The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาดนตรี-นาฏศิลป์ ม.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wattana2002, 2022-08-08 09:07:26

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาดนตรี-นาฏศิลป์ ม.3

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาดนตรี-นาฏศิลป์ ม.3

95

แผนการจัดการเรียนรู้

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 เร่อื ง ทักษะการแสดงนาฏศิลปไ์ ทย เวลา 10 ชั่วโมง

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 16 เรื่อง การจัดการแสดงนาฏศลิ ปใ์ นโอกาสตา่ ง ๆ เวลา 2 ชั่วโมง

รหัสวชิ า ศ23102 รายวิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1/2565

ผสู้ อน นายวัฒนา ราชจนั คำ สอนวันท่ี.....................................

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์วิจารณ์

คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอสิ ระ ชืน่ ชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั

2. ตวั ช้ีวัด
ร่วมจัดงานการแสดงในบทบาทหน้าท่ตี า่ ง ๆ (ศ 3.1 ม.3/6)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายลกั ษณะและประเภทของงานในการจัดการแสดงได้ (K)
2. อธบิ ายข้นั ตอนการดำเนินงานของการจดั การแสดง (K)
3. ปฏิบัตกิ ิจกรรมด้วยความสนกุ สนานเพลดิ เพลิน (A)
4. จัดกจิ กรรมการแสดงเพ่ือเผยแพรศ่ ิลปะการแสดงของไทย (P)

4. สาระการเรยี นรู้
• วธิ ีการเลือกการแสดง

5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การจดั การแสดงนาฏศิลปไ์ ทยสามารถนำมาจัดแสดงในโอกาสต่าง ๆ โดยตอ้ งคำนึงถึงรปู แบบของงาน

สถานที่ ระยะเวลาและวัยของผู้ชม แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ คอื งานพระราชพิธี งานมงคล งานอวมงคล และ
งานเทศกาลตา่ ง ๆ

6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

96

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซอื่ สัตย์สุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยูอ่ ย่างพอเพียง
6. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ

8. จุดเนน้ สู่การพัฒนาผเู้ รยี นความสามารถและทักษะของผเู้ รยี นศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอา่ นออก)
⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขยี นได)้
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มีทักษะการคำนวณ)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดวเิ คราะห์ การคิดอยา่ งมี

วิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา)
⬜ C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์และคดิ เชงิ นวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะความเขา้ ใจความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม

กระบวนการคิดข้ามวฒั นธรรม)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงาน

เปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ)
⬜ C5 - Communication, Information and Media literacy (ทักษะด้านการส่ือสารและ

รู้เทา่ ทันส่ือ)
⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใชค้ อมพิวเตอร์และรูเ้ ท่าทันเทคโนโลย)ี
 C7 - Career and Learning skills (ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้)
 C8 - Compassion (มคี ุณธรรม มคี วามเมตตากรุณา และมรี ะเบียบวนิ ัย)

9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ ที่ 1 ข้ันนำเข้าส่บู ทเรียน

97

ครูทบทวนความรู้เดิมจากคร้ังทีแ่ ลว้ จากนนั้ ครูนำเสนอเน้ือหาเรื่อง การจัดการแสดงนาฏศลิ ปใ์ น
โอกาสต่าง ๆ โดยซักถามประสบการณ์นักเรียนว่า ใครเคยจัดการแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสต่าง ๆ มาบา้ ง ให้
ออกมาเลา่ ใหเ้ พื่อนฟงั

ข้ันที่ 2 ขนั้ สอน
1. ครูอธิบายเน้อื หาเร่ือง การจดั การแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสต่าง ๆ เกี่ยวกบั ลกั ษณะและประเภทของ
งานในการจดั การแสดง และข้ันตอนการดำเนนิ งานของการจดั การแสดง โดยการบรรยายและยกตวั อย่าง
ประกอบ แลว้ ใหน้ กั เรียนศึกษาข้อมลู เพิม่ เติมจากหนังสอื เรียน รายวชิ าพื้นฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บรษิ ัท
สำนกั พิมพ์วัฒนาพานชิ จำกัด
2. ครูให้นักเรียนทุกคนรว่ มกันจัดกิจกรรมการแสดงเพ่ือเผยแพร่ศิลปะการแสดงของไทย โดยมีการ
จดั แบ่งบทบาทหน้าทข่ี องแต่ละฝ่ายในการจดั การแสดง และมกี ารดำเนนิ งานอยา่ งเป็นข้นั ตอน ซ่งึ ครูจะเปน็ ผู้ให้
คำแนะนำ โดยใหน้ ักเรยี นเขียนสรุปขน้ั ตอนในการจัดการแสดงลงในใบงานท่ี 18 เรือ่ ง การจดั การแสดง
นาฏศิลปไ์ ทยในโอกาสตา่ ง ๆ
ขัน้ ท่ี 3 ขน้ั สรุป
นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นและอภิปรายสรุปเร่ือง การจัดการแสดงนาฏศลิ ปใ์ นโอกาสตา่ ง ๆ
เปน็ ความคดิ ของชัน้ เรยี น โดยครูคอยใหค้ วามรู้เสรมิ ในส่วนท่ีนักเรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกบั เนื้อหา
ขั้นท่ี 4 ฝึกฝนผเู้ รยี น
1. นักเรยี นปฏบิ ตั ิ กิจกรรม ข้ันตอนในการดำเนนิ งานในการจัดการแสดง โดยให้นกั เรียนอธิบายถงึ
ขั้นตอนในการดำเนินงานในการจดั การแสดงว่ามีอะไรบา้ ง
2. ใหน้ ักเรยี นฝึกฝนเพ่ิมเติมใชก้ จิ กรรมท่ี 37 กิจกรรมท่ี 38 และกิจกรรมที่ 39 ในแบบฝึกทกั ษะ
รายวชิ าพ้นื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บรษิ ทั สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
3. ใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น
4. ให้นกั เรียนทำโครงงานตามความสนใจ
ขั้นที่ 5 การนำไปใช้
1. นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่อง การจัดการแสดงนาฏศลิ ป์ในโอกาสต่าง ๆ ไปประยุกต์ใชใ้ นการ
เรียนนาฏศลิ ปใ์ นระดบั สงู ต่อไป
2. นำความรู้เร่ืองการจดั การแสดงไปประยุกตใ์ ช้กับการสร้างสรรคก์ จิ กรรมต่าง ๆ ได้ เชน่ การนำ
ข้นั ตอนในการจดั การแสดงไปประยุกต์ใชเ้ ปน็ ขัน้ ตอนในการจัดกจิ กรรมกฬี าสีของโรงเรียน
เป็นต้น

กิจกรรมเสนอแนะ
1. กิจกรรมสำหรบั กลุ่มสนใจพิเศษ
นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 8 คน ร่วมกนั จัดการแสดงตา่ ง ๆ ท่นี ักเรยี นคิดวา่ นา่ สนใจในงานวันกีฬาสที ี่

โรงเรียนจัดข้ึน

98

2. กิจกรรมสำหรบั ฝึกทักษะเพ่มิ เติม
นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 5 คน รว่ มกันศกึ ษาการจดั กิจกรรมการแสดงของชมรมนาฏศิลปข์ อง
โรงเรียนและจดั ทำเป็นรายงานสง่ ครู

