แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ1บฝึกหัดท้ายบท
ความรู้พื้นฐานของการวัดและประเมินผล
1. จงอธิบายความหมายของคําต่อไปนี้พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
1.1 Testing
- วิธีการวัดผลแบบหนึ่งที่ใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือวัดความสามารถ
คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมของบุคคลผลการทดสอบที่ได้จะออกมาในรูป
ของคะแนนและคะแนนก็คือสิ่งที่แทนความสามารถหรือพฤติกรรมของ
บุคคล
1.2 Evaluation
- การตัดสินคุณค่าหรือคุณภาพของผลที่ได้จากการวัดโดยเปรียบเทียบ
กับผลการวัดอื่น ๆ หรือเกณฑ์ที่ตั้งไว้
1.3 Assessment
- กระบวนการในการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้ได้สารสนเทศสําหรับนําไปสู่
การตัดสินใจเกี่ยวกับผู้เรียนหลักสูตรกิจกรรมการเรียนการสอนโครงการ
หรือนโยบายทางการศึกษา
2. จุดประสงค์ของการวัดและประเมินผลทางการศึกษามีอะไรบ้าง อธิบาย
1) เพื่อจัดวางตํา แหน่งของผู้เรียนจัดกลุ่มความสามารถตามพื้นฐาน
ความรู้เดิมเพื่อวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
2) เพื่อติดตามพัฒนาการหรือความก้าวหน้าในการเรียนรู้เพื่อสร้าง
ซ่อมเสริม เติมเต็ม การเรียนรู้ของผู้เรียน
3O) เพื่อวินิจฉัยปัญหาอุปสรรคการเรียนรู้สําหรับแก๎ไขปัญหาและ
พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน
4) เพื่อสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนและใช้เป็นสารสนเทศสําคัญในการ
ตัดสินผลการเรียนรู้
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ1บฝึกหัดท้ายบท
ความรู้พื้นฐานของการวัดและประเมินผล
3. มาตราวัดมีกี่ชนิด อะไรบ้าง อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ
มาตราวัด แบ่งเป็น 4 ระดับ
1) นามบัญญัติ (Nominal Scale) เป็นการกํา หนดตัวเลข ข้อความ
หรือสัญลักษณ์ให้กับสิ่งต่าง ๆเพื่อให้สามารถจําแนกประเภทได้ เช่น
เพศ อาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา จังหวัด ประเทศ
2) เรียงลําดับ (Ordinal Scale) เป็นการกำหนดตัวเลขหรือ
สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงอันดับหรือลําดับให้กับสิ่งต่างๆ เช่น ผลการ
ประกวดนางนพมาศ ผลการจัดอันดับ ฟุตบอลพรีเมียลีก
3) อันตรภาค (Interval Scale) เป็นการกํา หนดตัวเลขหรือ
สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงช่วงการวัดที่มีความเท่าเทียมกันและมีศูนย์สมมุติ
เช่น คะแนนจากการทดสอบ อุณหภูมิ
4) อัตราส่วน (Ratio Scale) เป็นการกํา หนดตัวเลขหรือสัญลักษณ์ที่
บ่งชี้ถึงช่วงการวัดที่มีความเท่าเทียมกันและมีศูนย์แท้ เช่น น้ํา หนัก
ส่วนสูงเวลา รายได้อายุ
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ1บฝึกหัดท้ายบท
ความรู้พื้นฐานของการวัดและประเมินผล
4. จงระบุลักษณะสํา คัญของธรรมชาติของการวัดและประเมินผลทางการ
ศึกษามา 3 ข้อพร้อมอธิบายเหตุผลประกอบการจัดลํา ดับความสําคัญ
1) เป็นการวัดทางอ้อม การวัดผลการศึกษาเป็นการวัดคุณลักษณะที่
เป็นนามธรรมของบุคคลที่ไม่สามารถสัมผัสได้หรือสังเกตได้อย่างชัดเจน
ไม่มีเครื่องมือใดๆ ที่จะนํามาวัดได้โดยตรง
2) ลักษณะการวัดมักไม่สมบูรณ์ การวัดผลการศึกษาเป็นการวัดสิ่งที่
เป็นนามธรรมผู้สอนไม่สามารถใช้ เครื่องมือมาชั่งหรือวัดได้๎โดยตรง
เหมือนการวัดที่เป็นรูปธรรม
3) ผลการวัดมักเป็นค่าคะแนนสัมพัทธ์ การวัดผลการศึกษาเป็นการวัด
ที่ไม่สามารถสรุปได้โดยพิจารณาจากคะแนนเพียงอย่างเดียวว่า ผู้เรียน
เก่ง – อ่อน มีความรู้ความสามารถอยู่ในระดับใดจึงต้องนําไปเปรียบ
เทียบกับข้อมูลอื่น
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ1บฝึกหัดท้ายบท
ความรู้พื้นฐานของการวัดและประเมินผล
5. จงอธิบายถึงประเภทของการวัดและการประเมินผลประกอบด้วยอะไร
พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
ประเภทของการวัด
1) วัดทางตรง (Direct Measurment) เป็นการวัดคุณลักษณะที่
ต้องการโดยตรง เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก
2) วัดทางอ้อม (Indirect Measurment)เป็นการวัดคุณลักษณะที่
ต้องการโดยตรงไม่ได้ ต้องวัดโดยผ่านกระบวนการทางสมอง เช่น
วัดความรู้ วัดเจตคติ วัดบุคลิกภาพ
การประเมินผล
1) การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm Refernce) เป็นการเปรียบเทียบ
คะแนนจากแบบทดสอบหรือผลงานของ บุคคลใดบุคคลหนึ่งกับบุคคล
อื่นๆที่ได้ทําแบบทดสอบแบบเดียวกันหรือได้ทํา งานอย่างเดียวกัน การ
ประเมินแบบนี้มักใช้กับการประเมินเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อหรือ
การสอบชิงทุนต่าง ๆ
2) การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion Refernce) เป็นการเปรียบ
เทียบคะแนนจากแบบทดสอบหรือผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับ
เกณฑ์ที่ได้กําหนดไว้ เช่น ผู้สอนรายวิชาวิจัยทางการศึกษากําหนดว่าถ้า
ผู้เรียนคนใดทําคะแนนได้มากกว่าร้อยละ 80 จะได้เกรด A นาย
เอกลักษณ์ทําคะแนนได้ร้อยละ 88 ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ที่ได้กําหนดไว้
ผู้สอนจึงให้เกรด A กับนายเอกลักษณ์
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ1บฝึกหัดท้ายบท
ความรู้พื้นฐานของการวัดและประเมินผล
5. จงอธิบายถึงประเภทของการวัดและการประเมินผลประกอบด้วยอะไร
พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
ประเภทของการวัด
1) วัดทางตรง (Direct Measurment) เป็นการวัดคุณลักษณะที่
ต้องการโดยตรง เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก
2) วัดทางอ้อม (Indirect Measurment)เป็นการวัดคุณลักษณะที่
ต้องการโดยตรงไม่ได้ ต้องวัดโดยผ่านกระบวนการทางสมอง เช่น
วัดความรู้ วัดเจตคติ วัดบุคลิกภาพ
การประเมินผล
1) การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm Refernce) เป็นการเปรียบเทียบ
คะแนนจากแบบทดสอบหรือผลงานของ บุคคลใดบุคคลหนึ่งกับบุคคล
