The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dedee8363, 2021-09-29 21:35:05

แผนป6

ilovepdf_merged (6)

บนั ทกึ การประเมินการอา่ น

ประเด็น/คะแนน การใชภ้ าษา เน้อื หา รวมคะแนน
8 20
เลขที่ 12
ชือ่ - สกุล

1 ด.ช.อนชุ ิต ลมุ เหล่ียม

2 ด.ช.ฐติ ิพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พรี วชิ ญ์ ปกพนั ธ์

4 ด.ช.วัฒนชยั เตน้ ปักษี



ลงชอ่ื .........................................................ผู้ประเมนิ

(......นายชาลี พูนเทกอง..)
วนั ที.่ .........เดอื น.................................พ.ศ. .................

เกณฑก์ ารให้คะแนนการเขียน

ระดับคะแนน 4 เกณฑ์การให้คะแนน นำ้ หนัก/ คะแนน
ประเด็น 32 1 ความสำคัญ รวม
การประเมิน

การใช้ภาษา การสะกด การสะกด สะกดคำผดิ สะกดคำผดิ 3 12
เน้อื หา คำศพั ท์ คำศัพทผ์ ดิ มาก แตพ่ อ มาก
ถกู ตอ้ ง เล็กนอ้ ย พอ เดา เขียนรูป 2 8
การเลอื กใช้ เดาวามหมาย ความหมาย ประโยคไม่ 5 20
คำ ได้เขียนรูป ได้รูปประโยค ถูกต้อง ไม่มี
ตรงกับเน้ือหา ประโยคผดิ ผดิ พลาดมาก เคร่อื งหมาย
ประโยค หลัก เครือ่ งหมาย วรรคตอน
ถกู ตอ้ ง ไวยากรณ์ วรรคตอนไม่
มเี ครื่องหมาย เลก็ นอ้ ย ครบหรือไม่
วรรคตอนท่ี เครือ่ งหมาย ถูกต้อง
ถกู ต้อง วรรคตอนผดิ
เล็กนอ้ ย

มีรายละเอยี ด รายละเอียด มีรายละเอียด มีรายละเอยี ด
เนือ้ หาตรง ของเนื้อหา ของเนอ้ื หา ของเน้อื หา
กบั ลักษณะที่ มากแต่ยังไม่ น้อย น้อยมาก
กำหนดมาก ครอบคลมุ
ท่สี ุด ท้ังหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พื่อนดา้ นความซื่อสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรียนรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของให้ผู้อ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พูนเทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครปู ระจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๖

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ เรือ่ ง จากผาแต้ม...สูอ่ ียิปต์ เวลา ๘ ชัว่ โมง

เร่อื ง การอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้ว เวลา ๑ ชวั่ โมง

......................................................................................................................................................

1. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การอา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้ว ผอู้ ่านควรทำความเข้าใจบทอา่ น แลว้ ใช้น้ำเสยี งใหไ้ พเราะนา่ ฟัง

และอา่ นให้ถกู ต้องตามอักขรวิธี แบง่ จังหวะวรรคตอนในการอา่ นใหถ้ ูกตอ้ ง

2. ตัวชวี้ ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 ตัวช้วี ดั
ท 1.1 ป.6/1 อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วไดถ้ ูกตอ้ ง

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง
3.2 สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสังเกต
2) ทักษะการเปรียบเทียบ
3) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นท่ี 1 สอื่ การเรียนรู้ : ตวั อยา่ งแถบประโยค
1. ครูนำแถบประโยคมาแสดงท่ีหนา้ ชัน้ เรยี น แลว้ สุ่มนักเรยี น 2 คนอา่ นออกเสียง จากนน้ั ครู
ถามนกั เรียนวา่ นักเรยี นท้งั 2 คน อ่านถูกตอ้ งหรือไม่ หากอา่ นผิด นกั เรียนคิดวา่ ควรอ่านอย่างไร
หา้ ม ! สภุ าพสตรีใสก่ างเกงในเวลาทำงาน
2. ครูอ่านออกเสยี งที่ถกู ต้องให้นักเรยี นฟัง แล้วให้นักเรียนบอกความหมายของประโยคท่ีอ่าน
ผดิ และประโยคที่อา่ นถูกต้องจากน้ันครูอธิบายใหน้ ักเรยี นเข้าใจว่า การอ่านมคี วามสำคัญ
มากเพราะเปน็ เครือ่ งมือในการส่ือสาร จึงจำเปน็ ตอ้ งอ่านอย่างชดั เจน และแบง่ วรรคตอนให้ถกู ต้อง
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

ขั้นท่ี ๒ อธบิ ายความรู้
สื่อการเรยี นรู้ : ตวั อยา่ งแถบประโยค
1. นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายความรูแ้ ละข้อสงั เกตที่ไดจ้ ากการศึกษาเกยี่ วกับการอ่านออกเสียง
บทร้อยแก้ว
2. นกั เรยี นช่วยกนั ยกตัวอยา่ งประโยคทมี่ ักอา่ นผิด และเกิดการสื่อสารคลาดเคล่ือนที่พบเห็นได้
บอ่ ยในชวี ิตประจำวัน เชน่
- โรงพยาบาลน้ีไมร่ บั ผิดชอบของมคี ่าของผ้ปู ่วย
- ยานก้ี ินแล้วแข็งแรงไม่มโี รคภัยเบียดเบียน
3. นักเรยี นบอกวธิ ีการแบง่ วรรคตอนในการอ่านทีถ่ ูกต้อง และ

