42 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom action research) มีวัตถุ ประสงคเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน เรื่อง การใช Present Simple Tense เพื่อหาประสิทธิภาพของเกมออนไลน์ (Blooket) ที่ใชประกอบการเรียนรู เรื่อง การใช Present Simple Tense และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense มีวิธีดำเนินการและองคประกอบ ดังนี้ 1. ประชากรและกลุมตัวอย่าง 2. รูปแบบการวิจัย 3. เครื่องมือและการหาคุณภาพเครื่องมือวิจัย 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. สถิติที่ใชในการวิจัย 1. ประชากรและกลุมตัวอย่าง 1.1 ประชากร เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนททบุรี สังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมสามัญ ศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2565 จำนวน ทั้งสิ้น 484 คน 1.2 กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 7 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนททบุรี สังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2565 จำนวน 10 คน คัดเลือกมาแบบเจาะจง (Purposive sampling) 2. รูปแบบการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) โดยนำ หลักการและขั้นตอน PAOR ตามแนวคิดของเคมมิสและแม็คแท็กการ์ด (Kemmis and McTaggart, 1988) มาประยุกต์ใช้ มีขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย ดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นวางแผน (Plan) ผู้วิจัยดำเนินการ 1) สำรวจปัญหาด้านการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรง เรียนนวมินทรา ชินูทิศ หอวังนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาที่ เกิดขึ้น
43 2) ศึกษาเอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ ชัดเจน จากนั้นค้นหาแนวทางหรือจุดที่ต้องปรับปรุงเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาด้านการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ที่กำลังเกิดขึ้นตามข้อ (1) ให้ดียิ่งขึ้น 3) ดำเนินการสร้างเครื่องมือและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและเครื่องมือที่ ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แผนการใช้เกมออนไลน์ (Blooket) เพื่อสอนการใช้ Present simple tense จำนวน 3 แผน แผนละ 50 นาที 2) เกมออนไลน์ (Blooket) เรื่องการใช้ Present simple tense จำนวน 3 เกม 3) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้ Present simple tense และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้ Present simple tense โดยใช้เกมออนไลน์(Blooket) ขั้นที่ 2 ขั้นปฏิบัติการ (Act) ผู้วิจัยดำเนินการ 1) ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัยแก่นักเรียนกลุ่มตัวอย่างก่อนเรียน 2) ทดสอบนักเรียนกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบก่อนเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การ ใช้ Present simple tense 3) จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนการใช้เกมออนไลน์ (Blooket) เพื่อพัฒนาเรื่อง การใช้ Present simple tense ทั้งหมด 3 คาบ 4) ตรวจสอบและเก็บรวบรวมคะแนน/ผลการเรียนระหว่างเรียนของนักเรียนกลุ่ม ตัวอย่างขณะเรียนภาษาอังกฤษตามกิจกรรม/ภาระงานที่ได้กำหนดไว้ในการสอนเรื่อง การใช้ Present simple tense ผ่านการเล่นเกมออนไลน์(Blooket) ขั้นที่ 3 ขั้นสังเกตการณ์ (Observe) ผู้วิจัยตรวจสอบผลหลังจากพัฒนานักเรียนกลุ่ม ตัวอย่างด้วยแผนการใช้เกมออนไลน์(Blooket) เรื่องการใช้ Present simple tense ทั้ง 3 แผนและ ตรวจสอบผลที่ได้จากการใช้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยว่านักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีพัฒนาการเรื่องการใช้ Present Simple Tense อย่างไรบ้าง การดำเนินการในขั้นตอนนี้มีดังนี้ 1) ทดสอบนักเรียนกลุ่มตัวอย่างหลังจากเรียนด้วยการเล่นเกมออนไลน์ (Blooket) เรื่อง การใช้ Present simple tense ทั้งหมด 3 คาบเสร็จสิ้นแล้วโดยใช้แบบทดสอบหลังเรียน ภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้ Present simple tense 2) สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อการการเรีย น ภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้ Present simple tense ด้วยการเล่นเกมในเว็บไซต์ Blooket โดยใช้ แบบสอบถามความพึงพอใจฯ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ขั้นที่ 4 ขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ (Reflect) ผู้วิจัยวิเคราะห์และสรุปผลข้อมูลที่ได้จากขั้นที่ 2 และ 3 ได้แก่
44 1) ผลการทดสอบนักเรียนกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน ภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้ Present simple tense 2) คะแนน/ผลการเรียนระหว่างเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างขณะเรียน ภาษาอังกฤษตามกิจกรรม/ภาระงานที่ได้กำหนดไว้ในแผนการการเรียนโดยใช้เกมออนไลน์(Blooket) สอนเรื่อง Present simple tense 3) ข้อมูลการสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้ Present simple tense 4) ข้อมูลการทดสอบสมมติฐานว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้ Present simple tense สูงกว่าก่อนเรียนเป็นไปตามที่ผู้วิจัยตั้งไว้หรือไม่อย่างไร จากนั้นสรุปผลการวิจัยที่ได้จากการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียน เรื่อง การใช้ Present simple tense ด้วยวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนครั้งนี้ พร้อมทั้งระบุปัญหา และอุปสรรคเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการวิจับเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนครั้งต่อ ๆ ไป 3. เครื่องมือและการหาคุณภาพเครื่องมือวิจัย 3.1 เครื่องมือวิจัย ได้แก 3.1.1 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense จำนวน 3 แผน แผนละ 50 นาทีรวมเวลา ทั้งสิ้น 150 นาที 3.1.2 แบบทดสอบภาษาอังกฤษ เรื่อง Present simple tense 3.1.3 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com 3.2 การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือ 3.2.1 แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense มีรายละเอียดการดำเนินการสรางตามขั้นตอน ดังนี้ 1) ศึกษาหลักการจัดการเรียนรูตามแนวทางหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 การวางแผนและการเขียนแผนการจัดการเรียนรู/แผนการใชนวัตกรรม/สื่อการ เรียนรูศึกษาแนวคิดทฤษฎี หลักการ และการสอนไวยากรณภาษาอังกฤษ 2) ศึกษาหลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูภาษาต่างประเทศและมาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ในมาตรฐานการเรียนรูการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรู ภาษาต่างประเทศ เรื่อง การใช Present simple tense 3) จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 จำนวน 3 แผน