อื่นๆที่ได้ทําแบบทดสอบแบบเดียวกันหรือได้ทํา งานอย่างเดียวกัน การ
ประเมินแบบนี้มักใช้กับการประเมินเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อหรือ
การสอบชิงทุนต่าง ๆ
2) การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion Refernce) เป็นการเปรียบ
เทียบคะแนนจากแบบทดสอบหรือผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับ
เกณฑ์ที่ได้กําหนดไว้ เช่น ผู้สอนรายวิชาวิจัยทางการศึกษากําหนดว่าถ้า
ผู้เรียนคนใดทําคะแนนได้มากกว่าร้อยละ 80 จะได้เกรด A นาย
เอกลักษณ์ทําคะแนนได้ร้อยละ 88 ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ที่ได้กําหนดไว้
ผู้สอนจึงให้เกรด A กับนายเอกลักษณ์
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ1บฝึกหัดท้ายบท
ความรู้พื้นฐานของการวัดและประเมินผล
6. เครื่องมือในการวัดและประเมินผลประกอบด้วยอะไรบ้าง
1. แบบทดสอบ (Test) 2. แบบสอบถาม
(Questionnaires)
3. การสังเกต 4. การสัมภาษณ์
(Observation) (Interview)
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ1บฝึกหัดท้ายบท
ความรู้พื้นฐานของการวัดและประเมินผล
7. จงลําดับความสําคัญของประโยชน์ของการวัดและประเมินผล พร้อมให้
เหตุผลประกอบ
1) ประโยชน์ต่อผู้เรียน ทํา ให้ผู้เรียนทราบจุดมุ่งหมาย มีความเข้าใจใน
เนื้อหา เกิดแรงจูงใจในการเรียนเพิ่มขึ้น และเกิดการพัฒนาตนเองใน
แนวทางที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
2) ประโยชน์ต่อผู้สอน ทํา ให้ผู้สอนทราบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนว่า มี
ผู้เรียนผ่านจุดประสงค์มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่าผู้สอน
จัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพเพียงใด และผลการประเมินจะทํา ให้ผู้
สอนใช้เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียนยิ่งขึ้น
3) ประโยชน์ต่อผู้บริหาร เป็นสารสนเทศสํา หรับผู้บริหารเกี่ยวกับ
มาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนในด้านต่างๆใช้ในการประชาสัมพันธ์
โรงเรียนให้ผู้ปกครองและประชาชนได้ทราบและใช้ในการตัดสินใจ แก้ไข
ปัญหา พัฒนา และดําเนินงานบริหารโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
4) ประโยชน์ต่อผู้ปกครอง ทํา ให้ผู้ปกครองทราบความสามารถหรือ
สมรรถภาพในการเรียนของบุตรหลาน รู้จักและเข้าใจบุตรหลานมากยิ่งขึ้น
5) ประโยชน์ต่อการแนะแนว เป็นสารสนเทศสํา หรับเจ้าหน้าที่แนะแนว
ในการให้คํา ปรึกษากับผู้เรียนในด้านการเลือกอาชีพ การศึกษาต่อ
และปัญหาส่วนตัว
6) ประโยชน์ต่อการวิจัย เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้ในการวัดและประเมิน
ผลสามารถนําไปใช้เป็นเครื่องมือในการทํา วิจัยและ ข้อมูลนําไปใช้เป็น
ข้อOมูลพื้นฐานในการวิจัยต่อไปได้
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
1. กระบวนการจัดการศึกษาประกอบด้วยอะไรบ้างอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ประกอบ
กระบวนการจัดการศึกษา
- การกําหนดจุดประสงค์ทางการศึกษา
จุดประสงค์ทางการศึกษาเป็นเป้าหมายหรือการมุ่งหวังทางการศึกษามี
อยู่หลายระดับตั้งแต่ระดับสูงสุดที่เขียนอย่างกว้างเพื่อใช้เป็นทิศทางว่า
ต้องจัดการทางการศึกษาเมื่อใด จัดอย่างไร และต้องได้ผลลัพธ์อะไร
จนถึงระดับต่ํา สุด ที่มีความเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเนื้อหาและพฤติกรรม
การเรียนรู้ที่คาดหวัง ตัวอย่างจุดประสงค์ทางการศึกษาในระดับต่างๆ
เช่น ปรัชญาการศึกษา จุดประสงค์หลักสูตร จุดประสงค์กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ จุดประสงค์รายวิชาเป็นต้น
- การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้เป็นการสร้างสถานการณ์หรือเงื่อนไขเพื่อ
ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทิศทางที่พึง
ประสงค์อย่างถาวร ตัวอย่างเช่น การสอน เป็นกระบวนการถ่ายทอด
ประสบการณ์โดยใช้รูปแบบต่างๆเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย
ด้านจิตพิสัย และด้านทักษะพิสัยตามที่กําหนดไว้ ซึ่งการวางแผนในการ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอน ประกอบด้วยองค์ประกอบที่สําคัญ
คOือหลักสูตร ผู้เรียน ผู้สอน เทคนิคการจัดการเรียนการสอน
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
1. กระบวนการจัดการศึกษาประกอบด้วยอะไรบ้างอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ประกอบ
กระบวนการจัดการศึกษา
- การประเมินการเรียนรู้
ประเมินผลเป็นการตัดสินคุณค่าของสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยวิธีการสืบสวน
สอบสวนอย่างมีระบบแบบแผนการประเมินผลทางการศึกษาเป็นการ
ตัดสินคุณค่าที่เกี่ยวกับการจัดการพฤติกรรมทางการศึกษา สิ่งที่
ประเมินอาจเป็นผู้เรียน ผู้สอน การสอน หลักสูตร โครงสร้างพิเศษ
เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นเน้นผู้เรียนเพื่อตีคุณค่าของการเรียนรู้ที่
เกิดขึ้นกับผู้เรียนแต่ละคน ตั้งแต่ก่อนเรียนระหว่างเรียนและหลังเรียน
โดยประเมินความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อนําไปรับปรุง
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือประเมินสรุปผล ตัวอย่างเช่น
การประเมินผลแบบอิงวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ การประเมินการ
เรียนรู้ตามสภาพจริง เป็นต้น
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
2.จงลําดับความสําคัญขององค์ประกอบของการเรียนการสอน พร้อมให้
เหตุผลประกอบ
- ผู้สอน (Teacher)
เพราะ ผู้สอนมีบทบาทสํา คัญที่สุดในการจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ผู้สอนจะต้องมีความรอบรู้ในเนื้อหา
วิชาอย่างแตกฉาน มีความสามารถในการวิเคราะห์ผู้เรียน และ
ควบคุมสถานการณ์ในระหว่างการจัดการเรียนการสอน ตลอดจน
ต้องมีความสามารถในการใช้เทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ
การถ่ายทอดความรู้ ความคิด และทักษะให้เกิดประสบการณ์การ
เรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมและน่าสนใจ
- ผู้เรียน (Learner)
เพราะ ถ้าผู้เรียนมีพื้นฐานความสนใจและความถนัดเฉพาะ อย่างที่
แตกต่างกัน ทําให้มีอัตราการเรียนรู้ด้วยตนเองที่แตกต่างกัน อย่างไร
ก็ตามผู้เขียนทุกคนสามารถเรียนรู้เรื่องใดก็ได้ ถ้าจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนได้อย่างเหมาะสมและมีเวลาเพียงพอ
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
2.จงลําดับความสําคัญขององค์ประกอบของการเรียนการสอน พร้อมให้
เหตุผลประกอบ
- หลักสูตร (Curriculum)
เพราะ เป็นการประมวลประสบการณ์ที่ได้รับการรับรอง ความเป็น
มาตรฐานที่สถาบันการศึกษาได้กํา หนดขึ้นสําหรับการเรียนการสอน
รายวิชาต่างๆ และเป็นข้อกํา หนดสํา หรับการสําเร็จการศึกษา
หลักสูตรจึงเปรียบเสมือนเป็นเข็มทิศ ที่ผู้สอนจะนําผู้เรียนสู่จุดหมาย
ปลายทาง
- เทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน(Teaching Techniques)
เพราะในการเลือกใช้เทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนควรคํา
นึงถึงคุณลักษณะของผู้เรียน ขนาดของกลุ่มผู้เรียน บทบาทของผู้
เรียนผู้สอน และจุดประสงค์ของการเรียนการสอน
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
3.จงบอกความหมายของจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมพร้อมยกตัวอย่าง
ประกอบ
- จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม หมายถึง วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอ
นที่บอกให้ทราบว่า หลังจากเรียนจบบทเรียนนั้นๆแล้วผู้เรียนสามารถ
แสดงพฤติกรรมที่วัดได้สังเกตได้ออกมาอย่างไรบ้างภายใต้เงื่อนไขหรือ
สถานการณ์ที่จะทําให้เกิดพฤติกรรมนั้นๆ รวมทั้งมีเกณฑ์ในการประเมิน
ที่ยอมรับว่าผู้เรียนได้สัมฤทธิ์ผลตามจุดมุ่งหมายที่กําหนดไว้ ยกตัวอย่าง
เช่น หลังจากอภิปรายเรื่องน้ำเสีย ผู้เรียนสามารถตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับ
สาเหตุที่ทําให้น้ํา เสียได้อย่างน้อย 3 สมมุติฐาน
4. องค์ประกอบของจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประกอบด้วยอะไรบ้าง
อธิบาย
- จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่สมบูรณ์
1. พฤติกรรมที่คาดหวัง (Expected Behavior) หมายถึงพฤติกรรมที่
ต้องการให้ผู้เรียนได้แสดงออกเพื่อให้เห็นว่าผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้
อย่างแท้จริงหลังจากที่เรียนจบบทเรียนนั้นแล้วการเขียนพฤติกรรมที่
คาดหวังต้องใช้คําที่เป็นคําคือยาเชิงพฤติกรรมซึ่งมีความหมายเฉพาะ
อย่างเดียวชัดเจนไม่กํากวม เช่นคําว่า บอก อธิบาย ระบุ เป็นต้น
ซึ่งกําหนดไว้ดังตัวอย่างที่ขีดเส้นใต้ไว้ในจุดประสงค์ต่อไปนี้ ยกตัวอย่าง
เOช่น ผู้เรียนสามารถระบุคุณลักษณะที่สํา คัญของนักวิทยาศาสตร์ได้
อย่างน้อย 4 คุณลักษณะ
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
4. องค์ประกอบของจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประกอบด้วยอะไรบ้าง
อธิบาย
- จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่สมบูรณ์
2. สถานการณ์หรือเงื่อนไข (Condition)เพื่อให้จุดประสงค์เชิงพฤติ
กรรมที่กําหนดไว้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นควรกําหนดสถานการณ์หรือ
เงื่อนไขลงไปด้วย ซึ่งกําหนดไว้ดังตัวอย่างที่ขีดเส้นใต้ไว้ในจุด
ประสงค์ต่อไปนี้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อกําหนดธาตุให้ 10 ธาตุ ผู้เรียน
สามารถระบุได้ว่าธาตุใดเป็นโลหะ ธาตุใดเป็นอโลหะ
3. เกณฑ์ (Criteria) หมายถึง ระดับของพฤติกรรมที่คาดหวังที่
กําหนดไว้จะต้องมีพฤติกรรมที่คาดหวังในระดับใดจึงจะเป็นที่
ยอมรับ ซึ่งกําหนดไว้ดังตัวอย่างที่ขีดเส้นใต้ไว้ในจุดประสงค์ต่อไปนี้
ยกตัวอย่าง เช่น ผู้เรียนสามารถบอกความแตกต่างและความ
คล้ายคลึงระหว่างโลหะกับอโลหะ โดยบอกความคล้ายคลึง 3
ข้อความแตกต่าง 3 ข้อ (กําหนดเกณฑ์ในรูปของปริมาณ)
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
5. การกําหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ดีควรกําหนดอย่างไรอธิบาย
การกําหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ดีมีแนวทางดังนี้
1. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่กํา หนดไว้จะต้องมีความเป็นไปได้ และเป็น
สิ่งที่พึงปรารถนา
2. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่กํา หนดไว้ต้องมีความชัดเจน เพราะถ้าผู้
สอนไม่มี จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ชัดเจนก็จะไม่สามารถเลือกเนื้อหา
อุปกรณ์ หรือกระบวนการ ที่จะทําให้การเรียนรู้ของผู้เรียนไปสู่จุดมุ่ง
หมายปลายทางที่ตั้งไว้ได้
3. ผู้สอนเป็นผู้กําหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม และควรให้ผู้เรียนได้มี
ส่วนร่วมในการกําหนดเป้าหมาย โดยวางแผนร่วมกับผู้สอน แต่ถ้าไม่
สามารถทํา ได้ก็ควรให้ ผู้เรียนยอมรับเป้าหมายที่กําหนดขึ้นและสร้าง
ความเข้าใจให้กับผู้เรียนว่ามีพฤติกรรม อะไรบ้างที่จะต้องเปลี่ยนแปลง
หรือพฤติกรรมใดบ้างที่คาดหวังจะให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน จากการเรียนวิชา
นั้น ๆ และผู้สอนควรหาเทคนิคในการชี้ให้ผู้เรียนมองเห็นประโยชน์ ของ
บทเรียน และกระหายใครจะเรียน
4. การกําหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม จะต้องพิจารณาจากความ
ต้องการ ของสังคม คุณลักษณะของผู้เรียนและประโยชน์ของวิชาต่างๆ
O
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
5. การกําหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ดีควรกําหนดอย่างไรอธิบาย
5.ในการกําหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ควรพิจารณาถึงการบูรณาการ
ระหว่างวิชาต่าง ๆ ด้วย เพราะผู้เรียนจะต้องเรียนหลายวิชา
การบูรณาการระหว่างวิชาต่างๆ นับว่าเป็นสิ่งที่จํา เป็นที่จะช่วยให้ผู้เรียน
