The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกหัดท้ายบท (12)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noey45210, 2022-03-18 11:17:42

แบบฝึกหัดท้ายบท (12)

แบบฝึกหัดท้ายบท (12)

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 9
แฟ้มสะสมผลงานผู้เรียน

3.แฟ้มสะสมผลงานรายบุคคลมีลักษณะอย่างไร จงอธิบายพร้อมยตัวอย่าง
ประกอบ
- เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลผลงานของผู้เรียนที่ผ่านการคัดเลือกดดย
ตัวผู้เรียนเองอย่างเป็นระบบและจุดหมาย
- เน้นการประเมินผลย่อยมากกว่าการประเมินผลสรุปรวม
- เป็นการเก็บรวบรวมหลักฐานที่สะท้อนผลงานผู้เรียนแสดงควาสามารถ
ในการเรียนของผู้เรียนและบอกเล่าเรื่องราวความเข้าใจที่เกิดขึ้นความ
สำเร็จที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา
- เป็นข้อมูลที่แสดงถึงความพยายามเจตคติ แรงจูงใจ ความเจริญงอกงาม
ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ เนื้อหาวิชาต่างๆของผู้เรียน

4.จงบอกแนวทางการเลือกผลงานเข้าใส่ในแฟ้มสะสมผลงานของผู้เรียน
- ชิ้นงานแต่ละชิ้นบ่งบอกถึงการเติบโตการเรียนรู้และความเข้าใจในข้อ
กำหนดองค์ประกอบสำคัญในชิ้นงานนั้นๆ
- ต้องพิจารณาว่าจะให้ใครดูแฟ้มสะสมผลงาน
- ต้องมีความถูกต้อง เหมาะสมทั้งเนื้อหาตรงประเด็น
- มีความสวยงาม สร้างสรรค์ และเหมาะสม

O

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 9
แฟ้มสะสมผลงานผู้เรียน

5.จงสร้างเกณฑ์การให้คะแนนแบบ Holistic Rubrics และ
Analytic Rubrice สำหรับการให้คะแนนแฟ้มสะสมผลงานของผู้เรียน

เกณฑ์การให้คะแนนแบบ เกณฑ์การให้คะแนนแบบ
Holistic Rubrics Analytic Rubrics

O

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 9
แฟ้มสะสมผลงานผู้เรียน

6.แฟ้มสะสมแบบดั้งเดิมและแบบอิเล็กทรอนิกส์มีข้อดีและข้อจำกัดอะไรบ้าง
ในการนำมาใช้ในโรงเรียน

ข้อดีแบบดั้งเดิม
-ง่ายต่อการเพิ่มเนื้อหา
-มีความหลากหลาย
ข้อจำกัดแบบดั้งเดิม
-ทำสำเนายากอาจสูญหาย
-ยากในการเปรียบเทียบข้อมูล
-แบ่งปันในกลุ่มใหญ่ยาก
ข้อดีแบบอิเล็กทรอนิกส์
-ง่ายต่อการเพิ่มเนื้อหา
-ง่ายในการแบ่งปันกลุ่มใหญ่
-มีความทนทานง่ายต่อการเก็บรักษา
-เนื้อหาสามารถปรับเปลี่ยนได้
ข้อจำกัดแบบอิเล็กทรอนิกส์
-ต้องใช้เวลาในการทำ
-Oต้องมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
-ต้องมีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 10
คะแนนและการเปรียบเทียบคะแนน

ผลการทดสอบนักเรียนจำนวน 51 คน ได้คะแนนดังนี้
จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ1-3

O

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 10
คะแนนและการเปรียบเทียบคะแนน

1.จงคำนวณหาตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์ของนักเรียนที่ได้คะแนน 11 และ 18

2.จงคำนวณหาตำแหน่งเดไซล์ของนักเรียนที่ได้คะแนน 10 และ 13

O

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 10
คะแนนและการเปรียบเทียบคะแนน

