47
คำถามท้ายกจิ กรรม
1. เมื่อแสงเคลื่อนทจี่ ากแท่งพลาสตกิ ใสครึ่งวงกลมออกสู่อากาศ เป็นการเคล่ือนทจ่ี ากตัวกลางที่อัตราเร็วแสง
มากกวา่ ไปยังตัวกลางทอ่ี ัตราเรว็ แสงน้อยกว่า หรอื เคลอื่ นที่จากตวั กลางที่อตั ราเร็วแสงน้อยกวา่ ไปยัง ตัวกลางที่
อัตราเร็วแสงมากกวา่ ทราบได้อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. มมุ หกั เหในอากาศมากกว่าหรอื นอ้ ยกวา่ มุมตกกระทบในแท่งพลาสติกใสครงึ่ วงกลม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ถา้ เพม่ิ มมุ ตกกระทบมากขึ้นเรอื่ ย ๆ มมุ หักเหจะเปลยี่ นแปลงอย่างไร มุมใดจะมีโอกาสถงึ 90 องศาก่อน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. มมุ ตกกระทบเทา่ ใดทีท่ ำให้มมุ หกั เหเปน็ 90 องศา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ถา้ เพิม่ มมุ ตกกระทบใหม้ ากกว่ามุมในข้อ 4 เกิดอะไรขึ้นบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. นกั เรยี นจะสรุปผลการทำกิจกรรมนไ้ี ด้วา่ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
48
แบบฝึกหัดเรื่อง การสะท้อนกลับหมด
1.จงเติมชอ่ งว่างให้ถกู ต้อง
1.1 มมุ วกิ ฤติ คือ.......................................................................................................................... ...............................
1.2 หากมุมตกกระทบโตกว่ามมุ วิกฤติ จะเกิดปรากฏการณ์.......................................................................................
1.3 ถ้ามมุ ตกกระทบในของเหลวชนดิ หนง่ึ เทา่ กบั มุมวกิ ฤติ มุงหกั เหของแสงจะเปน็ เท่าไร.........................................
2. ดชั นหี ักเหของนำ้ มคี ่า 1.33 และดชั นีหักเหของแก้ว 1.53 ถ้าแสงเดนิ ทางจากแกว้ ไปยังน้ำ มุมวกิ ฤตระหว่างแก้ว
กับน้ำเป็นเท่าใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. มมุ วกิ ฤติของแสงท่ีเดนิ ทางจากแก้วซ่งึ มคี ่าดรรชนีหักเห 1.5 ไปยังนำ้ ซงึ่ มคี า่ ดรรชนีหักเห 1.3 มคี ่าเท่ากับเทา่ ใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เฉลย
49
แบบฝกึ หดั เรอ่ื ง การสะทอ้ นกลบั หมด
1.จงเติมช่องว่างให้ถกู ต้อง
1.1 มมุ วิกฤติ คือ มุมตกกระทบทท่ี ำให้มมุ หกั เหมีค่าเป็น 90 องศา
1.2 หากมมุ ตกกระทบโตกว่ามุมวิกฤติ จะเกิดปรากฏการณ์ การสะท้อนกลับหมด
1.3 ถา้ มุมตกกระทบในของเหลวชนิดหนงึ่ เท่ากบั มุมวกิ ฤติ มุงหกั เหของแสงจะเป็นเทา่ ไร 90 องศา
2. ดชั นีหกั เหของน้ำมคี า่ 1.33 และดชั นีหักเหของแกว้ 1.53 ถ้าแสงเดินทางจากแก้วไปยังน้ำ มมุ วกิ ฤตระหวา่ งแก้ว
กับนำ้ เป็นเท่าใด
วิธีทำ สูตรการหามุมวิกฤต sin = 2
1
1.33
แทนค่า sinθ = 1.53
sinθ = 0.87
θc = sin−1(0.87) = 600
ตอบ มุมวิกฤตระหว่างแก้วกับน้ำเท่ากับ 60 องศา
3. มมุ วกิ ฤติของแสงท่ีเดินทางจากแก้วซึ่งมีค่าดรรชนหี กั เห 3.0 ไปยังน้ำซงึ่ มีคา่ ดรรชนีหักเห 1.5 มีค่าเท่ากบั เท่าใด
วิธีทำ สูตรการหามุมวิกฤต sin = 2
1
1.5
แทนค่า sinθ = 3.0
sinθ = 0.33
θc = sin−1(0.33)
ตอบ มุมวิกฤตระหว่างแก้วกับน้ำเท่ากับ sin−1(0.33)
50
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 27
โดยจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
รหสั วชิ า ว 32201 วิชา ฟิสกิ ส์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 11 เรอ่ื ง แสงเชงิ รังสี
แผนการจัดการเรยี นรเู้ รื่อง ปรากฏการณ์ลึกจริงลกึ ปรากฏ
เวลา 2 ชั่วโมง
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ผ้สู อน นางสาวจนั ทรฉ์ าย แสนยัน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร
1. ผลการเรียนรู้
สาระฟิสกิ ส์
เข้าใจการเคลอื่ นทแี่ บบฮาร์มอนกิ อย่างง่าย ธรรมชาตขิ องคลน่ื เสียงและ การไดย้ นิ ปรากฏการณ์ทเี่ ก่ียวข้องกับ
เสยี ง แสงและการเห็น ปรากฏการณ์ ทเี่ กย่ี วข้องกับแสง รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
ทดลองและอธบิ ายการสะทอ้ นของแสงทผ่ี วิ วตั ถตุ ามกฎการสะทอ้ น เขียนรงั สีของแสงและคำนวณตำแหนง่ และ
ขนาดภาพของวตั ถุเมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทั้งอธบิ ายการนำความรู้เร่ืองการ
สะท้อนของแสงจากกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั
2. สาระสำคญั
ระยะจากผวิ ของเหลวไปถึงวัตถุเรยี กวา่ ความลึกจริง ระยะท่ีเหน็ วตั ถุใตผ้ ิวของเหลวเรียกว่าความลกึ
ปรากฏการหาค่าความลึกจริงและความลึกปรากฏอาศยั หลักการของการหกั เหแสง
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
- นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหลักการลกึ จริงลึกปรากฏได้
3.2 ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
- นกั เรยี นสามารถคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณล์ ึกจริงลกึ ปรากฏได้
3.3 ด้านคุณลักษณะ (A)
- นกั เรยี นมีความมุ่งมน่ั ตั้งใจในการจดั กิจกรรมและการเรยี นการสอน
4. สาระการเรยี นรู้
ระยะจากผิวของเหลวไปถึงวตั ถเุ รยี กวา่ ความลกึ จริงระยะที่เห็นวัตถุใต้ผวิ ของเหลวเรยี กวา่ ความลึก
ปรากฎการหาค่าความบึกจรงิ และความลึกปรากฎอาศัยหลักการของการหกั เหแสง ดังสมการ
51
ความลกึ จริง/ความลึกปรากฎ = sinθ1/sinθ2 = v1/v2 = n2/n1
5. สมรรถนะ
5.1 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกดิ ในแผนการจัดการเรียนรู้นี้)
1) ความสามารถในการสื่อสาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5.2 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนของโรงเรียนมาตรฐานสากล
1) เปน็ เลศิ ทางวิชาการ
2) สือ่ สารได้อยา่ งน้อย 2 ภาษา
3) ลำ้ หน้าทางความคดิ
4) ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์
5) ร่วมกันรับผดิ ชอบต่อสังคมโลก
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 5) อยอู่ ยา่ งพอเพียง
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) 6) ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 7) รกั ความเป็นไทย
2) ซื่อสตั ย์ สจุ รติ 8) มีจติ สาธารณะ
3) มวี นิ ัย
4) ใฝ่เรียนรู้
7. การบรู ณาการตามพระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ
บรู ณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หลกั ความพอประมาณ
หลกั ความมีเหตผุ ล
หลักการมภี มู ิคุ้มกัน
เงอ่ื นไขความรู้
เงอื่ นไขคณุ ธรรม
บูรณาการกบั การจดั การศึกษาเพอ่ื อาชีพ
52
บูรณาการกบั หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา
การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจรติ
พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบต่อสังคม
บรู ณาการขา้ มกล่มุ สาระการเรยี นรู้
(ระบุ)……………………………………………………………………............................................................................
