สภาท้องถิ่น
การประชุมสภาทอ้ งถ่ินอาศัยระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยขอ้ บงั คบั การประชมุ
สภาท้องถิ่น พ.ศ.2547 ตามข้อ 5 วรรคหนึ่ง ได้ บัญญัติ ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้
รักษาการมีอานาจตีความ วินิจฉัย กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ เพ่ือดาเนินการตาม
ระเบียบว่าดว้ ยข้อบงั คบั การประชมุ สภาท้องถน่ิ
กรณีท่ีมีปัญหาโต้แย้งการปฏิบัติตามระเบียบ หรือระเบียบไม่ได้กาหนดไว้ก็ให้
ประธานสภาทอ้ งถิ่นเปน็ ผู้วนิ จิ ฉนั และใช้บังคับไปพลางก่อน แล้วให้ประธานสภาท้องถ่ินนา
ข้อโตแ้ ย้งน้เี สนอตอ่ ผวู้ า่ ราชการจังหวัดเพ่อื วินิจฉัยส่ังการ หรอื ใชบ้ งั คบั เฉพาะในการประชุม
คราวนั้น และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณา สาหรับ
องค์การบริหารส่วนตาบลให้เสนอต่อนายอาเภอทราบเพ่ือวินิจฉัยส่ังการหรือใช้บังคับ
เฉพาะในการประชุมคราวน้นั และใหร้ ายงานต่อผวู้ า่ ราชการจังหวัดเพือ่ เสนอปลดั กระทรวง
มหาดไทยพิจารณา (ตามขอ้ 5 วรรคสอง)
การประชมุ สภาครง้ั แรก
ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547
ขอ้ 6 ให้นายอาเภอหรอื ผูว้ า่ ราชการจังหวดั กาหนดใหส้ มาชิกสภามีการประชุมสภาคร้ังแรก
ภายใน 15 วนั นบั แตป่ ระกาศผลการเลือกตง้ั สมาชกิ ครบตามจานวนแลว้ สิง่ ท่ีต้องทาในการ
ประชมุ สภาครั้งแรก คอื
1. ปฏญิ าณตนในที่ประชมุ (ยกเวน้ อบต ไมต่ อ้ งปฏิญาณตน)
2. เลือกประธานสภาทอ้ งถนิ่
3. เลอื กรองประธานสภาท้องถน่ิ
4. เลือกเลขานกุ ารสภาทอ้ งถิ่น
5. กาหนดสมัยประชมุ สามญั ของปนี น้ั และกาหนดสมัยประชมุ สามญั สมัยแรกของปถี ดั ไป
1 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
ผดู้ ารงตาแหน่งชว่ั คราว
ในการประชุมสภาท้องถ่ินครั้งแรกตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับ
การประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 7 กาหนดให้มีผู้ดารงตาแหน่งช่ัวคราวดังน้ี
1) ประธานสภาทอ้ งถิ่นชว่ั คราว
ให้สมาชิกสภาท่ีมีอายุสูงสุดซึ่งอยู่ในที่ประชุมสภาเป็นประธานสภาท้องถ่ิน
ชั่วคราว แต่หากผู้มีคุณสมบัติตาม (1) ไม่ยอมทาหน้าที่ให้ผู้ มีอายุสูงสุดรองลงมาทาหน้าที่
แทน และในกรณีที่มสี มาชกิ สภามอี ายสุ งู สดุ เท่ากนั มากกวา่ 1 คน ใหใ้ ชว้ ิธจี ับสลาก
หนา้ ท่ีประธานสภาชว่ั คราว
(1) นาสมาชิกกลา่ วคาปฏญิ าณตน(ยกเว้นองค์การบรหิ ารส่วนตาบลไม่
ตอ้ งปฏญิ าณตน)
(2) ดาเนนิ การเลอื กประธานสภาท้องถ่นิ
การพ้นจากตาแหน่งประธานสภาช่วั คราว
การพ้นจากตาแหน่งประธานสภาชั่วคราวน้ันให้เป็นไปตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยขอ้ บงั คบั การประชุมสภาท้องถนิ่ พ.ศ. 2547 ข้อ 10 คือ
ประเภทองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ประธานสภาพน้ จากตาแหน่งเมอ่ื
องค์การบริหารส่วนตาบล นายอาเภอมคี าสั่งแตง่ ต้ังประธานสภา
เทศบาล ผวู้ า่ ราชการจังหวัดมีคาส่งั แตง่ ต้งั ประธานสภา
องค์การบริหารสว่ นจังหวดั เม่อื มีมติเลือกประธานสภาทอ้ งถิ่น
2) เลขานกุ ารสภาท้องถิ่นช่ัวคราว
ใหป้ ลดั ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเลขานุการสภาท้องถิ่นใน
การประชุมสภาทอ้ งถน่ิ ครัง้ แรก
2 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
การเลอื กประธานสภาท้องถนิ่
1 การเสนอชือ่ 2 การลงคะแนน 3 การนับคะแนน 4 กรณมี ผี ูไ้ ดค้ ะแนน 5 การแตง่ ตงั้ ขอ้ 9
เท่ากัน
3.1 ประธานที่ประชมุ
1.1 สมาชกิ สภาทอ้ งถนิ่ 2.1 สมาชกิ สภาทอ้ งถน่ิ เชญิ สมาชิกไม่น้อยกว่า 4.1 เลือกใหม่เฉพาะผู้ทไ่ี ด้ 5.1 ผวจ. หรอื นอภ.
เสนอชื่อ(ด้วยวาจาตาม ลงคะแนนเลือกจาก 2 คนมาตรวจนับคะแนน คะแนนสงู สดุ เทา่ กัน โดยวธิ ี ดาเนนิ การแต่งต้ังทนั ที
ข้อ39วรรค1) สมาชิกคน บุคคลทถี่ ูกเสนอชื่อ ลงคะแนนและนับคะแนน
หนง่ึ ท่ีเหน็ ว่าสมควรไดร้ บั 3.2 ตรวจนับแล้วให้ เมื่อการเลือกตงั้
2.2 ลงคะแนนโดยวิธี ประธานท่ีประชมุ แบบเดมิ ประธานสภาท้องถิน่
เลอื กให้ดารง เขียนชื่อตวั และชอื่ สกลุ ประกาศคะแนนตอ่ ท่ี
ตาแหน่งประธานสภา ประชมุ สภาท้องถิ่น (ขอ้ 4.2 ถ้าผลการเลือกใหม่ยงั มี แลว้ เสร็จ
ของผ้ทู ีถ่ ูกเสนอช่อื 8 วรรคหน่ึง ประกอบ ผูไ้ ดค้ ะแนนสงู สดุ เทา่ กนั อีก
ท้องถ่นิ ใหว้ ิธีจับฉลากเฉพาะผู้ท่ีได้ 5.2 ประธานสภา
2.3 ประกอบกับขอ้ 75 ข้อ 81) ทอ้ งถนิ่ ทไี่ ด้รับการ
1.2 ไม่จากดั จานวนท่เี สนอ วรรคสาม การลงคะแนน คะแนนสงู สดุ เท่ากนั แต่งตั้งปฏิบัติหนา้ ที่
เลือกประธานสภาตอ้ งใช้ 3.3 ผูท้ ี่ได้รับคะแนน ประธานทป่ี ระชุมสภา
1.3 แต่ละชือ่ ท่เี สนอต้อง วิธเี ขียนช่อื ตวั -ช่อื สกุล สงู สุดเป็นผ้ทู ่ีได้รบั เลอื ก 4.2.1 ประธานในที่ประชุม ท้องถน่ิ ในครั้งนนั้ ต่อไป
มสี มาชกิ รบั รองไม่น้อย ให้ผไู้ ด้คะแนนสูงสุดเท่ากัน
กวา่ 2 คน สมาชกิ แตล่ ะ ของบคุ คลทีเ่ ลือก ตกลงกันว่าจะใหใ้ ครเป็นผู้ 5.3 กรณี อบจ.
คนให้รับรองไดค้ รงั้ เดียว ประธานท่ีประชุม ประธานสภา อบจ.
(การรับรองให้ยกมอื พ้น เรียกชอ่ื สมาชิก จบั ฉลากกอ่ นหลงั เกดิ ขึ้นโดยมติสภาตาม
ศีรษะ ตาม 39 วรรค 2 ตามลาดับตวั อักษร นา ม.17 แห่ง พรบ.อบจ.
กระดาษใส่ซอยงยน่ื ลง 4.2.2 หากตกลงกนั ไม่ได้ให้ พ.ศ.2540 โดยไม่ต้องมี
หบี ท่ีจดั ไวต้ ่อหนา้ ประธานที่ประชุมเป็นผจู้ บั การแต่งต้ังจาก ผวจ
ประธานที่ประชมุ ฉลากว่าผู้ใดจะเป็นผู้จบั
กรณเี ทศบาล/องคก์ าร
1.4 ถ้ามกี ารเสนอชอื่ ผู้ 2.4ข้อ 82วรรคสอง ถ้ามี ฉลากกอ่ นหลงั บรหิ ารส่วนตาบล พรบ.
สมควรไดร้ บั การแต่งตั้ง สมาชิกเขา้ มาในที่
เพียงหนง่ึ คน ให้ถือว่าผู้ ประชมุ ขณะทเ่ี รม่ิ 4.2.3 จัดทาบัตรฉลาก จดั ตัง้ กาหนดใหม้ ี
นัน้ ไดร้ บั เลือก (ข้อ 14 ) ลงคะแนนแล้ว ผูน้ น้ั มี ชนิด สแี ละขนาดอย่าง ประธานสภาท้องถิ่นคน
เดียวกนั ตามจานวนเทา่ กับ หน่ึงโดย ผวจ./นอภ.
สทิ ธอิ อกเสียงลงคะแนน ผ้ทู ่ีได้คะแนนสูงสุด เขียน แต่งตั้งตามมติของสภา
ไดก้ อ่ นทปี่ ระธานจะสงั่ ขอ้ ความวา่ “ได้รบั เลือก
เปน็ ประธานสภาทอ้ งถน่ิ ”
นบั คะแนน สว่ นบตั รอ่ืนเขียนข้อความ
ว่า “ไมไ่ ด้รบั เลือกเปน็
ประธานสภาทอ้ งถ่นิ
3 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
การเลือกประธานสภาทอ้ งถ่ิน รองประธานสภาท้องถนิ่ และเลขานุการทอ้ งถ่นิ
1) การเลือกประธานสภาทอ้ งถ่ิน
การเลือกประธานสภาท้องถิ่น ประกอบไปด้วยวิธีการ การเสนอชื่อ การ
ลงคะแนน การตรวจนับคะแนน การรายงานผล โดยมีรายละเอยี ด ดังตอ่ ไปนี้
1.1) การเสนอช่ือ
ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยขอ้ บงั คบั การประชมุ สภาทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2547
ข้อ 8 วรรคหนึ่ง กาหนดให้สมาชิกสภาสามารถเสนอช่ือผู้สมควรได้รับการแต่งต้ังให้เป็น
ประธานสภา ดังนี้
(1) สมาชิกสภา 1 คน สามารถเสนอชื่อผู้สมควรได้รับ การแต่งต้ัง ให้
เปน็ ประธานสภาได้ เพียง 1 ชื่อ
(2) ผู้ที่ถูกเสนอช่ือจะต้องมีสมาชิกสภาออกเสียงรับรองอย่างน้อย 2
คนและรบั รองได้เพยี งครั้งเดยี ว
(3) หากมีการเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานสภา
เพียง 1 คนให้ถือว่าผู้น้ันได้รับเลือก ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการ
ประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ.2547 ข้อ 14
1.2) การลงคะแนน
ให้สมาชิกสภาเขียนช่ือตัว และชื่อสกุลของผู้ถูกเสนอ จานวน 1 ชื่อและให้สมาชิก
สภาหย่อนบัตรที่เขยี นช่ือเหมือนการลงคะแนนลับ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 75 วรรคสาม โดยประธานสภาเป็น
ผู้เรียกสมาชิกสภาท้องถิ่นตามลาดับอักษรนาซองมาใส่ในหีบที่จัดไว้ต่อหน้าประธานที่
ประชุม
4 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
1.3) การตรวจนับคะแนน
ประธานช่ัวคราวเชิญสมาชิกสภาไม่น้อยกว่า 2 คน มาช่วยนับโดยที่ผู้ได้รับ
เลอื กมีคุณสมบัติ ดังน้ี
(1) เปน็ ผ้ทู ไ่ี ด้รบั คะแนนสูงสดุ
(2) หากมีผู้ท่ีได้รับคะแนนเท่ากัน ให้ลงคะแนนใหม่โดยวิธีเดิมอีกครั้ง
(ตาม 1.2) เลอื กใหม่เฉพาะบคุ คลทม่ี ีคะแนนเทา่ กัน
(3) หากคะแนนยังเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก โดยวิธีการจับสลากนี้
ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ.
