The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ปวันรัตน์ พุดแตง, 2024-04-04 11:20:48

การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ

กรณีศึกษา ร้าน PJ Graden จังหวัดปทุมธานี

การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ กรณีศึกษา ร้าน PJ Graden จังหวัดปทุมธานี Research and development of dwarf dragon's tongue plant packaging. Case study: PJ Graden shop, Pathum Thani Province. อรรัมภา โพธิ์เย็น 116310509447-3 ปวันรัตน์ พุดแตง 116310509458-0 เมธาพร พงษ์เกตุ 116310509536-3 พรรวษา ปานจุ้ยพะเนา 116310509540-5 รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ มีนาคม พ.ศ.2567 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับต้นลิ้นมังกรแคระ กรณีศึกษา ร้าน PJ Graden จังหวัดปทุมธานี Research and development of dwarf dragon's tongue plant packaging. Case study: PJ Graden shop, Pathum Thani Province. อรรัมภา โพธิ์เย็น 116310509447-3 ปวันรัตน์ พุดแตง 116310509458-0 เมธาพร พงษ์เกตุ 116310509536-3 พรรวษา ปานจุ้ยพะเนา 116310509540-5 รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ มีนาคม พ.ศ.2567 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


ชื่องานวิจัย การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ กรณีศึกษาร้าน PJ Graden จังหวัด ปทุมธานี ชื่อนักศึกษา อรรัมภา โพธิ์เย็น 116310509447-3 ปวันรัตน์ พุดแตง 116310509458-0 เมธาพร พงษ์เกตุ 116310509536-3 พรรวษา ปานจุ้ยพะเนา 116310509540-5 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์ รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณาจากคณะ กรรมสอบวิจัยดังมีรายชื่อต่อไปนี้ รายงานวิจัยนี้ได้พิจารณาเห็นชอบโดย อาจารย์ที่ปรึกษา.............................................................. ( ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์ ) ลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


ก ชื่องานวิจัย การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ กรณีศึกษาร้าน PJ Graden จังหวัด ปทุมธานี ชื่อนักศึกษา อรรัมภา โพธิ์เย็น 116310509447-3 ปวันรัตน์ พุดแตง 116310509458-0 เมธาพร พงษ์เกตุ 116310509536-3 พรรวษา ปานจุ้ยพะเนา 116310509540-5 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์ บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ปกป้องต้นลิ้นมังกรแคระไม่ให้เกิดความเสียหายจากการเคลื่อนย้ายและการ ขนส่งของร้าน PJ Graden เนื่องด้วยในปัจจุบัน ฝุ่น PM 2.5 มีเพิ่มขึ้น ทำให้คุณภาพอากาศส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพของผู้คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมือง อากาศภายนอกอันตรายต่อสุขภาพ จึงทำให้ผู้คนหันมาให้ ความสนใจเรื่องทำให้สภาพอากาศนั้นบริสุทธิ์ปลอดโปร่งหนึ่งในนั้นคือการ การปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ ทำ ให้การขายต้นไม้ทั้งหน้าร้านและทางด้านออนไลน์มีผู้คนสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ทำให้เกิดปัญหาใน ด้านการเคลื่อนย้ายและขนส่ง ต้นไม้เกิดความเสียหายใบช้ำ หัก เนื่องจากบรรจุภัณฑ์เดิมของทางร้านที่ใส่ ต้นไม้นั้นไม่สามารถปกป้องสินค้าได้จึงทำให้เกิดความเสียหาย ผู้วิจัยจึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับคุณลักษณะของสินค้า ที่สามารถป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหายระหว่างการขนส่ง คำสำคัญ : บรรจุภัณฑ์


ข Title Research and development of dwarf dragon's tongue plant packaging. Case study: PJ Graden shop, Pathum Thani Province. Student Name Ornrampa Phoyen 116310509447-3 Pawanrat Pudtaeng 116310509458-0 Metaporn Pongket 116310509536-3 Panwasa Panjuipanao 116310509540-5 Degree Bachelor of Business Administration ( Logistics Management ) Program Logistics and Supply Chain Management Academic Year 2566 Advisor Dr.Noppadol Suwannasap Abstract The purpose of this research is to study concepts and important elements in packaging development. To design packaging to protect the dwarf dragon's tongue trees from damage from moving and transporting at PJ Graden's store. Due to the current increase in PM 2.5 dust, it affects air quality. to the health of people who have to live in the city The outside air is dangerous to health. Therefore making people turn to give One of the interests in keeping the air clean and clear is Planting trees to purify the air has led to the sale of trees both in stores and online, with many people ordering them. But this causes problems in Moving and transportation The tree has damaged, bruised, and broken leaves due to the original packaging the store put in it. The tree was unable to protect the product and thus caused damage. The researcher therefore designed quality packaging. Suitable for product characteristics That can prevent products from being damaged during transportation.


ค กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยได้รับความกรุณาและความช่วยเหลือเป็นอย่างดีจาก บุคคลหลายฝ่ายด้วยกัน ผู้เขียนจึงขอกราบขอบพระคุณทุกท่านไว้ณ โอกาสนี้เริ่มจาก ท่านคณะอาจารย์ ที่ปรึกษา ซึ่งกรุณาเสียสละเวลาให้คำปรึกษาและคำแนะนำ รวมถึงการแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อก่อให้เกิด ประโยชน์ในการดำเนินการศึกษาจนปัญหาพิเศษฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ขอขอบพระคุณคณาจารย์หลักสูตร บริหารธุรกิจ สาขาวิขาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนทุกท่าน ที่ได้เสียสละเวลาในการเป็น คณะกรรมการในการสอบและตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมทั้งให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อให้รายงานวิจัยนี้มี ความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนขอขอบพระคุณ ที่กรุณาให้ความร่วมมือให้การสัมภาษณ์สำเร็จลุล่วงไป ด้วยดีพร้อมทั้งการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการจัดทำรายงานวิจัยใน ครั้งนี้


ง สารบัญ บทคัดย่อ ก Abstract ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง สารบัญตาราง ช บทที่1 1 บทนำ 1 1.1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา 1 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 1.4 ขอบเขตการศึกษา 2 1.5 สถานที่ทำการศึกษา 2 1.6 ระยะเวลาในการศึกษา 2 1.7 กรอบแนวคิดงานวิจัย 2 1.8 นิยามศัพท์เฉพาะ 3 บทที่2 4 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 2.1 ต้นลิ้นมังกรแคระ (Snake Plant) 4 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑ์ 5 2.3 แนวคิดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 10 2.4 แนวทางการปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการทำงานโดยใช้หลักการ ECRS 11 2.5 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ 12


จ 2.6 แผนผังสาเหตุและผล ( Cause and Effect Diagram ) 17 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 19 บทที่ 3 23 วิธีการดำเนินการศึกษา 23 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 23 3.2 ประชากร 23 3.3 กลุ่มตัวอย่าง 24 3.4 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 25 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 27 บทที่4 28 ผลการศึกษา 28 4.1 การวิเคราะห์ปัญหา 28 4.2 ขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ 29 4.3เปรียบเทียบก่อนและหลังปรับปรุงบรรจุภัณฑ์สำหรับต้นลิ้นมังกรแคระของบรรจุภัณฑ์ 31 4.4การวัดระดับพึงพอใจต่อรูปแบบบรรจุภัณฑ์ 32 บทที่5 40 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ 40 5.1 สรุปผลการศึกษา 40 5.2 อภิปรายผลการวิจัย 40 5.3ข้อเสนอแนะ 41 บรรณานุกรม 42 ภาคผนวก ก. 44 แบบประเมินค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) 44


ฉ ภาคผนวก ข. 47 แบบสอบถามเพื่องานวิจัย 47 การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ 47 ภาคผนวก ค. 52 ภาพการเก็บข้อมูล 52 ประวัติผู้ศึกษา 54


ช สารบัญตาราง ตารางที่ 4.5 แสดงข้อมูลเพศ จำนวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง..............................................................32 ตารางที่ 4.6 แสดงข้อมูล อายุ จำนวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง............................................................33 ตารางที่ 4.7 แสดงข้อมูล สถานภาพ จำนวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง ..................................................33 ตารางที่ 4.8 แสดงข้อมูล อาชีพ จำนวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง.........................................................34 ตารางที่ 4.9..........................................................................................................................................36 ตารางที่ 4.10........................................................................................................................................37 ตารางที่4.12 .....................................................................................................................................38 ตารางที่4.13 .....................................................................................................................................39


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์มีหน้าที่และบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง บรรจุภัณฑ์จะรักษาคุณภาพและปกป้อง ตัวสินค้าได้จึงมีไว้เพื่อความสะดวกต่อการส่งมอบสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรงให้ความสะดวกในเรื่อง การขนส่งและยังเป็นการส่งเสริมทางด้านการตลาดได้อีก จึงมีการออกแบบให้มีความสะดุดตา และ เป็นสื่อโฆษณาภายในตัวเอง เนื่องด้วยในปัจจุบัน ฝุ่น PM 2.5 มีเพิ่มขึ้น ทำให้คุณภาพอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมือง อากาศภายนอกอันตรายต่อสุขภาพ จึงกลายเป็นเทรนด์ทำให้ทุกคนหันมาให้ ความสนใจเรื่องทำให้สภาพอากาศนั้นบริสุทธิ์ปลอดโปร่งหนึ่งในนั้นคือการ การปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ ภายในบ้าน คอนโดหรือออฟฟิศ ต้นลิ้นมังกรแคระ เป็นต้นไม้ฟอกอากาศขนาดเล็ก ช่วยลดมลพิษทาง อากาศ ดูแลง่าย จึงเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นิยมซื้อเพื่อเป็นของฝาก ของตกแต่งบ้าน คอนโดและออฟฟิศ ทำให้การขายต้นไม้ทั้งหน้าร้านและทางด้านออนไลน์มีผู้คน สั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ทำให้เกิดปัญหาในด้านการเคลื่อนย้ายและขนส่ง ต้นไม้เกิดความ เสียหายใบช้ำ หัก เนื่องจากบรรจุภัณฑ์เดิมของทางร้านที่ใส่ต้นไม้นั้นไม่สามารถปกป้องสินค้าได้จึงทำ ให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นกลุ่มผู้วิจัยจึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับคุณลักษณะของสินค้า สามารถ ป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหายระหว่างการขนส่ง รวมถึงขนาดบรรจุภัณฑ์ต้องสอดคล้องกับประเภทของ สินค้าและพาหนะในการขนส่ง 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาแนวคิดและองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 2. เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์และปกป้องต้นลิ้นมังกรแคระไม่ให้เกิดความเสียหายจากการ เคลื่อนย้ายและการขนส่ง


2 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.ได้ศึกษาความรู้ความเข้าใจในด้านแนวคิดและองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 2.สามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ใส่ต้นไม้ให้มีความสามารถป้องกันความเสียหายจากการ เคลื่อนย้ายและขนส่งได้ 3.ผู้ที่ประกอบกิจการร้านต้นไม้สามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนปรับปรุง บรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง 1.4 ขอบเขตการศึกษา ศึกษาแนวคิดและองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อปกป้องต้นลิ้นมังกรแคระ ไม่ให้เกิดความเสียหายจากการเคลื่อนย้ายและการขนส่ง 1.5 สถานที่ทำการศึกษา ร้าน PJ Graden จังหวัดปทุมธานี 1.6 ระยะเวลาในการศึกษา ระยะเวลาในการทำการศึกษานี้ มีระยะเวลาในการทำการศึกษาประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 29 มีนาคม 2567 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 120 วัน 1.7 กรอบแนวคิดงานวิจัย ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม ปัจจัยส่วนบุคคล 1. เพศ 2. อายุ 3. สถานภาพ 4. อาชีพ ความพึงพอใจต่อบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้น มังกรแคระ 1. ด้านการปกป้องผลิตภัณฑ์ 2. ด้านการบรรจุ 3. ด้านอำนวยความสะดวก


