The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้-นายพลวิชญ์-สร้างสกุล-6281123077

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phonlawit Srangsakun D2, 2021-10-15 16:31:37

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้-นายพลวิชญ์-สร้างสกุล-6281123077

Keywords: แผนการสอน

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ

รายวิชาภาษาอังกฤษพืนฐาน 5
รหัสวิชา อ23101

ชันมัธยมศกึ ษาปที 3

ภาคเรยี นที 1 ปการศกึ ษา 2564

โดย
นายพลวิชญ์ สรา้ งสกุล
ตําแหน่ง นักศกึ ษาฝกประสบการณ์วิชาชพี

(ทดลองสอน)

โรงเรยี นโพธิสารพิทยากร
สํานักงานเขตพืนทกี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 1
สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั พืนฐาน

กระทรวงศกึ ษาธิการ

คำอธิบายรายวิชา

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5 รหัสวิชา อ23101 ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 3 คาบ/สัปดาห์ จำนวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษาวิเคราะห์ ภาษา น้ำเสียง ท่าทาง คํา วลี สํานวนง่ายๆ ประโยค คำสั่ง คําขอร้อง คำแนะนํา
คำอธิบาย ข้อความที่ซบั ซ้อน ขอ้ มลู บทอา่ น เรอ่ื งราวส้ันๆ ทั้งที่เป็นความเรียง และไมใ่ ชค่ วามเรียง เทคโนโลยี
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การเรียน การปฏิบัติงาน การสมัครงาน ข้อมูลในการให้ความช่วยเหลือ บริการ
ผู้อื่น สื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญต่างๆในชีวิตประจำวัน ท้องถิ่นและสังคม
ประสบการณ์ส่วนตัว การศึกษา การทำงาน กิจกรรมทางภาษา วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา

โดยใช้กระบวนการ คิดวิเคราะห์ กระบวนการจัดการ กระบวนการทางภาษา กระบวนการเรียนรู้ดว้ ย
ตัวเอง กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น กระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะที่พึง
ประสงค์

เพ่ือใหเ้ กิด ความสนกุ สนานและเพลดิ เพลนิ และเหน็ ประโยชน์ของการเรยี นรู้ ภาษาองั กฤษ เพ่ือใชใ้ น
การส่ือสารในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อการศึกษาต่อ เพื่อนําไปสู่
มาตรฐานสากล และเชื่อมโยงกบั กลุม่ สาระการเรียนรู้อ่ืน

ตวั ชวี้ ัด
ต 1.1 ม.3/1 - ม.3/4
ต 1.2 ม.3/1 - ม.3/5
ต 1.3 ม.3/1 - ม.3/3
ต 2.1 ม.3/1 - ม.3/3
ต 2.2 ม.3/1 - ม.3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1 - ม.3/2

รวม 21 ตวั ชว้ี ดั

โครงสร้างรายวชิ า ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 5
รหสั วชิ า อ23101 ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564

จำนวน 1.5 หน่วยกติ เวลารวม 60 ช่ัวโมง

หนว่ ยท่ี ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระสำคัญ/ เวลา นำ้ หนัก ชน้ิ งาน/ภาระงาน
0 เรียนรู้ ตัวช้ีวดั ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน รวบยอด
หน่วยการเรียนรู้น้ีมุ่งให้นักเรียน
แนะนำ/ทดสอบ มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ได้ทบทวนความรู้ที่เคยเรียนมา 3 12 - หนังสอื Sprint
ความรู้ ต 1.1 ม. 3/2, โดยเลือกใช้คำศัพท์ 3 Student’s
ต 1.1 ม. 3/3, พูดบอกคำศัพท์ได้อย่างรวดเร็ว Book
ต 1.2 ม. 3/1, พูดและเขียนคำศัพท์เข้าพวก หน้า
ต 1.2 ม. 3/2, และไม่เข้าพวกพร้อมให้เหตุผล 8,9,10,12,13,
ต 1.2 ม. 3/3, ประกอบ สนทนาบอกทิศทาง 14,15
ต 1.2 ม. 3/4, บรรยายภาพ เขียนคำศัพท์ใน
ต 1.2 ม. 3/5, หมวดเดียวกัน เขียนแผนผัง
ต 1.3 ม. 3/1 ค ว า ม ค ิ ด เ ก ี ่ ย ว ก ั บ ค ำ ศ ั พ ท์
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, เลือกใช้สำนวนไวยากรณ์ คำ
ต 2.1 ม. 3/2, สรรพนาม คำวิเศษณ์ขั้นกว่า
ต 2.2 ม. 3/1, และข้นั สุด คำบุพบท
ต 2.2 ม. 3/2 เ ข ี ย น บ ท ส น ท น า เ ก่ี ย ว กั บ
มฐ. ต 3.1 ม. 3/1 แผนการในอนาคต และ
มฐ. ต 4.1 ม. 3/1, เหตุการณ์ในอดีต บอกหน้าท่ี
ต 4.2 ม. 3/1 ของประโยค
พูดอธิบายเกี่ยวกับวัฒนธรรม
และเร่ืองราวของเจ้าของภาษา
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม
สำหรบั การเรียนตอ่ ไป

หน่วยที่ ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคญั / เวลา น้ำหนัก ชิ้นงาน/ภาระงาน
1 เรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด ความคิดรวบยอด (ชว่ั โมง) คะแนน รวบยอด
The ส น ท น า เ ก่ี ย ว ก ั บ ป ั ญ ห า
2 มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, สิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่เกิดข้ึน 14 12 - หนงั สือ Sprint
environment ต 1.1 ม. 3/2, รอบตวั นักเรยี นและนักเรยี นควร 3 Student’s
ต 1.1 ม. 3/3, จะมีส่วนในการแสดงความ 14 12 Book
ต 1.1 ม. 3/4, คิดเห็นและรับผิดชอบ นักเรียน หน้า
ต 1.2 ม. 3/1, จ ะ อ่ า น ข้ อ ค ว า ม ท ำ น า ย 16,17,18,19,
ต 1.2 ม. 3/2, เหตุการณ์ในอนาคตของโลก 20,21,22,23,
ต 1.2 ม. 3/3, ข้อความบรรยายสถานที่ ฟังบท 24,25
ต 1.2 ม. 3/4, สัมภาษณ์ บทสนทนาที่เก่ียวการ
ต 1.2 ม. 3/5, ทำนาย ข้อความบรรยาย - หนังสอื Sprint 3
ต 1.3 ม. 3/1, สถานที่ พูดและเขียนเสนอแนะ Workbook หน้า
ต 1.3 ม. 3/2, โดยใช้โครงสร้างประโยคเงื่อนไข 4,5,6,7,8
ต 1.3 ม. 3/3 แบบที่ 1 (First conditional)
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, ทำนายสิ่งที่จะเกิดในอนาคต - หนงั สอื Sprint
ต 2.1 ม. 3/2, (Prediction) และสัญญาโดยใช้ 3 Student’s
ต 2.2 ม. 3/1 กริยาช่วย will + พูดถาม-ตอบ Book
มฐ. ต 3.1 ม. 3/1 คำทำนายเกี่ยวกับสิ่งที่สนใจ หน้า
มฐ. ต 4.1 ม. 3/1, และเขียนแนะนำสถานที่ 26,27,28,29,
ต 4.2 ม. 3/1 ทักษะการสื่อสารเรื่องดวงดาว 30,31,32,33,
และสิ่งมีชีวิตนอกโลก เป็นสิ่งที่ 34,35
Have you ever…? มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, เกี่ยวขอ้ งกับวิทยาศาสตร์ในชวี ติ
ต 1.1 ม. 3/2, ของเรา นักเรียนจะอ่าน - หนังสอื Sprint 3
ต 1.1 ม. 3/3, บทความ ประสบการณ์การ Workbook หน้า
ต 1.1 ม. 3/4, ค้นคว้า เรื่องการเกิดของ 10,11,12,13,
ต 1.2 ม. 3/1, ดวงดาว และจักรวาลในอดีต ฟงั 14,15
ต 1.2 ม. 3/4, บทสัมภาษณ์เรื่องการค้นคว้า
ต 1.2 ม. 3/5, เรื่องดาวดวงอื่น การสนทนา
ต 1.3 ม. 3/1, ประสบการณ์ของเด็กสองคนที่
ต 1.3 ม. 3/2, ไปชมหอดูดาว พูดและเขียน
ต 1.3 ม. 3/3 แ ส ด ง ค ว า ม ค ิ ด เ ห ็ น เ ก ี ่ ย ว กั บ
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, สิ่งมีชีวิตนอกโลก พูดและเขยี น
ต 2.2 ม. 3/1 ถาม-ตอบประสบการณ์โดยใช้
มฐ. ต 3.1 ม. 3/1 โครงสร้าง Present Perfect
มฐ. ต 4.1 ม. 3/1, Tense ถาม-ตอบประสบการณ์
ต 4.2 ม. 3/1 กับเพื่อนเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลก

หน่วยที่ ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคัญ/ เวลา น้ำหนกั ช้ินงาน/ภาระงาน
3 เรียนรู้ ตัวช้ีวัด ความคิดรวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน รวบยอด
เขียนสนบั สนุนหรอื คัดค้านความ
4 A healthy มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, เชื่อเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลก 14 12 - หนงั สือ Sprint
lifestyle ต 1.1 ม. 3/2, เพื่อให้เกิดความชำนาญในการ 3 Student’s
ต 1.1 ม. 3/3, สอื่ สารได้ตรงตามความตอ้ งการ Book
Think global ต 1.1 ม. 3/4, หน่วยการเรียนรนู้ มี้ วี ตั ถุประสงค์ หนา้
ต 1.2 ม. 3/1, ให้นักเรียนมีทักษะการสื่อสาร 38,39,40,41,
ต 1.2 ม. 3/2, เพื่อการมีวิถีชีวิตซึ่งนำไปสู่ 42,43,44,45,
ต 1.2 ม. 3/4, สุขภาพที่ดี โดยนักเรียนจะได้ 46,47
ต 1.2 ม. 3/5, ฟังการพูดคุยปัญหาสุขภาพ
ต 1.3 ม. 3/1, คำแนะนำในการแก้ปัญหา การ - หนงั สอื Sprint 3
ต 1.3 ม. 3/2, รักษาทางเลือก พูดแนะนำ Workbook หน้า
ต 1.3 ม. 3/3 เ ส น อ แ น ะ ค ว า ม เ ป ็ น อ ย ู ่ เ พ่ื อ 16,17,18,19
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, สุขภาพที่ดี อ่านบทความ
ต 2.1 ม. 3/2, เกยี่ วกับแพทยท์ างเลือก
ต 2.1 ม. 3/3, เขียนเสนอแนะ และขอร้อง
ต 2.2 ม. 3/1, อย่างสุภาพ คาดคะเน บอก
ต 2.2 ม. 3/2 ความสามารถในอดีต โดยใช้
มฐ. ต 3.1 ม. 3/1 could หรือ should ส่ือสารขอ
มฐ. ต 4.1 ม. 3/1, และให้ขอ้ มูลโดยใช้ about และ
ต 4.2 ม. 3/1, ใช้โครงสร้าง Present Perfect
ต 4.2 ม. 3/2 Tense แ ล ะ just / already
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, /yet
ต 1.1 ม. 3/2,
ต 1.1 ม. 3/3, ความรู้และทักษะการสื่อสาร 15 12 - Sprint 3
ต 1.1 ม. 3/4, เกี่ยวกับโลกาภิวัตน์เป็นเรื่องท่ี Student’s Book
ต 1.2 ม. 3/1, พบเห็นได้บ่อยในชีวิตปัจจุบัน หนา้
ต 1.2 ม. 3/4, นักเรียนจะต้องฝึก ฟังบท 48,49,50,51,52,
ต 1.2 ม. 3/5, สนทนาทางวิดีโอ บทสนทนาที่ 54,55,56,57
ต 1.3 ม. 3/1, เน้นส่ิงทเี่ กดิ ขนึ้ มากกวา่ ผู้กระทำ
ต 1.3 ม. 3/2, บทความเกี่ยวกับสื่อในสังคม - หนงั สือSprint 3
ต 1.3 ม. 3/3 ออนไลน์ ความนิยมเครือข่าย Workbook หน้า
สังคมออนไลน์ของวัยรุ่น พูด 22,23,24,25,26,
ถ า ม - ต อ บ ข ้ อ ม ู ล เ กี ่ ย วกับ 27
เ ร ื ่ อ ง ร า ว ท ี ่ เ ป ็ น ส า ก ล โ ด ย ใ ช้

หนว่ ยที่ ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคญั / เวลา น้ำหนกั ช้นิ งาน/ภาระงาน
เรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน รวบยอด
ตัวช้วี ัด ความคิดรวบยอด
20
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, ป ร ะ โ ย ค ท ี ่ เ น ้ น ส ิ ่ ง ท ี ่ เ ก ิ ด ข้ึ น 60
20
ต 2.1 ม. 3/2, มากกว่าผู้กระทำ อ่านบท 100

ต 2.2 ม. 3/1 สนทนาต่างๆเกี่ยวกับเรื่องราวที่

มฐ. ต 4.1 ม. 3/1 เป็นสากล ความนิยมเครือข่าย

สังคมออนไลน์ของวัยรุ่น และ

เขียนขอและให้ข้อมูล เขียน

บรรยาย เขียนเรียงความ ผ่าน

กระบวนการสื่อสาร การแสดง

บทบาทสมมติเพื่อให้เกิดความ

ชำนาญในการสอ่ื สาร

สอบกลางภาค

รวมระหว่างภาค

สอบปลายภาค

รวม

แผนการจัดการเรียนรูที่ 1

หนวยการเรยี นที่ 1 The environment เรือ่ ง First conditional (when and may)

รายวชิ า ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 5 รหสั วิชา อ23101 ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3

กลุมสาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2564 เวลา 1 ช่ัวโมง

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
นักเรียนรูและเขาใจโครงสรางประโยคเงื่อนไขท่ีใช when แทน if เพือ่ บอกเวลา ณ. ปจจุบันหรือใน

อนาคตที่สิ่งนั้นจะเกิดข้ึนจริง โดยพูดถึงส่ิงที่เปนเหตุเปนผลกันวา หากสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น อีกสิ่งหนึ่งก็จะเกิดข้ึน
ตามมาดวย และประโยคทำนายอนาคตและประโยคสัญญาโดยใช may แทน will
มาตรฐานการเรียนรูและตัวชีว้ ัด

