หนา ๒๖เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๑๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธเรื่อง มาตรฐานขั้นต่ําของสภาพการจางในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ ๒) โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงมาตรฐานขั้นต่ําของสภาพการจางสําหรับลูกจางรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับอัตราเงินเพื่อตอบแทนความชอบในการทํางานเนื่องจากพนจากตําแหนงเพราะเหตุเกษียณอายุ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓ (๑) แหงพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเปนกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๓๓ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยบัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ใหยกเลิกความใน (๒) ในวรรคหนึ่งของขอ ๖๑ แหงประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพนธั เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ําของสภาพการจางในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคมพ.ศ. ๒๕๔๙ และใหใชความตอไปนี้แทน “(๒) ลูกจางผูไดปฏิบัติงานในชวงกอนเกษียณอายุติดตอกันครบสิบหาปขึ้นไปใหไดรับเงินเพื่อตอบแทนความชอบในการทํางานเปนจํานวนเทากับคาจางอัตราสุดทายสามรอยวัน” ขอ ๒ สิทธิการไดรับเงนเพิ ื่อตอบแทนความชอบในการทํางานตามอัตราที่กําหนดในขอ ๖๑วรรคหนึ่ง (๒) แหงประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ําของสภาพการจางในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยประกาศนี้ ใหมีผลใชบังคับแกลูกจางที่ตองพนจากตําแหนงเพราะเหตุเกษียณอายุตามขอบังคับ ขอกําหนด ระเบียบ หรือคําสั่งของนายจางตั้งแตวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ เปนตนไปดวย ขอ ๓ ประกาศนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไปประกาศ ณ วนทั ี่ ๘ กนยายนั พ.ศ. ๒๕๕๓เฉลิมชัย ศรีออนรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงาน ประธานกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ47
หน้า ๕๔เล่ม ๑๒๙ ตอนพิเศษ ๘๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ําของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ ๓) โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรฐานขั้นต่ําของสภาพการจ้างสําหรับลูกจ้างรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๓๓ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๕ และข้อ ๕๖ แห่งประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ําของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน“ข้อ ๕๕ ให้นายจ้างบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เว้นแต่คณะกรรมการจะประกาศกําหนดเป็นอย่างอื่น โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีข้อ ๕๖ ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕เผดิมชัย สะสมทรัพย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประธานกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์49
ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่อง มาตรฐานขั้นต่่าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ ๔)โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมาตรฐานขั้นต่่าของสภาพการจ้างส่าหรับลูกจ้างรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับอัตราเงินค่าชดเชย และอัตราเงินเพื่อตอบแทนความชอบในการท่างานเนื่องจากพ้นจากต่าแหน่งเพราะเหตุเกษียณอายุอาศัยอ่านาจตามความในมาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปข้อ ๒ ให้ยกเลิกความใน (๕) ของข้อ ๕๙ แห่งประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่่าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน“(๕) ลูกจ้างซึ่งท่างานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการท่างานสามร้อยวันสุดท้าย ส่าหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยค่านวณเป็นหน่วย”ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๖) ของข้อ ๕๙ แห่งประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่่าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙“(๖) ลูกจ้างซึ่งท่างานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการท่างานสี่ร้อยวันสุดท้าย ส่าหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยค่านวณเป็นหน่วย”ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๓) ของข้อ ๖๑ แห่งประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่่าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙“(๓) ลูกจ้างผู้ได้ปฏิบัติงานในช่วงก่อนเกษียณอายุติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้ได้รับเงินเพื่อตอบแทนความชอบในการท่างานเป็นจ่านวนเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน”หนา ๑๑้่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๔๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๖๒51
ข้อ ๕ สิทธิการได้รับเงินเพื่อตอบแทนความชอบในการท่างานตามอัตราที่ก่าหนดในข้อ ๖๑ (๓) แห่งประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่่าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่ต้องพ้นจากต่าแหน่งเพราะเหตุเกษียณอายุตามข้อบังคับ ข้อก่าหนด ระเบียบ หรือค่าสั่งของนายจ้าง ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ เป็นต้นไปด้วยประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖2หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประธานกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์หนา ๑๒้่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๔๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๖๒52
'1>@0คfi>11/@1O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์N1APอ /@!1ฐ@%?Q%!Pํ@อ2.@พ@1O@Q%1?ฐ/>2@ห> (&?&#?P c) P 0#?PN'็%@12/ค/1OORNพ>P/N!>//@!1ฐ@%?Q%!Pํ@อ2.@พ@1O@2ํ@ห1?&3CO@1?ฐ/>2@ห>N?P0/?&/?%ห0B /?%3@NพAPอค3อ &B!1 O3>N>%# O#% QหO/?ค/@/Nห/@>2/O3>2อ ค3Oอ?&2.@/@1fi์'ัB&?%อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ _a (_) OหNพ1>1@&?ญญ?!>O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์ พ.0. `cba คfi>11/@1O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์P 0ค/@/NหO%อ&อคfi>1?ฐ/%!1? @ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?QOอ _ '1>@0%?QN1?0/N@ ì'1>@0คfi>11/@1O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์ N1APอ /@!1ฐ@%?Q%!Pํ@อ2.@พ@1O@Q%1?ฐ/>2@ห> (&?&#?P c)î Oอ ` '1>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%\"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'Oอ a QหO0N3>&#%>0@/คํ@/N@ ì/?%ห0B î Q%Oอ b OหN'1>@0คfi>11/@1O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์ N1APอ /@!1ฐ@%?Q%!Pํ@อ2.@พ@1O@Q%1?ฐ/>2@ห> 3/?%#?P a_ พ21.@ค/ พ.0. `cb๙ O3>QหOQOค/@/!NอR'%?QO#%ìì/?%ห0B î ห/@0ค/@//N@ /?%#?Pํ@ห% QหO3CO@ห0B '1>ํ@2?' @ห์ ห0B !@/'1>Nพfi?ห0B พ?(Nอ%'1>ํ@'ีห1Aอห0B พ>N01!@/#?P/?/!>คfi>1?ฐ/%!1?ํ@ห% QหON'็%/?%ห0B 1@@1N'็%1fi?พ>N01O3>%@0O@ํ@ห% QหON'็%/?%ห0B î Oอ b QหO0N3>ค/@/Q%Oอ _d OหN'1>@0คfi>11/@1O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์ N1APอ /@!1ฐ@%?Q%!Pํ@อ2.@พ@1O@Q%1?ฐ/>2@ห> 3/?%#?P a_ พ21.@ค/ พ.0. `cb๙ O3>QหOQOค/@/!NอR'%?QO#%ìOอ _d QหO%@0O@? QหO3CO@/?/?%ห0B !@/'1>Nพfi?R/N%Oอ0/N@'ี3>2>&2@//?%QหO%@0O@? QหO3CO@/?/?%ห0B พ>N01!@/#?P/?/!>คfi>1?ฐ/%!1?ํ@ห% QหON'็%/?%ห0B 1@@1N'็%1fi?พ>N01 !@/ค/@/Nห/@>2/O3>ค/@/ํ@N'็%อ>@1 Q%1fi?#?P/?%ห0B !@/'1>Nพfi? ห1Aอ/?%ห0B พ>N01/?%Q !1?&/?%ห0B '1>ํ@2?' @ห์อ3CO@QหO3CO@R Oห0B N0/?%ห0B !@/'1>Nพfi?O3>/?%ห0B พ>N01Q%/?%#ํ@@%\"? R'Q%1fi?#?P/?%ห0B N0!@//11ค2@//?!> !Nอ?%N>%/N@ห%@P/?% QหO%@0O@? QหO3CO@ห0B N0R ONพ?0ห%@P/?% O3>QหO%@0O@? QหO3CO@R Oห0B N0/?%#?P0?R/Nค1&Q%/?%อAP%O#%î Oอ c QหO0N3>ค/@/Q%Oอ `c OหN'1>@0คfi>11/@1O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์ N1APอ /@!1ฐ@%?Q%!Pํ@อ2.@พ@1O@Q%1?ฐ/>2@ห> 3/?%#?P a_ พ21.@ค/ พ.0. `cb๙ O3>QหOQOค/@/!NอR'%?QO#%หนา ๖เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗54
ìOอ `c 3CO@@PN'็%หญ>/?ค11.์/?2>#$>3@NพAPอค3อ &B!1 P 0R O1?&คN@O@N#N@N/3@#?P3@!@/อ?!1@#?PR O1?&อ0CN O!NR/NN>%NO@2>&O' /?% P 0QหO%?&1///?%ห0B #?P/?1>ห/N@/?%3@ O/0@13@NพAPอค3อ &B!1>3@Q%/?%#?Pค3อ Nอ%ห1Aอห3?/?%#?Pค3อ &B!1OR O O!NN/APอ1///?%3@O3O/!OอR/NN>%NO@2>&O' /?%3CO@@PN'็%หญ>#?P3@ค3อ &B!1!@//11คห%@P ห@'1>2ค์>3@NพAPอN3?Q0 C&B!1QหO/?2>#$>3@!NอN%APอ@@13@ค3อ &B!1R OR/NN>%ห%@P1Oอ0หO@2>&/?%#ํ@@% P 0R/N/?2>#$>R O1?&คN@O@1>ห/N@3@î Oอ d QหONพ>P/ค/@/!NอR'%?QN'็% (b) อOอ a` OหN'1>@0คfi>11/@1O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์ N1APอ /@!1ฐ@%?Q%!Pํ@อ2.@พ@1O@Q%1?ฐ/>2@ห> 3/?%#?P a_ พ21.@ค/ พ.0. `cb๙ì(b) /?%ห0B พ>N01!@/#?P/?/!>คfi>1?ฐ/%!1?ํ@ห% QหON'็%/?%ห0B 1@@1N'็%1fi?พ>N01O3>%@0O@ํ@ห% QหON'็%/?%ห0B î Oอ e QหO0N3>/11คหO@อOอ b๙ OหN'1>@0คfi>11/@1O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์ N1APอ/@!1ฐ@%?Q%!Pํ@อ2.@พ@1O@Q%1?ฐ/>2@ห> 3/?%#?P a_ พ21.@ค/ พ.0. `cb๙'1>@0 fi /?%#?P 22 N/1@0% พ.0. `cd7 พ>พ?ff%์ 1?>'1>@11?ฐ/%!1?/N@@11>#1/O1@%'1>$@%11/@1O1@%1?ฐ/>2@ห>2?/พ?%$์หนา ๗เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗55