3 1.8 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.7.1 บรรจุภัณฑ์ หมายถึง สิ่งที่ผลิตขึ้นมาเพื่อจะนำมาห่อหุ้มสิ่งของหรือสินค้าชนิดต่างๆ เพื่อทำ การปกป้องหรือป้องกันสินค้าเหล่านั้นจากการขนส่ง 1.7.2 การขนส่ง หมายถึง การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ ชิ้นส่วน ส่วนประกอบต่างๆ งานระหว่างทา (Work in Process) และสินค้าสาเร็จรูป โดยเป็นการเคลื่อนย้ายไปยังกระบวนการผลิตขั้นต่อไป หรือ เคลื่อนย้ายไปให้ใกล้ผู้บริโภคขั้นสุดท้ายมากที่สุด 1.7.3 ต้นลิ้นมังกรแคระ คือ (Hahnii snake plant) ไม้ฟอกอากาศภูมิแพ้ราคาถูก แต่ประโยชน์ มหาศาล สามารถปลูกในที่แสงน้อยได้จัดเป็นไม้มงคลฟอกอากาศดุแลง่าย ไม้ปลูกในร่มได้ขอให้พอมี แสงแดดส่งถึง หรือ แสงจากหลอดไฟก็สามารถอยู่ได้ 1.7.4 การออกแบบบรรจุภัณฑ์ หมายถึง กระบวนการคิดประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ให้แปลกใหม่ สะดวกสบายและสอดคล้องกับลักษณะ รูปแบบ คุณสมบัติของวัสดุ เพื่อใช้ห่อหุ้ม ป้องกันและรักษา คุณภาพ และลักษณะสินค้าให้คงสภาพเดิม 1.7.5 การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การออกแบบปรังปรุงเพื่อปกป้องรักษาโครงสร้างและ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพอายุของสินค้าได้นานมากขึ้น และแก้ไขปรับปรุงสิ่งที่น ามาห่อหุ้ม เพื่อ รักษาคุณภาพสินค้า รวมไปถึงการออกแบบกราฟิกบนตัวบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างความประทับใจ ให้แก่ ลูกค้าและสามารถสร้างมูลค้าเพิ่มให้กับสินค้าได้


4 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาแนวคิดและการออกแบบบรรจุภัณฑ์การ ปกป้องต้นลิ้นมังกรแคระ โดยทำการวิเคราะห์ในด้านต่างๆ เนื้อหาในบทนี้จะประกอบด้วยทฤษฎีและ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1 ต้นลิ้นมังกรแคระ (Snake Plant) 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑ์ 2.3 แนวคิดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 2.4 แนวทางการปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการทำงานโดยใช้หลักการ ECRS 2.5 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ 2.6 แผนผังสาเหตุและผล ( Cause and Effect Diagram ) 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ต้นลิ้นมังกรแคระ (Snake Plant) ต้นลิ้นมังกรแคระ (Snake Plant) มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่ที่แห้งแล้งในเขตแอฟริกาทางฝั่งตะวันตก ถูกนำเข้ามายังประเทศไทยเพื่อการเพาะพันธุ์ขายเป็นไม้ประดับและในปัจจุบัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่ง ในประเทศที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลิ้นมังกรที่มีศักยภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย ต้นลิ้นมังกรแคระ เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของต้นลิ้นมังกร ไม้ฟอกอากาศที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติNASA ได้ทำการทดลองวิจัยได้ผลลัพธ์ออกมาว่าสามารถคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืนและคายก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ในเวลากลางวันทำให้ปลอดภัยและช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์อยู่เสมอจากการศึกษา ในเว็บไซต์plantophiles ได้มีการอธิบายลักษณะของต้นลิ้นมังกรแคระไว้คร่าว ๆ ดังต่อไปนี้ • ลักษณะลำต้น: ลำต้นของต้นลิ้นมังกรแคระจริง ๆ แล้วจะเป็นหัวหรือหน่ออยู่ใต้ดิน โดยจะมีเพียง แค่ใบเท่านั้นที่โผล่พ้นขึ้นมาบนดิน


5 • ลักษณะใบ: ใบของต้นลิ้นมังกรแคระนั้นมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 30-60 เซนติเมตรเท่านั้น โดย ลักษณะใบจะเป็นใบเดี่ยว แบนกว้าง เป็นแท่งกลมยาว ปลายใบมีความแหลม แข็งหนาและเป็นมัน • ลักษณะดอก: หลายคนคิดว่าต้นลิ้นมังกรแคระนั้นไม่มีดอก เพราะไม่ค่อยมีใครเห็นดอกต้นลิ้น มังกรแคระมากนัก ดอกของต้นลิ้นมังกรแคระมักออกเป็นช่อ ๆ สีชมพูเกสรตัวผู้มีสีส้ม 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑ์ 2.2.1 ความหมายและความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ ความหมายของบรรจุภัณฑ์บรรจุภัณฑ์หรือการบรรจุหีบห่อ หมายถึงศาสตร์และศิลป์ที่ใช้ในการ บรรจุสินค้าโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองปกป้องสินค้าจาก ผู้ผลิตจนถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัยด้วยต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม จากความหมายพอสรุปได้ว่าบรรจุ ภัณฑ์นั้นหมายถึงเรื่องของวิทยาศาสตร์และเรื่องของศิลปะที่ใช้เพื่อการบรรจุสินค้าโดยใช้เทคโนโลยีที่ ทันสมัยและทำให้เกิดความเสียหายกับสิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์นั้นจะต้องปกป้องตัวสินค้าให้อยู่ใน สภาพที่ดีจากแหล่งผลิตจนถึงมือลูกค้าโดยไม่ให้ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้บรรจุภัณฑ์นั้น ๆ จะต้องมีต้นทุน ของการผลิตที่ไม่สูงจนเกินไป ความสำคัญของการบรรจุภัณฑ์ประเทศของเรามีสินค้ามีผลิตผลทางด้านการเกษตรกรรม และการประมง มากมาย เช่นผักสด ผลไม้สด และสินค้าที่เป็นอาหารจากทะเล สิ่งที่กล่าวมานี้จะได้รับความเสียหายมาก เนื่องจากสภาวะของอากาศการบรรจุหีบห่อ และการขนส่งที่เหมาะสมมีส่วนที่จะช่วยลดความเสียหาย


6 เหล่านั้นลงได้ซึ่งเป็นการช่วยให้ผลผลิตที่กล่าวถึงมือผู้บริโภคในสภาพที่ดีและจะทำให้ขายได้ในราคาที่สูง อีกด้วย นอกจากนี้แล้วผลิตภัณฑ์อื่น ๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากอาหารแปรรูปถ้าการบรรจุภัณฑ์และการ ขนส่งที่เหมาะสมมีส่วนที่จะช่วยลดความเสียหายและสามารถ จำหน่ายได้ในราคาที่สูงเช่นกัน จะเห็นได้ ว่าการบรรจุภัณฑ์นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อผลผลิต ทั้งหลายซึ่งสามารถสรุปเป็นรายละเอียดเป็น ข้อ ๆ ได้ดังนี้ 1. รักษาคุณภาพ และปกป้องตัวสินค้า เริ่มตั้งแต่การขนส่ง การเก็บให้ ผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมิ ให้เสียหายจากการปนเปื้อนจากฝุ่นละออง แมลง คน ความชื้น ความร้อน แสงแดด และการปลอมปน เป็นต้น 2. ให้ความสะดวกในเรื่องการขนส่ง การจัดเก็บมีความรวดเร็วในการ ขนส่ง เพราะสามารถรวมหน่วย ของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเป็นหน่วยเดียวได้เช่น ผลไม้หลายผลนำลงบรรจุในลังเดียว หรือเครื่องดื่มที่เป็น ของเหลวสามารถบรรจุลงในกระป๋องหรือขวดได้ เป็นต้น 3. ส่งเสริมทางด้านการตลาด บรรจุภัณฑ์เพื่อการจัดจำหน่ายเป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็น ดังนั้นบรรจุภัณฑ์ จะต้องจะทำหน้าที่บอกกล่าวสิ่งต่างๆของตัวผลิตภัณฑ์โดยการบอกข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดของตัวสินค้า และนอกจากนั้นจะต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงามสะดุดตาเชิญชวนให้เกิดการตัดสินใจซื้อซึ่งการทำหน้าที่ ดังกล่าวของบรรจุภัณฑ์ นั้นเป็นเสมือนพนักงานขายที่ไร้เสียง (Silent Salesman) ที่มา e-learning online สถาบัน กศน.ภาค ก 2.2.2 องค์ประกอบการบรรจุภัณฑ์ รายละเอียดหรือส่วนประกอบบนบรรจุภัณฑ์จะแสดงออกถึงจิตสำนึกของผู้ผลิตสินค้าและสถานะ (Class) ของบรรจุภัณฑ์ซึ่งสามารถขยับเป็นสื่อโฆษณาระยะยาว ส่วนประกอบที่สำคัญบนบรรจุภัณฑ์อย่างน้อย ที่สุดเมื่อมีการเก็บข้อมูลของรายละเอียดต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้วจึงเริ่มกระบวนการออกแบบด้วยการ เปลี่ยนข้อมูลที่ได้รับมาเป็นกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์จุดมุ่งหมายทั่ว ๆ ไปในการออกแบบมีดังนี้ 1. เด่น (Stand Out) ภายใต้สภาวะการแข่งขันอย่างรุนแรง ตัวบรรจุภัณฑ์จำต้องออกแบบให้เด่นสะดุดตา (Catch the Eye) จึงจะมีโอกาสได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายเมื่อวางประกบกับบรรจุภัณฑ์ของ คู่แข่ง เทคนิคที่ใช้กันมาคือ รูปทรงและขนาดซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของบรรจุภัณฑ์หรืออาจใช้การตั้ง ตราสินค้าให้เด่น


7 2. ตราภาพพจน์และความแตกต่าง (Brand Image Differentiate) เป็นความรู้สึกที่จะต้องก่อให้เกิด ขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายเมื่อมีการสังเกตเห็น แล้วจูงใจให้อ่านรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์การออกแบบตรา ภาพพจน์ให้มีความแตกต่างนี้เป็นวิธีการออกแบบที่แพร่หลายมากดังได้บรรยายไว้ในหัวข้อทฤษฎีตรา สินค้าตราสินค้า (Brand) 3. ความรู้สึกร่วมที่ดีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ซื้อเกิดความรู้สึกที่ดีต่อศิลปะที่ออกแบบ บรรจุภัณฑ์โดยรวม เริ่มจากการก่อให้เกิดความสนใจด้วยความเด่น เปรียบเทียบรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อจูง ใจให้ตัดสินใจซื้อ และจบลงด้วยความรู้สึกที่ดีที่สามารถสนองต่อความต้องการของผู้ซื้อได้จึงก่อให้เกิดการ ตัดสินใจซื้อ ความรู้สึกอยากเป็นเจ้าของและอยากทดลองสินค้าพร้อมบรรจุภัณฑ์นั้น - ตราสินค้า (Brand) หมายถึง ชื่อ ข้อความ สัญลักษณ์หรือรูปแบบหรือสิ่งเหล่านี้รวมกัน เพื่อบ่งชี้ให้เห็น ถึงสินค้า หรือบริการของผู้ขายหรือกลุ่มของผู้ขายที่แสดงความแตกต่างจากคู่แข่งขัน - ตราสินค้าหนึ่ง ๆ จะประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่างรวมกัน คือ ชื่อตรา (brandname) ส่วนของ ตราที่เป็นชื่อหรือคำพูดหรือข้อความซึ่งออกเสียงได้เช่น ซันโย ฟิลิปส์ - เครื่องหมายตราสินค้า (brandmark) ส่วนหนึ่งของตราซึ่งสามารถจดจำได้แก่ออกเสียงไม่ได้ได้แก่ สัญลักษณ์รูปแบบที่ประดิษฐ์ต่าง ๆ หรือรูปภาพตลอดจนสีสันที่ปรากฏอยู่ในเครื่องหมายต่าง ๆ เหล่านี้ - เครื่องหมายการค้า (trademark) ส่วนหนึ่งของตราหรือตราที่ได้จดทะเบียนการ เพื่อป้องกันสิทธิตาม กฎหมายแต่ผู้เดียว - ลิขสิทธิ์(copyright) สิทธิตามกฎหมายในสิ่งตีพิมพ์ต่าง ๆ - โลโก้(logo) เป็นเครื่องหมายที่แสดงสัญลักษณ์ของกิจการหรือองค์การหนึ่ง ๆ - ประโยชน์ต่อเจ้าของตราสินค้า ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย 1. ใช้แสดงความเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เมื่อตราสินค้าเป็นที่ยอมรับรู้จักทั่ว ๆ ไป เป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้น ความต้องการของผู้ซื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขายสินค้า ระบบช่วยตัวเอง (self-service) ผู้ซื้อจะ ตัดสินใจ โดยอาศัยความเชื่อถือที่มีต่อตราของสินค้า


