The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือแนวทางปฏิบัติงานวิทยาศาสตร์การบริการโลหิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tirawat Wannatung, 2020-10-27 06:45:31

คู่มือแนวทางปฏิบัติงานวิทยาศาสตร์การบริการโลหิต

คู่มือแนวทางปฏิบัติงานวิทยาศาสตร์การบริการโลหิต

ช่วงอายุ สว่ นประกอบ หมูเ่ ลือดของส่วนประกอบของเลอื ด คุณสมบตั ิส่วนประกอบของเลอื ด
ทกุ กลมุ่ อายุ ของเลือด การตรวจ
ทางธนาคารเลอื ด หม่เู ลอื ดท่เี ลือก/ ผลการตรวจ คุณสมบัติ เหตผุ ล

Fresh frozen pls- 1. ตรวจหมเู่ ลือด ABO 1. หมู่เลือดเดียวกับผู้ป่วย หาก
ma (FFP) ไม่มีให้หมู่ AB หรือหมู่อื่นที่
plasma compatible ได้

Platelets 1. ตรวจหมูเ่ ลอื ด ABO 1. หมเู่ ลอื ดเดยี วกบั ผปู้ ว่ ย
2. ตรวจหมูเ่ ลอื ด Rh ในกรณีเร่งด่วน หากไม่มีหมู่
49
เดียวกนั ใหห้ มู่ AB หรอื หม่อู ่นื
ที่ plasma compatible ได้
2. หมู่ Rh ตรงกับผู้ป่วย กรณี
ผู้ป่วยเป็น RhD negative
หากไม่มีเกล็ดเลือดหมู่ RhD
negative ให้ใช้เกล็ดเลือดหมู่
RhD positive ร่วมกบั ให้ RhIG
ภายใน 72 ชวั่ โมงหลังรับเกล็ด
เลอื ด RhD positive ได้

บทท่ี 3

(Traปnฏsfิกuริ sยิ ioาnหลrังeกaาcรtใioหnเ้ ลaือnดdแลinะกvาeรsแtiกgaไ้ ขtion)

Transfusion reaction คอื ผลขา้ งเคยี งอนั ไมพ่ งึ ประสงคท์ เี่ กดิ ขน้ึ กบั ผปู้ ว่ ยเนอื่ งมา
จากการรับเลือด เม่ือเกิดอาการทางคลินิกที่สงสยั วา่ เปน็ ผลจากการรบั เลอื ด มแี นวทาง
และข้อปฏบิ ตั ดิ งั ต่อไปนี้
ขอ้ ปฏิบตั เิ มื่อสงสัยว่าผู้ป่วยเกดิ transfusion reaction
1. หยุดการให้เลือดทันที
2. รายงานแพทย์ทนั ที เพ่ือให้ประเมนิ และสงั่ การรักษาผูป้ ว่ ย
3. เจาะเลอื ดผปู้ ว่ ย (EDTA blood) ประมาณ 6 มล. (post-transfusion sample)

สง่ ธนาคารเลือดพรอ้ มกับถุงเลือด
4. หา้ มใหเ้ ลอื ดผปู้ ว่ ยตอ่ (กรณขี อไวม้ ากกวา่ 1 ยนู ติ ) ใหส้ ง่ เลอื ดทกุ ยนู ติ กลบั เพอ่ื

ตรวจสอบทนั ที
การตรวจทางงานธนาคารเลอื ดเพื่อตรวจหาสาเหตขุ อง transfusion reaction
1. ค้นหาใบขอเลือด และตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยท่ีเจาะก่อนการให้เลือด

(pre-transfusion sample) ตรวจสอบ ชื่อ-สกุล HN (AN) ในใบขอเลือด
ตัวอยา่ งเลอื ดของผูป้ ว่ ย และใบคลอ้ งเลอื ดว่าตรงกันหรอื ไม่
2. น�ำ pre-transfusion, post-transfusion samples และ เลอื ดจากถงุ เลือด
ปน่ั เปรยี บเทยี บสพี ลาสมา ดวู า่ มี hemolysis หรอื มสี ีเปล่ยี นแปลงจากกอ่ น
การให้เลือดหรอื ไม่
3. ตรวจยืนยันหมู่เลือด ABO และ Rh ในตัวอย่างเลือดทั้ง pre-transfusion,
post-transfusion และจากถุงเลือด โดย pre-transfusion และ post-
transfusion samples ทำ� ทั้ง cell grouping และ serum grouping ส่วน
เลือดในถุงทำ� เฉพาะ cell grouping เนอื่ งจาก acute hemolytic transfu-
sion reaction (AHTR) มักเกดิ จากการไดร้ ับเลือดผิดหมู่ ABO ดังน้นั ในการ
ทำ� cell grouping ใน post-transfusion sample ควรตรวจดู mixed field
agglutination โดยการใช้ column agglutination test หรอื tube test และ
ตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์

50

4. ท�ำ direct antiglobulin test (DAT) จากเลือดผู้ป่วยท้ัง pre และ post-
transfusion samples เพอ่ื ตรวจดวู า่ เมด็ เลอื ดแดงมแี อนตบิ อดจี บั อยหู่ รอื ไม่

5. ตรวจหาความเข้ากันได้ของเลือด (crossmatch) โดยน�ำพลาสมาจาก
pre-transfusion และ post-transfusion samples มาท�ำปฏิกิริยากับเม็ด
เลือดแดงยูนิตท่ผี ู้ปว่ ยได้รบั

6. ตรวจกรองแอนติบอดี (antibody screening test) ในพลาสมาของ pre-
transfusion และ post-transfusion samples เพ่ือตรวจหาแอนติบอดี
ซ่ึงอาจเป็น weak antibody จนตรวจไม่พบครั้งแรก กรณีท่ีผู้ป่วยเกิด
delayed hemolytic transfusion reaction (DHTR) มักพบผลบวกใน
post-transfusion sample เนอ่ื งจากเมด็ เลอื ดแดงทผี่ ปู้ ว่ ยไดร้ บั ไปกระตนุ้ ให้
ผู้ป่วยสร้างแอนติบอดี และจับกับแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดง ท�ำให้เม็ดเลือด
แดงที่ไดร้ บั ถกู ท�ำลาย เกดิ เปน็ DHTR ขึน้

7. หากผลการตรวจกรองแอนติบอดีเป็นบวกให้ตรวจหาชนิดแอนติบอดี
(antibody identification) เมอื่ ทราบชนดิ ของแอนตบิ อดี ควรตรวจแอนตเิ จน
(antigen typing) เลือดทกุ ยนู ิตทีผ่ ู้ป่วยไดร้ บั ไปแลว้

8. กรณสี งสยั วา่ มกี ารตดิ เชอ้ื (transfusion associated infection) ใหส้ ง่ blood
component ทำ� Grams stain และ hemoculture

