คาํ นํา
หนังสือ “คูมือการดําเนินการทางวินัยขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” เลมนี้
สํานักงาน ก.ค.ศ. ไดจัดพิมพขึ้นเพื่อใหสวนราชการและหนวยงานการศึกษาที่เกี่ยวของ ใชเปนคูมือ
การปฏิบัติงานดานวินัย การดําเนินการทางวินัย การอุทธรณและการรองทุกขของขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แกไข
เพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2551 สาระสําคัญประกอบดวย คําอธิบายตัวบทตามหมวด 6 วาดวยวินัยและ
การรักษาวินัย องคประกอบความผิดกรณีตาง ๆ หลักเกณฑและวิธีการดําเนินการทางวินัย แนวทางและ
วิธีการสอบสวน ตามกฎ ก.ค.ศ.วาดวยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ. 2550 หลักในการพิจารณาความผิดและ
กําหนดโทษ แนวทางการลงโทษ เงื่อนไขและความสมบูรณของคําสั่งลงโทษ การออกจากราชการ
การรายงานการดําเนินการทางวินัยและการออกจากราชการ การอุทธรณและการรองทุกข พรอมดวย
หลกั กฎหมาย และหลักปฏิบตั ริ าชการตามคาํ พพิ ากษาศาลปกครองสูงสุด
สํานักงาน ก.ค.ศ. จึงหวังเปนอยางย่ิงวา หนังสือคูมือการดําเนินการทางวินัยขาราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษาเลมนี้ ซึ่งเขียนโดยนางวงจันทร ชีวธาดาวิรุทน รักษาการในตําแหนงผูเชี่ยวชาญ
เฉพาะดานกฎหมาย จะเปนประโยชนแกการปฏิบัติงานของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ผบู ังคับบญั ชา กรรมการสอบสวน นติ ิกร เจาหนา ที่ และผทู เี่ ก่ยี วของไดตามสมควร
สํานักงาน ก.ค.ศ.
กันยายน 2553
สารบัญ
คํานาํ บทท่ัวไป หนา
สารบัญ การบรหิ ารงานบคุ คลของขา ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
บทที่ 1 โครงสรางของ ก.ค.ศ. 1
บทบาทและอาํ นาจหนา ท่ขี อง ก.ค.ศ. 1
บทท่ี 2 การดาํ เนนิ งานของ ก.ค.ศ. 3
โครงสราง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นทก่ี ารศึกษา 4
อาํ นาจและหนา ท่ขี อง อ.ก.ค.ศ.เขตพนื้ ที่การศึกษา 6
ตําแหนงและวทิ ยฐานะของขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 13
ผมู อี ํานาจสง่ั บรรจแุ ละแตงตง้ั 14
การบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 15
การจัดระเบียบบรหิ ารราชการเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา 19
ขอสงั เกตบางประการเกยี่ วกบั โครงสรา งและการจัดองคก รบริหารงานบคุ คล 21
22
วนิ ยั และการรักษาวนิ ัย 24
ความหมายของวนิ ยั
ความสําคัญของวินยั ท่มี ตี อ การศกึ ษา 27
จดุ มุงหมายของวินยั 27
การรักษาวนิ ัย 28
บทบาทของผบู ังคบั บัญชาเกี่ยวกบั การรักษาวนิ ยั 28
วตั ถุประสงคข องการรกั ษาวินัย 29
ลักษณะของวนิ ัย 29
ขอ กําหนดเรอ่ื งวนิ ยั 29
บทบัญญตั วิ าดว ยวินยั และการรกั ษาวนิ ยั 29
31
มาตรา 82 31
มาตรา 83 32
มาตรา 84 32
33
สารบัญ (ตอ ) หนา
มาตรา 85 42
มาตรา 86 46
มาตรา 87 51
มาตรา 88 57
มาตรา 89 61
มาตรา 90 62
มาตรา 91 65
มาตรา 92 67
มาตรา 93 68
มาตรา 94 71
มาตรา 95 79
มาตรา 96 82
มาตรา 97 84
บทที่ 3 การดาํ เนนิ การทางวินยั 85
ความหมาย 85
การสบื สวน 86
ประเภทของการสืบสวน 88
- การสบื สวนทไ่ี มเปนการดาํ เนนิ การทางวินยั 88
- การสบื สวนท่ีเปน การดาํ เนนิ การทางวินยั
ตวั อยางการสบื สวน 90
วธิ ดี าํ เนนิ การ
ตวั อยา งการสบื สวนกรณยี ังไมร ตู วั ผถู กู กลา วหา 90
แผนภมู กิ อ นการดาํ เนินการทางวนิ ยั 90
ขน้ั ตอนการดาํ เนินการทางวนิ ยั 91
การตั้งเรอื่ งกลา วหา 92
การสอบสวน 93
93
94
สารบัญ (ตอ ) หนา
ประเภทของการสอบสวน 95
- การสอบสวนวินยั ไมร า ยแรง 95
- การสอบสวนวนิ ยั อยา งรา ยแรง 95
97
หลักเกณฑแ ละวิธกี ารสอบสวน 97
1) ผมู อี ํานาจแตง ต้ังคณะกรรมการสอบสวน 99
คําพพิ ากษาศาลปกครองสงู สุด ที่ อ. 118/2551 99
2) องคป ระกอบและคณุ สมบัติของคณะกรรมการสอบสวน 100
คาํ พิพากษาศาลปกครองสงู สุด ที่ อ. 28/2547 100
3) คําสัง่ แตง ตง้ั คณะกรรมการสอบสวน 103
4) การแจง คําสั่งใหผถู กู กลาวหาและคณะกรรมการสอบสวนทราบ 103
5) สิทธิของผูถกู กลา วหา 105
6) การคัดคานกรรมการสอบสวน 106
7) การคดั คานผูสั่งแตง ตงั้ คณะกรรมการสอบสวน 108
8) กรรมการสอบสวนรายงานเหตุอนั อาจถกู คดั คา น 109
9) การเปลยี่ นแปลงกรรมการ 110
10) อํานาจหนา ท่ีของคณะกรรมการสอบสวน 112
11) การประชมุ 114
12) ลําดบั ข้นั ตอนการสอบสวน 114
13) หนาท่ีของประธานเมอื่ ไดร ับแจงคําสัง่ 115
14) การแจง และอธบิ ายขอกลา วหา 116
คําพิพากษาศาลปกครองสูงสดุ ที่ อ. 197/2548, อ. 21/2550
และ อ. 153/2547 119
15) กรณีผถู กู กลา วหาไมม ารับทราบขอ กลาวหา 120
16) การสอบสวนผถู ูกกลา วหา 130
17) การกาํ หนดประเดน็ สอบสวน 133
18) การสอบสวนพยานบคุ คล 136
19) การสอบสวนปรากฏกรณีกระทาํ ผดิ ในเร่ืองอ่ืน 137
20) การสอบสวนพาดพงิ ไปถึงผอู ่ืน
สารบญั (ตอ ) หนา
21) การสอบสวนดว ยเหตอุ นื่ แลว พบมลู ความผิดวนิ ยั รา ยแรง 138
22) การสอบสวนกรณีมีคาํ พพิ ากษาถึงทสี่ ดุ 138
23) การสอบสวนกรณผี ูถูกกลา วหาโอน/ยา ย 139
24) การสอบสวนเกย่ี วเนือ่ งกบั คดีอาญา 139
141
คําพิพากษาศาลปกครองสูงสดุ ท่ี อ. 463/2551 142
25) การสอบสวนหรือการดาํ เนนิ การทางวนิ ยั ผูออกจากราชการไปแลว 143
26) การรวบรวมพยานหลกั ฐาน 145
27) การขอขยายเวลาการสอบสวน 148
28) การทํารายงานการสอบสวน 164
29) การสอบสวนเพมิ่ เติม 165
30) การตรวจสอบความถกู ตองของการสอบสวน 166
31) การพิจารณาสั่งการของผสู ั่งแตงตงั้ คณะกรรมการสอบสวน 167
32) การกาํ หนดเวลาและขัน้ ตอนการสอบสวน
172
บทที่ 4 การพิจารณาความผดิ การกาํ หนดโทษ และการลงโทษ 172
การพิจารณาความผิดและกาํ หนดโทษ 172
ผมู ีอาํ นาจพิจารณาความผิดและกาํ หนดโทษ 173
หลักการพจิ ารณาความผดิ 174
แนวทางการพจิ ารณาวนิ ิจฉยั ของศาลปกครอง 177
การพจิ ารณากาํ หนดโทษ 180
การลงโทษทางวินยั 183
ผมู ีอํานาจสง่ั ลงโทษ 184
แนวทางการลงโทษทางวนิ ยั ตามมตคิ ณะรฐั มนตรี 184
คาํ พพิ ากษาศาลปกครองสงู สุด ที่ อ. 89/2549 187
ขอ ควรคาํ นึงในการสง่ั ลงโทษ 189
การดําเนนิ การระหวา งดาํ เนนิ การทางวนิ ัย 190
การใหพกั ราชการ 190
หลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารส่ังพกั ราชการ 193
การใหออกจากราชการไวก อ น 194
คําพพิ ากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ. 162/2548
สารบญั (ตอ) หนา
หลักเกณฑแ ละวธิ กี ารสั่งใหอ อกจากราชการไวก อน 194
การส่ังใหผ ูถ ูกพักราชการหรอื ผูถูกใหอ อกจากราชการไวก อ น 195
กลบั เขารบั ราชการ
198
บทที่ 5 การออกจากราชการ 198
ความหมาย 198
การพนจากสภาพการเปนขาราชการ 199
การออกจากราชการเพราะตาย 199
การพนจากราชการตามกฎหมายวาดวยบาํ เหน็จบาํ นาญขาราชการ 200
การลาออกจากราชการ 201
การออกจากราชการเพราะถกู ส่งั ใหออก 206
ถูกส่งั ลงโทษปลดออกหรือไลอ อก 206
ถกู ส่งั ใหออกกรณถี ูกเพกิ ถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชพี ตามมาตรา 109
209
บทที่ 6 การรายงานการดําเนนิ การทางวนิ ยั และการออกจากราชการ 209
หลักเกณฑ 212
การรายงาน 212
การรายงานการดาํ เนนิ การทางวนิ ยั ไมรา ยแรง 215
การรายงานการดาํ เนินการทางวินยั อยางรา ยแรง 217
การรายงานการสั่งใหอ อกจากราชการ 220
กรณีขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาทส่ี อนระดบั ปรญิ ญา 220
กรณที ่ตี อ งรายงาน ก.ค.ศ. เพอ่ื พิจารณา 222
แบบบันทกึ สรปุ ประวัตแิ ละขอ เทจ็ จรงิ
227
บทท่ี 7 การอทุ ธรณ 227
ความหมาย 227
ความสาํ คัญ 227
การอุทธรณคาํ สงั่ ลงโทษ 229
คาํ พิพากษาศาลปกครองสงู สุด ที่ อ. 87/2550 229
การอทุ ธรณโทษวินยั ไมร ายแรง
สารบัญ (ตอ ) หนา
การอุทธรณโ ทษวนิ ยั รายแรง 230
สิทธิของผูอุทธรณ 230
คาํ พิพากษาศาลปกครองสงู สดุ ที่ อ. 442/2545 , ท่ี อ. 3/2546 233
และ ที่ อ. 109/2546
การพจิ ารณาอทุ ธรณ 233
คาํ พพิ ากษาศาลปกครองสงู สุด ท่ี อ. 315/2549 238
บทท่ี 8 การรอ งทุกข 240
ความหมาย 240
ความสําคัญ 240
ขนั้ ตอนและวธิ กี ารรองทุกข 241
สทิ ธขิ องผูร องทุกข 243
ผูมีอาํ นาจพจิ ารณารองทุกข 244
ข้นั ตอนการดาํ เนินการ 245
การพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั เรือ่ งรองทกุ ข 246
การนบั ระยะเวลา 248
บรรณานกุ รม 249
ภาคผนวก 252
1. พระราชบญั ญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 252
และทแี่ กไ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2551 ท่เี ก่ียวกบั วนิ ัยและการรกั ษาวินยั
การดาํ เนินการทางวนิ ยั การออกจากราชการ การอุทธรณและการรองทกุ ข 282
2. กฎ ก.ค.ศ.วา ดว ยการสอบสวนพจิ ารณา พ.ศ. 2550 302
3. กฎ ก.ค.ศ.วา ดว ยกรณีความผดิ ท่ปี รากฏชัดแจง พ.ศ. 2549 304
4. กฎ ก.ค.ศ.วาดว ยอาํ นาจการลงโทษภาคทัณฑ ตดั เงนิ เดอื น
หรอื ลดข้ันเงินเดือน พ.ศ. 2549
สารบัญ (ตอ)
หนา
5. กฎ ก.ค. ฉบบั ท่ี 22 (พ.ศ. 2542) วา ดว ยการส่ังพกั ราชการ การใหอ อกจากราชการไวก อน 306
และการดําเนินการเพ่ือใหเ ปนไปตามผลการสอบสวนพิจารณา
316
6. กฎ ก.ค.ศ.วาดว ยการอุทธรณและการพิจารณาอทุ ธรณ พ.ศ. 2550 325
7. กฎ ก.ค.ศ.วา ดว ยการรองทุกขแ ละการพิจารณารอ งทกุ ข พ.ศ. 2551 332
8. ระเบยี บ ก.ค.ศ.วา ดวยการรายงานเกย่ี วกับการดําเนินการทางวนิ ยั
339
และการออกจากราชการของขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2551
9. ระเบยี บ ก.ค.ศ.วา ดวยวธิ กี ารออกคาํ ส่งั เกี่ยวกับการลงโทษทางวินยั 356
ของขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2548
10. ระเบยี บ ก.ค.ศ.วา ดว ยวันออกจากราชการของขาราชการครแู ละบุคลากร
ทางการศกึ ษา พ.ศ. 2548
249