สาระที่ 1 : ภาษาเพอ่ื การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรอื่ งทฟี่ งและอานจากส่ือประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็น

อยางมเี หตุผล
ม.3/3 ระบุและเขยี นสือ่ ท่ีไมใชความเรยี ง รูปแบบตาง ๆ ใหสัมพันธกบั ประโยค และ

ขอความที่ฟงหรอื อาน
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเร่อื งที่ฟงและอานจากสื่อประเภทตาง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อยางมเี หตผุ ล
ม.3/4 เลอื ก/ระบุหัวขอเร่อื ง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนนุ และแสดงความคดิ เห็น

เกี่ยวกบั เร่อื งทฟ่ี งและอานจากสื่อประเภทตาง ๆ พรอมท้ังใหเหตผุ ลและ
ยกตวั อยางประกอบ
สาระท่ี 2 : ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขาใจความสมั พนั ธระหวางภาษากบั วัฒนธรรมของเจาของภาษา และนำไปใชได
อยางเหมาะสมกับกาลเทศะ
ม.3/1 เลือกใชภาษา นำ้ เสียง และกิรยิ าทาทาง เหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาท
สังคม และวฒั นธรรมของเจาของภาษา

คุณลักษณะท่ีพึ่งประสงค (.....) 2. ซือ่ สตั ย สจุ ริต (..√...) 3. มีวนิ ัย
(.....) 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย (.....) 5. อยูอยางเพียงพอ (...√..) 6. มุงมนั่ ในการทำงาน
(..√...) 4. ใฝเรยี นรู (.....) 8. มจี ิตสาธารณะ
(.....) 7. รกั ความเปนไทย

สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน
(..√...) 1. ความสามารถในการส่ือสาร (..√...) 2. ความสามารถในการคิด

(.....) 3. ความสามารถในการแกปญหา (.....) 4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
(.....) 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

สาระการเรียนรู a substance enclosed under pressure and release as a
- คำศัพทและสำนวนภาษา fine spray by means of a propellant gas (สเปรย)
aerosol (n.) an envelope of gases surrounding the earth or another
atmosphere (n.) planet (บรรยากาศ)
catch the train (phr.) take the train (ขนึ้ รถไฟ)
cut ... down (vp.) cause something to fall by cutting through at the base (โคน)
destination (n.) the place to which someone or something is going or
fight (v.) being sent (จุดหมาย)
go for a walk (phr.) take part in violent struggle involving physical force or
horror film (n.) weapons (ตอสู)
to move or travel somewhere in order to do something
lose weight (phr.) (ไปเดนิ เลน)
ozone layer (n.) an unsettling films designed to frighten, cause dread
and alarm, and to invoke our hidden worst fears
protect (v.) (ภาพยนตรสยองขวัญ)
space (n.) decrease in (body weight) (ลดน้ำหนัก)
throw away (vp.) a layer in the earth’s stratosphere at an altitude of
transport (n.) about 10 km. (6.2 miles) containing a high
war (n.) concentration of ozone, which absorbs most of the
ultraviolet radiation reaching the earth from the sun
(ชน้ั โอโซน)
keep safe from harm or injury (ปองกนั )
a continuous area or expanse which is free or
unoccupied (อวกาศ)
discard something as useless or unwanted (กำจัด)
take or carry from one place to another by means of
a vehicle, aircraft, or ship (ยานพาหนะ)
a state of armed conflict between different nations,
states, or armed groups (สงคราม)

- หนาทภี่ าษา
To talk about when and may in first conditional.

- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- When (in first conditional =if)
When + present simple (เปนเหต)ุ , Future Simple (เปนผล)
- May (in first conditional =will)
- affirmative form and negative form
Subject + may / may not (mayn’t) + verb (base form infinitive)
- interrogative form and short answer
May + subject + verb (base form infinitive) + ……..?

ขอมูลวัฒนธรรม
การใชสำนวนคำศัพทไดตรงตามเจาของภาษา

กจิ กรรมการเรียนร/ู กระบวนการเรียนรู
- จุดประสงคการเรยี นรู
1. นกั เรยี นรแู ละเขาใจโครงสรางประโยคเง่อื นไขท่ีใช when แทน if
2. นักเรยี นรแู ละเขาใจโครงสรางประโยคทำนายอนาคตและประโยคสญั ญาโดยใช may แทน will
- กิจกรรมการเรียนรู

ขัน้ นำเขาสูบทเรยี น Introduction (5 นาท)ี
1. คณุ ครเู ปด PowerPoint กลาวทกั ทายนักเรียนเพื่อสรางความคนุ เคย โดยใชประโยคดงั ตอไปนี้
Teacher: Hello everyone.
Students: Good morning teacher.
Teacher: How are you doing?
Students: I’m good, and you?
Teacher: I’m really happy.
2. คณุ ครนู ำเขาสบู ทเรยี นโดยการเปด PowerPoint ทวนเร่ืองที่ไดเรียนไปแลวในคาบกอน คอื เรื่อง

first conditional ดวยการเปดท่ีหนาตวั อยางประโยคและถามโครงสรางประโยคโดยใหนกั เรยี นชวยกนั ตอบ
พรอมทง้ั บอกวัตถุประสงคในการเรียนเรือ่ งนี้

Teacher: What is the structure of this sentences on the slides?
Students: If + Present Simple Tense, Future Simple Tense.
Teacher: That’s right! today I will teach you about when and may.
3. คณุ ครอู ธบิ ายเบื้องตนเกีย่ วกบั when และ may วาสามารถใชแทน if และ will ได
ข้นั นำเสนอเน้ือหา Presentation (20 นาท)ี
1. คุณครูแจกใบความรูเรื่อง When and May in First conditional ทีใ่ ชแทน if และ will โดยการ
ใหนักเรียนสแกนคิวอารโคด บน PowerPoint หลังจากนั้นสอนสวนประกอบของ First conditional อีกคร้ัง

กอนอธิบายถึง when และ may บน PowerPoint ซึง่ ประกอบดวย 2 สวน คือ สวนแรก Main clause สวน
ที่เปนผลใช Future Simple Tense และจะเกิดกอนหรือหลังอีกสวนก็ได สวนที่สอง subordinate clause
สวนที่เปนเหตุใช Present Simple Tense ซึ่งสวนนี้จะใส If นำหนา First conditional ใชในการทำนาย
อนาคต บอกส่ิงท่ีอาจจะเปนไปได (Prediction) และยังสามารถใชในการใหคำแนะนำ (Advice) ไดมรี ปู แบบดังน้ี

If + Present Simple Tense, Future Simple Tense

(เปน็ เหตุ) (เป็นผล)

2. คุณครูอธิบายโครงสรางและยกตัวอยางใหนักเรียนในสวนท่ีเปนเหตุ จะมี if หรอื when วางหนา

ประโยคเป นรูป Present Simple Tense และอธิบายถึงความแตกต างระหว าง when และ if

3. คุณครูอธบิ ายโครงสรางและยกตวั อยางใหนกั เรียนในสวนท่ีเปนผล เปนรปู Future Simple Tense

ซึ่งจะมี will หรือ may กับกริยาทีเ่ ปนรากคำ (verb base) หรือกริยาชวย (modal verb) และครูอธิบายวา

may ใช ในสถานการณ แสดงความเป นป จจุบันหรืออนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น และการทำนาย