หนา ๑๐เลม ๑๒๓ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธเรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทํางานหรือเงินประกันความเสียหายในการทํางานจากลูกจางเพื่ออนุวัติใหเปนไปตามความในขอ ๖ แหงประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ําของสภาพการจางในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธจึงออกประกาศไว ดังตอไปนี้ขอ ๑ ในประกาศนี้“เงินประกัน” หมายความวา เงินที่นายจางเรียกหรือรับจากลูกจางเพื่อประกันการทํางานของลูกจางหรือประกันความเสียหายในการทํางานที่ลูกจางไดกอใหเกิดขึ้นขอ ๒ งานเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพยสินที่นายจางจะเรียกหรือรับเงินประกันการทํางานหรือเงินประกันความเสียหายในการทํางานจากลูกจางได ไดแก(๑) งานบัญชีหรืองานการเงิน(๒) งานพนักงานเก็บหรือจายเงิน(๓) งานเฝาหรือดูแลสถานที่หรือทรัพยสินของนายจางหรือที่อยในความรูับผิดชอบของนายจาง(๔) งานติดตามหรือเรงรัดหนี้สิน(๕) งานควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ(๖) งานที่มีหนาที่รับผิดชอบในการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ใหเชาทรัพย ใหเชาซื้อ ใหกูยืมรับฝากทรัพย รับจํานอง รับจํานํา เก็บของในคลังสินคา รับประกันภัย รับโอนหรือรับจัดสงเงิน หรือการธนาคาร ทั้งนี้ เฉพาะลูกจางซึ่งเปนผูควบคุมเงินหรือทรัพยสินเพื่อการที่วานั้นขอ ๓ ในกรณีที่นายจางเรียกหรือรับเงินประกันตามขอ ๒ จํานวนเงินที่เรียกหรือรับไดจะตองไมเกินหกสิบเทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจางไดรับอยูในวันที่นายจางรับเงินประกันขอ ๔ ในกรณีที่เงินประกันซึ่งนายจางเรียกหรือรับไวตามขอ ๓ ลดลง เนื่องจากนําไปชดใชคาเสียหายใหแกนายจางตามเงื่อนไขของการเรียกหรือรับเงินประกัน หรือตามขอตกลงหรือไดรับความยินยอมจากลูกจางแลว นายจางจะเรียกหรือรับเงินประกันเพิ่มไดไมเกินจํานวนเงินจากที่ไดเรียกไว ตามขอ ๓ เทานั้น57
หนา ๑๑เลม ๑๒๓ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ขอ ๕ ใหนายจางนําเงินประกันฝากไวกับธนาคารของรัฐหรือสถาบันการเงินของรัฐ โดยจัดใหมีบัญชีเงินฝากของลูกจางแตละคน และใหแจงชื่อธนาคารของรัฐหรือสถาบันการเงินของรัฐ ชื่อบัญชี และเลขที่บัญชี ใหลูกจางทราบเปนหนังสือภายในเจ็ดวันนับแตวันที่รับเงินประกัน ทั้งนี้ นายจางจะเก็บรักษาเงินประกันโดยวิธีอื่นหรือนําไปจัดหาผลประโยชนอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวนี้มิไดขอ ๖ ประกาศนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไปประกาศ ณ วนทั ี่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙อภัย จันทนจุลกะรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงานประธานกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ58
หน้า ๖๖เล่ม ๑๒๙ ตอนพิเศษ ๑๘๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๕ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่าทดแทนการขาดรายได้ กรณีทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทํางานโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายค่าทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทํางานอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับข้อ ๕๓ ของประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ําของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลและเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทํางาน ลงวันที่๑๒กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ข้อ ๒ ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายหรือเจ็บปวยอันมิใช่เนื่องจากการทํางานเป็นเหตุให้สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกายอย่างถาวร หรือสูญเสียสภาวะปกติของจิตใจอย่างถาวรจนไม่สามารถทํางานได้ เมื่อประเมินการสูญเสียสมรรถภาพอย่างถาวรได้ตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไปของสมรรถภาพทั้งร่างกาย หากประสงค์จะขอรับค่าทดแทนการขาดรายได้ กรณีทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทํางาน จะต้องแจ้งต่อนายจ้างเพื่อขอรับการตรวจและวินิจฉัยจากคณะแพทย์ที่นายจ้างแต่งตั้งจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรมจํานวนไม่น้อยกว่าสามคนโดยลูกจ้างต้องไปขอรับการตรวจด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุผลอันสมควรไม่สามารถไปรับการตรวจได้ให้ลูกจ้างแจ้งเหตุผลต่อนายจ้างทราบ เพื่อดําเนินการให้มการตรวจและวี ินิจฉัยการที่ลูกจ้างจะเป็นผู้ทุพพลภาพหรือไม่ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะแพทย์ที่นายจ้างแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งข้อ ๓ ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทํางานแก่ลูกจ้างที่ทุพพลภาพเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละสามสิบสามจุดสามสามของค่าจ้างเต็มเดือนสุดท้ายที่ลูกจ้างได้รับอยู่เป็นเวลาสิบห้าปีสิทธิในการได้รับค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นอันระงับในงวดถัดไปเพราะเหตุที่ลูกจ้างผู้ทุพพลภาพถึงแก่ความตาย767560
หน้า ๖๗เล่ม ๑๒๙ ตอนพิเศษ ๑๘๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๕ข้อ ๔ ลูกจ้างผู้ใดมีสิทธิได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้ กรณีการทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทํางานตามประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลและเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทํางาน ลงวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ อยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับให้คงได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทํางาน ตามประกาศฉบับนี้โดยได้รับต่อไปจนกว่าจะครบตามสิทธิที่เหลืออยู่ของลูกจ้างผู้นั้นให้คณะกรรมการแพทย์ที่รัฐวิสาหกิจแต่งตั้ง ตามประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ ์เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลและเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการทํางาน ลงวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นคณะแพทย์ที่นายจ้างแต่งตั้งตามประกาศนี้ และให้การดําเนินการของคณะกรรมการแพทย์ดังกล่าวก่อนประกาศนี้ใช้บังคับซึ่งยังไม่แล้วเสร็จเปนการด็ ําเนินการตามประกาศฉบับนี้ข้อ ๕ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕เผดิมชัย สะสมทรัพย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประธานกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์777661
ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ยกเลิกประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าท าศพกรณีตาย อันมิใช่เนื่องจากการท างาน ค่าช่วยเหลือบุตรและค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรโดยที่เป็นการสมควรยกเลิกประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าท าศพกรณีตาย อันมิใช่เนื่องจากการท างานค่าช่วยเหลือบุตร และค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร ลงวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมอาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกอบข้อ ๕๓ ของประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ยกเลิกประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาล กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าท าศพกรณีตายอันมิใช่เนื่องจากการท างานค่าช่วยเหลือบุตรและค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร”ข้อ ๒ ให้ยกเลิก(๑) ประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่องหลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าท าศพกรณีตาย อันมิใช่เนื่องจากการท างาน ค่าช่วยเหลือบุตรและค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร ลงวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔(๒) ประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าท าศพกรณีตาย อันมิใช่เนื่องจากการท างาน ค่าช่วยเหลือบุตรและค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙(๓) ประกาศคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าท าศพกรณีตาย อันมิใช่เนื่องจากการท างาน ค่าช่วยเหลือบุตรและค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๑ข้อ ๓ ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖4สุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประธานกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์หนา ๔๔้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔797863
ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าท าศพกรณีตาย อันมิใช่เนื่องจากการท างานโดยที่เป็นการสมควรก าหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าท าศพกรณีตาย อันมิใช่เนื่องจากการท างาน เพื่อให้สอดคล้องมาตรฐานขั้นต่ าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจและสภาวการณ์ปัจจุบันอาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกอบข้อ ๕๓ ของประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าท าศพกรณีตาย อันมิใช่เนื่องจากการท างาน”ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปข้อ ๓ ในประกาศนี้“การรักษาพยาบาล” หมายความว่า การให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อการรักษาโรค การตรวจวินิจฉัย การฟื้นฟูสมรรถภาพที่จ าเป็นต่อสุขภาพและการด ารงชีวิต และให้หมายความรวมถึงการตรวจสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคเพื่อประโยชน์ด้านสาธารณสุข ตามที่กระทรวงการคลังก าหนด แต่ไม่รวมถึงการเสริมความงาม“ค่ารักษาพยาบาล” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ดังต่อไปนี้(๑) ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่าเลือดและส่วนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน ค่าน้ ายาหรืออาหารทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน และอื่น ๆ ท านองเดียวกันที่ใช้ในการบ าบัดรักษาโรค(๒) ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบ าบัดรักษาโรค รวมทั้งค่าซ่อมแซมอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ดังกล่าว(๓) ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าบริการทางการพยาบาล ค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าวิเคราะห์โรค แต่ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมแพทย์พิเศษ ค่าจ้างผู้พยาบาลพิเศษ ค่าธรรมเนียมพิเศษ และค่าบริการอื่นท านองเดียวกันที่มีลักษณะเป็นเงินตอบแทนพิเศษ(๔) ค่าตรวจครรภ์ ค่าคลอดบุตร และการดูแลหลังคลอดบุตร(๕) ค่าห้องและค่าอาหาร ตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาพยาบาล(๖) ค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค(๗) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจหนา ๔๕้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔65
