ก >> HOLOGRAMMY | กิตติกรรมประกาศ โครงงาน OCOP หนึ่งห้องเรียนหนึ่งโครงงาน : ร่วมบูรณาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เรื่อง Hologrammy สำเร็จลุล่วงด้วยดีจากความช่วยเหลืออย่างดียิ่งของบุคคลหลายท่าน โดยเฉพาะผู้อำนวยการ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย นายประยงค์ ประทุมวัน และคณะผู้บริหาร ขอขอบพระคุณที่ให้การสนับสนุน และ ความช่วยอย่างดียิ่ง ขอขอบพระคุณคุณครูประจำวิชาทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ให้คำปรึกษา และแนะนำแนวทางการ ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำโครงงานหนึ่งห้องเรียนร่วมบูรณาการในครั้งนี้ ขอขอบพระคุณคุณครูที่ปรึกษา คุณครูบุณฑริกา ภัทรจารุ ที่สละเวลาอันมีค่ายิ่งให้คำปรึกษา แนะนำ ข้อมูล ตรวจทานความถูกต้อง ตลอดจนเสนอแนะข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ และเป็นแนวทางในการทำโครงงานนี้ ขอขอบคุณพระคุณคุณพ่อ และคุณแม่ที่คอยให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ และสนับสนุน ด้วยดีเสมอมา คุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับจากกาจัดทำโครงงาน OCOP เรื่อง โฮโลแกรมมี่ Hologrammy คณะผู้จัดทำ ขอมอบแด่บุพการี และผู้มีพระคุณทุท่านตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน คณะผู้จัดทำ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2
ข >> HOLOGRAMMY | บทคัดย่อ ชื่อโครงงาน Hologrammy โครงงาน หนึ่งห้องหนึ่งโครงงาน : ร่วมบูรณาการ 8 กลุ่มสาระ ปีการศึกษา 2565 ผู้จัดทำ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ที่ปรึกษา ครูบุณฑริกา ภัทรจารุ โครงงานหนึ่งห้องเรียนร่วมบูรณาการ (One Class One Project : OCOP) เรื่อง Hologrammy เป็น โครงงานสิ่งประดิษฐ์ ที่คณะผู้จัดทำระดมความคิดร่วมกันภายในชั้นเรียน โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 จากการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการสื่อสารทางไกล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีโฮโลแกรม และเชื่อมโยงกับความรู้ที่ได้จาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้จากความรู้ที่เรียนใน ห้องเรียน การศึกษาข้อมูลจากเอกสารสื่อสิ่งพิมพ์และข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ทำให้พวกเราตระหนักถึงประโยชน์ ทั้งต่อตนเองและสังคมจากการติดต่อสื่อสาร ผลการศึกษานำเสนอออกมาในรูปแบบแผ่นพับองค์ความรู้ และ สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับทั้ง 8 กลุ่มสาระเป็นการบูรณาการ การเรียนรู้อย่างแท้จริง จากการศึกษาดังกล่าวนำไปสู่วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 เพื่อออกแบบและสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่มีประโยชน์และ สามารถนำไปใช้ได้จริง จำนวน 2 ชิ้น คือ อุปกรณ์เครื่องฉายโฮโลแกรมอย่างง่าย และวีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรม ตัวอย่างที่สามารถใช้งานได้จริง ดังนี้ คณะผู้จัดทำได้ประดิษฐ์เครื่องฉายโฮโลแกรม โดยอาศัยหลักการสะท้อน และ การหักเหของแสง และสร้างวีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรม โดยอาศัยหลักการความเข้มของแสง และทฤษฎีของสี ที่ สามารถใช้ได้จริงจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และสามารถนำสิ่งประดิษฐ์มาพัฒนาต่อยอด การศึกษาโครงงานใน ครั้งนี้ผู้จัดทำได้นำเสนอเป็นตัวอย่าง ดังนี้ 1) อุปกรณ์เครื่องฉายโฮโลแกรมอย่างง่าย 2) วีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรม ตัวอย่าง 3) การเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ 4) การออกแบบและตกแต่ง 5) การสร้างแบบสอบถาม ซึ่งพวกเราจะพัฒนา แลละต่อยอดองค์ความรู้ให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นในลำดับต่อไป
ค >> HOLOGRAMMY | วัตถุประสงค์ข้อที่ 3 เพื่อนำเสนอข้อมูลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโฮโลแกรมในชีวิตประจำวัน และการ พัฒนาในอนาคต โดยการลดเวลาในการเดินทาง และอำนวยความสะดวก คณะผู้จัดทำได้ทำการเผยแพร่ความรู้ ผ่านทางแผ่นพับความรู้กับโซเชียลมีเดีย และได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมซึ่งจะช่วยในการแก้ปัญหาต่างๆในสังคมได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การจัดทำโครงงาน Hologrammy ในครั้งนี้ทำให้พวกเราได้เรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญของ เทคโนโลยีและการพัฒนาในชีวิตประจำวันให้มีความเจริญก้าวหน้าไปสู่อนาคต
ง >> HOLOGRAMMY | สารบัญ เรื่อง หน้า กิตติกรรมประกาศ ก บทคัดย่อ ข สารบัญ ง สารบัญรูปภาพ ฉ บทที่ 1 บทนำ 1 ที่มาและความสำคัญ 1 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 2 ขอบเขตของการศึกษา 2 ระยะเวลาในการศึกษา 2 นิยามคำศัพท์เฉพาะ 2 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 16 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 19 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพละศึกษา 21 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 26 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 28
จ >> HOLOGRAMMY | สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ 30 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ 36 การประชุมวางแผนการดำเนินงาน 36 การศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล 37 การออกแบบชิ้นงาน และโลโก้ 37 การจัดเตรียมวัสดุ - อุปกรณ์ 39 ขั้นตอนการสร้างชิ้นงาน 40 บทที่4 ผลการดำเนินงาน 44 บทที่5 สรุปและอภิปรายผล 47 สรุปและอภิปรายผลการทำโครงงาน 47 ข้อเสนอแนะ 47 บรรณานุกรม 48 ภาคผนวก 49
ฉ >> HOLOGRAMMY | สารบัญรูปภาพ เรื่อง หน้า รูปภาพที่ 1 การเดินทางของแสงจากธรรมชาติ 4 รูปภาพที่ 2 หลักการทำงานของโฮโลกราฟี 7 รูปภาพที่ 3 คลื่นความยาวของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 9 รูปภาพที่ 4 ทฤษฎีพีทากอรัส 15 รูปภาพที่ 5 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเทียบประเทศคู่ค่า 20 รูปภาพที่ 6 วงกลมของแม่สี 29 รูปภาพที่ 7 ความเป็นเอกภาพของสัตว์ 33 รูปภาพที่ 8 ความสมดุลของหญิงหยาง 34 รูปภาพที่ 9 ร่างชิ้นงานของเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม 37 รูปภาพที่ 10 ร่างฐานวางเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม 38 รูปภาพที่ 11 ร่างการสร้างวีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรม 38 รูปภาพที่ 12 โลโก้ของโครงงาน Hologrammy 38 รูปภาพที่ 13 ชิ้นงานเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม 40 รูปภาพที่ 14 ชิ้นงานฐานวางเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม 40 รูปภาพที่ 15 สร้างวีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรม 41 รูปภาพที่ 16 การประเมินการใช้งาน โดยคุณครูและนักเรียนห้องอื่น 43 รูปภาพที่ 17 เครื่องฉายภาพโฮโลแกรมอย่างง่าย 44 รูปภาพที่ 18 วีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรมตัวอย่าง 45
1 >> HOLOGRAMMY | บทที่ 1 บทนำ ที่มาและความสำคัญ การสื่อสาร (communications) หมายถึง ความเหมือนกัน หรือร่วมกันการสื่อสาร (communication) หมายถึง กระบวนการถ่ายทอดข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ประสบการณ์ ความรู้สึก ความคิดเห็นและความต้องการ จากผู้ส่งสาร โดยผ่านสื่อต่าง ๆ ที่อาจเป็นการพูด การเขียนสัญลักษณ์ การแสดงหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไปยัง ผู้รับสาร ซึ่งอาจจะใช้กระบวนการสื่อสารที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม ความจำเป็นของตนเองและคู่สื่อสาร โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการรับรู้ร่วมกัน และมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อกันบริบททางการสื่อสารที่เหมาะสมเป็น ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การสื่อสารสัมฤทธิ์ผล โทรคมนาคม (telecommunication) หมายถึง การสื่อสารระยะไกลโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผ่านทางสัญญาณไฟฟ้าหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เนื่องจากเทคโนโลยีที่แตกต่างกันจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับ คำนี้ เช่น Telecommunications เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมในช่วงต้นประกอบด้วยสัญญาณภาพ เช่น ไฟสัญญาณ สัญญาณควัน โทรเลข สัญญาณธง และเครื่องส่งสัญญาณด้วยกระจกสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ การสื่อสารโทรคมนาคมก่อน ช่วงที่ทันสมัยมีข้อความเสียง เช่น กลอง แตรและนกหวีด เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมด้วยไฟฟ้าและ แม่เหล็กไฟฟ้า ได้แก่ โทรเลข โทรศัพท์โทรพิมพ์เครือข่าย วิทยุ เครื่องส่งไมโครเวฟ ใยแก้วนำแสง ดาวเทียม สื่อสารและอินเทอร์เน็ต จากสถานการณ์การระบาดของของเชื้อไวรัส Corona 2019 หรือ COVID-19 ส่งผลกระทบหลายอย่างต่อ โลก เช่น การเดินทาง การทำธุรกิจรวมถึงการสื่อสารระหว่างผู้คนทั่วโลกด้วยเช่นกัน และหนึ่งในวิธีการรับมือกับ ไวรัส COVID-19 ที่ได้ผลดีคือ วิธีการติดต่อสื่อสารทางไกลมุ่งเน้นไปที่การสื่อสารโดยไม่ต้องอยู่ใกล้ชิดกัน จะช่วย ลดโอกาสที่จะทำให้ผู้ทั่วโลกคนติดเชื้อไวรัส COVID-19 แต่การสื่อสารทางไกลก็ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เช่น สัญญาณอินเตอร์เน็ต สัญญาณมือถือและหนึ่งในข้อเสียของการติดต่อทางไกลที่สำคัญ คือ การที่ผู้ที่ใช้วิธีการ ติดต่อสื่อสารทางไกลนั้นไม่สามารถมองเห็นวัตถุ บรรยากาศหรืออื่นๆ โดยรอบของฝ่ายตรงข้ามที่สื่อสารกันอยู่ อยากจะนำเสนอได้ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเราจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาส่วนนี้การวิดีโอคอลก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ทั้งหมด เพราะการวิดีโอคอลนั้นทำได้เพียงเห็นภาพ แต่เสียงและบรรยากาศโดยรอบไม่ละเอียดพอ ในส่วนของ