สือ่ ความหมายชดั เจน พร้อมกับเปรียบเทียบกบั การอ่านทแี่ บง่
วรรคตอนผดิ ทเ่ี ป็นสาเหตุของการส่อื สารท่ีคลาดเคล่ือน ดังน้ี
1) การแบง่ วรรคตอนการอ่านท่ีถูกตอ้ ง
- โรงพยาบาลน้ี ไม่รบั ผดิ ชอบของมีคา่ ของผปู้ ว่ ย
- ยานี้กนิ แลว้ แขง็ แรง ไมม่ ีโรคภัยเบยี ดเบียน
2) การแบง่ วรรคตอนการอา่ นทีผ่ ิด
- โรงพยาบาลนี้ ไมร่ บั ผดิ ชอบของมีค่าของผปู้ ว่ ย
- ยานี้กนิ แลว้ แข็ง แรงไมม่ ี โรคภัยเบยี ดเบียน
4. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

ข้ันท่ี ๓ ตรวจสอบผล
สอ่ื การเรยี นรู้ : 1. บทความ work sheet

2. พจนานุกรม

3. ใบงานที่ 8.1
1. ครนู ำบทความ เร่ือง ผูกมิตรกับเพ่อื นบ้าน มาแจกใหน้ ักเรียน
2. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคู่ออกมารับพจนานกุ รม ฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 เพือ่
ตรวจสอบคำอ่านใหถ้ ูกต้อง
3. นกั เรยี นฝกึ อา่ นออกเสียงบทความ เรอื่ ง ผกู มิตรกับเพือ่ นบ้าน แล้วบันทึกความร้ทู ่ีได้ลงใน
แบบบันทึกการอ่าน
4. ครขู ออาสาสมัครนักเรียน ออกมาอ่านออกเสยี งบทความดังกล่าวทีห่ นา้ ชั้นเรยี น ครู
เสนอแนะข้อบกพร่องทีเ่ กิดจากการอา่ นออกเสียง เพื่อใหน้ กั เรยี นนำไปปฏิบตั ิเพ่ือแกไ้ ขให้ถูกต้อง
5. นักเรยี นทำใบงานท่ี 8.1 เรอ่ื ง การอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้ว
จากน้นั ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วในใบงานที่ 8.1 กบั ครูเป็นรายบุคคล เพ่ือใหค้ รู
ประเมินผล

๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๗.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) ใบความรู้ Live worksheet
๗.2 แหล่งการเรียนรู้

ใบงาน

เรือ่ ง ผูกมิตรกบั เพอื่ นบา้ น

สมยั หน่งึ เคยมคี าพดู ว่า “บา้ นคอื วมิ านของเรา” คนรุ่นใหม่สมยั น้อี าจมสี านวน

อน่ื ท่ี “โดนใจ” มากกวา่ แตก่ ค็ งสะทอ้ นความรสู้ กึ อย่างเดยี วกนั ว่า บา้ นคอื สถานท่ี

ทใ่ี หค้ วามสขุ และความอบอุ่นใจแกเ่ รา อยา่ งหาไมไ่ ดจ้ ากทอ่ี ่นื แมจ้ ะไปทอ่ งเทย่ี วทไ่ี หน

นอนโรงแรมชนั้ ดเี พยี งใด กย็ งั ทดแทนบา้ นไมไ่ ดอ้ ย่ดู อี ะไรทาใหบ้ า้ นมคี วามพเิ ศษอยา่ งนนั้

คาตอบนนั้ มมี ากมาย แตม่ สี งิ่ หน่งึ ทผ่ี คู้ นไม่ค่อยนกึ ถงึ ในยามปกติ นนั่ คอื เพอ่ื นบา้ น แต่หาก

ถามใหมว่ า่ อะไรทาใหบ้ า้ นกลายเป็น “นรก” หลายคนจะนึกถงึ เพอ่ื นบา้ นขน้ึ มาทนั ที เพราะตอ้ ง

ทะเลาะเบาะแวง้ กบั คนขา้ งบา้ นทช่ี อบเปิดเพลงดงั สนนั่ หรอื เอาถงั ขยะมาวางไวห้ น้าบา้ นของเรา

เป็นประจา“เพอ่ื นบา้ น” กบั “วมิ านของเรา” นนั้ แยกจากกนั ไม่ออก คนสมยั ก่อนเขา้ ใจเรอ่ื งน้เี ป็น

อยา่ งดี เพราะตอ้ ง พง่ึ พาอาศยั กนั หรอื อย่างน้อยกต็ อ้ งเกย่ี วขอ้ งกนั อยเู่ สมอ ดงั นนั้ จงึ เลอื กทจ่ี ะ

เป็นมติ รกนั และมนี ้าใจไมตรตี ่อกนั สงิ่ หน่งึ ทท่ี า เป็นอาจณิ กค็ อื แบ่งปันกนั หลวงพอ่ ปัญญา

ฯ เลา่ วา่ สมยั ทย่ี งั เป็นเดก็ ท่านจะถกู พอ่ แมใ่ ชใ้ หเ้ อา แกงหรอื ขนมไปแจกเพอ่ื นบา้ นเป็น

ประจา เวลาพอ่ แมไ่ ดเ้ น้อื มากอ้ นหน่งึ กจ็ ะเอามาแกงข้นึ หมอ้ แลว้ ตกั แจก ทุกบา้ น ถา้ ไดป้ ลา

มาเป็นเขง่ กเ็ อามาแบ่งเป็นกองๆ ถา้ ไดท้ ุเรยี นมากท็ าน้ากะทอิ ่างใหญ่ พอทา่ นเหน็ กร็ แู้ ลว้ ว่า

