รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
Administrative Model of Nongsuawittayakon School
by using NONGSUA Model
นายอานาจ จนั ทรพ์ างาม
ผู้อานวยการโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคม
สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษามัธยมศึกษาปทมุ ธานี
นวัตกรรมทางดา้ นการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา
สานกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั ปทุมธานี
ภายใตโ้ ครงการ Innovation For Thai Education (IFTE)
นวตั กรรมการศึกษาเพอื่ การศึกษา
ประจาปงี บประมาณ 2564
คำนำ
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model ได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็น
รูปแบบในการบริหารคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม ที่มีบริบทและปัจจัยในการ
ประสบความสาเร็จที่ท้าทายความสามารถของผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบกับสถานการณ์ COVID – 19 ท่ี
ไม่ปกติในปัจจุบันยง่ิ ทาให้สถานศึกษาตอ้ งมีรปู แบบการบริหารจดั การท่ีมปี ระสิทธิภาพในการดาเนินงาน
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model มีแนวคิดในการขับเคลื่อน
การดาเนินงานด้วย “NONGSUA” ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษของโรงเรียน ที่ตัวอักษรแต่ละตัวประกอบด้วย
7 องค์ประกอบ คือ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษา (N: Network) การแสวงหาโอกาสในการ
พัฒนาตามจุดเน้น (O: Opportunity) การประเมินความต้องการจาเป็น (N: Need Assessment) การมุ่ง
ประเด็นตามหลักธรรมาภิบาล (G: Good Governance) การบริหารจัดการด้วยระบบที่ดี (S: Systematic)
การใช้เทคโนโลยีในการจดั การเรียนรูแ้ ละการบริหาร (U: Using Technology) การมีวัฒนธรรมองค์กรในการ
ทางานอย่างยั่งยืน (A: Accreditation) ภายใต้กระบวนการ PDCA เพื่อให้การบริหารคุณภาพการศึกษาถึง
เปา้ หมาย คอื NUASONG (เหนือสอง) ประกอบดว้ ย ผลที่เกดิ ขึ้นกับนักเรยี นด้านการเป็นคนดี มีคุณลักษณะท่ี
พึงประสงค์ ดารงชีวิตอย่างมีความสุข (N: Nice human begin) ด้านการมีความสามัคคี รักเพื่อน นับถือพ่ี
ดูแลน้อง (U: Unity) ด้านการมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและมีสมรรถนะที่ดี (A: Achievement) ผลที่เกิด
ขึ้นกับสถานศึกษาและผู้บริหารด้านการดาเนินงานเป็นไปตามมาตรฐาน (S: Standardized) ด้านการมี
นวัตกรรมที่โดดเด่นในการบริหารสถานศึกษา (O: Outstanding Innovations) และผลที่เกิดขึ้นกับครูด้าน
การเป็นครูที่ดี มีจรรยาบรรณวชิ าชีพ มีความเป็นกลั ยาณมติ ร (N: Nice Teacher) ด้านการมีการปฏบิ ัติที่ดใี น
การจดั การเรยี นการสอนท่เี น้นผู้เรียนเปน็ สาคัญและมีสมรรถนะในวชิ าชีพครู (G: Good Practice)
การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model เสร็จสมบูรณไ์ ด้
ด้วยดี เพราะได้รับการช่วยเหลืออย่างดียิ่งจาก ดร.กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี คณะผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้นาชุมชน
ผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม ให้คาแนะนา รวมทั้งข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อันเป็น
ประโยชนย์ ง่ิ ต่อการพัฒนานวตั กรรมวิจัยในครงั้ นี้ จงึ ใครข่ อขอบพระคุณเปน็ อย่างสงู มา ณ โอกาสนี้
อานาจ จันทร์พางาม
ผ้อู านวยการโรงเรยี นหนองเสือวทิ ยาคม
28 มิถุนายน 2564
สำรบญั
หนา้
ส่วนที่ 1 การพฒั นานวตั กรรม…………………………………………………………………………………………….. 1
บทนา......................................................................................................................................... 1
วัตถปุ ระสงค์.............................................................................................................................. 2
กรอบแนวคดิ ในการพฒั นารปู แบบการบริหาร………………………………………………………………… 3
ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะได้รับ........................................................................................................ 4
แนวคิดทฤษฎีในการพัฒนารปู แบบการบรหิ าร......................................................................... 4
- การพฒั นารูปแบบ............................................................................................................ 4
- วงจรคณุ ภาพของเดมม่ิง (PDCA)…………………………………………………………………………… 7
- การประกนั คณุ ภาพการศึกษา.......................................................................................... 9
- การบริหารโดยใช้โรงเรียนเปน็ ฐาน................................................................................... 17
- หลกั ธรรมาภบิ าลในการบรหิ ารองค์กร............................................................................. 24
- ทฤษฎีระบบ……………………………………………………………………………………………………….. 27
วธิ ีดาเนนิ การพฒั นารูปแบบการบริหาร..................................................................................... 30
- ระยะท่ี 1 การศกึ ษาสภาพและแนวทางการดาเนนิ การบรหิ ารสถานศึกษา...................... 30
- ระยะท่ี 2 การพฒั นารูปแบบการบรหิ าร........................................................................... 31
- ระยะท่ี 3 การทดลองใชร้ ูปแบบการบริหาร...................................................................... 33
- ระยะท่ี 4 การสรปุ ผลและการพฒั นาตอ่ ยอด.................................................................... 33
รปู แบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model………………………….. 35
เอกสารอา้ งอิง............................................................................................................................ 37
ส่วนที่ 2 การใช้รูปแบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model…………. 39
การดาเนนิ งานด้านการสร้างเครือขา่ ยความรว่ มมอื ทางการศกึ ษา (N: Network)………………… 41
การดาเนินงานดา้ นการแสวงหาโอกาสในการพัฒนาตามจดุ เน้น (O: Opportunity)……………. 45
การดาเนินงานดา้ นการประเมนิ ความตอ้ งการจาเปน็ (N: Need Assessment)…………………… 47
การดาเนนิ งานดา้ นการมุ่งประเด็นตามหลกั ธรรมาภิบาล (G: Good Governance)…………….. 48
การดาเนินงานด้านการบริหารจัดการด้วยระบบทด่ี ี (S: Systematic)………………………………… 49
การดาเนินงานด้านการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้และการบริหาร (U: Using
Technology)..................................................................................................................... 53
การดาเนนิ งานด้านการมีวัฒนธรรมองคก์ รในการทางานอย่างย่ังยนื (A: Accreditation)......... 58
สำรบญั (ตอ่ )
หนา้
การติดตามและตรวจสอบการใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้
NONGSUA Model............................................................................................................ 60
การประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA
Model…………………………………………………………………………………………………………………. 60
ส่วนที่ 3 ผลที่เกิดจากการใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA
Model……………………………………………………………………………………………………………………….. 61
ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียนด้านการเป็นคนดี มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ดารงชีวิตอย่างมี
ความสุข (N: Nice human begin)..................................................................................... 62
ผลท่เี กิดขนึ้ กับนักเรยี นด้านการมคี วามสามัคคี รกั เพ่อื น นับถือพี่ ดูแลน้อง (U: Unity)………… 64
ผ ล ท ี ่ เ ก ิ ด ข ึ ้ น ก ั บ น ั ก เ ร ี ย น ด ้ า น ก า ร ม ี ผ ล ส ั ม ฤ ท ธ ิ ์ ท า ง ก า ร เ ร ี ย น แ ล ะ ม ี ส ม ร ร ถ น ะ ท ี ่ ดี
(A: Achievement)............................................................................................................. 65
ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษาและผู้บริหารด้านการดาเนินงานเป็นไปตามมาตรฐาน
(S: Standardized)............................................................................................................. 69
ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษาและผู้บริหารด้านการมีนวัตกรรมที่โดดเด่นในการบริหาร
สถานศกึ ษา (O: Outstanding Innovations).................................................................... 70
ผลที่เกิดข้ึนกบั ครดู า้ นการเป็นครทู ่ดี ี มีจรรยาบรรณวชิ าชีพ มคี วามเป็นกัลยาณมิตร (N: Nice
Teacher)……………………………………………………………………………………………………………… 73
ผลที่เกิดขึ้นกับครูดา้ นการมีการปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรยนการสอนทีเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นสาคัญ
และมสี มรรถนะในวชิ าชีพครู (G: Good Practice)…………………………………………………….. 78
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model………………………………… 82
สำรบญั ภำพประกอบ
ภาพประกอบ หน้า
1 กรอบแนวคดิ ในการพฒั นานวัตกรรม………………………………………………………………………….. 3
2 วงล้อเดมมงิ่ หรือ วงจรเดมมิ่งเพื่อการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาอย่างต่อเน่ือง………………….. 9
3 ความสมั พนั ธ์ระหว่างแนวคดิ ระบบการประกันคุณภาพ และแนวคดิ ตามหลกั การบรหิ าร..... 12
4 องคป์ ระกอบของวิธีระบบ...................................................................................................... 29
5 รปู แบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model……………………….. 35
6 แนวทางการใชร้ ูปแบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model…. 39
รปู แบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
Administrative Model of Nongsuawittayakon School
by using NONGSUA Model
1. บทนา
การศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานสาหรับประชากรเป็นกลไกหลักสาคัญในการขับเคลื่อน
การพัฒนาประเทศ จงึ เป็นหน้าทีข่ องรฐั ในการเพิม่ โอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศกึ ษาของผู้เรียน
ทุกกลุ่มเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้า โดยการพัฒนาสถานศึกษาทุกแห่งให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เท่า
เทียม และจัดให้มีระบบสนับสนุนและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมที่มีศักยภาพและความพร้ อมเข้ามามี
ส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยพัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันในการบริหาร
จัดการและการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ส่งผลต่อกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ทั้งผู้เรียนและสถานศึกษาที่มีความ
ต้องการจาเป็นพิเศษ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการและการจัด
การศึกษาที่เปดิ ชอ่ งทางการเรยี นรู้ของผเู้ รียนอย่างไร้ขดี จากัด เพ่ือสร้างความเสมอภาคในการศึกษาเรียนรู้โดย
ไมจ่ ากดั รูปแบบ เวลา และสถานที่ (สานกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. 2562)
ระบบการจัดการคุณภาพโดยรวมหรือ Total Quality Management (TQM) คือแนวความคิดและ
เทคนิควิธีการในการบริหารจัดการองค์กรสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งยึดความพึงพอใจและความต้องการของ
ผูร้ บั บรกิ าร รวมถึงความเป็นศูนย์กลางทีด่ าเนนิ การโดยเน้นกระบวนการบริหารงาน ด้านการปรับปรุงคุณภาพ
อย่างตอ่ เนื่อง โดยทุกคนจะต้องเข้าร่วมปรับปรุงกระบวนการและสภาพแวดล้อมในการทางาน ด้านการมีส่วน
ร่วมของทีมงาน ด้านคุณภาพต้องปรับปรุง ด้านการพัฒนาบุคลากร ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ในด้านเครื่องมือ
อุปกรณ์ เพื่อรองรับการแข่งขันของโลกและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ การจัดการคุณภาพโดยรวมเป็นแนวคิดที่
เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นา และการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของผู้บริหาร โดยองค์กรที่นาการจัดการคุณภาพ
โดยรวมมาใช้ได้อย่างสัมฤทธ์ิผลนั้น คือการฝึกและกระตุ้นใหม้ ีสานึกด้านคุณภาพ มีสภาพแวดลอ้ มการทางาน
ที่ริเริ่มสร้างสรรค์ไว้วางใจซึ่งกันและกัน และทุ่มเทให้แก่การแสวงหาคุณภาพที่ดี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสดุ
อีกท้ังทาใหอ้ งคก์ รเกดิ ความได้เปรยี บในการแขง่ ขนั และเปน็ การพฒั นาทีเ่ นน้ ในเชิงคณุ ภาพ
ปัจจุบันมีการกระจายอานาจบุคคลตามพระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้มีการกาหนดยุทธศาสตร์การบริหารการศึกษาตามรูปแบบใหม่ ให้มีมาตรฐานการ
จัดการคุณภาพทั้งระบบครบวงจรและสอดคล้องตามมาตรฐานการศึกษาระดับชาติ และตอบสนองกับแบบ
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปทุมธานี (พ.ศ. 2562-2565) ที่เน้นเชื่อมโยงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนพัฒนา
การศึกษา โดยใช้วงจร Deming ประกอบด้วย PDCA มาปรับใช้ในรูปแบบการบริหารให้มีประสิทธิภาพ โดย
ทกุ ภาคสว่ นสามารถปฏิบัติงานภายใต้ระบบที่ออกแบบและวางแผนอยา่ งแท้จรงิ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระบบการศึกษาของไทย มีการดาเนินการเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา
มาแล้ว แต่จากการศึกษาวิจัยก็ยังพบว่า ปัญหาที่สาคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาภายใ นสรุปได้คือ
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 2
บุคลากรขาดความตระหนักความรู้ความเขา้ ใจในการประกนั คณุ ภาพการศึกษา ขาดการทางานอย่างเป็นระบบ
ต่อเนื่องและมีการนาข้อมูลย้อนกลับมาใช้ในการพัฒนาน้อย ขาดแคลนงบประมาณ ขาดความร่วมมือและให้
ความสาคัญกับชุมชนน้อย การบริหารระบบสารสนเทศขาดประสิทธิภาพ และขาดเครื่องมือประเมินที่
หลากหลาย การใช้รปู แบบในการประเมนิ ไมเ่ หมาะสมกับบริบทสถานศึกษา (เยาวทิวา นามคุณ; และ ฤตนิ ันท์
สมุทร์ทยั . 2559: 124)
โรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคม เป็นสถานศกึ ษาทจี่ ดั การศึกษาในระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 – 6 และเป็น
สถานศกึ ษาขนาดใหญ่พิเศษเพยี งโรงเรียนเดยี วในอาเภอหนองเสือ จงั หวัดปทมุ ธานี ทาให้ผูป้ กครองเกิดความ
คาดหวังที่จะพัฒนาความรู้ ทักษะกระบวนการการเรียนรู้ ให้เกิดแก่นักเรียนในอาเภอหนองเสือและพื้นท่ี
ใกล้เคียง เมอ่ื นักเรียนจบการศึกษาจากโรงเรยี นหนองเสือวทิ ยาคมสามารถนาความรู้ความสามารถไปใช้ในการ
พัฒนาต่อยอด เสริมสร้างศักยภาพให้แก่ชุมชนได้ แต่ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน
(O-net) พบว่าโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม ยังมีผลคะแนนเฉลี่ยอยู่ต่ากว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ อีกทั้ง
สถานการณ์ในปัจจุบัน ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ที่มีจานวนผู้ติดเชื้อ
เพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ ทาให้โรงเรียนไม่สามารถจัดกระบวนการการเรียนรู้แบบปกติได้ จึงต้องปรับเปลี่ยน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ เช่น Online, On hand เป็นต้น โรงเรียนหนองเสือวิทยาคม ได้มี
การสร้างและพัฒนานวัตกรรม โดยเน้นกระบวนการการจัดเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ การสนับสนุน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ การบริหารจัดการองค์กรและรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษา ให้สอดคล้อง
กบั สถานการณ์ปัจจบุ ันและอยภู่ ายใต้ความคาดหวังของผู้ปกครอง ที่จะใหน้ กั เรียนสามารถนาความรู้มาพัฒนา
ต่อยอดและเปน็ นวัตกรใหแ้ กช่ มุ ชนได้
จากความสาคัญ และสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น โรงเรียนหนองเสือวิทยาคมมีแนวคิดในการพัฒนา
นวัตกรรม รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model ขึ้น เป็นต้นแบบในการ
บริหารจัดการโรงเรียน และจัดการศึกษาที่ตอบสอบความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และ
สนับสนนุ การปฏิบัติงานของผู้บริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา ร่วมกัน “พฒั นาหนองเสอื เพอ่ื เหนือสอง
ต้องเป็นหนึ่ง” รวมถึงเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาของ
ประเทศสบื ตอ่ ไป
2. วัตถปุ ระสงค์
การพฒั นานวัตกรรม เรือ่ ง รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
ไดก้ าหนดวตั ถปุ ระสงค์ในการพฒั นาไว้ ดังนี้
1. เพ่อื ศึกษาสภาพและแนวทางการดาเนินการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคม
2. เพอื่ พฒั นานวัตกรรมรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
3. เพื่อทดลองใช้นวัตกรรมเรื่อง รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA
Model
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 3