2 >> HOLOGRAMMY | ผู้คนที่ใช้การสื่อสารกันแบบทั่วไป อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากแต่ในทางธุรกิจที่มีการซื้อขายสิ่งของที่ต้องการให้ เห็นภาพวัตถุชัดๆ หรือแม้แต่สื่อการเรียนการสอนบางเรื่องอาจจะได้รับผลกระทบอย่างมาก จากสถานการณ์และผลกระทบข้างต้นทางคณะผู้จัดทำจึงสนใจสร้างสิ่งประดิษฐ์โดยใช้ความรู้ทั้ง 8 กลุ่ม สาระการเรียนรู้ในห้องเรียนมาศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม และประดิษฐ์เป็นอุปกรณ์ฉายภาพสามมิติโฮโลแกรม โดยนำเสนอสิ่งประดิษฐ์ในชื่อหัวข้อของโครงงาน คือ เรื่อง " Hologrammy " วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1. เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีโฮโลแกรม และเชื่อมโยงกับความรู้ที่ได้จาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 2. เพื่อสร้างอุปกรณ์เครื่องฉายโฮโลแกรมอย่างง่าย และสร้างสรรค์วีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรมตัวอย่าง 3. เพื่อนำเสนอข้อมูลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโฮโลแกรมในชีวิตประจำวัน และการพัฒนาในอนาคต ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า 1. ศึกษาค้นคว้าโดยการศึกษาค้นคว้าความรู้จากอินเตอร์เน็ต คำปรึกษาจากอาจารย์ประจำวิชา หรือ ครูที่ปรึกษา การสอบถามความรู้เกี่ยวกับโครงงานกับสมาชิกผู้ร่วมทำโครงงาน 2. ศึกษาค้นคว้าโดยการกำหนดถึงราคาและคุณภาพของวัสดุที่นำมาใช้ทำโครงงานว่าควรอยู่ในระดับไหนถึง จะพอเหมาะสำหรับทำโครงงาน ระยะเวลาในการจัดทำโครงงาน พฤศจิกายน 2565 – กุมภาพันธ์ 2566 นิยามศัพท์เฉพาะ โฮโลแกรม หมายถึง ภาพชนิดหนึ่งที่มี ลักษณะ 3 มิติ สร้างขึ้นมาจากการบันทึกข้อมูลด้วยแสงเลเซอร์ โดยบันทึกริ้วรอยของการแทรกสอดของแสงเลเซอร์ ทำให้สามารถมองเห็นภาพเป็นลักษณะ 3 มิติซึ่งมีความ สวยงามเพิ่มขึ้น
3 >> HOLOGRAMMY | แสงเลเซอร์หมายถึง อุปกรณ์ที่ให้กำเนิดลำแสง ที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่รวมกันระหว่าง กลศาสตร์ควอนตัมกับอุณหพลศาสตร์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. การได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีโฮโลแกรมที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต 2. การประยุกต์ใช้สิ่งประดิษฐ์ชุดเครื่องฉายโฮโลแกรม และแนวทางการทำวีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรม 3. การเผยแพร่ข้อมูลของโครงงานสามารถนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ และต่อยอดในอนาคตได้
4 >> HOLOGRAMMY | บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง การจัดทำโครงงาน เรื่อง Hologrammy เป็นการบูรณาการความรู้ในรายวิชาต่างๆ ทั้ง 8 กลุ่มสาระการ เรียนรู้ เพื่อเป็นการประมงลความรู้ในแต่ละวิชา และนำมาสร้างกรอบแนวคิดในการทำโครงงานสิ่งประดิษฐ์ ซึ่ง คณะผู้จัดทำได้ทำการค้นคว้าศึกษา และข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยตามลำดับ ดังต่อไปนี้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การทำโครงงานสิ่งประดิษฐ์ครั้งนี้ต้องศึกษาค้นคว้า และข้อมูลความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ เกี่ยวกับองค์ประกอบและอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีโฮโลแกรม เพื่อนำมาออกแบบเครื่องฉายโฮโลแกรม อย่างง่าย และวีดิทัศน์ตัวอย่าง โฮโลแกรม โฮโลแกรม (อังกฤษ : Hologram) คือ ภาพชนิดหนึ่งที่มีลักษณะ 3 มิติ สร้างขึ้นมาจากการบันทึกข้อมูล ด้วยแสงเลเซอร์ โดยบันทึกริ้วรอยของการแทรกสอด (Interference Pattern) ของแสงเลเซอร์ ทำให้สามารถ มองเห็นภาพเป็นลักษณะ 3 มิติซึ่งมีความสวยงามเพิ่มขึ้น แตกต่างจากภาพทั่วไปที่จะมองเห็นเพียงภาพ 2 มิติ ที่ ไม่มีความลึกทางมิติของภาพมีลักษณะเป็นภาพแบนและเรียบ รูปภาพที่ 1 การเดินทางของแสงจากธรรมชาติ ที่มา : https://onlinelibrary.wiley.com/cms/asset/ee76d6e6-ab76-4eb9-921ea003874981a7/etr212159-fig-0001-m.jpg
5 >> HOLOGRAMMY | โฮโลแกรมถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการที่เรียกว่า โฮโลกราฟี (Holography) โดยโฮโลกราฟีเป็นเทคนิคที่ ช่วยให้แสงกระจายจากวัตถุ เพื่อให้ปรากฏเป็นวัตถุอยู่ในตำแหน่งเดิมเมื่อเทียบกับการบันทึก การเปลี่ยนแปลง รูปแบบตำแหน่ง และทิศทางของระบบการมองเห็นจะทำให้เกิดภาพเคลื่อนไหวสามมิติโฮโลแกรม 3 มิติ เป็น เทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระยะไกลระหว่างบุคคลที่อยู่ต่างสถานที่กัน สามารถโต้ตอบ แบบตัวต่อตัว แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ white-light hologram เป็นแสงสว่างจากธรรมชาติ และภาพโฮโล แกรมเป็นแสงสว่างจากแสงเลเซอร์ หรือแสงที่มีคลื่นสอดคล้องกันในระดับหนึ่ง เป็นเภาพลวงตาที่มีความยาว ความกว้างและความลึก และแสง 3 มิติลอยตัวรอบด้านเป็นภาพเสมือนจริง โฮโลกราฟี โฮโลกราฟี (อังกฤษ : holography) หมายถึง กระบวนการสร้างภาพ 3 มิติ แตกต่างจากการสร้างภาพเชิง 3 มิติ โดยเป็นภาพที่บันทึกลงบนฟิล์ม หรือแผ่นเคลือบด้วยสารสำหรับบันทึกแสงผ่านเทคนิคการบันทึกด้วยการใช้ แสงที่มีหน้าคลื่นสอดคล้องกัน (coherence) เช่น แสงเลเซอร์ และเมื่อถูกส่องสว่างอย่างเหมาะสมเป็นเทคนิคที่ใช้ ในการเก็บ และประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวกับแสงใช้แสดงภาพ 3 มิติแบบคงที่ แหล่งกำเนิดของโฮโลแกรม โฮโลแกรมถูกค้นพบโดยเดนนิส กาบอร์ (Dennis Gabor, 1900-1979) วิศวกรไฟฟ้าชาวฮังการี ปี ค.ศ. 1947 โดยกาบอร์ได้ค้นพบหลักการของโฮโลกราฟีโดยบังเอิญ ในระหว่างที่พัฒนาปรับปรุงคุณภาพของ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่บริษัท British Thomson-Houston ที่เมือง Rugby ประเทศอังกฤษ จากการค้นพบ นี้ กาบอได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ในปี ค.ศ. 1971 เทคนิคที่คิดค้นเดิมยังใช้อยู่ในกล้องจุลทรรศน์ อิเล็กตรอน ที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อภาพสามมิติอิเล็กตรอน แต่ไม่ได้มีการพัฒนาจนกระทั่งมีการพัฒนาของเลเซอร์ใน ปี 1960 โฮโลแกรมแสงที่ใช้ได้จริงชิ้นแรกนั้นบันทึกอยู่ในรูปของวัตถุ 3D ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี 1962 โดย Yuri Denis Yuk ในสหภาพโซเวียต และโดย Emmett Leith และ Juris Upatnieks ที่ University of Michigan ประเทศ USA ความก้าวหน้าในเทคนิคการประมวลผล Photochemical เป็นการผลิต เพื่อแสดงภาพโฮโลแกรมที่ มีคุณภาพสูง ซึ่งทำได้สำเร็จโดย Nicholas J. Phillips โฮโลแกรมแบ่งออกได้เป็น transmission hologram, reflection hologram, image-plane hologram เป็นต้น การที่โฮโลแกรมหลายชนิดนั้นสามารถทำได้ โดยการ ส่งผ่านของโฮโลแกรม เช่น การผลิตโดย Leith and Upatnieks ซึ่งถูกทำให้มองเห็นได้โดยส่องแสงเลเซอร์ผ่าน วัตถุ และมองภาพที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากโฮโลแกรมด้านตรงข้ามของแหล่งที่มา การปรับแต่งภายหลังการ หรือการ
6 >> HOLOGRAMMY | ส่งผ่านแถบสี จะช่วยให้แสงสว่างแสงสีขาวมากกว่าแสงเลเซอร์ แถบสีโฮโลแกรมเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบันบนบัตร เครดิต ซึ่งเป็นคุณลักษณะด้านความปลอดภัยและในการบรรจุสินค้า เป็นรูปแบบผิวในฟิล์มพลาสติกและวัตถุรวม เคลือบอะลูมิเนียมสะท้อนแสงที่ให้แสงสว่างจากด้านหลังเพื่อสร้างภาพของวัตถุ การสะท้อนหรือ Denis Yuk โฮโลแกรม คือ การทำสำเนาภาพหลากสี ใช้แหล่งไฟแสงสว่างสีขาวด้าน เดียวกันของโฮโลแกรมเหมือนเป็นผู้มองเห็นหนึ่งในความก้าวหน้าล่าสุดซึ่งมีศักยภาพมากที่สุด โฮโลกราฟีได้รับการ ผลิตของเลเซอร์แบบ solid-state ที่มีต้นทุนต่ำ เช่น การบันทึก DVD เป็นล้าน และใช้ในการใช้งานทั่วไปอื่น ๆ ซึ่ง บางครั้งมีประโยชน์สำหรับภาพสามมิติ เทคโนโลยีโฮโลแกรม 3 มิติ คณะนักวิจัยในสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้โฮโลแกรม 3 มิติเคลื่อนไหวคล้ายกับมีชีวิต จริง งานวิจัยด้านโฮโลแกรม 3 มิติมีพัฒนาการก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น นับเป็นเวลานานกว่า 30 ปี เครื่องฉายภาพ 3 มิติ แบบเรียลไทม์ที่ติดตั้งในตัวหุ่นอาร์ทูดีทูสามารถฉายภาพ 3 มิติของเจ้าหญิงเลอาที่มีการปรับเปลี่ยนภาพเคลื่อนไหว ตามเวลาจริงแบบเรียลไทม์ แนวคิดแปลกใหม่น่าสนใจของภาพยนตร์กำลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีการสื่อสาร ทางไกลล้ำสมัยในอนาคต ภาพโฮโลแกรมแบบ 3 มิติที่สร้างขึ้นด้วยการฉายแสงเลเซอร์ส่องบนวัตถุ เพื่อให้ภาพตกกระทบบนหน้าจอ มอนิเตอร์ที่ไวต่อแสงด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้โฮโลแกรม 3 มิติเคลื่อนไหวคล้ายกับมีชีวิตจริง แม้ว่าการสื่อสาร ทางไกลแบบโฮโลแกรม 3 มิติที่นำมาใช้งานแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบันยังไม่สามารถส่งภาพ 3 มิติแบบเรียลไทม์ ไปปรากฏทั่วโลก แต่งานวิจัยในเรื่องนี้ล่าสุดมีความก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น เมื่อศาสตราจารย์นาสเซอร์ เพย์แฮมมาเรียน (Nasser Peyghambarian) จากมหาวิทยาลัยแอริโซนาในสหรัฐอเมริกาและเพื่อนร่วมงานร่วมมือกันพัฒนา เทคโนโลยีโฮโลแกรมสามารถฉายภาพ 3 มิติที่มองเห็นได้เกือบ 360 องศา จากสถานที่อื่นทั่วโลกและมีการ ปรับเปลี่ยนภาพใหม่ทุก 2 วินาที เทคโนโลยี 3 มิติแบบเรียลไทม์ Telepresence เป็นระบบการนำเสนอหรือระบบการประชุมแบบเสมือน จริงด้วยเทคนิคการสร้างภาพวัตถุต่างๆจากระยะไกลด้วยเทคโนโลยีมัลติมีเดีย ทั้งด้านภาพ เสียงและการสัมผัสมี ลักษณะเป็นแบบ Realtime เป็นนวัตกรรมการสื่อสารทันสมัยล่าสุดสำหรับการประชุมทางไกลออนไลน์สามารถ สร้างภาพมายาแบบเต็มตัว ทำให้ภาพ 3 มิติหลุดออกมาจากฉากหลัง ภาพสมจริงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ เทคโนโลยีแบบอื่น และสร้างมาเพื่อประโยชน์ของคนจำนวนมากสามารถนำไปใช่ได้หลากหลาย ด้านอุตสาหกรรม การผลิตรถยนต์และเครื่องบิน และทางการแพทย์สามารถใช้ช่วยในการออกแบบการผ่าตัด ตลอดจนสามารถระดม
7 >> HOLOGRAMMY | ทีมแพทย์จากทั่วโลกเข้าร่วมมือในการผ่าตัดที่ซับซ้อนในเวลาเดียวกัน ทำให้การรักษามีความแม่นยำและประสบ ความสำเร็จสูงสุด ความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยี 3 มิติ การสร้างภาพ 3 มิติโดยทั่วไปจะใช้หลักการเดียวกัน คือ การฉายภาพให้ตาแต่ละข้างเห็นภาพต่างมุมมอง ตาทั้งสองรับภาพไม่เท่ากันจะสามารถรู้ระยะ ตื้น ลึกได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่จะต้องสวมแว่นตาพิเศษ แต่เทคโนโลยี โฮโลแกรม 3 มิติไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตาพิเศษ จำนวนของภาพก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของกล้องที่ใช้ถ่ายภาพ เมื่อนำ โฮโลแกรม 3 มิติแบบเต็มตัวมาใช้กับการประชุมทางไกล คนที่นั่งด้านหน้าของโต๊ะเท่านั้นที่จะมองเห็นใบหน้าของ อีกฝ่าย ส่วนคนที่นั่งด้านข้างจะมองเห็นภาพคนหันข้างให้ และคนที่นั่งด้านหลังโต๊ะจะเห็นภาพคนหันหลังให้ วิธีการทำงานของโฮโลกราฟีและโฮโลแกรม โฮโลกราฟีเป็นเทคนิคที่ช่วยให้สนามของแสงซึ่งโดยทั่วไปผลิตผลของแหล่งกำเนิดแสงที่กระเจิงออกจาก วัตถุที่จะได้รับการบันทึกและสร้างขึ้นใหม่ในภายหลัง เมื่อสนามของแสงที่เป็นต้นฉบับดั้งเดิมเป็นปัจจุบันนั้นไม่มี อีกต่อไปเนื่องจากขาดหายไปของวัตถุที่เป็นต้นฉบับดั้งเดิม รูปภาพที่ 2 หลักการทำงานของโฮโลกราฟี ที่มา : https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/7/77/Holograph-record.svg หลักการของ Hologram โฮโลแกรมเป็นภาพที่มีลักษณะ 3 มิติ ซึ่งแตกต่างจากภาพ 2 มิติ เช่น ภาพถ่าย ภาพวาด จอคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เป็นต้น ภาพเหล่านี้จะเป็นภาพ 2 มิติ เมื่อแสงจากแหล่งกำเนิดแสงไปกระทบ ผิวของภาพถ่าย หรือภาพวาดก็จะสะท้อนกลับมายังที่ตา ทำให้มองเห็นภาพเป็น 2 มิติแต่ภาพโฮโลแกรมจะใช้ หลักการสร้างภาพให้มีการแทรกสอดของแสงที่มากระทบรูปภาพ โดยการฉายแสงเลเซอร์จากแหล่งเดียวกัน แยก