(๘) ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต(๙) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จ าเป็นแก่การรักษาพยาบาลตามที่กระทรวงการคลังก าหนด“คู่สมรส” หมายความว่า ภรรยาหรือสามีที่ชอบด้วยกฎหมายของลูกจ้าง“บุตร” หมายความว่า บุตรชอบด้วยกฎหมายของลูกจ้างซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นลูกจ้าง แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นแล้ว“ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต” หมายความว่า ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน“สถานพยาบาล” หมายความว่า สถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน“สถานพยาบาลของทางราชการ” หมายความว่า สถานพยาบาลซึ่งเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และให้หมายความรวมถึงสถานพยาบาลของมหาวิทยาลัยของรัฐ ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา องค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กรุงเทพมหานครสภากาชาดไทย องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก โรงพยาบาลประสานมิตร และสถานพยาบาลอื่นตามที่กระทรวงการคลังก าหนด“สถานพยาบาลของเอกชน” หมายความว่า สถานพยาบาลของเอกชนซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการและด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หมวด ๑ค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย อันมิใช่เนื่องจากการท างานข้อ ๔ ให้ลูกจ้างเป็นผู้มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลส าหรับตนเอง คู่สมรสและบุตรของตน ตามที่ก าหนดไว้ในประกาศนี้ข้อ ๕ ให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจ าเป็น ดังต่อไปนี้(๑) ผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของทางราชการ ทั้งประเภทผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ให้ได้รับค่ารักษาพยาบาลเต็มจ านวนเท่าที่จ่ายไปจริง เว้นแต่ค่าใช้จ่ายในกรณีดังต่อไปนี้ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังก าหนด(ก) ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบ าบัดรักษาโรค รวมทั้งค่าซ่อมแซม(ข) ค่าห้องและค่าอาหาร(ค) ค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค (๒) ผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของเอกชนประเภทผู้ป่วยใน ให้ได้รับค่ารักษาพยาบาล ดังต่อไปนี้หนา ๔๖้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔66
(ก) ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบ าบัดรักษาโรค รวมทั้งค่าซ่อมแซม ค่าห้องและค่าอาหาร เช่นเดียวกับผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของทางราชการ(ข) ค่ารักษาพยาบาลประเภทอื่น ๆ ให้ได้รับครึ่งหนึ่งของจ านวนที่จ่ายไปจริง แต่จะต้องไม่เกินแปดพันบาทส าหรับระยะเวลาภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่เข้ารับการรักษาพยาบาล ถ้าเข้ารับการรักษาพยาบาลเกินสามสิบวันให้ได้รับครึ่งหนึ่งของจ านวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่จะต้องไม่เกินวันละสองร้อยหกสิบบาท และในกรณีที่เข้ารับการรักษาพยาบาลหลายครั้ง โดยมีระยะห่างกันไม่เกินสิบห้าวันให้นับระยะเวลาการเข้ารับการรักษาพยาบาลทุกครั้งรวมเข้าด้วยกันข้อ ๖ ในกรณีที่สถานพยาบาล ไม่มียา เลือดและส่วนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน น้ ายาหรืออาหารทางเส้นเลือด ออกซิเจน อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบ าบัดรักษาโรคจ าหน่าย หรือไม่อาจให้การตรวจทางห้องทดลอง หรือเอ็กซเรย์แก่ผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลได้ เมื่อแพทย์ผู้ตรวจรักษาหรือหัวหน้าสถานพยาบาลของสถานพยาบาลแห่งนั้นลงลายมือชื่อรับรองตามแบบที่กระทรวงการคลังก าหนดแล้วให้ผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลซื้อหรือรับการตรวจทางห้องทดลองหรือเอ็กซเรย์จากสถานที่อื่นซึ่งอยู่ในประเทศไทยแล้วน ามาเบิกได้ตามอัตราที่กระทรวงการคลังก าหนดข้อ ๗ ให้นายจ้างจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อการตรวจสุขภาพแก่ลูกจ้างจากสถานพยาบาลตามที่กระทรวงการคลังก าหนดข้อ ๘ ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลส าหรับบุตรได้เพียงคนที่หนึ่งถึงคนที่สามการนับล าดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม ให้นับเรียงตามล าดับการเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้ ไม่ว่าเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใดหรืออยู่ในอ านาจปกครองของตนหรือไม่ลูกจ้างผู้ได้รับค่ารักษาพยาบาลผู้ใดมีบุตรเกินสามคน แต่ต่อมาบุตรคนหนึ่งคนใดในจ านวนสามคนตามวรรคหนึ่งนั้นตายลงก่อนที่จะบรรลุนิติภาวะ ก็ให้ลูกจ้างผู้นั้นมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลส าหรับบุตรเพิ่มขึ้นอีกเท่าจ านวนบุตรที่ตายนั้น โดยให้นับบุตรที่อยู่ในล าดับถัดไปก่อนข้อ ๙ ลูกจ้างผู้ใดยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรที่มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลตามข้อ ๘ ยังไม่ถึงสามคน ถ้าต่อมามีบุตรแฝดซึ่งท าให้มีจ านวนบุตรเกินสามคน ให้ลูกจ้างผู้นั้นมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลตามข้อ ๘ ส าหรับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้าย แต่บุตรแฝดดังกล่าวจะต้องเป็นบุตรซึ่งเกิดจากคู่สมรส หรือเป็นบุตรของตนเองในกรณีที่หญิงเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่บุตรคนใดคนหนึ่งของลูกจ้างตามวรรคหนึ่งตายลงก่อนที่จะบรรลุนิติภาวะก็ให้ลดจ านวนบุตรที่ได้รับค่ารักษาพยาบาลลง จนกว่าจ านวนบุตรที่ได้รับค่ารักษาพยาบาลเหลือไม่เกินสามคนและหลังจากนั้นลูกจ้างจึงจะมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นได้ตามข้อ ๘ วรรคสามเพื่อประโยชน์แห่งความดังกล่าวข้างต้น บุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สามของลูกจ้างได้รับค่ารักษาพยาบาลตามประกาศนี้ ให้หมายถึงบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้ายของผู้มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลตามวรรคหนึ่งข้อ ๑๐ การนับล าดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้ายในกรณีที่ไม่อาจทราบล าดับการเกิดก่อนหลังของบุตรแฝดได้โดยแน่ชัด ให้นับล าดับบุตรแฝดตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังก าหนดหนา ๔๗้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔67
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลจากหน่วยงานอื่น ให้ลูกจ้างเลือกว่าจะใช้สิทธิรับค่ารักษาพยาบาลตามประกาศนี้ หรือใช้สิทธิรับค่ารักษาพยาบาลจากหน่วยงานอื่น ทั้งนี้ การเลือกและการเปลี่ยนแปลงการใช้สิทธิให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังก าหนดในกรณีที่คู่สมรสหรือบุตรมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิของตนเองจากหน่วยงานอื่น ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลส าหรับคู่สมรสหรือบุตรตามประกาศนี้ เว้นแต่ค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับนั้นต่ ากว่าค่ารักษาพยาบาลที่มีสิทธิได้รับตามประกาศนี้ ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลส าหรับคู่สมรสหรือบุตรเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ลูกจ้าง คู่สมรส หรือบุตร ได้รับค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุละเมิดเป็นค่ารักษาพยาบาลจากบุคคลอื่นแล้ว ลูกจ้างนั้นไม่มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลตามประกาศนี้ เว้นแต่ค่าสินไหมทดแทนส าหรับค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับนั้นต่ ากว่าค่ารักษาพยาบาลที่มีสิทธิจะได้รับตามประกาศนี้ ก็ให้มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่ในกรณีที่ลูกจ้าง คู่สมรส หรือบุตร ได้รับค่ารักษาพยาบาลตามประกาศนี้ไปก่อนแล้ว ต่อมาภายหลังได้รับค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุละเมิดเป็นค่ารักษาพยาบาลจากบุคคลอื่นมีจ านวนเท่าหรือเกินกว่าค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับตามประกาศนี้ ก็ให้น าค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับไปนั้นส่งคืนแต่ถ้าค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบุคคลอื่นต่ ากว่าค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับตามประกาศนี้ ก็ให้ส่งคืนเท่าจ านวนที่ได้รับจากบุคคลอื่นนั้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังก าหนดข้อ ๑๓ ในกรณีที่ลูกจ้าง คู่สมรส หรือบุตร ได้เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล และก่อนที่การรักษาพยาบาลจะสิ้นสุดลง ลูกจ้างนั้นได้พ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้าง หรือคู่สมรสหรือบุตรได้พ้นสภาพจากการเป็นผู้มีสิทธิตามประกาศนี้ ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลนี้ตามสิทธิเดิมก่อนพ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างส าหรับตนเอง หรือส าหรับคู่สมรสหรือบุตร ต่อไปจนสิ้นสุดการรักษาพยาบาลในครั้งนั้นข้อ ๑๔ การเบิกค่ารักษาพยาบาล ลูกจ้างอาจน าหลักฐานการรับเงินที่สถานพยาบาลซึ่งตนเอง คู่สมรส หรือบุตร เข้ารับการรักษาพยาบาลออกให้ มายื่นต่อนายจ้าง หรืออาจให้สถานพยาบาลนั้นเบิกค่ารักษาพยาบาลโดยระบบการเบิกจ่ายตรงแทนตนก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังก าหนดหมวด ๒ค่ารักษาพยาบาลกรณีการเจ็บป่วยฉุกเฉินอันมิใช่เนื่องจากการท างานข้อ ๑๕ ในกรณีที่ลูกจ้าง คู่สมรส หรือบุตร เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลทั้งกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลด้วยตนเองหรือโดยการส่งตัวให้เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลส าหรับตนเอง คู่สมรส หรือบุตร ดังนี้หนา ๔๘้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔68