3. กรอบแนวคดิ ในการพัฒนารูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้
NONGSUA Model
ไดศ้ ึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกย่ี วขอ้ งเก่ยี วกับ วงจรคณุ ภาพของเดมม่งิ (PDCA) การประกันคุณภาพ
การศึกษา การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน หลักธรรมาภิบาลในการบริหารองค์กร ทฤษฎีระบบ
จากการศึกษาเอกสาร หลักการ แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นามากาหนดเป็นกรอบแนวคิดใน
การพฒั นานวตั กรรม ดงั ภาพประกอบ 1
ภาพประกอบ 1 กรอบแนวคิดในการพฒั นานวตั กรรม
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 4
4. ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั
4.1 ไดน้ วัตกรรมการบริหารที่เหมาะสมกับบรบิ ทของโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคม
4.2 นักเรียน ผปู้ กครอง ชมุ ชนมคี วามพึงพอใจต่อการพัฒนาของสถานศึกษาและคณุ ภาพการศึกษาท่ี
เกดิ จากนวตั กรรมรูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
4.3 ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ได้รบั การพฒั นาและมผี ลการปฏิบตั งิ านทส่ี ามารถพฒั นาเป็น
นวตั กรรมของตนเองโดยใชแ้ นวทางการดาเนินงานด้วย NONGSUA Model
5. แนวคิดทฤษฎีในการพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้
NONGSUA Model
5.1 การพฒั นารูปแบบ
การศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบ บุญชม ศรีสะอาด (2535: 104 - 106) กล่าวถึง
การพฒั นารปู แบบว่าอาจทาได้ 2 ข้ันตอน คือ
1. การสร้างหรือการพัฒนารูปแบบ โดยผู้วิจัยจะสร้างรูปแบบตามสมมติฐานขึ้นมาก่อนจาก
การศกึ ษาค้นคว้าทฤษฎี แนวคิดของรปู แบบท่ีมีผูพ้ ฒั นาไว้แล้วและจากผลการศกึ ษาหรือผลการวิจยั ที่เกี่ยวข้อง
วิเคราะห์สภาพ สถานการณ์ต่างๆ ซงึ่ จะช่วยให้สามารถกาหนดองคป์ ระกอบหรือตัวแปรต่าง ๆ ภายในรูปแบบ
รวมทั้งลักษณะความสัมพันธ์ต่าง ๆ ระหว่างองค์ประกอบหรือตัวแปรนั้น หรือลาดับก่อนหลังของแต่ละ
องค์ประกอบในรูปแบบ ในการพัฒนารปู แบบจะต้องใช้หลกั เหตุผลเป็นพ้ืนฐานและการศึกษาคน้ คว้าซ่ึงจะเป็น
ประโยชน์ต่อการพัฒนารูปแบบ ผู้วิจัยอาจคิดโครงสร้างของรูปแบบขึ้นมาก่อนแล้วปรับปรุง โดยอาศัย
ข้อสนเทศจากการศึกษาค้นคว้าทฤษฎี แนวความคิด รูปแบบ หรือผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง หรือทาการศึกษา
องค์ประกอบย่อยหรือตัวแปรแต่ละตัวแล้วคัดเลือกองค์ประกอบย่อย หรือตัวแปรที่สาคัญประกอบขึ้นเป็น
โครงสร้างของรูปแบบก็ได้ หัวใจสาคัญของขั้นตอนนี้อยู่ที่การเลือกองค์ประกอบในรูปแบบ (ตัวแปรหรือ
กิจกรรม) เพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะสม และควรมีการกาหนดหลักการในการพัฒนารูปแบบอย่างชัดเจน เช่น
เป็นรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน สามารถนาไปปฏิบัติได้ง่าย ตัวแปรในรูปแบบมีน้อยตัว แต่สามารถอธิบายผลได้มาก
เปน็ ตน้ ในการวิจยั บางเร่ืองจาเปน็ ต้องใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญพิจารณาความถกู ตอ้ งเหมาะสมดว้ ย
2. การทดสอบความตรงของรูปแบบ หลังจากได้พัฒนารูปแบบในขั้นต้นแล้วต้องทดสอบความ
ตรงของรูปแบบ เพราะรูปแบบที่พัฒนานี้แม้จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของทฤษฎีแนวคิดหรือรูปแบบของผู้อื่นและ
ผลการวิจัยที่ผ่านมาหรือแม้แต่ได้รับการกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญแล้วตาม แต่ก็เป็นเพียงรูปแบบตาม
สมมุติฐาน จาเป็นต้องเก็บข้อมูลในสถานการณจ์ ริง หรอื ทดลองนารูปแบบไปใช้ในสถานการณ์จริงเพ่ือทดสอบ
ความเหมาะสม ซึง่ บางคร้ังเรยี กว่า การทดสอบประสิทธภิ าพของรูปแบบ
วาโร เพ็งสวัสดิ์ (2553: 1 - 16) ได้กล่าวถึง การพัฒนารูปแบบว่า แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่
1. การสร้างหรือพัฒนารูปแบบ และ 2. การตรวจสอบความเที่ยงตรงของรูปแบบ ซึ่งแต่ละขั้นตอนมี
รายละเอยี ด ดังน้ี
รปู แบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 5
ข้นั ตอนที่ 1 การสร้างหรอื พฒั นารปู แบบ ในขัน้ ตอนนี้ผูว้ ิจัยจะสรา้ งหรือพัฒนารปู แบบขึ้นมาก่อน
เป็นรูปแบบตามสมมติฐาน (Hypothesis Model) โดยศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
นอกจากน้ีผู้วิจัยอาจจะศึกษารายกรณีหน่วยงานที่ดาเนินการในเรื่องนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลการศึกษาจะ
นามาใช้กาหนดองค์ประกอบหรือตัวแปรต่าง ๆ ภายในรูปแบบรวมทั้งลักษณะความสัมพันธ์ระหว่าง
องค์ประกอบหรือตัวแปรเหล่านั้น หรือลาดับก่อนหลังของแต่ละองค์ประกอบในรูปแบบ ดังนั้น การพัฒนา
รูปแบบในข้ันตอนน้ีจะต้องอาศัยหลักการของเหตผุ ลเป็นรากฐานสาคัญ ซึ่งโดยทั่วไปการศึกษาในขั้นตอนนี้จะ
มขี ัน้ ตอนยอ่ ย ๆ ดังน้ี
1. การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนาสารสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์และ
สงั เคราะหเ์ ปน็ รา่ งกรอบความคดิ การวิจยั
2. การศกึ ษาจากบริบทจรงิ ในขน้ั ตอนน้ีอาจจะดาเนนิ การไดห้ ลายวิธี ดังนี้
2.1 การศึกษาสภาพและปัญหาการดาเนินการในปัจจุบันของหน่วยงานโดยศึกษาความ
คิดเห็นจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง (Stakeholder) ซึ่งวิธีการศึกษาอาจใช้วิธกี ารสัมภาษณ์การสอบถาม การสารวจ
การสนทนากล่มุ เปน็ ตน้
2.2 การศึกษารายกรณี (Case Study) หรือพหุกรณีหน่วยงานที่ประสบผลสาเร็จหรือมี
แนวปฏบิ ัตทิ ี่ดีในเรอ่ื งที่ศึกษา เพอ่ื นามาเป็นสารสนเทศสาคัญในการพัฒนารูปแบบ
2.3 การศึกษาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิ วิธีศึกษาอาจใช้วิธีการสัมภาษณ์
การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) เป็นตน้
3. การจัดทารูปแบบ ในขั้นตอนนี้ ผู้วิจัยจะใช้สารสนเทศท่ีได้จาก ข้อ 1 และ 2 มาวิเคราะห์
และสงั เคราะห์เพอื่ กาหนดเปา้ หมายตามกรอบแนวความคิดการวจิ ัย เพ่อื นามาจดั ทารปู แบบ
ขั้นตอนที่ 2 การทดสอบความตรงของรูปแบบ เมื่อพัฒนารูปแบบในขั้นตอนที่ 1 แล้ว จะต้องนา
รูปแบบไปทดสอบความตรง เพื่อดูว่าเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพตามทีม่ ุง่ หวังหรือไม่ การเก็บรวบรวมข้อมลู
ในสถานการณ์จริงหรือทดลองใช้รูปแบบในสถานการณ์จริงจะช่วยให้ทราบอิทธิพลหรือความสาคัญของ
องค์ประกอบย่อยหรือตัวแปรต่าง ๆ ในรูปแบบ ซึ่งผู้วิจัยอาจจะปรับปรุงรูปแบบใหม่โดยการตัดองค์ประกอบ
หรือตัวแปรที่พบว่าไม่มีอิทธิพลหรือมีความสาคัญน้อยออกจากรูปแบบ ซึ่งจะทาให้ได้รูปแบบที่มีความ
เหมาะสมย่งิ ขน้ึ
บุญส่ง หาญพานิช (2546: 112 - 118) ได้ทาการวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ
ความรูใ้ นสถาบันอดุ มศกึ ษาไทย ดาเนนิ การวิจยั 3 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่
1. การศึกษาวเิ คราะห์และสังเคราะห์แนวความคดิ เกย่ี วกับธรรมชาติความรู้ องคค์ วามรู้ และการ
บริหารจัดการการศึกษาของไทย ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริหารจัดการความรู้ กระบวนการจัดการความรู้
โครงสร้างพื้นฐานของการบริหารจัดการความรู้ โดยการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์
อธิการบดีและการสอบถามผู้บรหิ ารระดับผอู้ านวยการขนึ้ ไป
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 6
2. จัดทาร่างรูปแบบการบริหารการจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษาไทย โดยนาผลสรุปจาก
การวิเคราะห์ สาระจากการสัมภาษณ์ มาสรุปเป็นข้อค้นพบ ใช้เป็นฐานการร่างรูปแบบการบริหารจัดการ
ความรู้ในสถาบนั อุดมศึกษาไทยและ
3. การตรวจสอบความตรงของรูปแบบการบริหารจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษาไทยโดย
ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ปรบั ปรงุ แก้ไขรปู แบบตามคาแนะนาของผู้ทรงคุณวฒุ ิ
วสิ ุทธิ์ วิจิตรพชั ราภรณ์ (2547: 73 - 84) ได้ทาการวิจยั เร่ือง การพฒั นารปู แบบการจัดการศึกษาแบบ
กระจายอานาจในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามแนวทางพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยแบ่ง
การวิจยั เป็น 5 ขน้ั ตอน ไดแ้ ก่
1. การกาหนดกรอบความคิดในการวิจัยโดยศึกษาเอกสารและแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่
เกยี่ วข้อง
2. การศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการศึกษาแบบกระจายอานาจในสถานศึกษาขัน้ พ้ืนฐานโดย
สัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบการปฏิรูปการเรียนรู้ ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานของ
สถานศกึ ษาและสารวจความคิดเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษา
3. การสรา้ งรูปแบบการจัดการศกึ ษาแบบกระจายอานาจในสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
4. การศกึ ษาความเหมาะสมและความเปน็ ไปได้ของรูปแบบโดยการสมั มนาผู้ทรงคณุ วุฒิ
5. การปรับปรุงและนาเสนอรูปแบบการจัดการศึกษาแบบกระจายอานาจในสถานศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน
พรจันทร์ พรศักดิ์กุล (2550: 163 - 175) ได้ทาการวิจัยเรื่อง รูปแบบกระบวนการงบประมาณของ
โรงเรียนที่บริหารงบประมาณแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน โดยดาเนนิ การวจิ ัย 5 ข้ันตอน ได้แก่
1. การกาหนดกรอบแนวคิดเกย่ี วกับกระบวนการงบประมาณ โดยการวเิ คราะห์เอกสาร
2. การศึกษากระบวนการงบประมาณและการมีส่วนร่วมในกระบวนการงบประมาณของ
สถานศึกษาในปัจจบุ นั โดยสอบถามความคดิ เห็นของผู้อานวยการและรองผอู้ านวยการสถานศึกษาท่รี ับผิดชอบ
งานงบประมาณวิเคราะห์เอกสารงบประมาณของโรงเรียนและสอบถามความคิดเห็นของครู ผู้ปกครอง
คณะกรรมการสถานศกึ ษา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา
3. จัดทาร่างรูปแบบกระบวนการงบประมาณของโรงเรียนที่บริหารงบประมาณแบบใช้โรงเรียน
เปน็ ฐาน
4. การประเมนิ ด้านความเหมาะสมและความเปน็ ไปได้ของร่างรปู แบบโดยสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวฒุ ิ
5. การปรับปรุงและนาเสนอรูปแบบกระบวนการงบประมาณของโรงเรียนที่บริหารงบประมาณ
โดยใชโ้ รงเรียนเป็นฐาน
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 7
5.2 วงจรคุณภาพของเดมมิง (PDCA)
เรืองวิทย์ เกษสวุ รรณ. (2545). กล่าวว่า ผู้ให้กาหนดวงจรคณุ ภาพเดมมงิ คอื วิลเลียม เอด็ เวอร์ด เดม
มิง (William Edwards Deming) ศาสตราจารย์ทางสถิติแห่งมหาวิหยาลัยนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
เปน็ บุคคลแรกทม่ี องว่าการจดั การคุณภาพเป็นกจิ กรรมขององค์กรท้ังหมด และเปน็ บคุ คลที่ผลกั ตันให้ผู้บริหาร
ญี่ปุ่นยอมรับแนวคิดในการจัดการคุณภาพ โดยสหรัฐอเมริกาได้ส่งเดมมิงไปทาสามะโนประชากรที่ประเทศ
ญ่ีป่นุ ในช่วงหลงั สงครามโลกครั้งทส่ี อง (ค.ศ.1947) ซง่ึ ตอนนน้ั เดมมิงเร่มิ ประสบความสาเร็จจากการใช้วิธีการ
สุ่มตัวอย่าง (Sampling Method) และเทคนิคการควบคุมทางสถิติ เพื่อเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรมใน
สหรัฐอเมรกิ ามาบ้างแล้ว และได้นาเทคนิคดังกลา่ วมาเผยแพร่ท่ีประเทศญี่ปุ่นดว้ ย ต่อมาเดมมิงสามารถจัดตง้ั
กล ุ่มผ ู้บริหารซึ่งเป็นผู้น าในบริษัทที่ส าคัญของญี่ปุ่นเพื่อกระจายคว ามคิดเรื่องคุณภ าพแล ะการเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทาให้เดมมิงมีชื่อเสียงมาก เนื่องจากคนญี่ปุ่นสนใจเรื่องการควบคุม
คุณภาพด้วยวิธีการทางสถิติมาก่อนหน้านี้แต่ยังขาดซึ่งทฤษฎีเดมมิงทาให้คนญี่ปุ่นเข้าใจและสามารถ
ประยกุ ต์ใชก้ ับการปฏบิ ตั ิงานได้ นบั วา่ เดมมงิ ไดม้ ีสว่ นชว่ ยพัฒนาคุดสาหกรรมญ่ีปุ่นในชว่ งหลังสงครามโลกคร้ัง
ที่สอง ต่อมาญี่ปุ่นจึงจัดตั้งรางวัล Deming Prize or Deming Award ขึ้น เพื่อมอบให้กับบริษัทที่มีผลงาน
ดีเด่นในด้านคุณภาพมาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1951 โดยเดมมิงได้กาหนดหลักการ 14 ข้อ เพื่อพัฒนาคุณภาพของงาน
ขึ้น ซึ่งผบู้ รหิ ารต้องกระทา หาต้องการให้ผลผลติ มคี ณุ ภาพ ดงั น้ี
1. จงสร้างปณิธานอันแน่วแน่ในการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าหรือบริการ ผู้บริหารจะต้องมี
ความมุ่งมั่นต่อเนื่อง และจริงจังในเรื่องของการสร้างคุณภาพ การวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่าง
ชัดเจน ควรมุ่งเน้นไปใน 4 เรื่อง คือ นวัตกรรม (Innovation) การวิจัยและพัฒนา (Research and
Development) การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) และการบารุงรักษาเชิงน้องกัน
(Preventive Maintenance)
2. จงยอมรับปรัชญาใหม่ ๆ ของการบริหาร ผู้บริหารจะต้องยอมรับ "วัฒนธรรมแห่งคุณภาพ"
โดยจะตอ้ งทาให้คุณภาพเป็นสว่ นหนง่ึ ของงานใหไ้ ด้ เพราะจะกระตุ้นให้เกิดทารเปล่ียนแปลงในบุคลากรทุกคน
จากการทางานตามส่ังกลายเป็นดแู ลรบั ผดิ ชอบในผลงานของตนเอง
3. จงยุติการควบคุมคุณภาพโดยอาศัยแต่การตรวจสอบ การควบคุมคุณภาพจะต้องมุ่งที่การ
ควบคมุ กระบวนการผลติ เปน็ สาคญั ไม่ใช่อาศัยการตรวจสอบทตี่ วั สินค้าที่ผลิตเสรจ็ แล้วเทา่ นั้น
4. จงยุติวิธีการดาเนินธุรกิจโดยการตัดสินกันด้วยราคาขายเพียงอย่างเดียวในการดาเนินธุรกิจ
ต้องมีมาตรการท่ีเช่อื ถือไดใ้ นการกาหนดมาตรฐานคณุ ภาพของสินคา้ นน้ั ไมใ่ ช่ราคาขายตา่ สดุ
5. จงปรับปรุงระบบการผลิต และระบบการให้บริการอย่างต่อเนื่อง การเสริมสร้างคุณภาพให้
เกิดขึ้น เป็นงานที่จะต้องทาการพัฒนา และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตลอดไปด้วยการใช้หลักการทางานแบบ
วงจรของเดมม่ิง (PDCA Deming Cycle)
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 8
6. จงทาการฝึกอบรมอย่างสม่าเสมอ องค์กรจะต้องจัดทาแผนการฝึกอบรมและให้การศึกษาแก่
ทุกคนในเรื่องของคุณภาพ และการบริหารจัดการคุณภาพโดยเฉพาะเรื่องของ "การควบคุมคุณภาพเชิงสถิติ"
และเครอ่ื งมือเห่งคณุ ภาพประเภทตา่ ง ๆ อย่างสมา่ เสมอ
7. จงสร้างภาวะผูน้ าขึ้น ผู้นาเปน็ ผู้ที่มบี ทบาทสาคัญในการสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรในทุกระดับ
ขององคก์ รเห็นถึงความจาเป็นในการปรบั กระบวนการทางาน เพือ่ พฒั นาไปสู่ความมคี ณุ ภาพ
8. จงกาจดั ความกลัวใหห้ มดไป จะตอ้ งสร้างบรรยากาศ ของการเรยี นรู้ กล้าทจี่ ะสอบถามในส่ิงท่ี
ตวั เองไม่รู้ หรอื ไม่เขา้ ใจ ผ้บู รหิ ารจะต้องเปดิ โอกาส เละกระตนุ้ ให้บุคลากรกลา้ แสดงออก เพื่อเสนอแนะวิธีการ
ปรับปรงุ คณุ ภาพใหด้ ีขึ้น
9. จงพังกาแพงขวางกั้นระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ผู้บริหารจะต้องขจัดโครงสร้างที่เป็นอุปสรรค
ขวางกน้ั การตดิ ต่อ และประสานงานระหว่างหนว่ ยงานต่าง ๆ ใหห้ มดส้นิ ไป เพอ่ื ใหบ้ คุ ลากรสามารถร่วมมือกัน
ได้อยา่ งเต็มที่
10. จงกาจัดคาขวัญและเป้าหมาย ทีป่ ราศจากแนวทางปฏบิ ัตทิ ่ีชัดเจน
11. จงกาจดั เปา้ หมายทเ่ี น้นเพยี งเชิงปรมิ าณ การกาหนดโควตา้ การผลิตอาจทาใหบ้ คุ ลากรในฝ่าย
ผลติ มุ่งสนใจเชิงปรมิ าณมากกว่าคุณภาพ
12. จงกาจัดสิ่งกีดขวางความภาคภูมิใจของบุคลากร การมุ่งเน้นที่เป้าหมายหรือโควตาการผลิต
มากภว่าคุณภาพ จะทาให้ความภาคภูมิใจในผลงานของบุคลากรลดน้อยลง เพราะไม่ได้มีส่วนร่วมในภาร
ปรบั ปรงุ คณุ ภาพ
13. จงจัดแผนการศึกษา และทาการฝึกอบรมอย่างสม่าเสมอ เนื่องจากเทคโนโลยีต่าง ๆ
เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การฝึกอบรมจึงเป็นการพัฒนาบุคลากร และเป็นการลงทุนระยะยาวที่จะมีผลต่อ
ความสาเร็จและความอยรู่ อดขององค์การ
14. จงลงมือปฏิบัติเพื่อบรรลุผลสาเร็จของการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารจะต้องนาตนเองเข้าสู่
กระบวนการเปลี่ยนแปลง เพื่อการปรับปรุงคุณภาหโดยร่วมลงมือปฏิบัติ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน
และเรยี นรรู้ ่วมกนั อย่างต่อเน่ือง
วงล้อเดมมงิ (Deming Wheel) หรอื วงจรของเดมมงิ (Deming. 1986). แบง่ ออกเป็น 4 ข้นั ดงั นี้
ขั้นท่ี 1 การวางแผน (Plan)
1. กาหนตวตั ถปุ ระสงค์ท่ีซดั เจน โดยการพิจารณาถงึ ตัวแปรทจี่ ะเกดิ ขน้ึ
2. กาหนดเบ้าหมายทส่ี ามารถบรรลุได้
3. กาหนดวธิ กี ารทจ่ี ะปฏิบัตเิ พอ่ื ใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมายทีก่ าหนด
4. วางแผนโดยใชข้ อ้ มูลท่มี ีอยู่ หรืออาจเกบ็ รวบรวมขึ้นมาใหม่
ข้นั ที่ 2 การทาตามแผน (Do) หรอื ลงมอื ทา
1. ลงมือปฏบิ ัตติ ามข้นั ตอนที่กาหนดไว้ ซึง่ อาจทาในขอบขา่ ยเลก็ ๆ เพอ่ื ทดลองกอ่ น
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 9
ขั้นที่ 3 การตรวจสอบ (Check) หมายถึง การตรวจสอบ หรือสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นว่า มีการ
เปลีย่ นแปลงมากน้อยเพียงใด และเป็นไปในทางใด
1. ตรวจสอบผลในขณะปฏบิ ัตงิ านของบคุ ลากรนัน้ เป็นไปตามลาดบั ทีจ่ ดั ตัง้ ไว้
2. ตรวจสอบผลคณุ ลกั ษณะด้านคณุ ภาพเปรียบเทียบกบั เปา้ หมายทจ่ี ัดตั้งไว้
ขนั้ ที่ 4 การแกไ้ ข (Act) หรอื ลงมอื แก้ไข (Corrective Action)
1. รว่ มดาเนนิ การแก้ไขปญั หาท่ีเกดิ ขึน้ โดยทันที ถา้ พบวา่ ผลทไี่ ด้รบั ไมบ่ รรลุตามจุดประสงค์
ของขนั้ ตอน พรอ้ มทง้ั บันทึกไว้เปน็ มาตรฐานการทางาน เพอื่ ปอ้ งกันการเกิดซา้
2. สรปุ เปน็ บทเรียน และใชพ้ ยากรณ์ เพ่ือเป็นพ้นื ฐานในการคดิ หาวธิ กี ารใหม่ ๆ ต่อไป
จากหลกั การดงั กลา่ ว สามารถแสดงไดด้ งั ภาพประกอบ 2
ภาพประกอบ 2 วงลอ้ เดมม่ิง หรอื วงจรเดมมิ่งเพือ่ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอยา่ งต่อเนอื่ ง
ท่มี า: สิรกิ าญจน์ ธนวฒุ ิพรพินิต (2560: 150).
