ ออกเสียง
เป็น ซ จากหนงั สือเรยี น

ขั้นท่ี ๓ ตรวจสอบผล

ส่ือการเรยี นรู้ : ตวั อย่างบทกลอน

1. นักเรียนอา่ นออกเสยี งคำควบไมแ่ ท้ในตัวอยา่ งบทกลอน

เศรษฐีประเสริฐสรา้ ง อาศรม เสรจ็ เฮย
เสริมส่งศรทั ธานิยม สร่างเศร้า
สรอ้ ยศรสี ระสรงผม
แสร้งโศรกกำสรวลเย้า กำสรด สิน้ แฮ
เลน่ ไซรไ้ ปจ่ ริง

ทรวดทรวงทราบทรามทราย ทรุดโทรมหมายนกอนิ ทรี
มัทรีอนิ ทรยี ม์ ี เทริดนนทรพี ุทราเพรา
ทรวงไทรทรัพยแ์ ทรกวัด โทรมมนสั ฉะเชิงเทรา
ตวั ทร เหล่าน้เี รา ออกสำเนยี งเปน็ เสยี ง ซ

2. ครปู ระเมนิ การอ่านออกเสยี งของนักเรียน และเสนอแนะให้ปรับปรุง
แกไ้ ขส่วนท่ีบกพร่อง เพอ่ื ให้สามารถพัฒนาการอ่านใหด้ ีย่งิ ข้ึน

๗. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
๗.1 สื่อการเรียนรู้
1) CANVA/live worksheet
2) ตัวอย่างบทกลอน
๗.2 แหล่งการเรยี นรู้

บนั ทกึ การประเมินการอา่ น

ประเด็น/คะแนน ความเขา้ ใจ การจับใจความ การรคู้ วามหมาย รวมคะแนน
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ 8 สำคญั 20

84

1 ด.ช.อนชุ ิต ลมุ เหลยี่ ม

2 ด.ช.ฐิติพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พรี วิชญ์ ปกพนั ธ์

4 ด.ช.วฒั นชยั เตน้ ปักษี



ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน

(......นายชาลี พนู เทกอง..)
วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................

ระดบั 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการอา่ น นำ้ หนัก/ คะแนน
คะแนน ความสำคัญ รวม
กปารระปเรดะน็ เมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
321

ความเขา้ ใจ ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม
หลังจากที่ หลงั จากที่ หลงั จากท่ี หลังจากท่ี
อ่านได้ อ่านไดเ้ กือบ อ่านได้ อ่านไดน้ ้อย 2 8
ท้งั หมด ทั้งหมด เลก็ น้อย มาก 2 8

การจับใจความ จับใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ 1 4
สำคญั สำคญั ของ สำคญั ของ สำคญั ของ สำคัญของ 5 20
เ น ื ้ อ ห า ไ ด้ เนือ้ หาได้ เนอื้ หาได้
เนือ้ หาได้ เกอื บ เล็กน้อย นอ้ ยมาก
ท้ังหมด ทัง้ หมด
เมือ่ อา่ นพบ
การรู้ เมือ่ อา่ นพบ เมือ่ อ่านพบ เมือ่ อ่านพบ คำศัพท์ใหม่
ความหมาย คำศัพท์ใหม่ คำศพั ทใ์ หม่ คำศพั ท์ใหม่ สามารถเดา
คำศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา ความหมาย
ความหมาย ความหมาย ความหมาย คำศัพท์จาก
คำศพั ทจ์ าก คำศพั ท์จาก คำศัพท์จาก บริบทได้นอ้ ย
บริบทได้ บริบทได้ บรบิ ทได้ มาก
ทั้งหมด เกอื บ เล็กนอ้ ย
ทั้งหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและชมุ ชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ ์และพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พ่ือนดา้ นความซ่ือสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของใหผ้ ้อู ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พนู เทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครูประจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓

กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๑ เรอื่ ง จากผาแต้ม...สอู่ ียิปต์ เวลา ๘ ชว่ั โมง

เร่อื ง การอา่ นออกเสยี งคำที่มีอกั ษรนำ เวลา ๑ ชั่วโมง

............................................................................................................................. ...................................

1. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การอา่ นออกเสยี งคำที่อกั ษรนำ ต้องอ่านออกเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวธิ ี และบอกความหมาย

ของคำได้

2. ตัวชวี้ ัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ตัวชวี้ ดั
ท 1.1 ป.6/1 อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
2.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อ่านออกเสยี งคำท่ีมีอักษรนำได้ถกู ต้อง

3. สาระการเรียนรู้
3.2 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
 การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง

ประกอบด้วย

- คำทมี่ ีอักษรนำ
3.2 สาระการเรียนรูท้ ้องถ่ิน

(พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทักษะการเปรยี บเทียบ
4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ครนู ำภาพหนอนมาแสดงท่ีหน้าชั้นเรียน แล้วให้ตวั แทนนักเรียนออกมาเขยี นชอื่ เรยี กสตั วใ์ น
ภาพ จากน้ันถามนกั เรียนวา่ กลัวหนอนหรอื ไม่ หากนักเรยี นกลัวครจู ะให้ช่วยกนั ทำใหห้ นอน
หายไป

