รายงานสรุปผลการขับเคลื่อนชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ Professional Learning Community (PLC) ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 กลุ่มสื่อสารเป็น (ปฐมวัย) นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์ ตำแหน่ง ครู คศ.1 โรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน)
ก คำนำ รายงานสรุปผลการขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC : Professional Learning Community) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จัดทำขึ้นเพื่อเสนอแนวทางในการดำเนินงานของ กลุ่มสื่อสารเป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้ปฐมวัย โดยข้าพเจ้า นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์ (Model Teacher) เพื่อ พัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัยปีที่ 3 โดยความร่วมมือจากครูในกลุ่มสาระ การเรียนรู้ปฐมวัยเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของครูผู้สอนในโรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารเล่มนี้ จะเกิดประโยชน์ต่อครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากร ทางการศึกษา รวมทั้งผู้ที่สนในทั่วไป ในการนำไปใช้ศึกษาเรียนรู้สร้างความเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทาง ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์ ตำแหน่ง ครู ค.ศ.๑
ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วยการวางแผนกาสอน (Plan) 1 1.ประเด็น (ปัญหา/ความต้องการ/เหตุผล) 1 2.สาเหตุ (ปัญหา/ความต้องการ) 3 2.1 วิเคราะห์สาเหตุ (สาเหตุของปัญหา) 3 2.2 วิเคราะห์เหตุผล (เหตุผลที่เลือก) 3 3.ความรู้หรือหลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่ใช้ 3 4.การออกแบบกิจกรรม/วิธีการ/รูปแบบ/เทคนิค (ปฏิทิน/ระบุเวลาหรือวันที่จะปฏิบัติ) 7 4.1 วัตถุประสงค์ 7 4.2 การวางแผนหาทางเลือก/เทคนิค/แนวทางแก้ไข (นวัตกรรม : เทคนิค/รูปแบบ/วิธีการ) 7 4.3 ออกแบบกิจกรรมใหม่ (กระบวนการ/ขั้นตอน/องค์ประกอบ) 11 การปฏิบัติการจัดการเรียนรู้และสังเกตการณ์จัดการเรียนรู้ (Do) 13 5.ผลที่ได้รับจากการนำสู่การปฏิบัติ 14 5.1 การดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามเทคนิค/แนวทางแก้ไข/ออกแบบนวัตกรรม/ 14 กิจกรรมรูปแบบใหม่ 5.2 การวัดและประเมินผล 15 การสะท้อนการปฏิบัติงาน (See) 15 6.การนำผลที่ได้ไปใช้ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครูผู้สอนและสถานศึกษา 6.1 เชิงปริมาณ 15 6.2 เชิงคุณภาพ 16 ภาคผนวก
1 การขับเคลื่อนกระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ชื่อ-สกุล นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์ตำแหน่ง ครูคศ.1 โรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน) สังกัดเทศบาลนครตรัง ชื่อกลุ่มกิจกรรมปฐมวัย ชื่อเรื่อง รูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบ S2P model เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการ สื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดควนขัน) ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วยการวางแผนการสอน (Plan) 1. ประเด็น (ป�ญหา/ความต้องการ/เหตุผล) (ที่มาและความสำคัญ) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่สองพุทธศักราช 2545 มาตรา 22 ระบุถึงหลักการจัดการศึกษาว่า ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ต้องจัดการศึกษาที่ พัฒนาผู้เรียนตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ ซึ่งครูทุกคนมีความจำเป�นอย่างยิ่งที่ต้องแสวงหาวิธีการที่จะช่วยให้ นักเรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งนวัตกรรมที่ครูจะต้องทราบคือ Professionals Learning Community (PLC) เป�นการรวมตัวกันทำงานพัฒนาทักษะและการเรียนรู้เพื่อปฏิบัติ หน้าที่ครูเพื่อศิษย์บนพื้นฐานวัฒนธรรมความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร มีวิสัยทัศน์ คุณค่า เป้าหมายและภารกิจ ร่วมกัน โดยทำงานร่วมกันเป�นทีม เรียนรู้ที่ครูเป�นผู้นำร่วมกันและผู้บริหารเป�นผู้ดูแลสนับสนุนสู่การเรียนรู้และ พัฒนาวิชาชีพ เปลี่ยนแปลงคุณภาพตนเองสู่คุณภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้นความสำเร็จหรือประสิทธิผลของ ผู้เรียนเป�นสำคัญและความสุขของการทำงานร่วมกันของสมาชิกในชุมชนการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทำยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานเป�นแนวทาง การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับคนไทยทุกคนเพราะเป�นรากฐานในการพัฒนาประเทศ เพราะทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญต่อความ เจริญก้าวหน้าของชาติที่เกิดจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการศึกษาขั้นพื้นฐานคือ ผู้เรียนมี สมรรถนะด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 และขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ขั้นพื้นฐานเพื่อสร้างคนในชาติให้มีค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ครอบคลุมและสอดคล้องกับลักษณะอัน เพิ่งประสงค์ซึ่งเป�นพื้นฐานสำคัญในการปลูกฝ�งค่านิยม คุณธรรมจริยธรรม ยุทธศาสตร์สำคัญของการปฏิรูป การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ส่งเสริมให้ครู จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป�นสำคัญและผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ได้เต็มเวลาเต็มหลักสูตร การปฏิรูปสื่อเทคโนโลยี นวัตกรรมและแหล่งเรียนรู้เพื่อการศึกษา ส่งเสริมการผลิต จัดหา ใช้สื่อนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการ จัดการเรียนรู้
2 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2560 มุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติป�ญญา อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่องได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุข และ เหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป�นคนดีมีวินัย และ สำนึก ความเป�นไทย โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา เด็ก โดยที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ 3-6 ป�เป�นการจัดการศึกษาในลักษณะของ การอบรมเลี้ยงดู และให้การศึกษา เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติป�ญญา ตามวัย และ ความสามารถของแต่ละบุคคล โดยมีจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2560 ประกอบด้วย 1. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสุขนิสัยที่ดี 2. สุขภาพจิตดี มีสุนทรียภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตใจที่ดีงาม 3. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีความสุข 4. มีทักษะการคิด การใช้ภาษาสื่อสาร และการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย เพื่อเตรียม ความพร้อม รอยต่อทางการศึกษา คือ จุดเปลี่ยนแปลงทางชั้นเรียนที่เด็กทุกคนล้วนต้องเจอ เป�นจุดเชื่อมต่อ ระหว่างระดับชั้นเรียน จากชั้นเรียนปฐมวัยสู่ชั้นเรียนประถมศึกษา เรียกได้ว่าเป�นประสบการณ์สำคัญสำหรับเด็กที่ จะเรียนรู้และปรับตัวเพื่อก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงนี้ไปให้ได้ ทว่าในช่วงปฐมวัยนั้นการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ในแต่ละครั้ง มักจะเป�นเรื่องยากเสมอ ฉะนั้น สิ่งสำคัญซึ่งจำเป�นสำหรับการเปลี่ยนแปลงในรอยต่อของการศึกษานี้ จะต้องได้รับการสนับสนุนและการช่วยเหลือที่เหมาะสมจากครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนบุคลากรอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะคุณครูปฐมวัยที่จะต้องเตรียมทักษะความพร้อมให้กับเด็กปฐมวัยให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ เด็ก ๆ ได้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงความพร้อมอื่น ๆ ที่คุณครูปฐมวัย ต้องจัดการเพื่อให้ง่ายต่อการเปลี่ยนจากชั้นเรียนปฐมวัยไปสู่ชั้นเรียนประถมศึกษาอีกด้วย เนื่องจากสภาพสังคมในป�จจุบันที่เทคโนโลยีเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มนุษย์จึง จําเป�นต้อง ได้รับการพัฒนาให้สามารถเติบโตและเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต โดยปลูกฝ�งให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อ การรับรู้ เรียนรู้และ การแสวงหาความรู้นั้นตั้งแต่เกิด สิ่งสําคัญที่สุดก็คือ ภาษา เพราะภาษามีบทบาท สําคัญอย่างยิ่งต่อการดํารงชีวิต ของมนุษย์ เนื่องจากภาษาเป�นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่มนุษย์สามารถใช้ติดต่อสื่อสารได้รวดเร็ว เข้าใจง่ายสุดและ นอกจากนั้นภาษาจึงเป�นเครื่องมือสําคัญในการติดต่อกับ ผู้อื่นเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและความรู้สึกที่มีต่อกัน การติดต่อแลกเปลี่ยนความคิดความรู้สึกนี้อาจจะสื่อออกมาหลายรูปแบบ เช่น ในการฟ�ง การพูด การอ่าน การ เขียนและแน่นอนที่สุดวิธีพูดย่อม เป�นวิธีติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนั้นการพัฒนาภาษาพูด ยังเป�นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาภาษาอื่นติดตามมาอีกด้วย การพูดและการสนทนาจึงมีความสําคัญเป�นอย่างมากใน ชีวิตประจําวัน การพูดเป�นเครื่องมือสําคัญของการติดต่อสื่อสาร ซึ่งการฝ�กความพร้อมทักษะทางภาษาและการสื่อสาร จะช่วยให้เด็กสามารถสื่อสารได้อย่างถูกวิธี ส่งผลให้ เด็กมีทักษะทางภาษาและการสื่อสารได้เหมาะสมตามวัย จึงได้ศึกษา แนวคิด ทฤษฎีของนักวิชาการหลายๆ ท่าน แล้วนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ รวมถึงนำบริบทของท้องถิ่นมาส่งเสริมการจัดทำนวัตกรรม เรื่อง รูปแบบการจัด ประสบการณ์เรียนรู้แบบ S2P model เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน) จังหวัดตรัง ขึ้น