2547 ขอ้ 8 วรรคสามดงั นี้
(3.1) ประธานชั่วคราวจัดให้ตกลงกันว่าใครจะจับสลาก
กอ่ น
(3.2) ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้ประธานช่ัวคราวจับสลากว่า
ใครจะจบั สลากกอ่ น
(3.3) บัตรสลาก ต้องมีชนิด สี ขนาด เหมือนกัน มี
จานวนเทา่ คนท่มี คี ะแนนสูงสดุ เทา่ กนั และเขียนว่า “ได้รับเลือกเป็นประธานสภาท้องถิ่น ”
1 บัตร นอกน้นั เปน็ “ไมไ่ ด้รบั เลอื กเป็นประธานสภาทอ้ งถิน่ ”
1.4) การแตง่ ต้ังประธานสภาตัวจรงิ
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภา
ท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 9 กรณีการเลือกประธานตัวจริงเสร็จส้ินให้ นายอาเภอ/ผู้ว่า
ราชการจังหวัดดาเนนิ การแตง่ ตงั้ ทนั ทีและใหป้ ระธานตวั จรงิ ปฏบิ ตั ิหน้าทีใ่ นครัง้ น้ันต่อไป
5 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
2) การเลือกรองประธานสภาทอ้ งถ่นิ
เมื่อมีการเลือกประธานสภาได้แล้ว ให้สภาท้องถ่ินดาเนินการเลือกรอง
ประธานสภาและเลขานกุ ารสภา ซึ่งการเลือกรองประธานสภาและเลขานุการสภานี้จะต้อง
เลือกในการประชมุ สภาครง้ั แรกจานวนรองประธานสภาท้องถ่ินสามารถมีรองประธานสภา
ท้องถิ่นได้ ตามท่ีกฎหมายจดั ตัง้ กาหนดดงั น้ี
ประเภทองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น จานวนรองประธานสภาท้องถิน่ (คน)
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล (มาตรา 48) 1
เทศบาล(มาตรา 20) 1
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั (มาตรา 17) 2
การเลือกประธานสภาท้องถ่ินเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 12 โดยให้นาความตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 8 มาบังคับใช้
ประกอบไปด้วยวิธีการ การเสนอชื่อ การลงคะแนน การตรวจนับคะแนน การรายงานผล
โดยมรี ายละเอียด ดงั ตอ่ ไปน้ี
2.1) การเสนอช่อื
ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยขอ้ บังคับการประชมุ สภาท้องถน่ิ พ.ศ. 2547
ขอ้ 8 วรรคหนึ่ง กาหนดให้สมาชกิ สภาสามารถเสนอช่อื ผสู้ มควรไดร้ ับการแต่งตัง้ ให้เป็นรอง
ประธานสภา ดงั นี้
(1) สมาชิกสภา 1 คน สามารถเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็น
ประธานสภาไดเ้ พยี ง 1 ชอ่ื
(2) ผทู้ ่ีถูกเสนอชือ่ จะต้องมสี มาชกิ สภาออกเสียงรับรองอย่างน้อย 2 คนและ
รบั รองไดเ้ พยี งคร้ังเดยี ว
6 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
(3) หากมีการเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองประธานสภาเพียง
1 คนให้ถือว่าผู้น้ันได้รับเลือกตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุม
สภาทอ้ งถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 14
2.2) การลงคะแนน
ให้สมาชิกสภาเขียนชื่อตัว และช่ือสกุลของผู้ถูกเสนอ จานวน 1 ช่ือและให้สมาชิก
สภาหยอ่ นบตั รทเ่ี ขยี นช่ือเหมือนการลงคะแนนลับ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ขอ้ บงั คบั การประชมุ สภาท้องถิน่ พ.ศ. 2547 ขอ้ 75 วรรคสาม โดยประธานสภาเป็นผู้เรียก
สมาชกิ สภาตามลาดับอักษรนาซองมาใส่ในหีบทีจ่ ดั ไวต้ ่อหน้าประธานท่ปี ระชุม
2.3) การตรวจนับคะแนน
ประธานสภาเชิญสมาชิกสภาไม่น้อยกว่า 2 คน มาช่วยนับโดยที่ผู้ได้รับเลือกมี
คณุ สมบตั ิ ดังนี้
(1) เป็นผทู้ ่ไี ด้รบั คะแนนสงู สุด
(2) หากมีผู้ท่ีได้รับคะแนนเท่ากัน ให้ลงคะแนนใหม่โดยวิธีเดิมอีกครั้ง (ตาม
1.2) เลือกใหม่เฉพาะบุคคลที่มีคะแนนเทา่ กนั
(3) หากคะแนนยังเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก โดยวิธีการจับสลากน้ีให้เป็นไป
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยขอ้ บังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 8
วรรคสามดงั น้ี
(3.1) ประธานสภาจัดใหต้ กลงกันว่าใครจะจับสลากก่อน
(3.2) ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้ประธานสภาจับสลากว่าใครจะจับสลาก
ก่อน
(3.3) บัตรฉลากต้องมี ชนิด สี ขนาดเหมือนกัน มีจานวนเท่ากับคนที่
คะแนนสงู สดุ และเขียนวา่ “ ไดร้ บั เลอื กเป็นรองประธานสภาท้องถน่ิ ” จานวน 1 บัตร
นอกน้ันเป็น “ไมไ่ ด้รบั เลอื กเปน็ รองประธานสภาทอ้ งถิน่ ”
7 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
2.4) การรายงานผล
ประธานสภามีหน้าท่ีรายงานผลต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ภายใน 7 วัน นับ แต่
วันเลือก ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ.
2547 ขอ้ 11 วรรคทา้ ย
หมายเหตุ กรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งมีรองประธานสภาได้สองคนให้เลือก
รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดคนท่ี 1 ก่อน แล้วค่อยเลือกรองประธานสภา
องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั คนท่ี 2 ต่อไป
3) การเลือกเลขานุการสภาทอ้ งถ่นิ
วิธีการเลือกเลขานุการสภาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับ
การประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 13 ให้ประธานสภาใช้วิธีเดียวกับการเลือกรอง
ประธานสภาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ.
2547 ข้อ 12 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม และนาความตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 8 มาบังคับใช้
โดยอนโุ ลม สรปุ ว่า วธิ กี ารเลือกเลขานุการสภาใชว้ ิธีเดยี วกบั การเลือกประธานสภา
การเลือกเลขานุการสภาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล ให้เลือกจาก
สมาชกิ สภาหรือพนักงานหรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น ส่วนขององค์การบริหารส่วนตาบลให้
เลือกจากปลัดองค์การบริหารส่วนตาบลหรือสมาชิกองค์การบริหารส่วนตาบลเท่าน้ัน
พนักงานส่วนท้องถ่ินตาแหน่งไม่สามารถเป็นเลขานุการสภาขององค์การบริหารส่วนตาบล
ได้ และเม่ือได้เลขานกุ ารสภาแลว้ ใหเ้ ลขานุการสภาชว่ั คราวพ้นจากตาแหน่ง
8 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
4) กรณีตาแหนง่ วา่ งลง
ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยข้อบังคบั การประชมุ สภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547
ข้อ 15 ได้กาหนดว่าเมื่อประธานสภาท้องถิ่นหรือรองประธานสภาท้องถ่ินพ้นจากตาแหน่ง
ก่อนครบอายุสภา ให้สภาดาเนินการเลือกประธานสภาและรองประธานสภาแทนใน
ตาแหน่งทวี่ าง ภายใน 15 วัน นับแตว่ นั ที่พ้นจากตาแหน่ง
9 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
อานาจหนา้ ที่
ประธานสภาท้องถน่ิ
อานาจหน้าท่ีของประธานสภาท้องิ่นจะเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า
ด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 16 ประธานสภาท้องถิ่น มีอานาจ
หนา้ ทีด่ งั ต่อไปน้ี
1) ดาเนินกจิ การของสภาท้องถนิ่ ตามทีก่ ฎหมายกาหนด
2) เป็นประธานของที่ประชุมสภาท้องถ่ิน เว้นแต่ในขณะที่เข้ากล่าวอภิปราย
สนบั สนุนหรอื คัดคา้ นญัตติ ในท่ีประชมุ สภาท้องถิน่
3) บงั คับบัญชาการงานในสภาทอ้ งถิน่
4) รักษาความสงบเรียบร้อยในสภาท้องถิ่น
5) เปน็ ผู้แทนสภาท้องถิน่ ในกิจการภายนอก
6) อานาจและหน้าทอี่ ื่นตามที่มกี ฎหมายกาหนดไวห้ รอื ตามทีก่ าหนดไวใ้ นระเบยี บนี้
รองประธานสภาท้องถนิ่
อานาจหน้าทีข่ องประธานสภาทอ้ งถ่ินเปน็ ไปตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 17 รองประธานสภาท้องถิ่น มี
อานาจหน้าท่ีในการช่วยประธานสภาท้องถิ่นตามอานาจหน้าที่ของประธานสภาท้องถ่ินท่ี
กาหนดไว้ หรอื ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ตี ามท่ีประธานสภาท้องถ่ินมอบหมาย
10 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
เลขานุการสภา
เลขานกุ ารสภาท้องถนิ่ มีอานาจหนา้ ที่ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ขอ้ บงั คบั การประชมุ สภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 18 เลขานุการสภา มีหนา้ ทดี่ งั นี้
1) แจ้งนดั ประชมุ สภาท้องถิน่ ตามคาสงั่ ของประธานสภาท้องถน่ิ
2) ช้ีแจงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คาสั่ง หนังสือสั่งการ หรือ
แนวทางปฏิบัติซ่ึงเก่ียวข้องกับกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อที่ประชุมสภา
ท้องถิ่น
3) ช่วยเหลือประธานสภาท้องถิ่นจัดทาระเบียบวาระการประชุมสภาท้องถิ่น
4) เชญิ ประธานสภาทอ้ งถ่ินช่วั คราวปฏบิ ัติหน้าที่
5) จัดทารายงานการประชุมสภาท้องถน่ิ
6) เก็บรักษาข้อมูล ข่าวสาร หรือเอกสารของสภาท้องถ่ิน แต่จะเปิดเผยได้
ตอ่ เมอื่ ไดร้ ับอนุญาตจากประธานสภาท้องถ่ิน
7) ชว่ ยเหลือประธานสภาท้องถ่นิ ในการควบคุมการนับคะแนนเสยี ง
8) ช่วยเหลือประธานสภาท้องถ่ินในการรักษาความสงบเรียบร้อยในสภา
ทอ้ งถ่ิน
9) หน้าที่อ่ืนตามที่กาหนดไว้ในระเบียบนี่หรือกระทากิจการอื่นตามที่
ประธานสภาทอ้ งถน่ิ มอบหมาย
ในการประชุมสภา ถ้าไม่ มีเลขานุการสภา หรือมีแต่ไม่อยู่หรือไม่อาจ
ปฏิบัติหน้าท่ีได้ให้สภาเลือกสมาชิก สภาคนหน่ึงเป็นผู้ปฏิบัติหน้าท่ีเลขานุการสภา
ช่ัวคราว โดยใชว้ ธิ ีการเลือกตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุม
สภาท้องถน่ิ พ.ศ. 2547 ขอ้ 13