8 >> HOLOGRAMMY | เป็น 2 ลำแสง ลำแสงหนึ่งเป็นลำแสงอ้างอิงเล็งตรงไปที่แผ่นฟิล์ม อีกลำแสงหนึ่งเล็งไปที่วัตถุและสะท้อนไปยังฟิล์ม แสงจากทั้งสองแหล่งจะถูกบันทึกไว้บนฟิล์มในรูปแบบของการแทรกสอด (Interference Pattern) ซึ่งมองไม่ คล้ายกับรูปของวัตถุต้นแบบ ทำให้เกิดภาพเสมือน (Virtual image) ขึ้นมาตามมุมของแสงที่มาตกกระทบ ทำให้ ตาของเรารับแสงอีกด้านหนึ่งของแผ่น Hologram เกิดเห็นภาพ 3 มิติขึ้น การสร้างโฮโลแกรมแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การบันทึกภาพ (recording of image) เป็นการบันทึกแถบการสอดแทรกเชิงซ้อน (Complex interference patterns) ซึ่งเกิดจากที่แต่ละแสงเลเซอร์ 2 ลำแสงซ้อนทับกันอยู่ (Superposition) แถบ การสอดแทรกเชิงซ้อนนี้จะถูกบันทึกไว้บนฟิล์มถ่ายรูป (Photographic film) 2. การสร้างภาพ (reconstruction of image) เป็นการสร้างภาพ 3 มิติ ขึ้นจากแผ่นเลเซอร์ โฮโลแกรมจะถูกบันทึกได้โดยใช้ไฟแฟลชของแสงที่ส่องสว่างบนฉากรับภาพ, แล้วประทับลงบนสื่อบันทึก ข้อมูลพบมากในวิธีการถ่ายภาพที่ถูกบันทึกไว้ หลักการของโฮโลแกรม ภาพถ่ายธรรมดาจะบันทึกความเข้ม (intensity) และสี ความยาวคลื่น (wavelength) ของแสง ของแต่ ละจุดในภาพที่ฉายตกลงบนฟิล์ม ภาพโฮโลแกรมจะบันทึกความเข้ม สี และเฟส (phase) เป็นข้อมูลที่ทำให้สามารถสร้างกลับหน้าคลื่นของ แสง ให้เหมือนหรือคล้ายกับที่สะท้อนออกจากวัตถุมาเข้าตาเราโดยตรงได้ ทำให้เห็นภาพนั้นมีสภาพเหมือน 3 มิติ Holographic Data Storage Holographic Storage เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แสงเลเซอร์เขียนข้อมูลลงไปในเนื้อของวัตถุปริมาณข้อมูลในการ เขียนมากกว่าเดิม ได้เป็นสัดส่วนกับกำลังสามของวัตถุ แต่การเขียนข้อมูลบนพื้นผิวในแนวระนาบจะได้สัดส่วน กำลังสองของวัตถุ การใช้แสงเลเซอร์สามารถช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว เนื่องจากความเร็วของแสงเมื่อ เปรียบเทียบการอุปกรณ์เครื่องกลที่ใช้เป็นหัวอ่านข้อมูลแตกต่างกันมาก Holographic Storage สามารถสืบค้น ข้อมูลโดยใช้ข้อมูลเป็นกุญแจในการค้นหา ขณะที่แม่เหล็กและออปติคอลมีการจัดเก็บข้อมูลในแบบเชิงเส้น แต่การ จัดเก็บแบบโฮโลแกรมสามารถบันทึกและอ่านนับล้านบิตในแบบขนาน ทำให้อัตราการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงกว่าการ จัดเก็บแบบออปติคอลในปัจจุบัน กลไกการอ่านข้อมูล
9 >> HOLOGRAMMY | ข้อมูลที่เก็บไว้จะถูกอ่านผ่านการทำสำเนาของลำแสงอ้างอิงเดียวกับที่ใช้ในการสร้างโฮโลแกรม ลำแสง อ้างอิงรวมแสงบนวัสดุที่ไวแสง รูปแบบการแทรกแซงที่เหมาะสมทำให้แสงแตกกระจายเมื่อผ่านช่องรับแสงหรือสิ่ง กีดขวางลงบนเครื่องตรวจจับ โดยเครื่องตรวจจับมีความสามารถในการอ่านข้อมูลในแบบคู่ขนานมากกว่าหนึ่งล้าน บิตในครั้งเดียวให้ผลในการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็ว ไฟล์ในไดร์โฮโลแกรมสามารถเข้าถึงได้ในเวลาน้อยกว่า 200 มิลลิวินาที แสง แสง (Light) คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Wave) มีความยาวคลื่น (Wavelength) อยู่ ในช่วงที่มนุษย์สามารถรับรู้ได้ผ่านดวงตาหรือที่เรียกว่า แสงที่ตามองเห็น (Visible Light) โดยเป็นส่วนหนึ่งของ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่ในช่วงความยาวคลื่น 400 – 700 นาโนเมตร มีลักษณะเป็นคลื่นและอนุภาคในทางฟิสิกส์ แสง หมายถึง รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Radiation) มีการแผ่อนุภาคโปรตอน (Photon) เป็นอนุภาคที่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยอัตราเร็วคงที่ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที โดยไม่ จำเป็นต้องมีสื่อ หรืออาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ รูปภาพที่ 3 คลื่นความยาวของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มา : https://www.scimath.org/images/2018/Article/April/7933/7933-2.jpg แหล่งกำเนิดของแสง แหล่งกำเนิดแสง คือวัตถุที่เป็นต้นกำเนิดของแสง หรือทำให้เกิดแสง สามารถจำแนกประเภทของแสง ตามแหล่งกำเนิด เป็น 2 ประเภท แหล่งกำเนิดแสงตามธรรมชาติ แสงจากสิ่งมีชีวิต เช่น หิ่งห้อย จั๊กจั่นงวงช้าง ปลาไหลไฟฟ้า
10 >> HOLOGRAMMY | แสงจากปรากฎการณ์ทางธรรมชติ เช่น ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ดวงอาทิตย์ และดาวฤกษ์ แหล่งกำเนิดแสงที่มนุษย์สร้างขึ้น แสงจากสิ่งประดิษฐ์ เช่น หลอดไฟ ตะเกียง และเทียนไข แสงจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น ถ่าน ฟืน และน้ำมัน ตัวกลางของแสงเป็นตัวขวางการเดินทางของแสง มี 3 ประเภท ได้แก่ 1) ตัวกลางโปร่งใส - เป็นตัวกลางที่ยอมให้แสงเดินทางผ่านได้ทั้งหมด โดยแสงสามารถทะลุผ่านได้อย่างเป็นระเบียบ เช่น แก้ว ใส พลาสติกใส อากาศ น้ำ 2) ตัวกลางโปร่งแสง - เป็นตัวกลางที่ยอมให้แสงผ่านได้บ้างเป็นบางส่วน แสงผ่านอย่างไม่เป็นระเบียบ ทำให้มองเห็นวัตถุ ด้านหลังตัวกลางโปร่งแสงได้ไม่ชัดเจน เช่น กระจกฝ้า กระดาษไข หมอก 3) ตัวกลางทึบแสง - เป็นตัวกลางที่ไม่ยอมให้แสงทะลุผ่านได้เลย ทำให้เกิดเงามืดด้านหลังตัวกลางทึบแสง เช่น ไม้ หิน เหล็ก ปูน สมบัติของแสง การสะท้อน (reflection) คือ การกระทบผิวตัวกลางที่มีลักษณะแตกต่างกันและสะท้อนกลับออกมาของ แสง เป็นการเคลื่อนที่ของแสงจากตัวกลางต่างชนิด เมื่อแสงตกกระทบกับพื้นผิวสัมผัสของตัวกลาง ปริมาณและ ทิศทางของการสะท้อนของแสงจึงขึ้นอยู่กับธรรมชาติของพื้นผิวสัมผัสของตัวกลาง แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ 1. การสะท้อนแบบปกติ (Regular reflection) 2. การสะท้อนแบบกระจาย (Diffuse reflection) กฎการสะท้อนของแสง (Law of Reflection) - มุมตกกระทบคือมุมที่รังสีตกกระทบ (Incident ray) ทำกับเส้นปกติ (Normal) ของผิวสะท้อน - มุมสะท้อน (Reflected ray) คือมุมที่รังสีสะท้อนทำกับเส้นปกติ - รังสีตกกระทบ (Incident Ray) คือ รังสีของแสงที่พุ่งเข้าหาพื้นผิวของวัตถุ - รังสีสะท้อน (Reflected Ray) คือ รังสีของแสงที่พุ่งออกจากพื้นผิวของวัตถุ
11 >> HOLOGRAMMY | - เส้นปกติ (Normal) คือ เส้นที่ลากตั้งฉากกับพื้นผิวของวัตถุตรงจุดที่แสงกระทบ - มุมตกกระทบ (Angle of Incidence) คือ มุมที่รังสีตกกระทบทำกับเส้นปกติ - มุมสะท้อน (Angle of Reflection) คือ มุมที่รังสีสะท้อนทำกับเส้นปกติ การหักเห (Refraction) คือ การเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่มีความหนาแน่นต่างกัน ทำให้แสงเกิดการหักเห ออกจากแนวทางการเคลื่อนที่เดิม มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วการเคลื่อนที่ เมื่อแสงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางต่างชนิด กัน การหักเหของแสงเกิดขึ้นได้ 2 แบบ คือ 1. การหักเหเข้าหาเส้นแนวฉาก 2. การหักเหออกจากเส้นแนวฉาก การกระจาย (Dispersion) คือ การตกกระทบบนพื้นผิวของตัวกลาง ก่อนเกิดการหักเห ทำให้แสงมีความ ยาวคลื่นหรือความถี่ต่างกัน กระจายเป็นแถบสี เช่น การกระจายของแสงสีขาวเมื่อส่องกระทบปริซึม แล้วเกิดแถบ สีหรือสเปกตรัม การดูดกลืน (Absorption) คือ การส่องแสงไปกระทบตัวกลางหรือวัตถุ ก่อนแสงบางส่วนจะถูกดูดกลืน หายเข้าไปในตัวกลาง ซึ่งแสงที่ดูดกลืนจะมีพลังงานบางส่วนสูญหายไปในรูปของพลังงานความร้อน ขณะที่แสง ในช่วงความยาวคลื่นที่สามารถส่องผ่านวัตถุหรือตัวกลาง จะแสดงความยาวคลื่นของแสงที่ไม่ถูกดูดซับกลายเป็นสี ของวัตถุ การทะลุผ่าน (Transmission) คือ การเคลื่อนที่พุ่งชนตัวกลางก่อนทะลุผ่านออกไปอีกด้านหนึ่ง โดยที่ ความถี่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง วัตถุที่มีคุณสมบัติให้แสงทะลุผ่านได้ เช่น กระจก ผลึกคริสตัล พลาสติกใส น้ำและ ของเหลวต่าง ๆ การแทรกสอด (Interference) คือ การรวมกันของแสง 2 ลำ หรือ 2 ขบวนเคลื่อนที่เข้าหากัน เมื่อแสงมี แหล่งกำเนิดที่คลื่นแสงความถี่เดียวกันและความยาวคลื่นเท่ากัน ส่งผลให้แสงมีความสว่างมากยิ่งขึ้น และสามารถ ลดลงได้ เมื่อเคลื่อนที่หักล้างกันเอง ความเข้มของแสง การวัดปริมาณการส่องสว่างของแสง จะพิจารณาจากความสว่างของผิวของแหล่งกำเนิด มีหน่วยเป็น แคนเดลา (Candela) มาจากคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ถูกตั้งขึ้นมาจากอดีตที่เทียบแหล่งกำเนิดแสง คือ แสงเทียน (Candle) แต่ความสว่างในยุคหลังมักมีแหล่งกำเนิดมากจากหลอดไฟซึ่งใช้ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงาน
12 >> HOLOGRAMMY | I คือ ความเข้มการส่องสว่างของแสง มีหน่วยเป็น Candella (Cd) P คือ กำลังไฟฟ้าที่ใช้กับหลอดไฟ มีหน่วยเป็น วัตต์ (Watt: W) A คือ พื้นที่ที่แสงส่องออกไปในทุกทิศทางตามแนวเส้นรัศมีจึงคิดเป็นพื้นที่ผิวทรงกลม นั่นคือ A=4πR2 มีหน่วยเป็นตารางเมตร หรือ m2 ซึ่ง R หมายถึง ระยะห่างจากแหล่งกำเนิดแสง ความสว่าง (illuminance) ปริมาณแสงที่ตกกระทบบนพื้นที่หนึ่งต่อหน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็นลักช์ ซึ่งอัตราการให้พลังงานแสงของ แหล่งกำเนิดแสงเป็นพลังงานอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความสว่างบนพื้นผิว โดยแหล่งกำเนิดแสงจะเปล่งพลังงานแสง ออกมาในหนึ่งหน่วยเวลา เรียกว่า ฟลักซ์ส่องสว่าง (luminous Flux) หรือ “อัตราการให้พลังงานแสง” มีหน่วย เป็น ลูเมน (lumen : lm) เขียนแทนด้วย ” F ” ตามบ้านเรือนเราใช้หลอดไฟเป็นแหล่งกำเนิดแสง ความสว่างที่ เกิดบนพื้นที่รองรับแสง เกิดจากฟลักซ์การส่องสว่าง หรืออัตราการให้พลังงานแสง ตกบนพื้นที่รองรับแสง F เป็น อัตราพลังงานแสงที่ตกตั้งฉากบนพื้น มีหน่วยเป็นลูเมน (lumen : lm) A เป็น พื้นที่รับแสง มีหน่วยเป็นตารางเมตร E เป็น ความสว่าง มีหน่วยเป็นลักซ์ (lux : lx)
