98 แผนการจัดการเรียนรู้ที่14 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่3 อาหาร เรื่อง บรรจุภัณฑ์ส าหรับอาหาร เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/18 วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและ เทอร์มอเซตของพอลิเมอร์และการน าพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์ ว 2.1 ม.5/19 สืบค้นข้อมูลและน าเสนอผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม พร้อมแนวทางป้องกันหรือแก้ไข 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด พอลิเมอร์สังเคราะห์ผลของอุณหภูมิที่มีต่อพอลิเมอร์และส่งผลต่อการใช้งานของพอลิเมอร์แต่ละชนิด รวมทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากปัญหาขยะพลาสติก ผ่านเรื่องบรรจุภัณฑ์ของอาหารที่เป็นพลาสติก เพื่อให้สามารถเลือกใช้วัสดุที่ท าจากพอลิเมอร์สังเคราะห์ได้อย่างเหมาะสม และสร้างความตระหนักในการใช้ งานผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์อย่างมีวิจารณญาณและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและเทอร์ มอเซตของพอลิเมอร์และการน าพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์ได้ 2) นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและเทอร์มอ เซตของพอลิเมอร์และการน าพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การจ าแนก) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. พอลิเมอร์สังเคราะห์ 2. การเปลี่ยนแปลงของพอลิเมอร์เมื่อได้รับความร้อน 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย
99 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 3.5 เรื่อง บรรจุภัณฑ์ส าหรับอาหาร 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1. ครูน าเข้าสู่บทเรียนโดยใช้ค าถามว่า นักเรียนเคยรับประทานอาหารจากร้านสะดวกซื้อหรือไม่ อาหาร เหล่านั้นบรรจุอยู่ในวัสดุประเภทใด มีสมบัติอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจากวัสดุที่ได้จากธรรมชาติอย่างไร ซึ่ง ควรได้ค าตอบว่า อาหารจากร้านสะดวกซื้อเกือบทั้งหมดบรรจุอยู่ในวัสดุประเภทพลาสติก ซึ่งมีน้ าหนักเบา ไม่ แตกหักง่าย และไม่เน่าเปื่อยซึ่งแตกต่างจากวัสดุธรรมชาติเช่น ใบตอง ใบบัว 8.2 ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) (30 นาที) 2. ครูใช้ค าถามว่า ใบตอง ใบบัว มีองค์ประกอบทางเคมีคือสารใด จัดเป็นพอลิเมอร์หรือไม่ซึ่งควรได้ ค าตอบว่า ใบตอง ใบบัว มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นเซลลูโลส ซึ่งจัดเป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติจากนั้นให้ความรู้ เชื่อมโยงว่า พลาสติกก็เป็นพอลิเมอร์แต่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจึงเรียกว่าพอ ลิเมอร์สังเคราะห์ 3. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับการน าพลาสติกมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ส าหรับอาหารควร ค านึงถึงเรื่องใดเป็นส าคัญ และควรมีข้อปฏิบัติอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า พลาสติกที่น ามาใช้ท าเป็นบรรจุ ภัณฑ์ส าหรับอาหารควรค านึงถึงความปลอดภัยเป็นส าคัญ และควรใช้งานให้ถูกประเภทไม่เปลี่ยนลักษณะการ ใช้งาน เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้บรรจุของเย็นไม่ควรน ามาบรรจุของร้อน 4. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วให้แต่ละกลุ่มศึกษาพอลิเมอร์ประเภทต่าง ๆ ตามรายละเอียดในหนังสือ เรียน เพื่อเปรียบเทียบพอลิเมอร์แต่ละชนิด โดยท าเป็นตารางแสดงชื่อพอลิเมอร์โครงสร้างมอนอเมอร์ โครงสร้างพอลิเมอร์สมบัติและการใช้ประโยชน์แล้วน าเสนอหน้าชั้นเรียน ดังตัวอย่างในตาราง 5. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างพอลิเมอร์ที่น ามาท าเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นอกเหนือจากบรรจุภัณฑ์ส าหรับ อาหาร 6. ครูใช้ค าถามน าเข้าสู่กิจกรรม 3.3 ว่า นักเรียนคิดว่าสมบัติใดบ้างของพอลิเมอร์ที่ส่งผลต่อลักษณะ การใช้งานของบรรจุภัณฑ์พลาสติก จากนั้นให้นักเรียนท ากิจกรรม 3.3 แล้วอภิปรายร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า พอลิเมอร์มีการน ามาใช้ท าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมายตามสมบัติของพอลิเมอร์แต่ละชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะพบว่า ฉลากหรือข้อมูลที่ระบุบนผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิเช่น ห้ามบรรจุอาหารหรือเครื่องดื่มร้อน ห้ามใช้กับ ไมโครเวฟ ใช้ในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ -40°C ถึง 120°C ดังนั้นการใช้งานและการดูแลรักษา จ าเป็นต้องค านึงถึง สมบัติทางอุณหภูมิ(thermal properties) ของพอลิเมอร์แต่ละชนิด 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที) 7. นักเรียนตอบค าถามชวนคิด - พิจารณาข้อบ่งชี้ที่ระบุวิธีใช้และการดูแลรักษาที่ปรากฏบนผลิตภัณฑ์ที่ก าหนดให้แล้ววิเคราะห์ว่า สมบัติด้านใดของพอลิเมอร์มีความส าคัญต่อการใช้งานของผลิตภัณฑ์ - ผลิตภัณฑ์พลาสติกหรือรูปภาพผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีข้อบ่งใช้ข้อควรระวัง และการดูแลรักษาที่ เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิความร้อน ไมโครเวฟ เครื่องล้างจาน อย่างน้อย 5 ตัวอย่าง ตัวอย่างผลการวิเคราะห์ - เมื่อพิจารณาข้อบ่งชี้ที่ระบุวิธีใช้และการดูแลรักษาที่ปรากฏบนผลิตภัณฑ์พบว่า ส่วนใหญ่มี สัญลักษณ์หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิแสดงว่า อุณหภูมิมีผลต่อการใช้งานของผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์แต่ละ ชนิดสรุปผลการวิเคราะห์
100 - สมบัติด้านอุณหภูมิของพอลิเมอร์มีความส าคัญต่อการใช้งานของผลิตภัณฑ์ - ถุงพลาสติกและปลั๊กไฟเมื่อได้รับความร้อนสูงหรืออยู่ใกล้เปลวไฟ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแตกต่าง กันหรือไม่อย่างไร - ถุงพลาสติกและปลั๊กไฟเมื่อได้รับความร้อนสูงหรืออยู่ใกล้เปลวไฟจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน โดยถุงพลาสติกจะหลอมเหลว แต่ปลั๊กไฟไม่หลอมเหลว 8. ครูให้ความรู้ว่า ถุงพลาสติกท ามาจากพอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติกซึ่งหลอมเหลวเมื่อได้รับความร้อน และสามารถน ามาขึ้นรูปใหม่ได้ส่วนปลั๊กไฟท ามาจากพอลิเมอร์เทอร์มอเซตซึ่งไม่หลอมเหลวเมื่อได้รับความ ร้อนและไม่สามารถน ามาขึ้นรูปใหม่ได้ 9. ครูอธิบายพอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติกและพอลิเมอร์เทอร์มอเซต รวมทั้งโครงสร้างของพอลิเมอร์ทั้ง สองชนิดตามรายละเอียดในหนังสือเรียน 10. นักเรียนอภิปรายว่า การใช้ประโยชน์จากพลาสติกซึ่งแพร่หลายมากในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหา ใดบ้าง เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ผลิตภัณฑ์พลาสติกส่วนใหญ่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง จึงก่อให้เกิดขยะพลาสติกจ านวน มากซึ่งส่งผลกระทบต่อดินและน้ า เนื่องจากพลาสติกเป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ซึ่งย่อยสลายได้ยากในธรรมชาติ และหากก าจัดโดยวิธีการเผาจะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (30 นาที) 11. แบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วให้แต่ละกลุ่มศึกษาการลดปริมาณขยะพลาสติกด้วยวิธีการลดการใช้การใช้ซ้ า และการน ากลับมาใช้ใหม่ 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (10 นาที) 12. นักเรียนท าแบบฝึกหัด 3.5 เรื่อง บรรจุภัณฑ์ส าหรับอาหาร 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง อาหาร 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 3.5 เรื่อง บรรจุ ภัณฑ์ส าหรับอาหาร - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม)
101 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
102 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 เรื่อง บรรจุภัณฑ์ส าหรับอาหาร เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
103 แบบฝึกหัด 3.5 เรื่อง บรรจุภัณฑ์ส าหรับอาหาร
104 เฉลยแบบฝึกหัด 3.5 เรื่อง บรรจุภัณฑ์ส าหรับอาหาร