รู้จักเชื่อมโยงองค์ความรู้ และสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้
6.การกําหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม จะต้องกํา หนดจุดประสงค์ทั้ง
ชนิดที่ สามารถบรรลุผลในช่วงสั้นในระหว่างที่สอน อันจะเป็นประโยชน์
ต่อการประเมินผล เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน (Formative
Evaluation) และที่จะบรรลุผลในระยะยาว เมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน
วิชานั้น ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการประเมินผลเพื่อสรุปผล การเรียน
(Summative Evaluation)
7.การกําหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ควรใช้ภาษาที่ไม่ซับซ้อน
มีความชัดเจนเข้าใจได้ง่ายสามารถสื่อความหมายได้ตรงกัน ระหว่างผู้
สอน ผู้เรียน และ ผู้ปกครอง เป็นจุดประสงค์ที่ใช้ข้อความเกี่ยวกับ
พฤติกรรมที่คาดหวังสัมพันธ์กับเนื้อหาวิชา
8.ในการกําหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ควรให้สอดคล้องกับจุด
ประสงค์ ของรายวิชา จุด
Oประสงค์ของหลักสูตร และจุดประสงค์ในระดับสูงขึ้นไป
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
6. ประโยชน์ของจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประกอบด้วยอะไรบ้างอธิบาย
จําแนกประโยชน์ของจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมได้ดังนี้
1. เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพราะการตั้งจุด
ประสงค์ที่ชัดเจนจะช่วยกําหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนว่าควร
จัดกิจกรรมอย่างไรที่จะบรรลุจุดประสงค์ที่กําหนดไว้
2. เป็นแนวทางในการสร้างสื่อและตํา ราประกอบหลักสูตร ได้แก่
ตําราแบบเรียนคู่มือครูแผนการสอนแบบทดสอบและแบบฝึกหัด ฯลฯ
ว่าควรมีลักษณะอย่างไรเนื้อหาเพียงใดมีวิธีการนําเสนออย่างไร
3. เป็นแนวทางในการเรียนของผู้เรียน เพราะการที่ผู้เรียนได้ทราบจุด
ประสงค์เชิงพฤติกรรมล่วงหน้าจะทําให้ผู้เรียนมีทิศทางในการเรียน
4. เป็นแนวทางในการวัดและประเมินผลการเรียน เพราะจุดประสงค์เชิง
พฤติกรรมที่เขียนไว้อย่างสมบูรณ์ย่อมจะต้องบอกสถานการณ์เพื่อการ
วัดและประเมินผลไว้ด้วย ช่วยให้เครื่องมือที่สร้างขึ้นนั้นครอบคลุมและ
ตรงจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
5. เป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
เนื่องจากผลการประเมินผลการเรียนรู้จะบอกได้ว่าผู้เรียนได้บรรลุจุด
Oประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ และเป็นข้อมูลป้อนกลับมาให้ผู้สอนได้นําไป
ปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต่อไป
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
7. พฤติกรรมทางการศึกษามีอะไรบ้าง อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ
พฤติกรรมทางการศึกษาที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ แนวคิดของบลูมและคณะ
พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย เป็นการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญาเกี่ยวกับความรู้ ความคิด
และการแก้ปัญหา เช่นการนําไปใช้ในชั้นเรียน การตรวจ
สอบความสอดคล้องของจุดประสงค์การสอน กลยุทธการ
สอนและการประเมินผล เป็นต้น
พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย เป็นพฤติกรรรมการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับทักษะในการเคลื่อนไหว
และใช้อวัยวะต่างๆของร่างกายประกอบด้วย การเคลื่อนไหว
เชิงกิริยาสะท้อน การเคลื่อนไหวต้องอาศัยทักษะ สมรรถภาพ
ทางร่างกาย ความสามารถในการรับรู้ การเคลื่อนไหวขั้นพื้น
ฐานและการสื่อสารที่ต้องใช้ทักษะระดับสูงในการแสดงออก
พฤOติกรรมด้านจิตพิสัย เป็นการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญาเกี่ยวกับความรู้
ความคิดและการแก้ปัญหา เช่น การนํา ไปใช้ในชั้นเรียน
การตรวจสอบเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของ
มนุษย์เกี่ยวกับความรู้สึก อารมณ์ ความรู้สึก และจิตใจ
ของบุคคล เช่น ความสนใจ ความซาบซึ้ง เจตคติ ค่า
นิยม เป็นต้นความสอดคล้องของจุดประสงค์การสอน
กลยุทธการสอนและการประเมินผล เป็นต้น
แบบฝึกหัดท้ายบทแที่บ2บฝึกหัดท้ายบท
พฤติกรรมผลการศึกษา
8.หากท่านเป็นผู้สอนท่านจะวัดประเมินผลการเรียนผู้เรียนด้วยพฤติกรรม
ทางการศึกษาแบบใดบ้างพร้อมให้เหตุผลประกอบ
พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย เพราะการวัดและประเมินผลในด้านนี้จะทําให้
ทราบถึงระดับการเรียนรู้สติปัญญาของผู้เรียน
ว่ามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่สอนมากน้อย
เพียงใด
พฤติกรรมด้านจิตพิสัย เพราะเราจะทราบถึงพฤติกรรมของผู้เรียนใน
ด้านจิตใจ ทัศนคติ ของนักเรียนแต่ละคน
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3
เครื่องมือและเทคนิคในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
1.เครื่องมือที่ดีมีลักษณะอย่างไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ
- ความตรง (Validity)ครื่องมือวัดที่สามารถวัดได้ในสิ่งที่ต้องการวัด
ได้ตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น การสอนเรื่องน้ำ ก็ต้อง
ตั้งคำถามเกี่ยวกับน้ำ
- ความเที่ยง (Reliability)เครื่องมือวัดที่สามารถวัดได้ในสิ่งที่ต้อง
การวัดได้ตรางตามจุดประสงค์ที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น ถ้านำเครื่องมือ
วัดฉบับหนึ่งไปทดสอบกับเด็กกลุ่มหนึ่งแล้วบันทึกคะแนนไว้เมื่อนำ
เครื่องมือวัดฉบับเดิมไปทดสอบกับเด็กกลุ่มอ่อน สมมติว่าเด็กทำข้อสอบ
ไม่ได้ คะแนนที่ทำก็จะคงเดิม
- อำนาจจำแนก (Discrimination Power)เครื่องมือที่วัดแล้วให้ผลการ
วัดที่สามารถแยกหรือแบ่งกลุ่มผู้ตอบออกเป็นระบบต่างๆ
ตัวอย่างเช่น กลุ่มสูง-กลุ่มต่ำ กลุ่มเก่ง- กลุ่มอ่อน
O
- ประสิทธิภาพ (Efficiency)เครื่องมือที่วัดแล้วมีความตรงและเครื่องมือ
ได้มากที่สุด
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3