วนั น้ตี อ้ งเหน่อื ยอกี แลว้ เพราะตอ้ งวงิ่ เอาไปแจกตามบา้ นตา่ งๆ ในทานองเดยี วกนั ท่านเจา้ คณุ

โพธริ งั สแี ห่งวดั พนั ตอง จงั หวดั เชยี งใหม่ พดู ถงึ ประสบการณ์วยั เดก็ ว่า เวลาชาวบา้ น

ทาอาหาร ไม่จาเป็นตอ้ งทาอาหารหลายอย่าง แตล่ ะบา้ นจะทาแกงแค่หน่งึ หมอ้ แลว้ แบ่งใหบ้ า้ น

อ่นื ๆ สว่ นเพอ่ื นบา้ นทาอาหารอะไรกเ็ อามาแบ่งใหบ้ า้ นของท่านเชน่ กนั การแบง่ ปันกนั นัน้ ชว่ ย

สมานใจผคู้ นใหก้ ลมเกลยี วเป็นหน่งึ เดยี วกนั จงึ อยรู่ ่วมกนั ไดอ้ ยา่ งสงบสุข แต่สมยั น้ใี ครๆ

กต็ า่ งคนตา่ งอยู่ ไม่เหน็ ความจาเป็นทต่ี อ้ งสมานใจกนั เพราะเขา้ ใจว่าไม่มเี ขาเรากอ็ ย่ไู ด้ ผลท่ี

ตามมากค็ อื เกดิ ความเหนิ ห่างกนั จนในทส่ี ุดกลายเป็นปฏปิ ักษต์ อ่ กนั หรอื อยา่ งน้อยกก็ ่อความ

ราคาญใจแกก่ นั หลายคนทม่ี ปี ัญหากบั เพอ่ื นบา้ น พบวา่ บอ่ ยครงั้ การขอรอ้ งหรอื แมแ้ ต่ต่อวา่ คน

ขา้ งบา้ นไมไ่ ดช้ ่วย แกป้ ัญหาเลย แตพ่ อเปลย่ี นมาเป็นเพอ่ื นเขา ดว้ ยการเออ้ื เฟ้ือเจอื จานและ

แบ่งปัน ปัญหากลบั ทุเลาลง มคี นหน่งึ เล่าว่าขา้ งบา้ นมกี ารกอ่ สรา้ งอาคาร คนงานมกั โยนขยะ

ลงมาทส่ี นามบา้ นเขา เขาจงึ ต่อวา่ แตก่ ไ็ ม่ไดผ้ ล แมจ้ ะอา้ ง ตารวจ คนงานกไ็ มย่ อมเปลย่ี น

พฤตกิ รรม แต่ตอ่ มาเขาเปลย่ี นวธิ ี หนั มาเป็นมติ รกบั คนงาน มอี าหารหรอื ขนมกม็ า แบ่งให้ เขา

กร็ สู้ กึ ดดี ว้ ย จนตอ่ มากก็ ลายเป็นเพอ่ื นกนั ถงึ ตอนน้เี ขาขอรอ้ งว่าอย่าโยนขยะลงมาไดไ้ หม

ปรากฏว่า คนงานกต็ กปากรบั คาอย่างดี หลงั จากนนั้ เขาก็ไม่มปี ัญหาจากขา้ งบา้ นอกี เลย

ใบงาน

อกี รายหน่งึ เป็นพอ่ คา้ ทส่ี วนจตจุ กั ร มผี คู้ า้ ขา้ งเคยี งเอารปู ภาพขนาดใหญ่มาตงั้ ไวห้ น้ารา้ น

และยน่ื ออกมาบงั รา้ นของเขาจนมดิ เหน็ ไดช้ ดั วา่ ชายผนู้ นั้ ตงั้ ใจกลนั่ แกลง้ เขา เขากไ็ ม่ว่าอะไร

เพราะรดู้ วี ่า พดู ไปกค็ งไม่มปี ระโยชน์ วนั หน่งึ เขาซอ้ื สม้ และองุน่ แลว้ เดนิ ไปทกั ทายชายผนู้ นั้

ดว้ ยใบหน้าทย่ี ม้ิ แยม้ พรอ้ มทงั้ มอบผลไมใ้ หเ้ ขา เขาบอกชายผนู้ นั้ ว่า “เมอ่ื กผ้ี มเดนิ ไปเขา้

หอ้ งน้ามาบงั เอญิ เหน็ รถขายผลไม้ กเ็ ลยนกึ ถงึ คุณ เพราะเหน็ ว่าคุณเป็นคนทช่ี อบทาน

ผลไม้ เลยซอ้ื มาฝาก” ชายผนู้ นั้ มองหน้าเขาแบบงงๆ แลว้ พดู ว่า เกรงใจ เขาตอบไป

ว่า “ไมต่ อ้ งเกรงใจหรอกครบั เราคา้ ขายอย่ดู ว้ ยกนั มนั กเ็ หมอื นเพอ่ื นเหมอื นพเ่ี หมอื นน้องกนั ”

จากนนั้ ทงั้ สองกค็ ยุ กนั ราวกบั คนคนุ้ เคยกนั วนั รุ่งขน้ึ เม่อื เขาไปเปิดรา้ นกป็ รากฏวา่ ภาพถ่าย

ขนาดใหญ่ทต่ี งั้ บงั รา้ นเขาไดห้ ายไป เขาจงึ ไปถามเจา้ ของรา้ นวา่ ภาพหายไปไหน เขาตอบว่า

ยา้ ยไปตงั้ ไวด้ า้ นในโน้น "ตงั้ ตรงนนั้ ดกี ว่าครบั เฮยี ผมเกรงใจเฮยี ตงั้ ตรงน้แี ลว้ มนั น่า

