The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกหัด เรื่อง จำนวนจริง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Natthathida Noofong, 2023-04-17 02:43:42

จำนวนจริง

แบบฝึกหัด เรื่อง จำนวนจริง

Keywords: จำนวนจริง คณิตศาสตร์,คณิตศาสตร์

4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ เอกสาร ประกอบการเรียน คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 1 ค 31201 คุณครูณัฏฐธิดา หนูฟอง


1 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 จ านวนจริง คุณครูณัฏฐธิดา หนูฟอง (ครูโบว์ลิ่ง) ผลการเรียนรู้ เข้าใจจ านวนจริงและใช้สมบัติของจ านวนจริงในการแก้ปัญหา แก้สมการและอสมการพหุนามตัวแปรเดียวดีกรีไม่เกินสี่ และน าไปใช้ในการ แก้ปัญหา แก้สมการและอสมการเศษส่วนของพหุนามตัวแปรเดียว และน าไปใช้ในการ แก้ปัญหา แก้สมการและอสมการค่าสัมบูรณ์ของพหุนามตัวแปรเดียว และน าไปใช้ใน การแก้ปัญหา 3.1 จ านวนจริง 3.2 ระบบจ านวนจริง 3.3 พหุนามตัวแปรเดียว 3.4 การแยกตัวประกอบของพหุนาม 3.5 สมการพหุนามตัวแปรเดียว 3.6 เศษส่วนของพหุนาม 3.7 สมการเศษส่วนของพหุนาม 3.8 การไม่เท่ากันของจ านวนจริง 3.9 อสมการพหุนามตัวแปรเดียว 3.10 ค่าสัมบูรณ์ 3.11 สมการและอสมการค่าสัมบูรณ์ของพหุนามตัวแปรเดียว จุดมุ่งหมาย 1. ใช้ความรู้เกี่ยวกับจ านวนจริงในการ แก้ปัญหา 2. หาผลหารของพหุนามและเศษส่วน 3. หาเศษเหลือโดยใช้ทฤษฎีบท เศษเหลือ 4. แยกตัวประกอบของพหุนาม 5. แก้สมการและอสมการพหุนาม ตัวแปรเดียว 6. แก้สมการและอสมการเศษส่วน พหุนามตัวแปรเดียว 7. แก้สมการและอสมการค่าสัมบูรณ์ ของพหุนามตัวแปรเดียว 8. ใช้ความรู้เกี่ยวกับพหุนามในการ แก้ปัญหา


2 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 จ านวนจริง แผนผังแสดงควำมสัมพันธ์ของจ ำนวนชนิดต่ำงๆ จ ำนวน ควำมหมำย จ านวนจริง จ านวนตรรกยะ จ านวน อตรรกยะ จ านวนนับ จ านวนเต็ม


3 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.1 1. จงพิจารณาจ านวนที่ก าหนดให้ จ านวนใดบ้างที่เป็นจ านวนนับ จ านวนเต็ม จ านวนตรรกยะ หรือจ านวนอตรรกยะ 0, 2 3 , −22 7 , 3.1416, 4 + 1, 1 − −8 , 6 − 1, 7 22 , 0.09 , − 12 3 , 2 2 , −3.999, (−1) 2 จ ำนวน จ ำนวนที่เลือก จ านวนตรรกยะ จ านวน อตรรกยะ จ านวนนับ จ านวนเต็ม


4 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.1 2. ข้อความต่อไปนี้เป็นจริงหรือเท็จ ข้อควำม จริง/เท็จ 1) 1.010010001 เป็นจ านวนตรรกยะ 2) 6.808808880… ไม่เป็นจ านวนตรรกยะ 3) 0.797797797… เป็นจ านวนอตรรกยะ 4) 1 − 3 ไม่เป็นจ านวนจริง 5) 64 9 เป็นจ านวนตรรกยะ 6) ถ้า A สามารถเขียนได้ในรูปทศนิยมซ ้า แล้ว A เป็นจ านวน ตรรกยะ 7) มีจ านวนจริง ที่ + 1 = −1 8) มีจ านวนเต็มที่มากที่สุดที่น้อยกว่า 9 9) มีจ านวนตรรกยะที่มากที่สุดที่น้อยกว่า 9


5 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 ระบบจ านวนจริง รูปของสัจพจน์กำรเท่ำกันของระบบจ ำนวนจริง ระบบจ ำนวนจริงสอดคล้องสมบัติที่เกี่ยวข้องกับกำรบวกและกำรคูณ ซึ่งเรียกสัจพจน์เชิงพีชคณิต ดังต่อไปนี้ 1. กฎกำรสะท้อน (reflexive law) ส ำหรับจ ำนวนจริง a จะได้ a = a 2. กฎกำรสมมำตร (symmetric law) ส ำหรับจ ำนวนจริง a และ b ถ้ำ a = b แล้ว b = a 3. กฎกำรถ่ำยทอด (transitive law) ส ำหรับจ ำนวนจริง a, b และ c ถ้ำ a = b และ b = c แล้ว a = c ให้ a, b และ c เป็นจ ำนวนจริง จะได้ว่ำ สมบัติ กำรบวก กำรคูณ สมบัติปิด สมบัติการสลับที่ สมบัติการเปลี่ยนหมู่ สมบัติการมี เอกลักษณ์ สมบัติการมี ตัวผกผัน 1. + ∈ ℝ 2. + = + 3. + + = + ( + ) 4. a + 0 = = 0 + เรียก 0 ว่า เอกลักษณ์ การบวก 5. a + − = 0 = − + เรียก − ว่า ตัวผกผันการ บวก หรืออินเวอร์สการบวกของ 6. ∈ ℝ 7. = 8. = () 9. a ∙ 1 = = 1 ∙ เรียก 1 ว่า เอกลักษณ์ การคูณ 10. ถ้า a ≠ 0 แล้ว a ∙ −1 = 1 = −1 ∙ เรียก −1 ว่า ตัวผกผัน การคูณ หรืออินเวอร์สการคูณของ สมบัติการแจกแจง 11. a + = + และ + = +