4. ครูอธิบายเพิ่มเติมวาการใช may แทน will ได (ซึ่ง may จะมคี วามหมายวา “นาจะ”) ครูเปด

ตารางขางลางน้ีบน PowerPoint เพอ่ื ชวยใหนักเรยี นเขาใจงายข้นึ

5. ครสู อนสำนวนคำศพั ทโดยออกเสียงใหนักเรยี นฟง 2 คร้งั และใหนักเรยี นออกเสียงตาม
พรอมทงั้ อธิบายความหมายของสำนวนดงั ตอไปนี้ บน PowerPoint

go for a walk / fly to the destination / use aerosol spray / lose weight/ bad for the ozone layer
/ save energy
ข้นั ฝก Practice (20 นาที)

1. คณุ ครแู จกใบงานเร่อื ง When and May in First conditional ทใี่ ชแทน if และ will โดยการให
นกั เรียนสแกนควิ อารโคด บน PowerPoint และใหนักเรยี นทำ Exercise 1 และ Exercise 2 หลังจากนน้ั ครู
เฉลยคำตอบและอธิบายใหนักเรียน

2. คุณครูใหนักเรียนเปดหนงั สือ Sprint 3 Student’s Book หนา 21 (twenty-one) ทำแบบฝกหดั ท่ี
8 แบบฝกหดั ท่ี 9 และแบบฝกหัดท่ี 10 โดยเตมิ คำในชองวางใหถกู ตอง หลงั จากน้ันครูเฉลยคำตอบและอธบิ าย
ใหนกั เรยี น
ขน้ั การใชภาษาเพอ่ื การสอ่ื สาร Production (10 นาที)

1. คุณครูใหนักเรยี นแตงประโยค First conditional ท่ใี ช when และ may แทน if และ will คนละ 3
ประโยค โดยใหนักเรียนสงคำตอบในชองแชท Google Meet

2. คณุ ครสู มุ นักเรียน 2 คน ใหพดู ประโยคที่ตัวเองแตงขึ้นมา
ขัน้ สรปุ Conclusion (5 นาท)ี

1. คณุ ครแู ละนกั เรียนรวมกันทบทวนบทเรยี นอกี ครง้ั โดยการถาม-ตอบสำนวนคำศัพทที่ไดสอนไป
และทบทวนโครงสราง First conditional ที่ใช when และ may แทน if และ will

2. คณุ ครเู ปดโอกาสใหนกั เรียนสอบถามคำศัพทและเนื้อหาในบทเรยี นทน่ี กั เรยี นไมเขาใจ

สือ่ /แหลงการเรยี นรู
1. PowerPoint
2. ใบความรูเร่อื ง When and May in First conditional
3. ใบงานเรือ่ ง When and May in First conditional
4. หนงั สือเรยี น Sprint 3 Student’s Book
5. Google Meet

ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. Exercise 1 และ 2 ในใบงานเรือ่ ง When and May in First conditional
2. แบบฝกหัดท่ี 5, และแบบฝกหดั ที่ 6 ในหนังสือเรยี น Sprint 3 Student’s Book หนาท่ี 19

(nineteen)

การวัดผลและการประเมนิ ผล เครอ่ื งมือทใ่ี ช เกณฑการตัดสิน
1. การวัดพฤติกรรมตามตัวชว้ี ดั /ภาระงาน
1. Exercise 1 และ 2 นกั เรียนทำถูกตอง
ตวั ชว้ี ดั / ภาระงาน วธิ ีวดั ผลและประเมนิ ผล
1. Exercise 1 และ 2 ประเมินผลตามจดุ ประสงคโดย ในใบงานเรื่อง When รอยละ 70 ข้นึ ไป
ในใบงานเร่อื ง When ตรวจสอบความถูกตองในการทำ
and May in First กจิ กรรม and May in First ผานเกณฑทต่ี ั้งไว
conditional
2.แบบฝกหดั ท่ี 5, และ ประเมินผลตามจดุ ประสงคโดย conditional
แบบฝกหัดที่ 6 ใน ตรวจสอบความถูกตองในการทำ
หนังสือเรยี น Sprint 3 กจิ กรรม 2.แบบฝกหดั ท่ี 5, และ นกั เรยี นทำถูกตอง
Student’s Book
หนาที่ 19 (nineteen) แบบฝกหดั ที่ 6 ใน รอยละ 70 ขน้ึ ไป

หนงั สอื เรียน Sprint 3 ผานเกณฑท่ีต้ังไว

Student’s Book

หนาท่ี 19 (nineteen)

2. การวดั สมรรถนะ/คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

สมรรถนะ / คณุ ลักษณะ วธิ วี ดั ผลและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือทีใ่ ช เกณฑการตดั สิน
1. Exercise 1 และ 2 3 ดี
1.มีวินยั การตอบคำถามการสังเกตความ ในใบงานเรื่อง When 2 ผาน
and May in First 1 ปรับปรงุ
2.ใฝเรียนรู รวมมอื ในการทำกจิ กรรม conditional
2.แบบฝกหัดท่ี 5, และ
3.มงุ มั่นในการทำงาน แบบฝกหดั ที่ 6 ใน
หนังสือเรียน Sprint 3
4.ความสารถในการส่ือสาร Student’s Book
หนาที่ 19 (nineteen)
5.ความสามารถในการคดิ

3. เกณฑการประเมนิ สภาพจริง (Rubric Assessment)

ประเด็นการระเมิน เกณฑการใหคะแนน / ระดบั คุณภาพ

32 1

1.ความถูกตองขอมูล ใชภาษาองั กฤษในการ ใชภาษาองั กฤษในการ ใชภาษาอังกฤษในการ

สาระ ความรู สอื่ สารไดถูกตอง ส่อื สารถูกตองเปนสวนมาก สือ่ สารถกู ตองเปนสวน

ครบถวน นอย

2. การสะกดคำ เขยี นและสะกดคำได เขียนและสะกดคำได เขยี นและสะกดคำได

ถูกตอง ครบถวน ถูกตองเปนสวนมาก ถกู ตองเปนสวนนอย

3. สวนประกอบอื่น ๆ ต้ังใจเรียนดีมาก ตง้ั ใจเรยี นดี ไมตัง้ ใจเรียนเลย
และตงั้ ใจ

4.เกณฑการใหคะแนนการเขียน

ระดับ 4 เกณฑการใหคะแนน 1 น้ำหนัก/ คะแนนรวม
คะแนน 32 ความสำคัญ
ประเด็น
การประเมิน

การสะกด การสะกด สะกดคำผดิ สะกดคำผดิ

คำศัพท คำศัพทผดิ มาก แตพอ มาก

ถกู ตอง เล็กนอย พอ เดา เขยี นรูป

การเลือกใชคำ เดาวามหมาย ความหมาย ประโยคไม

การใชภาษา ตรงกบั เน้อื หา ไดเขยี นรปู ไดรปู ถกู ตอง ไมมี
เนอ้ื หา
ประโยค ประโยคผดิ ประโยค เคร่อื งหมาย 3 12