105 แผนการจัดการเรียนรู้ที่15 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่4 พลังงาน เรื่อง เชื้อเพลิง เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/20 ระบุสูตรเคมีของสารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์และแปลความหมายของสัญลักษณ์ในสมการเคมี ของปฏิกิริยาเคมี 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด ปฏิกิริยาเคมีท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารโดยปฏิกิริยาเคมีอาจให้พลังงานความร้อน พลังงานแสง พลังงานไฟฟ้า ที่สามารถน าไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ปฏิกิริยาเคมีแสดงได้ด้วยสมการเคมีซึ่งมีสูตรเคมี ของสารตั้งต้นอยู่ทางด้านซ้ายของลูกศร และสูตรเคมีของผลิตภัณฑ์อยู่ทางด้านขวา โดยจ านวนอะตอมรวม ของแต่ละธาตุทางด้านซ้ายและขวาเท่ากัน นอกจากนี้สมการเคมียังแสดงปัจจัยอื่น เช่น สถานะ พลังงานที่ เกี่ยวข้อง ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถระบุสูตรเคมีของสารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์และแปลความหมายของสัญลักษณ์ใน สมการเคมีของปฏิกิริยาเคมีได้ 2) นักเรียนสามารถจ าแนกสูตรเคมีของสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การจ าแนก) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. ปฏิกิริยาเคมี 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน
106 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 4.1 เรื่อง เชื้อเพลิงซากดึกด าบรรพ์ 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1. ครูสร้างความสนใจโดยการตั้งค าถามว่า “นักเรียนคิดว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการจุดดอกไม้ไฟ จะมี สมบัติเหมือนหรือแตกต่างจากดอกไม้ไฟก่อนจุดหรือไม่” (แนวค าตอบ : นักเรียนสามารถตอบได้ตามความเข้าใจ) 8.2 ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที) 2. นักเรียนศึกษาเนื้อหาเรื่อง เชื้อเพลิง ในหนังสือเรียน 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที) 3. ครูอธิบายความหมายและความส าคัญของตัวอักษรในวงเล็บที่อยู่ด้านขวาของสูตรโมเลกุลของสารแต่ ละชนิด ลูกศรที่ใช้และตัวเลขที่อยู่หน้าโมเลกุลของสารแต่ละชนิดในสมการ 4. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น สารเริ่มต้นจะมีความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ โดยขณะที่ก าลังเกิดปฏิกิริยา ถ้ามีผลิตภัณฑ์เกิดมาก สารตั้งต้นก็จะลดลงมากตามไปด้วย การวัดอัตราเร็วของ ปฏิกิริยาเคมีจึงวัดจากปริมาณของสารตั้งต้นที่ลดลงในหน่วยเวลา หรือปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นใน 1 หน่วยเวลา 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (20 นาที) 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า นอกจากแก๊สในอากาศแล้ว การระบุว่าสารเคมีชนิดอื่นอยู่ในรูปอะตอมหรือ โมเลกุล และจัดเป็นธาตุหรือสารประกอบสามารถพิจารณาได้จากสูตรเคมีและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ถาม ค าถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้เรียนไปในวันนี้ 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (40 นาที) 6. นักเรียนท าแบบฝึกหัด 4.1 เรื่อง เชื้อเพลิงซากดึกด าบรรพ์เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง พลังงาน 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 4.1 เรื่อง เชื้อเพลิง ซากดึกด าบรรพ์ - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป
107 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
108 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 เรื่อง เชื้อเพลิง เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
109 แบบฝึกหัด 4.1 เรื่อง เชื้อเพลิงซากดึกด าบรรพ
110 เฉลยแบบฝึกหัด 4.1 เรื่อง เชื้อเพลิงซากดึกด าบรรพ
111 แผนการจัดการเรียนรู้ที่16 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่4 พลังงาน เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/21 ทดลองและอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว อุณหภูมิและตัวเร่งปฏิกิริยา ที่มีผลต่อ อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ว 2.1 ม.5/22 สืบค้นข้อมูลและอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวันหรือในอุตสาหกรรม 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด พลังงานที่น ามาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้มาจากปฏิกิริยาเคมีและปฏิกิริยานิวเคลียร์โดย ปฏิกิริยาเคมีที่ให้พลังงานอาจได้มาจากปฏิกิริยาการเผาไหม้ปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้า ซึ่งปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเขียน แสดงได้ด้วยสมการเคมีโดยแสดงชนิดและจ านวนของสารตั้งต้นที่ท าปฏิกิริยากันและผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งสถานะในการเกิดปฏิกิริยา 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิที่มีผลต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมีได้ 2) นักเรียนสามารถทดลองผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว และอุณหภูมิที่มีผลต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมีที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ 3) นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลและอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจ าวันหรือในอุตสาหกรรมได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การทดลอง) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. ปฏิกิริยาเคมี 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด
112 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 4.2 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1. ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับสูตรเคมีของสารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์และแปลความหมายของสัญลักษณ์ใน สมการเคมี 2. ครูตั้งค าถามว่า “นักเรียนสามารถระบุได้อย่างไรว่ามีปฏิกิริยาเกิดขึ้น” (แนวค าตอบ : ในการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะพบการเปลี่ยนแปลง คือ มีสารใหม่เกิดขึ้นเสมอ สารใหม่ที่ เกิดขึ้นจะมีสมบัติเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น การเผาไหม้ของวัตถุที่เป็นเชื้อเพลิง การย่อยอาหารในกระเพาะ อาหาร การสึกกร่อนของอาคารบ้านเรือน การบูดเน่าของอาหาร) 8.2 ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที) 3. ครูอธิบายว่าในการเกิดปฏิกิริยาเคมีสารตั้งต้นจะเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ท าให้สารตั้งต้นมีปริมาณ ลดลงและผลิตภัณฑ์มีปริมาณเพิ่มขึ้น ถ้าปริมาณสารตั้งต้นลดลงอย่างรวดเร็ว ปริมาณผลิตภัณฑ์ก็จะเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วด้วย ดังนั้นการพิจารณาว่าปฏิกิริยาใดเกิดได้เร็วหรือช้า จึงพิจารณาได้จากการเปลี่ยนแปลง ปริมาณสารตั้งต้นหรือผลิตภัณฑ์ต่อเวลาซึ่งสัมพันธ์กับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจากนั้นครูให้นักเรียนสืบค้น ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันหรือในอุตสาหกรรม เพื่อน าเข้าสู่กิจกรรม 4.2 เรื่อง การทดลองปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน และบอกขั้นตอนการท ากิจกรรม 4.2 ตามวิธีการ ทดลองจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์กายภาพ(เคมี) ม.5 หน้า 109 - 110 5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มท ากิจกรรม 4.2 บันทึกผลการทดลองและสรุปผลการทดลองลง ในสมุดบันทึกของนักเรียน 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที) 6. ครูขออาสาสมัครหรือสุ่มตัวแทนกลุ่มน าเสนอผลการปฏิบัติการทดลองหน้าชั้นเรียน เมื่อตัวแทนกลุ่ม รายงานผลการทดลอง ครูสอบถามนักเรียนกลุ่มอื่นว่า ได้ผลการทดลองแตกต่างกันหรือไม่ ให้ช่วยกันวิเคราะห์ และสรุปผลการทดลองให้ถูกต้อง โดยใช้ค าถามท้ายการทดลองเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ความเข้มข้น อุณหภูมิและ พื้นที่ผิวของสาร มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีดังต่อไปนี้ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีมีดังนี้ - ปฏิกิริยาเคมีส่วนใหญ่ เมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้นปฏิกิริยาจะเกิดเร็วขึ้น และเมื่อลดความ เข้มข้นของสารตั้งต้นปฏิกิริยาจะเกิดช้าลง - สารที่มีพื้นที่ผิวมากจะเกิดปฏิกิริยาเคมีเร็วกว่าสารที่มีพื้นที่ผิวน้อย - การเพิ่มอุณหภูมิจะท าให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้นและการลดอุณหภูมิจะท าให้ปฏิกิริยาเกิดช้าลง 7. ครูให้นักเรียนร่วมกันตอบค าถาม สมการเคมีของโจทย์ต่อไปนี้ “โลหะสังกะสี(Zn) ท าปฏกิริยากับกรดไฮโดรคลอริก (HCl) เกิดสารละลายซิงค์คลอไรด์(ZnCl2) และแก๊ส ไฮโดรเจน(H2)” “ถ้าพืชไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้จะเกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร”