3 2. สาเหตุ (ป�ญหา/ความต้องการ) 2.1 วิเคราะห์สาเหตุ (สาเหตุของป�ญหา) เนื่องจาก วิสัยทัศน์ของการศึกษาปฐมวัย คือ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนา ด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจสังคมและสติป�ญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์เรียนรู้อย่าง มีความสุขและเหมาะสมตามวัยมีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป�นคนดีมีวินัย และสำนึกความเป�นไทย โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาเด็ก การเตรียมความพร้อมทักษะทางภาษาและการสื่อสาร จะเป�นประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริม พัฒนาการด้านสติป�ญญา ให้มีพัฒนาการเป�นไปอย่างมีระบบ ตามช่วงอายุของเด็กแต่ละวัย ซึ่งการฝ�กความพร้อม ทักษะทางภาษาและการสื่อสาร ส่งผลให้เด็กมีทักษะทางภาษาและการสื่อสารได้เหมาะสมตามวัย ซึ่งสาเหตุของ ป�ญหาด้านทักษะทางด้านภาษาและการสื่อสาร คือ 1 เด็กพูดไม่ชัด 2 เด็กเล่าเป�นเรื่องราวต่อเนื่องไม่ได้ 3 เด็กขาดความมั่นใจในการสนทนาโต้ตอบในการสื่อสาร 2.2 วิเคราะห์เหตุผล (เหตุผลที่เลือก) จากสาเหตุในข้อ 2.1 การเตรียมมความพร้อมที่สำคัญส่งผลให้เด็กระดับชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 พร้อมรับ และ พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างมีคุณภาพ และสนุกกับสิ่งที่ต้องพบเจอ ในด้านความสามารถทางภาษาและการ สื่อสารจึงเป�นสิ่งจำเป�น ดังนั้น เพื่อช่วยให้เด็กเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข จึงนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม กับเด็กปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน) จึงเกิดรูปแบบการสอนใหม่คือ รูปแบบการจัดประสบการณ์ เรียนรู้แบบ S2P model เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรียน เทศบาล ๕ ( วัดควนขัน ) 3. ความรู้หรือหลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่ใช้ 1) วิสัยทัศน์โรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน) ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม 2) วิสัยทัศน์ของการศึกษาปฐมวัย คือ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการ พัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจสังคมและสติป�ญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์เรียนรู้ อย่างมีความสุขและเหมาะสมตามวัยมีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป�นคนดีมี วินัยและสำนึกความเป�นไทย โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาเด็ก
4 3) การจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง (Brain – based Learning)นพ. ประเสริฐ บุญเกิด ขั้นตอนที่ 1 เตรียมความพร้อม (Warm Up) เพื่อเป�นการกระตุ้นสมอง ตามหลักการทํางานของสมอง เมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีความสุข สมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่ง สารนี้มี ความสําคัญมาก ช่วยให้มีจิตใจที่สงบและเกิดสมาธิ ซึ่งจะแตกต่างจาก เอนดอร์ฟ�น (Endorphin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่จะช่วยให้มีความสุขและสนุกสนาน ซึ่งขั้นตอนนี้นับว่าเป�นขั้นตอนที่สําคัญ โดยทางโรงเรียนได้ กําหนดไว้ว่า ทุกชั่วโมงที่ครูเข้าสอน ครูจะต้อง Warm Up ก่อนเสมอ โดยใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ขั้นตอนที่ 2 เรียนรู้ (Learning Stage) ในขั้นตอนนี้จะคํานึงถึงหลักการทํางานของสมองที่ว่า “เรียนรู้จาก ง่ายไปหายาก เรียนรู้จากของจริง และจากการสัมผัส” จากการศึกษาทางประสาทวิทยาศาสตร์พบว่า “มือ” เป�น อวัยวะที่มีประสาทสัมผัสที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ได้ดีที่สุด รองลงมาคือ “ปาก” นั่นก็หมายถึง ต้องให้เด็กพูด หรือ สื่อสาร การสื่อสารจะช่วยให้เด็กสามารถเชื่อมโยงเรื่องได้ ขั้นตอนที่ 3 ขั้นการฝ�ก ขั้นนี้จะสอดคล้องกับหลักการทํางานของสมองที่ว่า “สมองจะจดจําได้ดีนําไปสู่ ความจําระยะยาว (Long-term Memory) ต้องผ่านกระบวนการฝ�กซ้ำๆ” คําว่า “ซ้ำๆ” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การ ทําโจทย์เดิมซ้ำๆ แต่หมายถึงการใช้หลักการ เช่น หลักการบวก ก็นําไปใช้กับ การบวกที่แตกต่างกันออกไปใน โจทย์ คุณครูจึงจําเป�นต้องออกแบบใบงานที่แตกต่างออกไป เพื่อให้นักเรียนได้ฝ�กฝนเรื่อยๆ ขั้นตอนที่ 4 ขั้นการสรุป ขั้นนี้เป�นการสรุปเมื่อจบบทเรียนหรือหน่วย ซึ่งแตกต่างจากขั้นตอนที่ 2 ซึ่งเป�น การ สรุปในแต่ละชั่วโมง ในขั้นตอนนี้เป�นการเชื่อมโยงความรู้ทั้งหน่วย ฝ�กให้นักเรียนเชื่อมโยงความรู้ภายใน บทเรียน สอดคล้องกับหลักการทํางานของสมองที่ว่า “สมองเรียนรู้เป�นองค์รวม” ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสําคัญ ขั้นตอนที่ 5 ขั้นการประยุกต์ใช้ทันทีทันใด การที่เด็กเรียนแล้วสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้นั้น ทําให้เกิด การ เรียนรู้ได้ถึงร้อยละ 90 ดังนั้น เมื่อจบบทเรียน คุณครูต้องคิด ต้องออกแบบ เชื่อมโยงความรู้ทั้งหน่วยมาให้เด็ก ทดลองทํา 4) การจัดการเรียนรู้แบบเรียนปนเล่น การจัดการเรียนรู้แบบเล่นปนเรียน หมายถึง วิธีการจัดกิจกรรม ให้กับเด็กโดยยึดหลักจิตวิทยาและธรรมชาติของเด็กที่ชอบเล่นอยู่แล้ว ด้วยการใช้เทคนิควิธีการบูรณาการสาระ ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่ต้องการให้เกิดกับเด็กและการเล่นให้เข้าด้วยกันทำให้เด็กได้เล่น รู้สึกสนุกสนาน อยากเรียนรู้มากขึ้น ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการต่างได้ให้นิยาม หรือแนวทางที่แตกต่างกัน ดังนี้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยดีคิน (Deakin University) ประเทศออสเตรเลีย ได้ทําการศึกษาว่า กระบวนการสอนที่เหมาะสม ที่สุดกับเด็กๆคือ Play-Based Learning หรือ กระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่น การเรียนผ่านการเล่น (Play-Based Learning) เป็นการเรียนการที่เน้นไปที่การสอนและการเรียนรู้โดยความหมายของ “การเล่น” คือการเล่นอย่างอิสระให้เด็กๆ เป็นคนเริ่มกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเองโดยคุณครูจะไม่ใช่ผู้ที่ชี้นําแต่จะเป�นผู้ร่วมเล่น (Co-player) ที่ทำหน้าที่ตั้งคำถาม เพื่อขยายขอบเขตความคิดของเด็ก ๆ ให้กว้างขึ้น “ธรรมชาติของเด็ก ๆ มักได้รับแรงกระตุ้นผ่านการเล่น คุณครู สามารถตั้งคำถามเพื่อส่งเสริมให้เด็กๆแก้ป�ญหาร่วมกับการเรียนผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing)” นาตาลี โรเบิร์ตสัน (Natalie Robertson) อาจารย์ด้านการศึกษาปฐมวัยและหนึ่งในทีมวิจัย อธิบายถึงสาเหตุว่า ทำไมเด็กๆควรเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Play-Based Learning ต่างจากการเรียนแบบเดิมอย่างไร การเรียน
5 แบบเดิมคือการเรียนการสอนแบบทางตรง (Direct-Instruction Approach) คุณครูจะเป�นศูนย์กลาง การเรียน แบบนี้อาจจะป�ดกั้นความคิดของเด็กๆ ซึ่งจะตรงกันข้ามกระบวนการเรียนรู้อย่าง Play-Based Learning ที่เด็กๆ แก้ป�ญหาด้วยตนเองโดยมีคุณครูเป�นที่ปรึกษาและตั้งคำถามเพื่อให้เด็กๆต่อยอดการเรียนรู้ สิ่งที่เด็ก ๆ จะได้จาก การเรียนผ่านการเล่นมาจาก 4 หลักคิดนี้ 1.การมีส่วนร่วม (Engagement) การเรียนผ่านการเล่นจะช่วยยกระดับการเรียนรู้ของเด็กๆผ่าน ประสบการณ์ที่เด็กได้ปฏิบัติจริง ซึ่งต้องใช้คำถามเชิงกลยุทธ์ของผู้สอนเป�นแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เด็กๆสนใจ และ เกิดความสงสัยอยากรู้ในสิ่งที่ตนเองกำลังเรียนรู้ ซึ่งจะส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการหาความรู้ระหว่างเด็ก ๆ และ คุณครูหรือแม้แต่กับเพื่อน ๆ ในห้อง ในส่วนนี้จะปลูกฝ�งให้เด็ก ๆ มีทักษะทางสังคมที่ดีด้วย 2.การพัฒนาตนเอง (Self-Development) เนื่องจากเด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ซึ่งเกิดจาก ความสนใจของตนเอง ดังนั้นในส่วนนี้เด็ก ๆ จะได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของตนเองอยู่ตลอดซึ่งส่งผลให้เด็ก ๆ ต้องพัฒนาทักษะในการพัฒนาตนเองไปในตัว 3.การริเริ่มคิดสิ่งใหม่ (Innovative Skills) จากการที่ผู้สอนหรือคุณครูกระตุ้นให้เด็กๆเกิดการเรียนรู้ พัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ทำให้เด็กๆต้องนำความรู้เดิมมาต่อยอดให้เกิดสิ่งใหม่ซึ่งส่วนนี้เป�นส่วนให้ พัฒนาความคิดริเริ่มให้เกิดสิ่งใหม่กับเด็ก ๆ ได้ 4.การสะท้อนคิดการเรียนรู้ (Reflection) การสะท้อนคิดการเรียนรู้ หรือ Reflection เป�นการกระตุ้นให้ เด็ก ๆ สะท้อนความคิดและแบ่งป�นการเรียนรู้รวมถึงสรุปการเรียนรู้ที่ผ่านมาเพื่อนำไปต่อยอดในการเรียนรู้ครั้ง ถัดไปของตนเอง ด้วยหลักคิดแบบนี้จึงทำให้ Play-Based Learning ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านการเรียนรู้ ทางวิชาการของเด็ก ๆ ได้ดีขึ้น และต่อยอดให้กับอนาคตทางการศึกษาของพวกเขา ทั้งยังเป�นทักษะการเรียนรู้ที่ เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21 อีกด้วย เฟรดริค วิสเฮม เฟรอเบล ผู้นำการศึกษาอนุบาลที่ได้รับขนานนามว่าเป�น “บิดาการศึกษาปฐมวัย” ด้วย การพัฒนาโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกขึ้นในประเทศเยอรมนีในป� ค.