The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ObecQA โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย (ฉบับสมบูรณ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krupongpun68, 2023-06-04 22:23:27

ObecQA โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย (ฉบับสมบูรณ์)

ObecQA โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย (ฉบับสมบูรณ์)

43 ตารางที่ 3.2 แสดงรูปแบบและวิธีการรับฟังเสียงนักเรียนในอนาคตและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การรับฟัง นักเรียนและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย ในอนาคต เป้าหมายการดำเนินงาน วิธีดำเนินการ 1.การจัดตั้งสมาคม ศิษย์เก่า - เก็บรวบรวมข้อมูลจากอดีตเพื่อวางแผน งานในอนาคต มีการรวบรวมสมาชิกจากศิษย์เก่ารุ่นต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง มีการประชุม ปรึกษาหารือ แสดง ความคิดเห็น เพื่อสะท้อนความต้องการ และแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสาร ตามวาระสำคัญ 2.การจัดตั้ง คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้น พื้นฐาน - เพื่อพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ มีการประชุม วางแผนงาน และดำเนินกิจกรรมตาม นโยบายของหน่วยเหนือที่กำหนด ร่วมกันสร้างและ ปรับปรุงนโยบายชองสถานศึกษาเพื่อให้เกิดการพัฒนา มีการระดมความคิด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กำกับดูแล การจัดกิจกรรม โครงการต่าง ๆ ของโรงเรียนเพื่อพัฒนา การศึกษาของโรงเรียน 3.การจัดตั้ง คณะกรรมการ เครือข่ายผู้ปกครอง ของนักเรียน - เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเก็บรวบรวม ข้อมูลเพื่อวางแผนงานในอนาคต มีการคัดเลือกประธานและคณะกรรมการเพื่อเป็นตัวแทน ในการประชุม แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข่าวสาร และชี้แจงถึงความต้องการในด้านต่าง ๆ โดยทางโรงเรียน จะเก็บรวบรวมข้อมูลความต้องการเพื่อวางแผน และ พัฒนาการดำเนินงานของโรงเรียนในอนาคต 4.การแนะแนว การศึกษาเชิงรุก - เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด - เพื่อศึกษาความต้องการของตลาด โรงเรียนมีการแนะแนวการศึกษาเชิงรุกกับนักเรียนในน เขตพื้นที่บริการเพื่อให้ข้อมูลสะท้อนและสำรวจความ ต้องการของนักเรียนในอนาคตและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยจะนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาการจัดการศึกษาต่อไป 5.การประชุม ผู้ปกครองนักเรียน - เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง สถานศึกษา นักเรียนและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย โรงเรียนได้จัดให้มีการประชุมผู้ปกครองนักเรียน ภาค เรียนละ 1 ครั้ง เพื่อชี้แจงผลการดำเนินงานของโรงเรียน เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน ข่าวสาร และพูดคุยกับครูที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด ข. การประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Determination of Student and Stakeholder Satisfaction and Engagement) (1) ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Satisfaction Dissatisfaction and Engagement) ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น การรับฟังเสียงนักเรียน ซึ่งจะรวมถึงการรับฟังในส่วนของความ พึงพอใจด้วยว่า นักเรียนในฐานะผู้รับบริการมีความพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองได้รับ พอใจในรูปแบบวิธีการพัฒนา


44 คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุง พัฒนา การดำเนินงาน โดยมีประเด็นของการประเมินครอบคลุม ในเรื่องต่อไปนี้ 1. ด้านหลักสูตรและการเรียนรู้ 2. การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน 3. บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน 4. ระบบเทคโนโลยีในโรงเรียน 5. สวัสดิการ การให้บริการและความปลอดภัยในโรงเรียน 6. ด้านผลลัพธ์ที่เป็นเป้าหมายของโรงเรียน (ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และระบบเรียนรู้) รูปแบบการประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน มีวิธีการที่หลากหลาย มีทั้งแบบที่เป็นทางการโดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็น แบบสำรวจ แบบประเมิน บันทึกการประชุม และมีการ ประเมินความพึงพอใจที่ไม่เป็นทางการ โดยเก็บข้อมูลจากการเข้าร่วมทำกิจกรรม โดยใช้การสังเกตพฤติกรรม การ พูดคุยกับนักเรียนในโอกาสต่าง ๆ ของครู เพื่อนำข้อมูลสะท้อนกลับมาพิจารณา ปรับปรุงการดำเนินงานในโอกาส ต่อไป เพื่อให้นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีความเชื่อถือ ไว้วางใจ และมีความผูกพันมากขึ้น โดยมีวิธีการ ประเมินตามประเด็นข้างต้น ดังนี้ 1. ด้านหลักสูตรและการเรียนรู้มีการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ของครูในทุกด้าน เช่น สื่อการสอน การวัดผลประเมินผล เนื้อหาสาระ การจัดกิจกรรม ฯลฯ โดยใช้วิธีการสังเกต สัมภาษณ์ พูดคุย เป็นต้น 2. การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรของโรงเรียน เช่น กิจกรรม เข้าค่าย ทัศนศึกษา กีฬาสี และ กิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มสาระ กิจกรรมวันสำคัญ มีการสอบถามความพึงพอใจ ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ การจัดกิจกรรมประชุมผู้ปกครอง มีการประเมินทั้งสอบถาม สัมภาษณ์ พูดคุย ประเมิน จากปริมาณจำนวนผู้สมัครเข้าเรียนต่อในมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3. บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน เช่น การจัดแหล่งเรียนรู้โดยเฉพาะห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ที่มีความทันสมัยและเพียงพอต่อการใช้งาน โดยใช้แบบประเมิน ความพึงพอใจผู้ใช้บริการและการประเมินกิจกรรมสัปดาห์ห้องสมุด 4. ระบบเทคโนโลยีในโรงเรียน มีการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนเกี่ยวกับการรับบริการ Free WIFI ในบริเวณโรงเรียน 5. สวัสดิการ การให้บริการและความปลอดภัยในโรงเรียน 6. ด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนมีกระบวนการดำเนินงานดูแลช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ มีการเยี่ยมบ้านทุกปีการศึกษาครบร้อยละ 100 สอบถาม สัมภาษณ์ความพึงพอใจนักเรียนและผู้ปกครอง 2) ความไม่พึงพอใจของนักเรียน โรงเรียนให้ความสำคัญกับการตอบรับจากนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะกรณีที่โรงเรียน ได้รับข้อมลูสารสนเทศเกี่ยวกับความไม่พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการดำเนินงานของโรงเรียนทางด้านต่าง ๆ ผ่าน


45 ทางช่องทางในการรับข้อร้องเรียนของโรงเรียน จากแบบสอบถาม การแสดงความคิดเห็น เฟสบุ๊ค ไลน์ อีเมล โทรศัพท์ โทรสาร จดหมาย แบบประเมิน การพูดคุย การสัมภาษณ์ การสังเกตพฤติกรรม และกล่องแสดง ความคิดเห็น ข้อมูลเหล่านี้โรงเรียนจะดำเนินการเก็บรวบรวม นำมาดำเนินการ ดังนี้ 2.1) เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลความไม่พึงพอใจของนักเรียนที่ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ รายงาน ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทราบ 2.2) ผู้อำนวยการโรงเรียนมอบหมายให้รองผู้อำนวยการ หรือ หัวหน้ากลุ่มงาน ประชุมพิจารณา ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางในการปรับปรุงการให้บริการของโรงเรียน 2.3) กลุ่มบริหาร หรือ กลุ่มงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการปรับปรุงการให้บริการ ตามแนวทางที่กำหนด ติดตาม ประเมินผล สรุปผลและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามสายงาน ทุกความคิดเห็นที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ และนำไปสู่การพิจารณาของกลุ่มบริหาร/กลุ่มงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ถึงสาเหตคุวามไม่พอใจและหาแนวทางในการปรับปรุง พัฒนา และทำความเข้าใจกับผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ว่าความไม่พอใจนั้นได้ถูกดำเนินการไปอย่างไรบ้าง และวิธีการป้องกัน ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากที่จะทำให้เกิดความไม่พอใจในลักษณะเดียวกันอีกต่อไปในอนาคต ซึ่งจะนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุงการทำงาน แล้วนำข้อมูลไปจัดทำแผนกลยุทธ์ ระยะ 3 ปี ต่อไป 1) การประเมินความผูกพันของนักเรียน 1.1) นักเรียนในอดีตหรือศิษย์เก่า ใช้วิธีการสรุปจากความร่วมมือ ความช่วยเหลือที่โรงเรียนได้รับจาก ศิษย์เก่าในรูปแบบต่าง ๆ การมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน การสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ แก่โรงเรียน การ กลับมาเพื่อแนะแนวการศึกษาต่อให้กับนักเรียนรุ่นน้อง 1.2) นักเรียนในปัจจุบัน ใช้วิธีการสังเกตจากความร่วมมือของนักเรียนในกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนจัดทำขึ้น การแสดงออกของนักเรียน และจากช่องทางการแสดงความคิดเห็นอื่น ๆ 1.3) นักเรียนในอนาคต สรุปจากจำนวนนักเรียนที่สนใจมาร่วมชมนิทรรศการเพิ่มมากขึ้น จำนวน โรงเรียนที่มีความสนใจและขอให้โรงเรียนนำกิจกรรมไปปฏิบัติในโรงเรียนเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น และสรุปจากอัตรา การสมัครเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนในแต่ละปีการศึกษา การ ทำร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กับชุมชน และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ข้อมูลที่โรงเรียนนำมาเป็นประโยชน์นอกจากเพื่อการปรับปรุง แก้ไข พัฒนาในระยะสั้นอย่างเร่งด่วน แล้ว ยังเป็นประโยชน์ในการศึกษาถึงแนวโน้มความเป็นไปได้และการบูรณาการเพื่อให้สนองตอบต่อความต้องการ ความพึงพอใจ มีการปรับกลยุทธ์ให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น เช่น การจัดกิจกรรมนิทรรศการวิชาการในโรงเรียน ที่อาจใช้วิธีการปรับเวลาเพื่อให้โอกาสนักเรียนที่มีความประสงค์มากขึ้น การจัดกิจกรรมนอกสถานที่ อาจปรับเป็น การไปจัดยังกลุ่มโรงเรียนที่สามารถเพิ่มจำนวนนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ได้มากขึ้น หรือเป็นการบูรณาการกับ การแนะแนวที่นำกิจกรรมฉบับย่อไปยังโรงเรียนเป้าหมาย


46 (2) ความพึงพอใจเปรียบเทียบกับคู่แข่ง (Satisfaction Relative to Competitors) โรงเรียนได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านความพึงพอใจของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียที่มีต่อโรงเรียนโดยใช้วิธีการดังนี้ 1) สร้างเครื่องมือเพื่อใช้ในการประเมินความพึงพอใจ จำนวน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านหลักสูตรและ การเรียนรู้ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน ระบบเทคโนโลยีในโรงเรียน และสวัสดิการ การให้บริการและความปลอดภัยในโรงเรียน 2) ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการ เครือข่ายผู้ปกครอง โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย 3) นำผลมาวิเคราะห์ความพึงพอใจของทุกฝ่ายที่มีต่อการบริหารงานของโรงเรียน 4) นำข้อมูลที่ได้เสนอในที่ประชุมเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการของโรงเรียน โดย เทียบเคียงกับโรงเรียนคู่เปรียบเทียบ 5) การเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อคู่เปรียบเทียบ 6) วิเคราะห์ข้อมูล และนำสารสนเทศไปวางแผนการดำเนินงาน 3.2 ความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Student and Stakeholder Engagement) ก. หลักสูตรและการสนับสนุนนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Product Offerings Student and Stakeholder Support) (1) หลักสูตร (Product Offering) และการบริการอื่นๆ หลักสูตรและการบริการทางการศึกษาอื่นๆ การกำหนดความต้องการของนักเรียนด้านหลักสูตรและการจัดการศึกษา โรงเรียนใช้สารสนเทศข้อมูล เกี่ยวกับสถิติการเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา สถิติการสมัครและเลือกแผนการเรียน การรับสมัครเข้าศึกษาต่อ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผลการทดสอบขั้นพื้นฐานระดับชาติ และผลการประเมิน คุณภาพภายในและภายนอก ตลอดจนข้อมูลย้อนกลับของผู้ปกครอง นักเรียน ศิษย์เก่าโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและองค์กรชุมชนท้องถิ่นมาใช้เป็นสารสนเทศในการตัดสินใจวางแผนพัฒนา หลักสูตร การจัดแผนการเรียนและนำสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ สำหรับความต้องการด้านการบริการทาง การศึกษาอื่นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ โรงเรียนกำหนดโดยวิเคราะห์บริบทกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยคำนึงถึง ความรู้ ความสามารถ ทักษะของครู และบุคลากร กระบวนการดำเนินงานที่ใช้วงจรคุณภาพ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและงบประมาณที่เพียงพอได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ องค์กรปกครอง ท้องถิ่น คู่ความร่วมมือ และผู้ปกครอง นักเรียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นำไปสู่การจัดบริการทางการศึกษาที่ส่งเสริม สนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนตอบสนองความต้องการของครูและบุคลากรผู้ปฏิบัติและนักเรียนผู้ใช้บริการ ตลอดจนเป็นแรงจูงใจ ดึงดูดนักเรียนกลุ่มใหม่ให้เข้ามาใช้บริการ นักเรียนมีความรักความผูกพันกับโรงเรียนมีความ มั่นใจยิ่งขึ้น


47 1) การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 1.1) แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตร 1.2) ประเมินหลักสูตรสถานศึกษา ทุก 5 ปีการศึกษา 1.3) พัฒนาหลักสูตร ตามความต้องการของนักเรียนและชุมชน 1.4) เสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) การจัดทำหลักสูตรของโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย โรงเรียนได้จัดทำหลักสูตรเพื่อตอบสนองความ ต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ดังนี้ 2.1) การพัฒนาหลักสูตรสู่ความเป็นสากล โดยปรับโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาให้นักเรียน ได้เรียนภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศที่สอนจากครูเจ้าของภาษาเพิ่มมากขึ้น 2.2) การจัดการเรียนรู้สู่ความเป็นสากล โดยส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม (สสวท.) และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ได้จัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ให้กับนักเรียนทุกคน ทุกระดับชั้น นอกจากนั้น ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียน ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น อีกด้วย 2.3) การวัดและผลประเมินผลสู่สากล โดยให้ความสำคัญกับการทดสอบขั้นพื้นฐานระดับชาติ (O-NET) นอกจากนี้โรงเรียนยังนำผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่ผ่านมา วิเคราะห์ สถานการณ์ปัจจุบัน และคาดการณ์แนวโน้มที่จะเป็นไปได้ เพื่อเตรียมการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ระบบการพัฒนา คุณภาพวิชาการมีความเข้มแข็งและยั่งยืน และมีการวางแผนปรับกลยุทธ์การพัฒนาไปสู่ประชาคมอาเซียน โรงเรียนจัดการบริการทางการศึกษาให้กับนักเรียน ดังนี้ 1) การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ปัญหา และตรง ตามความต้องการของนักเรียน มาเป็นแนวทางการพัฒนา เช่น ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ศูนย์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ รวมทั้งจัดให้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในทุกห้องเรียน 2) การจัดทำค่ายส่งเสริมการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา 3) จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ทางวิชาการภายในโรงเรียน หรือการให้โอกาสนักเรียนเข้าร่วม กิจกรรมทางวิชาการหรือร่วมการแข่งขันทักษะทางวิชาการของหน่วยงานอื่น ๆ 4) การจัดทำสื่อนวัตกรรมที่เกี่ยวกับบทเรียนที่น่าสนใจ โดยครูที่มีทีประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ ทั้งอดีตและปัจจุบันให้นักเรียนมีโอกาสศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม โรงเรียนนำข้อมูลการให้บริการ มาศึกษาร่วมกับการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน เพื่อวางแผน การพัฒนาบริการในอนาคต เช่น นักเรียนต้องการแหล่งเรียนรู้ที่นักเรียนสามารถใช้บริการสืบค้นข้อมูล ในการเรียนได้ที่โรงเรียน โดยโรงเรียนวางแผนที่จะดำเนินการเครือข่าย Network ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ใน โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างเท่าเทียมกันและเป็นนักเรียนยุค Thailand 4.0 ในด้านการส่งเสริมเพื่อให้มีนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและบริการทางการศึกษานั้น โรงเรียนมีนโยบายให้ครูนำเสนอผลการจัดการเรียนรู้ที่ประสบผลสำเร็จในแต่ละปีการศึกษา (Best Practices)