(๑) ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานับตั้งแต่รับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตจนถึงเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมง ให้สถานพยาบาลเรียกเก็บไปที่ส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการก าหนดค่าใช้จ่ายในการด าเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต(๒) ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับตั้งแต่รับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตจนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยว่าพ้นภาวะวิกฤติแล้ว ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลส าหรับตนเอง คู่สมรส และบุตร ดังนี้(ก) กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของทางราชการให้ได้รับค่ารักษาพยาบาลตามข้อ ๕ (๑) แห่งประกาศนี้(ข) กรณี เข้ ารับก ารรักษ าพยาบ าลจากสถ านพ ยาบ าลของเอกชน ให้ได้ รับค่ารักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังก าหนดส าหรับกรณีที่ได้รับวินิจฉัยจากแพทย์ว่ายังไม่พ้นภาวะวิกฤตโดยอนุโลมข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผลการวินิจฉัยจากระบบการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ปรากฏว่าลูกจ้าง คู่สมรส หรือบุตร ไม่เข้าเงื่อนไขเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉินก าหนด ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลตามหมวด ๑ ของประกาศนี้ข้อ ๑๗ เมื่อส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ก าหนดค่าใช้จ่ายกรณีการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามที่กฎหมายก าหนด แจ้งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตามข้อ ๑๕ (๑) ให้นายจ้างทราบแล้ว ให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่สถานพยาบาล ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือหน่วยงานดังกล่าวข้อ ๑๘ ค่ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลตามข้อ ๑๕ ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๐ ให้ส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลแทนลูกจ้างตามจ านวนและมูลค่าเท่ากับที่ทดรองจ่ายจริง กรณีที่ส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้จ่ายเงินดังกล่าวให้กับสถานพยาบาลของเอกชนซึ่งให้การรักษาพยาบาลลูกจ้าง คู่สมรส หรือบุตร ไปแล้ว ในระบบเบิกจ่ายของส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ค่ารักษาพยาบาลของสถานพยาบาลของเอกชนที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๐ ให้มีสิทธิเบิกได้ตามหมวดนี้หมวด ๓ค่าท าศพกรณีตายอันมิใช่เนื่องจากการท างานข้อ ๑๙ ให้นายจ้างจ่ายค่าท าศพในอัตราสามเท่าของค่าจ้างรายเดือนเดือนสุดท้ายที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ให้แก่ผู้มีสิทธิตามล าดับ ดังนี้(๑) บุคคลซึ่งลูกจ้างผู้ตายท าหนังสือระบุให้เป็นผู้จัดการศพ และได้เป็นผู้จัดการศพ(๒) คู่สมรส บุตร บิดา มารดา ของลูกจ้างผู้ตาย ที่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการศพหนา ๔๙้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔69
(๓) บุคคลอื่นที่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการศพค่าจ้างรายเดือนตามวรรคหนึ่ง หมายความถึง อัตราเงินเดือนค่าจ้างในเดือนที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายหรืออัตราค่าจ้างรายวันสุดท้ายคูณด้วยยี่สิบหกส าหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างรายวัน หรือค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยจากค่าจ้างคราวสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตายคูณด้วยยี่สิบหกส าหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยค านวณเป็นหน่วยค่าท าศพตามวรรคหนึ่งต้องไม่น้อยกว่าสี่หมื่นบาทลูกจ้างผู้ใดตายในระหว่างขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร ห้ามจ่ายค่าท าศพประกาศ ณ วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖4สุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประธานกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์หนา ๕๐้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔70
ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่าช่วยเหลือบุตร และค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรโดยที่เป็นการสมควรก าหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าช่วยเหลือบุตร และค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร เพื่อให้สอดคล้องมาตรฐานขั้นต่ าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจและสภาวการณ์ปัจจุบันอาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกอบข้อ ๕๓ ของประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจ่ายค่าช่วยเหลือบุตร และค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร”ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปข้อ ๓ ในประกาศนี้“บุตร” หมายความว่า บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของลูกจ้าง แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งบิดามารดาได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นแล้ว“ค่าช่วยเหลือบุตร” หมายความว่า เงินสวัสดิการที่นายจ้างจ่ายเพื่อช่วยเหลือหรือสงเคราะห์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรของลูกจ้าง“ค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร” หมายความว่า เงินสวัสดิการที่นายจ้างจ่ายเพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทุกประเภทในลักษณะเหมาจ่ายทั้งปีการศึกษา ส าหรับบุตรของลูกจ้างในสถานศึกษาของทางราชการหรือสถานศึกษาของเอกชนซึ่งได้รับอนุมัติให้เรียกเก็บตามระเบียบ ข้อบังคับหรือประกาศของสถานศึกษานั้น ๆ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงค่าปรับต่าง ๆ ค่าลงทะเบียนล่าช้า การลงทะเบียนเรียนซ้ าเพื่อปรับผลการเรียน (รีเกรด) ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าประกันของเสียหาย ค่าหอพัก ค่าอาหาร ค่าซักรีด และค่ารักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา“เงินบ ารุงการศึกษา” หมายความว่า เงินประเภทต่าง ๆ ที่สถานศึกษาของทางราชการเรียกเก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือที่ก ากับ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนต าบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง หรือองค์การของรัฐบาล“เงินค่าเล่าเรียน” หมายความว่า เงินค่าธรรมเนียมการเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งสถานศึกษาของเอกชนเรียกเก็บตามอัตราที่สถานศึกษาก าหนด“ปีการศึกษา” หมายความว่า ปีการศึกษาที่ก าหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการเจ้าสังกัด มหาวิทยาลัย วิทยาลัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนต าบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง หรือองค์การของรัฐบาลหนา ๕๑้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔72
“สถานศึกษาของทางราชการ” หมายความว่า (๑) มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ หรือส่วนราชการอื่น หรือที่อยู่ในก ากับของรัฐ(๒) วิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัย ในสังกัดหรืออยู่ในก ากับของกระทรวงศึกษาธิการ หรือส่วนราชการอื่นที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองคุณวุฒิ(๓) โรงเรียนในสังกัดหรืออยู่ในก ากับของกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนต าบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง และให้หมายความรวมถึงโรงเรียนที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีการจัดระดับชั้นเรียนด้วย(๔) โรงเรียนในสังกัดหรืออยู่ในก ากับของส่วนราชการอื่น หรือองค์การของรัฐบาลที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองคุณวุฒิ(๕) โรงเรียนในสังกัดส่วนราชการที่กระทรวงการคลังก าหนด(๖) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีการจัดระดับชั้นเรียนในสังกัดส่วนราชการ“สถานศึกษาของเอกชน” หมายความว่า(๑) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน(๒) โรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหมวด ๑ค่าช่วยเหลือบุตรข้อ ๔ ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือบุตรเป็นรายเดือนส าหรับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สามโดยให้ได้รับเป็นเงินเดือนละสองร้อยบาทต่อบุตรหนึ่งคน แต่ไม่รวมถึงบุตรซึ่งเป็น(๑) บุตรซึ่งมิได้อยู่ในอ านาจปกครองของตน(๒) บุตรซึ่งมีอายุเกินสิบแปดปีบริบูรณ์ หรือไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์แต่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสแล้ว(๓) บุตรซึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มส าหรับบุตรคนนั้นอยู่แล้ว และลูกจ้างนั้นมีต าแหน่งหน้าที่ประจ าอยู่ในต่างประเทศข้อ ๕ การนับล าดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม ให้นับเรียงตามล าดับการเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใดหรืออยู่ในอ านาจปกครองของตนหรือไม่ และไม่ว่าจะเป็นบุตรที่เกิดก่อนหรือหลังเข้าเป็นลูกจ้างหนา ๕๒้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔73