.................................................................................................................. .........................
อ่นื ๆ
(ระบุ)……………………………………………………………………............................................................................
............................................................................................................................. ..............
8. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ใหน้ ักเรียนดเู หรยี ญในตปู้ ลาจากดา้ นบน
2. นักเรยี นทั้งหมดรว่ มกันยกตวั อย่างปรากฎการณ์การเกดิ ภาพในแนวลึก รว่ มกันอภปิ รายลักษณะการเกดิ ภาพ
รวมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์
3. ให้นกั เรียนร่วมกนั ต้ังคำถามเก่ียวกบั สิง่ ท่ีต้องการรู้ จากเนอื้ หาท่ีเก่ียวกับเรอื่ งความลึกจรงิ และความลึกปรากฎ
ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
4. แบ่งนกั เรียนเป็นกลมุ่ ๆละ 8 คน โดยคละความสามารถ
5. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันวางแผนสบื คน้ เก่ยี วกับลึกจริงและลึกปรากฎ
6. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันสืบค้นเกย่ี วกับลึกจริงและลึกปรากฎ
ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
7. ครูสุม่ ตวั แทนนกั เรยี น 1 กลุ่มออกมานำเสนอข้อมลู ท่สี บื ค้นได้
8. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภิปรายผล จนสรปุ ไดว้ ่า “การท่ีตาของคนจะมองเห็นภาพได้ จะตอ้ งมีรังสีของแสงออก
จากวตั ถุเดนิ ทางเข้าส่ตู าคน แตเ่ นอื่ งจากแสงเดินทางผ่านตัวกลางท่ีต่างกนั จงึ ทำให้เกดิ มุมหกั เห ทำให้ทางเดนิ แสง
เปลยี่ นไป เม่อื แสงเข้าสู่ตาทำใหผ้ ูม้ องเห็นภาพท่ปี รากฏไม่ได้อยู่ที่ตำแหนง่ เดยี วกบั วัตถุจริง ทำให้เกิดปรากฏการณ์
ความลึกจริงและลึกปรากฏ”
53
ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
9. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ยี วกับ การคำนวณหาปริมาณตา่ งๆ เก่ียวกบั ปรากฎการณ์ลึกจรงิ ลึกปรากฏ ดังนี้
การคำนวณ ความลึกจรงิ ความลึกปรากฏ
1. การมองเอยี ง 2. การมองตรง
ถา้ วัตถุอยู่ในตัวกลาง(nว) ท่มี ีคา่ คา่ ดรรชนีหกั เหแสงมาก ตาผ้สู งั เกตอย่ใู นตัวกลาง(nต) ที่มดี รรชนีหักเห
แสงนอ้ ย ผลคอื จะเห็นภาพอย่ใู กล้ผวิ รอยตอ่ ตัวกลาง(ถ้าคนอยใู่ นอากาศ มองวัตถุท่ีอยใู่ นน้ำจะเห็นภาพอยู่ตนื้ กวา่
ปกต)ิ ถ้าในทางกลับกันวตั ถุอยใู่ นตัวกลาง(nว) ที่มีค่าค่าดรรชนหี ักเหแสงนอ้ ย ตาผ้สู ังเกตอยู่ในตัวกลาง(nต) ท่ีมี
ดรรชนหี ักเหแสงมาก ผลคือจะเหน็ ภาพอยใู่ กลผิวรอยต่อตัวกลางมากขน้ึ (ถ้าคนดำนำ้ มองวตั ถุทีอ่ ยู่ในอากาศ จะ
เหน็ ภาพอยูส่ ูงจากผวิ นำ้ มากกว่าปกติ)
ข้ันประเมิน (Evaluation)
10. ครปู ระเมินผลการสบื ค้นของนักเรยี นแต่ละกลมุ่
11. ครปู ระเมินการทำแบบฝึกหัด เรือ่ ง ปรากฎการณล์ กึ จริงลกึ ปรากฏ
10. สื่อการเรยี นร้แู ละแหล่งการเรียนรู้
1. แบบฝกึ หดั เรอื่ ง ปรากฎการณ์ลกึ จริงลกึ ปรากฏ
2. หนงั สือ สสวท. รายวชิ าเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ ฟสิ กิ ส์ 5 เล่ม3
3. หนงั สอื เรียน ฟสิ ิกส์ ม.5 เล่ม 1
4. อินเทอร์เนต็
5. หอ้ งสมุด
6. กระดาษชาร์ทและปากกาเคมี
54
11. การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี าร เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ เกณฑ์
การนำเสนอการ แบบประเมินการ นักเรยี นไดร้ ะดับดี
ด้านความรู้ (K) สบื ค้นขอ้ มูล นำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด
นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหลักการลึกจรงิ ลกึ นักเรียนสามารถทำ
ปรากฏได้ สังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ พฤติกรรม แบบฝึกหัดได้ถูกต้อง
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ในช้ันเรียน ร้อยละ 80
นกั เรยี นสามารถคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่
เก่ียวข้องกบั ปรากฏการณ์ลึกจริงลึกปรากฏ มีคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ได้ ประสงค์ ไดร้ ะดบั ดี
ผ่านเกณฑ์
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
นักเรียนมีความมงุ่ มน่ั ตง้ั ใจในการจดั
กจิ กรรมและการเรยี นการสอน
55
56
57
58
ภาคผนวก
หมายเหตุ ภาคผนวกประกอบด้วย
1. สือ่ การเรียนรู้ เช่น ใบความรู้ ใบกิจกรรม ใบงาน แบบฝึกทักษะ เปน็ ต้น (เฉพาะท่ีปรากฎในแผนการ
จัดการเรียนรนู้ ้ี)
2. เคร่ืองมือทใ่ี ชว้ ดั ผลประเมนิ ผล เชน่ แบบทดสอบก่อนเรยี น / หลงั เรยี น แบบประเมินทกั ษะ
กระบวนการ แบบประเมินคุณลกั ษณอันพงึ ประสงค์ เป็นต้น (เฉพาะที่ปรากฎในแผนการจัด การเรยี นรนู้ ี้)
3. เกณฑ์การวัดผลประเมนิ ผล เช่น เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เป็นต้น (เฉพาะทปี่ รากฎในแผนการจัดการเรียนรนู้ ้ี)
59
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
พฤติกรรม / ระดบั คะแนน
ความ การลำดับ วธิ กี าร การใช้ การมสี ว่ น
ลำดับ ชื่อ – สกุล ถกู ต้องของ ข้นั ตอนของ นำเสนอ เทคโนโลยี ร่วมของ รวม
ที่ เนอ้ื หา เร่ือง ผลงาน ในการ สมาชกิ ใน
นำเสนอ กลุ่ม
3 3 3 3 3 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
60
