48 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
49 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การเปลี่ยนสถานะของน้ าและความมีขั้ว เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส้าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
50 แบบฝึกหัด 2.2 เรื่อง การเปลี่ยนสถานะของน้้าและความมีขั้ว ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค าลงในรูปภาพและตารางที่ก าหนดให้
51 เกณฑ์การให้คะแนนแบบฝึกหัด 2.2 เรื่อง การเปลี่ยนสถานะของน้้าและความมีขั้ว ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค าลงในรูปภาพและตารางที่ก าหนดให้
52 แผนการจัดการเรียนรู้ที่8 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่2 น้้า เรื่อง สารประกอบไอออนิก เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/12 เขียนสูตรเคมีของไอออนและสารประกอบไอออนิกสภาพขั้วหรือการเกิดพันธะไฮโดรเจน 2. สาระส้าคัญ/ความคิดรวบยอด สารประกอบไอออนิกส่วนใหญ่เกิดจากการรวมตัวกันของไอออนบวกของธาตุโลหะและไอออนลบของ ธาตุอโลหะ ในบางกรณีไอออนอาจประกอบด้วย กลุ่มของอะตอม โดยเมื่อไอออนรวมตัวกันเกิดเป็น สารประกอบไอออนิกจะมีสัดส่วนการรวมตัวเพื่อท าให้ประจุของสารประกอบเป็นกลางทางไฟฟ้า โดยไอออน บวกและไอออนลบจะจัดเรียงตัวสลับต่อเนื่องกันไปใน 3 มิติเกิดเป็นผลึกของสาร ซึ่งสูตรเคมีของสารประกอบ ไอออนิกประกอบด้วยสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกตามด้วยสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนลบ โดยมีตัวเลขที่ แสดงจ านวนไอออนแต่ละชนิดเป็นอัตราส่วนอย่างต่ า 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถอธิบายการเกิดพันธะไอออนิกได้ 2) นักเรียนสามารถเขียนสูตรเคมีของไอออนที่พบในชีวิตประจ าวันได้ 3) นักเรียนสามารถเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกจากไอออนที่ก าหนดให้ได้ 4) นักเรียนสามารถเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวและจุดเดือดระหว่างสารโคเวเลนต์กับสารประกอบ ไอออนิกได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การจ าแนก) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. พันธะไอออนิก 2.สูตรเคมีของสารประกอบไอออนิก 3.โครงสร้างของสารประกอบไอออนิก 5. สมรรถนะส้าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด
53 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 2.3 เรื่อง สารประกอบไอออนิก 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (20 นาที) 1. ครูยกตัวอย่างสารประกอบไอออนิกที่พบในชีวิตประจ าวัน เช่น เกลือแกงโซเดียมคลอไรด์(NaCl) 2. ครูให้นักเรียนดูคลิปวีดีโอ “การท านาเกลือ” (ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=ExCi_wEOngE) และอธิบายเพิ่มเติมว่า โซเดียมไอออน (Na+ ) และ คลอไรด์ไอออน (Cl- ) ไอออนทั้งสองชนิดนี้มีปริมาณมากในน้ าทะเล และเมื่อระเหยน้ าออกจะได้เกลือแกงหรือ โซเดียมคลอไรด์(NaCl) ซึ่งเป็นสารประกอบไอออนิก (ionic compound) 8.2 ขั้นส้ารวจและค้นหา (Exploration) (30 นาที) 3. ครูให้ความรู้ว่าสารประกอบไอออนิกประกอบไปด้วยไอออนบวกที่ยึดเหนี่ยวกับไอออนลบด้วยพันธะ เคมีที่เรียกว่า พันธะไอออนิก (ionic bond) โดยไอออนบวกและไอออนลบจัดเรียงตัวสลับต่อเนื่องกันไปใน 3 มิติเกิดเป็นผลึกของแข็งในอัตราส่วนของไอออนที่ท าให้สารประกอบไอออนิกเป็นกลางทางไฟฟ้า 4. ครูเปิดแอพลิเคชัน “AR วิทย์กายภาพ 1 ม.5” และส่องไปยังภาพ 2.9 จะเห็นภาพการจัดเรียง ไอออนบวกและไอออนลบของเกลือแกงในลักษณะ 3 มิติที่ชัดเจนขึ้นและให้นักเรียนศึกษาท าความเข้าใจ เพิ่มเติม 5. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับการดึงดูดกันระหว่างไอออนที่มีประจุต่างกัน และการผลักกันระหว่าง ไอออนที่มีประจุเหมือนกัน 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที) 6. ครูอธิบายว่า สารประกอบไอออนิกจัดเรียงไอออนบวกและไอออนลบต่อเนื่องกันไปใน 3 มิติโดยไม่ สามารถหาขอบเขตได้แน่นอน จึงไม่อยู่ในรูปโมเลกุลและไม่สามารถเขียนสูตรโมเลกุลได้การเขียนสูตรของ สารประกอบไอออนิกจึงใช้สูตรเอมพิริคัล (empirical formula) เพื่อแสดงอัตราส่วนอย่างต่ าของไอออนที่เป็น องค์ประกอบที่ท าให้สารประกอบเป็นกลางทางไฟฟ้า 7. ครูอธิบายการเขียนสูตรเอมพิริคัลท าได้โดยเขียนสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าแล้วตาม ด้วยสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนลบ และเขียนตามด้วยเลขห้อยท้ายสัญลักษณ์ของธาตุแต่ละชนิดเพื่อแสดง อัตราส่วนอย่างต่ าของจ านวนไอออนในการรวมตัว โดยไม่ต้องเขียนแสดงเลข 8. ครูยกตัวอย่างไอออนที่พบในชีวิตประจ าวัน ดังตาราง 2.3 แล้วให้นักเรียนศึกษาการเขียนสูตรเอมพิริ คัลของสารประกอบไอออนิกของไอออนคู่ต่าง ๆ ในตาราง 2.4 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (30 นาที) 9. ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบข้อมูลจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารโคเวเลนต์ในตาราง 2.2 และจุด หลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกในตาราง 2.5 แล้วอภิปรายร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า จุด หลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกสูงกว่าของสารโคเวเลนต์ 10. ครูอธิบายว่า การที่จุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกสูงกว่าสารโคเวเลนต์มาก เนื่องจากการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอออนิกเป็นการท าลายพันธะไอออนิกจึงต้องใช้พลังงานความ
