ค่มู ือแนวทางปฏิบัตงิ านวทิ ยาศาสตรก์ ารบรกิ ารโลหิต
จัดพิมพ์โดย :
สภาเทคนิคการแพทย์
ช้นั 6,10 อาคารสภาวชิ าชีพ ปากซอยสาธารณสขุ 8
กระทรวงสาธารณสุข ถนนตวิ านนท์ ตำ� บลตลาดขวัญ
อ�ำเภอเมือง จงั หวัดนนทบรุ ี 11000
โทรศพั ท์ 092-8498510 โทรสาร 0-2580-0229
Email: [email protected]
Website: http://www.mtc.or.th/www.mtcouncil.org
พมิ พ์ครง้ั ท่ี 1 สงิ หาคม 2561
จ�ำนวน 2,000 เลม่
ISBN : 978-616-92843-2-1
ออกแบบปกโดย ผูช้ ่วยศาสตราจารยเ์ อกกมล โรจนจ์ ิรนนั ท์
คณะศิลปกรรมการและการออกแบบ
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าพระนครเหนอื กรุงเทพฯ
สงวนลิขสทิ ธติ์ ามพระราชบญั ญตั ลิ ขิ สทิ ธิ์ พ.ศ. 2537 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เตมิ
พมิ พท์ ี ่ P.S.Service เลขท่ี 1 ซอยปราโมทย์ 3 ถนนสีลม เขตบางรกั
แขวงสรุ ิวงศ์ กรุงเทพฯ 10150
1
คู่มือแนวทางปฏบิ ตั งิ าน
วทิ ยาศาสตร์การบริการโลหิต
สภาเทคนคิ การแพทย์
2
ค�ำน�ำ
ปัจจุบันการท�ำงานในงานธนาคารเลือดมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก
มเี ทคโนโลยใี หมๆ่ ชว่ ยลดขนั้ ตอนและเวลาในการปฏบิ ตั งิ าน มรี ะบบสารสนเทศ
ที่ช่วยป้องกันความผิดพลาด อย่างไรก็ตาม ยังพบรายงานความผิดพลาดจาก
การเตรยี มเลือดให้ผู้ป่วยเกดิ ข้ึน
สภาเทคนิคการแพทย์ได้แต่งต้ังคณะท�ำงานข้ึน เพื่อจัดท�ำ “คู่มือ
แนวทางปฏิบัติงานวิทยาศาสตร์การบริการโลหิต” ส�ำหรับผู้ปฏิบัติงานใน
งานธนาคารเลอื ด จะไดม้ คี มู่ อื ใชเ้ ปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั งิ าน โดยคณะทำ� งาน
ได้เขียนรวบรวมจากต�ำราทางวิชาการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลร่วมกับ
ประสบการณ์ในการท�ำงาน เพ่ือให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติงานธนาคารเลือด
ในประเทศไทย เนือ้ หาประกอบดว้ ย การเตรียมเลือดใหผ้ ูป้ ว่ ยทวั่ ไปและผปู้ ่วย
เดก็ แนวทางการแกป้ ัญหาเมื่อเกดิ ปฏกิ ริ ิยาหลังการใหเ้ ลือด และการควบคมุ
คณุ ภาพในงานธนาคารเลอื ด
คณะท�ำงานหวังเป็นอย่างย่ิงว่า คู่มือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ
ผู้ท�ำงานในงานธนาคารเลือดเพ่ือเตรียมเลือดและส่วนประกอบของเลือดให้
ผปู้ ว่ ย ชว่ ยเพมิ่ พนู ความรู้ ชว่ ยใหก้ ารทำ� งานมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ และใชเ้ ปน็
แนวทางในการปฏิบัตงิ าน เพ่ือช่วยป้องกันและแกป้ ัญหาความผดิ พลาดทอ่ี าจ
เกิดขึ้น และท้ายสุดเพื่อผู้ป่วยจะได้รับความปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด
จากการได้รบั เลอื ด
ทนพญ. ทัศนีย์ สกุลด�ำรงคพ์ านชิ
3
คํานยิ ม
“คมู ือแนวทางปฏิบัติงานวิทยาศาสตรการบริการโลหิต” สําหรับ
เทคนคิ การแพทย เปนผลงานที่คณะอนุกรรมการ พัฒนาวชิ าการ สภาเทคนคิ
การแพทย วาระ 2557-2560 ไดดําเนินการจัดทํา โดยไดรับการสนับสนุน
จากผู้ทรงคุณวุฒิท่ีมี ความรู ความสามารถ เปนที่ยอมรับในวิชาการและ
การปฏิบัติวิชาชีพ รวมดําเนินการพัฒนา มีจุดมุงหมายใหผูประกอบ วิชาชีพ
เทคนิคการแพทย ไดเรียนรู และนําไปปรับใชในการบริการดานงานวิทยา
ศาสตรก์ ารบรกิ ารโลหติ ไดอ ยา งมคี ณุ ภาพ และเกดิ ประสทิ ธภิ าพตอ ผรู บั บรกิ าร
และระบบบริการ อันเปนบทบาทสําคัญของนักเทคนิคการแพทยตอความ
ปลอดภัยของผรู บั บริการ
สภาเทคนิคการแพทย์ ขอขอบคุณผู้ที่เก่ียวข้องทุกฝ่ายและหวังเป็น
อยา่ งยงิ่ วา่ “คมู่ อื แนวทางปฏบิ ตั งิ านวทิ ยาศาสตรก์ ารบรกิ ารโลหติ ” สำ� หรบั
เทคนคิ การแพทย์ ฉบับนี้ จะเป็นประโยชนอ์ ยา่ งยิ่งในการธ�ำรงไวซ้ ่งึ มาตรฐาน
คณุ ภาพการบรกิ ารเทคนคิ การแพทย์ ดา้ นวทิ ยาศาสตรก์ ารบรกิ ารโลหติ สบื ไป
รองศาสตราจารย์ ทนพ. สมชาย วิริยะยทุ ธกร
นายกสภาเทคนิคการแพทย์
4
คณะท�ำงานจัดทำ�
คมู่ ือแนวทางปฏิบตั ิงานวทิ ยาศาสตร์การบริการโลหติ
1. ทนพญ. ทศั นีย์ สกลุ ด�ำรงคพ์ านิช ประธานคณะท�ำงาน
2. ทนพญ. อาภรณ์ หงษย์ ันตรชัย คณะทำ� งาน
3. รศ.ดร.ทนพญ. อมรรัตน์ รม่ พฤกษ์ คณะท�ำงาน
4. รศ.ดร.ทนพญ. รัชนา ศานติยานนท์ คณะท�ำงาน
5. ทนพญ. จรยิ า สายพิณ คณะทำ� งาน
6. ผศ.ดร.ทนพญ. วรางคณา จุ้งลก คณะทา� งาน
7. รศ.ดร.ทนพญ. ปรียานาถ วงศจ์ นั ทร์ คณะทา� งานและเลขานกุ าร
คณะอนุกรรมการพฒั นาวิชาการ
1. รศ.ดร. ทนพญ. รชั นา ศานตยิ านนท์ ประธานอนุกรรมการ
2. ทนพ. บุญชว่ ย เอีย่ มโภคลาภ อนุกรรมการ
3. ผศ.ทนพ. พศิ ิษฐ์ นามจนั ทรา อนุกรรมการ
4. ทนพ. ยงยทุ ธ โฆธพิ นั ธ ์ อนกุ รรมการ
5. รศ.ดร.ทนพญ. ปรียานาถ วงศจ์ นั ทร์ อนุกรรมการ
6. ผศ.พอ.ดร.ทนพญ. ภสั รา อาณัติ อนกุ รรมการ
7. รศ.ทนพญ. อิสยา จนั ทรว์ ทิ ยานุชติ อนุกรรมการและเลขานกุ าร
5
สารบญั
เนือ้ หา หนา้
บทท่ี 1 กระบวนการเตรยี มเลือดทเ่ี หมาะสมใหผ้ ปู้ ่วย 9
การเตรยี มเลอื ดผู้บรจิ าคโลหิต 9
ขนั้ ตอนการเตรยี มเลอื ดให้ผูป้ ่วย 9
แนวปฏิบตั ขิ ้ันตอนการเตรียมเลอื ดให้ผปู้ ว่ ย 10
การกรอกแบบฟอร์มใบขอเลือด 10
การช้บี ง่ ผปู้ ว่ ยและการเจาะเลอื ดผปู้ ่วย 11
การตรวจสอบความถูกตอ้ ง การลงทะเบียนรบั และปฏิเสธตวั อย่างเลือด 12
การทดสอบตา่ งๆ กอ่ นการเตรยี มเลือดใหผ้ ู้ปว่ ย 12
การเลอื กเลอื ดและสว่ นประกอบเลือดให้ผู้ปว่ ย 14
การตรวจความเข้ากันไดข้ องเลือดแบบ saline technique 18
Indirect antiglobulin crossmatch 18
Immediate spin crossmatch 19
แนวปฏบิ ัตกิ ารทำ� type and screen crossmatch 20
การเตรียมใบคลอ้ งเลอื ด การตดิ ฉลาก และคลอ้ งถุงเลือดส�ำหรบั ใหผ้ ู้ป่วย 21
การตรวจสอบหม่เู ลือดซำ้� กรณีไม่มีข้อมูลประวตั หิ มู่เลอื ดมากอ่ น 22
การจา่ ยเลือดให้ผปู้ ว่ ย 22
การเกบ็ ตัวอยา่ งเลือดหลังการตรวจวเิ คราะห ์ 23
แนวปฏิบตั กิ ระบวนการเตรยี มส่วนประกอบของเลือดใหผ้ ู้ปว่ ยภาวะปกต ิ 24
การขอใช้เลือดกรณฉี กุ เฉนิ 26
แนวปฏิบัตกิ ระบวนการเตรียมสว่ นประกอบของเลือด 27
ให้ผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน 28
การขอใชเ้ ลอื ดแบบ Massive transfusion 28
แนวทางและหลกั เกณฑใ์ นการใหเ้ ลอื ดผู้ป่วยหลงั จากไดร้ ับเลือดตา่ งหม ู่
6
เนื้อหา หน้า
บทท่ี 2 การใหเ้ ลือดในเดก็ 30
การให้เม็ดเลือดแดงแกท่ ารกชว่ งอายตุ ่างๆ 32
- ทารกในครรภ์ 31
- ทารกแรกเกดิ 32
- ทารกอายมุ ากกว่า 1 เดือน – 4 เดือน 37
- ทารกอายมุ ากกวา่ 4 เดือน – 1 ปี 38
- เด็กอายมุ ากกวา่ 1 ปี 39
การให้พลาสมา 39
การให้เกลด็ เลือด 40
บทท่ี 3 ปฏกิ ริ ยิ าหลงั การใหเ้ ลือดและการแก้ไข 50
ข้อปฏิบัติเมอื่ สงสัยวา่ ผ้ปู ว่ ยเกดิ transfusion reaction 50
การตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ ตรวจหาสาเหตุของ transfusion reaction 50
ขน้ั ตอนการรายงานคณะกรรมการเฝา้ ระวัง 53
ความปลอดภยั ของโลหิตระดับชาติ
ชนดิ ของภาวะแทรกซ้อนหลังการรับเลอื ด สาเหตุ และแนวทางการตรวจสอบ 54
บทที่ 4 การควบคุมคณุ ภาพ 57
การควบคุมคณุ ภาพเครือ่ งมอื 57
แนวทางปฏิบัติในการควบคุมคุณภาพของเครอ่ื งมอื 59
ท่ีใช้ประจำ� ในงานธนาคารเลือด 62
การควบคุมคณุ ภาพน�ำ้ ยาตรวจหมู่เลอื ด 63
มาตรฐานน้�ำยาตรวจหม่เู ลอื ด 64
การควบคุมคุณภาพนำ้� ยาประจำ� วนั 66
การควบคุมคณุ ภาพเทคนิคการทดสอบ
7
บันทกึ
8
บทที่ 1
กระบวนการเตรยี มเลือดทีเ่ หมาะสมให้ผปู้ ่วย
การตรวจความเข้ากันได้ของเลือด เป็นการทดสอบปฏิกิริยาระหว่างแอนติเจนบน
เมด็ เลือดแดงผู้บริจาคและแอนตบิ อดใี นซรี มั ผ้ปู ว่ ย (major crossmatch) หรือ ทดสอบ
ปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งแอนตเิ จนบนเมด็ เลอื ดแดงผปู้ ว่ ยและแอนตบิ อดใี นซรี มั ผบู้ รจิ าค (minor
crossmatch) มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ปอ้ งกนั การแตกทำ� ลายของเมด็ เลอื ดแดงทเ่ี ปน็ ผลจาก
มีแอนติบอดีจ�ำเพาะต่อแอนติเจนบนผิวเม็ดเลือดแดง ซึ่งส่งผลท�ำให้เกิดปฏิกิริยาทาง
คลนิ ิก (immune-mediated hemolytic transfusion reaction)
กระบวนการขอใชเ้ ลือดและการทดสอบต่างๆ เพ่ือเตรียมเลอื ดใหผ้ ้ปู ว่ ย
I. การเตรยี มเลือดผบู้ รจิ าคโลหติ
โลหติ ผบู้ รจิ าคทเี่ ปน็ ผลติ ภณั ฑช์ นดิ เมด็ เลอื ดแดงทกุ ถงุ ทง้ั ทโ่ี รงพยาบาลเจาะเกบ็ เอง
หรอื ไดร้ บั จากศนู ยบ์ รกิ ารโลหติ แหง่ ชาติ หรอื ภาคบรกิ ารโลหติ แหง่ ชาติ สภากาชาดไทย
ตอ้ งไดร้ บั การตรวจยืนยนั หม่เู ลือดระบบ ABO และ Rh (แอนตเิ จน RhD เฉพาะในกรณี
RhD negative) จากสายถงุ เลอื ดทุกถงุ ก่อนน�ำไปเกบ็ ในตู้เยน็ พรอ้ มใช้งาน เพ่อื ให้มน่ั ใจ
ว่าหมเู่ ลือดถูกตอ้ งและตรงกับทร่ี ะบไุ ว้บนถุงเลอื ด
II. ขั้นตอนการเตรยี มเลอื ดให้ผู้ป่วย
1. การกรอกแบบฟอรม์ ใบขอเลอื ด
2. การชี้บง่ ผูป้ ว่ ยและการเจาะเลือดผปู้ ว่ ย
3. การตรวจสอบความถกู ตอ้ ง การลงทะเบียนรบั และปฏเิ สธตัวอยา่ งเลือด
4. การค้นประวตั ิผปู้ ่วย
5. การทดสอบต่างๆ ก่อนการเตรยี มเลอื ดให้ผ้ปู ่วย
6. การเลือกเลือดและส่วนประกอบของเลอื ดให้ผ้ปู ว่ ย (pre-transfusion test)
7. การตรวจความเข้ากันไดข้ องเลือด (crossmatch)
