คมู่ ือ
มาตรฐานหอ้ งปฏบิ ัติการจลุ ชีววทิ ยา
ทางการแพทย์และสาธารณสุข
ค่มู อื
มาตรฐานห้องปฏบิ ัติการจลุ ชีววิทยา
ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
จัดท�ำ โดย
สถาบันวิจยั วิทยาศาสตรส์ าธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ
88/7 ถนนติวานนท์ อำ�เภอเมอื ง จงั หวัดนนทบรุ ี 11000
โทร. 0-2589-9850-8, 0-2951-0000-11
E-mail: [email protected]
ISBN 978-616-11-3642-0
พมิ พท์ ่ี
บริษทั เทก็ ซ์ แอนด์ เจอรน์ ลั พบั ลเิ คชน่ั จำ�กัด
158/3 ซ.ยาสูบ 1 ถ.วิภาวดีรงั สิต แขวงจอมพล เขตจตจุ กั ร กรงุ เทพฯ 10900
คมู่ อืข มทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลตั กิะาสราจธุลาชรีวณวทิ สยุขา
คำ� นิยม
การด้ือยาต้านจุลชีพเป็นปัญหาสาธารณสุขท่ีส�ำคัญท่ีต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน เพ่ือสกัดก้ัน
ยับยั้ง ไม่ให้เป็นปัญหาบานปลายจนควบคุมไม่ได้ และเป็นภัยต่อระบบสุขภาพโดยรวม ทั้งจากการป่วยตายจาก
เชื้อดื้อยาท่ีเพ่ิมมากขึ้น รวมถึงความจ�ำเป็นในการใช้ยาต้านจุลชีพที่มีฤทธิ์แรงและราคาแพงขึ้น ท�ำให้สิ้นเปลือง
ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วยเช้ือด้ือยา การตรวจทางห้องปฏิบัติการนับเป็นก้าวแรกที่ส�ำคัญ เพื่อค้นหา
เชือ้ ดอื้ ยาในผปู้ ว่ ยและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการระบเุ ช้อื ดื้อยาชนิดใหม่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้จัดท�ำคู่มือมาตรฐานห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาส�ำหรับห้องปฏิบัติการ
ทางการแพทย์และสาธารณสุขฉบับนี้ขึ้น ซ่ึงเป็นกิจกรรมแรกในยุทธศาสตร์การจัดการการด้ือยาต้านจุลชีพ
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๓ ที่ได้ด�ำเนินการส�ำเร็จตามเป้าหมาย ท�ำให้ม่ันใจว่ากิจกรรมต่อๆ ไป ได้แก่
การเฝ้าระวงั ควบคุม และการรกั ษาการปว่ ยจากเช้อื ดือ้ ยา จะสามารถดำ� เนนิ การไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
ผมขอขอบคุณและแสดงความช่ืนชมต่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะกรรมการและคณะท�ำงาน
ท่ีประกอบด้วย คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล
สภาวิชาชีพ ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิจากด้านสุขภาพสัตว์ ท่ีได้ร่วมกันคัดสรรสาระส�ำคัญอันเป็นประโยชน์ต่อ
การด�ำเนินการตรวจวิเคราะห์ด้านจุลชีววิทยา เพื่อจัดท�ำคู่มือมาตรฐานห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาส�ำหรับ
ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุขฉบับนี้ข้ึน และหวังว่าคู่มือมาตรฐานฉบับน้ีจะได้รับการน�ำไปใช้
ให้เกิดประโยชนส์ ูงสดุ ต่อหอ้ งปฏิบัติการของโรงพยาบาล สมเจตนารมณข์ องคณะผู้จัดทำ� ทกุ ประการ
(นายปยิ ะสกล สกลสตั ยาทร)
รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ
ค่มู อื คทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลตั ิกะาสราจธุลาชรีวณวิทสยุขา
ค�ำน�ำ
เชื้อจุลชพี ด้ือยา เปน็ ปญั หาสาธารณสขุ ท่สี �ำคัญเรง่ ด่วนระดบั โลก เน่ืองจากปัจจุบันเช้อื จลุ ชีพ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเช้ือแบคทีเรียหลายชนิด ได้กลายพันธุ์จนเชื้อตัวเดียวด้ือต่อยาต้านจุลชีพหลายขนาน ซ่ึงเป็นผลมาจาก
การใช้ยาต้านจุลชีพจ�ำนวนมากทั้งในมนุษย์และสัตว์ กระตุ้นให้เช้ือกลายพันธุ์เป็นเชื้อด้ือยาอย่างรวดเร็ว ท่ัวโลก
กังวลว่าหากไม่มีการด�ำเนินการใด โลกจะเข้าสู่ยุคหลังยาปฏิชีวนะ (Post Antibiotic Era) ที่ไม่มียาชนิดใด
สามารถรกั ษาโรคตดิ เชอื้ ได้ ทำ� ใหอ้ าจเกดิ การลม้ ตายของประชาชนจากโรคตดิ เชอื้ เปน็ จำ� นวนมาก ซงึ่ ความกงั วลนไี้ ด้
เร่ิมปรากฎชัดจากข้อมูลปัจจุบันของประเทศไทยท่ีมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากเช้ือด้ือยาปีละนับหม่ืนรายและมีแนวโน้ม
เพ่ิมขึ้น ดังนั้นประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดท�ำ “แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้าน
จุลชีพประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564” ขนึ้ โดยอาศยั กลไกการมสี ่วนร่วมจากหน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องตลอดจนภาค
ประชาสังคม เพ่ือพัฒนาระบบจัดการปัญหาการด้ือยาต้านจุลชีพแบบบูรณาการภายใต้แนวคิดสุขภาพหน่ึงเดียว
ซ่ึงสอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก การเฝ้าระวังการด้ือยาต้านจุลชีพภายใต้แนวคิดสุขภาพหน่ึง
เดียวน้นั ให้ความสำ� คญั กับการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารเป็นอยา่ งมาก เพราะตอ้ งวนิ จิ ฉยั และเฝา้ ระวงั ควบคมุ โรค
เช้ือดื้อยาโดยอาศัยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เน่ืองจากผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสามารถ
น�ำไปใช้เพ่ือการวินิจฉัย การเฝ้าระวัง และการควบคุมโรค จึงได้ก�ำหนดแนวทางในกลยุทธ์ที่ 1.2 “การพัฒนา
ศกั ยภาพและเครอื ขา่ ยหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทางจลุ ชวี วทิ ยา” ใหม้ กี ารจดั ทำ� มาตรฐานระดบั ชาตดิ า้ นหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารจลุ ชวี วทิ ยา
กระทรวงสาธารณสขุ จงึ ไดจ้ ดั ทำ� “คู่มือมาตรฐานหอ้ งปฏิบัตกิ ารจุลชีววิทยาทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข” และ
“คู่มือมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาทางการแพทย์และสาธารณสุข” โดยใช้งานร่วมกัน
มีเนือ้ หาครอบคลมุ ทง้ั โครงสร้างพืน้ ฐานของหอ้ งปฏิบัติการ เทคนิควิธกี ารตรวจวเิ คราะห์ ความรู้ความสามารถ
ของผปู้ ฏบิ ตั งิ านระดบั ต่างๆ ตลอดจนความมั่นคงปลอดภยั ทางชวี ภาพในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ค่มู อื มาตรฐานดงั กลา่ วนี้
มิได้จ�ำกัดเฉพาะแต่ห้องปฏิบัติการของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่มุ่งหวังให้ประยุกต์ใช้ได้กับห้องปฏิบัติการ
ทกุ ภาคส่วน การจดั ท�ำคู่มือมาตรฐานน้ีได้เชญิ ผทู้ รงคณุ วฒุ ิจากภาคส่วนตา่ งๆ เช่น มหาวทิ ยาลัย ห้องปฏิบัติการ
โรงพยาบาล ตลอดจนผู้แทนจากสมาคมวิชาชีพท่ีเกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้แทนจากห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ มาร่วม
ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะส�ำหรับการน�ำไปใช้ กระทรวงสาธารณสุขจะขอความร่วมมือให้องค์กรรับรองต่างๆ
น�ำคมู่ อื มาตรฐานนี้ไปใช้ เพ่อื ตรวจประเมนิ ห้องปฏิบัติการจุลชวี วทิ ยาทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ประกอบกบั
การตรวจประเมินระบบคุณภาพต่อไป โดยความมุ่งหมายของการตรวจประเมินตามมาตรฐานนี้ เพ่ือน�ำผลจาก
การประเมนิ มาใชใ้ นการพฒั นาและปรบั ปรงุ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารจลุ ชวี วทิ ยาทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
อย่างไรก็ตามคู่มือมาตรฐานนี้จัดท�ำขึ้นเป็นฉบับแรก คณะผู้จัดท�ำขอน้อมรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย
เพ่ือนำ� มาปรบั ปรุงใหเ้ ป็นค่มู อื มาตรฐานแหง่ ชาติ ที่เกิดประโยชนก์ ับประชาชนโดยแท้จริง
คู่มือง มทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลัตกิะาสราจธลุ าชรวี ณวทิ สยุขา
สารบัญ หนา้
ค�ำนิยม ค
ค�ำนำ� ง
สารบัญ จ
นยิ ามและค�ำย่อ ฌ
บทนำ� 1
บทท่ี 1 ระดบั ห้องปฏบิ ตั ิการ 4
1.1 หอ้ งปฏิบตั กิ ารจลุ ชวี วิทยาคลินกิ 5
1.2 ห้องปฏิบตั ิการอา้ งอิงตรวจยืนยันเพอ่ื การรักษา 5
1.3 ห้องปฏิบตั กิ ารอา้ งองิ ตรวจยืนยนั เพอ่ื การสอบสวนโรค 5
1.4 หอ้ งปฏิบตั กิ ารแห่งชาติ 6
1.5 ห้องปฏบิ ัติการอา้ งองิ ระดบั นานาชาติ 6
บทท่ี 2 โครงสร้างพ้ืนฐานหอ้ งปฏิบัติการ 7
2.1 สถานท่แี ละสภาพแวดลอ้ ม 8
2.2 เคร่ืองมอื วทิ ยาศาสตร์ 9
บทที่ 3 บคุ ลากร 19
3.1 คุณสมบัตแิ ละสมรรถนะท่ีจำ� เปน็ 20
3.2 จำ� นวนบคุ ลากร 22
3.3 ความปลอดภยั และสขุ ภาพบคุ ลากร 22
บทที่ 4 การบรหิ ารจัดการสิ่งส่งตรวจด้านจุลชีววทิ ยาในข้ันตอนกอ่ นการวิเคราะห ์ 23
4.1 การสง่ ตรวจ การเกบ็ ส่ิงสง่ ตรวจ และการน�ำส่งสิง่ ส่งตรวจ 24
4.2 การตรวจรบั สิง่ สง่ ตรวจของห้องปฏบิ ตั กิ าร 25
4.3 การเกบ็ รกั ษาสงิ่ สง่ ตรวจกอ่ นการวิเคราะห์ 25
4.4 การเตรียมสงิ่ ส่งตรวจเพอื่ ตรวจวเิ คราะห ์ 26
ค่มู ือ จทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลตั ิกะาสราจธลุ าชรีวณวิทสยุขา
สารบัญ หนา้
27
บทที่ 5 เทคนคิ การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร 28
5.1 การตรวจสงิ่ สง่ ตรวจโดยตรง 28
5.2 การเพาะเชื้อจากเลอื ด 29
5.3 การเพาะเชือ้ จากน�ำ้ ไขสนั หลังและน้ำ� จากส่วนตา่ งๆ ของร่างกาย 31
5.4 การตรวจวินจิ ฉยั 34
5.5 การทดสอบความไวของเชอื้ ต่อยาตา้ นจลุ ชีพ 38
5.6 การตรวจด้วยเทคนคิ ทางอณชู ีววิทยา 39
5.7 เทคนคิ อนื่ ในการตรวจวินิจฉัยจุลชีพโดยตรงจากสงิ่ สง่ ตรวจ
40
บทท่ี 6 การควบคมุ คุณภาพภายในหอ้ งปฏิบตั กิ าร 41
6.1 เกณฑ์ในการพจิ ารณารบั หรอื ปฏิเสธสิง่ ส่งตรวจกอ่ นการวิเคราะห ์ 42
6.2 การควบคมุ คุณภาพของเคร่ืองมอื 44
6.3 การควบคมุ คณุ ภาพของอาหารเลี้ยงเชื้อ 47
6.4 การควบคมุ คุณภาพของสียอ้ ม
49
บทที่ 7 กระบวนการหลังการวเิ คราะห์และการเก็บรกั ษาส่ิงส่งตรวจหลังวิเคราะห ์ 50
7.1 การทบทวนผลการวิเคราะห์ 50
7.2 การเก็บรกั ษาและทำ� ลายสิ่งส่งตรวจหลังวิเคราะห ์
52
บทที่ 8 การรายงานผล 53
8.1 การรายงานผล
54
บทที่ 9 ระบบการสง่ ต่อส่ิงส่งตรวจ 57
9.1 การเตรยี มสง่ิ ส่งตรวจ 59
9.2 การส่งต่อหน่วยงานภายในประเทศ 59
9.3 การสง่ ต่อหนว่ ยงานระหว่างประเทศ
คมู่ ือฉ ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลัติกะาสราจธลุ าชรีวณวิทสยุขา
สารบญั หนา้
61
บทท่ี 10 การจัดการขอ้ มูลสารสนเทศทางจุลชีววทิ ยา 62
10.1 การเข้าถึงข้อมลู 62
10.2 การกำ� หนดรหัส 63
10.3 การแกไ้ ขขอ้ มูล 63
10.4 การสง่ ข้อมลู เพอ่ื การพฒั นาระบบเฝ้าระวงั เชอ้ื ด้ือยา
65
บทท่ี 11 การทบทวน จดั การ
66
บทท่ี 12 หอ้ งปฏิบัติการสขุ ภาพสตั ว ์ 67
12.1 คณุ สมบัติและสมรรถนะบุคลากรทจ่ี ำ� เปน็ 67
12.2 การบรหิ ารจดั การสงิ่ ส่งตรวจ 68
12.3 การรายงานผล
69
ภาคผนวก 69
ผนวก ก รายการเครื่องมือวิทยาศาสตรข์ นั้ ต่ำ� ตามเทคนคิ การตรวจทางห้องปฏิบตั ิการ 71
ผนวก ข หลักการค�ำนวณภาระงานโดยคดิ ตามปริมาณงาน 72
ผนวก ค รายการเทคนคิ ทแี่ นะน�ำส�ำหรับห้องปฏบิ ตั กิ ารแต่ละระดบั โรงพยาบาล 73
ผนวก ง คำ� จำ� กัดความของเช้อื ดือ้ ยา 80
ผนวก จ รายการเชอื้ ด้อื ยาทีค่ วรส่งตรวจยนื ยนั ห้องปฏบิ ตั ิการอ้างองิ ระดบั ประเทศ 81
ผนวก ฉ เทคนคิ การตรวจดว้ ยวิธที างอณูชีววิทยา และเทคนคิ อื่นๆ 86
ผนวก ช ค�ำสง่ั แต่งต้งั 94
ผนวก ซ รายนามผเู้ ข้ารว่ มการประชุมประชาพจิ ารณ์ 30 สิงหาคม 2560
คูม่ ือ ชทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลตั กิะาสราจธุลาชรีวณวิทสยุขา
สารบญั ตาราง
ตารางท่ี 2.1 พ้นื ที่ใช้สอยขัน้ ต่ำ� หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารจลุ ชวี วทิ ยาทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ขนาดเล็ก หน้า