54 ร้อนมากกว่าการเปลี่ยนสถานะของสารโคเวเลนต์เพราะการเปลี่ยนสถานะของสารโคเวเลนต์ไม่เกี่ยวข้องกับ การท าลายพันธะโคเวเลนต์แต่เป็นการท าลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (10 นาที) 11. นักเรียนท าแบบฝึกหัด 2.3 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง น้ า 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 2.3 เรื่อง สารประกอบไอออนิก - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
55 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
56 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง สารประกอบไอออนิก เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส้าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
57 แบบฝึกหัด 2.3 เรื่อง สารประกอบไอออนิก 1. จงเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของธาตุต่อไปนี้ 2. จงเรียกชื่อสารประกอบต่อไปนี้ 3. จงเขียนสูตรเอมพิริคัลจากชื่อของสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้
58 เกณฑ์การให้คะแนนแบบฝึกหัด 2.3 เรื่อง สารประกอบไอออนิก 1. จงเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของธาตุต่อไปนี้ 2. จงเรียกชื่อสารประกอบต่อไปนี้ 3. จงเขียนสูตรเอมพิริคัลจากชื่อของสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้
59 แผนการจัดการเรียนรู้ที่9 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่2 น้้า เรื่อง การละลายของสารในน้้า เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/13 ระบุว่าสารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว พร้อมให้เหตุผล และระบุว่า สารละลายที่ได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือนอนอิเล็กโทรไลต์ 2. สาระส้าคัญ/ความคิดรวบยอด สารจะละลายน ้าได้เมื่อองค์ประกอบของสารสามารถเกิดแรงดึงดูดกับโมเลกุลของน ้าได้โดย การละลาย ของสารในน ้าเกิดได้2 ลักษณะ คือ การละลายแบบแตกตัว และการละลายแบบไม่แตกตัว การละลายแบบ แตกตัวเกิดขึ นกับสารประกอบไอออนิก และสารโคเวเลนต์บางชนิดที่มีสมบัติเป็นกรดหรือเบส โดยเมื่อสารเกิด การละลายแบบแตกตัวจะได้ไอออนที่สามารถเคลื่อนที่ได้ท้าให้ได้สารละลาย ที่น้าไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์การละลายแบบไม่แตกตัวเกิดขึ นกับสารโคเวเลนต์ที่มีขั วสูง สามารถดึงดูดกับโมเลกุล ของน ้าได้ดีโดยเมื่อเกิดการละลายโมเลกุลของสารจะไม่แตกตัวเป็นไอออน และสารละลายที่ได้จะไม่น้าไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถระบุว่าสารเกิดการละลายน ้าแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัวจากสูตรเคมีของสารและ สารละลายที่ได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือนอนอิเล็กโทรไลต์ได้ 2) นักเรียนสามารถจ้าแนกประเภทของสารละลายโดยใช้การเปลี่ยนสีของกระดาษลิตมัสและการน ้า ไฟฟ้าเป็นเกณฑ์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การจ้าแนก) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท้างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. สารอิเล็กโทรไลต์ 2. สารนอนอิเล็กโทรไลต 5. สมรรถนะส้าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด
60 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท้างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 2.4 เรื่อง การละลายของสารในน ้า 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (20 นาที) 1. ครูท้าการสาธิตทดลองให้นักเรียนดูเพื่อทบทวนความรู้เดิม โดยครูน้าโซเดียมคลอไรด์ตักลงในบีก เกอร์ที่มีน ้าอยู่และท้าการคน พร้อมทั งให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ น เรียกว่า การละลาย และของเหลวที่ได้จากการละลายเรียกว่า สารละลาย 2. ครูถามค้าถามนักเรียนว่า สารละลายหมายถึงอะไร (แนวค้าตอบ : สารละลาย หมายถึง ของผสมเนื อเดียวกันที่ประกอบไปด้วยตัวท้าละลายและตัวถูก) 3. ครูถามค้าถามนักเรียนว่า ในการทดลองนี สารใดเป็นตัวท้าละลายสารใดเป็นตัวถูกละลาย (แนวค้าตอบ : น ้าเป็นตัวท้าละลาย โซเดียมคลอไรด์หรือเกลือเป็นตัวถูกละลาย) 4. ครูกระตุ้นนักเรียนโดยการถามค้าถามว่า โซเดียมคลอไรด์ละลายน ้าได้อย่างไร (ครูจะยังไม่เฉลย ค้าตอบ) 8.2 ขั้นส้ารวจและค้นหา (Exploration) (30 นาที) 