45 แผนละ 50 นาที รวม 3 คาบ เนนการเขียนแผนการใชเกมออนไลน์ตามขั้นตอนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสาร (3Ps: Presentation, Practice, and Production) 4) นำแผนการใชแบบฝกหัดออนไลน์ทั้ง 4 แผน ที่สร้างขึ้นเสนอตอผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ลงคะแนนเพื่อแสดงหลักฐานความตรงตามเนื้อหา (Content validity) แลวนำ คะแนนที่ได้จากลงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน หาค่าความสอดคลองระหว่าง 4.1) วัตถุประสงคการเรียนรูกับสาระการเรียนรู 4.2) เนื้อหา (สาระ)/นวัตกรรม/สื่อการเรียนรู/กิจกรรม/แบบฝกหัดที่ใชใน การจัดกิจกรรมการเรียนรูกับวัตถุประสงคการเรียนรู 4.3) ความสอดคลองของกิจกรรมการเรียนรูกับวัตถุประสงคและเนื้อหา (สาระ) 4.4) กิจกรรมการเรียนรูเพื่อพัฒนาความรูความเขาใจในการใช Present simple tense 4.5) ความเหมาะสมของวัสดุ อุปกรณ์สื่อการเรียนรูกิจกรรม และ/หรือ แบบฝกหัดกับเนื้อหา (สาระ) 4.6) วิธีการวัด/ประเมินความรูความเขาใจในการใช้Present simple Tense สอดคลองกับวัตถุประสงคการเรียนรู้ 5) ปรับปรุงแกไข ทำการปรับปรุงแกไขขอคำถามตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญโดย นำผลการพิจารณาแผนการใชเกมออนไลน์ของผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์เพื่อหาความตรงตามเนื้อหา โดยใชค่าดัชนีความสอดคลองระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์(Item-Objective Congruence Index หรือ IOC) คือ ความเห็นในชองเห็นด้วย (+1) ไม่แน่ใจ (0) และไม่เห็นด้วย (-1) ตามวิธีของโร วิเนลลีและแฮมเบิลตัน หลังจากนั้นนำแบบประเมินโมเดลให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินความสอดคล้องของ ข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ ในการพิจารณาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ จากการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง(IOC) ในทุก ข้อคำถามนั้นมีค่าเท่ากับ 1.00 หากข้อคำถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 - 1.00 จะคัดเลือกไว้ส่วนข้อ คำถามที่มีค่า IOC ต่ำกว่า 0.50 จะนำมาพิจารณาปรับปรุงข้อคำถามใหม่ หรือจะตัดทิ้งก็ได้ตามความ เหมาะสม (ธีระ กุลสวัสดิ์, 2558) 6) จัดพิมพ์เป็นแผนการใช้เกมออนไลน์ฉบับสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ต่อไป 3.2.2 แบบทดสอบภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense จำนวน 15 ข้อ มี รายละเอียดการดำเนินการสร้างตามขั้นตอน ดังนี้ 1) ศึกษาเอกสารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 คูมือการวัดผล
46 และประเมินผลกลุมสาระการเรียนรูภาษาต่างประเทศ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 หลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูภาษาต่างประเทศ วิชาภาษาอังกฤษ การสร้างตารางวิเคราะห์หลักสูตร เทคนิคการเขียนข้อสอบ และการสรางแบบทดสอบ วิธีการสรางแบบทดสอบปรนัย 2) วิเคราะห์สาระการเรียนรูและจุดประสงคการเรียนไวยากรณ เรื่อง การใช Present simple tense เพื่อแบงเนื้อหาออกเป็นเนื้อหาย่อย ๆ แลวเขียนจุดประสงคการเรียนรู้ 3) จัดทำแบบทดสอบกอนและหลังเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้Present simple tense เป็นแบบปรนัย จำนวน 10 ขอ และแบบอัตนัย จำนวน 10 ข้อ ใหครอบคลุมสาระ การเรียนรู 4) วิพากษและปรับแกขอคำถามกับอาจารยผู้ควบคุมงานวิจัย 5) ตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบก่อเรียนและหลังเรียนฯ โดยผู้เชี่ยวชาญ นำข้อ คำถามที่ผู้วิจัยสร้างไปตรวจสอบคุณภาพกับผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่านที่เป็นชุดเดียวกันกับชุดที่ ตรวจสอบแผนการใชเกมออนไลน์ลงคะแนนเพื่อแสดงหลักฐานความตรงตามเนื้อหา แลวนำคะแนนที่ ได้จากลงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน หาค่าความสอดคลองระหว่างความรูความเขาใจกับจุด ประสงคโดยพิจารณาความตรงตามเนื้อหา (Content validity) และความเป็นปรนัย (Objectivity) ของขอคำถามและคำตอบ ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้พิจารณาว่าขอคำถามนั้น วัดได้ตรงตามนิยามหรือไม่ พรอมทั้งปรับปรุงภาษาใหเหมาะสมกับระดับของนักเรียน กำหนดคะแนนความคิดเห็น ดังนี้ คะแนน +1 สำหรับขอคำถามที่มีความสอดคลอง คะแนน 0 สำหรับขอคำถามที่ไม่แน่ใจวามีความสอดคลอง คะแนน -1 สำหรับขอคำถามที่ไม่มีความสอดคลอง ในการพิจารณาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ จากการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง(IOC) ในทุก ข้อคำถามนั้นมีค่าเท่ากับ 1.00 หากข้อคำถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 - 1.00 จะคัดเลือกไว้ส่วนข้อ คำถามที่มีค่า IOC ต่ำกว่า 0.50 จะนำมาพิจารณาปรับปรุงข้อคำถามใหม่ หรือจะตัดทิ้งก็ได้ตามความ เหมาะสม (ธีระ กุลสวัสดิ์, 2558) 6) ปรับปรุงแกไข ทำการปรับปรุงแกไขขอคำถามของแบบทดสอบกอนและหลัง เรียนฯ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นนำแบบทดสอบกอนและหลังเรียนฯ ที่ผ่านการ ตรวจสอบคุณภาพแลวจัดพิมพเป็นรูปเล่มเพื่อเตรียมนำไปเก็บข้อมูลกับนักเรียนกลุมตัวอย่างตอไป 3.2.4 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้ Present simple Tense ด้วยเกมออนไลน์ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจฯ โดยดัดแปลงรูปแบบมาจากนภาพรรณ เอี่ยมสำอางค (2551) มีขั้นตอนการสร้างดังนี้ 1) ศึกษาเอกสาร ตำรา และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบสอบถามความ พึงพอใจที่เหมาะสมกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
47 2) วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ และศึกษารูปแบบ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร 3) ดำเนินการสร้างแบบสอบถามฯ ประกอบด้วยรายการคำถาม จำนวน 10 คำถาม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คะแนน 5 หมายถึง เหมาะสมมากที่สุด คะแนน 4 หมายถึง เหมาะสมมาก คะแนน 3 หมายถึง เหมาะสมปานกลาง คะแนน 2 หมายถึง เหมาะสมน้อย คะแนน 1 หมายถึง เหมาะสมน้อยที่สุด และมีคำถามปลายเปิด จำนวน 1 ข้อ เพื่อให้นักเรียนได้เสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติม 4) นำแบบสอบถามฯ เสนอผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ที่เป็นชุดเดียวกันกับชุดที่ตรวจสอบ แผนการจัดการเรียนรู้ฯ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา และประเมินความ เหมาะสมของแบบสอบถามโดยประเมินดัชนีความสอดคล้อง (IOC) กำหนดคะแนนความคิดเห็น สำหรับการประเมินดัชนีความสอดคล้อง ดังนี้ คะแนน +1 สำหรับข้อสอบ ข้อที่มีความสอดคล้อง คะแนน 0 สำหรับข้อสอบ ข้อที่ไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง คะแนน -1 สำหรับข้อสอบ ข้อที่ไม่มีความสอดคล้อง 5) ปรับปรุงแก้ไขแบบสอบถามที่ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญให้ถูกต้องตาม ข้อเสนอแนะ 6) จัดทำแบบสอบถามฯ ฉบับสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้จริงกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างต่อไป 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 4.1 ทดสอบความรูความเขาใจในเรื่อง Present simple tense นักเรียนกลุ่ม ตัวอย่างโดยใชแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง Present simple tense 4.2 ดำเนินการสอนใหกับนักเรียนกลุมตัวอย่างโดยใชแผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษโดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense ที่ เตรียมไว ใชเวลาในการสอน 3 คาบ (150 นาที) ในระหว่างการสอน ผู้วิจัยมีการทดสอบความรูความ เขาใจในการใช้Present simple tense ของนักเรียนกลุมตัวอย่างโดยใหเล่นเกมออนไลน์ที่เตรียมไว ในขั้น Production ของแผนการใชเกมออนไลน์ในชวงท้ายชั่วโมง 4.3 ทดสอบความรูความเขาใจในเรื่อง Present simple tense กับนักเรียนกลุ่ม ตัวอย่างโดยใชแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง Present simple tense