10. การวัดและประเมนิ ผล ด้านคุณธรรม จริยธรรม และ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ดา้ นความรู้ (K) ค่านิยม (A)
1. สงั เกตจากการจัดกิจกรรม
1. สังเกตจากการถามและการ 1. สงั เกตจากความซอื่ สัตยใ์ น การแสดงเพือ่ เผยแพร่
แสดงความคิดเหน็ การปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ศลิ ปะการแสดงของไทยได้
2. จากการตรวจการวัดและ 2. สงั เกตจากการปฏบิ ตั ิ ถูกต้องเหมาะสม
ประเมนิ ผลการเรยี นรปู้ ระจำ กจิ กรรมด้วยความสนุกสนาน 2. สังเกตจากการปฏบิ ัติ
หนว่ ย และเพลดิ เพลนิ กจิ กรรมกล่มุ รว่ มกบั ผู้อืน่ ได้
3. จากการตรวจแบบทดสอบ 3. ประเมินพฤตกิ รรมตามแบบ อยา่ งคล่องแคลว่
หลังเรียน การประเมินผลดา้ นคณุ ธรรม 3. ประเมินพฤตกิ รรมตามแบบ
4. จากการตรวจใบงาน จรยิ ธรรม และคา่ นยิ ม การประเมนิ ผลด้านทักษะ/
4. สังเกตจากการยอมรบั ความ กระบวนการ
คิดเห็นของผูอ้ ื่นขณะปฏิบตั ิ
กจิ กรรม

11. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. ใบงาน
2. ห้องสมดุ
3. สถานที่ตา่ ง ๆ เช่น โรงละคร ศนู ยว์ ฒั นธรรม สถานทีจ่ ดั การแสดงวฒั นธรรมท้องถิน่ มหาวิทยาลัย

ทีเ่ ปดิ สอนดา้ นนาฏศิลปแ์ ละการละคร เป็นตน้
4. อินเทอร์เนต็
5. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ชน้ั ม. 3 บรษิ ทั สำนักพิมพว์ ัฒนาพานิช จำกัด
6. แบบฝึกทักษะ รายวิชาพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ชน้ั ม. 3 บริษทั สำนักพมิ พว์ ัฒนาพานชิ จำกัด

99

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6
นาฏศิลป์และการละครกับชีวิตประจำวัน

ผงั มโนทัศนเ์ ปา้ หมายการเรยี นรู้ เวลา 4 ช่ัวโมง

ความรู้ ทกั ษะ/กระบวนการ
– บทละคร – กระบวนการคิด
– ละครกบั ชีวิต – การศกึ ษาคน้ คว้า
– ความสำคญั และบทบาทของนาฏศิลปแ์ ละ – การวิเคราะห์
การละครกบั ชวี ิตประจำวัน – การสังเกต
– การอนุรักษ์นาฏศลิ ป์และการละคร – การนำความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั
– ทกั ษะการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล
– ทกั ษะการปฏิบตั ิกจิ กรรมเป็นรายกล่มุ

นาฏศิลป์ และการละคร
กบั ชีวิตประจาวนั

ภาระงาน/ชนิ้ งาน คุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ ม
– การทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น – มีเจตคตทิ ่ดี ตี อ่ นาฏศิลป์และละครกับ
– ศกึ ษาองค์ประกอบของบทละคร ชีวิตประจำวนั
– เขียนบทละครประกอบการแสดงละคร – เหน็ คณุ ค่าและความสำคัญของ
– ศกึ ษาความหมายของละครกบั ชวี ติ นาฏศลิ ปแ์ ละละครกบั ชวี ติ ประจำวัน
– ศกึ ษาความสำคัญและบทบาทของนาฏศิลป์และการละคร – ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเปน็ รายบคุ คลและ
กับชวี ิตประจำวนั ปฏิบัตกิ จิ กรรมเปน็ กลุ่มด้วยความ
– อธบิ ายการอนรุ กั ษน์ าฏศลิ ปแ์ ละการละคร ซ่ือสตั ย์ ความรับผดิ ชอบ
– ใบงาน – ปฏบิ ัตติ นอยา่ งมีมารยาทในการปฏิบัติ
– การจดั ทำรายงาน กจิ กรรมรว่ มกบั ผู้อน่ื
– การทำโครงงาน
– การจัดทำปา้ ยนเิ ทศ

100

ผงั การออกแบบการจัดการเรยี นรู้

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 6 นาฏศลิ ปแ์ ละการละครกบั ชีวติ ประจำวนั

ข้นั ที่ 1 ผลลพั ธป์ ลายทางที่ต้องการใหเ้ กิดข้ึนกบั นักเรียน

ตวั ชีว้ ดั ชัน้ ปี

1. ระบโุ ครงสร้างของบทละครโดยใชศ้ ัพท์ทางการละคร (ศ 3.1 ม. 3/1)

2. นำเสนอแนวคดิ จากเน้ือเร่ืองของการแสดงที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวติ ประจำวนั (ศ 3.1 ม. 3/7)

3. อธบิ ายความสำคญั และบทบาทของนาฏศิลป์และการละครในชีวติ ประจำวนั (ศ 3.2 ม. 3/2)

4. แสดงความคดิ เห็นในการอนรุ กั ษ์ (ศ 3.2 ม. 3/3)

ความเข้าใจที่คงทนของนกั เรียน คำถามสำคญั ทท่ี ำให้เกิดความเขา้ ใจทคี่ งทน

นักเรยี นจะเข้าใจว่า... 1. บทละครหมายถึงอะไร

1. บทละคร คือ บทประพนั ธ์ท่นี ำเสนอเร่ืองราว ความคิด 2. บทละครมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

เน้ือหาสาระและจนิ ตนาการของผปู้ ระพันธ์ เปน็ ส่อื 3. ละครกับชวี ติ มคี วามหมายวา่ อะไร

ระหว่างผแู้ สดงกบั ผู้ชม 4. นาฏศิลป์และการละครมีความสำคญั อยา่ งไร

2. บทละครประกอบดว้ ยองค์ประกอบ ดังน้ี 5. นาฏศิลป์และการละครมีบทบาทอะไรใน

โครงเร่ือง ตวั ละครและการวางลักษณะนิสัยของตัวละคร ชีวติ ประจำวนั

ความคดิ หรือแกน่ ของเรอื่ ง บทสนทนา 6. นาฏศิลป์และการละครมีการอนุรักษ์อยา่ งไร

3. ละครเปน็ การแสดงที่จำลองมาจากชีวิตจรงิ ของมนุษย์

โดยนำเอาประสบการณ์ในชวี ิตจริงมาผนวกกับจินตนาการ

แลว้ สร้างสรรค์เปน็ เรอื่ งราวที่สะท้อนภาพชวี ิต เพือ่

ตอบสนองความต้องการของมนษุ ย์ 3 ด้าน คือ ดา้ น

อารมณ์ ดา้ นสมอง ดา้ นจิตใจ

4. นาฏศิลป์และการละครมีความสำคญั กบั ชีวิตประจำวนั

ของมนุษยต์ ้งั แตเ่ กดิ จนตาย มีความสำคัญ คือ แสดงถึง

ความเป็นอารยประเทศ

เป็นแหล่งรวมศิลปะแขนงต่าง ๆ

5. บทบาทของนาฏศลิ ป์และการละครเป็นกิจกรรมที่

ปรากฏอยใู่ นสังคม มีความสัมพันธ์กับชีวติ ประจำวนั เช่น

การเล่านทิ าน การเลยี นแบบ กจิ กรรมเพ่ือความบนั เทิง

6. การอนุรักษ์นาฏศิลป์และการละครน้ันถือว่าเปน็ หนา้ ที่

ของคนไทยทกุ คนทจี่ ะตอ้ งตระหนกั ถึงคณุ ค่าของงาน

นาฏศิลป์ทีบ่ รรพบรุ ษุ ไดส้ ร้างสรรคข์ นึ้ มาตั้งแต่อดีตจนถงึ

ปจั จบุ ัน อีกท้ังยังมีการจัดตั้งหนว่ ยงานท่มี หี นา้ ท่ใี นการ

ชว่ ยสง่ เสริมและอนุรกั ษน์ าฏศลิ ปไ์ ทย

101

ความร้ขู องนกั เรียนทนี่ ำไปสู่ความเขา้ ใจท่ีคงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนท่ีนำไปสู่ความ

นักเรยี นจะรู้วา่ ... เขา้ ใจทค่ี งทน

1. คำสำคญั ท่ีควรรู้ ได้แก่ ตัวโกง เทพนยิ าย นักเรียนจะสามารถ...