5. ครูให้นักเรียนท้าการแบ่งกลุ่มให้ได้6 กลุ่มโดยแต่ละกลุ่มมีสมาชิก 4 คนและภายในกลุ่มมีการคละ กันระหว่างนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง ปานกลาง และต่้า 6. ครูบอกจุดประสงค์ในการท้ากิจกรรมการทดลอง เรื่อง การละลายของสารในน ้า และวิธีการตอบ ค้าถามในใบกิจกรรมให้นักเรียนฟัง พร้อมทั งแจกใบกิจกรรมและอุปกรณ์การทดลองให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที) 7. ครูสุ่มนักเรียนบางกลุ่มออกมาน้าเสนอผลการทดลองที่ได้จากการท้ากิจกรรมหน้าชั นเรียน 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทดลองที่ได้จากการท้ากิจกรรม 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (30 นาที) 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การละลายของสารในน ้าเกิดขึ นเมื่อโมเลกุลของน ้าเข้าไปแทรกระหว่างโมเลกุล หรือไอออนของตัวละลายได้เป็นสารละลาย โดยการละลายของสารในน ้ามี2 ลักษณะ คือ การละลายแบบ แตกตัว และการละลายแบบไม่แตกตัว 10. ครูให้นักเรียนพิจารณารูป 2.10 (ก) ซึ่งแสดงการละลายของเกลือแกงในน ้า หรือครูอาจใช้แอพลิเค ชัน “AR วิทย์กายภาพ 1 ม.5” เพื่อประกอบการสอน จากนั นครูอธิบายว่า เมื่อ NaCl ละลายน ้าจะแตกตัว เป็น Na+ และ Clกระจายตัวอยู่ในน ้า โดยไอออนแต่ละชนิดมีโมเลกุลของน ้าล้อมรอบ ซึ่งแสดงด้วยสัญลักษณ์ Na+ (aq) และ Cl- (aq) การละลายในน ้าลักษณะนี เรียกว่า การละลายแบบแตกตัว สารละลายที่ได้เรียกว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์ 11. ครูให้ความรู้ว่าสารละลายอิเล็กโทรไลต์น้าไฟฟ้าได้เนื่องจากไอออนสามารถเคลื่อนที่ได้ใน สารละลาย ดังรูป 2.10 (ข) จากนั นอธิบายเพิ่มเติมว่า สารประกอบไอออนิกที่อยู่ในสถานะของแข็งไม่น้าไฟฟ้า เนื่องจากไอออนมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างกันมากจึงไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ 12. ครูให้ความรู้ว่า นอกจากสารประกอบไอออนิกแล้ว สารโคเวเลนต์ที่มีสมบัติกรด-เบสบางชนิด สามารถ ละลายในน ้าแล้วแตกตัวเป็นไอออนได้โดยยกตัวอย่างการแตกตัวของกรดไฮโดรคลอริก จากนั นให้
61 พิจารณาตาราง 2.6 เพื่อให้เห็นตัวอย่างของสารประกอบไอออนิกและสารโคเวเลนต์ที่มีสมบัติเป็นกรดและเบส ที่พบในชีวิตประจ้าวัน 13. ครูให้ความรู้ว่า การละลายแบบไม่แตกตัวเกิดขึ นกับสารโคเวเลนต์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก หรือเป็น สารโคเวเลนต์ที่สามารถสร้างพันธะไฮโดรเจนกับน ้าได้ซึ่งสารละลายที่ได้จะไม่น้าไฟฟ้า เรียกว่า สารละลาย นอนอิเล็กโทรไลต์ 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (10 นาที) 14. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื อหาภายในบทเรียน แล้วให้นักเรียนท้าแบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2 และ แบบฝึกหัดที่ 2.4 เรื่องการละลายแบบแตกตัวและไม่แตกตัวและการน้าไฟฟ้าของสารละลาย เพื่อทบทวน ความรู้ 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง น ้า 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 2.4 เรื่อง การละลายของสารในน ้า - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ นไป 4. สมรรถนะ ส้าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส้าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ นไป 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท้าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง
62 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น้ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส้าคัญ สามารถน้าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส้าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น้าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน้าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต้าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
63 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง การละลายของสารในน ้า เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั น/ห้อง จ้านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ้านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส้าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
64 แบบฝึกหัด 2.4 เรื่อง การละลายของสารในน้า ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค้าตอบให้สมบูรณ์และระบายสีความสว่างของหลอดไฟให้สอดคล้องกับการน้าไฟฟ้า สารละลายอิเล็กโทรไลต์(Electrolyte solution) หมายถึง...................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์(Non-electrolyte solution) หมายถึง..................................................... ............................................................................................................................. ......................................