ศ. 1837 เป�นผู้ริเริ่มแนวคิดการจัดการศึกษา ปฐมวัยให้เป�นไปอย่างมีรูปแบบ กำหนดให้มีการวางแผนการสอน มีหลักสูตรสำหรับการศึกษาปฐมวัย มีการฝ�กหัด ครู รวมถึงการพัฒนาการสอนเด็กปฐมวัยด้วยการผลิตอุปกรณ์การสอน ที่เรียกว่า ชุดอุปกรณ์ และการจัดกิจกรรม สำหรับเด็กปฐมวัยที่เรียกว่า การงานอาชีพ เฟรอเบลเชื่อว่าเด็กมีความสามารถในสิ่งดีงาม มาตั้งแต่เกิด เด็ก ปฐมวัยควรจะเรียนรู้ด้วยการเล่น การแสดงออกอย่างอิสระ เด็กควรได้รับประสบการณ์จากการเรียนรู้ทั้งนอกชั้น และในชั้นเรียนโดยเฉพาะประสบการณ์ที่ได้มาจากการเล่น ด้วยเหตุผลนี้เฟรอเบลจึงใช้พื้นฐานความพร้อมของเด็ก ในการเรียน พัฒนาการตามช่วงอายุ ธรรมชาติของเด็กและเหตุผลทางคณิตศาสตร์ที่เฟรอเบลมีความสนใจมา จัดทำเป�นชุดของเล่นและกิจกรรมสำหรับเด็กที่สอดคล้องกับวัยของเด็กโดยเรียกชื่อว่า ชุดอุปกรณ์ (Gifts) และการ งานอาชีพ (Occupations) ชุดอุปกรณ์ หมายถึง อุปกรณ์สำหรับเด็กใช้เล่นเพื่อการเรียน ตามแนวการสอนของครู เป�นการเรียนรู้เกี่ยวกับรูปร่าง ขนาด สี และมโนทัศน์ที่เกี่ยวกับการวัด นับ การจำแนก และเปรียบเทียบ ชุด อุปกรณ์นี้ประกอบด้วยวัสดุสัมผัสได้จำนวน 10 ชุด
6 การจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่นหรือ Play + Learn = Plearn เป�นแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิชที่เน้นให้นักเรียนเป�นผู้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เกิดองค์ความรู้จากการปฏิบัตินั้น และมีความสุขในการ เรียนรู้ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การจัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิด Play + Learn = Plearn สามารถใช้ประยุกต์กับนักเรียนชั้นปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาได้โดยมีรูปแบบการจัด กิจกรรมที่แตกต่างกัน การจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่นในระดับปฐมวัยและประถมศึกษาจะเน้นการลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการเล่นในพื้นที่จริงหรือการเรียนรู้นอกห้องเรียนโดยประยุกต์ให้เข้ากับการเล่นตามบริบทที่นักเรียนคุ้นเคย การเล่นของเด็กไทย หรือการได้สัมผัสกับของเล่นที่แฝงไปด้วยความรู้ต่าง ๆ ที่นักเรียนจะได้รับ 5) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข สมดุล 4 มิติ 3 ห่วง พอประมาณ (ความพอดี ที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การ ผลิตและ การบริโภคที่พอประมาณ) มีเหตุผล (การใช้หลักเหตุผลในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ โดยพิจารณาจากเหตุป�จจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ) มีภูมิคุ้มกัน ( การเตรียมตัวให้พร้อมรับต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงรอบตัว) 2 เงื่อนไข ความรู้ (คือ รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) คุณธรรม (คือ ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งป�น) 4 มิติ ด้านวัตถุ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวัฒนธรรม 6) ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ 3 ขั้นตอน คือ Plan Do See ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ (มนตรี แย้มกสิกร, 2559 : 40-41; เรวณี ชัยเชวรัตน์, 2559 : 16) 1. การร่วมกันวางแผน (Plan) เป�นการศึกษาวิเคราะห์บทเรียนที่จะสอนร่วมกันจนกระทั้งเข้าใจ ใน องค์ประกอบทุกส่วน รายละเอียด และจุดเน้นสำคัญของบทเรียน ร่วมไปกับการวิเคราะห์ชั้นเรียน โดยย้อน ทบทวนข้อค้นพบในการพัฒนาบทเรียนจากการจัดการเรียนรู้ในบทเรียนดังกล่าวที่ผ่านร่วมกัน เพื่อใช้ปรับปรุงและ
7 พัฒนาเพิ่มเติมความเข้าใจบทเรียนให้เข้าถึงจุดเน้นสำคัญและเข้าถึงการเรียนรู้ของ ผู้เรียนในเรื่องนั้น ๆ จน สามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ถูกยกระดับจากที่ผ่านมา 7 2. การร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมและสังเกตชั้นเรียน (Do) คือขั้นต่อจากการวางแผนบทเรียน โดยมีภารกิจ แบ่งเป�น 2 ส่วน และ 2 บทบาท คือ ภารกิจการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนที่วางไว้ร่วมกัน ในบทบาท ครูผู้สอน และภารกิจการสังเกตชั้นเรียนตามประเด็นที่วางแผนบทเรียนร่วมกันในบทบาทผู้ สังเกตชั้นเรียน 3. การสะท้อนคิดผลการปฏิบัติกิจกรรม (See) คือ ขั้นตอนสืบเนื่องจากการสังเกตการปฏิบัติ กิจกรรม เป�นการสะท้อนผลชั้นเรียนร่วมกันหลังการสอนเสร็จสิ้น ประเด็นสำคัญที่เป�นจุดเน้นในการสะท้อนผลชั้นเรียน มี ประเด็นสำคัญ 4 ประเด็นคือ วัตถุประสงค์หรือความมุ่งหวังของผู้สอนในการสอน นี้ สิ่งที่ปรากฏขึ้นจริงในชั้น เรียนโดยเฉพาะสิ่งทีเกิดขึ้นกับผู้เรียน ป�ญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้น และแนวทาง การปรับปรุงพัฒนาในครั้งต่อไป 4. การออกแบบกิจกรรม/วิธีการ/รูปแบบ/เทคนิค (ปฏิทิน/ระบุเวลาหรือวันที่จะปฏิบัติ) 4.1. วัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาแนวทางการจัดรูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ แบบ S2P model เพื่อพัฒนาทักษะทาง ภาษาและการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๕ ( วัดควนขัน ) 2.เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร 4.2 การวางแผนหาทางเลือก/เทคนิค/แนวทางแก้ไข ( นวัตกรรม : เทคนิค/รูปแบบ/วิธีการ ) วางแผน คิดค้น ปรับเปลี่ยน การออกแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป�นสำคัญและ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ให้เหมาะสมกับพัฒนาการตามวัย ของนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โดยนำรูปแบบการสอน แบบเรียนปนเล่น มาสังเคราะห์และพัฒนา ได้รูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ แบบ S2P model เพื่อพัฒนา ทักษะทางภาษาและการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๕ ( วัดควนขัน ) จังหวัดตรัง โดยสอดคล้องกับมาตรฐาน / ตัวบ่งชี้ , มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษา เนื้อหา สาระการเรียนรู้ กิจกรรม/ รูปแบบ/วิธีการ/เทคนิค และการประเมินผล วิธีการ 1. ร่วมประชุม/สัมมนา/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ - กลุ่ม PLC กลุ่มที่ 4 สื่อสารเป�น (ปฐมวัย) ในทุกวันจันทร์เวลา 14.30 – 15.30 น. ณ ห้อง ปฐมวัยป�ที่ 1 - กลุ่ม PLC ระดับสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 15.30 – 17.30 น. ณ ห้องโสตทันศึกษา 2.การวิเคราะห์ข้อมูล จัดทำสารสนเทศ การดำเนินงาน 3.การจัดทำและพัฒนาแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้S2P Model เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษา และการสื่อสาร ของนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน)
8 ขั้นตอนการดำเนินการ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 วางแผนดำเนินการ (Plan : P) - ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดมุ่งหมายของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ - จัดทำหน่วยการเรียนรู้และทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ S2P Model เพื่อส่งเสริมทักษะทาง ภาษาและการสื่อสาร ของนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 ที่สอดคล้องกับจุดประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ - จัดทำสื่อการสอนเรื่องการสื่อสารไร้พรมแดน - สร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบบันทึกหลังสอน แบบสะท้อนผลการจัดการ เรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรม ตรวจผลงาน ขั้นที่ ๒ ปฏิบัติ (Action : A) นำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ S2P model เพื่อส่งเสริมทักษะทาง ภาษาและการสื่อสาร ของนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 นำมาใช้ในห้องเรียน โดยดำเนินการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้ตาม แผนการจัดประสบการณ์ที่สร้างขึ้น ขั้นที่ ๓ สังเกต (Observe : O) ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้เครื่องมือเก็บรวมรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบบันทึกหลังสอน แบบสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรม ตรวจผลงาน พร้อมๆ กับขั้นที่ ๒ ปฏิบัติ (Action : A) จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้โดยพยายามหา หลักฐานที่สนับสนุนและคัดค้านเพื่อนำไปสู่การสรุปผลและกำหนดข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ ๔ สะท้อนผลการปฏิบัติ (Reflect : R) นำข้อมูลจากขั้นที่ ๓ มาสะท้อนผลการดำเนินการ สะท้อน ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ได้จากแบบบันทึกหลังสอน แบบสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรม ตรวจผลงาน