48 4.4 สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนกลุมตัวอย่างที่มีตอการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช Present simple tense 4.5 รวบรวมขอมูลจากการทดสอบกอน ระหว่างและหลังเรียน และการสอบถาม ความพึงพอใจ จากนั้นนำมาวิเคราะห์ขอมูลออกมาทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ 5. สถิติที่ใชในการวิจัย 5.1 สถิติที่ใชในการหาคุณภาพเครื่องมือวิจัย การวิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือวิจัยทั้งหมด 3 รายการครั้งนี้ซึ่งได้แก่ 1) แผน การใชเกมออนไลน์ เรื่อง Present simple tense 2) แบบทดสอบเรื่อง การใช Present simple tense และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช Present simple tense โดนใช้เกมออนไลน์ สถิติที่ใชในการหาคุณภาพเครื่องมือทั้ง 3 รายการนี้เป็น ค่าสถิติเดียวกัน คือ ค่าดัชนีความสอดคลอง (Item-Objective Congruence Index หรือ IOC) คำนวณได้จากสูตร (ปราณี หลำเบ็ญสะ, 2561) ดังนี้ IOC = ∑ เมื่อ ∑แทน ผลรวมของคะแนนการพิจารณาของผูเชี่ยวชาญ แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 5.2 สถิติที่ใชในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ผู้วิจัยจะดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดย ใชสถิติที่เกี่ยวของ ดังนี้ 5.2.1 การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการทำแบบทดสอบกอนและหลังเรียน เรื่อง การ ใช Present simple tense สถิติที่ใช คือ คาเฉลี่ย (̄) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่า ร้อยละ (P) ดังนี้ 1) คาเฉลี่ย (Arithmetic mean) คำนวณจากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด,2545) ดังนี้ ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) คำนวณจากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2545, น. 105) ดังนี้ ̄ = ∑ เมื่อ ̄ แทน ค่าเฉลี่ย ∑ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 2) ค่าความเบี่ยงแบบมาตรฐาน (Standard deviation) คำนวณได้จากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ดังนี้ S.D. = √ ∑2−(∑) 2 (−1)
49 เมื่อ S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ∑ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด (∑) 2 แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง N แทน จำนวนนักเรียน 3) ค่าร้อยละ (Percentage) คำนวณได้จากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2545, น. 104) ดังนี้ P = × 100 เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด 5.2.2 การหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ (บุญชม ศรีสะอาด, 2550, น. 98-103) ดังนี้ 5.2.1 ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1 ) เป็นค่าที่บ่งบอกว่า แผนการจัดการเรียนรู้นั้นสามารถพัฒนานักเรียนให้เกิดการ เรียนรู้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ภายใต้สถานการณ์และกิจกรรมที่กำหนดให้ โดยจะมีการเก็บข้อมูลของผล การเรียนรู้อันเนื่องมาจากนวัตกรรมหรือแผนการเรียนรู้เป็นระยะ ๆ ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นถึง พัฒนาการและความงอกงามของผู้เรียนได้ โดยทั่วไปมักจะคำนวณจากคะแนนที่ได้จากการทำ แบบทดสอบย่อย แบบฝึกทักษะการใช้ชุดการเรียนรู้หรือคะแนนจากพฤติกรรมการเรียนในระหว่างที่ ผู้เรียนกำลังเรียน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ คำนวณได้จากสูตร E1 = 100 Α Ν Χ เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ แทน ผลรวมของคะแนนทุกส่วนที่ผู้เรียนทุกคนทำได้ N แทน จำนวนผู้เรียน A แทน คะแนนเต็มของทั้งหมด 5.2.2 ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2 ) เป็นค่าที่บ่งบอกว่าแผนการจัดการเรียนรู้นั้น สามารถส่งผลให้นักเรียนเกิด สัมฤทธิ์ผลได้หรือไม่ บรรลุวัตถุประสงค์หรือเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้มากน้อย
50 เพียงใด ซึ่งคำนวณจากคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (หรือทดสอบ หลังเรียน) ของนักเรียนทุกคน คำนวณได้จากสูตร E2 = ( ∑ ) × 100 เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ แทน ผลรวมของคะแนนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่ผู้เรียนทุกคนทำได้ N แทน จำนวนผู้เรียน B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน จากที่กล่าวมาสามารถคำนวณได้ค่าตัวเลขที่บอกถึงประสิทธิภาพของแผนการ จัดการเรียนรู้ แต่การที่จะสรุปว่าสื่อหรือแผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นนั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ จะต้องมีการกำหนดเกณฑ์เพื่อใช้ในการพิจารณา โดยเกณฑ์ดังกล่าวนิยมใช้หลักการเรียนแบบรอบรู้ (Mastering Learning) คือ ตั้งเกณฑ์ไว้ที่ร้อยละ 80 และยอมรับความผิดพลาดได้ไม่เกินร้อยละ 5 ดังนั้น ต้องมีประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่า 80-5=75 (อธิพร ศรียมก, 2525, น. 252) ตัวอย่างเช่น ตั้งเกณฑ์ ของ E1/E2 ไว้ที่ 80/80 และกำหนดความผิดพลาดที่ยอมรับได้ไม่เกินร้อยละ 5 คำนวณค่า E1/E2 ได้ 76/77 ก็ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ 5.2.3 การวิเคราะห์ความพึงพอใจและขอเสนอแนะของนักเรียนที่มีตอการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้Present simple tense โดยใชเกมออนไลน์ ผู้วิจัยนำขอมูลการตอบแบบสอบถามที่ ได้มาวิเคราะห์โดยหาคาเฉลี่ย (̄) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยคำนวณจากสูตร เดียวกันกับการวิเคราะห์ผลที่ได้จากการทำแบบทดสอบกอนและหลังเรียนฯ ตามขอ 5.2.1 และ วิเคราะห์ขอเสนอแนะที่ได้จากนักเรียนโดยใชวิธีการวิเคราะห์เอกสาร (Content analysis) เกณฑในการพิจารณาคาคะแนนเฉลี่ยของรายการขอคำถามที่วิเคราะห์ได้จากแบบสอบถาม ดังนี้(ฟาร่า สุไลมาน, 2547) คะแนนเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจ 4.50-5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด 3.50-4.49 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับมาก 2.50-3.49 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง 1.50-2.49 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับน้อย 1.00-1.49 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับน้อยที่สุด
51 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เพื่อหา ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน ภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com โดย เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นลำดับ ดังนี้ 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 4.2 การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ตอนที่ 2 การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการ ประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense ตอนที่ 3 การวิเคราะห์และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com 4.1สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยใช้สัญลักษณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน P แทน ค่าร้อยละ N แทน จำนวนนักเรียน 4.2 การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense ของ นักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง Present Simple tense จำนวน 10 X