6 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 ระบบจ านวนจริง ตัวอย่างที่ 1 จงหาผลบวก 1 + 2 + 3 + 4 + 5 + 6 + 7 + 8 + 9 วิธีท า โดยใช้สมบัติการสลับที่และสมบัติการเปลี่ยนหมู่ของการบวก จะได้ 1 + 2 + 3 + 4 + 5 + 6 + 7 + 8 + 9 = 1 + 9 + 2 + 8 + 3 + 7 + 4 + 6 + 5 = 10 + 10 + 10 + 10 + 5 = 45 ดังนั้นผลบวกคือ 45 ตัวอย่างที่ 2 จงหาผลคูณ 75 × 15 1 3 วิธีท า โดยการเปลี่ยนการแสดงจ านวนคละให้อยู่ในรูปการบวกของ จ านวนเต็มและเศษส่วนแท้ จะได้75 × 15 1 3 = 75 × (15 + 1 3 ) โดยใช้คุณสมบัติแจกแจง จะได้75 × 15 + 1 3 = 75 × 15 + (75 × 1 3 ) = 1,125 + 25 = 1,150 ดังนั้นผลคูณคือ 1,150


7 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.2 1. จงบอกสมบัติของจ านวนจริงที่ท าให้สมการหรือข้อความต่อไปนี้เป็นจริง เมื่อ อักษรที่ปรากฏแทนจ านวนจริงใดๆ สมการหรือข้อความ สมบัติของจ านวนจริง 1) 1 3 2 + 7 = (2 + 7) 1 3 2) −6 + 0 = −6 3) 1 ∙ = 4) 7(−3) เป็นจ านวนจริง 5) 2 + ( + ) + 3 + = 2[ + + 3( + )] 6) + + = + + + 7) −5 1 −5 = 1 8) 5 × 9 1 2 × 2 = 5(9 1 2 × 2) 9) − 1 7 + 1 7 = 0 10) 2 + + 1 = 2 + (1 + )


8 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.2 2. จงหาตัวผกผันการบวก และตัวผกผันการคูณของจ านวนต่อไปนี้ จ ำนวน ตัวผกผัน กำรบวก ตัวผกผัน กำรคูณ จ ำนวน ตัวผกผัน กำรบวก ตัวผกผัน กำรคูณ 1) −4 5) 1 − 7 2) 5 6) 3 2 3) 2 7 7) −8 2+ 3 4) − 5 11 3. จงพิจารณาว่าเซตที่ก าหนดให้มีสมบัติใดต่อไปนี้บ้าง สมบัติปิดของการบวก สมบัติ ปิดของการลบ สมบัติปิดของการคูณ สมบัติปิดของการหาร (เมื่อตัวหารไม่เป็นศูนย์) เซต สมบัติปิดของ การ บวก การ ลบ การ คูณ การ หาร 1) เซตของจ านวนนับ 2) เซตของจ านวนเต็ม 3) เซตของจ านวนคี่ลบ 4) เซตของจ านวนคู่ 5) เซตของจ านวนเต็มที่หารด้วย 3 ลงตัว 6) เซตของจ านวนตรรกยะ 7) {…,-5,0,5,10} 8) {-1,-2,-3,…} 9) {-1,0,1} 10) {… , 1 16 , 1 8 , 1 4 , 1 2 , 1,2,4,8,16, … }


9 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 พหุนามตัวแปรเดียว ตัวอย่างที่ 3 ให้ = 2 + + และ = 3 − − 5 ถ้า () = () จงหา , และ ตัวอย่างที่ 4 ให้ = 2 − + 2 และ = − 1 จงหา + , − และ ตัวอย่างที่ 5 ให้ = 3 + 2 − 2 + 3 และ = 3 − 2 จงหา + , − และ


10 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.3 1. ให้ = 3 4 + 2 2 − + 3 และ = 4 + 3 + 2 2 − 5 + 3 ถ้า = () จงหา , และ 2. ให้ = 2 − 1 และ = 2 − 2 + 3 1) + () 2) − () 3) ()


11 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.3 3. ให้ = 3 2 + 5 − 1 และ = 4 − 5 2 + 7 จงหา () 4. ถ้า 2 − 12 − 28 = − − จงหา + และ 5. ถ้า 2 − 2 + 5 = − 2 + 2 เมื่อ > 0 จงหา และ 6. จงหาพหุนามที่เมื่อหารด้วย 2 + 3 แล้วได้ผลหารคือ 2 − 1 และเศษเหลือคือ − 1