9 ปฏิทินการขับเคลื่อนกระบวนการ PLC (Professional learning Community) เชื่อมโยงสู่การ ปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง PA สอดคล้องนโยบายในการคุณภาพการศึกษา ของสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลนครตรัง โรงเรียน เทศบาล ๕ (วัดควนขัน) หน่วยศึกษานิเทศก์สำนักการศึกษา เทศบาลนครตรัง ภาคเรียนที่ ๒ ประจำป�การศึกษา 2567 ********* ครั้งที่ วัน เดือนป� เวลา เรื่อง เวลา ชั่วโมง 1 21 พ.ย. 67 15.30 - 17.30 น. ประชุม สะท้อนผลการทำ PLC (Afer Action Review) เกี่ยวกับ ผลสำเร็จ ครูและนักเรียน ป�ญหา/อุปสรรค แนวทางในการแก้ไขป�ญหา 2 2 28 พ.ย. 67 15.30 - 17.30 น. - ครูรวมกลุ่ม PLC เพื่อช่วยกันวิเคราะห์สภาพป�ญหา (Problem , Need) / สิ่งที่ต้องการพัฒนา (Want, Vision, Policy ) เชื่อมโยงสู่ ว.PA ครูและผู้บริหารในเชิงรูปธรรมคำตอบคือสมรรถนะผู้เรียน เป�น การนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต มีอาชีพ หรือเรียนต่อ อย่างมีความสุข 2 3 12 ธ.ค. 67 15.30 - 17.30 น. - ครูรวมกลุ่ม PLC เพื่อช่วยกันสร้างใบงานที่ 1 รายกลุ่ม / กลุ่ม กิจกรรม : สร้างแบร์ด/จุดเน้น/จุดขาย ของกลุ่มสาระฯ- ของ สถานศึกษา 2 4 19 ธ.ค. 67 15.30 - 17.30 น. -ครูรวมกลุ่มจัดทำใบงานที่ 2 รายกลุ่มวิเคราะห์นโยบายสู่การพัฒนา คุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ จุดเน้น ป�ญหาและความ ต้องการในการออกแบบนวัตกรรมเชิงรูปธรรมการวิเคราะห์สภาพ ป�ญหา (Problem , Need) / สิ่งที่ต้องการพัฒนา (Want, Vision, Policy ) เชื่อมโยงสู่ ว.PA ก่อนการเขียนข้อตกลงในการพัฒนางาน 2 5 26 ธ.ค. 67 15.30 - 17.30 น. ใบงานที่ 3 รายบุคคล : จัดทำและนำเสนอ การออกแบบกิจกรรม/ นวัตกรรม ประเด็นท้าทาย 2
10 ครั้งที่ วัน เดือนป� เวลา เรื่อง เวลา ชั่วโมง 6 2 ม.ค. 68 15.30 - 17.30 น. ใบงานที่ 4 รายบุคคล กิจกรรม : จัดทำและนำเสนอ การออกแบบ นวัตกรรมหรือวิจัยชั้นเรียน ประเด็นท้าทาย 2 7 9 ม.ค. 68 15.30 - 17.30 น. ทำแผนจัดการเรียนรู้ ขั้นพื้นฐาน/ปฐมวัย นำเสนอ วิพากษ์แผนฯ 2 8 23 ม.ค. 68 15.30 - 17.30 น. -นำสู่การปฏิบัติสังเกตการสอน -สะท้อนผลการนิเทศ 2 9 30 ม.ค. 68 15.30 - 17.30 น. -นำสู่การปฏิบัติสังเกตการสอน -สะท้อนผลการนิเทศ 2 10 6 ก.พ. 68 15.30- 17.30 น. -นำสู่การปฏิบัติสังเกตการสอน -สะท้อนผลการนิเทศ 2 11 13 ก.พ. 68 15.30- 17.30 น. ประชุม PLC วิพากษ์การเขียนใบงานการสร้างโมเดลการสอน และ ผลลัพธ์ผู้เรียน เพื่อนำไปสู่การเขียนสรุปผลประเด็นท้าทาย 2 12 24 ก.พ. 68 15.30- 17.30 น. นิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ นางสุภร ทองขาว ชั้นปฐมวัยป�ที่ 1 นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์ ชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 มาประชุม PLC วิพากษ์การเขียนใบงานการสร้างโมเดลการสอน และผลลัพธ์ผู้เรียน เพื่อนำไปสู่การเขียนสรุปผลประเด็นท้าทาย 2 13 27 ก.พ. 68 15.30- 17.30 น. นิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ นางสาวดวงมณี บุญศรี ชั้นปฐมวัยป�ที่ 1 นางศิริรัตน์ สุโขวัฒนกิจ ชั้นปฐมวัยป�ที่ 2 มาประชุม PLC วิพากษ์การเขียนใบงานการสร้างโมเดลการสอน และผลลัพธ์ผู้เรียน เพื่อนำไปสู่การเขียนสรุปผลประเด็นท้าทาย 2 14 3 มี.ค. 68 14.30- 15.30 น. จัดทำรายงานผลสรุปตามข้อตกลงในการพัฒนางานครู 2 15 6 มี.ค. 68 15.30- 17.30 น. เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ รายงานผลสรุปตามข้อตกลงในการพัฒนา งานของครู 2 รวมจำนวนชั่วโมง 30
11 4.3 ออกแบบกิจกรรมใหม่/นวัตกรรมใหม่ ( กระบวนการ/ขั้นตอน/องค์ประกอบ) ขั้นตอนการดำเนินการ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 วางแผน (Plan : P) 1.ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดมุ่งหมายของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2.จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาและการสื่อสาร ด้วยการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบ S2P ประกอบด้วย 3 ขั้น คือ 1.ขั้นเตรียมความพร้อม กระตุ้นร่างกาย กระตุ้นสมอง ( Stimulate boby brain : S ) เป�น การเตรียมความพร้อมเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ และทบทวนความรู้พื้นฐาน เน้นกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกาย แบบต่าง ๆ และใช้เพลง คำคล้องจอง เกม กระตุ้นสมองให้ผ่อนคลายและ ตื่นตัว โดยใช้เพลง คำคล้องจอง กลอน ในการจัดกิจกรรม เรียนรู้จากง่ายไปหายาก เรียนรู้จากของจริงและจากการสัมผัส ช่วยพัฒนาสมองทำให้ เด็กเรียนรู้ได้มากขึ้น 2.ขั้นเรียนปนเล่น (Play and Learn : P1) เด็กร่วมกันวางแผนในการทำกิจกรรม ครูแจ้ง จุดประสงค์ ระบุวิธี วัดประเมินผล ลงมือปฏิบัติจริง ร่วมกันทำงานเป�นทีม การประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสาร
12 3 .ขั้นนำไปใช้ (Practical : P2) เด็กนำเสนอผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก การตอบคำถาม การสนทนาโต้ตอบ ผลงานการประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสาร ประเมินโดยการใช้แบบสังเกต ซึ่งเป�นแผนการจัดประสบการณ์ที่เป�ดโอกาสให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร ให้กับ เด็กๆ ได้เป�นอย่างดี โดยมีเครื่องมือในการเก็บข้อมูล คือ 1.แผนการจัดการเรียนรู้แบบ S2P model 2.การตอบ คำถาม 3.แบบสังเกตพฤติกรรม 4.สิ่งประดิษฐ์ ขั้นที่ 2 การดำเนินงาน (Do : D) นำแผนการจัดการเรียนรู้แบบ S2P Model เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาและการสื่อสาร ของนักเรียน ชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 นำมาใช้ในห้องเรียนโดยดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น 1.การจัดประสบการณ์เน้นการลงมือปฏิบัติจริง การสนทนาโต้ตอบ การตอบคำถาม การทำงานเป�นทีม 2.จัดกิจกรรมเรียนรู้ส่งเสริมทักษะทางภาษาและการสื่อสาร 3.เน้นการลงมือปฏิบัติจริง ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า ในการประดิษฐ์สิ่งของเหลือใช้ การนำเสนอผลงาน 4.ใช้สื่อ เพลง คำคล้องจอง บัตรภาพ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้ ในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ขั้นที่ 3 การประเมินผล (Check : C) ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบบันทึกหลังสอน แบบ สะท้อนผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรม 1.แบบสังเกตพฤติกรรม การตอบคำถาม การสนทนาโต้ตอบ การประดิษฐ์สิ่งของเหลือใช้ 2.นิเทศ ติดตาม ประเมินการจัดประสบการณ์เรียนรู้ และการใช้สื่อ เพลง คำคล้องจอง บัตรภาพ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ ขั้นที่ 4 การพัฒนา/ปรับปรุงแก้ไข (Act : A) นำข้อมูลจากขั้นที่ 3 มาตรวจสอบสะท้อนผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ได้จากแบบบันทึกหลังสอน แบบ สะท้อนผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรม การประดิษฐ์สิ่งของเหลือใช้การนำเสนอผลงาน
13 การปฏิบัติการจัดการเรียนรู้และสังเกตการจัดการเรียนรู้(Do) ว/ด/ป กิจกรรม/ประเด็น ผู้รับผิดชอบ หมายเหตุ พฤศจิกายน 2567 ขั้นที่ 1 วางแผนการดำเนินการ (Plan : P) ศึกษา เอกสารที่เกี่ยวข้อง จัดทำหน่วย แผน สื่อ และ เครื่องมือประเมิน นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์ ธันวาคม 2567 ขั้นที่ 2 การดำเนินงาน (Do : D) นำแผนการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ไปใช้ในห้องเรียน นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์ มกราคม 2568 ขั้นที่ 3 การประเมินผล (Check : C) ดำเนินการ เก็บรวบรวมข้อมูล นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์ กุมภาพันธ์ 2568 ขั้นที่ 4 การพัฒนา/ปรับปรุงแก้ไข (Act : A) นำ ข้อมูลมาสะท้อนผล นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์ แนวทางดำเนินงาน นำแผนการจัดการเรียนรู้แบบ S2P Model เพื่อส่งเสริมทักษะทางภาษาและการสื่อสาร ของนักเรียนชั้น ปฐมวัยป�ที่ 3 นำมาใช้ในห้องเรียนโดยดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น ขั้นนำ 1. ขั้นเตรียมความพร้อม กระตุ้นร่างกาย กระตุ้นสมอง (Stimulate boby brain : S) 1. ครูกล่าวทักทายสวัสดีเด็ก ๆ 2. เด็กและครูร่วมกันปฏิบัติกิจกรรม Brain Gym หรือ กิจกรรมการบริหารสมอง พร้อมฝ�กสมาธิด้วย “กลอนสู่ความสำเร็จ” พร้อมทำท่าทางประกอบเพลง 1-2 ครั้ง ตั้งอก ตั้งใจ ตั้งไว้ให้ดี ตั้งแต่บัดนี้ ขอจงตั้งใจ...... ตั้งตัว ตั้งต้น ตั้งตน ตั้งมั่น ฝ�กฝน ใฝ่ฝ�น ฝ่าฟ�น ฝ�นใฝ่ อบรมบ่มเพาะ เจาะจิตเจาะใจ ส่งเสริมสอดไส้ สวมใส่ศีลธรรม ขั้นสอน 2. ขั้นเรียนปนเล่น (Play and Learn : P1) 1. ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลง “เครื่องมือสื่อสาร” วิทยุใช้สื่อสารในการฟ�ง จดหมายนั้นไว้เขียนบอกความในใจ