48 เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรม ส่วนนักเรียนได้นำเอาหลักสูตรโรงเรียน มาตรฐานสากลมาใช้เป็นการโอกาสกับนักเรียนในการนำเสนอโครงงานที่นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านวิชา IS1-IS3 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาต่อยอดเป็นโครงงานที่ดีเข้าร่วมการนำเสนอในระดับที่สูงขึ้น (2) การสนับสนุนนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Student and Stakeholder Support) วิธีการที่โรงเรียนสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนสามารถสืบค้นสารสนเทศ เข้าถึงหลักสูตรการศึกษาและ บริการทางการศึกษาอื่น ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน ได้แก่ การจัดสื่อ วัสดุอุปกรณ์ ไว้บริการในลักษณะ ของห้องเรียนพิเศษ และศูนย์การเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด ห้องสืบค้นอินเทอร์เน็ต ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ และได้จัดวางระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมพื้นที่ภายใน โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนใช้บริการสืบค้นจากอุปกรณ์ของนักเรียนเอง ช่องทางที่นักเรียนสามารถติดต่อและให้ ข้อมูลย้อนกลับในการใช้บริการสืบค้นสารสนเทศ เข้าถึงหลักสูตรการศึกษาและบริการทางการศึกษาอื่นที่ส่งเสริม การเรียนรู้ เช่น กล่องความคิดเห็นเสนอผู้บริหาร แจ้งผู้รับผิดชอบโดยตรง เว็บไซต์ของโรงเรียน เว็บบอร์ดหรือสื่อ สังคมออนไลน์ต่าง ๆ (3) การจำแนกนักเรียน (Student Segmentation) ฝ่ายวิชาการโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ใช้สารสนเทศเกี่ยวกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย และหลักสูตร ใน การจำแนกกลุ่มนักเรียน ส่วนนักเรียนกลุ่มเป้าหมายปัจจุบันและอนาคต ซึ่งกลุ่มนักเรียนปัจจุบันและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนอดีต ได้แก่ นักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และนักเรียนอนาคต ได้แก่ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในเขตพื้นที่และนอกเขตพื้นที่ที่สมัครเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และที่สมัครเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยสามารถสรุปได้ตามตารางที่ 3.3 ดังนี้


49 ตารางที่ 3.3 แสดงขั้นตอนการจำแนกนักเรียน อย่างไรก็ตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น คณะทำงานฝ่ายวิชาการได้ประชุมปรึกษาหารือกับฝ่ายบริหาร ครูที่ปรึกษาและครูแนะแนว เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายและส่วนตลาด เพื่อสร้างโอกาสการเติบโต และเพิ่มส่วน แบ่งทางการตลาด ข. การสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Building Student and Stakeholder Relationships) (1) การจัดการความความสัมพันธ์ (Relationship Management) โรงเรียนมีวิธีการที่จะสร้างและจัดการความสัมพันธ์ที่มีต่อนักเรียนให้บรรลุผลสำเร็จในการเพิ่มความ ผูกพันของนักเรียนปัจจุบัน และมีนักเรียนใหม่เพิ่มขึ้นโดยดำเนินการดังนี้ 1) การให้ความสำคัญกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีคู่มือการทำงานของครูที่ปรึกษามีการกำหนด กิจกรรมการพัฒนานักเรียนที่ทำให้ครูและนักเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ผู้ปกครองมีความพึงพอใจ ชุมชน รับทราบถึงความเอาใจใส่ที่โรงเรียนมีต่อนักเรียน มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ปกครองในการเลือกโรงเรียน ให้กับนักเรียนที่อยู่ในความปกครอง ลำดับขั้นตอน กลุ่มนักเรียน นักเรียนปัจจุบัน นักเรียนอดีต นักเรียนอนาคต นักเรียนคู่แข่ง 1.กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ของตลาด (P) - นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 - - โรงเรียนในเขตพื้นที่บริการ และนอกพื้นที่บริการ - นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน วชิรธรรมสาธิต 2.ศึกษาความต้องการ ของตลาด (D) - ต้องการศึกษาต่อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - ต้องการประกอบอาชีพ สร้างความผูกพัน - โรงเรียนได้รับการยอมรับ - ตรงตามความต้องการของ กลุ่มเป้าหมาย ความต้องการ ทางการศึกษา 3.วิเคราะห์นักเรียนให้ สอดคล้องกับหลักสูตร (C) - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน - แผนการเรียนที่ผ่านมา - ความสามารถพิเศษ - ความประพฤติ - - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน - แผนการเรียนที่ผ่านมา - ความสามารถพิเศษ - ความประพฤติ - 4.การสร้างโอกาสในการ เติบโต (A) - จำนวนนักเรียนในแต่ละ ห้อง - แผนการเรียนที่ตรงตาม ความต้องการของนักเรียน - - เพิ่มจำนวนนักเรียนในแต่ละ ห้อง - ขยายแผนการเรียนที่ตรง ตามความต้องการของนักเรียน -


50 2) การจัดทำฐานข้อมูลโรงเรียนของกลุ่มงานทะเบียนงานประกันคุณภาพการศึกษาและงานระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ข้อมูลจากการเยี่ยมบ้านนักเรียนนำมาใช้ ในการพิจารณาให้การช่วยเหลือในด้านทุนการศึกษาและอื่น ๆ อย่างเหมาะสม 3) งานแนะแนวจัดทำบันทึกกิจกรรมพี่พบน้องทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ และบัญชี รายนามสถาบันที่โรงเรียนจัดกิจกรรมในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 4) กิจกรรมโครงการที่เสริมสร้างความผูกพัน เช่น กิจกรรมกีฬาภายในโรงเรียน นักเรียนเป็น ผู้ดำเนินการ ให้นักเรียนดูแลเป็นคณะสี กิจกรรมปัจฉิมนิเทศ 5) กิจกรรมส่งเสริมความผูกพันที่ศิษย์เก่ามีให้นักเรียนปัจจุบัน เช่น การมอบทุนการศึกษา การแนะแนวการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา แนวโน้มในการพัฒนาของโรงเรียน คือ การนำเทคโนโลยีมาพัฒนา ข้อมูลให้เป็นสารสนเทศที่สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น 6) กิจกรรมสอนเสริมเพิ่มผลสัมฤทธิ์ตามความต้องการของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาส ทบทวนการเรียนรู้ (2) การจัดการกับข้อร้องเรียน (Complaint Management) โรงเรียนมีวิธีการจัดการกับข้อร้องเรียน โดยใช้การสื่อสาร 2 ทาง ดังนี้ 1) ทางตรง ผู้บริหารจะเชิญผู้ร้องเรียนมาพบเป็นการส่วนตัว และชี้แจงข้อร้องเรียน โดยละเอียด ชัดเจน และโปร่งใส มีข้อมูลรองรับที่ถูกต้อง และหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน 2) ทางอ้อม กลุ่มบริหารงานต่าง ๆ รวบรวมข้อร้องเรียนจากช่องทางต่าง ๆ เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ อีเมล จดหมาย โทรศัพท์ โทรสาร กล่องรับข้อความ เป็นต้น สรุปและนำเข้าที่ประชุมฝ่ายบริหารเพื่อหาแนวทาง ปรับปรุง แก้ไข และแจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนทราบต่อไป ขั้นตอนการจัดการข้อร้องเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้มอบหมายให้รองผู้อำนวยการ และกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน สื่อสาร ให้บุคลากร นักเรียน และผู้ปกครองรับทราบผ่านการประชุม จัดทำเอกสารเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ โรงเรียนอย่างทั่วถึง โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1. กำหนดช่องทางในการรับข้อร้องเรียน/ข้อสงสัย เช่น เขียนชื่อเรื่องเขียนตามแบบฟอร์ม มีกล่องรับ ฟังความคิดเห็นมีเว็บบอร์ด รับทราบจากการโทรศัพท์ อีเมล จดหมาย และรับทราบด้วยวาจา เสียงบ่น ข่าวลือ เป็นต้น 2. จำแนกข้อร้องเรียน/ข้อสงสัย ออกเป็นแต่ละประเภท และตามระดับความสำคัญ 3. รายงานผู้บริหารให้รับทราบ 4. ประชุมปรึกษาเพื่อศึกษาวิเคราะห์ข้อร้องเรียน /ข้อสงสัย ตรวจสอบหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข 5. กรณีที่ข้อร้องเรียนต้องแก้ไขโดยอาศัยกฎ ระเบียบ โรงเรียนจะส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ดำเนินการต่อไป 6. กำหนดระยะเวลาตอบกลับให้แก่ผู้ร้องเรียนในแต่ละช่วงของการรับข้อร้องเรียน/ข้อสงสัย และ การดำเนินการแก้ไข


51 หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (Measurement, Analysis and Knowledge Management) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ได้กำหนดกรอบแนวคิดในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุทิศทางการ บริหารงานของโรงเรียนตามโครงสร้างการบริหารและดำเนินกิจกรรม/โครงการภายใต้แผนกลยุทธ์ของโรงเรียนที่ กำหนดไว้ในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2564–2568) โดยมีการนำข้อมูลสารสนเทศแต่ละปี เป็นฐานในการตัดสินใจจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาในปีต่อ ๆ ไป 4.1 การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการดำเนินการของโรงเรียน (Measurement, Analysis and Improvement of Organization Performance) ก. การวัดผลการดำเนินการ (Performance Measurement) (1) ตัววัดผลการดำเนินการ (Performance Measure) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีกระบวนการวัดและวิเคราะห์ที่ครอบคลุมการดำเนินการของโรงเรียน ซึ่งมีลำดับขั้นตอนการวัดการวิเคราะห์และปรับปรุงผลการดำเนินการของโรงเรียนโดยมีกระบวนการจัดทำตาม กระบวนการ PDCA ดังนี้ 1) ผู้บริหาร หัวหน้ากลุ่มงานและคณะครู ประชุม เพื่อวิเคราะห์และทบทวนผลการปฏิบัติงาน ในปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในปีต่อไป 2) ผู้อำนวยการแต่งตั้งคณะทำงานและประชุมคณะทำงาน แบ่งหน้าที่ภาระงาน กำหนดผู้รับผิดชอบใน 4 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มงานบริหารวิชาการ กลุ่มงานบริหารงานบุคคล กลุ่มงานบริหารทั่วไป กลุ่มงานบริหาร งบประมาณ โดยผู้รับผิดชอบจะดำเนินการสำรวจข้อมูลสารสนเทศ ผลการปฏิบัติงานตลอดจนความต้องการของ นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงาน เพื่อนำผลการสำรวจความต้องการมาวิเคราะห์นำไปสู่ การปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงาน 3) คณะทำงานจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะดำเนินการพัฒนา โดยนำมาเรียงลำดับสิ่งที่ไม่ประสบ ความสำเร็จในการดำเนินงานและต้องการพัฒนาเร่งด่วนในการดำเนินการก่อนเป็นลำดับแรก 4) คณะทำงานนำผลการสำรวจและเรียงลำดับแล้ว มาประชุมวางแผนเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหา โดยกำหนดกลยุทธ์ ขั้นตอน วิธีการดำเนินงาน วิธีการวัดผล สร้างเครื่องมือในการวัดผลการดำเนินงาน และ วางแผนการกำกับ ติดตาม การดำเนินงานเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการดำเนินการ 5) คณะทำงานดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ โดยระหว่างการดำเนินงานมีการติดตามผลการดำเนินงาน เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง 6) คณะทำงานสรุปผลการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนาผลการ ดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการประจำปี โดยทุกกลุ่มงานจะต้องทำการวิเคราะห์และ


52 สรุปผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งระบุจุดเด่น จุดด้อย จุดที่ควรพัฒนา เพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานหรือจัด กระบวนการที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการประจำปีต่อไป (2) ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Data) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ใช้ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบจากโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต ที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกัน มาเทียบเคียงด้วยกระบวนการเทียบเคียง (Benchmarking) เพื่อหาวิธีการ ผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงการ ปฏิบัติที่ดีและผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศในด้านต่าง ๆ เช่น ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) จาก สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ผลการแข่งขันทักษะทางวิชาการจากงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน เป็นต้น เพื่อเทียบเคียงกับโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต เพื่อให้เห็นผลการดำเนินงานของโรงเรียนทั้งสองโรงเรียนว่ามีด้านใด หรือเรื่องใดบ้างที่ใกล้เคียงกัน และมีอะไรเป็นจุดเด่นในการพัฒนา โดยเมื่อเทียบเคียงแล้วสามารถที่จะนำผลการ เทียบเคียงที่เป็นจุดด้อยนั้นมาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นซึ่งการจัดข้อมูลเชิงเปรียบเทียบมีผู้รับผิดชอบงานสารสนเทศ ประกอบด้วย หัวหน้างานสารสนเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศทุกส่วน โดยมีกระบวนการจัดทำข้อมูล เชิงเปรียบเทียบ ดังนี้ 1) หัวหน้างานสารสนเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศทุกส่วน ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน การดำเนินงาน และตัดสินใจเลือกตัวชี้วัดที่น่าสนใจที่ต้องการเทียบเคียง มีการกำหนดหลักเกณฑ์ การได้มา ซึ่งข้อมูลของคู่เทียบ และวัตถุประสงค์ของการนำผลการเทียบเคียงไปใช้ 2) หัวหน้างานสารสนเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศทุกส่วน นำข้อมูลที่ได้จาก โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต มาทำการวิเคราะห์ผลและเปรียบเทียบข้อมูล ได้แก่ ผลการทดสอบระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (O–NET) จากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ผลการแข่งขันทักษะทางวิชาการ จากงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน เป็นต้น และจัดทำรายงานผลการเทียบเคียง 3) หัวหน้างานสารสนเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศทุกส่วนจัดทำแผนงานเพื่อปรับปรุง ให้ได้ผลลัพธ์และแนวปฏิบัติที่ดี และนำเสนอแผนการดำเนินงานเสนอต่อผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และ หัวหน้ากลุ่มงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการดำเนินงานของโรงเรียน เมื่อวางแผนการดำเนินการเรียบร้อย แล้วทำการชี้แจงวิธีหรือรูปแบบการดำเนินงานต่อครูและบุคลากรในโรงเรียนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ 4) หัวหน้างานสารสนเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศทุกส่วน ทำการติดตามและประเมินผล เพื่อสะท้อนผลระหว่างการดำเนินงาน และเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการเทียบเคียงกับโรงเรียน วชิรธรรมสาธิต ในปีการศึกษาต่อไป 5) หัวหน้างานสารสนเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศทุกส่วน ทำการวิเคราะห์และเชื่อมโยง ผลการเทียบเคียงกับผลการดำเนินงานของโรงเรียน เพื่อหาความสอดคล้องของผลการเทียบเคียง และผลการ ดำเนินงานของโรงเรียน วิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย ความได้เปรียบและเสียเปรียบของโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย กับโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต ที่เป็นโรงเรียนเทียบเคียง


53 แผนภาพที่ 4.1 แสดงกระบวนการเปรียบเทียบข้อมูล (3) ข้อมูลนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Student and Stakeholder Data) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยเก็บข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสนับสนุน การตัดสินใจ ในระดับปฏิบัติการและระดับกลยุทธ์ โรงเรียนได้นำข้อมูลจากการประเมินความพึงพอใจด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลงานและรางวัลของนักเรียนมาจัดเก็บและเรียบเรียงไว้อย่างเป็นระบบ โดยทำการรวบรวมใส่แฟ้มจัดเป็น ระเบียบ และนำเสนอข้อมูลลงเว็บไซต์ของโรงเรียน ผู้รับผิดชอบดูแลข้อมูลกลั่นกรองข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ นำเสนอต่อผู้บริหาร คณะครูและผู้ที่ มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อทบทวนกลยุทธ์หรือปรับกลยุทธ์ โดยนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการ SWOT เพื่อตอบสนอง ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ข้อมูลที่อ้างถึง ได้แก่ ข้อมูลจากการประชุมครูและบุคลากรในโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ความคิดเห็นของผู้ปกครอง ความคิดเห็นของนักเรียนจากการประชุมสภา นักเรียน ผู้ปกครองเครือข่าย เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาสรุปเป็นข้อมูลสารสนเทศ มีการประเมินผลการใช้บริการด้าน ต่าง ๆ ในรูปแบบของแบบประเมินความพึงพอใจ การสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลสะท้อนกลับ โดยนำข้อมูลมา พัฒนาคุณภาพการให้บริการทุกด้านของโรงเรียน มีการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ทันต่อเหตุการณ์ และเป็นปัจจุบันมี การประเมินงาน/โครงการ/กิจกรรม เพื่อปรับปรุงแผนปฏิบัติการในปีการศึกษาต่อไป โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยได้รวบรวมข้อมูลการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และนำผลที่ได้มาใช้ ในการวางแผน ปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานทำให้โรงเรียนสามารถดำเนินงาน และพัฒนาคุณภาพได้อย่างมี ประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาปรับปรุงในแผน กลยุทธ์และแผนปฏิบัติการประจำปี (4) ความคล่องตัวของการวัดผล (Measurement Agility) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีความมั่นใจได้ว่าระบบการวัดผลการดำเนินการของโรงเรียนสามารถ ตอบสนองความเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน โดยมีกระบวนการจัดทำตามกระบวนการ PDCA ดังนี้ 1) การจัดระบบข้อมูลและสารสนเทศไว้ในเว็บไซต์ของโรงเรียน เพื่อให้บุคลากรสามารถสืบค้นข้อมูล ได้โดยสะดวก มีการปรับปรุงและแก้ไขให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยมีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญเป็นผู้ดูแล


