The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมบทความ Proceedinga สถาปนาคณะ 67 ปี (27 ม.ค.64).doc

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ntknight478, 2021-02-02 22:28:08

รวมบทความ Proceeding สถาปนาคณะ 67 ปี

รวมบทความ Proceedinga สถาปนาคณะ 67 ปี (27 ม.ค.64).doc

รายงานสืบเนอ่ื งการสมั มนาวิชาการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 67

ตอนท่ี 2 สภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน จำนวน 8 ขอ้ ไดแ้ ก่ 1) ด้านอัตรากำลังและปรมิ าณงาน
2) ด้านการบริหารจดั การในการทำงาน 3) ด้านคา่ ตอบแทนท่ีได้รับคุ้มค่า 4) ด้านการปฏิบัติงานนอกสถานที่นอกเวลาทำงาน
5) ด้านความเหน่ือยล้าจากการเดินทางทำงาน 6) ด้านการบริหารเวลา 7) ด้านผลกระทบจากความไม่สมดุลระหว่างชีวติ กับ
การทำงาน และ 8) ดา้ นการจัดสรรเวลา ดงั น้ี

1) ดา้ นอัตรากำลงั และปริมาณงาน
- ท่านมคี วามคดิ เหน็ อยา่ งไรต่ออัตรากำลังและปรมิ าณงานท่ไี ด้รับมอบหมาย

2) ดา้ นการบริหารจดั การในการทำงาน
- ทา่ นมีความยดื หยุ่นในการบรหิ ารจดั การในการทำงานของท่านให้ประสบความสำเรจ็ อยา่ งไร

3) ดา้ นค่าตอบแทนทไี่ ดร้ บั คุม้ คา่
- ท่านมคี วามคิดเห็นว่า คา่ ตอบแทนท่ีไดร้ ับมคี วามคมุ้ คา่ หรอื ไม่ อยา่ งไร

4) ด้านการปฏบิ ัติงานนอกสถานที/่ นอกเวลาทำงาน
- ท่านมีความคดิ เห็นต่อการปฏิบัติงานนอกสถานท่ี นอกเวลาทำงานอยา่ งไร

5) ด้านความเหนอ่ื ยลา้ จากการเดินทางทำงาน
- ทา่ นมีความเหนอ่ื ยลา้ จากการเดินทาง/ทำงาน หรือไม่

6) ด้านการบรหิ ารเวลา
- ทา่ นคิดวา่ ตัวเองสามารถบริหารเวลาใหเ้ กิดความสมดุลระหว่างชีวติ กับการทำงานแลว้ หรือไม่ อยา่ งไร

7) ด้านผลกระทบจากความไมส่ มดลุ ระหว่างชวี ติ กับการทำงาน
- ความไมส่ มดลุ ระหวา่ งชวี ิตกบั การทำงานสง่ ผลกระทบดา้ นใดบ้าง

8) ด้านการจดั สรรเวลา
- ท่านมีการจดั สรรเวลาใหก้ บั ตวั คุณเองและการทำงานอย่างไร

ตอนท่ี 3 สภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกบั การทำงานทมี่ ีผลต่อความสัมพนั ธ์ในครอบครวั จำนวน 7 ข้อ ได้แก่
1) ด้านวิธีการจัดสรรเวลา 2) ด้านการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว 3) ด้านการทำงานส่งผลกับความขัดแย้งภายในครอบครัว
4) ด้านรายได้ในการดูแลสมาชิกในครอบครัว 5) ด้านการบริหารเวลา และ 6) ด้านการลางานมาดูแลครอบครัว 7) ด้าน
การสนบั สนุนจากครอบครวั

1) ดา้ นวิธีการจัดสรรเวลา
- ทา่ นมวี ธิ ีการท่ีจะจดั สรรเวลาระหวา่ งการทำงานและการใช้ชวี ติ ให้เกดิ ความสมดุลอย่างไร

2) ดา้ นการใช้เวลาร่วมกบั ครอบครัว
- ท่านมคี วามคดิ เหน็ วา่ ท่านมกี ารใชเ้ วลาร่วมกับครอบครวั เพียงพอหรอื ไม่

3) ด้านการทำงานสง่ ผลกบั ความขัดแย้งภายในครอบครัว
- ทา่ นมีความคิดเห็นว่าการทำงานส่งผลใหเ้ กดิ ความขดั แย้งภายในครอบครัวหรือไม่

4) ดา้ นรายได้ในการดูแลสมาชิกในครอบครัว
- ท่านมคี วามคดิ เห็นว่า ทา่ นมรี ายไดเ้ พยี งพอในการดูแลเล้ียงดูสมาชกิ ภายในครอบครวั หรอื ไม่

5) ดา้ นการบริหารเวลา
- ท่านมีการบริหารเวลาใหต้ ัวท่านเองกับครอบครัวอยา่ งไร

6) ดา้ นการลางานมาดูแลครอบครวั
- ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรหากท่านต้องลางานมาดูแลครอบครัวสมาชิกในครอบครัวสนับสนุนชีวิต

การทำงานของท่าน หรือไม่ อยา่ งไร

400

รายงานสบื เน่ืองการสัมมนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 67

7) ด้านการสนบั สนุนจากครอบครัว
- สมาชกิ ในครอบครัวสนับสนนุ ชวี ิตการทำงานของทา่ นหรอื ไมอ่ ย่างไร

2. การตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือวิจัย ผู้วิจัยได้ทำการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นของเครื่องมือท่ีสร้างข้ึนก่อน
นำไปใช้ และทำการตรวจสอบคุณภาพ โดยขอคำปรึกษาจากอาจารย์ท่ีปรึกษา เพ่ือตรวจสอบความตรงเนื้อหาของแบบ
สัมภาษณ์ (Content validity) และแนวทางท่ีครอบคลุมของคำถาม และทำการแก้ไขข้อบกพร่องต่อไป ใช้วิธีการสัมภาษณ์
เชิงลกึ ซ่ึงการสัมภาษณผ์ ู้วิจยั จะพดู คุยในประเด็นทเี่ ตรียมไวอ้ ยา่ งชัดเจน

3. การเก็บรวมรวมข้อมูล วิจัยคร้ังนี้ใช้วิธีการดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยมีข้ันตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล
ตามลำดับการดำเนนิ งานตา่ งๆ ดังนี้

3.1 ผวู้ ิจัยทำหนังสือขอความอนุเคราะหจ์ ากสาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช ใน
การออกจดหมายขอความอนุเคราะห์ให้ผู้วิจัยเข้าเก็บข้อมูล ระยะเวลาในการเข้าเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือน มกราคม-ตุลาคม
2563 โดยผู้ให้ข้อมูลหลักที่มีคุณสมบัติครบตามจำนวนท่ีต้องการคือ 8 คน โดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักต้องเป็นผู้มีความสมัครใจ
และมคี วามยนิ ยอมในการใหส้ มั ภาษณ์

3.2 ก่อนการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยได้แนะนำตนเอง อธิบายเก่ียวกับโครงการวิจัย วัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูล
ประเด็นที่ต้องสัมภาษณ์ และประโยชน์ที่จะได้รับจากวจิ ัยในครั้งน้ี จากนั้นผู้วิจัยขอให้ผู้ให้สัมภาษณ์กรอกแบบหนังสือแสดง
เจตนายินยอมเข้ารว่ มวจิ ยั (ภาคผนวก ก) และขออนญุ าตบันทึกเสยี งสัมภาษณ์

3.3 ลักษณะการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยเร่ิมสัมภาษณ์โดยมีแนวคำถาม เพื่อให้ผู้ให้ข้อมูลได้แสดงความคิดเห็นอย่าง
อิสระ ไม่ตงึ เครียด จากนั้นผู้วิจัยจงึ สัมภาษณ์แบบเจาะลึกตามแนวคำถามในแบบสัมภาษณ์เชงิ ลึกเฉลี่ยเวลาในการสัมภาษณ์
20 นาที ตอ่ 1 คน ตอ่ 1 คร้ัง

4. การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) โดยให้
ความสำคญั กับมมุ มองของผใู้ ห้ข้อมลู ดังนี้

4.1 ศึกษาข้อมูลที่รวบรวมจากการสัมภาษณ์เชิงลึก จากน้ันจึงทำการถอดเทปคำให้สัมภาษณ์อย่างละเอียด
โดยแยกคำใหส้ มั ภาษณข์ องพนักงานและผูบ้ รหิ าร

4.2 นำเทปมาถอดคำสัมภาษณ์ตามประเด็นท่ีวิจัย แบ่งแยกเป็นกลุ่มตามเนื้อหา ตัวแปร และประเด็นหลัก
ตามทีก่ ำหนดคัดสรรขอ้ มลู ที่ต้องการ และนำขอ้ มูลทไ่ี ด้ทง้ั หมดมาทำการวิเคราะห์ สงั เคราะห์ เพือ่ นำไปสูข่ ้อสรปุ

4.3 การดึงประเดน็ ทเ่ี ช่อื มโยงกับวตั ถปุ ระสงคว์ จิ ยั มาสรุป นำเสนอในรปู แบบของตารางและการพรรณนาความ

ผลการศกึ ษา
ตอนที่ 1 ข้อมูลทางประชากรของผใู้ หข้ ้อมลู
การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนน้ีเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลและคุณลักษณะเฉพาะของพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง จากการ
สัมภาษณ์เชิงลึกข้อมูลทางประชากรของผู้ให้ข้อมูลในภาพรวม พบว่า ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย กลุ่มท่ี 1 ผู้บริหาร เป็นเพศชาย 1 คน
และเพศหญิง 1 คน อายุระหว่าง 31-50 ปี โดยมีสถานภาพ โสด และสมรสโดยมีบุตร จำนวน 2 คน มีการศึกษาระดับปริญญาตรี
ท้ัง 2 คน มีสมาชิกภายในครอบครัวระหว่าง 2-3คน 1 ครอบครัว และสมาชิกระหว่าง 4-5 คน จำนวน 1 ครอบครัว และ
ประสบการณ์ในการทำงานมากกว่า 10 ปี กลุ่มที่ 2 ผู้ปฏิบัติงาน เป็นเพศชาย จำนวน 5 คน และเพศหญิง จำนวน 1 คน อายุ
ระหว่าง 20-30 ปี จำนวน 4 คน รองลงมา คือ อายุระหว่าง 31-40 ปี จำนวน 1 คน และอายุระหว่าง 41-50 ปี จำนวน 1 คน ส่วนใหญ่
มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 4 คน รองลงมาคือ การศึกษาน้อยกว่าปริญญาตรี จำนวน 1 คน และการศึกษาสูงกว่าระดับ
ปริญญาตรี จำนวน 1 คน โดยมีสถานภาพ โสด สมรส และหย่าร้าง จำนวน 2 คน เท่ากัน โดยไม่มีบุตรมากสุด จำนวน 3 ครอบครัว
รองลงมาคือ มีบุตร จำนวน 1 คน จำนวน 2 ครอบครัว และมีบุตรจำนวน 2 คน จำนวน 1 ครอบครัว มีสมาชิกภายในครอบครัว

401

รายงานสบื เนอ่ื งการสัมมนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 67

ระหว่าง 2-3 คน จำนวน 3 ครอบครัว และสมาชิกระหว่าง 4-5 คน จำนวน 3 ครอบครัว และประสบการณ์ในการทำงาน
1-5 ปี จำนวน 3 คน รองลงมาคือ 6-10 ปี จำนวน 2 คน และมากกว่า 10 ปี จำนวน 1 คน

ตารางท่ี 1

จำนวนและร้อยละของข้อมลู ทางประชากรผูใ้ หข้ ้อมลู

ขอ้ มลู ทางประชากร รวม ผู้บริหาร ผู้ปฏบิ ตั งิ าน
จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ
จำนวน รอ้ ยละ
1 12.5 5 62.5
เพศ 1 12.5 1 12.5

ชาย 6 75.0 -- 4 50.0
1 12.5 1 12.5
หญงิ 2 25.0 1 12.5 1 12.5

อายุ -- 1 12.5
2 25.0 4 50.0
20-30 ปี 4 50.0 1 12.5
1 12.5
31-40 ปี 2 25.0 1 12.5 2 25.0
-- 2 25.0
41-50 ปี 2 25.0 2 25.0
1 12.5
ระดบั การศึกษา -- 1 12.5
-- 2 25.0
ตำ่ กวา่ ปรญิ ญาตรี 1 12.5 3 37.5
1 12.5
ปรญิ ญาตรี 6 75.0 1 12.5 3 37.5
3 37.5
สูงกวา่ ปริญญาตรี 1 12.5 --
-- 3 37.5
สถานภาพ 2 25.0 2 25.0
1 12.5
โสด 3 37.5

สมรส 3 37.5

หยา่ ร้าง 2 12.5

จำนวนบตุ ร (ครอบครัว)

2 คน 2 25.0

1 คน 2 25.0

ไม่มีบตุ ร 3 37.5

สมาชกิ ในครอบครวั

2-3 คน 4 50.0

4-6 คน 4 50.0

ประสบการณใ์ นการทำงาน

1-5 ปี 3 37.5

6-10 ปี 2 25.0

มากกวา่ 10 ปี 3 37.5

จากการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่า ผู้บริหารกรรมการ จำนวน 2 คน และผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 6 คน พบว่า ส่วนใหญ่
เพศชาย จำนวน 6 คน เพศหญิง 2 คน โดยเป็นกลุ่มผู้บริหาร เพศชายและหญิง คิดเป็นร้อยละ 12.5 และกลุ่มพนักงาน
มากท่ีสุดเพศชาย จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 62.5 รองลงมา คือ เพศหญิง จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 12.5 อายุของ
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 20-30 ปี จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 50.0 รองลงมาคือ อายุระหว่าง 31-40 ปี และอายุ
ระหว่าง 41-50 ปี จำนวน 2 คน เท่ากัน คิดเป็นรอ้ ยละ 25.0 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ระดับปริญญาตรี จำวน 6 คนคิดเป็น

402

รายงานสบื เน่อื งการสมั มนาวชิ าการเนอื่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

ร้อยละ 75 รองลงมาคือระดับปริญญาโท และระดับประกาศณียบัตรวิชาชีพ จำนวน 1 คน เท่ากัน คิดเป็นร้อยละ 12.5
สถานภาพส่วนใหญ่ โสดและสมรส จำนวน 3 คนเท่ากัน คิดเป็นร้อยละ 37.5 รองลงมาคือ หย่าร้าง จำนวน 2 คน คิดเป็น
ร้อยละ 25.0 จำนวนบุตรมี 4 ครอบครัวที่มีบุตร สถานภาพสมรส 2 ครอบครัว มีบุตรครอบครัวละ 2 คน และ
สถานภาพหย่าร้าง 2 ครอบครัวมีบุตรครอบครัวละ 1 คน โดยมีจำนวนสมาชิกภายในครอบครัว 4-6 คน จำนวน
4 ครอบครัว รองลงมาคือสมาชิกระหว่าง 2-3 คน จำนวน 4 ครอบครัว ประสบการณ์การทำงานส่วนใหญ่อย่รู ะหว่าง 1-10 ปี
จำนวน 4 คน รองลงมาคือประสบการณ์ ระหวา่ ง 21-30 ปจี ำนวน 2 คน และระหวา่ ง 11-20 ปี จำนวน 1 คน และระยะเวลา
ท่ีปฏิบัติงานอยู่ในบริษัทฯ มากที่สุดคือ 16 ปี มีจำนวน 2 คน รองลงมาคือ อยู่ระหว่าง 4-1 ปี จำนวน 5 คน และ 6 ปี
จำนวน 1 คน

ตอนที่ 2 ภาวะสมดลุ ระหว่างชีวิตกบั การทำงาน
ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของพนักงานบริษัท มายาวดี ไอที โซลูชั่น จำกัด นำผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ภาพรวมของตอนที่ 2 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลโดยละเอยี ดมดี งั นี้
1. ด้านอตั รากำลังและปรมิ าณงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย

ผู้ให้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเก่ียวอัตรากำลังและปริมาณงานท่ีได้รับมอบหมายของบริษัทสร้าง
เวบ็ ไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สมั ภาษณข์ องผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ T1 ทก่ี ล่าวถึงอัตรากำลงั คนและปริมาณงาน
ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย ดังนี้

“เหมาะสมดี เนอื่ งจากเป็นผู้บริหารจึงจำเป็นตอ้ งทุม่ เทการทำงานใหก้ บั บรษิ ัทเปน็ หลกั อยแู่ ลว้ ” (T1)
เช่นเดียวกับผูบ้ รหิ าร T2 ซึ่งเปน็ ผู้บริหารเช่นเดยี วกันใหค้ ำสมั ภาษณด์ ังน้ี
“เหมาะสม เพราะเป็นเจ้าของกิจการเองจงึ จำเป็นต้องทมุ่ เทให้กับงานเป็นหลัก ปริมาณงานท่มี าก เปน็ สง่ิ จำเป็น
สำหรับบริษทั เพอื่ ทจี่ ะอยรู่ อด” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน พบว่า
อัตรากำลงั และปรมิ าณงานทีไ่ ด้รบั มอบหมายมคี วามเหมาะสมเน่ืองจากการเป็นเจา้ ของกิจการ จะตอ้ งทุ่มเทใหก้ ับงานเป็นหลกั
แม้ว่าปริมาณงานจะมากเปน็ สง่ิ จำเป็นสำหรับบริษทั เพือ่ ท่ีจะอยูร่ อด
ผู้ให้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 6 คน มีความเห็นเก่ียวอัตรากำลังคนของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะ
เห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ท่ีกล่าวถึงอัตรากำลังคนและ
ปรมิ าณงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย ดังนี้
“ตอ้ งการให้ทางบริษัทกำหนดขอบเขตของงานทช่ี ดั เจนกว่าน้ี ในเรอื่ งปรมิ าณงานท่ีตอ้ งรับผิดชอบ” (T3)
“เหมาะสมพอสมควร แต่กข็ ้นึ อย่กู บั ปริมาณงานแต่ละลกู คา้ วา่ งานเรง่ หรือไม่” (T4)
“คิดว่าบางเวลากม็ ากไป บางเวลากว็ า่ งเกินไป” (T5)
“คิดวา่ บางคร้งั งานกเ็ ร่งเกนิ ไป เน่อื งจากลกู คา้ ตอ้ งการได้งานพร้อมๆ กนั ” (T6)
“จากตำแหน่งหน้าท่ีของตน ทำให้ปริมาณงานท่ีได้รับมีหน้าท่ีความรับผิดชอบเยอะ แต่ก็ถือว่าไม่ได้มีปัญหาใน
การทำงาน แต่อยากใหผ้ บู้ ริหารวางแผนการทำงาน เชน่ กำหนดวนั เวลาสง่ งานลูกค้าไมเ่ ร่งรดั เกินไป” (T7)
“มีปรมิ าณงานเยอะ แต่สามารถจดั สรรเวลาไดด้ ี” (T8)
จากการสัมภาษณ์สว่ นผปู้ ฏิบัตงิ าน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับ
การทำงาน พบว่า ร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ปฏิบัตงิ านท้ังหมด (T4, T5, T6) อัตรากำลังและปรมิ าณงานเหมาะสม เน่ืองจาก
ปริมาณงานไม่ต้องปฏิบัติงานมากตลอดเวลา ยังมีช่วงเวลาหยุดพักบ้างในช่วงงานไม่เร่งด่วน และร้อยละ 50 ของจำนวน
ผู้ปฏิบัติงานท้งั หมด (T3, T7, T8) พบวา่ อตั รากำลังและปริมาณงานไม่เหมาะสม เนอื่ งจากปรมิ าณงานมาก แต่ละคนมีหน้าที่
ความมรบั ผดิ ชอบมาก ประกอบกับความเร่งด่วนของงาน

403

รายงานสบื เน่อื งการสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 67

2. ดา้ นการบรหิ ารจัดการทำงาน
ผู้ให้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเก่ียวกับด้านการบริหารจัดการทำงานของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะ

เห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ T1 ท่ีกล่าวถึงด้านการบริหารจัดการทำงานท่ีได้รับ
มอบหมาย ดังนี้

“ถ้าชว่ งไหนมงี านสำคญั ก็จำเปน็ ตอ้ งอยู่ทำงานใหเ้ สร็จทันเวลา” (T1)
“มีความยดื หยุ่นสงู เพราะโดยปกติท่มุ เทเวลาใหก้ ับการทำงานเป็นหลักอยแู่ ล้ว อีกท้งั ทำงานในโฮมออฟฟศิ จงึ มี
ความยดื หยุน่ มาก” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน พบว่า
การบริหารจัดการในการทำงานให้ประสบความสำเร็จเรื่องการทุ่มเทการทำงาน โดยต้องการให้พนักงานทุกคนทำงานตาม
แผนงานทวี่ างไวแ้ ตล่ ะบคุ คลท่ีรับผดิ ชอบ ทุ่มเท ปรมิ าณทีม่ ากเพอ่ื ให้บริษัทอยรู่ อดและสง่ งานตามที่กำหนด (T1, T2) และพัก
อยใู่ นทีท่ ำงานเป็นโฮมออฟฟิศสะดวกต่อการบรหิ ารจัดการทำงานให้ประสบความสำเรจ็ (T2)
ผใู้ หส้ มั ภาษณ์ 6 คนผูป้ ฏิบัติงาน มีความเหน็ เกี่ยวกับดา้ นการบรหิ ารจัดการทำงานของบรษิ ทั สรา้ งเวบ็ ไซต์ ดงั จะ
เห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้ปฏิบัติงาน ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ที่กล่าวถึงด้านการบริหาร
จดั การทำงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย ดงั นี้
“สามารถยืดหยุ่นเร่อื งเวลาเพ่ือให้งานประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี หากตอ้ งทำงานลว่ งเวลาก็ยินดีเพือ่ ให้
งานสำเร็จไปไดด้ ้วยด”ี (T3)
“มีความยืดหยุ่นมาก เพราะว่ายังไมม่ ีภาระด้านครอบครัวตนเองมากเท่าไหร่ จึงสามารถทำงานไดท้ ุกที่ ทกุ เวลา
แต่บางคร้ังอาจจะตดิ ภาระกิจส่วนตวั บา้ ง เพอื่ ที่จะต้องไปดูแลบิดา มารดา” (T4)
“ไมซ่ เี รยี สถ้าจะตอ้ งเอาเวลาสว่ นตัวมาทำงาน แตก่ ไ็ ม่อยากใหม้ ากเกนิ ไป เพราะกย็ งั ต้องการใชเ้ วลาสว่ นตัว เพ่ือ
พักผอ่ น เลน่ เกมส์บา้ ง” (T5)
“มีความยืดหยุ่นพอควร เน้นทำงานแบบสบายๆ ไม่เครียด พยายามทำงาน แก้งานให้เสร็จส่งลูกค้าทันตาม
เวลา” (T6)
“มีความยืดหยุ่นพอสมควร เนื่องจากมีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในครอบครัว มีภรรยาที่ต้องไปรับกลับบ้าน
พร้อมกนั หลงั เลกิ งานทกุ วนั มีบตุ ร 2 คน ทีต่ อ้ งดูแล แต่หากมีงานด่วนจริงๆ ก็ยินดีท่ีจะทำงานใหล้ ลุ ่วงไปด้วยดี” (T7)
“มีความยดื หย่นุ สูงมาก เนอ่ื งจากหน้าทีจ่ ำเป็นต้องดแู ลลกู ค้า 24 ชม.” (T8)
จากการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับ
การทำงาน พบว่า การบริหารจัดการทำงานมีความยดื หยุน่ สูง โดยสว่ นใหญ่ให้ข้อเสนอแนะว่าควรมีการวางแผนงานล่วงหน้า
จัดสรรงานใหเ้ หมาะกบั เวลา (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ทำงานล่วงเวลา (T3, T4, T5, T7, T8) ดูแลพ่อแม่ (T4) พกั ผ่อนและ
เล่นเกมส์ (T5) ทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ทันตามเวลา (T6) รับส่งภรรยาหลังเลิกงานทุกวัน และดูแลบุตร (T7) ดูแลลูกค้า 24
ชวั่ โมง (T8)
2. ดา้ นค่าตอบแทน
ผใู้ ห้สมั ภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเกี่ยวด้านค่าตอบแทนของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้
สมั ภาษณข์ องผู้บริหาร ตวั อยา่ งคำสมั ภาษณข์ อง T1 ทก่ี ลา่ วถึงดา้ นค่าตอบแทน ดังน้ี
“มคี วามคุม้ ค่าพอควร” (T1)
“มีความค้มุ ค่ามาก” (T2)
จากการสัมภาษณผ์ ูบ้ รหิ าร จำนวน 2 คน (T1, T2) พบว่า คา่ ตอบแทนท่ไี ด้รบั มีความคุ้มค่ามาก

404

รายงานสืบเน่อื งการสมั มนาวชิ าการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 67

ผู้ให้สมั ภาษณ์ 6 คนผ้ปู ฏิบัติงาน มีความเห็นเกี่ยวกับด้านค่าตอบแทนของบริษทั สร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จาก
การใหส้ ัมภาษณข์ องผู้ปฏิบัติงาน ตัวอยา่ งคำสัมภาษณ์ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ท่ีกล่าวถึงดา้ นค่าตอบแทน ดงั นี้

“มคี วามคมุ้ ค่า” (T3)
“มีความคมุ้ ค่า รวมไปถงึ มกี จิ กรรม และสวสั ดกิ าร” (T4)
“คุ้มค่าพอสมควร แต่อยากไดค้ า่ เดินทางเพม่ิ ขึ้น เนื่องจากตอ้ งเดนิ ทางจากบา้ นมาไกล” (T5)
“ค้มุ ค่า เนื่องจากมเี บยี้ ขยนั สวัสดกิ ารต่างๆ เจ้านายก็พาไปเลยี้ งหลังปิดงานไดเ้ ป็นประจำ” (T6)
“มคี วามคมุ้ คา่ ดี มีทริปการท่องเทย่ี วประจำปี มีปาร์ตี้หลังจากปิดงานลูกค้า มคี า่ เบยี้ เล้ยี ง ล่วงเวลาให้” (T7)
“คมุ้ คา่ เหนื่อย มคี า่ เบยี้ ขยนั คา่ ลว่ งเวลา ประกันสุขภาพ ประกนั อบุ ัติเหตุ และประกันสงั คม” (T8)
จากการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับ
การทำงาน พบว่า คา่ ตอบแทนท่ีได้รบั มคี วามคุม้ คา่ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ตอ้ งการใหม้ สี วสั ดกิ าร ไดแ้ ก่ ประกนั สขุ ภาพ
ประกันอุบัติเหตุ และประกันสังคม (T4, T6, T8) ค่าเดินทาง (T5) ค่าเบ้ียขยัน (T6, T7, T8) พาไปเล้ียงสังสรรค์ (T6, T7)
และพาทอ่ งเทย่ี วพรอ้ มอเงนิ เบีย้ เล้ียง (T7,T8)
4. ด้านการปฏิบัตงิ านนอกเวลา / นอกสถานที่
ผู้ใหส้ ัมภาษณ์ 2 คนผู้บรหิ าร มีความเหน็ เกย่ี วดา้ นการปฏบิ ัติงานนอกเวลา/นอกสถานท่ีของบรษิ ัทสร้างเว็บไซต์
ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ T1 ที่กล่าวถึงด้านการปฏิบัติงานนอกเวลา/นอก
สถานท่ี ดังน้ี
“มตี อ้ งออกไปเพอื่ พบปะลูกค้า หาลกู ค้านอกสถานทีท่ ำงาน หรอื นอกเวลาทำงานบา้ ง” (T1)
“เป็นเรอื่ งปกติ ตอ้ งสามารถทำงานได้ทุกที่ ทกุ เวลา เพื่อใหง้ านบรรลุความสำเร็จ” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน พบว่า ด้าน
การปฏบิ ตั งิ านนอกเวลา และพบลูกคา้ นอกสถานท่ี เพื่อให้งานบรรลุความสำเร็จ
ผู้ให้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัติงาน มีความเห็นเก่ียวด้านการปฏิบัติงานนอกเวลา/นอกสถานที่ของบริษัทสร้าง
เว็บไซต์ ดังจะเหน็ ไดจ้ ากการใหส้ มั ภาษณ์ของผ้บู ริหาร ตัวอยา่ งคำสัมภาษณ์ของ T1 ที่กลา่ วถึงด้านการปฏิบัติงานนอกเวลา/
นอกสถานที่ ดังน้ี
“บางคร้ังต้องเดินทางไปต่างจังหวัด หรือทำงานนอกเวลา แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเนื่องจากบริษัทมีค่าเดินทาง
ค่าเบ้ยี เลี้ยงให้” (T3)
“มคี วามยืดหยุ่นมาก เพราะวา่ ยงั ไมม่ ีภาระดา้ นครอบครัวตนเองมากเท่าไหร่ จึงสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา
แต่บางครัง้ อาจจะติดภาระกิจสว่ นตวั บา้ ง เพอื่ ทจ่ี ะตอ้ งไปดแู ลบิดา มารดา” (T4)
“ไม่มปี ญั หา ยินดที ่จี ะไปปฏิบัติงานนอกสถานท่ี และนอกเวลาทำงาน แตก่ ไ็ ม่อยากให้บอ่ ยเกินไป” (T5)
“มบี ้างบางครงั้ ส่วนมากจะทำงานนอกเวลาเป็นสว่ นใหญ่ ในกรณีท่ีมีงานด่วน งานเร่ง ก็จะอยูท่ ำงานทอ่ี อฟฟิศ
ตอ่ หรืออาจกลับไปทำงานต่อทบ่ี ้าน” (T6)
“เนื่องจากติดภาระกิจในครอบครัวจึงไม่ค่อยได้ออกไปปฏิบัติงานนอกสถานท่ี แต่บางคร้ังก็มีทำงานนอกเวลา
บา้ ง” (T7)
“โดยปกติจำเป็นต้องไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ และนอกเวลาทำงานเป็นประจำ เพราะภารกิจหลักคือการดูแล
พบปะลูกคา้ ” (T8)
จากการสัมภาษณส์ ว่ นผปู้ ฏบิ ตั งิ าน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) สามารถสรปุ สมดลุ ระหวา่ งชีวติ กบั
การทำงาน พบว่า ด้านการปฏิบัติงานนอกเวลา (T3, T4, T5,T6, T7, T8) งานเรง่ ด่วน (T6) มีค่าล่วงเวลา (T3) นอกสถานท่ี