จากภาพประกอบ 9 อธิบายได้ว่าเมื่อสถานศึกษาพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามวงจรคุณภาพ PDCA
ไปบรลุเป้หมายคุณภาพตามมาตรฐานตาแหน่งที่ 1 แล้ว สถานศึกษาก็ต้องพัฒนามาตรฐานให้สูงขึ้นตาม
มาตรฐานตาแหน่งท่ี 2 และ 3 โดยดาเนินการพฒั นาคุณภาพตามวงจร PDCA เพื่อกาหนดแผนงานใหม่ โดยใช้
ผลการประเมินมากาหนดแผนงานว่าจะสามารถพฒั นาไปถึงมาตรฐานตาแหน่งที่ 2 และ 3 ได้อยา่ งไร
5.3 การประกันคุณภาพการศกึ ษา
5.3.1 ความหมายของการประกนั คุณภาพ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้กาหนด
ความมุ่งหมาย และหลักการสาคัญ ในการจัดการศึกษาให้มีการกาหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบ
รปู แบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 10
ประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา โดยในหมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพ
การศึกษา มาตรา 47 กาหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน
การศกึ ษาทุกระดับ ประกอบดว้ ยระบบประกันคุณภาพภายใน และระบบประกนั คุณภาพภายนอก มาตรา 48
กาหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ถือว่า
การประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึง่ ของกระบวนการบริหารการศกึ ษาที่ตอ้ งดาเนินการอย่างต่อเนือ่ ง โดย
มกี ารจัดทารายงานประจาปีเสนอต่อหน่วยงานตน้ สังกดั หน่วยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง และเปิดเผยตอ่ สาธารณชน เพ่ือ
นาไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับคุณภาพการศึกษา มีผู้ให้ความหมายของ
การประกนั คณุ ภาพการศึกษา ไว้ดังน้ี
รุ่ง แก้วแดง (2543: 56) ให้ความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษาว่า หมายถึง
กระบวนการบรหิ ารจัดการทมี่ ีการพัฒนาปรับปรงุ อย่างต่อเน่ือง เพอ่ื พฒั นาผ้เู รยี นให้มคี ณุ ภาพ ซงึ่ เป็นภารกิจท่ี
สถานศกึ ษาจะต้องทา เป็นการประเมินเพือ่ พฒั นา โดยเน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
จารสั นองมาก (2545: 56 – 57) ให้ความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษา คือ การสร้าง
ความมั่นใจในเรื่องคุณภาพ สถานศึกษาที่ทาเรื่องประกันคุณภาพคือสถานศึกษาที่ต้องการสร้างความมั่นใจ
ให้กับสงั คมและผู้รบั บริการว่าจะดาเนนิ การในสถานศกึ ษาอย่างมคี ุณภาพครบถ้วนทุกด้าน
สุมาลี จันทร์ชะลอ (2545: 4) ให้ความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษาว่า หมายถึง การ
บริหารจัดการของสถานศึกษา เริ่มตั้งแต่การวางแผน การจัดสิ่งสนับสนุน และการดาเนินงานตามแผน เพื่อ
พัฒนาคุณภาพของผู้เรียนตามมาตรฐานที่กาหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับบริการ ผู้ที่เกี่ยวข้องในด้าน
ประสิทธภิ าพการดาเนนิ งาน และคุณภาพของผู้สาเรจ็ การศกึ ษา
จินตนา กาญจนวิสุทธิ์ (2547: 7) ให้ความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษาว่า คือ
แผนการดาเนนิ งานที่ทาให้เกดิ ความเชื่อม่ันว่า สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานที่กาหนด
ไว้ คาว่าคุณภาพการศึกษา หมายถึง การที่ผู้สาเร็จการศึกษามีคุณสมบัติตรงตามเป้าหมายหรือคุณลักษณะที่
กาหนดไว้และสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการผใู้ ชผ้ ูส้ าเร็จ
ดังนั้น การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง กระบวนการบริหารจัดการ และการบวนการ
ปฏิบัติงานของสถานศึกษาทีม่ ีการวางแผนระบบการจัดการในด้านต่าง ๆ ตามแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกาหนด
มาตรฐาน และการกระบวนการตรวจสอบคณุ ภาพการศกึ ษาทสี่ ถานศกึ ษากาหนดขนึ้
5.3.2 ความสาคญั ของการประกันคณุ ภาพ
พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ และสุชาติ กิจพิทักษ์ (2545: 3 – 4) ได้กล่าวถึง ความสาคัญของการ
ประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาวา่ มีความสาคัญ 3 ประการ คือ
1) ทาให้ประชาชนได้รับข้อมูลคุณภาพการศึกษาที่เชื่อถือได้ เกิดความเชื่อมั่นและสามารถ
ตัดสนิ ใจเลอื กใช้บรกิ ารท่มี คี ณุ ภาพมาตรฐาน
การประกันคุณภาพการศึกษาถือเป็นหลักประกันที่สถานศึกษาให้สัญญาต่อผู้รับบริการ
การศึกษา เป็นการสร้างความมัน่ ใจให้ผูร้ ับบรกิ ารที่จะได้รับการบริการท่ีมีคุณภาพ ดังนั้นหากสถานศึกษาใดมี
รูปแบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 11
ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ มีความรอบรู้ในการใช้ข้อมูลต่าง ๆ มาพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพ
สถานศึกษาของตน ย่อมทาให้สถานศึกษาของตนยืนหยัดและดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ผลการ
ดาเนินงานเมื่อถกู เผยแพร่ให้ประชาชนทว่ั ไปไดร้ ับรรู้ ับทราบจนเกดิ ความศรัทธาในการบริการ สถานศกึ ษาแห่ง
นั้นจะได้รับความเชื่อมั่นและได้รับความร่วมมือหรือให้การสนับสนุนในการจัดการศึกษา การประกันคุณภาพ
การศึกษาจึงเป็นกลไกที่จะช่วยให้การดาเนินงานของสถานศึกษาดาเนินไปด้วยความราบรื่น มีคุณภาพ ได้
มาตรฐาน และเปน็ ทยี่ อมรบั ของสงั คมในที่สุด
2) ปอ้ งกนั การจัดการศึกษาที่ไมม่ ีคณุ ภาพ ซึง่ จะเปน็ การคุม้ ครองผู้บริโภคและเกดิ ความเสมอ
ภาคในโอกาสทีจ่ ะได้รับการบรกิ ารการศกึ ษาท่ีมีคุณภาพอยา่ งทัว่ ถึง
สถานศึกษามีหน้าที่จัดการศึกษาที่จะต้องบริหารจัดการและดาเนินกิจกรรมตามภารกจิ
ของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นกลไกใน
การตรวจสอบและกระตุ้นให้หนว่ ยงานทางการศึกษามีการควบคุมคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
ซึ่งตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กาหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาต้อง
จัดทารายงานประจาปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชน
เพอื่ นาไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา (พระราชบญั ญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542: มาตรา
48) ให้มีการเสนอผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งที่จัดทาอย่างน้อยหนึ่งครัง้ ในทุก 5
ปี ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ในกรณีที่ผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาใดไม่ได้ตาม
มาตรฐานที่กาหนดให้สานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา จัดทาข้อเสนอแนะการ
ปรับปรุงแก้ไขตอ่ หน่วยงานต้นสังกัดเพ่ือให้สถานศึกษาปรบั ปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กาหนด กระบวนการ
เหล่านี้จะช่วยให้สถานศึกษาต้องกาหนดแนวทางการดาเนนิ งานที่มุ่งเน้นคุณภาพของผู้เรยี นเป็นสาคัญ ส่งผล
ให้เกดิ ความเชอื่ มนั่ ต่อการจัดการศกึ ษาทีม่ ีคุณภาพ
3) ทาใหผ้ ู้รบั ผดิ ชอบในการจดั การศึกษามุ่งบริหารจดั การศกึ ษาสู่คณุ ภาพและมาตรฐานอย่าง
จริงจงั ซึง่ มผี ลให้การศกึ ษามีพลงั ทีจ่ ะพัฒนาประชากรให้มีคุณภาพอยา่ งเป็นรปู ธรรมและต่อเนื่อง
โลกปัจจุบันเป็นยุคโลกาภิวัตน์ที่มีความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
เปลย่ี นแปลงท่เี กิดขน้ึ อย่างรวดเรว็ จงึ จาเป็นท่ีแต่ละประเทศต้องเรยี นรู้ทจี่ ะปรับตวั ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
ที่เกดิ ข้ึนอย่ตู ลอดเวลา และเตรียมพร้อมทจ่ี ะเผชญิ กบั ความทา้ ทายจากกระแสโลก โดยปัจจัยสาคัญท่ีจะเผชิญ
กับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายดังกล่าว คือคุณภาพของคน ดังนั้นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มี
คุณภาพจึงเป็นเรือ่ งทีม่ ีความจาเป็นอย่างยิ่งโดยจะตอ้ งเป็นการศึกษาท่ีมีคณุ ภาพ เพื่อทาให้ศักยภาพที่มีอยูใ่ น
ตัวคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ทาให้เป็นคนที่รู้จักคิดวิเคราะห์ รู้จักแก้ปัญหา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
รู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีจริยธรรม คุณธรรม
ร้จู กั พง่ึ ตนเองและสามารถดารงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข จึงมคี วามจาเป็นที่จะต้องพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา
ของประเทศไทย โดยจะต้องจัดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาที่ผู้รับผิดชอบในการจัดการศึกษาต้อง
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 12
ตระหนกั และมุง่ ม่ันท่จี ะบริหารจดั การใหม้ ีคุณภาพได้มาตรฐานอย่างแท้จริง เพื่อให้การศกึ ษาเป็นกลไกที่มีพลัง
ในการพฒั นาประชากรให้มคี ณุ ภาพสูงยิง่ ข้นึ
5.3.3 ระบบการประกันคุณภาพ
ระบบประกันคุณภาพการศกึ ษาในปจั จุบัน มีการดาเนินงานใน 3 ชั้นตอน ดังนี้
3.1 การพัฒนาคุณภาพ (Quality control) เป็นการกาหนดมาตรฐานคุณภาพและการ
พัฒนาสถานศึกษาให้เข้าสู่มาตรฐาน ดาเนินการโดยสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กาหนด
มาตรฐานโรงเรียนในสังกัดไว้ 3 มาตรฐานและใหส้ านักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาทุกเขตสามารถปรับขยายเกณฑ์
มาตรฐานให้สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่นได้ ส่วนโรงเรียนในสังกัดทาหน้าที่ในการพัฒนาโรงเรียนให้เข้าสู่มา
ตฐานทกี่ าหนด โดยการจัดทาแผนการดาเนินงานเตรียมความพร้อมด้านปัจจยั ต่าง ๆ ให้พรอ้ มและดาเนินการ
ตามแผนทกี่ าหนด
3.2 การตรวจติดตามคุณภาพ (Quality audit) เป็นการตรวจสอบ และติดตามผลการ
ดาเนินงาน ให้เปน็ ไปตามมาตรฐานท่กี าหนด โดยกาหนดใหโ้ รงเรยี นทาการประเมนิ ตนเองตามกรอบมาตรฐาน
ของสานักงานคณะกรมการกาศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งระหว่างดาเนินการละส้ินสุดแผน มีการตรวจสอบภายนอก
โดยสานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาดว้ ยวิธีการตา่ ง ๆ และใหโ้ รงเรยี นนาผลการตรวจสอบทงั้ ภายในและภายนอก
ไปปรบั ปรุงโรงเรยี นโดยกาหนดเปา้ หมายการพฒั นาใหส้ งู กว่าเดิมอย่างต่อเน่อื ง
3.3 การประเมินคุณภาพภายใน (Quality assessment) เป็นการประเมินคุณภาพของ
สถานศึกษาโดยหน่วยงานที่กากับดูแลในขตพื้นที่ และหน่วยงานต้นสังกัดในส่วนกลาง ซึ่งถือว่าเป็นการ
ประเมินคณุ ภาพภายในเพราะดาเนนิ การโดยหน่วยงานทอ่ี ยู่ในสายการบรหิ ารของสถานศกึ ษา
เมื่อพิจารณาแนวคิด เกี่ยวกับระบบการประกันคุณภาพที่ประกอบด้วยการพัฒนาคุณภาพ การ
ตรวจติดตามคุณภาพ และการประเมินคุณภาพภายใน กับหลักการบริหารที่เป็นระบบครบวงจร (PDCA) ซ่ึง
ประกอบด้วยการวางแผน (Plan: P) ร่วมกันปฏิบัติตามแผน (Do: D) ร่วมกันตรวจสอบ (Check: C) และ
รว่ มกนั ปรับปรุง (Act: A) จะพบว่ามีความสอดคลอ้ งกัน ดงั ภาพประกอบ 3
ภาพประกอบ 3 ความสมั พันธร์ ะหวา่ งแนวคดิ ระบบการประกันคุณภาพ และแนวคดิ ตามหลกั การบรหิ าร
(ปรบั ปรงุ จากสานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545: 10)
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 13
จากภาพประกอบ 3 แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาคุณภาพ ก็คือ การที่สถานศึกษาร่วมกันวางแผน
และปฏิบัติตามแผน เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามเป้าหมาย และมาตรฐานการศึกษา การตรวจ
ติดตามคุณภาพ พิจารณาจากการที่สถานศึกษาปฏิบัติตามแผนแล้วร่วมกันตรวจสอบ และประเมินว่าเป็นไป
ตามที่วางไว้หรือไม่ อย่างไร ส่วนการประเมินคุณภาพภายใน ก็คือการที่สถานศึกษาร่วมกันตรวจสอบ และ
ประเมินเพื่อนาไปสกู่ ารแก้ไข และรว่ มกนั ปรบั ปรุงคุณภาพใหเ้ ป็นไปตามเป้าหมายและมาตรฐานการศึกษา
5.3.4 มาตรฐานการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
การพัฒนามาตรฐานการศึกษา มแี นวคิดว่าตอ้ งเปน็ มาตรฐานทส่ี ถานศึกษาปฏบิ ัตไิ ด้จรงิ ประเมิน
ได้จริง กระชบั และจานวนนอ้ ยแต่สามารถสะท้อนบริบทของสถานศึกษาและคุณภาพการศึกษาได้จริงข้อมูลที่
ได้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับ
หน่วยงานตันสังกัด และระดับชาติ ดังนั้น การกาหนดมาตรฐานการศึกษาจึงนันที่คุณภาพผู้เรียน คุณภาพ
ผู้บริหารสถานศึกษา และคุณภาพครู มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาชาติ และข้อกาหนดใน
กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 มาตรฐานการศึกษาในแต่ละระดับ กาหนดเกณฑ์การ
ตดั สนิ คณุ ภาพของมาตรฐานมี 5 ระดบั คือ ระดับกาลังพฒั นา ระดบั ปานกลาง ระดับดี ระดับดเี ลิศ และระดับ
ยอดเย่ยี ม
มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2561 มีจานวน 3 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐาน
ที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน (1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน, 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน)
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้น
ผู้เรียนเป็นสาคญั รายละเอยี ดแตล่ ะมาตรฐาน มีดงั นี้
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผเู้ รยี น
1.1 ผลสัมฤทธท์ิ างวชิ าการของผเู้ รยี น
1. มคี วามสามารถในการอา่ น การเขียน การสอ่ื สารและการคดิ คานวณ
2. มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยน
ความคิดเหน็ และแก้ปัญหา
3. มคี วามสามารถในการสร้างนวัตกรรม
4. มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร
5. มผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นตามหลกั สตู รสถานศึกษา
6. มคี วามรู้ ทักษะพืน้ ฐาน และเจตคติท่ีดีต่องานอาชีพ
1.2 คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ของผู้เรียน
1. การมคี ุณลักษณะและค่านยิ มทด่ี ีตามที่สถานศกึ ษากาหนด
2. ความภูมิใจในท้องถนิ่ และความเปน็ ไทย
3. การยอมรบั ที่จะอยรู่ ่วมกนั บนความแตกตา่ งและหลากหลาย
4. สขุ ภาวะทางรา่ งกาย และจติ สังคม
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 14
คาอธบิ าย มาตรฐานท่ี 1 ดา้ นคณุ ภาพผู้เรยี น
ผลการเรียนรู้ที่เป็นคุณภาพของผู้เรียนทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ประกอบด้วย
ความสามารถในการอา่ น การเขยี น การสือ่ สาร การคิดคานวณ การคิดประเภทต่าง ๆ การสรา้ งนวตั กรรม การ
ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนตามหลักสูตร การมคี วามรู้ ทักษะพ้ืนฐานและ
เจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่เป็นค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากาหนด ความ
ภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย รวมทั้งสุข
ภาวะทางรา่ งกายและจิตสังคม
1.1 ผลสัมฤทธิท์ างวิชาการของผู้เรียน
1. มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารและการคิดคานวณ: ผู้เรียนมี
ทกั ษะในการอ่าน การเขียน การส่อื สาร และการคดิ คานวณตามเกณฑท์ สี่ ถานศึกษากาหนดในแต่ละระดับช้ัน
2. มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็น และแก้ปัญหา: ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดจาแนกแยกแยะ ใคร่ครวญไตร่ตรอง พิจารณา
อย่างรอบคอบ โดยใช้เหตุผลประกอบการตดั สนิ ใจ มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปญั หาอย่าง
มีเหตุผล
3. มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม: ผู้เรียนมีความสามารถในการรวบรวม
ความรูไ้ ดท้ งั้ ดว้ ยตวั เองและการทางานเป็นทมี เชื่อมโยงองคค์ วามรู้ และประสบการณม์ าใชใ้ นการสรา้ งสรรค์ส่ิง
ใหม่ ๆ อาจเปน็ แนวความคดิ โครงการ โครงงานชนิ้ งาน ผลผลิต
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร : ผู้เรียนมี
ความสามารถในใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร เพ่ือการพฒั นาตนเองและสังคมในดา้ นการเรียนรู้การ
ส่ือสาร การทางานอย่างสร้างสรรค์ และมคี ณุ ธรรม
5. มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา: ผู้เรียนบรรลุและมี
ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาจากพื้นฐานเดิมในด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ
กระบวนการต่าง ๆ รวมทงั้ มีความกา้ วหนา้ ในผลการทดสอบระดบั ชาตหิ รอื ผลการทดสอบอื่น ๆ
6. มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ: ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ
พ้ืนฐานในการจัดการ เจตคติท่ดี ีพร้อมท่ีจะศกึ ษาตอ่ ในระดบั ชั้นทส่ี งู ข้ึน การทางานหรอื งานอาชพี
1.2 คุณลักษณะท่พี ึงประสงคข์ องผูเ้ รยี น
1. มีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากาหนด: ผู้เรียนมีพฤติกรรมเป็นผู้
ที่มีคุณธรรม จริยธรรม เคารพในกฎกติกา มีค่านิยมและจิตสานึกตามที่สถานศึกษากาหนดโดยไม่ขัดกับ
กฎหมายและวฒั นธรรมอนั ดีของสงั คม
2. มีความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย: ผู้เรียนมีความภูมิใจในท้องถิ่น เห็น
คณุ ค่าของความเปน็ ไทย มสี ่วนรว่ มในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและประเพณีไทยรวมทัง้ ภมู ิปัญญาไทย
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 15
3. ยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย: ผู้เรียนยอมรับและอยู่
รว่ มกันบนความแตกต่างระหวา่ งบุคคลในด้าน เพศ วยั เชอื้ ชาติ ศาสนา ภาษาวฒั นธรรม ประเพณี
4. มีสุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม: ผู้เรียนมีการรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิต
อารมณ์และสังคม และแสดงออกอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัยสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุข
เขา้ ใจผู้อ่ืน ไม่มีความขัดแยง้ กบั ผูอ้ ื่น
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
2.1 มเี ปา้ หมายวิสยั ทศั น์และพนั ธกิจทสี่ ถานศกึ ษากาหนดชดั เจน
2.2 มีระบบบรหิ ารจดั การคุณภาพของสถานศกึ ษา
2.3 ดาเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา
และทุกกลมุ่ เป้าหมาย
2.4 พัฒนาครูและบคุ ลากรให้มคี วามเช่ียวชาญทางวชิ าชพี
2.5 จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสงั คมที่เอื้อต่อการจดั การเรยี นร้อู ยา่ งมคี ณุ ภาพ
2.6 จัดระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ สนับสนุนการบรหิ ารจดั การและการจดั การเรียนรู้
คาอธิบาย มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ
เป็นการจดั ระบบบริหารจดั การคุณภาพของสถานศึกษามีการกาหนดเป้าหมายวิสัยทัศน์
และพันธกิจอย่างชัดเจน สามารถดาเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตร
สถานศกึ ษาในทุกกลุ่มเป้าหมาย จัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ดาเนินการพัฒนาครูและบุคลากร
ให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการ
เรียนรู้รวมทงั้ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมทีเ่ อื้อต่อการจัดการเรยี นรู้
2.1 มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจทีส่ ถานศึกษากาหนดชัดเจน: สถานศึกษากาหนด
เป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจไว้อย่างชดั เจน สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ความต้องการของชุมชน
ท้องถิ่น วัตถุประสงค์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ นโยบายของรัฐบาลและของต้นสังกัด รวมทั้งทันต่อการ
เปล่ียนแปลงของสงั คม
2.2 มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา: สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการ
คณุ ภาพของสถานศึกษาอยา่ งเป็นระบบ ทงั้ ในสว่ นการวางแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา การนาแผนไป
ปฏิบัติเพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศึกษามกี ารติดตามตรวจสอบประเมินผลและปรับปรุงพัฒนางานอย่างตอ่ เน่อื งมี
การบริหารอัตรากาลัง ทรัพยากรทางการศึกษา และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีระบบการนิเทศภายใน
การนาข้อมูลมาใช้ในการพัฒนา บคุ ลากรและผู้ที่เก่ียวข้องทุกฝา่ ยมสี ่วนร่วมการวางแผน ปรับปรุง และพัฒนา
และร่วมรับผดิ ชอบต่อผลการจัดการศึกษา
2.3 ดาเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา
และทุกกลุ่มเป้าหมาย: สถานศึกษาบริหารจัดการเกี่ยวกับงานวิชาการ ทั้งด้านการพัฒนาหลักสูตร กิจกรรม
รูปแบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 16
เสรมิ หลกั สตู รทเ่ี น้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านเชือ่ มโยงวถิ ีชวี ิตจริง และครอบคลมุ ทกุ กลุ่มเป้าหมาย หมายรวมถึง
การจดั การเรยี นการสอนของกลมุ่ ท่ีเรียนแบบควบรวมหรอื กลุม่ ท่ีเรียนร่วมดว้ ย
2.4 พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ: สถานศึกษาส่งเสริม
สนบั สนุน พฒั นาครู บคุ ลากร ใหม้ ีความเช่ยี วชาญทางวชิ าชีพ และจดั ใหม้ ีชมุ ชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพมาใช้ใน
การพัฒนางานและการเรียนรู้ของผู้เรยี น
2.5 จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้: สถานศึกษาจัด
สภาพแวดล้อมทางกายภาพทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน และสภาพแวดล้อมทางสังคม ที่เอื้อต่อการ
จัดการเรียนรู้ และมีความปลอดภัย
2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการ
เรียนรู้: สถานศึกษาจัดระบบการจัดหา การพัฒนาและการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหาร
จัดการและการจัดการเรยี นรูท้ เี่ หมาะสมกบั สภาพของสถานศึกษา
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจดั การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั
3.1 จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตได้
3.2 ใช้สือ่ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลง่ เรียนรู้ทีเ่ อื้อต่อการเรยี นรู้
3.3 มกี ารบรหิ ารจดั การชัน้ เรียนเชงิ บวก
3.4 ตรวจสอบและประเมนิ ผ้เู รียนอย่างเปน็ ระบบ และนาผลมาพฒั นาผเู้ รียน
3.5 มกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรแู้ ละใหข้ ้อมูลสะท้อนกลับเพ่ือพัฒนาและปรับปรุงการจัดการ
เรยี นรู้
คาอธิบาย มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทีเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั
เป็นกระบวนการจดั การเรยี นการสอนตามมาตรฐานและตัวช้ีวัดของหลักสูตรสถานศึกษา
สร้างโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง มีการบริหารจัดการชั้นเรยี น
เชิงบวกสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี ครูรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล ดาเนินการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็น
ระบบและนาผลมาพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนาผลที่ได้มาให้ข้อมูลป้อนกลับ เพื่อ
พฒั นาและปรับปรุงการจดั การเรียนรู้
3.1 จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน
การดาเนินชีวิต: จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นให้
ผู้เรยี นได้เรียนรู้ โดยผา่ นกระบวนการคิดและปฏิบัตจิ ริง มแี ผนการจัดการเรียนรู้ที่สามารถนาไปจัดกิจกรรมได้
จริง มีรปู แบบการจัดการเรยี นร้เู ฉพาะสาหรบั ผู้ทมี่ ีความจาเป็น และตอ้ งการความชว่ ยเหลอื พิเศษ ผเู้ รียนได้รับ
การฝึกทักษะแสดงออก แสดงความคิดเห็น สรุปองค์ความรู้ นาเสนอผลงาน และสามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน
ชวี ติ ได้
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 17
3.2 ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้: มีการใช้ส่ือ
เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ รวมท้ังภมู ิปัญญาท้องถ่ินมาใช้ในการจัดการเรยี นรู้ โดยสร้างโอกาสให้
ผู้เรียนได้แสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเองจากสอ่ื ที่หลากหลาย
3.3 มกี ารบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก: ครผู สู้ อนมกี ารบริหารจัดการช้ันเรียน โดยเน้น
การมีปฏสิ มั พนั ธ์เชงิ บวก ให้เด็กรักครู ครรู ักเดก็ และเด็กรักเดก็ เดก็ รักทีจ่ ะเรยี นรู้ สามารถเรยี นร้รู ่วมกันอย่าง
มคี วามสขุ
3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนาผลมาพัฒนาผู้เรียน: มีการ
ตรวจสอบและประเมินคุณภาพการจัดการเรยี นรูอ้ ย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนโดยใช้เครื่องมือและวิธีการวัดและ
ประเมินผลที่เหมาะสมกับเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้ และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนเพื่อนาไปใช้
พัฒนาการเรยี นรู้
3.5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการ
เรียนรู้: ครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์รวมทั้งให้ข้อมูลป้อนกลับเพ่ือ
นาไปใชใ้ นการปรับปรงุ และพัฒนาการจดั การเรียนรู้
5.4 การบรหิ ารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Base Management: SBM)
จากการวิจัยเรอ่ื ง การศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศกึ ษาในรูปแบบการ
บริการโดยใชโ้ รงเรียนเป็นฐานของรองศาสตราจารย์ ดร.อุทยั บญุ ประเสริฐ (2542) ได้สรปุ สาระสาคัญ ดงั นี้
5.4.1 ความเป็นมา
การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นแนวคิดในการบริหารโรงเรียนที่ริเริ่มในประเท ศ
สหรัฐอเมริกาในช่วงทศวรรษที่ 1980 แล้วแพร่หลายไปยังประเทศอื่น แนวความคิดนี้มีความเชื่อมโยงกับการ
ปฏิรูปการศึกษาและการกระจายอานาจทางการศึกษา ซึ่งเกิดจากความไม่พอใจของผู้เกี่ยวข้องกับระบบการ
บริหารจัดการศึกษาของรัฐ มีการศึกษาและผลกั ดันให้เกิดนโยบายทีช่ ดั เจนและต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการบริหาร
โดยใช้โรงเรียนเปน็ ฐานครอบคลุมทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา แพร่หลายไปยังประเทศอื่น ๆ รวมทั้งกาลังจะถูก
นามาใช้ในประเทศไทยตามสาระบัญญัติของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 40 ตั้งแต่
เดือนสงิ หาคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป
5.4.2 แนวความคดิ พน้ื ฐาน
แนวคิดเรื่องการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้นได้รับอิทธิพลมาจากกระแสการเปลี่ยนแปลง
ของโลกธุรกิจอุตสาหกรรมที่ประสบความสาเร็จจาก หลักการ วิธีการ และกลยุทธ์ในการทาให้องค์การมี
ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ผลการปฏิบัติงานมีคุณภาพ สร้างกาไรและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าและ
ผู้เก่ยี วข้องย่ิงขึน้ ความสาเร็จดังกล่าวน้ีทาให้ประชาชนและผู้เก่ยี วข้องเหน็ ว่า การพฒั นาคุณภาพการศึกษาให้
ดีขึ้นนั้น ต้องปรับกระบวนการและวิธีการที่เคยเน้นแต่เรื่องการเรียนการสอน ปรับไปสู่การบริหารโดยการ
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 18
กระจายอานาจไปยังโรงเรียนที่เป็นหน่วยปฏิบัติและให้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการบริหารและจัด
การศกึ ษาอย่างแทจ้ ริง
5.4.3 ความหมาย
จากการประมวลแนวความคิดของนักวิชาการและองค์การตา่ ง ๆ จานวนมาก อาจสรุปได้ว่า การ
บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเป็นกลยุทธ์ในการปรับปรุงการศึกษา โดยเปลี่ยนอานาจหน้าที่ในการตัดสินใจ
จากส่วนกลางไปยังแตล่ ะโรงเรยี น โดยใหค้ ณะกรรมการโรงเรียน (School Council หรือ School Board) ซ่ึง
ประกอบด้วย ผู้ปกครอง ครู สมาชิกในชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ศิษย์เก่า และผู้บริหารโรงเรียน (บางโรงเรียนมี
ตัวแทนนักเรียนเป็นกรรมการด้วย) ได้มีอานาจในการบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียน มีหน้าที่และความ
รับผิดชอบในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ บุคลากร และวิชาการ โดยให้เป็นไปตามความต้องการ
ของนกั เรยี น ผปู้ กครอง และชุมชน
5.4.4 หลกั การ
1) หลกั การกระจายอานาจ (Decentralization) ซงึ่ เปน็ การกระจายอานาจการจัดการศึกษาจาก
กระทรวงและส่วนกลางไปยังสถานศึกษาให้มากที่สุด โดยมีความเชื่อว่าโรงเรียนเป็นหน่วยสาคัญในการ
เปลีย่ นแปลงและพฒั นาการศกึ ษาเด็ก
2) หลักการมีส่วนร่วม (Participation or Collaboration or Involvement) เปิดโอกาสให้
ผู้เกี่ยวขอ้ งและผู้มีส่วนได้สว่ นเสียได้มีส่วนร่วมในการบริหาร ตัดสินใจ และร่วมจัดการศึกษา ทั้งครู ผู้ปกครอง
ตัวแทนศิษย์เก่า และตัวแทนนกั เรยี น การที่บุคคลมสี ่วนร่วมในการจัดการศึกษา จะเกิดความรู้สึกเป็นเจา้ ของ
และจะรบั ผิดชอบในการจัดการศกึ ษามากข้นึ
3) หลกั การคืนอานาจจดั การศึกษาให้ประชาชน (Return Power to People) ในอดตี การจัด
การศกึ ษาจะทาหลากหลายทั้งวัดและองคก์ รในท้องถิน่ เปน็ ผู้ดาเนินการ ต่อมามีการร่วมการจัดการศึกษาไปให้
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพ่ือให้เกิดเอกภาพและมาตรฐานทางการศึกษา แตเ่ ม่ือประชากรเพม่ิ ขนึ้ ความเจรญิ ตา่ ง
ๆ กา้ วไปอย่างรวดเรว็ การจดั การศกึ ษาโดยสว่ นกลางเริ่มมีข้อจากัด เกดิ ความลา่ ช้าและไมส่ นองความตอ้ งการ
ของผเู้ รียนและชุมชนอยา่ งแท้จรงิ จึงตอ้ งมีการคืนอานาจให้ท้องถนิ่ และประชาชนไดจ้ ดั การศกึ ษาเองอีกคร้งั
4) หลักการบริหารตนเอง (Self-managing) ในระบบการศึกษาทั่วไป มักจะกาหนดให้โรงเรียน
เป็นหน่วยปฏิบัติตามนโยบายของส่วนกลาง โรงเรียนไม่มีอานาจอย่างแท้จริง สาหรับการบริหารโดยใช้
โรงเรยี นเป็นฐานน้นั ไมไ่ ด้ปฏิเสธเรื่องการทางานให้บรรลุเปา้ หมาย และนโยบายของสว่ นรวม แตม่ คี วามเช่อื ว่า
วธิ กี ารทางานให้บรรลุเป้าหมายนั้นทาไดห้ ลายวิธี การทส่ี ่วนกลางทาหนา้ ท่เี พียงกาหนดนโยบายและเป้าหมาย
แล้วปลอ่ ยให้โรงเรียนมีระบบการบริหารด้วยตนเอง โดยใหโ้ รงเรยี นมีอานาจหนา้ ที่และความรับผิดชอบในการ
ดาเนินงาน ซึ่งอาจดาเนินการได้หลากหลายดว้ ยวิธีการที่แตกต่างกัน แล้วแต่ความพร้อมและสถานการณ์ของ
รูปแบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 19
โรงเรียน ผลที่ได้น่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม ที่ทุกอย่างกาหนดมาจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือ
ทางออ้ ม
5) หลักการตรวจสอบและถว่ งดลุ (Check and Balance) ส่วนกลางมีหน้าที่กาหนดนโยบายและ
ควบคมุ มาตราฐาน มอี งคก์ รอิสระทาหน้าที่ตรวจสอบคณุ ภาพการบรหิ ารและการจดั การศึกษาเพ่ือให้มี
คณุ ภาพและมาตรฐานเป็นไปตามกาหนดและมาตรฐานเป็นไปตามกาหนด และเปน็ ไปตามนโยบายของชาติ
5.4.5 รูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
1) รูปแบบทมี่ ผี ู้บรหิ ารโรงเรยี นเป็นหลัก (Administration Control SBM) ผ้บู ริหารเป็นประธาน
คณะกรรมการ ส่วนกรรมการอื่น ๆ ได้จากการเลือกตั้งหรือคัดเลือกจากกลุ่มผู้ปกครอง ครู และชุมชน
คณะกรรมการมีบทบาทให้คาปรกึ ษา แต่อานาจการตดั สินใจยงั คงอยู่ทีผ่ บู้ รหิ ารโรงเรยี น
2) รูปแบบที่มีครูเป็นหลัก (Professional Control SBM) เกิดจากแนวคิดที่ว่า ครูเป็นผู้ใกล้ชิด
นักเรียนมากที่สุด ย่อมรู้ปัญหาได้ดีกว่าและสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ตัวแทนคณะครูจะมีสัดส่วนมาก ที่สุด
ในคณะกรรมการโรงเรยี น ผูบ้ รหิ ารยงั เปน็ ประธานคณะกรรมการโรงเรียน บทบาทของคณะกรรมการโรงเรียน
เปน็ คณะกรรมการบริหาร
3) รูปแบบที่ชุมชนมีบทบาทหลัก (Community Control SBM) แนวคิดสาคัญ คือ การจัดการ
ศึกษาควรตอบสนองความต้องการและค่านิยมของผู้ปกครองและชุมชนมากที่สุด ตัวแทนของผู้ปกครอง และ
ชุมชนจงึ มสี ดั ส่วนในคณะกรรมการโรงเรียนมากที่สุด ตัวแทนผูป้ กครองและชุมชนเป็นประธานคณะกรรมการ
โดยมีผู้บริหารโรงเรียนเป็นกรรมการและเลขานุการ บทบาท หน้าที่ของคณะกรรมการ โรงเรียนเป็นคณะ
กรรมการบรหิ าร
4) รูปแบบที่ครูและชุมชนมีบทบาทหลัก (Professional Community Control SBM) แนวคิด
เรื่องนี้เชื่อว่า ทั้งครูและผู้ปกครองต่างมีความสาคัญในการจัดการศึกษาให้แก่เด็ก เนื่องจากทั้ง 2 กลุ่มต่างอยู่
ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุด รับรู้ปัญหาและความต้องการได้ดีที่สุด สัดส่วนของครูและผู้ปกครอง (ชุมชน) ใน
คณะกรรมการโรงเรียนจะมีเท่า ๆ กันแต่มากกว่าตัวแทนกลุ่มอื่น ๆ ผู้บริหารโรงเรียนเป็นประธาน บทบาท
หน้าทข่ี องคณะกรรมการโรงเรียนเปน็ คณะกรรมการบริหาร
5.4.6 ปัจจยั ทเ่ี อือ้ และปจั จัยที่เป็นอปุ สรรคต่อการดาเนินการนารปู แบบการบรหิ ารโดยใชโ้ รงเรียนเป็น