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
รายการประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
321
1. ความถูกต้องของเน้ือหา เนื้อหามคี วามถูกตอ้ ง100 เนอื้ หามีความถกู ต้อง 50 เนอื้ หามีความถูกตอ้ ง
เล็กน้อย
2. การลำดบั ขน้ั ตอนของเร่อื ง มีการลำดับข้ันทด่ี ี มกี ารลำดับข้นั ปานกลาง มีการลำดบั ขัน้ พอใชไ้ ด้
3. วิธีนำเสนอผลงาน มีวิธกี ารนำเสนองานท่ี มีวธิ ีนำเสนองานท่ีน่าสนใจ มีวธิ ีนำเสนองานทนี่ ่าสนใจ
น่าสนใจดีมาก ปานกลาง พอใช้
4. การใชเ้ ทคโนโลยีในการนำเสนอ มกี ารนำเทคโนโลยีมาใช้ใน มกี ารนำเทคโนโลยมี าใชใ้ น มีการนำเทคโนโลยมี าใช้ใน
การนำเสนอ การนำเสนอบางส่วน การนำเสนอเลก็ นอ้ ย
5. การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกลุม่ ทมุ คนในกลมุ่ มีความ สมาชิกในกลุ่มใหค้ วาม สมาชิกในกล่มุ ให้ความ
รว่ มมือกนั ร่วมมอื บางส่วน ร่วมมือเลก็ น้อย
ชว่ งคะแนน
คะแนน 12-15 หมายถึง ดี
คะแนน 8-11 หมายถงึ ปานกลาง
คะแนน 1-7 หมายถงึ พอใช้
61
แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผลพฤติกรรม
พฤติกรรม / ระดับคะแนน
ความสนใจ การมีส่วน การตอบ การยอมรับ ทำงาน
ลำดับ ชื่อ – สกลุ ในการทำ รว่ มในการ คำถาม ฟังความ ตามที่ไดร้ บั รวม
ที่ กิจกรรม แสดงความ คิดเห็นผ้อู น่ื มอบหมาย
คิดเหน็
3 3 3 3 3 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
62
เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินพฤติกรรม
รายการประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
1. ความสนใจในการทำกิจกรรม 321
2. การมีสว่ นรว่ มในการแสดงความ สนใจในทกุ กจิ กรรม สนใจบางกิจกรรม สนใจกจิ กรรมเพยี ง
คดิ เห็น
3. การตอบคำถาม เลก็ นอ้ ย
4. การยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผู้อืน่
แสดงความคิดเห็นอยา่ ง แสดงความคิดเหน็ บางครั้ง แสดงความคิดเหน็ บา้ ง
5. ทำงานตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย
สมำ่ เสมอ เลก็ น้อย
ตอบคำถามอยา่ งสมำ่ เสมอ ตอบคำถามบางคร้ัง ตอบคำถามเล็กนอ้ ย
รับฟังความคดิ เห็นของ รบั ฟังความคดิ เห็นของ รับฟังความคดิ เหน็ ของ
ผอู้ ืน่ อย่างสม่ำเสมอ ผอู้ ื่นเปน็ บางคร้ัง ผู้อืน่ เพยี งเล็กน้อย
ทำงานท่ีได้รับมอบหมาย ทำงานที่ได้รบั มอบหมาย ทำงานที่ไดร้ บั มอบหมาย
ครบทกุ งาน บางงาน เล็กนอ้ ย
เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนเตม็ 15 คะแนน
คะแนน 13 - 15 หมายถึง ดี
คะแนน 9 - 12 หมายถงึ ปานกลาง
คะแนน 5 - 8 หมายถึง ปรับปรุง
63
แบบฝึกหัดเร่อื ง ปรากฎการณล์ กึ จริงลกึ ปรากฎ
1. ปลาอยู่ในน้ำมีความลกึ จรงิ เปน็ 4 เมตร เราจะมองเหน็ ภาพนั้นอยู่ลึกก่ีเมตร (กำหนดดรรชนหี กั เหของน้ำ =
4/3)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. นายเรยี วยนื อยบู่ นสะพานเหน็ ปลาตัวหน่ึงอยลู่ ึก 2 เมตร ถามว่าตัวจริงของปลาอยลู่ ึกก่ีเมตร (กำหนดดรรชนีหกั
เหของนำ้ = 4/3)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ชายคนหน่ึงอย่บู นเรือ มองลงมาตรงๆ ในน้ำเหน็ ปลาอยู่ลกึ จากผวิ นำ้ 27 เซนตเิ มตร ซง่ึ พบว่าผดิ ความจรงิ ไป 9
เซนติเมตร จงหาดรรชนหี กั เหของนำ้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เฉลย
64
แบบฝกึ หดั เรือ่ ง ปรากฎการณ์ลึกจรงิ ลึกปรากฎ
1. ปลาอย่ใู นนำ้ มคี วามลกึ จริงเป็น 4 เมตร เราจะมองเห็นภาพนน้ั อยูล่ ึกก่ีเมตร (กำหนดดรรชนีหกั เหของน้ำ =
4/3)
แนวคำตอบ จากสมการ ลกึ จรงิ = 1
ลกึ ปรากฏ 2
4 4
ลึกปรากฏ
แทนคา่ = 3
1
ลกึ ปรากฏ = 4×3
3
ลกึ ปรากฏ = 3 เมตร
2. นายเรยี วยนื อยู่บนสะพานเหน็ ปลาตัวหนงึ่ อยลู่ กึ 2 เมตร ถามว่าตวั จรงิ ของปลาอย่ลู ึกกีเ่ มตร (กำหนดดรรชนหี กั
เหของนำ้ = 4/3)
แนวคำตอบ จากสมการ ลกึ จรงิ = 1
แทนค่า ลึกปรากฏ 2
4
ลกึ จรงิ = 3
21
ลึกจริง = 4×2
3
ลกึ จริง = 2.67 เมตร
3. ชายคนหนง่ึ อยู่บนเรอื มองลงมาตรงๆ ในนำ้ เหน็ ปลาอยู่ลกึ จากผิวน้ำ 27 เซนติเมตร ซงึ่ พบวา่ ผดิ ความจรงิ ไป 9
เซนตเิ มตร จงหาดรรชนหี กั เหของน้ำ
แนวคำตอบ จากโจทย์ ปลาอยูล่ กึ 27 เซนติเมตร แตผ่ ิดความจรงิ ไป 9 เซนตเิ มตร จะได้ 27 + 9 = 36 เซนติเมตร
จากสมการ ลกึ จรงิ = 1
ลกึ ปรากฏ 2
แทนค่า 36 = 1
27 1
36 4
1 = 27 = 3
ดงั น้ัน ดรรชนีหักเหของน้ำ เท่ากับ4
3
65
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 28
โดยจัดกจิ กรรมการเรียนร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
รหัสวิชา ว 32201 วิชา ฟสิ กิ ส์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 11 เร่อื ง แสงเชิงรังสี แผนการจัดการเรียนรู้เรอ่ื ง การมองเห็นและการเกดิ ภาพ
เวลา 3 ชั่วโมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ผ้สู อน นางสาวจันทรฉ์ าย แสนยัน
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร
1. ผลการเรียนรู้
สาระฟสิ ิกส์
เขา้ ใจการเคล่ือนทแี่ บบฮารม์ อนกิ อยา่ งงา่ ย ธรรมชาตขิ องคลน่ื เสียงและ การไดย้ ิน ปรากฏการณ์ทเ่ี กย่ี วข้องกับ
เสยี ง แสงและการเหน็ ปรากฏการณ์ ท่เี กย่ี วข้องกับแสง รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
ทดลองและอธบิ ายการสะท้อนของแสงท่ผี ิววัตถตุ ามกฎการสะทอ้ น เขียนรังสีของแสงและคำนวณตำแหน่งและ
ขนาดภาพของวตั ถุเมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทงั้ อธิบายการนำความรเู้ รื่องการ