3.จงคำนวณหาตำแหน่งควอไทล์ของนักเรียนที่ได้คะแนน 14 และ 19

4.เด็กชายนิกร สอบได้คะแนนดังนี้
จงแปลงคะแนนสอบทั้งสามวิชาของเด็กชายนิกรให้เป็นคะแนนมาตรา
ฐานซีเพื่อเปรียบเทียบว่าเด็กชายนิกรสอบได้คะแนนในวิชาใดมากกว่ากัน

O วิธีทำ จากสูตร Z = ( −  ̅)


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 10
คะแนนและการเปรียบเทียบคะแนน

ขั้นที่ 1 แปลงคะแนนวิชาภาษาไทยเป็นคะแนน
มาตราซี Z = (58−54) = 0.44

9

ขั้นที่ 2 แปลงคะแนนวิชาคณิตศาสตร์เป็นคะแนน
มาตราซี Z = (48−44) = 0.5

8

ขั้นที่ 3 แปลงคะแนนวิชาสุขศึกษาเป็นคะแนน
มาตราซี Z = (68−67) = 0.14

7
ขั้นที่ 4 เปรียบเทียบคะแนน
Z คณิตศาสตร์(0.5)มากกว่าZภาษาไทย(0.44)
และZภาษาไทย(0.44)มากกว่าZสุขศึกษา(0.14)

O

ดังนั้นเด็กชายนิกรสอบได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์มากกว่าวิชาภาษาไทย
และวิชาสุขศึกษาตามลำดับ

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 10
คะแนนและการเปรียบเทียบคะแนน

5.ผลการทดสอบ O-NET ของนักเรียน 4 คน ได้คะแนนดังนี้

จงแปลงคะแนนทั้ง 3 วิชาของนักเรียนทุกคนให้เป็นคะแนนมาตราฐานที
และเรียงลำดับความสามารถของนักเรียนทั้ง 4 คนจากคะแนนมาตราฐานที

จากสูตร T=10 ( −  ̅) +50


O

ดังนั้น กานดา ( รวม=204.67)มีความสามารถสูงสุดรองลงมา
คือ วรรณษา ( รวม=204.08)รัชดา ( รวม=203.92)
และนันทนา ( รวม=203)ตามลำดับ

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 10
คะแนนและการเปรียบเทียบคะแนน

6.ผลการสอบปลายภาคเรียนของสมศักดิ์ ได้คะแนนเท่ากับ55 และเมื่อ
คำนวณหาตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์ (P) แล้วพบว่าอยู่ใน P ที่ 62.50 อยาก
ทราบว่าคะแนนสอบปลายภาคเรียนของสมศักดิ์ มีค่าคะแนนมาตรฐาน
ปกติซี และคะแนนมาตรฐานปกติทีTเท่ากับเท่าใด
วิธีทำ นำเอาตำแหน่ง P (62.50) ไปเทียบกับตารางพื้นที่ใต้โค้งการ
แจกแจงปกติ (z-distribution) ซึ่งใกล้เคียงกับคะแนนมาตรฐานซีเท่ากับ
0.3 (เทียบกับตารางได้ค่าเท่ากับ 62.55)
ดังนั้น คะแนนสอบปลายภาคเรียนของสมศักดิ์มีคะแนนค่ามาตรฐานซี
เท่ากับ 0.3

หาคะแนนมาตรฐานปกติที T จากสูตร N=50+10 N
N =50+10(0.3)
N =53
ดังนั้น คะแนนสอบปลายภาคเรียนของสมศักดิ์มีคะแนนค่ามาตรฐานปกติ
ทีTO=53

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 11
การให้เกรด

1.จงตัดเกรดวิชาภาษาไทยของนักเรียนจำนวน 108 คน โดยใช้วิธีแปลง
คะแนนดิบเป็นคะแนนมาตรฐานปกติที และให้เกรดเป็น 8 ระดับ
จากคะแนนต่อไปนี้

1.จงหาตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์ของคะแนนจากการเรียนภาษาไทยของ
นักเรียนกลุ่มนี้

จากสูตร =( B+0.5 )
100

( )
2.หาคะแนนมาตรฐานซีปกติ (Zn)
3.หาค่าคะแนนมาตรฐานซีปกติ (TN)