11 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
การประชมุ สภาทอ้ งถิ่นครั้งแรก การประชุมสภาทอ้ งถน่ิ สภาท้องถ่ิน
การประชุมสภาสามญั การประชมุ สภาวิสามญั
ผวจ/นอภ กาหนดให้มีการประชุมครั้งแรกภายใน กาหนดในวันประชุมสภาครั้งแรก / สมัยประชุม กรณที ีม่ ีความจาเปน็ เพ่ือประโยชน์ของ อปท
15 วัน นับแต่วันประกาศผลเลือกตั้งครบตาม สภาสมยั แรกของแตล่ ะปี
จานวนท่ีกาหนดแล้ว
ส่ิ ง ที่ ต้ อ ง ท า ใ น ก า ร ป ร ะ ชุ ม ส ภ า ค รั้ ง แ ร ก ประธานนาปรึกษาในทีป่ ระชุม อบจ. ประธานสภาเรียกเอง/นายกหรอื สมาชกิ ไม่
1 ป ฏิ ญ า น ต น ( ย ก เ ว้ น อ บ ต ) - สภา อบจ. ปีละ 2 สมยั สมยั ละ 45 วัน น้อยกว่า 1 ใน 3 ย่ืนต่อประธาน (ประธานสภา
2 เลือกประธาน/รองประเธาน/เลขานุการ - สภาเทศบาล ปีละ 4 สมยั สมยั ละ 30 วนั เปดิ +ปิดการประชมุ )
3 กาหนดสมัยประชุมสามัญประจาปี/สมัยแรก -สภา อบต 2 – 4 สมัย สมยั ละไมเ่ กิน 15 วนั (อาจ
ของปีถดั ไป ขอขยายเวลาไดต้ ามทกี่ ฏหมายกาหนด) เทศบาล ประธาน/นายก/สมาชกิ ไม่ตา่ กว่ากึง่ หนึ่ง
ยนื่ คาร้องต่อ ผวจ ( ผวจ เรียกประชุม)
-ปลดั อปท ทาหน้าทเี่ ลขานุการสภาชั่วคราว ทาเป็นประกาศของสภาท้องถน่ิ และปดิ ประกาศ
-สมาชิกท่ีอายุมากที่สุดทาหน้าท่ีประธานสภา ในท่เี ปิดเผย ณ สานักงาน อปท -อบต. ประธานสภา / นายก / สมาชกิ ไม่ต่ากวา่
ชว่ั คราวเพ่อื เชิญสมาชกิ กล่าวคาปฏิญาณและและ กง่ึ หน่งึ ยืน่ คารอ้ งต่อนายอาเภอ
นาปรึกษาเพื่อเลือกประธานสภา
-เ ม่ื อ เ ลื อ ก ป ร ะ ธ า น ส ภ า ไ ด้ แ ล้ ว ป ร ะ ธ า น ส ภ า กรณีไม่ได้กาหนด/จาเป็นต้องเปล่ียนแปลงให้ -สภา อบจ. กาหนด 7 วัน (ขยายได้เมื่อได้รับ
ชั่วคราวต้องรายงาน นอภ/ผวจ ทัน และ นอภ./ ประธานสภานาปรกึ ษาในสมยั ประชุมสามัญอ่ืน ๆ ความเห็นชอบจากสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
ผวจ. แต่งตั้งประธานสภาทนั ทไี่ ดร้ บั รายงาน หรือในสมัยประชมุ วสิ ามญั ก็ได้ -สภาเทศบาล กาหนดไม่เกิน 15 วัน (อานาจ
ผวจ)
-ประธานสภานาปรึกษาเพือให้ที่ประชุมเลือกรอง 12 - อบต. กาหนดไม่เกิน 15 วัน (อานาจ
ประธานสภา/เลขานุการสภาตอ่ ไป นายอาเภอ)
ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
การประชมุ สภาทอ้ งถ่ิน
การประชุมสภาท้องถ่นิ มี 4 ประเภท คอื
1) การประชมุ สภาสมยั แรก
2) การประชมุ สามัญ
3) การประชุมวิสามัญ
4) การเรียกประชุมกรณีไม่มีประธานสภาหรือประธานสภาไม่เรียก
ประชุม โดยจะไดก้ ลา่ วในรายละเอยี ดตอ่ ไป
ในส่วนของการกาหนดจานวนสมยั ประชุมสามัญประจาปี ให้สภาเทศบาลกาหนดว่า
การประชุมสมัย สามัญประจาปีแต่ละสมัย ในปีน้ันจะเร่ิมเม่ือใด แต่ละสมัย ในปีนั้นมี
กาหนดกี่วัน และให้กาหนดวันเริ่มประชุมสมัยประชุมสามัญประจาปีสมัยแรกของปีถัดไป
และมีกาหนดก่ีวันตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 ขอ้ 11
เม่ือสภาท้องถิ่นมีมติ แล้วให้ประธานสภาท้องถ่ินทาเป็นประกาศของสภาท้องถ่ิน
และปดิ ประกาศไว้ในท่เี ปดิ เผย ณ สานักงานขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
กรณีที่ไม่ได้กาหนดสมัยประชุมสามัญประจาปีไว้หรือไม่ได้กาหนดวันเริ่มประชุม
สามัญประจา ปีสมัยแรกในปีถัดไปหรือมีความจาเป็นต้องเปล่ียนแปลงสมัยประชุมสามัญ
ประจาปีหรือวันเร่ิมประชุมสามัญประจาปีที่กาหนดไว้แล้ว ให้ประธานสภาท้องถิ่นปรึกษา
ในสมัยประชุมสามัญประจาปีก่อนหรือในสมัยประชุมวิสามัญก็ได้ ตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยข้อบังคบั การประชมุ สภาทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2547 ขอ้ 21
การประชุมสภาท้องถิ่นตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุม
สภาทอ้ งถน่ิ พ.ศ. 2547 ข้อ 20 ประกอบไปด้วยการประชมุ สภาทอ้ งถิ่น 3 ประเภท ดังนี้
13 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
การประชุมสภาครง้ั แรก
ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547
ขอ้ 6 ใหน้ ายอาเภอหรือผู้ว่าราชการจงั หวดั กาหนดให้สมาชิกสภามกี ารประชุมสภาคร้ังแรก
ภายใน 15 วันนับแตป่ ระกาศผลการเลือกตัง้ สมาชิกครบตามจานวนแลว้ ส่งิ ที่ต้องทาในการ
ประชุมสภาคร้ังแรก คอื
1. ปฏิญาณตนในที่ประชุม (ยกเว้นองค์การบริหารส่วนตาบลไม่ต้องปฏิญาณตน)
2. เลอื กประธานสภาท้องถ่นิ
3. เลอื กรองประธานสภาทอ้ งถ่ิน
4. เลือกเลขานุการสภาท้องถ่ิน
5. กาหนดสมยั ประชุมสามัญของปนี นั้ และกาหนดสมัยประชุมสามัญสมัยแรกของปี
ถดั ไป
การประชมุ สามญั
การกาหนดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญจะเป็นไปตามกฎหมายจั ดต้ังขององค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ แตล่ ะประเภทดังนี้
ประเภท จ า น ว น จานวนวัน/ อานาจในการขยายเวลา กฎหมายทีเ่ กย่ี วข้อง
สมัย สมัย
อบต 2 15 นายอาเภอ มาตรา 53
เทศบาล 4 30 ผูว้ า่ ราชการจังหวัด มาตรา 24 วรรค 4
อบจ 2 45 ประธานสภาฯ ไม่เกิน 15 มาตรา 22
วัน/ครงั้
14 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
องค์การบริหารสว่ นตาบล ได้กาหนดให้มี ได้กาหนดให้มีจานวนสมัยประชุมได้ปีละ
ไม่นอ้ ยกว่า 2 สมัย แต่ไม่เกิน 4 สมัย ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติสภาตาบลและ
องคก์ ารบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537 และทแี่ ก้ไขเพมิ่ เตมิ กาหนดให้
(1) สภาองค์การบริหารส่วนตาบล กาหนดสมัยประชุมสามัญได้
กาหนดไมเ่ กนิ 15 วัน
(2) แต่กรณีจาเป็นสามารถขยายเวลาได้ โดยต้องได้รับอนุญาตจาก
นายอาเภอ
เทศบาล ได้กาหนดให้มีจานวนสมัยประชุมได้ปีละ 4 สมัย ตามมาตรา 24 วรรคส่ี
แห่งพระราชบัญญัตเิ ทศบาล พ.ศ.2496 (แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ถึงฉบับปัจจบุ ัน) ได้บญั ญัตใิ ห้
(1) สภาเทศบาลกาหนดสมัยประชุมสามัญได้กาหนดไม่เกิน 30 วัน
(2) แต่กรณีจาเป็นสามารถขยายเวลาได้ โดยต้องได้รับอนุญาตจาก
ผู้ว่าราชการจงั หวัด
องค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้กาหนดให้มีจานวนสมัยประชุมได้ปีละ 2 สมัย ตาม
มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 แก้ไขเพิ่มเติมถึง
ฉบับปจั จุบัน ได้บัญญัตใิ ห้
(1) สภาเทศองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาหนดสมัยประชุมสามัญได้
กาหนดไม่เกิน 45 วัน
(2) แต่กรณีจาเป็นสามารถขยายเวลาได้ โดยต้องได้รับอนุญาตจาก
ประธานสภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ไดอ้ กี ครง้ั ละไม่เกนิ 15 วนั
15 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
การประชมุ วสิ ามัญ
เป็นการประชุมนอกสมัยการประชุมสามัญ โดยมีความจาเป็นของการประชุมเพ่ือ
ประโยชนข์ ององค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ เท่านนั้
ประเภท ผมู้ ีสทิ ธิขอเปดิ ประชมุ ผเู้ รยี กประชุม ส มั ย อานาจในการ กฎหมาย
ประชุม ขยายเวลา ที่
เกยี่ วข้อง
อบต -ประธานสภา นายอาเภอ 15 วัน นายอาเภอ มาตรา 55
-นายก อบต.
-สมาชิกสภาไม่นอ้ ยกวา่ กง่ึ หนึง่
เทศบาล -ประธานสภา ผู้ ว่ า ร า ช ก า ร 15 วัน ผู้ ว่ า ร า ช ก า ร มาตรา 26
-นายกเทศมนตรี จงั หวัด จงั หวดั
-สมาชกิ สภาไม่น้อยกวา่ กง่ึ หนง่ึ
-ประธานสภา ประธานสภา 7 วนั มติสภาอบจ ไม่ มาตรา 25
อบจ -นายก อบจ. น้อยกว่าหน่ึงใน
-สมาชิกไม่น้อยกวา่ หนง่ึ ในสาม สาม
องค์การบริหารส่วนตาบล ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสภาตาบลและ
องค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับปัจจุบัน ได้บัญญัติให้
(1) ประธานสภา นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล หรอื สมาชิก สภาจานวนไม่
ต่ากว่าคร่ึงหนึ่งสามารถยน่ื คาร้องขอเปดิ ประชุมจากนายอาเภอ
(2) นายอาเภอเป็นผูเ้ รยี กประชมุ วสิ ามัญ
(3) สมยั ประชุมมีกาหนดไม่เกิน 15 วัน
(4) หากต้องการขยายวันประชุมจะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายอาเภอ
กอ่ น
16 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
เทศบาล ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง
ฉบบั ปัจจบุ ัน) ไดบ้ ญั ญัติให้
(1) ประธานสภา นายกเทศมนตรี หรือสมาชิก สภาจานวนไม่ต่ากว่า
ครงึ่ หนึง่ สามารถยนื่ คารอ้ งขอเปดิ ประชุมจากผวู้ าราชการจงั หวดั
(2) ผู้ว่าราชการจงั หวดั เป็นผู้เรยี กประชุมวสิ ามญั
(3) สมัยประชมุ มกี าหนดไมเ่ กนิ 15 วัน
(4) หากต้องการขยายวันประชุมจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่า
ราชการจงั หวดั กอ่ น
องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหาร
ส่วนจงั หวดั พ.ศ. 2540 และแกไ้ ขเพ่มิ เติม ประธานสภาองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดสามารถ
เรียกประชุมสมัยวิสามัญได้ หรือ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือสมาชิสภาองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดจานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจานวนสมาชิกองค์การบริหารส่วน
จังหวัดท่ีมีอยู่ อาจทาคาร้องย่ืนต่อประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ขอให้เปิดการ
ประชุมสมัยวิสามัญได้ สมัยประชุมมีกาหนดไม่เกิน 7 วัน หากต้องการขยายวันประชุม
จะตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า
หนง่ึ ในสามของสมาชกิ สภาองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัดเทา่ ทมี่ ีอย่แู ละขยายไดไ้ มเ่ กนิ 7 วัน
17 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
การเรยี กประชมุ กรณีไมม่ ีประธานสภาหรือประธานสภาไม่เรียกประชุม
กรณีไม่มีประธานสภาหรือประธานสภาไม่เรียกประชุมตามกฎหมาย ให้บุคคล
ดงั ตอ่ ไปนี้เปน็ ผู้เรยี กประชมุ และเปน็ ผ้เู ปดิ และปิดประชมุ
ประเภท ผู้เรียกประชุม/เปิดประชุม/ปิด กฎหมายที่เกี่ยวขอ้ ง
องค์การบรหิ ารสว่ นตาบล ประชุม
เทศบาล
องค์การบริหารสว่ นจังหวดั นายอาเภอ มาตรา 57 วรรคสอง
ผวู้ ่าราชการจังหวดั มาตรา 25 วรรคสอง
ผวู้ ่าราชการ มาตรา 24 วรรคสอง
องค์การบรหิ ารส่วนตาบล มาตรา 57 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติสภาตาบลและ
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล พ.ศ. 2537 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับปัจจุบันได้บัญญัติว่ากรณี
ไม่มีประธานสภาหรือประธานสภาไม่เรียกประชุมตามกฎหมาย ให้นายอาเภอเป็นผู้เรียก
ประชุม และเป็นผูเ้ ปดิ และปิดประชุม
เทศบาล ตามมาตรา 25 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 (แก้ไข
เพ่ิมเติมถึง ฉบับปัจจุบัน) ได้บัญญัติว่ากรณีไม่มีประธานสภาหรือประธานสภาไม่เรียก
ประชุมตามกฎหมาย ให้ผู้ว่าราชการจงั หวัดเป็นผเู้ รยี กประชมุ และเป็นผเู้ ปิดและปิดประชมุ
องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามมาตรา 24 วรรคสองแห่ง แห่งพระราชบัญญัติ
องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และแก้ไขเพ่ิมเติม ได้บัญญัติว่ากรณีไม่มี
ประธานสภาหรือประธานสภาไม่เรียกประชุมตามกฎหมาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น
ผู้เรียกประชุม และเป็นผู้เปดิ และปดิ ประชุม
18 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
การเรยี กประชุมสภาท้องถ่ิน
1)ให้ประธานสภาทาหนังสือแจ้งสมาชิกสภาท้องถ่ินทราบล่วงหน้า และปิด
ประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สานักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนกาหนดวันเปิดสมัย
ประชุม ไม่น้อยกว่า 3 วัน เช่น หนังสือเชิญประชุมออกวันท่ี 1 สิงหาคม จะต้องประชุม
อย่างเร็วสุดคือวันที่ 5 สิงหาคม จึงจะชอบด้วยกฎหมาย เน่ืองจากวันที่ออกหนังสือเชิญ
ประชุมกับวันประชุมไม่รวมเวลาด้วยกัน ศาลปกครองเคยเพิกถอนข้อบัญญัติกรณีท่ีส่ง
หนังสือเชญิ ประชุมล่วงหน้าไม่ถึง 3 วันแล้ว ยกเว้นการประชุมเร่งด่วนจะแจ้งกาหนดให้ปิด
ประกาศได้น้อยกว่า 3 วัน แต่ต้องไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนกาหนดเวลาเปิดสมัยประชุม
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วยขอ้ บงั คบั การประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 22
2)บอกนัดในที่ประชุมและให้ส่งหนังสือนัดประชุมไปยังผู้ไม่ได้ม าประชุมให้
ทราบลว่ งหนา้ ดว้ ยใชใ้ นกรณีที่มกี ารประชมุ ต่อเน่อื ง ประธานสภาสามารถบอกนัดด้วยวาจา
ได้ แตต่ ้องส่งหนังสือนัดประชุมไปยังสมาชิกที่มิได้เข้าร่วมประชุมให้ทราบด้วยตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยขอ้ บงั คับการประชุมสภาท้องถิน่ พ.ศ. 2547 ขอ้ 23
3)กรณีประชุมเร่งด่วน ประธานสภาสามารถนัดประชุมล่วงหน้าน้อยกว่า 3
วันได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 24 ช่ัวโมงก่อนกาหนดเวลาเปิดสมัยประชุม และต้องระบุเหตุอัน
รีบด่วนในหนังสือด้วยตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภา
ท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 23
19 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
สงิ่ ท่ตี ้องปฏิบัตใิ นการเรยี กหรือนดั ประชุม
1) ส่งระเบียบวาระไปพร้อมกัน เว้นแต่ มีเหตุรีบด่วนให้แจ้งในขณะ
เปดิ ประชุม
2) ประชาสัมพันธ์กาหนดวัน เวลา และเร่ือง ให้ประชาชนทราบ
หมายเหตุ การจัดระเบียบวาระเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ขอ้ บังคับการประชุมสภาทอ้ งถ่นิ พ.ศ. 2547 ข้อ 27
สทิ ธิของประชาชนในการเขา้ ฟังการประชุม
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547
ขอ้ 24 วรรคสองกาหนดให้ประชาชนมสี ทิ ธิเข้าฟังการประชุมสภาท้องถิ่นได้ตามหลักเกณฑ์
และวธิ กี ารท่ีสภาทอ้ งถิน่ กาหนด (สภาทอ้ งถ่ินต้องออกระเบียบกาหนดเปน็ ของตวั เอง)
20 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
สง่ิ ทีต่ ้องดาเนนิ การในการประชมุ สภา
ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วยข้อบังคับการประชุมสภาทอ้ งถ่ิน พ.ศ.
2547 ข้อ 25 กาหนดให้
1) เมอ่ื ถงึ กาหนดเวลานัด เลขานุการสภาให้สัญญาณเรียกสมาชิกสภา
เขา้ หอ้ งประชมุ
2) ใหป้ ระธานตรวจดูวา่ สมาชกิ สภาเข้าประชุมครบองค์ประชุมหรือไม่
3) การนบั องคป์ ระชมุ
(1) หากสมาชิกสภาไม่ได้ลงชื่อแต่เข้าร่วมประชุมให้ถือว่ามา
ประชุม
(2) หากสมาชิกสภาลงชื่อไว้ แต่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมไม่ให้นับ
และถือว่าขาดประชมุ
4) ถ้าไม่ครบองค์ประชุมและพ้นกาหนดเวลานัด 1 ช่ัวโมง ให้
ดาเนนิ การ ดงั น้ี
(1) ให้ประธานสภาส่งั เล่ือนการประชมุ
(2) ให้ถือว่าสมาชกิ สภาไมอ่ ยู่ขาดประชมุ
5) การแจง้ เลอื่ นการประชุมใหใ้ ชว้ ิธีเก่ียวกับการนัดประชมุ
21 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
ประธานในท่ปี ระชมุ สภา/รองประธานสภาไม่อยู่หรือไมย่ อมปฏิบัตหิ นา้ ท่ี
1) ปกตใิ ห้ประธานสภาและรองประธานสภาตามลาดับเป็นประธานท่ีประชุม
2) ในกรณีประธานสภาและรองประธานสภาไม่อยู่หรือ ไม่ยอมปฏิบัติหน้าท่ี
ให้ดาเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการ
ประชุมสภาท้องถ่นิ พ.ศ. 2547 ขอ้ 26 คือ
(1) ให้สมาชิกอายุสงู สดุ หรือรองลงมาตามลาดับเป็นประธานชั่วคราว
เพอ่ื เลอื ก สมาชกิ กนั เองเปน็ ประธานท่ีประชุมคราวนน้ั
(2) วธิ ีการเลือก ใหเ้ สนอช่ือ แลว้ ลงคะแนนโดยวิธยี กมอื
3) เม่อื ประธานสภา / รองประธานสภา / ยอมเข้ามาปฏิบัติหน้าท่ี ใน
ระหว่างการเลือกให้ระงับ การเลือก ถ้าเลือกได้แล้วให้ผู้ได้รับเลือกพ้นหน้าที่ และให้
ประธานสภา / รองประธานสภาเปน็ ประธานทีป่ ระชุมต่อไป
การประชมุ ตามระเบียบวาระ
1) ใหด้ าเนินการประชมุ ตามระเบียบวาระ เวน้ แต่ที่ประชุมสภาจะตกลงกันเป็นอย่าง
อ่ืนในการประชุมคราวน้ัน และโดยท่ัวไปวาระการประชุมจะเรียงลาดับก่อนหลัง ตาม
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 27
ดงั นี้
(1) เร่อื งท่ีประธานจะแจ้งตอ่ ท่ีประชุม
(2) รบั รองรายงานการประชุม
(3) กระท้ถู าม
(4) เรอื่ งท่ีคณะกรรมการทีส่ ภาทอ้ งถนิ่ ตัง้ ข้ึนพิจารณาเสร็จแลว้
(5) เรื่องทีเ่ สนอใหม่
(6) เรอ่ื งอ่ืน ๆ
22 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
กรณีท่ีประชุมสภาท้องถ่ินตกลงกันเป็นอย่างอ่ืนในการประชุมคราวนั้นโดยไม่ต้อง
จัดเป็นระเบียบวาระตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภา
ท้องถิน่ พ.ศ. 2547 ข้อ 27 ก็ได้
2) การส่ังปิดประชุม ประธานจะสั่งปิดประชุมก่อนหมดระเบียบวาระไม่ได้ เว้นแต่
กรณีเกดิ เหตุอลเวง ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาทอ้ งถนิ่
พ.ศ. 2547 ข้อ 121 หากประธานฝ่าฝืน (ส่ังปิดก่อน) ให้สมาชิกสภาจานวนไม่น้อยกว่าก่ึง
หน่ึงทม่ี อี ยใู่ นท่ี ประชุมเห็นวา่ ให้เปดิ ประชุมตอ่ ไปให้ประชมุ ตอ่ ไปตามระเบียบวาระจนหมด
และให้รองประธานสภาเป็นประธานท่ีประชุม ถ้ารองประธานสภาไม่อยู่หรือไม่สามารถ
ปฏิบัติหน้าท่ีได้ให้สมาชิกเลือกกันเองเป็นประธานท่ีประชุม (วิธีการตาม ระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชมุ สภาทอ้ งถนิ่ พ.ศ. 2547 ข้อ 26)
3) วาระการประชุมทย่ี ังไม่ไดป้ ระชุม ใหป้ ระธานสภาจดั วาระนั้นเข้าในระเบียบวาระ
การประชมุ ในครั้งต่อไป
การพกั ประชุม
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยข้อบงั คบั การประชุมสภาทอ้ งถิ่น พ.ศ.
2547 ข้อ 30 จะพกั การประชุมไดต้ อ้ ง
1) ประธานสภาเหน็ เป็นการสมควร
2) ส่งั พกั การประชมุ ไว้ชั่วคราวกไ็ ด้ (ควรกาหนดเวลาใหช้ ัดเจน)
23 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
การประชุมโดยเปิดเผย – ลบั
การประชมุ ปกติเป็นการประชมุ โดยเปิดเผย เว้นแต่
1) กฎหมายหรือระเบียบกาหนดให้ประชุมลับ เช่น ประชุมเพ่ือพิจารณา
ความประพฤติของสมาชิกสภา ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการ
ประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 32 (แต่ผู้ที่ถูกอภิปรายอาจขอให้ประชุมเปิดเผยได้)
2) ผู้บริหาร / สมาชิก ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของท่ีประชุมร้องขอให้ประชุมลับ
โดยทาเป็นหนังสือ / เสนอด้วยวาจาในการประชุม (ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ขอ้ บังคบั การประชมุ สภาทอ้ งถิน่ พ.ศ. 2547ข้อ 31 วรรคสอง) (ไม่ต้องขอมติ)
การประชุมลบั
ประธานสภาสั่งให้ผู้ไม่มีสวนเกี่ยวข้องออกจากท่ีประชุม จนพ้นระยะที่จะฟังการ
ประชุมได้ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ.
2547 ข้อ 32 ระบุว่าการประชุมสภาท้องถ่ินเพ่ืออภิปรายเกี่ยวกับความประพฤติของ
สมาชิกสภาท้องถิ่น เนื่องจากเห็นว่า มีความประพฤติในทางที่จะนามาซ่ึงความเส่ือมเสีย
หรือ ก่อความไม่สงบเรียบร้อยแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือกระทาการอันเสื่อมเสีย
ประโยชน์ของสภาท้องถิ่นที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ หรือเร่ืองที่สมาชิกสภาท้องถิ่นถูกกล่าวหาว่า
กระทาผดิ ตามความในหมวด 9 แห่งระเบียบนใ้ี ห้ประชุมลบั เว้นแตส่ มาชกิ สภาทอ้ งถนิ่ ผู้ถกู
กลา่ วหาจะขอใหป้ ระชุมเปิดเผย
24 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
รายงานการประชุม
รายงานการประชุมตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการ
ประชุมสภาทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2547ขอ้ 33 มีดังน้ี
1) ตอ้ งให้คณะกรรมการตรวจรายงานไดต้ รวจสอบ
2) ทาสาเนารายงานทไี่ ด้ตรวจสอบแล้ว (อยา่ งน้อย 2 ฉบับ) ให้สมาชิกตรวจดู
กอ่ นเวลาประชมุ ไม่น้อยกวา่ 1 วัน เพ่ือให้สภาทอ้ งถน่ิ รบั รองรายงานการประชุมน้นั
3) การแก้ไขถอ้ ยคาในรายงานการประชมุ ให้กระทาโดยมติของท่ีประชุมสภา
ท้องถนิ่ รายงานการประชุมสภาทอ้ งถิ่นทกุ ครงั้ อย่างน้อยจะต้องมีรายช่ือสมาชิกสภาท้องถ่ิน
มาประชมุ ลาประชมุ และขาดประชมุ
4) ให้ประธานสภาลงช่ือเป็นหลักฐานว่าสภารับรองแล้วเมื่อสภาท้องถิ่น
รับรองรายงานการประชุม ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยขอ้ บังคบั การประชมุ สภา
ท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 34
5) การเปิด เผยรายงานการประชุมลับ เป็นไปตามมติของสภา โดยให้
เลขานุการสภาท้องถิ่นปิดประกาศรายงานการประชุมที่สภาท้องถิ่นมีมติรับรองแล้วในที่
เปดิ เผย ณ สานกั งานองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ เพื่อให้ประชาชนทวั่ ไปทราบ
6) ขอ้ ความใด ๆ อันเกี่ยวกบั ความปลอดภัย หรือประโยชน์สาคัญขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ผู้บริหารท้องถ่ินหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นไม่น้อยกว่าหน่ึงในสามของ
สมาชิกสภาท้องถิ่นทั้งหมดเท่าที่มีอยู่อาจเสนอญัตติด้วยวาจาขอมิให้โฆษณา ถ้าท่ีประชุม
สภาทอ้ งถน่ิ มีมตเิ ห็นชอบก็ใหเ้ ป็นไปตามทร่ี ้องขอ
7) รายงานการประชุมสภาท้องถิ่นท่ีคณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม
ยังไม่ไดต้ รวจสอบ หรือสภายังไม่ไดร้ ับรอง หรือที่สภาท้องถ่ินได้รับรองแล้วแต่ประธานสภา
ท้องถ่ินยังไม่ได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน เพราะเหตุครบอายุของสภาท้องถ่ินหรือมีการ
25 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
ยุบสภาท้องถ่ิน ให้เลขานุการสภาท้องถิ่นบันทึกเหตุการณ์น้ันไว้และเป็นผู้รับรองรายงาน
การประชุมนนั้
8) การเปิดเผยรายงานการประชุมลับ ให้เป็นไปตามมติของสภาท้องถิ่นตาม
ระเบียบขอ้ 35
26 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
การเสนอญตั ติ
ญัตติเป็นหนงั สือ ญตั ตเิ สนอดว้ ย
วาจา
จดั ทาญตั ตเิ ปน็ หนังสอื
ญั ต ติ ที่ เ ส น อ ด้ ว ย ว า จ า
-การเสนอ ย่นื ตอ่ ประธานสภา (ขอ้ 38 วรรคห้า)
ล่วงหน้าก่อนวนั ประชุมไม่น้อยกวา่ 5 วนั
-การเสนอ ยกมือข้ึนพ้นศีรษะ เมื่อประธาน
-การรับรอง ญัตตทิ ี่เสนอโดยผู้บรหิ ารท้องถ่นิ อนญุ าต จงึ กล่าวได้
ไม่ต้องมีผู้รับรอง ญตั ตทิ เ่ี สนอโดยสมาชิกต้องมี
ผู้รับรอง 2 คน หากมีสมาชกิ เหลอื ตา่ กวา่ 8 คน -การรับรอง ยกมือขึ้นพ้นศรี ษะ
ให้มีผรู้ ับอง 1คน (เว้นแต่กฎหมายกาหนดอยา่ ง
อนื่ ) -การบรรจุญัตติ ประธานสภาต้องบรรจุเข้า
ระเบยี บวาระในการประชุมคราวน้ัน
-การบรรจญุ ัตติ ประธานสภาบรรจุญตั ตทิ ่เี สนอ
มาเขา้ ระเบยี บวาระภายในเวลาอนั สมควรใน
สมยั ประชุมนนั้
ญตั ติตก การถอน ถอื ว่าถอน
ไปเมอ่ื ญัตติ ญัตติแล้ว
-ยงั ไมบ่ รรจุญตั ตลิ งระเบยี บวาระการ
-ญตั ตทิ ่บี รรจุเข้าระเบยี บวาระแลว้ ไม่ ประชมุ (ขอถอนตอ่ ประธานสภา) -ถึงวาระการประชมุ แลว้ ผเู้ สนอ/ผ้แู ปรไม่
พิจารณา/พิจารณาไม่แลว้ เสรจ็ เวน้ ญัตติ -บรรจุญัตตลิ งระเบียบวาระแลว้ (ขอถอน อยู่ ไมข่ ออภปิ รายถือว่าถอนญตั ต/ิ คา
รา่ งงบประมาณรายจ่าย ใหบ้ รรจใุ นสมยั ต่อท่ีประชมุ +ท่ีประชมุ ยนิ ยอม) แปรญัตติ
ถดั ไป -กรณผี ู้บริหารเสนอนญัตติ/แปรญัตติ
27 อาจมอบหมายให้ รองนายก/เลขา/ที่
-ญัตติทีที่ประชุมสภายงั ไมไ่ ด้พจิ าณา/ ปรึกษา เป็นผู้อภปิ ราย ชแ้ี จง แถลงแทน
พิจารณายงั ไม่เสร็จ เมือ่ สภาครบวาระ ได้โดยทาเปน็ หนงั สอื
หรือยบุ สภา
ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
การเสนอญตั ติ
ญัตตติ ามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ.
2547 ข้อ 37 มี 2 ประเภท คอื
1) ญตั ตเิ ก่ียวกับกจิ การสภาทอ้ งถนิ่
2) ญตั ติรา่ งข้อบญั ญตั ิ
ข้อแตกต่าง คือญัตติร่างเทศบัญญัติ/ข้อบัญญัติ ที่ประชุมต้องพิจารณาเป็น
สามวาระ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ.
2547 ข้อ 45 หากเป็นญัตติเก่ียวกับกิจการสภาท้องถ่ิน จะมีลักษณะเป็นญัตติที่ขอมติท่ี
ประชมุ ว่าเหน็ ชอบหรอื ไมเ่ ห็นชอบ ไม่ตอ้ งพจิ ารณาสามวาระ
ตัวอย่างญตั ตเิ ก่ยี วกับสภาท้องถิ่น ตัวอยา่ งญตั ตเิ กี่ยวกับรา่ งข้อบญั ญัติ
-ญัตติขอเปลย่ี นแปลงคาชี้แจงงบประมาณ -ญัตติร่างงบประมาณรายจ่าย(ไม่สามารถ
พิจารณาสามวาระรวดได้ตามระเบียบข้อ 45 วรรค
สาม)
-ญตั ตขิ อจ่ายขาดเงินสะสม -ญัตติร่างข้อบญั ญัติทั่วไป(สามารถพจิ ารณา
สามวาระรวดไดต้ ามระเบียบขอ้ 45 )
-ญัตตขิ อโอนเงนิ งบประมาณ
-ญัตติการพิจารณาแผนพฒั นา(อบต)
-ญัตตเิ ก่ียวกบั การพจิ ารณาดาเนนิ การนอก
เขต อปท
28 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
การเสนอญัตตมิ ีระเบยี บ ดงั นี้
1) การเสนอญัตติต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือยื่นต่อประธานสภาท้องถิ่น
และมสี มาชิกสภาทอ้ งถนิ่ รับรองอยา่ งนอ้ ย 2 คน เว้นแต่มีสมาชิกน้อยกว่า 8 คน ให้สมาชิก
รับรอง 1 คน
2) กรณีสมาชิกเสนอญัตติร่างข้อบัญญัติเก่ียวกับการเงิน ต้องให้ผู้บริหาร
รับรองด้วย (ร่างข้อบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับ
การประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 44)
3) การเสนอญัตติร่างข้อบัญญัตใิ ด ถา้ ผู้บรหิ ารท้องถิ่นเปน็ ผูเ้ สนอ หรอื ราษฎร
ผู้มีสิทธิเลือกต้ังในองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นผู้เสนอตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อ
เสนอข้อบญั ญัตทิ ้องถน่ิ ไมต่ อ้ งมีผูร้ ับรอง
4) ญัตติท่ีอาจเสนอด้วยวาจาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 38 แต่ต้องมีสมาชิกสภาท้องถ่ินรับรอง
ดังน้ี
(1) ขอให้รบั รองรายงานการประชุม
(2) ขอให้รบั รองรายงานอื่นๆ ของคณะกรรมการ
(3) ขอให้ปรึกษาเป็นการด่วน หรือ ญัตติ ขอให้ พิจารณาร่าง
ข้อบัญญัติ สามวาระรวดเดียว ตามระเบยี บขอ้ 45
(4) ญัตติท่ีได้กาหนดไวใ้ นระเบยี บข้อ 40 วรรคหนึ่ง
(5) ญตั ตทิ ่ีประธานสภาทอ้ งถิ่นเห็นควรอนุญาต
การบรรจญุ ัตติท่เี สนอดว้ ยวาจาตามวรรคห้า ให้ประธานสภาทอ้ งถิน่ บรรจเุ ข้า
ระเบยี บวาระการประชุมคราวนัน้
29 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
วิธีการเสนอญัตติ
(1) ยกมือขึ้นพ้นศีรษะเมื่อประธานอนุญาตจึงกล่าวได้ ณ ท่ีของตน หรือท่ีจัดไว้
(2) การรบั รอง : วิธียกมือข้ึนพ้นศีรษะ
การบรรจญุ ตั ติ
(1) ประธานสภาต้องบรรจญุ ตั ตทิ ่เี สนอมาเข้าระเบียบวาระภายในเวลาอันสมควรใน
สมยั ประชุมนนั้
(2) ญัตติที่เสนอด้วยวาจา ประธานสภาต้องบรรจุเข้าระเบียบวาระในการประชุม
คราวนั้น
(3) กรณีท่ีมีเหตุจาเป็นให้ไม่สามารถบรรจุญัตติเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาได้
ใหบ้ รรจุเขา้ ระเบยี บวาระการประชุมในสมยั ประชมุ ถดั ไป และใหแ้ จ้งเหตจุ าเปน็ น้ันต่อสภา
ท้องถิ่นในสมัยประชุมนั้นตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภา
ท้องถิ่น พ.ศ. 2547ขอ้ 40 วรรคสอง
30 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
ห้ามมีการเสนอญัตติอื่น ในขณะที่สภาท้องถิ่นกาลังประชุมเพื่อปรึกษาญัตติใดอยู่
ยกเวน้
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547
ข้อ 41 ห้ามมิใหม้ กี ารเสนอญตั ตอิ ืน่ ๆ ในขณะทส่ี ภาท้องถน่ิ กาลงั ประชมุ เพ่ือปรึกษาญัตติ
ใดอยู่ ยกเว้นเปน็ ญตั ตดิ ังนี้
(1) ขอแปรญตั ตริ า่ งขอ้ บญั ญตั ทิ ่ีไม่ใช่รา่ งข้อบญั ญัติงบประมาณ
(2) ขอให้ส่งปัญหาไปยังคณะกรรมการสภาท้องถ่ิน ตามหมวด 8 แห่ง
ระเบยี บนี้
(3) ขอให้ลงมติ
(4) ขอให้แยกประเด็นพจิ ารณา หรือแยกประเดน็ ลงมติ
(5) ขอใหป้ ดิ อภปิ ราย
(6) ขอใหเ้ ปดิ อภิปรายต่อไป
(7) ขอให้เลือ่ นการปรึกษา
(8) ขอให้ประธานสภาท้องถ่ินพิจารณาใช้อา นาจตาม ระเบีย บ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 118 ระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 120 หรือ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 121
ตามระเบียบน้ี
(9) ขอให้บุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นตามที่กฎหมาย
ใหอ้ านาจไว้
(10) ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา ถ้าที่ประชุมมีมติหรือเห็นชอบในญัตติให้ยก
เร่อื งอื่นขึ้นปรึกษาญตั ติเดมิ เปน็ อนั ตกไป เว้นแตญ่ ัตตินนั้ เป็นญตั ตเิ ก่ยี วด้วยกับขอ้ บญั ญตั ิ
31 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
รา่ งข้อบญั ญัติ
ร่างข้อบัญญัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภา
ท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ขอ้ 43 ตอ้ งแบ่งเป็นขอ้ และมีบนั ทึกประกอบด้วย
1) หลักการของรา่ งขอ้ บญั ญัติ
2) เหตผุ ลท่เี สนอร่างข้อบญั ญัติ
หมายเหตุ
1. ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 และ 3 พ.ศ. 2543 ข้อ 23 ให้เจ้าหน้าท่ี
งบประมาณทาการพิจารณาตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขงบประมาณในช้ันต้น แล้วเสนอ
ต่อคณะผ้บู ริหารทอ้ งถน่ิ เมื่อผบู้ รหิ ารท้องถ่ินได้พจิ ารณาอนมุ ตั ใิ หต้ ้ังงบประมาณยอดใดเปน็