54 ระบบ และกำหนดให้กลุ่มงาน/งาน/กลุ่มสาระการเรียนรู้ มีผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลในเว็บไซต์ทำให้ข้อมูล และสารสนเทศที่สำคัญ มีความปลอดภัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ 2) โรงเรียนมีปฏิทินการปฏิบัติงาน ซึ่งจะกำหนดเวลาในการดำเนินงาน/การส่งรายงานผลการ ดำเนินงานตามภารกิจที่เกี่ยวข้อง โดยได้มีการแจ้งข้อมูลผ่านไลน์กลุ่ม ดำเนินการแจ้งเตือนทำให้ครูและบุคลากร ในโรงเรียนได้รับข่าวสารอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โรงเรียนได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและครบถ้วน 3) การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งแบบเป็นทางการ เช่น การรายงานผล การดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม การประชุมคณะกรรมการฝ่ายบริหาร การประชุมของกลุ่มงาน ตามโครงสร้างการบริหารงาน และการประชุมครู เป็นต้น แบบไม่เป็นทางการ เช่น การสัมภาษณ์ การสังเกต เพื่อรับทราบประเด็นปัญหา การปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ และมุมมองของผู้ปฏิบัตินำข้อมูลที่ได้มาทบทวน วิเคราะห์ ปรับปรุงแผนกลยุทธ์ และกำหนดแผนปฏิบัติการประจำปีให้การดำเนินงานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทั้ง ภายในและภายนอกองค์กร ข. การวิเคราะห์และทบทวนผลการดำเนินการ (Performance Analysis and Review) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีวิธีการทบทวนผลการดำเนินงานและขีดความสามารถของโรงเรียน มีการดำเนินงานตามระบบการประกันคุณภาพอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โรงเรียนมีการแต่งตั้งคณะทำงาน ประกันคุณภาพเพื่อดำเนินการวิเคราะห์ทบทวนและปรับปรุงผลการดำเนินการตามองค์ประกอบคุณภาพ มาตรฐาน มีการกำหนดตัวชี้วัด มีการจัดทำ SWOT เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนโอกาสและอุปสรรค มีการใช้ ตัววัดการดำเนินการที่สำคัญของโรงเรียนในการทบทวนโดยมีกระบวนการจัดทำตามกระบวนการ PDCA ดังนี้ 1) การประเมินการดำเนินงานของระบบประกันคุณภาพภายใน ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงาน ตามแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการประจำปี และรายงานผลในรูปแบบของรายงานการประเมินตนเอง ของ สถานศึกษา (SAR) ในแต่ละปีการศึกษา 2) การประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการหลักของโรงเรียน ที่บรรจุไว้ในแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติ การประจำปีของโรงเรียน ทำให้มีข้อมูลที่สามารถนำมาพิจารณาโครงการว่า ได้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการหรือไม่ เพื่อพัฒนาปรับปรุงโครงการให้เหมาะสมต่อไป 3) การประเมินผลการเรียนของนักเรียนโดยใช้ระบบ SGS Online สำหรับการกรอกข้อมูลผลการเรียน นักเรียน และข้อมูลทะเบียนนักเรียน ทำให้ครูผู้สอนมีการวางแผนการวัดและประเมินผล ได้ตรงตามหลักสูตร ถูกต้องและแม่นยำ นำข้อมูลไปใช้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีการใช้โปรแกรม Multiple Choices Test Analyzer ในการตรวจข้อสอบได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งสามารถวิเคราะห์คุณภาพของข้อสอบหาความเชื่อมั่นและ ค่าความยากง่ายของข้อสอบ เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์และพัฒนาแบบทดสอบให้มีคุณภาพและเหมาะสมกับ นักเรียนในครั้งต่อไป 4) โรงเรียนวิเคราะห์องค์ประกอบคุณภาพมาตรฐาน มีการกำหนดตัวชี้วัดเพื่อนำมาใช้สนับสนุนทบทวน และเพื่อให้มั่นใจว่าผลสรุปนั้นใช้ได้ เพื่อประเมินความสำเร็จและความสามารถของโรงเรียนที่จะตอบสนองต่อ ความเปลี่ยนแปลงในด้านความต้องการของโรงเรียนและความท้าทายในสภาพแวดล้อมที่โรงเรียนดำเนินงาน


55 ค. การปรับปรุงผลการดำเนินการ (Performance Improvement) (1) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และกระบวนการทำงาน โดยการเข้าศึกษาดูงาน ในโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนที่มีผลการปฏิบัติที่ดีในด้านต่าง ๆ โดยนำข้อเสนอแนะ คำแนะนำ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ ได้รับจากการศึกษาดูงานมาวางแผนการดำเนินงานนำมาปรับปรุงพัฒนางานเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศ โดยมี ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1) แต่งตั้งคณะทำงาน คัดเลือกวิธีปฏิบัติที่ดี ที่ผ่านการนำรูปแบบการบริหารของ PKPLS Model 2) คณะทำงาน จัดทำแนวทางการจัดเก็บผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศให้เป็นระบบ 3) โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ของกลุ่มงาน/กลุ่มสาระ การเรียนรู้ โดยให้แต่ละกลุ่มงานและกลุ่มสาระการเรียนรู้คัดสรร การปฏิบัติที่เป็นเลิศของทุกกลุ่มงาน/กลุ่มสาระ การเรียนรู้และนำเสนอในที่ประชุม (2) ผลการดำเนินการในอนาคต (Future Performance) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ได้จัดประชุมครูและบุคลากรในโรงเรียนเพื่อแจ้งและชี้แจงเป้าหมาย กลยุทธ์และแนวทางในการปฏิบัติงานในรอบปีถัดไป โรงเรียนมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานเป็นประจำ ในการประชุมครูและบุคลากร และนำผลการติดตามประเมินผลนั้นมาเป็นข้อมูลสำหรับปรับปรุง พัฒนาและปรับ วิธีดำเนินงานให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยเน้นความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (3) การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและนวัตกรรม (Continuous Improvement and Innovation) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีการประชุมคณะกรรมการบริหาร โดยผู้เข้าร่วมประชุมคือผู้อำนวยการ โรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และหัวหน้ากลุ่มงาน ในทุกครั้งที่มีการประชุมจะมีการวางแผนการดำเนินงาน และการสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยหัวหน้ากลุ่มงานจะนำข้อมูลที่วางแผนและสรุปไปเผยแพร่ในการ ประชุมกลุ่มงานในทุกครั้งทำให้คณะครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องรับทราบข้อมูลทั้งหมด นอกจากการเผยแพร่ผล การปฏิบัติงานในกลุ่มงานหรือภายในโรงเรียนแล้ว ยังได้มีการนำผลการดำเนินงานแจ้งผ่านเว็บไซต์โรงเรียนซึ่งเป็น อีกขั้นตอนการสื่อสารให้ได้ข้อมูลที่เป็นแนวทางการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน โรงเรียนใช้หลักการดำเนินการตามกระบวนการ PKPLS เพื่อให้การดำเนินงานทุกส่วนเป็นระบบ และสามารถนำข้อมูลจากการดำเนินงานแล้วมาปรับปรุงพัฒนาในงานอยู่เสมอจนเกิดเป็นแนวปฏิบัติที่ดี


56 4.2 การจัดการความรู้ สารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Knowledge Management, Information and Information Technology) ก. ความรู้ขององค์กร (Organization Knowledge) แผนภาพที่ 4.2 แสดงระบบการจัดการข้อมูลสารสนเทศและการจัดการความรู้ (1) การจัดการความรู้ (Knowledge Management) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ได้มีการถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์ระหว่างบุคลากรในโรงเรียน โดยการประชุมครูและบุคลากรทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย และมีการประเมินผลงาน ปรับปรุง กระบวนการโดยเรียนรู้ซึ่งกันกัน งานสารสนเทศและประชาสัมพันธ์โรงเรียนจะรายงานผ่านเว็บไซต์โรงเรียน และ บรรจุในรายงานผลการจัดการศึกษาประจำปี (SAR) โรงเรียนได้ดำเนินการหลายรูปแบบในการจัดการความรู้ของโรงเรียนและถ่ายโอนความรู้ที่เกี่ยวข้อง ให้กับกลุ่มงานที่เหมาะสม โดยมีแนวทางการปฏิบัติคือการสำรวจความรู้ ความสามารถของบุคลากร การสำรวจ ความต้องการที่จะพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของบุคลากรและสำรวจความรู้ที่บุคลากรในโรงเรียนควรที่จะมี เพื่อจัด กลุ่มความรู้ และจัดกลุ่มความจำเป็นที่จะนำไปใช้ในการพัฒนางานของตนเอง ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับหลักสูตร ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการและเทคนิคในการจัดการเรียนการสอน ความรู้เกี่ยวข้องกับงานพิเศษ ความรู้เกี่ยวกับ การใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการงานพิเศษ โรงเรียนได้ทำการสำรวจความต้องการ/ความคาดหวัง มีการรวบรวมข้อมูลจากจุดบริการต่าง ๆ ภายในโรงเรียน เช่น ห้องพยาบาล ห้องสมุด ห้องแนะแนว ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เพื่อประเมินผลลัพธ์การ จัดการความรู้ที่ต้องการ และถ่ายทอดผ่านการสื่อสารอย่างเป็นทางการ เช่น การประชุม การอบรม การทำ เอกสารประชาสัมพันธ์ แบบไม่เป็นทางการ เช่น การสัมภาษณ์ การส่งข้อความ อีกส่วนสำคัญคือการทบทวน หลักสูตรในแต่ละปีเพื่อเป็นข้อมูลสารสนเทศของระบบ ที่ช่วยเสริมในการจัดเตรียมสำหรับหลักสูตรในอนาคต (2) การเรียนรู้ระดับองค์กร (Organization Learning) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยได้วางแผนกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยงที่มีการทบทวนจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค เพื่อเป็นการปรับพฤติกรรมของครูและบุคลากรในโรงเรียน สร้างความเข้าใจร่วมกันในการนำ เทคโนโลยีและสารสนเทศมาใช้ในการจัดระบบบริหารจัดการดำเนินงานโรงเรียนด้วยระบบ Google App for


57 Education โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้ในการนำ Google App for Education ไปใช้ในการจัดการเรียน การสอนและมีการติดตามประเมินผลการนำระบบบริหารจัดการไปใช้ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานพิเศษให้เกิด ประสิทธิภาพ เมื่อทำการอบรมแล้วได้ติดตามการนำระบบไปใช้ ข. ข้อมูล สารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Data, Information and Information Technology) (1) คุณภาพของข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information Quality) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยใช้ระบบสารสนเทศในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้อำนวยการแต่งตั้ง คณะกรรมการสารสนเทศ วิเคราะห์ระบบสารสนเทศ กำหนดขอบเขตงานสารสนเทศโรงเรียน ออกแบบเครื่องมือ เพื่อจัดเก็บข้อมูลจากกลุ่มบริหารงาน/กลุ่มสาระการเรียนรู้ จัดทำข้อมูลสารสนเทศที่มั่นใจว่าถูกต้อง ครอบคลุม ครบถ้วน เชื่อถือได้ เป็นปัจจุบัน ทันต่อเหตุการณ์ มีความปลอดภัยและพร้อมต่อการใช้งานอยู่เสมอ โดยผ่าน ลักษณะต่าง ๆ เช่น ขั้นไฟร์วอลล์ (Firewall) ขั้นจำกัดการเข้าถึงในระดับผู้ใช้กำหนดการเป็นเจ้าของข้อมูล เช่น ครูเข้าถึงข้อมูลนักเรียนได้แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ ยกเว้นผู้ดูแลระบบได้รับการแต่งตั้งโดยตรงเท่านั้น นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีการอบรมให้ผู้ใช้ข้อมูลมีความรู้ในการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ตามความจำเป็นก่อนใช้งานจริง ทำให้ผู้ใช้ เกิดทักษะในการเข้าถึงระบบ เช่น ระบบ SGS Online ระบบ DMC ตารางที่ 4.1 แสดงคุณสมบัติของข้อมูลสารสนเทศและวิธีการจัดการกับข้อมูล คุณสมบัติของ ข้อมูลสารสนเทศ วิธีการจัดการ 1. ครอบคลุม ครบถ้วน 1.1 ทบทวนตรวจสอบข้อมูล และวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้ข้อมูล 2. แม่นยำ ถูกต้องและ น่าเชื่อถือ 2.1 มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำมาวิเคราะห์ 2.2 มีการตรวจสอบความถูกต้องของการวิเคราะห์ข้อมูลโดยบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ 2.3 มีผู้รับผิดชอบระบบ สามารถแก้ไขปัญหาของระบบได้ทันที 2.4 จัดระบบบริหารจัดการดำเนินงานโรงเรียนด้วยระบบ Google App for Education 2.5 นำระบบ Google App for Education มาช่วยในการจัดการสารสนเทศในงาน ด้านต่าง ๆ เช่น งานสารบรรณ เป็นต้น 2.6 มีการนำข้อมูลมาจัดทำเป็นรายงานสารสนเทศโรงเรียนพร้อมใช้งาน 3. ทันเหตุการณ์ 3.1 ทุกคนมีเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาส่วนบุคคล สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย 3.2 มีการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยในลักษณะ Real Time ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และพร้อมใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ 3.3 ข้อมูลสารสนเทศมีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันรวมถึงมีการตรวจสอบข้อมูล อย่างสม่ำเสมอ 4. ปลอดภัย 4.1 จัดเก็บเอกสารที่เป็นความลับไว้ในที่ที่ปลอดภัยป้องกันการเข้าถึง 4.2 มีการกำหนดสิทธิของการใช้ข้อมูล


58 (2) ความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information Security) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีข้อมูลและสารสนเทศ โดยจัดเก็บในรูปเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เว็บไซต์โรงเรียน, Google App for Education, facebook, Line เพื่อให้บริการบุคลากร ผู้ส่งมอบพันธมิตร ผู้ให้ความร่วมมือ รวมทั้งนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านช่องทางดังกล่าวได้ตลอดเวลา (3) ความพร้อมใช้งานของข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information Availability) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีการทำให้ข้อมูลสารสนเทศมีคุณภาพ ทั้งนี้มีกระบวนการทำให้ข้อมูล สารสนเทศที่จำเป็นทั้งแบบ offline และ online พร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหาร ครู บุคลากร รวมทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง ผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ โดยมีการมอบหมาย ผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน คือ งานสารสนเทศโรงเรียนมีการกำหนดกลุ่มผู้ใช้ชัดเจน มีการกำหนดข้อมูลและสารสนเทศ ที่จำเป็นต้องใช้งาน สำหรับแต่ละกลุ่ม โดยมีการสำรวจความต้องการการใช้งานข้อมูลสารสนเทศแต่ละกลุ่มก่อน จากนั้นนำมาออกแบบ/ปรับปรุง ระบบสารสนเทศ ฐานข้อมูลและคัดเลือกข้อมูลให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้เพื่อให้มี สารสนเทศที่พร้อมใช้งานและสามารถเข้าถึงได้ในแต่ละกลุ่มจากนั้นจึงดำเนินการติดตั้งเพื่อใช้งานและมีการ ปรับปรุงสารสนเทศและฐานข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถสนองตอบความต้องการของผู้ใช้งานได้ทันเวลา ซึ่งมีกระบวนการทำให้ข้อมูลสารสนเทศพร้อมใช้งาน ดังนี้ 1) มีการวางแผนการปรับปรุงและพัฒนาระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศ พัฒนาสื่อและแหล่ง เรียนรู้ให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมภายในโรงเรียนและ ระบบบริหารจัดการในทุกฝ่าย 2) จัดให้มีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีบุคลากรของโรงเรียนที่มีความรู้ความสามารถ ในการดูแลบำรุงรักษา สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา 3) แต่งตั้งกรรมการจัดทำและพัฒนาข้อมูลสารสนเทศระบบต่าง ๆ โดยโรงเรียนให้การสนับสนุน การพัฒนาบุคลากรที่รับผิดชอบด้านระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงพัฒนางานให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น ระบบ DMC, ระบบ SGS, ระบบ CMSS, ระบบ P-OBEC, ระบบ My Office, ระบบ e-budget, ระบบ sesa. ระบบ obec, ระบบ emis โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยใช้ระบบสารสนเทศเพื่อบริการ นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา หลังจากที่ได้จัดทำ ตรวจสอบคุณภาพและคณะกรรมการบริหารมีวิธีการนำ สารสนเทศไปใช้ในการตัดสินใจให้เกิดความคล่องตัวในการบริหาร (4) คุณลักษณะของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (Hardware and Software Properties) โรงเรียนมีการเลือกใช้อุปกรณ์จากบริษัทที่เชื่อถือได้ เช่น มีการซ่อมบำรุงการใช้งานได้ตลอดเวลาและ เปลี่ยนอุปกรณ์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ใช้บริการ Internet Service Provider 4 ผู้ให้บริการ คือ 3BB, TRUE, TOT และ Uninet กำหนดโครงการและงบประมาณในการบำรุงรักษา มีห้องควบคุมและแยกการทำงานเป็นสัดส่วน มี ระบบสำรองไฟกรณีไฟดับ ข้อมูลถูกจัดเก็บในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ถูกเก็บในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ในเซิร์ฟเวอร์ที่มีความปลอดภัยเชื่อถือได้ ได้รับการยอมรับและใช้งานง่าย