บรรณานุกรม
สาํ นกั งาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ. รวมกฎหมาย กฎ ระเบยี บการบรหิ ารงานบุคคล
ดา นกฎหมายของขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา : โรงพมิ พคุรสุ ภา,
2549
สํานักงานศาลปกครอง. แนวคาํ วนิ จิ ฉัยคดปี กครองเก่ยี วกบั วินัยขาราชการ : กรงุ เทพฯ, 2551
สํานกั งานศา2ล5ป49กครอง. บทวเิ คราะหเ หตแุ หง การฟอ งคดีปกครองเก่ียวกับวนิ ัยขาราชการ,
มลู นธิ ิวจิ ยั และพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง. สรุปแนวทางการปฏิบตั ริ าชการ
จากคําวนิ จิ ฉยั ของศาลปกครองสูงสุด เร่ือง การบรหิ ารงานบคุ คลภาครฐั :
บริษทั บพธิ การพมิ พ จํากัด, 2551
สาํ นกั งานศาลปกครอง. สรปุ หลักปฏิบัตริ าชการจากคาํ วินจิ ฉยั ของศาลปกครองสงู สดุ
พ.ศ. 2548 : บรษิ ัทยูเน่ียนอลุ ตราไวโอเรต็ จํากดั , 2550
อนนั ต จินดารัตน. คําอธบิ ายวินยั ขาราชการครแู ละการออกจากราชการ : โรงพิมพ
การศาสนา, 2542
สถาบันวิจยั และใหค าํ ปรึกษาแหง มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร. รายงานการศึกษาวิจัย
เรื่อง การพฒั นามาตรฐานโทษทางวินัยสาํ หรบั ขา ราชการครูและบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา : กรงุ เทพฯ, 2551
อนันต จนิ ดารตั น. คมู ือการดาํ เนนิ การทางวนิ ยั สําหรบั ขา ราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษา : โรงพิมพก ารศาสนา, 2541
สาํ นักงานศาลปกครอง. รายงานการปฏบิ ัตงิ านศาลปกครองและสาํ นกั งานศาลปกครอง
ประจําป 2547
ประวีณ ณ นคร. พระราชบัญญตั ริ ะเบียบขา ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 สรุปสาระสําคญั
และคาํ อธิบายรายมาตรา : สวสั ดิการสํานกั งาน ก.พ., 2551
อําพล เจริญชีวนิ ทร. หลกั กฎหมายจากคําส่ังศาลปกครองสูงสดุ พ.ศ. 2544 : สาํ นกั พมิ พ
นิติธรรม, 2544
250
เอกศักดิ์ คงตระกลู . การบรหิ ารงานบุคคลขาราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา : วารสาร
วิชาการศาลปกครอง ปท ี่ 6 ฉบบั ที่ 2 (พ.ค. – ส.ค.), 2549
สุพจน แสงครุธ. ศึกษากรณกี ารกระทําผิดวนิ ัยของขาราชการครู สังกดั สาํ นกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ระหวางป พ.ศ. 2535 – 2538 วิทยานิพนธ
การศึกษาหาบัณฑิต : มหาวิทยาลยั บูรพา, 2541
กําพล วนั ทา. อาํ นาจในการออกคําสั่งลงโทษทางวินยั ขา ราชการครู : วิทยานพิ นธนิติศาสตร
มหาบัณฑติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2543
สตธิ ร ธนานธิ โิ ชติ. พฤตกิ รรมนยิ ม (Behavioralism) และสถาบนั นิยม (Institutionalism)
ในการเมืองเร่อื งการเลอื กตั้งของไทย : วารสารสถาบันพระปกเกลา ปท ี่ 5 ฉบับที่ 3
กนั ยายน – ธันวาคม 2550
สํานักงาน ก.ค. รายงานการศึกษาแนวทางการพฒั นาครตู ามแนวพระราชดําริ
ของพระบาทสมเด็จพระเจา อยหู วั : 2544
สํานกั งาน ก.พ. คมู อื การดําเนินการทางวินยั : กลมุ โรงพิมพส ํานักบริหารกลาง
สํานกั งาน ก.พ., 2549
สาํ นักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ. คมู ือการบรหิ ารงานบุคคลของขาราชการครแู ละ
บุคลากรทางการศึกษา : โรงพมิ พ สกสค. ลาดพรา ว, 2552
สาํ นักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ. คูมอื การดําเนินการทางวินัยสําหรบั ขา ราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา : โรงพมิ พองคก ารคาของ สกสค. , 2550
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 : นานมบี ุคส
พบั ลิเคชัน่ ส กรุงเทพมหานคร, 2546
ไพโรจน สติ ปรชี า. การบริหารงานบคุ คลในราชการพลเรอื นไทย : บรษิ ทั สํานกั พิมพ
ไทยวฒั นาพานชิ จาํ กัด กรุงเทพฯ, 2523
สํานกั งานศาลปกครอง. สรุปแนวทางปฏิบตั ริ าชการจากคําวินิจฉยั ของศาลปกครองสงู สุด
เรอื่ ง การบรหิ ารงานบุคคลภาครฐั : บริษัทบีพิธการพิมพ จํากัด, 2551
มนูญ สะมาลา. ปญ หาเกี่ยวกับการพจิ ารณาวนิ ยั ขา ราชการ : วิทยานพิ นธน ิติศาสตรมหาบัณฑติ
บัณฑติ วิทยาลัย จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย, 2539
251
สวุ รรณ ชนะสงคราม. การทํารายงานการสอบสวน, เอกสารอัดสําเนาประกอบการบรรยาย,
2550
สํานักงานปฏริ ูปการศึกษา. ขอ วิเคราะหเ กีย่ วกบั การจดั ระบบองคกรกลางบริหารงานบคุ คล
ในหนวยงานทางการศกึ ษา : กลุมงานกฎหมาย กรุงเทพฯ, 2545
สาํ นกั งาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธกิ าร, รายงานการวิจยั การศกึ ษาสภาพและความคาดหวงั
ในการปฏิบตั งิ านของคณะอนุกรรมการขา ราชการครู, 2552
สถาบันวจิ ัยและใหคาํ ปรกึ ษาแหงมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร. รายงานการศึกษาวจิ ยั
เรอ่ื ง การพัฒนามาตรฐานโทษทางวินัยสาํ หรับขา ราชการครูและบคุ ลากร
ทางการศึกษา, 2551
สถาบนั วิจัยและใหคําปรกึ ษาแหงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร. รายงานการศึกษาวิจยั
เรอ่ื ง การพัฒนากฎหมายวา ดวยการบริหารงานบคุ คลของขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษา, 2552
สํานกั งานกจิ การสตรแี ละครอบครัว กระทรวงพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย
www.women family.go.th 2 women2/Gender New. 8 มีนาคม 2553
ความเหน็ ผูบังคับบัญชา
ผลงานชิ้นน้ีเปนงานในหนาที่และความรับผิดชอบของผูขอรับการประเมินโดยตรง
ซึ่งรับผิดชอบในฐานะผูอํานวยการกลุมวินัยและนิติการ เปนผูกําหนดกรอบแนวคิด และวางหลัก
ในการศึกษาวิเคราะหประเด็นขอกฎหมายใหเกิดความชัดเจน ถูกตอง เปนธรรม มีเหตุผลอธิบายได
และนําไปสูการกําหนดแนวทางปฏิบัติ ซ่ึงเร่ืองนี้เปนประเด็นท่ีมีความละเอียดออน มีผลกระทบ
ตอสิทธิประโยชนทางกาวหนา และขวัญกําลังใจของผูประกอบวิชาชีพ ในการศึกษาวิเคราะห
เสนอความเห็นจึงตองมีความละเอียด รอบคอบ รัดกุม และโดยเฉพาะอยางย่ิงการวินิจฉัยกลับหลักการ
เปลีย่ นแปลงไปจากหลกั การเดมิ น้ัน ตองใชความรูความสามารถและความเช่ียวชาญสูงมากเปนพิเศษ
ซ่ึงปจจุบัน ก.ค.ศ. ไดกําหนดหลักเกณฑแนวทางปฏิบัติตามแนวการวินิจฉัยของผูขอรับการประเมิน
จงึ ตองถือวาผลงานน้ีเปนการวางบรรทัดฐานการบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับการมีและการเลื่อนวิทยฐานะ
ของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้นใหม ดังนั้น จึงเห็นวา ผลงานชิ้นนี้เปนผลงาน
ทีม่ ีคณุ ภาพสูงมาก
ลงชอ่ื .............................................ผูบงั คับบัญชา
(นายประเสรฐิ งามพันธ)ุ
เลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
คาํ นาํ
ระบบการบริหารงานวินัย เปนสวนหน่ึงของการบริหารงานบุคคลภาครัฐ อัน
เปนหัวใจของระบบราชการในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภาครัฐใหมีคุณภาพและ
ประสทิ ธิภาพ เพอื่ ใหร ะบบราชการสามารถตอบสนองความตอ งการของประชาชนและนโยบาย
ของรัฐไดอยางสมบูรณ ซ่ึงในปจจุบันการบริหารงานวินัยของหนวยงานการศึกษา ท้ังในเขต
พื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เจาหนาท่ีผูปฏิบัติงานสวนใหญเปนผูดํารงตําแหนงขาราชการ
ครู ซึ่งมีหนาท่ีทําการสอนเปนงานหลัก และไดรับมอบหมายหนาที่นอกเหนือจากงานสอนให
ปฏบิ ตั ิงานพเิ ศษ ผทู ี่ไดร บั มอบหมายสว นใหญไมมีความรูดานการดําเนินการทางวินัย และไมมี
แนวทางการปฏิบัติงานท่ีชัดเจน ยอมทําใหเกิดความผิดพลาดบกพรองไดงาย คําส่ังลงโทษทาง
วนิ ัยเปนคาํ สง่ั ทางปกครอง หากถกู เพิกถอนยอ มมผี ลกระทบตอกระบวนการดําเนินการทางวินัย
ที่ผูบังคับบัญชาอาจตองไปเร่ิมกระบวนการใหม อันอาจกอใหเกิดความเสียหายแกระบบ
ราชการโดยรวม
หนังสือ “คูมือการดําเนินการทางวินัยสําหรับขาราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา” เลมน้ี ผูเขียนไดศึกษาคนควาจากเอกสารวิชาการ วิทยานิพนธ บทความ ขอหารือ
และปญหาจากการปฏิบัติหนาที่ราชการ จากการเปนวิทยากร รวมทั้งคําพิพากษาศาลปกครอง
โดยนํามารวบรวมและเรียบเรียงเพื่อเปนแนวทางในการปฏิบัติงานวินัยแกขาราชการครูและ
บคุ ลากรทางการศึกษา รวมท้ังสามารถนําไปใชประโยชนใ นการเพ่ิมพูนความรูสําหรับผูท่ีสนใจ
ไดเ ปนอยางดี
รวมบทความและการเปน วิทยากรเผยแพรความรู
ดานกฎหมาย วนิ ยั อุทธรณ และรอ งทุกข
ของขา ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
ของ
นางวงจันทร ชีวธาดาวริ ทุ น
สํานักงาน ก.ค.ศ.
252
พระราชบัญญตั ิระเบียบขา ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗
บทท่ี 1
บทท่วั ไป
การบริหารงานบคุ คลของขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ขาราชการครูเดิมเปนขาราชการพลเรือนประเภทหน่ึง มีคุรุสภาเปนองคกรกลาง
บริหารงานบุคคล ซ่ึงทําหนาท่ีแทน ก.พ. ตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 และที่แกไขเพ่ิมเติม
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521 ตอมาป พ.ศ. 2523 ไดมีการตราพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครู
พ.ศ. 2523 ซึ่งกาํ หนดใหม ี “คณะกรรมการขาราชการครู” เรียกโดยยอวา “ก.ค.” เปนองคกรกลาง
บริหารงานบุคคลสําหรับขาราชการครู โดยในชวงน้ีไดมีการโอนโรงเรียนประชาบาลของ
องคการบรหิ ารสว นจงั หวดั ไปสงั กดั สํานักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหงชาติ ในสังกัด
กระทรวงศึกษาธิการ และโอนขาราชการสวนจังหวัดประเภทครูไปสังกัดสํานักงานคณะกรรมการ
การประถมศึกษาแหง ชาติดวย โดยอยภู ายใตการบริหารงานบคุ คลของ ก.ค.
การใหมีองคกรกลางบริหารงานบุคคลของขาราชการครูโดยเฉพาะ เนื่องจากกฎหมาย
วาดวยครูไดกําหนดใหคุรุสภาเปนองคกรกลางบริหารงานบุคคลสําหรับขาราชการครูแทน ก.พ.