405

รายงานสบื เนอื่ งการสมั มนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ่ี 67

ทำงานเพ่ือพบลูกค้า หรือหาลูกค้า (T5, T8) มีค่าเบ้ียเล้ียง (T3) ดูแลบิดา มารดา (T4) บางเวลาในการปฏิบัติงานนอกเวลา
(T5) ดูแลครอบครัวไมค่ ่อยทำล่วงเวลา (T7) เป็นหน้าท่ีหลกั ในการดูแลลูกคา้ (T8)

5. ดา้ นความเหนอื่ ยหล้าการเดนิ ทางทำงาน
ผใู้ หส้ ัมภาษณ์ 2 คนผู้บรหิ าร มคี วามเห็นเกี่ยวด้านความเหนื่อยหล้าการเดนิ ทางทำงานของบริษัทสร้างเว็บไซต์

ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ T1 ท่ีกล่าวถึงด้านความเหนื่อยหล้าการเดินทาง
ทำงาน ดังน้ี

“ไมม่ ีปัญหาเนือ่ งจากพกั อาศัยอยู่ท่โี ฮมออฟฟศิ อยแู่ ล้ว” (T1)
“สนับสนุน เข้าใจในวิธีการทำงาน ถึงแม้บางคร้ังมารดาจะเป็นห่วงว่าทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาพักผ่อน”
(T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน พบว่า
ไม่เหนื่อยล้าการเดินทางทำงาน ใชเ้ วลาเดินทาง 10-15 นาที
ผู้ให้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัติงาน มีความเห็นเกี่ยวด้านความเหนื่อยหล้าการเดินทางทำงานของบริษัทสร้าง
เว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้ปฏิบัติงาน ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ที่กล่าวถึง
ด้านความเหนอ่ื ยหลา้ การเดนิ ทางทำงาน ดงั น้ี
“มีความเหน่ือยล้ามาก เนื่องจากต้องไปดูแลลูกค้าซึ่งอยู่ไกลจากท่ีพัก ทุกวัน ต้องเสียเวลาเดินทาง วันละ 3-4
ชว่ั โมง” (T3)
“มคี วามเหนื่อยล้าพอสมควร เนอ่ื งจากท่ีพกั อยูไ่ กลจากออฟฟศิ ตอ้ งต่อรถหลายตอ่ ” (T4)
“เหนอื่ ยลา้ มาก เนอื่ งจากทพ่ี ักอยูไ่ กลจากสถานทท่ี ำงานมาก” (T5)
“เนื่องจากทพี่ กั อยูไ่ ม่ไกลมากจากออฟฟศิ ขับรถประมาณ 25-30 นาที จึงไมเ่ หนือ่ ยลา้ มาก” (T6)
“มคี วามเหนื่อยล้าพอสมควร เนื่องจากบ้านอยู่ไกล ต้องออกแต่เช้ามืดเพื่อแวะไปส่งภรรยาท่ีทำงานก่อน ถึงจะ
ไปทำงานที่ออฟฟิศต่อ” (T7)
“มีความเหนือ่ ยล้ามาก เน่ืองจากตอ้ งขับรถทง้ั วนั ” (T8)
จากการสมั ภาษณ์สว่ นผปู้ ฏิบัตงิ าน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) สามารถสรุปสมดลุ ระหว่างชีวิตกบั
การทำงาน พบว่า เหนื่อยล้าการเดินทางทำงาน (T3, T4, T5, T7, T8) ลูกค้าอยู่ไกล (T3, T8) ที่พักอาศัยอยู่ไกล (T4, T5,
T7, T8) และไมเ่ หน่ือยล้าการเดินทางทำงาน ใชเ้ วลาเดินทาง 25-30 นาที (T6)
6. ด้านการบรหิ ารเวลา
ผู้ให้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเกี่ยวด้านการบริหารเวลาของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จาก
การใหส้ ัมภาษณข์ องผบู้ ริหาร ตวั อยา่ งคำสมั ภาษณข์ อง T1 ที่กล่าวถึงดา้ นการบริหารเวลา ดงั นี้
“ยังทำไม่ไดด้ เี ทา่ ท่ีควร เพราะหากชว่ งเวลางานเยอะ ก็จำเป็นต้องทิ้งเวลาที่มใี ห้กับตนเองและครอบครัว เพ่ือมา
ทำงานใหเ้ สรจ็ ” (T1)
“เรื่องงานตอนน้ีเน้นเป็นเรื่องหลักในชีวิต ส่วนการจัดการสมดุล ก็จะมีบ้างในส่วนเวลาวันพักผ่อน ไปปฏิบัติ
ธรรม ไปเย่ียมแมช่ ี” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน พบว่า
งานมากโดยตอ้ งสละเวลาส่วนตวั และครอบครวั เพื่อทำงานใหเ้ สรจ็ (T1, T2) และวนั พักผ่อนไปปฏิบตั ธิ รรม (T2)
ผใู้ ห้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัตงิ าน มีความเห็นเกี่ยวด้านการบริหารเวลาของบรษิ ัทสรา้ งเว็บไซต์ ดังจะเหน็ ได้จาก
การให้สมั ภาษณ์ของผ้บู รหิ าร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ทก่ี ลา่ วถึงดา้ นการบริหารเวลา ดังน้ี

406

รายงานสืบเน่ืองการสัมมนาวชิ าการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

“ในวันและเวลาทำงาน พยายามเคลียร์งานให้เรียบร้อย เพื่อภายในวันหยุดจะได้มีเวลาให้ตนเอง และ
ครอบครัว” (T3)

“บริหารเวลาโดยมีการกำหนดวันเวลาทำงานแยกกับเวลาส่วนตัวอย่างชัดเจน หากจำเป็นต้องลากิจเพื่อไปทำ
ธรุ ะส่วนตัว” (T4)

“ตอนนชี้ วี ิตไมม่ ีภาระอะไรมาก มีแคช่ ว่ ยเหลือที่บา้ นเลก็ ๆ นอ้ ยๆ ดงั นัน้ จงึ สามารถทำงานท่เี ร่งรบี ได้” (T5)
“ถ้ามีงานเรง่ ด่วน ชนกับธุระส่วนตัว ก็จะแจง้ เจ้านาย เพอ่ื ให้เพ่ือนร่วมงานคนอ่ืนมาช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
ไปก่อน หากตนเองสะดวกมเี วลา กจ็ ะกลับมาเคลียรง์ านท่คี ้างต่อ” (T6)
“พยายามทำงานตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมายใหส้ ำเร็จลุลว่ งไปด้วยดีภายในเวลาทำงาน และในวนั หยุดจะได้มีเวลาให้
ตนเองและครอบครัวได้อย่างเตม็ ท่ี” (T7)
“ช่วงเวลาว่างจากภารกิจหน้าที่การงาน จะออกกำลังกาย ผ่อนคลายด้วยการไปวัด ทำบุญ หรือกลับบ้านท่ี
ต่างจังหวดั ” (T8)
จากการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับ
การทำงาน พบว่า งานมากสามารถทำงานเร่งรีบได้ (T5, T7) ทำงานเร่งด่วนได้บางเวลา หากมีธุระส่วนตัวให้เพ่ือนร่วมงาน
เข้ามาช่วยแก้ไข (T6) วันทำงานใหเ้ สร็จเรียบร้อย (T3) แยกเวลาทำงานและส่วนตวั ชัดเจน (T4, T5) ไมม่ ีภาระช่วยเหลือ (T5)
วา่ งจากภารณะกจิ พกั ผ่อนและออกกำลังกาย (T8)
7. ด้านผลกระทบความไมส่ มดุลระหว่างชวี ติ กบั การทำงาน
ผู้ให้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเก่ียวด้านผลกระทบความไม่สมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของ
บริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ T1 ท่ีกล่าวถึงด้านผลกระทบ
ความไม่สมดลุ ระหวา่ งชีวิตกบั การทำงาน ดังนี้
“กม็ ชี ่วงงานยุ่งมากๆ จำเป็นจะต้องอยู่ทำงานจนดึกๆ ดนื่ ไม่มีเวลาเจอหน้าลกู ไม่มีเวลาพกั ผอ่ นให้ตนเอง” (T1)
“มีส่งผลต่อสุขภาพ เนื่องจากทำงานไม่เป็นเวลา ทำงานล่วงเวลา ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ไม่มีเวลาพักผ่อนได้
อยา่ งเต็มท”่ี (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน พบว่า
ความเครยี ด จากการทำงานดึกๆ ไม่มีเวลาพักผ่อน และเจอหน้าลูก (T1) และสุขภาพไม่ดี เน่ืองจากไม่ได้ออกกำลังกายและ
พกั ผ่อนได้อยา่ งเต็มที่ (T2)
ผู้ให้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัติงาน มีความเห็นเก่ียวด้านผลกระทบความไม่สมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของ
บริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8)
ท่ีกล่าวถงึ ด้านผลกระทบความไมส่ มดลุ ระหว่างชวี ิตกบั การทำงาน ดงั น้ี
“ส่งผลทางด้านรา่ งกาย มีความเหน่อื ยลา้ เน่ืองจากระยะเวลาในการทำงาน การเดินทางยาวนานเกนิ ไป” (T3)
“ไมค่ อ่ ยส่งผลเทา่ ไหร่ เพราะยังไม่มภี าระด้านครอบครัวมากเท่าไหรน่ ัก ยังไม่ได้แต่งงานและมีบตุ ร” (T4)
“ส่งผลตอ่ เวลานอนหลับ พกั ผอ่ นไมเ่ พียงพอ มอี าการง่วง ออ่ นเพลยี ในเวลาทำงานปกติ เหน่อื ยล้า” (T5)
“นอนไมเ่ ป็นเวลา พกั ผอ่ นนอ้ ย รสู้ ึกไมม่ ีเวลาออกกำลังกาย กินๆ นัง่ ๆ นอนๆ ร้สู ึกร่างกายไม่คอ่ ยแขง็ แรง” (T6)
“มปี ญั หาด้านสุขภาพ เปน็ เบาหวาน ความดนั เนื่องจากอายทุ ่ีมากข้ึน ไมม่ ีเวลาออกกำลงั กายมากนัก และอาหาร
การกนิ ก็เปน็ อาหารจานด่วนเสยี เปน็ ส่วนมาก” (T7)
“ส่งผลต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิต เนื่องจากการรับประทานอาหาร พักผ่อนไม่เป็นเวลา มีความเครยี ดจาก
การทีต่ อ้ งดแู ลจัดการแกไ้ ขปญั หาใหล้ ูกคา้ ” (T8)

407

รายงานสืบเนือ่ งการสัมมนาวิชาการเนอื่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 67

จากการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับ
การทำงาน พบว่า ร่างกายเหนื่อยล้ากับการทำงานและไม่มีเวลาพักผอ่ น และไม่ได้ออกกำลังกาย (T3, T5, T6, T7) มีปัญหา
เรื่องสุขภาพและอาหารการกินแบบจานด่วน (T7, T8) ความเครียดจากการแก้ไขปัญหาลูกค้า (T8) และไม่ส่งผลกระทบ
เพราะไม่มีภาระ ไม่ได้แต่งงาน ไมม่ ีบุตร (T4)

8. ดา้ นการจดั สรรเวลาใหก้ บั ตัวเองและการทำงาน
ผ้ใู ห้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเก่ียวด้านการจัดสรรเวลาให้กับตัวเองและการทำงานของบริษัทสร้าง

เว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ T1 ที่กล่าวถึงด้านการจัดสรรเวลาให้กับ
ตวั เองและการทำงาน ดังน้ี

“พยายามทจี่ ะเคลยี ร์งานให้จบภายในวนั ทำงาน เพือ่ วันหยุดจะไดม้ ีเวลาให้กับตนเองและครอบครัว” (T1)
“พยายามที่จะเร่งทำงานให้เสร็จตามเป้าหมาย และแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบให้ลูกทีม เพ่ือท่ีจะได้มีเวลา
พักผอ่ นบา้ ง” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานพบวา่ ทำงาน
ให้เสรจ็ ตามเป้าหมาย เพือ่ จะไดใ้ หเ้ วลากบั ครอบครัว
ผู้ให้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัติงาน มีความเห็นเก่ียวด้านการจัดสรรเวลาให้กับตัวเองและการทำงานของบริษัท
สร้างเวบ็ ไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ท่ีกล่าวถึง
ด้านการจัดสรรเวลาให้กบั ตัวเองและการทำงาน ดังนี้
“เวลาหลังเลิกงาน ก็จะผอ่ นคลายดว้ ยการไปออกกำลังกาย หรือยามวันหยุดกม็ ีสังสรรค์ พบปะกับเพอื่ นฝงู บา้ ง”
(T3)
“ในเวลาทำงานก็ทุ่มเทให้กับงานเต็มท่ี ส่วนหลังเวลาเลิกงานมีไปสังสรรค์กับเพ่ือนร่วมงานบ้างนาน ๆ คร้ัง
แต่สว่ นมากหลังเลกิ งานกลับบา้ นจะเลน่ เกมสเ์ พือ่ เป็นการผ่อนคลายความเครยี ดจากการทำงาน” (T4)
“พยายามจบงานตามหน้าทีค่ วามรับผิดชอบของตน ตามเวลากำหนด จะได้มีเวลาให้กบั ตนเองและครอบครัว”
(T5)
“ในยามทำงานหากมีอาการง่วงนอน หรือ เร่ิมเหน่ือยล้ากับงานที่ทำ ก็จะเปลี่ยนอิริยาบถไปทำอย่างอื่นบ้าง
ส่วนเวลาทำงานกบั เวลาส่วนตัวกพ็ ยายามแยกเวลาใหช้ ดั เจน หลังเลกิ งานกจ็ ะให้เวลากบั ตัวเองเตม็ ท่ี” (T6)
“สว่ นใหญ่เวลาจะหมดไปกับการทำงานและครอบครัว นอกเหนือเวลาทำงาน ก็จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเป็น
หลัก” (T7)
“ถา้ ในวนั เวลาทำงานจะตั้งใจทำงานอยา่ งเต็มที่ ถึงแม้เวลาทำงานของตัวเองจะไม่ค่อยแนน่ อน แต่ก็พยายามให้
อยู่ภายในตารางงานที่วางแผนไว้ ส่วนเวลานอกเหนือจากเวลางาน ก็จะให้เวลากับตัวเองเพื่อพักผ่อนและให้เวลาในการดูแล
ครอบครวั ” (T8)
จากการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) สามารถสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับ
การทำงานพบว่า ทำงานในเวลางานเต็มที่ (T4, T5, T8) หลังเลิกงานทำกิจกรรม ประกอบด้วย การออกกำลังกาย และเล่น
เกม และวันหยุดทำกิจกรรม ประกอบด้วย พบปะสังสรรค์กับเพ่ือนฝูง (T3, T4) ทำตารางงานแยกเวลาระหว่างทำงานและ
หลังเลิกงานอย่างชัดเจน (T7, T8)
กล่าวโดยสรปุ สมดุลระหวา่ งชีวติ กบั การทำงาน พบว่า สดั ส่วนการทำงาน การใชช้ ีวิต ลักษณะงานและภาระงาน
เป้าหมายชีวิต และวิธีการจัดสรรเวลาระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตให้สมดุล โดยสัดส่วนการทำงานมากกว่าการใช้ชีวิต
ไม่เหมาะสมมุง่ เน้นให้ประสบความสำเรจ็ พนักงานส่วนใหญ่เปน็ ผูป้ ฏบิ ัตงิ านในการพฒั นาระบบซงึ่ ถือเป็นภาระกจิ หลักท่ีจะนำ
รายได้สู่บริษัท ลักษณะงานและภาระงานมีปริมาณมากเกินไป ค่าตอบแทนส่วนใหญ่ทุกคนเห็นว่าคุ้มค่า ทำให้ทุกคนทุ่มเท

408

รายงานสืบเนื่องการสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 67

การทำงาน หาลูกค้าใหม่ๆ เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทาง ส่วนผู้บริหารก็มีบ้านใกล้ท่ีทำงาน สะดวกต่อการทำงาน
ปริมาณงานทมี่ ากเพื่อให้บริษัทอยู่รอดและส่งงานตามกำหนด

ตอนที่ 3 ภาวะสมดุลระหว่างชวี ิตกับการทำงานท่ีมีผลต่อความสมั พันธ์ในครอบครัว
ภาวะสมดุลระหวา่ งชวี ติ กับการทำงานที่มีผลตอ่ ความสัมพันธใ์ นครอบครวั ของพนกั งานบริษทั มายาวดี ไอที โซลูชั่น
จำกัด นำผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ภาพรวมของตอนที่ 3 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลโดยละเอยี ด มดี ังนี้
1. ดา้ นวธิ กี ารจัดสรรเวลา

ผใู้ ห้สมั ภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเหน็ เกยี่ วด้านวิธีการจัดสรรเวลา ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกบั การทำงานส่ง
ต่อความสัมพนั ธ์ในครอบครวั ของบริษทั สร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอยา่ งคำสัมภาษณ์ของ
T1 ทก่ี ล่าวถึงด้านวธิ กี ารจดั สรรเวลา ดงั น้ี

“วางแผนการทำงานใหร้ ัดกุม และคมุ ทกุ อยา่ งให้อยู่ในแผน” (T1)
“พยายามไม่หมกมุ่นอยู่กับการทำงานจนมากเกินความพอดีเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความตึงเครียด ไม่ได้มี
การผอ่ นคลาย พกั ผ่อนหย่อนใจ” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานที่มีผลต่อ
ความสัมพันธ์ในครอบครัว พบวา่ ได้วางแผนการทำงานให้รัดกมุ (T1) ไม่ทำงานจนมากเกินไป แบง่ เวลาในการพกั ผ่อน (T2)
ผู้ให้สัมภาษณ์ 6 คนผปู้ ฏิบตั ิงาน มีความเห็นเกยี่ วดา้ นวิธีการจดั สรรเวลา ภาวะสมดุลระหวา่ งชวี ติ กบั การทำงาน
ส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบรษิ ัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์
ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ทกี่ ลา่ วถงึ ดา้ นวิธกี ารจดั สรรเวลา ดังนี้
“ในเวลาทำงานก็ต้ังใจทำงานตามท่ีได้รับมอบหมาย แต่หลังเลิกงาน ก็คือเวลาพักผ่อนส่วนตัว เป็นเวลาท่ีจะมี
ให้กบั ตนเอง” (T3)
“เวลาทำงานก็เต็มทกี่ บั งานทีท่ ำ ส่วนหลงั เลกิ งาน หรอื เวลาวา่ งก็ใช้ชีวิตให้คมุ้ คา่ ท่องเท่ยี ว สงั สรรคพ์ บปะเพื่อน
ฝงู ยามวนั หยุด” (T4)
“ไม่ค่อยซีเรียสเรืองเวลาการทำงานและชีวิตส่วนตัวมากซักเท่าไหร่ เพราะว่ายังสนุกกับการทำงาน และไม่ได้มี
ภาระอะไรทต่ี ้องรับผิดชอบ” (T5)
“วางแผนเวลาการทำงานอย่างชัดเจน และทำให้เสร็จตามเป้าหมาย ส่วนเวลาท่ีเหลือจากการทำงานก็จะใช้กับ
ตนเองและครอบครัว” (T6)
“ในเวลาทำงานหากเกิดปัญหาจะรีบจัดการแก้ไขให้เสร็จโดยเร็วท่ีสุด เพ่ือท่ีหลังเลิกงานจะได้ไม่มีงานคั่งค้าง
และมีเวลาเหลอื ใหก้ บั ตนเองและครอบครวั ” (T7)
“เวลาในการทำงานมักไม่เป็นเวลาที่แน่นอน ดังน้ันหากยามว่างก็มักไปพักผ่อน ออกกำลังกาย ทานอาหาร
นอกบา้ น” (T8)
จากการสัมภาษณ์ผูป้ ฏิบัตงิ าน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ภาวะสมดุลระหว่างชีวติ กับการทำงาน
ท่ีมีผลต่อความสัมพันธใ์ นครอบครัว พบว่า เวลาทำงานตัง้ ใจ ไม่ใหม้ ีงานค้าง และหลังเลกิ งานเวลาให้กบั ครอบครัวและตนเอง
(T3, T4, T7) ไมม่ ภี าระสนกุ กับการทำงาน (T5) ทำตารางการทำงาน หลังเลกิ งานให้กับตนเองและครอบครวั (T6) การทำงาน
ไม่เปน็ เวลาแน่นอน วา่ งกพ็ กั ผอ่ น ออกกำลัง และทานข้าวนอกบ้าน (T8)
2. ดา้ นวิธีการใชเ้ วลารว่ มกับครอบครัว
ผใู้ ห้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มคี วามเห็นเกี่ยวด้านวิธีการใช้เวลาร่วมกับครอบครวั ภาวะสมดุลระหว่างชวี ิตกับ
การทำงานสง่ ต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบรษิ ัทสร้างเวบ็ ไซต์ ดงั จะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตวั อย่างคำ
สัมภาษณ์ของ T1 ท่ีกล่าวถงึ ดา้ นวธิ กี ารใชเ้ วลาร่วมกบั ครอบครัว ดังน้ี

409

รายงานสบื เนื่องการสมั มนาวิชาการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ี่ 67

“คดิ วา่ เพียงพอ เพราะจัดสรรเวลาได้ลงตัว มีเวลาวา่ งให้ครอบครัว ไดท้ ำกจิ กรรมรว่ มกนั ในวันหยุด” (T1)
“ไม่มีปัญหาเรื่องน้ีเพราะว่าไมม่ ีภาระเร่ืองครอบครัว แตก่ ็พยายามไปเย่ยี มมารดาท่เี ปน็ แม่ชีทตี่ ่างจังหวัดในยาม
ว่างจากงานประจำที่ทำ” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานท่ีมีผลต่อความสัมพันธ์ใน
ครอบครวั พบวา่ เพียงพอ ในการใชเ้ วลารว่ มกับครอบครวั ในวันหยดุ
ผใู้ ห้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏบิ ัติงาน มีความเห็นเก่ียวด้านวิธีการใช้เวลารว่ มกับครอบครัว ภาวะสมดุลระหว่างชีวิต
กับการทำงานส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบรษิ ัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการใหส้ ัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอยา่ ง
คำสัมภาษณข์ อง (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ทีก่ ล่าวถึงดา้ นวิธกี ารใช้เวลารว่ มกับครอบครัว ดังน้ี
“เพียงพอตามสถานการณ์ เนื่องจากครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็พยายามกลับไปดูแลบิดา มารดา และบุตร
ทุกเดือน และหลงั เลกิ งานก็โทรกลับท่บี า้ นเกอื บทุกวนั ” (T3)
“เพียงพอในวันหยุดสุดสปั ดาห์ก็มักจะผลดั ไปดแู ลบดิ า และมารดาสลบั กัน” (T4)
“ไม่ค่อยได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เน่ืองจากบิดาและน้องชาย อยู่คนละบ้าน ตนเองอยู่กับคุณลุง คุณป้าก็จะ
เจอกนั เฉพาะช่วงเชา้ ก่อนออกไปทำงาน และหลังเลกิ งานกลับบ้านเท่าน้นั ” (T5)
“เพียงพอ เพราะส่วนมากก็จะให้เวลากับครอบครัวไปพร้อมๆ กับเวลาส่วนตัว เช่นการทำกิจกรรมร่วมกันกับ
ภรรยา กนิ ขา้ ว ดูหนัง ออกกำลงั กาย ท่องเท่ียว” (T6)
“เพียงพอ เพราะหลังเวลางาน ส่วนมากจะให้เวลาทั้งหมดกับครอบครัว แทบจะไม่ไดไ้ ปพบปะสงั สรรค์กับเพ่ือน
ฝงู เลย นอกเสียจากงานของบรษิ ัท” (T7)
“เพยี งพอ โดยปกตจิ ะกลบั บา้ นทต่ี า่ งจังหวัดเพ่อื ไปดแู ลมารดาและบุตร เดอื นละ 1-2 ครั้ง เป็นอย่างนอ้ ย และมี
การโทรหากนั ทกุ วัน” (T8)
จากการสัมภาษณ์ผปู้ ฏิบัตงิ าน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ภาวะสมดุลระหวา่ งชวี ติ กับการทำงาน
ทม่ี ผี ลต่อความสมั พนั ธ์ในครอบครวั พบวา่ เพยี งพอ (T3, T4, T6, T7, T8) พลดั กันไปดูแลบิดามารดาสนับกัน (T4) ครอบครัว
อยตู่ ่างจงั หวดั (T3, T8) ครอบครัวไปพรอ้ มๆ กับ เวลาส่วนตวั เชน่ การทำกิจกรรมร่วมกันกบั ภรรยา กินขา้ ว ดหู นัง ออกกำลัง
กาย ท่องเทยี่ ว (T6, T7) ไม่เพยี งพอ โดยจะเจอกนั ในชว่ งเช้ากอ่ นออกไปทำงาน และหลังเลกิ งานกลบั บ้าน(T5)
3. ดา้ นวิธีการทำงานส่งผลกับความขดั แย้งภายในครอบครัว
ผู้ให้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเกี่ยวด้านวิธีการทำงานส่งผลกับความขัดแย้งภายในครอบครัว ภาวะ
สมดุลระหว่างชวี ิตกับการทำงานส่งตอ่ ความสมั พนั ธ์ในครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณข์ อง
ผบู้ รหิ าร ตวั อยา่ งคำสมั ภาษณข์ อง T1 ทีก่ ล่าวถงึ ด้านวธิ กี ารทำงานสง่ ผลกบั ความขดั แยง้ ภายในครอบครวั ดงั นี้
“ไม่สง่ ผลครอบครัวเข้าใจในการทำงาน และช่วยสนับสนุนในยามท่มี ปี ญั หา” (T1)
“ไม่มผี ล” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานท่ีมีผลต่อ
ความสมั พนั ธใ์ นครอบครวั พบวา่ ไม่ส่งผลตอ่ ครอบครวั เขา้ ใจในการทำงานและชว่ ยเหลอื สนับสนุน
ผู้ให้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัติงาน มีความเห็นเกี่ยวด้านวิธีการทำงานส่งผลกับความขัดแย้งภายในครอบครัว
ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้
สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ท่ีกล่าวถึงด้านวิธีการทำงานส่งผลกับ
ความขดั แย้งภายในครอบครัว ดังนี้
“ไมส่ ่งผล เนื่องจากทีบ่ ้านเขา้ ใจ และไมเ่ คยกา้ วก่ายการทำงาน” (T3)
“ไมส่ ง่ ผล เพราะครอบครัวเข้าใจในการทำงาน ไมเ่ คยมาวนุ่ วาย” (T4)

410

รายงานสบื เนอ่ื งการสัมมนาวชิ าการเนอื่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 67