คู่มือฉบับน้ีได้สรุปชนิดของภาวะแทรกซ้อนหลังการรับเลือด สาเหตุ และแนวทาง
การตรวจสอบ อย่างย่อไว้ในตารางที่ 1 สามารถหารายละเอียดและค้นคว้าเพิ่มเติมได้
จากหนังสอื Technical Manual, American Association of Blood Banks (AABB)
สภากาชาดไทยได้จัดท�ำคู่มือแนวทางการเฝ้าระวังความปลอดภัย ฉบับพิมพ์คร้ังท่ี
1 พ.ศ. 2558 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเมื่อเกิดความผิดปกติหลังรับเลือดและ
สงสัย transfusion reaction อย่างไรก็ตาม หน่วยงานธนาคารเลือดของโรงพยาบาล
แต่ละแห่งควรจัดท�ำแนวทางเพ่ิมเติมและถือปฏิบัติร่วมกัน สามารถดาวน์โหลดคู่มือได้
โดยไมเ่ สียคา่ ใชจ้ ่าย จากเวบ็ ไซต์ของศูนยบ์ รกิ ารโลหติ แหง่ ชาติ สภากาชาดไทย
คู่มอื ประกอบด้วยบทท่ีสำ� คญั ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การเฝ้าระวงั ความปลอดภัยของโลหิตระดบั ชาติ
2. ภาวะแทรกซ้อนจากการบรจิ าคโลหติ
3. ภาวะแทรกซอ้ นจากการรบั เลือด
4. กระบวนการดำ� เนนิ งานและการรายงานการเฝา้ ระวงั ความปลอดภยั ของโลหติ
5. การรายงานภาวะแทรกซ้อน และแบบฟอร์มท่ีเก่ียวขอ้ ง

51

นอกจากนี้ยังให้ค�ำจ�ำกัดความของค�ำส�ำคัญต่างๆ รวมถึงการก�ำหนดระดับความ
รุนแรง และวิธีการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณไม่พึงประสงค์ในระดับต่างๆ โดยก�ำหนดให้
มที างเลอื กในการปฏิบตั ิ กรณีเกดิ ภาวะแทรกซ้อนในเรื่องตา่ งๆ ดงั นี้
1. การรายงานภาวะแทรกซอ้ นจากการบรจิ าคโลหติ ใหร้ ายงานทกุ หวั ขอ้ ตามแบบ

รายงาน
2. การรายงานภาวะแทรกซ้อนจากการรับเลือด ให้รายงานทุกหัวข้อตามแบบ

รายงาน ยกเวน้ หัวข้อที่ 1: เหตุการณไ์ ม่พงึ ประสงค์ (adverse events) ที่ยงั
ไม่เกิด adverse reactions ในตัวผู้ป่วย สามารถเลือกรายงานได้ตามความ
สมคั รใจ
ปฏกิ ริ ยิ าไมพ่ งึ ประสงคเ์ ปน็ สว่ นหนง่ึ ภาวะแทรกซอ้ นจากการรบั เลอื ด ประกอบดว้ ย
หัวข้อย่อย 1.1-1.6 หวั ขอ้ ดังกลา่ วได้แก่
1.1 การให้เลือดผิด (incorrect blood component transfused, IBCT หรือ
wrong blood transfused)
1.2 การไม่ปฏบิ ัตติ ามข้อก�ำหนด (specific requirements not met, SRNM)
1.3 การให้เลือดที่ไม่เหมาะสม (inappropriate transfusion) ไดแ้ ก่ การให้เลอื ด
โดยไม่มีข้อบ่งชี้ หรือไม่จ�ำเป็น มีความล่าช้าในการให้เลือด และการให้เลือด
ปรมิ าณนอ้ ยกวา่ ทค่ี วร
1.4 ความผดิ พลาดในการปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั ถงุ เลอื ดและการจดั เกบ็ สว่ นประกอบของ
เลือด
1.5 การให้เลือดถูกชนิด ผู้ป่วยถูกคน แต่กระบวนการท�ำงานไม่ถูกต้อง (right
blood right patient, RBRP)
1.6 เหตุการณท์ ีเ่ กอื บจะเกดิ ความผดิ พลาด (near miss)
โดยแสดงขั้นตอนการรายงานต่อคณะกรรมการเฝ้าระวังความปลอดภัยของโลหิต
ระดับชาติ (work process) ในรูปที่ 1 และเอกสารต่างๆ สามารถสืบค้นไดจ้ ากเอกสาร
คู่มอื แนวทางการเฝา้ ระวงั ความปลอดภัยของโลหติ

52

ขน้ั ตอนการรายงานคณะกรรมการเฝา้ ระวงั ความปลอดภยั ของโลหิตระดับชาติ
1. ผู้ปฏิบัติงานท่ีเก่ียวข้องกบั งานบริการโลหติ (แพทย์ พยาบาล ธนาคารเลอื ด)
1. มีกระบวนการภายในเพ่ือจัดการกับภาวะแทรกซ้อน หรือเหตุการณ์ไม่

พึงประสงค์ สร้างแบบรายงานภายใน เช่น แบบบันทึก ใบของส่งตรวจ และ
เอกสารทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับกระบวนการอยา่ งเหมาะสม
2. บ�ำบัดรักษา แก้ไขปัญหา ส�ำรวจหาสาเหตุ ตรวจวินิจฉัยผู้ประสบเหตุ
ตรวจวนิ จิ ฉยั ทางหอ้ งปฏบิ ัติการ และบันทึกข้อมลู ลงในแบบรายงานภายใน
3. วิเคราะห์และสรุปผล รายงานคณะกรรมการระบบคุณภาพขององค์กร
โรงพยาบาลและสถาบันทราบ

2. คณะกรรมการระบบคุณภาพขององค์กร โรงพยาบาล และสถาบัน
1. รับรายงานภาวะแทรกซ้อนหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในกระบวนการ

ของงานบรกิ ารโลหติ จากระดบั ปฏิบัติ
2. รวบรวมจำ� นวนรายทเี่ กดิ ขน้ึ ตามกรอบระยะเวลาทกี่ ำ� หนด จดั ทำ� รายงานตาม

แบบรายงานภาวะแทรกซอ้ นจากการบรจิ าคโลหติ (NHV1) หรอื แบบรายงาน
ภาวะแทรกซอ้ นจากการ รับเลือด (NHV2)
3. เสนอต่อผ้บู ริหารสงู สุดขององค์กร