เกลยี ด มนั ไปบงั รา้ นของเฮยี เดยี๋ วลูกคา้ มาซอ้ื ของเขาจะมองไม่เหน็ สนิ คา้ ของเฮยี "ไม่มอี ะไรท่ี

สมานใจผคู้ นไดด้ เี ท่าน้าใจไมตรี หยบิ ย่นื ไมตรแี กค่ นขา้ งบา้ น แลว้ เขาจะกลายเป็นเพอ่ื นบา้ นท่ี

ใสใ่ จความรสู้ กึ ของเรา เมอ่ื ใดกต็ ามทน่ี ้าใจไมตรอี าบรดใจ “นรก” กก็ ลายเป็น “สวรรค”์ ในบดั ดล

ช่วยกนั ทาบา้ นใหเ้ ป็นวมิ านดว้ ยการมนี ้าใจไมตรี ทงั้ กบั คนในบา้ น คนขา้ งบา้ น และคนใน

ละแวกบา้ น กนั เถดิ

(ท่ีมำ : บทความเรอ่ื ง ผกู มติ รกบั เพ่อื นบา้ น โดยพระไพศาล วสิ าโล จากนติ ยสาร Better
Living)

แบบทดสอบ เรื่อง การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นใสเ่ คร่อื งหมายวรรคตอนในการอา่ น แลว้ ฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
ใหถ้ กู ตอ้ งและชดั เจน

ปัจจบุ นั อาหารไทย เป็นทร่ี จู้ กั กนั ทวั่ โลก เรอ่ื งรสชาตแิ ละคุณคา่ ทางอาหารทม่ี ี
สรรพคณุ ในเรอ่ื งสมนุ ไพร วฒั นธรรมการประกอบอาหารและการรบั ประทานอาหารของคนไทย
คอ่ นขา้ งยุ่งยาก แต่เม่อื วเิ คราะหด์ แู ลว้ จะเหน็ ความชาญฉลาดของคนไทย ในการสรรหาเครอ่ื ง
กนิ ตา่ งๆ มาประกอบกนั หรอื มารบั ประทานคกู่ นั

อำจำด เป็นเคร่อื งทก่ี นิ แกเ้ ลย่ี นปรงุ ดว้ ยแตงกวา หวั หอมซอย พรกิ เป็นตน้
แช่น้าสม้ เกลอื น้าตาล หรอื กระเทยี มดอง เม่อื รบั ประทานอาหารทม่ี มี นั มากๆ กจ็ ะรบั ประทาน
อาจาดประกอบ เชน่ แกงกะหร่ี ขนมเบอ้ื งญวน หมสู ะเต๊ะ บางทอ้ งทก่ี จ็ ะมอี าจาดกนิ ประกอบ
กบั กลว้ ยแขก มนั ทอด

เหมือด เป็นเครอ่ื งทก่ี นิ กบั ขนมจนี น้าพรกิ เป็นผกั สารพดั ชนดิ เชน่ หวั ปลซี อย
ถวั่ ฝักยาว ผกั บงุ้ ลวกพอสกุ ใบเลบ็ ครุฑชบุ แป้งทอด ยอดกระถนิ ผกั กระเฉด ถา้ เป็นน้ายา ผกั ก็
จะเป็นพวกถวั่ งอก ใบแมงลกั กะหล่าปลซี อย ถวั่ ฝักยาว ผดั กาดดองหนั่

น้ำปลำหวำน มที งั้ ทเ่ี ป็นอาหารคาวและทร่ี บั ประทานค่กู บั ผลไม้ ทเ่ี ป็นอาหาร
คาวนนั้ ใชร้ บั ประทาน กบั สะเดาลวก ผกั ชี กนิ แกลม้ ดว้ ยกงุ้ เผา หรอื ปลาดกุ ย่าง ทใ่ี ช้
รบั ประทานกบั ผลไม้ สว่ นใหญจ่ ะเป็นผลไม้ ทม่ี รี สคอ่ นขา้ งเปรย้ี ว แมจ้ ะเรยี กเหมอื นกนั แต่วธิ ี
ทากไ็ มเ่ หมอื นกนั น้าปลาหวานทร่ี บั ประทานกบั สะเดานนั้ จะใชน้ ้าตาลป๊ีบเคย่ี วกบั น้า
มะขามเปียก น้าปลา โรยดว้ ยหอมเจยี ว กระเทยี มเจยี ว พรกิ แหง้ ทอด เพราะสะเดามรี สขม จงึ
ตอ้ งมรี สเปรย้ี วประกอบ สว่ นน้าปลาหวานทเ่ี ป็นเครอ่ื งจม้ิ ผลไมน้ นั้ ใชเ้ พยี งน้าปลา น้าตาลเคย่ี ว
โรยดว้ ยกงุ้ แหง้ ป่น หวั หอมซอย พรกิ ขห้ี นูซอย

พริกกะเกลือ เป็นเคร่อื งจ้มิ ทค่ี นสว่ นใหญ่คดิ ว่าใชร้ บั ประทานกบั ผลไมเ้ ทา่ นนั้ ท่ี
เป็นอาหารคาวกม็ ี ชนิดทใ่ี ชร้ บั ประทานกบั ผลไมจ้ ะใชน้ ้าตาลตาผสมเกลอื และพรกิ เขา้ ดว้ ยกนั
น้าตาลทใ่ี ชจ้ ะเป็นน้าตาลทราย หรอื น้าตาลป๊ีบกไ็ ด้ ใสพ่ รกิ ขห้ี นูสด ถา้ ไม่มจี งึ ใชพ้ รกิ ป่น นิยม
รบั ประทานกบั ฝรงั่ สด ชมพู่สาแหรก มะยม มะกอก ฝรงั่ ถูกกนั ดี สว่ นพรกิ กะเกลอื ทเ่ี ป็นอาหาร
คาว ทาจากมะพรา้ วขดู นาไปควั่ จนเหลอื งกรอบ โรยน้าตาลทราย พรกิ ควั่ เกลอื ป่น แลว้ นามา
ตาจนแหลกเขา้ กนั จนเป็นน้ามนั สมยั ก่อนนยิ มทาเป็นอาหาร นามาตดิ ตวั สาหรบั เดนิ ทางไกล