113 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (20 นาที) 8. นักเรียนและครูอภิปรายเชื้อเพลิงทางเลือกร่วมกัน 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (40 นาที) 9. ครูให้นักเรียนท าแบบฝึกหัด 4.2 เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง พลังงาน 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 4.2 เรื่อง ปฏิกิริยา เคมี - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
114 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
115 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
116 แบบฝึกหัด 4.2 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี 1. จับคู่การทดลองที่สอดคล้องกับปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีต่อไปนี้ ..........1.1 การบูดของแกงกะทิที่เก็บในตู้เย็นกับวางไว้บนโต๊ะ ก. ความเข้มข้น ..........1.2 เผากระดาษในบริเวณที่มีแก๊สออกซิเจนมากและน้อย ข. ตัวเร่งปฏิกิริยา ..........1.3 การเผาน้ ามันในถ้วยกับการเผาละอองน้ ามัน ค. อุณหภูมิ ..........1.4 หมักเนื้อในซอสปรุงรสที่ผสมและไม่ผสมน้ าสับปะรด ง. พื้นที่ผิว 2. การกระท าต่อไปนี้ส่งผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีหรือไม่อย่างไร 2.1 เจือจางน้ ายาล้างห้องน้ าก่อนเทลงบนคราบหินปูน ............................................................................................................................. ................................... 2.2 เคี้ยวอาหารให้ละเอียดมากขึ้นก่อนกลืน ............................................................................................................................. ................................... 2.3 เก็บผักผลไม้หรืออาหารไว้ในตู้เย็น ............................................................................................................ ................. ................................... 2.4 เติมยีสต์ลงไปในการท าขนมปัง ............................................................................................................................. ................................... 2.5 ท าให้น้ ามันเป็นละอองด้วยหัวฉีดในกระบอกสูบเครื่องยนต์ ............................................................................................................................. ...................................
117 เฉลยแบบฝึกหัด 4.1 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี 1. จับคู่การทดลองที่สอดคล้องกับปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีต่อไปนี้ ......ค....1.1 การบูดของแกงกะทิที่เก็บในตู้เย็นกับวางไว้บนโต๊ะ ก. ความเข้มข้น ......ก....1.2 เผากระดาษในบริเวณที่มีแก๊สออกซิเจนมากและน้อย ข. ตัวเร่งปฏิกิริยา ......ง....1.3 การเผาน้ ามันในถ้วยกับการเผาละอองน้ ามัน ค. อุณหภูมิ ......ข....1.4 หมักเนื้อในซอสปรุงรสที่ผสมและไม่ผสมน้ าสับปะรด ง. พื้นที่ผิว 2. การกระท าต่อไปนี้ส่งผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีหรือไม่อย่างไร 2.1 เจือจางน้ ายาล้างห้องน้ าก่อนเทลงบนคราบหินปูน มีผล โดยท าให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง เนื่องจากเป็นการลดความเข้มข้นของสารตั้งต้น 2.2 เคี้ยวอาหารให้ละเอียดมากขึ้นก่อนกลืน มีผล โดยท าให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวของสารตั้งต้น 2.3 เก็บผักผลไม้หรืออาหารไว้ในตู้เย็น มีผล โดยท าให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง เนื่องจากเป็นการลดอุณหภูมิของปฏิกิริยา 2.4 เติมยีสต์ลงไปในการท าขนมปัง มีผลโดยท าให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นการเติมตัวเร่งปฏิกิริยา 2.5 ท าให้น้ ามันเป็นละอองด้วยหัวฉีดในกระบอกสูบเครื่องยนต์ มีผล โดยท าให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวของสารตั้งต้น