8 2. แสดงถึงความสามารถในการควบคุมตลาดสินค้า ตราสินค้าใดที่เป็นที่รู้จักมาก ๆ เป็นที่ยอมรับ โดยทั่วไปย่อมแสดงถึงการมีส่วนแบ่งในตลาดสินค้ามากกว่าตราสินค้าอื่น ๆ 3. ช่วยเพิ่มยอดขาย ลูกค้าซื้อสินค้าโดยจำตราได้แม่นยำ เมื่อมีการส่งเสริมการจำหน่ายใดๆ จะกระตุ้น หรือเร่งการซื้อของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น 4. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขาย เนื่องจากลูกค้าตัดสินใจได้รวดเร็วจากตราสินค้า 5. ลดการเปรียบเทียบด้านราคาสินค้า ผู้ซื้อจะยอมรับราคาสินค้าที่สูงกว่าสำหรับตราสินค้าที่เป็นที่นิยม แพร่หลาย ด้วยความเชื่อว่ามีคุณภาพแน่นอนหรือดีกว่าสินค้าที่ตราสินค้าไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย 6. ช่วยให้แนะนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดง่ายขึ้น ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายที่สร้างตราให้เป็นที่ยอมรับในตลาด สินค้าได้เมื่อมีการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดภายใต้ตราสินค้าที่เป็นที่ยอมรับนั้น ๆ - ประโยชน์ต่อผู้ซื้อหรือผู้บริโภค 1. ผู้ซื้อสามารถจำแนกประเภท ชนิด ของสินค้าในระดับคุณภาพแตกต่างกันของผู้ผลิต 2. ผู้ซื้อทราบว่า “ใคร” คือผู้ผลิตสินค้านั้น ๆ 3. ช่วยลดเวลาและความพยายามในการแสวงหาซื้อสินค้าไม่มีตราสินค้า 2.2.3 บทบาทและหน้าที่ในการตลาดของบรรจุภัณฑ์ การบรรจุภัณฑ์ (Packaging) หรือการบรรจุหีบห่อนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญทั้งในทางเศรษฐกิจ การขนส่งและการจำหน่ายสินค้าทุก ประเภท ทั้งนี้เพราะสินค้าแทบทุกชนิดจำเป็นต้องอาศัยการบรรจุหีบ ห่อแทบทั้งสิ้น ผลิตภัณฑ์มากกว่าร้อยละ 70 ต้องใช้บรรจุภัณฑ์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ ป้องกันผลิตภัณฑ์จากสภาวะสิ่งแวดล้อมภายนอก และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ให้นานที่สุด พร้อม ทั้งก่อให้เกิดความสะดวกในการนำผลิตภัณฑ์ไว้ให้นานที่สุด พร้อมทั้งก่อให้เกิดความสะดวกในการนำ ผลิตภัณฑ์ออกใช้ นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ยังมีส่วนในการเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์และเร่งเร้าให้ เกิดความ ต้องการเพื่อผลทางการตลาดอีกด้วย ด้วยเหตุดังกล่าว บรรจุภัณฑ์จึงได้รับความสำคัญขึ้นมาเป็นอย่างมาก และเป็นองค์ประกอบหลักที่ผู้ผลิตนำมาเป็นเครื่องมือสำหรับการแข่งขัน ซึ่งถ้าตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์มี ฐานะเป็นพระเอก (The Lead) บรรจุภัณฑ์ก็เปรียบเสมือนพระรอง (The Subordinate)ที่นำมาเน้นย้ำ การบริการตัวเองเป็นผู้ช่วยขายผลิตภัณฑ์ เพราะสามารถแสดงตัวหรือตราสินค้า (Brand) ต่อผู้ใช้ประจำ


9 ได้อย่างรวดเร็ว และยังพยายามที่จะจูงใจผู้ที่ไม่เคยใช้ให้เกิดความสนใจอยากที่จะทดลองใช้ เป็นครั้งแรก อีกด้วย ดังสินค้าและบรรจุภัณฑ์จึงเป็นของคู่กันมาตลอด ยิ่งสินค้าผลิตภัณฑ์มีการคิดค้น การผลิต การ แข่งขันมากเท่าใด การบรรจุภัณฑ์ก็จะได้รับการพัฒนาขึ้นตามไปมากเท่านั้น จนกระทั่งปัจจุบันเป็นที่ ยอมรับกันทั่วไปว่า บรรจุภัณฑ์มีความสำคัญสำหรับสินค้าและการตลาดอย่างจะขาดเสียซึ่งสิ่งหนึ่งใด มิได้ ทั้งนี้เพราะบรรจุภัณฑ์ได้แสดงหน้าที่และบทบาทในการตลาดคือ 1.การบรรจุและการคุ้มครองป้องกัน (Containment and Protection) บรรจุภัณฑ์ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องเอื้ออำนวยหน้าที่ต่อการบรรจุและ การคุ้มครอง ซึ่งภาชนะ จะต้องได้รับการออกแบบให้สามารถคุ้มครองผลิตภัณฑ์จากความเสียหาย อันเนื่องจากการขนส่ง ป้องกัน การเน่าเสีย เก็บรักษาง่ายไม่เสื่อสลายไว ทั้งนี้เพราะผู้บริโภคย่อมไม่ต้องการที่จะได้รับอันตรายจากอาหาร ที่เป็นพิษ หรือบาดแผล อันเนื่องมาจากบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ 2. การบ่งชี้ผลิตภัณฑ์ (Identification) บรรจุภัณฑ์ต้องแสดงให้เห็นด้วย ผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภคทันที โดยการใช้ชื่อการค้า (Trade Name) เครื่องหมายการค้า (Trademark) ของผู้ผลิต แสดงชนิดและ ลักษณะประเภทของสินค้าเข้ามาเป็นเครื่องบ่งชี้ ให้ผู้บริโภคมองเห็นได้ง่าย ด้วยการใช้รูปร่าง รูปทรง ขนาด ตัวอักษร สีสัน ที่เด่นชัดและแสดงความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์แข่งขันอื่น ๆ เพื่อให้สามารถ จดจำได้ง่าย 3. การอำนวยความสะดวก (Convenience) ในแง่ของการผลิตและการตลาด นั้น บรรจุภัณฑ์ต้อง เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการขนส่งและการเก็บรักษาในคลังสินค้า ซึ่งต้องมีความมั่นคงแข็งแรง สามารถ ที่จะวางเรียงซ้อน (Stacking) กันได้ง่าย ขนาดและรูปร่างจึงต้องมีความพอเหมาะ (Fitness Size) และยัง ต้องง่ายต่อการนำไปวางเรียงในชั้นวางของขายตามร้านค้าหรือแสดงโชว์ (Easy to Stack and Display) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกต่อผู้บริโภคนั้น เป็นการอำนวยความสะดวกในแง่ของการ นำไปใช้สอยตามหน้าที่ของผลิตภัณฑ์แต่ละ ชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตามประเภทการใช้งานและการ เก็บรักษาดังนั้นผู้ออกแบบจึงต้องออกแบบให้มีความเหมาะสมกับพฤติกรรมและสรีระร่างกาย ของ ผู้บริโภค เช่นมีขนาดที่เหมาะกับมือสะดวกต่อการจับ ถือ หิ้ว มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับภาวะของ การใช้งาน เป็นต้น 4. การดึงดูดความสนใจผู้บริโภค (Consumer Appeal) การที่บรรจุภัณฑ์จะสามารถดึงดูดความสนใจ ผู้บริโภคได้ดีนั้น เป็นผลมาจากองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง อาทิเช่น ขนาด รูปร่าง รูปทรง สีสัน วัสดุ ข้อความ ตัวอักษร การแนะนำวิธีใช้ ฯลฯ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า สิ่งที่ปรากฏเห็นเป็น บรรจุภัณฑ์มีการดึงดูดความสนใจผู้บริโภคนี้เป็นหน้าที่ ของนักออกแบบที่จะต้องสร้างสรรค์สิ่งประกอบ ต่าง


10 2.3 แนวคิดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ความหมายการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging design) หมายถึง การกำหนดรูปแบบและโครงสร้างของ บรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพื่อการคุ้มครองป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหายและเพิ่ม คุณค่าด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค โดยอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์ - วัตถุประสงค์ของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ 1. เพื่อสร้างบรรจุภัณฑ์ให้สามารถเอื้อประโยชน์ด้านหน้าที่ใช้สอยได้ดี มีความปลอดภัย ประหยัดและมี ประสิทธิภาพ 2. เพื่อสร้างบรรจุภัณฑ์ให้สามารถสื่อสารและสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยใช้ความรู้แขนงศิลปะเข้ามา สร้างคุณลักษณะ เช่น มีเอกลักษณ์มีลักษณะพิเศษที่ดึงดูดและสร้างการจดจำตลอดจนเข้าถึงความหมาย และคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ 3. เพื่อปกป้องคุ้มครองและรักษาคุณภาพสินค้า 4. เป็นตัวชี้บ่งและสื่อสารรายละเอียดสินค้า ดึงดูดผู้บริโภค แสดงถึงภาพลักษณ์ 5. เป็นต้นทุนในการผลิตสินค้า เมื่อบรรจุภัณฑ์ดีย่อมมีส่วนช่วยให้มูลค่าสินค้าสูงขึ้น การออกแบบโครงสร้าง หมายถึง การกำหนดลักษณะรูปร่าง รูปทรง ขนาด ปริมาตร ส่วน ปริมาตรอื่น ๆ ของวัสดุที่จะนำมาผลิต และประกอบเป็นภาชนะบรรจุ ให้เหมาะสม กับหน้าที่ใช้สอย ตลอดจนกรรมวิธีการผลิตการบรรจุการเก็บรักษาและการขนส่ง การออกแบบและโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์นั้น ผู้ออกแบบจะมีบทบาทสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ ประเภท individual package และ inner package ที่สัมผัสอยู่กับผลิตภัณฑ์ ชั้นแรกและชั้นที่ 2 เป็น ส่วนใหญ่ แต่จะมีรูปร่างลักษณะอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ ( product) ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทใด เป็นตัวกำหนดขึ้นมา ซึ่งผู้ออกแบบจะต้องศึกษาข้อมูล ของผลิตภัณฑ์ที่จะต้องบรรจุ และออกแบบ โครงสร้างเพื่อรองรับการบรรจุให้เหมาะสม โดยอาจจะกำหนด ให้มีลักษณะพิเศษเฉพาะ หรือทำให้มี รูปร่างที่เหมาะ แก่การจับถือ หิ้ว และอำนวยความสะดวกต่อการนำเอาผลิตภัณฑ์ภายในออกมาใช้ พร้อม ทั้งทำหน้าที่ป้องกันคุ้มครองผลิตภัณฑ์โดยตรงด้วย ตัวอย่างเช่น กำหนด individual package ครีมเทียม สำหรับชงกาแฟบรรจุในซองอลูมิเนียมฟลอยส์แล้วบรรจุใน กล่องกระดาษแข็งแบบพับ (folding carton) รูปสี่เหลี่ยมอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้เพราะผลิตภัณฑ์เป็นแบบผง จึงต้องการวัสดุสำหรับบรรจุที่สามารถกัน ความชื้นได้ดีการใช้แผ่นอลูมิเนียมฟลอยส์บรรจุก็สามารถป้องกันความชื้นได้ดีสามารถพิมพ์ลวดลายหรือ ข้อความบนผิวได้ดี กว่าถุงพลาสติก อีกยัง เสริมสร้างภาพพจน์ความพอใจในผลิตภัณฑ์ให้เกิดแก่ผู้ใช้และ เชื่อถือในผู้ผลิตต่อมาการบรรจุในกล่องกระดาษแข็งอีกชั้นหนึ่งก็เพราะว่าบรรจุภัณฑ์ชั้นแร เป็นวัสดุ