59 (5) ความพร้อมใช้งานในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Availability) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีการมอบหมายงานเทคโนโลยีในการดูแลระบบ Software และ Hardware โดยได้ติดตั้งเครื่องแม่ข่ายสำหรับการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ในกรณีภาวะฉุกเฉินที่เครื่องแม่ข่ายไม่ทำงาน และงานเทคโนโลยีของโรงเรียนไม่สามารถแก้ไขได้ โรงเรียนจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่รับผิดชอบมาช่วยเหลือและแก้ปัญหา อีกทั้งโรงเรียนมีการ ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ดูแลรักษาตามระยะเวลาอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพ ในการทำงานและสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง การรับมือกับภาวะฉุกเฉินของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมี แนวทางตามตารางแสดงความพร้อมใช้งานในภาวะฉุกเฉินนี้ ตารางที่ 4.2 แสดงวิธีการป้องกันและวิธีการทำงานหากเกิดภาวะฉุกเฉิน ภาวะฉุกเฉิน วิธีการป้องกัน วิธีการทำงาน 1. กระแสไฟฟ้าขัดข้อง UPS 1. กระแสไฟฟ้าขัดข้องเกิน 3 ชั่วโมง 2. ตรวจสอบเมื่อกระแสไฟฟ้าปกติ 2. การโจมตีโดยไวรัส Firewall ตรวจสอบการเตือนจาก Firewall UPDATE ANTIVIRUS


60 หมวด 5 บุคลากร (Workforce) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีการบริหารจัดการด้านบุคลากร โดยมีการวางแผนด้านอัตรากำลังไว้ ชัดเจน มีเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกบุคลากรที่ยึดประโยชน์โรงเรียนเป็นสำคัญรวมทั้งการสนับสนุนส่งเสริมการ ร่วมพิจารณาอย่างรอบคอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน จึงทำให้การได้มาซึ่งบุคลากร เอื้อต่อการดำเนินงานของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ การดำเนินงานของโรงเรียนที่สะท้อนการมุ่งเน้นบุคลากร โดยให้ ความสำคัญตั้งแต่การได้มาซึ่งบุคลากร การมอบหมายงานให้ปฏิบัติที่ตรงกับความรู้ความสามารถ การส่งเสริมให้ บุคลากรได้รับการพัฒนาตามศักยภาพเพื่อให้ถึงขีดความสามารถสูงสุดของแต่ละบุคคล มีการจัดสภาพแวดล้อมใน การทำงานให้เอื้อต่อการปฏิบัติงานของบุคลากร และการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน การธำรงรักษาไว้ ทำให้เกิดการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เอื้อ และการสร้างความผูกพันของบุคลากร เพื่อให้เป็นแรงจูงใจ รวมพลังอย่างสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้มีการพัฒนาการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับการ ยอมรับจากชุมชน แผนภาพที่5.1 แสดงสภาพแวดล้อมของบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนการจัดอัตรากำลัง สิทธิ ประโยชน์ และขีดความสามารถของ บุคลากรอย่างเหมาะสม พัฒนาอัตรากำลัง การปฏิบัติหน้าที่ตาม ขีดความสามารถของบุคลากร และ สภาพแวดล้อมของการทำงาน วิเคราะห์/ทบทวน แก้ไขปัญหา ด้านอัตรากำลัง สรุปผลเพื่อพัฒนาในปีการศึกษาต่อไป ไม่ผ่าน ผ่าน ประเมินผลด้านการ บริหารจัดการ อัตรากำลัง


61 5.1 สภาพแวดล้อมของบุคลากร (Workforce Environment) โรงเรียนมีกระบวนการในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดประสิทธิผลและสนับสนุนบุคลากร โดย จัดระบบการปฏิบัติงานตามโครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียน ครอบคลุมภาระงาน มีการกำหนดบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบและมาตรฐานการปฏิบัติงานของทุกงาน เพื่อใช้เป็นเป้าหมายสำคัญให้บรรลุผลสำเร็จ ตาม แผนภูมิโครงสร้างการบริหารงานโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ก. ขีดความสามารถและอัตรากําลังบุคลากร (Workforce Capability and Capacity) (1) ขีดความสามารถและอัตรากำลัง (Capability and Capacity) การประเมินความต้องการด้านขีดความสามารถและอัตรากำลังบุคลากร อัตรากำลังที่โรงเรียนประเมิน ความต้องการด้านอัตรากำลังโดยใช้เกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด เพื่อจัดทำแผนอัตรากำลังใหม่ โดยพิจารณา ความสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน โดยมีกระบวนการและขั้นตอน ดังนี้ 1) ศึกษาทบทวนข้อมูลอัตรากำลังที่มีอยู่เพื่อพิจารณาความสอดคล้อง เหมาะสม โดยสำรวจความ ต้องการบุคลากรในกลุ่มสาระการเรียนรู้และงานในฝ่ายต่าง ๆ ในแต่ละปี มีการสูญเสียอัตรากำลังคน ประเภท ระดับสายงานใดบ้าง เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาไว้ล่วงหน้า เช่น กรณีครูเกษียณอายุราชการมีการจัดครูที่มีความ พร้อมในสาขาวิชานั้นเข้าทดแทน หรือหากเป็นสาขาขาดแคลนจะพยายามหาอัตราทดแทนในกรณีพนักงาน/ ลูกจ้าง 2) ประชุมวางแผนและประเมินความต้องการอัตรากำลังของโรงเรียนจำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ความรู้ ความสามารถ คุณวุฒิ ทักษะและสมรรถนะ ร่วมกับคณะกรรมการฝ่ายบริหารของโรงเรียน ดำเนินการขอ อัตรากำลังที่ขาดแคลนโดยคำนึงถึงความเร่งด่วน โดยรายงานความต้องการไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 3) หาข้อมูลเพิ่มเติมด้านความรู้ ความสามารถ และศักยภาพของครูที่แจ้งความประสงค์ขอย้ายมา ปฏิบัติงานที่โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของ โรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีได้รับจัดสรรอัตรากำลังมาเพิ่มเติม 4) กรณีไม่ได้รับการจัดสรรอัตรากำลังตามความต้องการจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 คณะกรรมการฝ่ายบริหารของโรงเรียนร่วมกันพิจารณาความต้องการและความจำเป็น ในการจัดสรรอัตรากำลังในการจ้างบุคลากร โดยการประกาศรับสมัครและคัดเลือกบุคลากร โดยระบุคุณวุฒิ และคุณสมบัติที่ตรงตามความต้องการตามแบบแผนการดำเนินงานของต้นสังกัด 5) ตรวจสอบอัตรากำลังเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งในกรณี เกษียณอายุราชการ การย้าย การ ลาออก และในการเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่จะมีจำนวนนักเรียนที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำลัง 6) โรงเรียนสนับสนุนด้านสภาพแวดล้อม ด้านอาคารสถานที่ สื่อ วัสดุอุปกรณ์และอื่น ๆ โดย ผู้รับผิดชอบสำรวจ ความต้องการ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรนำเสนอขอรับการสนับสนุน จากโรงเรียน


62 7) จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความผูกพันของบุคลากรในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้มีความมั่นคง ทำงานเป็นระบบ เคารพผู้อาวุโส รักและภาคภูมิใจในโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย โดยรับฟัง ความคิดเห็นซึ่งกันและกันตลอดจนใช้ เน้นการมีส่วนร่วม มีการนิเทศ กำกับ ติดตามอย่างสม่ำเสมอ 8) จัดทำพรรณนางาน อธิบายลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ ระบุขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ ตำแหน่งงานในโรงเรียน ระบุคุณสมบัติที่จำเป็นของตำแหน่งงาน เพื่อให้มีความชัดเจนในการปฏิบัติงานและ บริหารบุคลากรของโรงเรียน 9) กำหนดการประเมินขีดความสามารถทักษะและสมรรถนะของบุคลากร โดยประเมินภาคเรียนละ 1 ครั้ง จัดระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร โดยมอบหมายให้หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้า งานเป็นผู้ประเมินผล โดยใช้แบบประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครู และรายงาย ผลการประเมินตนเองเป็นรายบุคคล 10) พัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรทั้งโรงเรียนเช่น การอบรม การสัมมนา การศึกษาต่อและ ส่งเสริมให้ครูเลื่อนวิทยฐานะที่สูงขึ้น (2) บุคลากรใหม่ โรงเรียนมีวิธีการสรรหาบุคลากรเข้าทำงานหลากหลายรูปแบบโดยมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ 1) โรงเรียนวางแผนอัตรากำลังตามเกณฑ์ที่กำหนดของ ก.ค.ศ.โดยวางแผนทั้งระยะสั้น และ ระยะยาว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรกรณีการเกษียณอายุราชการ 2) แจ้งความต้องการบุคลากรจำแนกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้เรียงลำดับตามความสำคัญเร่งด่วน ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 เพื่อพิจารณารับย้ายหรือบรรจุใหม่ 3) หาข้อมูลเพิ่มเติมด้านความรู้ ความสามารถ และศักยภาพของครูที่แจ้งความประสงค์ขอย้าย มาปฏิบัติงานที่โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ของโรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีได้รับจัดสรรอัตรากำลังมาเพิ่มเติม 4) นำเสนอข้อมูลให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาเห็นชอบ 5) กรณีไม่มีการจัดสรรอัตรามาให้กับโรงเรียน จะพิจารณาจ้างครูอัตราจ้างโดยยึดแผน อัตรากำลังที่วางไว้แล้ว เช่น ดำเนินการสรรหาตามแบบแผนการดำเนินงานของต้นสังกัด 6) ปฐมนิเทศบุคลากรใหม่เมื่อมีบุคลากรใหม่ โรงเรียนจัดให้มีการปฐมนิเทศ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและวัฒนธรรมขององค์กร บุคลากรใหม่จะได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ หน้าที่พิเศษ โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ ทั้งนี้โรงเรียนได้ศึกษาแนวโน้มที่จะไม่ส่งผล กระทบถึงการปฏิบัติหน้าที่ของครู โดยโรงเรียนจัดพี่เลี้ยงดูแลในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อการนิเทศ กำกับ ติดตามและรายงานผล 7) ครูอัตราจ้างและลูกจ้างชั่วคราว โรงเรียนใช้ระบบการสรรหาโดยการคัดเลือกบุคคลที่มี ความสามารถและเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ต้องการ ทั้งนี้การสรรหาบุคลากรดังกล่าว ต้องผ่านการพิจารณาและ


63 ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการรับคนเข้าทดแทนสาขาที่ ขาดแคลน (3) ความสำเร็จในงาน (Work Accomplishment) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีระบบการบริหารงานโดยยึดรูปแบบการบริหารโรงเรียนสู่มาตรฐานสากล แบ่งเป็นระบบหลัก 2 ระบบ คือ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และระบบเรียนรู้ตามรูปแบบการบริหารของ โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย PKPLS MODEL มุ่งให้เกิดผลตามวิสัยทัศน์สู่ผลลัพธ์ ระบบหลัก (Core System) ได้แก่ 1) ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์โรงเรียน “มุ่งจัดการศึกษาตามวิถีใหม่ อย่างมีคุณภาพ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม อยู่ร่วมกันด้วยความเสมอภาคในสังคมโลกอย่างมีความสุข บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” และมีนวัตกรรม ที่นำมาใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน คือ คู่มือครูที่ปรึกษาที่บุคลากรต้องศึกษา เรียนรู้ และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลที่โรงเรียนตั้งเป้าหมายการดำเนินงานของโรงเรียน 2) ระบบเรียนรู้ตามรูปแบบการบริหารของโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย PKPLS MODEL จะ ส่งเสริมให้วิสัยทัศน์เป็นจริง คือ การพัฒนาหลักสูตร พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ และพัฒนาการวัดผล ประเมินผลโดยมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน การจะให้เกิดผลสำเร็จของงานสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือบุคลากรในโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนมี โครงสร้างและกำหนดบทบาทหน้าที่บุคลากรอย่างชัดเจน มีการจัดระบบนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล และ พัฒนางานอย่างสม่ำเสมอ เสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรทุกฝ่าย ทำให้การพัฒนาการเรียนการสอน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ครูและนักเรียนได้รับรางวัลระดับเขตพื้นที่การศึกษาระดับภาค และ ระดับประเทศต่าง ๆ เช่น รางวัลชนะเลิศเหรียญทองในการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับประเทศ รางวัลโรงเรียนคุณธรรม 1 ดาว โดยมีข้อกำหนดในการพัฒนา ดังนี้ 1. กำหนดโครงสร้างและขอบข่ายงานของฝ่าย/งานที่ชัดเจน 2. สร้างแผนภูมิการบริหารงานของโรงเรียนและแต่ละฝ่าย 3. จัดทำพรรณนางาน ให้บุคลากรใช้เป็นคู่มือในการปฏิบัติงาน 4. ประชุมวางแผนเพื่อจัดแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ 5. ปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางแผนไว้ 6. การประเมินผลการปฏิบัติงาน 7. นำปัญหาและข้อเสนอมาปรับปรุงแก้ไข (4) การจัดการการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากร (Workforce Change Management) การเตรียมข้อมูลบุคลากรให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการขีดความสามารถ และอัตรากำลังบุคลากร ดังนี้


64 1) ด้านอัตรากำลัง รวบรวมรายชื่อครูที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 3 ปีข้างหน้า ให้บุคลากรดังกล่าว ถ่ายทอดงานด้านการสอนและภาระงานอื่น ๆ ให้แก่บุคลากรที่มีความเหมาะสมเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่าง ต่อเนื่อง ในกรณีที่โรงเรียนเห็นว่าบุคลากรเกษียณอายุราชการมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการร่วมทำงานจะจัดสรร งบประมาณเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้บุคลากรในโรงเรียนจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าบุคลากรที่ทำหน้าที่แทนสามารถทำงาน ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการสรรหาบุคลากรใหม่เพื่อทดแทนอัตรากำลังเดิม 2) ดำเนินการปรับเปลี่ยนแผนงานได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน 3) สนับสนุนให้บุคลากรเข้าร่วมประชุม/สัมมนาทางวิชาการและการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้าง องค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับภาระงานสอนและงานที่รับผิดชอบ การทำผลงานวิชาการ และการศึกษาต่อ เพื่อ เป็นการเพิ่มพูนสมรรถนะของบุคลากรในโรงเรียนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 4) ด้านขีดความสามารถ จัดปฐมนิเทศเพื่อให้ความรู้ที่จำเป็น พร้อมทั้งประเมินการทำงานของบุคลากร ใหม่ และออกแบบระบบการเรียนรู้และพัฒนาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง 5) ประเมินผลการดำเนินการปรับปรุงพัฒนา 6) นำผลไปพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สร้างเครือข่ายหรือชุมชนแห่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ข. บรรยากาศการทํางานของบุคลากร (Workforce Climate) (1) สภาพแวดล้อมของการทำงาน (Workplace Environment) การสร้างความมั่นใจด้านสุขภาพ สวัสดิภาพของบุคลากร ความเป็นอยู่ และความสะดวกในการเข้าถึง ที่ทำงานของบุคลากร ให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียน เพราะเป็นปัจจัยที่ส่งผลถึงการพัฒนา ในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร จึงอยู่บนพื้นฐาน ดังนี้ 1) ด้านบุคลากร มีการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับความขาดแคลนและความต้องการ ของโรงเรียน 2) ด้านบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างความผูกพันให้กับบุคลากร โรงเรียนพัฒนาด้าน บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เอื้อต่อการทำงานของบุคลากร ดังนี้ - ความสะดวกสบาย อาคารสถานที่มีการอำนวยสะดวกสำหรับบุคลากร และการใช้งาน อาคารสถานที่บริเวณต่าง ๆ ในโรงเรียน และในห้องเรียนมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกประจำห้องเรียน อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อให้มีการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบอินเทอร์เน็ตให้บริการ เพื่อการสืบค้น การคมนาคมภายใน ระบบสาธารณูปโภค การให้บริการด้านต่าง ๆ - ด้านความปลอดภัย มีการตรวจสอบความปลอดภัยและดูแลระบบสาธารณูปโภคอย่าง สม่ำเสมอ มีการรักษาความปลอดภัยปฏิบัติหน้าที่ 24 ชั่วโมง มีการแต่งตั้งครูเวรเพื่อปฏิบัติหน้าที่ใน วันหยุดราชการและครูเวรชายในเวลากลางคืน มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่มีมาตรฐานเพียงพอ ติดตั้ง ระบบกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ในบริเวณโรงเรียนอย่างทั่วถึง