2. ครูแจง้ ให้นักเรียนทราบว่าจะให้นกั เรยี นทกุ คนร่วมกันเล่นเกม ปรศิ นาอกั ษรนำ

3. ครูให้นักเรยี นทำใบงานท่ี 3.1 เรื่อง การอา่ นออกเสียงคำท่ีมอี ักษรนำ เมือ่ ทำเสรจ็ แล้วให้

ตรวจสอบความถูกต้อง และแลกเปล่ยี นใบงานกันตรวจกับคู่ของตนเอง ตามที่ได้ร่วมกนั เฉลย

คำตอบรว่ มกันกบั ครู

๗. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
๗.1 สือ่ การเรียนรู้
1) วงล้อ wordwall
๗.2 แหลง่ การเรียนรู้

แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน การอ่านออกเสียงคำท่มี ีอักษรนำ

คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนเขยี นคำอ่านจากคำที่กำหนดให้ และฝึกอา่ นออกเสยี ง

1. ฉมวก อ่านว่า
2. ฝรง่ั อ่านวา่
3. กนก อ่านว่า
4. ปรอท อา่ นว่า
5. อร่อย อา่ นวา่
6. ผลึก อ่านวา่
7. สวสั ดี อ่านวา่
8. ตลอด อา่ นวา่
9. สมทุ ร อ่านวา่
10. ผนวช อา่ นว่า

บนั ทกึ การประเมินการอา่ น

ประเด็น/คะแนน ความเขา้ ใจ การจับใจความ การรคู้ วามหมาย รวมคะแนน
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ 8 สำคญั 20

84

1 ด.ช.อนชุ ิต ลมุ เหลยี่ ม

2 ด.ช.ฐิติพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พรี วิชญ์ ปกพนั ธ์

4 ด.ช.วฒั นชยั เตน้ ปักษี



ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน

(......นายชาลี พนู เทกอง..)
วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................

ระดบั 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการอา่ น นำ้ หนัก/ คะแนน
คะแนน ความสำคัญ รวม
กปารระปเรดะน็ เมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
321

ความเขา้ ใจ ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม
หลังจากที่ หลงั จากที่ หลงั จากท่ี หลังจากท่ี
อ่านได้ อ่านไดเ้ กือบ อ่านได้ อ่านไดน้ ้อย 2 8
ท้งั หมด ทั้งหมด เลก็ น้อย มาก 2 8

การจับใจความ จับใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ 1 4
สำคญั สำคญั ของ สำคญั ของ สำคญั ของ สำคัญของ 5 20
เ น ื ้ อ ห า ไ ด้ เนือ้ หาได้ เนอื้ หาได้
เนือ้ หาได้ เกอื บ เล็กน้อย นอ้ ยมาก
ท้ังหมด ทัง้ หมด
เมือ่ อา่ นพบ
การรู้ เมือ่ อา่ นพบ เมือ่ อ่านพบ เมือ่ อ่านพบ คำศัพท์ใหม่
ความหมาย คำศัพท์ใหม่ คำศพั ทใ์ หม่ คำศพั ท์ใหม่ สามารถเดา
คำศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา ความหมาย
ความหมาย ความหมาย ความหมาย คำศัพท์จาก
คำศพั ทจ์ าก คำศพั ท์จาก คำศัพท์จาก บริบทได้นอ้ ย
บริบทได้ บริบทได้ บรบิ ทได้ มาก
ทั้งหมด เกอื บ เล็กนอ้ ย
ทั้งหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและชมุ ชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ ์และพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พ่ือนดา้ นความซ่ือสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของใหผ้ ้อู ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พนู เทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครูประจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เรื่อง จากผาแต้ม...สู่อียิปต์ เวลา ๘ ชัว่ โมง

เร่ือง การอา่ นออกเสยี งคำท่ีมตี ัวการันต์ เวลา ๑ ช่วั โมง

......................................................................................................................................................

1. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การอา่ นออกเสยี งคำที่มตี ัวการันต์ ผอู้ ่านจะต้องสงั เกตเครื่องหมายทัณฑฆาตท่กี ำกับอยู่ และรู้

หลักการอ่านทถี่ ูกตอ้ ง

2. ตัวชว้ี ดั /จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ป.6/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- อา่ นออกเสียงคำท่ีมตี วั การนั ต์ไดถ้ ูกต้อง

3. สาระการเรียนรู้
3.3 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
 การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง

ประกอบดว้ ย

- คำท่มี ตี ัวการันต์
3.2 สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิ่น

(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการเปรียบเทียบ
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้

1. ครเู ขยี นเคร่ืองหมายทณั ฑฆาต ( -์ ) บนกระดานหน้าชนั้ เรียน แล้วให้นกั เรียนบอกช่ือ
เคร่อื งหมาย จากน้นั ให้ยกตวั อยา่ งช่อื เพ่อื น ท่ีมเี ครื่องหมายทัณฑฆาตปรากฏอยู่
2. ครูถามนักเรียนว่า คำที่มเี คร่ืองหมายทัณฑฆาตกำกบั อยู่ นักเรียน