เพราะขาราชการครูมีจํานวนมากและกระจัดกระจายไปทั่วประเทศ อีกทั้งลักษณะงาน ตําแหนง
หนาที่ของขาราชการครูก็แตกตางไปจากขาราชการพลเรือนประเภทอื่น ประกอบกับคุรุสภา
มิไดจัดตั้งข้ึนเปนสวนราชการเพื่อการบริหารงานบุคคล ทําใหไมเหมาะสมท่ีจะทําหนาท่ี
บริหารงานบุคคลสําหรับขาราชการครูตอไปตามโครงสรางและระบบการบริหารการศึกษา
ทป่ี รับปรุงใหม โดยเฉพาะอยา งยงิ่ โครงสรา งและระบบการบริหารการประถมศึกษาท่ีกําหนดให
มอบอํานาจการบริหารงานบุคคลสําหรับขาราชการครูไปดําเนินงานในระดับจังหวัด เพ่ือให
การบรหิ ารงานบุคคลมีความคลองตวั และสอดคลอ งกบั ความตองการของทองถนิ่
เมื่อมีการปฏิรูปการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 และที่แกไข
เพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ใหกระทรวงสงเสริมใหมีระบบและกระบวนการผลิตและพัฒนาครู
~2~
ใหมีคุณภาพและมาตรฐานท่ีเหมาะสมกับการเปนวิชาชีพช้ันสูง 1 โดยกําหนดใหมีระบบ
ใบประกอบวชิ าชพี ครู ซ่ึงเปนวธิ ีการอยา งหน่ึงในการท่ีใหผูเขาสูวิชาชีพครูไดมีมาตรฐานตามเกณฑ
มาตรฐานวิชาชีพ โดยมีการกําหนดวาผูที่จะเขาสูวิชาชีพครูไดน้ัน จะตองมีใบประกอบวิชาชีพ
ครูกอน 2 และใหมีองคกรกลางบริหารงานบุคคลของขาราชการครู 3 โดยใหครู และบุคลากร
ทางการศึกษาท้ังของหนวยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐ และระดับเขตพื้นท่ี
การศึกษาเปนขาราชการในสังกัดองคกรกลางบริหารงานบุคคลของขาราชการครู โดยยึดหลัก
การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารงานบุคคลสเู ขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาและสถานศึกษา
พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขา ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 4 เปนกฎหมาย
วาดวยการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซ่ึงใชบังคับแก
ขาราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ท้ังท่ีอยูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง
การทองเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงอ่ืนท่ีกําหนดในพระราชกฤษฎีกา
มีผลใชบังคับเมื่อวันท่ี 24 ธันวาคม 2547 จัดต้ังองคกรกลางบริหารงานบุคคลของขาราชการครู
และบคุ ลากรทางการศึกษาอยใู นรปู ของคณะกรรมการ เรียกวา “คณะกรรมการขาราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา” เรียกโดยยอวา “ก.ค.ศ.” และมีการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานบุคคล
ของขาราชการครู โดยกําหนดใหครู และบุคลากรทางการศึกษาท้ังของหนวยงานทางการศึกษา
ในระดับสถานศึกษาของรัฐ และระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษาเปนขาราชการในสังกัดองคกรกลาง
บริหารงานบุคคลเดียวกัน กลาวคือ ครู ซึ่งเปนขาราชการครูตามพระราชบัญญัติระเบียบ
ขาราชการครู พ.ศ. 2523 และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสวนหนึ่งเปนขาราชการพลเรือน
ท่ีปฏิบัติงานในสํานักงานซึ่งเปนหนวยงานทางการศึกษา เปนขาราชการในสังกัดองคกรกลาง
1 มาตรา 52 พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542
2 มาตรา 53 พระราชบญั ญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542
3 มาตรา 54 พระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542
4 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 121 ตอนพิเศษ 79 ก วันที่ 23 ธันวาคม 2547
~3~
บริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และกฎหมายไดกําหนดใหมีองคกร
ซง่ึ ทาํ หนาท่ีบริหารงานบุคคลขา ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาไวเ พียง 2 ระดับ คือ
1. ก.ค.ศ.
2. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา / อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตัง้
“ก.ค.ศ.” ซ่ึงเปนองคกรกลางบริหารงานบุคคล ทําหนาที่หลักในระดับนโยบายของ
สวนกลาง โดยมีสํานักงานคณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ
“สาํ นกั งาน ก.ค.ศ.” 5 เปน เจา หนา ทีเ่ กยี่ วกบั การดาํ เนินงานของ ก.ค.ศ. และ
“อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นท่ีการศึกษา” 6 ซ่ึงเปนองคกรรองรับการกระจายอํานาจ มีผูอํานวยการ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษารับผิดชอบในการปฏิบัติงานราชการท่ีเปนอํานาจและหนาท่ีของ
อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนท่ีการศึกษา และตามที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนที่การศึกษามอบหมาย และใหมี “อ.ก.ค.ศ.
ท่ี ก.ค.ศ. ตั้ง” 7 สําหรับสวนราชการหรือหนวยงานท่ีไมสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา โดยมีอํานาจ
หนาที่เชน เดยี วกบั อ.ก.ค.ศ.เขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา
โครงสรางของ ก.ค.ศ.
โดยการดําเนินงานบรหิ ารงานบคุ คลของขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จะดําเนินการ
ในรูปองคคณะบุคคล ที่เรียกวา “คณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา”
เรียกโดยยอวา ก.ค.ศ. (Teacher Civil Service and Educational Personnel Commission : TEPC)
เปนองคกรกลางทําหนาที่กําหนดนโยบาย ออกกฎ ระเบียบ หลักเกณฑและวิธีการเกี่ยวกับ
การบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีสํานักงานคณะกรรมการ
5 มาตรา 20 พระราชบัญญตั ิระเบียบขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
6 มาตรา 21 พระราชบัญญัตริ ะเบียบขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แกไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2553
7 มาตรา 25 พระราชบญั ญัตริ ะเบียบขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
~4~
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือสํานักงาน ก.ค.ศ. (Office of the Teacher Civil
Service and Educational Personnel Commission : OTEPC) ทําหนาที่เปนฝายเลขานุการของ ก.ค.ศ.
กลาวคือ เปนเจาหนาท่ีเกี่ยวกับการดําเนินงานในหนาที่ของ ก.ค.ศ. โดยองคประกอบของ
คณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปนลักษณะไตรภาคี
ประกอบดวยบุคคล 3 ฝาย คือ กรรมการโดยตําแหนง กรรมการผูทรงคุณวุฒิ และกรรมการผูแทน
ขา ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา จาํ นวน 31 คน 8 ดงั นี้
(1) รฐั มนตรวี าการกระทรวงศกึ ษาธิการ เปน ประธาน
(2) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปนรองประธาน
(3) กรรมการโดยตําแหนง จํานวน 8 คน
(4) กรรมการผทู รงคณุ วุฒิ จํานวน 9 คน และ
(5) กรรมการผแู ทนขา ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา จาํ นวน 12 คน
บทบาทและอํานาจหนา ทีข่ อง ก.ค.ศ.
พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แกไข
เพ่ิมเตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2551 มาตรา 19 กาํ หนดให ก.ค.ศ. มอี าํ นาจและหนา ที่ ดังตอ ไปน้ี
(1) เสนอแนะและใหคําปรึกษาแกคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการผลิตและ
การบริหารงานบคุ คลของขา ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาตามพระราชบญั ญตั ินี้
(2) กําหนดนโยบาย วางแผน และกําหนดเกณฑอัตรากําลังของขาราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งใหความเห็นชอบจํานวนและอัตราตําแหนงของหนวยงาน
การศึกษา
(3) เสนอแนะและใหคําปรึกษาแกคณะรัฐมนตรีในกรณีที่คาครองชีพเปล่ียนแปลงไปมาก
หรือการจัดสวัสดิการหรือประโยชนเกื้อกูลสําหรับขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ยังไมเหมาะสม เพ่ือใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาในอันท่ีจะปรับปรุงเงินเดือน เงินวิทยฐานะ
8 มาตรา 7 พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แกไขเพ่มิ เติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553
~5~
เงินประจําตําแหนง เงินเพิ่มคาครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชนเก้ือกูลสําหรับขาราชการครู
และบคุ ลากรทางการศึกษาใหเหมาะสม
(4) ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบยี บ ขอ บงั คับ หลกั เกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขการบริหารงานบุคคล
ของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กฎ ก.ค.ศ. เมื่อไดรับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและ
ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว ใหใชบ งั คับได
(5) พิจารณาวินิจฉัยตีความปญหาท่ีเกิดขึ้นเน่ืองจากการใชบังคับพระราชบัญญัตินี้
เม่อื ก.ค.ศ. มมี ตเิ ปน ประการใดแลว ใหหนว ยงานการศกึ ษาปฏบิ ัตติ ามนั้น
(6) พัฒนาหลักเกณฑ วิธีการ และมาตรฐานการบริหารงานบุคคล รวมทั้งการพิทักษ
ระบบคณุ ธรรมของขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
(7) กําหนดวิธีการและเงื่อนไขการจางเพื่อบรรจุและแตงต้ังบุคคลเพ่ือปฏิบัติหนาที่
ในตําแหนงครูและบุคลากรทางการศึกษาในหนวยงานการศึกษา รวมท้ังกําหนดอัตราเงินเดือน
หรอื คา ตอบแทน
(8) สงเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสรางขวัญกําลังใจ และการยกยองเชิดชูเกียรติ
ขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
(9) สงเสรมิ สนับสนนุ ใหม กี ารจดั สวสั ดกิ ารและสิทธิประโยชนเกือ้ กูลอ่นื แกขาราชการครู
และบคุ ลากรทางการศกึ ษา
(10) พิจารณาตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนที่การศึกษา และคณะอนุกรรมการอ่ืนเพ่ือปฏิบัติหนาท่ี
ตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย
(11) สงเสริม สนับสนุน ประสานงาน ใหคําปรึกษา แนะนําและช้ีแจงดานการบริหาร
งานบคุ คลแกหนว ยงานการศกึ ษา
(12) กําหนดมาตรฐาน พิจารณา และใหคําแนะนําเกี่ยวกับการดําเนินการทางวินัย
การออกจากราชการ การอทุ ธรณและการรอ งทกุ ข ตามทีบ่ ญั ญตั ไิ วในพระราชบญั ญัติน้ี
(13) กํากับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการบริหารงานบุคคลของขาราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือรักษาความเปนธรรมและมาตรฐานดานการบริหารงานบุคคล
~6~
ตรวจสอบ และปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ในการน้ีใหมีอํานาจเรียกเอกสารและหลักฐาน
จากหนวยงานการศึกษา ใหผูแทนของหนวยงานการศึกษา ขาราชการ หรือบุคคลใดมาชี้แจง
ขอเท็จจริง และใหมีอํานาจออกระเบียบ ขอบังคับ รวมท้ังใหสวนราชการ หนวยงานการศึกษา
ขาราชการ หรือบุคคลใดรายงานเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษาท่ีอยใู นอํานาจหนา ท่ีไปยัง ก.ค.ศ.
(14) ในกรณีท่ีปรากฏวาสวนราชการหรือหนวยงานการศึกษา อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนที่การศึกษา
คณะอนุกรรมการหรือผูมีหนาท่ีปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี ไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
หรือปฏิบัติการโดยไมถูกตองและไมเหมาะสม หรือปฏิบัติการโดยขัดหรือแยงกับกฎหมาย
กฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ขอบังคับ หลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขตามท่ี ก.ค.ศ. กําหนด ให ก.ค.ศ.
มีอํานาจยับยั้งการปฏิบัติการดังกลาวไวเปนการช่ัวคราว เม่ือ ก.ค.ศ. มีมติเปนประการใดแลว
ใหสวนราชการ หนวยงานการศึกษา อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นท่ีการศึกษา คณะอนุกรรมการหรือผูมีหนาท่ี
ปฏิบัติตามพระราชบญั ญัตินป้ี ฏิบัติไปตามน้ัน
(15) พิจารณารับรองคุณวุฒิของผูไดรับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือคุณวุฒิ
อยางอน่ื เพ่ือประโยชนใ นการบรรจแุ ละแตง ตง้ั เปนขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา และ
การกําหนดอัตราเงนิ เดือนหรอื คา ตอบแทนทีค่ วรไดร ับ
(16) กําหนดอัตราคาธรรมเนียมในเร่อื งการปฏิบตั กิ ารตาง ๆ ตามท่ีกาํ หนดในพระราชบญั ญัติน้ี
(17) พิจารณาจัดระบบทะเบียนประวัติและแกไขทะเบียนประวัติเก่ียวกับวัน เดือน ปเกิด
และควบคมุ การเกษยี ณอายขุ องขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
(18) ปฏิบัตหิ นา ท่อี นื่ ตามท่บี ัญญัตไิ วใ นพระราชบัญญตั ิน้ี หรือตามกฎหมายอ่ืน
การดาํ เนนิ งานของ ก.ค.ศ.
เน่ืองจากลักษณะโครงสรางของ ก.ค.ศ. เปนไปในรูปของคณะกรรมการ ฉะนั้น การดําเนินงาน
ตาง ๆ ของ ก.ค.ศ. เก่ียวกับการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
จึงจําเปนตองมีหนวยงานสํานักงาน ก.ค.ศ. เปนเจาหนาท่ีดําเนินการ และมีอนุกรรมการวิสามัญ
~7~
คณะตาง ๆ ซึ่ง ก.ค.ศ. ต้ังข้ึนตามมาตรา 17 เรียกโดยยอวา “อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ” ทําหนาที่พิจารณา
กลน่ั กรองเสนอความเห็นและวนิ ิจฉยั เร่ืองตาง ๆ แทน ก.ค.ศ.