65 - ความมั่นคงแข็งแรง มีการสำรวจสภาพอาคารต่าง ๆ และระบบสาธารณูปโภคเป็นประจำ หรือหากพบปัญหามีเจ้าหน้าที่รับแจ้ง และดำเนินการแก้ไขโดยเร็วอย่างเป็นระบบ มีแผนจัดซ่อมบำรุงประจำปี ที่จัดสรรงบประมาณไว้อย่างเหมาะสม - ความสะอาด มีพนักงานประจำอาคารเพื่อดูแลความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยในอาคาร ห้องเรียนมีครูที่ปรึกษาดูแลนักเรียนให้รับผิดชอบความสะอาดและเขตพื้นที่รับผิดชอบ พนักงานทำความสะอาด คอยให้บริการอำนวยความสะดวกแก่ครูและนักเรียน โดยทำสัญญาเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายปี มีการประเมินผล การทำงานทุก 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี เพื่อพิจารณาการทำสัญญาจ้างในรายปี (2) นโยบายและสิทธิประโยชน์ (Workforce Benefits and Policies) โรงเรียนสนับสนุนผู้ปฏิบัติงาน โดยกำหนด นโยบาย การบริการ และสิทธิประโยชน์โดยโรงเรียน มีบริการด้านสวัสดิการให้กับบุคลากร โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนกฎหมายของรัฐ และนอกจากนี้ได้จัดบริการสิทธิ ประโยชน์ที่นอกเหนือจากกฎหมายกำหนด ซึ่งสอดคล้องความต้องการของบุคลากร ได้แก่ 1) สิทธิ์การเบิกจ่ายต่าง ๆ การเบิกจ่าย เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร การเบิกค่าเช่าบ้าน สำหรับผู้มีสิทธิ์เบิก การเบิกจ่ายงบประมาณในการเดินทางไปราชการ 2) สนับสนุนให้บุคลากรมีโอกาสพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ ส่งเสริมสนับสนุนความก้าวหน้า ทางวิชาการอย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยจัดอบรม ประชุม สัมมนา ศึกษาดูงานทุกปีการศึกษา สนับสนุนให้ บุคลากรมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แนวทางการดำเนินการ 3) จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ - ด้านวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องฉายภาพ ห้องสำนักงานกลุ่มงาน - ด้านห้องการเรียนรู้ มีห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ สำหรับใช้เป็นห้องรวมของสื่อกลุ่ม สาระการเรียนรู้ห้องเรียนมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการสอน เช่น เครื่องฉายภาพ เครื่องเสียง เป็นต้น เพื่อ ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนให้เต็มกำลังและความสามารถ โดยใช้อุปกรณ์และเทคโนลียีที่จัดให้อย่าง สร้างสรรค์ - ห้องประชุม มีห้องประชุมอย่างเป็นสัดส่วนเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงาน สามารถใช้ เป็นห้องเรียน ห้องประชุม และจัดอบรมสัมมนาได้ - ห้องเรียน/ห้องพิเศษอื่น ๆ ได้แก่ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการทางอาชีพ (คหกรรม อุตสาหกรรม เกษตรกรรม) ห้องสมุด ห้อง พยาบาล จัดให้สามารถใช้งานได้สะดวกและสะอาดอย่างเป็นสัดส่วน - ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีอินเทอร์เน็ตสาธารณะไว้บริการตามจุดต่าง ๆ พร้อมทั้งเว็บไซต์ โรงเรียนเพื่อบริการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร 4) สวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยและเครื่องอุปโภคและบริโภค ได้แก่ สวัสดิการที่พักอาศัย การสนับสนุน น้ำดื่มสำหรับครูเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย 5) จัดทำประกันอุบัติเหตุให้ทุกคน และมีการมีการส่งเสริมให้บุคลากรตรวจสุขภาพประจำปี


66 6) สวัสดิการด้านยานพาหนะ มีพาหนะทางราชการให้บริการสำหรับบริการบุคลากรในการเดินทางไป ประชุมสัมมนา หรือพานักเรียนไปร่วมกิจกรรมชุมชน/เข้าค่าย/ฝึกอบรมและสามารถเบิกเบี้ยเลี้ยง/ค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปราชการได้ตามระเบียบทางราชการ 7) การจัดกิจกรรมสังสรรค์ เนื่องในวันสำคัญและโอกาสต่าง ๆ เพื่อเกิดความผูกพันในองค์กร มีการจัดกิจกรรมร่วมกัน ได้แก่ กิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้อาวุโสเนื่องในวันขึ้นปี ใหม่ไทย การแสดงมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุราชการ รวมทั้งการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ครูและบุคลากร โดยการยก ย่องให้เกียรติตามโอกาสอันควร เช่น ครูที่มีผลงานดีเด่น เสียสละอุทิศเวลาให้กับทางราชการ และแสดงความยินดี แก่ครูตามโอกาสต่าง ๆ เช่น จบการศึกษาที่สูงขึ้น คลอดบุตร เป็นต้น ให้กำลังใจในเวลาทุกข์ร้อน เช่น บิดา มารดาเสียชีวิต เจ็บไข้ได้ป่วย 8) สวัสดิการอื่น ๆ เช่น ด้านการเงิน ให้คำแนะนำและชี้แจงสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการเงิน มีเครื่องออกกำลังกายให้บริการ เป็นต้น 9) สวัสดิการในช่วงของสถานการณ์โรคระบาดโควิด นโยบาย การบริการ และสิทธิประโยชน์ดังกล่าวได้มีการออกแบบให้เหมาะสมตามความต้องการ ของผู้ปฏิบัติงานที่หลากหลาย และเหมาะสมกับความแตกต่างของกลุ่มและประเภทของผู้ปฏิบัติงานโดยโรงเรียน ถือว่าบุคลากรทุกคน คือ บุคคลในครอบครัวเดียวกัน ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายให้เหมาะสมกับตำแหน่ง และได้รับการบริการ/สิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน 5.2 ความผูกพันของบุคลากร (Workforce Engagement) ก. ความผูกพันและผลการปฏิบัติงานของบุคลากร (Workforce Engagement and Performance) (1) วัฒนธรรมองค์กร (Organization Culture) วัฒนธรรมของโรงเรียน คือ บุคลากรในโรงเรียนมีวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันฉันท์พี่น้อง ถ่ายทอดค่านิยม และสมรรถนะหลักให้แก่กัน บุคลากรที่อาวุโสกว่าจะถ่ายโอนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการทำงานให้แก่รุ่นน้อง อย่างเป็นกัลยาณมิตร บุคลากรมีความรัก ความสามัคคี และมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การทำงานเป็นทีมมีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน การส่งข่าวสาร การสื่อสารของบุคลากรการติดต่อสื่อสาร เช่น การ ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์กลุ่ม เฟซบุ๊ก การโทรศัพท์โดยตรง การส่งเอกสาร เป็นต้น นำข้อคิดเห็นต่าง ๆ วิเคราะห์สรุปเป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกันโดยมีการประชุมประจำเดือนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และดำเนิน กิจกรรมต่าง ๆ ไปด้วยกันเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และนำไปพัฒนาปรับปรุง เพื่อให้ เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ดีปฏิบัติต่อไปทำให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข ส่งผลให้งานบรรลุผลสำเร็จอย่างมี ประสิทธิภาพ (2) ปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพัน (Drivers of Engagement) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ได้ดำเนินการตามวิธีการสร้างความผูกพันและผลการปฏิบัติงานของ บุคลากร โดยการสร้างความผูกพันผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้


67 1) กิจกรรมงานทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ 2) โครงการศึกษาดูงาน 3) โครงการ เรารัก พข. 4) งานแสดงมุฑิตาจิตเกษียณอายุราชการ 5) โครงการอบรมสัมมนา 6) งานเสริมสร้างความผูกพันในองค์กร 7) โครงการนิเทศติดตามและประเมินการจัดการเรียนการสอนของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยโรงเรียนมีวิธีการกำหนดปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพันของบุคลากร ดังนี้ 1) มีการประชุมวางแผนโดยฝ่ายบริหารของโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มงานและหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อกำหนดแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในโรงเรียน 2) แจ้งแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานให้บุคลากรในโรงเรียนได้ทราบและเข้าใจตรงกันใน ที่ประชุม 3) สร้างความมั่นใจในการประเมินผลการปฏิบัติงานที่สามารถแยกแยะผู้มีผลการปฏิบัติงานดี โดยใช้ แบบประเมินผลการปฏิบัติงานและผู้ประเมินอยู่ในรูปของคณะกรรมการ 4) กำกับติดตามและพัฒนาบรรยากาศในการทำงานโดยผู้บริหารโรงเรียนนิเทศการปฏิบัติงานของ บุคลากรในโรงเรียนมีการแนะนำรูปแบบการปฏิบัติงานอย่างกัลยาณมิตรเพื่อให้บุคลากรในโรงเรียนมีแนวทาง การปฏิบัติงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 5) ส่งเสริมการเรียนรู้ และสวัสดิการที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ที่เป็นการให้ผลตอบแทนที่ไม่ได้อยู่ในรูปของ การเลื่อนขั้นเงินเดือนเท่านั้น เช่น แนวทางการขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะให้สูงขึ้น ความก้าวหน้าในหน้าที่การ งานการพัฒนาในด้านต่าง ๆ และการยกย่องชมเชยบุคลากรในโรงเรียน ได้สนับสนุนการอำนวยความสะดวกใน การพัฒนาตัวเอง ให้บุคลากรในโรงเรียน เช่น เชิญวิทยากรไปให้ความรู้ ส่งเสริมให้มีการเข้ารับการอบรมพัฒนา ซึ่งการอำนวยความสะดวกทั้งหมดนี้ จะช่วยให้บุคลากรในโรงเรียนเกิดความผูกพันกับองค์กร (3) การประเมินความผูกพัน (Assessment of Engagement) โรงเรียนมีวิธีการประเมินความผูกพันและความพึงพอใจของบุคลากร โดยมีการจัดทำแผนการนิเทศ กำกับ ติดตามงานอย่างเป็นขั้นตอน โดยประเมินได้จากความพึงพอใจ การแสดงออกถึงพฤติกรรมและการปฏิบัติ ตามข้อกำหนดของโรงเรียน มีการกำหนดผู้รับผิดชอบทั้งระดับกลุ่มงาน/กลุ่มสาระการเรียนรู้ และช่วงเวลาไว้อย่าง ชัดเจน โดยมีตัวชี้วัดดังนี้ ตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินความผูกพันและความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงาน 1) ข้อมูลการลงเวลามาปฏิบัติราชการ การลงเวลากลับ การลา การร่วมกิจกรรมโรงเรียนในวันหยุดและ การเข้า–ออก บริเวณโรงเรียน 2) ข้อมูลการเข้าประชุม


68 3) ข้อมูลปริมาณงานและความสามารถในการปฏิบัติงานที่ได้ปฏิบัติ เช่น การส่งเอกสารงานวิชาการ งานของกลุ่มงานบริหารทั่วไป หรืองานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายตามกำหนดการส่งงานในปฏิทินการทำงาน 4) ข้อมูลจำนวนครั้งในการอบรม สัมมนา และการนำความรู้มาพัฒนางานหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขันระดับต่าง ๆ 5) ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัด และกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย 6) การแสดงออกของการปฏิบัติงาน คุณธรรม จริยธรรมในการปฏิบัติงาน การรักษาวินัย ตลอดจนการ รักษาสมบัติของโรงเรียน ความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับการมอบหมาย พฤติกรรม เป็นต้น โรงเรียนมีขั้นตอนวิธีการประเมินความผูกพันและความพึงพอใจของบุคลากร ดังนี้ 1) ศึกษา ทบทวนข้อมูลเดิมเพื่อเป็นกรอบในการพัฒนา 2) ประชุมคณะทำงานเพื่อวิเคราะห์หาจุดแข็ง-จุดอ่อน และโอกาสในการปรับปรุงงาน 3) นำข้อมูลมาพิจารณาในการจัดทำแผนกลยุทธ์หรือแผนปฏิบัติราชการของโรงเรียน 4) ตรวจสอบทบทวนผลการดำเนินงาน 5) สรุปจัดทำข้อมูลเป็นสารสนเทศเพื่อนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติในปีต่อไป (4) การจัดการผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) โรงเรียนมีการจัดโครงสร้างและกำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรอย่างชัดเจน มีการจัดระบบนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล และพัฒนางานอย่างสม่ำเสมอ โดยมีกรอบการทำงานดังนี้ 1) กำหนดโครงสร้างและขอบข่ายงานของฝ่าย/งานที่ชัดเจน 2) จัดทำพรรณนางาน ให้บุคลากรใช้เป็นคู่มือในการปฏิบัติงาน 3) บุคลากรปฏิบัติงานตามแนวทางที่กำหนด และรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ เช่น วิจัยในชั้น เรียน SAR (Self Assessment Report) รายบุคคล เป็นต้น 4) นิเทศ กำกับ ติดตามผลให้คำแนะนำในการปฏิบัติงาน สอบถามความต้องการและประเมิน ประสิทธิภาพการทำงาน 5) ประเมินผลการปฎิบัติงาน การบริหารค่าตอบแทน การเลื่อนเงินเดือน เพิ่มค่าจ้าง ใช้การประเมินตามสายงาน ตามสายการบังคับ บัญชาตามโครงสร้างบริหาร ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการประเมินผลปฏิบัติงาน ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้ากลุ่ม สาระการเรียนรู้ หัวหน้างาน มีการกำหนดเกณฑ์ให้คะแนน วิธีการ ขั้นตอน พิจารณาค่าตอบแทนให้สอดคล้อง ตามปริมาณงานและคุณภาพของบุคลากร โดยการใช้แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน เน้นหลักการทำงานมุ่งความ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เมื่อได้ข้อสรุปผลคะแนนการประเมินแล้วจะแจ้งผลให้ทราบเป็นรายบุคคล


69 แผนภาพที่ 5.2 แสดงการจัดการผลการปฏิบัติงาน ข. การพัฒนาบุคลากรและผู้นํา (Workforce and Leader Development) (1) ระบบการเรียนรู้และการพัฒนา (Learning and Development System) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ได้จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติ การประจำปีตามสมรรถนะหลักของโรงเรียนด้านการทำงานเป็นทีมเพื่อมุ่งเน้นประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นความท้าทาย เชิงกลยุทธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยได้ว่างแผนพัฒนาสมรรถนะของบุคลากร ดังนี้ 1) การส่งเสริมให้บุคลากรเข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนางานในด้านต่าง ๆ และรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมพัฒนาตนเอง ตามความถนัดทางวิชาชีพ 2) การวิเคราะห์ตนเอง โดยครูทุกคนต้องจัดทำ Self Assessment Report ซึ่งพิจารณาเปรียบเทียบ กับสมรรถนะหลักและสมรรถนะประจำสายงานของตนเอง โรงเรียนนำมาวิเคราะห์ในภาพรวมเพื่อทำแผน ในการ พัฒนาทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อไป 3) การนำเสนอนวัตกรรม ที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนและการปฏิบัติหน้าที่ทุกปีการศึกษา ครูมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาสื่อ นวัตกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องเหมาะสมและสามารถพัฒนา ศักยภาพของผู้เรียน 4) ส่งเสริมการนำหลักการของการวิจัยมาพัฒนา ทั้งการเรียนการสอนในรูปแบบการวิจัยในชั้นเรียน 5) ปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ ถ่ายโอนความรู้และประสบการณ์ในด้านของการทำงานให้กับบุคลากร ในสถานศึกษาจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เกิดความผูกพันและความเคารพผู้อาวุโสในสถานศึกษา กำหนดแนวทาง ปฏิบัติงาน ประเมินผล นิเทศติดตาม สรุปผลเพื่อพัฒนา ไม่ผ่าน ผ่าน


70 (2) ประสิทธิผลของการเรียนรู้และการพัฒนา (Learning and Development Effectiveness) โรงเรียนนำผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของบุคลากร มาพัฒนาระบบการเรียนรู้และ การพัฒนาของบุคลากรอย่างเป็นระบบ ดังนี้ 1) ประเมินประสิทธิผลและประสิทธิภาพ 1.1) การประเมินตนเอง โรงเรียนกำหนดให้บุคลากรทุกคนประเมินผลการปฏิบัติงานตนเอง โดยจัดทำเป็นรายงานผลการปฏิบัติงานในฐานะครูผู้สอนและอื่น ๆ ปีละ 1 ครั้ง 1.2) การประเมินโดยหัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้ากลุ่มงานกำกับ นิเทศ ติดตาม การปฏิบัติหน้าที่ ของบุคลากรภายในกลุ่มงาน โดยการสังเกตชั้นเรียน ประชุม และตรวจบันทึกการจัดการเรียนการสอน รายงานสรุปผลการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบมีปฏิทินการประเมินงานอย่างชัดเจน 1.3) ประเมินโดยผู้บริหาร ผู้บริหารจะประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาจากรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ การนิเทศ กำกับ ติดตาม การเรียนการสอนจากบันทึกแผนการ จัดการเรียนรู้ทุกภาคเรียน และรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการกิจกรรมทุกปีงบประมาณ 1.4) ประเมินโดยหน่วยงานภายนอก ระบบงานประกันคุณภาพการศึกษา ระบบประกันคุณภาพ ภายในสถานศึกษา และมีการตรวจสอบโดยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการระดับเขตพื้นที่ การศึกษา และจากการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) (สมศ.) โรงเรียนใช้การประเมินระบบการเรียนรู้ จากการประเมินผลสอบ O-NET และข้อมูลการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ 2) วิเคราะห์ผลการประเมินจากแหล่งต่าง ๆ โดยเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ สรุปผลเสนอผู้บริหาร 3) ผู้บริหาร นำผลการประเมินกำหนดวิธีการพัฒนาบุคลากรเมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา (3) ความก้าวหน้าในวิชาชีพการงาน (Career Progression) โรงเรียนมีวิธีการในการจัดการความก้าวหน้าในวิชาชีพการงานสำหรับบุคลากร ดังนี้ 1) วางแผนการส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรเข้ารับการอบรม ศึกษาดูงาน รับการศึกษาต่อที่สูงขึ้น จัดทำผลงานทางวิชาการเพื่อพัฒนาวิชาชีพ การยกย่องชมเชย สร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากร 2) ดำเนินกิจกรรมตามแผนงานที่วางไว้อย่างสม่ำเสมอ 3) ตรวจสอบผลการดำเนินงานในรอบปี และสรุปข้อมูล เพื่อนำผลไปปรับปรุงพัฒนางานของบุคลากร ให้ตรงตามสมรรถนะของบุคลากรอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพในองค์กรอย่างยั่งยืน 4) ปรับปรุงความก้าวหน้าในอาชีพการงานของบุคลากรทั้งองค์กร ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์เป้าประสงค์ แผนกลยุทธ์ที่กำหนดไว้


71 หมวด 6 การปฏิบัติการ (Operations) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยได้กำหนดแผนปฏิบัติการประจำปีและแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ตามโครงสร้างการบริหารงาน ซึ่งแสดงแนวคิดที่สำคัญของแต่ละระบบงานไว้อย่างชัดเจน สอดคล้องและสัมพันธ์ กับระบบงานต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์สู่ผลลัพธ์หลัก 5 ระบบ ภายใต้รูปแบบการบริหารงานโดยใช้ “PKPLS Model” ตามหัวข้อดังนี้ 6.1 กระบวนการทำงาน (Workforce Process) ก. การออกแบบหลักสูตรและกระบวนการ (Product and Process Design) (1) ข้อกำหนดของหลักสูตรและกระบวนการ (Product and Process Design) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยได้กำหนดแผนปฏิบัติการประจำปีโดยนำข้อมูลที่ได้จาการวิเคราะห์ แบบสอบถาม แบบสำรวจ ข้อเสนอแนะจากผู้เรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ส่งมอบที่เป็นทางการและไม่เป็น ทางการ แล้วนำมาเป็นข้อกำหนดที่สำคัญของกระบวนการ ดังนี้ 1) ผู้รับผิดชอบในแต่ละกระบวนการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับนโยบาย ระเบียบการ ปฏิบัติงานข้อเสนอแนะจากผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผลสำรวจความพึงพอใจ 2) ผู้รับผิดชอบในแต่ละกระบวนการนำเสนอข้อกำหนดของกระบวนการทำงาน เพื่อพิจารณาหา ข้อกำหนดที่สำคัญที่มีผลต่อการดำเนินงานในกระบวนการทำงานนั้น ๆ ต่อกลุ่มงานบริหารที่รับผิดชอบ 3) จัดประชุมบุคลากรในโรงเรียน เพื่อร่วมพิจารณาจัดทำข้อกำหนดที่สำคัญของแต่ละ กระบวนการทำงานทั้ง 2 ระบบ ภายใต้การบริหารงาน “PKPLS Model” ซึ่งทุกระบบงานจะต้องมีการดำเนินงาน ตามกระบวนการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน นิเทศกำกับติดตามและสรุปรายงานผลการทำงานเชิง ระบบ โดยใช้การประเมินโครงการ 70 โครงการ ตามหลักกลยุทธ์ของโรงเรียน และทุกระบบงานมีเป้าหมาย เดียวกัน คือ วิสัยทัศน์ และผลลัพธ์ทั้ง 5 ระบบ 4) แต่ละงานมีการบูรณาการการดำเนินการร่วมกันตั้งแต่การวางแผนงาน การดำเนินการ และ การประเมินผลกับงานที่เกี่ยวข้อง (2) แนวคิดในการออกแบบ (Design Concepts) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยนำหลักการจัดองค์กรในระบบราชการมาเป็นกรอบแนวคิดในการออกแบบ โครงสร้างการบริหารงานมีกรอบงานอย่างชัดเจน แบ่งงานเป็น 4 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริหาร งบประมาณ กลุ่มบริหารงานบุคคล และกลุ่มบริหารทั่วไป มีการกระจายอำนาจตามโครงสร้างการบริหารงานทั้ง 4 กลุ่มงาน กำหนดมาตรฐานการทำงาน กฎระเบียบในการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพภายใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครอบคลุมการบริหารงานแบบ “PKPLS Model” เป็นหลักคิดในการวิเคราะห์และ


72 ออกแบบระบบงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรมีคุณภาพ โดยการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพ การ ดำเนินงานทุกระบบและทุกขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ออกแบบหลักสูตรและกระบวนการทำงานตามโครงสร้างการบริหารงาน ค้นหาข้อมูลวิเคราะห์ ทิศทางการพัฒนาการออกแบบหลักสูตรและกระบวนการของโรงเรียน กำหนดเป็นโครงสร้างการบริหารงานทั้ง 4 กลุ่มงาน ที่สอดคล้องกับระบบการประกันคุณภาพภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่งตั้งคณะกรรมการ ปฏิบัติงานตามโครงสร้างการบริหารงาน ขั้นที่ 2 จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานตามโครงสร้างการบริหารงาน วิเคราะห์ภาระงานที่สำคัญและ จำเป็นในการออกแบบหลักสูตรและกระบวนการทั้ง 4 กลุ่มงานแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานคุณภาพ การศึกษาโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ขั้นที่ 3 ติดตามประเมินผล วิเคราะห์ สรุป ปรับปรุง พัฒนาสู่นวัตกรรม เป็นขั้นการตัดสินใจเลือกใช้ ระบบในการขับเคลื่อนการบริหารการจัดการศึกษาโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ขั้นที่ 4 ส่งเสริมพัฒนาการออกแบบหลักสูตรและกระบวนการตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของ โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ทบทวนแนวทางดำเนินงานหรือการดำเนินงานสู่ความสำเร็จของความเป็นระบบ ข. การจัดการกระบวนการ (Process Management) (1) การนำกระบวนการทำงานไปสู่กระบวนการปฏิบัติ (Process Implementation) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยกำหนดกระบวนการสร้างคุณค่าและข้อกำหนดสำคัญในการสร้างคุณค่า แล้วดำเนินการออกแบบกระบวนการทำงาน โดยจัดทำข้อกำหนดสำคัญที่นำไปสู่การจัดการกระบวนการทำงาน ดังนี้ 1) ผู้รับผิดชอบในแต่ละกระบวนการ สำรวจสารสนเทศที่ได้จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ผลการ ประเมินโครงการหลัก 70 โครงการตามแผนกลยุทธ์ของโรงเรียน 2) ศึกษาคู่มือการปฏิบัติงานของระบบงาน แล้วนำสารสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์ความสอดคล้องกับ ระบบงานทั้ง 5 ระบบ คือ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และระบบเรียนรู้ตามรูปแบบการบริหารของโรงเรียนพระ โขนงพิทยาลัย 3) ศึกษาและวิเคราะห์ขีดความสามารถในการสร้างคุณค่า เพื่อนำสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 4) ลงมือปฏิบัติภาระงานในระบบงาน โดยนำข้อบกพร่องหรือข้อเสนอแนะจากการดำเนินงานในระบบ ของปีที่ผ่านมานำมาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในปีการศึกษาใหม่ 5) นิเทศ/กำกับติดตาม/ตรวจสอบ ด้วยระบบการนิเทศทั้งแบบ online และ onsite โดยการนิเทศจะ เป็นแบบกัลยาณมิตรเพื่อช่วยเหลือ แนะนำและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในระหว่างการทำงาน และกระตุ้นให้ผลลัพธ์ ของงาน เป็นไปตามเงื่อนไขของระยะเวลา และงบประมาณตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 6) วิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมจากผู้เกี่ยวข้องกับระบบงาน มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบผลลัพธ์ หรือกับคู่เทียบกับโรงเรียนที่กำหนด (โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต) จัดทำสารสนเทศของ ระบบงาน


73 7) รายงานผลให้กับผู้บังคับบัญชา คณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เผยแพร่ให้กับผู้ปกครอง ชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยการรายงานแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน เช่น เว็บไซต์ของโรงเรียน https://prakanong.ac.th หรือหน้าเพจ เฟสบุ๊ก https://th-th.facebook.com/prakhanongpittayalai 8) ปรับปรุงคู่มือระบบงานโดยนำสารสนเทศที่ได้จากการประเมินและรายงานมาปรับปรุง เพื่อให้มี ความถูกต้อง สมบูรณ์ ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบระบบงานในปีต่อไปสามารถศึกษาและลงมือปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด (2) กระบวนการสนับสนุน (Support Process) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยมีวิธีการในการกำหนดกระบวนการสนับสนุนการบริหารจัดการของโรงเรียนที่ สำคัญ โดยใช้ระบบงาน ได้แก่ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และระบบเรียนรู้ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผ่านการบริหารโรงเรียนแบบ “PKPLS Model” และให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ส่งมอบมีสินค้าที่มีคุณภาพในการ สนับสนุนกระบวนการหลักของโรงเรียน ดังนี้ 1) ครูนำข้อมูลจากการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน มาวิเคราะห์ตามตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ 2) ครูมีการจัดทำวิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนละ 1 เรื่อง เพื่อแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอน และ นำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ สร้างสื่อนวัตกรรมให้กับนักเรียน 3) ปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเหมาะสมและตรงตามความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ท้องถิ่นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4) นิเทศกำกับติดตามจากกลุ่มบริหาร หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ด้วยระบบการนิเทศแบบออนไลน์ โดยการนิเทศจะเป็นแบบกัลยาณมิตรเพื่อประเมินและติดตามการนำหลักสูตรไปใช้และการจัดการเรียนรู้ เพื่อนำ ข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น 5) มีกระบวนการวัดและประเมินผลด้านหลักสูตรของโรงเรียน โดยประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผลจากการปฏิบัติงาน กิจกรรมและโครงการ มีความสอดคล้องกับเป้าหมาย วัตถุประสงค์ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้และการบริหารงานของโรงเรียน (3) การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการ (Product and Process) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยดำเนินการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยวัดประสิทธิภาพการ ทำงานโดยใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนแบบ “PKPLS Model” ซึ่งเป็นระบบที่ขับเคลื่อนในการปรับปรุง หลักสูตร โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยจึงเน้นระบบ 5 ระบบ ซึ่งประกอบด้วยระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม สร้าง องค์ความรู้ นโยบายการศึกษา ภาวะผู้นำวิชาการ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการพัฒนาและปรับปรุง หลักสูตรและกระบวนการดำเนินงาน ดังนี้


74 3.1) การปรับปรุงหลักสูตร มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ แผนภาพที่ 6.1 แสดงขั้นตอนการปรับปรุงหลักสูตร 3.1.1) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน - สำรวจความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองเกี่ยวกับทักษะอาชีพที่นักเรียนสนใจ เพื่อ นำมาปรับและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้มีความหลากหลาย ตรงตามความต้องการของผู้เรียน - วิเคราะห์ศักยภาพของโรงเรียนภายใต้บริบทของนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนโดยรอบ - นำนโยบายการพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการมากำหนดแนวทางในการพัฒนา การศึกษาของโรงเรียน นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มาพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะกระบวนการในการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ มีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดตามบริบทของโรงเรียนที่ชัดเจน - ครูที่ปรึกษาสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคล คัดกรองนักเรียน พัฒนาด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน มีการประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียน (SDQ) กิจกรรมสร้าง เสริมคุณธรรม จริยธรรม สรุปและรายงานผลการช่วยเหลือนักเรียนและประชุมผู้ปกครองนักเรียนประจำชั้นเรียน - นำผลการประเมินหลักสูตรในรอบปีการศึกษาก่อนหน้านี้มาเป็นข้อมูลประกอบการร่าง หลักสูตรใหม่ ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูล พื้นฐาน จัดทำและร่าง หลักสูตรโรงเรียน นำหลักสูตรไปใช้ ตรวจสอบคุณภาพ ของหลักสูตร ประเมินผล หลักสูตร


75 3.1.2) จัดทำหลักสูตรโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย โดยร่างและปรับปรุงจากหลักสูตรเดิมร่วมกับผลจาก การสำรวจในขั้นก่อนหน้านี้ ทั้งในส่วนของการกำหนดจุดประสงค์ของหลักสูตร กำหนดเนื้อหาสาระ การจัดการ เรียนการสอน กิจกรรมและสื่อต่าง ๆ รวมถึงกำหนดวิธีวัดและประเมินผลผู้เรียน 3.1.3) ตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตร โดยการประเมินหลักสูตรจากผู้เชี่ยวชาญ ฝ่ายบริหาร และ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ 3.1.4) นำหลักสูตรไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริง และมีการบันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1.5) ประเมินผลหลักสูตร โดยออกแบบตารางประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ การนิเทศจากฝ่าย บริหาร และหัวหน้ากลุ่มสาระฯ และนำผลการประเมินเข้าประชุมคณะกรรมการบริหารวิชาการอย่างสม่ำเสมอ และนำผลที่ได้ไปใช้ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรในปีการศึกษาต่อไป ตารางที่ 6.1 แสดงหลักการขับเคลื่อนใน PKPLS MODEL ที่นำมาใช้ในขั้นตอนการปรับปรุงหลักสูตร ขั้นตอน/Model P K P L S ศึกษาและ วิเคราะห์ข้อมูล พื้นฐาน จัดทำหลักสูตร โรงเรียน ตรวจสอบ คุณภาพของ หลักสูตร นำหลักสูตรไปใช้ ประเมินผล หลักสูตร 3.2) การปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน ปรับปรุงการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการส่งเสริมและ พัฒนาใน 3 ด้าน ดังนี้ 3.2.1) พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องและเทียบเคียงความเป็นสากล จัดทำหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมใน โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดการเรียนการ สอนโดยใช้ภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่สองทุกระดับชั้น นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาสอดแทรกเข้าไปบูรณาการ ในหลักสูตรสถานศึกษาทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับชุมชน ท้องถิ่นและบริบทของโรงเรียน


76 3.2.2) พัฒนาความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ชุมชน ภาครัฐและเอกชนในการจัดการศึกษา พัฒนาการเรียนรู้โดยบูรณาการการสอนเป็นภาษาอังกฤษในรายวิชา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนรายวิชาเพิ่มเติมภาษาจีน 3.2.3) พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ มีการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ศึกษา ดูงาน อบรมสัมมนาและพัฒนาผลงานวิชาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ค้นหาและ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนได้ ค. การจัดการนวัตกรรม (Innovation Management) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยมีกระบวนการจัดการความเสี่ยง จากการวิเคราะห์ทบทวนผลการดำเนินงาน การประเมินความสำเร็จของการทำงานจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการบริหารแบบ “PKPLS Model” ในการประเมินความสำเร็จของการแข่งขัน และนำข้อมูลจากการประเมินจัดลำดับความสำคัญและความก้าวหน้าของการดำเนินการ ผลความก้าวหน้าเทียบ กับตัวชี้วัดความสำเร็จ รวมทั้งมีการประเมินประสิทธิภาพในการทำงานของทุกส่วนที่จะตอบสนองอย่างรวดเร็ว ต่อความเปลี่ยนแปลงในด้านความต้องการขององค์กรและความท้าทาย จากกระบวนการทำงานดังกล่าวส่งผล อย่างต่อเนื่องต่อการดำเนินงานจนเกิดนวัตกรรม 6.2 ประสิทธิผลของการปฏิบัติการ (Operational Effectiveness) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยพัฒนาระบบงานตามโครงสร้างการบริหาร มีวิธีการจัดการและปรับปรุง ระบบงานเพื่อสร้างคุณค่าแก่นักเรียน ทำให้โรงเรียนประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน แสดงการจัดการกระบวนการ โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ที่เกิดจากองค์ประกอบที่ต่อเนื่องเป็นระบบ ดังนี้ P การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) เป็นการวางแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษาร่วมกับทุกฝ่ายในองค์กร เพื่อดำเนินกิจกรรมให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ อัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ ของโรงเรียน มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานตามโครงสร้าง การบริหารงานโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ทุกปีการศึกษา K การสร้างองค์ความรู้ (Knowledge) เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความสามารถของตนเอง อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสรรค์วิธีการใหม่ ๆ ในการทำงานร่วมกัน โดยการแบ่งปันความรับผิดชอบแก่บุคลากรให้ สอดคล้องกับความรู้ความสามารถและความถนัด P นโยบายการศึกษา (Policy) เป็นการนำนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงศึกษาธิการมาปรับใช้ในการ พัฒนาระบบงานภายในสถานศึกษา มีการติดตามตรวจสอบความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนา คุณภาพการจัดการศึกษา สร้างคุณค่าของระบบงาน และเพื่อให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่าง บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้


77 L ภาวะผู้นำวิชาการ (Leadership) เป็นการใช้กลยุทธ์การเป็นผู้บริหารดำเนินกิจกรรมด้านวิชาการ ให้บรรลุเป้าหมายของหลักสูตรในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลต่อผู้เรียน โดยมีปฏิทิน การทำงาน ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการและปฏิทินการปฏิบัติงานของแต่ละงาน สร้างนวัตกรรมสนับสนุน กิจกรรมสำคัญขององค์กร นำข้อมูลที่ได้ใช้เป็นสารสนเทศ สำหรับการวัดวิเคราะห์ และจัดการความรู้ S หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) เป็นการกำกับการจัดทำ แผนปฏิบัติการประจำปี การจัดสรรงบประมาณให้พอดีตามรายรับและรายจ่ายของสถานศึกษา โดยใช้หลักเหตุผล ตามความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ก. ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ (Process Efficiency and Effectiveness) ในแต่ละปีโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุน เงินปัจจัยพื้นฐาน และเงินระดมทรัพยากรดำเนินการจัดเก็บตาม ระเบียบและตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา ประกาศ กระทรวงศึกษาธิการเรื่องการระดมทรัพยากรของสถานศึกษา โรงเรียนนำเงินที่ได้รับมาจัดสรรงบประมาณ โดย จัดสรรไปตามงานทั้ง 4 กลุ่มงาน ผู้อำนวยการโรงเรียนมอบหมายให้รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงบประมาณเป็น ผู้กำกับติดตามการใช้งบประมาณที่ได้รับ รองผู้อำนวยการมอบหมายให้ครูผู้รับผิดชอบโครงการและกิจกรรมของ โรงเรียนดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานประจำปีให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ/กิจกรรม โดยใช้เงินอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า มีกระบวนการควบคุมต้นทุนการจัดการศึกษา ดำเนินการตามกฎระเบียบข้อบังคับด้านการเงิน แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลและติดตามการลดต้นทุนการจัดการศึกษาสร้างความ ตระหนักและจิตสำนึกให้บุคลากรในโรงเรียนให้มีส่วนร่วมในการลดต้นทุน กำหนดผู้รับผิดชอบในการจัดทำ โครงการ/แผนการลดและควบคุมต้นทุนและองค์ประกอบของการควบคุมต้นทุน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยมีระบบงานควบคุมต้นทุนการจัดการศึกษา ดังนี้ 1) มีการสำรวจความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองเกี่ยวกับทักษะอาชีพที่นักเรียนสนใจ เพื่อ นำมาปรับและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้มีความหลากหลาย ตรงตามความต้องการของผู้เรียน โดยแบ่ง ห้องเรียนออกเป็นแผนการเรียนต่าง ๆ รวมถึงตอบสนองนโยบายส่งเสริมพัฒนาทักษะอาชีพและส่งเสริมการมีงาน ทำของภาครัฐ โดยให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัย ที่จะต้องได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือให้ สูงขึ้นสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีความรู้ ความสามารถ และ ทักษะฝีมือที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ดังนี้


78 ตารางที่ 6.2 แสดงการเปรียบเทียบแผนการเรียน ปีการศึกษา 2563-2565 ปีการศึกษา ม.ต้น ม.ปลาย 2563 แผนการเรียนปกติทุกห้องเรียน (ยังไม่มีแยกแผนการเรียนอื่น) 7 แผนการเรียน - วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (3 ห้องเรียน) - ภาษาอังกฤษ-คณิตศาสตร์ (1 ห้องเรียน) - ภาษาอังกฤษ-คอมพิวเตอร์ (1 ห้องเรียน) - ภาษาอังกฤษ-ภาษาจีน (1 ห้องเรียน) - ภาษาอังกฤษ-ภาษาญี่ปุ่น (1 ห้องเรียน) - ทวิภาคี สาขา ธุรกิจค้าปลีก (1 ห้องเรียน) - อาชีพศึกษา (1 ห้องเรียน) 2564 7 แผนการเรียน - ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ - วิทยาศาสตร์ (1 ห้องเรียน) - คณิตศาสตร์ (1 ห้องเรียน) - เทคโนโลยีสารสนเทศ (2 ห้องเรียน) - กีฬาและนันทนาการ (2 ห้องเรียน) - ศิลปกรรม (1 ห้องเรียน) - ศิลป์ภาษา (1 ห้องเรียน) 7 แผนการเรียน - เตรียมวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (2 ห้องเรียน) - เตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศ (1 ห้องเรียน) - เตรียมวิทยาการจัดการ (1 ห้องเรียน) - เตรียมศิลปกรรม (1 ห้องเรียน) - เตรียมพลศึกษา (1 ห้องเรียน) - เตรียมศิลปศาสตร์ ภาษาญี่ปุ่น (1 ห้องเรียน) - เตรียมศิลปศาสตร์ ภาษาจีน (1 ห้องเรียน) 2565 8 แผนการเรียน - ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ - วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (2 ห้องเรียน) - เทคโนโลยีสารสนเทศ (1 ห้องเรียน) - กีฬาและนันทนาการ (2 ห้องเรียน) - สังคมศาสตร์ (1 ห้องเรียน) - ศิลปกรรม (1 ห้องเรียน) - ศิลปศาสตร์ ภาษาจีน (1 ห้องเรียน) - ศิลปศาสตร์ ภาษาญี่ปุ่น (1 ห้องเรียน) 10 แผนการเรียน - เตรียมวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (1 ห้องเรียน) - เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ (1 ห้องเรียน) - เตรียมสถาปัตยกรรมศาสตร์ (1 ห้องเรียน) - เตรียมวิทยาศาสตร์การกีฬา (1 ห้องเรียน) - เตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศ (1 ห้องเรียน) - เตรียมสังคมศาสตร์ (1 ห้องเรียน) - เตรียมศิลปกรรม (1 ห้องเรียน) - เตรียมศิลปศาสตร์ ภาษาญี่ปุ่น (1 ห้องเรียน) - เตรียมศิลปศาสตร์ ภาษาจีน (1 ห้องเรียน) - เตรียมผู้ประกอบการธุรกิจสมัยใหม่ (1 ห้องเรียน) 2) วิเคราะห์รายรับ รายจ่าย และภาระงาน เป็นการรวบรวมข้อมูลด้านการเงินของระบบงานที่ผ่านมา วิเคราะห์เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพิจารณาจัดสรรทุน งบประมาณค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับภาระงาน ประมาณการรับเงินและการจ่ายเงินของแต่ละระบบงานตามโครงสร้างการบริหารงานทำให้ทราบว่าระบบงานนั้น มีเงินหมุนเวียนในการบริหารจัดการแต่ละช่วงเวลาตามปฏิทินการทำงานมากน้อยเพียงใด เพียงพอหรือไม่ โดยวิเคราะห์จากเงินงบประมาณและยอดเงินสุทธิที่ได้รับการจัดสรร


79 3) กำหนดต้นทุน พิจารณาข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ กำหนดสิ่งที่ต้องการคิดต้นทุนการจัดการศึกษาของ โรงเรียน (Cost Object) ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ต้นทุนสำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ต้นทุนสำหรับ กิจกรรมสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอน และต้นทุนสำรอง 4) จัดสรรทุน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยกำหนดต้นทุนพร้อมจัดสรรทุนและค่าใช้จ่ายในอัตรา 60:15:10:10:5 ประกอบด้วย - กลุ่มบริหารวิชาการ 60% - กลุ่มบริหารงบประมาณ 15% - กลุ่มบริหารงานบุคคล 10% - กลุ่มบริหารทั่วไป 10% - สำรองจ่ายส่วนกลาง 5% 5) การเบิกจ่าย ดำเนินการโดยยึดระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการ บริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ. 2560 โดยฝ่ายบริหารทำหน้าที่กำกับติดตาม ให้บุคลากร ปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับ มอบหมายให้บรรลุเป้าหมาย 6) ประเมินประสิทธิภาพของระบบงาน โดยใช้ “PKPLS Model” โดยวัดจากร้อยละของโครงงาน/ กิจกรรมที่ใช้งบประมาณตามแผนปฏิบัติการ ข. การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply-Chain Management) ในการตัดสินใจเลือกองค์กรห่วงโซ่อุปทาน โรงเรียนมีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะกรรมการวิเคราะห์ความต้องการและความจำเป็นของสินค้าและบริการ 2) ตัดสินใจเลือกสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพการใช้งาน และป้องกัน ความเสี่ยงสัญญาณล่มจึงเลือกใช้บริการของสามบริษัท 3) ทำสัญญาเช่ารายปี 4) ประเมินผลการดำเนินงาน หรือประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียตามแบบฟอร์มและหลักเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ในกรณีไม่ผ่านการประเมินจะไม่มีการต่อสัญญา จ้างหรือสัญญาเช่าในปีต่อไป โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีผู้ส่งมอบ ดังนี้ เครือข่าย UniNet ทำหน้าที่จัดหาวงจรสื่อสัญญาณความเร็วสูงเพื่อใช้สำหรับการเชื่อมโยงเครือข่าย สารสนเทศและการสื่อสารของสถาบันอุดมศึกษา โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาการศึกษา เพื่อให้แต่ละสถาบันได้เข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการจัด การศึกษา สามารถเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ บริษัท 3bb จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรู คอเปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่ส่งมอบ สัญญาณ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยโรงเรียนดำเนินการจัดทำสัญญาเช่าและข้อตกลงตามระเบียบการเงินและ


80 พัสดุ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ส่งมอบมีสินค้าและบริการที่มีคุณภาพเพียงพอที่จะสนับสนุนกระบวนการหลักของ โรงเรียน บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่ดำเนินการประสานงานเบิกจ่ายค่าประกันอุบัติเหตุ ต่อสถานพยาบาลให้กับนักเรียนใช้ในการรักษาพยาบาลอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ (อ.บ. 2) (ขยายความคุ้มครอง ถึงการขับขี่และโดยสาร จักรยานยนต์) เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ในวงเงินครั้งละ 10,000 บาท และกรณีเสียชีวิต จากอุบัติเหตุ ผู้ปกครองเบิกค่าผลประโยชน์ชดเชยได้ในวงเงิน 100,000 บาท เพื่อให้นักเรียนได้รับความคุ้มครอง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและได้รับการรักษาพยาบาลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ บริษัท ซีเอ็นริช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำหน้าจัดหาครูเจ้าของภาษาและครูชาวต่างชาติที่มี ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้ดีตามเกณฑ์ที่กำหนด มีวุฒิทางการสอนภาษาอังกฤษ เช่น TEFL หรือ TESOL มาทำหน้าที่ในการสอนทักษะทางภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนตามรูปแบบและมาตรฐานของโรงเรียน และมี ความสามารถในการทำหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมายจากโรงเรียนตามข้อตกลง เพื่อให้นักเรียนได้รับ การส่งเสริมด้านทักษะภาษาอังกฤษอย่างครบถ้วนทั้งในด้านการฟัง พูด อ่านและเขียน อย่างมีประสิทธิภาพ ตารางที่ 6.3 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรวมผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อครู ชาวต่างชาติระหว่างปีการศึกษา 2563-2565 2563 2564 2565 ค่าเฉลี่ย 4.42 4.57 4.70 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.70 0.71 0.67 ระดับคุณภาพ พึงพอใจมาก พึงพอใจมากที่สุด พึงพอใจมากที่สุด ตารางที่ 6.4 ตารางเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยร้อยละของผลการนิเทศการจัดการเรียนการสอนของครูชาวต่างชาติ ระหว่างปีการศึกษา 2563-2565 2563 2564 2565 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 84.67 89.33 92.00 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.44 0.50 0.49 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม ค. การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและภาวะฉุกเฉิน (Safety and Emergency Preparedness) 1. ความปลอดภัย (Safety) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีการดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินภายใน โรงเรียน รวมถึงการดูแลความปลอดภัยต่อครู บุคลากร และนักเรียนอย่างเป็นระบบ และวางระบบบริหารที่ ครอบคลุม เตรียมความพร้อมต่อระบบความปลอดภัยที่ส่งผลต่อภาวะเสี่ยงเกี่ยวกับทรัพย์สินของสถานศึกษา


81 สุขภาพอนามัยของครู นักเรียน ซึ่งเป็นภาวะเสี่ยงและเป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนพระโขนง พิทยาลัย ได้จัดเตรียมความพร้อมไว้ 4 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่ 1 วางแผนระบบเป็นกระบวนการต่อเนื่อง แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อดูแลสภาพแวดล้อม และความ ปลอดภัยในโรงเรียน ขั้นที่ 2 ระบุความปลอดภัย เป็นการวิเคราะห์ลักษณะของสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยกกกกกก ขั้นที่ 3 คณะกรรมการดูแลรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน การป้องกันอุบัติเหตุ และการดูแลความ ปลอดภัยในการขับขี่จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ การตรวจสุขภาพประจำปีของนักเรียน การบริจาคโลหิต ขั้นที่ 4 ตรวจสอบประสิทธิภาพและประเมินผลความสำเร็จของงาน ขั้นที่ 5 หาแนวทางแก้ไขสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยที่เป็นภาวะเสี่ยงต่อการพัฒนาการเรียน การสอนและการดำเนินงานต่าง ๆ ของโรงเรียน โดยใช้กระบวนการ “PKPLS Model” เป็นกระบวนการสำคัญ ในการทำงาน 2. การเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน (Emergency Preparedness) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย มีการเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และวางระบบบริหารที่ครอบคลุม แสดง ระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินในโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย แผนภาพที่6.2 แสดงระบบการเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉินในโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย จากแผนภาพข้างต้น แสดงระบบการเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉินในโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย เป็นการเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉินอันอาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นภาวะเสี่ยงและเป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษา ของโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ได้จัดเตรียมความพร้อมไว้ 4 ขั้น


82 ขั้นที่ 1 ระบุภัยพิบัติเป็นการวิเคราะห์ลักษณะของภัยพิบัติ สถานการณ์ และกำหนดภาวะฉุกเฉินอัน อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกับฝ่ายบริหาร ประชุมชี้แจงถึงสภาวะ ฉุกเฉินอันอาจเกิดผลกระทบต่อกระบวนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ระบุเหตุผลและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น อัคคีภัย วาตภัย ไฟฟ้าขัดข้อง การกำจัดขยะ โรคระบาด การชุมนุมที่เกิดจากการขัดแย้งทางการเมือง และใน สังคมเทคโนโลยีขัดข้อง วิเคราะห์ระดับความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการสำคัญของโรงเรียน และจัด ระดับความรุนแรงของสถานการณ์หรือภาวะฉุกเฉิน ขั้นที่ 2 ระบุผลกระทบ เป็นกระบวนการต่อเนื่องจากขั้นที่ 1 โดยระบุผลกระทบและระดับความ รุนแรงที่มีต่อกระบวนการสำคัญของโรงเรียน ขั้นที่ 3 กำหนดกลยุทธ์เป็นการวางแผนเตรียมความพร้อมในการรับภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อกระบวนการสร้างคุณค่าของโรงเรียนสร้างให้เกิดความยืดหยุ่นในด้านขีดความสามารถ ในการปฏิบัติงานให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความสูญเสียต่อ โรงเรียน ครู นักเรียน และกระบวนการสำคัญของโรงเรียนน้อยที่สุด ขั้นที่ 4 วางแผนฟื้นฟูการเตรียมความพร้อมต่อการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนเกิดภัย การ จัดระบบปฏิบัติการรองรับภาวะฉุกเฉิน จัดทำแผนปฏิบัติการรองรับ หากเกิดภาวะฉุกเฉิน จะมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการทำงานร่วมกับฝ่ายบริหาร ในการวางแผนฟื้นฟูภายหลังเกิดเหตุ ประกาศมาตรการเตรียมความ พร้อมต่อภาวะฉุกเฉินของโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระบบการดำเนินงานเตรียมความ พร้อมในด้านต่าง ๆ ไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามลักษณะความเสี่ยงภัยในทุกขั้นตอน ทั้งในช่วงก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุฉุกเฉินและภายหลังที่เกิดเหตุ เพื่อให้บุคลากรในโรงเรียนได้ทราบและเข้าใจหลักการ ขั้นตอน และวิธีการปฏิบัติเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน และเพื่อให้บุคลากรทุกคนได้มีส่วนร่วมในแผนฉุกเฉินของโรงเรียน และประเมินประสิทธิภาพของระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินโดยใช้ “PKPLS Model” และสรุปปัญหาจากการ วิเคราะห์สถานการณ์ไว้เป็นข้อมูลในการวางแผนครั้งต่อไป ดังนี้ 1) ผู้บริหาร หัวหน้ากลุ่มงาน และคณะครูประชุมเพื่อกำหนดแนวทางในการวางแผนฟื้นฟู ภายหลังเกิดเหตุ 2) แต่งตั้งคณะทำงานและประชุมคณะทำงาน แบ่งหน้าที่ภาระงานและกำหนดหน้าผู้รับผิดชอบ ในการฟื้นฟูภายหลังเกิดเหตุ 3) คณะทำงานดำเนินการสำรวจความเสียหาย นำมาเรียงลำดับที่ต้องการพัฒนาอย่างเร่งด่วนใน การดำเนินการก่อนลำดับแรก นำผลการสำรวจและเรียงลำดับแล้ว มาประชุมวางแผนเพื่อหาแนวทางในการฟื้นฟู ความเสียหาย 4) คณะทำงานดำเนินงานตามแผนที่วางไว้โดยระหว่างการดำเนินงานมีการติดตามผลการ ดำเนินงานเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง 5) คณะทำงานสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนา พร้อมทั้งระบุปัญหา และอุปสรรคในการฟื้นฟู เพื่อดำเนินงานต่อไป