ฐานไปใช้
1) กระจายอานาจหน้าที่การบริหารจากหน่วยงานบริหารส่วนกลางไปยังคณะกรรมการโรงเรยี น
อยา่ งแทจ้ ริง
2) ได้รับการยอมรับจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานส่วนกลาง บุคลากรในโรงเรียน
ผปู้ กครองและชมุ ชน
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 20
3) มีการประชาสัมพันธ์ที่ดี มีระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ข้อมูล
สารสนเทศตรงกัน
4) บุคลากรในสานักงานเขตการศึกษาและในโรงเรียนจะต้องได้รับการอบรม หรือให้ความรู้
เก่ยี วกับการบริหารโดยใชโ้ รงเรียนเป็นฐาน
5) ทาการฝึกอบรมคณะกรรมการโรงเรียน เกี่ยวกับการบริหารและการจัดการศึกษา เช่น การ
ทางานเป็นทีม การประชุม การตัดสินใจสั่งการ นโยบาย การวางแผนปฏิบัติ การบริหารการเงิน การบริหาร
บุคคล การบรหิ ารงานวทิ ยาการ หลกั สตู รการเรยี นการสอน การประเมินผล เปน็ ตน้
6) ได้ผู้บริหารโรงเรียนที่มีความรู้ ความสามารถ มีภาวะผู้นาที่เหมาะสม พัฒนาความรู้ ทักษะ
และภาวะผนู้ าให้ผ้บู ริหารเพื่อเปน็ ผูน้ าการเปลยี่ นแปลง (Change Agent) ท่ีดี
7) ผู้บริหารคณะกรรมการโรงเรียน บุคลากรในโรงเรียนรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง และของผู้ท่ี
เกีย่ วข้องอยา่ งชัดเจน
8) มีการให้รางวัลสาหรับโรงเรียนที่ประสบความสาเร็จในด้านการบริหาร และจัดการศึกษา โดย
ใช้โรงเรยี นเปน็ ฐาน
ปัจจัยที่เป็นที่เป็นอุปสรรค ได้แก่ การเปลี่ยนรูปแบบแต่ไม่เปลี่ยนวิธีการบริหารงานและการ
ทางาน อานาจการตดั สินใจผกู ขาดอยู่ในคณะกรรมการโรงเรียน ไม่กระจายไปท่ัวโรงเรียน ผบู้ รหิ ารยังใช้ความ
คิดเห็นสว่ นตัวในการตัดสนิ ใจ การขดั แย้งระหว่างผบู้ รหิ ารครู และคณะกรรมการโรงเรยี น
5.4.7 ประสบการณก์ ารบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในต่างประเทศผวู้ จิ ัยได้ศึกษาเอกสารที่กล่าวถึง
ประสบการณ์การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในประเทศตา่ งๆ ได้แก่ สหรฐั อเมริกา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย
สาธารณรัฐเกาหลี สิงคโปร์ อสิ รเอล และสหราชอาณาจักร พบว่า
1) ในประเทศเหล่านั้นต่างประสบปัญหาความไม่พึงพอใจในคุณภาพการศึกษา จึงได้หาทาง
ปรับปรุงและพัฒนาและต่างใช้วิธีการ ปฏิรูปการศึกษาโดยการกระจายอานาจการศึกษาไปยังหน่วยปฏิบัติท่ี
ใกลช้ ิดผู้เรียนมากท่ีสุด ได้แก่ โรงเรียน ครู ผูป้ กครอง และชมุ ชน
2) ในการดาเนินกระจายอานาจการศึกษาได้ลดบทบาทในส่วนกลาง คือ รัฐบาลกลาง
กระทรวงศึกษาธิการ หรือมลรัฐ ให้ทาหน้าที่เ กี่ยวกับนโยบายการสนับสนุนทรัพยากร กาหนดมาตรฐานและ
ตรวจสอบคุณภาพการศึกษา โดยมอบอานาจเกือบทั้งหมดไปให้ โรงเรียนดาเนินการบริหารและจัดการศึกษา
โดยในบางประเทศมีเขตการศกึ ษาเป็นหน่วยงานเชอ่ื มโยงระหว่างสว่ นกลางกับสถานศกึ ษา
3) ผู้ปกครอง ชุมชน มีความพึงพอใจในการศึกษามากขึ้นเนื่องจากได้มีส่วนร่วมในการจัด
การศึกษา ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีขวัญและกาลังใจดีขึ้น มีความรู้สึกเป็นเจ้าของและ
รับผดิ ชอบต่องานมากขนึ้
รปู แบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 21
4) ยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างจริงจังว่าการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานทาให้ผลสมฤทธิ์ทางการ
เรียนของนักเรียนดีขึ้นมากนอ้ ยเพียงไร แต่ก็พบว่า การบริหารรูปแบบน้ีไม่มีผลทางการเรียนลดลงสิ่งท่ีเหน็ ได้
ชัดกค็ ือ อัตราการออกกลางคนั ของนักเรยี นลดลง อัตราการเรยี นต่อสูงข้ึน
5) ความสาเร็จของการกระจายอานาจการศึกษา อยทู่ ่รี ฐั บาลให้ความสาคัญและดาเนินการอย่าง
จริงจัง บางประเทศ เช่นออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรีได้ดารงตาแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาด้วยและ
ทกุ ประเทศลว้ นแต่ใช้การศกึ ษาเปน็ เครอ่ื งมอื ในการพัฒนาประเทศท้ังส้ิน
5.4.8 ปญั หาและขอ้ เสนอแนะท่ไี ดจ้ ากประสบการณ์การบรหิ ารโดยใช้โรงเรียนเปน็ ฐานในต่างประเทศ
ปัญหาทส่ี าคัญ คอื 1) ใช้เวลาในการทางานเพิม่ ข้ึนในแตล่ ะวันและสว่ นใหญ่ต้องใช้เวลา 5 ปขี ึ้นไป กว่าจะเห็น
ผล 2) ความคาดหวังของโรงเรียนจะมีมากใน 2 ปีแรก เมื่อมีอปุ สรรคและใชเ้ วลามากจะขาดความกระตือรือร้น
3) คณะกรรมการโรงเรียนบางแห่งยังขาดคุณสมบัติที่เหมาะสม บางชุมชนหาคนมาเป็นกรรมการได้ยาก 4)
ความขัดแย้งระหว่างโรงเรียน ครู และชุมชน
ข้อเสนอแนะที่สาคัญ คือ 1) รัฐต้องมีความจริงใจในการกระจายอานาจ 2) เขตพื้นที่การศึกษา
ต้องทาหน้าที่ประสานงาน เชื่อมโยง อานวยความสะดวก สนับสนุนและประชาสัมพันธ์ให้โรงเรียนมีความ
เขม้ แข็ง และสามารถบริหารจัดการดว้ ยตนเองได้ 3) โรงเรยี นต้องปรับแนวทางการทางานใหม่ จากการคอยรับ
นโยบายและคาส่งั มาเป็นการบริหารจดั การด้วยตนเอง โดยความรว่ มมอื กับครูผู้ปกครองและชุมชน ตอ้ งพัฒนา
คณะกรรมการโรงเรียนให้มีความรู้ ความสามารถในการบรหิ ารโรงเรยี นได้
5.4.9 การบรหิ ารโดยใช้โรงเรียนเปน็ ฐานในประเทศไทย
1) ปัญหาสาคัญของการบริหารการศึกษาในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ 1) มีการ
รวมอานาจไว้ที่ส่วนกลาง 2) ขาดเอกภาพในการบริหาร 3) ขาดประสิทธิภาพในระบบประกันคุณภาพและ
มาตรฐานการศึกษา 4) ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน 5) ขาดการพัฒนานโยบายอย่างเป็นระบบและ
ต่อเนื่อง 6) ขาดความเชื่อมโยงกับองค์การปกครองส่วนท้องถ่ินและหน่วยงานอื่น จากปัญหาดังกลา่ วนามาซ่งึ
ความคดิ ในการปฏริ ปู การศึกษา โดยมุ่งเนน้ การกระจายอานาจการศึกษาและการมสี ว่ นร่วมของผูเ้ กีย่ วข้องเป็น
หลัก
2) ได้มีความพยายามดาเนินการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 และในระยะต่อมาอีกหลาย
ครั้ง แต่ไม่ประสบความสาเร็จเนื่องจากการมีส่วนเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจนในที่สุด ได้มีรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ซึ่งบรรจุสาระสาคัญในมาตรา 81 ให้มีการออกกฎหมายทางการศึกษา จึงเป็น
ความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวทิ ยาลัย สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา แหง่ ชาติ และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมดาเนินการจนมีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ขึ้น โดยมี
หลักการสาคัญในการลดบทบาทและอานาจของกระทรวงการศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม ให้ทาหน้าที่
กาหนดนโยบาย แผนและมาตรฐานการศึกษา สนับสนนุ ทรพั ยากร การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการ
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 22
จัดการศึกษา (มาตรา 31) โดยมุ่งกระจายอานาจการบริหารวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และบริหารทั่วไป
ไปยังเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาให้มากที่สุด (มาตรา 39) โดยให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานและ
สถานศึกษาระดับอดุ มศกึ ษาตา่ กวา่ ปรญิ ญา บริหารงานโดยคณะกรรมการสถานศึกษา (มาตรา 40)
3) จากอดตี ทีผ่ ่านมาพบว่า ผ้ปู กครองและประชาชนมสี ่วนร่วมในการจดั การศึกษาน้อยมาก ส่วน
ใหญม่ สี ว่ นรว่ มในการเปน็ คณะกรรมการโรงเรยี น ซ่ึงเป็นเพยี งคณะกรรมการท่ีปรึกษา มสี ว่ นร่วมในการบริจาค
และหาทรัพยากรสนบั สนุนโรงเรยี น ทาการประชาสัมพนั ธ์ และร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น
4) คณะกรรมการศึกษา หรอื คณะกรรมการสถานศึกษา มมี าตั้งแต่เร่ิมประกาศใช้พระราชบัญญัติ
ประถมศึกษา พ.ศ.2464 และในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในระยะต่อมาก็ได้กาหนดให้มีคณะกรรมการ
สถานศึกษาด้วย แต่บทบาทหน้าทีข่ องคณะกรรมการดงั กล่าวไม่ปรากฏผลในทางปฏิบัติมากนัก เนื่องจากเปน็
เพยี งคณะกรรมการทีป่ รกึ ษา ส่วนอานาจการตัดสนิ ใจยังอยู่ที่ผ้บู ริหารสถานศึกษา
5) ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างการกระจายอานาจการบริหาร และการจัด
การศึกษาจากส่วนกลางไปยังสถานศึกษาในการดาเนินการกระจายอานาจสู่สถานศึกษา อาจทาให้เกิดผล
กระทบทางด้านการเมือง การปกครอง การกาหนดนโยบาย การนานโยบายไปปฏบิ ัตกิ ารจดั โครงสรา้ งองค์การ
การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์การ งบประมาณการต่อต้านของผู้เสียอานาจ ความพร้อมของหน่วยงานและ
บุคลากรในส่วนกลางระดับกระทรวง ความพร้อมของสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา การเชื่อมโยง
ระหว่างสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาระ
งานของครูและผบู้ ริหาร การตรวจสอบ เวลา การจัดการเรยี นการสอนและผลการเรียน
5.4.10 แนวทางการบริหารโดยใชโ้ รงเรยี นเปน็ ฐานในประเทศไทย
1) หลักการพื้นฐานในการกาหนดรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ได้แก่1) หลักการ
กระจายอานาจ 2) หลักการมีส่วนร่วม 3) หลักการคืนอานาจจัดการศึกษาให้ประชาชน4) หลักการบริหาร
ตนเอง 5) หลกั การตรวจสอบและถ่วงดุล
2) รูปแบบที่เหมาะสมกับริบทและกฎหมายการศึกษาของไทยในปัจจุบัน คือ รูปแบบการบริหาร
โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่มีชุมชนเป็นหลัก (Community Control SBM) คณะกรรมการสถานศึกษา
ประกอบด้วย กรรมการที่เป็นตัวแทนจากกลุ่มต่าง ๆ 6 กลุ่ม ได้แก่ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กร
ชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มละไม่น้อยกว่า 2
คน และมีจานวนเท่า ๆ กัน ให้คณะกรรมการสถานศึกษาเลือกกรรมการคนหนึ่งมีจานวนเท่า ๆ กัน ให้
คณะกรรมการสถานศึกษาเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน และอีกคนหนึ่งเป็นรองประธาน โดยผู้บริหาร
สถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยตาแหน่ง สาหรับจานวนคณะกรรมการสถานศึกษาควรอยู่ใน
ดุลพินิจและขึ้นอยู่กับขนาดของโรงเรียน ซึ่งควรอยู่ระหว่าง 13 -19 คน คณะกรรมการมีวาระการทางาน 2 ปี
และอาจไดร้ ับการแต่งต้ังอกี ได้
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 23
3) วิธีการได้มา สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง ทาหน้าที่สรรหากรรมการที่เป็นผู้แทน
จากกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ทั้ง 6 กลุ่ม ทั้งนี้อาจทาได้โดยการเลือกตั้งหรือการสรรหาและแต่งตั้งแล้วแต่ความ
เหมาะสม เมื่อได้รายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งแล้ว ผู้บริหารสถานศึกษาเสนอให้ผู้อานวยการสานักงาน
การศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เขตพ้ืนที่การศกึ ษาเป็นผูแ้ ต่งต้งั
4) บทบาทหน้าที่ ให้คณะกรรมการสถานศึกษามีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ทั้งการเป็น
คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา และการเป็นที่ปรึกษาแก่ผู้บริหารสถานศึกษา โดยให้มีบทบาทหน้าที่ทั่วไป
บทบาทหน้าที่ในการบริหารสถานศึกษา ทั้งด้านวิชาการ บุคลากร ธุรการ งบประมาณ อาคารสถานที่ บริการ
แผนงานและโครงการ ศาสนา และวฒั นธรรม
5) ข้อจากัดและเงื่อนไขในการนารูปแบบไปใช้ ควรมีโครงการนาร่องทดลองการบริหารโดยใช้
โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนที่อาสาสมัคร และมีความพร้อมก่อน เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคและได้วิธีการที่
เหมาะสม แล้วจึงค่อย ๆ ขยายผลไปยัง โรงเรียนอื่น ๆ จนครบทุกโรงเรียนทั่วประเทศ นอกจากนี้ควรมีการ
วิจยั และพัฒนาควบคไู่ ปกับโครงการนาร่องเพอื่ ใหไ้ ดร้ ูปแบบและแนวทางการดาเนินการท่ีเหมาะสมยง่ิ ขึน้
5.4.11 ความสัมพันธร์ ะหว่างสถานศกึ ษากับเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา
คณะกรรมการและสานกั งานเขตพื้นที่การศึกษา มีอานาจหน้าทใ่ี นการกากับ ดูแลสถานศึกษาข้ัน
พื้นฐานและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ากว่าปริญญา รวมทั้งพิจารณาการจัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลือก
สถานศึกษา บทบาทหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและอานวยความสะดวก สนับสนุน ส่งเสริม และช่วยเหลือ
สถานศึกษามากกว่าการเป็นหน่วยงานบังคับบัญชาระดบั สงู กว่าสถานศึกษา
5.4.12 กลยทุ ธใ์ นการนารูปแบบบริหารโดยใชโ้ รงเรยี นเปน็ ฐานไปปฏิบัติ
1) การประชาสมั พนั ธ์
2) กาหนดบทบาทหนา้ ที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาใหช้ ัดเจน
3) การสรรหา และการคดั เลือกคณะกรรมการสถานศึกษา
4) การพัฒนาคณะกรรมการสถานศกึ ษา
5) การสนบั สนนุ ให้บุคลากรในสถานศกึ ษารว่ มปฏบิ ัตงิ านกับคณะกรรมการสถานศกึ ษา
6) การสรา้ งเครือข่ายคณะกรรมการสถานศกึ ษา
7) การกาหนดมาตรฐานการดาเนนิ งานของคณะกรรมการสถานศึกษา
8) พจิ ารณาใหส้ วัสดิการ บรกิ ารและสิทธิพเิ ศษแกค่ ณะกรรมการสถานศกึ ษา
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 24
5.4.13 ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย
1) สถานศึกษาควรใช้หลักการบริหาร 2 ประการ คือ หลักการบริหารตนเอง ( Self-
Management) ใหส้ ถานศกึ ษามีอสิ ระในการบริหารจดั การ และหลกั ธรรมาภบิ าล (Goof Governance) ให้มี
การบรหิ ารจัดการที่ดี ยึดคุณธรรม โปรง่ ใส และสนองประโยชนต์ อ่ องค์การ ชุมชนและประเทศชาติ
2) ควรเตรียมความพร้อมด้านระบบและบุคลากร มีการจัดระบบบริหารที่มีประสิทธิภาพ มีการ
เตรียมความพร้อมแก่ผู้บริหารโรงเรียน ครู และประชาชนให้มีความรู้ ความสามารถในการจัดการก่อนทา
หนา้ ท่คี ณะกรรมการสถานศกึ ษา
3) ควรดาเนินโครงการนาร่องการบริหารจัดการในระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับ
สถานศกึ ษา โดยเนน้ การกระจายอานาจการศกึ ษาและการบรหิ ารแบบ SBM
4) ควรกาหนดบทบาทหน้าที่ระเบียบและแนวปฏิบัติต่าง ๆ โดยละเอียดในกฎกระทรวง และ
กฎหมายท่เี กย่ี วขอ้ ง ก่อนท่ีสถานศึกษาตา่ ง ๆ จะนารูปแบบการบรหิ ารแบบ SBM ไปใช้
5.5 หลักธรรมาภบิ าลในการบริหารองคก์ ร
5.5.1 หลกั ธรรมาภบิ าล
องค์การทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนนักวิชาการได้นิยามความหมายของคาว่า ธรรมาภิบาล
ธรรมรฐั หรอื การบริหารกิจการบา้ นเมืองทดี่ ี ไวค้ ่อนขา้ งหลากหลาย เร่มิ จากในปคี .ศ.1992ธนาคารโลกได้เริ่ม
แนวคิดและอธิบายถึงการบริหารกิจการบ้านเมือง (governance) ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับลักษณะของการใช้
อานาจในการจัดการทรัพยากรทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเพื่อการพัฒนาซึ่งครอบคลุ มประเด็นใน
เรื่องของ การมีส่วนร่วมของภาคส่วนตา่ ง ๆ การบริหารจัดการภาครฐั ภาระรบั ผดิ ชอบ กรอบตัว บทกฎหมาย
เกี่ยวกับการพัฒนา ความโปร่งใสและข้อมูลข่าวสาร (World Bank Cited in OPCD, 2011: 15) นอกจากนั้น
ยังมีผู้กาหนดความหมายที่สาคัญ อาทิ Suwanmala (2003:5-6) ได้อธิบายความหมายของธรรมาภิบาลว่า
หมายถึง การปกครองที่ดี(ธรรม = ดี ความถูกต้องอภิบาล= คุ้มครอง ปกป้อง ดูแล บารุงอภิ=สูงเหนือ ยิ่ง
บาล=รักษา ปกครอง) ซง่ึ คาวา่ Governance ในภาษาองั กฤษก็เปน็ คาที่มีววิ ัฒนาการ และเปลี่ยนความหมาย
ไปจากเดิม รากศัพท์มาจากคาวา่ Gouverner ในภาษาลาติน หรือคาวา่ Gubernare ในภาษากรีก ซงึ่ หมายถึง
to steer หรือ ถือหางเสือ (เช่น เรอื ) แตเ่ ดมิ ในภาษาอังกฤษ คาน้ีเป็นคานามหมายถึง รัฐบาลในเชิงนามธรรม
ซึ่งก็คือการปกครองในระดับประเทศ แต่ในระยะหลังเมื่อวงการธุรกิจขยายตัวและเห็นความจาเป็นต้องมีการ
กากับดูแลรักษา เชน่ เดยี วกับประเทศ จงึ นาคานีม้ าใช้สาหรบั บรรษัท หรอื บริษัทในภาคธุรกจิ เอกชน ตลอดไป
จนถึงองค์การภาคมหาชนด้วยโดยหมายถึงการบริหารจัดการในระดับสูงสุด ส่วน Thailand Development
Research Institute (TDRI) (2015) อธิบายความหมายของ ธรรมาภิบาลวา่ หมายถงึ การปกครอง การบรหิ าร
การจัดการ การควบคมุ ดูแล กิจการตา่ ง ๆ ใหเ้ ปน็ ไปตามครรลองคลองธรรม นอกจากนยี้ ังหมายถึงการบริหาร
จัดการที่ดี ซึ่งสามารถนาไปใช้ได้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ธรรมที่ใช้ในการบริหารงานนี้ มีความหมายอย่าง