ลูกจ้างคนใดได้รับเงินช่วยเหลือบุตรส าหรับบุตรครบจ านวนสามคนแล้ว ต่อมาบุตรคนหนึ่งคนใดในจ านวนนั้นตายลงก่อนมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ ก็ให้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือบุตรเพิ่มขึ้นอีกเท่าจ านวนบุตรคนที่ตายนั้น แต่ในกรณีที่ลูกจ้างมีบุตรอยู่แล้วเกินสามคนให้นับบุตรคนที่อยู่ล าดับถัดไปก่อนข้อ ๖ การใช้สิทธิเบิกค่าช่วยเหลือบุตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้(๑) ลูกจ้างผู้ใดมีสามีเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินประเภทเดียวกับค่าช่วยเหลือบุตรจากส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ลูกจ้างผู้นั้นจะใช้สิทธิเบิกค่าช่วยเหลือบุตรไม่ได้ เว้นแต่ค่าช่วยเหลือบุตรที่ได้รับจากหน่วยงานอื่นนั้นต่ ากว่าค่าช่วยเหลือบุตรตามที่มีสิทธิ ก็ให้มีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือบุตรเฉพาะในส่วนที่ขาดอยู่(๒) ลูกจ้างผู้ใดซึ่งบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สามคนใดไม่อยู่ในอ านาจปกครองของตน หรือในกรณีที่คู่สมรสแยกกันอยู่โดยมิได้หย่าขาดจากกัน และบุตรคนนั้นอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ลูกจ้างผู้นั้นมีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือบุตรได้เฉพาะส าหรับบุตรคนที่อยู่ในอ านาจปกครองของตนหรืออยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของตนแล้วแต่กรณี(๓) ในกรณีที่ลูกจ้างตาม (๑) ผู้ใดได้สมรสใหม่ และสามีในการสมรสครั้งใหม่นี้เป็นบุคคลดังระบุใน (๑) ให้ลูกจ้างผู้นั้นมีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือบุตรส าหรับบุตรที่ติดมากับตนนั้นได้ข้อ ๗ ลูกจ้างผู้ใดยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรที่มีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือบุตรตามข้อ ๔ ยังไม่ถึงสามคน ถ้าต่อมามีบุตรแฝดซึ่งท าให้มีจ านวนบุตรเกินสามคน ให้ลูกจ้างผู้นั้นมีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือบุตรตามข้อ ๔ ส าหรับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สุดท้าย แต่บุตรแฝดดังกล่าวจะต้องเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรส หรือเป็นบุตรของตนเองในกรณีที่หญิงเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินช่วยเหลือบุตรในกรณีที่บุตรคนใดคนหนึ่งของลูกจ้างตามวรรคหนึ่งตายลงก่อนมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ ก็ให้ลดจ านวนบุตรที่ได้รับเงินช่วยเหลือบุตรลง จนกว่าจ านวนบุตรที่ได้รับเงินช่วยเหลือบุตรมีจ านวนเหลือไม่เกินสามคน และหลังจากนั้นลูกจ้างจึงจะมีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือบุตรเพิ่มขึ้นได้ตามข้อ ๕ วรรคสองเพื่อประโยชน์แห่งประกาศนี้ บุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สามของลูกจ้าง ให้หมายความรวมถึงบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้ายของตนเองตามวรรคหนึ่งข้อ ๘ การนับล าดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้ายในกรณีที่ไม่อาจทราบล าดับการเกิดก่อนหลังของบุตรแฝดได้โดยแน่ชัด ให้นับล าดับบุตรแฝดตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังก าหนดข้อ ๙ ลูกจ้างคนใดได้รับค่าจ้างในเดือนใดไม่เต็มเดือน ก็ให้มีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือบุตรได้เต็มเดือนหนา ๕๓้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔74
หมวด ๒ค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรข้อ ๑๐ ให้นายจ้างจ่ายค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรให้แก่ลูกจ้าง ส าหรับบุตรซึ่งมีอายุครบสามปีในภาคเรียนของปีการศึกษา และมีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีในกรณีที่บุตรมีอายุครบยี่สิบห้าปีแต่ยังศึกษาไม่จบปีการศึกษาก็ให้มีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรตามวรรคหนึ่งจนจบปีการศึกษานั้นข้อ ๑๑ ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรได้เพียงบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สามข้อ ๑๒ การนับล าดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม ให้นับเรียงล าดับการเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้ ไม่ว่าเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใด หรืออยู่ในอ านาจปกครองของตนหรือไม่ และไม่ว่าจะเป็นบุตรที่เกิดก่อนหรือหลังการเข้าเป็นลูกจ้างลูกจ้างคนใดมีบุตรเกินสามคนและได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรครบจ านวนสามคนแล้ว ต่อมาบุตรคนหนึ่งคนใดในจ านวนนั้นตาย กายพิการจนไม่สามารถเล่าเรียนได้ หรือเป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถที่มิได้ศึกษาในสถานศึกษาที่มีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบก่อนมีอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ ก็ให้ลูกจ้างผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตรเพิ่มขึ้นอีกเท่ากับจ านวนบุตรคนที่ตาย กายพิการ หรือเป็นคนไร้ความสามารถคนเสมือนไร้ความสามารถ วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบนั้นข้อ ๑๓ ลูกจ้างผู้ใดยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรที่มีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรตามข้อ ๑๑ ยังไม่ถึงสามคน ถ้าต่อมามีบุตรแฝดซึ่งท าให้มีจ านวนบุตรเกินสามคน ให้ลูกจ้างผู้นั้นมีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรตามข้อ ๑๑ ส าหรับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้าย แต่บุตรแฝดดังกล่าวจะต้องเป็นบุตรซึ่งเกิดจากการสมรส หรือเป็นบุตรของตนเองในกรณีที่หญิงเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรในกรณีที่บุตรคนใดคนหนึ่งของลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง ตาย กายพิการจนไม่สามารถเล่าเรียนได้ หรือเป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถที่มิได้ศึกษาในสถานศึกษาที่มีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบก่อนมีอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ ก็ให้ลดจ านวนบุตรที่ได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรลง จนกว่าจ านวนบุตรที่ได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรมีจ านวนเหลือไม่เกินสามคน และหลังจากนั้นลูกจ้างจึงจะมีสิทธิได้รับค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรเพิ่มขึ้นได้ตามวรรคหนึ่งหนา ๕๔้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔75
ข้อ ๑๔ การจ่ายค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ประเภทและอัตรา ดังนี้(๑) บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่า และหลักสูตรนั้นแยกต่างหากจากหลักสูตรระดับปริญญาตรี ให้ได้รับเงินบ ารุงการศึกษาเต็มจ านวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามประเภทและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังก าหนด(๒) บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการในหลักสูตรระดับปริญญาตรี ให้ได้รับเงินบ ารุงการศึกษาเต็มจ านวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามประเภทและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังก าหนด(๓) บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนเต็มจ านวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามประเภทและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังก าหนด(๔) บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า แต่ไม่สูงกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่า และหลักสูตรนั้นแยกต่างหากจากหลักสูตรระดับปริญญาตรีให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนครึ่งหนึ่งของจ านวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามประเภทและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังก าหนด(๕) บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี ให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนครึ่งหนึ่งของจ านวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามประเภทและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังก าหนดทั้งนี้ ลูกจ้างมีสิทธิเบิกค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตรได้เฉพาะหลักสูตรระดับปริญญาตรี ตาม (๒) หรือ (๕) ในสถานศึกษาของทางราชการหรือสถานศึกษาของเอกชนที่เป็นหลักสูตรแรกเท่านั้นประกาศ ณ วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖4สุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประธานกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์หนา ๕๕้่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔76
ffl1>@0ค>11/@1O1@fl1?/>2@ห>2?/พ?fl์N1APอ ห3?N์O3>อ?1@คN@1?1@พ0@ffi@31?NOffiffl่/0BN>fl/>2 1?P1ค>NAQอR/1?2PคP1fl@ 2019 หรือโรคโควิด 19 P0?PNffl็fl@12/ค/1ffl1?ffiffl1Bห3?N์O3>อ?1@คN@1?1@พ0@ffi@31?NOffiffl่/0BN>fl/>2 1?P1ค>NAQอR/1?2PคP1fl@ 2019 หรือโรคโควิด 19 @//>ค>1?/fl1?N/APอ/?fl?P f /?fl@ค/ พ.0. `cdc @PNหOflอffiQหO1?/>2@ห> ํ@Nfl>fl@1OORffl1?ffiffl1B 1>Nffi?0ffi Oอffi?ค?ffi ห1Aอffl1>@0QหO2อค3Oอ?ffiห3?N์ />?@1 O3>NAPอflR@1ํ@หflคN@QON@0Qfl@1ํ@Nfl>fl@1ffCOffl่/0BN>fl/>2 [1?P1ค>NAQอR/1?2PคP1fl@ 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19))] QหO/?ค/@/Nห/@>2/O3>2อค3Oอ?ffi2.@/@1์fflัBffi?flอ@0?0อํ@fl@@/ค/@/Qfl/@1@ _a (_) OหNพ1>1@ffi??>O1@fl1?/>2@ห>2?/พ?fl์ พ.0. `cba ffl1>อffi?ffiOอ ca อffl1>@0ค>11/@1O1@fl1?/>2@ห>2?/พ?fl์ N1APอ /@1@fl?QflPํ@อ2.@พ@1O@Qfl1?/>2@ห> 3/?fl?P a_ พ21.@ค/ พ.0. `cbg ค>11/@1O1@fl1?/>2@ห>2?/พ?fl์ P0ค/@/NหOflอffiอค>1?/fl1? @ออffl1>@0R/O ?NอRfflfl?QOอ _ ffl1>@0fl?QN1?0/N@ ìffl1>@0ค>11/@1O1@fl1?/>2@ห>2?/พ?fl์ N1APอ ห3?N์O3>อ?1@คN@1?1@พ0@ffi@31?NOffiffl/0BN>fl/>21?P1ค>เชื้อไวร?สโคโรน@ 2019 หรือโรคโควิด 19î Oอ ` ffl1>@0fl?QQหOQOffi?ค?ffi?QON/?fl?P _d /?fl@ค/ พ.0. `cdc Nffl็flOflRfflOอ a QหO0N3>ffl1>@0ค>11/@1O1@fl1?/>2@ห>2?/พ?fl์ N1APอ ห3?N์O3>อ?1@คN@1?1@พ0@ffi@31?ffCOffl่/0BN>flP1ค>Nออ?fl1@0@/ห/@0/N@O/0P1ค>Nอ 1?P1ค>NAQอR/1?2PคP1น@ 2019 หรือโรคโควิด 19 3/?fl?P a^ 1@ค/ พ.0. `cdb Oอ b Qflffl1>@0fl?QìคN@QON@0î ห/@0ค/@//N@ คN@QON@0@@11/@หOอffl>ffi?>@1 @11?1@พ0@ffi@3 ห1Aอ@12NNอffCOffl่/0BN>fl/>2 @/ห3?N์ />?@1 O3>NAPอflR?P1>1/2@@12Bํ@หfl ìffCOffl่/0BN>fl/>2î ห/@0ค/@//N@ 3CO@ ห1AอคCN2/12ห1AอffiB1อ3CO@ ffCO@Pffl่/0BN>fl/>2@/ห/@0/N@O/0@1Oพ0์BN>fl Nพ@>P1ค>NAQอR/1?2โคโรน@ 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ì2@flพ0@ffi@3î ห/@0ค/@//N@ 2@flพ0@ffi@3ffl1>N.?P1?ffiffCOffl่/0R/OคO@คAflOอ c Qfl1??P3CO@ ห1AอคCN2/12ห1AอffiB1อ3CO@ Nffl็flffCOffl่/0?POอNO@1?ffi@11?1@พ0@ffi@3Qfl2@flพ0@ffi@3 ?Q1?NO@1?ffi@11?1@พ0@ffi@3O/0flNอห1AอP0@12N?/QหONO@1?ffi@11?1@พ0@ffi@3Qfl2@flพ0@ffi@3 ห@RO1?ffi@1/>fl>?0/N@Nffl็flffCOffl่/0BN>fl/>2 1?P1ค>NAQอR/1?2PคP1น@ 2019 หรือโรคโควิด 19 QหO3CO@/?2>>RO1?ffiคN@QON@0@หนา ๘เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗78