13 >> HOLOGRAMMY | กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ การทำสิ่งประดิษฐ์ครั้งนี้ต้องนำความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้ ได้ดังนี้ รูปเรขาคณิตและรูปทรงเรขาคณิต รูปเรขาคณิตสองมิติ (two – dimensional geometric figure) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามลักษณะของ ขอบหรือด้านของรูป ได้แก่ กลุ่มที่มีขอบหรือด้านของรูปเป็นส่วนของเส้นตรง เช่น รูปหลายเหลี่ยม (polygon) และกลุ่มที่มีขอบหรือด้านเป็นเส้นโค้งงอ เช่น รูปวงกลม และรูปวงรี เป็นต้น รูปหลายเหลี่ยม (Polygon) เป็นรูปที่เกิดจากส่วนของเส้นตรงตั้งแต่ 3 เส้นขึ้นไปมาประกอบกันเป็นจุดที่ แตกต่างกันบนระนาบ และไม่มีจุดอยู่ร่วมส่วนของเส้นตรงเดียวกัน เรียกว่า “ ด้านของรูปหลายเหลี่ยม ” และมีจุด ที่มุมของรูปเรียกว่า “ จุดยอด ” จำนวนมุมในรูปหลายเหลี่ยมจะเท่ากับจำนวนด้านของรูปหลายเหลี่ยม ส่วนของ เส้นตรงที่ลากเชื่อมจุดยอดที่ไม่ใช่ปลายของส่วนของเส้นตรงเดียวกัน เรียกว่า “ เส้นทแยงมุม (diagonal) ” รูปหลายเหลี่ยมด้านเท่ามุมเท่า (regular polygon) คือ รูปหลายเหลี่ยมที่มีด้านทุกด้านยาวเท่ากันและ มุมทุกมุมมีขนาดเท่ากัน รูปสามเหลี่ยม (Triangle) เป็นรูปหลายเหลี่ยมชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยด้านที่เป็นส่วนของเส้นตรง 3 เส้น ส่วนของเส้นตรงอยู่บนระนาบเดียวกันซึ่งทำให้เกิดมุม 3 มุม ชนิดของรูปสามเหลี่ยมแบ่งการจำแนกรูปสามเหลี่ยม มีเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้ 1. พิจารณาจากความยาวของด้าน จำแนกได้ดังนี้ 1.1 รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า (equilateral triangle) คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีด้านทั้งสามยาวเท่ากัน 1.2 รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว (isosceles triangle) คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีด้านสองด้านยาวเท่ากัน 1.3 รูปสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า (scalene triangle) คือ รูปสามเหลี่ยมที่ไม่มีด้าน 2 ด้านใดยาวเท่ากัน 2. พิจารณาจากขนาดของมุม จำแนกได้ดังนี้ 2.1 รูปสามเหลี่ยมมุมแหลม (acute triangle) คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีมุมทั้งสามมีขนาดเล็กกว่า มุมฉาก 2.2 รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก (right triangle) คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีมุมมุมหนึ่งมีขนาดเท่ากับ มุมฉาก 2.3 รูปสามเหลี่ยมมุมป้าน (obtuse triangle ) คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีมุมมุมหนึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามุมฉาก
14 >> HOLOGRAMMY | รูปสี่เหลี่ยม (Quadrilateral) เป็นเส้นโค้งปิดเชิงเดียว ประกอบด้วยส่วนของเส้นตรง 4 เส้นที่อยู่บน ระนาบเดียวกัน ส่วนของเส้นตรงแต่ละเส้น เรียกว่า ด้านของรูปสี่เหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมจะประกอบด้วยด้าน 4 ด้าน และมุม 4 มุม - ส่วนประกอบของรูปสี่เหลี่ยม 1. ด้านประชิด (adjacent sides) คือ ด้านสองด้านของรูปสี่เหลี่ยมที่มีจุดปลายร่วมกัน 1 จุด 2. ด้านตรงข้าม (opposite sides) คือ ด้านสองด้านของรูปสี่เหลี่ยมที่ไม่มีจุดปลายร่วมกัน 3. มุมประชิด (adjacent angles) คือ มุมสองมุมของรูปสี่เหลี่ยมที่มีแขนของมุมร่วมกันอยู่แขนหนึ่ง 4. มุมตรงข้าม (opposite angles) คือ มุมสองมุมของรูปสี่เหลี่ยมที่ไม่มีแขนของมุมร่วมกัน 5. มุมภายในของรูปสี่เหลี่ยม ขนาดของมุมภายในทั้งสี่รวมกันได้ 360 องศา 6. เส้นทแยงมุม (diagonal) คือ ส่วนของเส้นตรงที่มีจุดปลายทั้งสองอยู่ที่จุดยอดของมุมตรงข้าม - ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม 1. รูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน (parallelogram) คือ รูปสี่เหลี่ยมที่ด้านตรงข้ามขนานกันทั้ง 2 คู่ ซึ่งทำให้ด้าน ตรงข้ามยาวเท่ากันด้วย เส้นทแยงมุมทั้งสองแบ่งครึ่งซึ่งกันและกันแต่ยาวไม่เท่ากัน 2. รูปสี่เหลี่ยมคางหมู(trapezoid) คือ รูปสี่เหลี่ยมที่มีด้านตรงข้ามขนานกันเพียงคู่เดียว 3. รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (rectangle) คือ รูปสี่เหลี่ยมด้านขนานที่มีมุมเป็นมุมฉาก ด้านประชิดยาวไม่เท่ากัน มีผลทำให้ด้านตรงข้ามขนานกันและยาวเท่ากัน เส้นทแยงมุมยาวเท่ากันและแบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน 4. รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส (square) คือ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีด้านทั้งสี่ยาวเท่ากัน มีผลทำให้เส้นทแยงมุมยาว เท่ากันแบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันเป็นมุมฉาก 5. รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน (rhombus) คือ รูปสี่เหลี่ยมด้านขนานที่มีด้านทั้งสี่ยาวเท่ากัน เส้นทแยงมุม ยาวไม่เท่ากัน แต่แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันเป็นมุมฉาก 6. รูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว (kite) คือ รูปสี่เหลี่ยมที่มีด้านประชิดยาวเท่ากันเพียง 2 คู่เท่านั้น เส้นทแยงมุมยาว ไม่เท่ากัน ไม่แบ่งครึ่งซึ่งกันและกันแต่ตัดกันเป็นมุมฉาก
15 >> HOLOGRAMMY | รูปเรขาคณิตสามมิติ (three – dimensional geometric figure) คือ สิ่งต่างๆ รอบตัวเราที่มีลักษณะ สำคัญคือ มีความกว้าง ความยาว และความหนาหรือความสูง การจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติพิจารณาจาก รูปร่างลักษณะของรูปเรขาคณิตที่ประกอบกันเป็นทรง 1. ปริซึม (Prism) คือ รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีหน้าตัด (ฐาน) ทั้งสองเป็นรูปหลายเหลี่ยมที่เท่ากันทุก ประการ และอยู่ในระนาบที่ขนานกัน มีหน้าข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน 2. ทรงกระบอก (cylinder) คือ รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีหน้าตัด (ฐาน) ทั้งสองเป็นรูปวงกลมที่เท่ากันทุก ประการ และอยู่ในระนาบที่ขนานกันมีผิวโค้ง เมื่อคลี่หน้าข้างของทรงกระบอก จะได้รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 3. พีระมิด (Pyramid) คือ รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานเป็นรูปหลายเหลี่ยม มียอดแหลม ซึ่งไม่อยู่บน ระนาบเดียวกันกับฐาน และมีหน้าข้างเป็นรูปสามเหลี่ยม การเรียกชื่อพีระมิดเรียกตามลักษณะของรูปหลาย เหลี่ยมที่เป็นฐาน เช่น พีระมิดฐานสามเหลี่ยม หมายถึง พีระมิดที่มีฐานเป็นรูปสามเหลี่ยม 4. กรวย (Cone) คือ รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานเป็นรูปวงกลม มียอดแหลมซึ่งไม่อยู่บนระนาบเดียวกับ ฐาน และมีผิวโค้ง เมื่อคลี่หน้าข้างของกรวยออกจะได้รูปสามเหลี่ยมฐานโค้ง 5. ทรงกลม คือ รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีด้านข้างเป็นผิวโค้งเรียบ และจุดทุกจุดบนผิวโค้งอยู่ห่างจากจุด คงที่จุดหนึ่งเป็นระยะเท่ากัน จุดคงที่คือ “จุดศูนย์กลางของทรงกลม” ระยะที่เท่ากัน คือ “รัศมีของทรงกลม” ทฤษฎีบทพีทาโกรัส ทฤษฎีบทพีทาโกรัสแสดงความสัมพันธ์ระหว่างด้านทั้งสามของสามเหลี่ยมมุมฉาก กำลังสองของด้านตรง ข้ามมุมฉากเท่ากับผลรวมของกำลังสองของสองด้านที่เหลือในแง่ของพื้นที่ รูปภาพที่ 4 ทฤษฎีบทพีทาโกรัส ที่มา :https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/d/d2/Pythagorean.svg/800pxPythagorean.svg.png
16 >> HOLOGRAMMY | ในสามเหลี่ยมมุมฉากใด ๆ พื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีด้านเป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก เท่ากับผลรวมพื้นที่ ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีด้านเป็นด้านประชิดมุมฉากของสามเหลี่ยมมุมฉากนั้น c แทนความยาวด้านตรงข้ามมุมฉาก และ a และ b แทนความยาวของอีกสองด้านที่ประกบมุมฉาก ทฤษฎีบทพีทาโกรัสจะสามารถเขียนในรูปสมการพีทาโกรัสได้ดังนี้ a 2 + b 2 = c 2 บทกลับของทฤษฎีบทปีทาโกรัส สามารถระบุรูปสามเหลี่ยมใด ๆ เป็นสามเหลี่ยมมุมแหลม, มุมฉาก หรือ มุมป้านได้ เมื่อกำหนดให้ c เป็นความยาวของด้านที่ยาวที่สุดในรูปสามเหลี่ยม A 2 + b 2 = C 2 สามเหลี่ยมนั้นจะเป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก A 2 + b 2 < C 2 สามเหลี่ยมนั้นจะเป็นสามเหลี่ยมมุมป้าน A 2 + b 2 > C 2 สามเหลี่ยมนั้นจะเป็นสามเหลี่ยมมุมแหลม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย การเขียนรายงานโครงงาน รายงาน (Report) เป็นผลของการศึกษาค้นคว้าเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งเรียบเรียง แล้วเขียนหรือพิมพ์ขึ้นให้ ถูกต้องตามแบบแผนที่กำหนด มีการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และอ้างอิงหลักฐานที่มาอย่างมีขั้นตอน การทำ รายงานอาจทำเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ความยาวของรายงานขึ้นอยู่กับขอบเขตของหัวข้อรายงาน และ ระยะเวลาในการทำรายงาน โดยจะแบ่งรายงานออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. รายงานทั่วไป คือ รายงานที่เสนอข้อเท็จจริงในเรื่องต่างๆ ของเหตุการณ์ สถานการณ์ที่กำลัง ดำเนินการอยู่ หรือจะดำเนินการต่อไปเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ 2. รายงานทางวิชาการ คือ รายงานผลของการศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับเรื่องที่ศึกษาตามความจริง มี ลำดับขั้นตอน ระบบและระเบียบแล้วเขียนหรือพิมพ์ให้ถูกต้องตามรูปแบบที่เป็นสากล โดยมีหลักฐานและการ อ้างอิงประกอบ
17 >> HOLOGRAMMY | การเขียนรายงาน คือ งานเขียนที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูล จากแหล่งต่างๆ โดยศึกษา ค้นคว้าจากเอกสาร จากการสำรวจ การสังเกต การทดลอง ฯลฯ แล้วนำมารวบรวมวิเคราะห์ เรียบเรียงขึ้นใหม่ ตามโครงเรื่องที่ได้วางไว้โดยมีหลักฐานและเอกสารอ้างอิง ลักษณะของการเขียนรายงานที่ดี 1. มีการนำหลักการหรือทฤษฎีมาใช้รองรับอย่างเหมาะสม 2. มีการแสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อย่างเหมาะสม 3. ความสมบูรณ์และความถูกต้องของเนื้อหาสาระ เพื่อแสดงจรรยามารยาทของผู้เขียนและเป็นแหล่ง ชี้แนะให้ผู้สนใจได้ติดตามศึกษาค้นคว้าต่อไปจากหลายแหล่งข้อมูล 4. มีความชัดเจนในด้านลำดับการเสนอ เข้าใจง่าย เป็นระเบียบไม่ซ้ำซ้อนสับสน องค์ประกอบของการเขียนรายงาน รายงานโครงงานมีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน คือ ส่วนต้น หรือส่วนนำ ส่วนเนื้อหา และส่วนท้าย หรือส่วน อ้างอิง ซึ่งจะมีรายละเอียด ดังนี้ ส่วนต้น หรือส่วนนำ ประกอบด้วย องค์ประกอบ รายละเอียด ปก ปกนอก - ชื่อโครงงาน ห้องเรียน ปีการศึกษา และตราประจำโรงเรียนออกแบบให้ สวยงาม ปกใน - ตราโรงเรียน ชื่อโครงงาน ห้องเรียน ชื่อครูที่ปรึกษา ชื่อโรงเรียน สังกัดของ โรงเรียน และปีการศึกษาที่ทำ ใบอนุมัติโครงงาน เป็นเอกสารอนุมัติโครงงานที่ประธาน OCOP, ครูที่ปรึกษา, รองผู้อำนวยการกลุ่ม บริหารวิชาการ และผู้อำนวยการโรงเรียนลงนามอนุมัติ บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ วิธีการดำเนิน และผลการศึกษาพอสังเขป กิตติกรรมประกาศ การกล่าวขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้โครงงานสำเร็จ สารบัญ สารบัญเนื้อหา สารบัญรูปภาพ และสารบัญตาราง