งบประมาณประจาปีแล้วให้เจ้าหน้าท่ีงบประมาณรวบรวมและจัดทาเป็นร่างงบประมาณ
รายจ่ายเสนอต่อคณะผู้บริหารท้องถิ่นอีกคร้ัง เพื่อคณะผู้บริหารท้องถ่ินได้นาเสนอต่อสภา
ท้องถิ่น ภายในวันที่ 15 สงิ หาคม
คาว่าเสนอต่อสภาท้องถิ่นพิจารณาอย่างไร นั้นกระทรวงมหาดไทยได้มีมาตรการ
เกย่ี วกับการจดั ทางบประมาณรายจา่ ยประจาปี โดยเร่งรดั ใหม้ กี ารประชุมสภาเพื่อพิจารณา
งบประมาณรายจา่ ยภายในวนั ท่ี 15 สงิ หาคม โดยให้ผูว้ า่ ราชการจงั หวดั และนายอาเภอ ใน
ฐานะผู้กากับดูแล กากับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จัดทางบประมาณรายจ่าย
ประจาปขี ององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ
และใหม้ ผี ลบังคบั ใชท้ นั ภายในวันเริม่ ต้นปีงบประมาณ
2 ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพ่ิมเติม ฉบับท่ี 2 และ 3 พ.ศ. 2543 ข้อ 24 กาหนดว่า
32 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
กรณีท่ีคณะผู้บริหารท้องถ่ินพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถจะนาร่างงบประมาณรายจ่าย
ประจาปีเสนอต่อสภาท้องถิ่นได้ทันภายในระยะเวลาที่กาหนดไว้ ให้เสนอขออนุมัติต่อสภา
ท้องถ่ิน แล้วรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ สาหรับองค์การบริหารส่วนตาบลให้
รายงานนายอาเภอ หมายถึง
2.1 กรณีนายกองค์การบริหารส่วนตาบล ไม่สามารถนาเสนอร่าง
งบประมาณต่อสภาได้ภายในวันที่ 15 ให้นายกองค์การบริหารส่วนตาบล ขออนุมัติต่อสภา
องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล แล้วรายงานนายอาเภอ
2.2 กรณีนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่สามารถนาเสนอร่างงบประมาณต่อ
สภาได้ภายในวนั ที่ 15 ให้นายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั ขออนุมตั ติ อ่ สภาองค์การบรหิ าร
ส่วนจงั หวดั แลว้ รายงานผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
สาหรับเทศบาลหากนายกเทศมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถนาร่าง
งบประมาณรายจ่ายประจาปีต่อสภาเทศบาลได้ทันภายในระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ให้ชี้แจง
เหตุผลความจาเป็นต่อประธานสภาเทศบาลก่อนวันที่ 15 สิงหาคม ของปีงบประมาณ
ปัจจุบัน หมายถึง หากนายกเทศมนตรีไม่สามารถนาเสนอร่างเทศบัญญัติงบประมาณ
รายจา่ ยประจาปตี ่อสภาไดท้ ันภายใน 15 สงิ หาคมให้นายกเทศมนตรีชี้แจงเหตุผลและความ
จ า เ ป็ น ต่ อ ป ร ะ ธ า น ส ภ า ก่ อ น วั น ที่ 1 5 สิ ง ห า ค ม เ ป็ น อ า น า จ
โดยชอบของประธานสภา โดยไมต่ ้องขออนมุ ัติต่อสภาเทศบาลแต่ประธานสภาต้องรายงาน
ให้ผ้วู ่าราชการจังหวัดทราบ
อน่ึงกรณีที่ผู้บริหารท้องถ่ินไม่สามารถนาร่างงบประมาณรายจ่ายต่อสภาท้องถ่ินได้
ทันภายในวันที่ 15 สิงหาคม และได้ดาเนินการชี้แจงเหตุผลต่อประธานสภาหรือนาเข้าท่ี
ประชุมสภาแล้วแต่กรณีและรายงานให้ผู้กากับดูแลทราบแล้ว จะถือว่าเป็นการละเว้นการ
33 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่น้ันต้องดูที่เจตนาของผู้บริหารเป็นสาคัญ แต่นักกฎหมายของกรม
สง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถ่ินเห็นว่าเรือ่ งนี้เป็นมาตรการเร่งรดั จึงไมถ่ ือว่าเป็นการละเว้นการ
ปฏิบตั ิหน้าท่ีแต่อยา่ งใด
การเสนอร่างข้อบญั ญัติ
เมอ่ื ประธานสภาท้องถน่ิ ไดร้ ับญตั ติรา่ งขอ้ บัญญัตทิ ีเ่ สนอมาและตรวจเหน็ ถูกตอ้ งตาม
ระเบียบการประชุมน้ีแล้วต้องส่งสาเนาให้กับสมาชิกสภาท้องถิ่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน
ก่อนการประชุม ยกเว้นกรณีประชุมรีบด่วน ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ก่อน
เวลาประชมุ
สาหรบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ซึ่งได้ออกข้อบญั ญตั ิทอ้ งถิ่นชวั่ คราว ต้องนาเสนอ
ข้อบญั ญตั ิท้องถน่ิ ชั่วคราวนั้นเขา้ ระเบียบวาระกอ่ นรา่ งข้อบัญญัติ
34 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
กระบวนการพิจารณาร่างเทศบญั ญัต/ิ ขอ้ บญั ญัตงิ บประมาณของเทศบาลและองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั
สภาไม่ยืนยันรา่ งเดมิ ด้วยมติ 2 ใน 3 สภาพิจารณา สภายนื ยนั ด้วยมติ 2 ใน 3 ภายใน 30 ผู้บริหารทอ้ งถน่ิ ลงนามประกาศใช้
หรอื พิจารณาไม่เสรจ็ ภายใน 30 วัน วนั ประธานสภาสง่ ร่างฯ ให้ผูบ้ ริหาร
เห็นชอบ
ถือวา่ ร่างฯ ตกไป ทอ้ งถ่นิ ลงนาม
ไม่เหน็ ชอบ ผวจ/พิจารณา
ภายใน 15 วนั
สง่ รา่ งคนื สภาทอ้ งถิ่น
ผู้บริหารท้องถนิ่ เสนอร่าง สภาพิจารณา รับหลกั การ สภาพิจารณา เห็นชอบ ทต.ประธานสภาส่งร่างใหน้ ายอาเภอ
งบประมาณ วาระที่ 1 วาระท่ี 2 และ 3 ทม/ทน /อบจ.ประธานสภาส่งร่างให้
ผวจ
เห็นชอบ
ไม่รับหลกั การ ผวจ.สง่ รา่ งฯ ให้ เสนอสภาภายใน 7 วนั สภาพจิ ารณาให้
ผูบ้ ริหารทอ้ งถนิ่ ความเหน็
ผวจ.แต่งตง้ั คณะกรรมการ 15 คน โดย ผบู้ ริหารท้องถิ่น
(1) สภาเลอื ก 7 คน 35 ภายใน 30 วนั
(2) นายกเลือก 7 คน
(3) บุคคลตาม (1)+(2) หาบคุ คลนอกเปน็ ปราน 1 คน เพื่อพจิ าณาหาขอ้
ยุตคิ วามขัดแยง้ ปรบั ปรุง แก้ไข หรอื ยนื ยันรา่ งเดิม แล้วสง่ ร่ายคนื ผวจ.
ภายใน 15 วนั
ไมเ่ สนอสภาภายใน 7 วนั ไมเ่ ห็นชอบ/พิจารณา
ไมเ่ สรจ็ ภายใน 30 วนั
ผวจ.เสนอรัฐมนตรสี ่ังใหผ้ ูบ้ รหิ าร
ท้องถน่ิ พน้ จากตาแหนง่ ผวจ เสนอรัฐมนตรีสง่ั ยบุ
สภา
ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
กระบวนการพจิ ารณา/ข้อบญั ญัตงิ บประมาณขององค์การบริหารส่วนตาบล
สภาไมย่ นื ยันร่างเดมิ ด้วยมติ 2 ใน 3 สภาพิจารณา สภายนื ยนั ดว้ ยมติ 2 ใน 3 ภายใน 30 ผูบ้ ริหารทอ้ งถน่ิ ลงนามประกาศใช้
หรอื พจิ ารณาไม่เสร็จภายใน 30 วนั วัน ประธานสภาสง่ รา่ งฯ ให้ผู้บริหาร
เห็นชอบ
ถือว่ารา่ งฯ ตกไป ท้องถ่นิ ลงนาม
ไมเ่ ห็นชอบ นอภ.พิจารณา
ภายใน 15 วัน
ส่งร่างคืนสภาท้องถ่ิน
ผู้บริหารท้องถิน่ เสนอร่าง สภาพิจารณา รบั หลกั การ สภาพจิ ารณา เหน็ ชอบ ประธานสภาส่งรา่ งให้นายอาเภอ
งบประมาณ วาระท่ี 1 วาระที่ 2 และ 3
เหน็ ชอบ
ไมร่ ับหลกั การ นอภ..สง่ รา่ งฯ ให้ เสนอสภาภายใน 7 วัน สภาพิจารณาให้
ผู้บริหารทอ้ งถ่ิน ความเห็น
นอภ .แต่งต้ังคณะกรรมการ 7 คน โดย ผูบ้ ริหารทอ้ งถิ่น
(1) สภาเลอื ก 3 คน
(2) นายกเลือก 3 คน
(3) บุคคลตาม (1)+(2) หาบคุ คลนอกเปน็ ปราน 1 คน เพื่อพิจาณาหาข้อ
ยุติความขัดแยง้ ปรบั ปรุง แก้ไข หรือยนื ยนั รา่ งเดิม แลว้ ส่งรา่ ยคืน นอภ..
ภายใน 15 วัน
ไมเ่ สนอสภาภายใน 7 วนั ไม่เห็นชอบ/พจิ ารณา
ไม่เสรจ็ ภายใน 30 วนั
นอภ..เสนอ ผวจ. ส่ังใหผ้ ู้บริหาร
ทอ้ งถน่ิ พน้ จากตาแหนง่ นอภ. เสนอ ผวจ สง่ั ยุบ
สภา
36 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
การพจิ ารณาร่างขอ้ บัญญตั ิ
1) การพิจารณาร่างข้อบัญญัติ ต้องพิจารณาเป็น 3 วาระ แต่ที่ประชุมสภา
จะอนุมัติให้พิจารณา 3 วาระรวดเดียวได้หากเป็นร่างข้อบัญญัติทั่วไป โดยผู้บริหารท้องถ่ิน
หรือ สมาชิกสภาท้องถ่ินจานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจานวนผู้ท่ีอยู่ในท่ีประชุมจะเป็นผู้
เสนอก็ได้ เม่ือที่ประชุมสภาท้องถ่ินอนุมัติให้พิจารณา 3 วาระรวดเดียวแล้ว การพิจารณา
วาระท่ี 2 ให้ท่ปี ระชมุ สภาท้องถ่ินเป็นกรรมการแปรญัตติเต็มสภา โดยให้ประธานท่ีประชุม
เปน็ ประธานคณะกรรมการแปรญัตติ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการ
ประชุมสภาทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 45 วรรคแรก
2) การพจิ ารณาร่างข้อบัญญัติ งบประมาณ จะพิจารณา 3 วาระ โดยจะพิจารณา
รวดเดยี วไม่ได้ และในวาระ 2 ต้องกาหนดเวลาเสนอคาแปรญตั ตไิ ม่น้อยกวา่ 24 ช่ัวโมง นับ
แตส่ ภามมี ติรบั หลกั การ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุม
สภาทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2547 ขอ้ 45 วรรคสาม
3) วาระการพจิ ารณา
(1) วาระที่ 1 เร่ือง รับหรือไม่รับหลักการ และห้ามให้มีการลงมติ
ก่อนที่สมาชิกสภาได้อภิปรายเรื่องนั้นพอสมควรแล้ว หรือสภาจะให้คณะกรรมการสภา
พิจารณาก่อนรับหลักการก็ได้ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุม
สภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ขอ้ 47
(2) ก่อนพิจารณาวาระที่ 2 ต้องตั้งคณะกรรมการแปรญัตติไว้
โดยเฉพาะอย่างย่างร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจา่ ยฯ ไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 7 คน
เป็นคณะกรรมการสามัญตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภา
ท้องถิ่น พ.ศ. 2547ข้อ 103 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภา
37 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
ท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 105 โดยเลือกใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการ
ประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 107 ประกอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 12 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ข้อบังคบั การประชมุ สภาทอ้ งถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 8 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ข้อบงั คบั การประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547ข้อ 75 วรรคสาม สรุปคือเลือกคณะกรรมการ
จนครบจานวนตามต้องการเหมอื นกบั การเลือกประธานสภา
(3) ระยะเวลาของการพิจารณาข้อบัญญตั งิ บประมาณนับแต่วันที่สภาท้องถ่ิน
มีมติรับหลักการในวาระท่ีหนึ่ง ถึงวันท่ีสภาท้องถ่ินพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณใน
วาระทส่ี อง ต้องใช้ระยะเวลากีอ่ ยา่ งนอ้ ยกี่วัน พิจารณาตามขั้นตอนกระบวนการดงั นี้ เชน่
วันที่ 1 เมื่อสภาท้องถิ่นมีมติรับหลักการแห่งร่างข้อบัญญัติ
งบประมาณรายจา่ ยในวาระท่ี 1 แล้วจะต้อง
-มีการเลือกคณะกรรมการแปรญัตติสามัญ คือ เลือกคณะกรรมการ
จากสมาชิกสภาเท่านั้น จานวนไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 7 คน วิธีการเลือกใช้วิธี
เดียวกับการเลอื กประธานสภา
-กาหนดระยะเวลาในการรับคาแปรญตั ตไิ มน่ อ้ ยกวา่ 24 ช่ัวโมง โดยให้
