45
ระหวา่ งดนตรแี อฟริกา อเมริกา และยุโรป เกดิ วงดนตรีแจ๊ส (Jazz) มี
การใช้บันไดเสียง 12 เสยี ง มีการประสานเสยี งแบบใหม่ ๆ มีการใช้
เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ดนตรีมีความหลากหลาย
7. อทิ ธิพลของดนตรที ่ีมีผลต่อบุคคล เช่น
ช่วยกระตนุ้ พฒั นาการของเด็ก ชว่ ยผอ่ นคลายความเครียด ใช้
บำบัดรกั ษาอาการเจบ็ ปว่ ย
8. อิทธิพลของดนตรตี ่อสังคม เชน่ การฟงั เพลงจากอนิ เทอรเ์ นต็ วิทยุ
การชมคอนเสิร์ต การแต่งกายตามแฟชัน่ ของนักรอ้ ง การผลติ CD
เพลง การดาวน์โหลดเพลง
9. ลกั ษณะเดน่ ของดนตรีไทยท่ที ำใหง้ านดนตรไี ด้รบั การยอมรับ ได้แก่
ด้านภาษา เนื้อร้อง ด้านสำเนยี ง
10. ลกั ษณะเด่นที่ทำใหง้ านดนตรีสากลไดร้ บั การยอมรับ ไดแ้ ก่
โนต้ เพลง เคร่อื งดนตรี วงดนตรี
ข้นั ท่ี 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซ้ ่งึ เปน็ หลักฐานทีแ่ สดงวา่ นกั เรยี นมีผลการเรยี นรตู้ ามท่ี
กำหนดไวอ้ ยา่ งแท้จริง
1. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏบิ ตั ิ
- ศึกษาคน้ ควา้ และอธบิ ายอิทธิพลของดนตรีทมี่ ตี ่อบุคคล
- ศึกษาคน้ คว้าและอธิบายอิทธพิ ลของดนตรีท่ีมตี ่อสงั คม
- ศึกษาค้นควา้ และบรรยายวิวัฒนาการของดนตรไี ทย
- ศึกษาคน้ คว้าและบรรยายวิวฒั นาการของดนตรสี ากล
- ศกึ ษาคน้ คว้าและอภปิ รายลักษณะเด่นของดนตรไี ทย ที่ทำใหง้ านดนตรไี ด้รบั การยอมรับ
- ศึกษาคน้ คว้าและอภิปรายลักษณะเด่นของดนตรีสากล ท่ีทำให้งานดนตรีไดร้ บั การยอมรบั
2. วธิ กี ารและเคร่อื งมือประเมนิ ผลการเรยี นรู้
วิธีการประเมนิ ผลการเรียนรู้ เครอื่ งมอื ประเมนิ ผลการเรยี นรู้
- การทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียน
- การสนทนาซักถามครผู ู้สอน - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการรว่ มกจิ กรม
- การแสดงความคดิ เหน็ และการอภิปราย - แบบบนั ทึกข้อมลู การแสดงความคิดเห็นและการอภิปราย
- การฝกึ ปฏิบตั ิกจิ กรรมกลุ่มระหว่างเรียน - ใบงาน
- การประเมินตนเองของนักเรียน - แบบประเมินผลดา้ นความรู้
- การประเมนิ ผลด้านความรู้ - แบบประเมินผลดา้ นคุณธรรม จริยธรรม
- การประเมนิ ผลทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ ม
และคา่ นยิ ม - แบบประเมินผลด้านทักษะ/กระบวนการ
- การประเมินผลด้านทักษะ/กระบวนการ
3. สง่ิ ที่มุ่งประเมนิ 46
- ความสามารถในการอธิบายเก่ียวกับอิทธิพลของดนตรีที่มตี อ่ บุคคลและสังคม
- ความสามารถในการบรรยายววิ ฒั นาการของดนตรีแต่ละยคุ สมัย 1 ชว่ั โมง
- ความสามารถในการอภิปรายลักษณะเด่นท่ีทำให้งานดนตรีนัน้ ได้รบั การยอมรับ 1 ชวั่ โมง
- พฤติกรรมในการปฏิบตั ิกิจกรรมด้วยความมีระเบยี บวนิ ยั และความซ่ือสัตยส์ จุ ริต
- การเห็นคณุ ค่าและความสำคญั ของดนตรีไทยและสากล
ขั้นท่ี 3 แผนการจัดการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8 ประวัติดนตรี
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 อิทธิพลของดนตรแี ละปัจจัยที่ทำใหด้ นตรีได้รับการยอมรับ
47
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่อื ง ดนตรกี บั มรดกทางวัฒนธรรม เวลา 2 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8
รหสั วชิ า ศ23102 เร่อื ง ประวตั ิดนตรี เวลา 1 ชั่วโมง
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
ผสู้ อน นายวัฒนา ราชจันคำ รายวิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ
ภาคเรียนที่ 1/2565
สอนวันท.ี่ ....................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ ค่า
ของดนตรีทเ่ี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน ภูมิปัญญาไทยและ สากล
2. ตวั ชี้วดั
บรรยายววิ ฒั นาการของดนตรแี ตล่ ะยคุ สมัย (ศ 2.2 ม.3/1)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. รู้และเขา้ ใจววิ ัฒนาการของดนตรไี ทยต้ังแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจบุ ัน (K)
2. รแู้ ละเขา้ ใจวิวฒั นาการของดนตรตี ะวนั ตกตัง้ แตย่ ุคกลางจนถึงยุคปัจจุบนั (K)
3. เห็นคุณคา่ และความสำคญั ของดนตรีไทย (A)
4. เห็นคณุ ค่าและความสำคญั ของดนตรีตะวนั ตก (A)
5. ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมด้วยความสนกุ สนานเพลดิ เพลิน (A)
6. มที ักษะในการบรรยายววิ ัฒนาการของดนตรีไทยตง้ั แต่สมยั สโุ ขทัยจนถึงปจั จบุ นั ไดถ้ ูกตอ้ ง (P)
7. มีทกั ษะในการบรรยายวิวัฒนาการของดนตรีตะวนั ตกต้ังแตย่ ุคกลางจนถึงยุคปจั จบุ ันได้ถูกตอ้ ง (P)
4. สาระการเรียนรู้
• ประวัตดิ นตรีไทยยคุ สมัยตา่ ง ๆ
• ประวัติดนตรีตะวันตกยุคสมัยตา่ ง ๆ
5. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ดนตรีไทยและดนตรีตะวันตกตา่ งกม็ วี วิ ัฒนาการมายาวนาน ดนตรไี ทยนั้นพบว่ามีการบันทกึ เรอ่ื งราวของ
ดนตรมี าตงั้ แตส่ มัยสโุ ขทยั สว่ นดนตรีตะวันตกมีววิ ฒั นาการมาตงั้ แตย่ ุคกลาง ประมาณ ค.ศ. 500–1400
เรื่อยมาจนปจั จบุ ัน
48
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซือ่ สัตย์สุจริต
3. มีวนิ ัย
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ
8. จุดเนน้ สกู่ ารพฒั นาผู้เรยี นความสามารถและทกั ษะของผูเ้ รยี นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอา่ นออก)
⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขียนได้)
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มที ักษะการคำนวณ)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดวเิ คราะห์ การคดิ อย่างมี
วจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา)
⬜ C2 - Creativity and Innovation (ทักษะการคดิ สร้างสรรคแ์ ละคิดเชงิ นวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะความเขา้ ใจความแตกต่างทางวฒั นธรรม
กระบวนการคดิ ข้ามวัฒนธรรม)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงาน
เปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ)
⬜ C5 – Communication, Information and Media literacy (ทกั ษะด้านการส่ือสารและ
รู้เทา่ ทันสือ่ )
⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใชค้ อมพวิ เตอร์และรเู้ ท่าทนั เทคโนโลยี)
⬜ C7 - Career and Learning skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนร้)ู
49
C8 - Compassion (มีคุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมรี ะเบียบวินยั )
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ ท่ี 1 ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเพ่ือประเมนิ ความรู้
2. ใหค้ รูสมุ่ สอบถามนกั เรยี นว่า ใครทราบบ้างวา่ ดนตรีไทยน่าจะมีหลกั ฐานบันทกึ มาต้งั แต่สมยั ใด โดยให้
นักเรียนแสดงความคิดเหน็ อย่างอิสระ
3. ใหค้ รสู มุ่ สอบถามนกั เรียนว่า ระหว่างดนตรีไทยกับดนตรีสากลมวี วิ ัฒนาการการเกิดพร้อมกนั หรือไม่
โดยให้นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายอยา่ งอสิ ระ
ขั้นท่ี 2 ขัน้ สอน
1. ใหค้ รูอธิบายเนอ้ื หาของประวัติดนตรไี ทยในยุคสมยั ต่าง ๆ ใหน้ กั เรียนเข้าใจตามลำดบั ดังนี้
1) ดนตรีไทยสมัยสุโขทยั ให้นักเรยี นอา่ นข้อความทปี่ รากฏอยใู่ นศลิ าจารึกหลกั ที่ 1 จาก
หนงั สอื เรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บรษิ ัท สำนักพิมพว์ ฒั นาพานชิ จำกัด เก่ียวกบั หลกั ฐานด้าน
ดนตรที ีป่ รากฎอยู่ในหลกั ศลิ าจารกึ รวมทงั้ การรับวัฒนธรรมทางดนตรีของอินเดีย
2) ดนตรไี ทยสมัยอยธุ ยา ใหค้ รูอธิบายใหน้ ักเรยี นเข้าใจว่าสมัยน้ีวงดนตรีไทยที่โดดเดน่ คือ วง
มโหรีและวงเคร่ืองสาย
3) ดนตรีไทยสมยั ธนบรุ ี ใหค้ รูอธิบายให้นกั เรยี นเขา้ ใจวา่ สมัยนีว้ งดนตรียงั เหมือนกับสมัย
อยธุ ยา เพียงแต่มีดนตรขี องต่างชาตเิ ขา้ มา
4) สมยั รตั นโกสินทร์ ใหค้ รูอธิบายววิ ฒั นาการของดนตรไี ทยตง้ั แตส่ มยั รชั กาลที่ 1 ถงึ รชั กาลที่
9 ตามลำดับวา่ เกิดเหตุการณ์อะไรขนึ้ ในแตล่ ะสมยั โดยใช้ภาพเคร่อื งดนตรี ภาพวงดนตรี แถบบนั ทกึ เสยี งหรือ
วิดที ศั นป์ ระกอบการอธบิ าย
2. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม จับฉลากเลือกศึกษาคน้ คว้าเพ่ือทำรายงานพร้อมภาพประกอบ ดงั นี้
กลุ่มที่ 1 ศึกษาค้นคว้าดนตรีไทยสมยั สโุ ขทัย
กลมุ่ ที่ 2 ศึกษาคน้ คว้าดนตรีไทยสมยั อยุธยา
กลุ่มที่ 3 ศึกษาคน้ คว้าดนตรีไทยสมัยธนบรุ ี
กลุ่มท่ี 4 ศึกษาคน้ ควา้ ดนตรีไทยสมัยรตั นโกสินทร์
3. ให้นักเรยี นออกมาบรรยายหน้าช้นั เรียนใหค้ รแู ละเพ่อื น ๆ ฟัง ถึงววิ ฒั นาการของดนตรีไทยแตล่ ะสมัย
4. ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ว่าเพื่อนอธบิ ายถูกต้องและเขา้ ใจหรือไม่
5. หลังจากการเรียนวิวฒั นาการของดนตรีไทยในสมยั ต่าง ๆ แล้วใหค้ รูอธบิ ายวิวฒั นาการของดนตรี
ตะวันตกในยุคสมัยตา่ ง ๆ โดยใชภ้ าพเครอื่ งดนตรี ภาพวงดนตรี แถบบันทึกเสยี ง หรอื วิดีทัศน์ประกอบการ
อธบิ าย ตามลำดบั ยคุ สมยั
6. ให้นักเรยี นแบง่ กลุ่ม จับฉลากเลอื กศกึ ษาค้นควา้ เพื่อทำรายงานพร้อมภาพประกอบ ดังนี้
กลุ่มท่ี 1 ศึกษาคน้ คว้าดนตรียุคกลาง
50
กลุ่มท่ี 2 ศึกษาคน้ ควา้ ดนตรียุคฟ้นื ฟศู ิลปวิทยา
กลุม่ ที่ 3 ศึกษาคน้ คว้าดนตรียคุ บาโรก
กลมุ่ ท่ี 4 ศึกษาคน้ คว้าดนตรียคุ คลาสสิก
กลุ่มท่ี 5 ศึกษาคน้ คว้าดนตรียุคโรแมนตกิ
กลมุ่ ที่ 6 ศึกษาคน้ ควา้ ยคุ ศตวรรษท่ี 20
7. ให้นักเรียนออกมาบรรยายหน้าชน้ั เรียนให้ครแู ละเพ่ือน ๆ ฟังถึงวิวัฒนาการของดนตรีตะวนั ตกในแต่
ละสมัย
8. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นวา่ เพื่อนอธบิ ายถกู ต้องหรือไม่
9. ให้ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมในส่วนทีน่ ักเรยี นไม่เขา้ ใจหรอื อธิบายไม่ตรงกับเนอื้ หา
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั สรุป
1. ให้นักเรียนรว่ มกันสรุปวิวัฒนาการของดนตรีไทยและดนตรีสากลโดยสรุปลงในใบงานที่ 6 เรื่อง สรุป
วิวฒั นาการของดนตรีแต่ละยุคสมยั ส่งครู
2. ครูอธบิ ายและสรุปเสริมในส่วนทน่ี กั เรียนไม่เข้าใจหรอื สรุปไม่ตรงประเดน็
ข้ันท่ี 4 ฝึกฝนนักเรียน
1. นกั เรียนรวมกลมุ่ กันแลว้ หาภาพวงดนตรีไทยท่ีสนใจพร้อมบอกประวัตแิ ละบทเพลงท่ีบรรเลงกับวง
ดนตรี
2. นักเรยี นศึกษาประวตั คิ ีตกวขี องโลกท่นี ักเรียนสนใจแล้วเขยี นเป็นเรียงความสง่ ครู วา่ คีตกวคี นดงั กล่าว
อยใู่ นยุคใด ผลงานโดดเด่นมีผลงานใดบ้าง
3. ใหน้ กั เรียนฝึกฝนเพมิ่ เติมโดยใช้กจิ กรรมที่ 14 กิจกรมที่ 15 กจิ กรมที่ 16 กิจกรมท่ี 17 กิจกรรมที่ 18
ในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม. 3 บรษิ ัท สำนกั พิมพ์วฒั นาพานชิ จำกดั
ขั้นท่ี 5 การนำไปใช้
นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรยี น ประวัติดนตรีในสมัยตา่ ง ๆ ทง้ั ดนตรีไทยและดนตรีตะวันตก
ไปเป็นพน้ื ฐานในการเรยี นดนตรีในชัน้ ท่ีสูงขน้ึ รวมทั้งสามารถนำความรทู้ ่ีได้ไปอธิบายให้ผู้สนใจรบั ฟงั
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. กจิ กรรมสำหรบั กลุ่มสนใจพเิ ศษ
นกั เรียนรวมกลมุ่ กนั แลว้ ทำรายงานเร่อื ง ดนตรีไทยหรือดนตรีตะวันตก ในยุคท่ตี นเองชนื่ ชอบโดยใน
รายงานจะต้องประกอบด้วย
1) ประวัติ
2) ชื่อวงดนตรี
3) ชือ่ เพลงท่ีประพันธใ์ นยุคน้ี
4) ชอ่ื คตี กวสี ำคญั
5) เคร่ืองดนตรีที่เกิดขน้ึ ในยุคน้ี
51
2. กิจกรรมสำหรบั ฝกึ ทักษะเพิ่มเติม
นักเรยี นทำตารางเปรียบเทยี บยุคสมยั ทใี่ กลเ้ คียงกันระหวา่ งดนตรไี ทยกบั ดนตรสี ากลในใบงานท่ี 5 เร่อื ง
ตารางเปรียบเทียบยุคสมัยของดนตรีไทยท่ีใกลเ้ คยี งกับยุคสมัยของดนตรสี ากล ส่งครู
10. การวดั และประเมินผล ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ด้านความรู้ (K)
คา่ นิยม (A)
1. สังเกตจากการถามและการ
แสดงความคดิ เห็น 1. สงั เกตจากความรู้สึก 1. สงั เกตจากความสามารถใน
2. จากการตรวจวดั และการ
ประเมินผลการเรียนรู้ประจำ ตระหนกั ถึงความสำคัญและเห็น การบรรยายวิวัฒนาการของ
หน่วย
3. จากการตรวจแบบทดสอบ คณุ ค่าของดนตรีไทยและดนตรี ดนตรีไทยและดนตรตี ะวันตก
ก่อนเรียน
4. จากการตรวจใบงาน ตะวนั ตก 2. สังเกตจากพฤติกรรมขณะ
2. สงั เกตจากความสนใจและ ปฏิบตั กิ ิจกรรมรายบุคคลและ
ความกระตือรือรน้ ในการปฏิบัติ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมกลุ่ม
กิจกรรม 3. สงั เกตจากการปฏบิ ตั ิ
3. สังเกตจากความรบั ผดิ ชอบ กิจกรรมไดอ้ ย่างคล่องแคล่ว
และความมีระเบียบขณะปฏิบัติ 4. สงั เกตจากการนำไปใช้ใน
กิจกรรม ชวี ิตประจำวัน
4. สังเกตจากการยอมรับความ 5. สงั เกตจากความตง้ั ใจในการ
คดิ เหน็ ของผู้อ่นื ขณะปฏบิ ัติ ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามขั้นตอน
กจิ กรรม
11. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือลกั ษณะไทย
2. หนงั สอื ประวตั ศิ าสตร์ดนตรสี ากล
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. ใบงาน
5. ภาพวงดนตรี เครื่องดนตรี และคตี กวี
6. แถบบันทึกเสยี ง วิดีทัศน์ ดนตรไี ทยและตะวันตก
7. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บรษิ ัท สำนกั พมิ พ์วฒั นาพานิช จำกดั
8. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม.3 บริษัท สำนักพิมพว์ ฒั นาพานิช จำกัด
52
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอื่ ง ดนตรกี บั มรดกทางวัฒนธรรม เวลา 2 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 เร่อื ง อิทธพิ ลของดนตรีและปัจจยั ท่ที ำให้ดนตรีได้รบั การยอมรับ เวลา 1 ชวั่ โมง
รหัสวิชา ศ23102 รายวิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศิลปะ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1/2565
ผู้สอน นายวัฒนา ราชจนั คำ สอนวนั ท.ี่ ....................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์คุณคา่
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ตอ่ ดนตรีอย่างอิสระ ชน่ื ชม และประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 2.2 เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ คา่
ของดนตรีทีเ่ ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ภูมิปญั ญาไทยและ สากล
2. ตัวชี้วดั
1. อธบิ ายเก่ยี วกับอทิ ธพิ ลทางดนตรที ี่มีต่อบคุ คลและสงั คม (ศ 2.1 ม.3/6)
2. อภิปรายลกั ษณะเดน่ ท่ีทำให้งานดนตรีนั้นไดร้ ับการยอมรบั (ศ 2.2 ม.3/2)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ร้แู ละเข้าใจวา่ ดนตรมี ีอิทธิพลตอ่ บุคคลต่าง ๆ (K)
2. รูแ้ ละเข้าใจว่าดนตรีมีอทิ ธิพลตอ่ สงั คม (K)
3. รูแ้ ละเข้าใจในลักษณะเด่นของดนตรีไทยซึ่งเปน็ ปจั จัยให้งานดนตรไี ดร้ บั การยอมรบั (K)
4. ร้แู ละเขา้ ใจในลักษณะเด่นของดนตรีสากลซึ่งเปน็ ปจั จัยใหง้ านดนตรไี ดร้ บั การยอมรบั (K)
5. เห็นคุณคา่ และประโยชนข์ องดนตรที ้ังดนตรไี ทยและสากล (A)
6. ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานเพลดิ เพลิน (A)
7. มีทกั ษะในการอธิบายเกีย่ วกบั อทิ ธิพลของดนตรที ่ีมีต่อบุคคลและสังคม (P)
8. มที ักษะในการอภปิ รายลักษณะเด่นทท่ี ำให้งานดนตรนี นั้ ไดร้ บั การยอมรับ (P)
4. สาระการเรียนรู้
• อิทธิพลของดนตรที ีม่ ีต่อตวั บุคคลและสงั คม
• ปจั จัยท่ีทำให้งานดนตรไี ด้รบั การยอมรับ
53
5. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ดนตรมี อี ทิ ธิพลตอ่ บุคคลและสังคม เช่น ชว่ ยกระตุน้ พัฒนาการของเดก็ ใช้ฟงั เพ่อื คลายเครยี ด ใช้
บำบดั รักษาอาการเจ็บป่วย นอกจากนั้นนักร้องหรือนักดนตรียงั เปน็ แบบอย่างของวยั รุ่นในสังคม เป็นต้น และ
เหตุทง่ี านดนตรีได้รบั การยอมรับเกิดจากปัจจัยตา่ ง ๆ ซ่ึงเป็นลักษณะเดน่ ของดนตรีไทย ได้แก่ ด้านภาษา เนื้อ
รอ้ ง ด้านสำเนียง ดา้ นองค์ประกอบเพลง ในขณะท่ีลักษณะเด่นของดนตรสี ากล ได้แก่ โนต้ เพลง เครื่องดนตรี
และวงดนตรีซง่ึ มีคนนยิ มกนั ท่ัวโลก
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซอื่ สัตยส์ ุจริต
3. มีวนิ ัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจิตสาธารณะ
8. จุดเนน้ สู่การพฒั นาผเู้ รยี นความสามารถและทกั ษะของผูเ้ รยี นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอ่านออก)
⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขียนได้)
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มีทักษะการคำนวณ)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคดิ วิเคราะห์ การคดิ อย่างมี
วิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา)
⬜ C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะการคิดสรา้ งสรรคแ์ ละคดิ เชงิ นวตั กรรม)
⬜ C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม
กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม)
54
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงาน
เป็นทีม และภาวะผนู้ ำ)
⬜ C5 – Communication, Information and Media literacy (ทกั ษะดา้ นการส่ือสารและ
รู้เทา่ ทนั สอ่ื )
C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี)
C7 - Career and Learning skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้)
C8 - Compassion (มคี ุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมีระเบียบวนิ ยั )
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เห็นว่า ในปัจจุบันคนในสังคมมปี ัญหาด้านสุขภาพอะไรบา้ ง ให้นักเรยี นนำ
ดนตรีไปใชใ้ นการรกั ษาสขุ ภาพจะทำได้อย่างไรบ้างตามความคิดเหน็ ของนักเรยี น
2. ให้ครเู ปิดเพลงคลาสสิกหรอื เพลงอ่นื ๆ ทค่ี รูเห็นวา่ เหมาะสมให้นักเรียนฟงั ใหน้ ักเรียนหลับตาฟงั เพลง
แล้วใหน้ กั เรยี นบอกวา่ รู้สึกอย่างไรต่อเพลง
3. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรียนเห็นถึงประโยชน์ของเพลงทีช่ ่วยให้เรารูส้ ึกผอ่ นคลายจากเพลงที่ครูเปดิ ให้ฟงั
ขนั้ ท่ี 2 ข้ันสอน
1. ครอู ธิบายใหน้ กั เรยี นทราบถงึ ประโยชนข์ องดนตรที ่ีมีต่อบุคคลวา่ ในปจั จุบนั ดนตรีนอกจากจะใชฟ้ งั
เพอื่ ความสนกุ สนานเพลิดเพลิน ชว่ ยผอ่ นคลายความเครียดแล้ว การที่ใหเ้ ดก็ ฟงั เพลงคลาสสกิ ยังช่วยกระตนุ้
พัฒนาการของเด็กด้วย
2. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันอภิปรายว่าสิง่ ทคี่ รอู ธบิ ายนักเรยี นคดิ จรงิ หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
3. ครูถามนกั เรยี นวา่ เคยได้ยินคำวา่ “ดนตรบี ำบดั ” หรือไม่ โดยใหน้ ักเรียนทเ่ี คยไดย้ นิ และเขา้ ใจอธิบาย
ให้เพอื่ นฟงั
4. ครูอธิบายเสรมิ ถึงประโยชน์ของการใชด้ นตรบี ำบัด ซึ่งครอู าจจะใช้สอื่ วดิ ีทัศน์หรือแผ่นภาพเกย่ี วกบั
ดนตรีบำบดั ประกอบการอธบิ าย
5. ครตู ง้ั คำถามว่า นอกจากดนตรจี ะมีอทิ ธิพลต่อบคุ คลแลว้ ดนตรียังมีอทิ ธิพลต่อสงั คมอยา่ งไรให้
นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น
6. ครูอธิบายถงึ อิทธิพลของดนตรีที่มตี อ่ สงั คม โดยต่อยอดความคิดจากคำตอบของนักเรียน
7. แบ่งนกั เรียนเปน็ 2 กลมุ่ ให้ทำรายงานพร้อมภาพประกอบในหวั ข้อต่อไปนี้
กล่มุ ท่ี 1 อิทธพิ ลของดนตรีต่อบุคคล
กลุ่มที่ 2 อิทธพิ ลของดนตรีต่อสังคม
8. หลังจากที่ครูสอนเรื่องอิทธิพลของดนตรีแล้ว ให้ครูเชื่อมโยงเขา้ สเู่ รื่อง ปจั จัยท่ีทำใหง้ านดนตรีได้รับ
การยอมรบั โดยเปดิ วิดที ัศน์การแสดงดนตรไี ทย และดนตรีสากลให้นักเรยี นชม โดยครสู ามารถเลอื กใช้สื่อ
วดิ ีทศั น์ตามท่ีครูเหน็ วา่ เหมาะสม
55
9. หลงั จากให้นักเรยี นชมสอื่ วิดีทัศน์แล้วให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นอยา่ งอสิ ระถงึ ปัจจัยทที่ ำให้
งานดนตรีได้รับการยอมรบั
10. ครอู ธบิ ายเสรมิ ต่อยอดความคิดของนักเรียนว่า ปัจจยั ท่ีทำให้งานดนตรีได้รบั การยอมรับเพราะเกดิ
จากลักษณะเดน่ ของดนตรี
11. สมุ่ นกั เรยี นใหอ้ อกมาแสดงความคิดเห็นหน้าชั้นเรยี นวา่ ลกั ษณะเดน่ ของดนตรีไทยและดนตรีสากลมี
อะไรบา้ ง โดยครคู อยอธบิ ายเสริมจากการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน ในหวั ข้อตอ่ ไปน้ี
1) ลกั ษณะเดน่ ของดนตรไี ทย ได้แก่
(1) ด้านภาษาเน้ือร้อง
(2) ดา้ นสำเนยี ง
(3) ดา้ นองคป์ ระกอบเพลง
2) ลักษณะเด่นของดนตรีสากล ไดแ้ ก่
(1) โน้ตเพลง
(2) เครื่องดนตรี
(3) วงดนตรี
12. แบง่ นกั เรียนเป็น 2 กลุ่มใหท้ ำรายงานพร้อมภาพประกอบในหัวข้อต่อไปน้ี
กล่มุ ท่ี 1 ลกั ษณะเด่นของดนตรไี ทย
กลุ่มท่ี 2 ลกั ษณะเดน่ ของดนตรสี ากล
13. ใหน้ กั เรยี นที่มีขอ้ สงสยั ซักถาม โดยแสดงความคิดเหน็ รว่ มกนั
14. ให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเพ่ิมเตมิ จากหนังสือเรียน รายวิชาพนื้ ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม. 3 บริษทั
สำนกั พิมพ์วฒั นาพานิช จำกัด
ขน้ั ที่ 3 สรุป
เลอื กนกั เรยี น 4 คนออกมาสรุปความรู้ให้เพ่ือนฟงั หนา้ ชนั้ เรียน
คนท่ี 1 สรุปอิทธิพลของดนตรตี อ่ บคุ คล
คนที่ 2 สรปุ อิทธิพลของดนตรที ม่ี ตี อ่ สงั คม
คนท่ี 3 สรุปลักษณะเดน่ ของดนตรีไทย
คนท่ี 4 สรปุ ลักษณะเด่นของดนตรสี ากล
ขัน้ ท่ี 4 ขั้นฝึกฝนนักเรยี น
1. ให้นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม แล้วเปล่ียนกันอธิบายใหเ้ พื่อนฟังว่า อทิ ธพิ ลของดนตรีทีม่ ตี ่อบุคคลและสังคมมี
อะไรบา้ ง สรุปความรจู้ ากที่เพื่อนอธบิ ายลงในใบงานท่ี 7 เรื่อง อิทธพิ ลดนตรีที่มตี ่อบุคคลและสังคม ส่งครู
2. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายลักษณะเด่นที่ทำให้งานดนตรนี ั้นไดร้ ับการยอมรบั แลว้ สรปุ ผลการอภปิ ราย
ลงในใบงานที่ 8 เร่ือง อภปิ รายลักษณะเดน่ ที่ทำให้งานดนตรีได้รบั การยอมรบั สง่ ครู
3. ใหน้ ักเรียนฝกึ ฝนเพ่ิมเติมโดยใชก้ ิจกรรมที่ 19 และกจิ กรรมท่ี 20 ในแบบฝึกทักษะ รายวชิ าพื้นฐาน
ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บริษทั สำนกั พิมพ์วัฒนาพานชิ จำกัด
56
4. ใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
5. ใหน้ ักเรียนทำโครงงานตามความสนใจ หรือโครงงานในกิจกรรมที่ 21 ในแบบฝกึ ทักษะ รายวิชาพื้น
บาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บรษิ ทั สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
ขน้ั ที่ 5 การนำไปใช้
1. นักเรยี นนำความร้ทู ี่ไดไ้ ปเปน็ พน้ื ฐานในการเรียนดนตรีระดบั สงู ขึ้นในชั้นต่อไป
2. นักเรียนนำความรูไ้ ปอธิบายใหผ้ ู้ทีส่ นใจฟงั
3. นักเรียนนำประโยชนข์ องดนตรีไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ตามความเหมาะสม
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. กจิ กรรมสำหรับกลุ่มสนใจพเิ ศษ
นักเรียนรวมกลุ่มกนั ศึกษาค้นคว้าจากแหลง่ การเรยี นรู้อ่ืน ๆ เชน่ ผู้รู้ดา้ นดนตรี แพทยใ์ นท้องถิ่น
อินเทอร์เนต็ วา่ ประโยชนข์ องดนตรีบำบัดมีอะไรอีกบ้าง แล้วนำมาเลา่ ใหเ้ พ่ือนฟัง ๆ
2. กจิ กรรมสำหรบั ฝึกทักษะเพม่ิ เติม
นกั เรียนยกตัวอย่างอิทธพิ ลของดนตรใี นชวี ิตประจำวนั ของนกั เรียนมา 1 อย่างแล้วเขยี นเปน็ เรียงความ
อา่ นใหเ้ พ่อื นและครูฟงั หน้าช้ันเรยี น
10. การวัดและประเมินผล
ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม และ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
คา่ นยิ ม (A)
1. สงั เกตจากการถามและแสดง 1. สงั เกตจากการเห็นคุณคา่ 1. สงั เกตจากทักษะในการ
ความคิดเห็น และความสำคัญของดนตรี อธิบายและอภปิ รายได้ถูกต้อง
2. จากการตรวจการวัดและ 2. สงั เกตจากความรับผดิ ชอบ 2. สงั เกตจากพฤติกรรมขณะ
ประเมินผลการเรียนรู้ประจำ และความมีระเบียบขณะปฏิบัติ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมรายบุคคลและ
หนว่ ย กิจกรรม ปฏิบัติกจิ กรรมกลุ่ม
3. จากการตรวจใบงาน 3. สงั เกตจากความสนใจและ 3. สังเกตจากการปฏบิ ตั ิ
4. จากการตรวจแบบทดสอบ ความกระตือรือร้นในการปฏบิ ตั ิ กิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
หลงั เรียน กจิ กรรม 4. สงั เกตจากความตั้งใจและ
4. ประเมนิ พฤตกิ รรมตามแบบ การปฏบิ ัติตามข้ันตอน
การประเมินผลดา้ นคุณธรรม 5. สังเกตจากการนำไปใช้ใน
จรยิ ธรรม และคา่ นยิ ม ชีวติ ประจำวนั
6. ประเมนิ พฤติกรรมตามแบบ
การประเมนิ ผลด้านทกั ษะ/
กระบวนการ
57
11. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1. ภาพกิจกรรมที่เกย่ี วข้องกับดนตรบี ำบดั
2. วิดีทัศน์การแสดงดนตรีไทยและดนตรสี ากล
3. วิดที ัศน์ทเ่ี ก่ยี วข้องกับการใชด้ นตรบี ำบัด
4. ผูร้ ดู้ ้านดนตรไี ทย และดนตรีสากล
5. แพทย์ในท้องถน่ิ
6. อนิ เทอรเ์ น็ต
7. ใบงาน
8. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บริษัทสำนกั พิมพ์วัฒนาพานชิ จำกัด
9. แบบฝกึ ทักษะ รายวชิ าพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม.3 บรษิ ทั สำนกั พิมพว์ ัฒนาพานชิ จำกัด
58
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4
พ้ืนฐานความรูข้ องนาฏศิลป์และการละคร
ผังมโนทัศน์เปา้ หมายการเรียนรู้ เวลา 4 ช่ัวโมง
ความรู้ ทกั ษะ/กระบวนการ
– ภาษาทา่ หรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์ – กระบวนการคิด
– องคป์ ระกอบของนาฏศลิ ป์ – การศกึ ษาคน้ คว้า
– เปรียบเทียบความแตกตา่ งการ – การคดิ วิเคราะห์
– การสังเกต
แสดงรำวงมาตรฐานกับการแสดงรำ – การปฏบิ ัติ
ฉุยฉายเบญกาย – การนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชวี ิตประจำวนั
– ทกั ษะการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเปน็ กลุม่
– ทกั ษะการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็
รายบคุ คล
พ้ืนฐานความร้ขู อง
นาฏศลิ ปแ์ ละการละคร
ภาระงาน/ชิ้นงาน คุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยม
– มเี จตคตทิ ่ีดตี ่อการแสดงนาฏศิลป์
– การทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี น
และการละคร
– การศึกษาพื้นฐานความรขู้ องนาฏศลิ ป์และการละคร – เห็นคณุ ค่าและความสำคัญของ
ได้แก่ ภาษาทา่ หรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์ องคป์ ระกอบ การแสดงนาฏศิลป์และการละคร
– ปฏบิ ัติกจิ กรรมเปน็ รายบคุ คลและ
ของนาฏศิลป์
ปฏิบัตกิ จิ กรรมเป็นกลุ่มด้วยความ
– บอกชอ่ื และจำแนกภาษาทา่ หรอื ภาษาทางนาฏศิลป์ ซอื่ สัตย์ มีความรับผิดชอบ