8. การเตรียมใบคล้องเลอื ด การตดิ ฉลากและคล้องถุงเลอื ดสำ� หรบั ใหผ้ ปู้ ว่ ย
9. การตรวจสอบหม่เู ลอื ดซ�้ำ กรณีไมม่ ขี ้อมูลประวัติหม่เู ลอื ดมากอ่ น
9
10. การจา่ ยเลอื ดใหผ้ ู้ป่วย
11. การเก็บตวั อยา่ งเลือดหลังการตรวจวเิ คราะห์
แนวปฏิบตั ขิ ั้นตอนการเตรียมเลือดใหผ้ ูป้ ่วย
1. การกรอกแบบฟอร์มใบขอเลอื ด
ขอ้ มลู ตา่ งๆ ท่ตี ้องระบุในแบบฟอร์มใบขอเลือด (Request for transfusion)
1.1 ขอ้ มูลท่ีจำ� เปน็ ต้องมีในแบบฟอร์มใบขอเลือด คอื
1.1.1 ชื่อ-สกุล อายุ เพศ เลขประจ�ำตัวโรงพยาบาลของผู้ป่วย (hospital
Number: HN)
1.1.2 การวินิจฉยั โรคผู้ปว่ ย (diagnosis)
1.1.3 ชนิดและปรมิ าณของเลอื ดหรอื ส่วนประกอบเลือดท่ีต้องการใหผ้ ู้ปว่ ย
1.1.4 วนั /เวลาท่ตี อ้ งการใช้
1.1.5 ประวัติของการได้รบั เลือด/ประวัติการต้ังครรภ์
1.1.6 ข้อบ่งใช้ทางคลินิก เช่น type of operation, clinical information
and indications เปน็ ต้น
1.1.7 ชอื่ แพทย์ผู้ขอ
1.1.8 ชอื่ ผเู้ จาะเลอื ด และวนั เวลาทเี่ จาะเลอื ด เพอ่ื ใหม้ น่ั ใจวา่ ไดต้ รวจสอบแลว้
และสามารถใชต้ รวจสอบยอ้ นหลงั ในกรณที ม่ี ปี ญั หา
1.2 การขอใชส้ ว่ นประกอบเลอื ดแบบพเิ ศษตา่ งๆ เชน่ irradiated blood, filtered
blood, cytomegalovirus (CMV)-negative blood, low volume platelet เป็นต้น
หมายเหตุ
1. ใบขอเลอื ดตอ้ งมขี ้อมูลถกู ต้อง อา่ นงา่ ย ชัดเจน
2. ใบขอเลอื ดท่ีมขี ้อมลู ไมค่ รบถว้ น ไมช่ ดั เจน หรือ อ่านไม่ออก ควรประสานงาน
กับหอผูป้ ่วย เพ่ือให้ผู้เกี่ยวขอ้ งด�ำเนนิ การแกไ้ ข
3. การขอใชเ้ ลอื ดทางโทรศพั ทส์ ามารถทำ� ไดใ้ นกรณจี ำ� เปน็ เทา่ นน้ั เชน่ เปน็ ผปู้ ว่ ยท่ี
ก�ำลังไดร้ บั การผ่าตัดและเปน็ การขอใช้เลอื ดเพมิ่ เตมิ เปน็ ตน้ แตค่ วรมีนโยบาย
และวิธีการปฏิบัตทิ ี่ชัดเจน
10
2. การช้ีบ่งผู้ป่วยและการเจาะเลอื ดผปู้ ่วย
2.1 ผเู้ จาะเลอื ดต้องตดิ ฉลากช่อื ผู้ป่วยบนหลอด รวมถึงข้อมูลอ่ืนทเ่ี พยี งพอ ได้แก่
ชอื่ -สกุล HN หอผูป้ ว่ ย วนั ที่เจาะตวั อย่างเลอื ด ผเู้ จาะเลอื ดจะต้องระบุตวั ตน
ผู้ป่วยก่อนเจาะเลอื ด โดยดปู า้ ยช่ือ-สกุล อายุ และ HN ที่ขอ้ มอื หรือ ถามชอ่ื
ผู้ป่วยให้ถูกต้อง หากมีข้อมูลไม่ตรงกัน ต้องตรวจสอบแก้ไขเสียก่อน ต้องไม่
เจาะเลอื ดก่อน แล้วตรวจสอบข้อมูลภายหลัง
2.2 ปริมาณตัวอย่างเลือดผู้ป่วย (ควรมีข้อก�ำหนดของแต่ละโรงพยาบาล ข้ึนอยู่
กับวธิ กี ารทดสอบ) โดยทัว่ ไป ผูใ้ หญใ่ ชต้ ัวอย่างเลอื ดประมาณ 6 มล. ส�ำหรับ
การเตรียม RBC จ�ำนวน 1-4 ยูนิต เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ใช้ตัวอย่างเลือด
ประมาณ 1-2 มล. และเดก็ อายุมากกวา่ 1 ปี ใช้ประมาณ 5 มล. เป็นต้น
2.3 อายุของตัวอยา่ งเลือดท่ีเจาะจากผปู้ ่วย
2.3.1 หากผปู้ ว่ ยไดร้ บั เลอื ดตอ่ เนอ่ื งทกุ วนั หรอื เวน้ วนั ไมค่ วรเจาะเกนิ 24 ชวั่ โมง
ก่อนการให้เลือด
2.3.2 หากผูป้ ว่ ยมปี ระวตั ิรบั เลอื ดภายในระยะเวลา 3 เดอื นทผ่ี า่ นมา หรอื อยู่
ระหว่างต้ังครรภ์ ตัวอย่างเลือดไม่ควรเจาะเกิน 3 วันก่อนการให้เลือด
เชน่ เจาะเกบ็ เลือดผู้ป่วยในวันจันทร์ ตวั อย่างเลือด หรอื เลอื ดบรจิ าคท่ี
เตรียมไว้น้นั สามารถใช้ได้ถึง 24.00 น. ของวนั พฤหสั บดี เป็นต้น
2.3.3 หากผปู้ ว่ ยไมเ่ คยไดร้ บั เลอื ดหรอื ไมอ่ ยรู่ ะหวา่ งตง้ั ครรภ์ สามารถเจาะเลอื ด
ไว้ล่วงหน้าได้เป็นสัปดาห์ เช่น ผู้ป่วยนัดผ่าตัด งานธนาคารเลือดควร
ทดสอบเฉพาะหมเู่ ลอื ด ABO, Rh และตรวจกรองแอนตบิ อดี (antibody
screening) ไวก้ ่อน จากนนั้ เตรียมเลือดใหเ้ มื่อใกล้กำ� หนดวนั ผ่าตดั
2.3.4 ในกรณีที่ผู้ป่วยอยู่ระหว่างนอนรักษาในโรงพยาบาล และเคยได้รับ
เลือดหรือสว่ นประกอบเลอื ดแล้ว มปี ระวัตกิ ารตรวจหมู่เลอื ดอยา่ งนอ้ ย
2 ครง้ั /admit หากตอ้ งการใช้เกล็ดเลอื ด พลาสมา หรือไครโอพรีซิปเิ ตท
ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งเจาะตวั อยา่ งเลอื ดใหม่ (ทงั้ นสี้ ว่ นประกอบเลอื ดทกุ ยนู ติ ตอ้ ง
ประกนั ความถกู ต้องของหมู่เลือด ABO)
2.4 เมื่อเจาะเลือดแล้ว ผู้เจาะเลือดต้องลงช่ือผู้เจาะที่ใบขอเลือด และ/หรือ
ขา้ งหลอด เพอ่ื ให้มัน่ ใจวา่ ไดต้ รวจสอบแล้วและสามารถใชต้ รวจสอบย้อนหลงั
ในกรณีท่ีมปี ญั หา
11
2.5 หากจ�ำเป็นต้องเก็บตัวอย่างเลือดจากเส้นเลือดที่มีการให้สารน้�ำอยู่ก่อนแล้ว
ตอ้ งหยดุ การใหส้ ารนำ�้ ทเ่ี สน้ เลอื ดดำ� นน้ั และใหน้ ำ้� เกลอื ปกติ จากนนั้ เจาะเลอื ด
ทิ้งกอ่ นประมาณ 5-10 มล. แลว้ จงึ เกบ็ เลือดเพือ่ สง่ ตรวจ
2.6 ตัวอยา่ งเลือดทเี่ จาะแล้ว ควรส่งงานธนาคารเลอื ดทันที หากจำ� เป็นต้องเก็บไว้
ท่หี อผู้ป่วย ควรเก็บไว้ในตู้เยน็ ทีอ่ ุณหภมู ิ 1-6 oC ไมเ่ กนิ 24 ช่วั โมง
3. การตรวจสอบความถกู ตอ้ ง การลงทะเบียนรับ และปฏเิ สธตัวอย่างเลอื ด
3.1 เจ้าหน้าท่ีงานธนาคารเลือดต้องตรวจสอบข้อมูลบนหลอดตัวอย่างเลือด และ
บนใบขอเลือด ซ่ึงต้องถูกต้องและตรงกัน หากไม่ตรงกันหรือมีข้อสงสัย ต้อง
แจง้ หอผู้ปว่ ยเพื่อด�ำเนนิ การให้ถูกต้อง หากไม่สามารถช้ีบ่งได้ เช่น ไมต่ ิดปา้ ย
ชอื่ ทหี่ ลอดตวั อยา่ งเลอื ด หรอื ตดิ ปา้ ยชอื่ ไมถ่ กู ตอ้ ง งานธนาคารเลอื ดตอ้ งปฏเิ สธ
ตัวอย่างโดยสิ้นเชิง และไม่ส่งตัวอย่างเดิมกลับคืนหอผู้ป่วย ต้องให้หอผู้ป่วย
เจาะตัวอย่างเลือดผู้ป่วยใหม่ ท้ังน้ีโรงพยาบาลต้องมีนโยบายและแนวปฏิบัติ
ท่ีชัดเจนในการปฏิเสธตัวอยา่ ง
3.2 ตัวอย่างเลือดต้องมีลักษณะถูกต้องและปริมาณเพียงพอต่อการทดสอบ เช่น
clotted blood, EDTA blood และไมค่ วรมี hemolysis เปน็ ต้น
3.3 ลงทะเบยี นและบนั ทกึ รบั ตวั อยา่ งเมื่อผา่ นการตรวจสอบแล้ววา่ ถกู ต้อง
4. การคน้ ประวัตผิ ู้ป่วย
ใหต้ รวจสอบประวตั กิ ารเตรยี มเลอื ดใหผ้ ปู้ ว่ ยในอดตี กอ่ นการทดสอบทกุ ครง้ั ประวตั ิ
ทส่ี �ำคญั ได้แก่ หมเู่ ลือด ABO, Rh, unexpected antibody ประวตั เิ คยไดร้ ับเลือดแบบ
พิเศษต่างๆ ผลการตรวจความเข้ากันได้ของเลือด และการรับเลือดของผู้ป่วย รวมถึง
อาการไมพ่ งึ ประสงคท์ เ่ี กิดขน้ึ หลงั การรบั เลอื ดในอดตี ส�ำหรับทารกแรกเกิดควรมขี อ้ มลู
หมู่เลือด ABO, Rh, unexpected antibody ของมารดา และข้อมลู อื่นๆ โดยเกบ็ เปน็
ระบบเอกสาร หรอื เก็บในระบบคอมพิวเตอร์ท่ีสามารถค้นประวตั ไิ ด้โดยง่ายและแม่นยำ�
5. การทดสอบตา่ งๆ กอ่ นการเตรยี มเลือดใหผ้ ู้ปว่ ย (Pretransfusion test)
ประกอบด้วยข้นั ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
5.1 ตรวจหาหมูเ่ ลือด ABO ของผูป้ ว่ ย ต้องตรวจทั้ง cell grouping และ serum
12
grouping ยกเวน้ ผปู้ ว่ ยเดก็ อายไุ มเ่ กนิ 1 ปี ใหต้ รวจเฉพาะ cell grouping หาก
พบความไม่สอดคล้องกันของ cell และ serum grouping แต่ผู้ป่วยจ�ำเป็น
ต้องใช้เลือดเป็นการด่วน โดยยังไม่สามารถสรุปหมู่เลือดได้แน่นอน ต้องแจ้ง
แพทยใ์ หท้ ราบถงึ ปญั หาทพ่ี บ และสอบถามความจำ� เปน็ ในการใหเ้ ลอื ดแกผ่ ปู้ ว่ ย
หากมีความจ�ำเป็น ต้องให้เฉพาะเม็ดเลือดแดงหมู่ O เท่านั้น (leukocyte
poor red cell: LPRC หรือ packed red cell: PRC) สำ� หรบั พลาสมาและ
เกล็ดเลือดควรเลอื กใช้ ABO compatible plasma
5.2 ตรวจหมูเ่ ลอื ด Rh
5.2.1 น�ำเซลล์เม็ดเลือดแดง (2-5% suspension) ทดสอบกับน�้ำยา anti-D
โดยปั่นอ่านปฏิกิริยาท่ีอุณหภูมิห้อง หากได้ผลบวก แสดงว่าผู้ป่วยเป็น
RhD positive หากไดผ้ ลลบ ไม่จำ� เป็นตอ้ งตรวจหา weak D ในผู้ปว่ ย
แต่ควรใหเ้ ลือด RhD negative แกผ่ ู้ป่วย
5.2.2 หากต้องการทราบวา่ ผปู้ ่วยเปน็ หมู่เลือด RhD negative หรอื weak D
ควรทดสอบตอ่ ดว้ ย indirect antiglobulin test (IAT) หากใหผ้ ลบวกใน
ขนั้ IAT และกอ่ นสรปุ วา่ เปน็ weak D ตอ้ งทดสอบ direct antiglobulin
test (DAT) ของผูป้ ว่ ยควบคู่ไปดว้ ยเพอ่ื ปอ้ งกันผลบวกปลอม
หมายเหตุ กรณีผู้บริจาคถูกระบุว่าเป็นหมู่ RhD negative ควรทดสอบให้ม่ันใจ
ว่าไม่ใช่ RhDEL เนื่องจากผู้ป่วย RhD negative ได้รับเลือด RhD
negative และมีการสร้างแอนติบอดี อาจเป็นเพราะได้รับเลือดบริจาค
ทเ่ี ปน็ RhDEL กไ็ ด้
5.3 การตรวจกรองแอนติบอดีต่อแอนติเจนของเม็ดเลือดแดง (antibody
screening test)
หากเป็นไปได้ ควรท�ำการทดสอบก่อนตรวจความเข้ากันได้ของเลือด
(crossmatch) และใช้วิธีที่สามารถตรวจหาแอนติบอดีท่ีมีความส�ำคัญทางคลินิกให้ได้
มากท่สี ุด อยา่ งน้อยท่อี ณุ หภมู ิ 37 oC และ IAT
5.3.1 Screening cells ท่ใี ช้อาจมี 2-3 screening cells (O1, O2 หรือ O3)
แต่ละ screening cells ได้มาจากผบู้ ริจาคหนึง่ ราย และตอ้ งเป็นเซลล์
เดยี่ วไมน่ ำ� มารวมกนั (pooled) ควรมแี อนตเิ จนทสี่ ำ� คญั ครบ ไดแ้ ก่ ระบบ
Rh (C, D, E, c, e), Duffy (Fya, Fyb), Kidd (Jka, Jkb), Kell (K, k),
13
MNS (M, N, S, s, Mia), Lewis (Lea, Leb), P (P1), และ Diego (Dia,
Dib) และควรเปน็ homozygous cells
5.3.2 การทดสอบโดยวิธีหลอดทดลอง ต้องใช้ Coombs’ control cells
ทุกคร้ังที่ผล IAT เป็นลบ เพื่อยนื ยันความถูกต้องของผลลบ
5.3.3 กรณีท่ี antibody screening test ให้ผลบวก แสดงว่าผู้ป่วยมี