3. ผู้บริหารสงู สุดขององค์กร (ผอู้ ำ� นวยการ ผจู้ ดั การ หรอื คณบด)ี
สง่ แบบรายงานภาวะแทรกซอ้ น NHV1 หรอื NHV2 มายังคณะกรรมการเฝ้าระวงั
ความปลอดภยั ของโลหติ ระดบั ชาติ ศนู ยบ์ รกิ ารโลหติ แหง่ ชาติ สภากาชาดไทย ตามกรอบ
ระยะเวลาท่ีกำ� หนด โดยก�ำหนดชนั้ ความลบั ตามความเหมาะสม

4. คณะกรรมการเฝ้าระวังความปลอดภยั ของโลหิตระดับชาติ
1. รวบรวมรายงาน และวเิ คราะห์
2. รายงานใหอ้ งคก์ ร โรงพยาบาล และสถาบนั ทราบ
3. จดั ทำ� รายงานประจำ� ปีโดยไมเ่ ปิดเผยช่อื ผูร้ ายงานและสถาบนั ท่รี ายงาน
4. สรา้ งนโยบายและแนวทางปฏบิ ตั ทิ ม่ี ผี ลตอ่ การพฒั นาความปลอดภยั ของโลหติ

53

ตารางท่ี 1 ชนดิ ของภาวะแทรกซอ้ นหลงั การรบั เลอื ด สาเหตุ และแนวทางการตรวจสอบ

ภาวะแทรกซอ้ น สาเหตุ อาการแสดง ลำ� ดบั ข้นั ตอนปฏบิ ัตกิ าร

Hemolytic มีแอนตบิ อดตี อ่ เม็ดเลอื ดแดง ไข้ หนาวสน่ั ความดนั โลหิตต่�ำ 1. ตรวจสอบความถูกต้องของยูนิตเลือด ตรวจสอบผู้
transfusion reaction กระวนกระวาย ปวดบรเิ วณรอยเขม็ ใหเ้ ลอื ด ปว่ ยถูกคนหรอื ไม่
(HTR) ปวดหลัง hemoglobinemia, hemoglo- 2. ตรวจถุงเลือด และ/หรือ ชุดให้เลือดเพ่ือตัดปัญหา
binuria, ปสั สาวะน้อยลง หรือสังเกตเลือด non-immune hemolysis
ซมึ ออกจากรอยเขม็ ใหเ้ ลอื ด หรอื แผลผา่ ตดั 3. ตรวจหมู่เลอื ด ABO ซ�้ำและเปรยี บเทียบในตัวอย่าง
เลอื ดผปู้ ว่ ยทง้ั กอ่ นและหลงั การรบั เลอื ด และเลอื ดผู้
บรจิ าค
4. Direct antiglobulin test (ส่ิงส่งตรวจคือ EDTA
54 blood)

Febrile non- • ผปู้ ว่ ยมแี อนตบิ อดตี อ่ เมด็ เลอื ดขาว ไข้ หนาวส่ัน ปวดศรี ษะ อาเจียน 1. ตรวจตามแนวทางปฏิบตั สิ �ำหรบั HTR
hemolytic • ได้รับเลือดท่ีเก็บไว้นาน หรือใกล้ 2. ตรวจหาแอนตบิ อดตี ่อเมด็ เลอื ดขาว
transfusion reaction หมดอายุ
(FNHTR)
ผ่นื ลมพษิ (Urticaria) • ผู้ป่วยมีแอนติบอดีต่อโปรตีนใน มผี ่ืนลมพิษ หนา้ แดง กรณีสงสัย HTR ตรวจ DAT และ ABO ซ�้ำ
พลาสมาที่ได้รับ
ปฏกิ ริ ิยา • ผู้ป่วยมีแอนติบอดีต่อ IgA หรือ มีผ่ืนลมพิษรุนแรง ความดันโลหิตต่�ำ 1. ตรวจตามแนวทางปฏิบัตสิ �ำหรับ HTR
อะนาไฟแลกตกิ haptoglobin ในเลอื ดทไ่ี ด้รับ หลอดลมตีบ หายใจติดขัด หลอดเลอื ดบวม 2. ตรวจหาปรมิ าณ IgA และ anti-IgA หรอื หาปรมิ าณ
(anaphylactic กระวนกระวาย haptoglobin และ anti-haptoglobin
reaction)

ภาวะแทรกซอ้ น สาเหตุ อาการแสดง ล�ำดบั ข้นั ตอนปฏบิ ัตกิ าร

Transfusion- • ผู้ป่วยได้รับแอนติบอดีต่อ HLA ความดนั โลหติ ตำ�่ หายใจลำ� บาก ออกซเิ จนตำ�่ 1. ตรวจตามแนวทางปฏิบตั สิ ำ� หรบั HTR
related acute ในเลือดทไ่ี ดร้ ับ เอกซเรยพ์ บปอดบวมน�ำ้ ทง้ั สองข้าง 2. ตรวจหาแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดขาวในเลือดบริจาค
lung injury (TRALI) • ผู้ป่วยได้รับสารอักเสบ (inflam- และในตัวอยา่ งเลือดผปู้ ่วยหลงั เกิดปฏกิ ิริยา
matory cytokines) ในเลอื ดเกบ็
นานๆ

Transfusion- ปริมาตรเลือดเกินจากการได้รับ หายใจติดขัด หายใจล�ำบาก นอนราบไม่ได้ 1. ตรวจเพอื่ แยกวินจิ ฉัยจาก TRALI (ดหู ัวขอ้ TRALI)
associated เลอื ดจ�ำนวนมากหรอื เร็วเกินไป ไอ ความดนั โลหติ สงู ปวดศรี ษะรนุ แรง หวั ใจ
circulatory
overload (TACO) เตน้ เรว็ อาจพบปลายมอื ปลายเทา้ สมี ว่ งจาก
การพร่องออกซเิ จน

55 Citrate reaction ไดร้ ับ citrate เกนิ จากเลอื ดทไี่ ดร้ บั ชาบริเวณริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้า 1. วัดระดับ ionized calcium
กระตกุ เกรง็ หวั ใจเต้นไมเ่ ปน็ จังหวะ 2. EKG (พบ prolonged QT)

Delayed ผู้ป่วยมีแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดแดง ไข้ ซดี หรอื เหลอื ง (jaundice) รว่ มกบั ประวตั ิ 1. ตรวจตามแนวทางปฏิบัติส�ำหรับ HTR ใน post
hemolytic ทไ่ี ดร้ บั เคยรับเลอื ด transfusion sample ชองผปู้ ว่ ยรว่ มกบั pre trans-
transfusion fusion sample และเลือดผูบ้ ริจาค (ถ้ามี)
reaction (DHTR) 2. Antibody screening/Identification