“ไมส่ ง่ ผล ทุกคนเขา้ ใจดี” (T5)
“ไม่ส่งผล เพราะภรรยาเขา้ ใจในหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ” (T6)
“ไม่มีผลกระทบ ครอบครัวเข้าใจดี” (T7)
“ไมส่ ง่ ผล เพราะครอบครวั เขา้ ใจในหน้าท่ีๆ ตอ้ งรบั ผิดชอบ” (T8)
จากการสัมภาษณ์ผปู้ ฏบิ ัตงิ าน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ภาวะสมดลุ ระหว่างชวี ิตกับการทำงาน
ทมี่ ีผลต่อความสมั พันธ์ในครอบครัว พบว่า ไม่สง่ ผลตอ่ ครอบครัว ครอบครัวเข้าใจในหน้าที่และความรบั ผดิ ชอบ (T3, T4, T5,
T6, T7, T8)
4. ดา้ นวิธกี ารรายได้ในการดแู ลสมาชกิ ในครอบครวั
ผู้ให้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเก่ียวด้านวิธีการรายได้ในการดูแลสมาชิกในครอบครัว ภาวะสมดุล
ระหว่างชีวิตกับการทำงานส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของ
ผ้บู รหิ าร ตวั อย่างคำสมั ภาษณ์ของ T1 ทก่ี ล่าวถึงด้านวธิ ีการรายได้ในการดูแลสมาชกิ ในครอบครวั ดังน้ี
“เพียงพอ” (T1, T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานที่มีผลต่อ
ความสัมพนั ธ์ในครอบครวั พบว่า เพียงพอ
ผูใ้ ห้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัตงิ าน มีความเหน็ เกี่ยวด้านวธิ กี ารรายได้ในการดูแลสมาชกิ ในครอบครัว ภาวะสมดุล
ระหว่างชีวิตกับการทำงานส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของ
ผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ท่ีกล่าวถึงด้านวิธีการรายได้ในการดูแลสมาชิกในครอบครัว
ดงั นี้
“เพยี งพอ แตก่ ็อยากมีรายไดเ้ พ่มิ มากข้ึนกว่านี้ เนอื่ งจากคา่ ครองชีพเพม่ิ มากข้นึ ทกุ วัน” (T3)
“เพียงพอ แตบ่ างครั้งก็มกี ารใชจ้ า่ ยเกินตัวไปบ้างจากการทอ่ งเทยี่ ว และสังสรรค์” (T4)
“คดิ ว่าอยากไดค้ า่ เดินทาง หรอื เงนิ เดอื นเพม่ิ มากขึ้นกวา่ น้ี เน่ืองจากคา่ ครองชพี ที่สูงมากขึ้น” (T5)
“เพียงพอ แตก่ ็ยงั อยากมรี ายได้เสริม เพอื่ ความม่ันคงของครอบครวั ในอนาคต” (T6)
“เพียงพอ” (T7)
“เพยี งพอ ต่อรายจ่ายภายในครัวเรอื น” (T8)
จากการสัมภาษณ์ผ้ปู ฏิบัตงิ าน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน
ที่มผี ลตอ่ ความสัมพนั ธ์ในครอบครวั พบว่า เพยี งพอ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ขอเพม่ิ รายได้เน่อื งจากคา่ ครองชีพเพ่ิมมากข้ึน
(T3, T5, T6, T8) มรี ายได้จ่ายเร่ืองการท่องเที่ยว และสงั สรรค์ (T4, T5)
5. ดา้ นวธิ ีการบริหารเวลา
ผใู้ ห้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บรหิ าร มีความเห็นเกยี่ วด้านวิธีการบริหารเวลา ภาวะสมดุลระหว่างชีวติ กับการทำงานส่ง
ต่อความสมั พนั ธใ์ นครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดงั จะเห็นไดจ้ ากการใหส้ ัมภาษณ์ของผู้บรหิ าร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์ของ
T1 ท่ีกล่าวถึงดา้ นวิธีการบริหารเวลา ดังนี้
“ต้ังใจแบ่งเวลาที่ทำให้เกิดความสมดุลท่ีสุด ไม่ให้เวลากับงานจนลืมความสำคัญละเลยสมาชิกในครอบครัว”
(T1)
“สว่ นมากจะเปน็ ในสว่ นการใหเ้ วลากับตนเองเปน็ หลัก เนื่องจากไมไ่ ดอ้ าศัยอยู่กบั ครอบครัว” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานท่ีมีผลต่อ
ความสัมพนั ธ์ในครอบครวั พบวา่ ตง้ั ใจแบ่งเวลาทีท่ ำให้เกดิ ความสมดลุ ที่สดุ ไมใ่ ห้เวลากบั งานจนลืมความสำคญั ละเลยสมาชิก
ในครอบครัว (T1) ส่วนมากจะเปน็ ในสว่ นการใหเ้ วลากบั ตนเองเปน็ หลกั เนอ่ื งจากไม่ได้อาศัยอยูก่ บั ครอบครวั (T2)

411

รายงานสืบเนื่องการสัมมนาวชิ าการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีที่ 67

ผใู้ ห้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบตั ิงาน มีความเหน็ เกย่ี วดา้ นวธิ ีการบรหิ ารเวลา ภาวะสมดุลระหวา่ งชีวิตกับการทำงาน
ส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่างคำสัมภาษณ์
ของ (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ที่กล่าวถึงด้านวิธกี ารบริหารเวลา ดงั น้ี

“เวลากลับไปบ้านท่ีต่างจังหวัดก็จะให้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ พาไปทานข้าว ซ้ือของใช้ในบ้าน พาบุตร
หลานไปเล่นสวนสนุก พาไปออกกำลังกาย” (T3)

“สลับกันระหว่างการไปดูแลบดิ า มารดา และวันหยุดพักผอ่ นของตัวเอง” (T4)
“ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะช่วยงานคุณลุง คุณป้าที่บ้าน ส่วนช่วงวันหยุดยาวก็มีกลับบ้าที่ต่างจังหวัดไปเยี่ยม
บิดา และน้องชาย ส่วนวันธรรมดา หรือเย็นวนั ศุกร์หลังเลิกงานก็มักจะไปสังสรรค์ กินด่ืมกับเพื่อนฝูง รวมไปถึงเวลายามว่าง
ก็จะเลน่ เกมส์ออนไลน์” (T5)
“ส่วนมากกจ็ ะให้เวลากับครอบครัว ทำกิจกรรมไปพรอ้ มๆ กัน ส่วนน้อยท่ีจะให้เวลากับตวั เองคนเดยี ว เพราะมี
ครอบครวั จงึ ให้ความสำคญั กับครอบครวั มากทีส่ ุด” (T6)
“เนอ่ื งจากปัจจุบันนี้มีสมาชิกครอบครัวหลายคน ทั้งบดิ า มารดา ภรรยา และบุตร ส่วนมากเวลานอกเหนือจาก
เวลาทำงาน จะใชเ้ วลากับครอบครัวเปน็ หลัก” (T7)
“พยายามแบ่งเวลาใหก้ ับตัวเองและครอบครัวให้เทา่ ๆ กนั ” (T8)
จากการสัมภาษณ์ผูป้ ฏบิ ัติงาน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน
ที่มีผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว พบว่า แบ่งเวลาให้กับตนเองและครอบครัวเท่าๆ กัน (T3, T4, T5, T8) ให้เวลากับ
ครอบครัวเป็นหลัก (T6, T7) ให้เวลาตัวเองน้อย (T6) ขอเพิ่มรายได้เนื่องจากค่าครองชีพเพิ่มมากข้ึน (T3, T5, T6, T8)
มีรายไดจ้ า่ ยเรื่องการท่องเทีย่ ว และสังสรรค์ (T4, T5)
6. ดา้ นวิธกี ารลางานมาดูแลครอบครัว
ผู้ให้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเก่ียวด้านวิธีการลางานมาดูแลครอบครวั ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับ
การทำงานสง่ ตอ่ ความสมั พันธ์ในครอบครัวของบรษิ ัทสร้างเว็บไซต์ ดงั จะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตวั อย่างคำ
สมั ภาษณข์ อง T1 ทีก่ ล่าวถงึ ด้านวธิ ีการลางานมาดแู ลครอบครัว ดังน้ี
“ไม่กระทบ เพราะสามารถมอบหมายงานให้พนกั งานในองคก์ รท่านอืน่ ดูแลรับผิดชอบแทนได้ มคี วามไวใ้ จในตัว
พนกั งานในองค์กร” (T1)
“ไมก่ ระทบ” (T2)
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) ภาวะสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานท่ีมีผลต่อ
ความสัมพันธ์ในครอบครวั พบว่า ไม่กระทบ เพราะสามารถมอบหมายงานให้พนักงานในองคก์ รท่านอน่ื ดแู ลรบั ผิดชอบแทนได้
มีความไวใ้ จในตวั พนกั งานในองค์กร
ผู้ให้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัติงาน มีความเห็นเก่ียวด้านวิธีการลางานมาดูแลครอบครัว ภาวะสมดุลระหว่างชีวิต
กับการทำงานส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้ปฏิบัติงาน
ตวั อย่างคำสัมภาษณข์ อง (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ท่ีกลา่ วถงึ ด้านวธิ ีการลางานมาดูแลครอบครวั ดังนี้
“ไมส่ ่งผลกระทบมาก เพราะสามารถไหวว้ านใหเ้ พ่ือนร่วมงานแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ ไปก่อนได้ หรือไม่อยา่ งน้ัน
หากงานเร่งมาก อาจตอ้ งนำงานกลับไปทำทีบ่ า้ นด้วย” (T3)
“มีผลกระทบบา้ งเล็กนอ้ ย แต่กส็ ามารถนำงานไปทำทบี่ า้ นได้ ส่งงานทางอเี มลไ์ ด้” (T4)
“ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะช่วยงานคุณลุง คุณป้าที่บ้าน ส่วนช่วงวันหยุดยาวก็มีกลับบ้าที่ต่างจังหวัดไปเย่ียม
บิดา และน้องชาย ส่วนวันธรรมดา หรือเย็นวันศุกร์หลังเลิกงานก็มักจะไปสังสรรค์ กินดื่มกับเพื่อนฝูง รวมไปถึงเวลายามว่าง
ก็จะเลน่ เกมสอ์ อนไลน์” (T5)

412

รายงานสบื เนอื่ งการสมั มนาวิชาการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

“ไม่มผี ลกระทบ เนอื งจากสามารถมอบหมายงานใหเ้ พือ่ นรว่ มงานคนอนื่ ทำแทนได้” (T6)
“ไมม่ ผี ลกระทบ เพราะเพื่อนร่วมงานสามารถทำงานแทนได้ หรอื ทำงานจากทบี่ า้ นได้” (T7)
“มีผลกระทบเล็กนอ้ ย หากมีนัดหมายกบั ลูกคา้ แล้วจำเปน็ ตอ้ งเลอ่ื นนัด” (T8)
ผู้ให้สัมภาษณ์ผูป้ ฏิบัติงาน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ด้านวิธีการลางานมาดูแลครอบครวั ภาวะ
สมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานสง่ ต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวพบว่า ไม่กระทบ (T3, T5, T6, T7) ฝากเพ่ือนหรือนำกลับไป
ทำท่ีบา้ น (T3, T5, T6, T7) และส่งผลกระทบ (T4, T8) การนัดหมายลูกคา้ เพราะทำงานตอ้ งรบั ผดิ ชอบกับลกู ค้าโดยตรง (T8)
สามารถทำงานจากท่ีบา้ นและส่งอเี มลไ์ ด้ (T4)
7. ดา้ นวธิ กี ารสนบั สนุนจากครอบครวั
ผู้ให้สัมภาษณ์ 2 คนผู้บริหาร มีความเห็นเก่ียวด้านวิธีการสนับสนุนจากครอบครัว ภาวะสมดุลระหวา่ งชีวิตกับ
การทำงานส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตัวอย่าง
คำสมั ภาษณข์ อง T1 ทีก่ ล่าวถงึ ดา้ นวธิ กี ารสนับสนนุ จากครอบครวั ดงั น้ี
“สนับสนนุ เขา้ ใจในการทำงาน ถงึ แม้บางคร้ังอาจจะยุ่งมาก จนไม่มีเวลาวา่ งอยู่ทำกจิ กรรมกับครอบครวั ” (T1)
“สนับสนุน เข้าใจในวิธีการทำงาน ถึงแม้บางคร้ังมารดาจะเป็นห่วงว่าทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาพักผ่อน”
(T2)
ผู้ใหส้ ัมภาษณผ์ ูบ้ ริหาร จำนวน 2 คน (T1, T2) ดา้ นวิธกี ารสนับสนุนจากครอบครัว ภาวะสมดุลระหวา่ งชีวติ กับ
การทำงานสง่ ต่อความสมั พันธ์ในครอบครวั พบวา่ สนับสนุน เข้าใจในการทำงาน ถงึ แมบ้ างคร้งั อาจจะย่งุ มาก จนไม่มีเวลาว่าง
อยู่ทำกจิ กรรมกบั ครอบครวั (T1, T2) มารดาจะเปน็ ห่วงวา่ ทำงานหนกั เกนิ ไปจนไม่มีเวลาพักผ่อน (T2)
ผใู้ ห้สัมภาษณ์ 6 คนผู้ปฏิบัติงาน มีความเห็นเกี่ยวด้านวิธีการสนับสนุนจากครอบครัว ภาวะสมดุลระหว่างชีวิต
กับการทำงานส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์ ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้ปฏิบัติงาน
ตวั อย่างคำสัมภาษณข์ อง (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ทกี่ ลา่ วถึงด้านวิธกี ารสนบั สนุนจากครอบครัว ดังน้ี
“สนับสนนุ เข้าใจวา่ มภี าระหน้าที่ๆ ต้องรับผดิ ชอบ ไมร่ บกวนเวลา” (T3)
“สนับสนนุ โดยมคี วามเข้าใจว่าบุตรชายต้องรับผดิ ชอบตอ่ งานทท่ี ำ” (T4)
“สนับสนุนและเข้าใจ แต่ก็มีบ่นบ้างเร่ืองการเดินทางไป-กลับ ที่ทำงานเนื่องจากระยะทางไกลพอควร ทำให้
บางครง้ั ท่ที ำงานลว่ งเวลา เวลากลบั บ้านจะดกึ เกินไป” (T5)
“สนบั สนนุ โดยเฉพาะภรรยา เข้าใจในงานที่ทำและคอยใหก้ ำลงั ใจในยามทงี่ านมีปญั หา” (T6)
“สนบั สนุนเข้าใจ ในการทำงานเป็นอยา่ งดี ไมเ่ คยมเี รอ่ื งขัดแย้งจากการทำงานเลย” (T7)
“สนับสนนุ ใหก้ ำลังใจยามท่ีเหน่ือยลา้ หรอื ทอ้ ถอย” (T8)
ผใู้ หส้ ัมภาษณ์ผู้ปฏิบตั ิงาน จำนวน 6 คน (T3, T4, T5, T6, T7, T8) ด้านวิธีการสนับสนุนจากครอบครวั ภาวะ
สมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานส่งต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว พบว่า ครอบครัวให้การสนับสนุนและเข้าใจการทำงานเป็น
อย่างดี รู้ว่าภาระงานความรับผิดชอบทำให้บางครั้งกลับบ้านดึก หรือปฏิบัติงานล่วงเวลา (T3, T4, T5, T6, T7, T8) เข้าใจ
ภาระหน้าและความรบั ผดิ ชอบ (T3, T4) กังวลเร่อื งบา้ นไกลเวลาทำงานลว่ งเวลากลบั บา้ นดกึ (T5) ให้กำลังใจ (T6, T8)
กล่าวโดยสรุปสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานที่มีผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว พบว่า ผู้บริหารส่วนใหญ่
สามารถบริหารเวลาท่ีทำงานใกล้บ้าน การใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง สามารถจัดการเวลาการทำงาน
กับเวลาส่วนตัวได้ หากงานไม่มาก แต่หากงานมากก็ต้องทุ่มเทซึ่งทางครอบครัวทราบดีและให้การสนับสนุน และพนักงาน
สว่ นใหญ่ไม่มีปัญหาในเร่ืองการจัดสรรเวลา เลิกงานก็รีบกลับบ้านใช้ชีวิตกับครอบครวั เจอกัน คนโสดก็ใช้ชีวิตสว่ นตัวสังสรรค์
หากงานมากก็ทำล่วงเวลา หรือไม่ก็เอางานกลับไปทำบ้าน เวลาส่วนใหญ่หมดไปการทำงานและเดินทาง ในวันหยุดก็จะไป
เยี่ยมครอบครวั ซ่ึงทางครอบครัวก็ใหก้ ารสนับสนุนและให้กำลังใจ

413

รายงานสบื เนื่องการสมั มนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 67

อภปิ รายผล
วิจัยคร้ังนี้เป็นการสำรวจเก่ียวกับสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานที่มีผลต่อความสัมพันธ์ครอบครัวของพนักงาน
บริษัทแห่งหน่ึง ผลการสำรวจมีประเด็นที่จะนำมาอภิปราย 2 ประเด็นคือ สมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของพนักงาน
บรษิ ทั ไดแ้ ก่ สัดส่วนการทำงานและการใชช้ ีวิต ลกั ษณะงานและภาระงาน และเป้าหมายชีวิต และวิธีการจัดสรรเวลาระหวา่ ง
การทำงานและการใชช้ วี ิตใหเ้ กิดสมดุล ดงั นี้
1. สมดุลระหว่างชีวติ กับการทำงาน

สมดดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของพนักงานบริษัทสร้างเว็บไซต์ ได้แก่ สัดส่วนการทำงานและการใช้ชีวิต
ลักษณะงานและภาระงาน และเป้าหมายชวี ิต ผลการสำรวจพบว่าปญั หาทส่ี ง่ ผลต่อพนกั งานบรษิ ทั สร้างเว็บไซต์ คอื

1.1 สัดส่วนการทำงานมากกว่าการใช้ชีวิต ไม่เหมาะสมมุ่งเน้นให้ประสบสำเร็จตามท่ีต้องการ สาธร สละจิตร
(2558) ได้กำหนดเวลาในการดำเนินชีวิตให้มีสัดส่วนท่ีเหมาะสำหรับงาน ครอบครัว สังคม และตนเอง ขึ้นอยู่กับความสำเร็จ
สอดคล้องกับงานวิจัยของ อรวรรณ เปรมธีรวัฒน์ชัย (2562) ความสัมพันธ์กับองค์การต่อความผูกพันต่อองค์ของพนักงาน
ต้องการความก้าวหน้าและมั่นคงในการทำงาน คุณค่า ประสิทธิภาพของบทบาทน้ันๆ ก่อให้เกิดความพอใจในชีวิตและ
การทำงานภายใตส้ ภาวะแวดล้อมทแ่ี ตกต่างกนั

1.2 ลักษณะงานและภาระงาน พนักงานสว่ นใหญ่เป็นผู้ปฏิบัติในการพัฒนาระบบซ่ึงถือว่าเป็นภาระกิจหลักท่ี
จะนำรายได้เข้าสู่บรษิ ัท ลักษณะงานและภาระงานที่มีปริมาณมาก หนักเกิน สอดคล้องกับงานวิจัยของ กนกวรรณ ศรีวิรตั น์
(2558); ภาณุภาค พงศ์อภิชาติ (2554); ศริ ภัสสร วงศ์ทองดี (2552) ความรู้สกึ วา่ ตนมอี ำนาจที่จัดการภาระงานสามารถแสดง
ศักยภาพได้อย่างเต็มท่ี ภาระงานกบั ค่าตอบแทนทส่ี มเหตุสมผล กิจกรรมและเรง่ รบี บางชว่ งเวลา ประกอบกับลกั ษณะงานเป็น
งานสร้างสรรค์ งานออกแบบตามความต้องการของลูกค้าเป็นส่วน งานที่ทำแข่งกับเวลา งานท่ีต้องการความโดดเด่น
ซ่ึงสอดคล้องกับ วนั นาวี ศรวี ัฒนา (2561); จารุวรรณ เมืองเจริญ (2561) ในด้านสติปัญญาลำดับสูงสุดทำให้ระดับสมดุลงาน
และชีวิตกลุ่มคนวัยทำงาน ทำให้ลักษณะการทำงานสร้างสรรค์ ปรับปรุง แก้ไข ทันเวลาต่อความต้องการของลูกค้า ใช้เวลา
ส่วนใหญใ่ นการพดู คุยแก้ไขปัญหา นง่ั หนา้ จอคอมพวิ เตอร์ประจำ เวลาปฏบิ ตั ิงาน รู้สกึ เหน่ือยลา้ กการรบั ภาระงานทเี่ ร่งรีบทำ
ให้มีโรคประจำตัวต้องทานยาเป็นประจำ จำนวน 1 คนเป็นผู้ต้องไปติดต่อหาลูกค้าเวลาส่วนใหญ่จะเสียเวลาไปการเดินทาง
การติดต่องาน และเวลาทเ่ี หลือต้องมาทำงานพิเศษต่อ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวเท่าไหร่ ผใู้ ห้สัมภาษณ์ท้ังหมดบอกว่าส่วน
ใหญ่จะหมดไปการพูดคุยแก้ไขปัญหาของลูกคา้

1.3 การต้ังเปา้ หมายชวี ิต
1) ด้านค่าตอบแทน พบวา่ ส่วนใหญ่ทุกคนเห็นว่าคุ้มค่า ทำให้ความเป็นพนักงานขององค์การทุกทุ่มเท

กำลงั ความสามารถเพ่อื ปฏบิ ตั ิงานกบั องค์การในระดบั มาก
2) ด้านทำปฏิบัติงานนอกสถานท่ี นอกเวลาทำการ และการเดินทางพบว่า มีค่าใช้จา่ ยในการเดินทางคน

จะเพิ่มในสว่ นน้ีให้เหมาะสม แตจ่ ำนวน 3 คน พบว่าการออกนอกสถานทส่ี ว่ นใหญ่ ต้องไปติดตอ่ ลูกค้า หาลูกคา้ ใหม่ และเวลา
จากการเดนิ ทางทพ่ี ักอาศัยอยู่ไกลท่ีทำงาน

3) ด้านการจัดสรรเวลา พบวา่ ส่วนใหญ่ทุกคนที่สัมภาษณ์เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงาน รองลงมา
คอื ไม่มเี วลา งานหนัก และบางครั้งต้องทำงานลว่ งเวลาเป็นส่วนใหญ่ ทำใหไ้ มม่ ีเวลาในการทำกิจกรรมดา้ นอ่ืนๆ ซ่ึงสอดคล้อง
กับเจตน์ รตั นะจนี ะ และคณะ (2559)

2. สมดลุ ระหว่างชวี ติ กบั การทำงานท่ีมผี ลตอ่ ความสัมพันธใ์ นครอบครวั
สมดดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของพนักงานบริษัทสร้างเว็บไซต์ ได้แก่ สัดส่วนการทำงานและการใช้ชีวิต

ลักษณะงานและภาระงาน และเป้าหมายชีวิต ผลการสำรวจพบว่าปัญหาที่ส่งผลต่อพนักงานบริษัทสร้างเว็บไซต์ คือ
ในความสัมพันธ์ภาพครอบครัวส่งผลต่อปัจจัยด้านครอบครัวพบว่า เพศ อายุ การศึกษา ไม่แตกต่าง โดยสภาพการสมรสจะ

414

รายงานสืบเน่ืองการสมั มนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 67

เห็นได้ว่าการจัดการครอบครัวแบ่งหน้าท่ีกันทำ แต่สถานภาพหย่าร้างจะบริการจัดการโดยให้ส่งบุตรไปให้พ่อแม่ดูแล
ซ่ึงสอดคล้องกับ อุมาภรณ์ ภัทรวาณิชย์ และภูวไนย พุ่มไทรทอง (2552); สายสุนีย์ เกษม (2558); จรัมพร โห้ลำยอง (2560)
เรือ่ งสัมพันธค์ รัวสมรส กบั หย่ารา้ งหรอื แยกกันมโี อกาสทสี่ มั พันธภาพในครอบครวั จะต่ำกวา่ ครอบครัวทมี่ กี ารสมรส

2.1 สัดส่วนการทำงาน 55-70 พบว่า เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งสามารถจัดสรรเวลาได้ ส่วนพนักงานจำนวน
3 คนที่มีสัดส่วนการทำงาน ระหว่าง 55-70 พบว่า จำนวน 1 คน ครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด ส่วนอีก 2 คน จะวางแผนงานให้
ชัดเจนและมีการวางแผนการออกกำลังกายให้ร่างกายคลายเครียด ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย เจตน์ รัตนะจีนะ และคณะ
(2559) เรื่องความสัมพันธ์ที่ดีต่อสมดุลงานและชีวิต ประกอบด้วย การออกกำลังกาย การนอนหลบั และระดับความพึงพอใจ
ตอ่ งานการบรหิ ารงานท่ีทมุ่ เทจะทำใหอ้ งค์กรอยู่รอด ซึง่ สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ ปัทมาวรรณ จินดารักษ์ และสายสุนยี ์ เกษม
(2562) ผ้บู ริหารทรัพยากรมนุษย์ ท่ีจะต้องบรหิ าร ความสมดุลระหวา่ งชีวติ และการทำงาน ให้สอดคล้องกับความคาดหวังของ
กลุ่มวัยทำงานต่างๆ เพ่ือช่วยสนับสนุนให้บุคลากรขององค์การมีคุณภาพชีวิตที่ดีส่งผลให้ทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพและ
ช่วยขับเคลื่อนองค์การให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด และจัดตารางการทำงานให้เหมาะกับงาน สอดคล้องกับงานวิจัยของ
กิตติ ชุณหศรีวงศ์ (2562); กนกวรรณ ศรีวิรัตน์ (2559) เรื่องความยืดหยุ่นในการทำงานปริมาณงาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ
สามารถนำวิธีการให้น้ำหนักของงานต่างๆ ตามความเหมาะสม รวมถึง การนำวิธีการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพงาน
มาใช้อยา่ งจริงจัง

2.2 สดั ส่วนการทำงาน 50 เท่ากัน ทงั้ 3 คน สว่ นใหญ่ไมม่ ีปัญหาในเรอ่ื ง การจดั สรรเวลา เลิกงานก็จะรบี กลับ
บา้ นใช้ชีวิตครอบครัวเจอหน้ากันปกติ หรือคนโสดก็ยังใช้ชวี ิตสว่ นตัวสังสรรคใ์ นวนั ศุกร์สุดสัปดาห์บ้าง หลังเลิกในวันที่ไม่ต้อง
ทำล่วงเวลา ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของสายสุนีย์ เกษม (2558) ในเรื่องการปฏิบัติการครบตามภารกิจ การปฏิบัติงานนอก
เวลาทำงาน ที่แตกต่างไม่ส่งผลระดับค่าเฉล่ีสภาพความสมดุลของปัจจัยทรัพยากรในการทำงานและชีวิต หรือในวันหยุดก็
สามารถไปเย่ียมพ่อแม่ ญาติ หรือลูกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันได้ สมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานที่มีผลต่อความสัมพันธ์ครอบครัว
ของพนักงานบริษัทมายาวดี ไอที โซลูช่ัน จำกัด ได้ดังน้ีคือ ทางบริษัท ควรจัดกิจกรรมสังสรรค์ระหว่างหัวหน้าและเพ่ือน
รว่ มงานในโอกาสต่างๆ ทำใหพ้ นักงานมสี ัมพนั ธภาพทีด่ ตี อ่ กัน มีความรว่ มมอื กนั ในการทำงาน รวมไปถงึ การได้รับความร่วมมอื
และความช่วยเหลือจากเพ่ือนร่วมงานเมื่อต้องการอยู่เสมอ ซ่ึงสอดคล้องกับแนวคิดของ วอลตัน (Walton, 1975, p. 95)
ได้กล่าวว่า ความสัมพันธ์ในสังคม จะก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคคลในองค์กร เพราะทำให้เกิด
ความจริงใจจากเพื่อนร่วมงาน

เอกสารอา้ งอิง
กนกวรรณ ศรีวิวัตน์. (2559). ความสมดลุ ระหวา่ งชีวิตการทำงานทม่ี ผี ลตอ่ ประสทิ ธผิ ลการทำวิจัยขอสว่ นตวั ของกล่มุ คน

วยั ทำงานในเขตกรงุ เทพมหานคร. รายงานการศึกษาคน้ คว้าอสิ ระ บริหารธรุ กจิ มหาบณั ฑติ ไมไ่ ดต้ ีพมิ พ์. นนทบุรี:
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช.
กมลา แสงสีทอง, และปารชิ าติ สขุ ุม (2536). ครอบครัวไทยในเมือง. ใน เอกสารการสอนชุดวชิ าครอบครัวและสง่ิ แวดลอ้ ม.
(หน่วยที่ 1-7) (พิมพค์ รง้ั ที่ 5). นนทบรุ ี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช.
กญั ญา ธัญมนั ตา. (2534). เด็กออทิสตกิ กับผลกระทบตอ่ พอ่ แม.่ (วทิ ยานิพนธป์ ริญญามหาบณั ฑิต ไมไ่ ด้ตพี มิ พ์). กรุงเทพฯ:
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เกษม ตันตผิ ลาชีวะ. (2539). การรกั ษาสุขภาพในวัยสงู อายุ (พิมพ์ครัง้ ที่ 2). กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พอ์ รณุ การพมิ พ์.
เกศรนิ ป่งกวาน. (2558). ศกึ ษาคุณภาพชวี ิตการทำงานแนวทางการปฏบิ ัตทิ ด่ี ี และแรงจงู ใจในการทำงานทีม่ ีผลตอ่ ความ
ผกู พันตอ่ องค์กรของพนกั งานธนาคารพาณิชยไ์ ทยแหง่ หนง่ึ ในกรุงเทพมหานคร. (การศึกษาอิสระปริญญามหาบณั ฑิต,
ไมต่ พี มิ พ์). บรุ รี ัมย์: มหาวิทยาลัยราชภฎั บรุ รี ัมย์.

415

รายงานสบื เน่ืองการสัมมนาวชิ าการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 67

กาญจนา ลศุ นันทน,์ และอจั ฉรา นวจินดา. (2542). ปจั จยั ทางครอบครวั ทมี่ ผี ลตส่ ขุ ภาพ. กรงุ เทพฯ: สำนกั พมิ พ์
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์.

กติ ติ ชณุ หศรีวงศ.์ (2562). ความสมดลุ ระหวา่ งชวี ติ การทำงานและครอบครวั ของบุคลากรสายวชิ าการ มหาวทิ ยาลยั
รามคำแหง. วารสารสนั ตศิ ึกษาปรทิ รรศน์ มจร. 7(2), 405-483.

จรรยา สุวรรณทัต. (2554). การเสรมิ สร้างความเขม้ แขง็ ของครอบครัวตามมาตรฐานครอบครวั เขม้ แขง็ . กรงุ เทพฯ: กระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์, สำนักงานกิจการสตรแี ละสถาบันครอบครวั .

จารวุ รรณ เมอื งเจริญ และ วิโรจน์ เจษฎาลักษณ์. (2561). ปัจจยั สาเหตุและผลลัพธข์ องสมรรถนะในการปฏิบตั ิงานของ
พนกั งานฝึกปฏบิ ตั งิ านในบริษัทเอกชน. วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลยั หอการค้าไทย มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์.
38(3), 14-28.