สะทอ้ นของแสงจากกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั
2. สาระสำคญั
เมื่อแสงจากวัตถุถูกทำให้เปลี่ยนแสงทางเดินทางมาเข้าตา เช่น การสะท้อนกับกระจกเงาราบ การหักเห
ผ่านเลนส์บาง การสะท้อนจากกระจกเงาทรงกลม ทำให้เห็นวัตถตุ รงตำแหน่งที่แนวรงั สีที่เปลี่ยนเส้นทางมาเข้าตา
ตัดกัน ซึ่งอาจไม่พบวัตถจุ รองตรงตำแหนง่ นน้ั เรยี กส่ิงที่มองเห็นวา่ ภาพ (image)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
- นกั เรียนสามารถอธิบายหลักการการมองเหน็ และการเกิดภาพ
3.2 ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
- นักเรียนสามารถสบื ค้นขอ้ มูลเกี่ยวกบั หลกั การการมองเห็นและการเกิดภาพได้อย่างถูกตอ้ ง
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
- นักเรยี นมีความมุ่งม่นั ตัง้ ใจในการจดั กจิ กรรมและการเรยี นการสอน
66
4. สาระการเรียนรู้
เม่อื แสงตกกระทบผวิ วัตถจุ ะเกดิ การสะทอ้ นซง่ึ เป็นไปตามกฎการสะท้อน
วตั ถทุ อ่ี ยหู่ นา้ กระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมจะเกิดภาพทสี่ ามารถหาตำแหน่ง ขนาดและชนิด
ของภาพที่เกิดขึ้นไดจ้ ากการเขยี นภาพของรังสีแสงหรอื การคำนวณจากสมการ
กรณีกระจกเงาราบ s′ = −s
5. สมรรถนะ
5.1 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจัดการเรียนรนู้ ้ี)
1) ความสามารถในการสื่อสาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5.2 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนของโรงเรยี นมาตรฐานสากล
1) เป็นเลิศทางวชิ าการ
2) ส่ือสารได้อยา่ งน้อย 2 ภาษา
3) ล้ำหนา้ ทางความคดิ
4) ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์
5) รว่ มกนั รับผิดชอบต่อสังคมโลก
6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 5) อยู่อยา่ งพอเพยี ง
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) 6) มุง่ มัน่ ในการทำงาน
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 7) รกั ความเป็นไทย
2) ซอื่ สตั ย์ สจุ ริต 8) มีจติ สาธารณะ
3) มวี นิ ัย
4) ใฝเ่ รยี นรู้
7. การบรู ณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ
บรู ณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หลกั ความพอประมาณ
หลกั ความมีเหตผุ ล
67
หลักการมภี ูมคิ ุ้มกัน
เง่อื นไขความรู้
เง่อื นไขคุณธรรม
บูรณาการกบั การจัดการศกึ ษาเพือ่ อาชีพ
บูรณาการกับหลกั สตู รต้านทจุ ริตศึกษา
การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจรติ
พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
บูรณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(ระบุ)……………………………………………………………………............................................................................
............................................................................................................................. ..............
อน่ื ๆ
(ระบุ)……………………………………………………………………............................................................................
............................................................................................................................. ..............
8. กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูนำเขา้ สู่บทเรียน โดยยกสถานการณว์ ่า ในเวลากลางคืนหรอื เวลาที่เราอยู่ในสถานที่ที่มืดสนิท ทำให้เราไม่
สามารถมองเหน็ วัตถุได้ แต่ถ้ามีการสอ่ งแสง เช่น แสงจากไฟฉายไปกระทบวตั ถุจะทำใหส้ ามารถมองเหน็ วตั ถุได้
จากนัน้ ครนู ำอภิปรายโดยใหน้ ักเรียนตอบคำถามวา่ จากสถานการณ์ดงั กลา่ วจะสามารถนำมาอธบิ ายการมองเห็น
วัตถุไดอ้ ย่างไร โดยครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เหน็ อย่างอสิ ระและไม่คาดหวงั คำตอบที่ถูกต้อง
ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
2. ครูแบง่ กลุ่มนักเรียนออกเป็นกลมุ่ ๆละ 8 คน โดยคละความสามารถ
3. ครูให้นกั เรยี นสืบคน้ ข้อมูลในหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
- ภาพทเ่ี รามองเหน็ เกิดข้นึ ได้อยา่ งไร
จากน้นั ให้นักเรยี นสรุปองค์ความรู้ลงในกระดาษชารท์
ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
4. ครสู มุ่ กลุ่มนักเรียนออกมา 1 กลุม่ เพื่อนำเสนอข้อมลู ท่ีสืบค้นได้
5. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายเกยี่ วกับหวั ข้อท่สี ืบค้น จนสรุปได้ว่า
68
“เม่ือแสงจากวัตถุถกู ทำใหเ้ ปล่ยี นเส้นทางเดินมาเข้าตา เชน่ การสะท้อนกับกระจกเงาราบ การหักเหผ่านเลนสบ์ าง
การสะท้อนจากกระจกเงาทรงกลม ทำให้เหน็ วัตถุตรงตำแหนง่ ที่แนวรังสีทีเ่ ปลีย่ นเสน้ ทางมาเขา้ ตาตัดกัน ซ่ึงอาจ
ไมพ่ บวตั ถุจริงตรงตำแหนง่ น้ัน เรยี กสิง่ ที่มองเหน็ ว่า ภาพ (image)”
ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
6. ครใู ห้ความรเู้ พิ่มเตมิ เกย่ี วกับการมองเห็นและการเกิดภาพดังนี้
“ภาพของวตั ถุสามารถเกิดขึน้ คนละตำแหนง่ กับวัตถุได้เมื่อมีบางสง่ิ มาเปล่ียนทางเดินของแสงทอี่ อกจาก
วตั ถมุ าเขา้ ตาทำใหเ้ หน็ ภาพตรงตำแหนง่ ทแี่ นวรังสีท่ีเขา้ ตาตัดกนั เชน่ การเหน็ วตั ถุ P จากการสะทอ้ นจากกระจก
เงาราบตามกฎการสะทอ้ น