18 >> HOLOGRAMMY | ส่วนเนื้อหา แบ่งออกเป็น 5 บท ได้แก่ บทที่ หัวเรื่อง เนื้อหา บทที่ 1 บทนำ 1.1) ที่มาและความสำคัญของ โครงงาน ส่วนที่ 1 - ภาพรวมของงานที่ทำ เล่าเรื่องที่มา และความสำคัญของงาน ส่วนที่ 2 - การให้เหตุผล และข้อมูลสนับสนุน ของการศึกษาที่แสดงความน่าสนใจ ส่วนที่ 3 – การสรุป วัตถุประสงค์ของงาน และ เขียนที่มาความสำคัญแบบความเรียง 1.2) วัตถุประสงค์ของการศึกษา การเขียนวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมทั้ง 8 วิชา หลัก โดยแต่ละข้อจะมีอย่างน้อย 1 วิชา 1.3) วิธีการดำเนินการ การแสดงขั้นตอนต่างๆ และวิธีการในการ ทำงาน 1.4) ระยะเวลาในการดำเนินงาน การวางแผนเวลาในการดำเนินการ ตั้งแต่ เริ่มต้นจนสิ้นสุดการทำงาน 1.5) นิยามศัพท์เฉพาะ การให้ความหมายของคำศัพท์สำคัญ ที่มี ความหมายใช้ในการทำโครงงานเรื่องนี้เท่านั้น 1.6) ผลที่คาดว่าจะได้รับ การเขียนผลที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2.1) เอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เอกสารที่มีความเกี่ยวข้องกับงานเรื่องที่จะ ศึกษา การมีความรู้พื้นฐานทำให้สำเร็จตาม วัตถุประสงค์ 2.2) กรอบแนวคิดการทำโครงงาน การคิดหาแนวทางในการทำโครงงาน บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน 3.1) ขอบเขตของการศึกษา การวางแผน ออกแบบหัวข้อของการศึกษา 3.2) ระยะเวลาในการดำเนินการ การบอกเวลาในการดำเนินการทั้งหมด ตั้งแต่ เริ่มต้น และสิ้นสุด 3.3) การดำเนินงาน หรือวิธีการ ทดลอง การแสดงแผนผัง และอธิบายลำดับขั้นตอน การทำงาน 3.4) เครื่องมือในการเก็บข้อมูล หรือ วัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน การเก็บข้อมูลตามจุดประสงค์โดยใช้เครื่องมือ ต่างๆ แบบสอบถาม แบบบันทึกหรือบอกวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำโครงาน
19 >> HOLOGRAMMY | บทที่ 4 ผลการศึกษา 4.1) กล่าวถึงผลการศึกษาตาม วัตถุประสงค์ การนำเสนอผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ที่ กำหนดทุกข้อ ในรูปแบบความเรียง แผนภูมิ หรือแผนภาพ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล 5.1) ขอบเขตการศึกษา 5.2) ระยะเวลาในการศึกษา 5.3) การดำเนินการ หรือวิธีการ ทดลอง 5.4) เครื่องในการเก็บข้อมูล หรือ วัสดุอุปกรณ์ การกล่าวซ้ำอีกครั้ง โดยย่อจากประเด็นในบทที่ 3 หรือเป็นการสรุปผลที่อำนวยความสะดวกให้ ผู้ที่ไม่สามารถอ่านรายงานได้ทั้งหมด 5.5) สรุปผล การสรุปผลที่ได้จากบทที่ 4 อีกครั้ง 5.6) อภิปรายผล การกล่าวถึงข้อค้นพบเพิ่มเติมที่นอกเหนือจาก วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 5.7) ข้อเสนอแนะ สิ่งที่อยากจะบอกกล่าวเพิ่มเติม หรือประเด็นที่ สนใจจะศึกษาเพิ่มเติมในครั้งต่อไป ส่วนท้าย หรือส่วนอ้างอิง ประกอบด้วย บรรณานุกรม : อ้างอิงข้อมูลในการศึกษา ตารางการทำงาน : ตารางแสดงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย รูปภาพระหว่างดำเนินงาน : รูปถ่ายขณะประชุม หรือขอรับคำปรึกษา รายงานโครงงาน (รูปเล่ม OCOP) ให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK หรือ TH Sarabun New ยกเว้นปก หน้าให้ใช้ font อื่นๆได้ตามความเหมาะสม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ปัญหาและสาเหตุทางเศรษฐกิจ การใช้มาตรการควบคุมโรคที่ทุกประเทศประกาศใช้นั้น ตั้งแต่การลดการเดินทางการเข้าออกพื้นที่ การ ปิดสนามบิน การใช้มาตรการ Social distancing มีการปิดสถานที่ ปิดสถานการค้า และยกเลิกกิจกรรมทาง
20 >> HOLOGRAMMY | เศรษฐกิจต่างๆ ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจทางการค้า การทำงานผลิต อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ อุตสาหกรรมโรงแรม ร้านอาหาร และการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทุกคนมีความกังวล และต้องดูแลปกป้อง ตัวเองมีการกักตัวอยู่กับบ้าน ไม่สามารถมาทำงานหาเลี้ยงชีพแบบปกติได้ ธุรกิจจำนวนมากต้องหยุดกิจการ หรือ ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ขาดรายได้มาดูแลครอบครัว เกิดความเครียดและปัญหาทางสุขภาพจิต การค้าและ การลงทุนเกิดผลกระทบค่อนข้างรุนแรง รูปภาพที่ 5 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเทียบประเทศคู่ค่า ที่มา : https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/articles/PublishingImages/Pages/Article_7D ec2021/article_211207-1.jpg ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจ ภาคการท่องเที่ยว : รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติจากสถานการณ์โควิด และการล็อกดาวน์ ทำให้มี รายได้การท่องเที่ยวติดลบ -100% เมื่อเทียบกับก่อนสถานการณ์โควิด โดยธุรกิจท่องเที่ยวจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ทำ ให้เศรษฐกิจของประเทศลดลง ภาคการส่งออก : รายได้จากการส่งออกติดลบ -12.9% มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) : ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจที่เป็นการท่องเที่ยว การเดินทาง สันทนาการ โรงแรมและสินค้ามีราคาสูง เช่น รถยนต์ เป็นต้น
21 >> HOLOGRAMMY | กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพละศึกษา หลังจากที่คณะผู้จัดทำได้ช่วยกันคิดวางแผน และตัดสินใจร่วมกันทำโครงงานสิ่งประดิษฐ์ เพื่ออำนวย ความสะดวกในการสื่อสารทางไกลที่เสมือนจริง และช่วยป้องกันเชื้อโรคในชีวิตประจำวัน คณะผู้จัดทำได้ศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูลที่เกี่ยวกับเชื้อโรคต่างๆ ดังนี้ ความหมายของเชื้อโรค เชื้อโรค หรือจุลชีพก่อโรค คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วย หรือติดเชื้อ เชื้อโรคที่พบทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ - แบคทีเรีย เช่น ซาลโมเนลลา : ที่ก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ - ไวรัส เช่น ไรโนไวรัส : ที่ก่อให้เกิดโรคหวัด - เชื้อรา เช่น ไตรโคไฟตัน : ที่ก่อให้เกิดโรคน้ำกัดเท้า - ปรสิต เช่น ไกอาริเดีย : อินเทสทินาลิส ที่ก่อให้เกิดอาการท้องร่วง การแพร่ของเชื้อโรค แบคทีเรียและเชื้อราจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นและมีอุณหภูมิที่อบอุ่น แตกต่างจากไวรัสซึ่งมีขนาดเล็ก กว่าแบคทีเรียประมาณ 100 เท่า ไวรัสจะเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้ เมื่ออยู่ในสิ่งมีชีวิตและเมื่อกระจายตัวถึง จุดหนึ่งก็จะก่อให้เกิดอาการของโรคต่างๆ เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายไปทั่วที่พักอาศัยได้ด้วยมือของมนุษย์ที่สัมผัสผู้ติดเชื้อหรือพื้นผิวที่มีเชื้อโรค ปนเปื้อน นอกจากนี้เชื้อโรคยังสามารถเข้าไปอยู่ในอากาศโดยแฝงตัวไปกับฝุ่นละออง หรือของเหลวที่กระเซ็นออก จากปาก หรือจมูกของมนุษย์ในขณะไอ จาม หรือสนทนา แหล่งเชื้อโรคที่พบได้ทั่วไป เช่น - อาหารและน้ำที่มีการปนเปื้อน - พื้นผิวที่ถูกสัมผัสจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ รีโมตโทรทัศน์ และโทรศัพท์ - บริเวณทำความสะอาด และที่ทิ้งขยะ เช่น ถังขยะ อ่างล้างมือ อ่างล้างจาน และห้องน้ำ - ขยะในครัวเรือน เช่น เศษอาหาร กระดาษชำระ และผ้าอ้อมที่ผ่านการใช้งานแล้ว
22 >> HOLOGRAMMY | - อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาด เช่น ผ้า ฟองน้ำ และแปรงสีฟันที่สกปรก - สัตว์เลี้ยงและสัตว์ที่เป็นพาหะต่างๆ เช่น หนู และแมลงวัน - แขกผู้ที่มาเยี่ยม หรือผู้อื่นที่มาสัมผัส การเข้าสู่ในร่างกายของเชื้อโรค เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้หลายทาง - ทางการบริโภคอาหารปนเปื้อน - ทางการสูดอากาศที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าทางจมูกและปากซึ่งส่งอากาศตรงไปที่ปอด - ทางบาดแผลที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี - ทางกระแสโลหิตโดยการฉีด ผ่าตัด หรือจากการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย - ทางการสัมผัสของเหลวจากผู้ติดเชื้อโดยการสัมผัสทางร่างกายมนุษย์ การป้องกันเชื้อโรค และการควบคุมการติดเชื้อ - ล้างมือเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนการรับประทานอาหาร หลังการประกอบอาหาร และหลังจากการไอ จาม เข้าห้องน้ำหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม - ปิดปากหรือจมูกด้วยกระดาษทิชชู เมื่อไอหรือจามทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงในถังขยะทันทีที่ใช้เสร็จ จากล้างมือให้สะอาด - สัมผัสและประกอบอาหารอย่างปลอดภัยทำความสะอาดมือ และพื้นผิวบริเวณที่ใช้ประกอบอาหารอย่าง สม่ำเสมอ แยกอาหารดิบออกจากอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ปรุงอาหารให้สุกทั่วและเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นเพื่อชะลอการ เติบโตของแบคทีเรีย - การฉีดวัคซีน หรือการสร้างภูมิคุ้มกัน คือ วิธีการที่จะช่วยปกป้องคุณจากการติดเชื้อที่รุนแรง - การทำความสะอาด และฆ่าเชื้อพื้นผิวต่างๆอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นผิวที่ต้องสัมผัสกับอาหาร และ พื้นผิวที่ต้องมีการสัมผัสอยู่เสมอ เช่น ก๊อกน้ำ มือจับ โทรศัพท์ ปุ่มกดต่างๆ