มหี ลกั ในการอา่ นอย่างไรครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ให้นักเรยี นทราบว่า ตวั การันต์ หมายถึง
พยญั ชนะ ทม่ี ีเคร่ืองหมายทัณฑฆาต ( -์ ) กำกบั อยู่ เวลาอา่ น ออกเสียงไม่ต้องอ่านตัว
การันต์ ซึ่งเครื่องหมายทณั ฑฆาต ( -์ ) ใช้เขียนไวบ้ นตัวอักษร เพ่ือบังคับไม่ใหอ้ อกเสยี ง
ตัวอักษรนัน้ ๆ
3. ครเู ขยี นคำบนกระดาน แลว้ ถามนักเรียนวา่ คำท่ขี ดี เส้นใต้อา่ น
ออกเสียงอยา่ งไร และเปน็ คำทม่ี คี วามหมายเดยี วกันหรอื ไม่ อย่างไร

สัตว์ สัตวแพทย์

4. ครใู หน้ ักเรยี นอ่านออกเสียง และแสดงความคดิ เห็นว่า เหตุใดจึงอา่ นออกเสยี งเช่นนัน้
5. ครูแจกพจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542 ให้นกั เรียนช่วยกันหาความหมาย

ของคำ และคำอ่านทถี่ ูกตอ้ ง พรอ้ มจดบันทึกข้อมูลลงในสมุด
6. ครอู ธบิ ายให้เข้าใจวา่ คำที่ขดี เส้นใตน้ ัน้ มีความหมายเหมือนกนั แตอ่ ่านตา่ งกัน ดังน้ี

- สัตว์ อ่านออกเสยี งว่า สดั ตัวอักษร ว มีเคร่ืองหมายทัณฑฆาต กำกบั อยู่ เวลา
อา่ นออกเสียงจึงไม่ตอ้ งอ่านออกเสยี งตัว ว
- สตั วแพทย์ อ่านออกเสียงว่า สดั -ตะ-วะ-แพด เพราะคำว่า

สตั ว ไม่มเี ครื่องหมายทณั ฑฆาตกำกบั อยู่ เวลาอ่านจงึ อา่ น
ออกเสยี งท้ัง 3 ตวั อักษรว่า สดั -ตะ-วะ
ขนั้ สอน

ส่ือการเรยี นรู้ : 1. หนงั สอื เรียน หลักภาษาฯ ป.6
2. พจนานกุ รม
3. บัตรคำ

1. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การอา่ นออกเสยี งคำที่มตี ัวการันต์ จากหนังสอื เรยี น
2. ครใู ห้นกั เรียนจับคู่เดมิ แลว้ ชว่ ยกนั รวบรวมคำท่ีมีตัวการนั ต์ คลู่ ะ 5 คำ พร้อม

ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการสะกดคำ และหาคำตอบในประเดน็ ท่คี รูกำหนด ดงั น้ี
1) พยัญชนะท่ีมีเคร่ืองหมายทัณฑฆาตกำกบั อย่ใู นตำแหนง่ ใด
2) หลงั พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดอา่ นออกเสยี งหรือไม่ อย่างไร
3. ครนู ำบตั รคำท่ีมีตวั การันต์มาแจกให้นกั เรยี นคู่ละ 1 บตั รคำ จากนัน้
ให้นักเรยี นอา่ นออกเสยี งและหาความหมายของคำจากพจนานกุ รม
ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542

4. นักเรียนพจิ ารณาลกั ษณะของบตั รคำที่ตนเองได้รับว่า มีลักษณะอยา่ งไร จากนั้นให้
รวมกลุม่ กบั เพ่ือนคู่อ่ืนตามลกั ษณะของบัตรคำท่ไี ดร้ บั

5. ครูและนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบลักษณะของคำท่ีใชเ้ คร่ืองหมายทณั ฑฆาต ดงั นี้
1) พยญั ชนะที่มเี คร่ืองหมายทัณฑฆาตกำกับ
2) พยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตกำกบั และมีพยญั ชนะซงึ่ ไม่ใชต่ วั สะกดอยู่
ขา้ งหน้า
3) พยัญชนะท้ายพยางค์ที่มีสระและมีเคร่ืองหมายทัณฑฆาตกำกับ

6. นักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ

ขน้ั สรปุ

สื่อการเรยี นรู้ : ใบงานที่ 4.1

1. นกั เรียนรว่ มกันสรปุ ลกั ษณะของคำทีใ่ ชเ้ คร่ืองหมายทัณฑฆาตกำกับโดยมี
แนวทางในการสรปุ ดังน้ี
1) ใชก้ ำกับพยญั ชนะตัวเดยี ว
2) ใช้กำกับพยญั ชนะมากกวา่ 1 ตวั
3) ใชก้ ำกบั พยญั ชนะและสระ

2. นักเรียนทำใบงานท่ี 4.1 เรอื่ ง การอา่ นออกเสยี งคำท่ีมตี ัวการันต์ เมื่อ
นกั เรียนทำใบงานเสร็จแลว้ ใหต้ รวจความเรยี บร้อยก่อนนำส่งครู

๗. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
๗.1 สื่อการเรยี นรู้
1) บัตรคำ
2) ใบงาน Live Worksheet
๗.2 แหลง่ การเรียนรู้

บตั รคำท่ีมตี วั การนั ต์ ประสงค์
วิจารณ์
กาฬสินธุ์ สิงห์
สงฆ์ แพทย์
การันต์ พนั ธุ์
องค์ วนั จนั ทร์
สวัสด์ิ ปฏิสังขรณ์
พระลกั ษมณ์
เวียงจันทน์ อนรุ กั ษ์
รื่นรมย์

แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
เรือ่ ง การอ่านออกเสียงคำทม่ี ตี ัวการันต์

คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนระบพุ ยัญชนะท่เี ป็นตวั การนั ต์ และเขียนคำอา่ นของคำท่ีกำหนดให้

คำทม่ี ตี ัวการันต์ พยัญชนะทเ่ี ปน็ ตัวการนั ต์ อา่ นวา่

1. ลิฟต์

2. สตั ว์

3. คอนเสิร์ต

4. ศาสตร์

5. ลักษณ์

6. ฤทธ์ิ

7. บาทบงสุ์

8. รามเกียรติ์

9. จันทน์

10. พักตร์

บนั ทกึ การประเมินการอา่ น

ประเด็น/คะแนน ความเขา้ ใจ การจับใจความ การรคู้ วามหมาย รวมคะแนน
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ 8 สำคญั 20

84

1 ด.ช.อนชุ ิต ลมุ เหลยี่ ม

2 ด.ช.ฐิติพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พรี วิชญ์ ปกพนั ธ์

4 ด.ช.วฒั นชยั เตน้ ปักษี



ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน

(......นายชาลี พนู เทกอง..)
วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................

ระดบั 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการอา่ น นำ้ หนัก/ คะแนน
คะแนน ความสำคัญ รวม
กปารระปเรดะน็ เมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
321

ความเขา้ ใจ ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม
หลังจากที่ หลงั จากที่ หลงั จากท่ี หลังจากท่ี
อ่านได้ อ่านไดเ้ กือบ อ่านได้ อ่านไดน้ ้อย 2 8
ท้งั หมด ทั้งหมด เลก็ น้อย มาก 2 8

การจับใจความ จับใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ 1 4
สำคญั สำคญั ของ สำคญั ของ สำคญั ของ สำคัญของ 5 20
เ น ื ้ อ ห า ไ ด้ เนือ้ หาได้ เนอื้ หาได้
เนือ้ หาได้ เกอื บ เล็กน้อย นอ้ ยมาก
ท้ังหมด ทัง้ หมด
เมือ่ อา่ นพบ
การรู้ เมือ่ อา่ นพบ เมือ่ อ่านพบ เมือ่ อ่านพบ คำศัพท์ใหม่
ความหมาย คำศัพท์ใหม่ คำศพั ทใ์ หม่ คำศพั ท์ใหม่ สามารถเดา
คำศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา ความหมาย
ความหมาย ความหมาย ความหมาย คำศัพท์จาก
คำศพั ทจ์ าก คำศพั ท์จาก คำศัพท์จาก บริบทได้นอ้ ย
บริบทได้ บริบทได้ บรบิ ทได้ มาก
ทั้งหมด เกอื บ เล็กนอ้ ย
ทั้งหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและชมุ ชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ ์และพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พ่ือนดา้ นความซ่ือสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของใหผ้ ้อู ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พนู เทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครูประจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๕

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ เร่อื ง จากผาแต้ม...สู่อียิปต์ เวลา ๘ ชั่วโมง

เรื่อง การเขียนอกั ษรย่อและคำย่อ เวลา ๑ ชว่ั โมง

......................................................................................................................................................

1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การอา่ นอกั ษรย่อ และคำย่อ จะต้องมีความรู้คำเต็มของอักษรยอ่ หรอื คำยอ่ นนั้ จึงจะสามารถอ่าน

และบอกความหมายของคำได้

2. ตัวชีว้ ัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 ตวั ช้ีวัด
ท 1.1 ป.6/1 อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
2.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- อ่านออกเสยี งอักษรย่อ และคำย่อได้ถกู ต้อง

3. สาระการเรียนรู้
3.4 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
 การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง

ประกอบด้วย

- อกั ษรย่อ
3.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน

(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทักษะการเปรยี บเทยี บ
3) ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นที่ สอน สังเกต ตระหนกั สือ่ การเรยี นรู้ : หนังสอื พิมพ์
1. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
2. ครูนำพาดหัวข่าวหนงั สือพิมพ์ท่ีมีตัวย่อง่ายๆ มาใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันอ่านพาดหัวข่าว และเขยี นคำ
อา่ น พร้อมบอกความหมายของ พาดหัวขา่ วท่ีไดร้ ับลงในกระดาษท่คี รูแจกให้
3. ครใู หต้ ัวแทนนกั เรยี น 2-3 คน ออกมาอา่ นพาดหัวข่าว พร้อมบอความหมาย ครูตรวจสอบความ
ถกู ต้อง หากนักเรยี นอา่ นและบอก ความหมายผิดครูแจง้ ใหแ้ ก้ไขใหถ้ กู ต้อง
4. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ ว่า เหตใุ ดการพาดหัวขา่ วของหนงั สือพิมพ์ มักจะใช้ตัวยอ่
5. ครใู หน้ ักเรยี นยกตัวอยา่ งอกั ษรยอ่ และคำยอ่ ทพ่ี บไดบ้ ่อยในชวี ติ ประจำวัน จากน้ันครเู ขียน
รวบรวมบนกระดานหนา้ ชั้นเรีย เช่น ร.ร. ผอ. อบต. โทร.
6. นักเรียนชว่ ยกนั อา่ นคำเต็มของอักษรยอ่ และคำย่อตา่ งๆ ครูตรวจสอบความถูกต้อง
7. นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นว่า อกั ษรย่อ และคำยอ่ จะชว่ ยในการเขยี นสื่อสารได้อย่างไร