– ปฏบิ ัตติ นอยา่ งมมี ารยาทในการ
– ฝกึ ปฏบิ ัตกิ ารใชภ้ าษาท่าในการถา่ ยทอดเรอื่ งราว ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมร่วมกบั ผอู้ น่ื
– เปรียบเทยี บความแตกตา่ งการแสดงรำวงมาตรฐาน
กับการแสดงรำฉุยฉายเบญกาย
– การปฏิบตั จิ ริง – การนำเสนอผลงาน
– การจัดทำรายงาน – การจดั ทำสมดุ ภาพ
– การทำโครงงาน – ใบงาน
59
ผงั การออกแบบการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 พื้นฐานความรู้ของนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร
ข้นั ท่ี 1 ผลลัพธ์ปลายทางท่ีต้องการให้เกิดขึน้ กบั นักเรียน
ตัวชวี้ ดั ชนั้ ปี
1. ใชน้ าฏยศัพท์หรอื ศพั ทท์ างการละครที่เหมาะสมบรรยายเปรยี บเทยี บการแสดงอากัปกิรยิ าของคนใน
ชีวติ ประจำวนั และในการแสดง (ศ 3.1 ม. 3/1)
2. วิจารณเ์ ปรยี บเทียบงานนาฏศลิ ป์ทีม่ ีความแตกต่างกันโดยใช้ความรู้เรือ่ งองค์ประกอบนาฏศลิ ป์
(ศ 3.1 ม. 3/5)
ความเขา้ ใจท่ีคงทนของนักเรียน คำถามสำคญั ทีท่ ำให้เกิดความเข้าใจท่คี งทน
นกั เรยี นจะเขา้ ใจวา่ ... 1. ภาษาท่าหรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์คอื อะไร
1. ภาษาทา่ หรอื ภาษาทางนาฏศิลป์ คือ การแสดงทา่ ทางแทน 2. ภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศิลปแ์ บง่
คำพูด ใชส้ ่ือถงึ อารมณ์ความรู้สึก รวมถึงกริ ิยาหรือริ ยิ าบถต่าง ออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
ๆ โดยสรา้ งสรรคท์ ่าทางหรือทา่ รำมาจากธรรมชาตใิ ห้วิจติ ร 3. ภาษาท่าท่มี าจากทา่ ทางธรรมชาตแิ บ่ง
งดงาม แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คอื ภาษาท่าทีม่ าจากทา่ ทาง ออกเปน็ กีล่ ักษณะ อะไรบา้ ง
ธรรมชาติ และภาษาทา่ ที่มาจากการประดษิ ฐ์ 4. การใช้ภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศิลป์แบ่ง
2. การใชภ้ าษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศิลป์ สามารถแบง่ ตาม ตามวิธีการใชไ้ ด้กลี่ ักษณะ อะไรบ้าง
วิธกี ารใชไ้ ด้ 4 ลักษณะ คือ ใชภ้ าษาทา่ ทางธรรมชาติ ใชภ้ าษา 5. องค์ประกอบของนาฏศลิ ป์ประกอบดว้ ย
ทา่ เลียนแบบพฤติกรรมทางอารมณ์ ใช้ภาษาทา่ เลียนแบบสิ่งท่ี อะไรบา้ ง
อยู่ในธรรมชาติ คน สตั ว์ ใชภ้ าษาทา่ เลียนแบบสื่อความหมาย 6. รำวงมาตรฐานกบั รำฉุยฉายเบญกายมีความ
ตามหลกั นาฏศลิ ป์ไทย แตกตา่ งกันอย่างไร
3. องคป์ ระกอบของนาฏศลิ ป์ประกอบดว้ ย จงั หวะทำนอง
การเคล่อื นไหว อารมณ์และความรสู้ ึก
นาฏยศัพท์และภาษาท่า รูปแบบการแสดง
การแต่งกาย
1) ดา้ นจงั หวะทำนอง
(1) รำวงมาตรฐานมีเพลงทใ่ี ชใ้ นการแสดงท้งั หมด 10
เพลง แตล่ ะเพลงของการแสดงรำวงมาตรฐานจะเป็นเพลง
อตั ราจังหวะชน้ั เดียวทุกเพลง และมีเพียงทำนองเดียวตลอด
บทเพลง
(2) บทเพลงรำฉุยฉายเบญกายบรรจเุ พลงสำหรบั บทร้อง 2
เพลง คอื เพลงฉยุ ฉายและเพลงแมศ่ รี ซึ่งมีอตั ราจังหวะ 3 ชนั้
และ 2 ชน้ั มกี ารรบั เลยี นทำนองทุกท่อน
2) ด้านการเคลอ่ื นไหว
60
(1) รำวงมาตรฐานมีลักษณะการเคล่อื นไหวในการรา่ ยรำใน
ลักษณะท่ีผูแ้ สดงจะจับครู่ ำชาย–หญงิ เดนิ รำตามกันเป็น
วงกลม ในลกั ษณะทวนเข็มนาฬิกา เน้นความพร้อมเพรียง
(2) รำฉยุ ฉายเบญกายเป็นการรา่ ยรำอวดฝีมือในการแสดง
ใช้ผ้แู สดงเพียงคนเดียว ลีลาทา่ ทางเปน็ การร่ายรำท่ีสอื่
ความหมายตามบทร้อง
3) ดา้ นอารมณ์ความรูส้ กึ
(1) รำวงมาตรฐานเปน็ การแสดงทมี่ ลี กั ษณะการร่ายรำเพอ่ื
ความสนุกสนาน
(2) รำฉุยฉายเบญกายเป็นการแสดงทผี่ ูแ้ สดงตอ้ งถ่ายทอด
อารมณ์ให้สอดคลอ้ งตามบทร้องควบคู่กบั การร่ายรำทง่ี ดงาม
ตามหลกั นาฏศิลป์
4) ด้านนาฏยศัพท์และภาษาทา่
(1) รำวงมาตรฐานเปน็ การแสดงทม่ี ุ่งเน้นในความสวยงาม
และความถูกต้องตามแบบแผนของทา่ รำที่กำหนดในแต่ละบท
เพลง
(2) รำฉุยฉายเบญกายเป็นการแสดงท่ีใชน้ าฏยศพั ท์และ
ภาษาท่าในการรา่ ยรำส่อื ความหมาย
5) ด้านรูปแบบการแสดง
(1) รำวงมาตรฐานเปน็ การแสดงหม่จู บั ครู่ ะหวา่ งชาย–หญิง
ตงั้ แต่ 3 คขู่ ึ้นไป มลี ักษณะการรำเคล่ือนทเ่ี ปน็ วงกลม
(2) รำฉยุ ฉายเบญกายเป็นการแสดงเด่ียวเปน็ การรำที่มีการ
ใชท้ ิศทางบนเวทีทงั้ ดา้ นหนา้ เวทีและหนั ดา้ นขวาและด้านซ้าย
ของเวทีใหส้ อดคล้องกับท่ารำท่กี ำหนด
6) ดา้ นการแตง่ ก่าย
(1) รำวงมาตรฐานแตง่ กายไดห้ ลายแบบ เชน่ แบบพนื้ บ้าน
แบบไทยพระราชนยิ ม แบบไทยสากล
(2) รำฉยุ ฉายเบญกายแต่งกายแบบยนื เคร่ือง (ตวั นาง)
ความรู้ของนกั เรยี นทน่ี ำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรยี นที่นำไปสู่
นกั เรียนจะรูว้ า่ ... ความเขา้ ใจท่ีคงทน
1. คำสำคัญที่ควรรู้ ไดแ้ ก่ ภาษาทา่ ศริ าภรณ์ รำวงมาตรฐาน นกั เรียนจะสามารถ...
2. ภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศิลป์ คือ การแสดงท่าทางแทน 1. อธบิ ายความหมายของภาษาท่าหรือภาษา
คำพูดใช้สอื่ ถงึ อารมณ์ ความรู้สกึ รวมถึงกริ ยิ าหรืออริ ิยาบถ ทางนาฏศลิ ป์ได้
61
ตา่ ง ๆ โดยสรา้ งสรรค์ทา่ ทางหรอื ทา่ รำให้มีความวิจิตรงดงาม 2. บอกช่อื และจำแนกภาษาท่าในแตล่ ะภาพ
แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ 3. ฝกึ ปฏิบัติการใชภ้ าษาทา่ ในการถ่ายทอด
1) ภาษาท่าทม่ี าจากท่าทางธรรมชาติ แบง่ เปน็ 3 ลกั ษณะ เร่อื งราวได้
คอื ภาษาท่าที่ใชแ้ ทนการพูด ภาษาทา่ ท่ใี ช้สือ่ ความหมายแทน 4. อธิบายองค์ประกอบนาฏศิลป์ได้
อารมณ์ความรู้สึก ภาษาท่าท่ีใช้แสดงอิริยาบถต่าง ๆ 5. สร้างสรรคก์ ารแสดงโดยใช้องคป์ ระกอบของ
2) ภาษาทา่ ที่มาจากการประดิษฐ์ นาฏศลิ ปไ์ ด้
3. การใชภ้ าษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศิลป์ สามารถแบง่ ตาม 6. เปรยี บเทียบความแตกตา่ งของการแสดงรำ
วิธีการใช้ได้ 4 ลักษณะ คือ ใช้ภาษาทา่ ทางธรรมชาติ ใช้ภาษา วงมาตรฐานกบั รำฉุยฉายกายได้
ทา่ ทางเลยี นแบบพฤตกิ รรมทางอารมณ์ ใชภ้ าษาทา่ เลยี นแบบ
สงิ่ ที่อยู่ในธรรมชาติ คนและสัตว์ ใช้ภาษาท่าส่ือความหมาย
ตามหลกั นาฏศิลปไ์ ทย
4. องค์ประกอบการแสดงนาฏศิลปป์ ระกอบดว้ ย จังหวะ
ทำนอง การเคลอ่ื นไหว อารมณแ์ ละความรู้สึก นาฏยศัพท์และ
ภาษาท่า รูปแบบของการแสดง การแตง่ กาย
5. รำวงมาตรฐาน ใช้เพลงประกอบบทร้องเปน็ เพลงอตั รา
จงั หวะช้นั เดยี ว ใชท้ ำนองเดียวแต่ละบทเพลงทงั้ 10 เพลง
เปน็ การร่ายรำที่สื่ออารมณ์สนกุ สนาน มุ่งเนน้ ในความสวยงาม
ของทา่ รำแตล่ ะทา่ ท่ีกำหนด เป็นการแสดงหมู่รำเปน็ คูช่ าย–
หญงิ เคล่ือนที่เป็นวงกลม แต่งกายไดห้ ลายแบบ เชน่ แบบ
พ้นื บา้ น แบบไทยพระราชนยิ ม แบบไทยสากล
6. รำฉุยฉายเบญกาย เพลงประกอบในการแสดงมี 2 เพลง
คอื เพลงฉุยฉายเปน็ เพลงที่มีอตั ราจังหวะ 3 ชน้ั และเพลงแม่
ศรีเป็นเพลงซ่ึงมีอัตราจงั หวะ 2 ช้ัน ส่ืออารมณ์ตามบทร้อง
ของเพลง มุ่งเนน้ การใชภ้ าษาท่าในการส่ือความหมายของท่า
รำตามบทร้อง เป็นการแสดงเด่ียว อวดฝีมือ ใช้ทศิ ทางบนเวที
3 ดา้ น คือ ด้านหน้าเวทีและหนั ดา้ นซ้ายและขวา แตง่ กาย
แบบยนื เครอื่ ง (ตัวนาง)
ข้ันที่ 2 ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซงึ่ เป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรยี นมผี ลการเรียนรู้ตามท่ี
กำหนดไวอ้ ยา่ งแท้จรงิ
1. ภาระงานที่นักเรียนตอ้ งปฏิบัติ
– ศกึ ษาพนื้ ฐานความรู้ของนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร ได้แก่ ภาษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศลิ ป์ องคป์ ระกอบของ
นาฏศิลป์
– บอกชอ่ื ภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศลิ ป์ในแต่ละภาพได้
62
– ฝกึ ปฏิบัติภาษาท่าหรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์
– ฝึกปฏบิ ตั ิภาษาทา่ หรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์ประกอบการแสดง
– ศกึ ษาองค์ประกอบของนาฏศลิ ป์และนำมาใชป้ ระกอบการสรา้ งสรรคก์ ารแสดง
– อธิบายองค์ประกอบการแสดง
– วิจารณ์เปรยี บเทียบความแตกต่างของการแสดงรำวงมาตรฐานกับการแสดงรำฉยุ ฉายเบญกายโดยใช้
องค์ประกอบของนาฏศลิ ป์
2. วธิ ีการและเครือ่ งมือประเมินผลการเรียนรู้
วธิ ีการประเมินผลการเรียนรู้ เคร่อื งมือประเมินผลการเรยี นรู้
– การทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน
– การสนทนาซักถามโดยครู - แบบบันทกึ ข้อมูลการแสดงความคดิ เห็นและการอภปิ ราย
– การแสดงความคิดเห็นและอภปิ ราย - ใบงาน
– การฝกึ ปฏิบตั ริ ะหวา่ งเรยี น - แบบประเมนิ ผลดา้ นความรู้
– การประเมินตนเองของนกั เรียน - แบบประเมนิ ผลดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม
– การประเมนิ ด้านความรู้ และคา่ นิยม
– การประเมินด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ - แบบประเมินผลดา้ นทักษะ/กระบวนการ
คา่ นิยม
– การประเมนิ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
3. ส่ิงที่มงุ่ ประเมิน
– ความสามารถในการบอกถึงพืน้ ฐานความรู้ของนาฏศลิ ป์และการละคร ได้แก่ ภาษาทา่ หรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์
– ความสามารถในการใช้ภาษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศลิ ปใ์ นการถา่ ยทอดเร่ืองราว
– ความสามารถในการบอกถึงองค์ประกอบของนาฏศิลป์
– ความสามารถในการเปรียบเทียบการแสดงนาฏศลิ ปโ์ ดยใช้องค์ประกอบของการแสดง
– ความสามารถในการปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกับผอู้ ื่นด้วยความซ่อื สัตย์ ความรับผดิ ชอบ และความประหยัด
ขน้ั ท่ี 3 แผนการจดั การเรียนรู้
– แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 10 ภาษาทา่ หรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์ 2 ชว่ั โมง
– แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 11 องค์ประกอบของนาฏศิลป์ 1 ชั่วโมง
– แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 12 เปรียบเทยี บการแสดงนาฏศิลป์โดยใช้
องค์ประกอบนาฏศลิ ป์ 1 ชว่ั โมง
63
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 เรอ่ื ง พน้ื ฐานความรขู้ องนาฏศิลป์และการละคร เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 10
รหัสวิชา ศ23102 เรือ่ ง ภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศิลป์ เวลา 2 ชั่วโมง
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3
ผูส้ อน นายวัฒนา ราชจนั คำ รายวชิ า ดนตรี-นาฏศลิ ป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศิลปะ
ภาคเรียนที่ 1/2565
สอนวันที.่ ....................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ ิจารณ์
คณุ คา่ นาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สกึ ความคดิ อย่างอสิ ระ ช่นื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวัน
2. ตัวชี้วัด
ใช้นาฏยศัพท์หรือศัพทท์ างการละครทีเ่ หมาะสม บรรยายเปรียบเทียบการแสดงอากปั กริ ยิ าของผู้คนใน
ชวี ิตประจำวันและในการแสดง (ศ 3.1 ม.3/2)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของภาษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศลิ ป์ได้ (K)
2. ปฏิบตั กิ ิจกรรมด้วยความสนกุ สนานเพลดิ เพลิน (A)
3. ปฏิบัติภาษาทา่ หรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์ได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้
• ภาษาท่าหรอื ภาษาทางนาฏศิลป์
5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ภาษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศิลป์ คือ การแสดงทา่ ทางแทนคำพูด ใชส้ ่อื ถงึ อารมณ์ความรู้สึก รวมถงึ
อริ ิยาบถต่าง ๆ โดยสร้างสรรค์ทา่ ทางหรอื ท่ารำให้วิจิตรงดงาม แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คอื ภาษาท่าทมี่ าจาก
ท่าทางธรรมชาติ ภาษาท่าทม่ี าจากการประดิษฐ์
6. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
64
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ
3. มวี นิ ัย
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
8. จดุ เนน้ สู่การพฒั นาผูเ้ รยี นความสามารถและทกั ษะของผ้เู รียนศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอา่ นออก)
⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขียนได)้
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มีทักษะการคำนวณ)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมี
วิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา)
C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะการคิดสร้างสรรค์และคดิ เชงิ นวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะความเข้าใจความแตกต่างทางวฒั นธรรม
กระบวนการคิดข้ามวฒั นธรรม)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงาน
เป็นทีม และภาวะผนู้ ำ)
⬜ C5 – Communication, Information and Media literacy (ทกั ษะดา้ นการส่ือสารและ
รเู้ ท่าทนั สอ่ื )
⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์และร้เู ท่าทันเทคโนโลยี)
C7 - Career and Learning skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้)
C8 - Compassion (มีคุณธรรม มคี วามเมตตากรุณา และมีระเบียบวินยั )