14 โทรศัพท์ไว้พูดคุยถึงกันได้ โทรทัศน์ให้ภาพใส........เสียงชัดเจน.......... ไว้ดูไว้ฟ�ง ไว้ดูไว้ฟ�ง 2. ครูสนทนาเกี่ยวกับเนื้อเพลง และนำเครื่องมือสื่อสารชนิดต่าง ๆ (ของจริง) ให้เด็กดู เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ซองจดหมาย ฯลฯ ตู้จดหมายจำลอง - ให้เด็กบอกชื่อเครื่องมือสื่อสารเป�นภาษาไทย และครูแนะนำเป�นภาษาอังกฤษเพิ่มเติม โทรศัพท์ – telephone , โทรทัศน์ – television , วิทยุ – radio , จดหมาย - letter - ครูแนะนำตู้จดหมายเพิ่มเติม ซึ่งใช้คู่กับจดหมาย ในป�จจุบันยังมีการใช้งานอยู่แต่ไม่เป�นที่นิยม - เด็ก ๆ เคยเห็นเครื่องมือสื่อสารที่ครูนำมาหรือไม่ - เคยเห็นที่ไหน และใช้ทำอะไร - ครูอธิบายความหมายของการสื่อสารเพิ่มเติม 3. ให้เด็กแบ่งกลุ่ม 3 กลุ่ม กลุ่มจดหมายสื่อรัก กลุ่มโทรทัศน์พาเพลิน กลุ่มโน้ตบุ๊ครู้ทุกเรื่อง 4. เด็กออกมาเลือกอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ตามความต้องการ 5. ให้เด็กลงมือประดิษฐ์ โดยมีครูดูแลอย่างใกล้ชิด ขั้นสรุป 3. ขั้นนำไปใช้ (Practical : P2) 6. เด็ก ๆ แต่ละคนออกมานำเสนอผลงานตนเอง 7. ครูและเด็กช่วยกันสรุปความหมาย และความสำคัญของการสื่อสาร 5. ผลที่ได้รับจากนำสู่การปฏิบัติ 5.1 การดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามเทคนิค/แนวทางแก้ไข/ออกแบบนวัตกรรม/กิจกรรมรูปใหม่ สมาชิกกลุ่ม PLC นำแนวทางการแก้ป�ญหา/แนวทางการพัฒนาไปปฏิบัติจริงในชั้นเรียนของตนเอง ดังนี้ 1.หาความรู้ แนวคิดทฤษฎีต่างๆ ค้นหาเทคนิควิธีการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพป�ญหาที่พบ ในชั้นเรียน 2. จัดทำแผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบ S2P model เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร 3. จัดทำสื่อการเรียนรู้และคู่มือการผลิตและใช้สื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร 4. จัดประสบการณ์เรียนรู้แบบ S2P model เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร สำหรับนักเรียน ปฐมวัยป�ที่ 3 5. ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และสมาชิกกลุ่ม PLC ร่วมกันสังเกตการสอน/นิเทศการสอน 6. บันทึกหลักการสอน/บันทึกหลังการปฏิบัติกิจกรรมบันทึกหลังสอน
15 5.2 การวัดและประเมินผลตามแผนการจัดการเรียนรู้ - แบบสังเกตพฤติกรรม การสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ - แบบประเมิน อ่าน เขียนภาพและสัญลักษณ์ได้ - ตรวจผลงาน การสะท้อนการปฏิบัติงาน (See) (ว PA1/ส ส่วนที่ 2 ข้อ 3 ; เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ) 3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง การนำผลที่ได้ไปใช้ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครูผู้สอนและสถานศึกษา 3.1 เชิงปริมาณ 3.1.1 ผลที่นำสู่การปฏิบัติ : ผลที่เกิดกับผู้เรียน 1) ด้านผลการเรียนรู้ ผู้เรียนที่ ผ่าน ตัวชี้วัด/จุดประสงค์จำนวนทั้งหมด 14 คน คิดเป�นร้อยละ 100 ดังนี้ ด้านความรู้ (K) เด็กสามารถบอกความหมายของการสื่อสารได้ เด็กจำนวน 14 คน คิดเป�นร้อยละ 100 มีผลการประเมินระดับดี สามารถบอกความหมายของ การสื่อสารได้ว่า การสื่อสารเป�นการติดต่อระหว่างบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลหนึ่ง โดยใช้วิธีถ่ายทอดข่าวสาร ข้อมูล ความรู้ ความรู้สึก ฯ ที่อาจเป�นการพูด การเขียน สัญลักษณ์อื่นใดโดยผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน และ สามารถอธิบาย/นำเสนอเกี่ยวกับการประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสาร เชื่อมโยงความคิดรวบยอดได้ ด้านเจตคติ (A) เด็กมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม เด็กจำนวน 14 คน คิดเป�นร้อยละ 100 มีผลการประเมินระดับดี มีความกระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบกิจกรรม มีการนำประสบการณ์เดิมในชีวิตประจำวันมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และมา ใช้ในการประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสาร ด้านทักษะกระบวนการ (P) เด็กประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสารได้ เด็กจำนวน 14 คน คิดเป�นร้อยละ 100 มีผลการประเมินระดับดี สามารถประดิษฐ์เครื่องมือ สื่อสารได้ ด้วยกระบวนการทำงานเป�นทีม มีการวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน มีการนำประสบการณ์ ในชีวิตประจำวันที่พบเจอมาเชื่อมโยงอธิบายวิธีการ อุปกรณ์การประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสาร สามารถนำวัสดุเหลือใช้ มาปรับและสร้างสิ่งประดิษฐ์ได้ โดยในการทำกิจกรรมยังมุ่งเน้นการอนุรักษ์ และพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และชุมชนอย่าง ต่อเนื่องและยั่งยืน มีความต้องการที่จะนำขยะหรือเศษวัสดุไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด เป�นการปลูกฝ�ง จิตสำนึกให้เด็กได้รู้คุณค่าของขยะ ฝ�กความประหยัดการทำงานแบบมีส่วนร่วม และเน้นการปฏิบัติจริง สร้างความ ตระหนักในการดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
16 ป�ญหาอุปสรรค เด็กขาดเรียนจำนวน 4 คน แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ - ใช้กระบวนการกลุ่มช่วยกันดูแล ติดตามดำเนินงานให้ทันเพื่อน - ทบทวนให้ความรู้เพิ่มเติม หรืออาจทำใบงานเพื่อต่อไป 3.1.2 ผลที่นำสู่การปฏิบัติ : สะท้อนผลการปฏิบัติของตนเอง จากการประเมินการจัดการเรียนรู้ระดับการศึกษาปฐมวัย การเยี่ยมชั้นเรียน นิเทศการสอน ป� การศึกษา 2567 ภาคเรียนที่ 2 โดยใช้แบบประเมินของหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักการศึกษา เทศบาลนครตรัง รายการประเมิน จำนวน 8 รายการ ปรากฏผลการประเมินการปฏิบัติของตนเอง คะแนนรวม 38 คะแนน คะแนนเฉลี่ย 4.75 ระดับคุณภาพดีมาก ผลการประเมินหน่วยการจัดการเรียนรู้ จำนวน 16 รายการ ปรากฏผลการประเมินการปฏิบัติของตนเอง คะแนนรวม 64 คะแนน คะแนนเฉลี่ย 4 ระดับคุณภาพดีมาก และผลการประเมินการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก จำนวน 10 รายการ ปรากฏผลการประเมินตนเอง คะแนนรวม 40 คะแนน ระดับคุณภาพ ดีมาก 3.1.3 ผลที่นำสู่การปฏิบัติ : สะท้อนผลการพัฒนาสถานศึกษา จากการประเมินการจัดการเรียนรู้ระดับการศึกษาปฐมวัย การเยี่ยมชั้นเรียน นิเทศการสอน ป�การศึกษา 2567 ภาคเรียนที่ 2 โดยใช้แบบประเมินของหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักการศึกษา เทศบาลนครตรัง รายการประเมิน จำนวน 8 รายการ ปรากฏผลการประเมินการปฏิบัติของตนเอง คะแนนรวม 36.57 คะแนน คะแนนเฉลี่ย 4.57 ระดับคุณภาพดีมาก ผลการประเมินหน่วยการจัดการเรียนรู้ จำนวน 16 รายการ ปรากฏผลการประเมิน คะแนน รวม 63.67 คะแนน คะแนนเฉลี่ย 3.98 ระดับคุณภาพดีมาก และผลการประเมินการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิง บวก จำนวน 10 รายการ ปรากฏผลการประเมิน คะแนนรวม 39.83 คะแนน ระดับคุณภาพ ดีมาก 3.2 เชิงคุณภาพ 3.2.1 ผลที่นำสู่การปฏิบัติ : ผลที่เกิดกับผู้เรียน เด็กสามารถบอกความหมายของการสื่อสารได้ว่า การสื่อสารเป�นการติดต่อระหว่างบุคคลหนึ่งไป ยังบุคคลหนึ่ง โดยใช้วิธีถ่ายทอดข่าวสาร ข้อมูล ความรู้ ความรู้สึก ฯ ที่อาจเป�นการพูด การเขียน สัญลักษณ์อื่นใด โดยผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน และสามารถอธิบาย/นำเสนอเกี่ยวกับการประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสาร เชื่อมโยงความคิดรวบยอดได้มีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบกิจกรรม มีการนำ ประสบการณ์เดิมในชีวิตประจำวันมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และมาใช้ในการประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสาร สามารถ ประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสารได้ ด้วยกระบวนการทำงานเป�นทีม มีการวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน มี
17 การนำประสบการณ์ในชีวิตประจำวันที่พบเจอมาเชื่อมโยงอธิบายวิธีการ อุปกรณ์การประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสาร สามารถนำวัสดุเหลือใช้มาปรับและสร้างสิ่งประดิษฐ์ได้สามารถร่วมกันแก้ป�ญหาได้โดยครูและเพื่อนให้คำแนะนำ มีความพอใจในผลงานของตนเอง แสดงและชื่นชมผลงานของตนเองและผู้อื่นได้ การทำกิจกรรมยังมุ่งเน้นการ อนุรักษ์ และพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน มีความต้องการที่จะนำขยะหรือเศษ วัสดุไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด เป�นการปลูกฝ�งจิตสำนึกให้เด็กได้รู้คุณค่าของขยะ ฝ�กความประหยัด การทำงานแบบมีส่วนร่วม และเน้นการปฏิบัติจริง สร้างความตระหนักในการดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3.2.2 ผลที่นำสู่การปฏิบัติ : สะท้อนผลการปฏิบัติของตนเอง จากการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่เกิดจากการร่วมมือกันในการ แก้ป�ญหาของผู้เรียนในด้านทักษะทางภาษาและการสื่อสาร ทำให้สามารถพัฒนาตนเองในเรื่องต่าง ๆ ได้ ดังนี้ 1. ได้พัฒนาตนเองในการศึกษาหาความรู้ แนวคิดทฤษฎีต่างๆ ค้นหาเทคนิควิธีการสอนใหม่ๆ มาปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพป�ญหาที่พบในชั้นเรียน 2. ได้พัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบ S2P model เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสารที่ เหมาะสมผ่านการสะท้อนคิดจากเพื่อนร่วมกลุ่ม 3. ได้เทคนิควิธีการและกระบวนการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่หลากหลาย จากการสังเกตการ สอนของเพื่อนครู แล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง เช่น รูปแบบการสอน เกมต่างๆ ขั้นตอนการจัดกิจกรรมและสื่อ ในชั้นเรียน 4. ได้แนวทาง เทคนิค วิธีการ การค้นหาสื่อจากอินเทอร์เน็ต เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีที่ หลากหลาย โดยเป�ดคลิปวีดีโอ ให้เด็กดู เช่น เบรนยิม เพลง นิทาน เกมต่างๆ เป�นต้น 5. ได้แนวทางในการจัดทำสื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย ทั้งสื่อที่จัดทำขึ้นเองและสื่อที่ค้นหา จากอินเทอร์เน็ต ไว้ประกอบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ให้กับเด็ก รวมถึงการใช้สื่อที่ เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อหาจุดประสงค์ กิจกรรมการเรียนรู้ และการวัดประเมินผล 6. ได้เพื่อนร่วมทีมที่เข้มแข็ง ช่วยกันคิด ร่วมมือแก้ป�ญหา เป�ดใจยอมรับฟ�งความคิดเห็น ให้ข้อ ชี้แนะ ให้คำชมเพื่อส่งเสริมให้การจัดประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 7. จากการสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ทำให้มีแนวทางในการพัฒนาตนเอง ทราบจุดเด่นและจุดที่ควรพัฒนาใน การจัดการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ในครั้งต่อ ๆ ไป ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