ข้ันสรุป
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกบั หลักในการเขียนอักษรย่อ และคำยอ่
2. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

๗. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
๗.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) บตั รคำ
2) ใบงาน Live Worksheet
๗.2 แหล่งการเรียนรู้

แบบทดสอบก่อน-หลงั เรยี น เรอ่ื ง การเขยี นอักษรย่อและคำย่อ

คำชแี้ จง ให้นักเรยี นเขียนคำเต็มของคำย่อในประโยคใหถ้ ูกต้อง
1. นางนพมาศ ทองวิทยาพร เปน็ ผอ. รร. อักษรวิทย์
2. นิลบุ ล ทำงานที่ อบต. หัวนา อ. เขมราฐ จ. อบุ ลราชธานี
3. เม่อื เวลา 10.00 น. ด.ญ. รสา เดนิ ไปสง่ จม. ทต่ี ู้ ปณ.
4. อ. ชวู ทิ ย์ โทร. แจง้ วา่ คณะ นร. จาก รร. อกั ษรวทิ ย์ กำลังจะเดนิ ทางมาถึงแลว้
5. เดอื น ก.พ. เปน็ ชว่ งฤดูหนาว นพ. ประจำ รพ. จงึ แจง้ เตือนให้ระมดั ระวงั โรคหวดั
6. ด.ญ. ฟ้าใส กบั ด.ช. ม่านหมอก เดินทางลงจากภเู ขาเพ่ือไป รร. วนั ละ 10 กม.
7. จนท. หอ้ งสมุด ขอใหน้ ักเรียนแสดงบัตรก่อนเขา้ ห้องสมุด

8. รศ. อัญชนั ขอให้ นศ. ทุกคนตงั้ ใจเรยี นเพ่ืออนาคตท่ีดีทีก่ ำลงั รออยู่

9. งานแข่งขนั ฟตุ บอลปีนีม้ ี ส.ห. เขา้ มารักษาความปลอดภยั ให้คนทีไ่ ปรว่ มงานมั่นใจมาก
ยิง่ ขนึ้

10. ภ. เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร ให้ความรู้ทางดา้ นประวตั ิศาสตรแ์ กผ่ ู้ชม

บนั ทึกการประเมนิ การเขยี น

ประเด็น/คะแนน การใชภ้ าษา เน้ือหา รวมคะแนน
8 20
เลขท่ี 12
ชอื่ - สกลุ

1 ด.ช.อนุชติ ลุมเหล่ยี ม

2 ด.ช.ฐติ ิพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พรี วิชญ์ ปกพันธ์

4 ด.ช.วัฒนชยั เตน้ ปกั ษี



ลงชอ่ื .........................................................ผู้ประเมนิ

(......นายชาลี พูนเทกอง..)
วันที่..........เดอื น.................................พ.ศ. .................

เกณฑก์ ารให้คะแนนการเขียน

ระดับคะแนน 4 เกณฑ์การให้คะแนน นำ้ หนัก/ คะแนน
ประเด็น 32 1 ความสำคัญ รวม
การประเมิน

การใช้ภาษา การสะกด การสะกด สะกดคำผดิ สะกดคำผดิ 3 12
เน้อื หา คำศพั ท์ คำศัพทผ์ ดิ มาก แตพ่ อ มาก
ถกู ตอ้ ง เล็กนอ้ ย พอ เดา เขียนรูป 2 8
การเลอื กใช้ เดาวามหมาย ความหมาย ประโยคไม่ 5 20
คำ ได้เขียนรูป ได้รูปประโยค ถูกต้อง ไม่มี
ตรงกับเน้ือหา ประโยคผดิ ผดิ พลาดมาก เคร่อื งหมาย
ประโยค หลัก เครือ่ งหมาย วรรคตอน
ถกู ตอ้ ง ไวยากรณ์ วรรคตอนไม่
มเี ครื่องหมาย เลก็ นอ้ ย ครบหรือไม่
วรรคตอนท่ี เครือ่ งหมาย ถูกต้อง
ถกู ต้อง วรรคตอนผดิ
เล็กนอ้ ย

มีรายละเอยี ด รายละเอียด มีรายละเอียด มีรายละเอยี ด
เนือ้ หาตรง ของเนื้อหา ของเนอ้ื หา ของเน้อื หา
กบั ลักษณะที่ มากแต่ยังไม่ น้อย น้อยมาก
กำหนดมาก ครอบคลมุ
ท่สี ุด ท้ังหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พื่อนดา้ นความซื่อสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรียนรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของให้ผู้อ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พูนเทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครปู ระจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๖

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ เร่อื ง จากผาแต้ม...สูอ่ ียิปต์ เวลา ๘ ช่วั โมง

เรอื่ ง การอา่ นเคร่ืองหมายวรรคตอน เวลา ๑ ชว่ั โมง

......................................................................................................................................................

1. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

เครือ่ งหมายวรรคตอนใชป้ ระกอบการเขียน เพ่ือช่วยในการส่ือความหมายให้ชดั เจนและเขา้ ใจ

ความหมายมากยงิ่ ขน้ึ

2. ตวั ชีว้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ตัวชีว้ ดั
ท 1.1 ป.6/1 อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- อา่ นออกเสยี งคำท่ีมเี ครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกตอ้ ง

3. สาระการเรยี นรู้
3.5 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
 การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง

ประกอบดว้ ย

- เครื่องหมายวรรคตอน
3.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ

(พิจารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสังเกต
2) ทกั ษะการเปรียบเทยี บ
3) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรียน
ส่อื การเรยี นรู้ : สลากเคร่ืองหมายวรรคตอน
1. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
2. ครใู หน้ กั เรียนหยิบสลากเคร่อื งหมายวรรคตอน นกั เรยี นคู่ใดที่มสี ลากเคร่ืองหมายวรรคตอนชนดิ
เดียวกันให้มารวมกลุ่มกนั
3. พิจารณาว่า สลากเคร่อื งหมายวรรคตอนที่ไดร้ ับมชี ่อื เรียกว่าอะไร และมวี ิธกี ารใช้อยา่ งไร

ขน้ั สอน
1. ศึกษา เครอ่ื งหมายวรรคตอนท่ีตนไดร้ ับ จากหนังสือเรียน ตามประเด็นที่ครูกำหนดให้ ดังนี้

1) ชือ่ เครื่องหมายวรรคตอน
2) การใชเ้ คร่ืองหมายวรรคตอน
3) การอ่านเครอ่ื งหมายวรรคตอน
4) ตัวอยา่ งการใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอน
2. หาคำตอบในแตล่ ะประเด็นด้วยตนเอง

ขั้นสรุป
1. นกั เรยี นออกมาสรปุ ประเด็นความรเู้ กี่ยวกบั เคร่อื งหมายวรรคตอนตามที่ได้รับ และต้ังประเด็น
คำถามถามเพื่อน
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปประเดน็ ความรู้เก่ียวกับเครื่องหมายวรรคตอนทง้ั 13 เครอ่ื งหมาย
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
4. ครูให้นักเรยี นทำกจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้ แบบฝึกหดั ท่ี 2 ข้อ 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เม่อื ทำ
เสรจ็ แล้วให้นกั เรยี นแลกเปลี่ยนกนั ตรวจสอบกบั เพ่ือน และรวบรวมสง่ ครูตรวจ

๗. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
๗.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสอื พิมพ์/ข่าวออนไลน์
๗.2 แหลง่ การเรยี นรู้

บนั ทึกการประเมนิ การเขยี น

ประเด็น/คะแนน การใชภ้ าษา เน้ือหา รวมคะแนน
8 20
เลขท่ี 12
ชอื่ - สกลุ

1 ด.ช.อนุชติ ลุมเหล่ยี ม

2 ด.ช.ฐติ ิพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พรี วิชญ์ ปกพันธ์

4 ด.ช.วัฒนชยั เตน้ ปกั ษี



ลงชอ่ื .........................................................ผู้ประเมนิ

(......นายชาลี พูนเทกอง..)
วันที่..........เดอื น.................................พ.ศ. .................

เกณฑก์ ารให้คะแนนการเขียน

ระดับคะแนน 4 เกณฑ์การให้คะแนน นำ้ หนัก/ คะแนน
ประเด็น 32 1 ความสำคัญ รวม
การประเมิน

การใช้ภาษา การสะกด การสะกด สะกดคำผดิ สะกดคำผดิ 3 12
เน้อื หา คำศพั ท์ คำศัพทผ์ ดิ มาก แตพ่ อ มาก
ถกู ตอ้ ง เล็กนอ้ ย พอ เดา เขียนรูป 2 8
การเลอื กใช้ เดาวามหมาย ความหมาย ประโยคไม่ 5 20
คำ ได้เขียนรูป ได้รูปประโยค ถูกต้อง ไม่มี
ตรงกับเน้ือหา ประโยคผดิ ผดิ พลาดมาก เคร่อื งหมาย
ประโยค หลัก เครือ่ งหมาย วรรคตอน
ถกู ตอ้ ง ไวยากรณ์ วรรคตอนไม่
มเี ครื่องหมาย เลก็ นอ้ ย ครบหรือไม่
วรรคตอนท่ี เครือ่ งหมาย ถูกต้อง
ถกู ต้อง วรรคตอนผดิ
เล็กนอ้ ย

มีรายละเอยี ด รายละเอียด มีรายละเอียด มีรายละเอยี ด
เนือ้ หาตรง ของเนื้อหา ของเนอ้ื หา ของเน้อื หา
กบั ลักษณะที่ มากแต่ยังไม่ น้อย น้อยมาก
กำหนดมาก ครอบคลมุ
ท่สี ุด ท้ังหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พื่อนดา้ นความซื่อสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรียนรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของให้ผู้อ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พูนเทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครปู ระจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗

กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เร่ือง จากผาแต้ม...สูอ่ ียิปต์ เวลา ๘ ชวั่ โมง

เร่ือง การอา่ นวัน เดือน ปี แบบไทย เวลา ๑ ชั่วโมง

......................................................................................................................................................

1. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การอ่านวัน เดือน ปี แบบไทย จะต้องเข้าใจความหมายของการใชต้ วั เลขแทนวนั เดอื น และช่ือปี

นกั ษตั ร จึงจะเข้าใจความหมายและสามารถส่ือสารได้ตรงกัน

2. ตวั ชว้ี ดั /จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 ตัวชวี้ ัด

ท 1.1 ป.6/1 อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง

2.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อา่ นวนั เดือน ปี แบบไทยได้

3. สาระการเรยี นรู้
3.6 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
 การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง

ประกอบด้วย

- วนั เดอื น ปี แบบไทย
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถนิ่

(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสังเกต
2) ทกั ษะการเปรียบเทียบ
3) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น
1. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
2. ครูถามนักเรยี นวา่ ใครเคยท่องจำเรื่องสปี ระจำวนั บา้ ง แล้วให้นกั เรียนทีเ่ คยท่องยืนขนึ้ แลว้ ท่องให้
เพือ่ นฟงั
3. ครใู หน้ ักเรยี นสังเกตการเรียงลำดบั วนั แล้วอธบิ ายใหน้ กั เรียนฟงั ว่า การเรยี งลำดับวนั ของคนไทย
จะเรม่ิ ตน้ ดว้ ยการนบั วนั อาทิตยเ์ ปน็ วนั แรก และวนั เสารเ์ ป็นวันสดุ ท้าย ซึ่งจะแตกตา่ งจากการนบั วัน
แบบสากลทีจ่ ะเรมิ่ นบั จากวนั จนั ทร์ ซ่งึ ถือวา่ เปน็ วันเร่ิมต้นทำงานเป็นวนั แรก และนับวนั อาทิตยเ์ ป็น
วันสุดทา้ ย
4. ครูถามนกั เรียนว่า นักเรียนไดย้ ินผูใ้ หญพ่ ูดคยุ กนั เกยี่ วกับชอื่ เดือนต่างๆ หรอื ไม่ เช่น เดอื นอา้ ย
เดือนย่ี เดอื นสบิ แลว้ นักเรยี นคดิ ว่ามลี ักษณะทีแ่ ตกต่างจากเดือนสากลทน่ี ักเรียนรู้จกั หรือไม่ อยา่ งไร
5. ครอู ธบิ ายวา่ การอา่ นวนั เดือน ปี แบบไทย เป็นเอกลักษณข์ องไทย ซง่ึ นักเรียนควรจะศกึ ษาและ
ทำความเข้าใจเพื่อให้สามารถสอื่ สารได้อยา่ งเข้าใจ

ขัน้ สอน
ส่ือการเรียนรู้ : 1. ใบความรู้

๒. วงล้อ word wall ปนี ักษตั ร
1. ครใู หน้ ักเรียนศึกษาความรู้เร่ือง การอ่านวนั เดือน ปี แบบไทยจากหนังสอื เรยี น และใบความรู้
เร่ือง การอา่ นวัน เดอื น ปี แบบไทย
2. ครูเขียนวันและเดือนแบบไทยเรยี งตามลำดับ แลว้ อธิบายวธิ กี าร อา่ นวันและเดือนแบบไทย
พร้อมกบั อ่านใหน้ ักเรียนฟงั จากนนั้ ยกตัวอยา่ งวันและเดือนแบบไทยเพื่อให้นกั เรียนฝึกอา่ น
เพม่ิ เติม
3. ครูนำแผนผังปนี ักษัตร มาแสดงท่หี น้าชน้ั เรียน แล้วชท้ี ี่รูปนักษตั ร ทีละรปู แล้วอา่ นออกเสียงให้
นกั เรียนฟงั
4.ครูให้นกั เรียนเขยี นวนั เดอื น ปี เกดิ ของตนเองลงในกระดาษแผ่นเลก็ แลว้ เขียนชอื่ กำกับดา้ นหลงั
จากนัน้ ใหส้ ลับสับเปลย่ี นกับเพื่อน แลว้ ใหเ้ ขียนคำอ่านวัน เดือน ปเี กดิ ของเพื่อนใหถ้ ูกต้อง
จากนนั้ นำสง่ คนื เจา้ ของกระดาษ และร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
5. ครูเขียนวัน เดอื น ปีแบบไทยบนกระดาน แล้วใหน้ ักเรียนแตล่ ะคู่ ร่วมกันหาคำตอบว่า ตรงกับ
วนั เดอื น ปอี ะไร เช่น

๑๕
๕ ฯ ๑๒

ปีเถาะ
พุทธศักราช ๒๕๕๔
6. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละคูช่ ว่ ยกนั ทำกิจกรรมพฒั นาการเรยี นรู้ แบบฝึกหัดที่ 2 ข้อ 3 หนว่ ยการเรยี นรู้
ที่ 1 เสร็จแล้วให้รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง แล้วรว่ มกันเฉลยคำตอบพร้อมกับครู

7. ครเู นน้ ยำ้ ให้นักเรยี นตระหนักถึงความสำคญั ของการอ่านวัน เดือนปี แบบไทย และศึกษาความรู้
เก่ยี วกับความเปน็ มาของการเขียน วนั เดอื น ปี แบบไทย แล้วบนั ทึกลงในแบบบันทึกการอา่ น

ขั้นสรปุ
1.นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรู้เก่ียวกับหลักในการอ่านวนั เดอื น ปี แบบไทย
2.ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสนทนาเก่ยี วกบั การใชป้ ระโยชน์ของการเรยี นรวู้ ิธกี ารอ่านวัน เดอื น ปแี บบ
ไทย
3.นักเรียนทำใบงานที่ 7.1 เรื่อง การอา่ นวัน เดือน ปี แบบไทย เสรจ็ แลว้ นำสง่ ครูตรวจ
4.นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ข้อ 1-2