65 เกณฑ์การให้คะแนนแบบฝึกหัด 2.4 เรื่อง การละลายของสารในน้้า ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนเติมค้าตอบให้สมบูรณ์และระบายสีความสว่างของหลอดไฟให้สอดคล้องกับการน้าไฟฟ้า สารละลายอิเล็กโทรไลต์(Electrolyte solution) หมายถึง…สารละลายสามารถน้าไฟฟ้าได้เนื่องจาก มีไอออนเคลื่อนที่อยู่ในสารละลาย.......(1 คะแนน) สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์(Non-electrolyte solution) หมายถึง.......สารละลายที่ไม่น้าไฟฟ้า เนื่องจากไม่มีไอออนเคลื่อนที่แตกตัวอยู่ในสารละลาย........ (1 คะแนน)
66 การทดลอง เรื่อง การละลายของสารในน้้า รายชื่อสมาชิกกลุ่มที่………….. 1 ……………………………………………………………………………… ชั น ………………. เลขที่ …………………….. 2 ……………………………………………………………………………… ชั น ………………. เลขที่ …………………….. 3 ……………………………………………………………………………… ชั น ………………. เลขที่ …………………….. 4 ……………………………………………………………………………… ชั น ………………. เลขที่ …………………….. จุดประสงค์ของการทดลอง 1. เพื่อศึกษาสมบัติบางประการของสารละลาย 2. อธิบายเหตุผลที่สารละลายน้าไฟฟ้าได้แตกต่างกัน 3. จ้าแนกประเภทของสารละลายตามสมบัติกรด-เบส และสมบัติการน้าไฟฟ้า 4. อธิบายและสรุปได้ว่าสารละลายชนิดใดเป็นอิเล็กโทรไลต์หรือ นอนอิเล็กโทรไลต์ วัสดุอุปกรณ์ 1. บีกเกอร์ขนาด 250 cm3 5 ใบ 2. แท่งแก้วคนสาร 5 อัน 3. ช้อนตักสาร 5 อัน 4. เครื่องตรวจการน้าไฟฟ้า 1 เครื่อง 5. กระดาษลิตมัส สารเคมี 1. น ้ากลั่น 500 cm3 2. โซเดียมคลอไรด์(NaCl) 1 กรัม 3. โซเดียมไฮดรอกไซด์(NaOH) 1 กรัม 4. แคลเซียมคลอไรด์(CaCl2) 1 กรัม 5. แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) 1 กรัม วิธีการทดลอง 1. เติมน้ากลั่นลงในบีกเกอร์ขนาด 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร จ้านวน 5 ใบ ใบละ 100 ลูกบาศก์ เซนติเมตร 2. ชั่งโซเดียมคลอไรด์โซเดียมไฮดรอกไซด์แคลเซียมคลอไรด์และแคลเซียมคาร์บอเนตชนิดละ 1 กรัม ใส่ในบีกเกอร์ที่มีน้ากลั่นอยู่ชนิดละ 1 ใบ 3. ใช้แท่งแก้วคนสาร คนสารละลายแล้วสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของสารในบีกเกอร์ 4. จุ่มลวดตัวน้าของเครื่องตรวจการน้าไฟฟ้าลงในบีกเกอร์แต่ละใบ สังเกตและบันทึกผล 5. ทดสอบความเป็นกรดเบสด้วยกระดาษลิตมัส สังเกตและบันทึกผล
67 ตารางบันทึกผลการทดลอง อภิปรายผลการทดลอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลการทดลอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
68 แผนการจัดการเรียนรู้ที่10 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่3 อาหาร เรื่อง ไขมันและน้้ามัน เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/14 ระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวจากสูตรโครงสร้าง 2. สาระส้าคัญ/ความคิดรวบยอด อาหารเป็นปัจจัยส าคัญส าหรับการด ารงชีวิตของมนุษย์โดยไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และวิตามิน เป็นสารประกอบอินทรีย์ส่วนเกลือแร่เป็นไอออนหรือสารประกอบไอออนิก สารประกอบอนินทรีย์เป็น สารประกอบของธาตุคาร์บอนซึ่งอาจมีธาตุอื่นเป็นองค์ประกอบร่วมด้วย เช่น ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไนโตรเจน ซัลเฟอร์ไขมันมีทั้งชนิดอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวซึ่งพิจารณาได้จากชนิดพันธะระหว่างคาร์บอนอะตอมในกรดไขมัน ซึ่งใช้เกณฑ์เดียวกับสารประกอบไฮโดรคาร์บอน สารประกอบไฮโดรคาร์บอนมีเฉพาะธาตุคาร์บอนและ ไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ได้ 2) นักเรียนสามารถระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวจากสูตร โครงสร้างได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การจ าแนก) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. สารประกอบอินทรีย์ 2.สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว 3.สารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว 5. สมรรถนะส้าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย
69 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 3.1 เรื่องไขมันและน้ ามัน 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1. ครูน าเข้าสู่บทเรียนด้วยการอภิปรายเกี่ยวกับความส าคัญของอาหารต่อการด ารงชีวิตของมนุษย์และ สิ่งมีชีวิต แหล่งของสารอาหารแต่ละชนิดซึ่งได้มาจากสิ่งมีชีวิต และเชื่อมโยงว่าไขมันและน้ ามัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และวิตามินเป็นสารประกอบอินทรีย์ยกเว้นเกลือแร่ 8.2 ขั้นส้ารวจและค้นหา (Exploration) (30 นาที) 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับชนิดของธาตุองค์ประกอบของสารประกอบอินทรีย์และสารประกอบอนินทรีย์ แล้วให้นักเรียนตอบค าถามตรวจสอบความเข้าใจจงวงกลมล้อมรอบสูตรของสารประกอบอินทรีย์ 3. ให้นักเรียนยกตัวอย่างอาหารที่มีไขมันและน้ ามันเป็นองค์ประกอบ จากนั้นครูอธิบายเกี่ยวกับไขมัน และน้ ามันว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงาน พบมากในน้ ามันพืช ไขมันสัตว์นม เนย ซึ่งไขมันและน้ ามันจัดเป็นสารใน กลุ่มไตรกลีเซอไรด์ที่มีโครงสร้างประกอบด้วยส่วนของกลีเซอรอลและกรดไขมัน 4. ให้นักเรียนพิจารณาชนิดของพันธะระหว่างอะตอมของคาร์บอนกับคาร์บอนในโครงสร้างส่วนของ กรดไขมันในรูปเพื่อให้เห็นว่าส่วนของกรดไขมันมีทั้งที่เป็นพันธะเดี่ยวทั้งหมดและมีพันธะคู่อยู่ด้วย จากนั้นครู อธิบายความหมายของกรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไม่อิ่มตัว 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที) 5. ครูอธิบายความหมายของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน และเชื่อมโยงหลักการพิจารณาความอิ่มตัว ของกรดไขมันกับความอิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (30 นาที) 6. ครูน าอภิปรายเกี่ยวกับสัดส่วนของกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวที่มีผลต่อสถานะของไขมันและน้ ามัน ประโยชน์และโทษของไขมันและน้ ามัน เพื่อสร้างความตระหนักในการเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันและ น้ ามันเป็นองค์ประกอบ 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (10 นาที) 7. ครูสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับไขมันและน้ ามัน และให้นักเรียนท าแบบฝึกหัด 3.1 เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง อาหาร 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด
70 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 3.1 เรื่องไขมันและ น้ ามัน - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
71 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง ไขมันและน้ ามัน เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส้าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
72 แบบฝึกหัด 3.1 เรื่อง ไขมันและน้้ามัน ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสารที่ก าหนดให้ต่อไปนี้พร้อมใส่เครื่องหมาย ระบุว่าเป็นสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอน
73 ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสารที่ก าหนดให้ต่อไปนี้พร้อมใส่เครื่องหมาย ระบุว่าเป็นสารประกอบ อินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว
74 เฉลยแบบฝึกหัด 3.1 เรื่อง ไขมันและน้้ามัน ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสารที่ก าหนดให้ต่อไปนี้พร้อมใส่เครื่องหมาย ระบุว่าเป็นสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอน
75 ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสารที่ก าหนดให้ต่อไปนี้พร้อมใส่เครื่องหมาย ระบุว่าเป็นสารประกอบ อินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว
76 แผนการจัดการเรียนรู้ที่11 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่3 อาหาร เรื่อง คาร์โบไฮเดรต เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/15 สืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพระหว่างพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ของ พอลิเมอร์ชนิดนั้น 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด เราใช้พอลิเมอร์ในด้านต่างๆ เป็นจ านวนมากทั้งในชีวิตประจ าวัน ในอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม พอลิ เมอร์ที่พบในธรรมชาติได้แก่ เซลลูโลส แป้ง โปรตีน และยาง ส่วนพอลิเมอร์ที่สังเคราะห์ขึ้นมา ได้แก่ พลาสติก เส้นใยสังเคราะห์และยางสังเคราะห์เป็นต้น กระบวนการสังเคราะห์พอลิเมอร์เรียกว่า การเกิดพอลิ เมอร์( polymerization ) พอลิเมอร์ที่สังเคราะห์ขึ้นมาใหม่ส่วนใหญ่มีมอนอเมอร์เป็นสารอินทรีย์และมี จ านวนมากกว่า 1,000 หน่วยขึ้นไป พอลิเมอร์แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ พลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ และยางสังเคราะห์ปัจจุบันมีการใช้พอลิเมอร์สังเคราะห์เป็นจ านวนมาก จึงก่อให้เกิดปัญหาจากขยะพอลิเมอร์ มนุษย์พยายามหาวิธีการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว หรือเพื่อให้มีผลกระทบน้อยที่สุดต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม คาร์โบไฮเดรตในแป้งเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้จึงต้องย่อยให้เป็น กลูโคสที่เป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่สุดจนร่างกายสามารถดูดซึมได้พอลิแซ็กคาไรด์และมอนอแซ็กคาไรด์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการทดสอบสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตได้ 2) นักเรียนสามารถสามารถทดสอบสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตได้จากสูตรโครงสร้างได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การทดลอง) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. พอลิเมอร์ 2. มอนอเมอร์ 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
77 5.2 ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 3.2 เรื่อง คาร์โบไฮเดรต 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1. ครูน าเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนบอกความส าคัญของคาร์โบไฮเดรต ยกตัวอย่างอาหารที่มี คาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบ 8.2 ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) (50 นาที) 2. นักเรียนพิจาณารูปแล้วอภิปรายเกี่ยวกับการย่อยคาร์โบไฮเดรตในแป้งให้เป็นกลูโคส เพื่อให้ได้ ข้อสรุปว่า คาร์โบไฮเดรตในแป้งเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้จึงต้องย่อยให้เป็นกลูโคสที่ เป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่สุดจนร่างกายสามารถดูดซึมได้ 3. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับพอลิแซ็กคาไรด์และมอนอแซ็กคาไรด์จากนั้นใช้สูตรโครงสร้างจากรูป เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ระหว่างมอนอเมอร์กับพอลิเมอร์ 4. ให้นักเรียนท ากิจกรรม 3.1 การทดลองเปรียบเทียบสมบัติบางประการของกลูโคสและมันส าปะหลัง 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (20 นาที) 5. ครูสุ่มนักเรียนออกมาน าเสนอผลการทดลอง และร่วมกันอภิปราย และสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับ คาร์โบไฮเดรต 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (30 นาที) 6. นักเรียนสืบค้นข้อมูลสมบัติทางกายภาพของมอนอเมอร์และพอลิเมอร์และบันทึกลงในสมุด 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (10 นาที) 7. นักเรียนท าแบบฝึกหัด 3.2 เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง อาหาร 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 3.2 เรื่อง คาร์โบไฮเดรต - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป
78 วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
79 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง คาร์โบไฮเดรต เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
80 แบบฝึกหัด 3.2 เรื่อง คาร์โบไฮเดรต
81
82 เฉลยแบบฝึกหัด 3.2 เรื่อง คาร์โบไฮเดรต
83
84 แผนการจัดการเรียนรู้ที่12 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่3 อาหาร เรื่อง โปรตีน เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/16 ระบุว่าสารประกอบอินทรีย์มีสมบัติกรด-เบสจากสูตรโครงสร้าง 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด โปรตีนเป็นสารชีวโมเลกุลขนาดใหญ่ที่พบมมากที่สุดในสิ่งมีชีวิต ประกอบขึ้น จากหน่วยย่อยๆ ที่เรียกว่า กรดอะมิโน (amino acid) มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเพปไทด์โดยโปรตีนจัดเป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่มีกรดอะ มิโนเป็นมอนอเมอร์ธาตุที่เป็นองค์ประกอบหลักของโปรตีน ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน และธาตุที่พบรองลงมา คือ ซัลเฟอร์ฟอสฟอรัส นอกจากนั้นยังพบธาตุอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก ทองแดง เป็นต้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถอธิบายว่าสารประกอบอินทรีย์มีสมบัติกรด-เบสจากสูตรโครงสร้างได้ 2) นักเรียนสามารถจ าแนกว่าสารประกอบอินทรีย์มีสมบัติกรด-เบสจากสูตรโครงสร้างได้จาก สูตรโครงสร้างได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การจ าแนก) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. สมบัติกรด-เบสของโปรตีน 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 3.3 เรื่อง โปรตีน