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ที่ 1 ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเพ่อื ประเมนิ ความรู้
65
2. ครูใหน้ กั เรียนดภู าพภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศิลป์ พร้อมตง้ั คำถามว่าภาษาทา่ หรือภาษา
นาฏศิลป์ในภาพมชี อื่ ทา่ อะไรบ้าง และมีลกั ษณะอย่างไร โดยให้นกั เรียนแสดงความคิดเห็นและอภปิ รายตาม
ความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณข์ องตนเอง
ข้ันท่ี 2 ขน้ั สอน
1. ครูอธบิ ายความหมายของภาษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศิลป์ พรอ้ มท้ังยกตัวอยา่ งประกอบการอธิบาย
โดยการแสดงภาษาท่าหรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์ใหด้ ทู ลี ะท่า
2. ครใู ห้นักเรียนศึกษาตวั อย่างภาษาทา่ หรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์ในหนงั สอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน
ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 ซงึ่ ไดแ้ ก่ ภาษาทา่ ท่ีมาจากธรรมชาติ ภาษาทา่ ท่มี าจากการประดิษฐ์และการใชภ้ าษาท่า
หรอื ภาษาทางนาฏศลิ ป์ พร้อมกบั ทดลองปฏิบัติตามทีละท่า โดยครูจะคอยใหค้ ำแนะนำ
3. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 6 คน รว่ มกนั สร้างสรรคช์ ดุ การแสดงโดยใชภ้ าษาท่าหรอื ภาษาทาง
นาฏศลิ ป์ และนำเสนอหน้าช้ันเรยี นให้ครูเพื่อน ๆ ชม
ขน้ั ท่ี 3 ขัน้ สรุป
นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเร่ือง ภาษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศิลป์ เปน็
ความคดิ ของชั้นเรียน โดยครูคอยให้ความรเู้ สริมในส่วนที่นักเรียนไม่เขา้ ใจหรือสรุปไมต่ รงกัน
ขน้ั ที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน
1. ใหน้ ักเรียนสังเกตภาพท่ารำทีก่ ำหนดให้ว่ามชี ื่อเรยี กตามภาษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศลิ ป์วา่ อะไร
และเขียนคำตอบลงใต้ภาพ
2. ให้นักเรยี น ฝกึ ปฏบิ ตั ภิ าษาท่าหรือภาษาทางนาฏศิลป์ โดยใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 5 คน
รว่ มกนั ฝกึ ปฏบิ ัตภิ าษาทา่ หรือภาษาทางนาฏศลิ ปท์ ช่ี อบกลุ่มละ 3 ท่า และเขยี นบรรยายช่ือท่า และวธิ ีการ
ปฏบิ ตั ิ จากน้นั ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมาแสดงการปฏิบัติทา่ รำให้ครูและเพอื่ น ๆ ชม
3. ใหน้ กั เรยี นฝึกฝนเพิ่มเติมโดยใช้กิจกรรมท่ี 22 กิจกรรมที่ 23 กจิ กรรมท่ี 24 และกจิ กรรมที่ 25 ใน
แบบฝกึ ทักษะ รายวชิ าพืน้ ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บริษทั สำนกั พิมพว์ ัฒนาพานิช จำกดั
ขั้นท่ี 5 การนำไปใช้
1. นกั เรียนสามารถนำความรู้เรื่อง ภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศลิ ป์ ไปใช้เปน็ พ้ืนฐานในการนาฏศลิ ป์
ในระดบั สูงต่อไป
2. นักเรยี นสามารถนำภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศลิ ป์ไปสร้างสรรค์ชดุ การแสดงตา่ ง ๆ ตาม
จนิ ตนาการและความคิดสร้างสรรค์ แล้วใช้แสดงในโอกาสต่าง ๆ เพื่อแสดงความสามารถด้านนาฏศลิ ป์ไทย
กิจกรรมเสนอแนะ
1. กิจกรรมสำหรบั กลุ่มสนใจพิเศษ
นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน ร่วมกนั จดั ทำสมุดภาพภาษาท่าหรือภาษาทางนาฏศิลปจ์ าก
บทเรียนและค้นหาเพิ่มเติมจากแหลง่ การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ เช่น อินเทอรเ์ นต็ ผู้เชีย่ วชาญ หรือผรู้ ้ดู ้านนาฏศลิ ปใ์ น
ชุมชน เปน็ ต้น
66
2. กิจกรรมสำหรับฝึกทักษะเพม่ิ เติม
นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 4–5 คน เลือกเพลงลกู ทุ่งทีช่ ื่นชอบกลุม่ ละ 1 เพลง และนำภาษาทา่ หรอื
ภาษาทางนาฏศลิ ปม์ าแสดงประกอบเพลงตามจินตนาการความคิดสรา้ งสรรค์ แลว้ ให้แต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอ
หน้าชั้นเรียน
10. การวดั และประเมินผล ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ดา้ นความรู้ (K)
และคา่ นยิ ม (A)
1. สังเกตจากการถามและการ
แสดงความคิดเหน็ 1. สังเกตจากความซื่อสัตย์ใน 1. สังเกตจากการปฏบิ ตั ิ
2. จากการตรวจการวดั และ
ประเมินผลการเรยี นรู้ประจำ การปฏิบัติกจิ กรรม นาฏยศัพทแ์ ละภาษาท่าได้
หน่วย
3. จากการตรวจแบบทดสอบ 2. สงั เกตจากความมีนำ้ ใจและ ถูกต้อง
กอ่ นเรยี น
ความเสียสละในการปฏบิ ัติ 2. สังเกตจากการปฏิบัติ
กิจกรรมรว่ มกับผอู้ ื่น กจิ กรรมกล่มุ รว่ มกับผู้อื่นได้
3. สงั เกตจากการปฏิบัติ อย่างคล่องแคลว่
กจิ กรรมด้วยความสนุกสนาน 3. สงั เกตจากการนำไปใชใ้ น
และเพลิดเพลิน ชวี ติ ประจำวัน
4. สังเกตจากการยอมรับ
ความคดิ เห็นของผู้อ่นื ขณะ
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
11. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หอ้ งสมุด
2. สถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงละคร ศูนยว์ ัฒนธรรม สถานทีจ่ ดั การแสดงวฒั นธรรมท้องถิ่น มหาวิยาลัยท่ี
เปดิ สอนดา้ นนาฏศลิ ป์และการละคร เป็นตน้
3. อินเทอรเ์ น็ต
4. ผูเ้ ชี่ยวชาญหรือผรู้ ้ดู ้านนาฏศิลปใ์ นชมุ ชน
4. หนงั สือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ช้นั ม. 3 บรษิ ทั สำนกั พิมพว์ ัฒนาพานิช จำกดั
5. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ช้นั ม. 3 บรษิ ทั สำนกั พมิ พว์ ัฒนาพานิช จำกัด
67
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เรอ่ื ง พน้ื ฐานความรขู้ องนาฏศิลปแ์ ละการละคร เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 11
รหัสวิชา ศ23102 เรื่อง องค์ประกอบของนาฏศิลป์ เวลา 1 ชั่วโมง
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
ผู้สอน นายวัฒนา ราชจนั คำ รายวชิ า ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศิลปะ
ภาคเรียนท่ี 1/2565
สอนวนั ท่ี.....................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์
คุณค่านาฏศิลป์ ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคดิ อย่างอสิ ระ ช่นื ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน
2. ตัวช้ีวัด
วิจารณ์เปรยี บเทียบงานนาฏศิลป์ทมี่ คี วามแตกตา่ งกนั โดยใช้ความรู้เรื่ององค์ประกอบนาฏศลิ ป์ (ศ 3.1
ม.3/5)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายองค์ประกอบของการแสดงนาฏศิลป์ จงั หวะทำนอง การเคลื่อนไหว อารมณ์และความรู้สึก
นาฏยศพั ทแ์ ละภาษาทา่ รปู แบบของการแสดง การแต่งกาย (K)
2. ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมดว้ ยความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ (A)
3. สรุปองคป์ ระกอบของการแสดงนาฏศิลปไ์ ด้ (P)
4. จดั การแสดงนาฏศิลปโ์ ดยใชอ้ งคป์ ระกอบการแสดงนาฏศลิ ป์ (P)
4. สาระการเรียนรู้
• องค์ประกอบนาฏศลิ ป์
5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การแสดงนาฏศิลป์จะประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ทีช่ ่วยใหก้ ารแสดงนั้นดูสมบูรณ์สวยงาม ได้แก่
จงั หวะทำนอง การเคล่ือนไหว อารมณแ์ ละความรสู้ ึก นาฏยศัพท์และภาษาทา่ รูปแบบของการแสดง การแต่ง
กาย
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
68
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
6. มุ่งม่ันในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
8. จดุ เนน้ สู่การพัฒนาผ้เู รยี นความสามารถและทกั ษะของผูเ้ รยี นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอ่านออก)
⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขยี นได้)
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มีทักษะการคำนวณ)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคดิ วิเคราะห์ การคดิ อยา่ งมี
วิจารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา)
⬜ C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะการคิดสรา้ งสรรคแ์ ละคดิ เชงิ นวตั กรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม
กระบวนการคิดขา้ มวฒั นธรรม)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทำงาน
เป็นทีม และภาวะผนู้ ำ)
⬜ C5 - Communication, Information and Media literacy (ทักษะดา้ นการส่ือสารและ
รู้เทา่ ทันส่ือ)
⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์และรเู้ ท่าทันเทคโนโลย)ี
C7 - Career and Learning skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้)
C8 - Compassion (มีคุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมีระเบียบวินยั )
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
69
ขั้นท่ี 1 ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรียน
ครเู ปิดวดิ ีทัศน์การแสดงนาฏศิลป์ไทยใหน้ ักเรียนชม และต้ังคำถามถามว่าการแสดงนาฏศิลป์ไทยชดุ นม้ี ี
ชือ่ ชุดการแสดงว่าอย่างไร และมีองคป์ ระกอบในการแสดงอะไรบา้ ง
ขน้ั ที่ 2 ขั้นสอน
1. ครนู ำเสนอเนอื้ หาเร่ือง องคป์ ระกอบของการแสดงนาฏศลิ ป์ โดยการบรรยายและยกตวั อย่าง
ประกอบ
2. ใหน้ กั เรยี นแบง่ ออกเป็น 5 กลุ่ม และแจกใบงานท่ี 9 เร่อื ง องคป์ ระกอบของนาฏศิลป์ ให้ร่วมกนั
ศึกษาว่าองค์ประกอบของการแสดงนาฏศลิ ป์โดยศกึ ษาข้อมูลเพ่มิ เตมิ จากหนังสอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ดนตรี–
นาฏศลิ ป์ ชน้ั ม. 3 บริษทั สำนักพมิ พ์วฒั นาพานชิ จำกดั อินเทอร์เน็ต หนังสือนาฏศลิ ป์ไทยในหอ้ งสมุด
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนำใบงานส่งครู
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั สรุป
นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นและอภปิ รายสรปุ เร่อื ง องคป์ ระกอบของนาฏศิลป์ เป็นความคดิ ของ
ชั้นเรยี น โดยครคู อยใหค้ วามรู้เสริมในสว่ นทน่ี กั เรยี นไม่เขา้ ใจหรือสรุปไมต่ รงกับเน้ือหา
ข้นั ที่ 4 ฝกึ ฝนผเู้ รยี น
1. ใหน้ ักเรยี นปฏิบัติ กจิ กรรม องคป์ ระกอบของนาฏศลิ ป์ โดยใหน้ ักเรียนชมการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย
จากวิดที ัศน์และร่วมกันสรุปว่าใช้องคป์ ระกอบใดบา้ งในการแสดง
2. ให้นักเรยี นฝึกฝนเพิ่มเติมโดยใชก้ จิ กรรมที่ 26 และกิจกรรมท่ี 27 ในแบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพืน้ ฐาน
ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม. 3 บริษัท สำนกั พิมพ์วัฒนาพานชิ จำกัด
ขนั้ ที่ 5 การนำไปใช้
1. นกั เรียนสามารถนำความรู้เร่อื ง องค์ประกอบของนาฏศิลป์ ไปเป็นพื้นฐานในการเรยี นนาฏศลิ ป์ใน
ระดบั สูงต่อไป
2. นกั เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประกอบในการชมการแสดงนาฏศลิ ป์ไทย และอธบิ ายใหก้ ับ
บคุ คลตา่ ง ๆ ฟงั
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. กจิ กรรมสำหรบั กลุ่มสนใจพเิ ศษ
นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน แล้วให้แตล่ ะกลมุ่ สรา้ งสรรค์ชุดการแสดงนาฏศลิ ป์ โดยใช้
องคป์ ระกอบของการแสดงนาฏศิลป์ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ ออกมาแสดงให้ครแู ละเพื่อน ๆ ชม
2. กิจกรรมสำหรบั ฝึกทักษะผู้เรียน
นักเรียนศึกษาองค์ประกอบของการแสดงนาฏศลิ ปเ์ พมิ่ เติมทางอินเทอรเ์ นต็ หรือสมั ภาษณผ์ ู้เชี่ยวชาญ
หรอื ผรู้ ใู้ นชุมชน แลว้ จดั ทำเป็นรายงานสง่ ครู
10. การวัดและประเมินผล
70
ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1. สังเกตจากการถามและการ และคา่ นิยม (A)
แสดงความคิดเหน็
2. จากการตรวจการวัดและ 1. สังเกตจากการปฏบิ ตั ิ 1. สงั เกตจากการพูดสรปุ
ประเมินผลการเรียนรู้ประจำ
หน่วย กิจกรรมดว้ ยความสนุกสนาน เก่ียวกับองคป์ ระกอบของการ
3. จากการตรวจใบงาน
และเพลดิ เพลนิ แสดงนาฏศลิ ป์ได้ถูกต้อง
2. สังเกตจากการปฏิบัติ 2. สงั เกตจากการจัดการแสดง
กจิ กรรมอยา่ งเปน็ ขัน้ ตอนและ นาฏศลิ ปโ์ ดยใช้องค์ประกอบ
เป็นระเบยี บ ของการแสดงนาฏศิลป์ได้
3. สังเกตจากการยอมรบั ถกู ต้อง
ความคิดเห็นของผู้อื่นขณะ 3. สงั เกตจากการปฏบิ ตั ิ
ปฏบิ ตั ิกิจกรรม กจิ กรรมกลุ่มร่วมกับผู้อ่นื ได้
อยา่ งคล่องแคล่ว
11. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. ใบงาน
2. หอ้ งสมุด
3. วิดีทศั น์การแสดงนาฏศิลป์ไทย
4. สถานทต่ี า่ ง ๆ เช่น โรงละคร ศนู ย์วัฒนธรรม สถานทีจ่ ดั การแสดงวฒั นธรรมท้องถนิ่ มหาวิทยาลัย
ทเ่ี ปิดสอนด้านนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร เป็นต้น
5. อนิ เทอร์เน็ต
6. ผ้เู ชย่ี วชาญ หรือผู้รู้ดา้ นนาฏศิลป์ในชุมชน
7. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ชัน้ ม. 3 บริษทั สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
8. แบบฝึกทักษะ รายวิชาพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ชั้น ม. 3 บรษิ ทั สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานชิ จำกดั
71
แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรื่อง พื้นฐานความรูข้ องนาฏศิลป์และการละคร เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรอื่ ง เปรยี บเทียบการแสดงนาฏศิลปโ์ ดยใช้องค์ประกอบนาฏศลิ ป์