จเี อฟเค ประเทศไทย. (2558). การศึกษาถึงไลฟส์ ไตลก์ ารทำงานของพนักงานประจำของคนชั้นกลางในเอเชยี 21 ประเทศ.
สบื ค้นจาก https://positioningmag.com/60849.

จรมั พร โห้ลำยอง. (2560). งาน ครอบครวั สงั คม : สมดลุ ชวี ิตกบั การทำงานทม่ี ากกวา่ การจดั สรรเวลาของแรงงานใน
ภาคอตุ สาหกรรมการผลติ . วศิ วกรรมสาร มก. 30(100), 87-102.

เจตน์ รัตนะจรี ะ, ธนะภมู ิ รตั นานพุ งศ์ และ พรชยั สิทธศิ รณั ยก์ ลุ . (2559). สมดลุ และชวี ิตของพนักงานกลุม่ วยั มลิ เลนเนยี ล
และปัจจยั ท่ีเกยี่ วข้อง. จุฬาลงกรณเ์ วชสาร. 60(5), 507-521.

ถิรนนั ท์ อนวัชศิรวิ งศ.์ (2529). การส่อื สารในกลมุ่ ขนาดเล็ก. กรุงเทพฯ: อารัมภ์.
ธรี ะ กนกกาญจนรตั น์. (2556). เข็มทิศ SME: Work-Life Balance ปรบั แนวคิดสำหรบั ชีวิตและการงาน. สบื ค้นจาก

https://www.thairath.co.th/content/370700
นิศาชล โทแกว้ . (2556). ความสมั พันธร์ ะหวา่ งความสมดลุ ชีวติ ในการทำงานกบั ผลการปฏบิ ตั ิงานของผู้จัดการแผนกต้อนรับ

ส่วนหนา้ ธุรกจิ โรงแรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื . (วิทยานิพนธป์ รญิ ญามหาบณั ฑิต, ไม่ตพี ิมพ์). มหาสารคาม:
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.
นภิ าพนั ธ์ พูนเสถียรทรพั ย์. (2559). สมดลุ ชีวิตสรา้ งได้ สขุ ภาพก็กี แถมมีเงนิ เก็บ. สืบคน้ จาก
https://www.scb.co.th/en/personal-banking/stories/create-your-life-balance.html
นิยม บุญม.ี (2530). ครอบครัวสมั พันธ์ (พมิ พค์ ร้งั ท่ี 4). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ วทิ ยาเขตมหาสารคาม.
นิตินยั หมีสะอาด. (2556). ความสัมพันธร์ ะหวา่ งการบรหิ ารสมดลุ ระหวา่ งชีวติ และการทำงานกบั ความผูกพนั ตอ่ องค์กรของ
พนกั งาน. (วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญามหาบัณฑติ , ไมต่ ีพิมพ์). ปทมุ ธานี: มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี.
ปวีณา หงสกลุ . (2556). สัมมนาวชิ าการด้านสตรแี ละครอบครวั “ความสมดลุ ของชีวิตและการทำงาน Work-Life Balance.”
ในวนั ที่ 30 สิงหาคม 2556. กรงุ เทพฯ: กรมส่งเสรมิ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพกิ ารแหง่ ชาติ.
ปยิ านันท์ นิ่มว่นุ , พูลฉัตร วชิ ัยดษิ ฐ และ สนชัย ใจเย็น. (2561). คณุ ภาพชวี ิตการทำงานของลกู จ้างในสถาบนั การพลศึกษา
วทิ ยาเขตภาคใต้. วารสารวิชาการมหาวิทยาลยั อสี เทริ น์ เอเชีย. 8(1), 214-220.
ปทั มาวรรณ จินดารกั ษ์ และ สายสุนีย์ เกษม. (2562). สมดุลระหวา่ งชวี ติ และการทำงานกบั ความหลากหลายของกลุม่ วยั .
วารสารนักบริหาร. 39(1), 3-11.
ประกาย ธีระวัฒนากลุ . (2556). Work and life balance: สมดลุ ระหว่างงานกบั ชีวติ . สบื ค้นจาก
https://prachatai.com/journal/2013/03/45799.
ฝน แสงสงิ แกว้ . (2543). ความผูกพันรกั ใครใ่ นครอบครัว. วารสารสมาคมจติ แพทย์แห่งประเทศไทย. 45(1), 1-10.
พิชติ เทพวรรณ์. (2556). สมดุลระหวา่ งชวี ติ และการทำงาน. (วิทยานิพนธ์ปรญิ ญามหาบณั ฑิต, ไมต่ พี ิมพ)์ . เชียงใหม่:
มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.
พรรณทพิ ย์ ศริ ิวรรณบศุ ย์. (2550). จิตวิทยาครอบครวั (พิมพ์คร้งั ที่ 6). กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.

416

รายงานสบื เน่อื งการสัมมนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 67

ภาณภุ าคย์ พงศอ์ ภชิ าต. (2554). คนไทยทำงานหนัก (เกือบ) ท่ีสุดในโลก. ในการเสรมิ สร้างคณุ ภาพชีวติ . กรงุ เทพฯ:
กลุ่มสอ่ื สารองคก์ รสำนกั งาน ก.พ.

วนั นาวี ศรวี ัฒนา. (2561). ความสมดุลระหวา่ งงานกบั ชีวติ สว่ นตวั ของกลุ่มคนวัยทำงานในเขตกรงุ เทพมหานคร.
(รายงานการศึกษาคน้ คว้าอสิ ระ บริหารธรุ กิจมหาบณั ฑติ ไมไ่ ดต้ ีพมิ พ)์ . นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช.

วิศรตุ า ทองแกมแก้ว. (2559). Work Life Balance: สมดุลชีวิตการทำงานภายใตแ้ นวคดิ การจดั การความร.ู้ สืบคน้ จาก
http://human.skru.ac.th/images/article/t11-55.pdf

ศรีทบั ทิม (รัตนโกศล) พานิชพนั ธ์. (2545). การเสรมิ สร้างความม่นั คงของครอบครวั . ใน เอกสารการสอนชุดวิชาจิตวิทยา
ครอบครวั และครอบครวั ศึกษา. (หน่วยที่ 10) นนทบุรี: มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช.

ศริ นิ ันท์ กิตติสุขสถติ และคณะ. (2555). คณุ ภาพชีวติ การทำงาน และความสขุ . กรงุ เทพฯ: ธรรมดาเพรส จำกดั .
สมชัย ปราบรัตน.์ (2561). ความสมดลุ ของชีวิตและทำงานของพนกั งาน ในธรุ กจิ อุตสาหกรรมการผลิตประเภทอาหารแปรรปู

บรรจุกระป๋อง: กรณศี ึกษาเฉพาะ 3 บรษิ ทั ขนาดใหญ่ในจงั หวัดสงขลา. ใน การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติ
และนานาชาติ คร้ังที่ 9 ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2561. สงขลา: มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่.
สำนักงานคณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ. (2536). การสมั มนาทางวิชาการเร่อื ง การจดั กจิ กรรมทางวฒั นธรรมในวันสำคญั
เกีย่ วกบั สถาบนั ครอบครัว. กรุงเทพฯ: สำนกั งานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหง่ ชาติ.
สำนกั งานปลัดนายกรัฐมนตรี. (2537). ครอบครัว. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ
สำนกั งานปลกั สำนักนายกรัฐมนตรี.
โสภา ชปลี มันน.์ (2540). สมั พันธภาพ: สายใยแหง่ ความรกั และความอบอนุ่ ในครอบครวั . วารสารตอ่ ต้านยาเสพตดิ , 1, 9-11.
สายสนุ ยี ์ เกษม. (2557). รายงานการวิจัยเรื่อง ความสมดุลระหวา่ งชีวติ กบั การทำงานของบคุ ลากรสายวิชาการ
ระดบั อดุ มศกึ ษาในจงั หวดั เชยี งใหม่. เชยี งใหม่: มหาวิทยาลัยพายัพ.
สริ นิ นั ท์ ขนุ เพช็ ร์. (2560). ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์ตอ่ ความสุขในการทำงานของพยาบาลวชิ าชพี หอ้ งผ่าตดั โรงพยาบาลตติยภมู ิ
แห่งหน่ึงในภาคใต้. วารสารมหาวทิ ยาลัยนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ สาขามนุษศาสตร์และสงั คมศาสตร์. 4(2), 69-80.
หทยั ทพิ ย์ ลิว้ สงวนกลุ ธร และ สวุ รจน์ เขมาวฒุ านนท์. (2555). การศึกษาปัจจัยทีม่ ผี ลต่อสมดลุ ชวี ติ กับการทำงาน กรณีศกึ ษา
สถาบันคุ้มครองเงินฝาก. (วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบณั ฑิต, ไมต่ ีพมิ พ์). กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั หอการคา้ .
อุกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน. (2543). ความพงึ พอใจของประชาชนทีม่ ีต่อการบรหิ ารจดั การโครงการพฒั นาสถานีตำรวจเพอื่
ประชาชนของสถานีตำรวจภูธรอำเภอ. (รายงานการศึกษาค้นควา้ อสิ ระ ปรญิ ญามหาบณั ฑติ ไมไ่ ดต้ ีพมิ พ)์ .
ขอนแกน่ : มหาวิทยาลัยขอนแกน่ .
อรวรรณ เปรมธีรวัฒนช์ ยั . (2562). ความสัมพันธร์ ะหวา่ งคณุ ภาพชีวติ การทำงานกบั ความผกู พันกตอ่ องคก์ ารของพนักงาน
บริษัท ไทย จรู อง เอ็นจเิ นยี ร่งิ จำกดั . วารสารวิจยั และพฒั นา มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเลย. 14(49), 62-73.
อไุ รพร จันทะอุม่ เมา้ , ดนลุ ดา จามจุรี และ ศริ ิมา ลลี ะวงศ์. (2554). การประเมินความพงึ พอใจในงานความสมดลุ ระหว่างชีวติ
และการทำงานของบุคลากรสุขภาพในสังกดั กระทรวงสาธารณสขุ . นนทบุรี: สำนกั การพยาบาลกรมการแพทย์
กระทรวงสาธารณสขุ .
อุมาภรณ์ ภัทรวาณชิ ย์ และ ภวู ไนย พุ่มไทรทอง. (2552). ปัจจยั ท่เี กยี่ วข้องกับความสมั พนั ธใ์ นครอบครวั ใน รายงาน
ครอบครัวไทยในสถานการณ์เปลยี่ นผา่ นทางสงั คมและประชากร. กรงุ เทพฯ: สถาบันแห่งชาตเิ พ่ือการพฒั นาเดก็ และ
ครอบครัว มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล.
Akakulanan, S. (2011). The causal relationship model of work-life balance affecting the employees’
effective work behavior of the Automotive Part Manaufacturers, The Eastern Thailand.
Journal of Behavioral Science, 17(2), 85-102.

417

รายงานสืบเน่ืองการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีท่ี 67

Carlson, D. S., Grzywacz, J. G., & Zivnuska, S. (2009). Is work-family balance more than conflict and
enrichment. Human Relations, 62(10), 1459-1486.

Crandall, R. C. (1980). A behavioral science approaches. Massachusetts: Addison-Wesley.
Gilbert, J. (2011). Themillennials: A newgeneration of employees, a new set of engagement policies.

Ivey Business Journal, 75(5), 26-28.
Greenhaus, J. H, & Collins, K. M., & Shaw, J. D. (2003). The relation between work-family balance and

quality of life. Journal of Vocational Behavior, 63, 510-531.
Grzywacz, J. G., & Carlson, D. S. (2007). Conceptualizing work-family balance: Implications for practice and

research. Advances in Developing Human Resources, 9(4), 455–471.
Horton, P. B., & Hunt, C. L. (1976). Sociology. New York: McGraw Hill Inc.,
Hutton, A. (2005). The case for work/ life balance: Closing the gap between policy and practice.

New Zealand: Hudson Highland Group, Inc.
Kingsley D., & Ma. (2020). Family. Retrieved from https://www.sociologyguide.com/marriage-family-

kinship/Family
Epstein, N. B., Baldwin, L. M., & Bishop, D. S. (1983). The McMaster Family Assessment device. Journal of

Marital and Family Therapy. 9(2), 171-180.
Malinowski, B. (2020). The family among the Australian Aborigines. BoD–Books on Demand.

Frankfurt am Main, Outlook Verlag GmbH, Germany.
Maslow, H. A. (1970). Motivation and personality. (2nd ed.). New York: Harper & Row.
Marguerite, W. (2017). A brief history of the 8-hour workday, which changed how Americans work.

Retrieved from URL: https://www.cnbc.com/2017/05/03/how-the-8-hour-workday-changed-how-
americans-work.html
Merrill, A. R., & Merrill, R. R. (2003). Life matter: Crating a dynamic balance of work, family, time and
money. New York: NY: McGraw-Hall.
Noor, K. M. (2011). Work-life balanceand intention to leave among academics in Malaysian public higher
education institutions. International Journal of Business and Social Science, 2(11), 240-248.
Poelmans, S. A., Kalliath, T., & Brough, P. (2008). Achieving work–life balance: Current theoretical and
practice issues. Journal of Management & Organization, 14(3), 227-238.
Robert Owen Ward, Marguerite (2017). A brief history of the 8-hour workday, which changed how
Americans work. CNBC.
Somsert, S. (2018). The way to happiness at work. Executive Journal. 38(1), 3-10.
Stinnett. (1983). Strong families: A Protrait. Prevention in Family Services. Bevery Hills.
Sirichotiratana, N. (2017). The principle of human resource management in 21st century. (3rd ed.).
Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Thongkamkaew, W. (2012). Work life balance: Work life balance bese on knowledge management
concept: Work life balance. Retrieved from http://human.skru. ac.th/images/article/t11-55.pdf
Voydanoff, P. (2005). Toward a conceptualization of perceived work–family fit and balance: A demands
and resources approach. Journal of Marriage and Family, 67, 822-836.

418

รายงานสบื เนื่องการสมั มนาวิชาการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

การสร้างสมดลุ ชีวติ ในชว่ งสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 ของผ้สู งู อายุ
ในเขตยานนาวา กรงุ เทพมหานคร1

Balancing Life in the Time of COVID-19 Pandemic of Elderly Persons
in the Yannawa District of Bangkok

เนตรชนก สุนา2
Nedchanok Suna3

Abstract
The situation of the COVID-19 pandemic affects the people lifestyle of the whole world,
especially the elderly. This research is quantitative research aimed to study life balancing and to study
factors related to the life balancing of the elderly in the Yannawa district of Bangkok. To determine the
sample size of 40 people, the sampling method was used for specific data collection periods. The tool
was a questionnaire developed from the Life Balance Assessment and Action Planning Guide
(Robertson & Microys, 2001). The data was analyzed using descriptive and inferential statistics using
non-parametric statistics.
The results of the research showed that the majority of the sample was female. The median
age is 67 years. Most of them are unemployed. The data for enabling factors showed that the sample
lived mostly in single houses or townhouses outside the community. There is living together with the
family. Most of the remedies were obtained from government measures. Moreover, life balancing of
elderly people in the time of COVID-19 pandemic found that a level of overall life balancing is high. It
was found that enabling factors for receiving remedies from government measures were related to the
life balance of the elderly. The results of the study led to raising awareness of the stakeholders to
provide all elderly people with access to government policies and measures. Including promoting
emotional, diet and exercise activities create a balance in life for the elderly in all aspects.
Keywords: Balancing-life, elderly people in Bangkok, COVID-19 pandemic

บทคัดยอ่
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 สง่ ผลกระทบต่อวิถีการดำเนนิ ชีวติ ของผคู้ นท้งั โลก โดยเฉพาะกล่มุ ผูส้ ูงอายุ
การวิจัยคร้ังน้ีเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสร้างสมดุลชีวิต และศึกษาปัจจัยท่ีมีความสมั พันธ์กับการ
สร้างสมดุลชีวิตผู้สูงอายุในเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างจำนวน 40 คน ใช้วิธีการกำหนดขนาดและสุ่ม
ตัวอยา่ งแบบเจาะจงด้วยชว่ งเวลาของการเกบ็ ขอ้ มลู เครือ่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลเปน็ แบบสอบถามท่ีพัฒนาประเด็น
มาจาก Life Balance Assessment and Action Planning Guide (Robertson & Microys, 2001) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้
สถิติเชงิ พรรณนาและวิเคราะหค์ วามสัมพนั ธ์ของข้อมลู โดยใช้สถิตทิ ดสอบนอนพาราเมตรกิ

1 งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา การวิจัยเชิงปริมาณในนโยบายสังคม (นบส.804) ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2563 หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสังคม
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
2 นักศกึ ษาหลักสตู รปรชั ญาดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชานโยบายสงั คม คณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
3 Ph.D. Student, Program in Social Policy, Faculty of Social Administration, Thammasat University

419

รายงานสบื เน่อื งการสมั มนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ี่ 67

ผลการวจิ ัยพบว่ากล่มุ ตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีค่ามัธยฐานของอายุ 67 ปี ส่วนใหญ่ไมไ่ ด้ประกอบอาชีพ ข้อมลู ปจั จัยเอ้ือ
พบว่ากลุ่มตัวอย่างอาศัยอยู่บ้านเด่ียวหรือทาวน์เฮาส์โดยอยู่นอกชุมชนเป็นส่วนใหญ่ มีการใช้ชีวิตการอยู่ร่วมกันกับครอบครัว
สว่ นใหญ่ได้รับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐ ส่วนการสร้างสมดุลชีวติ ของผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโค
วิด-19 พบว่ามีการสร้างสมดุลชีวิตโดยรวมในระดับสูง และพบว่าปัจจัยเอ้ือด้านการได้รับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐมี
ความสมั พันธ์กบั การสร้างสมดุลชีวิตของผสู้ ูงอายุ ผลการศกึ ษานำไปส่กู ารสร้างความตระหนกั ของผู้เกี่ยวข้องต่อการให้ผสู้ ูงอายุ
ทุกคนเข้าถึงนโยบายและมาตรการการดูแลของรัฐ รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมด้านอารมณ์ อาหาร และออกกำลังกาย เพ่ือสร้าง
ความสมดลุ ในชวี ิตใหก้ บั ผู้สูงอายุอย่างรอบดา้ น
คำสำคญั : สมดลุ ชีวิต, ผสู้ ูงอายใุ นเขตกรงุ เทพมหานคร, การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19

บทนำ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อโลก เกิดเป็นความเดือดร้อนของประชาชนทุกภาคส่วน
เป็นวงกว้าง (เสาวณี จันทะพงษ์ และ ทศพล ต้องหุ้ย, 2563) และในหลายแง่มุมมีความไม่แน่นอนท้ังในมิติของสิ่งแวดล้อม
เศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม แต่สิ่งท่ีแน่นอนคือความเส่ียงต่อการเสียชีวิตจากการติดเช้ือโควิด-19 ท่ีเพิ่มข้ึน
ต่อเนื่อง สำหรับในประเทศไทย สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แพร่กระจายในพื้นท่ีกรุงเทพมหานครและ
ปริมณฑลมากท่ีสุด ส่วนใหญ่พบในคนอายุมากกว่า 60 ปี ซ่ึงถือว่าผู้สูงอายุจัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19
มากกว่ากลุ่มอื่น อีกทั้งกรุงเทพเป็นพน้ื ท่ีที่มคี วามหนาแน่นของผู้สูงอายุมากท่ีสุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนผู้สูงอายุจำนวน
1.1 ล้านคน เป็นเพศชาย ร้อยละ 42.28 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 57.72 (กองยุทธศาสตร์สาธารณสุขและส่ิงแวดล้อม
กรงุ เทพมหานคร, 2563) นอกจากที่ผู้สงู อายุเป็นวยั ทม่ี ีความเส่ือมถอยของร่างกายและส่งผลต่อการเปน็ กลุ่มท่ีมีความเสี่ยงใน
การตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 ไดง้ า่ ยกวา่ กลุ่มอื่นแล้ว ผู้สูงอายยุ ังเปน็ กล่มุ ทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากสถานการณส์ งู อีกด้วยเชน่ กนั
ผลกระทบของผู้สูงอายุจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถใช้ชีวิตได้
ตามปกติในสังคม อีกท้ังความเส่ือมถอยของร่างกายยังทำให้การเข้าถึงสิทธิและบริการต่างๆ ก็มีอุปสรรค รวมไปถึงการขาด
การตดิ ต่อและร่วมทำกจิ กรรมทางสังคมกับเพ่ือนฝูงรุ่นเดียวกัน นอกจากนั้นยงั มผี ลกระทบต่อสขุ ภาพจิต เกิดความหวาดหวั่น
กังวล ว้าวุ่นใจ ประกอบกับมาตรการสำคัญท่ีให้เว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) และอยู่แต่ในบ้าน ทำให้เกิด
ความปั่นป่วนทางสังคมและเศรษฐกิจ (ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศาสนต์ิ, 2563) แม้ว่าผู้สูงอายุบางส่วนน้ันไม่ได้ประกอบอาชีพแต่
รายได้ของผู้สูงอายุนั้นข้ึนอยู่กับบุคคลในครอบครัว ด้วยภาวะของการถดถอยทางเศรษฐกิจจากมาตรการควบคุมการแพร่
ระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานประกอบการหลายแห่งต้องปรับลดค่าตอบแทนรายเดือน หรือแม้กระทั่งเลิกจ้างพนักงาน
เน่อื งจาก สถานประกอบการเองก็ไม่สามารถแบกรบั ภาระค่าใช้จ่ายท่เี กดิ ข้นึ ได้ รวมไปถงึ สถานประกอบการบางแหง่ ตอ้ งปิดตวั
ลงเช่นกัน ส่ิงเหล่าน้ีเป็นผลกระทบทางเศรษกิจที่กระทบต่อผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะต้องพึ่งพิงทางเศรษฐกิจกับบุคคลใน
ครอบครัว และผลกระทบน้ีโยงใยต่อชีวิตของผู้สูงอายุท้ังในด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และสังคม ดังเช่นท่ี ประเวศ วะสี
(2563) ได้กล่าวว่าการเสียสมดุลของสภาพแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ การเมือง เกิดความเหล่ือมล้ำขนาดหนักซ่ึงนำไปสู่
ปัญหานานาประการหรอื ทง้ั หมด ตลอดจนเสียสมดุลในตัวมนุษยเ์ อง เช่น ความเครียด การไร้ความสขุ การแพร่ระบาดของโค
วิด-19 มาซำ้ เติมใหว้ ิกฤตมากข้ึน ซึ่งการเสยี สมดลุ เหลา่ น้ีทำใหเ้ กดิ เป็นความไม่สมดุลในชีวติ ผู้สูงอายุ และกอ่ ใหเ้ กดิ ผลเสยี หรอื
ปัญหาต่อคณุ ภาพชีวติ ของผสู้ งู อายใุ นการใชช้ วี ติ อยใู่ นสังคมได้นน่ั เอง
การเกดิ วกิ ฤติในการแพร่ระบาดของโควดิ -19 ทำใหเ้ กิดความไมส่ มดุลในชีวิตของผูส้ ูงอายุ ซ่ึงสมดลุ ชีวิตของผู้สงู อายุ
เป็นภาวะท่ีสะท้อนให้เห็นความเป็นปกติของชีวิต ซ่ึง Robertson and Microys (2001) ได้ให้ความหมายของคำว่า สมดุลชีวิต
คือ ความพอดีในทุกมิติของชีวิตผู้สูงอายุ ประกอบด้วย ความสมดุลทั้งทางร่างกายมีสุขภาพดีและดูแลสุขภาพของตนอยู่เป็น
นิจ สมดลุ ทางการเงินมีรายรับและรายจ่ายท่ีพอดีรวมถึงมีเงินเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน สมดุลทางปัญญามีความรู้สึกอยากแสวง

420

รายงานสืบเนอ่ื งการสัมมนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

สิ่งใหม่เพิ่มเติมอยู่เสมอ พร้อมกับมีมุมมองที่คิดบวกและพึงพอใจในการดำเนินชีวิตที่เป็นอยู่ ส่วนสมดุลอารมณ์เป็น
ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และความเครียดของตน และแสดงออกทางอารมณ์ในเชิงบวกได้ดี สมดุลด้านสังคมมี
ปฏิสัมพันธ์ทีด่ ีทางสงั คมมคี นที่ไวใ้ จ และมีสมดลุ ทางจิตวิญญาณท่มี ีความรู้สึกตนเองมีคุณค่า มคี วามสงบทางใจเกิดขึ้นในชวี ิต
และมีส่ิงท่ียึดถือในจิตใจ ทั้งน้ีผู้สูงอายุจะเกิดความสมดุลในชีวิตได้ย่อมมีปัจจัยท่ีเอ้ือให้มีการรักษาสมดุลในชีวิตให้เกิดข้ึน
ซึ่งปัจจัยเอื้อเป็นปัจจัยท่ีเก้ือกูลให้เกิดพฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ (เขมจิรา ยะราไสย์, ชุภาศิริ อภินันท์เดชา และ สำเริง
แหยงกระโทก, 2558) เปรยี บเหมือนสิง่ ท่มี ารกั ษาเสถียรภาพของความสมดุลในผู้สูงอายุให้มีประสทิ ธภิ าพและยัง่ ยนื

ปัจจัยเอื้อในการสร้างสมดุลชีวิตของผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยท่ี
ประกอบด้วย สิ่งท่ีผู้สูงอายุมีอยู่เดิม อาทิ เรื่องสภาพแวดล้อม ลักษณะท่ีอยู่อาศัย การอยู่อาศัยกับบุคคลในครอบครัวท่ีคอย
เอ้ืออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ ทักษะหรือความสามารถของผู้สูงอายุในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทรัพยากรที่ได้รับ
ในช่วงของการแพร่ระบาดก็เป็นปัจจัยเอ้ือที่จะทำให้ผู้สูงอายุมีความสมดุลในชีวิตได้ ซึ่งทรัพยากรท่ีได้รับรวมไปถึง
การช่วยเหลือที่เป็นในส่วนบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ท่ีไม่ใช่หน่วยงานภาครัฐ และทรัพยากรท่ีเป็นปัจจัยเอื้อ หมายรวมถึง
มาตรการจากภาครัฐ มาตรการการเยียวยาช่วยเหลือผู้สูงอายุ ตามท่ีกระทรวงการคลังท่ีรับผิดชอบดูแลเศรษฐกิจไทยใน
ภาพรวม ตระหนัก รับทราบ และเข้าใจถึง ความยากลำบากของประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วนและไม่นิ่งดูดาย จึงได้ออก
มาตรการดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบท้ังประชาชนและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน โดยยึดหลักการเดิม “ทันการณ์
ตรงเป้าหมาย และชั่วคราวตามจำเป็น” เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน (กระทรวงการคลัง, 2563) ซึ่งมาตรการท่ี
เก่ียวข้องกับผู้สูงอายุได้แก่ มาตรการสาธารณูปโภค ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ช่วยเหลือค่าน้ำประปา ช่วยเหลือค่าอินเทอร์ เน็ต
และมาตรการเศรษฐกิจเงินเยียวยาสำหรับผู้สูงอายุ ซ่ึงปัจจัยเอ้อื เหล่าน้ีสามารถมาค้ำยันความสมดุลให้เกิดขึ้นในผู้สูงอายุได้
ในชว่ งของสถานการณ์การการแพรร่ ะบาดของโควิด-19

ปัจจุบันแนวโน้มของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มจะอยู่กับประชากรโลกจนกว่าจะมีวิธีการ
รักษา หรือมวี คั ซนี ทมี่ ีประสิทธภิ าพและปลอดภัยในการป้องกนั โควิด-19 ประเทศไทยก็เช่นกนั ยังคงต้องเผชญิ กบั สถานการณ์
การแพรร่ ะบาดของโรค ตราบจนกว่าจะมีหนทางในการคล่ีคลายสถานการณ์การแพร่ระบาดให้ดขี ้ึน ซึง่ ความไมช่ ดั เจนน้ี เป็น
สิ่งท่ีสะท้อนว่าจะกระทบต่อสมดุลของผู้สูงอายุในระยะยาว ทั้งนี้ยังพบว่าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
ซึง่ เป็นภัยธรรมชาติใหม่นี้ ยังไม่มีการศึกษาในประเด็นของการสรา้ งสมดุลชีวติ ของผู้สูงอายุ จงึ ทำให้การศึกษาครั้งน้ีตั้งคำถาม
ถงึ สมดุลชีวิตผู้สูงอายุท่ีอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นอย่างไร และปัจจัยที่มคี วามสัมพันธ์กับสมดุลชวี ิตผ้สู ูงอายุมีอะไรบ้าง
เพ่ือผลของการศึกษาเป็นประโยชนต์ ่อการสร้างความเข้าใจ นำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายใหก้ ับผูส้ ูงอายไุ ด้อย่าง
มปี ระสิทธิภาพไดต้ ่อไป

วตั ถุประสงค์
1) ศกึ ษาสมดลุ ชีวิตในผู้สูงอายุ เขตยานนาวา กรงุ เทพมหานคร
2) ศึกษาปจั จัยที่มีความสัมพันธ์กบั สมดุลชีวิตผู้สูงอายุ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ในช่วงสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโควิด-19