12 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 ขั้นตอนวิธีการหารส าหรับพหุนาม ในการหารจ านวนเต็มด้วยจ านวนเต็ม เช่น การหาร 7 ด้วย 3 จะได้ผลหาร คือ 2 และมีเศษเหลือ คือ 1 ซึ่งเขียนเป็นสมการได้ในรูป 7 = 3 × 2 + 1 กรณีทั่วไปจะได้ ตัวตั้ง = ตัวหาร x ผลหาร + เศษเหลือ ตัวอย่างที่ 6 ให้ = 4 − 3 3 + 2 + 2 − 3 และ = 2 จงหาผลหารและเศษเหลือจากการหาร ด้วย () ทฤษฎีบท 10 ขั้นตอนวิธีการหารส าหรับพหุนาม (Division Algorithm for Polynomials) ถ้า และ เป็นพหุนาม โดยที่ ≠ 0 แล้วจะมีพหุนาม และ เพียงชุดเดียวเท่านั้นซึ่ง = + () เมื่อ () = 0 หรือ deg(()) < deg(()) เรียก () ว่า ผลหาร (quotient) และเรียก () ว่า เศษเหลือ (remainder) จากการหารพหุนาม ด้วยพหุนาม ตัวอย่างที่ 7 ให้ = 3 − 5 2 + 2 − 10 และ = − 5 จงหาผลหารและเศษเหลือจากการหาร ด้วย ()


13 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 การหารยาว ตัวอย่างที่ 9 ให้ = 3 − 6 2 + 11 − 6 และ = − 2 จงหาผลหารและเศษเหลือจากการหาร ด้วย () ตัวอย่างที่ 8 ให้ = 5 + 8 3 − 2 + 8 − 8 และ = 3 + − 1 จงหาผลหารและเศษเหลือจากการหาร ด้วย ()


14 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.3 7. จงหาผลหารและเศษเหลือจากการหารพหุนาม ด้วยพหุนาม เมื่อก าหนดให้ 1) = 4 4 − 3 3 + 2 2 − 5 และ = 2 2) = 3 − 2 และ = 2 + 2 3) = 5 − 4 − 3 − 2 − − 2 และ = + 2 4) = 5 + 1 และ = 2 + 1 5) = 6 + 3 + 1 และ = 3 − 1


15 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 การแยกตัวประกอบของพหุนาม ให้ เป็นพหุนามดีกรี และ เป็นจ านวนจริง ก าหนดให้ เป็นค่าที่ได้ จากการแทน ในพหุนาม () ด้วย ตัวอย่างที่ 10 จงหาเศษเหลือจากการหาร 9 3 + 4 − 1 ด้วย − 1 2 ทฤษฎีบท 11 ทฤษฎีบทเศษเหลือ (Remainder Theorem) ให้ เป็นพหุนาม + −1 −1 + −2 −2 + ⋯ +1 + 0 โดยที่ เป็นจ านวนเต็มบวก และ , −1, −2, … , 1, 0 เป็นจ านวนจริง ซึ่ง ≠ 0 ถ้าหารพหุนาม ด้วยพหุนาม − เมื่อ เป็นจ านวนจริง แล้วเศษ เหลือจะเท่ากับ ทฤษฎีบทเศษเหลือ ตัวอย่างที่ 11 จงหาเศษเหลือจากการหาร 2 4 − 7 3 + 2 + 7 − 3 ด้วย + 1


16 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 การแยกตัวประกอบของพหุนาม ตัวอย่างที่ 12 จงแสดงว่า − 2 เป็นตัวประกอบของ 3 − 5 2 + 2 + 8 ทฤษฎีบท 12 ทฤษฎีบทตัวประกอบ (Factor Theorem) ให้ เป็นพหุนาม + −1 −1 + −2 −2 + ⋯ +1 + 0 โดยที่ เป็นจ านวนเต็มบวก และ , −1, −2, … , 1, 0 เป็นจ านวนจริง ซึ่ง ≠ 0 ถ้าหารพหุนาม ด้วยพหุนาม − เป็นตัวประกอบ ก็ต่อเมื่อ = 0 ทฤษฎีบทตัวประกอบ ตัวอย่างที่ 13 จงแยกตัวประกอบของ 3 + 2 2 − 5 − 6 การพิสูจน์ทฤษฎีบทนี้ จะต้องแสดงว่า 1. ถ้า − เป็นตัวประกอบของ แล้ว = 0 2. ถ้า = 0 แล้ว − จะเป็นตัวประกอบของพหุนาม การแยกตัวประกอบพหุนามที่สัมประสิทธิ์ของพหุนามเป็นจ านวนเต็มเท่านั้น โดยแยกพิจารณาเป็น 2 กรณี 1. กรณีที่สัมประสิทธิ์น าเป็น 1 การแยกตัวประกอบของพหุนาม ในกรณีนี้สามารถใช้ทฤษฎีบทเศษเหลือได้ดังนี้ 1. หาตัวประกอบ ของ 0 ที่ท าให้ = 0 ซึ่งแสดงว่า − เป็นตัวประกอบ ของ 2. น า − ไปหาร ผลหารจะเป็นพหุนามที่มีดีกรีต ่ากว่าดีกรีของ อยู่ 1 3. ถ้าผลหารในข้อ 2 มีดีกรีสูงกว่า 2 และสามารถแยกตัวประกอบต่อไปได้อีกให้ แยกตัวประกอบของผลหารนั้นตามขั้นตอนในข้อ 1 และ 2 แต่ถ้าผลหารมีดีกรี 2 จะใช้วิธี แยกตัวประกอบที่เคยศึกษามาหรือใช้วิธีในข้อ 1 และ 2 ก็ได้