52 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยนำคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบชุดเดียวกัน จำนวน 20 ข้อ เป็นคะแนน 20 คะแนนของนักเรียนรายบบุคคลหลังจากที่ได้ดำเนินการวิจัยเสร็จสิ้นแล้วมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) และค่าร้อยละ (Percentage) (ผลการ วิเคราะห์คะแนนรายบุคคลดังรายละเอียดตามภาคผนวก ฌ) วิเคราะห์ดังแสดงในตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.1 สรุปผลการประเมินความสามารถทางไวยากรณ์เรื่อง Present Simple tense โดยการ ประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com จากตารางที่ 4.1 พบว่าการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1/7 จำนวน 10 คน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 16.70 คะแนน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานกับ 1.16 และค่าร้อยละ 83.50 ตามลำดับ ตอนที่ 2 การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการประยุกต์ใช้ เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการประยุกต์ใช้เกมจาก เว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense ตามเกณฑ์ที่ผู้วิจัยได้กำหนดไว้(E1/E2 : 80/80) (ผลการวิเคราะห์คะแนนรายบุคคลดังรายละเอียดตามภาคผนวก ฌ) สรุปผลการวิเคราะห์ดัง แสดงในตารางที่ 4.2 ความสามารถทางไวยากรณ์ เรื่องการใช้ Present Simple Tense X S.D. P สรุปรวม 16.70 1.16 83.50
54 ตารางที่ 4.2 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการ การเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการ ประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense N ประสิทธิภาพของกระบวนการเรียน (E1 ) ประสิทธิผลของผลลัพธ์(E2 ) คะแนนเต็ม การทดสอบแต่ ละครั้ง ค่าเฉลี่ย คะแนน ทดสอบ ทั้งหมด (6 ครั้ง) E1 คะแนนเต็ม ของการ ทดสอบ หลังเรียน ค่าเฉลี่ยของ คะแนนการ ทดสอบ หลังจาก เรียนเสร็จ สิ้น E2 10 10 8.23 82.33 20 16.70 83.50 จากตารางที่ 4.2 พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้ การเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการประยุกต์ใช้เกม จากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense มีประสิทธิภาพ (E1/E2 ) เท่ากับ 82.33/83.50 เป็นไปตามเกณฑ์ที่ผู้วิจัยได้กำหนดไว้ (E1/E2 : 80/80) ตอนที่ 3 การวิเคราะห์ความพึงพอใจและข้อเสนอแนะของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com 3.1 การวิเคราะห์ความพึงพอใจฯ ของนักเรียนที่มีต่อการได้รับการพัฒนาความสามารถทาง ไวยากรณ์ เรื่อง Present Simple tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com วิเคราะห์ข้อมูลโดยนำข้อมูลการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจฯ มาวิเคราะห์รายด้านและรายข้อ โดยหาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) สรุปผลการ วิเคราะห์ดังแสดงในตารางที่ 4.3 ตารางที่ 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการได้รับ การพัฒนาความสามารถทางไวยากรณ์ เรื่อง Present Simple tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจาก เว็บไซต์ blooket.com
55 ข้อ รายการ X S.D. ความหมาย 1 นักเรียนได้เรียนเรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้ เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ที่ครูสอนอย่างสนุกสนาน 4.50 0.53 มาก 2 นักเรียนรู้สึกอยากเรียนเรื่อง Present Simple Tense โดยการ ประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ที่ครูสอน 4.40 0.52 มาก 3 นักเรียนชอบทำกิจกรรมในเรื่อง Present Simple Tense โดย การประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ที่ครูสอน 4.80 0.42 มากที่สุด 4 การเรียนรู้เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกม จากเว็บไซต์ blooket.comเป็นสิ่งที่น่าสนใจ 4.70 0.48 มากที่สุด 5 นักเรียนทำงานเดี่ยว/กิจกรรมคู่/งานกลุ่มที่ครูมอบหมายแล้วมีความสุข 4.40 0.52 มาก 6 นักเรียนชอบเรียนภาษาอังกฤษกับเพื่อน ๆ 4.50 0.53 มาก 7 นักเรียนทำกิจกรรมในเรื่อง Present Simple Tense โดยการ ประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.comที่ครูสอนได้ด้วยตนเอง 4.40 0.52 มาก 8 นักเรียนรู้สึกประทับใจหลังจากทำกิจกรรมต่าง ๆ ในเรื่อง Present Simple Tense โ ด ย ก า ร ป ร ะ ย ุ ก ต ์ ใ ช ้ เ ก ม จ า ก เ ว ็ บ ไ ซ ต์ blooket.com 4.60 0.52 มากที่สุด 9 เนื้อหาเรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจาก เว็บไซต์ blooket.comเรียงเป็นลำดับขั้นตอน ง่ายต่อการทำความ เข้าใจ เชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ 4.50 0.53 มาก 10 นักเรียนชอบเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น 4.70 0.48 มากที่สุด สรุปรวมทุกด้าน 4.53 0.50 มากที่สุด จากตารางที่ 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการได้รับการพัฒนา ความสามารถทางไวยากรณ์ เรื่อง การใช้ประโยคเปรียบเทียบขั้นกว่าและขั้นสูงสุด พบว่า นักเรียนมี ความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.53, S.D. = 0.50) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุดจำนวน 4เรียงลำดับจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ นักเรียนชอบทำ กิจกรรมในเรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ที่ครู สอน ( X = 4.80, S.D. = 0.42) การเรียนรู้เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจาก เว็บไซต์ blooket.comเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ( X = 4.70, S.D. = 0.48) 10) นักเรียนชอบเรียนภาษาอังกฤษ มากขึ้น ( X = 4.70, S.D. = 0.48) นักเรียนรู้สึกประทับใจหลังจากทำกิจกรรมต่าง ๆ ในเรื่อง Present
56 Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ( X = 4.60, S.D. = 0.52) และอยู่ ในระดับมาก 6รายการดังต่อไปนี้ นักเรียนได้เรียนเรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้ เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ที่ครูสอนอย่างสนุกสนาน ( X = 4.50, S.D. = 0.53) นักเรียนชอบเรียน ภาษาอังกฤษกับเพื่อน ๆ ( X = 4.50, S.D. = 0.53) เนื้อหาเรื่อง Present Simple Tense โดยการ ประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.comเรียงเป็นลำดับขั้นตอน ง่ายต่อการทำความเข้าใจ เชื่อมโยง ความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ ( X = 4.50, S.D. = 0.53) นักเรียนรู้สึกอยากเรียนเรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ที่ครูสอน ( X = 4.40, S.D. = 0.52) นักเรียนทำงานเดี่ยว/กิจกรรมคู่/งานกลุ่มที่ครูมอบหมายแล้วมีความสุข ( X = 4.40, S.D. = 0.52) และ นักเรียนทำกิจกรรมในเรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.comที่ครูสอนได้ด้วยตนเอง ( X = 4.40, S.D. = 0.52) 3.2 การวิเคราะห์ข้อเสนอแนะของนักเรียนที่มีต่อการได้รับการพัฒนาความสามารถทาง ไวยากรณ์เรื่อง Present simple tense วิเคราะห์ผลโดยนำข้อมูลการเขียนตอบข้อเสนอแนะใน แบบสอบถามความพึงพอใจฯ มาวิเคราะห์โดยวิธีการวิเคราะห์เอกสาร (Content analysis) ผลการวิเคราะห์ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม มีดังนี้ 1) นักเรียนรู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับกิจกรรมในห้องเรียน 2) นักเรียนใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์และสามารถนำความรู้ไปใช้ในอนาคตได้ 3) นักเรียนได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่นและเกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมห้อง