บนั ทกึ การประเมินการอา่ น

ประเด็น/คะแนน ความเขา้ ใจ การจับใจความ การรคู้ วามหมาย รวมคะแนน
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ 8 สำคญั 20
84

1 ด.ช.อนชุ ิต ลมุ เหลยี่ ม

2 ด.ช.ฐิติพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พรี วิชญ์ ปกพนั ธ์

4 ด.ช.วฒั นชยั เตน้ ปักษี



ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน

(......นายชาลี พนู เทกอง..)
วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................

ระดบั 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการอา่ น นำ้ หนัก/ คะแนน
คะแนน ความสำคัญ รวม
กปารระปเรดะน็ เมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
321

ความเขา้ ใจ ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม
หลังจากที่ หลงั จากที่ หลงั จากท่ี หลังจากท่ี
อ่านได้ อ่านไดเ้ กือบ อ่านได้ อ่านไดน้ ้อย 2 8
ท้งั หมด ทั้งหมด เลก็ น้อย มาก 2 8

การจับใจความ จับใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ 1 4
สำคญั สำคญั ของ สำคญั ของ สำคญั ของ สำคัญของ 5 20
เ น ื ้ อ ห า ไ ด้ เนือ้ หาได้ เนอื้ หาได้
เนือ้ หาได้ เกอื บ เล็กน้อย นอ้ ยมาก
ท้ังหมด ทัง้ หมด
เมือ่ อา่ นพบ
การรู้ เมือ่ อา่ นพบ เมือ่ อ่านพบ เมือ่ อ่านพบ คำศัพท์ใหม่
ความหมาย คำศัพท์ใหม่ คำศพั ทใ์ หม่ คำศพั ท์ใหม่ สามารถเดา
คำศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา ความหมาย
ความหมาย ความหมาย ความหมาย คำศัพท์จาก
คำศพั ทจ์ าก คำศพั ท์จาก คำศัพท์จาก บริบทได้นอ้ ย
บริบทได้ บริบทได้ บรบิ ทได้ มาก
ทั้งหมด เกอื บ เล็กนอ้ ย
ทั้งหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและชมุ ชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ ์และพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พ่ือนดา้ นความซ่ือสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของใหผ้ ้อู ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พนู เทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครูประจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 9

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ เร่อื ง จากผาแตม้ ...สอู่ ยี ิปต์ เวลา ๘ ชวั่ โมง

เรื่อง การอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้ว เวลา ๑ ช่วั โมง

......................................................................................................................................................

1. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรอง ควรฝึกอา่ นให้ถกู จังหวะตามฉนั ทลักษณข์ องคำประพันธ์แต่ละ

ชนดิ

2. ตัวช้วี ดั /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตัวช้วี ดั
ท 1.1 ป.6/1 อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
2.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) อธบิ ายหลักการอา่ นออกเสียงบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
2) อ่านออกเสียงกลอนสุภาพ กาพยย์ านี 11 และโคลงสี่สุภาพไดถ้ ูกต้อง

3. สาระการเรียนรู้
3.7 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
1) การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง
2) การอา่ นบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ
3.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิน่
(พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา)

4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการเปรียบเทยี บ
3) ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ที่ 1 เตรยี มการ
สื่อการเรยี นรู้ : บทกลอนตากลม
1. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
2. ครูนำบทกลอนตากลม มาแสดงท่ีหนา้ ชัน้ เรยี นให้นักเรียน สามารถ อา่ นไดอ้ ยา่ งชัดเจน

ตากลมกลมชมวิวใจปลิววอ่ น
ตากลมออ่ นวอนพัดถงึ หน่งึ คนเหงา
ตากลมกลมชมจอ้ งมองฟ้าเทา
ตากลมหนาวคราวเหงาอยา่ งเปล่าดาย
3. ครูให้นักเรียนผลัดกันอ่าน หากนักเรียนอ่านออกเสียงคำแตกต่างในคำว่า ตากลม ให้แต่ละคน
แสดงเหตุผลท่อี า่ นออกเสยี งคำ เชน่ นัน้
4. ครูขออาสาสมัครนักเรียน ออกมาอ่านบทกลอนที่หน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนคู่อื่นๆ
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
5. ครูอ่านบทกลอนตากลม ให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนสังเกตการแบ่งวรรคตอนและการอ่าน
ออกเสียงคำว่า ตากลม
ตา–กลม–กลม/ชมววิ /ใจปลิวว่อน
ตาก–ลมอ่อน/วอนพัดถงึ /หนงึ่ คนเหงา
ตา–กลม–กลม/ชมจอ้ ง/มองฟา้ เทา
ตาก–ลมหนาว/คราวเหงา/อยา่ งเปล่าดาย
6. ครูอธิบายเพ่มิ เติมให้นักเรียนทราบว่า การอา่ นออกเสยี งคำทมี่ ีการเขียนสะกดเหมือนกันจะต้อง
อาศัยการสังเกตความหมายของคำ และสัมผัสของกลอน จึงจะช่วยให้อ่านออกเสียงคำไดช้ ัดเจนและ
ถูกตอ้ งตามความหมาย