unexpected antibody ต้องน�ำซีรัมไปตรวจหาชนิดของแอนติบอดี
(antibody identification)
5.4 การเปรยี บเทยี บผลการทดสอบกบั ประวตั ผิ ู้ปว่ ยครงั้ ก่อน
5.4.1 ผลการตรวจสอบหมู่เลือด ABO และ Rh ของการทดสอบครั้งปัจจุบัน
ต้องตรงกับประวัติเก่าของผู้ป่วย หากผลไม่ตรงกัน ต้องตรวจตัวอย่าง
เดมิ ซำ�้ อีกครง้ั หากยงั ให้ผลเช่นเดมิ ต้องขอตัวอยา่ งเลือดผปู้ ว่ ยใหม่ เพ่ือ
ตรวจหมเู่ ลอื ด ABO อีกครัง้
5.4.2 หากผปู้ ว่ ยเคยมปี ญั หาในการทดสอบความเขา้ กนั ได้ เชน่ เคยมแี อนตบิ อดี
ทม่ี คี วามสำ� คญั ทางคลนิ กิ ตอ้ งใหเ้ ลอื ดทไ่ี มม่ แี อนตเิ จนตรงกบั แอนตบิ อดี
ท่ีตรวจพบตลอดไป แม้ว่าในครั้งนี้จะตรวจไมพ่ บแอนตบิ อดแี ล้วกต็ าม
5.4.3 หากผู้ป่วยมีอาการไม่พึงประสงค์จากการรับเลือด หรือ ผู้ป่วยต้องใช้
ส่วนประกอบของเลือดชนิดพิเศษ ต้องพิจารณาให้ส่วนประกอบของ
เลือดท่เี หมาะสม เชน่ ผู้ป่วยท่มี ีไข้ทุกคร้งั ทีร่ ับเลือด ควรให้ LPRC หรอื
leukodepleted red blood cells (LDRC) แทนการให้ PRC เปน็ ตน้
6. การเลอื กเลอื ดและสว่ นประกอบเลอื ดใหผ้ ้ปู ว่ ย
การเลือกเลือดใหผ้ ู้ปว่ ยมขี อ้ พจิ ารณาดังน้ี
6.1 การเลือกใชเ้ ม็ดเลอื ดแดง
6.1.1 หมเู่ ลอื ด ABO การเลอื กใช้เม็ดเลอื ดแดงใหป้ ฏิบัติตามตารางท่ี 1
14
ตารางที่ 1 การเลอื กใช้เม็ดเลือดแดงผ้บู รจิ าคหมู่ ABO ให้แก่ผู้ปว่ ย
หมู่เลือด ABO หมูเ่ ลอื ด ABO ของเมด็ เลือดแดงผู้บรจิ าค
ของผ้ปู ่วย ทางเลอื กท่ี 1 ทางเลือกที่ 2 ทางเลอื กท่ี 3 ทางเลอื กท่ี 4
O O - - -
A A O (LPRC / PRC)* - -
B B O (LPRC / PRC)* - -
AB AB A (LPRC / PRC)* B (LPRC / PRC) O (LPRC / PRC)
*หมายเหต:ุ ควรเลอื กใช้ LPRC กอ่ นเนอ่ื งจากมพี ลาสมาปนอยใู่ นปรมิ าณนอ้ ยกวา่ PRC
6.1.2 หมเู่ ลอื ดระบบ Rh
- ผปู้ ่วยที่เปน็ RhD negative ตอ้ งได้รบั เลือด RhD negative
- ผปู้ ว่ ยทเ่ี ปน็ RhD negative และมี anti-D ตอ้ งรบั เลอื ด RhD negative
เทา่ นน้ั
- ผปู้ ว่ ยทเี่ ปน็ RhD negative ในกรณฉี กุ เฉนิ ทเ่ี ปน็ อนั ตรายตอ่ ชวี ติ และ
ไม่พบ anti-D สามารถให้เม็ดเลอื ดแดง RhD positive ได้
- ผูป้ ว่ ยทีเ่ ป็น weak D ควรไดร้ ับเลือด RhD negative
6.1.3 หมเู่ ลือดชนิดอน่ื ๆ
- กรณีที่ผู้ป่วยมี หรือ เคยมีแอนติบอดีที่มีความส�ำคัญทางคลินิก
ควรเลือกเลือดที่มีหมู่ ABO, Rh เช่นเดียวกับผู้ป่วย หรือ ABO/Rh
compatible และเลือกเลอื ดทีไ่ มม่ แี อนตเิ จน ตรงกบั alloantibody
ท่ผี ู้ปว่ ยมี
- กรณีท่ีผู้ป่วยท่ีมีหมู่เลือดหายาก เช่น RhD negative, Bombay,
Parabombay, p phenotype (with anti-PP1Pk) ควรติดต่อศนู ย์
บรกิ ารโลหิตแห่งชาติ หรอื ภาคบรกิ ารโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
หรือ สามารถตรวจหาสบื คน้ จากญาตสิ ายตรง
15
6.2 การเลือกใช้พลาสมา ผู้ป่วยควรได้รับพลาสมาผู้บริจาคที่มีหมู่เลือด ABO
ดงั ตารางที่ 2
ตารางที่ 2 การเลอื กใช้พลาสมาหมู่ ABO ให้แกผ่ ปู้ ่วย
หมเู่ ลือด ABO ของผู้ปว่ ย หมู่เลือด ABO ของพลาสมาผูบ้ ริจาค
ทางเลอื กที่ 1 ทางเลอื กท่ี 2
O O A or B or AB
A A AB
B B AB
AB AB -
6.3 การเลอื กใช้เกล็ดเลือด
6.3.1 ผ้ปู ่วยควรไดร้ บั เกล็ดเลอื ดผบู้ รจิ าคท่มี ีหมู่เลอื ด ABO ตรงกนั
6.3.2 กรณที จ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งใชเ้ กลด็ เลอื ดตา่ งหมู่ ABO ควรพจิ ารณาใหพ้ ลาสมาเขา้
ไดก้ บั เมด็ เลอื ดแดงผปู้ ่วย (compatible plasma) และควรมีเม็ดเลอื ด
แดงปนเปื้อนน้อยทสี่ ุด (ตารางที่ 3)
6.3.3 หากจ�ำเป็นต้องใช้เกล็ดเลือดต่างหมู่ท่ีพลาสมาเข้ากันไม่ได้กับเม็ดเลือด
แดงผู้ป่วย (incompatible plasma) ควรลดปริมาณพลาสมาให้เหลือ
นอ้ ยลง (ตารางที่ 3)
6.3.4 ผู้ป่วยท่ีเป็น RhD negative สามารถรับเกล็ดเลือด RhD positive
ได้ โดยพยายามให้มีเม็ดเลือดแดงปนเปื้อนน้อยที่สุด และควรฉีด Rh
Immune Globulin (RhIG) ภายใน 72 ชม. หลงั การใหเ้ กล็ดเลอื ด เชน่
ให้ RhIG 300 µg (1500 IU) ต่อ 30 units ของ random platelet หรอื
3 unitsของ single donor platelet สามารถป้องกันการสรา้ ง anti-D
จากการรับเกล็ดเลอื ด RhD positive ได้
16
ตารางที่ 3 การใช้เกลด็ เลอื ดตา่ งหมู่ท่พี ลาสมาเข้ากนั ไมไ่ ดก้ บั เมด็ เลือดแดงผู้ป่วย
หม่เู ลอื ด ABO หมเู่ ลือดของเกลด็ เลือดผบู้ ริจาค ทางเลือกท่ี 3**
ของผ้ปู ว่ ย ทางเลือกที่ 1 ทางเลอื กท่ี 2*
(compatible plasma) (incompatible plasma)
O O B or A or AB -
A A AB O or B
B B AB O or A
AB AB - A or B or O
หมายเหตุ* ควรมีเม็ดเลือดแดงปนเปื้อนให้น้อยท่ีสุด ** ควรปั่นแยกพลาสมาออก ให้
เหลือนอ้ ยลง
6.4 การเลือกเลอื ดสำ� หรบั ผูป้ ่วยเฉพาะโรค
6.4.1 ผู้ปว่ ย Thalassemia
- ควรให้เม็ดเลือดแดงที่อายุน้อยท่ีสุด ถ้าไม่มีและจ�ำเป็นต้องใช้ ควร
พิจารณา RBC ทีม่ ีอายไุ ม่เกิน 14 วัน
- ควรใช้ LPRC เพื่อป้องกันการสร้างแอนติบอดีต่อแอนติเจนของเม็ด
เลอื ดขาว หรือใช้ LDRC ในรายทมี่ แี ผนปลูกถา่ ยไขกระดูก หรอื เซลล์
ต้นก�ำเนิดเมด็ เลือด
- ควรจัดหาเลือดท่มี ีแอนตเิ จน C, D, E, c, e และ Mia เข้ากนั ได้กบั ผู้
ปว่ ย (antigen-matched red cells) เปน็ อย่างน้อย เพ่ือปอ้ งกันการ
สรา้ ง alloantibody
6.4.2 ผปู้ ว่ ยทารกในครรภ์ (intrauterine transfusion) ควรใชเ้ ลอื ด LDRC ที่
มคี า่ hematocrit ตามความตอ้ งการของแพทย์ (≥80%) มอี ายใุ หมท่ ส่ี ดุ
เทา่ ที่จะหาได้ (อายุไม่เกนิ 5 วนั ) และต้องฉายรังสี
6.4.3 ผ้ปู ว่ ยเดก็ แรกคลอด ควรใชเ้ ลือด LDRC/LPRC/PRC มีอายไุ มเ่ กิน 7 วนั
ในรายท่ใี ห้ครั้งละน้อยๆ แบบต่อเนื่อง ควรใชเ้ ลอื ดถงุ เดิมเพอ่ื ลดการถกู
กระต้นุ โดยแอนติเจนจากผบู้ ริจาคหลายคน
6.4.4 ผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ ควรใช้เลือดมีอายุไม่เกิน 7 วัน ณ วันที่ท�ำการ
ตรวจสอบ
17
7. การตรวจความเขา้ กนั ไดข้ องเลือด (Crossmatch)
ใชว้ ธิ ที ตี่ รวจหาแอนตบิ อดที ม่ี คี วามสำ� คญั ทางคลนิ กิ ใหม้ ากทส่ี ดุ อยา่ งนอ้ ยทอี่ ณุ หภมู ิ
37 oC และ IAT โดยใชเ้ ซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดงของผู้บริจาคจากปล้องสายถุงเลอื ด และล้าง
1 ครั้งเพอื่ ก�ำจัด hemolysis หรือก้อนไฟบรินเลก็ ๆ สำ� หรับตวั อยา่ งเลอื ดผปู้ ว่ ยสามารถ
ใชไ้ ด้ท้ังซีรมั หรือพลาสมา
ประเภทของการ crossmatch
7.1 วธิ ตี รวจความเขา้ กนั ไดแ้ บบ saline technique (Complete crossmatch)
ส�ำหรับตรวจหาความเข้ากันไม่ได้ระหว่างเลือดผู้บริจาคและซีรัม/พลาสมา
ผปู้ ่วย สามารถท�ำดว้ ยวธิ หี ลอดทดลอง
เมือ่ ทราบหมู่เลอื ด ABO และ Rh ของผปู้ ว่ ยแลว้ เลอื กเลอื ดผบู้ รจิ าคโลหติ ที่
มหี มู่ ABO และ Rh ตรงกับผูป้ ว่ ย น�ำมาทดสอบดังนี้
7.1.1 ใช้ซีรัม/พลาสมา 2 หยด ท�ำปฏิกิริยากับเซลล์เม็ดเลือดแดงผู้บริจาค
(2-5% suspension) 1 หยด (ใช้เซลล์จากปลอ้ งสายถุงเลอื ดและลา้ ง
1 คร้งั ) ปนั่ อา่ นผลของปฏกิ ริ ยิ า
7.1.2 นำ� ไป incubate ทีอ่ ุณหภมู ิ 37 oC นาน 30 นาที และท�ำถึงขัน้ ตอน
IAT ปั่นอา่ นผลของปฏิกริ ิยา
7.2 วิธี Indirect antihuman globulin crossmatch (IAT crossmatch)
ส�ำหรับตรวจหาปฏิกิริยาความเข้ากันไม่ได้ระหว่างเลือดผู้บริจาคและซีรัม/
พลาสมาผปู้ ว่ ย สามารถใชไ้ ดท้ ง้ั วธิ หี ลอดทดลอง หรอื column agglutination
เมื่อทราบหมู่เลือด ABO และ Rh ของผู้ป่วยแล้ว ในกรณีที่แอนติบอดี
screening ให้ผลบวก ต้องตรวจต่อไปเพื่อให้ทราบชนิดของแอนติบอดีท่ีพบ
น้ัน หรือมีประวัติตรวจพบแอนติบอดีมาก่อน ต้องเลือกเลือด ผู้บริจาคท่ีไม่มี
แอนติเจนตรงกับแอนติบอดีท่ีพบในผู้ป่วย และเลือกเลือดผู้บริจาคที่หมู่เลือด
ABO และ Rh ตรงกับของผูป้ ่วย หรอื ABO compatible นำ� มาทดสอบดังนี้
7.2.1 วิธีหลอดทดลอง ใชซ้ ีรมั /พลาสมา 2 หยด ทำ� ปฏิกริ ยิ ากับ 2-5% เซลล์
เม็ดเลอื ดแดง ผบู้ ริจาค 1 หยด (ใช้เซลล์จากปล้องสายถุงเลือดและลา้ ง
1 ครงั้ ) นำ� ไป incubate ท่อี ุณหภูมิ 37 oC นาน 30 นาที อ่านผล และ
ทำ� ตอ่ ถึงขั้นตอน IAT
18
7.2.2 วิธี column agglutination ตอ้ งเตรยี มเซลล์และทดสอบปฏกิ ริ ิยาให้
ถูกตอ้ งตามข้อก�ำหนดของผลิตภัณฑ์
หมายเหตุ
1. กรณีที่ไมม่ เี ลือดบริจาคตรงหมู่ ABO กบั ผูป้ ่วย สามารถใชเ้ ลือดผู้บริจาตที่หมู่
ABO เขา้ กันไดก้ ับผู้ปว่ ย (ABO compatible) ตามตารางท่ี 1
2. ในกรณเี รง่ ดว่ นทไี่ มส่ ามารถตรวจแยกชนดิ ของแอนตบิ อดไี ด้ ให้ crossmatch
กับเลือดผู้บริจาคจ�ำนวนหลายๆ ราย และเลือกรายที่ให้ผล IAT เป็นลบแก่ผู้
ป่วย และตอ้ งรายงานแพทยถ์ งึ ความเส่ียงทอี่ าจจะเกดิ ข้นึ เพราะ IAT ที่ให้ผล
เป็นลบอาจเกดิ กบั antigen positive กเ็ ปน็ ได้
3. ตวั อย่างเลือดท่ีใช้ในการทดสอบ ตอ้ งระวังไม่ใหม้ กี ้อน clot หรอื ไฟบรนิ ขนาด
เลก็ เนอ่ื งจากอาจมผี ลตอ่ การอา่ นปฏกิ ริ ยิ าการทดสอบ ทำ� ใหเ้ กดิ ผลบวกปลอม
ท้งั วธิ หี ลอดทดลองและวิธี column agglutination ได้
4. ตัวอยา่ งเลือดที่มี hemolysis ไม่ควรใช้ ให้ขอเจาะเกบ็ ตวั อย่างเลอื ดใหม่ แต่