การดําเนินงานของ ก.ค.ศ. นั้น ในทางปฏิบัติเม่ือสวนราชการหรือเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ไดเสนอเรื่องเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลให ก.ค.ศ. พิจารณา รวมถึงขอหารือซ่ึงเปนปญหา
ท้ังขอ กฎหมาย และในทางปฏิบัติสํานักงาน ก.ค.ศ. จะเปนผูรับเรื่องราวตาง ๆ เหลาน้ัน และเจาหนาท่ี
สํานักงาน ก.ค.ศ. ซึ่งแบงตามกลุมภารกิจที่เกี่ยวของกับเร่ืองน้ัน ๆ จะเปนผูพิจารณาในชั้นตน
โดยรวบรวมขอมูลศึกษาวิเคราะหปญหาทําความเห็นเสนอ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ ที่ ก.ค.ศ. ต้ังขึ้น
พิจารณาวินิจฉัย เม่ือ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ พิจารณามีมติเปนประการใดแลว สํานักงาน ก.ค.ศ. ก็จะแจง
หนวยงานหรอื สวนราชการท่ีเสนอเรื่องไดทราบตอไป หากเร่ืองใดท่ีเปนนโยบาย หรือมีปญหา
สาํ คัญจะนําเสนอ ก.ค.ศ. พิจารณา กอนแจงใหหนวยงานหรอื สว นราชการเพอื่ ทราบและถอื ปฏิบัติ
อ.ก.ค.ศ.วิสามัญคณะตาง ๆ ที่ ก.ค.ศ. ต้ังข้ึน เพื่อทําการแทน ก.ค.ศ. น้ัน มีบทบาทอยางมาก
ในการเปนผูพิจารณาวินิจฉัยกล่ันกรองเรื่องตาง ๆ และพิจารณาเสนอความเห็นตอ ก.ค.ศ.
จึงตองพิจารณาแตงตั้งจากผูท่ีมีความรูความเช่ียวชาญดานการบริหารงานบุคคลอยางแทจริง
เพ่ือใหการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเปนไปอยางมีคุณภาพ
และประสทิ ธิภาพยง่ิ ขึ้น
ในปจจุบัน ก.ค.ศ. มี อ.ก.ค.ศ.วสิ ามัญ รวม 10 คณะ ดงั นี้
1. อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเก่ียวกับกฎหมายและระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษา มีอํานาจหนาท่ีทําการแทน ก.ค.ศ. เกี่ยวกับการเสนอแนะและใหคําปรึกษาเกี่ยวกับ
การพัฒนาและการแกไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ หลักเกณฑและวิธีการเก่ียวกับ
การบริหารงานบุคคล ตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พิจารณารางและตรวจสอบความถูกตองและความชอบดวยกฎหมายของรางกฎหมาย กฎ ก.ค.ศ.
ระเบียบ ขอบังคับ หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา และพิจารณาวินิจฉัยและตีความปญหาที่เกิดข้ึนเน่ืองจากการใชบังคับ
กฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตอบขอหารือในประเด็นปญหา
~8~
ขอกฎหมาย รวมท้ังพิจารณาเร่ืองการแกไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวัน เดือน ปเกิด ของ
ขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา และปฏิบัตหิ นาทอ่ี ืน่ ตามท่ี ก.ค.ศ. มอบหมาย
2. อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ มีอํานาจและหนาที่ทําการแทน
ก.ค.ศ. เกี่ยวกับการแกไข ปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ เกี่ยวกับการดําเนินการทางวินัยและ
การออกจากราชการของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พิจารณาเรื่องการดําเนินการ
ทางวินัยและการออกจากราชการ และการรายงานการดําเนินการทางวินัยและการออกจาก
ราชการ คํารองเรียนกลาวโทษที่เกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการของขาราชการครูและ
บคุ ลากรทางการศึกษา รวมท้ังพิจารณาขอ หารอื เกยี่ วกับการดําเนินการทางวินัยและการออกจาก
ราชการของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และปฏิบัติหนาที่อ่ืนตามท่ี ก.ค.ศ.
มอบหมาย
3. อ.ก.ค.ศ.วสิ ามัญเก่ียวกับการอุทธรณและการรอ งทกุ ข มีอาํ นาจและหนาที่ทําการแทน
ก.ค.ศ. เกีย่ วกับการพจิ ารณาเรอ่ื งอุทธรณและรองทุกขเกี่ยวกับการลงโทษทางวินัยและการออกจาก
ราชการของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และเร่ืองรองทุกขท่ีเห็นวา อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นท่ี
การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง กระทําการหรือมีมติขัดหรือแยงกับกฎหมาย กฎ ก.ค.ศ.
ระเบียบ ขอบังคับ หลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขตามที่ ก.ค.ศ. กําหนด หรือมีมติโดยไมชอบ
ดวยกฎหมาย รวมท้ังพิจารณาเรื่องการดําเนินการทางวินัยและการออกจากราชการท่ีเปนงาน
ท่เี กย่ี วกับการอทุ ธรณแ ละการรองทกุ ข และปฏิบตั ิหนาที่อนื่ ตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย
4. อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเก่ียวกับตําแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอํานาจ
และหนาที่ทําการแทน ก.ค.ศ. เกี่ยวกับการกําหนดกรอบอัตรากําลัง การกําหนดตําแหนง
การบรรจุและแตงต้ัง การโอน การยาย การเปลี่ยนตําแหนง การเลื่อนตําแหนงและระดับตําแหนง
การบรรจผุ ูออกจากราชการหรอื ออกจากงานเขารบั ราชการ การตดั โอนตําแหนงและอัตราเงินเดือน
ของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และวินิจฉัยปญหาในเรื่องดังกลาว ตรวจสอบ
กํากับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษาเก่ียวกับการกําหนดกรอบอัตรากําลัง การกําหนดตําแหนง การบรรจุและแตงตั้ง
การโอน การยาย การเปลี่ยนตําแหนง การแตงต้ัง การเลื่อนตําแหนง และระดับตําแหนง การบรรจุ
ผูออกจากราชการหรือออกจากงานเขารับราชการ การตัดโอนตําแหนงและอัตราเงินเดือนของ
~9~
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การเลื่อนขั้นเงินเดือน รวมทั้งการดําเนินการใหเปนไป
ตามมติ ก.ค.ศ. และปฏบิ ตั หิ นาที่อนื่ ตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย
5. อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับวิทยฐานะขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอํานาจ
และหนา ที่ทําการแทน ก.ค.ศ.เก่ยี วกบั การใหข าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะ
และเล่ือนวิทยฐานะ และวินิจฉัยปญหาในเรื่องดังกลาว พิจารณารางกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ขอบังคับ
หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขเกี่ยวกับการประเมินขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ใหมีและเลื่อนวิทยฐานะของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามกฎหมายวาดวย
การบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่
ก.ค.ศ. มอบหมาย
6. อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเก่ียวกับการพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล มีอํานาจ
และหนาท่ีทําการแทน ก.ค.ศ. เกี่ยวกับการเสนอแนะและใหคําปรึกษาเก่ียวกับนโยบายการผลิต
และการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นโยบาย วางแผน และ
กําหนดเกณฑอัตรากําลังของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งใหความเห็นชอบ
จํานวนและอัตราตําแหนงในหนวยงานการศึกษา ออกกฎ ระเบียบ ขอบังคับ หลักเกณฑ วิธีการ
และเงื่อนไขและพัฒนาหลักเกณฑ วิธีการ และมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของขาราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา กําหนดวิธีการและเง่ือนไขการจางเพ่ือบรรจุและแตงตั้งบุคคล
เพ่ือปฏิบัติหนาท่ีในตําแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหนวยงานการศึกษา
รวมทั้งกําหนดอัตราเงินเดือนและคาตอบแทน พิจารณารับรองคุณวุฒิของผูไดรับปริญญา
ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพหรือคุณวฒุ อิ ยางอ่ืน เพือ่ ประโยชนใ นการบรรจุและแตงต้ังเปนขาราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา และการกําหนดอัตราเงินเดือนหรือคาตอบแทนที่ควรไดรับ รวมทั้ง
พิจารณาเกี่ยวกับการสรรหาบุคคลเขารับราชการเปนขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
และกําหนดอัตราคาธรรมเนียมในเร่ืองการปฏิบัติการตาง ๆ ตามท่ีกําหนดในกฎหมายวาดวย
ระเบยี บขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา และปฏบิ ัติหนา ทอี่ ืน่ ตามท่ี ก.ค.ศ. มอบหมาย
7. อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต มีอํานาจ
และหนา ท่ที ําการแทน ก.ค.ศ. ในสวนของการบริหารงานบุคคลเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด
ชายแดนภาคใต เกี่ยวกับการออกกฎ ระเบียบ ขอบังคับ หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขการบริหาร
~ 10 ~
งานบุคคลนอกเหนือจากเกณฑปกติ สรางขวัญ กําลังใจในการปฏิบัติหนาท่ีของขาราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา และพิจารณาคําขอการบรรจุและแตงตั้งเปนการเฉพาะรายในเขต
พัฒนาพเิ ศษเฉพาะกจิ จงั หวดั ชายแดนภาคใต และปฏิบัติหนา ที่อ่นื ตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย
8. อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเก่ียวกับการกํากับ ติดตาม และประเมินผลการบริหารงานบุคคล
มีอํานาจและหนาท่ีทําการแทน ก.ค.ศ. เกี่ยวกับการวางระบบและกลไกการตรวจติดตาม และ
ประเมินผลการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กํากับ ดูแล
ติดตาม ตรวจสอบ เพื่อใหสว นราชการ หนว ยงานการศกึ ษา อ.ก.ค.ศ.เขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา อ.ก.ค.ศ.
ท่ี ก.ค.ศ. ต้ัง และองคคณะบุคคลที่มีหนาที่ปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยการบริหารงานบุคคลของ
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และประเมินผลเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของ
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ออกระเบียบ ขอบังคับเก่ียวกับการรายงานการบริหาร
งานบุคคลสาํ หรบั ขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา และพจิ ารณาจัดระบบทะเบียนประวัติ
ขา ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
9. อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการรองทุกข และการรองเรียนขอความเปนธรรมเก่ียวกับ
การบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอํานาจและหนาที่ทําการ
แทน ก.ค.ศ. เกี่ยวกับการพิจารณาตรวจสอบขอเท็จจริงในเรื่องการรองทุกข และเร่ืองรองเรียน
ขอความเปนธรรมเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ที่ยื่นตอ ก.ค.ศ. หรือที่ตรวจพบเอง โดยใหมีอํานาจสืบสวน สอบสวน และสรุปขอเท็จจริง พรอมท้ัง
เสนอความเห็นตอ ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณา ภายในสามสิบวันทําการ และมีอํานาจยับยั้งการปฏิบัติการ
หรือการปฏิบัติตามมติเปนการชั่วคราวในกรณีที่สวนราชการ หนวยงานการศึกษา อ.ก.ค.ศ.