85 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1. ครูน าเข้าสู่บทเรียนโดยกล่าวถึงประโยชน์และความส าคัญของโปรตีน เช่น เป็นโครงสร้างกล้ามเนื้อ เอนไซม์ฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขาดโปรตีนท าให้ร่างกายอ่อนเพลียหมดแรง และส่งผลให้เกิด โรคต่าง ๆ จากนั้นยกตัวอย่างแหล่งของอาหารที่มีโปรตีนสูง แล้วใช้ค าถามว่า เมื่อรับประทานโปรตีนเข้าไป ร่างกายสามารถน าโปรตีนไปใช้ประโยชน์ได้เลยหรือไม่ เพราะเหตุใด 8.2 ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที) 2. นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโปรตีนตามรายละเอียดในหนังสือเรียน 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที) 3. ครูใช้สื่อ power point เรื่อง โปรตีน โดยครูให้ความรู้ว่า โปรตีนจัดเป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่มีกรด แอมิโนเป็นมอนอเมอร์ร่างกายจะย่อยโปรตีนให้มีขนาดเล็กลง จนได้เป็นกรดแอมิโนชนิดต่าง ๆ แล้วดูดซึมเข้า สู่กระแสเลือด จากนั้นให้พิจารณารูป 3.11 เพื่อให้นักเรียนเห็นโครงสร้างของโปรตีนและกรดแอมิโน 4. ครูใช้ค าถามว่า แม้ว่าถั่วหรือผักบางชนิดมีโปรตีนในปริมาณสูง แต่มักพบว่าผู้ที่บริโภคเฉพาะถั่วและ ผักยังเป็นโรคที่เกิดจากภาวะขาดโปรตีนได้นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด เพื่อน าเข้าสู่การอภิปรายเกี่ยวกับ ความหมายของกรดแอมิโนจ าเป็นและไม่จ าเป็น และความต้องการกรดแอมิโนจ าเป็นให้เพียงพอทั้งในด้านของ ชนิดและปริมาณโดยการบริโภคอาหารให้หลากหลาย 5. ครูใช้ค าถามว่า กรดแอมิโนแสดงสมบัติกรด-เบสได้หรือไม่จากนั้นให้นักเรียนพิจารณารูป 3.12 แล้ว อภิปรายเกี่ยวกับหมู่ที่ท าให้กรดแอมิโนแสดงสมบัติกรด-เบสได้จากสูตรโครงสร้าง เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า กรดแอ มิโนแสดงสมบัติเป็นกรดและเบสได้เนื่องจากหมู่คาร์บอกซิล (–COOH) แสดงสมบัติเป็นกรด ในขณะที่หมู่แอมิ โน (–NH2) แสดงสมบัติเป็นเบส 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (20 นาที) 6. ครูเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับความเป็นกรด-เบสของสารประกอบอินทรีย์ชนิดอื่นที่มีหมู่คาร์บอกซิลหรื อหมู่แอมิโน ดังตัวอย่างในรูป 3.13 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (40 นาที) 7. เมื่อนักเรียนเข้าใจบทเรียนแล้ว ให้ท าแบบฝึกหัด 3.3 เรื่อง โปรตีน เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง อาหาร 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 3.3 เรื่อง โปรตีน - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป
86 วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
87 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง โปรตีน เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
88 แบบฝึกหัด 3.3 เรื่อง โปรตีน
89 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสารที่ก าหนดให้ต่อไปนี้พร้อมใส่เครื่องหมาย ระบุว่ามีสมบัติเป็นกรด เบส หรือกลาง
90 เฉลยแบบฝึกหัด 3.3 เรื่อง โปรตีน
91 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสารที่ก าหนดให้ต่อไปนี้พร้อมใส่เครื่องหมาย ระบุว่ามีสมบัติเป็นกรด เบส หรือกลาง
92 แผนการจัดการเรียนรู้ที่13 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่3 อาหาร เรื่อง วิตามินและเกลือแร่ เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/17 อธิบายสมบัติการละลายในตัวท าละลายชนิดต่าง ๆ ของสาร 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด วิตามินเป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แต่ก็จ าเป็นต่อร่างกายของมนุษย์เพราะวิตามินจะช่วยให้ระบบ และปฏิกิริยาต่างๆในร่างกาย ด าเนินไปตามปกติเกลือแร่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของไอออนหรือ สารประกอบ ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงเกลือแร่ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม สังกะสีจึงหมายถึง ไอออนหรือสารประกอบของโลหะ นั้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถอธิบายสมบัติการละลายในตัวท าละลายชนิดต่าง ๆ ของสารได้ 2) นักเรียนสามารถจ าแนกสมบัติการละลายในตัวท าละลายชนิดต่าง ๆ ของสารได้สูตรโครงสร้างได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การจ าแนก) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. วิตามินที่ละลายในน้ า 2. วิตามินที่ละลายในไขมัน 3. เกลือแร่ 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 3.4 เรื่อง วิตามินและเกลือแร่