57 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เพื่อพัฒนาการเรียนไวยากรณ์ เรื่อง Present Simple Tense ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรีมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้ เกมจากเว็บไซต์ blooket.com 2) เพื่อหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดย การประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense 3) เพื่อศึกษาความ พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้ เกมจากเว็บไซต์ blooket.com กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/7 โรงเรียนนวมินท ราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 10 คน คัดเลือกมาแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การใช้ Present simple tense แบบทดสอบภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้Present simple tense และ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้Present simple tense ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์เพื่อหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ สรุปผลการวิจัย ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักเรียนมีความสามารถทางไวยากรณ์ภาษาอังกฤษหลังจากเรียน เรื่อง การใช้ Present simple tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ระดับดีมาก 2. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การใช้Present simple tense โดยการประยุกต์ใช้ เกมจากเว็บไซต์ blooket.com มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการได้รับการพัฒนาความสามารถทางไวยากรณ์ ภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้Present simple tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com อยู่ในระดับมากที่สุด อภิปรายผลการวิจัย จากผลการวิจัย มีประเด็นที่น่าสนใจและควรนำมาอภิปรายผล ดังนี้ 1. ความสามารถทางไวยากรณ์ภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังจากเรียน เรื่อง การใช้ Present simple tense ในระดับดีมาก พบว่าการทดสอบภาษอังกฤษของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/7 จำนวน 10 คน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.23 คะแนน ค่าความเบี่ยงเบน
58 มาตรฐานกับ 1.16และค่าร้อยละ 83.50 ตามลำดับ เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากผู้วิจัยได้ ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารซึ่งปรากฏอยู่ในแต่ ละขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อีกทั้งได้สอดแทรกกิจกรรมย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อ ช่วยให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ สอดคล้องกับแนวคิดการสอน ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของปัญขา อังวัฒนกุล (2535) ที่ได้สรุปขั้นตอนการสอนที่สำคัญ ไว้คือ ขั้นการเสนอเนื้อหา ขั้นการฝึก และขั้นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร และได้เสนอกลวิธี การสอนภาษาตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารในเรื่องของการใช้สื่อที่เป็นของจริง การ เรียงประโยคให้ถูกต้อง การใช้เกมทางภาษาประกอบการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ภาพชุด เรื่องราวซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องอีกทั้งการใช้บทบาทสมมติมาประกอบ และเหมือนกับเป็นสื่อช่วย เสริมให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษครั้งนี้ง่ายมากขึ้น รวมถึงการได้ช่วยเปิด โอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แต่ก็มีความท้าทายอยู่บ้าง นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับลักษณะการสอนไวยากรณ์เพื่อการสื่อสารของปัญจพร ธนาวชิรนันท์ และ วิลาสินี พลอยเลื่อมแสง (2561) ที่ได้เสนอขั้นตอนการสอนของโครงสร้างไวยากรณ์ที่จะช่วย ให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ในเรื่องของการใช้ไวยากรณ์ในลักษณะต่าง ๆ ใน 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นตอนที่ 2 ขั้นสอน ขั้นตอนที่ 3 ขั้นฝึกฝน ขั้นตอนที่ 4 ขั้น นำไปใช้และขั้นตอนที่ 5 ขั้นทดสอบ 2. แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้Present simple tenseโดยการ ประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ผู้วิจัยกำหนด เนื่องจากการสร้างและพัฒนาเครื่องมือวิจัยดังกล่าวเน้นในเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพ ของเครื่องมือวิจัยให้ได้มาตรฐานก่อนที่จะนำไปใช้ในการดำเนินการวิจัย ดังที่ดวงกมล บุญถม (2552, น.42) และโสภณ นุ่มทอง (2540, น.25) ที่ได้ให้ความสำคัญ และกำหนดความหมาย ของประสิทธิภาพที่เกี่ยวข้องนี้ไว้ อีกทั้งเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อที่จะหาประสิทธิภาพของแผนการ จัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นนั้น ช่วยให้เห็นการประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนอย่าง ต่อเนื่องชัดเจน และการประเมินพฤติกรรมขั้นสุดท้ายซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2536, น.50-51: อ้างจากสุวิทย์ เขาแก้ว, 2551, ชัยน. 45-46) และเมื่อแผนการ จัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้Present simple tense โดยการประยุกต์ใช้เกม จากเว็บไซต์ blooket.com นี้มีประสิทธิภาพก็ย่อมส่งผลให้ผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่ เกิดขึ้นระหว่างเรียนและหลังจากเรียนเสร็จสิ้นมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก นอกจากนี้ยัง สอดคล้องกับลักษณะการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบเกมของพิศมัย หาญมงคลพิพัฒน์ (2560) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบเกมคาฮูท!เป็นวิธีการสอนที่ แปลกใหม่แตกต่างจากการสอนแบบเดิม ทำให้การเรียนเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้