ข้นั ท่ี 2 กิจกรรม

สือ่ การเรียนรู้ : เอกสารประกอบศูนยก์ ารเรียน

1. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า จะให้ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การอา่ น บทร้อยกรอง จากศูนย์

การเรียน แลว้ ครูอธบิ ายรายละเอียดใน การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมในศนู ยก์ ารเรียนให้นกั เรียนฟัง

2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มศกึ ษาความร้แู ละปฏบิ ัตกิ ิจกรรมในศูนยก์ ารเรียนตามที่ครกู ำหนด

3. นักเรียนแต่ละกลุ่มลองฝกึ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง จากเอกสาร ประกอบศูนย์การเรียน

ตามทน่ี กั เรียนร่วมกันอภิปราย หากมีขอ้ บกพรอ่ งให้ร่วมกนั เสนอแนะและแก้ไขให้ถูกต้อง

ขนั้ ที่ 3 สรุปบทเรยี น
1. นกั เรียนแต่ละกลุม่ สรุปหลักการอ่านบทร้อยกรองตามที่ได้ศึกษาจาก ศูนยก์ ารเรยี น
2. ครเู สนอแนะใหน้ ักเรียนศกึ ษาความรเู้ พ่มิ เติม เรือ่ ง การอา่ นบท รอ้ ยกรอง จากหนงั สอื เรยี น
3. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ

๗. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
๗.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) ใบความรู้ Live worksheet
๗.2 แหลง่ การเรยี นรู้

บนั ทกึ การประเมินการอา่ น

ประเด็น/คะแนน ความเขา้ ใจ การจับใจความ การรคู้ วามหมาย รวมคะแนน
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ 8 สำคญั 20
84

1 ด.ช.อนชุ ิต ลมุ เหลยี่ ม

2 ด.ช.ฐิติพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พรี วิชญ์ ปกพนั ธ์

4 ด.ช.วฒั นชยั เตน้ ปักษี



ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน

(......นายชาลี พนู เทกอง..)
วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................

ระดบั 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการอา่ น นำ้ หนัก/ คะแนน
คะแนน ความสำคัญ รวม
กปารระปเรดะน็ เมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
321

ความเขา้ ใจ ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม
หลังจากที่ หลงั จากที่ หลงั จากท่ี หลังจากท่ี
อ่านได้ อ่านไดเ้ กือบ อ่านได้ อ่านไดน้ ้อย 2 8
ท้งั หมด ทั้งหมด เลก็ น้อย มาก 2 8

การจับใจความ จับใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ 1 4
สำคญั สำคญั ของ สำคญั ของ สำคญั ของ สำคัญของ 5 20
เ น ื ้ อ ห า ไ ด้ เนือ้ หาได้ เนอื้ หาได้
เนือ้ หาได้ เกอื บ เล็กน้อย นอ้ ยมาก
ท้ังหมด ทัง้ หมด
เมือ่ อา่ นพบ
การรู้ เมือ่ อา่ นพบ เมือ่ อ่านพบ เมือ่ อ่านพบ คำศัพท์ใหม่
ความหมาย คำศัพท์ใหม่ คำศพั ทใ์ หม่ คำศพั ท์ใหม่ สามารถเดา
คำศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา ความหมาย
ความหมาย ความหมาย ความหมาย คำศัพท์จาก
คำศพั ทจ์ าก คำศพั ท์จาก คำศัพท์จาก บริบทได้นอ้ ย
บริบทได้ บริบทได้ บรบิ ทได้ มาก
ทั้งหมด เกอื บ เล็กนอ้ ย
ทั้งหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและชมุ ชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ ์และพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พ่ือนดา้ นความซ่ือสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของใหผ้ ้อู ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พนู เทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครูประจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑๐

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑ เร่ือง จากผาแตม้ ...สูอ่ ยี ิปต์

เร่อื ง การเลอื กอ่านหนงั สือและมารยาทในการอา่ น เวลา ๑ ชั่วโมง

......................................................................................................................................................

1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การเลือกอา่ นหนงั สือตามความสนใจ ต้องเลือกอ่านหนงั สอื ทดี่ มี ปี ระโยชน์แล้วผอู้ า่ นควรจบั

ใจความสำคญั ของเร่อื งทอ่ี ่านให้ได้เพอื่ นำไปพูดโนม้ นา้ วได้อยา่ งมีเหตผุ ลและนา่ เชือ่ ถือ และนำไป

เขียนแผนภาพโครงเร่ืองได้ถูกตอ้ ง นอกจากน้ีต้องมีมารยาทในการอ่าน

2. ตวั ชี้วัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้

2.1 ตวั ชว้ี ัด

ท 1.1 ป.6/8 อ่านหนังสือตามความสนใจและอธบิ ายคุณคา่ ทีไ่ ด้รับ

ป.6/9 มีมารยาทในการอา่ น

ท 2.1 ป.6/3 เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พฒั นางานเขียน

ท 3.1 ป.6/6 พดู โน้มนา้ วอย่างมเี หตุผลและนา่ เช่อื ถือ

2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้

1) เลอื กอา่ นหนงั สอื ตามความสนใจได้ 2) อธบิ ายคุณค่าท่ีได้รับจากเรอ่ื งท่อี ่านได้ถูกต้อง

3) มีมารยาทในการอ่าน 4) เขยี นแผนภาพความคดิ ได้ถกู ต้อง

5) พูดโนม้ น้าวใจให้เลือกอ่านหนังสอื อยา่ งมีเหตุผลและน่าเชอื่ ถือ

3. สาระการเรียนรู้

3.8 สาระการเรียนรู้แกนกลาง

1) การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น

- หนงั สอื ที่นักเรยี นสนใจและเหมาะสมกับวยั - หนังสอื ที่ครูและนกั เรียนกำหนดร่วมกัน