118 แผนการจัดการเรียนรู้ที่17 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่4 พลังงาน เรื่อง ปฏิกิริยารีดอกซ์ เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/23 อธิบายความหมายของปฏิกิริยารีดอกซ์ 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด แบตเตอรี่และปฏิกิริยารีดอกซ์ที่พบในชีวิตประจ าวัน เพื่อให้เห็นว่าปฏิกิริยารีดอกซ์อยู่รอบตัวและ สามารถน ามาใช้ประโยชน์ได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของปฏิกิริยารีดอกซ์ได้ 2) นักเรียนสามารถยกตัวอย่างปฏิกิริยารีดอกซ์ที่พบในชีวิตประจ าวันได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การท างานกลุ่ม) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. ปฏิกิริยารีดอกซ์ 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 4.3 เรื่อง ปฏิกิริยารีดอกซ์ 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E
119 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (5 นาที) 1. ครูน าเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนยกตัวอย่างอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน ซึ่ง ตัวอย่างค าตอบ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ไฟฉาย แล้วใช้ค าถามว่า พลังงานที่ได้จากแบตเตอรี่เป็น พลังงานรูปแบบใด ซึ่งควรได้ค าตอบว่า พลังงานไฟฟ้า 8.2 ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) (50 นาที) 2. นักเรียนพิจารณารูป 4.9 จากนั้นใช้ค าถามว่า แบตเตอรี่ให้พลังงานไฟฟ้าแล้วท าให้หลอดไฟสว่างได้ อย่างไร เพื่อให้ได้ค าตอบว่า หลอดไฟสว่างเนื่องจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนผ่านหลอดไฟ 3. ครูใช้ค าถามน าว่า อิเล็กตรอนเกิดขึ้นได้อย่างไร จากนั้นครูอธิบายว่า อิเล็กตรอนเกิดขึ้นจากปฏิกิริยา เคมีในแบตเตอรี่ซึ่งมีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างสารเคมีเรียกปฏิกิริยาเคมีนี้ว่า ปฏิกิริยารีดอกซ์และ เรียกอุปกรณ์ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากปฏิกิริยารีดอกซ์ว่า เซลล์เคมีไฟฟ้า ดังนั้นแบตเตอรี่จึงเป็นเซลล์ เคมีไฟฟ้าชนิดหนึ่ง 4. ครูใช้ค าถามเพื่อน าอภิปรายเกี่ยวกับการประจุว่า ถ่านไฟฉายกับแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือแตกต่างกัน อย่างไร ซึ่งควรได้ข้อสรุปว่า ถ่านไฟฉายเป็นเซลล์เคมีไฟฟ้าที่ไม่สามารถน ามาประจุใหม่ได้แต่แบตเตอรี่ โทรศัพท์มือถือเป็นเซลล์เคมีไฟฟ้าที่สามารถน ามาประจุใหม่ได้ซึ่งปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในกระบวนการประจุ เป็น ปฏิกิริยารีดอกซ์เช่นเดียวกับปฏิกิริยาการให้กระแสไฟฟ้าแต่มีทิศทางการเกิดปฏิกิริยาตรงกันข้าม 5. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คนสืบค้นปฏิกิริยารีดอกซ์ที่พบเห็นในชีวิตประจ าวัน นอกเหนือจากแบตเตอรี่ และจดบันทึกลงในสมุด 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที) 6. ครูสุ่มนักเรียนออกมาน าเสนอปฏิกิริยารีดอกซ์ที่พบเห็นในชีวิตประจ าวัน และอภิปรายร่วมกัน 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (10 นาที) 5. ครูเชื่อมโยงความรู้เรื่องปฏิกิริยารีดอกซ์กับโครงการแกล้งดิน แล้วอภิปรายร่วมกับนักเรียน 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (25 นาที) 6. นักเรียนท าแบบฝึกหัด 4.3 เรื่อง ปฏิกิริยารีดอกซ์เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั้น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง พลังงาน 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 4.3 เรื่อง ปฏิกิริยา รีดอกซ์ - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ้นไป
120 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
121 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 เรื่อง ปฏิกิริยารีดอกซ์ เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั้น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
122 แบบฝึกหัด 4. 3 เรื่อง ปฏิกิริยารีดอกซ์
123 เฉลยแบบฝึกหัด 4.3 เรื่อง ปฏิกิริยารีดอกซ์