11 ประเภทอ่อนตัว(flexible)มีความอ่อนแอด้านการป้องกันผลิตภัณฑ์จากการกระทบกระแทกทะลุใน ระหว่างการขน ย้าย ตลอดจนยากแก่การวางจำหน่ายหรือตั้งโชว์จึงต้องอาศัยบรรจุภัณฑ์ชั้นที่2เข้ามาช่วย เพื่อการทำหน้าที่ประการหลังดังกล่าว จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเพียงแค่ขั้นตอนการกำหนดการเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์นั้น ผู้ออกแบบจะต้องอาศัยความรู้และข้อมูลตลอดจนปัจจัยต่างๆเข้ามาพิจารณาตัดสินใจร่วมในกระบวนการ ออกแบบ เช่นราคาวัสดุ การผลิตเครื่องจักร การขนส่ง การตลาด การพิมพ์ฯลฯ ที่จะต้องพิจารณาว่ามี ความคุ้มทุน หรือเป็นไปได้ ในระบบการผลิต และจำหน่ายพียงใด แล้วจึงจะมากำหนด เป็นรูปร่างรูปทรง ( shap & form) ของบรรจุภัณฑ์อีกครั้งหนึ่ง ว่าบรรจุภัณฑ์ควรจะออกมาในรูปลักษณะอย่างไร ซึ่งรูปทรง เลขาคณิต รูปทรงอิสระก็มีข้อดี-ข้อเสียในการบรรจุ การใช้เนื้อที่ และมีความเหมาะสมกับชนิดประเภท ของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไปวัสดุแต่ละชนิดก็มีข้อจำกัดและสามารถดัดแปลงประโยชน์ได้เพียงใดหรือใช้ วัสดุมาประกอบจึงจะเหมาะสมดีกว่าหรือลดต้นทุนในการผลิตที่ดีที่สุดสิ่งต่างๆเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ออกแบบ จะต้องพิจารณาประกอบด้วย ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ในขั้นตอนของการออกแบบ โครงสร้างบรรจุภัณฑ์ นักออกแบบ มิใช่ว่าจะ สร้างสรรค์ ได้ตามอำเภอใจ แต่กลับต้องใช้ความรู้ และข้อมูลจากหลายด้าน มาประกอบกันจึงจะทำให้ ผลงานออกแบบนั้นมีความสมบูรณ์ และสำเร็จออกมาได้ ในขั้นของการออกแบบโครงสร้างนี้ผู้ออกแบบ จึงต้องเริ่มตั้งแต่การสร้างแบบ ด้วยการสเก็ต แนวความคิดของรูปร่างบรรจุภัณฑ์และสร้างภาพประกอบ รายละเอียด ด้วยการเขียนแบบ ( mechanical drawing) แสดงรายละเอียดมาตราส่วนที่กำหนดแน่นอน เพื่อแสดงให้ผู้ผลิต ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจอ่านแบบได้ การใช้ทักษะทางศิลปะในการออกแบบก็คือเครื่องมือที่ ผู้ออกแบบจะต้องกระทำขึ้น มาเพื่อการนำเสนอ ต่อเจ้าของงาน หรือผู้ว่าจ้าง ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องให้ช่วย พิจารณาปรับปรุงเพื่อ ให้ได้ผลงาน ที่จะสำเร็จออกมามีประสิทธิภาพในการใช้งานจริง 2.4 แนวทางการปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการทำงานโดยใช้หลักการ ECRS ECRS เป็นหลักการที่ประกอบด้วยการกำจัด (Eliminate) การรวมกัน (Combine) การจัดใหม่ (Rearrange) และการทำให้ง่าย (Simplify) ซึ่งเป็นหลักการง่าย ๆ ที่สามารถใช้ในการ เริ่มต้นลดความสูญ เปล่า (Waste) เพื่อให้การทำงานสะดวกและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งสามารถลดงานไม่จำเป็นหรือลดของเสียที่ เกิดจากการทำงานลงได้หลักการ ECRS โดยการตั้งคำถามหลักการ 5W1H และ ECRS จึงสามารถนำมา ประยุกต์ใช้ร่วมกันในการวิเคราะห์ความจำเป็นของแต่ละกระบวนการเพื่อแก้ไขปัญหาความสูญเปล่าที่ เกิดจากกระบวนการผลิตได้ตามตารางการตรวจพิจารณาด้วย 5W1H อรรถพันธ์นันทกุลวาณิช (2556) อ้างถึง Voordijjk (1999) เกี่ยวกับแนวคิด ECRS ว่า คือ แนวคิดที่จะนำมาใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ กำจัดงานที่ไม่จำเป็นต้อง ทำหรือ


12 เปลี่ยนวิธีการทำงานแล้วผลลัพธ์ที่ได้ดีมากขึ้นกว่าเดิมทุกๆ ธุรกิจ สามารถนำแนวคิดนี้ไป ใช้ได้ทันทีโดยไม่ ต้องลงทุนเพิ่ม เพียงแต่ปรับแนวเท่านั้น E ย่อมาจาก Eliminate แปลว่า กำจัดออก หมายถึงการตัดหรือกำจัดขั้นตอนการทำงานที่ ไม่จำเป็นออก C ย่อมาจาก Combine แปลว่า รวมเข้าด้วยกัน หมายถึงการรวบรวมการทำงานเข้าด้วยกัน เพื่อ ประหยัดเวลา หรือแรงงานในการทำงาน R ย่อมาจาก Rearrange แปลว่า จัดลำดับใหม่ หมายถึงการจัดลำดับการทำงานใหม่ให้เหมาะสม S ย่อมาจาก Simplify แปลว่า ทำให้ง่ายขึ้น หมายถึงการปรับปรุงการทำงานให้เกิดความง่ายในการ ทำงานของพนักงาน 2.5 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ 2.5.1 ความหมายของความพึงพอใจ มีนักวิชาการหลายท่านได้ให้ความหมายของความพึงพอใจไว้ดังต่อไปนี้ (ราชบัณฑิตยสถาน, 2525) ให้ ความหมายของคาว่าพอใจว่า หมายถึง สมใจ ชอบ เหมาะความพึงพอใจตามความหมาย ของพจนานุกรม ทางด้านจิตวิทยา สมพร ตั้งสะสม (2537) ได้ให้ความหมายไว้ว่า ความพึงพอใจเป็น ความรู้สึกของผู้ที่มารับบริการต่อ สถานบริการ ตามประสบการณ์ที่ได้รับจากการเข้าไปติดต่อขอรับ บริการจากสถานบริการ Morse (1953) กล่าวว่าความพึงพอใจ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถลดความตึงเครียดของบุคคลให้ น้อยลงได้ ความตึงเครียดมีมากจะทาให้เกิดความไม่พอใจ ซึ่งความตึงเครียดนี้เป็นผลมาจาก ความ ต้องการของมนุษย์ เมื่อมนุษย์มีความต้องการมากก็จะเกิดปฏิกิริยาเรียกร้อง ถ้าเมื่อใดความ ต้องการได้รับ การสนองก็จะทาให้เกิดความพอใจ


13 Wolman (1973) ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจไว้ว่าความพึงพอใจ หมายถึงมี ความรู้สึก (Feeling) ที่มีความสุข เมื่อคนเราได้รับผลสำเร็จตามจุดมุ่งหมาย (Goals) ความต้องการ (Wants) หรือ แรงจูงใจ (Motivation) Kotler and Keller (2006) ได้ให้ความหมายความพึงพอใจว่า เป็นความรู้สึกของบุคคลเมื่อ ได้รับ ความสุขหรือความผิดหวังซึ่งเกิดจากการเปรียบเทียบการรับรู้กับความคาดหวังในผลลัพธ์ของสิ่งที่ต้องการ ถ้าการรับรู้ต่อสิ่งที่ต้องการพอดีกับความคาดหวังลูกค้าจะเกิดความพึงพอใจ Mullins (1985) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจเป็นเจตคติของบุคคลที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ หลาย ๆ ด้าน เป็น สภาพภายในที่มีความสัมพันธ์กับความรู้สึกของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในงานทั้งด้านปริมาณและ คุณภาพ เกิดจากมนุษย์จะมีแรงผลักดันบางประการในตัวบุคคล ซึ่งเกิดจากการที่ตนเองพยายามจะบรรลุ ถึงเป้าหมายบางอย่าง เพื่อที่จะสนองตอบต่อความต้องการหรือความคาดหวังที่มีอยู่ และเมื่อบรรลุ เป้าหมายนั้นแล้วจะเกิดความพอใจ เป็นผลสะท้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น เป็นกระบวนการหมุนเวียนต่อไป อีก ดังนั้น ความพึงพอใจของผู้รับบริการ จึงเป็นหัวใจของธุรกิจที่ ให้บริการสร้างความพึงพอใจที่จะมารับบริการอีกในครั้งต่อไป ธุรกิจหรือองค์กร ใด ๆ ที่ไม่สามารถ สร้างความพึงพอใจแก่ผู้มารับบริการให้ได้แล้ว ในที่สุดก็จะถูกคู่แข่งขันก้าวข้ามไป หรือถูกลูกค้าเมินโดยไม่ มีเยื่อใยเหลือไว้ให้อีกเลย มิลเล็ต (Millet, 1954) ได้กล่าวเกี่ยวกับความพึงพอใจในงานบริการหรือความ สามารถที่จะพิจารณา ว่าบริการนั้นเป็นที่พอใจหรือไม่โดยวัดจาก 1. การให้บริการอย่างเท่าเทียม (Equitable Service) คือ การให้บริการที่มีความยุติธรรม 2. ความเสมอภาค และเสมอหน้าไม่ว่าจะเป็นใคร 3. การให้บริการที่รวดเร็ว ทันต่อเวลา (Timely Service) คือ การให้บริการตามลักษณะ ความจําเป็น รีบด่วน 4. การให้บริการอย่างพอเพียง (Ample Service) คือ ความต้องการเพียงพอในด้านสถานที่ บุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ 5. การให้บริการอย่างต่อเนื่อง (Continuous Service) จนกว่าจะบรรลุผล 6. การให้บริการที่มีความก้าวหน้า (Progressive Service) คือ การพัฒนางานบริการด้าน ปริมาณ คุณภาพให้มีความเจริญก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ


14 ศิริวรรณ เสรีรัตน์ (2538) กล่าวถึง ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) เป็น ระดับ ความรู้สึกของลูกค้าพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบระหว่างการับรู้ ในการทา งานของผลิตภัณฑ์ กับความคาดหวังของลูกค้า (Kotler and Keller, 2006) ถ้าผลการทา งานของ ผลิตภัณฑ์เท่ากับความคาดหวังลูกค้าจะเกิดความพึงพอใจ และถ้าผลการทำงานของ ผลิตภัณฑ์สูงกว่า ความคาดหวังมาก ลูกค้าก็จะเกิดความพึงพอใจอย่างมาก สรุปจากแนวคิดและ ทฤษฎีดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปได้ว่าความพึงพอใจหมายถึง ความรู้สึก คุณค่าที่ผู้บริโภคได้รับจาก ความคาดหวังที่จะใช้ ผลิตภัณฑ์ ส่วนผลประโยชน์จากคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ หรือการทางานของผลิตภัณฑ์นั้นนักการตลาดและ ฝ่าย อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องพยายามสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยพยายามสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Added) ทั้งคุณค่าเพิ่มที่เกิดจากการผลิต (Manufacturing) และจากการตลาด (Marketing) ตลอดจนยึด หลักการสร้างภาพโดยรวม (Total Quality) คุณค่าที่เกิดจากความแตกต่างทางการ แข่งขัน (Competitive Differentiation) ซึ่งคุณค่าที่มอบให้ลูกค้าจะต้องมากกว่าต้นทุนของลูกค้า (Cost) หรือ ราคาสินค้า (Price) นั่นเอง ความแตกต่างทางการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ (Product Competitive Differentiation) เป็น การ ออกแบบลักษณะต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์หรือบริษัทให้แตกต่างจากคู่แข่งขัน ซึ่งความแตกแต่งนั้น จะต้องมี คุณค่าในสายตาของลูกค้าและสามารถสร้างความพึงพอใจกับลูกค้าได้ความแตกต่างทางการ แข่งขัน ประกอบด้วย 1. ความแตกต่างผลิตภัณฑ์ (Product Differentiation) 2. ความแตกต่างด้านบริการ (Services Differentiation) 3. ความแตกต่างด้านบุคลากร (Personal Differentiation) 4. ความแตกต่างด้านภาพลักษณ์ (Image Differentiation) ความแตกต่างเหล่านี้เป็นตัวกำหนดคุณค่าเพิ่มสำหรับลูกค้า (Customer Added Value) คุณค่า ผลิตภัณฑ์รวมในสายตาลูกค้า (Total Customer Value) เป็นการรับรู้ในรูปของตัวเงิน ทางด้านเศรษฐกิจ หน้าที่ และผลประโยชน์ทางด้านจิตวิทยาที่ลูกค้าคาดหวังที่จะได้รับจากตลาด หรือ เป็นผลรวมของ ผลประโยชน์หรืออรรถประโยชน์ (Utility) จากผลิตภัณฑ์หรือบริการโดบริการหนึ่ง คุณค่าผลิตภัณฑ์ พิจารณาจากความแตกต่างทางการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วย ความ แตกต่างความแตกต่าง ด้านผลิตภัณฑ์ ความแตกต่างด้านบริการ ความแตกต่างด้านบุคลากรและความ แตกต่างด้านภาพลักษณ์ ความแตกต่างทั้งสี่ด้านนี้ก่อให้เกิดคุณค่าผลิตภัณฑ์4ด้านเช่นกันคือ คุณค่า ด้านผลิตภัณฑ์ (Product