เขตพื้นที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง คณะอนุกรรมการ หรือผูมีหนาท่ีปฏิบัติตามกฎหมาย
วาดวยระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปฏิบัติการโดยขัดหรือแยง หรือไมปฏิบัติ
ตามกฎหมายน้ี (หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ หรือโดยไมถูกตองหรือ
ไมเ หมาะสม และหากปลอ ยเนน่ิ ชา ไปจะเกดิ ความเสียหายแกร าชการ) รวมทง้ั มีอํานาจดําเนินการ
สืบสวน สอบสวนในกรณีที่มีการรองเรียนกลาวหาวาอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนที่
การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ต้ัง หรือผูมีหนาท่ีปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยระเบียบ
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาท่ีโดยมิชอบ หรือ
~ 11 ~
ไมปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
และเสนอตอ ก.ค.ศ. เพอื่ พิจารณา และปฏิบัติหนา ที่อน่ื ตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย
10. อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการเสริมสรางประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของ
ขา ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา มีอํานาจและหนาท่ีทําการแทน ก.ค.ศ. เกี่ยวกับการเสนอแนะ
และใหคําปรึกษาตอ ก.ค.ศ. เกี่ยวกับนโยบายการวางระบบ กลไก และการออกระเบียบ หลักเกณฑ
วิธกี ารและมาตรการในการพัฒนาและการเสริมสรางวินัย คุณธรรม และจรรยาบรรณขาราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา เสนอแนะกรณีที่คาครองชีพเปล่ียนแปลงไปมาก หรือการจัดสวัสดิการ
หรือประโยชนเกื้อกูลสําหรับขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษายังไมเหมาะสม เพ่ือให
ก.ค.ศ. พิจารณาเร่ืองปรับปรุงเงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงินประจําตําแหนง เงินเพิ่มคาครองชีพ
สวัสดิการ หรือประโยชนเก้ือกูลสําหรับขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหเหมาะสม
ตอไป พิจารณารางกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ หลักเกณฑ วิธีการ และดําเนินการเก่ียวกับการประเมิน
ผลการปฏิบัติงานการประเมินเล่ือนข้ันเงินเดือนประสิทธิภาพ การใหคาตอบแทน การใหได
รับเงินวิทยพัฒน เงินเพิ่มสําหรับตําแหนงที่มีเหตุพิเศษ และสิทธิประโยชนเก้ือกูลอื่นของ
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รางนโยบาย ระเบียบ หลักเกณฑ วิธีการ กลไก และ
มาตรการในการพฒั นาการเสรมิ สรางวินยั คณุ ธรรม และจริยธรรม ขวัญ กําลังใจ และการยกยอง
เชิดชูเกียรติขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สงเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสราง
ขวัญและกําลังใจ และการยกยองเชิดชูเกียรติ การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชนเกื้อกูลแก
ขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา และปฏบิ ัติหนา ทอ่ี ื่นตามท่ี ก.ค.ศ. มอบหมาย
การดําเนินงานของ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ ทั้ง 10 คณะดังกลาว นับวาเปนการแบงเบาภาระ
ในการดําเนินงานของ ก.ค.ศ. เปนอยางมาก และทําใหการบริหารงานบุคคลของขาราชการครู
และบคุ ลากรทางการศึกษาเปน ไปอยา งมีประสิทธิภาพยิง่ ข้ึน
~ 12 ~
คณะกรรมการขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา
อ.ก.ค.ศ.วิสามญั ฯ อ.ก.ค.ศ.เขตพนื้ ท่ีการศึกษา อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ต้งั
จาํ นวน 10 คณะ จาํ นวน 225 เขต จํานวน 5 คณะ
1. อ.ก.ค.ศ.วสิ ามญั เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบขาราชการครู 1. อ.ก.ค.ศ.สํานักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
และบคุ ลากรทางการศกึ ษา 2. อ.ก.ค.ศ.สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
3. อ.ก.ค.ศ.สาํ นักบรหิ ารงานวทิ ยาลัยชุมชน
2. อ.ก.ค.ศ.วสิ ามญั เกีย่ วกบั วินยั และการออกจากราชการ 4. อ.ก.ค.ศ.สํานักบรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ
3. อ.ก.ค.ศ.วิสามญั เก่ียวกับการอุทธรณแ ละการรอ งทกุ ข 5. อ.ก.ค.ศ.สถาบันการพลศึกษา
4. อ.ก.ค.ศ.วิสามญั เก่ียวกบั ตาํ แหนงขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษา
5. อ.ก.ค.ศ.วิสามญั เกย่ี วกบั วทิ ยฐานะขาราชการครูและบคุ ลากร
ทางการศึกษา
6. อ.ก.ค.ศ.วิสามญั เก่ียวกับการพฒั นานโยบายและระบบ
บริหารงานบุคคล
7. อ.ก.ค.ศ.วสิ ามัญเกย่ี วกับเขตพฒั นาพเิ ศษเฉพาะกจิ จังหวดั
ชายแดนภาคใต
8. อ.ก.ค.ศ.วสิ ามัญเกยี่ วกบั การกาํ กบั ติดตาม และประเมินผล
การบรหิ ารงานบุคคล
9. อ.ก.ค.ศ.วสิ ามญั เกยี่ วกบั การรอ งทุกขและการรองเรียน
ขอความเปนธรรมเกี่ยวกับการบรหิ ารงานบุคคลของ
ขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
10.อ.ก.ค.ศ.วสิ ามญั เกี่ยวกบั การเสริมสรางประสทิ ธภิ าพ
ในการปฏบิ ตั ิราชการของขา ราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา
~ 13 ~
โครงสราง อ.ก.ค.ศ.เขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา
อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนที่การศึกษา ทําหนาที่เปนองคกรบริหารงานบุคคลในระดับเขตพ้ืนท่ี
การศึกษา เปนองคกรปฏิบัติที่เปนกลไกสําคัญรองรับการกระจายอํานาจ และรักษามาตรฐาน
การบริหารงานบุคคลและปกปองระบบคุณธรรมแกขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในเขตพนื้ ที่การศึกษาใหเ ปนไปตามมาตรฐานที่ ก.ค.ศ. กําหนด
องคประกอบของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นท่ีการศึกษา ตามมาตรา 21 แหงพระราชบัญญัติ
ระเบยี บขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แกไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2553
เปน ลักษณะไตรภาคี ประกอบดว ยบุคคล 3 ฝาย จํานวน 10 คน ดังนี้
(1) ประธานอนุกรรมการซึ่งอนุกรรมการเลือกกันเองจํานวน 1 คน โดยเลือกจาก
อนกุ รรมการผทู รงคุณวฒุ ิ
(2) อนุกรรมการโดยตําแหนงจํานวน 2 คน ไดแก ผูแทน ก.ค.ศ. และผูแทนคุรุสภา
ซึ่งคัดเลือกจากผูที่มีความรูความสามารถหรือประสบการณดานการบริหารงานบุคคล
ดา นการศึกษา ดา นกฎหมาย หรอื ดา นการเงนิ การคลงั
(3) อนุกรรมการผูทรงคุณวุฒิจํานวน 4 คน ซึ่งคัดเลือกจากผูท่ีมีความรูความสามารถ
หรือประสบการณดานการบริหารงานบุคคล ดานการศึกษา ดานกฎหมาย และดานการเงิน
การคลัง ดา นละ 1 คน
(4) อนุกรรมการผูแทนขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
จํานวน 3 คน ประกอบดวย ผูแทนผูบริหารสถานศึกษาหรือผูบริหารสถานศึกษาท่ีเรียกช่ือ
อยางอื่นในหนวยงานการศึกษาในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา จํานวน 1 คน ผูแทนขาราชการครู จํานวน
1 คน และผูแ ทนบุคลากรทางการศกึ ษาอืน่ จาํ นวน 1 คน
ใหผ ูอํานวยการสาํ นกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาเปนอนกุ รรมการและเลขานกุ าร
อนุกรรมการตาม (2) ซ่ึงเปนผูแทน ก.ค.ศ. และอนุกรรมการตาม (3) ตองไมเปน
ขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สวนอนุกรรมการตาม (2) ซึ่งเปนผูแทนคุรุสภาตองเปน
~ 14 ~
สมาชิกคุรุสภา และเปนผูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายวาดวยสภาครูและบุคลากร
ทางการศึกษา ทั้งนี้ อนุกรรมการตาม (2) และ (3) ตองไมเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง
สมาชิกสภาทอ งถน่ิ หรือผบู รหิ ารทอ งถน่ิ เจาหนา ท่ี ท่ปี รกึ ษา หรือผมู ตี ําแหนงบริหารในพรรคการเมอื ง
คุณสมบัติอื่น หลักเกณฑและวิธีการไดมา วาระการดํารงตําแหนงและการพนจาก
ตําแหนงของอนุกรรมการตาม (2) (3) และ (4) ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ี ก.ค.ศ.
กําหนด
อาํ นาจและหนา ท่ขี อง อ.ก.ค.ศ.เขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา
อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนท่ีการศึกษา มีอํานาจและหนาท่ีตามมาตรา 23 แหงพระราชบัญญัติ
ระเบียบขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 ดงั ตอไปนี้
(1) พิจารณากําหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลสําหรับขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งการกําหนดจํานวนและอัตราตําแหนงและเกลี่ยอัตรา
กําลังใหสอดคลองกับนโยบาย การบริหารงานบุคคล ระเบียบ หลักเกณฑและวิธีการท่ี ก.ค.ศ.
กําหนด
(2) พิจารณาใหความเห็นชอบการบรรจุและแตงต้ังขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา
(3) ใหความเห็นชอบเก่ียวกับการพิจารณาความดีความชอบของผูบริหารสถานศึกษา
ผูบริหารการศึกษาในหนวยงานการศึกษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา และขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษาในเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา
(4) พิจารณาเก่ียวกับเรื่องการดําเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ และ
การรองทุกข ตามทีก่ ําหนดไวใ นพระราชบญั ญตั ิน้ี
(5) สง เสรมิ สนับสนนุ การพฒั นา การเสริมสรางขวญั กาํ ลังใจ การปกปอ งคุม ครองระบบ
คุณธรรม การจัดสวัสดิการ และการยกยองเชิดชูเกียรติขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในหนว ยงานการศึกษาของเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา
~ 15 ~
(6) กาํ กับ ดูแล ตดิ ตามและประเมนิ ผล การบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษาในหนวยงานการศกึ ษาในเขตพนื้ ท่ีการศึกษา
(7) จัดทําและพัฒนาฐานขอมูลขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหนวยงาน
การศกึ ษาในเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษา
(8) จัดทํารายงานประจําปท่ีเก่ียวกับการบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาในหนว ยงานการศึกษา เพอ่ื เสนอ ก.ค.ศ.
(9) พิจารณาใหความเห็นชอบเร่ืองการบริหารงานบุคคลในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ท่ีไมอยู
ในอํานาจและหนา ท่ีของผบู รหิ ารของหนวยงานการศึกษา
(10) ปฏบิ ตั หิ นาท่อี น่ื ตามทีบ่ ญั ญตั ิไวในพระราชบัญญัติน้ี กฎหมายอ่ืน หรือตามที่ ก.ค.ศ.
มอบหมาย
ตาํ แหนง และวิทยฐานะของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ระบบตําแหนงของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเปนระบบคุณวุฒิหรือระบบ
วิทยฐานะ (Academic Rank Classification = ARC) เปนการกําหนดตําแหนงตามคุณวุฒิ
ประสบการณหรือความรูความสามารถ ความชํานาญการหรือความเชี่ยวชาญของบุคคล ซ่ึงตางกับ
ระบบจําแนกตําแหนง (Position Classification = PC) เปนการกําหนดตําแหนงโดยคํานึงถึง
ลักษณะหนาท่ี ความรับผิดชอบ ปริมาณ และคุณภาพของงาน โดยมุงหมายใหเปนการจูงใจ
และสงเสรมิ ใหข าราชการครูมคี วามกา วหนาในวิชาชีพ มีขวัญและกําลังใจที่จะมุงมั่นพัฒนางาน
ในหนาที่ กลาวคือ พัฒนาการเรียน การสอน อันจะสงผลดีตอคุณภาพการศึกษาและนักเรียน
โดยตรง
1. ตาํ แหนงขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา มี 3 ประเภท 9 ดังนี้
ก. ตาํ แหนง ซงึ่ มหี นาทเ่ี ปน ผสู อน ไดแก
9 มาตรา 38 พระราชบัญญัตริ ะเบยี บขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 แกไขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 2)
พ.ศ. 2551
~ 16 ~
(1) ครูผูชวย
(2) ครู
(3) อาจารย
(4) ผูชวยศาสตราจารย
(5) รองศาสตราจารย
(6) ศาสตราจารย
ตําแหนงใน (1) และ (2) จะมีในหนวยงานการศึกษาใดก็ได สวนตําแหนงใน (3)
ถึง (6) ใหมีในหนวยงานการศกึ ษาท่ีสอนระดับปรญิ ญา
ข. ตําแหนงผูบริหารสถานศกึ ษาและผบู รหิ ารการศึกษา ไดแก
(1) รองผอู ํานวยการสถานศึกษา
(2) ผอู ํานวยการสถานศึกษา
(3) รองผอู าํ นวยการสาํ นักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา
(4) ผอู ํานวยการสํานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษา
(5) ตาํ แหนงทเ่ี รียกชอื่ อยา งอ่นื ตามท่ี ก.ค.ศ. กาํ หนด
ค. ตําแหนงบุคลากรทางการศึกษาอ่ืน ไดแก
(1) ศึกษานเิ ทศก
(2) ตําแหนงท่ีเรียกช่ืออยางอื่น ตามที่ ก.ค.ศ. กําหนด หรือตําแหนงของขาราชการ
ที่ ก.ค.ศ. นาํ มาใชก าํ หนดใหเ ปน ตาํ แหนงขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
2. ตําแหนงขาราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ซ่งึ เปน ตําแหนงท่ีมวี ิทยฐานะ 10 ไดแ ก
ก. ตําแหนงครู มีวิทยฐานะดังตอไปน้ี
(1) ครูชาํ นาญการ
(2) ครชู ํานาญการพิเศษ
10 มาตรา 39 พระราชบัญญตั ิระเบยี บขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
~ 17 ~
(3) ครูเช่ียวชาญ
(4) ครูเชยี่ วชาญพิเศษ
ข. ตําแหนง ผบู รหิ ารสถานศึกษา มวี ิทยฐานะดังตอ ไปนี้
(1) รองผูอ าํ นวยการชํานาญการ
(2) รองผูอ ํานวยการชํานาญการพเิ ศษ
(3) รองผอู ํานวยการเชยี่ วชาญ
(4) ผูอํานวยการชาํ นาญการ
(5) ผูอํานวยการชาํ นาญการพเิ ศษ
(6) ผอู าํ นวยการเช่ยี วชาญ
(7) ผูอ าํ นวยการเช่ียวชาญพเิ ศษ
ค. ตาํ แหนง ผบู ริหารการศกึ ษา มีวทิ ยฐานะดังตอไปนี้
(1) รองผูอํานวยการสํานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาชาํ นาญการพิเศษ
(2) รองผอู าํ นวยการสํานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาเชย่ี วชาญ
(3) ผูอาํ นวยการสาํ นักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาเชีย่ วชาญ
(4) ผอู ํานวยการสํานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาเชี่ยวชาญพเิ ศษ
ง. ตาํ แหนงศึกษานิเทศก มีวทิ ยฐานะดงั ตอ ไปน้ี
(1) ศึกษานเิ ทศกช ํานาญการ
(2) ศึกษานิเทศกชาํ นาญการพเิ ศษ
(3) ศกึ ษานเิ ทศกเชี่ยวชาญ
(4) ศกึ ษานเิ ทศกเชย่ี วชาญพิเศษ
จ. ตําแหนง ท่เี รยี กชื่ออยา งอืน่ ตามท่ี ก.ค.ศ. กําหนดใหมวี ิทยฐานะ
~ 18 ~
3. ตาํ แหนงคณาจารยดังตอไปน้ี เปนตาํ แหนงทางวิชาการ 11
(ก) อาจารย
(ข) ผชู ว ยศาสตราจารย
(ค) รองศาสตราจารย
(ง) ศาสตราจารย
การบรรจุและแตง ตง้ั
การบรรจุ หมายถึง การรับบุคคลที่มิไดเปนขาราชการเขารับราชการ ซ่ึงเปนการทําให
มีสถานภาพเปนขาราชการตามกฎหมาย เชน การบรรจุผูสอบแขงขันได การบรรจุผูไดรับคัดเลือก
การบรรจผุ ูเ ช่ียวชาญระดบั สงู เปน ตน
การแตงต้ัง หมายถึง การแตงต้ังผูท่ีเปนขาราชการแลวใหดํารงตําแหนง ซึ่งเปนการทําให
มีอํานาจหนาท่ีตามตําแหนงนั้น ๆ เชน การแตงต้ังผูไดรับการบรรจุในกรณีดังกลาวขางตน
การแตงต้ังโยกยาย การแตงตั้งผูไดเล่ือนระดับตําแหนง การแตงตั้งผูไดเลื่อนวิทยฐานะ การแตงต้ัง