17 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 การแยกตัวประกอบของพหุนาม ตัวอย่างที่ 14 จงแยกตัวประกอบของ 4 − 3 − 2 2 − 4 − 24 2. กรณีที่สัมประสิทธิ์น าไม่เป็น 1 การแยกตัวประกอบของพหุนาม ในกรณีนี้สามารถใช้ทฤษฎีบทเศษเหลือได้ดังนี้ 1. หา ซึ่ง ห.ร.ม. ของ และ เท่ากับ 1 โดยพิจารณา และ จากตัวประกอบ ของ และ 0 ตามล าดับ 2. ทดสอบว่า เป็น 0 หรือไม่ ถ้า เป็น 0 จะได้ − เป็นตัวประกอบ ของ ในกรณีที่ไม่มี ที่ท าให้ เป็น 0 แสดงว่า พหุนาม ไม่มีตัวประกอบ ที่เป็นพหุนามดีกรี 1 ที่อยู่ในรูป − 3. น า − ไปหาร ผลหารจะเป็นพหุนามดีกรีต ่ากว่าดีกรีของ อยู่ 1 4. ถ้าผลหารในข้อ 3 ยังมีดีกรีสูงกว่า 2 และสามารถแยกตัวประกอบต่อไปนี้ได้อีก ให้แยกตัวประกอบของผลหารนั้นตามขั้นตอนในข้อ 1, 2 และ 3 แต่ถ้าผลหารมีดีกรี 2 จะ ใช้วิธีแยกตัวประกอบตามที่เคยศึกษามา หรือใช้วิธีในข้อ 1, 2 และ 3 ก็ได้ การแยกตัวประกอบของพหุนาม จะหาตัวประกอบที่เป็นพหุนามดีกรี 1 ที่อยู่ในรูป − เมื่อ และ เป็นจ านวนเต็มซึ่ง ≠ 0 โดยทฤษฎีบทตัวประกอบ จะได้ “พหุนาม มี − เป็นตัวประกอบ ก็ต่อเมื่อ = 0” ทฤษฎีบท 13 ทฤษฎีบทตัวประกอบตรรกยะ ให้ เป็นพหุนาม + −1 −1 + −2 −2 + ⋯ +1 + 0 โดยที่ เป็นจ านวนเต็มบวก และ , −1, −2, … , 1, 0 เป็นจ านวนเต็ม ซึ่ง ≠ 0 ถ้า − เป็นตัวประกอบของพหุนาม โดยที่ และ เป็นจ านวนเต็ม ซึ่ง ≠ 0 และ ห.ร.ม. ของ และ เท่ากับ 1 แล้ว หาร ลงตัว และ หาร 0 ลงตัว


18 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 การแยกตัวประกอบของพหุนาม ตัวอย่างที่ 15 จงแยกตัวประกอบของ 12 3 + 16 2 − 5 − 3


19 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.4 1. ก ำหนด และ ดังต่อไปนี้ จงหำเศษเหลือเมื่อหำร ด้วย − 1) = 4 − 3 + 5, = 2 2) = 23 + 7 2 − 5 − 4, = −3 3) = 6 3 + 13 2 − 4, = −2 4) = 4 − 3 3 + 4 2 − + 6, = 1 5) = 2 4 − 5 3 − 2 + 3 + 1, = − 1 2


20 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.4 2.จงหำค่ำ จำกเงื่อนไขที่ก ำหนดให้ 1) − 5 หาร 3 − 2 2 + 8 − ลงตัว 2) + 2 3 หาร 3 4 − 2 3 + − 1 เหลือเศษ −1 3) + หาร 2 − 5 − 2 เหลือเศษ −8


21 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.4 3. จงแยกตัวประกอบของพหุนำมต่อไปนี้ 1) 3 − 2 − 4 + 4 5) 4 − 1 2) 3 + 2 − 8 − 12 6) 4 − 5 2 + 4 3) 4 − 2 3 − 2 − 4 − 6 7) 4 − 2 3 + 2 − 4 + 4 4) 3 − 1 8) 4 − 2 3 − 13 2 + 14 + 24


22 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.4 4. จงแยกตัวประกอบของพหุนำมต่อไปนี้ 1) 6 3 − 11 2 + 6 − 1 2) 6 3 + 2 − 11 − 6 3) 8 4 + 8 3 + 6 2 + 4 + 1 4) 3 4 − 8 3 + 2 + 8 − 4


23 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 สมการพหุนามตัวแปรเดียว ตัวอย่างที่ 17 จงหาเซตค าตอบของสมการ 6 3 − 11 2 + 6 = 1 + −1 −1 + −2 −2 + ⋯ +1 + 0 = 0 สมการที่เขียนได้ในรูป ตัวอย่างที่ 16 จงหาเซตค าตอบของสมการ 3 3 + 2 2 − 12 − 8 = 0


24 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 สมการพหุนามตัวแปรเดียว ตัวอย่างที่ 19 จงหาเซตค าตอบของสมการ 3 − 2 2 + 1 = 0 สมการก าลังสอง (quadratic equation) คือ สมการที่เขียนได้ในรูป 2 + + = 0 เมื่อ , และ เป็นจ านวนจริง โดยที่ ≠ 0 ถ้า 2 − 4 ≥ 0 แล้วจะมีจ านวนจริงที่เป็นค าตอบของสมการก าลังสองนี้ โดย ค าตอบของสมการ คือ −± 2−4 2 ถ้า 2 − 4 < 0 แล้วจะไม่มีจ านวนจริงที่เป็นค าตอบของสมการก าลังสองนี้ ตัวอย่างที่ 18 จงหาเซตค าตอบของสมการ 2 2 − 3 − 1 = 0 ตัวอย่างที่ 20 จงหาเซตค าตอบของสมการ 2 3 − 2 + 6 − 3 = 0 ตัวอย่างที่ 21 ถ้าผลคูณของจ านวนเต็ม 3 จ านวนที่เรียงติดกันเท่ากับ 336 จงหา จ านวนที่มากที่สุดในสามจ านวนนี้