15 Value) คุณค่าด้านบริการ (Service Value) คุณค่าด้านบุคลากร (Personal Value) และคุณค่าด้าน ภาพลักษณ์ (Image Value) คุณค่าทั้ง 4 ประการ รวมเรียกว่า คุณค่า ผลิตภัณฑ์รวมในสายตาของลูกค้า 2.5.2 เกณฑ์การวัดความพึงพอใจ โทมัสและเอิรส์ (Thomas and Earl, 1985) ได้ให้แนวคิดความพึงพอใจไว้ว่าการวัดความพึง พอใจ เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้กันอยู่ เพื่อทราบผลของการให้บริการที่ดีเลิศที่ทาให้ลูกค้าพึงพอใจ เป็นสิ่งที่ บริษัทเชื่อว่ามี คุณค่าและควรให้ความเข้าใจในความต้องการและปัญหาของลูกค้าในการให้บริการ ผู้บริการขององค์กร ต้องมีความรับผิดชอบในการปรับปรุงคุณภาพให้เกิดประสิทธิผลและได้ผลดีอย่าง ต่อเนื่อง ดังนั้นการ สำรวจความพึงพอใจจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารจัดการในการวัดความ พึงพอใจของลูกค้าต่อ การให้บริการของพนักงาน มีเกณฑ์ในการวัดที่ลูกค้ามักอ้างอิงถึงดังต่อไปนี้ 1. ความเป็นรูปธรรมของบริการ (Tangibles) หมายถึง ลักษณะสิ่งอานวยความสะดวกทาง กายภาพ อุปกรณ์ บุคลากร และวัสดุการติดต่อสื่อสาร 2. ความเชื่อมั่นวางใจได้ (Reliability) หมายถึง ความสามารถในการให้บริการตามสัญญาที่ ให้ไว้และมี ความน่าเชื่อถือ 3. การตอบสนองต่อผู้รับบริการ (Responsiveness) หมายถึง ความยินดีที่จะช่วยเหลือ ผู้รับบริการ และพร้อมที่จะให้บริการในทันที 4. สมรรถนะของผู้ให้บริการ (Competence) หมายถึง การมีความรู้ความสามารถและ ทักษะในการ ปฏิบัติงาน 5. ความมีอัธยาศัยไมตรี (Courtesy) หมายถึง ความสุภาพอ่อนโยน ให้เกียรติมีน้ำใจและ เป็นมิตรต่อ ผู้รับบริการ 6. ความน่าเชื่อถือ (Credibility) หมายถึง ความน่าเชื่อถือ ซึ่งเกิดจากความซื่อสัตย์ความ จริงใจของผู้ ให้บริการ 7. ความมั่นคงปลอดภัย (Security) หมายถึง ความรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ชื่อเสียง การปราศจากความรู้สึกเสี่ยงอันตรายและข้อสงสัยต่าง ๆ รวมทั้งการรักษา ความลับของ ผู้รับบริการ 8. การเข้าถึงบริการ (Access) หมายถึง การที่ผู้รับบริการสามารถเข้าใช้บริการได้ง่ายได้รับ ความ สะดวกในการติดต่อ 9. การติดต่อสื่อสาร (Communication) หมายถึง การให้ข้อมูลด้านต่าง ๆ แก่ผู้รับบริการ ใช้การ สื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจและรับฟังเรื่องราวที่ผู้รับบริการร้องทุกข์


16 10. การเข้าใจและรู้สึกผู้รับบริการ (Customer understanding) หมายถึง การทาความ เข้าใจและรู้จัก ผู้รับบริการ รวมทั้งความต้องการของผู้รับบริการของตน (วีระพงษ์ เฉลิมจิระรัตน์, 2545) 2.5.3 เครื่องมือในการติดตามและการวัดความพึงพอใจของลูกค้า (Tools for Tracking and Measuring Customer Satisfaction) เป็นวิธีการที่จะติดตาม วัด และค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความพึง พอใจให้กับลูกค้า บริษัทที่ยึดปรัชญาหรือแนวความคิดทาง การตลาด (Marketing Concept) ที่มุ่ง ความสำคัญที่ลูกค้าจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความพึงพอใจ ให้กับลูกค้า ซึ่งการสร้างความพึงพอใจให้กับ ลูกค้ามีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงคือ 1. การสร้างความพึงพอใจโดยการลดต้นทุนของลูกค้า (ลดราคา) หรือการเพิ่มบริการและ จุดเด่นของ สินค้า ซึ่งจะมีผลทาให้กาไรของบริษัทลดลง 2. บริษัทจะต้องสามารถสร้างกำไรโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น ลงทุนในการผลิตมากขึ้น หรือ มีการวิจัยและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เหล่านี้ถือว่ามีผลกระทบทั้งรายได้ของบริษัทและต้นทุนของสินค้า 3. บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ประกอบด้วย ผู้ถือหุ้นพนักงาน ผู้ชายปัจจัยการผลิต และคน กลาง และ เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าจะมีผลกระทบต่อความพึงพอใจของคนเหล่านี้ด้วย วิธีการติดตาม และวัด ความพึงพอใจของลูกค้า สามารถทำได้ 4 วิธีดังนี้ - ระบบการติเตียนและข้อเสนอแนะ (Complaint and Suggestion Systems) เป็นการหาข้อมูลทัศนคติ ของลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และการทำงานของบริษัท ปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และการทำงาน รวมทั้ง ข้อเสนอแนะต่าง ๆ - การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction Systems) ในกรณีนี้จะ เป็นการสำรวจ ความพึงพอใจของลูกค้าซึ่งดีกว่าวิธีแรกที่มักพบปัญหาว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือและมัก เปลี่ยนไป ซึ่งสินค้าจากผู้ขายรายอื่นแทน เป็นผลให้บริษัทต้องสูญเสียลูกค้าไป เครื่องมือที่นิยมใช้มากคือ การวิจัยตลาด วิธีนี้บริษัทจะต้องเตรียมแบบสอบถามเพื่อค้นหาความพึง พอใจของลูกค้า - เทคนิคต่างที่ใช้ในการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า มีดังนี้ 1. การให้คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการ โดยอยู่ในรูป ของการให้คะแนน เช่น ไม่พอใจอย่างยิ่ง ไม่พอใจ ไม่แน่ใจ พอใจ พอใจอย่างยิ่ง 2. การถามลูกค้าได้รับความพอใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการหือไม่ อย่างไร 3. การถามให้ลูกค้าระบุปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และเสนอแนะประเด็นต่าง ๆ ที่ จะแก้ไขปัญหานั้น เรียกว่า การวิเคราะห์ปัญหาของลูกค้าเป็นการถามลูกค้าเพื่อให้คะแนนคุณสมบัติต่าง ๆ และการทำงาน


17 ของผลิตภัณฑ์ เรียกว่า เป็นการให้คะแนนการทำงานของผลิตภัณฑ์ วิธีนี้จะช่วยให้ทราบถึงจุดอ่อน จุด แข็งของ ผลิตภัณฑ์ 4. เป็นการสำรวจความตั้งใจในการซื้อซ้ำของลูกค้า 5. การเลือกซื้อโดยกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมาย (Ghost shopping) วิธีนี้จะเชิญบุคคลที่คาด ว่าจะเป็นผู้ซื้อ ที่มีศักยภาพ ให้วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนในการซื้อสินค้าของบริษัทและคู่แข่งขัน พร้อมทั้งระบุปัญหา เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของบริษัท 6. การวิเคราะห์ถึงลูกค้าที่สูญเสียไป (Lost Customer Analysis) ในกรณีนี้จะวิเคราะห์ หรือสัมภาษณ์ ลูกค้าเดิมที่เปลี่ยนไปใช้ตราสินค้าอื่น วิธีแก้ปัญหาต่างๆที่ทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจ เช่น ราคาสูงเกินไป บริการ ไม่ดีพอ ผลิตภัณฑ์ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งอาจจะศึกษาถึงอัตราการสูญเสียลูกค้าด้วย 2.6 แผนผังสาเหตุและผล ( Cause and Effect Diagram ) จุฑาเทียนไทย (2548) กล่าวไว้ว่า แผนผังสาเหตุและผลเป็นแผนผังที่แสดงถึงความสัมพันธ์ ระหว่างปัญหา (Problem) กับสาเหตุทั้งหมดที่เป็นไปได้ที่อาจก่อให้เกิดปัญหานั้น (Possible Cause) เรา อาจคุ้น เคยกับแผนผังสาเหตุและผลในชื่อของ "ผังก้างปลา (Fish Bone Diagram) " เนื่องจาก หน้าตา แผนภูมิมีลักษณะคล้ายปลาที่เหลือแต่ก้างหรือหลาย ๆ คนอาจรู้จักในชื่อของแผนผังอิชิกาว่า (Ishikawa Diagram) ซึ่งได้รับการพัฒนาครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1943 โดยศาสตราจารย์คําโอรุอิชิกาว่า แห่ง มหาวิทยาลัยโตเกียว แผนผังสาเหตุและผลคืออะไร สํานักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่น (JIS) ได้นิยามความหมายของผังก้างปลานี้ว่า "เป็น แผนผัง ที่ใช้แสดงความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบระหว่างสาเหตุหลาย ๆ สาเหตุที่เป็นไปได้ที่ส่งผลกระทบ ให้เกิดปัญหาหนึ่งปัญหา" เมื่อไรจึงจะใช้แผนผังสาเหตุและผล 1. เมื่อต้องการค้นหาสาเหตุแห่งปัญหา 2. เมื่อต้องการทําการศึกษาทําความเข้าใจหรือทําความรู้จักกับกระบวนการอื่นเพราะว่าโดย ส่วนใหญ่ พนักงานจะรู้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ของตนเท่านั้นแต่เมื่อมีการทําผังก้างปลาแล้วจะทําให้เรา สามารถรู้ กระบวนการของแผนกอื่นได้ง่ายขึ้น


18 3. เมื่อต้องการให้เป็นแนวทางในการระดมสมอง ซึ่งจะช่วยให้ทุก ๆ คนให้ความสนใจในปัญหา ของกลุ่ม ซึ่งแสดงไว้ที่หัวปลา วิธิีการสร้างแผนผังสาเหตุและผลหรือผังก้างปลา สิ่งสําคัญในการสร้างแผนผังคือต้องทําเป็นทีม เป็นกลุ่ม โดยใช้ขั้นตอน 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. กําหนดประโยคปัญหาที่หัวปลา 2. กําหนดกลุ่มปัจจัยที่จะทําให้เกิดปัญหานั้น ๆ 3. ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแต่ละปัจจัย 4. หาสาเหตุหลักของปัญหา 5. จัดลําดับความสําคัญของสาเหตุ 6. ใช้แนวทางการปรับปรุงที่จําเป็น ประโยชน์ของการใช้แผนผังสาเหตุและผลหรือผังก้างปลา 1. ใช้เป็นเครื่องมือในการระดมความคิดจากสมองของทุกคนที่เป็นสมาชิกกลุ่มคุณภาพอย่าง เป็น หมวดหมู่ซึ่งได้ผลมากที่สุด 2. แสดงให้เห็นสาเหตุต่าง ๆ ของปัญหาของผลที่เกิดขึ้นที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปมสําคัญ ที่จะนําไป ปรับปรุงแก้ไข 3. แผนผังนี้สามารถนําไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ได้มากมาย ทั้งในหน้าที่การงานสังคม แม้กระทั่งชีวิตประจำวัน