กว้าง กล่าวคือ หาได้มีความหมายเพียงหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่รวมถึงศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 25
และความถูกต้องชอบธรรมทั้งปวง ซึ่งวิญญูชน พึงประพฤติปฏิบัติอาทิความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การ
ปราศจากการแทรกแซง จากองคก์ ารภายนอก เป็นตน้
สรุปความหมายของธรรมาภิบาลได้ว่า หมายถึง “หลักการที่ใช้ในการบริหาร ประเทศ รวมท้ัง
องค์การตา่ ง ๆ เพอื่ ให้เกดิ ความโปรง่ ใส เป็นธรรม มีประสิทธภิ าพ ประสทิ ธิผล โดยเน้นการมีสว่ นรว่ ม และการ
ตรวจสอบจากผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ” ธรรมาภิบาลมีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารองค์การ ไม่ว่าจะ
เปน็ ภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาสงั คมต่าง ๆ เน่อื งจากธรรมาภบิ าลเป็นเร่ืองทีเ่ กย่ี วข้องกับ การปฏิบัติ
ตอ่ กนั และเปน็ แนวทางในการจดั ระเบียบเพื่อใหท้ ุกภาคส่วนสามารถอย่รู ่วมกนั ได้อยา่ งสงบสขุ ตง้ั อยู่ในความ
ถูกต้องเป็นธรรม สรุปประโยชน์ของการนาหลกั ธรรมาภิบาล มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการได้ดังต่อไปนี้
(OPCD, 2011: 25-26)
ประโยชน์ตอ่ องค์การ
1. ทาใหก้ ารบรหิ ารจดั การองคก์ ารมีกลไกและกฎเกณฑ์ในการบริหารจัดการทด่ี ี มีระบบ มี
ความโปร่งใส มมี าตรฐานในการปฏิบัติงาน อนั นามาซงึ่ ความน่าเชื่อถือและ ศรทั ธาต่อองค์การนน้ั ๆ
2. ทาใหอ้ งคก์ ารมีการบรหิ ารจดั การที่คล่องตวั ทนั ต่อสถานการณ์สอดรบั กบั การ
เปลีย่ นแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ท้งั ภายในและภายนอก
3. ทาให้การดาเนนิ งานในภาพรวมขององคก์ ารมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธผิ ล และเกิด
ความคมุ้ คา่ สูงสดุ ตามภารกิจขององค์การ
4. ทาใหเ้ พิ่มศกั ยภาพในการแข่งขนั เพ่ิมโอกาสในการระดมทนุ /การเขา้ สู่ตลาดทุน ในระดับ
สากล เพิ่มโอกาสในการแสวงหาพนั ธมิตรทางธรุ กิจ เพ่ิมคุณค่าใหแ้ กอ่ งค์การ ในระยะยาว
ประโยชนต์ ่อประชาชน/ผู้รบั บรกิ าร
1. ทาให้ระบบการตัดสินใจและการบริหารจัดการโดยรวมของหน่วยงานภาครัฐ มีความ
โปร่งใส ตรวจสอบได้เสมอภาค และความยุติธรรมอย่างแท้จริงอันจะนามาซึ่งความเชื่อมั่นและศรัทธาแก่
ประชาชนและผู้รับบริการ
2. ทาให้ประชาชน/ผู้รับบริการได้รับการอานวยความสะดวก รวดเร็ว ทันสมัย มี
ประสิทธิภาพไม่มขี ัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ านทเ่ี กินความจาเป็นสามารถตอบสนองความต้องการ และความคาดหวัง
ของประชาชน/ผู้รับบรกิ ารได้มากขนึ้
3. ทาให้การบริหารงานของภาครัฐเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม มีคุณภาพ สามารถรองรับ
กบั สภาพแวดลอ้ มทเี่ ปลย่ี นแปลงไป อันสง่ ผลทาให้ประชาชน/ผู้รับบรกิ าร มคี วามสขุ และมคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ี
ประโยชน์ตอ่ สงั คม/ประเทศชาติ
1. ทาให้ระบบการบริหารของภาครัฐมีความโปร่งใส ยุติธรรม ก่อให้เกิด ความเป็นธรรมใน
สังคม
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 26
2. ทาให้สังคมมีความเข้มแข็ง เกิดเป็นสังคมที่มีเสถียรภาพ ช่วยลด บรรเทา หรือแก้ปญหา
ความรุนแรงในสงั คม
3. ทาให้สามารถลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น สง่ ผลทาใหช้ ว่ ยลดงบประมาณ คา่ ใช้จ่าย ใน
การป้องกันและปราบปรามการทุจรติ คอรร์ ัปช่นั ของประเทศ
4. ทาให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชนสามารถ อยู่ร่วมกันได้
อย่างสงบสุขภายใต้ความร่วมมือกัน อันก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นส่วนเสริมความเข้มแข็งหรือ
ภมู คิ ุ้มกนั ให้แก่ประเทศ
5. ทาให้ภาพลักษณข์ องหน่วยงานของประเทศเป็นทศี่ รทั ธา เชอื่ มั่น และได้รับ ความไวว้ างใจ
จากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อันส่งผลทาให้การพัฒนาของประเทศ
เปน็ ไปอยา่ งย่ังยนื เสริมสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขัน ทาให้ประเทศชาติเจรญิ กา้ วหนา้
5.5.2 องค์ประกอบที่สาคญั ของหลักธรรมาภบิ าล
สาหรับประเทศไทยนักวิชาการตลอดจนองคก์ ารต่าง ๆ ได้กาหนดองค์ประกอบของหลกั ธรรมาภิ
บาลขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่สอดคล้องกับองค์ประกอบที่สถาบันในระดับสากลได้กาหนดไว้โดยมีการประยุกต์
รายละเอียดในแต่ละหลักการเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยอาทิระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่า
ดว้ ยการสรา้ งระบบบริหารกิจการ บา้ นเมืองและสงั คมทดี่ ีพ.ศ.2542 มุ่งเน้นให้หน่วยงานของรฐั ดาเนินงานตาม
ภาระหนา้ ที่ โดยยึดหลกั พื้นฐาน 6 ประการ ได้แก่ (King Prajadhipok’s Institute, 2013: 18-20)
5.5.2.1 หลักนิติธรรม หมายถึง การตรวจตรากฎหมายที่ถูกต้อง เป็นธรรม การบังคับให้เป็นไป
ตามกฎหมาย การกาหนดกฎ กติกาและการปฏิบัติตามกฎกติกา ท่ตี กลงกันไวอ้ ย่างเคร่งครัด โดยคานึงถึงสิทธิ
เสรภี าพ ความยตุ ิธรรมของสมาชิก
5.5.2.2 หลักคุณธรรม หมายถึง ความยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม การส่งเสริม สนับสนุนให้
ประชาชนพัฒนาตนเองไปพร้อมกนั เพื่อให้คนไทยมีความซือ่ สตั ย์จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย ประกอบ
อาชีพสจุ ริตจนเป็นนิสัยประจาชาติ
5.5.2.3 หลักความโปร่งใส หมายถึง การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของ คนในชาติโดย
ปรบั ปรุงกลไกการทางานขององค์การให้มีความโปร่งใส
5.5.2.4 หลักความมีส่วนร่วม หมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนรับรู้ และเสนอความ
คิดเหน็ ในการตัดสนิ ใจปญหาสาคญั ของประเทศ ไมว่ า่ ด้วยการแจ้งความเห็น การไตส่ วนสาธารณะ การประชา
พิจารณก์ ารแสดงประชามติ ิหรืออน่ื ๆ
5.5.2.5 หลักความรบั ผดิ ชอบ หมายถึง การตระหนักในสิทธิหน้าที่ความสานึกรับผิดชอบต่อสังคม
การใส่ใจปัญหาสาธารณะของบ้านเมือง และการกระตือรือร้น ในการแก้ปัญหา ตลอดจนการเคารพในความ
คดิ เหน็ ท่แี ตกตา่ งและความกลา้ ทีจ่ ะยอมรับ ผลดแี ละผลเสยี จากการกระทาของตน
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 27
5.5.2.6 หลักความคุ้มค่า หมายถึง การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจากัด เพื่อให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้คนไทยมีความประหยัด ใช้ของ อย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์สินค้าและ
บรกิ ารทมี่ ีคณุ ภาพสามารถแขง่ ขนั ได้ในเวทโี ลก และรกั ษาพฒั นาทรพั ยากรธรรมชาติให้สมบรู ณย์ ่งั ยืน
จะเหน็ ไดว้ ่าองค์ประกอบของหลักธรรมาภิบาลทก่ี าหนดขนึ้ โดยนักวิชาการ ตลอดจนองค์การต่าง ๆ มี
หลายองค์ประกอบที่สอดคล้องกัน โดยส่วนใหญ่มุ่งเน้น ในเรื่องของความโปร่งใส การตรวจสอบได้ความมี
ประสิทธภิ าพ ประสทิ ธิผล ความเป็นธรรม และการมสี ่วนร่วมรับผดิ ชอบในการบรหิ ารจดั การ
5.6 ทฤษฎรี ะบบ
5.6.1 ความเป็นมาของทฤษฎีระบบ
ผู้ที่คิดทฤษฎีระบบ คือ ลัดวิก วอน เบอรทาแลนพี่ (Ludwig Von Bertalanfiy) ซึ่งเป็นนัก
ชีววิทยา เขาเป็นคนแรกที่เขียนหนังสือช่ือ "General System Theory" โดยนาเอาแนวความคิดมาจากระบบ
ชีววิทยา ซึ่งเป็นระบบปิดที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมว่าระบบชีววิทยาที่สมบูรณ์จะช่วยให้ทั้งคน สัตว์ และ
พืช สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ทั้งในด้านการเรียนรู้ ปฏิกิริยาตอบสนอง และการแก้ปัญหา เขามี
ความเชื่อว่าในเมื่อองค์การเป็นระบบเปิด จึงย่อมมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็น
ระบบมีความเกี่ยวพันต่อกันหลายด้าน หลายระดับ และส่วนต่างๆ ขององค์การก็เป็นส่วนสาคัญเท่าๆ กับตัว
ขององค์การเอง อังนั้นทฤษฎีระบบจะรวมเอาระบบย่อยทุกชนิดทั้งทางด้านชีวภาพ กายภาพ พฤติกรรมี
ความคิดเกี่ยวกับการควบคุมโครงสร้างเป้าหมาย และกระบวนการปฏบิ ัตงิ านไว้ด้วยกัน (จันทรานี สงวนนาม,
2545, หน้า 84)
5.6.2 ความหมายของทฤษฎีระบบ
คาว่า "ระบบ" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คาจากัดความไว้ว่า
หมายถึง ระเบียบเกี่ยวกับการรวมสิ่งต่างๆ ซึ่งมีลักษณะซับซ้อนให้เข้าลาดับประสานกันเป็นอันเดียวตามหลกั
เหตุผลทางวชิ าการ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซ่ึงมีส่วนสัมพนั ธ์ประสานเข้ากันโดยกาหนดรวมเป็นอันหนึ่งอัน
เดียวกัน (จนั ทรานี สงวนนาม. 2545: 84)
ศิริชยั ชนิ ะตังกูร (2527: 21) ใหค้ าจากดั ความของวิธีการเชิงระบบวา่ หมายถึง กระบวนการท่ีมุ่ง
ถึงหลักการดาเนินงานที่ยึดเอาศูนย์รวมเป็นหลัก งานทุกชนิดเริ่มจากการมีจุดมุ่งหมายของงานที่เป็นปัญหา
ต้องแก้ไข วิธีการที่จะใช้แก้ปัญหา และวิธีการประเมินผลงานเพื่อเสนอแนะวิธีการแก้ไขและปรับปรุงในคราว
ต่อไป
กิติมา ปรีดีดิลก (2529: 51) กล่าวว่าคาว่าระบบ ในการบริหารงานนั้นอาจกล่าวได้ว่าหมายถึง
องค์ประกอบหรือปัจจัยต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันและมีส่วนกระทบต่อปัจจัยระหว่างกันในการดาเนินงาน
เพ่อื ให้บรรลุวัตถุประสงคข์ ององค์การ
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 28
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2540: 93) กล่าวว่า ระบบหมายถึงสิ่งซึ่งประกอบขึ้นด้วย
องค์ประกอบหรือหน่วยย่อย องค์ประกอบหรือหน่วยย่อยเหล่านี้มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเพื่อให้บรรจุ
วัตถปุ ระสงค์ท่กี าหนด
ปัจจบุ ันคาวา่ “ระบบ” เปน็ คากลา่ วที่ใช้กันแพร่หลายโดยท่ัวไป เวลาทกี่ ลา่ วถึงระบบ เราจะต้อง
คานึงถงึ 3 คาคอื (จันทรานี สงวนนาม, 2545, หน้า 85)
1. การคิดอย่างมีระบบ (System Thinking) หมายถึง การคิดอย่างมีเหตุผลโดยคิดอย่าง
รอบคอบถึงผลที่ได้ผลเสียทจ่ี ะเกิดขึ้นได้ท้ังในภาพรวม และทุกๆ ส่วนขององค์ประกอบย่อยของระบบว่าต่างก็
มสี ่วนสัมพันธก์ นั และสัมพันธก์ บั สงิ่ แวดลอ้ ม
2. วิธกี ารปฏบิ ตั งิ านอยา่ งเป็นระบบ (System Approach) หมายถึง วธิ ีการปฏิบัติงานที่เป็น
ระบบ โดยมีการนาเอาปัจจยั ทจ่ี าเป็นต่อการบริหารมาใช้ในการปฏิบตั ิงานเพื่อให้เกดิ ผลลัพธ์ตรงตามเป้าหมาย
ที่กาหนด ทง้ั ปจั จัย กระบวนการทางาน และผลลพั ธ์ทจี่ ะเกดิ ขึ้นจะมีสว่ นสัมพันธก์ ันและเปน็ ผลซึง่ กันและกนั
3. ทฤษฎรี ะบบ (System Theory) เป็นทฤษฎีทีร่ ะบวุ ่าองค์การประกอบด้วยสว่ นประกอบท่ี
เป็นอิสระและเป็นวิธีการบริหารงานที่จะเพิ่มความเข้าใจ รู้จุดเด่นจุดด้อยในองค์การ เพื่อการพัฒนาและ
แก้ปัญหาไดม้ ากย่งิ ขึ้น
5.6.3 หลักการและแนวคิดของทฤษฎรี ะบบ (จนั ทรานี สงวนนาม, 2545, หน้า 85-86)
1. ทฤษฎีระบบมีความเชื่อว่า ระบบจะต้องเป็นระบบเปิด (Open System) กล่าวคือ จะต้องมี
ปฏสิ มั พันธก์ บั สงิ่ แวดลอ้ มโดยได้รับอทิ ธิพล หรอื ผลกระทบตลอดเวลาจากสภาพแวดล้อม
2. มีรูปแบบของการจัดลาดับ (The Hierarchical Model) ในลักษณะของระบบใหญ่และระบบ
ยอ่ ยทส่ี ัมพนั ธก์ นั
3. มีรูปแบบของปัจจัยป้อนเข้าและผลผลิต (Input Output Model) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลของ
ปฏิสัมพันธ์ที่มีกับส่ิงแวดล้อม โดยเริ่มต้นจากปจั จัย กระบวนการ และผลผลิตตามลาดบั เปน็ องค์ประกอบของ
ระบบ
4. แต่ละองค์ประกอบของระบบจะต้องมีส่วนสัมพันธ์กันหรือมีผลกระทบต่อกันและกัน (The
Entities Model) หมายความวา่ ถ้าองคป์ ระกอบของระบบตวั ใดตวั หนงึ่ เปลยี่ นไป กจ็ ะมผี ลต่อการปรับเปล่ียน
ขององค์ประกอบตัวอ่ืนดว้ ย
5. ทฤษฎีระบบเชื่อในหลักการของการมีเหตุ-ผลของสิ่งต่างๆ (Cause and Effect) ซึ่งเป็น
หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ ทฤษฎีระบบไม่เชื่อผลของสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง เกิด
จากสาเหตุเพียงสาเหตุเดียว แต่ทฤษฎีระบบเชื่อว่าปัญหาทางการบริหารที่เกิดขึ้นมักจะมาจากสาเหตุที่
มากกว่าหน่ึงสาเหตุ
6. ทฤษฎีระบบจะมองทุกๆ อย่างในภาพรวมของทุกองค์ประกอบมากกว่าที่จะมองเพียงส่วนใด
สว่ นหนึง่ ของระบบ
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 29
7. ทฤษฎีระบบค านึงถึงผลของการปฏิบัติที่เป็น “Output” หรือ “Product” มากกว่า
“Process” ซึ่งผลสุดทา้ ยของงานท่ีได้รับอาจมมี ากมายหลายสิง่ ซึ่งก็คือผลกระทบ (Outcome or Impact) ท่ี
เกิดขน้ึ ตามมาในภายหลงั นัน่ เอง
8. ทฤษฎีระบบจะมีกระบวนการในการปรับเปลี่ยนและป้อนข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) เพื่อ
บอกให้รู้ว่าระบบมีการเบี่ยงเบนอย่างไร ควรจะแก้ไขที่องค์ประกอบใดของระบบซึ่งก็คือ (System Analysis)
น่นั เอง
5.6.4 รปู แบบของวิธีระบบ (System Approach Model)
จากหลักการและแนวคิดของทฤษฎีระบบ ระบบประกอบด้วยส่วนประกอบที่สาคัญ ดังต่อไปน้ี
(จันทรานี สงวนนาม, 2545, หนา้ 86-87)
1. ปัจจัยนาเข้า หมายถึง ทรัพยากรทางการบริหารทุกๆ ด้าน ได้แก่ บุคลากร (Man)
งบประมาณ (Money) วัสดุอุปกรณ์ (Materials) การบริหารจัดการ (Management) และแรงจูงใจ
(Motivations) ท่ีเป็นส่วนเร่ิมต้นและเป็นตัวจกั รสาคัญในการปฏบิ ตั งิ านขององค์การ
2. กระบวนการ คือการนาเอาปัจจัยหรือทรัพยากรทางการบริหารทุกประเภทมาใช้ในการ
ดาเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เนื่องจากในกระบวนการจะมีระบบย่อยๆ รวมกันอยู่หลายระบบครบวงจร
ตั้งแตก่ ารบริหาร การจัดการ การนเิ ทศ การวัดและการประเมนิ ผล การติดตามตรวจสอบเป็นตน้ เพ่อื ให้ปัจจัย
ทั้งหลายเข้าไปส่กู ระบวนการทุกกระบวนการได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
3. ผลผลิต หรือผลลัพธ์ เป็นผลที่เกิดจากกระบวนการของการนาเอาปัจจัยมาปฏิบัติเพื่อให้
เกิดประสทิ ธผิ ลตามเปา้ หมายท่ีกาหนดไว้
4. ผลกระทบ เป็นผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่คาดไว้หรือไม่เคย
คาดคดิ มาก่อนวา่ จะเกิดขึ้นกไ็ ด้
เขียนเปน็ รปู แบบ ได้ดังภาพประกอบ 4
ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์ ผลกระทบ
(Input) (Process) (Output) (Outcome)
ภาพประกอบ 4 องค์ประกอบของวิธรี ะบบ
ที่มา : จนั ทรานี สงวนนาม, 2545, หน้า 87
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 30
5.6.6 ประโยชนข์ องการนาวธิ รี ะบบมาใชใ้ นการแก้ปญั หาการศกึ ษา
เนื่องจากการศึกษาเป็นระบบ (Educational System) และในระบบการศึกษาก็มักจะมีระบบ
ย่อย (Sub-System) อีกหลายระบบเช่น ระบบบริหาร ระบบการเรียนการสอน ระบบการวางแผนระบบการ
นิเทศก์ ฯลฯ การนาวิธีระบบมาใช้ในการแก้ปัญหาการศึกษาจะช่วยให้เกิดประโยชน์ดังนี้คือ (จันทรานี สงวน
นาม, 2545, หนา้ 92)
1. ช่วยกาหนดเป้าหมายและวัตถุประสงคข์ องการศึกษา
2. ช่วยให้การจัดทรพั ยากรเป็นไปอย่างมีระบบ เพื่อใหบ้ รรลุวตั ถปุ ระสงค์
3. ชว่ ยกาหนดคณุ ลักษณะ/รายละเอยี ดท่ีจาเปน็ และท่ไี ม่ตรงประเดน็
4. ช่วยให้มองเหน็ วัตถุประสงคท์ ีส่ ามารถวัดไดช้ ัดเจนยิ่งขึน้
5. ช่วยเสนอแนะวิธีการในการพัฒนานวัตกรรมและการแก้ปัญหาที่รุนแรง (Critical) ทาง
การศกึ ษา
6. ก่อให้เกดิ ความยตุ ิธรรม เพราะวิธรี ะบบเปน็ วิธกี ารที่ปราศจากความลาเอยี ง
7. เป็นเครอื่ งมอื ท่ชี ว่ ยผบู้ ริหารในการตัดสนิ ใจ
8. ชว่ ยผูบ้ รหิ ารในการตัดสินค่านิยมและนโยบายภายใต้กรอบความรับผดิ ชอบ
6. วธิ ดี าเนนิ การพฒั นาการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
6.1 การพัฒนานวัตกรรมระยะที่ 1 การศึกษาสภาพและแนวทางการดาเนินการบริหารงาน
โรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคม
1. ศกึ ษาเอกสาร ตารา งานวิจัยที่เก่ยี วขอ้ งเกย่ี ว
1.1 แหล่งข้อมูล ผู้ศึกษา ศึกษาเอกสาร ตารา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแนวคิด ทฤษฎี
วงจรคุณภาพ PDCA การประกันคุณภาพการศึกษา การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน หลักธรรมาภิบาลใน
การบริหารองค์กร ทฤษฎีระบบ รวบรวมขอ้ มูลด้วยการบันทึกเอกสาร นาข้อมูลมาวิเคราะห์เนื้อหา (Content
Analysis)
2. สอบถามโดยใช้แบบสอบถามเกีย่ วกับสภาพการบรหิ ารงานโรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคม
2.1 ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม 80 คน
นักเรียน จานวน 1,800 คน ผู้ปกครองนักเรียน จานวน 1,800 คน คณะกรรมการสถานศึกษา 13 คน ผู้นา
องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน รวม 9 คน รวม 3,702 คน
2.2 กลุ่มตัวอยา่ งท่ีใชใ้ นการศกึ ษา ได้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม 66 คน
นกั เรยี น จานวน 317 คน ผปู้ กครองนักเรียน จานวน 317 คน คณะกรรมการสถานศึกษา 13 คน ผู้นาองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 9 คน รวม 722 คน ได้โดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Random
Sampling) กาหนดขนาดกลุ่มตัวอยา่ งโดยใชต้ ารางสาเร็จรปู ของ เครจซี; และมอร์แกน (Krejcie; & Morgan.
1970: 604 – 610).
รูปแบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 31
2.3 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพการบริหารงาน
โรงเรยี นหนองเสือวิทยาคม แบง่ ออกเป็น 3 ตอน ดังน้ี
ตอนที่ 1 ข้อมลู ท่วั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 ความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพการบริหารงานโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม มี
ลักษณะเป็นแบบมาตรสว่ นประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั ตามวิธีของ ลเิ คริ ท์ (Likert. 1967: 179)
ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม
3. ศึกษาแนวทางทางการดาเนินการบริหารงานโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม โดยการสัมภาษณ์
ผูเ้ ก่ียวขอ้ ง
3.1 ผู้ให้ข้อมูล ประกอบดว้ ย
1. ผอ.ภักดี คงดา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียน
หนองเสือวิทยาคม ขา้ ราชการบานาญ อดตี ผู้อานวยการเชย่ี วชาญ โรงเรียนหหนองเสอื วิทยาคม
2. ผอ.ดร.สภุ าวดี วงษส์ กุล ข้าราชการบานาญ อดีตผู้อานวยการ โรงเรียนสวน
กุหลาบวิทยาลัย รังสิต
3. นางวรรณา จนั ทร์รักษา ข้าราชการบานาญ อดีตรักษาการ รองผู้อานวยการกลุ่ม
บริหารวิชาการ โรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคม
4. ดร.กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
ปทุมธานี
5. ดร.กิตต์ดิ นัย แจง้ แสงทอง ผู้ช่วยผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ครูชานาญการ
พิเศษ โรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคม
3.2 เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง ( Semi – structured
Interviews)
6.2 การพัฒนานวัตกรรมระยะที่ 2 การพฒั นารูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดย
ใช้ NONGSUA Model
ดาเนนิ การสร้าง และตรวจสอบรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA
Model แบ่งการดาเนนิ งานออกเป็น 2 สว่ น ดงั นี้
สว่ นที่ 2.1 การยกรา่ งรูปแบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
นาผลการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ประกอบการยกร่างรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือ
วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model ดังน้ี
1. ประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิด ทฤษฎีวงจรคุณภาพ PDCA การประกันคุณภาพ
การศึกษา การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน หลักธรรมาภิบาลในการบริหารองค์กร ทฤษฎีระบบ จาก
การศกึ ษาและวิเคราะหเ์ อกสาร (Content Analysis) การสังเคราะหอ์ งคค์ วามรู้ (Content Synthesis)
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 32
2. ผลการวิเคราะห์ความคดิ เห็นเกี่ยวกบั สภาพการดาเนินการบริหารงานโรงเรยี นหนอง
เสือวทิ ยาคม
3. สัมภาษณผ์ ู้ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั การบริหารงานโรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคม
4. นาขอ้ มูลข้างต้นมาวิเคราะห์หาข้อสรปุ ร่วม จดั ทาเป็นกรอบในการยกร่างรูปแบบการ
บริหารโรงเรยี นหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
5. นาร่างรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model ท่ี
สรา้ งขึ้นปรกึ ษา ดร.กอบวิทย์ พิริยะวฒั น์ ศึกษานเิ ทศ สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี และ
ดร.กิตตดิ์ นยั แจง้ แสงทอง ผู้เชย่ี วชาญด้านการจดั ทานวัตกรรม เพือ่ พิจารณาความเหมาะสมและการใช้ภาษา
และนาขอ้ เสนอแนะไปปรบั ปรงุ แก้ไขใหส้ มบูรณ์ยิ่งขึน้ จัดทาเป็นรปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคม
โดยใช้ NONGSUA Model
ส่วนที่ 2.2 การตรวจสอบรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA
Model
ในการตรวจสอบรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
ใช้กระบวนการสมั ภาษณเ์ ชิงลึกผูเ้ ชี่ยวชาญทีม่ ีความรู้ประสบการณเ์ กี่ยวกับการบรหิ ารสถานศึกษา เพื่อยืนยนั
ความเหมาะสม ความถกู ตอ้ ง ความเปน็ ไปได้ และความเปน็ ประโยชน์ ดาเนนิ การดังน้ี
1. กลมุ่ ผ้ใู ห้ข้อมลู
กลุม่ ผใู้ ห้ข้อมลู ในการตรวจสอบรปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้
NONGSUA Model จานวน 5 คน ไดม้ าโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) ดังน้ี
1. ผอ.ภกั ดี คงดา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
โรงเรยี นหนองเสือวิทยาคม ขา้ ราชการบานาญ อดตี ผูอ้ านวยการเชย่ี วชาญ โรงเรยี นหหนองเสือวทิ ยาคม
2. ผอ.ดร.สุภาวดี วงษส์ กลุ ข้าราชการบานาญ อดีตผู้อานวยการ โรงเรียน
สวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั รงั สติ
3. นางวรรณา จนั ทร์รกั ษา ข้าราช การบ านาญ อดีตรักษาการ ร อ ง
ผอู้ านวยการกลุม่ บริหารวิชาการ โรงเรยี นหนองเสือวิทยาคม
4. ดร.กอบวทิ ย์ พริ ิยะวฒั น์ ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มัธยมศึกษาปทุมธานี
5. ดร.กิตตดิ์ นัย แจ้งแสงทอง ผู้ช่วยผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ครู
ชานาญการพิเศษ โรงเรียนหนองเสอื วิทยาคม
2. เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามแบบกึ่งมโี ครงสร้าง (Semi
– Structured Interview) เพื่อตรวจสอบและยืนยันรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้
NONGSUA Model มรี ายละเอยี ด 3 ตอน ดังน้ี
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 33
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ทัว่ ไปของผูท้ รงคุณวุฒิ
ตอนที่ 2 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อรูปแบบการ
บริหารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
ตอนที่ 3 ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนอง
เสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model ในด้านความเหมาะสม ความถูกต้อง ความเป็นไปได้ และความเป็น
ประโยชน์
6.3 การพัฒนานวัตกรรมระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม
โดยใช้ NONGSUA Model
ทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model เพื่อให้
ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถดาเนินการเกี่ยวกับขับเคลื่อน
สถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการ
ศึกษา นักเรยี น ผ้ปู กครอง และชุมชน แล้วนาไปปรบั ปรงุ แก้ไข เพอื่ ให้ไดน้ วัตกรรมการบรหิ ารท่ีมีความสมบูรณ์
พร้อมทจ่ี ะนาไปใชใ้ นการพัฒนาสถานศึกษาต่อไป ดังน้ี
1. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้
NONGSUA Model โดยการประชุมผูท้ ่มี สี ่วนเกย่ี วข้อง
2. กลุ่มบรหิ ารงาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ดาเนนิ งานตามรปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือ
วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
3. กากับ นิเทศ ติดตาม ผลการการดาเนินงานตามรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือ
วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model โดยผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา และผทู้ ไี่ ด้รบั การแต่งตง้ั มอบหมาย
4. นาผลการกากับ นิเทศ ติดตาม ตามประชุมหาข้อสรุป เพื่อนาไปปรับปรุงรูปแบบการ
บริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model โดยมี ดร.กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ศึกษานิเทศก์
สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษาปทุมธานี และ ดร.กิตติด์ นัย แจ้งแสงทอง ผเู้ ชีย่ วชาญใหค้ าปรึกษา
6.4 การพัฒนานวตั กรรมระยะท่ี 4 การสรปุ ผลและการพฒั นาต่อยอดนวัตกรรม
การสรุปผลและการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมรปู แบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคมโดยใช้
NONGSUA Model ไดเ้ สนอไว้ 3 ขัน้ ตอน ดงั นี้
2.1 ขนั้ เตรยี มการ
2.1.1 เตรียมความพร้อมด้านข้อมูลประกอบการจัดทาแผนปฏิบัติการประจาปีงบประมาณ
พ.ศ. 2565
- ศึกษากรอบนโยบายและทิศทางการจัดการศึกษารัฐบาลของกระทรวงศึกษาธิการ
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษา ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวดั
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 34
- ศกึ ษาความคดิ เห็นของผูม้ ีส่วนได้ส่วนเสยี
- ศึกษาความต้องการ ความจาเป็น ปญั หาอปุ สรรค ข้อเสนอแนะของสานักงานเขตพืน้ ท่ี
- ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA
Model
2.1.2 จัดทาโครงการ / แต่งตั้งคณะทางานจัดทาแผนปฏิบัติการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.
2565
2.2. ขนั้ ดาเนนิ การ
2.2.1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทา (ร่าง)แผนปฏิบัติการประจาปีงบประมาณ พ.ศ.
2565 โดยบูรณาการรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
- ศกึ ษาสถานภาพของโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคม
- กาหนดทิศทางการพฒั นาสถานศึกษา วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด
ความสาเรจ็
- กาหนดกรอบแนวทางการพัฒนา โครงการ/กิจกรรม/งบประมาณ
- จัดทา (ร่าง) แผนปฏบิ ตั ิการ ประจาปงี บประมาณ
2.2.2 จดั ประชุมเชิงปฏิบัตกิ ารเพ่ือปรับร่างแผนปฏิบตั กิ ารประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
- วิเคราะห์ความสอดคล้องโครงการ กิจกรรม งบประมาณประจาปี กับนโยบายรัฐบาล
กระทรวงศึกษาธิการ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน ความต้องการจาเป็นของสานักงานเขต
พนื้ ท่กี ารศึกษา และรูปแบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
- จัดทาเอกสารแผนปฏบิ ัตกิ ารประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
2.2.3 นาเสนอแผนปฏิบัติการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่มีการบูรณาการ รูปแบบ
การบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
พิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ
2.3 ขั้นสรปุ ผล ประเมินผลและรายงาน
2.3.1 จัดท ารูปเล่มแผนปฏิบัติการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และเผยแพร่
ประชาสัมพนั ธ์เพ่อื นาแผนสู่การปฏิบัติ
2.3.2 ติดตามประเมนิ ผล และรายงานผลการดาเนนิ งาน
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 35
7. รปู แบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
เมื่อได้รับข้อเสนอแนะและประเมินความเหมาะสม ความถูกต้อง ความเป็นไปได้และความเป็น
ประโยชนข์ องรปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model จากผ้ทู รงคณุ วุฒิ และ
ผลจากการทดลองใช้รูปแบบ จึงดาเนินการปรับปรุงรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้
NONGSUA Model ดังภาพประกอบ 5
ภาพประกอบ 5 รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
จากภาพประกอบ 5 รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
ประกอบดว้ ย
1. N: Network สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษา หมายถึง การรวมกลุ่มบุคคลหรือ
หน่วยงานในการจัดตั้งเครือข่ายและจัดระบบการทางานของเครือข่ายให้สามารถร่วมมือกันในการดาเนิน
กิจกรรมต่าง ๆ เก่ยี วกับการพฒั นาโรงเรยี นหนองเสอื วิทยาคม ได้อย่างราบรืน่ และมีประสิทธภิ าพ
2. O: Opportunity แสวงหาโอกาสในการพัฒนาตามจุดเน้น หมายถึง การที่มองเห็นและสามารถ
ใช้ประโยชน์จากโอกาสท่ีมีในการพัฒนาตามจุดเนน้ ของสถานศึกษา รวมถงึ ปัจจัย สภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการ
เกดิ และการดาเนินงานของสถานศกึ ษาใหป้ ระสบความสาเรจ็
3. N: Need Assessment ประเมนิ ความต้องการจาเป็น หมายถึง กระบวนการประเมินเพื่อกาหนด
ความแตกต่างของสภาพที่เกิดขึ้น กับสภาพที่ควรจะเป็นโดยระบุสิ่งที่ต้องการให้เกิดว่ามีลักษณะ เช่นใด และ
ประเมินสงิ่ ที่เกิดข้ึนจรงิ วา่ มีลกั ษณะเชน่ ใด
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 36
4. G: Good Governance มุ่งประเด็นตามหลักธรรมาภิบาล หมายถึง การดาเนินงานโดยยึดหลัก
พื้นฐาน 6 ประการ ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักความมีส่วนร่วม หลักความ
รับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า รวมถึงการน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดาเนินงาน/กิจกรรม
ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน
5. S: Systematic บริหารจัดการด้วยระบบที่ดี หมายถึง มีกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยนาเข้า
ออกแบบกระบวนการในการปฏิบัติงาน และคาดคะเนผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต รวมถึงตระหนักถึง
ผลกระทบตา่ ง ๆ ที่จะเกดิ มีระบบในการติดตาม ตรวจสอบ ใหผ้ ลยอ้ นกลบั ของการดาเนินงานเป็นระยะๆ
6. U: Using Technology ใชเ้ ทคโนโลยีในการจัดการเรยี นรูแ้ ละการบรหิ าร หมายถึง สถานศกึ ษามี
การจัดหา พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจดั การสถานศึกษา การอานวยความสะดวกในการ
จดั การเรยี นรู้
7. A: Accreditation มวี ัฒนธรรมองค์กรในการทางานอย่างยั่งยืน หมายถงึ สถานศึกษามวี ฒั นธรรม
องค์กร มีกระบวนการทางาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ การสืบทอดประเพณี วัฒนธรรมที่ดีในองค์กรอย่าง
ยัง่ ยืน เกดิ คา่ นิยมองค์กร
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model ถูกขับเคลื่อนด้วยวงจร
คุณภาพของเดมมิ่ง (PDCA) ประกอบด้วย การวางแผน (Plan: P) การดาเนินการตามแผน (Do: D)
การตรวจสอบ (Check: C) และ การแกไ้ ขปรับปรุง (Act: A) เพื่อใหก้ ารบริหารคุณภาพการศึกษาถึงเป้าหมาย
คอื NUASONG (เหนอื สอง) ส่งผลให้เกิดผลลพั ธ์กับนกั เรยี น สถานศึกษาและผู้บริหาร ครแู ละบุคลากรทางการ
ศกึ ษาทเี่ ชอ่ื มโยงกับระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ดงั น้ี
• ผลที่เกดิ ขึ้นกับนกั เรียน
o N: Nice human begin เป็นคนดี มคี ุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ ดารงชีวิตอย่างมคี วามสขุ
o U: Unity มีความสามัคคี รกั เพ่อื น นับถือพ่ี ดแู ลน้อง
o A: Achievement มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นและมีสมรรถนะท่ีดี
• ผลที่เกดิ ขึน้ กับสถานศึกษาและผบู้ ริหาร
o S: Standardized ด าเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานที่ก ากับการด าเนินงานของ
สถานศกึ ษา
o O: Outstanding Innovations มนี วตั กรรมทีโ่ ดดเดน่ ในการบริหารสถานศึกษา
• ผลที่เกดิ ขน้ึ กับครู
o N: Nice Teacher เปน็ ครูที่ดี มจี รรยาบรรณวิชาชีพ มคี วามเป็นกลั ยาณมติ ร
o G: Good Practice มีการปฏิบตั ทิ ีด่ ใี นการจดั การเรียนการสอนทีเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ
และมสี มรรถนะในวิชาชีพครู
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 37
8. เอกสารอ้างอิง
กรมวชิ าการ. (2544). การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน ลาดับที่
1. กรงุ เทพฯ: สานกั ทดสอบทางการศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2559, 11 ตุลาคม). ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่อื ง ใหใ้ ชม้ าตรฐานการศกึ ษาขั้น
พื้นฐานเพอ่ื การประกนั คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา.