18 6.2.3 ผลที่นำสู่การปฏิบัติ : สะท้อนผลการพัฒนาสถานศึกษา จากการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ( PLC ) สะท้อนผลการพัฒนา สถานศึกษา ดังนี้ 1.สถานศึกษาได้ทราบป�ญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของครู และนำป�ญหาที่เกิด ขึ้นมาปรับเปลี่ยนแก้ไขกระบวนการสอนของครูให้ดียิ่งขึ้น 2. สถานศึกษามีสื่อนวัตกรรมที่หลากหลาย 3. ครูมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่มีคุณภาพมากยิ่ง 4. ผู้บริหารนำผลที่เกิดจากการสะท้อนผลในการดำเนินงาน PLC มาปรับปรุงและพัฒนาการ บริหารงานการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับตัวชี้วัด ดังนี้ จุดเด่น/ชื่นชม/ภูมิใจ/ประสบความสำเร็จ 1.ครูใช้แผน S2P โดยการ Brain Gym ให้เด็กเรียนปนเล่นเป�นรูปแบบชัดเจน 2.เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ได้ละเอียด เป�นแผนที่คนอื่นสามารถนำไปสอนได้ 3.เด็กได้ลงมือวางแผน ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ลงมือคิด ช่วยกันทำเป�นทีม 4.ครูใช้สื่อของจริง วัสดุเหลือใช้ ทีวี VDO ช่วยในการเรียนรู้ได้ง่าย 5.เด็กทำงานเป�นทีม ใช้กระบวนการในการร่วมคิด ร่วมทำ จึงสำเร็จ 6.ครูเตรียมสื่อ ใช้ในการเรียนปนเล่น เด็กมีความสุข สนุกในการทำ 7.ครูมีการบูรณาการกิจกรรมปลูกพลังบวกในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กตลอดเวลา 8.ครูให้ความสนใจและดูแลเด็กทุกคนอย่างทั่วถึง รวมทั้งจะเข้าไปช่วยนักเรียน ประเด็นทำได้ดีกว่านี้ควรจะช่วยเหลือประเด็นไหน/จุดควรพัฒนา/ข้อจำกัด/ป�ญหาอุปสรรค/ข้อผิดพลาด 1.ครูควรให้เด็กได้ประเมินผลในการทำชิ้นงานบอกจุดสำเร็จป�ญหาอุปสรรคในการประเมินเพื่อ ประเมินมนการแก้ไขปรับปรุงต่อไป 2.ฝ�กให้เด็กได้นำเสนอทุกคน โดยการแบ่งหน้าที่กัน 3.ควรสอนบูรณาการในด้านต่าง ๆ อย่างหลากหลาย 4.การใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กาว กรรไกรยังวางไม่เรียบร้อย 5.การทำกิจกรรมกลุ่มใช้เวลามาก (ลงชื่อ) ผู้บันทึก (นางจุฑารัตน์ ราชภิรมย์) ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1
1. บันทึกข้อความขอจัดตั้งกลุ่มชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 2. ประกาศ การจัดตั้งกลุ่มชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 3. แบบบันทึกชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 4. ภาพกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาการ ระดับกลุ่ม ระดับสถานศึกษา 5. ภาพกิจกรรมการนิเทศการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ PLC
り'“聟 l」 n%Onη 8J dQul■%nη i l,Ⅲ 6ul」 tMoυ oo《 (■ 9o37劉 11)_ lη2_Q_」 b。 べにしb_ `ヨ 0′ `ヨー ^ "ド booご(《:《)/. __ ___ つuⅥ 。 員n,■つり O《つり . 二^ り ^ : パ ^__ L■ 0劇 %OQ∩餘ヾ Q311潤%聰 Lし 111∩ 15し ヽJulⅥ くつ%n句(PL⊂ Llu明 渕づnl」 っu∩ 5密 an蹴 商 n 15く し、8翻 Lη nυ naど(5∩っ翻奢 喬o81ioしヽ日聰 int」 na(ど(3'∩つ1」 %l」 )fin〈 l」 ni劉 IJL∩ 6ol`∩ i81」 つ1`∩ n5PL(:(1関%1`し Llメ く 15L581」 がaan聰肩 un tl。 ポ角銀un∩ 1:、innⅥ nl目 しtagⅥ 瓢糧 、彫 っunn5η nit号 8翻 も%。 く、lデ曇」igaη 3nnⅥ ぢつ襲 糧斉蹴untξUMnlun3,さ 5彫 Qu∩ 1lt号 81`ζ ざ lint」 が 100∩ LLU l」 im∩ 1ヽ 脚L嘴 0∩ 5し 」うむ蹴しL」 aく ^ 影 シ _ ざ ~ L劉 くQttan躙 く o%n%璃 しta彰 因aattqη 5剛 ooll∩ し、8■ 翻 劉n躙 tQnunく っ朝nim範 ぅ %ni脚 8 口n出 蹴く 1∩ 籠.◎ QИ l`n∩ attanl彰 11し 、む1`5」 5輿 Qo o」 っ1関 」18aq百旬0旬 mo∩ バ関%8」 %1:∩ niL58鶴 ぅ n16%n電 璃 」58in雹 nig∩ n bdbJ l∩ u働 51oa彫 もうu∩ く o.∩Q脚 驚潤腎明 nヽ し5υ 蹴電 nll%n%Ⅵ Q3JⅥ =窟0網 niLUu tun襲 つき b.aNn9∩ b.01」 nく 旬朝niml` in%nl潤 u 5∩ n.0 b.し unヾ an3∩っく脚 `ゝ ょ aini 凩%13∩1因 %38 b.m l10くattζm」 al剛 ぅ1瀬 翻6¶ 粛電Q3∩ 1因%っ き じ.⊂l unく anぅ oく 旬1っ 興%っ ぅ "秘 っ m.因L¶ oo%1(1,」 5彫 句n∩ a脚 場くnan aく onQum m∩1」ollヒ nnして8o%η (11 (ご .因 ulνni unヾ 6聰un∩ ぅ しし襖 a ttonl198∩ ni3oo場 籠 視nく aИ an ua」潤 loく 興onllo o∩ niaanl」 n∩ 1」 (ζ .aol■ 」1彰 %脚 a関 oく」、襲Q81q。 b.31」 Lnal」 58%脚 a脚 b.0つ 聰旬視 ぅ しnao Oご.mO― ど,mO u. b.bっ 鶴躙Q喉楊 例 しnan Ob.00-◎ 制.m01`. てくSu聰躙しol」 1∩ 51υ Lta80旬 1lc、」 ( uxnvtnim囁 11%ら、脚J) mnし Ll′ Rl`ヾ5∩何,0 し新un31 も.創 lm□ t」 。聰創nm 、ご (1」 n訊」5税l J6甲 1予ょ1) ナQソinttnuυ弓 、く1覇5%η ol L偽 35 図 。.創 nm□ l」 。蹴劉nm 珈1醐 (懸 命an l罰長 ,oく 興ol`l」 18∩ 15aanl」 輌 11夕 図 「。1旬 n"lttnto翻 n5□ l」 。1彎 n" Gゞ 臨ヽも (■0く ざ蹴81∩ヽ Li刊na) dnl」 38∩ 0,aan`l球 1胃 1」nliく し、81lLγlnl」 na(貿 (′ i4∩ Qι」6訴 l」
」1彫 n成1く L弓 む聰LⅥ nυ naど (焔 つ視%翻 4 ^ し10く n5■ 9働 く パ^__、 Q関13」 %u∩ nlLiU鶴lη n10%n%Ⅷ tPLし attη ご a潤 纂ni彫 olし ,0範 ぅ」5脚 30 」5彫 句nt∩ n、 何 un bどbd 斉38粛 nUUttИ nう ヾn`6%n∩ nl lU員 %Oυ う =:UL∩ が0制 5彫 つ覇 15町 34%翻 nう し弓U明lη くら%n彎(PLC) う8前 a00ジ Un llヾ LttU蹴 しnuna (愉 3・ 仇 )」 5調nl∩ nゴ 3bζbtt l斉 豹 バnも0硼e橘 偽 中 町鋼 11∩ 5L詢 」Jル11く hn伽|∩ 申」an調 01t弓 81」 J`1」 脚 狗 liもしぶっliく し号811し 1401」 na(“ (′ う`∩ 1116:`1´ょ)熟 00∩ 」58∩ nnlヂ 5nυヾ O.∩attR∫ 潤%1」 n、 し、8糧1,イ 〕%n%璃 an∩uη 」58η ol∩ nl何 (け bζb劇 l _ へ 4 1 」 . ., 、 し.∩ q脚腎躙%蹴 nう し18驚 こ l10%0%Ⅵ QttaOanヽ L」 現 (U鬼襲Q8) m.attη %∩ a脚 m・ 01」nく 1朝 nim視 inttЯ 5脚 8 こ 何・ m.し 1」 nく an3∩ っく潤 `滅 u〔unl 因%38∩1閃 %Q8 m.m明 1く R号 ギロ嘔 al剛う(な1覇 6旬 因%っ ぉ ぅ因%っ m.c11lolanl lol¶ nっ 因騒っ ぅ因匈 ci由 し1:3つ6tチ `Ut」 58ηl∩ il」 1」 nく aan a(On局 11訴 尋1」 n=itνlfiFit`:33・ びnξ (ま `.因 u5νl■ 1:nヾ 5場 uη i tし a ttonunu∩ olaoll」 n∩ R」 unlaⅥ an u31 5o(因 onuっ も 15aan■ 口 b.aQ■ 』ig%脚 att q40o」 、コnむ 咄覇 ml.っ .覇 しっan」 58■ 脚na8」 酎.01蹴句1」 l もっan Od.mO一 .m01`. 耐.し っ視 qlλ`autt Lnan b.○ _◎醐.mO u. 可ヾ」58∩ n口 潤ntlo■ 1lυl∩ 8ηち 視 鬱、3∩ n口 [u nuη 醐 脚ol`nu聰 .籠 .し db酎 (a、 )|、ゃ (聰 n15■ oo∩ ぅ し躙Qa) なnl」つむ1laanl」 肩1」 n15く しヽ81風 lnlJna〈 (′ う|∩ つl」 剛11)
ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 กลุ่ม สื่อสารเป็น (ปฐมวัย) แบบบันทึก PLC ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาโรงเรียนเทศบาลนางจุฑารัตน์ ราชภิรมโรงเรียนเทศบาลสำนักการศึกษา เทศบาลนครตรัง กรมส่งเส
ชีพ (Professional Learning Community) ล ๕ (วัดควนขัน) มย์ ตำแหน่ง ครู คศ.1 ล ๕ (วัดควนขัน) สริมการปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย
แบบบันทึก PLC ชุนชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาใบงานที่ 1 ภาพรวม : สร้างแบร์ด/จุดเน้ชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรีย----------------------------------------------------------------------------------------ครั้งที่ ....1................ วัน...พฤหัสบดี...........ที่ .....21....เดือน พฤวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์เป้าหมายคุณภาพผู้เรียนจากหลักสูตรสถานเพื่อวิเคราะห์สภาพป�ญหา (Problem , Need) / สิ่งที่ต้องการพัฒนา (Want, Vision, Pนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์ของโรงเรียน “สถานศึกษาแห่งคุณภาพ ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม น้อมนำหลักปแนวทางการขับเคลื่อน นโยบายสู่การปฏิบัติ 1. ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 2. RCE Trang ผลิตภัณฑ์ เป�นการสร้างความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม 2.1 ด้านอาหาร ปลาดุก ไก่ กบ 2.2 ด้านเกษตรปลอดภัย คนเมืองปลอดภัย Nic1 พืช ผัก เห็ด ร่วมกับโครงการกองสวชาวบ้าน กูรู วิทยาลัยเทคนิค การอาชีพ สวนดุสิต) 3. RCE Trang เป�นการสร้างความยั่งยืน พหุวัฒนธรรม เช่น เรื่องเล่าขาน ตำนานเรือบ4. การสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนความยั่งยืน ร่วมกับชุมชนควนขัน เช่น วัด บ้าน รร.5. นโยบายของต้นสังกัด (เทศบาลนครตรัง) 3R+ (Reading, writing and arithmetic)
าชีพ (Professional Learning Community) ้น/จุดขาย ของกลุ่มสาระฯ- ของสถานศึกษา ยนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน) -------------------------------------------------------------------------------------------- ฤศจิกายน............. พ.ศ. 2567 ภาคเรียนที่ 2 ป�การศึกษา 2567 นศึกษา ให้สอดคล้องกับวิทัศน์โรงเรียน ในการวางแผนการสร้างนวัตกรรม Policy ) เชื่อมโยงสู่ ว.PA ครูและผู้บริหารในเชิงรูปธรรมคำตอบคือสมรรถนะผู้เรียน เป�นการ งทักษะชีวิต มีอาชีพ หรือเรียนต่อ อย่างมีความสุข รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วม” วัสดิการของ เทศบาลนครตรัง กิจกรรมชุมชนคนเมือง NIC 1-5 (อบรมให้ความรู้ ปราชญ์ บก วัดควนขัน ประกอบด้วย การเล่าเรื่อง สร้างคลิป สตอรี่ มักคุเทศก์น้อย ภูมิป�ญญาชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน
วิสัยทัศน์ของกลุ่ม สื่อสารเป�น กลุ่มสาระ ผลลัพธ์ของผู้เรียน กลุ่มสืK ความรู้ P/S ทักษะ A เจตคติสังคม หลักธรรม ศาสนพิธี คิด ฝ�กปฏิบัติ วิอังกฤษ คำศัพท์ ประโยคสื่อสาร ทักษะการคิดขั้นสูง ภาษาไทย อ่านออก เขียนได้ ประโยค สื่อสาร ทักษะการสื่อสาร ทักษะการคิดขั้นสูง วินัยศิลปะ ลีลา ท่ารำ ทักษะการคิดขั้นสูง ฝ�กปฏิบัติ วินัยปฐมวัย การสื่อสาร ทักษะการคิดรวบยอด ฝ�กปฏิบัติ วินัยสรุปผลการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่ม / ประเด็นที่คัดเลือกเพื่อสร้างแบร์ด/จุดเนสรุปผลรวมของกลุ่ม “ การพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร”