จากสูตร T=59+10Zn
4.จงหาค่าพิสัยของคะแนนมาตรฐาน
5.หOาช่ปวงกหต่ิาทีงค=ะ7แ6น-2น6ม.5าต=ร4ฐ9า.5นปกติที

ของแต่ละระดับผลการเรียนได้
จาก 49.5 = 6.19
8

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 11
การให้เกรด

1.จงตัดเกรดวิชาภาษาไทยของนักเรียนจำนวน 108 คน โดยใช้วิธีแปลง
คะแนนดิบเป็นคะแนนมาตรฐานปกติที และให้เกรดเป็น 8 ระดับ
จากคะแนนต่อไปนี้
6.กำหนดคะแนนต่ำสุดของแต่ละช่วงคะแนนแต่ละเกรด ดังนี้
6.1 คะแนนต่ำสุดของเกรด A = 76-6.19 = 69.81 และช่วงคะแนนที่ได้
เกรด A คือคะแนน Tn ตั้งแต่ 69.81 ขึ้นไป
6.2 คะแนนต่ำสุดของเกรด B+ = 69.80-6.19 = 63.61 และช่วงคะแนน
ที่ได้เกรด B+ คือคะแนน Tn ตั้งแต่ 63.61-69.80
6.3 คะแนนต่ำสุดของเกรด B = 63.60-6.19 = 57.41 และช่วงคะแนน
ที่ได้เกรด B คือคะแนน Tn ตั้งแต่ 57.41-51.00
6.4 คะแนนต่ำสุดของเกรด C+ = 57.40-6.19 = 51.21 และช่วง
คะแนนที่ได้เกรด C+ คือคะแนน Tn ตั้งแต่ 51.21-57.40
6.5 คะแนนต่ำสุดของเกรด C = 51.20-6.19 = 45.21 และช่วงคะแนน
ที่ได้เกรด C คือคะแนน Tn ตั้งแต่ 45.10-51.20
6.6 คะแนนต่ำสุดของเกรด D+ = 49.90-6.19 = 45.01 และช่วง
คะแนนที่ได้เกรด D+ คือคะแนน Tn ตั้งแต่ 38.81-45
6.7 คะแนนต่ำสุดของเกรด D = 38.80-6.19 = 32.61 และช่วงคะแนน
ที่ได้เกรด D คือคะแนน Tn ตั้งแต่ 32.60 ลงไป
6เก.8รดช่วAงคมีะแ4นคนนที่ได้เกรด F คือคะแนน Tn ตั้งแต่ 32.60 ลงไป
เกรOด B+ มี 4 คน
เกรด B มี 15 คน
เกรด C+ มี 25 คน
เกรด C มี 21 คน
เกรด D+ มี 15 คน
เกรด D มี 11 คน
เกรด F มี 5 คน

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 11
การให้เกรด

2.จงตัดเกรดวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนจำนวน 130 คน โดยใช้วิธี
กำหนดช่วงคะแนนจากความสามารถของกลุ่มผู้เรียนและให้เกรดเป็น 5
ระดับ (เกรดเฉลี่ยของนักเรียนกลุ่มนี้ประมาณ 2.40) จากคะแนนต่อไปนี้

เกรด A มี 23 คน
เกรด B มี 33 คน
เกรด C มี 54 คน
เกรด D มี 17 คน
O เกรด F มี 3 คน

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 11
การให้เกรด

3.จงตัดเกรดวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนจำนวน 27 คน โดยใช้วิธีกำหนด
เกณ์จากระเบียบ และให้เกรดเป็น 8 ระดับ จากคะแนนต่อไปนี้

O

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 11
การให้เกรด

4.จงตัดเกรดวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนจำนวน 145 คนโดยใช้วิธี
กำหนดช่วงคะแนนจากการแจกแจงปกติและให้เกรดเป็น 8 ระดับ จาก
คะแนนต่อไปนี้