เครื่องมือและเทคนิคในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
2.จงแบ่งประเภทของแบบทดสอบชนิดต่างๆ พร้อมระบุเกณฑ์ในการแบ่ง
1.แบบทดสอบที่แบ่งตามสมรรถสูงสุด
- แบบทดสอบสมรรถนะสูงสุด
- แบบทดสอบสมรรถนะเฉพาะแบบ
- แบบทดสอบสมรรถนะขั้นต่ำ
2. แบบทดสอบที่แบ่งตามผู้สร้าง
- แบบทดสอบที่ผู้สอนสร้างเอง
- แบบทดสอบมาตรฐาน
3. แบบทดสอบที่แบ่งตาวิธีการให้คะแนน
- แบบทดสอบปรนัย
- แบบทดสอบอัตนัย
4. แบบทดสอบที่แบ่งตามการแปลความหมาย
- แบบทดสอบอิงเกณฑ์
- แบบทดสอบอิงกลุ่ม
5. แบบทดสอบแบ่งตามจุดหมายในการใช้ประโยชน์
- แบบทดสอบเพื่อวินิจฉัย
- แOบบทดสอบเพื่อทำนายหรือพยากรณ์
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3
เครื่องมือและเทคนิคในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
3.แบบทดสอบที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
- แบบทดสอบที่ดีต้องมีความเป็นปรนัย
- แบบทดสอบที่ดีต้องจำแนกเจาะจง
- แบบทดสอบที่ดีต้องมีความตรง ความเที่ยง อำนาจจำแนก และ
ประสิทธิภาพ
- แบบทดสอบที่ดีต้องมีความยากพอเหมาะ
- แบบทดสอบที่ดีต้องมีการยั่วยุ
- แบบทดสอบที่ดีต้องถามอย่างลึก
- แบบทดสอบที่ดีต้องมีความยุติธรรม
4.จงบอกความหมาย ความเหมือนและความต่างของแบบทดสอบ
แบบตรวจสอบรายการ และมาตราประมาณค่า
- แบบตรวจรายการ
แบบสอบถามลักษณะนี้ต้องการให้ตอบในแง่ มี-ไม่มี เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย
เชื่อ-ไม่เชื่อ ใช่-ไม่ใช่ หรืออาจมีคำตอบให้เลือกหลายคำตอบ
- แบบมาตราประมาณค่า
แบบสอบถามนี้จะมุ่งให้ผู้ตอบประเมินข้อความที่ถามออกมาเป็นระดับ
มาตราส่วนอาจจะมี 3 5 7 9 หรือ 11ช่วงก็ได้ โดยตรงกลางจะมีจุดสมดุล
- Oความเหมือน
การตอบคือจะตอบในแง่ เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยหรืออาจมีคำตอบให้เลือก
หลายคำตอบ
- ความต่าง
แบบตรวจสอบรายการจะตอบแค่ ใช่-ไม่ใช่ แบบประมาณค่าให้ผู้ตอบ
ประเมินข้อความที่ถาม
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3
เครื่องมือและเทคนิคในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
5.จงบอกความหมายความเหมือนและความต่างของการสังเกตแบบมี
ส่วนร่วมกับการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม
- การสังเกตแบบมีส่วนร่วม ผู้สังเกตจะเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม
-การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม ผู้สังเกตจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมใน
กิจกรรม
-ความเหมือน
ได้ข้อมูลจากแหล่งโดยตรงและได้รายละเอียดต่างๆ อย่างลึกซึ้ง
-ความต่าง
การสังเกตแบบมีส่วนร่วม เป็นลักษณะการสังเกตโดยตรง
การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เป็นการสังเกตทางอ้อม
6.จงบอกความเหมือนและความต่างของการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
กับการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง
-การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
การสัมภาษณ์ที่ผู้สัมภาษณ์ได้สร้างแบบสัมภาษณ์ไว้แล้วโดยสร้างให้
ครอบคลุมเนื้อหา
- การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง
การสัมภาษณ์มีเพียงการกำหนดประเด็น
- ความเหมือน ใช้วิธีการสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการรวบนวมข้อมูล
- Oความต่าง
การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างผู้สัมภาษณ์ต้องสัมภาษณ์ตามแบบที่
กำหนดไว้เท่านั้นการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างผู้สัมภาษณ์สามารถ
เปลี่ยนคำถามได้อย่างอิสระ
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3
เครื่องมือและเทคนิคในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
7.จงอธิบายกระบวนการสร้างและพัฒนาแบบทดสอบพร้อมยกตัวอย่าง
ประกอบ
1.การกำหนดสิ่งที่ต้องการ เช่น ขอบเขตโครงสร้างตัวบ่งชี้ความสัมฤทธิ์
2.เลือกประเภทของเครื่องมือ เช่น ถ้าต้องการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
ของนักเรียน
3.การเขียนคำถามและจัดฉบับ เช่น การเขียนคำถามที่จะใช้วัดตาม
ลักษณะของเครื่องมือนั้นๆ
4.การตรวจสอบความตรง เช่น ความตรงตามเนื้อหา
5.การปรับปรุงแก้ไขฉบับบทดลองใช้ เช่น พิจารณาจากข้อคิดเห็นของ
ผู้ทรงคุณวุฒิ
6.การทดลองใช้เครื่องมือ เช่น นำเครื่องมือที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้กับ
ผู้เรียนแล้วนำมาวิเคราะห์เนื้อหาคุณภาพ
7.การปรับปรุงแก้ไขเป็นฉบับใช้จริง เช่น การปรับปรุงให้มีคุณภาพ
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4
การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
1.จงบอกความหมายของคำว่าแบบทด
สอบวัดผลสัมฤทธิ์
- แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หมายถึง ชุดข้อคำถามที่มุ่งวัดความสามารถ
ทางวิชาการหรือวัดผลการเรียนรู้ด้านเนื้อหาวิชาและทักษะต่างๆของแต่ละ
สาขาวิชาภายหลังจากที่ผู้เรียนได้ผ่านกระบวนการเรียนการสอนแล้ว
2.จงให้ความหมาย ความแหมือนและความต่างของแบบทดสอบปรนัย
และแบบทดสอบอัตนัย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
- แบบทดสอบแบบปรนัย
ได้แก่ แบบถูก-ผิด แบบเติมคำ แบบจับคู่ และแบบหลายตัวเลือก
- แบบทดสอบแบบอัตนัย
ได้แก่ แบบจำกัดความหมายของคำตอบและไม่จำกัดความยาวของคำตอบ
- ความเหมือน เป็นแบบทดสอบที่ใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์
- ความต่าง ข้อสอบอัตนัยจะมีเฉพาะคำถามที่เปิดโอกาสให้ผู้ตอบได้
แสดงออกโดยการเขียนที่แสดงถึงความรู้ ความสามารถอย่างเต็มที่
ข้อสอบปรนัยจะมีทั้งคำถามและคำตอบมาให้แล้วให้ผู้ตอบเลือกคำตอบที่
ถูกต้อง
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4
การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
3.ให้กำหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมในรายวิชาที่ตรงกับสาขาที่สอนหรือ