19 ผังก้างปลาประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ส่วนปัญหาหรือรู้ผลลัพธ์(Problem or Effect) ซึ่งจะแสดงอยู่ที่หัวปลา ส่วนสาเหตุ (Causes) จะสามารถ แยกย่อยออกได้อีกเป็น • ปัจจัย (Factors) ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหา (หัวปลา) • สาเหตุหลัก • สาเหตุย่อย สาเหตุของปัญหาจะเขียนไว้ในก้างปลาแต่ละก้างย่อยเป็นสาเหตุของก้างรองและก้างรองเป็น สาเหตุของ ก้างหลัก เป็นต้น 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กิติกรณ์ คุ้มทรัพย์ (2540: บทคัดย่อ) ได้วิจัยเรื่อง การออกแบบปรับปรุงบรรจุภัณฑ์แปรรูป ประเภทอาหารแห้ง สำหรับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้คือ กระป๋องกระดาษมีลักษณะที่มีฝาปิดด้านในแบบ Easy Open และมีฝาพลาสติกด้านนอกอีกที ด้านใน กระป๋องเคลือบฟลอยด์ ส่วนด้ านนอกจะแสดงฉลากสินค้าโดยบอกลายละเอียดทุกอย่างให้ผู้ซื้อได้ ทราบ เพื่อเป็นการช่วยตัดสินใจซื้อ และบรรจุภัณฑ์อีกแบบที่ใช้คือ ถุงพลาสด็กใสมีลักษณะที่สามารถ ตั้งได้ สะดวกทั้งในการซื้อและในการใช้รูปแบบของกราฟิก จะเน้นรูปของผลไม้นั้นๆ โดยมีการบอกถึง ลักษณะ ภายในบรรจุภัณฑ์ที่แปรรูปแล้ว ภุชงค์ โรจน์แสงรัตน์(2540: บทคัดย่อ) ได้วิจัยเรื่องการออกแบบปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ทุเรียน แปรรูปของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจังหวัดนนทบุรี การออกแบบให้บรรจุภัณฑ์เกิดประสิทธิภาพในการ คุ้มครองสินค้า ทั้งในการขายและการขนส่ง เกิดเป็นสัญลักษณ์เป็นเอกภาพ เพื่อเป็นตัวนำให้ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในครอบครัวจำหน่ายได้มากขึ้นเป็นการสร้างรายได้สู่ชนบท ปุ่น เคงเจริญเกียรติและสมพร คงเจริญเกียรติ(2541 : 7-8) กล่าววาบรรจุภัณฑ์ คือ บรรจุ ภัณฑ์ เป็นทั้งศาสตร์ทั้งศิลป์ที่ใช้ในการบรรจุสินค้าในการจัดจำหน่ายเพื่อสนองความต้องการของผู้ซื้อและ หรือ ผู้บริโภคด้วยต้นทุนที่เหมาะสม ศาสตร์และศิลปในนิยามของบรรจุภัณฑ์ หมายถึง ความรู้ที่ใช้ในการ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้องใช้ความรู้หลายๆ สาขามาประยุกต์ใช้ ตัวอย่างเช่น บรรจุภัณฑ์อาหารต้องใช้ ความรู้ ทางด้านเทคโนโลยีอาหารเฉพาะทาง เช่น อาหารที่เป็นแบ่ง อาหารที่มีความเป็นกรดต่ำ เป็นต้น เพื่อ


20 วิเคราะห์การเกิดปฏิกิริยา ระหว่างอาหารและบรรจุภัณฑ์ พร้อมทั้งศึกษาวิธีการถนอมรักษาอาหาร ให้ได้ ตามกำหนดเวลาที่ต้องการ หรือที่เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Shelf-Life นอกจากนี้การกำหนด อายุขัย ของอาหารยังต้องใช้ความรู้ทางด้านการตลาด การขนส่ง เพื่อประเมินเวลาที่สินค้าอาหารจะอยู่ ในตลาด และสามารถบริโภคได้หมดก่อนอาหารแปลงสภาพจนบริโภคไม่ได้ นอกเหนือจากศาสตร์ ดังที่กล่าว มาแล้วบางส่วน การออกแบบกราฟฟิกของบรรจุภัณฑ์ยังเป็นสาขาวิชาหนึ่งของพาณิชยศิลป ที่ต้อง ออกแบบให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่ทางด้านการตลาดได้กำหนดไว้เพื่อว่าบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบ นั้นจะ ได้รับการยอมรับและซื้อซ้ำหลาย ๆ ครั้งจนเป็นที่นิยมในกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผู้ซื้อและ ผู้บริโภคใน นิยามของบรรจุภัณฑ์ หมายถึง ณ จุดขายมีสินค้าหลายประเภทที่ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องเป็น ผู้บริโภคเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น ของขวัญในช่วงเทศกาล สินค้าสำหรับเด็กทารกหรือ สัตว์เลี้ยง เป็นต้น การออกแบบบรรจุ ภัณฑ์สำหรับสินค้าที่ผู้ซื้อไม่ใช่ผู้บริโภคนี้ จำต้องสร้างสิ่งจูงใจและความมั่นใจต่อ ผู้ซื้อว่าสินค้าดังกล่าวจะ ก่อให้เกิดอรรถประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้การออกแบบบรรจุภัณฑ์ เหล่านี้จะเน้นในการสร้าง ภาพแห่งความพอใจแทนที่จะเน้นเรื่องคุณสมบัติของตัวสินค้าที่ ใช้ในการ ออกแบบทั่วไป ต้นทุนที่ เหมาะสมในนิยามของบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การมองจากแง่ธุรกิจ การผลิต สินค้า เพื่อการจัดจำหน่ายย่อม ต้องการสินค้าที่มีต้นทุนต่ำเท่าที่จะต่ำได้ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์การเลือก ใช้วัสดุที่มีต้นทุนต่ำอย่างเดียว อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่บรรจุภัณฑ์ได้ง่าย ทำให้บรรจุภัณฑ์ ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องคิดถึงผลกระทบของค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้น ทั่วทั้งระบบ อมรรัตน์ สวัสดิทัต (2545 : unpage) กล่าวว่า การบรรจุภัณฑ์ คือ ระบบรวมในการเตรียม สินค้าสำหรับการขนส่ง จัดจำหน่าย เก็บรักษาและตลาด โดยใช้ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับ ความต้องการของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้สินค้าอาจบรรจุในบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่หนึ่งหรือหลายชนิด โดยบรรจุ ภัณฑ์ ที่ใช้มีตั้งแต่ ขวด หลอด กระป๋อง หอ ถุง กล่อง ถ้วย ลัง ฯลฯ โดยทำมาจากวัสดุต่าง ๆ กัน อาทิ กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะหรือไม่ ศิริวรรณ เสรีรัตน์(2539 : 272) กล่าวว่า การบรรจุภัณฑ์ (Packaging) หมายถึง กิจกรรม ใน การออกแบบและผลิตภาชนะบรรจุหรือสิ่งห่อหุ้มสินค้า การบรรจุภัณฑ์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด กับ ป้ายฉลากกล่าวคือ ป้ายฉลากจะเป็นสิ่งที่ปรากฏบนบรรจุภัณฑ์ กนกรัตน์ ไวยดี(2549) ได้ศึกษาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสำหรับบรรจุภัณฑ์ บรรจุน้ำ ยางขึ้น เพื่อการขนส่งระหว่างประเทศ ได้ศึกษาและเสนอแนวการจัดการบริหารระบบ โลจิสติกส์และโซ่


21 อุปทานสำหรับบรรจุภัณฑ์บรรจุภัณฑ์บรรจุน้ำยางข้นเพื่อการขนส่งระหว่าง ประเทศ ซึ่งเป็นการศึกษาการ ดำเนินกิจกรรมทุกขั้นตอน ตั้งแต่กิจกรรมจัดซื้อจัดหาบรรจุภัณฑ์ วิธีการบรรจุสินค้าเมื่อนำบรรจุภัณฑ์ไป ใช้ในกิจกรรมการผลิต กิจกรรมการกระจายสินค้าเมื่อ บรรจุเสร็จ จนถึงการขนถ่ายสินค้าเมื่อสินค้าถึง ปลายทาง ณรงค์นุช นทีพายัพทิศ และทองเพียร ศรีสว่าง (2547) ได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ อาหาร ชุมชนบ้านแคว อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ผลวิจัยพบว่า 1) วัสดุบรรจุภัณฑ์หลักที่ สามารถนำมา พัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปประเภททอฟฟี่ที่เหมาะและมี ต้นทุนต่ำไม่สูงมาก นักอีกทั้งสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีคุณค่าน่าซื้อ คือ ถุงพลาสติก 2) บรรจุ ภัณฑ์สองที่เป็นบรรจุภัณฑ์ รวมหน่วยและเป็นจุดขายให้กับสินค้าคือกล่องกระดาษแข็งที่สามารถ รับน้าหนักตัวสินค้าได้ดี อีกทั้ง สามารถผลิตและออกแบบได้ไม่ยาก พิมพ์ระบบ 4 สีได้อย่าง สวยงาม จุดสำคัญในการออกแบบกล่องแข็ง แบบพับ (Folding cartoon) ง่ายและสะดวกต่อ การขนส่งและการขึ้นเพื่อบรรจุสินค้า ราคาผลิตต่อ หน่วยไม่สูงจนเกินไป สุนีย์ วรรธน โกมล (2546) ได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการแข่งขันทางธุรกิจ พบว่างาน ขั้นแรก ของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ คือการศึกษาข้อมูลในตัวบรรจุภัณฑ์ข้อมูลส่วนใหญ่หาได้จาก งานแสดง สินค้ารับงานออกแบบด้วยวิธีการเข้าหาลูกค้าโดยกำหนดราคาค่าออกแบบตามความยาก ง่ายและ พยายามควบคุมต้นทุนของบรรจุภัณฑ์อยู่ระหว่าง 5-10% เมื่อเทียบกับราคาสินค้าปัจจัยและ เทคนิคการ ออกแบบและยึดดัดแปลงหรือปรับปรุงจากของเดิมเป็นหลักเน้นความสะดุดตาแบบใหม่ การออกแบบจะ คำนึงถึงผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ภายใน ยึดรูปทรงและสีสันที่ออกแบบขึ้นมาใหม่ ออกแบบโดยสีโทนเข้มพิมพ์ 4 สีสื่อสารเป็นรูปภาพจริงและภาพกราฟฟิก วัสดุที่ใช้ในการบรรจุ ภัณฑ์ให้ความสำคัญต่อการเวียน กลับมาใช้ใหม่อีกเพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล และ ดำรงศักดิ์ ชัยสนิท (2528 อ้างใน จิตติมา เสือทอง และคณะ, 2555) ได้ให้ความหมายไว้ว่า การบรรจุภัณฑ์ คือ การนำเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบ เป็นภาชนะห่อหุ้มสินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย มีความแข็งแรง สวยงาม ได้สัดส่วน ที่ถูกต้อง สร้าง ภาพพจน์ที่ดี มีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และทำให้เกิดผลความพึงพอใจจากผู้ซื้อ สินค้า


22 ดารณี พานทอง (2532 อ้างใน บรรดิษฐ์ พระประทานพร, 2553) ได้ให้ความหมายการ บรรจุ หรือบรรจุภัณฑ์ หรือภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์ จากแหล่งผู้ผลิต ไปยังแหล่งผู้บริโภค หรือแหล่ง ที่ใช้ประโยชน์ เพื่อวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการป้องกัน และรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ ตลอดจนคุณภาพ โกล้เคียงกับเมื่อแรกผลิตให้มากที่สุด นอกจากนี้อาจกล่าวได้ว่า หีบห่อหรือบรรจุ ภัณฑ์เป็นปัจจัยที่สำคัญ อย่างหนึ่งในกระบวนการผลิตและหีบห่ออาจสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ได้อีกหลายอย่าง อาทิเช่น วัตถุประสงค์ทางด้านการตลาด วัตถุประสงค์ทางด้านการเก็บรักษาเป็นต้น โดยสรุปแล้วบรรจุภัณฑ์ จึง หมายถึง หน่วยรูปแบบวัตถุภายนอกที่ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครอง หรือห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ภายในให้ปลอดภัย สะดวกต่อการขนส่ง เอื้ออำนวยให้เกิดผลประโยชน์ในทาง การค้าและการบริโภค