23 >> HOLOGRAMMY | การดูแลสุขภาพกายและใจ การดูแลสุขภาพ คือการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการรักษาความสัมพันธ์กับรอบข้าง ให้แข็งแรง มี ความสุข และสมดุล เพราะภาวะสุขภาพส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว การเงิน ความสัมพันธ์ เมื่อสุขภาพดี ชีวิตมักมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น ด้านร่างกาย 1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา การเคลื่อนไหวร่างกาย นับเป็นสิ่งจำเป็นเพราะทำให้ร่างกายแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า และยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า และโรคออฟฟิศซินโดรม เป็นต้น ใน 1 สัปดาห์ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาที อาจแบ่งเป็นออกกำลังกายวันละ 30 นาที จำนวน 5 วัน หรืออาจเพิ่มเป็น 300 นาที ต่อสัปดาห์ เพื่อประโยชน์ทางสุขภาพที่มากขึ้น การออกกำลังกายสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การขึ้นบันไดแทนลิฟต์ การเดินไปเดินมาในบ้าน ระหว่างใช้คอมพิวเตอร์ การทำงานบ้าน และการเดินไปยังจุดหมายใกล้ ๆ อย่างโรงอาหารหรือร้านสะดวกซื้อใกล้ บ้านแทนการใช้ยานพาหนะ แล้วการเล่นกีฬาที่ชื่นชอบก็เป็นแรงจูงใจที่ดี เพื่อการดูแลสุขภาพกายทั้งวิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก รวมทั้งการเล่นกีฬาในฟิตเนสโดยมีเทรนเนอร์ฝึกสอนก็นับเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน 2. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานในการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเลือก รับประทานอาหารให้เหมาะสมกับช่วงวัย และสภาพร่างกายหรือภาวะสุขภาพ โดยในคนปกตินอกเหนือจาก รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละมื้อแล้ว ควรเลือกรับประทานอาหาร ดังนี้ - รับประทานเส้นใยให้มากขึ้น หรืออย่างน้อยวันละ 30 กรัม โดยอาหารที่มีเส้นใยประกอบด้วย ผัก ผลไม้ ธัญพืช เพราะจะช่วยป้องกันท้องผูก ลดระดับน้ำตาลในเลือด และควบคุมน้ำหนัก - ลดเกลือในมื้ออาหาร เพื่อรักษาระดับความดันเลือด ผู้ใหญ่ควรบริโภคเกลือในมื้ออาหารไม่เกิน 6 กรัม ต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชา เพื่อไม่ให้เกิดภาวะโซเดียมสูงเกินไป
24 >> HOLOGRAMMY | - หลีกเลี่ยงการกินไขมันอิ่มตัว เพราะเป็นสาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ สำหรับ อาหารซึ่งควรหลีกเลี่ยงไม่ควรกินในปริมาณมาก ได้แก่ ของทอด ไอศกรีม อาหารหรือขนมหวานที่มีกะทิ เป็นส่วนประกอบ ขนมอบ ชีส ไส้กรอก เบคอน - ลดการบริโภคน้ำตาล เนื่องจากการบริโภคน้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ภาวะน้ำตาลใน เลือดสูง รวมถึงโรคเบาหวาน นอกจากนี้ในกรณีของผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน การลดปริมาณน้ำตาลที่บริโภคในแต่ละวัน ยังช่วยป้องกันไม่ให้อาการที่เป็นอยู่แย่ลงด้วย การนอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้รักษาสภาพจิตให้อยู่ในเกณฑ์ดี และลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคซึมเศร้า ระยะเวลานอนที่เหมาะสม มีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ ดังนี้ อายุ 3 - 5 ปี ควรนอน 10 - 13 ชั่วโมงต่อวัน อายุ 6 - 12 ปี ควรนอน 9 - 12 ชั่วโมงต่อวัน อายุ 13 - 18 ปี ควรนอน 8 - 10 ชั่วโมงต่อวัน อายุ 18 ปี ขึ้นไป ควรนอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ ควรนอนในห้องนอนที่เงียบและมืดสนิท รวมทั้งทำความสะอาดห้องนอนและเตียงนอนอยู่ เสมอ เพราะห้องนอนและเตียงนอนเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพการนอน และไม่ควรวางโทรศัพท์มือถือไว้บนเตียง เพราะอาจรบกวนการนอน และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ด้านจิตใจ 1. การจัดการความโกรธ การจัดการกับความโกรธเป็นหนึ่งในวิธีการดูแลสุขภาพจิตที่สำคัญ เนื่องจากอารมณ์โกรธนั้นเกิดขึ้นได้ ค่อนข้างง่าย และมักทำให้ขาดสติ นำไปสู่การตัดสินใจที่ผิด ๆ พูดจาทำร้ายจิตใจผู้อื่น ทำให้คนรอบข้างเสีย ความรู้สึก ข้าวของเสียหาย หรือเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุซึ่งอันตรายถึงชีวิต วิธีช่วยระงับความโกรธ เช่น - ออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้จิตใจผ่องใส ร่างกายสดชื่น และช่วยลดความเครียด
25 >> HOLOGRAMMY | - เรียนรู้ที่จะให้อภัย เนื่องจากทุกคนสามารถทำผิดพลาดได้อาจช่วยให้รู้สึกสบายใจขึ้น ปล่อยวางความ โกรธได้ง่าย และให้อภัยผู้อื่น - เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายบ้าง การให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนอยู่ในมุมสงบ หลบหนีจากความวุ่นวาย 2. การรับมือกับความเครียด ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อาจเกิดจากปัญหาเรื่องงาน ความรัก ภาวะสุขภาพ หรือการสูญเสีย บุคคลใกล้ตัว วิธีจัดการกับความเครียดมีหลายรูปแบบ เช่น - ปรับทัศนคติของตนเอง ด้วยการทำใจยอมรับความจริง มองโลกด้วยทัศนคติบวก - ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดความเครียดได้โดยตรง แล้วทำให้นอนหลับสบาย ช่วยลดปัญหาการ นอนไม่หลับจากความเครียดสะสม - พบเจอกลุ่มเพื่อน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ หรือทำกิจกรรมใหม่ ๆ ให้สมองได้ผ่อนคลายอีกทั้งการได้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระบายความรู้สึก - ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือปรับความเข้าใจกับคนที่ทำให้เกิดความเครียด รวมทั้งไม่ควรกดดันตัวเอง และไม่ควรรับปากที่จะทำอะไรให้ผู้อื่นหากเป็นสิ่งที่เกินความสามารถของตนเอง 3. การต่อสู้กับภาวะซึมเศร้า ภาวะซึมเศร้า คือ ความผิดปกติทางอารมณ์แบบหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยมักรู้สึกเศร้า ไร้ค่า หมดหวัง หรือขาดความ สนใจในสิ่งต่าง ๆ นอกเหนือจากการไปพบคุณหมอเพื่อขอรับการรักษา และรับยามากิน ผู้มีภาวะซึมเศร้า สามารถ ปฏิบัติตัวดังนี้ - มีตารางชีวิตที่ชัดเจน ช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้มีภาวะซึมเศร้ายังดำเนินไปได้อย่างเป็นระบบ - เลือกรับประทานอาหาร ผู้มีภาวะโรคซึมเศร้ามักเลือกรับประทานอาหารปริมาณมาก เพื่อให้ตัวเองมี ความสุข หากตกอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน จะทำให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้ามากขึ้น - ท้าทายความคิดแง่ลบ อย่าปล่อยให้ตนเองคิดเลื่อนลอยและฟุ้งซ่าน โดยไม่มีเหตุผลประกอบ และลอง ถามตัวเอง เพื่อฝึกตนเองในการมองให้ชีวิตมีค่ามากขึ้น - การทำสิ่งใหม่ๆ หรืองานอดิเรก เป็นการเปิดโลกใหม่ ๆ ทำให้อารมณ์ดีขึ้น และดึงความสนใจออกไปจาก การครุ่นคิดถึงแต่ภาวะซึมเศร้าของตนเอง
26 >> HOLOGRAMMY | กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ Holography, also known as hologram technology, is the next level of photography method that records the light dispersed from an item and then projects it as a threedimensional (3D) object that can be seen without the use of any additional equipment. From transmission holograms through rainbow holograms to the most current 3D holograms, several types of holograms have emerged. The fascinating aspect of 3D holograms is that they enable presumably genuine objects or animations to appear to hover in mid-air or stand on a nearby surface. Furthermore, it is viewable from all sides, allowing a user to move around the display and construct a realistic-looking image. Hologram Working A laser light beam is divided into two identical beams, one of which is aimed towards the object and subsequently scattered over the recording media (illumination beam or object beam). The other beam (reference beam) is diverted onto the recording media without passing through the object using mirrors. Photographic plates are a typical recording medium. At the recording medium, the two laser beams meet and interfere with each other. The photographic plates record this interference pattern. Hologram 3D Reconstruction There are three major steps involved in a 3D image reconstruction and the steps are as follows. - Sequential recording from a different perspective or multi-view capture by a set of cameras - The captured data is converted to a data format suitable for the display. - Display of data from many SLMs to enlarge the viewing angle A 3D object reconstruction device and an aerial projection device are required for 3D hologram projection in mid-air. The reconstruction device generates a three-dimensional holographic picture. In addition, the aerial projection gadget creates a 3D hologram in mid-air.
27 >> HOLOGRAMMY | Electro-holography is capable of projecting 3D pictures from the air without the necessity of many projectors or mechanical processing. To display a genuine 3D image, a rotating mirror system is also employed. A high-speed video projector is directed at spinning mirrors that reflect in all directions, allowing visuals to be seen in 3D from any angle. A monochromatic hologram is created by recording interference patterns with single-wavelength light. Multiple interference patterns are recorded with different wavelengths to create a colour hologram. Then, holographic projectors use lasers. Applications of Hologram Technology 1. Data Storage : Using holographic data storage techniques a large amount of information can be stored inside high-density crystals or polymers. The advantage of this kind of data storage is to use the entire volume of the recording medium, not just its surface. Researchers believe that with the right type of polymers as a recording medium, gigabit per second writing speed and one terabit per second readout is also possible. Therefore, holographic storage has the potential to become the next generation of storage media. 2. Security : Secure holograms are extremely difficult to forge because they are replicated from a master hologram. They are found on credit cards and much other equipment. 3. Medicine and Imaging : Hologram technology is on its way to revolutionizing medicine. It has the capability to produce a full-colour 3D hologram of the human body. Students and doctors can visualize the three-dimensional images of complex organs like the brain, heart, liver, lungs, nerves, and muscles. This technology can also help in surgical pre-planning. Before real surgery, the surgeon can fully visualise the entire course of the operation and thereby increase the chances of a successful outcome on patients. Digital holographic microscopy makes it possible to perform cell counting and analysis of subcellular motion deep in living tissue. It also supports simultaneous imaging at different depths. 4. Military : The 3D holographic maps of battle spaces is critical for military strategy. Secure military information can be stored using this technology.