จะต้องไปสอนเมื่อสำเร็จการศึกษา จำนวน 1 รายวิชา ในภาคเรียนใดก็ได้
และนำไปใช้สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ประเภทต่างๆตามตัวอย่างรูป
แบบที่ได้นำเสนอไว้ในบทนี้หรือเพิ่มเติมรูปแบบอื่นๆที่นอกเหนือจากนี้
ก็ได้
ด้านพุทธิพิสัย อธิบายวิธีการแปรงฟันที่ถูกวิธี
เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับฟันและการ
รักษาความสะอาดของฟัน
จุดประสงค์เชิง ด้านจิตพิสัย แปรงฟันของตนเองอย่าง
พฤติ
กรรม เพื่อให้ตระหนักในความสำคัญของการ ถูกต้องได้
ในรายวิชา
รักษาความสะอาดของฟัน
ด้านทักษะพิสัย แปรงฟันทุกครั้งหลังจาก
เพื่อให้สามารถแปรงฟันได้ถูกวิธี รับประทานอาหาร
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5
สถิติพื้นฐานสำหรับการวัดและประเมินผล
1.ผลการสำรวจจำนวนนักศึกษาที่มา
ใช้บริการศูนย์วิทยาบริการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดในระยะเวลา 1 เดือน พบว่าเป็นนักศึกษา
ภาคปกติ จำนวน 500 คน และนักศึกษาภาคพิเศษจำนวน 200 คน
จงหาอัตราส่วนของนักศึกษาภาคปกติต่อนักศึกษาภาคพิเศษ
วิธีทำ จะได้อัตราส่วน = 50 : 200
200 200
=5 :
2
ตอบ 25 : 1 = 25 : 1
2.ผลการสอบของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จำนวนทั้งสิ้น
3,442 คน พบว่าเป็นเพศชาย 1,500 ส่วนที่เหลือเป็นเพศหญิง
จงหาสัดส่วนของนักศึกษาเพศชายและเพศหญิง
วิธีทำ สัดส่วน = ความถี่ของรายการที่สนใจ
ความถี่ทั้งหมด
O สัดส่วนเพศชาย = 1500 = 0.435
3422
สัดส่วนเพศหญิง = 1942 = 0.564
3422
= 0.564
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5
สถิติพื้นฐานสำหรับการวัดและประเมินผล
3.นักวิจัยทำการสำรวจข้อมูลผู้สูงอา
ยุในจังหวัดร้อยเอ็ด
ในปีการศึกษา 2560 จำนวนทั้งสิ้น 2000 คน พบว่ามีผู้สูงอายุเข้าร่วม
โครงการรักสุขภาพ จำนวน 300 คนส่วนที่เหลือเข้าร่วมโครงการอื่นๆ
จงหาร้อยละของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการรักสุขภาพและโครงการอื่นๆ
วิธีทำ ร้อยละของผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการรักสุขภาพ
ร้อยละ = ความถี่ของรายการที่สนใจ X 100
ความถี่ทั้งหมด
โครงการรักสุขภาพ = 300 X 100 = 15
โครงการอื่นๆ = 1200
1700 X 100 = 85
2000
O
= 0.564
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5
สถิติพื้นฐานสำหรับการวัดและประเมินผล
4.คะแนนสอบของนักเรียนกลุ่มหนึ่งเป็นดังนี้
7,8,9,6,1,2,3,4,5,6,8,9,10,11,12,13,16,17,10,11,15,30 จงหา
ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉลี่ย พิสัย ความแปรปรวน ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐานและค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย
- ฐานนิยม คือ 6,8,9,10,11
- มัธยฐาน คือ 8.5
- ค่าเฉลี่ย คือ 9.68
- พิสัย คือ 29
- ค่าความแปรปรวน คือ 38.43
- ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คือ 6.2
- ค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย คือ 0.64
O
= 0.564
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5
สถิติพื้นฐานสำหรับการวัดและประเมินผล
5.การกระจายของข้อมูลจำนวน 4 ชุด ดังนี้
ชุดที่ 1 ค่าเฉลี่ย 55 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4.2
ชุดที่ 2 ค่าเฉลี่ย 40 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.4
ชุดที่ 3 ค่าเฉลี่ย 32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.3
ชุดที่ 4 ค่าเฉลี่ย 20 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.5
จงหาค่าสัมประสิทธิ์การกระจายและเปรียบเทียบการกระจายของข้อมูล
ทั้ง 4 ชุด ว่ามีลักษณะข้อมูลมีการกระจายแตกต่างกันหรือไม่
สัมประสิทธิ์การกระจายของ 4.2 0.08
ข้อมูลชุดที่ 1 55 0.09
3.4 0.07
สัมประสิทธิ์การกระจายของ 40 0.08
ข้อมูลชุดที่ 2 2.3
32 ดังนั้น สรุปได้ว่าข้อมูลชุดที่ 2
สัมประสิทธิ์การกระจายของ 1.5 มีค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย
ข้อมูลชุดที่ 3 20 มากกว่าข้อมูลชุดที่ 1,3 และ 4
สัมประสิทธิ์การกระจายของ
O ข้อมูลชุดที่ 4
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6
การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล
1.ความยากและอำนาจจำแนกของข้อสอบคืออะไร มีความเกี่ยวข้องกัน
หรือไม่อย่างไร จงอธิบาย
- ความยากของข้อสอบ คือ สัดส่วนของคนที่ตอบข้อสอบนั้นได้ถูกต้อง
จากผู้ที่สอบทั้งหมดมีค่าระหว่าง 0.00-1.00
อำนาจจำแนก คือ ความสามารถในการจำแนกนักศึกษาเก่งออกจาก
นักศึกษากลุ่มอ่อนมีค่าอยู่ระหว่าง -1 ถึง +1
2.การวัดประเมินแบบอิงกลุ่มโดยทั่วไปใช้ข้อสอบที่มีความยากและ
อำนาจจำแนกเท่าใด
- อำนาจจำแนก ดี 0.30-0.39 ค่าความยาก ปานกลาง ร้อยละ 41-60
สัดส่วน 0.41-0.60
O
= 0.564
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6
การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล
5. ครูนําแบบทดสอบวิชาภาษาไทย จํานวน 10 ข๎อ ไปทดสอบกับนักเรียน
จํานวน 200 คน แยกกลุํมสูงและกลุํมต่ํา (Ph และ Pl) ด้วยเทคนิค 25%
จงหาคําความยาก(p) และคําอํานาจจําแนก (r) ของข๎อสอบแตํละข๎อ
จากข๎อมูลดังตํอไปนี้
วิธีทำ คำนวณค่า P จากสูตร P = (Ph+Pl)
2
O
= 0.564
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6
การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล
6.ครูนำแบบทดสอบวิชาสังคมศึกษาจำนวน 5 ข้อ ไปทดสอบกับนักเรียน
จำนวน 5 คน ก่อนและหลังเรียน จงหาค่าอำนาจจำแนกของข้อสอบแต่ละ
ข้อ (S-index)พร้อมสรุปผลการคัดเลือกข้อสอบ จากข้อมูลดังต่อไปนี้
O
= 0.564
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6
การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล
7.ครูนำแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์จำนวน 5 ข้อ ไปทดสอบกับนักเรียน
จำนวน 10 คน มีเกณฑ์ผ่านเพื่อแยกกลุ่มรอบรู้กับกลุ่มไม่รอบรู้ คือ 3
คะแนน