เวนสิ วาณชิ 1.อธิบายความหมายของบทละครได้

2. บทละคร คือ บทประพนั ธ์ท่ีนำเสนอเรื่องราว ความคดิ 2. อธิบายองค์ประกอบของบทละครได้

เน้ือหาสาระและจนิ ตนาการของผู้ประพนั ธ์ เพ่ือใช้เปน็ ส่ือ 3. อธบิ ายความหมายของละครกบั ชวี ติ ได้

ระหวา่ งผแู้ สดงกบั ผชู้ ม และยังเป็นตัวกำหนด 4. อธบิ ายความสำคัญของนาฏศลิ ป์และการละครได้

องค์ประกอบต่าง ๆ ของการแสดงละครทั้งโครงเรอ่ื ง ฉาก 5. อธิบายบทบาทของนาฏศลิ ป์และการละครใน

แสง สี เส้อื ผ้า และการแสดงออกของผู้แสดง ชวี ติ ประจำวันได้

3. บทละครประกอบดว้ ยองค์ประกอบ ดังนี้ 6. อธิบายการอนรุ ักษน์ าฏศิลปแ์ ละการละครไทยได้

1) โครงเร่ือง คือ การลำดับเหตกุ ารณข์ องการแสดง

ตัง้ แตต่ น้ จนจบการแสดง กำหนดลกั ษณะของตัวละครใน

เร่ืองว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อยา่ งไร และตวั ละครมี

ลกั ษณะนสิ ัยอยา่ งไร ซ่งึ โครงเรือ่ งทด่ี จี ะตอ้ งมคี วามเปน็

เอกภาพและมีความสมบูรณอ์ ยู่ในตวั เอง จะประกอบดว้ ย

ตอนต้น ตอนกลาง และตอนจบอย่างชดั เจน

2) ตัวละครและการวางลักษณะนสิ ัยของตวั ละคร ตัว

ละคร คือ ผู้ทด่ี ำเนินเรื่องราวตา่ ง ๆ ของละคร เปน็ ผูท้ ่ี

ไดร้ ับผลจากการกระทำในบทละคร สามารถแบ่งออกเป็น

2 ประเภท คือ

(1) ตวั ละครท่ีลกั ษณะแบบตายตัว

(2) ตวั ละครทม่ี องเห็นได้รอบด้าน

การวางลักษณะนิสัยของตวั ละคร คือ การกำหนดลักษณะ

นสิ ัยของตัวละครตามความเหมาะสมของเรื่องราวในละคร

ทีน่ ำเสนอการแสดงของพฤติกรรม และลักษณะนสิ ยั ของ

ตวั ละครทีจ่ ะตอ้ งมีหลักของเหตผุ ล แบง่ ออกเป็น

(1) ตัวละครหลกั หรอื ตวั ละครสำคัญ

(2) ตัวละครรอง

3) ความคดิ หรอื แกน่ ของเร่ือง เป็นจุดมุง่ หมายของการ

แสดงละครทผี่ ูเ้ ขยี นต้องการนำเสนอตอ่ ผู้ชมเมอ่ื ชมการ

แสดงจบ เปน็ สาระสำคญั ของละครแตส่ ว่ นใหญ่จะอยใู่ น

เร่ืองราวและบทสนทนา ซึ่งมีคุณคา่ ต่อจิตใจและสตปิ ญั ญา

ผู้ชมสามารถนำมาปรับใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้

102

4) บทสนทนา คอื การใช้คำพูดในการแสดงดว้ ยการใช้
ถ้อยคำอย่างมศี ิลปะ บทสนทนานจี้ ะเป็นร้อยแกว้ หรือร้อย
กรองกไ็ ด้ ซึ่งผู้เขียนบทละครทีด่ ีตอ้ งเขียนได้ตรงตาม
ประเภทของบทละคร ลกั ษณะนสิ ยั ของตัวละคร
เหตกุ ารณใ์ นแตล่ ะตอนของละคร ส่งิ ท่ีสำคัญทีส่ ุดของบท
สนทนา คือ การแสดงลักษณะนสิ ัย ความคิดและอารมณ์
ของตวั ละครทนี่ ำไปส่กู ารกระทำต่าง ๆ ของตัวละครทผี่ ล
ตอ่ การดำเนินเร่อื งราวในละคร
4. ละครเป็นการแสดงทจี่ ำลองมาจากชวี ิตจรงิ ของมนุษย์
โดยนำเอาประสบการณใ์ นชวี ิตจรงิ มาผนวกกบั จนิ ตนาการ
แลว้ สรา้ งสรรคเ์ ปน็ เรอ่ื งราวท่ีสะท้อนภาพชีวิต มกี าร
นำเสนอในรปู แบบต่าง ๆ มผี ู้แสดงเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว
แกผ่ ู้ชม เพ่ือสร้างความบันเทิงหรือสอดแทรกคตสิ อนใจ
เพอื่ ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ 3 ด้าน คือ

1) ด้านอารมณ์ เพื่อใหค้ วามบันเทงิ ช่วยผอ่ นคลาย
ความตึงเครียด ทำใหม้ นุษยม์ ีความสุข

2) ด้านสมอง ให้คุณคา่ ทางดา้ นสติปญั ญา สามารถนำ
ข้อคิดที่ไดจ้ ากการชมละครมาปรับใช้ในการแกป้ ญั หา

3) ดา้ นจติ ใจ ละครมีความสัมพนั ธก์ ับจิตใจของมนุษย์
มาเปน็ เวลาชา้ นาน มสี ว่ นช่วยในการกล่อมเกลาจิตใจ
5. นาฏศิลป์และการละครมคี วามสำคัญกบั ชวี ติ ประจำวัน
ของมนุษย์ตง้ั แต่เกิดจนตาย มีความสำคัญดงั น้ี

1) แสดงถึงความเป็นอารยประเทศ เพราะศลิ ปะเป็นสง่ิ
ทมี่ ีคุณค่าต่อจติ ใจของมนษุ ย์เปน็ เครือ่ งโน้มน้าวอารมณ์
ให้แง่คิดและให้กำลังใจในการทจ่ี ะสรา้ งความเจริญรุ่งเรอื ง
ในชาติสบื ไป

2) เปน็ แหล่งรวมศลิ ปะแขนงตา่ ง ๆ เพราะศิลปะแขนง
ต่าง ๆ นน้ั มคี วามเชื่อมโยงเก่ียวเนือ่ งกนั ท้ังสิน้ ได้แก่

(1) วรรณกรรม คือ การแต่งบทละคร บทรอ้ ง
(2) จิตรกรรม คือ การเขยี นฉาก การแต่งหน้าตวั ละคร
(3) ประติมากรรม คือ การป้นั การหล่อ การสลักรูป
(4) สถาปัตยกรรม คอื การสรา้ งเวที การสรา้ งฉาก
(5) ดรุ ยิ างคศลิ ป์ คือ การบรรเลงดนตรี ขับรอ้ ง

103

6. บทบาทของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครเป็นกจิ กรรมที่
ปรากฏอยใู่ นสงั คม มคี วามสัมพนั ธ์กบั ชีวิตประจำวนั เชน่

1) การเล่านิทาน เป็นกิจกรรมทม่ี ีลกั ษณะของการละคร
ผสมอยเู่ พราะเป็นเรื่องราวท่ีเลา่ ตอ่ ๆ กันมาหรือเปน็ เรื่อง
นิทานพืน้ บ้านสอนใจ

2) การเลียนแบบ คอื การสมมตุ ติ นเองในการเล่นของ
เด็ก ๆ เช่น การเลน่ ขายของ สมมตุ ติ นเองเปน็ พ่อค้า
แม่ค้า ลูกคา้ เปน็ ตน้

3) กจิ กรรมเพื่อความบันเทิง เป็นการแสดงเพอ่ื ผ่อน
คลายความเครยี ด ความเหน่ือยลา้ จากการทำงาน หรือ
เปน็ การแสดงที่ใช้แสดงในงานเทศกาลต่าง ๆ เพ่ือสรา้ ง
ความบนั เทงิ