25 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.5 1. จงหำเซตค ำตอบของสมกำรต่อไปนี้ 1) 3 − 2 2 − 5 + 6 = 0 7) 5x − 6 = 2 3 − 3 2 2) 3 + 2 − 8 − 12 = 0 8) 3 − 2 − − 2 = 0 3) 1 − 3 2 + 2 3 = 0 9) 4 3 + 13 2 + 4 − 12 = 0 4) 3 3 − 2 2 − 7 = 2 10) 24 − 13 3 + 28 2 = 23 − 6 5) 6 − 13x + 4 3 = 0 11) 44 − 4 3 − 9 2 + + 2 = 0 6) 3 − 3 2 + + 2 = 0 12) 34 − 8 3 + 2 + 8 = 4 13) 4 − 2 3 − 13 2 + 14 + 24 = 0


26 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.5 2. ถ้าผลคูณของจ านวนคี่ 3 จ านวนที่เรียงติดกันเท่ากับ 1,287 จงหาจ านวนที่น้อย ที่สุดในสามจ านวนนี้ 3. สมมติว่าโยนลูกบอลขึ้นไปในอากาศจากดาดฟ้าตึกซึ่งสูง 12 เมตร สมการแสดง ความสัมพันธ์ระหว่างเวลา (วินาที) กับความสูงของลูกบอลจากพื้นดิน (เมตร) คือ = 12 + 28 − 5 2 เมื่อ แทนความสูงของลูกบอลจากพื้นดินในวินาทีที่ จงหาว่าลูกบอลจะลอยอยู่ในอากาศนานกี่วินาทีก่อนตกกระทบพื้นดินเป็นครั้งแรก


25 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.5 1. จงหำเซตค ำตอบของสมกำรต่อไปนี้ 1) 3 − 2 2 − 5 + 6 = 0 7) 5x − 6 = 2 3 − 3 2 2) 3 + 2 − 8 − 12 = 0 8) 3 − 2 − − 2 = 0 3) 1 − 3 2 + 2 3 = 0 9) 4 3 + 13 2 + 4 − 12 = 0 4) 3 3 − 2 2 − 7 = 2 10) 2 4 − 13 3 + 28 2 = 23 − 6 5) 6 − 13x + 4 3 = 0 11) 44 − 4 3 − 9 2 + + 2 = 0 6) 3 − 3 2 + + 2 = 0 12) 34 − 8 3 + 2 + 8 = 4 13) 4 − 2 3 − 13 2 + 14 + 24 = 0 14) ถ้าผลคูณของจ านวนคี่ 3 จ านวนที่เรียงติดกัน เท่ากับ 1,287 จงหาจ านวนที่น้อยที่สุดในสามจ านวน นี้ ครูโบว์ เซตค ำตอบของสมกำร คือ {−2,1,3} เซตค ำตอบของสมกำร คือ {−2,3} เซตค ำตอบของสมกำร คือ {− 1 2 , 1} เซตค ำตอบของสมกำร คือ {−1, − 1 3 , 2} เซตค ำตอบของสมกำร คือ {−2, 1 2 , 3 2 } เซตค ำตอบของสมกำร คือ {2, 1+ 5 2 , 1− 5 2 } เซตค ำตอบของสมกำร คือ {− 3 2 , 1,2} เซตค ำตอบของสมกำร คือ {2} เซตค ำตอบของสมกำร คือ {−2, 3 4 } เซตค ำตอบของสมกำร คือ { 1 2 , 1,2,3} เซตค ำตอบของสมกำร คือ {−1, − 1 2 , 1 2 , 2} เซตค ำตอบของสมกำร คือ {−1, 2 3 , 1,2} เซตค ำตอบของสมกำร คือ {−3, −1,2,4} จ ำนวนที่น้อยที่สุด คือ 9


27 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 เศษส่วนของพหุนาม ให้ () และ () เป็นพหุนาม โดยที่ () ≠ 0 จะเรียก () () ว่า เศษส่วนของพหุ นาม ที่มี () เป็นตัวเศษ และ () เป็นตัวส่วน ตัวอย่ำงที่ 22 จงเขียนเศษส่วนของพหุนำมในรูปผลส ำเร็จ 1) −1 2−1 = −1 (−1)(+1) = 1 +1 เมื่อ ≠ 1 2) 4+8 3 2+6 = 4(+2) 3(+2) = 4 3 เมื่อ ≠ −2 การคูณและการหารเศษส่วนของพหุนาม 1. เมื่อ , , และ เป็นพหุนาม โดยที่ ≠ 0 และ ≠ 0 จะได้ว่า () () ∙ = () () 2. เมื่อ , , และ เป็นพหุนาม โดยที่ ≠ 0 และ ≠ 0 จะได้ว่า () () ÷ = () () ตัวอย่ำงที่ 23 จงหำผลลัพธ์ในรูปผลส ำเร็จ 1) 2 2+4 −3 ∙ +2 = 2(+2)∙ (−3)(+2) = 2 2 −3 เมื่อ ≠ −2 2) 2+3−10 2−4 ∙ +2 −2 = (−2)(+5)∙(+2) (−2)(+2)∙(−2) = +5 −2 เมื่อ ≠ −2 3) 1 2+4 ÷ 1 = 1 (+4) ∙ 1 = 1 +4 เมื่อ ≠ 0 4) +1 ÷ +2 2−1 = +1 ∙ 2−1 +2 = +1 ∙ (+1)(−1) +2 = (−1) +2 เมื่อ ≠ −1