ระยะจากภาพถึงกระจกมีค่าเท่ากบั ระยะวตั ถุถงึ กระจก นั่นคือ s′ = −s โดยใหห้ นา้ กระจกเปน็ บวกและ
หลังกระจกเป็นลบ และภาพจากกระจกเงาราบเกดิ หลงั กระจกเงาราบเสมอ
เม่ือแสงจากวัตถุเดินทางผา่ นรอยต่อระหวา่ งตัวกลางทีม่ ีดรรชนหี ักเหต่างกนั ตำแหนง่ ภาพที่มองเห็นจะตา่ งไปจาก
ตำแหนง่ ของวัตถุจรงิ ทำ ให้ความลึกที่ปรากฏต่อสายตาต่างไปจากความลึกจรงิ ของวัตถุ โดยในกรณีมองวตั ถุท่อี ยู่
ในนำ้ โดยผูส้ ังเกตอยใู่ นอากาศ จะพบว่าความลึกท่ีปรากฏต่อสายตาน้ันน้อยกวา่ ความลึกจริงของวตั ถแุ ละเม่ือ
เขยี นรังสีของแสงจะได้ความสัมพันธ์ ดังสมการ s′ = n2”
s n1
ขัน้ ประเมนิ (Evaluation)
7. ครูประเมนิ ความเขา้ ใจของนักเรียนโดยใช้คำถาม
- ภาพเกดิ ข้ึนได้อย่างไร
- ภาพท่ีเกิดจากกระจกเงาราบจะมีลกั ษณะอย่างไร
10. ส่ือการเรยี นรู้และแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือ สสวท. รายวชิ าเพิม่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ ฟิสกิ ส์ 5 เลม่ 3
2. หนังสือเรยี น ฟสิ ิกส์ ม.5 เลม่ 1
3. อนิ เทอร์เน็ต
4. ห้องสมุด
5. กระดาษชารท์ และปากกาเคมี
69
11. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการ เครื่องมือทใ่ี ช้ เกณฑ์
การใช้คำถาม ชุดคำถาม นักเรียนสามารถตอบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ด้านความรู้ (K) การประเมนิ การ แบบประเมินการ รอ้ ยละ 80
นำเสนอผลงาน นำเสนอผลงาน นักเรยี นสามารถ
นักเรยี นสามารถอธิบายหลกั การการ นำเสนอผลงานได้
มองเห็นและการเกดิ ภาพ ระดับดี ผ่านเกณฑ์
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
สังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ พฤติกรรม มีคุณลักษณะอนั พึง
นกั เรยี นสามารถสืบค้นข้อมลู เกย่ี วกับ
หลักการการมองเหน็ และการเกดิ ภาพได้ ในชัน้ เรียน ประสงค์ ไดร้ ะดบั ดี
อยา่ งถูกต้อง
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) ผ่านเกณฑ์
นักเรียนมีความมงุ่ มนั่ ต้งั ใจในการจดั
กิจกรรมและการเรียนการสอน
70
71
72
73
ภาคผนวก
หมายเหตุ ภาคผนวกประกอบด้วย
1. สือ่ การเรียนรู้ เช่น ใบความรู้ ใบกิจกรรม ใบงาน แบบฝึกทักษะ เปน็ ต้น (เฉพาะท่ีปรากฎในแผนการ
จัดการเรียนรนู้ ้ี)
2. เคร่ืองมือทใ่ี ชว้ ดั ผลประเมนิ ผล เชน่ แบบทดสอบก่อนเรยี น / หลงั เรยี น แบบประเมินทกั ษะ
กระบวนการ แบบประเมินคุณลกั ษณอันพงึ ประสงค์ เป็นต้น (เฉพาะที่ปรากฎในแผนการจัด การเรยี นรนู้ ี้)
3. เกณฑ์การวัดผลประเมนิ ผล เช่น เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เป็นต้น (เฉพาะทปี่ รากฎในแผนการจัดการเรียนรนู้ ้ี)
74
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
พฤติกรรม / ระดบั คะแนน
ความ การลำดับ วธิ กี าร การใช้ การมสี ว่ น
ลำดับ ชื่อ – สกุล ถกู ต้องของ ข้นั ตอนของ นำเสนอ เทคโนโลยี ร่วมของ รวม
ที่ เนอ้ื หา เร่ือง ผลงาน ในการ สมาชกิ ใน
นำเสนอ กลุ่ม
3 3 3 3 3 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
75
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
รายการประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
321
1. ความถูกต้องของเน้ือหา เนื้อหามคี วามถูกตอ้ ง100 เนอื้ หามีความถกู ต้อง 50 เนอื้ หามีความถูกตอ้ ง
เล็กน้อย
2. การลำดบั ขน้ั ตอนของเร่อื ง มีการลำดับข้ันทด่ี ี มกี ารลำดับข้นั ปานกลาง มีการลำดบั ขัน้ พอใชไ้ ด้
3. วิธีนำเสนอผลงาน มีวิธกี ารนำเสนองานท่ี มีวธิ ีนำเสนองานท่ีน่าสนใจ มีวธิ ีนำเสนองานทนี่ ่าสนใจ
น่าสนใจดีมาก ปานกลาง พอใช้
4. การใชเ้ ทคโนโลยีในการนำเสนอ มกี ารนำเทคโนโลยีมาใช้ใน มกี ารนำเทคโนโลยมี าใชใ้ น มีการนำเทคโนโลยมี าใช้ใน
การนำเสนอ การนำเสนอบางส่วน การนำเสนอเลก็ นอ้ ย
5. การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกลุม่ ทมุ คนในกลมุ่ มีความ สมาชิกในกลุ่มใหค้ วาม สมาชิกในกล่มุ ให้ความ
รว่ มมือกนั ร่วมมอื บางส่วน ร่วมมือเลก็ น้อย
ชว่ งคะแนน
คะแนน 12-15 หมายถึง ดี
คะแนน 8-11 หมายถงึ ปานกลาง
คะแนน 1-7 หมายถงึ พอใช้
76
แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผลพฤติกรรม
พฤติกรรม / ระดับคะแนน
ความสนใจ การมีส่วน การตอบ การยอมรับ ทำงาน
ลำดับ ชื่อ – สกลุ ในการทำ รว่ มในการ คำถาม ฟังความ ตามที่ไดร้ บั รวม
ที่ กิจกรรม แสดงความ คิดเห็นผ้อู น่ื มอบหมาย
คิดเหน็
3 3 3 3 3 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
77
เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินพฤติกรรม
รายการประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
1. ความสนใจในการทำกิจกรรม 321
2. การมีสว่ นรว่ มในการแสดงความ สนใจในทกุ กจิ กรรม สนใจบางกิจกรรม สนใจกจิ กรรมเพยี ง
คดิ เห็น
3. การตอบคำถาม เลก็ นอ้ ย
4. การยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผู้อืน่
แสดงความคิดเห็นอยา่ ง แสดงความคิดเหน็ บางครั้ง แสดงความคิดเหน็ บา้ ง
5. ทำงานตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย
สมำ่ เสมอ เลก็ น้อย
ตอบคำถามอยา่ งสมำ่ เสมอ ตอบคำถามบางคร้ัง ตอบคำถามเล็กนอ้ ย
รับฟังความคดิ เห็นของ รบั ฟังความคดิ เห็นของ รับฟังความคดิ เหน็ ของ
ผอู้ ืน่ อย่างสม่ำเสมอ ผอู้ น่ื เปน็ บางคร้ัง ผู้อืน่ เพยี งเล็กน้อย
ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย ทำงานที่ได้รบั มอบหมาย ทำงานที่ไดร้ บั มอบหมาย
ครบทกุ งาน บางงาน เล็กนอ้ ย
เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนเตม็ 15 คะแนน
คะแนน 13 - 15 หมายถึง ดี
คะแนน 9 - 12 หมายถงึ ปานกลาง
คะแนน 5 - 8 หมายถึง ปรับปรุง
78
แผนการจดั การเรียนรู้ 29
โดยจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
รหสั วชิ า ว 32201 วิชา ฟสิ ิกส์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 11 เร่ือง แสงเชิงรังสี แผนการจัดการเรียนรเู้ รอ่ื ง การเกดิ ภาพจากกระจกเงาโค้ง
เวลา 4 ชั่วโมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ผ้สู อน นางสาวจันทรฉ์ าย แสนยนั
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นปทุมเทพวิทยาคาร
1. ผลการเรียนรู้
สาระฟสิ ิกส์
เข้าใจการเคล่ือนท่ีแบบฮารม์ อนิกอย่างง่าย ธรรมชาติของคลนื่ เสียงและ การได้ยิน ปรากฏการณ์ทเ่ี กย่ี วข้องกับ
เสียง แสงและการเห็น ปรากฏการณ์ ที่เกย่ี วข้องกับแสง รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
ทดลองและอธิบายการสะท้อนของแสงท่ผี วิ วตั ถตุ ามกฎการสะท้อน เขียนรังสีของแสงและคำนวณตำแหนง่ และ
ขนาดภาพของวัตถเุ มื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมท้งั อธบิ ายการนำความร้เู รื่องการ
สะทอ้ นของแสงจากกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั
2. สาระสำคญั
กระจกเงาทรงกลมทำด้วยวสั ดทุ ส่ี ามารถสะท้อนแสงไดด้ เี ช่นเดยี วกบั กระจกเงาราบ กระจกเงาทรงกลม
มี 2 ชนิด คอื กระจกโคง้ เวา้ (concave mirror) และกระจกโค้งนูน (convex mirror) เม่ือวางวัตถุหน้า
กระจกเงาทรงกลมจะเกดิ ภาพของวตั ถุ โดยตำแหนง่ ขนาดและชนดิ ของภาพทเ่ี กิดขึน้ หาได้จาก การเขียนรังสีของ
แสงและการคำนวณโดยใช้รูปแบบสมการทเี่ หมอื นกบั สมการของเลนสบ์ าง
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
- นกั เรียนสามารถอธิบายรังสีของแสงท่สี ะทอ้ นจากผิวของกระจกเงาทรงกลมเพอื่ ระบุตำแหน่งและชนิดของภาพ
3.2 ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
- นักเรียนสามารถเขียนรังสีของแสงที่สะท้อนจากผิวของกระจกเงาทรงกลมเพ่ือระบตุ ำแหนง่ และชนดิ ของภาพ
- นักเรียนสามารถคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกับกระจกเงาโค้งได้
3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
- นักเรยี นมีความมุ่งมน่ั ต้ังใจในการจัดกจิ กรรมและการเรยี นการสอน
79
4. สาระการเรียนรู้
กระจกโค้ง ชนดิ ของกระจกโค้ง กระจกโค้งแบ่งออกเปน็ 2 ชนิด ดังนี้
1. กระจกโค้งออกหรอื กระจกนนู (Convex mirror) คอื กระจกโคง้ ทีม่ ผี วิ สะท้อนแสงอยู่ ดา้ นนอกของสว่ นโคง้
สว่ นผิวด้านเวา้ ถูกฉาบดว้ ยปรอท
2. กระจกโคง้ เข้าหรือกระจกเว้า (Concave mirror) คือ กระจกโค้งท่ีมีผวิ สะท้อนแสงอยู่ ดา้ นในของส่วนโคง้ สว่ น
ผวิ ดา้ นเวา้ ถูกฉาบดว้ ยปรอท
จากรปู จดุ C คอื จุดศูนย์กลางของทรงกลมซึง่ เป็นจดุ ศูนยก์ ลางของความโค้ง ของกระจกดว้ ย
จดุ R คอื รศั มีของทรงกลม เรยี กวา่ รศั มีความโค้งของกระจก
จุด V คือ จุดทีอ่ ยบู่ รเิ วณกึ่งกลางของผิวกระจกโคง้ เรยี กวา่ ข้ัวกระจก
VCV คอื เสน้ ตรงกลางท่ลี ากผ่านขัว้ กระจกและจุด C เรียกว่า เสน้ แกนมขุ สำคัญ
5. สมรรถนะ
5.1 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจัดการเรยี นรนู้ )ี้
1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5.2 สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนของโรงเรียนมาตรฐานสากล
1) เปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
2) สอ่ื สารได้อย่างน้อย 2 ภาษา
3) ลำ้ หนา้ ทางความคิด
4) ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
5) รว่ มกันรบั ผดิ ชอบต่อสังคมโลก
80
6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 5) อยู่อย่างพอเพียง
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) 6) มุง่ มั่นในการทำงาน
1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 7) รักความเป็นไทย
2) ซ่ือสัตย์ สจุ รติ 8) มจี ิตสาธารณะ
3) มวี ินยั
4) ใฝเ่ รียนรู้
7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ
บรู ณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
หลกั ความพอประมาณ
หลักความมีเหตุผล
หลักการมีภูมิคุ้มกัน
เงอ่ื นไขความรู้
เง่ือนไขคุณธรรม
บูรณาการกับการจดั การศกึ ษาเพือ่ อาชีพ
บรู ณาการกับหลักสูตรต้านทจุ ริตศกึ ษา
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ รติ
พลเมืองกับความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม
บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้
(ระบุ)……………………………………………………………………............................................................................
............................................................................................................................. ..............
อื่น ๆ
(ระบุ)……………………………………………………………………............................................................................
............................................................................................................................. ..............