93 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1. ครูน าเข้าสู่บทเรียนโดยกล่าวว่า นอกจากไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนซึ่งเป็นสารที่ให้พลังงานแก่ ร่างกายแล้ว ร่างกายยังต้องการวิตามินและเกลือแร่เพื่อให้การท างานของระบบต่าง ๆ เป็นไปอย่างปกติ 8.2 ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที) 2. ครูทบทวนความรู้โดยอาจถามเกี่ยวกับประโยชน์ของวิตามินบางชนิด เช่น วิตามิน A B C D E K จากนั้นครูถามต่อว่า นักเรียนจ าได้หรือไม่ว่า วิตามินใดบ้างที่ละลายในไขมัน ซึ่งควรได้ค าตอบว่า วิตามินที่ ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A D E K 3. นักเรียนพิจารณาสูตรโครงสร้างของวิตามินที่ละลายในน้ าและวิตามินที่ละลายในไขมันดังรูป 3.15 แล้วให้นักเรียนตอบค าถามชวนคิด 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที) 4. ครูและนักเรียนอภิปรายสรุปร่วมกันว่า โครงสร้างของวิตามินที่ละลายน้ าได้เช่น วิตามิน B1 และ C มีประจุ หรือมีหมู่ที่เกิดพันธะไฮโดรเจนกับน้ าได้หลายหมู่ เช่น หมู่ไฮดรอกซิล (–OH) หมู่แอมิโน(–NH2) ในทาง ตรงกันข้ามวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามิน A และ D มีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไฮโดรคาร์บอน จากนั้นให้ นักเรียนท าแบบฝึกหัด 3.3 เพื่อทบทวนความรู้ 5. ครูให้ความรู้ว่า สมบัติการละลายของวิตามินดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นไปตามหลักการที่ เรียกว่า “like dissolves like” คือ สารจะละลายได้ในตัวท าละลายที่มีขั้วใกล้เคียงกัน ซึ่งหลักการนี้ สามารถใช้อธิบายการละลายของสารโดยทั่วไปได้เช่น กลูโคสละลายในน้ า เมนทอลละลายในน้ ามัน น้ ามันไม่ละลายในน้ า จากนั้นให้นักเรียนท าแบบฝึกหัด 3.4 เพื่อทบทวนความรู้ 6. อภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับเหตุการณ์สถานการณ์ที่มีความสัมพันธ์กับหลักการ like dissolves like หรือการน าหลักการดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันหรืออุตสาหกรรม เช่น การล้างสีทาเล็บด้วยน้ ายา ล้างเล็บที่มีตัวท าละลายอินทรีย์เป็นองค์ประกอบ การเช็ดล้างเครื่องส าอางด้วยครีมที่มีน้ ามันเป็นองค์ประกอบ การสกัดสารส าคัญจากสมุนไพรด้วยน้ ามันหรือขี้ผึ้ง การสกัดกลิ่นน้ าหอมจากดอกไม้บางชนิดด้วยเอทานอล 7. นักเรียนพิจารณารูป 3.18 แล้วให้นักเรียนอภิปรายว่า สารซักล้างช่วยขจัดคราบไขมันได้อย่างไร ซึ่ง ควรได้ข้อสรุปว่า โมเลกุลของสารซักล้างมีทั้งส่วนที่มีขั้วและไม่มีขั้ว ซึ่งในกระบวนการซักล้าง โมเลกุลดังกล่าว จะหันส่วนไม่มีขั้วเข้าหาคราบไขมันและส่วนมีขั้วหันเข้าหาโมเลกุลน้ าท าให้คราบไขมันหลุดออกมาเป็นหยด น้ ามันที่ถูกห่อหุ้มด้วยโมเลกุลของสารซักล้างเกิดเป็นไมเซลล์(micelle) ที่กระจายตัวในน้ า 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (20 นาที) 8. ครูให้ความรู้ว่าการเกิดไมเซลล์ช่วยท าให้ไขมันกระจายตัวอยู่ในน้ าได้ดีเกิดเป็นของผสมที่เรียกว่า อิมัลชัน (emulsion) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจ าวัน เช่น น้ านม น้ าสลัด ครีมทาผิว 9. ให้นักเรียนพิจารณาฉลากอาหารในรูป 3.19 จากนั้นใช้ค าถามว่า อาหารชนิดนี้มีเกลือแร่อะไรบ้าง ซึ่งควรได้ค าตอบว่า อาหารชนิดนี้มีโซเดียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นองค์ประกอบ จากนั้นร่วมกัน อภิปรายเกี่ยวกับประโยชน์และความส าคัญของเกลือแร่ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (40 นาที) 9. เมื่อนักเรียนเข้าใจบทเรียนแล้ว ให้ท าแบบฝึกหัด 3.4 เรื่อง วิตามินและเกลือแร่ เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง อาหาร
94 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 3.4 เรื่อง วิตามิน และเกลือแร่ - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
95 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง วิตามินและเกลือแร่ เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
96 แบบฝึกหัด 3.4 เรื่อง วิตามินและเกลือแร่ ค าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสารที่ก าหนดให้ต่อไปนี้พร้อมใส่เครื่องหมาย ระบุว่าละลายในน้ าหรือไขมัน
97 เฉลยแบบฝึกหัด 3.4 เรื่อง วิตามินและเกลือแร่ ค าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสารที่ก าหนดให้ต่อไปนี้พร้อมใส่เครื่องหมาย ระบุว่าละลายในน้ าหรือไขมัน