เวลา 1 ชั่วโมง
รหสั วิชา ศ23102 รายวชิ า ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1/2565
ผู้สอน นายวัฒนา ราชจนั คำ สอนวันท.่ี ....................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ยา่ งสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์
คณุ คา่ นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรูส้ กึ ความคดิ อย่างอสิ ระ ชื่นชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั
2. ตัวชี้วัด
วจิ ารณ์เปรยี บเทยี บงานนาฏศิลปท์ ่ีมคี วามแตกตา่ งกันโดยใช้ความรู้เร่ืององค์ประกอบนาฏศลิ ป์ (ศ 3.1
ม.3/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความแตกตา่ งของการแสดงรำวงมาตรฐานกบั รำฉยุ ฉายเบญกายได้ (K)
2. ปฏิบัติกิจกรรมดว้ ยความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ (A)
3. สรุปความแตกตา่ งของการแสดงรำวงมาตรฐานกบั รำฉยุ ฉายเบญกายได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้
• องค์ประกอบนาฏศิลป์
5. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การแสดงรำวงมาตรฐานกบั รำฉยุ ฉายเบญกายมีความแตกต่างกนั ในดา้ นจังหวะทำนอง การเคลือ่ นไหว
อารมณ์และความรู้สกึ นาฏยศพั ท์และภาษาทา่ รปู แบบการแสดง และการแต่งกาย
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
72
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต
3. มีวินยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
6. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
8. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียนความสามารถและทกั ษะของผ้เู รยี นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอ่านออก)
⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขียนได้)
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มที ักษะการคำนวณ)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ การคดิ อย่างมี
วจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา)
⬜ C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะการคิดสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะความเขา้ ใจความแตกต่างทางวฒั นธรรม
กระบวนการคิดขา้ มวัฒนธรรม)
⬜ C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงาน
เปน็ ทีม และภาวะผู้นำ)
⬜ C5 – Communication, Information and Media literacy (ทกั ษะด้านการส่ือสารและ
รเู้ ทา่ ทนั สอ่ื )
⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร์และรเู้ ท่าทันเทคโนโลย)ี
C7 - Career and Learning skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้)
C8 - Compassion (มคี ุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมีระเบียบวนิ ยั )
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันที่ 1 ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน
73
ครูเปดิ วดิ ีทัศน์การแสดงรำวงมาตรฐานกบั รำฉุยฉายเบญกายใหน้ กั เรยี นชม และตั้งคำถามถามวา่ การ
แสดงนาฏศิลป์ไทยท้ัง 2 ชุดนี้มีช่ือชดุ การแสดงวา่ อย่างไร และมคี วามแตกต่างกนั อย่างไร ใหน้ กั เรียนช่วยกัน
แสดงความคิดเหน็
ขนั้ ที่ 2 ขนั้ สอน
1. ครนู ำเสนอเนื้อหาเร่ือง เปรียบเทยี บการแสดงนาฏศลิ ปโ์ ดยใช้องคป์ ระกอบของนาฏศิลป์
โดยการบรรยายและยกตัวอย่างประกอบ
2. ครเู ปดิ วดิ ีทัศน์การแสดงรำวงมาตรฐานและรำฉุยฉายเบญกายให้นักเรยี นชม พรอ้ มท้ังอธิบายถงึ
องคป์ ระกอบของการแสดงรำวงมาตรฐานและรำฉุยฉายเบญกายใหน้ ักเรยี นฟัง
3. ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แจกใบงานท่ี 10 เรอ่ื ง เปรยี บเทยี บความแตกต่างของการ
แสดงรำวงมาตรฐานกับรำฉุยฉายเบญกาย
4. ครูใหน้ กั เรยี นส่งตวั แทนกลุ่มออกมาออกมาวจิ ารณ์เปรียบเทยี บการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยท้ัง 2 ชดุ วา่ มี
ความแตกต่างกนั อย่างไรบา้ ง
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำใบงานส่งครู
6. ให้นกั เรียนศึกษาข้อมลู เพิ่มเตมิ จากหนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม. 3 บรษิ ทั
สำนักพมิ พ์วัฒนาพานชิ จำกัด
7. ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
8. ให้นกั เรยี นทำโครงงานตามความสนใจ
ขั้นท่ี 3 ขั้นสรุป
นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ และอภิปรายสรปุ เรือ่ ง เปรยี บเทียบการแสดงนาฏศลิ ปโ์ ดยใช้
องค์ประกอบของการแสดง เป็นความคดิ ของช้นั เรยี นโดยครูคอยให้ความร้เู สริมในสว่ นที่นกั เรียนไม่เขา้ ใจหรือ
สรปุ ไมต่ รงกบั เน้อื หา
ข้ันที่ 4 ฝึกฝนผูเ้ รียน
1. ให้นกั เรียนปฏบิ ตั ิ กิจกรรม เปรียบเทยี บการแสดงรำวงมาตรฐานกบั รำฉุยฉายเบญกาย โดยให้
นักเรยี นเขียนเครื่องหมาย ✓ลงในชอ่ งความเหมือนและความแตกต่างของการแสดงรำวงมาตรฐานกับรำ
ฉยุ ฉายเบญกาย
2. ให้นกั เรยี นฝึกฝนเพ่มิ เตมิ โดยใชก้ จิ กรรมท่ี 28 ในแบบฝึกทักษะ รายวชิ าพื้นฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์
ม. 3 บรษิ ทั สำนักพิมพว์ ฒั นาพานิช จำกัด
ขน้ั ท่ี 5 การนำไปใช้
นกั เรยี นสามารถนำความรเู้ รือ่ ง เปรยี บเทียบการแสดงนาฏศลิ ป์โดยใช้องค์ประกอบของการแสดง ไป
ประยกุ ต์ใชใ้ นการเรียนนาฏศิลปใ์ นระดับสูงต่อไป
กิจกรรมเสนอแนะ
1. กจิ กรรมสำหรับกลุ่มสนใจพิเศษ
74
ใหน้ กั เรียนปฏิบัติ กจิ กรรม เปรียบเทียบการแสดงนาฏศลิ ปโ์ ดยใช้องคป์ ระกอบของนาฏศลิ ป์
โดยให้นกั เรียนชมวิดีทศั น์การแสดงระบำดอกบวั กับระบำเทพบันเทิงและร่วมกันสรุปว่าการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย
ทั้ง 2 ชดุ การแสดงน้ีมีความแตกตา่ งกนั อย่างไร
2. กิจกรรมสำหรับฝกึ ทักษะผเู้ รียน
นกั เรยี นจดั ทำสมุดภาพเปรียบการแสดงนาฏศลิ ป์ไทยระหวา่ งรำพลายชุมพลกบั ระบำนกเขามะราปี
ศึกษาเพม่ิ เติมทางอนิ เทอร์เน็ต หรอื สัมภาษณ์ผู้เชย่ี วชาญหรอื ผู้ร้ใู นชมุ ชน แล้วจัดทำเปน็ รายงานส่งครู
10. การวดั และประเมินผล ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ดา้ นความรู้ (K)
และค่านิยม (A)
1. สงั เกตจากการถามและการ
แสดงความคิดเห็น 1. สงั เกตจากการปฏบิ ตั ิ 1. สงั เกตจากการพดู สรปุ
2. จากการตรวจการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรูป้ ระจำ กจิ กรรมด้วยความสนุกสนาน เกีย่ วกับความแตกตา่ งของการ
หนว่ ย
3. จากการตรวจแบบทดสอบ และเพลิดเพลิน แสดงรำวงมาตรฐานกับรำ
หลังเรียน
4. จากการตรวจใบงาน 2. สังเกตจากการปฏบิ ัติ ฉยุ ฉายเบญกายได้ถกู ต้อง
กิจกรรมอยา่ งเป็นข้ันตอนและ 2. สงั เกตจากการปฏิบัติ
เปน็ ระเบียบ กิจกรรมกลมุ่ ร่วมกับผู้อน่ื ได้
3. สังเกตจากการยอมรบั อยา่ งคล่องแคลว่
ความคดิ เหน็ ของผู้อื่นขณะ 3. ประเมนิ พฤติกรรมตามแบบ
ปฏิบตั ิกจิ กรรม การประเมินผลด้านทักษะ/
4. ประเมนิ พฤติกรรมตาม กระบวนการ
แบบการประเมนิ ผลดา้ น
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ
คา่ นิยม
11. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. ใบงาน
2. ห้องสมุด
3. วิดที ศั น์การแสดงนาฏศลิ ป์ไทย
4. สถานทต่ี ่าง ๆ เชน่ โรงละคร ศูนยว์ ัฒนธรรม สถานที่จดั การแสดงวฒั นธรรมท้องถน่ิ มหาวิทยาลยั ท่ี
เปิดสอนด้านนาฏศิลปแ์ ละการละคร เปน็ ตน้
5. ผู้เช่ยี วชาญ หรอื ผูร้ ดู้ า้ นนาฏศิลปใ์ นชุมชน
6. อินเทอร์เนต็
7. หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ช้ัน ม. 3 บริษทั สำนักพิมพว์ ฒั นาพานิช จำกดั
8. แบบฝึกทักษะ รายวชิ าพื้นฐาน ดนตรี-นาฏศลิ ป์ ช้ัน ม. 3 บริษทั สำนกั พิมพ์วัฒนาพานชิ จำกดั
75
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 เวลา 10 ช่ัวโมง
ทักษะการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย
ผงั มโนทศั นเ์ ปา้ หมายการเรียนรู้
ความรู้ ทกั ษะ/กระบวนการ
– รปู แบบการแสดงนาฏศิลป์ไทย
– การประดิษฐ์ทา่ รำ – กระบวนการคดิ – การสงั เกต
– ออกแบบสรา้ งสรรค์อปุ กรณ์และ
เครอ่ื งแตง่ กาย – การศกึ ษาค้นคว้า – การเคลื่อนไหวรา่ งกาย
– การจัดการแสดงนาฏศิลปไ์ ทยใน
โอกาสตา่ ง ๆ – การคิดวเิ คราะห์
– การปฏบิ ตั ิ
– การนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน
– ทกั ษะการปฏบิ ตั ิกิจกรรมเปน็ กลุ่ม
– ทักษะการปฏิบตั กิ ิจกรรมเปน็ รายบคุ คล
ทักษะการแสดง คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ ม
นาฏศิลป์ ไทย – มเี จตคตทิ ่ดี ตี ่อการแสดงนาฏศิลป์และ
ภาระงาน/ชน้ิ งาน การละคร
– ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน – เหน็ คุณคา่ และความสำคญั ของการ
– ศึกษารปู แบบการแสดงนาฏศลิ ป์ไทย ได้แก่ การ
แสดงเป็นหมู่ การแสดงเด่ยี ว การแสดงละคร การ แสดงนาฏศลิ ป์และการละคร
แสดงเป็นชดุ เป็นตอน – ปฏิบัติกจิ กรรมเป็นรายบคุ คลและ
– ศกึ ษาหลกั ท่ีใชใ้ นการประดษิ ฐท์ ่ารำ
– สร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลปโ์ ดยใช้หลักสำคัญ ปฏิบตั ิกจิ กรรมเปน็ กลุ่มด้วยความ
มาใช้ในการประดษิ ฐ์ทา่ รำ ซอ่ื สตั ย์ มคี วามรบั ผดิ ชอบ
– ออกแบบสรา้ งสรรคอ์ ุปกรณป์ ระกอบการแสดง – ปฏิบัตติ นอย่างมีมารยาทในการปฏบิ ตั ิ
– ออกแบบสร้างสรรคเ์ คร่อื งแต่งกายประกอบการ กจิ กรรมร่วมกับผู้อ่ืน
แสดง
– จัดการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยในโอกาสต่าง ๆ
– การทำรายงาน
– การทำโครงงาน
76
ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 ทักษะการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย
ขัน้ ท่ี 1 ผลลพั ธป์ ลายทางท่ีต้องการให้เกดิ ขน้ึ กบั นักเรียน
ตัวชว้ี ัดชั้นปี
1. มีทกั ษะในการใชค้ วามคิดในการพัฒนารปู แบบการแสดง (ศ 3.1 ม. 3/3)
2. มที กั ษะในการแปลความและการสอื่ สารผา่ นการแสดง (ศ 3.1 ม. 3/4)
3. ร่วมจดั งานการแสดงในบทบาทหนา้ ทต่ี า่ ง ๆ (ศ 3.1 ม. 3/6)
4. ออกแบบสร้างสรรค์อุปกรณแ์ ละเครื่องแตง่ กาย เพ่ือแสดงนาฏศิลป์และละครที่มาจากวฒั นธรรม
ตา่ ง ๆ (ศ 3.2 ม. 3/1)
ความเข้าใจทีค่ งทนของนักเรียน คำถามสำคัญทีท่ ำใหเ้ กิดความเขา้ ใจท่คี งทน
นกั เรยี นจะเข้าใจวา่ ... 1. รูปแบบการแสดงนาฏศลิ ป์ไทยแบง่ ออกเปน็ กี่
1. รูปแบบของการแสดงนากศิลปไ์ ทย แบง่ ออกเป็น 4 ประเภท อะไรบา้ ง
ประเภท คือ การแสดงเปน็ หมู่ การแสดงเดี่ยว การแสดง 2. การประดษิ ฐท์ ่ารำประกอบการแสดงมีหลัก
ละคร การแสดงเป็นชดุ เปน็ ตอน สำคญั อะไร
2. หลักสำคญั ของการประดษิ ฐ์ท่ารำ คือ 3. ขนั้ ตอนในการประดิษฐท์ ่ารำมีอะไรบา้ ง
1) ท่าทางที่ใชใ้ นการแสดงจะต้องแสดงออกถงึ ทา่ สำคญั ๆ 4. การออกแบบสร้างสรรค์อุปกรณแ์ ละเคร่ือง
ในบทเพลงวรรคน้ัน ๆ โดยตัดทา่ ที่ไม่สำคัญออก แตง่ กายประกอบการแสดงจะต้องคำนึงถึงอะไร
2) ท่ารำตอ้ งสื่อความหมายที่ชัดเจน 5. ประเภทของงานท่จี ัดการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย
3) การประดิษฐ์ท่ารำต้องคำนงึ ถงึ ความถกู ต้อง ตรงตาม แบ่งออกได้กลี่ ักษณะ อะไรบา้ ง
แบบแผนของนาฏศิลป์ไทย 6. ข้นั ตอนในการดำเนินการจัดการแสดงมี
4) หลีกเลี่ยงการใช้ท่ารำซำ้ กนั ในการสื่อความหมาย อะไรบ้าง
5) การประดิษฐ์ทา่ รำต้องคำนึงถงึ วยั ของเด็กในแตล่ ะ 7. ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของการแสดงมอี ะไรบา้ ง
ระดับชนั้ เพราะจะมีความยากงา่ ยไม่เหมือนกัน
3. ขน้ั ตอนในการประดิษฐท์ ่ารำ มีขนั้ ตอนดังนี้
1) การเคลื่อนไหวรา่ งกาย
2) การใชภ้ าษาท่าในการสื่อความหมาย
3) การใชท้ า่ ทางแทนคำพดู ประกอบการแสดง
4. การออกแบบสร้างสรรค์อุปกรณแ์ ละเคร่ืองแตง่ กาย
ประกอบการแสดงจะต้องคำนงึ ถงึ ความประหยดั
ใช้วัสดุในท้องถิน่ ใช้หลักเรยี บง่าย ใช้ความคดิ สรา้ งสรรค์
5. ประเภทของงานท่จี ดั การแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยแบ่งออกได้
4 ลักษณะ คือ งานพระราชพธิ ี งานมงคล
งานอวมงคล งานเทศกาลตา่ ง ๆ
77
6. ขน้ั ตอนในการดำเนนิ การจัดการแสดงมีดงั นี้
1) การจดั การแสดงจำเปน็ ตอ้ งแบง่ หน้าท่ผี รู้ ับผดิ ชอบ
ออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายอำนวยการแสดง ฝา่ ยจดั การแสดง
และฝา่ ยธุรการ
2) คัดเลอื กผู้แสดง ควรพิจารณาจากบุคลกิ ลกั ษณะของผู้
แสดงใหม้ คี วามสอดคล้องกับบทบาทของตวั ละครนนั้ ๆ
3) ประชมุ เพ่ือมอบหมายงานให้กบั เจา้ หน้าทีฝ่ ่ายตา่ ง ๆ
เพ่อื เตรยี มการในงานสว่ นต่าง ๆ
4) จัดการประชุดตดิ ตามผลการทำงานของแต่ละฝา่ ย
5) ฝกึ ซอ้ มการแสดง
6) จัดการแสดงจรงิ
7) การสรุปและประเมินผลการแสดง
7. ประโยชน์และคุณค่าของการแสดง เช่น
ชว่ ยใหผ้ แู้ สดงมีความกล้าแสดงออกทำให้เกดิ ความสามัคคี
ร่วมแรงรว่ มใจในการทำงาน เกดิ ความคดิ ริเริม่ สร้างสรรค์ใน
การคดิ ประดษิ ฐช์ ุดการแสดง
เปน็ ต้น
ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเขา้ ใจทค่ี งทน ทักษะ/ความสามารถของนกั เรยี นทน่ี ำไปสู่
นกั เรียนจะรู้ว่า... ความเขา้ ใจที่คงทน
1. คำสำคัญทค่ี วรรู้ ไดแ้ ก่ ระบำ ฟอ้ นที โขนหลวง สวงิ นกั เรียนจะสามารถ...