ถกู ตอง หลัก ผดิ พลาดมาก วรรคตอน 2 8
5 20
มเี ครือ่ งหมาย ไวยากรณ เครอื่ งหมาย

วรรคตอนท่ี เลก็ นอย วรรคตอนไม

ถกู ตอง เครอ่ื งหมาย ครบหรอื ไม

วรรคตอนผิด ถูกตอง

เล็กนอย

มีรายละเอยี ด รายละเอียด มี มี

เนอ้ื หาตรง ของเนอื้ หา รายละเอียด รายละเอียด

กับลักษณะที่ มากแตยังไม ของเนอื้ หา ของเนื้อหา

กำหนดมาก ครอบคลุม นอย นอยมาก

ท่สี ุด ทงั้ หมด

รวม

เกณฑการประเมนิ ดมี าก
16 – 20 คะแนน ดี
13 – 15 คะแนน พอใช
10 – 12 คะแนน ควรปรับปรงุ
นอยกวา 10 คะแนน

แบบบันทึกการประเมินการเขยี น

ประเด็น/คะแนน การใชภาษา เนื้อหา รวมคะแนน
12 8 20
เลขท่ี
ชอื่ - สกุล

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24

ลงช่อื .........................................................ผูประเมนิ

(นายพลวิชญ สรางสกุล)
วันท.ี่ .........เดอื น.................................พ.ศ. .................

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการเรียนรู

นกั เรยี นรูและเขาใจโครงสรางประโยค First conditional ทีใ่ ช when และ may แทน if และ
will ไดถูกตองตามหลักไวยกากรณและนักเรียนไดรสู ำนวนคำศัพททเี่ จาของภาษาใช

ปญหาและอปุ สรรค
เน่ืองจากเปนการเรยี นการสอนรปู แบบออนไลนผานระบบ Google Meet ทำใหการเกิด

ปฏสิ มั พนั ธกบั ผเู รียนทัง้ หองน้นั เปนไปไดยาก เน่ืองจากนกั เรียนบางคนไมมคี วามพรอมในดานอปุ กรณ
ทำใหเม่ือนักเรยี นไมเขาใจในบทเรยี นหรอื เกิดขอสงสัยไมสามารถถามครูไดในขณะทสี่ อน

ขอเสนอแนะ
ทกุ ครัง้ ในการสอนคณุ ครตู องบนั ทึกวดิ ีโอไวเพ่อื ใหนกั เรียนสามารถเขาไปเรยี นยอนหลงั ไดและ

คุณครูควรท้งิ ชองทางการตดิ ตอไวใหนักเรยี นเพือ่ ใหนักเรียนไดสอบถามยอนหลังในสิ่งท่ีไมเขาใจได

ส ลลงช่ือ......พ....า...น............ส......า..ง.................ผสู อน

(นายพลวิชญ สรางสกุล)

ญุก้ร์

ภาคผนวก

คลิปวิดโี อการเรยี นการสอน

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1

หน่วยการเรียนที่ 1 The environment เรอื่ ง First conditional (when and may)

รายวิชา ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 5 รหสั วชิ า อ23101 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 เวลา 1 ช่ัวโมง

HOW
ARE
YOU
DOING?

Present
Simple

If I study, I w ill pass my exam.

F uture
Simple

FIRST CONDITIONAL

F irst 1.Main clause: เปนผล
conditional - Future Simple Tense -

แบงออกเปน 2 สวน S+will/shall+verb1

2.subordinate clause: เปนเหตุ
- Present Simple Tense -
If+S+verb1

ใบความรู

เร่ือง When and May in First conditional

F irst
conditional

ใชไดใน 3 สถานการณ คอื

WHEN (IF)

When = IF Structure
When + present simple, subject + will/won’t
+ base form of the verb

Example
When I have time, I’ll give you a hand with
your homework.
When I finish school, I’ll go to university.

When VS If (When)
We’re going shopping this evening.

When we go shopping, we’ll buy some food.

(If)
We might go shopping this evening.

If we go shopping, we’ll buy some food.

MAY (w ill)

Modal verb: Usage Structure
May
- Express a present or Alternative form
future possibility Subject + may + base
- Make a prediction form of the verb.
Negative form
Subject + may not + base
form of the verb.

Ex: It may destroy the animals’ habitat.
It may not be a good idea.

May VS W ill May Will

- ใชบอกความเปนไปได หรือสง่ิ ทอ่ี าจจะ - ใชบอกส่งิ ท่ีคาดการณวาจะเกิดขนึ้ ใน
อนาคต, บอกความตง้ั ใจ
เกิดข้นึ (มีความหมายไมแนใจ)
Ex. She may be in danger. Ex. I will visit Japan next
year. (ฉันจะไปญป่ี นุ ปหนา)
(เธออาจจะตกอยใู นอันตราย)

First conditional

(IF=When), (w ill=may)

IF/When + Present simple Tense, Future Simple Tense
(เปนเหต)ุ (เปนผล)

F irst If/When you use cotton bags, You will/may reduce pollution from plastic bags.
conditional
Future Simple Tense IF/When + Present simple Tense,
(IF=When), (will=may) (เปนผล) (เปนเหต)ุ

You will/may reduce pollution from plastic bags if/when you use cotton bags.

PHRASES

• go for a walk = เดนิ เพ่อื ความเพลดิ เพลนิ
• fly to the destination =บนิ ไปใหถึงที่หมาย
• use aerosol spray =ใชสเปรยละอองลอย
• lose weight =ลดนา้ํ หนัก
• bad for the ozone layer =ไมดตี อช้ันบรรยากาศโอโซน
• save energy = ประหยดั พลังงาน

ใบงานท่ี 1

เร่ือง When and May in First conditional

THANK YOU

If you have any questions, I'll be happy to answer them for you.

ใบความรู้

เรอ่ื ง When and May in First conditional
ที่ใชแ้ ทน if และ will

ประโยคเงอื่ นไขแบบที่ 1 (First conditional)
รูปแบบ

ประโยคเงือ่ นไขแบบท่ี 1 'if' clause จะใช้ simple present tense และ main clause
จะใช้ simple future tense

Structure
▪ When + present simple, subject + will/won’t + base form of the verb

Examples
▪ When I have time, I’ll give you a hand with your homework.
▪ When I finish school, I’ll go to university.

(When)
We’re going shopping this evening.

▪ When we go shopping, we’ll buy some food.
(If)
We might go shopping this evening.

▪ If we go shopping, we’ll buy some food.

Usage
- Express a present or future possibility.
- Make a prediction.

Structure
- Alternative form
Subject + may + base form of the verb.
- Negative form
Subject + may not + base form of the verb.

Examples:
It may destroy the animals’ habitat.
It may not be a good idea.

May
- ใช้บอกความเป็นไปได้ หรือสงิ่ ท่ีอาจจะเกดิ ขึ้น (มคี วามหมายไม่แน่ใจ)
Ex. She may be in danger. (เธออาจจะตกอยู่ในอันตราย)

Will
- ใชบ้ อกสิ่งท่ีคาดการณ์ว่าจะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต, บอกความตัง้ ใจ
Ex. I will visit Japan next year. (ฉันจะไปญป่ี ุ่นปหี น้า)

First conditional
(IF=When), (will=may)

IF/When + Present simple Tense, Future Simple Tense
(เป็นเหต)ุ (เป็นผล)

If/When you use cotton bags, You will/may reduce pollution from
plastic bags.