23 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา การวิจัยเรื่อง การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ กรณีศึกษา ร้าน PJ Graden จังหวัดปทุมธานี มีวิธีการวิจัย ดังนี้ 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.2 ประชากร 3.3 กลุ่มตัวอย่าง 3.4 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.1.1 การรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ และนำวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้การวิเคราะห์แผนผัง ก้างปลา ศึกษาปัญหาบรรจุภัณฑ์ 3.1.2 ขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับต้นลิ้นมังกรแคระ 3.1.3 เปรียบเทียบก่อนและหลังปรับปรุงบรรจุภัณฑ์สำหรับต้นลิ้นมังกรแคระของบรรจุภัณฑ์ แบบเก่ากับบรรจุภัณฑ์ที่ได้ทำการออกแบบใหม่ 3.1.4 การวัดระดับพึงพอใจต่อรูปแบบบรรจุภัณฑ์ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการปกป้อง ด้านการบรรจุ ด้านอำนวยความสะดวก 3.1.5 สรุปผลการวิจัยและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับต้นลิ้นมังกรแคระ พร้อมข้อเสนอแนะใน การทำวิจัยต่อไป 3.2 ประชากร การวิจัยในครั้งนี้ใช้กลุ่มประชากรของร้านต้นไม้PJ Garden ดังนี้ - เจ้าของร้านต้นไม้PJ Garden 1 คน


24 - ผู้ซื้อ 60 คน - ผู้ที่เข้าใช้บริการจำนวน 400 คน 3.3 กลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยได้กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรตามวิธีของ W.G. Cochran (1953) ดังนี้ โดยที่ n = จำนวนตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา p = ค่าระดับความน่าจะเป็นของประชากร e = ค่าความคลาดเคลื่อนสูงสุดที่ยอมรับได้โดยกำหนดให้คลาดเคลื่อนไม่เกิน 5 % จึงมีค่าเท่ากับ 0.05 z = ค่ามาตรฐานเมื่อมีการกระจายแบบปกติ ในที่นี้กำหนดระดับความเชื่อมั่นที่ 95% (ระดับ 0.5) ดังนั้น Z เท่ากับ 1.96 โดยแทนที่ระดับความน่าจะเป็นของประชากรเท่ากับ 0.5 ค่า Z ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และมีค่า ความคลาดเคลื่อนที่ 0.05 จะได้ผลดังนี้ n = ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง = 384.16 ตัวอย่าง ดังนั้น ขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเท่ากับ 384.16 หรือประมาณ 385 ตัวอย่าง โดยกำหนด ความผิดพลาดไม่เกิน 5% ด้วยความเชื่อมั่น 95% ได้ขนาดตัวอย่างผู้วิจัยสำรองไว้4% หรือเท่ากับ 15 ตัวอย่าง รวมเป็น 400 ตัวอย่าง n = (1−) 2 2 (0.5)(1−0.5)(1.96) 2 0.052


25 3.4 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ปัญหา มีดังนี้ 3.3.1 แบบสัมภาษณ์(Analytic Interview) การสัมภาษณ์เป็นการสัมภาษณ์เจาะจงในเรื่องที่ผู้วิจัยต้องการจะศึกษาทำการวิจัย เรื่องเกี่ยวกับ การบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการใส่บรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ ร้าน PJ Garden โดยมีวิธีการสัมภาษณ์ดังนี้ กำหนดประเด็นคำถาม ตั้งคำถามให้ตรงประเด็นที่เราต้องการ เป็นการรวบรวมข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงหรือรายละเอียด เช่น ความเสียหายทางด้านการขนส่ง ข้อความที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะศึกษา นำมาวิเคราะห์และสรุปประเด็นความเสียหายของต้นลิ้นมังกรแคระ ว่ามีปัญหาอย่างไรบ้างใช้การจด บันทึกข้อมูลรายละเอียดจากการสัมภาษณ์การสนทนา การบันทึก การสังเกต 3.3.2 แผนผังก้างปลา เป็นการวิเคราะห์สาเหตุจาก ปัจจัยต่างๆ เพื่อนำปัจจัยมาใช้ในการออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 3.3.3 ใช้หลักการ ECRS ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ การนำหลักการ ECRS มาปรับปรุงบรรจุภัณฑ์เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ โดยเลือกใช้ Rearrange (R) คือ การจัดลำดับใหม่การทำบรรจุภัณฑ์ใหม่ 3.3.4 แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบไปด้วย เพศ อายุ สถานภาพ และอาชีพ ส่วนที่ 2 การประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจของ ผู้ซื้อ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการปกป้องผลิตภัณฑ์ ด้านการบรรจุ ด้านอำนวยความ สะดวก


26 โดยเป็นคำถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งจะมีให้เลือกตอบได้เพียงคำตอบเดียว โดยมีการกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ 5 หมายถึงระดับความพึงพอใจมากที่สุด 4 หมายถึงระดับความพึงพอใจมาก 3 หมายถึงระดับความพึงพอใจปานกลาง 2 หมายถึงระดับความพึงพอใจน้อย 1 หมายถึงระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด การหาค่าเฉลี่ยของคะแนนในแบบสอบถามเป็นรายข้อและคะแนนรวมในแต่ละด้าน แปล ความหมายของค่าเฉลี่ยเพื่อประเมินระดับความพึงพอใจจะใช้เกณฑ์ประเมินค่าดังนี้ ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 4.51 - 5.00 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 3.51 - 4.50 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับมาก ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 2.51 - 3.50 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับปานกลาง ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 1.51 - 2.50 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับน้อย ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 1.00 - 1.50 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับน้อยที่สุด ส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะ 3.3.3 แบบประเมินค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) แบบประเมินค่าดัชนีความสอดคล้องโดยจะให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 ท่านเป็นผู้ประเมิน แบบสอบถามการใช้งานบรรจุภัณฑ์ผู้ซื้อ โดยจะให้คะแนนในแต่ละคำถามว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของแบบสอบถามนั้นหรือไม่ ค่าคะแนนจะให้1 = สอดคล้อง 0 = ไม่แน่ใจ และ -1 = ไม่สอดคล้อง ซึ่ง ค่าเฉลี่ยจากคะแนนคำถามในแบบสอบถามต้องมากกว่า 0.8 จึงถือว่าแบบสอบถามนั้นผ่านการประเมิน


27 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเนื้อหาเชิงคุณภาพ จากการสัมภาษณ์การสอบถามโดยการวิเคราะห์เนื้อหาที่ ประกอบด้วยข้อความ รูปภาพ ที่ได้บันทึกและรวบรวมไว้จากการลงพื้นที่ทำการสอบถามและสังเกต พฤติกรรมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อสรุปเป็นแนวทางในการพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกร แคระ


28 บทที่ 4 ผลการศึกษา การวิจัยเรื่อง การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ ร้าน PJ Graden จังหวัด ปทุมธานีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อออกแบบ บรรจุภัณฑ์และปกป้องต้นลิ้นมังกรแคระไม่ให้เกิดความเสียหายจากการเคลื่อนย้ายและการขนส่ง ผู้วิจัย ได้ทำสัมภาษณ์เจ้าของร้าน PJ Graden และได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์นำมาวิเคราะห์ ปัญหาโดยใช้แผนผังก้างปลา โดยผู้วิจัยได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของการบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระแบบเก่า มาทำการ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ขึ้นมาใหม่เพื่อปกป้องต้นลิ้นมังกรแคระ ไม่ให้เกิดความเสียหาย 4.1 การวิเคราะห์ปัญหา


29 ปัญหาที่พบคือ ปัญหาบรรจุภัณฑ์เสียหายจากการเคลื่อนย้าย ไม่สามารถปกป้องสินค้าได้ เกิดขึ้น จากปัจจัยต่างๆ บรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสมต่อการเคลื่อนย้าย พนักงานโยนบรรจุภัณฑ์ทำต้นลิ้นมังกรแคระ เสียหาย 4.2 ขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ 4.2.1 การเตรียมต้นไม้ประดับประเภทใบ ที่ใช้ในงานวิจัยนี้เป็นต้นไม้พร้อมกระถางพลาสติก จำนวน 1 ต้น ประกอบด้วย ต้นลิ้นมังกรแคระ ขนาดกระถาง 4 นิ้ว 4.2.2 เตรียมกระดาษสำหรับทำบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดจะใช้วัสดุประเภทกระดาษ single wall 3 ชั้น


30 4.2.3 ออกแบบโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์ วาดโครงร่างแบบ ก่อนวาดแบบให้วัดขนาด กว้าง ยาว สูง ของต้นลิ้นมังกรแคระ หลังจากวาดแบบเสร็จ นำมาตัดให้ได้ดังรูปภาพ และทำการพับขึ้นรูปกล่อง ต้นทุนต่อ 1 ชิ้น = 15 บาท


31 4.3 เปรียบเทียบก่อนและหลังปรับปรุงบรรจุภัณฑ์สำหรับต้นลิ้นมังกรแคระของบรรจุภัณฑ์ ใช้หลักการ ECRS ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์การนำหลักการ ECRS มาปรับปรุงบรรจุภัณฑ์เพื่อหา แนวทางในการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์โดยเลือกใช้Rearrange (R) คือ การจัดลำดับใหม่การทำบรรจุภัณฑ์ ใหม่ แบบบรรจุภัณฑ์ก่อนปรับปรุงของร้าน PJ Graden ใช้กระดาษห่อพันรอบๆต้นลิ้นมังกรแคระ และนำใส่บรรจุลงในกล่องกระดาษลังธรรมดา


32 แบบบรรจุภัณฑ์หลังปรับปรุง ทำการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ โดยใช้กระดาษ single wall 3 ชั้น ซึ่งมีความ แข็งแรง ออกแบบให้ตัวบรรจุภัณฑ์ให้สามารถปกป้องต้นลิ้นมังกรแคระได้ 4.4 การวัดระดับพึงพอใจต่อรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม การวิจัยครั้งนี้ได้ทำการวัดระดับความพึงพอใจ จากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มาใช้บริการ ทางร้าน PJ Graden โดยมีการศึกษา เพศ อายุ อาชีพ สถานภาพ อาชีพ ซึ่งได้ผลข้อมูล ปรากฏดัง ตาราง ตารางที่ 4.5 แสดงข้อมูลเพศ จำนวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ ชาย 107 73.3 หญิง 294 26.7 รวม 401 100


33 จากตารางที่ 4.5 ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 294 คน คิดเป็นร้อยละ 26.7 และเพศ ชาย จำนวน 107 คน คิดเป็นร้อยละ 73.3 ตารางที่ 4.6 แสดงข้อมูล อายุ จำนวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง อายุ จำนวน (คน) ร้อยละ ต่ำกว่า 20 ปี 29 7.2 20-30 ปี 193 48.1 30-40 ปี 117 29.2 40-50 ปี 46 11.5 มากกว่า 50 ปี 16 4 รวม 401 100 จากตารางที่ 4.6 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุ 20-30 ปี จำนวน 193 คนคิดเป็นร้อย ละ 48.1 รองลงมา คือ 30-40 ปีจำนวน 117 คน คิดเป็นร้อยละ 29.2 อายุ 40-50 จำนวน 46 คน คิด เป็นร้อยละ 11.5 อายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 29 คิดเป็นร้อยละ 7.2 มากกว่า 50 ปี จำนวน 16 คน คิดเป็น ร้อยละ 4 ตารางที่ 4.7 แสดงข้อมูล สถานภาพ จำนวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จากตารางที่ 4.7 พบว่าผู้ตอบ แบบสอบถามส่วนใหญ่มีสถานภาพโสด จำนวน 258 คนคิดเป็นร้อยละ 64.3 รองลงมา คือ สมรส จำนวน สถานภาพ จำนวน (คน) ร้อยละ โสด 258 64.3 สมรส 118 29.4 หม้าย 9 2.2 หย่า 10 2.5 แยกกันอยู่ 6 1.5 รวม 401 100