2) มารยาทในการอ่าน

3) การเขยี นแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคดิ

4) การพดู โน้มนา้ วในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การพดู เชญิ ชวนให้อา่ นหนงั สอื

3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น (พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)

4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการอ้างองิ
2) ทกั ษะการวิเคราะห์
3) ทกั ษะการประเมิน 4) ทักษะการนำความรู้ไปใช้

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ
1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
2. ครนู ำข้อมลู เกย่ี วกับสถติ ิการอ่านหนังสือของคนไทยมาเลา่ ใหนักเรยี นฟงั
3. นักเรียนร่วมกนั บอกสาเหตทุ ี่ทำให้การอา่ นหนงั สือของคนไทยมสี ถติ ทิ ต่ี ่ำ เช่น อา่ นหนังสือไม่ออก
ไม่มเี วลาอ่านหนังสือ ชอบดูโทรทศั น์ หรอื ฟงั วทิ ยุ
4. ครูแสดงความคดิ เห็นเพิ่มเติมเก่ยี วกบั ปจั จยั ต่างๆ ทเ่ี ปน็ สาเหตใุ ห้คนไทยอ่านหนงั สือลดลง
5. ครสู นทนากบั นักเรียนเก่ยี วกับหนงั สือเลม่ ที่นักเรียนชอบหรอื ประทับใจมากที่สดุ จากนั้นให้
อาสาสมคั รนักเรียน 2-3 คน ออกมาเลา่ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั หนังสือเล่มดงั กลา่ ว และเชิญชวนใหเ้ พอื่ นอา่ น
หนังสอื
ขั้นที่ ๒ อธบิ ายความรู้
1. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับหลกั การเลือกอ่านหนังสอื ที่สนใจ แล้วรว่ มกนั สรปุ หลกั
ในการพิจารณาเลือกอา่ นหนงั สือ เพอื่ ให้สามารถนำไปใชใ้ นการเลอื กหนังสอื ที่ตนเองสนใจ ดงั น้ี

1) มเี นอ้ื หาท่สี ่งเสริมความรู้ มปี ระโยชน์
2) เนอ้ื หากระตุน้ ให้เกิดความสนใจ เกิดการเรยี นร้ทู ี่สรา้ งสรรค์
3) เน้ือหามคี วามนา่ เชอ่ื ถือ ไมข่ ัดตอ่ กฎหมาย ศีลธรรม
4) เน้อื หามคี วามเหมาะสมกับวยั
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
ข้นั ท่ี ๓ ตรวจสอบผล
สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้ : —
1. ครใู ห้นกั เรียนเลือกอา่ นหนงั สือ คนละ 1 เรื่อง แลว้ อธิบายประโยชนแ์ ละคุณค่าที่ได้รับจากการ
อา่ น แล้วบนั ทึกความร้ทู ่ีไดล้ งในแบบบนั ทึกการอ่าน
2. นักเรียนที่มีความพร้อมออกมานำเสนอหนังสือที่เลือกอ่าน พร้อมบอกประโยชน์และคุณค่าที่
ได้รับจากการอ่านโดยเขียนเป็นความคิดแล้วพูดเชิญชวนหรือโน้มนา้ วใจให้เพื่อนลองอ่านหนังสือเล่ม
ดงั กล่าว ดว้ ยวิธีการทส่ี ร้างสรรค์
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

๗. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
๗.1 สือ่ การเรียนรู้
1) ใบความรู้ Live worksheet
๗.2 แหล่งการเรยี นรู้

บนั ทกึ การประเมินการอา่ น

ประเด็น/คะแนน ความเขา้ ใจ การจับใจความ การรคู้ วามหมาย รวมคะแนน
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ 8 สำคญั 20

84

1 ด.ช.อนชุ ิต ลมุ เหลยี่ ม

2 ด.ช.ฐิติพงศ์ กมุ ลา

3 ด.ช.พรี วิชญ์ ปกพนั ธ์

4 ด.ช.วฒั นชยั เตน้ ปักษี



ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน

(......นายชาลี พนู เทกอง..)
วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................

ระดบั 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการอา่ น นำ้ หนัก/ คะแนน
คะแนน ความสำคัญ รวม
กปารระปเรดะน็ เมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
321

ความเขา้ ใจ ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม ตอบคำถาม
หลังจากที่ หลงั จากที่ หลงั จากท่ี หลังจากท่ี
อ่านได้ อ่านไดเ้ กือบ อ่านได้ อ่านไดน้ ้อย 2 8
ท้งั หมด ทั้งหมด เลก็ น้อย มาก 2 8

การจับใจความ จับใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ 1 4
สำคญั สำคญั ของ สำคญั ของ สำคญั ของ สำคัญของ 5 20
เ น ื ้ อ ห า ไ ด้ เนือ้ หาได้ เนอื้ หาได้
เนือ้ หาได้ เกอื บ เล็กน้อย นอ้ ยมาก
ท้ังหมด ทัง้ หมด
เมือ่ อา่ นพบ
การรู้ เมือ่ อา่ นพบ เมือ่ อ่านพบ เมือ่ อ่านพบ คำศัพท์ใหม่
ความหมาย คำศัพท์ใหม่ คำศพั ทใ์ หม่ คำศพั ท์ใหม่ สามารถเดา
คำศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา ความหมาย
ความหมาย ความหมาย ความหมาย คำศัพท์จาก
คำศพั ทจ์ าก คำศพั ท์จาก คำศัพท์จาก บริบทได้นอ้ ย
บริบทได้ บริบทได้ บรบิ ทได้ มาก
ทั้งหมด เกอื บ เล็กนอ้ ย
ทั้งหมด