ขน้ั ท่ี 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรซู้ ง่ึ เปน็ หลักฐานทีแ่ สดงว่านักเรียนมผี ลการเรยี นร้ตู ามท่ี

กำหนดไว้อยา่ งแทจ้ รงิ

1. ภาระงานทนี่ ักเรยี นตอ้ งปฏิบัติ

– ศึกษาและอธบิ ายความหมายของบทละคร

– ศกึ ษาและอธิบายความหมายองค์ประกอบของบทละคร

– ศกึ ษาและอธบิ ายความหมายของละครกับชีวติ

– ศกึ ษาและอธิบายความสำคัญและบทบาทของนาฏศลิ ป์และการละครในชวี ิตประจำวนั

– ศกึ ษาและอธบิ ายการอนรุ กั ษ์นาฏศลิ ปไ์ ทย

2. วิธกี ารและเครื่องมือประเมนิ ผลการเรียนรู้

วิธกี ารประเมินผลการเรียนรู้ เครือ่ งมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้

– การทดสอบ – แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

– การสนทนาซักถามโดยครู – แบบบนั ทึกข้อมลู การแสดงความคดิ เห็นและการอภิปราย

– การแสดงความคดิ เห็นและการอภิปราย – ใบงาน

– การฝึกปฏิบัติระหวา่ งเรยี น – แบบประเมนิ ผลดา้ นความรู้

– การประเมินผลด้านความรู้ – แบบประเมินผลดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม

– การประเมนิ ผลด้านคุณธรรม จริยธรรม และ และค่านยิ ม

ค่านิยม – แบบประเมินผลดา้ นทักษะ/กระบวนการ

– การประเมนิ ผลดา้ นทักษะ/กระบวนการ

3. ส่ิงที่มุ่งประเมิน

– อธบิ ายความหมายของบทละครได้ 104
– อธบิ ายความหมายองค์ประกอบของบทละครได้
– อธิบายความหมายของละครกบั ชวี ิตได้ 1 ชวั่ โมง
– อธบิ ายความสำคญั และบทบาทของนาฏศิลป์และการละครในชวี ติ ประจำวนั ได้ 1 ชวั่ โมง
– อธิบายการอนรุ ักษ์นาฏศลิ ป์ไทย 1 ชว่ั โมง
ขนั้ ที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ 1 ช่ัวโมง
– แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 17 บทละคร
– แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 18 ละครกบั ชวี ติ
– แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 19 ความสำคญั และบทบาทของนาฏศลิ ป์และการละคร

ในชวี ติ ประจำวนั
– แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 20 การอนุรกั ษน์ าฏศลิ ป์และการละคร

105

แผนการจดั การเรยี นรู้

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 เร่ือง นาฏศลิ ปแ์ ละการละครกบั ชวี ติ ประจำวนั เวลา 4 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 17
รหสั วชิ า ศ23102 เร่อื ง บทละคร เวลา 1 ชั่วโมง
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3
ผสู้ อน นายวัฒนา ราชจันคำ รายวชิ า ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศิลปะ

ภาคเรยี นท่ี 1/2565

สอนวันท.่ี ....................................

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณ์

คุณคา่ นาฏศิลป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ อย่างอิสระ ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั

2. ตวั ชี้วัด
ระบุโครงสรา้ งของบทละครโดยใช้ศพั ท์ทางการละคร (ศ 3.1 ม.3/1)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. รแู้ ละเข้าใจสามารถอธิบายความหมายของบทละครและองคป์ ระกอบของบทละครกับชีวิตได้ (K)
2. ปฏิบัติกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานเพลดิ เพลิน (A)
3. วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความหมายของบทละครและองคป์ ระกอบของบทละครได้ (P)
4. เขียนบทละครประกอบการแสดงละครได้ (P)

4. สาระการเรยี นรู้
▪ องคป์ ระกอบของบทละคร

5. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
บทละคร คือ บทประพนั ธ์ท่ีนำเสนอเร่อื งราว ความคิด เน้ือหาสาระและจนิ ตนาการของผู้ประพันธ์

เพือ่ ใชเ้ ป็นสอื่ ระหว่างผูแ้ สดงกับผู้ชม และยังเป็นตัวกำหนดองค์ประกอบตา่ ง ๆ ของการแสดงละคร

6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

106

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซือ่ สัตย์สุจริต
3. มวี ินยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อย่อู ย่างพอเพียง
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ

8. จุดเน้นสกู่ ารพฒั นาผู้เรียนความสามารถและทกั ษะของผู้เรยี นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
 R1 - Reading (สามารถอ่านออก)
 R2 - (W)Riting (สามารถเขยี นได)้

⬜ R3 - (A)Rithmetic (มีทักษะการคำนวณ)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ การคิดอย่างมี
วจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์และคดิ เชงิ นวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะความเขา้ ใจความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม
กระบวนการคดิ ขา้ มวฒั นธรรม)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงาน
เปน็ ทีม และภาวะผู้นำ)
 C5 - Communication, Information and Media literacy (ทกั ษะด้านการสื่อสารและ
รู้เทา่ ทันสื่อ)

⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใชค้ อมพิวเตอร์และรู้เท่าทนั เทคโนโลย)ี
 C7 - Career and Learning skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้)
 C8 - Compassion (มีคุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมรี ะเบียบวินัย)

9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันท่ี 1 ขนั้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเพ่อื ประเมินความรู้
2. ครูสนทนาซักถามนกั เรียนว่าบทละครคืออะไร และมีองคป์ ระกอบอะไรบ้าง แล้วให้นักเรยี นชว่ ย

ตอบพร้อมท้งั ช่วยแสดงความคิดเหน็ อย่างอสิ ระ

107

ขั้นที่ 2 ขน้ั สอน
1. ครนู ำเสนอเน้อื หาเร่ือง บทละคร เกี่ยวกับความหมายของบทละคร และองคป์ ระกอบของบทละคร
โดยการบรรยายและยกตวั อย่างประกอบพรอ้ มท้งั ให้นักเรียนศกึ ษาข้อมลู เพ่ิมเติมจากหนังสอื เรยี น รายวชิ า
พืน้ ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม. 3 บริษทั สำนักพมิ พ์วัฒนาพานชิ จำกดั จากน้นั ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 5 คน
พร้อมแจกตัวอย่างบทละครเวที ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ไปศึกษาองค์ประกอบของบทละคร (ใหค้ รูเลือกใช้บทละครเร่ืองท่ี
ครูเหน็ วา่ เหมาะสม
2. ให้นักเรยี นเขียนสรปุ ลงในใบงานที่ 19 เรอื่ ง ความหมายและองค์ประกอบของบทละคร และมใหแ้ ต่
ละกลุม่ ออกมาอธบิ ายถึงองค์ประกอบของละครเวทใี หค้ รูและเพ่ือน ๆ ฟัง พร้อมทั้งร่วมกันแสดงความคดิ เห็น
3. ครูใหน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 6 คน ใหร้ ว่ มกันแต่งบทละครขนึ้ ใหม่ 1 เร่ืองเกีย่ วกบั การทำความดี
ถวายในหลวง โดยใหน้ กั เรียนคดิ โครงเรื่อง ตัวละครและวางลักษณะนสิ ยั ของตวั ละคร ความคิดหรือแก่นของ
เร่อื ง และบทสนทนาขน้ึ ใหม่ลงในใบงานที่ 20 เร่ือง บทละคร
4. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำบทละครท่ีแต่ละกล่มุ ได้แต่งขึ้นนำมาแสดงหน้าช้นั เรียนให้ครูและเพ่ือน ๆ
ชม โดยใหก้ ลุม่ ทไี่ มไ่ ด้แสดงชว่ ยกันวิเคราะห์ วิจารณ์บทละครและการแสดงของเพือ่ น ๆ สลบั กนั ไปเรอ่ื ย ๆ จน
แสดงครบทุกกลุ่ม
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั สรุป
นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นและอภปิ รายสรปุ เร่ือง บทละคร เปน็ ความคิดของชน้ั เรยี น โดยครู
คอยให้ความร้เู สรมิ ในสว่ นที่นักเรยี นไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกบั เน้อื หา
ข้นั ท่ี 4 ฝกึ ฝนผเู้ รียน
1. นกั เรยี นปฏบิ ัติ กจิ กรรม ความหมายของบทละคร โดยใหน้ ักเรยี นเขียนบรรยายสรปุ ความหมายของ
บทละครมาตามความเข้าใจ
2. นักเรียนปฏิบตั ิ กจิ กรรม องค์ประกอบของบทละคร โดยใหน้ ักเรยี นเขียนบทละครขึ้นมา 1 เรือ่ ง
โดยใช้องคป์ ระกอบของบทละครตามจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรคข์ องนักเรยี น
3. ใหน้ ักเรียนฝึกฝนเพ่ิมเตมิ ใช้กิจกรรมที่ 40 และกจิ กรรมท่ี 41 ในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพน้ื ฐาน
ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บรษิ ทั สำนักพิมพว์ ฒั นาพานิช จำกัด
ขั้นท่ี 5 การนำไปใช้
นกั เรียนสามารถนำความรู้เร่ือง บทละครไปใช้ในการชมละคร หรือเพื่อพัฒนาทกั ษะด้านนาฏศลิ ปแ์ ละ
สามารถอธิบายใหก้ ับผู้ท่ีสนใจฟงั ได้