59 ความรู้และจำเนื้อหาได้ง่าย 3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง เรื่อง Present Simple Tense โดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com ในระดับมากที่สุด เหตุผลที่เป็น เช่นนี้เนื่องจากผู้วิจัยได้ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็นเกมในแบบออนไลน์ และมี โหมดการเล่นที่หลากหลาย ทำให้นักเรียนเกิดความรู้สึกสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษและ เมื่อนักเรียนมีความพึงพอใจต่องาน/กิจกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาด้าน ไวยากรณ์จึงช่วยโน้มน้าวหรือสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนได้ทราบ เข้าใจ และตระหนักว่าเป็น เรื่องที่ตนเองจะปล่อยปะละเลยมิได้ และต้องเรียนรู้ให้เข้าใจ รวมถึงครูผู้สอนมีการนำ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน ทำให้การเรียนในชั้นเรียนเปลี่ยนไปจากเดิมที่ใช้ หนังสือเป็นสื่อในการเรียน ทั้งนี้นักเรียนได้แสดงพฤติกรรมให้เห็นในเรื่องของความตั้งใจ ความสนใจ ความกระตือรือร้น และการเรียนรู้ด้วยสีหน้าที่เบิกบาน และการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ของครูครั้งนี้มีความเหมาะสมถูกต้อง ในเรื่องของสาระภาษาอังกฤษ การสร้าง บรรยากาศในห้องเรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ความเหมาะในเรื่องของการลำดับ ขั้นตอนการนำเสนอสาระที่จัดให้นักเรียนได้เรียนรู้ ความเหมาะสมในเรื่องของระยะเวลาใน การนำเสนอเนื้อหา และสื่อการเรียนรู้ที่นำมาประกอบการเรียนแต่ละครั้งมีความเหมาะสม น่าสนใจ สอดคล้องกับสาระที่สอน แบบฝึกหัดและกิจกรรมต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการฝึก นักเรียนนั้นมีความสอดคล้องกับสาระที่สอน มีลำดับขั้นตอนที่เหมาะสมและระยะเวลาของ การปฏิบัติกิจกรรมมีความเหมาะสม และครูผู้สอนได้อธิบายเพิ่มเติมและตอบข้อสงสัยให้แก่ นักเรียนได้เข้าใจในทุกประเด็น ส่งผลให้นักเรียนเกิดความพึงพอใจต่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความพึงพอใจของนักเรียนดังกล่าวสอดคล้องกับดาราณี โพธิ์ไทร (2552, น. 41) ที่ได้ให้ ความหมายของความพึงพอใจไว้ว่า เป็นความรู้สึกภายในจิตใจของมนุษย์ที่จะไม่เหมือนกันซึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าบุคคลแต่ละคนเขามีความต้องการอย่างไร และเรื่องเหล่านี้สอดคล้องกับความ ต้องการของเขาหรือไม่ เมื่อนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีกิจกรรมตรงกับความ ต้องการของนักเรียน นักเรียนก็จะเกิดความรู้สึกรัก ชื่นชอบ มีเจตคติ หรือความพึงพอใจต่อ สิ่งที่เรียน และมีความสุขต่อการเรียนสอดคล้องกับแนวคิดของ มาสโลว์ (Maslow, 1970 อ้างจาก เมธาวี อุดมธรรมานุภาพ และคณะ, 2549, น. 205) ที่อธิบายว่ามนุษย์มีความ ต้องการอยู่เสมอไม่มีที่สิ้นสุด ความต้องการดังกล่าวที่ได้รับการตอบสนองก็จะส่งให้เกิดผลที่ดี นั้นก็คือเป็นสิ่งจูงใจให้เกิดการเรียนรู้ อีกทั้งความต้องการของมนุษย์ในภาพรวมจะเรียงลำดับ เป็นขั้นตอนตามลำดับความสำคัญ ดังนั้น เมื่อความต้องการในระดับต่ำได้รับการตอบสนอง แล้วความต้องการระดับสูงก็จะค่อย ๆ ช่วยพัฒนาให้ความต้องการเหล่านั้นเติมเต็ม ไม่ว่าจะ เป็นความต้องการด้านร่างกาย ความปลอดภัย ความต้องการด้านสังคม หรือการยอมรับ
60 รวมทั้งความต้องการด้านความสำเร็จ ซึ่งโดยเฉพาะความต้องการด้านความสำเร็จในชีวิตนั้น เป็นความต้องการระดับสูงของมนุษย์ เมื่อเปรียบเทียบกับการเรียนรู้นั้นก็คือความต้องการที่ จะเรียนรู้ให้สำเร็จ ดังนั้นความพึงพอใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนครั้งนี้จึงเป็นสิ่ง ที่กำหนดแนวทางการแสดงทางพฤติกรรมของนักเรียนเองว่าความพึงพอใจนี้เป็นสิ่งสำคัญต่อ การที่ครูต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เกิดแก่นักเรียนให้ได้ทุกคน ภาพรวมความพึงพอใจจาก ทุกครั้งที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเฉพาะความพึงพอใจที่เป็นความพึงพอใจทางบวกจะส่งผล ให้นักเรียนมีความสนใจและตั้งใจปฏิบัติกิจกรรม และตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ ข้อเสนอแนะในการวิจัย 1. ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ 1.1 การจัดทำการแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนี้ ใช้กิจกรรมเกมมา ประกอบการสอน ทำให้นักเรียนเน้นการแข่งขันกับเพื่อต้องการเอาชนะเพื่อนมากกว่าการ ตอบคำถามให้ถูกต้อง 1.2 เนื่องจากเกม Blooket มีโหมดการเล่นหลายรูปแบบ ครูผู้สอนควรเลือกโหมด การเล่นที่เหมาะสมกับนักเรียนเพื่อให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้มากที่สุด 2. ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรเพิ่มระยะเวลาในการวิจัยให้มากขึ้น เพื่อศึกษาและพัฒนาแผนการจัดการ เรียนรู้ภาษาอังกฤษกิจกรรมให้น่าสนใจ และเพิ่มกิจกรรมในการเรียนรู้หลักไวยากรณ์เพื่อให้ นักเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.2 เลือกทดลองกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลาย เพื่อให้เห็นความแตกต่างของผู้เรียน มากขึ้น 2.3 ควรมีการศึกษาและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ ไวยากรณ์ในสาระการเรียนรู้อื่น ๆ โดยผ่านทักษะการสื่อสารต่าง ๆ เช่น ทักษะการฟัง การ พูด การอ่าน และการเขียนเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับไวยากรณ์ ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
61 บรรณานุกรม
62 บรรณานุกรม กชกร เป้าสุวรรณ และคณะ. (2550). รายงานการวิจัยเรื่อง ความคาดหวังและความพึงพอใจต่อการ มาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์พิษณุโลก. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัย และพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. กรมวิชาการ. (2545). เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2554 คู่มือการ จัดการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. จินตนา สุจจานันท์. (2551). การเรียนการสอนโครงสร้างไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ. เชียงใหม่: คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ดวงกมล บุญถม. (2552). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ เรื่องวันสำคัญของไทยและวันสำคัญของต่างประเทศ สำหรับนักเรียน ชั้นปี่ ที่6. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน). อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ดาราณี โพธิ์ไทร. (2552). การพัฒนาแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง การเขียนสะกดคําที่ไม่ตรงตาม มาตราตัวสะกดโดยใช้การเรียนรู้ แบบร่วมมือสำหรับชั้นประถมศึกษาปี ที่1.วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหา บัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัย ราชภัฏบุรีรัมย์. ธูปทอง กว้างสวาสดิ์. (2549). การสอนภาษาอังกฤษ. มหาสารคาม : ภาควิชาหลักสูตรและการสอน: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ธีระ กุลสวัสดิ์. (2558). การหาคุณภาพของเครื่องมือในการวิจัย. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา. นภาพรรณ เอี่ยมสำอางค. (2551). ผลการจัดการเรียนการสอนตามโมเดลการสอน BSCS 5E (วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต). ขอนแกน: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแกน. นฤมล พงศโรจน์. (2562). รายงานวิจัยการเรียนหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการ เขียนและเกมทดสอบความรู้คาฮูท (Kahoot). ฉะเชิงเทรา: โรงเรียนแปลงยาวพิทยาคม. ปัญจพร ธนาวชิรานันท์ และวิลาสินี พลอยเลื่อมแสง. (2561). การใช้วิธีสอนแบบไวยากรณ์และแปล และการประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาความรู้ด้านไวยากรณ์ ภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, กรุงเทพฯ. ปราณี วานิชเจริญธรรม. (2524). การศึกษาพื้นความรู้ภาษาอังกฤษด้านการอ่านและการใช้ภาษาของ นิสิตปีที่ 1 มหาวิทยาลัยศรีนครนทรวิโรฒประสานมิตร. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. ปราณี หลำเบ็ญสะ. (2561). การวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ: สหมิตรพัฒนา.