ใหดํารงตําแหนงใหม การแตงต้ังใหกลับไปดํารงตําแหนงเดิม การแตงต้ังผูรักษาการในตําแหนง
การใหขาราชการประจําสวนราชการ ประจําเขตพ้ืนที่การศึกษา โดยใหพนจากตําแหนงหนาท่ีเดิม
(ยังรบั เงนิ เดอื นในอัตราเดิม) การใหข า ราชการพนจากตําแหนงหนาที่และขาดจากอัตราเงินเดือน
ในตาํ แหนง เดิมไปรบั เงนิ เดอื นในอัตรากาํ ลงั ทดแทน เปนตน
หลักเกณฑการบรรจแุ ละแตงตง้ั
การบรรจแุ ละแตงตง้ั มหี ลกั เกณฑที่สําคัญ ดงั น้ี
1) การบรรจผุ สู อบแขงขนั ได จะตองบรรจแุ ละแตงตั้งตามลําดับท่ีในบัญชีผูสอบแขงขันได
(มาตรา 45)
11 มาตรา 40 พระราชบัญญตั ริ ะเบียบขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 แกไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2)
พ.ศ. 2551
~ 19 ~
2) ตองเปนผูมีคุณสมบัติท่ัวไป ตามมาตรา 30 (พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ไมมีบทกําหนดการขอยกเวนในกรณีเปนผูขาดคุณสมบัติ
ตามมาตรา 30)
3) มีคุณสมบตั เิ ฉพาะสาํ หรับตําแหนง (มาตรา 46)
4) การบรรจุและแตงต้ังในตําแหนงครูผูชวย ตองผานการเตรียมความพรอมและพัฒนา
อยางเขม เปน เวลา 2 ป กอนแตงตั้งใหดํารงตําแหนงครู
5) การบรรจุและแตงต้ังผูท่ีไดรับการคัดเลือกใหบรรจุและแตงต้ังตามความเหมาะสม
โดยคํานึงถงึ ความรู ความสามารถ ความประพฤติ และประวตั ิการรับราชการ
6) การบรรจุและแตงตง้ั ผูสอบคดั เลือกใหบรรจแุ ละแตงตั้งตามความเหมาะสม โดยคํานึงถึง
ความรู ความสามารถ ความประพฤติ และประวตั กิ ารรับราชการ
7) การบรรจุและแตง ต้ังในตาํ แหนงที่ ก.ค.ศ. ยังมไิ ดก ําหนดจะกระทํามิได
ผมู ีอาํ นาจสัง่ บรรจแุ ละแตง ต้ัง
ผูมีอํานาจสั่งบรรจุและแตงตั้งขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาน้ัน มาตรา 53
แหงพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แกไขเพ่ิมเติม
(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2551 ไดก ําหนดใหผูมีอํานาจดงั ตอ ไปนี้ เปนผูมีอาํ นาจส่งั บรรจแุ ละแตงต้งั
(1) การบรรจุและแตงต้ังผูดํารงตําแหนงซ่ึงมีวิทยฐานะเช่ียวชาญพิเศษ เมื่อไดรับอนุมัติ
จาก ก.ค.ศ. แลวใหผูบังคับบัญชาสูงสุดของสวนราชการที่ผูนั้นสังกัดอยูเปนผูมีอํานาจสั่งบรรจุ
และแตงตั้ง และใหรัฐมนตรีเจาสังกัดนําเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อนําความกราบบังคับทูล
เพอื่ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ แตง ตั้ง
(2) การบรรจุและแตงต้ังใหดํารงตําแหนงรองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ตําแหนงรองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาชํานาญการพิเศษ ตําแหนงรองผูอํานวยการ
สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาเช่ียวชาญ ตําแหนงผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา และ
~ 20 ~
ตําแหนง ผูอํานวยการสาํ นักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาเช่ียวชาญ ใหเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพนื้ ฐาน เปนผมู อี าํ นาจส่ังบรรจุและแตงตัง้ โดยอนุมตั ิ ก.ค.ศ.
(3) การบรรจแุ ละแตงตง้ั ใหด าํ รงตาํ แหนง รองผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา ตาํ แหนง ผูอํานวยการ
สถานศึกษา ตําแหนงผูบริหารท่ีเรียกช่ืออยางอื่น ตามมาตรา 38 ข. (5) ตําแหนงศึกษานิเทศก
ตําแหนงบุคลากรทางการศึกษาอ่ืน ตามมาตรา 38 ค. (2) ในสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ตําแหนง
ซึ่งมีวิทยฐานะชํานาญการ ตําแหนงซึ่งมีวิทยฐานะชํานาญการพิเศษ และตําแหนงซ่ึงมีวิทยฐานะ
เช่ยี วชาญ ใหผ อู าํ นวยการสํานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา เปนผูมีอํานาจส่ังบรรจุและแตงต้ังโดยอนุมัติ
อ.ก.ค.ศ.เขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา
(4) การบรรจุและแตงต้ังตําแหนงครูผูชวย ตําแหนงครู และตําแหนงบุคลากรทาง
การศึกษาอ่ืน ตามมาตรา 38 (2) ในสถานศึกษา ใหผูอํานวยการสถานศึกษาเปนผูมีอํานาจ
สัง่ บรรจแุ ละแตง ตัง้ โดยอนมุ ตั ิ อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนท่กี ารศึกษา
(5) การบรรจุและแตงต้ังขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งมิไดอยูในสังกัด
เขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา ใหผูบังคับบญั ชาสูงสุดของสว นราชการทผี่ นู ัน้ สงั กัดอยู เปนผูมีอํานาจสั่งบรรจุ
และแตง ตง้ั โดยอนุมัติ ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย เวนแตตําแหนงซ่ึงมีวิทยฐานะ
เชย่ี วชาญพเิ ศษ ใหดาํ เนนิ การตาม (1) โดยอนุโลม
(6) การบรรจุและแตงตั้งตําแหนงอาจารย ตําแหนงผูชวยศาสตราจารย ตําแหนง
รองศาสตราจารย และตําแหนงศาสตราจารย ตามมาตรา 38 ก. (3) ถึง (6) ใหนํากฎหมายวาดวย
ระเบียบขาราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษามาใชบังคับโดยอนุโลม โดยใหสภาสถาบัน
อุดมศึกษาทําหนาทแี่ ทน ก.ค.ศ. หรอื อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ต้ัง แลวแตกรณี เวนแต ก.ค.ศ. จะกําหนด
ไวเปน อยา งอนื่
~ 21 ~
การบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ
กระทรวงศึกษาธกิ ารจดั ระเบียบบริหารราชการแตกตางไปจากกระทรวงอ่ืน โดยพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 6 กําหนดใหจัดระเบียบบริหาร
ราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร ดงั น้ี
(1) ระเบียบบริหารราชการในสวนกลาง
(2) ระเบียบบริหารราชการเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา
(3) ระเบยี บบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐทจ่ี ดั การศกึ ษาระดับปริญญาที่เปน นติ บิ ุคคล
การจัดระเบียบบริหารราชการในสวนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ตามมาตรา 9 และ
มาตรา 10 สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการและสวนราชการท่ีมีหัวหนาสวนราชการข้ึนตรง
ตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงศกึ ษาธิการ ซง่ึ ประกอบดวย
(1) สาํ นักงานรฐั มนตรี
(2) สาํ นกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
(3) สาํ นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
(4) สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
(5) สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศึกษาธิการมีปลัดกระทรวงคนหนึ่งมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบควบคุมราชการ
ประจําในกระทรวง แปลงนโยบายเปนแนวทางและแผนปฏิบัติราชการ กํากับการทํางานของ
สวนราชการในกระทรวงใหเกิดผลสัมฤทธ์ิ และประสานการปฏิบัติงานของสวนราชการในกระทรวง
ใหมีเอกภาพสอดคลองกัน รวมทั้งเรงรัดติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการของ
สว นราชการในกระทรวงใหเ ปน ไปตามแผนงานของกระทรวง และเปนผูบังคับบัญชาขาราชการ
ของสวนราชการในสํานักงานปลัดกระทรวงรองจากรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ และ
รับผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ิราชการของสํานักงานปลัดกระทรวง
สวนราชการที่มีหัวหนาสวนราชการข้ึนตรงตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ
มีเลขาธิการซ่ึงเปนผูบังคับบัญชาของสวนราชการมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบควบคุมราชการ
~ 22 ~
ประจําในสํานักงาน แปลงนโยบายเปนแนวทางและแผนปฏิบัติการ กํากับการปฏิบัติงานของ
สวนราชการในสํานักงานใหเกิดผลสัมฤทธิ์ รวมท้ังเรงรัดติดตามและประเมินผลการปฏิบัติ
ราชการของสวนราชการในสํานักงาน และเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสํานักงานรองจาก
รฐั มนตรวี า การกระทรวงศึกษาธิการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของขาราชการในสํานักงาน
ตลอดจนการจัดทําแผนพัฒนาของหนวยงานตามมาตรา 30 แหงพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. 2546 โดยให
(1) เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษารบั ผิดชอบบงั คับบญั ชาสํานกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
(2) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน รับผิดชอบบังคับบัญชาสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสํานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษา หรือในสถานศึกษาท่ีอยูในสังกดั สํานกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาดวย
(3) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา รับผิดชอบบังคับบัญชาสํานักงานคณะกรรมการ
การอุดมศึกษา และเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสถานศึกษาของรัฐในสังกัดท่ีเปนนิติบุคคล
ทจ่ี ัดการศึกษาระดับปรญิ ญา
(4) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รับผิดชอบบังคับบัญชาสํานักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา และเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสถานศึกษาของรัฐในสังกัดสํานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
การจดั ระเบียบบรหิ ารราชการเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา
เนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 3 กําหนดใหการบริหาร
และการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ยึดเขตพ้ืนที่การศึกษา โดยคํานึงถึงปริมาณสถานศึกษา จํานวน
ประชากร วฒั นธรรม และความเหมาะสมดานอื่นดวย ดังน้ัน ในการจัดระเบียบบริหารราชการ
ของกระทรวงศึกษาธิการจึงไดกําหนดใหมีการจัดระเบียบบริหารราชการของเขตพื้นที่การศึกษา
ดงั น้ี 12
12 มาตรา 34 พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
~ 23 ~
(1) สาํ นักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา ทาํ หนาท่ใี นการดําเนนิ การใหเ ปน ไปตามอํานาจหนาที่
ของคณะกรรมการเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาตามที่กําหนดไวในมาตรา 36 แหงพระราชบัญญัติระเบียบ
บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 แกไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2553 และ
มีอํานาจหนาที่เกี่ยวกับการศึกษา ตามที่กําหนดไวในกฎหมายอื่น รวมทั้งมีอํานาจหนาท่ี
ในการบริหารและการจัดการศึกษา และพัฒนาสาระของหลักสูตรการศึกษา การพัฒนางาน
ดานวชิ าการและจัดใหมรี ะบบประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษารวมกับสถานศึกษา รับผิดชอบ
ในการพิจารณาแบงสวนราชการภายในสถานศึกษาของสถานศึกษาและสํานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษา 13
การจัดระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ โดยกําหนดใหมี “เขตพื้นที่การศึกษา”
นี้เอง ทาํ ใหโครงสรา งการบริหารจดั การศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการ (เดิม) ซึ่งเคยมีหนวยงาน
ทางการศึกษาท่ีมีอํานาจหนาท่ีในการจัดการศึกษา ไดแก สํานักงานการประถมศึกษาจังหวัด
สํานักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สํานักงานสามัญศึกษาจังหวัด สํานักงานสามัญศึกษา
กรุงเทพมหานคร สํานักงานศึกษาธิการจังหวัด สํานักงานการประถมศึกษาอําเภอ/กิ่งอําเภอ
และสํานักงานศึกษาธิการอําเภอ ถูกหลอมรวมกัน โดยจัดตั้งเปนสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
และสง ผลใหการบริหารงานบุคคลของขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบญั ญตั ิ
ระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มีองคกรบริหารงานบุคคลเพียง
2 ระดับ คือ คณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และอนุกรรมการ
ขาราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาประจําเขตพ้นื ที่การศกึ ษา (อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนที่การศกึ ษา)
(2) สถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่น เชน
โรงเรียน เปน ตน มอี ํานาจหนา ท่ีตามทีก่ าํ หนดไวใ หเปนหนาทขี่ องสวนราชการนัน้ ๆ 14
13 มาตรา 37 พระราชบญั ญัติระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
14 มาตรา 39 พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
~ 24 ~
อยา งไรกด็ ี มขี อสงั เกตวา การจดั ระเบียบบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการขางตน
ไมครอบคลุมถึงสถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานบางประเภท ไดแก สถานศึกษาท่ีจัดการศึกษา
นอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ในสังกดั สาํ นกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ และสถานศึกษา
ที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับตํ่ากวาปริญญา ไดแก สถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัด
สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และวิทยาลัยชุมชนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการ
การอดุ มศกึ ษา 15 ดังนน้ั การบริหารราชการของสถานศึกษาเหลาน้ีจึงไมอยูภายใตสังกัดของเขตพื้นท่ี
การศกึ ษา 16
การกาํ หนดเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 แกไขเพ่ิมเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 มาตรา 33 บัญญัติใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ โดยคําแนะนํา
ของสภาการศกึ ษา มีอํานาจประกาศ ในราชกจิ จานเุ บกษา กาํ หนดเขตพืน้ ท่กี ารศึกษา
ขอสังเกตบางประการเกยี่ วกบั โครงสรางและการจดั องคก รบรหิ ารงานบคุ คล
1. ระบบกลไกการบริหารงานบุคคลท่ีมีเพียง 2 ระดับ คือ ก.ค.ศ. กับ อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนท่ี
การศึกษา โดยท่ีไมมีองคกรบริหารงานบุคคลในระดับกรม หรือระดับกระทรวง ชวยทําหนาที่
แทน ก.ค.ศ. และทําหนาทปี่ ระสานการดาํ เนินงานระหวาง ก.ค.ศ. กบั อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนที่การศึกษา
ก.ค.ศ. ซ่ึงเปนองคกรกลางบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
และในขณะเดียวกันยังทําหนาท่ีเปนองคกรฝายปฏิบัติการในระดับกรมใหแกสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานไปดวย ดังนั้น ก.ค.ศ. จึงเปนทั้งผูกําหนดนโยบาย หลักเกณฑ
ระเบียบ ขอบังคับ กํากับ ดูแล ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงาน และเปนผูปฏิบัติการคือ
เปนองคกรตรวจสอบดูแลในเรื่องท่ี ก.ค.ศ. เปนผูกําหนดข้ึนดวย ทาํ ใหสาํ นักงาน ก.ค.ศ.