กิจกรรมเสนอแนะ
1. กิจกรรมสำหรับกลุ่มสนใจพเิ ศษ
นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 8 คน รว่ มกันเขยี นบทละครข้ึนมา 1 เร่ือง เกีย่ วกบั ยาเสพติดและนำมา

แสดงละครในวนั ต่อต้านยาเสพตดิ โลก ให้เพื่อน ๆ ชมท่หี อประชุมโรงเรยี น
2. กจิ กรรมสำหรบั ฝกึ ทักษะเพม่ิ เตมิ

108

นักเรยี นศึกษาเรือ่ งบทละครเพ่มิ เตมิ ทางอนิ เทอรเ์ นต็ หรือสมั ภาษณผ์ ูเ้ ชย่ี วชาญ หรอื ผู้รใู้ นชมุ ชน แล้ว
จัดทำเป็นรายงานสง่ ครู

10. การวัดและประเมนิ ผล ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม และ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ดา้ นความรู้ (K) คา่ นิยม (A)
1. สังเกตจากการวเิ คราะห์
1. สงั เกตจากการถามและการ 1. สงั เกตจากความเสียสละใน และสรุปความหมายของ
แสดงความคดิ เหน็ การปฏิบัตกิ ิจกรรมร่วมกับ บทละครและองค์ประกอบ
ผู้อื่น ของบทละคได้ถกู ตอ้ ง
2. จากการตรวจการวดั และ 2. สงั เกตจากการปฏบิ ตั ิ
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ประจำ 2. สังเกตจากการปฏิบตั ิ
หน่วย กิจกรรมด้วยความ กจิ กรรมรายบคุ คลและ
สนกุ สนานและเพลดิ เพลนิ ปฏิบตั ิกจิ กรรมร่วมกบั
3. จากการตรวจแบบทดสอบ ผู้อื่นได้อย่างคลอ่ งแคลว่
ก่อนเรยี น

4. จากการตรวจใบงาน

11. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. บทละครเวทีเรื่อง ข้างหลงั ภาพ
2. ใบงาน
3. สถานทีต่ ่าง ๆ เชน่ โรงเรยี น โรงละคร เปน็ ตน้
4. อนิ เทอรเ์ น็ต
5. ผู้เช่ียวชาญ หรือผู้มีความรู้ด้านนาฏศิลปใ์ นชุมชน
6. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ช้ัน ม. 3 บรษิ ัท สำนักพิมพ์วฒั นาพานิช จำกัด
7. แบบฝกึ ทักษะรายวชิ าพื้นฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ชน้ั ม. 3 บรษิ ทั สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกดั

109

แผนการจดั การเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 เรื่อง นาฏศิลปแ์ ละการละครกบั ชวี ติ ประจำวัน เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 18
รหัสวชิ า ศ23102 เรอื่ ง ละครกับชีวิต เวลา 1 ช่ัวโมง
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3
ผู้สอน นายวัฒนา ราชจันคำ รายวิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ

ภาคเรยี นที่ 1/2565

สอนวนั ท่.ี ....................................

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อยา่ งสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ ิจารณ์

คุณค่านาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคิดอยา่ งอิสระ ชนื่ ชม และประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั

2. ตัวช้ีวดั
นำเสนอแนวคดิ จากเนื้อเร่ืองของการแสดงท่สี ามารถนำไปปรับใช้ในชีวติ ประจำวัน

(ศ 3.1 ม.3/7)

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายของละครกบั ชวี ติ ได้ (K)
2. อธิบายความสมั พนั ธ์ของละครกบั ชีวิตได้ (K)
3. ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลนิ (A)
4. วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความหมายของละครกบั ชีวิตได้ (P)
5. วเิ คราะหแ์ ละสรุปความสัมพนั ธ์ของละครกับชีวิตได้ (P)

4. สาระการเรียนรู้
▪ ละครกับชีวิต

5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ละคร คือ การแสดงทีจ่ ำลองมาจากชีวติ จริงของมนุษย์ เป็นการนำเอาประสบการณ์ต่าง ๆ มาผนวกกับ

จนิ ตนาการและการสร้างสรรค์ออกมาเป็นเรอ่ื งราวทส่ี ะท้อนภาพชวี ิต มีการนำเสนอออกมาในรูปแบบตา่ ง ๆ
เพอื่ สรา้ งความบนั เทิงและตอบสนองความต้องการของมนุษย์ทัง้ 3 ด้าน คือ ด้านอารมณ์ ดา้ นสมอง และดา้ น
จิตใจ

6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

110

1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซื่อสัตยส์ ุจรติ
3. มวี ินยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
8. มจี ติ สาธารณะ

8. จดุ เน้นส่กู ารพฒั นาผู้เรยี นความสามารถและทกั ษะของผูเ้ รยี นศตวรรษที่ 21 (3R 8C)

⬜ R1 - Reading (สามารถอ่านออก)

⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขียนได้)

⬜ R3 - (A)Rithmetic (มที ักษะการคำนวณ)

⬜ C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ การคิดอย่างมี
วจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะการคิดสร้างสรรค์และคดิ เชิงนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม
กระบวนการคิดขา้ มวัฒนธรรม)

⬜ C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงาน
เปน็ ทีม และภาวะผู้นำ)

 C5 - Communication, Information and Media literacy (ทักษะดา้ นการส่ือสารและ
รู้เทา่ ทันส่อื )

⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใชค้ อมพิวเตอร์และร้เู ท่าทันเทคโนโลย)ี

⬜ C7 - Career and Learning skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนร้)ู
 C8 - Compassion (มคี ุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมีระเบยี บวนิ ยั )

111

9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ที่ 1 ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
ครใู ห้นกั เรียนชมวีดทิ ัศน์การแสดงละครประเภทต่าง ๆ แลว้ ถามนกั เรียนวา่ การแสดงทน่ี ักเรยี นได้ชม

นั้นมีลักษณะการแสดงอย่างไร เกี่ยวขอ้ งกับชีวติ ปะจำวันหรอื ไม่ อยา่ งไรโดยให้นกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ และ
อภิปรายตามความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณต์ นเอง

ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั สอน
1. ครอู ธบิ ายเนอื้ หาเร่ือง ละครกบั ชวี ติ เกย่ี วกบั ความหมายของละครกบั ชวี ติ ความสัมพันธร์ ะหว่าง
ละครกับชีวติ โดยการบรรยายและยกตวั อยา่ งประกอบ พร้อมท้งั ให้นักเรยี นศกึ ษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือ
เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3 บริษทั สำนักพิมพ์วฒั นาพานชิ จำกัด
2. ครใู หน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 4 คน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มไปศึกษาถึงความหมายและความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
ละครกบั ชวี ิต
3. ให้นักเรยี นเขยี นสรุปลงในใบงานที่ 21 เร่ือง ความหมายและความสัมพนั ธ์ของละครกับชวี ิต ให้แต่
ละกลุ่มออกมาอธิบายถึงความหมายและความสัมพันธข์ องละครกับชวี ิตใหค้ รูและเพ่อื น ๆ ฟัง พร้อมท้ังรว่ มกัน
แสดงความคิดเหน็
ขนั้ ท่ี 3 ขัน้ สรุป
นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นและอภปิ รายสรุปเรื่อง ละครกับชวี ิต เปน็ ความคิดของช้ันเรียน โดย
ครคู อยให้ความรู้เสริมในส่วนท่ีนกั เรียนไมเ่ ข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกบั เน้ือหา
ขั้นท่ี 4 ฝกึ ฝนผูเ้ รยี น
1. นกั เรยี นปฏบิ ัติ กิจกรรม ความหมายของละครกบั ชวี ิต โดยให้นักเรยี นเขียนบรรยายสรุปความหมาย
ของละครกับชวี ิตลงในใบงาน มาตามความเข้าใจ
2. นักเรียนปฏบิ ัติ กจิ กรรม ความสมั พนั ธ์ของละครกบั ชวี ิต โดยให้นกั เรยี นเขียนบรรยายสรุป
ความสมั พนั ธข์ องละครกับชีวิตลงในใบงาน มาตามความเข้าใจ
ขน้ั ท่ี 5 การนำไปใช้
นักเรยี นสามารถนำความรูเ้ ร่ือง ละครกบั ชีวิต ไปประยกุ ต์ในการเรยี นนาฏศลิ ป์ในระดบั สงู ต่อไป

กิจกรรมเสนอแนะ
1. กจิ กรรมสำหรบั กลุ่มสนใจพิเศษ
นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน ร่วมกนั จัดทำป้ายนเิ ทศเผยแพร่ความรู้เกย่ี วกับละครกบั ชีวติ
2. กิจกรรมสำหรับฝกึ ทักษะเพ่มิ เติม
นักเรียนศกึ ษาเรอื่ ง ละครกบั ชวี ิต เพ่ิมเติมทางอนิ เทอร์เนต็ หรอื สัมภาษณผ์ ู้เชย่ี วชาญ หรอื ผู้รู้ดา้ น

นาฏศลิ ป์ในชมุ ชนแลว้ จดั ทำเป็นรายงานสง่ ครู

112

10. การวัดและประเมนิ ผล ด้านคุณธรรม จริยธรรม และ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
ด้านความรู้ (K) ค่านยิ ม (A)
1. สงั เกตจากการวเิ คราะห์
1. สังเกตจากการถามและการ 1. สังเกตจากความซื่อสัตย์ใน และสรปุ ความหมายของ
แสดงความคิดเห็น การปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ละครกับชวี ติ ได้ถูกตอ้ ง

2. จากการตรวจการวดั และ 2. สังเกตจากความมีน้ำใจและ 2. สังเกตจากการปฏิบัติ
ประเมนิ ผลการเรียนรูป้ ระจำ ความเสยี สละในการปฏิบัติ กจิ กรรมรายบุคคลและ
หน่วย กจิ กรรมรว่ มกับผูอ้ ่ืน ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมรว่ มกบั
ผูอ้ ่นื ไดอ้ ย่างคล่องแคลว่
3. จากการตรวจใบงาน 3. สังเกตจากการปฏบิ ัติ
กจิ กรรมด้วยความ
สนกุ สนานและเพลิดเพลนิ

4. สงั เกตจากการยอมรับ
ความ

คิดเหน็ ของผู้อ่นื ขณะ
ปฏบิ ัติกิจกรรม

11. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1. ส่อื วดิ ีทศั น์การแสดงละครประเภทตา่ ง ๆ
2. ใบงาน
3. สถานทต่ี า่ ง ๆ เชน่ โรงละคร ศูนย์วฒั นธรรม สถานทจี่ ดั การแสดงวัฒนธรรมท้องถนิ่ มหาวทิ ยาลัย

ท่ีเปดิ สอนด้านนาฏศลิ ป์และการละคร เปน็ ตน้
4. อินเทอรเ์ นต็
5. ผ้เู ชีย่ วชาญ หรือผู้มคี วามร้ดู ้านนาฏศิลป์ในชมุ ชน
6. หนังสือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ชน้ั ม. 3 บริษทั สำนกั พิมพว์ ัฒนาพานิช จำกัด
7. แบบฝกึ ทกั ษะรายวิชาพน้ื ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ช้นั ม. 3 บรษิ ทั สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จำกดั

113

แผนการจัดการเรยี นรู้

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 6 เรื่อง นาฏศลิ ป์และการละครกบั ชวี ติ ประจำวนั เวลา 4 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 19
ชีวิตประจำวัน เรือ่ ง ความสำคญั และบทบาทของนาฏศลิ ป์และการละครใน
รหัสวชิ า ศ23102
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผูส้ อน นายวัฒนา ราชจนั คำ
รายวชิ า ดนตรี-นาฏศลิ ป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ

ภาคเรยี นที่ 1/2565

สอนวันท.ี่ ....................................

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสมั พันธ์ระหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม เห็นคณุ ค่าของ

นาฏศลิ ปท์ ีเ่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

2. ตวั ชี้วดั
อธบิ ายความสำคัญและบทบาทของนาฏศิลป์และการละครในชวี ิตประจำวัน (ศ 3.2 ม.3/2)

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความสำคัญของนาฏศลิ ป์และการละครในชีวิตประจำวันได้ (K)
2. อธบิ ายบทบาทของนาฏศิลปแ์ ละการละครในชีวติ ประจำวนั ได้ (K)
3. ปฏิบตั ิกิจกรรมดว้ ยความสนกุ สนานเพลิดเพลนิ (A)
4. วเิ คราะห์และสรปุ ความสำคญั ของนาฏศิลป์และการละครได้ (P)
5. วิเคราะห์และสรปุ บทบาทของนาฏศิลป์และการละครได้ (P)

4. สาระการเรียนรู้
⚫ ความสำคัญและบทบาทของนาฏศลิ ป์และการละครในชวี ิตประจำวัน

5. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
นาฏศิลป์และการละครมีความสำคญั กบั การดำเนินชีวติ ของมนุษยต์ ง้ั แต่เกิดจนตาย มีความสำคัญใน

การแสดงถึงความเป็นอารยประเทศ และยงั เป็นแหลง่ รวบรวมศิลปะแขนงต่าง ๆ ซงึ่ บทบาทของนาฏศิลป์และ
การละครยงั มีความสัมพันธ์กับชวี ติ ประจำวนั ได้แก่ การเล่านทิ าน การเลยี นแบบ กจิ กรรมเพ่ือความบนั เทงิ
เป็นต้น

6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น

114

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซือ่ สัตยส์ ุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ

8. จดุ เนน้ สู่การพฒั นาผู้เรยี นความสามารถและทักษะของผเู้ รยี นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)

⬜ R1 - Reading (สามารถอ่านออก)

⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขียนได้)

⬜ R3 - (A)Rithmetic (มีทักษะการคำนวณ)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ การคดิ อย่างมี
วิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา)

⬜ C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะการคิดสรา้ งสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม)

⬜ C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะความเข้าใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม
กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม)

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงาน
เป็นทีม และภาวะผนู้ ำ)

 C5 - Communication, Information and Media literacy (ทกั ษะด้านการสื่อสารและ
ร้เู ทา่ ทนั ส่ือ)