@11?1@พ0@ffi@32ํ@ห1?ffiflNอ ห1AอคCN2/12ห1AอffiB1อ3CO@ @/ห3?N์ />?@1 O3>NAPอflR?P1>1/2@@12Bํ@หfl Oอ d Qfl1?2@flพ0@ffi@32NNอffCOffl่/0BN>fl/>2Rffl1?1@พ0@ffi@3NอNflAPอ?PNค1AอN@02@flพ0@ffi@3 ห@ffCOffl่/0BN>fl/>2ห1Aอ@>ffCOffl่/0ffl>N2R/NอQหO2NNอ ห1Aอ1?ffCOffl่/0BN>fl/>2ห1Aอ@>ffCOffl่/0ffl1>2ค์>Rffl1?ffi@11?1@?P2@flพ0@ffi@3อAPfl >Oอ1?ffiff>อffiคN@QON@0?PN>@Qfl.@0ห3?@fl?QflNอ Oอ e QหO2@flพ0@ffi@3อNอflN1?0NOffiคN@QON@0?PN>@Qfl@/Ofl/@?P2ํ@fl?@flห3?ffl1>?fl2B.@พOหN@>ํ@หflOอ f N/APอ2ํ@fl?@flห3?ffl1>?fl2B.@พOหN@>ห1Aอ2@flพ0@ffi@3อ@1@@1OOคN@QON@0Qfl@11?1@พ0@ffi@3 QหOfl@0O@N@0คN@QON@0?3N@/QหOON2@flพ0@ffi@3.@0Qfl2>ffiหO@/?fl fl?ffiON/?fl?PRO1?ffiOOOอ g คN@QON@0Qfl@11?1@พ0@ffi@3Qfl2@flพ0@ffi@3?PN>@Qfl@/Oอ f QหO2@flพ0@ffi@3/?2>>RO1?ffiคN@1?1@พ0@ffi@3Ofl3CO@Oอ _^ Qfl1??PffCOffl่/0/?2>>RO1?ffiค/@/คBO/ค1อ@/ห/@0/N@O/0@1ffl1>?fl?/>ห1Aอห/@0/N@O/0@1ffl1>?fl/>fl@0.?0QหOQO2>>?3N@/NอflOอ __ 1?1?/>2@ห>Q/?Oอํ@หflQหO2>>@11?1@พ0@ffi@3ONffi>@/@1@อ3CO@ QหOffi>@/@1@อ3CO@?3N@//?2>>@/ffl1>@0fl?QOอ _` @1NO@1?ffi@11?1@พ0@ffi@3?PN>@QflNอfl/?fl?P _d /?fl@ค/ พ.0. `cdcO3>@11?1@พ0@ffi@30?R/N2>Qfl2B3 QหORO1?ffi2>>@/ffl1>@0ค>11/@1O1@fl1?/>2@ห>2?/พ?fl์ N1APอ ห3?N์O3>อ?1@คN@1?1@พ0@ffi@31?ffCOffl่/0BN>flP1ค>Nออ?fl1@0@/ห/@0/N@O/0P1ค>Nอ 1?P1ค>NAQอR/1?2PคP1fl@ 2019 หรือโรคโควิด 19 3/?fl?P a^ 1@ค/ พ.0. `cdb NอRfflfl2>Qfl2B@11?1@พ0@ffi@3Qflค1?Qfl?Qflffl1>@0 /?fl?P 22 N/1@0fl พ.0. `cd7 พ>พ?fl์ 1?>ffl1>@11?/fl1?/N@@11>1/O1@flffl1>@fl11/@1O1@fl1?/>2@ห>2?/พ?fl์หนา ๙เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗79
'#>@0คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์N#APอ @#N@\"N>%# O#%P \"#?PN'็%@#2!ค/#'#?&'#Bห%?Nfifi์ />$?@# O%>อ?!#@@#N@\"N>%# O#%NffAPอQหO!@!#ff@%?Q%!Pํ@อ2 @ff@#O@Q%#?ff/>2@ห>2อ ค%Oอ?&!@!#ff@%?Q%!Pํ@อO#@%Q% @คNอ% O%>2 @ff@#fi์#@ O@%N0#1ff>#?PN'%?P\"%O'%R'Q%'ัB&?%อ@0?\"อํ@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ _a (_) OหNff#>#@&??!>O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์ ff.0. `cba '#>อ&Oอ bc Oอ bd Oอ be O%>Oอ bf อ'#>@0คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์ N#APอ !@!#ff@%?Q%!Pํ@อ2 @ff@#O@Q%#?ff/>2@ห> %/?%#?P a_ ff$1 @ค!ff.0. `cbg คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์ P \"ค/@!NหO%อ&อคfi>#?ff!%!#?@ออ'#>@0R/O ?!NอR'%?QOอ _ '#>@0%?QN#?\"/N@ ì'#>@0คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์ N#APอ@#N@\"N>%# O#%î Oอ ` '#>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%\"? @/?%'#>@0Q%#@>@%BN&1@N'็%!O%R'Oอ a QหO\"N%>'#>@0คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์N#APอ@#N@\"N>%# O#%%/?%#?Pb !>\"B%@\"% ff.0. `ccaOอ b N!APอ%CO@'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\" QหO%@\"O@N@\"คN@#?1@ff\"@&@% ?!NอR'%?Q(_) #fi?NO@#?&@##?1@ff\"@&@%@2\"@%ff\"@&@%อ#@#@@#QหON@\"คN@#?1@ff\"@&@%N!O!ํ@%/%#?PN@\"#>(`) #fi?NO@#?&@##?1@ff\"@&@%@2\"@%ff\"@&@%อNอ%QหON@\"คN@#?1@ff\"@&@%R ON#N@#?PN@\"#>!@!ค/@!ํ@N'็%O!NR!NN>%หO@ห!AP%&@#Oอ c Q%#fi?คN@#?1@ff\"@&@%#?PN@\"!@!Oอ b (`) R!NNff?\"ffอ QหO%@\"O@N@\"คN@#?1@ff\"@&@%N#N@#?PN@\"#>!@!ค/@!ํ@N'็%Nff>P!@Q%อ?R!NN>%ห%@PO2%&@# 2ํ@ห#?&@#'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"อ%CO@Q%%?1fi> ?!NอR'%?Q (_) &@ NO&อ\"N@#B%O#ออ/?\"/> @\"Q%ห%@\"2N/%O%>!OอR O#?&@#(N@!? OOR(`) &@ NO&อ\"N@#B%O#อ#> Cห%@\"OหNO%>!OอR O#?&@#(N@!? OOR(a) &@ NO&อ\"N@#B%O#อ0?#1>O%>!OอR O#?&@#(N@!? N'> >Pห%0?#1>(b) &@ NO&อ\"N@#B%O#อ#> C2?%ห%? R2?%ห%? ห#Aอ#@'#>2@#หนา ๔๑เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๘81
(c) '#>2& @/>#?P!Oอ(N@!? !Nออ/?\"/>#?P\"BN\"@@P!OอQO/>$?B%0?%\"##!(d) '#>2&อ?%!#@\"@RfiRห!O %Qํ@#Oอ%%/ ค/@!#Oอ% ค/@!N\"O% 2@#Nค!? #?2? RfifiO@ห#Aอ#>N&> %\"@?Q%2CN2?\"(>/ห%?%@\"@ห%?O#O!?QO!N#Oอ\"%>\"?P2>&หO@อffAQ%#?P(>/อ#N@@\"(e) '#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"อ\"N@อAP%@P#B%O#ห#AอN#AQอ#? !@!'#>@0#?Pออ!@!ห!@\"/N@ O/\"N>%# O#%Oอ d Q%#fi?คN@#?1@ff\"@&@%#?PN@\"!@!Oอ c R!NNff?\"ffอ QหO%@\"O@N@\"คN@#?1@ff\"@&@%N#N@#?PN@\"#>!@!ค/@!ํ@N'็%Nff>P!@Q%อ? P \"N!APอ#/!คN@#?1@ff\"@&@%!@!Oอ b (`) O%>Oอ c O%O/ !OอR!NN>%2@!O2%&@# 2ํ@ห#?&@#'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"อ%CO@Q%%?1fi> ?!NอR'%?Q(_) '#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"!@!Oอ c (_) \"@ (d) !?QO!N2อ#@\"@#@Q%R'(`) '#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"!@!Oอ c (_) \"@ (d) #?Pํ@N'็%!OอQONค#APอN/\"ห@\"Qห#Aอ!Oอff?#?1@!?/อ\"CNQ%หอ(CO'N/\"ห%? หอ(CO'N/\"/>$! ห#Aอหอ(CO'N/\"RfiRห!O %Qํ@#Oอ%%/ !?QO!N\"?P2>&/?%@Q%R'(a) &@ NO&อ\"N@#B%O#อ#>&&2!อห#AอR2?%ห%?#?Pํ@N'็%!Oอ#?1@!?/Q%2\"@%ff\"@&@%!?QO!N2@!2>&/?%!> !Nอ?%@Q%R'(b) '#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"!@!Oอc (e) @P#B%O#ห#AอN#AQอ#?N'็%(%QหOอ/?\"/>2ํ@ค?%O!Nห%/Oอ e Q%#fi?คN@#?1@ff\"@&@%#?PN@\"!@!Oอ d R!NNff?\"ffอ QหO%@\"O@N@\"คN@#?1@ff\"@&@%N#N@#?PN@\"#>!@!ค/@!ํ@N'็%Nff>P!@Q%อ? P \"N!APอ#/!?&คN@#?1@ff\"@&@%!@!Oอ b (`) Oอ cO%>Oอ d O%O/ !OอR!NN>%หO@O2%&@# P \"QหOคfi>Off#\"์#?P%@\"O@O!N!?Q@(CO'#>อ&/>@?ffN/##!ํ@%/%R!N%Oอ\"/N@2@!ค%ff>@#fi@ O%>คfi>##!@##?ff/>2@ห>QหOค/@!NหO%อ&Oอ f Q%#fi?#?PคN@#?1@ff\"@&@%#?PN@\"!@!Oอ e R!NNff?\"ffอ QหO%@\"O@N@\"คN@#?1@ff\"@&@%N#N@#?PN@\"#>!@!ค/@!ํ@N'็%Nff>P!@Q%อ? P \"N!APอ#/!?&คN@#?1@ff\"@&@%!@!Oอ b (`) Oอ c Oอ d O%>Oอ e O%O/ !OอR!NN>%ห%@P%O@%&@# P \"QหOคfi>Off#\"์#?P%@\"O@O!N!@(?Q CO'#>อ&/>@?ffN/##!ํ@%/%R!N%Oอ\"/N@2@!ค%ff>@#fi@ O%>คfi>##!@##?ff/>2@ห>QหOค/@!NหO%อ&Oอ g คN@#?1@ff\"@&@%!@!Oอ b Oอ c Oอ d Oอ e O%>Oอ f QหO#/!\"@คN@QON@\"N?P\"/?&คN@หOอO%>คN@อ@ห@# O/\"หนา ๔๒เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๘82
Oอ _^ Q%#fi?#?Pคfi>Off#\"์!@!Oอ e O%>Oอ f !?ค/@!NหO%/N@ %CO@ํ@N'็%!OอR O#?&@#fiื้%fiC2!##\" @ffQ%@##ํ@@% @\"ห%?@#'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\" QหO%@\"O@N@\"คN@fiื้%fiC2!##\" @ffQ%@##ํ@@%อ%CO@N#N@#?PN@\"#>!@!ค/@!ํ@N'็%!@!ห%?Nfifi์O%>อ?!#@ ?!NอR'%?Q(_) คN@QON@\"Q%#>&/%@#N/0@2!#์fiื้%fiC2!##\" @ffQ%@##ํ@@% O@%@#Off#\"์O%>คN@QON@\"Q%@#fiื้%fiC2!##\" @ffQ%@##ํ@@% O@%อ@?ffR!NN>%2อห!AP%2?Pff?%&@#(`) คN@QON@\"Q%#>&/%@#&ํ@&? #?1@O%>@#(N@!? NffAPอ'#>P\"%์Q%@#fiื้%fiC2!##\" @ffQ%@##ํ@@%R!NN>%2?Pห!AP%&@#(a) คN@/?2 BO%>อB'#fi์ O@%N/0@2!#์fiื้%fiC ห%N/\"%>R!NN>%อ?!#@!@!#?P#>##/@#ค%?ํ@ห% P \"N!APอ#/!?%O%O/!OอR!NN>%ห%@PO2%หห!AP%&@#Oอ __ Q%#fi?#?P%CO@'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"%\"@ONค/@!!@\" ห#Aอ2Cห@\"QหO%@\"O@N@\"คN@#ํ@0ffN'็%ํ@%/%2@!N#N@อคN@O@#@\"N Aอ%N Aอ%2B #O@\"#?P%CO@R O#?&อ\"CN #?Q%?Q !OอR!N%Oอ\"/N@หO@ห!AP%&@#Oอ _` N!APอ%CO@'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"ห#Aอ2Cห@\"QหO%@\"O@N@\"คN@# O#%N'็%#@\"N Aอ% ?!NอR'%?Q(_) #Oอ\"%>NO 2>&อคN@O@#@\"N Aอ% 2ํ@ห#?&#fi?#?P%CO@R!N2@!@#\"#ํ@@%R OR!N/N@%CO@>2CN2?\"อ/?\"/>!@! (`) O/\"ห#AอR!NO!@! P \"N@\"%?&O!N/?%O##?P%CO@R!N2@!@#\"#ํ@@%R OR'%!%อ #>\">N/%@#?PR!N2@!@#\"#ํ@@%R O O!N!OอR!NN>%ห%@P'?(`) #Oอ\"%>NO 2>&อคN@O@#@\"N Aอ% 2ํ@ห#?&#fi?#?P%CO@!Oอ2CN2?\"อ/?\"/>&@2N/%อ#N@@\" P \"N@\"!@!'#>N #อ@#2CN2?\"อ/?\"/>O%>!@!#>\">N/%@@#N@\"คN@# O#%#?Pํ@ห% Q%!@#@#O@\"'#>@0%?QO!N#/!?%O%O/!OอR!NN>%2>&'? (a) #Oอ\"%>NO 2>&อคN@O@#@\"N Aอ% 2ํ@ห#?&#fi?#?P%CO@#Bffff% @ff P \"QหO!?#>\">N/%@@#N@\"คN@# O#%!%อ ?/>!(b) #Oอ\"%>NO 2>&อคN@O@#@\"N Aอ% 2ํ@ห#?&#fi?#?P%CO@\"@ONค/@!!@\"ห#Aอ2Cห@\"!?ํ@ห% 2>&'?Q%#fi?#?P%@\"O@N@\"คN@# O#%!@! (`) O%>!Nอ!@%CO@R O\"@ONค/@!!@\"Q%fi>#?P#?&คN@# O#%\"?R!Nค#&#>\">N/%@!@!2>#$> ?%N@/QหO%@\"O@N@\"คN@# O#%QหOON(CO!?2>#$>!@!Oอ bgOหN'#>@0คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์ N#APอ !@!#ff@%?Q%!Pํ@อ2 @ff@#O@Q%#?ff/>2@ห> %/?%#?P a_ ff$1 @ค! ff.0. `cbg !NอR'%ค#&ํ@ห% #>\">N/%@!@!2>#$>%?Q% #?Q%?Q #>\">N/%@@#N@\"คN@# O#%#/!?%O%O/!OอR!NN>%2>&'?หนา ๔๓เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๘83