15 กฎกระทรวงวาดวยการจดั การศึกษาระดบั อดุ มศึกษาต่ํากวาปรญิ ญารปู แบบวิทยาลยั ชุมชน พ.ศ. 2546
16 มาตรา 22 พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ. 2546
~ 25 ~
ซึ่งเปนเจาหนาท่ีเกี่ยวกับการดําเนินงานในหนาที่ของ ก.ค.ศ. ประสบปญหาในการปฏิบัติงาน
เปนอยางมาก เนื่องจากจะมีคําขอตาง ๆ และปญหา รวมถึงขอหารือเก่ียวกับการบริหารงานบุคคล
ของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยที่ทุกคําขอและทุกปญหา ท้ังจากเขตพื้นที่
การศึกษาและจากสวนราชการ นอกจากน้ัน สวนหน่ึงมาจากขาราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษาโดยตรงท่ีไมพอใจหรือเห็นวาไมไดรับความเปนธรรมจากเขตพื้นท่ีการศึกษา ทุกเร่ือง
จงึ พุง ตรงมายัง ก.ค.ศ.
2. โดยหลักการทั่วไปขององคกรกลางบริหารงานบุคคลจะทําหนาที่ในการรักษาคุณธรรม
4 ประการ คือ
(1) กาํ หนดนโยบายการบรหิ ารงานบคุ คล
(2) กาํ หนดกฎ ระเบยี บ ขอ บังคับ หลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารบริหารงานบุคคล ใหเปนไป
ตามมาตรฐานเดยี วกัน
(3) กาํ กบั ตดิ ตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานใหเปนไปตามมาตรฐานการบริหาร
งานบคุ คลตามที่กาํ หนด ซ่งึ รวมถงึ การกาํ หนดหนาทแ่ี ละความรับผิดชอบของขาราชการท่ีอยูภายใต
ระบบการบรหิ ารงานบุคคลขององคกรกลางบรหิ ารงานบคุ คลน้นั ดว ย
(4) ปฏิบัติงานอื่นตามที่กฎหมายกําหนดใหเปนอํานาจหนาที่ขององคกรกลาง
บรหิ ารงานบุคคล
ในการบริหารงานตามระบบคุณธรรมดังกลาว สวนราชการที่มีฐานะเปนกรมจึงตอง
มีองคก รบรหิ ารงานบุคคลในระดับกรม เพื่อทาํ หนาทีเ่ ปนองคก รฝายปฏบิ ตั กิ าร
3. การไมมอี งคกรบริหารงานบุคคลในระดับกรมของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน ซึ่งเปนตนสังกัดของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา
ทําใหเปนปญหาและอุปสรรคในการบริหารงานบุคคลหลายประการ เชน การจัดคนลงกรอบ
อัตรากําลังท่ีไมสามารถเกล่ียอัตรากําลังไดตามกรอบ การแตงต้ังโยกยายขาราชการครูและ
บุคลากรทางการศกึ ษาระหวา งเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาเปน ปญ หาในการโยกยา ยถายโอนขา ราชการ
~ 26 ~
เน่ืองจากการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาเปนเอกเทศแกกัน รวมถึงปญหาการปฏิบัติ
หนาท่ีของ อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนท่ีการศึกษา โดยไมมีองคกรบริหารงานบุคคลที่สูงกวามาดูแลแกไข
ปญหาอยางทันทวงที ทุกอยางจึงมารอให ก.ค.ศ. เปนผูแกไข นอกจากนั้นยังมีเรื่องคําขอตาง ๆ
การรองเรียนขอความเปนธรรม การอุทธรณ การรองทุกข และการฟองคดีตอศาลปกครอง
ลวนเปนเร่อื งทีอ่ ยูในอาํ นาจหนาทข่ี อง ก.ค.ศ. ท้ังส้นิ ทาํ ใหการบรหิ ารงานบุคคลของขาราชการครู
และบคุ ลากรทางการศึกษาเกิดความลา ชา ทงั้ น้ี เพราะมีปญหาและคําขอตาง ๆ เขามาเปนจํานวนมาก
สํานักงาน ก.ค.ศ. จึงพิจารณาใหไมทันเพราะจะตองใชขอมูลและเวลาในการพิจารณาดําเนินการ
ซึ่งเปนปญหาที่จะตองไดรับการแกไขอยางเรง ดว นตอไป
บทท่ี 2
วินยั และการรักษาวินัย
ความหมายของวินยั
การมีวินัยเปนความคาดหวังของสังคมที่จะใหบุคคลประพฤติปฏิบัติตนในส่ิงที่ถูกที่ควร
อันจะสงผลใหเกิดความเจริญรุงเรืองแกตนเองและสังคม ไดแก การประกอบสัมมาอาชีพ
ดวยความขยันหม่ันเพียร มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และแบบธรรมเนียม
ของสังคม
คําวา “วินัย” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง ระเบียบ
แบบแผนและขอบงั คบั , ขอปฏบิ ตั ิ
“วินยั ” ตรงกับภาษาอังกฤษวา Discipline หมายถึง เครอื่ งควบคุมพฤติกรรมของคน
ในทางการบรหิ ารนน้ั “วินัย” มคี วามหมายไปในหลายลักษณะ เชน ลักษณะท่ีเปนการควบคุม
ตนเอง (Self Control) โดยมุงพิจารณาวินัยในแงการพัฒนาตนเอง เพ่ือปรับตัวใหสอดคลองกับ
ความจาํ เปนและความตอ งการ ซึ่งเรียกวา อตั วนิ ัย (Self Discipline)
วนิ ัยขาราชการอาจแยกพิจารณาไดเ ปน 2 ความหมาย คอื
1. หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ แบบแผนความประพฤติที่ทางราชการกําหนดให
ขาราชการยึดถือและปฏิบตั ิ
2. หมายถึง ลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ขาราชการแสดงออกมาในทางที่ถูกที่ควร เปนการ
ควบคุมตนเองใหแสดงพฤตกิ รรมท่ถี กู ระเบียบ หลักเกณฑ หรือแบบแผนท่ที างราชการกาํ หนดไว
ดังนั้น วินัยจึงหมายถึง กฎเกณฑ ขอบังคับ หรือแบบแผนความประพฤติที่ควบคุม
พฤติกรรมของคนในองคก รใหเ ปน ไปในแนวทางท่พี งึ ประสงค
~ 28 ~
ความสาํ คัญของวนิ ัยทมี่ ีตอการศกึ ษา 17
เปาหมายท่ีแทจ รงิ ในการสงเสริมใหครูมีวนิ ัยน้ันมใิ ชอ ยทู ่คี รู แตอยูท่ีตัวนักเรียน กลาวคือ
ถาครูมีวินัยความมีวินัยของครูจะสงผลไปถึงนักเรียนดวย เชน ครูจะต้ังใจอบรมส่ังสอนนักเรียน
อยางเต็มกําลังความสามารถ จะประพฤติตนเปนแบบอยางที่ดีแกนักเรียน จะชักนําใหเรียนรู
สิ่งตาง ๆ ไดอยางเต็มท่ี โดยเฉพาะอยางยิ่งในทางจิตวิทยาถือวาวัยเด็กเปนวัยท่ีสามารถจดจําและ
เลียนแบบพฤติกรรมของผูที่ใกลชิด และผูที่ตนเคารพนับถือ หากเด็กที่ไดครูมีระเบียบวินัย
เด็กก็จะลอกเลียนพฤติกรรมที่ดีของครู ซึ่งอาจจะทําใหเปนเด็กท่ีมีระเบียบวินัยเชนเดียวกับครูดวย
ซ่งึ นัน่ ยอมหมายถึงความสาํ เรจ็ ในการจดั การศกึ ษาของชาติ แตหากไมสามารถสงเสริมใหครูเปน
ผมู ีวนิ ยั ไดแ ลว การจดั การศึกษาจะบรรลุเปา หมายทว่ี างไวยอมเปนสิง่ ทเ่ี ปนไปไดยาก
จดุ มงุ หมายของวินยั
องคกรทุกองคกรไมวาในภาครัฐหรือภาคเอกชน ยอมมีจุดมุงหมายเดียวกันคือ ความสําเร็จ
หรือการบรรลุเปาหมายขององคกร ปญหาวาจะทําอยางไรจึงจะทําใหคนในองคกรปฏิบัติหนาที่
ไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพและบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคขององคกรตามเปาหมายท่ีวางไว
การจัดการเกี่ยวกับบุคคลเปนสิ่งท่ีสําคัญมาก เพราะคนเปนปจจัยสําคัญในการพัฒนางาน
พัฒนาองคกร ตลอดจนถึงการพัฒนาประเทศท้ังในดานเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง องคกร
ทุกองคกรลวนแตมุงแสวงหามาตรการในการนําทรัพยากรบุคคลมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุด
และเสริมสรางประสิทธิภาพในการดําเนินงานขององคกร อาจกลาวไดวา ความสําเร็จและความเจริญ
กาวหนาขององคกรมีผลมาจากการมีทรัพยากรบุคคลที่มีความรูความสามารถ มีคุณคาและ
มวี ินัยเสมอ
17 สํานกั งาน ก.ค. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. รายงานการศึกษาแนวทางการพฒั นาครูตามแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จ
พระเจาอยหู ัว, 2544 : 59
~ 29 ~
การรักษาวินยั
การรักษาวินัย หมายถึง การที่ขาราชการปฏิบัติตามขอกําหนดทางวินัย ตามท่ีกฎหมาย
บัญญัติอยางเครงครัด ระมัดระวัง ดูแล ปองกัน ไมฝาฝนหรือหลีกเล่ียง หากพบวามีการกระทําผิด
ผูบังคับบัญชาตองดําเนินการทางวินัยทันที เพ่ือมิใหเปนเย่ียงอยางแกผูอื่น การรักษาวินัยท่ีดีนั้น
นอกจากเกิดจากตัวขาราชการเองที่จะตองเรียนรู สํานึก และตระหนักในหนาท่ีแลว ผูบังคับบัญชา
กจ็ ะตอ งทาํ ตวั เปน แบบอยา งที่ดี ดแู ล สง เสริม และพัฒนาใหข า ราชการมีวนิ ยั ดว ย
บทบาทของผบู ังคับบัญชาเกีย่ วกับการรกั ษาวนิ ัย
(1) เสริมสรา งและพฒั นาผอู ยใู ตบ งั คับบัญชาใหม วี ินัย
(2) ปอ งกนั มิใหผ ูอยใู ตบังคบั บัญชากระทาํ ผิดวินยั
(3) ดําเนินการทางวินัยผูอยูใตบังคับบัญชาซ่ึงมีกรณีอันมีมูลท่ีควรกลาวหาวากระทําผิด
วนิ ยั
วัตถุประสงคข องการรกั ษาวนิ ยั
(1) เพื่อสงเสริมคุณภาพและประสิทธิภาพของขาราชการ และรักษาประโยชนข องราชการ
(2) และมีจุดมงุ หมายเพ่อื ธํารงไวซ ึ่งศกั ดิศ์ รขี องขา ราชการดวย
ลักษณะของวนิ ยั
วินัย มีลักษณะเปนขอบัญญัติ เพื่อควบคุมและสงเสริมใหขาราชการอยูในกรอบแหง
ความประพฤติอนั ดีงาม ระเบียบวินัยโดยท่ัวไปมีไวเพื่อใหบุคคลในสังคมปฏิบัติรวมกันในทิศทาง
และแนวทางเดียวกัน เพื่อใหสามารถอยูรวมกันไดอยางสงบ สันติ เคารพในสิทธิและหนาท่ี
ของกนั และกัน
วินัยขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หมายถึง ขอบัญญัติที่กําหนดเปนขอหาม
และขอปฏิบัติตามหมวด 6 แหงพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. 2547 มาตรา 82 – มาตรา 97
~ 30 ~
ลักษณะความผิดทางวินัยของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามพระราชบัญญัติ
ระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ไดกําหนดความผิดทางวินัยของ
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะในเร่ืองที่เก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรมไว
คอนขางเขมงวดและเครงครัดกวาขาราชการประเภทอื่น อาทิ การกําหนดใหขาราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษาตองประพฤติตนเปนแบบอยางที่ดี ซ่ึงเม่ือพิจารณาแลวจะเห็นวา