_______. (2561, 20 กมุ ภาพนั ธ์). กฎกระทรวง การประกนั คณุ ภาพการศึกษา พ.ศ. 2561.
_______. (2561, 6 สิงหาคม). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย
ระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน และระดบั การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานศูนยก์ ารศึกษาพิเศษ.
กติ ติ์ดนยั แจง้ แสงทอง. (2564). รูปแบบการบริหารการประกนั คุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. (การบริหารการศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยนอรท์ กรงุ เทพ
กิตมิ า ปรีดดี ิลก. (2529). การบรหิ ารและการนิเทศการศกึ ษาเบอื้ งต้น. กรุงเทพ ฯ : อกั ษราพิพฒั น.์
จนั ทรานี สงวนนาม. (2545). ทฤษฎีและแนวคดิ ในการบรหิ ารสถานศกึ ษา. กรุงเทพฯ : บุ๊ค พอยท์.
จินตนา กาญจนวิสุทธิ์. (2547). ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของปัจจัยบ่งชี้คุณภาพของวิทยาลัยเทคนิค.
วทิ ยานิพนธ์ คอ.ด. (การบริหารอาชวี ศึกษา). กรุงเทพฯ: สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ เจ้าคุณทหาร
ลาดกระบงั .
จารัส นองมาก. (2545). “การประกันคุณภาพการศึกษา”. วารสารปฏริ ปู . (เมษายน 2545): 56 – 57.
บญุ ชม ศรีสะอาด. (2535). การวจิ ยั เบือ้ งตน้ . พิมพค์ ร้งั ท่ี 3. กรงุ เทพฯ: สุวรี ิยาสาส์น.
บุญส่ง หาญพานิช. (2546). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษาไทย.
วทิ ยานิพนธ์ ค.ด. (อดุ มศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑติ วทิ ยาลัย จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั
พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์. และ สุชาติ กิจพิทักษ. (2545). ชุดฝึกอบรมครู: ประมวลสาระบทที่ 4 เรื่องการ
ประกนั คุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ: สานักงานปฏิรูปการศึกษา.
พรจันทร์ พรศักดิ์กุล. (2550). รูปแบบกระบวนการงบประมาณของโรงเรียนที่บริหารงบประมาณแบบใช้
โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
วิทยานิพนธ์ กศ.ด. (การบริหารการศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ
โรฒ.
วสิ ทุ ธิ์ วิจติ รพชั ราภรณ์. (2547). การพฒั นารปู แบบการจดั การศึกษาแบบกระจายอานาจในสถานศึกษาขั้น
พนื้ ฐานตามแนวทางพระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542. วิทยานิพนธ์ ค.ด. (การบรหิ าร
การศกึ ษา). กรุงเทพฯ: คณะครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. (2540). เอกสารการสอนชุดระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการศึกษา หน่วย
ท่ี 1 – 8. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 15. นนทบรุ :ี มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช.
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 38
เยาวทิวา นามคุณ; และ ฤตินันท์ สมุทร์ทัย. (2559). การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับการประกันคุณภาพ
ภายใน. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลยั ฟาร์อีสเทอรน์ . 10(3): 56.
รุ่ง แก้วแดง. (2543). ปฏิบัติการศึกษาไทย. กรุงเทพฯ: สานกั พิมพ์มติชน.
เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ. (2545). การจัดการคุณภาพ: จาก TQC ถึง TQM, ISO 9000 และการประกัน
คณุ ภาพ. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2. กรงุ เทพฯ: บพธิ การพิมพ์.
วาโร เพ็งสวสั ด.ิ์ (2553). “การวจิ ัยพัฒนารูปแบบ”. วารสารมหาวทิ ยาลัยราชภัฏสกลนคร. 2(4): 1 – 16.
ศิรชิ ยั ชนิ ะตังกรู . (2527). รายงานการวจิ ัยการวิเคราะห์อตั ราส่วนนักเรียนต่อครูของโรงเรียนประถมศึกษา
ท่ีเหมาะสม. กรงุ เทพฯ: สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาต.ิ
สิริกาญจน์ ธนวุฒิพรพินิต. (2560). การประกันคุณภาพการศึกษา (Education Quality Assurance).
กรุงเทพฯ: คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นอรท์ กรงุ เทพ.
สมุ าลี จนั ทร์ชลอ. (2545). ความรูท้ ่ัวไปเก่ียวกับการประกนั คุณภาพภายในสถานศกึ ษา. กรุงเทพฯ: คณะครุ
ศาสตรอ์ ุตสาหกรรม มหาวทิ ยาลยั พระจอมเกล้าธนบุ ร.ี
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2543). พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรงุ เทพฯ:
พริกหวานกราฟฟคิ .
อุทัย บุญประเสริฐ. (2542). รายงานการวิจัยการศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของ
สถานศึกษาในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: สานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาแห่งชาติ.
Deming, W. Edwards. (1982). Out of Crisis. Cambridge. Mass.: Massachusetts Institute of
Technology, Center for Advance Educational Services.
King Prajadhipok’s Institute. (2013). 10 Ethical Principle: Indicators for Good Governance
(ทศธรรมตัวช้วี ัดการบรหิ ารกจิ การบ้านเมืองท่ดี )ี . Bangkok: Thammada Press.
Krejcie, R. V.; & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size of Research Activities.
Educational and Psychological Measurement. 30(3): 607-640.
Likert, R. (1967). The Human Organization: Its Management and Value. New York: McGraw
Hill.
Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2004). Principle of
Corporate Governance. [Online]. Retrieved January 25,2021 from
http://www.oecd.org/daf/ca/corporategovernanceprinciples/42107649.pdf
Stufflebeam, D.L., et al. (1971). Educational Evaluation and Decision Making. Illinois: Peacock
Publishers. Inc.
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 39
การใชร้ ูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสอื วิทยาคม : NONGSUA Model
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model ได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็น
รูปแบบในการบริหารคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม ที่มีบริบทและปัจจัยในการ
ประสบความสาเร็จที่ท้าทายความสามารถของผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบกับสถานการณ์ COVID – 19 ที่
ไม่ปกตใิ นปจั จุบัน มีรูปแบบในการดาเนนิ การดงั นี้
ภาพประกอบ 6 แนวทางการใชร้ ปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
รูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 40
การนานวตั กรรมการบรหิ ารรูปแบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
ไปใช้ดาเนินการขับเคลื่อนสถานศึกษา โดยกาหนดเป็นนโยบายให้กลุ่มบริหารงานของโรงเรียนทั้ง 4 กลุ่ม
บริหารงาน ได้แก่ กลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริหารงบประมาณและงานบุคคล กลุ่มบริหารทั่วไป และกลุ่ม
บริหารกิจการนักเรียน ดาเนินงานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาตามโครงการและกิจกรรมที่ระบุไว้ใน
แผนปฏิบัตกิ ารประจาปีของโรงเรียน และเพื่อให้ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ความเข้าใจ
และสามารถดาเนินการเกี่ยวกับขับเคลื่อนสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้รูปแบบการบริหาร
โรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model ดาเนินการดังน้ี
1. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้
NONGSUA Model โดยการประชมุ ผูท้ มี่ ีส่วนเกยี่ วข้อง
2. กลุ่มบริหารงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ดาเนินงานตามรูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือ
วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model
3. กากบั นิเทศ ตดิ ตาม ผลการการดาเนินงานตามรูปแบบการบริหารโรงเรยี นหนองเสือวิทยาคม
โดยใช้ NONGSUA Model โดยผู้บรหิ ารสถานศึกษา และผู้ทไ่ี ดร้ บั การแตง่ ตั้งมอบหมาย
4. นาผลการกากับ นิเทศ ติดตาม ตามประชุมหาข้อสรุป เพื่อนาไปปรับปรุงรูปแบบการบริหาร
โรงเรยี นหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model โดยมี ดร.กอบวิทย์ พริ ยิ ะวฒั น์ ศกึ ษานิเทศก์ สานกั งาน
เขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาปทมุ ธานี และ ดร.กิตตด์ิ นัย แจ้งแสงทอง ผ้เู ช่ยี วชาญใหค้ าปรกึ ษา
รูปแบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model มีแนวคิดในการขับเคลื่อน
การดาเนินงานภายใต้กระบวนการ PDCA เพื่อให้การบริหารคุณภาพการศึกษาถึงเป้าหมาย คือ NUASONG
(เหนือสอง) โดยใช้คาว่า “NONGSUA” ซ่ึงเป็นชือ่ ภาษาอังกฤษของโรงเรยี น ทต่ี ัวอกั ษรแต่ละตัวประกอบด้วย
7 องคป์ ระกอบ คือ
1. การสรา้ งเครอื ขา่ ยความรว่ มมอื ทางการศึกษา (N: Network)
2. การแสวงหาโอกาสในการพฒั นาตามจุดเนน้ (O: Opportunity)
3. การประเมินความตอ้ งการจาเป็น (N: Need Assessment)
4. การมุ่งประเดน็ ตามหลักธรรมาภิบาล (G: Good Governance)
5. การบริหารจัดการดว้ ยระบบท่ีดี (S: Systematic)
6. การใช้เทคโนโลยีในการจดั การเรียนรู้และการบริหาร (U: Using Technology)
7. การมีวฒั นธรรมองค์กรในการทางานอยา่ งยง่ั ยนื (A: Accreditation)
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 41
การดาเนนิ งานดา้ นการสร้างเครือขา่ ยความรว่ มมือ
ทางการศึกษา (N: Network)
โรงเรียนหนองเสือวิทยาคมดาเนินการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนา
คุณภาพการศึกษา ดงั น้ี
1. โรงเรียนหนองเสือวิทยาคมร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดการศึกษาระบบ
ธนาคารหน่วยกิต (MOU) ระดับปริญญาตรีระหว่างมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ปทุมธานี เพื่อร่วมมือดาเนินงานโครงการกระบวนการเรียนรู้
ตลอดชีวิตในระบบเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ (ธนาคาร
หน่วยกิต) ระดับปริญญาตรี ซึ่งโรงเรียนได้รับงบประมาณจัดซ้ือ
วัสดุครุภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน และได้รับ
งบประมาณในการจัดซื้อวัสดุในรูปของสื่อการเรียนการสอน
หนังสือประกอบการเรียน โครงการความร่วมมือทางวิชาการกับคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี โดยร่วมกันจัดการศึกษาให้กับนกั เรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และ
เทคโนโลยี (MOU) โครงการความร่วมมือทางวิชาการหลักสูตรทวิศึกษา กับวิทยาลัยการอาชีพหนองแค
โรงเรียนหนองเสือวทิ ยาคม ได้ทาบนั ทกึ ข้อตกลงความ
ร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี (สสวท.) ในเรื่องโครงการโรงเรียนคณุ ภาพ
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีตาม
มาตรฐานของ สสวท. โดยโรงเรยี นไดร้ ับการสนับสนุน
สื่อการสอนอิเล็กทรอนิค เป็นบทเรียนออนไลน์ใน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับชั้น
รปู แบบการบริหารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 42
มัธยมศึกษาตอนปลายทุกรายวชิ า เปน็ เครอื งขา่ ยหอ้ งเรยี นพันธมติ ร กบั สถาบันปญั ญาภวิ ัฒน์ PIM ในโครงการ
หลกั สูตรความร่วมมือพฒั นาหอ้ งเรียนพนั ธมิตร (School Partner Classroom Development Section)
2. บุคลากรของโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม
มีความรู้ ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการวางแผน
ดาเนินการตรวจสอบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการ
ประชุมครูประจาเดือน เพื่อเป็นการสร้างเครือข่าย
ความร่วมมือทางการศึกษา โรงเรียนดาเนินการ
ประชุมครูประจาเดือนและในสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรค COVID – 19 โรงเรียนใช้โปรแกรม
Microsoft Teams โดยถา่ ยทอดการประชมุ จากห้องวหิ ารคุณ เปน็ ตน้
3. ผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริมสนับสนุน
เครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ให้มีความ
เข้มแข็ง โรงเรียนดาเนินการการขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้
คาแนะนาอย่างสม่าเสมอ มีการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ( PLC)
ในโรงเรยี น
4. โรงเรียนสรา้ งเครือขา่ ยความรว่ มมอื ทางการศึกษา ผู้ปกครอง ชมุ ชน และผูม้ สี ว่ นเก่ียวข้องมีความรู้
ความเข้าใจและมีส่วนร่วมใน
การในวางแผน ดาเนินการ
ตรวจและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ผู้บริหารสถานศึกษามีการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อน
ผลการพัฒนาโรงเรียนให้มีผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบ มี
การประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อกากับและส่งเสริมกิจกรรมของสถานศึกษา และรายงานผลการ
ดาเนนิ งานตามแผนงานของสถานศึกษา ใหค้ วามเห็นชอบการดาเนินโครงการ การย้ายครู การรบั นกั เรียน การ
ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา และรายงานการดาเนินงานการ
จัดการเรียนการสอนระบบออนไลน์ ในสถานการณ์ COVID -
19 โดยมีนายภักดี คงดา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพนื้ ฐาน เป็นประธานการประชุม
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรยี นหนองเสอื วิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 43
5. โรงเรียนสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับร้านค้าต่าง ๆ เช่น การเปิดเครดิต กับบริษัท ดูโฮม จากัด
(มหาชน) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จากัด (มหาชน) เพื่ออานวยความสะดวกในการดาเนินงานของกลุ่ม
บริหารงบประมาณและงานบคุ คล งานพัสดเุ ก่ยี วกบั การจัดซือ้ จัดจ้าง และงานการเงินในเรื่องการเบกิ จ่ายเงนิ
6. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับธนาคารออมสินในการเปิดธนาคารโรงเรียน เป็นการส่งเสริมให้
นักเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียนรู้จักประหยัดอด
ออม และยังช่วยอานวยความสะดวกให้กับการบริหาร
จัดการงานภายในโรงเรียน เช่น การจ่ายเงิน
ปัจจัยพื้นฐานให้กับนักเรียนโดยการโอนเข้าบัญชีใน
ธนาคารโรงเรียน เพอื่ ลดเวลาในการจา่ ยเงนิ
7. สถานีตารวจภูธรอาเภอหนองเสือให้ความ
อนุเคราะห์โดยจัดเจ้าหน้าที่ตารวจจราจรมาอานวย
ความสะดวก ดูแลความสงบ เรียบร้อย สร้างความ
ปลอดภัยให้แก่นักเรียนทั้งภายในและภายนอก
สถานศึกษา โดยดูแลความปลอดภัย บริเวณลานจอด
รถรับสง่ และตรวจการณ์บริเวณโรงเรียน
8. สานักงานขนส่งจังหวัดปทุมธานี สาขาอาเภอ
คลองหลวง อบรมให้ความรู้และออกใบอนุญาตขับข่ี
รถจักรยานยนต์ให้กับนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป
เป็นการเพิ่มความรู้ ทักษะ ให้นักเรียนได้นาไปปรับใช้จริง
สร้างความมน่ั ใจแก่นกั เรยี น ผูป้ กครอง และโรงเรยี น
9. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมผู้ปกครองและครู สมาคม
ศิษย์เก่าโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม คณะกรรมการ
เครือข่ายผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็น
เครือข่ายและพันธมิตรทางความรู้ และความร่วมมืออย่าง
ต่อเนื่อง ซึ่งได้ให้การยอมรับ มีความศรัทธาจึงให้การสนับสนุนกิจการของโรงเรียน ทาให้เกิดความร่วมมือใน
การพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ สภาพแวดล้อมและภมู ิทัศน์ของโรงเรยี นได้รบั
การเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน อาทิเช่น
การตัดแต่งต้นไม้ การทาสวนหย่อม การ
สนับสนุนซุ้มศาลาพักผ่อน การแก้ปัญหาน้าไม่
ระบายบริเวณโรงเรียน การปรับปรุงระบบ
ไฟฟ้าของโรงเรียน การปรับปรุงภูมิทัศน์
รปู แบบการบรหิ ารโรงเรียนหนองเสือวิทยาคมโดยใช้ NONGSUA Model | 44
โรงเรียนโดยรอบ การมอบถังขยะไว้บริการผู้ปกครองและนักเรียน และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้ือ
ไวรสั โควิด 19 โรงเรยี นได้รับมอบเจลแอลกอฮอล์ หนา้ กากอนามยั และการพน่ ยาฆ่าเช้ือบริเวณโรงเรียนอย่าง
ตอ่ เน่อื ง ท้งั หมดนล้ี ว้ นได้รับความอนุเคราะหจ์ ากทุกภาคส่วน ทาใหโ้ รงเรยี นเกิดการพัฒนาและเป็นโรงเรียนท่ี
นา่ ดู นา่ อยู่ นา่ เรยี น