สมมตฐิ านการวิจยั
การศกึ ษาครงั้ นี้มสี มมติฐานในการวิจัย ดงั น้ี
1) ปัจจัยส่วนบุคคลประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา การประกอบอาชีพในปัจจุบัน รายได้ และ (2) ปัจจัยเอ้ือ
ประกอบด้วย ลักษณะท่ีอยู่อาศัย ความเป็นเจ้าของท่ีอยู่อาศัย ลักษณะของสภาพแวดล้อมท่ีอาศัยอยู่ การอยู่ร่วมกัน

421

รายงานสืบเนอ่ื งการสมั มนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

ความถนัดหรือความสามารถพิเศษ การได้รับการดูแลช่วยเหลือ (ท่ีไม่ใช่รัฐ) ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
การได้รบั การเยยี วยาจากมาตรการของรฐั มคี วามสมั พันธ์กบั การสรา้ งสมดลุ ชีวิตของผสู้ งู อายุ เขตยานนาวา กรงุ เทพมหานคร

นิยามศัพทป์ ฏบิ ตั กิ าร
ผู้สูงอายุ หมายถึง บุคคลท่ีมีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตยานนาวา
กรงุ เทพมหานคร ในชว่ งทมี่ กี ารแพร่ระบาดของโควดิ -19 และช่วงของการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลของการศกึ ษาครง้ั นี้
การสร้างสมดุลชีวิต หมายถึง การสรา้ งหรือรักษาภาวะที่พอดี มีความสุขทงั้ ทางด้านรา่ งกาย ด้านการเงิน ด้านปัญญา
ดา้ นอารมณ์ ด้านสังคม และด้านจิตวญิ ญาณ ของผู้สงู อายุ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ซ่ึงประกอบไปด้วยความสมดุล 6
มิติตอ่ ไปน้ี
สมดุลทางร่างกาย หมายถึง การที่ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีและรับผิดชอบต่อพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาพ ได้แก่
การรับประทานท่ีพอเหมาะและมีคุณค่าทางโภชนาการ การออกกำลังกายท่ีเหมาะสม การรักษาสุขภาพจิตให้แจ่มใ ส
ตรวจสุขภาพเปน็ ประจำ ปฏบิ ัตติ ัวในการปอ้ งกันโรคติดต่อเสมอ
สมดุลทางการเงิน หมายถึง การบริหารจัดการของผู้สูงอายุในด้านการเงิน มีการไตร่ตรองการใช้จ่ายและใช้จ่าย
อย่างสมเหตุสมผล เมื่อมีรายได้วางแผนเก็บเงินไว้ส่วนหน่ึงกอ่ นใช้จา่ ย ชำระคา่ ใช้จ่ายต่าง ตรงเวลา มีเงินสำรองหรอื เงินเก็บ
ไวใ้ ช้ยามฉุกเฉนิ และมเี งนิ เพยี งพอในการใช้จา่ ยประจำวัน
สมดุลทางปัญญา หมายถึง การท่ีผู้สูงอายุมีความรู้สึกต้องการแสวงสิ่งใหม่เพิ่มเติมอยู่เสมอ มีมุมมองที่คิดบวก
พงึ พอใจในการดำเนินชีวิตท่เี ป็นอยู่ ฝึกคิดคำนวณและทบทวนเหตุการณ์ คิดว่าสิ่งที่ทำมคี ุณค่าเสมอ และเม่ือมีสิ่งที่สนใจหรือ
งานอดเิ รกจะเรยี นรู้และฝึกปฏบิ ัติตาม
สมดลุ ทางอารมณ์ หมายถึง การท่ผี ู้สูงอายุสามารถควบคุมอารมณ์และความเครียดของตนได้ มองปัญหาคอื ความ
ทา้ ทายในการจัดการ เมื่อเจอปัญหาสามารถปลอบโยนตนเองหรือปลอบใจตนเองได้ เม่ือเจอวกิ ฤติปัญหา สามารถหวั เราะและ
รูส้ ึกสนุกได้ มีความมั่นคงทางอารมณ์ แสดงออกทางอารมณ์ในเชิงบวกได้ดี มคี วามรบั ผิดชอบต่อความรู้สกึ ของผู้อน่ื เม่อื แสดง
อารมณ์ดา้ นลบ
สมดุลด้านสังคม หมายถึง การมีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีทางสังคมของผู้สูงอายุ มีคนที่ใกล้ชิดและไว้วางใจ สามารถแก้ไข
ปัญหาความขัดแย้งหรือประนีประนอมในสถานการณ์ความขัดแย้งได้ ตระหนักและเคารพสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อ่ืน
ตระหนักถึงความรู้สึกของผู้อ่ืนสามารถสร้างสัมพันธภาพได้อย่างเหมาะสม รู้สึกตนเองเป็นส่วนหน่ึงของสังคมและมีความ
รับผิดชอบต่อสังคม
สมดุลทางจิตวิญญาณ หมายถึง การที่ผู้สูงอายุรู้สึกตนเองมีคุณค่าและมีจุดมุ่งหมายในชีวิต มีความรู้สึกสงบกับ
ทุกสถานการณ์ มีความสุขกับส่ิงท่ียึดถือและทำกิจกรรมหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนาหรือลัทธิความเชื่อ มีหลักการ
หรอื จรยิ ธรรมหรือศลี ธรรมเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต และสามารถใหอ้ ภยั ผูอ้ ่ืนและตนเองได้
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หมายถึง การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีการระบาด
ต้งั แต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจบุ ัน (ชว่ งของการเก็บข้อมูลในเดอื นพฤศจิกายน 2563) สง่ ผลกระทบเปน็ วงกว้างต่อ
โลกและประเทศไทยทง้ั มติ ิของเศรษฐกจิ การเมอื ง สังคมและวฒั นธรรม
ปัจจัยเอื้อ หมายถึง ปัจจัยท่ีเกื้อกูลให้เกิดความสมดุลของผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
ท้ังทางด้านกายภาพส่ิงแวดล้อม สังคมวัฒนธรรม ทักษะหรือความสามารถของผู้สูงอายุ หรือทรัพยากรที่ได้รับ ประกอบด้วย
ลักษณะที่อยู่อาศัยและความเป็นเจ้าของ ลักษณะของสภาพแวดล้อมท่ีอาศัยอยู่ การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับบุตรหลานคู่ชีวิตหรือ
ญาติ มีความถนัดหรือความสามารถพิเศษ การได้รบั การดูแลช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควิด-19 (ทไี่ ม่ใช่
รัฐ) และการไดร้ ับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐ

422

รายงานสบื เน่ืองการสมั มนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 67

ขอบเขตการศึกษา
ในการศึกษาคร้ังนี้ประกอบด้วขอบเขตการศึกษาดังน้ี (1) ขอบเขตตัวอย่างและพ้นื ทศ่ี ึกษา คอื เป็นผู้สูงอายุและเป็น
สมาชิกชมรมผู้สูงอายุในพื้นที่เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร (2) ขอบเขตด้านเนื้อหา ครอบคลุมข้อมูลเก่ียวกับผู้สูงอายุ
การสร้างสมดุลชวี ิตประกอบด้วย สมดุลทางร่างกาย สมดุลทางการเงิน สมดุลทางปัญญา สมดุลทางอารมณ์ สมดุลดา้ นสงั คม
และสมดุลทางจิตวิญญาณ รวมท้ังปัจจัยเอ้ือท่ีเก้ือกูลให้เกิดความสมดุลของผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โควดิ -19

ขอ้ ตกลงเบอื้ งต้น
การวิจัยครัง้ น้ีเปน็ ส่วนหน่ึงของการศึกษาในรายวิชาระดับดุษฎีบัณฑิต ด้วยข้อจำกัดของระยะเวลาในภาคการศึกษา
จึงทำให้มชี ่วงเวลาในการเกบ็ ข้อมูลด้วยตนเองเพียง 1 สปั ดาห์ คือต้ังแตว่ ันที่ 25-30 ตุลาคม 2563 ประกอบกับยังมีการแพร่
ระบาดของโควิด-19 และการเข้าถึงผู้สูงอายุทำได้ยากในชว่ งเวลานี้ ส่งผลให้ขนาดตัวอย่างมีจำนวนไม่มาก ดังนั้น การวิจยั ใน
คร้ังนี้ ผู้วิจัยจึงใช้สถิติท่ีเหมาะสมในการวิเคราะห์ข้อมูลจากขนาดตัวอย่างจำนวนน้อย ได้แก่ สถิตินอนพาราเมตริก
(Nonparametric Statistic) (ธีระ สินเดชารักษ์ และณั ฐวุฒิ ตินทุกะสิริ, 2563; ศุภมาส ชุมแก้ว, 2563; Dwivedi,
Mallawaarachchi, & Alvarado, 2017; Sprent & Smeeton, 2001) และเมื่อเป็นการทดสอบด้วยสถติ ินอนพาราเมตริกที่
มขี นาดตัวอย่างน้อย ค่ามัธยฐาน (Median) จะนำเสนอข้อมูลแนวโน้มเขา้ สสู่ ่วนกลางไดด้ ีกว่า (Minitab Blog Editor, 2015)
ซ่งึ ใช้คู่กับค่าเบี่ยงเบนควอไทล์ (Quartile deviation) แทนการใช้ค่าเฉล่ียและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (วิไลภรณ์ โคตรบึงแก,
2563) เพอ่ื ให้แนวโนม้ ของผลการศกึ ษามีความคลาดเคลื่อนน้อยทีส่ ดุ

แนวคดิ ทฤษฎที ่ใี ช้
แนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ัยท่เี กยี่ วข้องที่นำมาใชใ้ นการศกึ ษาคร้ังนป้ี ระกอบดว้ ยแนวคดิ เก่ียวกบั ผู้สงู อายุ แนวคดิ
การสร้างสมดุลชวี ติ และปจั จัยเออ้ื รวมทัง้ งานวิจยั ท่เี ก่ียวขอ้ ง ดังรายละเอียดตอ่ ไปน้ี
แนวคิดเก่ยี วกบั ผู้สูงอายุ
องค์กรสหประชาชาติ ไดก้ ล่าวว่า ตามหลกั การขององค์กรสหประชาชาติและนักวิจยั สว่ นใหญ่ ได้ใช้ตัวชี้วดั อายุของ
ประชากร โดยกำหนดผู้สูงอายุว่าเป็นผู้ท่ีมีอายุ 60 หรือ 65 ปีข้ึนไป (United Nations, 2019) ส่วนองค์การอนามัยโลก
ยังไม่มกี ารใหน้ ิยามผู้สูงอายุ โดยมีเหตผุ ลวา่ ประเทศต่างๆ ทัว่ โลกมกี ารนิยามผ้สู งู อายตุ ่างกัน ทั้งนยิ ามตามอายุเกิดตามสงั คม
(Social) วัฒนธรรม (Culture) และสภาพร่างกาย Functional Markers (อ้างถงึ ใน รติมา คชนนั ทน์, 2561) สำหรับประเทศ
ไทยตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ได้ระบุว่า ผู้สูงอายุ หมายถึงบุคคลที่มีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติ
ไทย (กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์, 2560) โดยประชากรผู้สูงอายุแบ่งออกเป็น 3 ช่วงวัย ประกอบด้วย
ผู้สูงอายุตอนต้น คือ ผู้สูงอายุท่ีมีอายุระหว่าง 60 ถึง 69 ปี เป็นประชากรผู้สูงอายุท่ีส่วนใหญ่แข็งแรง ช่วยเหลือตนเองได้
สว่ นหนง่ึ ทำงาน ผู้สงู อายุตอนกลาง คอื ผ้สู ูงอายุท่ีมอี ายุ ระหวา่ ง 70 ถึง 79 ปี เป็นประชากรผู้สงู อายุทีส่ ่วนใหญแ่ ขง็ แรงลดลง
มีภาวะเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น อาจเป็นภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง แต่ส่วนใหญ่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และผู้สูงอายุตอนปลาย คือ
ผู้สูงอายุที่มีอายุนับตั้งแต่ 80 ปี มภี าวะเจ็บป่วยเรื้อรงั มีภาวะทุพพลภาพ ช่วยเหลือตัวเองได้ลดลง และมีแนวโน้มลดลงอย่าง
ตอ่ เน่ืองจนสิ้นอายุขยั (อุทยั ทิพย์ เจี่ยวิวรรธนก์ ลุ , 2558)
การเปลย่ี นแปลงทางร่างกายท่ีเสื่อมถอยของผู้สูงอายุท่ีนำมาซ่ึงโรคและความเจ็บป่วยในวัยผู้สูงอายุ เป็นส่ิงที่ทำให้
ผู้สูงอายุมีการกระทบในการดำเนินชีวิตประจำวัน ท้ังในเร่ืองการมองเห็นท่ีไม่ชัดเจนเหมือนสมัยวัยหนุ่มสาว การได้ยินหรือ
การส่ือสารท่ีไม่ชัดเจน การเคล่ือนไหวของร่างกายที่ไม่ได้รวดเร็ว คล่องแคล่ว สภาพอารมณ์และจิตใจท่ีมีความอ่อนไหว
รวมถงึ การเปลี่ยนบทบาททางสังคมจากการมีความสามารถในการประกอบอาชพี เปล่ยี นบทบาทเปน็ ผู้พ่ึงพิง และเมื่อภาวะท่ี
แทรกซ้อนเข้ามาคือสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควิด-19 ย่อมกระทบในภาวะปกติสุขของผูส้ ูงอายเุ พ่ิมมากขึ้น การสร้าง
สมดลุ ชวี ติ ในตนเองของผสู้ งู อายุจงึ มีความจำเปน็

423

รายงานสบื เน่ืองการสัมมนาวชิ าการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 67

สรุปไดว้ า่ แนวคิดเกีย่ วกับผสู้ ูงอายุ ชใ้ี ห้เห็นวา่ โลกมกี ารนยิ ามผูส้ งู อายุท่ีแตกตา่ งกันทัง้ นิยามอายุเกิด วฒั นธรรมและ
สภาพร่างกาย ซ่ึงในประเทศไทยได้นิยามผู้สูงอายุคือผู้ท่ีมีอายุ 60 ปี ข้ึนไปบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย เมื่อพิจารณา
สภาวะของผู้สูงอายุตามช่วงวัยต้ังแต่ผู้สูงอายุตอนต้น ตอนกลาง และตอนปลาย จะพบว่าเม่ืออายุเพ่ิมขึ้นร่างกายกายมี
การเสื่ อม ถ อย แล ะส ม รรถ ภ าพ ล ดล งไป ทุ กข ณ ะ พ ร้อ มกั บ มี โ รคป ระ จำตั วตาม ม าจ ากก ารเส่ื อม ถอ ย ขอ งส ภ าพ ร่างก าย
ซง่ึ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หากผสู้ ูงอายุรับเช้ือไวรสั กจ็ ะมีความรุนแรงกวา่ กลุ่มวัยอ่นื จึงถือว่าเปน็ กลุม่ เส่ียง
การควบคมุ การระบาดจึงมเี ป้าหมายให้ผสู้ ูงอายงุ ดเว้นการพบปะและเข้าสงั คม ซ่งึ ในทางกลับกันก็อาจทำให้กระทบตอ่ สมดุล
ชีวิตของผู้สูงอายุ ดังนั้นการส่งเสริมให้เกิดสมดุลชีวิตในผู้สูงอายุก็จะทำให้ผู้สูงอายุมีคุณค่าในตนเองอีกทั้งยังเป็นการชะลอ
ความเส่ือมถอยในผู้สงู อายุ และผูส้ ูงอายุกจ็ ะสามารถเป็นกำลงั สำคญั ในการขับเคล่อื นสงั คมได้ต่อไป

แนวคดิ การสรา้ งสมดุลชีวิต
Robertson and Microys (2001) กล่าวถึง การสร้างสมดุลชีวิต คือ การสร้างหรือรักษาภาวะที่พอดีของชีวิต
ระหวา่ งแรงผลักและแรงต้าน ต้องมีการปรับท้งั ร่างกายและพฤติกรรมเพ่ือรักษาสมดุลท่ามกลางการเปล่ียนแปลง สมดุลชีวิต
ประกอบด้วย 6 ด้าน คือ (1) สมดุลทางร่างกาย (Physical) กินอาหารที่สมดุลและมีคุณค่าทางโภชนาการ ออกกำลังกาย
สม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพร่างกาย (2) สมดุลทางการเงิน (Financial) มีการวางแผนการเงิน การออมเงิน และการใช้จ่ายอย่าง
สมเหตุสมผล (3) สมดุลทางปัญญา (Intellectual) มีการเรียนรู้ทักษะและสิ่งใหม่และมีความคิดเชิงบวก (4) สมดุลทาง
อารมณ์ (Emotional) มคี วามมัน่ คงทางอารมณ์ สามารถควบคุมชีวิตและสามารถปรบั ตัวเขา้ กบั การเปลีย่ นแปลงได้ (5) สมดุล
ทางสังคม (Social) มีสัมพันธภาพท่ีดีต่อผู้อ่ืน เคารพขอบเขตพื้นที่ของตนเองและผู้อ่ืนได้ และ (6) สมดุลทางจิตวิญญาณ
(Spiritual) มคี วามสขุ และใช้ชวี ติ มีคุณคา่ มจี ุดมงุ่ หมาย มีที่ยดึ เหนย่ี วจิตใจ รวมถงึ สามารถใหอ้ ภัยผอู้ ่นื และตนเองได้
การสร้างสมดลุ ในชีวิต อาทิ สมดลุ ระหวา่ งการรับและการให้ ระหวา่ งกายกับใจ ระหว่างเหตผุ ลกับอารมณ์ ระหวา่ ง
ประโยชน์ตนกับประโยชน์ท่าน ฯลฯ เป็นสิ่งสำคัญท่ีช่วยให้ชีวิต มีความผาสุกและเป่ียมด้วยคุณค่าอย่างแท้จรงิ เพราะคนเรา
มกั มีแนวโน้มทจี่ ะเน้นสิ่งใดส่งิ หน่งึ มากเกินไปจนละเลยส่ิงอื่นท่ีมีคณุ ค่าพอกัน ความพอดีหรือสมดุลระหว่างสิ่งดีงามสองสิง่ จึง
เกิดขึ้นได้ยาก (พระไพศาล วิสาโล, 2555) อาจกล่าวได้วา่ สมดุลชีวิตผสู้ ูงอายุมีความสัมพันธ์กับสมดุลของสงั คม หากผู้สูงอายุ
ไม่สามารถสร้างความสมดุลในชีวิตในแต่ละด้านได้อาจส่งผลกระทบต่อสมดุลสังคมและสงิ่ แวดล้อม อย่างไรก็ตาม การสร้าง
สมดุลชีวิตในผู้สูงอายุเปรยี บเหมือนแรงผลกั โดยมสี ถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 เป็นแรงต้าน ดังนั้น การสรา้ งสมดลุ
จำเป็นตอ้ งไดร้ ับปัจจัยเออ้ื หรอื ทรัพยากรเพอื่ จะทำใหผ้ สู้ ูงอายุสามารถสร้างสมดุลและรกั ษาสมดลุ ชวี ิตไวไ้ ด้
สรุปได้ว่า สมดุลชีวิต หมายถึง การสร้างหรือรักษาภาวะที่พอดี มีความสุขทั้งทางด้านร่างกาย ด้านการเงิน ด้าน
ปัญญา ด้านอารมณ์ ด้านสงั คม และด้านจิตวญิ ญาณ ซึ่งสมดุลชีวติ ในผสู้ งู อายเุ ปน็ สิ่งสำคญั สำหรับการดำเนนิ ชีวิตของผู้สูงอายุ
แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดท่ีดำเนินอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดการจำกัดวิถีชีวิตของผู้สูงอายุค่อนข้างมาก
เน่ืองจากเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ง่ายหากได้รบั เช้ือไวรัส สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสมดุลชีวิตของผู้สูงอายุ
ผู้วิจัยจึงได้นำประเด็นจากLife Balance Assessment and Action Planning Guide ซ่ึงพัฒนาโดย Robertson &
Microys (2001) มาปรับข้อคำถามเพื่อใช้เป็นแบบสอบถามการสร้างความสมดุลผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโควิด-19 ในประเทศไทย เพ่อื เป็นประโยชนต์ ่อนโยบายท่ีมีต่อผสู้ ูงอายุ ซึ่งเมื่อเกดิ ความสมดุลในชีวติ ผสู้ งู อายุจะมีความพงึ
พอใจ มีความสุขต่อการดำเนินชีวติ และท้ายท่ีสุดจะส่งผลดีต่อองค์ประกอบของโครงสร้างของสังคมต้ังแต่ ครอบครัว ชุมชน
และประเทศไทยนนั่ เอง
ปจั จยั เอ้ือ
ปัจจัยเอ้ือ (Enabling factors) หมายถึง คุณลกั ษณะของส่ิงแวดล้อม ท้ังดา้ นกายภาพ และสังคมวฒั นธรรม ทักษะ
ส่วนบุคคล และหรือทรัพยากรที่จะช่วยเกื้อกูลให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ (เขมจิรา ยะราไสย์, ชุภาศิริ อภินันท์เดชา และ
สำเริง แหยงกระโทก, 2558) ซึ่งปัจจัยเอื้อจะเป็นปัจจัยที่ประกอบสร้างให้เกิดความสมดุลในผู้สูงอายุให้สามารถดำรงชีวติ ได้
ปกติสุขและมีคณค่าในตนเอง ได้แก่ ลักษณะส่ิงแวดล้อมด้านกายภาพหรือลักษณะท่ีอยู่อาศัย ลักษณะของสภาพแวดล้อม
ชุมชนท่ีอาศยั อยูม่ ีลักษณะความเป็นชุมชนเมือง ชุมชนแออัด หรือไม่ได้อาศัยอยู่ในชุมชน รวมถึงคุณลกั ษณะสังคมวัฒนธรรม
การท่ีผู้สูงอายุใช้ชีวิตอยู่คนเดียวหรืออยู่กับครอบครัวเป็นส่ิงประกอบสร้างหรือเป็นปัจจัยเอ้ือ การมีปฏิสัมพันพันธ์ระหว่าง

424

รายงานสบื เนื่องการสมั มนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

ผู้สูงอายุ คนรอบข้าง คนในครอบครัว และชุมชน ในการมีสัมพันธภาพต่อกัน เอื้อเฟื้อดูแล หรือมีการร่วมทำกิจกรรมระหว่างกัน
ซง่ึ ส่งิ เหล่าน้ีจะเป็นปัจจยั ทเี่ อ้อื ใหเ้ กดิ สมดุลในผู้สงู อายุ

ทักษะส่วนบุคคลของผู้สูงอายทุ ่ีเป็นปจั จัยเอ้อื ในการสร้างสมดลุ ของผสู้ ูงอายุ คือ ความรู้ ความสามารถ ในประเดน็ ท่ี
ผ้สู งู อายุมคี วามชำนาญเฉพาะด้าน ทัง้ ในประเด็นการดำเนินชวี ิตประจำวนั ของผู้สูงอายุหรอื ในการประกอบอาชีพปจั จบุ ันหรือ
ที่ผ่านมา เช่น การที่ผู้สูงอายุมีความสามารถในการประกอบอาหารด้วยตนเอง การมีความสามารถในการทำงานบ้าน การมี
ความสามารถในการปลูกต้นไม้ การมคี วามสามารถในการซ่อมแซมอปุ กรณ์เคร่อื งใช้ การมคี วามสามารถในการร้องเพลงเล่น
ดนตรี การมีความสามารถในการคิดคำนวณ หรือความสามารถในกาการค้าขาย หรือการเจรจาต่อรองหรือให้คำปรึกษา
เป็นต้น

สรุปได้ว่า ปัจจัยเอ้ือ คือ ปัจจัยท้ังทางด้านกายภาพส่ิงแวดล้อม สังคมวัฒนธรรม ทักษะหรือความสามารถของ
ผู้สูงอายุ หรือทรัพยากรท่ีได้รับท่ีเกื้อกูลให้เกิดความสมดุลของผสู้ ูงอายุ เม่ือพจิ ารณาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโค
วิด-19 ปจั จยั เอื้อสำหรับผ้สู ูงอายุประกอบดว้ ย ลักษณะท่ีอยู่อาศยั และความเปน็ เจา้ ของ ลักษณะของสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่
การใชช้ ีวติ อยู่รว่ มกนั กับบุตรหลานคู่ชีวติ หรอื ญาติ การมที กั ษะหรือมคี วามถนดั หรอื ความสามารถพเิ ศษ รวมถงึ ด้านทรัพยากรท่ี
ช่วยเกื้อกูลผู้สูงอายุท่ีประกอบด้วยทรัพยากรที่เป็นบุคคล สิ่งของ เงิน หรือทรัพยากรอื่นๆท่ีสามารถเกื้อกูลได้ โดยแหล่ง
ทรัพยากรมีท้ังท่ีไม่ไดม้ าจากภาครัฐและท่มี าจากภาครฐั กลา่ วไดว้ า่ ปจั จยั เออ้ื เป็นปัจจยั เกอ้ื กูลให้เกิดสมดลุ ผสู้ ูงอายุท่ีดนี ัน่ เอง

งานวจิ ัยทีเ่ กยี่ วข้อง
ประเด็นการสร้างสมดุลชีวิต การศึกษาของ PhraRachane Visãrado (2016) พบว่าการสร้างสมดุลชีวิตของ
ผู้สูงอายุทางพุทธศาสนา มีหลักธรรมมากมายที่ควรนำมาใช้กับชีวิตของผู้สูงอายุ คือ การพัฒนาด้านร่างกายจิตใจและ
สติปัญญา เป็นแนวทางของความคิดและการปฏิบัติที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตท่ีดีงามและแนวทางท่ีถูกต้องในกฎธรรมชาติ
ที่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ท่ีดีตามจุดมุ่งหมายของชีวิต อีกท้ังการสร้างสมดุลเป็นการเคล่ือนหรือไหลล่ืนในการรักษา
ความพอดีในชีวิตโดยการใช้กลยุทธ์ต่างๆ ตามท่ี Woodward (2007) ได้ศึกษากลยุทธ์การสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน
โดยผูจ้ ัดการสตรีในมหาวิทยาลัย“สมัยใหม่”ของอังกฤษ โดยศึกษาแนวทางปฏิบัติในการทำงานของพวกเขา และวิธีท่พี วกเขา
พยายามท่ีจะบูรณาการงานกบั ส่วนอ่ืนของชีวิต การสรา้ งสมดลุ ระหวา่ งชีวติ การทำงานเป็นแนวคิดท่ีไม่หยุดน่งิ ซง่ึ เก่ียวขอ้ งกับ
การเจรจาระหว่างนายจ้างของบุคคลและสมาชิกในครอบครัว มีการนำกลยุทธ์ต่างๆ มาใช้ในการจัดการสถานการณ์ รวมถึง
การกำหนดขอบเขตทเ่ี ข้มงวดระหว่างงานและทีไ่ ม่ใช่งาน และเปลย่ี นขอบเขตเหลา่ นใ้ี หเ้ อื้อตอ่ การทำงานเม่ือจำเปน็
ประเด็นปัจจัยเอ้ือในการสร้างสมดุลของผู้สงู อายุ งานวิจัยของพัชรี คมจักรพันธ์ุ และวรรณี จันทร์สว่าง (2558) ได้
ระบวุ ่าปัจจัยที่จำเป็นในการดำรงชีวติ เช่น เงินทอง สิ่งของ ท่ีอยู่อาศัย ช่วยให้การดำเนนิ ชวี ิตในครัวเรือนข้ามรุ่นของผู้สงู อายุ
เป็นไปได้อย่างสมดุล รวมทั้งการศึกษาของ Lara, Vázquez, Ogallar and Godoy-Izquierdo (2020) ที่พบว่า การเพ่ิม
ทักษะส่วนบุคคลและการรับรู้ถึงความสามารถส่วนบุคคล การให้การสนับสนุนทางสังคมและโอกาสในการพักผ่อนทางสังคม
มากขึ้น การเพ่ิมความคาดหวังในแง่ดี การส่งเสริมวิถีชีวิตท่ีมีสุขภาพดีด้วยสุขภาพกายและจิตท่ีดี อาจเพ่ิม ระดับของ
ความเพลดิ เพลนิ และความพงึ พอใจในชีวิตแตล่ ะบุคคล และชว่ ยใหผ้ ู้สูงอายรุ ู้สึกถงึ ระดับความเปน็ อยู่ที่ดใี นระดบั โลกมากขึน้
สรุปจากการศึกษางานวิจัยทีเ่ กย่ี วข้องจะพบว่า สมดลุ ชวี ติ อาจมลี กั ษณะท่ไี ม่หยุดนิ่ง การสรา้ งสมดลุ ชวี ิตของผู้สงู อายุ
จึงเป็นการสรา้ งหรือรักษาภาวะท่พี อดีในชวี ติ ใหม้ คี วามสุขตามจุดมุ่งหมายของชีวิต ณ จุดน้ัน และปจั จัยเอื้อท่ีชว่ ยให้เกิดสมดุล
ในผู้สูงอายุเป็นปัจจัยท่ีเก่ียวกับการดำรงชีวิตในด้าน เงินทอง สิ่งของ ท่ีอยู่อาศัย รวมถึงทักษะของแต่ละบุคคลของผู้สูงอายุ
ปัจจยั เอื้อจึงเปน็ ปัจจัยท่ีสนับสนนุ เก้ือกูลให้ผ้สู ูงอายุมีสมดุลชวี ิต และสามารถดำเนินชวี ิตประจำวนั ได้อยา่ งมีความรู้สกึ พงึ พอใจ
มนั่ คงและปลอดภยั ในชีวติ