63 พัฒนา พรหมณี และคณะ. (2563, 1 มกราคม-มิถุนายน). “แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจและการ สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจในงาน,” วิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่ง ประเทศไทย. 26(1) : 59-66. พิศมัย หาญมงคลพิพัฒน์. (2560). การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบเกม. สงขลา: มหาวิทยาลัย หาดใหญ่. ฟาร่า สุไลมาน. (2547). กิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษเพื่อสงเสริมความสามารถในการฟง-พูด ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนอิสลามสันติชน กรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. เมธาวี อุดมธรรมานุภาพ และคณะ. (2550). พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตนเอง. (พิมพครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สถาบันราชภัฏสวนดุสิต. ระวิวรรณ ศรีคร้ามครัน. (2539). การสอนวิชาภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง. รัตนาภรณ์ บุพชาติ. (2560). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษเรื่อง Past Simple Tense โดยใช้เกม Crossword ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. นนทบุรี: โรงเรียน วัดเขาภิรตาราม. วรกลม บุญรักษา. (2564). คู่มือการใช้งานเว็บไซต์ Blooket สืบค้นจาก https://inskru.com/idea/-MfuTsbgMNXhxNRpLw-p วาโร เพ็งสวัสดิ์. 2546. การวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สุวีริยาสาสน์. วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์. (2528). ระบบในภาษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สุชาติ ทั่งสถิรสิมา และ สถาพร ขันโต. (2554). การใช้เกมในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารศึกษาศาสตร์, 6(2), 168-175. สุพรรณ หมาดยุโส๊ะ และคณะ. (2563). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้Verb to be ในประโยค Present Simple Tense โดยใช้แบบฝึกทักษะ ภาษาอังกฤษร่วมกับการใช้เกมบันไดงูสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนิด้า ศึกษาศาสตร์อำเภอละงู จังหวัดสตูล. สงขลา: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่. สุภัทรา อักษรานุเคราะห์. (2532). การสอนทักษะภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย. สุภาวรรณ อินต๊ะแก้ว. (2557). การใช้เกมการแข่งขันระหว่างกลุ่มเพื่อส่งเสริมความรู้ไวยากรณ์ ภาษาอังกฤษ ความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษและทักษะสังคมของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1. พิฆเนศวร์สาร, 10(1), 101-112. สุมิตรา อังวัฒนกุล. (2535). การวิจัยทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
64 สรวงสุดา โปต๊ะ. (2558). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของ นักเรียน ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่2/1 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ โดยใช้กิจกรรมการเล่นเกม ทางภาษา. ระยอง: วิทยาลัยเทคโนโลยีอักษรบริหารธุรกิจ. สุวิทย เขาแกว. (2551). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรูเรื่อง การปลูกผักสวนครัว กลุมสาระ การเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โดยใชวิธีสอนแบบโครงงาน. (วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต). ลพบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. สาโรช ไสยสมบัติ. (2534). ความพึงพอใจในการทำงานของครูอาจารย์โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด กรม สามัญศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัย ศรีนครีนทรวิโรฒ มหาสารคาม. โสภณ นุมทอง. (2540). การหาประสิทธิภาพของสื่อ. กรุงเทพฯ: วิทยาวิจารณ. Allwright, Richerd. (1978). Discourse Analysis in Second Language. Oxford: Longman. Chu, H.-C, Wang, C.-C, Wang, L. (2019). Impacts of Concept Map-Based Collaborative Mobile Gaming on English Grammar Learning Performance and Behaviors. Educational Technology & Society, vol.22, no.2, pp.86-100. Dickins, M., P., Rea, & Edward, G. W. (1988). Some Criteria for the Development of Communicative Grammar Tasks. Oxford: Oxford University Press. Kemmis, & McTaggart. (1988). The Action research planner (3rd ed.). Geelong: Deakin University, Australia Krishnaswamy, Deepa & Reddy, P Janardhana. (2022). IMPACT OF KAHOOT IN TEACHING ENGLISH GRAMMAR: ASSESSMENT IN A DIFFERENT PERSPECTIVE. 10.13140/RG.2.2.36566.32320. Larsen-Freeman, D. (2000). Techniques and Principles in Language Teaching. 2 nd ed. Oxford: OUP. Lilić, P & Bratoz, S. (2019). The Effectiveness of Using Games for Developing Young Learners’ Grammar Competence, ELOPE; English Language Overseas Perspectives and Enquiries; Ljubljana, vol.16, no. 2, pp. 49-61. Littlewood, W. (1990). Communicative Language Teaching. 18th ed. Cambridge: Cambridge University Press. Marlowe Z. (2018). Technology in the EFL Classroom: Effects of a Mobile English Learning Application on Turkish University Student Achievement and Motivation. [Doctoral dissertation, University of Southern California]. ProQuest
65 Dissertations. https://www.proquest.com/dissertations-theses/technology-eflclassroom-effects-mobile-english/docview/2155408429/se-2. Meowdemy. (2564). Present simple tense คืออะไร มีการใช้อย่างไร. (Retrieved from https://meowdemy.com/present-simple-tense/?) Morgan M. L. (2015). Developing 21st century skills through gameplay: To what extent are young people who play the online computer game Minecraft acquiring and developing media literacy and the Four Cs skills?. . [Doctoral dissertation, New England College]. ProQuest Dissertations. https://www.proquest.com/dissertations-theses/developing-21st-century-skillsthrough-gameplay/docview/1768262250/se-2. Sara J. & Dousti M. (2012). Vocabulary and Grammar Gain Through Computer Educational Games, Gema Online Journal of Language Studies; Bangi, vol.12, no.4, pp. 1077-1088. Stoti, C. D. (1990). Teaching Grammar to Children Communicatively. s.l : s.n. Taslim F. (2016). Improving Students’ Mastery on Simple Present Tense Through Climbing Grammar Mountain Game, AL-TA’LIM JOURNAL, vol. 23, no. 2, pp. 146-155. Thornbury, S. (2001). How to teach grammar. พิมพ์ครั้งที่ 3. Malaysia: Pearson Limited. Widdowson. (1979). Teaching English as a communication. Oxford: Explorations in Applied Linguistics.