 C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์และรูเ้ ท่าทันเทคโนโลย)ี

⬜ C7 - Career and Learning skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนร)ู้
 C8 - Compassion (มคี ุณธรรม มีความเมตตากรุณา และมีระเบยี บวินัย)

115

9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น
ครทู บทวนความรู้เดิมเม่ือครงั้ ทแ่ี ล้ว จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นแสดงความคิดเห็นอยา่ งอสิ ระวา่ ความสำคัญ

และบทบาทของนาฏศลิ ป์และการละครในชวี ิตหมายถึงอะไร มีบทบาทและความสำคัญอย่างไร
ขนั้ ที่ 2 ขนั้ สอน
1. ครอู ธิบายเน้ือหาเรื่อง ความสำคัญและบทบาทของนาฏศิลป์และการละครใน

ชวี ติ ประจำวนั เกี่ยวกับความความสำคัญและบทบาทของนาฏศิลปแ์ ละการละครในชีวิตประจำวัน โดยการ
บรรยายและยกตัวอย่างประกอบพร้อมท้ังใหน้ ักเรยี นศึกษาขอ้ มลู เพิ่มเติมจากหนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน
ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม. 3 บรษิ ทั สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด

2. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ใหแ้ ต่ละกลุ่มไปศึกษาถึงความสำคัญและบทบาทของ
นาฏศลิ ปใ์ นชีวติ ประจำวัน แล้ววิเคราะห์ความสำคญั และบทบาทของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครในชีวิตประจำวนั

3. ใหน้ ักเรียนเขียนสรปุ ลงในใบงานที่ 22 เรอ่ื ง ความสำคัญและบทบาทของนาฏศิลปแ์ ละการละครใน
ชวี ิตประจำวนั แลว้ ให้แตล่ ะกลมุ่ ออกมาอธบิ ายถงึ ความสำคัญและบทบาทของนาฏศลิ ป์และการละครใน
ชีวติ ประจำวนั ให้ครแู ละเพ่อื น ๆ ฟงั พร้อมทงั้ รว่ มกันแสดงความคิดเหน็

ขนั้ ท่ี 3 ข้นั สรุป
นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ และอภิปรายสรุปเรื่อง ความสำคญั และบทบาทของนาฏศลิ ป์และ
การละครในชีวิตประจำวนั เปน็ ความคดิ ของชั้นเรยี น โดยครูคอยให้ความร้เู สรมิ ในสว่ นที่นกั เรยี นไมเ่ ข้าใจหรือ
สรปุ ไม่ตรงกับเน้อื หา
ขนั้ ที่ 4 ฝึกฝนผเู้ รียน
1. นักเรยี นปฏิบตั ิ กจิ กรรม ความสำคญั และบทบาทของนาฏศิลปแ์ ละการละครในชีวติ ประจำวนั โดย
ใหน้ กั เรยี นเขียนบรรยายสรุปลงในใบงาน มาตามความเข้าใจ
2. ให้นักเรยี นฝกึ ฝนเพิ่มเติมโดยใช้กิจกรรมที่ 42 และกิจกรรมท่ี 43 ใบแบบฝึกทักษะ รายวิชาพน้ื ฐาน
ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม. 3 บริษัท สำนักพิมพว์ ัฒนาพานิช จำกัด
ข้นั ที่ 5 การนำไปใช้
นักเรยี นสามารถนำความรเู้ ร่อื ง ความสำคัญและบทบาทของนาฏศลิ ป์และการละครในชวี ิตประจำวนั
ไปประยุกต์ใชใ้ นการเรยี นนาฏศิลปใ์ นระดบั สงู ต่อไป

กิจกรรมเสนอแนะ
1. กิจกรรมสำหรับกลุ่มสนใจพิเศษ
นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน รว่ มกันจัดทำป้ายนเิ ทศเผยแพรค่ วามรู้เกยี่ วกับความสำคัญและ

บทบาทของนาฏศิลป์และการละครในชวี ติ ประจำวนั
2. กจิ กรรมสำหรับฝกึ ทักษะเพม่ิ เติม

116

นกั เรียนศึกษาความสำคัญและบทบาทของนาฏศิลป์และการละครในชีวิตประจำวัน เพิ่มเตมิ ทาง
อนิ เทอรเ์ น็ต หรอื สัมภาษณ์ผเู้ ชี่ยวชาญ หรือผ้รู ู้ด้านนาฏศิลป์ในชมุ ชน แล้วจดั ทำเปน็ รายงานส่งครู

10. การวัดและประเมนิ ผล

ด้านความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

คา่ นิยม (A)

1. สังเกตจากการถามและการ 1. สงั เกตจากความซ่ือสตั ยใ์ น 1. สังเกตจากความสามารถใน

แสดงความคดิ เหน็ การปฏบิ ตั ิกิจกรรม การวเิ คราะห์และสรุป

2. จากการตรวจการวดั และ 2. สงั เกตจากความมนี ้ำใจและ ความสำคัญและบทบาท

ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ประจำ ความเสียสละในการปฏิบัติ ของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครใน

หน่วย กจิ กรรมรว่ มกับผูอ้ ืน่ ชวี ติ ประจำวันไดถ้ กู ต้อง

3. จากการตรวจใบงาน 3. สงั เกตจากการปฏิบตั ิ 2. สังเกตจากการปฏบิ ตั ิตาม

กจิ กรรมดว้ ยความ กิจกรรมได้ถูกต้องตาม

สนกุ สนานและเพลิดเพลนิ ขั้นตอน

4. สงั เกตจากการยอมรับ 3. สงั เกตจากการปฏิบตั ิ

ความ กจิ กรรมรายบคุ คลและ

คิดเห็นของผู้อ่นื ขณะ ปฏิบตั กิ จิ กรรมร่วมกับ

ปฏบิ ัติกจิ กรรม ผอู้ ่ืนไดอ้ ย่างคลอ่ งแคลว่

11. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. ใบงาน
2. ห้องสมุด
3. สถานท่ีตา่ ง ๆ เชน่ โรงละคร ศูนย์วัฒนธรรม สถานที่จดั การแสดงวัฒนธรรมท้องถ่ิน มหาวทิ ยาลัย

ท่เี ปดิ สอนดา้ นนาฏศิลปแ์ ละการละคร เปน็ ต้น
4. อนิ เทอรเ์ นต็
5. ผ้เู ช่ยี วชาญ หรือผมู้ คี วามรดู้ า้ นนาฏศลิ ป์ในชุมชน
6. หนังสอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ช้นั ม. 3 บริษัท สำนักพิมพว์ ฒั นาพานิช จำกัด
7. แบบฝกึ ทักษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ชนั้ ม. 3 บริษัท สำนกั พิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด

117

แผนการจัดการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 6 เรือ่ ง นาฏศิลป์และการละครกบั ชีวิตประจำวนั เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 20
รหัสวิชา ศ23102 เรอื่ ง การอนรุ กั ษ์นาฏศลิ ป์และการละคร เวลา 1 ชั่วโมง
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้สอน นายวัฒนา ราชจนั คำ รายวิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ

ภาคเรียนท่ี 1/2565

สอนวันท่.ี ....................................