Post-transfusion ผู้ป่วยมีแอนติบอดีต่อเกล็ดเลือด ซีด มีจุดเลือดออกในเยื่อเมือก ร่วมกับ 1. CBC พบ anemia เกล็ดเลอื ดตำ่�
purpura (PTP) และ/หรือแอนติบอดีตอ่ HLA ประวัตเิ คยรบั เกล็ดเลือด 2. Platelet refractoriness
3. ตรวจยนื ยันโดยหาแอนตบิ อดตี อ่ เกล็ดเลอื ด/HLA

เอกสารอ้างองิ
1. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย. คู่มือแนวทางการเฝ้าระวังความปลอดภัย

ของโลหิต (Guideline on Hemovigilance). ฉบบั พมิ พ์คร้งั ที่ 1 พ.ศ. 2558
2. Roback JD, Grossman BJ, Harris T, Hillyer CD, eds. Technical Manual,

17th edition. Bethesda, Maryland, USA, 2011.
3. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย. มาตรฐานธนาคารเลือดและงานบริการโลหิต

พิมพค์ ร้งั ที่ 4 พ.ศ. 2558 หจก. อุดมศกึ ษา กรุงเทพฯ
4. พิมล เชี่ยวศิลป์. บรรณาธิการ. การใช้โลหิตและส่วนประกอบโลหิตอย่างเหมาะสม

คู่มือแพทย์. ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พิมพ์คร้ังท่ี 1 พ.ศ. 2554
บรษิ ัท รุ่งศลิ ป์การพิมพ์ (1977) จำ� กดั กรุงเทพฯ

56

บทท่ี 4

การควบคุมคณุ ภาพในงานธนาคารเลอื ด


การควบคุมคุณภาพเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการประกันคุณภาพในงานธนาคาร
เลอื ด เปน็ กระบวนการตรวจสอบการทำ� งานซึ่งเกีย่ วขอ้ งกับการปฏิบัตงิ านเฉพาะแตล่ ะ
งาน เพอ่ื ใชต้ ิดตามวา่ ระบบการทำ� งานยงั มีประสิทธภิ าพดอี ยู่ การปฏิบตั ิงานถูกต้อง ผล
การทดสอบเชือ่ ถือได้ ปอ้ งกันความผิดพลาดทอี่ าจเกดิ ขน้ึ ได้ ประกอบด้วย
1. การควบคมุ คณุ ภาพเครอ่ื งมือ
2. การควบคุมคณุ ภาพน้ำ� ยาตรวจหมู่เลอื ด
3. การควบคุมคุณภาพเทคนิคการทดสอบ
1. การควบคุมคุณภาพเคร่ืองมือ
งานธนาคารเลอื ดมเี คร่ืองมือสำ� คัญตา่ งๆ ทมี่ ผี ลกระทบต่อคณุ ภาพของบรกิ ารและ
ผลิตภัณฑ์ ดังน้ัน จึงต้องมีนโยบาย กระบวนการ และวิธีด�ำเนินการตรวจสอบ เพื่อให้
ม่ันใจว่าการสอบเทียบ (calibration) การบ�ำรุงรักษา (maintenance) และการตรวจ
ตดิ ตามการทำ� งาน (monitoring) ของเครอื่ งมอื นนั้ ๆ สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานงานธนาคาร
เลือดและตามข้อก�ำหนดของเครื่องมือนั้น เพ่ือท�ำให้เคร่ืองมือท�ำงานได้อย่างมีคุณภาพ
และใหผ้ ลถูกต้องตามตอ้ งการ
การตรวจสอบเครอื่ งมือ ตอ้ งท�ำในสถานการณด์ ังตอ่ ไปน้ี
1.1 การตดิ ตง้ั และการตรวสอบความนา่ เชอ่ื ถอื ของเครอื่ งมอื ใหม่ (implementa-

tion and validation) เมอื่ มกี ารตดิ ตงั้ เครอ่ื งมอื ใหม่ ตอ้ งมกี ระบวนการโดยรวม
เพอ่ื ให้มนั่ ใจว่าเคร่ืองมอื มคี วามเหมาะสมตามจุดมงุ่ หมายของการใช้งาน และ
ให้ผลการท�ำงานที่สอดคล้องกับข้อก�ำหนดเฉพาะของเคร่ืองมือ กระบวนการ
ประกอบดว้ ย
1.1.1 Installation qualification บริษัทตัวแทนจ�ำหน่ายต้องตรวจสอบ

การติดตั้ง เพื่อยืนยันว่าเครื่องมือและอุปกรณ์ประกอบท้ังหมดเป็นไป
ตาม specification ทต่ี อ้ งการและมกี ารตดิ ตง้ั อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมใน
สภาวะแวดล้อมท่เี หมาะสม

57

1.1.2 Operational qualification การตรวจสอบการดำ� เนนิ การ กระทำ�
ภายหลังการตรวจสอบการติดต้ัง เพื่อแสดงว่าเครื่องมือสามารถ
ทำ� งานไดผ้ ลตามทค่ี าดหวงั ในสภาวะแวดลอ้ มทกี่ ำ� หนดสอดคลอ้ งตาม
ขอ้ แนะนำ� ของบรษิ ทั ผผู้ ลติ ไดแ้ ก่ การสอบเทยี บ การทดสอบ และการ
ประเมนิ ผลการทำ� งานของเครือ่ งมอื

1.1.3 Performance qualification การตรวจสอบการปฏิบัติงาน
ของเครื่องมือเพ่ือแสดงว่าเคร่ืองมือสามารถท�ำงานได้ผลถูกต้อง
เทย่ี งตรงเชอ่ื ถอื ได้เหมาะสมสำ� หรบั การใชง้ านประจำ� ซง่ึ เกยี่ วขอ้ งกบั ชดุ
การทดสอบที่ต้องมีการควบคุมอย่างต่อเนื่องตามช่วงเวลาท่ีก�ำหนด
เช่น ต้องท�ำการทดสอบประจ�ำวัน ก่อน หรอื หลงั การปฏบิ ตั ิงานของ
เครอ่ื งมอื เปน็ ต้น