34 118 คน คิดเป็นร้อยละ 29.4 หย่า จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 2.หม่าย จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 2.2 แยกกันอยู่ จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 1.5 ตารางที่ 4.8 แสดงข้อมูล อาชีพ จำนวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง อาชีพ จำนวน (คน) ร้อยละ นักเรียน/นักศึกษา 135 33.7 พนักงานเอกชน 68 17 พนักงานรัฐวิสาหกิจ 33 8.2 ข้าราชการ 39 9.7 เจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ 101 25.2 แม่บ้าน/พ่อบ้าน 25 6.2 อื่นๆ โปรดระบุ 0 0 รวม 401 100 จากตารางที่ 4.8 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอาชีพ นักเรียน/นักศึกษา จำนวน 135 คน คิดเป็นร้อยละ 33.7 รองลงมา คือ เจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ จำนวน 101 คน คิดเป็นร้อยละ 25.2 พนักงานเอกชน จำนวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 17 ข้าราชการ จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 9.7 พนักงานรัฐวิสาหกิจ จำนวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 8.2 แม่บ้าน/พ่อบ้าน จำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 6.2


35 ส่วนที่ 2 ด้านการปกป้องผลิตภัณฑ์ - โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์มีความเหมาะสมกับขนาดบรรจุ - โครงสร้างสามารถเปิดใช้งานได้ง่าย - โครงสร้างสามารถปิดได้สนิทเพื่อคุ้มครองผลิตภัณฑ์ภายใน - โครงสร้างมีความแข็งแรงในการรับน้ำหนักของสินค้าที่บรรจุอยู่ภายในได้อย่างดี ด้านการบรรจุ - ขนาดของปริมาณบรรจุภัณฑ์สามารถพกพาได้สะดวก - รูปแบบของบรรจุภัณฑ์สามารถเปิดเพื่อบรรจุสินค้าได้อย่างสะดวก ด้านอำนวยความสะดวก - สามารถเปิดเพื่อนำสินค้าภายในออกมาใช้งานได้อย่างสะดวก - สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย - มีขนาดเหมาะมือสะดวกต่อการจับ ถือ หิ้ว - ไม่เกิดบาดแผลแก่ผู้ใช้เนื่องจากความไม่เรียบร้อยของบรรจุภัณฑ์ โดยเป็นคำถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งจะมีให้เลือกตอบได้เพียงคำตอบเดียว โดยมีการ กำหนดเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ 5 หมายถึงระดับความพึงพอใจมากที่สุด 4 หมายถึงระดับความพึงพอใจมาก 3 หมายถึงระดับความพึงพอใจปานกลาง 2 หมายถึงระดับความพึงพอใจน้อย 1 หมายถึงระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด


36 ตารางค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อรูปแบบบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ ตารางที่ 4.9 จากตารางที่ 4.9 พบว่า ความคิดเห็นด้านการปกป้องผลิตภัณฑ์ ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก มี ค่าเฉลี่ย 4.04 หากพิจารณาเป็นข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ โครงสร้างสามารถเปิดใช้ง่ายได้ง่าย โดยมีค่าเฉลี่ย 4.13 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.87 อยู่ในระดับ มาก และข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์มีความเหมาะสมกับขนาดบรรจุภัณฑ์ โดยมีค่าเฉลี่ย 3.96 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน 1.01 อยู่ในระดับ มาก ลำดับ ที่ รายการ ระดับความพึงพอใจ N ค่าเฉลี่ย ร้อยละ S.D. เกณฑ์ การ 5 4 3 2 1 ประเมิน 1 ด้านการปกป้องผลิตภัณฑ์ 1.1 โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์มี ความเหมาะสมกับขนาดบรรจุ ภัณฑ์ 139 149 83 17 13 401 3.96 79.15 1.01 มาก 1.2 โครงสร้างสามารถเปิดใช้งาน ได้ง่าย 156 166 59 17 3 401 4.13 82.69 0.87 มาก 1.3 โครงสร้างสามารถปิดได้สนิท เพื่อคุ้มครองผลิตภัณฑ์ภายใน 142 147 88 19 5 401 4.00 80.05 0.94 มาก 1.4 โครงสร้างมีความแข็งแรงใน การรับน้ำหนักของสินค้าที่บรรจุ อยู่ภายในได้เป็นอย่างดี 144 175 61 14 7 401 4.08 81.70 0.89 มาก รวม 581 637 291 67 28 1604 4.04 80.90 0.93 มาก


37 ลำดับ ที่ รายการ ระดับความพึงพอใจ N ค่าเฉลี่ย ร้อยละ S.D. เกณฑ์ การ 5 4 3 2 1 ประเมิน 2 ด้านการบรรจุ 2.1 ขนาดของปริมาณบรรจุ ภัณฑ์สามารถพกพาได้สะดวก 117 157 94 28 5 401 3.88 77.61 0.95 มาก 2.2 รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ สามารถเปิดเพื่อบรรจุสินค้าได้ อย่างสะดวก 148 153 79 17 4 401 4.06 81.15 0.91 มาก รวม 265 310 173 45 9 802 3.97 79.38 0.93 มาก ตารางที่ 4.10 จากตารางที่ 4.10 พบว่า ความคิดเห็นด้านการบรรจุ ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย 3.97 หากพิจารณาเป็นข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ รูปแบบของบรรจุภัณฑ์สามารถเปิดเพื่อบรรจุ สินค้าได้อย่างสะดวก 4.06 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.91 อยู่ในระดับ มาก และข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ขนาดของปริมาณบรรจุภัณฑ์สามารถพกพาได้สะดวกโดยมีค่าเฉลี่ย 3.88 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.95 อยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.11 ลำดับ ที่ รายการ ระดับความพึงพอใจ N ค่าเฉลี่ย ร้อยละ S.D. เกณฑ์ การ 5 4 3 2 1 ประเมิน 3 ด้านอำนวยความสะดวก 3.1 สามารถเปิดเพื่อนำสินค้า ภายในออกมาใช้งานได้อย่าง สะดวก 128 165 86 14 8 401 3.98 79.50 0.92 มาก 3.2 สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย 143 162 76 17 3 401 4.06 81.20 0.88 มาก 3.3 มีขนาดเหมาะมือสะดวกต่อ การจับ ถือ หิ้ว 153 160 76 5 7 401 4.11 82.29 0.87 มาก 3.4 ไม่เกิดบาดแผลแก่ผู้ใช้ เนื่องจากความไม่เรียบร้อยของ บรรจุภัณฑ์ 204 155 33 7 2 401 4.38 87.53 0.75 มาก รวม 628 642 271 43 20 1604 4.13 82.63 0.86 มาก


38 จากตารางที่ 4.11 พบว่า ความคิดเห็นด้านอำนวยความสะดวก ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก มี ค่าเฉลี่ย 4.13 หากพิจารณาเป็นข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ไม่เกิดบาดแผลแก่ผู้ใช้เนื่องจากความ ไม่เรียบร้อยของบรรจุภัณฑ์4.38 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.75 อยู่ในระดับ มาก และข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อย ที่สุด คือ สามารถเปิดเพื่อนำสินค้าภายในออกมาใช้งานได้อย่าสะดวกโดยมีค่าเฉลี่ย 3.98 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน 0.92 อยู่ในระดับ มาก สรุปการวัดระดับพึงพอใจต่อรูปแบบบรรจุภัณฑ์ การหาค่าเฉลี่ยของคะแนนในแบบสอบถามเป็นรายข้อและคะแนนรวมในแต่ละด้าน แปล ความหมายของค่าเฉลี่ยเพื่อประเมินระดับความพึงพอใจจะใช้เกณฑ์ประเมินค่าดังนี้ ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 4.51 - 5.00 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 3.51 - 4.50 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับมาก ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 2.51 - 3.50 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับปานกลาง ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 1.51 - 2.50 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับน้อย ค่าคะแนนเฉลี่ยในช่วง 1.00 - 1.50 คะแนน หมายถึง เกณฑ์อยู่ในระดับน้อยที่สุด ตารางสรุปผลความพึงพอใจของผู้ซื้อต่อบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ ลำดับ ความพึงพอใจของผู้ซื้อต่อบรรจุ ภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ ค่าเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจ 1 ด้านการปกป้องผลิตภัณฑ์ 4.04 มาก 2 ด้านการบรรจุ 3.97 มาก 3 ด้านอำนวยความสะดวก 4.13 มาก ตารางที่ 4.12 จากตารางสามารถสรุปผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ซื้อต่อบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ พบว่าระดับความพึงพอใจของผู้ซื้อที่มีต่อบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ ด้านการปกป้องผลิต ด้านการ บรรจุและด้านอำนวยความสะดวก ระดับความพึงใจเฉลี่ยอยู่ในระดับ มาก


39 ส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ลำดับที่ รายการ จำนวนคำตอบ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ เกณฑ์การประเมิน 1 ด้านการปกป้องผลิตภัณฑ์ ปกป้องผลิตภัณฑ์ได้ดี 162 12.79 68.50 มากที่สุด ปกป้องผลิตภัณฑ์ปานกลาง 28 2.21 14.20 น้อย รวม 190 7.50 82.70 มากที่สุด 2 ด้านการบรรจุ จำนวนคำตอบ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ เกณฑ์การประเมิน บรรจุภัณฑ์ได้ดี 176 12.94 84.41 มากที่สุด ผลิตภัณฑ์ไม่เสียหาย 15 1.10 7.50 น้อยที่สุด เหมาะสมกับพัสดุ 13 10.12 4.5 มากที่สุด รวม 204 8.05 96.41 มากที่สุด 3 ด้านอำนวยความสะดวก จำนวนคำตอบ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ เกณฑ์การประเมิน น้ำหนักเบาพกพาง่าย 142 11.27 69.80 มากที่สุด มีความสะดวกปานกลาง 47 3.73 20.5 มาก รวม 189 7.50 90.30 มากที่สุด ตารางที่ 4.13


40 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระ ร้าน PJ Graden จังหวัดปทุมธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ และปกป้องต้นลิ้นมังกรแคระไม่ให้เกิดความเสียหายจากการเคลื่อนย้ายและการขนส่ง ได้ทำการเก็บ รวบรวมข้อมูลโดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้นำแบบสัมภาษณ์(Analytic Interview) แบบสอบถามวัด ความพึงพอใจ มาใช้ในการวัดการประเมินประสิทธิภาพการใช้งานบรรจุภัณฑ์ 5.1 สรุปผลการศึกษา จากปัญหาที่พบ ปัญหาบรรจุภัณฑ์เสียหายจากการเคลื่อนย้าย ไม่สามารถปกป้องสินค้าได้ เกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ บรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสมต่อการเคลื่อนย้าย พนักงานโยนบรรจุภัณฑ์ทำต้นลิ้น มังกรแคระเสียหาย ผู้วิจัยได้ทำการออกแบบบรรจุภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ที่มีความสามารถในการปกป้องต้นลิ้น มังกรแคระ ผลการวิจัย จากการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ สามารถปกป้องต้นลิ้นมังกรแคระ ได้ สามารถลดความเสียหายที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายหรือการขนส่งได้ 5.2 อภิปรายผลการวิจัย บรรจุภัณฑ์ต้นลิ้นมังกรแคระต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค บรรจุภัณฑ์ให้มีโครงสร้างที่ มั่นคง ให้รักษาคุณภาพของต้นไม้ไว้ให้ได้ดังนั้นจึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาบรรจุภัณฑ์แบบเดิม เพื่อให้มีการปกป้องสินค้าในระหว่างการเคลื่อนย้าย สอดคล้องกับข้องกับวิจัย ดารณีพานทอง (2532 อ้างใน บรรดิษฐ์พระประทานพร, 2553) ได้ให้ความหมาย การบรรจุหรือบรรจุภัณฑ์หรือภาชนะที่ใช้เพื่อ การขนส่งผลิตภัณฑ์จากแหล่งผู้ผลิต ไปยังแหล่งผู้บริโภค หรือแหล่งที่ใช้ประโยชน์ เพื่อวัตถุประสงค์ เบื้องต้นในการป้องกัน และรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ ตลอดจนคุณภาพโกล้เคียงกับเมื่อแรกผลิตให้มาก ที่สุด ผลการวิจัยความพึงพอใจด้านประสิทธิภาพในการปกป้อง ด้านการบรรจุและด้านอำนวยความสะดวก พบว่า ต้นแบบบรรจุภัณฑ์มีประสิทธิภาพในด้านการปกป้องอยู่ในระดับมาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ


Click to View FlipBook Version