124 แผนการจัดการเรียนรู้ที่18 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่4 พลังงาน เรื่อง สารกัมมันตรังสี เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อครูผู้สอน นางสาวทัศนีย์ สีพรม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/24 อธิบายสมบัติของสารกัมมันตรังสีและค านวณครึ่งชีวิตและปริมาณของสารกัมมันตรังสี ว 2.1 ม.5/25 สืบค้นข้อมูลและน าเสนอตัวอย่างประโยชน์ของสารกัมมันตรังสีและการป้องกันอันตราย ที่เกิดจากกัมมันตภาพรังสี 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด กัมมันตภาพรังสี (radioactivity) หมายถึงปรากฏการณ์ที่เกิดจากการที่สารแผ่รังสีได้ส่วนกัมมันตรังสี (radioactive) เป็นค าขยายค านามเช่น สารกัมมันตรังสีธาตุกัมมันตรังสีไอโซโทปกัมมันตรังสี 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(K) 1) นักเรียนสามารถอธิบายสมบัติของสารกัมมันตรังสีได้ 2) นักเรียนสามารถอธิบายความหมายและค านวณเกี่ยวกับครึ่งชีวิตของสารกัมมันตรังสีได้ 3) นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลและน าเสนอตัวอย่างประโยชน์ของสารกัมมันตรังสีและการป้องกัน อันตรายที่เกิดจากกัมมันตภาพรังสีได 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (S/P) 1) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(การท างานกลุ่ม) 3.3 คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการท างาน 4. สาระการเรียนรู้ 1. สารกัมมันตรังสี 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการท างาน 7. หลักฐานการเรียนรู้ หรือชิ้นงาน/ภาระงาน 7.1 แบบฝึกหัด 4.4 เรื่อง สารกัมมันตรังสี
125 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Inquiry Circle : 5E 8.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1. ครูน าเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนพิจารณารูป 4.11 แล้วใช้ค าถามว่า การผลิตกระแสไฟฟ้าใน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แตกต่างจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินหรือแก๊สธรรมชาติ(รูป 4.2) อย่างไร เพื่อให้ได้ค าตอบว่า แตกต่างกันที่แหล่งก าเนิดความร้อนที่ใช้ในการผลิตไอน า จากนั นใช้ค าถามว่า ภายในเครื่องปฏิกรณ์ใช้สารใด เป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งควรได้ค าตอบว่า ใช้สารกัมมันตรังสีเป็นแหล่งพลังงาน 8.2 ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที) 2. ครูอธิบายว่า สารกัมมันตรังสีจะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์แล้วปลดปล่อยพลังงานออกมา จากนั นให้ นักเรียนพิจารณารูป 4.12 หรือสื่อแอนิเมชันที่เกี่ยวข้อง 8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (40 นาที) 3. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันโดยใช้ค าถามว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดขึ นกับสารกัมมันตรังสี แตกต่างจากปฏิกิริยาเคมีเช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ถ่านหินหรือแก๊สธรรมชาติหรือไม่อย่างไร เพื่อให้ได้ ข้อสรุปว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ของสารกัมมันตรังสีเป็นการเปลี่ยนแปลงของนิวเคลียสในอะตอมที่น าไปสู่การ เปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุหรือไอโซโทป ซึ่งแตกต่างจากการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงของ อิเล็กตรอนโดยนิวเคลียสไม่มีการเปลี่ยนแปลงจึงไม่เกิดการเปลี่ยนชนิดของธาตุ ทั งนี ครูอาจยกสมการเคมีของ ปฏิกิริยาการเผาไหม้เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของโพรเพน ประกอบการอธิบาย 4. ครูใช้ค าถามน าว่า สารกัมมันตรังสีมีสมบัติอย่างไร จากนั นยกตัวอย่างภาพข่าว หรือเหตุการณ์ที่เกิด อันตรายจากสารกัมมันตรังสีเช่น Co-60 แล้วให้นักเรียนพิจารณาและอภิปรายร่วมกันว่า เพราะเหตุใด สาร กัมมันตรังสีจึงท าให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้เพียงแค่สัมผัสหรืออยู่ใกล้ๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า สารกัมมันตรังสี สามารถแผ่รังสีได้แล้วอธิบายว่า สารกัมมันตรังสีมีนิวเคลียสไม่เสถียร จึงเกิดการสลายและแผ่รังสีซึ่งเรียก ปรากฏการณ์นี ว่า กัมมันตภาพรังสี 5. ครูให้นักเรียนพิจารณารูป 4.13 แล้วอธิบายว่า เมื่อสารกัมมันตรังสีเกิดการสลาย ปริมาณของสาร กัมมันตรังสีจะลดลง โดยระยะเวลาที่สารกัมมันตรังสีสลายจนเหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิมเรียกว่า ครึ่งชีวิต 6. ครูใช้ค าถามน าว่า นอกจากใช้เป็นแหล่งพลังงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้ว สารกัมมันตรังสียังมีการ ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นอีกหรือไม่อย่างไร จากนั นให้นักเรียนท ากิจกรรม 4.4 สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ และโทษของสารกัมมันตรังสีและน าเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในห้องเรียนโดยอาจให้เห็นการใช้ประโยชน์ ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการแพทย์ด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรมด้านธรณีวิทยา ตามรายละเอียดในหนังสือ เรียน 8.