1.2 การตรวจสอบตดิ ตามการทำ� งานและการบำ� รงุ รกั ษาเครอื่ งมอื (equipment
monitoring and maintenance) งานธนาคารเลอื ดต้องจดั ทำ� แผนการตรวจ
สอบติดตามการท�ำงานและการบ�ำรุงรักษาเคร่ืองมืออย่างสม่�ำเสมอ เพ่ือ
ให้สามารถตรวจพบ หรือป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดข้ึนกับเคร่ืองมือ ให้
เคร่ืองมือท�ำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ซ่ึงต้องระบุความถี่ในการบ�ำรุงรักษา วิธี
การตรวจสอบความสามารถของเครอ่ื งมอื ชว่ งคา่ ทยี่ อมรบั ไดข้ องแตล่ ะเครอื่ งมอื
1.3 การสอบเทียบเคร่ืองมือ (calibration of equipment) การสอบเทียบ และ/
หรอื การปรบั แกเ้ ครอื่ งมอื ตอ้ งกระทำ� โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื หรอื วสั ดทุ มี่ คี วามถกู ตอ้ ง
และแม่นยำ� เพยี งพอ และต้องดำ� เนนิ การเมื่อ
1.3.1 แรกรับเคร่อื งมือใหม่ ก่อนใช้งาน
1.3.2 ภายหลงั การเคลอื่ นยา้ ย การซอ่ ม หรอื การปรบั เครื่อง
1.3.3 ตามช่วงระยะเวลาท่กี ำ� หนด
ผลการตรวจสอบและบ�ำรุงรักษา การสอบเทียบเครื่องมือต่างๆ ต้องมีการบันทึก
และมีการตรวจสอบผล เจ้าหน้าท่ีงานธนาคารเลือดจะต้องได้รับการฝึกอบรมให้มี
ความรู้ในการใช้ การตรวจสอบ การดูแลรักษาเคร่ืองมือ รวมท้ังสามารถทราบได้อย่าง
รวดเรว็ ว่า เครอ่ื งมือน้ันเริม่ มคี วามผิดปกติในการใชง้ าน
แนวปฏบิ ตั ใิ นการควบคมุ คณุ ภาพของเครอ่ื งมอื ตา่ งๆ ทใ่ี ชป้ ระจำ� ในงานธนาคารเลอื ด
แสดงในตารางท่ี 1
58

ตารางท่ี 1 แนวปฏบิ ตั ิในการควบคุมคุณภาพของเคร่ืองมอื ท่ใี ชป้ ระจ�ำในงานธนาคารเลือด

เครอ่ื งมือ วิธกี ารควบคุม ความถ่ี
Refrigerator (1-6 oC) 1. มกี ราฟวัดอณุ หภูมิอยา่ งต่อเนอ่ื ง ทุกวัน
Cold room เกบ็ เลือด (1-6 oC) 2. บันทึกอุณหภมู ิ วนั ละ 3 ครัง้
Freezer (<18 oC) 3. เช็คระบบสญั ญาณเตือน (alarm) ทุกสัปดาห์
Incubator (37 oC) 1. บนั ทึกอณุ หภูม ิ วนั ละ 3 คร้งั
2. ตรวจสอบอณุ หภมู ิดว้ ย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
precision thermometer
Bench centrifuge (Serofuge) * 1. ตรวจสอบความเรว็ รอบ (rpm) อยา่ งนอ้ ยปีละ 1 คร้งั
ด้วย tachometer
2. ตรวจสอบเวลาดว้ ยนาฬกิ าจบั เวลา อย่างนอ้ ยปีละ 1 ครง้ั
(stopwatch)
Automatic cell washer 1. ตรวจสอบความเร็วรอบ (rpm) อย่างน้อยปลี ะ 1 คร้งั
ดว้ ย tachometer
2. ตรวจสอบเวลาดว้ ยนาฬิกาจับเวลา อยา่ งน้อยปลี ะ 1 คร้งั
3. ตรวจสอบ volume dispensed เดอื นละ 1 ครง้ั
Automatic pipette ท�ำการสอบเทียบ อย่างนอ้ ยปลี ะ 1 ครงั้
Balance 1. ทดสอบด้วย control weight ทุก 6 เดือน หรือ
เมอ่ื มีการเคลอ่ื นยา้ ย
2. ทำ� การสอบเทยี บ อยา่ งน้อยปลี ะ 1 ครั้ง
Platelet incubator 1. บนั ทึกอณุ หภูมิ วนั ละ 3 คร้งั
- อณุ หภมู ิ 22+2 oC 2. Frequency of agitator ทุกเดือน
- Agitator 65-75 strokes/minute 3. สอบเทียบอุณหภมู ิ และ อยา่ งน้อยปีละ 1 คร้ัง
Frequency of agitator
Thawing device (30-37 oC) 1. ตรวจสอบอุณหภมู ิ ทกุ วัน หรอื ทุกวันทใ่ี ชง้ าน
Water bath (37 oC) ตรวจเช็คความสะอาด
เปล่ยี นน�้ำเม่อื มกี ารปนเป้ือน
2. สอบเทียบอณุ หภูม ิ อยา่ งน้อยปีละ 1 คร้ัง
Blood transport container Temperature recording device ทุกวันท่ีใชง้ าน

59

*Bench Centrifuge (Serofuge)
ใชใ้ นการปน่ั อา่ นปฏกิ ริ ยิ าของแอนตบิ อดตี อ่ เมด็ เลอื ดแดงในหลอดทดลองและใชใ้ น
การลา้ งเซลล์ใน antiglobulin test เพือ่ ให้ทำ� งานได้ถูกต้อง
เคร่ืองมอื ท่ใี ชง้ านมานาน จะตอ้ งด�ำเนินการ ดังนี้
1. ทดสอบหาเวลาที่เหมาะสมในการปั่นอ่าน และปั่นล้างเซลล์ ตามระยะเวลาท่ี

กำ� หนด
2. สงั เกตผลการทดสอบในทกุ วนั ทป่ี ฏบิ ตั งิ าน หากมคี วามผดิ ปกตเิ กดิ ขน้ึ เชน่ ปน่ั

อ่านแต่เซลล์ ไมเ่ กาะกลุม่ เป็นเม็ดกระดมุ ควรจะ calibrate centrifuge ใหม่
หรือสง่ ซอ่ ม
ก. วิธกี ารทดสอบหาเวลาทใ่ี ชใ้ นการปน่ั อ่านผล
1. เจือจาง anti-B ในนำ�้ เกลือ ที่ทำ� ปฏกิ ิรยิ ากบั 2-5% เซลล์ B ได้ผลปฏิกริ ยิ า 1+
2. เตรียมเซลล์ 2-5% เซลล์ B เปน็ positive control และ 2-5% เซลล์ A เป็น
negative control
3. เตรียมหลอดเปน็ คู่จ�ำนวน 5 คู่ ใส่ anti-B ทเ่ี จอื จางแล้วจากขอ้ 1 ลงทุกหลอด
4. เติม 2-5% เซลล์ A และเซลล์ B ลงในหลอดข้อ 3 หลอดละ 1 หยด
(ท�ำทลี ะค)ู่
5. นำ� ไปปนั่ ทันที โดยใชเ้ วลาป่ันต่างกัน เช่น 10, 15, 20, 30 และ 45 วนิ าที ตาม
ล�ำดับ อ่านผลเปรียบเทียบ และเลือกเวลาท่ีเหมาะสมในการปั่นอ่านผล คือ
น้�ำส่วนบนใส เซลล์รวมตัวเป็นวงกลม ขอบเรียบ เม่ือเขย่าเซลล์หลุดจากก้น
หลอดไดง้ ่าย หลอด positive control เม็ดเลอื ดแดง จับกลมุ่ ให้ผล 1+ หลอด
negative control ปฏิกริ ยิ าให้ผลลบชัดเจน ตัวอยา่ งการอ่านผลในตารางที่ 2