สมโภช โสกันต์ โสมนัส เหรัญญกิ ห่นุ ละครหลวง องค์ 1. อธบิ ายรปู แบบการแสดงนาฏศิลปไ์ ทยได้
ปะตาระกาหลา 2. อธบิ ายหลกั สำคญั ในการประดิษฐท์ ่ารำได้
2. นาฏศิลป์ไทย คอื ศิลปะการฟอ้ นรำทมี่ นุษย์สร้างสรรค์ 3. อธิบายข้ันตอนในการประดิษฐ์ทา่ รำได้
และประดิษฐข์ ึน้ มีความงดงามประณตี และให้ความบนั เทิง 4. ประดิษฐท์ ่ารำประกอบการแสดงนาฏศลิ ป์ไทย
ใจแก่ผู้ชม มรี ปู แบบการแสดงนาฏศลิ ป์ไทย ดงั น้ี ได้
1) การแสดงเปน็ หมู่ คือ การแสดงท่ีมีผแู้ สดงตั้งแต่ 2 คน 5. ออกแบบสรา้ งสรรค์อปุ กรณป์ ระกอบการ
ขนึ้ ไปใช้เพลงบรรเลงประกอบการแสดงทง้ั มเี น้ือร้องและไม่มี แสดงได้
เนือ้ รอ้ ง เนน้ ความพร้อมเพรียง ความสมดุลในการแสดง 6. ออกแบบสรา้ งสรรค์เคร่ืองแต่งกาย
หรือท่เี รียกว่า ระบำ ซึง่ ยงั รวมความหมายไปถึง ฟ้อนและ ประกอบการแสดงได้
เซิ้ง 7. อธิบายประเภทของงานในการจัดการแสดง
2) การแสดงเดย่ี ว คอื การแสดงที่ผู้แสดงเพียงคนเดียว นาฏศลิ ป์ไทยได้
มุง่ เนน้ ในความสวยงามของการเคล่ือนไหวร่างกาย เป็นการ 8. จัดการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยได้ตรงตามลักษณะ
แสดงฝมี อื ของผู้แสดง เนน้ การใช้มอื และแขนเปน็ หลัก ของงาน
78
3) การแสดงละคร คือ การแสดงทีด่ ำเนนิ เป็นเร่ืองราว ใช้ 9. อธบิ ายขั้นตอนการดำเนินการจัดการแสดงได้
ผแู้ สดงในการถ่ายทอดเร่อื งราวตา่ ง ๆ โดยใช้การรอ้ ง การ 10. อธิบายประโยชนแ์ ละคุณคา่ ของการแสดงได้
แสดงออกของลีลาท่ารำและการใชเ้ พลงประกอบ
4) การแสดงเปน็ ชดุ เป็นตอน คือ การแสดงท่ีสอดแทรก
อยูใ่ นการแสดงละคร มจี ุดประสงคเ์ พอ่ื เปน็ การรา่ ยรำอวด
ฝมี อื ของผ้แู สดง อาจเป็นการแสดงประเภทรำเดีย่ ว รำคู่
หรอื ระบำ
3. การประดษิ ฐ์ท่ารำ คอื การนำพน้ื ฐานความร้ดู ้านนาฏย
ศัพท์ ภาษาทา่ มาประดิษฐส์ ร้างสรรค์เป็นทา่ รำประกอบการ
แสดง หรอื ประกอบเพลงต่าง ๆ
4. การประดิษฐท์ ่ารำประกอบการแสดงจะตอ้ งคำนงึ ถึงหลัก
สำคัญในการประดิษฐ์ท่ารำ ดังนี้
1) ทา่ ทางท่ีใช้ประกอบการแสดงจะต้องแสดงออกถึงท่า
สำคญั ๆ ในบทเพลงวรรคน้ัน ๆ โดยตัดท่าที่ไม่สำคญั หรือท่า
ยอ่ ยออก
2) ท่ารำทีป่ ระดิษฐห์ รอื สรา้ งสรรค์จะต้องสือ่ ความหมาย
ไดอ้ ย่างชัดเจน
3) ในการประดิษฐ์ท่ารำประกอบการแสดงจะต้องคำนึงถึง
ความถกู ตอ้ ง ตรงตามแบบแผนของนาฏศลิ ป์ไทย
4) ควรหลีกเลี่ยงการใชท้ า่ รำท่ีซำ้ กันในการสื่อความหมาย
5) การประดิษฐ์ทา่ รำประกอบการแสดงน้ันต้องคำนงึ ถึง
วยั ของเด็กในแต่ละระดับช้ัน เพราะจะมีความยากงา่ ยไม่
เหมือนกนั
5. ขน้ั ตอนในการประดิษฐท์ า่ รำ มขี ัน้ ตอนดังน้ี
1) การเคลือ่ นไหวร่างกาย เปน็ การประดิษฐท์ า่ รำอยา่ ง
อิสระ โดยเร่มิ จากการฟังเพลงแลว้ ใชจ้ ินตนาการในการ
สร้างสรรค์ท่ารำคำนงึ ถึงจงั หวะเป็นสำคญั ท่ารำที่ใช้ในการ
แสดงน้นั จะส่อื ความหมายตรงตามเนอื้ เพลงหรือไมก่ ็ได้ เพ่ือ
เปน็ การช่วยพฒั นาในด้านการฟงั ความคิดสร้างสรรคใ์ นการ
แสดงและความกลา้ แสดงออก
2) การใชภ้ าษาท่าในการสื่อความหมาย แทนการพูด
ระหวา่ งผู้แสดงกับผชู้ ม อาจเป็นทา่ ทางทเ่ี ลียนแบบมาจาก
79
ธรรมชาติ สัตวห์ รือสงิ่ ของ ซ่ึงมกี ารประดิษฐป์ รบั ปรงุ ให้มี
ความสวยงาม เหมาะสมกบั การแสดง
3) การใชท้ ่าทางแทนคำพูดประกอบการแสดง โดยนำ
หลักของนาฏศลิ ปม์ าใชใ้ นการประดิษฐ์ท่ารำ
ผทู้ ่ีจะประดิษฐ์ทา่ รำไดด้ นี ั้นจะตอ้ งมคี วามเขา้ ใจ
นาฏยศพั ท์ ภาษาท่า ภาษานาฏศิลปซ์ งึ่ เป็นพื้นฐานสำคัญใน
การประดิษฐท์ า่ รำ
6. การออกแบบสร้างสรรค์อุปกรณ์และเครื่องแตง่ กาย
ประกอบการแสดงจะต้องคำนงึ ถงึ หลักตา่ ง ๆ ดังน้ี
1) ความประหยดั คือ การนำเอาวสั ดุเหลือใช้ เชน่ ขวด
พลาสตกิ เศษผ้า เชอื ก เปน็ ต้น มาใชใ้ นการประดิษฐ์
สร้างสรรค์อุปกรณ์ประกอบการแสดง
2) ใช้วัสดใุ นทอ้ งถิน่ การแสดงพ้นื บ้านบางชุดสามารถ
นำเอาวัสดพุ ้นื บา้ นของท้องถิ่นนนั้ ๆ มาประกอบการแสดง
เชน่ การนำสวงิ มาใช้ในการแสดงเซงิ้ สวงิ เป็นตน้
3) ใช้หลกั เรยี บง่าย การประดิษฐ์อุปกรณ์ประกอบการ
แสดงตอ้ งคำนึงถึงวัยของผู้เรยี น ไมค่ วรใชว้ ิธที ีย่ ากจนเกนิ ไป
เน้นว่าเป็นอปุ กรณท์ ี่ใช้ประกอบการเรียนผเู้ รียนสามารถ
ประดษิ ฐไ์ ดเ้ องและใชป้ ระกอบการเรียนได้ ไมต่ ้องซ้ือหาให้
สิ้นเปลอื ง
4) ใชค้ วามคิดสรา้ งสรรค์ เปน็ การเปดิ โอกาสให้ผ้เู รยี นเกิด
จินตนาการและความคิดสรา้ งสรรคใ์ นการประดิษฐ์อปุ กรณ์
และเครื่องแต่งกาย
7. ประเภทของงานท่จี ัดการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยแบ่งออกได้
4 ลกั ษณะ คือ
1) งานพระราชพิธี คอื งานที่พระบาทสมเดจ็ พระ
เจา้ อยหู่ ัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้ากำหนดไวเ้ ป็นประจำทุกปี
ซึง่ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั หรือพระบรมวงศานุวงศจ์ ะ
เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงประกอบพิธี เช่น งานพระราชพธิ ี
สมโภช พระราชพธิ ีโสกนั ต์ เป็นต้น การแสดงทน่ี ำมาจดั การ
แสดงจะต้องมแี บบแผนขนบธรรมเนยี มอย่างเครง่ ครัดและมี
ความงดงานในท่ารำ เคร่ืองแตง่ กาย และความไพเราะของ
บทเพลง
80
2) งานมงคล คือ งานทีส่ ื่อความหมายถึงความเป็นสริ ิ
มงคล การแสดงที่นำมาแสดงจะต้องสื่อความหมายถึงความ
เป็นสิรมิ งคล มีความสนุกสนาน
3) งานอวมงคล คือ งานที่สอื่ ถงึ ความเศร้าโศกเสียใจ ควร
ใช้การแสดงที่มจี ังหวะชา้ ๆ มาจัดในการแสดง
4) งานเทศกาลตา่ ง ๆ คือ งานที่ภาครฐั และเอกชนจัดขึ้น
เพอ่ื ช่วยอนุรักษ์สบื สานนาฏศิลปไ์ ทย แลเป็นการชว่ ย
ส่งเสริมการท่องเที่ยวใหเ้ ปน็ ผลดกี ับเศรษฐกิจ การแสดงท่ี
นำมาแสดงต้องเลือกให้เหมาะสมกบั เทศกาลตา่ ง ๆ
8. ขน้ั ตอนในการดำเนินการจัดการแสดงมีดงั น้ี
1) การจดั การแสดงจำเปน็ ตอ้ งแบ่งหน้าท่ผี ้รู บั ผดิ ชอบ
ออกเปน็ 3 ฝ่าย คอื ฝา่ ยอำนวยการแสดง ฝา่ ยจัดการแสดง
และฝา่ ยธรุ การ
2) คดั เลือกผ้แู สดง ควรพิจารณาจากบุคลิกลักษณะของผู้
แสดงใหม้ ีความสอดคล้องกบั บทบาทของตัวละครนัน้ ๆ
3) ประชุมเพื่อมอบหมายงานใหก้ บั เจ้าหนา้ ที่ฝ่ายตา่ ง ๆ
เพ่อื เตรยี มการในงานส่วนตา่ ง ๆ
4) จดั การประชดุ ติดตามผลการทำงานของแตล่ ะฝ่าย ซึ่ง
หวั หนา้ จะเปน็ ผู้รายงานความคบื หนา้ อุปสรรค และปญั หา
ต่าง ๆ ใหก้ บั ผกู้ ำกบั การแสดงและหวั หนา้ แต่ละฝ่ายรบั รู้
และร่วมกันหาแนวทางแก้ไข
5) ฝกึ ซอ้ มการแสดง จะมีการกำหนดการซ้อมย่อยและ
ซอ้ มใหญ่
6) จดั การแสดงจริง เป็นข้ันตอนทีม่ ีความสำคัญมากท่ีสุด
เพราะทุกฝ่ายจะต้องทำหน้าท่ีของตนเองอยา่ งเต็ม
ความสามารถ
7) การสรุปและประเมินผลการแสดง เปน็ ขน้ั ตอนสดุ ท้าย
ทีท่ กุ ฝ่ายจะมาประชมุ สรุปและประเมนิ ผลการจัดการแสดง
และนำข้อมลู ที่ไดม้ าปรบั ปรุงแกไ้ ขให้ดยี ง่ิ ข้นึ สำหรบั ในการ
จดั การแสดงครั้งตอ่ ไป
9. ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของการแสดงมีมากมาย เชน่
1) ช่วยใหผ้ ู้แสดงมีความกล้าแสดงออก
2) ทำให้เกดิ ความสามคั คี รว่ มแรงรว่ มใจในการทำงาน
81
3) เกิดความคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์ในการคิดประดิษฐช์ ดุ การ
แสดง
4) เป็นการใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์
5) ผอ่ นคลายความเครียด เกดิ ความสนุกสนานเพลดิ เพลิน
6) รจู้ กั การคิดวเิ คราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล
7) นำไปบรู ณาการกบั กลมุ่ สาระอื่น ๆ ได้
8) ชว่ ยอนุรักษ์สบื ทอดศลิ ปวฒั นธรรมของชาติ
ข้นั ท่ี 2 ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรยี นรซู้ ง่ึ เป็นหลักฐานท่แี สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้ตามที่
กำหนดไว้อยา่ งแทจ้ ริง
1. ภาระงานที่นักเรยี นตอ้ งปฏิบัติ
– ศึกษาและอธิบายรปู แบบการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย ได้แก่ การแสดงเป็นหมู่ การแสดงเด่ียว การแสดงละคร การ
แสดงเปน็ ชดุ เป็นตอน
– ศึกษาและอธิบายหลักที่ใช้ในการประดิษฐท์ า่ รำ
– สรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลปโ์ ดยใชห้ ลักสำคญั มาใชใ้ นการประดษิ ฐท์ า่ รำ
– ออกแบบสร้างสรรค์อปุ กรณ์ประกอบการแสดง
– ออกแบบสรา้ งสรรคเ์ คร่ืองแต่งกายประกอบการแสดง
– จัดการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยในโอกาสตา่ ง ๆ
2. วธิ กี ารและเคร่ืองมอื ประเมินผลการเรยี นรู้
วิธกี ารประเมินผลการเรียนรู้ เครอื่ งมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้
– การทดสอบ – แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
– การสนทนาซกั ถามโดยครู – แบบประเมนิ ความสามารถทักษะทางนาฏศลิ ป์
– การแสดงความคดิ เห็นและการอภิปราย – แบบบนั ทึกข้อมลู การแสดงความคดิ เห็น
– การฝึกปฏิบัตริ ะหวา่ งเรยี น – ใบงาน
– การประเมินผลดา้ นความรู้ – แบบประเมินผลดา้ นความรู้
– การประเมนิ ผลด้านคุณธรรม จริยธรรม และ – แบบประเมนิ ผลดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม
ค่านยิ ม และค่านยิ ม
– การประเมนิ ผลดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ – แบบประเมนิ ผลดา้ นทักษะ/กระบวนการ
3. ส่งิ ท่ีมงุ่ ประเมิน
– อธบิ ายรูปแบบของนาฏศิลปไ์ ทยแต่ละประเภทได้
– อธิบายหลักท่ีใช้ในการประดษิ ฐท์ า่ รำได้
– สรา้ งสรรคก์ ารแสดงนาฏศิลป์โดยใชห้ ลักสำคัญมาใชใ้ นการประดิษฐท์ ่ารำได้
– ออกแบบสรา้ งสรรค์อปุ กรณ์และเครื่องแตง่ กายประกอบการแสดงได้
– จัดการแสดงนาฏศิลปไ์ ทยในโอกาสต่าง ๆ ได้
ข้ันท่ี 3 แผนการจัดการเรียนรู้ 82
– แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 13 รปู แบบการแสดงนาฏศิลป์ไทย
– แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 14 การประดษิ ฐ์ท่ารำ 2 ชว่ั โมง
– แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 15 การออกแบบและสรา้ งสรรค์อปุ กรณ์และเครอ่ื งแตง่ กาย 3 ชวั่ โมง
ประกอบการแสดง 3 ชว่ั โมง
– แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 16 การจดั การแสดงนาฏศลิ ปใ์ นโอกาสตา่ ง ๆ 2 ชั่วโมง
83
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 เรื่อง ทักษะการแสดงนาฏศลิ ป์ไทย เวลา 10 ช่วั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 13
รหสั วิชา ศ23102 เร่ือง รูปแบบการแสดงนาฏศิลปไ์ ทย เวลา 2 ชวั่ โมง
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
ผ้สู อน นายวัฒนา ราชจนั คำ รายวิชา ดนตรี-นาฏศลิ ป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศิลปะ
ภาคเรยี นท่ี 1/2565
สอนวันที.่ ....................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ป์อยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์
คณุ คา่ นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ อย่างอิสระ ชืน่ ชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั
2. ตวั ช้ีวัด
มีทักษะในการใชค้ วามคดิ ในการพฒั นารปู แบบการแสดง (ศ 3.1 ม.3/3)
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. รู้และเข้าใจสามารถอธิบายรปู แบบของการแสดงนาฏศิลป์ไทยได้ (K)
2. รแู้ ละเข้าใจสามารถอธบิ ายความหมายของการแสดงเป็นหมู่ การแสดงเดย่ี ว การแสดงละคร การ
แสดงเปน็ ชดุ เปน็ ตอนได้ (K)
3. การปฏบิ ัติกิจกรรมดว้ ยความสนกุ สนานและเพลดิ เพลนิ (A)
4. สรปุ รปู แบบของการแสดงนาฏศิลป์ไทยได้ (P)
5. สรุปความหมายของการแสดงเปน็ หมู่ การแสดงเดีย่ ว การแสดงละคร การแสดงเป็นชุดเปน็ ตอนได้
(P)
4. สาระการเรียนรู้
• รูปแบบการแสดง
5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