คN@O@#@\"N Aอ% ห!@\"ค/@!/N@ อ?!#@N>%N Aอ%คN@O@Q%N Aอ%#?P%CO@'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\" ห#AอNO&'N/\"%\"@ONค/@!!@\" ห#Aอ2Cห@\" ห#Aออ?!#@คN@O@#@\"/?%2B #O@\"คCfi O/\"\"?P2>&ห2ํ@ห#?&%CO@@PR O#?&คN@O@#@\"/?% ห#AอคN@O@#@\"/?%P \"N%?P\"@คN@O@ค#@/2B #O@\"Nอ%@#'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\" ห#AอNO&'N/\"%\"@ONค/@!!@\" ห#Aอ2Cห@\"คCfi O/\"\"?P2>&ห 2ํ@ห#?&%CO@@PR O#?&คN@O@N'็%#@\"?P/P!O%>%CO@@PR O#?&คN@O@!@!(%@%P \"คํ@%/fiN'็%ห%N/\"Oอ _a Q%#fi?#?P%CO@2CN2?\"อ/?\"/>&@2N/%อ#N@@\"ห#Aอ2CN2?\"2!##\" @ffออ/?\"/>R'Nff?\"&@2N/%%อNห%Aอ@#?Pํ@ห% R/O!@!!@#@#O@\"'#>@0%?Q QหO\"Aอ/N@N'็%#fi?2CN2?\"อ/?\"/>!@!Oอ _` (`) O%>QหO!?#>\">N/%@@#N@\"คN@# O#%!@!(%@#'#>N!>%@#2CN2?\"อ/?\"/>ห#Aอ2!##\" @ffออ/?\"/>N'็%#Oอ\"%>อ2!##\" @ff#?Q#N@@\"Q%อ?!#@ค/@!2CN2?\"2!##\" @ff#Oอ\"%>ห%@P!Nอ#>\">N/%@@#N@\"คN@# O#%2อN Aอ% O!N!OอR!NN>%2>&'?Oอ _b QหO%CO@R O#?&@#'#>N!>%@#2CN2?\"2!##\" @ffออ/?\"/> @\"ห%?@Nห!BQ Nห!Bห%@P ?!NอR'%?Q(_) N!APอ%CO@R O#?&@##?1@ O/\"/>$?@#!N@ N #@@#Off#\"์อ\"N@N!O!#?PO%O/ ห#Aอ2>Q%2B @##?1@@PR!N2@!@#\"#?1@QหOห@\"N'็%'!>R OO%>ff\"@$>2 @ffออ/?\"/>%?Q%ค#?PR!N!?@#N'%?P\"%O'%อ?(`) N!APอffO%ํ@ห% #>\">N/%@ห%@P'? %?&O!N/?%#?P%CO@'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"Oอ _c Q%#fi?#?P%CO@2CN2?\"อ/?\"/>อ#N@@\"ห#Aอ2CN2?\"2!##\" @ffออ/?\"/>N>%/N@#Oอ\"%>ห2>& QหO\"Aอ/N@N'็%#fi?#Bffff% @ff!@!Oอ _` (a) O%>QหO!?#>\">N/%@@#N@\"คN@# O#%!%อ ?/>!Oอ _d QหOOff#\"์(CO'#>อ&/>@?ffN/##!N'็%(CO'#>N!>%@#2CN2?\"อ/?\"/>ห#Aอ@#2CN2?\"2!##\" @ffออ/?\"/> P \"QหO%ํ@/>$?@#'#>N!>%O%>อ?!#@@#2CN2?\"2!##\" @ff#@@\"O%>>!Q#?Pํ@ห% @Q%2ํ@ห#?&@#N@\"N>%# O#%!@!ห!@\"/N@ O/\"N>%# O#%!@QO&?ค?&P \"อ%BP%!Q%#fi?#?PR!N!?@#ํ@ห% />$?@#'#>N!>%O%>อ?!#@@#2CN2?\"2!##\" @ff2ํ@ห#?&อ/?\"/>Q QหOคfi>Off#\"์#?P%@\"O@O!N!?Q@(CO'#>อ&/>@?ffN/##!ํ@%/%R!N%Oอ\"/N@2@!ค%N'็%(CO'#>N!>%O%>ํ@ห% อ?!#@@#2CN2?\"2!##\" @ffออ/?\"/>%?Q%Oอ _e คN@# O#%!@!Oอ _` !OอR!N!Pํ@/N@#Oอ\"%>NO 2>&ออ?!#@คN@O@?Q%!Pํ@#@\"/?%2C2B !@!ห!@\"/N@ O/\"@#คBO!ค#อO#@%คCfi O/\"\"?P2>&หO%>R!NN>%N Aอ%%>ห%@Pห!AP%2?Pff?%&@#Oอ _f @#N@\"คN@# O#%!@!Oอ _` %@\"O@O%>%CO@ห#Aอ(CO!?2>#$>!@!Oอ bgOหN'#>@0คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์ N#APอ !@!#ff@%?Q%!Pํ@อ2 @ff@#O@Q%#?ff/>2@ห> %/?%#?P a_ ff$1 @ค! ff.0. `cbg >!%N@\"คN@# O#%%N/ห%O@Q%ค#@/N ?\"/N!O!ํ@%/%ห#AอN'็%#>\">N/%@อ\"N@อAP%OR Oหนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๘84
@#N@\"คN@# O#%!@!/##คห%@P %@\"O@>ห?2N/%% R OR!NN>%#Oอ\"%>2?P!Nอ'?อคN@# O#%#?PR O#?&Oอ _g Q%#fi?#?P%@\"O@R O#ํ@2?@'#>?% ?\"@PQหOค/@!คBO!ค#อQ%@#'#>2&อ?%!#@\"ห#AอNO&'N/\"ON%CO@ ห@2>#$>!@!2?@'#>?% ?\"#?P>R O#?&!Pํ@/N@2>#$>!@!'#>@0%?Q QหO%@\"O@N@\"N>%# O#%!@!'#>@0%?QQ%2N/%#?P\"?@ อ\"CNOอ `^ %CO@(COQ !?2>#$>R O#?&คN@# O#%!@!'#>@0คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์N#APอ @#N@\"N>%# O#% %/?%#?P b !>\"B%@\"% ff.0. `cca อ\"CNNอ%/?%#?P'#>@0%?QQO&?ค?& QหOคR O#?&คN@# O#%!@!'#>@0คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์ ?%N@/!NอR'%/N@>ค#&!@!2>#$>%?Q%Oอ `_ #fi?@#'#>2&อ?%!#@\" ห#AอNO&'N/\" ห#Aอ2Cห@\" N%APอ@@##ํ@@%#?PN> @Q%Nอ%/?%#?P'#>@0%?QQO&?ค?& QหO&?ค?&!@!'#>@0คfi>##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์N#APอ@#N@\"N>%# O#% %/?%#?P b !>\"B%@\"% ff.0. `cca'#>@0 fi /?%#?P _` $?%/@ค! ff.0. `cdf!#?%B N#?\"%#อ#?ff!%!#?/N@@##>##/O#@%'#>$@%##!@#O#@%#?ff/>2@ห>2?!ff?%$์หนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๓๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๘85
fi@1@ทO@0ป1>@0ป1>N.ทอ@1สูญNสี0อ/?0/>Oล>1>0>N/ล@@1N@0คN@ทffOทนป1>N.ทอ@1สูญNสี0อ/?0/>คAA?ffค/@/ 1>0>N/ล@@1N@0คN@ทffOทน (Nffือน)_. Ofi@ff1>ff? Oอ0อ Ofi@ff1>ff? Oอ0อDOfiไ! _`^`. Ofi@ff1>ff? fiNA/N@Oอ0อ Ofi@ff1>ff? fiNA/N@Oอ0อ Oล>/ห1EอOอ/Eอ Oล>0?งงอOอ0อไffO__ba. /Eอ@ff fiBO//Eอ!?OงหO@@ff fi?OงOfiN1>ff? OอPคfifiBO/อง!FfiBO/DOfiไ! DงOอ/Eอ_^fb. fiBO/ห?/O/N/Eอ@ff fiBO/ห?/O/N/Eอ@fffi?OงOfiN1>ff? OอPคfifiBO/DOfiไ! DงOอ/Eอbbc. fiBO/ห?/O/N/Eอ@ff1>ff? Oอ!ล@0fiBO/ fiBO/ห?/O/N/Eอ@ff1>ff? Oอ!ล@0fiBO/ ``d. fiBO/ชCOห1EอfiBO/ล@ง@ff fiBO/ชCOห1EอfiBO/ล@ง@ff1>ff? OอPคfifiBO/ ``e. fiBO/ชCOห1EอfiBO/ล@ง@ff1>ff? Oอล@งfiBO/fiBO/ชCOห1EอfiBO/ล@ง@ff1>ff? Oอล@งfiBO/ _df. fiBO/ชCOห1EอfiBO/ล@ง@ff1>ff? Oอ!ล@0fiBO/fiBO/ชCOห1EอfiBO/ล@ง@ff1>ff? Oอ!ล@0fiBO/ _^g. fiBO/fi@งห1EอfiBO/Oอ0@ff fiBO/fi@งห1EอfiBO/Oอ0@ff1>ff? OอPคfifiBO/ _^_^. fiBO/fi@งห1EอfiBO/Oอ0@ff1>ff? Oอล@งfiBO/fiBO/fi@งห1EอfiBO/Oอ0@ff1>ff? Oอล@งfiBO/ f__.fiBO/fi@งห1EอfiBO/Oอ0@ff1>ff? Oอ!ล@0fiBO/fiBO/fi@งห1EอfiBO/Oอ0@ff1>ff? Oอ!ล@0fiBO/ d_`.@@ff1>ff? Oอ.>Pพ @@ff\"N@fiOอ.>Pพ f^_a.@@ff1>ff? OอNN@ @@ff\"N@fiOอNN@ db_b.N!O@@ff N!O@@ff\"N@fiOอN!O@ c^_c.N!O@@ff1>ff? ล@งN!O@ N!O@@ff1>ff? ล@งN!O@ ad_d. fiBO/ห?/O/NN!O@@ff!CN1>ff? OอPคfifiBO/ fiBO/ห?/O/NN!O@@ff!CN1>ff? OอPคfifiBO/ _^_e. fiBO/ห?/O/NN!O@@ff!CN1>ff? Oอ!ล@0fiBO/ fiBO/ห?/O/NN!O@@ff!CN1>ff? Oอ!ล@0fiBO/ b_f.fiBO/N!O@อENfiหfiDNงfiBO/@ff!CNOอ1>ff? OอPคfifiBO/fiBO/N!O@อENfiหfiDNงfiBO/@ff!CNOอ1>ff? OอPคfifiBO/ `_g.fiBO/N!O@อENfi!?Oง.CNfiBO/@ff!CN1>ff? OอPคfifiBO/fiBO/N!O@@ff!FfiBO/!CN1>ff? OอPคfifiBO/ _f86
ประกาศกระทรวงแรงงานเรื่อง ก าหนดชนิดของโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการท างานโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ก าหนดชนิดของโรคซึ่งเกิดขึ้น ตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการท างานอาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ก าหนดชนิดของโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะ หรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการท างาน ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2550ข้อ ๒ ก าหนดชนิดของโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการท างานไว้ ดังต่อไปนี้(1) โรคจากการสัมผัสสารก่อโรค หรือสภาพแวดล้อมจากการท างาน(1.1) โรคที่เกิดขึ้นจากสารเคมี ดังต่อไปนี้1) เบอริลเลียม หรือสารประกอบของเบอริลเลียม (Diseases caused by beryllium or its compounds)2) แคดเมียม หรือสารประกอบของแคดเมียม (Diseases caused by cadmium or its compounds)3) ฟอสฟอรัส หรือสารประกอบของฟอสฟอรัส (Diseases caused by phosphorus or its compounds)4) โครเมียม หรือสารประกอบของโครเมียม ( Diseases caused by chromium or its compounds)5) แมงกานีส หรือสารประกอบของแมงกานีส (Diseases caused by manganese or its compounds)6) สารหนู หรือสารประกอบของสารหนู (Diseases caused by arsenic or its compounds)7) ปรอท หรือสารประกอบของปรอท (Diseases caused by mercury or its compounds)8) ตะกั่ว หรือสารประกอบของตะกั่ว (Diseases caused by lead or its compounds)9) ฟลูออรีน หรือสารประกอบของฟลูออรีน (Diseases caused by fluorine or its compounds)10) คาร์บอนไดซัลไฟด์ (Diseases caused by carbon disulfide)หนา ๒้่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖68678288
11) สารอนุพันธ์ฮาโลเจนของไฮโดรคาร์บอน (Diseases caused by halogen derivatives of aliphatic or aromatic hydrocarbons)12) เบนซีน หรือสารอนุพันธ์ของเบนซีน (Diseases caused by benzene or its homologues)13) อนุพันธ์ไนโตรและอะมิโนของเบนซีน (Diseases caused by nitro - and amino - derivatives of benzene or its homologues)14) ไนโตรกลีเซอริน หรือกรดไนตริกอื่น ๆ (Diseases caused by nitroglycerine or other nitric acid esters)15) แอลกอฮอล์ ไกลคอล หรือคีโตน (Diseases caused by alcohols, glycols or ketones)16) คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ หรือสารประกอบของคาร์บอนมอนนอกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Diseases caused by asphyxiants like carbon monoxide, hydrogen sulfide, Hydrogen cyanide or its derivatives)17) อะครัยโลไนไตรล์ (Diseases caused by acrylonitrile)18) ออกไซด์ของไนโตรเจน (Diseases caused by oxides of nitrogen)19) วาเนเดียม หรือสารประกอบของวาเนเดียม (Diseases caused by vanadium or its compounds)20) พลวง หรือสารประกอบของพลวง (Diseases caused by antimony or its compounds)21) เฮกเซน (Diseases caused by hexane)22) กรดแร่ (Diseases caused by mineral acids)23) เภสัชภัณฑ์ (Diseases caused by pharmaceutical agents)24) นิเกิล หรือสารประกอบของนิเกิล (Diseases caused by nickel or its compounds)25) แทลเลียม หรือสารประกอบของแทลเลียม (Diseases caused by thallium or its compounds)26) ออสเมียม หรือสารประกอบของออสเมียม (Diseases caused by osmium or its compounds)27) ซีลีเนียม หรือสารประกอบของซีลีเนียม (Diseases caused by selenium or its compounds)หนา ๓้่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖69688389
28) ทองแดง หรือสารประกอบของทองแดง (Diseases caused by copper or its compounds)29) ทองค าขาว หรือสารประกอบของทองค าขาว (Diseases caused by platinum or its compounds)30) ดีบุก หรือสารประกอบของดีบุก (Diseases caused by tin or its compounds)31) สังกะสี หรือสารประกอบของสังกะสี (Diseases caused by zinc or its compounds)32) ฟอสจีน (Diseases caused by phosgene)33) สารระคายเคืองต่อกระจกตา เช่น เบนโซควิโนน เป็นต้น (Diseases caused by corneal irritants like benzoquinone)34) แอมโมเนีย (Diseases caused by ammonia)35) ไอโซไซยาเนต (Diseases caused by isocyanates)36) สารก าจัดศัตรูพืช (Diseases caused by pesticides)37) ซัลเฟอร์ออกไซด์ (Diseases caused by sulphur oxides)38) สารท าละลายอินทรีย์ (Diseases caused by organic solvents)39) น้ ายางพืช หรือผลิตภัณฑ์ที่มีน้ ายางพืช เป็นส่วนประกอบ (Diseases caused by latex or latex-containing products)40) คลอรีน (Diseases caused by chlorine)41) สารเคมี หรือสารประกอบของสารเคมีอื่นที่มิได้ระบุไว้ตามข้อ 1) - 40) ให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน ว่ามีสาเหตุเนื่องจากการท างาน(1.2) โรคที่เกิดขึ้นจากสาเหตุทางกายภาพ1) โรคหูตึงจากเสียง (Hearing impairment caused by noise)2) โรคจากความสั่นสะเทือน (ความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ หลอดเลือดส่วนปลาย เส้นประสาทส่วนปลาย (Diseases caused by vibration (disorders of muscles, tendons, bones, joints, peripheral blood vessels or peripheral nerves))3) โ ร ค จ า ก ค ว าม ก ด อ า ก าศ ( Diseases caused by compressed or decompressed air)4) โรคจากรังสีแตกตัว (Diseases caused by ionizing radiations)5) โรคจากรังสีไม่แตกตัว ได้แก่ แสง (อัลตราไวโอเลต แสงที่มองเห็นได้ อินฟราเรด) รวมทั้งเลเซอร์ (Diseases caused by optical (ultraviolet, visible light, infrared) radiations including laser)หนา ๔้่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖70698490