28 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 เศษส่วนของพหุนาม การบวกและการลบเศษส่วนของพหุนาม 1. เมื่อ , , และ เป็นพหุนาม โดยที่ ≠ 0 และ ≠ 0 จะได้ว่า () () + = +() 2. ถ้าเศษส่วนของพหุนามที่น ามาบวกหรือลบกันมีตัวส่วนไม่เท่ากันจะต้องท าตัวส่วน ให้เท่ากันแล้วจึงใช้วิธีในข้อ 1) ตัวอย่ำงที่ 24 จงเขียนเศษส่วนของพหุนำมในรูปผลส ำเร็จ 1) 2+4 +3 + −3 +3 = 2+4 +(−3) +3 = 3+1 +3 2) 1 +4 − 2− +4 = 1−(2−) +4 = −1 +4 3) 1 + 1 +1 = +1 (+1) + (+1) = 2+1 (+1) 4) +1 − 2 2−1 = +1 − 2 (+1)(−1) = (−1) (+1)(−1) − 2 (+1)(−1) = 2−−2 (+1)(−1) = (+1)(−2) (+1)(−1) = −2 −1 เมื่อ ≠ −1


29 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.6 1. จงเขียนเศษส่วนของพหุนำมในรูปผลส ำเร็จ 1) 3−1 −1 2) 42−9 2 2+−3 3) 3− 2−+1 4−4 3+4 2−1 2. จงหาผลลัพธ์ในรูปผลส าเร็จ 1) 2−3 2−−2 ∙ 2−4 2−−6 2) 3−1 2−+1 ∙ 3+1 2++1 3) 2+3−10 +2 ÷ +5 +2 4) 2−8 2 ÷ 2−16 3+ 2 2. จงหาผลลัพธ์ในรูปผลส าเร็จ 1) 2−3 2−−2 ∙ 2−4 2−−6 2) 3−1 2−+1 ∙ 3+1 2++1 3) 2+3−10 +2 ÷ +5 +2 4) 2−8 2 ÷ 2−16 3+ 2


29 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.6 1. จงเขียนเศษส่วนของพหุนำมในรูปผลส ำเร็จ 1) 3−1 −1 2) 42−9 2 2+−3 3) 3− 2−+1 4−4 3+4 2−1 2. จงหาผลลัพธ์ในรูปผลส าเร็จ 1) 2−3 2−−2 ∙ 2−4 2−−6 2) 3−1 2−+1 ∙ 3+1 2++1 3) 2+3−10 +2 ÷ +5 +2 4) 2−8 2 ÷ 2−16 3+ 2 2. จงหาผลลัพธ์ในรูปผลส าเร็จ 1) 2−3 2−−2 ∙ 2−4 2−−6 2) 3−1 2−+1 ∙ 3+1 2++1 3) 2+3−10 +2 ÷ +5 +2 4) 2−8 2 ÷ 2−16 3+ 2 − 2 2 − 3 − 1 + 1 2 − 2 − 1 + 1 2 − 1 2 + + 1 2 2 − + 2 ( 2−2 2)( + 3) 2 + 2 + 4 − 2 − 3 + 4 3( + 1)( + 2) 2 + 4 − 1 ( − 3)( + 2) ชื่อ/ชั้น/เลขที่ ครูโบว์


30 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 สมการเศษส่วนของพหุนาม สมการเศษส่วนของพหุนาม คือ สมการที่สามารถจัดให้อยู่ในรูป () () = 0 เมื่อ และ เป็นพหุนาม โดยที่ ≠ 0 จะกล่าวว่าจ านวนจริง เป็นค าตอบของ สมการนี้ ก็ต่อเมื่อ แทน ในสมการด้วย แล้วได้สมการเป็นจริง กล่าวคือ () () = 0 สังเกตว่า () () = 0 ก็ต่อเมื่อ = 0 และ ≠ 0 ดังนั้น เซตค าตอบของสมการ () () = 0 คือเซตของจ านวนจริง ซึ่ง = 0 และ ≠ 0 ตัวอย่างที่ 25 จงหาเซตค าตอบของสมการ (+1) (−1)(−3) = 2 (−1)(−3) ตัวอย่างที่ 26 จงหาเซตค าตอบของสมการ 1 + 1 +1 = 1


31 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 สมการเศษส่วนของพหุนาม ตัวอย่างที่ 27 จงหาเซตค าตอบของสมการ 1 +1 − 1 +2 = 1 +3 − 1 +4 ตัวอย่างที่ 28 จงหาเซตค าตอบของสมการ 4 2−1 + 2 +1 = 1 2


32 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 สมการเศษส่วนของพหุนาม ตัวอย่างที่ 29 น ้าหว้าท างานอย่างหนึ่งเสร็จในเวลา 2 ชั่วโมง ถ้าลูกหว้าช่วยท าด้วย งานนั้นจะเสร็จในเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ถ้าลูกหว้าท างานชิ้นนี้คนเดียวจะเสร็จใน เวลาเท่าใด


33 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.7 1. จงเขียนเศษส่วนของพหุนำมในรูปผลส ำเร็จ 1) (−1) (+1)(+2) = 2 (+1)(+2) 2) −1 + +1 = 0 3) 1 = +6 2+3 4) 1 − 4 −1 = 1 5) 1 +1 + 1 2+ = 1 + 1 2 6) 1 2+1 + 1 −1 = 6 5 7) 1 −2 − 2+1 = 1 6 8) 1 2−+1 − 1 2++1 = 2 3