60

ตารางที่ 2 ตวั อยา่ งการทดสอบหาเวลาทใี่ ช้ในการปน่ั อา่ นผลของเคร่ืองปั่น
เกณฑ ์ เวลาในการป่นั (วนิ าท)ี
10 15 20 30 45
1. น�้ำสว่ นบนใส No No Yes Yes Yes
2. เซลล์รวมตวั เป็นวงกลม ขอบเรยี บ No No No Yes Yes
3. เม่ือเขยา่ เซลล์หลดุ จากกน้ หลอดได้ง่าย Yes Yes Yes Yes Yes
4. ปฏกิ ิรยิ าจับกล่มุ ของเม็ดเลอื ดแดง - - 1+ 1+ 1+
(positive control)
5. ปฏกิ ริ ิยาใหผ้ ลลบ (negative control) Yes Yes Yes Yes Yes

การแปลผล: จากตาราง เวลาทดี่ ที สี่ ดุ ในการปน่ั อา่ นผล คอื 30 วนิ าที เนอื่ งจากเปน็
เวลาท่ีน้อยที่สดุ ที่ให้ผลครบตามเกณฑท์ ีก่ ำ� หนด

ข. วิธกี ารทดสอบหาเวลาทีใ่ ชใ้ นการปั่นลา้ งเซลล์
1. เจือจาง anti-D (IgG) ใหท้ ำ� ปฏกิ ิริยา 1+ กับ 2-5% เซลล์ D บวกในการทดสอบ

AHG
2. เตรยี ม 2-5% เซลล์ RhD positive เป็น positive control และ 2-5% เซลล์

RhD negative เป็น negative control
3. เตรยี มหลอดทดลอง 4 คู่ ใส่ anti-D จากข้อ 1 หลอดละ 1 หยด เตมิ เซลล์ RhD

posiitve และ RhD negative หลอดละ 1 หยด incubate 37 oC นาน 15
นาที
4. นำ� ไปลา้ งเซลลเ์ ป็นคูๆ่ โดยใช้เวลาปัน่ ต่างกนั เช่น 30, 45, 60 และ 90 วินาที
เทน�้ำล้างเซลล์ออก เขย่าเพ่อื resuspension cells อา่ นผลเปรียบเทียบ เลอื ก
เวลาท่ใี ช้ในการป่ันลา้ งเซลล์ ตามเกณฑ์ คอื นำ�้ สว่ นบนใส ไม่มเี ซลล์ติดอยู่ข้าง
หลอดแก้ว เซลล์รวมตัวเป็นวง ขอบ เรียบ เมื่อเทนำ�้ เกลือทิ้ง เขย่าเซลล์หลุด
ออกจากกน้ หลอดได้งา่ ย

61

ตารางท่ี 3 ตวั อยา่ งการทดสอบหาเวลาท่ใี ช้ในการปน่ั ล้างเซลล์

เกณฑ ์ เวลาในการป่นั (วินาท)ี
30 45 60 90
1. น้ำ� ส่วนบนใส No Yes Yes Yes
2. ไมม่ ีเซลล์ตดิ อยขู่ ้างหลอดแก้ว No No Yes Yes
3. เซลล์รวมตวั เปน็ วง ขอบเรียบ No No Yes Yes
4. เทน�ำ้ เกลือท้ิง เขย่าเซลลห์ ลดุ จาก Yes Yes Yes Yes
กน้ หลอดไดง้ า่ ย (positive control)

การแปลผล: ระยะเวลาป่นั ล้างเซลลท์ ี่ดที ี่สุด คอื 60 วินาที เนื่องจากเป็นระยะเวลา
ที่นอ้ ยท่ีสดุ ที่ให้ผลครบตามเกณฑท์ ี่ก�ำหนด

หมายเหต:ุ ส�ำหรบั เครื่อง automatic blood grouping machine และเครือ่ งอัต
โนมตั อิ นื่ ๆ การควบคมุ คณุ ภาพตอ้ งมวี ธิ กี ารตามความเหมาะสมของแตล่ ะเครอ่ื งมอื และ
สอดคลอ้ งตามคำ� แนะนำ� ของบรษิ ทั ผูผ้ ลติ

2. การควบคุมคุณภาพน�ำ้ ยาตรวจหมเู่ ลือด
2.1 การควบคมุ คณุ ภาพนำ้� ยาตา่ งๆ ทใี่ ชใ้ นงานทางธนาคารเลอื ด จำ� เปน็ ตอ้ งปฏบิ ตั ิ

เพ่ือให้มั่นใจว่าน้�ำยาน้ันจะให้ผลการทดสอบถูกต้อง มีระบบใช้น้�ำยาแบบ
first expire/first out และมีการควบคุมปริมาณน�้ำยาคงคลังที่ใช้ไม่ให้ขาด
มกี ารจดั เกบ็ นำ้� ยาทอ่ี ณุ หภมู เิ หมาะสม เพอื่ ปอ้ งกนั การปนเปอ้ื นและการเสอ่ื ม
คณุ ภาพ การใชง้ านตอ้ งปฏิบัติตามวิธที ผี่ ผู้ ลติ แนะนำ�
2.2 น้�ำยาท่ีซ้ือต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานท่ีน่าเช่ือถือ เช่น มี CE marked,
US FDA หรือ มาตรฐานของประเทศ เชน่ ผลติ ภณั ฑข์ องศนู ยบ์ รกิ ารโลหติ ฯ
บริษัทผู้ผลิตต้องมีข้อมูลที่รับรองว่าผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานตามที่ก�ำหนด
ดงั ตัวอยา่ งแสดงในตารางท่ี 4
2.3 มกี ารทวนสอบน�ำ้ ยา (validation of reagents) ซงึ่ จะท�ำใหม้ นั่ ใจวา่ น�ำ้ ยานน้ั
มีคุณภาพ เป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุไว้ กรณีที่จะซ้ือน�้ำยาต่างๆจากผู้ผลิตท่ีไม่

62

เคยใช้มาก่อนจะต้องขอตัวอย่างมาทดสอบคุณภาพก่อน ว่ามีมาตรฐานตามที่
กำ� หนด ดงั ตวั อย่างแสดงในตารางที่ 4
2.4 นำ�้ ยา Anti-A, Anti-B และ Anti-D ใน lot ทจ่ี ดั ซอ้ื ใหมท่ กุ ครงั้ ควรมกี ารทดสอบ
ประเมนิ ความแรงและความไวในการเกดิ ปฏิกริ ิยาของน�้ำยากอ่ นนำ� มาใชง้ าน