28 >> HOLOGRAMMY | 5. Entertainment and Gaming: Holographic display can be used for creating live performance feel when the subjects are not physically present on the stage. Even, stars from the past can be resurrected to perform with modern artists live on the stage. Holographic display tables can allow real-time multiplayer gaming experience. Few manufacturers are integrating this technology with augmented reality and smartphone display, which can allow portable 3D gaming. 6. Education : Hologram technology can drastically improve the educational experience. It can provide interactive digital teaching in schools. This technology can even offer mixed reality by combining digital and real-world information. Students can examine and interact with holographic images to understand complex subjects. For example, they can visualize individual atomic particles and its behavior, or explore the ruins of ancient heritage monuments in class. กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ การสร้างความคิดและการแสดงออกของมนุษย์ที่เกี่ยวกับศิลปะมีความแตกต่างกันไปตามศักยภาพใน กระบวนการคิดและสติปัญญาของแต่ละบุคคล การสร้างสรรค์งานรูปแบบใหม่ๆขึ้นมาภายใต้แรงบันดาลใจ โดย จะต้องคำนึงถึงความสวยงาม ความกลมกลืน รูปทรง ทัศนศิลป์ และการสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมที่มีจินตนาการ สามารถเปลี่ยนแปลงและนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยพื้นฐานสำคัญการตกแต่งจะต้องมีสุนทรียภาพและความ สอดคล้องกันซึ่งจะต้องเข้าใจถึงหลักการและเกิดความซาบซึ้งต่อผลงานทางศิลปะ สี(COLOUR) หมายถึง ลักษณะกระทบต่อสายตาให้เห็นเป็นสีมีผลถึงจิตวิทยา คือ มีอำนาจให้เกิดความ เข้มของแสงที่อารมณ์และความรู้สึกได้ การที่ได้เห็นสีจากสายตาสายตาจะส่งความรู้สึกไปยังสมองทำให้เกิด ความรู้สึกต่างๆตามอิทธิพลของสี เช่น สดชื่น ร้อน ตื่นเต้น เศร้า สีมีความหมายอย่างมากเพราะศิลปินต้องการใช้สี เป็นสื่อสร้างความประทับใจในผลงานของศิลปะและสะท้อนความประทับใจนั้นให้บังเกิดแก่ผู้ดูมนุษย์เกี่ยวข้องกับ สีต่างๆ อยู่ตลอดเวลาเพราะทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวนั้นล้วนแต่มีสีสันแตกต่างกันมากมาย สีเป็นสิ่งที่ควรศึกษาเพื่อ ประโยชน์กับตนเอง และผู้สร้างงานจิตรกรรมเพราะ เรื่องราวองสีนั้นมีหลักวิชาเป็นวิทยาศาสตร์จึงควรทำความ เข้าใจวิทยาศาสตร์ของสีจะบรรลุผลสำเร็จในงานมากขึ้น ถ้าไม่เข้าใจเรื่องสีดีพอสมควร ถ้าได้ศึกษาเรื่องสีดีพอแล้ว งานศิลปะก็จะประสบความสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง ลักษณะของสีสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
29 >> HOLOGRAMMY | สีธรรมชาติ เป็นสีที่เกิดขึ้นเองธรรมชาติ เช่น สีของแสงอาทิตย์ สีของท้องฟ้ายามเช้า เย็น สีของรุ้งกินน้ำ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเองธรรมชาติ ตลอดจนสีของ ดอกไม้ ต้นไม้ พื้นดิน ท้องฟ้า น้ำทะเล สีที่มนุษย์สร้างขึ้น หรือได้สังเคราะห์ขึ้น เช่น สีวิทยาศาสตร์ มนุษย์ได้ทดลองจากแสงต่างๆ เช่น ไฟฟ้า นำมาผสมโดยการทอแสงประสานกัน นำมาใช้ประโยชน์ในด้านการละคร การจัดฉากเวที โทรทัศน์ การตกแต่ง สถานที่ รูปภาพที่ 6 วงกลมของแม่สี ที่มา :https://wisut2012.files.wordpress.com/2011/06/con_20091120144202_2.png แม่สี (PRIMARIES) แม่สี คือ สีที่นำมาผสมกันแล้วทำให้เกิดสีใหม่ ที่มีลักษณะแตกต่างไปจากสีเดิม แม่สี มือยู่ 2 ชนิด คือ 1. แม่สีของแสง เกิดจากการหักเหของแสงผ่านแท่งแก้วปริซึม มี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำ เงิน อยู่ในรูปของแสงรังสี ซึ่งเป็นพลังงานชนิดเดียวที่มีสีคุณสมบัติของแสงสามารถนำมาใช้ ใน การถ่ายภาพ ภาพโทรทัศน์ และการจัดแสงสีในการแสดงต่าง ๆ เป็นต้น 2. แม่สีวัตถุธาตุ เป็นสีที่ได้มาจากธรรมชาติ และจากการสังเคราะห์โดยกระบวนทางเคมี มี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน แม่สีวัตถุธาตุเป็นแม่สีที่นำมาใช้งานกันอย่างกว้างขวาง ในวงการ ศิลปะ วงการอุตสาหกรรม ฯลฯ วรรณะของสี วรรณะของสี คือ สีที่ให้ความรู้สึกร้อน-เย็น ในวงจรสีจะมีสีร้อน 7 สี และสีเย็น 7 สี ซึ่งแบ่งที่ สีม่วงกับสี เหลือง ซึ่งเป็นได้ทั้งสองวรรณะ แบ่งออกเป็น 2 วรรณะ
30 >> HOLOGRAMMY | 1. วรรณะสีร้อน (WARM TONE) ประกอบด้วยสีเหลือง สีส้มเหลือง สีส้ม สีส้มแดง สีม่วงแดงและสีม่วง สี ในวรรณะร้อนนี้จะไม่ใช่สีสดๆ ดังที่เห็นในวงจรสีเสมอไป เพราะสีในธรรมชาติย่อมมีสีแตกต่างไปกว่าสีในวงจรสี ธรรมชาติอีกมาก ถ้าหากว่าสีใดค่อนข้างไปทางสีแดงหรือสีส้ม เช่น สีน้ำตาลหรือสีเทาอมทองเป็นสีวรรณะร้อน 2. วรรณะสีเย็น (COOL TONE) ประกอบด้วย สีเหลือง สีเขียวเหลือง สีเขียว สีเขียวน้ำเงิน สีน้ำเงิน สีม่วง น้ำเงิน และสีม่วง ส่วนสีอื่นๆ ถ้าหนักไปทางสีน้ำเงินและสีเขียวก็เป็นสีวรรณะเย็น เช่น สีเทา สีดำ สีเขียวแก่ เป็น ต้น จะสังเกตได้ว่าสีเหลืองและสีม่วงอยู่ทั้งวรรณะร้อนและวรรณะเย็น ถ้าอยู่ในกลุ่มสีวรรณะร้อนก็ให้ความรูสึก ร้อน และถ้าอยู่ในกลุ่มสีวรรณะเย็นก็ให้ความรู้สึกเย็นไปด้วย สีเหลืองและสีม่วงจึงเป็นสีได้ทั้งวรรณะร้อนและ วรรณะเย็น สีตรงข้าม หรือสีตัดกัน หรือสีคู่ปฏิปักษ์ เป็นสีที่มีค่าความเข้มของสี ตัดกันอย่างรุนแรง ในทางปฏิบัติไม่ นิยมนำมาใช้ร่วมกัน เพราะจะทำให้แต่ละสีไม่สดใสเท่าที่ควร การนำสีตรงข้ามกันมาใช้ร่วมกัน อาจกระทำได้ดังนี้ 1. มีพื้นที่ของสีหนึ่งมาก อีกสีหนึ่งน้อย 2. ผสมสีอื่นๆ ลงไปสีสีใดสีหนึ่ง หรือทั้งสองสี 3. ผสมสีตรงข้ามลงไปในสีทั้งสองสี 4. ผสมสีทั้งหมดรวมกันในสีเดียว สีกลาง คือ สีที่เข้าได้กับสีทุกสี สีกลางในวงจรสี มี 2 สี คือ สีน้ำตาล กับ สีเทา สีน้ำตาล เกิดจากสีตรงข้าม กันในวงจรสีผสมกัน ในอัตราส่วนที่เท่ากัน สีน้ำตาลมีคุณสมบัติสำคัญ คือ ใช้ผสมกับสีอื่นแล้วจะทำให้สีนั้น ๆ เข้ม ขึ้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงค่าสี ถ้าผสมมาก ๆ เข้าก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล สีเทา เกิดจากสีทุกสี ๆ สีในวงจรสีผสมกัน ในอัตราส่วนเท่ากัน สีเทา มีคุณสมบัติที่สำคัญ คือ ใช้ผสมกับสี อื่น ๆ แล้วจะทำให้ มืด หม่น ใช้ในส่วนที่เป็นเงา ซึ่งมีน้ำหนักอ่อนแก่ในระดับต่าง ๆ ถ้าผสมมาก ๆ เข้าจะ กลายเป็นสีเทา กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ 1. ความหมายและความสำคัญของการออกแบบ การออกแบบ หมายถึง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อประโยชน์และความงามด้วยการนำทัศนธาตุ
31 >> HOLOGRAMMY | ทางศิลปะและหลักการจัดส่วนประกอบของการออกแบบมาใช้ รวมไปถึงการปรับปรุงของเดิมที่มีอยู่ แล้วตัดแปลงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น การออกแบบมีลักษณะดังนี้ 1.1 ความสามารถในการปรับปรุงผลผลิตหรือผลงานที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่มากขึ้น 1.2 โครงสร้างของการออกแบบต้องคำนึงถึง - ความสอดคล้องกับประโยชน์และหน้าที่ของการใช้สอย - มีความกลมกลืน มีสัดส่วนที่เหมาะสม มีลักษณะเป็นอันหนึ่งอันเดียว - มีความงดงามในโครงสร้างกับวัสดุ - มีความเรียบง่าย แข็งแรง เด่นชัด มีจินตนาการในการจัดองค์ประกอบคุณค่าและจุดมุ่งหมายที่ 1.3 ความสามารถในการวางแผนดำเนินการให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดขึ้น ตั้งแต่เลือกวัสดุตาม คุณสมบัติให้สอดคล้องกับรูปแบบตามที่คิดสร้างสรรค์ไว้ 1.4 การใช้ประสบการณ์ ความชำนาญ และความรู้ การตอบสนองให้แก่ผู้บริโภคในด้านการนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ และรูปแบบมีความงดงามตามประโยชน์ใช้สอย 1.5 เพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผลงานแต่ละยุคสมัยของศิลปะการออกแบบและแสดงศักยภาพ ความสามารถเฉพาะของแต่ละคนในการออกแบบ 2. แนวคิดในการออกแบบ การสร้างสรรค์ผลงานของมนุษย์นั้น มีสิ่งต่างที่เป็นส่วนเกี่ยวข้องทำให้เกิดแนวคิดในการออกแบบ ซึ่ง ประกอบด้วยเรื่องดังต่อไปนี้ 2.1 ธรรมชาติ ธรรมชาตินับว่าเป็นส่วนสำคัญ เพราะธรรมชาติได้ให้สิ่งต่างๆมากมายแก่มนุษย์ในด้านการออกแบบ ที่เห็น เด่นชัด ได้แก่ ลักษณะรูปทรง ซึ่งมีลักษณะสมบูรณ์อยู่ในตัวของมันเอง เนื่องจากได้ผ่านการปรับปรุงจนเกิดความ พอเหมาะอย่างลงตัว ยิ่งเป็นสิ่งที่มีหน้าที่หลายอย่างก็ยิ่งมีรูปทรงที่ซ้อนของรายละเอียดรวมทั้งให้ลีลา จังหวะ และ สีสันสวยงาม มนุษย์ไม่สามารถเหมือนกับธรรมชาติ แต่มนุษย์อาศัยข้อมูลที่เป็นรูปทรงจากธรรมชาติมาใช้ให้เกิด ประโยชน์นำมาเป็นประสบการณ์ในส่วนลึกของจิตใจ เมื่อลงมือทำงาน สิ่งที่ถูกเก็บไว้นี้ก็จะถูกถ่ายทอดออดมาใน
32 >> HOLOGRAMMY | รูปของการกลั่นกรอง ขัดเกลา ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม กลมกลืนกับการออกแบบทำให้ได้รูปทรงสัดส่วน ที่ เหมาะสมกับหน้าที่การใช้งานที่มีความยืดหยุ่น มีความแข็งแรง อันเป็นวิธีการแก้ปัญหาตามธรรมชาตินั่นเอง 2.2 ประสบการณ์ ประสบการณ์เกิดจากการค้นคว้าสะสมความรู้ของตนเองแล้วนำไปเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้อื่น ซึ่ง สิ่งต่างๆ ที่อยู่รายรอบนั้น ล้วนแต่ได้ผ่านการออกแบบมาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งนักออกแบบจะได้รับประสบการณ์ในการ ออกแบบสะสมกันเรื่อยมา ซึ่งบางอย่างก็เป็นประสบการณ์ที่เคยเป็นผลงานในอดีตแล้วนำมาปรับปรุงใหม่ ตัวอย่างเช่น หม้อดินเผา รูปร่างลักษณะของหม้อดินเผาในปัจจุบันกับอดีตอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง แต่โครงสร้าง ใหญ่ๆก็ยังคงคล้ายคลึงกับหม้าดินเผาในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ 2.3 การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการออกแบบในปัจจุบันความก้าวหน้าทาง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการ ออกแบบ ทำให้เกิดความสะดวกสบาย และเกิดความแม่นยำในการคิดคำนวณมากยิ่งขึ้น เช่น การออกแบบ สิ่งก่อสร้างต่างๆผู้ออกแบบสามารถคิดคำนวณทราบถึงการถ่ายแรง จากการใช้ความโค้งที่ก่อขึ้นจากการเรียงอิฐ ก้อนเล็กๆ ให้ต่อกันอย่างแม่นยำ และยังสามารถถ่ายแรงจากหลังคไปตามส่วนโค้ลงเสาหรือกำแพงได้ ซึ่งแตกต่าง จากในอดีตประสบการณ์เฉพาะตนของผู้ออกแบบเพียงอย่างเดียว 3. หลักของการออกแบบ จุดมุ่งหมายของการออกแบบมุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก แต่ต้องคำนึงถึงความงามควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เกิดความประทับใจ รวมทั้งมีการเลือกวัสดุที่เหมาะสมและประหยัด พื้นฐานที่ใช้ในการออกแบบ ประกอบด้วย เส้น แสง เงา สี ช่วงจังหวะ ลักษณะพื้นผิว รูปร่าง รูปทรง รวมทั้งความสมดุล มีเอกภาพ มีความ เคลื่อนไหวของวัสดุให้ถูกทิศทาง และมีสัดส่วนที่เหมาะสมมีการตัดกัน อาจจะใช้หลักของธรรมชาติเข้ามาช่วย หรือ เป็นความคิดสร้างสรรค์ทำให้เกิดความสวยงามต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจและการปฏิบัติควบคู่กันไปจึง วัตถุประสงค์ของการใช้สอย 3.1 โครงสร้างทั้งหมด โครงสร้าง หมายถึง ตัววัสดุ ระนาบที่รองรับ และรวมไปถึงความคิดที่ควรแสวงหาเพื่อนำไปใช้ในการ ออกแบบ เช่น การถ่ายทอดรูปแบบ การถ่ายทอดเรื่องราว การใช้วัสดุ คุณสมบัติของวัสดุและสื่อที่ใช้ในการ ออกแบบ เช่น การถ่ายทอดรูปแบบ การถ่ายทอดเรื่องราว การใช้วัสดุคุณสมบัติของวัสดุและสื่อที่ใช้เป็นตัวอย่าง ตามความเหมาะสมของรูปแบบ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้อง