๗. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
๗.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) ใบความรู้
๒) วงล้อ word wall ปนี กั ษัตร
๗.2 แหลง่ การเรยี นรู้

ใบความรู้

เรื่อง การอ่านวนั เดือน ปี แบบไทย

ปัจจบุ นั น้ี เรามกั จะใชว้ นั เดอื นปีแบบสากลกนั จนแทบจะลมื เลอื นการใชว้ นั เดอื นปีแบบ
ไทยไปแลว้ เดก็ สว่ นมากหรอื แมแ้ ต่ผใู้ หญบ่ างคนอา่ นวนั เดอื นปีแบบไทยไมไ่ ดด้ ว้ ยซ้าไป ถงึ แม้
เราจะใชว้ นั เดอื นปีแบบสากลกนั มานานแลว้ แตค่ วามเป็นไทยทเ่ี ป็นเอกลกั ษณ์ของเรากไ็ ม่ควร
ทจ่ี ะละทง้ิ ถา้ ศกึ ษาเอาไวบ้ า้ งกจ็ ะไดใ้ ชไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง วนั เดอื นปีแบบไทยเป็นการนบั แบบจนั ทรคติ
เรมิ่ จากการนบั วนั เราเรยี งลาดบั วนั แบบไทยใน ๑ สปั ดาห์ ดงั น้ี วนั อาทติ ย์ วนั จนั ทร์ วนั องั คาร
วนั พธุ วนั พฤหสั บดี วนั ศกุ ร์ และวนั เสาร์ ซง่ึ จะใชต้ วั เลข ๑-๗ แทนวนั ทงั้ ๗ วนั คอื วนั อาทติ ย์
แทนดว้ ยเลข ๑ วนั จนั ทรเ์ ลข ๒ วนั องั คารเลข ๓ วนั พธุ เลข ๔ วนั พฤหสั บดเี ลข ๕ วนั ศุกร์
เลข ๖ และวนั เสารแ์ ทนดว้ ยเลข ๗ ซง่ึ ตา่ งจากแบบสากลทน่ี บั วนั จนั ทรเ์ ป็นวนั แรก และวนั
อาทติ ยเ์ ป็นวนั สดุ ทา้ ยของสปั ดาหส์ ว่ นเดอื นไทยนนั้ เขยี นดว้ ยตวั เลข เชน่ เดอื น ๑ เดอื น ๒
เดอื น ๓ เดอื น ๔ เดอื น ๕ เรยี งลาดบั ไปเรอ่ื ยๆ จนถงึ เดอื น ๑๒ วธิ อี า่ นเดอื นเฉพาะเดอื น ๑
อ่านว่า เดอื นอา้ ย และเดอื น ๒ อ่านวา่ เดอื นยส่ี ว่ นเดอื นอ่นื ๆ ทเ่ี หลอื กอ็ า่ นเลขเดอื นนัน้ ๆ
ตามปกติ สาหรบั ปี เราใชป้ ีนกั ษตั ร ๑๒ ปีเป็น ๑ รอบ ซง่ึ แทนดว้ ยรปู สตั วส์ ญั ลกั ษณ์ คอื ชวด
(หนู) ฉลู (ววั ) ขาล (เสอื ) เถาะ (กระต่าย) มะโรง (งใู หญ่) มะเสง็ (งเู ลก็ ) มะเมยี (มา้ ) มะแม
(แพะ) วอก (ลงิ ) ระกา (ไก)่ จอ (หมา) และกุน (หม)ู และมกั มปี ีศกั ราชกากบั ดว้ ย เช่น มหา
ศกั ราช จุลศกั ราช หรอื พทุ ธศกั ราช นอกจากน้ี วนั เดอื นปีแบบไทยยงั ตอ้ งประกอบดว้ ย ขา้ งขน้ึ
ขา้ งแรม ในการเขยี นตวั เลขทอ่ี ยู่ขา้ งบนคอื ขา้ งขน้ึ สว่ นตวั เลขทอ่ี ยขู่ า้ งล่างคอื ขา้ งแรม เชน่
๑๕ วนั ๒ ฯ ๑ ค่า ปีเถาะ อ่านว่า วนั จนั ทร์ เดอื นอา้ ย ขน้ึ สบิ หา้ ค่า ปีเถาะ วนั ๕ ฯ ๙ ค่า ปี
ระกา อ่านว่า วนั พฤหสั บดี เดอื นเก้า แรมเจด็ ค่า ปีระกา ๗
(ปิยรตั น์ อนิ ทรอ์ ่อน)

เอกสารประกอบการสอน
แผนผงั ปี นกั ษตั ร

ใบงานท่ี 7.1 เรื่อง การอ่านวนั เดือน ปี แบบไทย

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นดขู อ้ มูลทก่ี าหนด แลว้ เขยี นคาอา่ นวนั เดอื น ปี แบบไทยใหถ้ ูกตอ้ ง

เดอื น ๒ เดอื น ๓

เดอื น ๑ เดอื น ๔

วนั จนั ทร์

เดอื น ๑๒ วนั อำทิตย์   วนั องั คำร เดอื น ๕

วนั เสำร์  วนั พธุ

เดอื น ๑๑ วนั ศกุ ร์  เดอื น ๖
เดอื น ๗
เดอื น ๑๐ วนั พฤหสั บดี

เดอื น ๙ เดอื น ๘






Click to View FlipBook Version