66 ภาคผนวก
67 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจคุณภาพเครื่องมือวิจัย
68 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจเครื่องมือในการวิจัยครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์ในการ ตรวจสอบและเสนอแนะ ดังนี้ 1. นางปรียาวรรณ พิพัฒน์ณัฐพงศ์ ตำแหน่ง ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ 2. นางสาวพัชราภา มณีวงษ์ ตำแหน่ง ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ 3. นายอติเทพ คำมาทอง ตำแหน่ง ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ
69 ภาคผนวก ข แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยการประยุกต์ใช้เกมจากเว็บไซต์ blooket.com เรื่อง Present Simple Tense
70 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ Name: Kawintra Narkaon ID: 6110111224042 School Name: Nawamintharachinuthid Horwang Nonthaburi School Grade level: 7 Topic(s): Presen Simple Tense (Affirmative form) Length of Time: 50 mins 1. Concept Present Simple Tense is used for events that have the following characteristics: current events Recurring, frequent, or habitual events what is always true or different facts. In this lesson students learn how to use the affirmative form of present simple tense and the important thing of present simple tense is that the verb in this tense changes according to the 3rd person subject. 3. Learning Objectives 3.1 Established Goals. At the end of the lesson, students will be able to: 3.1.1 Ss change the verb by adding s and es when the subject is correct in the 3rd person singular. 3.2 Enduring Understanding 3.2.1 Ss change the verb by adding s and es when the subject is correct in the 3rd person singular correctly. 4. Knowledge and skills: 4.1 Grammar: Present simple Tense: talking about daily routines. การเติม s, es ที่ท้ายคำกริยาของประธานเอกพจน์ บุรุษที่ 3 (he, she, it) ในประโยค Present simple tense ซึ่งมีหลักการดังต่อไปนี้ 1. คำกริยา จะต้องเติม s เสมอ he wants, she needs, he gives, she thinks.
71 ในประโยคปฏิเสธและในประโยคคำถามจะใช้ DOES (= กริยาช่วยของบุรุษที่ 3 คือ 'DO') + กริยา ช่อง 1 ตัวอย่าง: He wants ice cream. Does he want strawberry? He does not want vanilla. 2. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย y : บุรุษที่ 3 จะเปลี่ยน y เป็น ies เช่น fly --> flies, cry --> cries ยกเว้น: ถ้าก่อนหน้า y คือ สระ เช่น play --> plays, pray --> prays 3. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย ss, x, sh และ ch ให้เติม es ต่อท้าย เช่น he passes, she catches, he fixes, it pushes Adverb of frequency คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่ใช้บอกว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ่อยมากน้อยเพียงใด always = เสมอๆ (100%) usually = ตามปกติ(90%) often = บ่อยๆ (75%) sometimes = บางครั้ง (50%) never = ไม่เคย (0%) 4.2 Vocabularies: get up ตื่นนอน have a shower อาบน้ำ brush your teeth แปรงฟัน get dressed แต่งตัว have breakfast กินอาหารเช้า go to school ไปโรงเรียน do homework ทำการบ้าน play with friends เล่นกับเพื่อน go to bed เข้านอน 5. Learning Assessment Established Goals Performance Task(s) Assessment Evidence 1. Ss change the verb by adding s and es when the Ss play blooket game about change the verb by Students’ answers (result of the game)
72 subject is correct in the 3rd person singular. adding s and es. 6. Learning Plan/Learning Activities Procedure Learning Activities Materials & Resources Warm Up/ Lead-in 1. T greets students. 2. Ss do Pre-test of Present Simple Tense. 3. Ss watch a video about Daily Routine | Adverbs of Frequency | Actions Verbs | Simple Present Tense for review the lesson before. https://youtu.be/NM2QA4TbP-c Video about activities routines Presentation 1. T tell meaning and use of Present Simple tense. -PowerPoint presentation - Quiz I
73
74 2. T explain how to change the verb by adding s and es when the subject is correct in the 3rd person singular. Practice 1. T give ss change verbs with pictures about daily routines. -PowerPoint Presentation -Quiz I
75 2. T give quiz I: change the verb by adding -s, -es and -ies
76 when the subject is correct in the 3rd person singular. Production Ss play blooket game about the verb by adding -s, -es and -ies. Blooklet game
77 7. Materials/Resources/Equipment/References 7.1 PowerPoint Presentation 7.2 Daily Routine | Adverbs of Frequency | Actions Verbs | Simple Present Tense for review the lesson before: (https://youtu.be/NM2QA4TbP-c) 7.3 Quiz I Wrap up 1. T open quiz from YouTube for review about verbs in present simple tense. YouTube
78 7.4 Blooklet Game about the verb by adding -s, -es and -ies. 7.5 Quiz to learn English: Present Simple - Daily routine: (https://youtu.be/3vh7NC5xOwE)
79 7.1 PowerPoint Presentation
80
81
82 7.5 Blooklet Game about the verb by adding -s, -es and -ies.
83 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ Name: Kawintra Narkaon ID: 6110111224042 School Name: Nawamintharachinuthid Horwang Nonthaburi School Grade level: 7 Topic(s): Present Simple Tense (Negative form) Length of Time: 50 mins 1. Concept In this lesson, students learn about the present simple tense in negative form. Use present simple tense to express needs, express opinions. or providing their own information, which is the basis of knowledge of using English for communication in daily life. That is for a good and useful foundation to use in daily communication and further education at a higher level. 3. Learning Objectives 3.1 Established Goals. At the end of the lesson, students will be able to: 3.1.1 Ss use the Present Simple Tense in negative form correctly. 3.2 Enduring Understanding 3.2.1 Ss understand the use and structures of the Present simple correctly and appropriately. 4. Knowledge and skills: 4.1 Grammar: Present simple Tense: talking about daily routines Negative form: Subject + V.1 (infinitive without to) + object. I / You / We / They + do not / don’t + V.1 + object. He / She / It + does not / doesn’t+ V.1 + object. ประธานเป็นเอกพจน์ ใช้does not รูปย่อ doesn’t ประธานเป็นพหูพจน์ ใช้ do not รูปย่อ don’t ข้อสังเกตคำกริยาเป็น infinitive ไม่มีการเติม -s/-es
84 4.2 Vocabularies: get up ตื่นนอน have a shower อาบน้ำ brush your teeth แปรงฟัน get dressed แต่งตัว have breakfast กินอาหารเช้า go to school ไปโรงเรียน do homework ทำการบ้าน play with friends เล่นกับเพื่อน go to bed เข้านอน 5. Learning Assessment Established Goals Performance Task(s) Assessment Evidence 1. Ss use the Present Simple Tense in affirmative and negative form correctly. Ss play blooket game about sentences of negative form correctly. Students’ answers (result of the game) 6. Learning Plan/Learning Activities Procedure Learning Activities Materials & Resources Warm Up/ Lead-in 1. T greets students. 2. Ss watch a video about present simple negative Video about present simple negative
85 https://youtu.be/9eubJHh3Qlg 3. Ss try to repeat after video. Presentation 1. T shows use and form of Present Simple Tesnse with sentense examples to students. And review affirmative form. -PowerPoint presentation -YouTube
86
87 T open video for quiz:Present Simple Quiz: Change to the Negative Form (https://youtu.be/nSFY8veHFC8) Practice 1. Ss do exercise about present simple in negative form. Direction: Select the best answer. -worksheet
88 Production Ss play blooket game about present simple in negative form correctly. Blooklet game Wrap up T reviews and check understanding students. T: Each student gave an example of their daily routine by using negative form. S: I don’t eat spinach.
89 7. Materials/Resources/Equipment/References 7.1 PowerPoint about Present Simple Tense 7.2 Video about daily activities in affirmative and negative form of Present Simple Tense 7.3 Live worksheet about daily activities in negative form of Present Simple Tense 7.4 YouTube:Present Simple Quiz: Change to the Negative Form ( https://youtu.be/nSFY8veHFC8) 7.4 Blooket Game about in negative form of Present Simple Tense 7.1 PowerPoint about negative form of Present Simple Tense
90
91 7.2 Video about negative form of Present Simple Tense
92 7.3 Worksheet about negative form of Present Simple Tense