425

รายงานสบื เนื่องการสมั มนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ่ี 67

ผลจากการทบทวนวรรณกรรมข้างตน้ นำไปสู่การกำหนดกรอบแนวคดิ การวจิ ยั ของการศึกษาคร้งั น้ี ดงั นี้
กรอบแนวคิด

ข้อมูลส่วนบคุ คล การสร้างสมดลุ ชีวติ
- เพศ - สมดลุ ทางรา่ งกาย (Physical)
- อายุ - สมดุลทางการเงิน (Financial)
- ระดับการศึกษา - สมดลุ ทางปญั ญา (Intellectual)
- การประกอบอาชพี ในปจั จุบัน - สมดลุ ทางอารมณ์ (Emotional)
- รายได้ - สมดลุ ทางสงั คม (Social)
- สมดุลทางจติ วญิ ญาณ (Spiritual)
ปัจจยั เออื้
- ลักษณะท่อี ย่อู าศัย
- ความเป็นเจ้าของท่อี ยูอ่ าศยั
- ลกั ษณะของสภาพแวดลอ้ มทอี่ าศยั อยู่
- การอย่รู ว่ มกัน
- ความถนัดหรือความสามารถพิเศษ
- การได้รบั การดูแลช่วยเหลือ (ท่ีไมใ่ ชร่ ัฐ) ในช่วง
สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโควิด-19
- การไดร้ บั การเยยี วยาจากมาตรการของรฐั

วธิ กี ารศึกษา
เป็นการวิจัยเชิงปริมาณเพ่ือศึกษาสมดุลชีวิต และเพ่ือศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสมดุลชีวิตผู้สูงอายุ
เขตยานนาวา กรงุ เทพมหานคร ในช่วงสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยวธิ กี ารศกึ ษาประกอบดว้ ย (1) การศึกษา
ค้นคว้ารวบรวมจากข้อมูลเอกสาร จากบทความวารสาร หนังสือ เว็บไซต์ และเอกสารอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง (2) การศึกษาข้อมูล
ภาคสนามโดยใชแ้ บบสอบถามเป็นเครือ่ งมือในการเกบ็ ข้อมลู จากผสู้ งู อายุที่เป็นตัวอย่างของการศกึ ษาครั้งนี้
ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง
ประชากร คือ ผู้สูงอายุจากชมรมผู้สูงอายุ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร จำนวน 609 คน (สำนักงานเขตยานนาวา
กรงุ เทพมหานคร, 2563)
กลุ่มตัวอย่าง ขนาดกลุ่มตัวอย่างกำหนดโดยชว่ งเวลาในการเกบ็ ขอ้ มูล คือต้ังแต่วนั ท่ี 25-30 ตุลาคม 2563 ทั้งน้ีผูว้ ิจัย
พยายามเก็บใหไ้ ดจ้ ำนวนมากท่ีสุด โดยใช้วธิ ีการสุ่มตวั อย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ในผู้สงู อายุ 60 ปี ข้ึน
ไปที่สามารถให้ข้อมูลได้ จากชมรมผสู้ ูงอายุในพื้นท่เี ขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร จำนวน 40 คน
เคร่ืองมือและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมอื
เคร่อื งมอื ที่ใช้ในการวจิ ัย คือ แบบสอบถาม ประกอบดว้ ย 3 สว่ น ดังน้ี
สว่ นท่ี 1 แบบสอบถามลักษณะส่วนบุคคลของผูส้ ูงอายุ เปน็ คำถามปลายปดิ จำนวน 5 ข้อ ประกอบด้วย เพศ อายุ
ระดับการศึกษา อาชีพในปัจจุบนั และรายได้
ส่วนที่ 2 แบบสอบถามปัจจัยเอื้อ เป็นคำถามปลายปิด จำนวน 7 ข้อ ประกอบด้วย ลักษณะที่อยู่อาศัย ความเป็น
เจ้าของท่ีอยู่อาศัย ลักษณะของสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ การอยู่ร่วมกัน ความถนัดหรือความสามารถพิเศษ การได้รับ
การดแู ลชว่ ยเหลอื ในชว่ งสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโควิด-19 และการได้รบั การเยยี วยาจากมาตรการของรฐั

426

รายงานสบื เน่อื งการสมั มนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

สว่ นท่ี 3 แบบสอบถามการสร้างสมดุลชีวติ ของผู้สูงอายุในชว่ งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยพัฒนา
แบบสอบถามจาก Life Balance Assessment and Action Planning Guide (Robertson & Microys, 2001) ประกอบด้วย 5
ดา้ น คือ ด้านร่างกาย ด้านการเงิน ด้านปัญญา ด้านอารมณ์ ด้านสังคม ด้านจิตวิญญาณ โดยลักษณะคำถามเป็นแบบมาตรา
ส่วนประเมินค่าสมดุลชีวิตของผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ระดับ 0
หมายถึง ไม่เคยเลย ระดับ1 หมายถึง น้อยที่สุด ระดับ2 หมายถึง น้อย ระดับ3 หมายถึง ปานกลาง ระดับ4 หมายถึง มาก
และระดับ 5 หมายถึง มากที่สุด การแปลผลจาก 6 ระดับในรายข้อ ปรับเป็น 3 ระดับในภาพรวมภายใต้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโควดิ -19 คือระดบั ต่ำ ปานกลาง สูง โดยมีคะแนนเตม็ 5 คะแนน ดังน้ี

คะแนนเฉลย่ี 0.00-1.67 หมายถงึ การสร้างสมดลุ ชวี ติ ของผสู้ งู อายุ อย่ใู นระดบั ตำ่
คะแนนเฉลยี่ 1.68-3.34 หมายถึง การสรา้ งสมดลุ ชวี ติ ของผ้สู งู อายุ อยู่ในระดับปานกลาง
คะแนนเฉลย่ี 3.35-5.00 หมายถึง การสร้างสมดลุ ชวี ิตของผสู้ ูงอายุ อยู่ในระดับสูง
การตรวจสอบคณุ ภาพเคร่อื งมือทใ่ี ช้ในการวิจัย
ผู้วิจัยนำแบบสอบถามท่ีพัฒนาแล้วให้ผู้ทรงคุณวุฒิท่ีมีความรู้และประสบการณ์ด้านสมดุลผู้สูงอายุจำนวน 5 ท่าน
ตรวจสอบ ความตรงเชิงเนือ้ หา (Content Validity) พบวา่ แบบสอบถามมีความเหมาะสมและมบี างข้อทีต่ อ้ งปรับภาษาใหม้ ี
ความเหมาะสมและสอดคล้อง ซึ่งค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (Index of Item – Objective
Congruence หรือ IOC) ในภาพรวมมคี ่าความตรงอยใู่ นชว่ ง 0.60-0.92 ซ่ึงถือว่าเปน็ คา่ ท่ใี ชไ้ ด้ หลังจากนั้นนำไปทดลองใชก้ ับ
ผสู้ งู อายทุ ่ีมีบริบทคล้ายคลึงกบั กลุ่มตวั อย่าง จำนวน 7 คน และนำขอ้ มูลมาวเิ คราะห์ความเที่ยง (Reliability) ด้วยสมั ประสทิ ธ์ิ
แอลฟาของครอนบาค ไดค้ า่ เท่ากบั 0.92 ซึ่งถอื ว่าชุดของขอ้ คำถามในส่วนของการสร้างสมดุลชวี ิตมีความสอดคล้องกนั
การเก็บรวมรวมข้อมลู
ผู้วิจัยลงพ้ืนท่ีเก็บข้อมูลด้วยตนเองโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) ท่ีพัฒนาข้ึน โดยเร่ิมจากการช้ีแจง
วัตถุประสงค์ของการวิจัยให้กับผู้สูงอายุทราบ และตระหนักในความยินยอม ความสมัครใจของผู้สูงอายุในการตอบ
แบบสอบถามนี้ โดยผู้วิจัยให้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง กรณีที่ไม่สามารถอ่านแบบสอบถามเองได้ด้วย
ปัญหาทางสายตา ผู้วิจัยจึงดำเนินการอ่านแบบสอบถามให้ผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มตัวอย่างฟัง หลังจากน้ันได้ตรวจสอบ
ความสมบูรณ์ของแบบสอบถามก่อนทีจ่ ะนำไปวิเคราะหข์ ้อมลู ตอ่ ไป
การวิเคราะห์
เม่อื ตรวจสอบความสมบรู ณข์ องแบบสอบถามทไ่ี ด้ แล้วจงึ นำขอ้ มลู มาวิเคราะห์ ดังรายละเอียดต่อไปน้ี
การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจัยเอื้อ และการสร้างสมดุลชีวิต ใช้สถิติเชิงบรรยาย (Descriptive statistics)
ประกอบด้วย ค่าความถ่ี ค่าร้อยละ ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่ามัธยฐาน และค่าเบี่ยงเบนควอไทล์ เพื่อบรรยายข้อมูลส่วนบุคคล
ปจั จัยเออ้ื และตอบวัตถุประสงคก์ ารศกึ ษาข้อท่ี 1 ในเรือ่ งของการสรา้ งสมดลุ ชีวิต
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยเอื้อ กับ การสร้างสมดุลชีวิตผู้สูงอายุ ใช้สถิติเชิงอ้างอิง
(Inferential statistics) ในกลุ่มสถิตินอนพาราเมตริก (Nonparametric statistic) ซ่ึงได้แก่ สถิติทดสอบไค-สแควร์ (Chi-
square test) ในการทดสอบสมมตฐิ านของการศึกษาครัง้ น้ี และเปน็ การตอบวัตถุประสงค์การศกึ ษาขอ้ ที่ 2
จรยิ ธรรมการวจิ ัย
ผศู้ ึกษาคำนึงจริยธรรมในการวิจัย โดยเคารพศักด์ิศรคี วามเป็นมนุษย์ โดยในการศึกษา ผู้ศกึ ษาได้แนะนำตัว และ
ชแ้ี จงวตั ถุประสงค์การศึกษาต่อผ้สุ ูงอายุ รวมทั้งการช้ีแจงสิทธใิ นการเข้าร่วมการศึกษาหรือปฏิเสธ โดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ
ตอ่ การใชบ้ รกิ ารในชมรมผู้สูงอายุ และบรกิ ารอน่ื ๆ

427

รายงานสบื เนือ่ งการสมั มนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีท่ี 67

ผลการศกึ ษา
ผลการศึกษา ประกอบดว้ ยข้อมูล 4 ส่วน ดงั น้ี
ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุที่เป็นค่ามัธยฐานท่ีอายุ 67 ปี อายุต่ำสุด
60 ปี และอายมุ ากท่ีสดุ 84 ปี โดยมากจะอยใู่ นช่วงอายุ 60-69 ปี กลมุ่ ตัวอยา่ งสว่ นใหญม่ ีรายได้อยูใ่ นช่วงตำ่ กว่า 5,000 บาท
โดยรายได้ต่ำสุดที่ 600 บาท รายได้สูงสุด 50,000 บาท และพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบอาชีพ (ตารางที่ 1)
ผลการศึกษาพบวา่ ผสู้ ูงอายุทมี่ รี ายได้ต่ำสดุ รายได้มาจากเบย้ี ยงั ชพี ผูส้ อู ายทุ ่ไี ด้เดอื นละ 600 บาท ในขณะท่ีผ้สู งู อายุทมี่ ีรายได้
เกินจากเบย้ี ยงั ชีพทีภ่ าครัฐให้ บางส่วนมีรายได้มาจากบุตรให้ใชจ้ ่ายในแต่ละเดอื น บางส่วนมาจากเงินมรดกหรือเงนิ สะสมที่
ฝากไวแ้ ละรับดอกเบี้ย หรอื มรี ายได้มาจากให้เช่าที่นาหรอื ไร่ในต่างจังหวดั ในผ้สู ูงอายุทปี่ ระกอบอาชีพมีรายไดม้ าจากการค้า
ขายและรับจา้ ง และสว่ นหนึง่ รายได้มาจากทำงานเป็นอาสาสมัครสาธารณสขุ ในกรุงเทพมหานคร

ตารางท่ี 1

ขอ้ มลู สว่ นบุคคลของกลมุ่ ตวั อย่าง

ขอ้ มลู สว่ นบคุ คล จำนวน รอ้ ยละ ขอ้ มลู ส่วนบุคคล จำนวน รอ้ ยละ

(n=40) (n=40)

เพศ การประกอบอาชพี ในปจั จุบัน

หญงิ 38 95.00 ไมไ่ ดป้ ระกอบอาชพี 31 77.50

ชาย 2 5.00 ประกอบอาชีพ 9 22.50

อายุ รายได้

60-69 ปี 25 62.50 ต่ำกวา่ 5,000 บาท 25 62.50

70-79 ปี 12 30.00 5,001 – 10,000 บาท 10 25.00

80 ปีขน้ึ ไป 3 7.50 ต้ังแต่ 10,001 บาทขน้ึ ไป 5 12.50

Median = 67 ปี Min = 60 ปี Median = 3,500 บาท Min = 600 บาท

Max = 84 ปี Q.D.= 4.00 Max = 50,000 บาท Q.D.= 4,437.50

ระดบั การศึกษา

ประถมศกึ ษา 20 50.00

มธั ยมศึกษา 17 42.50

ปรญิ ญาตรี 3 7.50

สว่ นท่ี 2 ข้อมลู ปจั จยั เอือ้
ข้อมูลปัจจัยเอ้ือ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนมากอาศัยอยู่บ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ร้อยละ 57.50 โดยท่ีอยู่อาศัยเป็น
ของตนเองร้อยละ 60 ลกั ษณะของสภาพแวดล้อมที่อาศยั อยู่อยู่นอกชุมชนรอ้ ยละ 75.00 โดยส่วนมากใช้ชวี ิตการอยู่รว่ มกัน
อยู่กับบุตรหลานคู่ชีวิตและญาติร้อยละ 95.00 ไม่มีความถนัดหรือความสามารถพิเศษร้อยละ 65.00 การได้รับการดูแล
ช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ที่ไม่ใช่รัฐ) ได้รับร้อยละ 47.50 โดยมากได้รับจากบุตรหลาน
ร้อยละ 40.00 ประเภทการช่วยเหลือเงิน ร้อยละ 68.42 การได้รับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐได้รับ ร้อยละ 85.00
มาตรการสาธารณูปโภค ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ช่วยเหลือค่าน้ำประปา ช่วยเหลือค่าอินเทอร์เน็ต มาตรการเศรษฐกิจเงิน
เยียวยาสำหรบั ผู้สงู อายุ 3,000 บาท โครงการคนละครึ่ง (ตารางที่ 2)

428

รายงานสบื เนอ่ื งการสมั มนาวิชาการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

ตารางท่ี 2

ขอ้ มลู ปจั จยั เอ้ือของกลุม่ ตัวอย่าง

ข้อมูลสว่ นบุคคล จำนวน ร้อยละ ขอ้ มลู สว่ นบุคคล จำนวน รอ้ ยละ

(n=40) (n=40)

ลักษณะท่ีอยู่อาศยั การไดร้ บั การดูแลชว่ ยเหลอื (ที่ไม่ใชร่ ัฐ)

ทาวนเ์ ฮาส์ 13 32.50 ในช่วงสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควิด-19

ตกึ แถว/อาคารพาณิชย์ 12 30.00 ไมไ่ ด้รบั 21 52.50

บา้ นเด่ยี ว 10 25.00 ได้รบั จากบตุ รหลาน 16 40.00

หอ้ งเชา่ 3 7.50 ไดร้ ับจากบุคคลอื่น 2 5.0

คอนโด/แฟลต/อพาร์ทเมน้ ท์ 2 5.00 ไดร้ บั จากญาติ 1 2.5

ความเป็นเจา้ ของทอ่ี ยูอ่ าศัย ประเภทการช่วยเหลอื

ของตนเอง 24 60.00 - เงนิ 13 68.42

ผอู้ าศยั 12 30.00 - จติ อาสาและเออ้ื อำนวยการใช้ชีวติ 4 21.05

เชา่ 4 10.00 - สิง่ ของ 2 10.53

ลกั ษณะของสภาพแวดล้อมทอ่ี าศยั อยู่ การไดร้ บั การเยียวยาจามาตรการของรัฐ

นอกชมุ ชน 30 75.00 ไดร้ ับ 34 85.00

ชมุ ชนเมอื ง 6 15.00 ไม่ไดร้ บั 6 15.00

ชมุ ชนแออัด 4 15.00 มาตรการสาธารณูปโภค

การอยูร่ ว่ มกนั - ชว่ ยเหลอื คา่ ไฟฟ้า

อยู่กบั บุตรหลาน 20 50.00 ไมไ่ ดร้ บั 21 52.50

อยกู่ บั คู่ชีวติ 8 20.00 ได้รับ 19 47.50

อยู่กับญาติ 6 15.00 - ชว่ ยเหลอื ค่านำ้ ประปา

อยูก่ ับคชู่ วี ิตและบุตรหลาน 4 10.00 ไมไ่ ดร้ ับ 24 60.00

อาศัยอยคู่ นเดยี ว 2 5.00 ไดร้ ับ 16 40.00

ความถนดั /ความสามารถพเิ ศษ - ช่วยเหลอื ค่าอินเทอร์เนต็

ไมม่ ี 26 65.00 ไม่ไดร้ ับ 37 92.50

มี 14 35.00 ได้รับ 3 7.50

มาตรการเศรษฐกจิ

- เงนิ เยยี วยาสำหรบั ผูส้ งู อายุ 3,000 บาท

ได้รบั 28 70.00

ไม่ได้รบั 12 30.00

- โครงการคนละคร่ึง

ไม่ได้รับ 39 97.50

ไดร้ บั 1 2.50

429

รายงานสืบเนื่องการสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีท่ี 67

ส่วนท่ี 3 ขอ้ มูลการสรา้ งสมดุลชีวิต
ขอ้ มลู ในสว่ นนเ้ี ป็นการตอบคำถามหรือวัตถุประสงค์การศกึ ษาข้อที่ 1 โดยจากข้อมลู การสร้างสมดุลชวี ติ ของผ้สู ูงอายุ
ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่ามีระดับการสร้างสมดุลชีวิตโดยรวมระดับสูง เมื่อพิจารณารายด้าน
พบว่า สมดุลทางด้านการเงิน ด้านปัญญา ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ มีค่ามัธยฐานสูงท่ีสุด รองลงมาเป็นด้านอารมณ์
และด้านร่างกาย (ตารางที่ 3)

ตารางท่ี 3

ภาพรวมการสรา้ งสมดุลชีวิตของผสู้ ูงอายใุ นชว่ งสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 ของกลุ่มตวั อยา่ ง

การสรา้ งสมดลุ ชวี ิตของ ระดบั ตำ่ ระดับปานกลาง ระดบั สูง Median Q.D. ระดบั
สมดลุ
ผู้สงู อายุในช่วงสถานการณ์ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ
สงู
การแพรร่ ะบาดของโควิด-19 สูง
สงู
ดา้ นการเงนิ 3 7.50 9 22.50 28 70.00 4.00 0.62 สงู
สูง
ดา้ นปญั ญา - - 10 25.00 30 75.00 4.00 0.54 สูง
สูง
ด้านจิตวญิ ญาณ 1 2.50 9 22.50 30 75.00 4.00 0.54

ดา้ นสงั คม 1 2.50 12 30.00 27 67.50 4.00 0.58

ดา้ นอารมณ์ 1 2.50 12 30.00 27 67.50 3.83 0.56

ด้านร่างกาย - - 17 42.50 23 57.50 3.67 0.66

สมดลุ ชีวติ โดยรวม 1 2.5 8 20.00 31 77.50 3.87 0.41

ส่วนที่ 4 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการสร้างสมดุลชีวิตผู้สูงอายุ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ในช่วง
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19

คำถามการวจิ ัยและวัตถุประสงคก์ ารศึกษาขอ้ ที่ 2 การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธก์ ับการสร้างสมดุลชวี ิตผ้สู ูงอายุ
เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าผลการศึกษายอมรับ H0 กล่าวคือ
ปัจจยั สว่ นบุคคล เพศ อายุ ระดบั การศึกษา การประกอบอาชพี ในปจั จุบัน รายได้และปจั จยั เอ้อื ลักษณะท่อี ยูอ่ าศยั ความเป็น
เจ้าของท่อี ยอู่ าศัย ลักษณะของสภาพแวดลอ้ มทอี่ าศยั อยู่ การอยูร่ ว่ มกัน ความถนดั หรือความสามารถพิเศษ การได้รบั การดูแล
ช่วยเหลือ (ท่ีไม่ใช่รัฐ) ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่มีความสัมพันธ์กับสมดุลชีวิตของผู้สูงอายุ และ
ยอมรับสมมติฐาน H1 โดยปัจจัยเอ้ือในด้านการได้รับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐมีความสัมพันธ์กับการสร้างสมดุลชีวิต
ของผูส้ ูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตทิ ่รี ะดบั 0.05 (ตารางที่ 4 และ ตารางที่ 5)

430

รายงานสืบเนือ่ งการสัมมนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 67

ตารางที่ 4

ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยเอื้อกับการสร้างสมดุลชีวิตผู้สูงอายุโดยรวมในช่วงสถาณการณ์การแพร่ระบาดของ

โควดิ -19 โดยสรุป

ปัจจยั 2 p–value ปัจจยั 2 p–value

ปัจจัยสว่ นบคุ คล ปจั จยั เออื้

เพศ 1.05 0.59 ลักษณะทอ่ี ยอู่ าศยั 6.63 0.58

อายุ 2.84 0.58 ความเปน็ เจา้ ของที่อยูอ่ าศัย 2.55 6.35

ระดบั การศึกษา 2.05 0.72 ลักษณะของสภาพแวดล้อมทอ่ี าศยั อยู่ 5.05 0.28

อาชพี ในปจั ุบัน 5.30 0.07 การอยรู่ ว่ มกนั 10.01 2.64

รายได้ 3.53 0.47 ความถนัดหรือความสามารถพิเศษ 3.60 1.65

การไดร้ ับการดแู ลช่วยเหลือ (ที่ไมใ่ ชร่ ฐั ) 6.20 0.40

การไดร้ ับการเยยี วยาจากมาตรการของรฐั 7.89 0.02*

*มีนยั สำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ 0.05

ตารางที่ 5

ความสมั พันธร์ ะหว่างปัจจยั เอื้อ (ด้านการไดร้ บั การเยียวยาจากมาตรการของรัฐ) กับการสรา้ งสมดุลชวี ติ ผู้สูงอายโุ ดยรวมในช่วง

สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควิด-19 โดยสรุป

Chi-square Tests Value df Asymptotic Significance

(2-sided)

Pearson Chi-square 9.64* 2 .01

Likelihood Ratio 7.89 2 .02

*จำนวน 4 ชอ่ งข้อมลู (รอ้ ยละ 66.70) มีค่าความถี่คาดหวังตำ่ กว่า 5 จงึ อ่านข้อมลู จากค่า Likelihood Ratio (Özdemir &

Eyduran, 2005)

อภิปรายผลการศกึ ษา
การอภปิ รายผลการศึกษา จำแนกออกเปน็ 4 สว่ น โดยแตล่ ะสว่ น มรี ายละเอียดดงั นี้
สว่ นที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล
จากข้อมูลกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุที่เป็นค่ามัธยฐานท่ีอายุ 67 ปี และค่ามัธยฐานของรายได้ที่
3,500 บาท อกี ทั้งพบว่ากล่มุ ตัวอยา่ งส่วนใหญไ่ ม่ได้ประกอบอาชีพ (ตารางท่ี 1) ทงั้ น้ีมลู นธิ สิ ถาบนั วิจยั และพฒั นาผู้สูงอายุไทย
(2562) ได้กล่าวว่าหลักประกันด้านการทำงานและการมีรายได้เป็นปัจจัยสำคัญท่ีส่งผลต่อระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายพุ ึงมีโอกาสในการประกอบอาชพี ทกี่ ่อให้เกิดรายไดท้ เี่ พยี งพอแก่การดำรงชีพโดยไม่ถูกเลือกปฏบิ ัตดิ า้ นอายุ โดยงานที่
ทำจะต้องมสี วัสดกิ ารอยา่ งน้อยตามท่ีกฎหมายกำหนดไว้ และไมเ่ สย่ี งตอ่ การเจ็บป่วย อุบัตเิ หตุ อบุ ตั ิภัย ต่างๆ ผ้สู ูงอายุมีสทิ ธิ
ท่ีจะได้รับข้อมูล คำปรึกษา ข่าวสารตลาดแรงงาน การจัดหางาน รับสมัครงาน บริการข้อมูล ทางอาชีพ ตำแหน่งว่างงาน
การอบรม และฝกึ อาชพี โดยมีศนู ย์กลางข้อมูลทางอาชีพและตำแหน่งงานสำหรับผู้สงู อายเุ ปน็ การเฉพาะทส่ี ำนกั งานจัดหางาน
ทุกแหง่

431

รายงานสืบเน่อื งการสัมมนาวชิ าการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 67

ในทัศนะของผู้วิจัย อีกมุมหน่ึงมองวา่ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพ เป็นกลุ่มผู้สูงอายทุ ี่
อยู่ในชมรมผู้สูงอายุซ่ึงชอบสังสรรค์เข้ากลุ่มสังคมหรือชมรมผู้สูงอายุ โดยจะเข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆ มากกว่ากการแสวงหา
การทำงานหรือมีรายได้ กรณีผู้สูงอายุบางคนท่ีประกอบอาชีพส่วนตัวหรืออาชพี ท่ีสามารถบริหารจัดการเวลาได้ก็จะสามารถ
เข้าร่วมกิจกรรมได้ และในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้สูงอายุไม่ได้พบปะเจอหน้าหรือเข้ากลุ่มรวมตัวกันก็จะใช้
ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อโซเชียลแทนการพบเจอกัน ซ่ึงในการทำกิจกรรมต่างๆ ของผู้สูงอายุกับกลุ่มหรื อชมรมก็เพื่อให้
ตนเองรู้สึกมีคุณคา่ ไมใ่ หต้ นรู้สึกเหงา หรือเกดิ ภาวะซึมเศร้า แต่บางกรณีของผู้สูงอายทุ ่ีตอ้ งทำงานหารายได้ หรอื บางกรณีไม่
สามารถทำงานได้ กจ็ ะไม่สามารถรวมกล่มุ หรอื ทำกจิ กรรมของชมรมผ้สู งู อายไุ ด้ ดังน้ันการจัดนโยบายการมีงานทำและรายได้
จะเหมาะสมกับกลุ่มผู้สูงอายใุ นกลุ่มท่ีมีความตอ้ งการมากกว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ต้องการมีอาชีพ ในขณะทีน่ โยบายด้านรายได้
ของผู้สูงอายุต้องคำนึงในส่วนของผู้สูงอายุท่ีไม่สามารถทำงานได้ และมีนโยบายที่สนับสนุนความต้องการในกลุ่มผู้สูงอายุที่
ไมต่ ้องการทำงานเพื่อใหเ้ กดิ ความครอบคลุมทกุ กลุ่มผ้สู ูงอายุด้วยเชน่ กนั