ตารางท่ี 5.1 ตัวอยา่ งเช้อื แบคทีเรียท่ีพบเปน็ สาเหตุของการตดิ เชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง 8
ตารางที่ 5.2 ตวั อย่างเช้ือแบคทีเรียท่พี บเปน็ สาเหตุของการตดิ เชอ้ื แบ่งตามประเภทนำ้� 29
จากส่วนต่างๆ ของร่างกาย 30
ตารางท่ี 6.1 วิธีท�ำ QC สำ� หรบั การทดสอบความไร้เช้ือ
ตารางท่ี 6.2 ตัวอย่างการทำ� QC ของอาหารเพาะเชอ้ื ที่ใช้บอ่ ย 43
ตารางท่ี 6.3 ตัวอย่างตารางบนั ทกึ การควบคมุ คณุ ภาพอาหารเลี้ยงเชอ้ื และนำ้� ยาต่างๆ 45
ตารางที่ 6.4 การควบคุมคณุ ภาพของสยี อ้ ม 47
ตารางท่ี 9.1 ตวั อย่างวัตถตุ ิดเช้ือทจ่ี ัดอยู่ใน Category A 47
55
คมู่ อืซ มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลตั กิะาสราจธลุ าชรีวณวิทสยุขา
นิยามและค�ำยอ่
คำ� ศัพท์ คำ� ยอ่ นยิ าม
Accuracy
ค่าความแม่นย�ำ หมายถึง ความใกล้เคียงของค่าท่ีวัดได้กับ
Amoxicillin คา่ จริง สว่ นมากจะกำ� หนดเป็นรอ้ ยละ หรือ ±
Autoclave
Balance AMX ยาตา้ นจลุ ชพี
Biochemical test
Biological safety cabinet เครอ่ื งนึ่งไอน้ำ� แรงดนั สูง
Calibration
เครือ่ งชงั่
Cefotaxime
Ceftriazone การทดสอบทางชีวเคมี
Centrifuge
Check weight ตูช้ ีวนริ ภัย
การเปรียบเทียบค่าที่ได้จากเคร่ืองมือกับค่ามาตรฐาน
เพ่ือให้แน่ใจว่าเคร่ืองมือวัดท่ีจะน�ำไปใช้งานหรือใช้งานอยู่
แล้วมคี ่าทแี่ มน่ ยำ� และเช่ือถอื ได้ โดยการสอบเทยี บจะแสดง
ความสัมพันธระหวางคาท่ีวัดไดและคาของเครื่องมาตรฐาน
จากหอ้ งปฏิบัติการ
CTX ยาต้านจุลชพี
CRO ยาตา้ นจลุ ชพี
เครอื่ งหมนุ เหวย่ี ง
วัตถุหรือตุ้มน้�ำหนักท่ีต้องไม่เป็นสารแม่เหล็ก ไม่เป็นสนิม
เป็นรูปทรงทมี่ ผี ิวเรยี บ น�้ำหนกั คงที่ ไมเ่ ปลี่ยนแปลงงา่ ย
คมู่ ือ ฌทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลตั กิะาสราจธุลาชรวี ณวิทสยุขา
นิยามและคำ� ย่อ
คำ� ศพั ท์ คำ� ย่อ นยิ าม
Clindamycin CLI ยาตา้ นจลุ ชีพ
Clinical Laboratory CLSI
Standards Institute
Eccentricity or off-center การทดสอบหาคาผิดพลาด เนื่องจากการวางนํ้าหนัก
Loading ไมกลางจาน โดยการเตรียมตุ้มน้�ำหนักมาตรฐานท่ีมีค่า
ระบุอยู่ระหว่าง ⅓ ถึง ¼ ของพิกัด ชั่งตุ้มมาตรฐานที่
ต�ำแหน่งต่างๆกัน โดยจุดอื่นให้วางห่างจากกลางจานเป็น
ระยะ ½ ถึง ¾ ของระยะทางจากกลางจานถึงขอบจาน
ค�ำนวณค่าน�ำ้ หนักที่แตกต่างของต�ำแหน่งอนื่ กบั กลางจาน
Error ค่าความผิดพลาด หมายถึง ค่าของผลการวัดที่เคร่ืองมือวัด
อ่านได้ – คา่ จริงของปริมาณทท่ี ำ� การวัด
Error of UUC ค่าผิดพลาดของการวัดของเคร่ืองมือที่ได้รับการสอบเทียบ
ซงึ่ อาจจะรายงานในรปู ของคา่ ปรบั แก้ (Correction value)
ได้
Erythromycin ERY ยาต้านจลุ ชีพ
European Committee on EUCAST
Antimicrobial Susceptibility
Testing
ค่มู ือญ ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลตั กิะาสราจธลุ าชรวี ณวทิ สยุขา
นยิ ามและค�ำยอ่
ค�ำศัพท์ คำ� ย่อ นิยาม
Extensively drug-resistant XDR เชื้อท่ีดื้อต่อยาทุกกลุ่ม ยกเว้นกลุ่ม polymyxin หรือ
External quality ยากลุ่ม glycylcycline
assessment EQA การควบคมุ คณุ ภาพภายนอกหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
Freezer
Fume hood ตู้แช่แขง็
Hot air oven ต้ดู ูดควนั
Incubator ตอู้ บลมร้อน
Inter-laboratory quality ตู้อบเพาะเช้ือ
control การควบคุมคุณภาพระหวา่ งห้องปฏิบตั ิการ
Intermediate
Intermediate check I คอ่ นขา้ งไวต่อยา
Interval check การตรวจสอบเครื่องมือระหว่างการใช้งาน ด�ำเนินการ
เฉพาะกับเคร่ืองมือท่ีได้รับการสอบเทียบเท่านั้น โดย
Internal quality control ก�ำหนดให้ด�ำเนินการในระหว่างท่ีใช้งาน เพื่อตรวจสอบ
Levofloxacin สถานะการสอบเทียบ ว่ายังคงให้ค่าการวัดเป็นไปตามค่าที่
ทำ� การสอบเทยี บไวห้ รือไม่
IQC การควบคมุ คณุ ภาพภายในห้องปฏิบตั ิการ
LVX ยาตา้ นจุลชพี
คูม่ ือ ฎทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลตั ิกะาสราจธลุ าชรีวณวทิ สยุขา
นิยามและคำ� ย่อ
ค�ำศพั ท์ ค�ำยอ่ นิยาม
Linearity
Load Cell ความเบย่ี งเบนไปจากกราฟเส้นตรงทีม่ ากทส่ี ดุ
Low power field Sensor ส�ำหรับตรวจวัดน้�ำหนัก แรงกระท�ำทางกล หรือ
Mass spectrometry ปริมาณของ Load ท่ีต้องการทราบค่าโดยที่ Load cell จะ
เปล่ยี นแรงหรือน้ำ� หนกั ใหเ้ ป็นสัญญาณทางไฟฟ้า (mV/V)
Maximum permissible
error LPF กำ� ลงั ขยายต�่ำ
Microscope
Minimum inhibitory เทคนิคในการวิเคราะห์ผลการวัดสัดส่วนมวลต่อประจุ
concentration (mass-to-charge ratio) ของอนภุ าคทีม่ ปี ระจุ ใช้เพือ่ ระบุ
Multidrug-resistant มวลของอนุภาค ส่วนประกอบของธาตุในสารประกอบ
ตัวอย่างหรือในโมเลกุล และเพื่อแสดงถึงโครงสร้างทางเคมี
ของโมเลกลุ เชน่ เปปไทด์ และสารประกอบทางเคมอี ่นื ๆ
MPE ค่าความผิดพลาดสงู สุดที่ยอมรับไดข้ องเครอ่ื งมือวัด
กลอ้ งจลุ ทรรศน์
MIC ความเข้มข้นยาต�่ำท่ีสุดท่ีสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ
แบคทเี รียได้
MDR เช้ือท่ีด้ือยาต้ังแต่ 3 กลุ่มข้ึนไป ได้แก่ กลุ่มยา
aminoglycoside, carbapenem, cephalosporin,
beta-lactam plus beta-lactamase inhibitor,
quinolone
คมู่ อืฏ มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลัตกิะาสราจธลุ าชรวี ณวทิ สยุขา
นยิ ามและคำ� ยอ่
คำ� ศัพท์ คำ� ย่อ นยิ าม
Non-susceptible
Not tested NS ดอ้ื ตอ่ ยา
Pandrug-resistant
NT ไมไ่ ดท้ ดสอบ
Penicillin
pH meter PDR เช้ือแบคทีเรียท่ีด้ือยาทุกกลุ่ม รวมถึงยากลุ่ม polymyxin
Refrigerator และ glycylcycline ดว้ ย
Relative centrifugal force
Repeatability PEN ยาต้านจุลชีพ
Resistant เครอ่ื งวัดความเปน็ กรด-ดา่ ง
Revolutions per minute
ตู้เยน็
Rifampin
Standard deviation RCF แรงหนศี ูนยก์ ลางสัมพัทธ์
การทดสอบความทวนซ�้ำได้ โดยการช่ังตุ้มน้�ำหนัก
มาตรฐานซำ�้ และค�ำนวณหาคา่ ความเบีย่ งเบนมาตรฐาน
R ด้ือต่อยา
RPM, rpm รอบต่อนาที นิยมใช้เป็นหน่วยวัดอัตราการหมุนของ
เคร่ืองยนต์และมอเตอร์ โดยเขียนระบุหน่วยเป็น rpm,
RPM, r/min หรือ min-1
RIF ยาตา้ นจุลชพี
SD ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน เป็นการวัดการกระจายแบบหนึ่ง
ของกลุ่มขอ้ มลู
คู่มือ ฐทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แิบลตั ิกะาสราจธลุ าชรวี ณวิทสยุขา
นิยามและค�ำยอ่
ค�ำศพั ท์ คำ� ย่อ นิยาม
Sterile technique วธิ ีการปฏิบตั เิ พื่อให้เครื่องมอื เครอื่ งใชป้ ลอดเชื้อ
Sterility test
Susceptible การทดสอบความปลอดเชอ้ื
Tare/Zero check
Temperature accuracy S ความไว
Temperature stability
การปรบั ค่าให้เครอื่ งอา่ นศนู ยไ์ ด้
Temperature uniformity
ค่าความถูกตอ้ งของการวัดในช่วงอณุ หภูมนิ น้ั ๆ
Thermometer
Trimethoprim- ค่าความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิสูงสุด ณ จุดใดจุดหนี่ง
sulfamethoxazole ของเคร่ืองมือเทยี บกับเวลา
Uncertainty of
Measurement ค่าความแตกต่างของอุณหภูมิสูงสุดภายในเคร่ืองมือเทียบ
กับต�ำแหนง่ อ้างองิ
Unit Under Calibration
เทอรโ์ มมเิ ตอร์
SXT ยาตา้ นจลุ ชีพ
UM ค่าความไม่แน่นอนในการวัดของห้องปฏิบัติการสอบเทียบ
เป็นตัวเลขที่ห้องปฏิบัติการสอบเทียบได้จากการประเมิน
องค์ประกอบต่างๆในกระบวนการสอบเทียบท่ีท�ำให้ผลการ
วัดในกระบวนการสอบเทยี บเกดิ ความไม่แน่นอน
UUC เครอื่ งมอื วดั ท่ีได้รับการสอบเทียบ
คมู่ อืฑ ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แิบลตั กิะาสราจธลุ าชรวี ณวทิ สยุขา
นยิ ามและคำ� ยอ่
คำ� ศพั ท์ ค�ำย่อ นยิ าม
United States Food and FDA
Drug Administration
Validation กระบวนการตรวจสอบความใชไ้ ดข้ องเครื่องมอื
Vancomycin VAN ยาต้านจุลชีพ
Waterbath
ไมโครโมลาร์ อา่ งนำ้� รอ้ น
µM หน่วยวดั ความเขม้ ข้น
คมู่ อื ฒมทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แิบลัตกิะาสราจธุลาชรวี ณวิทสยุขา
บทน�ำ
การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาทางการแพทย์ มีความส�ำคัญ
ทงั้ ในดา้ นการตรวจวนิ จิ ฉยั การเฝา้ ระวงั ควบคมุ โรค โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การปว่ ยจากเชอ้ื ดอ้ื ยา
ซง่ึ จำ� เปน็ ตอ้ งอาศยั การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเทา่ นนั้ จงึ จะสามารถทราบได้ อยา่ งไรกด็ ี
เทคนิคทางห้องปฏิบัติการมีความซับซ้อน และปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเชื้อ
จลุ ชพี มกี ารกลายพนั ธอ์ุ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง กระทรวงสาธารณสขุ โดยกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์
จึงได้จัดท�ำคู่มือมาตรฐานห้องปฏิบัติการด้านจุลชีววิทยาฉบับนี้ข้ึน โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อให้การตรวจทางห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาทางการแพทย์เป็นไปอย่างสอดคล้องใน
ทิศทางเดียวกัน เพ่ือให้ได้ผลการตรวจที่ถูกต้อง แม่นย�ำ สามารถน�ำไปใช้ได้ประโยชน์
ท้ังในการรักษาโรค ตลอดจนการเฝ้าระวังเชื้อจุลชีพด้ือยาและเช้ือโรคส�ำคัญต่างๆ
ในระดับชาติ ฉบับแรกนี้มีสาระส�ำคัญเฉพาะด้านแบคทีเรียซ่ึงเป็นวาระเร่งด่วนก่อน
ในอนาคตจะมีการขยายขอบข่ายให้ครอบคลุมถึงเชื้อจุลชีพอ่ืนๆ ด้วย กลไกการจัดท�ำ
คมู่ อื มาตรฐานนน้ั ไดเ้ ชญิ ผทู้ รงคณุ วฒุ จิ ากภาคสว่ นตา่ งๆ ทงั้ จากมหาวทิ ยาลยั หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
โรงพยาบาลต่างๆ ตลอดจนผู้แทนจากส�ำนักระบาดวิทยา และแพทย์โรคติดเช้ือ
ซึ่งเป็นผู้ใช้ผลทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารมารว่ มใหค้ วามเหน็ และขอ้ เสนอแนะ นอกจากนย้ี งั มผี แู้ ทน
จากหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารสุขภาพสัตว์มาร่วมให้ความเห็นด้วย คู่มือมาตรฐานฉบับนี้ ครอบคลุม
เรื่องโครงสร้างพ้ืนฐานของห้องปฏิบัติการ เทคนิควิธีการตรวจวิเคราะห์ โดยอ้างอิง
มาตรฐานสากลทน่ี านาชาตยิ อมรบั เชน่ CLSI และ EUCAST เปน็ ตน้ นอกจากนยี้ งั กลา่ วถงึ
สมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆ ตามหน้าที่ที่รับผิดชอบอีกด้วย
ทั้งนี้ได้จัดแบ่งห้องปฏิบัติการเป็นระดับตามขีดความสามารถของการตรวจวิเคราะห์
จึงสามารถประยุกต์ใช้ได้กับห้องปฏิบัติการทุกภาคส่วน มิได้มุ่งเฉพาะแต่ห้องปฏิบัติการ
ของกระทรวงสาธารณสุขเท่านน้ั เพ่ือใหก้ ารใช้งานเปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธิภาพ โดยอาศยั
กลไกท่ีมีอยู่ในระบบสาธารณสุขอยู่เดิม จึงมุ่งขอความร่วมมือให้องค์กรรับรองต่างๆ
น�ำคู่มือมาตรฐานนี้ไปใช้ เพ่ือตรวจประเมินห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา ประกอบกับการ
ตรวจประเมนิ ระบบคุณภาพด้วย โดยหวงั วา่ ขอ้ ดี ขอ้ บกพรอ่ ง และข้อเสนอแนะจากการ
ตรวจประเมิน จะสามารถน�ำมาใชเ้ พ่อื การปรับปรุงอยา่ งต่อเนื่อง เพือ่ ใหป้ ระชาชนไดร้ ับ
ประโยชน์จากการบรกิ ารทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารอย่างสูงสดุ
คูม่ อื 1มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลัติกะาสราจธุลาชรวี ณวิทสยุขา
1. ความมงุ่ หมาย
คู่มือมาตรฐานน้ีมีความมุ่งหมาย เพื่อให้ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาทางการแพทย์และสาธารณสุข
ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุข และใช้อ้างอิงด้านเทคนิค
การตรวจเช้ือดื้อยาท่ีสอดคล้องกับสถานการณ์การใช้ยาปฏิชีวนะในประเทศไทย โดยมิได้มุ่งให้ใช้แทนหนังสือ
ต�ำราด้านวิชาการที่มีรายละเอียดวิธีมาตรฐานต่างๆ และมิได้ทดแทนมาตรฐานด้านคุณภาพที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน
แต่ได้ก�ำหนดรายละเอียดต่างๆ เสริมข้ึน เพื่อให้สามารถใช้อ้างอิงได้ครอบคลุม ครบถ้วน เหมาะสม ทันสมัย
และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
2. การใช้งาน
คู่มือมาตรฐานน้ีสามารถประยุกต์ใช้ได้กับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ท�ำการตรวจ
เช้อื ดื้อยาทกุ ระดับ ทงั้ ภาครัฐ และเอกชน ผ้บู ริหาร ผู้ตรวจราชการ ตลอดจนถึงองค์กรรบั รองต่างๆ ดงั นี้
กลไกการด�ำเนินงาน ประกอบดว้ ย
2.1 การจัดท�ำมาตรฐาน
2.1.1 คณะกรรมการระดับชาติ มีอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นประธาน ประกอบด้วย
คณะกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ไดแ้ ก่ นกั วชิ าการทมี่ คี วามเชย่ี วชาญดา้ นจลุ ชวี วทิ ยา ผบู้ รหิ าร ผแู้ ทนสภาวชิ าชพี แพทย์
ผใู้ ชบ้ รกิ าร ผแู้ ทนจากหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งตา่ งๆ คณะกรรมการมหี นา้ ทจ่ี ดั ทำ� มาตรฐาน กำ� หนดแนวทางการนำ� ไปใชง้ าน
ตลอดจนการรวบรวมข้อมูลด้านวิชาการที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ตลอดจนปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อน�ำมา
ดำ� เนนิ การใหเ้ กดิ การพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง เสนอแนวทางตอ่ กระทรวงสาธารณสขุ เพอ่ื พจิ ารณาสงั่ การณ์ นอกจากน้ี
ยังมีนักวิชาการด้านห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ ร่วมสังเกตการณ์และให้ความเห็น โดยได้จัดให้มีรายละเอียด
ดา้ นห้องปฏบิ ัตกิ ารด้านสุขภาพสัตว์ เพอ่ื ให้มีความเชอ่ื มโยงด้านสาธารณสขุ ดว้ ย
2.1.2 คณะทำ� งาน ทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ ฝา่ ยเลขานกุ ารของคณะกรรมการตาม ก) ประกอบดว้ ยนกั วชิ าการ
ผเู้ ชยี่ วชาญด้านจุลชีววิทยา นักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้เก่ียวข้องจากกรมต่างๆ
ของกระทรวงสาธารณสุข นักวิชาการด้านห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ ซ่ึงมีความเกี่ยวข้องกับการตรวจเช้ือดื้อยา
ภายใต้แนวคิดสุขภาพหนงึ่ เดยี วเปน็ องคป์ ระกอบของคณะทำ� งาน มกี รมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทยเ์ ปน็ ฝา่ ยเลขานกุ าร
ดงั รายละเอยี ดแนบทา้ ย
2.2 การน�ำไปใชง้ าน
2.2.1 คณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ขับเคล่ือนแผนยุทธศาสตร์การจัดการ
การดื้อยาตา้ นจลุ ชพี
2.2.2 กระทรวงสาธารณสุข ประกาศก�ำหนดนโยบายและมาตรการการนำ� มาตรฐานไปใชง้ าน
2.2.3 ห้องปฏิบัติการสามารถน�ำไปใช้อ้างอิงในการปฏิบัติงาน ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือประเมิน
ตนเอง เพอ่ื ไดข้ อ้ มูลชอ่ งว่างทีต่ อ้ งพฒั นา เพือ่ ใหห้ นว่ ยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ� ข้อเสนอเพ่อื การปรบั ปรุง
2.2.4 ขอความร่วมมอื จากองค์กรรบั รองต่างๆ นำ� ไปใช้ตรวจประเมนิ ประกอบกบั การตรวจประเมนิ
ระบบคณุ ภาพแกห่ ้องปฏิบตั ิการท้งั ภาครฐั และเอกชน
คูม่ อื2 ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แิบลตั ิกะาสราจธุลาชรีวณวทิ สยุขา
2.3 การตดิ ตามประเมินผล
2.3.1 ห้องปฏิบัติการสามารถเสนอ ข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียน ปัญหา อุปสรรค ที่พบ มายังฝ่าย
เลขานกุ าร
2.3.2 การตรวจราชการ ส�ำหรับห้องปฏิบตั กิ ารสังกดั กระทรวงสาธารณสุข
2.3.3 ขอความรว่ มมือจากองค์กรรบั รองตา่ งๆ ใหเ้ สนอข้อมูลเป็นภาพรวม
2.4 การทบทวนและปรบั ปรุงอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
2.4.1 คณะกรรมการ ท�ำการพิจารณาทบทวนมาตรฐานอย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง โดยปรับปรุงตาม
ความจำ� เป็น โดยอาศัยขอ้ มูลอย่างนอ้ ย ดงั น้ี
ก. ข้อมูลด้านวิชาการจากมาตรฐานระดับนานาชาติ เอกสารวชิ าการท่เี ป็นทีย่ อมรับตา่ งๆ
ข. ข้อมูลจาก 2.3 การตดิ ตามประเมินผล
2.4.2 คณะกรรมการจัดท�ำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในระดับประเทศ
ตามความจำ� เปน็
คมู่ ือ 3ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลตั ิกะาสราจธุลาชรวี ณวทิ สยุขา
บทที่ 1
ระดับหอ้ งปฏิบัตกิ าร
1.1 หอ้ งปฏิบตั กิ ารจลุ ชวี วทิ ยาคลนิ ิก
1.2 ห้องปฏบิ ัติการอา้ งอิงตรวจยนื ยันเพื่อการรกั ษา
1.3 ห้องปฏิบัตกิ ารอ้างอิงตรวจยืนยนั เพอ่ื การสอบสวนโรค
1.4 หอ้ งปฏบิ ัติการแห่งชาติ
1.5 ห้องปฏบิ ตั ิการอา้ งองิ ระดับนานาชาติ
คมู่ อื4 มทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลัติกะาสราจธลุ าชรวี ณวิทสยุขา
คู่มือมาตรฐานฉบับน้ี จัดแบ่งระดับห้องปฏิบัติการตามบทบาทหน้าที่และขีดความสามารถในการตรวจ
เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั บรบิ ทของระบบสาธารณสขุ ของไทยในภาพรวม โดยสามารถประยกุ ตใ์ ชไ้ ดก้ บั หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
ทั้งภาครฐั และเอกชน ดงั นี้
1.1 หอ้ งปฏบิ ตั ิการจุลชีววิทยาคลนิ กิ (Clinical microbiology laboratory)
ห้องปฏิบัติการของหน่วยบริการที่เปิดบริการตรวจด้านจุลชีววิทยา ซึ่งต้องได้รับการรับรองระบบ
คณุ ภาพมาตรฐานตา่ งๆ เช่น มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ หรอื ISO 15189 หรือ
มีแผนพัฒนาเพ่ือขอรับการรับรองตามมาตรฐานข้างต้น และมีการปฏิบัติงานสอดคล้องตามคู่มือมาตรฐานฉบับนี้
ได้แก่
1.1.1 หอ้ งปฏบิ ตั ิการที่เปดิ บรกิ ารดว้ ยการตรวจสิง่ ส่งตรวจโดยตรง (Direct examination)
1.1.2 ห้องปฏิบัติการท่ีเปิดบริการด้วยการตรวจส่ิงส่งตรวจโดยตรง และการเพาะเชื้อ (Culture
examination) เช่น การทดสอบ Hemoculture เบอ้ื งตน้
1.2 ห้องปฏบิ ตั ิการอ้างองิ ตรวจยืนยนั เพ่ือการรกั ษา (Referral laboratory)
ห้องปฏิบัติการท่ีมีขีดความสามารถในการตรวจยืนยันเช้ือด้ือยา ซ่ึงต้องได้รับการรับรองระบบคุณภาพ
มาตรฐานตา่ งๆ เชน่ มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข มาตรฐานเทคนคิ การแพทย์ หรือ ISO 15189 หรือ มีแผน
พัฒนาเพอื่ ขอรบั การรับรองตามมาตรฐานขา้ งต้น และมีการปฏิบัติงานสอดคล้องตามค่มู อื มาตรฐานฉบบั นี้ ได้แก่
ห้องปฏิบัติการระดับตติยภูมิ หรือห้องปฏิบัติการรับตรวจต่อขนาดใหญ่ หรือ ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลสังกัด
มหาวทิ ยาลัย
1.3 หอ้ งปฏิบัติการอ้างอิงตรวจยืนยนั เพ่อื การสอบสวนโรค (Reference laboratory
or Subnational laboratory)
ห้องปฏิบัติการที่มีขีดความสามารถในการตรวจยืนยันเช้ือก่อโรค ด้วยเทคนิคทางอณูชีววิทยาและ
เทคโนโลยีข้ันสูง ซ่ึงต้องได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ ISO 15189 หรือ ISO/IEC 17025 หรือได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
และมีการปฏิบัติงานสอดคล้องตามคู่มือมาตรฐานฉบับน้ี ได้แก่ ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย
ศนู ย์วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ หรือ ห้องปฏิบตั ิการวจิ ัย
คูม่ อื 5มทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลตั กิะาสราจธุลาชรีวณวทิ สยุขา
1.4 หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารแห่งชาติ (National laboratory)
ห้องปฏบิ ตั กิ ารอ้างอิงเช้อื ดอ้ื ยาระดับชาติ มหี นา้ ท่พี ฒั นาและธำ� รงรักษามาตรฐาน พฒั นาระบบเฝา้ ระวงั
เชอื้ ดอ้ื ยาของประเทศ มกี ารดำ� เนนิ แผนทดสอบความชำ� นาญดา้ นเชอ้ื ดอื้ ยา สามารถตรวจยนื ยนั เชอื้ ดอ้ื ยาอบุ ตั ใิ หม่
ซ่ึงต้องได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข มาตรฐานเทคนิค
การแพทย์ ISO 15189 หรือ ISO/IEC 17025 และมีการปฏิบัติงานสอดคล้องตามคู่มือมาตรฐานฉบับนี้ ได้แก่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
1.5 ห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับนานาชาติ (International reference laboratory
or network)
ห้องปฏิบัติการเฉพาะด้านในเครือข่ายห้องปฏิบัติการนานาชาติ ได้แก่ ห้องปฏิบัติการเครือข่ายองค์การ
อนามยั โลก เป็นต้น
คมู่ อื6 มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลัตกิะาสราจธลุ าชรวี ณวทิ สยุขา
บทที่ 2
โครงสร้างพ้ืนฐานหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
2.1 สถานที่และสภาพแวดล้อม
2.2 เครื่องมอื วทิ ยาศาสตร์
คู่มอื 7ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลตั ิกะาสราจธลุ าชรีวณวทิ สยุขา
สถานทแ่ี ละสภาพแวดลอ้ มเปน็ ปจั จยั หนง่ึ ซง่ึ มผี ลกระทบตอ่ คณุ ภาพการตรวจวเิ คราะหท์ างหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน โรงพยาบาลท่ีมีความประสงค์เปิดบริการห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาคลินิก
ควรพิจารณาความพร้อมด้านสถานที่ เคร่ืองมือวิทยาศาสตร์ และบุคลากร ในบทน้ีจะกล่าวถึงโครงสร้างพ้ืนฐาน
ห้องปฏิบัตกิ าร 2 ส่วน ไดแ้ ก่
2.1 สถานท่แี ละสภาพแวดลอ้ ม
2.1.1 ห้องปฏิบัติการควรมีพ้ืนที่ปฏิบัติงานเพียงพอ ขึ้นกับลักษณะงาน ประเภทการตรวจที่มีบริการ
และพ้ืนที่เพียงพอให้วางเครื่องมือ และการท�ำงานของบุคลากรได้สะดวก ไม่แออัดจนเกิดผลกระทบต่อคุณภาพ
การทำ� งานและความปลอดภัยของบคุ ลากร
ตารางท่ี 2.1 พ้ืนทีใ่ ชส้ อยขั้นตำ่� ห้องปฏบิ ตั ิการจลุ ชีววทิ ยาทางการแพทย์และสาธารณสุขขนาดเลก็
พื้นท่ีใช้สอย ระดับความ หมายเหตุ
ส่วนประกอบ ข้ันต่�ำ ปลอดภัยทาง
(ตารางเมตร) ชีวภาพ*
หอ้ งเจาะเลือดและเก็บตวั อยา่ ง 6 -
หอ้ งน�ำ้ (เก็บสงิ่ สง่ ตรวจ) 5 - ควรแยกออกจากห้องน้ำ� ท่ัวไป
บริเวณรบั ตัวอย่าง/เอกสาร 5-
พน้ื ทเี่ ก็บวสั ดุอุปกรณ์ 5-
หอ้ งปฏิบตั กิ ารจลุ ชวี วิทยา BSL-2
- การตรวจส่ิงส่งตรวจโดยตรง 20
- การเพาะเช้ือและการทดสอบ 40
ทางชีวเคมี
- การตรวจทางอณูชีววิทยา 15
ห้องปฏบิ ัติการตรวจย้อมสเี ช้ือวัณโรค BSL-2 ต้องเป็นห้องแยกจากห้องปฏิบัติ
การจุลชวี วทิ ยาท่วั ไป
หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารเพาะเชอื้ วณั โรค BSL-3 หรือ ควรมีประตู 2 ช้ัน แบบปิดเองได้
เทียบเท่า อาจเป็นแบบที่ไม่สามารถเปิด
(BSL-2 ในเวลาเดียวพร้อมกนั ได้
enhanced)
ห้องพกั เวร 5-
บรเิ วณลา้ งและจัดการหลงั ตรวจ 4 -
Locker และ เปลยี่ นเสือ้ ผา้ - - ควรจัดวางต�ำแหน่งบริเวณ
ดา้ นหน้าหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
*ดรู ายละเอยี ดระดบั ความปลอดภัยทางชวี ภาพของหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ในคมู่ ือมาตรฐานความปลอดภัยฯ บทท่ี 4
คมู่ อื8 มทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลตั กิะาสราจธุลาชรีวณวิทสยุขา
2.1.2 ควรติดเคร่ืองหมายชวี นิรภัยสากล (Biohazard sign) หน้าหอ้ งปฏบิ ัติการ
2.1.3 การออกแบบการไหลเวียนของงาน ควรก�ำหนดเป็นทิศทางเดียว เพ่ือลดโอกาสการปนเปื้อน
โดยค�ำนึงถึงคุณภาพการท�ำงานและความปลอดภัยของบุคลากร หากเป็นอาคารห้องปฏิบัติการท่ีมีอยู่เดิม
ควรพยายามจัดสรรพืน้ ทใี่ ห้ได้เป็นทศิ ทางเดยี ว เพ่อื ลดความเสย่ี งจากการปฏบิ ตั งิ าน
2.1.4 จัดแยกพื้นทต่ี ดิ เชอื้ และไมต่ ดิ เชื้อออกจากกัน ทง้ั นีใ้ ห้เป็นไปตามมาตรฐานสากลซึ่งเปน็ ท่ียอมรบั
2.1.5 จดั แยกห้องเกบ็ วสั ดุอปุ กรณ์ ห้องจดั เกบ็ ตูแ้ ช่แขง็ ออกจากห้องปฏิบตั ิการ
2.1.6 ไม่จดั วางเครอ่ื งมือท่มี ผี ลกระทบต่อการทดสอบไว้ร่วมกนั
2.1.7 ควบคุมการเข้าออกหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
2.1.8 จัดแยกตู้เย็นเก็บตัวอย่างส่ิงส่งตรวจ และน้�ำยาที่ใช้ทดสอบ หากจ�ำเป็นต้องเก็บในตู้เย็นเดียวกัน
ใหแ้ ยกช้ันใหช้ ัดเจน โดยจัดเกบ็ น�ำ้ ยาไวด้ ้านบน และเก็บตัวอยา่ งใส่ในภาชนะทป่ี ิดมดิ ชิด
2.1.9 จดั แยกบริเวณเจาะเลือดและเก็บตัวอยา่ งเป็นสดั ส่วน แยกออกจากหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
2.1.10 จดั แยกสถานท่เี ก็บเสมหะออกจากหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร มีอา่ งล้างมือ สบู่หรอื น�ำ้ ยาฆ่าเช้อื และถังขยะ
ติดเชอ้ื และมรี ะบบความปลอดภยั ปอ้ งกนั การแพร่กระจายของเช้ือ
2.1.11 จัดแยกสว่ นที่เกบ็ เชือ้ รา แยกเปน็ สัดสว่ นเฉพาะ และห้องเกบ็ เช้ือราตอ้ งมิดชดิ
2.1.12 มอี า่ งลา้ งมอื ทเี่ ปดิ และปดิ ชนดิ ไมใ่ ชม้ อื หมนุ ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร และแยกอา่ งสะอาดและอา่ งสกปรก
2.1.13 พนื้ ทภี่ ายในห้องจุลชีววิทยาคลินิก แยกเปน็ พ้ืนที่เฉพาะหรือจดั หอ้ งแยก ท้งั นขี้ น้ึ กับขนาดในการ
ใชส้ อย
2.1.14 มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัย โดยพิจารณาจากมีการเตรียมพร้อมส�ำหรับการดับเพลิง
อุปกรณด์ า้ นความปลอดภยั ส่วนบคุ คลต่างๆ รวมถึงการจัดการ และแนวทางปฏิบตั ิเกีย่ วกบั ความปลอดภยั
2.1.15 มีการเก็บขยะมูลฝอยติดเช้ือ ขยะอันตราย และของมีคม แยกจากขยะทั่วไป มีภาชนะจัดเก็บ
ขยะติดเชอื้ และขยะอันตรายท่มี ลี ักษณะเหมาะสม และมีการขนย้ายไปก�ำจัดทุกวนั
2.1.16 ห้องปฏิบัติการมีความสะอาดทั่วห้อง รวมท้ังพื้นห้องเป็นระเบียบเรียบร้อย การระบายอากาศดี
มแี สงสว่างเพยี งพอ มอี ุณหภูมหิ ้องทีเ่ หมาะสม และมีระบบการจัดการด้านความปลอดภยั
2.1.17 การจัดวางเคร่ืองมืออุปกรณ์ต่างๆ เรียงเป็นระเบียบ มีการระบายอากาศภายในห้อง โดยมีช่อง
ระบายอากาศหรือพัดลมดูดอากาศ เพ่ือระบายกลิ่น ควัน ไอท่ีเกิดขึ้น เพ่ือป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
หากสามารถดำ� เนนิ การได้ ควรใหอ้ ากาศไหลในทศิ ทางเดยี ว (directional air flow) ทงั้ นี้ ใหป้ รกึ ษากองแบบแผน
กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ กระทรวงสาธารณสขุ
2.1.18 การปฏิบตั งิ านกับน้�ำยา/สารเคมอี ันตราย ให้ทำ� ในตดู้ ดู ควัน (Fume hood)
2.2 เครอื่ งมือวทิ ยาศาสตร์
การบริหารจัดการเคร่ืองมือวิทยาศาสตร์ที่มีใช้งานในห้องปฏิบัติการ ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ
ควรมีองคป์ ระกอบของขัน้ ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การจดั หา
2. การตรวจสอบคณุ สมบตั กิ ่อนน�ำไปใชง้ านวา่ เปน็ ไปตามคณุ สมบตั ิเฉพาะของเครอื่ งมือน้ันๆ หรือความ
ต้องการใชง้ าน
คมู่ ือ 9มทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลัติกะาสราจธลุ าชรีวณวทิ สยุขา
3. การสอบเทียบ
4. การบำ� รุงรกั ษาซ่อมแซม
5. การบันทึกประวตั เิ คร่ืองมอื
6. การจำ� หนา่ ยเมือ่ หมดความจ�ำเปน็ ในการใช้งาน
การด�ำเนินการตรวจสอบ สอบเทียบ และบ�ำรุงรักษาเครื่องมืออย่างสม่�ำเสมอในขณะใช้งาน มีความ
ส�ำคัญอย่างย่ิงต่ออายุการใช้งาน ความถูกต้อง และสมรรถนะของเครื่องมือ ซ่ึงจะส่งผลกระทบต่อการตรวจ
วเิ คราะห์
เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นห้องปฏิบัตกิ ารจลุ ชวี วิทยาทางการแพทย์ จำ� แนกเปน็
1) เคร่ืองมือวทิ ยาศาสตรท์ ่วั ไป ไดแ้ ก่ ตู้ชีวนิรภยั ตูด้ ดู ควนั เคร่อื งหมุนเหว่ยี ง เครื่องช่งั กลอ้ งจุลทรรศน์
เคร่ืองวดั ความเปน็ กรด-ดา่ ง เคร่อื งมอื วัดอณุ หภมู ิ เช่น เทอรโ์ มมเิ ตอร์ และเครื่องควบคุมอุณหภมู ิ เช่น เครอ่ื งนึง่
ไอน�ำ้ แรงดนั สงู ตแู้ ช่แข็ง ต้อู บรอ้ น ตอู้ บเพาะเช้อื ตู้เย็น อ่างน้�ำร้อน เป็นตน้
2) เครื่องมือตรวจวิเคราะห์เฉพาะ เป็นเครื่องมือส�ำหรับการตรวจจ�ำแนกชนิดของจุลชีพ และการ
ทดสอบความไวของจุลชีพต่อสารต้านจุลชีพ โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ ได้แก่ เคร่ืองเพาะเชื้อจากเลือดอัตโนมัติ
เคร่ืองทดสอบความไวตอ่ ยาตา้ นจลุ ชพี อัตโนมตั ิ เปน็ ตน้
ในบทนี้จะกล่าวถึงการใช้งาน การสอบเทียบ การตรวจสอบขณะใช้งาน และการบ�ำรุงรักษาเครื่องมือ
วทิ ยาศาสตร์ท่ัวไปพอสงั เขบ สว่ นเครอื่ งมือตรวจวเิ คราะหเ์ ฉพาะ ผู้ใช้ตอ้ งปฏบิ ัติตามคูม่ ือการใช้เครอื่ งจากบริษทั
ผูผ้ ลติ อยา่ งเคร่งครดั ดงั น้ี
2.2.1 ตู้ชีวนริ ภยั (Biological Safety Cabinet)
เป็นเครื่องมือควบคุมลมชนิดหนึ่งซ่ึงอาศัยหลักการท�ำงานของมอเตอร์พัดลมและแผ่นกรอง
อากาศ HEPA เพ่ือใหก้ ารปกป้องผใู้ ช้งาน ปกป้องช้ินงาน และปกป้องสิ่งแวดลอ้ ม
ตชู้ วี นิรภยั แบง่ ออกเป็น 3 ประเภทใหญๆ่ คือ
1) Class I cabinet (open-front air inflow cabinet) สามารถปอ้ งกนั อนั ตรายตอ่ ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน
และสิ่งแวดลอ้ ม ใช้ในงานทไ่ี ม่มีเชอื้ โรค หรอื เชื้อจุลชพี ทีไ่ ม่ก่ออันตราย
2) Class II cabinet (open-front vertical air flow cabinet) สามารถป้องกันอันตรายต่อ
ผู้ปฏบิ ตั งิ าน สิง่ ของอปุ กรณ์ภายในตู้ และส่งิ แวดล้อม เหมาะส�ำหรับปฏิบตั ิงานกบั เชอ้ื จุลชพี ท่ีมีอันตรายน้อยถงึ
ปานกลาง รวมถึงสิง่ สง่ ตรวจ จากผู้ป่วยบางประเภท
3) Class III cabinet (gas-tight air lock cabinet) มีลกั ษณะเปน็ ตู้ระบบปิด มชี อ่ งทเ่ี ปน็ ถุงมือ
ส�ำหรับสอดมือเพ่ือท�ำงาน อุปกรณ์ทุกอย่างภายในตู้ต้องผ่านการฆ่าเชื้อเสมอก่อนน�ำเข้าไป เหมาะส�ำหรับงานท่ี
เก่ยี วขอ้ งกบั เชื้อจุลชีพท่ีเปน็ อนั ตรายในระดบั สงู เช่น งานด้านไวรสั
(ดรู ายละเอียดในคู่มอื มาตรฐานความปลอดภัยฯ บทที่ 8)
คู่มือ10 ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แิบลตั กิะาสราจธุลาชรีวณวิทสยุขา
2.2.2 ตู้ดูดควัน (Fume Hood)
ตู้ชนิดนี้ออกแบบมาเพ่ือควบคุมการฟุ้งกระจายของไอสารเคมี ซ่ึงโดยมากจะเป็นกลิ่นและ
ไอระเหยทเ่ี ปน็ อนั ตรายตอ่ ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน เปน็ สงิ่ ทจ่ี ำ� เปน็ มากในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารหากตอ้ งทำ� งานกบั สารเคมหี รอื สารพษิ
ส่วนใหญ่ติดตั้งเข้ากับระบบระบายอากาศของตัวอาคาร ซ่ึงควรติดตั้งไว้บริเวณด้านในสุดของห้องและต้องห่าง
จากประตู หน้าต่าง หรอื ทางเดิน เพอื่ ปอ้ งกันการเคลอื่ นท่ขี องอากาศบริเวณประตูหน้าตา่ ง ซึง่ อาจรบกวนระบบ
ไหลเวียนอากาศของตู้ดูดควันได้ และขณะใช้ตู้ดูดควัน ควรยืนห่างจากตู้ประมาณ 6 น้ิว ควรสวมถุงมือ แว่นตา
นิรภยั และเสื้อคลุม ขณะท�ำงานกบั สารเคมีในตูด้ ูดควนั และไมค่ วรใชต้ ู้ดดู ควนั เปน็ ที่เกบ็ สารเคมีทกุ ชนิด
2.2.3 เคร่ืองหมนุ เหวีย่ ง (Centrifuge)
เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแยกตะกอนออกจากของเหลว โดยใช้แรงปั่นเหวี่ยง มีหน่วยเป็น g
(gravities) หรือ RCF ซ่ึงข้ึนกับมวลของสาร ความเร็วรอบ (rpm) และรัศมีของเครื่องปั่น เนื่องจากเคร่ืองปั่นมี
หลายชนดิ และมขี นาดรศั มีของเคร่ืองแตกต่างกนั ดังน้ันการป่นั จงึ ตอ้ งระบุความตอ้ งการใช้งานเป็น RCF หรอื g
และคำ� นวณหา rpm ของเครื่องทีใ่ ช้ โดยใชส้ ตู ร
RCF = 28.38 (r) [N/100]2
เมื่อ r = รศั มขี อง rotor เป็นนิ้ว N = รอบต่อนาที (rpm)
นอกจากน้ี การปน่ั แยกยงั ขน้ึ กบั ระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นการปน่ั ดงั นนั้ จงึ ควรมกี ารตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ของความเร็วรอบและเวลา เพือ่ ใหม้ ่ันใจวา่ เปน็ ไปตามความต้องการใชง้ าน
i. การสอบเทยี บ ความถีอ่ ยา่ งน้อย 1 คร้งั /ปี หรือหลังการซอ่ มเคร่ือง
จุดที่ทำ� การสอบเทียบ รายการ MPE การตรวจสอบผล
การสอบเทยี บ
ความเรว็ รอบตอ่ นาที ความเรว็ รอบต่อ ± 10 % Error + uM ≤ MPE
ที่ใช้งาน เช่น 3,000 rpm นาที (rpm)
เวลาทใ่ี ช้งาน เชน่ 15 นาที เวลา (timer) ±5% Error + uM ≤ MPE
อณุ หภูมทิ ีใ่ ชง้ าน เช่น 4 °C อุณหภูมิ ตามความต้องการใช้งาน ตามความต้องการใช้งาน
(temperature) หรอื ตามคุณลกั ษณะเฉพาะ หรือตามคณุ ลักษณะเฉพาะ
ของเครอ่ื ง ของเครื่อง
ii. การตรวจสอบขณะใช้งาน
1. ตรวจสอบความเรว็ รอบและเวลาทใี่ ชก้ ่อนการปั่นทกุ ครง้ั
2. ตรวจสอบความสมดลุ ของหวั ปนั่ (rotor) กอ่ นการป่นั ทกุ ครงั้
3. ตรวจสอบคุณภาพของขอบยางตอ้ งตดิ เรียบกบั เครอื่ งและยางไมเ่ ส่ือมสภาพ
4. ตรวจสอบฝาปดิ ของตัวเคร่ืองต้องปดิ สนทิ อย่างน้อยเดือนละ 1 คร้งั
คมู่ ือ 11ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลัตกิะาสราจธลุ าชรวี ณวิทสยุขา
iii. การบ�ำรงุ รกั ษา
1. ปฏบิ ัติตามค่มู อื การใช้เครอ่ื งจากบรษิ ัทผูผ้ ลติ
2. ถอดปลั๊กเคร่ืองปนั่ ก่อนท�ำการบำ� รงุ รกั ษาทุกคร้งั
3. ทำ� ความสะอาดภายในและภายนอกเคร่อื งหลังใช้งานทกุ วัน
4. เมื่อมีตัวอย่างกระเด็นหรือหกแตกในเคร่ือง ให้ท�ำความสะอาดภายในตัวถังปั่น หัวปั่น และ
กระบอกใส่หลอดปน่ั (bucket) โดยใชแ้ อลกอฮอล์ 70% หรือนำ้� ยาฆา่ เชือ้ จลุ ินทรยี ท์ ี่เหมาะสมกบั งาน
2.2.4 เครือ่ งชัง่ (Electronic Balance)
เปน็ เคร่อื งมือท่ใี ช้ช่ังสารเคมี สี และอาหารเล้ียงเชื้อ เพ่อื เตรียมน�้ำยา สียอ้ ม และอาหารเลย้ี งเชอ้ื
การเลือกเครื่องช่ังให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งาน ต้องทราบน�้ำหนักต่�ำสุดและสูงสุดที่ต้องการช่ัง และ
ความคลาดเคลอื่ นทย่ี อมรบั ได้
i. การสอบเทียบ ความถอี่ ย่างนอ้ ย 1 คร้งั /ปี หรอื หลังการซ่อมเคร่อื ง
รายการ MPE การตรวจสอบผลสอบเทียบ
Repeatability ตามความต้องการใชง้ าน SD ≤ MPE
Eccentricity or off-center loading หรอื ตามคุณลกั ษณะเฉพาะ Maximum error ≤ MPE
Linearity
ของเคร่อื ง Error + uM ≤ MPE
ทกุ ชว่ งนำ้� หนักที่สอบเทียบ
ii. การตรวจสอบขณะใช้งาน ความถี่ วิธีการตรวจสอบ
รายการ เกณฑ์การยอมรบั
Tare/Zero เครือ่ งชง่ั อา่ นไดค้ ่า “0” ทกุ ครั้งทีใ่ ช้ ปฏบิ ตั ติ ามคมู่ อื เครอ่ื ง เปน็ การตรวจ check วา่
check ทกุ ครั้งก่อนใชง้ าน งาน เคร่ืองช่ังอ่านได้ค่า “0” และไม่มีการ drift
ของเคร่อื งช่ัง
Internal ตามขอ้ กำ� หนดของเครอื่ ง ทุกครง้ั ที่ใช้ ปฏบิ ตั ิตามค่มู ือเครอ่ื ง
calibration งาน
Daily Mean ± 2SD ทกุ วันท่ีใช้งาน - เลอื กตมุ้ นำ�้ หนกั (check weight) ทม่ี นี ำ้� หนกั
performance ใกลเ้ คยี ง กบั ชว่ งน้�ำหนักทีใ่ ช้งาน
check - หลังการสอบเทยี บเครื่องช่ัง ให้ทำ� การชัง่ ต้มุ
นำ�้ หนักตดิ ตอ่ กันอยา่ งนอ้ ย 20 วนั
- นำ� ค่าทชี่ ัง่ ได้มาค�ำนวณหา Mean และ SD
- ในแต่ละวันน�ำตุ้มน�้ำหนักมาช่ังและตรวจ
สอบว่าน�ำ้ หนกั ท่ชี ่งั ไดอ้ ยใู่ น Mean ± 2SD
ค่มู ือ12 มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลัตกิะาสราจธุลาชรวี ณวทิ สยุขา
iii. การบ�ำรุงรกั ษาและข้อควรระวงั ในการใชง้ าน
1. ตรวจสอบและท�ำความสะอาดเครื่องชั่ง จานชั่ง พ้ืนรอบจานช่ัง และตัวเคร่ืองช่ังทุกคร้ัง
กอ่ นและหลังการใช้งาน
2. ตรวจสอบระดับลกู น�ำ้ ใหม้ ่นั ใจวา่ จานชั่งสมดลุ ก่อนการใช้งานทกุ ครง้ั
3. วางเครอื่ งชง่ั บนโตะ๊ ทมี่ นั่ คง แขง็ แรง และไมม่ อี ปุ กรณอ์ นื่ ทที่ ำ� ใหเ้ กดิ แรงสน่ั สะเทอื นบนโตะ๊ เดยี วกนั
4. ควรเปิดเคร่อื งทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที กอ่ นการใชง้ าน เพ่ือเปน็ การอ่นุ เคร่ือง
5. การชงั่ น้�ำหนัก ควรวางสิง่ ท่ตี ้องการชั่งตรงกลางจาน
6. ควรรีบน�ำสิ่งของท่ีช่ังออกจากจานชั่ง เม่ือช่ังเสร็จแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเปล่ียนแปลงอุณหภูมิ
และความช้นื ภายในเครอ่ื งชง่ั และ load cell
7. อณุ หภมู ภิ ายในหอ้ งเครอื่ งชง่ั ควรคงท่ี เนอื่ งจากอณุ หภมู ทิ เี่ ปลย่ี นไปจะทำ� ใหเ้ ครอื่ งชงั่ อา่ นคา่ ผดิ ไป
และไมค่ วรชั่งของที่รอ้ น
8. ควบคมุ ความชืน้ สัมพัทธใ์ นหอ้ งเครอ่ื งชงั่ ให้อยู่ในชว่ ง 45-60 %
9. ไม่ควรชง่ั น�ำ้ หนักเกนิ ความสามารถของเคร่ืองชั่ง
10. ห้ามช่ังสารเคมีโดยตรงบนจานชั่ง ให้ใช้ภาชนะท่ีมีฝาปิด เม่ือต้องการช่ังสารเคมีที่สามารถ
กัดกร่อนโลหะ หรอื ระเหยได้ เช่น ไอโอดนี
2.2.5 กลอ้ งจุลทรรศน์ (Microscope)
เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจหาจุลชีพ การบ�ำรุงรักษาและการใช้งานอย่างถูกต้องจะท�ำให้
สามารถใช้งานได้อย่างมคี ณุ ภาพและมอี ายุการใช้งานทย่ี าวนาน
i. การบ�ำรงุ รกั ษา
1. ปฏิบตั ติ ามคู่มอื การใชเ้ ครอ่ื งจากบริษทั ผผู้ ลติ
2. ควรมกี ารตรวจสอบและบำ� รงุ รกั ษาโดยชา่ งผูช้ �ำนาญ อยา่ งน้อย 1 คร้งั /ปี
3. ทุกวันหลังจากเลิกใช้งาน ท�ำความสะอาดตัวกล้อง และเช็ดเลนส์ ด้วยกระดาษเช็ดเลนส์ ห้ามเช็ด
ด้วยไซลีน แอลกอฮอลล์ หรืออะซโิ ตน ถ้าจ�ำเป็นต้องใช้ให้ปฏบิ ตั ิตามค�ำแนะนำ� ของผูผ้ ลิต
4. เม่ือไมใ่ ช้งาน ควรหาผ้าหรอื พลาสตกิ คลมุ กล้อง เพอ่ื ปอ้ งฝุ่นละออง
ii. ข้อควรระวังในการใช้งาน
1. ไมว่ างกลอ้ งจุลทรรศนไ์ วใ้ กล้หนา้ ต่าง ที่แสงแดดสอ่ งเข้าโดยตรง
2. ไมเ่ กบ็ กล้องในท่ชี ื้น เพราะจะท�ำใหเ้ กิดเช้ือราไดง้ า่ ย และไมเ่ กบ็ รวมในทท่ี ่ีมกี ารจัดเกบ็ สารเคมี
3. ถา้ สารเคมีหยดใส่ตวั กลอ้ ง หรอื แท่นวางวตั ถุ (stage) ใช้ผา้ นุ่มทีส่ ะอาดชบุ น้�ำพอหมาดๆ เชด็ ทนั ที
4. ไมใ่ หเ้ ลนส์ใกลว้ ตั ถุ (objective lens) แบบ oil immersion กำ� ลงั ขยาย 100X แช่อย่ใู นนำ�้ มนั บน
แผ่นสไลด์เป็นเวลานานๆ หลงั จากไมไ่ ดใ้ ชแ้ ล้วใหห้ มนุ เลนส์ใกลว้ ตั ถุกำ� ลังขยาย 100X เบีย่ งออกไป
5. ระวังอยา่ ใหเ้ ลนสใ์ กล้วตั ถุก�ำลงั ขยายอ่นื เปอ้ื น immersion oil โดยเด็ดขาด หากพบใหใ้ ช้ solvent
ที่เหมาะสม ในการเช็ดท�ำความสะอาด เช็ดคราบน�้ำมันบนเลนส์ จากน้ันใช้กระดาษเช็ดเลนส์ท่ีสะอาดและแห้ง
เช็ดเลนส์น้ันใหส้ ะอาดอกี ครงั้ โดยทันที
6. ไม่ควรใช้นว้ิ สมั ผสั เลนส์
7. ก่อนน�ำสไลด์ออกจากแท่นวางวัตถุ ควรหมุนให้เลนส์ใกล้วัตถุก�ำลังขยายต่�ำสุดอยู่เหนือตรงสไลด์
เพอ่ื ปอ้ งกันไม่ใหส้ ไลดข์ ดู เลนส์เปน็ รอย
คู่มอื 13ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลัตกิะาสราจธุลาชรวี ณวิทสยุขา
2.2.6 เทอร์โมมิเตอร์ (Thermometer)
เปน็ เครอ่ื งมือที่ใช้วดั อุณหภูมิ เครอ่ื งมือที่ตอ้ งควบคุมอณุ หภูมิให้เหมาะสมกบั การทดสอบในห้อง
ปฏิบัติการจุลชีววิทยา เช่น ตู้อบเพาะเชื้อ ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง และอ่างน�้ำร้อน การตรวจสอบความถูกต้องของการ
ควบคุมอณุ หภมู ิของเคร่อื งมอื เหลา่ นี้ จ�ำเปน็ ตอ้ งใชเ้ ทอรโ์ มมิเตอร์ในการตรวจสอบ ดังนั้นควรเลอื กเทอรโ์ มมิเตอร์
ที่มีความถูกต้องของการวัดให้เหมาะสมกับช่วงอุณหภูมิท่ีต้องการควบคุม โดยท่ัวไปเทอร์โมมิเตอร์ท่ีใช้ในห้อง
ปฏบิ ัตกิ าร แบ่งเปน็ 2 ชนดิ คอื
1. Liquid in glass thermometer มี 2 ชนดิ คอื
1.1 Total-immersion เป็นชนิดท่ีต้องให้เทอร์โมมิเตอร์ท้ังแท่งสัมผัสกับสิ่งท่ีต้องการวัด
จงึ เหมาะส�ำหรบั ใช้ในการติดตามเครอ่ื งมือควบคมุ อุณหภมู ิ เช่น ตู้เย็น หรือ ตอู้ บเพาะเช้อื
1.2 Partial-immersion เปน็ ชนดิ ทใี่ หบ้ างสว่ นของแทง่ เทอรโ์ มมเิ ตอรส์ มั ผสั กบั สงิ่ ทตี่ อ้ งการวดั
จงึ เหมาะสมสำ� หรับใช้ในการวดั อุณหภูมิของอา่ งน้�ำร้อน
2. Digital thermometer ประกอบดว้ ย เซน็ เซอรห์ รอื โพรบ และมเิ ตอรท์ อี่ า่ นคา่ เชอ่ื มตอ่ ดว้ ย
สายตอ่ (lead) เปน็ เทอรโ์ มมเิ ตอรท์ นี่ ยิ มใชก้ นั มาก เพราะสามารถนำ� มเิ ตอรท์ อ่ี า่ นคา่ ไวน้ อกตวั ตทู้ ตี่ อ้ งการวดั ไดใ้ น
ระยะหา่ งมากทีส่ ุดเทา่ กบั ความยาวของสายตอ่ ระหวา่ งเซน็ เซอร์กับมเิ ตอร์ จงึ ทำ� ให้อ่านคา่ ทวี่ ดั ไดส้ ะดวก อย่างไร
กต็ ามตอ้ งเลอื กชนดิ ของโพรบใหเ้ หมาะสมกบั สงิ่ ทตี่ อ้ งการวดั เชน่ ถา้ วดั ในของเหลวกต็ อ้ งใชโ้ พรบทจี่ มุ่ ในของเหลวได้
i. การสอบเทยี บ ความถี่ทุก 5 ปี และ check ice point ทุก 6 เดอื น
1. Liquid in glass thermometer ความถีอ่ ยา่ งน้อยทกุ 2 ปี
2. Digital thermometer
อณุ หภมู ิทส่ี อบเทยี บ รายการ MPE การตรวจสอบผลสอบเทียบ
อุณหภูมทิ ีใ่ ช้งาน Temperature ⅓ ของชว่ งอุณหภมู ิ Error + uM ≤ MPE
accuracy ที่ตอ้ งการควบคุม
เชน่ 5 ± 3 oC
MPE = ± 1 oC
ii. การบ�ำรุงรักษาและขอ้ ควรระวัง
1. ปฏิบตั ติ ามคมู่ อื การใช้เคร่อื งจากบรษิ ทั ผูผ้ ลติ
2. Liquid in glass thermometer ตรวจสอบชอ่ งวา่ งหรอื ฟองอากาศใน column อยา่ งนอ้ ยทกุ เดอื น
3. Digital thermometer ถา้ เปน็ เครอื่ งทใ่ี ชแ้ บตเตอรี่ ตอ้ งตรวจสอบอายขุ องแบตเตอรอี่ ยา่ งนอ้ ยทกุ เดือน
4. ตรวจสอบการบิดงอของสาย (lead) ที่ตอ่ ระหวา่ งเซน็ เซอร์กบั มิเตอร์
5. กรณีสารปรอทหกเลอะ
- ถ้าปรอทมจี ำ� นวนน้อย ให้ท�ำความสะอาดโดยโรยผงก�ำมะถันคลุมบนปรอท
- ถ้าปรอทมจี �ำนวนมาก ให้ใชป้ ูนขาวแห้ง ทราย และผงกำ� มะถัน/โซดาแอชแทน หรือใชเ้ คร่ืองมือ
สูญญากาศดูดปรอททีห่ กเลอะโดยตรง กวาดเกบ็ ใสใ่ นภาชนะปดิ เก็บแยกจากขยะทว่ั ไป แลว้ ทำ� ความสะอาดพนื้
และเชด็ ให้แหง้
คู่มือ14 มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลัติกะาสราจธุลาชรวี ณวิทสยุขา
2.2.7 เคร่ืองนึ่งไอนำ�้ แรงดนั สงู (Autoclave)
เปน็ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการทำ� ใหป้ ราศจากเชอ้ื ในอาหารเลย้ี งเชอ้ื และอปุ กรณต์ า่ งๆ ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
โดยให้สิ่งที่ต้องการท�ำให้ปราศจากเชื้อสัมผัสกับไอน้�ำอ่ิมตัวท่ีอุณหภูมิและระยะเวลาที่ก�ำหนด การท�ำงานของ
เคร่ืองน่ึงไอน�้ำแรงดันสูง ใช้หลักการให้ไอน้�ำไปแทนท่ีอากาศในตัวถังจนหมด แล้วปิดฝาตัวถังจนความดันและ
อุณหภูมิภายในตัวถังเพ่ิมขึ้นตามที่ก�ำหนด เนื่องจากอุณหภูมิของไอน้�ำอิ่มตัว มีความสัมพัทธ์คงท่ีกับความดัน
ดังน้นั จงึ ตอ้ งทำ� การสอบเทียบ และตรวจสอบขณะใช้งาน เพ่ือใหม้ ่ันใจว่าใชง้ านไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
i. การสอบเทียบ ความถี่อยา่ งน้อย 1 ครงั้ /ปี หรือหลังการซอ่ มเคร่ือง
อุณหภูมิท่สี อบเทยี บ รายการ MPE การตรวจสอบผลสอบเทียบ
121 oC Temperature ± 2 oC Error + uM ≤ MPE
accuracy ± 3 oC* ทุกตำ� แหน่งของการสอบเทยี บ
* ส�ำหรับงานตรวจวิเคราะห์อาหาร
ii. การตรวจสอบขณะใช้งาน
1. ใช้ออโตเคลปเทป (Autoclave indicator tape) ติดที่สิ่งของท่ีท�ำให้ปราศจากเช้ือ หลังผ่าน
การน่ึงไอน้�ำความดันสูง สีของเทปจะเปล่ียนเป็นสีด�ำ เพ่ือแสดงว่าส่ิงของน้ันๆ ได้ผ่านกระบวนการน่ึงไอน�้ำ
ความดนั สูงแลว้ เท่านน้ั
2. ตรวจสอบและบนั ทกึ อณุ หภูมิ ความดนั ดว้ ยหน่วยวดั ปอนดต์ ่อตารางน้วิ และเวลาท่ีใชง้ านทกุ คร้งั
3. ตรวจสอบระบบการท�ำงานและประสิทธิภาพของเครื่องน่ึงไอน�้ำแรงดันสูง สัปดาห์ละครั้ง
ด้วยการทดสอบ spore test โดยใชส้ ปอรข์ อง Geobacillus stearothermophilus ATCC 7953
4. หากเกิดการปนเปื้อนของภาชนะภายหลังการนึ่งไอน�้ำความดันสูงหรือ spore test ไม่ผ่าน
ควรตรวจเช็คเครื่องนง่ึ ไอน้�ำแรงดนั สงู และท�ำ sterility test จนกวา่ จะแนใ่ จวา่ ไม่เกดิ การปนเป้ือนอกี
iii. การบ�ำรงุ รกั ษา
1. ปฏบิ ัติตามคู่มอื การใชเ้ ครอื่ งจากบริษัทผู้ผลิต
2. เปล่ียนถ่ายน�้ำและท�ำความสะอาดในตัวถังทุกวัน หรืออย่างน้อยทุกสัปดาห์ หรือเมื่อมีอาหาร
เลยี้ งเชอ้ื ปนเป้ือนในตวั ถัง
3. ก่อนใช้งานทุกคร้ังต้องตรวจสอบระดับน�้ำในตัวถัง ให้อยู่ในระดับท่ีก�ำหนด น�้ำท่ีใช้ควรเป็น
น้�ำกรอง ไมค่ วรใช้น้ำ� ประปา เพราะจะทำ� ใหเ้ กิดตะกรนั จบั ทีก่ น้ ตัวถงั
2.2.8 ตอู้ บเพาะเชอื้ (Incubator)
ตู้อบเป็นเคร่ืองมือที่มีการควบคุมอุณหภูมิของอากาศภายในตู้ ใช้ในการอบเพาะเชื้อมีส่วน
ประกอบที่ส�ำคัญ คือ แหล่งก�ำเนิดความร้อน บางชนิดจะมีพัดลมในการช่วยกระจายความร้อนให้มีความ
สม�่ำเสมอ เน่ืองจากอุณหภูมิมีผลต่อการเจริญเติบโตของจุลชีพ ดังน้ันจึงจ�ำเป็นต้องสอบเทียบและตรวจสอบ
อุณหภูมิภายในตู้ เพื่อให้ม่ันใจว่าเป็นไปตามความต้องการใช้งาน ส�ำหรับตู้อบเพาะเชื้อชนิดคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2 incubator) จะมีระบบบรรจุ และควบคุมคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และความชน้ื ภายในตดู้ ้วย
คู่มือ 15ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลตั กิะาสราจธุลาชรวี ณวทิ สยุขา
i. การสอบเทียบ ความถ่อี ย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี หรอื หลังการซ่อมเคร่อื ง
อณุ หภมู ิที่สอบเทียบ รายการ MPE การตรวจสอบผลสอบเทียบ
อุณหภูมิที่ใช้งานตู้ Temperature accuracy & ± 2 oC ตรวจสอบทุกต�ำแหน่งภายในตู้ท่ีได้รับ
35 oC stability การสอบเทยี บ โดยใช้เกณฑ์ยอมรับ
Error + UM ≤ MPE
อุณหภูมิที่ใช้งานตู้ Temperature accuracy & ± 1 oC ตรวจสอบทุกต�ำแหน่งภายในตู้ที่ได้รับ
36 oC stability การสอบเทยี บ โดยใช้เกณฑย์ อมรับ
Error + UM ≤ MPE
อุณหภูมิท่ีใช้งานตู้ Temperature accuracy & ± 1 oC ตรวจสอบทุกต�ำแหน่งภายในตู้ท่ีได้รับ
42 oC stability การสอบเทียบ โดยใชเ้ กณฑย์ อมรับ
Error + UM ≤ MPE
ii. การตรวจสอบขณะใชง้ าน
1. อณุ หภูมิทจ่ี ดุ ใชง้ าน และเกณฑก์ ารยอมรับ เชน่ 35 ± 2 oC (สำ� หรบั การทดสอบ Staphylococcus
spp. ทอ่ี ณุ หภูมมิ ากกวา่ 35 oC อาจตรวจไมพ่ บ MRSA)
2. ตรวจสอบอุณหภูมิทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยใช้เทอร์โมมิเตอร์ซ่ึงอ่านค่าละเอียด 0.1 oC
ที่ผ่านการสอบเทียบแล้ว และมีความถูกต้องของการวัด โดยมี MPE ≤ ⅓ เท่าของ MPE ของตู้อบที่ต้องการวัด
พรอ้ มทงั้ บนั ทกึ อุณหภูมิไว้
3. ส�ำหรับตู้อบเพาะเชื้อชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ ปฏิบัติตามข้อ 1 และข้อ 2 พร้อมทั้งตรวจสอบ
ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ทกุ ครงั้ ที่ใช้งาน โดยปรมิ าณคาร์บอนไดออกไซด์ ตอ้ งอยใู่ นช่วงใชง้ านที่กำ� หนดไว้ เชน่
5-10% คารบ์ อนไดออกไซด์ เปน็ ตน้
iii. การบำ� รุงรักษา
1. ปฏิบตั ติ ามคูม่ อื การใช้เคร่อื งจากบริษทั ผูผ้ ลติ
2. เชด็ ท�ำความสะอาดภายในตู้อย่างนอ้ ย เดอื นละ 1 ครั้ง โดยใช้สำ� ลีชบุ แอลกอฮอล์ 70% หรือน�้ำยา
ฆา่ เช้อื จุลนิ ทรีย์ทเี่ หมาะสมกบั งาน
2.2.9 ตู้อบรอ้ น (Hot air oven)
เป็นเคร่ืองท่ีใช้ความร้อนในการท�ำให้อุปกรณ์แห้งหรือปราศจากเช้ือ โดยใช้ความร้อนแห้ง
ซึง่ ตอ้ งการระดับอุณหภมู ทิ ถ่ี กู ตอ้ งและเหมาะสมกบั การใช้งาน
i. การสอบเทยี บ ความถ่อี ยา่ งน้อยทกุ 3 ปี หรอื หลังการซ่อมเคร่อื ง
อณุ หภูมทิ ่ีสอบเทยี บ รายการ MPE การตรวจสอบผลการสอบเทียบ
170 oC Temperature accuracy & ± 10 oC ตรวจสอบทุกต�ำแหน่งภายในตู้ท่ีได้รับ
stability การสอบเทยี บ โดยใชเ้ กณฑย์ อมรบั
Error + UM ≤ MPE
คมู่ ือ16 มทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลัติกะาสราจธุลาชรวี ณวทิ สยุขา
ii. การตรวจสอบขณะใช้งาน
1. ตรวจสอบและบนั ทกึ อณุ หภูมิทุกครงั้ ที่ใชง้ าน โดยกำ� หนดเกณฑใ์ ชง้ านในช่วง 160-180 oC
2. ตรวจสอบประสิทธิภาพการท�ำงานให้ปราศจากเชื้อ โดยใช้สปอร์ของ Bacillus atrophaeus
ATCC 9372 (Bacillus subtilis var. niger (Bacillus globigii)) ทกุ 3 เดอื น
iii. การบำ� รงุ รักษา
1. ปฏิบตั ติ ามค่มู ือการใช้เคร่ืองจากบรษิ ัทผูผ้ ลติ
2. เชด็ ทำ� ความสะอาดช้ันวางของภายในต้แู ละผนงั ภายนอกตูด้ ้วยผ้าชบุ น�ำ้ สะอาดทุกเดอื น
2.2.10 ตู้เยน็ (Refrigerator)
ใชใ้ นการเกบ็ รกั ษา อาหารเลย้ี งเชอื้ นำ�้ ยา สารเคมี และเชอ้ื แบคทเี รยี อณุ หภมู ทิ ใี่ ชอ้ ยใู่ นชว่ ง 2 - 8 oC
i. การตรวจสอบขณะใชง้ าน
1. ใช้เทอร์โมมิเตอร์ท่ีมีความถูกต้องของการวัดท่ี ±1 oC และได้รับการสอบเทียบอย่างน้อยปีละ
1 ครง้ั มาใชใ้ นการตรวจสอบอณุ หภมู ขิ องตทู้ กุ วนั อยา่ งนอ้ ยวนั ละ 1 ครง้ั โดยอณุ หภมู ทิ ยี่ อมรบั ไดอ้ ยใู่ นชว่ ง 2 - 8 oC
2. บันทึกอณุ หภูมทิ ่ตี รวจสอบไดท้ ุกวัน
ii. การบำ� รงุ รักษา
1. ปฏิบตั ติ ามคู่มือการใชเ้ คร่อื งจากบริษัทผู้ผลติ
2. ทำ� ความสะอาดภายในตทู้ กุ 2 เดือน หรือหลังจากมกี ารซอ่ มแซม
3. ทำ� ความสะอาดถาดหรอื ภาชนะรองรบั นำ้� จากระบบละลายนำ�้ แขง็ ของระบบทำ� ความเยน็ ทกุ สปั ดาห์
2.2.11 ต้แู ช่แขง็ (Freezer)
เป็นเครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรักษาเช้ือจุลินทรีย์ (stock culture) น�้ำยา และแผ่นยาปฏิชีวนะ
ตอ้ งเลือกใชอ้ ณุ หภมู ิใหเ้ หมาะสมกับสงิ่ ท่ตี ้องการเกบ็ รกั ษา โดยทั่วไปตู้แช่แข็ง -20 oC หรอื ต�่ำกวา่ เหมาะส�ำหรับ
เก็บรักษาแผ่นยาปฏิชีวนะ ตู้แช่แข็ง -30 oC ถึง -70 oC เหมาะส�ำหรับเก็บรักษาเชื้อจุลินทรีย์นานปานกลาง
(≈5 ปี) กรณีไม่มีสามารถเก็บรักษาเชื้อจุลินทรีย์นานปานกลางที่ตู้แช่แข็ง -20 oC ซ่ึงมีคุณสมบัติเป็น scientific
freezer ได้ กรณีต้องการเก็บนานกวา่ 5 ปี สามารถเก็บไดท้ ต่ี ูแ้ ช่แขง็ -70 oC หรือต�ำ่ กว่า
i. การตรวจสอบการใช้งาน
1. ก�ำหนดช่วงอุณหภมู ทิ ี่ยอมรับได้ตามความต้องการใช้งาน เช่น ตู้แชแ่ ข็ง -20 oC = (-20 oC) ± (2 oC)
หรือ (-70 oC) = (-70 oC) ± (5 oC) = ⅓ ของช่วงอุณหภูมิทต่ี อ้ งการควบคมุ
2. ใช้เทอร์โมมิเตอร์ท่ีมีความถูกต้องของการวัดที่ ±1 oC และได้รับการสอบเทียบ หรือตรวจสอบ
(Intermediate check หรือ Interval check) ตามกำ� หนด มาใชใ้ นการตรวจสอบอณุ หภมู ิของตูท้ กุ วันอยา่ งน้อย
วันละ 1 คร้งั
3. บันทกึ อณุ หภมู ทิ ต่ี รวจสอบไดท้ ุกวัน
คมู่ อื 17ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลตั กิะาสราจธลุ าชรีวณวทิ สยุขา
ii. การบ�ำรุงรักษาและข้อควรระวงั
1. ปฏบิ ัตติ ามค่มู ือการใชเ้ ครื่องจากบริษทั ผผู้ ลติ
2. ควรละลายน้ำ� แขง็ ภายในตู้ทุก 6 เดือน
3. เมอ่ื น้�ำแขง็ ละลายหมด เช็คท�ำความสะอาดภายในตดู้ ว้ ยน้�ำอ่นุ และเช็ดให้แหง้
4. หา้ มจดั เกบ็ สง่ิ ทต่ี อ้ งการเกบ็ รกั ษาในชอ่ งแชแ่ ขง็ ของตเู้ ยน็ สำ� หรบั ครวั เรอื น ซง่ึ จะมรี ะบบทำ� ความเยน็
เป็นแบบละลายน้�ำแข็งอัตโนมัติ (Frost-free freezers) ท�ำให้สิ่งที่เก็บได้รับการแช่และละลายตลอดวงจร
ซึ่งจะท�ำใหเ้ กิดการเสือ่ มสลายของสงิ่ ที่ต้องการเกบ็ รักษา
2.2.12 อา่ งน้�ำรอ้ น (Water Bath)
เปน็ เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ้ นการอนุ่ อาหารเลยี้ งเชอ้ื หรอื บม่ การทดสอบ โดยใชค้ วามรอ้ นจากนำ้� ทอ่ี ยใู่ นอา่ ง
i. การตรวจสอบขณะใชง้ าน
1. ตรวจสอบระดับน�้ำในอ่างกอ่ นใชง้ านทกุ คร้งั
2. กำ� หนดชว่ งอณุ หภมู ิที่ยอมรับได้ตามการใชง้ าน
3. ใชเ้ ทอรโ์ มมเิ ตอร์ท่ีมีความถกู ตอ้ งของการวดั 1 ส่วน 3 ของชว่ งอุณหภมู ิท่ตี ้องการควบคุมและได้รบั
การสอบเทียบ หรือตรวจสอบ (Intermediate check หรือ Interval check) ตามกำ� หนด มาใชใ้ นการตรวจสอบ
อุณหภมู ิทกุ ครั้งท่ีมีการใช้งาน อุณหภูมทิ ่ีวัดไดต้ ้องอยใู่ นช่วงทย่ี อมรบั ได้
4. บนั ทึกอณุ หภูมทิ ่ีตรวจสอบได้ทุกครัง้
ii. การบ�ำรงุ รกั ษา
1. ปฏิบตั ติ ามคมู่ อื การใชเ้ ครอ่ื งจากบริษทั ผูผ้ ลติ
2. เปลย่ี นน�้ำในอา่ งและท�ำความสะอาดภายในอา่ งทกุ สปั ดาห์
3. น้�ำทใี่ ชค้ วรเปน็ น�้ำกลนั่ หรือนำ้� กรอง
เอกสารอ้างอิง
1. กระทรวงสาธารณสุข. ความหมายของการสอบเทียบ [อินเทอร์เน็ต]. (ม.ป.ท.) [เข้าถึงเม่ือ 2 กรกฎาคม
2560]. เข้าถงึ ได้จาก: http://medi.moph.go.th/system2533/Masses-Calibration.pdf.
2. สภาเทคนิคการแพทย์. มาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2560 ฉบับ “60 ปี เทคนิคการแพทย์ไทย”.
พิมพ์ครง้ั ท่ี 1. นนทบรุ ี: สภาเทคนิคการแพทย;์ 2560.
3. สำ� นักงานหลกั ประกันสุขภาพแห่งชาติ. คู่มอื แนวทางการตรวจประเมนิ เพือ่ ขนึ้ ทะเบียนเป็นหนว่ ยบรกิ ารทรี่ ับ
การสง่ ต่อทั่วไป ฉบบั ปรับปรงุ เดือน มีนาคม ปงี บประมาณ 2560. 2560.
4. National Association of Testing Authorities (NATA). General Equipment - Calibration and
checks. Australia: NATA; 2015.
คู่มือ18 มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลัติกะาสราจธลุ าชรวี ณวทิ สยุขา
บทที่ 3
บุคลากร
3.1 คณุ สมบัตแิ ละสมรรถนะทจ่ี ำ� เปน็
3.2 จำ� นวนบคุ ลากร
3.3 ความปลอดภยั และสขุ ภาพบุคลากร
ค่มู ือ 19ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลัติกะาสราจธลุ าชรวี ณวทิ สยุขา
ห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยเช้ือแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ ท้ังด้านสาธารณสุขและด้านสุขภาพสัตว์
ควรกำ� หนดคณุ สมบตั ิของบุคลากร และแผนการพฒั นาบุคลากร รายละเอียดดังน้ี
3.1 คณุ สมบัติและสมรรถนะที่จำ� เปน็
3.1.1 ห้องปฏิบตั กิ ารจลุ ชวี วทิ ยาคลินกิ
ลกั ษณะงาน ต�ำแหน่ง คณุ สมบัติและสมรรถนะท่จี �ำเป็น
ส�ำหรบั งานจุลชีววทิ ยา
ผชู้ ว่ ยตรวจวิเคราะห์ เจ้าพนกั งานวทิ ยาศาสตร์
การแพทย์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการต้องก�ำหนดแผนการฝึกอบรม
และประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ โดยบุคลากร
ผูต้ รวจวิเคราะห์ นักเทคนคิ การแพทย์ ต้องสอบผ่านการประเมินสมรรถนะการปฏิบัติงาน
ผ้รู ับรองผลวิเคราะห์ นกั เทคนคิ การแพทย์ (competency) ในงานวิเคราะห์ท่ีรับผิดชอบ อ้างอิง
การประเมินตามเกณฑ์การประเมินของห้องปฏิบตั กิ าร
บุคลากรต้องได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานด้าน
จุลชีววิทยาและประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก
ตามหลักสตู รที่กระทรวงสาธารณสุขก�ำหนด
บุคลากรต้องได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานด้าน
จุลชีววิทยาและประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก
ตามหลักสูตรท่ีกระทรวงสาธารณสุขก�ำหนด และควร
มปี ระสบการณ์ดา้ นจลุ ชวี วิทยาอย่างนอ้ ย 1 ปี
3.1.2 หอ้ งปฏบิ ัติการอ้างองิ ตรวจยืนยนั เพ่อื การรกั ษา
ลักษณะงาน ตำ� แหนง่ คุณสมบัตแิ ละสมรรถนะทจ่ี �ำเปน็
สำ� หรับงานจลุ ชวี วทิ ยา
ผู้ตรวจวเิ คราะห์ นักเทคนคิ การแพทย์ บุคลากรต้องได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานด้าน
จุลชีววิทยาและประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก
ตามหลักสตู รท่ีกระทรวงสาธารณสุขก�ำหนด
ผูร้ บั รองผลวเิ คราะห์ นักเทคนคิ การแพทย์ บุคลากรต้องได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐาน
ดา้ นจลุ ชวี วทิ ยาและประเมนิ ผลจากหนว่ ยงานภายนอก
ตามหลักสูตรท่ีกระทรวงสาธารณสุขก�ำหนด และควร
มีประสบการณ์ด้านจุลชวี วิทยาอยา่ งน้อย 2 ปี
คู่มือ20 มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลัติกะาสราจธลุ าชรีวณวทิ สยุขา
3.1.3 หอ้ งปฏิบตั กิ ารอา้ งองิ ตรวจยนื ยันเพือ่ การสอบสวนโรค
ลักษณะงาน ตำ� แหน่ง คณุ สมบตั แิ ละสมรรถนะที่จ�ำเป็น
สำ� หรับงานจลุ ชีววิทยา
ผู้ตรวจวิเคราะห์ นักเทคนคิ การแพทย์ บุคลากรต้องได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐาน
ผรู้ ับรองผลวเิ คราะห์ นักวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ด้านจุลชีววิทยาและประเมินผลจากหน่วยงาน
ผมู้ ีความเชี่ยวชาญและ ภายนอก ตามหลักสูตรท่ีกระทรวงสาธารณสุข
มีประสบการณใ์ นสาขา ก�ำหนด
จลุ ชีววิทยาทางการแพทย์
อยา่ งนอ้ ย 3 ปี
3.1.4 ห้องปฏิบัติการแหง่ ชาติ
ลกั ษณะงาน ตำ� แหนง่ คณุ สมบตั แิ ละสมรรถนะทจี่ ำ� เป็น
สำ� หรบั งานจุลชวี วิทยา
ผู้ตรวจวิเคราะห์ นักเทคนิคการแพทย์
ผรู้ ับรองผลวเิ คราะห์ นกั วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ บุคลากรต้องได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐาน
ผูม้ ีความเชี่ยวชาญและ ด้านจุลชีววิทยาและประเมินผลจากหน่วยงาน
มปี ระสบการณ์ในสาขา ภายนอก ตามหลักสูตรท่ีกระทรวงสาธารณสุข
จุลชวี วทิ ยาทางการแพทย์ กำ� หนด
อย่างน้อย 3 ปี
3.1.5 หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารอ้างอิงระดับนานาชาติ
ลักษณะงาน ตำ� แหน่ง คุณสมบัตแิ ละสมรรถนะท่จี �ำเป็น
สำ� หรบั งานจลุ ชวี วทิ ยา
ผตู้ รวจวิเคราะห์ เป็นไปตามขอ้ ก�ำหนดของหนว่ ยงาน accreditation
ผรู้ บั รองผลวเิ คราะห์
หมายเหตุ หลักสตู รท่ีกระทรวงสาธารณสขุ กำ� หนด อยูร่ ะหว่างการด�ำเนินการจัดทำ�
คูม่ อื 21ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลัตกิะาสราจธุลาชรีวณวิทสยุขา
3.2 จ�ำนวนบคุ ลากร
การก�ำหนดจ�ำนวนบุคลากรส�ำหรับห้องปฏิบัติการแต่ละระดับ ควรคิดค�ำนวณตามภาระงานของห้อง
ปฏบิ ัติการ โดยคดิ ตามปริมาณงาน เป็นไปตามทก่ี ระทรวงก�ำหนด (ผนวก ข)
3.3 ความปลอดภัยและสุขภาพบุคลากร
การเฝา้ ระวงั สขุ ภาพของบคุ ลากรเป็นกิจกรรมที่สำ� คัญและมคี วามจ�ำเปน็ อยา่ งมาก ซึ่งควรดำ� เนินการ
ควบคู่ไปกับการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการท�ำงาน (ดูรายละเอียดในคู่มือมาตรฐาน
ความปลอดภัยฯ บทที่ 15)
เอกสารอา้ งองิ
1. ส�ำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ส�ำนักงาน ก.พ.). คู่มือวิเคราะห์อัตราก�ำลังของส่วนราชการ
เดอื น พฤศจิกายน 2553.
คู่มอื22 ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลตั กิะาสราจธลุ าชรวี ณวิทสยุขา
บทที่ 4
การบรหิ ารจดั การสง่ิ สง่ ตรวจดา้ นจลุ ชวี วทิ ยา
ในข้ันตอนกอ่ นการวเิ คราะห์
4.1 การสง่ ตรวจ การเกบ็ ส่งิ สง่ ตรวจ และการนำ� ส่งสิง่ สง่ ตรวจ
4.2 การตรวจรับส่ิงสง่ ตรวจของห้องปฏบิ ตั ิการ
4.3 การเกบ็ รกั ษาส่ิงส่งตรวจกอ่ นการวิเคราะห์
4.4 การเตรยี มสง่ิ สง่ ตรวจเพ่อื ตรวจวเิ คราะห์
คูม่ อื 23ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลัติกะาสราจธุลาชรวี ณวิทสยุขา
ห้องปฏิบัติการแต่ละระดับต้องมีระเบียบปฏิบัติระบุวิธีการ/กิจกรรมข้ันตอนก่อนการวิเคราะห์ เพ่ือให้
มัน่ ใจว่ากระบวนการเป็นไปตามข้ันตอนทีก่ �ำหนด
4.1 การส่งตรวจ การเก็บสิ่งสง่ ตรวจ และการน�ำสง่ สงิ่ ส่งตรวจ
ห้องปฏิบัติการต้องมีคู่มือแนะน�ำวิธีการส่งตรวจ วิธีการเก็บส่ิงส่งตรวจจากร่างกายผู้ป่วย และวิธีน�ำส่ง
สิ่งส่งตรวจตามหลักวิชาการ โดยค�ำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพของสิ่งส่งตรวจ และแจกจ่ายให้แก่
หน่วยงานทเี่ ก็บตวั อย่างมาส่งท่หี ้องปฏิบตั กิ าร เพ่ือประโยชน์ในการแปลผล ซึง่ ควรมรี ายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี
4.1.1 ระบุวิธีการตรวจ เวลาที่ให้บริการท้ังในและนอกเวลาท�ำการ การจัดเก็บตัวอย่าง การปฏิเสธ
ตัวอย่างทไี่ มเ่ หมาะสม การรับตรวจวเิ คราะหเ์ พมิ่ ในกรณที ี่แพทยต์ อ้ งการส่งตรวจเพิ่มขึน้
4.1.2 มีการชี้บ่งส่ิงส่งตรวจ/ใบน�ำส่งท่ีมีข้อมูลส�ำคัญครบถ้วน สามารถสอบกลับผู้ป่วยได้ ระบุเวลาเก็บ
สิ่งส่งตรวจให้ชัดเจน ระบุชนิดของสิ่งส่งตรวจและต�ำแหน่งท่ีเก็บตัวอย่าง การวินิจฉัยเบ้ืองต้น และยาปฏิชีวนะท่ี
ก�ำลงั ใช้ และระบุชอื่ ผเู้ ก็บ พรอ้ มเบอร์ตดิ ตอ่
4.1.3 ระบุวิธีการเก็บส่ิงส่งตรวจทางจุลชีววิทยาชนิดต่างๆ เช่น เลือด (ใช้ 2% chlorhexidine
gluconate in 70% alcohol ฆ่าเช้ือที่ผิวหนัง) เสมหะ ปัสสาวะ หนอง สารน้�ำในร่างกาย ช้ินเน้ือ และอื่นๆ
โดยตอ้ งเก็บสง่ิ สง่ ตรวจในสถานที่ทเ่ี หมาะสม เป็นสว่ นตัว สะดวก และปลอดภยั
4.1.4 ระบวุ ิธีการน�ำส่งสิง่ สง่ ตรวจทางจลุ ชวี วทิ ยา ภาชนะท่ีใช้ เวลา และอณุ หภูมทิ ่ีเหมาะสม ปลอดภยั
ต่อผนู้ �ำสง่ และสิง่ แวดลอ้ ม
4.1.5 หลกี เลย่ี งการปนเปอ้ื นของเชอ้ื ประจำ� ถน่ิ ทอี่ ยรู่ อบๆบรเิ วณทเี่ กบ็ สง่ิ สง่ ตรวจ เชน่ การเกบ็ สงิ่ สง่ ตรวจ
แผล ฝี หนองบริเวณผิวหนัง ตอ้ งใช้น้ำ� ยาทำ� ลายเชอื้ ทำ� ความสะอาดผวิ หนังบรเิ วณที่จะเกบ็
4.1.6 เก็บสิ่งส่งตรวจเร็วที่สุดเท่าที่จะท�ำได้ขณะเร่ิมมีระยะฟักตัวของโรค เพ่ือให้ได้สิ่งส่งตรวจท่ีเป็น
ตวั แทนทีด่ ขี องการติดเช้อื
4.1.7 เลอื กวิธกี ารเก็บตวั อย่างท่เี หมาะสมสำ� หรบั ส่งิ สง่ ตรวจแตล่ ะชนิด ดังน้ี
4.1.7.1 สวอบ (Swab) ต้องป้ายหรือถูแรงๆ และต้องท�ำให้เปียกชุ่มก่อน เพ่ือให้สวอบดูดซับ
สิ่งส่งตรวจได้มาก สวอบไม่สามารถใช้เพาะเชื้อมากกว่าหน่ึงชนิด ไม่เหมาะสมส�ำหรับการเพาะเชื้อรา เพราะเก็บ
mycelium ไมไ่ ด้ ใช้เพาะเชอื้ Mycobacterium ไม่ได้ ต้องใช้สารนำ้� หรอื ชิน้ เน้อื
4.1.7.2 สารน�้ำ (Aspirates) สิ่งสง่ ตรวจท่ีไดจ้ ากการดดู มคี ุณภาพดกี วา่ สวอบ ให้ทำ� ความสะอาด
ผวิ หนงั กอ่ นเจาะ แลว้ ตามดว้ ย 2% chlorhexidine gluconate in 70% alcohol ชน้ิ เนอ้ื (Tissue) ทใ่ี ชเ้ พาะเชอ้ื
เชน่ แพทย์ตอ้ งตดั ช้นิ เน้อื โดยเทคนคิ ปลอดเชือ้ (aseptic technique)
4.1.7.3 เสมหะ (Sputum) เป็นส่ิงส่งตรวจท่ีดี ส�ำหรับการวินิจฉัยโรคนิวโมเนีย แต่ต้องไม่มี
นำ้� ลายปนเปอ้ื น จงึ ควรตรวจคณุ ภาพ โดยการดูด้วยกล้องจลุ ทรรศนก์ ่อนการเพาะเช้ือ เสมหะท่ดี ีควรมเี ซลลบ์ ผุ วิ
(Squamous epithelial cell) น้อยกวา่ หรือเทา่ กับ 10 cells/LPF
4.1.7.4 ปัสสาวะ (Urine) เพาะเชื้อจากการเก็บช่วงกลาง (midstream collection) การเก็บ
โดยการสวนปัสสาวะ (catheterization) สำ� หรับ Foley catheter tip ไม่เหมาะส�ำหรับการเพาะเชื้อเพราะมกี าร
ปนเปื้อนของเชื้อจากเช้ือประจ�ำถ่ินในระบบทางเดินปัสสาวะ (urethral micro flora) หากจ�ำเป็นต้องเพาะเชื้อ
ไมต่ อ้ งทำ� colony count
ค่มู อื24 ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แิบลตั กิะาสราจธุลาชรีวณวทิ สยุขา
4.1.7.5 อุจจาระ (Feces/Stool) เหมาะส�ำหรบั เพาะเชือ้ มากวา่ rectal swabs มโี อกาสไดเ้ ชื้อ
กอ่ โรคมากกว่า สำ� หรับ rectal swabs ตอ้ งใส่ใน transport media เสมอ
4.1.7.6 Hemoculture ให้ทำ� ความสะอาดผวิ หนงั กอ่ นเจาะ แลว้ ตามดว้ ย 2% chlorhexidine
gluconate in 70% alcohol ปริมาณเลือดท่ีเก็บส�ำหรับผู้ป่วยผ้ใู หญห่ รือเดก็ ทีม่ นี �ำ้ หนกั ตวั ตั้งแต่ 36.5 กิโลกรมั
ข้ึนไป ให้เจาะเลือดได้ 8 - 10 มิลลิลิตร ต่ออาหาร 45 มิลลิลิตร ส�ำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีน้�ำหนักตัวต�่ำกว่า 36.5
กิโลกรัม ให้เจาะเลือด 1 - 3 มิลลิลิตร ต่ออาหาร 9 มิลลิลิตร โดยอัตราส่วนระหว่างเลือดและปริมาณอาหาร
ประมาณ 1:5 ถึง 1:10 (ปริมาณท่ีเหมาะสมจะมีค�ำแนะน�ำจากบริษัทผู้ผลิตท่ีบ่งชี้ไว้ข้างขวด) เพ่ือลดอัตราการ
ปนเปอื้ นควรใช้ 2% chlorhexidine gluconate in 70% alcohol ท�ำความสะอาดบรเิ วณจกุ ยาง หรอื อาจใช้
แอลกอฮอลล์ 70% ในการเช็ดจุกขวดเพาะเช้ือ ไม่แนะน�ำให้ใช้สารท่ีมี iodine เป็นส่วนประกอบเช็ดจุกยาง
เพราะอาจทำ� ใหจ้ กุ ยางเปลี่ยนสภาพได้ ท้งั นีไ้ ม่จ�ำเป็นต้องเปลี่ยนเขม็
4.1.8 น�ำส่งในภาชนะมีฝาปิดแน่นไม่มีการร่ัวไหล บรรจุภาชนะเก็บส่ิงตรวจในถุงพลาสติก เพ่ือป้องกัน
การแพรก่ ระจายเช้อื โดยเลือกใช้อาหารน�ำสง่ (transport media) ท่เี หมาะสม เช่น
4.1.8.1 Carry Blair ส�ำหรบั stool หรอื rectal swab
4.1.8.2 Stuart’s/ Amies w/o charcoal ส�ำหรบั สิง่ ส่งตรวจทุกชนิด
4.1.8.3 Thioglycolate สำ� หรับการเพาะเชอื้ anaerobe bacteria
4.1.8.4 Hemoculture media สำ� หรับเลอื ด
4.2 การตรวจรบั สิง่ สง่ ตรวจของหอ้ งปฏิบตั ิการ
ห้องปฏิบัติการต้องมีการก�ำหนดเกณฑ์การยอมรับหรือปฏิเสธส่ิงส่งตรวจที่ชัดเจน ครอบคลุมประเด็น
อยา่ งนอ้ ยต่อไปนี้
4.2.1 ความถูกต้องของข้อมูลผู้ป่วยในใบส่งตรวจและฉลากบนภาชนะ เช่น ชื่อ-นามสกุล HN อายุ
หน่วยงานทีส่ ง่ ตรวจ ชนิดสิง่ ส่งตรวจ รายการสง่ ตรวจ เปน็ ตน้
4.2.2 คุณภาพของส่ิงส่งตรวจ เช่น ปัสสาวะท่ีตั้งอุณหภูมิห้องนานน้อยกว่า 2 ช่ัวโมง เสมหะท่ีดีควรมี
เซลลบ์ ผุ ิว (squamous epithelial cell) นอ้ ยกว่าหรอื เท่ากับ 10 cells/LPF
4.2.3 ความถกู ต้องของชนิดสงิ่ ส่งตรวจและอาหารนำ� สง่ ทีใ่ ชแ้ ละวนั หมดอายุ
4.2.4 ความสมบรู ณข์ องภาชนะบรรจสุ ง่ิ สง่ ตรวจ ต้องไม่มีรอยแตกรว่ั ซมึ หก หรอื ปดิ ฝาไมส่ นทิ
4.3 การเกบ็ รักษาสิง่ สง่ ตรวจกอ่ นการวิเคราะห์
ห้องปฏิบัติการต้องมีวิธีการเก็บรักษาสิ่งส่งตรวจที่เหมาะสมและปลอดภัย ท้ังในกรณีช่วงก่อนการ
วเิ คราะห์ หรือสง่ ตรวจนอกเวลาทำ� การ หรือระหว่างรอสง่ ไปตรวจวเิ คราะห์ภายนอกโรงพยาบาล โดยระบุวธิ กี าร
เก็บรักษาส่ิงตรวจ ครอบคลุมถึงช่วงนอกเวลาท�ำการ หรือถ้าตรวจทันทีไม่ได้ ต้องมีวิธีการเก็บรักษาเหมาะสม
เช่น ปัสสาวะให้เก็บในตู้เย็น เสมหะจากผู้ใหญ่ให้เก็บในตู้เย็น ส่ิงส่งตรวจจากบริเวณท่ีไม่พบเช้ือประจ�ำถิ่น เช่น
น�ำ้ ในรา่ งกาย นำ�้ ไขสันหลัง (CSF) ขวด hemoculture ให้เกบ็ ทอี่ ุณหภูมหิ ้อง เปน็ ตน้ และระบวุ ิธกี ารเก็บรักษา
และการนำ� สง่ ส่งิ ส่งตรวจไปยงั หอ้ งปฏิบัติการภายนอกโรงพยาบาล
คมู่ อื 25มทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลัติกะาสราจธุลาชรวี ณวิทสยุขา
4.4 การเตรยี มสิ่งสง่ ตรวจเพอื่ ตรวจวเิ คราะห์
ห้องปฏิบัติการต้องมีวิธีการเตรียมส่ิงส่งตรวจที่เหมาะสม ปลอดภัย ถูกต้องตามหลักวิชาการ และ
สามารถสอบกลบั ได้ ดงั นี้
4.4.1 ระบุวิธีการช้ีบ่งสิ่งส่งตรวจท่ีจะน�ำไปตรวจให้ชัดเจน โดยต้องมีข้อมูลชี้บ่งท่ีสามารถสอบกลับได้
อยา่ งถูกต้อง เชน่
4.4.1.1 สไลด์ ระบชุ อื่ Lab Number และวันทีเ่ ตรียมสไลด์
4.4.1.2 Plate ระบุ Lab Number วนั ท่ีลง plate และชนดิ ส่งิ ส่งตรวจ
4.4.1.3 Biochem tube ระบุ Lab Number เปน็ อยา่ งนอ้ ย
4.4.2 ระบุวิธีเตรียม Smear เพ่ือย้อมสีหรือตรวจโดยตรงด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่ถูกต้อง ได้มาตรฐาน
เช่น Sputum AFB ต้องใช้ไม้ปลายหัก เลือกเฉพาะส่วนเน้ือเสมหะ smear แบบ repeated coiled ขนาด
ประมาณ 2 x 3 เซนติเมตร
4.4.3 ระบวุ ิธีการเตรยี มส่ิงส่งตรวจก่อนนำ� ไปเพาะเชื้อใน primary plate เชน่ CSF ต้องป่นั ดว้ ย sterile
technique กอ่ นน�ำไปเพาะเชอื้ (หรือ ทำ� smear)
4.4.3.1 ถา้ มปี ริมาณมากกวา่ 1 มลิ ลลิ ติ ร และใส ใหน้ ำ� ไปปน่ั แยก โดยใชค้ วามเรว็ 2,500 rpm
นาน 15 นาที ใช้ pasteur pipette ปราศจากเชื้อ ดูดน้�ำใสส่วนบนท้ิง เหลือตะกอนก้นหลอดประมาณ 0.5
มลิ ลลิ ิตร เขยา่ ผสมตะกอนด้วย vortex mixer เพอ่ื ใชย้ อ้ มและเพาะเชอื้ ต่อไป กรณี CSF ใหพ้ จิ ารณาจากปริมาณ
และรายการทดสอบ ถ้าเพยี งพอตอ่ การทดสอบไม่จำ� เป็นต้องป่ันตกตะกอน
4.4.3.2 ถ้ามปี รมิ าณน้อยกว่า 1 มิลลิลิตร หรือขุ่น ไมต่ อ้ งป่ัน ท�ำการเพาะเชอ้ื ได้เลย
หมายเหตุ ควรทำ� การเพาะเชอ้ื ทันที เมอ่ื ไดร้ ับส่ิงตรวจ แต่ถา้ ยงั ทำ� ไมไ่ ด้ให้เก็บในอุณหภมู ิห้อง
ห้ามเกบ็ ใส่ตเู้ ย็น
เอกสารอา้ งอิง
1. มาลัย วรจิตร, วันทนา ปวีณกิตติพร, สุวรรณา ตระกูลสมบูรณ์, สุรางค์ เดชศิริเลิศ. คู่มือการปฏิบัติงาน
แบคทเี รียและราส�ำหรับโรงพยาบาลศนู ยแ์ ละโรงพยาบาลทวั่ ไป. พมิ พ์ครั้งท่ี 1. กรุงเทพฯ: ธนาเพลส; 2557.
2. Clinical and Laboratory Standards Institute (CLSI). M100 Performance Standards for
Antimicrobial. Susceptibility Testing. 27th ed. Pennsylvania: CLSI; 2017.
3. International Organization for Standardization (ISO). ISO 15189:2012 Medical laboratories -
Requirements for quality and competence. 3rd ed. Geneva: ISO; 2012.
4. International Organization for Standardization (ISO). ISO/IEC 17043:2010 Conformity
assessment - General requirements for proficiency testing. Geneva: ISO; 2010.
5. World Health Organization. Laboratory quality management system: handbook. Geneva:
WHO; 2011.
คมู่ ือ26 มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลตั ิกะาสราจธลุ าชรีวณวิทสยุขา
บทท่ี 5
เทคนคิ การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร
5.1 การตรวจสิ่งสง่ ตรวจโดยตรง
5.2 การเพาะเชอ้ื จากเลือด
5.3 การเพาะเชอื้ จากนำ้� ไขสันหลงั และน�ำ้ จากสว่ นตา่ งๆ ของร่างกาย
5.4 การตรวจวนิ จิ ฉัย
5.5 การทดสอบความไวของเชือ้ ต่อยาตา้ นจุลชพี
5.6 การตรวจด้วยเทคนิคทางอณูชีววิทยา
5.7 เทคนคิ อืน่ ในการตรวจวนิ ิจฉยั จุลชพี โดยตรงจากสง่ิ ส่งตรวจ
คมู่ ือ 27ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แิบลัตกิะาสราจธลุ าชรีวณวิทสยุขา
5.1 การตรวจสง่ิ ส่งตรวจโดยตรง
การตรวจสิ่งตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เป็นวิธีการวินิจฉัยโรคติดเช้ืออย่างรวดเร็ว การตรวจทาง
กลอ้ งจลุ ทรรศนอ์ าจดสู ด เชน่ การตรวจสดในสารละลาย 10 - 30% Potassium hydroxide (KOH) การตรวจสด
ในอินเดียอิงค์ (India ink preparation) หรือท�ำการย้อมสีต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น ย้อมแกรม
เพื่อวินิจฉัยโรคติดเช้ือแบคทีเรีย ย้อม acid fast bacilli (AFB) เพ่ือวินิจฉัยการติดเช้ือมัยโคแบคทีเรีย
ยอ้ ม modified acid fast bacilli เพอื่ วนิ จิ ฉยั การตดิ เชอื้ Nocardia กบั Rhodococcus และวธิ ยี อ้ มสพี เิ ศษตา่ งๆ
(ดูรายละเอยี ดวิธยี ้อมและอา่ นผลในบทที่ 3 และบทที่ 5 คูม่ ือปฏิบัตงิ านแบคทีเรียและรา)
5.2 การเพาะเช้ือจากเลือด
เช้อื ท่เี ปน็ สาเหตุกอ่ โรคทีพ่ บบอ่ ย ไดแ้ ก่ เชื้อกลุ่ม Enterobacteriaceae, Staphylococcus aureus,
Pseudomonas spp., Streptococcus group A and non-group A Streptococcus, viridans group
Streptococcus, Streptococcus pneumoniae, Haemophilus influenzae, Enterococcus spp.,
Neisseria meningitidis และ Vibrio spp. เปน็ ต้น เชอื้ ประจำ� ถ่ิน เชน่ coagulase negative Staphylococci
อาจเป็นสาเหตทุ ่ีทำ� ใหเ้ กิดการติดเชอ้ื ในผู้ป่วยทใี่ สส่ ายต่างๆ เข้าไปในร่างกาย ผปู้ ว่ ยมะเรง็ ผปู้ ่วยเบาหวาน ผปู้ ว่ ย
ท่ีมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภาวะเม็ดเลือดขาวต�่ำ เป็นต้น การพิจารณาว่าเป็นเชื้อก่อโรคหรือปนเปื้อนจะ
พิจารณาร่วมกับอาการทางคลินิกของคนไข้ ระยะเวลาการเจริญเติบโตของเช้ือที่ให้ผลบวกในแต่ละขวด จ�ำนวน
ขวดท่ีให้ผลบวก และแบบแผนความไวของสารต้านจุลชีพของแต่ละขวด การเพาะเชื้อจากเลือดจึงเป็นการ
วินิจฉัยท่ีต้องค�ำนึงถึงความถูกต้อง การรายงานผลท่ีรวดเร็วเป็นแนวทางส�ำหรับแพทย์ในการเลือกใช้สารต้าน
จลุ ชพี ทเ่ี หมาะสมส�ำหรบั ผปู้ ว่ ย
5.2.1 การเพาะเชื้อจากเลือดด้วยวิธีทั่วไป (Conventional method) การเตรียมอาหารเล้ียงเช้ืออาจ
ใช้ brain heart infusion (BHI) broth, tryptic soy broth (TSB) ท่เี ติมสารป้องกนั การแขง็ ตวั ของเลือด 0.05%
sodium polyanethol sulfonate (SPS) ปริมาณเลือดที่เก็บส�ำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่หรือเด็กท่ีมีน้�ำหนักตัวตั้งแต่
36.5 กิโลกรัมข้ึนไป ใหเ้ จาะเลือด 8 - 10 มลิ ลลิ ิตร ตอ่ อาหาร 45 มลิ ลิลิตร ส�ำหรับผ้ปู ว่ ยเดก็ ทม่ี ีน้ำ� หนกั ตัวตำ่� กว่า
36.5 กิโลกรมั ใหเ้ จาะเลือด 1 - 3 มิลลลิ ิตร ต่ออาหาร 9 มลิ ลลิ ิตร โดยอตั ราส่วนระหว่างเลอื ดและปริมาณอาหาร
ประมาณ 1:5 ถงึ 1:10 (ปรมิ าณทเ่ี หมาะสมจะมคี ำ� แนะนำ� จากบรษิ ทั ผผู้ ลติ ทบ่ี ง่ ชไ้ี วข้ า้ งขวด) นำ� ขวด hemoculture
อบทอี่ ณุ หภมู ิ 35 – 37 ๐C นาน 7 วนั ทำ� การเพาะเชอ้ื หลงั อบขวดขา้ มคนื และรายงานผลเบอ้ื งตน้ หากเชอื้ ยงั ไมข่ น้ึ
ให้สังเกตดูการเจริญของเชื้อทุกวัน ขวดที่มีการเจริญของเช้ือจะมีลักษณะต่อไปนี้ คือ อาหารเล้ียงเชื้อมีความขุ่น
บริเวณผิวหน้าหรือขุ่นทั้งขวด มีการแตกท�ำลายของเม็ดเลือดแดง มีเม็ดสีขาวเล็กๆ อยู่บนผิวหน้า หรืออยู่เหนือ
ช้ันเม็ดเลือด ขวดอาหารเล้ียงเช้ือมีฟองก๊าซ หรือก้อน clot หรือมีก้อนคล้ายส�ำลี ในกรณีที่พบลักษณะ
ดังกล่าว ให้เพาะเชื้อทันทีบน chocolate agar (CA), blood agar (BA) และ macconkey agar (MAC)
อบ plate CA ในบรรยากาศ 5 - 10% CO2 ท่ีอุณหภูมิ 35 - 37 ๐C นาน 2 - 3 วนั สำ� หรบั BA และ MAC อบท่ี
อุณหภมู ิ 35 - 37 ๐C นาน 2 - 3 วนั พรอ้ มกบั ป้ายลงสไลดท์ �ำการย้อมแกรม
คูม่ ือ28 ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลัติกะาสราจธุลาชรวี ณวิทสยุขา
5.2.2 การเพาะเชื้อจากเลือดด้วยระบบก่ึงอัตโนมัติ (Continuously monitored automated
blood culture system) ปริมาณเลอื ดต่อขวดประมาณ 5 - 8 มิลลลิ ิตร ปริมาณทเี่ หมาะสมจะมีคำ� แนะน�ำจาก
บริษัทผู้ผลิตท่ีบ่งชี้ไว้ข้างขวด น�ำขวดใส่เครื่องเพาะเช้ือท่ีอุณหภูมิ 35 - 37 ๐C เคร่ืองจะท�ำการตรวจอัตโนมัติ
อยา่ งต่อเน่ือง ตามหลกั การทแี่ ตกตา่ งกันไปของแตล่ ะบริษัท ระยะเวลาในการอบขวดเพาะเชอ้ื ภายใน 5 วนั ไมม่ ี
ความจ�ำเป็นท่ีต้องอบเพาะเชื้อเกิน 5 วัน ยกเว้น เช้ือรา ระยะเวลาจะเกิน 5 วัน ส�ำหรับเช้ือที่สงสัยในกลุ่ม
HACEK, Brucella, Capnocytophaga และ Campylobacter และไม่มีความจ�ำเป็นในการท�ำ blind
subculture เมอื่ พบการเจรญิ ของเชอ้ื ระบบจะมกี ารแจง้ เตอื น (alarm) ผา่ นหนา้ จอ monitor นำ� ขวดทใ่ี หผ้ ลบวก
ออกมาท�ำการ subculture และย้อมแกรม พร้อมท้ังโทรแจ้งผลเบื้องต้น และออกใบรายงานผลเป็นลายลักษณ์
อักษรตามไปด้วยทกุ คร้ัง
หมายเหตุ เพ่อื ลดอัตราการปนเป้อื นควรใช้ 2% chlorhexidine gluconate in 70% alcohol ท�ำความสะอาด
บรเิ วณจุกยาง หรอื อาจใช้แอลกอฮอลล์ 70% ในการเชด็ จกุ ขวดเพาะเชือ้ ไม่แนะน�ำใหใ้ ช้สารทมี่ ีไอโอดีนเปน็ ส่วน
ประกอบเชด็ จกุ ยางเพราะอาจทำ� ใหจ้ ุกยางเปล่ียนสภาพได้
5.3 การเพาะเชื้อจากนำ้� ไขสนั หลังและนำ้� จากส่วนตา่ งๆ ของรา่ งกาย
เชอื้ แบคทเี รยี ทพ่ี บเปน็ สาเหตขุ องการตดิ เชอื้ ในระบบประสาทสว่ นกลาง มคี วามสมั พนั ธก์ บั อายขุ องผปู้ ว่ ย
ดงั ตาราง 5.1
ตารางท่ี 5.1 ตวั อย่างเชอ้ื แบคทีเรยี ท่ีพบเปน็ สาเหตขุ องการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง
เด็กแรกคลอด อายุของผู้ป่วย เช้ือแบคทเี รีย
Escherichia coli
Streptococcus agalactiae
Listeria monocytogenes
เด็กอายุตำ่� กว่า 2 เดือน Streptococcus agalactiae
Listeria monocytogenes
Escherichia coli
เด็กอายตุ ่�ำกว่า 10 ปี Hemophilus influenzae
Neisseria meningitidis
Streptococcus pneumoniae
เดก็ ทม่ี อี ายมุ ากกวา่ 10 ปแี ละผู้ใหญ่ Streptococcus pneumoniae
Streptococcus suis
Neisseria meningitidis
เด็กท่มี ีอายมุ ากกว่า 10 ปแี ละผใู้ หญ่ Gram negative bacilli
Listeria monocytogenes
คู่มอื 29ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แิบลัตกิะาสราจธลุ าชรีวณวิทสยุขา
วิธปี ฏบิ ัติงาน
1. ตรวจดูลกั ษณะและปรมิ าณของ CSF
1.1 ถ้ามีเลอื ดปะปนหรอื มคี วามขุน่ ให้บนั ทึกไว้
1.2 ถา้ มปี ริมาณมากกวา่ 1 มิลลิลิตร และใส ใหน้ �ำไปปน่ั แยก โดยใชค้ วามเร็ว 2,500 rpm นาน 15
นาที ใช้ pasteur pipette ปราศจากเชือ้ ดูดนำ�้ ใสสว่ นบนท้ิง เหลือตะกอนก้นหลอดประมาณ 0.5 มลิ ลลิ ิตร เขย่า
ผสมตะกอนดว้ ย vortex mixer เพือ่ ใช้ย้อมและเพาะเช้อื ตอ่ ไป กรณี CSF มีปรมิ าณเพียงพอต่อการทดสอบ หรอื
มปี รมิ าณน้อยกว่า 1 มลิ ลลิ ิตร หรือขุ่น ไมต่ อ้ งปั่น ทำ� การเพาะเชือ้ ไดเ้ ลย
2. ใช้ pasteur pipette ปราศจากเชอื้ ดดู CSF หยดลงบน BA, CA, MAC plate ละ 1 หยด ส่วนทเ่ี หลอื
ใส่ใน FTM และท�ำ smear บน slide เพือ่ ย้อมแกรม โดยทำ� การตรวจให้เร็วทีส่ ดุ
3. streak plate ทั้ง 3 ชนิด น�ำไปบ่มที่อุณหภูมิ 35 + 2 ๐C นาน 3 วัน โดย BA และ CA บ่มใน
บรรยากาศ 5 - 10% CO2 สำ� หรับ FTM ใหบ้ ม่ ทอี่ ุณหภูมิ 35 + 2 oC นาน 7 วัน
หมายเหตุ ควรท�ำการเพาะเชือ้ ทันที เมือ่ ไดร้ บั สิง่ ตรวจ แตถ่ า้ ยังท�ำไม่ได้ใหเ้ กบ็ ในอณุ หภูมหิ ้อง
หา้ มเกบ็ ใส่ตเู้ ยน็
ตารางที่ 5.2 ตวั อยา่ งเชอ้ื แบคทเี รยี ทพี่ บเปน็ สาเหตขุ องการตดิ เชอ้ื แบง่ ตามประเภทนำ�้ จากสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกาย
นำ�้ จากสว่ นต่างๆของรา่ งกาย เช้อื แบคทเี รยี
น้�ำจากขอ้ (joint/synovial fluid) Staphylococcus aureus
Group A beta-hemolytic streptococci (GAS)
Group B beta-hemolytic streptococci (GBS)
Streptococcus pneumoniae
Enterococcus spp.
Other streptococci
Haemophilus influenzae
Enterobacteriaceae
Neisseria gonorrhoeae
Moraxella osloensis
Corynebacterium spp.
น�้ำจากเยอ่ื หุม้ ปอด (pleural fluid) Mycobacterium spp.
Streptococcus pneumoniae
Haemophilus influenzae
Staphylococcus aureus
Enterobacteriaceae
Non-fermentative Gram-negative bacilli
Other streptococci
Mycobacterium tuberculosis และ Nocardia spp.
คู่มอื30 ทมาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แิบลัติกะาสราจธุลาชรวี ณวิทสยุขา
น้�ำจากส่วนตา่ งๆของร่างกาย เช้ือแบคทีเรีย
นำ�้ จากเย่ือบชุ ่องทอ้ ง Enterobacteriaceae
(peritoneal fluid) Enterococcus spp.
Staphylococcus aureus
Coagulase negative staphylococci (CoNS)
Streptococcus pneumoniae
Group A streptococcus
Haemophilus spp.
Anaerobic bacteria
Non-fermentative Gram-negative bacilli
หมายเหตุ ควรท�ำการเพาะเชือ้ ทนั ที เม่อื ไดร้ บั สิง่ ตรวจ แต่ถา้ ยงั ทำ� ไมไ่ ดใ้ ห้เกบ็ ในอณุ หภูมิห้อง หา้ มเกบ็ ใส่ตู้เยน็
วิธปี ฏบิ ตั งิ าน
ใช้หลักการและวิธีการตรวจเช่นเดียวกับการเพาะเช้ือในน้�ำไขสันหลัง โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติม ในกรณี
เก็บส่ิงส่งตรวจไม่สามารถส่งห้องปฏิบัติการได้ทันที สามารถฉีด Sterile body fluid 5 มิลลิลิตร ใส่ในขวด
hemoculture ได้
หมายเหตุ
1. FTM ควรอบจนครบ 7 วนั ดกู ารเจรญิ ทกุ วัน ถา้ มคี วามข่นุ ในส่วนลา่ ง อาจเปน็ anaerobic bacteria
ใหน้ ำ� มาย้อมสแี กรม และเพาะบน BA ในบรรยากาศ CO2 35 + 2 ๐C นาน 2 วนั ถา้ ไมม่ เี ช้ือขึ้น ให้รายงานผล
การยอ้ มแกรมพร้อมรูปรา่ งและสง่ เพาะเช้ือ anaerobic bacteria ตอ่ ไป
2. ควรดูความสอดคลอ้ งของผล เพาะเชือ้ ทีไ่ ด้สัมพนั ธ์กับการย้อมแกรมหรือไม่
3. ในรายที่สงสยั เชอ้ื ราให้เกบ็ plate อย่างนอ้ ย 1 สัปดาห์
4. ควรเกบ็ สไลดท์ ยี่ ้อมแกรม เพ่อื ใช้ในการทวนสอบผล และสิง่ ส่งตรวจไวร้ ะยะหน่งึ ในกรณีทแ่ี พทย์อาจ
ขอเพิ่มรายการทดสอบ
5. เกบ็ CSF ท่ีอุณหภูมิ 4 ๐C เพ่ือใช้ในกรณที ่ีแพทย์ส่งั ตรวจ PCR เพ่มิ
5.4 การตรวจวินิจฉยั
การวนิ จิ ฉยั เชอ้ื แบคทเี รยี และเชอ้ื รากอ่ โรค ทไี่ ดจ้ ากการเพาะเชอ้ื จากสง่ิ สง่ ตรวจนน้ั สามารถทำ� ไดห้ ลายวธิ ี
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้การวินิจฉัยชนิดของเชื้อด้วยการทดสอบทางชีวเคมี (Biochemical test) เป็นหลัก
ซง่ึ ระดบั ของการวนิ จิ ฉยั จะขน้ึ อยกู่ บั จำ� นวนของการทดสอบทแ่ี ตล่ ะหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเลอื กใช้ ทำ� ใหม้ คี วามหลากหลาย
ของผลการวินิจฉัยในแต่ละห้องปฏิบัติการ ดังน้ัน เพ่ือให้การวินิจฉัยเชื้อเป็นไปอย่างมีระบบ และสอดคล้องกับ
การทดสอบและแปลผลการทดสอบความไวต่อสารต้านจุลชีพท่ีถูกต้องและมีมาตรฐาน จึงก�ำหนดระดับ (genus
หรือ species) ของการวนิ ิจฉยั เช้ือแบคทเี รยี และเช้อื รากอ่ โรค ไวด้ งั นี้
คู่มอื 31มทาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แิบลตั กิะาสราจธลุ าชรีวณวทิ สยุขา
5.4.1 แบคทีเรยี แกรมบวกรูปกลม (Gram positive cocci)
ระดบั สปีชีส์ (Species level)
Staphylococcus aureus
Staphylococcus lugdunensis
Staphylococcus pseudintermedius
Rothia mucilaginosa
Streptococcus pneumoniae
ระดบั จนี สั (Genus level) หรอื กลุ่มของเชอ้ื
Coagulase negative staphylococci (CoNS)
Micrococcus spp.
Enterococcus spp. (ยกเว้น กรณดี ้ือตอ่ ยา Vancomycin ต้องวนิ ิจฉัยแยกสปชี สี ์ให้ไดว้ า่ เปน็
E. faecalis หรือ E. faecium)
Beta-hemolytic streptococci (large colony)
Viridans Streptococci/Beta-hemolytic streptococci (small colony)
Abiotrophia/ Granulicatella spp.
Aerococcus spp.
Gemella spp.
Lactococcus spp.
Leuconostoc spp.
Pediococcus spp.
5.4.2 แบคทเี รยี แกรมบวกรูปแทง่ ทีส่ ร้างสปอร์ (Spore forming gram positive bacilli)
ระดับสปชี สี ์ (Species level)
Bacillus anthracis
ระดับจีนัส (Genus level) หรอื กล่มุ ของเชอื้
Bacillus spp. (ท่ีไม่ใช่ B. anthracis)
5.4.3 แบคทเี รียแกรมบวกรปู แท่ง ที่ไมส่ รา้ งสปอร์ (Non-spore forming gram positive bacilli)
ระดับสปีชสี ์ (Species level)
Corynebacterium diphtheriae
Erysipelothrix rhusiopathiae
Listeria monocytogenes
ระดับจีนสั (Genus level) หรือกลมุ่ ของเช้ือ
Corynebacterium spp. (ทไ่ี ม่ใช่ C. diphtheriae) / Coryneform
Lactobacillus spp.
ค่มู ือ32 ทมาาตงรกฐาารนแหพอ้ งทปยฏ์แบิ ลัตกิะาสราจธลุ าชรีวณวทิ สยุขา
5.4.4 แบคทีเรยี แกรมลบรูปกลม (Gram negative cocci)
ระดับสปชี ีส์ (Species level)
Neisseria gonorrhoeae
Neisseria meningitidis
ระดบั จีนัส (Genus level) หรือกล่มุ ของเชือ้
Neisseria spp. (ที่ไมใ่ ช่ N. gonorrhoeae หรอื N. meningitidis)
5.4.5 แบคทีเรียแกรมลบรปู แทง่ (Gram negative bacilli)
ระดับสปีชีส์ (Species level)
Escherichia coli
Klebsiella pneumoniae
Klebsiella oxytoca
Proteus mirabilis
Moraxella catarrhalis
Pseudomonas aeruginosa
Acinetobacter baumannii
Burkholderia cepacia complex
Burkholderia pseudomallei
Burkholderia mallei
Stenotrophomonas maltophilia
Campylobacter jejuni/coli
Helicobacter pylori
Yersinia pestis
Francisella tularensis
ระดบั จีนัส (Genus level) หรือกลุ่มของเชอื้
Aeromonas spp.
Brucella spp.
Salmonella spp.
Shigella spp.
Other Enterobacteriaceae
Acinetobacter spp. (ท่ไี มใ่ ช่ A. baumannii)
HACEK group
Vibrio spp.
Pasteurella spp.
Non-fermentative bacilli (NFB)
คู่มอื 33มทาาตงรกฐาารนแหพ้องทปยฏ์แบิ ลตั ิกะาสราจธลุ าชรวี ณวทิ สยุขา