สมาชิกสภาเป็นผู้กาหนดระยะเวลารับคาแปรญัตติ ต้ังแต่วันไหน ถึงวันไหน เช่น กาหนด
รับคาแปรญัตติต้ังแต่วันท่ี 2 สิงหาคม ถึงวันท่ี 4 สิงหาคม ต้ังแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการแปรญัตติมีเวลาในการรับคาแปรญัตติ วันละ 8 ช่ัวโมง จานวน
3 วัน ก็จะครบ 24 ช่ัวโมง ท้ังน้ีในการปฏิบัติหน้าท่ีของคณะกรรมการแปรญัตติให้มี
หลักฐานการปฏิบัติงาน ท้ังน้ีเม่ือกาหนดวันรับคาแปรญัตติแล้วสภาท้องถ่ินจะพิจารณา
เรื่องร่างข้อบญั ญัติงบประมาณรายจ่ายน้ันไดอ้ กี ในวันน้นั
38 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
ให้เลขานุการสภาใช้อานาจตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับ
การประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 109 เชิญคณะกรรมการแปรญัตติ ประชุมเพื่อ
เลอื กประธานคณะกรรมการแปรญัตตแิ ละเลขานกุ ารคณะกรรมการแปรญัตติ
วันท่ี 2 -4 และ 5 คณะกรรมการแปรญัตติต้องมารอรับคาแปรญัตติ ณ
สถานท่ีท่ีได้แจ้งให้สมาชิกสภาทราบ ตามเวลาที่กาหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
(อย่างน้อย 3 วัน) เมื่อคณะกรรมการได้รับคาเสนอคาแปรญัตติเสร็จแล้วให้ทาหนังสือเชิญ
ผูบ้ รหิ ารทอ้ งถ่ินและสมาชิกท่ีเสนอคาแปรบัญญัติ เข้าประชุมเพ่ือพิจารณาคาแปรญัตติ ไม่
น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนกาหนดเวลานัดประชุม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ขอ้ บังคบั การประชมุ สภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 105
วันที่ 6 คณะกรรมการแปรญัตติร่วมประชุมพิจารณาคาแปรญัตติโดยเชิญ
ผู้บริหารท้องถ่ิน สมาชิกสภาท้องถิ่นที่ย่ืนคาแปร และเจ้าหน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
ช้ีแจง เพื่อรับฟังเหตุผลและความจาเป็นของร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย และท่ี
สาคัญการแปรญัตติร่างขอ้ บญั ญตั ิงบประมาณรายจ่ายจะกระทาได้เฉพาะการขอลดรายการ
จ่ายหรือการขอลดเงินทงั้ โครงการ(ตดั โครงการทง้ิ ) ทข่ี ออนุญาตจ่าย และต้องมีสมาชิกสภา
ท้องถิ่นรับรองเช่นเดียวกับการเสนอญัตติ คาแปรให้เสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อประธาน
คณะกรรมการแปรญัตติภายในระยะเวลาท่ีสภาท้องถิ่นกาหนด ตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 45 วรรคสาม
และระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วยข้อบงั คับการประชมุ สภาท้องถนิ่ พ.ศ. 2547 ข้อ 49
วรรคหน่ึง และห้ามไม่ให้แปรญัตติรายจ่ายขึ้นใหม่หรือเพ่ิมเติมรายจ่าย หรือเปลี่ยนแปลง
ความประสงค์ของจานวนเงินที่ขออนุมัติจ่าย เว้นแต่จะได้รับคารับรองจากผู้บริหารท้องถ่ิน
(ยกเว้น องค์การบริหารส่วนตาบล. เพราะมาตรา 87 วรรคท้ายของพระราชบัญญัติสภา
39 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
องค์การบริหารส่วนตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล ห้ามไม่ให้สมาชิกแปรญัตติเพิ่ม)
หรอื คาแปรนั้นผู้บรหิ ารท้องถิ่นเป็นผู้แปร ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับ
การประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547ข้อ 60 และห้ามมิให้แปรญัตติในรายการและจานวน
เงินซง่ึ มีขอ้ ผกู พันดงั นี้
(1) ดอกเบีย้ และเงนิ สง่ ใช้ต้นเงินกู้
(2) รายจ่ายซึ่งเป็นจานวนเงินที่ต้องจ่ายตามกฎหมาย ตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบงั คับการประชุมสภาท้องถิน่ พ.ศ. 2547ขอ้ 61
กรณีท่คี ณะกรรมการแปรญัตตไิ ม่เห็นชอบตามท่ีสมาชิกหรือกรรมการที่เสนอ
คาแปรญัตติ และมีมติเห็นชอบตามร่างเดิมของนายกฯ กรรมการแปรญัตติต้องให้สมาชิกผู้
น้ัน มีสิทธิสงวนความเห็นของของกรรมการแปรญัตติ ตลอดจนการสงวนคาแปรญัตติด้วย
โดยให้สมาชิกสภาท่ีเสนอคาแปรญัตติต้องทาเป็นหนังสือขอสงวนคาแปรญัตติหรือสงวน
ความเห็นของคณะกรรมการแปรญัตติ การสงวนคาแปรญัตติหรือสงวนความเห็นฯ จะส่ง
ให้สมาชิกที่ของสงวนฯ มีสิทธิชี้แจงต่อสภาท้องถิ่นและให้พิจารณาคาแปรญัตติน้ันตามข้อ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยข้อบงั คับการประชุมสภาท้องถนิ่ พ.ศ. 2547 ข้อ 51 ใน
วาระท่ีสอง ประธานคณะกรรมการแปรญัตติต้องรีบจัดทารายงานการเสนอคาแปรญัตติ
นั้นต่อประธานสภา และต้องเสนอร่างข้อบัญญัติน้ันตามร่างเดิม และตามท่ีมีการแก้ไข
เพ่ิมเติม พร้อมท้ังรายงานและบันทึกความเห็นยื่นต่อประธานสภา รายงานนั้นอย่างน้อย
ต้องระบุว่าได้มีหรือไม่มีการแก้ไขเพ่ิมเติมในตอนใดหรือข้อใดบ้าง การแปรญัตติและมติ
ของคณะกรรมการแปรญัตติเก่ียวด้วยกับการแปรน้ันเป็นประการใด การสงวนความเห็น
ของคณะกรรมการแปร ตลอดจนการสงวนคาแปรญัตติ ดว้ ย
40 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
กรณีคณะกรรมการแปรญัตติมีมติเห็นชอบตามสมาชิกท่ีเสนอคาแปรขอลด
รายจ่ายหรือขอลดจานวนเงินก็ตาม สมาชิกผู้นั้นไม่ต้องสงวนคาแปรญัตติแต่อย่างใด และ
สมาชกิ ผนู้ ้ันกไ็ มม่ สี ิทธพิ ดู ในการประชุมสภาทอ้ งถนิ่ ในวาระท่ีสองแตอ่ ย่างใด
กรณีที่ไม่การแปรลดรายจ่ายหรือการขอลดจานวนเงิน ให้คณะกรรมการ
แปรญัตติมติคงร่างเดิมไว้ โดยทารายงานเสนอประธานสภา โดยเสนอร่างข้อบัญญัติน้ัน
ตามรา่ งเดมิ พรอ้ มท้ังบันทกึ ความเห็นยนื่ ตอ่ ประธานสภาท้องถิ่น
วันที่ 7 ประธานสภาท้องถ่ินส่งรายงานนั้นแก่สมาชิกสภาท้องถ่ินไม่น้อยกว่า
ยส่ี ิบส่ีชั่วโมงก่อนวันประชุมพิจารณา ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการ
ประชมุ สภาท้องถ่นิ พ.ศ. 2547ข้อ 50
(4) วาระที่ 2 ข้ันแปรญัตติ ประมาณวันที่ 8 – 9 สภาท้องถ่ินจะประชุม
พิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณวาระที่ 2 ขั้นการแปรญัตติ โดยให้ปรึกษาเรียง
ตามลาดบั ข้อเฉพาะทมี่ กี ารแปรญตั ติหรอื ท่คี ณะกรรมการแปรญัตตแิ ก้ไขเทา่ น้นั
กรณคี ณะกรรมการแปรญัตติมมี ตคิ งร่างเดิม และประธานคณะกรรมการแปร
ญัตติชี้แจงต่อท่ีประชุมแล้ว ประธานสภาไม่ต้องขอมติคงร่างเดิมอีกครั้ง ประธานสภา
สามารถนาร่างข้อบัญญัติเข้าพิจารณาในระเบียบวาระที่สามได้เลย ตามระเบียบ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 ข้อ 51 ทั้งน้ีการ
พจิ ารณาวาระท่สี องและวาระทส่ี ามสามารถพิจารณาวนั เดยี วกันได้
41 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
ตวั อยา่ งการแปรญัตติ
1) การแปรญัตติร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย จะกระทาได้เฉพาะการ
ขอลดร่ายจ่ายเช่น การแปรญัตติลดรายจ่ายโครงการแห่เทียนพรรษา จาก 500,000 บาท
เป็น 0 บาท(ตดั โครงการ) หรือลดจานวนเงินท่ขี ออนุญาตจ่าย เช่น โครงการจดั งานวันเด็ก
จาก 800,000 บาท เหลือ 500,000 บาท โดยต้องมีสมาชิกสภาท้องถ่ินรับรองจานวน 2
คนเชน่ เดยี วกับการเสนอญัตติ ตามระเบียบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยข้อบังคบั การ
ประชุมสภาทอ้ งถนิ่ พ.ศ. 2547 ข้อ 59
คาแปรญตั ติให้เสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการแปรญัตติ
ภายในระยะเวลาที่สภาท้องถ่ินกาหนด ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับ
การประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 45 วรรคสามและระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า
ด้วยขอ้ บงั คบั การประชมุ สภาท้องถนิ่ พ.ศ. 2547ข้อ 49 วรรคหน่งึ
2) หลัก ห้ามมิให้แปรญัตติรายจ่ายขึ้นใหม่ ( เพ่ิมโครงการ) หรือเพ่ิมเติม
รายจ่าย(เพ่ิมจานวนเงิน) หรือเปล่ียนความประสงค์ของจานวนเงินที่ขออนุมัติจ่าย (
เปลีย่ นคาชแี้ จงงบประมาณ) ข้อยกเว้น เวน้ แตจ่ ะได้รับคารับรองจากนายกเทศมนตรีหรือ
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วน
จังหวัดเป็นผแู้ ปรญัตติ ตามระเบยี บขอ้ 60
สาหรับองคก์ ารบริหารสว่ นตาบล สมาชิกองค์การบริหารสว่ นตาบล จะแปรญตั ติเพอื่
เพ่ิมรายการ ( เพ่ิมโครงการหรือเพิ่มจานวนในรายการ( เพ่ิมเงิน)ที่ขออนุมัติจ่ายไม่ได้
กระทาเฉพาะแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายการ ตามมาตรา 87 วรรคท้ายแห่ง
พระราชบญั ญัตสิ ภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537 และท่แี ก้ไขเพมิ่ เติม
42 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
3) ห้ามมิให้แปรญัตติในรายการและจานวนเงินซึ่งมีข้อผูกพันอย่างใดอย่าง
หน่ึง ได้แก่ ดอกเบ้ีย และเงินส่งใช้ต้นเงินกู้และรายจ่ายซึ่งเป็นจานวนเงินที่ต้องจ่ายตาม
กฎหมาย กรณีเงนิ โบนัสถอื ว่าไมใ่ ชร่ ายจ่ายตามกฎหมายจึงสามารถตัดทง้ิ ได้
กรณีมีปัญหาว่ารายจ่ายใดมีข้อผูกพันตามวรรคหนึ่งหรือไม่ ให้
ประธานสภาท้องถนิ่ เปน็ ผ้วู นิ ิจฉยั ชีข้ าดตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วยข้อบงั คับการ
ประชุมสภาท้องถน่ิ พ.ศ. 2547 ขอ้ 61
(5) ข้ันเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายประจาปี สามารถกระทาต่อในวัน
น้ันได้เลย ประธานสภาไม่ต้องให้สมาชิกสภาท้องถิ่นอภิปราย เว้นท่ีมติที่ประชุมลงมติ
เห็นชอบให้อภิปรายได้ แต่ต้องมีเหตุอันควร ในการประชุมวาระท่ี 3 ให้ขอมติว่า
“เห็นชอบ” หรือ “ ไม่เห็นชอบ” ให้ตราเป็นข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย แล้วให้
ประธานสภาเสนอข้อเทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติท่ีผ่านการเห็นชอบ พร้อมรายงานการ
ประชุมให้ผ้กู ากับดูแลภายใน 7 วนั นบั แตว่ นั ที่สภามีมติเหน็ ชอบดว้ ยกับรา่ งข้อบัญญัติ
43 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
กรณสี ภาท้องถิน่ ไมร่ บั หลักการในวาระท่ี 1
ในการประชุมสภาท้องถิ่นวาระที่ 1 ข้ันรับหลักการของร่างข้อบัญญัติงบประมาณ
รายจ่ายประจาปีหากสภาท้องถ่ินมีมติรับหลักการก็จะดาเนินการต่อไปส่วนของการแต่งต้ัง
คณะกรรมการแปรญัตติ จนถึงกระบวนการขั้นลงมติ หากสภาท้องถ่ินมีมติไม่รับหลักการ
แห่งร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีแล้ว จะต้องมีการแต่งต้ังคณะกรรมการ
พิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง ตามกฎหมายจัดตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดย
อาศยั อานาจตามกฎหมายจดั ตัง้ ดงั น้ี