สว่ นที่ 2 ข้อมูลปัจจยั เอือ้
ขอ้ มูลปจั จัยเอ้ือ พบว่ากลมุ่ ตัวอยา่ งสว่ นมากอาศัยอยบู่ ้านเดี่ยวหรือทาวนเ์ ฮาสโ์ ดยที่อยูอ่ าศัยเปน็ ของตนเอง มีการใช้
ชีวิตการอยู่ร่วมกันอยู่กับบุตรหลานคู่ชีวิตและญาติเป็นส่วนมาก ซ่ึงกลุ่มตัวอย่างส่วนมากไม่มีความถนัดหรือความสามารถ
พิเศษ ในด้านการได้รับการดูแลช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ท่ีไม่ใช่รัฐ) โดยมากได้รับจาก
บุตรหลาน ร้อยละ 40.00 การได้รับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐได้รับ ร้อยละ 85.00 (ตารางที่ 2) สอดคล้องกับ เดชรัต
สุขกำเนิด และ วริษา สุขกำเนิด (2563) การจัดสวัสดิการของรัฐไม่ครอบคลุมกลุ่มครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ส่งผลให้
ครัวเรือนประชาชนไม่น้อยต้องรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยการกู้ยืมแหล่งเงินกู้นอกระบบ หรือขาย/จำนำทรัพย์สิน
ของตน
อีกทั้งข้อมูลปัจจัยเอื้อสะท้อนให้เห็นว่า แม้ว่าผู้สูงอายุจะอยู่อาศัยอยู่กับบุคคลในครอบครัว แต่ก็อาจไม่ได้รับ
การการดแู ลชว่ ยเหลือจากบคุ คลในครอบครวั ซ่ึงงานวิจยั ของพชั รี คมจักรพันธ์ุ และ วรรณี จันทรส์ วา่ ง (2015) ไดก้ ลา่ ววา่ สิ่ง
เก้ือหนุนในการอยู่อาศัยในครัวเรือนข้ามรุ่นจำเป็นต้องอาศัยสิ่งเก้ือหนุนท้ังจากภายในและภายนอกครอบครัว (1) แรงใจ
ภายในตนเอง เกิดขึ้นจากการได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกภายในครอบครัว เช่น ความรับผิดชอบของคนในครอบครัว
การส่งเสียรับผิดชอบ รวมถึงการที่หลานไม่ดื้อไม่เกเร และภาวะสขุ ภาพท่ีดีของผู้สูงอายุเอง (2) แรงหนุนจากเพื่อนบ้าน และ
ญาติพี่นอ้ งการได้รบั ปัจจัยท่ีจำเป็นในการดำรงชีวิต เช่น เงินทอง สิ่งของที่อยู่อาศัย และปัจจัยที่เอ้ืออำนวยความสะดวก เช่น
การได้รับความช่วยเหลือด้านสุขภาพ การรับส่งหลาน หรือการช่วยดูแลหลานจากเพ่ือนบ้าน ลูกหลานและญาติพ่ีน้องช่วย
เกอื้ หนนุ ทำใหอ้ ยู่อาศยั ในครัวเรอื นข้ามรุน่ ดำเนินตอ่ ไปได้
ท้ังน้ีในทัศนะของผู้วิจัย การที่ผู้สูงอายุได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โควิด-19มากกวา่ แหล่งอื่นนั้น เปน็ ส่ิงทสี่ ะท้อนวา่ สวสั ดกิ ารจากภาครฐั มคี วามสำคญั แต่การสร้างนโยบายยงั ต้องมีการมองให้
รอบด้านมากขึน้ ด้วยการสนับสนุนและมองกลุ่มวัยอ่นื ท่ีเป็นกำลงั ในการสรา้ งสมดุลให้กบั ผู้สงู อายุ โดยเฉพาะสถาบันครอบครัว
ท่ีต้องพิจารณาและสร้างนโยบายให้มีการเชื่อมต่อการดูแลช่วยเหลือภายในครอบครัวสู่ผู้สูงอายุ และการก้าวเข้าสู่สังคม
ผู้สูงอายุจึงไม่ใช่การมองที่ผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียว แต่การสร้างความสมดุลให้กับกลุ่มวัยอื่นก็มีความสำคัญ ดังน้ันการสร้าง
วิถปี กติใหมใ่ ห้เกดิ ขึ้นในอนาคตจงึ ตอ้ งมกี ารวางนโยบายเมื่อเกดิ ความเสีย่ งหรือวกิ ฤติทางสังคมเตรยี มไว้ โดยการวางมาตรการ
ฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุและครอบครัวให้มีความสมดุลในชีวิตมากข้ึน อาทิ การสร้างหลักประกันหรือกองทุนเมื่อเกิด
ภาวะวิกฤติกับผู้สูงอายุและครอบครัว หรือมาตรการสร้างรายได้และอาชีพเม่ือเกิดวิกฤตทางสังคมท่ีมีความคล้ายคลึงกับ
การแพร่ระบาดของโควดิ -19 หรือการส่งเสริมทักษะที่จำเป็นต่อผู้สูงอายุและครอบครวั เป็นต้น ส่ิงเหล่านี้ก็จะช่วยให้ผสู้ ูงอายุ
และครอบครวั เกดิ สมดลุ ชีวิตได้เชน่ เดียวกัน

432

รายงานสบื เนื่องการสมั มนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 67

ส่วนท่ี 3 การสร้างสมดลุ ชวี ติ
จากข้อมูลการสร้างสมดุลชีวิตของผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่ามีระดับการสร้าง
สมดุลชีวิตโดยรวมระดับสูง และข้อมูลสมดุลทางด้านการเงิน ด้านปัญญา ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ มีค่ามัธยฐาน
สูงที่สดุ รองลงมาเป็นด้านอารมณ์ และด้านรา่ งกาย (ตารางที่ 3) ผลการศึกษาความสมดุลชีวติ ในด้านร่างกายของผูส้ ูงอายทุ ่ีมี
ค่ามธั ยฐานต่ำสุด ช้ีให้เหน็ ถึงแนวโนม้ ความเสอื่ มถอยของร่างกาย ซึง่ อาจทำให้เกดิ ผลกระทบต่อสมดุลในดา้ นอ่นื ได้ และจาก
การให้ความสำคัญขององค์กรอนามัยโลกในด้านพฤติพลัง (Active Ageing) ท่ีประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ สุขภาพ
(Health) การมีส่วนร่วม (Participation) และความม่ันคง (WHO, 2002) องค์กรอนามัยโลกได้จัดวางเสาหลักสุขภาพไวต้ รง
กลางเปน็ นัยยะการให้ความสำคัญเรื่องสขุ ภาพเป็นแกนหลักของเสาทงั้ 3หลัก
สอดคล้องกับการศึกษาของ ศรอษุ า ฉิมเพ็ชร, นาถ พันธุมนาวนิ และ ชัยรัตน์ วงศ์กจิ รุ่งเรือง (2561) ที่เปรียบเทียบ
พฤฒพลังด้านสุขภาพของผู้สูงอายุประเทศญ่ีปุ่น สหรัฐอเมริกา และไทย ความเหมือนกันผู้สูงอายุท้ัง 3 ประเทศได้ให้
ความสำคัญกบั สุขภาพของตนเอง 8 ประการ อาทิ (1) การรบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชนต์ อ่ ร่างกาย (2) การออกกำลังกาย
อย่างสม่ำเสมอ (3) การมีอารมณ์ดีและสุขภาพจิตดี (4) การใช้ชีวิตกลางแจ้งและท่องเที่ยว (5) การนอนหลับพักผ่อนให้
เพยี งพอ (6) การมีสว่ นร่วมในกิจกรรมของครอบครัว เพ่ือน ชุมชน และ สังคม (7) หลีกเล่ยี งการด่ืมสรุ าและการสบู บุหรี่ และ
(8) การยึดม่ันในหลักศาสนา
ในอีกมุมหนึง่ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้สูงอายุท่มี ีสถานะเป็นกลุม่ เส่ยี งที่ต้องเฝา้ ระวังการติด
เช้ือมากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ และด้วยเหตุท่ีต้องป้องกันการติดเชื้อโควิด-19ในผู้สูงอายุ ทำให้การใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะของ
ผสู้ ูงอายถุ ูกจำกัดให้ลดลงไปจนถึงไม่สามารถใช้ชวี ิตในพ้ืนท่ีสาธารณะได้เลย ผ้สู ูงอายจุ ึงมีข้อจำกัดในการใชช้ ีวิตได้แบบอิสระ
การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุจึงลดลง ดงั น้ันนโยบายในการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของ
โควิด-19 ให้ผู้สูงอายุมีสมดุลทางร่างกายมีความสำคัญมาก เพราะจะทำให้ผู้สูงอายุเป็นผู้สูงอายุที่มีความตื่นตัว
กระฉับกระเฉง หรือเปน็ ผู้สูงอายทุ ่ีมีพฤฒพิ ลงั มีความสามารถในการทำสิ่งอื่นๆ และสร้างสมดุลชีวิตในด้านอ่ืนได้ดีตามมาดว้ ย
เช่นกนั
ส่วนท่ี 4 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการสร้างสมดุลชีวิตผู้สูงอายุ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ในช่วง
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควิด-19
การศึกษาปัจจัยท่ีมีความสัมพันธก์ ับสรา้ งสมดุลชีวิตผู้สูงอายุกรงุ เทพมหานคร ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โควิด-19 ผลการศกึ ษาพบวา่ (1) ปัจจัยส่วนบุคคล เพศ อายุ ระดบั การศึกษา การประกอบอาชีพในปัจจุบัน รายได้และปัจจัย
เอ้ือ ลักษณะที่อยู่อาศัย ความเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ลักษณะของสภาพแวดล้อมท่ีอาศัยอยู่ การอยู่ร่วมกัน ความถนัดหรือ
ความสามารถพเิ ศษ การได้รับการดแู ลชว่ ยเหลอื (ที่ไมใ่ ช่รฐั ) ในชว่ งสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโควดิ -19ไม่มีความสัมพันธ์
กับสมดุลชีวิตของผสู้ งู อายุ (ตารางท่ี 4) และ (2) ปัจจัยเอ้ือในดา้ นการได้รับการเยยี วยาจากมาตรการของรัฐมีความสัมพันธก์ ับ
การสรา้ งสมดุลชีวติ ของผูส้ ูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทรี่ ะดับ 0.05 (ตารางที่ 4 และ ตารางที่ 5)
สอดคล้องกับการศึกษาของ ศุภสวัสด์ิ ชัชวาลย์ (2563) ในสถานการณ์การการแพร่ระบาดของโควิด-19
กลุ่มเปราะบางอย่างเช่น ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมาก กรณีของผู้สูงอายุท่ีเป็นกลุ่มเส่ียงต่อการติดเช้ือ องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ินต้องมมี าตรการการช่วยดแู ลให้ผสู้ ูงอายุได้พกั อาศยั และมีสุขอนามัยท่ีเหมาะสม การประกาศปิดเมืองและ
การงดกิจกรรมต่างๆ อาจทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยขาดรายได้และประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ดังน้ัน องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินจำเป็นต้องดูแลและทำให้มั่นใจว่าประชาชนท่ีมีรายได้น้อยจะยังคงมีสภาพความเป็นอยู่ท่ีเหมาะสมตามสมควร
เช่นองค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ อาจต้องดแู ลสนบั สนุนทางดา้ นอาหารและเครื่องอปุ โภคบริโภคท่จี ำเป็น เป็นตน้
แม้ปัจจัยเอื้อในด้านการได้รับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐมีความสัมพันธ์กับการสร้างสมดุลชีวิตของผู้ สูงอายุ
แต่จะพบว่าผู้สงู อายใุ นกรุงเทพมหานครนั้นบางส่วนไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการ ดว้ ยเพราะบางสว่ นเปน็ ผู้สงู อายุท่ีมา

433

รายงานสบื เน่อื งการสัมมนาวชิ าการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีท่ี 67

จากตา่ งจังหวดั มาอาศัยในกรงุ เทพมหานคร โดยเฉพาะด้านมาตรการดา้ นสาธารณปู โภคจะไดร้ ับการชว่ ยเหลอื เฉพาะผูส้ งู อายุ
ที่มีชื่ออย่ใู นกรุงเทพมหานคร สอดคล้องกับการศึกษาของ Thanakwang and Soonthorndhada (2006) ที่พบว่า ผู้สูงอายุ
ในกรุงเทพมหานครมีพฤฒิพลังท่ีต่ำด้วยเพราะมีดัชนีการมีส่วนร่วมทางสังคมท่ีต่ำ ส่ิงน้ีอาจเนื่องมาจากความแตกต่างใน
วิถชี วี ิตและสง่ิ แวดล้อมทนุ ทางสงั คมและความเปน็ ปัจเจกของคนเมอื ง

กล่าวได้ว่า กรุงเทพมหานครเป็นลักษณะของเอกมหานครที่มีประชากรแฝงและมีการเคล่ือนย้ายของผู้สูงอายุจาก
ต่างจังหวัดเข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานครก็มาก และบางส่วนก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือมาจากการที่ไม่มีความสันทัดและเข้าใจ
ท้ังวิธีการในการรับความช่วยเหลือหรือแม้กระทั้งการใช้เทคโนโลยีในการรับความช่วยเหลือ การจัดสรรของนโยบายและ
การตัดสินใจในการกำหนดใช้นโยบายอาจต้องคำนึงถึงความทั่วถึงและเทคนิควิธีการจัดสรรให้เหมาะสมและเอื้ออำนวยกับ
บริบบทของความเป็นผู้สูงอายุ เพ่ือที่ผู้สูงอายุจะได้รับอย่างเท่าเทียมและท่ัวถึง เกิดความเป็นธรรม และสามารถก่อให้เกิด
สมดุลชีวิตกบั ผู้สงู อายุได้

สรุปผลการศกึ ษา
ข้อมลู ส่วนบคุ คลของกลุ่มตัวอย่าง สว่ นใหญ่เป็นเพศหญิง มอี ายุทเี่ ปน็ คา่ มธั ยฐานท่ีอายุ 67 ปี อายตุ ่ำสุด 60 ปี และ
อายุมากที่สุด 84 ปี กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบอาชีพ โดยมีรายได้ต่ำสุดท่ี 600 บาท รายได้สูงสุด 50,000 บาท
ข้อมูลปัจจัยเอ้ือ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนมากอาศัยอยู่บ้านเด่ียวหรือทาวน์เฮาส์ร้อยละ 57.50 โดยที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
ร้อยละ 60.00 ลักษณะของสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่นอกชุมชนร้อยละ 75.00 โดยส่วนมากใช้ชีวิตการอยู่ร่วมกันอยู่กับ
บุตรหลาน คู่ชีวิตและญาติร้อยละ 95.00 ไม่มีความถนัดหรือความสามารถพิเศษร้อยละ 65.00 การได้รับการดูแลช่วยเหลือ
ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ที่ไม่ใช่รัฐ) ร้อยละ47.50 โดยมากได้รับจากบุตรหลาน ร้อยละ 40.00
ประเภทการช่วยเหลือเงนิ รอ้ ยละ 68.42 การไดร้ ับการเยยี วยาจากมาตรการของรัฐ ร้อยละ 85.00
ข้อมูลการสร้างสมดุลชวี ิตของผสู้ งู อายุในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พบวา่ มีระดับการสรา้ งสมดุล
ชีวิตโดยรวมอยู่ระดับสูง เม่ือพิจารณารายด้านพบว่าสมดุลทางด้านการเงิน ด้านปัญญา ด้านสังคม และด้านจิ ตวิญญาณ
มีคา่ มัธยฐานสูงที่สุด รองลงมาเป็นดา้ นอารมณ์ และด้านร่างกาย และปัจจยั ท่ีมีความสัมพนั ธก์ ับการสรา้ งสมดุลชวี ิตผ้สู งู อายุ
กรงุ เทพมหานคร พบว่าปจั จัยเอ้อื ในด้านการไดร้ ับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐที่มคี วามสัมพันธก์ บั สมดุลชีวิตของผู้สูงอายุ
อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถติ ทิ ี่ระดบั 0.05
สรุปผลการศึกษาในครั้งน้ี แม้จะมีข้อจำกัดด้านตัวอย่างในการศึกษาแต่ก็ทำให้พบประเด็นจากผลการศึกษาท่ี
น่าสนใจ คือ (1) ผู้สูงอายุส่วนมากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอยู่กับบุตรหลานคู่ชีวิตและญาติแต่ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนจะได้รับการดูแล
จากบุคคลในครอบครัวเหล่าน้ี (2) ผู้สูงอายุได้รับการเยียวยาจากมาตรการของรัฐไม่ครบทุกคน (3) แม้สมดุลชีวิตผู้สูงอายุ
โดยรวมจะอยู่ในระดับสงู แต่เม่ือพิจารณาจะเหน็ ว่าสมดลุ ทางร่างกายมีค่าน้อยกวา่ สมดลุ ด้านอน่ื (4) การเยยี วยาจากมาตรการ
ของรัฐเป็นปัจจัยเอื้อที่มีความสัมพันธ์กับสมดุลชีวิตของผู้สูงอายุ และผลจากการศึกษาสามารถทำให้เห็นแนวโน้มของข้อมูล
เพอ่ื นำไปสู่การกำหนดและวางแผนนโยบายทจี่ ะส่งเสรมิ สนับสนนุ ให้ผู้สูงอายมุ สี มดลุ ชวี ิตทพี่ อดีตอ่ ไป

ข้อเสนอแนะทไ่ี ดจ้ ากผลการศกึ ษา
จากผลการศึกษาที่พบว่าผู้สูงอายุยังไม่สามารถเข้าถึงมาตรการเยียวยาของรัฐได้ทุกคน อีกทั้งกรณีที่แม้ผู้สูงอายุจะ
อยู่กับครอบครัวก็ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนจะได้รับการดูแลช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดจากคนในครอบครัว
ข้อเสนอแนะจากการศึกษามีข้อเสนอแนะประเด็นในเชิงนโยบายดังน้ี (1) หน่วยงานที่เก่ียวข้องในสวัสดิการของผู้สูงอายุควร
ตระหนักและให้ความสำคัญในวิธีการการดำเนินนโยบายให้ผู้สูงอายุทุกคนเข้าถึงมาตรการของรัฐอย่างครอบคลุม (2) นโยบาย
ควรส่งเสริมหรือเน้นกิจกรรมด้านอารมณ์ อาหาร และออกกำลังกายให้กับผู้สูงอายุ ทั้งนี้เพ่ือสร้างความสมดุลในชีวิตให้กับ

434

รายงานสบื เนอ่ื งการสมั มนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

ผู้สูงอายุอย่างย่ังยืน และ (3) นโยบายควรส่งเสริมผู้ดูแลผู้สูงอายุท่ีเป็นในคนครอบครัว ให้มีความสามารถในการดูแลสนับสนุน
ผู้สูงอายุให้มีชีวิตที่สมดุล ใหเ้ ข้ากับวิถชี ีวิตใหม่หลังการแพร่ระบาดระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ข้อเสนอแนะที่ได้จากผลการศึกษา
เพ่ือให้เกิดการเกอื้ กลู ความสมดุลชวี ิตในผูส้ ูงอายุในสังคมไดอ้ ย่างย่งั ยืนต่อไป

ขอ้ เสนอแนะเพ่ือการศกึ ษาวจิ ยั ครั้งตอ่ ไป
การเสนอแนะประเด็นในการทำวจิ ยั คร้ังต่อไป มีดังตอ่ ไปนี้ (1) ควรมีการทำวิจัยในประเด็นการสร้างความสมดุลใน
ผสู้ ูงอายุในพ้นื ที่อน่ื ของกรุงเทพมหานคร หรือในตา่ งจังหวดั เพื่อการเปรยี บเทียบหรือเพ่ือสะท้อนความหลากหลายของบริบท
พน้ื ทท่ี ่ีอยูอ่ าศยั (2) ควรมีการทำวิจยั ในประเด็นการสรา้ งความสมดุลในกลมุ่ ประชากรอนื่ ๆ เชน่ วยั รุน่ วัยทำงาน วยั กลางคน
เปน็ ตน้ เพื่อผลการวจิ ยั จะทำให้เห็นภาพในการกำหนดนโยบายต่อกล่มุ ตา่ งๆ มากขน้ึ และ (3) เพอ่ื ใหเ้ หน็ ความสมั พนั ธ์ และ
ความเป็นเหตุและผลมากขึ้น การศึกษาวิจัยเชิงปริมาณในตัวอย่างที่มีจำนวนน้อย สามารถวิเคราะห์ข้อมูลความสัมพันธ์
ระหว่างตัวแปรภายในกลุ่มเดียวกัน เพ่ือทำให้ผลการวิจัยได้เห็นภาพความสอดคล้อง เกี่ยวข้อง ของตัวแปรท่ีนำมาศึกษา
รวมทั้งข้อค้นพบอาจชว่ ยใหผ้ ลการศกึ ษาชัดเจนข้ึนได้

ข้อจำกัดในการศึกษา
การศึกษาคร้ังน้ีมีข้อจำกัดในการศึกษา กล่าวคือ (1) ผู้สูงอายุท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 5 คน ไม่สามารถอ่าน
แบบสอบถามเองได้ด้วยปัญหาทางสายตา ผู้วิจัยจึงดำเนินการอ่านแบบสอบถามให้ผู้สูงอายุท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่างฟังผ่านแบบ
สัมภาษณ์ และ (2) การเข้าถงึ ตัวอย่างไดใ้ นจำนวนจำกัด ตามระยะเวลาท่ศี ึกษา จึงทำใหก้ ารวิเคราะห์ทางสถติ ิมีขอ้ จำกดั ของ
อำนาจการทดสอบ ความเป็นตวั แทน และการอธบิ ายเช่อื มโยงสปู่ ระชากรผู้สูงอายุทั่วไป

กิตติกรรมประกาศ
การวิจัย “การสร้างสมดุลชีวิตในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ของผู้สูงอายุในเขตยานนาวา
กรงุ เทพมหานคร” ในคร้ังนี้ผูว้ ิจัยได้รับการอนุเคราะหค์ วามรทู้ างวิชาการจากท่านรองศาสตราจารย์ ดร. วรรณวดี พลู พอกสิน
ซง่ึ เป็นอาจารย์ผู้สอนประจำรายวิชา นบส.804 การวิจัยเชิงปรมิ าณในนโยบายสังคม หลกั สูตรปรชั ญาดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชา
นโยบายสังคม คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้วจิ ยั ขอขอบพระคุณท่านอาจารยท์ ใี่ ห้คำปรึกษาชีแ้ นะ
ข้อบกพร่องของงานวจิ ัย และแนะนำวิธกี ารปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อกำหนดของงานวิจัย อีกทั้งยงั สร้างการตระหนักให้ผู้วจิ ัย
เล็งเห็นประโยชน์จากงานวิจัยในการผลักดันนโยบายต่อสังคม รวมถึงขอขอบพระคุณผู้เช่ียวชาญที่กรุณาช่วยตรวจ
ความเหมาะสมของข้อคำถามให้แบบสอบถามมีความเท่ียงตรง ขอขอบพระคุณผู้สูงอายุท่ีให้ความอนุเคราะห์ในการตอบ
แบบสอบถามน้ี ขอขอบพระคุณทุกข้อมูลท่ีผู้วิจัยนำมาใช้อ้างอิงในครั้งนี้ สุดท้ายขอขอบพระคุณทุกท่านที่เอื้ออำนวยใน
การทำวจิ ัยมา ณ ที่นอ้ี ยา่ งสูงทที่ ำให้ผู้วจิ ัยดำเนนิ การสำเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี และข้อบกพรอ่ งจากการวิจัยนผ้ี วู้ ิจยั ขอนอ้ มรบั และ
ปรบั ปรงุ ในโอกาสตอ่ ไป

เอกสารอา้ งองิ
กระทรวงการคลัง. (2563). ขา่ วกระทรวงการคลัง ฉบบั ท่ี 26/2563: มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรสั โคโรนา

(COVID-19) ต่อเศรษฐกิจไทยทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม ระยะที่ 2. สบื ค้นจากhttps://www.mof.go.th/th/
view/attachment/file/3134393130/ขา่ วแถลงกระทรวงการคลังฉบบั ท่%ี 2026-2563
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษย,์ กรมกิจการผสู้ ูงอาย.ุ (2546). พระราชบญั ญตั ผิ สู้ ูงอายุ พ.ศ. 2546.
กรุงเทพฯ: เทพเพ็ญวานสิ ย์.

435

รายงานสืบเนอื่ งการสัมมนาวิชาการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีที่ 67

กองยทุ ธศาสตรส์ าธารณสุขและสงิ่ แวดล้อม กรงุ เทพมหานคร. (2563). สรุปฐานขอ้ มูลผสู้ ูงอายรุ ะดบั เขตของกรุงเทพมหานคร
(ข้อมลู ณ เดอื นมกราคม 2563). สืบค้นจาก http://www.bangkok.go.th/hesd/contact

เขมจริ า ยะราไสย์, ชุภาศิริ อภนิ นั ท์เดชา และ สำเริง แหยงกระโทก. (2558). ปจั จัยทีม่ ผี ลต่อการมสี ว่ นร่วมของประชาชนใน
การปอ้ งกนั และควบคมุ โรคไข้เลอื ดออก ตำบลขามเปย้ี อำเภอโพธิช์ ัย จังหวดั ร้อยเอด็ , การประชุมวิชาการและเสนอ
ผลงานวิจัยระดบั ชาติ “สร้างสรรคแ์ ละพัฒนา เพ่ือกา้ วหนา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น” ครั้งท่ี 2 (น.25). สืบค้นจาก
http://journal.nmc.ac.th/th/admin/Journal/2558Vol2No1_3.pdf

เดชรตั สขุ กำเนดิ และ วริษา สุขกำเนิด (2563). ระบบสวสั ดิการถว้ นหน้าอย่างยง่ั ยนื : -ขอ้ เสนอจากปรากฎการณ์โควดิ -19.
ใน สถาบนั พระปกเกลา้ (บก.), จากวิกฤตสิ โู่ อกาสของสังคมไทยในยคุ COVID-19 (น.153-175). กรงุ เทพฯ:
สถาบนั พระปกเกล้า.

ธรี ะ สินเดชารักษ์ และ ณัฐวฒุ ิ ตนิ ทุกะสริ .ิ (2563). NONPARAMETRIC STATISTICS ข้อตกลงเบ้ืองตน้ ตัวอย่างสถิติ
การวเิ คราะห์และแปลผล. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน ภาค1/2553 วชิ านบส.804 การวิจยั เชิงปรมิ าณ
ในนโยบายสังคม หลักสตู รปรชั ญาดุษฎีบณั ฑิต สาขานโยบายสงั คม. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์,
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.

ประเวศ วะส.ี (2563). สังคมไทยกบั การปรบั ตวั ครั้งใหญห่ ลังภยั โควดิ . ใน สถาบนั พระปกเกลา้ (บก.), จากวิกฤตสิ ู่โอกาสของ
สังคมไทยในยุค COVID-19 (น.3-19). กรงุ เทพฯ: สถาบันพระปกเกลา้ .

พระไพศาล วสิ าโล. (2555). ชวี ิตสมดลุ . กรงุ เทพฯ: บรษิ ัทขมุ ทองอตุ สาหกรรมและการพิมพ์ จำกัด.
พชั รี คมจกั รพนั ธ์ุ และ วรรณี จันทร์สวา่ ง. (2558). ประสบการณก์ ารอยู่อาศยั ในครวั เรอื นข้ามรุ่นของผสู้ ูงอายุไทย ในภาคใต.้

วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 35(3), น.35-56.
มูลนธิ สิ ถาบันวจิ ัยและพัฒนาผสู้ งู อายไุ ทย. (2562). สถานการณผ์ ูส้ งู อายุไทย พ.ศ. 2562. นครปฐม: สถาบนั วิจยั ประชากรและ

สงั คม มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล มลู นิธสิ ถาบันวจิ ัยและพฒั นาผู้สงู อายไุ ทย.
ยงยทุ ธ วงศภ์ ิรมย์ศาสนติ์. (2563). การดำเนินงานสุขภาพจติ ภายใตว้ กิ ฤตโควดิ -19 ของประเทศไทย. วารสารสุขภาพจิตแหง่

ประเทศไทย 2563, 28(4). 280-291.
รติมา คชนนั ทน์. (2561). เอกสารวิชาการ Academic Focus สังคมผสู้ งู อายุกับการขบั เคลื่อนเศรษฐกจิ ไทย.

สำนกั วชิ าการ สำนักงานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎร. สืบค้นจาก
https://library2.parliament.go.th/ejournal/content_af/2561/jul2561-1.pdf
วิไลภรณ์ โคตรบงึ แก. (2563). สถิตเิ ชงิ อนุมาน. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน ภาค1/2553 วิชานบส.804 การวจิ ยั เชิง
ปริมาณในนโยบายสงั คม หลักสตู รปรชั ญาดษุ ฎีบณั ฑิต สาขานโยบายสงั คม. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร,์
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
ศรอุษา ฉมิ เพ็ชร, นาถ พนั ธมุ นาวนิ และ ชยั รัตน์ วงศ์กิจรงุ่ เรือง. (2561). พฤฒพลังด้านสุขภาพของผูส้ ูงอายปุ ระเทศญีป่ ุ่น
สหรฐั อเมรกิ า และไทย. รายงานสบื เนอ่ื งการสมั มนาวิชาการเนอื่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ปีที่ 65, 113-114.
ศภุ มาส ชุมแกว้ . (2563). สถิตไิ ม่อิงพารามิเตอร์ในงานวจิ ัย. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน ภาค1/2553 วิชา นบส.804
การวิจัยเชงิ ปรมิ าณในนโยบายสังคม หลักสตู รปรัชญาดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวชิ านโยบายสังคม,
คณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.์
ศุภสวัสด์ิ ชัชวาลย์. (2563). การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) กับบทบาทขององคก์ รปกครอง
สว่ นทอ้ งถิ่นในการบรหิ ารจดั การปญั หาระดบั พนื้ ท่.ี ในสถาบนั พระปกเกล้า (บก.), จากวกิ ฤตสิ โู่ อกาสของสังคมไทย
ในยุค COVID-19 (น.127-151). กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกลา้ .

436

รายงานสืบเน่อื งการสมั มนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

สำนกั งานเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร. (2563). จำนวนสมาชิกชมรมผสู้ งู อายใุ นพ้นื ที่เขต ฝา่ ยพัฒนาชุมชนและสวสั ดกิ าร
สงั คม สำนกั งานเขตยานนาวา ประจำเดือนมกราคม พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: สำนักงานเขตยานนาวา.

เสาวณี จันทะพงษ์ และ ทศพล ตอ้ งหุ้ย. (2563). เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 โรคปฏวิ ตั โิ ลก ยกเครื่องสู่อนาคต
วถิ ชี วี ติ ใหม่. BOT พระสยาม MAGAZINE, 43(3). 4-7.

อุทัยทิพย์ เจีย่ ววิ รรธน์กลุ . (2558). สถานการณข์ องวยั ผู้ใหญแ่ ละผู้สงู อายุ ในเอกสารการสอนชุดวชิ าพฒั นาการผสู้ ูงวัยและ
ผ้สู งู อายุ. นนทบรุ ี: มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช, สาขาวชิ ามนุษยนิเวศศาสตร์.

Dwivedi, A.K., Mallawaarachchi, I., & Alvarado, L.A. (2017). Analysis of small sample size studies using
nonparametric bootstrap test with pooled resampling method. Statistics in medicine, 36(14),
2187-2205.