81
8. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครูนำเข้าสู่บทเรียน โดยครูนำนักเรียนอภิปรายทบทวนความรู้เกี่ยวกับภาพที่เกิดจากจากกระจกเงาราบ แล้ว
รว่ มกนั อภปิ รายตอ่ โดยตอบคำถามดังน้ี
- ภาพที่เกดิ จากกระจกเงาที่มีผิวโค้งจะเหมือนหรือแตกต่างจากกระจกเงาราบหรือไม่ อยา่ งไร
- กระจกเงาผิวโคง้ มีกี่แบบ แตล่ ะแบบจะทำให้เกดิ ภาพเหมือนหรือแตกตา่ งกนั หรอื ไม่
โดยครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอสิ ระและไม่คาดหวังคำตอบที่ถกู ต้อง
ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2. ครแู ละนกั เรยี นอภปิ รายวธิ ีทำการทดลองกจิ กรรม ภาพจากระจกเงาโคง้ ตามรายละเอียดในใบกิจกรรม ก่อนทำ
กจิ กรรมครชู ร้แจงรายละเอยี ดและจดุ ประสงค์ของการทำกิจกรรม
3. นกั เรียนทกุ กลุ่มทำการทดลองกจิ กรรม ภาพจากกระจกเวา้ และกระจกนนู และบนั ทึกผลการทดลองลงในตาราง
บนั ทกึ ผลการทดลอง
ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
4. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายผลการทดลอง จนสรปุ ไดว้ ่า
“- เม่ือฉายลำแสงขนานไปตกกระทบผวิ สะท้อนแสงผวิ โคง้ นูน ลำแสงจะกระจายออก แต่เมอ่ื ต่อแนวลำแสง
สะท้อนไปด้านหลังกระจกเหมือนวา่ ลำแสงสะทอ้ นไปตัดกันทจ่ี ุด ๆ หนงึ่ บนแกนมุขสำคัญ
- เม่อื ฉายลำแสงขนานไปตกกระทบแผน่ สะทอ้ นผวิ โค้งเว้า ลำแสงขนานจะสะท้อนไปรวมกนั ณ จุด ๆ หนง่ึ บน
แกนมุขสำคญั จงึ กล่าวได้ว่า กระจกเงาเวา้ เปน็ กระจกทมี่ ีสมบตั ิรวมแสง ส่วนกระจกเงานูนมีสมบัติกระจายแสง
และเมื่อวางวตั ถไุ วห้ นา้ กระจกเงาเว้าและกระจกเงานูน ภาพของวตั ถุจะเปลีย่ นไปข้นึ อยู่กบั ตำแหน่งของวตั ถุ”
ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
5. ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ เก่ยี วกับการหาตำแหน่งภาพที่เกิดข้นึ จากกระจกเงาเวา้ และกระจกเงานูน ได้ว่า
“ขั้นตอนการหาตำแหนง่ ภาพจากกระจกเงาโค้ง
1. ลากเส้นแกนมขุ สำคญั
2. เขยี นกระจกทตี่ ้องการ แล้วกำหนดจุด C, O และ F
3. วาดวตั ถุ ณ ตำแหน่งทตี่ ้องการ
82
4. จากจดุ ยอดของวัตถุ ลากรังสีขนานกบั เส้นแกนมขุ สำคัญ ไปตกกระทบกระจก แล้วเขียนรงั สสี ะท้อน
ผา่ นจุดโฟกัส F
5. จากจุดยอดของวตั ถุลากรังสีผ่านจดุ ศูนย์กลางความโค้ง รงั สสี ะทอ้ นจะผ่านทางเดิม รังสีนี้ตัดกบั รังสใี น
ขอ้ 4 ท่จี ุดใด ตำแหนง่ นัน้ คอื จุดทีเ่ กิดภาพ
ภาพของวตั ถจุ ากกระจกเงาเว้าสว่ นมากจะเป็นภาพจรงิ หัวกลับ ยกเว้นเมื่อวัตถุอยู่ตรงจดุ โฟกสั จะไม่เกิดภาพ
ถา้ วตั ถอุ ยู่ใกลก้ วา่ จดุ โฟกัส จะสร้างภาพเสมือนหัวตั้งขนาดใหญ่กว่าวัตถุ ส่วนภาพจากกระจกเงานนู จะเปน็
ภาพเสมอื นหวั ต้งั ขนาดเลก็ กว่าวัตถแุ ละระยะภาพส้ันกว่าระยะวตั ถเุ สมอ”
6. ครอู ธิบายสตู รทีใ่ ช้ในการคำนวณเกย่ี วกับปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกับกระจกเงาโค้ง มดี งั น้ี
1 = 1 + 1 = ′ = ′ = =
′
− 2
เงื่อนไขในการใชส้ มการ
- หากเป็นกระจกเวา้ ต้องใช้ f มคี า่ เปน็ +
หากเป็นกระจกนนู ตอ้ งใช้ f มีคา่ เป็น –
- หากภาพทเี่ กิดขึ้นเป็นภาพจรงิ ต้องใช้ S' , Y' , m มคี ่าเป็น +
หากภาพทเี่ กิดขนึ้ เปน็ ภาพเสมือน ตอ้ งใช้ S' , Y' , m มีคา่ เป็น -
ขั้นประเมนิ (Evaluation)
6. ครปู ระเมนิ จากการทำกจิ กรรม การเกดิ ภาพจากกระจกเงาโค้ง
7. ครปู ระเมินการทำแบบฝึกหัด เรือ่ ง การเกดิ ภาพจากกระจกเงาโค้ง
10. สื่อการเรยี นรูแ้ ละแหล่งการเรยี นรู้
1. ใบกจิ กรรม การเกิดภาพจากกระจกเงาโค้ง
2. แบบฝึกหัด เรอื่ ง การเกิดภาพจากกระจกเงาโคง้
3. หนงั สอื สสวท. รายวชิ าเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ ฟสิ ิกส์ 5 เลม่ 3
4. หนงั สือเรียน ฟสิ ิกส์ ม.5 เล่ม 1
5. อนิ เทอรเ์ น็ต
6. ห้องสมุด
83
11. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธกี าร เครื่องมอื ทใ่ี ช้ เกณฑ์
ตรวจใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรม นักเรียนสามารถตอบ
ดา้ นความรู้ (K) แบบฝึกหัด ได้ถูกตอ้ ง ร้อยละ 80
ตรวจแบบฝกึ หดั
นกั เรียนสามารถอธิบายรังสีของแสงที่ แบบประเมนิ พฤติกรรม นักเรยี นสามารถทำ
สะท้อนจากผวิ ของกระจกเงาทรงกลมเพ่ือ สงั เกตพฤติกรรม แบบฝึกหัดได้ถูกต้อง
ระบตุ ำแหนง่ และชนดิ ของภาพได้ ในชัน้ เรยี น รอ้ ยละ 80
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
มีคุณลักษณะอันพึง
- เขียนรังสีของแสงท่สี ะทอ้ นจากผวิ ของ ประสงค์ ไดร้ ะดบั ดี
กระจกเงาทรงกลมเพื่อระบุตำแหน่งและ ผา่ นเกณฑ์
ชนิดของภาพ
- นักเรียนสามารถคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ี
เกีย่ วขอ้ งกับกระจกเงาโค้ง
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
นกั เรยี นมีความมงุ่ มน่ั ตัง้ ใจในการจัด
กิจกรรมและการเรยี นการสอน
84
85
86
87
ภาคผนวก