จงหาค่าอำนาจจำแนกของข้อสอบแต่ละข้อ(B-index) พร้อมสรุปผลการ
คัดเลือกข้อสอบ จากข้อมูล
วิธีทำ จากสูตร B = -
1 2
เมื่อ 1= 7 , 2= 3
O
= 0.564
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6
การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล
8.จงคำนวณหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบจากผลการทดสอบนักเรียน
8 คน (สอบซ้ำสองรอบ) ด้วยแบบทดสอบอิงเกณฑ์ จำนวน 10 ข้อ
(กำหนดคะแนนจุดตัดเท่ากับ 7 คะแนน) ปรากฏผลสอบดังข้อมูลต่อไปนี้
คำนวณหาจากสูตร cc = ( + )
วิธีทำ จากสูตร cc = ( + )
cc = (3+3)
= 0.785
ผู้เรียนที่สอบผ่านเกณฑ์ทั้ง 2 ครั้ง (a) มี 3 คน ได้แก่ คนที่ 4 ,6,8
ผูO้เรียนที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ทั้ง 2 ครั้ง (c) มี 3 คน ได้แก่ คนที่ 2,3,7
ดังนั้น
แบบทดสอบนี้มีค่าความเที่ยง
= 0.564 เท่ากับ 0.75
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6
การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล
9.จงคำนวณหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบจากผลการทดสอบหลัง
เรียนของนักเรียน 7 คน ด้วยแบบทดสอบอิงเกณฑ์ จำนวน 12 ข้อ
(กำหนดจุดตัดที่ 8 คะแนน) ผลการทดสอบดังข้อมูลต่อไปนี้
O ดังนั้น
แบบทดสอบนี้มีค่าความเที่ยง
เท่ากับ 0.58
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6
การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล
10.จงหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบโดยใช้สูตร KR-20 และ KR-21
จากผลการทดสอบ จำนวน 10 ข้อ ของนักเรียนจำนวน 9 คน ได้คะแนน
ดังนี้
O
= 0.564
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6
การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล
10.จงหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบโดยใช้สูตร KR-20 และ KR-21
จากผลการทดสอบ จำนวน 10 ข้อ ของนักเรียนจำนวน 9 คน ได้คะแนน
ดังนี้
O
= 0.564
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
การประเมินสภาพจริง
1.จงให้ความหมายของการประเมินตามสภาพจริง พร้อมยกตัวอย่าง
ประกอบ คำอธิบาย
- การประเมินตามสภาพจริง หมายถึง การประเมินที่ใช้เทคนิคกาประเมิน
อย่างหลากหลายวิธีเพื่อตรวจสอบคุณภาพงานของผู้เรียนโดยให้ผู้เรียน
แสดงพฤติกรรมออกมาตามที่ผู้วัดต้องการวัดในบริบทของความเป็นจริง
ในชีวิตประจำวัน
-ตัวอย่างการประเมินตามสภาพจริง เช่นการกำหนดให้ผู้เรียนจัดทำ
นิทรรศการวิชาการจัดทำหนังสือเล่มเล็กเกี่ยวกับชุมชนการผลิตสบู่จาก
สมุนไพรแต่ในรายวิชากลุ่มวิทยศาสตร์การจัดทำสูตรต่างๆได้จึงไม่ใชชิ้น
งานตามสภาพจริงแต่การใช้สูตรเพื่อแก้ปัญหาภายใต้สภาพแวดล้อมหรือ
สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริงตามชิ้นงานตามสภาพจริง
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
การประเมินสภาพจริง
2.การวัดและประเมินสภาพจริงมีแนวคิดและหลักการอย่างไร
1.วัตถุประสงค์การประเมินมีดังนี้
-เพื่อวัดและประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียน
-เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนตามสภาพที่แท้จริง
-เพื่อสะท้อนให้เห็นสภาพงานปัจจุบัน
-เพื่อพัฒนาการทางด้านสติปัญญา
2.หลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอน
-หลักสูตรของสถานศึกษาต้องให้ความสำคัญกับหลักสูตรที่มุ่งเน้นสภาพ
จริง
-กิจกรรมการเรียนการสอนจะต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน
-กิจกรรมการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลต้องหลอมรวมกัน
และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
3.หลักการประเมินและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
-เน้นประเมินทักษะการคิดที่ซับซ้อน
-ผู้ประเมินควรมีหลายคน
-นำการประเมินตนเองมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินสภาพที่แท้จริง
-ใช้เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
การประเมินสภาพจริง
3.ทำไมต้องประเมินตามสภาพจริง
- เพราะการประเมินตามสภาพจริงเป็นทางเลือกใหม่ในการประเมินผล
การเรียนรู้ที่ครูพยายามใช้เพื่อลดบทบาทการประเมินด้วยข้อสอบและ
การทดสอบอย่างเป็นทางการ การประเมินดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนา
ผู้เรียนด้านความสามารถ ทักษะความคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา
และการประยุกต์ใช้ในวิชาต่างๆ
4.จงอธิบายลักษณะของการประเมินตามสภาพจริง
1.การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง
2.มีการวัดและประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย
3.เป็นการวัดและประเมินผลรอบด้าน
4.มีการวัดและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
5.มีเกณฑ์การให้คะแนน Scoring Rubrics
6.เป็นการวัดและประเมินผลที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับกระบวนการคิดที่ซับซ้อน
7.เป็นการวัดและประเมินผลผู้เรียนด้วยการมอบหมาย
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
การประเมินสภาพจริง
5.จงบอกเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินตามสภาพจริง พร้อมระบุว่า
เครื่องมือชนิดนั้นวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนในด้านใด
1.การทดสอบ
-แบบทดสอบข้อเขียน
-แบบทดสอบภาคปฏิบัติ
2.การสัมภาษณ์
-แบบสัมภาษณ์
3.การสอบถาม
-แบบสอบถาม
4.การสังเกต
-การตรวจสอบรายการ
-แบบมาตราส่วนประเมินค่า
-แบบบันทึก
-แบบประเมินพฤติกรรม
5.การตรวจสอบผลงาน
-แบบประเมินผลงาน
6.การใช้แฟ้มสะสมผลงาน
-แบบประเมินตนเอง
-แบบประเมินผลงาน
-แบบบันทึก
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
การประเมินสภาพจริง
6.จงเปรียบเทียบเกณฑ์การประเมินสภาพจริงระหว่างเกณฑ์การประเมินใน
ภาพรวมกับเกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
-เกณฑ์การประเมินภาพรวม (Holisitic Rubric)เป็นแนวทางการให้
คะแนนโดยพิจารณาจากภาพรวมของชิ้นงาน จะมีคำอธิบายลักษณะของ
งานในแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจนเกณฑ์การประเมินในภาพนี้เหมาะที่จะ
ใช้ในการประเมินความสามารถที่มีต่อเนื่อง มีลักษณะเป็นองค์รวม
-เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน (Analytic Rubric)เป็นแนวทางการให้
คะแนน โดยพิจารณาจากแต่ละส่วนของงาน ซึ่งแต่ละส่วนจะต้องกำหนด
แนวทางการให้คะแนน โดยมีคำนิยามหรือคำอธิบายลักษณะของงานส่วน
นั้นๆในแต่ละระดับไว้ชัดเจน
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
การประเมินสภาพจริง
7.การประเมินสภาพจริงมีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไร
- ข้อจำกัด
กิจกรรมการเรียนการสอนและการประเมินผลจากสภาพจริงจะเอื้อให้ผู้
เรียนเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคลเพราะเน้นให้ผู้เรียน
แสดงออกสร้างสรรค์ในการผลิตหรือทำงานผู้เรียนได้ดึงเอาความคิดชั้น
สูงความซับซ้อนและทักษะการแก้ปัญหาออกมาได้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
มาจากกิจกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิต
ประจำวันและการกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์สู่โลกของความจริง
-ข้อดี
การประเมินสภาพจริงจะเอื้อต่อกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน
เป็นศูนย์กลางมากกว่ากิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น
ศูนย์กลางผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากการปฏิบัติมากขึ้นมีความสนใจในบท
เรียนมากขึ้น
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
การประเมินสภาพจริง
8.ให้นักเรียนสร้างเกณฑ์การประเมินในภาพรวมเกณฑ์การประเมินแบบ
แยกส่วนและเกณฑ์การประเมินแบบผสมผสานในเรื่องที่สนใจอย่างละ
สองเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินภาพรวม
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
การประเมินสภาพจริง
8.ให้นักเรียนสร้างเกณฑ์การประเมินในภาพรวมเกณฑ์การประเมินแบบ
แยกส่วนและเกณฑ์การประเมินแบบผสมผสานในเรื่องที่สนใจอย่างละ
สองเกณฑ์
เกณฑ์การประเมิน
แบบแยกส่วน
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
การประเมินสภาพจริง
8.ให้นักเรียนสร้างเกณฑ์การประเมินในภาพรวมเกณฑ์การประเมินแบบ
แยกส่วนและเกณฑ์การประเมินแบบผสมผสานในเรื่องที่สนใจอย่างละ
สองเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินแบบผสมผสาน
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8
การวัดภาคปฏิบัติ
1.จงอธิบายว่า การวัดภาคปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินสภาพจริง
หรือไม่อย่างไร
- พิจารณาเกณฑ์การเลือกงานที่ให้ผู้เรียนปฏิบัติว่าเป็นงานที่มีความสำคัญ
เป็นงานที่สามารถปฏิบัติได้ในสภาพจริง
- เป็น เพราะในการสร้างแบบวัดภาคปฏิบัติจะต้องระบุผลงานสถานการณ์
กระบวนการต่างๆ
2.แบบวัดภาคปฏิบัติควรมีลักษณะเป็นอย่างไร
- การปฏิบัติโดยข้อเขียน
- กระบวนการปฏิบัติ
- การสร้างสถานการณ์จำลอง
- การกำหนดงานให้ปฏิบัติ
- การปฏิบัติงานจากสถานการณ์เดิม
3.จะใช้เครื่องมือชนิดใดในการวัดผู้เรียนเกี่ยวกับการนำเสนองานด้วยปาก
เปล่าจงบอกขั้นตอนการสร้าง เกณฑ์การประเมิน พร้อมยกตัวอย่างเครื่อง
มือประกอบคำอธิบาย
- ใOช้เครื่องมือแบบตรวจรายการขั้นตอนการสร้าง
- การกำหนดพฤติกรรมที่บ่งชี้ทักษะการปฏิบัติ
- การเลือกรูปแบบของเครื่องมือที่เหมาะสม
- การสร้างข้อรายการพฤติกรรมที่ต้องการวัด
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8
การวัดภาคปฏิบัติ
4.จงบอกขั้นตอนในการหาคุณภาพเครื่องมือวัดภาคปฏิบัติอย่างละเอียด
1.ความเที่ยง - เพื่อจัดอันดับ
- วัตถุประสงค์ - เพื่อเปรียบเทียบ
- เพื่อวินิจฉัย - เพื่อประเมิน
- เพื่อพยากรณ์
2.ความเชื่อมั่น
ทำให้ทราบว่าเครื่องมือนั้นๆได้ผลการวัดที่คงที่ไม่ว่าจะใช้วัดกี่ครั้งก็ตาม
3.ความยาก
- ทำให้ทราบว่าข้อสอบนั้นมีคำตอบถูกมากหรือน้อย
- ค่าความยาก(P)มีค่า0.00-1.00
- ค่าความยากพอเหมาะ มีค่า 0.20-0.80
- Pอยู่ระหว่าง 0.40-0.60 ยาก ง่าย ปานกลาง (ดีมาก)
4.อำนาจจำแนก
-จำแนกผู้เรียนใครเก่ง อ่อน
-หลักการ ใครเก่งตอบถูก ใครอ่อนตอบผิด
-ค่าอำนาจจำแนก r มีค่า -1.00-+1.00
-ข้Oอสอบที่ดีมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8
การวัดภาคปฏิบัติ
5.จงสร้างเกณฑ์การให้คะแนนแบบ Holistic Rubrics และ
Analytic Rubrice สำหรับใช้ในการวัดภาคปฏิบัติ
เกณฑ์การให้คะแนนแบบ เกณฑ์การให้คะแนนแบบ
Holistic Rubrics Analytic Rubrics
O
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 9
แฟ้มสะสมผลงานผู้เรียน
1.จงอธิบายว่าแฟ้มสะสมผลงานเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินสภาพจริง
หรือไม่อย่างไร
- แฟ้มสะสมผลงานเป็นส่วนหนึ่งของงานประเมินผลสภาพจริงเพราะเป็น
เครื่องมือชนิดหนึ่งของผู้สอนที่มีประโยชน์ในการวัดและประเมินผลผู้เรียน
- เป็นเครื่องมือที่มีระดับพลังงานและมีประสิทธิภาพสูง
- เป็นการวัดประเมินผลที่เกิดขึ้นอยู่กับกำลังและความสามารถของผู้เรียน
ที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้และสภาพความจริงของผู้เรียน
- แสดงถึงความเข้าใจของผู้เรียนที่ดีกว่าเกี่ยวกับการเรียนรู้และพัฒนา
ของผู้เรียน
2.วัตถุประสงค์ของแฟ้มสะสมผลงานที่สำคัญที่สุดคืออะไร จงอธิบายพร้อม
ให้เหตุผล
- เป็นเครื่องมือที่ผู้เรียนได้ประเมินตนเองว่าผลการเรียนรู้หรือผลงาน
เป็นอย่างไรประสบผลสำเร็จในระดับใดตลอดจนการวางเป้าหมายของ
ตนเองได้เหมาะสม
- ใช้เป็นแหล่งกระตุ้นหรือเสริมสร้างกำลังใจให้แก่ผู้เรียน
- เป็นเครื่องมือในการติดตามความก้าวหน้าของการเรียนการสอนเป็นระยะ
- ใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนกระบวนการเรียนของผู้เรียนตลอดจนฝึกนิสัย
- เปO็นการรวบรวมผลงานของผู้เรียนตลอดจนสารสนเทศต่างๆ
ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