กำหนดคะแนนต่ำสุดช่วงคะแนนของเกรดแต่ละเกรด ดังนี้
1.คะแนนต่ำสุดของเกรด A = 3.00-0.75 = 2.25 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด A
คือคะแนน Z = 2.25 ขึ้นไป
2.คะแนนต่ำสุดของเกรด B+ = 2.25-0.75 = 1.50 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด B+
คือคะแนน Z ตั้งแต่ 1.50-2.24
3.คะแนนต่ำสุดของเกรด B = 1.50-0.75 = 0.75 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด B
คือคะแนน Z = 0.76-1.49
4.คะแนนต่ำสุดของเกรด C+ = 0.75-0.75 = 0.00 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด C
คือคะแนน Z = 0.00-0.74
5.คะแนนต่ำสุดของเกรด C = 0.75-0.75 = -0.75 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด C
คือคะแนน Z = -0.75- -0.01
6.คOะแนนต่ำสุดของเกรด D+ = -1.50-0.75 = 1.05 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด
D+ คือคะแนน Z = -1.05- -0.76
7.คะแนนต่ำสุดของเกรด D = 2.25-0.75 = 1.05 และช่วงคะแนนที่ได้เกรด D
คือคะแนน Z = -2.25- -1.51
8.ช่วงคะแนนที่ได้เกรด F คือคะแนน Z ตั้งแต่ -2.26 ลงไป

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 11
การให้เกรด

5.จงตัดเกรดวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนจำนวน 124 คน โดยใช้วิธี
กำหนดช่วงคะแนนจากพิสัยและให้เกรดเป็น 5 ระดับ จากคะแนนต่อไปนี้

1.หาพิสัยของคะแนน = 90-61=29
2.นำค่าพิสัยมาหารด้วยจำนวนเกรดที่ต้องการ = 29/5=5.8
3.กำหนดค่าคะแนนต่ำสุดและช่วงคะแนนของเกรดแต่ละเกรด ดังนี้
3.1 คะแนนต่ำสุดเกรด A = 94-6=88 ช่วงคะแนนของเกรด
A = 88 คะแนนขึ้นไป (8 คน)
3.2 คะแนนต่ำสุดเกรด B = 87.50-6=81.5 ช่วงคะแนนของเกรด
B = 81-87 คะแนน (22 คน)
3.3 คะแนนต่ำสุดเกรด C = 80-6=74 ช่วงคะแนนของเกรด
CO= 74-80 คะแนน (45 คน)
3.4 คะแนนต่ำสุดเกรด D = 73-6=67 ช่วงคะแนนของเกรด
D = 67-70 คะแนน (34 คน)
3.5 ช่วงคะแนนของเกรด F = คะแนนตั้งแต่ 66 คะแนนลงไป (9 คน)

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 12
แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

1.จงอธิบายประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ต่อไปนี้

1.1การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผล
การเรียนรู้ของผู้เรียน
1.2การประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนเป็นการประเมินและสรุปผลการ
เรียน
1.3Formative Assessmentเป็นการประเมินสรุปและสรุปผลการ
เรียนรู้มีหลายระดับ ได้แก่ เมื่อเรียนจบหน่วยการเรียนรู้จบรายวิชาที่
ตัดสินให้คะแนน
1.4Summative Assmentเป็นการประเมินสรุปและสรุปผลการเรียนรู้
มีหลายระดับได้แก่ เมื่อเรียนจบหน่วยการเรียนรู้จบรายวิชาที่ตัดสินให้
คะแนน

2.องค์ประกอบของการวัดและประเมินผลประกอบด้วยอะไรบ้างและ
องค์ประกอบเหล่านั้นความสัมพันธ์กันอย่างไร

กลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิด
8 กลุ่มสาระ วิเคราะห์ และเขียน

O คุณภาพผู้เรียน

คุณลักษณะอันพึง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ประสงค์

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 12
แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

3.หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดการ
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ออกเป็นกี่ระดับและแต่ละระดับมีความสำคัญ
อย่างไร
การจัดและประเมินผลการเรียนรู้แบ่งอกกเป็น 4 ระดับ
- ระดับชาติ
เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
หลักแกนกลางขั้นพื้นฐานสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนในชั้น ม.6
ป.6 เข้ารับการประเมิน
- ระดับเขตพื้นที่การศึกษา
เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ตามาตรฐาน
การเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางเพื่อให้ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนา
คุณภาพทางการศึกษาของเขต
- ระดับสถานศึกษา
เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินการเรียนรู้ของผู้เรียน
เป็นรายปีหรือรายภาคผลการประเมิน การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- ระดับชั้นเรียน
การประเมินระดับนี้เป็นการตรวจสอบว่าผู้เรียนมีพัฒนาการความ
ก้าวหน้าในการเรียนรู้ซึ่งผลจากการวัดกิจกรรมการเรียนการสอน

O

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 12
แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

4.“สถานศึกษาไม่ให้ผู้เรียนซ้ำชั้น” ท่านเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตุผลใด
- เห็นด้วย เพราะการให้ผู้เรียนซ้ำชั้นเป็นการตัดโอกาสและเวลาของผู้
เรียนและยังเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เรียนในแต่ละชั้นแทนที่จะไปตามขั้น
ตอนระดับชั้นและผู้สอนต้องมีประสิทธิภาพพอและใส่ใจดูแลเด็กให้ผ่าน
การเรียนโดยไม่มีใครซ้ำชั้น

5.เพราะเหตุใดจึงต้องรายงานผลการเรียนรู้
1.เพื่อให้ผู้เรียนผู้เกี่ยวข้องทราบความก้าวหน้าของผู้เรียน
2.เพื่อให้ผู้เรียนผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริม
และพัฒนาการของผู้เรียน
3.เพื่อให้ผู้เรียนผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการเรียน กำหนด
แนวทางการศึกษาและอาชีพ
4.เพื่อเน้นข้อมูลให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการออกแบบเอกสารหลักฐาน
การศึกษา

O

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 12
แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

6.ภารกิจของผู้สอนด้านการวัดและการประเมินผลควรเป็นอย่างไร
เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความ
เข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้สามารถอธิบายตีความนำความรู้ไปใช้ได้ดีใน
มุมที่ถูกต้องเข้าใจผู้อื่นตลอดจนเข้าใจและรู้จักตนเอง
- การวัดและประเมินผลแบบเดิม ห้องเรียนที่ยึดการเรียนแบบเปรียบ
เทียบเป็นหลักโดยเป้าหมายของการวัดและประเมินผล คือ การสอบ
ให้คะแนน
การวัดและประเมินผลแบบใหม่
- ห้องเรียนที่ยึดการเรียนรู้เป็นหัวใจโดยเป้าหมายหลักของการวัดและ
ประเมินผล คือ การปรับปรุงคุณภาพการสอนและการเรียนรู้

7.จงอธิบายว่า ผู้สอน ผู้เรียน และผู้ปกครองจะใช้ประโยชน์จากรายงาน
ผลอย่างไร
- เพื่อเป็นการสื่อสาร ผู้เรียนและผู้ปกครองได้ทราบความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ของผู้เรียนและได้รับข้อมูลเพื่อการปรับปรุงแก้ไข

O

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 12
แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

8.ท่านคิดว่าการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไร จงอธิบาย
และให้เหตุผลประกอบ

- ข้อดี
เป็นการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาระหว่างกิจกรรมการเรียนการสอน
สามารถทำได้ในห้องเรียนทุกวันโดยเน้นสภาพจริงที่สำคัญคือ การให้
ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียน
- ข้อจำกัด
เป็นการประเมินที่เปรียบเทียบผลการเรียนรู้อาจทำให้ผู้ที่อยู่ในเกณฑ์
ถือว่าตนเองไม่เก่งพอหรือด้อยค่าอาจทำให้เป็นการกดดันของผู้เรียนเมื่อ
เปรียบเทียบกับเพื่อนคนอื่น

O


Click to View FlipBook Version