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งนาฏศิลป์ ประวัตศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม เห็นคุณค่าของ

นาฏศลิ ปท์ ่เี ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถนิ่ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล

2. ตวั ชี้วดั
แสดงความคิดเหน็ ในการอนรุ ักษ์ (ศ 3.2 ม.3/3)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการอนรุ ักษน์ าฏศิลปแ์ ละการละครได้ (K)
2. ปฏิบัตกิ ิจกรรมดว้ ยความสนกุ สนานเพลิดเพลิน (A)
3. วิเคราะห์และสรุปความหมายของการอนรุ ักษน์ าฏศิลป์และการละครได้ (P)
4. แสดงความคิดเหน็ ในการอนุรักษน์ าฏศิลปแ์ ละการละครได้ (P)

4. สาระการเรยี นรู้
▪ การอนรุ กั ษน์ าฏศลิ ป์

5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอนุรักษน์ าฏศิลปแ์ ละการละครนนั้ ถือว่าเปน็ หนา้ ท่ีของคนไทยทุกคนที่จะต้องตระหนักถงึ คุณคา่

ของนาฏศิลป์ทีบ่ รรพบรุ ุษไดส้ รา้ งสรรค์ข้ึนมาต้ังแต่อดีตจนถึงปจั จบุ ัน

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

118

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซ่ือสัตย์สุจรติ
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
6. มุง่ ม่ันในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ

8. จดุ เน้นสกู่ ารพฒั นาผเู้ รยี นความสามารถและทักษะของผ้เู รียนศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
⬜ R1 - Reading (สามารถอา่ นออก)

⬜ R2 - (W)Riting (สามารถเขียนได้)
⬜ R3 - (A)Rithmetic (มที ักษะการคำนวณ)
⬜ C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมี
วจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์และคดิ เชิงนวตั กรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะความเข้าใจความแตกต่างทางวฒั นธรรม
กระบวนการคดิ ขา้ มวัฒนธรรม)
⬜ C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงาน
เปน็ ทีม และภาวะผูน้ ำ)
⬜ C5 - Communication, Information and Media literacy (ทักษะดา้ นการสอ่ื สารและ
รู้เทา่ ทันสอื่ )
⬜ C6 - Computing and IT Literacy (ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรเู้ ท่าทนั เทคโนโลย)ี
 C7 - Career and Learning skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้)
 C8 - Compassion (มคี ุณธรรม มคี วามเมตตากรุณา และมรี ะเบยี บวินยั )

9. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั ที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น
ให้นกั เรียนแสดงความคิดเห็นอยา่ งอิสระวา่ แนวทางในการอนุรักษน์ าฏศลิ ป์และการละคร ควรทำ

อย่างไรรวมถึงทำอย่างไรให้คนไทยเหน็ คุณคา่ ของการอนรุ ักษน์ าฏศิลป์และการละคร

119

ข้ันท่ี 2 ขั้นสอน
1. ครอู ธิบายเน้อื หาเรื่อง การอนุรักษ์นาฏศลิ ปแ์ ละการละคร เกยี่ วกบั คุณค่าของการอนุรกั ษน์ าฏศิลป์
และการละครพรอ้ มทง้ั ให้นักเรียนศกึ ษาข้อมูลเพิ่มเตมิ จากหนังสอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี–นาฏศิลป์ ม. 3
บรษิ ทั สำนกั พมิ พว์ ัฒนาพานิช จำกัด
2. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคนเขยี นสรุปลงในใบงานที่ 23 เรื่อง การอนรุ ักษน์ าฏศิลป์และการละคร
เก่ียวกบั คุณคา่ ของการอนุรักษน์ าฏศิลปแ์ ละการละคร ตามความคดิ ของนักเรยี น
3. ครูให้นกั เรียนออกมาพูดหนา้ ช้นั เรยี นทีละคน เกย่ี วกับคุณคา่ ของการอนุรักษน์ าฏศลิ ป์และการละคร
ทน่ี ักเรียนได้เขยี นสรปุ ลงในใบงาน
4. นกั เรียนนำใบงานมาสง่ ครู แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเพม่ิ เติม โดยครใู หค้ วามร้เู สริมในส่วนที่
นกั เรียนสงสัยหรอื ไมเ่ ขา้ ใจ
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั สรุป
นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ และอภปิ รายสรุปเร่ือง การอนรุ กั ษน์ าฏศิลปไ์ ทย
เปน็ ความคิดของช้ันเรยี น โดยครูคอยให้ความรเู้ สริมในสว่ นท่ีนักเรียนไมเ่ ข้าใจหรือสรปุ ไม่ตรงกบั เนื้อหา
ขัน้ ท่ี 4 ฝกึ ฝนผ้เู รยี น
1. นักเรียนปฏบิ ตั กิ จิ กรรม การอนุรักษน์ าฏศิลป์และการละคร โดยใหน้ กั เรยี นอธบิ ายและแสดงความ
คิดเหน็ ถงึ คณุ คา่ ของการอนรุ ักษ์นาฏศิลป์และการละคร โดยเขยี นสรปุ ลงในใบงานมาตามความเขา้ ใจ
2. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
3. ให้นักเรียนทำโครงงานตามความสนใจ หรือโครงการในกิจกรรมที่ 44 ใบแบบฝึกทักษะ รายวิชา
พนื้ ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ม. 3 บริษัท สำนักพมิ พ์วัฒนาพานิช จำกัด
ขนั้ ที่ 5 การนำไปใช้
1. นักเรียนสามารถนำความรู้เรอ่ื ง การอนรุ กั ษ์นาฏศิลป์ไทย ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเรยี นนาฏศลิ ป์ใน
ระดับสงู ต่อไป
2. ใหน้ ักเรียนนำความรู้จากการเรยี นไปปลกู ฝังให้คนในชุมชนเหน็ คุณคา่ ของการอนุรักษ์นาฏศิลป์และ
การละคร

กิจกรรมเสนอแนะ
1. กิจกรรมสำหรบั กลุ่มสนใจพิเศษ
อธบิ ายประโยชน์ของการอนุรักษ์นาฏศิลปแ์ ละการละคร แล้วช่วยกนั จัดบอร์ดความรู้
2. กิจกรรมสำหรับฝกึ ทักษะผเู้ รยี น
นักเรียนศึกษาประโยชน์ของการอนุรักษน์ าฏศิลปแ์ ละการละคร เพ่ิมเตมิ ทางอินเทอร์เนต็ หรอื

สมั ภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ หรอื ผู้รู้ดา้ นนาฏศลิ ป์ในชมุ ชน แล้วจัดทำเปน็ รายงานส่งครู

120

10. การวัดและประเมินผล

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)

คา่ นิยม (A)

1. สังเกตจากการถามและการ 1. สังเกตจากการปฏิบตั ิ 1. สงั เกตจากการแสดงความ

แสดงความคิดเห็น กจิ กรรมดว้ ยความ คดิ เหน็ ในการอนรุ ักษ์

2. จากการตรวจการวดั และ สนุกสนานและเพลิดเพลิน นาฏศลิ ป์และการละครได้

ประเมนิ ผลการเรียนรู้ประจำ 2. สังเกตจากการยอมรับ อยา่ งสรา้ งสรรค์

หน่วย ความ 2. สงั เกตจากการปฏิบตั ิ

3. จากการตรวจแบบทดสอบ คิดเหน็ ของผู้อ่ืนขณะปฏบิ ัติ กจิ กรรมรายบคุ คลและ

หลงั เรียน กจิ กรรม ปฏิบตั ิกจิ กรรมร่วมกบั

4. จากการตรวจใบงาน 3. ประเมินพฤติกรรมตาม ผู้อ่นื ได้อยา่ งคล่องแคล่ว

แบบ 3. ประเมินพฤติกรรมตามแบบ

การประเมินผลดา้ น การประเมนิ ผลดา้ นทักษะ/

คุณธรรม จริยธรรม และ กระบวนการ

ค่านยิ ม

11. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1. ใบงาน
2. หอ้ งสมดุ
3. สถานที่ตา่ ง ๆ เช่น โรงละคร ศูนยว์ ฒั นธรรม สถานที่จดั การแสดงวัฒนธรรมท้องถน่ิ มหาวิทยาลัย

ท่ีเปิดสอนด้านนาฏศิลป์และการละคร เป็นตน้
4. อินเทอรเ์ นต็
5. ผู้เชีย่ วชาญ หรือผู้มีความรดู้ ้านนาฏศลิ ปใ์ นชมุ ชน
6. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ดนตรี–นาฏศลิ ป์ ช้ัน ม. 3 บรษิ ทั สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จำกดั
7. แบบฝกึ ทักษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์ ชนั้ ม. 3 บริษทั สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานชิ จำกดั


Click to View FlipBook Version