33 >> HOLOGRAMMY | เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าโครงสร้างนับเป็นส่วนสำคัญทั้งหมดของงาน ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนประธาน ซึ่ง เป็นส่วนที่เป็นหลักของงาน กับส่วนรอง ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ช่วยเน้นให้เห็นความสำคัญของส่วนประธาน การ ส่วนรองเป็นลักษณะขัดแย้งหรือไม่เข้ากันได้ แต่ทั้งสองจะต้องช่วยกันเสริมและสัมพันธ์กันทำให้งานดูสมบูรณ์ ยิ่งขึ้น 3.2 ความเป็นเอกภาพ (Unity) การออกแบบที่มีความเป็นเอกภาพ เป็นการนำเอาทัศนธาตุทางศิลปะ เช่น เส้น รูปทรง แสง เงา สี ลักษณะพื้นผิว เป็นตัน มาประกอบกันให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อมองดูแล้วทำให้เกิดเป็นกลุ่มก้อนไม่แตกแยก กระจัดกระจาย จึงจะเป็นการจัดองค์ประกอบที่ดี รูปภาพที่ 7 ความเป็นเอกภาพของสัตว์ ที่มา : https://2.bp.blogspot.com/- fvLb71_pPag/VXvmkCzFspI/AAAAAAAABfM/8J0Ap9Zt5Gw/s1600/Unity.jpg 3.3 สมดุล (Balance) สมดุล หมายถึง การจัดส่วนประกอบให้ซ้าย-ขวา เท่ากันหรือรู้สึกเท่ากัน แบ่งลักษณะสมดุลได้ 2 แบบ คือ 3.3.1 สมดุลโดยเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน (Symmetrical Balance) สมดุลแบบนี้ จะเห็นได้ซัดจาก สิ่งที่มีชีวิตเป็นส่วนมาก เช่น โครงสร้างของมนุษย์ สัตว์ การออกแบบมายุ่งยาก ดูง่าย จะทำให้รู้สึกมั่นคง แข็งแรง ตรงไปตรงมา เป็นต้น
34 >> HOLOGRAMMY | 3.3.2 สมดุลโดยทั้ง 2 ด้านไม่เหมือนกัน (Asymmetrical Balance) สมดุลแบบการจัดทั้ง 2 ด้านไม่เหมือนกันแต่ให้ความรู้สึกเท่ากัน เป็นการจัดที่น่าสนใจกว่าแบบแรก รูปภาพที่ 8 ความสมดุลของหญิงหยาง ที่มา : https://t1.blockdit.com/photos/2022/02/6215f96a3866b34dbff0e243_800x0xcover_6HDvVowG.jp g 3.4 ความกลมกลืน (Harmony) ความกลมกลืน คือ การประสานสัมพันธ์เข้ากันได้ของส่วนประกอบต่างๆ เมื่อมองดูแล้วจะทำให้ความรู้สึก ที่ไม่ขัดแย้ง จึงเกิดความรู้สึกดีต่องานนั้นๆ ลักษณะของความกลมกลืนมีหลายชนิด เช่นความกลมกลืนด้วย เส้น รูปร่าง รูปทรง ขนาด สี ทิศทาง เป็นต้น 3.5 การเน้น (Emphasis) การเน้น หมายถึง การจัดส่วนประกอบให้น่าสนใจและทำให้งานออกมามีความงามสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนประกอบที่นำมาจัดด้วยวิธีการต่าง 4. ประเภทของงานออกแบบ การออกแบบทางศิลปะ แบ่งออกเป็น 2 สาขาใหญ่ๆ คือ วิจิตรศิลป์ (Fine Art) ประยุกต์ศิลป์ (Applied Art) ทั้งสองสาขาจึงแตกต่างกัน ตามลักษณะละวัตถุประสงค์ งานที่สร้างสรรค์ในบทนี้จะกล่าวถึงการออกแบบ ประยุกต์ศิลป์ โดยมุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ
35 >> HOLOGRAMMY | 4.1 การออกแบบตกแต่งภายใน การออกแบบตกแต่งภายใน หมายถึง การออกแบบและจัดแต่งโดยนำเอาวัตถุเครื่องใช้ต่างๆมาจัดวางให้ เป็นระเบียบแบบแผนตามหลักกาจัดทางศิลปะภายในบริเวณ หรือสถานที่ต่างๆทั้งภายในและภายนอก ให้เกิด คุณค่าทางความงามควบคู่กับประโยชน์ใช้สอย เช่น การออกแบบประดิษฐ์เครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ เช่น ผ้ารองจาน ม่านหน้าต่าง และของที่ใช้อยู่แล้ว เป็นต้น โดยการนำเอาของเก่ามาดัดแปลงจนถึงการออกแบบและประดิษฐ์ เครื่องเรือน ได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางของรวมทั้งการจัดตกแต่งบริเวณ และสิ่งแวดล้อมภายนอกอาคาร เช่น การจัด สวนหย่อม สวนกระถางสวนถาด เป็นต้น 4.2 การออกแบบพาณิชยศิลป์ การออกแบบพาณิชยศิลป์ หมายถึง การออกแบบที่ส่งเสริมในทางการค้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมั่งเน้นทางประโยชน์ใช้สอย และความงามควบคู่กันไป เช่น การประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นการเสนิรูปแบบของการ ผลิตต่างๆไปยังผู้บริโภค โดยเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่นสะดุดตา น่าสนใจที่จะซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ สอยต่อไป พาณิชยศิลป์หรือศิลปะเพื่อการค้าจึงเป็นทางศิลปะที่ทำขึ้นเพื่อการค้าขายโดยเฉพาะ เช่น เครื่องปั้นดินเผา ถ้วย ชาม แจกันพรปีใหม่ ภาพการ์ตูน ภาพประกอบเรื่องในหนังสือ เป็นตัน 4.3 การออกแบบผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ หมายถึง การผลิตสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ การออกแบบผลิตภัณฑ์จึงเป็นการนำเอาหลักการ ออกแบบมาสร้างสรรค์ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือสินค้าให้เกิดลักษณะเด่นสะดุดตา เพื่อช่วยดึงดูดความสนใจ ของผู้ซื้อ จะเห็นได้ว่าในยุคปัจจุบันการออกแบบได้ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง เช่น นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ล้วนมีรูปแบบใหม่ๆที่สะดุดตา 4.4 การออกแบบสื่อสาร การสื่อสาร หมายถึง การส่งข่าวสารข้อมูลของผ่ายหนึ่งไปสู่อีกฝ่ายหนึ่ง การออกแบบสื่อสารเป็นการ ออกแบบที่มุ่งให้สื่อที่ส่งไปนั้นเข้าใจง่าย ดึงดูดความสนใจด้วยวิธีการจัดทำตัวอักษร ภาพสัญลักษณ์ ป้ายโฆษณา แคตตาล็อก โบชัวร์ และการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ เป็นต้น
36 >> HOLOGRAMMY | บทที่ 3 วิธีดำเนินงาน การดำเนินงานจัดทำโครงงานสิ่งประดิษฐ์ เรื่อง Hologrammy ในครั้งนี้คณะผู้จัดทำมีวิธีการดำเนินงาน และขั้นตอนการแบ่งงาน ดังต่อไปนี้ ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการ 1. การประชุมวางแผนการดำเนินงาน ตารางที่ 1 ขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน วัน / เดือน / ปี การดำเนินงาน พฤศจิกายน 2565 ระยะเวลาเตรียมการ 1. ตั้งกลุ่มโครงงาน 1.1) คัดเลือกประธาน รองประธาน และเลขานุกรม 1.2) ตั้งกลุ่มแยกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1.3) เลือกหัวข้อที่จะทำโครงงาน 2. ศึกษาวิธีการทำโครงงานและเขียนโครงงาน 3. ประชุมนำเสนอหัวข้อโครงงานเพื่อขอความเห็นชอบ ปรึกษาครูที่ปรึกษา ครูประจำกลุ่มสาระ เพื่อวางแผนศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จาก ธรรมชาติให้เกี่ยวเนื่องกันกับทุกกลุ่มสาระ ธันวาคม 2565 ระยะเวลาดำเนินการ 4. ประชุมกลุ่มแยกตามกลุ่มสาระ เพื่อวางแผนการหาข้อมูลตามหัวข้อ และการ ออกแบบชิ้นงาน 5. นำเสนอผลการศึกษา เค้าโครงของโครงงาในแต่ละกลุ่มสาระ ปรึกษาครูประจำ วิชาและผู้รู้ 6. สร้างชิ้นงาน รวบรวมในแต่ละกลุ่มสาระ ทดสอบเพื่อนำเสนอครูที่ปรึกษาเพื่อ แก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์ มกราคม 2566 ระยะประเมินผล 7. จัดทำรายการโครงงาน สรุปผลการดำเนินงาน 8. ปรับปรุง จัดทำรูปเล่มตามแบบรายงานให้สมบูรณ์
37 >> HOLOGRAMMY | 2. การศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล คณะผู้จัดทำได้แบ่งกลุ่มนักเรียนเพื่อช่วยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้ดังนี้ - กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ - กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา - กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม - กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ - กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ - กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย - กลุ่มสาระเรียนการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 3. การออกแบบชิ้นงาน และโลโก้ คณะผู้จัดทำได้นำความรู้ที่ศึกษาค้นคว้าออกแบบโครงสร้าง และภาพร่างของชิ้นงานเพื่อให้ ชิ้นงานที่ประดิษฐ์ขึ้นมีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ของโครงงาน นอกจากนี้คณะผู้จัดทำได้ออกแบบ โลโก้เพื่อให้สื่อถึงโครงงานที่ประดิษฐ์ขึ้น 1) ภาพร่างชิ้นงานของเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม รูปภาพที่ 9 ร่างชิ้นงานของเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม ที่มา : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย
38 >> HOLOGRAMMY | 2) ภาพร่างฐานวางเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม รูปภาพที่ 10 ร่างฐานวางเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม ที่มา : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย 3) ภาพร่างการสร้างวีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรม รูปภาพที่ 11 ร่างการสร้างวีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรม ที่มา : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย 4) โลโก้ของโครงงาน รูปภาพที่ 12 โลโก้ของโครงงาน Hologrammy ที่มา : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย
39 >> HOLOGRAMMY | 4. การจัดเตรียมวัสดุ – อุปกรณ์ รายการวัสดุ - อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำสิ่งประดิษฐ์มีดังนี้ วัสดุ - อุปกรณ์ จำนวน รูปภาพ 1. แผ่นอะคริลิคใส รูปสี่เหลี่ยมคางหมู 4 ชิ้น 2. ท่อพีวีซี ขนาด ¾ นิ้ว 5 เมตร 3. ท่อข้อต่อรูปตัว T 4 ชิ้น 4. ท่อข้อต่อรูปตัว L 4 ชิ้น 5. เครื่องฉายวีดิทัศน์ 1 เครื่อง 6. ฟิวเจอร์บอร์ด สีดำ 1 แผ่น 7. กระป๋องสีสเปรย์สีทอง 1 กระป๋อง
40 >> HOLOGRAMMY | 5. ขั้นตอนการสร้างชิ้นงาน 1) การสร้างชิ้นงานเครื่องฉายภาพโฮโลแกรมตามที่ได้ออกแบบไว้ คือ - นำแผ่นอะคริลิคใสมาตัดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูขนาด ขอบล่าง 20 เซนติเมตร ขอบบน 2 เซนติเมตรสูง 18 เซนติเมตร หนา 1.5 มิลลิเมตร จำนวน 4 ชิ้น - นำแผ่นอะคริลิครูปสี่เหลี่ยมคางหมูมาประกอบกันตามภาพร่างของเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม - นำชิ้นงานที่ประดิษฐ์เสร็จไปทดสอบกับเครื่องฉายวีดีทัศน์ รูปภาพที่ 13 ชิ้นงานเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม ที่มา : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย 2) การสร้างชิ้นงานฐานวางเครื่องฉายภาพโฮโลแกรมตามที่ได้ออกแบบไว้ คือ - นำท่อพีวีซีมาตัดเป็นท่อนตามขนาดที่ออกแบบไว้ - นำข้อต่อรูปตัว T และข้อต่อรูปตัว L มาเชื่อมต่อท่อพีวีซีให้เป็นฐานวางตามที่ออกแบบไว้ รูปภาพที่ 14 ชิ้นงานฐานวางเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม ที่มา : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย
41 >> HOLOGRAMMY | 3) การสร้างวีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรมตามที่ได้ออกแบบไว้ มีขั้นตอนดังนี้ - การถ่ายภาพ หรือวิดิโอที่ต้องการนำมาสร้างโฮโลแกรม และปรับเป็นพื้นหลังสีดำ - นำสื่อวีดีโอเข้าโปรแกรมตัดต่อและจัดขนาดสื่อวิดีโอตามที่ต้องการ - พิมพ์สื่อวิดีโออีกสามครั้งและนำมาจัดตำแหน่งดังรูปและตรวจสอบ ให้แน่ชัดว่าทุกด้านทุกมุมเท่ากัน รูปภาพที่ 15 สร้างวีดิทัศน์ภาพโฮโลแกรม ที่มา : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย
42 >> HOLOGRAMMY | 6. การทดสอบการใช้งานและประเมินผลความพึงพอใจ การทดสอบการใช้งาน ผู้จัดทำได้เชิญคุณครู... ท่าน และนักเรียนห้องอื่นอีก ... คน มาทดสอบ การใช้งานและกรอกแบบฟอร์มประเมินผลความพึงพอใจโดยประเมินใน 5 หัวข้อ คือ หัวข้อการประเมิน โฮโลแกรม ระดับความพึงพอใจ การแปลผล ระดับความ พึงพอใจ น้อยที่สุด น้อย ปาน กลาง มาก มากที่สุด คะแนน เฉลี่ย 1. รูปทรงและขนาด ของชิ้นงาน 2. คุณภาพวัสดุที่ใช้ใน การสร้างชิ้นงาน 3. คุณภาพของภาพที่ เกิดขึ้นจากชิ้นงาน 4. ความสะดวกใน การใช้งาน 5. ความหลากหลาย ในการประยุกต์ใช้ 6. ภาพรวมของ ชิ้นงาน รวม ค่าเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจ คะแนน การแปลผลความพึงพอใจ 1-20 น้อยที่สุด 21-40 น้อย 41-60 ปานกลาง 61-80 มาก 81-100 มากที่สุด
43 >> HOLOGRAMMY | จากนั้นนำแบบฟอร์มที่ประเมินแล้วไปสรุปผลการประเมินตามหลักการทางคณิตศาสตร์ เพื่อสรุปผลการ ประเมินความพึงพอใจ รูปภาพที่ 16 การประเมินการใช้งาน โดยคุณครูและนักเรียนห้องอื่น ที่มา : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย