79
ระเบียบสถานศึกษาว่าดว้ ยการประเมินผลการเรียนตามหลักสตู ร
การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
โรงเรยี นสาธติ แหง่ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมบู่ ้านจอมบงึ พ.ศ. 2558
โดยที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ได้
ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตาม
ประกาศโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ลงวันที่ 1
พฤษภาคม พ.ศ 2557 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พุทธศักราช 2557 จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนด
ระเบียบสถานศึกษาว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 โรงเรยี นสาธติ แห่งมหาวทิ ยาลัยราช
ภัฏหม่บู ้าน พ.ศ.2558 ให้สอดคลอ้ งกบั ประกาศดังกลา่ ว
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความแห่งข้อบังคับว่าด้วยคณะ
กรรมการบรหิ ารโรงเรียนสาธติ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พ.ศ.
2557 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลยั
ราชภัฏหม่บู า้ นจอม จึงวางระเบียบไวด้ งั ตอ่ ไปน้ี
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ ระเบียบสถานศึกษาว่าด้วยการ
ประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู่ า้ นจอมบงึ พ.ศ. 2558”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป
ขอ้ 3 ให้ยกเลิกระเบยี บ ข้อบงั คับ หรือคำสัง่ อนื่ ใด ในส่วนท่ีกำหนด
ไวใ้ นระเบียบนีซ้ ่งึ ขัดหรือแย้งกับระเบยี บนี้ ใหใ้ ชร้ ะเบยี บนแ้ี ทน
ข้อ 4 ระเบียบนี้ให้ใช้ควบคู่กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน
จอมบงึ พ.ศ. 2558
ข้อ 5 ให้ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมบู่ ้านจอมบึงให้เปน็ ไปตามระเบยี บนี้
79
80
หมวด 1
หลักการดำเนนิ การวดั และประเมนิ ผลการเรียน
ขอ้ 6 การประเมินผลการเรยี น ให้เป็นไปตามหลกั การในต่อไปน้ี
6.1 สถานศึกษาเปน็ ผู้รับผิดชอบการประเมินผลการเรียนของ
ผ้เู รียน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวชิ าการ
6.2 การวัดและประเมินผลการเรียนต้องสอดคล้องและ
ครอบคลุมมาตรฐานการศึกษาทกี่ ำหนดไว้ในหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้น
พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
6.3 การประเมินผลการเรียนต้องประกอบด้วย การประเมิน
เพื่อปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน การจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล
เพ่ือตัดสนิ ผลการเรียน
6.4 การประเมินผลเป็นสว่ นหน่งึ ของกระบวนการจดั การเรียน
การสอน ต้องดำเนินด้วยวิธีการที่หลากหลายเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด
ธรรมชาติของวชิ าและระดบั ชว่ งชนั้
6.5 ให้มีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผู้เรียนใน
แตล่ ะช่วงช้นั
6.6 ให้มกี ารประเมนิ ความสามารถของผ้เู รียน ในการอ่าน คิด
วิเคราะห์ และเขียนในแตล่ ะช่วงชนั้
6.7 ให้มีการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติ ในแต่ละ
ชว่ งชนั้
6.8 เปิดโอกาสให้ผ้เู รยี นตรวจสอบผลการประเมินการเรียนได้
6.9 ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษา และ
รปู แบบการศึกษาต่าง ๆ
หมวด 2
วิธีการประเมนิ ผลการเรยี น
ข้อ 7 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการที่ให้
ผู้สอนใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ได้ข้อมูลสารสนเทศ ที่แสดงพัฒนาการ
ความก้าวหน้าและความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตรวจสอบ
80
81
ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อนำผลการประเมินมาใช้เป็น
ข้อมลู ในการพฒั นาอย่างต่อเน่อื ง ประกอบดว้ ย
7.1 การประเมนิ ระดบั ชั้นเรียน เป็นการวดั ผลและประเมนิ ผล
ที่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ผู้สอนดำเนินการเพื่อพัฒนาผู้เรียนและตัดสินผล
การเรียนในรายวิชา/กิจกรรมที่ตนสอน ในการประเมินเพื่อพัฒนา ผู้สอน
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตามตัวชี้วดั ทีก่ ำหนดเปน็ เปา้ หมายในแตล่ ะหน่วย การ
เรียนรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน
การแสดงออกในการปฏิบัติผลงาน การแสดงกิริยาอาการต่าง ๆ ของ
ผู้เรียนตลอดเวลาที่จัดกิจกรรม เพื่อดูว่าบรรลุตัวชี้วัดหรือมีแนวโน้มว่าจะ
บรรลุตัวชี้วัดเพียงใดแล้วแก้ไขข้อบกพร่องเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง การ
ประเมนิ เพ่ือตดั สินเป็นการตรวจสอบ ณ จุดที่กำหนด แลว้ ตดั สินว่าผู้เรียนมี
ผลอันเกดิ จากการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บคะแนนของหน่วยการเรียนรู้ หรือของการ
ประเมินผลกลางภาค หรือปลายภาคตามรูปแบบการประเมินท่ีสถานศึกษา
กำหนด ผลการประเมินนอกจากจะให้เปน็ คะแนนหรือระดับผลการเรียนแก่
ผเู้ รียนแล้วตอ้ งนำมาเปน็ ขอ้ มูลใช้ปรบั ปรุงการเรยี นการสอนต่อไปอกี ดว้ ย
7.2 การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการตรวจสอบผลการ
เรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/ รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์
และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การอนุมัติ
ผลการเรียน การตัดสินการเลื่อนเรียน และเป็นการประเมินเพื่อให้ได้ข้อมูล
เกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษาว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
ตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีสิ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาในด้านใด รวมท้ัง
สามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์
ระดับชาตแิ ละระดบั เขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา ผลการประเมินระดบั สถานศึกษาจะ
เป็นข้อมูล และสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ
หรือวิธีการจดั การเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจดั ทำแผนพฒั นาคุณภาพ
การศกึ ษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา และรายงานผลการจดั
การศึกษาต่อ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมู่บ้านจอมบึง สภามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สำนักงาน
คณะกรรมการอุดมศกึ ษา ผูป้ กครองและชุมชน
81
7.3 การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมิน 82
คุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ของ 82
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานใน การ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ
สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพของผ้เู รยี นดว้ ยวธิ ีการและเครอ่ื งมอื ที่
เป็นมาตรฐานซึง่ จัดทำและดำเนินการโดยเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือด้วยความ
ร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดและ/หรือหน่วยงานที่เก่ียวข้อง นอกจากนี้ยัง
สามารถดำเนินการได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลจากการประเมินระดับ
สถานศกึ ษาในเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา
7.4 การประเมนิ ระดับชาติ เป็นการประเมนิ คุณภาพผู้เรียนใน
ระดับชาติ ตามมาตรฐาน การเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
และชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 เขา้ รับการประเมินผลจากการประเมินใชเ้ ป็นข้อมลู
ในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการ
วางแผนยกระดับคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา ตลอดจนเป็นขอ้ มูลสนับสนุนการ
ตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ
ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อ
สถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวน พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระ
ความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง
แกไ้ ข ส่งเสริมสนบั สนนุ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นได้พฒั นาเตม็ ตามศักยภาพบนพื้นฐาน
ความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ
ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม
กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม
กลุม่ ผเู้ รยี นทพี่ ิการทางรา่ งกายและสตปิ ัญญา เปน็ ตน้ ข้อมูลจากการประเมิน
จึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที
อนั เป็นโอกาสใหผ้ เู้ รียนได้รบั การพฒั นาและประสบความสำเร็จในการเรีย
ข้อ 8 แนวดำเนินการประเมินผลการเรยี นของสถานศกึ ษา
เพื่อให้การวัดและการประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา
สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มี
83
การดำเนินการตามหลักการกระจายอำนาจ มีการประเมินผู้เรียนตาม
หลักการวัดและประเมินผลการเรียน มีการตรวจสอบและกำกับติดตาม
ประเมินคณุ ภาพการประเมินผลการเรียนอย่างเป็นระบบและมปี ระสิทธิภาพ
จงึ กำหนดแนวดำเนนิ การวัดและประเมินผลการเรยี นของสถานศกึ ษาดังน้ี
8.1 สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารโรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง กำหนดรูปแบบ ระบบและระเบียบ
ประเมินผลของสถานศึกษา เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติใน การประเมินผลการ
เรียนของสถานศกึ ษา
8.2 สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและวชิ าการ
ของสถานศกึ ษากำหนดมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวดั และแต่ละกลมุ่ สาระ
การเรียนรู้ โดยวิเคราะห์จากมาตรฐานการเรียนรู้ชว่ งช้ัน คุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์และมาตรฐาน การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน เพื่อใช้เป็น
เป้าหมายในการวัดและการประเมนิ ผลการเรียนรูร้ ายภาค
8.3 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการให้ความ
เห็นชอบของรูปแบบ วิธีการ เครื่องมือ สำหรับการประเมิน และผลการ
ตัดสินการประเมินผลการเรยี นรายวชิ าของผูส้ อน
8.4 ผู้สอนจัดการเรียนการสอน ตรวจสอบพัฒนาการของ
ผู้เรียนและประเมินสรุปผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยวิธีการหลากหลายตาม
สภาพจริง โดยนำผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ไปใช้
เปน็ ข้อมลู รวมกับการประเมินปลายภาค
8.5 หัวหน้าสถานศึกษาอนุมัติผลการเรียน ปลายภาคและการ
ผา่ นชว่ งชัน้
8.6 สถานศึกษาจัดทำรายงานผลการดำเนินการประเมินผล
การเรียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ
ของสถานศึกษา เสนอต่อคณะกรรมการบริหารโรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ
ขอ้ 9 การประเมินผลการเรียนในด้านต่าง ๆ ประกอบดว้ ย
9.1 การประเมินผลการเรียนสาระการเรียนรู้รายวิชา ตาม
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ซึ่งสถานศึกษาวิเคราะห์จากมาตรฐานการ
83
84
เรียนรู้ช่วงชน้ั การประเมนิ ผลการเรยี นรู้รายวชิ า ใหต้ ดั สนิ ผลการประเมินเป็น
ระดับผลการเรียน 8 ระดบั ดังตอ่ ไปน้ี
4 หมายถึง ผลการเรยี นดเี ยี่ยม
3.5 หมายถงึ ผลการเรยี นดมี าก
3 หมายถึง ผลการเรยี นดี
2.5 หมายถึง ผลการเรยี นคอ่ นข้างดี
2 หมายถงึ ผลการเรยี นปานกลาง
1.5 หมายถงึ ผลการเรยี นพอใช้
1 หมายถงึ ผลการเรยี นผ่านเกณฑ์ข้นั ตำ่
0 หมายถึง ผลการเรยี นตำ่ กว่าเกณฑ์
9.2 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมิน
พัฒนาทางด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของผู้เรียน ตามคุณลักษณะทีส่ ถานศึกษากำหนด การประเมินคุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์ จะประเมนิ เป็นรายคุณลกั ษณะทุกภาคเรยี น และตัดสินผล
การประเมินเปน็ 4 ระดับ ดังตอ่ ไปน้ี
ดเี ย่ยี ม หมายถึง ผเู้ รียนปฏิบัตติ นตามคณุ ลักษณะจน
เปน็ นิสัยและนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวัน เพ่อื ประโยชนส์ ขุ ของ
ตนเองและสังคม โดยพิจารณาจาก
ผลการประเมนิ ระดับดีเยย่ี ม จำนวน
5 - 8 คุณลกั ษณะ และไมม่ ี
คุณลกั ษณะใดไดผ้ ล การประเมินต่ำ
กว่าระดบั ดี
ดี หมายถึง ผู้เรยี นมคี ณุ ลกั ษณะในการปฏิบัติ
ตามกฎเกณฑเ์ พ่ือให้เป็นการยอมรับ
ของสงั คม โดยพจิ ารณาจาก
1. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม
จำนวน 1–4 คุณลักษณะ และไม่มี
คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำ
กว่าระดบั ดี หรือ
84
85
2. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม
จำนวน 4 คุณลักษณะ และไม่มี
คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำ
กว่าระดับผา่ น หรอื
3. ได้ผลการประเมินระดบั ดี จำนวน
5–8 ค ุ ณ ล ั ก ษ ณ ะ แ ล ะ ไ ม ่ มี
คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำ
กวา่ ระดบั ผ่าน
ผ่าน หมายถึง ผูเ้ รียนรับร้แู ละปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์
และเงื่อนไข ที่สถานศึกษากำหนด
โดยพิจารณาจาก
1. ได้ผลการประเมนิ ระดับผา่ น
จำนวน 5–8 คุณลักษณะ และไม่มี
คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำ
กว่าระดบั ผ่าน หรือ
2. ได้ผลการประเมนิ ระดับดี
จำนวน 4 คุณลักษณะ และไม่มี
คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำ
กว่าระดับผ่าน
ไมผ่ า่ น หมายถงึ ผ้เู รยี นรบั รแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ดไ้ มค่ รบตาม
กฎเกณฑ์ และเงอ่ื นไขทีส่ ถานศึกษา
กำหนด โดยพจิ ารณาจากผลการ
ประเมนิ ระดับไมผ่ ่าน ตั้งแต่
คณุ ลกั ษณะ
9.3 การประเมินความสามารถ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน
ผ่านช่วงชั้น เป็นการประเมินทักษะการคิดและการถ่ายทอดความคิดด้วย
ทักษะการอ่าน การคิด วิเคราะห์ และเขียน ตามเงื่อนไขและวิธีการที่
สถานศึกษากำหนดและตัดสนิ ผลการประเมนิ เปน็ 4 ระดับ ดังต่อไปน้ี
ดเี ยย่ี ม หมายถงึ มีผลงานทีแ่ สดงถงึ ความสามารถใน
85
การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนที่มี 86
คณุ ภาพดีเลศิ อยูเ่ สมอ 86
ดี หมายถึง มีผลงานท่ีแสดงถงึ ความสามารถใน
การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นทม่ี ี
คุณภาพเป็นท่ยี อมรบั
ผา่ น หมายถงึ มีผลงานท่แี สดงถงึ ความสามารถใน
การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นทีม่ ี
คณุ ภาพเปน็ ทีย่ อมรบั แตย่ งั มี
ขอ้ บกพร่องบางประการ
ไม่ผา่ น หมายถงึ ไม่มผี ลงานท่แี สดงถงึ ความสามารถ
ในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน
หรอื ถ้ามผี ลงาน ผลงานน้นั ยงั มี
ข้อบกพรอ่ งทต่ี ้องไดร้ ับการปรบั ปรงุ
แก้ไขหลายประการ
9.4 การประเมินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการ
ประเมินความสามารถและพัฒนาการของผู้เรียน ในการเข้าร่วมกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน ในแต่ละภาคเรียน ตามเกณฑ์ของแตล่ ะกิจกรรมและตัดสินผล
การประเมินเปน็ 2 ระดับ ดังนี้
ผา่ น หมายถงึ ผู้เรยี นมีเวลาเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นา
ผเู้ รยี น ปฏิบัติกจิ กรรมและมีผลงาน
ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด
ไมผ่ า่ น หมายถึง ผเู้ รยี นมเี วลาเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นา
ผเู้ รยี น ปฏิบัติกจิ กรรมและมผี ลงาน
ไม่เปน็ ไปตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษา
กำหนด
9.5 การตัดสินผลการเรียนผ่านช่วงชั้น เป็นการนำผลการ
ประเมินในข้อ 9.1 ถึง 9.4 มาประมวลสรุปเพื่อตัดสินให้ผู้เรียนผ่านช่วงช้ัน
ต่าง ๆ ตามเกณฑ์การตัดสนิ ผลการเรยี นแต่ละชว่ งช้นั
ข้อ 10 การประเมินผลการเรยี นทีม่ เี งื่อนไขในแต่ละรายวิชา
87
การประเมินผลการเรยี นทมี่ ีเงอ่ื นไขในแตล่ ะรายวิชา เปน็ ดงั น้ี
มส หมายถงึ ไมม่ สี ทิ ธิ์เข้ารับการประเมนิ ผลปลาย
ภาคเรยี น
ร หมายถงึ รอการตัดสิน หรือยังตดั สนิ ไมไ่ ด้
หมวด 3
การตัดสนิ ผลการเรยี น
ขอ้ 11 การตดั สินผลการเรยี น ใหถ้ ือปฏิบัติดังน้ี
11.1 พิจารณาตดั สินว่า ผ้เู รยี นผ่านเกณฑ์การประเมนิ รายวิชา
ตามกลมุ่ สาระการเรยี นรทู้ ัง้ 8 กลุม่ และได้รบั ผลการเรยี น 1 ถงึ 4
11.2 การตัดสินพิจารณาว่า ผู้เรียนจะนับจำนวนชั่วโมง/
จำนวนหน่วยกิตจะต้องไดร้ บั ผลการเรยี น 1 ถึง 4
11.3 ได้รับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
เปน็ รายภาคและนำไปตัดสินการผ่านช่วงช้นั โดยถา้ ผา่ นเกณฑ์ท่ีสถานศึกษา
กำหนดให้ไดผ้ ลการประเมินตามข้อ 9.2
11.4 ได้รับการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน
เป็นรายภาคและนำไปตัดสินการผ่านช่วงชั้น โดยผ่านเกณฑ์การประเมินให้
ไดร้ ะดบั ผลการประเมินตามข้อ 9.3
11.5 ไดร้ ับการตดั สินการเข้าร่วมกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี นเป็นราย
ภาคและรายช่วงชัน้ โดยถา้ ผ่านเกณฑก์ ารประเมินใหไ้ ดผ้ ลการประเมินเป็น
“ผ” และถา้ ไมผ่ ่านเกณฑ์ ใหผ้ ลการประเมินได้ “มผ”
11.6 วัดผลปลายภาคเฉพาะผทู้ ม่ี เี วลาเรยี นตลอดภาคเรยี น ไม่
น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น ให้อยู่ในดุลพินิจของ
คณะอนุกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้ เสนอผ่านคณะกรรมการบริหาร
หลักสูตรและวชิ าการเหน็ ชอบ และเสนอผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาอนมุ ตั ิ
11.7 ผู้เรียนที่มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนใน
รายวิชานั้น และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคให้ได้ผล
การเรียน “มส”
11.8 ผู้เรยี นท่ีมผี ลการเรียนตำ่ กวา่ เกณฑท์ สี่ ถานศึกษากำหนด
ใหไ้ ดร้ ะดับผลการเรยี น “0” ในคร้งั น้นั
87
11.9 ผู้เรียนที่ทุจริตในการสอบหรือทุจริตในงานที่มอบหมาย 88
ใหท้ ำในรายวชิ าใด คร้ังใด ก็ตาม ใหไ้ ด้คะแนน “0” ในครงั้ นนั้ 88
11.10 ผู้เรียนที่ไม่ได้เข้ารับการประเมินผลระหว่างเรียน หรือ
ปลายภาค ไม่ได้ส่งงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้
ประเมินผลการเรียนไม่ได้ ให้ได้ผลการเรียน “ร”
กรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “ร” เพราะไม่ส่งงานนั้น
จะตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้
ข้อ 12 การเปลย่ี นผลการเรยี น ใหถ้ อื ปฏบิ ตั ิดงั น้ี
12.1 การเปลี่ยนระดับผลการเรียนจาก “0” ให้ครูผู้สอน
ดำเนินการพัฒนาผู้เรียน โดยจัดสอนซ่อมเสริม ปรับปรุง แก้ไขผู้เรียนในผล
การเรียนรู้ ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำแล้วประเมินด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ จน
ผู้เรียนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินและให้ระดับผลการเรียนใหม่ ให้ได้
ระดับผลการเรียนไมเ่ กนิ “1” ตามเง่ือนไขทีส่ ถานศกึ ษากำหนด ท้ังน้ี ให้สอบ
แก้ตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนิน การสอบแก้ตัวตามระยะเวลาท่ี
สถานศึกษากำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยาย
เวลาออกไปอีก 1 ภาคเรยี น สำหรบั ภาคเรียนท่ี 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น
ภายในปีการศึกษาน้ัน
ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้ว ยังไดร้ ะดับผลการเรยี น “0” อีก
ให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผลการ
เรยี นของผู้เรยี น โดยปฏบิ ัตดิ ังน้ี
(1) ถ้าเป็นรายวชิ าพื้นฐาน ใหเ้ รยี นซำ้ รายวชิ านนั้
(2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของ
สถานศกึ ษา ให้เรยี นซ้ำหรือเปลยี่ นรายวิชาใหม่
12.2 การเปลี่ยนผลการเรียนจาก “ร” ให้ผู้เรียนดำเนินการ
แก้ไข “ร” ตามสาเหตุ เมื่อผู้เรียนแก้ไขปัญหาเสร็จแล้วให้ได้ระดับผลการ
เรียนตามปกติ (ตัง้ แต่ 0-4)
ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไข “ร” กรณีที่ส่งงานไม่ครบ
แต่มีผลการประเมินระหว่างเรียนและปลายภาคให้ผู้สอนนำข้อมูลที่มีอยู่
ตัดสินผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่
จะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่
89
2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้
เรียนซำ้ หากผลการเรียนเป็น “0” ให้ดำเนนิ การแก้ไขตามหลกั เกณฑ์
12.3 การเปลย่ี นผลการเรยี น “มส” มี 2 กรณี
1) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึง
ร้อยละ 80 แต่มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น
ให้ครูผู้สอนจัดให้เรียนเพิม่ เติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อมเสรมิ หรือมอบหมายงานให้
ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้สำหรับวิชานั้น แล้วจึงให้วัดผลปลายภาค
เป็นกรณีพิเศษ ผลการแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “1” การแก้
“มส” กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่มา
ดำเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ให้เรียนซ้ำ ยกเว้นมีเหตสุ ุดวสิ ัย
ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “มส”ออกไปอีกไม่เกิน
1 ภาคเรยี น
2) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาน้อย
กวา่ รอ้ ยละ 60 ของเวลาทง้ั หมด ใหส้ ถานศึกษาดำเนนิ การดงั นี้
(1) ถ้าเปน็ รายวิชาพน้ื ฐาน ใหเ้ รยี นซำ้ รายวิชานัน้
(2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของ
สถานศกึ ษา ให้เรียนซำ้ หรอื เปลย่ี นรายวชิ าใหม่
การเรียนซ้ำรายวิชาผู้เรียนที่ได้รับการสอนซ่อมเสริม
และสอบแกต้ ัวแล้ว 2 ครั้งแล้วไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้เรียนซ้ำรายวชิ า
นั้น ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจัดให้เรียนซ้ำในช่วงใด
ช่วงหนึ่งที่สถานศึกษาเห็นว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงว่าง
หลังเลกิ เรยี น ภาคฤดูรอ้ น เป็นต้น
ในกรณีภาคเรียนท่ี 2 หากผู้เรียนยังมีผลการเรียน “0” “ร”
“มส” ให้ดำเนินการให้เสรจ็ สิ้น ก่อนเปิดเรียนปีการศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจ
เปดิ การเรียนการสอนในภาคฤดรู อ้ นเพือ่ แก้ไขผลการเรียนของผเู้ รยี นได้
12.4 การเปลี่ยนผล “มผ” กรณีที่ผู้เรียนได้ผล “มผ” สถานศึกษา
ตอ้ งจดั ซอ่ มเสรมิ ให้ผู้เรียนทำกจิ กรรมในส่วนท่ผี ้เู รยี นไม่ไดเ้ ขา้ รว่ มหรือไม่ได้ทำจน
ครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ทั้งน้ี ดำเนินการให้เสร็จสิ้น
ภายในภาคเรียนน้นั ๆ ยกเว้นมีเหตสุ ุดวิสยั ใหอ้ ย่ใู นดุลยพินจิ ของสถานศึกษาท่ีจะ
89
90
พิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนท่ี 2 ต้อง
ดำเนนิ การใหเ้ สรจ็ สน้ิ ภายในปกี ารศกึ ษานนั้
ข้อ 13 การเล่ือนชั้น เมื่อสิ้นปีการศึกษาผู้เรียนจะได้รับการเลื่อนช้ัน
เมื่อมีคุณสมบตั ติ ามเกณฑ์ ดังตอ่ ไปน้ี
13.1 รายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมได้รับการตัดสินผลการ
เรยี นผา่ นตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากำหนด
13.2 ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตาม
เกณฑ์ที่สถานศกึ ษากำหนดในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น คุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
13.3 ระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นควรได้ไม่ต่ำกว่า
1.00 ทั้งน้ี รายวิชาใดที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน สถานศึกษาสามารถซ่อมเสรมิ
ผู้เรียนใหไ้ ด้รับการแก้ไข
ในภาคเรียนถัดไป ทั้งนี้สำหรับภาคเรียนท่ี 2 ต้องดำเนินการให้
เสรจ็ สิ้นภายในปกี ารศึกษาน้ัน
ข้อ 14 การสอนซ่อมเสริม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 กำหนดให้สถานศึกษาจัดสอนซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
ของผ้เู รียนเต็มตามศกั ยภาพ
การสอนซอ่ มเสรมิ เปน็ การสอนเพอื่ แก้ไขข้อบกพรอ่ ง กรณที ีผ่ ู้เรียน
มีความรู้ ทักษะ กระบวนการหรือเจตคติ/คุณลักษณะ ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ท่ี
สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาต้องจัดสอนซ่อมเสริมเป็นกรณีพิเศษ
นอกเหนือไปจากการสอนตามปกติ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตาม
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัดที่กำหนดไว้ เปน็ การให้โอกาสแก่ผ้เู รยี นไดเ้ รยี นรู้และ
พัฒนา โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและตอบสนองความแตกต่าง
ระหวา่ งบุคคล
การสอนซ่อมเสริมสามารถดำเนนิ การไดใ้ นกรณี ดังตอ่ ไปนี้
1) ผู้เรียนมีความรู้/ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะศึกษาในแต่ละ
รายวชิ านั้น ควรจดั การสอนซอ่ มเสรมิ ปรบั ความรู้/ทกั ษะพนื้ ฐาน
2) ผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือเจต
คติ/คุณลักษณะที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดในการประเมินผล
ระหว่างเรียน
90
91
3) ผู้เรียนที่ได้ระดับผลการเรียน “0” ให้จัดการสอนซ่อมเสริม
กอ่ นสอบแกต้ วั
4) กรณีผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่าน สามารถจัดสอนซ่อมเสริมใน
ภาคฤดูรอ้ นเพอื่ แกไ้ ขผลการเรยี น ท้งั น้ี ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา
ข้อ 15 การเรียนซ้ำชั้น ผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมี
แนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อ การเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นสถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้
ความสามารถของผูเ้ รียนเป็นสำคญั
การเรยี นซำ้ ชั้น มี 2 ลกั ษณะ คือ
1) ผู้เรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า
1.00 และมแี นวโน้มวา่ จะเป็นปญั หาตอ่ การเรยี นในระดับช้นั ท่สี ูงข้ึน
2) ผู้เรียนมีผลการเรียน 0 ร และ มส เกินครึ่งหนึ่งของ
รายวิชาท่ลี งทะเบยี นเรยี นในปกี ารศกึ ษานัน้
ทั้งนี้ หากเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือท้ัง 2 ลักษณะ ให้
สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณา หากเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ให้
ซ้ำชั้น โดยยกเลิกผลการเรียนเดิมและให้ใช้ผลการเรียนใหม่แทน หากพิจารณา
แล้วไมต่ อ้ งเรียนซำ้ ชน้ั ใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของสถานศึกษาในการแกไ้ ขผลการเรยี น
ข้อ 16 เกณฑ์การตัดสินผลการเรียน ผ่านช่วงชั้นและจบหลักสูตร
สถานศกึ ษา
16.1 เกณฑก์ ารจบหลกั สตู รระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็น
รายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษา
กำหนด
2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77
หน่วยกิต โดยเป็นรายวชิ าพนื้ ฐาน 66 หน่วยกติ และรายวิชาเพ่มิ เตมิ ไม่น้อย
กว่า 11 หนว่ ยกติ
3) ผู้เรียนตอ้ งมีผลการเรยี นผ่านทุกรายวชิ า
4) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และ
เขียน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ในระดบั ผา่ นขึน้ ไป
91
92
5) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับผ่านขึ้นไป (รวมตลอด 3 ปี จำนวน 45
ชัว่ โมง)
6) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการ
ประเมินผา่ นทุกกิจกรรม
7) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรและมีผลการ
ประเมนิ ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ
16.2 เกณฑ์การจบหลักสูตรระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็น
รายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษา
กำหนด
2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77
หนว่ ยกิต โดยเป็นรายวชิ าพ้นื ฐาน 66 หน่วยกิต และรายวชิ าเพมิ่ เติมไม่น้อย
กวา่ 36 หน่วยกิต
3) ผูเ้ รียนตอ้ งมีผลการเรียนผา่ นทุกรายวิชา
4) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และ
เขยี น ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ในระดบั ผ่านข้นึ ไป
5) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับผ่านขึ้นไป (รวมตลอด 3 ปี จำนวน 60
ชั่วโมง)
6) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการ
ประเมนิ ผ่านทกุ กิจกรรม
7) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรและมีผลการ
ประเมนิ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
หมวด 4
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
ข้อ 17 ให้สถานศึกษาจัดให้มีเอกสารการประเมินผลการเรียน ต่าง ๆ
ดังนี้
92
93
17.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript) (ปพ.1) เป็นเอกสาร
บันทึกผลการเรียนของผ้เู รยี นตามสาระการเรยี นรู้กลมุ่ วิชาและกิจกรรมต่าง ๆ ท่ี
ได้เรียนในแต่ละช่วงชั้นของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เป็นหลักฐาน
แสดงสถานภาพและความสำเรจ็ ในการศกึ ษาของผู้เรียนแต่ละคน ใชเ้ ปน็ หลักฐาน
ในการสมัครเขา้ ศกึ ษาตอ่ สมคั รทำงานหรือดำเนนิ การในเร่อื งอ่ืนที่เก่ียวขอ้ ง
17.2 หลักฐานแสดงวฒุ ิการศึกษา (ใบประกาศนียบตั ร) (ปพ.2) เป็น
เอกสารที่สถานศึกษาออกให้กับผู้สำเร็จการศึกษาและรับรองวุฒิการศึกษาของ
ผู้เรยี น ใหผ้ เู้ รยี นนำไปใชเ้ ป็นหลกั ฐานแสดงระดับวุฒกิ ารศกึ ษาของตน
17.3 แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) เป็นแบบรายงาน
รายชื่อและข้อมูลของผู้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับตามหลักสูตรการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบยืนยันและรับรองความสำเร็จและ
วุฒิการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละคน ต่อเขตพื้นที่การศึกษาและ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
17.4 แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ปพ.4)
เป็นเอกสารรายงานพัฒนาการด้านคุณลักษณะของผู้เรียนเกี่ยวกับคุณธรรม
จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สถานศึกษากำหนดขึ้นเพ่ือ
พัฒนาผู้เรียนเป็นพิเศษ เพื่อการแก้ปัญหาหรือสร้างเอกลักษณ์ให้ผู้เรียนตาม
วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา เป็นการรายงานผลการประเมินที่แสดงถึงสภาพหรือ
ระดบั คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม หรอื คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผ้เู รยี นในแต่
ละช่วงชั้น สถานศึกษาต้องจัดทำเอกสารนี้ให้ผู้เรียนทุก ๆ คน ควบคู่กับระเบียน
แสดงผลการเรียนของผู้เรียนเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงคุ ณลักษณะของ
ผู้เรยี นเพอ่ื ประกอบในการสมัครศกึ ษาต่อหรือสมัครทำงาน
17.5 แบบแสดงผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน (ปพ.5) เป็น
เอกสารสำหรบั ผสู้ อนใชบ้ นั ทึกเวลาเรยี น ขอ้ มลู ผลการวดั และประเมนิ ผลการเรยี น
ข้อมูลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนแต่ละคนที่เรียนใน
ห้องเรียนกลุ่มเดียวกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมและตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน รวมทั้งใช้เป็นหลักฐาน
สำหรับตรวจสอบยืนยัน สภาพการเรียน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ และ
ผลสมั ฤทธขิ์ องผ้เู รยี นแต่ละคน
93
94
17.6 แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล (ปพ.6)
เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรียน พัฒนาการในด้านต่าง ๆ
และข้อมูลอ่นื ๆ ของผูเ้ รียน
17.7 ใบรับรองผลการศกึ ษา (ปพ.7) เป็นเอกสารท่ีสถานศึกษาออก
ให้ผู้เรียนเป็น การเฉพาะกิจเพื่อรับรองสถานภาพทางการศึกษาของผู้เรียนเป็น
การช่วั คราว ท้ังกรณผี เู้ รยี นยังไม่สำเร็จการศึกษาและสำเรจ็ การศกึ ษาแล้ว
17.8 ระเบียนสะสม (ปพ.8) เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูล
เกี่ยวกับพัฒนาการและผลงานด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนทั้งที่สถานศึกษาและที่บ้าน
เพอ่ื ประโยชน์ในการแนะแนวผูเ้ รยี นในทกุ ๆ ด้าน
17.9 สมุดบนั ทึกผลการเรยี น (ปพ.9) เปน็ สมดุ บันทกึ ผลการเรยี นรทู้ ี่
สถานศึกษาจัดทำข้นึ เพอื่ บนั ทึกรายการรายวิชาต่าง ๆ ที่ผเู้ รียนจะต้องเรียนในแต่
ละช่วงชั้น ตามโครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษา พร้อมด้วยผลการประเมินผล
การเรียนของแต่ละรายวิชา และสถานศึกษา ออกให้ผู้เรียนสำหรับใช้ศึกษาและ
นำไปแสดงให้บุคคลหรือหน่วยงานที่สนใจได้ทราบโครงสร้างหลักสูตรและ
รายละเอียดของรายวชิ าตา่ ง ๆ ของสถานศกึ ษา พร้อมด้วยผลการเรยี นของผเู้ รยี น
จากการเรียนแต่ละรายวิชา กรณีที่ผู้เรียนย้ายสถานศึกษาข้อมลู ในสมุดบนั ทึกผล
การเรียนรู้จะเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้เป็นข้อมลู ในการเทียบโอนผลการเรียน
จากสถานศกึ ษาเดมิ ไปเปน็ ผลการเรียนตามหลักสูตรของสถานศึกษาให้
หมวด 5
การเทยี บโอนผลการเรียน
ข้อ 18 การเทียบโอนผลการเรียน เป็นการนำผลการเรียนซึ่งเปน็
ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของผู้เรียนที่เกิดจากการศึกษาในระบบ
การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอธั ยาศัย มาประเมนิ เป็นส่วนหนง่ึ
ของการศึกษาตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึง่
แนวการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบ
สถานศึกษา วา่ ดว้ ยการเทยี บโอนผลการเรยี น ดังนี้
18.1 ผู้ขอเทียบโอนต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาของ
สถานศึกษาใดสถานศึกษาหนึ่ง ทั้งนี้ โดยผู้ขอเทียบโอนจะต้องไม่เป็นผู้ที่กำลัง
94
95
ศึกษาอยู่ในระบบ โดยสถานศึกษาดังกล่าวดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ใน
ภาคเรยี นแรกทีข่ ึ้นทะเบยี นเปน็ นกั เรยี นหรือนักศกึ ษา ยกเว้นกรณีมเี หตุจำเป็น
18.2 จำนวนสาระการเรยี นรู้ รายวิชา จำนวนหนว่ ยกติ ท่ีจะรบั เทยี บ
โอน และอายุของผลการเรียนที่จะนำมาเทียบโอน ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะ
กรรมการบรหิ ารหลักสูตรและวิชาการของสถานศกึ ษา ทงั้ น้เี มือ่ เทยี บโอนแลว้ ต้อง
มีเวลาเรยี นอยใู่ นสถานศกึ ษาทีจ่ ะรบั เทยี บโอนไม่นอ้ ยกว่า 1 ภาคเรยี น
18.3 การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในรูปของ
คณะกรรมการการเทียบโอนผลการเรียนจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 5
คน
ขอ้ 19 การเทยี บโอนระดบั การศึกษา ให้ดำเนินการดังนี้
19.1 การเทียบระดับการศึกษา หมายถึง การนำผลการเรียน
ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้จากการศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอก
ระบบ ไม่แบ่งระดับมาประเมินเพื่อเทียบเท่าการศึกษาระดับใดระดับหนึ่ง มี
แนวทางการเทียบระดบั การศกึ ษาดงั น้ี
1) ผู้ขอเทยี บระดับการศกึ ษา จะตอ้ งไม่เป็นผ้ทู ่ีกำลังศึกษาอยู่
ในสถานศึกษาในระบบ หรือสถานศึกษานอกระบบ ที่จัดการศึกษาเป็นระบบ
เดียวกันกับการศึกษาในระบบและเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ ในระดบั ทีต่ ่ำกว่าระดับการศึกษาที่ขอเทียบ 1 ระดับ
2) ให้สถานศึกษาซึ่งเป็นที่ทำการเทียบระดับการศึกษา
ดำเนินการเทียบระดับด้วยการประเมินความรู้ความสามารถ และประสบการณ์
ของผู้ขอเทียบระดับ ด้วยวิธีการที่หลากหลายทั้งด้วยการทดสอบ การประเมิน
แฟ้มผลงาน การสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ให้ครอบคลุมคุณลักษณะของผู้เรียนทั้ง
ด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย ตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรที่ขอ
เทียบระดับ
3) ผู้ผ่านการประเมินจะได้รับหลักฐานแสดงผลการประเมิน
เทียบระดับความรู้และใบประกาศนียบัตรรับรองระดับความรู้ของ
กระทรวงศึกษาธิการ
19.2 การเทียบโอนผลการเรียน หมายถึง การนำผลการเรียนซ่ึง
เป็นความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของผู้เรียนที่เกิดจากการศึกษาในระบบ
การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และผลการศึกษาจากต่าง
95
96
สถานศกึ ษา มาประเมินเปน็ ส่วนหนึ่งของการศกึ ษา ตามหลักสูตรใดหลักสตู รหน่ึง
ท่ีกำลงั ศึกษา มีแนวการดำเนนิ การดังน้ี
1) คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และวิชาการของ
สถานศกึ ษากำหนดจำนวนรายวชิ า จำนวนหนว่ ยกิต ที่สถานศกึ ษาจำกดั ใหผ้ ู้เรียน
สามารถขอเทียบโอนได้ในการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษา แต่ละช่วงช้ัน
ทั้งนีผ้ เู้ รียนจะต้องเหลือรายวชิ าท่ีจะต้องศกึ ษาในสถานศกึ ษาอีกอยา่ งน้อย 1 ภาค
เรยี น พรอ้ มกบั การกำหนดแนวทางและวิธกี ารเทยี บโอน ทง้ั กรณเี ทียบโอนผลการ
เรียนเดิมที่ผู้เรียนศึกษาก่อนเข้าศึกษาในสถานศึกษา และกรณีเทียบโอนผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงว่าด้วยการเทียบโอนผลการ
เรียนดว้ ย
2) สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผล
การเรียนของสถานศกึ ษาให้ปฏิบัติหน้าที่กำหนดสาระ จัดสร้างเครื่องมือ สำหรบั
การเทียบโอนผลการเรยี นและดำเนินการเทยี บโอนผลการเรียน
3) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ทำการ
เทยี บโอนผลการเรียนให้ผู้เรยี นในกรณตี ่อไปนี้
กรณกี ารเทยี บโอนผลการเรียนเดมิ ที่ผ้เู รียนศึกษามาก่อนเข้า
ศกึ ษาในสถานศึกษาใหด้ ำเนินการดงั น้ี
(1) ให้ดำเนินการให้เสร็จในภาคเรียนแรกที่ผู้เรียนเข้า
ศกึ ษาในสถานศึกษา
(2) ให้เทยี บโอนผลการเรียนเปน็ รายวชิ า
(3) ผู้เรียนยืน่ คำร้องเปน็ ลายลักษณ์อักษรขอเทียบความรู้
ตามรายวิชาในหลักสูตรของสถานศึกษา ตามจำนวนรายวิชาทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
ไว้ในระเบียบการเทยี บโอนผลการเรยี นของสถานศึกษาให้ผูเ้ รยี นยื่นคำร้อง พร้อม
เอกสารหลักสตู รทีน่ ำมาขอเทียบ และเอกสารการศกึ ษาทไี่ ดร้ ับมา (ถ้าผเู้ รียนมี)
(4) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน
พจิ ารณาหลกั สูตรและหลกั ฐานเอกสารเดิมของผเู้ รยี น เพ่ือเปรยี บเทยี บหลักสตู รที่
เรียนมากับหลักสูตรของสถานศึกษาในรายวิชาที่ขอเทียบ ถ้ามีจุดประสงค์และ
เนื้อหาสาระตรงกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ให้รับเทียบโอนได้ และให้ได้ระดับผล
การเรียนที่ไดม้ าในกรณีทีผ่ ู้เรียนย้ายสถานศึกษา แต่ถ้าเป็นกรณเี ทียบโอนผลการ
เรยี นจากสถานศกึ ษาตา่ งระบบ ให้คณะกรรมการดำเนนิ การเทยี บโอนพิจารณาว่า
96
97
ควรยอมรับผลการเรียนเดิมหรือไม่ ถ้าไม่ยอมรับก็ต้องประเมินให้ใหม่ด้วยวิธกี าร
ต่าง ๆ ท่เี หมาะสม
(5) คณะกรรมการดำเนินการเทยี บโอนผลการเรยี น จดั ให้
มีการประเมินความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของผู้เรียนใหม่ ตามผลการ
เรียนท่ีคาดหวังของรายวชิ าท่ีผเู้ รียนขอเทยี บในกรณีทีผ่ ู้เรยี นไมม่ เี อกสารหลักฐาน
การศึกษาเดมิ มาแสดง หรอื หลักสตู รที่ผูเ้ รยี นนำมาขอเทยี บโอน มีความสอดคล้อง
กบั จดุ ประสงค์และเนื้อหาสาระของหลักสูตรท่ีขอเทียบไม่ถึงรอ้ ยละ 60 ผู้เรียนท่ี
ผ่านการประเมินจะได้รับการเทียบโอนผลการเรียนได้ โดยได้ระดับผลการเรียน
ตามที่ประเมินได้ สว่ นผูท้ ไ่ี มผ่ า่ นการประเมนิ จะไมไ่ ดร้ บั การเทียบโอนผลการเรียน
กรณีผู้เรียนขออนุญาตไปศึกษารายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง ต่าง
สถานศึกษาหรือขอศกึ ษาด้วยตนเองให้ดำเนินการดงั นี้
(1) ให้ดำเนนิ การโดยผู้เรียนย่ืนคำร้องไปศกึ ษาตา่ งสถานที่
หรือต่างรูปแบบต่อคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ซึ่งจะพิจารณาผลการ
เรียนและความจำเป็นของผู้เรียนตามระเบียบการจัดการศึกษา 3 รูปแบบ ของ
สถานศกึ ษาท่จี ะจัดการศึกษาในระบบ
(2) รายวิชาที่ผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานที่ หรือต่าง
รูปแบบต้องมีจุดประสงค์และเนื้อหาสาระสอดคล้องกับรายวิชาในหลักสูตรของ
สถานศกึ ษาทจ่ี ะนำมาเทยี บโอนไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 60
(3) กรณีผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานศึกษาหรือระบบที่มี
สถานศกึ ษาจัดการเรียนการสอนแน่นอน ถ้าเหน็ ควรอนุญาตใหไ้ ปเรียนไดใ้ ห้มีการ
ประสานงานเรือ่ งการจัดการเรียนการสอน การประเมนิ ผล และการรบั โอนผลการ
เรียนก่อน เมื่อได้ตกลงร่วมกันเรียบร้อยแล้วจึงจะอนุญาตเมื่อศึกษาสำเรจ็ ให้รับ
โอนผลการเรียนได้ทันที
(4) กรณีผู้เรยี นขออนุญาตศึกษาด้วยตนเอง หรือศึกษาใน
สถานศกึ ษาทไ่ี มส่ ามารถตดิ ต่อประสานได้ ถา้ คณะกรรมการพิจารณาความจำเป็น
แล้วเห็นควรอนุญาต เมื่อผู้เรียนมารายงานผลการเรียน ให้คณะกรรมการ
ดำเนินการเทยี บโอนผลการสถานศกึ ษา
(5) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน
รายงานผลการเทียบโอนให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของ
97
98
สถานศึกษาให้ความเห็นชอบ และเสนอผู้บริหารสถานศึกษาอนุมัติผลการเทียบ
โอนผลการเรยี น
(6) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน
รายงานผลการเทียบโอนให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของ
สถานศึกษาให้ความเห็นชอบ และเสนอผู้บริหารสถานศึกษาอนุมัติผลการเทียบ
โอนผลการเรียน
หมวด 6
บทเฉพาะกาล
ข้อ 20 ให้ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ
ของสถานศึกษา รกั ษาการให้เปน็ ไปตามระเบียบนี้
ข้อ 21 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ให้เสนอคณะกรรมการ
บริหารโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ่ ้านจอมบึง อนุมัติและให้
ความเปน็ ชอบก่อนนำไปใช้
ประกาศ ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558
(ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยฤทธ์ิ ศิลาเดช)
ประธานคณะกรรมการบรหิ ารโรงเรยี นสาธติ ฯ
98
99
ระเบียบ โรงเรยี นสาธติ แหง่ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบึง
ว่าดว้ ย วถิ ีชีวิตและการพัฒนาพฤตกิ รรมนักเรยี น พ.ศ. 2563
---------------------------------
เพอ่ื เป็นการส่งเสริมให้การพัฒนาพฤติกรรมนักเรยี นโรงเรียนสาธิต
แหง่ มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมู่บ้านจอมบงึ เป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง กำหนดความ
ประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2558 และ ข้อ 10 แห่งข้อบังคับ
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ่ ้านจอมบึง ว่าด้วย โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พ.ศ. 2556 จงึ ออกระเบียบไว้ ดงั ต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ โรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบึง ว่าดว้ ย วถิ ชี ีวิตและการพัฒนาพฤตกิ รรม
นกั เรยี น พ.ศ. 2563”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใชบ้ งั คับตั้งแตว่ ันถัดจากวันประกาศเปน็ ต้นไป
ขอ้ 3 ให้ยกเลิก “ระเบียบโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราช
ภัฏหมู่บ้านจอมบึง ว่าด้วย การพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวิทยาลัย ราชภัฏหมู่บา้ นจอมบงึ พทุ ธศกั ราช 2558”
ขอ้ 4 ในระเบยี บน้ี
“โรงเรียน” หมายถึง โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมู่บ้านจอมบึง
“ผู้อำนวยการโรงเรียน” หมายถึง ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแหง่
มหาวิทยาลัยราชภฏั หมู่บา้ นจอมบึง
“นักเรียน” หมายถึง นักเรียนของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลยั
ราชภัฏหมู่บ้านจอมบงึ
99
100
“ผปู้ กครอง” หมายถึง ผทู้ ่ไี ด้ลงชื่อเป็นผู้ปกครองในเอกสารมอบตัว
นกั เรยี นที่ให้ไวก้ บั ทางโรงเรียน
“ครู” หมายถึง ครูและอาจารย์พิเศษที่สอนประจำอยู่ในโรงเรียน
สาธติ แห่งมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบ่ า้ นจอมบงึ
“ครูท่ีปรกึ ษา” หมายถงึ ครูทีไ่ ดร้ ับแต่งตงั้ ใหท้ ำหนา้ ทค่ี รูทป่ี รกึ ษา
“ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ด ู แ ล ว ิ ถ ี ชี ว ิ ต แ ล ะ พั ฒ น า พฤ ต ิ ก ร ร ม น ั ก เ ร ี ยน ”
หมายถึง คณะครูและผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็น
คณะกรรมการดูแลวิถีชีวติ และพฒั นาพฤติกรรมนกั เรียน
“คณะกรรมการอทุ ธรณ์” หมายถงึ คณะครูและผู้เชย่ี วชาญท่ีได้รับ
การแตง่ ต้งั ให้ทำหนา้ ที่เปน็ คณะกรรมการอทุ ธรณ์
“แนววิถีชีวิต” หมายถึง แนวการดำเนินชีวิตของนักเรียนใน
โรงเรียน ซึ่งถูกกำหนดโดยคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรม
นกั เรยี น
“การกระทำที่พึงประสงค์” หมายถึง การแสดงพฤติกรรมที่ตรง
ตามความคาดหวงั ของแนววถิ ีชวี ติ ในโรงเรียน
“การกระทำความผิด” หมายถึง การแสดงพฤติกรรมที่ผิดต่อ
ระเบียบ ข้อบังคบั ประกาศของโรงเรยี น และกฎหมายอน่ื ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง
“การพัฒนาพฤติกรรม” หมายถึง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
นกั เรยี นไปในทางท่ีดขี ึ้น โดยสามารถกระทำได้ 2 วธิ ี คือ การดำเนินการทาง
วนิ ัย และการปรบั เปลยี่ นพฤติกรรม
ขอ้ 5 ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ มี
อำนาจออกหนังสือ คำสั่ง ประกาศอื่นๆ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉยั
ในกรณีทีม่ ีปัญหาเกี่ยวกบั การปฏิบัตติ ามระเบยี บน้ี
ข้อ 6 ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการดูแลวิถี
ชีวติ และพฒั นาพฤตกิ รรมนักเรียน โดยคณะกรรมการประกอบด้วย ประธาน
100
101
กรรมการ และกรรมการและเลขานุการ จำนวนอย่างน้อย 3 คน
แตไ่ ม่เกนิ 5 คน และมวี าระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี
ขอ้ 7 ให้คณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรม
นักเรียน มอี ำนาจหน้าท่ี ดงั ต่อไปนี้
(1) กำหนดโครงสร้างและคุณลักษณะของ
คณะอนุกรรมการดำเนินการทางวินัย และคณะอนุกรรมการพัฒนา
พฤตกิ รรมนักเรียน และทำเป็นประกาศโรงเรียน
(2) พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการ
ทางวินัย และคณะอนุกรรมการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ในแต่ละกรณี
ดำเนินการทางวนิ ยั นกั เรยี น
(3) กำหนดโครงสร้าง คุณลักษณะ และพิจารณา
แต่งตั้งบุคคล คณะบุคคล คณะอนุกรรมการ อื่นใด เพื่อดำเนินการในกรณี
ปรับเปลีย่ นพฤติกรรมนกั เรียน
(4) ดำเนินการกำกับดูแลวิถีชีวิตและพัฒนา
พฤติกรรมนกั เรียนในด้านป้องกัน แก้ไข และพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนอยา่ ง
รอบด้าน โดยให้มีการบันทึกและเก็บรักษาข้อมู ลอย่างเป็นระบบ
และรายงานใหผ้ ูอ้ ำนวยการโรงเรยี นทราบ
(5) พิจารณาเพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบการ
ทำงานของงานดูแลวิถีชีวิตและการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน แนววิถีชีวิต
นักเรียนภายในโรงเรียน และแนวทางการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน
โดยทำเปน็ ประกาศโรงเรียน
(6) ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานดูแลวิถีชีวิต
และพฒั นาพฤตกิ รรมนักเรยี น
หมวด 1
แนววถิ ีชวี ิต และการกระทำผิด
101
102
ข้อ 8 นักเรียนต้องรักษาวินัยและปฏิบัติตามระเบียบ และ
ประกาศของโรงเรียน โดยเครง่ ครดั
ขอ้ 9 นักเรียนต้องปฏิบัติตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และ
วฒั นธรรมอนั ดขี องสงั คมไทยในทุกโอกาส
ข้อ 10 นักเรียนตอ้ งประพฤติตนเป็นสุภาพชน ไม่ประพฤตใิ นสิง่
ที่อาจนำมาซ่ึงความเสอ่ื มเสียหรอื เสียหายแก่ตนเอง บุคคลอน่ื หรือโรงเรยี น
ขอ้ 11 นักเรยี นตอ้ งรักษาไวซ้ ่งึ ความสามคั คี ความสงบเรยี บร้อย
ชอ่ื เสียง และเกียรติคณุ ของโรงเรียน ไมก่ อ่ ความวุน่ วาย ทะเลาะววิ าท ทำรา้ ย
รา่ งกาย หรือทำลายทรัพย์สินของโรงเรยี นหรือบุคคลอนื่
ข้อ 12 นักเรยี นตอ้ งไม่ด่มื สุรา เสพของมนึ เมา หรอื ยุ่งเกย่ี วกบั สิง่
เสพติด
ข้อ 13 นักเรียนต้องไม่เล่นการพนันหรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือ
สนบั สนุนการพนนั ใดๆ เปน็ อันขาด
ข้อ 14 นักเรียนต้องไม่นำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในบริเวณ
โรงเรียน หรอื มีส่งิ ผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง
ข้อ 15 นักเรียนต้องปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติในการสอบ ตาม
ประกาศของโรงเรยี น
ขอ้ 16 นักเรียนต้องแต่งกายสุภาพ เรียบร้อย และถูกต้อง ตาม
ประกาศของโรงเรยี น
ข้อ 17 นักเรียนต้องปฏิบัติตามแนววิถีชีวิตในโรงเรียน ตาม
ประกาศของโรงเรียน
ข้อ 18 นักเรยี นท่กี ระทำผดิ กฎหมาย และมีผลทางคดีถึงท่ีสุดให้
จำคุก ให้นักเรียนพ้นสภาพการเรียนนักเรียน และให้รายงานให้โรงเรียน
ทราบโดยเร็ว
ข้อ 19 นักเรียนไม่ปฏิบัติตามหรือกระทำผิดตามข้อใด ในหมวด
นี้ หรือกระทำผิดวินัยตามประกาศโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม ให้ถือ
102
103
เป็นการกระทำผดิ วินัย และกระทำผิดวินยั ใดเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง
ให้กำหนดและทำเปน็ ประกาศโรงเรียน
หมวด 2
การดำเนินการทางวนิ ัยและบทโทษ
ข้อ 20 การแจ้งเหตุ สามารถแจ้งโดยตรงต่อคณะกรรมการวิถี
ชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน หรือผู้อำนวยการโรงเรียน ด้วยการทำ
หนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร หรือวาจาพร้อมมูลเหตุและหลักฐานที่เพียงพอ
ผูแ้ จ้งสามารถเปน็ ได้ทง้ั นักเรยี น ครู เจา้ หนา้ ท่ี และผูป้ กครอง
ขอ้ 21 หากมีมูลอนั เชือ่ ได้ว่า ผู้แจ้งเหตเุ จตนาแจ้งเหตุที่เป็นเทจ็
ผู้แจ้งเหตุมีความผิดตาม “ระเบียบ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมู่บ้านจอมบึง ว่าด้วย วิถีชีวิตและการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน พ.ศ.
2563” ให้ลงโทษอยา่ งน้อยทณั ฑบ์ น
หากผู้แจ้งเหตุไม่ใช่นักเรียน ให้ดำเนินการตามความผิด
ของกฎหมายอน่ื
ข้อ 22 ในกรณีการแจ้งเหตุอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิด
วินัย ให้ตั้งเป็นกรณีดำเนินการทางวินัยนักเรียน โดยคณะกรรมการดูแลวิถี
ชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน แต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการทาง
วินยั เพือ่ สอบสวนใหไ้ ดค้ วามจรงิ และดำเนินการทางวนิ ัยอย่างยุตธิ รรมโดยไม่
ชกั ช้า
ข้อ 23 คณะอนุกรรมการดำเนินการทางวินัย ประกอบด้วย
ประธาน กรรมการ และกรรมการและเลขานุการ จำนวนอยา่ งนอ้ ย 3 คน แต่
ไม่เกิน 5 คน ซึ่งถูกพิจารณาแต่งตั้งสำหรับแต่ละกรณี โดยคณะกรรมการ
ดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน และได้รับความเห็นชอบจาก
ผู้อำนวยการโรงเรียนซึง่ อาจจะแต่งต้งั กรรมการในคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิต
และพัฒนาพฤติกรรมได้
103
104
ข้อ 24 คณะอนุกรรมการดำเนินการทางวินัย มีอำนาจหน้าที่
ดงั นี้
(1) เชญิ บคุ คลใด ๆ มาใหข้ อ้ มูล เพ่ือหาข้อเท็จจริง
และรวบรวมพยานหลักฐาน
(2) พิจารณาหลักฐาน และข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์
ความถกู ผดิ ของพฤติกรรมและเหตกุ ารณ์
(3) พิจารณาบทลงโทษอย่างรอบคอบ และ
รายงานผลต่อคณะกรรมการดแู ลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤตกิ รรมนักเรยี น
(4) หน้าท่อี ่นื ๆ ที่เก่ียวข้อง
ขอ้ 25 ห้ามลงโทษนักเรยี นด้วยวิธีที่รุนแรง หรือแบบกล่ันแกลง้
หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของ
นักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษ
ดว้ ย
การลงโทษนักเรยี นให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสยั และ
ความประพฤติไม่ดีของนักเรียนให้รู้สำนึกในความผิด และปรับเปลี่ยน
ประพฤตติ นในทางท่ีดตี อ่ ไป
ให้ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้ที่ผู้อำนวยการโรงเรียน
มอบหมาย เปน็ ผ้มู อี ำนาจในการลงโทษนกั เรยี น
ขอ้ 26 การลงโทษนักเรียนที่กระทำผิดวินัยให้ทำเป็นหนังสือ
และให้ผู้สั่งลงโทษแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ รวมทั้งระยะเวลาสำหรับการ
อุทธรณไ์ ว้ด้วย
เมื่อได้สั่งลงโทษนักเรียนผู้ใดแล้ว ให้รีบแจ้งต่อบิดา
มารดา หรือผู้ปกครองของนักเรียนผู้นั้น ครูที่ปรึกษา และโรงเรียน แล้วแต่
กรณเี พือ่ ทราบ
ข้อ 27 โทษทางวินัยมี 4 สถาน
(1) ตกั เตอื น
104
105
(2) ทณั ฑบ์ น
(3) ควบคุมความประพฤติ
(4) เปลย่ี นบรรยากาศสถานศกึ ษา
โทษทุกสถานนน้ั มกี ารตัดคะแนนพฤติกรรมไปด้วยเสมอ
ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคะแนนความประพฤติ ตามประกาศของ
โรงเรียน
ขอ้ 28 โทษทุกสถาน มีรายละเอยี ด ดงั น้ี
(1) ตักเตือน ให้ใช้สำหรับนักเรียนที่กระทำ
ความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง การตักเตือนให้กระทำเป็นลายลักษณ์
อักษร และแจง้ ใหน้ ักเรยี นและผูป้ กครองทราบ
(2) ทัณฑ์บน ให้ใช้สำหรับนักเรียนที่กระทำ
ความผิดร้ายแรง หรือกระทำความผิดไม่ร้ายแรงและได้รับการตักเตือนเป็น
ลายลักษณ์อักษรมาแล้ว การทำทัณฑ์บนให้กระทำโดยเชิญนักเรียนและ
ผู้ปกครองมาบันทกึ รับทราบความผิด ลงนามการทำทัณฑ์บนเปน็ ลายลักษณ์
อักษร และรว่ มพิจารณาหาแนวทางปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมต่อไป
(3) ควบคุมความประพฤติ ให้ใช้สำหรับนักเรียนท่ี
กระทำความผิดวนิ ยั อย่างรา้ ยแรง หรือเคยถกู สัง่ ลงโทษทณั ฑบ์ นครบ ๒ ครั้ง
แ ต ่ ย ั ง เ ห ็ น ว ่ า น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ ป ร ั บ เ ป ล ี ่ ย น พ ฤ ต ิ ก ร ร ม ใ ห ้ ด ี ข ึ ้ น ไ ด้
การควบคุมความประพฤติให้กระทำเป็นคำสั่งควบคุมความประพฤติ และ
เชิญนักเรียนและผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิด และร่วมพิจารณาหา
แนวทางปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมตอ่ ไป
(4) เปลี่ยนบรรยากาศสถานศึกษา ให้ใช้สำหรับ
นักเรียนที่มีกระทำผิดอย่างร้ายแรง หรือเคยถูกสั่งลงโทษทัณฑ์บนครบ ๒
ครั้ง หรือเคยถูกลงโทษควบคุมความประพฤติมาแล้วและยังไม่สามารถ
ปรับเปล่ียนพฤติกรรมตนเองได้ การเปลีย่ นบรรยากาศสถานศกึ ษาให้กระทำ
105
106
เปน็ คำสัง่ และใหเ้ ชิญนักเรยี นและผู้ปกครองมาบันทึกรบั ทราบความผดิ และ
ร่วมพจิ ารณาหาแนวทางการเปล่ยี นบรรยากาศสถานศึกษา
การกระทำความผิดร้ายแรงและไม่ร้ายแรง ให้เป็นไป
ตามทกี่ ำหนดไว้ในประกาศของโรงเรยี น
ขอ้ 29 นักเรยี นผู้ใดไดร้ ับโทษควบคมุ ความประพฤติ หรอื เปลีย่ น
บรรยากาศสถานศกึ ษา หากมเี หตุอนั ควรลดหย่อนโทษจะนำมาประกอบการ
พจิ ารณาเพอื่ ลดโทษกไ็ ด้
ข้อ 30 หลักการ กระบวนการ และวิธีปฏิบัติ ในการดำเนินการ
ทางวินัย เกณฑก์ ารลงโทษและการเพิม่ ลดคะแนนพฤติกรรม และผลลพั ธ์ของ
แต่ละระดับคะแนน ให้คณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรม
นักเรียน เป็นผู้กำหนด และทำเปน็ ประกาศโรงเรยี น
หมวด 3
การอทุ ธรณ์
ขอ้ 31 นักเรียนซึ่งถูกสั่งลงโทษทางวินัยตามระเบียบนี้ และไม่
เห็นด้วยกบั คำส่ังลงโทษ นักเรียนมีสิทธิอทุ ธรณ์ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ท่กี ำหนดไวใ้ นระเบยี บน้ี โดยนักเรียนสามารถอุทธรณไ์ ดเ้ ฉพาะบทลงโทษทาง
วินัย การควบคุมความประพฤติ และการเปลี่ยนบรรยากาศสถานศึกษา
เท่านัน้ ในระหว่างอทุ ธรณใ์ ห้นกั เรยี นยังคงได้รบั โทษทางวินยั
ข้อ 32 การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัย ให้ผู้อุทธรณ์ทำเป็น
หนังสือพร้อมหลักฐานและลงลายมือชื่อของตนในหนังสือนั้นด้วย และ
อุทธรณ์แทนคนอื่นหรือมอบหมายคนอื่นอุทธรณ์แทนตนไม่ได้ เว้นแต่
ผู้ปกครอง
ข้อ 33 เพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์ ผู้ประสงค์จะอทุ ธรณ์มสี ิทธิ
ขอตรวจหรือคัดสำเนารายงานสอบสวนได้ ส่วนบันทึกถ้อยคำพยานบุคคล
หรือเอกสารอนื่ ทเ่ี กย่ี วข้อง ให้เป็นดุลยพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียนแล้วแต่
106
107
กรณี ที่จะอนุญาตให้ตรวจหรือคัดสำเนา โดยให้คำนึงถึงเหตุผลและความ
จำเปน็
ขอ้ 34 ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์
คณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธาน กรรมการ และกรรมการและเลขานุการ
จำนวนอย่างน้อย 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน และให้คณะกรรมการอุทธรณ์มี
วาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนา
พฤตกิ รรมนักเรยี น
ในกรณีที่มีการอุทธรณ์ ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทำ
หนังสือขอความอนุเคราะห์และแต่งตั้งนิติกรจากต้นสังกัด อย่างน้อย 1 คน
เป็นกรรมการ และให้มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาการ
ดำเนนิ การกรณีอุทธรณน์ ั้น
ข้อ 35 ใหค้ ณะกรรมการอุทธรณ์ มอี ำนาจหน้าที่ ดังตอ่ ไปน้ี
(1) รับเรื่อง และพิจารณาตั้งกรณีอุทธรณ์เพ่ือ
ดำเนนิ การ
(2) วนิ จิ ฉยั สั่งการกรณีอุทธรณ์
(3) ออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลให้มาให้
ถ้อยคำ หรือใหส้ ่งเอกสาร หรือวัตถุใดๆ มาเพื่อประกอบการพจิ ารณาได้ตาม
ความจำเป็น
(4) พิจารณาข้อเท็จจริง หลักฐาน เพื่อทบทวน
และพิสจู นค์ วามถกู ตอ้ งของผลการพิจารณาโทษทางวนิ ยั
(5) รายงานผลการพิจารณากรณีอุทธรณ์ให้
คณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน และผู้อำนวยการ
โรงเรยี นทราบ
(6) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือ
ปฏบิ ตั ิการอย่างใดอยา่ งหน่ึงตามที่คณะกรรมการอุทธรณม์ อบหมาย
(7) หนา้ ท่อี ่ืนๆ ตามที่โรงเรยี นมอบหมาย
107
108
ข้อ 36 การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ
อุทธรณ์ภายในสิบห้าวันทำการนับจากวันทราบคำสั่งหรือควรทราบคำสั่ง
ลงโทษทางวินยั
ข้อ 37 ให้คณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัยและสั่งการให้
เสร็จภายในสามสิบวัน นับจากวันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์ เว้นแต่มีเหตุผล
ความจำเปน็ ก็อาจขยายเวลาไดค้ รงั้ ละสามสบิ วนั แตไ่ มเ่ กนิ หกสบิ วันนับจาก
วนั ครบกำหนด ท้งั นี้จะต้องบนั ทกึ เหตุแหง่ การน้ันไว้
ขอ้ 38 ในกรณีที่คณะกรรมการอุทธรณเ์ หน็ ว่า การสัง่ ลงโทษทาง
วินัยสมควรแก่ความผิด หรือเห็นว่าการสั่งลงโทษทางวินัยนั้นไม่ถูกต้อง
หรือไม่เหมาะสมหรอื ไม่เป็นธรรม ให้เสนอขอความเหน็ ชอบจากผอู้ ำนวยการ
โรงเรียน เพื่อสั่งยกอุทธรณ์ หรือเพิ่มโทษ หรือลดโทษ หรือยกโทษ แล้วแต่
กรณี
ค ำ ว ิ น ิ จ ฉ ั ย ต า ม ว ร ร ค แ ร ก ใ ห ้ ถ ื อ เ ป ็ น ย ุ ต ิ แ ล ะ ใ ห้
คณะกรรมการอุทธรณ์แจง้ คำวินจิ ฉัยให้ผอู้ ทุ ธรณ์ทราบเป็นหนังสอื โดยเรว็
ขอ้ 39 การนับเวลาตามระเบียบนี้ หากเวลาสิ้นสุดตรงกับ
วันหยดุ ทำการของโรงเรียน ใหน้ ับวนั เร่มิ ทำการถัดจากวันหยดุ เป็นวันสดุ ท้าย
แห่งเวลา
หมวด 4
การปรับเปล่ยี นพฤติกรรม
ขอ้ 40 กรณีดำเนินการทางวินัยนักเรียนนักเรียนที่พิจารณา
สิ้นสุด และมีคำสั่งลงโทษแล้ว หากคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนา
พฤติกรรมนกั เรยี นพจิ ารณาเห็นถงึ ประโยชนใ์ นการพฒั นาพฤติกรรมนักเรียน
ใหต้ ง้ั เป็นกรณีปรับเปล่ยี นพฤติกรรมนกั เรียนต่อไปได้
ข้อ 41 การปรับเปล่ียนพฤตกิ รรมนกั เรียน ใหท้ ำได้หลายวธิ ี
(1) ใหค้ ำปรกึ ษาโดยครทู ป่ี รกึ ษา ครูประจำวิชา ครู
แนะแนว นักวชิ าชีพเฉพาะทาง หรือบคุ คลจากหนว่ ยงานภายนอก
108
109
(2) จัดกิจกรรม ให้เข้าร่วมหรือให้ทำกิจกรรมเพ่ือ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
(3) ส่งต่อหน่วยงานภายนอก เพื่อปรับเปลี่ยน
พฤตกิ รรม
(4) ดำเนินการอื่นๆ ท่ีเหน็ สมควร
ขอ้ 42 ให้มีคณะอนุกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ประกอบดว้ ย ประธาน กรรมการ และกรรมการและเลขานกุ าร จำนวนอย่าง
น้อย 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน ซึ่งถูกพิจารณาแต่งตั้งสำหรับแต่ละกรณี
โดยคณะกรรมการดแู ลวถิ ชี ีวติ และพฒั นาพฤตกิ รรมนักเรยี น และไดร้ บั ความ
เห็นชอบจากผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งอาจจะแต่งตั้งกรรมการใน
คณะกรรมการดแู ลวถิ ีชวี ติ และพัฒนาพฤติกรรมได้
โดยสามารถแต่งตั้งนักวิชาชีพเฉพาะทางจากภายนอก
โรงเรยี นท่ีเปน็ ประโยชนก์ ับการพฒั นาพฤตกิ รรมนักเรยี น เป็นกรรมการ หรือ
ทปี่ รกึ ษา ในคณะอนกุ รรมการปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมได้
ขอ้ 43 ให้คณะอนุกรรมการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียน
มอี ำนาจหน้าท่ี คอื
(1) เชิญบุคคลที่เกี่ยวกับข้องกับนักเรียนมา
แลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
นกั เรียน
(2) พิจารณาข้อมูล และวางแผนการปรับเปลี่ยน
พฤตกิ รรมนักเรยี น
(3) ดำเนินการปรับเปลยี่ นพฤติกรรมนักเรยี น
(4) จัดทำบันทึกการปรับเปล่ียนพฤตกิ รรมไว้ และ
ส่งให้คณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนเก็บรักษา
ข้อมูลอย่างเป็นระบบ
(5) หน้าท่อี น่ื ๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง
109
110
ขอ้ 44 ให้คณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรม
นกั เรยี น กำหนดแนวทางการดำเนนิ การในการปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมนกั เรยี น
และทำเป็นประกาศโรงเรียน
บทเฉพาะกาล
ขอ้ 45 ในกรณีที่ได้มีการดำเนินการทางวินัย หรือมีการย่ืน
อุทธรณ์ไวก้ ่อนหน้าวันที่ระเบยี บนี้มีผลใช้บังคับให้ดำเนินการตาม “ระเบียบ
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ว่าด้วยการพัฒนา
พฤติกรรมนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
พุทธศกั ราช 2558” ตอ่ ไปจนกวา่ จะแล้วเสรจ็
ข้อ 46 ในระหวา่ งท่ียงั ไมม่ กี ารแต่งตั้งคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิต
และพฒั นาพฤตกิ รรมตามระเบยี บน้ี ใหค้ ณะกรรมการดแู ลวิถีชีวติ และพัฒนา
พฤติกรรมนักเรยี นคณะเดิม เป็นคณะกรรมการตามระเบียบน้ี
ประกาศ ณ วนั ท่ี 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
(ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช)
ประธานคณะกรรมการบรหิ ารโรงเรยี นสาธิตฯ
110
111
ประกาศโรงเรยี นสาธติ แหง่ มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ
ว่าดว้ ย การสอบ
......................................
เพ่อื ให้การสอบของโรงเรียนสาธติ แหง่ มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมู่บ้าน
จอมบงึ มีความถูกตอ้ งและยตุ ธิ รรมเป็นมาตรฐานเดียวกนั ในการสอบ จึงออก
ประกาศโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภฏั หมู่บ้านจอมบึง ว่าด้วย การ
สอบ ไวด้ งั นี้
ขอ้ 1. ขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นการสอบ
(1) แสดงบตั รประจำตัวนักเรียนทกุ ครง้ั ท่ีเขา้ หอ้ งสอบ
(2) นำอุปกรณ์การสอบเข้าห้องให้ครบ และไม่ขอยืมกัน
ระหวา่ งการสอบ
(3) ไม่นำอุปกรณ์ สื่อสารทุกชนิดเข้าห้องสอบ หรือตามท่ี
รายวชิ านั้นกำหนด
(4) วางกระเป๋าหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ไว้หน้าห้องสอบหรือใน
สถานท่ีทก่ี ำหนด
(5) เข้าหอ้ งสอบให้ตรงเวลา ในกรณีที่นกั เรียนเข้าห้องสอบ
ช้ากว่ากำหนดเกิน 10 นาที นักเรียนจะต้องได้รับ
อนญุ าตจากครผู ู้คุมสอบกอ่ นจงึ จะเขา้ ห้องสอบได้ และ
ในกรณีที่มาช้ากว่ากำหนดเกิน 15 นาที ไม่อนุญาตให้
นักเรียนเข้าห้องสอบ เว้นแต่กรณีมีเหตุผลอันควร ให้
อยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
(6) ในกรณีที่นักเรียนขาดสอบเนื่องจากป่วย ไม่สามารถ
เข้าห้องสอบได้ตามเวลาที่กำหนด ให้ผู้ปกครองเขียน
111
112
บันทึกข้อความ ถึงหัวหน้าฝ่ายวิชาการ พร้อมแนบ
ใบรบั รองแพทย์ เพอื่ พิจารณาเป็นรายกรณี
(7) หา้ มพดู คุย ส่งเสยี ง หรือแสดงกริ ยิ าอาการไมเ่ หมาะสม
ในหอ้ งสอบ
(8) อ่านหรือฟังคำชี้แจงในการทำข้อสอบแต่ละวิชา และ
ปฏบิ ตั ิตามอย่างเคร่งครัด
(9) กรอกข้อมูลลงในหัวกระดาษสอบให้ถูกต้อง ชัดเจน
ครบถว้ น
(10) ไมก่ ระทำพฤติกรรมใด ๆ ที่ส่อทุจรติ ในการสอบ
(11) อนญุ าตใหน้ กั เรยี นออกจากห้องสอบหลังทำข้อสอบไป
แลว้ 30 นาที หรือตามที่รายวิชานน้ั กำหนด
(12) ไม่อนุญาตให้นักเรียนเข้าห้องน้ำหลงั ทำข้อสอบไปแลว้
30 นาที หากมีความจำเปน็ ให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของผู้คมุ
สอบ
(13) ตรวจทานการทำขอ้ สอบให้เรยี บร้อยกอ่ นออกจากห้อง
สอบ เมื่อส่งข้อสอบและออกจากห้องสอบแล้ว ไม่
สามารถแกไ้ ขคำตอบไดอ้ กี
ขอ้ 2. พฤตกิ รรมทส่ี อ่ ในทางทจุ รติ ในการสอบ
(1) นำเอกสารใดๆ ทไี่ มไ่ ดร้ ับอนุญาตตามที่รายวิชากำหนด
เข้าหอ้ งสอบ
(2) จดคำตอบเขา้ หอ้ งสอบ
(3) สง่ คำตอบให้เพ่ือน หรือเปิดโอกาสใหเ้ พอ่ื นลอกคำตอบ
หรือแอบดูคำตอบจากเพ่อื น
(4) พูดคุย หรือใช้สัญญาณเสียง สัญลักษณ์ หรือวิธีอื่น ๆ
ในขณะสอบ
112
113
(5) ลกุ จากท่นี ัง่ สอบโดยไม่ไดร้ ับอนญุ าตจากผู้คมุ สอบ
(6) แสวงหาหรือส่งต่อเนื้อหาหรือคำตอบของข้อสอบที่ยงั
ไม่ได้ทำการสอบซ่ึงได้มาโดยทุจริต
(7) อนื่ ๆท่เี หน็ สมควร
ขอ้ 3. การลงโทษกรณีทุจริตในการสอบ มีระเบียบปฏิบัติ
ดังนี้
(1) กรณีที่นักเรียนทุจริต ให้นักเรียนได้คะแนน “0” ใน
การสอบวชิ านั้นคร้ังน้นั ทั้งนนี้ กั เรยี นไมม่ ีสิทธิ์ สอบแก้
ตัวครั้งนั้น หากนำผลคะแนนที่ได้ไปประเมินร่วมกับ
ส่วนอื่น ๆ แล้วมีผลการเรียน ไม่ผ่าน รายวิชานั้น ให้
ต้องสอบแก้ตัวการสอบครั้งนั้นในรายวิชานั้นใหม่
ภายในเวลาทโ่ี รงเรียนกำหนด
(2) ในกรณีทขี่ ้อสอบรั่ว โดยไมส่ ามารถหาผู้กระทำผิดได้ให้
ถือว่าการสอบครั้งนั้นเป็นโมฆะ และจัดให้มีการสอบ
ใหม่
(3) นักเรียนที่ทุจริตการสอบ ให้ถือเป็นความผิดวินัย
ร้ายแรง ให้ดำเนินการทางวินัย ตามระเบียบของ
โรงเรยี น
ประกาศ ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2563
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์วจิ ารณ์ สงกรานต)์
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสาธติ แห่งมหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู่ ้านจอมบงึ
113
114
ประกาศโรงเรียนสาธติ แหง่ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บา้ นจอมบงึ
ว่าด้วย เครอื่ งแบบและการแตง่ กาย
......................................
เพื่อให้การแต่งกายของนักเรียนเป็นระเบียบเรียบร้อยและถูกต้อง
เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายของ
นักเรยี นโรงเรยี นสาธิตแหง่ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู่ ้านจอมบงึ ไวด้ ังน้ี
ข้อ 1. โรงเรียนกำหนดเครื่องแบบมัธยมศึกษาศึกษาตอนต้น
และมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ดังน้ี
การแต่งกาย นักเรียนต้องแต่งกายเครื่องแบบนักเรียน
ตามกฎหมายว่าดว้ ยเครื่องแบบนักเรียน และนักเรียนต้องแตง่ กาย
เคร่อื งแบบนกั เรียนตามระเบียบของสถานศกึ ษา
(1) เครอ่ื งแบบนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน้
(1.1) เครือ่ งแบบนกั เรียนชาย
(1.1.1) เสื้อ เป็นแบบเชิ้ต คอตั้ง ผ้าขาวเกลี้ยง
เน้ือหนา ผ่าอกตลอด มีสาบที่อก เส้ือ
กว้าง 3.5-4.0 เซนติเมตร กระดุมสีขาว
แบบศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร จำนวน 5
เม็ด แขนยาวเพียงข้อศอก มีกระเป๋าติด
แนวราวนมเบื้องซ้าย 1 กระเป๋า ขนาด
กว้างตั้งแต่ 8-12 เซนติเมตร ลึก 10
เซนติเมตร พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ
เมื่อสวมใส่ให้ชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง
มองเห็นเข็มขัดชดั โดยรอบ
114
115 (1.1.2) กางเกง เป็นกางเกงไทยใชผ้ า้ สดี ำ ชนิดผา้
115 โทเลหรือผ้ามัน ห้ามใช้ผ้าฝ้ายหรือเวส
ปอส์ย มีจีบหน้า 2 จีบ มีหูเข็มขดั 5-7 หู
ขาสั้นเหนือสะบ้าหัวเข่าไม่เกิน 5
เซนติเมตร ความกว้างของปลายขาพับ
เข้าในกว้าง 5 เซนติเมตร ผ่ากลางส่วน
หน้าติดซิป มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้าง
ข้างละ 1 กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลัง
ก า ง เ ก ง ต ้ อ ง ส ว ม ท ั บ ช า ย เ ส ื ้ อ ไ ว ้ ใ ห้
เรยี บร้อย ห้ามเปล่ียนแปลงสีของกางเกง
(1.1.3) รองเท้า ให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มส้นชนิดผูก
เชือก ผ้าใบสีดำ ไม่มีลวดลายหรือสีอื่น
ปน โดยสอดเชือกผูกรองเท้าทุกรูของ
รองเทา้
(1.1.4) ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสัน้ สขี าวหรือสีขาวพนื้
สีเทา ยาวเหนือตาตุ่มตั้งแต่ 10
เซนติเมตรขึ้นไปแต่ไม่เกินกลางหน้าแข้ง
ไม่พับหรือไม่ม้วนถุงเท้า ถุงเท้าไม่มี
ลวดลายหรือสีอนื่ ปน
(1.1.5) เข็มขัด สายเข็มขัดหนัง สีดำ หัวเข็มขัด
โลหะตามแบบที่โรงเรยี นกำหนด
(1.2) เครอ่ื งแบบนกั เรยี นหญงิ
(1.2.1) เสื้อ ให้ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป
แขนยาว ปลายแขนจั๊มติดกระดุม ชาย
ปล่อย และต้องสวมเสื้อซับในสีขาวก่อน
สวมเครื่องแบบ ห้ามใส่เสื้อยืดคอกลม
116
ชนิดติดคอ กระเป๋าเสื้อให้ติดรมิ ขอบเส้ือ
ด้านล่างขา้ งขวาขนาด 8-10 เซนติเมตร
(1.2.2) ใ ใก
ำ
(1.2.3) กระโปรง ใช้ผ้าสีที่โรงเรียนกำหนด
(ลายสก็อตสฟี ้า) เอวกระโปรงมีขอบกว้าง
3-4 เซนติเมตร แบบกระโปรงใช้แบบ
ธรรมดา ด้านหน้าและด้านหลังพับเป็น
จบี ขา้ งละ 3 จีบ จบี กระโปรงหันออกด้าน
นอก เย็บทับจบี กระโปรง จากขอบเอวลง
มาไม่เกิน 10 เซนติเมตร แต่ไม่เกินครึ่ง
นอ่ ง ชายกระโปรงหน้าลา่ งพบั เข้าด้านใน
กวา้ ง 2.5-3 เซนติเมตร
(1.2.4) รองเท้า ให้ใช้รองเท้าหนังสีดำ ไม่มี
ลวดลายหรือสีอื่นปน แบบรองเท้าใช้
แบบหุ้มส้นสีดำ ส้ นสูงไม่เกิน 3
เซนตเิ มตร หวั มน มีสายรดั หลงั เทา้
(1.2.5) ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสีขาวหรือสีขาวพื้นสี
เทา เวลาสวมใส่ให้พับขอบลงมาแล้ว วัด
จากกึ่งกลางขึ้นไปสูงไม่น้อยกว่า 3 น้ิว
แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหนา้ แขง้ ตนเอง ถ้า
ใช้ถุงเท้าที่ไม่พับขอบบนถุงเท้าต้องสูง
จากตาตุ่มไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว แต่ไม่เกิน
ก่ึงกลางของหนา้ แข้งตนเอง
(2) เครอ่ื งแบบนกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
(2.1) เครื่องแบบนักเรียนชาย
116
117 (2.1.1) เสื้อ เป็นแบบเชิ้ต คอตั้ง ผ้าขาวเกลี้ยง
117 เนื้อหนา ผ่าอกตลอด มีสาบที่อก เส้ือ
กว้าง 3.5-4.0 เซนติเมตร กระดุมสีขาว
แบบศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร จำนวน 5
เม็ด แขนยาวเพียงข้อศอก มีกระเป๋าติด
แนวราวนมเบื้องซ้าย 1 กระเป๋า ขนาด
กว้างตั้งแต่ 8-12 เซนติเมตร ลึก 10
เซนติเมตร พอเหมาะกับขนาดของเส้ือ
เมื่อสวมใส่ให้ชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง
มองเหน็ เข็มขดั ชัดโดยรอบ
(2.1.2) กางเกง เป็นกางเกงไทยใช้ผ้าสีดำ ชนิดผา้
โทเลหรือผ้ามัน ห้ามใช้ผ้าฝ้ายหรือเวส
ปอส์ย มีจีบหน้า 2 จีบ มีหูเข็มขดั 5-7 หู
ขาสั้นเหนือสะบ้าหัวเข่าไม่เกิน 5
เซนติเมตร ความกว้างของปลายขาพับ
เข้าในกว้าง 5 เซนติเมตร ผ่ากลางส่วน
หน้าติดซิป มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้าง
ข้างละ 1 กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลัง
ก า ง เ ก ง ต ้ อ ง ส ว ม ท ั บ ช า ย เ ส ื ้ อ ไ ว ้ ใ ห้
เรยี บร้อย ห้ามเปลยี่ นแปลงสีของกางเกง
(2.1.3) รองเท้า ให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มส้นชนิดผูก
เชือก ผ้าใบสีดำ ไม่มีลวดลายหรือสีอ่ืน
ปน โดยสอดเชือกผูกรองเท้าทุกรูของ
รองเทา้
(2.1.4) ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสั้นสขี าวหรือสีขาวพ้นื
สีเทา ยาวเหนือตาตุ่มตั้งแต่ 10
118
เซนติเมตร ขึ้นไปแต่ไมเ่ กินกลางหนา้ แข้ง
ไม่พับหรือไม่ม้วนถุงเท้า ถุงเท้าไม่มี
ลวดลายหรอื สีอ่ืนปน
(2.1.5) เข็มขัด สายเข็มขัดหนัง สีดำ หัวเข็มขัด
โลหะตามแบบทีโ่ รงเรยี นกำหนด
(2.2) เคร่อื งแบบนักเรยี นหญิง
(2.2.1) เสื้อ ให้ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป
แขนยาว ปลายแขนจั๊มติดกระดุม ชาย
เก็บเขา้ ในกระโปรงให้เรียบร้อย และต้อง
สวมเสื้อซับในสีขาวก่อนสวมเครื่องแบบ
หา้ มใสเ่ สอื้ ยืดคอกลมชนดิ ตดิ คอ กระเป๋า
เสื้อให้ติดริมขอบเสื้อด้านล่างข้างขวา
ขนาด 8-10 เซนติเมตร
(2.2.2)
ใ ใก
ำ
(2.2.3) กระโปรง ใช้ผ้าสีที่โรงเรียนกำหนด
(ลายสกอ็ ตสฟี ้า) เอวกระโปรงมขี อบกวา้ ง
3-4 เซนติเมตร แบบกระโปรงใช้แบบ
ธรรมดา ด้านหน้าและด้านหลังพับเป็น
จบี ขา้ งละ 3 จบี จีบกระโปรงหันออกดา้ น
นอก เยบ็ ทบั จีบกระโปรง จากขอบเอวลง
มาไม่เกิน 10 เซนติเมตร แต่ไม่เกินคร่ึง
นอ่ ง ชายกระโปรงหนา้ ล่างพับเข้าด้านใน
กว้าง 2.5-3 เซนตเิ มตร
118
119
(2.2.4) รองเท้า ให้ใช้รองเท้าหนังสีดำ ไม่มี
ลวดลายหรือสีอื่นปน แบบรองเท้าใช้
แบบหุ้มส้นสีดำ ส้นสูงไม่เกิน 3
เซนติเมตร หัวมน มีสายรัดหลังเท้า
รองเท้าผา้ ใบใหใ้ ชส้ ีขาวล้วน ไมม่ ีลวดลาย
หรือสอี ืน่ ปน
(2.2.5) ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสีขาวหรือสีขาวพื้นสี
เทา เวลาสวมใส่ให้พับขอบลงมาแล้ว วัด
จากกึ่งกลางขึ้นไปสูงไม่น้อยกว่า 3 น้ิว
แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหนา้ แข้งตนเอง ถ้า
ใช้ถุงเท้าที่ไม่พับขอบบนถุงเท้าต้องสูง
จากตาตุ่มไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว แต่ไม่เกิน
กึ่งกลางของหน้าแขง้ ตนเอง
(2.2.6) เข็มขัด สายเข็มขัดหนัง สีดำ หัวเข็มขัด
โลหะตามแบบท่ีโรงเรยี นกำหนด
ขอ้ 2. เครอื่ งแบบพลศึกษา
เคร่อื งแบบพลศึกษาเปน็ เครอื่ งแบบทโี่ รงเรียนกำหนดขึ้นเพื่อ
ความเหมาะสมในการเรียนพลศกึ ษาหรือใช้ในการเล่นกีฬา ดงั น้ี
(1) เคร่ืองแบบนกั เรียนชายและนกั เรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษา
ตอนต้นและมธั ยมศึกษาตอนปลาย
(1.1) เสื้อ เสื้อคอปก ผ้าโทเร สีเขียวตามแบบที่
โรงเรียนกำหนด ปักตราสัญลกั ษณ์ โรงเรยี นตรง
กระเป๋าเส้อื ด้านซา้ ย ปกั ชอ่ื และนามสกุลบรเิ วณ
ระดบั อก ปล่อยชายเสือ้ นอกกางเกง
(1.2) กางเกง กางเกงวอร์ม ผ้ายืด ขายาว สีกรมท่า
คาดแถบเหลืองบริเวรณข้างน่องมีตัวอักษรชื่อ
119
120
โรงเรยี นสีเขียวเป็นภาษาอังกฤษตามที่โรงเรียน
กำหนด
(1.3) รองเท้า นักเรียนชายให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มส้น
ชนิดผูกเชือก ผ้าใบสีดำ ไม่มีลวดลายหรือสีอ่ืน
ปน โดยสอดเชือกผูกรองเท้าทุกรูของรองเท้า
นักเรียนหญิงให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มส้นชนิดผูก
เชือก ผา้ ใบสขี าว ไม่มลี วดลายหรือสอี ่ืนปน โดย
สอดเชอื กผกู รองเท้าทุกรขู องรองเท้า
(1.4) ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสั้นสีขาวหรือสีขาวพื้นสีเทา
ยาวเหนือตาตุ่มตั้งแต่ 10 เซนติเมตร ขึ้นไปแต่
ไม่เกินกลางหน้าแข้ง ไม่พับหรือไม่ม้วนถุงเท้า
ถงุ เทา้ ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน
ข้อ 3. เคร่อื งหมายโรงเรียน
(1) ปักตราสัญลักษณ์ตามแบบที่โรงเรียนกำหนด บนอกเส้ือ
ดา้ นซ้ายทง้ั ชายและหญงิ
(2) ปักชื่อและนามสกุล ขนาดสูงประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร
ด้วยไหมสนี ำ้ เงิน ระดับอกดา้ นขวาทั้งชายและหญิง
ข้อ 4. บตั รประจำตวั นักเรยี น
(1) ห้ามเปล่ยี นแปลง ปลอมแปลง เปลยี่ นสภาพ หรือทำการ
ใด ๆ ที่ทำใหเ้ กดิ ความเสยี หายตอ่ บัตรประจำตวั นักเรียน
(2) บตั รประจำตวั นักเรยี นถือเป็นเครอื่ งแบบนกั เรยี น
ข้อ 5. เครือ่ งแบบลกู เสือและเนตรนารี และนกั ศกึ ษาวิชาทหาร
(1) เครอ่ื งแบบลูกเสือสามัญ รุ่นใหญ่ (ม.1-ม.3)
(1.1) หมวก หมวกทรงอ่อน สีเลือดหมู มีตราหน้า
หมวกเป็นโลหะสีทอง รูปตราคณะลูกเสือ
120
121 แห่งชาติเวลาสวมให้ตราหน้าหมวกอยู่เหนือคว้ิ
121 ซ้าย
(1.2) เส้ือ สีกากีแขนส้นั ติดกระดุมบน
(1.3) เครอ่ื งหมายประกอบเครอ่ื งแบบ
(1.3.1) ป้ายชื่อ-นามสกุล พื้นสีแดง
ตัวอักษรสีเหลือง ภาษาอังกฤษ
ขนาด 1 เซนติเมตร ปักติดเหนือ
กระเปา๋ ด้านขวา 1 เซนตเิ มตร
(1.3.2) ป ้ า ย โ ร ง เ ร ี ย น ส า ธ ิ ต แ ห่ ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอม
บึงติดแขนเสื้อด้านขวาลงมาจาก
ตะเขบ็ ดา้ นบน 1 เซนติเมตร
(1.3.3) เครื่องหมายตัวเลขกลุ่มกอง ติด
แขนเสื้อด้านขวาลงมาจากป้าย
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 1
เซนตเิ มตร
(1.3.4) อินทรธนู สีเลือดหมู มีอักษร
ล.ญ. ติดท่ีบา่ ท้งั สองข้าง
(1.3.5) เครื่องหมายหมู่ ผ้ารูปสีเหลี่ยม
จัตุรัส สีตามสีประจำหมู่ของ
ตนเองติดที่แขนเสื้อ ด้านซ้ายใต้
ตะเขบ็ บนประมาณ 1 เซนตเิ มตร
(1.3.6) เครื่องหมายนายหมู่ แถบผ้าสี
เลือดหมู แนวตั้ง 2 เส้น ติด
กระเป๋าเส้ือดา้ นซา้ ย
122
(1.3.7) เคร่ืองหมายรองนายหมู่ แถบผา้ สี
เลือดหมู แนวตั้ง 1 เส้น ติด
กระเป๋าเสือ้ ด้านซา้ ย
(1.4) ผ้าผูกคอ รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว สีน้ำเงิน มีตรา
ลกู เสือประจำจงั หวดั ราชบรุ ี
(1.5) ห่วงสวมผ้าผูกคอ เป็นโลหะ สีทอง มีตรารูป
หน้าเสอื
(1.6) กางเกง สกี ากี ขาสั้นเหนือสะบ้าหวั เขา่ ไม่เกนิ 5
เซนติเมตร ความกว้างของปลายขาพับเข้าใน
กว้าง 5 เซนติเมตร ผ่ากลางส่วนหน้าติดซิป มี
กระเป๋าตามแนวตะเข็บข้าง ข้างละ 1 กระเป๋า
ไม่มีกระเป๋าหลัง กางเกงต้องสวมทบั ชายเส้ือไว้
ใหเ้ รียบรอ้ ย
(1.7) เข็มขัด หนังสีน้ำตาล หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทอง
มีตรารปู หนา้ เสือ
(1.8) ถุงเท้า แบบยาว สีกากี พับขอบไว้ใต้เข่าพู่ สี
เลอื ดหมู ใส่ไวใ้ ตข้ อบพับถงุ เทา้ ใหเ้ หลอื ปลายพู่
ไวป้ ระมาณ 1 เซนติเมตร ท้งั 2 ขา้ ง
(1.9) รองเท้า รองเท้าผ้าใบ สีน้ำตาล หุ้มส้น ไม่มี
ลวดลาย แบบผูกเชอื ก
(2) เครอ่ื งแบบเนตรนารสี ามัญ รุ่นใหญ่ (ม.1-ม.3)
(2.1) หมวก ทรงปีกแคบ สีเขียวเข้ม มีเข็มเนตรนารี
รูปดอกจิกติดตรงกลางหนา้ หมวก
(2.2) เสื้อ สีเขียวเขม้ แขนสัน้ ติดกระดมุ บน
(2.3) เครื่องหมายประกอบเครอื่ งแบบ
122
123 (2.3.1) ป้ายชื่อ-นามสกุล พื้นสีแดง
123 ตัวอักษรสีเหลือง ภาษาอังกฤษ
ขนาด 1 เซนติเมตร ปักติดเหนือ
กระเป๋าดา้ นขวา 1 เซนตเิ มตร
(2.3.2) ป ้ า ย โ ร ง เ ร ี ย น ส า ธ ิ ต แ ห่ ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอม
บึงติดแขนเสื้อด้านขวาลงมาจาก
ตะเขบ็ ด้านบน 1 เซนตเิ มตร
(2.3.3) เครื่องหมายตัวเลขกลุ่มกอง ติด
แขนเสื้อด้านขวาลงมาจากป้าย
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 1
เซนติเมตร
(2.3.4) อินทรธนู สีเลือดหมู มีอักษร
น.น. ตดิ ทบ่ี ่าท้ังสองขา้ ง
(2.3.5) เครื่องหมายหมู่ รูปนกมีชื่อนก
ด้านล่างตามหมู่ของตนเองติดที่
แขนเสื้อด้านซ้ายใต้ตะเข็บบน
ประมาณ 1 เซนติเมตร
(2.3.6) เครื่องหมายหมู่ ผ้ารูปสีเหลี่ยม
จัตุรัส สีตามสีประจำหมู่ของ
ตนเองติดที่แขนเสื้อด้านซ้ายใต้
ตะเขบ็ บนประมาณ 1 เซนติเมตร
(2.3.7) เครอื่ งหมายรองนายหมู่ แถบผ้าสี
เลือดหมู แนวตั้ง 1 เส้น ติด
กระเปา๋ เสือ้ ดา้ นซา้ ย
124
(2.4) ผ้าผูกคอ รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว สีน้ำเงิน มีตรา
ลูกเสอื ประจำจงั หวดั ราชบุรี
(2.5) ห่วงสวมผ้าผูกคอ เป็นโลหะ สีทอง มีตราเนตร
นารี
(2.6) กระโปรง สเี ขยี วเขม้ ยาวลงมาเกินเข้า
(2.7) เข็มขัด หนังสีดำ หัวเข็มขัดเป็นโลหะ สีทอง มี
ตราเนตรนารี
(2.8) ถุงเท้า ถุงเท้าสีขาว ไม่มีลวดลาย ไม่มีสีอื่นเจือ
ปน ความสูงเหนือตาตุ่ม ประมาณ 3-5 นิ้ว ไม่
พับขอบถงุ เทา้
(2.9) รองเท้า ใหใ้ ชร้ องเทา้ หนังสดี ำ ไม่มลี วดลายหรอื
สีอื่นปน แบบรองเท้าใช้แบบหุ้มส้นสีดำ ส้นสูง
ไม่เกนิ 3 เซนติเมตร หวั มน มสี ายรัดหลังเท้า
หมายเหตุ ในกรณีที่นักเรียนไม่สามารถสวมใส่เครื่องแบบของ
โรงเรียนบางอย่างได้ ต้องใช้แบบอื่นแทน เช่น นักเรียนที่ดัดขาหรือข้อเท้า
ผู้ปกครองต้องทำบันทึกแจ้งโรงเรียนและแนบใบรับรองแพทย์มาเป็น
หลกั ฐาน
(3) เครอื่ งแบบนักศกึ ษาวิชาทหาร
ให้ใช้ระเบียบการเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารกรมการ
รักษาดินแดน
ข้อ 6. ทรงผม
(1) นักเรียนชาย
(1.1) แบบทรงผม นกั เรยี นตอ้ งไวท้ รงสภุ าพเรียบร้อย
เหมาะสมกบั กาลเทศะ ดังนใี้ หไ้ วผ้ มดา้ นข้าง
และด้านหลังยาวไม่เลยตีนผม ด้านหนา้ ยาวไม่
124
125
เกิน 5 เซนตเิ มตร เช่น แบบรองทรงสงู หรอื
ทรงนักเรียน
(1.2) หา้ มนกั เรยี น ดัดผม ซอยผม ทำลวดลายบน
ศีรษะ ทำสผี ม ใสเ่ ครอื่ งจัดแตง่ ทรงผม ไว้หนวด
เคราหรือทำการอ่นื ท่ีไม่เหมาะสมกับสภาพการ
เป็นนักเรียน
(2) นกั เรยี นหญิง
(2.1) นกั เรยี นหญงิ ใหไ้ วผ้ มส้ันหรือผมยาวก็ได้ กรณี
ผมยาวจนสามารถรวบได้ ให้รวบเกบ็ ให้
เรยี บร้อย โดยผกู โบหรอื รบิ บน้ิ สดี ำ สขี าว สี
กรมท่า และใช้กิ๊บลวดสำหรับตดิ ผมสีดำตดิ เก็บ
ลกู ผมและปอยผมใหเ้ รยี บร้อย ไมอ่ นุญาตให้ใช้
เครื่องประดับผมแบบอืน่
(2.2) ห้ามนกั เรยี น ดดั ผม ซอยผม ทำลวดลายบน
ศีรษะ ทำสผี ม ใส่เครอื่ งจัดแต่งทรงผม หรือทำ
การอน่ื ท่ไี มเ่ หมาะสมกับสภาพการเป็นนกั เรียน
หมายเหตุ : หากมีความจำเป็นต้องไวท้ รงผมแตกต่างจากท่ีกำหนด
ในข้อ เน่ืองจากความจำเป็นทางศาสนา ประเพณีหรือความจำเปน็ อนื่ ใด กใ็ ห้
อย่ใู นอำนาจของสถานศึกษาเป็นผ้พู ิจารณา
ขอ้ 7. เคร่ืองประดบั
(1) นักเรยี นตอ้ งไมใ่ ชเ้ ครอ่ื งประดบั ทไ่ี ม่เหมาะสมกับสภาพ
การเป็นนกั เรยี น เช่น สร้อยคอ แหวน สรอ้ ยข้อมอื แวน่
กันแดด ฯลฯ
(2) นกั เรียนหญิงท่ีเจาะหู อนญุ าตใหเ้ จาะหูข้างละ 1 รู และ
ใส่ต่างหู ขา้ งละ 1 อนั ตำแหนง่ ต่งิ หูเทา่ นนั้ โดยใชเ้ ฉพาะ
125
126
แบบทีเ่ ป็นห่วงหรือแปน้ ขนาดเล็กสเี งินเทา่ นน้ั นักเรยี น
ชายไม่อนญุ าตใหเ้ จาะหูและใส่ตา่ งหู
(3) กรณที น่ี ักเรียนต้องสวมสร้อยเพอื่ แขวนพระให้ใช้สรอ้ ยเงนิ
หรอื สแตนเลส โดยไมส่ วมในลักษณะเป็นเคร่ืองประดบั
(4) กรณีทีน่ ักเรียนสวมนาฬิกาขอ้ มอื ต้องเป็นแบบสุภาพ
และราคาไมเ่ กิน 5,000 บาท โดยใชส้ ีสุภาพ และไมม่ ี
เสยี งหรือแสงรบกวนผ้อู ืน่
(5) แว่นตา อนุญาตเฉพาะแวน่ สายตา ใชแ้ บบสีสุภาพ ไม่มี
ลวดลาย
(6) โบผกู ผมใหใ้ ชส้ ดี ำ สกี รมท่า สีขาวเท่านั้น และไม่มี
ลวดลาย
(7) เครือ่ งประดับอนื่ ๆ ทีไ่ มเ่ หมาะสมกับสภาพการเป็น
นกั เรยี น ไดแ้ ก่ คอนแทคเลนส์สตี า่ ง ๆ เครอื่ งสำอาง ฯลฯ
(8) ไมอ่ นญุ าตให้นำเครื่องประดบั ทม่ี ีราคาแพงมาโรงเรียน เช่น
สร้อยทอง แหวนทอง แหวนเพชร สร้อยข้อมอื ฯลฯ หาก
เกดิ กรณสี ญู หายทางโรงเรียนจะไม่รบั ผดิ ชอบทุกกรณี
หมายเหตุ : ในกรณที ีน่ ักเรียนตอ้ งการสวมใส่สิ่งของซึง่ เปน็ ความ
เชอ่ื หรอื บทบัญญตั ิทางศาสนา หรอื ตอ้ งสวมหมวก โพกผา้ ดว้ ยความจำเป็น
ตามท่แี พทยส์ ั่ง ผปู้ กครองตอ้ งทำจดหมายแจ้งขออนญุ าตผ้อู ำนวยการ ซ่งึ จะ
พจิ ารณาตามความจำเป็นและความเหมาะสมเปน็ รายกรณี
ข้อ 8. นักเรียนที่ฝ่าฝืนประกาศนี้ โรงเรียนจะยึดของท่ีผิด
ระเบียบไว้ที่ครูประจำชั้น และให้ผู้ปกครองมาติดต่อรับคืน
ภายใน 7 วัน หากไม่มารับคนื จะรวบรวมนำบรจิ าคต่อไป
126
127
ข้อ 9. ผู้ฝ่าฝืนหรือทำผิดตามประกาศนี้ จะถูกลงโทษตาม
ระเบียบ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอม
บึงว่าด้วย วิถีชีวิตและการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน พ.ศ.
2563
ประกาศ ณ วันท่ี 23 พฤศจกิ ายน 2563
(ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์วิจารณ์ สงกรานต์)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสาธติ แหง่ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบงึ
127
128
ข้อปฏบิ ัติในการใช้ห้องสมุดทรัพยค์ ิรี
ห้องสมุดทรัพย์คิรี โรงเรียนสาธติ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน
จอมบึง เปิดบริการแก่นักเรียนและครู-อาจารย์ได้เข้าไปศึกษาหาความ
เพิ่มเติม หรือใช้พื้นที่ในการเรียนรู้นอกห้องเรียน การทำงาน หรือพักผ่อน
หยอ่ นใจ นักเรยี นทจ่ี ะเข้าห้องสมุดควรทราบข้อปฏิบตั ิในการใชห้ ้องสมุดเพ่ือ
ยดึ ถอื เป็นแนวปฏบิ ตั ิ ดังน้ี
1. เวลาเปดิ หอ้ งสมดุ
เปิดใหบ้ ริการวนั จันทร์ – วันศุกร์ ต้งั แต่เวลา 08.00 – 16.20 น.
2. สมาชิกผู้มีสิทธิเ์ ข้าใชบ้ รกิ ารของหอ้ งสมุด
- นักเรียน ครู-อาจารย์ แม่บ้าน คนสวนของโรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบงึ
- ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมูบ่ า้ นจอมบึง
3. บริการห้องสมดุ
- บริการยมื -คืนหนังสอื วารสาร และสิง่ พิมพ์อนื่ ๆ
- บรกิ ารตอบคำถามและชว่ ยค้นคว้า
- Learning Space
- บรกิ ารจดั กิจกรรม และนิทรรศการเผยแพร่ความรู้
4. ระเบียบการยืมหนงั สือหอ้ งสมุด
- การยมื หนังสอื หอ้ งสมุด ใหแ้ สดงบตั รประจำตัวนกั เรยี นทุกคร้งั
- ครู – อาจารย์ ยืมหนังสือได้ครั้งละ 5 เล่ม กำหนดส่งคืน
ภายใน 7 วัน
- นักเรียนยืมหนงั สือไดค้ รัง้ ละ 3 เล่ม กำหนดส่งคืนภายใน 7 วนั
- การปรับผู้ค้างส่งหนังสือของห้องสมุด จะต้องเสียค่าปรับ
ตามที่ห้องสมดุ กำหนด คือวันละ 5 บาท/เล่ม
128