หมายเหตุ ภาคผนวกประกอบด้วย
1. สือ่ การเรียนรู้ เช่น ใบความรู้ ใบกิจกรรม ใบงาน แบบฝึกทักษะ เปน็ ต้น (เฉพาะท่ีปรากฎในแผนการ
จัดการเรียนรนู้ ้ี)
2. เคร่ืองมือทใ่ี ชว้ ดั ผลประเมนิ ผล เชน่ แบบทดสอบก่อนเรยี น / หลงั เรยี น แบบประเมินทกั ษะ
กระบวนการ แบบประเมินคุณลกั ษณอันพงึ ประสงค์ เป็นต้น (เฉพาะที่ปรากฎในแผนการจัด การเรยี นรนู้ ี้)
3. เกณฑ์การวัดผลประเมนิ ผล เช่น เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เป็นต้น (เฉพาะทปี่ รากฎในแผนการจัดการเรียนรนู้ ้ี)
88
แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผลพฤติกรรม
พฤติกรรม / ระดับคะแนน
ความสนใจ การมีส่วน การตอบ การยอมรับ ทำงาน
ลำดับ ชื่อ – สกลุ ในการทำ รว่ มในการ คำถาม ฟังความ ตามที่ไดร้ บั รวม
ที่ กิจกรรม แสดงความ คิดเห็นผ้อู น่ื มอบหมาย
คิดเหน็
3 3 3 3 3 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
89
เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินพฤติกรรม
รายการประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน
1. ความสนใจในการทำกิจกรรม 321
2. การมีสว่ นรว่ มในการแสดงความ สนใจในทกุ กจิ กรรม สนใจบางกิจกรรม สนใจกจิ กรรมเพยี ง
คดิ เห็น
3. การตอบคำถาม เลก็ นอ้ ย
4. การยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผู้อืน่
แสดงความคิดเห็นอยา่ ง แสดงความคิดเหน็ บางครั้ง แสดงความคิดเหน็ บา้ ง
5. ทำงานตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย
สมำ่ เสมอ เลก็ น้อย
ตอบคำถามอยา่ งสมำ่ เสมอ ตอบคำถามบางคร้ัง ตอบคำถามเล็กนอ้ ย
รับฟังความคดิ เห็นของ รบั ฟังความคดิ เห็นของ รับฟังความคดิ เหน็ ของ
ผอู้ ืน่ อย่างสม่ำเสมอ ผอู้ ื่นเปน็ บางคร้ัง ผู้อืน่ เพยี งเล็กน้อย
ทำงานท่ีได้รับมอบหมาย ทำงานที่ได้รบั มอบหมาย ทำงานที่ไดร้ บั มอบหมาย
ครบทกุ งาน บางงาน เล็กนอ้ ย
เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนเตม็ 15 คะแนน
คะแนน 13 - 15 หมายถึง ดี
คะแนน 9 - 12 หมายถงึ ปานกลาง
คะแนน 5 - 8 หมายถึง ปรับปรุง
90
กิจกรรมการเกดิ ภาพจากกระจกเงาโคง้
จุดประสงค์
เพ่ือสงั เกตและอธิบายลกั ษณะภาพท่ีเกดิ จากกระจกเงาโค้ง
วัสดุอุปกรณ์
1. แผน่ สะท้อนแสงผวิ โค้ง
2. หมอ้ แปลงไฟฟ้าโวลต์ตำ่
3. กล่องแสงพร้อมหลอดไฟ
4. สายไฟ
5. แผน่ ช่องแสง
6. ปากกาสี ไม้บรรทดั กระดาษขาว
7. ไฟฉาย
ขน้ั ตอนการทดลอง
1. วาดเสน้ 2เส้นใหต้ ั้งฉากกนั ดงั รูปลงในกระดาษขาวขนาด A4 ดงั รูป
2. วางแผ่นสะทอ้ นแสงผวิ โคง้ ลงในกระดาษ โดยให้จุดตดั ของเสน้ ตรงเปน็ จุดสมั ผสั จดุ ก่ึงกลางของกระจกผิวโคง้
โดยมีเสน้ ตรงที่ต้งั ฉากกบั กระจกผิวโค้ง เปน็ เส้นแกนมขุ สำคญั ดังรูป
91
3. ใชส้ ายไฟ 2 เสน้ ตอ่ กล่องแสงเขา้ กับหมอ้ แปลงไฟฟ้าโวลตต์ ่ำ โดยใชค้ วามต่างศักย์ 12 โวลต์
4. ใสแ่ ผน่ ช่องแสง 3 ช่องเข้ากับกลอ่ งแสง
5. ใชไ้ ฟฉายส่องขนานกบั เสน้ แกนมขุ สำคัญ และบันทกึ ผล
ตารางบันทึกผล
ภาพที่เกดิ จากกระจกโค้งนูน ภาพทีเ่ กดิ จากกระจกโค้งเวา้
สรุปผลการทดลอง
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
......................................................................................................................................................................... ...........
....................................................................................................................... .............................................................
92
แบบฝึกหัดเรอื่ ง การเกิดภาพจากกระจกเงาโค้ง
1. ชนดิ กระจก: กระจกเว้า
ตำแหนง่ วตั ถุ รปู แสดงการเขยี นรังสี ชนิดของ ขนาดของ ตำแหนง่
ภาพ ภาพ ภาพ
ระยะอนนั ต์
อยู่หน้า C
อยู่ท่ี C
ระหว่าง C
กบั F
ที่จดุ F
ระหว่างจุด F
กับ V
2. ชนดิ กระจก: กระจกนูน 93
ตำแหน่งวตั ถุ รูปแสดงการเขียนรังสี ชนิดของ ขนาดของ ตำแหนง่
ภาพ ภาพ ภาพ
ระยะอนันต์
อยู่หน้า C
อยู่ที่ C
ระหว่าง C
กับ F
ท่จี ุด F
ระหว่างจุด F
กบั V
94
1. วางวตั ถไุ วต้ รงกลางระหว่างกระจกเวา้ และกระจกราบ โดยหันกระจกเขา้ หากัน ปรากฏวา่ เกดิ ภาพจากกระจก
ทง้ั สองท่ีตำแหนง่ เดียวกับวัตถุ ถา้ กระจกเวา้ มีรัศมคี วามโคง้ 75 เซนตเิ มตร จงหาว่ากระจกท้ังสองบานวางหา่ งกนั
เท่าใด พร้อมวาดภาพประกอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. วางวัตถุไวห้ นา้ กระจกเวา้ ปรากฏวา่ ไดภ้ าพทต่ี ำแหน่งเดียวกบั วัตถุ เมือ่ เลื่อนวตั ถุเขา้ หากระจกอีก 15
เซนติเมตร จะได้ภาพทรี่ ะยะอนันต์ ถ้าเลื่อนวตั ถยุ ้อนออกไปอกี 5 เซนตเิ มตร จงหาชนิดของภาพและตำแหนง่ ของ
ภาพ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
95
แบบฝกึ หดั เรื่อง การเกิดภาพจากกระจกเงาโค้ง
1. ชนดิ กระจก: กระจกเว้า
96
2. ชนดิ กระจก: กระจกนูน