รวม

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓
ลงในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
/
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของเพลงชาติ /
/
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องนักเรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน /
/
1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและชมุ ชน
/
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลกั ของศาสนาและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ขี องศาสนิกชน /

2. ซื่อสัตย์ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัด /
สุจรติ ขึน้ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ ์และพระราชวงศ์ /
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จริง
3. มีวินยั 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แม่หรอื ผปู้ กครอง /
รบั ผิดชอบ และครู /
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พ่ือนดา้ นความซ่ือสัตย์ /
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ /
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันมคี วามรบั ผิดชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน /
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน /
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรูต้ ่างๆ /
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สอ่ื เทคโนโลยีต่างๆแหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอก /
โรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม /
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ที่เรยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ /
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั /
/
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และส่ิงของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั /
พอเพียง 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า /
/
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน /
ทำงาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย /
6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7. รกั ความเป็น 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
ไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครูทำงาน
8. มีจิต 8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั ส่ิงของใหผ้ ้อู ่ืน
สาธารณะ 8.3 รูจ้ ักการดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ชมุ ชน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
(นายชาลี พนู เทกอง)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ครูประจำชั้น

พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน

บนั ทึกหลังแผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
 ด้านอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ
( นางนพมาศ ทองวทิ ยาทอง)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคำชะอี

แบบบันทกึ คะแนนก่อนเรียน-หลังเรยี น

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านคำชะอี อำเภอธาตุพนม จงั หวัดนครพนม

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑

เลขท่ี ชอื่ สกลุ แบบทดสอบ
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

1 ด.ช.อนชุ ติ ลมุ เหลี่ยม 5 5 6 7 5 6 5 7 7 7

9 9 8 10 8 9 10 9 9 10

2 ด.ช.ฐิตพิ งศ์ กุมลา 6 7 7 5 5 6 6 6 7 5

8 9 9 8 7 7 8 8 10 7

3 ด.ช.พีรวิชญ์ ปกพันธ์ 2 3 5 4 5 3 6 4 5 5

6 55 5 65 7 57 8

4 ด.ช.วัฒนชยั เต้นปักษี 2 3 3 4 3 5 4 3 5 3

5 55 5 56 6 56 6

(ลงช่อื )…………..………………… ผปู้ ระเมนิ
(นายชาลี พนู เทกอง)
ครปู ระจำช้ัน

คะแนน กอ่ นเรยี น คะแนนระหว่างเรียน คะแนนหลงั เรยี น

โรงเรียนบ้านบา้ นคำชะอี อำเภอธาตุพนม จงั หวดั นครพนม

ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

ช่ือ-สกุล คะแนน คะแนนระหวา่ งเรียน คะแนน

กอ่ น (100) หลงั
เรียน
(100) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 เฉลย่ี เรยี น
รวม
(100)

ด.ช.อนุชติ ลุมเหลย่ี ม 66 778689877 8 7.5 85
63 887899878 7
ด.ช.ฐิตพิ งศ์ กมุ ลา 50 656567675 6 7.9 90
50 567656565 5
ด.ช.พีรวิชญ์ ปกพนั ธ์ 5.9 71

ด.ช.วัฒนชยั เตน้ 5.6 64
ปักษี

คะแนนเฉลย่ี 57.25 6.50 6.50 7.00 6.25 7.00 6.75 6.75 6.75 6.25 6.50 6.72 77.5

(ลงช่อื )…………. .………………… ผ้ปู ระเมนิ
(นายชาลี พนู เทกอง)
ครปู ระจำชั้น

แบบบนั ทกึ คะแนนทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรียนบ้านคำชะอี อำเภอธาตุพนม จงั หวดั นครพนม

ทักษะการอา่ น

คะแนนทดสอบ

เลขท่ี ชื่อ - สกุล กอ่ นเรยี น หลงั เรยี น ผลการ หมายเหตุ

(๒0) (๒0) พฒั นา

1 ด.ช.อนชุ ิต ลมุ เหล่ยี ม 16 20 90.25

2 ด.ช.ฐิติพงศ์ กุมลา 9 15 70.65

3 ด.ช.พีรวชิ ญ์ ปกพนั ธ์ 2 10 55.25

4 ด.ช.วฒั นชัย เตน้ ปักษี 2 10 55.65

5

(ลงชือ่ )…………..… ……………… ผู้ประเมิน
(นายชาลี พนู เทกอง)
ครปู ระจำชัน้

แบบบันทึกคะแนนทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน

ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ โรงเรยี นบา้ นคำชะอี อำเภอธาตุพนม จงั หวัดนครพนม

ทักษะการเขียน

คะแนนทดสอบ

เลขที่ ช่อื - สกลุ ก่อนเรยี น หลงั เรียน ผลการ หมายเหตุ

(๒0) (๒0) พัฒนา

1 ด.ช.อนชุ ติ ลุมเหลยี่ ม 14 20 89.85

2 ด.ช.ฐติ ิพงศ์ กมุ ลา 3 13 80.25

3 ด.ช.พรี วชิ ญ์ ปกพนั ธ์ 2 10 65.65

4 ด.ช.วฒั นชยั เต้นปกั ษี 3 15 73.55

5

(ลงชอ่ื )…………..………………… ผปู้ ระเมิน
(นายชาลี พูนเทกอง)
ครปู ระจำช้ัน










Click to View FlipBook Version