Future Simple Tense IF/When + Present simple Tense,
(เป็นผล) (เป็นเหต)ุ

You will/may reduce pollution from if/when you use cotton bags.
plastic bags

ใบงาน

เรือ่ ง When and May in First conditional
ทีใ่ ชแ้ ทน if และ will

Exercise 1 Grammar
Direction: Complete the sentences with the correct form of the verbs in brackets.

1. When I __________ (see) Dave, I'll give him his present.
2. When I __________ (get) a job, I'll have more money.
3. When I visit Italy, I __________ (go) to Florence.
4. We like walking. We __________ (take) the bus to school.
5. It's a horror film so you __________ (like) it. I know you like musicals.

Exercise 2 Vocabulary
Direction: Complete the sentences with an expression from the box.

fly to the destination go for a walk use aerosol sprays

lose weight save energy

1. If you __________, you will waste energy.
2. If we all use public transport, we will __________.
3. If it’s sunny tomorrow, I won’t take the car. I will __________.
4. If we __________, it will be bad for the ozone layer.
5. You won’t __________ if you go to school by car ever day!

NAME: ______________________________CLASS: _________NO.____

แผนการจัดการเรยี นรูที่ 2

หนวยการเรียนท่ี 1 The environment เรอื่ ง Making predictions

รายวิชา ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 5 รหสั วชิ า อ23101 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 3

กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาตางประเทศ ภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2564 เวลา 1 ช่ัวโมง

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
นักเรียนเรียนรูคำศัพทเกี่ยวของกับสิ่งแวดลอมและคำอทุ าน พรอมทั้งความหมาย และออกเสียงได

ถูกตองใกลเคียงกับเจาของภาษา นอกจากนี้นักเรียนสามารเขาใจโครงสรางประโยคการทำนาย (Making
predictions)
มาตรฐานการเรยี นรูและตวั ช้ีวัด

สาระที่ 1 : ภาษาเพือ่ การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรือ่ งทีฟ่ งและอานจากส่ือประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเหน็

อยางมีเหตผุ ล
ม.3/3 ระบุและเขยี นส่อื ท่ีไมใชความเรยี ง รูปแบบตาง ๆ ใหสมั พันธกบั ประโยค และ

ขอความทฟ่ี งหรอื อาน
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรื่องท่ฟี งและอานจากส่ือประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเหน็

อยางมเี หตุผล
ม.3/4 เลือก/ระบหุ ัวขอเร่ือง ใจความสำคญั รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็น

เกยี่ วกบั เรื่องทฟ่ี งและอานจากสือ่ ประเภทตาง ๆ พรอมท้ังใหเหตผุ ลและ
ยกตวั อยางประกอบ
สาระที่ 2 : ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขาใจความสมั พันธระหวางภาษากบั วฒั นธรรมของเจาของภาษา และนำไปใชได
อยางเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ม.3/1 เลอื กใชภาษา น้ำเสียง และกริ ยิ าทาทาง เหมาะกับบคุ คลและโอกาส ตามมารยาท
สังคม และวัฒนธรรมของเจาของภาษา

คุณลักษณะท่ีพ่ึงประสงค (.....) 2. ซ่ือสตั ย สจุ รติ (..√...) 3. มีวินยั
(.....) 1. รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ (.....) 5. อยูอยางเพียงพอ (...√..) 6. มุงมนั่ ในการทำงาน
(..√...) 4. ใฝเรยี นรู (.....) 8. มจี ิตสาธารณะ
(.....) 7. รกั ความเปนไทย

สมรรถนะสำคัญของผเู รียน
(..√...) 1. ความสามารถในการส่ือสาร (..√...) 2. ความสามารถในการคิด

(.....) 3. ความสามารถในการแกปญหา (.....) 4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ
(.....) 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

สาระการเรยี นรู

- คำศพั ทและสำนวนภาษา

awesome (adj.) excellent (ดเี ลิศ)

cool (adj.) excellent (ยอดเยยี่ ม)

eco-friendly (adj.) not harmful to the environment (เปนมติ รกบั ส่งิ แวดลอม)

fantastic (adj.) extraordinarily good or attractive (มหศั จรรย)

fortune (n.) a chance as an arbitrary force affecting human affairs

(โชคชะตา)

- หนาที่ภาษา

To talk about Making predictions.

- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ

- will (predictions)

- affirmative form and negative form

Subject + will (’ll)/ will not (won’t) + verb (base form infinitive)

- interrogative form

Will + subject + verb (base form infinitive) + ……..?

ขอมูลวัฒนธรรม

การออกเสียงไดตรงตามเจาของภาษา

กจิ กรรมการเรยี นร/ู กระบวนการเรยี นรู
- จดุ ประสงคการเรยี นรู
1. ฟงและเขาใจบทสนทนาที่เกี่ยวกบั การทำนาย
- กิจกรรมการเรยี นรู

ข้ันนำเขาสูบทเรียน Introduction (5 นาที)
1. คุณครกู ลาวทักทายนักเรยี นเพือ่ สรางความคนุ เคย โดยใชประโยคดังตอไปน้ี
Teacher: Hello everyone.
Students: Good morning teacher.
Teacher: How are you doing?
Students: I’m great, and you?
Teacher: I’m happy.

2. คุณครูนำเขาสูบทเรียนโดยการแชรหนาจอเว็บไซต Mentimeter.com ที่คุณครูไดสรางสไลด
คำถามไวใหนักเรียน โดยเปนคำถามปลายเปด ซึ่งใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นรวมกัน เพื่อคุณครู
กระตนุ การมสี วนรวมในชัน้ เรียนของนักเรียนใหตอบคำถามเก่ียวกับเร่ืองหมอดูทำนายอนาคต

Teacher: Have you ever met a fortune teller?
Students: Yes, I have met a fortune teller.
Students: No, I haven’t. I have never met a fortune teller.
Teacher: Okay, I have one more question. Please open the Mentimeter
application on your mobile.
3. คุณครูเปดหนาจอเวบ็ ไซต Mentimeter.com เพื่อบอกรหัสการเขาใชงานที่คุณครูไดสรางสไลด
คำถามไวใหนักเรียน โดยเปนคำถามปลายเปดซึ่งนักเรียนสามารถตอบคำถามไดโดยการเปดแอปพลิเคชัน
Mentimeter ในโทรศัพทมือถือและกรอกรหัสเพื่อเขาใชงาน เพ่ือใหนักเรยี นตอบคำถามเกี่ยวกับคำถามทีเ่ คย
ไดถามหมอดูไปซึ่งคำตอบของนักเรียนจะปรากฏบนหนาจอหลักที่คุณครูไดทำการแชรไว และคุณครูบอก
วัตถุประสงคของเรอ่ื งที่จะเรยี นใหแกนักเรยี น
Teacher (Mentimeter.com): What do people often ask the fortune teller?
Students (Mentimeter application): Will I be rich?, Will I pass the exam?, etc.
Teacher: Okay, today I'm going to teach you about making predictions. There
are videos of Amy and Ellis for you to watch and learn. Are you ready?
Students: Yes.
ขั้นนำเสนอเนื้อหา Presentation (20 นาท)ี
1. คุณครูแจกใบความรูและใบงานเรือ่ ง Making predictions โดยการใหนักเรียนสแกนคิวอารโคด
บน Power Point หลงั จากนนั้ สอนโครงสราง Future Simple Tense ใชในการทำนายอนาคต (Prediction)
ในรูปบอกเลา ปฏเิ สธ และคำถามดังน้ี
- ประโยคบอกเลา และประโยคปฏิเสธ
Subject + will (’ll)/ will not (won’t) + verb (base form)
- ประโยคคำถาม
Will + subject + verb (base form) + ……..?
2. คุณครูสอนคำศัพทสำนวนในเรื่องที่เกี่ยวของกับสิ่งแวดลอมและคำอุทาน เชน stranger,
fantastic, awesome, exotic และสำนวน (eco-friendly, cool) โดยการออกเสียงใหนักเรียนฟง บอก
ความหมายและใหนักเรียนออกเสียงตาม นอกจากนี้คุณครูอธิบายถึงวัฒนธรรมที่แทรกอยูในเรื่อง (Ferrari,
Hollywood)
3. คุณครใู หนักเรยี นทำ Exercise 1 และ 2 ในใบงาน เม่อื เสร็จแลวคุณครูเฉลยพรอมอธบิ ายคำตอบ
ข้ันฝก Practice (20 นาที)
1. คณุ ครูใหนักเรียนดภู าพส่ิงท่ีจะเกิดข้ึนกับ Elis ในเร่อื ง Making predictions กจิ กรรม ขอ 2 ในหนังสือ
Sprint 3 Student’s Book หนา 23 (twenty-three) และใหนักเรียนอานคำสั่งพรอมกัน และใหนักเรียนทายวา
Elis ตองการจะไปเท่ียวท่ีไหน จากนัน้ คุณครูถามนักเรียนวา Making predictions นาจะเกีย่ วกับเร่ืองอะไร