83 หมวด 7 ผลลัพธ์ (Results) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยบริหารสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยใช้รูปแบบการบริหารแบบ PKPLS Model เพื่อให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนมีคุณภาพเป็นไปตามความคาดหวังของนักเรียนและผู้มีส่วน ได้ส่วนเสีย โดยผ่านงานประจำตามโครงสร้างการบริหารกิจกรรม/โครงการตามแผนกลยุทธ์ของโรงเรียนที่มีระบบ นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นที่นักเรียน ครูและบุคลากร ทางการศึกษา ทั้งนี้ได้มีการวิเคราะห์และทบทวนข้อมูลสารสนเทศของผลลัพธ์ เพื่อทราบถึงการดำเนินการ โดยรวมของโรงเรียน เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาซึ่งมีผลลัพธ์ตามข้อกำหนดพื้นฐาน ประกอบด้วย 7.1 ผลลัพธ์ด้านหลักสูตรและกระบวนการ (Product and Process Results) การดำเนินการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและกระบวนการจัดการเรียนการสอน นับได้ว่าเป็น ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญของโรงเรียน ซึ่งดำเนินการปรากฏผลลัพธ์ ดังนี้ ก. ผลลัพธ์ด้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นนักเรียน (Student Focused Product and Process Result) โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ได้พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลายภายใต้กรอบโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และความต้องการของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลจาก การรับฟังเสียงของนักเรียนปัจจุบันและนักเรียนในอนาคต จากผลการดำเนินการด้านหลักสูตรและกระบวนการ จัดการเรียนการสอน ตอบสนองโดยตรงต่อนักเรียนและผู้ปกครอง มีผลลัพธ์ดังนี้ การติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตรของโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยเกี่ยวกับความพึงพอใจของ ครูผู้สอนที่มีต่อการใช้หลักสูตร โดยการทำแบบสำรวจความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลักสูตร สถานศึกษาโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย อันประกอบด้วยครูผู้สอน ผู้ปกครองและนักเรียน สรุปได้ตามตารางดังนี้


84 ตารางที่ 7.1 แสดงระดับพึงพอใจของครูผู้สอนต่อการใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย เป็นภาพรวม ประเด็นการประเมิน x S.D. ระดับ คุณภาพ 1.วิสัยทัศน์ 1.1 แสดงภาพของนักเรียนที่พึงประสงค์ในอนาคตอย่างชัดเจน 4.28 0.52 ดี 1.2 มีความครอบคลุมสภาพความต้องการของชุมชน และท้องถิ่น 4.34 0.54 ดี 1.3 มีเอกลักษณ์แสดงถึงความโดดเด่นของโรงเรียน 4.41 0.53 ดี 2.คุณลักษณ์อันพึงประสงค์ (โรงเรียน) 2.1 สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ หรือเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย 4.45 0.52 ดี 2.2 สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความจำและความต้องการของชุมชน 4.22 0.56 ดี 2.3 สอดคล้องกับสภาพสถานศึกษาและสภาวะปัจจุบัน 4.37 0.51 ดี 3. โครงสร้างเวลาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ของหลักสูตรสถานศึกษา 3.1 สอดคล้องกับโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 4.58 0.51 ดีมาก 3.2 สัดส่วนเวลาที่กำหนดมีความเหมาะสมกับแต่ละกลุ่มสาระ 4.41 0.57 ดี 4. องค์ประกอบสำคัญในคำอธิบายรายวิชา(กลุ่มสาระการเรียนรู้) 4.1 กำหนดรหัสวิชา ชื่อวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ชั้นที่สอน ภาคเรียนที่สอน จำนวนชั่วโมง จำนวนหน่วยกิต ครบถ้วน 4.66 0.59 ดีมาก 4.2 องค์ความรู้ตรงตามตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 4.55 0.52 ดีมาก 4.3 ทักษะและกระบวนการสอดคล้องกับธรรมชาติสาระการเรียนรู้ 4.42 0.56 ดี 4.4 คุณลักษณะพึงประสงค์กับสาระการเรียนรู้มีความเหมาะสม 4.35 0.58 ดี 5. การจัดการเรียนรู้และการส่งเสริมการเรียนรู้ 5.1 กำหนดตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้เป็นเป้าหมายของการสอน 4.75 0.51 ดีมาก 5.2 จัดการเรียนแบบบูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ 4.43 0.53 ดี 5.3 เน้นทักษะกระบวนการที่หลากหลาย 4.27 0.57 ดี 5.4 กำหนดชิ้นงานและภาระงานเหมาะสมกับตัวชี้วัดผลการเรียนรู้ 4.39 0.57 ดี 5.5 กิจกรรมสะท้อนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ 4.43 0.53 ดี 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อและแหล่งเรียนรู้เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้ 4.15 0.54 ดี 6.2 สื่อและแหล่งเรียนรู้มีเพียงพอในการกิจกรรมการเรียนรู้ 4.43 0.53 ดี 7. การวัดและประเมินผล 7.1 กำหนดเกณฑ์การประเมินรายวิชาชัดเจน 4.63 0.51 ดีมาก 7.2 วิธีการประเมินผลเป็นไปตามสภาพจริง 4.71 0.58 ดีมาก 7.3 วิธีการประเมินผลมีความหลากหลายสอดคล้องกับเป้าหมายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.32 0.51 ดี รวม 4.41 0.54 ดี


85 ผลการประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอนต่อการใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ภาพรวมอยู่ระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.41 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ข้อ 5.1 กำหนดตัวชี้วัด ผลการเรียนรู้เป็น เป้าหมายของการสอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 และรองลงมา คือ ข้อ 7.2 วิธีการประเมินเป็นไปตามสภาพจริง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 ความคิดเห็นเพิ่มเติม สรุปความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผลการประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอนต่อการใช้หลักสูตรสถานศึกษา เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงหรือพัฒนาเพื่อให้การเรียนการสอนเกิดประสิทธิภาพขึ้นและเป็นหลักสูตรที่ดี สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และเหมาะสมกับชุมชนสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ในแต่ละปี แผนภูมิที่ 7.1 แสดงระดับพึงพอใจของครูผู้สอนต่อการใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยเป็น ภาพรวม จากแผนภูมิที่ 7.1 พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอนต่อการใช้หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ในภาพรวมอยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.41 นอกจากนี้ ได้มีการประเมินหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย โดยการประเมินในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินด้านกระบวนการสร้างและพัฒนาหลักสูตร ด้านกระบวนการนำหลักสูตรไปใช้ในการ จัดการเรียนการสอนและด้านผลผลิตของหลักสูตรสถานศึกษา ผลลัพธ์ของการดำเนินการด้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอน ยังสะท้อนผ่านผลการ ประเมินคุณภาพการศึกษาของนักเรียน ปีการศึกษา 2563 – 2565


86 ตารางที่ 7.2 ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับ 3.0 ขึ้นไป จำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2563 – 2565 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยคู่เทียบกับโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ ร้อยละของจำนวนนักเรียน/ปีการศึกษา 2563 2564 2565 พระโขนงพิทยาลัย วชิรธรรมสาธิต พระโขนงพิทยาลัย วชิรธรรมสาธิต พระโขนงพิทยาลัย วชิรธรรมสาธิต ภาษาไทย 52.71 80.97 44.20 77.06 54.60 82.48 คณิตศาสตร์ 44.26 38.30 47.20 57.37 58.90 38.96 วิทยาศาสตร์ 71.28 74.84 60.85 71.41 73.85 74.03 สังคมศึกษา ฯ 67.91 69.28 57.20 72.24 73.10 78.00 สุขศึกษาและพลศึกษา 73.14 88.20 47.60 81.83 81.00 85.99 ศิลปะ 73.80 79.33 54.65 78.95 78.05 84.84 การงานอาชีพฯ 60.59 83.65 46.40 74.26 69.25 86.41 ภาษาต่างประเทศ 53.22 56.82 53.80 67.66 64.50 62.84 ร้อยละเฉลี่ย 62.11 71.42 51.50 72.60 71.30 74.19 แผนภูมิที่7.2 แสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตั้งแต่ระดับ 3.0 ขึ้นไป ปีการศึกษา 2563 – 2565 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย คู่เทียบกับโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต จากข้อมูลร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตั้งแต่ระดับ 3.0 ขึ้นไป ในปีการศึกษา 2563 – 2565 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย คู่เทียบกับโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต สรุปได้ว่า โรงเรียน พระโขนงพิทยาลัย มีร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยทุกกลุ่มสาระตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไป ในปีการศึกษา 2563 – 2565 ต่ำกว่าคู่เทียบกับโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต


87 ตารางที่ 7.3 ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับ 2.5 ขึ้นไป ในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ ความรู้ (IS) ปีการศึกษา 2563 – 2565 รายวิชา ร้อยละของจำนวนนักเรียน/ปีการศึกษา 2563 2564 2565 ระดับ 2.5 ขึ้นไป/ผ่าน ระดับ 2.5 ขึ้นไป/ผ่าน ระดับ 2.5 ขึ้นไป/ผ่าน IS1 75.69 83.26 86.45 IS2 81.26 87.54 91.78 IS3 86.55 90.25 95.47 ร้อยละเฉลี่ย 81.17 87.02 91.23 แผนภูมิที่7.3 ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับ 2.5 ขึ้นไป ในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ ความรู้ (IS) ปีการศึกษา 2563 – 2565 จากตารางพบว่า ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับ 2.5 ขึ้นไป ในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ (IS) ปีการศึกษา 2563 – 2565 มีร้อยละสูงขึ้น


88 ตารางที่7.4 ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 – 2565 จำแนก ตามระดับชั้น ระดับชั้น ร้อยละของนักเรียนตามระดับคุณภาพ 2563 2564 2565 ดีเยี่ยม ดี ดีเยี่ยม ดี ดีเยี่ยม ดี มัธยมศึกษาปีที่ 1 56.19 37.20 41.20 38.95 62.80 16.61 มัธยมศึกษาปีที่ 2 45.66 30.43 39.54 44.49 61.19 21.50 มัธยมศึกษาปีที่ 3 36.67 36.99 38.33 40.83 57.07 17.17 มัธยมศึกษาปีที่ 4 40.53 40.15 41.77 38.55 67.55 15.72 มัธยมศึกษาปีที่ 5 35.52 52.83 48.09 37.02 72.95 11.10 มัธยมศึกษาปีที่ 6 46.29 29.59 47.70 37.66 68.35 18.16 ร้อยละเฉลี่ย 43.08 37.85 42.67 39.65 64.84 16.66 แผนภูมิที่7.4 แสดงร้อยละของผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์(ระดับดีเยี่ยม) เปรียบเทียบปี การศึกษา 2563-2565 จำแนกตามระดับชั้น) จากตารางพบว่า จำนวนของนักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ปีการศึกษา 2563-2565 ที่ได้ผลการ ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อยู่ในระดับดีเยี่ยม มีจำนวนร้อยละสูงขึ้น


89 ตารางที่7.5 ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน เปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 – 2565 จำแนกตามระดับชั้น ระดับชั้น ร้อยละของนักเรียนตามระดับคุณภาพ 2563 2564 2565 ดีเยี่ยม ดี ดีเยี่ยม ดี ดีเยี่ยม ดี มัธยมศึกษาปีที่ 1 40.91 44.22 25.09 59.55 47.65 34.38 มัธยมศึกษาปีที่ 2 27.93 40.97 23.95 52.85 54.02 25.16 มัธยมศึกษาปีที่ 3 40.64 37.30 20.00 53.33 42.09 30.47 มัธยมศึกษาปีที่ 4 39.19 54.50 30.52 49.80 49.01 21.56 มัธยมศึกษาปีที่ 5 35.71 34.79 34.89 42.98 49.61 26.07 มัธยมศึกษาปีที่ 6 43.93 36.47 29.29 53.56 57.12 21.91 ร้อยละเฉลี่ย 37.83 41.19 27.19 52.18 49.68 26.77 แผนภูมิที่ 7.5 ร้อยละของการประเมินผลการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน เปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 – 2565 จากตารางพบว่า ร้อยละของนักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ปีการศึกษา 2563 – 2565 มีผลการ ประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน อยู่ในระดับดีเยี่ยม และระดับดีมีร้อยละสูงขึ้น


90 ข. ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลของกระบวนการทํางาน (Work Process Effectiveness Results) (1) ประสิทธิผลและประสิทธิภาพของกระบวนการ (Process Effectiveness and Efficiency) ตารางที่ 7.6 ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่ 3 (23-24 ธันวาคม 2555) มาตรฐาน ด้านการบริหาร จัดการและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มาตรฐานด้านการบริหารการจัดการ น้ำหนัก (คะแนน) คะแนน ที่ได้ ระดับ คุณภาพ มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการศึกษา กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน ตัวบ่งชี้ที่ 7 ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา 5.00 4.5 ดีมาก มาตรฐานที่ 3 การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน ตัวบ่งชี้ที่ 6 ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 10.00 8 ดีมาก จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่ 3 (23-24 ธันวาคม 2555) มาตรฐาน ด้านการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อยู่ในระดับดีมาก ตารางที่ 7.7 ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่ 4 ด้านการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน จุดเน้น : ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม ผลการพิจารณา ตัวชี้วัด สรุปผลการประเมิน 1. มีการระบุเป้าหมายคุณภาพของผู้เรียน ☐ ควรได้รับการพัฒนา ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ กำหนด O ปรับปรุง (1-3 ข้อ) O พอใช้ (4 ข้อ) เป็นไปตามเกณฑ์ที่ กำหนด ดี (5 ข้อ) 2. มีการระบุวิธีพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ตาม เป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน 3. มีผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนตามเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน 4. มีการนำผลประเมินคุณภาพของผู้เรียนมาพัฒนา ผู้เรียนด้าน ผลสัมฤทธิ์ให้สูงขึ้น 5. มีการนำเสนอผลการประเมินคุณภาพของผู้เรียนต่อผู้ที่ เกี่ยวข้อง


91 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ จุดเน้น : ส่งเสริมผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรม ผลการพิจารณา ตัวชี้วัด สรุปผลการประเมิน 1. มีการวางแผนการดำเนินการในแต่ละปีการศึกษา ☐ ควรได้รับการพัฒนาให้ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด O ปรับปรุง (1-3 ข้อ) O พอใช้ (4 ข้อ) เป็นไปตามเกณฑ์ที่ กำหนด ดี (5 ข้อ) 2. มีการนำแผนการดำเนินการไปใช้ดำเนินการ 3. มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการตามแผน 4. มีการนำผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงแก้ไขในปี การศึกษาต่อไป 5. มีการนำเสนอผลการบริหารจัดการของสถานศึกษาให้ผู้มีส่วน ได้ส่วนเสียได้รับทราบ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จุดเน้น : ครูจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม ผลการพิจารณา ตัวชี้วัด สรุปผลการประเมิน 1. ครูมีการวางแผนการจัดการเรียนรู้ครบทุกรายวิชา ทุกชั้นปี ☐ ควรได้รับการพัฒนาให้ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด O ปรับปรุง (1-3 ข้อ) O พอใช้ (4 ข้อ) เป็นไปตามเกณฑ์ที่ กำหนด ดี (5 ข้อ) 2. ครูทุกคนมีการนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้ในการจัดการเรียน การสอนโดยใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ 3. มีการตรวจสอบและประเมินผลการจัดการเรียนการสอนอย่าง เป็นระบบ 4. มีการนำผลการประเมินมาพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของ ครูอย่างเป็นระบบ 5. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อพัฒนา ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน สรุปผลการประเมิน 3 มาตรฐาน มาตรฐาน ระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ 1 ดี มาตรฐานที่ 2 ดี มาตรฐานที่ 3 ดี


92 ตารางที่ 7.8 ผลการประเมินคุณภาพภายใน ตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ปีการศึกษา 2563 – 2565 มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ผลการประเมินคุณภาพภายใน การประเมินตนเองของสถานศึกษา 2563 2564 2565 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน ดีเลิศ ดีเลิศ ดีเลิศ มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 4 ระบบประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิผล ดีเลิศ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สรุปผลการประเมินในภาพรวม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม จากข้อมูลข้างต้นสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานของระบบการบริหารวิชาการและกระบวนการจัดการเรียน การสอนรวมทั้งคุณภาพของนักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดในระดับยอดเยี่ยม ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลและประสิทธิภาพของนักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย แสดงได้จากจำนวน ของนักเรียนที่จบหลักสูตรตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 – 2565 มีดังนี้ ตารางที่ 7.9 แสดงค่าร้อยละของจำนวนนักเรียนที่จบหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2563 – 2565 หลักสูตร ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ทั้งหมด จบ ร้อยละ ทั้งหมด จบ ร้อยละ ทั้งหมด จบ ร้อยละ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น 315 281 89.21 297 263 88.55 241 216 89.63 หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย 257 239 93.00 265 241 90.94 239 220 92.05 จากตารางที่ 7.9 พบว่า จำนวนนักเรียนที่จบหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2563 – 2565 มีจำนวนร้อยละเพิ่มขึ้น


Click to View FlipBook Version