6) โรคจากอุณหภูมิต่ าหรือสูงผิดปกติมาก (Diseases caused by exposure to extreme temperatures)7) โรคจากสาเหตุทางกายภาพอื่น ที่มิได้ระบุไว้ตามข้อ 1) - 6) ให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน ว่ามีสาเหตุเนื่องจากการท างาน(1.3) โรคจากสารชีวภาพและโรคติดเชื้อ1) โรคบรูเซลโลสิส (Brucellosis)2) โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis viruses)3) โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการติดเชื้อเอชไอวี (Human immunodeficiency virus (HIV))4) โรคบาดทะยัก (Tetanus)5) วัณโรค (Tuberculosis)6) โรคกลุ่มอาการเป็นพิษหรือการอักเสบที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา (Toxic or inflammatory syndromes associated with bacterial or fungal contaminants)7) โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax)8) โรคฉี่หนู (Leptospirosis)9) โรคจากสารชีวภาพและโรคติดเชื้ออื่นที่มิได้ระบุไว้ตามข้อ 1) - 8) ให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน ว่ามีสาเหตุเนื่องจากการท างาน(2) โรคจากการท างานที่มีผลต่ออวัยวะ หรือระบบการท างานของร่างกายหรือจิตใจ(2.1) โรคระบบหายใจที่เกิดขึ้นเนื่องจากการท างาน1) โรคกลุ่มนิวโมโคนิโอสิสที่เกิดพังผืดในเนื้อปอด เช่น ซิลิโคสิส แอสเบสโทสิส เป็นต้น (Pneumoconioses caused by fibrogenic mineral dust (silicosis, anthraco-silicosis,asbestosis))2) โรคซิลิโคทูเบอร์คูโลสิส (Silicotuberculosis)3) โรคกลุ่มนิวโมโคนิโอสิสที่ไม่เกิดพังผืดในเนื้อปอด (Pneumoconioses caused by non-fibrogenic mineral dust)4) โรคซิเดอโรสิ (Siderosis)5) โรคปอดจากฝุ่นโลหะหนัก (Bronchopulmonary diseases caused by hard-metal dust)6) โรคบิสสิโนสิส (Byssinosis) 7) โรคบากาสโซสิส (Bagassosis)8) โรคหืดจากการท างาน (Asthma caused by recognized sensitizing agents or irritants inherent to the work process)หนา ๕้่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖71708591
9) โรคปอดอักเสบภูมิไวเกิน (Extrinsic allergic alveolitis caused by the inhalation of organic dusts or microbially contaminated aerosols, arising from work activities)10) โ รคปอดอุดกั้นเ รื้อรัง ( Chronic obstructive pulmonary diseases caused by inhalation of coal dust, dust from stone quarries, wood dust, dust from cereals and agricultural work, dust in animal stables, dust from textiles, and paper dust, arising from work activities)11) โรคปอดจากอะลูมิเนียม (Diseases of the lung caused by aluminium)12) โรคทางเดินหายใจส่วนบนจากสารภูมิแพ้ หรือสารระคายเคืองในที่ท างาน (Upper airways disorders caused by recognized sensitizing agents or irritants inherent to the work process)13) โรคระบบหายใจอื่นที่มิได้ระบุไว้ตามข้อ 1) - 12) ให้เป็นไปตามความเห็น ของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน ว่ามีสาเหตุเนื่องจากการท างาน(2.2) โรคผิวหนัง1) โรคผิวหนังอักเสบและลมพิษจากสารก่อภูมิแพ้ (Allergic contact dermatoses and contact urticaria caused by other recognized allergy- provoking agents arising from work activities not included in other items)2) โรคผิวหนังอักเสบจากสารระคายเคือง (Irritant contact dermatoses caused by other recognized irritant agents arising from work activities not included in other items)3) โรคด่างขาว (Vitiligo caused by other recognized agents arising from work activities not included in other items)4) โรคผิวหนังอื่นที่มิได้ระบุไว้ตามข้อ 1) - 3) ให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน ว่ามีสาเหตุเนื่องจากการท างาน(2.3) โรคและความผิดปกติในระบบกระดูก กล้ามเนื้อ เอ็นและข้อ1) ปลอกเอ็นกล้ามเนื้ออักเสบบริเวณปลายยื่นกระดูกเรเดียสจากการท างาน ในลักษณะที่มีการเคลื่อนไหวซ้ า ๆ การใช้ก าลังข้อมือมาก ๆ และข้อมืออยู่ในต าแหน่งที่ไม่เหมาะสม (Radial styloid tenosynovitis due to repetitive movements, forceful exertions and extreme postures of the wrist)2) ปลอกเอ็นกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังของมือและข้อมือจากการเคลื่อนไหวซ้ า ๆ การใช้ก าลังข้อมือมาก ๆ และข้อมืออยู่ในต าแหน่งที่ไม่เหมาะสม (Chronic tenosynovitis of hand หนา ๖้่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖72718692
and wrist due to repetitive movements, forceful exertions and extreme postures of the wrist)3) ถุงลดเสียดสีที่ปุ่มปลายศอกอักเสบจากแรงกดบริเวณข้อศอกเป็นเวลานาน(Olecranon bursitis due to prolonged pressure of the elbow region)4) ถุงลดเสียดสีหน้าสะบ้าหัวเข่าอักเสบจากการคุกเข่าเป็นเวลานาน (Prepatellar bursitis due to prolonged stay in kneeling position)5) รอยนูนเหนือปุ่มกระดูกต้นแขนอักเสบจากการท างานที่ใช้แรงแขนและข้อศอกมาก (Epicondylitis due to repetitive forceful work)6) กลุ่มอาการแผ่นกระดูกอ่อนรองข้อเข่าบาดเจ็บจากการคุกเข่าและนั่งยองท างานเป็นเวลานาน (Meniscus lesions following extended periods of work in a kneeling or squatting position)7) กลุ่มอาการช่องข้อมือคาร์ปัล เนื่องจากการใช้งานข้อมือและมือในท่างอ หรือเหยียดเช่นเดิมซ้ า ๆ กันตลอดเวลาการท างานหรือท างานกับอุปกรณ์ที่ท าให้เกิดการสั่นสะเทือนที่มือ เป็นประจ าอยู่เสมอ โดยได้กระท าอย่างต่อเนื่องและเป็นระยะเวลานาน (Carpal tunnel syndrome due to extended periods of repetitive forceful work, work involving vibration, extreme postures of the wrist, or a combination of the three) 8) โรคหรือภาวะอื่นของระบบกระดูก กล้ามเนื้อ เอ็นและข้อที่มิได้ระบุไว้ตามข้อ 1) - 7) ให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน ว่ามีสาเหตุเนื่องจากการท างาน(2.4) ความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม1) โรคเครียดภายหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Post-traumatic stress disorder)2) ความผิดปกติทางจิตหรือพฤติกรรมอื่นให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน ว่ามีสาเหตุเนื่องจากการท างาน(3) โรคมะเร็งจากการท างาน โดยมีสาเหตุจาก1) แอสเบสตอท (ใยหิน) (Asbestos)2) เบนซิดีน และเกลือของสารเบนซิดีน (Benzidine and its salts)3) บิสโครโรเมทธิลอีเทอร์ (Bis-chloromethyl ether (BCME))4) โครเมียม และสารประกอบของโครเมียม (Chromium VI compounds)5) น้ ามันและเขม่าของน้ ามันดินจากถ่านหิน (Coal tars, coal tar pitches or soots)6) เบต้า - แนพธีลามิน (Beta-naphthylamine)7) ไวนิลคลอไรด์ (Vinyl chloride)8) เบนซีน (Benzene)หนา ๗้่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖73728793
9) อนุพันธ์ของไนโตรและอะมิโนของเบนซีน (Toxic nitro- and amino-derivatives of benzene or its homologues)10) รังสีแตกตัว (Ionizing radiations)11) น้ ามันดิน น้ ามันเกลือแร่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ ามัน เช่น ยางมะตอย พาราฟินเหลว เป็นต้น (Tar, pitch, bitumen, mineral oil, anthracene, or the compounds, products or residues of these substances)12) ไอควันจากถ่านหิน (Coke oven emissions)13) สารประกอบของนิกเกิล (Nickel compounds)14) ฝุ่นไม้ (Wood dust)15) สารหนู และสารประกอบของสารหนู (Arsenic and its compounds)16) เบอริลเลียมและสารประกอบของเบอริลเลียม (Beryllium and its compounds)17) แคดเมียมและสารประกอบของแคดเมียม (Cadmium and its compounds)18) อิริโอไนท์ (Erionite)19) เอธทิลีนออกไซด์ (Ethylene oxide)20) ไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis B virus (HBV) and hepatitis C virus (HCV))21) โรคมะเร็งที่เกิดจากปัจจัยอื่นที่มิได้ระบุไว้ตามข้อ 1) - 20) ให้เป็นไปตามความเห็น ของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน ว่ามีสาเหตุเนื่องจากการท างาน(4) โรคอื่น ๆ ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการท างาน ให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน ว่ามีสาเหตุเนื่องจากการท างานประกาศ ณ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕65สุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหนา ๘้่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖74738894
หน้า ๓๒เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙คําสั่งกระทรวงแรงงานที่ ๑๓๑/๒๕๕๙เรื่อง แต่งตั้งพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงคําสั่งกระทรวงแรงงาน ที่ ๑๕๘/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนชื่อหน่วยงานบางหน่วยงานประกอบกับเพื่อเป็นการบูรณาการในการดําเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านแรงงานและข้อพิพาทแรงงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติงานแรงงานสัมพันธ์แต่ละศูนย์ในส่วนภูมิภาคให้สามารถยุติปัญหาในพื้นที่ได้โดยเร็ว เหมาะสม และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกอบมาตรา ๑๑๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๙๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้ ๑. ยกเลิกคําสั่งกระทรวงแรงงาน ที่ ๑๕๘/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ๒. แต่งตั้งพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ดังนี้ (๑) ข้าราชการพลเรือนสามัญตําแหน่งประเภทบริหาร ตําแหน่งประเภทอํานวยการซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในราชการส่วนกลาง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสํานักงานปลัดกระทรวงแรงงานเป็นพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (๒) ข้าราชการพลเรือนสามัญตําแหน่งประเภทวิชาการ ตําแหน่งประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับชํานาญงานขึ้นไปเฉพาะตําแหน่งเจ้าพนักงานแรงงานซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในราชการส่วนกลาง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสํานักงานปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร979690