หากไม่สามารถท�ำได้ และจ�ำเป็นต้องใช้ซีรัมนั้น ควรท�ำ autologous cell/
serum control ควบค่ดู ว้ ยทุกครั้ง
5. ตวั อยา่ งเลอื ดทม่ี ี lipemic อาจมผี ลตอ่ การอา่ นปฏกิ ริ ยิ ายากขนึ้ ใหร้ ะมดั ระวงั
ในการอา่ นผล โดยสามารถแกไ้ ขไดด้ ว้ ยการปน่ั ความเรว็ รอบ 10,000 rpm นาน
10-15 นาที
7.3 วิธี Immediate spin crossmatch (IS crossmatch)
มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาความเข้ากันไม่ได้ของหมู่เลือดระบบ ABO
ดงั นัน้ เมื่อทราบหมู่เลือด ABO และ Rh ของผู้ป่วยแล้ว ในกรณีท่ี antibody
screening test ใหผ้ ลลบและไม่มปี ระวัติการพบแอนตบิ อดีมาก่อน ใหเ้ ลอื ก
เลือดผู้บรจิ าคท่มี ีหมู่ ABO และ Rh ตรงกับผ้ปู ่วย ทำ� การทดสอบดังนี้
7.3.1 ทดสอบโดยใชซ้ ีรัม/พลาสมาของผู้ป่วย 2 หยด ทำ� ปฏกิ ิรยิ ากับ 2-5%
เม็ดเลอื ดแดงของผู้บรจิ าค 1 หยด (ใชเ้ ซลลจ์ ากปลอ้ งสายถุงเลือดและ
ล้าง 1 คร้ัง) ผสมให้เข้ากัน และป่นั อา่ นผลทันที
7.3.2 หากข้อ 7.3.1 ให้ผลลบ สามารถจ่ายเลือดได้เลยโดยไม่ต้องท�ำ
ขนั้ ตอน IAT
19
หมายเหตุ: Screening cells ท่ีใช้ต้องมีความแรงของแอนติเจนมากพอ
(homozygous cells) ทจ่ี ะใชต้ รวจหาแอนตบิ อดที ม่ี คี วามสำ� คญั ทางคลนิ กิ ให้
มากทสี่ ดุ ดงั นนั้ งานธนาคารเลอื ดใดจะเตรยี มเลอื ดดว้ ยวธิ ี IS crossmatch
ต้องมกี ารประเมนิ และเลือกใช้ screening cells ทม่ี ีคุณภาพ ไมใ่ หเ้ กิดผล
ลบปลอม
7.4 แนวปฏบิ ตั กิ ารท�ำ type and screen crossmatch
ตอ้ งมคี วามตกลงรว่ มกนั ระหวา่ งแพทย์ พยาบาล ธนาคารเลอื ด เพอื่ จดั ทำ� คมู่ อื
และแนวปฏบิ ตั ิการขอใชเ้ ลือดแบบ type and screen ซ่ึงประกอบดว้ ย
7.4.1 ส�ำหรับผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วนและมีโอกาสใช้เลือดน้อย
เช่น ผา่ คลอดบุตร ผา่ ตดั ขอ้ เข่า เป็นตน้ ทัง้ นผ้ี ปู้ ่วยตอ้ ง
- ไมเ่ คยมปี ระวตั ติ รวจพบแอนตบิ อดี และไมพ่ บแอนตบิ อดใี นการตรวจ
คร้งั นี้
- ไมใ่ ช่ RhD negative หรอื หมเู่ ลือดหายาก
- ไมเ่ ป็นผปู้ ่วยที่มีภาวะเลอื ดออกง่าย
- ไมเ่ ป็นผู้ปว่ ยท่ีมีการให้เลือดเป็นประจำ�
7.4.2 แนวทางปฏบิ ัติของงานธนาคารเลอื ด
7.4.2.1 ตรวจหมู่เลือดระบบ ABO, Rh และตรวจกรองแอนติบอดี
โดยใช้ screening cell ท่ีมีความแรงของแอนติเจนมาก
พอ (homozygous cells) ซ่ึงสามารถตรวจหาแอนติบอดี
ที่มีความส�ำคัญทางคลินิกให้ได้มากท่ีสุด ดังน้ันงานธนาคาร
เลอื ดใด จะเตรยี มเลอื ดดว้ ยวธิ ี type and screen ตอ้ งมกี าร
ประเมนิ และเลอื กใช้ screening cells ทม่ี คี ณุ ภาพ ไมใ่ หเ้ กดิ
ผลลบปลอม
7.4.2.2 หากผล antibody screening เป็นลบ เก็บตัวอย่างเลือดผู้
ป่วยให้เป็นระบบ เม่ือมีความจ�ำเป็นต้องใช้เลือด ให้ปฏิบัติ
ดังนี้
20
แบบ ก. เลือกเลือด ABO ท่ีตรงหมู่กับผู้ป่วย (ท้ังนี้ ต้องส�ำรองเลือดหมู่ ABO
- ตา่ งๆ อยา่ งเพยี งพอ)
- น�ำซีรัมผู้ป่วยมาทดสอบกับเซลล์เม็ดเลือดแดงผู้บริจาคโลหิตด้วยวิธี
- immediate spin crossmatch (IS crossmatch)
แบบ ข. ตอ้ งใหผ้ ลลบจงึ จา่ ยเลือดยูนิตน้นั
- ส�ำรองเลือด LPRC หมู่ O ไว้ที่ห้องผ่าตัด หากจ�ำเป็นต้องใช้ แพทย์
สามารถหยบิ เลอื ด LPRC หมู่ O ไปใชไ้ ดท้ นั ที โดยไมต่ อ้ ง crossmatch
และแจง้ ใหธ้ นาคารเลอื ดทราบ ทงั้ นต้ี อ้ งมแี นวทางปฏบิ ตั กิ ารนำ� เลอื ด
ไปใช้ใหช้ ดั เจน
7.4.2.3 หากผล antibody screening เป็นบวก ควรน�ำไปตรวจ
หาชนิดของแอนติบอดี และเตรียมเลือด แบบ complete
crossmatch ใหผ้ ปู้ ่วยต่อไป
7.5 ในกรณที ข่ี อใชพ้ ลาสมา
7.5.1 ตอ้ งมรี ะบบที่ทำ� ใหม้ นั่ ใจไดว้ า่ หมูเ่ ลอื ด ABO ทีอ่ ยูห่ น้าถงุ พลาสมาถูก
ต้อง โดยตรวจยนื ยนั หม่เู ลอื ด ABO จากสายถุงกอ่ นแช่แข็ง หรือตรวจ
หมู่เลือด ABO อีกครั้งก่อนน�ำไปเตรียมให้ผู้ป่วย และพลาสมานั้นจะ
ตอ้ งไม่พบ unexpected antibody ท่ีมคี วามส�ำคญั ทางคลนิ กิ ด้วย
7.5.2 ต้องมีระบบท่ีมั่นใจได้ว่าหมู่เลือด ABO ของผู้ป่วยถูกต้อง จึงสามารถ
จ่ายพลาสมาที่มีหมู่เลือด ABO จากข้อ 7.5.1 ท่ีตรงหมู่กับผู้ป่วยโดย
ไม่ตอ้ ง crossmatch
7.5.3 ตอ้ งมรี ะบบทีม่ ั่นใจว่าจะไมห่ ยบิ พลาสมาต่างหม่มู าใหผ้ ปู้ ว่ ย
8. การเตรียมใบคลอ้ งเลือด การตดิ ฉลาก และคลอ้ งถุงเลือดสำ� หรับให้ผู้ป่วย
เลือดทุกยูนิตที่จะน�ำไปให้ผู้ป่วยต้องมีฉลากก�ำกับหรือใบคล้องถุงเลือด เพ่ือแสดง
ให้ทราบว่าเป็นเลือดที่เตรียมให้ส�ำหรับผู้ป่วยรายใด และได้ผ่านการตรวจความเข้ากัน
ได้ของเลือดเรียบรอ้ ยแลว้
21
8.1 ใบคล้องถุงเลือดที่เตรียม ต้องระบุข้อมูลต่างๆ ท่ีส�ำคัญได้แก่ ชื่อ-สกุล HN.
ของผู้ป่วย หมู่เลือด ABO และ Rh ของผู้ป่วยและผู้บริจาค หมายเลขยูนิต
ผบู้ รจิ าค ชนดิ สว่ นประกอบของเลอื ด ผลการตรวจความเขา้ กนั ไดข้ องเลอื ด ชอื่
ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน และ วันท่ีทดสอบ
8.2 กอ่ นคลอ้ งถงุ เลอื ดตอ้ งตรวจสอบความถกู ตอ้ งของหมเู่ ลอื ด ABO และ Rh ของ
ผปู้ ว่ ยและผู้บริจาค หมายเลข ยูนติ ผบู้ รจิ าค ชนดิ ส่วนประกอบของเลอื ด วันที่
เลอื ดหมดอายุ และคล้องถุงเลือดใหถ้ กู ตอ้ ง
9. การตรวจสอบหมู่เลือดซำ้� กรณไี มม่ ขี อ้ มูลประวตั หิ มูเ่ ลอื ดมากอ่ น
กรณีผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติหมู่เลือด ABO มาก่อน ธนาคารเลือดต้องโทรศัพท์แจ้ง
หอผู้ป่วย ให้เจาะเลือดผู้ป่วยอีกคร้ัง ส่งก่อน หรือ ส่งพร้อมใบขอรับเลือด หรืออาจมี
กระบวนการอื่นตามที่โรงพยาบาลก�ำหนดข้ึน วัตถุประสงค์คือให้มีการตรวจหมู่เลือด
ABO จากการเจาะตวั อยา่ งเลอื ดสองครง้ั กอ่ นการใหเ้ ลอื ดครง้ั แรก เพอ่ื ใหม้ นั่ ใจวา่ ตวั อยา่ ง
เลอื ดทเี่ จาะครง้ั แรกทใี่ ชใ้ นการเตรยี มเลอื ดใหผ้ ปู้ ว่ ยนน้ั ไมผ่ ดิ คน การตรวจซำ้� นสี้ ามารถ
ตรวจเฉพาะ cell grouping ด้วยวธิ ีสไลดไ์ ด้
10. การจา่ ยเลอื ดใหผ้ ้ปู ่วย
10.1 กอ่ นจ่ายเลือดทกุ คร้งั ตอ้ งตรวจสอบขอ้ มูลตา่ งๆ ไดแ้ ก่
10.1.1 ขอ้ มูลบนฉลากใบคล้องถุงเลอื ด
- ชอ่ื -สกุล HN. ของผปู้ ่วย
- หมู่เลือด ABO และ Rh ของผ้ปู ่วย
- หมายเลขยูนิตผู้บริจาค และ/หรือ หมายเลขยูนิตการ pool
สว่ นประกอบเลอื ด
- หมูเ่ ลือด ABO และ Rh ของผบู้ ริจาค
- ชนิดส่วนประกอบของเลือด และปริมาณ (volume) ของ
สว่ นประกอบของเลอื ด
- ผลการตรวจความเข้ากันได้ของเลือด (หากได้ทดสอบ)/ ชื่อ
ผู้ปฏบิ ัติงาน/วนั เวลาตรวจสอบ
- วัน/เวลา ท่ีใช้เลือด (ระบโุ ดยหอผูป้ ว่ ย)
- ระบกุ ารขอใชเ้ ลอื ดแบบพเิ ศษ เช่น เลือดผ่านการฉายรงั สี เปน็ ต้น
22
10.1.2 ข้อมูลต่างๆ ของเลือดผู้บริจาคท่ีอยู่บนถุงเลือดต้องตรงกับใบคล้อง
ถงุ เลอื ดเชน่ หม่เู ลอื ด ABO และ Rh ชนดิ ของส่วนประกอบของเลอื ด
เป็นต้น
10.1.3 ตรวจขอ้ มูลการขอใชเ้ ลอื ดจากหอผู้ป่วย (แบบฟอรม์ ขอรับเลอื ดต้อง
ระบชุ อื่ -สกลุ HN ผปู้ ว่ ย ชนดิ ของสว่ นประกอบของเลอื ด และจำ� นวน
ทต่ี อ้ งการ) การบนั ทกึ ขอ้ มลู สว่ นประกอบของเลอื ดทเ่ี ตรยี มตอ้ งตรง
กัน หากไม่ตรงกนั ต้องตรวจสอบและแกไ้ ขใหถ้ ูกต้องก่อน
10.1.4 ตรวจสอบสภาพทัว่ ไปของเลอื ด ได้แก่ ไมม่ สี ผี ิดปกติ ไมม่ กี ารรัว่ ไม่มี
ก้อน clot ขนาดใหญท่ ีม่ องเห็นได้ด้วยตาเปล่า เปน็ ต้น
10.1.5 ตรวจสอบวนั หมดอายทุ ถี่ ุงเลอื ด
10.1.6 ผู้ตรวจสอบต้องลงนามรับรองบนใบคล้องถุงเลือดว่าได้ตรวจสอบ
ขอ้ มลู ถูกต้องแล้ว
11. การเก็บตัวอย่างเลอื ดหลังการตรวจวเิ คราะห์
11.1 ตวั อยา่ งเลือดผูป้ ว่ ย
11.1.1 เมื่อเตรียมเลือดให้ผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว ตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยและ
ตัวอย่างเม็ดเลือดแดงของผู้บริจาคท่ีใช้ในการตรวจสอบ ต้องเก็บ
รกั ษาไวใ้ นตเู้ ยน็ อณุ หภูมิ 1-6 oC อย่างน้อย 7 วัน หลงั การให้เลอื ด
เพอื่ สามารถนำ� มาตรวจสอบซ�ำ้ ได้
11.1.2 ในกรณีท่ีจ�ำเป็นต้องแยกพลาสมาหรือซีรัมแช่แข็งไว้เพื่อรักษา
แอนตบิ อดี ต้องตดิ ฉลากให้ชัดเจน ได้แก่ ช่อื -นามสกุล HN หอผปู้ ่วย
วนั ทเี่ จาะตวั อยา่ งเลือด เพื่อปอ้ งกันการติดฉลากผดิ
11.2 ตวั อยา่ งเม็ดเลอื ดแดงของผู้บริจาค
สามารถเลอื กเก็บไดห้ ลายแนวทางดงั น้ี
1. สายปลอ้ งจากถงุ เลอื ด ทถี่ กู เปดิ ใชง้ านในขนั้ ตอน crossmatch เมอ่ื ตรวจความ
เขา้ กนั ไดข้ องเลอื ดเสรจ็ เกบ็ ใสใ่ นหลอดทดลองและตดิ ฉลากโดยมรี ายละเอยี ด
ได้แก่ หมู่เลอื ด หมายเลข ยูนิต วนั ท่ีเจาะเลือด
2. เก็บสายปล้องจากถุงเลือดท่ียังไม่เปิดใช้ ไว้ 1 ปล้องก่อนจ่ายเลือด ติดฉลาก
โดยมรี ายละเอยี ด ไดแ้ ก่หมู่เลอื ด หมายเลขยูนิต วนั ที่เจาะเลือด
3. เก็บสายปล้องจากถุงเลือดทุกยูนิต ต้ังแต่ข้ันตอนการตรวจคัดกรองเลือดหลัง
บรจิ าค (donated blood processing) ตดิ ฉลากหมายเลขยนู ติ เกบ็ ไวจ้ นกวา่
เม็ดเลอื ดแดงจะหมดอายุ
23
24 แนวปฏิบัติกระบวนการเตรยี มสว่ นประกอบของเลือดให้ผ้ปู ว่ ยในภาวะปกติ
แพทยม์ ีค�ำสงั่ การใหส้ ว่ นประกอบของเลือด
• พยาบาลเตรียมอปุ กรณ์/ใบขอเลอื ด
• ใหข้ อ้ มลู ผูป้ ่วย/ญาติ