นาฏศิลป์ไทย คือ ศิลปะการฟ้อนรำท่ีมนุษย์สรา้ งสรรคแ์ ละปะดิษฐ์ขนึ้ มีความงดงามประณตี และให้
ความบนั เทงิ ใจแกผ่ ชู้ ม ซ่ึงมรี ปู แบบการแสดง คอื การแสดงเปน็ หมู่ การแสดงเดี่ยว การแสดงละคร และการ
แสดงเปน็ ชดุ เป็นตอน
6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
84
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซื่อสตั ยส์ ุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยูอ่ ย่างพอเพียง
6. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
8. จุดเน้นสู่การพัฒนาผูเ้ รยี นความสามารถและทักษะของผเู้ รียนศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอา่ นออก)
⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขยี นได)้
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มีทักษะการคำนวณ)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ การคิดอยา่ งมี
วจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา)
C2 - Creativity and Innovation (ทักษะการคิดสรา้ งสรรค์และคดิ เชงิ นวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะความเขา้ ใจความแตกต่างทางวฒั นธรรม
กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงาน
เป็นทีม และภาวะผู้นำ)
⬜ C5 - Communication, Information and Media literacy (ทักษะด้านการส่ือสารและ
รูเ้ ทา่ ทนั สือ่ )
⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทกั ษะการใชค้ อมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลย)ี
C7 - Career and Learning skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้)
C8 - Compassion (มคี ุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมรี ะเบียบวินัย)
85
9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1 ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเพ่อื ประเมินความรู้
2. ครูให้นักเรียนชมภาพการแสดงนาฏศิลปไ์ ทยประเภทตา่ ง ๆ แล้วถามนักเรยี นวา่ การแสดงท่ีนักเรยี น
ไดช้ มนน้ั มลี ักษณะการแสดงอยา่ งไร โดยให้นักเรยี นแสดงความคดิ เห็นและอภิปรายตามความรู้ ความเข้าใจ
และประสบการณต์ นเอง
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั สอน
1. ครูนำเสนอเน้ือหาเรื่อง รูปแบบการแสดงนาฏศลิ ป์ไทย ว่ามีลกั ษณะอยา่ งไรบา้ ง
2. ครูแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ 4 กล่มุ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ไปศึกษาว่ารปู แบบของการแสดงนาฏศิลป์ไทยมี
ลกั ษณะอยา่ งไร พร้อมกบั แจกใบงาน เรื่อง รูปแบบของการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย ให้นักเรียนดังน้ี
ใบงานท่ี 11 การแสดงเปน็ หมู่
ใบงานที่ 12 การแสดงเดย่ี ว
ใบงานที่ 13 การแสดงละคร
ใบงานท่ี 14 การแสดงเป็นชุดเป็นตอน
3. ใหน้ กั เรียนเขียนสรุปลงในใบงาน ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ออกมาอธิบายถงึ ความสำคญั ของเร่ืองท่ีตนไปศึกษา
คน้ คว้ามาให้ครแู ละเพ่ือน ๆ ฟัง พร้อมท้ังรว่ มกันแสดงความคิดเห็น
4. ให้นักเรยี นศึกษาข้อมูลเพมิ่ เตมิ จากหนังสือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บรษิ ทั
สำนักพมิ พว์ ัฒนาพานิช จำกัด
ขัน้ ที่ 3 ขั้นสรุป
นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ และอภิปรายสรปุ เร่ือง รปู แบบการแสดงนาฏศิลป์ไทย เป็นความคดิ
ของชน้ั เรยี น โดยครูคอยใหค้ วามรเู้ สริมในส่วนท่นี ักเรียนไม่เข้าใจหรอื สรปุ ไม่ตรงเน้ือหา
ขนั้ ที่ 4 ฝึกฝนผู้เรยี น
1. ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ัติ กิจกรรม รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์ไทย โดยใหน้ ักเรียนบรรยายสรุปรูปแบบของ
การแสดงนาฏศลิ ป์ไทย พร้อมท้ังยกตวั อย่างประกอบ
2. ใหน้ ักเรยี นฝกึ ฝนเพม่ิ เติมโดยใช้กิจกรรมท่ี 29 ใบแบบฝึกทักษะ รายวชิ าพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์
ม. 3 บริษัท สำนกั พิมพ์วฒั นาพานชิ จำกดั
ขน้ั ที่ 5 การนำไปใช้
นักเรียนสามารถนำความรู้เรอ่ื ง รูปแบบการแสดงนาฏศลิ ป์ไทย ไปเปน็ พ้ืนฐานในการเรยี นนาฏศลิ ป์ใน
ระดับสูงตอ่ ไป
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. กิจกรรมสำหรับกลุ่มสนใจพเิ ศษ
นกั เรียนอธิบายรปู แบบของการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยแลว้ สรุปเป็นรายงานพร้อมภาพประกอบ
86
2. กิจกรรมสำหรบั ฝกึ ทักษะเพ่ิมเติม
นกั เรยี นศึกษาคน้ คว้าลักษณะรูปแบบของการแสดงนาฏศิลป์ไทยเพม่ิ เติมทางอินเทอรเ์ น็ต หรือ
สมั ภาษณผ์ ู้เชี่ยวชาญ หรอื ผูร้ ใู้ นชมุ ชน แล้วจัดทำเป็นรายงานสง่ ครู
10. การวัดและประเมินผล ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ดา้ นความรู้ (K)
และคา่ นิยม (A)
1. สงั เกตจากการถามและการ
แสดงความคิดเหน็ 1. สังเกตจากความซ่อื สัตยใ์ น 1. สังเกตจากการศกึ ษาและ
2. จากการตรวจการวดั และ
ประเมนิ ผลการเรียนรปู้ ระจำ การปฏบิ ัตกิ ิจกรรม สรปุ รูปแบบของการแสดง
หนว่ ย
3. จากการตรวจแบบทดสอบ 2. สังเกตจากความมนี ้ำใจและ นาฏศิลปไ์ ทย
ก่อนเรยี น
4. จากการตรวจใบงาน ความเสียสละในการปฏบิ ัติ 2. สังเกตจากการปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมรว่ มกับผู้อนื่ กิจกรรมรายบุคคลและปฏิบัติ
3. สงั เกตจากการปฏิบัติ กจิ กรรมรว่ มกับผูอ้ ่ืนไดอ้ ย่าง
กจิ กรรมดว้ ยความสนุกสนาน คลอ่ งแคลว่
และเพลดิ เพลนิ
4. สังเกตจากการยอมรับ
ความคดิ เห็นของผู้อนื่ ขณะ
ปฏิบัตกิ ิจกรรม
11. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
1. ภาพการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยประเภทต่าง ๆ
2. ใบงาน
3. ห้องสมุด
4. สถานท่ีต่าง ๆ เช่น โรงละคร ศูนยว์ ัฒนธรรม สถานทจี่ ดั การแสดงวฒั นธรรมท้องถ่ิน มหาวทิ ยาลัยที่
เปิดสอนด้านนาฏศิลป์และการละคร เป็นตน้
5. ผเู้ ช่ียวชาญ หรอื ผรู้ ู้ด้านนาฏศลิ ป์ในชุมชน
6. อินเทอรเ์ นต็
7. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ชั้น ม. 3 บรษิ ทั สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกดั
8. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพื้นฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ชัน้ ม. 3 บริษทั สำนักพมิ พว์ ฒั นาพานิช จำกัด
87
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5 เรอื่ ง ทักษะการแสดงนาฏศิลป์ไทย เวลา 10 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 14
รหัสวชิ า ศ23102 เรือ่ ง การประดิษฐ์ท่ารำ เวลา 3 ช่ัวโมง
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
ผูส้ อน นายวัฒนา ราชจนั คำ รายวิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศิลปะ
ภาคเรยี นที่ 1/2565
สอนวันที.่ ....................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์
คุณคา่ นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอสิ ระ ชืน่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั
2. ตวั ช้ีวัด
มีทกั ษะในการแปลความและสอ่ื สารผ่านการแสดง (ศ 3.1 ม.3/4)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายหลักสำคญั ในการประดษิ ฐ์ทา่ รำได้ (K)
2. อธิบายขัน้ ตอนในการประดิษฐท์ ่ารำได้ (K)
3. ฝกึ ปฏิบตั ิกจิ กรรมดว้ ยความสนุกสนานเพลิดเพลนิ (A)
4. สรปุ หลกั สำคัญในการประดิษฐ์ทา่ รำได้ (P)
5. สรปุ ข้ันตอนในการประดิษฐท์ า่ รำได้ (P)
6. ประดิษฐท์ า่ รำประกอบการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้
• การประดิษฐ์ทา่ รำและทา่ ทางประกอบการแสดง
5. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การประดิษฐ์ทา่ รำ คือ การนำเอาพ้นื ฐานความรู้ดา้ นนาฏยศัพท์ ภาษาท่า มาประดิษฐส์ รา้ งสรรค์เปน็
ท่ารำประกอบการแสดง หรือประกอบเพลงต่าง ๆ
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
88
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซื่อสตั ย์สจุ รติ
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
8. จุดเน้นสู่การพัฒนาผเู้ รียนความสามารถและทกั ษะของผ้เู รียนศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอา่ นออก)
⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขียนได้)
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มีทักษะการคำนวณ)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ การคดิ อย่างมี
วิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา)
C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์และคดิ เชงิ นวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะความเขา้ ใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม
กระบวนการคดิ ขา้ มวัฒนธรรม)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทำงาน
เป็นทมี และภาวะผู้นำ)
⬜ C5 - Communication, Information and Media literacy (ทกั ษะด้านการส่ือสารและ
รู้เท่าทันสื่อ)
⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรเู้ ท่าทันเทคโนโลย)ี
C7 - Career and Learning skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้)
C8 - Compassion (มคี ุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมรี ะเบียบวนิ ยั )
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ 1 ขัน้ นำเข้าสู่บทเรียน
89
ครูสนทนาซกั ถามนักเรียนว่า การประดิษฐท์ ่ารำประกอบการแสดงมหี ลักสำคัญและข้นั ตอนในการ
ประดิษฐ์ท่ารำอยา่ งไรบา้ ง แล้วให้นักเรียนช่วยตอบพร้อมทั้งชว่ ยแสดงความคิดเห็น
ขั้นท่ี 2 ขนั้ สอน
1. ครูนำเสนอเนอ้ื หาเรื่อง การประดษิ ฐ์ท่ารำ เกี่ยวกับหลักสำคัญในการประดิษฐ์ทา่ รำ และข้ันตอนใน
การประดิษฐ์ท่ารำประกอบการแสดง
2. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คนและแจกใบงานท่ี 15 เรื่อง หลกั สำคญั ในการประดิษฐ์ทา่ รำ ให้
รว่ มกนั ศกึ ษาว่าหลักสำคญั ในการประดิษฐท์ า่ รำและขน้ั ตอนในการประดิษฐท์ ่ารำมอี ะไรบา้ ง และมีความสำคญั
อยา่ งไร โดยศึกษาขอ้ มลู เพ่ิมเติมจาก หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ช้นั ม. 3 บรษิ ทั สำนักพิมพ์
วัฒนาพานชิ จำกดั อินเทอรเ์ น็ต หนงั สือนาฏศลิ ป์ไทยในห้องสมุด
3. ให้แต่ละกล่มุ นำใบงานมาสง่ ครู
4. ครเู ปดิ เพลงฟอ้ นมาลัย ระบำดอกบวั ระบำเริงอรณุ ให้นกั เรียนฟัง
5. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 8 คน ใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกเพลงทค่ี รเู ปิดใหฟ้ ังมา 1 เพลง แลว้ ร่วมกนั
คดิ ประดิษฐ์ท่ารำประกอบให้สวยงาม
6. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลงานท่ีกลุ่มของตนเองได้ร่วมกันสร้างสรรคข์ ึน้ มาใหค้ รูและเพ่ือน ๆ
ชมหน้าชนั้ เรียน
ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป
นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ และอภปิ รายสรุปเรื่อง การประดิษฐ์ท่ารำ เป็นความคดิ ของช้นั เรียน
โดยครูคอยให้ความร้เู สริมในส่วนทีน่ กั เรียนไมเ่ ขา้ ใจหรือสรุปไม่ตรงกับเน้ือหา
ขั้นท่ี 4 ฝกึ ฝนผูเ้ รียน
1. ให้นกั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรม หลกั สำคญั และขั้นตอนในการประดิษฐ์ท่ารำ โดยให้นักเรยี นอธิบายถึง
หลักสำคญั ในการประดิษฐ์ท่ารำ และขัน้ ตอนในการประดิษฐ์ท่ารำ
2. ใหน้ ักเรยี นปฏบิ ตั กิ ิจกรรม การประดิษฐท์ า่ รำ โดยใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 6 คน ร่วมกนั แต่ง