สื่อสารเป�น (ปฐมวัย) จุดเน้น ติ ทัศนคติ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ V = คุณค่า/ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน ( ผลงาน/ ชิ้นงาน /ภาระงาน) วินัย ใฝ่รู้ จิตสาธารณะ เล่าขานตำนานท้องถิ่น (คลิป วีดีโอ มัคคุเทศก์น้อย ) วินัย ใฝ่รู้ รับผิดชอบ การสื่อสารภาษาอังกฤษ คลิปวีดีโอสตอรี่ (เล่าขานตำนานเรือบก ผลิตภัณฑ์ ฯลฯ) ย ใฝ่รู้ รักษ์ความเป�นไทย สื่อสารเป�น (มัคคุเทศก์น้อย) คลิปวีดีโอสตอรี่(เล่าขานตำนาน เรือบก ผลิตภัณฑ์ ฯลฯ) ย ใฝ่รู้ รักษ์ความเป�นไทย ท่ารำประกอบบทเพลง เล่าขานตำนานเรือบก (รำเรือบก เพลงตำนานเรือบก) ย ใฝ่รู้ รักษ์ความเป�นไทย หนูน้อยคนเก่ง กินอยู่พอเพียง เรียนปนเล่น เน้นสิ่งประดิษฐ์ (มารยาท การนำเสนอ สิ่งประดิษฐ์) พัฒนาทักษะ ทางภาษาและ การสื่อสาร น้น/จุดขาย ของกลุ่มสาระฯ- ของสถานศึกษา
รายชื่อผู้ร่วมกิจกรรมกลุ่ม สื่อสารเป�น (ปฐมวัย) จำนวน 4 คน ที่ ชื่อ-สกุล ตำแหน1 นางสาวดวงมณี บุญศรี ผู้ช่วยครูผู้ช่วย 2 นางสุภร ทองขาว ผู้ช่วยครูผู้ช่วย 3 นางศิริรัตน์ สุโขวัฒนกิจ ผู้ช่วยครูผู้ช่วย 4 นางจุทารัตน์ ราชภิรมย์ ครู คศ.1
น่ง ลายเซนต์ หมายเหตุ อ.1 อ.1 อ.2 อ.3
แบบบันทึก PLC ชุนชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรีครั้งที่ 2 วันพฤหัสบดี.ที่ 12 เดือน ธันวาคมใบงานที่ 2 รายกลุ่มวิเคราะห์นโยบายสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกัการวิเคราะห์สภาพป�ญหา (Problem , Need) / สิ่งที่ต้องการพัฒนา (Waกลุ่มเป้าหมาย/ ระบุชื่อ/ชั้น/ห้อง ป�ญหา/พัฒนา สาเหตุ แนวทาง/วิธีการ / กิจกรรม/เทคนิค รูปแบบ/นวัตกรรมที่ใช้ แก้ป�ญหา วัตถุประสงพัฒนา/(มาตรฐาน/ตบ่งชี้) กลุ่มปฐมวัยป�ที่ 3 เพื่อเป�นการ เตรียมมความ พร้อมทักษะทาง ภาษาและการ สื่อสาร ส่งผลให้ เด็กมีทักษะทาง ภาษาและการ สื่อสารได้ เหมาะสมตาม วัย 1. เด็กพูดไม่ชัด 2. เด็กเล่าเป�น เรื่องราวต่อเนื่อง ไม่ได้ 3. เด็กขาดความ มั่นใจในการ สนทนาโต้ตอบ ในการสื่อสาร 3) นโยบาย สถานศึกษา พอเพียง 4) นโน บายโรงเรียน ปลอดขยะ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการจัด ประสบการณ์เรียนรู้แบบ S2P Model เพื่อพัฒนา ทักษะทางภาษาและการ สื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้น ปฐมวัยป�ที่ 3 1.เพื่อจัดรูปแประสบการณ์แบบ S2P Moพัฒนาทักษะทและการสื่อสานักเรียนชั้นปฐโรงเรียนเทศบ( วัดควนขัน 2.เพื่อพัฒนาทภาษาและการ
าชีพ (Professional Learning Community) รียนเทศบาล 5 (วัดควนขัน) ม พ.ศ. 2567 ภาคเรียนที่ 2 ป�การศึกษา 2567 ับวิสัยทัศน์ จุดเน้น ป�ญหาและความต้องการในการออกแบบนวัตกรรมเชิงรูปธรรม nt, Vision, Policy ) เชื่อมโยงสู่ ว.PA ก่อนการเขียนข้อตกลงในการพัฒนางาน ค์ของการ /วิจัย ตัวชี้วัด/ตัว มสาระฯ ผลลัพธ์การเรียนรู้ ผลลัพธ์/ผลกระทบ ที่เกิดกับผู้เรียน(Outcomes) ตัวชี้วัด (Indicators) PA มาตรฐานประกันคุณภาพฯ แบบการจัด ณ์เรียนรู้ odel เพื่อ ทางภาษา าร สำหรับ ฐมวัยป�ที่ 3 บาล ๕ ) ทักษะทาง รสื่อสาร ด้านความรู้ (K) เด็ก สามารถ บอกความหมายของการสื่อสารได้ ด้านเจตคติ (A) เด็กมีความ กระตือรือร้นในการเข้าร่วม กิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบกิจกรรม มี การนำประสบการณ์เดิมใน ชีวิตประจำวันมาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และมาใช้ในการประดิษฐ์ เครื่องมือสื่อสาร ด้านทักษะกระบวนการ (P) เด็ก ประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสารได้ ด้วย กระบวนการทำงานเป�นทีม มีการ วางแผน แบ่งหน้าที่กันทำงาน อย่างชัดเจน มีการนำ ประสบการณ์ในชีวิตประจำวันที่ พบเจอมาเชื่อมโยงอธิบายวิธีการ อุปกรณ์การประดิษฐ์เครื่องมือ สื่อสาร สามารถนำวัสดุเหลือใช้มา ปรับและสร้างสิ่งประดิษฐ์ได้ 1. ร้อยละ 80 ของเด็ก ปฐมวัยป�ที่ 3 มีการพัฒนา ทักษะทางภาษาและการ สื่อสาร ด้วยการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ แบบ S2P Model ในระดับ พอใช้ขึ้นไป 2. ร้อยละ 80 ของเด็ก ปฐมวัยป�ที่ 3 มีพัฒนาการ ทางภาษาและการสื่อสาร ในหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การสื่อสารไร้พรมแดน สูงขึ้น ด้วยการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ แบบ แบบ S2P Model มาตรฐานการประกัน คุณภาพการศึกษา มาตรฐานสถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัยแห่งชาติ มาตรฐานด้านที่ 2 กระบวนการดูแลจัด ประสบการณ์ เรียนรู้ และ เล่น ตัวบ่งชี้ที่ 2.3 การส่งเสริม พัฒนาการด้านสติป�ญญา ภาษาและการสื่อสาร มาตรฐานด้านที่ 3 คุณภาพ ของเด็กปฐมวัย สำหรับเด็ก อายุ 3 ป� - อายุ 6 ป� (ก่อน เข้าประถมศึกษาป�ที่ 1) ตัวบ่งชี้ที่ 3.2 ข เด็กมี พัฒนาการสมวัย
รายชื่อผู้ร่วมกิจกรรมกลุ่ม สื่อสารเป�น (ปฐมวัย) จำนวน 4 คน ที่ ชื่อ-สกุล ตำ1 นางสาวดวงมณี บุญศรี ผู้ช่วยครูผู้ช่วย 2 นางสุภร ทองขาว ผู้ช่วยครูผู้ช่วย 3 นางศิริรัตน์ สุโขวัฒนกิจ ผู้ช่วยครูผู้ช่วย 4 นางจุทารัตน์ ราชภิรมย์ ครู คศ.1
ตัวบ่งชี้ที่ 3.3 ข เด็กมี พัฒนาการด้านการ เคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ที่ 3.4 ข เด็กมี พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ ตัวบ่งชี้ที่ 3.5 ข เด็กมี พัฒนาการด้านสติป�ญญา เรียนรู้และสร้างสรรค ตัวบ่งชี้ที่ 3.6 ข เด็กมี พัฒนาการด้านภาษาและ การสื่อสาร ำแหน่ง ลายเซนต์ หมายเหตุ ยอ.1 ยอ.1 ยอ.2 อ.3
แบบบันทึก PLC ชุนชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชากลุ่มกิจกรรมชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 ----------------------------------------------------------------------------------------ครั้งที่ 3 วัน พฤหัสบดี ที่ 26 เดือน ธันวาใบงานที่ 3 รายบุคคล : การออกแบการออกแบบนวัตกรรมหรือวิจัยชั้นเรียน : การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ S2(วัดควนขัน) (ตัวแปรต้น ตัวแปรตามกลุ่มเป้าหมาย) จุดุมุ่งมาย/ จุดประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย/ ระบุชั้น/ห้อง/ โรงเรียน/จำนวนนร. กี่ชม. แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1 วงจรการควบคุม คุณภาพ (PDCA Cycle) หรือ วงจร เด็มมิ่ง (Deming Cycle) 2 การจัดการเรียนรู้ตาม หลักการพัฒนาสมอง (Brain – based Learning) นพ. ประเสริฐ บุญเกิด https://www.okmd.or. th/upload/document s/BBL_synopsis10th_ book.pdf กขั้นตอนที่ 1 เตรียมความ พร้อม (Warm Up) การกระตุ้นสมอง ตาม หลักการทํางานของสมอง เมื่อมีการเคลื่อนไหว ร่างกายอย่างมีความสุข สมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อ ว่า เซโรโทนิน (Serotonin) กิมีท- สกิจัปส
าชีพ (Professional Learning Community) โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดควนขัน) -------------------------------------------------------------------------------------------- คม พ.ศ. 2567 ภาคเรียนที่ 2 ป�การศึกษา 2567 บบกิจกรรม/นวัตกรรม ประเด็นท้าทาย 2P Model เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสารของเด็กปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๕ แนวทาง/วิธีการ/กิจกรรม รูปแบบ/นวัตกรรม สื่อ เทคนิคที่ ใช้แก้ป�ญหา รูปแบบใหม่ สื่อ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้ เครื่องมือ ที่ใช้ในการวัด ประเมินผล 1 การจัดการเรียนรู้แบบไฮ/ สโคป (High Scope) ดร.เดวิด ไวคาร์ท (Dr.David Weikart) ลิ้งที่มา คลิกตรงนี้ กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ทางด้านร่างกาย อารมณ์ -จิตใจ สังคม และ สติป�ญญา ได้แก่ 1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและ จังหวะ 2. กิจกรรมเสริม ประสบการณ์ 3. กิจกรรม สร้างสรรค์ 4. กิจกรรม 1.ขั้นเตรียมความพร้อม กระตุ้น ร่างกาย กระตุ้นสมอง ( Stimulate boby brain : S ) 1.แผ่นชาต์ 2.youtube 3.เพลง 4.คำคล้องจอง 1. แบบสังเกต พฤติกรรม ความสนใจใน การเข้าร่วม กิจกรรม
1. Plan – การ วางแผน : หมายถึง การตั้งเป้าหมายจาก ป�ญหาหรือโอกาสต่างๆ และสร้างแผนการ ทำงานหรือ กระบวนการเพื่อทำให้ เป้าหมายนี้ประสบ ความสำเร็จ เ61คืเ2. Do – ปฎิบัติ/การ ทดสอบ : หมายถึง ขั้นตอนการทดสอบ เป�นการลงมือทำและ เก็บข้อมูลเพื่อหา จุดอ่อนหรือจุดที่ สามารถพัฒนามากขึ้น ได้ รวมถึงการ แก้ป�ญหาเฉพาะ หน้าต่างๆ อาจมีการ กำหนดโครงสร้าง คณะทำงานรองรับ และกำหนดวิธีการและ ขั้นตอนในการ ดำเนินงาน เอาไว้อย่าง ชัดเจน ขั้นตอนที่ 2 เรียนรู้ (Learning Stage) การทํางานของสมองที่ว่า “เรียนรู้จาก ง่ายไปหายาก เรียนรู้จาก ของจริง และจากการ สัมผัส” 2ทtชกิอก
สรี 5. กิจกรรมกลางแจ้ง 6. กิจกรรมเกมการศึกษา 1. การวางแผน (Plan) คือ กระบวนการคิดของ ด็ก 2. การปฏิบัติ / การ ทำงาน (Do / Work time) การทำงานเป�น ช่วงเวลาที่เด็กได้ลงมือทำ กิจกรรมตามแผนที่วางไว้ อย่างอิสระตามเวลาที่ กำหนด 2.ขั้นเรียนปนเล่น (Play and Learn : P1) 1.เนื้อหาที่ เกี่ยวกับเนื้อหาใน เพลงเครื่องมือ สื่อสาร 2.สื่อของจริง 3.วัสดุที่ใช้ในการ ประดิษฐ์ เครื่องมือสื่อสาร 2.แบบสังเกต พฤติกรรม เมื่อ สังเกตและเอา มาเทียบ พฤติกรรมที่ สังเกตหรือวัด ได้กับเกณฑ์ มาตรฐาน และ บันทึกตามที่ เห็นและได้ยิน เช่น ความสามารถ ในการทำ กิจกรรม การ วางแผน การ ทำงานเป�นทีม