34 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.7 2. ในการบินระยะทาง 1,500 กิโลเมตร ครั้งหนึ่ง เครื่องบินพบกับสภาพอากาศ แปรปรวนท าให้ต้องบินช้าลงกว่าปกติ พบว่าอัตราเร็วลดลง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท าให้ถึงที่หมายช้ากว่าปกติ 10 นาที จงหาอัตราเร็วของการบินปกติ


35 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 การไม่เท่ากันของจ านวนจริง ได้แก่ ความสัมพันธ์มากกว่า น้อยกว่า มากกว่าหรือเท่ากับ และน้อยกว่าหรือเท่ากับ ในระบบจ านวนจริง ℝ จะมีสับเซต ℝ+ ซึ่งสอดคล้องสัจพจน์เชิงอันดับ 3 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1. ส าหรับ ∈ ℝ+ และ ∈ ℝ+ จะได้ว่า + ∈ ℝ+ (สมบัติปิดการบวก) 2. ส าหรับ ∈ ℝ+ และ ∈ ℝ+ จะได้ว่า ∈ ℝ+ (สมบัติปิดการคูณ) 3. ส าหรับจ านวนจริง จะได้ว่า = 0 หรือ ∈ ℝ+ หรือ − ∈ ℝ+เพียงอย่างใด อย่างหนึ่ง (สมบัติไตรวิภาค) ถ้าก าหนดสัญลักษณ์ > 0 หมายถึง ∈ ℝ+และ < 0 หมายถึง − ∈ ℝ+ สัจพจน์ข้างต้นทั้งสามข้อสามารถเขียนได้อีกแบบหนึ่ง ดังนี้ 1. ส าหรับ ∈ ℝ และ ∈ ℝ จะได้ว่า > 0 และ > 0 แล้ว + > 0 2. ส าหรับ ∈ ℝ และ ∈ ℝ จะได้ว่า > 0 และ > 0 แล้ว > 0 3. ส าหรับ ∈ ℝ จะได้ว่า = 0 หรือ > 0 และ < 0 เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง บทนิยาม 3 ให้ และ เป็นจ านวนจริง > หมายถึง − > 0 < หมายถึง − < 0 (หรือ − > 0) ≥ หมายถึง > หรือ = ≤ หมายถึง < หรือ = ทฤษฎีบท 14 ให้ , และ เป็นจ านวนจริง 1. สมบัติการถ่ายทอด ถ้า > และ > แล้ว > 2. สมบัติการบวกด้วยจ านวนที่เท่ากัน ถ้า > แล้ว + > + 3. สมบัติของการคูณด้วยจ านวนที่เท่ากันที่ไม่เป็นศูนย์ กรณีที่ 1 ถ้า > และ > 0 แล้ว > กรณีที่ 2 ถ้า > และ < 0 แล้ว < 4. สมบัติการตัดออกส าหรับการบวก ถ้า + > + แล้ว > 5. สมบัติของการตัดออกส าหรับการคูณ กรณีที่ 1 ถ้า > และ > 0 แล้ว > กรณีที่ 2 ถ้า > และ < 0 แล้ว <


36 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 การไม่เท่ากันของจ านวนจริง ทฤษฎีบท 15 ให้ , , และ เป็นจ านวนจริง ถ้า > และ > และ + > + บทนิยาม 4 ให้ , และ เป็นจ านวนจริงใดๆ < < หมายถึง < และ < ≤ ≤ หมายถึง ≤ และ ≤ < ≤ หมายถึง < และ ≤ ≤ < หมายถึง ≤ และ <


37 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.8 1. ก ำหนดให้ และ เป็นจ ำนวนจริง 1) จริงหรือไม่ ถ้า > และ > แล้ว 2 > 2 2) จริงหรือไม่ ถ้า ≠ 0, ≠ 0 และ > แล้ว 1 < 1 3) จริงหรือไม่ ถ้า > แล้ว − < − 4) จริงหรือไม่ ถ้า < 0 และ < 0 แล้ว > 0 5) จริงหรือไม่ ถ้า > 0 และ < 0 แล้ว < 0 6) จริงหรือไม่ ถ้า > 0 แล้ว 1 > 0 7) กรณีใดบ้าง ถ้า > แล้ว 1 < 1 เมื่อ ≠ 0 และ ≠ 0 8) กรณีใดบ้าง ถ้า > แล้ว 1 > 1 เมื่อ ≠ 0 และ ≠ 0


38 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 อสมการพหุนามตัวแปรเดียว นิยามสับเซตของเซตของจ านวนจริงซึ่งเรียกว่า ช่วง (interval) ดังนี้ บทนิยาม 5 ให้ และ เป็นจ านวนจริง ซึ่ง < ช่วงเปิด (, ) หมายถึง เซต {| < < } ช่วงปิด [, ] หมายถึง เซต {| ≤ ≤ } ช่วงครึ่งเปิดหรือช่วงครึ่งปิด (, ] หมายถึง เซต {| < ≤ } ช่วงครึ่งเปิดหรือช่วงครึ่งปิด [, ) หมายถึง เซต {| ≤ < } ช่วงเปิดอนันต์ (, ∞) หมายถึง เซต {| > } ช่วงเปิดอนันต์ (−∞, ) หมายถึง เซต {| < } ช่วงปิดอนันต์ [, ∞) หมายถึง เซต {| ≥ } ช่วงเปิดอนันต์ (−∞, ] หมายถึง เซต {| ≤ } หมายเหตุ อาจเขียนเซตของจ านวนจริงในช่วงอนันต์ได้เป็น (−∞, ∞) ตัวอย่างการเขียนกราฟของช่วงบนเส้นจ านวน ช่วง (2,5) ช่วง [2,5] ช่วง (2,5] ช่วง [2,5) ช่วง (2, ∞) ช่วง [2, ∞) 0 1 2 3 4 5 0 1 2 3 4 5 0 1 2 3 4 5 0 1 2 3 4 5 0 1 2 3 4 5 0 1 2 3 4 5