2. คุณครูฉาย FLIP BOOK เรื่องของ Elis ใหนกั เรียนดู แลวตอบคำถาม Which country does Elis
want to visit? และเลือกภาพที่จะเกิดกับ Elis ตามที่ Amy ทำนาย (กิจกรรมขอ 2) What is making
predictions? (Guessing things that will happen in the future) แลวใหนักเรียนฝกแตงประโยคโดยใช
คำจาก Useful Language จากนั้นคุณครูใหนักเรียนดู FLIP BOOK อีกครั้งเพื่อตรวจคำตอบ หลังจากนั้น
คุณครเู ฉลยคำตอบและอธบิ ายใหนกั เรยี นฟง

3. คุณครูใหนักเรียนอานสำนวนในกรอบของกิจกรรมขอ 3 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book
หนา 23 (twenty-three) เพื่อทำความเขาใจกับสำนวนแลวเติมบทสัมภาษณดวยสำนวนที่ใหไว หลงั จากนั้น
คณุ ครูเฉลยคำตอบและอธบิ ายใหนักเรียนฟง
ขน้ั การใชภาษาเพอื่ การส่อื สาร Production (10 นาที)

1. คณุ ครสู ุมนักเรียนมา 3 คู โดยใหนำสำนวนในกรอบของกิจกรรมขอ 4 ในหนงั สือ Sprint 3 Student’s
Book หนา 23 (twenty-three) มาแตงเปนคำทำนายตามความสนใจ และสนทนากัน 3 คำทำนาย
ขั้นสรปุ Conclusion (5 นาท)ี

1. คุณครูและนักเรียนรวมกันทบทวนบทเรียนอีกครั้ง โดยการถาม-ตอบสำนวนคำศัพทที่ไดสอนไป
เก่ียวของกบั สงิ่ แวดลอมและคำอุทาน และทบทวนโครงสราง Future Simple Tense ใชในการทำนายอนาคต
(Prediction) ในรูปบอกเลา ปฏเิ สธ และคำถาม

2. คณุ ครเู ปดโอกาสใหนกั เรยี นสอบถามคำศัพทและเนื้อหาในบทเรยี นทน่ี กั เรยี นไมเขาใจ

สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
1. www.Mentimeter.com/แอปพลเิ คชนั Mentimeter ในมือถือ
2. PowerPoint
3. ใบความรูเรอ่ื ง Making predictions
4. ใบงานเรื่อง Making predictions
5. FLIP BOOK เร่ืองของ Elis
6. หนงั สอื เรียน Sprint 3 Student’s Book
7. Google Meet

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. Exercise 1 และ 2 ในใบงานเร่ือง Making predictions
2. แบบฝกหัดท่ี 2 และ 3 ในหนงั สอื เรียน Sprint 3 Student’s Book หนาที่ 23 (twenty-three)

การวัดผลและการประเมนิ ผล

1. การวดั พฤตกิ รรมตามตวั ชว้ี ัด/ภาระงาน

ตัวชว้ี ดั / ภาระงาน วธิ วี ัดผลและประเมนิ ผล เครื่องมอื ท่ีใช เกณฑการตัดสนิ

1. Exercise 1 และ 2 ประเมินผลตามจดุ ประสงคโดย 1. Exercise 1 และ 2 นกั เรียนทำถูกตอง

ในใบงานเร่ือง Making ตรวจสอบความถูกตองในการทำ ในใบงานเรื่อง Making รอยละ 70 ขึ้นไป

predictions กจิ กรรม predictions ผานเกณฑทต่ี ั้งไว

2. แบบฝกหัดท่ี 2 และ ประเมนิ ผลตามจดุ ประสงคโดย 2. แบบฝกหัดที่ 2 และ นักเรียนทำถูกตอง

3 ในหนงั สือเรียน ตรวจสอบความถูกตองในการทำ 3 ในหนงั สือเรยี น รอยละ 70 ขนึ้ ไป

Sprint 3 Student’s กิจกรรม Sprint 3 Student’s ผานเกณฑท่ตี งั้ ไว

Book หนาที่ 23 Book หนาที่ 23

(twenty-three) (twenty-three)

2. การวัดสมรรถนะ/คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค

สมรรถนะ / คุณลกั ษณะ วธิ วี ดั ผลและประเมนิ ผล เครอื่ งมอื ท่ใี ช เกณฑการตดั สิน

1.มีวินยั การตอบคำถามการสงั เกตความ 1. Exercise 1 และ 2 3 ดี

2.ใฝเรยี นรู รวมมอื ในการทำกิจกรรม ในใบงานเร่ือง Making 2 ผาน

3.มงุ ม่นั ในการทำงาน predictions 1 ปรับปรงุ

4.ความสารถในการสอื่ สาร 2. แบบฝกหัดท่ี 2 และ

5.ความสามารถในการคดิ 3 ในหนงั สอื เรยี น

Sprint 3 Student’s

Book หนาท่ี 23

(twenty-three)

3. เกณฑการประเมนิ สภาพจรงิ (Rubric Assessment)

ประเด็นการระเมิน เกณฑการใหคะแนน / ระดบั คณุ ภาพ

32 1

1.ความถกู ตองขอมลู ใชภาษาอังกฤษในการ ใชภาษาอังกฤษในการ ใชภาษาอังกฤษในการ

สาระ ความรู สื่อสารไดถูกตอง สอ่ื สารถกู ตองเปนสวนมาก สือ่ สารถกู ตองเปนสวน

ครบถวน นอย

2. การสะกดคำ เขยี นและสะกดคำได เขยี นและสะกดคำได เขยี นและสะกดคำได

ถกู ตอง ครบถวน ถูกตองเปนสวนมาก ถกู ตองเปนสวนนอย

3. สวนประกอบอ่นื ๆ ต้งั ใจเรยี นดมี าก ตั้งใจเรยี นดี ไมตงั้ ใจเรยี นเลย
และตั้งใจ