1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหาร
ส่วนจังหวดั พ.ศ. 2540
2 เทศบาล ตามมาตรา 62 ตรี แห่งพระราชบัญญัตเิ ทศบาล พ.ศ. 2496
3 องค์การบริหารส่วนตาบล ตามมาตรา 87/1 แห่งพระราชบัญญัติสภาตาบลและ
องคก์ ารบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537
ทม่ี าของคณะกรรมการพิจารณาหาขอ้ ยุตคิ วามขัดแย้ง
องค์การบริหารส่วนจังหวัด/เทศบาล มีจานวน 15 คน ประกอบด้วย
1. ตวั แทนฝา่ ยสภา เรียกว่า “กรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้งฝ่าย
สภา” ประกอบด้วย สมาชิกสภาฯ จานวน 7 คน โดยคัดเลือกจากสมาชิกสภาฯ ที่ละคน
จนกว่าจะครบจานวน โดยนาวิธีการคัดเลือกตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ขอ้ บังคบั การประชุมสภาท้องถ่ิน พ.ศ. 2547ขอ้ 12 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ข้อบังคบั การประชุมสภาท้องถิน่ พ.ศ. 2547 ข้อ 8 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ข้อบงั คับการประชุมสภาฯ มาบังคับใช้โดยอนโุ ลม
44 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
2. ตัวแทนฝ่ายบริหาร เรียกว่า “กรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง
ฝ่ายบริหาร” โดยให้ฝ่ายบริหารเสนอบุคคลที่เป็นสมาชิกสภาหรือไม่เป็น จานวน 7 คน
3. ประธานกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง จานวน 1 คน โดยมา
จากการปรึกษาหารือของกรรมการทั้งสิบสี่คนคือ กรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง
ฝ่ายสภา และ กรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้งฝ่ายบริหาร ร่วมกันพิจารณาเสนอ
ชื่อบุคคลท่ีมิใช่เป็นผู้บริหารท้องถิ่น รองนายก เลขานุการนายก ที่ปรึกษานายก และมิได้
เป็นสมาชิกสภาทอ้ งถ่นิ มาเป็นประธานกรรมการพิจารณาหาขอ้ ยุตคิ วามขดั แย้ง
องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล
คณะกรรมการพจิ ารณาหาขอ้ ยุตคิ วามขัดแย้งขององคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลมี
7 คนประกอบด้วยกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้งฝ่ายสภา 3 คน กรรมการ
พิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้งฝ่ายบริหาร จานวน 3 คน และ ประธานกรรมการพิจารณา
หาข้อยุติความขัดแย้ง 1 คน โดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการเดียวกับการสรรหา
คณะกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขดั แยง้ ของ องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัดหรอื เทศบาล
ระยะเวลาในการแตง่ ตง้ั คณะกรรมการพิจารณาหาขอ้ ยุตคิ วามขดั แย้ง
กรณีท่ีสภาท้องถิ่นมีมติไม่รับหลักการร่างงบประมาณรายจ่าย กรณี
องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือเทศบาล ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือ กรณีองค์การบริหาร
ส่วนตาบล ให้นายอาเภอ แต่งตั้งกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้งฝ่ายสภา และ
กรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้งฝ่ายบริหาร ภายใน 7 วันนับแต่วันที่สภาท้องถ่ินมี
มตไิ มร่ ับหลกั การแห่งข้อบญั ญตั ิงบประมาณรายจา่ ยประจาปี
สาหรับประธานคณะกรรมการพจิ ารณาหาข้อยุติความขัดแย้งให้แต่งต้ังภายใน 7 วัน
นบั แต่วนั ที่มีคณะกรรมการพิจารณาหาขอ้ ยุตคิ วามขดั แย้งครบจานวน
45 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
ในกรณีท่ี ไม่สามารถเสนอช่ือบุคคลเป็นกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง
หรือกรรมการพิจารณาหาขอ้ ยตุ คิ วามขดั แย้งฝ่ายสภาและกรรมการพิจารณาหาขอ้ ยุตคิ วาม
ขัดแยง้ ฝ่ายบรหิ าร ไม่สามารถเสนอรายชือ่ ประธานกรรมการพจิ ารณาหาข้อยุตคิ วามขดั แยง้
หรือ กรรมการ/ประธานไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
หรือนายอาเภอแล้วแต่กรณี แต่งต้ังบุคคลท่ีมิใช่เป็นผู้บริหารท้องถ่ิน รองนายก เลขานุการ
นายก ที่ปรึกษานายก และมิได้เป็นสมาชิกสภาท้องถ่ิน ทาหน้าท่ีกรรมกรหรือประธาน
กรรมการดงั กลา่ วใหค้ รบจานวน
ควรเลือกประธานกรรมการท่ีมีความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหน่ึง เพราะจะ
ทาใหผ้ ลการประชมุ คณะกรรมการพจิ ารณาหาขอ้ ยตุ ิความขัดแย้งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์
ของกฎหมายและเกดิ ความขดั แยง้ ในการพิจารณารา่ งข้อบัญญตั ิงบประมาณรายจ่ายได้
หน้าท่ีของคณะกรรมการพจิ ารณาหาข้อยตุ คิ วามขัดแยง้
คณะกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง มีหน้าที่นาร่างข้อบัญญัติ
งบประมาณรายจา่ ยประจาปงี บประมาณรายจ่ายประจาปีท่ีสภาท้องถ่ินมีมติไม่รับหลักการ
นามาพจิ ารณาโดยแก้ไข ปรบั ปรุงหรือยืนยันสาระสาคัญที่ญัตติไว้ในร่างข้อบัญญัติน้ัน ท้ังน้ี
ให้ยึดถือหลักเกณฑ์ตามกฎหมายและระเบียบที่เก่ียวข้องตลอดจนประโยชน์ของท้องถ่ิน
และประชาชนเป็นหลกั ตามพระราชบญั ญัติองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา
55 หรอื พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 62 ตรี หรอื พระราชบญั ญัติสภาตาบล
และองคก์ ารบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537 มาตรา 87/1 ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับประเภทขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
46 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
ระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิหน้าที่ของคณะกรรมการพจิ ารณาหาข้อยุติความขัดแยง้
คณะกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง ต้องนาหน้าท่ีนาร่างข้อบัญญัติ
งบประมาณรายจ่ายประจาปงี บประมาณรายจ่ายประจาปีท่ีสภาท้องถ่ินมีมติไม่รับหลักการ
นามาพิจารณาโดยแก้ไข ปรับปรุงหรือยืนยันสาระสาคัญที่ญัตติไว้ในร่างข้อบัญญัติน้ัน โดย
ตอ้ งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วนั นับแต่วันทแ่ี ต่งต้งั ประธานกรรมการพจิ ารณาหาขอ้
ยุตคิ วามขัดแย้งในความแรก
กรณีคณะกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง ไม่สามารถพิจารณาให้
แล้วเสร็จภายใน 15 วันให้ประธานคณะกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้งรวบรวม
ผลการพิจารณาแล้ววินิจฉัยช้ีขาดโดยเร็ว แล้วรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกรณี หรือ
นายอาเภอทราบแลว้ แตก่ รณี
เม่ือผวู้ า่ ราชการจังหวัดหรอื นายอาเภอได้รับรา่ งขอ้ บญั ญัติทผ่ี า่ นการพิจารณา
จากคณะกรรมการพิจารณาหาขอ้ ยุตคิ วามขัดแย้งหรอื จากประธานคณะกรรมการพิจารณา
หาข้อยุติความขัดแย้งท่ีประธานฯได้รวบรวมผลการพิจารณาแล้วช้ีขาดนั้น ให้ พิจารณาให้
แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นบั แตว่ ันได้รบั ผล
เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นได้รับร่างข้อบัญญัติท่ีผ่านการพิจารณาจากผู้ว่าราชการ
จังหวัดหรือนายอาเภอแล้วแต่กรณี นาร่างข้อบัญญัตินั้นเสนอต่อสภาท้องถิ่นภายใน7 วัน
นับแต่วันท่ีได้รับ หากไม่เสนอภายในระยะเวลา 7 วัน ผู้บริหารท้องถ่ินจะต้องพ้นจาก
ตาแหน่งตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 55 หรือ
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 62 ตรี หรือพระราชบัญญัติสภาตาบลและ
องค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537 มาตรา 87/1 ท้ังนี้ขึ้นอยู่กับประเภทขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนาเข้าพิจารณาในระเบียบวาระที่ 2 ข้ันแปรญัตติ ตามระเบียบ
47 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถ่ิน
ข้อ 48 วรรคสอง เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการแปรญัตติ การประชุม
พิจารณาของคณะกรรมการแปรญัตติ และพิจารณาตามวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป
กรณีวาระทส่ี าม
1.สภาท้องถิ่นมีมติไม่เห็นชอบกับร่างข้อบัญญัติทีผ่านการพิจารณาจาก
คณะกรรมการพิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง สภาท้องถ่ินต้องพิจารณาร่างข้อบัญญัติ
งบประมาณที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ใหแ้ ล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่
รับร่างจากผู้บริหารท้องถิ่น หากสภาพท้องถ่ินพิจาณาไม่แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หรือมี
มตไิ มเ่ หน็ ชอบใหต้ ราเปน็ ขอ้ บญั ญัติ ถือวา่ ข้อบญั ญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีน้ันตกไป
และต้องมกี ารยุบสภาท้องถนิ่ แหง่ น้ัน
2 สภาท้องถ่ินมีมติเห็นชอบกับร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ที่ผ่านการ
พจิ ารณาของคณะกรรมการพิจารณาหาข้อยตุ คิ วามขัดแยง้ ใหป้ ระธานสภาทอ้ งถน่ิ สง่ ร่างให้
ผ้วู า่ ราชการจังหวัดหรอื นายอาเภอแลว้ แต่กรณีพจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบ เม่ือเห็นชอบแล้ว
ใหส้ ง่ ใหผ้ ู้บรหิ ารทอ้ งถ่นิ ลงนามและประกาศใชต้ ่อไป
48 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี
สภาท้องถิ่น
รา่ งข้อบญั ญัตติ กไป
ตามระเบียบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 ขอ้ 53 ร่างขอ้ บัญญัติจะตกไปเมอ่ื
1) รา่ งข้อบัญญัตทิ ส่ี ภาไมร่ ับหลักการ
2) รา่ งข้อบัญญัติที่สภาลงมติไมใ่ หต้ ราเป็นข้อบญั ญตั ิ
ผลเม่ือรา่ งขอ้ บัญญตั ติ กไป
1) ถอื ว่าร่างข้อบัญญัติน้ันตกไป เว้นแต่กฎหมายกาหนดเปน็ อย่างอื่น
2) ห้ามเสนอญตั ติร่างขอ้ บญั ญตั ิท่มี หี ลักการเดียวกนั ในสมัยประชุมน้ันอีกเว้น
แต่ประธานสภาอนญุ าตเมอ่ื เหตุการณไ์ ด้เปลีย่ นแปลงไป
การถอนญตั ติ คาแปรญัตติ แก้ไขข้อความ หรอื ขอถอนช่อื
การขอถอนญัตตหิ รือคาแปรญัตติ จะกระทาเมอ่ื
1) ต้องการแกไ้ ขข้อความในญตั ติร่างข้อบญั ญตั ิที่เปล่ียนหลักการ
2) ขอถอนชือ่ จากการเปน็ ผู้รับรองหรอื ผู้ร่วมเสนอญตั ติ
จะกระทาเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่ ได้จัดเข้าระเบียบวาระแล้วจะทาได้ต้อง
ได้รับความยินยอมจากท่ีประชุมสภา หรือที่ประชุมคณะกรรมการแปรญัตติ (คาแปรญัตติ
ชัน้ คณะกรรมการฯ)
49 ยกยรรยมยกยรยสPกี pากpี