บทบัญญัติดังกลาวไดกําหนดใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองประพฤติตน
เปนแบบอยางท่ีดี ไมเฉพาะแกผูเรียนเทานั้น แตยังจะตองเปนแบบอยางที่ดีใหแกชุมชนและ
สังคมอีกดวย ทั้งน้ี ก็เพ่ือใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประพฤติปฏิบัติตน
เหมาะสมกับการเปนผูประกอบวิชาชีพช้ันสูง ซึ่งตามกฎหมายวาดวยสภาครูและบุคลากร
ทางการศึกษากําหนดใหวิชาชีพทางการศึกษาเปนวิชาชีพควบคุม 18 และสอดคลองกับคุณสมบัติ
ของผูที่จะเขามารับราชการเปนขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 30 แหง
พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 รวมถึงเพื่อใหไดรับ
การยอมรบั นบั ถอื จากบุคคลทัว่ ไปดว ย
ดวยเหตุนี้ จึงอาจกลาวไดวา การกําหนดความผิดทางวินัยของขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
ไวอยางเขมงวดและเครงครัด โดยเฉพาะในเร่ืองท่ีเก่ียวกับคุณธรรมและจริยธรรมนั้น ก็เพื่อให
สอดคลองกับการจัดระบบครู คณาจารย และบุคลากรทางการศึกษาท้ังระบบ ตามพระราชบัญญัติ
การศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และเพื่อยกระดับ
มาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาใหเปนวิชาชีพชั้นสูง และเปนที่เชื่อมั่นศรัทธา
ของสงั คมตามเจตนารมณของกฎหมาย
18 มาตรา 43 พระราชบญั ญัตสิ ภาครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2546
~ 31 ~
ขอกาํ หนดเรอ่ื งวินยั
พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หมวด 6
บัญญัติใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองรักษาวินัยตามที่บัญญัติเปนขอหามและ
ขอปฏบิ ัตติ ามหมวดนโ้ี ดยเครง ครดั อยูเ สมอ ตั้งแตม าตรา 82 ถึงมาตรา 97 ซงึ่ อาจแยกไดด งั นี้
1. วินัยตอประเทศชาติ ไดแก สนับสนุนและวางรากฐานการปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั ริยทรงเปนประมุข ตามรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจักรไทย
2. วินัยตอตําแหนงหนาท่ี ไดแก การปฏิบัติหนาที่ดวยความซ่ือสัตยสุจริต เห็นแกประโยชน
สวนรวมมากกวาประโยชนส วนตน
3. วินัยตอผูบังคับบัญชา ไดแก การปฏิบัติตามคําสั่งของผูบังคับบัญชาที่สั่งในหนาท่ี
โดยชอบดวยกฎหมาย
4. วินัยตอผูเรียน ไดแก การอุทิศเวลา ประพฤติตนเปนแบบอยางท่ีดี ชวยเหลือเกื้อกูล
เคารพสิทธิ ไมข ม เหง ไมล วงละเมิดทางเพศตอผูเรยี น
5. วินัยตอประชาชน ไดแก ใหการตอนรับอํานวยความสะดวก ใหความเปนธรรม
ไมก ลน่ั แกลง ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน
6. วนิ ัยตอผูรวมงาน ไดแก การรกั ษาความสามัคคี สภุ าพเรียบรอย ชว ยเหลือเกื้อกูลกัน
7. วินัยตอตนเอง ไดแก ประพฤติตนเปนแบบอยางที่ดี รักษาชื่อเสียง ไมกระทําการใด ๆ
ใหเ ส่ือมเสียชอื่ เสยี ง
บทบัญญัตวิ าดวยวนิ ยั และการรกั ษาวนิ ัย
บทบัญญัติวาดวยวินัยและการรักษาวินัย ตามหมวด 6 แหงพระราชบัญญัติระเบียบ
ขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 82 ถึงมาตรา 97 มดี งั นี้
~ 32 ~
มาตรา 82 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองรักษาวินัยท่ีบัญญัติเปนขอหาม
และขอปฏบิ ตั ิไวในหมวดนี้โดยเครง ครัดอยูเสมอ
จุดมุงหมายของมาตราน้ี ถือเปนหนาท่ีของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน
ท่ีจะตอ งรักษาวนิ ยั โดยไมฝา ฝนขอ หามและตองปฏิบตั ิตามขอกาํ หนดของวินัยโดยเครง ครดั อยเู สมอ
มีขอท่ีนาสังเกตวาจากบทบัญญัติดังกลาว ความผิดท่ีไดกระทํากอนมีสถานภาพเปน
ขาราชการหรือกอนบรรจุแตงต้ังเปนขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไมอาจนํามา
ลงโทษทางวนิ ยั ได (สํานกั งาน ก.พ. ที่ นร 1011/ล 471 ลงวนั ที่ 21 สงิ หาคม 2549)
มาตรา 83 ขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาตอ งสนับสนุนการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
ดวยความบริสทุ ธิ์ใจ และมีหนา ทว่ี างรากฐานใหเ กิดระบอบการปกครองเชน วานน้ั
จุดมุงหมายของมาตรานี้ ไมตองการใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีพฤติการณ
ที่ไมเหมาะสมตอการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข
ตามรฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจกั รไทย
การกระทําท่ีเปนการสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย
ทรงเปน ประมขุ ตามรัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รไทยดวยความบริสุทธ์ิใจนน้ั อาจแสดงออกมา
ไดท ง้ั ทางกายและทางวาจา การกระทาํ ทเี่ ปนการไมสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ดังกลาว เปนความผิดวินัยที่ไมรายแรง เวนแตการกระทําน้ันจะเปนการกระทําความผิดอาญา
จนไดรับโทษจําคุก หรือเปนการกระทําที่ถือไดวาเปนผูประพฤติชั่วอยางรายแรง หรือเปนการ
ปฏิบัติหนาที่ราชการโดยจงใจไมปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบหรือมติคณะรัฐมนตรี จนเปนเหตุ
ใหเสยี หายแกราชการอยา งรา ยแรง จึงจะเปนความผดิ วินัยอยา งรายแรง
~ 33 ~
องคป ระกอบความผิด ตามมาตรา 83
1. กระทําการใด ๆ อันเปนการไมสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริยทรงเปน ประมุข
2. ไมว างรากฐานใหเ กดิ ระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ
ทรงเปนประมุข
ตวั อยางพฤติการณความผดิ
มีการกระทําในลักษณะที่เปนการคัดคานตอตาน หรือเปนปฏิปกษตอการปกครอง
ในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ทรงเปน ประมุข ซึง่ อาจแสดงออกโดย
- ไมไปใชสิทธิเลือกตั้งตาง ๆ ท่ีพึงกระทําในการปกครองระบอบประชาธิปไตย รวมท้ัง
ยุยงสงเสรมิ ไมใ หผ ูอื่นไปใชสิทธิดงั กลา วดว ย (ภาคทัณฑ)
- พูดชักจงู ใหผ อู ื่นฝก ใฝใ นการปกครองระบอบอ่นื (ตดั เงินเดือน 5% เปน เวลา 1 เดอื น)
มาตรา 84 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองปฏิบัติหนาท่ีราชการดวยความ
ซ่ือสัตยสุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหม่ันเพียร ดูแลเอาใจใส
รักษาประโยชนของทางราชการ และตองปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
อยางเครง ครดั
หามมิใหอาศัยหรือยอมใหผูอื่นอาศัยอํานาจและหนาท่ีราชการของตน ไมวาจะโดย
ทางตรงหรอื ทางออ ม หาประโยชนใหแกตนเองหรือผอู ื่น
การปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาท่ีราชการโดยมิชอบ เพ่ือใหตนเองหรือผูอ่ืนไดรับ
ประโยชนท ม่ี คิ วรได เปนการทุจรติ ตอหนา ทีร่ าชการ เปนความผดิ วนิ ัยอยา งรา ยแรง
จุดมุงหมายของมาตราน้ี ตองการใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติหนาที่
ราชการดวยความซื่อสัตยสุจริต รักษาประโยชนของทางราชการ ไมใชตําแหนงหนาที่ราชการ
~ 34 ~
แสวงหาประโยชนโดยมิชอบ และเน่ืองจากขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเปนผูประกอบ
วชิ าชีพทางการศกึ ษา ซ่งึ เปน วชิ าชีพควบคมุ ตอ งปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานและจรรยาบรรณวชิ าชีพดว ย
องคประกอบความผดิ ตามมาตรา 84 วรรคหนง่ึ
1. มหี นา ที่ราชการ
2. ปฏิบัติหนาท่ีโดยไมซ่ือสัตยสุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม หรือไมมีความวิริยะ
อตุ สาหะ และขยันหมัน่ เพยี ร หรอื ไมดแู ลเอาใจใสร ักษาประโยชนของทางราชการ หรือ
3. ไมปฏิบตั ติ นตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอยา งเครงครดั
คาํ วา “หนาท่ีราชการ” หมายความรวมถึง การไปปฏบิ ตั ิหนาท่ีอ่ืนทไ่ี มใชราชการโดยตรง
ดวย เชน การปฏิบัตหิ นาทอี่ ืน่ ในรฐั วิสาหกจิ หรอื องคก ารของรัฐ เปนตน โดยใหถือวาการปฏิบัติ
หนาที่ตามที่ไดรับแตงตั้งหรือตามที่ไดรับมอบหมายนั้นเปนการปฏิบัติหนาที่ราชการ
ถาขาราชการผูน้ันกระทําการอันเปนการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามวินัยขาราชการ ใหถือวาเปน
การกระทําผดิ วนิ ยั ในหนาทรี่ าชการ 19
แตในกรณีที่ไดรับมอบหมายใหทําหนาที่ผูจัดการสหกรณโรงเรียน หรือทําหนาท่ี
รับ – สง เงินใหกบั สหกรณออมทรัพย ไมถ อื วา เปนการปฏบิ ตั ิหนา ที่ราชการ 20
การปฏิบัติหนาท่ีราชการน้ัน ขาราชการผูมีหนาที่จะปฏิบัติหนาท่ีอยูในสถานที่ราชการ
หรือนอกสถานที่ราชการก็ได ถาไมมีกฎหมายบังคับไวโดยเฉพาะวาตองปฏิบัติในสถานท่ี
ราชการ และการปฏิบัติหนาที่ราชการนั้นไมจําเปนจะตองปฏิบัติในวันและเวลาทํางานตามปกติ
เสมอไป อาจปฏิบตั ใิ นวันหยดุ ราชการหรอื นอกเวลาทก่ี าํ หนดใหป ฏบิ ตั ิราชการตามปกตกิ ไ็ ด
การพิจารณาวาขาราชการผูใดมีหนาที่ราชการ ในเร่ืองใดหรือไมน้ัน มีแนวทางพิจารณา
บางประการ ดังนี้
19 พระราชบัญญัตวิ าดว ยความผิดทางวนิ ัยของขาราชการซง่ึ ไปปฏบิ ตั หิ นา ท่ีในหนว ยงานทม่ี ิใชสว นราชการ พ.ศ. 2534
20 มติ อ.ก.ค.วิสามญั เกีย่ วกับกฎหมายและระเบียบขา ราชการครู ในคราวประชุมครง้ั ท่ี 2/2526 เมื่อวันท่ี 27 มกราคม 2526