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (20 นาที) 7. ครูอธิบายเชื่อมโยงเกี่ยวกับการป้องกัน ควบคุม และการก าจัดสารกัมมันตรังสีตามรายละเอียดใน หนังสือเรียน รวมทั งอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับรังสีที่มนุษย์ได้รับจากแหล่งต่างๆ โดยใช้ตาราง 4.2 8.5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (30 นาที) 8. นักเรียนท าแบบฝึกหัด 4.4 เรื่อง สารกัมมันตรังสีเพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1 ชั น ม.5 2) สื่อ power point เรื่อง พลังงาน 9.2 แหล่งเรียนรู้ 1) ห้องสมุด
126 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ความรู้ - แบบฝึกหัด 4.4 เรื่อง สาร กัมมันตรังสี - เกณฑ์การผ่านร้อยละ 60 ขึ นไป 2. ทักษะ/กระบวนการ - แบบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ นไป 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ นไป 4. สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน - แบบประเมินสมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน - เกณฑ์การผ่าน ระดับ 3 ขึ นไป 11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ลงชื่อ.............................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) 12. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็น ดังนี 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น ากระบวนการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สามารถน าไปใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (.............................................) ต าแหน่ง.............................................. …………/………………../…………
127 บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ว32101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดการเรียนรู้โดย นางสาวทัศนีย์ สีพรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 เรื่อง สารกัมมันตรังสี เวลา 2 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้(K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ระดับชั น/ห้อง จ านวนนักเรียน (คน) ร้อยละของนักเรียนที่สอบได้แต่ละเกณฑ์ ดีมาก (80-100) ดี (70-79) ปานกลาง (60-69) พอใช้ (50-59) ปรับปรุง (00-49) ม.5/6 24 ม.5/7 34 ม.5/8 34 ม.5/9 23 ร้อยละของจ านวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะ/ทัศนคติ/เจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรคที่พบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางปรับปรุงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………… ลงชื่อ...................................................ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ (นางสาวทัศนีย์ สีพรม) วันที่..........เดือน............................พ.ศ.................
128 แบบฝึกหัด 4.4 เรื่อง สารกัมมันตรังสี ค าชี้แจง : ให้นักเรียนหาผลลัพธ์โดยแสดงวิธีท าที่ถูกต้อง
129 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนใส่เครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง X และเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง
130 เฉลยแบบฝึกหัด 4.4 เรื่อง สารกัมมันตรังสี ค าชี้แจง : ให้นักเรียนหาผลลัพธ์โดยแสดงวิธีท าที่ถูกต้อง
131 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนใส่เครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง X และเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง
132 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจ ากัด. กระทรวงศึกษาธิการ, สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). หนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สควค. ลาดพร้าว. โรงเรียนนครไทย. (2565). หลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. พิษณุโลก : โรงเรียนนครไทย.