ตารางท่ี 4 มาตรฐานนำ้� ยาตรวจหมู่เลือด การทดสอบ
Antiserum คุณสมบัติ
ทางกายภาพ Test cells Potency Specificity* Avidity** ความถ่ี
Anti-A น�้ำยาใส ไมข่ ุ่น A1 >256 3+- 4+ 15 sec ทุก lot ใหม่
ไม่มีตะกอน A2, A2B >64 3+- 4+ 30 sec
B Negative
O Negative
Anti-B น�้ำยาใส ไมข่ ุ่น B >256 3+- 4+ 15 sec ทุก lot ใหม่
ไม่มีตะกอน A1 Negative
O Negative
Anti-AB น�้ำยาใส ไม่ข่นุ A1 >256 3+- 4+ 15 sec ทกุ lot ใหม่
ไม่มตี ะกอน A2 >64 3+- 4+ 30 sec
B >256 3+- 4+ 15 sec
O Negative
Anti-D น้ำ� ยาใส ไมข่ ุ่น O (R1r) >32 3+- 4+ 60 sec ทกุ lot ใหม่
ไมม่ ตี ะกอน O (rr) Negative
Anti-C นำ้� ยาใส ไม่ขนุ่ O (R1r) >16 3+- 4+ -
ไมม่ ตี ะกอน O (R2r) Negative
Anti-E น�้ำยาใส ไมข่ นุ่ O (R2r) >16 3+- 4+ -
ไม่มตี ะกอน O (R1r) Negative
Anti-c น้ำ� ยาใส ไม่ขนุ่ O (R1r) >16 3+- 4+ -
ไม่มีตะกอน O (R2r) Negative
Anti-e น้�ำยาใส ไมข่ ุน่ O (R2r) >16 3+- 4+ -
ไมม่ ีตะกอน O(R2R) Negative
Anti-Mia น�้ำยาใส ไมข่ นุ่ O Mia(+) >8 >2+ -
ไมม่ ตี ะกอน O Mi(-) Negative

63

หมายเหตุ
* น้ำ� ยาแอนติซรี ัมเหลา่ นีใ้ นสภาวะท่ไี ม่เจือจาง (undiluted sera) เมื่อทำ� ปฏกิ ิรยิ า
กับเซลล์ที่มีแอนติเจนนั้นๆ โดยต้องให้ปฏิกิริยา 3+ ถึง 4+ กับ 3-5% เซลล์ในน้�ำเกลือ
เช่น anti-A ท�ำปฏิกริ ิยากบั เซลล์ A1 ไดผ้ ล 4+ เปน็ ต้น
** ทดสอบด้วย 30-40% เซลล์ในน�้ำเกลอื หรือพลาสมา ดว้ ยวิธี slide test
2.4.1 วิธีการทดสอบหาความแรงของน้�ำยาตรวจหม่เู ลือด
1. เจอื จางนำ�้ ยาแอนตซิ รี มั ทจี่ ะทดสอบดว้ ยนำ�้ เกลอื 0.9% (undiluted, 1:2,

1:4, 1:8, …. .1:512)
2. นำ� นำ�้ ยาทเ่ี จือจางในข้อ 1 ใส่ในหลอดทดสอบอีก 1 แถว หลอดละ 50 µL
3. เตมิ เซลล์ 2-3% (แอนตเิ จนตรงกบั แอนตบิ อดที ท่ี ดสอบ) ลงในหลอดทดสอบ

ขอ้ 2 หลอดละ 50 µL
4. ผสมใหเ้ ขา้ กนั ต้ังท่ีอณุ หภูมหิ อ้ ง 5 นาที
5. ปนั่ อ่านผล
2.4.2 การทดสอบหาความไวในการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าของนำ้� ยาตรวจหมู่เลือด
1. หยดนำ�้ ยาแอนตซิ ีรมั ที่จะทดสอบ 1 หยด บน slide
2. หยด 30-40% เซลลใ์ นน�ำ้ เกลอื หรือพลาสมา 1 หยด ลงบน slide ข้างๆ

น�้ำยาในข้อ 1
3. ใช้ไม้กวนผสมน�ำ้ ยาและเซลลใ์ นข้อ 1 และ 2 เป็นวงกว้างขนาดประมาณ

2 ซม.
4. เรม่ิ จบั เวลาทนั ที จนเหน็ ปฎกิ ริ ยิ าการจบั กลมุ่ ของเมด็ เลอื ดแดงจะเปน็ เวลา

ทแี่ สดงความไวในการเกิดปฏิกริ ิยา

การควบคมุ คณุ ภาพนำ้� ยาประจ�ำวนั (Daily quality control)
นำ�้ ยาแอนตซิ รี มั และเซลลม์ าตรฐานตา่ งๆ ทใ่ี ชใ้ นงานประจำ� วนั อาจมกี ารเสอื่ ม หรอื
ปนเปือ้ นระหว่างการใชง้ าน ซ่งึ อาจมีผลทำ� ให้การทดสอบผิดพลาดได้ ดงั นัน้ การควบคุม
คณุ ภาพน�้ำยาในแต่ละวนั ทท่ี ำ� งานจงึ มีความส�ำคญั อยา่ งยง่ิ
ก่อนใช้งานทุกวัน ต้องตรวจสอบน้�ำยาแอนติซีรัมว่าน้�ำยาไม่ขุ่น ไม่มีตะกอน ไม่มี
ลกั ษณะเป็นเจลหรือวนุ้ โดยใหท้ ำ� ปฏกิ ริ ิยากบั เซลล์ positive และ negative control

64

ดงั นี้
1. น้�ำยา anti-A, anti-B, anti-AB ทดสอบกับ 3-5% เซลล์ A, เซลล์ B และ เซลล์