Lara, R., Vázquez, M. L., Ogallar, A., & Godoy-Izquierdo, D. (2020). Psychosocial Resources for Hedonic Balance, Life
Satisfaction and Happiness in the Elderly: A Path Analysis. International Journal of Environmental
Research and Public Health 2020, 17(16), 56-84. Retrieved from https://doi.org/10.3390/ijerph17165684

Minitab Blog Editor. (2015). Choosing between a nonparametric test and a parametric test. Retrieved
from https://blog.minitab.com/blog/adventures-in-statistics-2/choosing-between-a-nonparametric-
test-and-a-parametric-test

Özdemir, T., & Eyduran, E. (2005). Comparison of Chi-Square and Likelihood Ratio Chi-Square Tests: Power
of Test. Journal of Applied Sciences Research, 1(2), 242-244.

Robertson, R., & Microys, G. (2001). Life Balance Assessment and Action Planning Guide. Michigan:
Lutheran Social Services of Michigan.

Sprent, P., & Smeeton, N. C. (2001). Applied nonparametric statistical methods. (3rd ed.). New York:
Chapman and Hall/CRC.

Thanakwang K., & Soonthorndhada K. (2006). Attributes of active ageing among older persons in Thailand:
evidence from the 2002 survey. Asia-Pacific Population Journal, 21(3), 113-135.

Visãrado, P. (2016) . An Application of The Four Buddhist Principles of Development (Bhāvanā) in
Balancing Life for The Elderly Persons in Modern Society. Journal of Buddhist Education and
Research, 2(2), 69-76.

Woodward, D. (2007). Work-life balancing strategies used by women managers in British “modern”
universities. Equal Opportunities International, 26(1), 6-17. Retrieved from
https://doi.org/ 10.1108/02610150710726507

World Health Organization. (2002). Active Ageing: A Policy Framework. Geneva: World Health Organization.
United Nations. (2019). World Population Ageing 2019 Highlights. New York: United Nations.

437

รายงานสบื เนื่องการสมั มนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 67

ภาคผนวก

438

รายงานสืบเนือ่ งการสมั มนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 67

คำสง่ั คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์

ท่ี ๓๖๓/ ๒๕๖๓

เร่อื ง แต่งตั้งคณะกรรมการจดั งานวันสถาปนาคณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์ ครบรอบ ๖๗ ปี

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๔

--------------------------------------
ดว้ ยคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มีกำหนดจัดงานวันสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ครบรอบ ๖๗ ปี
วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๔ เพ่อื ให้การจดั งานเปน็ ไปดว้ ยความเรยี บร้อย คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ จงึ แต่งต้งั บคุ คล
ผมู้ รี ายนามดังต่อไปน้ี เป็นคณะกรรมการจดั งานฝ่ายต่างๆ ดงั นี้

๑. คณะกรรมการฝ่ายอำนวยการ

๑.๑ คณบดคี ณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ ประธาน

๑.๒ รองคณบดฝี า่ ยบริหารและส่ือสารองคก์ ร กรรมการ

๑.๓ รองคณบดฝี ่ายวชิ าการและวิเทศสมั พันธ์ กรรมการ

๑.๔ รองคณบดฝี ่ายการศึกษาฝึกภาคปฏิบัติ กรรมการ

๑.๕ รองคณบดฝี า่ ยการนักศึกษาและการเรียนรู้ กรรมการ

๑.๖ ผชู้ ว่ ยคณบดีฝา่ ยวิจยั และนวตั กรรม กรรมการ

๑.๗ ผชู้ ่วยคณบดีฝา่ ยประกันคุณภาพการศกึ ษา กรรมการ

๑.๘ ผชู้ ่วยคณบดีฝา่ ยบรหิ ารและการนักศกึ ษาศนู ยล์ ำปาง กรรมการ

๑.๙ ผชู้ ่วยคณบดฝี ่ายการศกึ ษาและฝกึ ภาคปฏบิ ัติ ศนู ยล์ ำปาง กรรมการ

๑.๑๐ ผอู้ ำนวยการศนู ย์ฝกึ อบรมและพัฒนาแห่งคณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ กรรมการ

๑.๑๑ หัวหน้าภาควิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ กรรมการ

๑.๑๒ หัวหนา้ ภาควิชานโยบายสงั คม การพฒั นาสังคม และการพัฒนาชุมชน กรรมการ

๑.๑๓ หวั หน้างานบรหิ ารงานทั่วไป กรรมการ

๑.๑๔ หัวหน้างานการศึกษาและกิจการนักศกึ ษา กรรมการ

๑.๑๕ หัวหน้างานคลงั และพสั ดุ กรรมการ

๑.๑๖ หวั หน้างานวจิ ยั วชิ าการ และประกันคณุ ภาพ กรรมการ

๑.๑๗ หัวหน้างานท่วั ไป ศูนยล์ ำปาง กรรมการ

๑.๑๘ หัวหน้างานท่ัวไป ศูนย์ปฏิบตั กิ ารสงั คมสงเคราะหค์ ลองจ่ัน กรรมการ

๑.๑๙ เลขานุการคณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์ กรรมการและเลขานุการ

๑.๒๐ หัวหนา้ งานทัว่ ไป ศูนยท์ า่ พระจนั ทร์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานกุ าร

๑.๒๑ นางสาวพชิ ญา พ่งึ ทอง กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานกุ าร

ใหค้ ณะกรรรมการฯ มีหน้าที่ดงั น้ี
๑) วางแผนการจดั งานใหบ้ รรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ตี่ งั้ ไว้
๒) กำหนดรูปแบบการจัดงานและกิจกรรม
๓) ประสานงานกับหน่วยงาน/องคก์ รเครือข่ายตา่ ง ๆ ในการเชิญเขา้ รว่ มจดั งาน

439

รายงานสบื เนอื่ งการสัมมนาวชิ าการเนอื่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีที่ 67

๔) กำกับดแู ลความเรียบร้อยของกิจกรรมตา่ ง ๆ ในภาพรวม ประธาน
๕) สนบั สนนุ การทำงานของฝา่ ยตา่ งๆ กรรมการ
๖) ตัดสินใจ และแกไ้ ขปญั หาตา่ งๆ ในการจดั งาน กรรมการ
กรรมการ
๒. คณะกรรมการฝา่ ยวิชาการ กรรมการ
๒.๑ รองคณบดฝี ่ายวชิ าการและวเิ ทศสัมพนั ธ์ กรรมการ
๒.๒ ผชู้ ว่ ยคณบดีฝา่ ยวจิ ัยและนวตั กรรม กรรมการ
๒.๓ ศาสตราจารย์ ระพพี รรณ คำหอม กรรมการ
๒.๔ ศาสตราจารย์ ดร.กติ พิ ฒั น์ นนทปัทมะดลุ ย์ กรรมการ
๒.๕ รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล นริ าทร กรรมการ
๒.๖ รองศาสตราจารย์ ดร.พเยาว์ ศรแี สงทอง กรรมการ
๒.๗ รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณวดี พลู พอกสนิ กรรมการ
๒.๘ รองศาสตราจารย์ ดร.พงษเ์ ทพ สันตกิ ลุ กรรมการ
๒.๙ รองศาสตราจารย์ ดร.ธัญญลกั ษณ์ วีระสมบตั ิ กรรมการ
๒.๑๐ รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณลกั ษณ์ เมยี นเกิด กรรมการ
๒.๑๑ รองศาสตราจารย์ กมลทพิ ย์ แจม่ กระจา่ ง กรรมการ
๒.๑๒ รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญประภา ภทั รานุกรม กรรมการ
๒.๑๓ ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ สริ ิพรรณ ศรีมชี ัย กรรมการ
๒.๑๔ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ศริ นิ ทร์รัตน์ กาญจนกุญชร กรรมการ
๒.๑๕ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วไิ ลภรณ์ โคตรบงึ แก กรรมการ
๒.๑๖ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.มาดี ลิม่ สกุล กรรมการ
๒.๑๗ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภุชงค์ เสนานุช กรรมการ
๒.๑๘ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธันยา รุจเิ สถยี รทรพั ย์ กรรมการ
๒.๑๙ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นราเขต ย้ิมสขุ กรรมการ
๒.๒๐ ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นิฤมน รัตนะรตั กรรมการ
๒.๒๑ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ป่ินหทยั หนนู วล กรรมการ
๒.๒๒ ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรพรรณ นฤภัทร กรรมการ
๒.๒๓ อาจารย์ ดร.มาลี จริ วฒั นานนท์ กรรมการ
๒.๒๔ อาจารย์ ดร.เสาวธาร โพธ์กิ ลดั กรรมการ
๒.๒๕ อาจารย์ ดร.ปรินดา ตาสี กรรมการ
๒.๒๖ อาจารย์ วรลกั ษณ์ เจรญิ ศรี
๒.๒๗ อาจารย์ ดร.สิรยิ า รัตนชว่ ย
๒.๒๘ อาจารย์ ดร.กาญจนา รอดแกว้
๒.๒๙ อาจารย์ ดร.วไิ ลลกั ษณ์ อยูส่ ำราญ
๒.๓๐ อาจารย์ ดร.สรสชิ สว่างศลิ ป์

440

รายงานสบื เน่อื งการสัมมนาวชิ าการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 67

๒.๓๑ อาจารย์ ดร.อรณุ ี ลม้ิ มณี กรรมการ

๒.๓๒ นางสาวปิยภัทร คณุ เจรญิ กรรมการ

๒.๓๓ นางสาวสธุ ิมา วฒุ กิ าร กรรมการ

๒.๓๔ นางสาวอุษณีย์ น้อยอยู่นิตย์ กรรมการ

๒.๓๕ นางสาวจฬุ ารฏั เมอื งโคตร กรรมการ

๒.๓๖ นางสาวทองศริ ิ กำ่ แดง กรรมการ

๒.๓๗ นางสาวสุชญั ญา ดวงงาม กรรมการ

๒.๓๘ นางสาวณฤทยั ทองมี กรรมการ

๒.๓๙ นางสาวสกุลรัตน์ วฒุ ชิ ัย กรรมการ

๒.๔๐ นางสาวสวุ รี ปน่ิ เจรญิ กรรมการและเลขานกุ าร
๒.๔๑ นางสนุ นั ทา สาระบุตร กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
๒.๔๒ นางสาวอรอนงค์ บษุ ราคมั กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
๒.๔๓ นางสาวพมิ พ์ผกา งอกลาภ กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานกุ าร

ใหค้ ณะกรรรมการฯ มหี น้าที่ ดงั นี้
๑) กำหนดหวั ข้อการจดั งานและวางแผนการจดั กิจกรรมทางดา้ นวชิ าการ
๒) ประสานงานในการเชิญวทิ ยากร และเชญิ ผเู้ ก่ยี วขอ้ งเข้าร่วมนำเสนอผลงานทางวชิ าการ
๓) จดั เตรยี มทีมลงทะเบยี นวิทยากร และผเู้ ข้าร่วมนำเสนอผลงานทางวชิ าการ
๔) จัดเตรยี มเอกสาร และอปุ กรณ์ท่ีใช้ในกจิ กรรมทางดา้ นวชิ าการ
๕) ประสานงานในการจัดเตรยี มของท่ีระลึก หรอื ค่าสมนาคุณใหแ้ ก่วทิ ยากรผู้ทรงคุณวฒุ ิ
๖) จดั เตรยี มบคุ ลากรเพอ่ื บนั ทึกเทปและผลิตเอกสารวชิ าการหลงั งานแล้วเสร็จ
๗) จดั ทำรายงานสบื เนอื่ งหลงั การสมั มนาเพือ่ เผยแพร่
๘) ประเมินผลความพึงพอใจของผรู้ ่วมงานตอ่ การจดั งาน
๙) แนะนำ กำกบั แบง่ งาน ติดตามงานนักศึกษาที่รว่ มงานเปน็ กรรมการในฝ่ายดว้ ย

๓. คณะกรรมการฝา่ ยการเงนิ และกองทนุ ประธาน
๓.๑ รองคณบดีฝา่ ยบริหาร และส่ือสารองคก์ ร . กรรมการ
๓.๒ ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา ชลายนนาวนิ
๓.๓ ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ รณรงค์ จนั ใด กรรมการ
๓.๔ นางจนิ ดา เพมิ่ พลู กรรมการ
๓.๕ นางสาววิภาวี โพธท์ิ อง กรรมการ
๓.๖ นางสุวรรณา บรรดิสก์ กรรมการ
๓.๗ นางวารี ถาวรม่ันกิจการ กรรมการ
๓.๘ นางสภุ รณ์ ประทปี พงศ์ กรรมการและเลขานกุ าร
๓.๙ นางอญั ชลี โหมดชา้ งใหญ่ กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ
๓.๑๐ นางสาวภคพร อนิ ต๊ะสุข กรรมการและผูช้ ่วยเลขานกุ าร

441

รายงานสืบเน่ืองการสมั มนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 67

ใหค้ ณะกรรรมการฯ มหี น้าท่ี ดงั นี้
๑) วางแผนเร่ืองงบประมาณ การระดมทนุ และการจัดต้งั กองทนุ ในการจัดงาน
๒) จัดระบบวธิ ีการดำเนนิ งานดา้ นการเงินและการบญั ชีสำหรับทุกกิจกรรมที่เก่ยี วข้องกบั การจดั งานฯ
๓) ดำเนนิ การกจิ กรรมระดมทนุ และประสานงานฝา่ ยต่าง ๆ ในสว่ นที่เก่ยี วข้องกบั การเงนิ และระดมทนุ
๔) ประสานงานเพื่อจดั หาทุนในการจดั งานกับองค์กรภาคีเครอื ขา่ ยทีเ่ กย่ี วข้อง

๔. คณะกรรมการฝ่ายสถานท่ี อาหาร และพธิ ีการทางศาสนา

๔.๑ รองคณบดีฝ่ายบรหิ าร และสื่อสารองคก์ ร ประธานกรรมการ
กรรมการ
๔.๒ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา ชลายนนาวนิ . กรรมการ
กรรมการ
๔.๓ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ รณรงค์ จนั ใด กรรมการ
กรรมการ
๔.๔ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.สุขุมา อรณุ จิต กรรมการ
กรรมการ
๔.๕ อาจารย์ พงศยา ภูมิพฒั นโ์ ยธนิ กรรมการ
กรรมการ
๔.๖ นางสาวขนษิ ฐา จำนงค์อาษา กรรมการ
กรรมการ
๔.๗ นางพรรณทวี หนูแกว้ กรรมการ
กรรมการ
๔.๘ นางสาววราภรณ์ ภ่อู ่อน กรรมการ
กรรมการ
๔.๙ วา่ ท่ี ร.ต.อิทธวิ ัตร เงาศรี กรรมการ
กรรมการและเลขานกุ าร
๔.๑๐ นายอัสวนิ สังข์ทอง กรรมการและผ้ชู ว่ ยเลขานุการ
กรรมการและผชู้ ่วยเลขานุการ
๔.๑๑ นางสาวอทติ ยา มทุ ุตาจติ ต์ กรรมการและผชู้ ่วยเลขานกุ าร

๔.๑๒ นายศาสตริน ลม้ิ จติ สมบรู ณ์

๔.๑๓ นางสาวเกษวดี จิกหาร

๔.๑๔ นายวทิ ยา มาชมสมบรูณ์

๔.๑๕ นายกลนิ่ ทองอนิ ทร์

๔.๑๖ นางกอบกนก ทองอินทร์

๔.๑๗ นางพนั ธพ์ ร สมศรี

๔.๑๘ นายสมชาย ไมตรี

๔.๑๙ นางสาวิตรี มีสมบรู ณ์

๔.๒๐ นางอลุ ยั พร โทบตุ ร

๔.๒๑ นางสาวจฑุ าทพิ ย์ บญุ ชอบ

ใหค้ ณะกรรรมการฯ มหี นา้ ท่ี ดงั นี้
๑) จัดสถานทป่ี ระชมุ /สัมมนา สถานทีป่ ระกอบพธิ กี ารทางศาสนา และสถานที่จัดงานต่าง ๆ
๒) ประสานงานกบั ผเู้ กีย่ วขอ้ งเพ่ือจดั หาวสั ดอุ ุปกรณท์ ่จี ำเปน็ สำหรับงาน
๓) ดำเนินการในการเชิญผูเ้ ขา้ รว่ มสัมมนา และลงทะเบียนผูเ้ ขา้ ร่วมสมั มนา
๔) ดำเนินการจดั พิธที างศาสนาให้เป็นด้วยความเรยี บร้อย
๕) จัดเตรยี มของทรี่ ะลึกงานสำหรับแขก และหนว่ ยงานทม่ี าแสดงความยนิ ดีวนั สถาปนาคณะฯ
๖) ประสานงานเรือ่ งอาหารจัดอาหาร เครอื่ งดมื่ สำหรบั แขกและผเู้ ขา้ ร่วมสมั มนา

442

รายงานสืบเนื่องการสมั มนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 67

๕. คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพนั ธ์ และการจัดทำรายงานประจำปี

๕.๑ รองคณบดีฝา่ ยบรหิ าร และสือ่ สารองคก์ ร ประธานกรรมการ

๕.๒ ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา ชลายนนาวนิ . กรรมการ

๕.๓ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ รณรงค์ จนั ใด กรรมการ

๕.๔ อาจารย์ ชลธชิ า พันธพ์ุ านชิ กรรมการ

๕.๕ อาจารย์ พัชชา เจิงกลนิ่ จันทร์ กรรมการ

๕.๖ อาจารย์ เคท คร้ังพบิ ูลย์ กรรมการ

๕.๗ นายสมชาย ไมตรี กรรมการ

๕.๘ วา่ ท่ี ร.ต.อทิ ธวิ ตั ร เงาศรี กรรมการ

๕.๙ นางพชิ ามญชุ์ ขวญั เงนิ กรรมการ

๕.๑๐ นางสาวนสุ รา รนิ คำ กรรมการ

๕.๑๑ นางอลุ ัยพร โทบตุ ร กรรมการและเลขานุการ

๕.๑๒ นางสาวทองศิริ กำ่ แดง กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร

๕.๑๓ นายอสั วนิ สงั ขท์ อง กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ

๕.๑๔ นายธญั จธ์ นนิ เลาหสุขไพศาล กรรมการและผูช้ ่วยเลขานกุ าร

ให้คณะกรรรมการฯ มีหนา้ ที่ ดงั นี้
๑) ประชาสมั พนั ธง์ านผา่ นสื่อทุกประเภท ประสานงานกบั องคก์ รภาคีเครอื ข่ายในการประชาสมั พันธ์
๒) ประสานงานสื่อมวลชนมาทำขา่ วในวันงาน
๓) จัดทมี บนั ทึกภาพเหตกุ ารณท์ สี่ ำคัญในงาน เพ่ือเผยแพรใ่ นโอกาสตอ่ ไป
๔) ประสานงานกบั ฝา่ ยต่าง ๆ ในการรวบรวมข้อมูลสำหรับเปน็ ข้อมลู ในการจัดทำรายงานประจำปี
๕) จดั ทำหนังสอื รายงานประจำปี คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ พ.ศ.๒๕๖๒
๖) เผยแพรร่ ายงานประจำปใี ห้กับบคุ คล และหนา่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง

๖. คณะกรรมการฝ่ายการนกั ศึกษา และศษิ ยเ์ กา่ สมั พนั ธ์ ประธานกรรมการ
๖.๑ รองคณบดฝี ่ายการนักศกึ ษาและการเรยี นรู้ กรรมการ
๖.๒ ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ปานรัตน์ นม่ิ ตลงุ กรรมการ
๖.๓ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ พิมพ์ฉัตร รสสธุ รรม กรรมการ
๖.๔ อาจารย์ ชไมพร รุง่ ฤกษฤ์ ทธิ์ กรรมการ
๖.๕ อาจารย์ ปุณกิ า อภิรักษไ์ กรศรี กรรมการ
๖.๖ อาจารย์ กรุณา ใจใส กรรมการ
๖.๗ อาจารย์ ธญั ญาภรณ์ จนั ทรเวช กรรมการ
๖.๘ อาจารย์ ธญั ญลักษณ์ รงุ้ แสงจนั ทร์ กรรมการ
๖.๙ อาจารย์ อารีรัตน์ อดิศัยเดชรนิ ทร์ กรรมการ
๖.๑๐ นางยุพาพร ศุกรนิ ทร์

443

รายงานสืบเนือ่ งการสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

๖.๑๑ นางสาวกรรณกิ าร์ คำเขอ่ื น กรรมการ
๖.๑๒ นางสาวสุชัญญา ดวงงาม กรรมการและเลขานกุ าร
๖.๑๓ นางสาวนศิ า สขุ ประเสรฐิ กรรมการและผชู้ ่วยเลขานุการ
๖.๑๔ นางสาวขวญั กมล เรอื งโรจน์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ใหค้ ณะกรรรมการฯ มีหน้าที่ ดงั น้ี
๑) ประสานงานกับนกั ศกึ ษา ในการเข้ารว่ มการจัดงาน และเขา้ ร่วมกจิ กรรมวนั สถาปนาคณะ
๒) ประสานงาน และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักศึกษาจากศูนย์รังสิต และศูนย์ลำปาง สำหรับเข้าร่วม

จัดงาน และเข้าร่วมกจิ กรรมวันสถาปนาคณะ
๓) ประสานงานกับนักศึกษา บุคลากร และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ในการจัดกิจกรรมนักศึกษา กิจกรรมการแสดง

กิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาศูนย์ต่างๆ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและเหมาะสมใน
การเสรมิ สรา้ งใหน้ กั ศึกษามีส่วนร่วมในงาน
๔) วเิ คราะห์ความเป็นไปได้ในการจัดงานคืนสู่เหย้า ประสานงานกับสมาคมนักศึกษาเก่าคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหน่วยงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ในการจัดงานคืนสู่เหย้าศิษย์เก่าคณะสังคมสงเคราะห์
ศาสตร์
๕) คณาจารยท์ ี่เป็นกรรมการ มหี น้าทแ่ี นะนำ กำกับ แบง่ งาน ติดตามงานนกั ศกึ ษาทร่ี ่วมงานเป็นกรรมการในฝ่ายดว้ ย

ท้ังน้ี ตงั้ แตบ่ ัดนเี้ ป็นตน้ ไป จนกวา่ การจัดงานวนั สถาปนาคณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ ครบรอบ ๖๗ ปี จะเสรจ็
ส้นิ สมบรู ณ์

ส่ัง ณ วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓

(ศาสตราจารย์ ระพพี รรณ คำหอม)
คณบดีคณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์

444

รายงานสืบเน่อื งการสัมมนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 67

คำสั่ง คณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์
ท.ี่ .459/2563

เรื่อง แต่งตง้ั “คณะกรรมการประเมินคณุ ภาพผลงานวชิ าการ เพ่ือนำเสนอในงานสัมมนาทางวิชาการ
เนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ครบรอบปีท่ี 67”
__________________________

ตามที่ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มีกำหนดจัดสัมมนาวิชาการ เน่ืองในโอกาสการสถาปนา
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีท่ี 67 ในวันที่ 25 มกราคม 2564 ซ่ึงเปิดโอกาสให้บุคคล
ภายในและบุคคลภายนอกสถาบัน ได้ส่งผลงานวิชาการ เพื่อเข้าร่วมนำเสนอภายในงาน และจะมีการเผยแพร่ผลงาน
ฉบับเต็ม (Full-paper) ในรายงานสืบเนื่องหลังการสัมมนา ในรปู แบบรูปเล่มและรูปแบบอิเล็กส์ทรอนิกส์ (E-Proceedings)
นนั้

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จึงขอแต่งต้ังบุคคลผู้มีรายนาม
ดงั ตอ่ ไปนี้ เปน็ คณะกรรมการประเมนิ คุณภาพผลงานวชิ าการ ดังน้ี

คณะกรรมการภายในสถาบนั ประธานกรรมการ
1. ศาสตราจารยร์ ะพีพรรณ คำหอม กรรมการ
2. ศาสตราจารย์ ดร.กติ พิ ัฒน์ นนทปัทมะดลุ ย์ กรรมการ
3. รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล นริ าทร กรรมการ
4. รองศาสตราจารย์ ดร.พเยาว์ ศรีแสงทอง กรรมการ
5. รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณวดี พูลพอกสนิ กรรมการ
6. รองศาสตราจารย์ ดร.พงษ์เทพ สนั ตกิ ลุ กรรมการ
7. รองศาสตราจารย์ ดร.ธัญญลกั ษณ์ วีระสมบัติ กรรมการ
8. รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณลักษณ์ เมียนเกิด กรรมการ
9. รองศาสตราจารย์กมลทพิ ย์ แจ่มกระจา่ ง กรรมการ
10. รองศาสตราจารย์ ดร.เพญ็ ประภา ภทั รานุกรม กรรมการ
11. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศริ นิ ทร์รัตน์ กาญจนกุญชร กรรมการ
12. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วไิ ลภรณ์ โคตรบงึ แก กรรมการ
13. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.มาดี ลิ่มสกลุ กรรมการ
14. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภชุ งค์ เสนานุช

445

รายงานสืบเน่อื งการสมั มนาวิชาการเนอื่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ่ี 67

15. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน กรรมการ
16. ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยา รุจิเสถียรทรพั ย์ กรรมการ
17. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.นราเขต ย้ิมสุข กรรมการ
18. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นฤิ มน รัตนะรัต กรรมการ
19. ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.สุขุมา อรณุ จิต กรรมการ
20. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ปนิ่ หทัย หนูนวล กรรมการ
21. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.จริ พรรณ นฤภทั ร กรรมการ
22. อาจารย์ ดร.มาลี จริ วัฒนานนท์ กรรมการ
23. อาจารย์ ดร.เสาวธาร โพธิก์ ลดั กรรมการ
24. อาจารย์ ดร.ปรนิ ดา ตาสี กรรมการ
25. อาจารย์ ดร.สริ ิยา รัตนชว่ ย กรรมการ
26. อาจารย์ ดร.กาญจนา รอดแก้ว กรรมการ
27. อาจารย์ ดร.วิไลลักษณ์ อยูส่ ำราญ กรรมการ
28. อาจารย์ ดร.สรสิช สว่างศลิ ป์ กรรมการ
29. อาจารย์ ดร.อรณุ ี ลิ้มมณี กรรมการ
30. Dr. Victor P. Karunan กรรมการ
31. นางสาวสุวรี ปน่ิ เจริญ กรรมการและเลขานุการ
32. นางสาวอรอนงค์ บุษราคัม กรรมการและเลขานกุ าร
33. นางสาวพมิ พผ์ กา งอกลาภ กรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการจากภายนอกสถาบัน กรรมการ
1. ศาสตราจารย์ศศิพฒั น์ ยอดเพชร กรรมการ
2. ศาสตราจารยส์ ายนั ต์ ไพรชาญจติ ร์ กรรมการ
3. ศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พวงงาม กรรมการ
4. ศาสตราจารย์ ดร.สวุ จั ฉรา เปี่ยมญาติ กรรมการ
5. ศาสตราจารย์ ดร.พมิ พพ์ วลั บญุ มงคล กรรมการ
6. รองศาสตราจารย์ ดร.นงลกั ษณ์ เทพสวสั ด์ิ กรรมการ
7. รองศาสตราจารย์สุรางคร์ ตั น์ วศินารมณ์ กรรมการ
8. รองศาสตราจารยอ์ ภญิ ญา เวชยชัย กรรมการ
9. รองศาสตราจารยก์ ติ ตยิ า นรามาศ กรรมการ
10. รองศาสตราจารยภ์ าวนา พัฒนศรี กรรมการ
11. รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดชิ์ ัย เลศิ พานชิ พนั ธ์ุ กรรมการ
12. รองศาสตราจารย์เลก็ สมบตั ิ กรรมการ
13. รองศาสตราจารย์ ดร.อำไพรตั น์ อักษรพรหม

446

รายงานสบื เนื่องการสัมมนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 67

14. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.จติ ติ มงคลชยั อรญั ญา กรรมการ
15. รองศาสตราจารย์ ดร.ขัตตยิ า กรรณสูต กรรมการ
16. รองศาสตราจารย์ ดร.สมศักด์ิ สามคั คีธรรม กรรมการ
17. รองศาสตราจารย์ ดร.โกนิฏฐ์ ศรีทอง กรรมการ
18. รองศาสตราจารย์ ดร.จตุรงค์ บุณยรัตนสนุ ทร กรรมการ
19. รองศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ อมรสิริพงศ์ กรรมการ
20. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.เสรี วรพงษ์ กรรมการ
21. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.พรรณปพร ลวี ิโรจน์ กรรมการ
22. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วนดิ า ดุรงคฤ์ ทธิชยั กรรมการ
23. อาจารย์ ดร.ทิพาภรณ์ โพธิ์ถวิล กรรมการ
24. ดร.สดใส คมุ้ ทรพั ยอ์ นนั ต์ กรรมการ

ทง้ั น้ี ตั้งแตบ่ ดั นี้เป็นตน้ ไป

สัง่ ณ วันที่ 15 ธนั วาคม พ.ศ. 2563

(ศาสตราจารย์ระพพี รรณ คำหอม)
คณบดคี ณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์

447

รายงานสบื เน่อื งการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีท่ี 67

แบบประเมนิ ประสิทธผิ ลและความพงึ พอใจต่อการเขา้ รว่ มงานสมั มนาวชิ าการ

เนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ครบรอบ 67 ปี
เร่อื ง “ความท้าทายของศาสตรส์ ังคมสงเคราะห์และนโยบายสวสั ดิการสังคม

ภายใต้สถานการณ์ COVID-19”

448


Click to View FlipBook Version