39 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 อสมการพหุนามตัวแปรเดียว ตัวอย่างการเขียนกราฟของช่วงบนเส้นจ านวน ช่วง (−∞, 5) ช่วง (−∞, 5] 0 1 2 3 4 5 0 1 2 3 4 5


40 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.9ก 1. จงเขียนช่วงต่อไปนี้ในรูปของเซตแบบบอกเงื่อนไข พร้อมทั้งแสดงกรำฟของช่วงบน เส้นจ ำนวน 1) [−3,1) 2) (−2, ∞) 3) [4,7] 4) (−3,0) 5) (−∞, −3) 6) [1, ∞) 7) (−1,4] 8) (−∞, 1] 9) (−10, −8) 10) [2.5,4)


40 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.9ก 1. จงเขียนช่วงต่อไปนี้ในรูปของเซตแบบบอกเงื่อนไข พร้อมทั้งแสดงกรำฟของช่วงบน เส้นจ ำนวน 1) [−3,1) 2) (−2, ∞) 3) [4,7] 4) (−3,0) 5) (−∞, −3) 6) [1, ∞) 7) (−1,4] 8) (−∞, 1] 9) (−10, −8) 10) [2.5,4) ครูโบว์ ชื่อ/ชั้น/เลขที่ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ ตอบ


41 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.9ก 2. ถ้ำ = −, และ = [0,4] จงเขียนเซตต่อไปนี้ในรูปช่วง 1) ∪ 2) ∩ 3) − 4) − 5) ′ 6) ′


42 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.9ก 3. ถ้ำ = 2 ≤ ≤ 5 , = {| − 1 < < 3} และ = {|1 < ≤ 4} จงหาเซตต่อไปนี้ในรูปช่วง 1) ∪ 2) ∩ 3) ∪ ∪ 4) ∩ ∩ 5) ′ ∩ 6) ′ ∩ 7) ( ∪ ) ∩ 8) ( ∩ ) ∪ ( ∩ )


41 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 แบบฝึกหีด 3.9ก 2. ถ้ำ = −, และ = [0,4] จงเขียนเซตต่อไปนี้ในรูปช่วง 1) ∪ = 2) ∩ = 3) − = 4) − = 5) ′ = 6) ′ = −∞, −1 ∪ [2, ∞) 3. ถ้ำ = 2 ≤ ≤ 5 , = {| − 1 < < 3} และ = {|1 < ≤ 4} จงหาเซตต่อไปนี้ในรูปช่วง 1) ∪ = 2) ∩ = 3) ∪ ∪ = 4) ∩ ∩ = 5) ′ ∩ = 6) ′ ∩ = 7) ( ∪ ) ∩ = 8) ( ∩ ) ∪ ( ∩ ) = ชื่อ/ชั้น/เลขที่


43 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 อสมการพหุนามตัวแปรเดียว อสมการ (inequality) ใช้บ่งถึงประโยคทางคณิตศาสตร์ที่กล่าวถึงการไม่เท่ากัน เช่น 2 > 1 เป็นอสมการที่เป็นจริง 0 < −1 เป็นอสมการที่เป็นเท็จ ในกรณีที่อสมการเป็น ประโยคเปิด เช่น 2 < 8, 2 ≥ 0, 2 + 1 < 0 เมื่อน าจ านวนจริงมาแทนตัวแปรใน อสมการ จะได้อสมการที่เป็นจริงหรือเท็จ ดังนี้ เมื่อแทน ใน 2 < 8 ด้วยจ านวนจริงที่น้อยกว่า 4 จะได้อสมการที่เป็นจริง เมื่อแทน ใน 2 ≥ 0 ด้วยจ านวนจริงใดๆจะได้อสมการที่เป็นจริงเสมอ เมื่อแทน ใน 2 + 1 < 0 ด้วยจ านวนจริงใดๆจะได้อสมการที่เป็นเท็จเสมอ เซตค าตอบของอสมการ คือ เซตที่มีสมาชิกเป็นจ านวนจริง ซึ่งเมื่อแทน ในอสมการ ด้วยจ านวนจริงเหล่านั้น แล้วได้อสมการที่เป็นจริง ตัวอย่างที่ 30 จงหาเซตค าตอบของอสมการ 3 + 5 < − 7 ตัวอย่างที่ 31 จงหาเซตค าตอบของอสมการ 2 − 5 + 6 > 0


44 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 อสมการพหุนามตัวแปรเดียว ตัวอย่างที่ 32 จงหาเซตค าตอบของอสมการ 2 − 2 − 3 ≤ 0 ตัวอย่างที่ 33 จงหาเซตค าตอบของอสมการ 1 < 1 2


45 บทที่ 3 | จ ำนวนจริง เอกสำรประกอบกำรเรียนรำยวิชำคณิตศำสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เล่ม 3 บทที่ 3 อสมการพหุนามตัวแปรเดียว ตัวอย่างที่ 34 จงหาเซตค าตอบของอสมการ 2−12 > −1 ตัวอย่างที่ 35 จงหาเซตค าตอบของอสมการ +8 ≤ 1 −1


Click to View FlipBook Version