O
2. นำ้� ยา anti-D ทดสอบกบั 3-5% เซลล์ RhD positive และเซลล์ RhD negative

(ศนู ย์บริการโลหติ ฯ มจี �ำหน่าย)
3. น้�ำยา antihuman globulin serum (polyspecific) ซึ่งประกอบด้วย

anti-IgG รวมกบั anti-C3d การควบคุมคณุ ภาพประจ�ำวนั ทดสอบดคู ุณภาพ
ของ anti-IgG เพยี งอย่างเดยี ว โดยทดสอบกบั เซลล์ anti-D (IgG) sensitized
RhD positive ท่ีให้ผลประมาณ 1+ ถึง 2+ (สามารถทดสอบกับ Coombs’
control cells แทนไดแ้ ละศนู ย์บริการโลหติ ฯ มีจำ� หน่าย)
เซลล์มาตรฐานต่างๆ ก่อนใช้งานทุกวันต้องตรวจสอบว่า ไม่มี hemolysis และ
supernatant ต้องใส ไมเ่ ปลีย่ นสี และตอ้ งทดสอบการเกิดปฏิกิรยิ ากับน้ำ� ยาแอนติซรี มั
ต่างๆ ดังน้ี
1. 3-5% เซลล์ A, B และ O ทำ� การทดสอบกบั นำ้� ยา anti-A, anti-B และ anti-AB
(หากใช)้ หากมกี ารเตรยี มใชเ้ องในงานธนาคารเลอื ด และ suspend ในนำ้� เกลอื
ต้องเตรยี มใหม่ทุกวัน
2. Screening cells (O1, O2 cells หรอื pool O cells) ใชต้ รวจหา unexpected
antibody ทดสอบกับแอนติบอดีท่ีให้ผลบวก 1+ ถึง 2+ ที่อุณหภูมิห้อง เช่น
anti-P1 และ ทขี่ ั้นตอน 37 oC, AHG test เช่น anti-D (IgG)
3. Coombs’ Control Cells ทดสอบกบั นำ�้ ยา AHG ควรใหผ้ ลประมาณ 1+ ถงึ
2+ และ ทดสอบกับน�้ำเกลือต้องให้ผลลบในการควบคุมคุณภาพน้�ำยาประจ�ำ
วนั จะะต้องมีการบนั ทึกผลเกบ็ ไว้ ดังตัวอยา่ งแสดงในตารางที่ 5

65

ตารางที่ 5 ตวั อย่างตารางการควบคุมคณุ ภาพประจ�ำวันของน�้ำยาตรวจหมู่เลอื ด

นำ�้ ยาตรวจหมู่เลอื ด Anti-A Anti-B Anti-AB Anti-D AHG Saline
Lot…… Lot…… Lot…… Lot…… Lot……
A cells
Lot…….
B cells
Lot…….
O (D+) cells
Lot…….
O (D-) cells*
Lot…….
Anti-D sensitized
cells or CCC*
Lot…….

ผู้ทดสอบ.............................................................วนั ที่........................................

หมายเหตุ
* เซลล์ RhD negative และ Coombs’ Control Cells (CCC) ศนู ย์บริการโลหิต

แหง่ ชาตฯิ มีจำ� หนา่ ย
= Not done

3. การควบคมุ คุณภาพเทคนคิ การทดสอบ
การปฏิบตั ิงานในธนาคารเลือด เมอื่ มีการควบคมุ คณุ ภาพน�้ำยาและเคร่ืองมือดีแล้ว
ผลการปฏิบัติงานอาจเกิดข้อผิดพลาดจากเทคนิคการทดสอบ ซ่ึงอาจเกิดจากเทคนิค
ไม่ดีพอ หรือ จากข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน จึงต้องมีการควบคุมคุณภาพเทคนิค
การทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าผลการทดสอบนั้นๆ ถูกตอ้ งเชื่อถอื ได้ ดังนี้
3.1 การตรวจหมเู่ ลือด ABO

66

- ต้องท�ำ cell grouping และ serum grouping เพอ่ื ตรวจยนื ยัน
- กรณใี ชเ้ คร่ืองตรวจอตั โนมัติ ต้องทดสอบกับตวั อย่าง เลอื ดหมู่ A, B และ O

ทกุ วัน
3.2 การตรวจหม่เู ลอื ด Rh (D)
- ทดสอบกับน�้ำยา anti-D จาก 2 บริษัทที่แตกต่างกัน (กรณีใช้บริษัทเดียว

ควรทดสอบด้วยเจ้าหนา้ ที่ 2 คน)
- กรณเี ปน็ ผู้บริจาคโลหติ ตอ้ งทดสอบถึง weak D
- กรณเี ป็นผปู้ ่วย ไมจ่ �ำเปน็ ต้องทดสอบถึง weak D
- กรณใี ชเ้ ครอ่ื งตรวจอตั โนมตั ิ ตอ้ งทดสอบกบั เซลล์ RhD positive และ RhD

negative ทกุ วัน
3.3 การทดสอบ antibody screening และ compatibility test
- ใช้เทคนิคท่ีสามารถตรวจพบ clinically significant antibody ได้ โดย

อย่างนอ้ ยต้องทดสอบทอ่ี ณุ หภมู ิ 37 oC และ antiglobulin phase
- เข้าร่วมโครงการ proficiency test กับองค์กรภายนอก หรือหัวหน้างาน

ธนาคารเลือดจัดเตรียมตัวอย่างท่ีมีแอนติบอดีในลักษณะปกปิด (blind
sample) ให้เจ้าหนา้ ทีท่ ดสอบเป็นครั้งคราว
3.4 การควบคมุ คณุ ภาพการทดสอบ antiglobulin test (DAT, IAT) โดยนำ� เซลล์
มาล้างนำ�้ เกลือ 3 ครงั้ และหยดน้ำ� ยา antiglobulin ปน่ั อ่านผล หากให้ผลลบ
ต้องหยด Coombs’ control cells 1 หยด แล้วปั่นอ่านผลอีกคร้ัง ซ่ึงต้อง
ให้ผลของปฏกิ ิริยาประมาณ 1+ จึงถอื ว่า antiglobulin test น้ัน เชอื่ ถือได้
3.5 การควบคมุ คุณภาพการทดสอบแอนติเจนอน่ื ๆ เชน่ แอนติเจน C, E, c, e, Mia
เปน็ ต้น ต้องมี positive และ negative control cells ด้วยทุกครง้ั

……………………………………………………………….

67

เอกสารอา้ งองิ
1. Guide to the Preparation, Use and Quality Assurance of Blood Component,

16th edition. Nordlingen, Germany, 2011.
2. Guide to the Preparation, Use and Quality Assurance of Blood Component,

14th edition. France. 2008.
3. Roback JD, Combs MR, Grossman BJ, Hillyer CD, eds. Technical Manual, 16th

edition. Bethesda, Maryland, USA, 2008.
4. Guideline for the Blood Transfusion service in the United Kingdom, 7th edition,

UK. 2005.
5. Richard H. Walken, ed. Quality Assurance. Technical Manual, 10th edition.

American Association of Blood Bank, Bethesda, Maryland, USA. 1990.
6. กระทรวงสาธารณสขุ . คู่มือการปฏิบตั ิงานธนาคารเลือด. พ.ศ. 2537.
7. ศนู ยบ์ รกิ ารโลหิตแหง่ ชาติ สภากาชาดไทย. มาตรฐานธนาคารเลือดและงานบรกิ ารโลหติ .

พิมพ์ครงั้ ท่ี 4 พ.ศ. 2558 หจก. อุดมศึกษา กรุงเทพฯ
68

69

70


Click to View FlipBook Version