กลอนมา 1 บทพร้อมทั้งคดิ ท่ารำประกอบบทกลอน และออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี นให้ครแู ละเพ่ือน ๆ ชม
3. ใหน้ ักเรียนฝกึ ฝนเพิม่ เตมิ ใชก้ ิจกรรมที่ 30 กจิ กรรมท่ี 31 และกจิ กรรมท่ี 32 ในแบบฝกึ ทกั ษะ
รายวชิ าพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม. 3 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกดั
ขั้นท่ี 5 การนำไปใช้
นักเรียนสามารถนำความร้เู ร่ือง การประดิษฐ์ท่ารำ ไปเปน็ พื้นฐานในการเรียนนาฏศิลป์ในระดับสงู
ต่อไป และสามารถนำไปประดษิ ฐ์เปน็ ทา่ รำแสดงในโอกาสตา่ ง ๆ เพ่ือแสดงทักษะความสามารถดา้ นนาฏศลิ ป์
กิจกรรมเสนอแนะ
1. กจิ กรรมสำหรบั กลุ่มสนใจพิเศษ
นกั เรียนอธิบายหลักสำคัญในการประดิษฐ์ทา่ รำประกอบการแสดง แลว้ ชว่ ยกนั จัดบอรด์ ความรู้
2. กิจกรรมสำหรับฝึกทักษะเพม่ิ เตมิ
90
นกั เรียนศึกษาหลักสำคัญในการประดิษฐ์ท่ารำ และข้นั ตอนในการประดษิ ฐท์ า่ รำเพ่ิมเติมทาง
อินเทอร์เนต็ หรือห้องสมดุ หรอื สมั ภาษณผ์ ูเ้ ชยี่ วชาญ แล้วจัดทำเปน็ รายงานส่งครู
10. การวัดและประเมินผล ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม และ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
ดา้ นความรู้ (K)
ค่านยิ ม (A)
1. สงั เกตจากการถามและการ
แสดงความคิดเหน็ 1. สงั เกตจากการปฏิบตั ิ 1. สังเกตจากการศึกษาและ
2. จากการตรวจการวดั และ
ประเมนิ ผลการเรยี นรปู้ ระจำ กจิ กรรมดว้ ยความสนุกสนาน สรปุ หลกั สำคญั ในการประดิษฐ์
หนว่ ย
3. จากการตรวจใบงาน และเพลดิ เพลิน ท่ารำ
2. สังเกตจากการชว่ ยเหลือ 2. สังเกตจากการปฏบิ ัติ
และการมีความรบั ผิดชอบใน กจิ กรรม
การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมรว่ มกบั ผู้อ่ืน 3. สังเกตจากการปฏิบัติ
3. สังเกตการปฏบิ ัติกิจกรรม กิจกรรมรายบุคคลและปฏิบตั ิ
อยา่ งเปน็ ขน้ั ตอนและมรี ะเบยี บ กจิ กรรมรว่ มกับผ้อู ่ืนไดอ้ ยา่ ง
4. สงั เกตจากการยอมรับความ คล่องแคลว่
คิดเห็นของผ้อู ื่น ขณะปฏบิ ัติ 4. ประเมินพฤตกิ รรมจากแบบ
กจิ กรรม ประเมินความสามารถทักษะ
ทางนาฏศิลป์
11. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. แถบบันทกึ เสียงเพลงฟอ้ นมาลัย ระบำดอกบวั ระบำเริงอรณุ
2. ใบงาน
3. ห้องสมุด
4. สถานท่ีตา่ ง ๆ เช่น โรงละคร ศูนย์วัฒนธรรม สถานทจ่ี ดั การแสดงวฒั นธรรมท้องถิ่น มหาวทิ ยาลัย
ทีเ่ ปดิ สอนดา้ นนาฏศิลป์และการละคร เปน็ ต้น
5. ผูเ้ ชี่ยวชาญ หรือผูม้ ีความรดู้ ้านนาฏศิลป์ในชุมชน
6. อินเทอรเ์ น็ต
7. หนังสอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ช้ัน ม. 3 บรษิ ทั สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จำกดั
8. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพน้ื ฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ชน้ั ม. 3 บรษิ ัท สำนักพิมพว์ ัฒนาพานชิ จำกัด
91
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 เรอื่ ง ทักษะการแสดงนาฏศลิ ป์ไทย เวลา 10 ช่วั โมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 15 เรื่อง การออกแบบและสรา้ งสรรคอ์ ปุ กรณแ์ ละเครื่องแต่งกายประกอบการ
แสดง เวลา 2 ช่วั โมง
รหสั วชิ า ศ23102 รายวชิ า ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศิลปะ
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1/2565
ผ้สู อน นายวัฒนา ราชจนั คำ สอนวันท.ี่ ....................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศิลป์ ประวตั ิศาสตร์และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่าของ
นาฏศิลป์ทเ่ี ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
2. ตัวชี้วดั
ออกแบบสรา้ งสรรค์อุปกรณ์และเคร่อื งแตง่ กาย เพื่อแสดงนาฏศิลป์และละครทม่ี าจากวัฒนธรรมตา่ ง ๆ
(ศ 3.2 ม.3/1)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายหลักสำคัญที่ใช้ในการออกแบบสร้างสรรค์อปุ กรณแ์ ละเคร่ืองแต่งกายประกอบการแสดงได้
(K)
2. ฝกึ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมดว้ ยความสนกุ สนานเพลิดเพลนิ (A)
3. สรปุ หลักสำคัญทีใ่ ช้ในการออกแบบสร้างสรรค์อปุ กรณแ์ ละเคร่ืองแตง่ กายประกอบการแสดงได้ (P)
4. ออกแบบสรา้ งสรรค์อปุ กรณแ์ ละเครื่องแต่งกายประกอบการแสดงได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้
• การออกแบบ และสรา้ งสรรค์อปุ กรณ์และเครอ่ื งแต่งกาย เพอ่ื การแสดงนาฏศลิ ป์
5. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
อุปกรณ์และเครอื่ งแต่งกายในการแสดงนาฏศลิ ป์ไทยนัน้ เป็นองค์ประกอบท่ีมีความสำคัญต่อการแสดง
เปน็ อย่างยง่ิ อปุ กรณ์ประกอบการแสดงเป็นสิง่ ทชี่ ว่ ยใหก้ ารแสดงนน้ั ดสู มบูรณ์ สว่ นเครื่องแตง่ กายเป็น
ตวั กำหนดรูปแบบและลักษณะการแสดง ซงึ่ ตอ้ งคำนงึ ถึงหลักสำคัญได้แก่ การประหยดั ใชว้ สั ดใุ นท้องถิ่น ใช้
หลกั เรียบง่าย และมีความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์
92
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่อื สตั ย์สุจริต
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ
8. จดุ เนน้ สกู่ ารพัฒนาผเู้ รยี นความสามารถและทักษะของผเู้ รียนศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอ่านออก)
⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขยี นได)้
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มีทักษะการคำนวณ)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ การคดิ อย่างมี
วิจารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา)
C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะการคิดสรา้ งสรรค์และคดิ เชงิ นวัตกรรม)
⬜ C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะความเข้าใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม
กระบวนการคดิ ข้ามวัฒนธรรม)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงาน
เปน็ ทมี และภาวะผู้นำ)
⬜ C5 - Communication, Information and Media literacy (ทักษะดา้ นการสื่อสารและ
รเู้ ท่าทนั สือ่ )
⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร์และรเู้ ท่าทันเทคโนโลย)ี
C7 - Career and Learning skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้)
C8 - Compassion (มคี ุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมีระเบยี บวนิ ัย)
93
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นที่ 1 ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
ครใู ห้นกั เรยี นดภู าพการแสดงฟ้อนมาลัย ฟ้อนเล็บ ระบำดอกบัว รำกลองยาว ฟ้อนภูไท เซ้ิงแหยไ่ ข่มด
แดง ระบำตารีกีปัส ระบำร่อนแร่ และสนทนาซักถามกับนักเรียนว่าภาพการแสดงแตล่ ะชดุ น้มี ชี อื่ ชุดการแสดง
วา่ อะไร ใช้อะไรเปน็ อปุ กรณป์ ระกอบการแสดง และมีลักษณะการแตง่ กายอย่างไร
ข้นั ที่ 2 ขนั้ สอน
1. ครนู ำเสนอเน้อื หาเร่ือง การออกแบบสรา้ งสรรค์อปุ กรณ์และเครื่องแต่งกายประกอบการแสดง
เกย่ี วกบั หลกั ที่ใช้ในการออกแบบอุปกรณแ์ ละเครอ่ื งแต่งกาย
2. ครูแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 6 คนและแจกใบงานให้กล่มุ ละ 2 ใบ ใหร้ ่วมกันคดิ สรา้ งสรรค์ชดุ การแสดงข้นึ
ใหม่ 1 ชดุ และให้ออกแบบอุปกรณ์และเคร่ืองแตง่ กายประกอบในการแสดงท่นี ักเรียนสร้างสรรค์ขน้ึ ใหม่ลงใน
ใบงาน
3. ให้นักเรยี นเตรียมอุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นการประดิษฐ์อปุ กรณ์และเครอ่ื งแต่งกายประกอบการแสดงที่
นักเรียนร่วมกนั สร้างสรรคข์ นึ้ มาใหม่
4. นกั เรียนช่วยกันประดษิ ฐ์อุปกรณ์และเคร่ืองแต่งกายประกอบการแสดงท่ีกลุ่มของตนเองได้ออกแบบ
สร้างสรรคไ์ วใ้ ห้สวยงาม
5. ใหน้ กั เรยี นสง่ ตวั แทนออกมา 2 คน นำเสนอผลงานที่นักเรยี นได้ร่วมกนั สร้างสรรค์ข้ึนให้ครแู ละ
เพอื่ น ๆ ชมหน้าชน้ั เรียน จากน้ันแต่ละกลมุ่ นำผลงานท่ีไดป้ ระดิษฐส์ ร้างสรรค์เสรจ็ แล้วมาสง่ ครู
6. ให้นักเรยี นศึกษาข้อมลู เพ่ิมเตมิ จากหนังสือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บรษิ ทั
สำนักพิมพ์วฒั นาพานชิ จำกัด
ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป
นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเร่ือง การออกแบบสรา้ งสรรค์อปุ กรณ์และเคร่ือง
แตง่ กายประกอบการแสดง เป็นความคิดของชนั้ เรยี น โดยครูคอยใหค้ วามร้เู สรมิ ในสว่ นที่นักเรียนไม่เขา้ ใจหรอื
สรุปไมต่ รงกบั เน้อื หา
ขัน้ ท่ี 4 ฝึกฝนผู้เรยี น
1. นักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรม ออกแบบสร้างสรรคอ์ ปุ กรณ์ประกอบการแสดง โดยใหน้ ักเรยี นออกแบบ
สร้างสรรคอ์ ุปกรณท์ ีใ่ ช้ในรำอวยพรให้สวยงามตามจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์
2. นกั เรียนปฏบิ ัติ กิจกรรม ออกแบบสรา้ งสรรค์เครื่องแตง่ กายประกอบการแสดง โดยให้นักเรยี น
ออกแบบสร้างสรรคเ์ ครอ่ื งแต่งกายประกอบการแสดงรำอวยพรใหส้ วยงามตามจนิ ตนาการและความคิด
สร้างสรรค์
ขนั้ ท่ี 5 การนำไปใช้
1. นกั เรยี นสามารถนำอุปกรณ์และเคร่อื งแต่งกายไปใชแ้ สดงนาฏศิลป์ เพ่ือแสดงความสามารถใน
โอกาสต่าง ๆ
94
2. นักเรยี นสามารถนำ การออกแบบสร้างสรรค์อปุ กรณแ์ ละเครื่องแต่งกายประกอบการแสดง ไป
ประยุกตใ์ ช้ในการเรียนนาฏศิลป์ในระดบั สูงต่อไป
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. กจิ กรรมสำหรบั กลุ่มสนใจพิเศษ
นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน รว่ มกันจัดทำปา้ ยนเิ ทศเผยแพร่ความรู้เก่ยี วกับการออกแบบ
สร้างสรรคอ์ ปุ กรณแ์ ละเครื่องแตง่ กายประกอบการแสดง
2. กิจกรรมสำหรบั ฝกึ ทักษะเพิม่ เตมิ
นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน รว่ มกนั คดิ ประดิษฐช์ ุดการแสดงมา 1 ชุดการแสดง พร้อมท้ังออกแบบ
อุปกรณ์และเครือ่ งแต่งกายประกอบการแสดงให้สวยงาม จากนั้นให้แตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอหน้าช้นั เรยี น
10. การวัดและประเมินผล ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม และ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ดา้ นความรู้ (K)
คา่ นยิ ม (A)
1. สังเกตจากการถามและการ
แสดงความคดิ เห็น 1. สังเกตจากการปฏบิ ตั ิ 1. สงั เกตจากการศกึ ษาและ
2. จากการตรวจการวัดและ
ประเมนิ ผลการเรียนรู้ประจำ กจิ กรรมด้วยความสนุกสนาน สรุปหลักสำคญั ที่ใชใ้ นการ
หนว่ ย
3. จากการตรวจใบงาน และเพลดิ เพลิน ออกแบบสร้างสรรค์อุปกรณ์
2. สังเกตจากการช่วยเหลอื และเครื่องแตง่ กาย
และการมีความรับผิดชอบใน ประกอบการแสดงได้ถูกต้อง
การปฏบิ ัติกจิ กรรมรว่ มกบั ผู้อื่น 2. สังเกตจากการปฏบิ ัติ
3. สังเกตการปฏิบัติกจิ กรรม กจิ กรรมรายบุคคลและปฏิบตั ิ
อยา่ งเป็นขั้นตอนและมีระเบยี บ กจิ กรรมรว่ มกับผู้อื่นไดอ้ ยา่ ง
4. สังเกตจากการยอมรบั ความ คลอ่ งแคลว่
คิดเห็นของผ้อู น่ื ขณะปฏบิ ัติ
กิจกรรม
11. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1. ภาพการแสดงตา่ ง ๆ
2. ใบงาน
3. ห้องสมุด
4. สถานท่ีต่าง ๆ เช่น โรงละคร ศูนยว์ ัฒนธรรม สถานทจ่ี ัดการแสดงวัฒนธรรมท้องถน่ิ มหาวทิ ยาลัย
ทเ่ี ปดิ สอนด้านนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร เป็นตน้
5. อนิ เทอร์เนต็
6. หนงั สือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ช้ัน ม. 3 บรษิ ทั สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จำกัด
7. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน ดนตรี-นาฏศลิ ป์ ชนั้ ม. 3 บริษทั สำนักพมิ พ์วัฒนาพานชิ จำกัด