4.เกณฑการใหคะแนนการเขียน

ระดับ 4 เกณฑการใหคะแนน 1 น้ำหนัก/ คะแนนรวม
คะแนน 32 ความสำคัญ
ประเด็น
การประเมิน

การสะกด การสะกด สะกดคำผดิ สะกดคำผดิ

คำศัพท คำศัพทผดิ มาก แตพอ มาก

ถกู ตอง เล็กนอย พอ เดา เขียนรปู

การเลือกใชคำ เดาวามหมาย ความหมาย ประโยคไม

การใชภาษา ตรงกบั เน้อื หา ไดเขยี นรปู ไดรปู ถกู ตอง ไมมี
เนอ้ื หา
ประโยค ประโยคผดิ ประโยค เคร่อื งหมาย 3 12

ถกู ตอง หลัก ผดิ พลาดมาก วรรคตอน 2 8
5 20
มเี ครือ่ งหมาย ไวยากรณ เครอื่ งหมาย

วรรคตอนท่ี เลก็ นอย วรรคตอนไม

ถกู ตอง เครอ่ื งหมาย ครบหรอื ไม

วรรคตอนผิด ถูกตอง

เล็กนอย

มีรายละเอยี ด รายละเอียด มี มี

เนอ้ื หาตรง ของเนอื้ หา รายละเอียด รายละเอียด

กับลักษณะที่ มากแตยังไม ของเนอื้ หา ของเนื้อหา

กำหนดมาก ครอบคลุม นอย นอยมาก

ท่สี ุด ทงั้ หมด

รวม

เกณฑการประเมนิ ดมี าก
16 – 20 คะแนน ดี
13 – 15 คะแนน พอใช
10 – 12 คะแนน ควรปรับปรงุ
นอยกวา 10 คะแนน

แบบบันทึกการประเมนิ การเขยี น

ประเด็น/คะแนน การใชภาษา เน้ือหา รวมคะแนน
12 8 20
เลขท่ี
ชอื่ - สกุล

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24

ลงชอ่ื .........................................................ผปู ระเมิน

(............................................)
วันที.่ .........เดือน.................................พ.ศ. .................

5.เกณฑการใหคะแนนการฟง

ระดับ เกณฑการใหคะแนน น้ำหนกั / คะแนน
ประเด็น คะแนน ความสำคัญ รวม
การประเมิน 4 3 2 1 4
1
ความเขาใจ สามารถตอบ สามารถตอบ สามารถตอบ ตอบคำถาม 8
2
คำถาม คำถาม คำถาม หลงั จากท่ีฟง 4
1
หลังจาก หลังจากทีฟ่ ง หลังจากทฟี่ ง ไดนอยมาก

ที่ฟงได ไดเปนสวน ไดเล็กนอย

ทั้งหมด ใหญ

การจบั ใจความ จับใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ จับใจความ

สำคัญ สำคญั ของ สำคัญของ สำคญั ของ สำคญั ของ

เนื้อหาได เนือ้ หาได เน้อื หาได เนอ้ื หาได

ทั้งหมด เกอื บ เลก็ นอย นอยมาก

ทั้งหมด

การรูความหมาย รูความหมาย รคู วามหมาย รูความหมาย รูความหมาย

คำศัพท คำศพั ท คำศัพทโดย คำศัพท คำศัพท

ทง้ั หมด สวนใหญ ทัง้ หมด เลก็ นอย

และ และไม

ชดั เจน ชดั เจน

การปฏิบัติตาม ปฏิบตั ติ าม ปฏิบัตติ าม ปฏิบตั ติ าม ปฏบิ ัตติ าม
คำสั่ง คำส่ัง คำสัง่ คำส่งั คำส่ัง
ไดถูกตอง ไดถูกตองแต ไมคอย ไดถูกตอง
และ คอนขางชา ถกู ตองและ นอยมาก 1 4
คลองแคลว 5 20
คอนขางชา

รวม

เกณฑการประเมนิ ดมี าก
16 – 20 คะแนน ดี
13 – 15 คะแนน พอใช
10 – 12 คะแนน ควรปรบั ปรงุ
นอยกวา 10 คะแนน

แบบบันทกึ การประเมนิ การฟง

ประเดน็ / การจับ การรู ปฏิบตั ิตาม รวม
คะแนน ความเขาใจ ใจความ ความหมาย คำส่ัง คะแนน
สำคญั
เลขที่ ชอื่ - สกลุ 4 คำศพั ท 4 20
8
4

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

ลงชอื่ .........................................................ผปู ระเมนิ

(................................................................)
วันท่.ี .........เดอื น.................................พ.ศ. .................

บนั ทึกผลหลังการสอน

ผลการเรียนรู
นักเรียนเรียนรูคำศัพทเกี่ยวของกับสงิ่ แวดลอมและคำอุทาน พรอมท้ังความหมาย และออกเสียง

ไดถูกตองใกลเคยี งกับเจาของภาษา นอกจากนี้นกั เรียนสามารเขาใจโครงสรางประโยคการทำนาย (Making
predictions)

ปญหาและอปุ สรรค
เนอ่ื งจากเปนการเรยี นการสอนรูปแบบออนไลนผานระบบ Google Meet ทำใหการเกดิ

ปฏิสมั พันธกับผูเรียนทั้งหองน้ันเปนไปไดยาก เนื่องจากนักเรยี นบางคนไมมคี วามพรอมในดานอุปกรณ
ทำใหเมื่อนักเรียนไมเขาใจในบทเรยี นหรือเกิดขอสงสัยไมสามารถถามครูไดในขณะท่สี อน

ขอเสนอแนะ
ทุกครงั้ ในการสอนคณุ ครูตองบนั ทกึ วดิ ีโอไวเพือ่ ใหนักเรยี นสามารถเขาไปเรยี นยอนหลงั ไดและ

คณุ ครูควรท้งิ ชองทางการตดิ ตอไวใหนักเรียนเพื่อใหนักเรยี นไดสอบถามยอนหลังในสง่ิ ท่ีไมเขาใจได

ส ลลงชือ่ .....พ....า....น............ส.....า...ง.................ผูสอน

(นายพลวชิ ญ สรางสกุล)

ญุก้ร์

ภาคผนวก

คลปิ วิดโี อการเรยี นการสอน

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 2

หนว่ ยการเรียนท่ี 1 The environment เรือ่ ง Making predictions

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 5 รหัสวิชา อ23101 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 เวลา 1 ชั่วโมง



Making predictions

Vocabulary

(Functions 1)

ใบความรู
Making predictions

ใบงาน
Making predictions

stranger

(n.) คนแปลกหนา

fortune

(n.) โชคชะตา

eco- friendly

(adj.) เปนมิตรกบั สงิ่ แวดลอม

exotic

(adj.) แปลกใหม

Exclamation
words

คาํ อทุ าน

Boring …

(adj.) นาเบอ่ื

At last!

(adj.) ในทีส่ ุด

Fantastic!

(adj.) มหศั จรรย

-Cool. (adj.) ดีเลศิ , ยอดเย่ยี ม
-Very cool.
-Wonderful.
-Awesome!
-Excellent!

Hollywood
Ferrari


Click to View FlipBook Version