ขั้นตอนที่ 3 ขั้นการฝ�ก ขั้นนี้จะสอดคล้องกับ หลักการทํางานของสมอง ที่ว่า “สมองจะจดจําได้ดี นําไปสู่ ความจําระยะยาว (Long-term Memory) ต้องผ่านกระบวนการฝ�ก ซ้ำ” คําว่า “ซ้ำๆ” 3tเตกผปว3. Check – การ ตรวจสอบ : หมายถึง ขั้นตอนการตรวจสอบ เป�นขั้นตอนหาช่องทาง และวิธีพัฒนา กระบวนการต่างๆให้ เร็วขึ้นหรือมี ประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการจัดลำดับ ความสำคัญของโอกาส และอุปกรรคต่างๆใน กระบวนการ ซึ่งขั้น ตอนนี้จะเริ่มเมื่อมีการ ดำเนินโครงการตามข้อ ที่2 ไปแล้ว และ ประเมินผลการ ดำเนินงานว่าเป�นไป ตามแผนงานที่วางไว้ หรือไม่ ขั้นตอนที่ 4 ขั้นการสรุป ขั้นนี้เป�นการสรุปเมื่อจบ บทเรียนหรือหน่วย ซึ่ง แตกต่างจากขั้นตอนที่ 2 ซึ่งเป�นการ สรุปในแต่ละชั่วโมง ใน ขั้นตอนนี้เป�นการเชื่อมโยง ความรู้ทั้งหน่วย โดยใช้ Graphic Organizer ฝ�กให้นักเรียนเชื่อมโยง ความรู้ภายในบทเรียน สอดคล้องกับหลักการ ทํางานของสมองที่ว่า “สมองเรียนรู้เป�นองค์ รวม” ซึ่งขั้นตอนนี้มี ความสําคัญต่อเด็กมาก และเป�นขั้นตอนที่ค่อนข้าง ยากครูเองก็จําเป�นต้อง ฝ�กฝนบ่อยๆ 4( กโตัอเกกิจทีเ1โ2พ
3. การทบทวน (Recall time) คือ กระบวนการที่ ด็กได้สะท้อนผลงานของ ตนเองที่ได้ลงมือทำผ่าน การพูดคุย หรือแสดง ผลงานต่าง ๆ ที่ได้ ปฏิบัติงานตามแผนที่ได้ วางไว้ และผลที่ได้รับ 4.การประเมิน (Assessment) ในโปรแกรมไฮสโคป การประเมินถือเป�นงาน โดยตรงของครูที่จะต้อง ตั้งใจปฏิบัติและเอาใจใส่ อย่างเต็มที่ รวบรวมข้อมูล กี่ยวกับเด็กการสังเกตและ การมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กใน กิจวัตรประจำวัน โดยครู จะจดบันทึกสั้น ๆ ตามสิ่ง ที่เห็น และได้ยินอย่าง ที่ยงตรง 1. แบบประเมินคุณภาพ โปรแกรม (PQA) 2. แบบสังเกตบันทึก พฤติกรรมเด็ก (COR) 5.ขั้นนำไปใช้ (Practical : P2) 3.แบบ สัมภาษณ์
4.Action – การ ปรับปรุงแก้ไข : หมายถึงการนำผล ประเมินที่ได้มา วิเคราะห์ เพื่อพัฒนา แผนในการปรับปรุง ต่อไป ซึ่งในขั้นตอนนี้ ควรจะนำเสนอป�ญหา และแนวทางการ แก้ป�ญหา เพื่อให้ สามารถพัฒนาระบบ ให้ดียิ่งขึ้น ขั้นตอนที่ 5 ขั้นการ ประยุกต์ใช้ทันทีทันใด การที่เด็กเรียนแล้ว สามารถนําไปประยุกต์ใช้ ได้นั้น ทําให้เกิดการเรียนรู้ ได้ถึงร้อยละ 90 ดังนั้น เมื่อจบบทเรียน คุณครูต้อง คิด ต้องออกแบบ เชื่อมโยงความรู้ทั้ง หน่วย
รายชื่อผู้ร่วมกิจกรรมกลุ่ม สื่อสารเป�น (ปฐมวัย) จำนวน 4 คน ที่ ชื่อ-สกุล ตำ1 นางสาวดวงมณี บุญศรี ผู้ช่วยครูผู้ช่วย 2 นางสุภร ทองขาว ผู้ช่วยครูผู้ช่วย 3 นางศิริรัตน์ สุโขวัฒนกิจ ผู้ช่วยครูผู้ช่วย 4 นางจุทารัตน์ ราชภิรมย์ ครู คศ.1
ำแหน่ง ลายเซนต์ หมายเหตุ ยอ.1 ยอ.1 ยอ.2 อ.3
แบบบันทึก PLC ชุนชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชากลุ่ม สื่อสารเป�น (ปฐมวัย) โ----------------------------------------------------------------------------------------ครั้งที่ 6 วัน พฤหัสบดี ที่ 2 เดือน มกราคมใบงานที่ 4 รายบุคคล กิจกรรม : การออกแตามข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป�นประเดินท้าทายในการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ S2P model เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร สำหกลุ่มเป้าหมาย) 1. สภาพป�ญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้ 1.1 ประเด็น (ป�ญหา/ความต้องการ/เหตุผล) ดังนั้น การจัดการศึกษาปฐมวัยมุ่งเน้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กปฐมวัยก่อนเรีจากสภาพป�ญหาในชั้นเรียนที่ได้ปฏิบัติการสอน ชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 ว่าเด็กปฐมวัยมีป�ญหาในมั่นใจในการสนทนาโต้ตอบในการสื่อสาร ซึ่งทักษะทางภาษาและการสื่อสารเป�นทักษะที่จเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา จึงสนใจที่จะเตรียมความพร้อมทักษะทางภาษาและการสื่1.2 สาเหตุ (ป�ญหา/ความต้องการ) 1.2.1 วิเคราะห์สาเหตุ (สาเหตุของป�ญหา) 1 เด็กพูดไม่ชัด 2 เด็กเล่าเป�นเรื่องราวต่อเนื่องไม่ได้ 3 เด็กขาดความมั่นใจในการสนทนาโต้ตอบในการสื่อสาร 1.2.2 วิเคราะห์เหตุผล (เหตุผลที่เลือก) การเตรียมมความพร้อมที่สำคัญส่งผลให้เด็กระดับชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 พร้อความสามารถทางภาษาและการสื่อสารจึงเป�นสิ่งจำเป�น ดังนั้น เพื่อช่วยให้เด็กเติบโตได้อ(วัดควนขัน) จึงเกิดรูปแบบการสอนใหม่คือ รูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบ S2P เทศบาล ๕ ( วัดควนขัน )
าชีพ (Professional Learning Community) โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดควนขัน) -------------------------------------------------------------------------------------------- ม พ.ศ. 2568 ภาคเรียนที่ 2 ป�การศึกษา 2567 แบบนวัตกรรมหรือวิจัยชั้นเรียน ประเด็นท้าทาย นการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ไม่มีวิทยฐานะ หรับนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน) (ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม รยนในระดับชั้นประถมศึกษา นการใช้ภาษาในการสื่อสาร คือ พูดไม่ชัด เล่าเป�นเรื่องราวต่อเนื่องไม่ได้ อีกทั้งยังขาดความ จำเป�นอย่างยิ่งในการจัดการศึกษาปฐมวัยที่มุ่งเน้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กปฐมวัยก่อน อสาร ให้มีพัฒนาการเป�นไปอย่างมีระบบ ตามช่วงอายุของเด็กแต่ละวัย อมรับ และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างมีคุณภาพ และสนุกกับสิ่งที่ต้องพบเจอ ในด้าน ย่างมีคุณภาพและมีความสุข จึงนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๕ model เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาและการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัยป�ที่ 3 โรงเรียน
1.3 ความรู้หรือหลักการ แนวคิด ทฤษฏีที่ใช้ 1) วิสัยทัศน์โรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดควนขัน) ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้คู่2) วิสัยทัศน์ของการศึกษาปฐมวัย คือ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งพัฒนและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์เรียนรู้อย่างมีความสุขและเหมาะสมตามวัยมีทักษะชีวิโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพั3) การจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง (Brain – based Learniขั้นตอนที่ 1 เตรียมความพร้อม (Warm Up) เพื่อเป�นการกระตุ้นสสารเคมีที่ชื่อว่า เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่ง สารนี้มีความสําคัญมาก ช่วยให้มีจิตใจที่สงบและให้มีความสุขและสนุกสนาน ซึ่งขั้นตอนนี้นับว่าเป�นขั้นตอนที่สําคัญ โดยทางโรงเรียนได้กําหนขั้นตอนที่ 2 เรียนรู้ (Learning Stage) ในขั้นตอนนี้จะคํานึงถึงหลักจากการศึกษาทางประสาทวิทยาศาสตร์พบว่า “มือ” เป�นอวัยวะที่มีประสาทสัมผัสที่ส่งผลต่อจะช่วยให้เด็กสามารถเชื่อมโยงเรื่องได้ ขั้นตอนที่ 3 ขั้นการฝ�ก ขั้นนี้จะสอดคล้องกับหลักการทํางานของสมกระบวนการฝ�กซ้ำๆ” คําว่า “ซ้ำๆ” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การทําโจทย์เดิมซ้ำๆ แต่หมายถึงกาจําเป�นต้องออกแบบใบงานที่แตกต่างออกไป เพื่อให้นักเรียนได้ฝ�กฝนเรื่อยๆ ขั้นตอนที่ 4 ขั้นการสรุป ขั้นนี้เป�นการสรุปเมื่อจบบทเรียนหรือหน่วความรู้ทั้งหน่วย ฝ�กให้นักเรียนเชื่อมโยงความรู้ภายในบทเรียน สอดคล้องกับหลักการทํางานขขั้นตอนที่ 5 ขั้นการประยุกต์ใช้ทันทีทันใด การที่เด็กเรียนแล้วสามาต้องคิด ต้องออกแบบ เชื่อมโยงความรู้ทั้งหน่วยมาให้เด็กทดลองทํา 4) การจัดการเรียนรู้แบบเรียนปนเล่น การจัดการเรียนรู้แบบเล่นปนเรียแล้ว ด้วยการใช้เทคนิควิธีการบูรณาการสาระความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่ต้องการให้เกิดกับ
คุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม นาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจสังคมและสติป�ญญาอย่างมีคุณภาพ วิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป�นคนดีมีวินัยและสำนึกความเป�นไทย พัฒนาเด็ก ng)นพ. ประเสริฐ บุญเกิด มอง ตามหลักการทํางานของสมอง เมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีความสุข สมองจะหลั่ง ะเกิดสมาธิ ซึ่งจะแตกต่างจาก เอนดอร์ฟ�น (Endorphin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่จะช่วย นดไว้ว่า ทุกชั่วโมงที่ครูเข้าสอน ครูจะต้อง Warm Up ก่อนเสมอ โดยใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที กการทํางานของสมองที่ว่า “เรียนรู้จาก ง่ายไปหายาก เรียนรู้จากของจริง และจากการสัมผัส” อการเรียนรู้ได้ดีที่สุด รองลงมาคือ “ปาก” นั่นก็หมายถึง ต้องให้เด็กพูด หรือสื่อสาร การสื่อสาร มองที่ว่า “สมองจะจดจําได้ดีนําไปสู่ความจําระยะยาว (Long-term Memory) ต้องผ่าน ารใช้หลักการ เช่น หลักการบวก ก็นําไปใช้กับ การบวกที่แตกต่างกันออกไปในโจทย์ คุณครูจึง วย ซึ่งแตกต่างจากขั้นตอนที่ 2 ซึ่งเป�นการ สรุปในแต่ละชั่วโมง ในขั้นตอนนี้เป�นการเชื่อมโยง ของสมองที่ว่า “สมองเรียนรู้เป�นองค์รวม” ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสําคัญ ารถนําไปประยุกต์ใช้ได้นั้น ทําให้เกิดการ เรียนรู้ได้ถึงร้อยละ 90 ดังนั้น เมื่อจบบทเรียน คุณครู ยน หมายถึง วิธีการจัดกิจกรรมให้กับเด็กโดยยึดหลักจิตวิทยาและธรรมชาติของเด็กที่ชอบเล่นอยู่ บเด็กและการเล่นให้เข้าด้วยกันทำให้เด็กได้เล่น รู้สึกสนุกสนานอยากเรียนรู้มากขึ้น ซึ่งมี