• ให้เซน็ ยินยอมการรบั เลือด หรือใช้ใบเซน็ ยินยอมของโรงพยาบาล
ตรวจสอบตชัวื่ออ-สยกา่ งลุ เHจาNะ(เAลNอื ดหใสร่หอื ลBอaดrcเoซdน็ eช)่อื ขผอ้เู จงาผะู้ปบ่วนยหใหลต้ อรดงกับหลอด
ธนาคารเลือด รบั ตัวอย่างเลอื ด
ตรขวจอสงตอวับอคยวา่ างมเลถอืกู ดตอ้ ง ไม่ถูกตอ้ ง •• ปปรฏะิเสสธารนับงาตนัวอใหย้สา่ ่งงตเลวั อื อดยา่ งเลือดใหม่
•• หตราวเลจือหดาบชรนิจิดาขคอทงี่แแออนนตตเิบิ จอนดเปี ็นลบ Ab screen บวตกAรวnจtiหbมoเู่dลyอื ดscArถeBกู eOตnอ้ ,iงnRgh,ไม่ตรงกAับBปOระวตั เิ ดิม •• ปหารสะสาเาหนตหุ อผ้ปู ว่ ยเจาะตวั อย่างเลอื ดใหม่
หาไม่ได้ หาได้ ตรงกบั ประวตั ิเดมิ /ไมม่ ีประวตั ิเดมิ
ไมผ่ า่ น
ไมผ่ ่าน
Crossmatch •• นหำ�ายสูนาเิคหทตีเ่ ใุลหือ้ไกดไก้ ด่อ้ไนปด�ำเนินการตอ่
ขอเลือดจากศูนย/์ รพ.ศนู ย/์ ส่งต่อผู้ปว่ ย ผา่ น
รบบั ันรอทงึกผผลลโแดลยะตพรวมิ จพใ์AบBคOล้อผงปู้ เลว่ ยือซด้ำ�
เก็บเลอื ดเข้าต้เู ย็น เตรียมจา่ ย
กรณีผ้ปู ่วยยงั ไม่มปี ระวัตหิ มเู่ ลือด ประสานงานหอผ้ปู ่วยเจาะตัวอยา่ งเลือดใหม่
สง่ ก่อน หรือ สง่ พรอ้ มใบขอรับเลอื ด หรือกระบวนการอยา่ งอนื่ ในท่ีโรงพยาบาลก�ำหนดข้นึ
เพ่ือให้มีการตรวจ ABO จากการเจาะเลือดอีกครงั้
25
เจา้ หนา้ ท่ีหอผู้ปว่ ยขอรบั เลอื ด ไม่มีประวตั ิ ตรวจหมู่เลทอื เ่ีดจซาำ้�ะจมาากใหตมวั อ่ ยา่ งเลอื ด
มปี ระวตั ิ
นำ� เลอื ดออกจากตเู้ ก็บเลอื ด
จา่ ยเลอื ดให้แกห่ อผู้ปว่ ย
แผนภูมิท่ี 1 แนวปฏิบัตกิ ระบวนการเตรยี มสว่ นประกอบของเลือดให้ผปู้ ่วยภาวะปกติ
การขอใช้เลอื ดกรณีฉุกเฉนิ
1. แพทย์ผู้รักษาเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกขอใช้เลือดกรณีฉุกเฉิน โดยประเมิน
จากความจ�ำเป็นเร่งด่วนในการให้เลือดแก่ผู้ป่วย ยอมรับความเส่ียงที่อาจเกิด
จากการรับเลือดท่ีเข้ากันไม่ได้ เน่ืองจากไม่สามารถรอการตรวจสอบสมบูรณ์
ได้ ดังน้ัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการส่ือสารเร่ืองการขอเลือดท่ีผิดพลาด แพทย์
ผู้รักษาต้องลงลายมือช่ือในใบขอเลือด และต้องระบุว่าต้องการใช้เลือดด่วน
แบบใด ซึง่ งานธนาคารเลือดตอ้ งก�ำหนดไวใ้ ห้ชัดเจน
2. เมอื่ มกี ารขอใชเ้ ลอื ดกรณเี รง่ ดว่ น มแี นวทางสำ� หรบั เจา้ หนา้ ทงี่ านธนาคารเลอื ด
ดงั น้ี
กรณดี ่วนมาก รอไม่ได้ หรอื ไม่มีตัวอย่างเลอื ดผูป้ ่วย
ให้จ่าย LPRC หรือ PRC หมู่ O แก่ผู้ป่วยทนั ที (uncrossmatched blood)
ไมค่ วรใชเ้ ลอื ดตามหมทู่ ที่ ราบในประวตั เิ พยี งอยา่ งเดยี ว (ควรเจาะตวั อยา่ งเลอื ด
ผปู้ ว่ ยกอ่ นให้เลือดไวด้ ้วย) หากเปน็ ชาวตา่ งชาติ อาจต้องพจิ ารณาใหห้ มู่ RhD
negative ด้วย
กรณดี ่วนรอไดป้ ระมาณ 15 นาที
มีตัวอย่างเลือดผู้ป่วย ให้ตรวจหมู่เลือด ABO, Rh ของผู้ป่วยแล้วจ่ายเลือด
หมู่เดียวกับผู้ป่วยโดยตรวจความเข้ากันได้ของเลือดแบบ Immediate spin
crossmatch (IS crossmatch)
3. ใบคลอ้ งถุงเลอื ดตอ้ งระบใุ หช้ ดั เจนวา่ uncrossmatched blood หรือ initial
crossmatched blood (กรณดี ่วนรอได้ 15 นาท)ี
4. หลังจากจ่ายเลือดแล้วต้องทดสอบความเข้ากันได้แบบ complete
crossmatch หากพบวา่ ใหผ้ ล incompatible ตอ้ งแจ้งแพทยผ์ ู้รกั ษาทนั ที
26
แนวปฏิบตั กิ ระบวนการเตรยี มสว่ นประกอบของเลือดให้ผู้ปว่ ยในภาวะฉุกเฉนิ
แพทยม์ คี �ำสง่ั การใหส้ ่วนประกอบของเลอื ด
• เขียนใบขอเลอื ดฉุกเฉิน
• ระบคุ วามเรง่ ด่วนของขั้นตอนในการเตรียมเลือด
แพทย์ เซ็น ยินยอมใหโ้ ลหิตฉกุ เฉิน
Initial crossmatch Uncrossmatch
Immediate spin (รอไมไ่ ด้และไม่ทราบหมเู่ ลือด ประมาณ 5 นาท)ี
(รอได้ประมาณ 15 นาท)ี
Group O, LP RC/P RC
• ส่งตัวอย่างเลือดพร้อมใบขอเลือดฉุกเฉินที่กรอก • โทรแจง้ ธนาคารเลือด
ข้อความสมบูรณ์ มลี ายเซ็นแพทยย์ นิ ยอม • หากเจาะเลือดไม่ได้ ยังไม่ต้องส่ง
• โทรแจง้ ธนาคารเลือด ตัวอยา่ งเลอื ด
• ใหเ้ จ้าหนา้ ทมี่ ารอรบั เลือด • นำ� ใบขอเลอื ด
• ระบุชนิดของส่วนประกอบของเลือด
จ่ายเลอื ดใหแ้ ก่ผู้มารบั โลหติ ทขี่ อเบิก พร้อมลายเซ็นแพทยย์ นิ ยอม
• มารบั โลหติ ทนั ที
ทำ� crossmatch ต่อใหค้ รบ แจ้งหอผู้ป่วย ส่งตวั อยา่ งเลือด
ทุกขัน้ ตอน ตามมาโดยเรว็
หาก crossmatch มีปัญหา ธนาคารเลือดจะโทรแจ้งเพือ่ หยุดการให้เลอื ดทนั ที
และจ่ายยนู ติ ใหมท่ ่ีเขา้ กัน
แผนภมู ทิ ่ี 2 แนวปฏบิ ตั กิ ระบวนการเตรยี มสว่ นประกอบของเลอื ดใหผ้ ปู้ ว่ ยภาวะฉกุ เฉนิ
27
การขอใชเ้ ลือดแบบ Massive Transfusion
การใหเ้ ลอื ดในลกั ษณะ massive transfusion หมายถงึ การใหเ้ ลอื ดแกผ่ ปู้ ว่ ยจำ� นวน
8-10 ยูนิต ภายใน 24 ชว่ั โมง หรือจ�ำนวน 4-5 ยูนิตภายใน 1 ช่ัวโมง มกั เปน็ ผปู้ ่วยท่ีขอ
ใช้เลอื ดแบบเร่งดว่ นจากห้องผ่าตัด
มแี นวปฏบิ ตั ิดงั นี้
1. ผปู้ ว่ ยที่ได้รับเลือดแบบ massive transfusion เลอื ดในรา่ งกายผ้ปู ่วยจะไม่ใช่
ของผู้ป่วยเองทั้งหมด แต่มีเลือดของผู้บริจาคปะปนอยู่ด้วยเป็นจ�ำนวนมาก
ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยเหล่าน้ีมักได้สารน�้ำหรือพลาสมาร่วมด้วย จึงท�ำให้เกิด
การเจอื จางแอนติบอดใี นตัวผปู้ ่วยและอาจตรวจไม่พบ ดังน้ัน ในกรณที ผ่ี ูป้ ่วย
มีประวัติไม่พบ clinically significant antibody จะพิจารณาให้เลือดตรง
หมู่ ABO, Rh แบบ uncrossmatch blood ได้ แต่หากผู้ป่วยมี clinically
significant antibody เลอื ดทใี่ หต้ อ้ งไมม่ แี อนตเิ จนทต่ี รงกบั แอนตบิ อดที ตี่ รวจ
พบ ดังนั้น งานธนาคารเลือดจึงต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนระบุไว้ใน system
operating procedure (SOP)
2. ต้องมลี ายเซน็ ของแพทยผ์ ูข้ อใชเ้ ลือด
แนวทางและหลักเกณฑใ์ นการให้เลอื ดผู้ป่วยหลังจากไดร้ บั เลือดต่างหมู่
1. ในสถานการณเ์ รง่ ดว่ น บางครัง้ งานธนาคารเลอื ดจำ� เปน็ ตอ้ งจา่ ยเมด็ เลอื ดแดง
หมู่ O ใหผ้ ปู้ ่วย ก่อนทจี่ ะไดร้ ับการตรวจความเข้ากนั ไดข้ องเลอื ด หรือ ก่อนได้
รบั ตวั อยา่ งเลอื ดผปู้ ว่ ย ในกรณนี ้ี ควรใชส้ ว่ นประกอบเลอื ดชนดิ LPRC เนอ่ื งจาก
มีพลาสมาเหลืออยูน่ อ้ ยกว่า PRC
2. ในกรณที ผ่ี ปู้ ว่ ยเคยไดร้ บั LPRC ตา่ งหมมู่ ากอ่ น (ซง่ึ สว่ นใหญเ่ ปน็ หมู่ O) จำ� นวน
1-2 ถงุ สามารถให้เลอื ดหม่เู ดียวกับผูป้ ว่ ยได้ เน่ืองจากใน LPRC มีพลาสมาคง
เหลอื นอ้ ยมาก
3. ในกรณผี ูป้ ่วยเคยได้รับ PRC ต่างหมูม่ ากอ่ น (ซง่ึ ส่วนใหญเ่ ป็นหมู่ O) จ�ำนวน
1-2 ถงุ ควรมกี ารทดสอบ crossmatch เลือดหมู่เดียวกับผ้ปู ่วย จนถึงขน้ั ตอน
IAT หากให้ผลลบจงึ สามารถใหต้ รงหมไู่ ด้
4. ในบางรายหรอื ในเดก็ เลก็ หากใหเ้ มด็ เลอื ดแดงตา่ งหมใู่ นปรมิ าณมาก อาจตรวจ
พบแอนติบอดชี นิด passive acquired anti-A/anti-B ในตวั อย่างเลอื ดผูป้ ่วย
กรณนี ี้ ต้องให้เม็ดเลือดแดงท่ีมหี มู่ ABO เขา้ กันไดต้ ่อไป
28
5. หากผู้ป่วยเคยได้รับเลือดต่างหมู่ ABO/Rh มาก่อน เช่น ผู้ป่วยหมู่ A, RhD
negative ได้รับเลือดหมู่ O, RhD positive ในตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยจะมี
เซลลห์ มู่ A, RhD negative และหมู่ O, RhD positive ปะปนกนั อยู่ จงึ ท�ำให้
การตรวจหาหมู่ RhD ท่ีแท้จริงของผู้ป่วยจะยุ่งยากขึ้น กล่าวคือ เห็นผลการ
ทดสอบเป็นแบบ mixed-field agglutination ดังนน้ั หากยังไม่สามารถสรุป
หมู่ Rh ได้ หรอื ผลการทดสอบไม่ชัดเจน ควรพิจารณาใหเ้ ลอื ดหมู่ RhD neg-
ative แกผ่ ้ปู ่วย
6. ในกรณที ใี่ หส้ ว่ นประกอบเลอื ดหมู่ RhD positive (เชน่ platelet concentrate)
แก่ผู้ป่วย RhD negative โดยเฉพาะในเพศหญิงที่ยังมีโอกาสต้ังครรภ์ ต้อง
พจิ ารณาให้ RhIG แบบ prophylaxis เพ่อื ป้องกันไม่ให้รา่ งกายถูกกระตนุ้ ให้
สร้าง anti-D ข้นึ ได้
…………………………………………………………………………….
เอกสารอา้ งองิ
1. Boulton F. Transfusion guidelines for neonates and older children. Br J of
Hematol, 2004; 124: 433-53.
2. British Committee for Standards in Hematology. Guidelines on the use of
irradiated blood components. Br J of Hematol, 2011; 152: 35-51.
3. Hillyer CD, Strauss RG, Luban NL.C, eds. Handbook of pediatric transfusion
medicine. Elsevier Inc, California, USA, 2004.
4. MacDonald MG, Seshia MM.K, Mullet MD, eds. Avery’s Neonatology Patho-
physiology & Management of the Newborn, 6th Edition. Lippincott William &
Wilkins, Philadelphia, USA, 2005.
5. McCullough J., ed. Transfusion Medicine, 2nd Edition. Elsevier Inc, Pensylvania,
USA, 2005.
6. Roback JD, Grossman BJ, Harris T, Hillyer CD, eds. Technical Manual, 17th Edi-
tion. American Association of Blood Banks, Bethesda, Maryland, USA, 2011.
7. พิมล เชี่ยวศิลป์, บรรณาธิการ. การใช้โลหิตและส่วนประกอบโลหิตอย่างเหมาะสม คู่มือ
แพทย์. ศูนยบ์ ริการโลหิตแหง่ ชาติ สภากาชาดไทย พมิ พ์ครงั้ ท่ี 1 พ.ศ. 2554 บริษัทรงุ่ ศลิ ป์
การพมิ พ์ (1977) จำ� กดั กรงุ เทพฯ
8. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย. มาตรฐานธนาคารเลือดและงานบริการโลหิต.
พิมพ์ครงั้ ท่ี 4 พ.ศ. 2558 หจก. อุดมศึกษา กรงุ เทพฯ
29
บทที่ 2
การให้เลือดในเดก็
ทารกมีรูปแบบการเจริญเติบโตและพัฒนาการของอวัยวะและระบบต่างๆ อย่าง
เปน็ กระบวนการตอ่ เนอ่ื ง ตง้ั แตร่ ะยะแรกคลอด เรม่ิ จากการพฒั นาของระบบหายใจและ
ไหลเวียนเลือด (cardiopulmonary adaptation) รวมถึงการพัฒนาของอวัยวะอื่นๆ
ได้แก่ ระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบสืบพันธุ์ เป็นต้น
ระบบต่างๆ จะมีการพัฒนาเจริญเติบโตเต็มท่ีและสามารถท�ำงานอย่างสมบูรณ์ในช่วง
เวลาต่างกัน ตง้ั แตแ่ รกคลอดถงึ วัยรนุ่ (adolescence) ดังน้นั การเตรยี มสว่ นประกอบ
เลือดใหผ้ ้ปู ว่ ยเด็กจึงมีความแตกตา่ งกันในแตล่ ะชว่ งอายุดงั นี้
1. ทารกในครรภ์ (fetus)
2. ทารก (infant) เรม่ิ ต้งั แตแ่ รกเกิด ถึงอายุ 1 ปี แบ่งออกเป็นหลายช่วง ไดแ้ ก่
2.1 ทารกท่ีมีอายุ 30 วันแรกหลังคลอด เรียกว่าทารกแรกเกิด (neonate/
newborn)
2.2 ทารกอายุมากกว่า 1 เดอื น – 4 เดอื น
2.3 ทารกอายมุ ากกว่า 4 เดอื น - 1 ปี
ทารกในครรภ์ถึงทารกอายุ 1 ปี เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนแอ เพราะระบบภูมิคุ้มกัน
และระบบประสาทยังท�ำงานไม่สมบูรณ์ รวมถึงเลือดไหลเวียนในร่างกายมีปริมาณน้อย
จึงต้องเตรียมส่วนประกอบของเลือดท่ีเหมาะสมให้แก่ทารกในแต่ละราย ส�ำหรับกลุ่ม
ทารกแรกเกดิ ควรนำ� ผลการตรวจหมเู่ ลอื ด ABO, Rh และ unexpected antibody ของ
มารดามาใช้ประกอบการพิจารณาเลือกส่วนประกอบของเลือดใหท้ ารกด้วย ส่วนกลุม่ ที่
มอี ายมุ ากกวา่ 1 เดอื น ถงึ 4 เดอื น อาจมบี างรายเทา่ นนั้ ทย่ี งั พบมี antibody ของมารดา
อยู่ในทารกได้ กรณีน้ีควรน�ำเลือดมารดามาตรวจเช่นเดียวกับในทารกแรกเกิด ส�ำหรับ
ทารกอายมุ ากกว่า 4 เดือน - 1 ปี ไม่มี antibody ของมารดาอย่ใู นทารกแล้ว
3. เดก็ (child) มอี ายมุ ากกวา่ 1 ปี ขนึ้ ไป ระบบภมู คิ มุ้ กนั และระบบอน่ื เรม่ิ ทำ� งาน
สมบูรณ์ขึ้น ดังน้ันนอกการตรวจหมู่เลือด ABO, Rh แล้ว จึงควรทดสอบ
antibody screening เพ่ิมข้ึนด้วย และสามารถใช้ส่วนประกอบของเลือดได้
ใกลเ้ คยี งกบั ผใู้ หญม่ ากข้นึ
30
การเตรียมส่วนประกอบเลือดให้ผปู้ ่วยเด็กในแตล่ ะช่วงอายุ มีรายละเอียดดงั น้ี
1. การให้เมด็ เลือดแดงแก่ทารกในครรภ์ (Red cell intrauterine transfusion)
การให้เม็ดเลือดแดงแก่ทารกในครรภ์ ท�ำในกรณีที่จ�ำเป็นเท่าน้ัน เป็นการช่วย
ชีวิตทารกในครรภ์ท่ีมีอาการซีดมากจนอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ทารกท่ีเป็น
homozygous hemoglobin constant spring, hemolytic disease of the fetus
and newborn (HDFN) เป็นต้น
การเลือกเม็ดเลือดแดงให้ทารกในครรภ์ ควรใช้ตัวอย่างเลือดของมารดามาตรวจ
ABO, Rh, antibody screening (หากใหผ้ ลบวกควรตรวจหาชนิดของ unexpected
antibody)
เม็ดเลือดแดงส�ำหรับให้ทารกในครรภ์ ควรมคี ณุ สมบตั ิดงั นี้
1. เปน็ หมู่ O, RhD negative หรอื O, RhD positive (หากมนั่ ใจวา่ ทารกในครรภ์
เป็น RhD positive หรือ ในกรณีเร่งด่วนจนไม่สามารถรอ RhD negative
ได้) ในกรณีท่ีมารดามี unexpected antibody ชนิด IgG ซึ่งสามารถผ่าน
รกเข้าสู่กระแสเลือดของทารกได้ เม็ดเลือดแดงต้องไม่มีแอนติเจนที่ตรงกับ
unexpected antibody ของมารดาด้วย และต้องตรวจความเข้ากันได้กับ
ซีรัม หรือ พลาสมาของมารดา ในกรณีท่ีแพทย์สามารถเจาะเลือดของทารก
ในครรภ์ได้ ใหต้ รวจเลือดทารกในครรภแ์ บบเดียวกับการตรวจเลือดทารกแรก
เกิด และพิจารณาเลือกหมู่เลือด ABO, Rh หมู่เลือดระบบอ่ืนๆ เช่นเดียวกับ
ในทารกแรกเกิด
2. เป็นเลือดใหม่ท่ีสุดมีอายุไม่เกิน 5 วัน และเป็น leukocyte depleted red
cells (LDRC) เกบ็ ใน citrate-phosphate-dextrose (CPD) ในกรณที ต่ี อ้ งการ
ใชเ้ ม็ดเลือดแดงทเ่ี กบ็ ใน additive solution เชน่ AS1, AS5, SAGM ควรป่นั
และแยก additive solution ออก เพือ่ ลดความเส่ยี งจากพิษของ mannitol
และ adenine ใน additive solution เหลา่ นนั้ ขณะเดยี วกนั การปน่ั additive
solution ออกทงิ้ ยงั ช่วยปรบั ค่า haematocrit ของ LDRC ให้ไดต้ ามทีแ่ พทย์
ตอ้ งการ
31
3. เปน็ เลอื ด Cytomegalovirus (CMV) seronegative หรอื ใช้ LDRC เพื่อลด
การตดิ เช้ือ CMV
4. ฉายรังสี เพ่ือป้องกันการเกิด transfusion-associated graft versus host
disease (TA-GvHD) และควรใชภ้ ายใน 24 ชว่ั โมงหลงั การฉายรงั สี เพอื่ ปอ้ งกนั
ภาวะ hyperkalemia
2. การใหเ้ ม็ดเลอื ดแดงแก่ผูป้ ่วยเดก็ ในแตล่ ะช่วงอายุ (Red cell transfusion)
มรี ายละเอียดแตกตา่ งกนั ดงั นี้
2.1 ทารกแรกเกดิ (อายุ 30 วนั แรกหลงั คลอด)
ทารกแรกเกดิ ยงั มกี ารเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทไี่ มส่ มบรู ณเ์ ตม็ ทท่ี ง้ั ดา้ นกายวภิ าค
และสรีรวิทยา การท�ำงานของอวัยวะต่างๆ จึงยังไม่พร้อมเหมือนผู้ใหญ่ เช่น ความ
สามารถของไตในการปรับตวั ต่อการเปล่ียนแปลงปริมาตรน�้ำและ อเิ ล็กโทรลยั ท์ ตบั ยัง
ไมส่ ามารถเปลย่ี น unconjugated bilirubin เป็น conjugated bilirubin แลว้ ก�ำจัด
ออกจากร่างกายได้ ระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดท่ียังไม่สมบูรณ์ท�ำให้ไม่สามารถ
จดั การเชอื้ โรคทเ่ี ขา้ สรู่ า่ งกายไดด้ ี รวมถงึ ทารกทม่ี คี วามเครยี ดหรอื เจบ็ ปว่ ย กระบวนการ
phagocytosis ของเมด็ เลอื ดขาวยงั ลดลงด้วย
นอกจากน้ี ทารกคลอดก่อนก�ำหนด (preterm neonates) ซ่ึงมีอายุครรภ์ต่�ำกว่า
32 สปั ดาห์ หรอื มอี ายคุ รรภน์ อ้ ยกวา่ 28 สปั ดาห์ (extremely preterm neonates) รวม
ทัง้ ทารกทีม่ ีน�ำ้ หนกั ตวั น้อย (low birth weight, LBW; <2,500 กรมั ) โดยเฉพาะทารก
ทีมีนำ้� หนักตัวน้อยมาก (very low birth weight, VLBW; <1,500 กรัม) จัดเป็นกลุ่ม
ทารกแรกเกดิ ทตี่ อ้ งไดร้ บั การดแู ลเปน็ พเิ ศษ เนอื่ งจากทารกมรี ะดบั การเจรญิ ของอวยั วะ
กระบวนการเมตาบอลซิ มึ และระดบั พลงั งานสะสมไมส่ มบรู ณ์ จนอาจมคี วามเสย่ี งตอ่ การ
เกิดปัญหาท่ีแตกต่างกันได้ รวมถึงยังมีโอกาสรับส่วนประกอบของเลือดบ่อยครั้ง กลุ่ม
ทารกแรกเกิดจึงจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยเด็กท่ีร่างกายมีขนาดเล็กและการเจริญเติบโตของ
อวยั วะในรา่ งกายยงั ไมส่ มบรู ณ์ มขี อ้ จำ� กดั ในการทนตอ่ ความเปลยี่ นแปลงทเี่ กดิ จากการ
ไดร้ บั เลอื ด ดงั นน้ั จงึ ตอ้ งพจิ ารณาเตรยี มเมด็ เลอื ดแดงทมี่ ลี กั ษณะเฉพาะและมคี ณุ สมบตั ิ
เหมาะสมให้กับทารกแรกเกิดเหล่าน้ี
แอนติบอดีท่ีพบในซีรัม/พลาสมาของทารกแรกเกิด ส่วนใหญ่เป็นแอนติบอดีจาก
32
มารดาที่สามารถผา่ นรกได้ คือแอนติบอดชี นิด IgG ทารกเร่ิมสรา้ งแอนติบอดีตัง้ แต่อายุ
3-6 เดอื นหลงั คลอด ดงั นนั้ การเตรยี มเมด็ เลอื ดแดงใหท้ ารกแรกเกดิ นอกจากตอ้ งตรวจ
ABO (เฉพาะ cell grouping ด้วยวิธี tube test หลอดท่ีให้ผลลบด้วยตาเปล่าควรดู
ใต้กล้องทุกคร้ัง เพื่อช่วยวินิจฉัยการได้รับเลือดต่างหมู่มาก่อน) Rh และ direct
antiglobulin test (DAT) ของทารกแรกเกิดแล้ว ยังต้องตรวจ ABO, Rh, antibody
screening ในตัวอย่างเลือดของมารดาด้วย (หากได้ผลบวกต้องทดสอบหาชนิดของ
unexpected antibody) เพื่อน�ำผลการตรวจมาใช้พิจารณาเลือกหมู่เลือดให้ทารก
แรกเกิด การใหเ้ มด็ เลือดแดงสำ� หรบั ทารกแรกเกดิ มีหลายแบบ ดงั น้ี
2.1.1 Small volume red cell transfusion
ทารกแรกเกิดโดยเฉพาะในกลุ่มทารกคลอดก่อนก�ำหนด ทารกท่ีมีน�้ำหนัก
ตวั นอ้ ยหรือนอ้ ยมาก มีโอกาสไดร้ บั ส่วนประกอบของเลือดบ่อยครัง้ กวา่ วยั อน่ื เน่ืองจาก
ความไมส่ มบรู ณข์ องรา่ งกาย สาเหตหุ นงึ่ ทพี่ บไดบ้ อ่ ยคอื ทารกแรกเกดิ มกั มอี าการซดี จาก
การถูกเจาะเลือดเพอ่ื ส่งตรวจทางงานธนาคารเลือด จงึ ต้องให้เมด็ เลือดแดงทดแทนเพ่ือ
ทำ� ใหฮ้ โี มโกลบนิ อยใู่ นระดบั สงู พอทรี่ า่ งกายจะสามารถเจรญิ เตบิ โตไดเ้ ตม็ ที่ ไมเ่ กดิ ความ
ผิดปกติ
การเตรยี มเม็ดเลือดแดงใหท้ ารกแรกเกิด มีแนวทางต่อไปนีค้ ือ
1. หม่เู ลือด
1.1 หม่เู ลอื ด ABO มหี ลกั ในการเลอื ก (ตารางท่ี 1) ดงั น้ี
1.1.1 หมเู่ ลอื ด ABO ตอ้ งเป็นหมู่ท่ีเข้ากันได้กบั ทงั้ มารดาและทารกแรกเกดิ
1.1.2 กรณีที่มารดาเป็นหมู่เดียวกับทารกแรกเกิด หรือมารดาเป็นหมู่ AB
สามารถเลือก เมด็ เลอื ดแดงหมู่เลือดเดียวกบั ทารกแรกเกิดได้
1.1.3 กรณีท่ีมารดามีหมู่เลือดไม่ตรงกับทารกแรกเกิด และมารดาไม่ใช่หมู่
AB ควรเลือกใชเ้ มด็ เลอื ดแดงหมู่ O
1.1.4 หากทารกแรกเกดิ มหี มู่ AB ควรเลอื กหมเู่ ลอื ดทต่ี รงกบั มารดาเปน็ อนั ดบั
แรก หมู่ O เปน็ อันดับถัดมา
1.1.5 หากต้องการใช้ whole blood จะใช้ได้เฉพาะกรณีที่สามารถเลือก
เม็ดเลอื ดแดงหมู่เดยี วกบั ทารกแรกเกดิ ได้เท่านั้น
1.1.6 กรณที ไี่ ม่มเี ลอื ดมารดา ให้ใช้เมด็ เลอื ดแดงหมู่ O
33
1.2 หมูเ่ ลือด Rh มหี ลกั การในการเลือก (ตารางท่ี 2) ดังน้ี
1.2.1 กรณีท่ีมารดามีหมู่ Rh เดียวกับทารกแรกเกิด หรือ มารดามี RhD
negative แต่ไม่มี anti-D สามารถเลือกหมู่ Rh ที่ตรงกับของทารก
แรกเกิดได้
1.2.2 กรณที ม่ี ารดามี RhD negative และมี anti-D ตอ้ งเลอื ก RhD negative
สำ� หรับทารกแรกเกดิ ทงั้ ทม่ี หี มู่ RhD negative และ positive
1.2.3 กรณีท่ีไม่มีเลือดมารดาและไม่พบ anti-D ในซีรัม/พลาสมาของทารก
แรกเกดิ ควรเลอื กหมู่ Rh ทต่ี รงกบั ของทารกแรกเกดิ แตห่ ากพบ anti-D
ต้องเลอื กเป็น RhD negative
1.3 หมูเ่ ลือดระบบอื่นๆ
การเลือกหมู่เลือดระบบอ่ืนๆ ให้ทารกแรกเกิด ควรพิจารณาจากผลการตรวจ an-
tibody screening ของมารดา หากให้ผลบวก ควรทดสอบหาชนดิ ของ unexpected
antibody หากพบว่าในซรี ัม/พลาสมาของมารดามี unexpected antibody ชนิด IgG
ซงึ่ สามารถ ผา่ นรกเขา้ สกู่ ระแสเลอื ดของทารกได้ ตอ้ งเลอื กเมด็ เลอื ดแดงทไ่ี มม่ แี อนตเิ จน
ตรงกับ unexpected antibody นั้น เช่น มารดามี anti–E ควรเลือกเลือด antigen
E ลบ ใหท้ ารกแรกเกดิ และเกบ็ ซรี มั /พลาสมาของมารดาไวเ้ พอื่ ตรวจความเขา้ กนั ไดข้ อง
เลอื ดทุกยูนิตท่ีจะน�ำมาใหแ้ กท่ ารก จนกวา่ จะไมพ่ บ anti-E ในซีรัม/พลาสมาของทารก
แล้ว หรือจนกว่าทารกอายุครบ 4 เดอื น
2. เม็ดเลือดแดงท่ีจะให้ทารกแรกเกิด ต้องผ่านการตรวจและเข้ากันได้กับซีรัม/
พลาสมาของมารดา ควรใช้เม็ดเลือดแดงอายุไม่เกิน 7 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้
ระดบั โปตสั เซยี มสงู เกนิ และมรี ะดบั ของ 2,3 diphosphoglycerate (2,3 DPG)
เพยี งพอ ทำ� ให้ oxygen ทร่ี วมตวั กบั hemoglobin ในเมด็ เลอื ดแดง ถกู ปลอ่ ย
เข้าสู่เน้ือเยื่อของร่างกายทารกแรกเกิดได้ดี เนื่องจากทารกท่ีมีอายุน้อยกว่า
4 เดือนยังไมม่ ีความสามารถในการแทนทร่ี ะดบั ของ 2,3 DPG ท่ีหายไป และ
ทดแทนภาวะ hypoxia โดยการเพมิ่ heart rate ไดเ้ หมอื นในเดก็ โตหรอื ผใู้ หญ่
3. เมด็ เลอื ดแดงเก็บใน CPD, CPDA-1
4. ไม่ควรใช้เม็ดเลือดแดงที่เก็บใน additive solution ส�ำหรับทารกคลอด
34
ก่อนก�ำหนดท่ีได้รับการวินิจฉัย severe hepatic/renal insufficiency
เนื่องจาก mannitol ช่วยในการขับปัสสาวะ จึงอาจท�ำให้เกิดภาวะ unac-
ceptable fluctuation in cerebral blood flow ได้ (หากจ�ำเปน็ ตอ้ งใชค้ วร
ป่ันและแยก additive solution ออก)
5. ควรพจิ ารณาใหเ้ มด็ เลอื ดแดงท่ี CMV seronegative หรอื LDRC สำ� หรบั ทารก
แรกเกดิ ทมี่ คี วามเสย่ี งสงู ในการตดิ เชอื้ CMV เชน่ ทารกทมี่ นี ำ้� หนกั ตวั นอ้ ยมาก
(<1,500 กรัม) หรือมภี มู ิต้านทานต�่ำ (immunodeficiency) เปน็ ต้น
6. ทารกแรกเกิดท่ีเคยได้ intrauterine transfusion มาก่อน ควรให้เม็ดเลือด
แดงที่ CMV seronegative หรือ LDRC เม็ดเลือดแดงควรผ่านการฉายรังสี
ดว้ ยจนถึง 6 เดอื นหลงั จากวันท่ีกำ� หนดคลอด (40 weeks gestation)
ตารางท่ี 1 การเลอื กหมเู่ ลือด ABO ของเม็ดเลือดแดงให้ทารกแรกเกดิ
มารดา ทารก LDRC/LPRC/PRC
A O
O B O
O O
A A
A B O
O O
AB A, O
A O
B B B
O O
AB B, O
A A
AB B B
AB AB
A O
ไม่มีตัวอย่างเลือดมารดา B O
O O
AB O
35
ตารางที่ 2 การเลอื กหมู่เลือด Rh ของเมด็ เลอื ดแดงใหท้ ารกแรกเกิด
หมูเ่ ลือด Rh ของมารดาและสถานะ ทารก LDRC/LPRC/PRC
RhD positive RhD positive RhD positive
RhD negative RhD negative
RhD negative ไมม่ ี anti-D RhD positive RhD positive
RhD negative RhD negative
RhD negative มี anti-D RhD positive RhD negative
RhD negative RhD negative
ไมม่ ีตวั อยา่ งเลอื ดมารดา RhD positive ไมม่ ี anti-D RhD positive
RhD negative ไมม่ ี anti-D RhD negative
RhD positive มี anti-D RhD negative
RhD negative มี anti-D RhD negative
2.1.2 Exchange transfusion
ทารกแรกเกิดท่ีมีระดับบิลลิรูบินสูงและเพ่ิมข้ึนเร็วจนอาจเกิดอันตรายจาก
unconjugated bilirubin ท่ีมีต่อเซลล์สมอง (kernicterus) ส่วนใหญ่มีสาเหตุจาก
hemolytic disease of the fetus and newborn (HDFN) อาจจ�ำเป็นต้องท�ำ
exchange transfusion ซ่ึงมักใช้ปริมาตรเลือดเป็น 2 เท่าของปริมาตรเลือดในตัว
ทารกแรกเกดิ ซ่ึงสามารถกำ� จัด circulating red cells ได้ 70-90% และก�ำจดั total
bilirubin ไดป้ ระมาณ 50%
การเตรยี มเม็ดเลอื ดแดง มีแนวทางดังตอ่ ไปนี้คือ
1. หมูเ่ ลอื ด ABO, Rh และระบบอ่ืนๆ พจิ ารณาเช่นเดียวกับ small volume red
cell transfusion เมด็ เลอื ดแดงทีใ่ ช้ทำ� exchange transfusion ตอ้ งเขา้ กัน
ไดก้ ับมารดาและทารก
2. เม็ดเลือดแดงใหม่อายุไม่เกิน 5 วัน เนื่องจากเม็ดเลือดแดงท่ีเก็บไว้นานจะ
มีปริมาณของโปตัสเซียมที่สูงข้ึนและไม่ปลอดภัยส�ำหรับการท�ำ exchange
transfusion เนื่องจากเม็ดเลือดแดงจะผ่านหัวใจในอัตราท่ีเร็วและปริมาณ
มากกวา่ ในกรณี small volume red cell transfusion ดังนนั้ หากโปตัสเซี
ยมสงู อาจทำ� ใหห้ วั ใจหยุดเตน้ (cardiac arrest) ได้
36
3. ใช้เม็ดเลือดแดงที่เก็บในน�้ำยา CPD, CPDA-1 ไม่ควรใช้เม็ดเลือดแดงใน
additive solution เน่ืองจากมี mannitol และ adenine ที่อาจท�ำให้เกิด
อนั ตรายกบั ไต (renal toxicity) ได้ โดยเฉพาะในทารกคลอดกอ่ นกำ� หนด (หาก
จำ� เปน็ ตอ้ งใช้ ควรป่นั และแยก additive solution ออก)
4. นำ� เมด็ เลอื ดแดงมารวมกบั fresh frozen plasma (FFP) ทม่ี หี มเู่ ลอื ดเดยี วกบั
ทารกแรกเกดิ หรอื หมู่ AB คำ� นวณใหไ้ ด้ความเขม้ ขน้ 45-60% และมีปรมิ าตร
รวมเท่ากบั ทแ่ี พทย์ระบุความตอ้ งการในการทำ� exchange transfusion
2.1.3 Cardiac surgery
การพจิ ารณาเลอื กเมด็ เลอื ดแดงทใี่ ชส้ ำ� หรบั การผา่ ตดั หวั ใจในทารกแรกเกดิ ใชห้ ลกั
เกณฑเ์ ดยี วกบั การเลอื กเมด็ เลอื ดแดงสำ� หรบั exchange transfusion แตไ่ มต่ อ้ งนำ� FFP
มารวมกับเม็ดเลือดแดง ใหเ้ ตรยี มแยกสว่ นกัน
2.2 ทารกอายมุ ากกว่า 1 เดอื น – 4 เดือน
ทารกในช่วงอายุน้ี แม้จะโตกว่าทารกแรกเกิดอยู่บ้างแต่ยังมีขนาดเล็ก การเจริญ
เติบโตของรา่ งกายยังไม่สมบูรณ์เช่นกนั การเลือกเมด็ เลือดแดงให้ทารกกลุ่มนี้จงึ ใช้หลกั
เกณฑ์เดียวกับการเลือกให้ทารกแรกเกิดในเรื่องคุณสมบัติอ่ืนๆ ส่วนการเลือกหมู่เลือด
สามารถเลอื กตามผลการทดสอบ ABO (เฉพาะ cell grouping ดว้ ยวิธี tube test หรือ
column agglutination test) และ Rh ของทารก กรณีท่ีในซีรัม/พลาสมาของทารก
มีแอนติบอดีที่สงสัยว่ามาจากมารดา ต้องทดสอบหมู่เลือด ABO, Rh และ antibody
screening ของมารดาด้วย เพื่อใช้เปน็ ขอ้ มูลในการเลือกหมเู่ ลอื ดใหแ้ กท่ ารกน้นั
การเตรียมเมด็ เลอื ดแดง มีแนวทางตอ่ ไปน้คี ือ
1. หมู่เลือด
1.1 หมูเ่ ลือด ABO ควรเลอื กหมูเ่ ดียวกับทารก ยกเว้นในกรณีท่ีทดสอบได้วา่ ในซี
รมั /พลาสมาของทารก มี anti-A หรอื anti-B ชนดิ IgG จากมารดาที่ตรงกับ
หมู่เลอื ด ABO ของทารก ต้องเลือกหมู่ O
1.2 หมเู่ ลอื ด Rh ควรเลอื กหมเู่ ดยี วกบั ทารก ยกเวน้ ในกรณที ที่ ดสอบไดว้ า่ ในซรี มั /
พลาสมาของทารก มี anti-D จากมารดา ต้องเลือก RhD negative สำ� หรบั
ทารกท้งั ที่มหี มู่ RhD negative และ positive
37
1.3 หม่เู ลอื ดระบบอ่ืนๆ
1.3.1 ในกรณีที่ทดสอบได้ว่าในซีรัม/พลาสมาของทารกมี unexpected
antibody จากมารดา ต้องเลือกเม็ดเลอื ดแดงท่ไี มม่ ี antigen ตรงกับ
antibody ของมารดาจนกวา่ จะไมพ่ บ antibody นนั้ ในซรี มั /พลาสมา
ของทารกแล้ว หรือ ทารกอายคุ รบ 4 เดือน
1.3.2 ในกรณีที่ทดสอบได้ว่าในซีรัม/พลาสมาของทารกมี unexpected
antibody ท่ีทารกสร้างเอง ต้องเลือกเม็ดเลือดแดงท่ีไม่มี antigen
ตรงกับ antibody น้นั ใหท้ ารก
2. เมด็ เลือดแดงทใี่ หท้ ารกแรกเกดิ ตอ้ งเข้ากนั ไดก้ ับทารกและมารดา (กรณีทารก
มี unexpected antibody จากมารดา)
2.3 ทารกอายมุ ากกวา่ 4 เดอื น - 1 ปี
ทารกในช่วงอายุน้ีมีการเจริญเติบโตของร่างกายมากขึ้น แต่การท�ำงานของระบบ
ต่างๆ ไม่สมบูรณ์ทั้งหมด การเลือกเม็ดเลือดแดงให้ทารกกลมุ่ นี้ จงึ ยังใช้หลักเกณฑ์เดียว
กบั การเลอื กใหท้ ารกแรกเกดิ ในเรอ่ื งคณุ สมบตั อิ น่ื ๆ สว่ นการเลอื กหมเู่ ลอื ดไมต่ อ้ งคำ� นงึ ถงึ
หมเู่ ลือดของมารดาแลว้ ใหต้ รวจหมเู่ ลือด ABO (เฉพาะ cell grouping ด้วยวิธี tube
test หรือ column agglutination test) และ Rh ของทารก และเลือกเมด็ เลอื ดแดงหมู่
เลอื ดเดียวกบั ทารก ยกเว้นกรณีที่มปี ระวัติการรบั เมด็ เลอื ดแดงตา่ งหมู่มาก่อน ให้ใช้หมู่
เดมิ ทไ่ี ด้เคยรบั มาซ่งึ ส่วนใหญม่ กั เปน็ หมู่ O จนกว่าไม่มี anti–A หรอื anti–B (ทงั้ IgM
และ IgG) ทีต่ รงกับหมเู่ ลอื ดของทารกแลว้ จงึ สามารถให้เลือดหม่เู ดยี วกบั ทารกได้ เมด็
เลอื ดแดงท่ีใหแ้ ก่ทารกตอ้ งผา่ นการตรวจและเขา้ กันได้กบั ทารก
การตรวจความเข้ากันได้ของเลือดส�ำหรับทารกกลุ่มนี้ อาจพบปัญหาตรวจแล้วเข้า
กนั ไมไ่ ด้ เนอ่ื งจากทารกอาจมี unexpected antibody ตรงกับแอนติเจนของเมด็ เลือด
แดงทีต่ รวจ แมม้ อี ายนุ ้อยกว่า 1 ปีกต็ าม ดงั นัน้ ควรตรวจสอบ antibody screening
ด้วย หากได้ผลบวกให้ตรวจหาชนิดของ unexpected antibody แล้วเลือกเม็ดเลือด
แดงท่ีไมม่ ีแอนติเจนตรงกบั unexpected antibody ท่ตี รวจพบ เช่น ทารกมี anti-M
ควรเลอื กเม็ดเลือดแดงท่ีไม่มแี อนติเจน M ใหท้ ารก เป็นตน้ โดยตอ้ งตรวจและเข้ากันได้
กับเลือดทารกดว้ ย
38
2.4 เดก็ ท่ีมีอายมุ ากกวา่ 1 ปี
การเลอื กหมเู่ ลอื ดของเมด็ เลอื ดแดงใหเ้ ดก็ กลมุ่ นี้ ควรเลอื กหมเู่ ลอื ดทต่ี รงกบั เดก็ และ
ไม่มีแอนตเิ จนทต่ี รงกับ unexpected antibody (หากตรวจพบ) โดยการตรวจหมูเ่ ลอื ด
ABO (ทง้ั cell และ serum grouping) Rh และ antibody screening (หากให้ผลบวก
ให้ตรวจหาชนดิ ของ unexpected antibody) เมด็ เลอื ดแดงท่ีสามารถให้กับเดก็ ไดต้ ้อง
ผา่ นการตรวจและเข้ากันได้กบั ซีรมั /พลาสมาของเดก็
การเตรยี มเมด็ เลือดแดง มแี นวทางต่อไปนีค้ อื
1. เดก็ ทต่ี อ้ งรบั เม็ดเลือดแดงบ่อยๆ ควรเลอื กเม็ดเลอื ดแดงอายไุ มเ่ กนิ 7 วนั และ
มกี ารแยกเมด็ เลอื ดขาวออกไดแ้ ก่
1.1 LPRC เพ่ือป้องกันการเกิด febrile non-hemolytic transfusion
reaction (FNHTR)
1.2 LDRC เพอ่ื ปอ้ งกันการเกิด FNHTR และ HLA antibody
2. เดก็ ที่ป่วยเป็นโรคไต หรอื ให้ massive transfusion เช่น ผา่ ตดั หวั ใจ หรือท�ำ
exchange transfusion ควรใช้เม็ดเลือดแดงอายุไม่เกิน 7 วัน เพื่อป้องกัน
อันตรายตอ่ หัวใจเน่ืองจากระดับโปตสั เซยี มทีส่ งู เกนิ ไป ไมค่ วรใช้เม็ดเลือดแดง
ท่เี ก็บใน additive solution เพอ่ื ลดความเส่ยี งท่เี กิดจากพษิ ของ mannitol
และ adenine
3. ผปู้ ว่ ยเดก็ ภาวะ septicemia หรอื shock หรอื มภี าวะลม้ เหลวของอวยั วะตา่ งๆ
ควรเลือกเมด็ เลือดแดงอายไุ มเ่ กิน 7 วนั เพ่ือให้มรี ะดับของ 2,3 diphospho-
glycerate (2,3 DPG) ท่ีเหมาะสม เม็ดเลือดแดงสามารถปล่อยออกซิเจนให้
อวัยวะได้ทันความต้องการ และระดับโปตัสเซียมไม่สูงเกินไปจนเป็นอันตราย
กบั หวั ใจหรอื ไต
การใหพ้ ลาสมา (Fresh frozen plasma transfusion, FFP)
การเลือก FFP ให้ผู้ป่วยเด็กไม่แตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ ควรเลือก FFP ท่ี
มีหมู่เลือดเดียวกับผู้ป่วย หากไม่มีหมู่เลือดน้ัน สามารถให้หมู่ AB หรือหมู่อ่ืนท่ีเป็น
compatible plasma ได้
39
การให้เกล็ดเลอื ด (Platelet transfusion)
ควรเลือกใช้เกล็ดเลือดท่ีมีหมเู่ ลือดเดียวกับผู้ป่วยเด็กทกุ ช่วงอายุ ยกเวน้ กรณีท่ไี ม่มี
และจำ� เปน็ ตอ้ งใชเ้ กลด็ เลอื ดเรง่ ดว่ น ควรใหห้ มู่ AB หรอื หมอู่ น่ื ทมี่ ี compatible plasma
กรณที ่ีผู้ปว่ ยเดก็ เปน็ RhD negative ควรให้เกล็ดเลือด RhD negative ดว้ ย หรอื หาก
ไม่มี สามารถให้ RhD positive ร่วมกับการให้ RhIG ได้ ควรให้ RhIG ภายใน 72 ช่วั โมง
หลังจากให้เกล็ดเลือด RhD posiitve เพ่ือป้องกันการสร้าง anti-D หลังรับเกล็ดเลือด
RhD positive เนอื่ งจากในเกลด็ เลอื ดยงั มเี มด็ เลอื ดแดงทเ่ี ปน็ RhD positive ปนอยบู่ า้ ง
จากการเตรียม
…………………………………………………………………….
เอกสารอ้างองิ
1. Boulton F. Transfusion guidelines for neonates and older children. Br J of
Hematol, 2004; 124: 433-53.
2. British Committee for Standards in Hematology. Guidelines on the use of
irradiated blood components. Br J of Hematol, 2011; 152: 35-51.
3. Hillyer CD, Strauss RG, Luban NL.C, eds. Handbook of Pediatric Transfusion
Medicine. Califonia: Elsevier Inc., 2004.
4. MacDonald MG, Seshia MM.K, Mullet MD, eds. Avery’s Neonatology
Pathophysiology & Management of the Newborn, 6th edition. Lippincott
William & Wilkins, Philadelphia, USA, 2005.
5. McCullough J, ed. Transfusion Medicine. 2nd edition. Elsevier Inc. Pennsylvania,
USA, 2005.
6. Roback JD, Grossman BJ, Harris T, Hillyer CD, eds. Technical Manual 17th
edition. American Association of Blood Banks, Bethesda, Maryland, USA, 2011.
7. ศนู ย์บริการโลหติ แห่งชาติ สภากาชาดไทย. มาตรฐานธนาคารเลอื ดและงานบริการโลหติ .
พมิ พค์ รง้ั ท่ี 4 พ.ศ. 2558. หจก. อุดมศึกษา กรุงเทพฯ
40
ตารางที่ 3 สรุปแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการเตรยี มสว่ นประกอบของเลอื ดส�ำหรับทารกวยั ตา่ งๆ
ช่วงอายุ ส่วนประกอบ หมู่เลือดของส่วนประกอบของเลอื ด คุณสมบตั ิสว่ นประกอบของเลือด
ของเลอื ด การตรวจ
ทางธนาคารเลือด หมู่เลอื ดทีเ่ ลือก/ ผลการตรวจ คุณสมบตั ิ เหตุผล
ทารกในครรภ์ Red blood cells มารดา: 1. เลอื ดใหมอ่ ายไุ มเ่ กนิ 5 วนั 1. ป้องกันความเส่ียงจาก
(fetus) hyperkalemia
1. ABO, Rh 1. O, RhD negative หรือ O, 2. เก็บใน CPD หรือ AS1, 2. ลดความเสย่ี งจากผลของ
RhD positive (ถ้าม่ันใจว่า AS5, SAGM ทป่ี ่ัน addi- mannitol, adenine
ทารกในครรภ์เป็น RhD posi- tive solution ออก
tive หรือ ในกรณีเรง่ ดว่ นจนไม่ 3. ปรับค่า haematocrit 3. ลดการติดเชือ้ CMV
41 สามารถรอ RhD negative ได)้ ตามความต้องการของ
หรือหากสามารถตรวจเลือด แพทย์
ของ fetus ได้ พิจารณาเลือก
หมู่เลือด ABO, Rh เช่นเดียว
กับในทารกแรกเกดิ
2. Antibody screening 2. เมด็ เลอื ดแดงตอ้ งไมม่ แี อนตเิ จน 4. CMV negative หรือ 4. ป้องกันการเกิด TA-
(หากให้ผลบวกตรวจ ท่ีตรงกับแอนติบอดีท่ีตรวจพบ LDRC GvHD ปอ้ งกนั ความเสย่ี ง
หาชนิดแอนตบิ อด)ี ในมารดา (หากมี) จาก hyperkalemia
3. Crossmatch 3. เข้ากันได้กับซีรัม/พลาสมาของ 5. ผ่านการฉายรังสี (ใช้
มารดา ภายใน 24 ชวั่ โมงหลงั การ
ฉายรงั ส)ี
ช่วงอายุ สว่ นประกอบ หม่เู ลือดของสว่ นประกอบของเลือด คุณสมบตั ิสว่ นประกอบของเลอื ด
ของเลอื ด การตรวจ
ทางธนาคารเลือด หมู่เลอื ดทเี่ ลอื ก/ ผลการตรวจ คณุ สมบัติ เหตผุ ล
ทารกแรกเกิด Red blood cells มารดา:
(neonate) *Small volume 1. ABO, Rh 1. ตารางท่ี 1 และ 2 1. เลอื ดใหม่ อายไุ มเ่ กนิ 7 วนั 1. ป้องกันอันตรายจาก
RBCs 2. Antibody screening 2. เมด็ เลอื ดแดงตอ้ งไมม่ แี อนตเิ จน hyperkalemia
(หากให้ผลบวกตรวจ ที่ตรงกับแอนติบอดีของมารดา ระดบั 2,3 DPG เพยี งพอท่ี
หาชนดิ แอนติบอดี) (หากมี) haemoglobin จะปลอ่ ย
3. Crossmatch 3. เข้าได้กับซีรัม/พลาสมาของ ออกซิเจนใหอ้ วยั วะได้ดี
มารดา 2. เก็บใน CPD, CPDA-1, 2. แบบ small volume
additive solution RBCs ไม่มีปัญหาจาก
42
mannitol หรือ ade-
nine
ทารก 1. ตารางที่ 1 และ 2 1. ทารกคลอดก่อนก�ำหนด 1. Mannitol ท�ำให้เกิด
1. ABO (cell grouping, ท่ีเป็น hepatic/renal unacceptable fluc-
tube test หลอดท่ี insufficiency ไม่ใช้ tuation in cerebral
ให้ผลลบด้วยตาเปล่า additive solution (หาก blood flow
ค ว ร ดู ใ ต ้ ก ล ้ อ ง ทุ ก จำ� เปน็ ตอ้ งใช้ ควรปน่ั และ
คร้งั ), Rh, DAT แยก additive solution
ออก)
ช่วงอายุ ส่วนประกอบ หมู่เลือดของส่วนประกอบของเลือด คุณสมบัติส่วนประกอบของเลอื ด
ทารกแรกเกดิ ของเลอื ด การตรวจ
(neonate) Red blood cells ทางธนาคารเลอื ด หม่เู ลือดทเี่ ลอื ก/ ผลการตรวจ คณุ สมบัติ เหตผุ ล
*Small volume
RBCs 2. Crossmatch 2. เข้าได้กับซีรัม/พลาสมาของ 2. ทารกแรกเกิดน�้ำหนัก 2. ปอ้ งกนั การตดิ เช้ือ CMV
ทารก <1,500 กรัม/ภาวะ
ภู มิ คุ ้ ม กั น ต�่ ำ พิ จ า ร ณ า
43 ให้ CMV seronegative
LDRC ที่ผ่านการฉายรังสี
แล้ว
3. หากเคยได้รับ intra- 3. ป้องกันการตดิ เช้อื CMV
uterine transfusion ป้องกันการเกิด TA-
พิจารณาให้ CMV se- GvHD ป้องกันอันตราย
ronegative LDRC ทผี่ า่ น จาก hyperkalemia
การฉายรงั สี (ใชภ้ ายใน 24
ช่ัวโมงหลังการฉายรังสี
และใช้แบบฉายรังสีจนถึง
6 เดอื นหลงั วนั คลอด)
ชว่ งอายุ สว่ นประกอบ หมู่เลอื ดของส่วนประกอบของเลอื ด คณุ สมบัตสิ ่วนประกอบของเลอื ด
ของเลอื ด การตรวจ
ทางธนาคารเลอื ด หมูเ่ ลอื ดท่ีเลือก/ ผลการตรวจ คณุ สมบัติ เหตผุ ล
ทารกแรกเกดิ *Exchange transfu- มารดา:
(neonate) sion (น�ำ FFP รวม 1. ABO, Rh 1. ตารางท่ี 1 และ 2 1. เลอื ดใหมอ่ ายไุ มเ่ กนิ 5 วนั 1. ป้องกันอันตรายจาก
กบั RBCs) hyperkalemia
และ *Cardiac sur- 2. Antibody screen- 2. เมด็ เลอื ดแดงตอ้ งไมม่ แี อนตเิ จน 2. เก็บใน CPD, CPDA-1 ไม่ 2. Mannitol และ ade-
gery (ไมต่ อ้ งรวม FFP ing (หากให้บวกให้ ที่ตรงกับแอนติบอดีท่ีตรวจพบ เก็บใน additive solu- nine ท�ำให้เกิด renal
กับ RBCs ให้ใช้แยก ตรวจหาชนิดของ ในมารดา (หากมี) tion (หากจ�ำเป็นต้อง toxicity โดยเฉพาะใน
ส่วนกัน) แอนตบิ อดี) ใช้ ควรปั่นและบีบแยก ทารกคลอดก่อนก�ำหนด
additive solution ออก)
44
3. Crossmatch 3. เข้ากันได้กับซีรัม/พลาสมาของ 3. ทารกแรกเกิดน้�ำหนัก 3. ป้องกนั การตดิ เชอ้ื CMV
มารดา <1,500 กรมั /ภมู ติ า้ นทาน
ต่�ำ พิจารณาให้ CMV se-
ronegative หรือ LDRC
ทารกแรกเกิด: 1. ตารางที่ 1 และ 2 1. เคยได้รับ intrauterine 1. ปอ้ งกันการตดิ เชือ้ CMV
1. ABO (cell grouping, transfusion พิจารณา ป้องกันอันตรายจาก
tube test หลอดที่ ให้ CMV seronegative hyperkalemia
ให้ผลลบด้วยตาเปล่า LDRC ท่ีผ่านการฉายรังสี
ค ว ร ดู ใ ต ้ ก ล ้ อ ง ทุ ก (ใชภ้ ายใน 24 ชั่วโมงหลัง
คร้ัง), Rh, DAT การฉายรังสี)
ช่วงอายุ ส่วนประกอบ หม่เู ลือดของสว่ นประกอบของเลือด คณุ สมบตั สิ ว่ นประกอบของเลอื ด
ของเลือด การตรวจ
ทางธนาคารเลือด หมู่เลือดที่เลอื ก/ ผลการตรวจ คณุ สมบตั ิ เหตผุ ล
ทารกแรกเกดิ *Exchange transfu- 2. Crossmatch 2. ใช้ส่วนประกอบของเลือด 2. ป้องกันการเกิด TA-
(neonate) sion (น�ำ FFP รวม ทผ่ี า่ นการฉายรงั สจี นถงึ 6 GvHD
กบั RBCs) เดอื นหลงั จากวนั ทก่ี ำ� หนด
และ *Cardiac sur- คลอด
gery (ไมต่ อ้ งรวม FFP 3. เข้ากันได้กับซีรัม/พลาสมาของ 3. เตรียม RBCs+FFP ให้
กับ RBCs ให้ใช้แยก ทารก มีความเข้มข้น 45-60%
สว่ นกัน) 4. FFP หมู่เลอื ดเดยี วกบั ทารก สำ� หรบั exchange trans-
fusion
45
ทารก อายุ > Red blood cells 1. ตรวจหมู่ ABO, Rh 1. ให้เลือดหมู่เดียวกบั ทารก เช่นเดียวกับในกรณีทารก
1 เดอื น ของทารก แรกเกิด
– 4 เดือน 2. กรณีที่ซีรัม/พลาสมา 2. ต้องเลือกหมู่ O ใหท้ ารก
ของทารกมี anti-A
หรอื anti-B (IgG) จาก
มารดาท่ีตรงกับหมู่
เลือด ABO ของทารก
3. กรณีท่ีซีรัม/พลาสมา 3. ต้องเลือก RhD negative ให้
ของทารกมี anti-D ทารกท้ังที่มหี มู่ RhD negative
จากมารดา และ positive
ช่วงอายุ ส่วนประกอบ หมูเ่ ลอื ดของส่วนประกอบของเลอื ด คุณสมบัติสว่ นประกอบของเลอื ด
ของเลอื ด การตรวจ
ทางธนาคารเลือด หมเู่ ลือดทเี่ ลอื ก/ ผลการตรวจ คุณสมบัติ เหตผุ ล
ทารก อายุ > Red blood cells 4. กรณีท่ีซีรัม/พลาสมา 4. ต้องเลือกเม็ดเลือดแดงที่ไม่มี เช่นเดียวกับในกรณีทารก
1 เดอื น ของทารกมี unex- antigen ตรงกับ antibody แรกเกิด
– 4 เดือน pected antibody ของมารดาให้ทารก จนกว่าจะ
จากมารดา ไม่พบ antibody น้ันในซีรัม/
พลาสมาของทารกแล้ว หรือ
ทารกอายุครบ 4 เดอื น
5. กรณีที่ซีรัม/พลาสมา 5. ต้องเลือกเม็ดเลือดแดงท่ีไม่มี
ของทารกมี unex- antigen ตรงกบั antibody นนั้
46
pected antibody ให้ทารก
ทที่ ารกสรา้ งเอง
6. Crossmatch 6. เข้ากันได้กับซีรัม/พลาสมาของ
ทารก และมารดา (กรณที ารกมี
unexpected antibody จาก
มารดา)
ทารกอายุ >4 Red blood cells 1. ตรวจหมู่ ABO, Rh 1. ใหเ้ ลอื ดหมู่เดยี วกับของทารก เช่นเดียวกับในกรณีทารก
เดือน – 1 ปี ของทารก แรกเกดิ
ชว่ งอายุ ส่วนประกอบ หมเู่ ลือดของสว่ นประกอบของเลอื ด คณุ สมบัติส่วนประกอบของเลือด
ของเลือด การตรวจ
ทางธนาคารเลือด หมเู่ ลือดที่เลอื ก/ ผลการตรวจ คุณสมบตั ิ เหตผุ ล
ทารกอายุ >4 Red blood cells 2. Antibody screen- 2. เลือกเม็ดเลือดแดงที่ไม่มี เช่นเดียวกับในกรณีทารก
เดอื น – 1 ปี ing (หากผลบวกให้ แอนติเจนตรงกับแอนติบอดีท่ี แรกเกิด
ตรวจหาชนิดของ ตรวจแยกชนดิ ได้
แอนติบอดี
(ทดสอบเม่ือ cross-
match แลว้ เข้ากันไม่
ได้กับซีรัม/พลาสมา
ของทารก)
47
3. Crossmatch 3. เข้ากันได้กับซีรัม/พลาสมาของ
ทารก
เด็กอายุ >1 ปี Red blood cells 1. ตรวจหมู่ ABO, Rh 1. ให้หมู่เดยี วกับผูป้ ว่ ย กรณรี ับ RBCs บอ่ ย
ของผปู้ ว่ ย 1. ใช้เลือดใหม่อายุไม่เกิน 7 1. เ ม็ ด เ ลื อ ด แ ด ง อ ยู ่ ใ น
2. Antibody screen- 2. เมด็ เลอื ดตอ้ งไมม่ แี อนตเิ จนตรง วัน ร่างกายผูป้ ่วยได้นานท่ีสุด
ing (หากผลบวกให้ กับแอนติบอดีท่ีตรวจแยกชนิด 2. ใช้ LPRC 2. ป้องกัน FNHTR
ตรวจหาชนิดของ ได้
แอนติบอดี)
3. Crossmatch 3. เข้าได้กับซีรัม/พลาสมาของ 3. ใช้ LDRC 3. ป้องกัน FNHTR และ
ผปู้ ่วย สร้าง HLA antibody
ชว่ งอายุ สว่ นประกอบ หมู่เลอื ดของสว่ นประกอบของเลอื ด คุณสมบตั ิสว่ นประกอบของเลือด
ของเลอื ด การตรวจ
ทางธนาคารเลอื ด หม่เู ลอื ดท่เี ลือก/ ผลการตรวจ คณุ สมบตั ิ เหตุผล
เดก็ อายุ >1 ปี Red blood cells กรณเี ปน็ โรคไต หรอื
massive transfusion
48 : ผ่าตัดหัวใจ exchange
transfusion
1. ใชเ้ ลอื ดใหมอ่ ายไุ มเ่ กนิ 7วนั 1. ลดความเสยี่ งจาก hyper-
kalemia ทอี่ าจมผี ลตอ่ การ
ทำ� งานของหวั ใจ หรอื ไต
2. ไมเ่ ก็บใน additive solu- 2. ลดความเสี่ยงจากพิษของ
tions mannitol และ adenine
กรณีมีภาวะ shock, sep-
ticemiaหรอื อวยั วะลม้ เหลว
1. ใช้เลือดใหม่อายุไม่เกิน 7 1. ระดับ 2,3 DPG เพยี งพอ
วัน ตอ่ การปลอ่ ย
ออกซิเจนใหอ้ วยั วะไดท้ ัน
ความตอ้ งการ
2. ลดความเสยี่ งของ hyper-
kalemiaทอ่ี าจมผี ลตอ่ การ
ทำ� งานของหวั ใจ หรอื ไต